ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

ไทรโศก

SHARE
ตอนที่ 19

อู๊ด เชษฐ์ และคนงานอีก 3 คน ขับรถมาจอดพรืดที่ลานจอดรถบ้านไทรโศก เขากระโดดลงจากรถไปอย่างรวดเร็ว มองไปเห็นไฟกำลังลามเลียตัวบ้านอย่างรวดเร็ว เขาวิ่งอ้าวไปทันที

ที่ใต้ถุนบ้าน ใบ้ บานเย็น ดำ และหวินถูกมัดอยู่กับเสาบ้าน กำลังพยายามดิ้นรนช่วยตัวเองกันสุดชีวิต

ทนต์วิ่งนำสมุนลงบันไดมา ไอ้เขียวถามว่า "เก็บมันเลยไหมพี่ทนต์" ทำให้ใบ้หันขวับมองตาเขียวปั้ด เมื่อรู้ว่าโจรไอ้โม่งที่มาปล้นคือทนต์!

ทนต์ตะโกนบอกสมุนว่าไม่ต้องเก็บ แต่ให้รีบไป แล้วมันก็วิ่งนำสมุนไปทางด้านหลังบ้าน

อู๊ดเพิ่งวิ่งมาถึง เขาตะโกนให้เชษฐ์รีบแก้มัดให้ทุกคนที่ใต้ถุนเรือนและให้เอาน้ำมาดับไฟ ส่วนตัวเขาเองรีบเข้าไปแก้มัดให้บานเย็นซึ่งอยู่ใกล้กว่าเพื่อน ถามว่าเกิดอะไรขึ้น

บานเย็นละล่ำละลักบอกว่าโจรมันปล้นและเผาบ้านเรา อู๊ดถามว่าแล้วคุณย่าอยู่ไหน

"อยู่ข้างบน คุณอู๊ดรีบขึ้นไปเถอะค่ะ"

อู๊ดผละจากบานเย็นวิ่งพรวดๆขึ้นข้างบน ส่วนเชษฐ์ แก้มัดให้ใบ้ และลูกน้องอีกสองคนช่วยกันแก้มัดให้ดำกับหวิน

ที่ห้องคุณหญิง  ควันไฟคลุ้งตลบไปทั้งห้อง  อุษากับคุณหญิงต่างรู้สึกตัวสำลักควันไฟไอกันโขลกเขลก อุษาพยายามเดินโซเซไปที่ประตู ถูกคุณหญิงดึงขาไว้จนอุษาหน้าคะมำ ครั้นคุณหญิงพยายามลุกไปที่ประตูก็ถูกอุษาจิกผมกระชากเหวี่ยงไปกระแทกที่ขาเตียง

คุณหญิงทรุดอยู่ข้างเตียงเห็นแจกันทองเหลืองกลิ้งอยู่ใต้เตียง พยายามคว้ามาได้ ก็ขว้างใส่กลางหลังอุษาสุดแรงแล้วพยายามตะเกียกตะกายไปที่ประตูรีบออกไป

คุณหญิงถูกอุษารั้งขาไว้ แต่อุษาต้องปล่อยมือร้องลั่นเมื่อถูกคุณหญิงปิดประตูหนีบมืออย่างแรง พออุษาปล่อยมือและคุณหญิงปิดประตูได้ก็สับตะขอเกี่ยวหน้าห้องก่อนที่ตัวเองจะล้มพับไป

"คุณย่า..." อู๊ดวิ่งมาถึงหน้าห้องพอดี เขารีบเข้าประคองคุณหญิงพาฝ่าเปลวเพลิงวิ่งออกไป

ooooooo

เมื่อเชษฐ์กับลูกน้องช่วยกันแก้มัดใบ้ ดำ และหวินเสร็จ ทุกคนก็พากันมาช่วยดับไฟ ทั้งสาดน้ำใส่และตัดต้นกล้วยมาซัดใส่กองไฟเพื่อไม่ให้ลาม

อู๊ดแบกคุณหญิงลงมาพาไปนอนที่ใต้ต้นไม้ใหญ่ ถามว่าไม่มีใครอยู่ข้างบนแล้วใช่ไหม และอุษากับอ๊อดไปงานวัดใช่ไหม บานเย็นกับหวินที่วิ่งมาดูคุณหญิงต่างสบตากันนิ่ง แล้วหวินก็บอกว่า

"คุณอุษา...ไม่ได้ไปกับคุณอ๊อดค่ะ" อู๊ดตกใจถามว่าแม่อยู่บนเรือนใช่ไหม พอหวินบอกว่าใช่ อู๊ดฝากย่าไว้แล้ววิ่งอ้าวออกไป

"อย่าขึ้นไปเลยค่ะคุณอู๊ด มัน...อันตราย" บานเย็นร้องบอก

ไฟโหมกระพืออย่างแรง ทุนคนได้แต่ยืนมองอย่างสิ้นหวัง ส่วนอู๊ดระเบิดเสียงลั่นจะวิ่งขึ้นข้างบนให้ได้จนใบ้กับดำต้องวิ่งเข้าไปรั้งเอาไว้ ไม่ยอมให้เขาวิ่งเข้าไปในกองเพลิง

"ไฟลามไปทั้งหลังแล้วครับคุณอู๊ด   คุณขึ้นไปไม่ได้

นะครับ" ดำพยายามร้องบอก

"ปล่อยผม...ผมจะไปช่วยคุณแม่ของผม ปล่อย..." อู๊ดดิ้นสุดแรงร้องไห้คร่ำครวญจะขึ้นไปช่วยแม่ให้ได้  ดำกับใบ้ ยิ่งกอดไว้แน่น โดยเฉพาะใบ้กอดไว้แบบยอมเอาชีวิตเข้าแลกถ้าจะถูกอู๊ดลากเข้าไปในกองไฟด้วย

ในที่สุด อู๊ดก็ทรุดเข่าลงกับพื้นร้องไห้คร่ำครวญ

"ผมจะปล่อยให้ท่านตายได้อย่างไร ท่านเป็นคุณแม่ ของผมแท้ๆ..."

ขณะทุกคนกำลังหดหู่มองอู๊ดอย่างเวทนานั่นเอง

เสียงคุณหญิงก็แทรกเข้ามาอย่างขึงขังจริงจัง

"ไม่ใช่...อุษาไม่ใช่แม่ของหลาน"

ทุกคนหันมองคุณหญิงที่ยังนอนพับอยู่บนตักของหวิน

ooooooo

ท่ามกลางแสงไฟที่ลุกโชนและลูกไฟที่แตกสนั่นไปทั่วบริเวณนั้น อุษาทุบประตูโครมๆตะโกนสุดเสียง

"เปิดประตูให้กูเดี๋ยวนี้นะ บอกให้เปิด...เปิด ได้ยินไหม ใครอยู่ข้างนอกช่วยฉันด้วย ช่วยด้วย!"

อุษาสำลักควันจนแทบจะหายใจไม่ได้แล้ว แต่ยังพยายามตะโกนขอความช่วยเหลือ

"ช่วยด้วย...ใครช่วยฉันออกไปได้ ฉันจะให้ห้าพัน หมื่นนึงก็ได้...แสนนึงไปเลย ได้ยินไหม ไอ้พวกหน้าโง่ แสนนึง...น้ำหน้าอย่างพวกแกหาทั้งชีวิตก็ยังไม่ได้"

สำลักควันไฟจนจะตายอยู่แล้วอุษายังห่วงพินัยกรรม หยิบขึ้นมาดูแผดเสียงหัวเราะเหมือนคนบ้า ตะโกนท่ามกลางควันและเปลวไฟที่ลามเลียเข้ามา

"ต่อไปนี้ฉันจะเป็นเศรษฐี มีเงินเป็นสิบๆล้าน เงินจะกองท่วมบ้านฉันเพราะกระดาษแผ่นนี้แผ่นเดียว...ฮ่าๆๆ"

ooooooo

อู๊ดโผเข้ากอดคุณหญิงอย่างสับสน คุณหญิงกอดอู๊ดไว้แน่น แข็งใจพูดทั้งที่เจ็บปวดจากการต่อสู้กับอุษาไปทั้งตัว

"ผู้หญิงใจยักษ์ใจมารคนนั้นไม่ใช่แม่ของหลาน มันเป็นแค่เมียของไอ้โจรชั่วที่บุกปล้นแล้วก็เผาบ้านเรา"

"ตกลงเรื่องทั้งหมดนี่ คุณอุษารู้เห็นเป็นใจด้วยอย่างนั้นหรือคะท่าน" หวินถามอย่างไม่อยากเชื่อ

"มันบังคับให้ฉันกินสมุนไพรพิษจะได้เป็นอัมพาตตามพ่อกิติ ที่ลูกฉันต้องมาตายก็เพราะเห็นแม่ถูกจับกรอกยาต่อหน้าต่อตา"

"ทำไมเรื่องต้องเป็นแบบนี้" อู๊ดเจ็บปวดเกินกว่าจะกลั้นน้ำตาไว้ได้

"มันบังคับให้ย่าพิมพ์ลายนิ้วมือในพินัยกรรมปลอม มันต้องการจะฆ่าให้ตายเป็นเถ้าไปพร้อมกับไฟที่มันจุดเผาบ้านเรา"

อู๊ดรู้สึกผิด ตำหนิตัวเองว่าไม่น่ามาที่นี่เลย ถ้าตนไม่มาคุณย่าก็ไม่ต้องตามมาพบกับเรื่องเลวร้ายแบบนี้

"แต่ย่ากลับดีใจที่ได้มาที่นี่ ได้มารู้เห็นกำพืดสันดานและจุดจบของแต่ละคน ทุกคนต่างต้องเดินไปตามกรรมที่ตัวเอง

สร้างไว้ทั้งสิ้น..." คุณหญิงพยายามพูดทั้งที่อ่อนแรงเต็มที

ooooooo

อุษายังตะโกนอย่างคลุ้มคลั่งทั้งร้องขอความช่วยเหลือ ทั้งบ้าสมบัติ และกระทั่งสุดท้ายหันไปมองรูปของกิติในกรอบที่แขวนอยู่ที่ผนังห้อง พุ่งเข้าไปแว้ดใส่

"คุณกิติ คุณรักฉันไม่ใช่หรือ คุณจะปล่อยให้ฉันตายในกองเพลิงอย่างนี้ไม่ได้นะ ฉันรวยแล้ว รวยมาก...สมบัติของธีระรัตน์เป็นของฉันกับตาอ๊อดทั้งหมด เพราะฉะนั้นฉันตายไม่ได้ ฉันเป็นเมียคุณ คุณต้องช่วยฉัน!!"

ไฟยิ่งโหม อุษาก็ยิ่งบ้าคลั่ง ร้องขอความช่วยเหลือจากรูปของกิติ จากนั้นก็ด่าอย่างสาดเสียเทเสีย อุษาด่าอย่างไม่มีทีท่าจะจบ พริบตานั้น กระจกที่บานรูปถูกความร้อนแตกเปรี๊ยะ เศษกระจกที่แหลมคมดุจมีดโกน พุ่งแหวกอากาศลงมาปักฉึกเข้าที่หน้าผากอุษาแม่นยำราวกับจับวาง!

อุษาตาเหลือกลอย ยืนคว้างอยู่อึดใจเดียวก็ทรุดลงขาดใจตาย รูปของกิติที่กรอบปลิวร่อนลงมาทาบร่างอุษาราวกับจะกอดไว้ฉะนั้น...

ooooooo

แม้จะอยู่ในภาวะคับขันและเจ็บปวดรวดร้าว

ทั้งกายและใจจากเรื่องเลวร้ายที่ผ่านมา แต่คุณหญิง

ก็ตั้งใจจะบอกความจริงทั้งหมดแก่อู๊ด หลานที่ไม่ใช่ เลือดเนื้อเชื้อไข และตนตั้งแง่รังเกียจมาตลอดเวลา จำใจนับเป็นหลานเพียงเพราะต้องการมรดกตามพินัยกรรม คุณหญิงเล่าช้าๆเนิบๆ กระท่อนกระแท่นว่า

"อันที่จริง ถ้าย่าไม่อนุญาตให้หลานมาที่นี่ หลานก็คงไม่มา แต่ที่ย่าอนุญาตเพราะย่าอยากรู้ว่าย่าจะเอาชนะคุณตาของหลานได้หรือไม่"

"คุณตาของผม...ถ้าแม่อุษาไม่ใช่แม่ของผม แล้วคุณตาของผมเป็นใคร"

"เขาเป็น...คนรักเก่าของย่า เรื่องมันนานนมมาแล้ว แต่ย่ายังฝังใจผูกใจเจ็บแค้นเขา จนเขาตายย่าก็ไม่เคยให้อภัย แล้วย่าก็ไม่ยอมให้อภัยลูกหลานของเขาด้วย"

อู๊ดถามตรงๆว่า หมายความว่าคุณย่าเกลียดตน คุณหญิงรับว่าใช่และตั้งใจไว้อย่างนั้น แต่ยิ่งวันเวลาผ่านไปไม่รู้เพราะเหตุใด ยิ่งพยายามเกลียดก็เหมือนยิ่งเจ็บปวดใจตัวเองมากเท่านั้นสุดท้าย...

"ย่าแพ้...แพ้ต่อความดีงามของลูกหลานตระกูลโพธิ์งาม" คุณหญิงเหม่อมองออกไปเหมือนพูดกับใครบางคนในความนึกคิด "ฉันแพ้คุณ...คุณเยื้อน ฉันยอมรับความพ่ายแพ้ด้วยความยินดี"

คุณหญิงน้ำตารินอย่างรู้สึกผิด รู้สึกเสียใจ ทุกคนที่นั่งรายล้อม แม้จะยังไม่กระจ่างชัดนักว่าใครเป็นใคร แต่ก็พากันร้องไห้ไปกับคุณหญิงด้วย...

ooooooo

เวลาเดียวกันนั้น   เมื่อทนต์นำสมุนล่าถอยจาก

เรือนใหญ่ของคุณหญิงแล้ว    มันพากันไปปล้นบ้านเจ้าคุณฯต่อ

ไทรงามกำลังเดินลงบันไดมา เธอชะงักตกใจเมื่อเห็นโจรสวมหมวกไอ้โม่งดาหน้าเข้าหา

"จะกลับบ้านหรือครับคุณหมอ" ทนต์ดัดเสียงถาม

ไทรงามพยายามตั้งสติถามว่าพวกมันเป็นใคร ทนต์ยียวนว่าเป็นใครไม่สำคัญแต่เวลานี้ขอเชิญคุณหมอกลับขึ้นไปบนบ้านก่อน ไทรงามพยายามคิดหาทางช่วยตัวเอง ถูกทนต์ชักปืนออกมาขู่

"ผมไม่อยากฆ่าใครโดยไม่จำเป็นนะครับ เชิญ!"

ไทรงามจำต้องหมุนตัวกลับขึ้นไป แต่เธอแอบปรายตาไปที่มุมจอดรถเพราะเพิ่มกับคุณเจนซ่อนตัวอยู่ในรถ ทั้งสองเห็นไทรงามมองมาสบตากันก่อนเดินขึ้นบ้านไปกับพวกโจร

"เราจะทำยังไงกันดี มันมากันเยอะเสียด้วย" เพิ่มถามคุณเจนเบาๆ ต่างคิดหนักเพราะมีแต่มือเปล่าทั้งคู่

ooooooo

ที่ใต้ต้นไม้ใหญ่ใกล้เรือนไทรโศก คุณหญิงยังพยายามเล่าเรื่องต่อเหมือนจะรู้ตัวว่าอาจไม่มีโอกาสได้เล่าอีกแล้ว...

"ย่าเป็นคนเริ่มเรื่องทั้งหมด ย่าขอเป็นคนจบเรื่องนี้ด้วยตัวเอง  ย่าจะได้จากไปอย่างสงบเสียที  พ่อแม่หลานเป็นคนดีมาก ย่าเองเห็นแก่ตัว พรากหลานมาจากพ่อแม่" คุณหญิงหันมองบานเย็นกับใบ้ เอ่ยจากใจจริง "ยกโทษให้ฉันด้วยนะ"

บานเย็นคลานเข้าไปกุมมือคุณหญิง เอ่ยเสียงเครือ "อย่าพูดอย่างนี้สิคะ เย็นไม่เคยโกรธเคืองคุณหญิงเลย คุณหญิงเปรียบเหมือนแม่แท้ๆของเย็น เย็นจะรู้สึกอย่างนั้นได้อย่างไร"

"สมกับเป็นแม่ลูกกันแท้ๆ ลูกเธอก็กตัญญูรู้คุณคนไม่ต่างจากแม่" พูดแล้วคุณหญิงหันไปทางอู๊ด "ตาอู๊ด กราบพ่อแม่แท้ๆของหลานเสียสิ บานเย็นกับนายใบ้คือพ่อแม่ที่แท้จริงของหลาน"

อู๊ดช็อกมองบานเย็นกับใบ้นิ่งงัน ส่วนบานเย็นกับใบ้ก็ตะลึงอึ้งคิดไม่ถึงว่าคุณหญิงจะเปิดเผยเรื่องนี้ แต่แล้วทุกคนก็ตกใจเมื่อเห็นคุณหญิงกระอักเลือดออกมา

อู๊ดร้องถามว่า หมองามอยู่ไหน บานเย็นบอกว่าไปฉีดยาให้ท่านเจ้าคุณฯและจะกลับพร้อมเพิ่มแต่จนป่านนี้แล้ว ยังไม่เห็นมา

คุณหญิงมองทุกคน แข็งใจรวบรวมกำลังบอกว่าไม่ต้องตามใครทั้งนั้น ตนไม่ติดค้างอะไรในใจกับใคร แล้วบอกบานเย็นว่า

"อโหสิกรรมให้ฉันด้วยนะบานเย็น...ใบ้" จากนั้นพูดกับอู๊ด "ตาอู๊ด ถึงย่าจะไม่ได้เป็นย่าแท้ๆของหลาน แต่ย่าก็รักหลานราวกับเป็นหลานแท้ๆของย่า" พูดไม่ทันจบดีคุณหญิงก็กระอักเลือดออกมาอีก

"คุณย่า..." อู๊ดโผเข้ากอดคุณหญิงร้องไห้ แต่ใบหน้าคุณหญิงกลับอิ่มอาบไปด้วยรอยยิ้มก่อนที่จะคอพับลงในอ้อมกอดของอู๊ด

บานเย็น โผเข้าซบอกใบ้ร้องไห้โฮ ใบ้โอบกอดบานเย็นไว้อย่างปลอบใจ เป็นครั้งแรกที่ใบ้ได้กอดปลอบโยนบานเย็น ส่วนหวินยกสองมือปิดหน้าร้องไห้โฮๆ

ทันใด นั้น ทุกคนสะดุ้งเฮือก เมื่อเพิ่มกับคุณเจนวิ่งอ้าวเข้ามาเห็นไฟไหม้บ้าน เพิ่มร้องถามว่าเกิดอะไรขึ้น ดำเล่าว่าโจรยกพวกมาปล้นและเผาบ้าน และคุณหญิงท่านก็เสียแล้ว

คุณเจนเชื่อว่าต้องเป็นโจรก๊กเดียวกับที่ บุกไปบ้านท่านเจ้าคุณฯแน่ๆ เพิ่มฝากคุณเจนให้ช่วยดูแลทางนี้ก่อน ตนจะไปเอาปืน พูดอย่างแค้นใจว่า

"ไหนๆเราก็สูญเสียทั้งคนและบ้านแล้ว ผมไม่ยอมให้ไอ้พวกโจรชั่วมันย่ามใจไปทำกับใครแบบนี้ได้อีก เพราะเจ้าคุณฯกับคุณดาวก็นับว่าเป็นญาติของเรา ที่สำคัญหนูงามก็อยู่ที่นั่นด้วย"

ใบ้กับบานเย็นและอู๊ดเป็นห่วง ไทรงามขึ้นมา ส่วนดำก็เป็นห่วงเด่นดาวขึ้นทันทีเช่นกัน

ooooooo

ที่ บ้านท่านเจ้าคุณฯ พวกทนต์ที่บุกขึ้นไปปล้น กำลังคุกคามขู่เข็ญท่านอย่างหนัก ท่านบอกพวกมันว่า

"พวกนายจะเอาอะไรไปก็ได้ ขนไปให้หมด แต่อย่าทำอะไรหลานฉันเลยนะ"

"ไม่ว่าจะยุคไหนสมัยไหน เจ้าคุณฯก็ยังรักยังห่วงลูกหลานตัวเองเหมือนเดิมไม่มีผิด" ทนต์ตั้งใจพูดออกไป ทำให้ เจ้าคุณฯคุ้นเสียงและเอะใจถามว่ามันเป็นใคร ทนต์เปิดหมวกเผยโฉมหน้าอย่างท้าทาย

"ทนต์" เจ้าคุณฯอุทาน ทั้งตกใจและแปลกใจที่เห็นทนต์ในคราบของโจร

"ขอบคุณครับที่จำผมได้ แล้วจากนี้ต่อไป...ผมจะทำให้ ท่านจำผมไปตลอดชีวิตเลยทีเดียว" พูดแล้วทนต์แสยะยิ้มเข้าหาท่านเจ้าคุณฯ

เพิ่มกับคุณเจนพร้อมอาวุธปืน ครบมือมาถึงพอดี ทั้งสองวิ่งอ้อมไปทางสวนด้านหลังอย่างเร่งรีบเพราะเกรงเข้าทางด้านหน้าโจรจะ รู้ตัวเสียก่อน

ท่านเจ้าคุณฯถูกทนต์เอาด้ามปืนตบจนเลือดกบปาก ไทรงามตะโกนบอกมันว่าอยากได้อะไรก็เอาไปแต่อย่าทำร้ายคนแก่ที่ไม่มีทางสู้

ทนต์ ชี้หน้าท่านเจ้าคุณฯ กล่าวโทษว่าเป็นจอมบงการชีวิตคนอื่น อ๊อดลูกชายตนไม่ได้แต่งงานกับหมองามก็เพราะเจ้าคุณฯ ตนต้องติดคุกก็เพราะเจ้าคุณฯ

"ฉันไปทำอะไรให้เธอ"   ท่านเจ้าคุณฯย้อนถามการกล่าวโทษที่รุนแรงของทนต์

ทนต์ย้อนอดีตว่า ตนรักกับดวงเดือนอยู่ดีๆ เจ้าคุณฯก็พรากเธอไปแต่งงานกับฉัตรพงษ์ลูกชายตัวเอง แล้วฉัตรพงษ์ กลับทิ้งดวงเดือนหนีไปกับเด็กในบ้านทั้งที่รู้ว่าดวงเดือนท้อง หลังจากนั้นเด็กนั่นก็ท้อง ตนสืบจนรู้ว่าแอบมาคลอดลูกที่ไทรโศก ยังให้โอกาสอยู่กับลูกเป็นแรมเดือนถึงได้ลงมือจัดการโทษฐานที่ทิ้งดวงเดือน โทษฐานที่ฉัตรพงษ์เกิดเป็นลูกเจ้าคุณยงยศ ศฤงคาร

"นายเป็นคนฆ่าลูก ฉันกับลำดวนอย่างนั้นหรือ" เจ้าคุณฯน้ำตาคลอ

"ใช่...ฉันเป็นคนฆ่าพ่อ แม่ของเธอเองหมองาม" ทนต์ หันไปบอกไทรงาม

"ไอ้โจรชั่ว!! แกมันเลวยิ่งกว่าสัตว์" ไทรงามด่าด้วยความแค้นตาลุกวาว

ทนต์แสยะยิ้ม พูดลอยๆว่ารู้อย่างนี้ฆ่าเสียแต่ตอนนั้นก็ดีจะได้ไม่ย้อนกลับมาด่าอย่างนี้ แล้วหันไปสั่งสมุนให้กวาดเงินทองให้หมดก่อนที่ตนจะคิดบัญชีแค้นกับเจ้าคุณฯ

ooooooo

เมื่อ สมุนพากันกวาดทรัพย์สินใส่ถุงแบกลงไปแล้ว ทนต์บอกให้รอข้างล่าง  ตนจะขอชำระแค้นก่อน  มันมองท่านเจ้าคุณฯกับเด่นดาวอย่างดุร้าย   พูดอย่างอาฆาตแค้นว่า ในเมื่อไม่ได้แม่ขอให้ได้ลูกก็ยังดี แล้วมันก็ย่างสามขุมเข้าหาเด่นดาว กระโจมเข้ากอดซุกไซ้ หมายเผด็จศึก ถูกเด่นดาวกัดจนร้องจ๊าก

เจ้าคุณฯทนไม่ได้ตวาดให้มันหยุดเดี๋ยวนี้ พอทนต์ชะงัก ท่านตวาดถามมันว่า

"แกจะเลวระยำขนาดจะทำร้ายลูก  เอาลูกตัวเองทำเมียเชียวหรือ..."

พอทนต์ชะงัก เจ้าคุณฯบอกความจริงว่า "ฉันจับลูกฉันแต่งงานกับดวงเดือนก็จริงอยู่ แต่นั่นเป็นเพราะฉันไม่รู้ว่าดวงเดือน กับนายรักกัน แล้วฉันก็ไม่คิดว่าลูกชายฉันจะกล้าหนีไปกับคนที่เขารัก  ดวงเดือนเสียใจมาก ทั้งอับอายที่ท้องโตขึ้นทุกวันเลยต้องหนีจากเมืองไทยไปอยู่กับฉันที่ ฝรั่งเศส  จนกระทั่งคลอดลูก ดวงเดือนก็ตายจากไป  แต่ก่อนตายดวงเดือนได้สารภาพความจริงกับฉันว่า  ตาฉัตรพงษ์ไม่เคยแม้แต่จะแตะต้องตัวเธอ  เด็กที่เกิดมานั่นเป็นเลือดเนื้อของคู่รักเก่าของเธอ ซึ่งก็คือนาย..."

เด่น ดาวรับไม่ได้ แต่เจ้าคุณปู่ยืนยันว่ามันเป็นความจริง บอกทนต์ว่า

"เด่น ดาวเป็นลูกของนายกับดวงเดือน"

ทนต์แทบหัวใจหยุดเต้นกับความจริงที่ ไม่เคยเฉลียวคิดแม้แต่น้อย

ooooooo

คนที่เรือนใหญ่พากันมา ช่วยบ้านท่านเจ้าคุณฯแล้ว ทุกคนมีอาวุธครบมือ ย่องเข้ามาเล่นงานพวกสมุนของทนต์ที่เฝ้าอยู่ข้างล่าง ทั้งสองฝ่ายยิงต่อสู้กันเสียงปืนสนั่นหวั่นไหว

ทนต์ได้ยินเสียงปืน เดาได้ว่าอีกฝ่ายมีกำลังไม่น้อย มันสั่งสมุนให้ยิงสู้ไว้สักพักแล้วค่อยๆผ่อนลวงพวกนั้นให้เข้าใจว่ากำลังแย่ ล่อให้ขึ้นมาแล้วค่อยจัดการ

ดำ  เพิ่ม  อู๊ดที่ยิงสู้กับสมุนของทนต์เห็นเสียงปืนฝ่ายนั้นเงียบไปก็คาดว่าอาจตายไป หมดแล้วหรือไม่ก็เจ็บหนัก เพิ่มเสนอว่าเราคงต้องเสี่ยง  เผื่อข้างบนท่านเจ้าคุณฯกับไทรงามและเด่นดาวบาดเจ็บเราจะได้ช่วยเหลือทัน ทั้งสามพยักหน้าให้กันแล้วย่องขึ้นข้างบน

พอทุกคนโผล่ขึ้นไป ก็ตกอยู่ในวงล้อมของพวกทนต์ที่จับท่านเจ้าคุณฯ  เด่นดาว  และไทรงามไว้เป็นตัวประกัน  ทำให้ พวกเพิ่มทำอะไรไม่ถนัด

ข้างบนนั้น ไม่เพียงมีพวกทนต์ หากยังมีอ๊อดกับเสี่ยโอรวมอยู่ด้วย อู๊ดเพิ่งรู้เดี๋ยวนั้นเองว่าอ๊อดร่วมปล้นกับทนต์ด้วย ทั้งยังรู้จากปากอ๊อดด้วยว่าทนต์คือพ่อที่แท้จริงของเขา

เมื่อเป็น ฝ่ายควบคุมสถานการณ์ได้เช่นนี้   ทนต์หันไปทางท่านเจ้าคุณฯอีกครั้ง พูดอาฆาตว่า

"ฉันรอวันนี้มานานแล้ว ในที่สุดแกก็ต้องตายในสภาพเดียวกับพ่อฉัน เพียงแต่พ่อฉันโดนแกโกงจนหมดตัวเลยต้องฆ่าตัวตาย ส่วนแกโดนฉันปล้น!"

ท่าน เจ้าคุณฯงุนงงกับข้อกล่าวหานั้นบอกทนต์ว่าเข้าใจผิดแล้ว แต่ทนต์ไม่ฟังเสียงด่าท่านเจ้าคุณฯว่าเป็นคนทำให้ตระกูลตนล่มจม ทำให้พ่อตนตาย พรากคนรักตนไป ทำให้ ตนต้องฆ่าคน ทำให้ตนต้องติดคุก กล่าวโทษแล้วยกปืนเล็งตะคอกใส่ "อย่าอยู่ต่อไปเลยมึง!!"

"หยุดนะไอ้ ทนต์!!" เสียงเฟื้อตวาดขึ้น พาลูกน้องสองคนเข้ามาขวาง

"น้าเฟื้อ" ทนต์อุทานเรียก

เฟื้อเตือนสติทนต์ว่าเกือบฆ่าคนบริสุทธิ์ไปเพราะความ หลงผิด บอกทนต์ที่ยังฮึดฮัดว่าท่านเจ้าคุณฯไม่ได้ฆ่าพ่อเขา แต่คนที่ทำคือพ่อของเขาเอง เล่ารายละเอียดว่า

"พ่อแกติดการพนัน งอมแงมจนเอาสมบัติมาผลาญหมด แถมยังยักยอกเงินในบริษัทซึ่งร่วมหุ้นกับท่านเจ้าคุณฯ ท่านจับได้ก็ไม่เอาความเพราะเห็นเป็นเพื่อนรัก แถมยังให้เงินช่วยเหลืออีกต่างหาก"

"ไม่จริง..." ทนต์พึมพำสีหน้าสับสน

"พ่อแกมันไม่ใช่ลูกผู้ชาย ทำผิดแล้วไม่กล้ารับ แถมยังป้ายความผิดให้คนอื่น ที่ยิงตัวตายก็เพราะหนีหนี้พวกมาเฟีย ฉันจะบอกความจริงแกหลายครั้งหลายหนแล้ว  แต่เจ้าคุณฯ

ท่านห้ามไว้ทุก ครั้ง เพราะเห็นว่าแกเป็นเพื่อนรักกับลูกชายท่าน ท่านกลัวแกจะเสียใจ"

เสี่ย โอร้อนตัวกลัวเรื่องจะมาลงที่ตนคนเดียว ตะโกนขัดขึ้นว่าอย่าไปฟัง สั่งทนต์ให้เก็บพวกนั้นเสียให้หมดแล้วรีบไปจากที่นี่เสีย

เฟื้อพูด กับทนต์อย่างเยือกเย็นว่า "ฉันเป็นน้าแท้ๆ ของแก ฉันจะโกหกแกทำไม กลับตัวกลับใจตอนนี้ก็ยังไม่สายนะเจ้าทนต์"

ทนต์สับสนอื้ออึง ความคิดร้อยแปดยุ่งเหยิงอยู่ในหัว ยังไม่อยากเชื่อว่าตัวเองเข้าใจผิดทั้งหมด เสี่ยโอยิ่งใจไม่ดี ตัดสินใจชักปืนออกมายิงใส่ท่านเจ้าคุณฯ ดีที่กระสุนแค่เฉี่ยวแขน

ใบ้ อู๊ด ดำ และเพิ่มคว้าปืนยิงใส่พวกเสี่ยโอทันที สมุนของทนต์ถูกยิงคว่ำไปคนแล้วคนเล่า อู๊ดรีบพุ่งเข้าไปหาไทรงามที่มึนงงอยู่ ส่วนดำเข้าไปช่วยเด่นดาว ใบ้พรวดเข้าไปพาท่านเจ้าคุณฯหลบไปอยู่หลังเสา

เมื่อตั้งหลักกันได้แล้วทั้งสองฝ่ายต่างสาดกระสุนเข้าใส่กันเอาเป็นเอาตาย จนกระทั่งเสี่ยโอเห็นว่าพวกตนพลาดท่าก็มองหาทางหนีเอาตัวรอด ใบ้ฉวยโอกาสที่ทนต์หันมองเสี่ยโอยิงเข้าที่อกเขาจนล้มจมกองเลือด อ๊อดตกใจมากที่เห็นทนต์บาดเจ็บหลบหนีเอาตัวรอดไป

เมื่อเหลือแต่ทนต์อยู่คนเดียว ใบ้เดินออกจากหลังเสาเข้าไปหาทนต์อย่างองอาจกล้าหาญ ทนต์ยิงใบ้แต่โชคดีที่กระสุนหมด ใบ้มองทนต์นิ่ง มือถือปืนเล็งไปที่ทนต์เหมือนจะบอกว่าเวลาแห่งการแก้แค้นแทนยายอ่อนมาถึงแล้ว

แต่แล้วใบ้ก็ต้องเก็บกดความแค้นไว้ในอกเมื่อเด่นดาวเข้ามาขอร้องว่าอย่าทำอะไรทนต์เลย เธอยอมคุกเข่าอ้อนวอน "ได้โปรดไว้ชีวิตเขาด้วยเถอะค่ะ ดาวขอร้อง"

ooooooo

ร่างโชกเลือดของทนต์ถูกอู๊ดพาไปที่คลินิกหมองาม เมื่อไทรงามรับคนเจ็บไว้แล้ว เขาบอกอู๊ดว่าให้กลับไปจัดการเรื่องที่บ้านก่อน ทางนี้เดี๋ยวตนจัดการเอง อู๊ดเป็นห่วงว่าเดี๋ยวเธอถูกทนต์ทำร้าย

แต่ไทรงามเชื่อในความตั้งใจดีของตน บอกอู๊ดว่าไม่ต้องห่วง จนเมื่ออู๊ดออกไปแล้วทนต์ถามว่า "หมอช่วยผมทำไม"

"จรรยาบรรณของแพทย์ ฉันสัญญากับตัวเองไว้แล้วว่า ฉันจะเป็นหมอเพื่อรักษาแม่และเพื่อนร่วมโลกทุกคน เท่าที่กำลังความสามารถของฉันจะทำได้"

"แต่ผมไม่ใช่เพื่อน ผมฆ่าพ่อแม่ของหมอ"

ไทรงามชะงักไปนิดหนึ่ง เธอข่มความเจ็บปวดไว้ พูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบว่า

"ฉันอาจจะโกรธแค้นคุณ แต่วินาทีนี้คุณเป็นคนไข้ของฉัน และฉันจะทำหน้าที่อย่างดีที่สุดเพื่อรักษาชีวิตคนไข้ ซึ่งเป็นเพื่อนรักของพ่อฉัน"

ความยึดมั่นในจรรยาแพทย์ ความเด็ดเดี่ยวเข้มแข็งจริงจังของไทรงาม ทำให้ทนต์สะเทือนใจที่ทุกคนให้อภัยเขา นึกเกลียดตัวเองที่ตลอดเวลาที่ผ่านมาช่างโง่เง่าหลงผิดไปมากมาย

ooooooo

เช้าวันรุ่งขึ้น บานเย็นกับใบ้ยังไม่สบายใจกับการที่อู๊ดรู้ว่าพ่อแม่ที่แท้จริงของเขาคือใคร เมื่อเจอหวิน บานเย็นถามว่าอู๊ดเป็นอย่างไรบ้าง

"ไปจัดการเรื่องศพคุณหญิงที่วัดกับเจ้าดำตั้งแต่เช้ามืด เมื่อคืนกลับจากบ้านเจ้าคุณฯมากับพี่เพิ่มก็มาจัดการเรื่องบ้าน คงยังไม่ได้งีบแม้แต่แวบเดียว"

เพิ่มยืนยันว่าไม่ได้นอนเพราะตนอยู่ด้วยยันเช้า บานเย็น ปรารภว่าตนอยากช่วยเหลือเกินแต่ไม่กล้า เดาไม่ถูกว่าอู๊ดจะรู้สึกอย่างไร กลัวโผล่ไปแล้วจะทำให้อู๊ดไม่สบายใจ ถ้าเลือกได้ก็อยากจะให้เป็นเหมือนเดิม ตนกับใบ้จะขออยู่อย่างนี้ ชื่นชมอู๊ดอยู่ห่างๆ ไม่อยากให้ลูกรู้ว่ามีพ่อแม่ต่ำต้อยซ้ำแม่ยังเป็นโรคเรื้อนที่น่ารังเกียจอีกด้วย

อู๊ดเดินเข้ามาพอดี เขาถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนว่า

"ทำไมแม่พูดอย่างนี้ล่ะครับ"

ทุกคนตะลึง โดยเฉพาะบานเย็นถึงกับขนลุกซู่ที่ได้ยินอู๊ดเรียกตัวเองว่า "แม่"

"ผมไม่เคยรู้สึกต่ำต้อยที่ได้เกิดเป็นลูกชาวนา ภูมิใจเสียด้วยซ้ำไปที่ข้าวทุกเม็ดของพ่อกับแม่ ทำให้ผมโตมาได้จนถึงทุกวันนี้ ผมดีใจที่ได้เกิดเป็นลูกของพ่อที่พิการทางกาย แต่จิตใจไม่เคยพิการ  พ่อที่เคยปกป้องผมทุกครั้งในยามที่ผมมีภัย"

อู๊ดหันมองใบ้ด้วยแววตาที่ปลื้มปีติซาบซึ้ง แล้วพูดกับแม่ว่า

"ผมยินดีที่มีแม่เป็นโรคเรื้อนแต่เต็มไปด้วยความเมตตา และพร้อมจะเสียสละเพื่อผมได้เสมอ ผมเข้าใจในความจำเป็นทุกอย่างและเสียใจที่รู้ความจริงช้าไป ผมขอโทษที่เคยแสดงกิริยาไม่ดีกับพ่อและแม่ ผมเสียใจ...ได้โปรดให้อภัยกับความโง่เขลาของผมด้วยนะครับ"

อู๊ดพรรณนาความในใจอย่างซาบซึ้ง...ยาวเหยียด เสร็จแล้วเขาทรุดลงก้มกราบแทบเท้าใบ้กับบานเย็น ทำเอาทั้งสองทำตัวไม่ถูกได้แต่น้ำตานองหน้าด้วยความตื้นตันใจ

บานเย็นบอกอู๊ดว่าพ่อกับแม่ไม่เคยโกรธลูกเลย แม้แต่จะคิดก็ไม่เคย

"ผมรอเวลานี้มานานแสนนาน เวลาที่จะได้กอดพ่อกับแม่ของผม ขอให้ผมได้กอดพ่อกับแม่ให้ชื่นใจสักครั้งได้ไหมครับ"

อู๊ดโผเข้ากอดใบ้กับบานเย็นแน่นน้ำตาไหลพราก ทำเอาเพิ่มน้ำตาคลอไปด้วย ส่วนหวินเอาแต่เช็ดน้ำตาป้อยๆ

ไทรงามยืนอยู่ไม่ไกลนัก เธอมองภาพนั้นด้วยความตื้นตันใจ ช่างเป็นภาพที่สวยงามล้ำค่าเหลือเกิน อยากให้พ่อแม่ลูกทั้งสาม อยู่ในอ้อมกอดของกันและกันอย่างนี้ตลอดไป...

ooooooo

เมื่อรู้ว่าทนต์คือพ่อของตนแล้ว เด่นดาวกระวน กระวายใจด้วยความเป็นห่วง จนเจ้าคุณปู่มาพูดอย่าง รู้ใจว่าอยากไปก็ไปเถอะ อย่างไรเขาก็ได้ชื่อว่าเป็นพ่อ เด่นดาวติงว่าเขาเป็นคนไม่ดี ปล้นฆ่าคน ทำร้ายเจ้าคุณปู่

"นั่นเป็นเพราะความเข้าใจผิด หลานอาจเจ็บปวดเสียใจหรือผิดหวังในตัวเขาได้ แต่หลานไม่อาจปฏิเสธความเป็นพ่อลูกสายเลือดเดียวกันกับเขาได้"

"เจ้าคุณปู่ หลานควรจะทำอย่างไรดี" เด่นดาวน้ำตาคลอด้วยความสับสน

"ให้อภัย หลานเคยให้อภัยคนอื่นมาก็มาก นี่เขาเป็นพ่อแท้ๆของหลานนะ หลานจะไม่ให้อภัยในความผิดที่ผ่านมา ของเขาเชียวหรือ"

เด่นดาวโผเข้ากอดเจ้าคุณปู่สะอื้นไห้ ทั้งเจ็บปวด สับสน และซึ้งใจในคำสอนของเจ้าคุณปู่ ท่านเจ้าคุณฯเองก็กอดหลานสาว ไว้อย่างอบอุ่น...ปลอบโยน

ooooooo

ที่ห้องนอนของอัม หรืออัมพริกา ลูกสาวคนเดียว ของเสี่ยโอเจ้าของธุรกิจใหญ่ในตลาดไทรโศก ขณะเธอ เดินโผเผอย่างอ่อนเพลียไปเปิดประตู เธอแทบช็อกเมื่อเห็นอ๊อดยืนจังก้าคอยอยู่พอดี

อัมตกใจถามว่าแล้วเตี่ยอยู่ไหน อ๊อดตอบอย่างคนใจ ไม้ไส้ระกำว่าตนจะไปรู้ได้อย่างไรในเมื่อเตี่ยของเธอเผ่นหนีไปก่อนตนด้วยซ้ำ อัมยิ่งตกใจถามว่า "พวกนั้นเขาสู้พวกนายงั้นสิ"

"ก็ใช่น่ะสิ มันไล่ยิงจนสมุนพ่อฉันตายหมด ป่านนี้พ่อฉันจะเป็นตายร้ายดียังไงก็ไม่รู้" ครั้นอัมถามอย่างไม่พอใจว่าแล้วทำไมเขาไม่ช่วยเตี่ย อ๊อดตอบหน้าตาเฉยว่า "พวกมันมีปืนกันทุกคน ใครจะไปช่วยไหว ยังไงก็ต้องหนีเอาตัวรอดก่อน เอาเงินมา"

อ๊อดขู่บังคับอัมให้เอาเงินมาให้ตนใช้ระหว่างหนี อัมเกี่ยงให้ไปขอกับแม่เขาเอง อ๊อดไม่กล้าเพราะขืนโผล่ไปตอนนี้มีหวังถูกจับเข้าตะรางแน่ ปล่อยแม่ให้อยู่คนเดียวอย่างนั้นดีแล้ว ขู่อัมให้รีบเอาเงินมา เมื่ออัมลังเล อ๊อดชักปืนออกมาขู่ เธอจึงต้องลนลานไปเปิดลิ้นชักเอาเงินใส่ถุงให้ไปปึกใหญ่

อ๊อดยังไม่พอสั่งให้เอาทองกับเพชรมาให้หมดด้วย อัมอิดออดอ้างว่าทองกับเพชรเป็นสมบัติเก่าแก่ของแม่ แทนที่ อ๊อดจะเห็นค่ากลับตีราคาว่ายิ่งเก่ายิ่งดีเพราะได้ราคาดี บังคับ อัมเอาออกมาให้ได้

"ของของแม่ฉัน ฉันไม่ให้" อัมฮึดขึ้นมา เลยถูกอ๊อดตบหน้าอย่างแรงขู่ว่าขืนยั่วโมโหจะยิงให้ไส้แตก แล้วเอาปืนจ่อจะเหนี่ยวไกจริงๆ อัมเลยต้องลนลานไปเปิดตู้หยิบมาให้

พออ๊อดเห็นทองเพชรจำนวนมากที่เป็นของเก่าแก่จริงๆ ก็ตาลุกวาว หยิบดูแต่ละชิ้นอย่างตื่นเต้นในใจก็ตีราคาไปด้วย

อัมเห็นสมบัติเก่าของแม่ที่ตกทอดมากำลังจะถูกเอาไปก็ยิ่งเสียดาย ย่องกลับไปเอาปืนในตู้เสื้อผ้าหยิบปืนออกมากำแน่นเล็งใส่อ๊อดจากข้างหลัง แต่อ๊อดเหลือบเห็นเธอในกระจกเงา กระโดดหลบทันที

เห็นอ๊อดตั้งหลักได้อัมก็ยิ่งตกใจ ลั่นไกปืนทันที พริบตานั้นอ๊อดพุ่งเข้าแย่งปืน นาทีนี้มีแต่ต้องสู้เท่านั้น อัมถูกอ๊อดที่แข็งแรงกว่าจับมือบิดจนปืนหล่นแล้วเอาปืนของตัวเองตบหน้าอัมทรุดไปกับพื้น

"คิดจะฆ่ากูงั้นเหรอ!!" อ๊อดตะคอก เห็นอัมเลือดทะลักออกจากปากกับจมูก อ๊อดหันไปรวบทองเพชรทั้งหมดใส่ถุงแล้วก้าวข้ามร่างอัมออกไปอย่างเลือดเย็น

ooooooo

ด้วยความเสียดายของที่แม่ให้มา อัมโงนเงนตามอ๊อดไปจนถึงบันได อ้อนวอนอย่าเอาของเก่าแก่ของแม่ไปเลย ตนจะเก็บไว้ให้ลูก ขอให้เขาเห็นแก่ลูก เหลือ สมบัติไว้ให้ลูกบ้าง

"เตี่ยเธอรวยล้นฟ้าก็หาซื้อเอาใหม่สิ ของใหม่วันนี้อีกยี่สิบสามสิบปีข้างหน้าก็กลายเป็นของเก่าเองแหละ"

"แต่นี่มันเป็นสมบัติของตระกูลฉัน บรรพบุรุษฉันสะสมมาไม่รู้กี่ทอดต่อกี่ทอด นายจะเอาไปขายให้คนอื่นได้ยังไง ฉันไม่ยอมหรอก เอาคืนมา..."

อัมรวบรวมแรงทั้งหมดโผเข้าแย่งถุง ถูกอ๊อดกระชากกลับเหวี่ยงเธอกระเด็นไปหัวฟาดเสาบันไดอย่างจัง อัมพริกากลิ้งหลุนๆตกบันไดไปหยุดที่ตีนบันได เธอเจ็บปวดรวดร้าวไปทั้งตัวหัวแตกเลือดไหลฟุบอยู่ตรงเชิงบันได

อ๊อดตามลงมาก้มลงเชยคางเธอขึ้นปรามว่า "บอกแล้วว่าอย่ายั่วโมโห" แล้วเดินผ่านเธอไปอย่างเลือดเย็น

อัมร้องครวญครางอย่างเจ็บปวด แล้วเธอก็ตกใจแทบช็อก เมื่อเห็นเลือดไหลมาตามหว่างขา เธอกระเสือกกระสนเพื่อหาคนช่วย พอดีเสี่ยโอผลักประตูเข้ามาเห็นสภาพลูกสาวก็ตกใจ โผเข้าประคองไว้ อัมกอดขาเตี่ยร้องไห้โฮเหมือนคนเสียสติพูดไม่ออก

"ใครมันกล้าทำกับลูกของเตี่ยอย่างนี้ บอกมาว่ามันเป็นใคร!" เสี่ยแค้นจนอกแทบลุกเป็นไฟ

ooooooo

ที่คลินิกหมองาม ไทรงามทำแผลให้ทนต์เสร็จแล้ว เธอเข้ามาดึงปรอทดูบอกว่าไม่มีไข้แล้ว ชมว่าร่างกายเขาแข็งแรงมากเลยฟื้นตัวได้เร็ว ทนต์ถามว่าทำไมเธอถึงดีกับตนอย่างนี้เฝ้าไข้ทั้งคืน

"มันเป็นเรื่องยากที่ต้องช่วยชีวิตคนที่ฆ่าพ่อแม่เรา อันที่จริง ฉันแก้แค้นคุณได้ทุกเวลาถ้าฉันคิดจะทำ แต่ฉันเลือกทำในสิ่งที่ยากกว่า นั่นคือการให้อภัย แล้วฉันก็คิดว่าพ่อแม่ฉันท่านคงเห็นด้วยกับสิ่งที่ฉันเลือกทำ รอสักครู่นะคะ ฉันจะไปเตรียมยาให้"

ทนต์ตีบตื้นจนพูดแทบไม่ออก แต่ก็ยังพยายามบอกเธอว่า

"ผมเสียใจ ผมขอโทษครับหมอ กรุณาให้อภัยให้ผมด้วยนะครับ"

ไทรงามหันกลับมามองหน้าทนต์นิ่ง ก่อนบอกเขาด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนมีเมตตาว่า

"ฉันดีใจที่ได้ยินคุณพูดอย่างนี้ ขอบคุณนะคะ"

พอไทรงามออกไปก็เจอเด่นดาวเข้ามาถามว่า "เขา... เป็นยังไงบ้าง" ไทรงามบอกว่าเมื่อคืนมีไข้แต่ตอนนี้ดีขึ้นแล้ว ตนกำลังเตรียมยาให้ ถามเด่นดาวว่ามาเยี่ยมเขาหรือ เด่นดาวตอบไม่เต็มเสียงว่ามีเรื่องบางอย่างจะถามเขา ไทรงามจึงเชิญเข้าไปพบทนต์ในห้อง ปล่อยให้คุยกันตามสบาย

ooooooo

"บางเรื่อง" ที่เด่นดาวถามทนต์คือเขารักแม่ตนหรือเปล่า เมื่อทนต์ชะงัก เธอชี้แจงว่า

"ฉันเกิดจากความรักของคุณกับแม่รึเปล่า หรือว่าคุณลวนลามแม่ฉันแล้วคุณก็ทิ้งไปเหมือนอย่างที่คุณคิดจะทำกับฉัน"

ทนต์นิ่งไปก่อนจะตอบอย่างหนักแน่น และเล่าเรื่องทั้งหมดให้เธอฟังอย่างละเอียดว่า

"ผมกับดวงเดือนรักกัน...ผมถูกส่งไปเมืองนอก พอรู้ว่าดวงเดือนแต่งงานกับฉัตรพงษ์ ผมก็รีบกลับมา แต่ไม่ทัน... แม่คุณหนีไปอยู่ฝรั่งเศสกับท่านเจ้าคุณฯแล้ว และช่วงนั้นครอบครัวผมก็ล้มละลาย พ่อฆ่าตัวตาย ผมเลยมีแต่ความเคียดแค้นชิงชังจ้องแต่จะล้างแค้นท่าเดียว ผมเสียใจที่เรื่องมันลงเอยอย่างนี้"

"ความผิดที่คุณก่อมันเลวร้ายเกินกว่าจะพูดแค่คำว่าเสียใจ" เด่นดาวน้ำตาไหลพราก

"ผมรู้ตัวว่าผมมันเลวเกินกว่าที่ใครจะให้อภัยได้ ไม่มีใครให้อภัยไอ้ฆาตกรใจอำมหิต ไอ้โจรชั่วที่ปล้นเขากินได้หรอก"

"แต่...ไอ้ฆาตกร ไอ้โจรชั่วที่คุณพูดถึง เขาเป็นพ่อของฉัน...คุณคือพ่อของฉัน..."

ทนต์ตื้นตันกดดันจนน้ำตาคลอ บอกเด่นดาวว่าตนเลวเกินไปไม่มีค่าพอที่ใครจะเรียกว่าพ่อ เด่นดาวมองหน้าทนต์ผ่านม่านน้ำตาที่คลอเต็มตา พูดเสียงเครือแต่หนักแน่น

"แต่พ่อคือพ่อของหนู หนูดีใจที่ได้รู้ความจริง ได้รู้ว่าเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นมันเป็นเพราะความเข้าใจผิดของพ่อ พ่อไม่ได้ตั้งใจทำ..."

ทนต์พูดอย่างยอมรับสภาพว่าฆาตกรก็คือฆาตกร ไม่ว่าตั้งใจหรือไม่มันก็คือฆาตกรวันยังค่ำ เด่นดาวจึงรำพันความโหยหาพ่อของตนอย่างร้าวรานใจว่า

"หนูกำพร้าพ่อมาตลอดยี่สิบปี พ่อไม่รู้หรอกว่าหนู ดีใจแค่ไหนที่ได้รู้ว่าพ่อของหนูยังมีชีวิตอยู่ หนูไม่สนใจหรอกว่าพ่อของหนูจะเป็นพระหรือฆาตกร เพียงแค่รู้ว่าเขาตั้งใจทำให้หนูเกิดและเรียกหนูว่าลูกสักคำก็พอแล้ว..."

"หนูดาว...ลูกพ่อ" ทนต์เปล่งเสียงออกมาตื้นตันแทบขาดใจ

"พ่อคะ" เด่นดาวเรียกเต็มปากเต็มเสียง พุ่งเข้าไปกอดพ่อที่นอนอยู่บนเตียง ทนต์โอบกอดลูกไว้ ต่างซึมซับสัมผัสอบอุ่นที่โหยหามาตลอดชีวิต

ทนต์ถอดแหวนที่นิ้วให้เด่นดาว บอกว่านี่คือแหวนที่แม่ให้ไว้ก่อนพ่อไปเมืองนอก พ่อสวมติดนิ้วไว้ตลอดเวลา ไม่เคยถอดออกเลย มอบให้ลูกเก็บไว้ให้ถือว่าเป็นของแทนตัวพ่อก็แล้วกัน

เด่นดาวใจหายวาบถามว่าทำไมพ่อพูดอย่างนี้ ทนต์ฝืนยิ้มทั้งน้ำตาบอกลูกว่าเพื่อลูกจะได้ไม่ลืมพ่อถ้าพ่อต้องไปใช้หนี้ในคุก เธอจึงรับแหวนนั้นไว้ ยิ้มรับ พูดทั้งน้ำตาว่า

"หนูไม่มีวันลืมพ่อหรอกค่ะ แล้วก็จะรอวันที่พ่อออกจากคุกมาอยู่กับหนูด้วย หนูไม่รบกวนเวลาพ่อแล้วนะคะ น้องงาม เห็นเราอยู่ด้วยกันคงไม่กล้าเอายามาให้ พ่อกินยาแล้วก็พักผ่อนเยอะๆนะคะ แล้วบ่ายๆหนูจะแวะมาเยี่ยมอีก ไปนะคะ"

เด่นดาวบีบมือทนต์แน่นก่อนผละไป ทนต์มองตามลูกไป ด้วยแววตาเศร้าหมอง อาลัยอาวรณ์ราวกับจะไม่ได้เห็นกันอีก...

ooooooo

เด่นดาวถือแหวนที่พ่อให้มาด้วยความปลื้มปีติ ฉุกคิดครึ้มใจขึ้นมา เธอพยายามปลดสร้อยคอที่ห้อยอักษรไขว้ตัว Y ออกจากคอ

เวลาเดียวกัน ทนต์นอนอยู่เขาคิดถึงเรื่องราวในอดีตอย่างสะท้านสะเทือนใจที่ตัวเองเข้าใจทุกคนผิดตลอดมาจนก่อกรรม ทำเข็ญ สร้างเวรสร้างกรรมไว้มากมาย ยิ่งคิดก็ยิ่งเสียใจ ยิ่งเมื่อทุกคนให้อภัยและเด่นดาวเรียกเขาว่า "พ่อ" ด้วยความรัก ก็ทำให้ทนต์ตัดสินใจ พึมพำน้ำตาริน

"ลูกพ่อ...พ่อไม่อาจทนอยู่อย่างเจ็บปวด ไม่อาจทนต่อความผิดบาปในใจอีกต่อไปได้  ยกโทษให้พ่อ  อภัยให้พ่อด้วยนะ"

ทนต์เอื้อมมือไปล้วงปืนที่ซ่อนอยู่ใต้หมอนออกมา มองอย่างตัดสินใจ

ที่นอกห้อง เด่นดาวแกะสร้อยออกมาได้แล้ว เธอพยายามที่จะร้อยแหวนวงนั้นไว้กับอักษรไขว้ตัว Y ที่มีอยู่เดิม แต่แล้วก็ชะงักเมื่อไทรงามถือยาเข้ามาทัก

"คุยธุระเสร็จแล้วหรือคะพี่ดาว"

"จ้ะ" เด่นดาวตอบเสียงแจ่มใสยิ้มสดชื่น พลางเอาแหวนร้อยเข้าไปในสร้อย แต่แล้วจู่ๆ แหวนก็หลุดจากมือร่วงลงพื้น

ขณะที่เด่นดาวก้มหยิบแหวนนั่นเอง เสียงปืนกัมปนาทขึ้นในห้อง ทั้งเด่นดาวและไทรงามที่กำลังจะเปิดประตูเข้าห้องตกใจ หันมองหน้ากันใจเต้นไม่เป็นส่ำ

ไทรงามตัดสินใจผลักประตูเข้าไป เธอช็อกกับภาพที่เห็นตรงหน้า เป็นจังหวะที่เด่นดาวเดินมาถึงพอดี ทั้งคู่ตะลึงอึ้งกับภาพของทนต์ที่นอนเลือดทะลักออกมาทางขมับ ตาเบิกโพลง ปืนยังคาอยู่ในมือ!

"พ่อ!!!" เด่นดาวร้องสุดเสียง โผเข้ากอดศพพ่อร้องไห้โฮ ไทรงามตามเข้าไปกอดปลอบใจพี่สาวร้องไห้ไปด้วยกัน

ooooooo

ดึกแล้ว เด่นดาวในชุดไว้ทุกข์ไปนั่งเหม่ออยู่ที่ท่าน้ำ เจ้าคุณปู่เดินไปดูด้วยความเป็นห่วง เธอบอกเจ้าคุณปู่ให้ขึ้นบ้านไปก่อน ตนขอนั่งเล่นที่ท่าน้ำสักครู่

"หลานเสียใจได้ แต่อย่าทุกข์ทรมานนานจนเกินไปนัก คิดเสียว่าพ่อเขาไปสบายก็แล้วกัน"

"ค่ะ" เด่นดาวตอบเสียวแผ่ว

"ถึงหลานจะไม่ใช่เลือดเนื้อเชื้อไขของปู่โดยตรง แต่ปู่ก็รักหลานสุดหัวใจ ถ้าหลานทุกข์ปู่ยิ่งทุกข์มากกว่าหลานหลายเท่า...แล้วรีบกลับขึ้นบ้านนะ ยิ่งดึก น้ำค้างยิ่งแรง เดี๋ยวจะไม่สบาย"

"ค่ะ" เด่นดาวตอบได้แค่นั้น แล้วนั่งเหม่อลอยอยู่กับความมืดและความเงียบตรงนั้น...

ooooooo

ที่ท่าน้ำบ้านไทรโศก ไทรงามในชุดดำเดินมาคุยกับอู๊ด เธอปรารภอย่างใจไม่ดีว่า ทำไมช่วงนี้บ้านเราถึงมีแต่เรื่องสูญเสีย กลัวเหลือเกินว่าจะมีใครเป็นอะไรไปอีก

"คงไม่มีแล้วล่ะครับ ถ้าเรามองในมุมกลับ ในความเสียใจอย่างมหันต์มันก็มีเรื่องที่ทำให้ดีใจอย่างที่สุดรวมอยู่ด้วย

อย่างน้อยผมกับคุณก็ได้รู้ว่าพ่อแม่ที่แท้จริงเป็นใคร แล้วเราสองคนก็ได้กลับมาทำความเข้าใจกันอีกครั้ง"

ไทรงามขอบคุณที่เขาช่วยชีวิตตนไว้ ถ้าไม่มีเขากับ

ทุกคน ตน เจ้าคุณปู่และเด่นดาวก็คงไม่รอด

"หมอก็รู้ว่าผมไม่มีวันยอมให้หมอกับครอบครัวเป็นอะไรอยู่แล้ว" อู๊ดน้ำเสียงอ่อนโยนจับมือไทรงามกุมไว้ เธอยิ้มให้เขาอย่างสนิทใจ จูงมือกันเดินไปเงียบๆ แม้ไม่มีใครพูดอะไร แต่ต่างอบอุ่นมีความสุขอย่างสุดที่จะบรรยาย

ที่ท่าน้ำบ้านเจ้าคุณฯ เด่นดาวยังคงนั่งอยู่อย่างนั้น จนกระทั่งดำเดินเข้ามาขออนุญาตนั่งด้วยคน สัญญาว่าจะไม่พูดอะไรนอกจากนั่งเป็นเพื่อนเธอเท่านั้น

เด่นดาวพยักหน้าน้ำตาคลอ แต่พอนั่งไปได้ครู่เดียวเธอก็ร้องไห้โฮออกมา ระบายความอัดอั้นกับดำ เพื่อนคนเดียวในยามนี้ที่มาอยู่เคียงข้าง

"ฉันไม่เข้าใจ ทำไมพ่อถึงตัดสินใจอย่างนี้ ท่านไม่รู้เลยหรือว่าฉันฝันอยากจะมีพ่อเหมือนคนอื่นมาทั้งชีวิต แต่พอได้เจอ ได้รู้ว่าพ่อเป็นใคร เพียงแค่ไม่กี่อึดใจ พ่อก็มาจากฉันไปอีก"

"แต่เพียงแค่ไม่กี่อึดใจคุณก็มีความสุขที่สุดไม่ใช่หรือ" ดำย้อนถามอย่างอ่อนโยน เด่นดาวคร่ำครวญว่าท่านใจดำกับตนทำเหมือนไม่รักตนเลย

"ท่านรักคุณ...คุณดาว คุณอาจจะมองท่านในมุมของลูก แต่ผมมองท่านในฐานะผู้ชายด้วยกัน ถึงท่านจะเป็นโจร แต่ท่านก็มีศักดิ์ศรี ไม่ใช่เป็นโจรโดยสันดาน เพราะฉะนั้นเมื่อท่านรู้ว่าท่านทำผิดโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ท่านถึงได้เสียใจมาก โดยเฉพาะการทำผิดต่อเพื่อนของพ่อ ต่อลูกของเพื่อนรัก และที่สำคัญที่สุดคือ ความผิดที่ท่านทำกับคุณ"

เมื่อเด่นดาวนิ่งฟัง ดำย้ำว่า "คุณโชคดีกว่าผมที่มีโอกาสได้เห็นหน้าพ่อ เพราะฉะนั้นคิดถึงท่านเถอะครับ คุณคิดถึงท่านได้ตลอดเวลาอยู่แล้ว"

คำพูดที่จริงใจ กินใจ เห็นใจของดำ ทำให้เด่นดาว

โผเข้ากอดเขาไว้ด้วยความรู้สึกอบอุ่นที่มีเขาอยู่เคียงข้างในยามที่แสนจะอ้างว้างนี้...

ooooooo

บานเย็นบรรจงปักดอกมะลิดอกสุดท้ายบนผ้าห่มเสร็จ มองไปเห็นใบ้ตั้งอกตั้งใจร้อยพวงมาลัยดอกมะลิอยู่ ชมว่าสวยมาก ตั้งแต่ร้อยมาลัยมาวันนี้

เขาร้อยได้สวยมากจริงๆ ใบ้ฟังแล้วยิ้มหน้าบาน ผูกชายมาลัยเข้าด้วยกัน บานเย็นเห็นแล้วยิ้มเขินๆ อย่างไม่เคยรู้สึกมาก่อน พลางคลี่ผ้าห่มให้ใบ้ดูถามว่างามไหม ชอบหรือเปล่า กำลังจะบอกว่าถ้าชอบก็จะยกให้ แต่ไม่ทันพูด อู๊ดก็มาบอกว่า

"อยู่กันพร้อมหน้าพอดีเลย พ่อกับแม่ยุ่งอยู่รึเปล่า

คุณเจนจะเปิดพินัยกรรมของคุณย่า เลยให้ผมมาเชิญพ่อกับแม่ไปร่วมฟังและเป็นพยานด้วยครับ"

บานเย็นรีบบอกว่าไม่มีอะไรแล้ว   พับผ้าห่มวางไว้

ส่วนใบ้ก็รีบเอามาลัยดอกมะลิมาวางไว้คู่กันแล้วตามอู๊ดไป

ooooooo

เมื่อทุกคนมาพร้อมแล้ว คุณเจนเริ่มอ่านพินัยกรรมของคุณหญิงด้วยน้ำเสียงที่ชัดถ้อยชัดคำ

"พินัยกรรมฉบับนี้ เขียนขึ้นที่บ้านคดีกิจ ข้าพเจ้าคุณหญิงชื่น ธีระรัตน์ ขอรับรองว่า ข้าพเจ้าได้เขียนพินัยกรรมฉบับนี้ในขณะที่มีสติสัมปชัญญะสมบูรณ์ทุกประการ ข้าพเจ้าขอจำแนกทรัพย์สินทั้งหมดของข้าพเจ้าให้แก่ทายาทดังต่อไปนี้..."

แล้วคุณเจนก็อ่านพินัยกรรมทีละข้อ ข้อแรกคุณหญิงยกสมบัติที่เป็นสังหาริมทรัพย์ให้นายยิ่งยง ธีระรัตน์ แต่เพียงผู้เดียว ข้อที่สอง คุณหญิงยกเครื่องเพชรและเครื่องทองทั้งหมดให้แก่บานเย็น ธีระรัตน์ แต่เพียงผู้เดียว และให้บานเย็นมอบเครื่องเพชรที่เคยเป็นของหมั้นให้แก่ผู้ที่เป็นคู่หมั้นของนายยิ่งยง ธีระรัตน์ ในโอกาสต่อไป

จากนั้นคุณเจนอ่านข้อที่สาม ซึ่งเป็นทรัพย์สมบัติส่วนที่เป็นอสังหาริมทรัพย์ทั้งหมดในพระนครยกให้นายยิ่งยง

ธีระรัตน์แต่เพียงผู้เดียว และสุดท้ายข้อที่ 4 ที่ดินที่ไทรโศกจำนวน 500 ไร่ แบ่งให้แก่นายเพิ่ม ธีระรัตน์ 50 ไร่ นางหวินกับทายาท 50 ไร่ ที่เหลือ 400 ไร่มอบให้นายยิ่งยง ธีระรัตน์แต่เพียงผู้เดียว ลงชื่อ คุณหญิงชื่น ธีระรัตน์ วันที่ 29 ตุลาคม พุทธศักราช 2504

ทุกคนที่เกี่ยวข้องพากันตื้นตันใจ หวินถึงกับร้องไห้ที่คุณหญิงมีแก่ใจนึกถึงตนกับลูก

เพิ่มถามว่าคุณหญิงตั้งใจยกมรดกของท่านทั้งหมดให้อู๊ดตั้งแต่ก่อนล้มป่วยหรือ คุณเจนชี้แจงว่าท่านไปพบตนที่บ้านขอให้เขียนพินัยกรรมฉบับนี้ขึ้นมาใหม่ เพราะฉบับเก่าท่านระบุยกมรดกให้อ๊อดกับอู๊ดเท่าๆกัน แต่ท่านคงทราบความจริงบางอย่างเลยเปลี่ยนใจยกทุกอย่างให้อู๊ดคนเดียว

หวินปรารภว่าอุษาเสียไปแล้วคงลุกขึ้นมาโวยวายไม่ได้ ดำพึมพำว่าเหลือก็แต่อ๊อดไม่รู้ไปมุดหัวที่ไหน ทำให้อ๊อดที่มาแอบฟังอยู่ตะโกนลั่นขึ้นว่า

"กูอยู่นี่ ถ้ากูไม่ได้อะไร ก็อย่าหวังว่ามึงจะได้ ไอ้อู๊ด!!"

ooooooo

อ๊อดพรวดออกมายิงใส่อู๊ดทันที ใบ้กระโดดเอาตัวบังอู๊ดไว้เลยถูกยิงที่หน้าอก อ๊อดยังลั่นไกอีกสองนัดแล้ววิ่งหนี ดำได้สติวิ่งตามไปติดๆ

อ๊อดวิ่งไปชนไทรงามที่กลับมาพอดี ไทรงามล้มกลิ้งไปกับพื้น ดำมัวแต่เป็นห่วงไทรงาม อ๊อดเลยวิ่งหนีไป พอดำวิ่งตามไปอีกทีอ๊อดก็ตะบึงรถฝุ่นตลบไปไกลแล้ว

ไทรงามตกใจถามว่าเกิดอะไรขึ้น พอรู้ว่าใบ้ถูกอ๊อดยิง เธอคว้ากระเป๋ายาวิ่งกลับไปทันที ไปถึงเห็นอู๊ดประคองใบ้ที่เลือดท่วมตัวจะพาส่งโรงพยาบาล ใบ้โบกมือห้ามอย่างรู้ตัวว่าไม่รอด พอดีไทรงามมาถึงเธอรีบเข้าปฐมพยาบาล ใบ้ส่ายหน้ากับไทรงามแล้วมองไปทางบานเย็น

บานเย็นเข้าไปจับมือใบ้ไว้ต่างมองกันด้วยสายตาอาลัย จับมือกันน้ำตาไหลพราก ส่วนอีกมือหนึ่งใบ้จับมืออู๊ดไว้มองลูกด้วยแววตาที่เปี่ยมไปด้วยความรัก จำได้ถึงความตื่นเต้นตื้นตันใจในวันที่ทำคลอดลูกด้วยมือตัวเอง เฝ้าดูความเจริญเติบโตของลูก ปกป้องลูกในยามเผชิญภยันอันตรายจนนาทีสุดท้ายในวันนี้...

ใบ้เอาสองมือที่จับมือบานเย็นและอู๊ดประคองมาไว้แนบอกตน ยิ้มออกมาทั้งที่เลือดทะลักออกจากแผลเป็นลิ่มๆ...ในที่สุดใบ้สิ้นใจในอ้อมกอดของลูกและเมียที่เพิ่งได้สัมผัสกันแนบแน่นเป็นครั้งแรกในชีวิต..

อู๊ดกอดพ่อร้องไห้น้ำตาแทบเป็นสายเลือด ส่วนบานเย็นช็อกพูดอะไรไม่ออก ไทรงามรีบเข้าไปปั๊มหัวใจ เธอปั๊มครั้งแล้วครั้งเล่าจนอู๊ดขอให้พอ และหวินต้องเข้ามาจับมือเธอไว้ พอวางมือจากใบ้ไทรงามก็หันมากอดหวินร้องไห้สะอึกสะอื้น

ooooooo

อ๊อดขับรถหนีไปในทุ่งนาป่าเปลี่ยว ถูกเสี่ยโอตามมาล้างแค้น ยิงยางรถทั้งสี่ล้อแล้วเข้าไปเอาปืนจี้ทวงทองเพชรของบรรพบุรุษที่อ๊อดเอามา อ๊อดทำทีเปิดท้ายรถหยิบส่งให้ แต่แอบหยิบปืนในถุงมาจี้เสี่ย

แต่ช้าไป เพราะมือที่ถือปืนของอ๊อดถูกยิงจนปืนร่วง เสี่ยระเบิดหัวเราะเดินเข้าไปกระชากถุงทองและเพชร เอาปืนจ่อพูดใส่หน้า

"คิดจะฆ่าอั๊วงั้นเหรอ ลื้อรู้จักอั๊วน้อยไปแล้ว พ่อลื้อมันยังใจนักเลง สำนึกผิดก็ยิงตัวตาย แต่สำหรับคนชั่วใจปลาซิวอย่างลื้อ คงไม่กล้าหยิบปืนขึ้นมาจ่อหัวตัวเองแบบพ่อลื้อหรอก เอาอย่างนี้อั๊วจะให้โอกาสลื้อหนีไปให้พ้นหน้าอั๊วให้เร็วที่สุด หนึ่ง..สอง.."

เสี่ยนับถึงสอง อ๊อดก็ลุกวิ่งอ้าวไปสุดชีวิต เสี่ยหัวเราะเยาะตะโกนตามหลัง "วิ่งหางจุกตูดเหมือนหมาไม่มีผิด!!"

แต่เสี่ยยังไม่สะใจแค้น ยิงที่ขาอ๊อดนัดหนึ่งพออ๊อดล้มตะเกียกตะกายหนีก็ยิงใส่ขาอีกข้างหนึ่งเพื่อให้รู้รสของการหนีตายที่อ๊อดทำกับลูกสาวตน ไม่เพียงเท่านั้นเสี่ยยังตามไปยิงจนหมดแม็กแล้วถีบร่างอ๊อดกลิ้งหลุนๆ ลงข้างทาง ร่างกระแทกถูกตอไม้เสียบตายตาค้างอยู่ตรงนั้น

"ตายได้สมกับความเลวของลื้อจริงๆ" เสี่ยเดินไปดูแล้วก้าวผ่านไปอย่างสะใจแค้น

แต่เสี่ยเองก็หนีกรรมไม่พ้น ขณะขับรถกลับอย่างผยองลำพองใจกับสมบัติที่ปล้นมานั้น เหลือบเห็นคุณหญิงนั่งอยู่เบาะหลัง เสี่ยตกใจตาเหลือกเพราะรู้ว่าคุณหญิงตายไปแล้ว แต่ยังอวดดีเบรกรถแล้วคว้าปืนยิงใส่แต่กระสุนหมดตั้งแต่ยิงอ๊อดแล้ว

เสี่ย ค้นหาสิ่งที่จะมาทำร้ายคุณหญิง สุดท้ายเจอไฟแช็กจึงจุดไฟเผาเบาะที่คุณหญิงนั่งแล้ว เปิดประตูจะวิ่งหนี แต่ประตูเปิดไม่ออก ซ้ำร่างคุณหญิงที่เห็นนั่งอยู่เบาะหลังก็หายวับไปกับตาด้วย

เสี่ย ร้องขอความช่วยเหลือ ดิ้นทุรนทุรายอยู่ในกองไฟที่ลุกท่วมรถ มองไปข้างหน้า สายตาที่เหลือกลานเห็นคุณหญิงในชุดสวยหันมามองอย่างสมเพชแล้วเดินอย่างสง่า จากไป

เสี่ยโอดิ้นกระเสือกกระสนอยู่ในกองไฟ..เป็นกรรมที่ตามทันตา เห็นจริงๆ!

ooooooo

ที่เฉลียงเรือนบานเย็น...

ร่างของ ใบ้ที่ได้รับการทำแผลและเปลี่ยนชุดสะอาดเรียบร้อยแล้ว นอนอยู่บนตั่งไม้ที่กลางเฉลียง บานเย็นค่อยๆกลัดกระดุมเสื้อให้ ทาแป้งลูบไล้ใบหน้าจนทั่ว จากนั้นบรรจงหวีผมให้ เธอทำทุกอย่างให้ใบ้ด้วยหัวใจที่เปี่ยมด้วยความอาลัยรัก จากนั้นไปนั่งอยู่ที่ปลายเท้าของใบ้ ระลึกถึงคืนวันที่ผ่านมา...

"ฉัน ไม่รู้จะเริ่มต้นพูดอะไรกับนายดี มีถ้อยคำเป็นล้านๆคำที่ฉันอยากจะพูด อยากจะบอกนายแต่ฉันก็ปล่อยโอกาสให้มันผ่านไป ถึงตอนนี้นายจะไม่รับรู้อะไรแล้ว แต่ฉันก็อยากจะขอ ขอให้นายรับฟังคำขอบคุณจากฉันสักครั้ง..."

บานเย็นพรรณนาถึงความหลัง เมื่อ 27 ปีที่ได้รู้จักกัน บอกกับใบ้ว่า

"มันเป็น 27 ปีที่เต็มไปด้วยสุขและทุกข์ ในยามที่ฉันสุขฉันมองไม่เห็นอะไรเลยนอกจากตัวเอง แต่ในยามที่ฉันทุกข์ฉันมองเห็นนายอยู่เคียงข้างเสมอ...นายช่วยชีวิตฉันครั้ง แล้วครั้งเล่า ทำให้ฉันมีสติ ทำให้ฉันได้คิด ทำให้ฉันมีกำลังใจที่จะต่อสู้กับอุปสรรคทุกอย่างในชีวิต นายจึงเป็นทั้งพี่ทั้งเพื่อน ทั้งคู่ชีวิตที่เป็นยิ่งกว่ามิตรแท้ของฉัน..."

บานเย็น เผยถึงความตั้งใจว่าเย็บผ้าห่มสองผืน ผืนหนึ่ง ให้ลูก อีกผืนหนึ่งตั้งใจมอบให้ใบ้เพราะเคยเห็นเขานอนขดตัวด้วยความหนาว แต่ก็ช้าไปแล้ว แต่ไม่ว่าเราจะจากกันไกลแค่ไหน แต่ขอให้ใบ้รู้ไว้ว่า "นายจะอยู่ในใจฉันเสมอและตลอดไป หลับให้สบายเถิดนะ...มิตรที่รักยิ่งของฉัน"

บานเย็น ก้มกราบแทบเท้าใบ้ อู๊ดกับไทรงามที่นั่งถัดไป ก้มกราบตามด้วยความซาบซึ้งสะเทือนใจ

ooooooo

ในวันเผาศพใบ้ อู๊ดร้องไห้อย่างร้าวรานใจที่พ่อต้องมาตายเพราะตน คร่ำครวญกับพระครูฯว่า "ผมจะทำอย่างไรดีครับ"

ท่านพระครูฯขอให้ตั้งสติแล้วคิดให้ดีจะพบว่า พ่อแม่ ทุกคนรักลูก พร้อมจะปกป้องลูกเสมอ ใบ้ไม่ได้รู้สึกเจ็บปวดที่ต้องสละชีวิตเพื่อปกป้องลูก แต่กลับยินดีและเต็มใจทำหน้าที่ พ่ออย่างดีที่สุด

เมื่ออู๊ดตำหนิตัว เองว่ายังไม่มีโอกาสทำหน้าที่ลูกอย่างดี ที่สุดให้พ่อเลย ท่านพระครูฯขอให้อู๊ดดูแลโยมแม่ให้ดีที่สุด เพราะนั่น "เป็นการแสดงความกตัญญูต่อโยมพ่อของโยมอย่างดีที่สุดเช่นกัน การทำความดีต่อตัวเอง ต่อญาติมิตรและต่อเพื่อนร่วมโลกก็เป็นการแสดงความกตเวทิตาต่อพ่อแม่ เพราะถ้าลูกดี ผู้คนก็จะสรรเสริญไปถึงพ่อกับแม่ว่าเลี้ยงลูกได้ดี ดังนั้นโยมสามารถแสดง
ความกตัญญูกตเวทิตาต่อพ่อแม่ ได้ทุกลมหายใจ ไม่ว่าท่านจะอยู่บนโลกนี้หรือไม่ก็ตาม"

อู๊ดก้มกราบด้วยความซาบซึ้ง ในคำสอนของท่านพระครูฯ

ทุกคนที่มาร่วมงาน มองควันที่ลอยสู่ท้องฟ้าราวกับตามไปส่งใบ้ให้ขึ้นสู่สรวงสวรรค์...

วัน นี้เอง อัมพริกาก็มาลาทุกคน ขอโทษทุกคนที่ตน เคยทำเรื่องไม่ดีไว้ด้วย ทั้งขอให้ทุกคนอโหสิกรรมให้กับเตี่ยด้วย ก่อนจากกันเธอยังบอกความจริงแก่ทุกคนว่า เธอไม่ได้ท้องกับอู๊ด แต่คนที่ทำเธอท้องคืออ๊อด แต่ในที่สุด อ๊อดก็ฆ่าลูกตัวเอง ด้วยการผลักเธอตกบันไดจนแท้ง จากนั้นเธอเอ่ยลาทุกคนเพื่อไปอยู่พระนครกับญาติ

วันนี้ ไม่มีใครอาฆาตแค้นอัมพริกาอีกแล้ว ทุกคนมองเธอด้วยความสงสารเห็นใจ

ooooooo

จาก เหตุการณ์ที่รุมเร้าเข้ามาในชีวิต ทำให้เด่นดาวคิดได้ว่าเรื่องราวของตัวเองนั้นเมื่อเทียบกับความสูญเสียขอ งอู๊ดกับอัมพริกาแล้วไม่ได้หนักหนาสาหัสอย่างที่ตนคิดเลย ดำชมว่าเธอเป็นผู้ใหญ่ขึ้นเยอะ เพราะที่แล้วมาเธอยึดตัวเองเป็นจุดศูนย์กลางของจักรวาล ไม่เคยยอมใครเลย

ใน โอกาสนี้ ดำบอกรักเด่นดาวที่ตัวเองฟูมฟักมาจนเต็มหัวใจ และในนาทีนี้ เด่นดาวเองก็ยอมรับความจริงในหัวใจตัวเองที่ความดีของดำได้ปลูกรักขึ้นใน หัวใจเธอแล้ว

เช่นเดียวกัน เมื่ออัมพริกาได้มาสารภาพความจริง เรื่องความสัมพันธ์กับอู๊ดแล้ว ชายหนุ่มทวงถามจากไทรงามว่าตอนนี้เข้าใจตนแล้วใช่ไหม เมื่อไทรงามตอบรับอย่างเขินอาย อู๊ดขอแต่งงานกับเธอสารภาพว่า

"ผมรัก หมอ รักตั้งแต่แรกพบ เมื่อไหร่เราพร้อม เราจะแต่งงานกันนะครับ"

อู๊ ดกอดไทรงามไว้อย่างอบอุ่นจูบหน้าผากเธออย่างทะนุถนอมท่ามกลางแสงอ่อนๆของ พระอาทิตย์ในยามเย็น

และที่ใต้ต้นไทร...บานเย็นยังไปนั่งที่นั่น เหมือนที่ผ่านมา เพิ่มกับหวินเดินเข้าไปหา เพิ่มบอกว่าวันนี้จะไปส่งคุณเจนที่ พระนคร และได้เอาของที่ใบ้ฝากให้บานเย็นมอบให้เธอ บอกว่า

"เจ้าใบ้มันเอา เงินทุกบาททุกสตางค์ที่มันเก็บทั้งชีวิตทำของชิ้นนี้ให้หนูเย็น มันบอกว่าจะให้หนูเย็นในวันครบรอบที่มันได้เจอหนูเย็นมา 27 ปี"

บานเย็น รับถุงกำมะหยี่สีแดงมาเปิดดู ในนั้นมีสร้อยทองหนัก 1 บาท พร้อมด้วยล็อกเกตทองคำรูปวงรีห้อยติดอยู่กับตะขอสร้อย เปิดล็อกเกตออกดู เป็นรูปของบานเย็นฟากหนึ่งและรูปของอู๊ดอีกฟากหนึ่ง

"คนสำคัญที่สุด ในชีวิตเจ้าใบ้มันมีแค่นี้...ลูกกับเมีย" หวินบอกด้วยน้ำเสียงสะเทือนใจ

บานเย็น ประคองสร้อยกับล็อกเกตขึ้นแนบอก น้ำตาไหลพราก...

เมื่อได้อยู่กับตัว เอง บานเย็นเดินไปตามคันนาท่ามกลางข้าวเขียวขจี บอกกล่าวแก่ใบ้ว่า

"คน สำคัญที่สุดในชีวิตฉันก็คือลูกกับนายเช่นกัน มันเป็นเรื่องยากที่สุด ที่จะทำใจให้เข้มแข็งและอยู่ให้ได้โดยไม่มีนายยืนเคียงข้างเหมือนที่ผ่านมา ถึงตอนนี้ฉันอยากจะขอบคุณนายเหลือเกินที่ส่งตาอู๊ดมาให้ฉัน ฉันจะดูแลพยานรักของเราอย่างดีที่สุด ฉันจะอยู่เพื่อเขา อยู่เพื่อลูกหลานของเรา..."

ooooooo

2 ปีผ่านไป...บานเย็นยังคงเล่าเรื่องราวต่างๆ ให้ใบ้รับรู้อย่างสม่ำเสมอ

วัน นี้ เธอเล่าว่าดำกับเด่นดาวแต่งงานกันแล้ว ทั้งคู่ กำลังทดลองและผลิตข้าวพันธุ์ใหม่ที่ให้ผลเพิ่มขึ้นทุกปี จนเป็นที่รักใคร่ของชาวนาที่นี่ทุกคน แล้วเล่าถึงอู๊ดว่าได้ช่วยสร้างถนนหนทางในไทรโศกเพิ่มขึ้นอีกหลายสาย ตอนนี้ไปไหนมาไหนไม่ลำบากเหมือนสมัยเราเป็นหนุ่มสาวอีกแล้ว

นอกจาก นั้นยังเล่าอย่างภูมิใจว่า "นายรู้แล้วใช่ไหมว่า ที่ไทรโศกมีโรงพยาบาลแล้ว เป็นโรงพยาบาลที่สร้างจากเงินบริจาคของเจ้าคุณพ่อและคุณหญิง หนูงามเป็นผู้อำนวยการ โรงพยาบาลที่มีเมตตาและทุ่มเททำงานอย่างสุดหัวใจ เธอจึงเป็นที่รักของคนไข้ที่นี่ทุกคน...และเป็นที่รักของสามีและลูก หนูงามแต่งงานกับลูกของเราและมีพยานรักด้วยกัน 1 คน ครอบครัวของลูกเป็นครอบครัวที่น่ารักและสมบูรณ์พร้อมไม่มีช่วงทุกข์ยากลำบาก ลำบนเหมือนเมื่อครั้งปู่ย่าตายาย..."

