นิยายไทยรัฐ

ข่าว

สาปดอกสร้อย

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

ไกรขอให้เปรื่องช่วยกันตามหาไอ้ใบ้เนื่องจากอยากรู้ว่าเหตุใดพรานเวทย์ถึงฝังใจอาฆาตผีกะ ในที่สุดก็เจอเขานอนหลับอยู่บนต้นไม้ เปรื่องนึกสนุกเอาผลไม้ที่ตกอยู่ปาใส่ ไอ้ใบ้ตกใจตื่นกลิ้งตกต้นไม้ เปรื่องหัวเราะชอบใจ ส่วนไกรมองดูเกลอแล้วเข้าไปช่วยพยุงไอ้ใบ้ให้ลุกขึ้น

“ใบ้ ฉันมาเยี่ยงมิตร ฉันอยากคุยเรื่องผีกะของพรานเวทย์”

ไอ้ใบ้ยังไม่ทันจะว่าอะไรเปรื่องชิงพูดขึ้นเสียก่อนว่ามันเป็นใบ้พูดจาไม่รู้เรื่องจะตอบได้อย่างไร เขาหมั่นไส้เปรื่องเดินหนีไปทันที ไกรต้องการรู้คำตอบรีบเดินตามโดยมีเปรื่องตามไปอีกทอดหนึ่ง...

อีกมุมหนึ่งแถวน้ำตก คำป้อนแบกหวายที่หาได้กำลังจะกลับเรือน ขณะเดินผ่านด้านบนสุดของน้ำตกผีกะปรากฏตัวขึ้น คำรามใส่เขาทำให้ตกใจเสียหลักล้มลง น้ำซัดเขาไถลไปตามกระแสน้ำ ดอกสร้อยเห็นพ่อจะตกจากหน้าผาน้ำตกร้องเอะอะด้วยความตกใจ

คำป้อนตั้งสติได้เหวี่ยงหวายไปรัดกับก้อนหิน ดอกสร้อยจะเข้าไปช่วยแต่ถูกผีกะขวางไว้ เธอคว้าสร้อยตะกรุดกระดูกผีขึ้นมาป้องกันตัวมันโมโหพุ่งไปยังโขดหินที่คำป้อนคล้องหวายไว้ แล้วเอาเล็บยาวน่ากลัวขึ้นมาขู่จะตัดหวายให้ขาด ดอกสร้อยร้องห้ามเสียงหลงว่าอย่าทำ ผีกะสั่งให้เอาสร้อยตะกรุดเส้นนั้นโยนทิ้งเพื่อแลกกับชีวิตพ่อ คำป้อนอ้อนวอนให้เธอช่วยเขาด้วย ดอกสร้อยจำใจถอดสร้อยตะกรุดโยนทิ้งลงน้ำตกด้านล่าง

ผีกะพอใจมากพุ่งเข้าสิงร่างดอกสร้อย เป็นจังหวะเดียวกับคำป้อนหมดแรงจะยื้อหวายกำลังจะไหลไปตามแรงของน้ำตก มือดอกสร้อยซึ่งตอนนี้ถูกผีกะสิง ยื้อยาวไปดึงพ่อขึ้นจากน้ำได้ทัน เขาเห็นแววตาของลูกที่กลายเป็นแววตาผีกะก็สงสารจับใจ ที่ลูกต้องถูกมันครอบงำอีกครั้ง ดอกสร้อยเห็นมือตัวเองก็รู้ว่าสิ้นอิสรภาพวิ่งหนีไปอย่างใจเสีย ขณะที่ผีกะในร่างของเธอคำรามอย่างสะใจดังก้องป่า...

ไกรกับเปรื่องกำลังเดินตามไอ้ใบ้ได้ยินเสียงคำราม ถึงกับหยุดกึก ไอ้ใบ้ทำมือทำไม้สื่อว่าเป็นเสียงผีกะ ไกรกับเปรื่องฟังไม่รู้เรื่องถามว่าพูดเรื่องอะไร ซอมพอเดินหา ของป่าเข้ามาพอดีบอกว่าเขาพูดถึงผีกะ

“ซอมพอ ฉันอยากสืบความแรกเริ่มของพรานเวทย์ และผีกะตัวนั้น ช่วยถามจากใบ้ให้ฉันที”

ซอมพอรับคำ เดินเข้าไปสอบถามเรื่องนี้ให้ไกร...

ที่มุมหนึ่งของป่า พรานเวทย์ได้ยินเสียงคำรามเช่นกัน รีบมุ่งไปยังต้นเสียงเจอปลิวกับดำมาจากอีกด้านหนึ่ง จึงชวนกันไปช่วยกำจัดผีกะ เดินมาได้สักพัก ทั้งสามคนเห็นซากสัตว์เพิ่งตายใหม่ๆเกลื่อนพื้น ปลิว อดแปลกใจไม่ได้ทำไมผีกะถึงออกมาหากินตอนตะวันแจ้งแบบนี้ได้

“มันเป็นผีกะอาคม มันกัดกินวิญญาณมากเท่าใด ฤทธิ์เดชมันก็หนักขึ้น”

ปลิวกลัวเพราะครั้งก่อนเกือบโดนมันควักไส้กิน เร่งให้พรานเวทย์หาทางกำจัดให้สิ้น เขาถามดักคอว่ากลัวตายหรือ ปลิวไม่พอใจน้ำเสียงเย้ยหยัน รีบเปลี่ยนไปถามว่ากำราบผีตายโหงได้หรือยัง พรานเวทย์ส่ายหน้า มันยังวนเวียนอยู่ในหมู่บ้านหมายคร่าชีวิตใครบางคนที่มันอาฆาตแค้น ส่วนจะเป็นใครนั้น ปลิวคงต้องไปถามจากผู้ใหญ่สัก แล้วหันหลังจะกลับหมู่บ้าน ปลิวแปลกใจ ที่ไม่เห็นลูกศิษย์ของเขาก็ถามหา

“มันไม่ใช่ลูกศิษย์ข้าอีกแล้ว” พรานเวทย์เสียงกร้าว

ooooooo

หลังซักถามไอ้ใบ้จนได้ความแล้ว ซอมพอจึงนำมาเล่าให้ไกรกับเปรื่องฟังอีกทอดหนึ่งว่าสาเหตุที่พรานเวทย์ออกล่าผีกะอาคมเพราะมันฆ่าลูกฆ่าเมีย ของเขา ผีกะตัวนั้นอยู่ที่บ้านผาหมอกนี่เอง แล้วหันมองไปทางไอ้ใบ้ที่นั่งกินผลไม้อยู่ไม่ห่างกันนัก ก่อนจะหันมาบอกไกร

“พ่อพรานไล่ใบ้ ฉันสงสารมิรู้อยู่กินยังไง”

ไอ้ใบ้วิ่งมาหาซอมพอจะขออยู่ที่เรือนด้วยจะช่วยเล่นดนตรีให้ เปรื่องรีบกันท่าไม่ยอมให้อยู่ แต่พอเห็นสายตาสงสัยของซอมพอก็รีบแก้ตัว ที่พูดไปเมื่อครู่นี้เพราะเดาออกว่าฟองจันทร์คงไม่ยอมให้เขาอยู่เนื่องจาก ไม่ชอบขี้หน้า ไกรเสนอให้เขามาอยู่ด้วยกัน แต่ไอ้ใบ้ไม่สนใจ ซอมพอต้องขอร้อง เขาถึงได้ยอมไปอยู่กับไกร

เสร็จจากช่วยไกรถามข่าวเรื่องพรานเวทย์ ซอมพอ เก็บข้าวของเตรียมกลับเรือน เปรื่องไม่วายตามมาแดกดัน ไอ้ใบ้พูดจาไม่รู้เรื่องแต่เธอกลับสื่อความกับมันได้อย่างดี เธอชักเคืองว่ากลับไปบ้าง

“เขาแค่เป็นใบ้หาใช่ตาบอดใจบอดเหมือนใครบางคน”

สองคนพูดจาดีๆไม่เป็นว่าประชดกันไปมาทั้งที่ต่างมีใจให้กันแต่ปากแข็งด้วยกันทั้งคู่ ซอมพอขี้เกียจฟังคนปากมากจับผลไม้ป่าที่หาได้ยัดใส่ปากแล้ววิ่งหนี...

