หน้าแรกแกลเลอรี่

ขวากหนาม "ช้างศึก"

ขวากหนาม "ช้างศึก"

บี บางปะกง

18 ต.ค. 2564 06:00 น.

อีกไม่กี่เพลา แฟนลูกหนังชาวไทยจะได้พิสูจน์ผลงานของทีมช้างศึกทั้งชุดใหญ่ ชุดเล็ก กันอีกคำรบหนึ่ง 

การลงสนามสู้ศึกของขุนพลนักเตะทีมชาติไทย ภายใต้การบริหารจัดการของผู้จัดการสาวฉายา “นางฟ้าลูกหนัง” มาดามแป้ง นวลพรรณ ล่ำซำ จะเริ่มจากชุดยู-23 ปี ในการดวลแข้งรายการชิงแชมป์เอเชีย 2022 รอบคัดเลือก กลุ่มเจ ที่ประเทศมองโกเลีย ระหว่างวันที่ 21-31 ตุลาคมนี้ 

ตามด้วยชุดใหญ่ ในศึก เอเอฟเอฟ ซูซูกิคัพ 2020 ที่จะระเบิดแข้งในแดนลอดช่องสิงคโปร์ ระหว่าง 5 ธันวาคม 2564 ถึง 1 มกราคม 2565

วันนี้ถามว่า นักเตะที่ได้ชื่อว่าทีมชาติไทย และนำธงไตรรงค์ไปทำศึกในนามของคนไทยทั้งประเทศ มีความพร้อมมากน้อยแค่ไหน ประเด็นนี้ เป็นวาระที่แฟนบอลทั้งประเทศให้ความสนใจกันอย่างทั่วหน้า 

แต่สำหรับผู้ที่ติดตามความเคลื่อนไหว ที่รายงานจากสื่อมวลชนแขนงต่างๆ จะพบว่านักเตะทั้งสองชุดกำลังประสบกับปัญหา หรือขวากหนามในการเตรียมทีมอยู่พอสมควร

คำกล่าวที่ว่า “ชีวิตมิได้โรยด้วยกลีบกุหลาบฉันใด” นักเตะทีมชาติไทยทั้งสองชุด ก็น่าจะตกอยู่ในวังวนของคำกล่าวนั้นเช่นเดียวกัน

วังวนที่นำมาสู่ปัญหา หรือขวากหนามในการเตรียมการที่จะออกศึกในครั้งนี้ ผู้เขียนในฐานะคนนอกที่เกาะติดข่าวสาร ก็พอจะวิเคราะห์ได้ในหลากหลายมิติ

แต่ประเด็นหลักๆ น่าจะมาจากทรัพยากรของนักเตะที่ช้างศึกทั้งสองชุด อาจจะพลาดในการคว้านักเตะเกรดเอไปร่วมทีม 

ต่อกรณีนี้ ดังที่ทราบกันดีว่าขณะนี้ การแข่งขันบอลลีกอาชีพบ้านเรา กำลังเริ่มต้นในฤดูกาลใหม่ ทุกทีมต่างมุ่งเน้นที่จะคว้าชัย และไปให้ถึงเป้าหมายจากการลงทุนลงแรงไปจำนวนมาก

การที่แต่ละสโมสรจะปล่อยนักเตะเกรดเอออกไป ก็คงคิดหนักระหว่างหม้อข้าวตนเองกับประเทศชาติ หากปล่อยไป สโมสรที่ลงทุนด้วยน้ำพักน้ำแรงของตนเองไปมากโข อาจจะเสียโอกาส  

และยิ่งนักเตะเกิดบาดเจ็บกลับมา คงจะไม่เป็นผลดี และสโมสรคงจะไปเรียกร้องต่อความเสียหาย หรือความรับผิดชอบจากสมาคมลูกหนัง หรือผู้หนึ่งผู้ใด ก็คงจะไม่ได้

ต่อกรณีนี้เชื่อว่า ยังคงจะเป็นหลุมดำ หรือวังน้ำวนที่เป็นขวากหนาม เกาะเกี่ยวกับวงการทีมชาติไทยไปอีกนานเท่านาน หากสมาคมกีฬาฟุตบอล รวมทั้งบริษัทไทยลีก ตลอดจนผู้บริหารทีม ไม่มานั่งถกเถียง เพื่อกำหนดแผนยุทธศาสตร์ที่สอดคล้องกับโปรแกรมการแข่งขันของทีมชาติไทยกันให้สะเด็ดน้ำ

อย่างไรก็ตาม หากส่องไปที่ทีมยู-23 ไม่นานมานี้ ทีมงานสตาฟฟ์โค้ชก็เปรยๆ ออกมาบ้างแล้วว่า ปัญหาการขาดนักเตะเกรดเอ เป็นหนึ่งในอุปสรรคที่จะต้องบริหารจัดการ หรือก้าวข้ามไปให้ได้ เพื่อชื่อเสียงของประเทศ ภายใต้การอำนวยความสะดวกของผู้จัดการทีม และผู้เกี่ยวข้อง

