นิยายไทยรัฐ

ข่าว

สาปดอกสร้อย

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

เสียงร้องของผีตายโหงดังสนั่นไปทั่วหมู่บ้าน ดอกสร้อยรีบออกจากที่ซ่อน ชวนเปรื่องไปช่วยไกร เขาร้องห้ามเสียงหลง ขืนเธอไปที่นั่นคงโดนพรานเวทย์เล่นงานเอาแน่ เขาจะไปช่วยไกรเอง แล้ววิ่งปรู๊ดออกไป ดอกสร้อยทนอยู่เฉยไม่ไหว ตัดสินใจตาม...

ที่ลานหน้าเรือนผู้ใหญ่สัก ผีตายโหงร้องโหยหวนเพราะถูกอาคมของพรานเวทย์ราวกับถูกเพลิงเผา พ่อหมอหยิบมีดที่ทำจากกระดูกศพดำออกจากย่าม ไกรร้องเตือนหากเขาแทงผีตายโหง ไอ้ใบ้ก็ต้องตายไปด้วย

จังหวะนั้นเปรื่องเข้ามาสมทบกับพวกไกร โดยที่ดอกสร้อยหยุดมองอยู่ห่างๆ พรานเวทย์เอามีดหมอแตะที่หัวไอ้ใบ้ แล้วใช้มือกระชากผม ร่างไอ้ใบ้ติดมือออกมาด้วย เหลือเพียงร่างผีตายโหงอยู่ตรงนั้น เขาเหวี่ยงร่างศิษย์เนรคุณกระเด็น ถีบร่างผีร้ายหงายท้องแล้วเอามีดหมอแทงหัวใจ ผีตายโหงร้องลั่น อึดใจร่างสลายกลายเป็นกองหนอนน่าสะอิดสะเอียน ผินรีบเข้าไปดูไอ้ใบ้ สักพักเขาก็ได้สติ

“ไอ้ใบ้เอ็งรอดแล้ว อาจารย์เอ็งเขามาช่วยเอ็งไว้”

ไอ้ใบ้ยกมือไหว้พรานเวทย์ที่ช่วยชีวิตเอาไว้ เขาเมินไม่สนใจเดินไปเตือนผู้ใหญ่สักให้เตรียมรางวัลให้ด้วย เปรื่อง ผินกับปันพาไอ้ใบ้กลับไปพักผ่อนที่เรือน ส่วนไกรยังไม่ยอมกลับจะขอคุยกับผู้ใหญ่สักเรื่องแปง เขาอ้างว่าไม่สะดวกต้องไปดูแลบัวศรี ให้ไกรกลับไปก่อน แล้วสั่งตองนวลให้พาเธอเข้าห้อง เอื้องคำกลัวไม่กล้ากลับเรือน ขอนอนค้างที่นี่ ผู้ใหญ่สักพยักหน้าอนุญาต ก่อนจะตามบัวศรีเข้าห้อง ปลิวไม่วายเหน็บแนมไกร

“ผีถูกกำราบไปหนึ่ง เหลือผีกะที่ฆ่าพ่อเอ็ง เร่งปราบให้ได้ ก่อนที่เอ็งจะตายก่อนมัน”

ไกรไม่ตอบโต้ เดินเลี่ยงออกไป ดอกสร้อยดีใจที่เห็นเขาปลอดภัยค่อยๆถอยออกมา...

ระหว่างดอกสร้อยจะเดินกลับเรือน ไกรซึ่งเห็นเธอซุ่มดูอยู่นอกเรือนผู้ใหญ่สักก็เลยมาดักรอ ทักทายกันได้ไม่กี่คำเธอขอตัวกลับก่อน ไกรทนความคิดถึงไม่ไหวโผกอดเธอไว้ด้วยความรักและเป็นห่วง เธอเองก็คิดถึงเขามากเช่นกันเผลอใจกอดตอบ

“พี่ก่อกรรมใดไว้ถึงไร้วาสนาได้ร่วมหมอนกับสร้อย พี่รักสร้อยเหลือเกิน”

ดอกสร้อยได้สติรีบดันตัวเองออกห่างแล้วเดินจากไป ไกรจำต้องหักห้ามใจตัวเอง

ooooooo

ฟ้ายังไม่ทันแจ้งดอกสร้อยลุกขึ้นต้มยาให้ซอมพอ ต้มเสร็จตะโกนเรียกม่อนกับผาให้มาช่วยเอายาไปให้น้อง สองคนนั่นมัวแต่เกี่ยงกัน ไม่มีใครยอมมาเพราะกลัวผีกะ เธอไม่เห็นมีใครโผล่หน้ามาจัดแจงจะยกไปให้เอง ฟองจันทร์ออกมาเห็นก็ตั้งแง่รังเกียจ เอาอะไรก็ไม่รู้ต้มให้ลูกของตน ไผ่มาทันได้ยินก็สวนทันที

“ถ้าน้าฟองจันทร์ไม่สบายใจก็ไม่ต้องกิน ฉันจะเททิ้ง”

“อย่านะ...เอ็งก็บอกข้ามาสิว่าเอ็งต้มอะไรอีดอกสร้อย”

“ฉันเอาสมุนไพรที่พ่อกับพี่ไผ่เก็บมาต้มจ้ะ”

แม่เลี้ยงตัวแสบหาเรื่องด่าดอกสร้อย แล้วใช้เธอยกหม้อยาไปให้ลูกของตน ไผ่บอกให้ฟองจันทร์ยกไปเอง เธอไม่ค่อยพอใจที่เขาเข้าข้างดอกสร้อย แต่ไม่กล้าโวยวายอะไรอีก รีบยกหม้อยาไปให้ซอมพอ ดอกสร้อยรู้สึกดีที่ไผ่มาช่วยไว้ ยังไม่ทันจะอ้าปากขอบใจ เขาเดินหนีไปเสียก่อน เธอรีบเดินตามพลางร้องถามว่ารังเกียจเธอหรือถึงต้องเดินหนี ไผ่หยุดกึก พูดทั้งที่หันหลังให้

“หลังจากนี้สร้อยไม่ต้องทนทุกข์ใจถูกบังคับใจอีกแล้ว สร้อยไม่ต้องผูกข้อมือกับพี่ เราไม่ต้องเกี่ยวดองกัน” พูดจบไผ่ผละจากไป ดอกสร้อยตะโกนถามเหตุผล เขาไม่แม้แต่จะหันมามอง ม่อนกับผาที่ยืนฟังอยู่ไม่อยากอยู่ใกล้เธอ พากันสลายตัว ดอกสร้อยเศร้าใจที่มีแต่คนรังเกียจ...

ผากับม่อนเห็นไผ่นั่งหน้าเศร้าเข้าไปปลอบว่าคิดถูกแล้วที่ไม่ผูกข้อมือกับดอกสร้อย เพราะถึงอย่างไรผีกะคงไม่ยอมให้ใครมายุ่งกับร่างของมัน เธอคงต้องเป็นทาสมันไปจนวันตาย ม่อนกลัวเธอจะอยู่ไม่ถึงวันนั้นเพราะ นอกจากไกรจะตามล่าผีกะแก้แค้นให้พ่อ พรานเวทย์เองก็ต้องการดับมันเช่นกัน

“พวกเราต้องช่วยกันปกปิดความลับ อย่าให้ใครรู้เรื่องสร้อยและต้องช่วยปกป้องสร้อย”

ม่อนกับผาพยักหน้ารับคำ ทั้งสามคนไม่ทันเห็นเปรื่องแอบฟังอยู่อีกมุมหนึ่ง เขาไม่รอช้านำเรื่องนี้ไปบอกไกรซึ่งแปลกใจมากทำไมถึงเป็นอย่างนั้นในเมื่อไผ่รักดอกสร้อยสุดชีวิต เปรื่องคิดว่าเขาคงมีเหตุผลเพราะไม่ว่าใครก็ไม่ควรร่วมหอกับเธอ ไกรรำคาญปรัชญาบ้าบอของเกลอเดินหนีไปเลย เขารีบเดินตาม

