ตอนที่ 3
ยายๆมาเห็นน้อยหน่ากอดโขงไว้แน่นก็ตีขลุมว่าน้อยหน่าหนีไปกับผู้ชาย ยายแจ๊วด่าสาดพวกยายไรยายหวานที่ด่าหลานตน จนลงมือลงไม้กัน เหมียวรีบร้อนจะไปอีกทางเห็นเข้าก็โวย
“โว้ย ตีกันอยู่ได้ น้อยหน่ามันไปไกลแล้ว”
เหมียวรีบไปทำงาน ถูกพี่สาด่าว่ามาสายจะอ้างเหตุผลอะไรก็ไม่สน พอดีเห็นลูกค้าเดินเข้ามาพี่สาเปลี่ยนเป็นยิ้มแย้มเชิญลูกค้าเข้าด้านใน แล้วหันมาเล่นงานเหมียวต่อ
“ถ้ามีหน้าที่แล้วรับผิดชอบไม่ได้ก็ไม่ต้องมาเลยดีกว่า”
เหมียวเห็นลูกค้าเดินเข้ามาอีกสองคนก็รีบไปรับ บอกพี่สาเบาๆว่า
“เดี๋ยวค่อยมาด่าต่อนะพี่”
พี่สาเลยอ้าปากค้าง พอเหมียวเดินพ้นพี่สามาก็บ่นตัวเองว่าไม่น่าเข้าไปยุ่งเรื่องของคนอื่นเลย ถ้าถูกไล่ออกจะทำยังไง พอดีเฮียนางกับส้มมาเที่ยว เฮียนางเรียกเหมียวที่เป็นสาวเสิร์ฟ ส้มเห็นเหมียวก็อุทาน
“พี่เหมียวทำงานที่นี่จริงๆด้วย”
ลุงไสวพาโขงกับน้อยหน่าไปที่ริมทะเล น้อยหน่าเล่าให้ฟังว่า
“ยายไม่เข้าใจ น้อยหน่าแค่ยืมเงินไปซื้อเสื้อผ้า ก็ขอดีๆแล้วไม่ให้นี่นา น้อยหน่าไม่ได้จะขโมยเงินไปให้ผู้ชายซะหน่อย ยายไม่เคยฟังเอาแต่ฟาดๆๆ คนนะไม่ใช่ครก เจ็บจะตาย”
โขงถามว่ายายตีเป็นประจำหรือเปล่า น้อยหน่าบอกว่าตีไม่ประจำ แต่ด่าเป็นประจำ
“แล้วปกติยายด่าเรื่องอะไร” โขงหารายละเอียด...
ooooooo
น้อยหน่าหน้าเศร้าเล่าว่า เพราะตนเป็นลูกแม่
ยายเกลียดแม่แต่แม่ไม่อยู่ให้ด่าเลยมาลงที่ตน เล่าอย่าง อัดอั้นจนร้องไห้ว่า
“น้อยหน่าทำอะไรก็ผิดหมด ขนาดได้เป็นเชียร์- ลีดเดอร์ยายยังด่าเลย...น้อยหน่าเกิดมาแล้วทำให้ยายขายขี้หน้า ยายก็เลยไม่รัก แม่ก็ไม่รัก แม่เลยทิ้งน้อยหน่าไว้กับยาย ส่วนพ่อเป็นใครก็ไม่รู้...ไม่มีใครรักน้อยหน่าเลยอ่ะพี่โขง...”
ลุงไสวไม่รู้จะทำยังไงเลยจับมือโขงไปลูบหัวน้อยหน่าพูดเองว่า
“ก็มีพี่โขงไงจ๊ะ”
น้อยหน่าดีใจถามว่าจริงหรือ พี่โขงรักน้อยหน่าเหรอ โขงยิ้มเหวอๆ บอกว่า เมื่อกี้ตนไม่ได้พูด น้อยหน่าหงอยลงทันที คร่ำครวญว่าตนไม่สวย ไม่ใส ไม่เร้าใจ ไม่...
โขงรีบบอกว่า
“พี่ไม่ได้เกลียด”
น้อยหน่าตีขลุมว่าแปลว่ารัก พูดอย่างลิงโลดว่า
“พี่โขงเป็นคนแรกเลยนะที่อยู่กับน้อยหน่าตอนน้อยหน่าร้องไห้ ไม่เคยมีใครดีกับน้อยหน่าแบบนี้เลยอ่ะ” จับมือโขงกุมไว้แน่น “ขอบคุณนะพี่โขง” โขงอึดอัดแต่รักษาน้ำใจเพราะน้อยหน่าดีใจมาก
ส้มกินไปคุยไปกับเฮียนาง ชมเหมียวว่าตั้งใจทำมาหากินแบบนี้โคตรเท่เลย ทำให้เฮียนางยิ่งหมั่นไส้เหมียว หาทางแกล้งสารพัดทวงอาหารที่ไม่ได้สั่ง เหมียวก็อดทน แต่ส้มทนไม่ไหวถามว่าตกลงชวนตนมากินข้าวหรือมาหาเรื่องพี่เหมียวกันแน่ แล้วลุกขึ้นออกไปเลย เฮียนางเรียกส้มให้รอด้วยรีบตามไป หันชี้หน้าเหมียว
“สงครามยังไม่จบ อย่าเพิ่งนับศพทหาร”
“สงครามบ้าไร” เหมียวพึมพำแต่พอหันกลับก็เจอพี่สายืนหน้าบึ้งอยู่ บอกเหมียวให้ไปหางานอื่นทำเถอะ เหมียวขอโทษอ้อนวอนอย่าไล่ตนออกเลย ขอแก้ตัวใหม่ สัญญาจะไม่มีเรื่องกับใครจะไม่มาสายด้วย เพราะงานนี้สำคัญกับชีวิตตนจริงๆ พี่สาจึงลงโทษด้วยการสั่งให้ทำความสะอาดร้านทั้งหมดคนเดียวหลังปิดร้าน
เหมียวตั้งหน้าตั้งตาขัดพื้น พูดประชดตัวเองว่าเอาให้ขึ้นเงาเลย แต่มีเสียงแซวขึ้นว่า
“ขัดระดับนี้ต้องขึ้นเลขแล้ว”










