ข่าว
100 year

เปิดไทม์ไลน์ "นิชิโนะ" กับภารกิจนำ "ทีมชาติไทย" ฝ่าสมรภูมิบอลโลก

ไทยรัฐออนไลน์9 พ.ย. 2562 08:44 น.
SHARE

ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 19 กรกฎาคมที่ผ่านมา คือวันที่ "อากิระ นิชิโนะ" หัวหน้าผู้ฝึกสอนชาวญี่ปุ่น ขานรับตอบตกลงกุมบังเหียน "ช้างศึก" ทีมชาติไทย อย่างเป็นการทาง ณ ห้องประชุม Orizuru Rei no Ma โรงแรม The New Otani เมืองโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น โดยสาเหตุที่แถลงข่าวการเซ็นสัญญาที่ประเทศญี่ปุ่นก่อนเนื่องจากต้องการจะแถลงข่าวต่อหน้าสื่อมวลชนในบ้านเกิด ในฐานะที่กำลังจะทำหน้าที่ในต่างประเทศเป็นครั้งแรก ก่อนลั่นวาจาสัตย์ว่าจะนำทีมให้ยกระดับขึ้นมาเทียบเคียงกับทีมชั้นนำของทวีปเอเชีย

ภายหลังเข้ารับตำแหน่ง อากิระ นิชิโนะ มีเวลาเตรียมทีมราวๆ 2 สัปดาห์เศษในการนำทีมประเดิมพบกับ "ขุนพลดาวทอง" ทีมชาติเวียดนาม ศึกฟุตบอลโลก 2022 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย กลุ่มจี นัดแรกในวันที่ 5 กันยายน ณ สนามมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต การเตรียมทีมในตอนนั้นแม้จะมีระยะเวลาที่ไม่นานมากนัก

ด้วยการทำงานแบบนี้เราจะได้เห็นกลิ่นอายการทำแบบคนญี่ปุ่นจริงๆ คือ อากิระ นิชิโนะ สะท้อนวิธีการทำงานสมกับดีกรีพา "ขุนพลซามูไรบลู" ทีมชาติญี่ปุ่น เข้าถึงรอบ 16 ทีมสุดท้ายในศึกฟุตบอลโลก 2018 ที่ประเทศรัสเซีย เขามีการวางแผนที่ดี ตรงต่อเวลาและชัดเจน ทีมงานสตาฟฟ์โค้ชชาวไทยที่เขาบรรจงแต่งตั้งฟอร์มทีมขึ้นมาเองทุกคนมีหน้าที่และความรับผิดชอบของตัวเอง

ล่วงเลยมาถึงเกมนัดแรก ก่อนเกมก็มีเสียงฮือฮาพอสมควรในเรื่องของการจัดตัวผู้เล่นที่ทาง อากิระ นิชิโนะ ใช้แผนการเล่นที่แปลกใหม่หรือที่เรียกกันง่ายๆ ก็คือ "False 9" โดยรายชื่อ 11 ตัวจริงในเกมแรกนั้นประกอบไปด้วย ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน (ผู้รักษาประตู) - ทริสตอง โด, มานูเอล ทอม เบียห์ร, พรรษา เหมวิบูลย์, ธีราทร บุญมาทัน - ธนบูรณ์ เกษารัตน์, พิธิวัตต์ สุขจิตธรรมกุล, สารัช อยู่เย็น, ชนาธิป สรงกระสินธ์ - ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ - สุภโชค สารชาติ

เกมนี้จบลงด้วยผลเสมอ 0-0 แม้เราจะได้แค่แต้มเดียวแบบน่าชนะถ้าจังหวะสุดท้าย สุภโชค สารชาติ เด็ดขาดกว่านี้แต่เพื่อนร่วมทีมรวมถึงแฟนบอลส่วนมากก็ให้กำลังใจเขาแทนที่จะติติง แต่ถ้ามองในส่วนของรูปแบบการเล่นเราจะเห็นอะไรที่มากกว่าเมื่อก่อนทั้งการเล่นที่เป็นระบบขึ้น มีการเพรสซิ่งในแดนบนให้เห็น การผ่านบอลเท้าสู่เท้าที่แม่นยำและการเคลื่อนที่ของนักเตะที่ลื่นไหลเนียนตาขึ้นกว่าเดิมมาก และยังถือกำเนิดห้องเครื่องคู่กลางระหว่าง สารัช อยู่เย็น กับ พิธิวัตต์ สุขจิตธรรมกุล โดยรายแรกกลับคืนสู่ฟอร์มที่ดีได้อีกครั้ง ส่วนรายหลังเราเห็นเขามาพอสมควรแต่ยังไม่มีโอกาสจนกระทั่งนัดนี้เขาแจ้งเกิดได้อย่างงดงาม