บานเย็นยังคงหมั่นเล่าเรื่อง ราวต่างๆ ให้ใบ้ได้รับรู้ อย่างสม่ำเสมอ จนกระทั่งบัดนี้...ผ่านไป 20 ปีแล้ว บานเย็นในวัยชราก็ยังคงเล่าเรื่องราวต่างๆแก่ใบ้อย่างไม่รู้เบื่อ

"เวลา ผ่านไป...ทุกสิ่งทุกอย่างที่ไทรโศกก็เปลี่ยนไป แต่ที่ไม่เคยเปลี่ยนคือหัวใจของฉัน ที่ยังนึกถึงนายอยู่ทุกลมหายใจ...ฉันหวังเหลือเกินว่า เราคงได้พบกันอีกครั้ง...สักวัน..."

บานเย็นในวัยชรา ลุกจากแคร่ที่ใต้ร่มไม้ใหญ่ มองไปข้างหน้า ตาเป็นประกายแจ่มจรัสเมื่อเห็นชายหนุ่มรูปร่างท่าทางเหมือนใบ้ในวัยหนุ่ม ราวกับแกะ กำลังเดินบ่ายหน้ามาหา

เมื่อมายืนอยู่ตรงหน้า จ้องตากันอยู่ครู่หนึ่ง ชายหนุ่ม เอื้อมมือมาจับมือบานเย็นอย่างทะนุถนอม เอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนว่า

"มานั่งคิดถึงคุณปู่อยู่หรือครับคุณย่า"

"จ้ะ..."

ที่แท้ คืออ้น ลูกชายของไทรงามกับอู๊ดนั่นเอง ชายหนุ่ม ประคองผู้เป็นย่านั่งลงที่แคร่ตามเดิม แล้วตัวเองก็นั่งข้างๆอย่างอ้อนย่านิดๆ รำพึงว่า

"ใครๆก็พูดถึงคุณ ปู่ว่าท่านเป็นคนดีมากๆ"

"จ้ะ ท่านเป็นคนดีมาก"

"ที่บ้านเรา มีรูปผู้ใหญ่ทุกคน ตั้งแต่รูปเจ้าคุณปู่ทวด คุณย่าทวด คุณย่า คุณพ่อ คุณแม่ แต่ทำไมถึงไม่มีรูปคุณปู่ เลยครับ ท่านไม่ชอบถ่ายรูปหรือครับ"

"จ้ะ" บานเย็นตอบสั้นๆ อย่างไม่รู้จะอธิบายอย่างไรดี

"น่าจะถ่ายไว้สักรูป ก็ยังดีนะครับ อ้นจะได้เห็นหน้าท่านบ้าง อยากรู้จังเลยครับว่าท่านหน้าตาเหมือนใคร" อ้นมองหน้าย่าด้วยดวงตาเป็นประกาย อยากรู้ใคร่เห็นคุณปู่จริงๆ

บานเย็น มองหน้าหลานชายนิ่ง ลูบผมด้วยความรักสุดหัวใจ เอื้อมแขนโอบกอดหลานชายไว้ด้วยความรัก

เป็นความรักในปัจจุบันที่ สัมผัสได้ด้วยเลือดเนื้อที่อบอุ่น แต่อีกความรักหนึ่งนั้น แม้จะสัมผัสด้วยกายไม่ได้ แต่ตราตรึงในหัวใจอย่างอบอวล...อบอุ่น อยู่ทุกลมหายใจ...

ooooooo

-อวสาน-

ตอนที่ 18

เมื่อแผนร้ายถูกจับได้ อุษาถลำลึกยิ่งขึ้นด้วยการคิดกำจัดคุณหญิงให้เป็นอัมพาตตายทั้งเป็นไปอีกคน กระโดดเข้าจับคุณหญิงกดลงกับเตียง บีบปากจะกรอกยาให้ได้

กิตินอนอยู่บนเตียงมองแม่น้ำตาไหลพราก พยายามกระเสือกกระสนจะช่วยแม่ แต่ร่างกายทุกส่วนหนักอึ้งเหมือนถูกตรึงไว้แน่นหนา ออกแรงจนแทบจะขาดใจก็ขยับไม่ได้

ขณะนั้นเอง อ๊อดเปิดประตูเข้ามา ถามว่าอะไรกัน คุณหญิงถือโอกาสที่อุษาชะงักมองไปทางประตู สลัดหลุดลุกวิ่งไปหาอ๊อด รู้สึกเหมือนฟ้ามาโปรด ละล่ำละลักขอความช่วยเหลือ

"ตาอ๊อด ช่วยย่าด้วย แม่เราจะกรอกยาย่าให้กลายเป็นอัมพาตเหมือนพ่อ แม่เรามันบ้าไปแล้ว ช่วยย่าด้วย"

อ๊อดราวกับเพชฌฆาต ตอบอย่างเลือดเย็นว่า "ช่วยให้ตายเร็วขึ้นน่ะสิ"

คุณหญิงชะงักมองหน้าอ๊อดอย่างตระหนกเมื่อรู้ว่าหลานที่ตนร้องขอให้ช่วยชีวิตนั้นรู้เห็นเป็นใจกับอุษา ด่าสวนไปอย่างสุดแค้นว่า "ไอ้หลานเนรคุณ!!!"

"เนรคุณคนที่ไม่ใช่พ่อ ไม่ใช่ย่า ไม่ใช่โคตรเหง้าแท้ๆจะเป็นไรไป"

"แกพูดอะไรเจ้าอ๊อด" คุณหญิงตกใจซ้ำสอง

"ฉันจะบอกความจริงให้พวกแกหูตาสว่างก่อนตายก็ได้ว่า ฉันไม่ได้มีชู้ คนที่พวกแกคิดว่าเป็นชู้คือผัวคนแรกของฉันต่างหาก แล้วคนที่แกคิดว่าเป็นหลานในไส้ คนที่แกคิดว่าเป็นลูก ก็คือลูกที่แท้จริงของผัวคนแรกของฉัน ตาอ๊อดเป็นลูกของทนต์ รู้ไว้ซะด้วย!!!"

"หมายความว่า..." คุณหญิงพูดได้แค่นั้นก็พูดไม่ออกอีก

"ลูกแกเป็นหมันน่ะสิอีคุณหญิงหน้าโง่ ไม่มีใครรู้ แม้แต่เจ้าตัวเองเพราะมัวแต่ติดเหล้าห่วงออกงานสังคม" อุษาเดินเข้าไปหากิติพูดอย่างสะใจว่า "แกเป็นคนใช้ให้ฉันไปรับผลตรวจสุขภาพของแกเอง จำได้ไหม แล้วจะโทษใคร ในเมื่อแกเป็นคนหยิบยื่นชะตากรรมของแกให้ฉันเอง"

อุษาระเบิดหัวเราะอย่างสะใจ บ้าคลั่ง ในขณะที่คุณหญิงกับกิติมองหน้ากันต่างช็อกสนิท...

ooooooo

เมื่อตั้งสติได้ คุณหญิงชี้หน้าด่าทั้งอุษาและอ๊อดด้วยความรู้สึกที่เหมือนหัวใจที่แตกสลายว่า

"แกมันเลวทั้งคู่ ฉันไม่นึกเลยตาอ๊อด ว่าความรักความเอาใจใส่ที่ฉันกับตากิติทุ่มเทให้แกทั้งชีวิต มันจะไม่ซึมเข้าไปในสามัญสำนึกของแกเลยแม้แต่น้อย เพราะแกมันได้เลือดชั่วของแม่แกมาเต็มๆ แกถึงได้เนรคุณคนได้ขนาดนี้..."

อ๊อดเผยวิญญาณโฉด ตรงเข้าตบหน้าคุณหญิงจนคว่ำไปกับพื้น ชี้หน้าด่า

"ปากดีนักนะอีแก่...ปากก็บอกว่ารัก แต่ในใจแกคิดอะไรทำไมฉันจะไม่รู้ แกรักไอ้อู๊ด ลูกไอ้ใบ้กับอีขี้เรื้อนนั่นต่างหาก" อ๊อดด่าคุณหญิงไม่แยแสกับกิติที่ร้องไห้แทบเสียสติที่เห็นแม่ถูกตบตีแต่ช่วยอะไรไม่ได้

"ขึ้นชื่อว่าอสรพิษ ต่อให้เลี้ยงมันดียังไง มันก็แว้งกัดเอาจนได้ ฉันขอสาปแช่งให้ไอ้พวกอกตัญญูไม่รู้คุณคนอย่างพวกแกพบแต่ความพินาศฉิบหาย แกสร้างเวรสร้างกรรมกับใครไว้ ก็ขอให้กรรมนั้นตามสนองแกกลับเป็นร้อยเท่าพันทวี" คุณหญิงสาปแช่งทั้งแม่ทั้งลูก

อ๊อดไม่เพียงไม่สำนึก หากยิ่งทำทารุณกรรมคุณหญิงพุ่งเข้าผลักคุณหญิงล้ม จับกดกับพื้นแน่นหันบอกอุษาอย่างเหี้ยมเกรียม

"เอายามาสิแม่ กรอกปากมันเลย ทั้งสองถ้วยนั่นแหละ!!"

อุษาหันไปยกถ้วยยา ตรงมาบีบปากคุณหญิงพยายามกรอกยาใส่ปาก กิติแทบจะคลั่งที่เห็นแม่ถูกจับกรอกยาพิษต่อหน้าแต่ช่วยอะไรแม่ไม่ได้

แต่พออุษาขึ้นคร่อมคุณหญิงเพื่อกรอกยาให้ถนัดขึ้น กิติก็ดิ้นเฮือกสุดแรงเหมือนปาฏิหาริย์เขาลุกขึ้นมานั่งได้ เหยียดแขนปัดแจกันทองเหลืองอย่างแรงจนกระเด็นไปกระแทกหางคิ้วอ๊อดแตก

พอได้เลือด อ๊อดยิ่งคลั่ง ลุกขึ้นกระชากกิติจากเตียงลากมานอนใกล้ๆคุณหญิงให้ดูภาพทารุณที่อุษากำลังกรอกยาพิษใส่ปากเป็นถ้วยที่สอง

คุณหญิงตาเหลือก ร้องเรียกกิติสุดแรง แต่ไม่มีเสียงลอดออกมาเลย ส่วนกิติเห็นแม่ถูกทรมานต่อหน้า มันทารุณจนเขาเองช็อก หัวใจวายทั้งที่น้ำตายังไหลเป็นทาง...

ooooooo

ที่ลานจอดรถหน้าตลาดไทรโศก อู๊ดกำลังจะก้าวขึ้นรถ ก็ต้องชะงักเมื่อบานเย็นถือถุงยาตามหลังมาร้องเรียก เมื่อเขาชะงักหันมอง บานเย็นพูดด้วยสีหน้าไม่สบายใจว่า

"น้าไม่ทราบนะคะว่าคุณกับหนูงามมีปัญหาอะไรกัน แต่ได้โปรดรับยาไปกินเถอะนะคะ อย่างไรเสีย คุณอู๊ดก็ต้องรักษาตัว นะคะ...น้าขอร้อง น้าไหว้ล่ะ" บานเย็นทำท่าจะยกมือ ไหว้จริงๆ

"อย่าครับคุณน้า" อู๊ดรีบห้ามและรับยาจากบานเย็นเพราะไม่อยากให้ต้องกังวลใจไปด้วยทั้งที่ไม่รู้เรื่องอะไรด้วยเลย

ทันใดนั้นเอง อ๊อดขับรถปราดเข้ามาจอดเทียบรถของอู๊ดแล้วกระโดดลงมาหน้าตาตื่นบอกอู๊ดว่า

"เร็วเข้าเถอะอู๊ด ไปตามหมองามเร็วเข้า"

"ทำไมครับ ใครเป็นอะไร"

"คุณย่าล้มหัวฟาดพื้น ส่วนคุณพ่อก็ช็อกหมดสติไปแล้ว" อ๊อดตีหน้าตระหนกตกใจ

บานเย็นตกใจมองอ๊อดค้าง ในขณะที่อู๊ดใจหายวาบหน้าซีดเผือด

ooooooo

อุษาเล่นละครตบตาฉากใหม่อย่างแนบเนียน หลังจากเอาผ้าชุบน้ำมาเช็ดคราบยาที่หกเลอะพื้นเลอะปากคุณหญิงที่อ๊อดแบกขึ้นไปนอนบนโซฟาเรียบร้อยแล้ว ก็พูดกับคุณหญิงที่ยังนอนน้ำตาไหลพรากอย่างเย้ยหยันว่า

"หยุดร้องไห้เถอะค่ะคุณแม่ เดี๋ยวตาอ๊อดหลานรักก็จะพาหมองามมาดูอาการพ่อเขาแล้ว ถ้ายังไม่ตายก็ต้องนอนเป็นซากให้คนอื่นคอยเช็ดเยี่ยวเช็ดขี้ต่อไปทั้งแม่ทั้งลูก แต่ถ้าตายแล้วก็ไม่ต้องห่วง อุษาจะเป็นเจ้าภาพสวดแล้วก็เผาศพให้เองค่ะ"

แม้จะพูดไม่ได้แต่คุณหญิงฟังได้ ความแค้นทำให้ คุณหญิงพยายามจะด่าแต่ก็ทำได้แค่ส่งเสียงอือๆ อู้อี้ในลำคอเท่านั้น อุษาพูดเยาะเย้ยอีกมากมาย ก่อนจะเชยคางคุณหญิงขึ้นพูดใส่หน้าว่า

"จุดจบของคุณหญิงธีระรัตน์ ทำไมถึงได้น่าสมเพชอย่างนี้ล่ะคะ"

อุษาเดินหัวเราะร่าออกไปแล้ว คุณหญิงหันไปมองกิติที่นอนนิ่งอยู่บนเตียงด้วยความสงสารจับใจยิ่งเห็นสภาพของลูกความแค้นของคุณหญิงก็ยิ่งคุโชน!

ooooooo

อุษาเดินหัวเราะร่าออกมาได้ไม่ทันไร ก็เห็นอู๊ดเดินมาอย่างเร่งรีบ ตามด้วยไทรงาม บานเย็นและอ๊อดที่ทำท่าวิ่งตามมาอย่างร้อนใจ อุษาหยุดหัวเราะกึก ปั้นหน้าเศร้าร้องไห้ออกมาได้ในพริบตา เร่งอู๊ดเสียงตระหนก

"เร็วเข้าเถอะตาอู๊ด คุณพ่อกับคุณย่าแย่แล้วลูก"

อู๊ดวิ่งนำไทรงามกับบานเย็นเข้าไป อุษาสบตากับอ๊อดอย่างสะใจก่อนรีบตามเข้าไป

ไทรงามพยายามเร่งปั๊มหัวใจกิติท่ามกลางสายตาของอู๊ดกับคุณหญิงที่มองลุ้นและบานเย็นนั่งเอาใจช่วยเต็มที่ให้กิติฟื้นขึ้นมา

จะมีก็แต่อุษากับอ๊อดสองแม่ลูกที่นั่งจ้องเขม็งต่างภาวนาอย่าให้กิติฟื้นขึ้นมาเลย

ไทรงามปั๊มหัวใจให้กิติจนเหนื่อยหอบ สุดท้ายเธอจำต้องบอกกับทุกคนด้วยความเสียใจที่ไม่อาจช่วยกิติให้ฟื้นขึ้นมาได้

อ๊อดทำเป็นตกใจหน้าเสีย ผวาเข้าไปถามไทรงามเสียงสั่นว่า

"คุณพ่อเป็นยังไงครับหมองาม"

"ดิฉันพยายามสุดความสามารถแล้ว แต่...ท่านสิ้นลมไปก่อนหน้านี้แล้วค่ะ"

"คุณพ่อ..." อ๊อดโผเข้ากอดกิติร้องไห้โฮ...โฮ ในขณะที่อุษาก็คร่ำครวญประสานเสียงกับลูก

"โถ...คุณกิติ ยอดดวงใจของเมียมาด่วนจากเมียไปเสียแล้ว แล้วทีนี้อุษาจะอยู่ยังไง ในเมื่อร่มโพธิ์ร่มไทรของบ้านก็พลอยเป็นอัมพาตไปด้วยอีกคน นี่ฟ้าดินลงโทษอุษาหรืออย่างไร ทำไมอุษาถึงต้องประสบชะตากรรมเลวร้ายอย่างนี้..."

อ๊อดร้องไห้โฮไม่หยุด อุษาคร่ำครวญอย่างน่าเวทนา แต่มารยาของทั้งแม่และลูกยิ่งสร้างความเกลียดแค้นชิงชังแก่คุณหญิงยิ่งนัก

ooooooo

ในงานศพกิติที่วัด นอกจากคนในบ้านธีระรัตน์ แล้ว ยังมีชาวบ้านที่มาร่วมงานไม่น้อย หลังสวดศพเสร็จต่างยังพากันจับกลุ่มคุยต่อ

หวินนั่งคุยอยู่กับเพิ่มด้วยความรู้สึกเสียใจตัวเองว่า

"ปกติ พี่ต้องคอยดูแลท่านเช้าค่ำ มาวันนี้คุณอุษาดันใช้ให้ไปซื้อผ้าที่บ้านยายพุดเสียนี่ ทำไมถึงอยากได้ขึ้นมาวันนี้ก็ไม่รู้"

"เอ็งเสียใจได้แต่อย่าฟูมฟายเลยนังหวิน คิดเสียว่าท่านไปดีแล้ว ถึงเอ็งอยู่ด้วยแล้วเอ็งจะช่วยอะไรท่านได้" เพิ่มปลอบใจ

"อย่างน้อยฉันก็จะได้เห็นกับตาว่าท่านช็อกเองจริงๆ ไม่ใช่มีใครไปทำให้ท่านช็อก"

"แม่คิดว่า..." ดำชักเอะใจ

"อย่าพูดดังไปเลยนะจ๊ะ เดี๋ยวใครมาได้ยินเข้ามันจะไม่งาม เพราะคนที่อยู่ในเหตุการณ์ก็มีแต่คุณอุษากับคุณเกียรติกรเท่านั้น" บานเย็นทักท้วง ทำให้หวินจำต้องนิ่ง

ทุกคนเลยได้แต่นั่งสลดกับความสูญเสียกะทันหันนี้...

ooooooo

เวลาเดียวกัน ที่มุมแถวหน้าโลงศพใกล้ๆรูปถ่ายของกิติที่ตั้งอยู่ด้านข้าง คุณหญิงนั่งอยู่บนวีลแชร์ มีอู๊ดนั่งจับมือย่าอยู่ที่พื้นข้างรถเข็นด้วยสีหน้าหม่นหมอง อีกข้างหนึ่งมีอุษากับอ๊อดนั่งขนาบ

นอกจากนั้นยังมีท่านเจ้าคุณยงยศ   เด่นดาว   และไทรงามนั่งอย่างสงบ ฟังท่านพระครูฯเทศน์

"อาตมารู้ว่าโยมเป็นทุกข์ แต่ถ้าโยมเข้าใจสัจธรรมของชีวิตแล้วโยมจะทุกข์น้อยลง เพราะทุกชีวิตต่างก็ต้องมีจุดจบที่ความตายด้วยกันทั้งสิ้น ขึ้นอยู่กับว่าบางคนนั้นตายไปทั้งๆที่ไม่รู้ผิดชอบชั่วดี บางคนโชคดีหน่อยก็อาจจะตายในวินาทีที่รู้ว่าอะไรผิดอะไรถูก แต่คนที่โชคดีที่สุดคือคนที่ตื่นจากกิเลสทั้งปวงขณะที่ยังมีลมหายใจอยู่"

"ขอรับ   พระคุณเจ้า"   ท่านเจ้าคุณฯพนมมือขึ้นจดหน้าผาก

จากนั้นท่านพระครูฯ หันไปทางคุณหญิง

"มนุษย์เราอาจจะแลเห็นธรรมะในยามที่ตนเองตาบอด เราอาจจะรู้แจ้งในทุกสิ่งในยามที่เราพูดไม่ได้ และเราอาจจะ เข้าใจสัจธรรมของชีวิตในยามที่เราเดินไปไหนมาไหนไม่ได้แล้วเช่นกัน"

ทุก คนฟังอย่างซาบซึ้งในสัจธรรมที่ท่านพระครูเทศน์ คุณหญิงถึงกับน้ำตาไหลพราก รู้ดีว่าท่านเทศน์กรอกใจตนโดยเฉพาะ มีแต่อุษากับอ๊อดสองแม่ลูกเท่านั้นที่นั่งบิดอย่างเบื่อหน่ายเพราะขาเริ่ม เป็นเหน็บแต่จำต้องทนนั่งฟัง

ขณะที่ทุกคนกำลังซาบซึ้งกับคำเทศนาของ พระครูฯนั่นเอง จู่ๆเสียงเสี่ยโอก็โหวกเหวกขึ้น

"ขอโทษนะครับท่านพระ ครูฯ" แล้วเสี่ยก็หันไปพูดกับอู๊ดอย่างเอาเรื่อง "อั๊วมีเรื่องจะตกลงกับลื้อ...นายช่าง"

ทุกคนหันมองเสี่ยโอเป็นตา เดียวกัน อู๊ดไม่อยากให้เสียบรรยากาศจึงลุกไปกับเสี่ย

ooooooo

อู๊ด เดินไปคุยกับเสี่ยโอที่มุมหนึ่งในวัด ถามว่าเสี่ยมีเรื่องอะไรหรือ เสี่ยโพล่งออกไปทันทีว่า

"อั๊วต้องการให้ลื้อแต่งงานกับลูกอั๊วภายใน เดือนหน้า"

"เสี่ยตกลงเรื่องนี้กับคุณย่าผมแล้วไม่ใช่หรือ"

"ก็ ดูสภาพย่าลื้อตอนนี้สิ มีแรงจัดการเรื่องนี้ได้ที่ไหน ไหนๆลื้อก็ต้องแต่งกับอาอัมอยู่แล้วก็แต่งเสียตอนนี้เลย ทำไมต้องรอไปอีก 7-8 เดือน อั๊วเป็นคนออกค่าใช้จ่ายทั้งหมดให้เอง ลื้อไม่ต้องควักสักแดงเดียว ตกลงตามนี้ก็แล้วกัน" เสี่ยตัดบทรวบรัดแล้วจะเดินไป

"ทำไมผมต้องตกลง ในเมื่อผมไม่ได้ทำอัมท้อง" อู๊ดตะโกนตามหลัง เสี่ยหันขวับมาถามว่า

"นี่ ลื้อต้องการจะมีเรื่องกับอั๊วให้ได้เลยใช่ไหม"

"นอกจากเสี่ยจะไม่รู้ กาลเทศะที่เอาเรื่องนี้มาคุยในวันที่พ่อผมตายแล้ว เสี่ยยังดูถูกผมอีกต่างหาก ถ้าผมทำผู้หญิงคนไหนท้อง ผมยินดีใช้เงินทุกบาททุกสตางค์ที่ผมหามาได้เพื่อจัดงานให้เธอคนนั้นอย่างสม เกียรติโดยไม่ต้องพึ่งเงินใคร แต่ถ้าผมไม่ได้ทำ ผมก็ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องตกลงอะไรกับเสี่ย"

พูดเสร็จอู๊ดเป็น ฝ่ายเดินผละไปบ้าง  เสี่ยตะโกนตามหลังว่า

"อั๊วถามเป็นครั้งสุดท้าย ตกลงลื้อจะไม่ยอมมาเป็นลูกเขยอั๊วใช่ไหม"

"ผมชักสงสัย เสี่ยอยากได้ผมไปเป็นลูกเขยเพราะอะไร ตัวตนของผมหรือประโยชน์ที่เสี่ยคิดว่าจะได้รับ ถ้าเป็นข้อแรก ผมก็ต้องบอกว่าเสียใจ ผมยอมเป็นลูกเขยเสี่ยไม่ได้ เพราะผมไม่ได้รักลูกสาวเสี่ย แต่ถ้าเป็นข้อหลังก็ยิ่งเป็นไปไม่ได้ใหญ่ เพราะผมไม่เคยรับสินบนใคร และก็ไม่เคยคิดโกงบ้านโกงเมืองหรือทรยศต่อคนไทยด้วยกันเอง กรุณารับทราบและจำใส่ใจเอาไว้ด้วยนะครับ"

อู๊ดย้ำเสียงหนักในตอนท้าย เหมือนจะให้ทิ่มแทงเข้าไปถึงหัวใจของเสี่ยก่อนเดินผละไปอย่างเร็ว

เสี่ย เจ็บใจจนพูดไม่ออก มองตามอู๊ดไปด้วยความแค้นตาแทบถลน

ooooooo

อู๊ด เดินกลับมาที่ศาลาวัดอย่างอารมณ์เสีย พอดีเจอกับท่านเจ้าคุณฯ  เด่นดาว  และไทรงามเดินมาทางบันได ชายหนุ่มเข้าไปทัก ถามว่าจะกลับกันแล้วหรือ

"จ้ะ หลาน...มันเวียนหัวเหมือนจะหน้ามืดยังไงก็ไม่รู้ นี่แขกก็ทยอยกลับกันหมดแล้ว ปู่ก็เลยขอตัวลาคุณย่าของหลานออกมานี่แหละ"

"ขอบพระคุณ มากนะครับที่กรุณาอยู่เป็นเพื่อนปลอบโยนและให้กำลังใจท่าน คุณย่าท่านตรอมใจกับเรื่องนี้มาก แล้วตัวผมเองก็...ตั้งตัวไม่ทัน คุณพ่อท่านจากไปกะทันหันจริงๆ" อู๊ดน้ำตาคลอ

ทั้งเด่นดาวและไทรงาม ต่างมองอู๊ดด้วยความสงสาร เห็นใจ ส่วนท่านเจ้าคุณฯเอามือแตะบ่าปลอบใจชายหนุ่ม เอ่ย ให้กำลังใจว่า

"ปู่ เห็นใจหลานจริงๆ แต่อย่างไรก็หักใจเสียเถอะนะ คุณย่าท่านป่วยหนักอย่างนี้ หลานต้องหนักแน่นและลุกขึ้นมาเป็นเสาหลักของบ้านแทนท่านให้เร็วที่สุด ถ้ามีอะไรที่ปู่พอ จะช่วยได้ก็ขอให้บอก ปู่ยินดีและเต็มใจช่วยหลานเต็มที่"

อู๊ด ยกมือไหว้ท่านด้วยความซาบซึ้งตื้นตัน พยายามบังคับตัวเองไม่ให้ร้องไห้ออกมา...

ไทรงามก้มหน้างุดแอบซับ น้ำตา เธอสงสารเขาจนอยากจะเข้าไปกอดปลอบใจแต่ทำไม่ได้...

ooooooo

คุณ หญิงซึ่งเคยสง่างามมีราศีน่าเกรงขาม บัดนี้กลายเป็นหญิงชราหน้าตาซูบซีดหลังค่อมดวงตาแห้งผากนั่งอยู่บนรถเข็น ถือธูปเข้าไปไหว้ศพลูกชาย โดยมีใบ้ รับธูปจากคุณหญิง ปักในกระถางให้

อู๊ด เห็นสภาพของย่าแล้วแอบเช็ดน้ำตา สะอื้นในอก พยายามให้กำลังใจตัวเองก่อนเดินเข้าไปหาคุณหญิงและทุกคนที่นั่งรายล้อมท่าน อยู่

"คุณย่ากลับไปพักผ่อนก่อนนะครับ" อู๊ดเอ่ย อุษารีบแทรกขึ้นว่า

"แม่ ก็ว่าอย่างนั้นล่ะ ยิ่งดึกยุงยิ่งชุม แม่ยิ่งแพ้ยุงอยู่ด้วย ไป...ตาอ๊อด" อุษาพูดกับอู๊ดแล้วหันไปชวนอ๊อดพลางลุกไปกับลูกชาย ทิ้งคุณหญิงไว้ให้เป็นหน้าที่ของอู๊ดคนเดียว

อู๊ดหันไปรบกวนเพิ่มให้ ช่วยพาย่ากลับไปก่อน ตนยังอยากอยู่กับคุณพ่ออีกสักพัก หันไปพูดกับบานเย็นว่า "ผมฝากคุณน้ากับคุณป้าหวินช่วยดูแลคุณย่าก่อนด้วยนะครับ"

ทุกคนรับคำ ขอร้องของอู๊ดอย่างเต็มใจ อู๊ดพูดกับคุณหญิงขณะเข้าไปกุมมือไว้แน่นว่า

"เดี๋ยว ผมตามไปครับคุณย่า"

เมื่อทุกคนกลับไปแล้ว อู๊ดทรุดตัวลงนั่งอย่างหมดแรง มองโลงศพกิติผู้เป็นพ่อน้ำตาคลอ

ใบ้ ยังอยู่ที่วัด นั่งอยู่ข้างกระถางธูปกับเชิงเทียน อดแอบมองอู๊ดด้วยความสงสารไม่ได้...

ooooooo

อุษากับอ๊อดเดิน นำทุกคนที่มาจากบ้านธีระรัตน์ ลงจากศาลามาถึงลานวัดก็หันไปสั่งเพิ่มว่า

"แก พาคุณแม่กลับไปบ้านก่อนนะไอ้เพิ่ม ฉันกับคุณอ๊อดจะแวะไปทำธุระที่อื่น" พูดแล้วพาอ๊อดแยกไปเลย หวิน มองตามแล้วถอนใจเฮือกใหญ่ อดพูดกระแนะกระแหนไม่ได้ว่า

"เฮ้อ...ไปเสียได้ก็ดี ทำอย่างกับว่าอยู่แล้วจะคอยดูแลท่าน มันก็ต้องนังหวินกับนังเย็นอยู่ดี"

"พี่ หวิน..." บานเย็นเรียกปราม ชายตาไปทางคุณหญิงเตือนสติหวิน หวินรีบยกมือไหว้คุณหญิงเอ่ยขอโทษ แก้ตัวว่าไม่ได้ตั้งใจจะทำให้คุณหญิงไม่สบายใจ ที่พูดก็แค่โล่งอกที่จะได้ดูแลคุณหญิงโดยที่ไม่มีอุษากับอ๊อดอยู่ด้วย เท่านั้นเอง

ขณะนั้นเอง ยายอ่อนถือห่อใบตองห่อใหญ่จ้ำเข้ามาร้องเรียกหวิน ทุกคนหันไปมอง ดำเป็นคนถามว่า "มีอะไรจ๊ะยาย"

"ท่านพระครูฯท่านให้ยายเก็บสมุนไพร ที่ปลูกไว้หลังวัดมาให้แม่หวินเอาไปต้มให้คุณหญิงกิน ท่านว่าคุณหญิงซูบเหลือเกิน อาจเป็นเพราะเลือดลมเป็นพิษน่ะจ้ะ"

ยาย อ่อนส่งห่อสมุนไพรให้หวิน คุณหญิงมองด้วยแววตาที่มีความหวังขึ้นมาแวบหนึ่ง

ooooooo

อู๊ด ยังนั่งมองโลงศพพ่อน้ำตาคลออยู่ครู่หนึ่ง จึงหันไปบอกกับใบ้ที่นั่งอยู่ข้างกระถางธูปว่าขอธูปสักดอก ใบ้รีบจุดธูปส่งให้อู๊ดด้วยความเข้าใจความรู้สึกการพลัดพรากของชายหนุ่ม

อู๊ ดรับธูปจากใบ้ พนมมือนิ่งอยู่อย่างนั้นเหมือนกำลังสื่อสารกับดวงวิญญาณของกิติผู้เป็นพ่อ ครู่หนึ่งจึงส่งธูปให้ ใบ้นำไปปักในกระถาง จากนั้นก็นั่งมองโลงศพพ่อนิ่งอยู่อย่างนั้น

ใบ้ค่อยๆเดินเข่าผ่าน หลังอู๊ดไปอย่างไม่อยากอยู่รบกวนสมาธิของเขา แต่แล้วก็ต้องชะงักเมื่ออู๊ดพูดขึ้นว่า

"อยู่เป็นเพื่อนผมก่อนนะครับ คุณอา"

ใบ้ชะงักแล้วขยับเข้าไปนั่งใกล้ๆอู๊ด นั่งนิ่งๆ เงียบๆแต่เพียงครู่เดียวอู๊ดไม่อาจทนเก็บความอัดอั้นไว้ได้ เขาระเบิดความในใจที่เพิ่งพูดกับพ่อเมื่อครู่นี้ให้ใบ้ฟังด้วยน้ำตาที่อาบ หน้า

"ผมยังไม่ได้ตอบแทนพระคุณท่านเลย ผมนึกไม่ออกด้วยซ้ำว่า ผมเคยบอกคุณพ่อว่าผมรักท่านบ้างหรือเปล่า ถึงตอนมีชีวิตอยู่...ผมกับท่านจะไม่ได้สนิทสนมกันนัก แต่ผมก็อยากบอกท่าน...อยากบอกเหลือเกินว่าผมรักท่านมากแค่ไหน แต่มันก็สายเกินไป ผม...ไม่มีโอกาสแล้ว ท่านจากผมไปแล้วจริงๆ"

อู๊ด โผเข้ากอดใบ้ร้องไห้โฮราวกับเด็กตัวน้อยๆที่โผเข้าสู่อ้อมอกที่แข็งแรงของ พ่อ

"คุณพ่อไม่อยู่กับผมแล้วครับคุณอา ต่อไปนี้ผมไม่มีพ่ออีกแล้ว..."

ใบ้กอดอู๊ดไว้ร้องไห้อย่างเจ็บปวด ยิ่งกว่าที่ไม่อาจบอกความจริงกับอู๊ดได้ว่าตนเป็นพ่อที่แท้จริงของเขา เป็นความจริงที่ใบ้จะต้องเก็บไว้กับตัวจนตายไปด้วยกัน...

ooooooo

ทาง เปลี่ยวที่เป็นเส้นทางเดินไปหลังครัวของวัดซึ่งยายอ่อนใช้เป็นที่นอนในวัด เสี่ยโอ ทนต์ อุษา และอ๊อดนัดสุมหัวกันที่นั่น เสี่ยพูดกับพวกอุษาอย่างแค้นใจว่า

"มันไม่ยอมแต่งงานกับลูกอั๊ว มันบอกว่ามันไม่ได้ทำ

ถ้ามันไม่ได้ทำแล้วหมาตัวไหนมันทำลูกอั๊วท้อง!!!"

ยายอ่อนจะกลับที่นอนในวัดได้ยินเสียงเสี่ยโอเลยแอบฟัง

อ๊อดแอบสบตากับอุษาและทนต์ ในที่สุดทนต์ถามเสี่ยว่าจะเอายังไงก็ว่ามา เสี่ยบอกว่าในเมื่ออู๊ดไม่อยากเป็นลูกเขยตน ตนก็ไม่เอาเหมือนกันแต่จะเรียกค่าเสียหายให้ลูกสาว

"แล้วอีนังคุณหญิงมันจะจ่ายให้เสี่ยเหรอ อีนี่มันเค็มจะตาย" อุษากันท่าเพราะเสียดายเงิน

"อั๊วไม่โง่ไปเจรจากับมันดีๆอีกแล้ว คราวนี้อั๊วจะบังคับให้มันจ่าย"

เมื่ออ๊อดเลียบเคียงถามว่าจะใช้วิธีไหน บังคับให้คุณหญิงเซ็นเช็คหรือ เสี่ยแสยะยิ้มบอกว่าตนจะหาวิธีที่ง่ายกว่านั้น แล้วบอกทนต์ที่สนใจฟังอยฺู่ว่า

"อั๊วจะให้ลื้อยกพวกปล้นบ้านธีระรัตน์ กวาดสมบัติมันมาให้หมด ทุกอย่างหารสี่ อั๊ว ลื้อ แล้วก็คุณอุษากับคุณอ๊อด"

ยายอ่อนถึงกับเข่าอ่อนมือไม้สั่น เงี่ยหูฟัง ตื่นเต้นจนแทบจะกลั้นใจฟัง

"เมื่อไหร่" ทนต์กระเหี้ยนกระหือรือ

"งานฉลองปีใหม่วันสุดท้ายที่วัดบ้านไทรย้อย" เสี่ยกำหนดวันแล้วบอกอุษา "ปล่อยคนงานในบ้านไปเที่ยวให้หมดแล้วลงมือ"

"ก็ดี ผมจะได้จัดการกับศัตรูผมในคืนนั้นด้วยเลย ได้โจโรฤกษ์ทั้งทีก็ปล้นมันทั้งบ้านธีระรัตน์แล้วก็บ้านไอ้เจ้าคุณฯพร้อมกันเสียเลย" ทนต์กระหยิ่มกับแผนการใหญ่

"ปล้นแล้วก็เผาบ้านมันให้สิ้นซาก ทำยังไงก็ได้ ให้ไอ้พวกธีระรัตน์มันเหลือแต่ตัว ไม่ต่างจากหมาข้างถนนตัวนึง..." เสี่ยโอพูดอย่างสะใจ

อุษา  อ๊อดกับทนต์  สบตากันอย่างคาดไม่ถึงว่าเสี่ยจะแค้นจนถึงขนาดนี้

ส่วนยายอ่อนยกมือทาบอกหายใจหอบถี่ด้วยความตกใจสุดขีด ค่อยๆถอยออกมา แต่เจ้ากรรมเท้าไปชนถูกไม้กวาดที่วางไว้ข้างเสาหล่นลงมาโดนหม้อจานชามที่ล้างคว่ำไว้หล่นเสียงดัง

พวกนั้นมองขวับ ยายอ่อนรีบวิ่งลนลานออกไป แต่ พวกนั้นพากันวิ่งตามหลังยายอ่อนที่เห็นอยู่ไวๆ

ยายอ่อนวิ่งสุดแรงแต่พอหันไปเห็นทนต์ที่วิ่งแซงพวกตัวเองเข้ามาใกล้ ยายอ่อนตัดสินใจตะโกน

"ช่วยด้วย...ช่วยด้วย"

อู๊ดบอกใบ้ว่าเสียงคนร้องให้ช่วย ใบ้เอะใจว่าจะเป็นยายอ่อน ลุกพรวดวิ่งไปตามเสียงร้อง อู๊ดรีบลุกวิ่งตามไปด้วย

ooooooo

ทนต์วิ่งพรวดเข้ามาคว้าตัวยายอ่อนไปอุดปากไว้ทันที เมื่ออุษากับอ๊อดและเสี่ยโอวิ่งตามมาทัน อุษาพรวดเข้าไปดูหน้ายายอ่อน พูดอย่างแค้นใจ

"อ้อ...ยายไอ้ใบ้นี่เอง ไม่อยากแก่ตายเองรึไงถึงได้ รนหาที่ตายแบบนี้"

ยายอ่อนไม่ได้หวาดกลัว ย้อนถามอุษาอย่างรับไม่ได้ว่า "คุณยังเป็นคนอยู่รึเปล่าคุณอุษา คุณหญิงท่านเป็นแม่ของคุณ

คนหนึ่งนะ ทำไมคุณถึงกล้าเนรคุณท่าน มาร่วมมือกับไอ้พวกโจรใจเหี้ยมพวกนี้"

อ๊อดปราดเข้าตบหน้ายายอ่อนจนเลือดกบปาก ด่าว่าจะตายอยู่แล้วยังปากเก่งอีก

"คนที่คุณจะเผาบ้านเขา เขาไม่ใช่ย่า ไม่ใช่น้อง ไม่ใช่ ญาติของคุณหรอกหรือคุณอ๊อด ทำไมคุณถึงได้อกตัญญูเหมือนแม่คุณไม่มีผิด" ยายอ่อนด่าทั้งที่เลือดกบปาก

อุษาทนไม่ได้ถามว่าจะปล่อยให้ด่าตนกับลูกอีกนานไหม เสี่ยโอสั่งทนต์ว่าจะให้ใครรู้เรื่องนี้ไม่ได้เด็ดขาด ทนต์ชักปืนออกจากเอวช้าๆ ที่จริงมันไม่อยากทำใครที่ไม่ใช่ศัตรูโดยเฉพาะคนแก่ที่ไม่มีทางสู้

แม้จะรู้ชะตากรรมของตัวเอง แต่ยายอ่อนก็ไม่ร้องขอชีวิต กลับจ้องพวกมันอย่างแค้นใจ

ooooooo

อู๊ดกับใบ้วิ่งมาถึงทางเดินหลังครัวของวัด แต่ ไม่พบอะไร ขณะใบ้จะวิ่งต่อไปนั่นเอง เท้าเตะถูกหม้อชามรามไหที่หล่นแตกที่พื้น พอก้มดูก็สังหรณ์ใจว่าต้องเกิดเรื่องไม่ดีกับยายแน่ๆ วิ่งออกไปจากตรงนั้น กวาดตามองไปในความมืด อู๊ดรีบวิ่งตาม

ยายอ่อนจ้องหน้าทนต์ที่เอาปืนจ่อตนอยู่ สาปแช่งอย่างไม่สะทกสะท้านว่า

"ถ้าฉันเคยทำเวรกรรมอะไรกับพวกแกไว้ ฉันขอชดใช้และอโหสิให้พวกแกในชาตินี้เดี๋ยวนี้ แต่พวกแกไม่มีทางเลี่ยงกรรมชั่วที่ก่อกับคนอื่นไว้ได้ พวกแกจะต้องถูกตามทวงหนี้ไปตราบจนลมหายใจสุดท้ายของชีวิต ฉันขอเตือน!!"

"ปิดปากมันเดี๋ยวนี้ มันแช่งเราไม่ได้ยินหรือ" อุษาตวาด

"อโหสิให้กูด้วยก็แล้วกัน" ทนต์ง้างไกปืนทันที

อู๊ดวิ่งตามใบ้เข้าไปในห้องยายอ่อนก็ไม่เห็น ทันใดนั้นทั้งสองได้ยินเสียงปืนดังขึ้น 2 นัดติดกัน ใบ้จับทิศทางเสียงปืนได้กระโจนพรวดออกไปทันที อู๊ดรีบวิ่งตามไปติดๆ แล้วใบ้ก็ชะงักใจหายวาบเมื่อเห็นรองเท้าแตะของยายอ่อนหล่นอยู่ พลิกคว่ำพลิกหงายไปข้างละทาง

ใบ้วิ่งต่อไปเหมือนคนบ้า และแล้วแทบหัวใจหยุดเต้นเมื่อเห็นร่างยายอ่อนนอนหายใจรวยรินอยู่ที่พื้น เลือดนองไปในแปลงสมุนไพร ใบ้ประคองร่างยายอ่อนไว้ในแขนร้องเสียงหลง

"ใครทำคุณยาย ใครมันใจสัตว์ทำกับคุณยายได้ถึงขนาดนี้..." อู๊ดพรวดเข้ามานั่งข้างๆใบ้

"ทะ....ทนต์...ละ...ละ...ลูกน้องสะ...เสี่ยอะ...โอ..." ยายอ่อนพยายามพูดคำสุดท้ายแล้วสิ้นใจในอ้อมแขนของใบ้

ใบ้กอดร่างยายอ่อนร้องไห้โฮ...

ooooooo

ใบ้บุกไปที่บ้านเสี่ยโอทุบประตูลั่น แต่ไม่ทันที่เสี่ยจะเปิดประตูก็ถูกถีบโครมเข้ามา ใบ้พรวดเข้าไป ตามด้วยอู๊ด อัมได้ยินเสียงตึงตังโครมครามจึงวิ่งมาดู

เสี่ยโอโวยวายใส่ใบ้ว่ามีสิทธิ์อะไรมาพังบ้านตน อู๊ดรีบเข้าห้ามใบ้ถามเสี่ยว่าไอ้ทนต์อยู่ไหน เสี่ยทำไขสือย้อนถามว่าทำไม

"ผมกับน้าใบ้จะลากตัวมันไปโรงพัก โทษฐานที่มันยิงยายอ่อนตาย!"

อัมช็อกยืนจับราวบันไดแน่น   ส่วนเสี่ยโอปฏิเสธหน้าตายว่าทนต์ไม่อยู่ที่นี่   เมื่ออู๊ดคาดคั้นว่าไม่อยู่ที่นี่แล้วอยู่ที่ไหน เสี่ยโกหกว่าทนต์ลาออกไปนานแล้ว

"แต่เมื่อสองสามวันก่อนผมยังเห็นเขาอยู่ที่ร้านเสี่ย" อู๊ดยืนยัน เสี่ยย้อนถามหน้าด้านๆว่า แต่ตอนนี้ไม่อยู่มีอะไรหรือเปล่า ใบ้ทนไม่ได้กระชากเสี่ยเข้าไปจ้องถมึงทึง

"มึงมาลากคอคนไปเข้าตะรางหรือมึงอยากจะเข้าตะรางเสียเองหาไอ้หมาวัด ถ้ามึงทำกูเจ็บแม้แต่นิดเดียว กูไม่เอามึงไว้แน่" เสี่ยทำปากกล้าขู่ อู๊ดรีบเข้าไปดึงใบ้ออกมา ปลอบให้ใจเย็นว่า

"กลับกันก่อนเถอะครับคุณน้า ยังไงผมก็จะช่วยคุณน้าเอาตัวคนผิดมาลงโทษให้ได้ ผมไม่ยอมให้ยายอ่อนตายฟรีหรอกครับ"

ใบ้จำต้องกลับไปกับอู๊ด พอทั้งสองไปพ้นแล้ว อัมถามเสี่ยว่าเราทำอย่างนั้นจริงหรือ พร้อมๆกับทนต์โผล่มายืนข้างหลังเสี่ย

"ซ่อมประตูให้เสร็จ แล้วหลบไปอยู่ที่อื่นก่อนที่จะลงมือทำงานสำคัญกัน" เสี่ยสั่งทนต์แล้วกลับเข้าไปในบ้าน

อัมเดาออกว่าใครเป็นคนยิงยายอ่อนตาย แต่เพราะอะไรและเตี่ยตัวเองไปเกี่ยวด้วยอย่างไรเธอเดาไม่ได้ แต่ตระหนกเมื่อเรื่องพัวพันมาถึงเตี่ยตัวเอง

ooooooo

ร่างยายอ่อนถูกนำมาฝังไว้ที่สวนสมุนไพรตรงที่ยายอ่อนเสียชีวิต  บรรดาผู้ที่เคยเกี่ยวข้องใกล้ชิดกับยายอ่อนพากันมาในพิธีฝังศพ โดยมีใบ้หลานชายที่เลี้ยงมาแต่อ้อนแต่ออกกอบดินปิดปากหลุมอย่างพิถีพิถัน  ตั้งอกตั้งใจ  ทีละกอบ...ทีละกำ...

กลบปากหลุมเสร็จแล้ว ใบ้เอาสมุนไพรที่ยายอ่อนปลูกไว้มาปลูกไว้รายรอบหลุมศพ และสุดท้าย โปรยดอกมะลิที่เด็ดมาลอยน้ำบนหลุมศพอีกที

ทุกคนดูใบ้อย่างสงบ บ้างน้ำตาคลอ บ้างตาแดงก่ำ ต่างเศร้าเสียใจและเห็นใจใบ้ยิ่งนัก

คุณหญิงนั่งอยู่บนรถเข็น น้ำตาคลอเมื่อนึกถึงยายอ่อน ที่เพิ่งฝากสมุนไพรแก้พิษมาให้อยู่หยกๆเพิ่งเห็นกันอยู่หลัดๆแท้ๆ

"คนตายแล้วไม่เผา วิญญาณจะไปสู่สุคติหรือเจ้าคะ" เด่นดาวเอ่ยถามพระครูฯ

"จิตเราจะไปอยู่ในที่ที่ดีหรือไม่ ขึ้นอยู่กับว่าเราละสังขารไปอย่างหมดห่วง หมดกังวลหรือเปล่า ยายอ่อนอาจจะทรมานก่อนตาย แต่จิตอาจเป็นสุขได้เพราะไม่ติดในวังวนของกิเลส ผิดกับบางคนที่อาจจะตายอย่างไม่ทรมาน แต่จิตกลับเป็นทุกข์เพราะตัดกิเลสทั้งปวงไม่ได้จนนิดเดียว พิธีกรรมจึงเป็นเพียงหนทางปฏิบัติที่ทำให้ผู้ที่อยู่ข้างหลังสบายใจว่า ได้ทำดีและระลึกถึงผู้ตายในทางดีแล้วเท่านั้น"

ฟังท่านพระครูฯแล้ว เพิ่มเอ่ยขึ้นว่า

"ยายอ่อนย้ำนักย้ำหนากับกระผมและเจ้าใบ้ว่า ถ้าตายก็ให้รดน้ำสวดศพพอเป็นพิธี จากนั้นก็ให้ฝังร่างแกไว้ที่นี่"

"นั่นเป็นเพราะโยมอ่อนรักผืนแผ่นดินนี้ โยมอ่อนจึงตั้งใจอุทิศร่างกายให้เป็นปุ๋ยแก่พืชพันธุ์ที่แกเฝ้าถนอมมานานหลายปี คนเราอาจจะเกิดมาต่ำต้อย แต่ก็ยิ่งใหญ่ได้ด้วยการกระทำของตนเอง ขอเพียงเราเกิดมาแล้วได้ทำประโยชน์เพื่อผู้อื่นบ้างตามสมควร เท่านี้...ก็นับว่าไม่เสียชาติเกิดแล้วล่ะโยม"

ทุกคนมองไปที่หลุมศพยายอ่อน ซึ่งใบ้ยังคงนั่งเฝ้าศพยายอยู่เหมือนจะเฝ้าอยู่อย่างนั้นนาน...เท่านาน...

ที่มุมสงบริมน้ำใกล้ตลาดไทรโศก อันเป็นสถานที่ที่พวกทนต์กับอุษานัดพบกันเป็นประจำ  อุษากับอ๊อดยืนฟังทนต์อยู่อย่างตั้งใจ

"เสี่ยทุ่มสุดตัว จ้างทั้งลิเกและลูกทุ่งวงดังมาประชันกันที่งานวัดไทรย้อยคืนนี้ เพื่อหวังกวาดคนทั้งไทรโศกให้ออกไปกันที่นั่น เราจะได้ทำอะไรสะดวก"

อุษาชมว่าเสี่ยฉลาดจริงๆ ส่วนอ๊อดกังวลเรื่องส่วนแบ่ง ถามว่าเสี่ยจะได้ส่วนแบ่งเท่าๆกับเราอย่างนั้นหรือ เพราะตนเป็นทายาทของธีระรัตน์ จะปล้นหรือไม่ปล้นสมบัติพวกนั้นก็ต้องตกเป็นของตนอยู่แล้ว อุษารีบสนับสนุนว่าตนก็คิดอย่างนั้นเหมือนกัน ถูกทนต์ปรามทั้งแม่ทั้งลูกว่า

"อย่าโลภ นักเลงตัวจริงต้องมีสัจจะและไม่หักหลังกันเอง จำไว้ เธอกับตาอ๊อดไปจัดการกับคนในบ้านและที่บ้านไอ้เจ้าคุณฯให้เรียบร้อย ทำยังไงก็ได้ ให้มันออกไปเที่ยวกันให้หมด 4 ทุ่มคืนนี้เราจะปล้นบ้านพวกมัน"

ฟังทนต์แล้ว อุษากับอ๊อดสบตากันเหมือนจะบอกกันว่าแค่เรื่องกล้วยๆ

ooooooo

บ่ายแก่ๆวันนี้ อุษาเรียกประชุมบรรดาคนงานในบ้าน ตีหน้าเศร้าบอกแก่ทุกคนว่า

"อย่างที่ทุกคนรู้ว่า ช่วงนี้บ้านเราเกิดเหตุการณ์เลวร้าย มากมาย จนฉันเองก็แทบตั้งตัวไม่ทัน แต่ที่ฉันเรียกทุกคนมาวันนี้ ก็เพราะไม่อยากเห็นทุกคนเศร้าหมองจนเกินไป เพราะนี่ก็เป็นช่วงปีใหม่ที่ทุกคนควรจะได้ทำบุญหรือเที่ยวสนุกสนานกันตามสมควร"

"คุณอุษาจะให้คนงานหยุดงานหรือครับ" เพิ่มถามอย่างแปลกใจ

"ใช่ แล้วฉันจะแจกเงินให้ทุกคนเป็นพิเศษด้วย จะได้ เอาไปทำบุญกัน"

บรรดาคนงานพากันยิ้มแย้มดีใจที่จะได้หยุดงานทั้งยังได้เงินอีกด้วย แต่เพิ่ม หวิน กับดำแอบสบตากันงงๆ

ส่วนอ๊อดแยกไปเดินงานทางสายเจ้าคุณยงยศ หลังจากเข้าไปเอ่ยเชิญแล้ว ท่านเจ้าคุณฯตอบอย่างผู้ใหญ่ใจดีว่า

"อันที่จริง ถ้าเป็นเรื่องงานบุญงานกุศล ปู่ยินดีช่วยเต็มที่ แต่ถ้าจะให้ไปเป็นประธานในคืนนี้ เห็นทีจะไม่ไหว ปู่กลัวจะนั่งอยู่จนงานเลิกไม่ได้ จะออกมาก่อนก็ไม่สมควรนะหลาน"

เมื่อเรียนเชิญเจ้าคุณปู่ไม่สำเร็จ อ๊อดหันมาขอให้เด่นดาว ไปเป็นตัวแทน เธอปฏิเสธอย่างอ่อนโยนว่าตนไม่สะดวกจริงๆ เมื่อเจ้าคุณปู่ไม่สบายอย่างนี้ ตนขออยู่ดูแลเจ้าคุณปู่ดีกว่า

เมื่อเห็นอ๊อดหน้าเสีย เจ้าคุณปู่จึงจะให้เฟื้อไปช่วยงานก็แล้วกัน พลางร้องเรียกเฟื้อให้เกณฑ์คนงานไปช่วยงานอ๊อดที่วัดไทรย้อยคืนนี้ด้วย เฟื้อรับคำสั่งบอกเจ้าคุณปู่ว่าจะทิ้งคนงาน ไว้เฝ้าบ้านสัก  3-4  คน  ท่านเจ้าคุณฯบอกว่าไม่ต้องก็ได้แค่

คืนเดียวเอง เฝ้ากันมาตั้งหลายเดือนก็ยังไม่เห็นมีอะไร

"แต่..." เฟื้อจะชี้แจง ถูกท่านเจ้าคุณฯแทรกขึ้นก่อนว่า

"ฉันอยู่กับหลานดาวได้ เฟื้อไม่ต้องห่วงหรอก เกณฑ์คนไปให้หมดนั่นแหละ ไปพร้อมคุณอ๊อดก็ดี มีอะไรจะได้ช่วยกันทำ"

"ขอบพระคุณมากครับเจ้าคุณปู่" อ๊อดยกมือไหว้ แอบยิ้มสมใจที่ทุกอย่างเป็นไปตามหมากที่วางกันเอาไว้

ooooooo

เมื่อหวินกับดำไปเล่าให้บานเย็นฟังที่เรือนเรื่องอุษาจะให้คนงานพักและให้เงินไปเที่ยวไปทำบุญด้วย บานเย็นมองในแง่ดีว่าอุษาให้คนงานพักก็ดีแล้ว หวินแย้งว่า

"ไอ้ดีมันก็ดีล่ะนะ แต่มันก็น่าแปลก ชั่วนาตาปีเห็นตะบี้ตะบันใช้งานจนไม่มีใครได้โงหัว มาวันนี้กลับใจดีให้หยุดพร้อมกันหมดเสียนี่"

"นั่นสิน้าเย็น แถมยังแจกตังค์ให้ทุกคนอีกต่างหาก" ดำเสริมทำหน้าสงสัยเต็มที่

บานเย็นเห็นดำกับหวินตั้งข้อสังเกตมากมาย จึงถามว่าแล้วเพิ่มพาคนงานไปเที่ยวด้วยหรือ หวินบอกว่าเพิ่มเดินทางไปพระนคร เห็นว่าจะไปรับทนายเจนมาที่นี่ไม่รู้มีเรื่องอะไร

"พี่หวินกับดำล่ะ ไม่ไปเที่ยวงานวัดกับเขาหรือ เรื่องคุณหญิงไม่ต้องห่วงนะจ๊ะ เดี๋ยวเย็นขึ้นไปดูแลท่านเอง" บานเย็นอาสา

"คุณอุษาเธอให้ขึ้นไปเสียที่ไหนล่ะ กำชับนักหนาว่าจะดูแลคุณหญิงเอง ส่วนพี่ก็ไม่อยากไปไหน คุณกิติกับยายอ่อนเพิ่งตายอย่างนี้ ใครจะมีกะจิตกะใจไปเที่ยว"

"แต่ตอนเขาแจกตังค์ หนูเห็นแม่ไปเข้าคิวกับเขาด้วยนี่" ดำแซวแม่

"เออ...แล้วทำไมล่ะ ก็มันเป็นสิทธิ์ของข้านี่หว่า ไอ้จะเอาเงินไปเก็บไว้หรือใช้ทำอะไรมันก็เป็นสิทธิ์ของข้าอีกเหมือนกันเว้ย..." หวินลอยหน้าตอบประชดแก้เกี้ยว

ดำหันไปสบตาบานเย็นหัวเราะขำแม่ตัวเอง หวินค้อนเคืองๆใส่ไอ้ลูกช่างเหน็บอย่างหมั่นไส้

ooooooo

เมื่อคุณหญิงอยู่ในสภาพที่ช่วยตัวเองไม่ได้แบบเดียวกับกิติ  จึงต้องมีคนมาดูแล  อุษามาป้อนข้าวก็ทำอย่างขอไปที  กระแทกกระทั้น  กระแนะกระแหน  วันนี้ป้อนได้ไม่กี่คำก็กระแทกชามตวาดใส่

"เอ้า...กินๆเข้าไป เพราะนี่อาจจะเป็นข้าวยาไส้มื้อสุดท้ายของแกแล้ว..." พอคุณหญิงจ้องหน้าอย่างแค้นจัดก็ด่าแล้วเข้าไปพูดกรอกหูว่า "เลียอิ่มแล้วก็อย่าขี้เยี่ยวให้มันเลอะเทอะนะคะ เพราะคืนนี้มีเรื่องสนุกๆให้เราทำอีกเยอะ เกิดคุณแม่สนุกจนช็อกตายคากองขี้กองเยี่ยวขึ้นมา  ศพมันจะอุจาดตานะคะคุณแม่..."

อุษาถลึงตาแทบถลนใส่   หันหลังระเบิดหัวเราะสะใจออกไป   คุณหญิงแค้นจนแทบกระอักเลือดแต่ทำอะไรไม่ได้ ได้แต่ขบฟันจนกรามปูด

อุษาเดินแผดเสียงหัวเราะออกมา พลันก็หุบแทบไม่ทันเมื่อเห็นอู๊ดเดินมา ร้องถามว่าไหนบอกว่าคืนนี้ไม่กลับบ้าน

"ครับ กลัวว่าจะต้องอยู่โยงเฝ้าของที่แคมป์ทั้งคืน ก็เลยหาเวลาแวะมาดูคุณย่าก่อนครับ" อุษาเลียบเคียงถามว่าแล้วคนงานไปไหนหมด "เขาขอไปเที่ยวงานวัดที่บ้านไทรย้อยกันครับ ผมเห็นว่าเร่งทำกะดึกมาหลายอาทิตย์แล้ว คงอยากจะพักกันก็เลยอนุญาตให้ไป นี่...คุณย่าเป็นอย่างไงบ้างครับ"

"เพิ่งจะหลับเมื่อกี้นี้เอง หมู่นี้ท่านหูไว ขยับตัวนิดหน่อยท่านก็ได้ยินแล้ว อู๊ดอย่าเพิ่งเข้าไปเลยนะ เพราะถ้าท่านตื่นมาเห็นลูกท่านก็จะไม่ยอมนอนอีก เมื่อคืนก็ไม่ได้หลับมาทั้งคืน ร่างกายไม่ได้พักผ่อนเดี๋ยวจะยิ่งแย่ไปกันใหญ่"

อุษาพูดกันท่าเสียจนอู๊ดไม่กล้าเข้าไปเยี่ยมย่า

ooooooo

ที่ลานเชื่อมระหว่างเรือนใหญ่ไปเรือนบานเย็น ไทรงามสะพายกระเป๋ายาเดินไปทางเรือนบานเย็น  เหลือบเห็นอู๊ดออกมาจากเรือนใหญ่ ต่างชะงักมองกันอึ้ง และแล้วอู๊ดก็เป็นฝ่ายก้มหน้าเดินผ่านเธอไป ไทรงามถามตามหลังอย่างทนไม่ได้ว่า  ทำไมทำเหมือน  ไม่อยากพูดคุย ไม่อยากเห็นหน้าตน

อู๊ดหยุดเดิน พูดโดยไม่หันมามองว่า

"ผมไม่อยากให้คุณรังเกียจผมมากไปกว่านี้...คงไม่มีใครที่ไหนอยากจะเข้าใกล้คนที่เป็นโรคเรื้อนน่ารังเกียจน่าขยะแขยงนักหรอก"

ไทรงามเจ็บร้าวลึก เธอสูดลมหายใจยาว เดินมาประจัน หน้าชายหนุ่ม

"ฉันไม่เคยรังเกียจคุณเพราะเรื่องนี้" ไทรงามเสียงปร่า ครั้นอู๊ดถามว่าแล้วเธอทำตัวเหินห่างตนทำไม ไทรงามสวนไปว่า "เพราะคุณกำลังจะเป็นพ่อคน ไม่ว่าจะตั้งใจหรือไม่ก็ตาม"

"แล้วถ้าผมพิสูจน์ได้ว่าผมไม่ได้เป็นพ่อของเด็กล่ะ หมอจะยกเหตุผลอะไรมาอ้างอีก นอกจากเรื่องโรคติดต่ออุบาทว์ ที่ผมเป็นอยู่นี่"

"โรคนี้มันไม่ได้รุนแรงอย่างที่คุณคิดหรอกนะ แล้วตอนนี้เราก็รักษาให้หายขาดได้"

"หมอไม่ต้องพูดปลอบใจผมหรอก ผมเคยเห็นคนที่เป็นโรคนี้มาแล้ว ผมรู้ว่ามันน่ากลัว น่าสะอิดสะเอียนขนาดไหน"

"คุณเคยเห็นมากี่ครั้งล่ะคะ ฉันทั้งเห็นทั้งสัมผัสโอบกอดคนที่เป็นโรคนี้มากกว่ายี่สิบปี และฉันก็ไม่เคยคิดรังเกียจเขาแม้แต่เสี้ยววินาที รู้อย่างนี้แล้วคุณยังคิดว่าฉันจะรังเกียจคนที่เพิ่งเป็นโรคนี้อย่างคุณอยู่ รึเปล่า" ไทรงามใช้ความอดทนเยือกเย็นพยายามชี้แจงให้เขาเข้าใจ

อู๊ด ฟังแล้วอึ้งไปถนัดใจ ยิ่งเห็นความจริงจังจากสีหน้าเธอ เขาก็ยิ่งพูดไม่ออก

ooooooo

งาน วัดที่ไทรย้อยเริ่มแล้ว...

อุษาจับตาการเคลื่อนไหวของคนในบ้าน พอเห็นหวินถือถาดใส่ถ้วยยาสมุนไพรเข้ามาที่ห้องคุณหญิง ก็ถามอย่างไม่พอใจ

"ตกลง นี่เธอไม่ได้ไปทำบุญที่วัดกับเขาหรือ"

"ไม่ได้ไป คือ...หวิน...มึนหัวน่ะค่ะ" หวินหาข้ออ้างแทบไม่ทันพลางก้าวเข้าไปในห้อง

"ไม่ ต้องหรอก เดี๋ยวฉันป้อนคุณแม่เอง แล้วก็ไม่ต้องขึ้นมากวนท่านอีกนะ ท่านจะเข้านอนแล้ว ฉันจะนอนเฝ้าท่านอยู่แถวนี้ล่ะ" อุษาพูดเสียงหวาน ยิ้มแย้มใจดีผิดปกติ รับถาดยากันท่าไม่ให้หวินเข้าไปในห้อง แต่หวินก็ยังพยายามชะเง้อมองเข้าไป ไม่ทันเห็นอะไรอุษาก็ปิดประตูเสียแล้ว

อุษา ถือถาดยาเข้าไปที่เตียง คุณหญิงกำลังจ้องอุษาเขม็ง เจ้าหล่อนทำเสียงหวานบอกว่า

"ยาพิษอุ่นๆ มาแล้วค่ะคุณแม่ นี่ถ้าพวกลิ่วล้อของคุณแม่รู้ว่าพวกมันนั่นแหละที่เป็นคนทำให้คุณแม่นอนแข็ง เป็นสากกะเบืออย่างนี้ มันจะตีหน้ากันยังไง"

วางยาไว้ที่โต๊ะหัว เตียงแล้ว อุษาหันไปเปิดลิ้นชักหยิบหมึกสำหรับพิมพ์ลายนิ้วมือออกมาพร้อมกับเอกสารแผ่น หนึ่ง ลอยหน้าบอกคุณหญิงว่า

"พินัยกรรมฉบับใหม่ที่อุษาทำขึ้นเอง ฟังเสียหน่อยนะคะ จะได้รู้ว่าตัวเองยกอะไรให้ใครบ้าง" ว่าแล้วอุษาก็บีบเสียงอ่าน "ข้าพเจ้า...คุณหญิงธีระรัตน์ ขอยกสมบัติทั้งสังหาริมทรัพย์และอสังหาริมทรัพย์ทั้งหมดที่ข้าพเจ้าถือ สิทธิ์ครอบครอง ให้แก่ทายาทคือนายเกียรติกร ธีระรัตน์ แต่เพียงผู้เดียว..."

อุษา หยุดละสายตาจากเอกสารมองหน้าคุณหญิงอุทานดีดดิ้น

"ต๊าย...นี่คุณแม่ รักตาอ๊อดมากขนาดนี้เลยหรือคะ" เห็นคุณหญิงกัดฟันแน่นก็วางเอกสารโน้มตัวเข้าไปจิกบอก "เดี๋ยวกินยาสักหน่อยนะคะ แล้วค่อยมาพิมพ์ลายนิ้วมือให้พินัยกรรมฉบับนี้มีผลตามกฎหมายกัน มาค่ะ"

อุษา หยิบถ้วยยามาจ่อปากคุณหญิง พอคุณหญิงสะบัดหน้าหนีอุษาก็สวมวิญญาณนางร้ายตวาดแว้ด "พูดด้วยดีๆไม่ชอบ ชอบให้ใช้ความรุนแรงอยู่เรื่อย อีแก่ นี่..." ว่าแล้วก็จับหน้าคุณหญิงบิดกลับมา บีบปากแล้วกรอกยา

ooooooo

เพิ่ม ไปเชิญคุณเจนจากพระนครมาพบท่านเจ้าคุณฯ พอมาถึงก็คุยกันในคืนนี้เลย คุณเจนแจ้งว่า

"ผมให้เพื่อนที่เป็นตำรวจสืบจนรู้แน่ชัดแล้วครับว่า ปืนที่ท่านให้ผมไปนั้นเป็นของนายโอฬาร ชาติอาชา ซึ่งเพิ่งซื้อมาจากพระนครเมื่อต้นปีนี้เอง"

"อะไรก็ไม่สำคัญเท่ากับ ว่าชื่อนี้มันเป็นชื่อและนามสกุลจริงของเสี่ยโอครับ" เพิ่มระบุ

พอ รู้ความเชื่อมโยง ทั้งเจ้าคุณฯ เด่นดาว และไทรงามต่างมองหน้ากันอย่างงุนงงและตกใจ

"แน่ใจหรือนายเพิ่ม" ท่านเจ้าคุณฯย้ำถาม

"ครับ ผมเป็นตัวแทนหนูเย็นทำสัญญาเช่าที่กับเสี่ยโอ เป็นประจำทุกปี ผมจึงจำได้แม่นยำว่านี่เป็นชื่อของเสี่ยโอแน่นอนครับท่าน"

"หมายความ ว่าเสี่ยโอจ้างให้คนไปลอบทำร้ายตาอู๊ดอย่างนั้นหรือ   เพราะอะไร   มีปัญหาอะไรอย่างนั้นหรือ"   ท่านเจ้าคุณฯซัก

"ไม่น่าเป็นไปได้นะคะ เจ้าคุณปู่ ช่วงนั้นงามเห็นครอบครัวเสี่ยโอก็สนิทสนมกับคุณอู๊ดดีนี่คะ"

"พี่ จำได้แล้ว" เด่นดาวนึกออก "วันนั้นน้องงามก็โดนโจรดักฉุดไปด้วย แล้วอัมพริกาก็อยู่ในเหตุการณ์ พี่ว่ามันต้องมีอะไรที่เชื่อมโยงกันแน่ๆ"

ทุก คนฟังเหตุผลของเด่นดาวอย่างครุ่นคิด วิเคราะห์

ooooooo

สาม ทุ่มครึ่งแล้ว ที่บ้านเสี่ยโอกำลังชุมนุมเตรียมเคลื่อนกำลังไปปฏิบัติการกัน

เสี่ย โอยืนอยู่ท่ามกลางชายฉกรรจ์ กวาดตามองทนต์และสมุนก่อนส่งถุงให้ทนต์ เมื่อทนต์รับไปเปิดดู ก็หยิบปืนในถุงส่งแจกจ่ายให้บรรดาสมุนที่อยู่รายรอบจนครบทุกคน

อัม กำลังจะลงจากบ้านเห็นเข้าพอดี เธอชะงักหลบมุมแอบดูแอบฟัง ได้ยินเสี่ยโอสั่งการว่า

"ปล้นมันให้เกลี้ยงแล้วเผาบ้านมันอย่าให้ เหลือซาก ใครขัดขืนก็ฆ่ามัน โดยเฉพาะไอ้อู๊ด ใครกุดหัวมันได้ อั๊วมีรางวัลให้อย่างงาม"

อัมพริกาช็อก มือเท้าอ่อนจนต้องทรุดนั่งแถวนั้นหายใจไม่ทั่วท้อง

เวลาเดียวกัน อุษากรอกยาใส่ปากคุณหญิงแล้ว หันไปหยิบแป้นหมึกที่โต๊ะหัวเตียง คว้ามือคุณหญิงมาพูดอย่างสะใจว่า "ได้เวลาส่งมอบสมบัติกันแล้ว เอามือมานี่" แต่มือคุณหญิงเกร็งแข็งจนดึงไม่ออก อุษาตวัดสายตามองคุณหญิงอย่างดุร้าย แต่ก็เจอตาคุณหญิงที่จ้องเขม็งอยู่อย่างแข็งกร้าว

อุษาออกแรงดึงมือ คุณหญิงอีก รู้สึกได้ว่ามือคุณหญิงแข็งแรงกว่าเก่ายื้อไว้จนแทบไม่ขยับ

พริบ ตานั้นเอง อุษาตะลึงอ้าปากค้าง เมื่อคุณหญิงลุกขึ้นนั่งประจันหน้าอุษาพูดด้วยเสียงแข็งกร้าวว่า

"แปลก ใจสินะ ที่ฉันไม่ได้เป็นอีง่อยบ้าใบ้อย่างที่หล่อนคิด"

"แก...นี่แกขยับตัวได้ยังไง พูดได้ยังไง ก็...ฉัน...ฉันให้แกกินยาตัวเดียวกับที่ลูกแกกินนี่นา"

"เพราะพระสงฆ์องคเจ้าท่านรู้ว่าฉันโดนวางยาน่ะสิ ท่านถึงได้เมตตาให้ยายอ่อนเอาสมุนไพรตัวใหม่มาต้มล้างพิษให้ฉัน ที่นังหวินมันยกมาให้หล่อนกรอกปากฉันทุกวันหลังจากลูกฉันตายไงล่ะ นังงูเห่า!!"

พอรู้ความจริงว่า ที่แท้คุณหญิงแกล้งทำเป็นง่อยเปลี้ยเสียขาพูดไม่ได้หลอกจนตนตายใจ อุษาก็ปากคอสั่นแทบจะง่อยเปลี้ยบ้าใบ้ไปเสียเอง คุณหญิงพูดใส่หน้าว่า

"ถ้าไม่ทำอย่างนี้ ฉันจะรู้เช่นเห็นชาติคนใจบาปสันดานหยาบอย่างหล่อนรึ!!!"

ooooooo

บานเย็นนั่งปักผ้าห่มที่ใกล้เสร็จแล้วอย่างตั้งอกตั้งใจอยู่ที่เฉลียง หลังจากฟังหวินเล่าอาการของคุณหญิงแล้ว ถามอย่างทึ่งว่า

"คุณหญิงค่อยยังชั่วขึ้นมากแล้ว เป็นไปได้ยังไงพี่หวิน"

ใบ้กับดำที่นั่งฟังอยู่ด้วยก็แปลกใจ มองหน้ากันงงๆ แฝงไว้ด้วยความปีติ

"มันก็เป็นไปแล้ว พี่เห็นกับตาอยู่ทุกวัน ตั้งแต่ยายอ่อนเอาสมุนไพรมาต้มให้กิน ท่านก็เริ่มขยับได้ทีละนิด...ทีละนิด จนถึงลุกเดินแล้วก็พูดได้ แค่ชั่วสามสี่วันมานี่เอง" หวินเล่าอย่างตื่นเต้นดีใจโอ่นิดๆที่ตัวเองรู้ดีกว่าคนอื่น

"แต่เมื่อเช้า เย็นเข้าไปป้อนข้าวท่าน ยังเห็นท่านนอนแบ็บอยู่เลย"

"ท่านไม่อยากให้ใครรู้ กับพี่เองท่านก็กำชับนักหนาให้ปิดเป็นความลับ ท่านว่าท่านต้องการจับคนผิดมาลงโทษ"

"มิน่า แม่ถึงกล้าปล่อยท่านไว้ตามลำพังกับคุณอุษา" ดำพึมพำอย่างถึงบางอ้อ

"ก็เออน่ะสิ แล้วที่ข้าไม่ยอมไปไหนก็เพราะถ้าเกิดอะไรขึ้นมา ท่านจะได้เรียกข้าทัน"

"มันคง...ไม่เกิดอะไรขึ้นหรอกจ้ะ" บานเย็นพูดเหมือนปลอบใจตัวเองกับทุกคน

บานเย็นพูดไม่ทันขาดคำก็มีเสียงตะโกนก้องขึ้นอย่างเหี้ยมเกรียม

"ไอ้เสือออออ บุกกกกกก!!!"

ทุกคนตกใจตั้งหลักไม่ทัน หวินถามว่าจะทำอย่างไรดี เพิ่มก็ยังไม่กลับ ปืนผาหน้าไม้ก็ไม่มี

ooooooo

ที่ห้องนอนคุณหญิง คุณหญิงจ้องหน้าอุษาประกาศกร้าวใส่หน้าว่า

"ฉันจะลากหล่อนเข้าตะราง...เพิ่ม!! หวิน!!!"

สิ้นเสียงตะโกนของคุณหญิง ก็มีเสียงตะโกนดังยิ่งกว่าจากข้างล่าง

"ไอ้มิ่ง ไอ้แสง มึงเฝ้าข้างล่างไว้"

เป็นเสียงของทนต์นั่นเอง มันทั้งหมดใส่หมวกไอ้โม่ง ทนต์สั่งสมุนแล้วมันเองก็วิ่งขึ้นข้างบนประกาศลั่น

"นี่คือการปล้น...ใครขัดขืนตาย!! ค้นทุกห้อง กวาดของมีค่ามาให้หมด..."

สิ้นเสียงทนต์ บรรดาสมุนก็กระจายกันออกไปตามจุดต่างๆค้นหาของมีค่าตามคำสั่ง

อุษายังอยู่ในห้องคุณหญิง หันกลับมาพูดอย่างเป็นต่อว่า "ให้แกมีลมหายใจพ้นคืนนี้ไปก่อนเถอะ แล้วค่อยคิดมาลากคอฉันเข้าตะราง แกเอาเครื่องเพชรซ่อนไว้ที่ไหน!!"

คุณหญิงยิ้มอย่างไม่สะทกสะท้าน อุษายิ่งโมโหพุ่งเข้าเค้นคอ ตะคอกถามอีกว่าเอาเครื่องเพชรไปซ่อนที่ไหน เมื่อคุณหญิงยังยิ้มไม่ปริปาก เลยถูกอุษาดันไปที่เตียง คุณหญิงพยายามขืนตัวสุดชีวิต

ooooooo

เมื่อแอบรู้แผนการร้ายของเตี่ยกับทนต์ อัมขี่รถมอเตอร์ไซค์ไปที่แคมป์สร้างทาง เจออู๊ดนอนรับลมอยู่หน้าแคมป์ พอเห็นอัมมาเขาขยับโงหัวขึ้นดู

"เร็วเข้าเถอะค่ะคุณอู๊ด" อัมวิ่งเข้าไปดึงแขนอู๊ดให้ลุกขึ้น ชายหนุ่มแกะมือเธอออกอย่างระวังตัวถามว่าจะพาไปไหนตนไม่หลงกลอีกแล้ว "อัมเคยโกหกคุณมาก็จริง แต่ครั้งนี้อัมพูดความจริง รีบกลับบ้านเถอะค่ะคุณอู๊ด เกิดเรื่องคอขาดบาดตายขึ้นแล้ว ทุกคนที่บ้านกำลังต้องการความช่วยเหลือจากคุณ"

เชษฐ์กับลูกน้องเดินมาได้ยิน ถามว่ามีอะไรหรือ อัมชิงบอกอู๊ดอย่างเร่งร้อนว่า

"อัมบอกคุณได้เท่านี้ เอาลูกน้องกับปืนไปด้วยนะคะ"

อู๊ดเห็นสีหน้าท่าทางอัมจริงจังมากจนนึกสังหรณ์ใจว่าต้องเกิดเรื่องร้ายแรง อะไรสักอย่างที่บ้านแน่แล้ว

ooooooo

ทนต์กับสมุนที่ขึ้นไปบนเรือน ช่วยกันรื้อค้นหาทรัพย์สินจนข้าวของกระจุยกระจาย เข้าห้องโน้นออกห้องนี้กันวุ่นวาย

ที่หน้าเรือนไทรโศก...ใบ้กับดำพากันย่องมาท่ามกลางแสงสลัว เพ่งมองไปเห็นมิ่งกับแสงที่ทนต์สั่งให้คุมเชิงอยู่ข้างล่าง ทั้งสองสบตาอย่างรู้กันแล้วจะเข้าจู่โจม แต่ก็ต้องชะงักเมื่อรู้ว่าหวินกับบานเย็นตามมาด้วย

ดำจัดแจงให้หวินกับบานเย็นซุ่มอยู่แถวนั้นสั่งห้ามขยับไปไหนเด็ดขาด แล้วตัวเองกับใบ้ก็กระชับไม้ในมือย่องออกไปตรงที่เห็นแสงกับมิ่งยืนคุมเชิง อยู่

ที่ห้องนอนคุณหญิง อุษากำลังบังคับให้คุณหญิงกดลายนิ้วมือลงในพินัยกรรมปลอม ถูกคุณหญิงฮึดสู้ถีบจนกระเด็น อุษาลุกขึ้นได้พุ่งเข้าตบจนเลือดกบปาก พอคุณหญิงตะโกนสาปแช่งก็เข้าไปตบซ้ำอีก แล้วบังคับกดลายนิ้วมือลงบนพินัยกรรมปลอม

ทนต์ถีบประตูโครมเข้ามาถามว่า "เรียบร้อยหรือยัง เราต้องจัดการตามที่เสี่ยสั่งเดี๋ยวนี้"

"จัดการไปเลยพี่ อุษาพิมพ์ลายนิ้วมืออีนี่เสร็จแล้วจะรีบตามไป"

ทนต์เห็นว่าไม่มีปัญหาแล้วจึงวิ่งออกไป อุษาเอาพินัยกรรมปลอมที่พิมพ์ลายนิ้วมือคุณหญิงสำเร็จแล้วขึ้นดู ระเบิดหัวเราะอย่างสะใจ ในที่สุดทุกสิ่งทุกอย่างของธีระรัตน์ก็อยู่ในกำมือตน

ooooooo

ดำกับใบ้สู้กับมิ่งและแสง ผลัดกันรุกผลัดกันรับ แต่พวกมันมีอาวุธเหนือกว่า ในที่สุดก็ถูกจับ เวลาเดียวกัน ทนต์ก็คุมตัวหวินกับบานเย็นมาเป็นตัวประกัน ขู่ทั้งสองว่าห้ามขยับ ไม่อย่างนั้นสองคนนี้ตาย

ใบ้กับดำนิ่งสนิทกลัวสองคนถูกทำร้ายจริงๆ

"มัดมือมัดปากมันไว้ ยังมีงานต้องทำอีกเยอะ" ทนต์สั่ง จากนั้นสมุนของมันก็จับทั้งสี่มัดมือมัดปากแล้วมัดตัวไว้กับเสาเรือน ทั้งสี่ได้แต่มองหน้ากันแล้วแหงนมองขึ้นไปบนเรือนด้วยความเป็นห่วงคุณหญิง

"ขนทุกอย่างไปให้หมด แล้วเผาบ้านมัน..." เสียงทนต์ตะโกนสั่งสมุน

อุษาถูกคุณหญิงสาปแช่งไม่ขาดปาก ก็ตะคอกใส่ว่าให้เตรียมตัวตายในไฟนรกที่จะเผาบ้านนี้ให้วอดวายได้แล้ว พูดแล้วระเบิดหัวเราะเดินดูพินัยกรรมออกไป

คุณหญิงอาศัยช่วงที่อุษาชะล่าใจยื่นเท้าไปขัดขาอุษาจนล้มคว่ำหัวทิ่มไปกับ พื้น พริบตานั้น คุณหญิงยันตัวลุกขึ้น เป็นจังหวะที่อุษารีบลุกขึ้นมาพอดี ทั้งคู่กอดรัดฟัดเหวี่ยงต่อสู้กันสุดแรง

แจกันทองเหลืองที่วางอยู่ ถูกคุณหญิงคว้าขึ้นมาฟาดใส่อุษาจนคิ้วแตกเลือดอาบหน้า พอได้เลือด อุษาก็บ้าดีเดือด กระโดดคร่อมคุณหญิงบีบคอสุดแรงจนคุณหญิงสลบคามือ

ข้างล่าง สิงห์กับมิ่งสมุนของทนต์กำลังจุดไฟจะเผาบ้าน ทนต์ฉุกคิดได้ตะโกนบอกอุษาว่า ไฟไหม้บ้านแล้ว เร็วเข้า!

ขณะนั้นเอง  สมุนอีกคนหนึ่งของทนต์ก็วิ่งมารายงานว่า

"เผ่นเถอะพี่ ไอ้เขียวมันบอกว่าเห็นไฟหน้ารถใครก็ไม่รู้แล่นเข้ามา"

"งั้นอ้อมไปเอารถในสวนด้านหลัง"  ทนต์สั่งแล้วตะโกนเร่ง "อุษา...เร็ว!!"

อุษาลุกขึ้นจะวิ่งลงไป ฉุกคิดได้ว่าวางพินัยกรรมไว้ หันไปจะหยิบ พอดีมีลมกระโชกมาพัดพินัยกรรมปลิวไปตกอยู่ใกล้ ตู้เสื้อผ้า อุษาผวาไปคว้า พริบตานั้นโกศทองเหลืองที่ใส่กระดูกกิติกลิ้งตกลงมาใส่หัวอุษาอย่างแรง

อุษาตาลอยยืนตัวโคลงเคลง ก่อนจะหน้ามืดเซล้มหัวฟาดมุมตู้อย่างจังสลบอยู่ตรงนั้น มีโกศกับเถ้ากระดูกของกิติกระจายอยู่ข้างตัว...

ooooooo

ตอนที่ 17

ทนต์ได้รับบาดเจ็บถูกยิงกระสุนฝังในที่แขน กลับไปให้ลูกน้องใช้มีดคมกริบกรีดเอากระสุนออก แม้จะเจ็บจนเหงื่อผุดเต็มใบหน้าแต่ไม่มีเสียงครวญครางจากปากเขาเลย

หลัง จากนั้น อุษาแอบไปพบกันที่กระท่อมแสดงความรักความห่วงใยแต่ก็เชื่อมั่นว่าเขาเอาตัว รอดได้ ทนต์พูดกับอุษาอย่างแค้นใจว่า

"ไอ้อู๊ดนี่มันเกิดมาเป็น มารผจญพี่จริงๆ ครั้งแรกก็โผล่มาช่วยไอ้ดำ มาคราวนี้ดันสาระแนมาช่วยศัตรูคู่อาฆาตของพี่อีก มันกับพี่ท่าจะอยู่ร่วมโลกกันไม่ได้เสียแล้ว"

อุษาไม่ห้าม เขาจะจัดการอย่างไรก็ตามใจ แต่ขอให้รองานแต่งงานของอ๊อดผ่านไปก่อนก็แล้วกัน หลังจากนั้นจะลากอู๊ดไปโยนบ่อจระเข้ที่ไหนก็ตามใจ

ooooooo

ห วินขลุกอยู่ในครัวทำกับข้าวจนเวียนหัว กลับมานั่งบ่นกับบานเย็นที่เฉลียงว่าไปไหนเจอแต่คนเดินยั้วเยี้ยไปหมด บานเย็นถามว่าคนจากไหนหรือ หวิน บอกเบื่อๆว่า

"ก็คนงานที่คุณอุษา จ้างมาจากพระนครน่ะสิ เดินสวนสนามกันเต็มบ้านเต็มเมืองเห็นแล้วปวดหัว แต่คิดอีกทีก็ดีเหมือนกัน ไม่ต้องเหนื่อย ไม่งั้นอ้วกแตกแน่ให้เตรียมงานวันเดียวอย่างนี้"

"เขาคงวางแผนกะ เกณฑ์ทุกอย่างล่วงหน้าไว้แล้ว ถึงมัดมือชกเราได้อย่างนี้ เย็นหดหู่ใจเหลือเกิน ที่ทำให้ลูกต้องมามีชะตากรรมแบบเดียวกับตัวเอง"

"อย่า คิดมากเลยนะ คิดเสียว่าหนูงามแกเต็มใจ อีกอย่างพี่ก็เชื่อว่าคนเราถ้าไม่ได้เกิดมาเป็นเนื้อคู่กัน ต่อให้หยาดน้ำสังข์ หรือจดทะเบียนตีตรากันแล้วก็ตาม มันก็ต้องมีเหตุให้ไม่ได้อยู่ด้วยกันจนได้ ดูอย่างหนูเย็นกับคุณกิติปะไร จริงไหมล่ะ"

คุยปรับทุกข์ปลอบโยนกับบานเย็นแล้ว หวินกลับไปที่เรือนแถวคนงาน เห็นดำกำลังก้มหน้าก้มตางัดอะไรง่วนอยู่ เดินเข้าไปถามว่าทำอะไร  เห็นนั่งแงะตั้งแต่ตนออกไปจนกลับมาแล้วก็ยังแงะไม่เสร็จ

พอเดินเข้าไปดู ดำบอกว่ามันคือสร้อยทอง หวินถามว่าของใครพลางเดินเข้าไปหยิบดู อดชมไม่ได้ว่างามจริงๆ แต่เพียงครู่เดียวก็ตาโตเป็นไข่ห่านเมื่อนึกขึ้นได้ ถามดำว่า

"เอ็งไปได้สร้อยเส้นนี้มาจากไหน เจ้าดำ..."

