หน้าแรกแกลเลอรี่

โอกาสสุดท้าย

โอกาสสุดท้าย

เบี้ยหงาย

25 พ.ย. 2564 05:06 น.

ประกาศชื่อ 30 นักเตะ “ช้างศึกทีมชาติไทย ชุดสู้ศึกเอเอฟเอฟ ซูซูกิคัพ หรือฟุตบอลชิงแชมป์อาเซียน ซึ่งส่งไปให้ประเทศสิงคโปร์ เจ้าภาพจัดการแข่งขันในรอบแรก ตั้งแต่เมื่อวาน

ซึ่งก็ครบครันทั้งรุ่นเก๋าตัวดังๆเท่าที่มี นำมาโดย ธีรศิลป์ แดงดา, ชนาธิป สรงกระสินธ์, ธีราทร บุญมาทัน แม้กระทั่ง กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ ก็ถูกเรียกตัวกลับมาด้วย ขณะที่ดาวรุ่งที่ไปเล่นอยู่ในต่างแดน ทั้ง ธนวัฒน์ ซึ้งจิตถาวร, โจนาธาน เข็มดี ก็ดึงกลับมาเช่นกัน รวมถึงดาวดังจากไทยลีกมากหน้าหลายตาที่รู้จักกันดีก็ติดมาพรั่งพร้อม

โดยเป็นการเลือกกันมาจากทีมงานสตาฟฟ์โค้ชที่นำโดย มาโน โพลกิง และรวมถึงผู้จัดการทีม “มาดามแป้ง” นวลพรรณ ล่ำซำ ซึ่งทั้งสองคนต่างก็มั่นอกมั่นใจ และเชื่อมั่นเต็มเปี่ยมว่าทีมชุดนี้ดีพอที่จะพาทีมชาติไทยกลับมายิ่งใหญ่อีกครั้งในเวทีอาเซียน

เชื่อว่าแฟนบอลทั้งหลายเห็นรายชื่อที่ออกมาแล้วคงจะพอใจ ส่วนถึงเวลาจริงๆแล้วแต่ละคนจะพร้อม จะสมบูรณ์ และจะเข้าขา เข้าระบบกันมากน้อยเพียงใด ก็เป็นเรื่องในวันข้างหน้า ด้วยเป็นการประกาศตัวล่วงหน้า ขณะที่ไทยลีกยังแข่งไม่จบ รวมถึงนักเตะที่เล่นอยู่นอกบ้านก็มีภาระกับทางต้นสังกัด

ถึงเวลานั้นจะมีใครโชคร้ายเกิดเจ็บขึ้นมาหรือไม่ ก็ยากที่จะคาดเดา รวมถึงสิ่งที่รับรู้กันอยู่เต็มอกว่ามีเวลารวมทีมกันน้อยมาก

โดยนักเตะจะเข้ารายงานตัวในวันที่ 29 พ.ย. ก่อนออกเดินทางไปสิงคโปร์ 1 ธ.ค. และยังรวมถึงต้องมีการตรวจโควิด รอผลออกให้ครบ ถึงจะได้เริ่มซ้อมกัน

และจะประเดิมนัดแรก ในกลุ่มเอ กับ ติมอร์เลสเต ในวันที่ 5 ธ.ค. ซึ่งว่าไปแล้วนับเป็นข้อดี และอาจจะเป็นปัจจัยบวกเรื่องเดียวกับเกมนี้ก็ว่าได้ที่เจอกับทีมอ่อนก่อน ทำให้มีช่วงเวลาปรับตัวกันหน่อย จากนั้น 11 ธ.ค. พบ เมียนมา ถัดไปเจอ ฟิลิปปินส์ 14 ธ.ค. และส่งท้ายรอบแรก 18 ธ.ค. พบ “เจ้าภาพ” สิงคโปร์ ส่วนรอบรองและรอบชิง เล่น 2 นัดที่นั่นทั้งหมด ชิงชนะเลิศกันวันปีใหม่ 1 ม.ค.

แม้ว่าภาพรวมของทีมที่ออกมานั้น เมื่อเห็นตัวนักเตะที่คลอดออกมาแฟนบอลส่วนใหญ่ดูจะมีความพึงพอใจได้เห็นทีมผู้รับผิดชอบ

ไม่ว่าจะเป็นทีมโค้ช หรือผู้จัดการทีม ต่างก็ให้โอกาส และมีความคาดหวัง ภาพเช่นนี้ลอยห่างออกมาอยู่เบื้องหน้าโดดเด่นจนลืมเลือนและบดบังสิ่งที่เคยดำรงอยู่ ค่อยๆทิ้งห่าง สมาคมกีฬาฟุตบอลฯที่อยู่เบื้องหลังออกไปทุกที

ยิ่งใกล้วันแข่งและยิ่งถึงวันแข่ง โฟกัสทั้งหลายจะอยู่ที่ทีม แทบจะไม่มีใครคิดถึงปัญหาเดิมๆ ความขลุกขลัก ความไม่พร้อม ที่ไม่ได้รับการแก้ไข หรือแก้ได้น้อยมาก

ซึ่งเป็นธรรมชาติของกีฬาที่มองที่เกมและ ผลการแข่งขันที่จะเกิดขึ้นเป็นประเด็นสำคัญ

แต่ใช่ว่าผ่านแล้ว ผ่านเลย เลือนแล้ว ลืมเลย ไม่หวนกลับ!

ถ้าผลไม่เป็นไปตามที่คาด ความหวัง ความฝัน พังทลายเมื่อไหร่ ทุกสิ่งจะกลับมา และอาจจะกลับมาอย่างมากด้วยความรู้สึกไม่อยากมองในแง่ร้าย!

“ซูซูกิคัพ” เป็นโอกาสสุดท้าย ไม่ใช่ของนักเตะ ไม่ใช่ของทีม

แต่เป็นผู้รับผิดชอบตัวจริงของกลไกฟุตบอลไทยในยุคนี้ ไม่ว่าจะยืนหลบบังเงาอยู่ที่ไหนก็ตาม...

“เบี้ยหงาย”

# แท็กที่เกี่ยวข้อง

ช้างศึกทีมชาติไทยทีมชาติไทย ชุดสู้ศึกเอเอฟเอฟธีรศิลป์ แดงดาชนาธิป สรงกระสินธ์ธีราทร บุญมาทันเรียงหน้าชนเบี้ยหงาย

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

    คุณอาจสนใจข่าวนี้