ไลฟ์สไตล์
100 year

ควิวีน เคลเลเฮอร์ : จากยอดดาวยิงระดับเยาวชน สู่อนาคตจอมหนึบลิเวอร์พูล

ไทยรัฐออนไลน์4 ธ.ค. 2563 06:00 น.
SHARE

ตอนเด็กเป็นกองหน้ายิงกระจาย ก่อนแจ้งเกิดพา ลิเวอร์พูล ชนะ อาแจกซ์ อะไรที่ทำให้ ควิวีน เคลเลเฮอร์ กลายเป็นผู้รักษาประตูอนาคตไกล ไปติดตามกัน

  • ก้าวที่ 1 : มีวันนี้เพราะ "พ่อ" ให้ (มาเล่นผู้รักษาประตู)

  • ก้าวที่ 2 : ได้เหรียญแชมป์ยุโรป แต่ไร้เหรียญแชมป์พรีเมียร์ลีก

  • ก้าวที่ 3 : เปิดศึก "อาเดรียน" ชิงตำแหน่งมือ 2 ของ ลิเวอร์พูล

ข่าวแนะนำ

ก่อนเข้าเรื่อง เรามาทำความเข้าใจกันสักนิดว่า "Caoimhín Kelleher" ชื่อของพระเอกในเรื่องนี้ออกเสียงว่า “ควิวีน (Kwee-Veen) เคลเลเฮอร์” ตามภาษาไอริชซึ่งเป็นสัญชาติของเขา โดย สกาย สปอร์ตส อธิบายว่า ชื่อ "ควิวีน" (Caoimhín) สำหรับชาวไอร์แลนด์ก็เหมือนกับชื่อ "เควิน" (Kevin) ของคนอังกฤษนั่นเอง 

*คลิปจาก FAI TV ที่ “ควิวีน เคลเลเฮอร์” บอกวิธีการออกเสียงชื่อของเขาที่ถูกต้อง

คืนวันที่ 1 ธันวาคม ปี 2020 น่าจะเป็นค่ำคืนที่ติดตรึงอยู่ในความทรงจำของ “ควิวีน เคลเลเฮอร์” ไปอีกนาน เมื่อ เยอร์เกน คลอปป์ มอบโอกาสครั้งสำคัญด้วยการเลือกเขาลงเฝ้าเสาแทน อลิสสัน เบคเกอร์ ผู้รักษาประตูมือ 1 ของ ลิเวอร์พูล ที่มีปัญหาบาดเจ็บกล้ามเนื้อแฮมสตริงก่อนเกมยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก รอบแบ่งกลุ่ม นัดที่ 5 เปิดบ้านต้อนรับ อาแจกซ์ อัมสเตอร์ดัม มากกว่าที่จะใช้บริการมือ 2 อย่าง อาเดรียน เหมือนหลายๆ นัดก่อนหน้านี้

แมตช์นั้นถือเป็นหนแรกในชีวิตที่นายทวารหนุ่มชาวไอร์แลนด์ได้สัมผัสกับการแข่งขันฟุตบอลถ้วยรายการใหญ่ที่สุดของทวีปยุโรป และยังเป็นการลงสนามครั้งแรกในฤดูกาล 2020-2021 อีกด้วย อย่างไรก็ดี แม้โอกาสทองครั้งใหญ่จะมาถึงมือแบบไม่ทันตั้งตัว แต่เขากลับไม่มีอาการตื่นสนามให้เห็นแม้แต่น้อย

การเฝ้าเสาเกมที่ 5 ในทีมชุดใหญ่ของ "หงส์แดง" จบลงด้วยชัยชนะเหนือผู้มาเยือนจากเนเธอร์แลนด์ 1-0 ซึ่ง เคลเลเฮอร์ มีส่วนสำคัญในการช่วยทีมไม่เสียประตูเป็นนัดที่ 4 จาก 5 เกมในศึกยูซีแอล รอบแบ่งกลุ่ม ซีซั่นนี้ หลังโชว์ฟอร์มเซฟไปถึง 4 ครั้ง โดยเฉพาะการบินปัดลูกยิงไกลของ นูส์แซร์ มาซราอุย ที่กำลังจะพุ่งเสียบใต้คานในครึ่งแรก และจังหวะผวาปัดลูกโหม่งจ่อๆ ของ คลาส-ยาน ฮุนเตลาร์ ในช่วงท้ายเกม