“ไอ้ไกร ข้ามย้ำขยี้สติเอ็ง ขนาดคนใกล้ตัวสร้อยยังยอมถอยห่าง เอ็งก็ควรเลิกข้องเกี่ยวกับสร้อย”

ไกรโต้ไม่ยอมแพ้ หากตนห้ามเปรื่องรักซอมพอจะทำได้หรือเปล่า เขาเถียงว่าไม่เหมือนกันซอมพอไม่ได้เป็นเหมือนดอกสร้อย ไกรไม่อยากฟังเดินหนีไปอีก เปรื่องนึกขึ้นได้ว่าเก็บผลไม้มาฝากซอมพอ จึงเดินแยกไปอีกทางหนึ่ง ครู่ต่อมา ไกรมาถึงเรือนผู้ใหญ่สักจะขอคุยกับบัวศรีเรื่องแปง

ผู้ใหญ่สักไม่ให้คุย ถ้ามีอะไรที่อยากรู้ก็ให้ถามตนได้ ไกรยืนยันจะคุยกับบัวศรีให้ได้ ปลิวได้ทีใส่ไฟว่าไม่เชื่อคำพูดของผู้ใหญ่สักแต่กลับไปเชื่อคำพูดของผีนั่นเท่ากับไม่ให้เกียรติกัน พูดไปพูดมาพาลจะมีเรื่อง ผู้ใหญ่สักต้องร้องห้ามไว้ หากไกรต้องการจะคุยกับบัวศรีก็เชิญได้เลย ตนจะรออยู่ข้างล่างไม่เข้าไปขัด...

ป่วยการจะคุยเพราะบัวศรีกลัวเกินกว่าจะให้การซัดทอดผัวตัวเอง ยังยืนกรานกับไกรว่าทุกคำของผีตายโหงล้วนโกหก ผู้ใหญ่สักต่างหากที่พูดความจริงแถมยังชื่นชมผัวตัวเองเสียเลิศเลอ ไกรอดแปลกใจไม่ได้ที่เธอพูดไปร้องไห้ไปด้วย แม้จะติดใจสงสัยไม่หายแต่เขาก็ไม่ได้ซักอะไรเธออีก

การมาครั้งนี้ของไกรสร้างความไม่พอใจให้ผู้ใหญ่สัก ถึงขนาดประกาศตัวเป็นศัตรูกับเขา

ooooooo

ดอกสร้อยกำลังเดินออกจากหมู่บ้านเห็นตองนวลลากตัวเอื้องคำมาตามทาง ฝ่ายหลังสะบัดมือหลุดโวยวายลั่นจะลากตนมาทำไม ตองนวลไม่ต้องการให้เธอไปอยู่ที่เรือนผู้ใหญ่สัก ไล่ให้กลับเรือนตัวเองไปให้ผีกะฆ่าตายได้ยิ่งดี เอื้องคำไม่พอใจปรี่เข้าไปตบตองนวลล้มคว่ำแล้วตามเข้าไปจะซ้ำ

ก่อนที่ตองนวลจะเพลี่ยงพล้ำมากไปกว่านี้ ดอกสร้อยเข้ามากระชากตัวเอื้องคำออกแล้วตบกระเด็น เธอเห็นท่าทางเอาเรื่องของอีกฝ่ายจำต้องล่าถอย ตองนวลเห็นเงาของดอกสร้อยที่พื้นเป็นเงาของผีกะก็ตกใจ ครั้นมองอีกทีมันหายไปแล้ว คิดว่าตาฝาดไปเองไม่ติดใจสงสัยอะไรอีก ดอกสร้อยดีใจที่เจอตองนวล จะแวะไปถามอยู่เลยว่าบัวศรีเป็นอย่างไรบ้าง ได้ความว่าดีขึ้นแล้วเดินเหินได้ เมื่อเช้าไกรก็ยังแวะไปถามไถ่เรื่องผีแปงอยู่เลย

“สร้อยไปเยี่ยมแม่บัวศรีกับพี่ พ่อหมอก็อยู่เรือนมิต้องกลัวผีอีก”

ดอกสร้อยปฏิเสธทันทีว่าไม่ว่างต้องไปเก็บดอกไม้ให้ซอมพอซึ่งยังป่วยอยู่ แล้วเดินลิ่วออกไป...ไก

รกำลังจะกลับเรือนตอนที่เห็นหลังดอกสร้อยไวๆ รีบเดินตามกระทั่งถึงบริเวณน้ำตก เห็นเธอพยายามเอื้อมมือไปเก็บดอกกล้วยไม้ เขาเข้าไปช่วยเก็บให้ เธอไม่อยากอยู่ใกล้เขากลัวห้ามใจตัวเองไม่ได้เดินเลี่ยงออกมา เขายังตามติดพยายามจะช่วยเธอถือดอกไม้ เธอไม่ยอมให้ช่วยขยับจะหนีอีก ไกรขวางไว้

“สร้อยเป็นอะไรถึงคอยหนีหน้าพี่ สร้อยหมดใจรักพี่แล้วหรือ”

“พี่รู้แก่ใจดีว่าไม่ควรถามเช่นนี้”

“เปรื่องบอกพี่ว่าไผ่ยกเลิกที่จะผูกข้อมือสร้อย พี่ไม่รู้ต้นสายปลายเหตุและพี่ไม่อยากจะซักสาวความนั้น พี่ดีใจที่สร้อยมีอิสระ มิมีใครครอบครองใจสร้อยแล้ว พี่ยังรักสร้อย พี่จะเร่งไปสู่ขอสร้อยกับพ่อคำป้อน”

ดอกสร้อยขอร้องอย่าทำอย่างนั้นเพราะเธอรักใครไม่ได้อีก และขอให้เขาเลิกยุ่งกับเธอ ไกรไม่เข้าใจทำไมเราถึงรักกันไม่ได้ เธอกลั้นใจตอบว่าเธอหมดรักเขาแล้ว ก่อนจะผละจากไป ไกรตะโกนไล่หลัง

“พี่ไม่มีวันเลิกรักสร้อย พี่จะรักสร้อยพี่จะทำให้เรากลับมารักกัน”

ครู่ต่อมา ดอกสร้อยเดินหนีต่อไปไม่ไหวต้องทรุดตัวลงนั่งร้องไห้ใต้ต้นกาสะลองน้ำตาแทบเป็นสายเลือด ผีกะนั่งกำช่อดอกกาสะลองอยู่บนต้นไม้ มองดอกสร้อยแล้วขยำกาสะลองในมือทิ้งอย่างสะใจ

ooooooo

ที่เรือนเอื้องคำ ศรีออนถือท่อนไม้หลบอยู่ในห้องบ่นให้ไอ้ใบ้ที่ผิดสัญญาบอกว่าจะกลับมาหา ป่านนี้ไม่เห็นหัว ถ้าเจอหน้าเมื่อไหร่จะตีให้ตาย พลันมีเสียงคนเดินขึ้นมาบนเรือน เธอคิดว่าเป็นไอ้ใบ้ หลับหูหลับตาตีไม่ยั้ง เอื้องคำถูกไม้ฟาดร้องลั่น ก่อนจะคว้ามือศรีออนไว้แล้วกระชากไม้ทิ้ง

“แม่เอื้องคำ ข้านึกว่าไอ้ใบ้”

“มันจะมาทำอะไร อย่าบอกนะว่าเอ็งจนตรอกไม่มีปัญญาหาผัว ไปจับไอ้ใบ้มาทำผัว”

