หน้าแรกแกลเลอรี่

เปิด 8 แข้งฟอร์มฮอต ลุ้นย้ายซบลิเวอร์พูล-แมนยูฯ

เปิด 8 แข้งฟอร์มฮอต ลุ้นย้ายซบลิเวอร์พูล-แมนยูฯ

ไทยรัฐออนไลน์

3 ส.ค. 2563 05:35 น.

เปิด 8 แข้งฟอร์มฮอต ที่มีโอกาสจะย้ายเข้ามาเป็นสมาชิกใหม่ของทีม "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล และ "ปิศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในช่วงซัมเมอร์นี้ แต่ละคนฝีเท้าไม่ธรรมดาเลยทีเดียว

น่าจะเป็นช่วงเวลาที่วงการฟุตบอลยุโรปกลับมาคึกคักอีกครั้ง หลังจากฟุตบอลหลายลีกชื่อดังได้ทำการแข่งขันกันไปจนจบฤดูกาลเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ในส่วนของพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ได้กำหนดวันเปิด-ปิดตลาดการซื้อขายนักเตะในซัมเมอร์นี้อย่างเป็นทางการ ซึ่งเริ่มมาตั้งแต่วันที่ 27 กรกฎาคมที่ผ่านมา ไปจนถึงวันที่ 5 ตุลาคมนี้ และที่แฟนบอลให้ความสนใจมากที่สุดคงจะหนีไม่พ้นการเสริมทัพของ 2 สโมสรชื่อดังอย่าง “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล และ “ปิศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่แค่เปิดตลาดนักเตะเพียงไม่กี่วัน พวกเขาก็ตกเป็นข่าวกับนักเตะชื่อดังเยอะมากจนนับแทบไม่ไหว

ข่าวแนะนำ

เริ่มกันที่ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ภายใต้การคุมทัพของ เยอร์เกน คลอปป์ ผู้จัดการทีมชาวเยอรมนี โชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมจนสามารถคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2019-20 มาครองได้อย่างยิ่งใหญ่ และแม้ว่าพวกเขาจะได้รับผลกระทบทางการเงินจากปัญหาการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 แต่เชื่อได้เลยว่าสโมสรจะพยายามหาทางเสริมทัพนักเตะใหม่ๆ เข้ามาร่วมทีมเพื่อเสริมความแข็งแกร่งเชิงลึกให้กับขุมกำลังที่ต้องไล่ล่าความสำเร็จอีกครั้งในฤดูกาล 2020-21 ที่กำลังจะมาถึงในอีกไม่ช้า และเมื่อเช็กจากกระแสข่าวจากหลายสำนัก นี่คือ 4 นักเตะที่มีฝีเท้าดีพอที่มีลุ้นย้ายมาร่วมทัพหงส์แดงในช่วงซัมเมอร์นี้ และมีค่าตัวที่ไม่แพงจนเกินไป

1. ติอาโก อัลคันทารา (บาเยิร์น มิวนิก)

กองกลางดีกรีทีมชาติสเปน วัย 29 ปี ถือเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่น่าสนใจของ เยอร์เกน คลอปป์ ไม่ว่าจะเป็นวิสัยทัศน์ในการเล่น ความคิดสร้างสรรค์ในการจ่ายบอลหรือทำเกม แม้ว่าจะอายุค่อนข้างเยอะแล้ว แต่บางครั้งทีมก็ควรจะมีนักเตะที่มีประสบการณ์เข้ามาช่วยประคอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในแผงมิดฟิลด์ที่ถือเป็นตำแหน่งที่มีความสำคัญอย่างมาก เพราะจะมีผลกับทั้งเกมรุกและเกมรับ และถ้ามองในแง่นี้ ติอาโก ก็ดูเหมาะสมกับลิเวอร์พูลมากๆ เพราะเคยผ่านการค้าแข้งกับยักษ์ใหญ่อย่าง บาร์เซโลนา มาแล้ว โดยมีส่วนสำคัญช่วยให้เจ้าบุญทุ่มกวาดแชมป์มามากมายทั้ง ลา ลีกา 2 สมัย, โกปา เดล เรย์ 1 สมัย, ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก 1 สมัย, ยูฟ่า ซุปเปอร์คัพ 1 สมัย และแชมป์สโมสรโลกอีก 1 สมัย และเมื่อย้ายมาอยู่กับ บาเยิร์น มิวนิก เขาก็ช่วยทัพเสือใต้คว้าแชมป์บุนเดสลีกา 7 สมัย, เดเอฟเบ โพคาล 4 สมัย, เดเอฟเบ ซุปเปอร์คัพ 3 สมัย และแชมป์สโมสรโลกอีก 1 สมัย โดย ติอาโก จะหมดสัญญากับ บาเยิร์น มิวนิก ในช่วงซัมเมอร์ปี 2021 แต่เขาก็มีความชัดเจนว่าต้องการย้ายทีมในช่วงซัมเมอร์นี้เพื่อออกไปหาความท้าทายใหม่ๆ ให้กับอาชีพค้าแข้ง และบางที พรีเมียร์ลีก อาจจะเป็นจุดหมายปลายทางต่อไปของเขาก็เป็นได้ อย่างไรก็ตาม ลิเวอร์พูล จะต้องจ่ายเงินประมาณ 30 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1,230 ล้านบาท) เพื่อปิดดีลนี้

