ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

สาปดอกสร้อย

SHARE
ตอนที่ 15

ไกรออกจากห้องแต่เช้า ไม่เห็นทั้งพรานเวทย์ทั้งไอ้ใบ้ ถามจากเปรื่องก็ไม่ได้ความอะไร นวลแนะ ให้เขาลองถามศรีออนดู เห็นเตลิดเข้าดงพงป่ากับไอ้ใบ้ยาวจนตะวันลับคุ้งถึงกลับ ไกรหันไปถามศรีออนที่นั่งบิดอย่างเขินอายว่าพรานเวทย์ไปไหน

“ศรีออนบ่เห็นเจ้า ส่วนพี่ใบ้ออกไปทางโน้นเจ้า”

ตอนที่ 14

ขณะที่ผีกะกลับมามีฤทธิ์เดชอีกครั้ง สมุนของผู้ใหญ่สักจับเปรื่อง ซอมพอกับไผ่และบัวศรีมัดติดกันไว้กลางห้อง สมุนอีกคนหนึ่งถืออ่างใส่รากไม้พิษเข้ามาวางข้างๆ

“แม่บัวศรีอโหสิกรรมให้พวกข้าด้วย ข้าทำตามคำสั่งพ่อผู้ใหญ่” พูดจบสมุนใช้คบไฟจุดรากไม้จนเกิดเป็นควัน แล้วออกจากห้องโดยไม่ลืมปิดประตูตามหลัง เปรื่องสงสัยพวกมันจะทำอะไร

ตอนที่ 13

เอื้องคำเดินกลับเรือนไปก่นด่าศรีออนไปด้วยว่าเนรคุณ อุตส่าห์ให้ข้าวให้น้ำมาแรมปี ยังมาหนีเอาตัวรอดคนเดียว แช่งให้เธอถูกดอกสร้อยกัดกินตาย พูดถึงผีกะขึ้นมาแล้วเอื้องคำอดกลัวไม่ได้ แล่นกลับเรือนอย่างรวดเร็ว ครั้นเปิดประตูเรือนเข้าไปต้องตกใจที่เห็นปลิวยืนอยู่

“ท่านขุนพิศณุแสนเข้ามาทำอะไรในห้องข้า”

ตอนที่ 12

เสียงร้องของผีตายโหงดังสนั่นไปทั่วหมู่บ้าน ดอกสร้อยรีบออกจากที่ซ่อน ชวนเปรื่องไปช่วยไกร เขาร้องห้ามเสียงหลง ขืนเธอไปที่นั่นคงโดนพรานเวทย์เล่นงานเอาแน่ เขาจะไปช่วยไกรเอง แล้ววิ่งปรู๊ดออกไป ดอกสร้อยทนอยู่เฉยไม่ไหว ตัดสินใจตาม...

ที่ลานหน้าเรือนผู้ใหญ่สัก ผีตายโหงร้องโหยหวนเพราะถูกอาคมของพรานเวทย์ราวกับถูกเพลิงเผา พ่อหมอหยิบมีดที่ทำจากกระดูกศพดำออกจากย่าม ไกรร้องเตือนหากเขาแทงผีตายโหง ไอ้ใบ้ก็ต้องตายไปด้วย

ตอนที่ 11

ไกรขอให้เปรื่องช่วยกันตามหาไอ้ใบ้เนื่องจากอยากรู้ว่าเหตุใดพรานเวทย์ถึงฝังใจอาฆาตผีกะ ในที่สุดก็เจอเขานอนหลับอยู่บนต้นไม้ เปรื่องนึกสนุกเอาผลไม้ที่ตกอยู่ปาใส่ ไอ้ใบ้ตกใจตื่นกลิ้งตกต้นไม้ เปรื่องหัวเราะชอบใจ ส่วนไกรมองดูเกลอแล้วเข้าไปช่วยพยุงไอ้ใบ้ให้ลุกขึ้น

“ใบ้ ฉันมาเยี่ยงมิตร ฉันอยากคุยเรื่องผีกะของพรานเวทย์”

ตอนที่ 10

เมื่อคืนดอกสร้อยหลับสบายเพราะไม่ต้องหวาดผวาจะมีผีกะมาสิงร่าง เช้านี้เธอจึงตื่นขึ้นมาด้วยความสดชื่นแจ่มใสอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน ม่อนกับผากำลังช่วยกันสับฟืน เห็นสีหน้ายิ้มแย้มของเธอพากันร้องทักทำไมวันนี้ถึงดูมีความสุขไม่อมทุกข์เหมือนเคย

“ฉันไม่ใช่คนเก่าแล้วนะพี่...เอ่อ พี่ม่อนเห็นพ่อคำป้อนไหมจ๊ะ”

ตอนที่ 9

ขณะที่แม่แสงกำลังคุยกับผิน นวลและปันเรื่องวางแผนจะจับผีกะ ดอกสร้อยยังคงเอาลูกประคบนาบไปตามร่างกายของไกรเพื่อรักษาอาการป่วย ระหว่างนั้น เขายังพยายามขอร้องให้เธอล้มเลิกความตั้งใจจะ

ผูกข้อมือกับไผ่ โดยเขาจะยื่นข้อเสนอให้ไผ่ปล่อยเธอเป็นอิสระ จะแลกเงินแลกทองเท่าไรก็ยอม

ตอนที่ 8

ณ ปากน้ำโพ แม่แสงไม่อาจเดินทางไปหาไกรที่กรุงศรีอยุธยาได้ เนื่องจากผินเข้ามารายงานว่า

ล้อเกวียนหัก ถ้าจะให้ซ่อมแซมต้องใช้เวลาอีกหลายวัน เธอไม่ยอมแพ้ ไปทางบกไม่ได้สั่งให้ล่องเรือไปแทนที่

ตอนที่ 7

ดอกสร้อยน้อยใจและผิดหวังในตัวพ่อมากที่มาขอร้องไม่ให้เอาผิดฟองจันทร์ หากเธอทำอย่างนั้นเท่ากับเว้นโทษให้ปลิวด้วย แล้วตัดพ้อต่อว่าพ่อว่าจะปล่อยให้คนชั่วที่ย่ำยีเธอลอยนวลหรือ คำป้อน เองก็ไม่อยากให้ลงเอยแบบนี้ แต่ถ้าเธอเอาผิดปลิว ฟองจันทร์จะติดร่างแหไปด้วย

“พ่อจ๋า พ่อเคยรักเคยห่วงสร้อยบ้างไหม ระหว่างสร้อยกับน้าฟองจันทร์ พ่อรักใครมากกว่ากัน”

