หน้าแรกแกลเลอรี่

เก้าอี้ดนตรีเฮดโค้ชต่างชาติแห่งเวทีไทยลีก

เก้าอี้ดนตรีเฮดโค้ชต่างชาติแห่งเวทีไทยลีก

จอน บอลไทย

20 ต.ค. 2563 06:00 น.

เป็นสุดสัปดาห์ที่เต็มไปด้วยผลการแข่งขันเกินคาดหลายคู่สำหรับศึกไทยลีก 2020 เมื่อหลายทีมบิ๊กเนม พังพาบคาบ้าน เริ่มตั้งแต่ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ที่พ่ายตราด เอฟซี 0-1 ตามด้วย บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ก็แพ้คารังต่อ นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี 1-2 และ ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด ก็พ่าย สุโขทัย เอฟซี ด้วยสกอร์มโหฬาร 4-5

นอกจากนั้น บีจี ปทุม ยูไนเต็ด ก็เขยิบเพิ่มได้แค่ 1 แต้มเท่านั้น หลังเสมอ สมุทรปราการ ซิตี้ 2-2 ในรัง ลีโอ สเตเดี้ยม

ข่าวแนะนำ

หน้าตาของตารางคะแนน ไม่เปลี่ยนไปมากมายนัก โดย “กระต่ายสายคลอง” ยังคงนำจ่าฝูง โดยมี 23 แต้มจาก 9 นัด ตามด้วยผู้ล่าอย่าง สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด, ราชบุรี มิตรผล เอฟซี และ สุโขทัย เอฟซี ที่มี 17 แต้มจาก 9 นัด และก็มีทีมอย่าง การท่าเรือ เอฟซี, ชลบุรี เอฟซี และ ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด ตามมาแบบไม่ห่างจากกลุ่มลุ้นตั๋ว เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ ลีก เท่าไรนัก

แม้หน้าตาของตารางคะแนนจะไม่เปลี่ยนไป
แต่มีบางอย่างต้องเปลี่ยนแปลง
นั่นคือ หน้าตาของเฮ้ดโค้ชทีมใหญ่สองทีม

เริ่มจาก เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ที่แยกทางกับ อเล็กซานเดร กามา อย่างเป็นทางการ หลังเกมแพ้ ตราด เอฟซี โดยไม่ต้องรอให้หมดสัญญาในเดือนพฤศจิกายน ซึ่งทำให้อดีตกุนซือทีมชาติไทย ชุด ยู-23 กลายเป็นกุนซือต่างชาติรายแรกของไทยลีกปีนี้ ที่ต้องกระเด็นออกจากเก้าอี้ และเป็นคนที่สี่ต่อจาก ชูศักดิ์ ศรีภูมิ (ระยอง เอฟซี), โชคทวี พรหมรัตน์ (การท่าเรือ เอฟซี) และ จเด็จ มีลาภ (การท่าเรือ เอฟซี)

ต่อด้วยค่ำคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ก็ถึงคิว “มาโน่ โพลกิ้ง” ที่ต้องหมดเวลา “มาโน่ไทม์” กับ ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด ที่อยู่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมากว่า 6 ปี แต่ยังไม่สามารถจับต้องความสำเร็จอะไรได้ นอกจากรองแชมป์รายการเมเจอร์ในประเทศ สามปีติดต่อกัน (ไทยลีก 2016, เอฟเอคัพ 2017 และ ไทยลีก 2018)

ส่วนอีกราย อยู่ในอาการร่อแร่ สำหรับ โบซิดาร์ บันโดวิช ของ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ที่พา “ปราสาทสายฟ้า” หลุดฟอร์มต่อเนื่อง โดยผ่านไป 8 เกม “แชมป์เซราะกราว” แพ้ไปแล้ว 4 นัด เริ่มจากสองเกมในช่วงต้นปี แพ้ โปลิศ เทโร ศาสน 0-1 และ แพ้ ราชบุรี มิตรผล เอฟซี 3-4 ตามด้วยอีก 2 เกมล่าสุด ที่แพ้ บีจี ปทุม ยูไนเต็ด 0-1 และแพ้ นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี 1-2 ในเกมล่าสุด

