ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

เกมร้าย เกมรัก

SHARE
ตอนที่ 18

หมอวัฒนาขับรถวนหาจนเข้าใกล้โกดัง แล้วเข้าไปบริเวณโกดังโดยง่าย ที่นี่เอง หมอเห็นรถของชมพูแพรจอดอยู่ หมอดีใจมากที่ตัดสินใจถูก รีบลงจากรถสังเกตบริเวณรอบๆอย่างระแวดระวัง

ภายในโกดัง ชมพูแพรยังคาดคั้นข่มขู่ฟ้าลดาอย่างดุร้าย ถามว่า

“แกทำตามที่ฉันขอได้รึเปล่าฟ้าลดา”

“ถ้ามันจะทำให้พี่แพรอภัยให้ฟ้า ฟ้าจะทำ”

ชมพูแพรยิ้มดีใจมากที่ฟ้าลดายอมตน

ที่ด้านนอกโกดัง หมอวัฒนายืนรอสายชลและสหัสอยู่ พอสหัสขับรถมาถึง สายชลลงไปถามทันที

“นางฟ้าอยู่ไหน”

“ผมคิดว่าน้องฟ้าถูกจับอยู่ในนั้น” หมอชี้เข้าไปในโกดัง สายชลกับสหัสมองตาม “ผมไม่กล้าบุ่มบ่ามเข้าไป เพราะกลัวว่าน้องฟ้าจะไม่ปลอดภัย”

“จะเข้าไปหรือไม่เข้า นางฟ้าก็ไม่ปลอดภัยอยู่ดี” สายชลบอก แล้วหันไปสั่งสหัส “สหัสโทร.แจ้งตำรวจ”

เมื่อสหัสรับคำแล้ว สายชลจะเดินเข้าไปในโกดังหมอวัฒนารีบเรียก

“เดี๋ยวคุณชาร์ล...ผมไปด้วย”

เมื่อสายชลพยักหน้า หมอรีบเดินตามไป ส่วนสหัสก็รีบโทร.แจ้งตำรวจ

ooooooo

ยาซะรอการเจรจาระหว่างชมพูแพรกับฟ้าลดา อยู่ รู้สึกนานจนทนไม่ได้ทำท่าจะเข้าไปดู ก็พอดีชมพูแพรเดินออกมา ยาซะดีใจรีบเข้าไปแบมือ

“จบเรื่องเสียที...เงิน”

ยาซะมองชมพูแพรอย่างเชื่อใจว่าจะไม่กล้าตุกติก หยิบมือถือออกมาเปิดคลิปเสียงให้เธอฟังต่อหน้าฟ้าลดา

เป็นคลิปเสียงที่ชมพูแพรชมว่ายาซะทำได้ดี และยาซะแสดงความยินดีที่ได้ร่วมงานกับเธอ โดยเฉพาะประโยคที่ว่า “ว่าแต่คุณแน่ใจหรอว่าวิธีนี้จะทำให้น้องสาวคุณอยากไปจากที่นี่” และเสียงตอบของชมพูแพรที่ว่า “ฉันมั่นใจ” ทำให้ฟ้าลดาถึงกับตะลึงอึ้งด้วยความเสียใจที่ทุกอย่างเป็นแผนของชมพูแพร

ยาซะกดลบคลิปเสียงให้ชมพูแพรเห็นต่อหน้า เธอยิ้มพอใจ ล้วงในกระเป๋ากางเกงหยิบเช็คเงินสดออกมาส่งให้ยาซะ

“เช็คเงินสด แกเอาไปเบิกเงินได้เลย”

ยาซะรับเช็คเงินสดไปดูตัวเลขแล้วชะงักชักสีหน้า ถามอย่างไม่พอใจว่า

“ห้าแสน! เราตกลงกันว่าห้าล้านไม่ใช่เหรอ”

“ฉันไม่นึกว่างานมันจะง่ายขนาดนี้ ห้าแสนยังมากเกินไปด้วยซ้ำ” ชมพูแพรพูดหน้าตาเฉย แต่ยาซะไม่เฉยด้วย ชักปืนออกมาจ่อไปที่ชมพูแพรทันที เธอตกใจผงะ ฟ้าลดารีบเข้ามาขวาง ตวาดยาซะ

“แกอย่าทำอะไรพี่สาวฉันนะ”

ยาซะใช้หลังมือตบหน้าฟ้าลดาอย่างแรง จนเธอล้มเลือดกบปาก ชมพูแพรตกใจ ยาซะหันปืนจ่อมาทางชมพูแพรแทน

“แกกล้ามากที่เล่นตุกติกกับฉัน! อยากตายใช่ไหม”

ชมพูแพรตกใจหน้าซีดเผือด ฟ้าลดาหาทางช่วย เธอคว้าท่อนไม้ที่พื้นฟาดยาซะสุดแรง จนมันร้องลั่น หันไปแย่งไม้จากฟ้าลดา แต่ฟ้าลดาฟาดไปมาไม่หยุด ยาซะมัวแต่ปัดป้องจนไม่มีจังหวะจะยิง ชมพูแพรตัวสั่นงันงกทำอะไรไม่ถูก

ฟ้าลดาฟาดจนยาซะเซ เธอทิ้งไม้แล้วรีบฉุดแขนชมพูแพรวิ่งออกไป

ooooooo

ฟ้าลดาพาชมพูแพรวิ่งมาจนถึงริมน้ำ เธอบอก ให้ชมพูแพรรีบหนีไป เจอยาซะโผล่มาพอดี ทั้งสองตกใจ ฟ้าลดาผลักชมพูแพรจนเซถลา บอกให้รีบหนี ชมพูแพรส่ายหน้า ฟ้าลดาประคองชมพูแพรลุกขึ้น ยาซะตามมาทันพอดี

“พวกแกไม่รอดหรอก” ยาซะย่างสามขุมเข้าหา

ทันใดนั้นสายชลกับหมอวัฒนาเดินอย่างเร่งรีบเข้ามา ยาซะเห็นดังนั้น มันคว้าฟ้าลดาไปเป็นตัวประกัน เอาปืนจ่อที่หน้าอกเธอ ประกาศกร้าว

“อย่าเข้ามา ไม่งั้นมันตาย”

“แกต้องการอะไร แกบอกฉัน ฉันให้แกได้ทุกอย่างเพื่อแลกกับชีวิตนางฟ้า” สายชลถาม

“ฮ่าๆๆ ไม่นึกเลยว่าจะมีวันที่แกขอร้องฉัน คุกเข่า!”

สายชลยืนนิ่ง ยาซะยิงลงที่พื้นใกล้เท้าสายชล ทุกคนสะดุ้ง หมอวัฒนาเดินออกมา ยาซะเล็งปืนใส่ทันที

“มึงไม่เกี่ยว ออกไป!” ยาซะตวาด ทำให้หมอวัฒนาชะงักขยับถอยออกมา

สายชลตัดสินใจคุกเข่าลงตรงหน้ายาซะ ฟ้าลดามองอย่างเป็นห่วงมาก เธอยืนตรงหน้าสายชลเพราะถูกยาซะจับเป็นตัวประกันอยู่ มันใช้ด้ามปืนตบหน้าสายชลอย่างแรงจนหน้าหัน ทุกคนตกใจมาก

“ปล่อยฉันนะ” ฟ้าลดาดิ้น ถูกยาซะรัดแน่นเข้าไปอีก มันสั่งให้หยุด ส่วนสายชลยอมร้องขอมันว่า

“ฉันขอล่ะ อย่าทำอะไรนางฟ้า แกอยากได้อะไรจากฉันบอกมาเลย...บอกมา!”

“ชีวิตแก!!”

สายชลชะงักงัน ฟ้าลดาตกใจมองสายชลอย่างเป็นห่วงมาก ชมพูแพรกับหมอวัฒนาตะลึงอึ้ง ยาซะตะคอกอีกว่า

“ฉันต้องการชีวิตแก!”

“ได้ ฉันจะให้ชีวิตกับแก” สายชลตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “นางฟ้าคือชีวิตของฉัน ถ้านางฟ้าเป็นอะไร ฉันคงเจ็บยิ่งกว่าตัวฉันเป็น”

ชมพูแพรตระหนักในวินาทีนั้นว่า เธอไม่อาจแทนที่ฟ้าลดาได้จริงๆ สายชลยังคงพูดต่ออย่างหนักแน่นว่า

“สายชลรักนางฟ้านะ รักมากที่สุด ชาตินี้สายชลอาจจะไม่ได้อยู่กับนางฟ้า แต่สายชลจะอธิษฐานให้สายชลเกิดมารักนางฟ้าทุกชาติไป”

ยาซะหันปืนไปทางสายชลทันที ฟ้าลดาได้จังหวะที่ยาซะเอาปืนออกจากตัวเธอ กระทืบเท้ามันสุดแรงจนมันเสียจังหวะร้องลั่น สายชลพุ่งเข้าแย่งปืน หมอวัฒนารีบดึงฟ้าลดาออกมา ชมพูแพรได้แต่ยืนมองลุ้น

ooooooo

ยาซะกับสายชล ปล้ำแย่งปืนกันจนดูไม่ออกว่าใครทำอะไร ทันใดนั้นเสียงปืนลั่นเปรี้ยง ฟ้าลดาผงะ ภาพในอดีตที่สายชลถูกยิงที่ท้อง ผุดขึ้นในความทรงจำอีกครั้ง...

แต่วันนี้ไม่ใช่...

หลังจากเสียงปืนลั่นเปรี้ยงแล้ว สายชลอึ้ง ยาซะก็อึ้ง หมอวัฒนา ฟ้าลดา และชมพูแพรพากันมองอึ้ง สายชลยกมือตัวเองดู เห็นเลือดเต็มมือ มองไปที่ยาซะ เห็นมันถูกยิงที่ท้องมันพยายามจะลุกขึ้น แต่หมดแรงฟุบลง ปืนในมือหล่นลงกับพื้น

สายชลได้สติ หันไปทางฟ้าลดา ผวาเข้ากอดเธอไว้แน่น ชมพูแพรมองดูด้วยความเจ็บปวด หมอวัฒนามองดูชมพูแพรด้วยความเห็นใจ

ทันใดนั้น ยาซะผงกหัวขึ้น พยายามจะหยิบปืนที่ตกอยู่ข้างตัว ตาหันมองชมพูแพรอย่างแค้นใจ คำรามเสียงแผ่ว

“เพราะแกคนเดียว นังชมพูแพร!”

ฟ้าลดาเห็นยาซะเล็งปืนไปทางชมพูแพร เธอผละจากสายชลพุ่งเข้าเอาตัวขวางวิถีกระสุน ปากก็ร้องตะโกน

“พี่แพรระวัง!”

ยาซะยิงทันที กระสุนเจาะเข้าที่หน้าอกฟ้าลดาจนสะดุ้งเฮือก ชมพูแพรแทบช็อกที่ฟ้าลดารับกระสุนแทนตน สายชลกับหมอตกใจ พอดีกับที่สหัสพาตำรวจมาถึงพอดี ตำรวจเห็นยาซะยิงฟ้าลดาก็ยิงใส่มันทันที เพียงนัดเดียวยาซะก็ตายคาที่

ฟ้าลดาโงนเงนกำลังจะล้ม สายชลถลาเข้าประคองไว้ในอ้อมกอด ร้องเรียกสุดเสียง

“นางฟ้า...”

ชมพูแพรตกใจมากจนจะเป็นลม หมอวัฒนารีบเข้าประคอง

สายชลกอดฟ้าลดาน้ำตารื้น ฟ้าลดามองเขาด้วยแววตาที่เปี่ยมไปด้วยความรัก ณ นาทีนี้ ไม่ว่าเขาจะเป็นชาร์ลหรือสายชลเธอก็รักเขาจนหมดใจแล้ว...

ฟ้าลดาตาปรือจะหมดสติ แต่ก็ยังมองสายชลจนหลับตาลง สายชลตกใจแทบจะเป็นบ้าตะโกนเรียกสุดเสียง...

“นางฟ้า...”

ooooooo

รถพยาบาลมาถึง รีบรับฟ้าลดาพาไปส่งโรงพยาบาล สายชลในสภาพเสื้อผ้าชุ่มไปด้วยเลือดของฟ้าลดา วิ่งตามเตียงเข็นร่างเธอไป ปากก็พร่ำบอก

“นางฟ้าอย่าเป็นอะไรนะ ได้โปรดอย่าเป็นอะไรนางฟ้า”

“ฟ้า...ฟ้า...” ชมพูแพรร้องเรียกวิ่งตามไปจนถึงหน้าห้องฉุกเฉิน

ทุกคนต้องชะงัก เมื่อพยาบาลเข็นเตียงฟ้าลดาเข้าห้องผ่าตัดและรูดม่านปิดทันที

หมอวัฒนาโอบชมพูแพรไว้อย่างปลอบใจ สหัสเข้ามาจับบ่าสายชลบีบเบาๆอย่างปลอบใจเช่นกัน

ระหว่างรออยู่หน้าห้องผ่าตัด สายชลหน้าเครียดนิ่งเงียบ สหัสได้แต่นั่งดูอย่างเป็นห่วงห่างๆ หมอวัฒนายังนั่งอยู่กับชมพูแพร ทุกคนเงียบตึงเครียดกับการรอคอย

ทุกคนนั่งกันอยู่อย่างนั้น...เวลาผ่านไปอย่างทรมานใจ... จนสี่ทุ่มก็ยังไม่มีข่าวอะไรจากห้องผ่าตัด...

ooooooo

จนตีสอง เสียงเครื่องดังตี๊ดดดดดด ฟ้าลดาหัวใจหยุดเต้น พยาบาลรีบเอาที่ปั๊มหัวใจมา หมอปั๊มหัวใจให้ทันที แต่ปั๊มกี่ครั้งก็ไม่ขึ้น หมอหน้าเครียด

เมื่อหมอออกมา หมอวัฒนา สายชล สหัส และชมพูแพรที่รออยู่หน้าห้อง ต่างผวาเข้าไปหา หมอเป็นฝ่ายเอ่ยขึ้นก่อนว่า

“อาการคนไข้ยังไม่ปลอดภัย กระสุนโดนจุดสำคัญ และคนไข้ก็เสียเลือดมาก หมออยากให้คุณเผื่อใจไว้บ้าง”

ทุกคนอึ้ง ชมพูแพรถึงกับหน้าซีด คร่ำครวญเสียงเครือว่า

“เป็นเพราะแพร...แพรทำให้น้องเป็นแบบนี้...”

ชมพูแพรร้องไห้อย่างหนักจนเป็นลม หมอวัฒนาประคองไว้ทัน ส่วนสายชลนิ่งงัน กำมือแน่นด้วยความห่วงใย

ooooooo

เมื่อฟ้าลดามาอยู่ในห้องไอซียู เธอนอนหน้าซีดขาว มีสายระโยงระยางเต็มไปหมด สายชลเฝ้าอยู่ไม่ห่าง เขากุมมือเธอไว้ตลอดเวลา ประคองมือเธอขึ้นแนบแก้มภาวนาไม่ขาดปาก...

“ความชั่วร้ายจงออกไป สิ่งดีๆจงเข้ามา...ความชั่วร้ายจงออกไป สิ่งดีๆจงเข้ามา...ความชั่วร้ายจงออกไป สิ่งดีๆจงเข้ามา...สิ่งดีๆจงเข้ามา...”

สายชลพร่ำภาวนาอยู่อย่างนี้ไม่ขาดปาก แต่เธอก็ไม่ดีขึ้นเลย เขาทนความกดดันอัดอั้นไม่ไหว ร้องไห้ออกมาอย่างหนัก หัวใจแทบสลายเมื่อคิดว่าฟ้าลดาไม่อยู่กับตนอีกแล้ว...

สายชลซบหน้ากับฝ่ามือตัวเอง ร้องไห้น้ำตาแทบเป็นสายเลือด...

ชมพูแพรก็ยังไม่ได้สติ หมอวัฒนากุมมือเธอไว้ตลอดเวลา ไม่นานนัก ชมพูแพรก็รู้สึกตัว คำแรกที่พึมพำออกมาคือ

“ยัยฟ้า...” เธอมองไปรอบตัวแล้วพยายามลุกยืน หมอวัฒนาช่วยประคองไว้ “แพรจะไปหายัยฟ้า พี่หมอพาแพร ไปหายัยฟ้าทีนะคะ”

ชมพูแพรมองหมออย่างอ้อนวอน หมอวัฒนาได้แต่มองเธออย่างลังเล...ลำบากใจ

ooooooo

หมอวัฒนาพาชมพูแพรมายืนดูฟ้าลดาอยู่หน้าห้อง ภายในห้องสายชลยังเฝ้าอยู่อย่างห่วงใย...

ชมพูแพรร้องไห้ออกมา ขณะเอ่ยกับหมอวัฒนาที่กุมมือเธอไว้อย่างให้กำลังใจว่า

“ถ้ายัยฟ้าเป็นอะไรขึ้นมา แพรจะไม่มีวันยกโทษให้ตัวเอง...”

