นิยายไทยรัฐ

ข่าว

สาปดอกสร้อย

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

เอื้องคำเดินกลับเรือนไปก่นด่าศรีออนไปด้วยว่าเนรคุณ อุตส่าห์ให้ข้าวให้น้ำมาแรมปี ยังมาหนีเอาตัวรอดคนเดียว แช่งให้เธอถูกดอกสร้อยกัดกินตาย พูดถึงผีกะขึ้นมาแล้วเอื้องคำอดกลัวไม่ได้ แล่นกลับเรือนอย่างรวดเร็ว ครั้นเปิดประตูเรือนเข้าไปต้องตกใจที่เห็นปลิวยืนอยู่

“ท่านขุนพิศณุแสนเข้ามาทำอะไรในห้องข้า”

“ข้ารู้ว่าเอ็งผวาผีกะ ข้ามาระวังภัยให้เอ็ง” ไม่รู้ว่าระวังภัยประสาอะไร ปลิวค่อยๆถอดเสื้อตัวเองออก แล้วเข้ามาโอบกอดเอื้องคำไว้ เธอปัดป้องพองามพร้อมกับต่อรองถ้าเขารักเธอก็ให้จัดพิธีผูกข้อมือตามธรรมเนียมให้ด้วย เขารอไม่ไหวพยายามซุกไซ้ซอกคอ เอื้องคำเห็นเขาไม่ยอมรับปากสะบัดตัวหลุด เดินหนีออกมานอกชาน ปลิวตามออกมาในสภาพสวมเสื้อเรียบร้อย ในเมื่อเธอปัดความหวังดีของเขาก็เชิญอยู่เรือนให้ผีกะฆ่า แล้วขยับจะลงบันได เอื้องคำตามมาคว้าแขนไว้ ขอร้องอย่าทิ้งกันไป

“ท่านสัญญากับข้าสิ ท่านจะดูแลข้า ยกย่องเชิดชูข้าเป็นเมีย”

“เอ็งไม่ต้องพูดจาเลียบเคียง ข้าจะสำแดงให้เห็นว่าข้าจะคลายทุกข์บำรุงสุขเอ็งเยี่ยงไร” พูดจบปลิวอุ้มเอื้องคำกลับเข้าห้อง คราวนี้เธอไม่เล่นตัวปล่อยให้เขาทำตามใจ...

ทางด้านไกรร้อนใจเรื่องกำจัดผีกะ จึงเข้าไปขอร้องไอ้ใบ้ที่กำลังดูแลพรานเวทย์ว่าอยากให้ช่วยลงยันต์ให้ตนอีกสักครั้ง จะได้มีอาคมไว้ปราบผี เปรื่องตกใจที่รู้ว่าเพื่อนคิดจะกำจัดผีกะ นึกเป็นห่วงดอกสร้อยขึ้นมา แต่ไม่ได้ทักท้วงอะไร ไอ้ใบ้รับปากจะจัดการเรื่องนี้ให้ ระหว่างนั้นพรานเวทย์ได้สติลืมตาตื่นขึ้นมองไกร

“เอ็งเชื่อข้าแล้วสิ แม่หญิงนั่นเป็นผีกะ” พรานเวทย์ว่า แล้วสั่งไอ้ใบ้เอาย่ามมาให้ แล้วหยิบคัมภีร์โบราณยื่นให้ไกร จะได้เอาคาถานี้ไว้เป็นมนต์เวทป้องกันตัวจากผีร้าย เขายกมือไหว้ขอบคุณแล้วรับคัมภีร์มา

“พรานเวทย์พักให้หายสนิทเถิด ข้าจะช่วยกำราบผีตนนี้”

“วิชาเอ็งมิแก่กล้าพอจะสยบมันลงได้ ข้อสำคัญเพลานี้เอ็งช่วยขวางอย่าให้มันฆ่าคนอีก”

ไกรพยักหน้ารับคำ ใจชื้นขึ้นที่อย่างน้อยพรานเวทย์ก็ฟื้นคืนสติแล้ว จากนั้นไม่นานไกรกับไอ้ใบ้เข้าไปในป่าเพื่อทำพิธีสักยันต์เพิ่มเติมจากที่ทำค้างไว้ แต่ครั้งนี้มีคาถาจากคัมภีร์โบราณมาช่วยเสริมความขลังให้อีกด้วย เปรื่องได้แต่ยืนดูอยู่ห่างๆคอยเป็นกำลังใจให้เขา แต่อีกใจหนึ่งอดเป็นกังวลแทนดอกสร้อยไม่ได้

ooooooo

เงินรางวัลที่ปลิวเอามาล่อ ทำให้ชาวบ้านพา กันแบ่งเป็นกลุ่มๆออกไล่ล่าดอกสร้อยซึ่งไม่ยอมให้ถูกล่าง่ายๆ ล่อพวกนั้นเข้าไปในป่าลึกแล้วตัวเองหนีไปอีกทางหนึ่ง

ไผ่รู้เรื่องที่ชาวบ้านตามล่าดอกสร้อยเร่งให้คำป้อน ผาและม่อนรีบไปให้ถึงตัวเธอก่อนที่พวกชาวบ้านจะเจอ ทั้งสี่คนคว้าอาวุธและข้าวของจำเป็น แล้วพากันออกเดินทาง ซอมพอได้แต่มองตามด้วยความเป็นห่วง...

ไกร ไอ้ใบ้ รวมทั้งผินและปันเตรียมออกเดินทางไล่ล่าดอกสร้อยเช่นกัน แต่เปรื่องกลับหายหัวไปไม่เห็นตั้งแต่ก่อนตะวันจะขึ้น ปันอาสาจะไปตามให้ ไกรร้อนใจอยากจัดการเรื่องนี้ให้จบๆ ไม่อยากต้องคอยใครให้เสียเวลาอีกต่อไป เร่งทุกคนให้ออกเดินทางได้เลย...

เปรื่องไม่ได้หายไปไหน มาเตือนคำป้อนเรื่องที่ไกรตัดสินใจตามล่าผีกะ แต่มาไม่ทันมีเพียงซอมพอ

เท่านั้นที่อยู่เรือน เธอเป็นห่วงพี่สาวมากขอร้องให้เปรื่องตามไปช่วยพี่สร้อยด้วย อย่าให้ไกรฆ่าเธอได้ เขาดีใจที่ซอมพอเป็นห่วงดอกสร้อย จับมือมากุม ให้สัญญาจะพาเธอกลับมาอย่างปลอดภัย

ซอมพอยืนส่งเปรื่องจนลับสายตา แล้วนึกขึ้นได้ว่าแม่หายไป ดูบนเรือนก็ไม่เจอ ลงไปที่เรือนครัวเห็นแม่กำลังลับขวานอยู่ ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าท่านจะออกตามล่าดอกสร้อยเช่นกัน...

ฟองจันทร์เอาขวานที่ลับจนคมใส่ในก๋วย เอา สมุนไพรต่างๆวางทับไว้ แล้วเดินทางเข้าป่าไล่ล่าดอกสร้อยเหมือนพวกชาวบ้าน...

