Thairath Logo
กีฬา

ลมกรดพิจิตร-ตรังสุดแกร่ง ผงาดซิวทองวิ่ง 100 ม. “บุรีรัมย์เกมส์”

Share :
line-share-logo

ทีมปั่นน่องเหล็ก จ.กาฬสินธุ์ เจ๋ง คว้าทองจากประเภทถนน ไทม์ไทรอัล ในกีฬาเยาวชนแห่งชาติ ครั้งที่ 35 “บุรีรัมย์เกมส์” แต่มีเหตุระทึก เมื่อ “ฟี่” ตุลธร โสสลาม นักปั่นในทีมเป็นลมแดด หามส่งโรงพยาบาล แต่ล่าสุดปลอดภัยแล้ว ส่วนศึกชิงเจ้าลมกรด 100 เมตร “ต๋อง” ณภัทร คำเรียน ลมกรดหนุ่มพิจิตร และ “ถู” สุกานดา เพชรรักษา ลมกรดสาววัย 16 ปีจากตรัง คว้าทองในประเภทชายและหญิง ตามลำดับ

มหกรรมกีฬาเยาวชนแห่งชาติ ครั้งที่ 35 “บุรีรัมย์เกมส์” ที่จังหวัดบุรีรัมย์ เมื่อวันที่ 12 พ.ค. เป็นการชิงชัยในวันที่ 3 ผลชิงเหรียญทองกีฬาที่น่าสนใจ มีดังนี้ จักรยาน ชิง 1 เหรียญทอง จากประเภทถนน ไทม์ไทรอัล ทีมชาย ระยะทาง 70 กม. ใช้เส้นทางถนนสายบุรีรัมย์-อำเภอนางรอง โดยนักปั่นกาฬสินธุ์ ที่นำโดย “ฟี่” ตุลธร โสสลาม เยาวชนทีมชาติไทย ดีกรีแชมป์เอเชีย 2019, ธีรธร ใจบุญธรรม และภูริช รอดวิลัย ปั่นไล่บี้กับทีม กทม. ที่นำโดยวิศวกร แก้วทอง ตัวแทนเยาวชนทีมชาติไทย, ปัณณธร บุญพรม, กฤษฎา ยุทธิวัฒน์, กิตติกร ธีรวัฒนสาร, สุรนาท คงสุข ตลอดเส้นทาง สุดท้ายผลการแข่งขันปรากฏว่า กาฬสินธุ์ปั่นเข้าเส้นชัยเป็นทีมแรก ด้วยเวลา 1.30.56.35 ชั่วโมง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงก่อนเข้าเส้นชัย ธีรธร ใจบุญธรรม ที่เป็นคนสุดท้ายของทีมกาฬสินธุ์ปั่นสะกิดกรวยจนล้มลงไปกับพื้นก่อนไถลเข้าเส้นชัย ทำให้นายบัณฑิตย์ โสสลาม โค้ชทีมกาฬสินธุ์กระโดดลงจากรถติดตามแต่ผิดจังหวะเลยลงกระแทกได้รับบาดเจ็บข้อมือซ้นและยังมีอาการหน้ามืดเป็นลมด้วย ทำให้แพทย์ต้องเข้าไปปฐมพยาบาลทั้งคู่ นอกจากนี้ ตุลธร โสสลาม หลังจากปั่นเข้าเส้นชัยเสร็จแล้วก็เกิดอาการลมแดด จึงนำตัวส่งรักษาที่โรงพยาบาลบุรีรัมย์ ล่าสุดอาการทั้ง 3 คนปลอดภัยแล้ว