ไวเท่าความคิด หวินคว้าสร้อยทองที่มีจี้ตัว Y ไขว้กันอยู่เดินอ้าวไปหาใบ้ที่กำลังนั่งพักอยู่ใต้ร่มไม้ใหญ่ เอาไปแบตรงหน้าใบ้ ถามว่า

"จำได้ไหมเจ้าใบ้ว่าเราเคยเห็นสร้อยเส้นนี้ที่ไหน"

ใบ้จ้องสร้อยกับจี้อยู่ครู่เดียวก็ตาวาวเมื่อนึกถึงอดีตที่ฝังใจ...

ooooooo

เมื่อ 25 ปีก่อน ที่เกิดการปล้นฆ่าสองผัวเมียและทิ้งทารกน้อยเพศหญิงไว้ในอ้อมกอดของแม่ที่ตายหน้าเละจนจำไม่ได้ เวลานั้นหวินเป็นคนอุ้มทารกตัวเปื้อนเลือดขึ้นมาอย่างเวทนา พากลับไปที่เรือนแถว

เอาทารกออกจากผ้าอ้อมแล้วหวินบอกกับใบ้ว่าให้ม้วนๆ ผ้าอ้อมเปื้อนเลือดนั้นไปทิ้งเสีย เปื้อนเลือดขนาดนี้คงซักไม่ไหว ขณะใบ้หยิบผ้าอ้อมมานั่นเอง เห็นสร้อยทองซึ่งบังเอิญตะขอเกี่ยวกับเส้นด้ายทำให้ไม่หลุดร่วง ใบ้ปลดสร้อยออก แล้วเอามาชูตรง
หน้าหวิน

"อะไรวะเจ้าใบ้" หวินถามเพราะกำลังง่วนอยู่กับการทำความสะอาดทารก พอเงยหน้าดูก็เห็นเป็นสร้อยทองมีจี้เป็นอักษรตัว Y ไขว้กันอยู่

ทบทวนอดีตแล้ว ใบ้กับหวินพากันไปหายายอ่อนที่ท้ายวัด ยายอ่อนเดินไปงัดกระดานที่เคยใช้เป็นที่ซ่อนปืนข้างใต้ออก หยิบถุงผ้าเล็กๆขึ้นมาส่งให้ใบ้ พอใบ้เปิดดูเห็นสร้อยทองมีจี้เป็นรูปตัว Y ไขว้อยู่ในนั้น ครั้นเอามาเทียบกันดูกับที่ดำเอามา ทุกคนก็มองอึ้ง เพราะเหมือนกันดิก!

ยายอ่อนถามว่าทำไมมันเหมือนกันอย่างนี้ ดำคาดว่าไทรงามกับเด่นดาวและท่านเจ้าคุณยงยศจะมีอะไรเกี่ยวดองกันหรือเปล่า


"แม่ก็ว่าอย่างนั้น คงไม่ใช่เรื่องบังเอิญที่สร้อย 2 เส้น ที่ติดตัวคน 2 คน จะหน้าตาเหมือนกันได้ขนาดนี้"

"ใช่แล้ว..." ยายอ่อนโพล่งขึ้นอย่างนึกได้ "ท่านเจ้าคุณฯท่านเคยมาถามหาหลานของท่านอีกคนหนึ่งกับท่านพระครู ตอนนั้นยายอยู่ด้วย ท่านซักประวัติหมองามเสียยกใหญ่ราวกับท่านจะสงสัยว่าหมองามคือหลานของท่านที่หายไป หรือว่า..."

ยายอ่อนพูดทิ้งไว้แค่นั้น ทุกคนมองหน้ากัน ไม่มีใครพูด แต่ใจคิดตรงกัน

ooooooo

พรุ่งนี้เช้า จะจัดพิธีแต่งงานระหว่างอ๊อด หรือ นายเกียรติกรกับไทรงามแล้ว เย็นนี้ อุษาเดินชี้นิ้วสั่งการบานเย็นขณะเอาชุดแต่งงานของไทรงามไปโยนให้ บานเย็นที่บีบนวดให้กิติอยู่ในห้องว่า

"ชุดแต่งงานลูกหล่อน ฉันเลือกแบบที่ถูกที่สุดในร้านมา แต่ลูกหล่อนใส่แล้วคงสวย เพราะคนสวยใส่อะไรก็สวยอยู่แล้วจริงไหม"

คุณหญิงกับกิติมองอุษาตาขวาง แต่เจ้าหล่อนก็ไม่แยแสชี้นิ้วสั่งบานเย็นว่า

"ปลุกลูกหล่อนให้ตื่นแต่เช้าด้วยล่ะ ช่างเสริมสวยจะเข้าไปทำผมแต่งหน้าให้ตอนตี 5 เสร็จแล้วก็ขึ้นมารดน้ำตอน 9 โมงเช้า รดน้ำเสร็จก็จดทะเบียนเป็นอันจบพิธี ไม่มีงานเลี้ยงอะไรหลังจากนั้นเพราะมันสิ้นเปลือง..."

คุณหญิงพูดเหน็บว่าจะแต่งงานลูกชายทั้งทีตระหนี่อย่างนี้ระวังชาวบ้านจะนินทางเอา อุษาลอยหน้าถามว่ามีชาวบ้าน ที่ไหนกันตนไม่ได้เชิญใครเลย เชิญมาให้เปลืองน้ำเปลืองข้าวทำไม

"ไม่เห็นแก่หน้าตัวเองก็เห็นแก่หน้าคนอื่นที่แบกนามสกุลธีระรัตน์กันบ้าง อย่างน้อยท่านเจ้าคุณยงยศก็ต้องมา หล่อนจะให้ฉันเอาหน้าไปไว้ที่ไหน" คุณหญิงเสียงแข็ง

อุษาเถียงฉอดๆ ลอยหน้าตาโปนใส่ว่า คุณหญิงพูดราวกับตอนที่แต่งให้บานเย็นกับกิติลงทุนอะไรให้หรูหราอย่างนั้นแหละ มันก็แค่น้ำสังข์กับปากกาเซ็นชื่อ อีหรอบเดียวกันกับตน

คุณหญิงถูกย้อนเอาจังๆก็โกรธจนทนไม่ได้ บอกบานเย็นให้พาตนกลับห้องด้วย ส่วนกิติก็โกรธจนมือกำจ้องจิกอุษาราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ เมื่อคุณหญิงและทุกคนออกไปแล้ว กิติกัดฟันแน่นพยายามเอื้อมมือไปหยิบดินสอและกระดาษที่อยู่ใต้หมอนออกมาเขียนอะไรขยุกขยิกอย่างยากลำบาก

ooooooo

ค่ำแล้ว...เด่นดาวยืนเหม่ออยู่ที่หน้าต่างห้องนอนตัวเองด้วยใบหน้าที่ซีดเซียวมาก เธอคิดถึงคำประณามของดำ คำเตือนสติของดำทำให้เธอคิดถึงเจ้าคุณปู่ว่า ถ้ารู้ว่าหลานสาวคนเดียวของท่านต้องมาตายจากไปเพราะแค่เรื่องรักไม่สมหวัง ท่านจะรู้สึกอย่างไร

เด่นดาวทั้งหดหู่ อับอาย ละอายใจกับการคิดสั้นเพียงชั่ววูบนั้น แต่แล้วเธอก็สะดุ้งจากภวังค์เมื่อเจ้าคุณปู่มาบอกว่ามีแขกมาหา

ดำนั่นเอง...เด่นดาวถามว่ามาทำไม ดำมองหน้าเธอทักว่าซีดเซียวเหมือนไม่ได้นอนมาทั้งคืน เด่นดาวตัดบทเร่งรัดว่ามีธุระอะไรก็พูดมาไม่ต้องรำพันอะไรทั้งนั้น

"คุณรักคุณอู๊ดมากใช่ไหม" ดำถาม ทำให้เด่นดาวไม่พอใจหันหลังจะเดินกลับ ดำรีบพูดต่อ "ผมอยากรู้ว่า ถ้าผมเป็นสาเหตุให้คุณกับคุณอู๊ดไม่ได้ใช้ชีวิตคู่ด้วยกันไปตลอดชีวิต คุณจะเกลียดผม ไม่มองหน้าผมไปตลอดชีวิตเหมือนกันใช่ไหม"

เด่นดาวชะงักอึ้ง ไม่เข้าใจว่าที่ดำพูดนั้นหมายความว่าอย่างไร...

ooooooo

เวลาเดียวกันนั้น ไทรงามอยู่ในห้องนอนบานเย็น ไปเคาะประตูบอกว่ามีคนเอาของมาให้ เมื่อไทรงามลงไปที่สวนมะลิหน้าบ้าน เห็นอู๊ดยืนหันหลังให้อยู่ เธอตัดสินใจหมุนตัวจะกลับขึ้นข้างบน

"เกลียดหน้าผมถึงกับไม่อยากจะเจอหน้าเลยอย่างนั้นหรือครับ" เสียงชายหนุ่มตัดพ้อในที ทำให้ไทรงามหยุดชะงัก เขาจึงหันมาเดินเข้าหาทั้งที่เธอหันหลังให้อยู่ "ผมไม่รบกวนเวลาหมอนานหรอกครับ แค่คืนนี้...อยากเอาดอกไม้มาให้หมอเท่านั้น"

ไทรงามค่อยๆหมุนตัวกลับมา เห็นอู๊ดถือช่อดอกรัก ซึ่งมัดเข้าเป็นช่อเป็นบูเกต์สีม่วงขาวเขียวผสมกันอย่างกลมกลืนน่ารัก ส่งให้ไทรงาม เธอรับไว้เอ่ยเสียงแผ่ว..."ขอบคุณมากค่ะ"

"หมอรู้ความหมายของดอกไม้ช่อนี้ดีกว่าใคร" อู๊ดรวบรวมกำลังใจพูดต่อ ทำเอาไทรงามตีบตื้นขึ้นเหมือนก้อนสะอื้นจุกคอ นิ่งสงบฟังชายหนุ่ม "ดอกรักถึงจะไม่หอมละมุนเหมือนดอกไม้อื่น แต่ชื่อของมันก็มีความหมายลึกซึ้ง และทดแทนความในใจผม
ได้ดีที่สุด"

หญิงสาวน้ำตาคลอ พยายามประคองไว้ไม่ให้ไหลลงอาบแก้ม

"เรื่องระหว่างเราทุกอย่างมันดูสายไปเสียหมด แต่ผมก็ยินดีและยอมรับในสิ่งที่หมอเลือก ถึงวันพรุ่งนี้ทุกอย่างจะเปลี่ยนแปลงไป แต่ผมอยากให้หมอรู้ไว้ว่า มีสิ่งหนึ่งที่ยังคงเหมือนเดิม นั่นก็คือความรักที่ผมมีต่อหมอ ผมรักหมอและจะรักอย่างนี้ตลอดไป ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม"

อู๊ดมองไทรงามด้วยแววตาลึกซึ้งปนเศร้า แววตานั้นบาดลึกเข้าไปในหัวใจของเธอ

อู๊ดอยากจะกอดอำลา แต่ก็ต้องตัดใจเดินผละไปด้วยความรู้สึกเจ็บปวดแสนสาหัส...

ความเข้มแข็งที่ไทรงามพยายามยึดไว้มลายหายสิ้นไปในบัดดล เธออยากร้องเรียกเขา วิ่งเข้าไปกอดไว้...กอดไว้อย่างนั้นไปจนวันตาย...แต่เธอทำได้แค่ยืนร้องไห้อยู่ตรงนั้น สองมือกอดช่อดอกรักไว้แนบอก ในม่านตาที่พร่ามัว เห็นชายหนุ่มเดินไกลออกไป...ไกลไปทุกที...ทุกที...

ooooooo

กิติพยายามเกร็งมือออกแรงสุดฤทธิ์เพื่อเขียนหนังสือแต่แล้วก็ท้อใจเมื่อลากเส้นออกมาตัวเท่าหม้อแกงแถมยังดูไม่ออกด้วยว่าเขียนอะไร เขาจะขว้างดินสอทิ้งแต่พอเหลือบเห็นอุษานอนเหยียดยาวอย่างอ่อนล้าอยู่บนโซฟา ความแค้นก็พลุ่งพล่านขึ้นมา กำดินสอเกร็งมือเขียนขยุกขยิกลงบนกระดาษต่อไปอย่างอดทน

เวลาเดียวกันนั้น ที่บ้านเสี่ยโอ เสี่ยดีใจจนแทบกระโดดโลดเต้นเมื่อรู้ว่าอัมท้อง ถามอัมว่าท้องกับอู๊ดใช่ไหม อัมไม่กล้า บอกความจริงเอาแต่ร้องไห้ เสี่ยตีขลุมเอาเอง หัวเราะลั่นบ้านพูดอย่างลิงโลด

"ในที่สุด อั๊วก็ได้เป็นพ่อตาหลานอีคุณหญิงจอมหยิ่งนั่นจนได้ ลื้อทำดีมาก...อาอัม สมกับที่เกิดมาเป็นลูกสาวเตี่ยจริงๆ"

เสี่ยยิ้มหัวเราะสมใจดังเท่าไร อัมก็ยิ่งร้องไห้หนักขึ้นเท่านั้นด้วยความอัดอั้นตันใจ น้ำท่วมปาก

ooooooo

เช้ามืดวันใหม่ อันเป็นวันแต่งงาน ไทรงามต้อง ลุกขึ้นมาให้ช่างแต่งหน้าทำผมตั้งแต่ตี 5  ตามคำสั่ง ของอุษา หญิงสาวนั่งให้ช่างแต่งหน้าทำผมอย่างไร้ ชีวิตจิตใจ ในมือประคองช่อดอกรักไว้อย่างทรมานใจ น้ำตาคลอเต็มตา

บานเย็นมาแอบดูไทรงามในชุดแต่งงาน เห็นลูกสาว ตรอมใจเพียงใด ตัวเองก็ตรอมใจยิ่งกว่าเป็นทวีคูณ...

ที่ห้องนอนกิติ อู๊ดเข้าไปช่วยเปลี่ยนชุดให้พ่อ คุณหญิงเห็นแล้วเปรยๆอย่างสะเทือนใจว่ากิติผอมไปมากจนสูทหลวมไปหมด แล้วถามอู๊ดว่ามีสูทมาไหม เมื่ออู๊ดบอกว่ามี คุณหญิงก็บอกให้ใส่เสียเลยจะได้ดูเรียบร้อย

อู๊ดเดินไปหยิบสูทมาใส่อย่างว่าง่าย คุณหญิงเดินไปติดกระดุมเสื้อให้อย่างตั้งใจและเต็มใจ จนอู๊ดตื้นตันที่ได้รับความเมตตาจากย่าอย่างไม่เคยมีมาก่อน

อ๊อดกับอุษาโผล่มาเห็นพอดี ริษยาพุ่งจี๊ดตาร้อนผ่าวทั้งแม่ทั้งลูก อ๊อดถามแดกดันว่ามาแต่เช้าเชียว ดีแล้วจะขอให้ เป็นเพื่อนเจ้าบ่าวด้วยมีอะไรขัดข้องไหม

"ไม่มีครับ" อู๊ดกล้ำกลืน อ๊อดหาเรื่องอีกจนได้บอกว่า สูทที่อู๊ดใสดูดีเกินไป หล่อเกินเจ้าบ่าวในวันสำคัญอย่างนี้มันไม่งาม บอกให้อู๊ดถอดออกเสีย ถามว่าขัดข้องไหม คำตอบคือ "ไม่มีครับ" ตามเคย

แต่พออู๊ดจะถอดกระดุมเสื้อ คุณหญิงก็พูดห้ามขึ้นว่าไม่ต้องถอดหรอก การแต่งตัวเรียบร้อยถือเป็นการให้เกียรติเจ้าภาพและคนที่มาในงาน อีกทั้งวันนี้เป็นวันสำคัญของอ๊อด คงไม่มีใครสนใจคนอื่นมากกว่าเจ้าบ่าวเพียงเพราะสูทตัวเดียวหรอก

อุษาอ้าปากจะเถียงแทนอ๊อด ถูกคุณหญิงตัดบทอย่างรำคาญว่า "อย่างน้อยที่สุดเจ้าสาวก็ต้องสนใจเจ้าบ่าวมากกว่า น้องชายอยู่แล้ว จริงไหม"

คำแย้ง คำประชดและดักคอของคุณหญิง ทำเอาสองแม่ลูกพูดไม่ออก ได้แต่นึกแค้นอยู่ในใจ

เวลาเดียวกัน ดำเอาแต่นั่งก้มหน้านิ่งอยู่หน้าเรือนแถวคนงาน หวินถามลูกชายด้วยความสงสารจับใจว่า เสียใจมากสินะ ดำเงยหน้าขึ้น พูดโดยไม่มองหน้าแม่ว่า

"เสียใจ แต่หนูก็จะขอทำเพื่อคนที่หนูรัก หัวใจตัวเองเป็นยังไงมันไม่สำคัญ ขอให้คนที่หนูรักมีความสุขสมหวังในชีวิตก็พอ"

เสียงดำสะท้านจนหวินโผเข้าโอบกอดลูกไว้ด้วยความสะเทือนใจ

ooooooo

ที่มุมพิธีรดน้ำ...เจ้าบ่าวเจ้าสาวนั่งเคียงกันที่ตั่งรดน้ำ คุณหญิงประคองสังข์เข้าไปรดน้ำให้บ่าวสาว ไทรงามยิ้มฝืนๆให้คุณหญิง ในขณะที่อ๊อดยิ้มหน้าบานเป็นจานเชิง

"ขอให้หลานทั้งคู่อยู่กินกันอย่างมีความสุข ถือไม้เท้ายอดทองกระบองยอดเพชร ให้มีลูกเต็มบ้านหลานเต็มเมืองนะลูกนะ"

เสร็จแล้วบานเย็นรดน้ำเป็นคนต่อมา เธอพยายามเก็บกลั้นความรู้สึกทั้งมวล อวยพรตามธรรมเนียมเสียงราบเรียบ

"ขอให้คุณอ๊อดรักและเมตตาหนูงามตลอดไปนะคะ หนักนิดเบาหน่อยก็อภัยให้น้องด้วยนะคะ" เมื่อมารดให้ไทรงาม หญิงสาวเหลือบมองหน้าแม่น้ำตาคลอ บานเย็นเอ่ยจากหัวใจที่เจ็บร้าวว่า "แม่รักลูกนะจ๊ะหนูงาม แม่ขอให้ลูกมีความสุข การใช้ชีวิตคู่อาจจะมีอุปสรรคและปัญหาบ้าง ขอให้ลูกหนักแน่นและอดทนแล้วลูกจะฝ่าฟันอุปสรรคและปัญหาทุกอย่างไปได้ และไม่ว่าจะอย่างไร แม่อยากให้ลูกรู้ว่าลูกจะมีแม่อยู่เคียงข้างเสมอและตลอดไปนะลูกนะ"

แม่ลูกมองหน้ากันน้ำตาคลออย่างรู้ซึ้งถึงความรู้สึกของกันและกัน...

ooooooo

เจ้าคุณยงยศกับเด่นดาวกำลังจะลงเรือนไปงานแต่งงาน เจอดำเดินอ้าวมากับใบ้พอดี เจ้าคุณฯถามว่าคุณหญิงให้มาตามหรือ รีบขอโทษเพราะท่านเพิ่งไปหาท่านพระครูที่วัดมากำลังจะไปงานอยู่พอดี

"คุณหญิงไม่ได้ใช้ให้มาตามหรอกครับท่าน แต่ผมแวะมาด้วยธุระเรื่องอื่นที่สำคัญมาก" ดำเอ่ย

เจ้าคุณฯหันมองหน้าเด่นดาวเชิงถาม เด่นดาวเองก็งงๆว่าดำมีธุระอะไร

จนเมื่อขึ้นเรือนไป ดำเอาสร้อยมีจี้รูปตัว Y ไขว้คืนให้เด่นดาว เจ้าคุณฯมองหน้าหลานสาวถามว่าไปทำหล่นไว้ที่ไหนหรือ เด่นดาวอึกอักไม่กล้าตอบ ดำจึงตอบแทน ปดท่านว่า

"พอดีคุณดาวเธอเกือบพลัดตกคลองน่ะครับ บังเอิญผมไปเห็นเข้าก็เลยเข้าไปช่วย สร้อยคงขาดช่วงที่ยื้อช่วยกันน่ะครับ แต่ผมมาเห็นหลังจากที่คุณดาวเธอกลับบ้านแล้ว ก็เลยตามเอามาคืน"

เจ้าคุณฯดีใจมากบอกว่าสร้อยนี้มีความสำคัญกับตระกูลของเรามาก เตือนหลานสาวให้ขอบคุณดำ เมื่อเด่นดาวขอบคุณดำบอกยิ้มๆว่าไม่เป็นไร แล้วหันไปพูดกับเจ้าคุณฯ ว่า

"ที่ผมมาที่นี่ไม่ใช่เพราะธุระเรื่องนี้เพียงเรื่องเดียว แต่ผมมีอะไรบางอย่างมาให้ท่านเจ้าคุณฯดูด้วย" พูดแล้วดำหันไปพยักหน้ากับใบ้ ใบ้หยิบถุงผ้าเล็กๆใบเดิมที่ยายอ่อนเอาให้ออกจากกระเป๋ายื่นให้ท่านเจ้าคุณฯดู

พอเจ้าคุณฯเปิดถุงหยิบสร้อยออกมาดู ท่านตะลึงอึ้ง ถามใบ้ว่าไปเอาสร้อยนี้มาจากไหน

ใบ้กับดำมองหน้ากันอย่างพร้อมที่จะเล่าความจริงทั้งหมดให้ท่านเจ้าคุณฯฟัง

ooooooo

เมื่อถึงคราวอุษาเข้าไปรดน้ำสังข์ เธออวยพรให้ลูกชายอย่างลำพองใจว่า

"สิ่งที่ลูกหวัง เวลาที่ลูกรอคอยมานาน จนถึงวินาทีนี้ ลูกก็ได้ทุกอย่างสมหวังดังใจแล้วนะจ๊ะ แม่ขอให้ลูกมีความสุข มากๆกับคนที่ลูกเลือก  แล้วก็ใช้เวลาทุกนาทีต่อไปนี้...ให้ คุ้มค่านะจ๊ะ"

จบคำอวยพรอย่างมีเลศนัยของอุษา อ๊อดเอ่ยขอบคุณผู้เป็นแม่หน้ายิ้มกระหยิ่มใจ จากนั้นอุษาเดินไปพูดกับไทรงามด้วยน้ำเสียงและคำพูดที่จิกเหน็บว่า

"ฉันขอฝากลูกชายฉันไว้กับเธอด้วยนะหมองาม หวังว่าเธอจะอุทิศตัวเพื่อดูแลลูกฉันเป็นอย่างดี เหมือนอย่างที่ฉันเคยทำมานะจ๊ะ"

ไทรงามข่มใจกัดฟันยกมือไหว้อุษา

จากนั้นอู๊ดเดินเข้ามารดน้ำให้อ๊อดแม้จะเจ็บปวดแต่เขาก็ยิ้มแย้มให้ด้วยความเต็มใจ อวยพรให้มีความสุขและมีหลานให้ อุ้มไวๆ อ๊อดตอบเย้ยว่าไม่ต้องห่วงตนจะมีหลานให้อุ้มเร็วๆนี้แน่ แล้วอู๊ดก็รดน้ำให้ไทรงาม อวยพรจากใจจริงว่า

"ผมยินดีกับคุณจริงๆครับหมองาม ทุกอย่างที่คุณเลือก คือสิ่งที่ดีและเหมาะสมที่สุดแล้วครับ มีความสุขกับคนที่หมอรักมากๆ แล้วก็...ตลอดไปนะครับ"

ไทรงามน้ำตาเอ่อหูอื้อใจปั่นป่วนจนไม่ได้ยินคำอวยพรประโยคท้าย เมื่ออู๊ดส่งสังข์คืนให้หวินและเดินไป ยังได้ยินเสียงอ๊อดพูดแทงใจตามหลังว่า

"เสียใจใช่ไหม ที่แกไม่ได้นั่งตรงนี้แทนฉัน"

อู๊ดชะงักไปนิดหนึ่งแล้วตัดใจเดินเลยไปเลย ไทรงามชำเลืองมองอ๊อดอย่างไม่ชอบใจกับความไม่รู้กาลเทศะของเขา

ooooooo

เสร็จจากพิธีรดน้ำสังข์ คู่บ่าวสาวพากันไปที่มุมจดทะเบียนสมรส โดยมีสักขีพยานมากมาย อุษาเจ้ากี้เจ้าการลุกขึ้นยืนกลางวงประกาศพิธีจดทะเบียนสมรสและเชิญนายอำเภอมาเป็นสักขีพยาน

นายอำเภอลุกขึ้นเอาทะเบียนสมรสไปชี้ให้อ๊อดเซ็นและส่งอีกฉบับหนึ่งให้ไทรงามเซ็น

อุษากับอ๊อดแอบสบตากันอย่างกระหยิ่มที่เพียงแต่จดปากกาเซ็นชื่อลงในทะเบียนสมรสก็เท่ากับได้ก้าวเข้าสู่ขุมมหาสมบัติสมใจแล้ว ในขณะที่ไทรงามกับอู๊ดสบตากันแว่บหนึ่งเหมือนบอกลาจากกันชั่วนิรันดร

ส่วนเพิ่มกับหวินยืนใจคอไม่ดี บานเย็นน้ำตาคลอ ส่วนคุณหญิงหายใจไม่ทั่วท้องด้วยความรู้สึกเห็นใจอู๊ดขึ้นมาฉับพลัน

ขณะไทรงามจดปากกาจะตวัดเซ็นชื่อนั่นเอง เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นอย่างหนักแน่น

"เดี๋ยวก่อนหมองาม!!!!"

ทุกคนหันมอง เห็นเจ้าคุณยงยศเดินเข้ามา ตามด้วยเด่นดาว และดำกับใบ้ ท่านเอ่ยกับไทรงามว่า "หมองามไม่จำเป็นต้องฝืนใจแต่งงานกับใครทั้งนั้น!!"

เหมือนฟ้าผ่าลงมาตรงหน้าอุษา ถามอย่างเกรี้ยวกราดว่าเจ้าคุณฯมีสิทธิอะไรมาห้าม

"สิทธิของการเป็นปู่แท้ๆของหมองามไงล่ะ" เสียงเจ้าคุณฯทรงอำนาจจนทุกคนอ้าปากค้าง

ooooooo

ทุกอย่างชะงักกึกกลางคัน จากนั้นผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดพากันไปนั่งที่ห้องรับแขกเรือนใหญ่ เจรจากันอย่างตึงเครียด เมื่ออุษาฟังเหตุผลที่ท่านเจ้าคุณฯชี้แจงกับคุณหญิงแล้ว แผดเสียงค้านลั่นว่า

"ไม่จริง!! หมองามจะเป็นลูกสาวของลูกชายท่านได้ อย่างไร ไหนล่ะลูกชายท่าน พามายืนยันสิ" อุษาท้าทายแผดเสียงตาแทบถลน

"ลูกชายฉันตายไปนานแล้ว แต่ฉันมีหลักฐานยืนยันได้ สร้อยเส้นนี้เป็นสร้อยที่ติดตัวหมองามมาตั้งแต่แบเบาะ มันเป็นสร้อยของฉัตรพงษ์ลูกชายฉัน ซึ่งลูกฉันคงจะให้เป็นของรับขวัญลูกสาวซึ่งก็คือหมองาม ก่อนจะถูกฆ่าตายยกครัว แล้วนายใบ้ไปเจอหลานฉันที่รอดมาได้จึงได้พามาเลี้ยงดู"

ฟังเจ้าคุณฯแล้วอุษายังตะแบงว่า แล้วเจ้าคุณฯเชื่อคนบ้าใบ้อย่างนั้นหรือ เพิ่มแทรกขึ้นอย่างไม่พอใจ ขอยืนยันเป็นพยานว่า ใบ้รับไทรงามมาเลี้ยงจริง เพราะตนอยู่ในเหตุการณ์ ด้วย หวินทนไม่ได้ขอเป็นพยานด้วยอีกคนว่า สร้อยเส้นนี้ติดมากับผ้าที่ห่อตัวไทรงาม ตนเป็นคนอาบน้ำให้ไทรงาม และเอาสร้อยเส้นนี้ให้ใบ้เอาไปฝากไว้ที่ยายอ่อน

"สร้อยรูปอักษร Y ไขว้กันสองตัว เป็นตัวย่อนามสกุล "ยงยศศฤงคาร" ฉันสั่งทำไว้ 3 เส้นที่ฝรั่งเศสเมื่อยี่สิบห้าปี ที่แล้ว เพื่อใช้เป็นสร้อยประจำตระกูล ฉันเก็บไว้เอง 1 เส้น อยู่ที่ฉัตรพงษ์ 1 เส้น และอีกเส้นที่เหลือเป็นของหลานดาว"

เจ้าคุณฯเล่าความเป็นมาของสร้อย ทั้งสามเส้นแล้วเอาออกมาเทียบให้ดู ทุกเส้นเหมือนกันเปี๊ยบจนทุกคนอึ้งเงียบกริบ เจ้าคุณฯจึงสรุปว่า

"ฉัน มั่นใจมากว่าหมองามต้องเป็นหลานของฉันอีกคน เพราะเป็นไปไม่ได้ที่ใครจะมีสร้อยเส้นนี้อีก นอกจากทายาทของยงยศศฤงคารเท่านั้น" คุณหญิงฟังแล้วถามว่า หมายความว่าไทรงามเป็นลูกของฉัตรพงษ์กับบานเย็นอย่างนั้นหรือ เจ้าคุณฯอธิบายว่า "ไม่ใช่ครับคุณหญิง แม่ของหมองามถูกโจรฆ่าตายไปพร้อมกับฉัตรพงษ์"

ไทรงามตะลึงพรึงเพริด กับเรื่องราวที่ซับซ้อนนี้ ยืนกรานว่าตนเป็นลูกของบานเย็น จนเจ้าคุณฯต้องขอให้บานเย็นพูดความจริงเพื่อเห็นแก่แม่ไทรงาม บานเย็นใจหายวาบ ทุกสายตามองมาอย่างลุ้นให้พูด ไทรงามไม่อาจทนได้ขอร้องว่า

"ไม่ จริงใช่ไหมคะแม่เย็น บอกทุกคนสิคะว่าแม่เย็นเป็นแม่ของงาม"

"ไม่ใช่ ลูก..." บานเย็นเสียงเครือน้ำตาคลอ "ทุกอย่างเป็นไปตามที่ท่านเจ้าคุณฯท่านว่าจริงๆ ลุงใบ้อุ้มหนูมาให้แม่เลี้ยง แม่ไม่ได้เป็นแม่ที่แท้จริงของหนูหรอก"

ไทรงาม หัวใจแทบหยุดเต้น คนอื่นพากันอึ้งกับความจริงที่เปิดเผย ส่วนอุษาทนไม่ได้วี้ดขึ้นมาถามว่า หมายความว่า ยังไง เจ้าคุณฯชี้แจงอย่างเยือกเย็นว่า หมายความว่าไทรงามเป็นหลานแท้ๆของท่าน จึงไม่มีความจำเป็นที่ต้องแต่งงานกับใครเพียงเพราะเงื่อนไขโง่ๆนั้น

อ๊อด สติแตกทันที ชี้หน้าด่ากราดทุกคนจนบรรยากาศตึงเครียด และแล้ววินาทีนั้นทุกคนก็ชะงักเงียบกริบ เมื่อมีเสียงตะโกนหน้าบ้านมาว่า

"มี ใครอยู่บ้าง!!!"

อ๊อดหูอื้อตาลาย หลังจากชี้หน้าด่ากราดทุกคนแล้วก็หุนหันผละไป อุษาร้องเรียกแล้วรีบตามลูกชายไป ส่วนทุกคนบนเรือนพากันมองไปที่หน้าบ้าน ต้นเสียงสามหาวที่ตะโกนขึ้นมาเมื่อครู่

พริบตาเดียว เสี่ยโอก็ก้าวขึ้นมาอย่างนักเลงโต อัมเดินตามหลังร้องไห้กระซิก...กระซิก...สวนกับอ๊อดและอุษา แต่อุษาไม่มีแก่ใจจะหยุดคุยด้วย เพราะรีบวิ่งตามอ๊อดไป อู๊ดตัดสินใจวิ่งตามอ๊อดไปบ้างสวนกับเสี่ยโอ ถูกเสี่ยคว้าแขนกระชากไว้แทบหงายหลังบอกว่า เราต้องคุยกันให้รู้เรื่องก่อน

อู๊ ดงงๆ ว่าคุยเรื่องอะไร ตัดบทว่าตนมีธุระเอาไว้คุยกันวันหลังก็แล้วกัน แล้วอู๊ดก็ต้องชะงักเมื่อเสี่ยตะโกนบอกว่า "ลูกสาวอั๊วท้อง จะไม่รับผิดชอบกันรึไง!!!"

คราวนี้อู๊ดต้องหยุดฟังถามว่า ให้ตนรับผิดชอบอะไร เรื่องอะไร ทำให้เสี่ยโอฉุนขาดด่าว่า "พูดหมาๆแบบนี้ใช้ได้ ยังไง" แล้วเอาปืนออกจากเอวมายิงขึ้นฟ้า "เปรี้ยง!!" คุณหญิงก้าวพรวดออกมาตวาดถามว่าทำไมต้องเอาปืนมายิงในบ้านตนมันเรื่องอะไร กัน

ทุกคนชะงักกึก เดินเข้าไปหาคุณหญิง เผชิญหน้าคุยกันอยู่ตรงนั้น เสี่ยฟ้องว่าลูกสาวตนท้องได้สองเดือนแล้ว หลานของคุณหญิงจะต้องรับผิดชอบ คุณหญิงหันไปถามอู๊ดที่ยืนงงอยู่ ชายหนุ่มปฏิเสธหนักแน่นมั่นใจว่าตนไม่ได้เป็นพ่อของเด็ก

เสี่ยโอยก ปืนจ่อใส่อู๊ดทันที เพิ่มก้าวเข้าบังอู๊ดไว้

ชักปืนออกมาอย่างเยือก เย็นพูดเรียบๆว่า

"วางปืนแล้วตกลงกันดีๆ ดีกว่าเสี่ย ปืนเสี่ยยิงคนตาย ปืนผมก็ยิงคนตายเหมือนกัน"

เสี่ยโอจึงยอมลดปืนลง แต่คาดคั้นกับคุณหญิงว่าต้องจัดการให้หลานชายแต่งงานกับลูกสาวตนภายใน อาทิตย์นี้ คุณหญิงตอบอย่างไม่พรั่นพรึงว่าจะจัดแต่งให้แน่ไม่ต้องห่วง แต่เสี่ยต้องหาลักฐานมายืนยันให้ได้ก่อนว่าอู๊ดเป็นพ่อของเด็กในท้องจริง

เสี่ย ตาลุกโกรธขึ้นมาอีก ถามว่าหมายความว่าอย่างไร คุณหญิงตอบสั้นๆว่า เสี่ยเชื่อคำพูดของลูกสาว ตนก็เชื่อคำพูด ของหลานชาย รับรองว่าจะจัดพิธีแต่งงานทันทีที่แน่ชัดว่าลูกในท้องอัมนั้นเป็นหลานตนจริง

เสี่ย โวยวายว่าจะให้รออีกตั้ง 7 เดือนเชียวหรือ คุณหญิงย้อนถามว่า แล้วเสี่ยมีวิธีอื่นที่เร็วกว่านี้ไหมล่ะ ทำเอาเสี่ยใบ้กินสนิท หันหลังพาลูกสาวกลับไปด้วยความแค้นพูดอาฆาตว่าจะต้องเอาคืนให้ได้

ooooooo

เมื่อ เคลียร์ทุกอย่างเป็นที่กระจ่างชัดแล้ว เจ้าคุณฯบอกไทรงามว่าจะรับไปอยู่ด้วยกันที่บ้าน ไทรงามลังเล บานเย็นลุ้นให้ไปเพราะถึงเวลาที่ลูกจะได้อยู่ในที่ที่เหมาะที่ควรแล้ว

ไทรงาม ก้มกราบแทบเท้าเจ้าคุณฯอ้อนวอนขออยู่ดูแลบานเย็นก่อน สัญญาว่าจะหาเวลาแวะไปเยี่ยมเยียนเจ้าคุณปู่ ทุกวัน เจ้าคุณฯมองหลานสาวอย่างปลื้มปีติ ชมเชยและอนุญาตว่า

"เอาเถอะหลาน ปู่เข้าใจ การตอบแทนพระคุณคนที่เลี้ยงเรามาเป็นสิ่งประเสริฐที่สุดที่มนุษย์พึงกระทำ" แล้วหันไปพูดกับบานเย็นและใบ้ว่า "ฉันเองก็ต้องขอขอบใจเธอทั้งคู่ นายใบ้ช่วยชุบชีวิตหลานฉัน ส่วนบานเย็นก็เฝ้ากล่อมเกลี้ยงเลี้ยงดูหลานฉันเป็นอย่างดี ขอบใจมากนะ"

เจ้า คุณฯบอกกับไทรงามว่า สบายใจอยากไปอยู่กับปู่ เมื่อไรก็ค่อยไป บ้านอยู่ใกล้กันแค่นี้ จะเดินไปมาหาสู่กันสักวันละกี่หนก็ได้ พูดพลางลูบหัวหลานสาวอย่างแสนรัก

ooooooo

พอกลับถึงร้าน เสี่ยโออาละวาดฟาดงวงฟาดงาด่าคุณหญิงว่านี่เป็นการหยามเกียรติกันชัดๆ ให้เอาตีนมายันหน้าตนยังดีกว่าเอาลูกสาวตนมาประจานอย่างนี้ ทนต์ฟังอยู่ถามว่า หมายความว่าเสี่ยไม่รอใช่ไหม เสี่ยตะคอกถามว่าจะให้รออีก 7 เดือน ให้ท้องอัมโตขึ้นมาจนชาวบ้านนินทาเอาหรือ

ทนต์รู้แกวเอียง เข้าไปกระซิบถามว่าแล้วเสี่ยจะเอายังไง เสี่ยกัดฟันบอกว่าแค้นนี้ต้องชำระ ก็พอดีมีเด็กในร้านเอาจดหมายแผ่นเล็กๆมาให้ ทนต์เปิดอ่านแล้วออกจากร้านไป

เป็น จดหมายนัดพบของอ๊อดที่ริมน้ำจุดนัดพบกันประจำของทั้งคู่ พออ๊อดเห็นทนต์มาถึงเท่านั้นก็พรวดเข้าไป ตะบันหน้าเต็มแรงจนทนต์ที่ไม่ทันตั้งตัวหน้าสะบัด พอหันมาก็ถามอย่างไม่พอใจว่ามันเรื่องอะไรกัน

"ก็เรื่องที่มึงทำ ชีวิตกูพังไง!!" อ๊อดตะคอกแล้วปราดเข้าไปจะชกซ้ำอีก

อุษาที่ตามอ๊อด มารีบเข้าไปห้าม อ๊อดถามอย่างไม่ พอใจว่าแม่กลัวทนต์ตายหรือ ไม่เห็นหรือว่ามันทำงานพลาดมากี่ครั้งแล้ว ถ้ามันฆ่าดำกับใบ้ตายเสียตั้งแต่แรกก็หมดเรื่องจะได้ไม่มาแว้งกัดตนแบบนี้

ทนต์ โดนชกก็โมโหอยู่แล้วมาโดนด่าอีกเลยถามประชดว่าไม่ได้เมียเลยมาเห่าใส่คนอื่น หรือ อ๊อดตวาดหาว่ามาด่ากัน ปราดเข้าไปจะถีบ คราวนี้ทนต์ไม่ยอม เตะสวนจนอ๊อดหน้าคว่ำแล้วตามไปล็อกคอไว้อีก

"ปล่อยตาอ๊อดนะ พี่ทนต์" อุษาวิ่งเข้าไปกระชากทนต์ สุดแรง  พอทนต์หันมองอุษา  อ๊อดก็ฉวยโอกาสถีบหน้าทนต์ เต็มฝ่าเท้าจนทนต์หงายหลังฟาดพื้น

สองชาย ต่อสู้กันอย่างเลือดขึ้นหน้า ทนต์ไม่ยั้งมือเพราะโกรธจัด ซัดไปถามไปว่ามึงรู้ไหมว่ากูเป็นใคร อ๊อดปัดป้องพลางก็เยาะเย้ยว่า

"ทำไม กูจะไม่รู้ มึงมันก็ไอ้แมงดาที่เกาะแม่กูกิน เป็นได้แค่เพียงชู้รักของแม่กู!!!"

อุษาตกใจกระชากอ๊อดมาตบตวาดให้ หยุด  อ๊อดแฉอุษา ว่าคิดว่าทำอะไรแล้วตนไม่รู้หรือ ที่แท้ก็แอบออกมานอนกกกับทนต์ที่กระท่อมนั่นทุกคืน

อ๊อดกับทนต์ต่าง เลือดขึ้นหน้าพุ่งเข้าต่อสู้กันเอาเป็น เอาตาย พออุษาร้องห้าม ก็ถูกอ๊อดตวาดถามว่าห่วงผัวใหม่กว่าลูกตัวเองอย่างนั้นหรือ อุษาตกใจมากเผลอตัวตะโกนบอกอ๊อดว่า

"เขาไม่ใช่ผัวเก่าแม่ เขาเป็นผัวคนแรกของแม่ต่างหาก ที่สำคัญเขาคือพ่อที่แท้จริงของแกด้วยตาอ๊อด"

ทั้ง ทนต์และอ๊อดที่ตั้งท่าจะกระโจนเข้าใส่กัน ต่างชะงักค้างหันมองอุษาตะลึงงัน!

ooooooo

เมื่อ บรรดาผู้ก่อเรื่องพากันหนีหายและกลับไปกันหมดแล้ว คุณหญิงปรารภกับอู๊ดว่าทำไมวันนี้บ้านเราถึงได้มีแต่เรื่องวุ่นวายอย่างนี้ อู๊ดรำพึงว่าไม่รู้ตนสร้างเวรสร้างกรรมอะไรไว้ถึงได้มีเรื่องไม่จบไม่สิ้น บอกย่าอย่างหนักแน่นว่า ตนไม่มีวันทำร้ายผู้หญิงแล้วปัดความรับผิดชอบแบบนั้นเด็ดขาด ขอให้ย่าเชื่อตนด้วย

"ย่าเชื่อ แต่เราก็ต้องใช้เวลาเพื่อพิสูจน์ความจริงและพิสูจน์ความบริสุทธิ์ใจของเรา ด้วย"

อู๊ดบ่นเป็นห่วงอ๊อดไม่รู้เป็นอย่างไรบ้าง คุณหญิงเชื่อว่าต้องเสียใจเป็นธรรมดา ย่าเองก็เสียใจแทนอ๊อดเหมือนกัน แต่คิดอีกทีย่าก็โล่งอกเหมือนกัน ถามอู๊ดว่ารู้สึกอย่างนั้นเหมือนกันใช่ไหม

"ผม...ผม ไม่รู้จะรู้สึกอย่างไรดีครับคุณย่า จะให้โล่งอกหรือดีใจบนความทุกข์ความเสียใจของพี่อ๊อด ผมก็คงทำได้ไม่ถนัดนัก" อู๊ดได้แต่ถอนใจด้วยความรู้สึกที่ยากจะบรรยาย

แต่ คุณหญิงอ่านความรู้สึกของหลานชายออกว่าไม่ว่าอ๊อดจะทำเจ็บแสบสักแค่ไหนอู๊ ดก็ไม่เคยถือสาโกรธเคืองพี่ชายเลยแม้แต่น้อย เป็นอย่างนี้มา และก็คงจะเป็นอย่างนี้ต่อไป...

ooooooo

ดำรู้ว่าเด่นดาวต้องมีความรู้สึกสับสนหวาดหวั่นกับเรื่องที่เปิดเผยขึ้นนี้ เขาไปหาเธอที่ท่าน้ำบ้านเจ้าคุณฯ เห็นเธอนั่งเหม่อใจลอยอยู่ที่ท่าน้ำ ดำเข้าไปขอโทษ เด่นดาวหันมอง ดำจึงเห็นน้ำตาคลอเต็มตา เธอถามเสียงเครือว่า

"ขอโทษเรื่องอะไร ฉันสิที่ควรจะเป็นฝ่ายขอบคุณที่นายทำให้ฉันได้น้องสาวที่น่ารักและแสนดี เพิ่มขึ้นมาอีกคน"

ดำมองหญิงสาวอย่างตัดพ้อที่ถูกพูดประชด จนเมื่อเธอขอร้องให้เขากลับไปเสีย ตนไม่มีอะไรจะพูดด้วยแล้ว ดำตัดสินใจยืนพูดต่อทั้งที่รู้สึกเจ็บปวด

"ผมนึกแล้วว่าคุณต้องไม่เข้าใจ แล้วก็คงจะโกรธเกลียดผมไปจนตาย ที่ผมตัดสินใจพูดความจริง ไม่ใช่ผมไม่เจ็บ ผมเจ็บที่ต้องสูญเสียคนที่ผมรัก ต้องเสียเพื่อนดีๆอย่างคุณ แต่ทั้งๆ ที่รู้ผมก็ยังตัดสินใจทำ เพราะอะไรรู้ไหมครับ..."

"ฉันไม่อยากฟังอะไรอีกต่อไปแล้ว ออกไปจากที่นี่เสียที..."

"เพราะผมรู้ว่าผมได้ทำเพื่อคนที่ผมรัก ผมอยากเห็นเขามีความสุข คุณเองก็รักคุณอู๊ดไม่ใช่หรือ คุณไม่อยากเห็นคุณอู๊ดมีความสุขกับคนที่เขารักหรือครับ" ดำจบลงด้วยเสียงเครืออย่างเจ็บปวด
เด่นดาวกล้ำกลืนก้อนสะอื้นลงคอ ความรู้สึกเธอไม่ต่างจากดำ เพียงแต่เธอยังต้องการเวลา...

ooooooo

เมื่อรู้ว่าไทรงามคือหลานสาวของท่านเจ้าคุณฯ และการตัดสินใจแต่งงานกับอ๊อดของเธอ ทำให้อู๊ดเจ็บปวดสาหัสยากแก่การทำใจได้ ดังนั้น เมื่อเจอกันวันนี้เขาจึงทักทายด้วยน้ำเสียงที่ห่างเหินว่าวันนี้ไม่ไปทำงาน หรือ

ไทรงามบอกว่าจะไปช่วงบ่าย แต่ตอนนี้จะขึ้นไปดูแลกิติก่อน เมื่ออู๊ดขอตัว เธอเตือนว่าอย่าลืมแวะไปคลินิกให้ตนฉีดยาแก้อักเสบด้วย แผลที่แขนจะได้หายเร็วขึ้น ชายหนุ่มขอบคุณที่เป็นห่วง

"ดิฉันเป็นห่วงลูกคุณมากกว่าค่ะ ตอนนี้คุณไม่ได้ตัวคนเดียวเหมือนเมื่อก่อนแล้ว"

"ในที่สุด หมอก็ทำให้ผมรู้ว่าหมอไม่เคยเชื่อใจผมเลย นี่...เราเคยรู้จักกันรึเปล่าครับ"

พูดเสร็จอู๊ดเดินจากไปอย่างชอกช้ำใจ แต่คนฟังที่อยู่ ตรงนั้นเจ็บปวดชอกช้ำกว่าหลายเท่านัก

ooooooo

บ่ายวันนี้ ทั้งคุณหญิงและท่านเจ้าคุณยงยศ พากันไปนมัสการท่านพระครูฯ ทั้งสองนั่งพนมมือฟังพระครูฯ อย่างตั้งใจ

"เรื่องของโยมเจ้าคุณฯก็นับว่าจบลงด้วยดีแล้ว อย่าได้ เศร้าโศกเรื่องโยมลูกชายที่จากไปเลย การที่รู้ว่าลูกไปดีแล้วย่อม ดีกว่าการไม่รู้ว่าเขาไปอยู่เสียที่ไหนนะโยม"

"ขอรับ"

"ส่วนดิฉันก็ยังมีเรื่องให้ต้องกังวล ให้ต้องคิดอยู่ร่ำไป ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ปัญหายุ่งยากมันจะหมดสิ้นเสียทีเจ้าคะ"

"ถ้าโยมละความรักโลภโกรธหลง ความเคียดแค้นชิงชัง โดยเฉพาะทิฐิที่ครอบงำจิตใจของโยมได้ ปัญหาก็จะหมดสิ้นไป"

"ท่านทราบ" คุณหญิงฉงน

"ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น โยมคุณหญิงต้องยอมรับความจริง ให้ได้ ละมิจฉาทิฐิแรงกล้าในใจแล้วปล่อยวาง จำคำอาตมาไว้ให้ดี"

คุณหญิงนิ่งอึ้ง คำของพระครูฯเหมือนจะเตือนสติหรือบอกเหตุอะไรล่วงหน้าฉะนั้น...

ooooooo

ในที่สุด ความลับก็ถูกเปิดเผย เมื่อคุณหญิงเข้าไป หากิติที่ห้องนอน กิติทำเป็นหลับเพราะคิดว่าเป็นคนอื่น แต่พอได้ยินเสียงคุณหญิงทัก เขาก็ลืมตาขึ้นอย่างลิงโลดพยายามขยับตัว จนคุณหญิงทั้งดีใจทั้งตกใจที่เห็นลูกชายขยับตัวได้แล้ว

คุณหญิงเห็นกระดาษแลบออกมาจากที่กิตินอนทับอยู่ กิติส่งสายตาให้คุณหญิงหยิบอ่าน พอคุณหญิงหยิบขึ้นมาดู เป็นกระดาษที่กิติเขียนด้วยตัวโตเพราะบังคับมือไม่ได้ แต่ได้ความว่า "อุษามีชู้ กรอกยา อัมพาต"

คุณหญิงเดาเรื่องได้ทันทีมองหน้ากิติตะลึง และแล้วก็เห็นกระดาษอีกแผ่นแลบออกมาจากใต้หมอน คุณหญิงขยับหมอนออกจึงพบว่ามีกระดาษอยู่ใต้หมอนเป็นปึก เป็นความพยายามเขียนหนังสือของกิติ จากไม่เป็นตัวจนเป็นตัวและอ่านได้ใจความ บ่งบอกถึงความพยายามอย่างยิ่งยวดของกิติที่จะบอกความจริงแก่แม่

ทันใดนั้นเอง อุษาถือถาดใส่ถ้วยยาสมุนไพรมาสองถ้วย ส่งเสียงบอกอารมณ์ดีว่า

"ยาสมุนไพรมาแล้วค่ะ ของคุณแม่อุ่นมาร้อนๆเลยนะคะ"

"โผล่มาก็ดีใจแล้ว ฉันมีเรื่องจะคุยกับแก" เสียงคุณหญิงจริงจัง ดุดัน จนอุษาชะงัก

คุณหญิงยื่นกระดาษแผ่นนั้นให้อุษาดู เจ้าหล่อนทำหน้าตายไขสือถามว่านี่มันอะไรกัน ถูกคุณหญิงด่า

"นังผู้หญิงสารเลว สวมเขาให้ผัวแล้วยังฆ่าผัวให้ตายทั้งเป็นอีก ทำไมไม่ฆ่าให้ตายไปเสียเลยล่ะ ทำให้ลูกฉันทรมานอย่างนี้ทำไม นังคนใจยักษ์ใจมาร!!"

เมื่อถูกจับได้อย่างไม่มีทางเลี่ยงเช่นนี้ อุษาเผยโฉมเหี้ยมฮึดพร้อมจะเผชิญหน้า พูดเย้ยว่าถ้าฆ่าให้ตายตนก็ตกเป็นผู้ต้องสงสัย ย้ำคำอย่างเลือดเย็นว่า

"สู้ทำให้ตายไปเองทีละนิดอย่างนี้ไม่ได้ ยังไงสมบัติก็ต้องตกเป็นของตาอ๊อดโดยปริยาย"

"แกฝันไปเถอะ ฉันจะไปเรียกตำรวจมาลากคอแก" คุณหญิงปากคอสั่นด้วยความโกรธ

"คุณแม่ฝันไปรึเปล่าคะ คุณแม่ไม่มีโอกาสไปเรียกตำรวจที่ไหนหรอกค่ะ เพราะอุษากำลังจะจับคุณแม่กรอกยาอยู่เดี๋ยวนี้แล้ว!"

กิติตะลึงค้าง เห็นอุษาเบิกตาพองตรงเข้าขยุ้มคอคุณหญิงที่ช็อกตาเหลือกเพราะไม่ทันตั้งตัว

ooooooo

เมื่ออู๊ดไปฉีดยาตามที่ไทรงามกำชับเสร็จแล้วเขาถามนิ่งๆว่า

"ทีนี้หมอจะบอกผมได้รึยังครับว่าผมเป็นโรคอะไรกันแน่ เพราะขนาดโดนน้ำร้อนลวกแล้วยังไม่รู้สึก มันคงไม่ใช่ โรคธรรมดา"

ไทรงามนิ่งไปนิดหนึ่งพยายามเรียบเรียงคำพูดที่ไม่ โกหก แต่ก็ไม่บอกความจริงว่าเขาเป็นโรคผิวหนังชนิดหนึ่งที่ต้องอาศัยเวลาในการกิน ยา ครั้นถูกคาดคั้นถามว่าโรคอะไร

เธอตอบเลี่ยงๆว่า

"โรคที่รักษาให้หายขาดได้ค่ะ"

"หมอปิดบังอะไรผมอยู่ ทำไมต้องมีความลับกับผม นับวันเรายิ่งเหมือนคนแปลกหน้าขึ้นไปทุกทีนะครับ" อู๊ดตามไปตัดพ้อต่อว่า พอดีบานเย็นเข้ามา อู๊ดจึงขอตัวไปทำงาน แต่พอไปถึงรถจึงรู้ว่าลืมยาทิ้งไว้ที่ห้องจึงย้อนกลับมาเอา เห็นห้องตรวจเปิดประตูแง้มอยู่ เขาจะเคาะประตูแต่ได้ยินเสียงคุยกันจึงหยุดฟัง

บานเย็นเข้าไปในห้องตรวจ เห็นถุงยาวางอยู่ หยิบขึ้นมาถามไทรงามว่าถุงยาใคร ไทรงามรับไปดูบอกว่าอู๊ดลืมไว้

บานเย็นดูยาแล้วถามไทรงามว่า

"ทำไมถึงเหมือน..."  พูดแล้วชะงักตกใจเสียงปร่า "คุณอู๊ดเธอเป็นอะไรลูก อย่าบอกแม่นะว่าเธอเป็น..."

ไทรงามถอนใจยาว ก่อนบอกบานเย็นด้วยน้ำเสียงที่ห่วงใยว่า

"คุณอู๊ด เธอเป็น...โรคเรื้อนค่ะแม่เย็น"

บานเย็นช็อกเสียใจที่ลูกติดเชื้อจากตน แต่ที่หน้าห้อง อู๊ดช็อกยิ่งกว่าเมื่อรู้ความจริง แต่หูยังแว่วเสียงคนคุยกันจากข้างในว่า

"จริงๆแล้ว อาการเพิ่งอยู่ในระยะเริ่มแรก แต่...เธอคงไม่ได้กินยาครบตามที่งามบอกไว้ อาการเลยลามมาที่ปลายประสาท ทำให้ชาจนไม่รู้สึกอะไร ขนาดโดนน้ำร้อนลวก เธอก็ยังไม่รู้สึก"

"โธ่...คุณอู๊ด ถ้าอย่างนั้น แม่จะรีบเอายานี่ไปให้เธอที่ทำงานเอง ขืนทิ้งไว้เธอคงไม่ได้กินยาอีกแน่ๆ"

บานเย็นถือถุงยารีบออกมาพร้อมกับไทรงาม แต่พอเปิดประตูทั้งสองก็ตะลึงค้าง เมื่อเห็นอู๊ดยืนอยู่ตรงหน้าประตูแล้ว!

ชายหนุ่มจ้องหน้าไทรงาม พูดอย่างร้าวระทมใจว่า

"เพราะอย่างนี้นี่เอง หมอถึงได้รังเกียจผม" แล้วพูด กับบานเย็น "ขอบคุณมากครับคุณน้า ที่ทำให้ผมหูตาสว่างเสียที" พูดแล้วอู๊ดเดินออกไปทันที

บานเย็นยืนมองค้างอยู่อย่างนั้น ในขณะที่ไทรงามได้แต่อึ้ง...อึ้งจนพูดอะไรไม่ออก...

ooooooo

ตอนที่ 16

หลังจากให้ไทรงามตรวจเสร็จ อัมตีหน้าซื่อถามว่าตนเป็นอะไรหน้ามืดมาสองอาทิตย์แต่เพิ่งมาคลื่นไส้ อาเจียนได้สักอาทิตย์กว่าๆนี่เอง พอไทรงามถามว่าประจำเดือนขาดมากี่เดือนแล้ว อัมก็ทำเป็นตกใจถามว่าตนท้องใช่ไหม บีบน้ำตาสะอึกสะอื้นว่านึกแล้วเชียวว่าต้องเป็นแบบนี้ ถามว่าจะทำอย่างไรดี

ไทรงาม แนะนำให้ไปฝากครรภ์และทางที่ดีควรจะพาพ่อของเด็กไปด้วยจะได้ช่วยกันดูแล

"คุณ อู๊ดจะมาได้ยังไงคะ เขายังไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าเขากำลังจะมีลูกกับอัม อัมไม่กล้าบอก อัมกลัวว่าเขาจะไม่ยอมรับลูกในท้อง" พูดแล้วร้องไห้โฮๆ

ไทรงาม มือเท้าอ่อนแทบทรงกายไม่อยู่ เธอพยายามแข็งใจ กล้ำกลืนความเจ็บปวด ปลอบอัมว่าสักวันเขาก็ต้องรู้ถ้าเขาเป็นพ่อของเด็ก เขาก็ต้องรับผิดชอบ

"แต่...คุณ อู๊ดรักหมองามค่ะอัมรู้" อัมมองหน้าไทรงามอย่างหยั่งท่าที ไทรงามขอร้องว่าอย่าเอาตนเข้าไปเกี่ยวข้องเรื่องส่วนตัวของเธอกับอู๊ดเลย อัมก็ยิ่งร้องไห้คร่ำครวญขอร้องไทรงามอย่าบอกเรื่องนี้กับอู๊ดได้ไหม   ตนไม่อยากให้เขาไม่สบายใจ

ไทรงามเจ็บปวดเกินกว่าจะพูดอะไรออกมาได้ อัมบีบน้ำตาร้องไห้กระซิก...กระซิก แต่แอบมองไทรงามอย่างสะใจที่แผนการนี้บดขยี้หัวใจหมอได้ไม่มีชิ้นดี

ooooooo

คืน นี้สามทุ่ม บานเย็นจะต้องให้คำตอบแก่อุษาแล้ว แต่จนใกล้ค่ำหวินกับเพิ่มยังเห็นเธอทำกับข้าวอยู่ในครัวอย่างใจเย็น เพิ่มเดาว่าเธออาจจะหาทางออกกับเรื่องนี้ได้แล้ว อาจทำใจยอมรับสภาพถ้าอู๊ดรู้ความจริงได้แล้ว หวินถามว่า หมายความว่าบานเย็นเลือกที่จะไม่บังคับใจไทรงามใช่ไหม

"คนที่ขมขื่นใจเพราะโดนบังคับจิตใจมานับครั้งไม่ถ้วน คงไม่อยากให้ใครมีสภาพเหมือนตัวเองโดยเฉพาะกับเพศเดียวกัน แถมยังได้ชื่อว่าเป็นลูกที่รักปานดวงใจด้วย" เพิ่มเชื่ออย่างนั้น

หวินฟังแล้วเริ่มคล้อยตาม คิดว่าบานเย็นคงทำใจได้แล้ว จริงๆ

ส่วนดำกับเด่นดาวมัวแต่ดำนากันอยู่จนเย็นเพิ่งลุกจากนาไปที่คลินิกหมองามตามที่หมอนัดไว้ แต่พอไปถึงประตูคลินิกปิดแล้ว ดำบ่นงงๆว่านัดตนมาแล้วทำไมถึงปิดคลินิกเสียก่อน เด่นดาวโทษว่าดำมัวแต่เอ้อระเหยอยู่ใครจะไปรอ ส่วนดำก็โทษว่าเพราะ
เธอดำนาแถวคดเป็นงูเลื้อยจนตนต้องเสียเวลาแก้ไขเลยทำให้ช้า เด่นดาวงอนเลยทุบแขนเขา ถูกแผลเข้าจังๆจนดำ
ร้องลั่น

เด่นดาวหยุดทุบทันทีเลิกแขนเสื้อดูแผลที่แขน ดำก็ก้มดูแผลตัวเองเหมือนกัน หน้าต่อหน้าห่างกันแค่หายใจรดถึง ดำได้ กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆจากหญิงสาว ทำเอาเคลิ้มไปชั่วครู่

ดำนิ่งเงียบไปนานจนเด่นดาวเอะใจช้อนตามอง ตาต่อตาประสานกันอย่างจังทำเอาตกสู่ภวังค์ไปทั่งคู่ แต่แล้วก็กระเจิงจากภวังค์เมื่อเสียงอู๊ดทักขึ้นว่า

"หมองามไม่อยู่หรือครับ"

เด่นดาวกับดำต่างตั้งสติอย่างเร็ว หันไปบอกอู๊ดว่าตนสองคนก็มารอไทรงามเหมือนกัน เพราะหมอนัดดำมาล้างแผลที่นี่แต่มาก็ไม่เจอแล้ว เด่นดาวคาดว่าไทรงามอาจจะกลับไปรอที่บ้านแล้วก็ได้เพราะหน้าหนาวมืดเร็ว

แต่พอทั้งสามจะกลับไปที่บ้านปรากฏว่าฝนเทลงมาอย่างหนัก อู๊ดบ่นว่าตนไม่ได้เอารถมาเพราะสตาร์ตไม่ติดเลยทิ้งไว้ให้ใบ้ช่วยซ่อมอยู่ที่ไซต์งาน นี่ก็ยืมมอเตอร์ไซค์ลูกน้องขี่มา จะซ้อนไปกันสามคนคงไม่ได้

เด่นดาวบอกว่ามีรถอะไรก็ไปไม่ได้ ฝนตกอย่างนี้ขืนฝ่าฝนไปมีหวังได้เป็นหวัดกันแน่ๆ

ooooooo

ที่แท้ไทรงามนั่งอยู่ที่ท่าน้ำวัดไทรโศกนั่นเอง เธอนั่งเหม่อมองสายฝนด้วยหัวใจที่เจ็บร้าว ดวงตาที่แห้งผากทั้งๆที่ฝนฉ่ำไปทั้งฟ้า...

และที่ใต้ต้นไทรใหญ่ สถานที่ที่บานเย็นใช้เป็นที่พักพิงใจในยามทุกข์ร้อนแสนสาหัส คืนนี้ก็เช่นกัน เธอมานั่งซุกตัวอยู่ในซอกหลืบของต้นไทรใหญ่  ตัวเปียกชุ่มไปด้วยน้ำฝนแต่สีหน้าเรียบนิ่งราวกับไม่รับรู้อะไร  บางครั้งเธอแหงนมองบ่วงที่ผูกห้อยอยู่กับกิ่งไทรเหมือนเป็นความหวังสุดท้าย

เวลาใกล้สามทุ่มเข้าไปทุกทีแล้ว...ใบ้เพิ่งซ่อมรถของอู๊ดเสร็จรีบขับมาไว้ที่บ้านไทรโศก เพื่อพรุ่งนี้เช้าอู๊ดจะได้มีรถใช้ เป็นเวลาที่ไทรงามตัดสินใจลุกจากศาลาท่าน้ำที่วัดตัดสินใจทิ้งอดีตทั้งหมดไว้ข้างหลังเดินฝ่าสายฝนบ่ายหน้ากลับเรือน

และก็เป็นเวลาที่บานเย็นตัดสินใจแล้วที่จะตัดปัญหาทั้งปวง เธอปีนขึ้นไปบนเก้าอี้ที่อยู่ใต้บ่วง สองมือจับบ่วงไว้นิ่ง

เพิ่มกับหวินตัดสินใจกางร่มฝ่าฝนกลับมาเพื่อเป็นกำลังใจให้บานเย็น ส่วนอู๊ด ดำกับเด่นดาวที่ติดฝนอยู่ที่ตลาดพอสายฝนซาลงก็ชวนกันกลับ โดยอู๊ดไปส่งเด่นดาวที่บ้านก่อนแล้วค่อยมาเจอกับดำที่บ้าน

ที่ใต้ต้นไทรใหญ่ ฝนยังตกหนักฟ้าแลบแปลบปลาบ บานเย็นพึมพำทั้งน้ำตาว่า...

"แม่รักลูกทั้งสองคนสุดหัวใจ แม่จะไม่ยอมให้ใครมาทำให้ลูกเสียใจเป็นอันขาด...เจ้าคุณพ่ออยู่ที่ไหน มารับเย็นไปอยู่ด้วยนะเจ้าคะ"

บานเย็นเอาบ่วงคล้องคอ เป็นจังหวะที่ฟ้าแลบยาว สว่างวาบ ทำให้เพิ่มกับหวินเห็นใบ้อยู่อีกฟากหนึ่งจึงตะโกนเรียก ทั้งสามหันมองกัน แต่ในสายตากลับเห็นบานเย็นห้อยอยู่บนกิ่งไทรใหญ่

ทุกคนตกใจสุดขีด ใบ้วิ่งห้อออกไปทันที เพิ่มได้สติก็รีบวิ่งไปที่ต้นไทร ส่วนหวินยังยืนตกใจตะลึงอึ้งอยู่ตรงนั้น

ใบ้วิ่งมาถึงก็โผเข้ากอดร่างบานเย็นอุ้มไว้ เพิ่มรีบคว้าเก้าอี้มาปีนปลดเชือกออก และหวินที่เพิ่งวิ่งมาถึงก็ยังตะลึงงันทำอะไรไม่ถูกอยู่

ooooooo

ทุกคนช่วยบานเย็นอย่างรวดเร็ว ใบ้กอดบานเย็นไว้แน่นเพราะเธอดิ้นสุดแรงไม่ยอมให้ช่วย

ไทรงามเพิ่งมาถึงใกล้ๆได้ยินเสียงหวินร้องไห้ฟูมฟายอยู่ใต้ต้นไทร เธอตกใจวิ่งเข้าไปดู บานเย็นได้สติพอดี เธอตบหน้าใบ้สุดแรง ไทรงามมองตะลึง ส่วนเพิ่มทนไม่ไหวพูดกับบานเย็นจริงจังว่า

"พอทีเถอะหนูเย็น...ชาติที่แล้วเราคงสร้างเวรสร้างกรรมมาเยอะถึงต้องมาชดใช้กรรมสาหัสในชาตินี้ เพราะฉะนั้น อย่าได้ก่อเวรก่อกรรมกับตัวเองเพิ่มขึ้นจนต้องตามชดใช้กันไม่จบไม่สิ้นเลย"

"เย็นไม่มีทางออกแล้วจริงๆ เย็นรักคุณอู๊ดกับหนูงามยิ่งกว่าชีวิต เย็นไม่อยากให้ลูกต้องผิดหวังเจ็บปวดเพราะเย็น ถ้าเย็นตาย ปัญหาทุกอย่างก็จะจบสิ้น คุณอู๊ดจะได้ไม่ต้องมารับรู้ ความจริงว่ามีแม่เป็นอีโรคเรื้อน ส่วนหนูงามก็ไม่ต้องมารับเคราะห์ แทนเย็น ไม่ต้องมาถูกคุณอุษาบังคับให้แต่งงานกับคุณอ๊อด ทุกคนจะได้มีความสุขกันเสียที" บานเย็นคร่ำครวญน้ำตานองหน้า

"ทำไมหนูเย็นตีค่าตัวเองต่ำขนาดนี้ ทำไมไม่คิดว่าถ้าตัวเองต้องมาตายในสภาพนี้แล้วลูกๆจะเสียใจแค่ไหน แกจะมีความสุขได้อย่างไรถ้ารู้ว่าแม่ต้องมาตายเพราะแก" หวินพูดไปร้องไห้ไป

"น้าบอกแล้วยังไงล่ะว่าความลับไม่มีในโลก ถ้าหนูเย็นไม่อยากบังคับใจหนูงามก็ต้องยอมให้คุณอู๊ดรู้ความจริง คุณอู๊ดจะโกรธเกลียดแม่ตัวเองที่เป็นโรคเรื้อนก็ให้มันรู้ไป เพราะนี่เป็นทางออกที่ดีที่สุดแล้ว" เพิ่มย้ำอีกครั้ง

"ถ้าคุณอู๊ดโกรธเกลียดไม่มองหน้าเย็น เย็นยังพอทำใจแอบมองลูกอยู่ห่างๆได้ แต่ถ้าปากลูกบอกยอมรับ แต่ใจกับแววตากลับว่างเปล่าเหมือนที่ผ่านมาแล้วเย็นจะทำอย่างไร นั่นยิ่งกว่าตายทั้งเป็นเสียอีก"ใบ้ เพิ่ม และหวินต่างมองหน้าบานเย็นด้วยความเห็นใจอย่างสุดซึ้ง

ไทรงามฟังเรื่องราวทั้งหมดแล้ว เธอปะติดปะต่อได้ว่าเกิดอะไรขึ้น นิ่งคิดครู่เดียวเธอก็ตัดสินใจเด็ดเดี่ยว หันหลังเดินจากตรงนั้นอย่างมั่นคง

ooooooo

ดำปั่นจักรยานถึงที่จอดรถบ้านไทรโศกลงจากรถก็เห็นอู๊ดขี่มอเตอร์ไซค์มาถึงพอดี ดำมองไปเห็นไทรงามเดินไปทางเรือนใหญ่อยู่ไวๆ บอกอู๊ดว่าสงสัยจะไปตัดไหมให้ตนแน่ๆเลย ว่าแล้วรีบจ้ำไป อู๊ดรีบตามไปด้วย

ไทรงามมาถึงหน้าเรือนใหญ่ เจออุษาพอดีเธอถามว่าจะไปหาแม่เย็นหรือ เรื่องจะจับตนแต่งงานกับอ๊อดใช่ไหม เมื่ออุษาถามสีหน้าดีใจว่าแสดงว่าบานเย็นบอกไทรงามแล้วใช่ไหม แล้วทำเป็นพูดเห็นใจอู๊ดกับไทรงาม แต่คิดว่าไทรงามคงเข้าใจเหตุผลดี
แล้ว

"เลิกพูดถึงคุณอู๊ดเถอะค่ะ แล้วก็ไม่ต้องตามไปเอาคำตอบจากแม่ดิฉันด้วย เพราะที่ดิฉันมาที่นี่ก็เพื่อจะมาตอบคุณแทนแม่อยู่แล้ว"

ดำกับอู๊ดนิ่งงันเป็นหุ่นอยู่ตรงนั้น

"ดิฉันตกลงใจที่จะแต่งงานกับคุณอ๊อด" ไทรงามพูดชัดถ้อยชัดคำกับอุษา

ประโยคนี้เหมือนเด็ดหัวใจของสองหนุ่มไปขยี้ ดำทนไม่ได้วิ่งกลับไปทางเรือนบานเย็น อู๊ดยังยืนเหมือนเหลือ แต่ร่างอยู่ตรงนั้น

ไทรงามกับอุษายังเจรจากันต่อ ไทรงามให้อุษาสาบานว่าถ้าตนตัดสินใจเช่นนี้แล้วเธอจะต้องไม่ไปวุ่นวายหรือเรียกร้องอะไรจากบานเย็นอีกไม่ว่าจะเรื่องอะไรทั้งสิ้น อุษาตกลงทันที

เมื่ออุษาตกลงแล้ว ไทรงามเดินแยกไปเหมือนไร้ชีวิตจิตใจ ไม่เห็นแม้แต่อู๊ดที่ยืนนิ่งเป็นหุ่นอยู่ตรงนั้น มีแต่อุษาเท่านั้นที่แสยะยิ้มตาเป็นประกายวาวอย่างสะใจในชัยชนะของตนเอง

ooooooo

ดำวิ่งอ้าวไปเล่าให้บานเย็นฟัง บานเย็นแทบหัวใจวาย ปฏิเสธว่าตนไม่เคยปริปากเรื่องนี้ให้ไทรงามฟังเลยแม้แต่คำเดียว ถามว่าไทรงามไปรู้เรื่องนี้มาจากไหน ดำเองก็ไม่รู้ บานเย็นตัดสินใจจะไปยับยั้งการตัดสินใจของไทรงาม แต่ไม่ทันออกจากเรือนไทรงามก็ก้าวเข้ามา แล้ว โดยมีอู๊ดตามมาติดๆ

ไทรงามบอกบานเย็นว่าไม่ต้องไปแล้ว ตนตัดสินใจดีแล้วและไม่ได้ถูกใครบังคับด้วย ตนเต็มใจแต่งงานกับอ๊อดเอง อู๊ดแทรกขึ้นขออนุญาตบานเย็นให้ตนได้คุยกับไทรงามตามลำพัง

เมื่อพากันไปที่ท่าน้ำบ้านไทรโศก อู๊ดถามอย่างตัดพ้อน้อยใจว่าตนทำอะไรผิดหรือ เธอถึงไม่พอใจ มีอะไรไม่เข้าใจกันทำไมไม่พูดไม่คุย ทำไมถึงรีบตัดสินใจอย่างนี้

"ฉันมีเหตุผลซึ่งไม่จำเป็นต้องบอกใคร" ไทรงามตัดบทอย่างเจ็บปวด เมื่ออู๊ดยังย้ำถามว่าตนทำผิดอะไรหรือ เธอขอร้องเขาว่า "อย่าเสียเวลาพูดเรื่องนี้อีกเลยค่ะ ฉันเหนื่อยแล้วก็เพลียเหลือเกินแล้ว ขอตัวกลับไปพักก่อนนะคะ"

"อย่าทำเหมือนผมไม่มีตัวตนอย่างนี้ คุณจะบอกผมหรือไม่ว่าคุณตัดสินใจแต่งงานกับพี่อ๊อดเพราะคุณรักพี่อ๊อด ถ้าสิ่งที่ทำให้คุณเปลี่ยนใจมันมีสาเหตุมาจากผม คุณก็บอกผมสิหมองามว่าเพราะอะไร" อู๊ดขอร้อง

"เรื่องความรักมันเป็นเรื่องของอารมณ์ที่อยู่เหนือเหตุผล เพราะฉะนั้นฉันจึงไม่มีเหตุผลอะไรจะอธิบายว่าฉันเลือกใครเพราะอะไร"

ไทรงามพยายามตัดบทเลี่ยงที่จะพูดกันให้ยืดเยื้อเพราะมีแต่จะทำให้เจ็บปวดด้วยกันทั้งสองฝ่าย ขอร้องอู๊ดอย่าพูดอะไรอีกเลยเพราะทุกอย่างมันสายไปแล้ว พริบตานั้นเองอ๊อดก็โผล่มาปรามอู๊ดว่าไทรงามประกาศจะแต่งงานกับตนแล้ว ฉะนั้นอู๊ดไม่มีสิทธิ์คิดเป็นอย่างอื่นกับเธอนอกจากเป็นพี่สะใภ้เท่านั้น

อ๊อดแสยะยิ้มเย้ยอู๊ด ไทรงามจึงเดินแยกตัวไป

ooooooo

อู๊ดเสียใจมาก...มากจนไม่อาจอยู่กับสภาพเก่าๆได้ เขาเก็บเสื้อผ้าใส่กระเป๋า บอกคุณหญิงว่าจะไปค้างที่หน้างานสักระยะเพราะอยากเร่งงานให้เสร็จเร็วๆ คุณย่าไม่ต้องห่วง ตนจะหาเวลาแวะมาเยี่ยมคุณพ่อทุกวัน

แม้ว่าคุณหญิงจะเห็นใจ สงสารอู๊ดสักเพียงใด แต่ทำได้แค่พูดว่าถ้าตอนนี้ไม่สบายใจจะอยู่ที่นี่ก็ตามใจ เอาใจทุ่มเทกับงานก็ดีจะได้ลืมความเสียใจ ลืมความผิดหวังได้บ้าง

อู๊ดซาบซึ้งสะเทือนใจจนน้ำตาคลอเข้าไปกราบลาคุณหญิง ผู้เป็นย่ากอดและลูบหลังอู๊ดอย่างเอ็นดูสงสาร อุษามาเห็นเข้าริษยาพุ่งจี๊ดทันที แต่ตีสองหน้าทำเป็นเห็นอกเห็นใจอู๊ดจนอู๊ดเองก็ซาบซึ้งจนน้ำตาคลอเหมือนกัน

คุณหญิงจับตาดูการตีสองหน้าของอุษาอย่างขัดตาขัดใจจนแทบทนไม่ได้

ooooooo

ไทรงามกลับไปทบทวนความหลังที่ได้คบหากับอู๊ดในห้องนอน น้ำตาแห่งความเจ็บปวดไหลอาบแก้ม แต่ในที่สุด เธอก็เช็ดน้ำตาจนแห้ง ขอทิ้งทุกอย่างไว้แค่นี้ บอกตัวเองว่าจะไม่อ่อนแออีกต่อไปแล้ว

แต่พอเปิดประตูออกมาก็เจอบานเย็นมารออยู่แล้ว บานเย็นบอกว่าจะมาพาเธอไปบอกยกเลิกการแต่งงานกับอ๊อด ไทรงามแข็งใจยืนยันว่าตนเต็มใจเอง ไม่มีใครมาบังคับ

บานเย็นยืนกรานว่าตนรู้ว่าลูกคิดอย่างไร ตนเคยถูกบังคับให้จำยอมมาแล้วรู้ดีว่ามันเจ็บปวดแค่ไหน ฉะนั้นจะไม่ยอมให้ลูกต้องมาตกที่นั่งเดียวกับตนอีกเด็ดขาด ไทรงามตอบบานเย็นอย่างสะเทือนใจว่า

"เพราะงามรู้ว่าแม่เย็นเคยเจ็บปวดมากแค่ไหน งามถึงไม่อยากให้แม่เย็นต้องแบกรับความเจ็บปวดเพียงลำพังอีกต่อไป แม่เย็นลำบากเพื่องามมามาก สิ่งที่งามทำเป็นเพียงการ ทดแทนพระคุณอันน้อยนิด เทียบไม่ได้เลยกับพระคุณมหาศาลที่แม่มีต่องาม"

ไม่ว่าบานเย็นจะบรรยายความทุกข์ตรอมใจกับการฝืนใจอย่างไร ไทรงามก็ยืนกรานว่าตนพร้อมและยินดีที่จะเผชิญ หน้ากับมัน บอกบานเย็นอย่างตัดสินใจเด็ดเดี่ยวแล้วว่า

"ชีวิตคนเราไม่ได้เกิดมาเพื่อจะสุขสมหวังในทุกสิ่งทุกอย่างนี่คะ บางครั้งเราก็ต้องรู้จักที่จะอยู่เพื่อคนอื่นมากกว่าจะอยู่แต่กับหัวใจของตัวเอง หน้าที่ของหมอถูกฝึกให้มีชีวิตอยู่เพื่อคนอื่นอยู่แล้ว แม่ไม่ต้องห่วงงามนะคะ งามอยู่ได้ค่ะ งามต้องอยู่ได้"

"แม่อยากให้ลูกคิดให้ถี่ถ้วน" บานเย็นร้องไห้ด้วยความสงสารลูกจับใจ

"งามคิดดีแล้ว และงามจะไม่พูดเรื่องนี้อีก งามอยากให้แม่สบายใจ งามรักแม่เย็นนะคะ หัวใจของงามไม่สำคัญเท่ากับ แม่เย็นของงามหรอกค่ะ"

บานเย็นโผเข้ากอดไทรงามน้ำตาไหลพราก แต่สำหรับไทรงามแล้ว   เธอไม่มีน้ำตาจะไหลให้กับความเจ็บปวดใดๆอีกแล้ว...

ooooooo

แม้แต่เด่นดาวก็ไม่อยากเชื่อว่าไทรงามตัดสินใจแต่งงานกับอ๊อด ถามดำที่มาเล่าให้ฟังว่าเป็นไปได้ยังไง ดำเองก็ตอบไม่ได้และไม่กล้าถามไทรงามด้วย แต่บอกเด่นดาวว่าต่อไปนี้ก็เป็นโอกาสทองของเธอที่จะทำความเข้าใจกับอู๊ดอีกครั้ง อวยพรให้เธอ
โชคดี

เด่นดาวมีความหวังขึ้นมา เธอโบกมือลาดำจากท้องทุ่งบ่ายหน้ากลับไปอย่างสดชื่น ดำมองตามเด่นดาวไปแล้วก็หันกลับมาปรับทุกข์กับน้องควายที่ดำไพล่ไปตั้งชื่อว่า "น้องกวาง" มองกันตาปริบๆว่า

"คงจะเหลือแต่แกล่ะมั้งที่รักฉันจริงและอยู่กับฉันไปจนตาย...น้องกวาง"

อ๊อดเบิกบานสำราญใจนักที่จะได้แต่งงานกับไทรงาม นัดอัมไปบอกข่าวที่กระท่อม อัมดีใจที่ตนจะได้พ้นทุกข์เสียที แต่อ๊อดไม่ยอมเสียเที่ยวยังส่งท้ายกับเธออีกจนได้

ส่วนทนต์ หลังจากวางแผนรวบรัดไทรงามให้กับอ๊อดสำเร็จแล้ว ก็ยุให้อุษาต้องเร่งรุกไทรงามให้หนักกว่านี้จะทำอะไรก็ต้องทำตอนที่ฝ่ายโน้นตั้งรับไม่ทัน และที่สำคัญเธอต้องจัดการเรื่องสำคัญบางอย่างให้ตนด้วย

ดังนั้น เมื่อกลับถึงบ้านไทรโศก อุษาก็จัดแจงสั่งหวินเย็นนี้ให้ทำกับข้าวเพิ่ม ทำมาชุดใหญ่เลยเพราะตนจะเชิญทุกคนในบ้านกินข้าวด้วยกัน รวมทั้งบานเย็นและไทรงามด้วย กำชับให้แต่งตัวให้สวยงาม ให้สมกับที่ได้รับเชิญให้ขึ้นมากินข้าวบนเรือนด้วย

แม้หวินจะทำอาหารมากเป็นพิเศษแล้ว แต่เมื่ออุษามาดูก็ยังสั่งทำเพิ่ม จนเพิ่มถามว่าทำกับข้าวพะเรอเกวียนขนาดนี้ จะไปเลี้ยงใครที่ไหนหรือ

หวินตอบอย่างหัวเสียว่าอุษาจะเลี้ยงใคร เนื่องในวันอะไรตนไม่รู้ทั้งนั้น แค่ฟังคำสั่งอย่างเดียวก็เวียนหัวแล้ว เพิ่มเดาว่าคงจะฉลองปีใหม่ล่วงหน้ากระมังเพราะอีกสองวันก็จะสิ้นปีแล้ว

ooooooo

อุษาบอกอู๊ดเอาตอนเย็นขณะเขามาเยี่ยมกิติที่ห้อง อู๊ดขอตัวกลับไปสั่งงานก่อนค่อยย้อนมาอีกที แต่พออู๊ดลงไปก็เจอไทรงามหิ้วกระเป๋าจะมาทำกายภาพ บำบัดให้กิติพอดี เขาขอคุยด้วย ขอร้องอีกครั้งว่า

"ถ้าคุณใช้อารมณ์ในการตัดสินใจเรื่องการแต่งงาน ผมขอให้คุณตัดสินใจใหม่อีกครั้งได้ไหมครับ"  เมื่อไทรงาม ยืนอึ้งน้ำตาคลอ เขาย้ำ "ผมรักคุณ และถ้าคุณยังรักผม ผมอยากขอร้องคุณเป็นครั้งสุดท้าย...นะครับ"

ไทรงามตัดสินใจเดินจากเขาไปเพื่อตัดปัญหาทั้งปวง อู๊ดดูท่าทีของเธอก็เดาคำตอบได้ แต่ก็ยังไม่วายที่จะมีความหวังครั้งแล้วครั้งเล่า...