ขณะที่ทุกคนพากันออกตามล่าดอกสร้อย ผู้ใหญ่สักนั่งดื่มเหล้าอยู่กับปลิวอย่างสบายอารมณ์ ชมเขา ไม่หยุดปากว่าหัวแหลมมาก เอาเงินรางวัลมาล่อหลอกจนชาวบ้านคว้ามีดคว้าหอกออกตามล่าดอกสร้อยทำให้พวกเราไม่ต้องเสียแรง แล้วอดถามไม่ได้ว่าเขาจะยอมเสียทอง พาพวกนักล่าผีไปถึงกรุงศรีอยุธยาจริงหรือ

“พวกโลภมิควรได้อะไรทั้งสิ้น ลงท้ายมันก็สมควรตายเป็นผีอยู่กลางป่า”

ผู้ใหญ่สักหัวเราะชอบใจกับความเจ้าเล่ห์ของปลิว บัวศรียืนฟังอยู่อีกมุมหนึ่งด้วยสีหน้าไม่สบายใจ ระหว่างนั้นตองนวลเข้ามาแจ้งเธอว่าไกรออกตามล่าดอกสร้อยเช่นกัน ใจหนึ่งตนยินดีที่เขาจะล่าผีกะแก้แค้นให้พ่อ แต่อีกใจหนึ่งก็สงสารดอกสร้อยที่จะต้องมาตาย

“มิใช่ผิดของดอกสร้อย” บัวศรีว่าแล้วชวนตองนวลไปเป็นเพื่อน ผู้ใหญ่สักเห็นทั้งคู่จะลงจากเรือน สั่งให้หนานอินกับสมุนมาขวางไว้ เธอพยายามหลอกล่อเพื่อจะออกจากเรือนให้ได้แต่หนานอินไม่หลงกล ผู้ใหญ่สัก ตะโกนสั่งให้บัวศรีกลับห้อง เธอตัดสินใจจะไม่ยอมตก

เป็นเบี้ยล่างของผัวอีกต่อไป วิ่งหนีไปทันที หนานอินจะคว้าตัว แต่ตองนวลกำดินซัดใส่หน้าเขาแล้ววิ่งตามบัวศรี

ผู้ใหญ่สักอยากจะไปลากตัวเธอกลับมาเองแต่ติด ที่ขาเจ็บ ได้แต่ตะโกนสั่งการให้หนานอินกับสมุนไปจับตัวทั้งคู่กลับมา ด้านตองนวลวิ่งตามบัวศรีจนทัน ถามว่าจะไปไหน

“ข้ามีความลับต้องบอกขุนไกร เรื่องผีกะ”

“ขุนไกรออกจากเรือนบุกเข้าป่าแล้ว แม่บัวศรีตามฉันมาจ้ะ” ตองนวลพาบัวศรีวิ่งตรงไปยังชายป่า หนานอินเห็นหลังทั้งคู่ไวๆ วิ่งนำสมุนไล่ตาม

ooooooo

ดอกสร้อยหนีการไล่ล่าของชาวบ้านมาถึงริมลำธาร ได้ยินเสียงฟองจันทร์ร้องเรียกอย่างอ่อนหวาน ลูกอย่างนั้นลูกอย่างนี้ รู้เท่าทันว่าแม่เลี้ยงไม่จริงใจ จะวิ่งหนีไปทางอื่น แต่ฟองจันทร์หันมาเห็นเสียก่อน พยายามร้องเรียกให้หยุด แต่เธอไม่สนใจวิ่งลุยลำธารข้ามไปอีกฝั่ง ฟองจันทร์แกล้งสะดุดก้อนหินล้ม

“ลูกสร้อยช่วยแม่ด้วย แม่เจ็บเหลือเกิน”

“น้าไม่อยากตายกลับไปซะ แล้วไม่ต้องเรียกฉันว่าลูก น้าไม่เคยรักฉันเหมือนลูกและฉันก็ไม่มีวันนับถือน้าเป็นแม่ น้าไม่ต้องแสร้งแกล้งทำดีตบตาฉัน...ฉันจะไป ชาตินี้ชาติหน้าก็อย่าได้เจอะเจอกันอีก”

ฟองจันทร์เห็นดอกสร้อยไม่หลงกล รีบแต่งเรื่องว่าคำป้อนเป็นห่วงเธอออกตามหาทั้งวันทั้งคืนจนเป็นไข้ป่าล้มป่วยอยู่ที่เรือน ตนจะให้ไผ่รักษาเขาก็ออกมาตามหาเธอ คนในหมู่บ้านก็เหมือนกันวุ่นวายตามหาเธอกันหมด

ไม่มีใครช่วยคำป้อนสักคน ตนถึงต้องดั้นด้นออกมาเก็บรากไม้ไปรักษาเขาเอง แต่ไม่รู้จะรอดหรือเปล่า

“นังสร้อย หากเอ็งยังสำนึกความเป็นลูก เอ็งกลับไป ...กลับไปดูใจพ่อเอ็งก็ยังดี”

ดอกสร้อยรับปากจะกลับไปดูพ่อ...

ในขณะดอกสร้อยตกหลุมพรางที่ฟองจันทร์ขุดล่อ ตองนวลกับบัวศรีหนีหนานอินกับสมุนไม่พ้น ถูกจับตัวไว้ได้ ตองนวลฤทธิ์เยอะเตะหว่างขาสมุนลงไปกองกับพื้นแล้วเข้าไปทุบตีหนานอินเพื่อให้ปล่อยบัวศรี เขาตบเธอกระเด็น แต่เธอสู้ไม่ยอมถอยกัดมือเขาจมเขี้ยวทำให้เขาต้องปล่อยมือจากบัวศรี

“แม่บัวศรีหนีไป” ว่าแล้วตองนวลเข้าไปกอดรัดหนานอินไม่ให้ไล่ตามบัวศรี เขาโมโหมาก ชักมีดแทงเธอลงไปนอนแน่นิ่ง สมุนตกใจโวยวายว่าเธอตายแล้ว

“เอ็งลากไปทิ้งชายป่า ข้าจะไปจับแม่บัวศรี” สั่งเสร็จหนานอินไล่ตามบัวศรี...

ทางด้านฟองจันทร์รอจังหวะที่ดอกสร้อยหันหลัง ให้ คว้าขวานจากก๋วยจะฟัน ซอมพอเข้ามาคว้ามือไว้เสียก่อน พลางร้องบอกให้ดอกสร้อยหนีไป พ่อไม่ได้เป็นอะไร ตอนนี้ท่านกับไผ่ออกตามหาเธออยู่ ฟองจันทร์กลัวดอกสร้อยจะหนีไปอีก ผลักซอมพอพ้นทางแล้วพุ่งใส่ลูกเลี้ยง จะเอาขวานฟันหัว ซอมพอตามมายื้อขวานไว้ไม่ยอมให้แม่ทำร้ายดอกสร้อย

“ซอมพอเอ็งปล่อยข้า ข้าจะฆ่ามัน ข้าจะเอาเงินเอาทองคำ”

ดอกสร้อยรู้ว่าถูกฟองจันทร์หลอกมาฆ่าก็โกรธ แววตาเปลี่ยนไปเป็นแววตาของผีกะ แม่เลี้ยงตัวดีกลัวสุดขีดเข่าอ่อนทรุดลงตรงนั้น ซอมพอเห็นดอกสร้อยมีเล็บผีงอกออกมา คว้ามือแม่วิ่งหนี ฟองจันทร์เลวหาที่เปรียบมิได้ตะโกนเรียกให้คนมาช่วยกันฆ่าดอกสร้อย ซอมพอต้องขอร้องให้แม่พอได้แล้ว

“ซอมพอ เอ็งลืมไปแล้วรึไง มันเคยจะฆ่าเอ็ง เอ็งยังจะช่วยมัน”

“แม่ก็รู้ว่าพี่สร้อยยอมเลี้ยงผีเพื่อช่วยพวกเรา พวกเรามีอยู่มีกินเพราะพี่สร้อย พี่สร้อยไม่เคยคิดฆ่าฉัน พี่สร้อยเป็นผียังมีสติสำนึกผิดชอบชั่วดี แล้วแม่ล่ะ พี่สร้อยทำทุกอย่างเพื่อแม่ แม่ควรสำนึกในความดีของพี่สร้อย” คำพูดของซอมพอทำให้ดอกสร้อยซึ่งสะกดตามมารู้สึกดี ความโกรธบรรเทาลง แต่กลับทำให้ฟองจันทร์เป็นเดือดเป็นแค้น ตบลูกหน้าหัน หาว่าไม่รักดีดันไปเข้าข้างศัตรู

“มันยังรักเอ็งเชื่อใจเอ็ง เอ็งกลับไปหลอกล่อมันกลับเข้าหมู่บ้าน แล้วข้าจะไปบอกผู้ใหญ่สักกำราบมัน”