ตกค่ำ ขณะที่ผู้ใหญ่สัก บัวศรีกับพรานเวทย์และปลิวกำลังล้อมวงกินข้าวกันอยู่บนเรือนฝ่ายแรก พรานเวทย์ อดถามไม่ได้ว่าผู้ใหญ่สักพอจะรู้หรือไม่ว่าผีตายโหงที่สิงบัวศรีเป็นผีตนใด บัวศรีกำลังจะกินน้ำถึงกับตกใจทำขันร่วง ผู้ใหญ่สักเห็นไม่เข้าทีหันไปไล่เมียในเมื่อกินข้าวอิ่มแล้วก็ไปนอนได้เลย บัวศรีรีบลุกออกไปไม่ต้อง ให้เขาไล่ซ้ำ ปลิวช่วยซักผู้ใหญ่สักอีกแรงหนึ่งตกลงผีตนนั้นเป็นใครกันแน่

“ฉันคะเนว่าเป็นพวกโจรป่าที่ฉันปลิดชีพ มันอาฆาตแค้นมาลงที่แม่บัวศรี”

พรานเวทย์ไม่ปักใจเชื่อ ไว้คราวหน้าถ้าเจอผีตายโหงตนนี้อีกครั้งจะทำให้บอกให้ได้ว่ามันเป็นใคร แล้วก้มหน้ากินข้าวต่อไป ปลิวลอบมองผู้ใหญ่สักเห็นมีพิรุธบางอย่าง รอกระทั่งเขาอยู่เพียงลำพัง จึงเข้ามาถามเรื่อง ผีตายโหงที่สิงบัวศรีอีกครั้ง ผู้ใหญ่สักไม่พอใจที่เขาซักไซ้ไม่เลิก ยกเรื่องที่เขาคิดจะข่มขืนดอกสร้อยขึ้นมาขู่ ในเมื่อตนไม่สงสัยเขาเรื่องนี้ เขาก็ควรจะเลิกวุ่นวายเรื่องของตน

“ปิดหูปิดตาเสียบ้าง ความเหลวระยำก็ไม่เกิด”...

ผีตายโหงยังพยายามจะกลับมาสิงบัวศรีอีกครั้ง แต่พรานเวทย์ลงอาคมล้อมเรือนไว้ทำให้มันเข้าไม่ได้

ooooooo

การที่ผีกะสิงร่างดอกสร้อยได้อีกครั้งทำให้คำป้อน เปลี่ยนใจไม่กลับเขลางค์นคร ไผ่ต่อรองถ้าจะไม่ให้กลับเขาต้องอนุญาตให้ตนผูกข้อมือกับดอกสร้อยอยู่กินกันที่นี่ คำป้อนเป็นกังวลเรื่องผีกะในตัวลูกสาว คนโตจึงยืนยันคำเดิม กลับถึงเรือนเมื่อไหร่ค่อยจัดพิธีให้ ไผ่ไม่พอใจโวยลั่น

“สร้อยตกปากรับคำฉันมานานแล้ว พ่อจะยื้อทำไมกัน”

คำป้อนอยากอธิบายให้ไผ่เข้าใจจึงขอคุยเป็นการส่วนตัวแล้วเดินนำออกไป ฟองจันทร์สบช่องหันไปเล่นงานดอกสร้อยหาว่าเป็นตัวเสนียด อยู่ที่ไหนสร้างแต่เรื่องปวดหัว นี่ก็ทำให้พ่อครูกับลูกศิษย์ทะเลาะกัน น่าจะไปตายให้รู้แล้วรู้รอด คนถูกด่าหันมาจ้องด้วย สายตาของผีกะ ฟองจันทร์เห็นเข้าก็ตกใจ

ซอมพอเห็นแม่มองตาค้างสะกิดถามว่าเป็นอะไร ฟองจันทร์ได้สติมองไปทางดอกสร้อยที่ลุกตามคำป้อนกับไผ่ ก็ไม่ติดใจสงสัยอะไรคิดว่าตาฝาดไปเอง...

ด้านคำป้อนพยายามกล่อมให้ไผ่ล้มเลิกความตั้งใจจะผูกข้อมือกับดอกสร้อยเพราะเธออยู่กินกับใครไม่ได้ทั้งนั้น เขาพาลคิดว่าคำป้อนกีดกันความรักเนื่องจากต้องการจะยกดอกสร้อยให้ไกร เพื่อตัวเองจะได้สุขสบายมีลูกเขยเป็นถึงท่านขุน คำป้อนโกรธจัดต่อยเขาหน้าหงาย ดอกสร้อยตกใจรีบเข้าไปหาไผ่

“พี่ไผ่ ขอให้เชื่อคำพ่อเถอะ...ฉันขอโทษที่ผิดคำสัญญา แต่ฉันอยู่กินกับพี่ไม่ได้”

ไผ่ทั้งน้อยใจเสียใจ วิ่งเตลิดออกไป ดอกสร้อยจะตามแต่คำป้อนรั้งไว้ ปล่อยให้เขาไปสงบสติอารมณ์จะดีกว่า และเธอเองก็ควรจะอยู่ห่างๆเพื่อให้เขาตัดใจ ตนยอมให้เขาเจ็บปวดดีกว่าปล่อยให้เขาต้องตาย...

ทางฝ่ายซอมพอยังคาใจไม่หาย ถามแม่ว่าเมื่อครู่นี้เป็นอะไร เห็นจ้องพี่สร้อยเขม็ง ฟองจันทร์เห็นแววตาของมันราวกับแววตาผีกะ แต่คงจะตาฝาดมากกว่า เพราะตะวันแจ้งขนาดนี้ผีไม่น่าโผล่มาให้เห็น

“ลูกต้องระวังตัว อีดอกสร้อยมันอาฆาตแม่ มันอาจไปลงที่ลูกๆ ต้องอยู่ห่างมันไว้”

ซอมพอรับคำ แต่ไม่วายหวนคิดถึงเรื่องแววตาผีกะของดอกสร้อย...