ขณะนั้นเอง พยาบาลเดินเข้ามาหาสายชลในห้อง บอกว่าห้องไอซียูอยู่เฝ้าไม่ได้ สายชลลุกขึ้นยืน เอ่ยขอ

“ขอผมอยู่เถอะครับ”

“ไม่ได้จริงๆ ค่ะ ตอนนี้คนไข้ต้องระวังการติดเชื้อ การที่คุณอยู่จะทำให้ยิ่งเสี่ยงมากขึ้น คนไข้อาจจะอาการแย่ลงนะคะ”

สายชลหันไปมองฟ้าลดาหน้าเศร้า หมอวัฒนาเดินเข้ามาพูดกับสายชลอย่างเห็นใจ เข้าใจว่า

“คุณชาร์ล...เชื่อพยาบาลเถอะนะครับ”

สายชลหันไปมองฟ้าลดาที่เตียงอีกครั้งด้วยความเป็นห่วง ค่อยๆเดินตามหมอวัฒนาออกไป...

ออกมาหน้าห้องไอซียูแล้ว สายชลหยุดยืนหันบอกหมอวัฒนากับชมพูแพรว่า

“ผมจะนั่งเฝ้านางฟ้าอยู่ที่นี่ครับ ถ้านางฟ้าฟื้นขึ้นมา ผมอยากให้เธอเห็นหน้าผมเป็นคนแรก” หมอกำลังจะพูด ก็ถูก สายชลตัดบทว่า “หมอกลับไปเถอะ ถ้ามีอะไรผมจะโทร.บอก”

สายชลปรายตามาทางชมพูแพรเชิงบอกในทำนองเดียวกัน แล้วหันหลังจะเดินไปนั่ง ชมพูแพรเดินมาดักหน้า สายชลชะงัก ส่วนหมอตกใจไม่รู้ว่าเธอจะทำอะไร

“แพรรู้ว่า คุณเกลียดแพร เพราะแพรทำให้ยัยฟ้าเป็นตายเท่ากัน...ถ้าเป็นไปได้ แพรก็อยากเป็นคนที่อยู่ในห้องนั้นแทนยัยฟ้า...” ชมพูแพรร้องไห้ออกมา เอ่ยขอ “แพรอยากอยู่ที่นี่ อยากอยู่รอจนยัยฟ้าจะฟื้น ตอนนี้แพรรู้แล้วว่า ยัยฟ้ารักแพรมากขนาดไหน”

“คำพูดนี้ คุณควรจะเก็บไว้พูดกับนางฟ้า...ไม่ใช่ผม” สายชลตอบอย่างเย็นชาแล้วเดินไปนั่งไกลออกไป ชมพูแพรมองตามเขาไปด้วยความเสียใจอย่างที่สุด

หมอวัฒนาเดินมาจับมือชมพูแพรพาเดินไปนั่งอีกมุมหนึ่ง กระนั้นเธอก็ยังหันมองสายชลด้วยแววตาที่รู้สึกผิดมาก แต่สายชลไม่มีแก่ใจจะมองใครหรือมองอะไร หัวใจเขาเจ็บปวดแสนสาหัส เอนตัวพิงกำแพงอย่างคนสิ้นหวัง...

ooooooo

รุ่งเช้า...

ที่หน้าห้องไอซียู สายชลยังนั่งที่เดิมในท่าเดิมแต่พิงกำแพงหลับ ห่างออกไป ชมพูแพรหลับซบไหล่หมอวัฒนา ส่วนหมอเองก็นั่งหลับเช่นกัน
ป้าเนียมเดินเข้ามาสีหน้าตื่นๆ กับภาพชมพูแพรที่ซบไหล่หมอหลับอยู่ เดินเข้าไปเรียกชมพูแพรเบาๆ จนทั้งสองตื่น ชมพูแพรมองป้าเนียมถามอย่างแปลกใจว่า

“มาได้ยังไงเนี่ย”

“ผมโทร.บอกป้าเนียมเองครับ เพราะผมรู้ว่าคุณกับคุณชาร์ลไม่มีทางยอมกลับบ้านแน่ๆ” หมอวัฒนาบอก

“ป้าเอาโจ๊กแล้วก็เสื้อผ้ามาให้คุณเปลี่ยนค่ะ แล้วนี่คุณฟ้าเป็นยังไงบ้างคะ” เมื่อชมพูแพรบอกว่ายังไม่ฟื้น ป้าเนียมพนมมือหน้าเศร้าๆ ภาวนา “คุณท่านทั้งสองช่วยคุ้มครองคุณฟ้าด้วยนะคะ”

ป้าเนียมหันไปเห็นสายชลเดินเข้ามาหา ป้าเนียมเรียกเบาๆ บอกว่าตนเอาเสื้อผ้ามาให้เขาเปลี่ยนด้วย

สายชลกับชมพูแพรสบตากันพอดี ต่างชะงักไป ไม่นานเจ้าหน้าที่ตำรวจสองสามนายก็เดินเข้ามา ทั้งหมดหันมองชมพูแพร ทำเอาเธอหน้าถอดสี ตำรวจเห็นสายชลจึงเดินไปหา บอกว่า

“คุณชาร์ลครับ พอจะมีเวลาสักครู่ไหมครับ ผมอยากสอบปากคำถึงเหตุการณ์เมื่อวานนี้”

“ได้ครับ ต้องไปที่สถานีตำรวจรึเปล่า”

“ไม่ต้องครับ ผมขอใช้ห้องที่โรงพยาบาลไว้ เชิญครับ”

ตำรวจเดินนำไป สายชลตามไปติดๆ ผ่านชมพูแพรเธอหลบตาเขาอย่างหวาดหวั่น ...พอสายชลเดินผ่านไป เธอมองตามอย่างกังวลใจ...

หลังจากให้ปากคำกับตำรวจเสร็จ สายชลเดินออกมา หมอวัฒนากับชมพูแพรหันมองอย่างใคร่รู้ ตำรวจออกมากับสายชล เอ่ยก่อนแยกตัวไปว่า

“ขอบคุณมากนะครับ คำให้การของคุณเป็นประโยชน์กับรูปคดีมาก ผมไปนะครับ”

ตำรวจเดินผ่านชมพูแพรกับหมอวัฒนา ตำรวจผงกหัวให้ชมพูแพร ส่วนหมอวัฒนายิ้มให้ตำรวจ ชมพูแพรมองสายชลด้วยสายตาที่เป็นคำถาม

“ผมให้การตำรวจไปว่า ยาซะกับผมเคยทะเลาะกันมาก่อน มันรู้ว่าผมกับนางฟ้ารักกัน มันก็เลยมาลักพาตัวนางฟ้าเพื่อแก้แค้น”

“นี่คุณช่วยแพรเหรอคะ” ชมพูแพรมองอึ้ง

“ผมไม่ได้ช่วยคุณ ผมช่วยนางฟ้า นางฟ้ารักคุณมาก เขาคงไม่ต้องการให้พี่สาวเพียงคนเดียวของเขาต้องเป็นอะไรไป ถ้านางฟ้าอยู่ตรงนี้ นางฟ้าก็ต้องทำแบบเดียวกับผม”

“ขอบคุณมากนะคะ...ขอบคุณจริงๆแล้วขอโทษสำหรับทุกอย่างที่ผ่านมา” ชมพูแพรร้องไห้อย่างรู้สึกผิดมาก

“ผมเองก็ต้องขอโทษคุณเหมือนกัน ที่ผมใช้คุณเป็นเครื่องมือ การผูกพยาบาทเป็นการจองเวรที่ไม่มีวันสิ้นสุด ทำให้เราไม่มีความสุขเลยสักนิด”

ชมพูแพรพยักหน้าอย่างเข้าใจเห็นด้วย สายชลกับชมพูแพรยิ้มให้กันเหมือนล้างข้อบาดหมางค้างคาใจต่อกัน หมอวัฒนาเห็นแล้วยิ้มออกมาอย่างสบายใจ...

ooooooo

หมอเข้าไปตรวจอาการของฟ้าลดาอีกครั้ง สายชล หมอวัฒนา และชมพูแพรดูอยู่อย่างใจจดจ่อ ครู่หนึ่งหมอหันมาบอกทั้งสามว่า

“ผมดีใจด้วยนะครับ คนไข้พ้นขีดอันตรายแล้ว แต่ผมต้องขอดูอาการเธออีกสักพักนะครับ”

“แล้วนางฟ้าจะฟื้นขึ้นมาเมื่อไหร่ครับ” สายชลถาม

“ข้อนี้ผมตอบไม่ได้ มันขึ้นอยู่ที่ความพร้อมของคนไข้ แต่พวกคุณไม่ต้องห่วง ผมมั่นใจว่าคนไข้ต้องฟื้นแน่นอน”

ทุกคนดีใจมาก สายชลมองฟ้าลดาอีกครั้งด้วยความดีใจ...มีความหวัง...

ooooooo

ณ สุสานที่เก็บอัฐิของพ่อกับแม่...ชมพูแพรเอาแจกันดอกไม้มาวางตรงหน้าที่เก็บอัฐิ สีหน้าเศร้าหมองอย่างรู้สึกผิด บอกกล่าวพ่อกับแม่ว่า

“คุณพ่อ คุณแม่ แพรขอโทษนะคะ อโหสิกรรมให้แพรด้วย...”

ชมพูแพรเช็ดน้ำตา ลุกขึ้นหันมองหมอวัฒนาที่ยืนอยู่ข้างๆ เต็มตา...

ระหว่างเดินออกจากสุสานด้วยกันนั้น เธอเอ่ยกับหมอ ด้วยน้ำเสียงเรียบๆ แต่จากห้วงหัวใจของตัวเองว่า...

“เมื่อก่อน แพรคิดว่าไม่มีใครรักแพร แต่ความจริงแล้ว แพรได้รับความรักจากทุกคน เพียงแต่แพรไม่รู้จักพอ ทำให้แพรทำเรื่องที่เลวร้ายที่สุดลงไป และถ้ายัยฟ้าเป็นอะไรขึ้นมาจริงๆ แพรคงเหมือนตายทั้งเป็น...” เธอสะอื้นในอกอย่างสะเทือนใจ แต่ก็รู้สึกโล่งใจที่ได้พูดความในใจออกไป
หมอวัฒนาหยุดเดิน จับเธอให้หันมาหาตน มองเธอและพูดด้วยแววตาชื่นชม อบอุ่น ให้อภัยว่า

“ทุกอย่างที่เกิดขึ้นมันเป็นอดีต สิ่งที่แพรต้องคิดถึงคือปัจจุบัน และอนาคต...เรามาเริ่มต้นกันใหม่ได้ไหมครับ”

ชมพูแพรมองหน้าหมอชะงักนิ่ง แต่พอจะพูด หมอก็รีบพูดขึ้นก่อนว่า

“แพรอย่าเพิ่งปฏิเสธผมเลยนะ ผมอยากให้แพรรู้ว่าผมรักแพร วันแรกที่ผมรักแพรยังไง วันนี้ก็มีแต่จะรักมากขึ้น” ชมพูแพรมองหมอด้วยความซาบซึ้งใจ หมอพูดต่อด้วยความรักที่มั่นคงว่า “ผมมั่นใจว่าความรักของผม จะทำให้แพรเป็นผู้หญิงที่มีความสุขมากที่สุดในโลก ให้โอกาสผมอีกครั้งนะครับ”

พูดแล้วหมอมองลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ ชมพูแพร กลับดึงมือตัวเองออก ทำให้หมอใจเสีย

“แพรขอบคุณพี่หมอมากนะคะที่ยังรักแพร แต่แพรทำผิดกับพี่หมอไว้มากมายเหลือเกิน ถ้าจะให้แพรกลับไปคบกับพี่หมอ แล้วทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นแพรทำไม่ได้ แพรขอโทษนะคะ ขอโทษสำหรับทุกสิ่งทุกอย่าง...”

“ผมไม่เคยโกรธแพร...” หมอจับแขนทั้งสองข้างของเธอ มองและพูดอย่างเว้าวอน “ผมจะรอแพรนะครับ ไม่ว่าจะนานเท่าไหร่ ผมก็จะรอแพรตรงที่เดิม”

หมอวัฒนามองหน้าชมพูแพรเต็มตา เธอมองเขาเต็มตาเช่นกัน แล้วต่างยิ้มให้กันแทนคำมั่นสัญญา...

ooooooo

สายชลยังอยู่ที่โรงพยาบาล สหัสเอาเอกสารมาให้เซ็น ทั้งสองไปนั่งกันที่ร้านกาแฟ สายชลเซ็นเอกสารแล้วเอ่ยกับสหัสด้วยความซึ้งใจว่า

“ขอบใจนายมากที่ช่วยเหลือฉันทุกอย่าง นายทำเกินหน้าที่มากไปแล้วรู้ไหม”

“สิ่งที่ผมทำ ผมไม่ได้ทำเพราะว่ามันเป็นหน้าที่ ผมทำด้วยความเต็มใจ คุณชาร์ลก็เป็นเหมือนน้องชายผมคนหนึ่งนั่นแหละครับ” พูดแล้วเห็นสายชลชะงัก สหัสรีบออกตัว “เอ่อ...ผมคงจะพูดมากไป ผมขอโทษ”

“ฉันก็เห็นนายเป็นพี่ชายเหมือนกัน...พี่ชาย” สายชลยิ้มจับบ่าสหัส เรียกเขาว่าพี่ชายเต็มปากเต็มคำ เต็มใจ แล้วถามว่า “ยัยตาจะกลับอเมริกาเมื่อไหร่”

“พรุ่งนี้ครับ” สหัสหน้าจ๋อยไปถนัดตา

“นายไปส่งพวกเขาที่สนามบินด้วยก็แล้วกัน” พอสหัสรับคำเศร้าๆ สายชลมองหน้าถาม “เป็นไร”

สหัสปฏิเสธว่าเปล่า สายชลดักคอว่าเปล่าอะไร อยู่ดีๆ ก็ซึม สหัสยิ่งพูดไม่ออก สายชลมองๆ แล้วนึกอะไรได้ถามดักคอว่า “อย่าบอกนะว่านายเสียใจที่ยัยตาจะไม่อยู่ที่นี่แล้ว”

“มันรู้สึกใจหายยังไงไม่รู้”

“ถ้านายไม่อยากให้เขากลับ นายต้องรั้งเขาเอาไว้ให้ได้ นายยังมีโอกาส อย่าปล่อยให้โอกาสหลุดลอยไป นายจะได้ไม่ต้องมานั่งเสียใจไปตลอดชีวิต”

ฟังแล้ว สหัสมองสายชลอย่างครุ่นคิด...

ooooooo

แล้วสหัสก็ไปหาเพลินตาที่บ้าน สองแม่ลูกมองหน้ากันอย่างสงสัยว่าสหัสมาทำไม เมื่อออกไปเปิดประตู เพลินตากับพิสมัยจึงถามพร้อมกันว่า “นายมาทำไม”

สหัสอึกอักเหล่ไปทางพิสมัย พิสมัยถามอย่างเดาใจออกว่าไม่อยากให้ตนอยู่ด้วยใช่ไหม สหัสรีบบอกว่าใช่ แล้วก็ต้องหน้าเจื่อน เมื่อพิสมัยตอบอย่างเฉียบขาดว่า

“แต่ฉันจะอยู่!”