ซอมพอไม่ยอมทำตามคำสั่ง ฟองจันทร์เดือดดาล ทั้งบังคับทั้งขู่เข็ญให้ลูกจัดการกับดอกสร้อย พลัน ฟองจันทร์รู้สึกเหมือนมีใครมาหายใจรดต้นคอ หันขวับไปมอง เห็นผีกะอ้าปากจะกัด เธอร้องเสียงหลง ผลักผีกะในคราบดอกสร้อยสุดแรงเกิดแล้ววิ่งหนี แต่สะดุดก้อนหินเสียก่อน ผีกะพุ่งเข้าหาหมายจะขย้ำ ฟองจันทร์กลัวลนลานหลับหูหลับตาถอยหนีพร้อมกับกรีดร้องไปด้วย

คำป้อนกับไผ่และพวกได้ยินเสียงร้อง รีบวิ่งมาดู ดอกสร้อยเห็นพ่อมาก็ยั้งสติไว้ได้ รีบหนีไปทันทีโดยมีซอมพอวิ่งตาม ครั้นฟองจันทร์ลืมตาขึ้นอีกครั้งผีกะหายไป เห็นแต่คำป้อนยืนจ้องอยู่อย่างเอาเรื่อง

ooooooo

ซอมพอวิ่งตามดอกสร้อยซึ่งตอนนี้มีสภาพปกติมาถึงดงไผ่ ขอบคุณพี่มากที่ไว้ชีวิตแม่ของตน ดอกสร้อยไม่อยากทำร้ายใคร ที่สำคัญไม่อยากทำให้พ่อต้องเสียใจ บอกให้น้องรีบหนีไปก่อนที่ตัวเองจะกลายร่างอีก ซอมพอวิ่งมาสวมกอดพี่สาวไว้ ขอโทษที่เคยเข้าใจพี่ผิดๆ คิดว่าพี่เกลียดเธอ ตอนนี้เธอรู้ความจริงแล้ว

“ใจของพี่รักฉัน รักแม่ พี่เสียสละทุกอย่างแม้กระทั่งชีวิตพี่เพื่อพวกเรา พี่ให้อภัยฉันด้วยเถอะ”

“เอ็งรีบออกไปให้ไกลตัวพี่...พี่ไม่รู้ว่าพี่จะมีสติยั้งคิดอยู่เหนือผีกะได้นานแค่ไหน”

ซอมพอมั่นใจว่าดอกสร้อยไม่มีวันทำร้ายตนเพราะเธอรักตน สองพี่น้องกอดกันด้วยความรัก...

ระหว่างที่สองพี่น้องปรับความเข้าใจกันได้ ฟองจันทร์ยุยงให้คำป้อนเล่นงานดอกสร้อย เขาก็เห็นกับตาแล้วว่านังนั่นจะทำร้ายตน คำป้อนหมดความอดทน ตบเธอซ้ายหันขวาหันฐานเตือนแล้วไม่ฟังว่าห้ามทำร้ายลูกของเขา สั่งให้ไผ่ ผาและม่อนออกตามหาดอกสร้อย ฟองจันทร์ยังไม่สำนึก ชวนผาให้มาร่วมมือกันจัดการนังนั่นแล้วจะแบ่งทองคำให้กึ่งหนึ่ง แต่เขาไม่สนใจทำให้ฟองจันทร์ยิ่งแค้นลูกเลี้ยง

“อีดอกสร้อย เพราะเอ็งถึงทำให้พี่คำป้อนเกลียดข้า...เอ็งอย่าหวังจะรอดไปได้”...

ดอกสร้อยได้ยินเสียงพ่อร้องเรียกรีบผละออกจากซอมพอจะหนีไปอีก ซอมพอต้องขอร้องไม่ให้หนี พวกเราจะช่วยเธอเอง ดอกสร้อยรู้ดีว่าไม่มีใครช่วยได้ ชาวบ้านเกลียดชังตน ขืนตนอยู่จะพลอยทำให้ทุกคนเดือดร้อนไปด้วย และอีกอย่างหนึ่ง หากผีกะกัดกินใจตนจนมีอำนาจเหนือจิตใจ ตนก็จะไม่รู้ผิดชอบชั่วดีอีกเลย เสียงพ่อกับไผ่ใกล้เข้ามาทุกขณะ ดอกสร้อยตัดสินใจวิ่งหนี

คำป้อนกับพวกมาถึงจุดที่ซอมพออยู่ไม่เจอดอกสร้อยแล้ว ไผ่เป็นห่วงเธอมากไม่ต้องการเห็นเธอทนทุกข์ทรมาน จะไปช่วยเธอเองแล้วรีบวิ่งตาม คำป้อนบอกให้ซอมพอกลับเรือนไปก่อน ท่านจะไปตามดอกสร้อย

“ผา ม่อน เอ็งเลือกจะอยู่หรือไป ข้าจะไม่บังคับ”

ทั้งม่อนและผายินดีจะสู้เพื่อดอกสร้อย วิ่งตามคำป้อนไปติดๆ...

อีกมุมหนึ่งไม่ห่างกันนัก ไกรกับพวกออกตามล่าดอกสร้อยมาอย่างเหน็ดเหนื่อยกระทั่งน้ำที่เตรียมมาหมด ไอ้ใบ้ซึ่งชำนาญป่าบอกว่าทางโน้นมีน้ำ แล้วเดินนำไป ระหว่างกำลังตักน้ำใส่กระบอกไม้ไผ่ ไกรกับไอ้ใบ้ได้กลิ่นสาบผีกะลอยมาเข้าจมูก รีบตามกลิ่นนั้นไป...

ฝ่ายบัวศรีวิ่งหนีหนานอินมาถึงชายป่า อาราม รีบร้อนไม่ทันดูทางสะดุดรากไม้หกล้ม เปรื่องดึงเธอไปหลบหลังพุ่มไม้ รอจนหนานอินผ่านไปแล้ว จึงถามเธอว่าเกิดอะไรขึ้นทำไมถึงถูกไล่ล่าแบบนี้ บัวศรีขอร้องอย่าเพิ่งซักอะไร ตอนนี้ไกรอยู่ไหนเธอมีเรื่องจะแจ้งว่าผีกะไม่ได้ฆ่าพ่อของเขา เปรื่องรู้ความก็รีบวิ่งเข้าป่า บัวศรีนึกเป็นห่วงตองนวลจะกลับไปหา เจอหนานอินพุ่งมาจับตัวไว้ เธอขอร้องให้ปล่อยจะได้ไปช่วยตองนวล

“แม่ช่วยมันไม่ได้หรอก มันตายแล้ว” พูดจบหนานอินลากบัวศรีกลับเรือน...

ดอกสร้อยวิ่งหนีมาถึงบริเวณน้ำตก ด้วยความเหนื่อยล้าและร้อนจึงก้มลงวักน้ำขึ้นมาดื่ม เห็นเงาสะท้อนของไกรจากในน้ำยืนอยู่ด้านหลัง หันขวับไปมอง ยังไม่ทันจะว่าอะไร เขาเอาเชือกทำเป็นบ่วงมาคล้องตัวเธอไว้ จะพาไปให้พรานเวทย์กระชากผีกะออกจากร่าง ไม่ได้คิดจะทำร้ายเธอแต่อย่างใด แล้วลากตัวออกไป เธอพยายามขืนตัวไว้ หากเขาอยากล้างแค้นก็ให้ฆ่าเธอตรงนี้ได้เลย

“ไม่ สร้อยมิทำผิดบาป พี่ฆ่าสร้อยไม่ได้ พี่ต้องการเพียงดับวิญญาณไอ้ผีร้าย”

“แต่มันอยู่ในตัวสร้อย มันลงอาคมฝังกายแน่น หนทางเดียวที่จะดับมัน พี่ต้องฆ่าสร้อย” ดอกสร้อยทรุดตัวลงคุกเข่าตรงหน้าไกร ขอร้องให้เขาชำระแค้นให้พ่อ เขาเป็นตำรวจ หน้าที่ของเขาคือรักษาชีวิตผู้คน หากเขาฆ่าเธอจะช่วยปกป้องอีกหลายชีวิต เธออยากให้ชายคนรักเป็นคนฆ่า ไม่อยากตายด้วยน้ำมือคนอื่น

