หน้าแรกแกลเลอรี่

ชำแหละ 4 ประเด็นร้อน “เชลซี” เปิดหัวทุบ “ไบรจ์ตัน”

ชำแหละ 4 ประเด็นร้อน “เชลซี” เปิดหัวทุบ “ไบรจ์ตัน”

PUN ABBEYROAD

15 ก.ย. 2563 06:45 น.

“สิงโตน้ำเงินคราม” เชลซี บุกมาเอาชนะ ไบรจ์ตัน ไปแบบสุดมัน ประเดิมพรีเมียร์ลีก นัดแรก และนี่คือ 4 ประเด็นสำคัญที่ได้เห็นจากเกมนี้

1.รูปเกม

ข่าวแนะนำ

เกมนี้ ไบรจ์ตัน ของกุนซือ เกรแฮม พอตเตอร์ ออกสตาร์ตได้ค่อนข้างดี ครองบอลได้เยอะในช่วง 20 นาทีแรก แต่นาทีที่ 23 พวกเขาก็ทำผิดพลาดกันเองเมื่อ สตีเวน อัลซาเต จ่ายบอลสั้นเกินไป โดน จอร์จินโญ ตัดมาได้ก่อนจ่ายต่อให้ ติโม แวร์เนอร์ จะหลุดเข้าไปยิงแต่โดน แมตธิว ไรอัน นายทวารของไบรจ์ตันทำฟาวล์ในเขตโทษ และเป็น จอร์จินโญ ที่ยิงให้เชลซี ขึ้นนำ 1-0 จากนั้นไบรจ์ตันพยายามบุกเพื่อทวงประตูคืนแต่ยังจบสกอร์กันไม่คม และเกือบโดนยิงเพิ่มจากจังหวะกระชากไปยิงของ แวร์เนอร์ แต่ ไรอัน ยังเซฟออกไปได้ ก่อนจะจบครึ่งแรกด้วยสกอร์นี้ กลับมาเล่นครึ่งหลัง นาทีที่ 54 ไบรจ์ตัน ตีเสมอ 1-1 จากลูกยิงไกลสุดสวยของ เลอันโดร ทรอสซาร์ด แต่ไบรจ์ตันเฮกันได้ไม่นาน นาทีที่ 56 เชลซี ขึ้นนำ 2-1 จากการตะบันไกลสุดสวยระดับ 5 ดาวของ รีซ เจมส์ และนาทีที่ 59 ไบรจ์ตัน เกือบตีเสมอจากการโหม่งจ่อๆ ของ ลูอิส ดังค์ แต่บอลมันหลุดกรอบออกไปอย่างเหลือเชื่อ และสุดท้ายเป็น เคิร์ต ซูมา ที่ยิงปิดกล่องพาเชลซีชนะไป 3-1