ศรีออนยังเคืองไม่หายที่เอื้องคำหนีเอาตัวรอดปล่อยให้ตนผจญกับผีตายโหงไม่เหลียวแล คนไร้น้ำใจอย่างเธอต้องอยู่คนเดียว ตนจะไม่ยอมเป็นขี้ข้าให้คนใจผีอย่างเธออีกต่อไป เอื้องคำไม่พอใจที่ถูกด่าเงื้อมือตบ ศรีออนหลบทันแล้วตบสวนหน้าคะมำ

“ศรีออนขอลาก่อน อ้อ...ศรีออนไม่มีของตอบแทนที่เคยให้อยู่อาศัย ตบลาล่ะกันเน้อ” ศรีออนตบเอื้องคำหน้าหัน แล้วเดินเชิดออกไป เธอโกรธจัดคว้าของใกล้มือปาใส่พร้อมกับไล่ตะเพิดอย่ามาให้เห็นหน้าอีก

จากนั้นไม่นาน ศรีออนบุกมาถึงเรือนของไกรเพื่อเอาเรื่องไอ้ใบ้ที่ไม่ทำตามสัญญา กระชากตัวเขาที่นอนซมอยู่ขึ้นมาด่าฉอดๆ ผินต้องแก้ตัวให้ว่าเขาโดนผีตายโหงสิง เกือบเอาตัวไม่รอดถึงได้นอนซมเป็นไข้ เธอเอามืออังหน้าผากไอ้ใบ้ถึงได้รู้ว่าตัวร้อนจัด

“ไอ้ใบ้...ข้าขอโทษ เอ็งอย่าเพิ่งตายนะ” ศรีออนกุลีกุจอเข้าไปดูแลเขา...

ในเวลาเดียวกัน ผู้ใหญ่สักมอบถุงใส่ทองคำให้พรานเวทย์ตามที่ได้ตกลงกันไว้โดยมีปลิวแอบมองอยู่ห่างๆ ประมุขบ้านผาหมอกยังไม่อยากให้เขาไปไหนอยากให้อยู่ปราบผีกะก่อน เขาถือว่าการปราบผีกะเป็นหน้าที่อยู่แล้วไม่ต้องมาสั่ง ก่อนจะเดินตรงมาจับไหล่หนานอิน

“แล้วอย่าเอาดาบมาจ่อคอข้าอีก”

ทันทีที่พรานเวทย์เอามือออก หนานอินร้องลั่นด้วยความเจ็บปวด ทรุดลงไปกองกับพื้น ผู้ใหญ่สักไม่พอใจ ตวาดลั่นทำอะไรมัน เขาแค่จะสั่งสอนให้มันสำนึกอย่าริอ่านมาขู่เขา อีกไม่กี่ชั่วยามความเจ็บปวดก็จะทุเลาไปเอง ถ่มน้ำลายใส่หนานอิน แล้วผละจากไป ปลิวมองเขม็งอยากรู้ว่าผู้ใหญ่สักจะทำอย่างไรต่อไป

ooooooo

ขณะที่ผู้ใหญ่สักคิดหาทางเอาคืนพรานเวทย์ เปรื่องหอบผลไม้มาถึงเรือนคำป้อน ร้องเรียกซอมพออยู่หลายครั้งแต่ไม่มีเสียงตอบ ตัดสินใจเดินขึ้นข้างบน เธอเปิดประตูออกมาสั่งให้หยุดอยู่แค่นั้น

เปรื่องได้ข่าวว่าเธอเป็นไข้ก็เลยเอาผลไม้มาฝาก แล้วจะขึ้นบนเรือนให้ได้ เธอขอร้องให้เขากลับไป เดี๋ยวแม่ของเธอมาเห็นเอาเขาตายแน่ เปรื่องไม่กลัว ถ้าต้องตายขอตายในอ้อมกอดเธอ

“ไอ้เปรื่อง อย่ามาทะลึ่งตึงตังกับข้า...เอ็งเอาผลไม้วางไว้บนแคร่ แล้วกลับออกไป”

เปรื่องเอาผลไม้วางไว้แต่ไม่ยอมกลับ ลงนั่งบนแคร่หน้าตาเฉย ซอมพอไล่เท่าไหร่ก็ไม่ยอมไปจนกว่าเธอจะบอกเขาก่อนว่าชายในฝันของเธอเป็นใคร มีดีกว่าเขาแค่ไหน ซอมพอไม่ยอมตอบคำถามผลักเขาอย่างแรง เปรื่องแกล้งล้มฟุบนอนแน่นิ่ง เธอตกใจรีบเข้าไปดูแล เขาพลิกตัวมาทำหน้าผีใส่ เธอถึงกับผงะร้องลั่น

“เอ็งเลิกเล่นพรรค์นี้ ข้าไม่สนุกด้วย แล้วอย่าทำอย่างนี้อีก”

“ข้าขอโทษ” เปรื่องดึงซอมพอมากอดปลอบใจจนคลายความกลัว ฟองจันทร์กลับถึงเรือนเห็นทั้งคู่กอดกันอยู่ไม่พอใจมาก เข้าไปกระชากเปรื่องออกจะเอาเรื่องให้ได้ ซอมพอแก้ตัวให้ว่าเขาไม่ได้ทำอะไร แค่เอาผลไม้มาฝาก เธอปัดผลไม้ทิ้งแล้วเหยียบซ้ำ ทีหน้าทีหลังไม่ต้องเอามาให้อีก ลูกของเธอไม่กินของที่ได้จากเขา เปรื่องไม่เข้าใจทำไมเธอถึงตั้งแง่รังเกียจกันนัก พ่อแม่ของเขาก็พอมีเงินทองจะมาสู่ขอ

“ข้าอยากให้ลูกข้ามีผัวมียศศักดิ์ เชิดหน้าชูตาได้”

“ทั้งๆที่น้าก็รู้อยู่ว่าขุนไกรเทใจให้ดอกสร้อย”

ฟองจันทร์ไม่ต้องการฟังเขาพล่าม คว้าท่อนฟืนขึ้นมาขู่ ถ้าไม่ไสหัวออกไปจะเอาไม้นี่ฟาดกบาล ซอมพอห้ามแม่ไว้แล้วหันไปไล่เปรื่องกลับ เขาไม่ไปไหนทั้งนั้นจนกว่าเธอจะบอกก่อนว่าเธอรักใคร ซอมพออึกอักไม่กล้าพูด ดอกสร้อยที่ยืนฟังอยู่นานแล้ว เข้ามาแนะให้น้องพูดอย่างที่ใจต้องการ ไม่ต้องกลัวอะไรทั้งนั้น

“คนเรามีเวลาน้อยนัก หากเอ็งยังปล่อยให้คนอื่นมาอยู่เหนือใจเอ็ง เอ็งจะต้องพลั้งเสียใจทั้งชีวิต อย่าปล่อยให้เวลาล่วงเลยไป ในยามที่ใจเป็นของเอ็ง เอ็งต้องสู้เพื่อใจตัวเอง”

“ซอมพอลูกอย่าไปฟังมัน มันหว่านล้อมให้ลูกรักเปรื่อง มันจะได้ลงเอยกับขุนไกร อีดอกสร้อยมึงเสี้ยมลูกกู”

ฟองจันทร์เอาท่อนฟืนฟาดลูกเลี้ยงซึ่งได้แต่ปัดป้อง ซอมพอต้องเข้าไปห้ามแล้วขอร้องแม่ให้หยุดบังคับใจตนสักที ตนไม่ได้รักทั้งไกรและปลิว ต่อไปตนจะขอเลือกทางเดินของตัวเอง

แม่เลี้ยงตัวแสบไม่พอใจที่ดอกสร้อยเสี้ยมจนซอมพอกระด้างกระเดื่องเอาไม้ไล่ฟาดอีก เปรื่องเข้าไปยื้อไม้ไว้ เธอเลยหันมาเล่นงานเขาแทนถึงกับทรุดลงไปกองกับพื้น ซอมพอรีบเข้าไปดูแลด้วยความเป็นห่วงเห็นเขาหัวแตกเลือดไหลก็ตกใจ ดอกสร้อยได้กลิ่นคาวเลือดเริ่มตัวสั่นเล็บผีงอกยาวออกมา

ฟองจันทร์ดึงตัวซอมพอออกมาแล้วไล่ตะเพิดเปรื่องไปให้พ้นหน้า คราวนี้เขาทำตามอย่างว่าง่ายลงจากเรือนทันที ฟองจันทร์หันไปจะเอาเรื่องลูกเลี้ยงแต่ไม่เจอตัว ไม่มีใครให้เล่นงาน เธอเลยไปลงกับลูกตัวเองตบหน้าหัน แล้วกำชับทีหน้าทีหลังอย่าขัดคำสั่งเธออีก

ซอมพอจำใจต้องรับคำ...