ตอนที่ 6

แม้จะโดนฤทธิ์เดชของผีกะทำให้เกิดพายุพัดกิ่งไม้ตกใส่จนหัวร้างข้างแตก แต่ไกรยังพยายามยันตัวลุกขึ้นจะไปตามหาดอกสร้อย คำป้อนมั่นใจว่าเหตุการณ์ครั้งนี้ต้องเกี่ยวกับผีกะ บอกให้เขากลับไปทำแผลก่อน ตนจะไปตามหาเธอเอง ได้ความอย่างไรจะแจ้งให้รู้ เขาถึงได้คลายความกังวลเดินกุมหัวที่เลือดไหลออกไป

ไม่นานนัก คำป้อนตามหาลูกสาวมาถึงป่าไผ่ เห็นเธอนั่งก้มหน้าอยู่ก็ดีใจจะเข้าไปหา แต่นึกขึ้นได้ว่าเธออาจถูกผีกะสิงก็ชะงักฝีเท้า ดอกสร้อยเงยหน้าขึ้นมาเห็นท่าทางของพ่อรีบร้องบอกว่านี่เธอเองไม่ต้องกลัว เขาสงสารลูกจับใจวิ่งเข้าไปโอบกอดเอาไว้ ถามว่าเกิดอะไรขึ้น เธอเล่าให้ฟังเรื่องที่ถูกผีตายโหงสิงร่างเพราะโกรธที่เธอจะไปบอกผู้ใหญ่สักให้เอาตัวบัวศรีไปรักษา จึงบงการให้เธอฟ้อนเจิงดาบฆ่าตัวตาย

ตอนที่ 5

ดอกสร้อยอึกอักชั่วครู่แล้วเล่าให้พ่อฟังถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นของบัวศรี คำป้อนตกใจ

“ผีตายโหงสิงแม่บัวศรี!”

ตอนที่ 4

ดอกสร้อยถูกผีกะเข้าสิงร่างและกำลังหิวจัดเดินตรงไปยังเล้าไก่ แต่แล้วก็มีเสียงเอื้องคำตะโกนเรียก ดอกสร้อยยืนนิ่งไม่หันไปมองเพื่อนสาว

“อีดอกสร้อย ข้าเรียกก็หันมาสิวะ!”

ตอนที่ 3

ดอกสร้อยวิ่งหนีจากกระท่อมร้างไม่คิดชีวิตกระทั่งถึงธารน้ำตก พยายามล้างคราบเลือดที่มือด้วยความตกใจและรู้สึกผิดที่ฆ่าคนตาย หญิงสาวร้องไห้ราวกับคนเสียสติเมื่อคิดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ทันใดนั้น ดอกสร้อยรู้สึกว่ามีคนกำลังมอง จึงหันขวับไปดูอย่างหวาดระแวง...คำป้อนยืนอยู่ริมลำธารมองลูกสาวด้วยความสงสาร

ตอนที่ 2

ไกรคิดวนเวียนเรื่องพรานเวทย์บอกว่าดอกสร้อยเป็นผี แต่เป็นเรื่องประหลาดตรงที่เขาสามารถจับเนื้อต้องตัวหญิงสาวได้ เปรื่องฟังแล้วแปลกใจเช่นกัน

“เอ็งให้คำกับข้าเอง...ว่าพรานไสยเวทย์เผยข้อลับว่าผีกะเข้าสิง”

ตอนที่ 1

ท่ามกลางบรรยากาศวังเวงยามค่ำคืนในเขลางค์นครสมัยกรุงศรีอยุธยา ดอกสร้อยดาวเด่นในคณะฟ้อนรำนำอาหารคาวหวานใส่กระทงใบตองเล็กๆมาเซ่นไหว้ผีที่หิ้งภายในบ้าน

“ขอให้ผีบ้าน...ผีครู...ช่วยดลบันดาลให้ฟ้อนคืนนี้เป็นที่ต้องตาต้องใจของชาวบ้านด้วยเถิด...”

ยังไม่ทันไรก็มีเสียงตีเกราะเคาะไม้ดังขึ้นรอบบ้านพร้อมกับเสียงชาวบ้านกู่ตะโกนขับไล่บางอย่างให้ออกไป ดอกสร้อยตกใจรีบออกไปดูว่าเกิดอะไรขึ้น แล้วเจอไผ่ เพื่อนรุ่นพี่ในคณะ

“ชาวบ้านตีเกราะเคาะไม้ไล่ราหู...สร้อยดูโน่นสิ มันอมจันทร์แล้ว ขืนปล่อยให้ราหูอมมิด มีหวังเกิดเภทภัย เราไปช่วยชาวบ้านไล่ราหูกันเถอะ”

ดอกสร้อยรีบลงไปช่วยแล้วสัมผัสได้ว่าเหมือนมีใครบางคนจับตามองเธออยู่ข้างหลัง แต่เมื่อหันไปมองแถวดงป่ากล้วยก็ไม่เห็นใคร

เมื่อราหูเคลื่อนอมจันทร์จะมิด ดอกสร้อยวิตกกังวลเพราะเหมือนมีคนจ้องมองเธออยู่ตลอดเวลาตรงป่ากล้วยด้านหลัง หญิงสาวกระซิบขอร้องไผ่ให้พากลับเรือน ชายหนุ่มเห็นสีหน้าไม่สบายใจของเธอจึงจะพากลับแต่ถูกชาวบ้านรั้งตัวไว้ หญิงสาวจำใจเอ่ยปาก

“พี่ไผ่ช่วยชาวบ้านเถอะ...ฉันกลับเองได้”

ดอกสร้อยเร่งฝีเท้าเดินกลับบ้านด้วยความหวาดกลัว รู้สึกว่ามีบางอย่างเคลื่อนตามด้านหลัง แต่พอหันมองก็พบกับใบตองสั่นไหวจึงตัดสินใจวิ่งหนี ไม่นานนัก หญิงสาวก็สะดุดล้ม พอเงยหน้าขึ้นก็เห็นเป็นเงาวิญญาณที่เคลื่อนตัวอย่างรวดเร็วมาทับทาบบนตัวเธอ

เงาวิญญาณนั้นจ้องมองดอกสร้อยอย่างมาดร้าย แต่ยังไม่ทันไรมันก็ร้องโหยหวนพร้อมกับร่างถูกดูดหายไป...