ถัดมาเกมที่ 2 เราต้องยกพลบุกไปเยือน "ขุนพลแดนอิเหนา" ทีมชาติอินโดนีเซีย ที่ เกโลรา บุง การ์โน (ชื่อเดิม เสนายัน) โดยก่อนเกมเรามีสถิติที่ไม่ค่อยดีนักเมื่อไม่สามารถบุกเอาชนะที่สนามแห่งนี้ได้เลยตลอดระยะเวลา 11 ปีที่ผ่านมา และสนามที่จุแฟนบอลระดับ 7-8 หมื่นที่นั่งแน่นอนว่าไม่ใช่เรื่องง่ายที่เราจะบุกไปเอาชนะได้โดยง่าย

แต่เอาเข้าจริงก่อนเริ่มเกมแฟนบอลของพวกเขาเข้ามาน้อยมากเพียงแค่ 1-2 หมื่นคนเท่านั้น โดย 11 ตัวจริงในเกมนี้ อากิระ นิชิโนะ ประกอบไปด้วย ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน - ทริสตอง โด, พรรษา เหมวิบูลย์, มานูเอล ทอม เบียห์, ธีราทร บุญมาทัน - พิธิวัตต์ สุขจิตธรรมกุล, สารัช อยู่เย็น - สุภโชค สารชาติ, ชนาธิป สรงกระสินธ์, เอกนิษฐ์ ปัญญา - ศุภชัย ใจเด็ด รูปเกมและการเล่นในเรื่องของแท็กติกคล้ายๆ กับในเกมแรกเพียงแต่ต้องบอกตามตรงว่าศักยภาพของเจ้าถิ่นลดระดับความแข็งแกร่งลงไปพอสมควรทำให้เรามีช่องและพื้นที่ในการเข้าทำมากกว่าก่อนที่จะคว้าชัยชนะกลับออกไปด้วยสกอร์ 3-0 และ สุภโชค สารชาติ ก็เหมาคนเดียว 2 ประตูในเกมนี้

ก่อนหน้าจะถึงเกมกับทีมชาติสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ได้มีเกมอุ่นเครื่องพบกับทีมชาติคองโกในวันที่ 11 ตุลาคม ซึ่งไลน์อัพ 11 ตัวจริงในเกมนี้ของ อากิระ นิชิโนะ นั้น ประกอบไปด้วย กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ (GK, C), นิติพงษ์ เสลานนท์, มานูเอล ทอม เบียร์ห, ธนบูรณ์ เกษารัตน์, กรกช วิริยะอุดมศิริ, พิธิวัตต์ สุขจิตธรรมกุล, สารัช อยู่เย็น, ศศลักษณ์ ไหประโคน, เอกนิษฐ์ ปัญญา, ศุภชัย ใจเด็ด, ธีรศิลป์ แดงดา

จากไลน์อัพจะเห็นได้ว่าในเกมนี้ อากิระ นิชิโนะ ลองให้โอกาส กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ ได้ลงเฝ้าเสาเพื่อเรียกฟอร์มขณะที่แบ็กขวา นิติพงษ์ เสลานนท์ ได้ลงเล่นและก็ถือว่าโชว์ฟอร์มในตำแหน่งแบ็กขวาได้อย่างยอดเยี่ยม แต่ทว่าสิ่งที่น่าจะพูดถึงมากที่สุดนั่นก็คือการคัมแบ็กคืนสู่สารบบทีมชาติอีกครั้งของ "เทพมุ้ย" ธีรศิลป์ แดงดา และการกลับมาของอดีตหัวหอก อัลเมเรีย ในศึก ลาลีกา สเปน และ ซานเฟรชเซ ฮิโรชิมา ก็เพิ่มมิติในแดนหน้าอย่างชัดเจน ประสบการณ์ของเขาช่วยเหลือผู้เล่นคนอื่นๆ และโขกประตูสุดสวยให้ทีมขึ้นนำก่อนโดนตามตีเสมอและจบลงด้วยสสกอร์ 1-1