จังหวะโชว์ซูเปอร์เซฟของ เคลเลเฮอร์ ที่ป้องกันลูกโหม่งจ่อๆ ของ ฮุนเตลาร์ ได้อย่างยอดเยี่ยม
จังหวะโชว์ซูเปอร์เซฟของ เคลเลเฮอร์ ที่ป้องกันลูกโหม่งจ่อๆ ของ ฮุนเตลาร์ ได้อย่างยอดเยี่ยม

ความยอดเยี่ยมของจอมหนึบวัย 22 ปี บวกกับประตูชัยของ เคอร์ติส โจนส์ จากการเปิดของ เนโก วิลเลียมส์ 2 ดาวรุ่งวัย 19 ปี ช่วยให้ ลิเวอร์พูล มี 12 คะแนน ทิ้งห่าง อตาลันตา อันดับ 2 ของกลุ่มที่ทำได้แค่เสมอ มิดทิลแลนด์ 1-1 อยู่ 4 คะแนน ในขณะที่เหลือแค่ 1 นัด การันตีเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายในฐานะแชมป์กลุ่มแน่นอนแล้ว

ผลงานดังกล่าวถือเป็นการแจ้งเกิดอย่างงดงามสำหรับผู้รักษาประตูที่ยังไม่เคยผ่านการลงเล่นใน พรีเมียร์ลีก อังกฤษ แม้แต่นัดเดียว โดย 4 นัดก่อนหน้านี้ที่ได้ลงเฝ้าเสาก็เป็นแค่เกมฟุตบอลถ้วยในประเทศ 

ลีก คัพ 3 นัด
25 กันยายน 2019 - รอบ 3 (เยือน) ชนะ เอ็มเค ดอนส์ 2-0
30 ตุลาคม 2019 - รอบ 4 (เหย้า) เสมอ อาร์เซนอล 5-5 (ดวลจุดโทษชนะ 5-4 สกอร์รวม 10-9)
17 ธันวาคม 2019 - รอบ 5 (เยือน) แพ้ แอสตัน วิลลา 0-5

เอฟเอ คัพ 1 นัด
4 กุมภาพันธ์ 2020 - รอบ 4 นัดรีเพลย์ (เหย้า) ชนะ ชรูว์สบิวรี 1-0

การเก็บคลีนชีตพร้อมพา "หงส์แดง" คว้าชัยตั้งแต่เกมแรกที่ได้เล่นในรายการใหญ่อย่าง ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก จึงเป็นก้าวสำคัญในการเติบโตของ เคลเลเฮอร์ ที่อาจได้รับความไว้วางใจจากกุนซือ เยอร์เกน คลอปป์ ในครั้งต่อๆ ไป แต่เชื่อหรือไม่ว่า "ผู้รักษาประตู" ไม่ใช่ตำแหน่งที่เขาตั้งใจจะเอาดีมาตั้งแต่แรก ในสมัยยังเด็กๆ ที่เพิ่งหัดเล่นฟุตบอล

ควิวีน เคลเลเฮอร์ ไม่ได้เป็นผู้รักษาประตูมาตั้งแต่เริ่มเล่นฟุตบอลใหม่ๆ
ควิวีน เคลเลเฮอร์ ไม่ได้เป็นผู้รักษาประตูมาตั้งแต่เริ่มเล่นฟุตบอลใหม่ๆ

ก้าวที่ 1 : มีวันนี้เพราะ "พ่อ" ให้ (มาเล่นผู้รักษาประตู)

ที่จริงแล้ว เด็กหนุ่มไอริชเคยเป็นยอดดาวยิงแถวหน้าในการแข่งขันฟุตบอลระดับเยาวชนที่บ้านเกิดของทีม "ริงมาห์น เรนเจอร์ส" โดยมีสถิติการถล่มประตูเฉลี่ยฤดูกาลละ 20-30 ลูก แต่แล้วในช่วงที่เล่นให้กับทีมรุ่นอายุ 14 ปี เขาก็ได้เจอกับหัวเลี้ยวหัวต่อครั้งสำคัญในชีวิต