ฝ่ายดอกสร้อยกลัวคนจะเห็นว่าตัวเองกลายสภาพเป็นผีกะ วิ่งหนีไปหลบในป่า...

ไกรเห็นศรีออนคอยดูแลไอ้ใบ้หาข้าวหาปลาหายาให้กินจนไข้ทุเลาก็เบาใจ เข้ามาถามเปรื่องที่กำลัง เอายาทาแผลที่หัวตัวเองว่าเป็นอย่างไรบ้าง แม้เขาจะเจ็บแต่ก็ปลื้มใจที่รู้ว่าซอมพอมีใจให้ ไกรติงเธอยังไม่ได้เอ่ยปากบอกรักเขาสักคำ เปรื่องขอแค่เธอไม่คล้อยตามแม่ คอยห่วงใยกันก็นับว่ามีใจให้แล้ว

“มันช่างต่างจากข้าหลายโยชน์ ข้าไม่เข้าใจสร้อย ในเมื่อไผ่ยอมถอย ไฉนสร้อยจึงทำตัดเยื่อใยจากข้า”

“เพราะเขารู้ว่าเขาคู่กับเอ็งไม่ได้”

“ทำไม”

เปรื่องขอร้องอย่าเพิ่งซักอะไรตอนนี้ คนยิ่งปวดหัวอยู่ ไกรไม่พูดอะไรอีกเดินไปเก็บของใส่ย่าม เปรื่องสงสัยค่ำมืดแล้วจะไปไหนอีก เขาเห็นไอ้ใบ้อาการดีขึ้น จะได้ฝึกเรียนอาคมจากมันก่อนที่ชาวบ้านจะล้มตายอีก เปรื่องขอตามไปด้วยคน ไกรพยักหน้าให้แล้วเก็บของใส่ย่ามต่อไป

ooooooo

ที่กลางป่าลึก ดอกสร้อยกำลังจะกลับเรือน แต่ต้องชะงักเมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าคนใกล้เข้ามา เธอรีบหลบหลังพุ่มไม้ แอบมองชายสี่คนมีผ้าโพกหัวอำพรางใบหน้าถือดาบวิ่งผ่านไปด้วยความแปลกใจ

ชายทั้งสี่คนนั้นจู่โจมพรานเวทย์ที่กำลังนั่งอยู่หน้ากองไฟ เขาไม่ทันตั้งตัวถูกด้ามดาบกระแทกท้ายทอยล้มฟุบ หนานอินในคราบโจรป่าจะเข้าไปซ้ำ แต่พรานเวทย์พลิกตัวจะคว้าย่ามใส่ของอาคมแต่ไวไม่พอ

หนานอินเหยียบมือเขาแย่งย่ามไปโยนทิ้งเสียก่อนแล้วเตะซ้ำจนกระเด็น พรานเวทย์ไม่สิ้นฤทธิ์ถอนต้นหญ้าขึ้นมาบริกรรมคาถาจะเล่นงานพวกโจร ผู้ใหญ่สักซึ่งเป็นหนึ่งในพวกนั้นใช้ไม้ฟาดหัวเขาสลบเหมือด หนานอินเดินเข้าหาหมายจะฆ่าให้ตาย ผู้ใหญ่สักร้องห้ามไว้ แล้วเดินไปหยิบถุงใส่ทองคำ

“ข้าจะเอาของข้าคืน รอให้มันกำราบผีกะให้พ้นไปเท่านั้น สิ้นแล้วเอ็งจะแล่เนื้อเอาเกลือทาข้าก็ไม่ขวาง” ผู้ใหญ่สักว่าแล้วดึงผ้าคลุมหน้าออก ก่อนจะผละจากไป หนานอินกับสมุนอีกสองคนรีบเดินตาม...

อีกมุมหนึ่งของป่า ไกรถอดเสื้อแล้วเดินไปหาไอ้ใบ้เพื่อจะให้สักยันต์ เปรื่องส่งคัมภีร์โบราณให้ไกรสำหรับบริกรรมคาถาระหว่างที่ไอ้ใบ้ลงเหล็กสักยันต์เพื่อเพิ่มความขลัง...

ขณะไอ้ใบ้ทำพิธีสักอักขระโบราณบนตัวไกร ดอกสร้อยสะกดรอยตามไอ้โม่งสี่คน มาเจอพรานเวทย์นอนหมดสติอยู่ก็ตกใจ หันหลังจะกลับไปตามคนมาช่วยเนื่องจากกลัวเขาฟื้นขึ้นมาเล่นงาน แต่ต้องหยุดกึกเมื่อกลิ่นคาวเลือดจากแผลที่หัวเขาโชยเข้าจมูก แววตาของเธอเปลี่ยนเป็นแววตาของผีกะหันขวับไปมอง...

ทางด้านหนานอินซึ่งถอดผ้าคาดหน้าออกต้องการกำจัดพรานเวทย์เพื่อล้างแค้น โกหกผู้ใหญ่สักว่าวางกับดักไว้ ขอเข้าไปดูว่าเก้งกวางติดกับหรือเปล่า เขาสั่ง ให้รีบไปรีบกลับ อย่าให้ใครจับได้ หนานอินพยักหน้ารับคำ แล้วสั่งให้สากับยมตามไปด้วย ผู้ใหญ่สักมองตามสมุนทั้งสามคนจนลับสายตาแต่พอหันกลับมาอีกที เจอชายโพกผ้าอำพรางใบหน้ายืนมองอยู่ ครั้นเขาถอดผ้าโพกหน้าออก ถึงได้เห็นว่าเป็นปลิวนั่นเอง

“ขุนพิศณุแสนมาทำการใด”ปลิวเล่นลิ้น ตนเป็นตำรวจก็ต้องมาจับโจรแล้วชี้ไปที่ถุงใส่ทองคำให้มือผู้ใหญ่สัก ถุงนั่นเขามอบให้ พรานเวทย์ไม่ใช่หรือ แล้วทำไมถึง

กลับมาอยู่ในมือเขาอีกและที่สำคัญ เขาทำมาหากินอะไรถึงได้มีทองคำเต็มไม้เต็มมือหากมิใช่ปล้นสะดมมา ตนถูกส่งตัวมาจากกรุงศรีอยุธยาเพื่อกำราบโจรป่า

“ฉันคะเนว่าผู้ใหญ่ต้องรู้เหตุที่พ่อไอ้ไกรตาย ผู้ใหญ่มีผิดต้องโทษทุกข้อที่ฉันพูดถึง”

“ท่านขุนมาจับข้าไปเถอะ ข้าจะได้แจ้งทางกรมกองว่าตำรวจที่ส่งมาทำก้าวร้าวใช้อำนาจหน้าที่ข่มเหงเกเร แลคิดขืนใจลูกบ้านของข้า แลครั้งกะโน้น ที่ขุนไกรถูกดักฆ่า ต้องแล่นหนีกลับปากน้ำโพ ลูกน้องข้าที่สุมอยู่ในป่า เล่าความจนสิ้นแล้วว่าเป็นฝีมือท่านขุน”

ปลิวตกใจที่ผู้ใหญ่สักรู้ความจริงทุกอย่าง ในเมื่อต่างกุมความลับของอีกฝ่ายไว้ คนชั่วทั้งสองคนจึงตกลงจะร่วมมือกันโดยจะแบ่งทรัพย์สินที่ปล้นสะดมมาได้คนละครึ่ง นอกจากนี้ผู้ใหญ่สักยังรับปากจะช่วยปลิวกำจัดไกรให้สิ้นซากอีกด้วย...