เงาวิญญาณนั้นคือร่างผีกะหรือผีปอบที่ถูกดูดมาล้มลงตรงหน้าของไอ้ใบ้กับพรานเวทย์ที่กำลังบริกรรมคาถาจนเกิดเป็นดวงไฟกระแทกใส่ร่างผีกะอย่างรุนแรงก่อนเงาวิญญาณจะสลายหายไป

พรานเวทย์แสยะยิ้มพอใจเพราะเคยมีปมแค้นกับผีกะที่ฆ่าลูกเมียตัวเอง จึงปฏิญาณจะกำจัดผีกะทุกตัวให้สิ้น

ooooooo

ที่นอกเมืองอยุธยา หลังจากขุนฤทธิไกรหรือไกร ตำรวจหนุ่มลูกชายคหบดีแห่งเมืองปากน้ำโพได้รับข่าวจากบ้านว่าเกิดเรื่องร้ายแรงขึ้น เขาและเปรื่องเพื่อนรักจึงควบม้ากลับเรือนอย่างเร่งรีบอันเป็นเวลาเดียวกับที่กลุ่มชาวบ้านกำลังตีเกราะเคาะไม้ขับไล่ราหู ทันใดนั้นเอง ก็มีชายสองคนโพกผ้าปิดหน้าควบม้าสวนทางมาขวางไว้ ไกรตะโกนถามด้วยความไม่พอใจ

“พวกเอ็งเป็นใคร ก๊กไหนกัน มาทำพิกล ล้อมทางข้า”

พวกนั้นไม่ตอบแต่กระโดดลงจากหลังม้าแล้วชักดาบออกมา ไกรเห็นท่าไม่ดีกระโดดลงจากหลังม้าขู่เตือนพวกมันให้ระวังคมดาบของเขาแล้วประฝีดาบกันอย่างดุเดือด ส่วนเปรื่องรีบกระโดดเข้าช่วยเพื่อนเมื่อเห็นว่าถูกรุม ก่อนจะพบว่าคู่ต่อสู้คือขุนพิศณุแสนหรือปลิวกับดำเพื่อนตำรวจด้วยกัน ไกรสอบถามด้วยความแปลกใจ

“ไอ้ปลิว...เอ็งประสงค์อย่างไรถึงมาดักฟันข้า”

“ข้ามาซุ่มดักเอ็งด้วยเหตุผิดประหลาด ชาวบ้านออกมาตีเกราะเคาะไล่ราหู แต่เอ็งกลับพิลึกควบม้าแบกข้าวของออกนอกเมือง ข้าแคลงใจว่าเอ็งจะไปฉวยเงินทองของชาวบ้าน!”

เปรื่องอดรนทนไม่ไหวค้านขึ้นว่าเพื่อนของตนเป็นลูกมหาเศรษฐีคงไม่คิดลักขโมยใคร ปลิวรู้สึกเสียหน้าแกล้งสั่งการให้ดำลูกน้องค้นข้าวของ ไกรชักดาบกันไว้สำทับเสียงดัง

“ข้ามีศักดิ์มีศรีเป็นตำรวจไม่ผิดเอ็ง...ข้าถือใจแน่วในสัตยาที่ถวายพระเจ้าเสือมิเคยมุ่งลงเป็นโจร...อย่าได้ล้อมทางข้า!”

ปลิวเห็นท่าทางอันแข็งขืนของไกรจึงจำใจหลีกทางให้พร้อมกับนึกสงสัยว่าไกรมีเหตุอันใดที่รีบร้อนเดินทาง...

ooooooo

หลังจากสรรพสิ่งรอบตัวสงบลง ดอกสร้อยแหงนหน้าขึ้นมองรอบๆอย่างหวาดกลัวแล้วรีบวิ่งกลับบ้าน ขณะที่กำลังหันรีหันขวาง หญิงสาวตกใจแทบสิ้นสติเมื่อเห็นเงาดำอยู่ตรงหน้าเรือน พอเพ่งมองก็พบว่าเป็นฟองจันทร์แม่เลี้ยง

“เห็นข้าก็ตกใจยังกะเห็นผีเชียวนะ...อีดอกสร้อย เอ็งจงใจแช่งข้าให้ตายไวๆหรือไง อีปันตาย!”

“ฉันไม่เคยคิดอย่างนั้นจ้ะ น้าฟองจันทร์...ฉันเจอผีกะ มันจะสิงฉัน”

“อีดอกสร้อย! เอ็งอย่าคิดว่าข้าจะเชื่อคำเอ็ง ข้าอยู่ที่นี่มาหลายสิบปี ไม่มีใครเคยเห็นผีกะสักตัว...หรือเอ็งหาว่าข้าเป็นผีกะ ถ้าไม่ติดว่าเอ็งต้องไปฟ้อน ข้าจะตบให้ตายคามือ...ไปผลัดผ้าเตรียมตัวได้แล้ว!”

ดอกสร้อยหน้าเสียเดินก้มหน้าเข้าห้องไปอย่างครั่นคร้ามในความร้ายกาจของแม่เลี้ยงที่หาทางกลั่นแกล้งเธอทุกครั้งเมื่อมีโอกาส ถ้ากาสะลองแม่แท้ๆของเธอ

ไม่ตายด้วยไข้ป่า คำป้อนพ่อของเธอก็คงไม่แต่งงานใหม่กับฟองจันทร์ ยิ่งเมื่อทั้งคู่มีซอมพอ ลูกสาวคนใหม่ ดอกสร้อยก็ยิ่งถูกสับโขกและเป็นที่เกลียดชังมากยิ่งขึ้น

เพราะหลงใหลในตัวฟองจันทร์ทำให้คำป้อนละเลยการดูแลดอกสร้อย ส่วนซอมพอก็ถูกแม่เสี้ยมให้เกลียดพี่สาวคนละแม่และใส่ร้ายเสมอว่าดอกสร้อยคิดอิจฉาริษยาเธอจนถึงขนาดเคยเอาขี้เถ้ายัดปากและผลักให้ตกน้ำจนเกือบตาย โชคดีที่ฟองจันทร์มาเห็นเข้าจึงช่วยไว้ได้ทัน

ซอมพอฟังแม่เล่าด้วยความแคลงใจเพราะพฤติกรรมของพี่สาวแตกต่างกับเรื่องที่ได้ยินอย่างสิ้นเชิง

ตกค่ำ ชาวบ้านต่างทยอยมาที่ลานหน้าหมู่บ้านเพื่อชมการฟ้อนรำของคณะดอกสร้อย บรรยากาศเต็มไปด้วยความคึกคัก เฉกเช่นเดียวกับร่างของผีกะตนหนึ่งที่เคลื่อนตัวตามกลุ่มชาวบ้านไปหยุดตรงต้นไม้ใหญ่ใกล้ๆกับลานนั่น

สายตาของมันเฝ้าจับจ้องรอคอยเวลาจับเหยื่อ...

