ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    เซร์คิโอ โรเมโร : นายด่านจอมอาภัพที่เข้าตำรา "ถ้าเขาจะ (ไม่) รัก"

    ไทยรัฐออนไลน์19 ต.ค. 2563 06:00 น.
    SHARE

    เป็นอันว่าตลาดซื้อขายนักเตะปิดลงเมื่อวันที่ 5 ตุลาคม ที่ผ่านมา เซร์คิโอ โรโมโร ผู้รักษาประตูชาวอาร์เจนตินาของ "ปิศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทีมดังแห่งศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ยังคงอยู่ภายใต้ร่มเงาในโรงละครแห่งความฝันต่อไป แม้จะตกเป็นข่าวย้ายทีมต่อเนื่องเพราะไม่ได้รับโอกาสเฝ้าเสามากพอ โดยได้รับความสนใจจากหลายสโมสรชั้นนำมากมาย หนึ่งในนั้นมี "ทอฟฟี่สีน้ำเงิน" เอฟเวอร์ตัน ภายใต้การนำทีม คาร์โล อันเชลอตติ กุนซือชาวอิตาลี

    แต่อย่างที่เห็นกันว่าท้ายที่สุดบทสรุปดีลนี้ก็ไม่เกิดขึ้นแม้ทางทีมจากชายคา กูดิสัน พาร์ค จะยินดีจ่ายค่ายืมตัวให้ 2 ล้านปอนด์ หรือประมาณ 81 ล้านบาท พร้อมทุ่มค่าเหนื่อยระดับ 100,000 ปอนด์ หรือประมาณ 4 ล้านบาทต่อสัปดาห์เลยทีเดียว โดยสาเหตุหลักๆ มีอยู่ 2 ข้อ ซึ่งข้อแรกนั้นเป็นเพราะ ยอดทีมแห่งถิ่น โอลด์ แทรฟเฟิร์ด ต้องการขายขาดมากกว่าที่ 8 ล้านปอนด์ หรือประมาณ 325 ล้านบาท ส่วนข้อที่สองนั้นไม่ต้องการเพิ่มความแข็งแกร่งให้ "ทอฟฟี่สีน้ำเงิน" เอฟเวอร์ตัน ที่ออกสตาร์ตได้อย่างยอดเยี่ยมที่สุดครั้งหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์ของสโมสรจากการคว้าชัยชนะรวดเกมลีก 4 นัดแรก

    นั่นทำให้ เอเลียนา กูเอร์ซิโอ ภรรยาของ เซร์คิโอ โรเมโร ระเบิดความอัดอั้นในใจแทนสามีที่รักผ่านทางอินสตาแกรมส่วนตัวด้วยใจความที่ว่า เซร์คิโอ โรเมโร ทำงานอย่างหนักเพื่อสโมสร โทรฟี่แชมป์ที่สโมสรได้รับ พวกเขาก็มีโอกาสชูถ้วยพร้อมกันกับเขา (โรเมโร) เขาช่วยทีมผ่านเข้าถึงรอบตัดเชือกและรอบชิงฯ ถึง 4 ครั้ง แต่หลังจากนั้นกลับถูกดร็อปเป็นตัวสำรอง ถึงเวลาแล้วที่พวกเขาจะมอบโอกาส และปล่อยให้ เซร์คิโอ โรเมโร ย้ายทีม ให้เกียรติกันสักครั้ง

    ขณะที่สื่อชื่อดังที่มีความน่าเชื่อถืออย่าง "ดิ แอธเลติก" ออกมารายงานว่าอดีตมือหนึ่ง "ฟ้าขาว" ทีมชาติอาร์เจนตินา รู้สึกไม่พอใจและโมโหเป็นอย่างมากกับการปฏิบัติของสโมสรต่อตัวเขาทั้งๆ ที่ตัวเขานั้นไม่เคยงอแงหรือออกมาเรียกร้องเลยสักครั้ง ซึ่งช่วงเวลาเดียวกันนั้นสื่อดังอีกสำนักอย่าง "เดอะ ซัน" ขานรับและรายงานข่าวว่า เซร์คิโอ โรเมโร อยากย้ายออกจากทีมสุดๆ ถึงขนาดที่ว่ายอมไม่รับค่าชดเชย 1.5 ล้านปอนด์ หรือประมาณ 61 ล้านบาท เพื่อแลกกับการให้สโมสรต้นสังกัดยกเลิกสัญญาของเขาตอนสิ้นเดือนตุลาคมนี้