ผีกะในร่างดอกสร้อยเคลื่อนตัวเข้ามาเหยียบอกพรานเวทย์ เงื้อเล็บจะแทง แต่มีเสียงฝีเท้าคนใกล้เข้ามา มันหันขวับตามเสียง เห็นหนานอิน สาและยมวิ่งเข้ามา ผีกะกลายเป็นเงาดำวูบออกไปทันที มีเพียงสาเท่านั้นที่เห็น ก็เลยคิดว่าตัวเองตาฝาด หนานอินไม่สนใจ ย่างสามขุมเข้าหาร่างไร้สติของพรานเวทย์...

ในระหว่างที่พรานเวทย์ตกอยู่ในสถานการณ์เป็นตายเท่ากัน เปรื่องเห็นไอ้ใบ้เหน็ดเหนื่อยจากการสักยันต์ จึงบอกให้พักดื่มน้ำก่อน แล้วส่งกระบอกไม้ไผ่ใส่น้ำให้ เขารับมายังไม่ทันจะดื่มก็มีอาการตกใจ ก่อนจะยื่นกระบอกใส่น้ำให้ไกรกับเปรื่องดู ทั้งคู่มองดูน้ำในนั้นเห็นหนานอินถือดาบเดินเข้าหาพรานเวทย์ที่นอนสลบอยู่ ไอ้ใบ้เป็นห่วงอาจารย์ คว้าย่ามวิ่งออกไปอย่างรวดเร็ว เปรื่องกับไกรรีบเก็บข้าวของแล้ววิ่งตาม

ooooooo

หนานอิน สาและยมยังไม่ทันจะสังหารพรานเวทย์ก็ถูกผีกะเล่นงานเสียก่อน ทั้งสามคนพยายามจะต่อกรกับผีร้ายแต่สุดท้ายยมถูกมันลากเอาไปกินจนได้ หนานอินกับสาเห็นเขาถูกควักเครื่องในออกมากินสดๆถึงกับตาเหลือกวิ่งหนีตายอย่างไม่คิดชีวิต สาโชคไม่ดีวิ่งมาเจอกับพวกไกรซึ่งจับตัวไว้ได้

“พวกเอ็งหนีใคร” ไกรซัก

“ผีกะ...ผีกะมันจะฆ่าหมอผี หมอผีตายแน่” สาละล่ำละลัก

ไอ้ใบ้ร้อนใจกลัวพรานเวทย์จะเป็นอันตรายรีบวิ่งไปช่วย หนานอินเห็นไกรกับเปรื่องกำลังสอบสวนสาก็วิ่งหลบไปอีกทางหนึ่งโดยที่พวกนั้นไม่เห็น กระทั่งมาเจอผู้ใหญ่สักและปลิว รีบรายงานว่าตัวเองจะกลับไปฆ่าพรานเวทย์ แต่ผีกะออกมาฆ่ายมตาย ผู้ใหญ่สักตกใจถามว่าสาอยู่ไหน

“ขุนไกรกักตัวเอาไว้ มันสงสัยว่าพวกฉันทำร้ายพรานเวทย์ มันต้องซักความถึงพ่อผู้ใหญ่”

“ผู้ใหญ่ปะเหมาะเคราะห์ดีแล้วฆ่ามันเสียตอนนี้แล้วโยนความผิดให้ผีกะ” ปลิวแนะผู้ใหญ่สักเห็นดีด้วย...

ไม่นานนัก ไอ้ใบ้มาถึงจุดที่พรานเวทย์นอนสลบอยู่ เห็นผีกะในร่างดอกสร้อยกำลังนั่งหันหลังเช็ดคราบเลือดหลังจากกินยมเข้าไป มันหันขวับมามอง เขาถึงกับผงะเมื่อรู้ว่าผีกะสิงดอกสร้อย มันจะพุ่งเข้าหาไอ้ใบ้ แต่สำนึกส่วนที่ยังเป็นคนของเธอฝืนตัวไว้ เขาตะโกนโหวกเหวกประสาคนเป็นใบ้เรียกไกรกับเปรื่องให้มาดู ดอกสร้อยกลัวถูกจับได้ วิ่งหนีทันที ไอ้ใบ้จะตามแต่ห่วงพรานเวทย์ รีบเข้าไปประคอง...

ด้านดอกสร้อยในสภาพที่มือและเล็บเป็นมือผีกะ แต่เนื้อตัวหน้าตากลับคืนสภาพปกติ มีเพียงคราบเลือดติดที่ปากและมือ หนีเตลิดกลัวคนเห็น...

อีกมุมหนึ่งของป่า สายังคงคุมสติตัวเองไม่อยู่ร้องเอะอะกลัวผีกะจะมาทำร้าย เปรื่องจับตัวไว้ แต่เขาดิ้นรนจนเสื้อขาดเผยให้เห็นรอยสักด้านหลังเป็นรอยสักแบบเดียวกับพวกโจรป่าที่ฆ่าพ่อของไกร เปรื่องขู่สาถ้าไม่บอกว่าใครเป็นหัวหน้าโจรป่า จะเอาไปให้ผีกะกิน แล้วแกล้งลากตัวขึ้นมา สากลัวมากกำลังเปิดปากเล่าความจริง แต่ถูกมีดเล่มเล็กพุ่งปักท้ายทอยตายสนิท

ไกรกับเปรื่องรู้ทันทีว่ามีภัยมา รีบคว้าดาบมากระชับในมือ ผู้ใหญ่สัก หนานอินกับปลิวในคราบโจรป่ามีผ้าคาดหน้า กระจายกำลังกันล้อมทั้งคู่ไว้

ooooooo

ขณะซอมพอถือคบไฟวิ่งตามคำป้อนมาถึงชายป่า ไอ้ใบ้ประคองพรานเวทย์ที่ไม่ได้สติออกมาพอดี เธอเข้าไปถามว่าเกิดอะไรขึ้น เขาทำมือทำไม้สื่อให้รู้ว่าโจรป่าทำร้ายอาจารย์ของเขา และพี่สาวของเธอเป็นผีกะ สองพ่อลูกตกใจที่เขารู้ความจริง

คำป้อนเป็นห่วงดอกสร้อยถามไอ้ใบ้ว่าเธออยู่ไหน เขาชี้ไปทางป่า

“ไอ้ใบ้ ข้าขอร้องเอ็ง อย่าบอกเรื่องดอกสร้อยให้ใครรู้”

ไอ้ใบ้ลังเล ซอมพอต้องช่วยขอร้องอีกแรงหนึ่ง เขาถึงยอมรับปากจะไม่บอกใคร คำป้อนสั่งให้ลูกพา พรานเวทย์ไปรักษา ตนจะไปตามหาดอกสร้อยเอง เธอรับคำแล้วส่องคบไฟนำทางไอ้ใบ้กับพรานเวทย์ไปยังเรือนของไกร...

ที่กลางป่า หนานอินต่อสู้กับเปรื่องอย่างสูสีผลัดกันรุกผลัดกันรับ ขณะที่ผู้ใหญ่สักกับปลิวรุมไกร แรงคนเดียวหรือจะสู้แรงสองคนได้ ไกรถูกรุกไล่ต้องถอยร่นไม่เป็นขบวน...

อีกมุมหนึ่งไม่ไกลกันนัก ดอกสร้อยวิ่งหนีมาเจอกับคำป้อนพอดี เขาปลอบว่าไม่ต้องกลัว เขาขอร้องไอ้ใบ้ไม่ให้พูดเรื่องเธอแล้ว เรารีบกลับเรือนกันก่อนที่จะมีใครมาเห็น เธอเห็นด้วยเร่งฝีเท้าไปกับพ่อ...