เอ็ดดี แฮร์ริงตัน อดีตโค้ชของจอมหนึบลิเวอร์พูลในทีมริงมาห์น เรนเจอร์ส เปิดเผยกับ PunditArena สื่อกีฬาชั้นนำของไอร์แลนด์เมื่อปี 2019 ว่า "ตอนนั้นผู้รักษาประตูของเราตัดสินใจเลิกเล่นฟุตบอลด้วยเหตุผลบางอย่าง จากนั้น เรย์ (คุณพ่อของ เคลเลเฮอร์) ก็โทรศัพท์มาหาผมในคืนหนึ่งเพื่อแนะนำว่า 'คุณเห็นด้วยกับผมไหม ถ้าจะให้ ควิวีน ไปเป็นผู้รักษาประตู' "

"วันนั้นผมแปลกใจว่าเขาคิดอะไรอยู่ เพราะตอนแรกผมเองก็เสียดายหากต้องให้ดาวยิงคนสำคัญของเราเปลี่ยนตำแหน่ง แต่พ่อของเขาย้ำนักย้ำหนาว่า 'ให้โอกาสเขาได้ลองสักหน่อยน่า แล้วเดี๋ยวเรามาดูกัน' ก่อนที่เราจะส่งเขาลงไปเฝ้าเสาตามคำเรียกร้อง"

"และเพียงแค่เกมแรกที่พบกับ สปริงฟิลด์ แรมเบลอร์ส ในบ้านของเราเอง ควิวีน ก็เจอรับน้องทันทีด้วยการโดนยิงข้ามหัวเข้าประตูไปจากลูกเปิดด้านข้างแบบกึ่งยิงกึ่งผ่าน แต่เขาก็ไม่เสียขวัญก่อนจะค่อยๆ แสดงให้เห็นถึงความฉลาดในการเล่นและยึดตำแหน่งผู้รักษาประตูเรื่อยมา โดยไม่เคยกลับไปเป็นกองหน้าอีกเลย"

จากที่เคยเป็นศูนย์หน้าจอมล่าตาข่ายของ ริงมาห์น เรนเจอร์ส ในศึก "คอร์ก เคนเนดี คัพ" การแข่งขันฟุตบอลนักเรียนที่ยิ่งใหญ่ซึ่งเต็มไปด้วยเหล่าดาวรุ่งฝีเท้าจัดจ้านมารวมตัวกันมากที่สุดของไอร์แลนด์ เพียงแค่ 4 เดือนให้หลัง เคลเลเฮอร์ ก็ย้ายพื้นที่ทำการจากที่เคยจบสกอร์อยู่หน้าปากประตูคู่แข่ง มายืนเป็นปราการด่านสุดท้ายที่หน้าปากประตูของทีมตัวเอง และนั่นคือจุดพลิกผันที่นำไปสู่ก้าวต่อไปในชีวิตนักฟุตบอลอาชีพ

เคลเลเฮอร์ เริ่มต้นจากตำแหน่งกองหน้า ก่อนมาเป็นผู้รักษาประตู (ขอบคุณภาพจาก Daily Mail)
เคลเลเฮอร์ เริ่มต้นจากตำแหน่งกองหน้า ก่อนมาเป็นผู้รักษาประตู (ขอบคุณภาพจาก Daily Mail)

ก้าวที่ 2 : ได้เหรียญแชมป์ยุโรป แต่ไร้เหรียญแชมป์พรีเมียร์ลีก

ฝีไม้ลายมือของ ควิวีน ในวัย 16 ปี พัฒนาอย่างรวดเร็วจนได้เล่นให้กับทีมชาติไอร์แลนด์ รุ่นอายุไม่เกิน 17 ปี เมื่อปี 2015 ในศึกยู-17 ชิงแชมป์ยุโรป ที่บัลแกเรีย ก่อนที่ผลงานจะเข้าตาแมวมองจนได้เซ็นสัญญาเข้าสู่ทีมอะคาเดมีของ ลิเวอร์พูล ในช่วงซัมเมอร์ปีนั้นเอง 