ไม่นานนัก เสียงดนตรีก็ดังขึ้น ดอกสร้อยเริ่มฟ้อนรำในเพลงกาสะลองด้วยท่วงท่างดงามจับใจคนดู ไผ่จ้องมองหญิงสาวด้วยความรัก ส่วนฟองจันทร์มองอย่างหมั่นไส้และเกลียดชัง

คํ่าคืนเดียวกัน ขณะที่ไกรกับเปรื่องนอนพักผ่อนกลางป่าหลังจากเดินทางตลอดทั้งวันอย่างเหนื่อยล้า...พลันมีกลีบดอกกาสะลองร่วงหล่นจากต้นมาบนใบหน้าของไกร ชายหนุ่มรู้สึกตัวลืมตาขึ้นมองด้วยความแปลกใจ ก่อนจะหยิบดอกไม้ขึ้นมาสูดดม เสียงดนตรีลอยลมมาขับกล่อมจนเคลิบเคลิ้ม

ครั้นไกรเงยหน้าขึ้นก็เห็นร่างหญิงสาวสวยคนหนึ่งยืนยิ้มยั่วยวนอยู่ตรงชายป่า ชายหนุ่มมองด้วยความประทับใจลุกขึ้นเดินตามเธอที่หายลับเข้าไปในป่า ภายในป่านั้นเต็มไปด้วยหมอกจางๆ ไกรมองหา จนเห็นหญิงสาวยืนอยู่ที่มุมหนึ่ง บนมือของเธอมีดอกกาสะลอง สาวสวยผู้นั้นยิ้มเชิญชวนให้ไกรเดินเข้าไปหาเพื่อเอาดอกไม้ไปเสียบข้างหู

ยังไม่ทันที่ชายหนุ่มจะก้าวเดิน เปรื่องก็กระชากไหล่เขาจนตื่นจากภวังค์

“เอ็งหยุดประเดี๋ยวก่อน! มองดูข้างหน้าใหม่ว่ามันเป็นอะไร”

ไกรหันกลับไปมองก็ต้องตกใจเพราะข้างหน้าคือหน้าผาสูง เพียงอีกก้าวเดียวก็จะตกหน้าผาตาย ชายหนุ่มผงะถอยหลัง ฉับพลันรอบตัวก็มีดวงไฟผีลอยไปมาพร้อมกับเสียงหัวเราะของผีผู้หญิงดังก้องกังวาน เปรื่องผู้เคยร่ำเรียนวิชาอาคมจึงรีบบริกรรมคาถาเป่ามนต์ เสียงหัวเราะแปรเปลี่ยนเป็นกรีดร้องแล้วหายวับไป...สองคนเห็นท่าไม่ดีรีบเร่งเดินทางต่อ

ooooooo

ที่ลานหน้าหมู่บ้าน ดอกสร้อยยังคงฟ้อนรำตามเสียงดนตรีท่ามกลางการชื่นชมของชาวบ้าน หญิงสาวพยายามตั้งมั่นมีสมาธิกับการร่ายรำ แต่สายตาเกลียดชังของฟองจันทร์ก็รบกวนไม่เลิก

ดอกสร้อยปล่อยสติให้หลุดลอย เมื่อครั้งที่ฟองจันทร์สั่งให้ดอกสร้อยฆ่ากระรอกเพื่อทำเป็นอาหาร แต่หญิงสาวไม่อยากทำจึงลักลอบสับเปลี่ยนเป็นปลาย่างแทน แม่เลี้ยงเก็บความไม่พอใจไว้ จนกระทั่งเห็นร่างกระรอกโชกเลือดที่อยู่ในมือดอกสร้อยเพราะถูกหมาขย้ำ ฟองจันทร์ก็ลุแก่โทสะคว้าไม้ไล่ตีดอกสร้อยจนสลบ

“ตอแหลว่าปล่อยกระรอก แต่ลับหลังแอบมาแดก...ผีกะสิงร่างใช่ไหม มึงถึงกินของสด กูจะตีให้ผีออกจากตัวเลย”

มาวันนี้เมื่อดอกสร้อยสบตากับฟองจันทร์ ความรู้สึกกลัวที่ฝังอยู่ในมโนสำนึกก็สำแดงฤทธิ์จนเป็นลมหมดสติกลางลานฟ้อนรำ ทุกคนมองร่างนางรำที่ทรุดฮวบลงตรงหน้าด้วยความตกใจ คำป้อนถลาวิ่งเข้าไปดูแลลูกสาวแล้วสั่งให้ไผ่อุ้มกลับเรือนทันที ฟองจันทร์แสยะยิ้มสะใจลากซอมพอมากลางเวที

“ดอกสร้อยไม่อยู่...ก็ยังมีซอมพอลูกสาวคนสวยของข้าจ๊อยซอให้ดู”

เสียงอื้ออึงด้วยความไม่พอใจจากชาวบ้านแล้วลุกขึ้นแยกย้ายกันกลับเรือน ซอมพอตั้งท่าจะฟ้อนต้องผิดหวังกับท่าทีของชาวบ้าน ฟองจันทร์สงสารลูกสาวจึงก่นด่าดอกสร้อยว่าเป็นตัวซวยทำให้ไม่ได้เบี้ยจากการแสดง

รุ่งเช้า ดอกสร้อยตื่นขึ้นด้วยความอ่อนเพลีย พอเห็นคำป้อนก็รู้สึกอุ่นใจ

“ฉันขอโทษจ้ะที่ทำให้ทุกคนพลอยลำบาก”

“ลูกอย่าคิดมาก หากเป็นอะไรไปพ่อก็เป็นห่วง หายแล้วค่อยมาฟ้อน เดี๋ยวให้พวกไอ้ไผ่เข้าป่าหาของมาแลกข้าว ว่าแต่ลูกเป็นลมแทบทุกวัน ลูกเป็นอะไร”

ดอกสร้อยมองหน้าพ่อลังเลใจ จะบอกว่าเกิดจากฟอง– จันทร์ ยังไม่ทันไร แม่เลี้ยงเดินกระฟัดกระเฟียดเข้ามาด่า

“ลูกพี่มันสำออย...กี่คืนแล้วที่มันฟ้อนไม่จบเพลง ขืนเป็นอย่างนี้อีก พวกเราต้องอดตาย...

คำป้อนลากเมียไปนอกห้อง ดอกสร้อยมองตามอย่างรู้สึกผิด พยายามเงี่ยหูฟังสองคนคุยกัน

ฟองจันทร์เสนอให้เดินทางไปฟ้อนที่บ้านผาหมอก สามีพยักหน้าเห็นด้วยแต่ต่อรองให้รอดอกสร้อยหายดีก่อน

“พี่เอามันไปไม่ได้! มันเจ็บออดแอดขืนพาไปก็เป็นไข้ป่าตายเหมือนแม่มัน...พี่ต้องทิ้งให้มันอยู่ที่นี่!”