ขณะที่ความลับเรื่องดอกสร้อยเป็นผีกะเริ่มปิดไม่อยู่ เปรื่องต่อว่าไกรรู้ทั้งรู้ว่าตนไม่ชอบขี้หน้าไอ้ใบ้ ยังจะให้มาพักที่เรือนของเราอีก ไกรเห็นไม่ได้เหนือบ่ากว่าแรงอะไรก็เลยช่วยเขาเอาไว้ และที่สำคัญ ตนอยากให้เขาช่วยสอนวิชาอาคมให้ จะได้เอาไว้ปราบผีกะที่ฆ่าพ่อของตน เปรื่องไม่วายดูแคลน ไอ้ใบ้เป็นแค่ลูกศิษย์ มีอาคมแค่หางอึ่งจะสู้พรานเวทย์ได้อย่างไร ไกรคิดคล้อยตามคำของเกลอ รีบลงจากเรือนทันที...

ระหว่างทางไปเรือนผู้ใหญ่สัก ไกรเจอปลิวโดยบังเอิญ เขาพูดจายียวนไม่เข้าหูอีกเช่นเคยจนเกือบจะมีเรื่องกัน แต่ดำเข้ามาเรียกลูกพี่ไว้เสียก่อน ปลิวเดินมาหาสมุนขณะที่ไกรเดินแยกไปยังเรือนผู้ใหญ่สัก ดำจะมารายงานลูกพี่ว่าเห็นดอกสร้อยอยู่ตามลำพังในป่า คราวนี้เขาไม่ควรจะปล่อยให้เธอหลุดมือไปอีก ปลิวหวังจะข่มขืนดอกสร้อยเพื่อเอาชนะไกร จึงสั่งให้ดำนำทางไปที่ลำธารใกล้น้ำตก ดอกสร้อยนั่งร้องไห้อยู่บนโขดหิน รู้สึกผิดที่ไม่สามารถทำตามคำสัญญาที่ให้กับไผ่ ครั้นเหลือบมองเงาสะท้อนของตัวเองในน้ำ ต้องตกใจที่เห็นเป็นเงาของผีกะ รีบเอามือจับใบหน้าตัวเอง แล้วต้องตกใจซ้ำสองเมื่อเห็นเล็บงอกยาวออกมา รู้ทันทีว่าผีกะกำลังจะควบคุมจิตใจ รีบกวาดตาไปรอบๆกลัวใครจะมาเห็น เธอพยายามฝืนใจตัวเองเพื่อขับไล่วิญญาณผีกะออกจากร่างแต่ไม่สำเร็จ

ooooooo

ในเวลาไล่เลี่ยกัน ไกรมาขอร้องพรานเวทย์ซึ่งอยู่ที่เรือนผู้ใหญ่สักช่วยสอนวิชาอาคมให้ เพราะผีกะที่ฆ่าลูกเมียของพรานเวทย์อาจจะเป็นผีกะตนเดียวกับที่ฆ่าพ่อของเขา

“ฉันสาบานต่อหน้ากระดูกพ่อ ฉันจะล้างแค้นให้พ่อ”

“หากเอ็งจะฆ่ามัน เอ็งก็ต้องฆ่าร่างที่มันสิงสู่”

ไกรแค่อยากจะล้างวิญญาณชั่วแต่ไม่ถึงขั้นต้องเอาชีวิตหญิงที่ถูกผีกะสิง พรานเวทย์ไม่คิดว่าจะเป็นไปได้ ยิ่งมันสิงร่างนั้นนานเท่าใด อาคมจะฝังตรึงในร่างนั้นจนใจและกายเป็นหนึ่งเดียวกัน ไกรอยากรู้ว่าตอนที่ผีกะสิงร่าง คนผู้นั้นจะไม่รู้สำนึกอะไรเลยหรือ

“ขึ้นอยู่กับดวงจิตของแม่หญิง หากแกร่งพอจะต้าน จิตก็จะมีสติ แต่หากพลั้งอ่อนแรง อำนาจก็ตกเป็นของมัน และกำลังมันก็มากพอที่จะต้านแสงตะวัน”...

เป็นอย่างที่พรานเวทย์ว่าไว้ไม่มีผิด ดอกสร้อยกลายสภาพเป็นผีกะเต็มตัว มองไปในป่าอย่างหิวโหย...

ครู่ต่อมา ดำเดินนำปลิวมาถึงจุดที่ดอกสร้อยเคยอยู่ แต่ตอนนี้มีเพียงโขดหินว่างเปล่า ปลิวคิดว่าสมุนพามาเสียเที่ยวเงื้อกำปั้นจะต่อย ดำรีบบอกให้เขาใจเย็นๆก่อน ไปรอที่เพิงท้ายหมู่บ้าน ตนจะออกตามหาดอกสร้อยเองได้ตัวเมื่อไหร่จะพาไปให้...

ทางด้านซอมพอยังคาใจเรื่องพี่สาวไม่หาย ตามมาถามไอ้ใบ้ถึงเรือนของไกรว่าสร้อยตะกรุดกระดูกผีที่เขาเคยเล่าว่าหายไปจนทำให้พรานเวทย์โกรธ มันหายไปไหน เขาให้ดอกสร้อยไปเพราะได้กลิ่นสาบผี

ซอมพอซักเป็นการใหญ่ หรือพี่สาวของตนเป็นผีกะ ไอ้ใบ้ส่ายหน้าไม่รู้เหมือนกัน รู้แค่ได้กลิ่นสาบจากเธอ เปรื่องเริ่มนึกถึงเรื่องดอกสร้อยเป็นผีกะอีกครั้ง หันไปฉวยมือซอมพอให้ไปด้วยกัน ไอ้ใบ้จะตามแต่เขาห้ามไว้

“ไกรสั่งให้เอ็งเฝ้าเรือน ขืนเอ็งขัดคำ ข้าจะให้ไกรไล่เอ็งไปนอนในป่า”

ไอ้ใบ้ไม่เชื่อฟังเปรื่อง จะไปกับซอมพอให้ได้ เธอต้องขอร้องให้เขาอยู่ที่นี่ เขาถึงได้ยอมทำตาม...

เปรื่องอธิบายให้ซอมพอฟังว่าที่ชวนมาครั้งนี้จะให้ไปจับผีด้วยกัน เธอดักคอหรือเขาคิดว่าพี่สร้อยเป็นผี เขาเองก็รู้ว่าเธอคิดเหมือนเขา ถ้าอย่างนั้นเธอกล้าพอจะไปเห็นด้วยตาตัวเองหรือเปล่า ซอมพอพยักหน้ารับคำ เปรื่องก้มลงหยิบเศษดินขึ้นมาบริกรรมคาถา แล้วเอามาแตะที่จมูกเพื่อให้นำทางไปหาผีกะ...

ที่เพิงริมทุ่งนา ม่อนกับผาเห็นไผ่นั่งร้องไห้เสียใจอยู่เพียงลำพังก็สงสาร ไปหาเหล้ามาหนึ่งไหเพื่อให้ดื่มดับความกลัดกลุ้ม ม่อนเห็นเขาอยากอยู่คนเดียวรีบลากผากลับ...

ในขณะเดียวกัน ไกรพยายามฝากตัวเป็นศิษย์แต่พรานเวทย์ไม่รับ เพราะต้องการจะจัดการกับผีกะตนนั้นเอง ไม่ต้องการผู้ช่วย เขาผิดหวังมากจะลงจากเรือนแต่เหลือบเห็นบัวศรียืนมองอยู่ที่มุมหนึ่งเหมือนมีบางอย่างจะบอก แต่เธอเปลี่ยนใจหันหลังกลับเข้าห้อง ไกรแปลกใจแต่ไม่ติดใจสงสัยอะไร เดินผละจากมา

ตองนวลถือขันโตกจะเอามาให้บัวศรีทันเห็นพอดีก็อดแปลกใจไม่ได้ เก็บความสงสัยนี้ไปถามเจ้าตัวทำไมถึงจ้องไกรแบบนั้น มีอะไรคาใจหรือเปล่า

“เอ็งมีอะไรก็ไปทำเถอะ ข้ากินอิ่มแล้วจะร้องเรียก” บัวศรีตัดบท ตองนวลรับคำแล้วออกจากห้อง...