ทางฝ่ายเปรื่องเล่นงานหนานอินจนกระเด็น แล้วเข้าไปช่วยไกรต่อสู้กับผู้ใหญ่สักและปลิว หนานอินลุกขึ้นมาได้ลอบกัดเปรื่องลงไปทรุดกับพื้น ปลิวกับพวกเล่นหมาหมู่สามรุมหนึ่ง แต่ไกรก็สู้สุดฤทธิ์ จังหวะหนึ่งเขากระชากผ้าคลุมหน้าปลิวหลุดติดมือถึงกับผงะที่รู้ว่าคนเล่นงานเป็นใคร ผู้ใหญ่สักกับหนานอินเห็นดังนั้นพากันดึงผ้าคลุมหน้าออก

“อึดใจเดียวเอ็งก็ตาย จำหน้าพวกข้าไว้ไปร้องบอกพญายม” ว่าแล้วผู้ใหญ่สักดาหน้าเข้าหาไกร อีกมุมหนึ่งไม่ห่างนัก ดอกสร้อยวิ่งฝ่าความมืดมากับคำป้อน เห็นไกรถูกเล่นงานโดยไม่เห็นว่าศัตรูเป็นใคร ตัดสินใจเข้าไปช่วย คำป้อนดึงแขนลูกไว้ ห้ามเข้าไปยุ่ง แต่เธอกลายเป็นผีกะไปเสียก่อน เขารีบปล่อยมือแทบไม่ทัน

ปลิวถีบไกรกระเด็นแล้วตามเข้าไปจะเอาดาบแทง เปรื่องที่เพิ่งได้สติถึงกับร้องลั่นที่เห็นเพื่อนรักเพลี่ยงพล้ำ พลันเกิดลมกระโชกแรง มีเงาดำวูบเข้ามาจับดาบไว้ ทั้งหมดพากันตกใจที่เห็นดอกสร้อยในสภาพผีกะมาช่วยไกร ผู้ใหญ่สักตั้งสติได้ปรี่เข้าไปเอาดาบเสียบหลังดอกสร้อยถึงกับกรีดร้องลั่นป่า

เปรื่องรีบลากตัวไกรออกมา ขณะที่ดอกสร้อยเอื้อมมือมาดึงดาบที่ปักกลางหลังออกแล้วปาคืนเจ้าของ ดาบปักขาผู้ใหญ่สักอย่างจังทรุดลงไปกองกับพื้น เธอเองก็เจ็บหนักฟุบลงไปนอนแน่นิ่ง ทันใดนั้นมีลมพัดกระหน่ำอีกครั้ง เลือดที่ไหลจากตัวเธอ ค่อยๆไหลกลับคืน แผลสมานกันราวกับไม่ได้โดนแทง เธอลุกขึ้นยืนคำรามเสียงดังก้องป่าจ้องพวกปลิวราวกับพยัคฆ์จ้องเหยื่อ

พวกนั้นเห็นท่าไม่ดีพากันวิ่งหนี

ดอกสร้อยหันมาจะเล่นงานไกร แต่เสียงตะโกนเรียกของเขา ทำให้ความเป็นคนในตัวเธอกลับคืนมาอีกครั้ง มองเขาอย่างเสียใจก่อนจะวิ่งหนีไปโดยมีคำป้อนไล่ตาม ไกรทำอะไรไม่ถูกทิ้งตัวลงนั่งหมดเรี่ยวแรง...

คำป้อนวิ่งตามลูกจนทัน เห็นเธอนั่งร้องไห้เสียใจเข้ามาปลอบ ไม่ต้องเป็นกังวลไป ตนจะหาทางช่วยเอง จากนั้นชวนลูกกลับเรือนด้วยกัน เธอกลับไปไม่ได้เธอไม่สามารถอยู่ร่วมกับใครได้อีก แล้ววิ่งหนีไปทันที...

ไกรคร่ำครวญไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเองที่เห็นดอกสร้อยเป็นผีกะ หรือนี่เป็นแค่ความฝัน วานเปรื่องช่วยทำให้ตื่นจากฝันร้ายนี้ด้วยแล้วเอามือเขามาทุบตีตัวเอง เขาต้องขอร้องให้หยุดทำอย่างนี้ สิ่งที่ไกรเห็นเป็นความจริง จากนั้นเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับดอกสร้อยนับตั้งแต่วันราหูอมจันทร์ก็พรั่งพรูออกจากปากเปรื่อง และยังเล่าอีกด้วยว่าดอกสร้อยยอมจำนนต่อผีกะเพื่อรักษาชีวิตคนอื่นเอาไว้

“แม้สร้อยจะกลายเป็นผีกะ สร้อยก็ยังรักเอ็ง สร้อยยอมมาช่วยทั้งๆที่รู้ว่าคนอื่นและเอ็งจะล่วงถึงความลับ และที่สำคัญ สร้อยมิเคยคิดทำร้ายคนรัก”

ไกรสะเทือนใจมากน้ำตาลูกผู้ชายไหลอาบแก้ม เปรื่องได้แต่มองเพื่อนรักด้วยความสงสาร...

ทางฝ่ายดอกสร้อยหนีเตลิดมาถึงชั้นบนสุดของน้ำตก ร้องไห้เสียใจที่ไม่อาจจะอยู่ร่วมกับใครได้อีก

ผีกะนั่งอยู่บนโขดหินใกล้ๆ แสยะยิ้มมีความสุขที่ได้ครอบครองร่างของเธอ

ooooooo

บัวศรีเห็นสภาพของผู้ใหญ่สักซึ่งได้รับบาดเจ็บที่ขาโดยมีหนานอินเอาผ้าพันแผลไว้ให้ อดนึกถึงเหตุการณ์ตอนที่เขาฟันขาแปงขาดไม่ได้ เข้ามาขอร้องให้หยุดก่อกรรมทำเข็ญสักที เขาไม่พอใจมากตบเธอหน้าหัน แล้วเดินโขยกเขยกออกไป ตองนวลรีบเข้ามาประคองบัวศรี

“ข้าได้ยินไอ้หนานอินคุยกัน มันบอกว่าดอกสร้อยเป็นผีกะ” คำพูดของตองนวลทำเอาบัวศรีอึ้ง...

ที่เรือนพักของไกร ซอมพอยกขันโตกเอามาฝากไอ้ใบ้ไว้ให้พรานเวทย์กินตอนฟื้นคืนสติ ศรีออนเข้ามาโวยใส่ ไม่ต้องมาทำดีเอาใจพี่ใบ้ของตน ซอมพออธิบายว่าไม่เคยคิดอะไรกับไอ้ใบ้ ที่ทำไปทั้งหมดเพราะเขาเคยช่วยเธอเอาไว้ เปรื่องถือขันน้ำตามเข้ามา ช่วยอธิบายอีกแรงหนึ่ง

“เอ็งเชื่อคำซอมพอเถอะ ซอมพอไม่เคยชะเง้อชายใด ซอมพอมีคนหมายปองแล้ว” ไม่พูดเปล่าเขาหันมายิ้มหวานให้ซอมพออีกด้วย ศรีออนเห็นท่าทางทั้งคู่ ก็มองออกว่าชอบพอกันก็เบาใจ เปรื่องส่งขันน้ำให้ไอ้ใบ้ แล้วยืนกระแซะซอมพอแสดงความเป็นเจ้าของ