ก่อนหน้านั้น 2 ปี เขาก็เคยได้รับความสนใจจาก แอสตัน วิลลา กับ แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส มาแล้ว แต่ยังไม่รีบตัดสินใจเพื่อรอเวลาที่พร้อมที่สุดก่อน แต่หากนับกันจริงๆ แล้ว เคลเลเฮอร์ ใช้เวลาเพียง 3 ปีในการเล่นตำแหน่งผู้รักษาประตูก่อนมาลงเอยกับทีมดังจากเมอร์ซีย์ไซด์

ในช่วงปีแรกของเขากับ "หงส์แดง" เยอร์เกน คลอปป์ กุนซือเลือดใหม่ไฟแรงที่เพิ่งสร้างชื่อกับ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ จนสะท้านเวทียุโรป ก็เข้ามารับงานในถิ่นแอนฟิลด์ต่อจาก เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ก่อนที่ช่วงซัมเมอร์ปี 2018 คลอปป์ จะหนีบเจ้าหนูควิวีนติดทีมไปร่วมทัวร์อุ่นเครื่องปรี-ซีซั่นที่สหรัฐอเมริกา และให้โอกาสลงสนามด้วย

เมื่อกลับมาถึงอังกฤษในเดือนสิงหาคม เขาจึงไม่ลังเลที่จะต่อสัญญาออกไปจนถึงฤดูร้อน ปี 2022 เพราะเชื่อว่าเวลาของเขาในทีมลิเวอร์พูล ชุดใหญ่ น่าจะมาถึงในไม่ช้า และในฤดูกาล 2018-2019 เขาก็ถูกดันขึ้นมาเป็นผู้รักษาประตูมือ 3 ต่อจาก อลิสสัน กับ ซิมง มิโญเลต์ ซึ่งการได้ซ้อมร่วมกับนายด่านชั้นยอดของโลกก็ทำให้เขาซึมซับวิชาและยกระดับฝีมือขึ้นมาทีละขั้น

เคลเลเฮอร์ อยู่ในทีมชุดแชมป์ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก 2018-2019 ของ ลิเวอร์พูล ร่วมกับ อลิสสัน (กลาง) และ มิโญเลต์ (ซ้าย) (ขอบคุณภาพจาก IG : caoimhinkelleher98)
เคลเลเฮอร์ อยู่ในทีมชุดแชมป์ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก 2018-2019 ของ ลิเวอร์พูล ร่วมกับ อลิสสัน (กลาง) และ มิโญเลต์ (ซ้าย) (ขอบคุณภาพจาก IG : caoimhinkelleher98)

กระทั่งวันที่ 1 มิถุนายน ปี 2019 เคลเลเฮอร์ ได้มีชื่อบนม้านั่งสำรองใน ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก รอบชิงชนะเลิศ ที่เอาชนะ สเปอร์ส ทีมร่วมพรีเมียร์ลีก 2-0 คว้าแชมป์ยุโรปสมัยที่ 6 มาครอง ทำให้เขาได้รับเหรียญแชมป์รายการใหญ่ที่สุดในชีวิตมาคล้องคอเป็นเกียรติประวัติให้ตัวเอง และเป็นนักฟุตบอลชาวไอร์แลนด์คนแรกในรอบ 11 ปีที่ได้สัมผัสแชมป์รายการนี้ต่อจาก จอห์น โอเช ที่คว้าแชมป์กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในฤดูกาล 2007-2008 และเป็นคนที่ 12 ในประวัติศาสตร์

แต่เส้นทางของนายทวารเลือดยักษ์เขียวไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบอย่างที่คิด แม้ มิโญเลต์ จะสละตำแหน่งมือ 2 เพื่อกลับเบลเยียมไปรับโอกาสลงเล่นอย่างต่อเนื่องอีกครั้งกับ คลับ บรูช ทีมชั้นนำของบ้านเกิด แต่ "หงส์แดง" เลือกที่จะคว้า อาเดรียน ที่เพิ่งหมดสัญญากับ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด มาเป็นตัวสแตนด์บายต่อจาก อลิสสัน แทนที่จะขยับ เคลเลเฮอร์ ให้ขึ้นมาจากมือ 3