งานเลี้ยงนี้ เจ้าคุณยงยศและเด่นดาวได้รับเชิญด้วย แต่เมื่อสองลุงหลานเดินทางมาถึงทางเปลี่ยวก็ถูกโจรดักปล้น รถถูกยิงจนกระจกมองข้างกระเด็น เจ้าคุณฯ ตกใจตะโกนให้ เด่นดาวก้มหัวลงแล้วท่านก็เหยียบคันเร่งหนี

แต่มือปืนที่ซุ่มอยู่ข้างทางวิ่งออกมายิงไปที่ล้อรถจนเสียหลักแฉลบลงข้างทาง เจ้าคุณฯ เปิดประตูรถลงไปต่อรองกับโจรอย่างกล้าหาญว่า อยากได้อะไรเชิญเอาไปเลยขอแต่อย่าทำอะไรท่านกับหลานสาว

เจ้าคุณฯ หยิบกระเป๋าเงินส่งให้ ถูกมันเตะทิ้งเล็งปืนใส่ ท่านต่อรองอีกครั้งว่าขออย่างเดียวอย่าทำร้ายหลานท่านเลย แต่มือปืนยิ้มเหี้ยมทำท่าจะเหนี่ยวไก

ทันใดนั้น อู๊ดขับรถกลับมาเจอเข้า เขายิงต่อสู้กับโจรร้ายจนมันหนีไปในสภาพที่ถูกยิงบาดเจ็บที่แขน เมื่อเข้าไปเพื่อช่วยเหลือเหยื่อ โจรจึงรู้ว่าที่แท้คือเจ้าคุณยงยศกับเด่นดาวนั่นเอง

เมื่อพากันไปถึงเรือนใหญ่ของคุณหญิงเล่าเรื่องให้ คุณหญิงฟังอย่างตื่นเต้นแล้ว คุณหญิงอุทานอย่างตกใจกับเหตุการณ์ร้ายที่เกิดขึ้นอุกอาจขนาดนี้ เจ้าคุณยงยศพูดอย่างซาบซึ้งใจว่า

"ถ้าไม่ได้หลานอู๊ดช่วยเอาไว้ ผมก็คงกลายเป็นศพข้างถนนไปแล้ว ต้องขอบคุณหลานชายมากนะ ลำพังตัวปู่เองน่ะไม่เป็นไรหรอก ที่ปู่เป็นห่วงก็คือหลานดาว กลัวมันจะทำอะไรหลานดาวด้วย"

อุษาฟังแล้วแอบขุ่นเคืองอยู่ในใจแต่แสร้งตีหน้าตกใจโผเข้ากอดเด่นดาวทำเป็นปลอบใจเรียกขวัญเนียนๆ แล้วตัดบทอย่างรวดเร็ว ชวนไปทานอาหารกันดีกว่าจะได้รู้สึกผ่อนคลาย

อู๊ดเข้าไปชวนกิติไปด้วยกัน อุษาพยายามกีดกันว่าไม่ต้องลำบากเดี๋ยวตนจะให้หวินจัดสำรับมาป้อนให้เอง อู๊ดแย้งทันทีว่าถ้าขาดคุณพ่อไปคงเรียกว่าพร้อมหน้าพร้อมตาอย่างที่คุณแม่ต้องการไม่ได้ ว่าแล้วเข้าไปประคองกิติขึ้นมา ทำเอากิติตื้นตันใจในความรักความมีน้ำใจของอู๊ดจนน้ำตาคลอ

ooooooo

ใบ้กับดำช่วยกันลำเลียงสำรับอาหารเข้ามาที่เฉลียงด้านนอกเรือนใหญ่อันเป็นสถานที่จัดเลี้ยงใบ้ชะงักเมื่อเห็นอู๊ดเอากิติขึ้นหลังออกมาจากห้องนอน ใบ้ปลื้มปีติที่ลูกชายเป็นคนดีเหลือเกิน

หลังจากจัดที่นั่งให้กิติแล้ว อู๊ดเห็นไทรงามเดินขึ้นมากับเด่นดาว ไทรงามสบตากับอู๊ดแล้วมองกันนิ่ง อ๊อดเห็นเข้าพานตีรวนทันที ลุกขึ้นประกาศศักดา

"สวัสดีครับทุกท่าน ดีใจจังเลยครับที่วันนี้เราทุกคนได้อยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตา ก่อนที่เราจะรับประทานอาหารร่วมกัน  ผมใคร่ถือโอกาสนี้แจ้งข่าวดีให้ทุกท่านทราบว่า

ผมกับคุณหมอไทรงาม เราสองคนจะแต่งงานกันเร็วๆนี้ครับ"

เจ้าคุณยงยศซึ่งไม่ระแคะระคายอะไรมาก่อนเลยถึงกับมองหน้าไทรงามงงๆ ส่วนคนอื่นๆที่รู้เรื่องแล้วต่างมองหน้าไทรงามอย่างเห็นใจที่ถูกอ๊อดจู่โจม มีแต่เด่นดาวคนเดียวเท่านั้นที่แอบโล่งใจที่อู๊ดจะได้ตัดใจจากไทรงามเสียที

ส่วนอู๊ด ฟังอ๊อดแล้วหัวใจเจ็บแปลบราวกับถูกมีดกรีด แม้ไม่ถึงตายแต่ทรมานเหลือเกิน...

ไม่เพียงเท่านั้น อุษายังประกาศตอกย้ำกับทุกคนว่าอ๊อดกับไทรงามจะแต่งงานกันในวันมะรืนนี้ คุณหญิงทนไม่ได้ ทักท้วงว่าทำไมถึงได้รวดเร็วนัก อุษาตะแบงไปน้ำขุ่นๆว่าไม่เร็วเพราะทุกอย่างเพื่อนทางพระนครเตรียมไว้ให้พร้อมแล้ว เราไม่ต้องทำ
อะไรเลย

บานเย็นท้วงติงว่าไทรงามยังไม่เคยรู้เรื่องนี้อุษาน่าจะถามเจ้าตัวก่อน อุษาหันไปถามไทรงามอย่างเป็นต่อว่ามีปัญหาอะไรไหม ไทรงามคิดถึงคำพูด คำยั่วยุ และเรื่องราวที่บีบคั้นจนทนไม่ได้ ตัดสินใจตอบว่า

"ดิฉันไม่มีปัญหาอะไร จะแต่งวันนี้ พรุ่งนี้หรือวันไหน ดิฉันก็ต้องแต่งกับคุณอ๊อดอยู่ดี"

อุษากับอ๊อดยิ้มให้กันอย่างผู้ชนะ กิติโกรธจนมือเกร็งบีบเก้าอี้อย่างแรง

ooooooo

อู๊ดเสียใจมาก เมื่อใบ้ขับรถไปส่งเขาที่แคมป์งาน เขาขอร้องให้อยู่เป็นเพื่อนกันสักพักได้ไหม แล้วนั่งดื่มอย่างกลัดกลุ้ม

ดำ กลับไปนั่งกอดเข่าเจ่าจุกที่เรือนคนงาน เมื่อหวินเข้าไปเรียกอย่างสงสารลูกจับใจ ดำก็โผเข้ากอดแม่ร้องไห้ สะอึกสะอื้น

บานเย็นพูดกับไทรงามที่เฉลียงเรือนตัวเองว่าสงสารลูกและ เกลียดตัวเองที่ช่วยอะไรลูกไม่ได้

"ผิดถนัดค่ะ แม่เย็นช่วยงามด้วยการอบรมเลี้ยงดูงามมาอย่างดี ที่งามเป็นงามได้ทุกวันนี้ก็เพราะแม่เย็น หยุดร้องไห้เถอะนะคะ อย่าทำให้งามต้องกลายเป็นลูกที่บาปหนาทำให้น้ำตาแม่ต้องตกอีกเลย"

ไทรงาม เช็ดน้ำตาให้บานเย็นจนแห้ง แต่ตัวเองกลับน้ำตาตกใน...

ที่บ้านท่าน เจ้าคุณยงยศ เจ้าคุณฯยังไม่หายงง ถามอะไรเด่นดาวก็ตอบไม่ได้ แต่จู่ๆก็ขอเจ้าคุณปู่ออกไปข้างนอกสักครู่ พูดแล้วออกไปเลย เจ้าคุณปู่ได้แต่มองตามด้วยความเป็นห่วงเพราะดึกแล้ว

เด่นดาวไปหา อู๊ดที่แคมป์คนงาน เห็นอู๊ดดื่มจนเมามาย ได้ยินอู๊ดรำพึงรำพันถึงความเจ็บปวดของคนอกหักอยู่กับใบ้ เธอตัดสินใจเข้าไปขอคุยกับอู๊ดตามลำพังสักครู่ ขอโทษใบ้ แล้วพาอู๊ดออกไป

ooooooo

หนุ่ม สาวพากันไปนั่งคุยที่มุมสงบในแคมป์คนงาน เด่นดาวถามอย่างเป็นห่วงว่าทำไมอู๊ดต้องดื่มหนักขนาดนี้ ถามว่าเรื่องหมองามใช่ไหม อู๊ดไม่ตอบ แต่ขอเวลาสักพักเชื่อว่าตนคงเป็นแบบนี้ไม่นานอย่าได้ห่วงใยเลย เด่นดาวทำใจไม่ได้บอกว่าไม่ห่วงได้อย่างไรเพราะเขาเป็นคนที่ตนรักทั้งยัง เป็นผู้มีพระคุณที่ช่วยชีวิตเจ้าคุณปู่กับตนไว้ด้วย

เด่นดาวสุดจะทน กับความรู้สึกของตัวเองได้ เธอบอกอู๊ดตามตรงว่าแม้จะรู้ว่าเขารักหมองาม  แต่เวลานี้หมองามตัดสินใจจะแต่งงานกับอ๊อดแล้ว เขายังจะมีความหวังอะไรอยู่อีกหรือ ลืมหมองามไม่ได้เลยใช่ไหม ขอเขาเพียงว่า

"ดาว จะไม่ขอให้พี่อู๊ดลืมหมองาม แต่อยากจะขอให้พี่อู๊ดเปิดใจรับดาวเป็นคนพิเศษสำหรับพี่อู๊ดได้ไหมคะ" พูดแล้วโผเข้ากอดอู๊ดไว้อย่างยั้งใจไม่อยู่ "ดาวรักพี่อู๊ดนะคะ ดาวพร้อมที่จะดูแลและยืนเคียงข้างพี่อู๊ดไปตลอดชีวิต"

อู๊ดคิดไม่ ถึงว่าเด่นดาวจะกล้าพูด กล้าแสดงออกถึงเพียงนี้ เขาไม่อยากให้เธอเข้าใจไขว้เขวกว่านี้ จึงค่อยๆดันตัวออก บอกเธอว่า

"พี่ รักดาวมากนะ แต่พี่รักดาวอย่างน้องสาว"

เด่นดาวหัวใจแทบสลายกับคำ ยืนยันของอู๊ดพาลเกลียดไทรงามไปด้วย เธอยืนเหม่ออยู่ครู่หนึ่งเมื่ออู๊ดเข้าไปถามว่าเป็นอะไร เธอยิ้มเยือกเย็นบอกว่าตนไม่เป็นอะไร แล้วขอตัวกลับโดยขออยู่คนเดียว เพราะไม่อยากเจ็บปวดมากไปกว่านี้

ส่วนดำก็รวบรวมความกล้าเข้าไปบอก ไทรงามที่ยืนเศร้าอยู่ที่เฉลียงบ้านว่า "พี่รักน้องงาม พี่อยากรู้ว่าน้องงาม คิดยังไงกับพี่" คำตอบของไทรงามทำให้ดำแทบล้มทั้งยืน

"งาม รักพี่ดำอย่างพี่ชายร่วมสายเลือดเดียวกัน มันเป็นความรักที่ยิ่งใหญ่มากกว่าการเป็นคู่ชีวิต   ไม่ใช่ความรักฉาบฉวยฉันชู้สาวซึ่งมีวันจืดจางได้   พี่ดำเป็นมากกว่าพี่ชาย เป็นยิ่งกว่าเพื่อน"

ดำเศร้าจนเหมือนหัวใจหลุดหายไปจากตัว ปลีกตัวไปอย่างแสนช้ำเดินดุ่มไปทางทุ่งนา พอพ้นสายตาไทรงามก็วิ่งสุดฝีเท้าเหมือนจะหนีความเจ็บปวดเหมือนจะให้ลืมทุก อย่างที่ทำร้ายจิตใจตนเอง

ทั้งเด่นดาวและดำต่างอยู่ในอารมณ์เดียวกัน วิ่งไปท่ามกลางสายฝนอย่างมืดมน...

ooooooo

เด่นดาวไปนั่งตาก ฝนอยู่ริมตลิ่ง  ท่ามกลางสายฝนและความมืด เธอมองคลื่นในลำคลองอย่างเหม่อลอย ใจคิดอะไรบางอย่าง...

ส่วนดำนั่งอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ไม่ไกลจากเด่นดาว นัก หัวใจว้าเหว่โดดเดี่ยวปวดร้าว ขณะนั่งเหม่อใจลอยอยู่นั้น เขาเห็นเงาของหญิงสาวคนหนึ่งพุ่งลงไปในสายน้ำ ดำวิ่งพรวดไปตรงนั้น กระโดดลงไปทันที

ดำพุ่งลงน้ำดำหาร่างหญิงสาวท่ามกลางสายฝนและเกลียว คลื่น เขาดำค้นหาจนเกือบหมดหวัง ตัดสินใจดำลงไปอีกครั้ง คราวนี้เจอร่างหญิงสาวจมอยู่ก้นคลอง ดำอุ้มร่างนั้นขึ้นมาพาขึ้นฝั่งจึงรู้ว่าเป็นเด่นดาว ดำยิ่งตกใจรีบผายปอดอย่างเร็ว ทำทุกวิธีจนสุดท้ายต้องผายปอดด้วยปาก

ได้ ผล เด่นดาวรู้สึกตัวขึ้นมา แทนที่จะดีใจเธอกลับตบหน้าเขาอย่างแรงฐานมาช่วยชีวิตตนไว้ พร่ำบอกแต่ว่า "ฉันอยากตาย...ฉันอยากตาย..."

ดำถามว่าทำไมถึงต้องตาย เด่นดาวคร่ำครวญว่าในเมื่อไม่มีอู๊ดแล้วจะอยู่ต่อไปทำไม ย้อนถามดำว่าหรือเขามีความสุขที่ได้เห็นไทรงามไปอยู่กับอ๊อด

"ผมไม่ ได้มีความสุข และผมก็เจ็บปวดไม่น้อยไปกว่าคุณ แต่ผมไม่เห็นต้องทำตัวไร้สาระแบบนี้ ถ้าคุณเป็นพวกไร้ญาติขาดมิตรก็ว่าไปอย่าง แต่นี่คุณยังมีคนที่รักคุณอีกตั้งมากมาย ท่านเจ้าคุณจะรู้สึกอย่างไรถ้ารู้ว่าหลานสาวคนเดียวของท่านต้องมาตายเพราะ แค่เรื่องรักไม่สมหวังอย่างนี้"

เด่นดาวไม่อาจทำใจได้ จนดำเตือนสติว่า ไม่เห็นจะต้องบูชาความรักด้วยการเอาชีวิตเข้าแลกแบบนี้ ถามว่าถ้าเธอไม่รักตัวเองให้ดีพอแล้วเธอจะไปรักคนอื่นให้ดีได้อย่างไร

ไม่ เพียงเท่านั้น ดำยังเตือนสติเธอว่า "ตั้งแต่เกิดมาเคยถามตัวเองรึยังว่าได้ตอบแทนบุญคุณใครแล้วบ้าง แล้วก่อนจะตายนึกออกบ้างไหมว่าลงมือทำอะไรเพื่อใครหรือยัง..."

เด่น ดาวทั้งเจ็บทั้งอาย ตบหน้าดำไปหลายฉาด ดำฉุนขึ้นมาเลยจับเธอจูบเสียจนเธอดิ้นไม่หลุด ดำรู้สึกตัวเมื่อหน้าตัวเองเปียกน้ำตาเด่นดาว เขาจึงผละออกมา ถูกเด่นดาวด่าแล้ววิ่งกลับไปที่รถขับออกไปอย่างเร็ว

เมื่อเด่นดาวไป แล้ว ดำจึงรู้ว่า ระหว่างดิ้นรนกันนั้นเขาดึงสร้อยทองเธอขาดติดมือ เมื่อแบมือดูจึงเห็นจี้ที่เป็นอักษรรูปตัว Y ไขว้กันอยู่

ooooooo

แล้ว ปมปริศนาก็คลี่คลายทีละปม..ทีละปม

เช้าวันนี้ อู๊ดในสภาพมึนๆเมาๆอยู่ คว้าไปถูกน้ำร้อนที่เชษฐ์เพิ่งยกจากเตาลวกทั้งแขน น้ำที่เพิ่งเดือดปุดๆกลับไม่ทำให้อู๊ดรู้สึกอะไรนัก เขาบอกว่าแค่น้ำอุ่นๆเท่านั้น แต่เพิ่มไม่ยอมบังคับพาไปหาหมอที่คลินิกหมองาม

หลังจากไทรงามตรวจทำ แผลให้แล้ว เมื่อจ่ายยาเธอกำชับว่าให้กินยาตามหมอสั่งจนกว่าจะหมด อู๊ดพูดหยอกแกมหยิกว่า

"ไม่อย่างนั้นก็อาจจะเกิดเหตุการณ์แบบวันนี้ ใช่ไหมครับ โดนน้ำร้อนลวกแล้วยังไม่รู้สึกตัว ตกลงหมอจะไม่ยอมบอกผมใช่ไหมครับว่า ผมเป็นอะไรกันแน่"

ไทรงามอึกอัก พูดไม่ออก โชคดีที่อุษากับอ๊อดเข้ามาขัดจังหวะ อุษาจะให้ไทรงามเข้าพระนครไปกับอ๊อดเพื่อไปเลือกชุดแต่งงานและแหวนแต่งงาน แต่ไทรงามขอตัวอ้างว่านัดตรวจคนไข้ไว้หลายราย พูดเอาใจว่าเชื่อรสนิยมของอุษา จนอุษากับอ๊อดไม่คะยั้นคะยอ

เพิ่มจึง มีโอกาสถามไทรงามว่า  ตกลงอู๊ดเป็นอะไรกันแน่ โดนน้ำร้อนลวกขนาดนั้นยังไม่รู้สึกตัวเลย ไทรงามจำต้องบอกว่าอาการของโรคทำให้ปลายประสาทชาจนไม่รู้สึกอะไร เพิ่มนึกออกพูดอย่างตกใจว่า "เอ...อาการอย่างนี้มันเหมือนกับหนูเย็นเมื่อ 20 ปีที่แล้วนะ หรือว่า..."

"ค่ะ...ลุงเพิ่ม คุณอู๊ดเป็นโรคเรื้อนเหมือนแม่เย็นค่ะ"

น้ำเสียงไทรงามราบเรียบ แต่ทำให้เพิ่มชาวาบไปทั้งตัว!

ooooooo

ตอนที่ 15

คืนนี้ขณะอัมนอนเพลียๆอยู่บนเตียงก็ต้องสะดุ้ง เมื่ออ๊อดปีนหน้าต่างเข้ามากอดจากข้างหลัง เธอพยายามเบี่ยงตัวหนีขอร้องเบื่อๆว่า ตนไม่สบายขอพักสักวันเถอะ อ๊อดไม่ยอมกอดรัดฟัดเหวี่ยง

"อ้างโน่นอ้างนี่อยู่เรื่อย ไม่รู้จะอ้างทำไม รู้ๆอยู่ว่าอ้างยังไงก็ต้องโดนอยู่ดี"

อัมเวียนหัว คลื่นไส้จะอ้วก เธอเอามือปิดปากขย้อนเหม็นตัวอ๊อดจนทนไม่ได้อ้วกพุ่งใส่อ๊อด ก่อนที่จะลุกวิ่งไปอ้วกที่หน้าต่าง

"โธ่เว้ยยยย!! วันนี้มันซวยอะไรของกูวะเนี่ย!" อ๊อดสบถ ถอดเสื้อเปื้อนอ้วกทิ้งอย่างหัวเสีย

คืนเดียวกัน อู๊ดสับสนข้องใจจนนอนไม่หลับ เขาไปยืนนิ่งที่หน้าต่างห้องนอน คิดถึงเด่นดาวที่ถามว่า "คู่นั้นเขาเป็นคนรักกันมาก่อน เขาอาจจะผิดใจกันด้วยเรื่องอะไรก็แล้วแต่ แต่ถ้าเขาเคลียร์กันได้ พี่อู๊ดจะไม่ยินดีกับเขาเหรอคะ"

คิดถึงคำพูดของเธอที่ว่า "หมองามอาจจะปรับความเข้าใจกับนายดำได้แล้วก็เลยไม่อยากทำตัวสนิทสนมกับ ผู้ชาย อื่นเพราะกลัวคู่รักจะเข้าใจผิดน่ะค่ะ"

คิดแล้วอู๊ดได้แต่ถอน ใจ เดินมานั่งที่เตียง กระนั้นก็ยังอดคิดถึงการแสดงความรับผิดชอบของไทรงามไม่ได้ เธอพูดหนักแน่นว่า "พี่ดำต้องมาเจ็บตัวเพราะดิฉัน ดิฉันต้องรับผิดชอบชีวิตพี่ดำด้วยตัวของดิฉันเอง"

คำพูดของไทรงามวน เวียนอยู่ในสมอง ยิ่งคิดก็ยิ่งกดดันกลัดกลุ้มจนไม่อาจข่มตาให้หลับลงได้

ooooooo

เช้า วันรุ่งขึ้น เพิ่มกับหวินไปเยี่ยมและเอาอาหารไปให้ดำที่คลินิกหมองาม หวินป้อนข้าวต้มให้ลูกด้วยความเป็นห่วง ไทรงามกับเพิ่มนั่งอยู่ด้วยใกล้ๆ เพิ่มถามดำว่าสงสัยใครบ้างไหม หรือไปมีเรื่องอะไรกับใครรึเปล่า

"จะ ไปมีเรื่องกับใครล่ะลุง หนูอยู่นี่มาตั้งแต่เด็ก ทุกคนที่ไทรโศกเป็นเหมือนญาติ จะมีก็แต่ไอ้คนที่มันย้ายมาใหม่ที่เพิ่งมีเรื่องชกปากกันเมื่อวานนั่นแหละ"

ห วินถามว่ามีเรื่องกับใคร พอรู้ว่ากับอ๊อด หวินตกใจร้องลั่น

"หา...นี่ เอ็งกล้าไปมีเรื่องกับคุณอ๊อดอย่างนั้นหรือ"

"ก็มันบังอาจมาลวนลาม น้องงาม หนูก็เลยต่อยปากมันเข้าให้" ดำยอมรับอย่างสะใจ

"อย่าเพิ่ง ปักใจเลยว่าเป็นเขา อาจจะเป็นการยิงผิดตัวก็ได้" ไทรงามแย้งทั้งที่ตัวเองก็มั่นใจอย่างนั้น เพิ่มเห็นด้วยว่าคนอยู่บ้านเดียวกันถ้าแค้นถึงขนาดคิดฆ่ากันมันก็เกินไปแล้ว

ขณะ นั้นเอง เด่นดาวหิ้วปิ่นโตเข้ามา พอเห็นมีคนนั่งกันอยู่เต็มห้องก็ชะงักจะหันกลับ แต่ไทรงามเห็นเสียก่อน ร้องทัก ถามว่ามาเยี่ยมดำหรือ แล้วเชิญเข้ามาในห้อง เด่นดาวเลยจำต้องเดินเข้าไป

หวินมองปิ่นโตพูดอย่างเกรงใจว่าทีหลังมา เยี่ยมเฉยๆก็พอไม่ต้องหิ้วอะไรมาด้วยหรอก เด่นดาวอึกอักจะเลี่ยงว่าหิ้วปิ่นโตมาฝากอู๊ดก็พูดไม่ออก เพราะหวินพูดดักทางไว้แล้วเลยต้องบอกว่า

"ไม่เป็นไรค่ะ" พูดแล้วก็แก้มแดงเรื่อ

ไทรงาม เพิ่ม และหวิน อดแปลกใจไม่ได้กับความเขินอายของเด่นดาว ส่วนดำเห็นแล้วดีใจจนซ่อนไว้ไม่มิด

ooooooo

เช้า วันเดียวกัน เสี่ยโอเป็นห่วงลูกสาวที่นอนป่วยอยู่ เอาใจด้วยการยกข้าวต้มไปให้แถมด้วยกระเทียมเจียวหอมๆช่วยปรุงรสหมูทอด พูดเอาใจว่า

"หมูทอดมันต้องโรยกระเทียมเจียวเยอะๆ นี่เตี่ยไปเจียวมาเพิ่มให้แล้ว" พลางวางชามข้าวต้มและหมูทอดกระเทียมเจียวตรงหน้าลูกสาว

ทันใดนั้นเอง อัมยกมือปิดปากคลื่นไส้ขึ้นมาอย่างแรง หันไปหยิบกระโถนที่วางอยู่ด้านหลังมาอ้วกอย่างหนัก จนเสี่ยโอสงสัยถามว่า

"ลื้อ เป็นอะไร ไม่สบายรึเปล่า เตี่ยเห็นอ้วกอย่างนี้มาหลายวันแล้วนะ อาการเหมือนตอนที่แม่ลื้อท้องลื้อไม่มีผิดเลย" หลุดปากไปแล้ว เสี่ยฉุกคิดได้ถามว่า "หรือว่า...ลื้อท้อง..."

ทนต์หันขวับมองหน้า อัมอย่างจับผิด อัมเองก็เบิกตา กว้างตกใจมากเมื่อนึกถึงข้อนี้

ooooooo

สายๆ ขณะที่ไทรงามง่วนกับการจัดยาให้ดำอยู่นั้น เธอก็ใจเต้นแรงเมื่อเงยขึ้นเห็นอู๊ดมายืนอยู่ตรงหน้า ทำเป็นดูนาฬิกาแล้วถามแก้เกี้ยวว่า

"ยังไม่ได้เวลาเลิกงานนี่คะ คุณอู๊ดมีธุระอะไรด่วนหรือคะ"

อู๊ดบอกว่าด่วนมาก ตนขอเวลาคุยกับเธอตามลำพังสักครู่ได้ไหม เธอนิ่งไปนิดหนึ่งตัดใจบอกว่าคงไม่ได้ ทำเอาอู๊ดผิดหวังมาก แต่พอดีหวินเดินออกมาจากห้องตรวจ ไทรงามถามว่าเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จแล้วหรือ

"จ้ะ ถ้าหนูงามมีธุระอะไรกับคุณอู๊ดก็เชิญตามสบายนะ เดี๋ยวป้ากลับกับเจ้าดำเอง"

เมื่อ ไทรงามบอกว่าไม่เป็นไรตนจะไปส่งเพราะอยากล้างแผลให้ดำด้วย อู๊ดจึงฉวยโอกาสอาสาขับรถไปส่ง พูดแล้วเชิญทุกคนไปขึ้นรถ ไทรงามหมดทางที่จะเลี่ยง จำต้องเดินไปกับอู๊ดเงียบๆ

ooooooo

บ่าย วันนี้เอง อัมทนไม่ได้นัดพบกับอ๊อดเพื่อเจรจากัน โดยมีอุษากับทนต์ยืนคุมเชิงอยู่ห่างๆ

เมื่ออัมบอกอ๊อดว่าตนท้อง อ๊อดก็พูดหน้าตาเฉยว่าท้องก็ไปหาพ่อให้เด็กในท้องก็สิ้นเรื่อง จะมาร้องห่มร้องไห้กับตนทำไม พออัมสวนไปว่าก็เขานั่นแหละเป็นพ่อของเด็กในท้อง อ๊อดก็ตีรวนว่า

"แล้ว เธอพอใจจะอยู่กินกับฉันรึเปล่า แต่ที่แน่ๆฉันไม่ต้องการจะอยู่กินกับเธอ"

"ไอ้ คนสารเลว!! ฉันไม่เคยคิดชายตาแลแกสักนิด แล้วแกมาปู้ยี่ปู้ยำฉันทำไมทุกคืน...ทุกคืน ไอ้คนชั่ว!!!" ด่าแล้วอัมเข้าไปทุบตีอ๊อดร้องไห้โฮๆ

อุษากับทนต์ยืนอยู่ พออุษาเห็นลูกชายถูกทุบตีก็ดิ่งเข้ามาตวาด

"หยุดได้แล้ว!! พอที!!"

เมื่อ อัมหยุดตีร้องไห้โฮๆ อุษาทำทีปลอบใจว่า

"ในเมื่อหนูอัมไม่ชอบขี้ หน้าตาอ๊อด และตาอ๊อดก็ไม่ยินดีที่จะอยู่กับหนู มันก็เป็นความพอใจของทั้งสองฝ่ายที่น่าจะตกลงกันได้ ปัญหามันอยู่ที่ว่าเราจะต้องหาพ่อให้เด็กในท้องหนูให้เร็วที่สุด และผู้ชายคนนั้นต้องเป็นคนที่หนูอัมพึงใจด้วย"

"คงหนีไม่พ้นไอ้อู๊ด" อ๊อดรีบเสนอ เมื่ออัมแย้งว่าอู๊ดไม่ได้รักตน อุษาหว่านล้อมว่า

"ทำให้ ตาอู๊ดรับผิดชอบก่อนแล้วค่อยทำให้รักทีหลัง เราทุกคนต้องร่วมมือกันรวมทั้งเตี่ยหนูด้วย แต่จะบอกเตี่ยไม่ได้เด็ดขาดว่าน้าช่วยอยู่ข้างหลัง รวมทั้งเรื่องคนที่เป็นพ่อที่แท้จริงของเด็กในท้องด้วย ให้แกคิดว่าเป็นตาอู๊ดน่ะดีแล้ว"

อัมใจชื้นที่อุษาเสนอทางออกที่ตน ไม่ต้องเสียหน้าและยังได้อู๊ดมาสมใจด้วย ถามว่าจะให้ตนทำอย่างไร ทั้งอุษาและอ๊อดหันมองหน้าทนต์พร้อมกัน ทนต์จิกถามอย่างระอาใจว่า

"ใน ที่สุดก็ต้องกลับมาใช้บริการโจรกระจอกอย่างผมหรือครับ"

ooooooo

ตอน เช้า อู๊ดมีโอกาสได้ไปส่งดำที่บ้านและได้ ใกล้ชิดกับไทรงามแต่ไม่ได้คุยกัน ตกค่ำเขากลับมาดักไทรงามที่มาทำกายภาพบำบัดให้กิติที่เรือนใหญ่ คอยไทรงามอย่างกระวนกระวายใจจนเห็นเธอเดินออกมา เขารีบเข้าไปขอคุยด้วยครู่เดียว

ไทรงามขอไว้เป็นวันหลังเพราะตนต้อง รีบกลับไปฉีดยาให้ดำ พูดแล้วเดินหนีไปเลย อู๊ดเดินตามถามตรงๆด้วยน้ำเสียงเว้าวอนว่า

"หมอจะหลบหน้าผม จะเลี่ยงไม่พูดกับผมไปตลอดชีวิตอย่างนั้นหรือ...ผมทำผิดอะไร"

คำถาม และน้ำเสียงของอู๊ด ทำให้ไทรงามแทบจะร้องไห้ออกมา ที่จริงแล้วไม่ใช่ความผิดอะไรของเขาเลย แต่เขาต้องมารับสภาพอย่างเจ็บปวด ไทรงามรวบรวมความกล้าจะพูดกันให้เข้าใจ บอกเขาว่าอย่านานนักก็แล้วกันตนมีเวลาไม่มาก

อู๊ดดีใจมาก แต่พอจะเอ่ยปากถาม เสียงอัมก็แทรกเข้ามาจากข้างหลัง

"คุณอู๊ดคะ อัมมีธุระสำคัญจะคุยกับคุณอู๊ด ขอเวลาอัมสัก 5 นาทีนะคะ"

อู๊ดหันไป มองเห็นอัมน้ำตาอาบแก้ม อู๊ดมองหน้าไทรงาม เชิงปรึกษา เธอบอกเขาทันทีว่า

"เชิญ ค่ะ เราคุยกันเมื่อไหร่ก็ได้ เพราะมันไม่ใช่เรื่องสำคัญอะไร ขอตัวก่อนนะคะ"

อู๊ ดมองตามไทรงามไปอย่างแสนเสียดายที่กำลังจะได้คุยกันอยู่แล้วแต่ก็มีอุปสรรค จนได้

ooooooo

ค่ำมืดแล้ว ใบ้เดินถือตะเกียงจะกลับบ้าน ผ่านท่าน้ำบ้านไทรโศกก็ต้องชะงักเพราะมีเสียงผู้หญิงร้องไห้ สะอึกสะอื้นแว่วมา เลยแวะไปดู เห็นอัมร้องไห้กระซิก... กระซิก โดยมีอู๊ดยืนอยู่ข้างๆ

"พรุ่งนี้เตี่ยนัดเถ้าแก่ฮวดให้มาที่บ้าน แล้วจะยกอัมให้ไอ้แก่นั่น อัมทนไม่ได้ที่จะต้องอยู่กับไอ้เฒ่าลามกพรรค์นั้น อัมทนไม่ได้จริงๆ" พูดแล้วก็ร้องไห้เป็นวักเป็นเวน

อู๊ดถามอย่าง หนักใจว่าแล้วเธอจะทำอย่างไร อัมเสนอให้ เขาพาหนี ตนโทรเลขนัดเพื่อนไว้แล้ว เพียงแต่ให้อู๊ดช่วยพาไปหาเพื่อนที่บ้านไทรย้อยเดี๋ยวนี้เลยเท่านั้น อ้อนถามว่าได้ไหม...

อู๊ดนิ่งอึ้ง ยังคิดไม่ออกว่าจะทำอย่างไรดี ใบ้ที่แอบฟังอยู่ พยายามปะติดปะต่อเรื่องราว

ส่วนไทรงามหลังจากไป ฉีดยาให้ดำแล้ว หวินเดินลงมาส่ง ไทรงามบอกว่าแผลของดำดีขึ้นมากแล้วอีกไม่กี่วันก็ตัดไหมได้ ให้ดูแลพักผ่อนให้ดี ไม่นานก็แข็งแรงเพราะมันจะช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวเร็วขึ้น

ไทรงามให้ห วินส่งที่หน้าบ้านพักคนงานเท่านั้น แล้วเธอก็ถือตะเกียงสะพายกระเป๋ายาบ่ายหน้ากลับบ้าน แต่พอหวินเดินเข้าบ้านและไทรงามเดินออกมาได้ไม่กี่ก้าว ก็ถูกอุษาโผล่มาดักหน้าพูดทันที

"ฉันมาขอบใจเธอ เรื่องที่เธอพยายามออกห่างจากตาอู๊ด และช่วยให้ตาอู๊ดกับแม่อัมกลับมาปรับความเข้าใจกันได้อีกครั้ง"

จู่ๆ อุษาก็มาพูดในสิ่งที่ไทรงามไม่รู้มาก่อน เธอบอกงงๆว่าเรื่องอู๊ดกับอัมตนไม่ได้ทำอะไรเลย อุษาก็ยังโมเมว่า

การ ที่เธอไม่เปิดโอกาสให้อู๊ด นั่นคือเป็นการเปิดโอกาสให้อัมให้เข้ากันได้ แล้วปั้นน้ำเป็นตัวตามเคยว่า

"เธอคงไม่รู้ว่าตาอู๊ดกับแม่อัมคบหา ดูใจกันมาตั้งแต่ตอนที่อยู่พระนคร พอแม่อัมต้องย้ายตามเตี่ยมาอยู่ที่นี่ ตาอู๊ดก็ทุรนทุรายจนในที่สุดก็ขออนุญาตคุณย่าตามมาอยู่กับแม่อัมที่นี่จนได้ เธอไม่เคยระแคะระคายเรื่องนี้เลยหรือ"

ไทรงามหูอื้อตาลายกับเรื่อง ที่เพิ่งได้ยิน ตอบเสียงปร่าว่าตนไม่เคยรู้เรื่องนี้มาก่อน อุษาหัวเราะขำๆแกมเอ็นดู เมื่อพูดถึงอู๊ดว่า

"ตาอู๊ดนี่เชื้อไม่ทิ้ง แถวจริงๆ กลางวันแอบไปอยู่กับคนนี้ ตกกลางคืนกลับย่องไปหาอีกคน แถมไม่มีสาวคนไหนจับได้อีกต่างหาก เฮ้อ...เอาล่ะ ฉันไม่รบกวนเธอแล้ว ต้องการแวะมาขอบใจเท่านั้นล่ะ ไปล่ะนะ"

อุษาปั้นน้ำเป็นตัวจนไทรงาม เจ็บปวดสับสนแล้วก็แยกไป ไทรงามยังยืนอยู่ที่เดิม เธอรู้สึกพลุ่งพล่านไปหมด เฝ้าถามตัวเองซ้ำแล้วซ้ำอีกว่าอู๊ดกล้าพลิกลิ้นไปมาอย่างนี้เชียวหรือ แต่อีกใจก็เถียงตัวเองว่าเรื่องนี้ต้องไม่จริงแน่ๆ

ooooooo

อู๊ด คิดหนัก ในที่สุดบอกอัมว่าตนอยากช่วยเธอแต่ไม่ใช่ด้วยวิธีนี้ ขอให้ช่วยอย่างอื่นเถอะ อัมร้องไห้ น้ำตาเป็นเผาเต่า พริบตาเดียวก็หยุดกึกพูดขึงขังว่า

ถ้าเขาไม่ช่วยก็อยู่เก็บศพตนแทนก็ แล้วกัน พูดแล้ววิ่งอ้าวไปที่สะพานทำท่าจะกระโจนลงน้ำ

"อย่านะ...คุณ อัม!!" อู๊ดวิ่งตามไปโอบเอวอัมไว้

ไทรงามเดินครุ่นคิดเรื่องที่ถูก อุษาเป่าหูมาตามทาง แล้วเธอก็ชะงักเมื่อได้ยินเสียงอัมแว่วมา มองไปตามเสียงเห็นอู๊ดกำลังโอบเอวอัมไว้ยื้อยุดไม่ให้เธอกระโดดจากสะพาน ไทรงามหลับตาลงอย่างเจ็บปวดกับภาพนั้น...

เมื่อเห็นอู๊ดตกใจเป็นห่วง เป็นใย อัมก็ยิ่งทำท่าจะตายให้ได้ จนสุดท้ายอู๊ดต้องรับปากว่าจะยอมทำตามที่เธอขอ แต่เธอจะต้องไม่ทำร้ายตัวเองอย่างนั้นอีก รับปากได้ไหม

"ค่ะ ขอบคุณมากนะคะคุณอู๊ด ขอบคุณที่เห็นใจอัม" อัมโผเข้าซบอกอู๊ดกอดเขาไว้แน่น

ไทรงามน้ำตาคลอ ภาพนั้นทำให้เธอเชื่อว่าสิ่งที่อุษาพูดนั้นเป็นความจริง ส่วนใบ้ที่แอบดูอยู่เห็นทั้งไทรงาม อู๊ด และอัม ใบ้ได้แต่มองไทรงามด้วยความเห็นใจ แต่ใบ้ก็เชื่อว่าต้องมีอะไรผิดปกติในเรื่องนี้เป็นแน่


เพื่อย้ำ ให้แน่ใจว่าอู๊ดจะช่วยตนแน่ อัมยังคร่ำครวญอยากตายอีก จนสุดท้ายอู๊ดต้องเร่งให้เธอรีบไปกันเสีย เดี๋ยวเพื่อนที่นัดไว้จะรอ แต่พอลุกเดินได้ไม่กี่ก้าว อัมก็ทำท่าจะอ้วกเซจะล้ม บ่นว่าไม่รู้เป็นอะไร อู๊ดปลอบใจว่าอาจเป็นเพราะเครียดเกินไป พลาง
ประคองเธอไว้ อัมซบกับอกชายหนุ่มอ้อนสุดฤทธิ์

ไทรงามหัวใจแทบสลายอยู่ตรงนั้น

ooooooo

ฝ่าย อุษาเมื่อไปดักเป่าหูใส่ไฟอู๊ดแล้วก็กลับไปหาบานเย็นที่เรือน ทำเป็นว่าต้องมาพูดความจริงกันเสียที บอกบานเย็นว่าต้องตัดสินใจแทนไทรงามแล้ว บานเย็นยืนยันว่าตนไม่บังคับจิตใจลูกเด็ดขาด

"อ้อ...ห่วงลูกสาว ถ้าอย่างนั้นลูกชายหล่อนก็คงได้รู้ ความจริงแน่ว่าใครเป็นพ่อแม่ที่แท้จริงของเขา" บานเย็นใจหายถามว่าเอาเรื่องนี้มาขู่ตนอีกหรือ

"จ้ะ แต่ครั้งนี้จะเป็นครั้งสุดท้าย" อุษาลอยหน้าพูด แล้วยื่นคำขาดว่า "ฉันให้เวลาหล่อนหนึ่งวัน คืนพรุ่งนี้ฉันจะมาทวงคำตอบจากหล่อนที่นี่ ถ้าหล่อนไม่ยกลูกสาวให้ลูกชายฉัน ก็เตรียมรับลูกชายอีกคนของหล่อนกลับไปได้เลย เอ๊ะ...แต่ไม่รู้ว่าเขาจะ
ยอมรับหล่อนเป็นแม่รึเปล่านะ เพราะใครๆก็คงไม่อยากมีแม่ขี้เรื้อนกับพ่อพิการบ้าใบ้อย่างนี้...คิดให้ดีนะ จ๊ะ"

อุษาหัวเราะร่าอย่างมีความสุขเดินกรีดกรายออกไป

บานเย็น แทบจะล้มทั้งยืน เธอต้องเกาะต้นไม้ทรุดลงนั่งกับพื้นอย่างหมดแรง...

ooooooo

ใบ้ ทนไม่ได้ วิ่งกลับไปทุบประตูห้องนอนเพิ่มแล้วลากมาขึ้นมอเตอร์ไซค์ขี่ตามรถของอู๊ดไป เพิ่มรู้เรื่องจากใบ้พอเลาๆ แต่เมื่อขี่รถตามไปจนทันเห็นท้ายรถของอู๊ด เพิ่มก็เชื่อใบ้เร่งให้ตามไปเร็วๆ

อัมบอกทางให้อู๊ดพาไปที่บ้านร้าง แห่งหนึ่ง พอไปถึงก็บอกว่าเพื่อนย้ายไปแล้วบ้านนี้ไม่มีคนอยู่ พริบตานั้นเอง สมุนของทนต์สามคนก็โผล่พรวดออกมา รุมกันเข้าเล่นงานอู๊ดหาว่าพาลูกสาวเสี่ยหนี

แต่ไม่ทันไร เพิ่มกับใบ้ก็มาถึง ทั้งสองรีบไปช่วยอู๊ด เลยกลายเป็นมวยสามคู่สู้กันอุตลุด อัมเจอเหตุการณ์ไม่คาด คิดเลยยืนงงไม่รู้จะทำอย่างไร จนกระทั่งสมุนของทนต์ทั้งสามคนถูกใบ้ เพิ่ม และอู๊ดเล่นงานจนหมอบกระแต เพิ่มบอกว่าให้จับส่งตำรวจให้
หมด

พอสมุนทนต์ทั้งสามได้ยินว่าจะจับ ตัวส่งตำรวจ พวกมันก็ตะกายหนีไปแบบตัวใครตัวมัน

เมื่อเหตุการณ์สงบ อัมยืนหน้าเหลือสองนิ้วที่จนแล้ว จนรอดก็จับอู๊ดไม่สำเร็จสักที

ooooooo

หลัง จากตระเวนวางเพลิงเป่าหูยุยงข่มขู่มาจนมืดค่ำ อุษากลับไปป้อนข้าวให้กิติ แต่ถูกกิติต่อต้านไม่ยอมกิน คุณหญิงบอกว่าเป็นเพราะทุกทีอู๊ดเป็นคนป้อน ถามว่าแล้วอู๊ดหายไปไหนเข้านอนแล้วหรือ
อุษาผสมโรงว่าคงอย่างนั้นกระมัง แล้วพยายามยัดเยียดให้กิติกินยา เมื่อกิติไม่ยอมอ้าปาก คุณหญิงบอกอุษาให้หลีกไปตนจัดการเอง พอคุณหญิงเข้าแทนที่ กิติก็ยอมกินทั้งข้าวทั้งยาอย่างว่าง่าย

อุษายืนมองค้อนกิติอย่าง แค้นใจที่พิกลพิการขนาดนี้แล้วยังฤทธิ์มากอีก

ป้อนข้าวป้อนยาให้กิติ เสร็จ คุณหญิงห่มผ้าให้ หอมที่หน้าผาก อวยพรลูกให้หลับฝันดีแล้วจะออกจากห้อง เจอหวินวิ่งพรวดเข้ามาหา พอถามก็บอกอย่างตื่นตกใจว่า

"เสี่ยโอเจ้าของเรือนแถวที่ตลาดไทรโศกมา ขอพบคุณหญิงค่ะ"

คุณหญิงบ่นกระปอดกระแปดว่ามาพบอะไรดึกดื่น คาดว่าคงจะมาตื๊อขอซื้อที่ดินอีกกระมัง แต่พอออกไปพบกลายเป็นว่าเสี่ยมาเอาเรื่องคุณหญิงว่า อู๊ดพาอัมหนีไปค่อนคืนแล้ว

หลังจากหวินบอกคุณหญิงแล้วก็รีบไปบอกบาน เย็น ไทรงามไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นจะตามบานเย็นไปด้วย แต่พอรู้ว่าเป็นเรื่องอู๊ดกับอัม เธอก็ชะงักถามตัวเองว่าจะไปในฐานะอะไร น้องสาวที่ไม่เป็นทางการอย่างนั้นหรือ แต่ความร้อนใจก็ทำให้เธอตามไป
ห่างๆ

ooooooo

เสี่ย โอมาเรียกร้องความรับผิดชอบจากคุณหญิง แต่คุณหญิงไม่ใช่หมูในอวยที่เสี่ยจะข่มได้ง่ายๆ คุณหญิงต้องขอดูให้แน่ก่อนว่าอู๊ดอยู่ในห้องหรือเปล่า อ๊อดรีบบอกว่าไม่อยู่

"ก็ จะอยู่ได้ยังไง ป่านนี้พาลูกสาวผมหนีไปถึงไหนแล้ว" เสี่ยตีขลุม

คุณ หญิงไม่เชื่อเพราะหลานชายตนไม่มีนิสัยอย่างนั้น ถ้ามีใจกับอัมก็น่าจะบอกกันบ้าง ถามเสี่ยโอว่ามีหลักฐานอะไรถึงได้มาปรักปรำหลานชายตนอย่างนี้

"คนมัน แอบไปทำผิดเอาไว้ จะกล้าสารภาพผิดหรือครับ" เสี่ยยังเถียงข้างๆคูๆ ขู่ว่าถ้าคนของตนกลับมาเมื่อไหร่คุณหญิงได้ช็อกหัวใจวายแน่ๆ

พอดี เพิ่มกับใบ้เดินนำอู๊ดกับอัมเข้ามา เพิ่มขัดขึ้นกลางคันว่า

"คนของ เสี่ยไม่มาหรอกครับ มันหนีกระเจิงไปหมดแล้ว มาก็แต่ลูกสาวเสี่ย"

เสี่ย หันไปมองลูกสาวถามว่ากล้าให้หมอนี่พาหนีอย่างนั้นหรือ  อัมร้องไห้บอกว่าตนไม่อยากแต่งงานกับเสี่ยฮวด

"แล้วลื้อจะลักลอบคบ กับหมอนี่ให้มันได้อะไรขึ้นมา หลบๆซ่อนๆกันมาเป็นเดือนๆแล้ว รู้ถึงไหนอับอายขายขี้หน้าเขาไปถึงนั่น" เสี่ยด่าพาดเข้าใส่อู๊ดหน้าตาเฉย อู๊ดเลยร้อนตัวรีบแก้ว่า

"เดี๋ยวครับเสี่ย ผมว่าเสี่ยเข้าใจผิดกันใหญ่แล้ว ผมไม่เคยคบหาดูใจกับคุณอัมนะครับ"

เสี่ย ไม่สนใจโต้ทันทีว่าอู๊ดปัดความรับผิดชอบ ที่แล้วมาไม่รับผิดชอบก็ไม่ว่ากัน  แต่คืนนี้พากันไปตั้งค่อนคืนจะแก้ตัวอย่างไร ถามประชดว่าเจอกันโดยบังเอิญอย่างนั้นหรือ

"ผมไปกับคุณอัมจริงครับ" อู๊ดรับตามตรง ทำเอาทุกคนมองขวับเป็นตาเดียวกัน

ooooooo

ได้ ยินอู๊ดสารภาพเช่นนั้น เสี่ยได้ทีรุกอู๊ดให้บอกเหตุผลมาว่าพาลูกสาวตนหนีทำไม อู๊ดอึกอักไม่อยากพูด บอกเสี่ยให้ถามลูกสาวตัวเองดูดีกว่า

พอเสี่ยหันไปคาดคั้นอัม เธอก็ร้องไห้โผเข้ากอดอู๊ดขอให้ช่วยตนด้วย อู๊ดสงสารกอดเธอไว้ ปลอบให้ใจเย็นๆ ขอร้องเสี่ยให้พูดกันดีๆ อย่าถึงกับลงไม้ลงมือกันเลย

"อา อัมเป็นลูกสาวอั๊ว อั๊วจะจัดการยังไงก็ได้ มานี่!!" เสี่ยกระชากอัมไปจากอู๊ด เธอสลัดจากเตี่ยวิ่งไปซบอกอู๊ด กอดเขาไว้แน่น พูดเสียงดังจงใจให้ทุกคนได้ยินว่า

"หนูไม่ไป...หนูจะอยู่กับคุณอู๊ด คุณอู๊ดขา อัมขอโทษนะคะที่ต้องเปิดเผยความสัมพันธ์ของเรา อัมยอมให้เตี่ยจับอัมไปแต่งงานกับคนอื่นไม่ได้จริงๆ อัมรักคุณอู๊ด" แล้วหันไปบอกเตี่ย "เราสองคนรักกันค่ะเตี่ย"

อู๊ดตะลึงงันไม่คิดว่า อัมจะกล้าปั้นเรื่องได้ถึงขนาดนี้ ส่วนไทรงามแทบจะหยุดหายใจ เมื่อแน่ชัดว่าทั้งสองมีอะไรกันจริงๆ เธอหมุนตัวกลับรีบจ้ำอ้าวออกไปหัวใจแทบสลาย

ฟังอัมแล้ว เสี่ยยิ้มสมใจ ถามอู๊ดว่าแบบนี้แล้วจะรับผิดชอบอย่างไร

"ผมขอยืนยัน ว่าผมไม่ได้มีอะไรกับลูกสาวเสี่ย" อู๊ดหนักแน่นมั่นคง ถูกเสี่ยหาว่าเขาปัดความรับผิดชอบ อู๊ดโต้ อย่างผ่าเผยว่า "ผมเป็นลูกผู้ชายพอนะเสี่ย ถ้าผิดผมจะยอมรับผิด แต่นี่ผมไม่เคยล่วงเกินคุณอัมแม้แต่ปลายเล็บ แล้วเสี่ยจะให้ผมรับผิดชอบ
อะไร"

"ใช่ ผมกับเจ้าใบ้เป็นพยานได้ เราขี่รถเครื่องตามคุณอู๊ดตั้งแต่ออกจากบ้าน คุณอู๊ดไม่ได้ล่วงเกินหนูอัมแน่ มีแต่ลูกน้องเสี่ยที่ล่วงเกินทำร้ายคุณอู๊ด" เพิ่มลุกขึ้นมาเป็นพยาน
คุณ หญิงตัดบทว่าตนไม่ได้ใจไม้ไส้ระกำ แต่เมื่อเพิ่มกับใบ้เป็นพยานอย่างนี้ตนก็ต้องรับฟัง ถูกเสี่ยขู่ว่าก่อนจะปฏิเสธคนอย่างตนก็ขอให้คุณหญิงคิดให้ดีก่อน

"ฉัน คิดดีแล้ว และถ้าเสี่ยมีหลักฐานว่าตาอู๊ดล่วงเกินลูกสาวเสี่ยจริง ก็ให้เอามายืนยัน เพราะคนอย่างฉันไม่ชอบให้ใครมาหมิ่นเกียรติและศักดิ์ศรีเอาง่ายๆเหมือนกัน"
คุณ หญิงกับเสี่ยจ้องหน้ากันอย่างไม่มีใครยอมใคร

ooooooo

กลับถึง บ้าน อัมทะเลาะกับทนต์ที่ชั้นล่าง ด่าทนต์ว่าทำงานประสาอะไรทำไมไม่ส่งคนไปมากกว่านี้ ทนต์ย้อนถามว่าสามต่อหนึ่งยังไม่มากอีกหรือ ก็เธอบอกและกำชับตนเองไม่ใช่หรือว่าเอาแค่เบาะๆ ถามอัมอย่างไม่พอใจว่า

"ที่ สำคัญคุณไปทำอีท่าไหน ไอ้สองคนนั่นมันถึงสะกดรอยตามไปช่วยคุณอู๊ดได้"

"เพราะ ไอ้ใบ้กับไอ้เพิ่มแท้ๆ คราวที่แล้วก็ไอ้ใบ้นี่แหละที่ตามไปช่วยคุณอู๊ดที่กระท่อมนั่น"

เสี่ย โอถามว่าตกลงคืนนี้ได้นอนกับอู๊ดหรือเปล่า อัมแก้ตัวกำกวมเพราะกลัวถูกเตี่ยด่าว่าเรื่องแบบนี้ไม่มีใครเขาพูดกันหรอก อู๊ดเองก็คงไม่กล้าพูดเกรงคุณหญิงจะเสียใจ เพราะคุณหญิงตั้งใจจะจับอู๊ดแต่งงานกับเด่นดาวหลานเจ้าคุณยงยศ

ทนต์ หูผึ่งทันทีเมื่อได้ยินชื่อเจ้าคุณยงยศ ส่วนเสี่ยก็รวบรัดตัดบทว่าให้อัมหาทางจับอู๊ดให้ได้ ท้องกันได้ด้วยยิ่งดี จะได้ดิ้นไม่หลุด พูดอย่างเจ็บใจว่า

"อั๊วอยากรู้นักว่าถ้ามาดองกับ คนแซ่ลี้อย่างอั๊ว อีคุณหญิงจอมหยิ่งมันจะกระอักเลือดตายไหม"

อัมแอบ ถอนใจที่ตัวเองรอดตายไปได้อีกครั้ง

ดำยังรักษาตัวอยู่ที่บ้าน เมื่อหวิน  เพิ่ม และบาน-เย็นกลับมา ดำรู้เรื่องอู๊ดกับอัมเข้าก็พูดอย่างเหลือเชื่อว่า

"หนูผล็อยหลับไปแค่ 2-3 ชั่วโมง มันเกิดเรื่องวุ่นวายขนาดนี้เชียวหรือ"

หวินบอกว่าดีที่ใบ้กับเพิ่มไปช่วยไว้ทัน ไม่อย่างนั้น อู๊ดต้องเจ็บตัวแถมถูกอัมยัดเยียดความเป็นเมียให้อีกต่างหาก

"เอาล่ะ ปัญหาเรื่องนี้ก็พอหายใจหายคอกันได้บ้างแล้ว แต่อีกปัญหาหนึ่งนี่สิที่มันเป็นเรื่องใหญ่แถมยังหนักหนาสาหัสมากกว่า" เพิ่มขัดขึ้น แล้วหันไปถามบานเย็นที่นั่งหน้าเศร้าอยู่ว่า "เมื่อกี้ตอนแยกกันกลับบ้าน น้าได้ยินเรื่องที่คุณอุษาย้ำขอคำตอบจาก
หนูเย็นแล้ว หนูเย็นจะว่ายังไง"

"มาขอคำตอบเรื่องอะไรอีกล่ะ" หวินทำหน้าปวดหัวเต็มที เมื่อได้ฟังรายละเอียดจากบานเย็นแล้ว หวินโมโหเป็นฟืนเป็นไฟ ลอยหน้าด่าลั่น "นี่มันเท่ากับบังคับให้หนูเย็นยกหนูงามให้คุณอ๊อดชัดๆ คุณอุษานี่ร้ายยิ่งกว่างูเห่าอีกนะ"

ดำยุบานเย็นอย่ายอมพวกนั้น ตนสงสารไทรงามขืนแต่งงานกับอ๊อดมีหวังตรอมใจตายแน่ๆ ส่วนเพิ่มเตือนบานเย็นว่าความลับไม่มีในโลก เมื่อเรื่องมาถึงขั้นนี้แล้วก็ทำใจเสียเถอะยังไงอู๊ดก็ต้องรู้ความจริงวันยังค่ำ อย่าไปยอมเขาอีกเลย

"เย็นเคยบอกทุกคนแล้วว่า เย็นไม่อยากให้คุณอู๊ดเสียใจ ถึงเดี๋ยวนี้ วินาทีนี้ เย็นก็ยังยืนยันคำพูดเดิมของตัวเอง" บานเย็นน้ำตาไหลรินอย่างอัดอั้นกดดัน

ดำร้อนฉ่าขึ้นมาถามบานเย็นว่า จะบังคับไทรงามให้ แต่งงานกับคนชั่วพรรค์นั้นหรือ บานเย็นตอบเบาๆแต่หนักแน่นเด็ดเดี่ยวว่า

"หนูงามไม่ใช่ลูกแท้ๆของน้าก็จริง แต่น้าก็รักหนูงามเหมือนลูกในไส้ หนูงามเป็นน้ำชโลมใจ เป็นแก้วตาดวงใจของน้า น้าจะทำร้ายจิตใจหนูงามได้อย่างไร"

เมื่อหวินเอ่ยอย่างกังวลว่าอุษาบังคับให้บานเย็นต้องเลือก เธอบอกหวินว่าจะลองคิดอีกทีว่าจะจัดการอย่างไรกับเรื่องนี้ดี ยังพอมีเวลา บางทีตนอาจจะเจอทางออกที่ดีก็ได้

ทุกคนฟังแล้วต่างถอนใจ คิดยังไงก็ไม่เห็นมีทางออกที่ไหนเลย...

ooooooo

เช้าวันรุ่งขึ้น อู๊ดมาดักพบไทรงามที่ท่าน้ำบ้านไทรโศก รอจนเธอใส่บาตรเสร็จก็ตรงเข้าไปดักหน้าบอกว่ามีเรื่องจะถาม ไทรงามทำไขสือเฉไฉว่าไม่ต้องกังวลกินยาตามที่ตนบอกอย่างเคร่งครัดก็พอ

"หมอจะเฉไฉพูดเรื่องอื่นทำไม ในเมื่อหมอก็รู้อยู่แก่ใจว่าผมไม่ได้มาคุยกับหมอเรื่องนี้ เรื่องสุขภาพมันไม่สำคัญเท่ากับความรู้สึกของหัวใจนะครับ" อู๊ดพูดอย่างรู้ทัน เขาจริงจังจนไทรงามอึ้ง เธอเจ็บปวดเกินกว่าจะทนฟังเขาพูดต่อไปได้ หมุนตัวเดิน
ไปทันที

อู๊ดตัดพ้อตามหลังว่าเกิดอะไรขึ้นระหว่างเราหรือ ทำไมเธอถึงเปลี่ยนไปได้ขนาดนี้ ไทรงามตอบโดยไม่กล้าหันมองว่าตนไม่ได้เปลี่ยน สถานภาพของเขาต่างหากที่ทำให้ตนต้องเปลี่ยนไป

"หมอหมายความว่ายังไง" อู๊ดเดินพรวดมาดักหน้า "ถ้าเป็นเพราะเรื่องเมื่อคืน ผมกับอัมไม่ได้มีอะไรกันจริงๆหมอเชื่อผมนะครับ"

ไทรงามอัดอั้นจนแทบจะร้องไห้โฮออกมา แข็งใจบอกเขาว่าตนอาจจะเชื่อเขาในเรื่องนี้ แต่มีเรื่องอื่นสำคัญกว่านั้น แต่เมื่ออู๊ดจับมือเธอถามว่าเรื่องอะไรที่สำคัญมากไปกว่าหัวใจของเราสองคนหรือ เป็นคำถามที่ไทรงามตอบไม่ออก เธอบิดมือออกเบาๆ
แล้วเดินเลี่ยงไป

"เรายังรักกันเหมือนเดิมรึเปล่าครับหมอ" อู๊ดยังถามตามหลัง น้ำเสียงปวดร้าวตัดพ้อ เขาเดาไม่ออกจริงๆว่าเกิดอะไรขึ้นระหว่างเขากับเธอ

ที่เฉลียงเรือนใหญ่ อ๊อดยืนดูอยู่ เขาแสยะยิ้มอย่างสะใจกับท่าทีของไทรงามที่หนีการตามตื๊อของอู๊ด

เมื่ออ๊อดเข้าไปเล่าให้อุษาฟังในห้องกิติ สองแม่ลูกชอบอกชอบใจที่อู๊ดกับไทรงามหันหลังให้กันโดยไม่สนใจ

กิติที่มองสองแม่ลูกตาขวางอยู่บนเตียง

อ๊อดถามว่าแล้วอู๊ดล่ะจะทำอย่างไร อุษาตอบอย่างยโสว่าจะไปสนใจคนชั้นต่ำอย่างนั้นทำไม ในเมื่ออีกไม่กี่ชั่วโมงบานเย็นก็ต้องยกไทรงามให้อ๊อดอยู่แล้ว

คุณหญิงถามว่าทำไมถึงได้มั่นใจอย่างนั้น อุษาเล่าอย่างผยองว่าตนขีดเส้นตายให้บานเย็นรีบจัดการเสีย ถ้าคืนนี้สามทุ่มยังไม่ยกลูกสาวให้อ๊อดแล้วล่ะก็...สนุกแน่

กิติยิ่งไม่พอใจที่อุษาทำร้ายทั้งบานเย็นและไทรงามที่ดูแลเขาอย่างดีตลอดมา ส่วนคุณหญิงฟังแล้วแววตามีกังวลอย่างเห็นได้ชัด

ooooooo

เหมือนความบังเอิญที่ถูกจงใจจัดขึ้น เมื่อวันนี้ดำขี่จักรยานไปเจอเด่นดาวที่สามแยกพอดี หนุ่มก็ตื่นเต้นสาวก็ใจเต้นแรงที่มาเจอกันสองต่อสองโดยบังเอิญอย่างจังๆ จนเด่นดาวแก้เกี้ยวเอ่ยขึ้นก่อนว่ากำลังจะแวะไปเยี่ยมอยู่พอดี ถามว่าหายดีแล้วหรือ

ดำที่ปกติพูดเป็นต่อยหอยก็กลับติดอ่างขึ้นมาเสียงั้น อึกอักเอ้ออ้า แล้วเอ่ยขอโทษเธอสำหรับเรื่องคืนนั้น ตนไม่ได้ ตั้งใจ เด่นดาวฟังคำว่า "ไม่ได้ตั้งใจ" แล้วใจแว้บ แต่แกล้งทำเป็นไม่ยี่หระ บอกเขาว่า

"ลืมมันไปเถอะ ฉันไม่ได้ใส่ใจอะไรนักหนา นายก็แค่คนรู้จัก ไม่ใช่คนที่ฉันรัก ฉันจะได้อกใจสั่นไหวไปกับนาย"

ดำหน้าเจื่อนไปทันที ก้มหน้าพูดเสียงอ่อยว่าตนรู้ว่าตัวเองก็แค่หมาวัด ดอกฟ้าที่ไหนจะมาสนใจ ตัดใจตัดบทว่า "ขอบคุณนะครับสำหรับอาหารที่ทำมาให้เมื่อวาน อร่อยมากครับ"

พูดเสร็จดำก็ปั่นจักรยานออกไป เด่นดาวรีบตะโกนตามหลังเหมือนกลัวเขาไม่ได้ยินว่า

"ถ้าอร่อยก็กินอีกสิ ฉันตั้งใจทำมาเยี่ยมนายอยู่แล้ว"

ดำหยุดรถหันกลับมามอง เด่นดาวถอดปิ่นโตที่แขวนตรงแฮนด์ส่งให้ ดำมองหน้าหญิงสาวหัวใจพองโตจนแทบทะลักออกมานอกอก

ooooooo

ที่ไซต์งานสร้างถนน ใบ้กำลังทำงานเหงื่อท่วมตัว ส่วนอู๊ดยืนสั่งงานเชษฐ์อยู่แถวนั้น เสร็จแล้วชายหนุ่มเดินไปหาใบ้ ยกมือไหว้อย่างนอบน้อมจนใบ้รับไหว้ ไม่ทัน มองหน้าเขางงๆ

"ผมขอบคุณคุณอามากนะครับ ที่พาลุงเพิ่มไปช่วยผมเมื่อคืนนี้ ถ้าไม่มีคุณอา ผมคงต้องเจ็บตัวแล้วธีระรัตน์ก็คงต้องมัวหมองเพราะผม"

ใบ้ยิ้มกว้างพยายามสื่อให้รู้ว่าไม่เป็นไร

"แต่จะว่าไป คุณอาก็ต้องมาเจ็บตัวเพราะเสี่ยงไปช่วยชีวิตผมตั้งสองครั้งสองคราแล้ว แต่มันจะไม่มีครั้งที่สาม ผมจะไม่ไปวุ่นวายกับใครจนทำให้คุณอาต้องเดือดร้อนเพราะผมอีก ผมสัญญาครับ"

ใบ้ยิ้มชื่นใจจนน้ำตาคลอที่เห็นอู๊ดเป็นคนดีมีสำนึก อยากจะบอกเหลือเกินว่าต่อให้ต้องเอาชีวิตเข้าแลกตนก็เต็มใจเสียสละเพื่อเขา...ลูกชายของพ่อ...

ooooooo

รับปิ่นโตมาถอดเถานั่งกินกันที่ใต้ต้นไม้ใหญ่ ริมท้องนาท่ามกลางลมโชยแผ่วๆผิวๆ ดำพูดถึงเรื่องที่เสี่ยโอปักใจเชื่อว่าอู๊ดมีอะไรกับอัมและคงไม่ยอมวางมือเรื่องนี้ง่ายๆแน่ แต่เด่นดาวเชื่อว่าอู๊ดไม่ใช่คนอย่างนั้น และอู๊ดไม่มีทางรักผู้หญิงอย่างอัมแน่นอน

"เพราะคุณอู๊ดรักคุณงั้นสิ" ดำดักคอ ทำเอาเด่นดาวสะอึกอึ้งกับคำกระแนะกระแหนนั้นจนดำดูออกรีบขอโทษ ด่าตัวเองว่าแย่จริงๆ เจอกันกี่ครั้งกี่หนก็ทำให้เธอไม่สบายใจทุกครั้ง วางช้อนบอกว่า "กับข้าวอร่อยมาก แต่ผมกินไม่ลงแล้วล่ะ ขอบคุณมากนะ"

ดำวางช้อนเดินดุ่มๆลงท้องนา หญิงสาวทักท้วงว่าจะไปทำนาทั้งที่แขนเดี้ยงอย่างนี้หรือ ดำตอบประชดว่าแขนเดี้ยงแต่ใจไม่เดี้ยง ต้นกล้าทิ้งไว้นานหลายวันไม่ดีต้องรีบปักดำไม่อย่างนั้นเดี๋ยวออกรวงมาไม่สมบูรณ์ไม่งาม

เด่นดาวจัดแจงตามลงไปบ้างอ้างว่าอยู่เฉยๆแล้วฟุ้งซ่าน ลงมาทำอะไรให้เป็นประโยชน์ดีกว่า ดำมองงงๆถามว่า ทำเป็นเหรอ เธอคุยโวว่า

"ฉันสองมือสองแขนสมบูรณ์พร้อม ไม่ได้พิการอย่างนายนะ แล้วความรู้ฉันก็ระดับปริญญาตรี เรื่องง่ายๆแค่นี้ทำไมจะทำไม่ได้"

ว่าแล้วก็ลงมือปักกล้าเก้ๆกังๆ พอขยับเท้าก็ลื่นพรืดจ้ำเบ้า ทำเอาดำที่กำลังขุ่นมัวใจหัวเราะออกมา เมื่อเธอยกมือขึ้นเช็ดโคลนที่เปื้อนหน้าก็ยิ่งทำให้หน้าเลอะหนักเข้าไปอีก

ดำหัวเราะจนหญิงสาวเขินเลยควักโคลนขึ้นมาปาใส่ ดำเอามือปัดป้องร้องขู่ว่าเดี๋ยวเชื้อโรคติดแผล ถ้าติดขึ้นมาก็ตายได้เหมือนกัน เด่นดาวเลยชะงักแต่ยังควักโคลนปาที่ขาเขาพัลวัน

ooooooo

วันนี้ หลังจากบานเย็นป้อนข้าวคำสุดท้ายให้กิติ เสร็จ คุณหญิงบอกว่าจะไปทำอะไรก็ไปทำได้แล้วทางนี้ เดี๋ยวตนดูแลเอง อุษาก็โพล่งขึ้นว่าอย่าลืมว่าคืนนี้ สามทุ่มตนจะไปทวงคำตอบ ถ้าไม่ยอมยกไทรงามให้ ก็เตรียมตัดสูทเย็บไทต้อนรับลูกชายหัว
แก้วหัวแหวนได้เลย

คุณหญิงถามว่าได้บอกไทรงามหรือยัง บานเย็นตอบว่ายัง คุณหญิงถามว่าแล้วจะคุยตอนไหน ตอนที่ไทรงามกลับบ้านหรือ บานเย็นตอบอย่างว่างเปล่าว่า "ยังไม่ทราบค่ะ"

อุษาจี้ทันทีว่าคืนนี้สามทุ่มตนจะไปเอาคำตอบ ขู่ว่าถ้าไทรงามไม่ยอม อู๊ดก็จะได้รู้เสียทีว่าเขามีแม่เป็นขี้เรื้อนและมีพ่อเป็นใบ้ บานเย็นก้มหน้ากล้ำกลืนความเจ็บช้ำ กลั้นน้ำตาไว้ไม่ให้ไหลออกมา ข่มเสียงไม่ให้เครือ บอกคุณหญิงกับอุษาว่า

"สุดแท้แต่คุณหญิงแล้วก็คุณอุษาเถอะค่ะ"

บานเย็นเดินเลี่ยงไปแล้ว กิติมองตามไปอย่างสงสาร อุษาแสยะยิ้มอย่างสะใจ ส่วนคุณหญิงแววตาป่วนปั่นหวั่นใจ...

ออกจากเรือนใหญ่แล้ว บานเย็นเอาดอกไม้ธูปเทียนไปไหว้สถูปเจ้าคุณธีระรัตน์ บอกกล่าวท่านด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ

"เย็นตัดสินใจแล้วเจ้าค่ะเจ้าคุณ พ่อ  เย็นคิดมาทั้งคืน  ถึงตอนนี้เย็นพบทางออกแล้ว  เย็นรู้แล้วว่า  เย็นจะจัดการกับเรื่องนี้ อย่างไรดี เจ้าคุณพ่อได้โปรดอยู่ข้างๆและเป็นกำลังใจให้เย็นด้วยนะเจ้าคะ"

คุณ หญิงกลับไปที่เรือนใหญ่ ตรงไปที่หน้ารูปท่านเจ้าคุณที่แขวนอยู่กลางห้อง ยืนมองหน้าในรูปพูดกับรูปด้วยน้ำเสียงเคียดแค้นว่า

"คุณพี่กำลัง ลงโทษดิฉันหรืออย่างไรคะ ถึงได้ทำให้ใจดิฉันไม่เป็นสุขอย่างนี้ คุณพี่ต้องการให้ดิฉันเมตตาสงสารพวกมันหรือคะ ไม่ค่ะ ดิฉันจะไม่ยอมใจอ่อน ไม่มีวันเห็นใจ ลูกหลานคนชื่อเยื้อนเป็นอันขาด!"

ooooooo

อัม ยังหาทางออกไม่ได้ แต่อาการแพ้ท้องหนักขึ้นทุกวัน อ้วกจนจะหมดแรง ทนต์สังเกตอยู่ไม่วางตา พูดลอยๆให้เข้าหูว่า

"ถ้าคุณต้องการคุณอู๊ ดมาเป็นหัวหน้าครอบครัว คุณก็ต้องขบปัญหาให้แตกก่อนที่ท้องคุณจะโตจนคุณโกหกเสี่ยต่อไปไม่ได้"

"ฉัน ก็คิดจนหัวจะแตกอยู่แล้วนี่ไง จะให้ทำยังไง ในเมื่อทั้งคุณอู๊ดทั้งอีนังคุณหญิงนั่นมันไม่ยอมรับฉัน" อัมย้อนเสียงแข็งนั่งดมส้มมือสูดเอา...สูดเอา

"ที่คุณอู๊ดไม่ยอมรับ คุณ เพราะเขามีใครอยู่ในใจแล้วหรือเปล่า แทนที่คุณจะวิ่งไล่จับเขา ซึ่งเอาแต่วิ่งหนีคุณ ทำไมคุณไม่พุ่งไปที่เป้านิ่งที่เป็นต้นตอล่ะ คุณอู๊ดรักใครคุณก็ไปหา คนนั้น เรื่องมันจะได้จบเร็วขึ้น"

ทนต์ชี้ โพรงให้กระรอก อัมฟังแล้วตาลุกวาววิ้งขึ้นมาทันที

ooooooo

เพราะ เด็กชายเรือง ลูกของโฉมและส่งมีไข้อยู่ที่กระท่อมกลางนา ไทรงามจึงสะพายกระเป๋ายาไปรักษาที่นั่น จ่ายยาแนะนำการดูแลตัวเองแล้วจะกลับ ส่งผู้ เป็นพ่อถามเพื่อจะจ่ายเงิน ไทรงามตอบตามเคยว่า ไม่ได้จ่ายยาอะไรมากไม่เป็นไร ส่งกับโฉมยกมือไหว้ ทั้งยังเรียกเรืองให้ไหว้ขอบคุณคุณหมอด้วย

ส่งให้โฉมขี่รถพาหมอไปส่ง ที่คลินิก ไทรงามขึ้นซ้อน ท้ายจักรยานอย่างทะมัดทะแมง

เวลาเดียวกัน นั้น อัมที่ได้รับคำชี้นำจากทนต์ไปที่ไซต์งานของอู๊ด บีบน้ำตาเข้าไปขอโทษเขา

"อัมขอโทษนะคะคุณอู๊ดที่ทำให้คุณอู๊ดเสียหาย อัมไม่มีทางเลือกจริงๆ ถ้าอัมไม่อ้างว่าเราคบหาดูใจกันอยู่ เตี่ยก็คงยัดเยียดอัมให้ไอ้เถ้าแก่ฮวดแน่ๆ"

"จะให้ผมโกหกว่าผมไม่ เดือดร้อนเลยก็คงไม่ได้ ผมมีเรื่องร้อนใจเพราะคำพูดของคุณตามมาอีกหลายเรื่อง   แต่เอาเถอะ เพื่อให้เรื่องมันจบลงด้วยดี ผมจะไม่พูดถึงเรื่องนี้อีก และหวังว่าคุณก็จะไม่พูดถึงเรื่องนี้อีกเช่นกัน" อู๊ดตอบอย่างสุภาพ ตัดบทนิ่มๆ

อัมย้ำถามว่า แต่เรายังเป็นเพื่อนกันอยู่ใช่ไหม เมื่อ อู๊ดตอบว่าตนเป็นเพื่อนเธอเสมอ อัมก็ร้องไห้โฮอย่างน่าสงสาร พร่ำขอบคุณด้วยความซาบซึ้งใจว่าเขาช่างดีกับตนเหลือเกิน แล้วเอ่ยลาน้ำตานอง

แต่ พอเดินไปได้สองก้าวก็เซจะล้ม จนอู๊ดต้องถลาเข้าประคองไว้ แล้วขับรถไปส่งเธอ แต่พอไปถึงกลางทางอัมก็จะอ้วกอีกจนต้องจอดรถให้เธอลงไปอ้วก เขาไปยืนดูห่างๆ อย่างสุภาพระวังตัว แต่เธออ้วกไม่หยุดเลยต้องเข้าไปลูบหลังให้

โฉมขี่รถพาไทรงามมาเห็น พอดี ไทรงามถามว่านั่นนายช่างใช่ไหม โฉมเล่าอย่างรู้ดีว่า

"ลูกสาว เสี่ยโอแวบมาหาคู่รักอีกแล้ว ตั้งแต่ทางการมาสร้างถนนที่นี่ แม่อัมเขาแวะมาหานายช่างทุกวัน ชาวบ้านแถวนี้เขารู้กันทั้งบางว่าคู่นี้เขารักกัน"

ไทรงามมองไปอีกที ขอบตาร้อนผ่าวใจเต้นไม่เป็นจังหวะ เธอบอกโฉมว่ารีบไปกันเถอะตนมีคนไข้รออยู่ โฉมปั่นจักรยานไปทันที ไทรงามยังอดไม่ได้ที่จะมองไปที่อู๊ดกับอัมอีกที เห็นทั้งสองยังตระกองกอดกันอยู่

ooooooo

ส่งไทรงามที่หน้า ตลาด พอลงจากรถเธอกำชับโฉมว่าถ้าจัดยาให้ลูกชายกินแล้วยังไม่ดีขึ้นก็มาตามหมอได้ โฉมรับคำขอบคุณ มองไทรงามที่เดินจากไปหงอยๆ แล้วโฉมก็รีบเดินเข้าไปในตลาด

ทนต์ ซุ่มดูอยู่ พอเห็นโฉมเดินมาก็รีบออกไปหาส่งเงินให้ 50 บาท โฉมยกมือไหว้ท่วมหัว

"ขอบใจจ้ะนาย"

"เจอคุณอัมกับนายช่างรึ เปล่า"

"เจอพอดีเลยจ้ะ ฉันก็พูดทุกอย่างตามที่นายสั่งนั่นแหละ"

"ดี" ทนต์ยิ้มสะใจ มองตามไทรงามไป แต่ในสายตาเห็นเจ้าคุณยงยศเดินผ่านมากับเฟื้อ ทนต์ตาเป็นประกายวาวขึ้นแวบหนึ่ง หันมากำชับโฉม "ปิดปากให้สนิทล่ะ" แล้วรีบเร้นกายไปกลัวเจ้าคุณยงยศกับเฟื้อจะเห็นเข้า

ooooooo

เจ้า คุณยงยศกับเฟ้อไปที่คลินิกหมองาม ทำทีไปตรวจสุขภาพแต่ที่แท้ต้องการไปพิสูจน์อะไรบางอย่าง ดังนั้น เมื่อหมองามตรวจเสร็จ รายงานผลและจ่ายยาให้แล้ว เจ้าคุณฯจึงเอ่ยเรื่องที่ตั้งใจมาถามว่า

"ฉันมีเรื่องจะรบกวนถามหมอ หมอเคยเห็นสร้อยเส้นนี้ ไหม" เจ้าคุณฯหยิบสร้อยเส้นหนึ่งจากกระเป๋าเสื้อยื่นให้ไทรงามดู เป็นสร้อยที่มีตัวอักษรภาษาอังกฤษรูปตัว y ไขว้กันสองตัว

ไทรงามดู แล้วบอกว่าไม่เคยเห็นมาก่อนแต่สวยดี เจ้าคุณฯ ถามอย่างอยากให้เธอหยุดความนึกคิดไว้ตรงนี้สักนิดว่า ลองพยายามนึกดูอีกทีได้ไหม บางทีบานเย็นอาจจะเป็นเจ้าของสร้อยที่มีลักษณะเหมือนกันแบบนี้ก็ได้

แต่ ไม่อาจเรียกความสนใจจากไทรงามได้ เธอบอกว่าปกติบานเย็นไม่สะสมเครื่องประดับมีค่าเอาไว้มากมาย แต่ชอบซื้อที่ดินไว้ให้คนทำกินมากกว่า เธอรับรองว่าบานเย็นไม่มีสร้อยแบบนี้แน่ๆ ถามว่า "ทำไมท่านถึงคิดว่าแม่เย็นจะมีล่ะคะ"

เจ้าคุณฯนิ่งไปอย่างหาคำตอบ ไม่ทัน สุดท้ายแก้เกี้ยวว่าสร้อยนี้เป็นสร้อยแบบโบราณและมีอยู่ไม่กี่เส้น ถ้าใครมีก็อยากจะขอซื้อเก็บเอาไว้เป็นมรดกให้ลูกหลานต่อไปเท่านั้น

"ค่ะ...ถ้า อย่างนั้นเชิญท่านออกไปรับยาได้เลยนะคะ" ไทรงามไม่ติดใจสงสัยอะไร

เจ้า คุณฯรู้สึกผิดหวัง ถอนใจเสียใจลึกๆที่ไทรงามไม่เคยเห็นสร้อยเส้นนี้มาก่อน

เมื่อ ไปรับยา ไทรงามจ่ายยาให้พอใช้ 1 เดือนแล้วค่อยมาตรวจใหม่ท่านจะได้ไม่ต้องเดินทางมาบ่อยๆ

"ขอบใจนะ แต่ฉันอยากจะบอกหมอว่า ฉันยินดีและดีใจที่ได้แวะมาหาหมอที่นี่เสมอ" เจ้าคุณฯพูดจากความรู้สึกลึกๆ ของท่าน

ไม่ทันไรอัมก็เดินเข้ามา หน้าตาซีดเซียว เธอยกมือไหว้ เจ้าคุณฯ แล้วหันไปบอกไทรงามว่ารู้สึกไม่สบายมาก เจ้าคุณเห็นมีคนไข้มาท่านเลยขอตัวกลับ

แต่ก่อนที่เจ้าคุณฯกับเฟื้อจะ เดินพ้นประตูไป อัมก็พะอืดพะอมเอามือปิดปากจะอ้วก ถามหาห้องน้ำแล้ววิ่งไป อึดใจเดียวก็ได้ยินเสียงโอ้กอ้ากอย่างรุนแรงดังออกมา

ไทรงามใจเต้น รัวมือสั่น นึกภาวนาในใจขออย่าให้ ลางสังหรณ์เป็นจริงเลย...

ooooooo

ตอนที่ 14

นับวัน คุณหญิงก็ยิ่งสงสารกิติที่ถูกลูกเมียแสดง ความรังเกียจแต่ทำได้ก็แค่ว่ากล่าวอุษากับอ๊อดเอาเรื่องมรดกมาขู่บ้าง เท่านั้น แต่ไม่อาจทำให้ทั้งสองมีความรักความเอาใจใส่กิติได้เลย จึงได้แต่กอดปลอบลูกทุกครั้งที่ถูกลูกเมียแสดงความรังเกียจ

ส่วนอุษา กับอ๊อดก็ใช่ว่าจะลงรอยกัน เพราะอ๊อดเห็นตำตามาแล้วว่าแม่คบชู้กับทนต์ วันนี้เมื่อเจอกันที่บันไดหน้าเรือน อุษาถามว่าจะไปไหน อ๊อดย้อนถามว่าแล้วแม่จะไปไหน ไปหาไอ้ทนต์งั้นสิ

"ทำไมพูดอย่างนี้" อุษาตัดพ้อ

"หรือไม่จริงล่ะ วันๆคุณแม่ขลุกอยู่แต่กับมัน ทิ้งคุณพ่อให้นอนตายซากอยู่กับเตียง"

อุษาฉุนขาดที่ถูกลูกพูดแทงใจดำ ตบหน้าอ๊อดฉาดใหญ่ ปรามว่าอย่าก้าวร้าวแม่แบบนี้ แม่ทำทุกอย่างเพื่อลูกคนเดียวไม่ว่าเรื่องสมบัติของธีระรัตน์  หรือแม้แต่เรื่องหมอไทรงาม

