หน้าแรกแกลเลอรี่

อินไซด์ ซีเกมส์ - เวียดนาม 2021 (ตอน 5)

อินไซด์ ซีเกมส์ - เวียดนาม 2021 (ตอน 5)

บี บางปะกง

บันทึก
22 พ.ค. 2565 06:00 น.

เรียนคุณ บี บางปะกง

วันนี้ผมต้องขอกล่าวถึงกีฬาฟุตบอล ที่ทีมชาติไทยได้เข้าชิงชนะเลิศกับเจ้าภาพเวียดนาม ทั้งทีมหญิงและชาย โดยเฉพาะทีมชายที่ผมได้มีโอกาสติดตามและไปดูที่สนามแข่งขัน ในฐานะที่ผมเป็นประธานฝ่ายแพทย์ของสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ (สนามแข่งขันห่างจากฮานอยประมาณ เกือบ 100 กม. แต่ใช้เวลาเดินทางมากกว่า 2 ชม.เลยทีเดียว)

ในนัดที่แข่งขันกับอินโดนีเซียผมได้รับเชิญให้ไปเป็น Supervisor ผู้สังเกตการณ์และให้คำแนะนำเจ้าหน้าที่ตรวจโด๊ป (DCO-Doping Control Officers) ที่มาทำหน้าที่ 4 คน (ไม่ใช่แพทย์ เหมือนของทางเอเอฟซีหรือฟีฟ่า ที่ DCO จะไปทำหน้าที่เพียงคนเดียวเท่านั้น โอกาสหน้าจะเขียนถึงอีกครั้งหนึ่งนะครับ) ผมจึงต้องไปถึงสนามฯก่อนการแข่งขันถึง 3 ชม. เพื่อตรวจความพร้อมต่างๆ จึงทำให้ทราบว่าชาวเวียดนามสนใจที่จะเข้ามาชมอย่างล้นหลาม ทั้งๆ ที่ไม่ใช่ทีมชาติเวียดนามลงแข่งขัน ดังที่แฟนคลับของคุณบี คงเห็นจากการถ่ายทอดสดไปแล้ว 

ชาวเวียดนามที่มาดูไทยแข่งขันกับอินโดฯ เรียกว่าล้นสนาม มีคนไม่สามารถเข้ามาในสนามอีกจำนวนมาก ดังนั้นในวันชิงชนะเลิศคงไม่ต้องพูดถึงว่าสนาม My Dinh Stadium ในฮานอย จะเกิดความชุลมุนมากแค่ไหน 

ผมขอให้ความเห็นเกี่ยวกับฟุตบอลชายทีมชาติไทยที่จะแข่งขันกับเวียดนามในวันอาทิตย์นี้ ในมุมมองของผมเป็นประเด็นๆ ไปดังต่อไปนี้

1.ตัวผู้เล่น(Football Players) ที่มี Football Skill (ทักษะการเล่นฟุตบอล) and Physical Fitness (ระดับความฟิตของร่างกาย) ปัจจุบันตัวนักฟุตบอลทุกประเทศเป็นสินค้าที่ซื้อขายกันได้ไปมาทั่วโลก หากเป็นสินค้าที่ดี ( Global products) ท่านที่สนใจว่าเราหรือเวียดนาม มีนักฟุตบอลไปเล่นในลีกสูงๆ เช่น อังกฤษ ยุโรปมากกว่ากัน ให้เข้าไปดูในเว็บไซต์ Football Players playing abroad ที่ทราบแน่ๆ คือ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ มีไปเล่นเป็นร้อยๆ คนทีเดียว ดังนั้นทีมชาติญี่ปุ่นเวลารวมทีมมาเล่น ส่วนใหญ่นักฟุตบอลที่ฝึกซ้อมและเล่นกับสโมสรใหญ่ๆ จะเดินทางกลับมาเล่นให้ทีมชาติ การรวมตัวกันอาจใช้เวลาไม่ค่อยมาก แต่เนื่องจากนักฟุตบอลมี Football Skill (ทักษะการเล่นฟุตบอล) และ Physical Fitness (ระดับความฟิตของร่างกาย) ซึ่งทั้งสององค์ประกอบจะนำไปสู่ Performance of Team (การแสดงออก หรือผลการเล่นเป็นทีมที่ดี) นั้นเอง ที่ผมใช้เหตุผลนี้เพราะว่าเราต้องยอมรับว่าระดับความสามารถของผู้เล่นของทีมในซีเกมส์ หรือเอเชี่ยนเกมส์ ยังเป็นรองนักเตะในยุโรป 

