หน้าแรกแกลเลอรี่

เงินหาย (ไปไหน)

เงินหาย (ไปไหน)

พาวเวอร์บอมบ์

3 ก.ค. 2563 06:00 น.

ข่าวที่ร้อนฉ่าที่สุดของวงการฟุตบอลไทยในตอนนี้ คงไม่มีเรื่องไหนที่จะร้อนแรงไปกว่าข้อพิพาทเรื่องลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดศึกลูกหนังไทยลีก 2020 ระหว่าง “สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ” กับ “ทรูวิชั่นส์” ในฐานะเจ้าของลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสด

ก่อนหน้านี้สมาคมกีฬาฟุตบอลฯ อ้างว่ามีมติจากบรรดาสโมสรทั้งหลายให้เลื่อนการแข่งขันไทยลีกฤดูกาลนี้ให้ไปเริ่มรีสตาร์ตกันอีกครั้งในเดือน พ.ย. และไปปิดฉากกันในเดือน พ.ค.ปีหน้า

ข่าวแนะนำ

ต่อมา “ทรูวิชั่นส์” ก็ออกมาย้ำเช่นกันว่าทำเช่นนั้นไม่ได้ เพราะจะยังให้เกิดความเสียหายอย่างใหญ่หลวง เนื่องจากทางทรูวิชั่นส์ได้จัดวางผังรายการใหม่ในปีหน้าเอาไว้ทั้งหมดแล้ว

เป็นไปไม่ได้ที่จะมารื้อโปรแกรมอื่นๆ ออก

อีกทั้งในสัญญาที่ได้เซ็นกันไว้ก็ระบุชัดเจนว่า ฟุตบอลไทยลีก 2020 จะต้องจบฤดูกาลกันภายในเดือน พ.ย.63 และทรูวิชั่นส์จะต้องได้เป็นผู้ถ่ายทอดสดครบทุกแมตช์ของฤดูกาลด้วย

ดังนั้นหากสมาคมฟุตบอลฯยังยืนยันว่าจะไปจบฤดูกาลกันในปีหน้า

ย่อมถือว่าเป็นการทำผิดสัญญา !!!

ซึ่งล่าสุด องอาจ ประภากมล และพีรธน เกษมศรี ณ อยุธยา สองผู้บริหารของทรูวิชั่นส์ได้เข้าหารือกับ “บิ๊กอ๊อด” พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ แต่ก็ยังไม่ได้ข้อสรุปที่ชัดเจน

โดยต่างฝ่ายต่างต้องไปหาแนวทางวางแผนความเป็นไปได้ของตัวเอง ก่อนที่จะกลับมาเจรจาร่วมกันอีกครั้งว่าจะพบกันละครึ่งทางได้ที่ตรงไหน

แน่นอนว่านี่ถือเป็นสัญญาณที่ดีระดับหนึ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้ เพราะอย่างน้อยคนของทั้งสององค์กรก็ได้เจอหน้าค่าตากันแบบตัวเป็นๆ เสียที หลังจากที่ส่งหนังสือ (ตอบโต้ - ทวงหนี้อีก 400 ล้าน) กันอยู่นาน จนเรื่องลุกลามใหญ่โต

ถ้าจะว่ากันตามจริงคงต้องบอกว่ามันผิดพลาดมาตั้งแต่การประชุมวันที่ 14 เม.ย. ซึ่งมีมติออกมาว่าจะเลื่อนการแข่งขันไปเริ่มกันเดือน ก.ย. นั่นแหละ

พวกคุณลงมติเปลี่ยนแปลงอะไรโดยไม่ปรึกษาเจ้าของลิขสิทธิ์ได้อย่างไร ???

ผู้ดูแลสิทธิประโยชน์ของสมาคมฟุตบอลฯ ควรมีหน้าที่ต้องแย้งเรื่องนี้ด้วยซ้ำ เนื่องจากจะเกิดความเสียหายตามมาอย่างแน่นอน

ดันกลายเป็นว่าเห็นดีเห็นงานกับเขาไปด้วย

คงบอกตรงๆ ว่าเรื่องนี้ต้องภาวนาให้จบกันบนโต๊ะ เพราะไม่อยากให้ไปจบกันที่ศาล

อย่างไรก็ตาม จากการหาข้อมูลเชิงลึกแล้วนั้นมีหลายสโมสรไม่เห็นด้วยกับการที่ไทยลีกจะเลื่อนการแข่งขันออกไปยาวถึงเดือน ก.ย.