ที่น่าสนใจ ขุนศึก หรือนักเตะไทยที่ค้าแข้งอยู่ในยุโรป 3 คน ประกอบด้วย ธนวัฒน์ ซึ้งจิตถาวร (เลสเตอร์ ซิตี้), เบนจามิน เดวิส (ออกซ์ฟอร์ด ยูไนเต็ด) และ โจนาธาน เข็มดี (โอบี โอเดนเซ่) ถูกเรียกมาช่วยทีมชุดนี้ด้วย

กลับมาที่ช้างศึกชุดใหญ่ ก็คาดว่าอุปสรรค หรือขวากหนามที่ผู้ทำทีมประสบ ก็คงจะไม่ต่างจากชุดเล็กเช่นเดียวกัน โดยเฉพาะการรวมทีม เพื่อเรียกนักเตะคุณภาพมาฝึกซ้อมล่าสุด “เซอร์เด็จ” จเด็จ  มีลาภ หนึ่งในสตาฟฟ์โค้ช แสดงอาการกุมขมับพร้อมกับโอดออกมาเกี่ยวกับเวลาการทำทีมที่มีน้อยแค่ 5 วัน หลังไทยลีกจบวันที่ 28 พฤศจิกายน

ดังนั้นเมื่อเวลาเป็นเงื่อนไข หรือหนึ่งในขวากนาม การอุ่นเครื่อง หรือการเตรียมการดังที่นักเตะทีมชาติทั่วไปในสากลโลกเขาดำเนินการคงไม่สามารถขับเคลื่อนได้ ด้วยมูลเหตุดังกล่าวคาดว่าทีมงานสตาฟฟ์โค้ช จำเป็นที่จะต้องเลือกนักเตะที่ดีที่สุด เพื่อให้เข้ากับระบบการทำทีมของ มาโน โพลกิง หัวหน้าโค้ชทีมชาติไทย

แต่ปัญหามีอยู่ว่า นักเตะคุณภาพชั้นนำ หรือนักเตะในฝันที่เรียกหา จะได้ดังใจคิดหรือเปล่า?

เหนือสิ่งอื่นใด ถ้านักเตะเห็นว่าการติดทีม มีธงไตรรงค์ประดับหน้าอกเสื้อรับใช้ชาติเป็นหนึ่งในสุดยอดปรารถนาของชีวิต ผนวกกับการเสียสละของเหล่าสโมสร และทุกภาคส่วน สร้างพลังร่วมไปด้วยกัน ภายใต้ภาษิตจีนที่ว่า 

“คนเราจะทำอะไรก็แล้วแต่ แม้การดื่มน้ำก็ยังต้องรำลึกถึงต้นธาร”  

ดังนั้นหากจะให้ทีมช้างศึกไทย ก้าวไกลกว่าที่เป็นอยู่ การเสียสละเพื่อแผ่นดินเกิดสำหรับชื่อเสียงของประเทศชาติ และความสุขของคนไทยทั้งมวล

เชื่อว่าความตระหนักรู้ด้วยสปิริตของคนกีฬา คงจะเปี่ยมล้นอยู่ในจิตใจของผู้เกี่ยวข้องอย่างแม่นมั่น
                                                                 

ผศ.ดร.รัฐพงศ์ บุญญานุวัตร

---------------------------------

ของอย่างนี้ มันอยู่ที่สามัญสำนึกของแต่ละคนครับอาจารย์ 

ไอ้รักชาติน่ะ ทุกคนก็คงรักด้วยกันทั้งนั้นแหละ 

แต่พอถึงเวลาจริงๆ เห็นแต่ ‘รักตัวเอง’ มากกว่าอยู่เป็นประจำ 
บอลยู-23 ชิงแชมป์เอเชีย รอบคัดเลือก คราวนี้ก็เหมือนกัน 

ก็ได้แต่เอาใจช่วย “มาดามแป้ง” และ “โค้ชโย่ง” วรวุธ ศรีมะฆะ ให้ทำผลงานได้ตามเป้าที่วางไว้ทุกประการ 

เรื่องตัวผู้เล่น ไม่ต้องคิดมากแล้ว เพราะทั้งหมดที่ยกไปมองโกเลีย ถือว่า “ดีที่สุด” กับสถานการณ์ในยามนี้

ทำทุกนัด ทุกเกม ที่ลงสนามให้เต็มที่ เต็มศักยภาพตัวเองแล้วกันครับ

ส่วนผลลัพธ์จะออกมาเป็นอย่างไร?

เชื่อว่าแฟนบอลชาวไทยทุกคน... พร้อมจะเชียร์!!! 

- บี บางปะกง -

# แท็กที่เกี่ยวข้อง

ทีมชาติไทยทีมชาติไทยชุดใหญ่บอลไทยฟุตบอลทีมชาติไทยช้างศึกทีมชาติไทยยู-23ซูซูกิ คัพมาดามแป้งนวลพรรณ ล่ำซำผศ.ดร.รัฐพงศ์ บุญญานุวัตรบี บางปะกงข่าวฟุตบอล

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

    คุณอาจสนใจข่าวนี้