"แล้วไอ้อู๊ดล่ะ คุณแม่อย่าบอกนะว่าจะไม่แบ่งสมบัติให้มัน แล้วถ้าหมองามจะแต่งงานกับมัน คุณแม่ก็คงจะยินดีสินะ มันก็ลูกคุณแม่เหมือนกันนี่"

"ฟังนะตาอ๊อด...ไม่มีใครสำคัญกับแม่เท่าลูก สมบัติทุกบาททุกสตางค์ของธีระรัตน์และหมองามจะต้องเป็นของลูกคนเดียว อีกไม่นาน แม่สาบาน"

ฟังอุษาพูดแล้ว อ๊อดลดความพลุ่งพล่านลงอย่างมีความหวังกับสมบัติมหาศาลที่แม่บอก

ooooooo

หวินมีหน้าที่ดูแลกิติตลอดเวลา วันนี้เมื่ออ๊อดโมโหกิติที่กินข้าวต้มเลอะเทอะซ้ำยังสำลักใส่ตนด้วย โมโหจนขว้างชามข้าวแตก หวินตั้งหน้าตั้งตาเก็บกวาดเช็ดถูตามหน้าที่

คุณหญิงเดินเข้ามาดู เห็นรอยบางอย่างที่พื้น  จ้องมองแล้วถามหวินว่านั่นรอยอะไร

"ก็รอยน้ำสมุนไพรวันที่คุณอุษาตกใจเรื่องคุณกิติป่วยเป็นอัมพาตจนทำถ้วยหล่นแตกนั่นล่ะค่ะ  หวินเช็ดเท่าไหร่ก็เช็ดไม่ออก"

"หล่อนก็ลงแรงหน่อยสิ กับอีแค่น้ำสมุนไพรมันจะทำให้พื้นเป็นรอยด่างได้ยังไง" คุณหญิงพูดไปเรื่อยเปื่อย

กิติพยายามจะบอกว่านั่นคือยาพิษ แต่พยายามขยับจนเหนื่อยก็พูดไม่ได้  มือไม้ก็ยังแข็งทื่อขยับได้แค่ปลายนิ้วเท่านั้น จนแล้วจนรอด กิติก็ไม่อาจบอกความจริงนี้แก่ใครได้

ooooooo

เด่นดาวยังหมั่นหิ้วปิ่นโตไปทานอาหารกลางวันกับอู๊ดที่ไซต์งานอย่างไม่ย่อท้อ พักเที่ยงวันนี้ขณะเด่นดาวนั่งทานอาหารกับอู๊ดอยู่นั้น ใบ้ถือห่อข้าวเดินค้อมตัวผ่านไป    เพื่อจะไปกินกับคนงานที่อยู่อีกมุมหนึ่ง    อู๊ดเหลือบเห็นใบ้ ก็ทำให้ความคิดสับสน
ขึ้นมา คำพูดของอุษาประดังประเดขึ้นมาจนทำให้อู๊ดไม่กล้ามองหน้าใบ้เต็มตา ใบ้เห็นสายตาของอู๊ดก็คิดน้อยใจก้มหน้า ก้มตาเดินผ่านไป

"สวัสดีค่ะน้าใบ้ มานั่งกินข้าวด้วยกันสิคะ ดาวทำกับข้าวมาเยอะเลย" เด่นดาวร้องทัก

ใบ้เหลือบมองอู๊ดแล้วยิ้มแหยๆกับเด่นดาว ส่ายหน้าปฏิเสธแล้วเดินก้มหน้าไปอย่างเจียมตัว

เด่นดาวเห็นอาการของใบ้แล้วปรารภกับอู๊ดว่าตั้งแต่เกิดเรื่องดูใบ้ซึมไปคงคิดว่าอู๊ดไม่เชื่อใจกระมัง  พูดแล้วเห็นอู๊ด มองตามใบ้ไปอย่างไม่สบายใจ เธอถามว่าหรือว่าอู๊ดยังสงสัยตัวใบ้อยู่จริงๆ

"ไม่ใช่เรื่องขโมยของหรือทำร้ายร่างกายหรอก มันมีเรื่องอื่นให้พี่ต้องคิดมากกว่านั้น" อู๊ดตอบหน้าเครียดๆ เด่นดาวเลยไม่กล้าซักไซ้ ต่างทานข้าวกันไปเงียบๆ

ooooooo

หลังจากอัมพาอู๊ดออกมาหลอกเรื่องเตี่ยจะให้แต่งงานกับเถ้าแก่ฮวดและอ้อนวอนให้อู๊ดช่วยแล้ว สองพ่อลูกไปวางแผนกันต่ออย่างลิงโลดที่อู๊ดรับปากจะช่วยอัม เสี่ยถึงกับยุลูกว่า

"พูดกับมันให้รู้เรื่องเร็วๆนา บอกมันไปเลยก็ได้ว่าเตี่ยไม่เรียกสินสอดอะไร ขอให้มันรีบแต่งงานกับลื้อเร็วๆก็พอ"

"ก็ต้องให้เวลาคุณอู๊ดเขาหน่อยล่ะเตี่ย ตอนนี้เขางานยุ่งจะตาย"

"อย่าให้นานนักก็แล้วกัน" เสี่ยโอเตือนแล้วพากันเดินไป

ทันใดนั้น อ๊อดขับรถปาดเข้ามาจอดขวางหน้าแล้วลงจากรถไปหา โดยไม่รู้ว่าทนต์แอบดูอยู่

"สวัสดีครับเสี่ย จะไปไหนกันหรือครับ" อ๊อดทำเป็นทักทายปกติ

เสี่ยบอกว่าจะเข้าเมือง อัมรีบบอกว่าตนจะไปซื้อเงาะเอาไปฝากอู๊ด อ๊อดได้จังหวะบอกว่าตนก็จะไปหาอู๊ดพอดีไปด้วยกันเสียเลย พลางเชิญขึ้นรถ อัมไม่ไปบอกว่าจะไปกับเตี่ย อ๊อดตะแบงไปจนได้ว่าถ้าอย่างนั้นตนก็อยากจะคุยกับเสี่ยพอดี

อัมกีดกันเต็มที่บอกว่ามีธุระอะไรก็เอาไว้วันหลังเพราะเตี่ยจะรีบไป เสี่ยโอตำหนิลูกสาวว่าทำไมพูดจากับอ๊อดอย่างนั้น แล้วถามอ๊อดว่ามีธุระอะไรสำหรับเขาตนมีเวลาให้เสมอ

อัมกลัวอ๊อดจะปูดเรื่องตนกับเขารีบตัดบท

"แต่หนูต้องรีบไป จะไปส่งฉันไม่ใช่เหรอ รีบไปเร็วๆเข้าสิ" ว่าแล้วเดินนำไปขึ้นรถอ๊อดที่จอดขวางอยู่ อ๊อดกระหยิ่มยิ้มอย่างย่ามใจ เดินตามอัมไปลืมเสี่ยไปเลย

ทนต์แอบดูอยู่นึกในใจว่า กิเลสตัณหาหนาจัดทั้งแม่ ทั้งลูกเลย

ooooooo

กระท่อมร้างรังรักของอุษากับทนต์ กลายเป็นรังรักของอ๊อดไปอีกคน เขาพาอัมไปที่นั่น ปลดเปลื้องอารมณ์จนหนำใจแล้วก็นั่งกินเงาะอย่างสบายใจ ไม่ไยดีกับอัมที่ร้องไห้กระซิกๆอยู่ใกล้ๆ

"เมื่อไหร่นายจะแต่งงานไปกับอีนังหมองามหา! ฉันจะได้หมดเวรหมดกรรมกับนายเสียที"

อัมถามไปร้องไห้ไป อ๊อดตอบอย่างไม่แยแสว่าทนอีกนิดเดียวไม่นานหรอก อัมตวาดว่าทำไมต้องให้ตนทนในเมื่ออ๊อดรักหมองาม ดักฉุดเสียก็หมดเรื่องทำอย่างที่ทำกับตนนี่แหละ

"ไม่ล่ะ ฉันเพิ่งรู้ว่า ผู้หญิงที่ต้องการจะแต่งงานด้วยกับผู้หญิงที่ต้องการแค่นอนด้วยคุณค่ามันต่างกัน ฉันรักหมองาม ฉันต้องการจะทะนุถนอมผู้หญิงคนนี้ไว้ จนกว่าจะถึงวันแต่งงาน"

อัมอาละวาดว่าถ้าอย่างนั้นแล้วทำกับตนแบบนี้ทำไม เห็นตนเป็นอะไร อ๊อดพูดไปกินเงาะไปว่าก็เห็นว่าเป็นภรรยาของน้องแต่เป็นนางบำเรอของพี่ไง  โอเคไหม  พูดแล้วหัวเราะชอบใจที่จะได้หยามเมียในอนาคตของอู๊ด

อัมแค้นจัดคว้ามีดปอกผลไม้จะจ้วงแทง  อ๊อดคว้ามือเธอไว้บิดอย่างแรงจนมีดหลุดจากมือ ผลักอัมลงกับพื้นแล้วกระโจนเข้าใส่ กระชากผ้าที่ห่อร่างอัมทิ้งปลดเปลื้องอารมณ์หื่นราวกับสัตว์ป่าอีกครั้ง

ooooooo

วันนี้ไทรงามไม่มีแก่ใจจะอยู่คลินิกจนค่ำ เธอเก็บของใส่กระเป๋าบอกดำที่เข้ามาถามว่ารู้สึกปวดหัวนิดหน่อยเลยจะกลับเร็วกว่าปกติ ดำอาสากลับเป็นเพื่อนแล้วเข้าไปช่วยหิ้วกระเป๋ายา  ซึ่งไทรงามก็ส่งให้โดยดี ผิดกับทุกครั้งที่จะเกี่ยงอย่างเกรงใจ

เด่นดาวคอยอู๊ดอยู่ที่ไซต์งานทั้งร้อนทั้งฝุ่น  จนอู๊ดเดินมาบอกให้กลับไปก่อนดีกว่า เธอยืนยันจะรอกลับพร้อมกัน ชายหนุ่มจึงบอกตามตรงว่า ตอนเย็นตนมีธุระ เด่นดาวถามอย่างระแวงว่าธุระกับหมองามใช่ไหม  อู๊ดจึงตอบตามตรงว่า

"ใช่ พี่จะไปรับยากับหมองาม"

"ก็ไปสิคะ  ดาวก็อยากไปให้หมองามตรวจเหมือนกัน หมู่นี้ไม่รู้เป็นอะไรหน้ามืดบ่อยๆ ให้ดาวไปด้วยนะคะ"

เมื่อหญิงสาวพยายามถึงเพียงนี้ อู๊ดจึงจำต้องตามใจทั้งที่อยากไปหาไทรงามลำพังคนเดียว

หารู้ไม่ว่าไทรงามกลับถึงบ้านแล้ว  บานเย็นนั่งปักผ้าอยู่ถามว่ากลับเร็วจังไม่มีคนไข้หรือ

"งาม..." ไทรงามพูดได้แค่นั้น  เพราะพอเห็นหน้า

บานเย็นก็นึกถึงคำพูดของอุษาขึ้นมา  พูดอะไรไม่ออกอีกเลยเดินเข้าห้องไป บอกบานเย็นแค่ว่า "งามขอตัวก่อนนะคะ"

"หนูงามเป็นอะไรไปน่ะดำ" บานเย็นถามดำที่ยังยืนมองตามไทรงามไปอย่างกังวล

"หนูก็ไม่รู้เหมือนกันเห็นบอกว่าปวดหัว  คงอยากจะนอนพักน่ะครับ"

"งั้นเหรอ...ถ้าอย่างนั้นน้าไปต้มข้าวต้มให้หนูงามก่อนดีกว่า" บานเย็นวางมือจากปักผ้าลุกเดินไปที่ครัว

ดำยังยืนอยู่ตรงนั้น มองตามบานเย็นไปแล้วถอนใจ เพราะเขาเองก็อยากรู้เหมือนกันว่าเกิดอะไรขึ้นกับไทรงาม

หลังจากเข้าห้องนอนตัวเองแล้ว ไทรงามยืนพิงประตูอย่างหดหู่ห่อเหี่ยว คิดถึงคำพูดต่างๆนานาที่อุษาเป่าหูเกี่ยวกับบานเย็นก็สับสน ยิ่งเมื่อคิดถึงคำพูดที่บอกว่า อู๊ดคือลูกของบานเย็นกับกิติ  ไทรงามก็น้ำตาไหลพราก  ถามตัวเองอย่างอัดอั้นตันใจว่า

"ทำไมต้องเป็นอย่างนี้ด้วย...ทำไม..."

ooooooo

หลังเลิกงาน  อู๊ดกับเด่นดาวพากันมาถึงหน้า

คลินิกหมองาม  ต่างแปลกใจที่คลินิกปิด ร้านดำค้าข้าวก็ปิด สงสัยกันว่าไปไหนกันหมด  เด่นดาวคาดว่าคงออกไปตรวจคนไข้ อู๊ดเลยจะไปส่งเด่นดาวที่บ้าน

ก่อน เธอยังไม่อยากกลับถามชายหนุ่มว่า

"ขออนุญาตไปเยี่ยมคุณอากิติที่บ้านได้ไหมคะ"

"ไปสิ" อู๊ดตอบไปอย่างนั้นทั้งที่รู้สึกอึดอัดใจ เด่นดาวจึงควงแขนอู๊ดออกไป โดยไม่รู้ว่าอัมยืนมองทั้งคู่อยู่ พึมพำอย่างแค้นใจว่า

"เสน่ห์แรงนักนะคุณอู๊ด เป็นตายร้ายดียังไง อัมก็ไม่ปล่อยให้คุณหลุดมือไปได้หรอก!"

ooooooo

เมื่ออู๊ดพาเด่นดาวเข้าไปเยี่ยมกิติที่ห้องนอน เป็นเวลาที่บานเย็นกำลังป้อนยาให้กิติพอดี อู๊ดมองภาพนั้นอย่างสังเกตแต่ไม่ว่าจะจับพิรุธอย่างไรก็ไม่เห็นวี่แววว่าบานเย็นกับกิติจะมีความผิดปกติอะไร

กิติกินยาแล้วอ้วกออกมาตามเคย อ้วกรดพื้นรดบานเย็นเลอะเทอะ แต่บานเย็นก็ไม่ได้แสดงท่าทีรังเกียจ กุลีกุจอลูบหลังให้เวลากิติอ้วกโดยไม่มีทีท่ารังเกียจแม้แต่น้อย จนกิติมองอย่างซาบซึ้งใจ

"เป็นอย่างนี้แทบทุกมื้อ กินแล้วอ้วก บานเย็นต้องคอยป้อนคอยเช็ดให้ตลอด เหนื่อยกันทั้งวัน" คุณหญิงเอ่ยเหมือนบอกเด่นดาวที่เข้ามาเยี่ยม

"ไม่เป็นไรหรอกค่ะ แรกๆเจ้าคุณพ่อก็เป็นอย่างนี้เหมือนกัน แต่พอสักระยะท่านก็ดีขึ้น คุณกิติก็คงเป็นแบบเดียวกัน ต้องให้เวลาหน่อยน่ะค่ะ" บานเย็นยิ้มแย้มกับทุกคน แล้วบอกกิติว่า "เดี๋ยวเย็นไปตักข้าวต้มให้รับประทานอีกนิดนะคะ แล้วค่อยรับยากัน
ใหม่"

อู๊ดเห็นท่าทีที่รับใช้ดูแลกิติอย่างจริงใจไม่มีวี่แววชู้สาวของบานเย็นแล้วก็ยิ่งรู้สึกสับสน  ไม่น่าเชื่อว่าบานเย็นจะสร้างความเจ็บปวดแสนสาหัสให้ตามที่อุษาฟังมา  ยิ่งดูก็ยิ่งคิดไม่ตก

คุณหญิงชวนเด่นดาวอยู่ทานข้าวเย็นด้วยกัน เธอตอบรับอย่างยินดี

ooooooo

ดูแลรับใช้กิติเสร็จ  บานเย็นกลับมาปักผ้าที่เรือนอย่างตั้งอกตั้งใจ ส่วนใบ้ก็บรรจงร้อยพวงมาลัยดอกมะลิเสร็จแล้วยกขึ้นเล็งก่อนเอาไปมอบให้บานเย็นเพื่อเอาไปถวายพระ  บานเย็นมองดูนิ่งๆแล้วบอกใบ้ว่า

"ยังไม่เรียบร้อย แถวมาลัยยังเบี้ยวอยู่เลย ยังเอาถวายพระไม่ได้หรอก"

หวินนั่งโม่แป้งอยู่แซวใบ้ว่า

"สงสัยคงต้องตายแล้วไปเกิดใหม่ละมั้งเจ้าใบ้  ถึงจะร้อยได้เป็นระเบียบถูกใจหนูเย็น" พูดแล้วถามบานเย็นว่า "แล้วนั่นปักอะไรอยู่ละ มองเห็นรึนั่นน่ะ"  พลางหวินก็เข้ามาดูใกล้ๆ

ไทรงามกำลังจะออกมานอกห้อง  แต่แล้วก็ชะงักเมื่อเสียงหวินแว่วเข้ามาอีกว่า

"นี่มันผ้าห่มนี่  ปักให้ใครล่ะ เหมือนผืนที่แอบเอาไปให้คุณอู๊ดเลยนี่"

ไทรงามเจ็บจี๊ดที่หัวใจเมื่อรู้ถึงความผูกพันของบานเย็นกับอู๊ด  ขณะนั้นใบ้เดินเข้าไปดูใกล้ๆบ้าง  เพิ่มเลยแซวว่า

"อยากได้ล่ะสิเจ้าใบ้ เห็นชม้ายมองตั้งแต่ผืนที่หนูเย็นเย็บไปให้คุณอู๊ดแล้ว"

ไทรงามเจ็บจี๊ดเป็นครั้งที่สอง ที่ทุกคนดูเหมือนจะรู้เรื่องนี้กันหมดแต่ต่างก็เก็บงำไว้อย่างที่อุษาพูดไว้ไม่มีผิด เธอยืนเงียบกริบ สะอื้นในอก

ส่วนข้างนอกยังมีการแซวกัน เมื่อใบ้โบกไม้โบกมือปฏิเสธที่เพิ่มพูดเมื่อครู่นี้เขินๆ แต่แววตานั้นบอกให้รู้ว่าอยากได้จริงๆ เพิ่มเลยยุให้ขอบานเย็นเย็บให้สักผืน ซ้ำหวินยังแซวว่าถ้าไม่กล้าตนจะขอให้เอาไหม

ไทรงามสูดลมหายใจลึกๆก่อนตัดสินใจเปิดประตูออกมาพร้อมกับถุงกระดาษเล็กๆในมือ บานเย็นทักว่าค่อยยังชั่วแล้วหรือ เธอตอบรับสั้นๆแล้วถามหาดำ พอหวินบอกว่าซ่อมเรืออยู่ที่ท่าน้ำ ไทรงามจึงลงเรือนไปที่ท่าน้ำ

ooooooo

เด่นดาวกับอู๊ดทานอาหารตามคำชวนของคุณหญิงเสร็จพอดี ทั้งสองคุยกันขณะเดินรับลมที่ระเบียง เด่นดาวเสนอว่าจะพากิติไปรักษาตัวที่พระนคร

"พี่ก็อยากจะไป แต่คุณแม่ไม่ยอม ท่านว่าที่นี่ก็มีหมองามคอยดูแลใกล้ชิด มีน้าเย็นกับป้าหวินคอยเฝ้าอยู่ไม่ห่าง ไปอยู่โน่นจะไม่มีคนดูแลได้ดีอย่างนี้"

เด่นดาวพยักหน้าอย่างเข้าใจ แต่พอมองไปทางท่าน้ำเธอสะดุดตาบอกอู๊ดให้ดูว่า ที่กำลังเดินไปที่ท่าน้ำนั้นหมองามใช่หรือเปล่า

"ใช่...พี่ขอตัวสักครู่นะ" อู๊ดท่าทางดีใจมาก แต่แล้วก็ห่อเหี่ยว เมื่อเด่นดาวขอไปด้วยเพราะอยากปรึกษาอาการหน้ามืดของตนกับหมองามด้วย ว่าแล้วก็ควงแขนอู๊ดไปด้วยกัน

ooooooo

ดำซ่อมเรืออยู่ เห็นไทรงามเดินมาก็รีบขึ้นมาบนท่าถามว่าหายปวดหัวแล้วหรือ ไทรงามเลี่ยงที่จะตอบ คุยเรื่องธุระของตนทันที ส่งถุงเล็กๆให้บอกว่าฝากยานี้ไปให้อู๊ดด้วย ดำสงสัยว่าทำไมไม่เอาไปให้เอง พอถาม ไทรงามตอบเลี่ยงๆว่าตนไม่สบายใจ
ยังไม่อยากเจอเขา

แต่พอดำถามตรงๆ ว่าเกิดอะไรขึ้นกับเธอหรือ ไทรงามก็ทนอัดอั้นไม่ได้ถามดำไปตรงๆว่า

"พี่ดำรู้ใช่ไหมว่าแม่เย็นเป็นแม่ของคุณอู๊ด"

ดำตะลึงอ้าปากค้างคาดไม่ถึงว่าไทรงามจะถามเรื่องนี้ พอตั้งสติได้ก็ซักไซ้ว่ารู้มาจากไหน ใครเป็นคนบอก ไทรงามไม่ตอบคำถาม ย้ำแต่ว่ามันเป็นเรื่องจริงใช่ไหม ดำก็ยังตอบเลี่ยงๆว่า

"พี่...ตอนนั้นพี่ยังเด็กยังไม่รู้เรื่องอะไร ใครพูดเรื่องนี้ให้ น้องงามฟัง มันอาจไม่ได้เป็นอย่างนั้นก็ได้ เอาอะไรมายืนยันล่ะว่ามันเป็นอย่างที่เขาพูด"

"คุณอู๊ดเป็นโรคเรื้อน งามเพิ่งตรวจพบเมื่อเช้านี้เอง พี่ดำก็รู้ว่าโรคนี้ถ่ายทอดทางพันธุกรรมได้ คุณอู๊ดเป็นโรคเรื้อนแบบเดียวกับที่แม่เย็นเป็น" ไทรงามอ้างหลักฐานอย่างไม่อ้อมค้อม ทำเอาดำอึ้งสนิท

ไทรงามเดาคำตอบได้กับอาการที่เงียบงันของดำ เธอยิ่งเสียใจร้องไห้สะอึกสะอื้นจนดำไม่รู้จะทำอย่างไรเลยเข้าไปกอดไว้เพื่อปลอบใจ ไทรงามกอดดำไว้แน่นราวกับหวังเป็นที่ยึดเหนี่ยวทางใจ

อู๊ดกับเด่นดาวมาถึงพอดี ทั้งสองมองภาพนั้นตะลึงงัน!

เด่นดาวนิ่งงัน ใจหนึ่งก็ดีใจที่ไทรงามจะได้ไม่เกี่ยวข้องกับอู๊ด แต่อีกใจหนึ่งก็ว้าวุ่นใจอย่างไม่รู้สาเหตุ

"เขาคงมีเรื่องส่วนตัวจะคุยกัน เราอย่าไปรบกวนเขาเลย" อู๊ดพูดอย่างทนดูไม่ได้แล้วเดินออกไปเลย เด่นดาววิ่งตามแทบไม่ทัน

ooooooo

อู๊ดพาเด่นดาวไปส่งที่หน้าบ้านเจ้าคุณยงยศ ทั้งสองเดินมากันเงียบๆอย่างไม่รู้จะพูดอะไรดี   จนมาถึงหน้าบ้าน  เด่นดาวขอบคุณชายหนุ่มที่เดินมาส่ง อู๊ดขอให้เธอฝันดี

เจ้าคุณฯจะออกมาทักทาย พลันก็ชะงักเมื่อเห็นอู๊ดหันหลังจะกลับแต่ถูกเด่นดาวคว้ามือไว้ถาม

"พี่อู๊ดไม่สบายใจเรื่องหมองามกับนายดำหรือคะ" ถามแล้วเห็นเขาเงียบ เธอพูดต่อจะให้เขาสบายใจว่า "คู่นั้นเขาเคยเป็นคนรักกันมาก่อนนะคะ เขาอาจจะผิดใจกันด้วยเรื่องอะไรก็แล้วแต่ แต่ถ้าเขาเคลียร์กันได้ พี่อู๊ดจะไม่ยินดีกับเขาเหรอคะ"

"ดาวไม่ต้องห่วงหรอก ถ้ามันเป็นอย่างนั้นจริงๆ พี่จะยินดีกับทั้งคู่เป็นคนแรก"

พูดจบอู๊ดจากไปด้วยความเจ็บปวดใจ เด่นดาวดูออก คาดด้วยความห่วงใยว่า ถ้าไทรงามกับดำลงเอยกันได้จริงๆอู๊ดจะเจ็บปวดถึงเพียงใด

เจ้าคุณฯยืนนิ่งเมื่อได้รับรู้ถึงรักสี่เส้าของหนุ่มสาวทั้งสี่โดยบังเอิญ

ooooooo

จากนั้นอู๊ดย้อนกลับไปหาไทรงามที่บ้านอีก เป็นเวลาที่เธอกำลังนอนลืมตาโพลงอยู่บนเตียงอย่างไม่อาจข่มตาให้หลับข่มใจ ให้สงบลงได้

บานเย็นขึ้นไปตามไทรงามที่ห้อง พอเธอรู้ว่าบานเย็นมาเธอรีบหลับตาทำทีหลับไปแล้ว บานเย็นเข้ามาดูแล้วกลับไปบอกอู๊ดว่าไทรงามหลับไปแล้ว อู๊ดจึงขอตัวกลับ

"คุณ อู๊ดคะ" บานเย็นเรียกไว้ พอชายหนุ่มหันมาเธอถามอย่างสำรวมว่า "ช่วงนี้อากาศหนาว ไม่ทราบว่าที่ห้องมี ผ้าห่มหนาๆรึเปล่าคะ น้าเย็บให้ได้นะคะ"

"ขอบคุณครับ ผมมีผ้าห่มที่คุณแม่เย็บให้อยู่แล้ว คงไม่ต้องรบกวนคุณน้า ขอบคุณนะครับที่เอื้อเฟื้อ" ตอบแล้วเดินกลับไปหงอยๆ

บานเย็น รู้สึกถึงน้ำเสียง คำพูด และท่าทีที่ห่างเหินของชายหนุ่ม ยืนมองตามอู๊ดไปอย่างกังวล...

ที่หน้าต่างห้องนอนไทรงาม หญิงสาวกำลังแอบดูอู๊ดอยู่ด้วยความปวดร้าว น้ำตาไหลอย่างไม่ตั้งใจ เธอยืนดูอยู่อย่างนั้น จนร่างของอู๊ดลับหายไปในความมืด...

ooooooo

ดำ เอาถุงยาจากไทรงามไปให้อู๊ดขณะเขากำลังจะเดินขึ้นบ้าน อู๊ดรับถุงยาไปอย่างแปลกใจว่าทำไมไทรงามถึงต้องหลบหน้าตนและฝากยาผ่านดำมา ให้

เมื่อดำกลับไปเล่าให้หวินฟัง หวินถามว่าใครปากโป้งไปพูดเรื่องนี้ให้ไทรงามฟัง อย่างนี้แล้วไทรงามจะคิดว่าตัวเองเป็นน้องอู๊ดหรือเปล่า

"หนูก็ ไม่รู้เหมือนกัน ถามเท่าไหร่ก็ไม่ยอมบอก แล้วเราจะทำยังไงดีล่ะ ควรจะบอกน้องงามไหมว่าเธอไม่ได้เป็นลูกน้าเย็น"

"ทำอย่างนั้นหนูงาม ก็เสียใจแย่สิวะ"

"หนูรู้ แต่ถ้าไม่บอก น้องงามก็คงเสียใจเรื่องคุณอู๊ด" พูดแล้วดำก็เศร้าใจกับตัวเองน้ำตาคลอ

ห วินมองลูกชายสงสารจับใจ เพราะตั้งแต่เกิดมาไม่เคยเห็นดำเสียน้ำตาให้กับอะไรมาก่อน เลยพูดกับลูกอย่างเข้าใจ เห็นใจว่า

"แต่ถ้าบอก แม่ก็รู้ว่าเอ็งต้องเสียใจและเจ็บปวดไม่แพ้กัน แม่รู้ว่าเอ็งรักหนูงามมากแค่ไหน ปล่อยให้เวลามันผ่านไปสักระยะดีไหม แล้วฟ้าเบื้องบนจะเป็นคนบอกเราเองล่ะลูก ว่าเราควรจะทำยังไง"

ดำโผ เข้าไปซุกกับอกแม่เหมือนเด็กที่โผหาความอบอุ่นหาที่พึ่ง หวินได้แต่กอดและลูบหัวลูกด้วยความรัก สงสาร...

ooooooo

อู๊ด เอาถุงยาเข้าไปในห้องอาบน้ำ เปลี่ยนชุดนอนแล้วมานั่งที่เตียง  หยิบกระดาษแผ่นเล็กๆที่ไทรงามเขียนกำกับการใช้ยามาอ่านเป็นครั้งที่นับไม่ ถ้วน  ไทรงาม เขียนสั้นๆว่า

"รับประทานยาหลังอาหารให้ครบทุกมื้ออย่า ให้ขาด รักษาสุขภาพและนอนพักผ่อนให้เพียงพอด้วยนะคะ...ไทรงาม"

อู๊ ดรู้สึกถึงความห่างเหินในข้อความนั้น เขาถอนใจยาวล้มตัวลงนอนเหมือนพยายามทำใจแต่สายตาเหลือบเห็น

ชาย ผ้าห่มด้ายขาดเป็นแนวยาว เขาหยิบชายผ้าห่มขึ้นมาดูรู้สึกทดท้อกับเรื่องราวที่ถาโถมเข้ามาไม่หยุด หย่อน

คืนเดียวกัน อุษาเพิ่งกลับมาถึงห้องนอน พอเห็นกิติยังไม่หลับก็วี้ดว้ายใส่จริตพูดให้เจ็บใจเพราะรู้ว่ากิติไม่มีทาง ตอบโต้ จะได้กระอักเลือดตายว่า

"ต๊าย...นี่ยังไม่นอนอีกหรือคะที่รัก รอเมียอยู่หรือ ขอโทษนะคะ พอดีอุษาไปทำหน้าที่เมียให้คนอื่นนานไปหน่อย" พอเห็นกิติจ้องอย่างกับจะกินเลือดกินเนื้อ เธอระริกระรี้ใส่ว่า "ไม่ต้องจ้องอุษาราวกับจะกินเลือดกินเนื้อหรอกค่ะ อุษาไม่ไปมั่วกับใครไม่
เลือกหรอก จะมีก็แต่พี่ทนต์คนเดียว คืนนี้ไม่รู้ เป็นอะไรเซ้าซี้อุษาอยู่นั่นแหละ อุษาเพลี้ยเพลีย ขอตัวนอนก่อนนะคะ ราตรีสวัสดิ์ค่ะที่รัก"

กิติมองอุษาอย่างแค้นใจ แรงแค้นทำให้นิ้วกระดิกสั่นเทาเหมือนจะกำมือเข้าหากันได้อย่างเดิม

ooooooo

รุ่ง เช้า อุษางัวเงียออกมา เจออู๊ดหอบผ้าห่มที่ชายขาดออกมาขอให้แม่ช่วยซ่อมให้ อุษามองงงๆถามว่าทำไมไม่ให้หวินทำให้

"ก็ผ้าห่มที่คุณแม่เย็บเป็นของ ขวัญให้ผมไงครับ มันขาดตรงที่เป็นลายปักพอดี จะให้คนอื่นซ่อมก็คงไม่มีใครทำได้เหมือนคุณแม่ รบกวนหน่อยนะครับ"

อุษา เพิ่งนึกได้ เปลี่ยนสีหน้า รับปากส่งๆไปอย่างนั้นเอง พอดีคุณหญิงเดินมาถามว่าไทรงามมาดูกิติแล้วหรือยัง อุษาบอกว่ามานานแล้วอยู่ในห้อง

อู๊ดเห็นคุณย่าไปทางห้องพ่อก็จะตามไป เพราะอยากเจอไทรงาม อุษารีบทำเป็นเซเรียกเขาไว้ ใช้ให้ไปเอายาหอมให้ สักถ้วย อู๊ดรีบไปที่ห้องครัวเพื่อหายาหอมให้แม่ แต่พออู๊ดผละไปแล้ว อุษาก็ลุกพรวดรีบไปปลุกอ๊อดจะให้ลุกไปกันท่าอู๊ด

"โอ๊ย...อะไรครับ คุณแม่ มาปลุกอะไรแต่เช้า อ๊อดเพิ่งจะกลับมานอน ไม่เอา อ๊อดง่วง..."

"ถ้า งั้นก็ตามใจ ปล่อยให้เจ้าอู๊ดมันฉกหมองามไปเลยก็แล้วกัน"

ฟังแล้ว อ๊อดพลิกหน้ามามองอุษา หายง่วงเป็นปลิดทิ้ง

เมื่ออู๊ดเอายาหอมไปให้ อุษาที่ห้องกิติ เห็นไทรงามกำลังนวดคลายกล้ามเนื้อให้กิติอยู่ เธอหลบตาเขาใจสั่น หมดสมาธิที่จะนวด ครู่หนึ่งเมื่อรู้ว่าอู๊ดมองอยู่ไม่วางตา เธอจึงขอตัวกับคุณหญิงปดว่าได้เวลานัดคนไข้แล้ว เมื่อคุณหญิงอนุญาต เธอไหว้ลาคุณ
หญิง อุษา และกิติ แล้วรีบเดินออกไป ไม่แม้แต่จะสบตากับอู๊ดที่มองอย่างตัดพ้อ

เพียงไทรงามเดินคล้อยหลัง อู๊ดก็ขยับตัวจะตามไป อุษามารยาทำเป็นคลื่นไส้จะอ้วกเรียกความสนใจ อ๊อดถลาเข้าไปประคองอุษา ด่าอู๊ดว่าพ่อกับแม่ป่วยอย่างนี้ยังจะมีแก่ใจวิ่งตามคู่หมั้นของตนไปอีกหรือ ตวาดว่า "ใจคอแกทำด้วยอะไรหา ไอ้อู๊ด!"

อู๊ดจึงต้องกลับมาปรนนิบัติ อุษา แต่พออู๊ดกลับมาอ๊อดก็ลุกพรวดออกจากห้องไปทันที

คุณหญิงดูอยู่ อย่างรู้ไส้รู้พุงสองแม่ลูกว่าต้องการกีดกันอู๊ดจากไทรงาม ถ้าเป็นแต่ก่อนคุณหญิงอาจจะสะใจกับการกระทำนี้ แต่เวลานี้ไม่เพียงไม่สะใจ กลับรู้สึกเห็นใจอู๊ดอยู่ลึกๆ

ooooooo

อ๊อดตามไทรงามไปที่ หน้าเรือนใหญ่ เรียกให้รอตนจะไปส่ง ไทรงามบอกว่าไม่รบกวนดีกว่า ก็ถูกอ๊อดคว้ามือไว้ดักคอว่า ไหนบอกว่านัดคนไข้ไว้จะรีบไปดู

"ดิฉัน เผื่อเวลาสำหรับเดินทางแล้ว ขอบคุณนะคะที่เอื้อเฟื้อ" ไทรงามตอบอย่างเย็นชา

อ๊อด ไม่ยอมแพ้ดึงมือเธอไว้ถามว่ารังเกียจตนมากนักหรือ หญิงสาวไม่ตอบแต่สั่งให้ปล่อย น้ำเสียงที่จริงจังและสีหน้าที่เรียบนิ่งของไทรงาม ทำให้อ๊อดจำต้องปล่อย แต่พอไทรงามเดินไปอ๊อดก็พึมพำกับตัวเอง

"รู้ว่ารักก็เล่นตัวเข้าไป แต่งงานกันเมื่อไหร่จะทำให้เธอสยบแทบเท้าฉันเลย คอยดู!"

ooooooo

อุษา เอาผ้าห่มที่อู๊ดเอามาให้ซ่อมไปหาหวินที่ครัวเรือนใหญ่ เจอหวินกำลังเด็ดผักอยู่ก็เอาไปยื่นใส่หน้า หวินมองแวบเดียวก็รู้ว่าเป็นผ้าห่มที่บานเย็นเย็บให้อู๊ด แต่แกล้งถามว่า "อะไรคะคุณอุษา"

พออุษาบอกว่าผ้าห่มของอู๊ดมันขาดซ่อมให้ด้วย หวินก็ร้องเสียงยาวอย่างสยอง

"อูยยยยย...ให้หวินทำกับข้าวหรือไม่ก็ แต่งหน้าดัดผม ดีกว่าค่ะ ไอ้งานเย็บปักถักร้อยอย่างนี้หวินไม่ถนัด คุณอู๊ดไปซื้อมาจากไหนล่ะคะ ส่งไปให้ช่างเขาซ่อมดีกว่าค่ะ"

อุษาเผลอ หลุดปากว่าตนเย็บให้อู๊ดเอง หวินได้ทีเลยย้อนถามว่าเย็บให้เองแล้วทำไมไม่ซ่อมให้เอง อุษาตะแบงไป ว่าตาตนไม่ดี บ่นอย่างหงุดหงิดว่าขี้ข้าบ้านนี้ใช้งานไม่ได้เลย แล้วหอบผ้าห่มสะบัดไป

"หูตาไม่ค่อยดีหรือทำไม่เป็น หรือไม่ได้เป็นคนทำกันแน่คะ...คุณอุษาขาาาาา" หวินพูดประชดเบาๆ กลัวอุษาได้ยิน

ooooooo

เมื่อใช้หวินไม่ได้ อุษาจึงหอบผ้าห่มไปที่เรือนบานเย็น ไม่เจอตัวเห็นแต่ผ้าห่มผืนใหม่ที่บานเย็นปักอยู่วางที่พื้น เอะใจลองไปหยิบดู เห็นลวดลายแม้จะไม่เหมือนผืนของอู๊ดแต่ดูก็รู้ว่าฝีมือคนเดียวกัน

ครู่ หนึ่งบานเย็นกับใบ้เดินกลับมาด้วยกัน โดยบานเย็น หิ้วตะกร้าใส่ผักสดที่ไปเก็บมา ส่วนใบ้แบกฟืนมาเต็มบ่า ทั้งสองแปลกใจที่เห็นอุษายืนหน้าถมึงทึงอยู่บนเรือน บานเย็นรีบเข้าไปถามว่ามีธุระอะไรกับตนหรือ อุษาคว้าผ้าห่มทั้งสองผืนสะบัดใส่หน้า
บานเย็นตวาดถาม

"แกเอาผ้าผืน นี้เข้าไปให้ตาอู๊ดที่บ้านตั้งแต่เมื่อไหร่!"

ใบ้ตะลึง ส่วนบานเย็นแทบช็อก พออุษาตวาดย้ำว่าอย่าปฏิเสธนะว่าไม่ได้เป็นคนเย็บทั้งสองผืนนี้ บานเย็นก็อึกอัก เท่านั้นเอง อุษาเกรี้ยวกราดใส่ทันที

"แกกล้าเข้าไป เหยียบจมูกคุณแม่ถึงบ้าน กล้าผิดคำสาบานที่ให้ไว้กับคุณแม่ อยากแสดงตัวนักใช่ไหม ดี...ฉันจะบอกให้ตาอู๊ดรู้เดี๋ยวนี้เลยว่าแกเป็นแม่มัน..."

พูดแล้ว อุษาโยนผ้าผืนใหม่ของบานเย็นทิ้งไว้ที่พื้น คว้าผ้าห่มผืนเก่าของอู๊ดเดินฉับๆกลับไป บานเย็นตกใจแทบช็อกรีบวางตะกร้าผักวิ่งตามอุษาไป ใบ้เห็นดังนั้นโยนฟืนจากบ่าวิ่งตามไปด้วย

บานเย็นวิ่งตามไปอ้อนวอน อุษาไม่ให้บอกอู๊ด แต่อุษาไม่ยอมสะบัดหน้าเดินอ้าวไปที่เรือนใหญ่ บานเย็นตามมา กอดขาอ้อนวอนน้ำตาอาบหน้า สัญญาว่าตนจะยอมทำอะไรก็ได้ตามที่อุษาสั่ง ขอแต่อย่าบอกอู๊ดว่าตนเป็นแม่เท่านั้น

"ยอมทุกอย่างนะ" อุษาย้ำถลึงตาแทบถลน เมื่อบานเย็นรับปาก อุษาโยนผ้าห่มผืนนั้นลงตรงหน้าบานเย็นแล้วเดินไปปลดตะเกียงที่เสาเรือนเอา ไม้ขีดไฟติดมือไปด้วย จากนั้นบิดคอตะเกียงถอดเกลียวเทน้ำมันราดใส่ผ้าห่มแล้วจุดไม้ขีดโยนใส่ทันที

"ช่วย ด้วยค่ะช่วยด้วย...ตาอู๊ด...ช่วยแม่ด้วย ตาอู๊ดดดดด..." อุษาแผดเสียงลั่น

บานเย็น กับใบ้ช็อกสนิทคิดไม่ถึงว่าอุษาจะทำเรื่องเลวร้ายได้ขนาดนี้

เสียงแผดร้องของอุษาทำให้ทุกคนในบ้านพากันวิ่งหน้าตาตื่นมา ต่างตกใจเมื่อเห็นไฟลุกท่วมผ้าห่ม อู๊ดใจหายเมื่อเห็นว่าเป็นผ้าห่มของตน คุณหญิงตะโกนถามว่าจะเผาเรือนกันหรือ ใครก่อเรื่องอีก!!

"จะใครล่ะคะ ก็นังเย็นน่ะสิ อุษาขอร้องให้มันช่วยซ่อมผ้าห่มให้ตาอู๊ด มันก็ระเบิดอารมณ์ใส่อุษา หาว่าทุกคน ใช้งานมันยิ่งกว่าทาส ให้ดูแลคุณกิติยังไม่พอ ยังมาใช้เย็บผ้า เย็บผ่อนอีก อุษากลัวตาอู๊ดไม่มีผ้าห่มใช้เลยคะยั้นคะยอ มันโมโหก็เลยเอาน้ำมัน
ตะเกียงราดแล้วจุดไฟเผาอย่างที่เห็นนี่ล่ะค่ะ"

ใบ้กับบานเย็นมองหน้ากันพูดไม่ออก ส่วนคุณหญิงถามบานเย็นว่าจริงหรือ บานเย็นสบตาอู๊ดนิ่งไม่กล้าตอบ ส่วนอู๊ดก็มองบานเย็นอย่างไม่อยากจะเชื่อ อุษาตะคอกให้บานเย็นตอบคุณหญิง ทุกคนมองลุ้นว่าบานเย็นจะตอบอย่างไร สุดท้ายบานเย็นพูดกับอู๊ด
เสียงปนสะอื้น

"น้า...ผิดเอง...น้าขอโทษค่ะคุณอู๊ด"

ทุกคนผิดหวังกับคำตอบของบานเย็น อู๊ดผิดหวังอย่างที่สุด ชายหนุ่มตวัดสายตาจากบานเย็นเดินผ่านไปเหมือนไม่มีตัวตนเธออยู่ตรงนั้น บานเย็นสะอื้นในอกชะเง้อมองตามไปน้ำตาตกใน

อุษาเหยียดยิ้มอย่างสะใจไม่แยแสว่าใครจะเชื่อหรือไม่เชื่อ

ooooooo

เมื่อบานเย็นกลับมาเล่าให้หวินกับเพิ่มฟังที่ครัวเรือนใหญ่ เพิ่มเสนออย่างตรึกตรองว่า

"เล่นเอาคำสาบานมากดขี่ข่มเหงเราอยู่ร่ำไปก็ไม่ต้องไปใส่ใจกับมันแล้ว ยอมให้เขาบอกความจริงคุณอู๊ดไปหรือไม่ก็ชิงบอกเสียเองเถอะหนูเย็น คุณอู๊ดเธอเป็นคนดีมีเหตุผล เธอต้องเข้าใจว่าทำไมหนูเย็นถึงต้องยกเธอให้คุณหญิง"

บานเย็นไม่เห็นด้วย ทนไม่ได้ที่จะเห็นลูกเสียใจผิดหวัง แม้จะต้องทนอย่างนี้ไปตลอดชีวิตก็ยอมหรือแม้แต่จะถูกใส่ไฟจนถูกอู๊ดเกลียดก็ ทนได้ขอแต่ให้ความภาคภูมิใจที่เป็นธีระรัตน์ของอู๊ดยังอยู่ก็พอ

ส่วนใบ้ก็พยายามที่จะชี้แจงความจริงที่เกิดขึ้นให้อู๊ดรู้ แต่พูดไม่ได้จึงได้แต่วิ่งดักหน้าดักหลังพยายามจะสื่อให้รู้ จนสุดท้ายอู๊ดต้องหยุดพูดอย่างตรงไปตรงมากับใบ้ว่า

"ผมไม่ทราบนะครับว่าคุณอาเดินตามผมทำไม พยายามจะบอกอะไรผม แต่ถ้าเป็นเรื่องน้าเย็นละก็ ผมบอกตามตรงว่าผมไม่อยากเชื่อในสิ่งที่เกิดขึ้นหลายต่อหลายครั้ง แต่ก็มีเหตุผลหลายต่อหลายอย่างที่ทำให้ผมต้องเชื่อ โดยเฉพาะเรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้น
ถ้ามันไม่เป็นความจริง น้าเย็นจะยอมรับทำไม มีเหตุผลอะไรที่ต้องยอมรับ ผมจะไม่พูดเรื่องนี้อีก แล้วคุณอาก็หยุดตามผมเสียที ผมขอตัวนะครับ"

อู๊ดสีหน้าขรึมเครียด พูดเสร็จก็เดินเลี่ยงไป ใบ้ยืนกุมหัวกลุ้มใจนึกโมโหตัวเองที่ไม่สามารถอธิบายความจริงให้อู๊ดเข้าใจ ได้

ooooooo

เมื่อดำกลับมาเล่าให้ไทรงามฟังที่คลินิก ไทร-งามไม่เชื่อเด็ดขาดว่าบานเย็นจะทำอย่างนั้น ดำบอกว่าอู๊ดคงไม่พอใจเห็นเดินหน้านิ่งออกไปไม่พูดไม่จาอะไรสักคำ ไทรงามเชื่อว่าถ้าอู๊ดรู้ว่าบานเย็นทนหลังขดหลังแข็งเย็บผ้าให้เขาก็คงจะ เข้าใจ

"ก็เพราะเขาไม่รู้ แล้วก็คงไม่มีใครไปบอกให้รู้ด้วย" ดำพึมพำอย่างหนักใจ

ไทรงามเองก็ถอนใจเมื่อคิดว่า ผู้ชายคนนี้ช่างไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรเลยจริงๆ...

ส่วนคุณหญิงไม่เชื่อว่าบานเย็นก่อเรื่องขึ้น เมื่อไปที่ห้องนอนกิติ ก็จ้องหน้าซักไซ้อุษา จนอุษายอมรับว่าตนทนไม่ได้ที่เห็นบานเย็นกล้าบุกเข้ามาถึงในบ้านแถมยังแอบ เอาผ้าห่มนั่นไปให้อู๊ดตั้งแต่เมื่อไรก็ไม่รู้ ทำอย่างนี้มันหยามหน้ากันชัดๆ

พอคุณหญิงถามว่าหยามอะไร อุษาก็ชี้แจงเป็นคุ้งเป็นแควว่า

"อ้าว...ก็มันสาบานกับคุณแม่ไม่ใช่หรือคะว่ามันจะไม่โผล่หน้าไปหาลูก ไม่เหยียบไปที่บ้านธีระรัตน์อีก มันลักลอบเข้าไปก็เท่ากับผิดคำสาบาน อุษาก็เลยจัดการลงโทษมันแทนคุณแม่ แล้วมันไม่ดีหรือคะ หรือว่า...คุณแม่ชักจะใจอ่อนกับพวกมันแล้ว" อุษา
ถามเย้ย

"ไม่ต้องมาแขวะ" คุณหญิงตวาด "ฉันก็แค่เสียดายของ อีกอย่าง หล่อนเล่นเผามันใกล้เรือนออกอย่างนั้นถ้าเกิดไฟมันลามมาติดเรือนจะว่ายังไง" คุณหญิงเฉไฉไม่ยอมเสียหน้า แต่ก็อดสงสารอู๊ดกับบานเย็นไม่ได้ กิติฟังทั้งสองแล้วปะติดปะต่อ สรุปใน
ใจตัวเองได้ว่าเรื่องราวเป็นอย่างไร มองอุษาอย่างชิงชังว่าเป็นคนใจดำจริงๆ

ooooooo

วันๆอ๊อดเอาแต่พล่านหาที่ระบายอารมณ์กับคนโน้นคนนี้ จนสุดท้ายก็เกร่ไปหาอัมที่ร้านอาหารของเธอในตลาด เข้าไปถามกวนประสาทขณะอัมก้มหน้าก้มตาคิดบัญชีว่า

"มีอะไรกินบ้างจ๊ะยาหยี กำลังหิวพอดี"

พออัมเงยหน้าเห็นเป็นอู๊ดก็หัวเสียทันทีถามว่ามีธุระอะไร ถ้าไม่มีก็ไปเสียให้พ้นตนกำลังทำงาน

พอดีพนักงานเอาอาหารจานเดียวมาเสิร์ฟอัม อ๊อดเห็นดังนั้นก็เกเรคว้าไปขอกินก่อนให้อัมสั่งใหม่ แต่อ๊อดไม่ทันตักอาหารเข้าปาก อัมก็พะอืดพะอมจนอ้วกใส่จานพอดิบพอดี

อ๊อดขยะแขยงแทบจะอ้วกตาม สบถอย่างหัวเสียว่า อยู่บ้านก็เจออ้วกหนีมายังเจออ้วกนอกบ้านอีกจนได้ ซวยจริงๆว่าแล้วเดินหัวเสียไปเลย

อัมไม่สนใจอ๊อด เพราะเธอกำลังคลื่นไส้พะอืดพะอม อยู่ที่โต๊ะ

ทนต์จับตาดูอยู่ เอะใจว่าอัมเป็นอะไร

ooooooo

วันนี้ เด่นดาวหิ้วปิ่นโตจะไปที่ไซต์งานตามปกติ เจ้าคุณยงยศถามว่าจะไปหาอู๊ดหรือ ถามว่าอู๊ดเป็นอย่างไรบ้างหมู่นี้ไม่ค่อยเห็นหน้าเห็นตา

"เมื่อคืนยังมาส่งดาวอยู่เลยค่ะ แต่คงเห็นว่าดึกแล้ว

ก็เลยไม่ขึ้นไปรบกวนเจ้าคุณปู่"

"ไปมาหาสู่กันทุกวัน คงจะรู้ใจกันมากขึ้นแล้วสินะ"

"ค่ะ รอให้พี่อู๊ดเคลียร์งานสักพัก เราก็อาจจะหมั้นและแต่งงานกันเลย ถึงเวลานั้นเจ้าคุณปู่อย่าเรียกสินสอดพี่อู๊ดแพงมากก็แล้วกัน" เด่นดาวพูดอย่างมีความหวังมีความสุขเมื่อนึกถึงวันนั้น แล้วขอตัวเจ้าคุณปู่บอกว่า "เดี๋ยวพี่อู๊ดจะรอนาน"

เจ้าคุณยงยศฟังหลานสาวแล้วยิ้มอย่างเอ็นดู แต่พอเด่นดาวหันหลังให้เท่านั้นรอยยิ้มก็เจื่อนจางลง กลายเป็นความกังวลเข้ามาแทนที่ หวั่นใจว่าความฝันของหลานสาวจะเป็นเพียงฝันไปฝ่ายเดียว

ooooooo

เมื่ออ๊อดหัวเสียออกจากร้านอาหารอัมที่ตลาดแล้วก็ดิ่งไปหาไทรงามที่คลินิก พอโผล่เข้าไปก็ยิ้มหน้ากรุ้มกริ่มเอ่ยทัก "คิดถึงจังเลย"

ไทรงามเงยหน้าจากงานพอเห็นเป็นอ๊อดก็ก้มหน้า

ทำงานต่อ ถามว่ามีธุระอะไรกับตนหรือ อ๊อดตอบยั่วๆว่าไม่มี ไทรงามพูดอย่างไม่จำเป็นต้องรักษามารยาทว่า

"ถ้าอย่างนั้นก็เชิญออกไปข้างนอกก่อนดีไหมคะ ดิฉันจะทำงาน"

"ก็ผมนี่ไงครับงานของหมอ ผมปวดหัวตัวร้อนเหมือนจะเป็นหวัด คุณหมอคงไม่ใจดำขนาดปฏิเสธคนไข้คนนี้ได้ลงคอหรอก จริงไหมครับ"

ไทรงามจำต้องวางมือจากงานอย่างอึดอัดใจ

แต่หลังจากตรวจและวัดไข้แล้วปรากฏว่าอ๊อดไม่ได้เป็นอะไรเลย เห็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ของอ๊อดแล้ว ไทรงามฉุนกึกที่ถูกหลอก พูดเสียงเข้มกับเขาว่า

"ดิฉันไม่มีเวลามาเล่นสนุกกับคุณนะ ถ้ามีคนไข้อาการหนักรออยู่ข้างนอกจะว่ายังไง ทำไมคุณถึงได้ทำตัวไร้สาระอย่างนี้"

พูดเสร็จไทรงามจะออกจากห้อง ถูกอ๊อดกระชากแขนไว้ บีบแน่นพร้อมกับยื่นหน้าเข้าไปใกล้มาก ไทรงามตกใจพอสะบัดหลุดก็ตบหน้าเขาฉาดใหญ่ ด่า "เลวที่สุด" แล้ววิ่งออกไป

อ๊อดไม่ยอมวิ่งตามไปล็อกเอวเธอไว้ คราวนี้ไทรงามโมโหสุดขีดตวาดเสียงดังให้ปล่อยพลางดิ้นสุดฤทธิ์ เธอยิ่งดิ้นอ๊อดก็ยิ่งกอดแน่น จนกระทั่ง...

"ขนมถ้วยน้องงา..." ดำพูดไม่จบ มือที่ถือกระทง

ขนมถ้วยค้างอยู่อย่างนั้น เมื่อเห็นอ๊อดกำลังปล้ำไทรงาม ดำโยนกระทงขนมถ้วยทิ้งกระโดดเข้าต่อยอ๊อดเต็มแรง

อ๊อดผงะหงาย พอตั้งหลักได้ก็พุ่งเข้าหาดำ ทั้งคู่คลุกวงในกันอยู่ที่พื้น ดำแข็งแรงกว่าบีบคออ๊อดจนหน้าเขียว ไทรงามตกใจตะโกนห้าม ดำชะงักปล่อยมือจากคอแต่ยังอัดหมัดเข้าหน้าอ๊อดเต็มๆจนเลือดกบปาก อ๊อดรีบลุกขึ้นชี้หน้าดำขู่

"กูจะฟ้องคุณย่าว่ามึงชกกู!!"

"ดี...แล้วอย่าลืมบอกคุณหญิงด้วยล่ะว่าเป็นเพราะคุณมันหน้าไม่มียางอาย ข่มเหงได้กระทั่งผู้หญิงที่ไม่มีทางสู้"

"ไอ้ดำ ไอ้ลูกขี้ข้า!!!" อ๊อดชี้หน้าด่าปากคอสั่น

"ถึงแม่ผมจะเป็นขี้ข้าแต่ก็ไม่เคยสอนลูกให้รังแกใคร โดยเฉพาะกับผู้หญิง"

"มึงด่าแม่กูเหรอ"

"หรือว่าคุณเกิดมาเลวเองล่ะ"

"แล้วมึงกับกูจะได้เห็นดีกัน..." อ๊อดเดินออกไปอย่างฉุนเฉียว

ดำหันไปโอบไทรงามที่ยืนตกใจอยู่อย่างปลอบใจ

ooooooo

อ๊อดกลับไปฟ้องอุษาจริงๆ พอฟังจบอุษาก็ตาโปนแทบถลนด้วยความโกรธ คำรามเสียงแหลม

"ลูกอีขี้ครอกมันกล้าด่าแม่ขนาดนี้เชียวหรือ"

"มันยังย้ำด้วยครับว่าลูกไม้จะหล่นไกลต้นได้ยังไง แม่เลวลูกก็ต้องเลวตามกัน" อ๊อดใส่ไฟ พอเห็นอุษาโกรธจนเดือดพล่านก็อ้อน "พ้นจากไอ้อู๊ดก็ยังมีไอ้เวรนี่เป็นก้างขวางคออีก อ๊อดไม่ยอมนะครับ คุณแม่ต้องจัดการกับมันขั้นเด็ดขาด"

"ไม่ต้องห่วง ใครที่มันขวางทางลูก ไม่ว่าเรื่องอะไร แม่ไม่เอามันไว้หรอก"

อ๊อดฟังแล้วยิ้มสะใจที่ใส่ไฟเป่าหูจนไฟแค้นในใจอุษาลุกโชนได้สำเร็จ

ooooooo

บ่ายแก่ๆแล้ว ไทรงามตรวจและจ่ายยาคนไข้เสร็จ คนไข้ชาวบ้านจะจ่ายเงิน เธอบอกว่าไม่เป็นไรพรุ่งนี้มาฉีดยาเข็มสุดท้ายแล้วค่อยคิดเงินก็ได้ คนไข้ยกมือไหว้ ขอบคุณแล้วลากลับ

"เรียบร้อยแล้วใช่ไหมน้องงาม" ดำเดินสวนเข้ามา พอไทรงามบอกว่าเรียบร้อยดำก็เดินไปปิดประตูหน้าคลินิกให้ เจออู๊ดเดินมากับเด่นดาวพอดี ชายหนุ่มถามไทรงามอย่างรู้สึกผิดหวังว่ามีนัดตรวจคนไข้หรือ

ไทรงามหยุดกึกใจเต้นแรงที่ต้องเจอกับอู๊ดจังๆอีกครั้ง เธอเตือนตัวเองว่าต้องหาทางถอยห่างจากเขาให้มากที่สุด ตอบเขาไปด้วยน้ำเสียงราบเรียบว่า

"เปล่าค่ะ คุณอู๊ดมีอะไรหรือคะ"

"ผม...มีธุระจะคุยกับหมอสักครู่น่ะครับ" อู๊ดขอเวลา ดำกับเด่นดาวฟังแล้วมองหน้ากันโดยไม่ตั้งใจแล้วต่างก็ละสายตาจากกันเขินๆ

"เรื่องผื่นที่มาให้ตรวจใช่ไหมคะ คุณอู๊ดไม่ต้องกังวลหรอกนะคะ แค่รับประทานยาที่ดิฉันให้ไปจนหมดและมารับยาเพิ่มทุกเดือนไปจนครบ 6 เดือน ก็จะไม่มีผื่นแบบนี้ขึ้นอีกค่ะ สบายใจได้"

ไทรงามพยายามอธิบายให้แจ่มแจ้งเพื่อจะได้ปลีกตัวไปจากชายหนุ่ม อู๊ดอึกอักเพราะไม่ได้ตั้งใจจะถามเรื่องนั้นแต่อยากถามว่าเกิดอะไรขึ้นกับเธอถึงได้หมางเมินกับตนอย่างนี้ต่างหาก แต่ไม่ทันถามไทรงามก็ตัดบทว่า

"ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ดิฉันขอตัวก่อนนะคะ ต้องไปทำธุระกับพี่ดำต่อน่ะค่ะ" พูดเสร็จไทรงามก็เดินมาจูงมือดำออกไปเลย ปล่อยให้อู๊ดยืนมองตามด้วยจิตใจว้าวุ่นบอกกับตัวเองว่าต้องเกิดอะไรขึ้นกับเธอแน่ๆ

ooooooo

ขณะที่ดำขี่จักรยานมีไทรงามซ้อนท้ายพากันกลับบ้านนั่นเอง ระหว่างทางผ่านทางค่อนข้างเปลี่ยว ทนต์ถือปืนซุ่มคอยอยู่ พอรถจักรยานใกล้เข้ามามันก็ยกปืนเล็งหมายหัวดำเต็มที่

แต่พอมันเหนี่ยวไกก็พอดีรถของอู๊ดขับตามมามันเลยสะดุด

เสียงปืนและรถของดำที่ถลาล้มลง ทำให้อู๊ดเร่งรถเข้ามาจอด ดำถูกยิงที่ต้นแขน ทำให้ทนต์สบถอย่างหัวเสีย "โธ่เว้ย..."

ไทรงามรีบถลาเข้าไปประคองดำ เด่นดาวกับอู๊ดรีบลงจากรถเข้ามาดู เด่นดาวร้องเรียกอย่างตกใจโดยไม่รู้ตัว "นายดำ..."

"ขึ้นรถเถอะครับ ผมพาไปส่งโรงพยาบาลเอง"

"กลับไปที่คลินิกดีกว่าค่ะ ดิฉันจะผ่ากระสุนให้พี่ดำเอง" ไทรงามเสนอ ทุกคนเห็นด้วย

ooooooo

ดักยิงดำพลาดแล้ว ทนต์กลับไปพบกับอุษาและอ๊อดที่กระท่อม ทนต์ถูกอ๊อดด่าว่าเป็นมือปืนสมัครเล่นรึไงถึงได้ยิงพลาดขนาดนี้  เล็งหัวแต่ไปโดนแขน

เวลาเดียวกัน ดำถูกนำตัวไปที่คลินิกหมองาม ไทรงามรีบลงมือผ่าตัดทำแผลให้ดำอย่างเร่งด่วน แม้จะเจ็บแผลแสบแผล แต่ดำก็กลับรู้สึกเป็นสุขที่ได้อยู่ใกล้ชิดและได้รับการดูแลอย่างห่วงใยจากไทรงามจนแอบยิ้มออกมาเพลียๆ

ส่วนอู๊ดกับเด่นดาวไปนั่งรอที่ม้านั่งรอคิวคนไข้ เด่นดาวรู้สึกกระวนกระวายใจยิ่งกว่าอู๊ด จนครู่หนึ่งเมื่อไทรงามเดินออกจากห้อง อู๊ดปราดเข้าไปถามว่าเป็นอย่างไรบ้าง

"ปลอดภัยแล้วค่ะ แต่ก็เสียเลือดไปมาก"

"แล้วจะกลับบ้านได้หรือคะ" เด่นดาวถามอย่างเป็นห่วง

ไทรงามบอกว่ายังกลับไม่ได้  ต้องให้น้ำเกลือและนอนพักที่นี่ก่อนเดี๋ยวตนจะเฝ้าเอง อู๊ดรีบเสนอขอเฝ้าแทนแล้วจัดแจงบอกเด่นดาวให้ขับรถไปส่งไทรงามที่บ้านด้วยพลางส่งกุญแจรถให้เหมือนรวบรัด

"ไม่เป็นไรค่ะ พี่ดำต้องมาเจ็บตัวเพราะดิฉัน ดิฉันต้องรับผิดชอบชีวิตพี่ดำด้วยตัวของดิฉันเอง ถ้าจะกรุณา ดิฉันรบกวนคุณอู๊ดให้ช่วยไปบอกแม่เย็นด้วยนะคะว่าดิฉันจะค้างที่นี่" ไทรงามพูดอย่างมั่นใจ

อู๊ดท้วงติงว่าเธอเป็นผู้หญิงเกรงจะไม่ปลอดภัยเพราะคนที่ยิงดำอาจจะหวนกลับมาอีกรอบก็ได้ ซึ่งเด่นดาวก็เห็นด้วยชวนไทรงามกลับกับตนดีกว่า

"ถ้าแม่เย็นรู้เรื่องก็คงจะขอร้องให้ลุงใบ้กับลุงเพิ่มมาอยู่เป็นเพื่อนดิฉันเอง ไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ"

เมื่อไทรงามตั้งใจแน่วแน่เช่นนั้น อู๊ดก็ได้แต่ถอนใจที่ไม่สามารถเปลี่ยนใจเธอได้และดูเธอจะเป็นห่วงดำมากจริงๆ

ooooooo

ที่เฉลียงเรือนบานเย็น ทั้งบานเย็นและใบ้ต่างรู้สึกไม่สบายใจที่จนป่านนี้แล้วไทรงามยังไม่กลับ บานเย็นเดินไปเดินมา แล้วก็หยุดเดินพูดอย่างสังหรณ์ใจว่า

"หนูงามไม่เคยกลับค่ำอย่างนี้ นอกจากวันที่มีเรื่อง หรือว่าจะเกิดเรื่องอะไรร้ายๆขึ้นอีก"

บานเย็นหันมองหน้าใบ้เชิงปรึกษา ใบ้ได้แต่ส่ายหน้าเพราะทั้งไม่รู้และไม่อาจพูดได้

ครู่เดียวทั้งสองก็แปลกใจแกมตกใจเมื่อเห็นอู๊ดเดินเข้ามาบอกว่า

"หมองามให้ผมมาบอกคุณน้าว่าคืนนี้จะค้างที่คลินิกเพื่ออยู่ดูอาการของดำครับ"

"ทำไมคะ ดำเป็นอะไร"

พออู๊ดบอกว่าดำถูกยิง บานเย็นอุทานอย่างตกใจสุดขีด "คุณพระช่วย..."

"หมองามผ่าเอากระสุนออกแล้วครับ แต่ก็ยังต้องดูอาการอย่างใกล้ชิด ฝากคุณน้าส่งข่าวให้ป้าหวินทราบด้วย ก็แล้วกัน ผมขอตัวก่อนนะครับ" อู๊ดพูดเป็นการเป็นงานแล้วขอตัวกลับทันที

"คุณอู๊ดคะ" บานเย็นตัดสินใจเรียกไว้ เมื่ออู๊ดหยุดหันมาเธอพูดกลัวๆ กล้าๆว่า "น้าขอโทษนะคะ เรื่อง...ผ้าห่ม น้าไม่ได้ตั้งใจ  น้าอยากจะชดใช้ด้วยการเย็บผืนใหม่ให้คุณอู๊ด น้ารับรองค่ะว่าน้าจะเย็บลวดลายให้เหมือนกับผ้าผืนเดิมทุกอย่าง"

อู๊ดนิ่งไปอึดใจแล้วตอบด้วยน้ำเสียงที่บอกถึงความเสียใจมากกว่าแสดงอารมณ์ว่า

"ลวดลายอาจจะเหมือนเดิมก็จริง แต่สิ่งที่ไม่เหมือนเดิมก็คือ ผ้าผืนนั้นเป็นผ้าที่คุณแม่เย็บให้ผม ต่อให้คนอื่นเย็บได้เหมือนหรือดีกว่าคุณแม่ มันก็ไม่มีค่าหรือมีความหมายสำหรับผมเท่ากับผ้าผืนที่กลายเป็นเถ้าถ่านผืนนั้น ขอบคุณมากนะครับสำหรับ
ความตั้งใจ แต่ผมไม่รบกวนคุณน้าดีกว่าครับ"

พูดแล้วอู๊ดหันหลังเดินไปอย่างสงบ แต่บานเย็นฟังแล้วรู้สึกจุกเสียดขึ้นถึงยอดอก ความเจ็บปวดแผ่ซ่านร้าวลึก

ไปทั่วทั้งสรรพางค์...นี่ตนกำลังกลายเป็นคนอื่นในสายตาของลูกไปแล้วจริงๆหรือ?

ใบ้ได้แต่ยืนมองบานเย็นอยู่ห่างๆด้วยความสงสารว่าเธอจะต้องแบกรับความเจ็บปวดชอกช้ำนี้ไปจนตลอดชีวิตหรือ...

ooooooo

คืนนี้บานเย็นไม่อาจข่มตาข่มใจได้ เธอเดินไปนั่งร้องไห้ที่ใต้ต้นไทร...ต้นไม้ที่เหมือนเป็นที่พักพิงในยามเจ็บปวดรวดร้าวทุกครั้ง...

ใบ้ตามไปยืนอยู่ห่างๆอย่างห่วงใยแต่ไม่กล้าเข้าใกล้ จนกระทั่งทนไม่ได้ขยับเข้าไปใกล้สงสารจนลืมตัว เอื้อมมือไปกุมมือบานเย็นไว้ บานเย็นปล่อยให้ใบ้กุมมืออยู่อย่างนั้น รำพึงรำพันปนสะอื้น

"ฉันไม่เคยเจ็บปวดอะไรอย่างนี้มาก่อนเลยนายใบ้ สายตาของลูกช่างว่างเปล่าเหลือเกิน ลูกคงชังหน้าฉัน ฉันกลายเป็นคนที่ไม่มีตัวตนในสายตาแกไปแล้ว..."

ใบ้ไม่รู้จะทำอะไรได้มากกว่านั้น ได้แต่กุมมือบานเย็นร้องไห้ไปด้วยกัน เหมือนจะบอกเธอว่าไม่ว่าจะทุกข์สาหัสเพียงใด เขาก็จะยืนอยู่เคียงข้างเธอตลอดไป...

ooooooo

เด่นดาวเป็นห่วงดำมากอย่างที่ตัวเองก็ไม่รู้ตัว ทนไม่ได้ถามเจ้าคุณปู่ว่าคนที่ถูกยิงที่แขนจะตายไหม เจ้าคุณปู่อธิบายว่า ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง แต่ถ้าคนเจ็บเสียเลือดมาก ยิ่งถ้ากระสุนฝังในแผลอาจติดเชื้อ จนในที่สุดคนเจ็บก็อาจจะตายเพราะทนพิษ
บาดแผลไม่ไหว

เด่นดาวตกใจจนเจ้าคุณปู่เอะใจถามว่าใครถูกยิงมาหรือ

"เอ่อ...ก็นายดำสิคะ จู่ๆก็โดนใครยิงเข้าให้ก็ไม่รู้" เจ้าคุณปู่ถามว่าไปมีเรื่องกับใครหรือเปล่า เด่นดาวเองก็ไม่ทราบพูดอย่างหมั่นไส้ว่า "คนปากจัดอารมณ์ร้อนอย่างนั้น โดนลูกปืนดัดนิสัยบ้างก็ดี"

เจ้าคุณยงยศมองหลานสาวอย่างแปลกใจกับท่าทีเป็นห่วงแกมกังวลอาการของดำแทนที่จะชอบใจสะใจอย่างปากว่า

ooooooo

ตอนที่ 13

อ๊อดระบายอารมณ์ค้างกับอัมจนหนำใจแล้ว ปลอบหญิงสาวที่นอนร้องไห้กระซิกๆอยู่ข้างๆว่าไม่ต้องร้องไห้ ตนจะไม่ปริปากบอกเรื่องนี้ให้อู๊ดรู้แน่นอน

อัมหันมาทั้งด่าทั้งทุบตีอ๊อด ทันใดนั้นเอง มีเสียงเคาะประตูพร้อมกับเสียงเสี่ยโอร้องเรียก "อาหนู...หลับรึยัง" พออัมอ้าปากจะตะโกนให้เตี่ยช่วย ก็ถูกอ๊อดเอามืออุดปากไว้ ขู่ว่า

"ถ้าอยากแต่งงานกับฉันก็เชิญออกไปฟ้องเตี่ยเธอได้เลยว่าโดนปล้ำ แต่ถ้ายังอยากได้ไอ้อู๊ดเป็นผัว ก็ปิดปากให้สนิท"

อ๊อดเอามือออกจากปากอัม มองอย่างท้าทายให้เธอตะโกนบอกเสี่ย อัมนิ่งอึ้ง เสี่ยโอยังตะโกนเรียกอีกสองสามครั้ง เมื่อข้างในเงียบก็หัวเราะฮิฮะกับทนต์ที่เป็นคนขับรถไปรับกลับจากวัดไทรย้อย บอกทนต์ว่าสงสัยจะเพลียหนัก  แล้วเดินยิ้มกริ่มผละไป

เมื่อได้ยินเสียงเตี่ยเดินไปแล้ว อัมหันไปต่อรองกับอ๊อดว่าตนทำตามที่เขาบอกแล้วให้รีบออกไปจากห้องตนเสียที อ๊อดทำหน้าล้อๆบอกว่า

"ออกให้โง่เหรอ คืนวันส่งตัวอย่างนี้ใครเขาให้ออกไปไหนกัน โบราณเขาให้อยู่กันยันเช้ารู้ไหมที่รัก" ว่าแล้วก็โถมตัวเข้าใส่อัมอีกครั้งอย่างหื่นห่าม

ส่งเสี่ยถึงห้องนอนแล้ว ทนต์แอบออกจากบ้านเพื่อไปหาอุษาที่กระท่อมร้างตามนัด แต่พอออกมาถึงหน้าบ้านก็ชะงักเมื่อเห็นรถของอ๊อดจอดซุ่มอยู่หลังต้นกก ทนต์มองขวับไปที่หน้าต่างห้องอัม เห็นเงาวูบวาบจากแสงตะเกียงทาบที่ผนังห้อง ทนต์ยิ้ม
อย่างเดาได้ทันทีว่าเกิดอะไรขึ้นที่ห้องนั้น

ooooooo

ส่วนอุษาอยู่กับกิติที่เรือนใหญ่ เมื่อได้เวลานัดก็กระวนกระวายใจ ทำเป็นว่าห่วงอ๊อดที่ยังไม่กลับมา กิติปลอบใจว่าอ๊อดอาจจะกินเหล้าเพลินที่ไหนก็ได้ ทุกครั้งก็ไม่เห็นเธอห่วงถึงขนาดนี้

"แต่นี่มันไม่เหมือนกับทุกครั้ง" อุษาหาเหตุเถียง "คุณไม่สงสัยเลยหรือคะ   เจ้าอู๊ดบอกว่าตาอ๊อดพาออกมา

คุยธุระ   เสร็จแล้วมันก็บอกว่ามันโดนตีหัวจนสลบ ฟื้นขึ้นมาก็ไม่เห็นลูกเราแล้ว อุษาสังหรณ์ใจยังไงก็ไม่รู้ อุษาขอออกไปตามลูกก่อนก็แล้วกัน ไม่งั้นนอนไม่หลับแน่คืนนี้"

อุษาหาเหตุออกไปจนได้  บอกกิติว่าไม่ต้องห่วงตนชินกับเส้นทางและภูมิประเทศแถวนี้แล้วให้เขานอนหลับให้สบายเสีย เดี๋ยวตนก็กลับมาแล้ว ว่าแล้วก็ไปเลย กิติได้แต่มองตามด้วยความเป็นห่วง

พอหลุดมาจากกิติได้ อุษาก็ถือตะเกียงจ้ำอ้าวไปที่กระท่อมร้าง บอกทนต์ว่าแผนเราพังหมดแล้วเพราะใบ้ไปช่วยลูกตัวเองไว้ได้

ทนต์จึงรู้ว่าที่แท้อู๊ดเป็นลูกของบานเย็นกับใบ้  ทั้งยังรู้อีกว่าอู๊ดเป็นทายาทที่ถูกต้องตามกฎหมายแถมได้มรดกธีระรัตน์ถึงครึ่งหนึ่งในขณะที่อ๊อดลูกของอุษาเองไม่ได้อะไรเลย แต่เรื่องนี้พักไว้ก่อน ตอนนี้ที่น่าห่วงคือไม่รู้อ๊อดหายไปไหนขอให้ทนต์ช่วย
ตามให้ด้วย

"ไม่ต้องตามหรอก ป่านนี้ลูกเธอขึ้นสวรรค์ไปถึงชั้นไหนๆกับลูกสาวเสี่ยโอไปแล้ว"

อุษาตกใจถามว่าเขารู้ได้อย่างไร ทนต์ไม่บอกแต่ชวนว่าลูกมีความสุขแล้วทีนี้ก็ถึงคิวแม่บ้าง ว่าแล้วก็โถมเข้าหาอุษาอย่างหื่นกระหายราวกับเสือโหย

ขณะที่อุษากำลังดีดดิ้นหัวเราะระริกระรี้อยู่บนเตียงกับทนต์นั่นเอง กิติก็ก้าวเข้ามายืนจังก้า

"อีผู้หญิงแพศยา!!"

เหมือนนรกผุดขึ้นกลางสวรรค์ อุษาผงะจากทนต์อกสั่นขวัญแขวน กิติยืนด่าหน้าถมึงทึง

"ฉันอุตส่าห์ตามเธอมาด้วยความเป็นห่วง แต่เธอกลับแล่นมาหาชู้ ทำไมถึงได้สารเลวอย่างนี้ ไอ้ตัวผู้นี่ด้วย มึงไม่รู้รึไง ว่ามึงคั่วอยู่กับเมียชาวบ้าน"

"รู้" ทนต์ตอบกวนประสาท กิติเลือดขึ้นหน้าด่าไอ้ระยำแล้วพุ่งเข้าชกทนต์อย่างลืมตาย แต่เพราะร่างกายที่อ่อนแอติดเหล้าและไม่เคยกับการใช้กำลัง เขาชกได้ไม่กี่หมัดก็หมดแรง ถูกทนต์ต่อยเข้าปลายคางจนสลบเหมือด อุษาตกใจมากกลัวเขาจะตาย

ooooooo

ที่เรือนบานเย็น ไทรงามพยายามคิดทบทวนว่าตัวเองมีเรื่องอะไรกับใครหรือเปล่า   ทำไมจึงต้องเจอเรื่องร้ายๆอย่างนี้ แต่คิดอย่างไรก็คิดไม่ออก เลยถามถึงอัมว่าเป็นอย่างไรบ้าง

หวินบอกว่าไม่เห็นเป็นอะไรเลย โดนดักฉุดจริงอย่างที่ป่าวร้องรึเปล่าก็ไม่รู้ บานเย็นยังเชื่อว่าอัมไม่กล้าโกหกเรื่องพ่อตัวเองประสบอุบัติเหตุ เพิ่มเห็นด้วยเพราะถ้ากล้าแช่งพ่อขนาดนั้นก็จะหาความเจริญไม่ได้แล้ว ทั้งยังเห็นว่า "ที่สำคัญจะทำอย่างนั้น
ไปทำไม"

"ช่างเถอะครับ อะไรก็ไม่สำคัญเท่ากับน้องงามกลับมาอยู่บ้านอย่างปลอดภัยแล้ว" ดำแทรกขึ้น

ไทรงามยกมือไหว้ขอบคุณดำและทุกคนที่ช่วยและเป็นห่วงตน ถามดำว่าเจ็บตรงไหนหรือเปล่า ดำทำเขินบอกว่านิดหน่อย นานๆได้ออกกำลังทีก็ดีเหมือนกัน แต่พอไทรงามถามถึงอู๊ดว่าเป็นอย่างไรบ้าง หน้าของดำที่ยิ้มสดชื่นก็จืดเจื่อนลงทันที

อาการของดำไม่พ้นสายตาของผู้ใหญ่ทั้งสี่ โดยหวินสบตากับเพิ่มและบานเย็นสบตากับใบ้อย่างรู้กัน

ooooooo

อู๊ดเพิ่งกลับถึงเรือนใหญ่ ถูกคุณหญิงดักถามว่าไปหาไทรงามมาหรือ ย้ำเสียงเข้มว่า "ย่าขอร้องอู๊ดแล้วใช่ไหม"

อู๊ดชี้แจงว่าตนแค่อยากไปดูให้สบายใจว่าเธอฟื้นและอาการดีแล้วหรือยังเท่านั้น ก็ยังถูกตำหนิว่าไปพรุ่งนี้ก็ได้ ค่ำๆมืดๆไปบ้านผู้หญิงมันน่าเกลียด

ขณะคุณหญิงยืนตำหนิอู๊ดอยู่นั่นเอง เสียงอุษาประคองกิติขึ้นเรือนก็แว่วมา คุณหญิงถลาไปถามว่าไปไหนกันมาทำไมต้องหิ้วปีกกันมาอย่างนี้ อุษาคร่ำครวญทันทีว่า

"อุษาไปตามหาอ๊อดค่ะ แต่ไม่เจอก็เลยกลับบ้าน มาเจอคุณกิตินอนสลบอยู่กลางทาง คงจะออกไปตามอุษามังคะ เพราะตอนที่อุษาไปเขาขอไปด้วย แต่อุษาไม่ให้ไปเพราะเห็นว่าเขาไม่ค่อยสบาย ดีนะคะที่มาเจอทนต์ เพื่อนเก่าอุษาเข้าพอดี อุษาก็เลยให้
ช่วยพามาส่งที่บ้านนี่ล่ะค่ะ"

อุษาปั้นน้ำเป็นตัวแหลได้เป็นตุเป็นตะ อู๊ดจะไปตามหมองามมาดูอาการของพ่อ ถูกอุษายับยั้งไว้อ้างว่าดึกแล้วเดี๋ยวตนดูแลเองก็ได้

ooooooo

จนกระทั่งรุ่งสางวันใหม่ อุษานั่งหน้าหมองตาคล้ำอยู่ข้างๆกิติอย่างคนที่ไม่ได้นอนมาทั้งคืน เธอก้มดูผงสีขาวในห่อยาที่อยู่ในมือ นึกทบทวนคำพูดของทนต์ขณะมอบยาให้ก่อนช่วยกันพากิติมาส่งที่เรือนใหญ่

ทนต์บอกให้เธอเอายานี้ผสมลงไปในน้ำสมุนไพรที่เคย ให้แล้วจับกรอกปากกิติทันทีที่ฟื้น ยานี้ไม่ถึงตาย แต่หลอดเลือด หัวใจจะตีบอย่างเฉียบพลัน จะพูดไม่ได้ แล้วกล้ามเนื้อแขนขาก็จะหมดแรง พูดขู่ทิ้งท้ายว่า

"เธอต้องการให้เป็นอย่างนั้นอยู่แล้วไม่ใช่หรือ ถ้าไม่อยากมีความผิด เธอต้องปกปิดปากผัวเธอด้วยวิธีนี้"

เวลานั้นอุษาลังเล เธอหันมองกิติที่ยังนอนสลบอยู่แล้วตัดสินใจรับยานั้นมา และเช้านี้หลังจากคิดทบทวนแล้ว อุษาทำตามขั้นตอนที่ทนต์บอก เทยาใส่น้ำสมุนไพรคนจนเข้ากันแล้วกลับลังเลว่าจะทำดีหรือไม่

ขณะนั้นเอง กิติรู้สึกตัวขึ้นมา พอหันมาเห็นอุษาก็เปิด ฉากด่าทันทีทั้งบอกว่าจะไปฟ้องคุณหญิง จะประจานให้ขายหน้าจนต้องแทรกแผ่นดินหนี พลางจะลุกขึ้นจึงรู้ว่าตัวเองถูกอุษาจับมัดมือมัดเท้าไว้กับเตียงอย่างแข็งแรงแล้ว!

คำด่าคำขู่ของกิติ ทำให้อุษาตัดสินใจได้ทันที ลุกถือถ้วยยาเดินเข้าหากิติมองราวกับพญามัจจุราช

"คุณไม่มีโอกาสประจานฉันแล้วค่ะคุณกิติ แล้วก็...หมดสิทธิ์จะทำร้ายฉันอีกแล้วด้วย..."