2.ติโม แวร์เนอร์ สอบผ่าน-ไค ฮาเวิร์ตซ์ สอบตก

เกมพรีเมียร์ลีกนัดแรกของฤดูกาล 2020-21 แฟรงค์ แลมพาร์ด ผู้จัดการทีมเชลซี ตัดสินใจส่งแข้งใหม่ป้ายแดงอย่าง ติโม แวร์เนอร์ ที่ย้ายมาจากแอร์เบ ไลป์ซิก และ ไค ฮาเวิร์ตซ์ ที่ย้ายมาจากไบเออร์ เลเวอร์คูเซน ออกสตาร์ตเป็นตัวจริง โดย แวร์เนอร์ ยืนตำแหน่งกองหน้าตัวเป้า ขณะที่ ไค ฮาเวิร์ตซ์ ต้องถูกจับไปเล่นตำแหน่งที่ไม่ถนัดอย่างปีกขวา ซึ่งผลงานของ แวร์เนอร์ ถือว่ายอดเยี่ยมเลยทีเดียว ความเร็วของเขาสร้างปัญหาให้กับคู่แข่งได้อย่างมาก จนทำให้เรียกจุดโทษให้ทีมในเกมนี้ได้ นอกจากนี้ยังมีจังหวะกระชากไปยิงที่น่าได้ประตูสุดๆ แต่โดนปัดออกไป และที่สำคัญแวร์เนอร์ยังมีความขยันช่วยเพรสซิ่ง ช่วยไล่บอลอีกด้วย ส่วน ฮาเวิร์ตซ์ ไม่ได้เล่นในตำแหน่งถนัดก็คือกองกลางตัวปั้นเกม ต้องถ่างออกไปเล่นริมเส้นฝั่งขวา ทำให้ไม่สามารถงัดฟอร์มเก่งออกมาได้ แต่ก็มีบางช่วงของเกมที่ แลมพาร์ด มีการปรับเปลี่ยนให้ ฮาเวิร์ตซ์ เข้าไปเล่นด้านในมากขึ้น ซึ่งเจ้าตัวก็ทำได้ดีขึ้นพอสมควร งานนี้คงต้องรอ ฮาคิม ซิเยค หายเจ็บกลับมาเล่นปีกขวา เพื่อที่ ฮาเวิร์ตซ์ จะได้ไปเล่นกองกลางตัวรุกที่เขาชอบ แต่ผลงานโดยรวมของ ฮาเวิร์ตซ์ ในเกมนี้ถือว่าต่ำกว่ามาตรฐาน

3.ทาริก แลมพ์ตีย์ จี๊ดจ๊าดมาก

เกมนี้ แลมพ์ตีย์ แบ็กขวาชาวอังกฤษวัย 19 ปี ที่เพิ่งย้ายจากทีมเชลซีมาอยู่กับไบรจ์ตันในปีนี้ โชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยม อาจเป็นเพราะว่าได้ดวลกับทีมเก่าของตัวเองจึงทำให้มีแรงขับเคลื่อนเป็นพิเศษ ความเร็วของเขาเผา มาร์กอส อลอนโซ แบ็กซ้ายของเชลซี จนไหม้เกรียม พาบอลกระชากผ่านได้เกือบทุกครั้ง แถมยังมีวิสัยทัศน์ในการเล่นที่น่าทึ่ง รู้ว่าจังหวะไหนควรกระชากไปเอง จังหวะไหนควรจ่าย ถ้ายังรักษาฟอรมแบบนี้หรือพัฒนามากขึ้นกว่านี้ อนาคตจะกลายเป็นนักเตะที่ได้รับการจับตามองมากที่สุดคนหนึ่งในวงการลูกหนังอย่างแน่นอน

4.เกปา ควรทำได้ดีกว่านี้

ถือเป็นจังหวะที่แฟนบอลเชลซีพูดถึงกันเยอะพอสมควรในโลกโซเชียล กับจังหวะเสียประตูของเชลซีในเกมนี้ เมื่อ เลอันโดร ทรอสซาร์ด แนวรุกของไบรจ์ตัน ตัดสินใจยิงไกลด้วยเท้าซ้ายจากบริเวณหน้ากรอบเขตโทษฝั่งซ้าย บอลพุ่งแรงก็จริง แต่มันไม่ได้อยู่ห่างจากตัวของ เกปา อาร์ริซาบาลากา ผู้รักษาประตูของเชลซี เยอะเลย แต่เขากลับปล่อยให้บอลมันลอดแขนพุ่งเข้าประตูไป งานนี้ถ้าเชลซีสามารถปิดดีลคว้า เอดูอาร์ด เมนดี ผู้รักษาปะตูจากแรนส์ มาร่วมทัพได้สำเร็จ เกปา จะต้องเจองานหนักในการรักษาตำแหน่งมือ 1 ของทีมอย่างแน่นอน

# แท็กที่เกี่ยวข้อง

เชลซีเชลซี ไบรจ์ตันไบรจ์ตันchelseaเชลซีล่าสุดสโมสรฟุตบอลเชลซีพรีเมียร์ลีก

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้