ดอกสร้อยตกใจไม่อยากโดนทิ้งอยู่ลำพัง คำป้อนหนักใจเพราะเป็นห่วงลูกสาว ฟองจันทร์แสร้งน้อยใจขู่ว่าจะทิ้งสามีไปตายเอาดาบหน้า ดอกสร้อยฟังแล้วคิดถึงคำสั่งเสียของมารดาก่อนตายที่ให้ดูแลพ่อจึงตัดสินใจลุกเดินออกไปนอกห้อง

“ฉันได้ยินที่น้าฟองจันทร์คุยกับพ่อหมดแล้ว ฉันคิดเหมือนกับน้าเขา ถ้าพ่อให้ฉันไปด้วยก็เป็นภาระกับทุกคน ฉันจะอยู่บ้านรอพ่อกลับมาจ้ะ พ่อไม่ต้องเป็นห่วง ฉันโตแล้วพอกินยาก็ดีขึ้นแล้ว พ่อเร่งให้พี่ไผ่เทียมเกวียนเถอะจ้ะ”

ooooooo

เช้าวันรุ่งขึ้น ดอกสร้อยฝืนอาการป่วยเดินออกมาส่งคำป้อนและคณะไปเปิดการแสดงที่บ้านผาหมอก หญิงสาวแสร้งทำเป็นว่าหายดี แต่ซอมพอรู้ดีว่าพี่สาวคนละแม่อาการยังน่าเป็นห่วง ฟองจันทร์ลอบยิ้มสะใจ

“ลูกอย่าไปสนใจมัน ทิ้งให้มันนอนตายคาบ้านก็ดี แม่จะให้ลูกฟ้อนกาสะลองแทนมัน!”

ดอกสร้อยอวยพรพ่อให้เดินทางปลอดภัยคลาดแคล้วจากพวกผีร้าย คำป้อนหัวเราะไม่เชื่อถือในเรื่องพวกนี้ กำชับลูกสาวไม่ให้ออกไปนอกบ้านในเวลากลางคืน ลูกสาวยืนมองเกวียนของพ่อจนลับสายตาไปอย่างใจหาย...

เมื่อเวลาค่ำมาถึง ดอกสร้อยรีบจุดตะเกียงไฟไว้ข้างตัวเพราะเกิดความหวาดกลัวที่ต้องอยู่คนเดียว พอล้มตัวลงนอนได้ไม่นานก็ได้ยินเสียงเหมือนคนเดินขึ้นมาบนเรือน ดอกสร้อยตกใจคว้ามีดใต้หมอนมาถือกระชับมั่น...ข่มความกลัวเดินถือตะเกียงและมีดไปที่ประตู รออยู่จนแน่ใจว่าไม่มีเสียงอะไร หญิงสาวจึงเปิดประตูออกมาแต่ไม่มีใคร จึงเดินลงบันไดไปใต้ถุน แสงสว่างของตะเกียงส่องให้เห็นว่ามีใครคนหนึ่งยืนอยู่เป็นเงามืด

“ใคร ใครกัน ออกมานะ”

ร่างนั้นค่อยๆหันมาแล้วเดินเข้ามาใกล้ตะเกียง ดอกสร้อยอ้าปากค้างตกใจแทบสิ้นสติเมื่อเห็นชายคนหนึ่งอุ้มแมวสีดำยื่นให้ หญิงสาวตกใจแทบสิ้นสติตะโกนลั่น

“พ่อ...ช่วยสร้อยด้วย!”

พลันดอกสร้อยเห็นคำป้อนวิ่งมาจากชายป่าและร้องเรียกชื่อเธอ อารามดีใจหญิงสาวรีบวิ่งพุ่งเข้าไปหา แต่เมื่อเข้าใกล้ก็พบว่าคำป้อนอุ้มแมวดำในมือแล้วแสยะยิ้มให้...เสียงไก่ขันทำให้ดอกสร้อยสะดุ้งตื่นด้วยความตกใจ พอหันไปรอบๆเห็นว่ายังอยู่ในห้องบนเรือนจึงรู้ตัวว่าฝันไป หญิงสาวนั่งทบทวนความฝันอยู่เงียบๆแล้วนึกเป็นห่วงคำป้อนขึ้นมา...

ooooooo

หลังจากเจอเรื่องเฉียดตาย ไกรก็ไม่กล้าแวะพักที่ใดอีก รีบเร่งเดินทางจนถึงบ้านที่นครสวรรค์ พอนางแสงมารดาเห็นลูกชายก็โอบกอดและแจ้งข่าวร้ายให้ทราบ

“ไกร...พ่อทองของเอ็งสิ้นแล้ว”

ผินและปันสองคนสนิทของพ่อเตือนไม่ให้ไกรดูศพเพราะสภาพอันสยดสยอง ชายหนุ่มไม่เชื่อตัดสินใจเปิดผ้าคลุมศพของพ่อออก ภาพที่เห็นทำให้พูดไม่ออก ต่างจากเปรื่องที่อุทานเสียงดัง

“เวรตะไล...ถูกกินกลางตัวไปเสียสิ้น”

เวลาต่อมา ขณะที่ไกรยืนมองศพพ่อตรงหน้าเชิง ตะกอน จู่ๆชายหนุ่มเอ่ยถามผินกับปันสองคนสนิทของทอง

“พ่อข้ามีใจกุศล หมายเอาทองคำไปถวายพระธาตุลำปางหลวง ฉงนนัก พ่อข้าตายได้อย่างไรกัน”

สองบ่าวมองหน้ากัน ก่อนจะเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่าระหว่างทางไปพระธาตุลำปางหลวง คณะของพวกตนถูกโจรป่าดักปล้นเพราะรู้ว่ากำลังจะเอาเงินและทองคำไปทำบุญ นายทองถือดาบวิ่งไล่ตามพวกโจร...จนพวกตนได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลือของนายจึงรีบวิ่งตามและพบว่านายตายเสียแล้วที่ในป่าโดยมีสภาพศพอย่างที่เห็น

ไกรอดคิดไม่ได้ว่าการตายของพ่อมีเงื่อนงำ เพราะทั้งผินและปันต่างมีความเชื่อแตกต่างกันจากสภาพศพที่เห็น

“ไอ้ผิน...ข้าว่าพวกโจรป่าฆ่านายทอง แล้วควักท้องไส้ปล่อยให้เสือมากัดกิน!”

สาปดอกสร้อย เรื่องย่อละคร

สมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย “คณะดอกสร้อย”เป็นที่ร่ำลือทั่วนครเขลางค์ ว่าการรำฟ้อนของดอกสร้อยช่างงดงามอ่อนช้อย โดยเฉพาะความงามของเธอ..ไม่ว่าชายหรือหญิง ตั้งตารอคอยชมการแสดงของเธอสักครั้งในชีวิต โดยหารู้ไม่...ภายใต้ความงามของดอกสร้อย มีบางสิ่งที่น่าสะพรึงกลัวซ่อนอยู่!!