2. อิสซา มานดี (เรอัล เบติส)

ปราการหลังทีมชาติแอลจีเรีย วัย 28 ปี ตกเป็นข่าวอย่างหนักกับลิเวอร์พูลในระยะหลัง ถึงขั้นยื่นข้อเสนอจำนวน 10 ล้านปอนด์ ให้เรอัล เบติส พิจารณาแล้ว ซึ่งก็เหมาะเจาะพอดีกับการที่ เยอร์เกน คลอปป์ กำลังมองหากองหลังคนใหม่เพื่อมาแทนที่ เดยัน ลอฟเรน กองหลังทีมชาติโครเอเชียชุดรองแชมป์ฟุตบอลโลก 2018 ที่ปิดฉาก 6 ปี ในถิ่นแอนฟิลด์ และย้ายไปร่วมทีมเซนิต เซนต์ส ปีเตอร์สเบิร์ก ในลีกรัสเซีย และเมื่อดูจากอายุของ มานดี แล้ว สามารถเล่นในระดับสูงได้อีก 5 ปี เลยทีเดียว ส่วนประเด็นที่ว่าเขาเป็นใคร? มาจากไหน? มานดี เริ่มต้นค้าแข้งกับ แร็งส์ ตั้งแต่ชุดเยาวชนจนถึงชุดใหญ่ ใช้เวลาอยู่ที่นั่นตั้งแต่ปี 2000 ก่อนจะย้ายมาอยู่กับ เรอัล เบติส ในปี 2016 และกลายเป็นตัวหลักของทีมมาโดยตลอด ส่วนผลงานกับทีมชาติแอลจีเรีย เขาช่วยชาติบ้านเกิดผงาดคว้าแชมป์ แอฟริกัน เนชันส์ คัพ เมื่อปี 2019 โดยปัจจุบัน มานดี เหลือสัญญากับ เบติส ถึงช่วงซัมเมอร์ปี 2021 และแม้ว่าเขาจะมีค่าฉีกสัญญาอยู่ที่ 27 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1,107 ล้านบาท) แต่เบติสอาจยอมปล่อยด้วยค่าตัวที่ถูกกว่านั้น ดีกว่าที่จะรอเสียไปแบบฟรีๆ เพราะตามข่าวนักเตะยังไม่มีทีท่าจะต่อสัญญาฉบับใหม่แต่อย่างใด

3. อิสไมลา ซาร์ (วัตฟอร์ด)

