หน้าแรกแกลเลอรี่

ให้ได้ข้อเดียว

ให้ได้ข้อเดียว

บี บางปะกง

8 พ.ย. 2564 06:00 น.

ดร.บุญลือ ประเสริฐโสภา ส.ส.ราชบุรี ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการกีฬา สภาผู้แทนราษฎร พร้อมด้วยเลขาคนเก่ง “บิ๊กโต้ง” ดร.สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ส.ส.ศรีสะเกษ

ได้เชิญคณะกรรมาธิการกีฬาฯ เข้าร่วมประชุมที่ห้องประชุมกรรมาธิการ สภาผู้แทนราษฎร N 404 อาคารรัฐสภา เมื่อวันก่อน

โดยมีวาระหนึ่งที่กำลังอยู่ในความสนใจของพี่น้องประชาชนคือ เรื่องการดำเนินคดีตามกฎหมายกับบุคคลผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการล้มมวยของ ‘ฟ้าวันใหม่ ช.ไทยเศรษฐ์’ กับผู้ว่าจ้าง

ซึ่งเป็นเหตุเกิดจากคู่มวยระหว่าง ฟ้าวันใหม่ กับ หลานย่าโม ว.วัฒนะ ในรายการศึกมวยมันส์วันศุกร์ ณ เวทีมวยโรงยิมอเนกประสงค์ เขากระโดง จังหวัดบุรีรัมย์ เมื่อวันศุกร์ที่ 8 ตุลาคม 64 โดยทีวีดิจิตอล ทรูโฟร์ยู ช่อง 24 เป็นผู้ถ่ายทอดสด

เพราะตัวละครเอก ‘เจ้าต่อทอง เทศบาลเขาบางแรก’ อุทัยธานี หรือฟ้าวันใหม่ ดีกรีเจ้าของ 10 กว่าล้านวิวเมื่อปีที่ผ่านมา ด้วยวีรกรรม “ชักดาบ” ไว้ที่วิกมวยรังสิต จนหวิดโดนรุมกินโต๊ะในคืนถัดมานั้น 

แต่ชะตาลิขิตให้ “เสี่ยโบ๊ท” ณัฐเดช วชิรรัตนวงศ์ โปรโมเตอร์เจ้าของรายการ เข้าไปติดเบรกได้ทันเหตุการณ์ จึงผ่านพ้นไปด้วยดี แถม ป๋าป๋อง ทีสปอร์ต ยังมีใจควักกระเป๋ามอบเป็นค่ารถให้เจ้าต่อกลับบ้านอีก 1 พันบาทด้วย

จากนั้นได้มีการสืบสาวสตอรี่จนแจ่มแจ้งแดงเถือกแล้ว 

ปรากฏว่า “ไอ้ต่อ” เป็นนักชกรุ่นเบา เดินสายชกหารายได้อยู่ทางย่านปากน้ำโพ นครสวรรค์ ลพบุรี สระบุรี อุทัยธานี ฝีมือมวยไม่ธรรมดา 

แม้จะเคยเสพยาบ้า ล้มมวย มาแล้วจนเข้าสะดือ 

ต่อเมื่อพิจารณาเทียบฝีมือมวย น้ำหนัก กระดูกมวย และอายุแล้ว  

ด้วยความเป็น “โปรโมเตอร์โบ๊ท” ซึ่งเป็นคนมีหัวจิตหัวใจกว้างใหญ่ยิ่งกว่าเจ้าพระยา ดังที่ทราบกันดีอยู่แล้ว

ที่สำคัญยังมีดีกรีเป็นทั้งทายาทหนึ่งเดียวของคนมวยพันธุ์แท้ และเป็นผู้นำความหวังใหม่ของวงการมวยที่โด่งดังได้รับการยอมรับมากที่สุดในยุคนี้

การตัดสินใจ “ให้โอกาส” และ “ชุบชีวิตใหม่” ให้เจ้าต่อทองมีโอกาสกลับมาชกมวยได้อีกครั้ง ซึ่งได้รับเสียงตอบรับสนับสนุน และชื่นชมยกย่องจากประชาชนคนมวยทั่วไป