“พี่รักสร้อยสุดใจของพี่ ชาตินี้พี่มิรักใครอีกแล้ว พี่จะปลดปล่อยใจสร้อยมิให้ตกเป็นทาสของใคร” ไกรเงื้อดาบฟันเต็มแรง มิใช่ฟันดอกสร้อยแต่ฟันเชือกที่มัดเธอขาด แล้วโอบกอดเธอไว้

“พี่จะพาสร้อยกลับไปให้พรานเวทย์ร่ายอาคมดึงวิญญาณผีกะออกจากร่างแล้วดับมัน”

ทันใดนั้นแววตาดอกสร้อยเปลี่ยนเป็นแววตาผีกะ เล็บผีงอกยาวออกมาแทงหลังไกรโดนจุดที่ไอ้ใบ้สักยันต์เอาไว้ ทำให้แทงไม่เข้า ไกรตกใจดันตัวเธอออก ถึงได้เห็นว่าหญิงคนรักกลายร่างเป็นผีกะไปแล้ว

ooooooo

ซอมพอกำลังจะกลับเข้าหมู่บ้านเจอเปรื่องที่ออกตามหาไกรเพื่อจะแจ้งเรื่องผีกะที่สิงดอกสร้อยไม่ได้ฆ่าพ่อของเขาก่อนที่เขาลงมือฆ่าเธอ ซอมพอรู้ว่าพี่สาวมุ่งหน้าไปทางไหน อาสาจะพาเปรื่องไป ที่นั่นเอง...

ฝ่ายไกรถูกผีกะรุกไล่หนัก ได้แต่ใช้เพลงดาบต้านไว้ไม่กล้าตอบโต้กลัวพลาดพลั้งทำร้ายดอกสร้อย พลังของมันเหนือกว่ากระแทกเขากระเด็น แล้วตามเข้าไปจะเอาเล็บจ้วงแทง เขาร้องเรียกชื่อ “ดอกสร้อย” เพื่อปลุกความเป็นคนที่เหลืออยู่ในตัว หญิงสาวพยายามฝืนตัวเองต่อสู้กับอำนาจผีร้าย ในที่สุดเธอลงนอนฟุบกับพื้น ไกรจะเข้าไปหา แต่ไอ้ใบ้วิ่งนำผินกับปันเข้ามาร้องห้ามไว้ แต่ไม่ทันกาล

ทันทีที่ไกรพลิกตัวดอกสร้อยขึ้นมา ผีกะที่สิงร่างเธอกระแทกเขากระเด็น แล้วพุ่งมาคร่อมร่าง เงื้อเล็บผีจะแทงท้อง ไอ้ใบ้ใช้สายสิญจน์คล้องตัวมันไว้ พร้อมกับบริกรรมคาถาสะกดวิญญาณ ผินกับปันรีบพยุงไกรออกห่าง ผีกะร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดก่อนจะรวบรวมพลังกระแทกไอ้ใบ้หงายหลัง แล้วย่างสามขุมเข้าหา

ไกรนึกถึงคัมภีร์ที่พรานเวทย์ให้ คว้ากระบอกไม้ไผ่ใส่น้ำจากมือปัน บริกรรมคาถาจากคัมภีร์เล่มนั้นอยู่อึดใจ ก่อนจะสาดน้ำใส่ผีร้าย เกิดเปลวไฟลุกท่วม ผีกะทนไม่ไหวพุ่งออกจากดอกสร้อยลงไปนอนร้องครวญครางกับพื้น ไอ้ใบ้ส่งเสียงแบะๆเป็นทำนองให้ไกรฆ่าดอกสร้อย ก่อนที่ผีกะจะสิงร่างเธออีก เขาคว้าดาบจะฟันเธอ แต่เปรื่องซึ่งวิ่งตามซอมพอเข้ามาตะโกนลั่น

“ไอ้ไกร ผีกะไม่ได้ฆ่าพ่อทอง”

“แม่บัวศรีรู้เห็นความจริง พ่อทองตายเพราะเหตุอื่น” ซอมพอช่วยเสริมอีกแรงหนึ่ง ไกรดีใจมากทิ้งดาบ แล้วเข้าไปโอบกอดดอกสร้อยไว้ เธอขอร้อง ถึงอย่างไรเขาก็ต้องฆ่าเธอ ไม่อย่างนั้นผีกะจะสิงร่างเธออีก

“ไม่...พี่จะพาสร้อยหนีวิญญาณร้าย”

ไอ้ใบ้รีบเอาสายสิญจน์มัดร่างผีกะไว้ ย้ำให้ไกรฆ่าดอกสร้อย เขาไม่ยอมฆ่า คว้ามือเธอวิ่งหนี กระทั่งมาถึงชั้นบนสุดของน้ำตก ดอกสร้อยขอร้องให้ไกรฆ่าเธอ เราไม่มีทางหนีผีกะพ้น เขายืนกรานไม่ยอมทำตาม เธอตัดสินใจเด็ดขาดในเมื่อเขาไม่ทำเธอจะฆ่าตัวตายเองแล้วโดดจากยอดน้ำตกลงไปยังสายน้ำเชี่ยวเบื้องล่าง

ไกรตกใจมากรีบโดดตามไปช่วย ก่อนเธอจะขาดอากาศหายใจ เขาดำลงไปเป่าลมหายใจใส่ปากเธอ และช่วยเธอขึ้นจากน้ำได้...

ขณะที่ดอกสร้อยรอดตายมาได้หวุดหวิด ผู้ใหญ่สักผลักบัวศรีเข้าไปในห้องนอน กำชับหนานอินขังเธอไว้อย่าให้เห็นเดือนเห็นตะวัน ไม่ต้องให้ข้าวให้น้ำอีกด้วยฐานแส่ไม่เข้าเรื่อง เธอท้าทายให้เขาฆ่าเธอได้เลยจะรอช้าทำไม ผู้ใหญ่สักจะรอให้ปราบผีกะเสร็จก่อน ถึงจะมาชำระความกับเธอ ส่งเธอเป็นผีไปหาตองนวล...

สมุนคนหนึ่งของผู้ใหญ่สักนำร่างตองนวลไปทิ้งในป่ากล้วยแล้วเอาใบตองมาปิดร่างเพื่ออำพรางศพ...

ในเวลาไล่เลี่ยกัน ผีกะยังไม่สิ้นฤทธิ์ทั้งที่ถูกสายสิญจน์มัดและไอ้ใบ้บริกรรมคาถาใส่ ผินกับเปรื่องซึ่งมีอาคมติดตัวเห็นท่าไม่ดีเอาเส้นผมของตัวเองสองเส้นมามัดติดกัน บริกรรมคาถาแล้วเป่าเส้นผมนั้นออกไป

มันกลายเป็นแหอาคมคลุมร่างผีกะเอาไว้ ทั้งสามคนต่างบริกรรมคาถาจากสามทิศทางครอบผีกะไว้ตรงกลาง มันร้องลั่นป่าด้วยความเจ็บปวด ทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นแต่ยังไม่สิ้นฤทธิ์

ooooooo

ไกรเห็นดอกสร้อยมีเรี่ยวแรงกลับคืน รีบพาหนีต่อไป แต่ไผ่ถือดาบพุ่งมาขวางไว้โดยมีคำป้อน ผาและม่อนตามเข้ามา ไกรแจ้งให้คำป้อนรู้ว่าไอ้ใบ้ดักวิญญาณผีกะ แยกร่างมันออกจากดอกสร้อยแล้ว นี่เป็นช่วงเวลาที่เหมาะจะช่วยเธอหนีไปให้ไกลที่สุด คำป้อนเห็นดีด้วย

“ท่านขุนเร่งพาสร้อยไป ข้าขอฝากชีวิตลูกข้าไว้กับท่านขุน”