“คุณแน่ใจนะว่าจะให้แม่คุณอยู่” สหัสไม่กล้าตอแยกับพิสมัยแต่หันไปถามเพลินตาแทน เธอตอบแทบไม่ต้องคิดว่า

“นี่แม่ฉัน! ทำไมฉันต้องไม่แน่ใจ มีอะไรก็คุยมาเร็วๆสั้นๆเพราะฉันยังจัดกระเป๋าไม่เสร็จ”

สหัสสูดลมหายใจลึกๆรวบรวมความกล้า ก่อนพูดออกไปว่า

“ผมคิดว่าผมชอบคุณ” พูดแล้วเห็นสองแม่ลูกผงะ อ้าปากค้าง ขณะที่สหัสมองอย่างแปลกใจนั้น เพลินตาก็โวยวายใส่ทันทีว่า

“ฉันจะไปอยู่แล้ว นายยังไม่เลิกยั่วโมโหฉันอีกเหรอ” สหัสยืนยันจริงจังว่าตนพูดจริง พิสมัยขัดขึ้นว่าไม่มีทาง อย่างเขาจะมาชอบลูกสาวตนได้ยังไง

“ผมยอมรับว่า ตอนแรกผมไม่ได้ชอบคุณ เพราะว่าคุณพูดมาก เรื่องเยอะ ชอบเถียง เกี่ยงงาน ไม่มีสาระ” สหัสบรรยายเสียจนเพลินตากับพิสมัยต่างมองอึ้ง พูดไม่ออก

“แต่หลังจากวันที่ผมรู้ว่าคุณกำลังจะกลับอมริกา มันทำให้ผมรู้ว่า ถ้าผมไม่ได้ยินเสียงของคุณ ผมคงเหงา ถ้าไม่มีคนเรื่องมากอย่างคุณมาสั่งให้ผมทำโน่นทำนี่ ผมคง

ว้าเหว่...ถ้าไม่มีคนอย่างคุณคอยเถียงผม ผมคงเป็นใบ้และถ้าไม่มีคนอย่างคุณที่ชอบทำตัวไร้สาระ ชีวิตผมคงขาดสีสัน ผมขาดคุณไม่ได้ครับคุณเพลินตา”

เพลินตาแทบจะระทวยอยู่ตรงนั้น พิสมัยเองก็ถึงกับพูดไม่ออก ด่าไม่เป็น สหัสเดินเข้าใกล้ประตู จ้องหน้าเพลินตาพูดจริงจัง จริงใจว่า

“ผมไม่ขอให้คุณเชื่อผมตอนนี้ แต่ผมอยากขอโอกาสที่คุณเคยบอกผมว่าคุณอยากเริ่มต้นชีวิตใหม่ คุณอาจจะได้เจอใครบางคนที่รักคุณอย่างที่คุณเป็น ผมมั่นใจว่าผมคือผู้ชายคนนั้น”

เพลินตานิ่งงัน ใจเต้นแรง มองสหัสที่หันหลังเดินออกไปเศร้าๆ พิสมัยมองหน้าลูกสาวอย่างจับสังเกต เพลินตารู้ตัวรีบพูดกลบเกลื่อนว่า “ไอ้หมอนั่นพูดบ้าอะไรก็ไม่รู้นะคะแม่” พูดแล้วหันหลังจะเดินเข้าข้างใน

พิสมัยมองตามเพลินตาแล้วตัดสินใจเปิดประตู ทันใดนั้นสหัสได้ยินเสียงหันมองอย่างแปลกใจ

“สหัส...พูดมากขนาดนี้ไม่คอแห้งเหรอ เข้ามาดื่มน้ำก่อนสิ” พิสมัยเอ่ยเสียงอ่อนลง เห็นสหัสนิ่งอึ้งก็ถามว่า “จะเข้ามาไหม”

“เอ่อ...ครับ...ครับ...” สหัสตอบ รีบเดินยิ้มเข้าไป มองไปทางเพลินตาที่ยืนเขินอยู่ข้างๆพิสมัย

ooooooo

ที่ห้องไอซียูในโรงพยาบาล เจมส์ ธงไทย วีรเดช มามิ แป๊ะ และจุ๊มาเยี่ยมฟ้าลดา

“หมอบอกว่าวันพรุ่งนี้จะย้ายนางฟ้าเข้าไปอยู่ในห้องปกติ” สายชลบอกกับทุกคน

“งั้นก็หมายความว่า นางฟ้าใกล้จะฟื้นแล้ว” มามิถาม

สายชลบอกว่ายังไม่ใช่เร็วๆนี้ เจมส์ถามว่าหมอบอกรึเปล่าว่าฟ้าลดาจะฟื้นขึ้นมาเมื่อไหร่

“มันอยู่ที่ว่าร่างกายของนางฟ้าพร้อมเมื่อไหร่ เมื่อนั้นนางฟ้าก็จะฟื้นเอง” สายชลบอก

“ไอ้ฟ้าเอ๊ย...เคราะห์ซ้ำกรรมซัดแท้ๆนี่ถ้าฟื้นขึ้นมาเมื่อไหร่ คุณชาร์ลต้องรีบพาไปทำบุญเก้าวัด ทำสังฆทาน ปล่อยนก ปล่อยปลาให้เจ้ากรรมนายเวรนะครับ อ้อ...แล้วก็ทำบุญไปให้ไอ้คนที่มันจับนางฟ้าไปด้วย อโหสิกรรมให้เขาจะได้ได้บุญเยอะๆนะครับ” วีรเดชเสนอ เมื่อสายชลรับปาก เขาหันไปชวนน้องๆกลับเพื่อฟ้าลดาจะได้พักผ่อน

ทุกคนลาสายชลและบอกฟ้าลดาว่าแล้วจะมาเยี่ยมใหม่ สายชลขอบคุณทุกคน เอื้อมมือลูบหัวฟ้าลดาเหมือนจะให้รับรู้ถึงความห่วงใยของเพื่อนๆ

เจมส์เห็นความรักความห่วงใยของสายชลที่มีต่อฟ้า–ลดาแล้วก็มองไปทางอื่นเศร้าๆ มามิมองเจมส์อยู่ด้วยความ เห็นใจ

ooooooo

เมื่อพากันกลับมาถึงร้านกาแฟ มามิชงกาแฟมาให้เจมส์ที่ยังไม่หายเศร้า พูดหยอกว่า

“กาแฟดำรสเข้ม ดื่มแล้วรับรองหายอกหัก” ถูกเจมส์มองตาขวางถามว่าพูดอะไร “ไม่ต้องมาปิดฉันหรอก ฉันรู้ว่าพี่เจมส์ชอบนางฟ้า” ถูกเจมส์ถามอีกว่ารู้ได้ไง มามิลอยหน้าตอบว่า “ทำไมฉันจะไม่รู้ แววตาที่พี่เจมส์มองนางฟ้ามันปิดไม่มิด”

“ตอนนี้ฉันกำลังพยายามตัดใจ”

“ถ้าพี่เจมส์อยากตัดใจจากนางฟ้าได้เร็วๆฉันมีวิธี” มามิมองหน้าแบบถามว่า อยากตัดใจจริงรึเปล่า เจมส์สนใจ ถามว่าทำยังไง มามิยื่นหน้าเข้าไปให้เจมส์มองตนเต็มตาแล้วจึงบอกเบาๆแต่เอาจริงว่า “ก้อ...มาชอบฉันไง้”

เจมส์ลุกยืนหันหลังให้ทันที พูดตื่นๆว่า “อย่าพูดเล่น”

“ไม่ได้พูดเล่น พูดจริง” มามิเดินอ้อมไปดักหน้า แล้วบอกความในใจว่า “ฉันชอบพี่ ชอบตั้งแต่วันแรกที่เจอกันแล้ว ตกลงเอาไง พี่คิดว่าพี่จะชอบฉันได้รึเปล่า”

เจมส์ทั้งตื่นเต้นดีใจเพราะตัวเองก็แอบมีความรู้สึกดีๆ กับมามิเหมือนกัน ถูกรุกหนักเข้าก็ถามว่าจะให้ตอบตอนนี้เลยหรือ

“เออ...ตอบมาเลย ฉันไม่อยากรักใครข้างเดียวอีกแล้ว ถ้าพี่มั่นใจว่าพี่ไม่มีทางชอบฉัน ฉันจะได้ไปหาคนอื่น ว่าไง”

เจมส์ถูกมามิรุก จ้องหน้ารอคำตอบ เลยบอกว่าถ้าจะ ให้ตอบตอนนี้ ตนตอบได้เลยว่าไม่ได้ชอบมามิ ทำเอามามิหน้าจ๋อยไปทันที แล้วเจมส์ก็พูดต่ออีกว่า “แต่...ถ้าหลังจากวันนี้ ซึ่งฉันก็ไม่รู้ว่าต้องใช้เวลานานเท่าไหร่ ฉันว่าฉันน่าจะชอบเธอได้ไม่ยาก”

ทีแรกมามิหน้าจ๋อย แต่พอฟังประโยคหลัง มามิยิ้มออกมาอย่างดีใจถามย้ำ “จริงนะ”

“อื้อ...” เจมส์ทำเสียงในคอ มามิย้ำอีกว่าอย่าหลอก กันนะ เจมส์ทำเสียง “อื้อ...” ในคออีกครั้ง มามิดีใจสุดๆกระโดดกอดเจมส์ จนคนทั้งร้านหันมอง เจมส์ยิ้มเขินๆรีบแกะมือมามิออก มามิหันไปรอบตัวเห็นทุกคนมองยิ้มๆเลยเขินไปอีกคน

ooooooo

ป้าเนียมเข้าครัวทำไก่ดำตุ๋นยาจีนเพื่อจะฝากชมพูแพรเอาไปให้ฟ้าลดาพรุ่งนี้ แหวนถามว่า ฟ้าลดาทานได้แล้วหรือ ป้าเนียมเลยนึกได้ บ่นตัวเองว่าจริงด้วย ลืมไป

แหวนทำหน้าทะเล้นบอกว่าป้าไม่ต้องกลัวเสียของหรอกตนจะกินให้เอง พลางเอาทัพพีจะตักชิม ถูกป้าเนียมตีมือเพียะ แหวนสะดุ้งบอกว่า เจ็บนะป้า...

“เมื่อไหร่ป้ากับแหวนจะเลิกทะเลาะกันสักที” เสียงชมพูแพรถามขึ้น ป้าเนียมตกใจ ถามว่าลงมาที่ครัวทำไมหรือ ชมพูแพรบอกว่า “แพรมีเรื่องจะคุยกับป้าค่ะ”

ป้าเนียมแปลกใจ ชมพูแพรเหล่ไปทางแหวน แหวนรู้ตัวบอกว่าขอไปปิดบ้านก่อนแล้วค่อยๆเลี่ยงออกไป

พอแหวนออกไป ชมพูแพรเดินเข้าหาป้าเนียมโผเข้ากอดป้าไว้จนป้าตกใจ

ชมพูแพรขอโทษป้าเนียมที่ตนทำตัวไม่ดีกับป้า ทำให้ป้าต้องเสียใจทั้งที่ป้ารักและดูแลตนมาตั้งแต่เด็ก ขอป้าอย่าโกรธตนเลย

ป้าเนียมกอดตอบน้ำตาไหลพราก บอกว่าตนไม่เคยโกรธ ไม่ว่าเธอจะเป็นอย่างไร ตนก็ยังเห็นเธอเป็นเด็กตัวน้อยๆที่น่ารักในสายตาป้าเสมอ
ทั้งคู่ผละออกมา ยิ้มให้กันทั้งน้ำตา ป้าเนียมเช็ดน้ำตาให้ชมพูแพร เธอก็เช็ดน้ำตาให้ป้า ต่างยิ้มให้กันแล้วโผเข้ากอดกันอีก เป็นสัมผัสที่ไม่อาจบรรยายได้ถึงความรู้สึกผูกพันลึกซึ้งที่มีต่อกัน

ooooooo

สายชลยังคงเฝ้าดูแลฟ้าลดาอยู่อย่างทุ่มเท วันนี้ ขณะเช็ดตัวให้เธอ เขาก็พร่ำบอก เหมือนเธอรับรู้ได้ว่า

“สายชลจะเล่าเรื่องของเราให้นางฟ้าฟัง พอนางฟ้าฟื้นขึ้นมาจะได้จำสายชลได้...”

ภาพต่างๆในอดีตเมื่อครั้งอยู่ด้วยกันที่เกาะมิน ความรักความผูกพันกันในเวลานั้น เสมือนเกลียวชีวิตของเขาและเธอที่เกาะเกี่ยวกันอย่างเหนียวแน่นและมั่นคง

ทุกอย่างยังตราตรึงแจ่มจรัสอยู่ในความทรงจำตลอดมา...จวบจนวันนี้...และตลอดไป...

สายชลเช็ดตัวให้ฟ้าลดาเสร็จ พยาบาลเข้ามาพอดี บอกว่าถึงเวลาฉีดยาแล้ว สายชลหลีกทางให้พยาบาลฉีดยาใส่ถุงน้ำเกลือ เสร็จแล้วพยาบาลหันมาพูดกับสายชลว่า “ภรรยาคุณสีหน้าดีขึ้นมากเลยนะคะ”

“แต่ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะฟื้นขึ้นมานะครับ”

“คุณเคยลองกอดภรรยาหรือยังคะ” พยาบาลถาม เมื่อสายชลทำหน้าแปลกใจ พยาบาลบอกว่า “ค่ะ เขาบอกว่า การกอดเป็นยาที่ดีที่สุด โดยเฉพาะอ้อมกอดจากคนที่เรารัก ลองดูนะคะ” พูดแล้วพยาบาลยิ้มให้ก่อนเดินออกไป

สายชลหันมองฟ้าลดา ค่อยๆพยุงเธอขึ้น แต่ท่าไม่ถนัด จึงวางเธอลงบนเตียง ตัดสินใจเปลี่ยนเป็นขึ้นไปนอนกับเธอบนเตียง เอาแขนข้างหนึ่งสอดไปใต้ร่างเธอ แขนอีกข้างโอบกอดเธอไว้ สายชลกระชับมือนอนกอดฟ้าลดาไว้แนบตัวด้วยความรู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูก

วันถัดมา สิ่งมหัศจรรย์ก็เกิดขึ้น เมื่อจู่ๆฟ้าลดาก็ค่อยๆลืมตาขึ้น หันเห็นสายชลกอดตนอยู่ก็ชะงัก รู้สึกอบอุ่นอย่างประหลาด พอดีสายชลลืมตาขึ้น เห็นฟ้าลดารู้สึกตัวแล้วก็ดีใจมาก ร้องออกมาเสียงดังพลางลุกขึ้นวิ่งไปบอกพยาบาลว่า

“นางฟ้าฟื้นแล้ว หมอ...หมออยู่ไหน หมอ...เมียผมฟื้นแล้ว เมียผมฟื้นแล้ว...”

ฟ้าลดานอนมองตามสายชลแล้วยิ้มออกมาอย่างชื่นใจ

ooooooo

หลังจากหมอมาตรวจฟ้าลดาแล้ว แจ้งว่าอาการของเธอดีขึ้นมาก อยู่โรงพยาบาลอีกสักสองสามวันก็น่าจะกลับบ้านได้แล้ว

เมื่อหมอออกไป สายชลเดินเข้าหาฟ้าลดาที่เตียง ต่างมองกันด้วยความดีใจ สายชลเข้าไปจับมือฟ้าลดา ไม่ทันพูดอะไรก็ต้องชะงัก เมื่อมีเสียงชมพูแพรจากประตูห้อง แล้วเดินเข้ามากับหมอวัฒนา

ฟ้าลดาดีใจมากเมื่อเห็นชมพูแพร สายชลต้องถอยออกมาเมื่อชมพูแพรโผเข้ากอดฟ้าลดาบนเตียง ไม่เพียงเท่านั้น หมดวัฒนายังสะกิดชวนสายชลออกไปข้างนอกกัน สายชลจำต้องไปทั้งที่อยากอยู่

เมื่ออยู่กันตามลำพัง ชมพูแพรจับมือฟ้าลดากุมไว้ มองหน้าน้องเอ่ยด้วยสีหน้ารู้สึกผิดว่า

“พี่ขอโทษ ขอโทษที่พี่คิดทำร้ายฟ้า เพราะความเห็นแก่ตัวของพี่ ทำให้พี่ขาดสติ ทำเรื่องเลวร้ายกับน้องสาวเพียงคนเดียวของพี่ ฟ้าอภัยให้พี่ได้ไหม”

“พี่แพรไม่จำเป็นต้องขอโทษฟ้า ฟ้าเข้าใจพี่แพรทุกอย่าง และฟ้าไม่เคยโกรธพี่แพรเลยค่ะ”

สองพี่น้องกอดกันด้วยความเข้าใจ เมื่อผละออกมา ชมพูแพรเอากระเป๋ามาหยิบสร้อยที่สายชลให้ฟ้าลดาออกมา พอเห็นสร้อยฟ้าลดาก็จำได้
ชมพูแพรบอกว่าเอาสร้อยมาคืน เอาสร้อยวางในมือฟ้าลดา เล่าว่า “สร้อยเส้นนี้เป็นสร้อยที่คุณชาร์ลให้ฟ้าตอนที่ฟ้ากับคุณชาร์ลแต่งงานกันที่เกาะมิน คุณชาร์ลเก็บมันเอาไว้ตลอด... เผื่อสักวันเขาจะได้เจอนางฟ้าของเขา และมันก็ถึงเวลาแล้วที่สร้อยจะได้อยู่กับเจ้าของของมัน”

ฟ้าลดาเอาสร้อยขึ้นดูด้วยความรู้สึกเต็มตื้นในหัวใจ

สายชลกับหมอวัฒนารออยู่ข้างนอก สายชลร้อนใจที่ชมพูแพรอยู่กับฟ้าลดานานมาก หมอวัฒนาบอกว่าคงมีเรื่องคุยกันเยอะ หมอเห็นเขาถอนใจหนัก ถามว่าเป็นอะไรบอกตนได้ไหม สายชลจึงปรารภความกังวลให้ฟังว่า

“ผมอยากรู้ว่านางฟ้าจะจำผมได้รึเปล่า เมื่อกี้ผมกำลังจะถามแต่คุณแพรกับคุณหมอมาเสียก่อน”

