Thairath Logo
กีฬา

วันดับ 2 ซุปเปอร์สตาร์

Share :
line-share-logo

ไม่มีใครคาดคิดมาก่อนแน่ๆว่า 2 ยอดนักเตะซุปเปอร์สตาร์ที่เก่งที่สุดในโลกตอนนี้อย่าง ลิโอเนล เมสซี และคริสเตียโน โรนัลโด จะต้องกลับบ้าน จบเส้นทางศึกฟุตบอลโลก 2018 เพียงแค่รอบ 16 ทีมสุดท้ายในวันเดียวกันหลังจาก “ฟ้าขาว” อาร์เจนตินา โดน “ตราไก่” ฝรั่งเศส เขี่ยตกรอบแบบสุดมัน 4-3 ขณะที่ โปรตุเกส พ่ายต่อ อุรุกวัย หวุดหวิด 2-1 ร่วงตกรอบไปเช่นกัน

ทำให้แฟนบอลทั่วโลกที่อยากเห็นการประชันเพลงแข้งระหว่างเมสซีกับโรนัลโดในเกมฟุตบอลโลก ต้องอกหักผิดหวังไปโดยปริยาย

เกมคู่แรกในรอบ 16 ทีมสุดท้ายที่คาซาน ลิโอเนล เมสซี โดน คิเลียน เอ็มบัปเป กองหน้าดาวรุ่งวัย 19 ปีของฝรั่งเศส ดับรัศมีลงอย่างสิ้นเชิง หลังจากเจ้าหนูเอ็มบัปเประเบิดฟอร์มยอดเยี่ยม เหมากระทุ้งคนเดียวสองลูก ช่วยให้ “ตราไก่” พลิกกลับมาเอาชนะ เขี่ย “ฟ้าขาว” อาร์เจนตินา ตกรอบ

นัดนี้ “ตราไก่” ออกนำก่อน 1-0 จากการเรียกจุดโทษของเอ็มบัปเป ก่อนที่อองตวน กรีซมันน์ จะสังหารเข้าไปไม่พลาด ในนาทีที่ 13 แต่อาร์เจนตินามาตามตีเสมอ 1-1 ได้ จากลูกยิงนอกเขตโทษของอังเคล ดิ มาเรีย ในนาที 41

อย่างไรก็ตาม กลับมาเล่นต่อครึ่งหลังได้แค่สามนาที “ฟ้าขาว” พลิกแซงนำ 2-1 จากจังหวะที่เมสซียิงด้วยซ้ายในเขตโทษ

บอลไปแฉลบกาเบรียล แมร์กาโต เพื่อนร่วมทีม เปลี่ยนทางเข้าประตูไป แต่นาที 57 ฝรั่งเศสตามตีเสมอ 2-2 อย่างรวดเร็ว จากการวอลเลย์ติดไซด์ก้อยของเบนจามิน ปาวาร์

หลังถูกตีเสมอ 2-2 ดูเหมือนเกมของอาร์เจนตินาจะช็อตไปเองดื้อๆ ก่อนมาโดนเอ็มบัปเปแผลงฤทธิ์ ซัดเบิ้ลยิงคนเดียว 2 ลูกในเวลาห่างกันแค่ 4 นาที (น.64 กับ 68) ให้ตราไก่นำห่าง 4-2 ทำให้เอ็มบัปเป กลายเป็นดาวรุ่งคนแรกที่ยิง 2 ประตูในฟุตบอลโลก นับตั้งแต่ “ไข่มุกดำ” เปเล่ ตำนานทีมชาติบราซิล เคยทำได้ในการเจอกับสวีเดน ในนัดชิงเมื่อปี 1958

ถึงแม้ กุน อเกวโร ที่ลงมาเป็นตัวสำรอง จะโหม่งให้ฟ้าขาวไล่มาเป็น 3-4 ในช่วงทดเจ็บ แต่ก็ไม่ทันแล้ว จบเกมฝรั่งเศสเฉือนชนะอาร์เจนตินาสุดมัน 4-3 ผ่านเข้าสู่รอบ 8 ทีมสุดท้ายเป็นทีมแรก พร้อมกับส่งอาร์เจนตินาและเมสซีกลับบ้าน

ถามว่าเกิดอะไรขึ้นกับอดีตแชมป์โลกสองสมัยอย่างอาร์เจนตินา ก็ต้องบอกว่าปัญหาเดิมๆ นั่นแหละครับ ซึ่งก็คือการจัดทีมที่ไม่เอาไหนของ ฮอร์เก ซามเปาลี กุนซือทีมฟ้าขาว