    ตัดภาพย้อนกลับไปตอนแรกที่ เซร์คิโอ โรเมโร ย้ายจาก ซามพ์โดเรีย แบบไม่มีค่าตัว 2015 ในยุค หลุยส์ ฟาน กัล เทรนเนอร์ชาวเนเธอร์แลนด์ ซึ่งตอนนั้นคาดกันไว้ว่าตัวเขาจะเข้ามาแทน ดาบิด เด เคอา ผู้รักษาประตูชาวสเปน ที่จะย้ายไปร่วมทีม "ราชันชุดขาว" เรอัล มาดริด แต่ในเวลาต่อมาดีลการย้ายตัวของนายด่านชาวสเปนไม่เกิดขึ้นเนื่องจากส่งเอกสารไม่ทันเดดไลน์ที่กำหนด หลังจากนั้น ดาบิด เด เคอา ก็เลือกที่จะต่อสัญญาระยะยาวกับทีมออกไป

    ทันทีที่เสร็จสิ้นดีลอย่างเป็นทางการ เซร์คิโอ โรเมโร กล่าวผ่านเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของสโมสรด้วยใจความที่ว่า ผมมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้มาร่วมทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด การได้เล่นให้กับสโมสรที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกแบบนี้มันเป็นเหมือนความฝันที่เป็นจริงสำหรับผม และผมรอไม่ไหวแล้วที่จะได้เริ่มความท้าทายอันน่าตื่นเต้นในอาชีพค้าแข้งครั้งนี้

    หลังจากนั้นเป็นต้นมา เซร์คิโอ โรเมโร ก็รับบทนายทวารมือสองของทีมมาโดยตลอดแม้จะมีดีกรีเป็นถึงผู้รักษาประตูมือหนึ่งของทีมชาติอาร์เจนตินา ก็ตามที แต่ตัวเขาก็พร้อมรอคอยโอกาสอันน้อยนิดชนิดที่ไม่ปริปากบ่นให้มัวหมองใจและก้มหน้าก้มตาทำหน้าที่ของตัวเองไปอย่างเงียบๆ นั่นทำให้กูรูลูกหนังบางคนหรือแฟนบอลในโลกโซเชียลต่างเสียดายที่เขาไม่ยอมย้ายไปหาโอกาสลงเฝ้าเสาอย่างสม่ำเสมอเพราะตัวเขารักสโมสรแห่งนี้มาก มันสะท้อนให้เห็นว่าสิ่งที่เขาพูดในวันแรกตอนย้ายมาร่วมทีมนั้นเป็นความจริงมิใช่แค่พูดตามสคริปต์ที่สวยหรูเหมือนหลายๆ คน ระดับเขามันเสียดายของมากๆ จนถูกขนานนามว่าเป็นนายทวารมือ 1.5 ที่ดีที่สุด

    ผลัดใบมาสู่ยุค โชเซ มูรินโญ เทรนเนอร์ชาวโปรตุเกส เซร์คิโอ โรเมโร ได้รับโอกาสอย่างเหมาะสมในการลงเฝ้าเสาช่วยทีม โดยหนึ่งผลงานที่เป็นที่ประจักษ์ของเขาคือการพาทีมคว้าแชมป์ ยูโรปาลีก สมัยแรกในประวัติศาสตร์ของสโมสรเมื่อซีซั่น 2016-17 ซึ่ง โชเซ มูรินโญ ได้รับความชื่นชมเป็นอย่างมากเพราะตัวเขายืนยันก่อนเกมนัดชิงชนะเลิศแล้วว่าจะให้ เซร์คิโอ โรเมโร ลงเฝ้าเสาเป็นตัวจริงเพราะเป็นการให้เกียรติที่ทางตัวของ เซร์คิโอ โรเมโร ที่ลงเฝ้าเสาในรายการมาตั้งแต่แรก

