หน้าแรกแกลเลอรี่

มาแล้ววัคซีนแก้ “จิตตก” เข็มแรก “โอลิมปิกเกมส์”

มาแล้ววัคซีนแก้ “จิตตก” เข็มแรก “โอลิมปิกเกมส์”

ซูม

21 ก.ค. 2564 05:04 น.

เมื่อวานนี้ผมเขียนถึงวิธีฉีดวัคซีนทางใจ เพื่อป้องกันรักษาโรค “จิตตก” ของประชาชนคนไทยจำนวนมาก อันสืบเนื่องมาจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ยังไม่หยุดยั้ง พร้อมๆกับปัญหาการขัดแย้งทางการเมืองและสังคมที่กลับมาปะทุขึ้นอีก

ยกข้อแนะนำของคุณหมอ พรรณพิมล วิปุลากร อธิบดีกรมสุขภาพจิตที่ให้สัมภาษณ์แนะนำคนไทยเอาไว้ในหน้าข่าวของไทยรัฐถึง 2 แผนกในวันเดียวกันว่า...ไม่ควรติดตามข่าวสารต่างๆที่เกิดขึ้นและหลั่งไหลมาจากสารพัดสื่อในทุกวันนี้เกินวันละ 3 ชั่วโมง

ข่าวแนะนำ

ซึ่งใน 3 ชั่วโมงของแต่ละวันนั้นก็ให้แบ่งเป็น 3 ช่วง...ช่วงละไม่เกิน 1 ชั่วโมง...เพื่อให้สมองของเราได้มีเวลาพัก และมีเวลาไตร่ตรองวิเคราะห์ข้อมูลข่าวสารในการที่จะตัดสินใจเลือกเชื่อหรือไม่เชื่อข่าวใดข่าวหนึ่ง

ท่านบอกว่าเกิน 1 ชั่วโมง สมองจะเปลี้ยมากจะกรองอะไรไม่ได้เลย

ผมเห็นด้วยกับคุณหมอครับว่า เราควรจะต้องเสพข่าวที่ทำให้จิตตกน้อยลงบ้าง พร้อมกับหันมาเสพข่าวบันเทิง หรือการหาเทปธรรมะดีๆ มาฟังบ้าง เพื่อไม่ให้สมองของเราต้องรับแต่เรื่องหนักอึ้งอย่างเดียว

ก็พอดีนึกขึ้นได้ว่า ตั้งแต่วันศุกร์ที่ 23 กรกฎาคมนี้เป็นต้นไป กีฬาโอลิมปิกครั้งที่ 32 ที่โตเกียว ประเทศญี่ปุ่นเป็นเจ้าภาพจะเริ่มขึ้นแล้ว...

โดยตัวของกีฬาโอลิมปิกเองก็มีการแข่งขันกีฬาที่น่าติดตามหลายประเภท เป็นกีฬาสากลที่นักกีฬาดังๆทั่วโลกเดินทางมาประชันขันแข่งจำนวนมาก...การติดตามดูกีฬาเหล่านี้ล้วนทำให้เรามีความสุข มีความสนุกสนานอยู่แล้วเป็นเบื้องต้น

แต่ก็ยังมีกีฬาบางประเภทที่นักกีฬาไทยของเราพอจะมีสิทธิ์ลุ้นที่จะได้เหรียญต่างๆกับเขาด้วย และในอดีตที่ผ่านมาก็คว้ามาได้ถึงขั้นเหรียญทองด้วยซ้ำ เช่น กีฬาชกมวย กีฬายกน้ำหนัก ก็ยิ่งจะทำให้เรามีความสนุกและมีความสุขเพิ่มขึ้นไปอีก

ในยุคก่อนๆโน้นได้แค่เหรียญทองแดงหรือเหรียญเงินกลับมาเราก็ปลื้มกันทั่วประเทศ จัดพิธีต้อนรับอย่างใหญ่โตแห่แหนไปทั่วเมือง