นายบัณฑิตย์ โสสลาม อดีตนักปั่นทีมชาติไทย และโค้ชทีมกาฬสินธุ์ เปิดเผยว่า จังหวะที่กระโดดลงจากรถ เพราะเห็นว่านักกีฬาของทีมล้มลงไป จึงจะรีบลงไปช่วย แต่กระโดดผิดจังหวะ ซึ่งอาการก็ไม่เป็นอะไรมากเช่นเดียวกับธีรธร ใจบุญธรรม ส่วนลูกชาย ตุลธร โสสลาม มีอาการเหนื่อยตั้งแต่ปั่นช่วงรอบท้ายๆแล้ว แต่ก็ฝืนจนเข้าเส้นชัยได้ ก่อนจะมีอาการลมแดด แต่อาการดีขึ้นแล้ว หลังจากนี้ ตุลธรยังเหลืออีก 4 อีเวนต์คือ ประเภทถนน อินไลน์เรซ 140 กม., ประเภทลู่ พอยต์เรซ 24 กม., อิลิมิเนชันเรซ และสแครช บุคคลชาย ซึ่งตั้งเป้าไว้ว่าจะคว้าให้ได้ทั้งหมด 5 เหรียญทอง หรืออย่างน้อย 3 เหรียญทอง

กรีฑา ชิง 12 เหรียญทอง ไฮไลต์สำคัญอยู่ที่วิ่ง 100 เมตร ชาย “ต๋อง” ณภัทร คำเรียน ลมกรดหนุ่มพิจิตร เร่งสปีดเบียดเข้าเส้นชัยคนแรก ด้วยเวลา 11.02 วินาที คว้าเหรียญทอง โดยเฉือนเพียงเสี้ยววินาทีกับอันดับ 2 สันติ อนุภักดี จากสุราษฎร์ธานี ที่ทำเวลาได้ 11.04 วินาที ส่วนเหรียญทองแดงกรรชัย ฉิมทอง จากนนทบุรี 11.06 วินาที หลังเกม “เจ้าต๋อง” ลมกรดวัย 17 เผยด้วยรอยยิ้มว่า ดีใจที่คว้าเหรียญทองได้สำเร็จ ถือว่าเป็นผลงานที่เซอร์ไพรส์ตัวเองเหมือนกัน เพราะที่ผ่านมาไม่เคยลงวิ่งในกีฬาเยาวชนมาก่อนเลย แต่ยังไม่พอใจกับสถิติที่ออกมา ซึ่งส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะสภาพอากาศที่มีฝนตกลงมาก่อนแข่งขัน ทำให้สนามไม่สมบูรณ์เต็มที่

ขณะที่วิ่ง 100 เมตรหญิง “ถู” สุกานดา เพชรรักษา ลมกรดสาววัย 16 ปีจากตรัง ดีกรีทีมชาติชุดสำรอง กีฬาเอเชียนเกมส์ 2018 ควบเข้าเส้นชัยอันดับ 1 ด้วยเวลา 12.39 วินาที คว้าทองได้สำเร็จ ส่วนเหรียญเงิน ปณิตา ปืนไชย จากน่าน 12.57 วินาที และเหรียญทองแดง กนกวรรณ ค่ากระโทก จากนครราชสีมา 12.58 วินาที หลังเกม สุกานดากล่าวว่า เป็นครั้งที่ 2 ที่ได้มาแข่งขันกีฬาเยาวชนแห่งชาติ หลังจากครั้งแรกได้รับบาดเจ็บในการแข่งขันทำให้ผลงานไม่ดี ไม่ติดอันดับ ส่วนครั้งนี้สามารถแก้มือได้สำเร็จ ต้องบอกว่าพอใจมากที่สามารถคว้าแชมป์ได้สำเร็จ รวมถึงเวลาก็ถือว่าดีเมื่อเทียบกับที่ซ้อมมา

ยกน้ำหนัก ชิงชัย 9 เหรียญทอง รุ่น 55 กก.หญิง วิลาวัณย์ ลากอก จอมพลังสาวดาวรุ่งทีมชาติไทย จากชลบุรีโชว์ฟอร์มสมราคาคว้า 3เหรียญทอง สแนตช์ 78 กก., คลีนแอนด์เจิร์ก 92 กก. และน้ำหนักรวม 170 กก., รุ่น 61 กก. ชาย “ตุ้ม” ณัฐวัฒน์ ชมชื่น จอมพลังหนุ่มทีม จ.ศรีสะเกษ เจ้าของเหรียญเงินยูธโอลิมปิก 2018 โชว์ฟอร์มสมราคา เหมา 3 เหรียญทอง จากท่าสแนตช์ ยกได้ 117 กก. คลีนแอนด์เจิร์ก 150 กก. น้ำหนักรวม 267 กก., รุ่น 67 กก. ชาย ธีระวัตร รัตน์เพชร จาก จ.นครราชสีมา ยกได้ 3 ทอง จากสแนตช์ 119 กก. คลีนแอนด์เจิร์ก 141 กก. น้ำหนักรวม 260 กก.