ทั้งนี้เมื่อหลายปีก่อนทางเอเอฟซี AFC ได้มีโครงการ "60 Minutes Program " สำหรับการแข่งขันฟุตบอลของเอเอฟซี ในทวีปเอเชีย ให้มีActive movement ของลูกฟุตบอล ในเวลาแข่งขัน 90 นาที ให้ถึงระดับ 60 นาที เพราะส่วนใหญ่อยู่ในช่วง 50 นาที บวกลบ โดยเปรียบเทียบของยุโรปที่เวลาฯ เฉลี่ยที่มากกว่า 70-75 นาที ซึ่งแสดงว่านักฟุตบอลในยุโรปจะต้องมี ความสมบูรณ์แข็งแรงของร่างกายที่สูงกว่านักฟุตบอลในเอเชีย จึงทำให้มีการเคลื่อนไหวของลูกบอลที่มากกว่า 

ดังนั้นผู้เล่นที่ถูกซื้อตัวไปเล่นในยุโรปได้ จึงมีสภาพร่างกายที่ดีกว่าเพราะจะไปอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ต้องสู้กับคนอื่นให้ได้จึงจะรักษาสถานะของตัวเองได้ เวลาเราดูฟุตบอลอังกฤษและยุโรป จึงสนุกกว่า ถือเป็น Sports Entertainment อย่างหนึ่ง

สรุปในประเด็นนี้ ท่านผู้อ่านให้ใครเป็นต่อครับ

2.ผู้ฝึกสอนหรือโค้ช (Coach) ทั้งสองทีมใช้โค้ชต่างชาติ ผมไม่สามารถจะประเมินว่าใครมีฝีมือกว่าใคร แต่คงต้องลงไปดูรายละเอียดว่าสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ และเวียดนาม ได้ลงทุนกับเรื่องโค้ชมากน้อยกว่ากันเพียงใด เพราะไม่ใช่เฉพาะตัวโค้ชคนเดียวที่เป็นตัวหลัก ยังต้องมีทีมงาน ผู้ช่วยโค้ช โค้ชผู้รักษาประตู เทรนเนอร์ โค้ชฟิตเนส ทีมงานโภชนาการ จิตวิทยา หมอนวด นักกายภาพบำบัด แพทย์ประจำทีม จนท.เตรียมอุปกรณ์เครื่องแต่งกาย อุปกรณ์ฝึกซ้อม ผู้จัดการทีมพร้อมสตาฟฟ์ที่ดูแลทุกข์สุขของทุกคน 

เรื่องการบริหารงานในทีม ผมขอให้ข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องบุคลากรในทีมที่ฟีฟ่า ให้โควตาไปกับ 1 ทีมในการแข่งขันฟุตบอลโลกหญิง ที่ผ่านมา เป็นจำนวน 43 คนต่อ 1 ทีม ดังนั้น ท่านผู้อ่านคงเห็นความสำคัญของบุคลากรแขนงต่างๆ ว่ามีจำนวนมากแค่ไหน และมีความสำคัญอย่างไร? 

ในประเด็นนี้ผมไม่มีข้อมูลของทางเวียดนามครับ แต่สำหรับทีมชาติไทย ในปัจจุบันทางสมาคมฯก็ให้ความสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ แม้ว่าจะไม่ได้เต็มที่เหมือนประเทศที่มีงบประมาณมาก ก็มีการลงทุนในเรื่องนี้มากได้ตามไปด้วย ท่านผู้อ่านมีความเห็นอย่างไรครับ?

3.ประเด็นด้านจิตวิทยา (Psychology) หรือ Mental Fitness ความฟิตในเรื่องจิตใจ ที่นักฟุตบอลที่เล่นได้ดีทุกคนต้องควบคุมจิตใจของตนเองให้ได้ เพราะนักฟุตบอลไม่ได้เคยถูกฝึกสอนหรือซ้อมเวลาผู้เล่นมีอารมณ์โกรธ ซึ่งหลายท่านคงเข้าใจได้โดยCommonsense สามัญสำนึกได้ว่า เวลาเราโกรธ เราจะเล่นฟุตบอลได้ดีเหมือนเดิมได้อย่างไร 