คล้อยหลังอีกเพียง 4 วันเกมนัดที่ 3 กับทีมชาติสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ก็ดำเนินมาถึง เกมนี้ อากิระ นิชิโนะ จะไม่มี ชนาธิป สรงกระสินธ์ และ ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ นั่นทำให้ตัวเลือก 11 ตัวจริง ประกอบไปด้วย ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน - ธีราทร บุญมาทัน, ธนบูรณ์ เกษารัตน์, มานูเอล ทอม เบียห์ร, นิติพงษ์ เสลานนท์ - พิธิวัต สุขจิตธรรมกุล, สารัช อยู่เย็น - เอกนิษฐ์ ปัญญา, สุภโชค สารชาติ, ศศลักษณ์ ไหประโคน - ธีรศิลป์ แดงดา

หากดูสถิติก่อนหน้านี้เราไม่เคยเอาชนะผู้มาเยือนทีมนี้ได้เลยตลอดระยะเวลา 15 ปีที่ผ่านมาและการขาดคีย์แมน 2 แข้งกำลังหลักจากเจลีกถ้ามองเผินๆ อาจลดทอนประสิทธิภาพของทีมลดลงไปแต่ทว่าไม่เลยเมื่อถึงเกมการแข่งขันจริง เกมนี้ต้องบอกว่า "ขุนพลช้างศึก" ทีมชาติไทย เล่นได้ดีที่สุดในรอบหลายปี พวกเขาต่อสู้กับคู่แข่งได้อย่างไม่เป็นรองเลยแถมมาได้ประตูขึ้นนำไปก่อนจากการเปิดของ เอกนิษฐ์ ปัญญา ไปให้กับการโหม่งของ ธีรศิลป์ แดงดา และแม้จะโดนตีเสมอในช่วงก่อนหมดเวลาครึ่งแรกแต่ เอกนิษฐ์ ปัญญา ก็มายิงประตูที่สองให้ทีมพลิกขึ้นนำและจบเกมด้วยสกอร์นั้น

ถ้าเกมแรกบางคนอาจจะบอกว่ามันคือ 1.5 คะแนนแล้วละก็ เกมนี้ก็อารมณ์ก็คงประมาณเราได้ 3.5 คะแนน เราเอาชนะพวกเขาได้ในรอบ 15 ปี ธีรศิลป์ แดงดา ตอกย้ำให้เห็นว่าเขายังคือเบอร์หนึ่งของกองหน้าทีมชาติไทยอยู่ ขณะที่ นิติพงษ์ เสลานนท์ มีส่วนกับประตูชัยเมื่อเป็นคนเปิดให้ เอกนิษฐ์ ปัญญา ทำประตู คู่กลาง พิธิวัต สุขจิตธรรมกุล, สารัช อยู่เย็น ก็ยังยอดเยี่ยมเหมือนเคยแม้เจอกับทีมที่มีมาตรฐานสูงขึ้น และจากการที่ เอกนิษฐ์ ปัญญา ทำประตูชัยในนัดนี้ได้ทำให้เขาแจ้งเกิดอย่างงดงาม ถ้าลองมองทุกเกมที่ผ่านมาจะมีสตอรี่ที่น่าสนใจเกิดขึ้นในทุกๆ เกม

สถานการณ์หลังจบ 3 เกมนี้ในศึกคัดบอลโลก "ช้างศึก" ทีมชาติไทย ขึ้นนำเป็นจ่าฝูงของกลุ่มจีด้วยการมี 7 คะแนน และแม้ "ขุนพลดาวทอง" ทีมชาติเวียดนาม จะมีแต้มเท่าแต่เป็นรองเรื่องผลต่างประตูได้เสีย

โดยโปรแกรมนัดแรกนัดที่ 4 "ช้างศึก" ทีมชาติไทย เตรียมบุกไปเยือน "ทัพเสือเหลือง" ทีมชาติมาเลเซีย ในวันที่ 14 พฤศจิกายน 2562 ต่อด้วย บุกไปเยือน "ขุนพลดาวทอง" ทีมชาติเวียดนาม ในเกมนัดที่สองของเดือนและนัดที่ 5 ในวันที่ 19 พฤศจิกายน 2562

ต้องบอกว่าเกมสองนั้นอาจพอที่จะเห็นภาพรวมรางๆ แล้วว่า "ช้างศึก" ทีมชาติไทย ของเราจะมีโอกาสในการเข้าสู่รอบต่อไปมากน้อยแค่ไหน

อ่านเพิ่มเติม รายงานพิเศษ "บอลไทย จะไปบอลโลก"

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ช้างศึกทีมชาติไทยอากิระ นิชิโนะฟุตบอลโลก 2022ฟุตบอลทีมชาติไทยฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกบอลไทย

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้