“ใจเย็นครับคุณชาร์ล คุณมีเวลาคุยกับน้องฟ้าอีกนาน ผมรับรองว่าน้องฟ้าไม่หนีคุณไปไหนอีกแน่ๆ” หมอพูดยิ้มๆอย่างมั่นใจ จนสายชลคลายกังวลลง

ooooooo

ชมพูแพรพยายามฟื้นความจำที่เกาะมินของฟ้าลดา จนเธอบอกว่าจำได้บางส่วนไม่ปะติดปะต่อกัน แต่ก็รู้สึกบางอย่างกับสายชล ชมพูแพรถามน้องอย่างตื่นเต้นว่า

“ความรู้สึกนั้นคือความรักใช่ไหม” ฟ้าลดาพยักหน้าเขินๆ ชมพูแพรลุ้นว่า “ถ้างั้นฟ้าก็บอกคุณชาร์ลเลยสิ” ฟ้าลดาอึกอักบอกว่าไม่รู้จะพูดอย่างไรดี “คำว่ารักมันพูดง่ายมากนะฟ้า” ชมพูแพรให้กำลังใจแต่ฟ้าลดาก็ยังรู้สึกตะขิดตะขวงเขินๆอยู่

ครู่หนึ่ง ชมพูแพรเดินออกมาด้วยใบหน้ายิ้มแย้มสบายใจ บอกหมอกับสายชลว่า ตนกับฟ้าลดาเข้าใจกันแล้ว สองหนุ่มต่างแสดงความยินดีด้วย สายชลจะเข้าไปหาฟ้าลดา ชมพูแพรบอกว่าเธอหลับอยู่ ซ้ำยังบอกว่าคืนนี้ตนจะอยู่เฝ้าน้องเอง ให้เขากลับไปพักผ่อนเสีย

สายชลพยายามจะอยู่ บอกว่าตนนอนที่โซฟาหน้าห้องนี้ก็ได้ หมอวัฒนากับชมพูแพรมองหน้ากันนิ่งๆ ไม่พูดอะไร

ooooooo

เช้าวันรุ่งขึ้น ชมพูแพรมาปลุกสายชลที่นอนอยู่โซฟาหน้าห้อง บอกว่าจะไปซื้อของ ฝากให้เขาเข้าไปดูแลฟ้าลดาแทนสักครู่

สายชลเข้าไปเฝ้าฟ้าลดาข้างเตียง เธอหลับอยู่เขาได้แต่มองด้วยความรัก ครู่หนึ่งก็หลับไป ไม่นาน ฟ้าลดาตื่นเธอลืมตาเห็นสายชลนอนอยู่ข้างๆก็ยิ้มด้วยความรู้สึกดี มองเขาเยี่ยงคนรักด้วยแววตาอ่อนโยน

อึดใจเดียวโทรศัพท์มือถือของสายชลดังขึ้น เขารีบตะครุบไว้กลัวเสียงดังรบกวนฟ้าลดา เธอรีบหลับตาทำเหมือนยังไม่ตื่น สายชลจึงเอาโทรศัพท์ไปคุยห่างจากเตียง ฟ้าลดาเงี่ยหูฟังอยู่อย่างสนใจ

เป็นสายจากสหัสโทร.มาแจ้งว่าพรุ่งนี้เครื่องบินโบอิ้งที่สั่งซื้อจะมาส่งแล้ว สายชลบอกให้สหัสไปดูแทนตนด้วย ตนไม่ว่างเพราะต้องอยู่ดูแลฟ้าลดา แต่สหัสบอกว่าเขาต้องไปรับด้วยตัวเอง สายชลไม่มีทางเลี่ยง ถามเวลาแล้ววางสาย

ฟ้าลดาแอบได้ยิน เธอคิดอะไรบางอย่างในใจ

ooooooo

รุ่งขึ้น ฟ้าลดาให้ชมพูแพรมารับกลับบ้านขณะที่สายชลไม่อยู่ พอมาถึงบ้านเธอขอร้องว่าให้พาตนไปที่ที่หนึ่งได้ไหม ชมพูแพรไม่ขัดใจน้อง แต่ระหว่างทางเธอหว่านล้อมน้องว่าทำไมออกจากโรงพยาบาลไม่บอกสายชลก่อน รู้ไหมว่าเขาห่วงตัวเองแค่ไหน

“ฟ้ารู้ค่ะ ที่ฟ้าอยากไปทะเล เพราะว่าทะเลเป็นที่ที่ความรักของฟ้ากับสายชลเริ่มต้น ฟ้าอยากจำเรื่องราวของเราให้ได้ทั้งหมด ฟ้ารู้สึกว่าถ้าฟ้าจำไม่ได้ แล้วฟ้าบอกรักสายชล มันเหมือนฟ้าเอาเปรียบเขา เพราะความรักของสายชลที่มีต่อฟ้ามันช่างมากมายเหลือเกิน”

ชมพูแพรกับหมอมองหน้ากันอย่างกลุ้มใจ ในที่สุดหมอเสนอว่าเราต้องหาทางช่วยสองคนนี้ให้ไม่ต้องเสียเวลามากกว่านี้ เพราะที่สำคัญคือ เวลานี้ไม่ว่า ผู้ชายคนนี้จะเป็นสายชลหรือชาร์ล ฟ้าลดาก็รักหมดหัวใจแล้ว

ปรึกษากันแล้ว หมอวัฒนาโทร.บอกสายชลว่าฟ้าลดากำลังเดินทางไปไหน สายชลทั้งตกใจและแปลกใจกับข่าวนี้

ooooooo

รุ่งเช้าที่บ้านพักชายทะเล ฟ้าลดาตื่นมาก็แปลกใจที่หมอกับชมพูแพรหายไป ทิ้งโน้ตไว้สั้นๆว่าไปตลาด อดบ่นไม่ได้ว่าไปไม่รอเราเลย

ชมพูแพรกับหมอไปเดินคุยกันที่อีกด้านหนึ่งของชายหาด ปรารภกันว่าไม่รู้ว่าสายชลมาถึงหรือยัง ชมพูแพร ภาวนาขอให้สายชลกับฟ้าลดาลงเอยกันได้เร็วๆด้วยเถิด

“เขาสองคนเป็นเนื้อคู่กัน ถึงจะจากกันไปนานหลายปี แต่ในที่สุดเขาก็กลับมาเจอกัน เพราะความรักมั่นคงที่คุณชาร์ลมีให้น้องฟ้า ถึงทำให้ทุกอย่างจบลงด้วยดี” หมอวัฒนาพูดอย่างมั่นใจ

แล้วหมอก็บอกชมพูแพรหน้าเครียดๆว่าตนจะต้องไปอเมริกาวันมะรืน คราวนี้ไปนานแค่ไหนก็ยังไม่รู้ จับมือเธอบอกว่า “ผมอยากให้แพรรู้เอาไว้นะครับว่าความรักที่ผมมีให้แพร จะไม่มีวันเปลี่ยนแปลง”

ชมพูแพรใจหาย ถามว่าถ้าตนตามไปหมอจะอนุญาตไหม หมอดีใจมากชวนไปพร้อมกันเลยดีไหม เธอบอกว่าตนเตรียมตัวไม่ทัน สัญญาว่าจะบินตามไปภายหลัง ยังความปลื้มปีติแก่หมออย่างที่สุด

ooooooo

สายชลไปถึงบ้านริมทะเลตามที่หมอวัฒนาโทร.บอก เขาใจหายเมื่อประตูหน้าบ้านปิด ประตูหลังบ้านก็ปิด พยายามมองเข้าไปในบ้านก็ไม่มีคนอยู่ สายชลวิ่งเตลิดไปตามชายหาด กวาดตามองหาฟ้าลดาไปทั่ว

แล้วสายชลก็ยิ้มออก ดีใจสุดๆ เมื่อเห็นฟ้าลดานั่งหย่อนเท้าแช่น้ำทะเลเล่นอยู่ เขาวิ่งเข้าไปหาร้องเรียกสุดเสียง

“นางฟ้า...”

ฟ้าลดาหันมอง ด้วยความปีติ ถามว่ารู้ได้ไงว่าตนอยู่ที่นี่ สายชลบอกว่าหมอโทร.บอก แล้วถามอย่างตัดพ้อว่าทำไมต้องหนีตนมาอีก เธอบอกว่า “ฉันยังจำเรื่องระหว่างเราไม่ได้”

“สายชลไม่สนใจว่านางฟ้าจะจำได้หรือไม่ได้ ความทรงจำสามารถสร้างกันใหม่ได้ สิ่งที่สายชลต้องการรู้คือ นางฟ้ารักสายชลรึเปล่า”

สายชลมองด้วยแววตาเว้าวอนจนฟ้าลดาเขิน สุดที่จะฝืนใจตัวเองต่อไปได้ ถามว่าขนาดนี้แล้วยังดูไม่ออกอีกหรือว่าตนรักเขาหรือไม่รัก

สายชลยังมองอย่างพินิจพิจารณา จนเห็นสร้อยเส้นนั้น เป็นคำตอบที่ทำให้สายชลยิ้มกว้างอย่างดีใจเป็นที่สุด ลุกขึ้นกระโดดโลดเต้น ตะโกนเหมือนจะประกาศให้ทั้งโลกได้ยินว่า

“วู้ๆ...วู้ๆนางฟ้ารักสายชล...นางฟ้ารักสายชล ได้ยินไหม...” แล้ววิ่งกลับมากอดฟ้าลดา เธอกอดตอบด้วยความรัก สายชลพร่ำบอกเธอว่า “นางฟ้า...สายชลมีความสุขมากเหลือเกิน ชั่วชีวิตจะไม่มีวันลืมวันนี้เลย...”

ทั้งคู่ผละจากกอด มองหน้ากันอย่างมีความสุข ฟ้าลดาบอกเขาว่า

“นางฟ้าก็มีความสุขมากที่สุด ขอบคุณนะสายชล ขอบคุณที่รักนางฟ้า” ฟ้าลดาโน้มหน้าเข้าไปเอาหน้าผากแตะหน้าผากสายชล “นางฟ้าสัญญาว่า ต่อจากนี้นางฟ้าจะไม่แยกจากสายชลแม้แต่วันเดียว นางฟ้ารักสายชล...”

สายชลและนางฟ้ายิ้มให้กัน หอมกันอย่างมีความสุข กอดกันแนบแน่นนิ่งนาน อยู่ริมทะเลที่สงบ...สวยงาม...

ooooooo

–อวสาน–

ตอนที่ 17

ชมพูแพรยังอยู่ในชุดแต่งงาน นอนไม่ได้สติอยู่บนเตียง หมอวัฒนากุมมือมองเธออยู่ตลอดเวลาด้วยความเป็นห่วง ไม่นานชมพูแพรรู้สึกตัว คนแรกที่เธอพึมพำถึงคือ

“คุณชาร์ล...”

“แพร...” หมอวัฒนาดีใจมากเมื่อเธอขยับตัว หมอรีบประคองให้นั่ง เธอมองไปรอบๆแล้วถามหาชาร์ล หมอตอบ อย่างลำบากใจว่า “คุณชาร์ลไปแล้ว”

ชมพูแพรอึ้งไปทันที พริบตาเดียวก็แผดเสียงเหมือนคลั่ง

“ไม่...เขาจะทิ้งแพรไปหานังฟ้าไม่ได้! แพรจะไปหาเขา” เธอลุกพรวดขึ้น หมอรั้งตัวเธอไว้ พูดเตือนสติว่า

“ยอมรับความจริงเสียที คุณชาร์ลกับน้องฟ้าเป็นสามีภรรยากัน เขารักกัน”

“แพรไม่ยอม...คุณชาร์ลต้องเป็นของแพร ต้องเป็นของแพร...”

“มีสติหน่อยสิแพร” หมอเสียงดัง เมื่อชมพูแพรชะงัก หมอย้ำว่า “คุณชาร์ลเขาไม่ได้รักแพร ถ้าแพรแต่งงานกับเขา แพรก็ได้แต่ตัว แต่ไม่ได้หัวใจ”

ชมพูแพรทนฟังไม่ได้ไล่หมอออกไป เมื่อไม่ได้ดั่งใจก็ผลักหมอเต็มแรงจนหมอเซไปยืนตรงประตู หมอร้องว่าอย่าทำอย่างนี้เลย แต่ชมพูแพรขาดสติเสียแล้ว เธอฉวยของใกล้มือปาใส่ หมอตกใจยกมือปัด ทำให้เธอยิ่งโมโหคว้านาฬิกาที่วางบนโต๊ะข้างเตียง ปาโดนหน้าผากหมออย่างจัง

หน้าผากหมอแตก เลือดไหลเป็นทาง หมอเอามือแตะหน้าผากเห็นเลือดก็ชะงัก ชมพูแพรเองก็ตกใจมองอึ้ง

หมอมองชมพูแพรอย่างเสียใจ หันหลังเปิดประตูออกไป ชมพูแพรทรุดนั่งลงกับพื้นร้องไห้ด้วยความโกรธแค้นเสียใจ

ooooooo

หมอวัฒนาเดินลงมาถึงห้องรับแขก พอป้าเนียม เห็นเลือดก็ตกใจ อุทานว่า หน้าผากคุณหมอ...เลือดออก...

“ผมไม่เป็นไรครับ” หมอพูดเรียบๆ

“ไปโดนอะไรมาคะ”

หมอไม่ตอบ แต่บอกป้าเนียมว่า “ป้าเนียมกับแหวนอย่าเพิ่งเข้าไปหาแพรตอนนี้นะครับ ให้แพรเขาตั้งสติให้ได้ก่อน ยังไงก็ฝากดูแพรด้วย ถ้ามีอะไร โทร.หาผมได้ตลอดเวลา”

หมอวัฒนาเดินออกไปด้วยสีหน้าที่เจ็บปวด ป้าเนียม กับแหวนมองตามไปงงๆ อีกใจก็เป็นห่วงชมพูแพรแต่ไม่กล้าขึ้นไปดูเพราะหมอขอไว้

ooooooo

สหัสอยู่ที่บ้านเพลินตากับพิสมัย เขาได้รับโทรศัพท์จากสายชล รับสายแล้วรับคำว่า “ได้ครับคุณชาร์ล”

เพลินตามองอย่างอยากรู้ เมื่อสหัสไม่พูดอะไร เธอถามว่าชาร์ลโทร.มาหรือ

“ครับ คุณชาร์ลให้ผมเตรียมเครื่องบินไปกระบี่”

“พี่ชาร์ลจะไปกระบี่ทำไม” เพลินตาสงสัย

“เกาะมินอยู่ที่นั่นครับ”

เป็นคำตอบที่ทำให้ทั้งเพลินตาและพิสมัยชะงักไปทันที

ooooooo

รวดเร็วทันใจราวกับเนรมิตได้ ไม่นานนัก เครื่องบินส่วนตัวลำหนึ่งก็บินอยู่เหนือน่านฟ้าจังหวัดกระบี่แล้ว

เมื่อใกล้เย็น เรือสปีดโบ๊ตลำหนึ่งก็แล่นอยู่ในทะเล โดยสายชลเป็นคนขับเรือ และฟ้าลดาในสภาพถูกมัดมือนั่งอยู่ข้างหลัง เธอค่อนข้างตื่นเต้นที่จะได้เห็นเกาะมิน

ไม่นานนัก เกาะมินก็ปรากฏอยู่เบื้องหน้า เห็นบ้านพักของสายชลโดดเด่นอยู่ในสายตา ฟ้าลดามองตะลึง เธอแทบ ช็อกเมื่อเห็นกับตาว่า สิ่งที่เห็นอยู่เบื้องหน้าเหมือนกับที่เธอเคยเห็นในฝันไม่มีผิด!

