"บิ๊กอ๊อด" นำทีมเยี่ยมชมสนามไซตามะ หวังเป็นต้นแบบเนรมิตรังเหย้าช้างศึก

Share :
line-share-logo

ตัวแทนจาก กกท., สมาคมฟุตบอลฯ และกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้เข้าเยี่ยมชมสนามไซตามะ สเตเดียม ประเทศญี่ปุ่น เพื่อศึกษาข้อมูลเพื่อนำมาเป็นต้นแบบสนามฟุตบอลในเมืองไทย...

วันที่ 2 เม.ย.62 นาวาตรีวรวิทย์ เตชะสุภากูร ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พร้อมด้วย พล.ต.อ.ดร.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ และตัวแทนจากการกีฬาแห่งประเทศไทย  เข้าเยี่ยมชมสนามไซตามะ สเตเดียม ประเทศญี่ปุ่น เพื่อนำมาเป็นต้นแบบในการก่อสร้างหรือปรับปรุงสนามฟุตบอลในประเทศไทย

โดย นายกสมาคมฟุตบอลฯ กล่าวว่า "วันนี้ทางคณะของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ และผู้บริหารการกีฬาแห่งประเทศไทย ได้มาเยี่ยมชมสนามไซตามะ สเตเดียม ซึ่งเป็นสนามเหย้าของอุราวะ เรดส์ ไดมอนด์"

"การมาครั้งนี้ทำให้พวกเราได้พบได้เห็นมาตรฐานของสนามที่ใช้ในการแข่งขันฟุตบอลโลก เชื่อว่าการมาครั้งนี้ได้ประโยชน์ สำหรับสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ และการกีฬาแห่งประเทศไทย ที่จะนำความรู้ต่างๆ หรือสิ่งที่ได้เห็นต่างๆ ไปเตรียมความพร้อมสำหรับการจัดการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์เอเชีย รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี ในช่วงต้นปีหน้า เพื่อที่เราจะได้ปรับปรุงสนาม ให้ได้มาตรฐานของเอเอฟซี"

"ในขณะเดียวกัน ผมคิดว่าสิ่งที่เราได้พบได้เห็น ได้เรียนรู้ ได้ทราบข้อมูล จะเป็นประโยชน์สำหรับวงการกีฬาฟุตบอลในอนาคต เพราะว่าในวันข้างหน้า เราอาจจะต้องมีสนาม ที่มีมาตรฐานเช่นนี้ เพื่อโอกาสของเรา ในวันข้างหน้า เราอาจจะเป็นเจ้าภาพร่วมจัดการแข่งขันกีฬาฟุตบอลระดับโลกต่อไป ก็ถือว่าเป็นการเดินทางมาดูงาน ที่มีคุณค่าสำหรับวงการกีฬาฟุตบอลในอนาคต"

“ทางสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ได้หารือกับผู้บริหาร การกีฬาแห่งประเทศไทย มาโดยตลอดว่า สิ่งที่จะนำไปสู่การพัฒนาวงการกีฬาฟุตบอลไทย ในอนาคต คือเรื่องของสิ่งอำนวยความสะดวกในการฝึกซ้อม ซึ่งประเทศไทยเอง เรายังไม่มี เราทำความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี แต่นั่นก็อยู่ในพื้นที่ของภาคเอกชน"

"ผมอยากจะมีและทำร่วมกับการกีฬาแห่งประเทศไทย หรือในพื้นที่ของการกีฬาแห่งประเทศไทย เพราะมันเป็นสมบัติของทางราชการในอนาคต และก็ยั่งยืน จากการทำงานร่วมกันระหว่าง สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ และการกีฬาแห่งประเทศไทย จะนำไปสู่การพัฒนา หรือก่อให้เกิดมีศูนย์ฝึกกีฬาฟุตบอลที่ได้มาตรฐาน เหมือนกับประเทศต่างๆ ที่เขาประสบผลสำเร็จ ทำกันมาแล้ว"

“เชื่อว่าในอนาคต ประเทศไทยน่าจะมีโอกาส มีสนามฟุตบอลที่เป็นมาตรฐานสากล หรือเป็นสนามฟุตบอลจริงๆ คือไม่มีลู่วิ่ง สิ่งสำคัญคือที่ดิน ซึ่งถ้าเรามีไอเดียแล้ว เราก็สามารถหาที่ดิน ที่ได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐ เรื่องการก่อสร้างในอนาคตก็เป็นไปได้"

"ผมอยากจะบอกแฟนบอลว่าอะไรก็เกิดขึ้นได้ ถ้าเกิดความร่วมมือของสมาคมฯ หน่วยราชการ ภาคเอกชน รวมถึงแฟนบอล เห็นได้ว่าสนามต่างๆ ในประเทศญี่ปุ่น แฟนบอลหรือประชาชนมีส่วนร่วมในการบริจาคเงิน และเป็นผู้ถือหุ้น และประเทศไทยเราก็ถือว่าสามารถมีได้ โดยใช้ต้นแบบจากญี่ปุ่น ซึ่งเป็นประเทศที่ประสบความสำเร็จในเรื่องของฟุตบอล"

อ่านเพิ่มเติม...