ปีกทีมชาติเซเนกัล วัย 22 ปี ถือว่าเป็นตัวเลือกที่ดีถ้าลิเวอร์พูลกำลังมองหานักเตะตำแหน่งปีกเพื่อที่จะมาเป็นแบ็กอัพให้กับ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ หรือ ซาดิโอ มาเน เพราะมีทั้งความเร็วและการทำประตูที่ดี ถึงแม้ว่า วัตฟอร์ด ต้นสังกัดของเขาจะต้องตกชั้นจากพรีเมียร์ลีกลงไปเล่นในลีก เดอะ แชมเปียนชิพ ซีซั่นหน้า แต่ผลงานของเขากลับโดดเด่นมากๆ ทำไป 5 ประตู จากการลงเล่น 28 นัด โดย 2 ประตูในนั้นมาจากการยิงใส่ลิเวอร์พูลอีกด้วย และตามรายงานข่าวจาก เดอะ มิร์เรอร์ สื่อของอังกฤษ ก็บอกว่า เยอร์เกน คลอปป์ ได้จับตามองฝีเท้าของเขาอย่างใกล้ชิด ทำให้มีความเป็นไปได้ที่จะยื่นข้อเสนอดึงมาร่วมทีม และทางแตนอาละวาดก็น่าจะเรียกค่าตัวไม่เกิน 30 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1,230 ล้านบาท) ส่วนประวัติค้าแข้งของ ซาร์ เริ่มต้นในระดับเยาวชนกับทีม เจเนเรชั่น ฟุต ที่บ้านเกิด ระหว่างปี 2000-2011 จากนั้นปี 2016 ย้ายมาค้าแข้งในฝรั่งเศสกับทีมเมตซ์ อยู่ที่นั่นได้เพียงปีเดียวก็ตัดสินใจไปอยู่กับ แรนส์ 2 ปี ก่อนจะย้ายมาอยู่กับวัตฟอร์ด ในปี 2019 และเป็นตัวหลักของทีมที่จะขาดไม่ได้เลยทีเดียว

4. จามาล ลูอิส (นอริช ซิตี้)

ตำแหน่งแบ็กซ้าย เป็นอีกจุดที่ลิเวอร์พูลกำลังมองหาอยู่ เพราะปัจจุบันมีแบ็กซ้ายตัวหลักให้ใช้งานคนเดียวก็คือ แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน แข้งดีกรีกัปตันทีมชาติสกอตแลนด์ แต่ถ้า โรเบิร์ตสัน มีอาการบาดเจ็บหรือลงสนามไม่ได้ ก็ต้องโยกเอาเซ็นเตอร์แบ็กอย่าง โจ โกเมซ หรือแข้งสารพัดประโยชน์อย่าง เจมส์ มิลเนอร์ มาเล่นแทน และด้วยวัย 22 ปี ทำให้ จามาล ลูอิส เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจมากจริงๆ สำหรับหงส์แดง เพราะเป็นฟูลแบ็กที่มีความฟิต วิ่งขึ้นวิ่งลง 90 นาทีได้เหมือนกับ โรเบิร์ตสัน แล้วยิ่ง นอริช ซิตี้ เพิ่งตกชั้นลงไปเล่นในลีก เดอะ แชมเปียนชิพ ทำให้ถ้าลิเวอร์พูลเอาจริง ก็น่าจะสามารถปิดดีลนี้ได้ไม่ยาก ส่วนประวัติคร่าวๆ ของ ลูอิส เริ่มต้นระดับเยาวชนกับทีม ลูตัน ทาวน์ ระหว่างปี 2009-2013 จากนั้นปี 2014 ย้ายมาอยู่กับ นอริช ซิตี้ และสามารถก้าวขึ้นสู่ชุดใหญ่ได้สำเร็จในปี 2016 จนถึงปัจจุบัน

