หน้าแรกแกลเลอรี่

DNA ผิดๆ ของฟุตบอลไทย (ตอนจบ)

DNA ผิดๆ ของฟุตบอลไทย (ตอนจบ)

บี บางปะกง

13 ส.ค. 2564 06:00 น.

(ต่อตอนที่แล้ว) ถ้าจะขยายความคำว่า “อีโก้” ให้คิดภาพตามว่าถ้าเด็กน้อยคนนึงประสบความสำเร็จมามากมายแล้วตั้งแต่เด็ก ไม่แปลกเลยที่คุณจะแสดงออกถึงความหยิ่งผยองและแสดงออกแบบผิดๆ ครับ เพราะอะไร

“เพราะคุณอาจเด็กเกินไปที่จะจัดการกับมันได้ถูกต้อง” และเพราะคุณยังเด็กเลยไม่รู้เลยว่าวิธีการเล่นฟุตบอลที่คุณเล่นอยู่คือฟุตบอลแบบไหน คุณสนุกกับการเล่นฟุตบอลมั้ย และจะติดตัวเป็นบุคลิกของตัวคุณมาเรื่อยๆตั้งแต่เด็กยันโต (แต่บางทีก็ขึ้นอยู่กับลักษณะนิสัยส่วนตัวของเด็กบางคนด้วยครับ เพราะบางคนต่อให้โดนหล่อหลอมมายังไงก็ไม่มีอีโก้)

พอขึ้นไปในระดับอาชีพ เจอการซ้อมในระดับอาชีพรูปแบบใหม่ก็ปรับตัวไม่ได้ ไม่เล่นตามโค้ช (เพราะรู้สึกว่าการซ้อมรูปแบบนี้นั้นไม่เหมือนที่เคยซ้อมมาตอนเป็นเยาวชน) จนโค้ชอาชีพหลายคนต้องปรับวิธีการเล่นให้ตามเด็กเพื่อที่จะรักษาผลงานเพื่อรักษางานตัวเองต่อไป เพราะโค้ชอาชีพโดนปลด = ตกงาน จึงเป็นที่มาของคำของคำว่า “เด็กไทยแม่งอีโก้สูง”

แชมป์ฟุตบอลกรมพละ 14 ปี ก, แชมป์ไพรมินิสเตอร์, แชมป์ไมโล, แชมป์ ทอ. แชมป์นู่นแชมป์นี่ แชมป์ แชมป์ แชมป์ และก็แชมป์ แต่คุณเล่นฟุตบอลแบบไหนเพื่อได้แชมป์ล่ะ ฟุตบอลแบบไหนที่คุณเล่นอยู่ คุณเล่นมันด้วยทัศนคติแบบไหน? 

ผมเป็นเพียงแค่เด็กอายุ 21 คนนึงที่เคยมีประสบการณ์ตรง อยากฝากคำถามไปให้โค้ชผู้ทรงคุณวุฒิทั้งหลายทั้งในระดับอะคาเดมี และระดับโรงเรียนได้ตอบคำถามนี้จริงๆ ครับ “ฟุตบอลแบบไหนที่คุณกำลังเล่นอยู่”

3. ”ประเทศไทยไม่มี DNA ฟุตบอล”

DNA ฟุตบอลคืออะไร ? เอางี้ครับ ยกตัวอย่างประเทศใกล้ๆ ตัว ถ้าเรานึกถึงฟุตบอลญี่ปุ่นเราจะนึกถึงอะไร “การเพรซซิ่งแดนบนที่ดุดัน”, “บอลเท้าสู่เท้าที่แม่นยำ”, “วินัยในเกมรุก-รับ”, “สปีดบอลที่รวดเร็ว”

และถ้าคิดถึงเกาหลีใต้บ้างล่ะ “พละกำลังล้นเหลือ”, “เกมรับลึกที่อดทน” “การเล่นสวนกลับแบบ Direct play ที่เฉียบคม” อิตาลีล่ะ แน่นอน “เกมรับดั่งหินผา”, “การเล่นแบบเน้นผลการแข่งขัน” (แม้เพิ่งจะมาเปลี่ยนวิธีการเล่นเป็นแบบฟุตบอลสมัยใหม่ก็ตามในการคว้าแชมป์ยูโรครั้งนี้ แต่พอถึงคราวต้องเล่นเกมรับลึก กลิ่นอายอิตาลีชุดเดิมจะกลับมาทันที) เห็นมั้ยครับนี่แหละ DNA ฟุตบอล

มันคือสิ่งที่ฝังเข้าไปอยู่ในทัศนคติ วิธีการเล่น วิธีคิด ชุดทักษะ รูปแบบแท็กติกของผู้เล่นเกือบทุกคนในประเทศนั้นๆ ซึ่ง DNA เหล่านี้ต้องสร้างกันตั้งแต่เด็กครับ ให้เคยชิน ให้อยู่เป็นธรรมชาติในตัวเด็ก ไม่สามารถสร้างตอนโตได้ มันไม่ทัน เพราะเราเคยชินกับมันมาแล้ว ถ้าสมาคมฟุตบอลเคาะฐานฟุตบอลไทยแล้วว่าเป็นบอลกับพื้น เน้นครอบครองบอล แต่ฟุตบอลเด็ก 5-8 ขวบเราตอนนี้ยังโยนใส่กันสะเปะสะปะอยู่ 10 ปีก็ยังไม่ไปบอลโลกครับ เพราะอะไร เพราะ 10 ปีที่แล้วเราก็เคยเล่นแบบนี้มายังไงล่ะ และมันยังไม่เปลี่ยนแปลง.....