ไม่นานเรือก็มาถึงริมหาด สายชลกระโดดลงจากเรือหันไปยื่นมือจะช่วยประคองฟ้าลดาขึ้นเพราะมือของเธอยังถูกมัดอยู่

“ไม่ต้อง” ฟ้าลดาสะบัดเสียง สายชลจึงยืนดู เห็นเธอ กระเย้อกระแหย่งแล้วกระโดดลงจากเรือ แต่เพราะมือถูกมัดทำให้การทรงตัวไม่ดี เซจนจะล้ม สายชลรีบประคองให้ยืน ฟ้าลดารู้สึกเสียหน้าสะบัดจากสายชลแล้วเดินขึ้นหาดเอง

สายชลมองตาม ถอนใจ แล้วหันมาหยิบเสบียงที่เตรียมมาขึ้นจากเรือ

ooooooo

เมื่อขึ้นมาที่ชายหาดแล้ว ฟ้าลดามองไปรอบๆ อย่างตื่นตาตื่นใจพึมพำ “เราเคยอยู่ที่นี่จริงๆหรือ” พลางขยับมือไปมาจนเนกไทที่ผูกอยู่หลุด เธอดีใจมาก หันไปเห็นสายชลกำลังเดินมา เธอพุ่งไปคว้าท่อนไม้ขึ้นมาเหวี่ยงใส่เขาทันที ดีที่สายชลหลบทัน

ฟ้าลดาร้องห้ามเขาเข้าใกล้ตน สายชลพูดอย่างใจเย็นว่าวางไม้ลงก่อน มันอันตราย แทนที่จะวางเธอกลับเหวี่ยงใส่เขาอีก สายชลหลบและแย่งไม้มาได้ เขาโยนไม้ทิ้ง หันไปมองฟ้าลดา เธอชี้หน้าสั่งเสียงสั่น

“อย่า! ที่ฉันยอมมา เพราะฉันอยากตามหาความทรงจำของฉันที่เคยอยู่ที่นี่ ฉันยังไม่ไว้ใจคุณ เพราะฉะนั้น คุณเข้าใกล้ฉันเกินสองเมตร ฉันจะหนี และคุณจะไม่ได้เห็นหน้าฉันอีกเลย”

ได้ผล...สายชลชะงักกึก ไม่กล้าก้าวเข้าไปอีกแม้แต่ก้าวเดียว ฟ้าลดารีบเดินจ้ำออกไป เขาได้แต่มองตามแล้วถอนใจ...

ooooooo

ที่ระเบียงบ้านของสายชล ฟ้าลดายืนมองไปรอบๆด้วยความรู้สึกดีมากกับธรรมชาติและอากาศของที่นี่ เมื่อเธอขยับจะเดินออกไปแต่กลับสะดุดเซจะล้ม สายชลรีบเข้าประคอง

ฟ้าลดาตะลึง พลันความรู้สึกในอดีตเมื่อครั้งที่สายชลพามาอยู่ที่บ้านนี้แวบขึ้นอย่างแจ่มชัดในความทรงจำ เมื่อหันมองสายชลที่ประคองตนอยู่ จมูกของเธอกับเขาเกือบจะแตะกัน

ฟ้าลดาได้สติ รีบผละออกมา มองเขาอย่างระแวง สายชลนึกขึ้นได้รีบถอยออกมาเพราะกลัวฟ้าลดาจะหนีอย่างที่เธอขู่ไว้

“สายชลขอโทษ สายชลเห็นนางฟ้าจะล้มก็เลยรีบเข้าไปรับ นางฟ้าอย่าหนีสายชลไปนะ”

ฟ้าลดาไม่พูดอะไร แต่แล้วท้องเจ้ากรรมกลับร้องขึ้น เธออายมาก สายชลดูเธอแล้วอมยิ้มทั้งขำทั้งเอ็นดู

“นางฟ้าไม่เปลี่ยนไปเลย เวลาหิวท้องร้องเสียงดังทุกที”

“ยิ้มไร” ฟ้าลดาถามแก้เกี้ยว

“นางฟ้าไม่เปลี่ยนไปเลย เวลาหิวท้องร้องเสียงดังทุกที” สายชลยิ้มขำๆ แต่ฟ้าลดาไม่ขำด้วยเขาเลยเจื่อนไป

สายชลมองไปที่มุมหนึ่ง เห็นรอยไหม้ที่นั่น เขาชี้ให้ดู ถามว่า

“นางฟ้าเห็นรอยไหม้ตรงนั้นไหม นางฟ้าเคยทำครัวไฟไหม้ จำได้รึเปล่า”

“จำไม่ได้” ฟ้าลดาตอบอย่างไม่สนใจ สายชลจึงเปลี่ยนใหม่ ขอให้เธอช่วยพัดเตาถ่านให้ทีตนจะหั่นผัก ฟ้าลดาจำใจไปหยิบพัดมาพัดเตาไฟ แต่พัดแรงไปหน่อยทำให้ขี้เถ้าฟุ้งเข้าตา สายชลตกใจจะเข้าไปดู แต่นึกได้ว่าเธอห้ามเข้าใกล้เกินสองเมตร เลยชะงัก ถามห่างๆว่าเป็นไงมั่ง “แสบตาน่ะซิ” ฟ้าลดาตอบห้วนๆงอนๆหงุดหงิด

“สายชลขออนุญาตเข้าไปดูให้นะ” ถูกฟ้าลดาสั่งห้ามแล้วถามหาก๊อกน้ำ สายชลบอกว่า “ที่นี่ไม่มีก๊อกน้ำ มีแต่ตุ่มน้ำอยู่ข้างหลัง”

เพราะแสบตาทำให้ฟ้าลดาเดินสะดุดจะล้มอีก สายชลอย่างระวังอยู่แล้ว รีบวิ่งไปดู

ooooooo

สายชลเอาผ้าชุบน้ำเช็ดตาให้ฟ้าลดาอย่างเบามือ นุ่มนวล จนเธอคลายความระแวง ใกล้ชิดกันมากโดยไม่รู้ตัวจนเริ่มเคลิ้มพอรู้สึกตัวก็รีบผละจากกัน ฟ้าลดาบอกว่า หายแสบตาแล้ว เธอลุกขึ้นเดินออกไปเขินๆ สายชลมองตามยิ้มๆด้วยความรู้สึกดีๆ

ตกกลางคืน ใต้แสงตะเกียงส่องสว่างอยู่กลางโต๊ะ ฟ้าลดานั่งกินข้าวอย่างเอร็ดอร่อย สายชลนั่งกินอยู่อีกมุมหนึ่ง แอบดูฟ้าลดากินข้าวด้วยความปลื้มใจ แต่พอฟ้าลดาหันมอง เขาก็รีบเมินไปทางอื่น

ต่างฝ่ายต่างรู้ว่าอีกฝ่ายแอบมองตนอยู่ เลยแอบมองบ้างแต่พอรู้ตัวก็หลบสายตากันไป จังหวะหนึ่ง ทั้งคู่หันสบตากันจังๆตาต่อตาประสานกันเต็มๆ ต่างตกใจรีบก้มหน้าก้มตากินข้าว ทั้งที่ใจเต้นไม่เป็นส่ำ

หลังจากนั้น สายชลจัดที่นอนให้ฟ้าลดา เธอเดินมองไปรอบๆบ้าน พยายามนึกว่าตัวเองเคยทำอะไรที่นี่บ้าง ครู่หนึ่งเธอหาวยาว...สายชลเห็นรีบเข้ามาถามว่า ง่วงแล้วหรือ ถ้าง่วงก็นอนเถอะ

ฟ้าลดามองเข้าไปในห้องนอน เห็นมีเตียงอยู่เตียงเดียว ก็ชะงัก มองหน้าสายชลอย่างระแวง สายชลนึกได้รีบบอกว่า

“สายชลจะไปนอนข้างนอก ส่วนนางฟ้าก็นอนในนี้”

ฟ้าลดาไม่พูดอะไร เมื่อสายชลเดินผ่านไป เธอก็ขยับห่าง จนเมื่อเขาออกไปแล้วเธอรีบปิดประตู แล้วก็ตกใจเมื่อประตูไม่มีกลอน พึมพำอย่างระแวงว่า “เขาจะเข้ามาทำอะไรเรารึเปล่า”

สายชลได้ยินเสียงงึมงำ...งึมงำ หันกลับมาถามว่านางฟ้าพูดอะไรรึเปล่า เธอรีบบอกว่าเปล่า เขาเลยบอกว่าถ้าไม่มีอะไรก็นอนเสียเถอะ

“ฉันยังไม่ง่วง คุณจะนอนก็ไปนอนเถอะ” ฟ้าลดาพูดเสียงอ่อนลง

สายชลออกไปนั่งเก้าอี้ที่ระเบียงหน้าบ้าน ส่วนฟ้าลดาก็รีบเอาเก้าอี้มาขวางประตูไว้ ทำแล้วถอนใจโล่งอก

ooooooo

ไม่ทันไร มีเสียงเคาะประตูดังขึ้น ฟ้าลดาตกใจ ได้ยินเสียงสายชลร้องเรียกที่ประตู เธอยืนนิ่งอย่างตื่นเต้นไม่รู้จะทำอย่างไรดี

เสียงสายชลร้องเรียกดังเข้ามาอีก เธอหันไปคว้าหมอน เตรียมสู้เต็มที่

เมื่อสายชลร้องเรียกอีก เธอถามเสียงเครียดว่ามีอะไรอีก

“สายชลเอาผ้าห่มมาให้” สายชลยื่นผ้าห่มเข้าไปให้ เธอบอกให้โยนเข้ามาเลย สายชลถามอย่างรู้ทันว่า “ที่เอาของขวางประตู เพราะกลัวสายชลจะเข้ามาทำอะไรนางฟ้าเหรอ สายชลสัญญาว่าต่อจากวันนี้ไป สายชลจะทำให้นางฟ้ามีความสุขในทุกๆวัน”

พูดแล้วเห็นข้างในเงียบ สายชลพูดอีก “นางฟ้าจะเชื่อหรือไม่เชื่อก็ตามใจ แต่สายชลจะทำให้นางฟ้าเห็น”

พูดจบสายชลเดินจากไป ฟ้าลดาวางหมอนที่เอามาป้องกันตัว ถอนใจอย่างโล่งอก...

ooooooo

ตกดึก เสียงลมพัดแรงทำให้ฟ้าลดาตื่นขึ้นมา เธอมองออกไปเห็นลมพัดแรง หันมองสายชลเห็นนอนขดตัวกอดอก เธอมองอย่างครุ่นคิด ครู่หนึ่ง เอาผ้าห่มไปห่มให้เขา

ห่มผ้าให้สายชลแล้วนั่งลงข้างๆมองหน้าเขาเต็มตา... ภาพในอดีตผุดพรายในความทรงจำ...นับแต่ที่เขาทำแผลที่เท้าให้...ช่วยปกป้องให้พ้นจากถูกรถชน...และการดูแลอย่างใกล้ชิดทะนุถนอมระหว่างที่ตนนอนอยู่ที่โรงพยาบาล...เขาปฏิบัติต่อตนอย่างอ่อนโยน ห่วงใย ไม่มีทีท่าของความเป็นผู้ร้ายอะไรเลย ทำให้ฟ้าลดารู้สึกดีและผูกพันกับสายชลมากขึ้น...มากขึ้น

และเมื่อครู่นี้เอง เขายังบอกกับเธอ เมื่อเธอเอาของมาขวางประตูเพราะไม่ไว้ใจเขาว่า

“สายชลจะไม่ทำให้นางฟ้าเจ็บปวดอีก สายชลสัญญาว่าต่อจากวันนี้ สายชลจะทำให้นางฟ้ามีความสุขในทุกๆวัน นางฟ้าจะเชื่อหรือไม่ก็ตามใจ แต่สายชลจะทำให้นางฟ้าเห็น...”

ช่วงเวลาสั้นๆที่ผ่านมา เขาได้ทำอย่างที่พูดจริงๆเขาเสียสละเพื่อเธอ ทำทุกอย่างเพื่อให้เธอคลายกังวล...ไม่ว่ายามหลับหรือตื่น...คิดแล้วฟ้าลดามองหน้าสายชลที่ยังหลับอยู่ด้วยแววตาที่อ่อนโยน...

ooooooo

จนพระอาทิตย์ขึ้น...สายชลตื่นขึ้นมา เห็นผ้าห่มคลุมตัวอยู่ เขารู้ทันทีว่าฟ้าลดาเอามาคลุมให้ ความรู้สึกปลาบปลื้มเต็มตื้นขึ้นมาจนดึงผ้าห่มขึ้นหอมอย่างชื่นใจ

สายชลมองไปที่เตียง ใจหายวาบเมื่อไม่มีฟ้าลดาอยู่บนเตียง เขาลุกพรวดวิ่งออกจากบ้านไปทันที ไปถึงริมหาด สายชลเห็นฟ้าลดากำลังดูเรือไม้เก่าๆที่เกยตื้นอยู่ เธอลูบไล้เรือด้วยความรู้สึกผูกพันอย่างประหลาด เขาโล่งใจอย่างบอกไม่ถูกรีบวิ่งเข้าไปหา พอฟ้าลดารู้ตัวหันมอง เขาพูดอย่างโล่งใจว่า

“สายชลนึกว่านางฟ้าหนีไปแล้ว”

“ทำไมเรือลำนี้ชื่อนางฟ้า”

สายชลมองไปที่เรือ แล้วหันมองฟ้าลดาเล่าช้าๆเหมือนจะให้เธอคิดตามถึงความหลังว่า...

“สายชลเป็นคนสลักชื่อนางฟ้าเอาไว้เอง สายชลให้เรือลำนี้เป็นของขวัญนางฟ้า หลังจากที่เราแต่งงานกัน”

ฟ้าลดามองหน้าเขา ฟังอย่างตั้งใจ สายชลพาเธอเดินไปเรื่อยๆชี้ชวนให้มองไปรอบๆจนฟ้าลดาถามว่า

“ไหนคุณบอกว่ามีหมู่บ้านบนเกาะนี้ แต่...ตั้งแต่ฉันมาถึง ฉันไม่เห็นใครเลยสักคน”

“เมื่อสองปีที่แล้ว เกิดพายุใหญ่ ทำลายหมู่บ้านที่อยู่หน้าเกาะ คนที่เคยอยู่ที่นี่ต้องย้ายกันไปอยู่ที่อื่น เกาะนี้เลยไม่มีคน”

ฟ้าลดาพยักหน้าอย่างรับรู้ มองรอบๆอย่างครุ่นคิด อยากรู้เรื่องราวของตัวเองมากขึ้น เธอหยุดเดินหันมองสายชลถามเขาถึงความสัมพันธ์ระหว่างตนกับเขาว่า “ฉันกับคุณ...

เป็นยังไง...ตอนที่อยู่ที่นี่”

สายชลยิ้มอย่างมีความหวังกับคำถามนี้ เล่าช้าๆด้วยความรู้สึกที่ทั้งรักทั้งขำกับตัวตนของนางฟ้าเวลานั้นว่า

“ตอนแรกที่นางฟ้ามาอยู่ใหม่ๆนางฟ้าจุ้นจ้าน...ช่างซักถาม แล้วก็ชอบทำให้สายชลเจ็บตัวบ่อยๆแต่ลึกๆแล้ว เราสองคน...รักกัน เราถึงตัดสินใจแต่งงานกัน และบ้านหลังนี้ก็คือเรือนหอของเรา...นางฟ้าพอจะจำอะไรได้บ้างไหม...”

ฟ้าลดาส่ายหน้า ขอให้เขาช่วยพาไปที่ที่ตนกับเขาเคยไปหน่อยได้ไหม สายชลยิ้มดีใจรับปากทันที แล้วเดินเคียงคู่กันไปตามที่ต่างๆพลางเล่าเรื่องราวที่ผ่านมา ชี้ชวนไปดู เล่าให้ฟัง ซึ่งเธอก็ตั้งใจฟังและพยายามนึกตามที่เขาเล่า

เพียงเท่านี้ สายชลก็มีความสุขอย่างที่สุดแล้ว....

ooooooo

เพลินตาอยู่ที่บ้านพัก ขณะเธอกำลังเก็บเสื้อผ้าใส่กระเป๋านั้น โทรศัพท์มือถือของเธอดังขึ้น พอเห็นเป็นสายจากสหัส เธอถามห้วนๆว่ามีอะไร สหัสถามว่ารู้รึเปล่าว่าเวลาเข้างานกี่โมง นี่จะเที่ยงแล้วนะ

“ฉันลาออกแล้ว ฉันกำลังจะกลับอเมริกา”

สหัสอึ้งไปนิดหนึ่ง ถามว่านี่ไม่คิดจะบอกตนเลยใช่ไหม เธอสะบัดเสียงบอกว่าตนไม่จำเป็นต้องบอกเขา

“จำเป็นสิ” สหัสเสียงเข้ม “คุณฝึกงานอยู่กับผม ผมเป็นเจ้านายคุณ ลูกน้องจะลาออก ฉะนั้นผมต้องรู้”

เพลินตาตัดบทว่าตอนนี้ก็รู้แล้วยังจะถามทำไมอีก สหัสถามว่าการตัดสินใจกลับอเมริกาของเธอเกี่ยวกับชาร์ลใช่ไหม

“ไม่มีประโยชน์ที่จะอยู่ต่อ ในเมื่อหัวใจของพี่ชาร์ลมีแต่คุณฟ้าลดาคนเดียว ฉันเสียเวลาไปหลายปีกับการ

ไล่ตามคนที่เขาไม่รักฉัน ฉันจะเริ่มต้นชีวิตใหม่ เปิดโอกาสให้ตัวเอง เผื่อสักวันฉันจะได้เจอคนที่เขารักฉัน...