ดอกสร้อย ฟ้อนร่ายรำตามจังหวะเสียงสะล้อซอซึง.... ใบหน้ายิ้มพริ้มเพราให้ผู้ชม แต่ทุกครั้งที่ดอกสร้อยหันไปมอง ฟองจันทร์ ภาพแห่งความเศร้าและขมขื่นก็ปรากฎชัดขึ้นในใจ... ฟองจันทร์เกลียดชังลูกเลี้ยงหาทางกลั่นแกล้งดอกสร้อยสารพัด และยุให้ ซอมพอ ลูกของตนเกลียดชังดอกสร้อยด้วย .. ความทุกข์ของดอกสร้อย ทำให้เธอเจ็บไข้ได้ป่วย ฟองจันทร์จึงสั่งให้คำป้อน พาคณะออกเร่ไปหากินที่อื่น ทิ้งดอกสร้อยไว้ที่เรือน....ดอกสร้อยเป็นห่วงพ่อคำป้อนตัดสินใจตามไปในคืนราหูอมจันทร์

ผีกะอาคม หนีการไล่ล่าของ พรานเวทย์ และไอ้ใบ้ จะเข้าทำร้ายคำป้อน!! ดอกสร้อยร้องขอชีวิตพ่อ ผีกะจึงต่อรองสิงร่างดอกสร้อย เพื่อช่วยชีวิตคำป้อน....

ขุนฤทธิไกร (ไกร) ตำรวจหนุ่มหล่อจากกรุงศรี มีฝีมือเชิงมวยและเชิงดาบ รับข่าวจากม้าเร็วว่า.. ทอง ผู้เป็นพ่อ ถูกฆ่าตายระหว่างเดินทางไปไหว้พระธาตุลำปางหลวง ขุนฤทธิไกรออกเดินทางพร้อม เปรื่อง เพื่อนที่มีวิชาอาคม ขุนฤทธิไกรเห็นศพพ่อก็แปลกใจที่ร่างกายโดนแหวกท้อง...ตับไตไส้พุงหายไป.....ผิน คนรับใช้บอกว่าโดนผีกะฆ่าตาย แต่ ปัน บอกว่าโดนโจรป่าฆ่าแล้วปล่อยให้สัตว์กิน ขุนฤทธิไกรตั้งมั่นจะสืบคดีนี้และสัญญาต่อหน้าศพจะฆ่าคนผิด....ไม่ว่าเป็นคนหรือผี!!!

ตะวันลับขอบฟ้า..เสียงดนตรีบรรเลงเสนาะ.....ดอกสร้อยออกฟ้อนกาสะลอง ด้วยท่วงท่างดงาม สร้างความสุขให้ชาวบ้านผาหมอก ..ขุนฤทธิไกรเข้ามาในหมู่บ้านเห็นดอกสร้อยร่ายรำก็ต้องมนต์ในความงามและลีลาการร่ายรำ .ทันใดนั้น.. กลุ่มโจรป่าบุกเข้ามาปล้นชาวบ้านแล้วลากตัวดอกสร้อยไป!!....
ผีกะ ในร่างดอกสร้อยออกอาละวาดไล่ฆ่าจนตาย.....ดอกสร้อยรู้สึกตัวอีกทีเห็นมือ,ปาก,เนื้อตัวเต็มไปด้วยคราบเลือด.. ดอกสร้อยกรีดร้องเสียใจ...คำป้อนปลอบใจพร้อมขอโทษ ที่ทำให้ดอกสร้อยต้องเผชิญชะตากรรม. ดอกสร้อยและคำป้อนจำต้องปิดบังความลับนี้มิแพร่งพรายให้ใครรู้ ว่าดอกสร้อยคือร่างของผีกะ!!

ขุนฤทธิไกรแปลกใจกับศพโจรป่า....สภาพไม่ต่างจากคดีของพ่อ.ซึ่งถูกกัดกินเนื้อและตับไต...ขุนฤทธิไกรพยายามสืบหาความจริง! แต่ไม่ง่ายเพราะ ขุนพิศณุแสน (นายปลิว)คู่อริเก่าของขุนฤทธิไกร รับคำสั่งจากกรุงศรีให้มาจับโจรป่าที่หมู่บ้าน ขุนพิศณุแสนหวังจะได้เลื่อนขั้นเหนือกว่าขุนฤทธิไกร จึงขัดขาและหักหน้าขุนฤทธิไกรโดยมี นายดำเป็นผู้ช่วย!

เอื้องคำ นางรำประจำหมู่บ้าน อิจฉาที่ใครๆสนใจและชื่นชมดอกสร้อย เอื้องคำสั่งให้ ศรีออน สาวรับใช้ไปกลั่นแกล้ง และยุยงว่าดอกสร้อยเป็นตัวกาลกิณี ใส่ไฟชาวบ้านให้ไล่คณะดอกสร้อยออกไป.. ผู้ใหญ่สัก ยืนยันที่จะให้คณะดอกสร้อยแสดงต่อ เพราะ นางบัวศรี เมียของผู้ใหญ่ซึ่งพิการด้วยโรคประหลาด ชื่นชอบการฟ้อนของดอกสร้อยมาก. ยิ่งทำให้เอื้องคำ เกลียดชังและหาทางกำจัดดอกสร้อย!

ดอกสร้อยนึกย้อนในวันแสดง เธอมองเห็นผีตายโหงชายสิงอยู่ในร่างนางบัวศรี มันคอยกัดกินร่างนางบัวศรี ..ดอกสร้อยขอร้องให้ผีตายโหงออกจากร่าง ผีตายโหงไม่พอใจ..จะทำร้ายดอกสร้อย ผีกะจึงออกมาทำร้ายและขู่มิให้ผีตายโหงทำร้ายดอกสร้อยอีก...ไม่งั้นจะฆ่าให้วิญญาณดับ! ผีตายโหงเก็บความแค้นรอวันที่จะสะสางกับผีกะ!!!

ชาวบ้านยังคงพูดถูกผีกะหนาหู....ดอกสร้อยกลัวชาวบ้านรู้ความจริงว่าเธอเป็นร่างผีกะ...จึงหลบหลีกผู้คนไปอยู่ในป่าเพียงลำพัง...ขุนฤทธิไกรเฝ้าติดตามชีวิตดอกสร้อย อยากเห็นดอกสร้อยมีชีวิตชีวาเหมือนตอนฟ้อนรำ... ขุนฤทธิไกรพาดอกสร้อยขี่ม้าชมดอกกล้วยไม้ป่าและทุ่งดอกไม้บนดอย...ดอกสร้อยตื่นตาตื่นใจ และอุ่นใจที่มีคนคอยปกป้อง..ทำให้ดอกสร้อยมีพลังชีวิตขึ้นมาอีกครั้ง และก่อเกิดความรักในใจทั้งสองฝ่าย.....สุมไฟแค้นให้ขุนพิศณุแสนหนักขึ้น....