เคลเลเฮอร์ (เสื้อเขียวมุมล่างขวา) ได้ลงเฝ้าเสาแค่ในบอลถ้วย ยังไม่มีโอกาสสัมผัสเกมพรีเมียร์ลีก
เคลเลเฮอร์ (เสื้อเขียวมุมล่างขวา) ได้ลงเฝ้าเสาแค่ในบอลถ้วย ยังไม่มีโอกาสสัมผัสเกมพรีเมียร์ลีก

จากนั้นโอกาสที่ เคลเลเฮอร์ ได้รับก็มีแค่การเฝ้าเสาในบอลถ้วยเพียง 4 นัดตลอดฤดูกาล 2019-2020 โดยไม่ได้ลงเล่นในพรีเมียร์ลีกที่สโมสรกลับมาผงาดคว้าแชมป์ลีกสูงสุดของเมืองผู้ดีเป็นครั้งแรกในรอบ 30 ปีเลยแม้แต่เกมเดียว ถึงจะได้อยู่ร่วมฉลองความสำเร็จในวันมอบถ้วย แต่เขากลับไม่ได้เหรียญแชมป์มาคล้องคอ เนื่องจากกฎพรีเมียร์ลีกระบุว่านักเตะที่มีสิทธิ์รับเหรียญต้องได้ลงสนามอย่างน้อย 5 นัดในฤดูกาลนั้น

เคลเลเฮอร์ (ขวาสุด) ได้แค่ร่วมฉลองแชมป์พรีเมียร์ลีก แต่ไม่ได้รับเหรียญแชมป์ (ขอบคุณภาพจาก IG : caoimhinkelleher98)
เคลเลเฮอร์ (ขวาสุด) ได้แค่ร่วมฉลองแชมป์พรีเมียร์ลีก แต่ไม่ได้รับเหรียญแชมป์ (ขอบคุณภาพจาก IG : caoimhinkelleher98)

อย่างไรก็ตาม ดูเหมือน คลอปป์ จะเข้าใจความรู้สึกของเจ้าหนูควิวีนเป็นอย่างดีด้วยการออกมาพูดถึงเรื่องที่ไม่ได้เหรียญแชมป์ลีกว่า "คนอื่นอาจไม่เข้าใจว่าทุกคนในทีมมีความสำคัญกับการคว้าแชมป์อย่างไร ต่อให้คุณไม่ได้เล่นสักเกม คุณก็สมควรได้รับเหรียญ หากคุณเป็นผู้รักษาประตูแล้วไม่ได้ลงสนาม คุณก็ยังสมควรได้เหรียญอยู่ดี เพราะคุณต้องซ้อมกับทีมไม่ต่ำกว่า 5 ล้านครั้งตลอดทั้งปี และถ้าคุณไม่ได้ซ้อมในมาตรฐานที่สูงที่สุด คุณก็ไม่มีทางได้แชมป์"

"ดังนั้น ถึงบางคนจะตัดสินว่าใครก็ตามที่จะได้รับเหรียญต้องลงเล่นอย่างน้อย 5 เกม แต่พวกเขาเหล่านี้สมควรได้รับเหรียญแชมป์อย่างแน่นอน 100 เปอร์เซ็นต์ ถ้าผมสามารถผลิตเหรียญนั้นได้ด้วยตัวเอง"

คำพูดดังกล่าวแสดงให้เห็นว่า เคลเลเฮอร์ ยังอยู่ในสายตาของ คลอปป์ ซึ่งเจ้าตัวก็เปิดใจผ่าน คอร์ก 96 เอฟเอ็ม สถานีวิทยุที่บ้านเกิดว่า "ผมมีความสุขดีกับสิ่งที่ผ่านมา ทุกๆ ปีผมคิดว่าผมได้พัฒนาฝีมือตัวเองมากขึ้นเรื่อยๆ และการได้ขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ก็เป็นก้าวที่สำคัญสำหรับผม แม้ฤดูกาลนี้จะได้ลงเล่นไม่กี่นัด แต่มันก็มีค่ามากมายสำหรับผมแล้ว ตอนนี้ผมคิดแค่ว่าจะทำอย่างไรให้ตัวเองเก่งขึ้นและดีขึ้นกว่าเดิมเท่านั้น"