อย่างที่ฉันเป็น”

เพลินตาพูดแล้วก็ตัดสายเก็บเสื้อผ้าต่อ ส่วนสหัสนิ่งอึ้ง มองโทรศัพท์ในมืออย่างครุ่นคิด

ooooooo

ที่เกาะมิน สายชลยังพาฟ้าลดาไปยังที่ต่างๆที่เขาและเธอเคยไปสมัยที่อยู่เกาะมินด้วยกัน เขาพาเธอไปยังน้ำตกที่เคยมาเล่นน้ำด้วยกัน

ฟ้าลดาตรงไปที่ธารน้ำตก วักน้ำล้างหน้าอย่างชื่นใจ แต่พอหันมองสายชลเห็นเขากำลังถอดเสื้อ เธอตกใจถามว่าจะทำอะไร สายชลบอกว่าจะอาบน้ำ เพราะเมื่อวานไม่ได้อาบน้ำทั้งวัน

ฟ้าลดาหันหลังให้ทันที เธอไม่กล้ามอง จนกระทั่งได้ยินเสียงโดดน้ำตูม ครู่หนึ่งสายชลร้องชวนให้ลงมาอาบน้ำด้วยกัน เธอตอบไปทั้งที่หันหลังให้ว่า “บ้าเหรอ! ฉันจะอาบน้ำกับคุณได้ไง”

“ทำไมจะไม่ได้  เมื่อก่อนนางฟ้ายังแก้ผ้าลงมาอาบน้ำกับสายชลเลย” ฟ้าลดาฟังแล้วเขิน ปฏิเสธว่าไม่เคย ใครจะทำอะไรแบบนั้น “มันเป็นเรื่องจริง ตอนนั้นนางฟ้าเพิ่งฟื้น จำอะไรไม่ได้ แล้วก็คิดว่าตัวเองเป็นเด็กด้วย นางฟ้าไม่เคยระวังตัว เดี๋ยวๆก็เข้ามากอดสายชล เดี๋ยวๆก็มานอนด้วย”

“พอแล้ว ฉันไม่อยากฟัง” ฟ้าลดาเขินจนทนฟังไม่ได้

“ถ้าอยากอาบน้ำก็ลงมาเถอะ สายชลจะไปทางด้านโน้น สัญญาว่าจะไม่แอบดู” พูดแล้วก็ว่ายน้ำไปอีกทางหนึ่ง

ฟ้าลดาค่อยๆหันมองเห็นสายชลว่ายไปทางอื่นแล้ว เธอหันมองน้ำตก มองลำธาร ช่างใสสะอาดดูสดชื่นน่าลงไปอาบมาก เธอตัดสินใจลงไปแหวกว่ายในน้ำอย่างมีความสุข สายชลไปแอบดูอยู่มุมหนึ่งเห็นเธอมีความสุขก็ยิ้มอย่างมีความสุขยิ่งกว่า

ทันใดนั้น มีงูตัวหนึ่งว่ายน้ำไปทางฟ้าลดา เธอร้องอย่างตกใจสุดขีด สายชลรีบว่ายไปหา กอดเธอไว้อย่างปกป้อง

“ไม่ต้องกลัว มันไปอีกทางแล้ว” สายชลกอดเธอไว้มองงูที่ว่ายหนีไป

พอพ้นภาวะอันตราย ทั้งคู่ก็นึกได้ว่าตัวเองอยู่ในสภาพไหน ผละออกจากกันเขินๆ ต่างหันหลังให้กัน สายชลรีบขอโทษค่อยๆหันมองเมื่อเห็นเธอเงียบไป ฟ้าลดากำลังหันมองสายชลพอดี เลยประสานสายตากันอย่างจัง เธอถามว่าหันมาทำไม สายชลเองก็ย้อนถามว่าแล้วเธอหันมาทำไม

ฟ้าลดาเขินจัด วักน้ำตีน้ำใส่เขาไม่หยุด จนสายชลลืมตาไม่ได้ร้องลั่น “เฮ้ย...นางฟ้า หยุดนะ” แต่ฟ้าลดาก็ยังไม่ยอมหยุดจนสายชลร้องว่า “ยอมแล้ว...ยอมแล้ว...”

พอฟ้าลดาหยุด สายชลมองเธอเต็มตา ฟ้าลดารีบจมตัวเองลงเหลือแค่คอ ถามเขินๆว่ามองอะไร ให้หันหลังไปตนจะขึ้นแล้ว สายชลพยักหน้าแล้วหันหลังให้ ฟ้าลดามองให้แน่ใจแล้วรีบขึ้นจากน้ำ สายชลแอบยิ้มอยู่คนเดียว...

ooooooo

ชมพูแพรยังอยู่ในสภาพจิตใจที่ย่ำแย่มาก ไม่ดูแลตัวเองจนดูทรุดโทรมน่าตกใจ ป้าเนียมเปิดประตูเอาอาหารมาให้ เธอบอกว่าไม่กิน ป้าเนียมพูดอย่างเป็นห่วงว่า

“ทานสักนิดก็ยังดีนะคะ คุณแพรไม่ได้ทานอะไรมาตั้งแต่เมื่อวานแล้ว”

“บอกว่าไม่กิน! ฟังไม่รู้เรื่องเหรอ ออกไป!” เธอตวาดจนป้าเนียมตกใจรีบออกไป

แหวนยืนรออยู่หน้าห้อง พอป้าเนียมยกอาหารออกมา แหวนถามอย่างใจคอไม่ดีว่า “ไม่กินอีกแล้วเหรอป้า” ป้าเนียมได้แต่พยักหน้าเศร้าๆ

เมื่ออยู่ลำพังคนเดียว ชมพูแพรนั่งเหม่อมองอย่างไร้เป้าหมาย น้ำตาไหลอาบแก้ม ทันใดนั้นมีเสียงโทรศัพท์เข้า เธอดีใจยิ้มทั้งน้ำตานึกว่าสายชลโทร.มา รีบกดรับทักปลายสายอย่างตื่นเต้น

“คุณชาร์ล...” พลันก็สีหน้าเจื่อน ถามเสียงเข้ม “ยาซะ! แกโทร.มาทำไม...ฉันไม่ว่าง...ไม่ต้องมาที่บ้าน ฉันจะไปหาแกเอง” พูดแล้วรีบวางสายอย่างไม่อยากฟังอะไรมากกว่านั้น

ooooooo

เมื่อออกไปพบยาซะในตอนบ่าย ชมพูแพรถามว่านัดตนมาทำไม มันบอกว่า “เงินผมหมด”

ชมพูแพรถามว่าเงินหมด แล้วมาบอกตนทำไม ตนไม่ใช่ธนาคาร ยาซะไม่ตอบโต้ แต่หยิบมือถือออกมากดคลิปเสียงของเธอที่พูดว่า “ทำได้ดีมาก”

เวลานั้น ยาซะพูดว่า “ยินดีที่ได้ร่วมงานกับคุณนะครับ ว่าแต่คุณแน่ใจหรือว่า วิธีนี้จะทำให้น้องสาวคุณอยากไปจากที่นี่” ซึ่งเธอก็ตอบอย่างมั่นใจว่า “ฉันมั่นใจ”

ฟังคลิปเสียงแล้ว ชมพูแพรตะลึงมองยาซะอย่างโกรธแค้นที่ถูกหักหลังเอาหลักฐานนี้มาขู่ กัดฟันถามว่า “ต้องการเท่าไร” ยาซะตอบทันทีว่า ห้าล้าน

“ห้าล้าน!” ชมพูแพรอุทาน เมื่อยาซะพยักหน้าจ้องเขม็ง เธอนิ่งไปอึดใจ ก่อนบอกว่า “ตกลง ห้าล้าน แต่แกต้องทำงานให้ฉันอย่างหนึ่ง”

ยาซะมองหน้าอย่างสงสัย ในขณะที่ชมพูแพรยิ้มที่มุมปากอย่างร้ายกาจ

ooooooo

ขึ้นจากธารน้ำตกแล้ว ทั้งสายชลและฟ้าลดาต่างเขินๆกัน ระหว่างเดินมาด้วยกันนั้น สายชลมองเธอจากไหล่ไล่ลงมา ฟ้าลดาระแวง รีบยกมือกอดอกไว้ ถามว่ามองอะไร สายชลตกใจปฏิเสธทันทีว่าเปล่า

“เปล่าอะไร...เห็นอยู่ว่าคุณมอง...เออ...มองหน้าอกฉันเหรอ หรือเมื่อกี้คุณเห็น???”

ฟ้าลดาเขินคว้าไม้ที่พื้นขึ้นมาไล่ตีสายชล ชายหนุ่มวิ่งหนี ฟ้าลดาวิ่งไล่ตาม แต่เพราะสายชลวิ่งเร็วมาก ทำให้เธอวิ่งตามไม่ทัน สายชลหลบไปแอบอยู่หลังต้นไม้

ปรากฏว่าฟ้าลดาวิ่งเลยไป เลยพลัดหลงกัน ฟ้าลดาหลงเข้าไปในป่า สายชลตกใจมาก ร้องเรียกพลางตามหา

ส่วนฟ้าลดาวิ่งไล่ตีสายชลแล้วตัวเองก็งง เมื่อเขาหายไป พอมองหาไม่เห็นก็เริ่มใจเสีย แล้วจู่ๆฟ้าก็มืดครึ้มลงอย่างเร็ว ฟ้าลดาตกใจกลัว พยายามทำใจแข็งเดินต่อไป

สายชลเองก็เป็นห่วงฟ้าลดามาก ยิ่งเมื่อฟ้าร้องคำรามลงมา เขาก็ยิ่งเป็นห่วง

เสียงฟ้าร้องทำให้ฟ้าลดาตกใจกลัวจนเอามือปิดหูวิ่งไปทรุดนั่งซุกอยู่หลังต้นไม้ใหญ่

สายชลวิ่งร้องเรียกฟ้าลดาเป็นห่วงเธอแทบจะเป็นบ้า จนมาถึงต้นไม้ใหญ่ เห็นเธอนั่งซุกตัวอยู่ ต่างถลาเข้ากอดกันแน่น ฟ้าลดารู้สึกอบอุ่น ปลอดภัยเมื่ออยู่ในวงแขนของสายชล ครู่หนึ่ง สายชลผละออกบอกเธอว่า

“หาที่หลบฝนก่อน”

สายชลพาฟ้าลดาออกไปหาที่หลบฝน เธออ่อนเพลียและทางลื่น เธอเดินเซจะล้มสายชลต้องคอยประคองไว้ การดูแลอย่างอบอุ่นของสายชล ทำให้ฟ้าลดาหายกลัว มองเขาด้วยความรู้สึกดีๆอบอุ่น และปลอดภัย

สายชลพาฟ้าลดาหลบเข้าไปในถ้ำ ทั้งคู่ต่างหมดแรงล้มลง สายชลเสียหลักล้มทับฟ้าลดา หน้าต่อหน้าเกือบแนบชิดกันต่างชะงักงัน สายชลเผลอใจก้มลงจูบหน้าผากเธออย่างอ่อนละมุน

ครู่หนึ่งทั้งคู่ต่างลุกขึ้นนั่ง ทันใดนั้นฟ้าผ่าเปรี้ยง ทำให้ฟ้าลดาตกใจโผเข้ากอดสายชลแน่น

“ไม่ต้องกลัวนะ” สายชลกอดเธอไว้ ฟ้าลดาถามว่าเราต้องหลบอยู่ในนี้จนถึงเช้าหรือ “ก็คงต้องเป็นอย่างนั้น” สายชลตอบหลังจากมองไปนอกถ้ำ เห็นสายฝนยังตกหนักไม่มีทีท่าว่าจะซาลงเลย

ooooooo

บ่ายนี้ชมพูแพรไปหาหมอวัฒนาที่บ้าน แสดงความห่วงใยเอามือจับแผลที่หน้าผากหมอถามว่าเจ็บมากไหม หมอจับมือเธอออก บอกว่าไม่เจ็บแล้ว

“แพรขอโทษนะคะที่แพรทำตัวไม่ดีกับพี่หมอ” เธอเริ่มบีบน้ำตาหน้าเศร้า

หมอกระชับมือเธอไว้ บอกว่าตนไม่โกรธ ชมพูแพรยิ้มทั้งน้ำตาอย่างซึ้งใจว่า

“ขอบคุณมากนะคะที่พี่หมอดีกับแพรเสมอ ตอนนี้แพรรู้สึกแย่มาก ไม่รู้แพรทำบ้าอะไรลงไปทั้งๆที่ฟ้าเป็นน้องสาวของแพร”

“ผมดีใจนะครับที่แพรคิดได้”

“ตอนนี้แพรเข้าใจทุกอย่างแล้ว แพรยอมรับได้ ถ้าคุณชาร์ลกับยัยฟ้าจะรักกัน แพรอยากไปขอโทษคุณชาร์ลกับยัยฟ้า พี่หมอพอรู้ไหมว่าตอนนี้พวกเขาอยู่ไหน”

“เขาสองคนไปเกาะมิน”

ชมพูแพรผงะ พริบตาเดียวก็ปรับสีหน้า “ถ้างั้นพี่หมอพาแพรไปหาเขาสองคนจะได้ไหมคะ”

“อย่าเพิ่งไปดีกว่า รอให้คุณชาร์ลกับน้องฟ้าปรับความเข้าใจกันก่อน พอเขาสองคนกลับมา ก็ยังไม่สายเกินไป”

“ค่ะ” ชมพูแพรพยักหน้านิ่งๆทั้งที่ใจร้อนรุ่ม กลัวทุกอย่างจะสายเกินไป

ooooooo

ระหว่างหลบฝนอยู่ในถ้ำ สายชลดูแลฟ้าลดาอย่างทะนุถนอม เห็นเธอหนาวก็ถอดเสื้อตัวเองคลุมให้ เมื่อจับมือเห็นว่ามือเธอเย็นมาก ก็เอามือตัวเองถูมือเธอจนอุ่นขึ้น ทำให้ฟ้าลดายิ่งรู้สึกอบอุ่นอยู่ใกล้ชิดกันอย่างสนิทใจ ปล่อยให้เขาดูแลช่วยเหลือตามที่เขาห่วงใย

ยิ่งดึก อากาศก็ยิ่งหนาวเย็น สายชลเอาไม้ปั่นบนเศษใบไม้แห้งจนเกิดประกายไฟและจุดไฟขึ้น เขามองสายฝนนอกถ้ำ ที่ยังไม่มีทีท่าว่าจะหยุด พึมพำว่าดูท่าจะตกถึงเช้า เห็นฟ้าลดานั่งหน้าไม่ดีถามว่าเป็นอะไรหรือเปล่า

ฟ้าลดาบอกว่าเริ่มหิวแล้ว สายชลนิ่งคิด ลุกไปเอาอุ้งมือรองน้ำที่หยดย้อยจากถ้ำเอามาป้อน เร่งให้รีบกินเดี๋ยวจะไหลออกหมด พอฟ้าลดาได้ดื่มน้ำชื่นใจ เธอคิดถึงเขา ออกไปทำแบบเดียวกันแล้วเอาน้ำมาป้อนเขาบ้าง

ความอบอุ่นชุ่มชื่นใจที่ได้รับจากกัน มากกว่าน้ำที่ได้ดื่มมากมาย ต่างมองหน้าและยิ้มให้กันอย่างสดชื่น

การดูแลเป็นห่วงกันในยามยากลำบาก ยากที่จะบรรยายถึงความรู้สึกซาบซึ้งที่มีต่อกัน แม้น้ำสักอึก รอยสัมผัสเพียงเล็กน้อยก็มีพลังมหาศาลให้มีกำลังใจที่จะต่อสู้ฟันฝ่าความยากลำบากไปด้วยกัน

ฟ้าลดาคลายความหวาดระแวงสายชลจากการปฏิบัติของเขา คืนนี้ในถ้ำที่อากาศหนาวเย็น ฟ้าลดาได้เสื้อคลุมจากสายชลและความอบอุ่นจากที่ซบไหล่เขา ทำให้เธอหลับสนิท

ไม่นานนัก เธอก็ฝันถึงอดีตเมื่อครั้งอยู่กับสายชลขณะที่ตัวเองยังความจำเสื่อม...เวลานั้น เธอบอกเขาว่า

“นางฟ้ารักสายชล รักมากกว่าทุกอย่างบนโลกใบนี้ รักจนไม่รู้จะบอกสายชลว่ายังไง”

สายชลยิ้มเต็มหน้าด้วยความดีใจ ฟ้าลดายังเอามือเขามาทาบที่หัวใจตัวเอง ถามว่า...

“สายชลได้ยินเสียงหัวใจนางฟ้าไหม...สายชลเป็นคนเดียวที่จะได้เป็นเจ้าของหัวใจนางฟ้า”

หนุ่มสาวต่างยิ้มให้กัน หน้าค่อยๆเคลื่อนเข้าหากันตามปรารถนาหัวใจของกันและกัน...

ooooooo

เช้าแล้ว ฟ้าลดาตื่นขึ้นมาตกใจเมื่อพบว่าตัวเองหลับอยู่ในอ้อมกอดของสายชล เธอตกใจยิ่งขึ้น เมื่อเห็นว่าสายชลคือผู้ชายในความฝันของตน เธอมองเขาอย่างยอมรับใจตัวเองว่า รักผู้ชายคนนี้ ไม่ว่าเขาจะเป็นชาร์ลหรือสายชล

ฟ้าลดายกมือลูบหน้าสายชลเบาๆ ทำให้เขาตื่นขึ้น เธอรีบเอามือออก พอเขาลืมตาเธอยิ้มให้ บอกเขาว่า

“เช้าแล้ว...”