ยิมนาสติกศิลป์ ชิงชัย 5 เหรียญทอง ทัพนักกีฬาจากสุพรรณบุรี ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมเก็บไปทั้งหมด 3 เหรียญทอง โดยอิทธิฤทธิ์ ขำศิริรัตน์ เก็บไปคนเดียว 2 เหรียญทอง จากประเภทฟลอร์เอกเซอร์ไซส์ ชาย สถิติ 12.45 และ ประเภทม้าหู สถิติ 11.175 ส่วนอีก 1 เหรียญทองจากประเภทห่วงนิ่ง ชาย ภคภณ จรรยา สถิติ 12.075 ขณะที่สีน้ำ รักษ์ภู ทีมชาติไทย ราชินียิมฯศิลป์ เจ้าของ 6 ทอง น่านเกมส์ จากสมุทรสาคร คว้าไป 2 เหรียญทอง จากประเภทม้ากระโดด หญิง สถิติ 11.6 และประเภทบาร์ต่างระดับ สถิติ 9.675

คาราเต้โด ชิงชัย 6 เหรียญทอง กทม. คว้าได้ 2 เหรียญทอง จากรุ่นไม่เกิน 52 กก. 14-15 ปี บุคคลชาย ฮิโรโตะ ชิอิบะ และรุ่นไม่เกิน 57 กก. 14-15 ปี บุคคลชาย ก้องภพ แก่นโกมล ขณะที่เหรียญทองรุ่นอื่น รุ่นมากกว่า 57 กก. 14-15 ปี บุคคลชาย ภควัต มีคุณ จากกาญจนบุรี, รุ่นไม่เกิน 47 กก. 14-15 ปี บุคคลหญิง ญาณิศา ซ้อนทอง จากขอนแก่น, รุ่นไม่เกิน 54 กก. 14-15 ปี บุคคลหญิง สิริกมลเนตร โชคประเสริฐกุล จากระยอง และรุ่นมากกว่า 54 กก. 14-15 ปี บุคคลหญิง ธิดารัตน์ นาคสวาท จากนครศรีธรรมราช

ลีลาศ ชิงชัย 6 เหรียญทอง ทัพเมืองหลวง กทม. โกยไป 4 เหรียญทอง จากประเภทสแตนดาร์ด รุ่นจูเนียร์ ทู (แพรวา แอร์โดแกน-อาแฟนดีย์แวอุเซ็ง), ประเภทละติน อเมริกัน รุ่นจูเวนไนล์ ทู (ภูริธาดา ศรีเจริญ-จัสมิน เจ๊ะมุ), ประเภทสแตนดาร์ด ยูธส์ วัน (อนุชา วิจิตรกูล-ภัสราภรณ์ พันธุ์เดช) และประเภทสแตนดาร์ด ยูธส์ ทู (อนุชา วิจิตรกูล-ภัสราภรณ์ พันธุ์เดช) ส่วนอีก 2 เหรียญทอง เป็นของ ประเภทละติน อเมริกัน รุ่นจูเวนไนล์ วัน ระยอง (ธนานพ แถวเถื่อนทอง-อแมนดา โตทัพ นีลเซน) และประเภทละติน อเมริกัน รุ่นจูเนียร์ วัน ปัตตานี (ธิดารัตน์ รักชาติ-กวีพิภัทร กฤษฎิ์หิรัญทวี)