มาต่อกันที่ “ปิศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ภายใต้การคุมทัพของ โอเล กุนนาร์ โซลชาร์ ผู้จัดการทีมชาวนอร์เวย์ เร่งเครื่องทำผลงานจนสามารถจบอันดับ 3 ของตารางคะแนนพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาลที่ผ่านมาได้อย่างสวยหรู และการติดท็อปโฟร์ทำให้พวกเขาสามารถคว้าตั๋วไปเล่นในศึกยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ฤดูกาลหน้าได้สำเร็จ ส่งผลให้พวกเขาเตรียมเสริมทัพอย่างจัดหนักแน่นอนในช่วงซัมเมอร์นี้ เพราะสถานะทางการเงินของทีมค่อนข้างแข็งแกร่งกว่าทีมอื่นๆ แม้จะได้รับผลกระทบจากวิกฤติโควิด-19 ก็ตาม และถ้าเป็นไปตามที่หลายสื่อระบุ โซลชาร์ ต้องการนักเตะใหม่ 3-4 คน ประกอบด้วยปีกขวา ที่จะเข้ามาเป็นตัวความหวังของทีมอย่างจริงๆ จังๆ เสียที เพราะ แดเนียล เจมส์ ยังร่างกายไม่แข็งแกร่งพอกับกับแรงปะทะในลีกสูงสุดแดนผู้ดี ขณะที่ เมสัน กรีนวูด ที่ระยะหลังถูกจับมาเล่นแนวรุกฝั่งขวา อาจขยับไปเล่นกองหน้าตัวเป้าได้ถ้าซื้อนักเตะใหม่เข้ามา นอกจากนี้พวกเขายังต้องการกองหน้าตัวเป้าที่จะช่วยให้ทีมผลิตสกอร์ได้มากยิ่งขึ้น รวมถึงกองกลางที่มีความคิดสร้างสรรรค์ เพื่อที่จะเป็นแบ็กอัพให้กับ บรูโน เฟอร์นันเดส เพลย์เมกเกอร์ทีมชาติโปรตุเกส รวมถึงกองหลังที่จะมาจับคู่กับ แฮร์รี แม็คไกวร์ และนี่คือ 4 นักเตะที่มีลุ้นกลายเป็นสมาชิกใหม่ของ “ปิศาจแดง”


1. จาดอน ซานโช (โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์)

ชั่วโมงนี้คงไม่มีแฟนบอลคนไหนไม่รู้จัก จาดอน ซานโช ปีกจรวดทีมชาติอังกฤษ วัย 20 ปี ที่กำลังตกเป็นข่าวอย่างหนักว่ากำลังจะย้ายมาอยู่กับ "ปิศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในช่วงซัมเมอร์นี้ ซึ่งถือว่าไม่ใช่เรื่องที่เซอร์ไพรส์แต่อย่างใดเมื่อดูจากสถิติของเขาในฤดูกาลที่ผ่านมา ซัดไป 20 ประตู กับอีก 20 แอสซิสต์ รวมทุกรายการ ช่วยให้ เสือเหลือง คว้าตำแหน่งรองแชมป์บุนเดสลีกา เยอรมนี มาครอง โดยเจ้าตัวสามารถเล่นได้ทั้งปีกซ้ายและปีกขวา ซึ่งก็ตรงกับสเปกที่ โอเล กุนนาร์ โซลชาร์ นายใหญ่ของปิศาจแดงต้องการอยู่พอดี แต่เวลานี้ค่าตัวของเขานั้นสูงถึง 100 ล้านปอนด์ (ประมาณ 4,100 ล้านบาท) ต้องมารอดูกันว่าสุดท้ายแล้วปิศาจแดงจะสามารถปิดดีลได้หรือไม่ ส่วนประวัติคร่าวๆ ของ ซานโช เริ่มต้นค้าแข้งระดับเยาวชนกับทีมวัตฟอร์ต ระหว่างปี 2007-2015 จากนั้นย้ายมาอยู่กับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ระหว่างปี 2015-2017 แต่ไม่สามารถสอดแทรกขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ของเรือใบสีฟ้าได้ ทำให้ต้องเก็บข้าวของย้ายไปค้าแข้งที่เยอรมนีกับทีมโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ในที่สุด มีส่วนสำคัญในการช่วยให้ดอร์ทมุนด์คว้าแชมป์ เดเอฟเบ ซุปเปอร์คัพ 1 สมัย ขณะที่ผลงานกับทีมชาติอังกฤษ เคยคว้าแชมป์บอลโลกยู-17 เมื่อปี 2017 ส่วนกับทีมชาติชุดใหญ่ คว้าอันดับ 3 ยูฟ่า เนชันส์ลีก 2018-19 ด้านสไตล์การเล่น เป็นปีกที่มีความสามารถเฉพาะตัวสูง มีความเร็ว เลี้ยงกินตัวได้ดี และที่สำคัญไม่หวงบอล จังหวะไหนควรจ่ายก็จ่าย จังหวะไหนควรยิงก็ยิง มีการตัดสินใจที่ดี ถ้าปิศาจแดงได้มาจะช่วยให้เกมรุกน่ากลัวขึ้นมากอย่างแน่นอน


