หน้าแรกแกลเลอรี่

เปิด 4 สิ่งที่ได้เห็นจากเกม "แมนยูฯ" พ่าย "เปแอสเช" คาถิ่น

เปิด 4 สิ่งที่ได้เห็นจากเกม "แมนยูฯ" พ่าย "เปแอสเช" คาถิ่น

ไทยรัฐออนไลน์

3 ธ.ค. 2563 06:50 น.

"ปิศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เปิดบ้านแพ้ ปารีส แซงต์ แชร์กแมง ไป 1-3 และนี่คือ 4 ประเด็นสำคัญที่ได้เห็นจากเกมนี้ 

1.สรุปจังหวะทำประตู

เกมนี้ เปแอสเช ได้ประตูขึ้นนำเร็วมากตั้งแต่นาทีที่ 6 จากจังหวะที่ คีเลียน เอ็มบัปเป ยิงไปแฉลบ วิคตอร์ ลินเดเลิฟ บอลมาเข้าทาง เนย์มาร์ กดด้วยขวาในเขตโทษเข้าไปตุงตาข่าย จากนั้นนาทีที่ 32 แมนยูฯ ตีเสมอเป็น 1-1 จากจังหวะที่ มาร์คัส แรชฟอร์ด ยิงไปแฉลบ ดานิโล เปเรรา เปลี่ยนทางเข้าประตูไป ก่อนจะจบครึ่งแรกไปด้วยสกอร์นี้ กลับมาเล่นต่อครึ่งหลัง นาทีที่ 69 เปแอสเช ขึ้นนำ 2-1 จากจังหวะยิงจ่อๆ ของ มาร์กินญอส และในนาทีที่ 70 แมนยูฯ ต้องมาเหลือ 10 คน เมื่อ เฟร็ด มาโดนใบเหลืองที่สองเป็นใบแดงไล่ออกจากสนามไป พอเหลือ 10 คน แมนยูฯ ก็ยังพยายามบุกสู้เพราะผลเสมอก็เพียงพอที่จะทำให้พวกเขาเข้ารอบ แต่สุดท้ายมาโดนทีเด็ดของ เนย์มาร์ ซัดในนาทีที่ 90+1 พาเปแอสเชชนะไป 3-1 อย่างไรก็ตามในกลุ่มนี้ทั้ง แมนยูฯ, เปแอสเช และ แอร์เบ ไลป์ซิก มี 9 คะแนนเท่ากัน ต้องไปลุ้นว่าใครจะเข้ารอบ 16 ทีม ในนัดสุดท้าย โดย แมนยูฯ จะเจอกับ ไลป์ซิก และ เปแอสเช เจอกับ อิสตันบูล บาซัคเซเฮียร์ ที่ตกรอบไปแล้ว

ลุ้นเข้ารอบเดือด
ลุ้นเข้ารอบเดือด

2.เฟร็ดต้องใจเย็นกว่านี้-โซลชาร์ตัดสินใจช้า

เกมนี้ เฟร็ด ไม่ได้เล่นแย่อะไรมากมาย ถือว่าโดดเด่นเลยด้วยซ้ำ แต่จากการที่เขาควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่อยู่ ไปโขกใส่ เลอันโดร ปาเรเดส ทำให้โดนใบเหลือง ทั้งที่หลายฝ่ายมองว่าเขาควรจะโดนใบแดงด้วยซ้ำจากจังหวะนี้ และมันก็ทำให้การเล่นของเฟร็ดเริ่มเปลี่ยนไป ใจร้อนมากขึ้น และมีจังหวะไปปะทะกับ ปาเรเดส อีกรอบ ช่วงท้ายครึ่งแรก โชคดีอีกครั้งที่ผู้ตัดสินมองว่า ปาเรเดส เข้าบอลช้าและเป็นฝ่ายฟาวล์ แต่ เฟร็ด ก็มีเหยียบเท้าปาเรเดสนิดๆ เหมือนกัน แต่ก็รอดพ้นใบเหลืองที่สองมาได้ จากนั้นครึ่งหลัง โอเล กุนนาร์ โซลชาร์ กลับไม่ตัดสินใจเปลี่ยน เฟร็ด ที่เสี่ยงจะโดนใบแดงออก กระทั่งนาทีที่ 70 เฟร็ด ไปทำฟาวล์ใส่ อันเดร์ เอร์เรรา ทำให้โดนใบเหลืองที่สองกลายเป็นใบแดง โดนไล่ออกจากสนามทันที และทำให้ทีมเล่นยากขึ้นในช่วงเวลาที่เหลือ

เฟร็ดโดนใบแดงจนได้
เฟร็ดโดนใบแดงจนได้

3.มาร์เชียล อาการน่าเป็นห่วง

โชว์ฟอร์มได้น่าผิดหวังเหลือเกินสำหรับ อองโตนี มาร์เชียล แนวรุกชาวฝรั่งเศสของปิศาจแดง ที่ได้รับโอกาสลงสนามเป็นตัวจริง แต่ช่วงต้นครึ่งหลัง ตอนที่สกอร์ยังเป็น 1-1 เขามีโอกาสยิงจ่อๆ จากการถวายพานของ มาร์คัส แรชฟอร์ด แต่ดันซัดข้ามคานออกไปหน้าตาเฉย เพราะถ้าได้ประตูนี้ยูไนเต็ดจะเล่นง่ายขึ้นมาก และจากนั้นนาทีที่ 57 มาร์เชียล ได้โอกาสอีกครั้งจากจังหวะที่ บรูโน เฟอร์นันเดส จ่ายบอลมาให้อย่างสวย แต่ก็ยิงไปติดบล็อกอีกครั้ง เรียกได้ว่าความมั่นใจหดหายไปหมดแล้ว

มาร์เชียล สุดฝืด
มาร์เชียล สุดฝืด

4.โธมัส ทูเคิล แก้เกมเยี่ยมเลย

นัดนี้ต้องชมการแก้เกมของกุนซือเปแอสเชอย่าง โธมัส ทูเคิล ที่ค่อนข้างได้ผลอย่างชัดเจน ส่ง อันเดร์ เอร์เรรา ลงมาแทน เลอันโดร ปาเรเดส ในนาทีที่ 65 และสามารถเรียกใบแดงจาก เฟร็ด ได้สำเร็จ ก่อนที่เขาจะมีส่วนกับประตูขึ้นนำ 2-1 เพราะเป็นคนยิงไกลมาเข้าทาง อับดู ดิยัลโล ที่จ่ายต่อให้ มาร์กินญอส ยิงเข้าไป ส่วนตัวสำรองอีกคนอย่าง ราฟินญา ก็เป็นคนแอสซิสต์ให้ เนย์มาร์ ยิงประตูปิดกล่อง 3-1

ทูเคิลเปลี่ยนตัวได้ผล
ทูเคิลเปลี่ยนตัวได้ผล

PUNABBEY

# แท็กที่เกี่ยวข้อง

แมนยูข่าวแมนยูแมนยูล่าสุดแมนยูปารีสแมนยู เปแอสเชยูฟ่า แชมเปียนส์ลีกยูฟ่า

คุณอาจสนใจข่าวนี้