    ทว่ากับยุคล่าสุดภายใต้การนำทีม โอเล กุนนาร์ โซลชาร์ ผู้จัดการทีมชาวนอร์เวย์ เซร์คิโอ โรเมโร แทบไม่มีบทบาทกับทีมเลยเพราะทาง โซลชาร์ เองมักจะนิยมชมใช้ ดาบิด เด เคอา ผู้รักษาประตูชาวสเปน ลงเฝ้าเสาแทบจะตลอดไม่ว่าจะเป็นรายการเล็กหรือรายการใหญ่ มันสะท้อนให้เห็นว่า โซลชาร์ ไม่ค่อยให้ความเชื่อมั่นในตัว โรเมโร เลย อย่างกับฟุตบอลถ้วยทั้ง 3 รายการ จอมหนึบชาวอาร์เจนตินา ได้ลงเฝ้าเสาตลอดแต่เมื่อมาถึงรอบรองชนะเลิศกลับให้ เด เคอา ลงเฝ้าเสาซะอย่างนั้นและมันลงเอยด้วยการชวดเข้าชิงชนะเลิศทั้ง 3 รายการ มันยิ่งก่อให้เกิดกระแสโจมตี โซลชาร์ เข้าไปใหญ่

    ด้วยสถานการณ์แบบนี้นับว่ายากลำบากแล้วสำหรับ เซร์คิโอ โรเมโร แต่มันดูเลวร้ายเข้าไปอีกเมื่อทีมไปดึงตัว ดีน เฮนเดอร์สัน ผู้รักษาประตูอนาคตไกลกลับมาร่วมทีมพร้อมจับต่อสัญญาระยะยาวไปจนถึงปี 2025 กับพร้อมค่าเหนื่อยระดับ 120,000 ปอนด์ หรือเกือบ 5 ล้านบาทต่อสัปดาห์ หลังปล่อยตัวไปให้กับ "ดาบคู่" เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด ยืมตัวไปใช้งานและทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม ซึ่งการมาของ ดีน เฮนเดอร์สัน คือการเข้ามาท้าชิงตำแหน่งมือหนึ่งของทีมกับ ดาบิด เด เคอา ที่มาตรฐานเริ่มถดถอยลงไปเรื่อยๆ นั่นทำให้ เซร์คิโอ โรเมโร ถูดลดชั้นไปเป็นมือ 3 ของทีมอย่างน่าเจ็บปวดรวดร้าวหัวใจ

    จริงๆ แล้วภาพรวมของ เซร์คิโอ โรเมโร นั้นถือว่าดีมากๆ เขามีความภักดีและทุ่มเทให้กับสโมสร เขาเต็มที่ทุกครั้งกับโอกาสที่ได้ลงเฝ้าเสาด้วยมาตรฐานระดับสูง แต่เมื่อเขามาเจอการปฏิบัติที่ดูเหมือนจะไม่ให้เกียรติของสโมสรและกับทาง โอเล กุนนาร์ โซลชาร์ ที่มันดูจะเป็นการย่ำยีความรู้สึกมากเกินไปในมุมมอง เซร์คิโอ โรเมโร จนอาจเข้าตำราที่ว่า "ถ้าเขาจะ (ไม่) รัก" ต่อให้ทำดีแค่ไหนเขาก็ไม่รัก

    ผู้เขียน : iPoppz_5

    กราฟิก : Supassara Taiyansuwan

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    เซร์คิโอ โรเมโรspecial contentแมนยูแมนยูล่าสุดแมนยูวันนี้พรีเมียร์ลีกข่าวฟุตบอล

    ข่าวแนะนำ

    Most Viewed

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันอังคารที่ 27 ตุลาคม 2563 เวลา 13:09 น.