สายชลมองออกไปนอกถ้ำ เขายิ้มเมื่อเห็นแสงแดดอ่อนๆที่ปากถ้ำ...

ออกจากถ้ำ สายชลกับฟ้าลดาเดินมาด้วยกัน ฟ้าลดาเหล่ๆสายชลแล้วเป็นฝ่ายเดินเข้าใกล้เขา สายชลหันมาเห็นเธอเดินอยู่ใกล้ๆก็แปลกใจ อมยิ้มอย่างรู้สึกดี จึงเดินไปด้วยกันอย่างใกล้ชิดจนหลังมือเกือบแตะกัน ต่างเดินกันเงียบๆ

อย่างอดเขินกันไม่ได้ ขณะเดิน ฟ้าลดาสะดุดเกือบล้ม สายชลประคองไว้ พูดยิ้มๆ

“เดินไปด้วยกันแบบนี้ดีกว่า”

ฟ้าลดาดึงมือตัวเองออก บอกว่าตนเดินเองได้ แต่แล้วเธอก็สะดุดล้มลงอีก คราวนี้เจ็บเพราะข้อเท้าแพลง สายชลตัดสินใจให้เธอขี่หลัง ความเจ็บทำให้เธอต้องยอม

ขณะอยู่บนหลังสายชลนั้น ฟ้าลดารู้สึกอบอุ่น ปลอดภัย แอบมองเขาจากข้างหลังด้วยความรู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูก

สายชลให้ฟ้าลดาขี่หลังมาจนถึงชายหาด เธอบอกให้เขาวางลงได้แล้ว ตนเดินเองได้ สายชลจึงวางเธอลง ถามอย่างห่วงใยว่า

“ไม่เจ็บแล้วนะ...” เมื่อฟ้าลดาพยักหน้า สายชลหยอกว่า “ถ้างั้นเรามาวิ่งแข่งกันกลับบ้านดีไหม”

“ได้...ฉันชนะคุณชัวร์” ฟ้าลดารับท้าอย่างมั่นใจ พูดแล้วก็วิ่งออกไปเลย สายชลมองเหวอ ร้องงงๆก่อนวิ่งตามไป

“อ้าว...ทำไมวิ่งไปก่อนล่ะ นางฟ้า...”

ooooooo

ฟ้าลดาวิ่งไปที่ริมหาดของเกาะมินอีกด้านหนึ่ง... วิ่งพลางหันมองสายชลที่วิ่งตามมา สุดท้ายถูกไล่ตามทัน ถูกสายชลคว้าตัวเข้าไปกอด ฟ้าลดาหันมองหน้าเขาต่างมองกันนิ่งงัน ตกอยู่ในภวังค์ใจเต้นไม่เป็นสํ่า สายชลจับเธอหันมายื่นหน้าเข้าไปถามเบาๆ

“จำได้ไหมนางฟ้า ว่าเราเคยสัญญาอะไรกัน ครอบครัวของสายชลก็คือนางฟ้า ครอบครัวของนางฟ้าก็คือสายชล เราสัญญาว่า เราจะอยู่ที่นี่ด้วยกันตลอดไป”

ฟ้าลดามองเขาอย่างเต็มตื้น แม้จะจำอะไรไม่ได้ แต่รู้สึกซึ้งกับคำพูดของเขา ทั้งคู่มองกันนิ่ง...นาน...ค่อยๆเอาหน้าผากเข้าสัมผัสกัน ครู่หนึ่งต่างก็ผละออก สายชลบรรจงจูบฟ้าลดา เธอรับสัมผัสนั้นอย่างเต็มใจ

ทันใดนั้น ทั้งคู่สะดุ้งเฮือกผละจากกันทันที เมื่อมีคนเรียกเสียงดัง

“คุณฟ้าลดา!”

ทั้งสองตกใจเมื่อเห็นยาซะยืนอยู่ พอตั้งสติได้ สายชลจูงฟ้าลดาวิ่งหนี ถูกลูกน้องยาซะสองคนเดินมาขวาง สายชลเอาตัวบังฟ้าลดาไว้อย่างปกป้อง ยาซะเดินอาดๆเข้ามาบอกว่า

“พี่สาวคุณฟ้าลดาให้ผมมาพาคุณฟ้าลดากลับบ้านครับ”

สายชลกระซิบฟ้าลดาให้รีบหนีไป เธอละล้าละลัง เพราะเป็นห่วงเขา จนเขายํ้าให้รีบหนี เธอจึงวิ่งออกไป ยาซะกับลูกน้องจะตาม ถูกสายชลขวาง ยาซะวิ่งตามฟ้าลดาไป สายชลผลักลูกน้องยาซะจนเซแล้วเขาก็กระโดดไปล็อกตัวยาซะไว้

ทั้งสองกลิ้งไปตามพื้นทราย ฟ้าลดาเป็นห่วงเขา คว้าไม้จะช่วยสายชล ถูกลูกน้องยาซะมาขวาง เธอหวดไม้ไปมากันไม่ให้มันเข้ามา

สายชลเล่นงานยาซะจนหมดฤทธิ์ หันมาเห็นฟ้าลดากำลังจะแย่ จึงวิ่งมาช่วยคว้ามือเธอจะพาหนี ทันใดนั้น เสียงปืนดังขึ้นนัดหนึ่ง สายชลตกใจหันมอง เห็นยาซะถือปืนเลือดกบปากเดินมาหาสายชลกับฟ้าลดาอย่างบ้าเลือด

“ถ้าไม่อยากตาย ส่งมันมาให้ฉัน” ยาซะสั่ง จ้องปืนมาที่ทั้งสอง สายชลเอาตัวบังฟ้าลดาไว้ ประกาศกร้าวว่า

“ฉันจะไม่ยอมให้แกมาพรากนางฟ้าไปจากฉันอีก” พูดแล้วสายชลแผดเสียงพุ่งเข้าหายาซะ

ยาซะชะงักที่เห็นสายชลบ้าดีเดือดพุ่งเข้าแย่งปืน มันหันกระบอกปืนใส่สายชล สั่งลูกน้องให้หยุดสายชลให้ได้

ลูกน้องยาซะทั้งสองชักมีดสั้นออกมาจ่อคอฟ้าลดาทันที สายชลตกใจหันมอง ทำให้ยาซะได้จังหวะใช้ด้ามปืนเสยคางสายชลจนสลบไปทันที ลูกน้องยาซะช่วยกันยกฟ้าลดาขึ้นบ่าแบกไป

สายชลถูกทิ้งให้นอนหมดสติอยู่ตรงนั้น...

ooooooo

สายชลรู้สึกตัวขึ้นมา เขามองหาฟ้าลดาไม่มีร่องรอยของเธอเลย เขากำทรายแน่นด้วยความเจ็บปวดแค้นใจที่ไม่สามารถปกป้องฟ้าลดาไว้ได้

หมอวัฒนากำลังหลับสนิท สะดุ้งตื่นเมื่อเวลาตีสอง เพราะเสียงมือถือดังขึ้น พอเห็นชื่อสหัส หมอตกใจตาสว่างรีบรับสาย

“คุณสหัส...ครับ...แพรให้ยาซะมาจับตัวน้องฟ้าที่เกาะมิน?!”

“ใช่ครับ คุณชาร์ลโทร.มาบอกผม ไม่รู้ว่ามันรู้ได้ไงว่าคุณชาร์ลพาคุณฟ้าไปที่นั่น” เสียงสหัสตึงเครียด

หมอชะงักอึ้ง นึกถึงตอนที่ชมพูแพรถาม และหมอเป็นคนบอกเธอเองว่าสายชลพาฟ้าลดาไปที่เกาะมิน หมอใจหายวาบ บอกสหัสว่า

“ผมเป็นคนบอกแพรว่าคุณชาร์ลกับน้องฟ้าไปที่ไหน...คุณไม่ต้องห่วงทางนี้ผมจะจัดการเอง คุณรีบไปรับคุณชาร์ลกลับมา แล้วเราค่อยโทร.หากัน”

หมอวัฒนาวางสายทั้งโมโหและเสียใจตัวเองที่ถูกชมพูแพรหลอก

ooooooo

หมอขับรถไปหาชมพูแพรทันที เมื่อเธอเดินออกมาเห็นหมอวัฒนายืนรออยู่ เธอถามนํ้าเสียงแบบมะนาวไม่มีนํ้าว่า

“พี่หมอจะคุยอะไรกับแพรตอนตีสามคะ”

“น้องฟ้าอยู่ไหน” หมอขยับเข้าหาด้วยท่าทีขึงขัง แต่ชมพูแพรทำไขสือ ย้อนถามว่า

“น้องฟ้าอยู่เกาะมินกับคุณชาร์ลไงคะ พี่หมอเป็นคนบอกแพรเอง”

“เลิกเล่นละครเสียที ผมรู้ความจริงทุกอย่างหมดแล้ว แพรให้ยาซะไปจับตัวน้องฟ้ากลับมา แพรทำเป็นสำนึกผิด เพื่อให้ผมบอกว่าคุณชาร์ลพาน้องฟ้าไปไหน”

“แพรไม่สนุกกับพี่หมอนะคะ อย่ามาอำกันแรงแบบนี้” ชมพูแพรชักสีหน้าใส่

“พูดความจริงเสียทีเถอะแพร คุณให้ยาซะจับตัวน้องฟ้าไปไว้ที่ไหน”

“นี่พี่หมอเมารึเปล่า ถึงได้พูดจาเพ้อเจ้อ”

“ผมไม่ได้เมา”

“ถ้าไม่เมา ก็คงจะไม่สบายพี่หมอกลับไปเถอะค่ะ แพรง่วงจะตายอยู่แล้ว” พูดจบหันเข้าบ้านปิดประตูเลย

หมอวัฒนาจะตามเข้าไปก็ถูกเธอปิดประตูใส่หน้า เลยได้แต่ยืนหัวเสียอยู่ตรงนั้น ใจว้าวุ่นด้วยความเป็นห่วงฟ้าลดา

ooooooo

แต่พอกลับเข้าห้องนอน ชมพูแพรโทร.ถึงยาซะทันที ถามว่าเอาฟ้าลดาไปไว้ที่ไหน ตนจะไปหาเดี๋ยวนี้ แต่เหลือบเห็นหมอวัฒนายังยืนอยู่ ก็บ่นอย่างหงุดหงิด

“ยังไม่กลับไปอีก” แล้วพูดโทรศัพท์กับยาซะต่อ “ฉันเปลี่ยนใจไม่ไปแล้ว พรุ่งนี้เจอกัน เฝ้ามันไว้ให้ดี”

ยาซะรับคำแล้วหันมองฟ้าลดาที่ถูกมัดมือนอนหมดสติอยู่บนพื้น ยาซะยิ้มร้าย หันหลังเดินไปปิดประตูแล้วเดินกลับไป

จากแสงจันทร์อ่อนๆ ส่องให้เห็นว่าที่นั่นคือโกดังริมนํ้า...

เช้าวันต่อมา สหัสเอาเครื่องบินส่วนตัวไปรับสายชลกลับมาแล้ว

เป็นเวลาที่ชมพูแพรลุกมายืนที่หน้าต่างห้องนอน มองหาว่าหมอวัฒนายังอยู่ไหม พอไม่เห็นก็ยิ้มสบายใจ หลังจากนั้นไม่นานเธอก็ขับรถออกไป โดยไม่รู้ว่าหมอวัฒนาที่ซุ่มอยู่ รีบขับรถตามไปห่างๆ เชื่อว่าเธอต้องไปหาฟ้าลดาแน่ๆ

ตามไปจนถึงทางเลี้ยวเข้าซอย รถหมอถูกรถคันหนึ่งขับตัดหน้า ทำให้ต้องเบรกกะทันหัน เลยตามรถของชมพูแพรไม่ทัน หมอหัวเสีย เสียดายมาก

สายชลนั่งรถมากับสหัส โทรศัพท์มือถือของสหัสดังขึ้น สหัสรีบรับสาย

“ครับคุณหมอ...คุณหมออยู่ที่ไหนนะครับ ได้ครับได้ ผมจะไปเดี๋ยวนี้” สหัสวางสายบอกสายชลอย่างตื่นเต้นว่า “คุณหมอขับรถตามรถคุณแพรไม่ทัน แต่คุณหมอคิดว่าคุณแพรน่าจะมุ่งหน้าไปที่ริมแม่นํ้า”

“ริมแม่นํ้าไหน” สายชลถาม

ooooooo

ชมพูแพรไปถึงโกดังริมนํ้า ตรงเข้าไปในที่ที่ขังฟ้าลดาไว้ ยืนมองฟ้าลดาที่ยังนอนไม่ได้สติด้วยสายตาเย็นชา ก่อนที่จะเข้าไปแก้เชือกที่มัดมือออก

ฟ้าลดารู้สึกตัว ค่อยๆลืมตาขึ้น ในสายตาที่พร่ามัว ฟ้าลดาเห็นชมพูแพรเป็นเพียงเงาๆ แต่ก็ทำให้เธอถึงกับผงะ พยายามลุกขึ้น พึมพำเรียก...“พี่แพร”

“อย่ามาเรียกฉันว่าพี่ ฉันไม่เคยเห็นแกเป็นน้องนับตั้งแต่วันที่แกลืมตาดูโลก ที่ฉันทำเป็นรักแก เพราะฉันต้องสร้างภาพพี่สาวที่แสนดีให้ทุกคนเห็น”

ชมพูแพรมองฟ้าลดาด้วยสายตาเกลียดชังจนฟ้าลดารู้สึกได้ ฟ้าลดานํ้าตารื้นด้วยความเสียใจ ปฏิเสธเสียงสะท้าน

“ไม่จริง...”

“จริง!” ชมพูแพรตะคอก “ตลอดเวลาที่ผ่านมา ฉันต้องอดทนมากแค่ไหนแกรู้บ้างรึเปล่า ฉันต้องอดทนเห็นพ่อแม่รักแก เชิดชูแก ส่งเสียให้แกเรียนสูงๆ มีอะไรก็ประเคนให้แกทุกอย่าง แกทำอะไรก็ถูกต้องไปหมด ในขณะที่ฉัน ไม่ได้อะไรเลย ทำอะไรก็ผิด พ่อแม่ไม่เคยเห็นฉันอยู่ในสายตา แล้วเขาสองคนเอาฉันมาเลี้ยงทำไม!” ชมพูแพรแผดเสียงเหมือนสติแตก

“พี่แพรหมายความว่ายังไง” ฟ้าลดามองชมพูแพรตะลึง

“ฉันไม่ใช่พี่สาวแก!” ชมพูแพรกระชากฟ้าลดาเข้าไปตะคอก “ฉันเป็นเด็กกำพร้าผู้น่าสงสารที่พ่อกับแม่เอามาเลี้ยง แล้วแกก็มาเกิด! แกจะมาเกิดทำไมหา นังฟ้าลดา!”

ฟ้าลดาถูกตะคอก ถูกจับเขย่าจนคอแทบหัก ร้องไห้ออกมาด้วยความตกใจ...เสียใจ

ooooooo

แม้จะคลาดกับชมพูแพรแล้ว แต่หมอวัฒนายังไม่ถอดใจ ขับรถไปตามถนนมองหารถของชมพูแพร ที่คาดว่าน่าจะจอดที่ใดที่หนึ่ง เข้าไปจนสุดซอย เห็นข้างหน้าเป็นท่านํ้ามีโกดังเก่าๆหลังใหญ่อยู่ริมนํ้า หมอมองด้วยความมั่นใจว่าชมพูแพรต้องเอาฟ้าลดามาขังไว้ที่นี่

ในโกดัง...ชมพูแพรยังเผชิญหน้าฟ้าลดาอย่างเกลียดชัง อาฆาตแค้น พูดอย่างเจ็บใจว่า

“ยี่สิบกว่าปีที่แกเห็นฉันแสดงออก มันเป็นเรื่องโกหก ความรู้สึกตอนนี้...ที่แกเห็นตรงหน้า มันคือความจริง และนี่ก็เป็นครั้งแรกที่ฉันจริงใจกับแกที่สุด!”

ฟ้าลดายังอึ้งไม่หาย ชมพูแพรปล่อยมือจากฟ้าลดา เธอตั้งสติได้บอกว่า

“ถึงพี่แพรจะไม่ใช่พี่สาวแท้ๆของฟ้า แต่ฟ้าก็รักพี่แพรนะคะ”

“ไม่ต้องโกหก ฉันไม่เชื่อ!”