4. ”อาชีพโค้ชคืออาชีพที่มีเกียรติ”

ในการอบรมโค้ชฟุตบอลแต่ละครั้งนั้นเรื่องการพัฒนาเยาวชนที่ถูกวิธีถูกพูดถึงอยู่แล้วครับ ทุกคนรู้ รู้มาตลอด อะคาเดมี่ของผมและพ่อที่พยายามพูดปลุกฝังความคิดเรื่องการไม่หวังผลการแข่งขันทั้งเด็กและผู้ปกครองมา 2-3 เจเนอเรชันแล้วแต่ก็ไม่ได้ผล ตอนนี้แทบจะล่มสลายไปแล้วเพราะเด็กทยอยออกกันเพื่อที่จะเล่นกับทีมที่พาเขาไปแข่งให้ได้แชมป์เยอะๆ ตั้งแต่วัยเด็ก ได้แต่ถอนหายใจ นั่งดูความเป็นไปของวงการฟุตบอลที่วนลูปติดกับดักความสำเร็จในวัยเด็กไปเรื่อยๆ 

อะคาเดมีที่ผลักดันอุดมการณ์และวิธีการที่ถูกต้องกลับโดนด้อยค่าและ “ไม่มีค่า” และดู “บ้า” ในวงการฟุตบอลระดับท้องถิ่น และกำลังทยอยหายไปเพราะถ้าตัวโค้ชไม่มีเงินทุนที่หนาจริงๆ ก็ไม่สามารถประคองตัวให้อยู่รอดได้

สรุปก็คือ “ระบบโครงสร้างของฟุตบอลไทย” นั่นแหละครับที่สร้างคำว่า “อีโก้” ขึ้นมาให้เด็กไทย การที่ไม่มีแนวทางที่จะเดินไปในทิศทางเดียวกัน คือ การบ้านของสมาคมฟุตบอลที่จะต้องแก้ไข การควบคุมแมตช์การแข่งขันให้มีมาตรฐาน การสร้างเวทีให้เด็กได้เล่นฟุตบอลอย่าเหมาะสมก็เช่นกัน

“ไทยแลนด์เวย์” หรือ “ไทยเวย์” ที่สมาคมฟุตบอลออกมายังมีปัญหาในการใช้จริงอยู่ โจทย์ก็คือสมาคมต้องตีโจทย์ให้ได้ว่าทำอย่างไรให้เยาวชนในไทยพัฒนาไปในทิศทางเดียวกันกับทีมชาติชุดใหญ่ ทุกองค์ประกอบจะต้องไปในทิศทางเดียวกันเราถึงจะมีสภาพแวดล้อมที่จะสร้าง ธนวัฒน์ ซึ้งจิตถาวร คนที่ 2, 3, 4 ไปเรื่อยๆ จนมีมากพอที่จะผ่านอุปสรรคต่างๆ และผลักดันไปสู่ทีมชาติชุดใหญ่ได้

การผลักดันศูนย์ฝึกฟุตบอลระดับท้องถิ่น(อย่าเพิ่งไปแห่งชาติเอาระดับท้องถิ่นก่อน) ที่สมาคมกำกับดูแลคุณภาพได้เองก็อาจเป็นทางเลือกที่ดีในการพัฒนาวงการฟุตบอลให้ยืนระยะยกระดับได้อย่างยั่งยืนครับ 

ไม่ต้องหวังพึ่งบารมีของโค้ชดีกรีระดับโลกในทีมชาติชุดใหญ่ เพราะเราสามารถพัฒนาไปพร้อมกันได้ทั้งนักเตะและผู้ฝึกสอน.

พรเทพ มังคละศิริ

OOOOOOOO

อ่านบทความของคนรุ่นใหม่จบแล้ว มองเห็นอะไรกันบ้างหรือปล่าวครับ แฟนๆ "ไทยรัฐสปอร์ต" ทั้งหลาย

DNA ลูกหนังแบบไหน? ที่เราควรปลูกฝังลงไปในนักเตะเยาวชนบ้านเรากันแน่

ลองนึกทบทวนกันดูให้ดี..ถ้าอยากเห็นบอลไทยไปบอลโลกในชาตินี้ !!! 

# แท็กที่เกี่ยวข้อง

ไทยลีกบอลไทยบี บางปะกงsport insiderDNADNA ฟุตบอลฟุตบอลไทยบอลไทยลีก

คุณอาจสนใจข่าวนี้