ความมุ่งมั่น, อดทน และทัศนคติ ที่มือกาวไอริชแสดงออกมา นับเป็นพลังงานด้านบวกที่ขับเคลื่อนให้เขาเดินหน้าต่อไปอย่างไม่ย่อท้อ เพื่อรอเวลาที่จะเอาชนะใจกุนซือชาวเยอรมันและได้รับโอกาสที่เฝ้าคอยมานาน

อันที่จริงเมื่อต้นปีนี้ เคลเลเฮอร์ เกือบถูกปล่อยให้ทีมในศึกแชมเปียนชิพ เช่น เปรสตัน นอร์ธเอนด์ ยืมตัวไปใช้งานด้วยซ้ำ ส่วนช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมาก็ยังได้รับความสนใจจากสโมสรในลีกรอง แต่ท้ายที่สุด ลิเวอร์พูล เลือกที่จะปล่อย คามิล กราบารา ผู้รักษาประตูทีมชาติโปแลนด์ ชุดยู-21 ให้ อาร์ฮุส ทีมจากเดนมาร์กยืมตัวไปแทนที่จะเป็นเขา

เคลเลเฮอร์ (เสื้อดำคนกลาง) เฝ้ารอโอกาสอย่างอดทนต่อจาก อลิสสัน (เสื้อเขียว) และ อาเดรียน (เสื้อดำคนขวา)
เคลเลเฮอร์ (เสื้อดำคนกลาง) เฝ้ารอโอกาสอย่างอดทนต่อจาก อลิสสัน (เสื้อเขียว) และ อาเดรียน (เสื้อดำคนขวา)

ก้าวที่ 3 : เปิดศึก "อาเดรียน" ชิงตำแหน่งมือ 2 ของ ลิเวอร์พูล

เมื่อเข้าสู่ฤดูกาล 2020-2021 โอกาสของ เคลเลเฮอร์ อาจจะยังมาไม่ถึง เพราะเขายังมีสถานะเป็นเพียงผู้รักษาประตูมือ 3 เหมือนเดิม โดยในเกมพรีเมียร์ลีก นัดที่ 4 ซึ่ง ลิเวอร์พูล บุกไปเยือน แอสตัน วิลลา เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม อลิสสัน เกิดเจ็บไหล่อย่างกะทันหันในระหว่างการวอร์มก่อนเกม แต่คนที่ถูกเลือกให้ทำหน้าที่แทนก็ยังเป็น อาเดรียน อยู่ดี

กระนั้น มือ 2 ชาวสเปนกลับไม่สามารถทำให้ คลอปป์ อุ่นใจได้อีกครั้ง หลังก่อความผิดพลาดเล็กๆ น้อยๆ ที่นำไปสู่การเสียประตูหลายหนจนโดน วิลลา ไล่ถลุงหมดสภาพถึง 7-2 เหมือนที่เคยเกิดขึ้นในช่วงต่อเวลาพิเศษของศึกยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก รอบ 16 ทีม นัดที่ 2 เมื่อวันที่ 11 มีนาคม จนถูก แอตเลติโก มาดริด บุกมาชนะถึงถิ่นแอนฟิลด์ 3-2 ตกรอบไปแบบเจ็บแสบ

อาเดรียน (13) ทำให้ คลอปป์ เริ่มคิดหนักกับตำแหน่งผู้รักษาประตูมือ 2 หลังแพ้ แอสตัน วิลลา หมดรูป
อาเดรียน (13) ทำให้ คลอปป์ เริ่มคิดหนักกับตำแหน่งผู้รักษาประตูมือ 2 หลังแพ้ แอสตัน วิลลา หมดรูป

1 ธันวาคมที่ผ่านมาในเกมยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก รอบแบ่งกลุ่ม นัดที่ 5 ซึ่ง คลอปป์ ต้องจัดการกับปัญหาในตำแหน่งด่านสุดท้ายของทีมอีกครั้ง เมื่อ อลิสสัน เกิดบาดเจ็บขึ้นมาอีก แต่คราวนี้กุนซือชาวเยอรมันตัดสินใจแบบหักปากกาเซียนทุกสำนักด้วยการหันมาใช้บริการของมือ 3 อย่าง เคลเลเฮอร์ ลงไปรับมือกับ อาแจกซ์ แทนที่จะเป็นมือ 2 เจ้าเก่าอย่าง อาเดรียน 