ขณะที่ผากับม่อนกำลังช่วยกันปิ้งกระรอกจะเอาไปให้ไผ่กินแกล้มเหล้า คำป้อนเข้ามาถามว่าเห็นดอกสร้อยบ้างไหม ทั้งคู่ไม่เห็นแต่เธออาจจะกำลังปลอบใจไผ่อยู่ที่เพิงริมทุ่งนาก็ได้ คำป้อนกลัวดอกสร้อยจะกลายร่างเป็นผีกะทำร้ายไผ่ สั่งให้ผากับม่อนรีบพาไปที่นั่น

ooooooo

ฟองจันทร์เป็นห่วงซอมพอ ค่ำมืดป่านนี้แล้วยังไม่กลับเรือนสักที ออกไปตามหาที่เรือนพักของไกร ได้ความว่าลูกออกไปกับเปรื่อง ฟองจันทร์ชักสีหน้าไม่พอใจขึ้นมาทันที...

แม้จะกินสัตว์ในป่าไปแล้ว แต่ผีกะยังไม่อิ่ม หวังจะมากินไผ่ที่กำลังเมาแอ่นอยู่ในเพิงริมทุ่งนา ดอกสร้อยซึ่งโดนผีกะสิงพยายามบังคับตัวเองให้เดินหนีไม่อยากทำร้ายไผ่ แต่เขากลับเป็นฝ่ายเดินโซเซมาสวมกอดเธอไว้จากด้านหลัง พร่ำเพ้อว่ารักเธอมากแค่ไหน จะขอดูแลเธอแม้ต้องตายก็ยอม ผีกะเข้าครอบงำดอกสร้อยได้อีกครั้ง เล็บเธองอกยาวออกมาอย่างน่ากลัว ไผ่ที่เมามายเริ่มซุกไซ้ซอกคอเธอ

“พี่รักสร้อย...สร้อยเป็นของพี่...พ่อจะได้ยอมยกสร้อยให้พี่”

ดอกสร้อยพยายามฝืนตัวเองใช้มือดันไผ่ออกแต่เล็บยาวของเธอเกี่ยวแขนเขาเลือดออกถึงกับร้องโอ๊ยลั่น เธอกลัวได้กลิ่นคาวเลือดจะห้ามใจไม่อยู่ รีบวิ่งหนีเข้าป่า ไผ่ไล่ตามติด แต่ด้วยความเมาทำให้วิ่งไปล้มไป...

นับเป็นโชคร้ายของดำ มาเจอผีกะในคราบดอกสร้อยที่กำลังหิวโหย...

ด้านเปรื่องถือคบไฟจูงมือซอมพอตามกลิ่นสาบผีมาถึงชายป่าเจอคำป้อน ผาและม่อนต่างถือคบไฟในมือเดินมาจากอีกทางหนึ่ง คำป้อนต่อว่าเปรื่องไม่ควรพาลูกสาวของตนเข้าป่าค่ำๆมืดๆ เธอแก้ตัวแทนเขาว่าเป็นฝ่ายขอตามมาเอง คำป้อนสั่งให้ผากับม่อนพาซอมพอกลับเรือน แล้วไล่เปรื่องกลับเข้าหมู่บ้าน

พลันมีเสียงร้องโหยหวนดังก้องป่า คำป้อนรีบวิ่งไปยังต้นเสียง โดยมีเปรื่องตามไปอีกทอดหนึ่ง ซอมพออยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ตัดสินใจวิ่งตามเปรื่อง ผากับม่อนไม่มีทางเลือกจำต้องตามไปด้วย...

ไผ่วิ่งตามดอกสร้อยมาถึงจุดที่ดำถูกเล่นงาน เป็นจังหวะเดียวกับลมพัดเมฆเคลื่อนออกจากดวงจันทร์ ทำให้สว่างไปทั่ว เขาเห็นผีกะในคราบดอกสร้อยกำลังกัดคอดำที่พยายามดิ้นหนี ถึงกับผงะหายเมาเป็นปลิดทิ้ง

อีกมุมหนึ่งใกล้ๆกัน คำป้อน เปรื่องและซอมพอเข้ามาเห็นภาพสยดสยองนี้เช่นกัน ซอมพอตกใจมากอ้าปากจะร้องแต่เปรื่องรีบตะปบปากเอาไว้ทัน ผากับม่อนตามมาสมทบเห็นดอกสร้อยกัดคอดำมีเลือดเปรอะหน้าตาไปหมด ผาสติแตกร้องลั่น ดอกสร้อยหันมองตามเสียงทำให้ดำอาศัยจังหวะนั้นดิ้นหนีไปได้

ผีกะในร่างดอกสร้อยทำเหยื่อหลุดมือ จึงหันไปจะกินผาแทน ม่อนเห็นหน้าไม้ของดำตกอยู่ที่พื้นคว้าขึ้นมาจะยิง ไผ่ร้องห้ามไว้ ขืนทำอย่างนั้นจะถูกดอกสร้อยไปด้วย

“มันเป็นผีกะ มันจะฆ่าพวกเรา” ม่อนเล็งไปที่ดอกสร้อยซึ่งตอนนี้แทบไม่เหลือสภาพความเป็นคน

คำป้อนปราดมาขวางไว้ สั่งให้ทุกคนหลบไปแล้วเอาคบไฟกันผีกะไม่ให้เข้าใกล้ผา ไผ่คว้าคบไฟอีกอันที่ผาทำตกไว้เข้ามาช่วยคำป้อน เปรื่องบอกให้ซอมพอรออยู่ตรงนี้ก่อน แล้วถือคบไฟเข้าไปช่วยอีกแรงหนึ่ง ผีกะสบช่องเห็นซอมพอยืนอยู่คนเดียวพุ่งเข้าหา เธอตกใจวิ่งหนี เปรื่องวิ่งตามโดยมีคำป้อนและไผ่ตามไปด้วย

ooooooo

อารามรีบร้อน ซอมพอสะดุดรากไม้หกล้มดอกสร้อย พุ่งใส่หมายจะขย้ำ ซอมพอพยายามเรียกสติพี่สาว

“พี่สร้อย ฉันเองซอมพอ...น้องของพี่...พี่เคยบอกว่าฉันเป็นน้อง พี่รักฉันจะไม่ทำร้ายฉัน”

ความเป็นคนที่ยังเหลืออยู่เพียงน้อยนิดทำให้ดอกสร้อยได้สติ ถอยห่างจากน้อง แต่อำนาจผีกะที่ครอบงำเธออยู่บงการให้เธอก้าวเข้าหาซอมพออีกครั้ง ดอกสร้อยต่อสู้กับอำนาจผีกะ เกร็งแขนขาไม่ให้ขยับ ซอมพอรับรู้ได้ว่าพี่สาวพยายามจะหนีให้ห่างจากตน เปรื่องปรี่เข้ามาเอาคบไฟกันดอกสร้อยให้อยู่ห่างซอมพอ

