หน้าแรกแกลเลอรี่

ไปกันใหญ่ แมนฯ ซิตี้ เฉือน เวสต์แฮม 2-1 หนีแมนยูฯ 13 แต้ม

ไปกันใหญ่ แมนฯ ซิตี้ เฉือน เวสต์แฮม 2-1 หนีแมนยูฯ 13 แต้ม

ไทยรัฐออนไลน์

27 ก.พ. 2564 21:33 น.

"เรือใบสีฟ้า" แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ทำได้ตามเป้า เปิดบ้านเอาชนะ "ขุนค้อน" เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ไป 2-1 นำจ่าฝูงพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ต่อไป

การแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2020-21 ประจำวันเสาร์ที่ 27 ก.พ. 64 คู่ที่น่าสนใจ "เรือใบสีฟ้า" แมนเชสเตอร์ ซิตี้ จ่าฝูงของตาราง เปิดสนามเอติฮัด สเตเดียม รับการมาเยือนของ "ขุนค้อน" เวสต์แฮม ยูไนเต็ด อันดับ 4 ของตาราง

ข่าวแนะนำ

เปิดฉากครึ่งแรก นาทีที่ 30 แมนฯ ซิตี้ ได้ประตูขึ้นนำ 1-0 จากจังหวะที่ เควิน เดอ บรอยน์ เปิดบอลจากฝั่งขวาเข้ากรอบเขตโทษ และเป็น รูเบน ดิอาส ขึ้นโหม่งเข้าไปตุงตาข่าย

ถัดมานาทีเดียว แมนฯ ซิตี้ ได้ลุ้นจากจังหวะยิงไกลของ เฟอร์รัน ตอร์เรส แต่ ดาร์เรน แรนดอล์ฟ ยังเซฟเอาไว้ได้

จากนั้นนาทีที่ 40 เวสต์แฮม เกือบตีเสมอจากจังหวะที่ เจสซี ลินการ์ด เปิดบอลจากฝั่งขวาเข้าเขตโทษ ปาโบล ฟอร์นัลส์ ยิงวืด บอลมาเข้าทาง มิคาอิล อันโตนิโอ ได้ซัดด้วยขวา บอลชนเสาออกไปอย่างน่าเสียดาย

นาทีที่ 41 เวสต์แฮม มาอีกแล้ว คราวนี้เป็น เจสซี ลินการ์ด ลองซัดจากนอกกรอบ แต่บอลตรงตัว เอแดร์สัน

ถึงนาทีที่ 43 เวสต์แฮม ตีเสมอเป็น 1-1 จากจังหวะที่ ปาโบล ฟอร์นัลส์ จ่ายบอลเข้าเขตโทษฝั่งขวาให้ วลาดิเมียร์ คูฟาล ผ่านบอลเข้ากลางให้ เจสซี ลินการ์ด ตวัดเรียดไปเสาสอง และเป็น มิคาอิล อันโตนิโอ ยิงจ่อๆ เข้าไป

จบครึ่งแรก แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เสมอ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด อยู่ 1-1

กลับมาเล่นต่อครึ่งหลัง นาทีที่ 68 แมนฯ ซิตี้ ขึ้นนำอีกครั้ง 2-1 เมื่อ ริยาด มาห์เรซ พาบอลจี้เข้าเขตโทษฝั่งขวา ก่อนจ่ายให้ จอห์น สโตนส์ ซัดเปรี้ยงด้วยขวา บอลพุ่งเข้าไปตุงตาข่าย

ช่วงเวลาที่เหลือทั้งสองทีมทำอะไรกันเพิ่มไม่ได้ จบเกม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เอาชนะ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ไป 2-1 เก็บเพิ่มเป็น 62 คะแนน นำจ่าฝูงต่อไป ทิ้งห่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด รองจ่าฝูงไปเป็น 13 คะแนน พร้อมทำสถิติคว้าชัย 20 นัดติดรวมทุกรายการ

เครดิตภาพ: https://twitter.com/WestHam

# แท็กที่เกี่ยวข้อง

แมนซิตี้แมนเชสเตอร์ซิตี้แมนซิตี้ล่าสุดแมนเชสเตอร์ ซิตี้เวสต์แฮมเวสต์แฮม ยูไนเต็ดพรีเมียร์ลีกพรีเมียร์ลีกอังกฤษผลบอลผลบอลพรีเมียร์ลีกผลบอลวันนี้ผลบอลล่าสุดข่าวฟุตบอลแมนยู

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้