ไอ้ใบ้ไม่ค่อยจะพอใจนักรับขันน้ำแล้วเดินเข้าข้างใน โดยมีศรีออนถือขันโตกตาม ซอมพอหมั่นไส้ที่เปรื่องมายืนกระแซะผลักกระเด็น จังหวะนั้นฟองจันทร์กับคำป้อนวิ่งเข้ามาหา ซอมพอเห็นพ่อก็ถามว่าเจอดอกสร้อยหรือยัง ฟองจันทร์ชิงพูดขึ้นเสียก่อนว่าไม่ต้องไปสนใจนังนั่น เดี๋ยวหายเดี๋ยวโผล่ทำตัวเหมือนผีไม่มีผิดเพี้ยน คำป้อนขี้เกียจฟังเธอเหน็บแนมลูกสาวคนโต สั่งให้พาซอมพอกลับเรือน

“พี่จะไปไหน จะไปตามหานังลูกไม่รักดีรึ” ฟองจันทร์โวย

คำป้อนไม่ตอบ เดินลิ่วไปทางป่า ระหว่างนั้นผินกับปันวิ่งหน้าตั้งเข้ามาบอกเปรื่องว่าผู้ใหญ่สักตีเกราะเคาะไม้เรียกชาวบ้านไปประชุมที่เรือน เห็นว่ามีเรื่องสำคัญจะบอก ฟองจันทร์อยากรู้ว่ามีเรื่องอะไร ชวนซอมพอไปด้วยกัน แล้วลากตัวออกไป ไกรเข้ามาชวนเปรื่องตามไปเอาเรื่องผู้ใหญ่สักกับปลิวที่ทำตัวเยี่ยงโจร...

ด้านปลิวไม่สบายใจที่ผู้ใหญ่สักตีเกราะเคาะเรียกลูกบ้านมาประชุม ทำแบบนี้ไกรอาจตามมาเอาเรื่องที่พวกเราจะฆ่ามันก็ได้ ผู้ใหญ่สักขอร้องเขาอย่าได้เป็นกังวล ตนว่าอะไรก็ขอให้ว่าตามก็แล้วกัน ปลิวอดสงสัย ไม่ได้ว่าผู้ใหญ่สักคิดจะทำอะไรกันแน่

ooooooo

ไม่นานนัก ชาวบ้านมากันพร้อมหน้าพร้อมตา ผู้ใหญ่สักซึ่งต้องใช้ไม้ค้ำเวลาเดิน เข้ามาประกาศว่าตนรู้แล้วว่าดอกสร้อยเป็นผีกะ ทุกคนพากันตกใจ เอื้องคำได้ทีชี้หน้าฟองจันทร์

“พวกเอ็งคงเลี้ยงผีกะทั้งเรือน...ท่านขุนจับพวกมันไปเผาไฟยกเรือน”

“ข้ามิได้เลี้ยงผี ลูกข้ามิเอี่ยว นังดอกสร้อยคนเดียวเท่านั้น ข้านึกแล้วเชียว มันคอยถลึงตาใส่ข้า...ข้าอาศัยอยู่กับผีกะมาแรมเดือน บุญข้ายังมี มันไม่จับกินหัว”

ปลิวอยากรู้ว่าดอกสร้อยอยู่ไหนจะได้ลากตัวมาเผาไฟให้สิ้นซาก ฟองจันทร์ไม่เห็นเธอตั้งแต่เมื่อคืน ป่านนี้คงหนีไปแล้ว ผู้ใหญ่สักสั่งการให้ทุกคนช่วยกันออกตามล่าตัวนังนั่นมาให้ได้ ก่อนที่มันจะฆ่าพวกเรา จังหวะนั้นไกรถือดาบเข้ามาพร้อมกับเปรื่อง ผินและปัน

“ก่อนที่จะล่าผี ฉันขอล่าคนเพราะคนมันโหดร้ายเกินผี”

เอื้องคำแปลกใจ ไกรหมายถึงใครกัน เปรื่องชี้หน้าผู้ใหญ่สักกับปลิว กล่าวหาว่าร้ายยิ่งกว่าผี มีหน้าที่ปกป้องชาวบ้านแต่กลับเป็นโจรเสียเอง ปลิวโวยวายว่าเขาใส่ความทำให้ตนกับผู้ใหญ่สักเสื่อมเกียรติ

“เอ็งยังกล้าปดใหญ่ เอ็งหมายจะแทงข้าตาย เดชะบุญที่ดอกสร้อยพุ่งมาช่วย เอ็งจึงต้องรับกรรมพิกลพิการ” ไกรว่าแล้วชี้ไปที่ผู้ใหญ่สัก ทุกคนพากันมองเขาอย่างกังขา ประมุขบ้านผาหมอกรีบแก้ตัว

“ข้าขอแจงเสียตรงนี้ว่าคำของขุนไกรมิเป็นความจริง พวกเอ็งดูเถอะ ขุนพิศณุแสนได้ชื่อเป็นตำรวจจากกรุงศรีฯ รับมอบหมายให้มากำจัดโจรป่าก็ยังถูกโยนความ พวกเอ็งแจ้งมานานว่าขุนไกรขัดแข้งขัดขาใส่ขุนพิศณุแสน แลถือหางข้างดอกสร้อย เพราะขุนไกรรักดอกสร้อย”

ไกรยอมรับว่ารักดอกสร้อย แต่เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับเรื่องที่ตนจะมาเอาผิด ผู้ใหญ่สักว่าเกี่ยวกันเต็มๆ ที่เขาหาเรื่องตนกับปลิวเพื่อสกัดไม่ให้ตนเกณฑ์ชาวบ้านออกไล่ล่าดอกสร้อย หวังกลบเกลื่อนเรื่องผีกะ ไกรเถียงคอเป็นเอ็นว่าผู้ใหญ่สักต่างหากกำลังจะกลบเกลื่อนความเลวทรามของตัวเอง ปลิวพยายามยุแยงชาวบ้าน

“พวกเอ็งตรองดู หากพวกเอ็งหลงคำมันแลขุนไกรจับตัวข้ากับผู้ใหญ่ ทีนี้แหละ สิ้นคนป้องบ้าน ผีดอกสร้อยคงคะนองออกกัดกินชาวบ้านมิเหลือแม้แต่หัวเดียว”

ชาวบ้านหลงเชื่อคำลวง ต่อว่าไกรยกใหญ่แถมไล่ให้ไปอยู่กับผีกะถ้ารักมันมากนัก อย่ามาใส่ร้ายคนที่ปกป้องพวกเรา ไกรยืนยันไม่เคยคิดร้ายให้ชาวบ้านเดือดร้อน ผู้ใหญ่สักได้ที ถ้าเป็นเช่นนั้น เขาก็ต้องแสดงตัวว่าจะปกป้องชาวบ้านด้วยการออกล่าผีกะ ซึ่งอาจจะเป็นตนเดียวกับที่ฆ่าพ่อของเขา ไกรสับสนระหว่างคำสาบานที่ให้ไว้กับกระดูกพ่อและความรักที่มีต่อดอกสร้อย ผู้ใหญ่สักเห็นเขานิ่งเงียบก็รุกไล่หนักข้อขึ้นอีก

“หากท่านขุนทำใจมิได้พวกข้าจะกำราบมันเอง แม้ข้าเจ็บเพราะกรงเล็บผี ข้าก็มิกลัว ข้าจะตะลุยล่านังผี”

“แลใครรวบตัวรึตัดหัวมันมาได้ ข้าจะพาไปรับเงินและทองคำที่กรุงศรีฯ” ปลิวเสริม ชาวบ้านต่างฮือฮากับรางวัลที่จะได้รับ ทำให้ไกรอดเป็นห่วงความปลอดภัยของดอกสร้อยไม่ได้...