พูดจบอุษาขึ้นคร่อมแล้วบีบปากกิติกรอกยาใส่ กิติดิ้นราวกับปลาช่อนถูกทุบหัวแต่ก็ไม่ทำให้แววตาเหี้ยมของอุษาอ่อนลงเลย

ooooooo

ดำเจอเด่นดาวที่ทางเดินไปเรือนบานเย็นแต่เช้า เธอบอกว่าจะมาเยี่ยมอู๊ดกับหมองาม ดำเลยชวนไปด้วยกันเพราะตนกำลังจะไปเยี่ยมหมองามพอดีเหมือนกัน

ที่ใต้ ต้นไทรใหญ่...อู๊ดกับไทรงามนั่งคุยกันอยู่ ไทรงามขอบคุณชายหนุ่มที่ช่วยตนทั้งที่ตัวเองก็เพิ่งถูกทำร้ายมา

ถาม เขินๆว่าแล้วตอนนี้อาการเป็นอย่างไรบ้าง ยังเจ็บปวดตรงไหนหรือเปล่า

อู๊ด ทำท่านึกๆแล้วชี้ไปที่ต้นคอ ต้นแขน ต้นขาและหน้าแข้ง บอกว่าเจ็บไปหมดทุกที่ จนไทรงามหัวเราะคิกออกมาบอกว่าแบบนี้ต้องเข้าเฝือกทั้งตัวแล้วกระมัง

"แต่ ตรงนี้เจ็บปวดที่สุดครับ" อู๊ดพูดต่อชี้ไปตรงหัวใจตัวเอง ไทรงามถึงกับหัวเราะค้างเขินจนแก้มแดง อู๊ดกุมมือไทรงามประคองไว้ในมือตัวเอง มองอย่างหวานซึ้ง

ดำกับเด่น ดาวมาถึงพอดี เห็นภาพนั้นพร้อมกัน ต่างชะงักกึก

"ผมรู้สึกเจ็บปวดที่ รู้ว่าหมองามถูกคนทำร้าย ถ้าเมื่อคืนหมองามเป็นอะไรไป ผมจะไม่มีวันให้อภัยคนที่ทำร้ายหมองามไปจนตลอดชีวิต" อู๊ดพูดต่อ ประคองมือไทรงามขึ้นมาจูบอย่างทะนุถนอม

ไทรงามก้มหน้าเขิน รู้สึกตัวเบาหวิวราวกับปุยเมฆที่ลอยฟ่องอยู่ท้องนภา

"ฉันพยายามตื่น มาที่นี่เร็วที่สุดแล้ว" เด่นดาวเอ่ยเสียงแผ่วหวิวในลำคอ

"ผมก็ เหมือนกัน แต่...มันคง...เร็วไม่พอ" เสียงดำร้าวลึกยิ่งกว่า

ooooooo

หลัง จากกรอกยาใส่ปากกิติแล้ว อุษาเอายาสมุนไพรไปให้คุณหญิงบอกว่าอุ่นกำลังดี คุณหญิงยกจิบแล้วถามว่ากิติเป็นยังไงบ้าง อุษาบอกว่ายังหลับนิ่งอยู่ ตื่นเป็นพักๆ แต่คงเพลียเลยขอนอนต่อ บอกคุณหญิงว่ากำลังจะเอาน้ำสมุนไพรไปให้ดื่มอยู่ เหมือน
กันจะได้ฟื้นตัวเร็วๆ

คุณหญิงเร่งให้รีบเอาไป อุษายิ้มหยันนึกในใจว่าช่วยเร่งให้ลูกตัวเองตายเร็วขึ้นแท้ๆ

เมื่อ เอายาสมุนไพรผสมยาผงไปที่ห้องนอนกิติ อุษาพูดหวานเอาใจว่าได้เวลาดื่มยาแล้ว กิติงัวเงียขึ้นมา พอเห็นอุษาถือถ้วยยามาเท่านั้น เขาเบิกตาโพลงตกใจสุดขีด พยายามดิ้นไม่ให้กรอกยา แต่ดิ้นอย่างไรร่างกายก็ไม่ขยับทั้งที่ไม่ได้ถูกพันธนาการไว้เลย

กิ ติอ้าปากพยายามส่งเสียงร้องขอความช่วยเหลือ ตะเบ็งอย่างไรก็ไม่มีเสียงออกมา เขารู้ทันทีว่าเกิดอะไรขึ้น มองอุษาด้วยความตระหนกสุดขีด ส่วนอุษาก็ยังคงยิ้มหวานพูดหวานแต่แววตาเหี้ยม

อุษากรอกยาใส่ปากกิติ อีก ครู่เดียวเขาก็นอนแข็งทื่อเป็นท่อนไม้ อุษายิ้มสะใจก่อนแผดเสียงกรี๊ดลั่นแล้ววิ่งออกจากห้องไปราวกับถูกผีหลอก วิ่งพรวดเข้าไปหาคุณหญิงพูดแทบไม่เป็นภาษา ปะติดปะต่อได้แค่ว่ากิติ...แล้วชี้ไปทางห้องนอนของกิติ

เห็นอาการของ อุษาแล้วคุณหญิงลุกเดินอ้าวไปที่ห้องลูกชายทันที หวินรีบตามไปบ้าง

ไทรงาม กำลังขอบคุณเด่นดาวที่มาเยี่ยมเยียนและกำลังจะแยกย้ายกันกลับ โดยเด่นดาวหันไปขอให้อู๊ดไปส่งตนที่วัดเพราะเจ้าคุณปู่อยู่ที่นั่น ดำรีบสนับสนุนและชวนไทรงามไปคลินิกกัน ทันใดนั้นหวินก็วิ่งหน้าเริดเข้าไปบอกเรื่องกิติ

อู๊ดได้ยินหวินบอก ก็เป็นห่วงพ่อ ทั้งหมดจึงพากันรีบไปที่เรือนใหญ่

ไทรงามตรวจร่างกาย ของกิติอย่างละเอียดในสภาพที่กิติตัวแข็งทื่อเป็นท่อนไม้อยู่บนเตียง ทุกคนเฝ้าดูอยู่อย่างเป็นห่วง อุษาเองก็ทำเป็นทุกข์ร้อนจนนั่งไม่ติด แต่ในใจนั้นแอบลุ้นให้ยาออกฤทธิ์เร็วๆ จนเมื่อไทรงามตรวจเสร็จ อุษารี่เข้าไปถาม

"เป็นอย่างไรบ้างแม่งาม"

"ดิฉันคิดว่าคุณกิ ติน่าจะเป็น...อัมพาตค่ะ"

อุษายกมือปิดหน้าร้องไห้โฮทันที ส่วนคุณหญิง อู๊ด เด่นดาวและหวินทุกคนช็อก!

กิตินอนนิ่งไม่ไหวติง มีแต่น้ำตาที่ไหลออกมาทางหางตาเป็นสาย...

ooooooo

หวินนำข่าว ร้ายนี้ไปแจ้งแก่สมาชิกที่เรือนบานเย็น ทั้งบานเย็นและดำต่างพากันสลดใจ ดำกังวลว่าใครจะเป็นคนปรนนิบัติดูแลกิติต่อไป หวินท้วงติงว่าเรื่องนั้นไม่มีปัญหา แต่ที่จะมีปัญหาคือเรื่องสมบัติของกิติ มือขยับไม่ได้อย่างนี้จะเซ็นอะไรก็ไม่ได้
และเวลานี้คุณหญิงก็ให้เพิ่มไปตามคุณเจนที่พระนครแล้ว

"คนเรา...จน ไม่มีจะกินก็กลุ้ม รวยจนล้นฟ้าก็ยังมีเรื่องให้ต้องกลุ้มอีก...เฮ้อ..." ดำบ่น มองหน้าใครก็มีแต่สีหน้าละเหี่ยใจ

เมื่อตรวจอาการจนแน่ใจแล้ว ว่ากิติเป็นอัมพาต ไทรงามแนะนำการดูแลคนป่วยว่า

"ในช่วงแรก ภาวะจิตใจคนไข้สำคัญที่สุด คนไข้อาจจะเกรี้ยวกราดตลอดเวลา นั่นเป็นเพราะว่ายังทำใจและปรับตัวไม่ได้กับสภาพที่เป็นอยู่ เพราะฉะนั้นคนดูแลจะต้องเข้าใจ ไม่อย่างนั้นจะเครียดด้วยกันทั้งสองฝ่าย"

"แค่ ฟังก็เครียดแล้ว" อุษาแทรกขึ้น ไทรงามมองหน้าอุษาแว่บหนึ่งแล้วอธิบายต่อ

"ต้อง ค่อยๆปรับตัวตามคนไข้และดูแลด้วยความอดทนและเมตตาจริงๆค่ะ ส่วนเรื่องกายภาพบำบัด ดิฉันจะขึ้นมาทำให้ตอนเช้าก่อนไปทำงาน แต่ระหว่างวัน คนดูแลก็ต้องคอยบริหารกล้ามเนื้อแล้วก็คอยพลิกตัวให้คนไข้ด้วยนะคะ"

อู๊ด บอกคุณหญิงว่าตนจะดูแลพ่อช่วงก่อนและหลังกลับจากทำงาน คุณหญิงหันไปพูดกับอุษาว่า

"ดีนะที่หล่อนกับตาอ๊อดไม่ได้ทำงานทำการ อะไร พอจะสลับกันดูแลได้"

อุษาเกี่ยงให้บ่าวไพร่มาช่วยกันดูแล คุณหญิงย้อนเอาว่าใครจะดีเท่าคนในครอบครัว หรือเธออยากจะดูแลเฉพาะเรื่องเงินทองของกิติเท่านั้น เรื่องขี้เยี่ยวไม่แตะ อุษาเลยทำเป็นพูดเสียงอ่อนทั้งที่ใจแทบลุกเป็นไฟว่า

"ค่ะ ถ้าอย่างนั้นอุษาขออนุญาตไปตามตาอ๊อดมาช่วยกันทำหน้าที่ก่อนก็แล้วกัน" ว่าแล้วลุกบิดจะกูดไปเลย คุณหญิงเห็นแล้วเหนื่อยใจ

อู๊ดหันมาสบตา ไทรงามอย่างขอบคุณ เธอหลบตาเขินๆ

ooooooo

อ๊อดเพิ่งกลับมา เจออุษาเดินหน้าบอกบุญไม่รับตรงเข้าหาถามว่าไปไหนมารู้ไหมว่าที่บ้านโกลาหล กันแค่ไหน อ๊อดเดาว่าเรื่องเมื่อคืนใช่ไหม ตนก็อยากรู้เหมือนกันว่าใครไปช่วยอู๊ดออกมา

เมื่ออุษาบอกว่าเรื่อง ใหญ่ที่ว่าคือตอนนี้คุณพ่อเป็นอัมพาตลุกนั่งก็ไม่ได้ พูดก็ไม่ได้ ฟังแล้วอ๊อดย้อนถามเหมือนทองไม่รู้ร้อนว่าทำไมคุณแม่ต้องตื่นเต้นขนาดนี้ เป็นแบบนั้นก็ดีแล้วจะได้ไม่ต้องไปหาเหล้ากินที่ไหน แล้วบอกว่า

"เรื่อง ใหญ่ของผมมีเรื่องเดียวคือ ใครมันบังอาจช่วยไอ้อู๊ดจนทำให้หมองามหลุดมือผมไปได้"

อุษาบอกว่าใบ้ เป็นคนช่วย อ๊อดเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟันถามอุษาว่าแล้วตอนนี้ทนต์อยู่ไหน อุษามองอ๊อดหวั่นๆว่าจะก่อเรื่องอะไรอีกแล้ว

ooooooo

ระหว่าง ที่เด่นดาวไปเยี่ยมอู๊ดกับไทรงามนั้น เจ้าคุณยงยศไปกราบท่านพระครูที่วัดเพื่อจะถามถึงสิ่งที่ท่านติดใจและตามหามา นาน เมื่อเล่าให้พระครูฟังแล้ว ท่านถามว่า

"โยมเจ้าคุณฯก็เลยคิดว่า ลูกหลานโยมมาปักหลักอยู่ที่ไทรโศกนี่"

"ขอรับพระคุณเจ้า ลูกชายของกระผมออกจากบ้านมาเกือบ 25 ปี กระผมเคยให้ลูกน้องออกตามหาแต่ก็ไม่เจอ แต่มีคนบอกว่าเคยเห็นลูกชายผมกับเมียเขาหลบมาอยู่แถวนี้"

พระครูก็ ยังคิดไม่ออกว่ามีใครมาหลบอยู่แถวนี้ แนะนำ ยายอ่อนที่กำลังยกน้ำมะตูมเข้ามาถวายว่าเป็นคนเก่าแก่ที่นี่เหมือนกันให้ลอง ถามดู เผื่อยายอ่อนจะรู้เบาะแส

ยายอ่อนฟังแล้วหันมองหน้าเจ้าคุณฯ อย่างสงสัยว่าเป็นใคร

ooooooo

เวลาใกล้เคียงกันนั้น ทนต์ปลอมตัวเป็นบุรุษไปรษณีย์ไปถามเด็กแถวนั้นว่าบ้านยายอ่อนกับใบ้อยู่ ที่ไหน พอเด็กชี้ไปที่หลังวัด ทนต์ในคราบบุรุษไปรษณีย์ก็ปั่นจักรยานตรงไปที่บ้านนั้น

เวลาเดียวกัน นั้น ที่ชานเรือนใหญ่ คุณหญิงกำลังไต่สวนอ๊อดเรื่องที่นัดอู๊ดไปแล้วอู๊ดถูกทำร้ายว่าตอนนั้นอ๊อด หายไปไหน อ๊อดโกหกหน้าตายว่าถูกตีหัวจนสลบไปเหมือนกัน

คุณหญิงไต่สวน อย่างไรอ๊อดก็โกหกไปเรื่อยจนคุณหญิงจับโกหกไม่ได้ สุดท้ายอ๊อดโยนความผิดให้ใบ้ ถามคุณหญิงว่าทำไมไม่มีใครคิดว่าใบ้เป็นคนลงมือบ้าง ใส่ไฟว่า

"มัน อาจจะทำร้ายเราทั้งคู่จนสลบก่อนจะขโมยกระเป๋าเงินแล้วก็ปลดสร้อยกับแหวน นามสกุลของอ๊อดไป"

"มันคงทำอย่างที่ตาอ๊อดว่าแล้วแกล้งปั้นหน้าเป็น คนดีเสี่ยงชีวิตเข้าไปช่วยตาอู๊ดไว้ล่ะคะ" อุษาผสมโรงกับอ๊อด จนคุณหญิงนิ่งคิด

อ๊อดกับอุษาวางแผนไว้อย่างดีแล้ว ดังนั้น ขณะที่อู๊ด เด่นดาวกำลังจะกลับเดินผ่านใบ้ที่พรวนดินต้นมะลิอยู่ อู๊ดเข้าไปยกมือไหว้ขอบคุณใบ้ที่ช่วยตนไว้ พริบตานั้นเอง ไม้ท่อนหนึ่งก็ฟาดเข้ากลางหลังใบ้จนใบหน้าคว่ำ!

อ๊อดนั่นเอง อ๊อดพุ่งเข้าไปจะซ้ำถูกอู๊ดขวางไว้ พร้อมกับที่อุษาและคุณหญิงเดินเข้ามาสมทบ

อุษาป้ายสีทันทีว่าใบ้เป็น คนวางแผนทำร้ายอู๊ดกับอ๊อด บานเย็นเถียงว่าใบ้ไม่ใช่คนอย่างนั้น ถูกอุษาแคะไค้ทันทีว่า

"แหม ออกรับแทนกันดีนักนะ อยากรู้ไหมล่ะว่าเพราะอะไร ตาอู๊ด หมองาม"

บานเย็นตกใจอ้อนวอนอุษา อย่าพูด ระหว่างนั้นอ๊อดฉวยโอกาสเตะหน้าใบ้จนเลือดกบปาก ไทรงามพุ่งเข้าไปขวางอย่างโกรธจัด ถามว่าเอาหลักฐานอะไรมาปรักปรำใบ้ว่าทำเรื่องเลวๆแบบนั้น

"นายใบ้ ไม่มีวันทำร้ายคุณอู๊ดได้ คุณหญิงก็รู้อยู่แก่ใจนี่คะ" บานเย็นปกป้องใบ้

"แต่ กระเป๋าเงินกับสร้อยทองแล้วก็แหวนนามสกุลของตาอ๊อดหายไป" คุณหญิงจาระไน

ดำ ท้าว่าถ้าของอยู่ที่ใบ้จริงตนยอมกราบตีนอ๊อดทันที  แต่ถ้าไม่มีอ๊อดก็ต้องกราบขอโทษใบ้ด้วยเหมือนกัน

อุษาสั่งให้ค้นตัว ใบ้ ปรากฏว่าไม่พบของที่ว่านั้น พอดำบอกให้อ๊อดกราบขอโทษใบ้ อ๊อดก็พาลว่าไม่มีโจรคนไหนเอาของที่ขโมยมาได้ซ่อนไว้กับตัว ตะคอกถามใบ้ว่า "บ้านมึงอยู่ไหน!"

ooooooo

หลังจากเจ้าคุณฯซักถามยายอ่อนแล้ว ปรากฏว่ายายอ่อนก็ไม่รู้เหมือนกันว่าพ่อแม่ที่แท้จริงของไทรงามเป็นใคร เพราะพ่อแม่เธอถูกฆ่าตายขณะเธออายุไม่ถึงเดือน  และบานเย็นเอามาเลี้ยงไว้

"คน ที่รู้เรื่องนี้มีเพียงไม่กี่คน  แล้วทุกคนก็ไม่เคยแพร่งพรายให้ใครรู้ หมองามเธอเป็นเด็กน่ารัก เป็นคนดี แล้วเธอก็รักคุณเย็นมาก อิฉันนึกไม่ออกเลยว่า ถ้าเธอรู้ว่าคุณเย็นไม่ใช่แม่  เธอจะเสียใจสักแค่ไหน"  ยายอ่อนพูดในตอนท้าย ทำให้เจ้าคุณฯได้แต่
ถอนใจ ทั้งๆที่เชื่อในสัญชาตญาณของตัวเองแต่ก็ไม่มีหลักฐานอะไรมาพิสูจน์ได้

เวลา เดียวกันนั้น อ๊อดกับอุษากำลังเข้าไปรื้อข้าวของในห้องใบ้เพื่อหาหลักฐานตามที่กล่าวโทษ ใบ้ไว้  แต่หาจนทั่วก็ไม่พบ จนอ๊อดแอบถามอุษาว่า "ไอ้ทนต์มันเอาไปซ่อนไว้ที่ไหน"

อุษาเริ่มงุ่นง่าน  สายตาเหลือบเห็นข้องใส่ปลาที่แขวนข้างฝา  อุษาปรี่เข้าไปกระชากข้องออกมาเทกลางห้อง  ของทั้งหมดที่อ๊อดว่าใบ้ขโมยมาร่วงกราวลงที่พื้นต่อหน้าทุกคน!

ขณะ ที่ทุกคนกำลังตะลึงงันอยู่นั่นเอง อ๊อดพุ่งเข้าชกหน้าใบ้เต็มแรงด่าว่าปล้นตนและทำร้ายตน  เท่านั้นไม่พอ  คว้าหวายที่เหน็บอยู่ข้างฝาฟาดใส่ใบ้ไม่ยั้งอีกจนแขนขาใบ้เป็นรอยแตกไปหมด

"พอที เถอะครับพี่อ๊อด" อู๊ดทนดูไม่ได้วิ่งเข้าไปห้าม

เด่นดาววิ่งไปจากตรง นั้นไปที่กุฏิท่านพระครู  บอกเจ้าคุณปู่และกราบนิมนต์ท่านพระครูนิมนต์รีบไปโปรดสัตว์ด้วย

ooooooo

เมื่อ ค้นได้ของกลางแล้ว  อุษาได้ทีขี่แพะไล่ตะคอกถามว่าใบ้ยังจะปากแข็งอยู่อีกหรือ  พุ่งเข้าไปตบใบ้ อู๊ดรั้งไว้  อ๊อดฉวยโอกาสนั้นกระโดดถีบใบ้จนก้นกระแทกพื้นแล้วตามชกซ้ำ คว้าหวายจะหวดอีก

"หยุดเดี๋ยวนี้นะ!! บ้านเมืองมีขื่อมีแป ไม่ใช่คิดว่าใครเป็นขโมยแล้วจะเฆี่ยนกันให้ตายคามือแบบนี้ได้!!" ไทรงามเข้าไปขวาง

พอดีพระครูท่านมาถึงเข้าไปขอบิณฑบาตอย่ามีเรื่องมี ราวกันในวัดเลย ส่วนยายอ่อนเห็นหลานชายเนื้อตัวแตกยับเยินเลือดกบปากก็โผเข้าไปดูหลาน

"ถ้า นายใบ้ทำผิดจริงอย่างที่ถูกกล่าวหา เราต้องส่งตัวให้ทางการดำเนินคดีไปตามขั้นตอน จะตั้งศาลเตี้ยพิพากษาลงโทษกันเองไม่ได้นะหลาน มันผิดกฎหมาย" เจ้าคุณฯเตือนสติอ๊อด

ดำเห็นด้วยให้ตำรวจเป็นคนจัดการเพราะตนเชื่อ ว่าใบ้เป็นคนบริสุทธิ์  คุณหญิงนั่งมึนอยู่พักใหญ่ก็โยนกลองว่าจะจัดการอย่างไรก็เอาเถอะ  ตนปวดหัวเต็มทนแล้ว  ว่าแล้วก็วางปึ่งไม่สนใจ

อุษากับอ๊อดสบตากัน อย่างวิตกแล้วอุษาก็ทำเป็นอ่อนข้อให้ว่า เห็นแก่บานเย็นครั้งนี้ตนยกโทษให้ใบ้ครั้งหนึ่ง แต่ถูกเด่นดาวแย้งว่า

"ถ้า คุณป้าคิดว่าน้าใบ้ทำผิดก็น่าจะปล่อยให้กฎหมายลงโทษนะคะ  ทำไมต้องเห็นแก่น้าเย็นด้วย"

"ลองถามน้าเย็นเองสิคะว่าทำไม ตาอ๊อดกลับบ้าน  ไปค่ะคุณแม่" อุษาหาทางออกง่ายๆ

อุษาวางเพลิง บานเย็นแล้วก็พาทั้งคุณหญิงและอ๊อดกลับไป ทุกคนได้แต่มองใบ้อย่างสงสาร ทุกคนเชื่อว่าใบ้ไม่ได้ทำผิด

ooooooo

เดินกลับมาถึงเรือนใหญ่ แล้ว อู๊ดก็ยังบอกว่าตนไม่เชื่อว่าใบ้จะทำเรื่องอย่างนี้ อ๊อดใส่ความว่าใบ้ อาศัยความพิการของตัวเองทำเรื่องแล้วเบี่ยงเบนใส่ คนอื่น ด่าอู๊ดว่าใบ้นั้นฉลาดแต่อู๊ดมันโง่!

"เอาเถอะ ในเมื่อของก็ได้คืนมาครบ แล้วเราเองก็ไม่อยากเอาเรื่องเขาก็ควรหยุดพูดเรื่องนี้กันเสียที ย่าปวดหัว" คุณหญิงบอกทุกคน

ทันใดนั้นเอง หวินวิ่งมาบอกว่ากิติสำลักข้าว ทุกคนจึงไปที่ห้องนอนของกิติ เห็นกิติไออย่างรุนแรง อุษาทำเป็นห่วงใยถลาเข้าไปถามว่าสำลักข้าวหรือ ทันใดนั้นกิติไอและอาเจียนออกมารดอุษาเข้าเต็มๆ อุษาแทบจะบ้าทำท่าขยะแขยงวิ่งออกจากห้องไป

ทั้งอุษาและอ๊อดต่าง รังเกียจสภาพของกิติ มีแต่อู๊ดคนเดียวเท่านั้นที่อาสาดูแลพ่อ บอกให้คุณย่าไปพักผ่อนเสียเพราะเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว พลางทำความสะอาดและประคองกิติลงนอนอย่างเบามือ

กิติน้ำตาไหลด้วยความ สะเทือนใจที่อู๊ดดูแลตนอย่างดีผิดกับลูกแท้ๆและเมียตัวเองที่ไม่ดูดำดูดีเลย

ooooooo

ที่ ห้องพักยายอ่อนกับใบ้ ยายอ่อนเก็บข้าวของที่ถูกรื้อกระจัดกระจาย ในขณะที่ไทรงามทำแผลให้ใบ้ อย่างสะเทือนใจ

เด่นดาวถามเจ้าคุณปู่ อย่างคาใจว่าทำไมอุษากับอ๊อดถึงไม่เอาเรื่องใบ้ขึ้นมาเสียเฉยๆ ทั้งๆที่ตอนแรกทำราวกับเรื่องใหญ่ เรื่องโตมาก ดำบอกว่าพวกนั้นอาจรู้แก่ใจดีว่าใบ้ไม่ได้ทำกระมัง

เมื่อทุกคนเชื่อ ว่าใบ้ถูกใส่ความ ดำเสนอว่าถ้าอย่างนี้เราต้องหาหลักฐานมาพิสูจน์ให้ได้ บานเย็นถามว่าเราจะไปหาหลักฐานได้ที่ไหน

ยายอ่อนนิ่งฟังแล้วลุกไปยกก ระดานพื้นแผ่นหนึ่งขึ้น ล้วงมือลงไปเอาปืนขึ้นมากระบอกหนึ่งบอกว่า

"เจ้า ใบ้มันเอามาจากโจรพวกนั้นตอนที่บุกเข้าไปช่วยคุณอู๊ดค่ะ มันเอามาฝากให้อิฉันเอาไปให้ผู้ใหญ่บ้าน"

"ฉันจัดการเอง" เจ้าคุณยงยศรับปืนไป ทำให้ทุกคนในที่นั้นต่างมีความหวังขึ้นมา

ooooooo

อู๊ด ยังติดใจไม่หาย   บอกอุษาว่าอะไรบางอย่างทำให้ตนไม่เชื่อว่าใบ้จะทำเรื่องเลวๆอย่างนั้น

อุษา ใส่ไคล้ว่าใบ้เป็นคนตีสองหน้าเก่ง แล้วปั้นน้ำเป็นตัวว่าใบ้เคยหลงรักตนและเคยลวนลามตอนที่ตนแต่งงานกับกิติ ใหม่ๆ และบานเย็นก็หลงรักกิติ เคยเสนอตัวกับกิติถึงห้องนอนตอนที่ตนตั้งท้องอู๊ดอยู่ด้วยซ้ำไป เล่าแล้วก็ร้องไห้ราวกับอัดอั้นมานาน

กิตินอนฟังอยู่ เขาคิดไม่ถึงว่าอุษาจะร้ายกาจถึงเพียงนี้ แต่พูดไม่ได้จึงได้แต่นอนตาปริบๆ

อุษา ทำเป็นเสียอกเสียใจลุกเดินร้องไห้ออกจากห้องนอนกิติ แต่พอพ้นสายตาอู๊ดก็ยิ้มร้ายแล้วเปลี่ยนเป็นดีใจเมื่อเห็นคุณเจนนั่งอยู่กับ คุณหญิงที่ชานบ้าน

อุษารีบเสนอหน้าเข้าไปทักทายคุณเจน ทำเป็นพูดออกตัวว่าที่จริงไม่อยากเร่งรัดอะไรแต่เพราะพรุ่งนี้จะสิ้นเดือน แล้ว ตนกลัวมีปัญหาเรื่องการเบิกจ่ายเงินเดือนเพราะจู่ๆกิติก็ขยับมือไม่ได้แล้ว

คุณ เจนบอกว่าตนทราบแล้วถึงได้เลื่อนนัดรายอื่นๆเพื่อมาที่นี่ก่อน

"นอกจาก เงินเดือน เงินปันผลจากที่นาไทรโศกแล้วก็ค่าเช่าตึกที่พระนครแล้ว ยังมีอะไรที่อุษาต้องเซ็นรับแทนคุณกิติอีกไหมคะ" อุษาเสนอหน้ากระดี้กระด้า แล้วก็ต้องแปลกใจเมื่อคุณเจนบอกว่าเธอไม่ต้องเซ็นอะไรมีหน้าที่นั่งรับเงิน อย่างเดียว

"อ้าว...ถ้าไม่ต้องเซ็นแล้วจะรับเงินได้ยังไงคะ" อุษาสงสัย

พอดีบานเย็นเดินขึ้นมา คุณหญิงบอกให้นั่ง พร้อมๆกับที่คุณเจนตอบอุษาว่า

"ได้สิครับ ในเมื่อมีคนเซ็นให้" พลางส่งเอกสารให้ บานเย็น "ช่วยเซ็นเอกสารด้วยครับหนูเย็น" บานเย็นถามว่าเอกสารอะไร คุณเจนชี้แจงว่า "เอกสารรับมอบอำนาจในการจัดการเรื่องนิติกรรมต่างๆแทนคุณกิติครับ"

"นี่...หมายความ ว่ายังไง" อุษาหน้าตึงเสียงแหลม

"คนที่รับมอบอำนาจเซ็นเอกสารแทนสามี ได้คือภรรยาที่จดทะเบียนสมรสตามกฎหมาย ซึ่งก็คือหนูบานเย็นเท่านั้นครับ" คุณเจนชี้แจง

อุษาช็อกตาค้างไปเลย

ooooooo

หลังจาก นั้น อุษาแอบไปพบทนต์ในที่ลับตาที่ไทรโศก เล่าให้ทนต์ฟังอย่างโกรธแค้นว่า

"ไม่ใช่ แค่เงินเดือนอย่างเดียว แต่มันหมายถึงเงินจากรายได้ทุกอย่าง  ถ้ามันไม่เซ็นอุษาก็ไม่ได้  ชีวิตของอุษาต้อง ขึ้นอยู่กับอีขี้เรื้อนนั่นอย่างนั้นเหรอ!!!"

ทนต์ได้แต่พูดว่า เธอกับบานเย็นคงทำเวรทำกรรมร่วมกันมาเยอะ อย่าคิดอะไรมากเลย

"อุษา จะเอายาพิษกรอกปากมัน!"

"ทำอย่างนั้น เธอก็ได้แต่เงิน แต่คุณอ๊อดไม่มีวันได้ สมหวังกับหมองาม เพราะดูหมองามจะปักใจรักเจ้าอู๊ดไปแล้ว"

"แล้วทำยังไงถึงจะได้ทั้ง เงินแล้วตาอ๊อดก็สมหวังด้วยล่ะ"

ทนต์ยิ้มเย็นเยียบอย่างร้ายกาจ!

ooooooo

ตอนที่ 13           (ต่อจากวานนี้)

ท่านเจ้าคุณฯส่งปืนให้คุณเจนต่อหน้าเพิ่ม บอกคุณเจนว่าเรื่องรอยนิ้วมือคงตรวจยากเพราะหยิบจับกันมาหลายมือแล้ว แต่อยากให้คุณเจนช่วยสืบว่าใครเป็นเจ้าของปืนกระบอกนี้

คุณเจนรับปืนและรับคำ เพิ่มถอนใจพึมพำว่าตนไม่อยู่ แค่ไม่ถึงวันทำไมถึงเกิดเรื่องมากมายขนาดนี้ก็ไม่รู้ พูดอย่างโล่งใจว่า

"ยังดีที่เขาไม่จับไอ้ใบ้เข้าซังเต ไม่งั้นบ้านไทรโศกก็ต้องเสียคนดีๆไปอีกคน" คุณเจนฟังแล้วเปรยๆว่าดูท่าทางเพิ่มมั่นใจมากว่าใบ้ไม่ใช่คนร้าย เพิ่มเลยย้ำยืนยันว่า "ครับ ไอ้ใบ้มันไม่มีวันทำร้ายคุณอู๊ดหรือแม้แต่คุณอ๊อดได้หรอกครับ ผมมั่นใจ"

เด่นดาวเดินมาจะทักทายแขก หูแว่วๆว่าคุยกันเรื่องไทรงามอยู่เลยแอบฟัง ได้ยินเจ้าคุณฯหันไปทางเพิ่มเหมือนจะถามอะไรแล้วอึกอักไม่พูด คุณเจนเลยพูดแทนว่า

"เรื่องหมองามใช่ไหมครับ ผมเล่าให้คุณเพิ่มฟังแล้วครับว่าท่านต้องการทราบเรื่องอะไร ผมกำลังให้ลูกน้องตามสืบให้อยู่ครับ คิดว่าอีกไม่นานเราน่าจะได้เบาะแสอะไรเพิ่มเติมบ้าง"

"ขอบใจนะ" เจ้าคุณเอ่ยด้วยความหวัง

เด่นดาวรู้สึกน้อยใจขึ้นมาเมื่อเจ้าคุณปู่ให้ความสำคัญกับไทรงามมากผิดสังเกต เธอเลยเดินกลับเข้าห้องไป พอดีดำหิ้วปิ่นโตขึ้นบ้านมาบอกว่า "แม่ให้เอากับข้าวมาส่งครับท่าน"

ooooooo

ดำส่งปิ่นโตเสร็จเดินคุยกับเด่นดาวมาตามทางเดินในสวน ดำทักว่า ดูท่าทางเธอไม่ค่อยสบายใจมีอะไรเล่าให้ฟังได้นะเผื่อตนจะช่วยได้บ้าง  เด่นดาวจึงเล่าอย่างเปิดเผยว่า

"ฉัน...อึดอัดใจ ไม่เข้าใจว่าทำไมเจ้าคุณปู่ถึงได้สนใจใส่ใจหมองามนัก ทำไมพี่อู๊ดถึงไม่พยายามหักใจตัดใจจากหมองาม ทั้งๆที่ก็รู้ว่าเธอเป็นว่าที่คู่หมั้นของพี่อ๊อด"

ดำดักคอว่านั่นคือความอิจฉาไทรงาม เด่นดาวเถียงว่าไม่ใช่ ตนไม่ได้อิจฉา ดำตัดบทว่า

"นั่นล่ะ เขาเรียกว่าอิจฉา คุณกลัวว่าคนที่คุณรักจะไปรักคนอื่นที่ไม่ใช่คุณ คุณกลัวการสูญเสีย"

"แล้วทำไมฉันต้องเป็นฝ่ายสูญเสีย ในเมื่อเจ้าคุณปู่ เป็นปู่แท้ๆของฉัน แล้วฉันก็คบกับพี่อู๊ดมาก่อนพี่อู๊ดจะรู้จักหมองาม..." เด่นดาวพูดอย่างอัดอั้น

"คุณไม่ได้สูญเสีย แต่คุณไม่เข้าใจความหมายของคำว่า "รัก"คุณไม่รู้ว่าความรักที่แท้จริงมันเป็นยังไง"

"ฉันรู้..."

"คุณไม่รู้...ความรักของคุณมันก็แค่การได้จับจองได้เป็นเจ้าของโดยไม่สนใจความรู้สึกของอีกฝ่ายว่าจะเป็นยังไง สำหรับผมนั่นมันคือความเห็นแก่ตัว ไม่ใช่ความรัก"

เด่นดาวเจ็บจี๊ดเหมือนถูกมีดกรีดใจ เธอหันขวับไปตบหน้าดำเพียะ! ดำอึ้งไปชั่วขณะ พอตั้งสติได้ก็ดึงเธอเข้าไปจูบอย่างรุนแรงหนักหน่วงเสมือนหนึ่งลงโทษความดื้อรั้นของเธอ แต่ลึกๆแล้วแอบแฝงความปรารถนาในหัวใจของตัวเอง

หนุ่มสาวอยู่ในภวังค์นั้น ดิ่งด่ำเนิ่นนาน  จนเมื่อเด่นดาวรู้สึกตัว เธอผลักดำออกตบหน้าเขาอีกครั้งก่อนจะวิ่งน้ำตาคลอไป

ดำสติกลับคืนมาเช่นกัน  เขายืนนิ่งรู้สึกเสียใจกับการกระทำด้วยอารมณ์ชั่ววูบของตัวเอง

ooooooo

คืนเดียวกัน...ที่ท่าน้ำบ้านไทรโศก  อู๊ดนั่งทอดสายตาไปที่ลำน้ำอย่างเศร้าสร้อย  ไทรงามเดินเล่นผ่านมาเห็น   เธอเข้าไปทักด้วยความห่วงใยว่าท่าทางเขาจะเหนื่อยมาก  ชายหนุ่มยิ้มเจื่อนๆให้  ตอบเบาๆว่านิดหน่อยครับ

ไทรงามหยอกว่าดูจากท่าทางแล้วไม่น่าจะนิดหน่อย เขาเลยหยอกกลับว่าลืมไปว่ากำลังคุยอยู่กับหมอเลยถูกจับได้อยู่ดี

"บอกได้ไหมคะว่าเรื่องอะไร"  ไทรงามถามอย่างคนรู้ใจกัน

อู๊ดนิ่งเงียบไปอย่างไม่รู้จะบอกอย่างไร  เพราะเรื่องที่เขาไม่สบายใจนั้นมีเรื่องบานเย็นเกี่ยวข้องด้วย  ขณะหนุ่มสาวต่างนิ่งเงียบกันอยู่นั่นเอง อ๊อดเดินออกมาเห็นพอดี  อึดใจต่อมาไทรงามเอ่ยอีกว่า

"ถ้าคุณไม่อยากพูดก็ไม่เป็นไร ฉันเข้าใจ  แต่อยากจะให้คุณรู้ไว้อย่างหนึ่งนะคะ  ไม่ว่าจะสุขหรือทุกข์ ฉันก็พร้อมจะยืนเคียงข้างคุณและเป็นกำลังใจให้คุณเสมอ"

พูดแล้วไทรงามกุมมืออู๊ดบีบเบาๆอย่างยืนยันความจริงใจ  ชายหนุ่มตื้นตันใจโผเข้ากอดเธอไว้อย่างคนที่พบไออุ่นในยามหนาวเย็น

อ๊อดเห็นภาพนั้นเต็มตาทำเอาแทบแดดิ้น พรวดเข้าไปกระชากอู๊ดออกมาชกเต็มแรงด่ากราด

"แกหยามน้ำหน้าฉันอีก แล้วนะไอ้อู๊ด...หมองามเป็นคู่หมั้นฉัน แกลืมไปแล้วเหรอ"

"ใครเป็น คู่หมั้นคุณ ฉันยังไม่ได้รับหมั้นคุณนะคุณอ๊อด!!" ไทรงามโต้อย่างทนไม่ได้

อ๊อด เสียหน้าด่าไทรงามว่าติดใจรสสัมผัสของอู๊ด ทำให้อู๊ดต้องออกมาขอให้หยุดก้าวร้าวไทรงามเสียที อ๊อดถูกรุมว่า เลยพูดอาฆาตว่า

"รักกันจริงนะ แกคอยดูก็แล้วกันว่าใครจะได้แต่งงานกับหมองาม"

"ฉันจะแต่งกับใคร ก็ได้ที่ไม่ใช่คุณ  ต่อให้ผู้ชายทั้งโลกเหลืออยู่แค่คุณเพียงคนเดียว ฉันก็ไม่มีวันแต่งงานกับคุณ!! คุณอ๊อด!!"

อ๊อดเดือดเลือดพล่านไปทั้ง ตัว  ทำอะไรไทรงามไม่ได้ ก็ได้แต่กำหมัดแน่นก่อนเดินหนีไปอย่างสุดแค้น อู๊ดกับไทรงามมองตามอ๊อดแล้วหันมองหน้ากันอย่างหนักใจ

ooooooo

คืน เดียวกันนี่เอง อุษาออกไปหาทนต์ที่กระท่อมร้าง สำเริงสำราญกันจนอิ่มแล้วจึงพากันเดินกลับ อุษาอ้อยอิ่งอยู่ในวงแขนของทนต์ซบหน้ากับไหล่ทนต์เหมือนยังมีอารมณ์ค้างอยู่

อ๊อด เดินหัวเสียกลับมาเจอเข้าจังๆ  เขาโกรธแค้นเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ พูดกระแทกประชดว่า

"ที่บ้านมีแต่ซากอยู่บนเตียงรึไงครับ  ถึงต้องออกมาเดินควงนักเลงอยู่แถวนี้"

อุษาแทบช็อกผละจากทนต์แก้ตัว ไม่เป็นภาษา ทนต์เลยแก้ต่างแทนอุษาอย่างไม่สะทกสะท้านว่าอุษาไปธุระที่ตลาดจนค่ำมืดแล้ว เลยเดินมาส่งในฐานะเพื่อนเก่า ไม่มีอะไรหรอก

"ก็ลองมีอะไรดูสิ กูไม่เอามึงไว้แน่..." อ๊อดเข้าไปผลักอกทนต์จ้องหน้าอย่างท้าทายก่อนจะเดินหุนหันไป อุษาตะโกนเรียกอ๊อดก็ไม่หยุด เลยหันถามทนต์ว่าจะทำอย่างไรดี

"ปล่อย ไปก่อน ดีนะที่เป็นลูกเธอ ไม่งั้นโดนอัดสลบคาตีนไปแล้ว" ทนต์ขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน

อุษาไม่สบายใจเมื่อเห็นชู้กับลูกเขม่นเข่น เขี้ยวกัน

ooooooo

เมื่อกลับถึงเรือนใหญ่อย่างหงุดหงิด งุ่นง่าน อุษา ยังถูกคุณหญิงกระแนะกระแหนว่าไปไหนมาปล่อยให้หวินเฝ้ากิติอยู่ข้ามวันข้าม คืน อุษากำลังหัวเสียเลยถามประชดว่าทำไมไม่เรียกเมียเบอร์ 1 มาเฝ้าเล่าปล่อยให้นอนกอดทะเบียนสมรสอยู่ทำไม

"เย็นมันอยู่ดูแลมา ทั้งวัน เพิ่งจะลงไปเมื่อกี้ หรือใจคอหล่อนอยากจะเฝ้าผัวแค่ตอนที่กระดิกตัวทำอะไรให้หล่อนได้แค่นั้น จะระริกระรี้ไปไหนก็นึกถึงผัวที่นอนป่วยอยู่กับบ้านบ้าง ไม่ใช่สักแต่จะร่วมสุขแต่ปัดความทุกข์ให้เป็นภาระของคนอื่น สักวัน...สมบัติผัวจะตกเป็นของคนอื่นไปด้วย ระวังให้ดีเถอะ!"

ทั้ง ด่าทั้งขู่ แล้วคุณหญิงก็เดินกลับเข้าห้องตัวเอง อุษาจิกมองตามทำปากด่าขมุบขมิบไปด้วย

ส่วนอ๊อด เมื่อผละจากอุษากับทนต์แล้วก็บ่ายหน้าไปที่ร้านของเสี่ยโอ ปีนหน้าต่างเข้าห้องอัมไปนอนเอกเขนกรออยู่ที่เตียง พออัมอาบน้ำออกมาเห็นเธอถามอย่างไม่พอใจว่า "แกเข้ามาได้ยังไง"

อ๊อด ยิ้มกวนประสาทมองไปที่หน้าต่าง อัมโกรธจัดหันจะวิ่งออกจากห้อง อ๊อดขู่ว่า

"ถ้า เธอออกไป ฉันก็จะกลับแล้ววกมาเคาะประตูเรียกเธอที่หน้าบ้าน แล้วถ้าเตี่ยเธอถามว่ามาหาใคร ฉันก็จะบอกว่า...มาหาเมีย...ดีไหม"

อัม จำต้องหยุดอยู่แค่นั้นด้วยความแค้นใจ อ๊อดเดินไปกอด ลากเธอกลับมาที่เตียง ขู่ซ้ำว่า

"อย่าขัดขืนเลยน่า ถือเสียว่าฝึกวิชาให้ช่ำชองก่อนจะไปเป็นเมียไอ้อู๊ดก็แล้วกัน" พูดแล้วโถมตัวเข้ากระหน่ำอารมณ์หื่นใส่ไม่ยั้ง จนอัมดิ้นไม่หลุด

ส่วน อู๊ดแยกจากไทรงามแล้วกลับเข้าห้องนอน อาบน้ำเสร็จมายืนที่หน้ากระจก สะดุดตาที่รอยผื่นแดงๆที่หน้าอก เขาชะโงกเข้าไปดูที่กระจกให้แน่ใจเลยเห็นรอยแบบเดียวกันที่ต้นแขนด้วย ลองเอามือลูบเกาเบาๆดูว่าคันหรือไม่ ปรากฏว่าไม่คัน

อู๊ดมองดูรอย ผื่นแดงๆอย่างแปลกใจ สังเกตอย่างละเอียดอีกที พบว่ารู้สึกชาๆที่ผื่นนั้นด้วย...

ooooooo

เช้าวันรุ่งขึ้น ไทรงามไปดูแลทำกายภาพบำบัดให้กิติตามปกติโดยมีคุณหญิงนั่งดูอยู่ด้วย ครู่หนึ่งอู๊ดถือถาดข้าวต้มเข้ามา

"คุณกิติลองพยายามกำมือได้ไหมคะ" ไทรงามถาม กิติพยายามทำตามอย่างเต็มที่ปรากฏว่าปลายนิ้วเขาขยับได้เล็กน้อย ทุกคนมองหน้ากันด้วยความดีใจ ไทรงามให้กำลังใจว่าแค่นี้ก็ถือว่าดีแล้ว ถ้าขยันฝึกอีกทุกอย่างก็จะค่อยๆดีขึ้น กิติยิ้มรับอย่างมีกำลังใจ

"แล้ว ก็ต้องรับประทานข้าวเยอะๆนะครับ จะได้มีแรงไว้ออกกำลัง มาครับ ผมป้อน" อู๊ดประคองพ่อลุกขึ้นนั่ง คุณหญิง ลุกไปพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

"ไม่ ต้องหรอก เดี๋ยวย่าป้อนเอง อู๊ดรีบไปทำงานเถอะ แวะไปส่งหมองามด้วยก็แล้วกัน  ขึ้นมาดูแลคุณพ่อตั้งนานสองนาน สายแล้วเดี๋ยวคนไข้จะรอ"

เมื่ออู๊ดรับคำและเดินออกไปกับไทรงามแล้ว คุณหญิงป้อนข้าวต้มให้กิติอดดีใจไม่ได้ที่เห็นรอยยิ้มของลูกเป็นครั้งแรก

แต่ พออู๊ดกับไทรงามเดินมาถึงชานเรือนใหญ่ เจออ๊อดเดินเป๋เข้ามาพอดี พอเห็นอู๊ดเดินมากับไทรงามก็หน้าแดงก่ำพูดประชดว่าถึงขั้นมาพลอดรักกันบน บ้านเลยหรือ

อู๊ดชี้แจงว่าไทรงามมาดูอาการคุณพ่อและกำลังจะกลับไป ทำงาน

อ๊อดยังพานหาเรื่องเสียดสีว่าจะไปทำงานหรือทำอะไรกันแน่ จนไทรงามทนไม่ได้ถามอย่างเอาเรื่องว่า อะไรที่เขาว่า นั้นมันคืออะไรให้พูดมาตรงๆ  เลยดีกว่า  ตนจะได้ตอบได้ตรงๆเหมือนกัน

"ก็...อย่าง เช่น...ไปนั่งคุยกัน" อ๊อดเฉไฉเมื่อเห็นไทรงาม เอาจริง

"อาชีพอย่างดิฉัน ไม่มีเวลาไปนั่งคุยอะไรไร้สาระกับ ใครหรอกค่ะ เพราะทุกนาทีมันหมายถึงชีวิตของคนไข้ ไม่ทราบว่าคุณอ๊อดว่างมากรึไงคะ  ถึงได้คิดอะไรอย่างนี้ได้"

"หมองาม! สักวันผมจะทำให้คุณแต่งงานกับผมให้ได้ และถ้าผมไม่ได้คุณ ไอ้อู๊ดก็ต้องไม่ได้เหมือนกัน!" อ๊อดเกรี้ยวกราด ใส่หน้าแดงก่ำตาแทบลุกเป็นไฟ

ไทรงามยืนตัวชา อู๊ดอึดอัดจนทนอยู่ตรงนั้นไม่ได้ หลีกเลี่ยงการปะทะกับอ๊อดด้วยการชวนไทรงามไปจากตรงนั้น

อุษายืนดูยืน ฟังอยู่ด้วยสีหน้าเคร่งเครียด แล้วเลี่ยงไป เข้าห้องนอนของกิติ เข้าไปนั่งข้างๆคุณหญิงที่ดูหวินเช็ดตัวให้กิติอยู่ คุณหญิงหมั่นไส้เลยบอกให้เข้าไปดูใกล้ๆ เผื่อจะทำเองได้บ้าง

อุษาเบะ ปากพูดพลางลุกไปว่างานแบบนี้เด็กอมมือก็ ทำได้ ก็พอดีบานเย็นเข้ามาบอกคุณหญิงว่า

"เงินประจำเดือนของคุณกิติ เย็นเซ็นรับมาจากน้าเพิ่ม ค่ะ" พลางส่งซองเงินให้อุษา

อุษารู้สึก เสียหน้ามากที่ต้องมารับเงินจากบานเย็น บอกคุณหญิงว่าต่อไปตนเซ็นรับเองได้ ทำไมต้องให้ตนมารับเงินจาก "อีขี้เรื้อน" นี่ด้วย เดี๋ยวเชื้อโรคติด

"หล่อน มีชื่ออยู่ในทะเบียนสมรสไหมล่ะ ถ้าไม่มีก็ต้องคอยรับเงินจากเมียขี้เรื้อนของพ่อกิตินี่ล่ะ แล้วถ้ากลัวจะติดโรคก็ไม่ต้องเอาไป วางไว้นั่น เดี๋ยวฉันใช้เอง" คุณหญิงหางตาใส่อย่างหมั่นไส้

อุษาคว้าซองเงินกอดไว้จ้ำอ้าวออกจาก ห้องไปทันที ทุกคนได้แต่มองอย่างเหนื่อยใจ

รับเงินแล้วอุษาลิ่วไปที่ มุมลับตาริมน้ำแถวตลาดไทรโศก ที่นัดกับทนต์ไว้ พูดฉอดๆอย่างแค้นใจว่า

"จะ ให้อุษาทำอะไรก็ว่ามา อุษาทนอยู่ร่วมโลกกับมัน ไม่ได้แล้ว ถ้าอุษาถูกเหยียบย่ำ มันกับลูกก็ต้องถูกเหยียบจนจมดินเหมือนกัน!!"

ทนต์ ยืนมองอุษาด้วยสีหน้านิ่งแต่แววตาเหี้ยม!

ooooooo

ระหว่างทาง เดินไปคลินิก  อู๊ดขอโทษไทรงามแทนอ๊อดด้วยที่บางครั้งพี่ชายพูดจารุนแรงกับเธอ ไทรงามไม่ถือแต่แปลกใจที่ทำไมสองคนพี่น้องถึงได้ มีนิสัยแตกต่างกันลิบลับ อู๊ดได้แต่ยิ้ม

เดินมาถึงหน้าคลินิก พบว่าดำกำลังเปิดประตูคลินิกพอดี ดำบอกว่าเห็นสายแล้วเลยมาเปิดประตูคลินิกให้ก่อน ไทรงามขอบคุณบอกว่าไปทำกายภาพบำบัดให้กิติเลยมาช้าไปหน่อย

"ไม่ เป็นไร ยังไม่มีคนไข้มารอ" ดำเปิดประตูให้ทั้งสอง เข้าไป อู๊ดเลยสมัครเป็นคนไข้รายแรกของไทรงาม ดำหันมองถามอย่างนึกขวางว่า "คุณอู๊ดเป็นอะไรล่ะครับ"

อู๊ดให้ไทรงามตรวจรอยผื่นแดงๆที่เพิ่งเห็น เมื่อคืน ไทรงามใจเต้นตุ้บตั้บเมื่อเห็นชายหนุ่มถอดเสื้อโชว์แผงอก เธอทำทีหันไปจัดของแก้เขินจนอู๊ดบอกว่าตนพร้อมแล้ว ผื่นที่ว่านั้นอยู่ด้านหน้า ไทรงามจึงเดินอ้อมไปดู

พอเห็นผื่นแดงๆ ที่หน้าอกอู๊ด ไทรงามถึงกับอึ้งตะลึงงัน!! จนเมื่อออกจากห้องตรวจเขาถามว่า "ตกลงผมเป็นอะไรครับหมอ"

ไทรงามลำบากใจที่จะตอบ ขณะกำลังคิดหาคำตอบที่ดีนั่นเอง เสียงอัมก็แจ๋เข้ามาว่า

"คุณอู๊ด อัมว่าจะไปหาคุณอู๊ดที่ไซต์งานพอดี" ครั้นอู๊ดถามว่ามีอะไรหรือ เธอบอกเพียงว่า "อัมมีเรื่องร้อนใจจะปรึกษาน่ะค่ะ ช่วยอัมด้วยนะคะ" พลางเข้าไปเกาะแขนเขาหมับแล้วควงออกไป

อู๊ดหันมองไทรงามอย่างเกรงใจ เธอบอกเขาว่าตามสบายตอนเย็นค่อยมารับยาก็ได้ อัมได้ทีเลยลากอู๊ดไปผ่านหน้าร้านดำค้าข้าว ดำเห็นแว้บๆ ลุกออกมายืนดูที่หน้าร้านแล้วจะกลับเข้าไปทำงานต่อ ก็พอดีเห็นอุษาเดินมาจากอีกด้านหนึ่ง เข้าไปในคลินิกหมองาม ตรงไปบอกไทรงามว่า

"ฉันมีเรื่องสำคัญจะคุยกับเธอ" พอไทรงามเงยหน้ามอง อุษาพูดขึงขัง "ถึงเวลาที่ฉันต้องบอกความจริงกับเธอแล้วว่า ทำไมเธอกับตาอู๊ดถึงรักกันไม่ได้"

ไทรงามตะลึงอึ้งไปครู่หนึ่ง ส่วนดำเขม้นมองขมวดคิ้ว สงสัยว่าอุษามาทำอะไรที่คลินิก

ooooooo

อุษา ไปนั่งคุยกับไทรงามที่มุมสงบริมแม่น้ำใน ตลาดไทรโศก ปั้นน้ำเป็นตัวว่า ความจริงตนก็ไม่อยากรื้อฟื้นเรื่องนี้ขึ้นมา แต่เพราะไม่อยากทำผิดกับเธอและอู๊ดมากไปกว่านี้ จึงจำต้องบอกความจริงว่า

"แม่ เธอแอบได้เสียกับคุณกิติหลังจากที่คุณกิติแต่งงานกับฉันได้ไม่นาน เมื่อมีครั้งแรกก็มีอีกหลายครั้ง ฉันมารู้ก็ต่อเมื่อแม่เธอตั้งท้องกับคุณกิติแล้ว"

ไทรงามตัวชาวาบถาม ว่า หมายความว่ากิติก็เป็นพ่อของตนด้วยใช่ไหม

อุษาตีหน้าเศร้ากว่า เดิมเล่าว่าหลังจากนั้นบานเย็นไปเจอใครอีกก็ไม่รู้แล้วจึงมีเธอ  แต่ที่ตั้งใจจะบอกวันนี้คือ

"ตาอู๊ดคือลูกของแม่เธอกับคุณกิติ บานเย็นเป็นแม่ที่แท้จริงของตาอู๊ด เธอกับตาอู๊ดเป็นพี่น้องกันไทรงาม!"
ไทรงาม ตัวชาไปหมดราวกับถูกจับแช่แข็ง

เวลาเดียวกัน อัมก็พาอู๊ดไปนั่งที่ริมน้ำข้างตลาดไทรโศก อีกมุมหนึ่ง ร้องไห้น้ำตาเป็นเผาเต่า คร่ำครวญกับอู๊ดว่าตนถูกเตี่ยบังคับให้แต่งงานกับเถ้าแก่ฮวด ทั้งที่ตนไม่ได้รัก อ้อนวอน ให้เขาช่วยด้วย

อู๊ดแนะนำให้บอกความจริง กับเตี่ยเธอ อัมเล่าว่าบอกแล้วแต่เตี่ยไม่ฟัง อู๊ดจึงถามว่าแล้วจะให้ตนช่วยอย่างไร อัมเสนอให้เขาพาตนไปจากที่นี่เสีย อ้อนว่ามีเขาคนเดียวเท่านั้นที่จะช่วยตนได้

"นั่นมันไม่ใช่วิธีแก้ ปัญหาที่ถูกต้องนะครับ ผมยินดีจะช่วยคุณ แต่เราต้องหาทางออกที่ดีกว่านี้"

"สัญญา นะคะว่าจะช่วยอัม จะไม่ทอดทิ้งอัม"

"ครับ ด้วยวิธีที่ถูกต้องและไม่ทำให้ใครเดือดร้อนนะครับ"

เมื่อชายหนุ่ม รับปาก อัมโผเข้ากอดเขาแน่น แต่หางตามองไปที่อีกมุมหนึ่งยิ้มตาเป็นประกายวาว

ณ มุมนั้น เสี่ยโอยืนยิ้มกริ่มกับลูกสาว เหมือนจะชมว่าดีมาก...

ooooooo

ส่วน อุษายังเล่นละครปั้นน้ำเป็นตัวต่อไปอย่างอดทน เล่าเป็นตุเป็นตะว่า

"ตอน นั้นบานเย็นติดเชื้อโรคเรื้อนขั้นรุนแรง เลี้ยงลูกเองไม่ได้ ฉันก็เลยขอเอาตาอู๊ดมาเลี้ยงด้วยความสงสาร เธอเป็นหมอ คงจะจินตนาการได้ว่าเมื่อยี่สิบกว่าปีที่แล้ว โรคนี้มันน่ากลัวขนาดไหน"

หลัง จากนิ่งคิดครู่หนึ่งไทรงามถามว่า "ทำไมคุณอู๊ดไม่ทราบว่าแม่เย็นเป็นแม่ของเธอ"

"เพราะคุณหญิงท่านรัก และสงสารตาอู๊ดมาก ท่านห้ามเด็ดขาดไม่ให้ใครพูดเรื่องนี้ ท่านกลัวตาอู๊ดจะเสียใจ บานเย็นเองก็สาบานว่าจะไม่บอกความจริงตาอู๊ดเพราะไม่อยากให้ลูกรู้ว่าแม่ เป็นเมียน้อย แถมยังเป็นโรคเรื้อนอีกต่างหาก"

ไทรงามเจ็บปวดสับสนจน รู้สึกปั่นป่วนไปหมด ในขณะที่อุษาก็ยังปั่นหัวต่ออีกว่า

"ฉันรักตา อู๊ดสุดหัวใจ แล้วก็ไม่อยากเห็นลูกต้องเสียใจ และถ้าเธอรักตาอู๊ดเหมือนอย่างที่ทุกคนรัก ก็ขอให้เธอเก็บเรื่องนี้เป็นความลับเหมือนกับที่ทุกคนเก็บงำมาเป็นสิบๆปีจะ ได้ไหม"

"ค่ะ" ไทรงามรับคำอย่างเลื่อนลอย

"ถึงตอนนี้คงเข้าใจ แล้วสินะว่าทำไมฉันกับคุณแม่ถึงไม่ยอมให้เธอกับตาอู๊ดรักกัน"

เมื่อ ไทรงามนิ่ง อุษาขอบใจที่รับฟังแล้วขอตัวไป ทำเป็นเดินเช็ดน้ำตาป้อยๆ แต่ที่แท้แอบยิ้มอย่างสะใจ

ไทรงามร้องไห้โฮออกมาอย่างสุดกลั้น ความอัดอั้นทะลักทลายออกมา เธอเซทรุดลงนั่งร้องไห้...ร้องอย่างที่ใจอยากจะร้อง...

ดำเดินหา ไทรงามมาตามทางเห็น ไทรงามนั่งหันหลังให้อยู่ ดำเดินรี่เข้าไปบ่นว่า

"นึก ว่าหายไปไหน เห็นเปิดคลินิกทิ้งไว้ ที่แท้ก็มานั่งรับลมอยู่ตรงนี้เอง"

ไทรงาม รีบเช็ดน้ำตาจนแห้ง แต่พอดำเดินเข้าใกล้เห็นดวงตาที่แดงช้ำก็ถามอย่างตกใจว่าเป็นอะไร คำถามที่แทงใจดำนั้นทำให้ไทรงามร้องไห้โฮออกมาอีกครั้ง ดำจับมือสองข้างของไทรงามมองอย่างเป็นห่วง

อู๊ดเดินออกมาขึ้นรถเห็น ภาพนั้นเข้าพอดี เขายืนมองนิ่ง

ดำยังปลอบใจถามไทรงามว่าเป็นอะไร เล่าให้ฟังได้ไหม ไทรงามปฏิเสธทั้งที่สะอื้นฮักว่าไม่มีอะไร ดำไม่รู้จะทำอย่างไร เลยกอดเธอไว้อย่างปลอบโยน เพราะไม่เคยเห็นไทรงามเสียใจขนาดนี้มาก่อน

อู๊ดตัวเย็นวาบ อดหวั่นไหวไปกับภาพที่เห็นตรงหน้าไม่ได้...

ooooooo

ตอนที่ 12

เช้านี้ เด่นดาวปั่นจักรยานออกไปดักอู๊ดที่สามแยกทางที่อู๊ดจะต้องผ่านเข้าไปทำงาน เธอหลบอยู่หลังต้นไม้ชะเง้อคอย จนเห็นรถของอู๊ดขับมาแต่ไกล เธอดีใจมากจัดแต่งดูแลตัวเองแล้วคอยรับชายหนุ่ม

แต่พอรถเข้ามาในระยะสายตาเห็นชัด เด่นดาวก็หน้าเผือดเมื่อเห็นว่าอู๊ดไม่ได้มาคนเดียวแต่มีไทรงามนั่งมาด้วย ทั้งสองคุยกันอย่างร่าเริงและเขินอาย

เด่นดาวไม่อาจทนดูได้ เธอคว้าจักรยานปั่นไปจากตรงนั้นด้วยใจว้าวุ่น ไม่ทันดูทางให้ดีเลยชนโครมเข้ากับดำที่ปั่นจักรยานมาเช่นกัน ดำเห็นเด่นดาวถลาล้มจากรถจึงทิ้งตัวลงก่อนเพื่อรองรับร่างเธอไว้ไม่ให้เจ็บ แต่พอเด่นดาวล้มลงมาทับบนร่างดำอย่างแนบสนิท เธอลุกพรวดตบหน้าดำอย่างแรง

"ผมอุตส่าห์ยอมเจ็บตัวกลิ้งลงมาก่อนเพราะกลัวคุณตกมากระแทกพื้น คุณกลับตอบแทนผมด้วยวิธีนี้เหรอ...ครั้งนี้

ผมไม่ผิด ผมไม่ยอมให้คุณตบแน่ๆ"

ดำยื้อเด่นดาวไว้ เธอโวยวายให้ปล่อย ดิ้นสุดแรงพอลุกขึ้นได้ก็ก้าวขาไม่ออกเพราะเจ็บข้อเท้าจนล้มลงมาทับดำอีกครั้ง ดำถามว่าเจ็บจริงหรือว่าแกล้งกันแน่

เด่นดาวร้องครวญครางหน้าสวยๆกลายเป็นเหยเกจนดำอดขำไม่ได้ แต่ก็เชื่อว่าเธอเจ็บจริง จึงพาซ้อนท้ายรถจักรยานของตัวเองปั่นพาเธอไป

เด่นดาวโวยวายว่าจะพาตนไปไหนจอดเดี๋ยวนี้ ดำท้าว่าแน่จริงก็กระโดดลงไปเลยตนไม่จอดแน่ เพราะต้องรีบไปและที่หนีบเธอมาด้วยเพราะมีเรื่องที่ต้องตกลงกับเธอ

"ฉันไม่มีอะไรต้องตกลงกับนาย..." เด่นดาวโวยวายไม่เลิก

"แต่มันเป็นเรื่องระหว่างคุณกับคุณอู๊ด..." ดำเสียงดัง เด่นดาวหยุดทันที ดำถามประชดว่า "สนใจจะตกลงขึ้นมาเลยล่ะสิ" เด่นดาวไม่ตอบแต่แอบค้อนควักอย่างขัดใจ

ooooooo

หลังจากต้มยาให้กิติกับคุณหญิงกินแล้วยังไม่เห็นกิติเป็นอะไรอย่างที่ ต้องการ อุษาแอบไปพบกับทนต์ที่กระท่อมร้าง หลังจากปลดปล่อยอารมณ์กันแล้ว อุษาถามว่า

"ยาที่พี่ให้อุษามันยาอะไรกันแน่ ทำไมไอ้บ้านั่นกินแล้วถึงได้คึกอย่างกับม้า กวนอุษาทั้งคืนจนไม่ได้หลับได้นอน ตกลงจะทำให้มันตายหรือเพิ่มพลังให้มันกันแน่"

ทนต์ชี้แจงว่ายานั่น เป็นสมุนไพรที่กระตุ้นให้ร่างกายมีพลังมากกว่าปกติหลายเท่า แต่มันจะทำให้ร่างกายยิ่งทรุดโทรมลงโดยเฉพาะคนที่ติดเหล้า ฤทธิ์แอลกอฮอล์จะเร่งให้ยาทำลายอวัยวะต่างๆได้เร็วขึ้นอีกหลายเท่า ไม่นานก็จะเป็นอัมพาต พูดไม่ได้แล้วก็หัวใจวายตายในที่สุด

อุษาใจหาย เพราะตัวเองก็กินเข้าไปเหมือนกัน ทนต์ ชี้แจงว่านั่นเป็นยาคนละตัวกัน การแยกหม้อต้มนั้นดีแล้ว อย่าเผลอกินสลับกันก็แล้วกัน อุษาฟังแล้วถอนใจอย่างโล่งอก

ooooooo

ที่หน้าคลินิกหมองามที่ อยู่ติดกับร้านค้าข้าวดำประตูปิดทั้งสองร้าน อ๊อดเดินเกร่ไปมาบ่นอย่างหงุดหงิดว่าไปไหนกันหมด พลันเสียงอัมก็แหลมเข้ามาเยาะเย้ยว่า

"มาเก้ออีกแล้วล่ะสิ ตื่นซะสายโด่งป่านนี้ คุณหมอคนสวยก็เลยโดนผู้ชายที่ไหนฉกไปแล้วก็ไม่รู้"

อ๊อด กำลังหงุดหงิดตวาดให้หุบปาก อัมก็ยังเยาะเย้ยถากถางว่าไม่มีน้ำยา แค่ผู้หญิงตัวเล็กๆคนเดียวก็ยังเอาไม่อยู่ เลยถูกอ๊อดคว้าตัวเข้าไปจูบอย่างดุเดือดด้วยความโมโห อัมดิ้นจนหลุดเธอตบหน้าเขาเพียะ!

อ๊อดโกรธจัดที่ถูกตบหน้ากระโจน เข้าไปคว้าจะจูบอีกรอบ ก็พอดีทนต์เดินมาเจอพุ่งเข้ากระชากอ๊อดออกมา เงื้อหมัดจะต่อยเต็มแรง ถูกอุษาร้องห้ามเสียงหลง

"อย่าาาาาา!!!"

แล้ว ทั้งหมดก็พากันไปที่ร้านเสี่ยโอ อุษาขอโทษเสี่ยแทนอ๊อด เสี่ยบอกว่าไม่เป็นไรแต่อัมไม่ยอมเพราะทำให้ตนเสียหาย อย่างไรเสียก็ต้องขอโทษ

เสี่ยโอกล่อมลูกสาวว่าอย่าเรื่องมากเลยเพราะ อ๊อดไม่ได้ ตั้งใจ อุษาจึงรีบขอตัวกลับ

เมื่ออุษากับอ๊อดกลับไปแล้ว เสี่ยถูกลูกสาวต่อว่าที่ไม่เอาเรื่อง เกรงอู๊ดรู้เข้าจะหึงเอา

"อา น่า...ยังไงเขาก็พี่น้องกัน อีกอย่างอั๊วก็ไม่อยากมีปัญหากับพวกธีระรัตน์ เพราะอั๊วสนใจที่ดินของพวกนั้น ลื้อรู้ไหมว่าถนนสายต่อไปที่หลวงท่านจะสร้างน่ะ ตัดผ่านที่ดินพวกนั้นพอดี ถ้าเราไปขอซื้อไว้ก่อน ถึงเวลาที่ถนนตัดเสร็จ ราคามันจะพุ่งขึ้นอีกหลายเท่า กำไรเห็นๆ"

ฟังเตี่ยแล้วอัมก็ยังอดบ่นไม่ได้ว่า ตนเห็นว่าอู๊ดเหมาะสมที่จะเป็นเขยของเตี่ยมาก รูปก็งาม นามก็เพราะ ชาติตระกูล การศึกษา ฐานะสูงส่งไปหมดทุกอย่าง เสี่ยฟังแล้วหันไปพูดกับทนต์ที่ฟังอยู่ตลอดเวลาว่า

"ไม่นึกเลยว่าคุณ อุษาจะเป็นเพื่อนลื้อ ขอบใจนะที่พามารู้จัก"

ooooooo

ที่แคม ป์คนงาน มีผู้ได้รับบาดเจ็บ ไทรงามจึงแวะไปทำแผลให้ก่อน เธอทำแผลให้อย่างตั้งใจทะนุ-ถนอมคนเจ็บ จนอู๊ดมองอย่างประทับใจมาก เสร็จแล้วบอกคนเจ็บว่า

"เรียบร้อยแล้วค่ะ ถ้าปวดก็กินยาแก้ปวดครั้งละ 2 เม็ดนะคะ" แล้วหันไปบอกอู๊ด "คงต้องให้พักงานสักวันเพื่อดูอาการค่ะ"

คนงานยกมือไหว้ขอบคุณด้วย ความซาบซึ้งใจ ไทรงามรับไหว้แล้วเตรียมกลับ อู๊ดรีบถามว่าวันนี้หมอมีนัดกับคนไข้ หรือเปล่า เมื่อเธอบอกว่าไม่มี อู๊ดเสนอตัวว่า

"ถ้าอย่างนั้น ผมขออนุญาตเอาจักรยานไปส่งคุณหมอนะครับ"

"ค่ะ" ไทรงามตอบเขินๆ พลางเดินไปด้วยกัน

เป็นเวลาที่ดำปั่นจักรยานพาเด่นดาวเข้ามาจอดหลัง ต้นไม้ไม่ไกลจากไทรงามนัก ดำบอกเด่นดาวว่าลงมาได้แล้ว และต่อไปก็ให้ดูแลคนของตัวเองให้ดีอย่าให้มาวุ่นวายกับน้องงามของตน ส่วนตนก็จะไม่เปิดโอกาสให้น้องงามไปไหนมาไหนกับคนของเธอโดยไม่จำเป็น

"นี่ คือเรื่องที่นายจะตกลงกับฉัน" เด่นดาวถามฉุนๆ

"ใช่ ในเมื่อคุณมีใจให้คุณอู๊ด และผมก็รักน้องงาม เราก็ต้องร่วมมือกัน ตกลงไหม"

ไม่ทัน ที่เด่นดาวจะแสดงท่าทีอะไร อู๊ดก็จูงจักรยานเข้ามาให้ไทรงามซ้อน หญิงสาวสบตาชายหนุ่มเขินๆ ก่อนขึ้นนั่งด้านหลัง

ทั้งเด่นดาวและดำ ต่างอึ้งกับสายตาของทั้งสอง จนเมื่ออู๊ดกับไทรงามซ้อนรถจักรยานผ่านไปแล้ว ดำถามอย่างเจ็บปวดว่า "จะตามคนของคุณไปไหม" เด่นดาวกล้ำกลืนก้อนสะอื้นบอกเสียงแผ่วว่าอยากกลับบ้าน ดำได้แต่มองเด่นดาวด้วยความเห็นใจว่าความรู้สึกของเธอกับเขาเวลานี้คงไม่ ต่างกัน

ooooooo

หนุ่มสาวสองคู่ ชายหนุ่มปั่นจักรยานมีหญิงสาวซ้อนท้าย แต่ไปกันคนละเส้นทางด้วยอารมณ์ ความรู้สึกที่ต่างกันโดยสิ้นเชิง

อู๊ดปั่นจักรยานช้าๆ มีไทรงามเกาะหลังซ้อนท้ายสบายๆ ทั้งคู่ชมทิวทัศน์สองข้างทางอย่างสดชื่นมีความสุข ระหว่างทางอู๊ดยังจอดรถลงไปเก็บดอกรักที่บานสะพรั่งอยู่ข้างทาง ประคองมายื่นให้หญิงสาว

"รับดอกไม้กับหัวใจของผมเก็บไว้ได้ไหมครับ" ชายหนุ่มเอ่ยอ่อนโยน นุ่มนวล พลางยื่นดอกไม้ให้ ทำเอาไทรงามร้อนวูบวาบไปทั้งกายและหัวใจ หลบตาชายหนุ่ม ยื่นมือไปรับดอกรักเก้ๆกังๆ สับสนขัดเขินไปหมด

แต่อีกเส้นทางหนึ่ง ดำปั่นจักรยานหน้าดำคร่ำเครียดโดยมีเด่นดาวซ้อนท้ายหน้าอมทุกข์ แม้สายตาของเธอจะมองไปข้างหน้าแต่เหมือนไม่เห็นอะไร เพราะหัวใจปวดร้าว สับสน ถามตัวเองว่า ถ้าไม่มีไทรงามอู๊ดจะรักตนหรือไม่ ยิ่งคิดก็ยิ่งเจ็บร้าว สุดท้ายเอามือปิดหน้าร้องไห้สะอึกสะอื้น

ดำ รับรู้อารมณ์ของหญิงสาว  เขาจอดรถเอี้ยวตัวมาข้างหลัง เด่นดาวรีบปาดน้ำตาถามอย่างระแวงว่าจะเยาะเย้ยอะไรตนอีก

ดำไม่ตอบแต่ ส่งผ้าเช็ดหน้าให้ เด่นดาวรับไปงงๆ ส่วนดำพอหญิงสาวรับผ้าเช็ดหน้าไปแล้ว ตัวเองก็หันกลับมากัดฟันกลืนน้ำตาที่คลอเต็มตา...

ooooooo

อ๊อด ยังรั้งอุษาไว้คอยไทรงามที่หน้าคลินิกหมองาม จนแดดร้อนจ้าอ๊อดเดินตามอุษาที่ตะบึงตะบอนออกมาขอให้รออีกนิดหนึ่ง อุษาหันไปแว้ดใส่ลูกว่า

"เรารอมาตั้งสองชั่วโมงกว่าแล้วนะ แม่นั่นอาจจะออกไปตรวจคนไข้ที่ไหนไกลๆ ก็ได้ แม่ขี้เกียจรอแล้ว ร้อนก็ร้อนแมลงวันก็เยอะ อีกอย่างแม่ต้องกลับไปต้มยาให้คุณพ่อกับคุณย่าด้วย ไป...รีบไป"

ขณะที่ทั้งสองเดินไปที่รถนั่นเอง ก็เห็นอู๊ดขี่จักรยานพาไทรงามเข้ามา อู๊ดลงจากรถยื่นมือไปรับกระเป๋ายาจากไทรงาม หญิงสาวยิ้มเขินๆ ประคองช่อดอกรักในมืออย่างทะนุถนอมแล้วตรงไปที่คลินิกของตัวเอง อู๊ดเดินตามไปส่ง

"ไอ้อู๊ด...มึง!!!" อ๊อดคำรามกัดฟันกรอด

ooooooo

ดำกับเด่นดาวขี่จักรยานตามกันมาจนถึงหน้าบ้านพักของเจ้าคุณยงยศ ดำถามอย่างเป็นห่วงว่าสบายใจขึ้นหรือยัง เด่นดาวพยักหน้าหงอยๆเอ่ยเสียงเครือๆว่า

"ขอบใจนะที่อยู่เป็นเพื่อน แล้วยังซ่อมจักรยานให้อีก"

"ไม่เป็นไร ผมไปนะ" ดำจูงจักรยานจะออกไป ก็พอดีสวนกับเฟื้อที่เดินเข้ามาในบ้าน ดำยกมือไหว้ เด่นดาวถามว่าไปไหนมาแล้วเจ้าคุณปู่ล่ะ

เฟื้อบอกว่าท่านมีธุระด่วนต้องเข้าพระนครตนกลัวท่านจะกลับไทรโศกไม่ทันก็เลยไปเกณฑ์ลูกน้องเก่าๆมาช่วยกันเฝ้าบ้าน เด่นดาวเอะใจถามว่าที่นี่มีโจรด้วยหรือ

"ก็...เคยมีครับ ผมไม่อยากชะล่าใจ ยิ่งคุณหนูกับท่านมาอยู่ที่นี่ด้วยแล้ว กันไว้ดีกว่าแก้ครับ ผมขอตัวไปสั่งนังสุด ให้ทำกับข้าวเพิ่มนะครับ"

เฟื้อเดินไปแล้ว ดำแอบมองหน้าเด่นดาวที่หมองคล้ำวิตกกังวลเหมือนเหลือตัวคนเดียวในโลก

ไม่ไกลจากทั้งสองนัก ทนต์ซุ่มดูอยู่ไม่วางตา!

ooooooo

เรื่องด่วนที่เจ้าคุณยงยศต้องรีบเดินทางเข้าพระนครคือ ท่านไปถามคุณเจนว่า คุณเจนเป็นพ่อของไทรงามใช่ไหม แล้วแม่เธอล่ะเป็นใครบานเย็นหรือเปล่า

"ผมเป็นพ่อบุญธรรมเท่านั้นครับ ส่วนหนูเย็นก็...เอ่อ..." คุณเจนไม่พูดต่อแต่ถามว่าท่านสงสัยอะไรหรือ

"ฉันสงสัยว่าคุณหมออาจจะเป็นญาติคนหนึ่งของฉัน ฉันถึงอยากทราบว่าใครเป็นพ่อที่แท้จริงของคุณหมอ เธอพอจะให้ความกระจ่างได้ไหม"

คุณเจนเล่าว่าเขาเองก็ไม่รู้ แต่บานเย็นมาขอให้จดทะเบียน เป็นพ่อบุญธรรม ตนก็เต็มใจทำเพราะเห็นบานเย็นรักไทรงามมาก รัก "ราวกับเป็นลูกของเธอเองทีเดียว"

ประโยคสุดท้ายของคุณเจนนี่เองทำให้เจ้าคุณยงยศดีใจจนยิ้มออกที่รู้ว่าไทรงามไม่ใช่ลูกแท้ๆของบานเย็น ให้ความมั่นใจกับคุณเจนว่าจะไม่พูดเรื่องนี้กับใคร ขอบใจที่ให้ข้อมูลแล้วรีบกลับ

ooooooo

เย็นนี้อ๊อดอาละวาดหนักถามพ่อกับแม่ว่าทำไมถึงไม่มีตนคนเดียว ทำไมต้องมีอู๊ดมาเป็นมารหัวใจตนด้วย ไม่ว่ารักใครอู๊ดก็ตามมาแย่งทุกครั้ง ยื่นคำขาดกับกิติและอุษาว่าจะไม่ยอมให้ไทรงามเป็นของใครเด็ดขาด เธอต้องเป็นของตนคนเดียว อุษาปลอบใจด้วยการรับปากว่าจะไปพูดจาสู่ขอไทรงามให้

เพียงวันต่อมากิติก็ไปหาบานเย็นที่บ้าน ขอหมั้นไทรงาม ให้กับอ๊อด หรือนายเกียรติกร ธีระวัฒน์

บานเย็นตกใจ ตอบไปว่าตนไม่ขัดข้อง แต่ถ้าไทรงามไม่ตกลงตนก็จะไม่ฝืนใจลูก ตนจะไม่บังคับลูกเหมือนกับที่ตัวเองเคยถูกบังคับมาแล้วเป็นอันขาด

"ถูกบังคับเหรอ เธอเต็มใจแต่งงานกับฉันต่างหาก เดี๋ยวตาอ๊อดก็ทำให้ไทรงามรักได้เองเหมือนอย่างที่ฉันเคยทำให้เธอรักจนหัวปักหัวปาไงล่ะ"

"นั่นไม่ใช่ความรักค่ะ" บานเย็นสวนขวับทั้งเจ็บปวดและเจ็บใจตัวเอง "มันเป็นแค่ความหลงแล้วความรู้สึกนั้นมันก็หมดไปตั้งแต่คืนวันส่งตัวแล้ว คุณกิติอย่ารื้อฟื้นมันขึ้นมาอีกเลยค่ะ เพราะเย็นจำไม่ได้และไม่คิดจะจำด้วย"

ถูกบานเย็นสวนกลับอย่างไม่เกรงใจเช่นนี้ กิติก็ได้ แต่ชักสีหน้าไม่พอใจ

ooooooo

ที่จอดรถหลังบ้านไทรโศก  อู๊ดขับรถมาส่งไทรงาม ขณะไทรงามถือช่อดอกรักจะเดินเข้าบ้านนั่นเอง อุษาก็ก้าวออกไปดักหน้าบอกว่ามีธุระจะคุยกับอู๊ด ไทรงามจึงรับกระเป๋ากับแฟ้มจากชายหนุ่มบังเอิญทำช่อดอกรักร่วงจากมือ อุษาก้าวเท้าเข้าไปเหยียบขยี้ทันทีแล้วทำเป็นขอโทษบอกว่าไม่ได้ตั้งใจ

"ไม่เป็นไรนะ เดี๋ยวผมหาให้ใหม่" อู๊ดปลอบใจไทรงาม เธอบอกเขาว่าไม่เป็นไรรีบตามอุษาไปเถิด เหลือบมองดอกรักที่ถูกเหยียบบดบี้ที่พื้นแล้วก็อดใจหายไม่ได้เหมือนกัน

อู๊ดฟังอุษาพูดจบแล้วเขาบอกว่าสำหรับเด่นดาวนั้นเขารักเหมือนน้องสาว อุษาก็พยายามหว่านล้อมให้เขาเปลี่ยนใจจากไทรงาม อู๊ดยืนยันว่าเรื่องนี้ต้องเป็นการตัดสินใจของไทรงามไม่ใช่ตนหรืออ๊อด

"คนที่ตัดสินใจไม่ใช่แม่งามหรือลูกหรือพี่อ๊อดทั้งนั้นจ้ะ แต่เป็นคุณย่า มันเป็นความประสงค์ของคุณย่าที่ต้องการให้ พี่อ๊อดแต่งงานกับแม่งามไม่ใช่ลูก แม่น่ะอึดอัดใจจะแย่อยู่แล้ว ลูกคนหนึ่งดีใจแต่อีกคนต้องมาเสียใจ แม่จะทำยังไงดี"

ฟังอุษาคร่ำครวญแล้วอู๊ดตะลึงใจคอไม่ดีถามว่าแล้วคุณย่าให้เหตุผลไหม

"แม่ไม่รู้หรอกจ้ะ แต่ใครจะขัดท่านได้ล่ะ นี่ท่านก็ให้คุณพ่อไปสู่ขอแม่งามจากแม่เขาแล้ว และแม่ก็เชื่อว่าแม่เย็นเองก็คงไม่กล้าขัดใจท่านเหมือนกัน"

ที่ข้างหลังอุษา อ๊อดแอบฟังอยู่ เขาแสยะยิ้มอย่างสะใจ

ooooooo

เมื่อถูกบานเย็นปฏิเสธนิ่มๆเช่นนั้น กิติเอาแหวนออกมาบอกว่าเป็นแหวนหมั้นที่อ๊อดฝากมาเอาให้ไทร-งามใส่ด้วยแล้วจะกลับ

"เอาสมบัติคุณคืนไปเถอะค่ะ" เสียงบานเย็นเรียบขรึม วางแหวนเลื่อนคืนให้ ถูกกิติด่าว่าทำตัวเป็นพวกคางคกขึ้นวอ พอเจ้าคุณพ่อให้เงินเดือนหน่อยก็ทำอหังการ อยากได้ อะไรทำไมไม่พูดออกมาแต่แรกปล่อยให้เสียเวลาอยู่ทำไม

"เย็นไม่เคยอยากได้สมบัติของพวกคุณ ข้อแม้เย็นมีข้อเดียวคือเย็นจะไม่บังคับใจลูก ถ้าลูกรักใครเย็นก็รักด้วย ต่อให้ผู้ชายคนนั้นยากจนข้นแค้นยังไงก็ไม่สนใจ เพราะเย็นไม่ได้ต้องการขายลูกกินเข้าใจไหมคะคุณกิติ"

ความขรึม เข้ม จริงจังของบานเย็นยิ่งทำให้กิติไม่พอใจ พูดลำเลิกว่าตนอุตส่าห์ลดตัวลงมาคุยด้วยก็นับว่าเป็นบุญแล้ว เยาะเย้ยว่า

"ถ้าใครเขารู้ว่าคุณหมอคนสวยมีแม่เป็นโรคเรื้อน แถมยังมีพ่อเป็นแค่คนพิการบ้าใบ้ ผู้ชายที่ไหนมันจะเอา!"

บานเย็นยังอยู่ในความเยือกเย็นบอกกิติว่าให้ไปบอกอ๊อดเลยเผื่อจะเปลี่ยนไป กิติฉุนจัดหาว่าเธอบังอาจย้อน พูดดูถูกเหยียดหยามว่าจะเรียกกี่สิบกี่ร้อยก็ว่ามา

บานเย็นสุดที่จะทนให้กิติด่าว่าดูถูกเหยียดหยามอีกไล่ให้เขากลับไปเสียก่อนที่เสนียดจัญไรจะติดบ้านตน พูดใส่หน้ากิติว่า

"เย็นสมเพชตัวเองจริงๆ ไม่รู้ว่าครั้งหนึ่งเคยหลงผิดไปกับคนจิตใจสกปรกต่ำช้าอย่างคุณได้ยังไง"

กิติตรงเข้ากระชากบานเย็นทั้งด้วยความโมโหและเมา เหวี่ยงบานเย็นไปกระแทกเสาบ้านจนหัวแตก ไทรงามกับใบ้เข้ามาเห็นพอดี ทั้งสองเข้าไปประคองบานเย็นขึ้นมา ใบ้โมโหสุดขีดลุกขึ้นชกกิติแล้วถีบซ้ำจนหน้าคะมำไปซบอยู่แทบเท้าอุษากับอู๊ดที่เดินเข้ามา พออุษาเห็นเลือดที่มุมปากกิติก็สติแตก

"ว้าย...เลือด! พวกแกตามฉันไปที่เรือนใหญ่เดี๋ยวนี้ ฉันจะให้คุณแม่ชำระความพวกแก!!"