2. แจ็ค กรีลิช (แอสตัน วิลลา)

ดาวเตะวัย 24 ปี ถือเป็นนักเตะอีกรายที่ถูกเชื่อมโยงอย่างหนักกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เนื่องจากเป็นแข้งสารพัดประโยชน์ สามารถเล่นได้ทั้งตำแหน่งกองกลางตัวรุก, ปีกซ้าย และปีกขวา จุดเด่นคือครองบอลดี คู่แข่งแย่งบอลได้ยาก จึงต้องใช้การทำฟาวล์เป็นส่วนใหญ่ นอกจากนี้ยังมีความคิดสร้างสรรค์ และมีความเป็นผู้นำสูงอีกด้วย เพราะแม้จะอายุเท่านี้แต่เขาก็สวมปลอกแขนเป็นกัปตันทีมสิงห์ผยอง ช่วยให้ทีมรอดตกชั้นจากพรีเมียร์ลีกได้สำเร็จในฤดูกาลที่เพิ่งจบลงไป มีผลงานทำไป 8 ประตู กับอีก 6 แอสซิสต์ จากการลงเล่น 36 นัด และที่น่าสังเกตก็คือแม้ว่าเขาจะเป็นนักเตะที่มักจะถูกคู่แข่งไล่ทำฟาวล์หนักๆ บ่อยครั้ง แต่เขาแทบไม่เจอปัญหาอาการบาดเจ็บเลย บ่งบอกถึงสภาพร่างกายอันยอดเยี่ยมได้เป็นอย่างดี และนักเตะสไตล์การเล่นมุ่งมั่นทุ่มเทแบบนี้คู่ควรอย่างยิ่งที่จะมาสวมชุดสีแดงของยูไนเต็ด สำหรับประวัติคร่าวๆ ของ กรีลิช นั้นอยู่กับ แอสตัน วิลลา มาตั้งแต่ชุดเยาวชนในปี 2001 ก่อนจะก้าวขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ในปี 2012 โดยเคยถูกปล่อยให้ นอตส์ เคาน์ตี ยืมตัวไปใช้งานในซีซั่น 2013-14 ก่อนจะกลายเป็นกำลังสำคัญของทีมมาจนถึงปัจจุบัน และทาง แอสตัน วิลลา ก็ดูจะหวงแข้งรายนี้มากถึงขนาดตั้งค่าตัวไว้สูงถึง 80 ล้านปอนด์ (ประมาณ 3,281 ล้านบาท) เลยทีเดียว

3. ราอูล ฆิเมเนซ (วูล์ฟแฮมป์ตัน)