“ดอกสร้อย ซอมพอเป็นน้องสาวเอ็ง อย่าทำร้ายซอมพอ”

ดอกสร้อยจำได้ว่าเปรื่องเป็นคนช่วยไม่ให้ใครรู้ว่าเธอเป็นผีกะ ทำให้สติคืนมา รีบวิ่งหนีไปก่อนที่จะทำร้ายใครอีก ซอมพอปล่อยโฮดีใจที่รอดตายมาได้ เปรื่องโอบกอดเธอไว้อย่างปกป้อง คำป้อนกับไผ่รวมทั้งม่อนและผาตามมาสมทบ ซอมพอผละไปกอดพ่อแทน เขาลูบหัวลูบหูลูกเรียกขวัญให้กลับมาอยู่กับเนื้อกับตัว

“ลูกไม่เป็นอะไรแล้ว พี่สร้อยไปแล้ว พี่สร้อยเขารักลูก เขาไม่เคยคิดทำร้ายใคร”

“พ่อพูดอย่างนี้ พ่อหมายความว่าอย่างไร” ไผ่มองคำป้อนอย่างรอคำตอบ เขาเล่าว่าดอกสร้อยถูกผีกะสิงมานานแล้ว และนี่เป็นเหตุผลสำคัญที่เขาไม่ให้ไผ่อยู่กินกับเธอ ทุกคนพากันตะลึง

เปรื่องเองก็เคยเห็นผีกะสิงร่างดอกสร้อยตอนอยู่ปากน้ำโพ แต่ที่ไม่พูดเรื่องนี้เพราะไกรรักเธอมาก เขาไม่อยากทำร้ายผู้หญิงที่เพื่อนของเขารัก เขาพยายามขัดขวางไม่ให้ไกรกลับมาที่บ้านผาหมอก แต่เมื่อเพื่อนยืนยันที่จะกำราบผีกะล้างแค้นให้พ่อ เขาจำต้องบอกความจริง แต่ไกรไม่เชื่อที่เขาพูด ยิ่งเห็นข้อพิสูจน์ตอนอยู่เรือนผู้ใหญ่สัก ไกรยิ่งปักใจว่าดอกสร้อยไม่ใช่ผีกะ

“พ่อจ๊ะ มันเกิดขึ้นได้ยังไง ทำไมผีกะถึงสิงพี่สร้อย”

คำป้อนตัดสินใจเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ทุกคนฟัง...

บริเวณน้ำตกผาหมอก ดอกสร้อยเห็นสภาพตัวเองที่เปรอะเลือดไปทั้งตัวแถมเกือบจะฆ่าไผ่และซอมพอก็เศร้าใจมาก รีบวักน้ำล้างคราบเลือดอย่างรังเกียจ ผีกะนั่งอยู่บนโขดหินไม่ห่างกันนัก แสยะยิ้มชอบใจ ดอกสร้อยขู่ถ้าขืนมันคิดจะฆ่าคนที่เธอรัก เธอจะไม่ยอมอยู่ใต้อำนาจของมันอีก

“เอ็งมิหนีจากข้าได้ และใครที่ยึดกายยึดใจเอ็ง มันต้องตาย” ผีกะหัวเราะชอบใจก่อนจะหายวับไป...

ในเวลาเดียวกัน คำป้อนเล่าเพิ่มเติมอีกว่าดอกสร้อยยอมเสียสละชีวิตเพื่อช่วยตนถึงสองครั้งสองครา และที่เธอต้องตกเป็นทาสของผีกะก็เพราะตน ไผ่สะเทือนใจมากที่ดอกสร้อยเสียสละทุกเรื่องไม่เว้นแม้แต่เรื่องความรัก ทั้งที่เธอมีใจให้ไกร แต่ก็รับปากจะอยู่กินกับตนเพื่อช่วยชีวิตชายคนรัก

“แลพี่สาวรู้ว่าน้องรักไกร ดอกสร้อยยอมตีตัวออกห่างเปิดทางให้” เปรื่องช่วยเสริม

แม้ซอมพอจะรู้ความจริงเรื่องดอกสร้อยรักไกร แต่ตอนนี้เธอยังตกใจกับผีกะก็เลยไม่ได้สนใจอะไรนัก ขอให้พ่อพากลับเรือน คำป้อนขอร้องทุกคนให้รักษาความลับเรื่องดอกสร้อยเป็นผีกะ ไม่เช่นนั้นเธออาจถูกทำร้าย ทุกคนรับปากยกเว้นซอมพอ ทำให้คนอื่นๆไม่สบายใจมาก

ooooooo

ขณะฟองจันทร์รอการกลับมาถึงของลูกกับผัวอย่างกระวนกระวายใจ เหลือบไปเห็นแสงตะเกียงลอดออกมาจากห้องลูกเลี้ยง แปลกใจกลับมาตอนไหนทำไมไม่ได้ยินเสียง ปรี่ไปเคาะประตูด่าว่าดอกสร้อยที่ไม่รู้ร้อนรู้หนาว คำป้อนกับซอมพอหายไปยังมีหน้ามาหลบอยู่ในห้อง เงียบไม่มีเสียงตอบ

“ข้าพูดไม่ได้ยินรึไง เอ็งไม่ออกมาข้าจะเข้าไปจิกหัวเอ็งเอง” ฟองจันทร์ถีบประตูห้องโครมยังไม่ทันจะเข้าไปคำป้อนกับพวกกลับมาเสียก่อน เธอดีใจมากรีบลงไปหาจึงไม่เห็นแววตาเอาเรื่องของผีกะที่สิงร่างดอกสร้อย

ซอมพอโผกอดแม่ไว้แน่น ฟองจันทร์เห็นลูกตัวสั่นถามว่าเป็นอะไร เธอโกหกว่าหลงเข้าไปในป่าโชคดีที่พ่อกับพวกพี่ๆไปช่วยเอาไว้ ม่อนกับผาเหนื่อยมากชวนกันไปนอนแต่ต้องชะงักเมื่อฟองจันทร์ตะโกนไล่หลังให้ทั้งคู่ช่วยไปสั่งสอนดอกสร้อยให้ด้วย ลูกของตนพลัดหลงแต่มันไม่ไยดี เอาแต่นั่งสางผมอยู่ในห้อง

“รักใคร่กันดีก็ไปสั่งสอนมัน” ไม่พูดเปล่าฟองจันทร์ดันหลังผาให้เข้าไปหาดอกสร้อย

ผากับม่อนถอยกรูด คำป้อนกลัวฟองจันทร์จะจับพิรุธได้ ประคองซอมพอขึ้นเรือนเพื่อให้เธอตามมาด้วย ม่อนกับผากลัวดอกสร้อยมากไม่กล้านอนบนเรือนชวนกันไปนอนท้ายหมู่บ้าน โดยไม่ลืมดึงมือไผ่ไปด้วยฟองจันทร์คิดว่าพวกนั้นไปนอนที่อื่นเพราะรังเกียจตนเอง ตะโกนขู่ไล่หลังจะให้คำป้อนไล่ออกให้หมด...

ด้านคำป้อนประคองซอมพอเดินผ่านหน้าห้องดอกสร้อย พลันประตูเปิดออกดอกสร้อยยืนมองซอมพอด้วยความเป็นห่วง เธอกลัวหนักรีบเดินหนีเข้าห้องตัวเอง ดอกสร้อยเห็นสีหน้าของน้องก็ยิ่งไม่สบายใจ...