จนกระทั่งมาถึงโอลิมปิก 1996 ที่แอตแลนตา สหรัฐฯ เราได้เหรียญทอง เป็นเหรียญแรกในประวัติศาสตร์ชาติไทยเรา จากฝีมือชกมวยสากลของ สมรักษ์ คำสิงห์ ทำให้คนไทยเรามีความสุขอย่างเต็มที่

ผมยังจำบรรยากาศความสุขของคนไทยวันสมรักษ์กลับบ้าน พร้อมคล้องเหรียญทองประวัติศาสตร์มาด้วยได้จนถึงวันนี้ เพราะในปีนั้นก็ไทยรัฐ นี่แหละครับ โดยท่าน ผอ.กำพล วัชรพล ท่านได้ร่วมกับอภิมหาสปอนเซอร์ หาเงินอัดฉีดรอไว้ 10 ล้านบาท สำหรับเหรียญทองซึ่งสมรักษ์ ได้รับไปเหนาะๆ

จากนั้นมานักกีฬาไทยก็ได้เหรียญทองมาโดยตลอด และช่วงหลังๆ ไทยรัฐไม่ต้องออกแรงแล้วละครับ เพราะทางรัฐบาลไทยท่านเอาภาษีบาปส่วนหนึ่งมาเป็นค่าอัดฉีดให้แก่นักกีฬาโดยตรง

ผมถามน้องๆฝ่ายข่าวกีฬาไทยรัฐแล้วว่านักกีฬาไทยเรางวดนี้พอมีสิทธิ์จะลุ้นเหรียญอะไรได้บ้าง...น้องๆบอกว่าอาจคว้าได้ 1-3 เหรียญ จาก 5 ชนิดกีฬา ได้แก่ เทควันโด มวยสากลสมัครเล่น กอล์ฟ ยิงเป้าบิน และแบดมินตัน ซึ่งในบางประเภทเราลุ้นถึงเหรียญทองด้วย

โดยเฉพาะหลังวันเปิดคืนวันศุกร์ที่ 23 กรกฎาคมแล้ว รุ่งขึ้นวันเสาร์ที่ 24 ก.ค. “น้องเทนนิส” พาณิภัค วงศ์พัฒนกิจ จอมเตะสาวนักเทควันโดของเรา ซึ่งเป็นตัวเต็งที่มีความหวังสูงสุดจะลงชิงเหรียญในรุ่น 49 กิโลกรัมหญิงกับเขาด้วย

อย่าลืมลุ้นด้วยละกัน ถ้าเธอคว้าเหรียญใดเหรียญหนึ่งมาได้ ก็จะถือเป็นวัคซีนแก้จิตตกเข็มใหญ่สำหรับคนไทย...โดยเฉพาะถ้าได้เหรียญทองคงจะทำให้เรามีชีวิตชีวากัดฟันสู้กับสถานการณ์อันเลวร้ายที่เรากำลังเผชิญอยู่ในขณะนี้ได้พอสมควรทีเดียว

แน่นอนระหว่างติดตามโอลิมปิกเราก็ติดตามข่าวเรื่องโรคระบาดโควิด-19 ของเราไปด้วย เอาใจช่วยพี่น้องชาวไทยไปด้วย และหากจะสนับสนุนส่งเสริมอะไรกันได้ก็อย่ารีรอ...รีบดำเนินการในทันที

ผมเพียงแต่เป็นห่วงว่าท่านผู้อ่านจะเครียดจัดกับข่าวคราวต่างๆ ที่ประดังประเดเข้ามาในขณะนี้ซ้ำเติมข่าวโควิดเข้าไปอีก ก็ถือโอกาสแนะนำให้หาทางออกเพื่อผ่อนคลายกันบ้างเท่านั้นละครับ...

ย้ำอีกครั้งครับวันเสาร์ที่ 24 ก.ค.นี้ (ถ่ายทอดสด โดยช่องไหน... เวลาใดตรวจสอบอีกครั้ง) มาลุ้นเหรียญทองเหรียญแรกจาก “น้องเทนนิส” กันเลย.

“ซูม”

# แท็กที่เกี่ยวข้อง

โควิด-19สถานการณ์โควิดโอลิมปิกโอลิมปิก 2020นักกีฬาโอลิมปิกซูมเหะหะพาที

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้