อุษากับอู๊ดประคองกิติออกไป บานเย็นมองหน้าใบ้กับไทรงามอย่างหนักใจว่าต้องเกิดเรื่องใหญ่แน่

ooooooo

คุณหญิงเกรี้ยวกราดใส่พวกบานเย็นว่ากล้าดีอย่างไรมาทำร้ายลูกตน พร้อมทั้งตบหน้าใบ้อย่างแรงไทรงามรู้สึกเหมือนตัวเองถูกตบด้วย เธอลุกขึ้นยืน ประจันหน้าคุณหญิง โต้อย่างไม่หวั่นเกรงว่า

"คุณกิติก็ไม่มีสิทธิ์มาทำร้ายแม่ของดิฉันเหมือนกัน ที่ลุงใบ้ทำอย่างนั้นเพราะลูกชายคุณหญิงทำร้ายแม่ดิฉันก่อน ทำไมคุณหญิงไม่ไต่สวนก่อนจะลงโทษคะ"

"หล่อนกล้าดียังไงถึงกล้ามาขึ้นเสียงกับฉันอย่างนี้" คุณหญิงตวาดอย่างโกรธจัด

"ดิฉันไม่ได้ขึ้นเสียง แต่พูดด้วยเหตุผล คุณกิติกับคุณใบ้ก็เป็นคนเท่ากัน แต่ทำไมคุณหญิงทำเหมือนคุณกิติมีอภิสิทธิ์เหนือคนอื่น เพราะคุณกิติเกิดเป็นลูกคุณหญิงอย่างนั้นหรือคะ" ไทรงามโต้อย่างไม่หวั่นเกรง ทำเอาทั้งคุณหญิง กิติ และอุษาโกรธจนตัวสั่น อู๊ดเองก็ตกใจที่เรื่องบานปลายถึงขนาดนี้

บานเย็นดึงไทรงามออกมาขอร้องให้พอได้แล้วอย่าต่อปากต่อคำคุณหญิงเลย คุณหญิงถามบานเย็นว่าถูกกิติทำร้ายหรือเปล่า ด้วยความที่ไม่อยากให้เรื่องบานปลายกว่านี้ บานเย็นจึงบอกว่าไม่ได้ทำร้าย ไทรงามเข้าใจผิด ตนหน้ามืดเลยล้มไปฟาดเสาหัวแตกเอง

ทั้งใบ้และไทรงามมองหน้าบานเย็นอย่างคาดไม่ถึง ในที่สุด ทั้งไทรงามและใบ้ก็ถูกบังคับให้กราบขอโทษคุณหญิงและกิติ แต่พอใบ้ก้มกราบกิติเท่านั้นก็ถูกเขาเอาเท้ายันหน้าจนใบ้หงายกระเด็น

ไทรงามผุดลุกขึ้นทันที พูดเสียงสั่นเครือด้วยความโกรธจัด

"ดิฉันเข้าใจว่า "ธีระรัตน์" เป็นสกุลผู้ดีเก่า แต่การกระทำของคุณมันทำให้ดิฉันรู้ว่า ดิฉันเข้าใจผิดถนัด คนที่เป็นผู้ดีเขาไม่ใช้เท้าซึ่งเป็นของต่ำยันศีรษะที่เป็นของสูงใส่ใคร มีแต่คนขาดการศึกษาหรือหย่อนการอบรมเท่านั้นล่ะค่ะที่จะทำอย่างนี้ได้"
กิติโกรธจนตัวสั่นชี้หน้าหาว่าไทรงามบังอาจด่าตนเงื้อมือจะตบ ถูกอู๊ด ใบ้ และบานเย็นเข้าขวาง บานเย็นขอร้องว่าจะทำอะไรกับตนก็ได้แต่จะไม่ยอมให้แตะต้องไทรงามเด็ดขาด

คุณหญิงลุกขึ้นตวาดไล่บานเย็นให้พาทุกคนกลับไปเสีย แล้วหันไปบอกอู๊ดให้กลับเข้าห้องตนมีธุระจะคุยกับกิติและอุษา เมื่ออู๊ดจำต้องเดินไปแล้ว คุณหญิงหันมาเสียงเข้มใส่กิติกับอุษาว่า

"แกสองคนไปก่อเรื่องอะไร บอกฉันมาเดี๋ยวนี้"

คุณหญิงด่าทั้งสองว่า คิดว่ามีบารมีที่จะชี้นิ้วบัญชาบานเย็นได้หรือ ทำจนตนถูกเด็กเมื่อวานซืนมาถอนหงอก อุษาใช้ลูกอ้อนถามคุณหญิงว่าเกิดเรื่องขนาดนี้แล้วมีแต่คุณหญิงคนเดียวเท่านั้นที่จะทำให้ไทรงามรับหมั้นอ๊อดได้

ฟังอุษาแล้วคุณหญิงจึงค่อยเย็นลง สุดท้ายก็ต้องมาพึ่งตนอยู่ดี

ooooooo

เมื่อกลับไปถึงบ้านตัวเอง ไทรงามยืนกรานกับบานเย็นว่าตนไม่ได้รักอ๊อด ไม่ยอมรับหมั้นเด็ดขาด อ้อนวอนบานเย็นอย่าบังคับตนเลย บานเย็นบอกไทรงามด้วยความรักว่าให้สบายใจได้ เพราะตนบอกไปแล้วว่าจะไม่บังคับใจลูกเป็นอันขาด

ขณะนั้นเอง ดำวิ่งพรวดเข้ามาบอกบานเย็นว่า "น้าเย็น คุณหญิงท่านเรียกหาครับ"

ทุกคนที่นั่นมองหน้ากันอย่างหวั่นวิตกว่าจะต้องมีเรื่องอีกแน่ๆ

จริงอย่างที่ใบ้กับไทรงามคาด เพราะคุณหญิงเรียกบานเย็นไปเค้นถามอย่างวางอำนาจว่า อ๊อดไม่ดีตรงไหนถึงได้กล้าปฏิเสธหลานตน

"ไม่ใช่เย็นค่ะ เพียงแต่หนูงามไม่ตกลงปลงใจ แล้วเย็นก็สัญญากับลูกแล้วว่าจะไม่บังคับใจลูกในเรื่องนี้"

"ลูกหล่อนมีคนรักแล้วหรือ" คุณหญิงถาม พอบานเย็นบอกว่ายัง ก็รุกทันที "ถ้าอย่างนั้นก็ไม่ถือว่าบังคับ ฉันไม่อยากให้ตาอ๊อดเสียใจ หล่อนเองก็คงไม่อยากเห็นตาอู๊ดเสียใจเหมือนกัน ถ้าตาอู๊ดรู้ว่ากำพืดพ่อแม่เป็นอย่างไร จะเสียใจแค่ไหน หล่อนคิดเอาเองก็แล้วกัน"

บานเย็นถูกบีบจนหายใจไม่ออก ขอร้องคุณหญิงอย่าบอกอู๊ดว่าตนเป็นใคร

"มันขึ้นอยู่กับว่า หล่อนจะพูดให้นังเด็กปากกล้านั่นรับหมั้นตาอ๊อดได้รึเปล่า" คุณหญิงทิ้งไพ่ตาย

บานเย็นกลับมานั่งร้องไห้โฮที่ต้นไทรใหญ่ มีใบ้ตามมานั่งข้างๆ อย่างห่วงใย เธอรำพึงรำพันอย่างเจ็บปวด กดดันว่า

"ฉันไม่คิดเลยว่าคุณหญิงจะเอาความลับที่ถือเป็นคำสาบานมาเป็นข้อต่อรองกับฉันอีก คุณอู๊ดจะรู้สึกอย่างไร จะเสียใจแค่ไหน ถ้ารู้ว่าพ่อแม่ที่แท้จริงของเธอเป็นเพียงคนที่มีชาติตระกูลต่ำต้อย แถมยังเป็นโรคที่สังคมรังเกียจ ฉันไม่อยากทำให้คุณอู๊ดเสียใจ แต่ก็ไม่อยากทำร้ายหนูงาม แกก็เป็นลูกฉันเหมือนกัน ฉันจะทำยังไงดีนายใบ้ ฉันจะทำยังไงดี..."

ใบ้เจ็บปวดไม่น้อยกว่ากัน เอื้อมมือจะโอบให้กำลังใจ แต่แล้วก็ชะงักดึงมือกลับ ไม่กล้าแม้แต่จะแตะต้องเนื้อตัวบานเย็นเพื่อปลอบใจ ได้แต่นั่งเจียมตัวมองบานเย็นร้องไห้อย่างอัดอั้นอยู่ตรงนั้น...

ooooooo

คืนนี้ ขณะไทรงามนั่งทอดถอนใจอย่างกลัดกลุ้มอยู่ที่ท่าน้ำนั่นเอง อู๊ดเข้าไปขอโทษเธอแทนคุณพ่อ แก้ต่าง แทนพ่อว่าท่านคงดื่มมากไปหน่อยเลยขาดสติทำให้เกิดเรื่องรุนแรงถึงขนาดนี้

"แม่เย็นบอกว่าเป็นอุบัติเหตุ ดิฉันก็ไม่ทราบจะว่าอย่างไร เพราะสิ่งที่ดิฉันเห็นมาไม่ได้เป็นอย่างนั้น ส่วนเรื่องลุงใบ้ ดิฉันอาจจะพูดกับผู้ใหญ่แรงเกินไป ดิฉันต้องขอโทษด้วย ดิฉันยอมรับว่าดิฉันทนไม่ได้จริงๆที่จะปล่อยให้เรื่องที่ไม่ถูกต้องผ่านเลยไปโดยไม่ได้ทักท้วงอะไร"

อู๊ดยิ้มให้ไทรงามอย่างเข้าใจและชื่นชม พอเธอถามว่ายิ้มทำไม คิดว่าตนก้าวร้าวใช่ไหม เขาก็ตอบทันทีด้วยความรู้สึกจากใจว่า

"ไม่ครับ ตรงกันข้าม ผมกลับรู้สึกว่าหมอเป็นตัวของตัวเอง คนอื่นอาจจะชอบคนที่ช่างพูดช่างเอาใจ แต่ผมชอบคนที่มีเหตุผลและตรงไปตรงมา ผมเข้าใจสิ่งที่หมอคิดและทำ และชื่นชมที่หมอกล้าทำในสิ่งที่คิดต่างหาก"

ไทรงามยิ้มออกมาอย่างสบายใจและเอ่ยขอบคุณเขา ครู่หนึ่ง อู๊ดจึงถามว่าเธอคิดอย่างไรกับเรื่องที่อ๊อดให้ผู้ใหญ่มาสู่ขอ ไทรงามได้แต่พยักหน้าไม่พูดอะไร อู๊ดถามตรงๆว่า

"แล้ว...หมองามคิดยังไง ความรู้สึกระหว่างเราสองคนยังเหมือนเดิม หรือว่าเปลี่ยนไปแล้ว"

ไทรงามหันมองหน้าอู๊ดนิ่ง จนอู๊ดทนไม่ได้ขยับเข้านั่งใกล้ๆย้ำถามคำเดิมอีก เธอจึงตอบว่า

"ดิฉัน...ไม่เคยคิดอะไรกับคุณอ๊อดในทำนองชู้สาว"

"แล้วผมล่ะ" น้ำเสียงชายหนุ่มตื่นเต้นเห็นไทรงามได้แต่ยิ้มก้มหน้างุดไม่ตอบ ทำให้อู๊ดดีใจมากรีบบอกว่า "ไม่ต้องตอบก็ได้ครับ ผมอ่านใจหมอออกว่าหมอคิดยังไงกับผม เอาเป็นว่าเราสองคนจะสู้ จะอยู่เคียงข้างกันและกันตลอดไปนะครับ"

อู๊ดกุมมือไทรงามขึ้นหอมย่างทะนุถนอม ไทรงามสะเทิ้นเขินอายสะท้านไปทั้งตัว

เป็นเวลาที่ดำเดินอ้าวมาจากทางครัวบอกหวินกับเพิ่มว่าจะไปเตือนใจไทรงามให้ระวังตัวเรื่องอ๊อดที่คุณหญิงมาทาบทามมาเห็นภาพนั้นเข้าเต็มตา ดำชาวาบไปทั้งตัวด้วยความเจ็บปวดหันหลังเดินคอตกกลับไป

ooooooo

เมื่อไทรงามกลับถึงห้องนอน เธออาบน้ำเปลี่ยนชุดนอนมองตัวเองในกระจกอย่างสุขใจ พลันก็ได้ยินเสียงเคาะประตู บานเย็นเปิดเข้ามาบอกว่าเห็นไฟยังเปิดอยู่เลยรู้ว่ายังไม่นอนทำอะไรอยู่หรือ

ไทรงามตอบเขินๆว่ากำลังจะนอน บานเย็นเลยขอคุยด้วย บอกว่าเรื่องอ๊อดนั้นอยากให้เวลาลูกตัดสินใจเรื่องนี้อีกสักระยะหนึ่ง ไทรงามตอบทันทีด้วยความไม่สบายใจว่า

"ต่อให้ต้องใช้เวลาอีกนานแค่ไหน งามก็รู้ค่ะว่างามไม่สามารถรักคุณอ๊อดเกินกว่าเพื่อนได้ งามถึงไม่อยากให้เธอต้องมาเสียเวลากับงามไปมากกว่านี้"

แต่เมื่อบานเย็นบอกว่าเข้าใจความรู้สึกของลูกแต่แม่ก็เกรงใจคุณหญิงที่เป็นผู้มีพระคุณไม่อยากหักหาญน้ำใจท่าน เลยขอเวลาให้ท่านทำใจสักนิดว่าลูกกับอ๊อดไปด้วยกันไม่ได้ จริงๆจะได้ไหม ไทรงามจำต้องตอบรับด้วยเสียงแผ่วเบา "ค่ะ"

แม้บานเย็นจะรู้ว่านี่ไม่ใช่วิธีแก้ปัญหา แต่มันก็ทำให้เธอมีเวลาที่จะตั้งหลักเพื่อหาทางออกให้กับเรื่องนี้อีกระยะหนึ่ง

ooooooo

หลังจากรู้ใจกันและกันกับไทรงามแล้ว อู๊ดคุยกับคุณหญิงที่เข้าไปหาที่ห้องนอน พยายามเรียบเรียงคำพูดเพื่อขอโอกาสกับคุณหญิงว่า

"ตั้งแต่ผมจำความได้ ผมไม่ทราบว่าทำไมทุกคนถึงต้องการให้ผมซึ่งเป็นน้อง เป็นฝ่ายเสียสละทุกอย่างให้พี่อ๊อดมาตลอด แต่ผมก็ทำตามทุกครั้ง เพื่อให้ทุกคนพอใจโดยไม่เคยคิดเกี่ยงงอนอะไรเลย แต่สำหรับเรื่องหมองาม ผมอยากจะขอ"

"ย่ามาขอให้อู๊ดหลีกทางให้พี่อ๊อด ไม่ใช่ให้อู๊ดมาขอแต่งงานกับแม่นั่นเสียเอง" คุณหญิงตัดบท

"ผมไม่บังอาจถึงเพียงนั้นหรอก เพียงแต่ผมอยากจะขอให้เวลาและความจริงใจเป็นเครื่องพิสูจน์ได้ไหมครับว่าหมอ งามจะเลือกใคร"

"อย่าเสียเวลาเลย เพราะถึงอย่างไรอู๊ดก็แต่งงานอยู่กินกับแม่นั่นไม่ได้อยู่แล้ว"

"ทำไมครับ ผมไม่เคยขออะไรคุณย่าเลย แค่ขอโอกาสพิสูจน์ตัวเองเท่ากับพี่อ๊อดเท่านั้น คุณย่าให้ผมไม่ได้เชียวหรือครับ" อู๊ดพยายามสะกดกลั้นความน้อยใจ

"ไม่ใช่ย่าคนเดียวที่ให้โอกาสอู๊ดไม่ได้ อู๊ดลองไปถามนังเย็นมันดูซิว่ามันจะปล่อยให้อู๊ดกับแม่งามรักกันได้ไหม" คุณหญิงโยนกลองแล้วเดินออกจากห้องไปอย่างขัดใจ

อู๊ดยิ่งงุนงง ไม่เพียงคุณหญิงเท่านั้นที่ขัดขวางตนกับไทรงาม แม้แต่บานเย็นก็เป็นด้วยหรือ?

ooooooo

คืนนี้ อุษาย่องออกจากห้องไปพบทนต์ที่กระท่อมร้าง ขณะนอนซุกกันอยู่นั้น จู่ๆอุษาก็ถามทนต์ว่ามียาที่แรงกว่านี้ไหม ตนทนผัวผู้ดีขี้เมาไม่ไหวแล้วนับวันยิ่งหมดสภาพดีแต่ใช้กำลังไม่ใช้สมอง ให้ไปทำอะไรก็ผิดพลาดล้มเหลวไปหมดทุกอย่าง

ทนต์รับปากจะจัดการให้แต่ต้องมีข้อแลกเปลี่ยน คือให้อุษาไปสืบว่าเจ้าคุณยงยศวางเวรยามไว้ที่หน้าบ้านอย่างไรบ้าง สงสัยจะรู้ตัวว่าชะตาถึงฆาตถึงได้เรียกคนมากันไว้แน่นหนาอย่างนั้น

อุษาเพิ่งรู้ว่าทนต์รู้จักเจ้าคุณยงยศและนั่นคือศัตรูที่เขาหมายหัวไว้ พอคิดสะระตะแล้ว อุษาพูดอย่างลิงโลดว่า

"ถ้าเจ้าคุณฯตาย นังเด่นดาวก็จะกลายเป็นผู้รับมรดกแต่เพียงผู้เดียว ถึงเวลานั้นอุษาก็คงจะถ่ายเทสมบัติจากนังเย็นมาได้หมดแล้ว อุษาจะให้ตาอ๊อดหย่ากับนังไทรงามลูกมัน แล้วมา แต่งงานกับนังเด่นดาวเพื่อฮุบมรดกเจ้าคุณฯอีกที...โอ๊ะๆ...เราคงได้เป็นมหา เศรษฐีระดับต้นๆของเมืองไทย อุษาร่วมมือเต็มที่จ้ะ"

ทนต์ดึงอุษาเข้าไปกอดและจูบแทนคำขอบใจ

แต่พออุษากลับไปถึงห้องนอนกลับเจอกิตินั่งหน้าเป็นยักษ์คอยอยู่  เธอถูกไล่บี้จนรู้ว่ากิติตื่นตั้งแต่ตอนตัวเองย่องออกจากห้องแล้ว  เลยโกหกน้ำขุ่นๆว่าออกไปรับลมข้างนอกเดินเล่นเพลินไปหน่อยเลยกลับดึก

กิติไม่ซักถามต่อแต่กระโจนเข้ากอดรัดฟัดเหวี่ยงอุษาราวกับเสือโหย พอเธอหลบหลีกก็ถูกกระชากจนผ้าคลุมไหล่หลุดตกที่พื้น กิติหน้ามืดตามัวเดินไปเหยียบลื่นล้มหัวฟาดขอบเตียงสลบทันที อุษาตกใจ แต่พอเห็นกิติยังหายใจอยู่ก็ทำเป็นตะโกนร้องขอความช่วยเหลืออย่างตกใจ ทั้งที่ความจริงสะใจนัก!

ครู่เดียว เพิ่มก็ไปตามไทรงามที่เรือนบานเย็นไปดูกิติที่เรือนใหญ่ ไทรงามฉีดยาบำรุงให้ บอกว่าตอนนี้ให้คนเจ็บพักผ่อนก่อนตอนเช้าตนจะมาดูอีกที คิดว่าสมองคงไม่เป็นอะไรเพราะยังจำคนรอบข้างได้ทุกคน

"ขอบคุณมากนะครับหมองาม" อู๊ดเอ่ย

"ไม่เป็นไรค่ะ เป็นหน้าที่ของหมออยู่แล้ว"

หนุ่มสาวสบตากันอย่างอ่อนโยน คุณหญิงและบานเย็นเห็นความรู้สึกพิเศษในสายตาของทั้งสอง คุณหญิงจึงบอกบานเย็นให้พาไทรงามกลับไปพักผ่อนเสีย

ooooooo

ขณะบานเย็นพาไทรงามออกมาถึงชานบ้านนั่นเอง เจอกับอ๊อดในสภาพเมามายตรงเข้ามาทำทีทัก ถามว่ามาตรวจเรือนหอหรือ ไทรงามเร่งบานเย็นรีบไปกันดีกว่า ก็ถูกอ๊อดตรงเข้าฉุดมือไว้ไม่ยอมให้ไปชวนค้างเสียด้วยกันที่นี่เลย

ไทรงามสั่งให้ปล่อยอ๊อดก็ยังไม่ยอมปล่อย จนกระทั่งคุณหญิงมาสั่งอ๊อดจึงยอมปล่อย บานเย็นรีบดึงไทรงามออกจากตรงนั้น คุณหญิงจึงดุด่าอ๊อดที่อยากมีเมียแต่ทำตัวอย่างนี้ ผู้หญิงที่ไหนจะยอมมาเป็นเมีย

อ๊อดเถียงเมาๆว่าเรื่องนี้ไม่เกินความสามารถของคุณย่า และที่ตนเป็นแบบนี้ก็เพราะมีพ่อเป็นผู้นำส่วนตนเป็นผู้ตาม

"ถ้าอย่างนั้นก็โผล่เข้าไปดูสภาพผู้นำเสียก่อนดีไหม จะได้เลิกเป็นผู้ตามเสียที" คุณหญิงพูดอย่างระอาใจก่อนผละไป

ooooooo

เช้าวันรุ่งขึ้น เจ้าคุณยงยศกับเด่นดาวพากันมาเยี่ยมกิติ คุณหญิงพาท่านเข้าไปที่ห้องนอนกิติ เจ้าตัวบอกว่าตนไม่เป็นอะไรมากแค่เจ็บที่หัวและปวดเนื้อปวดตัวเล็กน้อย

อ๊อดเข้าไปด้วยฉวยโอกาสตีหน้าชื่นแจ้งข่าวดีเรื่องตนจะหมั้นกับไทรงามหมาย เยาะเย้ยเด่นดาว ทั้งยังจะเชิญเจ้าคุณฯและเด่นดาวมาร่วมงานเมื่อวันนั้นมาถึง

ระหว่างนั้น กิติอยากได้ยาหอมสักถ้วย เด่นดาวจึงอาสาจะไปเอามาให้ ระหว่างนั้นอุษาจึงเลียบเคียงถามเจ้าคุณยงยศว่า

"เมื่อวานอุษาผ่านไปแถวบ้านท่านเจ้าคุณฯ เห็นหนุ่มๆ วัยฉกรรจ์อยู่กันเต็มบ้าน ไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้นคะ"

"เจ้าเฟื้อเขาเป็นห่วงว่าถ้าพวกโจรมันรู้ว่าผมมาอยู่ที่นี่แล้วมันจะพากันมา ปล้นบ้าน ก็เลยจ้างเวรยามเพิ่มทั้งกลางวันกลางคืน กะละ 10 คนได้มั้ง ผมเห็นว่ามันหวังดีก็เลยไม่ได้ขัดอะไร อีกอย่างก็เป็นห่วงหลานด้วย อยู่กับคนแก่ ตามลำพัง มันก็ไม่ปลอดภัยจริงๆ"

อุษาหูผึ่งจดจำข้อมูลไว้อย่างละเอียด

ส่วนเด่นดาวเข้าไปที่ครัวเรือนใหญ่ เจอดำกำลังยกกาน้ำร้อนลงจากเตาพอดี ถามว่าเขามาทำอะไรที่นี่ ดำตอบประชดว่าแม่ตนเป็นแม่ครัวอยู่ที่นี่แล้วจะให้ตนไปอยู่ไหน

เด่นดาวเดาว่าเขาอารมณ์เสียเพราะอ๊อดกับไทรงามจะแต่งงานกัน ดำย้อนเอาว่าเธอเองก็คงโล่งอกที่จะได้หมดเสี้ยนหนามหัวใจเสียที ทั้งสองมองหน้าอย่างเข้าใจความรู้สึกกัน เธอถามดำว่า

"แล้วนายจะทำยังไง"

ดำตอบไม่ได้ เด่นดาวเองก็ไม่รู้จะทำอย่างไร เพราะตัวเองก็ยังคิดไม่ออกเหมือนกัน

ooooooo

เวลาเดียวกันนั้น อู๊ดเดินออกจากห้องนอน เจอไทรงามกำลังจะเข้าไปดูแลกิติพอดี เขาตรงเข้าไปบอกเธอว่าคิดถึงทั้งคืน ไทรงามบอกอู๊ดตามตรงว่าแม่เย็นขอให้เธอดูท่าทีของอ๊อดอีกสักพักเพราะคุณหญิง ท่านขอมา

อู๊ดบอกไทรงามว่าเขาเองก็ถูกคุณย่าขอร้องอย่างนี้เหมือนกัน ตั้งข้อสังเกตกับหญิงสาวว่าน่าจะมีเหตุผลอะไรบางอย่างซ่อนอยู่ ขอร้องไทรงามว่า

"รับปากผมได้ไหมครับ ไม่ว่าความรักของเราจะมีอุปสรรคแค่ไหน เราจะจับมือฝ่าฟันอุปสรรคไปด้วยกันนะครับ" อู๊ดเอื้อมมือไปจับมือไทรงามไว้ เธอตอบรับเบาๆ ยิ้มให้กันอย่างมั่นใจในความรักที่มีต่อกัน

ทันใดนั้น อ๊อดเดินผ่านมาเห็นภาพนั้นเข้าเหมือนถูกไฟจี้เข้ากลางใจ พุ่งเข้าชกหน้าอู๊ดทันทีตะโกนบอกว่านี่คือโทษฐานล่วงเกินว่าที่พี่สะใภ้

อู๊ดไม่ได้ตอบโต้เขาเพียงแต่หลบหลีกปัดป้องจนอ๊อดบ้าดีเดือดพุ่งเข้าไปหัว คะมำถลำไปชนกระถางต้นไม้เข้าอย่างจังต่อหน้าไทรงาม ทำให้อ๊อดทั้งโกรธทั้งอายตะโกนลั่นพร้อมกับพุ่งเข้าหาเหมือนหมาบ้า

"ไอ้อู๊ด...มึงอย่าอยู่ร่วมโลกกับกูเลย!"

ดำถือกาน้ำร้อนมากับเด่นดาวเห็นเข้า ต่างตกใจที่พี่น้องชกต่อยกันนัวเนีย ดำรีบวางกาน้ำเข้าไปแยกท่ามกลางเสียงร้องห้ามของไทรงาม แต่ใครก็หยุดพวกเขาไม่ได้ จนกระทั่งคุณหญิงออกมาตวาดให้หยุด อุษาก็เสียงเขียวใส่ว่าชกกันทำไม มีเรื่องอะไร

"ก็ไอ้อู๊ดมันบังอาจจับมือถือแขนคู่หมั้นอ๊อด พออ๊อดพูดเตือนมันดีๆ มันก็พุ่งเข้ามาชกอ๊อดจนหัวฟาดพื้น" อ๊อดฟ้องหน้าด้านๆ ต่อหน้าไทรงามที่เห็นความจริงทั้งหมด

อุษาด่าไทรงามว่าไม่ทันไรเธอก็มาทำให้พี่น้องจะฆ่ากันตายแล้วหรือ ทำให้ทุกสายตามองมาที่ไทรงาม เธอสุดจะทนกับสายตาเหล่านั้นได้เลยหันหลังเดินออกไป อู๊ดทำท่าจะตามแต่ถูกอุษาดึงไว้

เมื่ออุษาพาอ๊อดไปนั่งปลอบใจกันที่ท่าน้ำ อุษาขอให้ลูกอดทนอีกนิดเพราะพ่อ แม่ และคุณย่ากำลังพยายามทุกวีถีทางเพื่อช่วยเขาอยู่ แต่อ๊อดบอกว่าตนทนไม่ไหวแล้วขืนปล่อยไว้ มีหวังอู๊ดต้องมาฉกไทรงามไปแน่ๆ  เพราะดูก็รู้ว่าทั้งสองคนชอบพอกันอยู่ ประกาศกับอุษาว่า

"ในเมื่อขอกันดีๆไม่ให้ ใช้ผู้ใหญ่บังคับแล้วก็ยังไม่ได้ ก็ต้องฝืนใจกันล่ะ"

ooooooo

อุษาช่วยอ๊อดด้วยการพาไปพบกับทนต์ให้ช่วยจัดการตามความต้องการของอ๊อด ทนต์ถามว่าจะให้ลงมือเมื่อไร อุษาาบอกว่าเร็วที่สุด ทนต์ขอค่าเหนื่อย 5,000 บาท รับรองว่าคืนนี้เตรียมให้ไทรงามเข้าหอกับอ๊อดได้เลย อ๊อดชอบใจรีบควักเงินให้ทันที

ทนต์นัดลูกสมุน 5 คนไปพบที่ร้านของเสี่ยโอบอกว่ามีงานด่วนให้ทำ พอดีเสี่ยโอเดินล้งเล้งเข้ามา ทนต์เลยทำทีว่าสมุนทั้ง 5 คน เป็นลูกค้า พูดดังๆ ว่าสินค้าหมดให้กลับไปก่อนวันหลังค่อยมาใหม่ แล้วหันไปถามเสี่ยว่าเกิดอะไรขึ้นหรือ

เสี่ยพูดอย่างเจ็บใจว่าตนประมูลงานขายวัสดุสร้างทางไม่ได้โทษว่าต้องเป็น เพราะนายช่างยิ่งยงแน่ๆ อัมปกป้องอู๊ดว่า เป็นเพราะสินค้าเราแพงกว่าร้านในพระนครหรือเปล่า

เสี่ยเลยโทษว่าอัมทำงานไม่สำเร็จให้จับนายช่างตั้งนานก็ยังจับไม่ได้ อัมเถียงว่าเพราะอู๊ดไปติดไทรงามต่างหาก เสี่ยโอเลยหันไปถามทนต์ว่าพอจะจัดการรวบรัดให้นายช่างมาเป็นของลูกสาวตนได้ ไหม

"ได้สิครับ มีคนต้องการหมอไทรงามทำเมียอยู่พอดี เพียงแต่...คุณอัมจะต้องร่วมมือด้วยนิดหน่อย" ทนต์ยิ้มอย่างสะใจที่ทุกอย่างช่างลงตัวกันเหมาะเจาะดีจริงๆ

"แล้วฉันจะสมหวังกับคุณอู๊ดไหมล่ะ" อัมถาม

"ไม่ต้องเป็นห่วง คืนนี้คุณได้เป็นเมียนายช่างแน่นอนครับ" ทนต์รับรองแบบเดียวกับอ๊อด

ooooooo

บ่ายจัดแล้ว เด่นดาวยังคอยอู๊ดอยู่ที่ไซต์งาน ชายหนุ่มอยากให้เธอกลับไปก่อนเพราะร้อนและฝุ่นเยอะ เธอก็ไม่ยอมไปขอกลับพร้อมกัน จนอู๊ดไม่รู้จะทำอย่างไร เลยเดินกลับไปทำงานต่อ

ส่วนที่คลินิกหมองาม ดำช่วยงานอยู่ ไทรงามบอกว่า วันนี้จะปิดคลินิกเร็วหน่อย เพราะนัดกับบานเย็นไว้ว่าจะไปกราบท่านพระครูที่วัด ดำเห็นด้วยและขอตามไปด้วยคน

ไม่ทันไร อัมก็วิ่งกระหืดกระหอบมาบอกว่าเตี่ยเกิดอุบัติเหตุรถคว่ำอยู่ที่บ้านไทรย้อยขอร้องหมองามให้ไปช่วยดูด้วย ไทรงามจึงคว้ากระเป๋ายาจะไปดำขอตามไป เธอบอกว่าให้รออยู่ที่นี่แหละ เพราะเดี๋ยวบานเย็นมาจะได้บอก ไม่อย่างนั้นเดี๋ยวแม่จะเป็นห่วง

ในที่สุดไทรงามก็คว้ากระเป๋ายาไปกับอัมที่เร่งเร้าอยู่ไม่หยุดหย่อน

พอดีอู๊ดเลิกงานจะกลับพร้อมกับเด่นดาว ก็ถูกอ๊อดโผล่มาขวางบอกว่าต้องการตกลงกับอู๊ดเรื่องไทรงามกันอย่างลูกผู้ชาย อู๊ดจึงจำต้องผละจากเด่นดาวไปกับอ๊อด

ใบ้ยังทำงานอยู่แถวนั้นมองตามสองพี่น้องไปอย่างกังวล

อ๊อดพาอู๊ดนั่งรถไปจนถึงหน้ากระท่อมร้างที่ไทรโศกจอดรถแล้วลงไปถามอู๊ดว่ารักหมองามใช่ไหม พออู๊ดตอบว่า "ครับ" เท่านั้น ก็ถูกไม้ท่อนฟาดต้นคออย่างแรงจนทรุดฮวบหมดสติไปทันที

ส่วนไทรงามถูกอัมพาไปที่บ้านร้าง พอไทรงามถามว่าแล้วรถของเสี่ยที่คว่ำอยู่ไหน อัมปดว่ารถถูกลากไปที่บ้านผู้ใหญ่แล้ว และเตี่ยก็เจ็บมากไม่กล้าเคลื่อนย้ายไปไหนเลยเอามาพักที่บ้านหลังนี้เร่งให้รีบเข้าไปดูกัน

แต่พอไทรงามขยับจะตามอัมเข้าไป เธอก็ถูกทนต์ล็อกจากข้างหลังและโปะยาสลบทันที จากนั้นบอกให้อัมกลับไปรอที่กระท่อมร้างตามที่นัดไว้ได้เลย ซึ่งก็คือที่ที่อู๊ดถูกหลอกไปนั่นเอง

"พวกเอ็งเอานังหมอนี่ไปนอนข้างในแล้วเฝ้าไว้ให้ดีจนกว่าคุณอ๊อดจะมา" ทนต์สั่งสมุน ยืนดูจนเห็นทุกอย่างเรียบร้อยตามแผน มันจึงผละไป

ooooooo

อ๊อดสั่งสมุนของทนต์ลากอู๊ดเข้าไปไว้ในกระท่อมคอยอัมที่กำลังตามมา แล้วตัวเองออกมาที่รถโดยไม่รู้ว่าใบ้แอบซ่อนมาที่กระโปรงหลัง พออ๊อด

ขับรถออกไป ใบ้ก็เล็ดลอดไปที่ด้านหลังกระท่อมแอบดูเห็นอู๊ดนอนไม่ได้สติอยู่ในนั้น

ใบ้แกล้งเอาก้อนหินขว้างใส่กระท่อม แสงกับทับสมุนของทนต์เฝ้าอยู่ แสงให้ทับไปดู พอทับโผล่พ้นกระท่อมก็ถูกท่อนไม้ที่มันใช้ฟาดอู๊ด ฟาดใส่ต้นคอทีเดียวม่อยกระรอกไปทันที  แสงได้ยินเสียงผิดปกติคว้าปืนออกไปดู  ถูกใบ้ฟาดล้มแล้วตามไปถีบซ้ำ
แสงมีปืนแต่ก็ถูกใบ้กระโดดถีบจนปืนกระเด็นแล้วบีบคอมันจนตาเหลือก มันคว้าปืนได้ไม่ทันทำอะไรใบ้ก็ฟาดมันด้วยไม้ท่อนเดิมหมดสติไปอีกคน

เมื่อกำจัดสมุนของทนต์ได้แล้ว ใบ้วิ่งเข้าไปช่วยอู๊ดที่ยังนอนไม่ได้สติอยู่ในกระท่อม

เวลาเดียวกันนั้น ดำยังอยู่ที่ร้านดำค้าข้าว เด่นดาวไปหาไทรงามบอกว่าเจ้าคุณปู่นัดให้พาหมองามไปเช็กสุขภาพ เมื่อรู้ว่าไทรงามไม่อยู่เดี๋ยวคงกลับ เธอจึงขอนั่งรอที่นั่น ระหว่างนั้นเธอให้กำลังใจดำให้ต่อสู้เพื่อไทรงามต่อไป

ครู่หนึ่ง บานเย็น หวิน กับเพิ่มมาที่ร้าน ดำแนะนำให้รู้จักกัน เด่นดาวยกมือไหว้ทุกคนอย่างอ่อนน้อม บานเย็นถามดำว่าไทรงามไปไหนเห็นคลินิกปิดอยู่   ดำบอกว่าไปดูอาการเสี่ยโอที่บ้านไทรย้อยเพราะเสี่ยโอรถคว่ำ

หวินถามว่าตั้งแต่เมื่อไร ดำบอกว่าสักประมาณสี่ห้าโมงเย็นเห็นจะได้

"เฮ้ย...มันจะเป็นไปได้ยังไง ก็ตอนนั้นพวกเรายังเห็นเสี่ยนั่งเป็นประธานในงานผ้าป่าที่วัดไทรย้อยอยู่เลย แล้วตอนที่พวกเราออกมา เสี่ยก็ยังนั่งนับเงินไม่เสร็จ" เพิ่มเอะใจ ทุกคนมองหน้ากันว่าเกิดอะไรขึ้น

บานเย็น เพิ่ม หวิน ดำ และเด่นดาวพากันถลันออกมาจากตลาดอย่างร้อนรน เจอใบ้ประคองอู๊ดที่เพิ่งรู้สึกตัวพอดี บานเย็นตกใจถามว่าอู๊ดเป็นอะไร

"ผม...ถูกทำร้ายมาครับ พอดีคุณอาไปช่วยไว้แล้วก็เลยพามาให้หมองามดูอาการ" อู๊ดเล่า

ดำบอกแทบจะเป็นตะโกนว่าไทรงามไม่อยู่และตอนนี้จะเป็นอย่างไรบ้างก็ไม่รู้  อู๊ดหายมึนเป็นปลิดทิ้ง  เขากระโดดขึ้นมอเตอร์ไซค์บิดไปราวกับเหาะโดยมีดำซ้อนท้าย ครู่เดียวดำก็ตะโกนบอกอู๊ดว่า

"เลี้ยวกลับครับคุณอู๊ด   ตามมอเตอร์ไซค์ยายตัวดี นั่นไป"

อู๊ดชะลอแล้วเลี้ยวตามรถของอัมไปทันที

ooooooo

อ๊อดเข้าไปในบ้านหลังนั้น เห็นไทรงามนอนหมดสติอยู่ก็กระหยิ่มยิ้มย่องเดินเข้าไปมองด้วยความหื่น

หารู้ไม่ว่าเวลานี้อัมถูกอู๊ดกับดำประกบตัวไว้แล้ว ดำเข้า ไปตะคอกถามว่าเอาไทรงามไปไว้ที่ไหน อัมโกหกหน้าตายว่า ตนไม่รู้เพราะตัวเองก็ถูกพวกโจรหลอกเหมือนกัน เล่าว่า

"มันส่งสายมาบอกว่ารถเตี่ยฉันคว่ำ พอฉันพาหมองามมาดูเตี่ย มันก็ดักฉุดฉันกับหมองาม แต่ฉันหนีมาได้ ก็ว่าจะไปบอกนายที่คลินิกอยู่นี่ไง"

"แล้วตอนนี้หมองามอยู่ที่ไหน" อู๊ดทนไม่ได้ตะคอกถาม อัมหันมองอ้ำอึ้ง...

ooooooo

ที่บ้านร้างไทรย้อย สมุนของทนต์ 3 คน คือ สิงห์ เขียว  กับมิ่งเฝ้าอยู่หน้าบ้าน  มันดวดเหล้าจากไหกันอย่างสบายอกสบายใจ

พริบตานั้น อู๊ดกระโดดถีบสิงห์หน้าคว่ำไปกับไหเหล้า เขียวกับมิ่งคว้าปืนยิงสวน  แต่ก็ถูกดำเอาไม้ฟาดและเตะปืนกระเด็น เขียวยิงใส่ดำแต่พลาดเพราะอู๊ดหยิบไหเหล้าทุ่มใส่ หัวจนเลือดอาบ

อ๊อดกำลังแกะกระดุมเสื้อไทรงามได้ยินเสียงตึงตังโครมครามข้างนอกแอบดูทางหน้าต่างเห็นสมุนของทนต์ทั้งสามสลบหมดสภาพอยู่กับพื้น เห็นอู๊ดกับดำอยู่หน้าบ้าน อ๊อดขบกรามแน่นอย่างแค้นจัด

อึดใจเดียวอู๊ดกับดำก็ถีบประตูเข้าไปในบ้านร้องเรียกไทรงามพร้อมกัน

"หมองาม!"

"น้องงาม!"

ooooooo

ที่เรือนใหญ่ไทรโศก ทุกคนที่เกี่ยวข้องต่างพากันไปรอฟังข่าวที่เรือนใหญ่ ในขณะที่คุณหญิงนั่งวางหน้าเฉยเหมือนไม่สนใจ ส่วนอุษาแววตามีความสุข จนเจ้าคุณยงยศทนไม่ได้เอ่ยถามขึ้นว่า

"นี่เราจะไม่แจ้งผู้ใหญ่บ้านให้เกณฑ์ลูกบ้านช่วยกันตามหาหมองามหน่อยหรือครับ มีแค่หลานอู๊ดกับนายดำไปกันแค่สองคน ผมเกรงว่าจะหาไม่เจอ"

"ไปกันแค่นี้ดีแล้วค่ะ เพราะถ้าเกิดเรื่องอะไรไม่ดีไม่งามขึ้นมาจะได้รู้กันเฉพาะในวงแคบๆ ขืนเกณฑ์กันไปทั้งหมู่บ้านมีหวังได้เป็นข่าวฉาวโฉ่กระฉ่อนไปทั้งบางแน่" อุษาพูดเหมือนรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น พอถูกเด่นดาวถามว่าทำไมถึงรู้ว่าจะเกิดเรื่องฉาวโฉ่ อุษาก็ใบ้กินสนิท

"รออีกสักพักก็แล้วกันค่ะ ดิฉันคิดว่าตาอู๊ดกับเจ้าดำจะจัดการเรื่องนี้ได้" คุณหญิงเอ่ยขึ้นกับเจ้าคุณฯ แล้วหันมาปรามอุษาขวางๆว่า "แล้วหล่อนก็เลิกออกความเห็นในแง่ร้ายเสียที ลูกชาวบ้านเขาเข้านอนกันหมดแล้ว แล้วตาอ๊อดล่ะหายหัวไปอยู่ไหน"
เจอคำถามจุกคอหอยนี้เข้า อุษาหน้าเหลือสองนิ้ว พูดไม่ออก ได้แต่แอบด่าคุณหญิงในใจ

ooooooo

ที่ร้านเสี่ยโอในตลาด อัมกลับมาอาบน้ำเปลี่ยนเป็นชุดนอนเบาบางวาบหวิวเดินบ่นลงมาข้างล่างอย่างหงุดหงิด

"ต้องเป็นไอ้อ๊อดแน่ๆที่ทำแผนเสีย อุตส่าห์ลงทุนปั้นเรื่องแทบตาย สุดท้ายก็ต้องพังพาบไม่เป็นท่า ไอ้บ้าเอ๊ย!!"

บ่นพลางเดินลงมาปิดประตูจะลงกลอน พลันประตูก็ถูกผลักเข้ามาอย่างแรง อัมตาโตตกใจเมื่อเห็นอ๊อดยืนตาขวางอยู่ตรงประตู แต่ยังทำปากกล้าด่าต่อ

"แหม...ตายยากจริงนะ พูดถึงก็โผล่มาให้ด่าพอดี นายรู้ไหมเมื่อกี้ฉันไปเจอใครมา คุณอู๊ดไง! มัวแต่ทำสำอางผัดหน้าทาแป้งแต่งผม  เตรียมไปคั่วนังหมองามอยู่สิท่า  ถึงได้ ปล่อยให้คุณอู๊ดหลุดมาได้  สมองนายมีบ้างไหม  หรือว่าข้างในมีแต่กะโหลกกลวงๆ หา!"

อ๊อดถามว่าทนต์อยู่ไหน อัมบอกว่าไปรับเตี่ยที่บ้านไทรย้อยอยากเคลียร์อะไรให้มาพรุ่งนี้ แต่อ๊อดไม่รอถึงพรุ่งนี้ เขาพุ่งเข้ากระชากอัมเข้าไปปลดปล่อยอารมณ์ค้างอย่างเมามัน

อัมดิ้นสุดฤทธิ์   พอหลุดก็วิ่งขึ้นห้องนอนตัวเอง แต่ไม่ทันเพราะถูกอ๊อดตามกระชากเหวี่ยงไปกองกับพื้น เมื่อเธอดิ้นไม่ยอมก็ถูกอ๊อดชกท้องจนตัวงอ อุ้มไปโยนลงบนเตียงคำรามพร้อมกับโถมเข้าหา

"ไม่ได้หมองาม มีเธอแก้ขัดก็ยังดี!"

ooooooo


ที่ใต้ถุนเรือนใหญ่ไทรโศก ขณะที่ทุกคนกำลังรอฟังข่าวไทรงามกันอยู่นั้น เพิ่มก็เข้ามาบอกด้วยความดีใจว่ากลับมากันแล้ว พอมองไปก็เห็นอู๊ดอุ้มไทรงามที่ยังไม่ได้สติเข้ามา เขาบอกทุกคนว่า

"หมองามปลอดภัยแล้วครับ แต่คิดว่าโดนบังคับดมยาสลบเข้าไปก็เลยยังไม่ฟื้น"

บานเย็นเข้าไปขอบคุณอู๊ดกับดำที่ช่วยชีวิตไทรงามไว้ไม่ขาดปาก ในขณะที่อุษานั่งหน้าซีดกลัวแผนแตกอยู่เงียบๆคุณหญิงบอกบานเย็นให้พาไทรงามกลับไปนอนพักที่บ้าน ใบ้เข้าไปรับไทรงามจากอู๊ดอุ้มไว้เสียเองแล้วเดินออกไปกับบานเย็น

พอบานเย็นกับใบ้ไปแล้ว คุณหญิงถามอู๊ดว่าเป็นอย่างไรบ้างโดนใครทำร้ายที่ไหน

"โดนไม้ตีที่ต้นคอครับ จนคุณอาใบ้ไปช่วยผมออกมา ผมถึงได้รู้สึกตัว"

"แล้วไปทำอะไรที่ไหนคะคุณอู๊ด ถึงได้ถูกพวกนักเลงดักตีเอาได้" หวินถาม

"พี่อ๊อดชวนผมไป เอ่อ...คุยธุระน่ะครับ แต่ตอนที่อาใบ้ พาผมออกมาจากที่นั่น ผมก็ไม่เห็นพี่อ๊อดแล้ว"

อุษาโวยวายขึ้นมาทันทีว่าแล้วอ๊อดหายไปไหน ไม่ใช่ ถูกพวกโจรซ้อมและลากตัวไปทิ้งแล้วหรือ  คุณหญิงมองขวับเคืองๆที่อุษาแทรกขึ้นมาแต่ละทีมีแต่เรื่องเข้าตัวทั้งนั้น

ooooooo

ตอนที่ 11

เฟื้อ เป็นคนสนิทของเจ้าคุณยงยศที่อยู่ไทรโศกถูกเจ้าคุณฯเรียกเข้ามาถามเรื่อง ไทรงาม ระหว่างนั้น เด่นดาวเดินใจลอยคิดถึงเรื่องไทรงามกับอู๊ดมาได้ ยินเสียงคุยกันในห้องข้องเกี่ยวกับไทรงามจึงหยุดฟัง

เจ้าคุณฯถาม เฟื้อว่าไทรงามเกิดที่ไทรโศกนี่จริงหรือ เฟื้อเชื่อว่าน่าจะเป็นอย่างนั้นเพราะตนเห็นตั้งแต่ยังแบเบาะ ถามท่านเจ้าคุณฯว่า "ท่านถามทำไมหรือครับ"

"นั่นสิคะ"   เด่นดาวพูดอย่างเห็นด้วยพลางเดินเข้าไป เจ้าคุณฯรีบกลบเกลื่อนพูดคุยต่อเหมือนเป็นเรื่องปกติ ธรรมดาว่า

"ไม่มี อะไรหรอกหลาน ปู่เห็นว่าเธออัธยาศัยดี แล้วหน้าตาก็ช่างเหมือน...เอ่อ...เหมือนญาติของเราคนหนึ่ง แต่ ถ้าเจ้าเฟื้อเขาว่าคุณหมอเธอเกิดที่นี่ ก็เป็นอันว่าไม่เกี่ยวข้องอะไรกับเรา"

"ไม่เกี่ยวแน่ครับ เพราะคุณหมองามเป็นลูกของแม่เย็น ใครๆก็รู้" เฟื้อยืนยัน

เจ้าคุณฯ จึงกลบเกลื่อนเปลี่ยนเรื่องว่าจะเป็นลูกหลานใครก็ช่างเถอะ เห็นว่าเป็นคนมีอัธยาศัยดีเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่มีน้ำใจพูดจาสุภาพอ่อนหวานเลย อยากให้เด่นดาวคบหาไว้ เป็นเพื่อน เพราะคนอย่างนี้ไม่ใช่จะหาที่ไหนได้ง่ายๆ

"ค่ะ...ใครๆ ถึงได้พากันรักเธออย่างไรคะ" เด่นดาวพูดอย่างนั้น รู้สึกอย่างนั้น แต่ในใจแอบคิดขอยกเว้นอู๊ดไว้ คนหนึ่งในจำนวนใครๆที่เธอเอ่ยถึง

ไม่ เพียงเด่นดาวที่คิดไม่สบายใจเรื่องความสัมพันธ์ ระหว่างอู๊ดกับไทรงาม ดำเองก็คิดมากจนเอาไปนั่งซึมนอนไม่หลับเหมือนกัน

ooooooo

เช้า วันต่อมา เมื่อเพิ่มไปรับคุณเจนมาที่ไทรโศกพร้อมเอกสารประกอบพินัยกรรมก็มานั่งกัน พร้อมหน้าที่โถงเรือนใหญ่ไทรโศก นอกจากพวก "ธีระรัตน์" ทั้งหมดแล้ว ยังมีเพิ่มมานั่งเป็นพยานด้วย

เมื่อทุกคนพร้อมแล้ว คุณเจนจึงเอาเอกสารประกอบพินัยกรรมอ่านให้ฟัง

"นอกจากนางบานเย็น ธีระรัตน์ จะได้รับเงินเดือนเป็นจำนวนดังกล่าว นับตั้งแต่ให้กำเนิดทายาทแก่ตระกูลธีระรัตน์ แล้ว ยังจะได้รับเงินปันผลจากรายได้ทั้งหมดที่ได้จากที่นาไทรโศกอีกปีละ 10% จนเมื่อทายาทของนายกิติและนางบานเย็น ธีระรัตน์ มี
อายุครบ 25 ปีบริบูรณ์ จึงอนุญาตให้แบ่งที่ดินไทรโศกเป็น 4 ส่วน ข้าพเจ้าขอมอบที่ดิน 2 ใน 4 ส่วนนั้นให้แก่ทายาทที่ถูกต้องตามกฎหมายของนายกิติและนางบานเย็น ธีระรัตน์ ส่วนที่เหลือข้าพเจ้าขอมอบให้แก่นายกิติและนางบานเย็น ในสัดส่วนที่
เท่ากัน"

คุณ หญิงถามแทรกขึ้นว่าตนจะได้อะไร คุณเจนบอกว่าได้รับเงินปันผล 30% ในแต่ละปี อุษาถามขึ้นบ้างว่าตนเป็นเมียกิติจะได้อะไรบ้าง

"คุณกิติจะมีเมียกี่ คนก็ได้ แต่ภรรยาที่ถูกต้องตาม กฎหมายมีได้คนเดียวเท่านั้นครับ" คุณเจนบอก

"ยัง มีสาระสำคัญที่เจ้าคุณพ่อหมายเหตุไว้ด้วยใช่ไหมครับคุณเจน" เพิ่มถาม

"ครับ" คุณเจนตอบแล้วจึงเริ่มอ่านต่อตรงหมายเหตุว่า "หมายเหตุ...หากมีเหตุอันใดที่ทำให้ทายาทของนายกิติและนางบานเย็น ธีระรัตน์ ต้องพิการหรือเสียชีวิตก่อนอายุครบ 25 ปี ให้มอบเงินรายได้จากที่นาไทรโศกหลังหักค่าใช้จ่ายซึ่งฝากเก็บไว้ที่
ธนาคาร ทุกปีให้แก่องค์กรสาธารณกุศล และให้ขายที่ดินไทรโศกทั้งหมดเพื่อนำเงินก่อตั้งมูลนิธิ "โพธิ์งาม" เพื่อช่วยเหลือลูกหลานชาวนาให้ได้รับทุนการศึกษาสืบไป..."

อุษาทนไม่ ได้แผดเสียงลั่น "ไม่จริ๊ง...ไม่จริง!!!"

ส่วนคุณหญิงนิ่งตาโปนด้วย ความโกรธขบฟันจนกรามนูน เจ็บใจที่เจ้าคุณฯทำพินัยกรรมไว้เหมือนจะรู้ว่าหลังจากท่านจากไปแล้วจะเกิด อะไรขึ้นจึงปิดรูรั่วช่องโหว่ไว้อย่างที่ไม่มีทางบิดพลิ้วได้เลย

ooooooo

เวลา เดียวกันนั้น อ๊อดแต่งตัวหล่อกำลังจะออกจากบ้าน เดินผ่านมาทางเชื่อมระหว่างเรือนใหญ่กับเรือนเล็ก เจอไทรงามเดินมาจากอีกด้านพอดี เขาพุ่งเข้าไปหาด้วยความตื่นเต้นถามว่ามาตรวจคนไข้แถวนี้หรือ ไทรงามตอบตามมารยาทว่ามาฉีดยาและ
กำลังจะกลับคลินิก

อ๊อดรีบอาสาจะไป ส่งบอกว่าเพิ่มเพิ่งเอารถจากพระนครมาให้ใช้ที่นี่พอดี ไทรงามปฏิเสธขอเดินไปเอง อ๊อดไม่ยอมให้พลาดโอกาส ตื๊อจะไปส่งให้ได้ พอเห็นท่าว่าไทรงามจะไม่ยอมไปด้วยจริงๆก็คว้าแขนเธอไว้จะลากไปกับตนให้ได้

"ปล่อย ดิฉันเถอะค่ะ" ไทรงามขอร้องดีๆ พลางบิดมือเบาๆ ถูกอ๊อดจับแน่นและบีบแรงขึ้นสุดท้ายกลายเป็นยื้อยุดกัน

"ปล่อยมือหมอ งามเถอะครับพี่อ๊อด" อู๊ดออกมาเห็นพอดีขอร้องขึ้น ทำให้อ๊อดจำต้องปล่อยมือไทรงาม เธอรีบขอตัวไปทันที

อ๊อดฉุนขาดที่อู๊ ดมาขัดจังหวะทองของตัวเอง พุ่งเข้าไปขยุ้มคอเสื้ออู๊ดถามว่ามันกงการอะไรของนาย อู๊ดพูดอย่างใจเย็นว่าผู้ชายมาจับมือถือแขนผู้หญิงอย่างนั้นตนเห็นว่าไม่ สุภาพ

"ฉันกับหมองามมีความรู้สึกดีต่อกัน จับมือกันแค่นี้มันเสียหายตรงไหน ดูอย่างนายกับน้องดาวสิไปไหนมาไหนแทบจะกอดกันเลยไม่ใช่หรือ" อ๊อดแว้งกัดทันที พออู๊ดบอกว่าตนไม่เคยทำตัวรุ่มร่ามแบบนั้น อ๊อดก็ตัดบทว่า "นายจะรักจะชอบน้องดาวก็
เรื่องของนาย แต่อย่ามายุ่งกับหมองามของฉัน..."

"หนู งามไม่ใช่ของใครทั้งนั้น เพราะเธอมีพ่อมีแม่ครับคุณอ๊อด" คุณเจนออกมาเจอพอดีพูดแทรกขึ้น

อ๊อดหน้าเสียรีบขอโทษที่พูดจาไม่ สุภาพ ยืนยันว่าตนจริงใจกับไทรงาม พูดเฉไฉหน้าตาเฉยว่า

"คุณเจนมาก็ ดีแล้ว ผมจะได้ถือโอกาสนี้ขออนุญาตคุณเจนคบหมองามอย่างจริงจังซะเลย"

"ขอ อนุญาตผมไม่ได้หรอกครับ เพราะผมเป็นเพียงแค่พ่อบุญธรรมของหนูงาม คุณอ๊อดควรจะเข้าหาแม่ของหนูงามถึงจะถูก" คุณเจนพูดขาดคำอ๊อดถามทันทีว่าแม่ของหมองามเป็นใคร คุณเจนมองหน้าอ๊อดนิ่งก่อนจะตอบเหมือนจะตอกเข้าให้ถึง
หัวใจอ๊อดว่า "คุณบานเย็นครับ!"

ทั้งอ๊อดทั้งอู๊ดต่างอึ้งไปทั้งคู่

ooooooo

กิ ติกลับมาฟ้องคุณหญิงว่าบานเย็นมีชู้จนได้ลูกออกมาคือไทรงาม อ๊อดเข้ามาได้ยินถามว่าใครเป็นชู้กับใคร คุณหญิงตัดบทว่าไม่มีอะไร แล้วบอกอ๊อดว่า รู้ว่าไทรงามเป็นลูกใครแล้วก็เลิกยุ่งเสียที หันกลับไปหาเด่น-ดาวก็ยังไม่สายเพราะไทรงามก็เป็นแค่
ลูกบ่าวในบ้านเราไม่ สมควรลดตัวลงไปคบด้วย

"ไม่ครับ อ๊อดรักหมองาม อ๊อดไม่สนหรอกครับว่าเธอจะเป็นลูกขี้ข้าบ้านไหน ยังไงอ๊อดก็จะเอาเธอมาเป็นของอ๊อดให้ได้"

ได้ฟังคำประกาศจริงจังของ อ๊อดแล้วทั้งพ่อ แม่ และย่า ต่างก็หนักใจ

ส่วนที่ห้องครัว พอเพิ่มไปเล่าให้หวินฟังว่าทุกคนรู้แล้วว่าเอกสารแนบท้ายพินัยกรรมเขียนไว้ ว่าอย่างไร ต่างทำท่าจะอกแตก หวินถามว่าแล้วพวกธีระรัตน์ไม่กรี๊ดกันจนเป็นบ้าไปแล้วหรือ ถามเพิ่มว่า

"นี่ ถ้าคุณอู๊ดเป็นอะไรไป ก็หมายความว่าไม่มีใครได้อะไรเลยใช่ไหมพี่เพิ่ม"

"เจ้า คุณฉลาด" เพิ่มเอ่ยหลังจากพยักหน้าหงึกๆ "ท่านรู้ว่าเมื่อคุณอู๊ดได้รับมรดกมหาศาลแล้วอาจจะมีใครที่โลภมากลอบทำร้าย เธอให้พิการหรือไม่ก็เสียชีวิต เพื่อจะฮุบมรดกไว้เสียเอง ท่านก็เลยเขียนเอกสารฉบับนี้เพื่อปกป้องคุณอู๊ดโดยเฉพาะ"

ทันใดนั้น ทั้งสองก็แทบหมดอารมณ์คุยกันเมื่อคุณหญิงเดินหน้าบอกบุญไม่รับเข้ามาสั่ง เพิ่มให้เอาเรือออกไปตามคุณเจนกลับมาที่นี่เดี๋ยวนี้ เพิ่มถามอย่างสงสัยว่ามีอะไรหรือเพราะคุณเจนเพิ่งไปหยกๆ

"ฉันจะบอก คุณเจนให้ทำเรื่องตัดนังเย็นออกจากกองมรดก ฐานที่มันริอ่านมีชู้จนมีนังหมองามนั่นโผล่ออกมาประจานตัวเอง"

หวิน กับเพิ่มมองหน้ากันไม่สบายใจ หวินถามว่ามันจะดีหรือ คุณหญิงตวาดว่านังก้นครัวอย่างหวินไม่มีสิทธิ์อะไรมาออกความเห็น หวินเลยฮึดขึ้นมา แต่ก็ยังพูดอย่างนอบน้อมว่า

"หวินไม่อาจเอื้อมถึง เพียงนั้นหรอกค่ะ เพียงแต่...เวลามันผ่านไปนานเป็นสิบๆปี คุณหญิงอาจจะลืมไปแล้วว่า ถ้าคุณเจนสืบไปสืบมาแล้วพบว่าจริงๆแล้วนายใบ้คือพ่อที่แท้จริงของคุณอู๊ด มันจะไม่ใช่แค่หนูเย็นสิคะที่ถูกตัดจากกองมรดก แต่มรดกทั้ง
หมดจะกลายเป็นโมฆะ ต้องยกให้การกุศล ทำให้ทุกคนพลอยไม่ได้อะไรไปด้วยสิคะ"

เพิ่มฟังแล้วกลั้นยิ้มไม่อยู่  ผ่อนลมหายใจอย่างโล่งอก ส่วนคุณหญิงหน้าชาเหมือนถูกหวินตบอย่างแรง หูอื้อตาลายจนแทบจะเสียสติอยู่ตรงนั้น

ooooooo

ส่วนกิติก็ พุ่งไปหาบานเย็นที่กำลังเช็ดถูบ้านอยู่ ด่าว่าบานเย็นมีชู้จนมีมารหัวขนมาหยามหน้าตน ถามบานเย็นว่าใครเป็นพ่อของเด็กนั่น เธอเป็นชู้กับใบ้ใช่ไหม

บานเย็น แค่นหัวเราะออกมาอย่างเจ็บแค้น ข่มเสียงถามว่า

"ก็พวกคุณเองไม่ใช่ หรือที่ยัดเยียดนายใบ้มาให้ฉันตั้งแต่คืนแรกที่ส่งตัว ถ้าฉันจะอยู่กินกับเขาจนมีลูกด้วยกันอีกสักคนแล้วมันผิดตรงไหน เพราะเขาไม่ใช่ชายชู้ แต่เป็นสามีของฉันต่างหาก..."

กิติโกรธจนขาด สติตะคอกว่าถ้าใบ้เป็นสามีก็ให้ถือว่าตนเป็นชายชู้ก็แล้วกัน   พุ่งเข้าลากบานเย็นเข้าห้องอย่างบ้าดีเดือด

กิติถูกบานเย็นสู้สุด ฤทธิ์ทั้งจิกทั้งข่วนทั้งตบจนหน้าชาแต่ยังหน้ามืด โถมตัวเข้าทับบานเย็น แต่วินาทีนั้นก็ถูกจิก ผมหน้าหงายขึ้นมาตบสุดแรง! อุษานั่นเอง! ตบเสร็จก็ด่าเป็นไฟ จนกิติตั้งสติได้กระชากตัวอุษาออกจากห้อง

อุษา ถูกลากไปที่เรือนใหญ่เหวี่ยงเข้าไปในห้องจนหน้าคะมำ อุษาพลิกตัวหันหน้ามาเผชิญกับกิติ ต่างคนต่างเลือดขึ้นหน้า ทั้งด่าทั้งสาวไส้กันไม่มีใครยอมใคร จนคุณหญิงเข้ามาตวาดให้หยุด สั่งกิติให้พาเมียไปให้พ้นหน้าตน และอบรมสั่งสอนให้รู้จัก
สงบปากสงบคำเสียบ้าง ถามอย่างเจ็บใจว่า

"หรือ แกจะยอมให้ผู้หญิงคนนี้ขึ้นขี่บ่าแกอยู่ร่ำไปก็ตามใจ!"

เมื่อกิติลาก อุษาไปพ้นหน้าแล้ว คุณหญิงได้แต่ยืนทดท้อตรอมใจกับเรื่องเลวร้ายที่ถาโถมเข้ามาสู่ตระกูลธีระ รัตน์

ส่วนกิติพอลากอุษาเข้าห้องก็แสดงความโหดเหี้ยมด้วยการใช้ เข็มขัดหนังของตัวเองเงื้อจะหวด จนอุษากลัวตัวสั่น

ooooooo

เที่ยง นี้ ไทรงามปิดคลินิกจะชวนดำไปกินข้าวกลางวันด้วยกัน ดำยังไม่หายน้อยใจทำเล่นตัวแต่ไทร-งามไม่เฉลียวใจนึกว่าดำไม่อยากไปกินข้าว จริงๆ

ขณะไทรงามจะเดินไปนั่นเอง อ๊อดก็โผล่มาถามว่าได้ยินว่าจะไปกินข้าวถ้าตนจะขอตามไปด้วยจะรังเกียจไหม ทำเอาไทรงามปฏิเสธไม่ออก จำต้องไปด้วยอย่างรักษามารยาท

เป็นเวลาที่ อัมจัดปิ่นโตจะเอาไปให้อู๊ดที่ไซต์งานพอดี เห็นทั้งสองเข้ามาก็ทำทีกระตือรือร้นเข้าไปเชิญเข้าร้านแล้วขอตัวอ้างว่ามี ธุระนิดหน่อย คว้าปิ่นโตเดินลิ่วออกไปอย่างแสนจะสะใจที่จะได้คาบข่าวนี้ไปเป่าหูอู๊ดได้ อย่างมันอารมณ์

แล้วทุกอย่างก็เป็นไปตามแผนการของอัม เมื่อเอาปิ่นโตไปฝากอู๊ด ชายหนุ่มปฏิเสธอย่างเกรงใจบอกว่ากำลังจะออกไปกินที่ตลาดพอดี จนอัมเป่าหูว่าเวลานี้อ๊อดกับหมองามอยู่ที่ร้าน ทั้งคู่สั่งอาหารแล้วก็เอาแต่นั่งมองหน้ากันตาฉ่ำ

อัมปั้นน้ำเป็น ตัว  เป่าหูจนอู๊ดเซ็งตัดสินใจไม่ไปที่ตลาด แต่เรียกใบ้และคนงานแถวนั้นมากินข้าวจากปิ่นโตของอัมด้วยกัน ทำเอาอัมเซ็งจนพูดไม่ออก

ooooooo

หลังจากกินอาหารปิ่นโตจน อิ่มกันแล้ว อู๊ดตอบแทนน้ำใจด้วยการขับรถไปส่งเธอที่ตลาด เธอพยายามชวนเขาเข้าไปนั่งดื่มโอเลี้ยงสักแก้ว ชายหนุ่มปฏิเสธเพราะต้องรีบกลับไปทำงานต่อ ชมก่อนไปว่าอาหารอร่อยมาก

แต่ พออู๊ดจะไป อัมก็เกิดเซจะล้มขึ้นมาเสียเฉยๆจนอู๊ดต้องประคองไว้ อัมอบอุ่นซาบซ่านอย่างบอกไม่ถูกเมื่ออยู่ในอ้อมกอดของชายหนุ่ม เขาอุ้มเธอวิ่งไปทางคลินิกของหมองามด้วยความตกใจ

อ๊อดเกาะแจที่ คลินิกหมองาม ช่วยปั้นสำลีเซ็งๆกระทั่งวางมือเมื่อไทรงามลุกไปทางอื่น แต่พอไทรงามเข้ามาก็ทำเป็นเอาการเอางานยิ้มแย้มมีความสุข

"พอแค่นี้ เถอะค่ะคุณอ๊อด อุตส่าห์นั่งทำมาค่อนวันแล้ว ดิฉันเกรงใจ" พลางเอากล่องสำลีจะไปเก็บถูกอ๊อดฉวยโอกาสจับมือแต๊ะอั๋ง พูดเสียงหล่อตาวาวว่า

"ไม่เป็นไรครับ ผมยินดีและเต็มใจช่วยหมองามอยู่แล้ว"

จังหวะนั้นเอง อู๊ดอุ้มอัมเข้ามาพอดี อู๊ดเห็นภาพนั้นเต็มตาถึงกับอึ้ง ส่วนไทรงามเห็นอู๊ดอุ้มอัมระทวยเข้ามาก็ร้อนวูบวาบขึ้นมาทันที

ooooooo

สาย วันนี้  เสี่ยโอเข้าไปบอกทนต์ขณะเช็กของอยู่ในร้านว่ามีคนมาหา  พอเสี่ยเบี่ยงตัวออก  ทนต์ก็เห็นอุษาในสภาพอิดโรยยืนอยู่

อุษาใส่ เสื้อแขนยาวบางๆปกปิดรอยช้ำจากถูกเข็มขัดฟาดเมื่อคืน เมื่อพากันไปนั่งคุยในมุมสงบลับตาคน อุษาระบายความคับแค้นใจที่ถูกกิติทำร้าย บอกทนต์ว่าตนไม่อยากเป็นทาสทั้งแม่ทั้งลูกคู่นี้อีกต่อไปแล้ว ทนต์แนะว่าก็แค่เดินออกจากชีวิตพวกนั้น
เธอก็ไม่ต้องทนอีกต่อไป

"ไม่ใช่ อุษาอยากอยู่กับพวกมันนะ ที่ต้องทนอยู่ทุกวันนี้ก็เพื่อมรดกก้อนสุดท้าย ถ้าได้เงินนั่นมาเมื่อไหร่ มันจะไปตายที่ไหนก็ช่างหัวมัน ตายวันนี้พรุ่งนี้เลยได้ยิ่งดี"

ทนต์พูดอย่างเลือดเย็นว่าไม่เห็นจะ ยาก ยิ่งคนใกล้ชิดอย่างนี้ยิ่งง่าย อุษาตกใจปฏิเสธปากคอสั่นว่าตนกลัวทั้งมีดกลัวทั้งปืน กลัวทั้งเลือด ตนฆ่าไม่ได้หรอก

"ไม่เห็นต้องทำอย่างนั้นเลย มันมีวิธีทำให้คนตายโดยไม่มีใครสงสัยตั้งหลายวิธี แล้วก็ไม่เกินความสามารถของเธอด้วย จะทนหรือจะลุกขึ้นมาเอาคืน   ขึ้นอยู่กับเธอ"   ทนต์พูดเรื่อยๆ แต่อุษาคิดหนัก

บ่ายแก่ๆอุษาก็ กลับถึงบ้าน กิติกำลังเดินงุ่นง่านเป็นหนูติดจั่นเพราะกลัวอุษาหนีไปจริงๆ แต่คุณหญิงกลับเห็นว่าคนหัวดื้อหัวแข็งอย่างนี้ต้องเจอไม้แข็งเสียบ้างจะได้ สำนึกว่าแม่ผัวกับผัวสำคัญอย่างไร

พอกิติเห็นอุษากลับมาก็โผเข้าหาอย่างดีใจสุดขีด กอดเธอไว้แน่นพลางขอโทษอย่างสำนึกผิดแล้วกิติก็ซาบซึ้งสะเทือนใจเมื่ออุษาบอกเขาว่าตนเองต่างหากที่ต้องเป็นฝ่ายขอโทษเขากับคุณหญิง แล้วเล่าว่า

"อุษาไปนั่งสงบจิตใจที่วัดมาค่ะ บังเอิญไปเจอพระธุดงค์ รูปหนึ่ง ท่านเทศน์ให้อุษาฟังจนอุษาปลงและคิดได้ว่าที่ผ่านมาอุษาดื้อดึงกับคุณและคุณแม่มากแค่ไหน อุษาขอโทษนะคะ" พูดจบก็กราบที่อกกิติแล้วคลานไปกราบที่ตักคุณหญิงอ้อน "ยกโทษให้
อุษาด้วยนะคะคุณแม่"

คุณหญิงแอบสบตากับกิติทำนองว่าเห็นไหมเจอไม้แข็งเข้าทีเดียวก็อ่อนข้อลงไปเป็นขี้ผึ้งลนไฟ

"นี่พระท่านให้สมุนไพรอุษามาด้วยนะคะ   ท่านว่าเป็นยาคลายเครียด  ดื่มแล้วจะทำให้สมองผ่อนคลาย  ช่วยเจริญ อาหารด้วย อุษาเห็นพวกเราเครียดเรื่องไทรโศกมามากแล้ว ก็เลยขอเจียดจากท่านมา ว่าจะลองต้มดูน่ะค่ะ นี่ไงคะ" พูดพลางแกะห่อ
ใบตองออกให้ดูตัวยา

คุณหญิงมองยาสมุนไพรในใบตองอย่างแคลงใจ ในขณะที่กิติสบายอกสบายใจที่เห็นอุษาอ่อนข้อลงอย่างเห็นได้ชัด

ooooooo

อู๊ดอุ้มอัมไปที่คลินิกหมองามเธอก็ยังร้องโอดโอยอย่างเจ็บปวดจนไทรงามจะฉีดยาให้ พอเห็นเข็มฉีดยาเท่านั้นเธอก็ลุกพรวดหายเป็นปลิดทิ้งแถมยังเดินโชว์ให้ดูด้วย จากนั้นรีบหันไปทางอู๊ดพูดหวานว่า

"ขอบคุณมากนะคะคุณอู๊ดที่อุตส่าห์พามาหาหมอ แล้วเจอกันวันหลังนะคะ" ว่าแล้วออกไปเลย

อ๊อดได้ทีไล่อู๊ดทางอ้อมว่าเสร็จธุระแล้วก็รีบกลับไปทำงานเสีย อู๊ดรับคำแล้วผละไป ส่วนไทรงามก็บอกอ๊อดเช่นกันว่าให้กลับไปทำธุระอย่างอื่นได้แล้ว อ๊อดเลยเดินเซ็งๆออกไป ผ่านหน้าร้านค้าของเสี่ยโอ เห็นอัมกำลังดึงผ้าพันข้อเท้าออกอย่างหงุดหงิด
เลยแกล้งพูดประชดว่า

"ผ้าวิเศษของหมองามนี่ใช้ได้ผลชะงัดนะ ว่าไหม พันปุ๊บหายปั๊บ"

อัมหันไปไล่อย่างหงุดหงิดว่าจะไปไหนก็ไปให้พ้นๆหน้าตนไปเลย อ๊อดยังไม่ไปยืนยั่วโทสะถามว่าปวดจริงหรืออยากอ้อนอู๊ดกันแน่

"แล้วมันเกี่ยวอะไรกับนาย อย่างกับตัวเองดีนักนี่ วันๆไม่เห็นทำอะไรนอกจากเดินตามตูดผู้หญิงคนนั้นทีคนนี้ที"

อ๊อดเลยยั่วว่าอย่างเธอก็น่าตาม อัมด่าสวนไปทันทีว่า

"ฝันไปเถอะ คนจับจดไร้สาระอย่างนาย ต่อให้รวยแค่ไหนฉันก็ไม่สน แค่ปลายเล็บฉันนายก็ไม่ได้แอ้มด้วยซ้ำ"

อ๊อดฉุนขาดท้าว่าคอยดูก็แล้วกัน อัมก็ใช่ย่อยหยามใส่หน้าว่าแล้วจะถ่างสองตาคอยดู

ทั้งคู่เถียงกันอย่างไม่มีใครยอมใคร อ๊อดไม่รู้ว่าข้างหลังเขา ทนต์นั่งมองอยู่ว่าหมอนี่เป็นใคร

ooooooo

อุษาเข้าครัวต้มยาสมุนไพรเองจนหวินกับดำสงสัยว่าร้อยวันพันปีไม่เคยเข้าครัว คราวนี้ทำไมจึงมาทำเอง ดำจะเข้าไปทำกับข้าวก็เลยต้องรอให้อุษาต้มยาให้เสร็จเสียก่อน

จนกระทั่งอุษาต้มยาเสร็จดำก็เข้าครัวไปผัดฉ่าปลาดุกหอมฉุยน่าอร่อย หวินถามว่ากับข้าวมีตั้งเยอะแล้วจะทำอีกทำไม ไทรงามอยากกินอย่างนั้นหรือ

ดำไม่ตอบเพราะตั้งใจจะทำกับข้าวอร่อยๆฝีมือตัวเอง ไปขอโทษใครบางคน

จนใกล้ค่ำก็มีปิ่นโตแขวนอยู่ที่กิ่งไม้ในสวนบ้านเจ้าคุณยงยศ เจ้าคุณถามเด่นดาวว่าปิ่นโตของใคร เมื่อกลางวันเห็นหลานทำกับข้าวไปส่งอู๊ดที่ไซต์งานไม่ใช่หรือ

เด่นดาวอึกอัก เจ้าคุณฯเลยเรียกเฟื้อที่รดน้ำต้นไม้อยู่ แถวนั้นมาถามว่านี่ปิ่นโตของใคร เฟื้อมองแล้วจำได้ว่าเป็นปิ่นโตที่บ้านแต่ใครเอามาแขวนไว้ไม่รู้   ว่าแล้วไปหยิบมาดูปรากฏว่ายังร้อนๆอยู่ หอมฉุยเสียด้วย บอกเจ้าคุณฯว่า

"คงเป็นชาวบ้านที่มาเช่าที่นา พอรู้ว่าท่านมาก็เลยทำส่งมาให้กระมังครับ" เฟื้อเดาสุ่ม

เจ้าคุณฯพยักหน้ารับรู้และไม่ติดใจอะไรอีก แต่เด่นดาวเอะใจมองไปรอบๆเพราะรู้ดีว่าใครเป็นคนทำกับข้าวมาแขวนไว้ให้

ดำแอบอยู่หลังต้นไม้ใหญ่ ชายหนุ่มยิ้มสบายใจที่อย่างน้อยก็ได้ทำอะไรมาชดใช้ความรู้สึกของเด่นดาวแล้ว

ooooooo

เสี่ยโอวางแผนจะใช้ "เส้น" ของอู๊ดประมูลวัสดุก่อสร้างทาง วันนี้เอาซองสองซองไปให้อู๊ด บอกว่าซองหนึ่งเป็นซองประมูลอีกซองเป็นค่าน้ำร้อนน้ำชา

อู๊ดคืนให้ทั้งสองซอง ซองแรกบอกเสี่ยว่ายื่นประมูลได้ด้วยตัวเองส่วนอีกซองนั้น อู๊ดบอกว่าตนไม่ดื่มทั้งน้ำร้อนและน้ำชา เสี่ยยังพยายามตื๊อว่า

"แต่ในฐานะนายช่างคุมงาน คุณอู๊ดมีสิทธิ์จะเลือกของจากร้านอั๊วไม่ใช่หรือ"

"คุณภาพของของและราคาที่ยุติธรรมเป็นตัวเลือกครับ ไม่ใช่ผม ในฐานะของข้าราชการผมต้องเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับประชาชนอยู่แล้ว ถ้าของเสี่ยมีคุณภาพดี มีราคาที่สมเหตุสมผลก็ไม่น่าต้องกังวลใจอะไรนี่ครับ"

เสี่ยยิ้มฝืดๆตีหน้าไม่ถูก อัมมองอู๊ดอย่างสุดปลื้ม ในขณะที่ทนต์ฟังนิ่งๆอย่างเก็บข้อมูล

เมื่อออกจากแคมป์งาน เสี่ยบ่นกับอัมอย่างโกรธจัดว่าอู๊ดบังอาจปฏิเสธเงินของตน

"ดีออกเตี่ย เพราะมันแสดงให้เห็นว่าคุณอู๊ดน่ะซื่อสัตย์ แล้วก็มือสะอาดขนาดไหน"

เสี่ยสวนไปทันทีว่าดีอย่างเดียวอั๊วไม่เอา ต้องเซ็งลี้เป็นด้วย อัมเลยเสนอให้ใจเย็นๆรับรองว่าเรื่องแบบนี้สอนกันทีหลังได้ รอให้ตนเป็นเมียอู๊ดเมื่อไรจะสอนเช้ากลางวันยันดึกเลย

ใบ้กำลังแบกถุงปูนผ่านมาได้ยินพอดี เห็นเสี่ยกับลูกสาวขึ้นรถและทนต์เป็นคนขับพาออกไป ใบ้ก็รีบทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้เดินเลี่ยงไป แต่ทนต์ยังติดใจสงสัยมองตามใบ้ ก่อนจะขับรถพาสองพ่อลูกไป

ooooooo

ฝ่ายอุษาตั้งอกตั้งใจต้มยาทุกขั้นตอน เมื่อต้มเสร็จก็เทใส่กากระเบื้องเอาไปให้กิติกับคุณหญิง สองแม่ลูกลองดื่มดู กิติชมว่าหวานชุ่มคอนิดๆ ลุ้นให้คุณหญิงที่ยังลังเลลองชิมดู พอคุณหญิงยกชิมก็ชมว่าดื่มง่ายดี คราวหลังอุ่นให้ร้อนกว่านี้อีกนิดก็จะยิ่งดี
"ค่ะ...คุณแม่" อุษาเสียงหวาน มองสองแม่ลูกยกน้ำสมุนไพรดื่มตาเป็นประกายวาว

เวลาเดียวกัน อ๊อดหรือเกียรติกร ธีระรัตน์ ก็รุกไทรงามอย่างต่อเนื่อง นอกจากไปเฝ้าเธอที่คลินิกแล้ว ตอนเย็นยังเคี่ยวเข็ญแกมขอร้องพาเธอไปส่งที่บ้านด้วย

ดำเพิ่งกลับจากเอาปิ่นโตไปแอบแขวนขอโทษเด่นดาว กลับมาถึงบานเย็นถามว่าไม่ได้กลับมาพร้อมไทรงามหรือ ดำปดเล็กๆว่า

"เผอิญหนูมีธุระต้องกลับมาบ้านก่อนน่ะน้าเย็น นี่ก็ว่าจะออกไปรับน้องงามอยู่พอดี"

ดำพูดไม่ทันขาดคำ รถของอ๊อดก็ขับพาไทรงามเข้ามาจอด อ๊อดลงจากรถไปไหว้บานเย็นบอกว่าตนแวะไปรับไทรงามแล้วขออนุญาตไปรับส่งเธอทุกวันจะได้ไหม บานเย็นอึกอักที่ถูกจู่โจม ดำไม่ลังเลสวนไปทันทีว่าไทรงามไม่ชอบนั่งรถชอบเดินออก
กำลังกายมากกว่า หันไปถามไทรงามว่าจริงไหม

"ค่ะ" ไทรงามตอบแล้วหันไปทางอ๊อด "อย่าให้ดิฉันต้องรบกวนคุณอ๊อดมากไปกว่านี้เลยนะคะ วันนี้ก็เสียเวลามาช่วยดิฉันที่คลินิกทั้งวันแล้ว"

อู๊ดที่ขับรถมาจอดไล่ๆกับอ๊อดได้ยินถึงกับหน้าเสีย ดำเองก็ไม่สบายใจ แต่อ๊อดยังคุยโวต่ออีกว่าตนเต็มใจและยินดีช่วย ย้ำว่าพรุ่งนี้จะไปช่วยอีก

ดำออกหน้าขวางอ๊อดสุดตัว พูดอย่างกันท่าเต็มที่ว่างานของไทรงามนั้นตนมีผู้ช่วยแล้วแต่บังเอิญวันนี้ตนไม่อยู่ก็เลยต้องพึ่งเขา แต่พรุ่งนี้และวันต่อๆไปตนไม่มีธุระอะไรแล้ว

ถูกกีดกันถึงขนาดนี้แล้ว อ๊อดก็ยังไม่ยอมถอย เปลี่ยนเป็นค่ำนี้เชิญไทรงามและบานเย็นไปรับประทานอาหารที่เรือนใหญ่ด้วยกัน บานเย็นขอตัวทันทีอ้างว่าเวลาอาหารเป็นเวลาส่วนตัวของคนในครอบครัว ตนไม่บังอาจละลาบละล้วง ส่วนไทรงามที่
ถูกรบเร้าก็ขอเวลาอยู่กับครอบครัวตัวเอง

"ไม่เป็นไรครับ แต่ผมหวังว่าสักวันเราคงได้นั่งรับประทานอาหารด้วยกัน ในฐานะคนในครอบครัวเดียวกันนะครับ" อ๊อดตีขลุมทำตากรุ้มกริ่มให้ไทรงาม

ดำแทบอยากจะพุ่งเข้าไปเหยียบให้สะใจ อู๊ดที่เงียบมาตลอดก็ได้แต่อึดอัดร้อนวูบวาบเป็นระลอก ไทรงามได้แต่แอบชำเลืองมองเขาด้วยความไม่สบายใจ เกรงว่าอู๊ดจะเข้าใจผิดว่าตนมีใจให้อ๊อด

มีแต่ใบ้กับบานเย็นที่สบตากันอย่างเข้าใจความรู้สึก ของไทรงามกับอู๊ดที่มีต่อกัน

ooooooo

ค่ำแล้ว ที่ครัวไทรโศก หลังอาหารหวินก็ตักของหวานแจกจ่ายกันคนละถ้วย บอกให้ทุกคนกินของหวานๆจะได้ชื่นใจไม่ต้องคิดมาก บานเย็นบอกว่าตนหวั่นใจกับท่าทีของอ๊อดที่แสดงอย่างเปิดเผยต่อไทรงาม กลัวว่าไทรงามจะถูกบังคับจิตใจเหมือนตน
ในอดีต

หวินยังหวังว่าคงไม่ถึงขั้นนั้นคนเราจะกล้าทำผิดซ้ำแล้วซ้ำเล่าหรือ เพิ่มแทรกขึ้นทันทีว่าคนอย่างคุณหญิงเคยคิดว่าตัวเองทำอะไรผิดบ้างล่ะ

"นั่นล่ะที่เย็นกลัวที่สุด เพราะถ้าท่านต้องการอะไรท่านต้องได้ ไม่ว่าจะได้มาด้วยวิธีใดก็ตาม เย็นเจอมาแล้วกับตัวเอง เย็นรู้ดีว่าชัยชนะของท่านมันทำให้เย็นเจ็บปวดแค่ไหน เย็นไม่อยากให้หนูงามต้องประสบชะตากรรมเดียวกับเย็นอีก" พูดแล้วบานเย็น
ก็น้ำตาไหลด้วยความอัดอั้น

ใบ้เองก็ตาแดงๆด้วยความสะเทือนใจ  เพิ่มจึงปลอบใจว่า ยุคสมัยมันเปลี่ยนไปแล้ว   และไทรงามเองก็เป็นคนมีความรู้ เป็นตัวของตัวเองสูง เชื่อว่าใครก็ไม่มีสิทธิ์มาสั่งมาฝืนใจไทรงามให้ทำอะไรได้

บานเย็นฟังแล้วก็สบายใจขึ้นแต่ก็ยังอดหวาดหวั่นไม่ได้ กับเรื่องที่อาจจะเกิดขึ้น

อ๊อดกลับถึงเรือนใหญ่ ระหว่างร่วมโต๊ะอาหาร อ๊อดคุยฟุ้งอย่างดีอกดีใจที่วันนี้ได้ใกล้ชิดไทรงามทั้งวัน

อู๊ดกล้ำกลืนกับอาหารมื้อนี้จนแทบจะกลืนไม่ลง อุษาฟังแล้วฉุนหาว่าไทรงามใช้งานลูกตนถึงขนาดนี้ อ๊อดรีบแก้ว่าตนเสนอตัวไปรับใช้เธอเอง คุณหญิงได้แต่ฟังแล้วถอนใจพึมพำว่าอ๊อดอาการหนักเอาการ หลังจากตั้งหน้าตั้งตาเล่าเสร็จ อ๊อดก็ถามกิติว่า
"คุณพ่อว่าอย่างไรครับ ที่หมองามอนุญาตให้อ๊อดอยู่กับเธอทั้งวันแบบนี้ หมายความว่าเธอมีใจให้อ๊อดใช่ไหมครับ" กิติตอบแบบขอไปทีแล้วหันไปถามอู๊ดว่าใช่ไหม อู๊ดฝืนใจตอบว่าอาจจะเป็นอย่างนั้นก็ได้ อ๊อดเลยหันไปอ้อนคุณหญิงว่า "ถ้างั้น คุณย่า
ไปขอหมองามให้อ๊อดเลยได้ไหมครับ"

คุณหญิงท้วงติงว่าไม่เร็วไปหน่อยหรือ จะรักจะชอบใครก็ควรทำความรู้จักให้ดี   ที่สำคัญต้องดูไปถึงเทือกเถาเหล่ากอของเธอด้วย

"อ๊อดไม่สนหรอกครับว่าโคตรเหง้าเขาเป็นยังไง อ๊อดรู้แต่เพียงว่าอ๊อดรักหมองาม เท่านี้ก็เป็นเหตุผลเพียงพอแล้วที่เราจะแต่งงานกัน ใครก็ห้ามอ๊อดไม่ได้ด้วย" อ๊อดรั้นแข็งกร้าวเสียจนไม่มีใครอยากพูดอะไรขัดใจอีก

อู๊ดที่นั่งฟังมาตลอด ถึงกับกลืนข้าวคำสุดท้ายไม่ลงคอ...

ooooooo

หลังจากนั้น คุณหญิง กิติ และอุษา มาคุยกันที่ห้องนอนของกิติ อุษาพูดอย่างอารมณ์เสียว่าตนเกลียดแม่ของไทรงาม ส่วนพ่อก็ไม่รู้ว่าใคร กิติเชื่อว่าเป็นใบ้นั่นแหละเพราะเห็นยังวนเวียนกันอยู่ อุษาเสนอให้ฟ้องทนายเสียเลยว่าบานเย็นคบชู้ จะได้ตัดไป
จากกองมรดก

"ทีแรกฉันก็ว่าจะทำอย่างนั้น แต่มาคิดดูอีกที มันคงไปโกหกคุณเจนไว้เรียบร้อยแล้ว ไม่อย่างนั้นคุณเจนก็ต้องเอาเรื่องมันแล้วล่ะ นี่ดันรับเด็กนั่นเป็นลูกบุญธรรมอีกต่างหาก ถ้าเราโวยวายไปก่อน ดีไม่ดีคุณเจนจะได้รู้ความจริงเรื่องตาอู๊ดเข้าให้" คุณ
หญิงพูดอย่างหนักใจ

อุษาถามว่าแล้วจะทำอย่างไรดีตนรับไม่ได้ถ้าจะมีสะใภ้กำพืดต่ำทรามแบบนั้น คุณหญิงโยนกลองให้สองผัวเมียไปคิดเองก็แล้วกัน เพราะแค่เรื่องอู๊ดกับที่ดินไทรโศกตนก็ปวดหัวจะระเบิดอยู่แล้ว ย้ำก่อนออกไปว่า

"เธอสองคนเป็นพ่อแม่ตาอ๊อด ก็ไปคิดเอาเองก็แล้วกัน สกุลรุนชาติกับเงิน จะเลือกอะไร"

อุษาจึงฉุกคิดได้ว่าไทรงามเป็นลูกบานเย็นมีสิทธิ์ได้รับมรดก 1 ใน 4 ของที่ดินทั้งหมดถ้าเรายอมให้อ๊อดแต่งงานกับไทรงามมรดกส่วนนั้นก็ตกเป็นของอ๊อด

พอกิติแย้งว่าไหนเกี่ยงเรื่องกำพืด อุษาวางแผนให้แต่งกันไปก่อนแล้วค่อยให้คุณหญิงบังคับให้หย่าภายหลัง

"คุณนี่ทั้งเก่งทั้งฉลาด แล้วก็...เซ็กซี่ตลอดกาลจริงๆ" กิติชมแล้วบรรเลงรักอย่างเมามัน

ooooooo

ที่ท่าน้ำไทรโศก...