ทำไมเกมสำคัญๆแบบนี้ ซามเปาลีถึงไม่ส่งนักเตะตัวเก่งอย่างอเกวโร, อิกัวอิน หรือดิบาลา ลงตัวจริง เพื่อประสานงานในแนวรุกร่วมกับเมสซี กับดิ มาเรีย แต่กลับส่งปาวอน ลงมา ซึ่งไร้ประโยชน์อย่างสิ้นเชิง ขณะที่อเกวโรถูกส่งลงสนามได้ไม่ทันไรก็ทำประตูได้ แต่กว่าจะถูกส่งลงมาก็ช้าเกินไป ที่จริงควรจะเปลี่ยนตัวลงมาตั้งแต่ช่วงต้นครึ่งหลังแล้ว

ส่วนเกมคู่ที่ 2 ที่เมืองโซชิ ปรากฏว่าแชมป์ยูโร “ฝอยทอง” โปรตุเกส ทีมของคริสเตียโน โรนัลโด ต้องหยุดเส้นทางเวิลด์คัพ 2018 แค่รอบ 16 ทีมสุดท้าย หลังแพ้ให้กับ “จอมโหด” อุรุกวัย 2-1 โดย เอดินสัน คาวานี ศูนย์หน้าร่างใหญ่ของอุรุกวัย สวมบทฮีโร่เหมาซัดคนเดียว 2 ลูก ทั้งที่เกมนี้ โปรตุเกสครองบอลเยอะกว่าถึง 67 เปอร์เซ็นต์ แต่การครองบอลมากกว่า ใช่ว่าจะเป็นผู้ชนะเสมอไป

เกมนี้พิสูจน์ให้เห็นว่า “จอมโหด” อุรุกวัย ชุดนี้ รับก็ดี รุกก็เด่น ขณะที่โปรตุเกสและโรนัลโดไม่สามารถเจาะแนวรับอันแข็งแกร่งของ “จอมโหด” อุรุกวัยได้ แถมยังโดนแนวรุกของทีมจอมโหดที่มีทั้งหลุยส์ ซัวเรซ และคาวานี เล่นงานจนเสียถึงสองประตู

โดยนัดต่อไป อุรุกวัยจะต้องไปดวลเกือกกับฝรั่งเศส ในรอบ 8 ทีมสุดท้าย ซึ่งจะเป็นเกมที่น่าดูมากทีเดียว ที่สำคัญ “ตราไก่” จะประมาท อุรุกวัยไม่ได้เด็ดขาด

เป็นเรื่องเหลือเชื่อที่ทั้งเมสซีและโรนัลโดต้องอกหักตกรอบในวันเดียวกัน นอกจากนั้นทั้งคู่ยัง ทำสถิติยอดแย่ในรอบน็อกเอาต์ฟุตบอลโลกอีกด้วย

เมสซีลงเล่นรอบน็อกเอาต์ฟุตบอลโลกเป็นเวลารวม 756 นาที แต่ทำประตูไม่ได้แม้แต่ลูกเดียว ขณะที่โรนัลโดลงเล่นไป 514 นาทีในรอบน็อกเอาต์ ก็ทำประตูไม่ได้เลยเช่นกัน

ทั้งสองคนลงเล่นฟุตบอลโลกไปแล้วคนละ 4 สมัยเท่ากัน โดยเมสซียิงได้ 6 ประตู และทำ 7 แอสซิสต์ จากการลงเล่นทั้งหมด 19 นัด ผลงานดีที่สุดของเขาคือการนำอาร์เจนตินาคว้ารองแชมป์ ที่บราซิล เมื่อปี 2014

ขณะที่โรนัลโดยิงได้ 7 ประตู และทำ 2 แอสซิสต์ จากการลงเล่น 17 นัด ผลงานดีที่สุดคือนำโปรตุเกสทะลุถึงรอบรองชนะเลิศและได้อันดับ 4 ในบอลโลก 2006 ที่เยอรมนี

ตอนนี้ยังไม่แน่ว่าเมสซีและโรนัลโดจะยังคงเล่นทีมชาติต่อไปหรือไม่ แต่ฟุตบอลโลกครั้งนี้น่าจะเป็นทัวร์นาเมนต์เวิลด์คัพครั้งสุดท้ายของทั้งคู่ เพราะบอลโลกครั้งต่อไปในอีกสี่ปีข้างหน้า เมสซีจะอายุ 35 ปี ส่วนโรนัลโดก็ปาเข้าไป 37 ปี

ถึงตอนนั้น ทั้งเมสซีและโรนัลโดอาจจะแขวนสตั๊ดเลิกเตะบอลไปแล้วก็ได้.


หมวดแซม

อ่านเพิ่มเติม...
ลิโอเนล เมสซีคริสเตียโน โรนัลโดฟุตบอลโลกตะลุยเวิลด์คัพ ฉบับรัสเซียหมวดแซม