แม้ 3 วันก่อนหน้านั้น ผู้รักษาประตูดาวรุ่งจะเพิ่งโดนเจาะตาข่ายไปถึง 7 หนในเกมลีกของทีมสำรอง ซึ่ง ลิเวอร์พูล ยู-23 ถูก แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ยู-23 สอนเชิงไปถึง 7-2 เท่ากับที่ทีมชุดใหญ่ปราชัยให้กับ วิลลา ก็ไม่ทำให้จิตใจของ คลอปป์ หวั่นไหว ก่อนมอบความไว้วางใจให้ลงเป็น 11 คนแรกตามแผนเดิม

คลอปป์ สวมกอด เคลเลเฮอร์ หลังตอบแทนความไว้ใจด้วยการเก็บคลีนชีตให้ ลิเวอร์พูล ชนะ อาแจกซ์
คลอปป์ สวมกอด เคลเลเฮอร์ หลังตอบแทนความไว้ใจด้วยการเก็บคลีนชีตให้ ลิเวอร์พูล ชนะ อาแจกซ์

หลังจบเกม "เจ้าหนูควิวีน" ก็พิสูจน์ตัวเองได้ว่า คลอปป์ เลือกคนไม่ผิด เพราะนอกจากจะเซฟลูกยากๆ จนทำให้ทีมชนะโดยไม่เสียประตูได้แล้ว ยังแสดงให้เห็นถึงความนิ่งในการเล่นบอลด้วยเท้า แม้จะโดนผู้เล่นแนวรุกของ อาแจกซ์ เข้ามากดดันในเขตโทษ แต่ก็ยังสามารถออกบอลจนรอดจากการถูกเพรสซิงได้ ไม่ว่าจะเป็นลูกเรียดพื้นหรือลูกเปิดโด่งก็ตาม

สถิติระบุว่า เคลเลเฮอร์ จ่ายบอลสำเร็จในการเปิดเกมจากหน้าประตูตัวเองถึง 30 ครั้งจากทั้งหมด 42 ครั้ง คิดเป็นค่าความแม่นยำได้ถึง 71.4 เปอร์เซ็นต์ นับเป็นตัวเลขที่ดีกว่า อาเดรียน ซึ่งออกบอลแม่นยำ 65 เปอร์เซ็นต์ เมื่อคำนวณจาก 3 นัดที่ได้ลงเฝ้าเสาในรายการใหญ่ซีซั่นนี้ (พรีเมียร์ลีก 2 นัด, ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก 1 นัด)

เคลเลเฮอร์ เล่นบอลด้วยเท้าได้ทั้ง 2 ข้างอย่างมั่นใจด้วยทักษะที่เคยเป็นกองหน้าสมัยเยาวชน
เคลเลเฮอร์ เล่นบอลด้วยเท้าได้ทั้ง 2 ข้างอย่างมั่นใจด้วยทักษะที่เคยเป็นกองหน้าสมัยเยาวชน

เอ็ดดี แฮร์ริงตัน อดีตโค้ชที่รู้มือกันดีตั้งแต่อยู่ ริงมาห์น เรนเจอร์ส อธิบายถึงเหตุผลที่ทำให้นายทวารความหวังใหม่ของ "หงส์แดง" เล่นได้อย่างเยือกเย็นว่า "เขาเคยบอกกับเราว่าเขาสามารถอ่านใจของกองหน้าทีมคู่แข่งได้อย่างทะลุปรุโปร่ง เพราะเขาเองก็เคยยิงประตูได้เป็นกอบเป็นกำในตำแหน่งนั้นมาก่อน ทำให้เขารู้ว่าคู่แข่งจะมาไม้ไหนและควรรับมืออย่างไร นอกจากนั้น เขายังใช้เท้าทั้ง 2 ข้างได้ยอดเยี่ยมมาก"