ทางด้านปลิวกลับเรือนผู้ใหญ่สักด้วยความหงุดหงิดที่ดำหลอกให้รอเก้อ ผู้ใหญ่สักไม่เห็นสมุนคู่ใจของเขากลับมาด้วยก็ถามหา ปลิวยังไม่ทันจะว่าอะไร ดำเดินโซซัดโซเซเข้ามาล้มฟุบตรงหน้า เขาก้มมองสมุนเห็นเลือดไหลจากคอไม่หยุด พรานเวทย์ได้ยินเสียงเอะอะออกมาดู เห็นรอยขย้ำที่คอของดำก็รู้ทันทีว่าเป็นฝีมือผีกะ

“แม่หญิงใดขย้ำเอ็ง” พรานเวทย์ซัก ดำยังไม่ทันได้บอกว่าเป็นฝีมือดอกสร้อยก็สิ้นใจตายไปเสียก่อน

ooooooo

ระหว่างที่ไกร เปรื่องกับปันกำลังกินข้าวเช้าอยู่บนเรือน ผินวิ่งหน้าตื่นเข้ามาแจ้งว่าสมุนของปลิวตายแล้ว ไกรกับปันตกใจ มีเพียงเปรื่องเท่านั้นที่ไม่สนใจ เพราะรู้ดีว่าเกิดอะไรขึ้น ก้มหน้าก้มตากินข้าวต่อไป...

ข่าวดำโดนผีกะกัดตายแพร่สะพัดไปทั่วหมู่บ้าน ศรีออนกลัวมากเก็บข้าวเก็บของชวนเอื้องคำย้ายไปอยู่หมู่บ้านอื่น นายสาวยืนกรานจะไม่ไปไหนทั้งนั้น ไกรกลับมาที่นี่แล้ว ตนจะไม่ยอมให้เขาหลุดมือไปอีก...

ทางฝ่ายพรานเวทย์หมายมั่นปั้นมือจะต้องฆ่าผีกะตนนี้ให้ได้ กำชับหนานอินเผาศพดำเสร็จเมื่อไหร่ให้เอาเถ้ากระดูกชิ้นใหญ่ที่เหลือจากการเผามาให้หนึ่งชิ้น

“ข้าจะปลุกเสกกระดูกผี มากำราบผี”...

การประจันหน้ากับผีกะเมื่อคืน ทำให้ซอมพอตื่นขึ้นมาตัวร้อนเป็นไฟ ฟองจันทร์มั่นใจว่าลูกต้องถูกดอกสร้อยกลั่นแกล้งถึงได้ละเมอเพ้อเรียกมันทั้งคืน จึงนำเรื่องนี้ไปฟ้องคำป้อนให้จัดการกับนังลูกสาวตัวดี ตอนนี้มันอยู่ไหน เขายังไม่เห็นเธอเลย สงสัยจะอยู่ในห้อง ฟองจันทร์ได้ทีด่าลูกเลี้ยง

“ขี้เกียจสันหลังยาว...ไอ้ไผ่ เอ็งไปหาสมุนไพรมาต้มให้ลูกข้า”

ไผ่ไม่พอใจที่ฟองจันทร์พูดจาไม่ดี ทำท่าจะไม่ไป คำป้อนก็เลยอาสาจะไปเป็นเพื่อน เขาถึงได้ยอมไปหาสมุนไพร ม่อนกลัวดอกสร้อยไม่กล้าอยู่เรือนรีบเดินตาม ผากลัวไม่แพ้เขาเช่นกัน ขยับจะไปด้วย แต่ฟองจันทร์รั้งตัวไว้ ไล่ให้ไปปลุกดอกสร้อยมาก่อไฟ ผาถึงกับขาสั่น...

แม้จะกลัวผีกะที่สิงร่างดอกสร้อยมากแค่ไหน แต่ผากลัวฟองจันทร์ยิ่งกว่า กลั้นใจเคาะประตูห้องเรียกดอกสร้อยให้มาก่อไฟตามคำสั่งของเธอ เคาะไปเคาะมาประตูเปิดผลัวะ เจอแต่ห้องว่างเปล่า เขาถึงกับถอนใจโล่งอก วางแผนจะหนีเอาตัวรอด ทำทีว่ามีธุระแล้วขยับจะไป ฟองจันทร์คว้าตัวไว้

“เอ็งอยู่นี่ ไปก่อไฟต้มยา กว่าไอ้ไผ่จะกลับมาลูกข้าคงชักตาย ข้าจะไปขอปันยาจากในหมู่บ้านให้ซอมพอทุเลาไข้ ถ้าข้ากลับมาเอ็งไม่ก่อไฟ ข้าจะตบให้เลือดกบปากแล้วให้พี่คำป้อนไล่เอ็งออก” ขู่เสร็จฟองจันทร์เดินลิ่วออกไป ทันทีที่เธอลับสายตา ดอกสร้อยออกจากที่ซ่อนเข้ามาช่วยผาต้มยาที่ตัวเองไปปันมาจากชาวบ้าน

ผากลัวจัดจนตาฝาดเห็นเล็บของดอกสร้อยงอกยาวออกมา รีบขยี้ตาตัวเองแล้วมองอีกทีไม่เห็นเล็บผีก็โล่งใจ แต่ยังไม่วางใจแสร้งขอตัวไปดูแลซอมพอ ครั้นคล้อยหลังเท่านั้น เขาแอบโดดหนีลงจากเรือน...

ทั้งไกร ปันและผินเห็นชาวบ้านขวัญผวาเรื่องผีกะและผีตายโหงชวนกันไปปลอบขวัญ ไอ้ใบ้แบกเครือกล้วยกลับมาพอดี ปันเห็นเขามีวิชาอาคมก็เลยชวนไปด้วยกัน ส่วนเปรื่องไม่ได้ไปด้วยขอตัวไปหาซอมพอ...

ในเวลาเดียวกัน ดอกสร้อยต้มยาเสร็จร้องเรียกผาจะให้เอายาไปให้ซอมพอดื่ม เรียกอยู่หลายครั้งเขาไม่ตอบ เธอจึงถือถ้วยยาเอาไปให้เอง เห็นน้องนอนตัวร้อนจัด รีบหาผ้าชุบน้ำมาเช็ดตัวให้ จากนั้นประคองให้น้องดื่มยาจนหมดถ้วย จับให้นอนอย่างเดิมแล้วลุกออกไป ฟองจันทร์ขึ้นเรือนมาเห็นพอดี ปัดถ้วยยาให้มือลูกเลี้ยงหล่นพื้นหาว่าเอายาพิษให้ซอมพอกิน หวังจะฆ่าน้องให้ตายเพื่อตัวเองจะได้กลับเขลางค์นคร

“น้าหยุดคิดเรื่องชั่วร้ายได้แล้ว ฉันไม่เคยคิดฆ่าน้อง”

ฟองจันทร์ไม่เชื่อจิกหัวดอกสร้อยกดลงไปที่ถ้วยยา ถ้าไม่ใช่ยาพิษเธอก็ต้องเลียยาให้เห็น พลันแววตาดอกสร้อยเปลี่ยนเป็นแววตาผีกะกำลังจะเล่นงานแม่เลี้ยงตัวแสบ มีเสียงซอมพอร้องเรียกแม่ดังขึ้นเสียก่อน ฟองจันทร์รีบเข้าไปดูลูกเห็นอาการดีขึ้นมากไข้ลดและรู้สึกตัวดี

