กีฬา
100 year

สุดภูมิใจ! ’สุนิสา’ เผย น้ำตาไหลตอนเพลงชาติไทยดังในบอลโลก

ไทยรัฐออนไลน์3 เม.ย. 2560 12:00 น.
SHARE

สุนิสา สร้างไธสง จากเด็กบ้านนอกสู่การเป็นกัปตันฟุตบอลหญิงทีมชาติไทย และความหวังในการนำทีมสู่การสร้างประวัติศาสตร์สู่ฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายอีกครั้ง หลังเคยหลั่งน้ำตาด้วยความภาคภูมิใจที่เพลงชาติไทยดังลั่นในศึกฟุตบอลโลกที่แคนาดา...

วันที่ 3 เม.ย. สุนิสา สร้างไธสง กัปตันทีมฟุตบอลหญิงทีมชาติไทยยอมรับว่า การได้ร้องเพลงชาติในฟุตบอลโลกนั้นแตกต่างจากการร้องในทุกๆ ที่ เพราะนั่นคือความภาคภูมิใจ และหวังจะทำให้ได้อีกครั้ง

จากเด็กบ้านนอกที่เธอยอมรับแบบไม่อายปาก ก้าวสู่วงการฟุตบอลอย่างเต็มตัว ทุกวินาทีที่รับใช้ชาติคือความภาคภูมิใจเสมอ กับภารกิจในฐานะกัปตันทีมที่ต้องพาทีมไปฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายให้ได้อย่างต่อเนื่อง

"ตอนนี้เราอายุ 29 ปี การที่จะได้ไปฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายครั้งนี้คงเป็นครั้งสุดท้ายของเรากับทีม แต่หวังว่ามันจะไม่ใช่ครั้งสุดท้ายของทีม ชีวิตของเราสมัยเด็ก เราเป็นเด็กที่สนใจการเล่นกีฬามาตลอด และกีฬาฟุตบอลก็เป็นกีฬาที่เราเล่นมาเสมอ เวลาเราเล่นเราไม่เคยคิดที่จะท้อเลยแม้แต่ครั้งเดียว จากวันแรกที่เริ่มเล่นฟุตบอลจนมาถึงวันนี้ที่ได้เป็นกัปตันทีม ถือว่ามันไกลเกินกว่าที่เราคิดไว้มาก เราภูมิใจมากที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของทีมชาติไทยมากจริงๆ"

จากเส้นทางชีวิตที่อาจจะขรุขระบ้าง เพราะจากเด็กบ้านนอกที่เธอยอมรับแบบเต็มตัว มีพ่อแม่เป็นชาวนาในอำเภอบัวใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา ส่วนตัวเธอก็วิ่งไล่ล่าความฝันของตัวเอง

"มันเป็นหน้าตาของครอบครัวมาก เราเลยรู้สึกภูมิใจ หลายคนไม่กล้าคุยกับเรานะ เพราะคิดว่าเราเป็นนักกีฬาทีมชาติ เราต้องหยิ่ง ต้องมีอีโก้ แต่สำหรับเราไม่เลย วันแรกในสมัยที่เป็นเด็กบ้านนอกอย่างไร ทุกวันนี้เราก็ยังเป็นเด็กบ้านนอกคนเดิม ครั้งแรกที่ติดทีมชาติไทย บอกเลยนะว่ามันปลาบปลื้มยินดี มันบอกไม่ถูกจริงๆ ชีวิตของเราตอนแรกก็ยังไม่ได้เปลี่ยนเท่าไร แต่พอได้ลงแข่งขันหลายครั้ง ได้รางวัลบ้าง ก็นำไปช่วยเหลือครอบครัวได้ คิดไม่ออกเหมือนกันนะว่าถ้าเราไม่ได้เป็นนักฟุตบอลเราจะเป็นอะไร ฟุตบอลให้อะไรเรามากมาย เราได้ทั้งบ้าน ทำให้ชีวิตดีขึ้น พ่อแม่ก็สบายขึ้น แต่เรายังเหมือนเดิม"