จากฟอร์มของจอมหนึบมือ 3 ซึ่งคลายความสงสัยในช่วงประกาศรายชื่อก่อนเกมจนหมดสิ้น คลอปป์ ก็เฉลยสาเหตุที่ตัดสินใจแบบเหนือความคาดหมายในครั้งนี้ว่า "มันเป็นการเลือกตัวที่ยาก เพราะก่อนหน้านี้ อาเดรียน ก็ทำหน้าที่ได้ดี เช่นในศึกยูฟ่า ซูเปอร์คัพ (เสมอ เชลซี 2-2 ก่อนดวลจุดโทษชนะ 5-4) ตลอดจนช่วยให้เราไม่เสียประตูอีกหลายครั้ง"

อาเดรียน มีส่วนสำคัญในการพา ลิเวอร์พูล คว้าแชมป์ยูฟ่า ซูเปอร์คัพ 2019
อาเดรียน มีส่วนสำคัญในการพา ลิเวอร์พูล คว้าแชมป์ยูฟ่า ซูเปอร์คัพ 2019

"แต่เกมนี้เราต้องการความสามารถของ ควิวีน ซึ่งเป็นผู้รักษาประตูที่มีพรสวรรค์สูง และยังมีทักษะในการป้องกันประตูที่ดีด้วย เราจำเป็นต้องเลือกเขาเพื่อรับมือกับเกมเพรสซิงของ อาแจกซ์ เราต้องการความสามารถในการเปิดบอลจากแดนหลังไปยังกลางสนาม ซึ่งเขาก็ทำได้ดีและเยือกเย็นมาก แต่สิ่งที่จะเป็นตัวตัดสินก็คือการป้องกันประตู ซึ่งเขาก็ยังทำได้ยอดเยี่ยมอีกอย่างน้อย 2 ครั้ง" นายใหญ่หงส์แดง เน้นย้ำ

ผลงานล่าสุดของ เคลเลเฮอร์ นำมาสู่กระแสเรียกร้องให้ คลอปป์ ผลักดันเขาขึ้นมาเป็นมือ 2 ต่อจาก อลิสสัน แทนที่ของ อาเดรียน ซึ่งยังเอาแน่เอานอนไม่ได้ อีกทั้งนายทวารชาวสเปนก็กำลังจะหมดสัญญาหลังจบฤดูกาลนี้ด้วย จึงเป็นโอกาสดีที่จะเพิ่มชั่วโมงบินให้กับนายด่านไอริชวัย 22 ปี ตั้งแต่ตอนนี้

อย่างไรก็ตาม แม้คนภายนอกจะมองว่านี่เป็นช่วงเวลาของการแย่งตำแหน่งมือ 2 อันเข้มข้นในทีมลิเวอร์พูล แต่ "เจ้าหนูควิวีน" เปิดเผยหลังจบเกมที่ดีที่สุดครั้งหนึ่งในชีวิตว่า "ผมได้รับข้อความก่อนเกมจาก อาลี (อลิสสัน) ที่ส่งมาบอกว่าขอให้ผมโชคดี ส่วน อาเดรียน ก็ให้การสนับสนุนผมเป็นอย่างดี เขาบอกผมว่า 'ผมอยู่เคียงข้างคุณ 100 เปอร์เซ็นต์ และจะช่วยเหลือคุณอย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม' แสดงให้เห็นว่าเขาเป็นคนใจกว้างมากๆ"   

ถึงแม้ว่า คลอปป์ จะไม่ฟันธงว่าตำแหน่งผู้รักษาประตูมือ 2 ของ "หงส์แดง" ได้มีการเปลี่ยนมือจาก อาเดรียน แล้วหรือยัง แต่หาก เคลเลเฮอร์ ได้รับโอกาสครั้งต่อไปแล้วทำหน้าที่ได้ดีเหมือนเกมสยบ อาแจกซ์ เชื่อว่าอนาคตอันสดใสคงอยู่ไม่ไกลเกินกว่าที่สองมือของเขาจะไขว่คว้า

เรื่อง : ชัช บางแค

กราฟิก : Sathit Chuephanngam

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ควิวีน เคลเลเฮอร์Special Contentลิเวอร์พูลอาเดรียนอลิสสัน เบคเกอร์พรีเมียร์ลีกยูฟ่า

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันอังคารที่ 19 มกราคม 2564 เวลา 04:45 น.