หน้าแรกแกลเลอรี่

แค้นต้องชำระ

แค้นต้องชำระ

มะระหวาน

4 ต.ค. 2564 05:06 น.

ฟอร์มยังบู่ต่อเนื่องสำหรับ “เจ้าบุญทุ่ม” บาร์เซโลนา ยักษ์ใหญ่จากแดนกระทิงดุ ที่ล่าสุดบุกไปโดน “ตราหมี” แอต.มาดริด แชมป์เก่า สอนเชิงมาแบบง่ายๆ 0-2 ทำให้ตอนนี้ 6 เกม

ล่าสุดทุกรายการ บาร์ซาชนะเพียงแค่นัดเดียว เสมอ 2 นัด และแพ้ 3 นัด ปัจจุบันรั้งอันดับ9 ของตาราง

สถานการณ์ย่ำแย่แบบนี้คนที่รับผิดชอบโดยตรงก็คือ โรนัลด์ คูมัน กุนซือชาวดัตช์ของทีม เพราะไม่สามารถเค้นฟอร์มเก่งของลูกทีมออกมาได้ ขณะเดียวกันก็ยังแก้เกมข้างสนามไม่สัมฤทธิผลอีกด้วย

แต่ก็น่าเห็นใจคูมัน เพราะตอนนี้การคุมบาร์ซานั้นอยู่ในช่วงขาลงอย่างแท้จริง การขาด ลิโอเนล เมสซี อดีตกัปตันทีมชาวอาร์เจนไตน์ที่เป็นไอคอนของสโมสรนั้นส่งผลต่อทีมมากพอสมควร

ถ้าเป็นก่อนหน้านี้บาร์ซาเมื่อเจอคู่ต่อสู้ที่รับเหนียวแน่นหนึบเหมือนเข็นรสบัสมาขวางไว้หน้าประตู ก็ส่งบอลให้อดีตกัปตันทีมอย่างเดียว เดี๋ยวเมสซีจัดให้เองยิงพาทีมได้ประตูชัยในสถานการณ์ที่คับขันให้กับทีมมามากมาย

แต่ตอนนี้พอไปไม่เป็นก็ไม่รู้ว่าจะฝากบอลไว้กับใครดี เพราะในทีมชั่วโมงนี้ในเกมรุกแทบจะไม่มีใครที่ฝากความหวังได้เลย ตอนนี้แนวรุกเหลือแค่เมมฟิส เดปาย, ฟิลิปเป คูตินโญ,มาร์ติน เบรธไวน์ และลุค เดอ ยอง แทบไม่มีใครที่จะเป็นตัวชี้เป็นชี้ตายในจังหวะสำคัญได้เลย

จะมีแค่อันซู ฟาติ กองหน้าดาวรุ่งที่สานตำนานเบอร์ 10 ของเมสซี ที่พอฝากความหวังได้ แค่ตอนนี้ยังไม่ฟิตเต็มร้อยเท่านั้น

เรียกได้ว่าการไม่สามารถต่อสัญญากับ เมสซีได้ถือว่าเป็นความผิดพลาดครั้งใหญ่ของ บาร์ซาเลยทีเดียว

แต่สำหรับผู้เขียนคิดว่าอีกสิ่งหนึ่งที่คูมัน ทำพลาดนับตั้งแต่การเข้ามาคุมทัพบาร์ซาในซีซันที่แล้วก็คือการปล่อยตัวของหลุยส์ ซัวเรซ กองหน้าทีมชาติอุรุกวัย ออกจากทีม

ทั้งๆที่ซัวเรซไม่เคยมีความคิดที่จะย้ายออกจากถิ่นคัมป์นูแม้แต่นิดเดียว แถมดีไม่ดีอาจจะต้องการแขวนสตั๊ดกับยอดทีมแห่งแคว้นคาตาลันอีกด้วย

เมื่อคูมันเข้ามาคุมทีมก็ได้แจ้งอดีตกองหน้าลิเวอร์พูลทันทีว่าไม่อยู่ในแผนการทำทีมของเขาทั้งๆที่ก่อนหน้านี้ซัวเรซทำเพื่อ “เจ้าบุญทุ่ม” มาตลอด แถมสถิติในการถล่มประตูก็ยอดเยี่ยม ยิงไป 147 ประตูในลีกจาก 191 นัดที่ลงเล่น หากรวมทุกรายการยิงไป 198 ประตู จาก 283 นัด

สถิติการยิงอย่างนี้คูมันยังเขี่ยเขาทิ้งออกจากทีม แถมยังบีบซัวเรซให้ย้ายด้วยการจับแยกซ้อมเดี่ยวๆ ทั้งๆที่ไม่มีอาการบาดเจ็บหรือต้องฟื้นฟูร่างกายแต่อย่างใด

จากการกระทำแบบนี้ของคูมัน ทำให้ซัวเรซ ต้องจำใจย้ายออกจากทีมแล้วโยกไปซบ “ตราหมี” แอต.มาดริด แทน

ซึ่งในตอนนั้นบรรดาแข้งซีเนียร์ของทัพอากรานซูลนาไม่พอใจเป็นอย่างมากโดยเฉพาะ เมสซี แต่ก็ทำอะไรไม่ได้มาก

แต่ซัวเรซก็ทำให้คูมันและบาร์เซโลนาเห็นแล้วว่าคิดผิดที่ปล่อยเขาออกจากทีมมา โดยกองหน้าทีมชาติอุรุกวัยซัดไป 21 ประตูจาก32 เกมที่ลงสนามในลีกพา “ตราหมี” คว้าแชมป์ ลา ลีกา มาครองได้สำเร็จ

แถมในฤดูกาลใหม่นี้ซัวเรซก็ยังฮอตลงสนามไป 8 นัด ยิงได้ 4 ประตู โดยเฉพาะเกมล่าสุดเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมากดประตูปิดท้ายให้แอต.มาดริด เอาชนะบาร์เซโลนาไปได้ 2-0

ก่อนเจ้าตัวจะดีใจด้วยท่ายกหูโทรศัพท์ ซึ่งบรรดาสื่อแดนกระทิงดุเชื่อว่าเป็นการดีใจเพื่อเอาคืนคูมันที่นั่งชมอยู่บนอัฒจันทร์ ที่หลังจากบีบให้เขาต้องย้ายทีมเมื่อฤดูกาลที่แล้ว

แม้ว่าซัวเรซจะออกมาปฏิเสธเสียงแข็งว่าไม่ได้เยาะเย้ยหรือส่งสัญญาณไปถึงคูมัน แต่การแสดงออกมันบ่งบอกว่าแค้นนี้ได้ถูกสะสางเรียบร้อยแล้ว!!

มะระหวาน

# แท็กที่เกี่ยวข้อง

บาร์เซโลนาบาร์ซาเมสซีหลุยส์ ซัวเรซแอต.มาดริดตะลุยฟุตบอลโลกมะระหวาน

คุณอาจสนใจข่าวนี้