หน้าแรกแกลเลอรี่

ฟุตบอลโลกยังเนื้อหอม! เอกชนโดดหนุนร่วมลงขันซื้อลิขสิทธิ์

ฟุตบอลโลกยังเนื้อหอม! เอกชนโดดหนุนร่วมลงขันซื้อลิขสิทธิ์

ไทยรัฐฉบับพิมพ์

10 มี.ค. 2561 20:00 น.

บางจาก-เอไอเอส” กระโดดเสียบเข้าเป็นสปอนเซอร์หนุนถ่ายสดฟุตบอลโลก 2018 แทนที่ของ ปตท. และสำนักงานสลากฯ ที่หวั่นข้อครหาเอาเงินประชาชนมาใช้แล้ว “บิ๊กเสือ” สกล วรรณพงษ์ เผยเรื่องเงินไม่ใช่ปัญหา เพราะคิง เพาเวอร์เป็นโต้โผใหญ่ เชื่อทุกอย่างผ่านฉลุย

ความเคลื่อนไหวเรื่องการซื้อลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลโลก 2018 รอบสุดท้าย ที่ประเทศรัสเซีย โดยที่ก่อนหน้านี้ “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ได้เชิญ 7 บริษัทเอกชน ร่วมทุนกันเพื่อซื้อลิขสิทธิ์ โดยมีการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) บริษัท คิง เพาเวอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เป็นแกนนำ นั้น ล่าสุด “บิ๊กเสือ” นายสกล วรรณพงษ์ ผู้ว่าการกกท. เปิดเผยว่า จากการประชุมคณะกรรมการ กกท. เมื่อวันที่ 2 มี.ค. พล.อ.ประวิตรได้แจ้งว่า อีกไม่เกินสัปดาห์ เรื่องของการเจรจาซื้อลิขสิทธิ์จะเรียบร้อย โดยการคุยกับบริษัทอินฟรอนท์ ผู้ถือลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดฟุตบอลโลกในภูมิภาคเอเชีย ก็ได้มีการพูดคุยกันหลายครั้งแล้ว คิดว่าไม่มีปัญหาอะไร

โดยหลังจากบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ต้องถอนตัวออกไป เนื่องจากเป็นรัฐวิสาหกิจ ซึ่ง พล.อ.ประวิตรไม่อยากให้ถูกมองว่าเป็นการนำเอาภาษีของประชาชนมาใช้ จึงได้หาหน่วยงานอื่นมาทดแทนคือ บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จํากัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส ส่วนปัญหาเรื่องเงิน ตอนนี้ไม่น่าเป็นห่วง เนื่องจากคิง เพาเวอร์ นั้น จะเป็นผู้ดูแลในเรื่องของ การซื้อลิขสิทธิ์ทั้งหมด แล้วจะเป็นผู้ที่ประสานงานกับอีก 6 บริษัทที่เหลือในการเซ็นสัญญา และการแบ่งจ่ายเงินต่างๆที่จะต้องจบลงก่อนการแข่งขันจะเริ่มต้นขึ้น เมื่อแล้วเสร็จก็จะเชิญทั้ง 7 บริษัท รวมไปถึงคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เข้ามาคุยเรื่องของการลงนามสัญญาการถ่ายทอดสด จำนวนช่อง ช่องใดบ้าง และจะเชิญ พล.อ.ประวิตร มาเป็นประธานเพื่อรับทราบการดำเนินงานทั้งหมด

สำหรับ 7 บริษัทที่จะร่วมทุนในการซื้อลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลก ประกอบด้วย 1.เครือบริษัท คิง เพาเวอร์ 2.บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) 3.กลุ่ม บริษัทเจริญโภคภัณฑ์อาหาร หรือ CPF 4.บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (บีทีเอส) 5. บริษัท บางจาก จำกัด (มหาชน) 6.บริษัท กัลฟ์ อิเลคทริก จำกัด (มหาชน) หรือ GULF และ 7.บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จํากัด (มหาชน) เอไอเอส โดยแต่ละบริษัทจะลงขันเงินกันบริษัทละ 200 ล้านบาท เพื่อนำไปซื้อลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลกจากฟีฟ่า มูลค่า 1,400 ล้านบาท

# แท็กที่เกี่ยวข้อง

ลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลกฟุตบอลโลก 2018สกล วรรณพงษ์เอไอเอสบางจาก

วิดีโอแนะนำ

อุเทนถวายรัวยิงปืนขึ้นฟ้ากลางกรุง ฉลองสถาปนาสถาบัน
05:00

อุเทนถวายรัวยิงปืนขึ้นฟ้ากลางกรุง ฉลองสถาปนาสถาบัน