แทนที่จะขอบใจดอกสร้อยที่ช่วยดูแลป้อนยาและเช็ดตัวให้ซอมพอ กลับกล่าวหาว่าที่เธอมาทำดีด้วยเพราะหวังให้ลูกตายใจกำชับว่าจากนี้ไปถ้าเธอเอาอะไรมาให้อย่ากินเด็ดขาดแล้วบอกให้ลูกนอนพัก ดอกสร้อยซึ่งหลบอยู่ใต้ถุนเรือนได้ยินก็เสียใจที่ฟองจันทร์ไม่เคยเห็นความดี หนีไปนั่งร้องไห้อยู่ท่ามกลางดงกาสะลอง

ooooooo

พรานเวทย์ใช้คาถานำทางจนหาผีตายโหงเจอ มันพุ่งจะบีบคอ แต่เขาคว้าข้อมือไว้ได้ บริกรรมคาถาก่อนจะถ่มน้ำลายใส่ ผีตายโหงลงไปดิ้นพราดๆร้องลั่นพลันอักขระโบราณปรากฏขึ้นที่มือมันและลามไปตามตัว

“มึงก่อกรรมทำชั่วมานักแล้ว มึงต้องไปรับใช้กรรมในนรก” พรานเวทย์ว่าแล้วหยิบมีดหมอออกจากย่าม

ผีตายโหงเป่าลมใส่ทำให้เกิดพายุพัดใบไผ่ปลิวว่อน พรานเวทย์บริกรรมคาถาสู้แล้วโบกมือ ลมสงบทันที แต่ผีตายโหงหายไปแล้ว มนต์คาถาที่เขาร่ายใส่มันทิ้งร่องรอยไว้ให้ตามไปได้...

อักขระโบราณซึ่งปรากฏบนตัวผีตายโหงทำให้ร่างร้อนราวกับเพลิงนรกเผา มันตั้งใจมั่นหากต้องลงนรกจะเอาผู้ใหญ่สักลงไปด้วย คิดได้ดังนั้นผีตายโหงมุ่งหน้าเข้าหมู่บ้าน ระหว่างทางเจอดอกสร้อยที่กำลังจะกลับเรือน มันพุ่งเข้าหาหวังจะสิงร่าง เธอเปลี่ยนสภาพเป็นผีกะทันที

“กูเตือนมึงแล้วอย่ายุ่งกับร่างของกู ใครที่ขัดคำสั่งกู มันต้องตายทุกตัว ไม่ว่าจะคนหรือผี” ผีกะกางเล็บจะเล่นงานผีตายโหงซึ่งเอาแต่ถอยหนี พร้อมกับบอกให้ผีกะเอาตัวเองให้รอดก่อนดีกว่า แล้วสำแดงฤทธิ์เป่าลมใส่ เกิดเป็นพายุพัดผีกะลอยออกไป พรานเวทย์ที่ไล่ล่าผีตายโหงอยู่ได้กลิ่นสาบของผีกะถึงกับหยุดกึก ผีกะกลัวเขาจะเล่นงานกลายร่างกลับเป็นดอกสร้อยอีกครั้งแล้ววิ่งหนี...

อีกมุมหนึ่งของหมู่บ้าน ไกรกำลังขอร้องให้ไอ้ใบ้ช่วยสอนวิชาอาคมให้จะได้เอาไว้ปราบผี เขาพยักหน้าเป็นทำนองว่ายินดีจะสอนวิชาให้ ท่านขุนหนุ่มดีใจมากชวนเขากับผินและปันไปฝึกวิชากันที่น้ำตก ทันใดนั้นมีลมพัดวูบเข้ามา ผีตายโหงพุ่งสิงร่างไกรทำให้เขาเปลี่ยนทิศทางจากน้ำตกตรงไปยังเรือนผู้ใหญ่สัก

ปันกับผินแปลกใจทำไมไกรถึงเดินไปทางนั้นทั้งที่น้ำตกอยู่ทางนี้ ไอ้ใบ้เห็นเงาไกรที่พื้นเป็นเงาของผีตายโหง รู้ทันทีว่าเขาถูกผีสิง ชวนปันกับผินตามไกรไป...

ฝ่ายเอื้องคำเห็นไกรเดินมาแต่ไกล ตื่นเต้นดีใจรีบเข้าไปหา พยายามหว่านเสน่ห์สุดฤทธิ์แต่เขาไม่สนใจ เธอฉวยข้อมือเขาจะพาขึ้นเรือนตัวเอง ขณะที่ศรีออนรีบเอาขันใส่น้ำมาให้ดื่ม เขากลับตวาดลั่นถ้าไม่อยากตายหลบไป ผิน ปันกับไอ้ใบ้รีบวิ่งมาบอกเอื้องคำว่าไกรถูกผีสิงให้ถอยออกมา เธอยังไม่ทันจะปล่อยมือ ไกรคว้าคอเธอบีบ ไอ้ใบ้ ปันและผินจะเข้ามาช่วยก็โดนเขาผลักกระเด็นไปคนละทิศละทาง เอื้องคำสบช่องรีบคลานหนี

“อีศรีออนช่วยข้าด้วย”

ศรีออนเข้าไปช่วย เอื้องคำกลับผลักเธอเข้าหาผีตายโหงหวังจะให้ตัวเองรอด มันบีบคอศรีออนแทน เธอร้องเรียกให้เอื้องคำช่วย แต่ฝ่ายนั้นกลับวิ่งหนีไปไม่ไยดี ไอ้ใบ้บริกรรมคาถา ใช้ฝ่ามือทาบที่หลังไกร

ผีตายโหงในร่างเขาปวดแสบปวดร้อนจนต้องปล่อยมือจากศรีออน มันโมโหมากที่โดนเสกอาคมใส่เหวี่ยงศรีออนชนไอ้ใบ้จนล้มกลิ้งไปด้วยกัน จากนั้นมันเดินต่อไป

ยังเรือนผู้ใหญ่สัก ไอ้ใบ้จะตามแต่ศรีออนซึ่งกลัวจัดกอดเอาไว้แน่น ขอร้องให้อยู่ด้วยกันก่อน

ooooooo

เอื้องคำวิ่งหนีมายังเรือนผู้ใหญ่สัก ละล่ำละลักว่าผีตายโหงสิงไกรจะทำร้ายเธอ ปลิวกับผู้ใหญ่สักตกใจ มองไปหน้าเรือนเห็นไกรยืนจ้องอยู่ด้วยสายตาเคียดแค้น เจ้าของเรือนเห็นท่าไม่ดีสั่งให้หนานอินไปตามพรานเวทย์ แล้วหันบอกปลิวว่าไม่ต้องกลัว รอบเรือนหลังนี้พรานเวทย์ลงอาคมไว้

“มันขึ้นมาไม่ได้ รอจนกว่าพรานเวทย์จะกลับมา หากลงไปฟาดฟัน ขุนฤทธิไกรจะพลอยเจ็บตัว”

“ฉันไม่รีรอให้มันทำร้ายใครอีก ฉันจะฆ่าผีตนนี้ด้วยมือของฉัน” ปลิวคว้าดาบลงจากเรือน ถือโอกาสนี้ฆ่าไกรไปในตัว ผู้ใหญ่สักจำต้องถือดาบตามลงไปด้วย...