ดอกสร้อยกับไกรยังไม่ทันจะขยับไปไหน ไผ่ดักหน้าไว้ จะขอเป็นคนพาเธอหนีเอง ม่อนกับผาเตือนเขายื้อไว้อย่างนี้เดี๋ยวชาวบ้านตามทันจะยุ่งกันใหญ่ ไผ่มัวแต่จะเอาชนะไกร สุดท้ายชาวบ้านเข้ามาล้อมกรอบไกรกับพวกไว้ สั่งให้ส่งดอกสร้อยมา จะได้เอาตัวไปให้ปลิว คำป้อนพยายามขอร้องให้ชาวบ้านปล่อยเธอไป ตอนนี้เธอไม่ได้ถูกผีกะสิงแล้ว ชาวบ้านไม่สนใจถึงไม่ใช่ผีกะก็เอาเธอไปขึ้นเงินอยู่ดี

ไกรกับพวกไม่ยอมให้ชาวบ้านเอาตัวเธอไป ชักดาบออกมาเตรียมต่อสู้ หัวหน้าชาวบ้านเห็นคำป้อนยืนห่างออกมา พุ่งไปเอาดาบจี้คอ สั่งให้ส่งตัวนังผีร้ายมาไม่อย่างนั้นจะฆ่าคำป้อน ดอกสร้อยไม่ต้องการให้มีใครบาดเจ็บอาสาจะไปกับชาวบ้านเอง หัวหน้าชาวบ้านโยนเชือกให้ไผ่มัดเธอ

ผาฉวยโอกาสตอนที่พวกชาวบ้านมัวแต่สนใจดอกสร้อย แอบหนีไปได้ หัวหน้าชาวบ้านสั่งให้นักล่าผีกะมัดไกรกับพวกเอาไว้ ไม่อย่างนั้นอาจจะไปขวางทางพวกเรา ไม่นานนักผาวิ่งมาถึงจุดที่เปรื่อง ไอ้ใบ้และผินกำลังบริกรรมคาถาสะกดผีกะเอาไว้ ก็ร้องเอะอะ

“พวกชาวบ้านจับตัวดอกสร้อยไปเรือนผู้ใหญ่ เร่งไปช่วยเถอะ”

เสียงเอะอะของผาทำให้เปรื่อง ไอ้ใบ้ ผินหันขวับไปมอง ลืมบริกรรมคาถา ผีกะคำรามก้องป่า ใช้เล็บกระชากแหอาคมขาด หนีรอดไปได้ เปรื่องเป็นห่วงซอมพอรีบเข้ามาปกป้อง พลางตะโกนถามไอ้ใบ้ว่าผีกะไปไหน ได้ความว่ากลับไปสิงร่างดอกสร้อย ซอมพอใจคอไม่ดีเป็นห่วงพี่สาว...

เป็นอย่างที่ไอ้ใบ้ว่า ผีกะตามดอกสร้อยที่ถูกชาวบ้านจับตัวไปถึงเรือนผู้ใหญ่สัก ขณะที่มันพุ่งสิงร่างเธอ เป็นจังหวะเดียวกับชาวบ้านลากตัวเธอเข้าเขตเรือนพอดี ผีกะถูกอาคมที่พรานเวทย์ล้อมเรือนเอาไว้ถึงกับกระเด็นออกไปเหมือนถูกถีบ มันร้องลั่นด้วยความเจ็บปวด ก่อนร่างจะหายวูบไป ชาวบ้านพากันตกใจ

“มันต้องเป็นเสียงร้องของผี...พาดอกสร้อยไป” ชาวบ้านรีบลากตัวดอกสร้อยขึ้นเรือนผู้ใหญ่สัก...

ในเวลาเดียวกันที่กลางป่าบ้านผาหมอก ซอมพอคุยกับไอ้ใบ้แล้วหันมาแจ้งกับทุกคนว่า เขาบอกว่าถ้าพี่สร้อยก้าวเข้าเรือนผู้ใหญ่สัก ผีกะจะสิงร่างเธอไม่ได้ พรานเวทย์ลงอาคมล้อมเรือนเอาไว้ แต่ก็ใช่ว่าจะสิ้นฤทธิ์ มันแค่อ่อนกำลังเท่านั้น เปรื่องนึกอะไรขึ้นมาได้ ถามผาว่าไกรอยู่ไหน เขารีบพาทุกคนไปยังจุดที่ไกรกับคำป้อนและพวกถูกชาวบ้านจับมัดไว้ หลังไกรพ้นจากพันธนาการรีบตรงไปยังเรือนผู้ใหญ่สักจะไปช่วยดอกสร้อย

ooooooo

ทันทีที่เห็นหน้าปลิว ชาวบ้านทวงถามถึงเงินรางวัลที่จะได้จากการพาดอกสร้อยมาให้ เขายืนยันจะทำตามที่พูด ให้ชาวบ้านส่งตัวแทนไปกรุงศรีอยุธยากับเขา จะได้ขนเงินทองมาแบ่งกับทุกคน ผู้ใหญ่สักมองดอกสร้อยที่ถูกมัด แล้วหันไปถามปลิวจะเอาอย่างไรต่อไป เขาขอให้หนานอินเอาเธอไปขังไว้ในห้องก่อน

“ท่านขุนมิฆ่ารึเผาไฟเสีย”

“ยามนี้ดอกสร้อยเป็นเพียงแม่หญิงที่อ่อนแรง มิมีฤทธิ์ทำร้ายพวกเราได้”

ผู้ใหญ่สักเตือนปลิวจะทำอะไรก็ให้รีบทำ ไม่เช่นนั้นจะพลอยทำให้ตนเดือดร้อนไปด้วย...

ปลิวหวังจะขืนใจดอกสร้อย ตามมาที่ห้องแล้วลงมือลวนลาม แม้จะถูกมัดมือแต่เธอสู้ไม่ถอยทั้งเตะทั้งถีบ แถมถ่มน้ำลายใส่ เขาโกรธมากตบเธอหน้าหัน แล้วย่างสามขุมเข้าหา แต่เอื้องคำผลักประตูเข้ามาเสียก่อน ถามเขาว่าทำอะไร ปลิวรีบผละจากดอกสร้อย พลางแก้ตัวว่ากำลังตบตีผีร้ายอยู่ เอื้องคำตรงเข้าไปแก้เชือกแล้วลากตัวดอกสร้อยจะเอาไปเผาไฟด้วย
ตัวเอง ปลิวไม่ยอมให้เธอเอาดอกสร้อยไป

“ท่านขุนคิดทำการใดแน่ รึท่านขุนกักขังเอามันทำเมีย ท่านขุนนอกใจข้า”

เสียงโวยวายของเอื้องคำทำให้ปลิวต้องดึงเธอออกไป ดอกสร้อยโล่งอกที่รอดเงื้อมมือเขามาได้

จากนั้นไม่นาน ปลิวพาเอื้องคำมาที่เรือนของเธอ โกหกหน้าด้านๆที่จับตัวดอกสร้อยไว้ไม่เผาไฟทันทีเพราะจะเอากลับกรุงศรีอยุธยาเพื่อจะให้ท่านเจ้าพระยาลงโทษ เอื้องคำแนะให้เขาพามันไปตอนนี้เลย เธออยากเห็นมันตายเร็วๆ เขายังเอาดอกสร้อยไปไหนไม่ได้ ผีกะจ้องสิงร่างมันอยู่ ต้องคอยให้พรานเวทย์มาดับวิญญาณผีก่อน เอื้องคำแสร้งเออออ แต่ใจจริงต้องการฆ่าดอกสร้อยให้เร็วที่สุด

“ข้าอยากไปกรุงศรีกับท่าน...อยากผูกข้อมือเป็นเมียท่านให้คนเขาสรรเสริญ”

“ใครๆต้องสรรเสริญเอ็ง เมียของข้า” ปลิวว่าแล้วเข้าไปกอดเอื้องคำไว้ก่อนจะกระชากเสื้อผ้าออก...