ไอ้ต่อ เปลี่ยนชื่อแซ่ใหม่เป็น ‘ฟ้าวันใหม่’ กลับได้รับความเมตตาจากเจ้าของบ้านใหญ่แห่งเมืองอุทัยธานี ‘ส.ส.ชาดา ไทยเศรษฐ์’ ให้ใช้สีเสื้อ ‘ช.ไทยเศรษฐ์’ ในการขึ้นชกราวีบนสังเวียนเลือดมวยไทย

โควิดรอบก่อน ไอ้ต่อ ขึ้นชกที่เวทีมวยรังสิต 2-3 ไฟต์ ได้รับค่าตัวครั้งละ 10,000 บาท อัดฉีดอีกไฟต์ละ 80,000-100,000 บาท

ขนาดชกเสมอลงมาแบบน่าจะแพ้ซะด้วยซ้ำ “ป๊ะดา” ยังใจป้ำ “ทิป” ให้ 1 แสนบาททันทีในเวที เสร็จแล้วนั่งรถกลับอุทัยฯ แบบ ชิลชิล 

พอมาถึงโควิดรอบนี้ที่มวยหยุดกันยาว.....แต่เมื่อได้เวลา ไอ้ต่อ ฟ้าวันใหม่ ช.ไทยเศรษฐ์ ก็มีรายการขึ้นชกกับ หลานย่าโม ว.วัฒนะ ที่เวทีมวยบุรีรัมย์ 

วีรกรรมบัดซบ “ล้มมวย” อย่างที่ไม่มีใครกล้าแม้แต่จะคิด ก็เกิดขึ้น!!

จะมีก็เพียง นายหน้าพ่อค้าควาย จากเมืองนครนายก ที่ใจกล้าหน้าด้านเท่านั้นที่คิดแผนชั่วนี้      

“บิ๊กก้อง” ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการกีฬาแห่งประเทศไทย พลัฏฐ์ สุวรรณาเมธากร ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการกีฬามวย พร้อมด้วย ธนวลัญช์ ไกรนรา ผู้ช่วยปฏิบัติงานเชี่ยวชาญกฎหมาย ในฐานะหัวหน้าส่วนราชการที่ดูแลรับผิดชอบ ซึ่งเข้าร่วมชี้แจงในที่ประชุม

โดยมี “เสี่ยโบ๊ท” ณัฐเดช โปรโมเตอร์ศึกเพชรยินดี กับเลขาคู่ใจ “น้องมะปรางค์” ชามา คงอุดม ในฐานะผู้จัดการแข่งขันที่เสียหายโดยตรง ได้รับเชิญให้เข้าร่วมประชุมด้วย

ท่านผู้ว่าก้อง และ ผอ.พลัฏฐ์ ได้ร่วมกันชี้แจงต่อที่ประชุมว่า เบื้องต้นได้มีการสอบสวน เจ้าต่อ ฟ้าวันใหม่ และเจ้าตัวได้ยอมรับสารภาพ จึงได้มีคำสั่งเบื้องต้นพักใบอนุญาตชั่วคราว ตามอำนาจหน้าที่ 

จากนั้น ผอ.พลัฏฐ์ สุวรรณเมธากร ในฐานะนายทะเบียนและเจ้าพนักงานมวย ได้ลงทุนควบรถเดินทางไปบุรีรัมย์ เพื่อแจ้งความข้อหาจ้างวานและล้มมวยของ ‘อุดม จารย์ลี’ และ ฟ้าวันใหม่ ช.ไทยเศรษฐ์ ต่อเจ้าพนักงานตำรวจท้องที่เกิดเหตุด้วยตนเอง

เรื่องเกิดจาก พ่อค้าควายตัวแสบ  ชคนเดียวที่ “ทะลึ่ง” สร้างเรื่องขึ้น จนทำเอาใครต่อใครวุ่นวายกันทั่วประเทศ

ทางด้าน “เเสี่ยโบ๊ท” ณัฐเดช ซึ่งเป็นผู้ชี้แจง ก่อนหน้าก็เคยแจง เด๊ะๆ เหมือนกันทุกที่ที่ถูกเชิญไป ไม่ว่าจะเป็นรายการทีวี หรือแม้แต่ที่สมาคมกีฬามวยอาชีพแห่งประเทศไทย ของ “ชาติซ้าย” สมชาติ เจริญวัชรวิทย์