ดังนั้น นักฟุตบอลทีมชาติไทยที่จะเล่นกับเวียดนามในวันอาทิตย์นี้ ทุกคนคงทราบดีอยู่แล้วว่าจะต้องลงไปเล่นด้วยสภาพแวดล้อมกดดันเพียงใด ทุกคนต้องเป็นเหมือนนักแสดงคอนเสิร์ต ที่จะพบผู้คนผู้ชมมากมายที่มีอารมณ์สนุกสนาน แต่ต่างกันที่ผู้ชมที่มาในเกมมฟุตบอลที่เป็นเจ้าภาพจะพยายามกดดันนักฟุตบอลไทยอยู่ตลอดเวลา ทุกรูปแบบ ดังนั้นผู้เล่นของเราต้องเป็นมือ อาชีพ มองเห็น ได้ยิน หรือถูกกระทำอย่างไร? เจ็บบ้าง ต้องควบคุมอารมณ์และความรู้สึกของตนเองให้ได้ รวมทั้งเพื่อนๆที่ไม่ได้อยู่กับเหตุการณ์ ต้องเข้ามาเอาเพื่อนที่อารมณ์เสีย ออกไปจากเหตุการณ์โดยเร็ว คอยเตือนสติ และเรียกสติกลับคืนมา ท่านจะได้เล่นตามฝีเท้าของท่านได้เหมือนที่ท่านซ้อมมา

ที่สำคัญที่สุดผู้เล่นเราต้องทำความเข้าใจว่าเราไม่สามารถเถียงเอาชนะผู้ตัดสินได้ อย่าไปทำกิริยาที่ไม่เหมาะสมต่อผู้ตัดสินเป็นอันขาด เสียเวลา และเสียอารมณ์โดยไม่จำเป็น

ท่านจะต้องต่อสู้กับเสียงเชียร์ทีมเจ้าภาพตลอดเวลาอยู่แล้ว ท่านต้องควบคุมสติอารมณ์ตลอดเกมให้ได้ อาจตลอด 90 นาที หรือ 120 นาที หรือต่อไปถึงการยิงลูกโทษ ท่านสามารถจินตนาการเหตุการณ์ได้ อยู่แล้วว่าอะไรจะเกิดขึ้นในวันสำคัญของท่าน และของแฟนบอลทุกคนในประเทศไทย

และแน่นอนเป็นวันสำคัญของชาวเวียดนามด้วยเช่นกัน

ท่านผู้อ่านที่เป็นแฟนๆ ของคุณบี บางปะกง ก็คงคาดการณ์ได้เช่นกันว่า เหรียญทองฟุตบอลชาย มีไว้ให้ผู้ชนะเพียงทีมเดียวเท่านั้น ไทยหรือเวียดนามจะได้ครองเหรียญทอง เราคงต้องติดตามชม เชียร์ และเอาใจช่วยนักฟุตบอลทีมชาติไทยของพวกเราต่อไป 

ขอให้ทีมชาติไทยประสบความสำเร็จได้เหรียญทองที่สำคัญนี้กลับประเทศไทยนะครับ

นาวาอากาศเอก(พิเศษ) นพ.ไพศาล จันทรพิทักษ์

หัวหน้าแพทย์ประจำทีมนักกีฬาทีมชาติไทย

และ CLO (Covid Liaison Officer ) ซีเกมส์ 2021 เวียดนาม

--------------

นี่คือทรรศนะ วิจารณ์ ฟุตบอลชายซีเกมส์คู่ชิงเหรียญทองวันนี้ 

ระหว่าง ทีมชาติไทย VS ทีมชาติเวียดนาม เจ้าถิ่น 

ในมุมมองของหัวหน้าแพทย์คณะนักกีฬาไทย 

ที่หาอ่านที่ไหนไม่ได้ นอกจาก “ไทยรัฐสปอร์ต” ที่เดียวเท่านั้น 

เห็นด้วยกับพี่หมอไพศาลครับ ว่าเรื่องของอารมณ์สำคัญที่สุด สำหรับการทำศึกกับเจ้าภาพ

ซึ่งต้องเจอความกดดันมหาศาลถาโถมเข้าใส่ทุกรูปแบบ 

เรื่องฝีเท้าไทยแลนด์เราไม่เป็นรองนักเตะญวนอยู่แล้ว 

คุมอารมณ์ และสมาธิ ตัวเอง ให้อยู่ในเกมตลอดเวลา

โอกาสสมหวัง คว้าสุดยอดทองเหรียญนี้กลับบ้าน

มีแน่นอนครับ!!! 

- บี บางปะกง -

วิดีโอแนะนำ

"พรพรรณ" ชี้ไทยมีโอกาสเข้าไฟนอล VNL 2022
01:32

"พรพรรณ" ชี้ไทยมีโอกาสเข้าไฟนอล VNL 2022