บรรดาสโมสรทั้งหลายให้เหตุผลว่า ปัจจุบันสถานการณ์การระบาดโรคโควิด-19 ของบ้านเราทุเลาลงเยอะแล้ว รวมถึงศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) ก็ได้ประกาศคลายล็อกระยะ 4 ให้กีฬากลับมาแข่งขันได้

หากประกาศให้เตะได้เมื่อไหร่ พวกเขาก็พร้อมลงสนามทันที

อีกเรื่องที่สำคัญที่สุดคือเรื่องของงบประมาณ

ฟุตบอลหยุดเตะ แต่ค่าใช้จ่ายไม่ได้หยุดตามไปด้วย หนำซ้ำบรรดาสปอนเซอร์ทั้งหลายก็ยังมาเข้มงวดกับเรื่องการจ่ายเงินสนับสนุนมากขึ้นอีก

บางรายขอยุติการจ่ายเงินไปดื้อๆ เลยก็มี เพราะฟุตบอลไม่ได้แข่ง โฆษณาทั้งหลายจึงไม่มีช่องทางได้ออกจอเพื่อประชาสัมพันธ์

หนักไปกว่านั้นหากไม่ได้เงินสนับสนุนจากค่าลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดมาจุนเจือด้วยแล้วละก็

บางสโมสรอาจต้องถึงกับต้องยุบทีมทิ้ง !!!!

ความหวังตอนนี้อยู่ที่ฝีมือของสมาคมกีฬาฟุตบอลฯล้วน ๆ

มาดูจำนวนเงินสนับสนุนจากค่าลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดที่แต่ละทีมได้รับไปแล้วกันหน่อย

คงต้องไล่เรียงจากสัญญาค่าลิขสิทธิ์ไทยลีกฤดูกาลนี้ที่เซ็นกันมาตั้งแต่สมัยที่ “บังยี” วรวีร์ มะกูดี เป็นนายกสมาคมฯ มีมูลค่าสูงถึง 1,200 ล้านบาท โดยทรูวิชั่นส์จ่ายเงิน “งวดแรก” ให้สมาคมกีฬาฟุตบอลฯไปแล้วราว 30 เปอร์เซ็นต์ ตีกลมๆ ก็ตกประมาณ 360 ล้านบาท

ซึ่งสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ มอบเงินสนับสนุนให้สโมสรระดับไทยลีก 1-ไทยลีก 4 ครั้งที่ 1/2563 ไปเรียบร้อยแล้วเช่นกัน ตามหลักเกณฑ์

ไทยลีก 1 (โตโยต้าไทยลีก) จำนวน 5 ล้านบาท/ทีม ทั้งหมด 16 ทีม เป็นเงิน 80 ล้านบาท, ไทยลีก 2 (เอ็ม-150 แชมเปียนส์ ชิพ) จำนวน 7.5 แสนบาท/ทีม ทั้งหมด 18 ทีม เป็นเงิน 13.5 ล้านบาท, ไทยลีก 3 (ออมสิน โปร ลีก) จำนวน 2.5 แสนบาท/ทีม ทั้งหมด 24 ทีม เป็นเงิน 6 ล้านบาท และไทยลีก 4 (ออมสิน ลีก) จำนวน 2.5 แสนบาท/ทีม ทั้งหมด 60 ทีม เป็นเงิน 15 ล้านบาท

รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 114,500,000 บาท

มาถึงตรงนี้คงต้องเฉลียวใจสักนิด สมาคมฟุตบอลฯ รับจากทรูวิชั่นส์งวดแรก 360 ล้าน แต่จ่ายให้สโมสรต่าง ๆ ในไทยลีก 1-ไทยลีก 4 แค่ 114.5 ล้านบาท

เงินเหลืออีกตั้ง 245.5 ล้านบาท

นี่ยังไม่รวมรายได้จากสปอนเซอร์อื่นๆ อีกหลายสิบตัว (มูลค่ามหาศาล)

ผมเองแปลกใจจริงๆ ว่าทำไมสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ ชอบออกมาโอดครวญว่าอัตคัดขัดสน ถึงขั้นผู้บริหารและพนักงานต้องออกมาลดเงินเดือนของตัวเอง

จึงไม่มีปัญญาไปช่วยเหลือบรรดาสโมสรสมาชิกให้ได้มากกว่านี้

ก็นั่นซิครับ...แล้วเงินมันหายไปไหนละครับ

ช่วยบอกให้พวกเขาเหล่านั้นได้รู้ (ความจริง) ที !!!

พาวเวอร์บอมบ์

# แท็กที่เกี่ยวข้อง

ไทยลีกบอลไทยลีกไทยลีก 2020ข่าวฟุตบอลข่าวกีฬาสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยทรู วิชั่นส์

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้