อย่างที่ทราบว่าในความจริง ความโด่งดัง ชื่อเสียง หรือเงินทองสำหรับฟุตบอลหญิงกับฟุตบอลชายจะแตกต่างกันอยู่มากมาย แต่มันไม่ใช่อุปสรรค แต่มันคือแรงผลักดันสำหรับ สุนิสา สร้างไธสง ให้เธอต้องสู้ต่อไป

"เราก็เคยคิดนะว่าถ้าเราเกิดเป็นผู้ชายและเล่นฟุตบอล พ่อแม่ของเราก็อาจจะสบายกว่านี้ แต่เราไม่เคยอิจฉาผู้ชายเลยนะ เพราะเราเข้าใจว่าความนิยมมันแตกต่างกัน มันก็เป็นเรื่องธรรมดา แต่แม้จะมีอุปสรรคอะไรก็ตาม เราไม่เคยคิดท้อหรืออยากเลิกเล่นฟุตบอลแม้แต่ครั้งเดียว เราต้องให้กำลังใจตัวเองเสมอ ถ้าเราเหนื่อยเดี๋ยวเราก็หายเหนื่อย เพราะอย่างที่บอกไปฟุตบอลให้อะไรเราเยอะมาก ทั้งชีวิตที่ดีขึ้น ได้รู้จักคนมากขึ้น มันเป็นความสุขที่ยากที่เราจะยอมปล่อยมือไปง่ายๆ เราไม่เคยคิดว่าเราจะเลิกเล่นฟุตบอลเลย ยิ่งอายุมากขึ้นเราต้องทำให้ดีที่สุด แสดงให้เห็นว่าเรายังดีพอที่จะช่วยทีม"

สุนิสา ถือเป็นหนึ่งใน 23 ขุนพลของทัพชบาแก้วที่ได้ไปฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายที่แคนาดา และทุกวินาทีต่างเป็นวินาทีที่ล้ำค่า

"เราไม่กดดันกับผลงานที่ผ่านมา สเปนเซอร์ ไพรเออร์ เคยถามเราว่า อยากไปฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายอีกไหม เราตอบอย่างเต็มปากเต็มคำเลยว่า เราเชื่อมั่นในตัวเองและโค้ชว่าเราจะต้องไปให้ได้ ทุกครั้งที่ลงสนาม ทุกครั้งที่ลงซ้อม เราทำเต็มที่เสมอ เรายังจำความรู้สึกในการเล่นในฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายที่แคนาดาได้เป็นอย่างดี เกมแรกที่เราเดินลงสนาม เรารู้สึกเหมือนว่าที่นั่นเป็นประเทศไทย เราเห็นคนไทยอยู่เกือบเต็มสนาม ธงชาติไทยอยู่รอบทิศรอบทาง เรายืนร้องไห้อยู่ข้างสนามเลย มันคือครั้งหนึ่งในชีวิตเลย มันคือความสุขและภาคภูมิใจ ยิ่งตอนร้องเพลงชาติ ความรู้สึกมันต่างจากการร้องเพลงชาติในทุกที่ อย่างเราไปแข่งที่เวียดนามหรือเมียนมา เราตั้งใจร้องทุกครั้งแหละ แต่การร้องเพลงชาติในฟุตบอลโลกที่แคนาดาตอนนั้น เราภาคภูมิใจมาก เรามาได้ยังไง หลายคนอาจจะมองว่าเราโชคดี บังเอิญ แต่เมื่อเรามีโอกาสเราทำได้ และแน่นอนว่าหากเราได้ไปฟุตบอลโลกอีกครั้งมันคงเป็นอะไรที่ภาคภูมิใจกว่าเดิม เพราะการทำได้สองครั้งติดต่อกัน มันไม่ใช่เรื่องง่าย และเราก็พิสูจน์ให้เห็นด้วยว่าครั้งที่ผ่านมามันไม่ใช่เรื่องบังเอิญ ก็คิดว่าเราก็ต้องไปอีกครั้งให้ได้ เพื่อไปร้องเพลงชาติที่นั่นอย่างภาคภูมิใจ" สุนิสา กล่าว.

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

สุนิสา สร้างไธสงฟุตบอลหญิงฟุตบอลหญิงทีมชาติไทยชบาแก้ว

ข่าวแนะนำ

MOST VIEWED