กว่าปันกับผินจะลากตัวไอ้ใบ้ออกจากศรีออนได้ ไอ้ใบ้ต้องให้สัญญาว่าจะกลับมาหาเธอเมื่อเสร็จงาน เธอถึงได้ยอมปล่อยเขามา...

ที่หน้าเรือนผู้ใหญ่สัก ปลิวกับเจ้าของเรือนลงมายืนประจันหน้ากับผีตายโหงในร่างไกร โดยมีบัวศรี ตองนวลและเอื้องคำชะเง้อมองเหตุการณ์อยู่บนเรือน ปลิวเงื้อดาบจะฟัน แต่ไกรไล่ตะเพิดเขาไปพ้นทาง ตนมาสางคดีความเก่ากับศัตรูเก่า ผู้ใหญ่สักร้อนตัว เร่งให้ปลิวกำราบมันให้สิ้นซาก ไกรชี้หน้าท่านขุนชั่ว

“เอ็งไม่เกี่ยว อย่ายุ่ง ข้าขอแก้แค้นให้ตัวข้า ไอ้สารเลว” ไกรชี้ไปที่เจ้าของเรือน

ผู้ใหญ่สักกลัวผีตายโหงเปิดโปงความชั่ว ชักดาบเข้าหาแต่ปลิวห้ามไว้ขอจัดการกับมันเอง เพราะต้องการล้างแค้นไกรเป็นการส่วนตัว แล้วฟันดาบใส่ ไกรหลบทัน ปลิวจะฟันซ้ำ ผิน ปันและไอ้ใบ้วิ่งมาดึงมือไว้ ขอร้องให้เขายั้งมือไม่อย่างนั้นอาจทำให้ไกรบาดเจ็บได้ เขากลับไม่สนใจสะบัดพวกนั้นออก แล้วฟันไกรอีกครั้ง คราวนี้ไกรใช้มือเปล่ารับดาบเอาไว้ เหวี่ยงเขากระเด็น ก่อนจะขว้างดาบตามไปหวิดโดนหัว

“พ่อผู้ใหญ่ เอ็งกับข้าต้องสะสางกัน” ผีตายโหงในร่างไกรชี้หน้าผู้ใหญ่สักอย่างเอาเรื่อง

ประมุขบ้านผาหมอกกลัวจัด ยื่นข้อเสนอให้ไอ้ใบ้ถ้าปราบผีตายโหงได้จะให้ทองคำ ไอ้ใบ้โลภอยากได้ทอง รีบบริกรรมคาถาแล้วเอามือทาบไปที่หลังไกรซึ่งหันมาคว้ามือเขาไว้พร้อมกับส่งเสียงร้องดังลั่น

ไกรทรุดฮวบ ผินกับปันรีบเข้าไปพยุง ผู้ใหญ่สักคิดว่าผีตายโหงดับไปแล้ว แต่ปรากฏว่ามันไปสิงร่างไอ้ใบ้แทน แผดเสียงหัวเราะดังสนั่น ผู้ใหญ่สักถึงกับผงะจำได้ว่าเป็นเสียงของแปงสมุนคนหนึ่งของตัวเอง ไกรค่อยๆฟื้นคืนสติ แปลกใจมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร ผินเล่าให้ฟังว่าเขาโดนผีตายโหงสิง แต่ตอนนี้มันออกไปสิงไอ้ใบ้แทน...

ด้านดอกสร้อยหนีพรานเวทย์มาเจอกับเปรื่อง ขอร้องให้ช่วยเธอด้วย เขาพยายามล่อพรานเวทย์ไปอีกทางหนึ่งเพื่อให้ห่างจากดอกสร้อย แต่จอมขมังเวทย์ไม่หลงกลหยิบของอาคมในย่ามขึ้นมาบริกรรมคาถาเพื่อให้นำทางไปหาผีกะ แต่ยังไม่ทันจะสัมฤทธิผล หนานอินเข้ามาแจ้งว่าผู้ใหญ่สักเรียกหา

“พ่อพรานต้องไปกับข้า ผีตายโหงมันสิงร่างขุนไกรจะไปทำร้ายคน”

พรานเวทย์ไม่สนใจ บริกรรมคาถาต่อหวังจะเล่นงานผีกะให้ได้ หนานอินชักดาบออกมาจี้คอเขาไว้ สั่งให้ไปกำจัดผีตายโหงก่อน เขาไม่มีทางเลือกจำต้องทำตาม...

ผู้ใหญ่สักยุให้ปลิวกำจัดผีตายโหง ไกรร้องห้ามเพราะยังมีเรื่องที่อยากจะรู้ว่ามันเป็นใครกันแน่ มันโยนให้ถามผู้ใหญ่สักเอาเอง เขารีบออกตัวว่ามันเป็นลูกน้องเก่าของเขาชื่อแปง ตายเพราะโดนกับดักพราน

แปงกล่าวหาว่าผู้ใหญ่สักโกหก พวกตนกับเขาออกปล้นสะดมในป่าแถบนี้มานานแล้ว พอได้เงินทองก็เอามาแบ่งกัน ครั้งหนึ่งเขาปล้นทองคำมาได้แต่ไม่ยอมแบ่งให้ อ้างให้คนขนกลับไปแล้ว ให้ตนไปรอที่เรือนแล้วจะเอาทองคำไปให้ คนที่เอามาให้กลับไม่ใช่ผู้ใหญ่สักแต่เป็นบัวศรีซึ่งหลอกให้ตนลงมาหา พอตนลงบันไดมา ผู้ใหญ่ชั่วซึ่งแอบอยู่ใต้ถุนเรือนก็ใช้ดาบฟันขาตนจนตกบันไดแล้วจับหัวโขกพื้นจนตาย ผู้ใหญ่สักสวนทันที

“อย่าไปเชื่อมัน มันไปดักปล้นชาวบ้าน ข้าไล่จับตัวมัน...มันหนีตกเหวตาย มันอาฆาตแค้นข้า”

แปงบอกให้ไกรสอบถามความจริงจากบัวศรีเพราะอยู่ในเหตุการณ์ครั้งนั้นด้วย เธอกลัวจัดเป็นลมล้มพับไปเลย ผู้ใหญ่สักหาว่าแปงเป็นต้นเหตุให้เธอต้องเป็นแบบนี้ ขอให้ปลิวช่วยกำจัดมันด้วย ไกรร้องห้ามไว้แล้วซักถามแปงว่าปล้นใครมาถึงได้ทองคำมากมาย มันยังไม่ทันจะบอกความจริงก็กรีดร้องอย่างเจ็บปวดเสียก่อน พรานเวทย์เดินเข้ามาพร้อมกับบริกรรมคาถาเล่นงานมันอยู่

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

ช่อง 7 ส่งพระนางสุดฮอต "โซ่เวรี-จากศัตรูสู่หัวใจ-ล่ารักสุดขอบฟ้า" ลงจออีกครั้ง

ช่อง 7 ส่งพระนางสุดฮอต "โซ่เวรี-จากศัตรูสู่หัวใจ-ล่ารักสุดขอบฟ้า" ลงจออีกครั้ง
17 ก.ย. 2564

13:01 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
Sonp logo
inet logo
วันศุกร์ที่ 17 กันยายน 2564 เวลา 22:49 น.
ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์