ขุนพิศณุแสนและดำปลอมตัวเป็นโจร หวังฉุดคร่าดอกสร้อย ขุนฤทธิไกรปกป้องเต็มกำลังแต่พลาดท่าได้รับบาดเจ็บควบม้าหนีไปบ้านเกิดที่นครสวรรค์....ขุนพิศณุแสนจึงสร้างเรื่องว่าขุนฤทธิไกรลักพาตัวดอกสร้อย ฟองจันทร์โกรธจัด เพราะอยากยกซอมพอให้ขุนฤทธิไกร...ใส่ไฟว่าดอกสร้อยจงใจแย่ง ขุนฤทธิไกร ซอมพอพลอยเกลียดชังดอกสร้อยหนักกว่าเดิม เปรื่องคอยเตือนสติไม่ให้ซอมพอหูเบา อย่าเชื่อในสิ่งที่ไม่เห็น..ยิ่งทำให้ซอมพอพาลโกรธเปรื่อง คิดว่าเปรื่องรักดอกสร้อย..เปรื่องปฎิเสธว่าเขามีคนรักแล้วแต่ไม่ยอมบอกว่าเป็น....ซอมพอ

นางแสง แม่ของขุนฤทธิไกรให้หมอมารักษาขุนไกรแต่อาการไม่ดีขึ้น ดอกสร้อยสั่งให้นายผินและนายปันไปหาสมุนไพรป่า ดอกสร้อยต้มยาหม้อและรักษาจนกระทั่งขุนฤทธิไกรฟื้นได้สติ.. นวล สาวใช้ตั้งแง่รังเกียจสาวชาวป่าอย่างดอกสร้อย และฉุกสงสัยว่าเป็ดไก่ในเล้าตายทุกคืน ตั้งแต่ดอกสร้อยมาอาศัยที่เรือน..ฤาว่าดอกสร้อยจะเป็นผี???? นางแสงจึงสั่งให้บ่าวไพร่ในเรือน..จัดเวรยามเฝ้าดูดอกสร้อย!!

ผีกะในร่างดอกสร้อยออกหากิน นายผินและนายปัน,นวลเห็นผีกะก็วิ่งหนีตกใจเอาตัวรอด ก่อนจะได้สติรีบคว้าอาวุธออกไล่ล่าผีกะ เปรื่องสะกดรอยตามไป...ภาพตรงหน้าทำให้เปรื่องแทบหมดสติ ...เขาเห็นดอกสร้อยฉีกเนื้อสดกิน..เป็นเวลาเดียวกับพวกผินยกพลไล่ล่าผีกะ.....เปรื่องรู้ดีว่าขุนไกรรักดอกสร้อยมาก ..จึงช่วยแก้ตัวให้ดอกสร้อยรอดพ้นผิด ..นายเปรื่องได้แต่รอเวลาที่จะบอกความลับกับขุนฤทธิไกร

ไผ่ ตามหาดอกสร้อยจนมาพบที่เรือนขุนฤทธิไกร...เร่งพาดอกสร้อยกลับบ้านผาหมอก.. พร้อมสารภาพรักหมดใจ ดอกสร้อยมิอาจรับรักได้เพราะรักไผ่เพียงพี่ชาย ไผ่ยืนยันที่จะรักและดูแลสร้อยชั่วชีวิต ไม่ยอมให้ใครมาพรากดอกสร้อยไป!!

พรานเวทย์และใบ้เดินทางตามล่าผีกะมาถึงบ้านผาหมอก รับรู้ว่าผีตายโหงสิงร่างบัวศรี.. จึงทำพิธีจับผี.. ผีตายโหงต่อสู้สุดกำลัง...แต่พ่ายต่ออาคมของพรานเวทย์และไอ้ใบ้ หนีออกจากร่างบัวศรีหนีเข้าป่าไผ่... นางบัวศรีลุกเดินได้.... ผู้ใหญ่สักดีใจมาก..มอบเงินทองให้พรานเวทย์มากมาย พรานเวทย์จึงเข้าป่าตามล่าวิญญาณผีตายโหง!! ไอ้ใบ้ร้องขอเงินส่วนแบ่งที่ช่วยปราบผี แต่พรานเวทย์ไม่พอใจที่ใบ้ทวงบุญคุณ...ตัดขาดจากลูกศิษย์.....ไอ้ใบ้ต้องพเนจรเร่ร่อน...จนได้พบกับซอมพอ... ซอมพอนึกสงสารคอยหาข้าวปลาให้มันกิน ไอ้ใบ้จึงตกหลุมรักซอมพอ....จวนจนดอกสร้อยกลับมาถึงหมู่บ้าน...ไอ้ใบ้รับรู้ถึงพลังมืดในตัวดอกสร้อย ไอ้ใบ้มอบตะกรุดกระดูกผีให้ดอกสร้อยไว้ป้องกันตัว ....

ถึงเวลากลางคืน....ผีกะเข้าสิงดอกสร้อยเหมือนเช่นเคย แต่ถูกอาคมของตะกรุด มันร้องโหยหวลปางตาย..... ร้องขอให้ดอกสร้อยนำตะกรุดไปทิ้ง ดอกสร้อยอยากหลุดพ้นจากการตกเป็นทาสรับใช้ผีกะ....ดอกสร้อยจึงแขวนสร้อยตะกรุดกระดูกผีไว้ มิให้ผีกะเข้าสิงร่างอีก ผีกะโกรธจัดออกอาละวาดจะฆ่าคำป้อนและชาวคณะ ดอกสร้อยจำต้องโยนสร้อยตะกรุดทิ้ง เพื่อรักษาชีวิตทุกคนไว้ ยอมให้ผีกะสิงร่างต่อไป!!

ฟองจันทร์คอยสั่งให้ซอมพอเข้าหาขุนฤทธิไกร...ซอมพอสับสนในใจ เพราะซอมพอเริ่มมีใจให้เปรื่อง.. และเธอก็รับรู้ได้ว่าขุนฤทธิไกรมีใจให้ดอกสร้อย ซอมพอต้องการรู้ความจริง ว่าดอกสร้อยคิดอย่างไร ตั้งใจไปซักความจริงจากปากดอกสร้อย...แต่กลับเห็นดอกสร้อยกำลังกินสัตว์อย่างสยดสยอง ผีกะไล่ล่าจะฆ่าซอมพอ เปรื่องช่วยซอมพอไว้ได้ ....ดอกสร้อยเสียใจที่เกือบฆ่าน้องสาว.. คำป้อนและเปรื่องเล่าความลับที่มาของผีกะตัวนั้น.... ซอมพอรู้ความจริงว่าดอกสร้อยต้องเสียสละเพื่อชาวคณะ รู้สึกผิดที่ใจร้ายใจดำกับดอกสร้อย สัญญาจะปกปิดความลับนี้ไว้และช่วยเหลือดอกสร้อย....