สามยกแรก ฟ้าวันใหม่ อาศัยฝีมือและเชิงชกเล่นวงนอกเก็บคะแนนจนไกลถึงพนมเปญโน่น

พอขึ้นยกสี่ เปลี่ยนวิธีชก เดินเข้าคลุกวงในเพื่อเสนอหน้ารับศอกของคู่ชก สุดท้ายก็โดนศอก (ไม่จริง) ทิ้งตัวหล่นกองพื้นเวที ชักดิ้นชักงอ น่าได้รางวัลตุ๊กตาทอง(เก๊) ซะจริงๆ

เสี่ยโบ๊ท ณัฐเดช วันนี้และเวลานี้....ตะไคร่มวยได้เริ่มจับผิวจนสีเขียวเข้มมากขึ้นทุกที

ขนาดหลังชกลงจากเวที เจ้าต่อที่ร้องแก้ตัวว่า ผมเปล่า ผม....เปล่าล้มครับ

สุดท้ายตายก็เพราะโทรศัพท์มือถือที่ เสี่ยโบ๊ท สั่งทีมงานยึดมาตรวจสอบทุกแอปและทุกช่องทาง จนพบเรื่องเงินทองที่เข้าออกในบัญชีธนาคารของ เจ้าต่อ ฟ้าวันใหม่ ถึงกับคอตกยอมรับสารภาพกันตรงนี้

จากนั้นท่านพ่อค้าควาย ผู้กล้าจ้างมวยล้ม ก็วิ่งกันขาขวิดเพราะตรงนี้เช่นกัน

อย่างไรก็ตาม บทสรุปของที่ประชุมคณะกรรมาธิการกีฬา ได้มีความเห็นร่วมกันว่า การล้มมวยครั้งนี้เป็นการสร้างความเสื่อมเสียให้กับวงการกีฬามวยไทย ซึ่งเป็นศิลปะการต่อสู้และกีฬาประจำชาติ

แม้ว่าการจับผิดเรื่องมวยล้มจะกระทำได้ยาก หากทุกฝ่ายให้ความร่วมกันทำหน้าที่ให้ดีที่สุด มีความสื่อสัตย์สุจริตทั้งในการแข่งขันและการตัดสิน ย่อมสามารถช่วยกันแก้ไขปัญหาที่น่าอับอายเช่นกรณีนี้ได้

คณะกรรมาธิการให้ความสำคัญเรื่องการดำเนินคดีตามกฎหมายกับบุคลผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการล้มมวยของ ฟ้าวันใหม่ ช.ไทยเศรษฐ์ และผู้ว่าจ้างเป็นอย่างยิ่ง

โดยจะติดตามความคืบหน้าของคดีอย่างใกล้ชิด และยินดีมอบข้อมูลจากการประชุมในวันนี้ เพื่อฃ่วยให้เจ้าพนักงานสอบสวนได้ปฏิบัติตามอำนาจหน้าที่อย่างเต็มที่

ถึงตรงนี้ แม้ทางฝ่ายผู้ว่าจ้างล้มมวยได้พยายามวิ่งเต้นในทุกช่องทาง ขอประนอมยอมความเพื่อล้มคดี

ในขณะที่คำตอบที่ได้รับนั้น ช่างน่าสนใจกับน่าศึกษายิ่ง

อยากขออะไรก็ขอมา แต่ว่าให้ได้เพียงข้อเดียวคือ....ลมหายใจ

เข้าใจกันว่าไง..ก็ตามนั้นล่ะครับ!!!


- บี บางปะกง -

     

# แท็กที่เกี่ยวข้อง

ฟ้าวันใหม่ ช.ไทยเศรษฐ์ฟ้าวันใหม่ ล้มมวยฟ้าวันใหม่ เสี่ยโบ๊ทณัฐเดช วชิรรัตนวงศ์มวยล้มมวยข่าวล้มมวยส.ส.ชาดา ไทยเศรษฐ์บิ๊กก้องก้องศักด ยอดมณีการกีฬาแห่งประเทศไทย

วิดีโอแนะนำ

ผมชื่อ "ด.ช.สมัคร สุนทรเวช"
02:31

ผมชื่อ "ด.ช.สมัคร สุนทรเวช"

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

    คุณอาจสนใจข่าวนี้