ถือเป็นกองหน้าที่เนื้อหอมสุดๆ ในเวลานี้สำหรับ ราอูล ฆิเมเนซ ดาวยิงทีมชาติเม็กซิโก วัย 29 ปี แม้จะเพิ่งย้ายจากทีมเบนฟิกา มาอยู่กับ วูล์ฟแฮมป์ตัน แบบถาวร เมื่อช่วงซัมเมอร์ปีที่แล้ว แต่เขาสามารถปรับตัวเข้ากับเกมลูกหนังอันหนักหน่วงของแดนผู้ดีได้รวดเร็วอย่างน่าเหลือเชื่อ ฤดูกาลนี้ซัดไปถึง 17 ประตู กับอีก 6 แอสซิสต์จากการลงเล่น 38 นัดในพรีเมียร์ลีก ทำให้ตกเป็นที่หมายปองของสโมสรใหญ่อย่าง ยูเวนตุส, เรอัล มาดริด และ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ถ้าปิศาจแดงได้มาก็คงจะเป็นตัวเลือกที่ดีในตำแหน่งกองหน้าตัวเป้า ที่ตอนนี้พวกเขามีแค่ อองโตนี มาร์เชียล เป็นตัวหลักเท่านั้น ส่วน โอเดียน อิกาโล ก็จะอยู่กับทีมถึงแค่สิ้นเดือนมกราคมที่จะถึงนี้เท่านั้น ถ้ายูไนเต็ดไม่ตัดสินใจซื้อขาด อย่างไรก็ตาม วูล์ฟแฮมป์ตัน ตั้งค่าตัวของ ฆิเมเนซ เอาไว้สูงถึง 60 ล้านปอนด์ (ประมาณ 2,461 ล้านบาท) ถ้าเทียบกับอายุการใช้งานแล้วถือว่าค่อนข้างเสี่ยง แต่ถ้ามองในแง่ต้องการความสำเร็จแบบรวดเร็ว ฆิเมเนซ น่าจะตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดี ส่วนประวัติคร่าวๆ ของ ฆิเมเนซ เริ่มต้นค้าแข้งกับ คลับ อเมริกา สโมสรในบ้านเกิด ตั้งแต่ปี 2008-2014 ก่อนจะย้ายไปอยู่กับ แอตเลติโก มาดริด ระหว่างปี 2014-2015 ต่อด้วยโยกไปร่วมทัพ เบนฟิกา ในลีกโปรตุเกส ซึ่งเป็นทีมที่เขาโชว์ฟอร์มได้ร้อนแรงที่สุดในอาชีพค้าแข้ง ซัดไปกว่า 80 ประตู ทำให้ถูกวูล์ฟแฮมป์ตันยืมตัวมาใช้งานในฤดูกาล 2018-19 ก่อนตัดสินใจซื้อขาดด้วยค่าตัว 30 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1,230 ล้านบาท) และกลายเป็นตัวหลักของฝูงหมาป่ามาโดยตลอดจนถึงปัจจุบัน ส่วนผลงานกับทีมชาติ เขาพาเม็กซิโกคว้าแชมป์ คอนคาเคฟ โกลด์ คัพ เมื่อปี 2019 มาครอง ถือเป็นอีกหนึ่งในรางวัลที่เขาภาคภูมิใจมากที่สุดในอาชีพ

4. เปา ตอร์เรส (บียาร์เรอัล)

แม้ว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จะตกเป็นข่าวกับผู้เล่นหลายรายในตำแหน่งกองหลัง แต่ชื่อที่มาแรงที่สุดในเวลานี้คงหนีไม่พ้น เปา ตอร์เรส แนวรับชาวสเปน วัย 23 ปี ของ "เรือดำน้ำสีเหลือง" บียาร์เรอัล ที่โชว์ฟอร์มได้อย่างแข็งแกร่ง ช่วยให้ทีมจบอันดับที่ 5 ในศึก ลา ลีกา สเปน ฤดูกาลล่าสุด โดยถือเป็นกองหลังที่ตรงกับสเปกของ โอเล กุนนาร์ โซลชาร์ ที่น่าจะกำลังมองหาเซ็นเตอร์แบ็กที่ถนัดเท้าซ้าย เพื่อที่จะให้ แฮร์รี แม็คไกวร์ ไปยืนเป็นเซ็นเตอร์แบ็กฝั่งขวาตามที่ถนัด และ เปา ตอร์เรส ยังมีจุดเด่นสำคัญในเรื่องของสภาพร่างกาย เพราะเขาลงเล่นไปถึง 34 นัดในฤดูกาลนี้ แถมยังมีส่วนสูงถึง 191 เซนติเมตรอีกด้วย และการดึงแนวรับคนใหม่เข้ามาย่อมเป็นเรื่องที่ดีเพราะ เอริก ไบญี, ฟิล โจนส์ และ อักเซล ตวนเซเบ มักจะถูกอาการบาดเจ็บลักพาตัวไปจากสนามอยู่บ่อยครั้ง ส่วนประวัติคร่าวๆ ของ เปา ตอร์เรส เริ่มต้นมาจากระดับเยาวชนของทีมบียาร์เรอัล ตั้งแต่ปี 2002 และเริ่มยกระดับฝีเท้าของตัวเองขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง กระทั่งก้าวเข้าสู่ทีมชุดใหญ่ในปี 2017 และเคยถูกปล่อยตัวให้ มาลากา ยืมตัวไปใช้งานเมื่อฤดูกาล 2018-19 ก่อนจะกลับมาช่วยบียาร์เรอัลในฤดูกาลล่าสุด

                                    ผู้เขียน: PUN ABBEYROAD

# แท็กที่เกี่ยวข้อง

แมนยูspecial contentลิเวอร์พูลข่าวแมนยูแมนยูล่าสุดแมนยูวันนี้liverpool

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้