แต่ความลับไม่มีในโลก...ไม่นานนัก.. ทุกคนรู้ว่าดอกสร้อยเป็นผีกะ....ผู้ใหญ่สักและขุนพิศณุแสนจึงไล่ล่าดอกสร้อย... ดอกสร้อยหนีออกจากหมู่บ่านเข้าป่าลึก.....ขุนฤทธิไกรทำใจยอมรับไม่ได้ เขาออกตามหาดอกสร้อย..ดอกสร้อยไล่ให้ขุนฤทธิไกรหนีไป ก่อนผีกะจะทำร้าย ขุนฤทธิไกรไม่เชื่อ จะพาดอกสร้อยกลับหมู่บ้าน พวกผู้ใหญ่สักและขุนพิศณุแสนไล่ล่าผีกะ แล้วฉวยจังหวะจะฆ่าขุนฤทธิไกรดอกสร้อยทนไม่ได้ กลายร่างเป็นผีกะออกอาละวาด ผู้ใหญ่สักและขุนพิศณุแสนหนีไป... ขุนฤทธิไกรแทบหมดสติเมื่อรู้ว่าคนรัก....เป็นผีกะ....ดอกสร้อยไม่อยากทำร้ายคนรัก รีบหนีไปทันที...

ดอกสร้อยตัดสินใจกระโดดหน้าผาน้ำตกฆ่าตัวตาย แต่ขุนไกรกระโดดน้ำลงไปช่วยชีวิตดอกสร้อย จะพาดอกสร้อยหนีไปใช้ชีวิตด้วยกัน พรานเวทย์มาขวางร่ายอาคมเล่นงานผีกะ ผีกะเจ็บปวดทรมานออกตากร่างดอกสร้อยไป..... พวกชาวบ้านจึงมาจับตัวดอกสร้อยและขุนฤทธิไกรไปให้ขุนพิศณุแสน.!!
เอื้องคำสั่งให้ขุนพิศณุแสนฆ่าดอกสร้อย แต่ขุนพิศณุแสนโกหกว่าต้องการเอาตัวไปฆ่าที่กรุงศรี ...เอื้องคำรู้ดีว่าขุนพิศณุแสนต้องการจะขืนใจดอกสร้อย เอื้องคำจึงร่วมมือกับฟองจันทร์แอบบุกเรือนผู้ใหญ่สักจะลากดอกสร้อยไปเผาไฟ เมื่อทั้งสองพาดอกสร้อยออกพ้นเขตลงเวทย์อาคม..ผีกะที่อาฆาตแค้น พุ่งเข้าสิงร่างดอกสร้อยและทำร้ายพวกฟองจันทร์ เอื้องคำ ขุนพิศณุแสนกลัวตายหอบเงินทองหนีกลับกรุงศรี!!

ขุนฤทธิไกร,เปรื่อง,ซอมพอ,ไผ่ บุกไปช่วยดอกสร้อย บัวศรีจึงบอกความจริงว่าผู้ใหญ่สักเป็นหัวหน้าโจรป่า และฆ่าพ่อของขุนฤทธิไกรแล้วโยนยาปให้ผีกะ!! ผู้ใหญ่สักจะฆ่าขุนฤทธิไกรและทุกคน ผีกะออกอาละวาด.. เล่นงานจนผู้ใหญ่สักต้องหนีไป....ผีกะจะฆ่าขุนฤทธิไกร ดอกสร้อยพยายามใช้ดวงจิตยั้งมือไม่อยากฆ่าคนรัก แต่พลังผีกะแก่กล้าเกินที่ดอกสร้อยจะควบคุมได้ ผีกะพุ่งจะแทงขุนฤทธิไกร พรานเวทย์มาช่วยไว้ได้ ผีกะในร่างดอกสร้อยจึงต้องหนีเข้าป่า..... พรานเวทย์รู้ความจริงว่าดอกสร้อยต้องทุกข์ทรมานเพราะผีกะ ก็เกิดความสงสาร ...หากปล่อยให้ผีกะสิงดอกสร้อยข้ามคืนราหูกินจันทร์ ร่างของดอกสร้อยจะกลายเป็นร่างผีกะตลอดไป มีหนทางเดียวที่จะปราบผีกะได้ คือใช้ดวงวิญญาณผีตายโหงไปปราบผีกะ ไผ่จึงอาสายอมตายเพื่อช่วยดอกสร้อย!!
เอื้องคำหนีผีกะ แต่ด้วยความหวาดกลัว เกิดจิตหลอน...วิ่งหนีตกหน้าผาตาย ส่วนฟองจันทร์ขโมยเงินทองของคำป้อน หนีเอาตัวรอด ตกหลุมดักสัตว์ตาย!! ผู้ใหญ่สักและขุนพิศนุแสนก็ถูกผีกะเล่นงานจนตายในป่า!!

พรานเวทย์และไอ้ใบ้ร่วมทำพิธีเพื่อช่วยดอกสร้อย....ใช้อาคมปลุกเสกวิญญาณของไผ่...ต่อสู้ผีกะ!...แต่ผีกะมีอาคมแก่กล้าพลังเหนือกว่า มันเล่นงานทำลายดวงวิญญานไผ่....และพรานเวทย์อย่างหนัก....ดอกสร้อยยังมีสติรู้....ขอร้องให้ขุนฤทธิไกรเอาดาบอาคมฆ่าเธอ...เพื่อดับวิญญาณผีกะ!!...ขุนฤทธิไกรจำต้องคว้ามีดหมอ...แทงร่างดอกสร้อย...วิญญาณผีกะจึงดับสลายไป........

ขุนฤทธิไกรเสียใจที่เป็นคนฆ่าดอกสร้อย...นำร่างดอกสร้อยวางไว้ดงกาสะลอง..เมื่อละออง หมอกลอยผ่านมา ร่างดอกสร้อยฟื้นขึ้นมาอีกครั้ง... เพราะขุนฤทธิไกรไม่ได้แทงส่วนสำคัญของร่างกาย... ขุนฤทธิไกรรีบนำดอกสร้อยไปรักษาตัวจนหายดี แล้วกลับมาครองคู่กัน....ใช้ชีวิตที่บ้านผาหมอกอย่างมีความสุข.........

โดยไม่รู้ว่า......มีผีกะตัวใหม่.... ถือกำเนิด ณ..ที่แห่งนั้น.........

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

#ทีมอำพน เตรียมฟิน "ก๊อต" สารภาพความในใจ "นุ่น" ใน "กระเช้าสีดา"

#ทีมอำพน เตรียมฟิน "ก๊อต" สารภาพความในใจ "นุ่น" ใน "กระเช้าสีดา"
12 พ.ค. 2564

05:15 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพุธที่ 12 พฤษภาคม 2564 เวลา 05:49 น.