ไทรงามไปยืนคิดอะไรเงียบๆอยู่คนเดียว อู๊ดออกมาเห็นเขาตัดสินใจเดินเข้าไปทัก ทำเอาไทรงามประหม่าเพราะวันนี้แทบไม่ได้พูดกับเขาเลย เมื่อชายหนุ่มเข้าไปทัก เธอถามว่างานเป็นอย่างไรบ้าง

อู๊ดบอกว่าไปได้เรื่อยๆแต่ตนอยากให้เสร็จก่อนสัญญาชาวบ้านจะได้ไปไหนมาไหนได้สะดวก จากนั้นก็ถามสิ่งที่ค้างคาใจว่า วันนี้อ๊อดคงช่วยงานเธอได้มากเห็นมีความสุขที่ได้ช่วยงานเธอ

ไทรงามอึดอัดใจที่จะตอบตามความรู้สึกแท้จริง จนเมื่ออู๊ดบอกว่าถ้าอ๊อดอยากไปช่วยงานอีกล่ะ เธอจึงตัดบทว่ามีดำคอยช่วยอยู่แล้ว

เมื่อถามอะไรไทรงามก็ตอบหลบเลี่ยง ในที่สุดอู๊ดถามตรงๆว่า

"ถ้าพี่อ๊อดสนใจหมองาม แล้วผู้ใหญ่ทุกคนเห็นพ้องต้องกันว่าพี่อ๊อดกับหมองาม เอ่อ...เหมาะสมกันดีล่ะครับ"

ไทรงามใจแป้วที่อู๊ดเป็นคนมาทาบทามแทนพี่ชาย เธอตอบอย่างไม่ลังเล ชัดเจน และแน่วแน่ว่า

"ดิฉันไม่ทราบว่าคุณอู๊ดพูดเรื่องนี้กับดิฉันเพราะอะไร แต่ดิฉันอยากจะบอกคุณอู๊ดว่าสำหรับดิฉันแล้ว ความรักเป็นเรื่องของคนสองคน ไม่ใช่เรื่องของผู้ใหญ่ที่ไหน แล้วคนอย่างดิฉันก็ไม่มีวันจะอยู่กับใครเพียงเพราะว่าผู้ใหญ่เห็นดีด้วยเป็นอันขาด"

พูดแล้วไทรงามจะผละไปด้วยความรู้สึกที่เจ็บปวดกดดัน อู๊ดรีบคว้ามือไว้ ไทรงามรู้สึกตัวชาร้อนผ่าวไปทั้งร่างกับสัมผัสนั้น เธอยืนใจเต้นแรง จนอู๊ดรู้ตัวปล่อยมือและขอโทษบอกว่าตนทำเพราะดีใจจนลืมตัว

"ดีใจ..." ไทรงามทวนคำ

"ก็...ถ้าหมองามพูดอย่างนี้ก็แสดงว่าหมองามยังไม่มีใครเป็นคนพิเศษ ซึ่งนั่นก็หมายความว่า ผมยังมีสิทธิ์ที่จะพิสูจน์ตัวเอง เพื่อเป็นคนพิเศษของหมองามได้ ผมเข้าใจถูกต้องใช่ไหมครับ"

ฟังแล้วไทรงามวาบหวามหวั่นไหวคิดไม่ถึงว่าชายหนุ่ม จะพูดตรงถึงขนาดนี้ เธอเขินจนเก็บอาการไม่อยู่ อู๊ดเห็นเช่นนั้นก็ยิ่งมั่นใจว่าเธอมีใจให้ตัวเอง ดีใจจนพูดอะไรไม่ออกอีก ได้แต่ ยืนมองและยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อย่างมีความสุข

ที่เฉลียงเรือนใหญ่ อ๊อดยืนดูอยู่ ภาพบาดตานั้นทำให้เขากำหมัดแน่นกัดฟันจนกรามเป็นสัน เช่นเดียวกันที่ ต้นไม้ใกล้ๆนั้น ดำแอบดูอยู่ด้วยความชอกช้ำอย่างสาหัส...

ooooooo

เช้าวันรุ่งขึ้น อู๊ดเอารถไปรับไทรงามแต่เช้าจะไปส่งที่คลินิก เจอไทรงามกำลังลาบานเย็นและใบ้ จะไปทำงานพอดี อู๊ดยกมือไหว้ผู้ใหญ่ทั้งสองแล้วขออนุญาตรับไทรงามไปส่งที่คลินิก ไทรงามขอตัวบอกว่าตนไปกับดำก็ได้

บานเย็นเป็นใจให้อู๊ดกับไทรงามอยู่แล้วรีบบอกว่าดำยังไม่มาให้ไปกับอู๊ดเสียเดี๋ยวจะสาย ไทรงามก็อิดออดจะไปกับใบ้อีก กระนั้นอู๊ดก็ยังมีแก่ใจชวนใบ้ไปด้วยกันเพราะทำงานที่ไซต์งานอยู่แล้ว

ทันใดนั้นเอง ใบ้ที่ยืนยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อยู่ใกล้ๆอยู่ดีๆก็เกิดปวดท้องกะทันหันขึ้นมา พลางก็พยักพเยิดให้ไทรงามไปกับอู๊ดก่อน บานเย็นรีบช่วยพูดว่าใบ้ปวดท้องตั้งแต่เช้ามืดแล้ว เร่งไทรงามว่า

"รีบไปเถอะจ้ะ เราอาจจะช่วยชีวิตใครได้ด้วยการไปทำงานเร็วแค่ 5 นาที 10 นาทีนี่ล่ะ"

อู๊ดได้ทีรีบรับกระเป๋ายาจากไทรงามเอาไปที่รถ เธอ หลบตาเขาแล้วเดินตามไปอย่างไม่มีทางเลี่ยง ใบ้กับบานเย็นมองหน้ากันด้วยความดีใจที่ได้ทำอะไรให้ไทรงามหัวใจแช่มชื่นพองฟูบ้าง

พอดีดำเดินมา เห็นอู๊ดกับไทรงามเดินเคียงคู่กันไปที่รถก็ได้แต่มองอย่างอกไหม้ไส้ขมอยู่ตรงนั้น....

ooooooo

ตอนที่ 10

รุ่งขึ้น บรรดาบ้านธีระรัตน์ก็พากันไปที่บ้านท่านเจ้าคุณยงยศ ทุกคนเข้าไปนั่งหน้าตาแช่มชื่นในห้องรับแขก โดยเฉพาะอ๊อด นายเกียรติกร ธีระรัตน์ นั่งมองเด่นดาวตาหยาดเยิ้ม

หลังจากทั้งสองฝ่ายคือเจ้าของบ้านและแขกนั่งยิ้มกันไปยิ้มกันมาอยู่นาน ในที่สุดคุณหญิงเป็นฝ่ายเอ่ยเข้าเรื่องขึ้นก่อนว่า

"ตอนนี้เราก็อยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตาแล้วนะคะ

วันนี้ถือเป็นฤกษ์งามยามดีที่ดิฉันจะได้ขออนุญาตท่านเจ้าคุณฯเป็นผู้ใหญ่ให้หลานชาย เพื่อจะทาบทามสู่ขอหลานสาวของท่านให้กับตา..."

"รอให้ตาอู๊ดมาก่อนแล้วค่อยเจรจาเสียทีเดียวไม่ดีกว่าหรือครับ" เจ้าคุณฯขัดขึ้น

อุษาชิงพูดขึ้นก่อนว่าไม่ต้องรอก็ได้เพราะตอนนี้อู๊ดไปทำงานที่ไทรโศกไม่รู้ว่าอีกกี่เดือนถึงจะได้กลับพระนคร เด่นดาวหน้าเจื่อนทันทีถามว่าไปตั้งแต่เมื่อไร เจ้าคุณฯก็สงสัยถามว่าไหนคุณหญิงว่าจะพามาที่นี่อย่างไรเล่า

"ตาอู๊ดโดนเรียกตัวไปกะทันหันน่ะค่ะ ถึงวันนี้จะมาไม่ได้ แต่ถ้าหนูดาวตกลงใจรับหมั้นตาอ๊อดเมื่อไหร่ ตาอู๊ดต้องมาแสดงความยินดีด้วยแน่นอนค่ะ"

เด่นดาวตกใจแทบช็อก เธอหันมองหน้าเจ้าคุณปู่ที่ตกใจไม่แพ้กัน

กิติเห็นดังนั้นรีบการันตีว่าอ๊อดไม่เคยมีความประพฤติเสียหาย อุษาก็รับรองว่าอ๊อดเป็นคนขยันขันแข็ง มีมานะอดทน มีความเป็นผู้นำ พร้อมจะเป็นหัวหน้าครอบครัวที่ดีได้ ยิ้มหวานถามเด่นดาวว่า "หนูดาวก็เห็นด้วยใช่ไหมคะ"

"ค่ะ..." เด่นดาวตอบเหมือนไม่รู้สึกตัว อ๊อดดีใจมากถามว่า หมายความว่าตกลงรับหมั้นแล้วใช่ไหม

"ไม่ใช่อย่างนั้นค่ะ คือ...ดาวเพิ่งเรียนจบมา ดาวอยากทำงานหาประสบการณ์สัก 2-3 ปีก่อน ตอนนี้ดาวยังไม่พร้อมที่จะสร้างครอบครัวกับใครจริงๆ ต้องขอโทษด้วยนะคะ" เด่นดาวตอบอย่างเยือกเย็นมีเหตุผล อ่อนหวาน แต่ทำเอาพวกธีระรัตน์ ทั้ง
โขยงหน้าแตกยับเยิน!

ooooooo

ที่แคมป์คนงานสร้างทาง เชษฐ์หัวหน้าคนงานกำลังรับสมัครคนงานอยู่หน้าแคมป์ที่มีป้ายประกาศว่า "รับสมัครลูกจ้างชั่วคราว"

ในบรรดาผู้มาสมัครงานมีใบ้รวมอยู่ด้วยโดยเพิ่มเป็นคนพามาและพูดแทนใบ้ พอเชษฐ์รู้ว่าเพิ่มพาใบ้มาสมัครงานก็พูดอย่างดูถูกว่าโตเป็นควายแล้วยังต้อง หนีบเพื่อนมาด้วยหรือ ตะคอกถามว่าชื่ออะไร

พอเพิ่มช่วยบอกว่า "ชื่อใบ้" ก็ถูกเชษฐ์มองอย่างไม่พอใจ เพิ่มเลยต้องชี้แจงว่า "มันพูดไม่ได้ครับ ผมเลยต้องพูดแทน"

เชษฐ์ไล่ส่งทันทีบอกว่าที่นี่ ไม่รับคนพิการทำงาน พอดีอู๊ดเดินเข้ามาเจอถามว่า

"ทำไมไม่รับล่ะครับ ในเมื่อเขามีมือมีเท้ามีใจที่พร้อมจะทำงาน"

"เออ...คือ...ผมเห็นว่า มันพูดไม่ได้น่ะครับนายช่าง" เชษฐ์เสียงอ่อนอึกอักเกือบใบ้กินเหมือนกัน

"เรา จ้างคนมาทำงานนะครับ ไม่ได้จ้างมานั่งพูดนั่งคุยกัน ถ้าเขาฟังคำสั่งรู้เรื่อง ทำงานให้เราได้ตามที่ต้องการ เราก็ควรจะรับเขาไว้ไม่ใช่หรือครับ"

เชษฐ์หน้าม้าน ใบ้กินสนิท เพิ่มมองหน้าใบ้ที่กำลังตื้นตันใจจนจะยิ้มก็ไม่ใช่จะร้องไห้ก็ไม่เชิง ดีใจที่จะได้อยู่ ใกล้ลูก ได้ดูได้เห็นลูกโดยไม่ต้องแอบๆหลบๆซ่อนๆอีก

ooooooo

ที่ พระนคร หลังจากพวกบ้านธีระรัตน์พากันหน้าแตกหน้าม้านกลับไปกันแล้ว เด่นดาวรู้สึกผิดต่อเจ้าคุณปู่ เธอเดินเข้าไปขอโทษ บอกว่าตนเห็นอ๊อดเป็นเพียงพี่ชายคนหนึ่งเท่านั้นไม่อาจคิดเป็นอื่นไปได้ จริงๆ

"ปู่เข้าใจ แล้วก็ดีใจด้วยซ้ำไปที่หลานกล้าที่จะยืนอยู่ข้างความรู้สึกของตัวเอง"

"แต่ หลานก็ยังไม่สบายใจอยู่ดีค่ะ เพราะไม่ทราบว่าผู้ใหญ่ทางธีระรัตน์จะเข้าใจหลานรึเปล่า"

"เรื่อง หัวใจมันบังคับกันไม่ได้หรอกหลาน แต่จะว่าไป ปู่ก็ยังแปลกใจไม่หาย ทำไมทางนั้นถึงมาขอหลานให้ตาอ๊อดทั้งๆที่เพิ่งรู้จักกัน แทนที่จะเป็นตาอู๊ดที่คุ้นเคยกันมานาน เอาเถอะ...ไหนๆเรื่องมันก็ผ่านไปแล้ว ถ้าหลานไม่สบายใจ ปู่ว่าเราไปพักผ่อนที่
ต่างจังหวัดกันสักพักดีไหม"

เด่น ดาวดีใจถามว่าไปบ้านที่เชียงใหม่หรือหัวหิน เจ้าคุณปู่บอกว่าสองแห่งนั้นหลานเคยไปแล้ว เปลี่ยนไปที่ที่หลานไม่เคยไปดีกว่ารับรองถูกใจแน่    ครั้นเด่นดาวถามว่าที่ไหน เจ้าคุณปู่อุบไว้ไม่บอกเอาแต่ยิ้มอำๆ

เวลา เดียวกัน ที่บ้านธีระรัตน์ ทุกคนกลับมานั่งที่ห้องรับแขกกันอย่างเซ็งจัด มีแต่อ๊อดคนเดียวที่พลุ่งพล่านมาก พอมาถึงก็ต่อว่าทั้งหัวหงอกหัวดำ

"ไหน ทุกคนยืนยันว่าน้องดาวจะรับหมั้นอ๊อดยังไงล่ะ แล้วทำไมถึงเป็นอย่างนี้...นี่เท่ากับพาอ๊อดไปตกม้าตายชัดๆ น่าอับอายขายหน้าจริงๆ"

อุษาปลอบว่าเด่นดาวก็ไม่ได้ปฏิเสธเด็ดขาด เสียทีเดียว เพียงแต่ขอไปทำงานก่อนเท่านั้น กิติก็ให้ความหวังว่า แค่ 2-3 ปีไม่นานเกินไปหรอก ถ้าอ๊อดรักเธอจริงก็ต้องตื๊อ...ตื๊อเท่านั้นที่จะครองโลก

อ๊อดได้ที เสนอขอขึ้นเงินเดือนอีกเดือนละ 3 พันสำหรับเป็นค่าอาหาร ค่าของฝากของขวัญ ค่าดอกไม้จิปาถะ อ้างว่าจะตื๊อทายาทร้อยล้านทั้งทีก็ต้องลงทุนกันหน่อย

กิ ติกับอุษามองหน้ากันอย่างเห็นด้วย แต่คุณหญิงฟังแล้วปวดหัวจี๊ดทันที

ooooooo

ที่ แคมป์คนงานนี่เอง เสี่ยโอขี่มอเตอร์ไซค์พาลูกสาวแสบซ่าที่ชอบให้ใครๆเรียกชื่อย่อๆว่า "อัม" ผ่านมา พอเธอเห็นอู๊ดเท่านั้นเส้นกระตุกทันทีร้องบอกเตี่ยให้หยุดแล้วรีบตามตนมาไวๆ ตะโกนเรียก

"คุณยิ่งยงขา...นั่นคุณยิ่งยงใช่ไหมคะ" พออู๊ดชะงักหันมองเธอร้องอย่างดีใจสุดขีด "ว้าย...คุณยิ่งยงจริงๆด้วย  จำอัมได้ไหมคะ นี่เตี่ยของอัมค่ะ เตี่ย...นี่ไงคุณยิ่งยงที่อัมเคยเล่าให้ฟัง"

เสี่ยโอมองอู๊ดอย่าง ชื่นชมเล่าว่าลูกสาวบอกว่าเขามาทำงานที่นี่ พออู๊ดบอกว่าทางกรมฯส่งมาคุมงานที่นี่ เสี่ยรีบเชิญกินข้าวด้วยกัน มื้อนี้ตนขอเลี้ยงต้อนรับในฐานะที่นำความเจริญมาสู่ไทรโศกจะได้ไหม อู๊ดอึกอัก ถูกอัมออดอ้อนแล้วเออเอง จนอู๊ดพูดไม่
ออกจำต้องยอมรับเชิญ

เมื่อ พาอู๊ดไปที่ร้านอาหารของตัวเองในตลาด พอดีดำกับไทรงามเพิ่งกินอิ่มจ่ายเงินแล้วเดินออกไป แต่ยังทันเห็นอัมควงแขนอู๊ดกระดี๊กระด๊าเข้ามาในร้าน อู๊ดเห็นไทรงามพออ้าปากจะทักก็ถูกอัมหนีบเข้าร้านไปอย่างเร็ว สั่งลูกน้องเสียงดังหวานจ๋อย

"ไม่รับลูกค้าแล้วนะ ส่วนใครที่กินอยู่ก็รีบๆกินเข้า ฉันจะปิดร้านเลี้ยงแขกพิเศษเป็นการส่วนตัว...เชิญนั่งค่ะคุณอู๊ด"

พอ ลูกสาวประกบให้อู๊ดนั่งลง เสี่ยโอก็ร้องขอเมนูอย่างตื่นเต้น

ดำหัน มองขำๆขวางๆเปรยๆกับไทรงามว่า

"เสน่ห์แรงจริงๆคุณอู๊ด มาถึงไม่ทันไรมีสาวมาจิกทึ้งซะแล้ว นี่ถ้าแฟนตัวจริงมาเห็นเข้าจะว่ายังไงเนี่ย สงสัยกระเพาะคงทะลุเป็นรูโบ๋เลยแหงๆ"

ไทรงามหันมองไปที่โต๊ะนั้นอีก ที ประสานสายตากับอัมเข้าอย่างจัง ไทรงามเป็นฝ่ายหลบสายตาเพชฌฆาตนั้นแล้วชวนดำรีบไปกันดีกว่า เผื่อจะมีคนไข้มาคอย

อู๊ดแอบมองตามไทรงามไปอย่างเสียดาย โชคดีที่ได้เจอกันแต่โชคร้ายที่ไม่ได้พูดกันเลยสักคำเดียว

ooooooo

ส่วน บานเย็นรู้จากหวินว่าใบ้มาสมัครงานที่แคมป์ก็แอบมาพบลากใบ้ไปคุยกันที่มุม ลับตา พูดว่าใบ้คงรู้แล้วว่าอู๊ดเป็นใคร แต่ย้ำให้ใบ้ตระหนักว่า

"ฉัน มาที่นี่เพื่อจะเตือนนายว่า คุณอู๊ดเป็นลูกของคุณกิติกับคุณอุษา เพราะฉะนั้น นายอย่าทำอะไรรุ่มร่ามหรือไปวุ่นวายกับเธอจนทำให้เธอสงสัยอะไรเป็นอันขาด"

ใบ้ ที่ยิ้มแย้มตอนแรกหน้าเหลือสองนิ้ว จนเพิ่มต้องช่วยพูดว่า ใบ้แค่อยากมาอยู่ใกล้ๆเพื่อจะได้ดูแลแล้วก็แบ่งเบาภาระอู๊ดเท่านั้น บานเย็นเลยย้ำอีกทีว่า

"ก็ขอให้เป็นอย่างนั้นก็แล้วกัน อันที่จริงนายก็อดทนมามากแล้ว แต่ฉันก็อยากจะขอให้นายอดทนต่อไป...เพื่อคุณอู๊ด สัญญากับฉันได้ไหมว่านายจะเก็บเรื่องระหว่างเราและคุณอู๊ดเป็นความลับจนตาย"

ใบ้ พยักหน้าหนักแน่นทันที ทำให้บานเย็นโล่งใจ เชื่อว่าเรื่องนี้จะเป็นความลับที่จะตายไปพร้อมกับชีวิตของทั้งสามคน

ooooooo

วัน นี้ ทนต์ โจรใจฉกาจที่ถูกจับติดคุกมานับครั้งไม่ถ้วน เพราะพอออกจากคุกได้ก็ปล้นต่อ วันนี้เพิ่งพ้นโทษออกมาหลังจากต้องโทษถึง 23 ปี

ออกจากคุกแล้ว ทนต์ตรงไปที่บ้านเจ้าคุณยงยศ เจอแต่สาวใช้ ทนต์ถามถึงเจ้าคุณฯสาวใช้บอกว่าไม่อยู่ ทนต์ถามอีกว่าท่านไปไหน?

ที่ บ้านธีระรัตน์เพิ่งรู้ว่าเด่นดาวไปไทรโศกกับท่านเจ้าคุณฯ อุษาถามว่าไปตั้งแต่เมื่อไหร่

"ก็คงตั้งแต่ที่คุณแม่เผลอบอกพวกนั้น ไปว่า  ไอ้อู๊ดมันไปทำงานที่นั่นนั่นแหละ...น้องดาวนะน้องดาว ปฏิเสธพี่ แต่กลับตามไอ้อู๊ดไป ทำอย่างนี้มันเท่ากับเหยียบย่ำศักดิ์ศรีพี่ชัดๆ" อ๊อดแค้นใจ

กิติพูดให้หายเครียดว่าอาจเป็นเรื่องบังเอิญก็ได้ เพราะท่านเจ้าคุณก็มีที่นามีบ้านพักอยู่ที่ไทรโศกเหมือนกัน แต่อ๊อดไม่เออออด้วย ประกาศว่าตนจะไม่ยอมแพ้อู๊ดเด็ดขาด บอกคุณหญิงว่าจะไปไทรโศก ไปกับคุณย่า และจะไปให้เร็วที่สุดด้วย

คุณ หญิงยิ้มกระหยิ่มใจ ในที่สุด ทุกคนก็ต้องไปไทรโศกตามแผนการของตน

ooooooo

ไทรงาม มาพักอยู่ที่คลินิกโดยมีใบ้มานอนข้างล่างเป็นเพื่อน คนไข้เริ่มมาหาหมองามมากขึ้น สะดวกขึ้น โดยเฉพาะบรรดาคุณลุงคุณป้าชาวไร่ชาวนาแถวนั้นรักหมองามผู้ใจดีปานดวงใจ

จู่ๆ เย็นนี้อู๊ดก็โผล่มาที่คลินิกหมองาม ไทรงามคิดว่าเขาไม่สบาย พอถามว่าไม่สบายหรือ อู๊ดก็อึกอักเพราะตั้งใจ

มาเห็นหน้าไทรงามก่อน กลับบ้านเท่านั้น เลยตอบอึกๆอักๆว่า อยากจะ...อยากจะ...ดำรำคาญเลยทะลุกลางปล้องขึ้นว่าอยากจะอะไรครับ

อู๊ด เลยโมเมไปว่าอยากได้ยาคลายกล้ามเนื้อ เพราะไปช่วยคนงานเร่งสร้างแคมป์ทั้งวันเลยปวดเมื่อยนิดหน่อย

ไทรงาม บอกว่าเดี๋ยวจะจัดยาให้ ระหว่างนั้นอู๊ดก็ชวนคุยไปเรื่อยถามว่าหมอพักอยู่ที่คลินิกหรือ พอเธอรับว่าใช่ เขาก็ถามอย่างเป็นห่วงว่าไม่น่ากลัวหรือ ไทรงามไม่ทันตอบ ดำก็แทรกขึ้นจงใจตีกันว่า

"คุณอู๊ดหมายถึงผีหรือคนล่ะครับ ถ้าเป็นผี ชาวบ้านแถวนี้ใจบุญครับใส่บาตรกันทุกวัน ผีมันได้รับอานิสงส์ก็เลยไม่ออกมาหลอกมาหลอนใคร แต่ถ้าหมายถึงคนที่เป็นโจรละก็... อาจจะมี แต่ถ้ามันกล้ามาทำอะไรละก็ ต้องข้ามศพผมไปก่อน เพราะผมนอน
เฝ้าน้องงามอยู่ที่นี่ทุกคืน!!"

ได้ผล เพราะอู๊ดฟังแล้วใจหายวาบรู้สึกเหมือนดำประกาศตัวเป็นอะไรกับไทรงาม ไทรงามเองก็ใจหายไม่น้อยกว่ากัน เพราะกลัวว่าอู๊ดจะเข้าใจผิดว่าตนเป็นอะไรกับดำ

ข้างฝ่ายบานเย็น สัญญากับคุณหญิงและตั้งปณิธานกับตัวเองไว้แล้วว่า จะไม่เปิดเผยกับอู๊ดว่าตัวเองเป็นใครยอมให้ความจริงนี้ตายไปกับตัว แต่ในความเป็นจริงก็อดเป็นห่วงอยากดูแลรับใช้ลูกไม่ได้ วันนี้จึงแอบทำอาหารฝากหวินให้ยกไปตั้งสำรับด้วย

อู๊ดตักชิมทุกจานชม ว่าอร่อยทุกอย่างถามหวินว่าทำเองหรือ หวินคุยอวดว่าคนทำตั้งอกตั้งใจทำมาก ทำเองทุกขั้นตอนอย่างพิถีพิถัน พออู๊ดถามย้ำอีกว่าป้าทำเองหรือ หวินก็อึกอักตอบกล้อมแกล้มว่าก็ประมาณนั้นแหละ

ส่วนบานเย็นเจ้าของ ฝีมือตัวจริง แอบดูแอบฟังอยู่ เห็นอู๊ดกินอย่างเอร็ดอร่อยก็ปลื้มจนน้ำตาคลอ

ooooooo

เช้า วันรุ่งขึ้น คณะธีระรัตน์จากพระนคร ก็มาถึงท่าน้ำบ้านไทรโศก

เป็น เวลาที่อู๊ดกำลังจะออกจากบ้านพักไปทำงาน เห็นบานเย็นถือถาดเปล่าเดินกลับมาก็ถามว่ามาใส่บาตรหรือ ทำไมมาใส่ที่ท่านี้ แล้วบ้านคุณน้าอยู่ไหน

แม้จะได้เห็นได้เจออู๊ดหลายครั้งแล้ว แต่เจอทีไรบานเย็น ก็ยังตื่นเต้นทุกที ตอบอึกๆอักๆว่าบ้านอยู่ถัดจากต้นไทรใหญ่

นี่ไป อู๊ดนึกออกทันทีถามว่า

"อ๋อ...บ้านฉลุลายไม้สีครีมหลังนั้นนั่นเอง ผมชอบมากครับ ชอบทั้งบ้านแล้วก็ดอกมะลิที่ปลูกอยู่หน้าบ้านด้วยครับ หอมมาก"

บานเย็นรีบบอกว่าถ้าชอบตนจะเก็บมาฝากทุกวัน อู๊ด มองไปรอบๆ ถามอย่างสงสัยว่า

"ผมว่าบ้านคุณน้าน่าจะอยู่บนที่ดินผืนเดียวกันกับของเจ้าคุณปู่นะครับ เพราะไม่เห็นมีรั้วกั้น เอ่อ...ไม่ทราบว่าคุณน้าเป็นญาติของท่านรึเปล่าครับ"

เป็นคำถามที่ทำให้บานเย็นอัดอั้นไม่รู้จะตอบอย่างไรดี พลันก็มีเสียงหนึ่งแทรกเข้ามาว่า

"เขาไม่ได้เป็นญาติทางไหนของเราทั้งนั้น"

เสียงคุณหญิงดังเข้ามาก่อนที่ตัวจะเดินเข้ามาพร้อมกิติ อุษา และอ๊อด

อุษาพูดสอดอย่างดูถูกบานเย็นว่าเป็นขี้ข้าที่อาศัยที่เราปลูกบ้านและทำนาเท่านั้น

อู๊ดไม่ได้สนใจฟังนัก ดีใจที่เห็นย่า พ่อ แม่ และพี่ชายมา รีบเข้าไปหา อุษาก็แสดงความเป็นแม่ที่แสนรักลูก ดึงอู๊ดเข้าไปกอดหอมซ้ายหอมขวาพร่ำบอกแต่ว่าแม่คิดถึงลูกมาก ส่วนบานเย็นก็รีบยอบตัวลงยกมือไหว้ทุกคน กิติชี้ไปทางอ๊อดบอกว่านี่ลูกชายคน
โตของตน ทำให้บานเย็นต้องยกมือไหว้อีกคน

"แล้วนี่ก็ตาอู๊ดลูกชายคนเล็ก ไหว้เสียสิยะ" อุษาหางตา ใส่บานเย็น แต่อู๊ดรีบบอกว่าไม่เป็นไร ตนกับคุณน้ารู้จักกันแล้ว อุษาก็ยังไม่ยอมอ้างว่าเดี๋ยวพวกขี้ข้าจะเหลิง บานเย็นจึงยกมือไหว้อู๊ดให้สิ้นเรื่องสิ้นราวเสีย  ทำเอาอู๊ดตกใจรับไหว้ แทบไม่ทัน
ขณะกำลังทักทายกันนั่นเอง เจ้าคุณยงยศกับเด่นดาวก็มาถึง อ๊อดตาไวเห็นก่อนรีบทัก

"สวัสดีครับเจ้าคุณปู่" แล้วหันไปถามประชดเด่นดาว "มาเยี่ยมเจ้าอู๊ดเหมือนกันหรือครับน้องดาว แหม...ใจเราสองคนช่างตรงกันอะไรอย่างนี้"

เจ้าคุณฯพูดกับคุณหญิงว่าไม่ทราบว่าจะมาที่นี่จะได้ มาเสียพร้อมๆกัน อุษาสอดแทรกอีกตามเคยว่า

"พวกเราตามมาดูแลตาอู๊ดน่ะค่ะ ช่างบังเอิญเหลือเกินนะคะที่มาเจอกัน เพราะชั่วนาตาปีอุษาไม่เคยเห็นท่านเจ้าคุณฯมาที่นี่เลย มาทำธุระหรือคะ"

"ครับ ปล่อยให้คนอื่นดูแลบ้านดูแลที่นามาเป็นสิบๆปี ก็เลยอยากมาดูบ้างว่ามันอยู่ดีหรือทรุดโทรมไปถึงไหนแล้ว"

อู๊ดเห็นผู้ใหญ่พูดคุยทักทายกันจึงขอตัวไปทำงานเพราะสายแล้ว เด่นดาวขออนุญาตเจ้าคุณปู่ไปเดินเล่นแถวนี้บ้าง อ๊อดรีบเสนอตัวขอตามไปด้วยคน

อุษากับกิติสบตากันอย่างดีอกดีใจที่อ๊อดช่างดำเนินตามแผน "ตื๊อเท่านั้นที่ครองโลก" ได้ทันอกทันใจดีจริงๆ

ooooooo

เมื่อแยกกับเจ้าคุณยงยศที่ไปเดินเล่นกับเด่น-ดาวและอ๊อดแล้ว คุณหญิงสั่งหวินให้ไปบอกบานเย็นมาพบที่ต้นไทรโศก ย้ำเตือนความจำเรื่องคำสาบานที่เคยให้ไว้เรื่องอู๊ด บานเย็นยืนยันอย่างขมขื่นใจว่า ตนไม่เคยลืม ขอให้คุณหญิงเชื่อว่าตนจะไม่มีวัน
กลืนน้ำลายตัวเองเด็ดขาด

"ดี ฉันก็อยากจะรู้เหมือนกันว่า "โพธิ์งาม" อย่างหล่อนจะซื่อสัตย์ต่อคำพูดของตัวเองดีไปกว่าบรรพบุรุษสักแค่ไหนเชียว" พูดพลางคุณหญิงจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของบานเย็นก่อนเดินจากไป

บานเย็นมองตาม สะกิดใจว่าคุณหญิงพูดถึงบรรพบุรุษของตนทำไม?

ooooooo

ที่ร้านขายข้าวแกงในตลาด อัมเดินเข้าร้านมาอย่างกรีดกราย สายตาเหลือบเห็นเด่นดาว อ๊อดและเจ้าคุณฯนั่งดื่มโอเลี้ยงกันอยู่ เธอทักเสียงลั่นร้าน ถามเด่นดาวว่าอ๊อดเป็นใคร แฟนหรือเปล่า เด่นดาวกำลังจะบอกก็ถูกอ๊อดชิงพูดว่า "ครับ เรากำลังดูใจกัน
อยู่"

อัมฉวยโอกาสแสดงความยินดีทันที เด่นดาวรีบบอกว่าอย่าเพิ่งแสดงความยินดีเลย เพราะตนยังไม่คิดที่จะมีครอบครัวเร็วๆนี้หรอก อย่างไรเสียก็ขอดูแลเจ้าคุณปู่ไปก่อน

อัมหูผึ่งทันทีถามว่าเรียกเจ้าคุณปู่ก็แสดงว่าเป็นลูกหลานเจ้านายชั้นสูงใช่ไหม อ๊อดรีบอวดว่า

"ก็ใช่น่ะสิ แล้วเจ้านายชั้นสูงที่ว่าก็นั่งอยู่ตรงหน้าเธอ

นี่ไง นี่ล่ะท่านเจ้าคุณยงยศศฤงคาร เจ้าของที่ดินนับพันไร่ที่ไทรโศกเจ้าคุณปู่ของน้องดาวล่ะ"

อัมรีบยกมือไหว้ตัวย้วยแทบจะคุกเข่า เจ้าคุณฯพยักหน้ายิ้มอย่างเอ็นดู

ที่นั่นเอง ทนต์นั่งเอาหนังสือพิมพ์บังหน้าอยู่ ลดหนังสือพิมพ์ลงจ้องมาที่ท่านเจ้าคุณฯเขม็ง!

ooooooo

ระหว่างเดินชมตลาดไทรโศกนั่นเอง เจ้าคุณฯเกิดหน้ามืดขึ้นมา อ๊อดมัวแต่ตกใจทำอะไรไม่ถูก โชคดีที่ดำเข็นกระสอบข้าวสารผ่านมาเจอเลยรีบเข้าประคองไว้ทันแล้วพาไปหาไทรงามที่คลินิกหมองาม

หลังจากไทรงามฉีดยาให้ครู่หนึ่งเจ้าคุณฯก็รู้สึกตัว แต่พอเห็นหน้าไทรงามท่านก็มองเหมือนเคยเห็นที่ไหน ถามว่า "ผมเคยรู้จักคุณหมอมาก่อนหน้านี้ไหม ทำไมรู้สึกคุ้นหน้าเหลือเกิน"

อ๊อดผสมโรงทันทีว่าตนก็คุ้นเหมือนเคยเห็นที่ไหนมาก่อน ดำเลยพูดอย่างขัดใจว่า

"ก็ตอนที่คุณขับรถชนผมไง น้องงามก็นั่งอยู่ในรถด้วย คุณจำไม่ได้หรือ หรือว่ามันแต่เอาตามไปมองผู้หญิงอื่นอยู่ ถึงไม่ได้สนใจ"

ระหว่างนั้นเจ้าคุณฯถามอีกว่าแล้วดำเป็นใคร ไทรงามรีบบอกว่าเป็นญาติสนิทของตน เราเปิดร้านอยู่ติดกัน ดำรีบยกมือไหว้ยิ้มหวานแล้วเหล่ไปทางเด่นดาวถามว่าจะไม่เรียนเจ้าคุณปู่หน่อยหรือว่าตนเป็นคนประคองท่านมาที่นี่ตอนที่ท่านหน้ามืด
เด่นดาวทั้งขำทั้งขวาง แต่เจ้าคุณฯเอ่ยขอบใจดำที่ช่วย ดำหันไปฉีกยิ้มให้เด่นดาวอวดๆ จนเธอแทบจะแยกเขี้ยวใส่ ติดแต่ที่อยู่ต่อหน้าเจ้าคุณปู่เท่านั้น

ooooooo

นายช่างยิ่งยงทำงานอย่างขยันขันแข็ง จนถึงเวลาพักเที่ยงบอกคนงานให้หยุดกินข้าวเที่ยงกันก่อน เชษฐ์ชวนไปกินที่ตลาดไหมตนจะขับรถให้ อู๊ดไม่ไปเพราะไม่อยากสิ้นเปลืองน้ำมันหลวงจะขี่จักรยานไปเอง แต่ไม่ทันไป ใบ้ที่ถูกบานเย็นใช้ให้เอาปิ่นโต
มาให้ก็เข้ามาส่งปิ่นโตให้

อู๊ดหันไปเห็นบานเย็นหันหลังกลับก็เรียกไว้ บานเย็นปดว่าหวินฝากให้เอาปิ่นโตมาส่ง อู๊ดจึงชวนกินเสียด้วยกันเลย บานเย็นจะปฏิเสธแต่พอชายหนุ่มขอร้อง ทั้งบานเย็นและใบ้จึงนั่งร่วมวงด้วยอย่างตื่นเต้นจนกลืนข้าวแทบไม่ลง

ส่วนอัมลูกสาวเสี่ยโอ กรี๊ดกร๊าดกลับไปบอกเตี่ยว่า เด่นดาวมีแฟนแล้ว แสดงว่ายิ่งยงต้องยังโสดสนิท เสี่ยโอดีใจไม่น้อยกว่าลูกสาว วาดฝันว่าถ้าได้อู๊ดมาเป็นเขย ไม่เพียงร้านขายของในไทรโศกของตนจะต้องขายดีเท่านั้น ยังจะแผ่ขยายสยายปีกไปทั่ว
ประเทศด้วย ยุลูกสาวว่า

"ลื้อมีทางทำให้หนุ่มโสดอย่างคุณอู๊ดมีพันธะได้ไหมล่ะ เตี่ยสนับสนุนเต็มที่"

"เตี่ยน่ะ พูดอะไรก็ไม่รู้..." อัมทำเขินบิดไปมาจนตัวแทบจะเป็นเกลียว

ooooooo

หลังจากเรียกบานเย็นมายํ้าคำสัญญาที่ให้ไว้จนเบาใจแล้ว คุณหญิงเรียกเพิ่มมาสั่งให้ตามคุณเจนจากพระนครมาอ่านเอกสารประกอบพินัยกรรมฉบับที่อยู่กับเพิ่มให้เร็วที่สุด

เพิ่มไม่แน่ใจว่าคุณเจนจะมาได้เมื่อไร เพราะอาจมีงานด่วนที่ต้องทำอยู่ตอนนี้ก็ได้

"นี่ก็งาน แล้วก็ด่วนเหมือนกัน บอกเขาว่ามาอ่านให้มันจบๆไป หลังจากนั้นฉันจะไม่ไปรบกวนเขาอีกจนกว่าจะถึงเวลาแบ่งโฉนดที่ดิน" คุณหญิงสั่งอย่างไม่สนใจคำท้วงติงแล้วเดินไปเลย

ส่วนอ๊อดหรือนายเกียรติกร ธีระรัตน์ ตามมาตื๊อเด่นดาวถึงไทรโศก แต่พอไปเห็นไทรงามก็หลงใหลได้ปลื้มพรรณนาความงามของหมองามให้คุณหญิงฟัง อ้อนย่าว่าตนตกหลุมรักเธอเข้าเต็มเปาแล้ว

คุณหญิงเกี่ยงว่าหมองามเป็นลูกเต้าเหล่าใครแล้วจะสู้เด่นดาวได้ยังไง อ๊อดรับรองว่าสู้ได้แน่ เพราะเด่นดาวบอกว่าหมองามเป็นลูกสาวของคุณเจน อุษาเอะใจว่าจะเป็นไทรงาม อ๊อดเลยตีขลุมว่า

"ถ้าคุณแม่และทุกคนรู้จักเธอแล้ว อ๊อดคงไม่ต้องบรรยายนะครับว่าเธอน่ารักขนาดไหน เธอไม่มีอะไรด้อยกว่าน้องดาวแน่ ไม่ว่าจะหน้าตา ชาติตระกูล หรือการศึกษา เพราะเธอเป็นถึงคุณหมอ"

คุณหญิงถอนใจอย่างระอากับความรักง่ายหน่ายเร็วของอ๊อด แต่กิติกลับส่งเสริมว่าเป็นผู้ชายจะรักเผื่อเลือกไว้หน่อยก็ไม่เสียหายอะไร อ๊อดเลยยิ่งได้ใจ

ooooooo

คลินิกหมองาม กลายเป็นที่ที่มีแขกประจำที่มาตามหัวใจเรียกร้อง คือยิ่งยง หรืออู๊ดนั่นเอง วันนี้เขาก็มาที่คลินิกอีก พอหมองามเห็นชายหนุ่มก็ใจเต้นตกประหม่าตามเคย ส่วนอู๊ดก็ตื่นเต้นประหม่าพอกัน พอหมอถามว่ายังไม่หายปวดหรือ เขาก็สาธยาย
โรคภัยไข้เจ็บเสียยืดยาว จนหมองามบอกขำๆว่า

"อาการขนาดนี้ คงต้องฉีดยาแล้วส่งตัวไปผ่าตัดที่โรงพยาบาลในจังหวัดแล้วล่ะค่ะ"

อู๊ดยิ้มแหยๆ ขออย่าให้ถึงขนาดนั้นเลย ตนนั่งพักสักครู่ ก็คงหาย หนุ่มสาวสบตาอย่างเข้าใจความรู้สึกของกันและกัน ไทรงามเขินกลบเกลื่อนด้วยการเลี่ยงไปจัดยาด้วยหัวใจแช่มชื่น

จนครู่ใหญ่ หมองามเอายาหอมมาให้อีกถ้วยหนึ่ง อู๊ดบอกว่าดื่มไป 2 ถ้วย แล้วรู้สึกดีขึ้นเยอะเลย หมองามถามยิ้มๆว่า กลับไปทำงานได้ไหม เขาตอบเขินๆว่า ได้ ขอบคุณเธอแล้วลากลับ

แต่พอดีมีคนท้องแก่เจ็บท้องคลอดเข้ามา อู๊ดเลยหันกลับมาช่วย แม้จะทำอะไรไม่เป็นแต่เขาก็กระตือรือร้นคอยหยิบโน่นหยิบนี่ส่งให้หมองาม กระทั่งช่วยกันนับให้หญิงท้องแก่เบ่งตอนคลอด

สุดท้ายเด็กคลอดออกมาเป็นผู้หญิง หมองามรีบทำความสะอาดตัดสายสะดืออย่างตื่นเต้น ทั้งคู่ยิ้มให้กันกับผลงานร่วมกันชิ้นสำคัญนี้ ที่ได้ต้อนรับชีวิตน้อยๆที่ลืมตามาดูโลก...

ooooooo

วันนี้ เด่นดาวมุ่งมั่นที่จะไปหาอู๊ดที่แคมป์ให้ได้ เธอแต่งตัวราวกับจะไปเดินแบบ ใส่รองเท้าส้นสูงกางร่มเดินย่องแย่งไปตามคันนาเพื่อหาทางไปแคมป์ มองไปทางไหนก็เวิ้งว้าง เลยต้องหาคนถามทาง

เจอดำกำลังทำนาอยู่พอดี พอถามทางไปแคมป์ ก็ถูกดำกระแนะกระแหนยั่วยวนกวนประสาทไปตามประสา แล้วใจดีจะพาเธอไปส่ง เด่นดาวรู้ว่าต้องถูกเขากวนประสาทไปตลอดทางแน่ ปฏิเสธเสียงแข็งว่า

"ไม่ต้อง บอกฉันมาว่าไปทางไหนแค่นั้น ขอบคุณ!!"

"ตามใจ...เดินเลาะไปตามคันนานี่ จนถึงโคกที่ 3 ก็เลี้ยวซ้าย ข้ามนาตาหมาย นาตาแย้ม นาตาส่ง ไปจนถึงสะพานข้ามห้วยหอยจุ๊บ แล้วเลี้ยวขวาผ่านที่นายายแจ่ม เห็นหุ่นไล่กาสองผัวเมียยืนจู๋จี๋กันเมื่อไหร่ก็ให้เลี้ยวซ้ายไปทางดงไผ่ เดินไปสุดดงไผ่ก็จะ
เจอดงกล้วย เดินไปสุดดงกล้วยก็จะเจอสุดที่รักของคุณอยู่ที่นั่น"

ดำสาธยายเสียจนตัวเองก็เหนื่อย แต่เด่นดาวพาซื่อถามว่า ทำไมมันถึงได้ซับซ้อนอย่างนี้ ถามอย่างแสนซื่อว่า "ไอ้ทางที่ไปแบบตรงๆไม่มีเลยเหรอ"

"มี...ก็ทางที่คุณยืนอยู่นี่ไง เดินไปเรื่อยๆสัก 10 โลกว่าๆ เดี๋ยวก็ถึง แต่...ใส่รองเท้าสูงขนาดนี้จะไหวเหรอ"

เด่นดาวทำเชิดอวดดีว่าไกลกว่านี้ตนก็เดินไหว ดำเลยพูดลอยๆตามหลังว่า ตามทางเส้นนี้มีงูเลื้อยกันยั้วเยี้ยไปหมด ทั้งงูเห่า งูจงอาง เตรียมวิ่งหนีให้ดีก็แล้วกันเดี๋ยวจะหาว่าไม่เตือน

ฟังแล้วเด่นดาวชะงัก หันกลับมามองดำหน้าซีดเผือด

ดำยังสรรหาทางแกล้งเด่นดาวอย่างคึกคะนอง บอกให้เธอขี่ควายจะพาไปส่ง ระหว่างทางก็แหกปากร้องเพลงกวนประสาท จนเด่นดาวเร่งให้รีบไปเพราะตนถูกแดดเผาจะกลายเป็นเนื้อแดดเดียวอยู่แล้ว ดำเลยกระทุ้งสีข้างควายตัวโปรดที่ไพล่ไปตั้งชื่อ
ว่ากวาง

เจ้ากวางถูกกระทุ้งสีข้างเลยเผ่นโผน ทำเอาเด่นดาว

หงายเกือบตกจากหลัง เธอรีบคว้าเอวดำไว้กอดแน่น ดำหัวเราะชอบใจ ผสานกับเสียงร้องด้วยความตกใจของเด่นดาว

ooooooo

ดำพาเด่นดาวมาถึงไซต์งานสร้างทางเจอใบ้ อยู่ที่นั่น ใบ้เล่าจนดำเข้าใจว่าอู๊ดไปหาเขาที่ร้านดำถามว่าไปนานหรือยัง ใบ้พยักหน้า ดำเลยคาดว่าคงจะสวนกันตอนที่ตนออกไปดูนา นึกฉุนขึ้นมาถามเด่นดาวว่าจะเอาอย่างไร   จะรออยู่ที่นี่หรือจะไปรอที่บ้าน
พูดอย่างไม่แยแสว่า ตนจะกลับไปดูร้านที่ตลาดแล้ว

เด่นดาวบอกว่าตนก็จะไปที่ตลาดเหมือนกัน ทั้งสองไม่พูดอะไรแต่ต่างรู้กันว่าคิดอะไรกันอยู่

ที่คลินิกหมองามประตูปิดเพราะไทรงามไปส่งหญิงชาวบ้านคนนั้นโดยอู๊ดเป็นคนขับรถให้ ทั้งสองนั่งไปก็ชื่นชมหนูน้อยที่หลับปุ๋ยอยู่ในอ้อมแขนของไทรงามไป จนไม่ทันสังเกตเห็นว่า รถสวนกับอัมที่ขี่มอเตอร์ไซค์สวนมา

พอเห็นอู๊ดมากับไทรงาม อัมก็เลือดขึ้นหน้ารีบกลับรถตามไปแต่ไม่ทันแล้ว รถของอู๊ดหายไปไหนก็ไม่รู้ อัมสบถอย่างหัวเสีย

"เฮ้ย...หายไปไหนแล้ว เพิ่งสวนไปเมื่อกี้นี่นา โธ่เว้ย พ้นจากนังหลานท่านเจ้าคุณฯ ดันต้องมาเจอนังหมอเข็มโตเป็นมารหัวใจอีกรึเนี่ย"

ดำกับเด่นดาวพากันไปที่คลินิกหมองามและร้านค้าข้าวของดำ พอเห็นคลินิกปิด เด่นดาวถามว่าหมองามไปไหนบอกดำไว้รึเปล่า ดำส่ายหน้าเพราะตอนที่ตนออกไปนาคลินิกยังเปิดอยู่ แล้วก็ไม่เห็นไทรงามบอกว่าจะไปไหน ถามเด่นดาวว่าจะเข้าไปนั่งรอ
ข้างในก่อนไหมจะเปิดร้านให้

เด่นดาวส่ายหน้า ขณะกำลังลังเลนั่นเอง เธอถามดำอย่างอดคิดระแวงไม่ได้ว่า

"นายว่าพี่อู๊ดทันได้เจอหมองามไหม"

อัมมาได้ยินพอดีทำเสียงสูงอย่างสะใจว่า

"อู๊ยยยยย..ยิ่งกว่าได้เจอกันเสียอีก เพราะเขาพากันปิดร้านออกไปขับรถจู๋จี๋กันแล้ว"

ดำหันขวับถามว่าใครบอกเธอ อัมลอยหน้าบอกว่าตนเห็นกับตาว่าทั้งคู่นั่งรถออกไปด้วยกัน ฉวยโอกาสตำหนิไทรงามว่า เป็นถึงหมอไม่รู้จักวางตัวให้ดี ว่าไทรงามเสียจนดำทนไม่ได้เถียงแทนไทรงาม ทั้งยังฝากไปบอกเตี่ยเธอด้วยว่าให้อบรมลูกสาวเสีย
บ้าง

โดนย้อนเอาแสบๆ อัมก็โกรธดิ้นเร่าๆ จนดำหัวเราะขำออกมา แต่พอหันไปเห็นหน้าเด่นดาวและนึกถึงเรื่องที่อัมบอกว่าอู๊ดนั่งรถไปกับไทรงาม ดำก็หายขำเป็นปลิดทิ้ง

ooooooo

อู๊ดขับรถไปส่งหญิงคนนั้นถึงบ้าน แม่เด็กยกมือไหว้ทั้งสองอย่างซาบซึ้งใจ ขอบพระคุณที่ช่วยชีวิตตนกับลูกไว้ เราสองคนแม่ลูกจะไม่มีวันลืมพระคุณคุณหมอกับแฟนตลอดไป

ไทรงามตกใจอ้าปากจะชี้แจง แต่อู๊ดรีบพูดขึ้นก่อนว่า

"ไม่เป็นไรครับ พายายหนูเข้าไปพักผ่อนเถอะครับ" พอแม่เด็กอุ้มลูกเข้าบ้าน อู๊ดพูดกับไทรงามอย่างภูมิใจว่า "ผมไม่เคยคิดเลยว่า ในชีวิตของผมจะได้อยู่ในเหตุการณ์อะไรที่ยิ่งใหญ่ขนาดนี้ การช่วยให้ใครสักคนลืมตาขึ้นมาดูโลก มันช่างเป็นเรื่องที่
มหัศจรรย์จริงๆ แต่สำหรับหมองาม อาจจะชินแล้วก็ได้"

"ไม่หรอกค่ะ ดิฉันไม่ได้เรียนมาทางสูตินรีโดยตรง แต่โดยจรรยาบรรณของแพทย์เราต้องรักษาชีวิตคนไข้ทุกรายจนสุดความสามารถ คนไข้รายนี้ถือเป็นเคสทำคลอดรายแรกของดิฉันด้วยซ้ำไป"

อู๊ดมองไทรงามที่สีหน้าแววตาเต็มไปด้วยความจริงจังมุ่งมั่นอย่างทึ่ง บอกเธอว่าศรัทธาในตัวเธอและอาชีพของเธอจริงๆ ไทรงามขอบคุณบอกเขาว่าอาชีพของเขาก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน ถึงหมอจะเก่งแค่ไหนแต่ถ้าไม่มีถนนหนทางที่คนไข้จะไปมา
หาสู่ได้ มันก็เปล่าประโยชน์

ทั้งสองต่างเห็นความสำคัญของงานของกันและกัน ต่างชื่นชมศรัทธาในความมุ่งต่อหน้าที่การงานของกันและกัน

เมื่อกลับมาถึงหน้าคลินิก ไทรงามกับอู๊ดเห็นดำยืนหน้านิ่งอยู่กับเด่นดาวที่หน้าร้าน ดำถามทันทีว่าไปไหนมา ไทรงามเล่าอย่างไม่หายภูมิใจว่า

"พอดีมีผู้หญิงท้องแก่มาเจ็บท้องคลอดที่นี่  คุณอู๊ดอยู่ ด้วยพอดีก็เลยช่วยทำคลอดแล้วก็ขับรถพาไปส่งที่บ้านน่ะค่ะ แล้วพี่ดำกับคุณดาวมาเจอกันได้ยังไงคะ"

ดำผ่อนลมหายใจอย่างโล่งอกที่ทั้งสองไม่ได้เป็นอย่างที่ตนระแวง แล้วเล่าว่าเด่นดาวมาเจอตนที่นาเลยใช้ให้พาไปหาอู๊ดที่ไซต์งาน อู๊ดได้ยินหันไปถามเด่นดาวอย่างห่วงใยว่า

"มีอะไรรึเปล่าจ๊ะดาว"

"เอ่อ...ไม่มีค่ะ ดาวเพียงแต่อยากเห็นที่ทำงานของพี่อู๊ดเท่านั้นเอง"

อู๊ดเอามือลูบหัวเด่นดาวอย่างเอ็นดู พูดอย่างอาทรว่า

ที่ทำงานตนก็มีแต่ฝุ่นและไอแดด ทีหลังไม่ต้องมาเดี๋ยวจะไม่สบายเอา

ไทรงามรู้สึกไม่สบายใจที่จะอยู่ตรงนั้นจึงขอตัว อู๊ดก็ขอตัวพาเด่นดาวกลับไปส่งที่บ้าน อู๊ดยังพูดกับไทรงามอย่างประทับใจว่า

"ขอบคุณนะครับหมองามที่อนุญาตให้ผมเป็นผู้ช่วยผมจะเก็บประสบการณ์ในวันนี้ไว้ในความทรงจำตลอดไปครับ"

เด่นดาวรู้สึกถึงความหมายที่ลึกกว่าคำพูดนั้น เธอร้อนวูบไปกับคำพูดของเขา จนเมื่อเดินไปไขกุญแจคลินิกก็ยังอดไม่ได้ที่จะมองไปทางอู๊ดที่เดินไปกับเด่นดาว

ooooooo

แม้จะมาอยู่ที่บ้านไทรโศก กิติก็ยังดื่มเป็นว่าเล่น พอเมาได้ที่ก็เห็นบานเย็นเป็นเหยื่ออารมณ์  ย่องเข้าไปหาขณะบานเย็นเดินออกจากครัว พอบานเย็นตกใจรีบเดินหนีก็คว้าตัวไว้ไม่ยอมให้ไปแล้วปล้ำจูบอย่างเมามัน

ขณะบานเย็นกำลังดิ้นรนต่อสู้อย่างสุดแรงนั่นเอง  กิติ ก็ถูกหมัดตันๆของใบ้ต่อยโครมเข้าเต็มหน้า พอกิติจะหันไปเอาเรื่อง อุษาก็เดินอาดๆเข้ามาพูดเยาะเย้ยว่า

"มันคงแค่อยากจะเตือนความจำคุณมังคะว่าเมียมันเป็นโรคเรื้อน"

บานเย็นรีบพูดขู่สำทับว่าเป็นโรคที่ไม่มีทางรักษาด้วยแล้วหันไปชวนใบ้ผละไป

อุษาด่ากิติที่หน้ามืดจนไม่ดูตาม้าตาเรือ กิติแก้ตัวว่า ตนกำลังเมาลืมตัวไปหน่อย อุษาด่าอีกว่า เมามาตั้งแต่หนุ่มยันแก่ วันไหนบ้างที่ไม่ดื่ม ตะโกนใส่ว่า "อุษาเบื่อ...เบื่อ...ได้ยินไหม!!!"

อุษาเดินกระแทกเท้าไปแล้ว กิติยังยืนโงนเงนตาลอยอยู่ตรงนั้น ใกล้ๆนั้นคุณหญิงยืนมองอยู่เงียบๆอย่างละเหี่ยใจ...

ooooooo

เพียงสองทุ่มของคืนนี้ ขณะเสี่ยโอกับลูกสาวกำลังขี่มอเตอร์ไซค์กลับมาบนทางสายเปลี่ยวนั้น จู่ๆก็ถูกโจร 3 คน กระโจนออกมาขวางทางประกาศปล้น ทั้งเสี่ยและอัมตกใจมาก แต่เสี่ยก็ชักปืนออกมาสู้ ถูกโจรเอาปืนจ่อหัวลากสองพ่อลูกลงจากรถ

ขณะที่สองพ่อลูกกำลังตกอยู่ในอันตรายนั่นเอง ทนต์มาจากไหนไม่มีใครรู้ เขากระโดดถีบโจรกระเด็นแล้วเข้าล็อกคอ คนที่เป็นหัวหน้าไว้ ขู่สมุนมันว่า "กูตาย ลูกพี่มึงก็ตาย" แล้วสั่งหัวหน้าโจรให้สั่งสมุนทิ้งปืนเดี๋ยวนี้

พอสมุนโจรทิ้งปืน ทนต์ก็ผลักมันไปรวมกลุ่มกัน เสี่ยโอลุกขึ้นได้คว้าปืนตัวเองที่ตกอยู่จะยิงโจร

"อย่าครับ" ทนต์ร้องห้าม "เราต้องมีสัจจะแม้แต่กับพวกโจร" แล้วหันไปตะโกนบอกพวกโจร "พวกมึงไสหัวไปให้พ้นแล้วอย่าได้คิดกลับมาปล้นเสี่ยอีก ไม่งั้นมึงตาย..."

พวกโจรกระดูกอ่อนพากันวิ่งแบบตัวใครตัวมัน

เสี่ยโอหันมองทนต์อย่างทึ่งถามว่าเป็นใครมาจากไหน ไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน ทนต์แนะนำตัวเองว่ามาจากพระนครมาตามหาญาติที่ตำบลนี้แต่ไม่เจอ เตรียมจะกลับพระนคร คิดว่าจะไปนอนรอรถประจำทางที่อำเภอแต่มาเจอเหตุการณ์นี้เสียก่อน

เสี่ยโอถามว่าจะกลับไปพระนครหาลูกเมียหรือ พอรู้ว่าทนต์ตัวคนเดียวจะกลับไปหางานทำที่พระนคร เสี่ยโอจึงชวนอยู่ทำงานกับตนไหม ทนต์ถามว่า "งานอะไรครับเสี่ย"

"ดูแลอั๊วกับลูก ธุรกิจอั๊วเยอะ แล้วสมัยนี้โจรผู้ร้ายมันชุมยิ่งกว่ายุง ลื้อก็เห็น อั๊วจำเป็นต้องมีใครเป็นมือตีนให้ สักคน ลื้อใจนักเลงดีอั๊วชอบ อั๊วเลือกลื้อ อยู่ที่ลื้อจะตัดสินใจยังไง"

อัมชายตามองทนต์ดูท่าที ในขณะที่ทนต์ฟังเสี่ยแล้วนิ่งคิด

ooooooo

คืนนี้ ไทรงามกลับมาฉีดยาให้บานเย็นและกะจะนอนค้างที่บ้าน บานเย็นจึงถามว่าได้ยินดำเล่าว่าอู๊ดไปช่วยทำคลอดหรือ ไทรงามเล่าอย่างไม่หายตื่นเต้นว่าอู๊ดไปหาดำแต่ไม่เจอ แต่มีคนท้องแก่เจ็บท้องคลอดมาพอดีเลยช่วยตนทำคลอด

ไทรงามเล่าบรรยากาศการช่วยกันทำคลอดให้หญิงคนนั้นว่า อู๊ดคอยช่วยพูดให้กำลังใจแก่แม่เด็ก ช่วยลุ้นให้เบ่ง พอเด็กคลอดออกมา ความตึงเครียดก็กลายเป็นตื่นเต้นดีใจ เล่าอย่างอดปลื้มไม่ได้ว่า

"เธอบอกงามว่าเธอตื้นตันใจน่ะค่ะ ที่มีส่วนทำให้ชีวิตน้อยๆชีวิตหนึ่งลืมตาขึ้นมาดูโลก"

ระหว่างที่ไทรงามเล่านั้น ทั้งใบ้และบานเย็นต่างรับรู้ถึงความรู้สึกพิเศษบางอย่างในน้ำเสียงของไทรงาม พอไทรงามเล่าจบ เห็นสีหน้าสายตาของบานเย็นกับใบ้ก็รีบหลบตาหน้าร้อนผ่าวที่ถูกผู้ใหญ่จับได้ถึงความรู้สึกพิเศษที่มีต่ออู๊ดในการเล่านั้น

ooooooo

ดึกแล้ว อุษายังนั่งรอการกลับมาของกิติอยู่ในห้องนอนอย่างหงุดหงิด พอกิติเดินตุปัดตุเป๋เข้ามาเธอเปิดฉากด่าทันทีว่าทำตัวไม่เป็นผู้เป็นคนซ้ำยังพาลูกไปตกต่ำด้วย มาถึงก็พากันไปกินเหล้าต้มกับชาวบ้านจนเมาหัวราน้ำ กิติอ้างว่าไปสังสรรค์กับลูกจ้าง
ต่างหาก อุษาแว้ดว่าพวกนั้นเป็นคนละชั้นกับเรา

กิติถามเมาๆว่าแล้วที่นี่มีคนชั้นเดียวกับเราหรือ อย่าซีเรียสไปเลยน่า

"ก็เพราะคุณไม่เคยซีเรียส ไม่เคยคิดทำอะไรจริงจังกับเขา ชีวิตคุณมันถึงได้หลักลอย ไม่มีแก่นสาร ทำอะไรไม่เป็นสักอย่าง!!" อุษาด่ายาวด่าถึงกระดูกดำ

กิติรับรองว่าอย่างน้อยตนก็ทำลูกเป็น พลางโถมเข้าหาดึงล้มไปบนเตียงด้วยกัน แต่พริบตาเดียวกิติก็หลับผล็อยไปคาอก อุษาฉุนขาดสะบัดลุกขึ้นด่าอย่างอารมณ์ค้างก่อนเดินปึงปังออกจากห้อง

"กินยาดองหมดไปตั้งกี่โหล มันไม่ทำให้แกมีน้ำยาขึ้นมาเลยรึไง ไอ้บ้าเอ๊ย!!"

อุษาเดินอารมณ์ค้างไปทางหลังสวนไทรโศก พลันก็เห็นคนกลุ่มหนึ่งสุมหัวกันอยู่ นึกว่าตั้งวงกินเหล้ากันคิดจะเข้าไปด่าให้วงแตก แต่แล้วก็ตกใจหยุดกึกมองตะลึง เมื่อเห็นหนึ่งในสามคนนั้นส่งปืนให้อีกคน บอกให้เอาปืนไปเก็บไว้ก่อนเพราะยังไงก็ต้อง
ใช้มันอยู่ดี จากนั้นก็เอาเงินค่าจ้างให้ไปแบ่งกัน สั่งสมุนมือขวาว่า

"ตอนนี้พวกเอ็งไปกบดานที่อื่นก่อน รอให้ข้าเตรียมทุกอย่างพร้อมแล้วข้าจะส่งข่าวไปบอก คราวนี้เป็นงานใหญ่ เอ็งเตรียมคนไว้ให้พร้อมก็แล้วกัน"

สมุนคนนั้นถามว่าอีกนานไหม ก็ได้รับคำตอบว่าไม่นาน ขอเวลาวางแผนสักนิด จะปล้นคนระดับนี้ทุกอย่างต้องรัดกุม ให้พากันกลับไปพักได้แล้ว

อุษาตกใจเผลอขยับเท้าเกิดเสียงดัง ทำให้คนเป็นหัวหน้าหันขวับถาม "ใคร! กูถามว่าใคร!!"

อุษาวิ่งหนีสุดชีวิตแต่วิ่งอย่างไรก็ไม่ทันโจร พอจวนตัวยังล้มลงอีกเลยถูกมันคว้าแขนไว้ เธอสะบัดทำให้เสื้อนอนบางๆ ที่แขนขาดติดมือมันไป พอมันคว้าตัวได้ก็ซุกไซ้อย่างกลัดมันจนอุษาร้องขอเพราะตนมีลูกมีผัวแล้ว

โจรหยุดเชยคางอุษาขึ้นดู   ทันใดนั้น   ทั้งคู่ต่างมองกันช็อก!!

ที่แท้ โจรคนนั้นคือทนต์ คนเคยคบหากับอุษาเมื่อสิบกว่าปีก่อนนั่นเอง!  พอรู้ว่าใครเป็นใคร  อารมณ์เก่าของทั้งคู่ก็คุโชน ทนต์ปลดเปลื้องอารมณ์ค้างของอุษาได้อย่างถึงใจจนทนต์เองก็เอ่ยปากทึ่งความ ร้อนแรงของอุษา

เมื่อได้คุยรายละเอียดกัน ทนต์จึงรู้ว่าอุษามีลูกมีผัวแล้วจริง แต่ผัวมัวแต่เมาไม่เอาไหน ส่วนทนต์ก็บอกอุษาว่า ระหว่างที่เธอมีลูกมีผัวอย่างมีความสุขนั้น   ตัวมันเองต้องนอนกอดลูกกรงกินข้าวแดงอยู่ในคุก

"ติดคุก เกิดอะไรขึ้น พี่ไปทำอะไรใคร" อุษาตกใจ

"พี่ฆ่าศัตรูที่มันทำร้ายพี่ ทำร้ายพ่อพี่ แต่ไอ้คนที่ เป็นตัวการมันยังไม่ตายแถมยังลอยนวลมาอยู่ที่นี่อย่างสบาย พี่ถึงต้องตามมันมา"

"แก้แค้นอย่างนั้นหรือ"

"ใช่...แก้แค้น !!" ทนต์ตอบหน้านิ่ง แต่แววตาเป็น ประกายแค้น ดุดันนัก!

ก่อนแยกกัน ทนต์บอกอุษาว่าถ้าคิดถึงอีกก็ให้ไปหาตนได้ที่ร้านเสี่ยโอ ตนทำงานอยู่ที่นั่น

อุษาโผเผกลับถึงเรือนในสภาพแขนเสื้อขาด เจออู๊ดรออยู่ด้วยความเป็นห่วง   พอถามก็โกหกว่าไปตามอ๊อดที่ไปกินเหล้ากับคนงานไม่กลับเรือนสักที  เดินไม่ดีถูกกิ่งไม้ เกี่ยวแขนเสื้อขาด  อู๊ดบอกว่าอ๊อดกลับมาพักใหญ่แล้ว  อุษาเลยโมเมว่าอาจจะสวนกันก็ได้

อู๊ดซักถามอย่างเป็นห่วง ถูกอุษาพานหาเรื่องกลบเกลื่อนถามว่าจะมาจับผิดตนหรือ   อู๊ดเลยรีบชี้แจงแล้วแยกย้ายกัน ไปนอน

ooooooo

ตอนที่ 9

เมื่อไทรงามเรียนจบ และกลับถึงบ้านไทรโศก เธอดูแลรักษาบานเย็นด้วยตัวเองทันที บอกแม่ขณะฉีดยาให้ว่า

"ตอนนี่องค์การอนามัยโลกเข้ามาร่วมผลิตยารักษาโรคเรื้อนตัวใหม่กับกองควบคุมโรคติดต่อในบ้านเราแล้วยาก็ให้ผลในการรักษาที่ดีมาก   งามเชื่อว่าอีกไม่นานแม่เย็นจะหายขาดจากโรคนี้แน่"

บานเย็นยิ้มชื่นใจ หวินก็พูดให้กำลังใจ ส่วนเพิ่มนิ่งอยู่นานจนไทรงามฉีดยาให้บานเย็นเสร็จจึงเอ่ยขึ้นว่า

"เออ...หนูเย็น ตาส่งเขาอยากจะขายที่ดินที่ติดตลาดให้ หนูแน่ะ หนูเย็นสนใจไหม พรุ่งนี้น้าจะพาไปดู"

บานเย็นสนใจจะไปดูที่ ไทรงามขอตามไปด้วย บอกแม่ ว่าอยากหาเช่าห้องแถวในตลาดเปิดคลินิกรักษาคนป่วยสักห้อง ดำแซวอย่างชื่นชมว่า "มาถึงก็ไฟแรงเชียวนะครับคุณหมอ"

"ก็งามรู้นี่ว่าที่นี่ยังไม่มีคลินิกเลย เจ็บป่วยกันทีถ้าไม่ รักษาด้วยสมุนไพรพื้นบ้าน ก็ต้องหอบกันไปรักษาในจังหวัด กว่าจะไปถึงบางทีก็ตายกลางทาง ต่อไปนี้งามจะไม่ปล่อยให้เป็นอย่างนั้น งามจะใช้วิชาความรู้ที่ได้เรียนมา รักษาลมหายใจของทุกชีวิต
เอาไว้ ถ้าไม่สุดวิสัยจริงๆงามจะไม่ปล่อยให้ใครตายเป็นอันขาด"

ไทรงามพูดเหมือนตั้งปณิธาน สีหน้าแววตาเธอเต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยวแน่วแน่มั่นคง ทุกคนมองอย่างปลาบปลื้มชื่นชม

ooooooo

วันต่อมา อู๊ดก็เดินทางไปสำรวจสถานที่ที่จะไปทำงานตามที่บอกคุณหญิงไว้ เด่นดาวขอตามไปด้วย แต่พอไปเจอเส้นทางขรุขระเป็นหลุมเป็นบ่อบนถนนลูกรัง อู๊ดพูดอย่างเห็นใจว่าไม่น่ามาเหนื่อยกับตนด้วยเลย

"ก็ใครจะคิดล่ะคะว่าจังหวัดที่อยู่ใกล้พระนครแค่นี้ จะต้องใช้เวลาเดินทางหลายชั่วโมง  แล้วถนนหนทางก็... แต่ไม่เป็นไรค่ะ ถือว่ามาเที่ยวแบบลุยๆ สนุกไปอีกแบบ" เธอพูดอย่างร่าเริง

"ถนนมันคงสุดแค่วัดข้างหน้า พี่คงต้องจอดรถที่นั่นแล้วเราค่อยเดินไปหาอะไรกินกันในตลาดตกลงไหม"

ปากถามแต่ตาชายหนุ่มมองถนนขรุขระข้างหน้าเหมือนคิดอะไรในใจ เด่นดาวแอบมองเขาแล้วอดยิ้มไม่ได้

เมื่อลงเดินไปจนถึงท่าน้ำในวัด ทั้งคู่ไม่ได้สนใจว่าใบ้ กำลังผูกเรือไว้กับเสาท่าน้ำ แล้วหิ้วปิ่นโตเดินผ่านข้างหลังทั้งสองไป

เด่นดาวมองไปรอบบริเวณอย่างตื่นตาตื่นใจ ชมว่าสวย ร่มรื่น เป็นธรรมชาติดีจัง  ถามว่าที่นี่ที่ไหนหรือ

"ไทรโศกครับ" อู๊ดบอกพลางยืนมองไปกับเด่นดาวด้วย

ooooooo

วันนี้เสี่ยโอมากับอัมพิกา ลูกสาว ให้มาช่วยจดและเก็บค่าเช่าตลาดจากบรรดาพ่อค้าแม่ค้า มาเจอเพิ่มที่มากับพวกไทรงามที่กลางตลาดพอดี    เสี่ยโอรีบเข้าไปทัก

"อ้าว...คุณเพิ่ม ลูกสาวหรือ ไม่เคยเห็นหน้า" เสี่ยมอง ไทรงามอย่างพินิจพิจารณา

"หลานน่ะ ลูกสาวหนูเย็นเขา นี่เสี่ยโอจ้ะหนูงาม เนี่ยเขามาเช่าที่ที่นี่ทำตลาดกับห้องแถว ช่วงที่หนูไปเรียนต่อที่พระนคร แล้วนั่นก็หนูอัมพิกา  ลูกสาวเสี่ยโอจ้ะ"

ไทรงามยกมือไหว้เสี่ยโออย่างมีมารยาทงาม เสี่ยถามว่าไปเรียนที่พระนครนั้น เรียนอะไร ทำผมหรือว่าตัดเสื้อ เพราะอัมพิกาจบทางด้านนี้เหมือนกันแต่เป็นที่ญี่ปุ่น เสี่ยคุยข่มแล้วหัวเราะร่วน

ส่วนอัมพิกาก็ชวนไทรงามไปเป็นลูกจ้างที่ ร้านตนไหม พอดีตนเปิดร้านอาหารด้วยจะได้ให้ดูแลร้านเสริมสวยเสียด้วยเลย ไทรงามได้แค่ยิ้มๆ รู้สึกได้ในทันทีว่าสองพ่อลูกนี้คุยโวโอ้อวดพอกัน ส่วนดำที่ยืนสังเกตมาแต่ต้นทนไม่ได้เลยพูดแทรกขึ้นทั้งกัด
ทั้งจิกเนียนๆว่า

"น้อง งามคงไปช่วยเธอทำมาหากินบนศีรษะใครไม่ได้ หรอก นอกจากใครคนนั้นจะหัวแตกมา น้องงามถึงจะเย็บให้ แล้วก็ไม่ใช่จักรเย็บแบบที่เธอถนัด แต่เป็นเข็มกับไหมที่เย็บแผลซึ่งมีแต่คนที่เรียนหมอมาเท่านั้นถึงจะทำได้"

อัมพิ กาฟังออกพึมพำว่า "หมอ..." หวินเลยช่วยบอกให้ หายซ่าว่าไทรงามจบจากคณะแพทยศาสตร์มาหมาดๆ ทั้งเสี่ยโอและอัมพิกาเลยได้แต่ยิ้มเจื่อนๆเปลี่ยนเรื่องคุยทันที

เสี่ย ถามเพิ่มว่าได้คุยกับเจ้าของที่หรือยัง ว่าตนจะขอซื้อที่ต่อ เพิ่มพูดหน้าตาเฉยว่ายังไม่เจอตัวเลย เสี่ยบ่นอย่างขัดใจว่าตนเช่าที่ทำตลาดมาตั้ง 5 ปียังไม่เคยเจอหน้าเจ้าของที่เลย ถามบานเย็นว่าเคยเห็นหน้าบ้างไหม บานเย็นได้แต่ยิ้มฝืดๆแต่ไม่พูดอะไร

พอแยกจากเสี่ยกับอัมพิกามาแล้ว ดำปล่อยขำพรืดออกมาที่เสี่ยปล่อยไก่จุดไต้ตำตอเข้าอย่างจัง บานเย็นบอกดำว่าอย่าพูดเสียงดังไปเดี๋ยวใครได้ยินเข้า ตนไม่อยากให้ใครรู้

"ขนาด ไม่มีใครรู้ ยังมีคนมาถามขอซื้อที่เป็นสิบๆราย" เพิ่มบอก

"เย็นถึง ไม่อยากวุ่นวายยังไงล่ะน้าเพิ่ม อยู่เงียบๆแบบนี้ล่ะดีแล้ว  สงบดี  แล้วก็อยากจะขอร้องทุกคนให้เก็บเป็นความลับด้วยนะจ๊ะ"

ทุกคนพยักหน้า เพราะรู้ว่าบานเย็นต้องการอย่างนั้นจริงๆ

ooooooo

ส่วนอัมพิ กากลับไปดูแลร้านอาหารที่ตลาด ความหยิ่งยโสอวดมั่งอวดมีดูถูกคนอื่น  ทำให้เธอพูดจากับลูกค้าที่เข้าร้านอย่างมะนาวไม่มีน้ำ ใครซักถามอะไรมาก ก็ไล่ส่งไปเลย

ขณะอัมพิกากำลังอารมณ์เสียกับลูกค้าคนหนึ่งที่บ่นว่า อาหารแพงนั่นเอง อู๊ดกับเด่นดาวเดินเข้ามาเห็นและได้ยินพอดี ทั้งคู่มองอึ้งๆงงๆกับแม่ค้าที่ดุร้ายคนนี้ อัมพิกากำลังอารมณ์เสียเห็นลูกค้าเข้ามาก็พูดโดยไม่มองหน้า

"โต๊ะ ว่างตั้งเยอะ จะนั่งตรงไหนก็นั่งสิยะ"

แต่พอหันมาเห็นอู๊ดก็มองตะลึง อ้าปากค้าง ยิ่งเห็นเขาเลื่อนเก้าอี้ให้เด่นดาวนั่งเยี่ยงสุภาพบุรุษที่ดีก็ยิ่งประทับ ใจ  คิด เข้าข้างตัวเองว่าฟ้าคงส่งเขามาพบตนแน่ๆ รี่เข้าไปส่งเสียงหวานจนน่าเอียนว่า

"สวัสดีค่ะ คุณ...เอ่อ..." เมื่ออู๊ดบอกว่ายิ่งยง เธอทำตาโต ตื่นเต้นแนะนำตัวเองว่า "อัมพิกาค่ะ หรือจะเรียกสั้นๆว่าอัมก็ได้นะคะ อัมเป็นเจ้าของร้านนี้เองค่ะ คุณยิ่งยงอยากจะกินอะไรคะ เดี๋ยวอัมจะสั่งให้แม่ครัวปรุงมาให้ชิมสุดฝีมือเลยค่ะ"

อู๊ดหันไปถาม เด่นดาวว่าอยากกินอะไร ส่วนตนนั้นอะไรก็ได้ให้ช่วยสั่งด้วยก็แล้วกัน เด่นดาวรับคำแล้วเตรียมสั่ง อัมพิกาที่เตรียมจดอยู่ พออู๊ดให้เด่นดาวสั่ง เธอวางกระดาษปากกาบนโต๊ะให้จดเอง เด่นดาวจดอาหารเป็นจานโปรดของอู๊ดที่เธอจำได้ขึ้นใจ
อัมพิกาก็ยิ่งขัดใจนัก

ooooooo

เพิ่ม บานเย็น ไทรงาม หวิน และดำ ยังคงเดินชมตลาดต่อไป จนถึงห้องแถวใกล้ตลาดสองห้องติดกัน บานเย็นหันไปถามไทรงามว่านี่ใช่ไหมที่ลูกอยากได้ ไทรงามเดินเข้าไปดู  เธอตะลึงอึ้งเมื่อเห็นป้ายที่หน้าห้องแถวติดไว้ว่า "คลินิกหมองาม"

"แม่ มอบให้เป็นของขวัญในวันที่ลูกสำเร็จการศึกษาจ้ะ" บานเย็นบอก ไทรงามโผเข้ากราบที่อกแม่ น้ำตาซึมด้วยความดีใจ บานเย็นหันไปทางดำบอกว่า "ส่วนดำก็ไม่ต้องน้อยใจไป เพราะน้าซื้อห้องติดกันไว้ให้เราด้วยแล้ว"

บานเย็น ชี้ให้ดู ดำมองไปตะลึงอึ้งยิ่งกว่าไทรงามเมื่อเห็นป้าย "ดำค้าข้าว" ติดอยู่หน้าตึก

"น้าเย็นอยากให้เอ็งมีที่ขายข้าวพืชพันธุ์ที่เอ็ง เพาะขึ้นมาใหม่ตามที่ได้เรียนมาน่ะ" เพิ่มบอก หวินสะกิดดำว่าจะยืนทื่ออยู่ทำไม  รีบไปกราบขอบพระคุณน้าเย็นเสีย  ดำรีบยกมือไหว้พูดอย่างน่ารักว่า

"หนูกราบขอบพระคุณน้าเย็นมากนะครับ ที่ส่งหนูเรียนจนจบแล้วก็ยังให้ที่ทำกินหนูอีก"

"น้าทำอย่างนี้ก็ เพราะน้าเคยเป็นชาวนามาก่อน น้ารู้ดี ว่าอาชีพนี้มันยิ่งใหญ่แค่ไหน และเพราะแม่ป่วยแม่ถึงรู้ว่าหมอมีความสำคัญกับคนไข้มากเพียงใด แม่จึงอยากให้ลูกแล