สรุปเหรียญรางวัลที่แต่ละจังหวัดได้รับ (เมื่อเวลา 18.30 น.) เรียงตามลำดับเหรียญทอง เหรียญเงิน เหรียญทองแดง 10 อันดับแรก ดังนี้ อันดับ 1 กทม. 29-16-23, อันดับ 2 สุพรรณบุรี 14-10-12, อันดับ 3 ชลบุรี 7-9-9, อันดับ 4 นครศรีธรรมราช 7-7-9, อันดับ 5 ขอนแก่น 6-2-5 อันดับ 6 ศรีสะเกษ 5-2-3, อันดับ 7 นครราชสีมา 4-3-5, อันดับ 8 สมุทรสาคร 4-0-5, อันดับ 9 นครปฐม 3-5-1, อันดับ 10 ตรัง 3-1-5

ส่วนตะกร้อ ไฮไลต์อยู่ที่การแข่งขันในรอบ รองชนะเลิศ หญิงคู่ โดยแชมป์เก่า อุบลราชธานี ลงสนามพบลำปาง ซึ่งผลการแข่งขันปรากฏว่า ทีมสาวจากเมืองอุบลฯ ต้องออกแรงเหนื่อยกว่าจะเอาชนะคว้าชัยในแมตช์นี้ได้ด้วยสกอร์ 2-0 เซต 21-15, 23-21 ผ่านเข้าไปชิงฯกับชลบุรี คู่ชิงเมื่อปี 2559 ที่เอาชนะพิษณุโลกไป 2-0 เซต 21-7, 21-14 ด้านชายคู่ รอบรองชนะเลิศ นครศรีธรรมราช ชนะ มหาสารคาม 2-1 เซต 19-21, 21-9, 22-20 และ ปทุมธานี ชนะ สุพรรณบุรี 2-0 เซต 21-14, 21-8

“บิ๊กก้อง” ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) เปิดเผยว่า กีฬาเยาวชนแห่งชาติ ครั้งที่ 35 “บุรีรัมย์เกมส์” ถือว่าจังหวัดบุรีรัมย์มีความพร้อมในการจัดการแข่งขันค่อนข้างมาก ซึ่งบุรีรัมย์เคยผ่านการเป็นเจ้าภาพกีฬาระดับโลกมาแล้วอย่างศึก “โมโตจีพี” อย่างไรก็ตาม ในช่วงนี้สภาพอากาศมีฝนตกลงมาที่จังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งสิ่งสำคัญอันดับแรกก็คือเรื่อง สุขภาพของนักกีฬาเยาวชน เราจะต้องป้องกันไม่ให้นักกีฬามีอาการเจ็บป่วยด้วย

ดร.ก้องศักดกล่าวอีกว่า ในช่วงบุรีรัมย์เกมส์ทาง กกท.ได้จัดกิจกรรม “แซท สปอร์ต เอ็กซ์โป 2019” งานกีฬาของคนรักกีฬา ที่ลานด้านหน้า สนามช้าง อารีน่า ซึ่งเป็นการให้นักกีฬา เจ้าหน้าที่ และประชาชนทั่วไปได้มีโอกาสเข้าชม เพื่อสร้างแรงบันดาลใจในการเล่นกีฬาและเผยแพร่ความรู้ความเข้าใจให้ประชาชนเกิดความรักด้วยการออกกำลังกาย

“ถ้าการจัดกิจกรรมแซท สปอร์ต เอ็กซ์โป 2019 ในบุรีรัมเกมส์ครั้งนี้ทางเราประเมินแล้วมี ประสิทธิภาพ และเกิดประโยชน์สูงสุด ทางเราก็จะจัดกิจกรรมรูปแบบนี้ในทุกๆ มหกรรมการแข่งขันกีฬาระดับชาติที่ทาง กกท.เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน ไม่ว่าจะเป็น การแข่งขันกีฬาแห่งชาติ, กีฬาเยาวชนแห่งชาติ, กีฬาคนพิการแห่งชาติ หรือว่าจะเป็นกีฬาผู้อาวุโสแห่งชาติต่อไปด้วยครับ” ผู้ว่าการ กกท.กล่าวปิดท้าย

อ่านเพิ่มเติม...
กีฬาเยาวชนแห่งชาติ ครั้งที่ 35บุรีรัมย์เกมส์ตุลธร โสสลามณภัทร คำเรียนสุกานดา เพชรรักษา