ทีมระดับที่คาดหมาย “แชมเปี้ยน” แต่ดันแพ้ 4 เกม ใน 8 เกมแรก
ถ้าไม่มีการเปลี่ยนแปลงอะไร
ต้องถือว่า “บันโดวิช” มีของดีจริงๆ ที่รอดได้

ลองนับนิ้วดูแล้ว นอกจาก กาม่า กับ มาโน่ ยังมีอีกสองเฮ้ดโค้ชต่างชาติที่พอจะมีชื่อสำหรับไทยลีก ที่ยังอยู่เมืองไทย ช่วงที่สถานการณ์การเดินทางยังไม่ปกติ และยังไม่มีงาน ก็คือ โจเซ่ อัลเวส บอร์จีส กุนซือชาวบราซิล ที่เคยพา พนักงานยาสูบ คว้าแชมป์ไทยลีก 2006 และพา บีอีซี เทโรศาสน คว้าแชมป์ โตโยต้า ลีก คัพ 2014

และอีกคนคือ มิลอส โจซิค อดีตโค้ช “กิเลนผยอง” ซึ่งคุมทีมล่าสุด คือ นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี ก่อนจะออกจากรัง “สวาทแคท” เมื่อปีที่แล้ว

เท่ากับสี่คนเป็นอย่างน้อยแล้ว สำหรับเฮ้ดโค้ชต่างชาติที่ยังไม่มีงานทำ ซึ่งดูจากตารางไทยลีก ของซีซั่นนี้ในปัจจุบัน 8 สโมสรแรกของตารางอันดับ มีเฮ้ดโค้ชชาวไทยถึง 6 คน ได้แก่ ดุสิต เฉลิมแสน (บีจี ปทุม ยูไนเต็ด), สมชาย ไม้วิลัย (ราชบุรี มิตรผล เอฟซี), สุรพงษ์ คงเทพ (สุโขทัย เอฟซี), สระราวุฒิ ตรีพันธ์ (การท่าเรือ เอฟซี), สะสม พบประเสริฐ (ชลบุรี เอฟซี) และ รังสรรค์ วิวัฒน์ชัยโชค (โปลิศ เทโร เอฟซี)

ส่วนอีกสองทีม คือ สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด ที่ใช้บริการ ทากิ มาซามิ กุนซือชาวญี่ปุ่น ส่วน ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด ที่ยังมีที่ว่างสำหรับโค้ชใหม่

ต่างจากเมื่อตอนจบฤดูกาลที่แล้ว ที่ 8 อันดับแรกของตารางคะแนน มีถึง 5 สโมสรที่ใช้บริการโค้ชต่างชาติ และมีแค่ 3 ทีมที่ใช้งานโค้ชไทย

นั่นก็เป็นเพราะ โค้ชไทย มีแนวโน้มที่จะทำผลงานได้ดีกว่าโค้ชต่างชาติ จากความเข้าใจในฟุตบอลไทย ความเข้าใจนักเตะไทย การสื่อสารที่รู้เรื่อง นักเตะเชื่อฟัง มีความเป็นพี่เป็นน้อง และมีค่าเหนื่อยที่น้อยกว่า

หากเป็นเช่นนี้ต่อไป สถานการณ์แย่ง “เก้าอี้ดนตรี” ของเหล่าโค้ชต่างชาติในไทยลีก น่าจะเหนื่อยขึ้นเยอะ และก็ไม่แน่ว่า อีกไม่นานอาจจะถึงยุคโค้ชไทยครองไทยลีกก็เป็นได้….

# แท็กที่เกี่ยวข้อง

ไทยลีกบอลไทยลีกไทยลีก 2020ข่าวฟุตบอลข่าวกีฬา

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้