ระหว่างที่ปลิวกับเอื้องคำกำลังมีความสุขกันอยู่ที่เรือนของฝ่ายหลัง ไกรบุกมาที่เรือนผู้ใหญ่สักเพื่อจะช่วยดอกสร้อย แต่หนานอินกับพวกชาวบ้านพร้อมอาวุธในมือไม่ยอมให้เข้า เปรื่องที่ตามมาสมทบต้องรั้งตัวเกลอไว้ไม่อยากให้มีเรื่องกัน ไกรสะบัดมือเขาอออกจะบุกขึ้นเรือนให้ได้ หนานอินเอาดาบชี้หน้า

“เอ็งเหยียบหัวกระไดขึ้นไป เอ็งก็มิผิดเป็นโจร พวกข้ามีความชอบที่จะฆ่าโจร”

เปรื่องเตือนไกรทำแบบนี้รังแต่จะเสียมากกว่าได้ สู้กลับไปวางแผนกันก่อนดีกว่า พวกมันจับดอกสร้อยขังไว้ ไม่กล้าย้ายไปไหนเพราะกลัวผีกะจะสิงเธออีก ไกรคิดคล้อยตามคำเขาจึงยอมถอยกลับ

ท่านขุนหนุ่มกลับถึงเรือนอย่างหงุดหงิด บ่นกับเปรื่องจะต้องหาทางช่วยดอกสร้อยให้ได้ เขาไม่เห็นหนทางที่ว่า ในเมื่อพวกชาวบ้านกับสมุนของผู้ใหญ่สักล้อมเรือนแน่นหนาขนาดนั้น แถมผีกะยังคอยจ้องคืนร่างดอกสร้อย ไกรหันมองพรานเวทย์ที่นอนรักษาตัวอยู่ ภาวนาให้เขาหายเร็วๆ จะได้กำราบผีกะให้สิ้นซาก...

บริเวณใกล้น้ำตก ผีกะในสภาพอ่อนแรงเนื่องจากถูกไอ้ใบ้กับเปรื่องและผินเล่นงานหนัก ค่อยๆคืบคลานขึ้นมานั่งบนโขดหิน คำรามก้องป่า ต้องการจะกลับไปสิงร่างดอกสร้อยเพื่อเพิ่มพลังให้ตัวเองเร็วที่สุด...

ขณะม่อนกับผายืนยามอยู่หน้าเรือน เห็นเงาอะไรบางอย่างตะคุ่มๆ รีบเอาคบไฟส่อง ถึงได้เห็นว่าเป็นตองนวลในสภาพเลือดเปรอะเดินโซซัดโซเซเข้ามา ก่อนจะทรุดลงกับพื้น ไผ่ซึ่งนั่งอยู่บนแคร่ใกล้ๆเข้าไปช่วยกันกับผาและม่อนประคองเธอขึ้นเรือน แล้วช่วยทำแผลและต้มยาสมุนไพรให้กิน โชคดีที่แผลถูกแทงไม่ลึกมาก ประคบยาสักพักก็จะดีขึ้น ผาอดสงสัยไม่ได้ว่าเธอรอดมาได้อย่างไร ตองนวลเล่าว่าตนเองแกล้งตาย

“ข้าอดทนรอให้ฟ้ามืด แล้วถ่อสังขารมาหาพวกเอ็ง ...แล้วแม่บัวศรีล่ะ พวกมันจะฆ่าแม่บัวศรี”

ไผ่แอบไปสืบเรื่องดอกสร้อยมา ได้ยินพวกสมุนคุยกันว่าผู้ใหญ่สักขังบัวศรีไว้บนเรือน ตองนวลเป็นห่วงเธอมาก ผู้ใหญ่สักต้องฆ่าเธอแน่ๆ ขอร้องให้เขาไปช่วย ไผ่ปลอบว่าไม่ต้องห่วง เขาจะหาทางช่วยทั้งบัวศรีและดอกสร้อยออกมาให้ได้ ฟองจันทร์แอบฟังอยู่อีกมุมหนึ่งยิ้มอย่างมีแผน

ooooooo

เช้าวันรุ่งขึ้น เอื้องคำค่อยๆย่องลงจากเรือน กลัวปลิวจะตื่น แล้ววิ่งลิ่วไปยังเรือนผู้ใหญ่สัก อาราม รีบร้อนไม่ทันดูทางชนเข้ากับฟองจันทร์อย่างจัง ครั้นเธอรู้ว่าอีกฝ่ายจะไปยังที่หมายเดียวกันก็โวยวายลั่น จะไปช่วยดอกสร้อยหรือ ฟองจันทร์ตวาดเสียงดังไม่แพ้กัน

“อีเอื้องคำ เอ็งคิดว่าข้าเป็นนางฟ้ามาเกิดรึไงข้าเกลียดหน้าอีดอกสร้อยตั้งแต่ตีนเอ็งเท่าฝาหอย ข้ารู้ว่ามันถูกจับได้ ข้าล่ะสะใจนัก อยากเห็นมันถูกตัดหัวรึ จับเผาไฟต่อหน้าต่อตา”

“อีฟองจันทร์ นี่เป็นครั้งแรกที่เอ็งพูดถูกใจข้า ข้ากำลังไปฆ่านังผีดอกสร้อย”

ฟองจันทร์ได้ยินชาวบ้านว่าจะรอให้ดับผีกะได้ก่อนถึงจะพาตัวดอกสร้อยไปรับโทษที่กรุงศรีอยุธยาเอื้องคำรอไม่ไหว อยากจะเห็นมันตายตอนนี้เดี๋ยวนี้เลย ฟองจันทร์สบช่องยุให้เธอรีบไปจัดการมัน ผินกับปันบังเอิญได้ยินทั้งคู่คุยกันก็ตกใจ วิ่งแจ้นไปหาไกรที่เรือน...

ทันทีที่รู้เรื่องฟองจันทร์กับเอื้องคำรวมหัวกันจะไปฆ่าดอกสร้อย ไกรชวนเปรื่องบุกไปที่เรือนผู้ใหญ่สักโดยมีผ้าคาดหน้าอำพรางใบหน้าที่แท้จริง สองเกลอย่องขึ้นเรือนทางด้านหลัง ระหว่างจะงัดห้องหนึ่งซึ่งคล้องกุญแจไว้ ไผ่กับซอมพอซึ่งมีผ้าคาดหน้าเช่นกันเข้ามาจับแขนเอาไว้ แล้วรีบดึงผ้าปิดหน้าออก

ไกรกับเปรื่องแปลกใจทั้งคู่มาที่นี่ทำไม ซอมพอเล่าให้ฟังว่าตองนวลบอกที่ซ่อนกุญแจให้เราสองคนมาช่วยบัวศรีกับดอกสร้อย แล้วส่งกุญแจห้องที่ขังดอกสร้อยให้ไกร แต่ไผ่ชิงคว้าไปเสียก่อน เขาไม่ได้ว่าอะไรปล่อยให้ไผ่เดินนำไปยังห้องนั้น ส่วนเปรื่องกับซอมพอเอากุญแจอีกดอกหนึ่งไปที่ห้องของบัวศรี...

