ตอนที่ 3
แต่พอเหมียวเหลียวเห็นโขงสบตากันอย่างจัง ก็หมดสนุก ชักสีหน้าใส่แล้วเดินออกไป พัสกรเห็นดังนั้นขอร้องให้กลับมาเต้นกันอีกเพราะทั้งเหมียวและเปิ้ลช่วยทำให้บรรยากาศการเต้นสนุก ทำให้เด็กๆกับชาวบ้านยอมเปิดใจให้เรา ขอร้องให้กับไปช่วยกันต่อเถอะ
“นั่นสิ ไปเป็นหน้าม้าให้พวกเราหน่อย” โขงเสริม
เหมียวหน้าตึงบอกว่าไม่ใช่ธุระของเราชวนเปิ้ลไปกันเถอะ เปิ้ลยังติดลม ท่าทางลังเล
“ขอร้องเถอะนะครับ” พัสกรเอ่ย “คือพวกผมไม่ได้มาเล่นๆนะครับ พวกเรากำลังจะทำกิจกรรมเพื่อเด็กด้อยโอกาส ทำให้เด็กได้ใช้เวลาว่างอย่างมีประโยชน์ จะได้ออกกำลัง ได้พัฒนาศักยภาพและได้ค้นพบพรสวรรค์หรือได้ใช้พลังในการสร้างสรรค์อะไรดีๆ จะได้ไม่ไปติดเกมหรือเล่นยา หรือไปหมกมุ่นเรื่องที่ไม่สมวัยทั้งหลาย มาช่วยกันเถอะครับ เด็กๆจะได้มีกำลังใจ แล้วพวกเราก็จะได้สนุกๆนะครับ นึกว่าช่วยเด็กๆด้วยกันนะครับคุณ ผมพัสกร”
“เปิ้ลค่ะ”
“เหมียวฮะ”
“เหมียวเหรอฮะ”
พัสกรทวนชื่อสบตากับโขงถามด้วยสายตาว่าคนนี้หรือ โขงตอบด้วยสายตาว่าใช่
“คุณเหมียว คุณเปิ้ล ไปเต้นกันเถอะฮะ เดี๋ยว
ผมสอนท่าเต้นสวยๆ ท่าใหม่ล่าสุดที่กำลังฮิตเลย นะฮะ มานะฮะ”
เปิ้ลตอบรับก่อนแล้วชวนเหมียว พอสองสาวจูงกันออกมา พัสกรร้อง
“เย้...ดีใจจัง...มาครับ”
โขงมองเหมียว เปิ้ล และพัสกรแบบอึ้ง ทึ่งแล้วก็โล่งอกเมื่อบรรยากาศการเต้นสนุกสนานคึกคักขึ้น
สวัสดิ์ชมโขงว่าเก่งจริงๆ แต่เตือนว่ามันอาจจะเป็นดาบสองคม โขงถามว่าทำไม สวัสดิ์ท่องกลอนของสุนทรภู่ให้ฟังว่า
“จงทำดี แต่อย่าเด่น จะเป็นภัย ไม่มีใคร เขาอยากเห็น เราเด่นเกิน”
แม่แมวสนุกมากทั้งยังหวังว่าถ้าได้เต้นบ่อย
โมอาจจะเลิกเล่นเกมได้ เมื่อได้สร้างบรรยากาศจนเป็นกันเองแล้ว นักจิตวิทยาก็ชวนแม่แมวไปคุยกันโดยมี
หญิงที่เคยถูกสามีทำร้ายแต่ตอนนี้ทุกอย่างดีขึ้นแล้ว
มาร่วมคุยด้วย
ooooooo
บริเวณที่กินน้ำและขนม เด็กๆและสาวๆพักเต้นมากินน้ำและขนมกัน สวัสดิ์เอาโทรศัพท์มือถือออกมาแอบถ่ายรูปเห็นโขงมองไปทางหนึ่งตาขวางๆ จึงมองตามไปเห็นเหมียวกำลังคุยกับพัสกร
เหมียวเสนอว่า ถ้าเด็กๆ ได้เต้นอย่างนี้กันทุกวันก็ดี พัสกรเห็นด้วยและไม่เพียงเด็กๆ ผู้ใหญ่ก็ควรเต้นด้วยเหมือนกัน โขงเดินมาสมทบแซวเหมียวว่าเท้าไฟไม่เบานะ ถ้าพัสกรไม่มาก็คงไม่รู้ว่าชาวหนองตาคำแต่ละคนมีพรสวรรค์แค่ไหน เปิ้ลเสนอให้จัดบ่อยๆ โขงบอกว่านอกจากพัสกรแล้วตนจะหากิจกรรมอื่นๆ ให้ทำกันหลายๆอย่าง
เหมียวขัดคอว่าพวกเราชอบเต้นก็ควรจะให้เต้นอย่างเดียว โขงถามว่าชอบเต้นหรือชอบครูเต้นกันแน่เลยถูกเหมียวเอาน้ำที่ถืออยู่สาดใส่ด่า “ทุเรศ”
ทิชามาเห็นเหมียวสาดน้ำใส่โขงพอดี ตำหนิว่าเล่นอะไร แรงไปหรือเปล่า เหมียวหมั่นไส้สวนไปทันควันว่าก็อยากปากเสียทำไม ทิชาตกใจถามเหมียวว่าทำไม
พูดอย่างนี้ควรขอโทษโขงเสีย เหมียวขอโทษอย่างเสียไม่ได้ ยิ่งเห็นโขงคุยกับทิชาอย่างปลื้มปริ่มก็ยิ่งฮึดฮัดสะบัดเดินออกไปเลย
สวัสดิ์แอบถ่ายรูปโขงคุยกับทิชาเรียกแป๊ะให้ช่วยถ่ายด้วย แป๊ะไม่เอาเพราะด่าเจียรไนยกับสุรารักษ์ว่าคอยจับผิดเพื่อน แต่พอสวัสดิ์บอกว่าเย็นนี้จะเลี้ยง แป๊ะก็เสนอทันทีว่าเอามือถือตนดีกว่า ชัดกว่าทันที
เมื่อเจียรไนยดูรูปที่สวัสดิ์ส่งมาเห็นโขงอยู่กับ
ทิชาและเห็นครูพัสกรมาสอนเต้นก็สงสัยว่าโขงเอาเงินที่ไหนไปจ้างคนดังระดับพัสกรมาสอนได้ กำชัยที่นั่งประชุมอยู่ด้วยติงว่าการแอบถ่ายรูปคนอื่นถือเป็นการละเมิดสิทธิส่วนบุคคลเขามีสิทธิ์ฟ้องร้องได้ สุรารักษ์บอกว่าตนกำลังหาหลักฐานยืนยันว่าโขงเป็นพวกตีสองหน้า
กำชัยติงว่า ตนเห็นโขงทำงานและเราก็ควรตั้งใจทำงานมากกว่ามานั่งจับผิดเพื่อน แรงงานต่างด้าวที่ถูกล่อลวงมาเป็นขอทานกำลังรอให้เราไปช่วยอยู่ เจียรไนย
มองท่าทีเขินๆของกำชัยกับท่าทางงอนๆของสุรารักษ์ อย่างสังเกต
เหมียวกับเปิ้ลเอาสับปะรดมาให้พัสกรขอบคุณที่มาสอนได้เป็นสับปะรดมาก เหน็บโขงว่าไม่เหมือนบางคนที่ทำตัวไม่เป็นสับปะรดเลย แล้วส่งเสียงหวานให้พัสกรมาอีกไวๆ แต่ตาเหล่ใส่โขงอย่างท้าทาย
ooooooo