ขณะชาวบ้านเตรียมออกล่าตัวดอกสร้อย คำป้อน ไผ่ ผาและม่อนตามหาตัวดอกสร้อยมาถึงน้ำตกกลางป่า แต่ไม่พบแม้เงา ไผ่เร่งให้ทุกคนแยกย้ายกันตามหา แล้วพาหนีไปจากที่นี่ก่อนที่จะถูกพวกชาวบ้านฆ่าตาย คำป้อนไปกับไผ่ ขณะที่ผาและม่อนแยกไปอีกทางหนึ่ง ทันทีที่ทั้งสี่คนลับสายตา ดอกสร้อยออกจากที่ซ่อน

“สร้อยจะไปจากที่นี่ สร้อยจะไม่ทำให้ทุกคนต้องเดือดร้อนเพราะสร้อย”

เปรื่องเห็นไกรมองกระดูกพ่อที่อยู่ในมือสีหน้าเต็มไปด้วยความสับสน พูดเตือนสติจะทำอะไรก็ตามขอให้ตั้งมั่นในความรักและความดีของดอกสร้อย เขายิ่งสับสนหนักขึ้น วิ่งหนีเข้าป่ากระทั่งถึงจุดที่พ่อทองถูกฆ่า ทรุดตัวลงกับพื้นร้องไห้คร่ำครวญ

“พ่อ...ฉันควรทำเยี่ยงไร”

ระหว่างนั้น แม่แสงเดินเข้ามาหา ไกรเงยหน้าขึ้นมาเห็นแม่ถึงกับปล่อยโฮโผกอดไว้แน่น

“แม่มีห่วงลูกนักเลยออกตามมาดูแล พอแม่ถึงเรือนพักก็รู้ความจากผินสิ้นแล้ว ลูกร้องออกมาเถอะ มันจะช่วยให้ลูกแม่คลายใจ” แม่แสงกอดลูกตอบ ผินรีบดึงปันและนวลออกไปให้แม่ลูกได้อยู่กันลำพัง

ooooooo

กว่าคำป้อน ไผ่กับผาและม่อนจะกลับถึงเรือน ตะวันลับขอบฟ้าไปแล้ว ระหว่างนั่งล้อมวงกินข้าวด้วยกัน ฟองจันทร์สั่งห้ามทุกคนพาดอกสร้อยหนี แต่ให้ลากตัวกลับมาที่นี่ จะได้เอาไปส่งให้ผู้ใหญ่สัก หรือหากมันขัดขืนก็ตัดหัวเอาให้ปลิวไปเลย คำป้อนโกรธมากด่าเธอว่าใจยักษ์ใจมาร คิดฆ่าลูกของเขาได้ลงคอ

“มันไม่ใช่ลูกพี่ มันเป็นผีไปแล้ว”

คำป้อนยืนยันว่าดอกสร้อยยังเป็นคน แค่ถูกผีกะสิงร่างเท่านั้น ฟองจันทร์ไม่สนใจ ในเมื่อไกรไม่มีใจให้ซอมพออีกแล้ว นี่เป็นหนทางเดียวที่พวกเราจะได้เงินได้ทอง หากได้ตัวนังนั่นปลิวจะพาเราเข้ากรุงศรีฯ ซอมพออาจได้ผัวเป็นขุนนางชั้นใน ต่อไปพวกเราก็จะได้สุขสบาย คำป้อนโมโห ประกาศลั่นใครหน้าไหนจับลูกของตนไปขึ้นเงินรางวัล ตนจะฆ่ามันด้วยมือตัวเองแล้วลุกออกไป ไผ่ ผากับม่อนแอบสะใจที่ฟองจันทร์ถูกเล่นงาน...

ขณะเปรื่องกำลังคุยกับไอ้ใบ้และศรีออนเรื่องที่พรานเวทย์ถูกโจรเล่นงาน เอื้องคำมายืนส่งเสียงเจื้อยแจ้วเรียกศรีออนอยู่หน้าเรือน อ้างจะมาช่วยดูแลเธอเผื่อ ดอกสร้อยคิดมาล้างแค้น ศรีออนด่าสวนว่าไม่ต้องมาโกหก

“เอ็งจะไปขออยู่ร่วมเรือนผู้ใหญ่ พี่ตองนวลก็ไล่ตะเพิดเอ็ง...เอ็งยอมแบกหน้ามาพูดจาดีกับข้า เพราะหวังพึ่งพ่อหมอและพวกผู้ชายเรือนนี้คุ้มกะลาหัว เอ็งก่อกรรมกับดอกสร้อยไว้มาก กลัวตายสิท่า อีเอื้องคำ”

เอื้องคำเจ็บใจที่ศรีออนรู้เท่าทัน ในเมื่อไม่ให้อยู่ ตนก็จะไม่อยู่ แล้วเดินขึ้นเรือนมาชวนไอ้ใบ้ไปนอนด้วยกันหน้าตาเฉย คุยอวดว่าที่เรือนของตนมีฟูกนอนสบายและมีเงินแถมให้อีกต่างหาก ศรีออนยื้อเอาไว้ไม่ยอมให้ไป อ้างไอ้ใบ้เป็นผัวของเธอ แล้วเข้าไปซบอกเขาแสดงความเป็นเจ้าของ เปรื่อง ผินกับปันพากันขำที่ไอ้ใบ้กลายเป็นหนุ่มเนื้อหอมมีผู้หญิงมาบุกชิงตัวถึงเรือน เอื้องคำไม่ได้จะเอาไอ้ใบ้ไปทำผัว

“ข้าให้มันไปนอนเฝ้าระวังผีกะ ข้ากลัวผี” เอื้องคำว่าแล้วควักเงินยื่นให้ ไอ้ใบ้รับเงินแต่ไม่ยอมไปกับเธอ เปรื่องชอบใจที่เขาฉลาดหลอกเอาเงินเธอมาได้ เอื้องคำไม่ยอมเสียเงินเปล่าๆ จะเอาไอ้ใบ้ไปกับตัวเองให้ได้จนเกือบจะมีเรื่องตบตีกับศรีออน ในเมื่อเจ้าตัวไม่ยอมไปสุดท้ายเอื้องคำจึงต้องกลับเรือนเพียงลำพัง

“ศรีออนภูมิใจที่พี่ใบ้รักศรีออน มิยอมไปกับมัน”

ไอ้ใบ้ส่ายหน้าเอือมระอา ยื่นเงินในมือให้ศรีออนแล้วเดินหนีเข้าห้องไปดูแลพรานเวทย์ เปรื่องไม่เห็นไกรอยู่ด้วยก็ถามหา ได้ความจากผินว่ากำลังดูแลแม่แสงอยู่ในห้อง เขาเป็นกังวลไม่รู้ไกรจะตัดสินใจเรื่องดอกสร้อยอย่างไร...

ไกรปรึกษากับแม่แสงแล้ว เห็นควรเร่งชำระแค้นให้พ่อทอง เพื่อส่งวิญญาณของท่านไปสู่สุคติภูมิ...

ด้านดอกสร้อยเดินฝ่าสายหมอกยามค่ำคืนมาที่ใต้ต้นกาสะลอง

“แม่จ๋า สร้อยจะมาขอลาแม่ ลาไปไกลแสนไกล สร้อยมิรู้ชะตาจะได้กลับมาอีกหรือไม่...สร้อยขอนอนหนุนตักแม่ ขอให้แม่โอบกอดสร้อย ปกป้องสร้อยด้วยเถอะจ้ะ” ดอกสร้อยนั่งพิงต้นกาสะลองค่อยๆหลับไป เพราะความเหน็ดเหนื่อย มีลมพัดมาเบาๆ กลีบดอกกาสะลองโปรยปรายลงมาบนร่างของเธอเสมือนเป็นอ้อมกอดของแม่

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

ช่อง 7 ส่งพระนางสุดฮอต "โซ่เวรี-จากศัตรูสู่หัวใจ-ล่ารักสุดขอบฟ้า" ลงจออีกครั้ง

ช่อง 7 ส่งพระนางสุดฮอต "โซ่เวรี-จากศัตรูสู่หัวใจ-ล่ารักสุดขอบฟ้า" ลงจออีกครั้ง
17 ก.ย. 2564

13:01 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
Sonp logo
inet logo
วันศุกร์ที่ 17 กันยายน 2564 เวลา 16:44 น.
ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์