อีกมุมหนึ่งหน้าเรือน เอื้องคำกับฟองจันทร์จะเดินขึ้นบันได แต่หนานอินกับชาวบ้านขวางไว้ไม่ให้ขึ้น เอื้องคำโกหกหน้าด้านๆว่าปลิวสั่งให้มาเอาตัวดอกสร้อยไปเผา หนานอินไม่เห็นปลิวอยู่ด้วยก็ถามหา เธออ้างว่าเขาไปเกณฑ์ชาวบ้านให้มาเผานังผี หัวหน้าชาวบ้าน แปลกใจไหนท่านขุนจะเอานังนั่นเข้ากรุงศรีอยุธยา

“ท่านขุนเกรงผีกะมันจะกลับมาสิง จับดอกสร้อยเผาซะวิญญาณผีกะก็พลอยดับด้วย พวกเอ็งก็ไม่ต้องถ่อไกลถึงกรุงศรีฯ ท่านขุนจะให้เงินให้ทองตรงนี้” เอื้องคำโกหกเป็นฉากๆ

ชาวบ้านหลงเชื่อคำลวงของเอื้องคำสั่งให้หนานอินไปเอาตัวดอกสร้อยออกมา เอื้องคำได้ทียุให้ชาวบ้านไปเอาน้ำมันมาเตรียมราดตัวนังผี ชาวบ้านหูเบาทำตามคำยุยงของเธอ ฟองจันทร์บอกกับหนานอินว่ามีเรื่องสำคัญจะบอกผู้ใหญ่สัก ให้เขารีบพาไปพบ

หนานอินจึงต้องพาทั้งฟองจันทร์และเอื้องคำขึ้นเรือนไปพร้อมกัน ทั้งคู่แย่งกันจะให้หนานอินทำธุระของตัวเองก่อน ยื้อกันไปแย่งกันมาพาลทะเลาะกันเสียงลั่น ผู้ใหญ่สักได้ยินเสียงเอะอะเดินถือไม้เท้าพยุงขาข้างที่เจ็บเข้ามาถามว่ามีเรื่องอะไรกัน ฟองจันทร์อ้างว่ามีเรื่องสำคัญจะบอก แต่เขาต้องรับปากจะให้เงินเธอก่อน

“เอ็งบอกมาสิวะ เรื่องอะไรกัน”

“นังตองนวลมันยังไม่ตาย มันสั่งให้ไอ้ไผ่มาช่วยแม่บัวศรี พ่อผู้ใหญ่รีบไปดักทางไว้ก่อนที่มันจะพาแม่ บัวศรีหนีไป” ฟองจันทร์แปลกใจที่เห็นผู้ใหญ่สักหัวเราะราวกับเรื่องที่ตัวเองเล่าเป็นเรื่องตลก

ผู้ใหญ่สักเฉลยให้ฟังว่านี่เป็นอุบายของตนกับปลิวที่หลอกให้ไกรกับพวกมาติดกับ ดอกสร้อยไม่ได้อยู่ในห้องที่เคยขังเอาไว้ เมื่อไกรกับไผ่ไขกุญแจเข้าไปจะเจอปลิวกับสมุนของตนรอท่าอยู่ ส่วนเปรื่องกับซอมพอจะถูกหลอกให้เข้าไปหาบัวศรีในห้องและจะถูกขังไว้ในนั้นด้วยกัน เล่าจบเขาขยับจะไป ฟองจันทร์รั้งตัวไว้พลางทวงเงินที่เขาสัญญาให้หากเธอเล่าเรื่องสำคัญให้ฟัง เขาสะบัดมือเธอออก

“ข้าไม่ให้ ออกไปจากเรือนข้าได้แล้ว”

“เอ็งมันชาติชั่ว เอาสิวะข้าจะบอกให้ชาวบ้านรู้ความชั่วของเอ็ง”

ผู้ใหญ่สักเชิญเธอขี่ม้าสามศอกไปบอกได้เลย ไม่มีใครเชื่อคำพูดของคนที่คิดจะฆ่าลูกเลี้ยงตัวเอง แล้วขู่ถ้าขืนเธอไปบอกชาวบ้าน จะต้องตายโหงยิ่งกว่าแปง ไม่ขู่เปล่าเขาชักมีดขึ้นมาอีกด้วย ฟองจันทร์ไม่กล้าหือ ได้แต่มองเขาเดินจากไปกับหนานอินด้วยความเจ็บใจ

ooooooo

เป็นไปตามแผนการที่วางไว้ ไผ่กับไกรเข้ามาติดกับ ปลิวสั่งให้สมุนมัดตัวทั้งคู่ไว้ ไผ่ด่าเขาไม่ยั้งที่เป็นตำรวจแท้ๆกลับทำตัวเยี่ยงโจร ปลิวไม่พอใจซ้อมไผ่ไปหลายหมัด แล้วหันมาหายื่นข้อเสนอไกรว่าความผิดของเขาครั้งนี้หนักหนานัก แต่ถ้าเขายอมกราบเท้าตนก็จะรอดชีวิตและพ้นผิดทุกข้อกล่าวหา

“อย่าเปลืองน้ำลายมาเล่นคำโกยเอาดีเข้าตัว ดอกสร้อยอยู่ไหน เอ็งเอาดอกสร้อยไปไว้ที่ไหน”

ผู้ใหญ่สักเข้ามากับหนานอิน เตือนปลิวจะทำ อะไรก็ให้รีบทำก่อนจะเสียเรื่อง ปลิวชักดาบออกมาจะ ฆ่าไกร แต่เอื้องคำปราดเข้ามาโวยวายทำไมปลิวถึงมา อยู่ที่นี่ได้ เขาไม่พอใจที่เธอขัดจังหวะ หันไปบอก ผู้ใหญ่สักว่ายกสองชีวิตนี่ให้ แล้วลากตัวเอื้องคำไปยังมุมลับตาคน ไล่ตะเพิดเธอไปให้พ้นอย่ามาให้เห็นหน้าอีก

“พี่ไล่ฉัน...ฉันเป็นเมียพี่นะ”

ปลิวเห็นเอื้องคำเป็นแค่นางบำเรอเท่านั้น ไม่เคยสิ้นคิดจะเอาหญิงบ้านป่ามายกเป็นเมีย เธอโกรธมากที่ถูกหลอกทุบตีเขาไม่ยั้ง ปลิวคว้าข้อมือเธอไว้ตะคอกใส่หน้า เกลียดนักพวกไม่เจียมกะลาหัวและริขัดคำสั่งเขา

“เอ็งคิดจะเอาดอกสร้อยไปเผา ข้าจึงแสร้งแกล้งทำหลับให้เอ็งดำเนินไป เอ็งขยายความนี้ไปทั่วคุ้ง ไอ้ไกรก็ต้องเร่งมาช่วย ข้าก็เอาผิดมันได้ตามกฎ เอ็งสิ้นหน้าที่แล้วไสหัวไป”

เอื้องคำเจ็บแค้นใจเข้าไปทุบตีอุตลุด ปลิวโมโหชักดาบขู่ เธอหยุดกึก หันหลังลงเรือนไปทันที อีกมุมหนึ่งไม่ห่างกันนัก ฟองจันทร์ได้ยินเสียงกุกกักเดินเข้าไปดู เจอดอกสร้อยถูกมัดไว้รีบเข้าไปเอาตัวออกมา

ด้านผู้ใหญ่สัก สั่งให้สมุนเอาไผ่ไปขังไว้ที่ห้องบัวศรี เพื่อที่ตัวเองจะได้จัดการไกรได้สะดวก...

ทางฝ่ายฟองจันทร์จะเอาตัวดอกสร้อยไปจากเรือนผู้ใหญ่สัก แต่ถูกพวกชาวบ้านขวางไว้ เอื้องคำเข้ามาช่วยโกหกว่าปลิวสั่งให้เอาตัวนังผีไปเผา เขาลอบขึ้นทางหลังเรือนเตรียมเงินเตรียมทองให้พวกชาวบ้านแล้ว ให้รีบขึ้นไปเอา หัวหน้าชาวบ้านหลงเชื่อจ้ำพรวดขึ้นเรือน ชาวบ้านคนอื่นวิ่งตามทำให้ทางหนีโล่ง เอื้องคำเร่งให้ฟองจันทร์พาตัวดอกสร้อยไปให้พ้นจากที่นี่...

ปลิวมายังจุดที่ซ่อนตัวดอกสร้อยไว้แต่ไม่เห็นแม้เงา เป็นจังหวะเดียวกับพวกชาวบ้านวิ่งเข้ามาหา เขาแปลกใจขึ้นมาทำไมบนนี้ แล้วเห็นดอกสร้อยไหม หัวหน้าชาวบ้านเล่าว่าเอื้องคำบอกว่าปลิวเป็นคนสั่งให้เอาดอกสร้อยไปเผาและยังบอกอีกด้วยว่าเขาเรียกให้พวกตนขึ้นมาเอาเงิน ปลิวเจ็บใจมาก

“พวกเอ็งอยากได้เงิน เร่งไปเอาตัวดอกสร้อยกลับมา” ปลิวรีบไปตามจับตัวดอกสร้อย...

