ไลฟ์สไตล์
100 year

ครบรสชาติ

พาวเวอร์บอมบ์3 ธ.ค. 2563 06:00 น.
SHARE

ก่อนอื่นขอยอมรับตามตรงว่าตัวผมเองไม่ได้เข้าสนามไปดูฟุตบอลมานานพอควรแล้ว อันเนื่องมาจากภาระกิจทางด้านการงานมันช่างรัดตัวเสียเหลือเกิน

อย่างไรก็ตามเมื่อวานนี้พอจะมีเวลาว่าง จึงได้โอกาสอันดีเข้าไปชมการฟาดแข้งฟุตบอลไทยลีก ซึ่ง “สิงห์เจ้าท่า” การท่าเรือ เอฟซี เปิดบ้านต้อนรับการมาเยือนของ “กิเลนผยอง” เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ที่แพท สเตเดียม โดยนัดนี้เป็นเกมตกค้างมาจากเดือน ต.ค. ในเหตุการณ์หม้อแปลงไฟฟ้าระเบิดนั่นแหละ

ข่าวแนะนำ

ต้องบอกว่าประทับใจครับ สมกับเป็น “บิ๊กแมตช์” ที่ทุกคนรอคอยจริงๆ

ทั้งสองทีมใส่กันดุเดือดเลือดพล่านตลอด 90 นาที

และผลก็จบลงด้วยการที่เจ้าบ้านเป็นฝ่ายเอาชนะไปได้ 2-0 จากการพังประตูทีมเก่าของ “AK9” อดิศักดิ์ ไกรษร ในครึ่งแรก และเนลสัน โบนิญา กองหน้าบราซิเลียนที่ถูกเปลี่ยนตัวลงมาในช่วงท้ายเกม

ตอนแรกผมคิดว่า “กิเลน” ที่ขาด 2 ตัวรุกคนสำคัญทั้ง วิลเลียน พอพพ์ และซาร์ดอร์ มีร์ซาเยฟ คงจะโดนยำใหญ่ใส่พริกขี้หนูเป็นแน่

แต่ที่ไหนได้ เหล่าบรรดา “กิเลนยังเติร์ก” เล่นกันได้ใจเหลือเกิน

ถ้าวัดกันเรื่องจิตวิญาณของการเป็นนักสู้แล้ว พวกเขาไม่ได้แพ้ แต่ที่ต้องตกเป็นฝ่ายปราชัยนั้น คงเป็นเพราะประสบการณ์ที่ด้อยกว่าเพียงเท่านั้น

ถือว่าเป็นผู้แพ้ที่น่าชื่นชม

ยิ่งดูก็ยิ่งรู้ว่าตอนนี้ “มาริโอ ยูรอฟสกี” ได้รับการยอมรับจากเด็ก ๆ ของเขาแบบหมดจด ไม่มีข้อกังขาใดใด

สไตล์การเล่นเอย แทคติก เทคนิคต่าง ๆ ของทีมเอย ใครที่เคยดูเมืองทองฯ เล่นมาก่อน ก็คงรู้ดีว่านี่แหละ คือสไตล์การเล่นของ “ซุปเปอร์มาริโอ” สมัยที่ยังเป็นนักเตะอย่างแท้จริง

ส่วนตัวแล้วเห็นว่าเมืองทองฯชุดนี้มีอนาคตรออยู่ แต่คงต้องไปเพิ่มเรื่องของฟิตเนส และพละกำลังกันเยอะ ๆ หน่อย เพราะช่วงปลาย มีแผ่วให้เห็นหลายจังหวะ

แม้ใจจะสู้เกินร้อย แต่ขามันไม่วิ่ง ผลก็ย่อมจบลงอย่างที่เกิดขึ้นในเกมนี้นี่แหละ

ในขณะที่การท่าเรือฯ ของประธานสโมสรคนสวยอย่าง “มาดามแป้ง” นวลพรรณ ล่ำซำ เอง คงต้องบอกว่าพวกเขาเก๋าเกมกว่า ดึงจังหวะเป็น ไม่บุ่มบ่าม ผลีผลามบุกแบบบ้าพลัง

แม้ว่าจะเล่นได้ไม่ท็อปฟอร์ม แต่ก็เก็บ 3 แต้มสำเร็จ ซึ่งก็เป็นไปตามมาตรฐาน และการคาดการณ์ก่อนที่เกมจะเริ่ม

ก็ต้องถือว่าทำได้ตามเป้าหมาย

“โค้ชอู๊ด” สระราวุฒิ ตรีพันธ์ กลายเป็นผู้ที่เข้ามาเติมเต็มส่วนที่ขาดหายไป (นาน) จนตอนนี้เจ้าตัวพาทีมคว้าชัยชนะ 8 นัดรวดเข้าให้แล้ว

พวกเขาต้องการอีกเพียงแค่ 1 แต้ม ก็จะการันตีการผ่านเข้าสู่รอบแบ่งกลุ่ม ศึกเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ ลีก ซึ่งเป็นประวัติศาสตร์ของสโมสรทันที

สิ่งที่แฟน ๆ ที่รับชมเกมนี้ผ่านการถ่ายทอดสดทางหน้าจอทีวีไม่ได้เห็น ก็คงจะเป็นเหตุการณ์หลังเกมซึ่ง มาริโอ ยูรอฟสกี กุนซือของเมืองทองฯ ปะทะคารมชนิดเกือบจะมีเรื่องมีราวกับ เนลสัน โบนีญา กองหน้าของการท่าเรือฯ

ร้อนถึงนักเตะและสต๊าฟโค้ชของทั้งสองทีมต้องเข้ามาช่วยห้ามทัพกันถึง 3 ครั้ง 3 ครา

รวมถึงเหตุการณ์ที่ “โค้ชอู๊ด” หลังน้ำตาลูกผู้ชายด้วยความปลื้มปิติกับผลงานของลูกทีมที่คว้าชัยมาได้สวยงามต่อเนื่องในห้องแถลงข่าวด้วย

นอกจากนี้แฟนบอลที่เข้าสนามมา 3 พันกว่าคน จนเต็มจำนวนที่ ศบค. อนุญาติให้เข้าสนามฟุตบอลได้นั้น ก็สร้างสีสันได้เป็นอย่างมาก

การเชียร์แบบฉบับคลองเตย มันเร่าร้อน และมีเสน่ห์เสมอ ไม่เคยเปลี่ยน

โดยสรุปแล้วคงต้องบอกว่าทุกอย่างยอดเยี่ยม ครบรส เป็นบรรยากาศของกีฬาในฝันจริง ๆ

ส่วนการทำหน้าที่ของเชิ้ตดำอย่าง คุณมงคลชัย เพชรศรี ซึ่งมีดีกรีเป็นถึงผู้ตัดสินระดับฟีฟ่าอีลิทในเกมนี้นั้น คงต้องเรียนว่าแล้วแต่วิจารณญาน แล้วแต่มุมมองของแต่ละบุคคล ก็แล้วกัน

เอาเป็นว่าส่วนตัว ขอย้ำนะครับว่าส่วนตัว ผมมองว่าถ้าทำหน้าที่และคุมเกมได้เท่านี้

ก็อย่าไปตัดสินต่างประเทศเลย

เสียชื่อ “ไทยแลนด์” เปล่า ๆ !!!

พาวเวอร์บอมบ์

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

การท่าเรือ เอฟซีเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ดไทยลีกพาวเวอร์บอมบ์ข่าวกีฬาข่าวบอลไทยฟุตบอลไทย

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันเสาร์ที่ 23 มกราคม 2564 เวลา 04:53 น.