ใกล้พ้นเขตเรือนผู้ใหญ่สัก ดอกสร้อยพยายามขืนตัวไม่ยอมให้ฟองจันทร์กับเอื้องคำเอาตัวไป และเตือนทั้งคู่ว่าอย่าพาเธอออกจากที่นี่ ผีกะจะกลับมาสิงเธอ ฟองจันทร์หาว่าเธอกุเรื่องให้พวกตนกลัว ช่วยกันกับเอื้องคำผลักเธอออกนอกเขตอาคมที่พรานเวทย์ลงเอาไว้

เหมือนเป็นลางร้ายส่งถึงกันพรานเวทย์ที่นอนพักรักษาตัวอยู่ลุกพรวดขึ้นนั่ง สัมผัสได้ถึงเหตุร้ายที่กำลังจะเกิดขึ้น อึดใจไอ้ใบ้ประคองพรานเวทย์ออกจากห้องโดยไม่ลืมหยิบย่ามใส่ของขลังติดมือมาด้วย แม่แสงนวลกับผินและปันต่างแปลกใจร้องถามว่าจะไปไหนกัน

“แม่หญิงออกจากเรือนผู้ใหญ่ ผีกะมันจะมุ่งสิงกาย เมื่อนั้นต้องมีคนตายเป็นเบือ”

ooooooo

ไม่ได้มีแต่พรานเวทย์ที่รับรู้ว่าดอกสร้อยออกจากเขตอาคม ผีกะที่นอนหายใจรวยรินแทบหมดแรงอยู่ในถ้ำลืมตาโพลงขึ้นทันที ค่อยๆลุกออกจากถ้ำ ยิ้มพอใจที่จะได้สิงร่างดอกสร้อยอีกครั้ง...

เปรื่องแปลกใจที่สมุนนำตัวไผ่มาขังไว้กับพวกตนแต่ไม่เห็นไกรมาด้วยก็ถามหา ได้ความว่าอยู่กับผู้ใหญ่สัก บัวศรีอดเป็นห่วงแทนไกรไม่ได้ เพราะผู้ใหญ่สักเป็นคนฆ่าพ่อของไกร ดังนั้นเขาจึงต้องการจะฆ่าไกรเพื่อตัดไฟแต่ต้นลมไม่ให้ย้อนกลับมาแก้แค้นเขาได้ ทั้งเปรื่อง ไผ่และซอมพอต่างตกใจที่รู้ความจริง

ไกรเองก็ตกใจไม่แพ้กันเมื่อผู้ใหญ่สักยอมรับว่าเป็นคนฆ่าพ่อของเขาไม่ใช่ฝีมือผีกะ และคราวนี้ผู้ใหญ่สักจะไม่ปล่อยให้เขารอดไปได้อีก ใช้ดาบจ้วงแทงท้องเขาจนทรุด...

ด้านบัวศรีเล่าเพิ่มเติมอีกว่า แปงก็ตายเพราะผู้ใหญ่สักเช่นกัน และมีคนอีกมากมายที่ถูกเขาฆ่า

“เพราะความกลัว ข้าจึงปกปิดความลับนี้มายาวนาน ข้าเองก็ผิดบาปที่ตกเป็นทาสของมัน” บัวศรีร้องไห้เสียใจที่ไม่ได้เปิดโปงความชั่วของผัวตัวเอง ซอมพอต้องเข้ามากอดปลอบใจ...

ในเวลาไล่เลี่ยกัน เอื้องคำเห็นว่าถึงหน้าเรือนตัวเองแล้ว จึงบอกให้ฟองจันทร์เผาดอกสร้อยตรงนี้เลยแล้ววิ่งไปเอาไหใส่น้ำมันมาวาง แต่เธอไม่สนใจลากเชือกที่มัดมือดอกสร้อยเดินต่อไป เอื้องคำคว้าไหใส่น้ำมันวิ่งตามมาดึงเชือกไว้ ยืนยันให้เผาดอกสร้อยตรงนี้ ฟองจันทร์ไม่ยอมให้ทำอย่างนั้น ต้องการเก็บตัวลูกเลี้ยงไว้เรียกค่าไถ่จากปลิว แล้วลากดอกสร้อยจะกลับเรือน เอื้องคำยื้อไว้ไม่ยอมให้ไป

สองคนยื้อกันไปยื้อกันมา เอื้องคำไม่ต้องการให้ปลิวได้ดอกสร้อยไปทำเมีย เอาน้ำมันสาดทั้งฟองจันทร์และดอกสร้อยจะเผาไฟไปพร้อมกันเลย ฟองจันทร์ไม่ยอมแพ้พุ่งเข้าไปตบตี สองคนตบตีกันอุตลุด ดอกสร้อยสบช่องพยายามแก้เชือกที่มัดตัวเองออก พลันมีลมพัดวูบเข้ามาพร้อมกับกลิ่นสาบผี สองคนมัวแต่ตีกันไม่ได้สนใจกลิ่นเหม็นนั้น ดอกสร้อยเห็นท่าไม่ดี วิ่งหนีไปทั้งเชือก ฟองจันทร์ไหวตัวทันคว้าเชือกไว้ได้

“มันกำลังมา เร่งหนีไปให้ไกล” ดอกสร้อยเตือนด้วยความหวังดี

“เอ็งเผามันซะ ก่อนที่ผีกะจะสิงมัน” เอื้องคำร้องเตือน ฟองจันทร์กลับเอาน้ำมันราดเธอ จะเผาให้ตายจะได้ไปเอาความดีความชอบจากปลิวที่ช่วยกำจัดศัตรูให้ แล้วเอาคบไฟจะมาจี้ กลิ่นสาบผีเริ่มรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ดอกสร้อยรู้ว่าผีกะจะมาสิงตัวเองรีบดิ้นหนี ฟองจันทร์ไม่ทันระวังเชือกหลุดมือ

ดอกสร้อยจะหนีไปยังเรือนผู้ใหญ่สักแต่เจอปลิวถือดาบขวางหน้าไว้ เอื้องคำกลัวเขาจะได้ตัวเธอไปครอบครองถีบฟองจันทร์กระเด็นแล้วคว้าคบไฟโยนใส่ ร่างของดอกสร้อยติดไฟพรึบ ปลิวตกใจที่เห็นเธอถูกไฟเผาจะช่วยก็ช่วยไม่ได้ แทนที่เธอจะลงไปนอนร้องครวญคราง กลับยืนหัวเราะ

พรานเวทย์เดินเข้ามากับไอ้ใบ้ เห็นไฟลุกท่วมร่างดอกสร้อยแต่เธอไม่สะดุ้งสะเทือนก็รู้ทันว่าผีกะกลับมาสิงร่างเธอแล้ว ปลิวตกใจร้องถามพ่อหมอว่ามันถูกเผาไฟทำไมไม่ตาย

“พวกเอ็งก่อความโกรธความเกลียด ดังสุมไฟ...ไฟแค้นในตัวมัน โหมแรงยิ่งกว่าเชื้อไฟ”

ผีกะหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง จากนั้นเปลวไฟก็ค่อยๆมอดดับไปในที่สุด

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

ช่อง 7 ส่งพระนางสุดฮอต "โซ่เวรี-จากศัตรูสู่หัวใจ-ล่ารักสุดขอบฟ้า" ลงจออีกครั้ง

ช่อง 7 ส่งพระนางสุดฮอต "โซ่เวรี-จากศัตรูสู่หัวใจ-ล่ารักสุดขอบฟ้า" ลงจออีกครั้ง
17 ก.ย. 2564

13:01 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
Sonp logo
inet logo
วันศุกร์ที่ 17 กันยายน 2564 เวลา 22:47 น.
ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์