“พี่แพรเป็นครอบครัวของฟ้า...ฟ้ารักพี่แพร”

“แต่ฉันเกลียดแก! ฉันเกลียดแก ได้ยินไหม” ชมพูแพรผลักฟ้าลดาออก แผดเสียงใส่หน้า ฟ้าลดาถามว่าทำไม ชมพูแพรพูดลอดไรฟันว่า “เพาะแกเป็นเมียคุณชาร์ล เป็นผู้หญิงที่คุณชาร์ลรัก”

ฟ้าลดาเอาแต่ร้องไห้พูดไม่ออก ถูกชมพูแพรตรงเข้ากระชากผมให้เงยหน้าขึ้น ตะคอกถาม

“ทำไมแกไม่พูดว่าแกไม่รักเขา แกรักเขาใช่ไหม แกรักเขาใช่ไหมฟ้าลดา! ใช่ไหม!!”

ทั้งชมพูแพรและฟ้าลดาต่างร้องไห้อย่างหนัก ฟ้าลดาเข้าไปจับแขนชมพูแพร พูดไปร้องไห้ไป

“พี่แพร...ฟ้าขอโทษ...ฟ้าขอโทษ...”

“ไม่ต้องมาขอโทษ ฉันไม่มีวันให้อภัยแก” ชมพูแพรปัดมือฟ้าลดาออกอย่างแรง

“ฟ้าต้องทำยังไง พี่แพรถึงจะให้อภัยฟ้า”

“แกจะต้องหายสาบสูญไปจากที่นี่ แล้วอย่ากลับมาอีกเลยตลอดชีวิต แกทำได้รึเปล่า แต่ถ้าแกไม่ยอม ฉันจะให้ยาซะจัดการกับแก!”

ฟ้าลดาตกใจกับความเหี้ยมโหดนั้น มองหน้าชมพูแพรช็อก!

ooooooo

ตอนที่ 16

การหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยของฟ้าลดา ทำให้สายชลกินไม่ได้นอนไม่หลับ ซึมเศร้า จนสหัสเป็นห่วง วันนี้เข้ามาถามสายชลว่าจะเอานมสักแก้วไหม เขาปฏิเสธบอกว่ายังไม่หิว

ไม่นาน มีโทรศัพท์เข้ามือถือของสายชล สหัสชะงัก

หันมอง สายชลรับสาย ฟังปลายสายแล้วอุทานอย่างยินดี หันมองสหัสอึ้ง

ครู่หนึ่ง สายชลเดินออกมาที่หน้าออฟฟิศ เห็นมามิ

ยืนอยู่กับเจมส์ ต่างเรียกกันด้วยความดีใจที่ไม่เจอกันหลายปี ทั้งคู่โผเข้ากอดกัน ครู่หนึ่ง มามิดันตัวออกมา มองสายชล ชมว่า “ตัวโตขึ้นมากเลยนะเนี่ย”

สายชลถามว่าเธอมากับเจมส์ได้ยังไง มามิบอกว่าเรื่องมันยาวแล้วจะเล่าให้ฟังทีหลัง ถามเขาว่าเจอกับพี่สาวของนางฟ้าหรือยัง

“คุณแพร...เธอรู้จักคุณแพรด้วยเหรอ” สายชลถามงงๆ

“นี่แสดงว่าเธอยังไม่ได้เจอเขาใช่ไหม” เมื่อสายชลบอกว่ายัง มามิหันไปพูดกับเจมส์ว่า “เห็นไหมฉันบอกแล้วว่าผู้หญิงคนนี้ไว้ใจไม่ได้”

เจมส์นิ่งอึ้ง สายชลถามว่า “มีอะไรเหรอมามิ”

ooooooo

เป็นเวลาที่ชมพูแพรเดินงุ่นง่านเป็นหนูติดจั่นอยู่ในห้องรับแขกที่บ้าน เสียงบอกเล่าของเจมส์เกี่ยวกับสายชลและฟ้าลดายังหลอนความรู้สึกของเธอตลอดเวลา...

“คุณชาร์ล มีชื่อเดิมว่า สายชล เป็นสามีของฟ้าครับพี่แพร เขาสองคนแต่งงานกันแล้วที่เกาะนั่น”

ชมพูแพรรับความจริงไม่ได้ ปฏิเสธอย่างขวัญเสียว่า ไม่เชื่อ ไม่จริง

พลันเธอก็ชะงัก เมื่อมองไปที่ประตูเข้าบ้านเห็นสายชลยืนอยู่ เธอรีบปรับสีหน้าให้เป็นปกติก่อนที่สายชลจะเดินมาถึงตัว

“ผมต้องการรู้ความจริงทั้งหมดเกี่ยวกับฟ้าลดา” สายชลไม่พูดพร่ำทำเพลง ทำเอาชมพูแพรตั้งรับแทบไม่ทัน แต่เธอก็ทำหน้างงๆได้สนิท ถามเขาว่า ความจริงอะไร

สายชลไม่อ้อมค้อม บอกเธอว่า

“ผมเป็นชาวเกาะมิน เมื่อประมาณสามปีที่แล้ว ผมเจอผู้หญิงคนหนึ่ง ถูกพายุซัดมาติดที่เกาะ ผมช่วยเธอไว้ แต่เธอจำอะไรไม่ได้ ผมก็เลยเรียกเธอว่า “นางฟ้า” และผู้หญิงคนนั้นก็คือ ฟ้าลดา”

ชมพูแพรแทบจะคุมสติไม่อยู่ เธอพยายามสะกดกลั้นแต่หายใจหอบแรงจนไหล่ไหว

“เรารักกัน แต่งงานกัน จนกระทั่งคุณส่งคนมาเอาตัวฟ้าลดากลับไป สิ่งที่ผมต้องการจะรู้คือ ฟ้าจำเรื่องที่เกาะมินไม่ได้เลยใช่ไหม”

ชมพูแพรพยายามตั้งสติ มองสายชลอย่างครุ่นคิดตัดสินใจว่าจะตอบเขาอย่างไรดี สุดท้ายเธอถามเขาว่า

“คุณพูดอะไร แพรไม่เข้าใจ เกาะมิน? นางฟ้า? มันคืออะไรเหรอคะ”

เจอไม้นี้ของชมพูแพร สายชลถึงกับพูดไม่ออก

ooooooo

สายชลเดินออกมาพบสหัส เจมส์ และมามิที่นั่งรออยู่ในรถ เขาบอกทุกคนอย่างผิดหวังว่า

“คุณแพรบอกว่าเธอไม่รู้เรื่องอะไรเลยครับ”

“โกหก...” มามิเลือดขึ้นหน้า “ไม่รู้เรื่องบ้าอะไร เขายังพูดกับฉันเองว่านางฟ้าไปอยู่เกาะมิน” มามิถลกแขนเสื้อจะไปเอาเรื่อง บอกว่า “ฉันจะเข้าไปง้างปากมัน”

“อย่า!” สายชลดึงแขนมามิไว้ “ถ้าเราจะทำให้คุณแพรพูดความจริง เราต้องมีหลักฐาน”

ทุกคนหันมองสายชลอย่างสงสัย

หลักฐานที่สายชลไปหา คือหมอวัฒนา พอหมอเห็นสายชล เจมส์ มามิ และสหัสมายืนแถวหน้ากระดานอยู่หน้าบ้านก็แปลกใจ ถามสายชลอย่างเยาะหยันว่า

“คิดว่าพาเพื่อนมาแล้ว ผมจะบอกเหรอว่าฟ้าอยู่ไหน”

“ที่ผมมาหาคุณอีกครั้ง เพราะผมต้องการรู้ความจริง” หมอถามว่าความจริงอะไร “ผมอยากรู้ว่า ฟ้าลดาจำเรื่องราวบนเกาะมินได้รึเปล่า”

หมอวัฒนามองหน้าสายชลด้วยสายตาแปลกๆถามว่ารู้เรื่องที่เกาะมินได้ยังไง ทั้งๆที่มีแต่ตน ชมพูแพร และป้าเนียมเท่านั้นที่รู้ สายชลใจชื้นขึ้น แนะนำตัวเองว่า

“ผมชื่อ สายชล เป็นชาวเกาะมิน และเป็นสามีของฟ้าลดา”

หมอวัฒนาอึ้งสนิท มองสายชล ปฏิเสธว่าไม่จริง มามิจึงยืนยันว่าสายชลเป็นสามีของฟ้าลดาจริงๆ หมอมองมามิอย่างระแวง ถามว่า แล้วเธอเป็นใคร

“ฉันเป็นเพื่อนของสายชล และฉันก็อยู่ตอนที่นางฟ้าถูกพายุซัดมาติดที่เกาะของเรา”

หมอวัฒนามองหน้าสายชลอึ้งๆอย่างไม่อยากเชื่อ สายชลพูดตรงๆว่า รู้ว่าหมอเกลียดตน แต่ขอความกรุณาไขข้อข้องใจให้ตนด้วย สายชลมองหน้าหมอด้วยสายตาวิงวอน ทำให้หมอนิ่งไป

ooooooo

หมอวัฒนาตัดสินใจเอาแฟ้มเอกสารเกี่ยวกับประวัติการรักษาของฟ้าลดาให้สายชลดู โดยมีสหัส เจมส์ และมามินั่งดูอยู่ด้วย หมอเล่าไปพลางว่า

“ประวัติการรักษาของน้องฟ้า ยืนยันได้ว่า หลังจากการรักษาด้วยวิธีช็อตไฟฟ้า ความจำของน้องฟ้ากลับคืนมาทั้งหมด ยกเว้นเรื่องราวที่เกาะมิน”

สายชลพลิกดูเอกสารแต่ละหน้าอย่างละเอียด ถามหมอว่า หมายความว่าฟ้าลดาจำใครที่เกาะมินไม่ได้เลยใช่ไหม หมอยืนยันว่าจำไม่ได้เลย สายชลเกือบหมดแรง รำพึงอย่างเจ็บปวดจนแทบจะร้องไห้ว่า

“นี่ผมเข้าใจฟ้าผิดมาตลอด ผมทำบ้าอะไรลงไป ผมทำร้ายทั้งร่างกายแล้วก็จิตใจของฟ้ามากขนาดนี้ได้ยังไง” สายชลกำมือแน่น คำรามออกมา “เป็นเพราะไอ้ยาซะ มันทำให้ผมเข้าใจว่าฟ้าแกล้งทำเป็นจำผมไม่ได้”

“ยาซะ” หมอวัฒนาจำชื่อนี้ได้ ถามว่า “ใช่คนที่อ้างตัวว่าเป็นสามีของน้องฟ้ารึเปล่า”

“หมอว่าไงนะครับ ไอ้ยาซะบอกว่ามันเป็นสามีของฟ้างั้นเหรอ” สายชลผงะ

“ถ้าใช่คนเดียวกัน เขาเคยมาข่มขู่ฟ้าถึงที่บ้าน” หมอบอก

จากการเล่าของทั้งสายชลและหมอวัฒนา ลำดับเรื่องราวแล้ว ต่างเข้าใจและรู้ถึงพฤติการณ์เลวร้ายของยาซะ ที่แอบอ้างว่าเป็นสามีของฟ้าลดาเพื่อรีดไถ

หมอวัฒนาจำได้ว่า ยาซะเคยบอกว่าสายชลฉวยโอกาสตอนที่ฟ้าลดาความจำเสื่อมสวมรอยว่าเป็นสามีของเธอ มามิยืนยันว่า

“สายชลไม่เคยหลอกนางฟ้า สายชลกับนางฟ้ารักกันมาก จะมีก็แต่ไอ้ยาซะนี่แหละ ที่พยายามจะปล้ำนางฟ้า แต่โชคดีที่สายชลช่วยเอาไว้”

เพื่อให้หมอวัฒนาเชื่อสิ่งที่พวกตนเล่า สายชลเปิดคลิปเสียงของฟ้าลดาที่อัดไว้ในมือถือให้หมอฟัง...

“สิ่งที่เกิดขึ้นที่เกาะมิน ฉันทำไปโดยไม่รู้ตัว ตอนนั้นฉันความจำเสื่อมฉันถึงทำอะไรลงไปโดยไม่คิด ฉันต้องการลืมเรื่องทุกอย่างที่เกิดขึ้น” เสียงฟ้าลดาชัดเจน ตามด้วยเสียงของยาซะที่ถามว่า

“คุณต้องการลืมเรื่องราวทุกอย่างที่เกาะมินจริงๆเหรอ”

“จริง”

สายชลปิดคลิปเสียงแล้วเล่าว่า “ยาซะมาหาผม แล้วก็เปิดคลิปนี้ให้ผมฟัง ผมถึงเข้าใจว่าฟ้าแกล้งทำเป็นจำผมไม่ได้” หมอวัฒนายืนยันว่าฟ้าลดาจำเรื่องที่เกาะมินไม่ได้จริงๆ สายชลจึงรู้ว่าตนถูกยาซะหลอก

“แล้วไอ้ยาซะจะรู้ได้ไงว่านางฟ้าจำเรื่องราวบนเกาะมินไม่ได้ ถ้าไม่ใช่คนใกล้ตัวนางฟ้าบอก” มามิตั้งข้อสังเกต

สายชลอึ้งไปนิดหนึ่งก่อนถามหมอว่า “คุณแพรรู้เรื่องที่ยาซะมาหาฟ้ารึเปล่า”

“รู้ครับ ผมเป็นคนเล่าให้แพรฟังเอง” พูดแล้วหมอชะงัก มองสายชล เจมส์ มามิ และสหัสอึ้งๆ

เป็นเวลาเดียวกับที่ชมพูแพรกำลังร้องไห้อย่างหวาดหวั่น กลัวตนจะต้องเสียสายชลไป ครู่หนึ่งเธอนึกอะไรได้รีบลุกเดินออกไป

ooooooo

พวกสายชลกับหมอวัฒนายังคุยกันอยู่ ยิ่งคุยก็ยิ่งได้ข้อมูลลึก สายชลเล่าว่าตอนที่ไปถ่ายโฆษณาที่กระบี่ ชมพูแพรก็เจอยาซะที่นั่น หมอวัฒนาตั้งข้อท้วงติงว่า

“คุณคิดว่าแพรจ้างยาซะให้มาหลอกน้องฟ้าหรือ แพรจะทำอย่างนั้นไปเพื่ออะไร”

“ก่อนหน้านั้นแพรพยายามจะบอกว่าฟ้าเคยมีสามีมาก่อน แต่คุณแพรไม่รู้ว่าเป็นผม และผมก็ยืนยันว่าผมรักฟ้า ไม่ว่าฟ้าจะเป็นยังไง คิดว่าคุณแพรพยายามจะทำให้ฟ้าไปจากผม” สายชลวิเคราะห์อย่างมั่นใจ

หมอวัฒนาติงว่า ชมพูแพรเป็นพี่สาวแท้ๆของฟ้าลดา ทำไมเธอต้องทำร้ายน้องสาวถึงขนาดนั้น

“คุณแพรไม่ใช่พี่สาวแท้ๆของฟ้า คุณแพรเล่าให้ผมฟังเองว่า เธอเป็นลูกที่พ่อแม่คุณฟ้าขอมาเลี้ยงก่อนที่คุณฟ้า จะเกิด และดูท่าทางคุณแพรก็จะอิจฉาฟ้ามาก...ที่ได้ทุกสิ่งทุกอย่างมากกว่าเธอ” สายชลเล่าตามคำบอกเล่าของชมพูแพร

ข้อมูลจากสายชลนี้ ทำเอาทุกคนอึ้ง โดยเฉพาะหมอวัฒนาที่ไม่เคยรู้เรื่องนี้มาก่อนเลย ทั้งที่คบกับชมพูแพรมานาน

แล้วทุกคนก็ต้องตะลึงอึ้งอีกครั้ง เมื่อหมอวัฒนาถามสายชลว่าเขาทำชมพูแพรท้องหรือเปล่า สายชลตกใจมากยืนยันว่าตนไม่เคยมีอะไรกับชมพูแพรเลย จะเอาตนไปสาบานกี่วัดก็ได้

“แสดงว่าแพรโกหก แพรบอกฟ้าว่าคุณทำเธอท้อง” หมอวัฒนาอึ้งๆ

“มิน่า ฟ้าถึงบอกให้ผมรักพี่สาวของเธอคนเดียว ถ้าผมทำให้คุณแพรเจ็บผมจะไม่ได้เจอฟ้าอีกเลยตลอดชีวิต”

ข้อมูลเหล่านี้ ทำให้หมอวัฒนาเครียด ถามสายชลว่าเขายังรักฟ้าลดาอยู่ใช่ไหม

“ผู้หญิงที่ผมจะรักไปจนวันตายมีเพียงคนเดียวคือฟ้าลดา และผมก็พร้อมที่จะทำทุกอย่างเพื่อให้ฟ้าอภัยในสิ่งที่ผมทำไว้กับเธอ” สายชลพูดด้วยน้ำเสียงและแววตาจริงจังมาก จนหมอวัฒนาตัดสินใจบอกเขาว่า

“ผมจะพาคุณไปหาน้องฟ้า”

สายชลยิ้มออกมาด้วยความดีใจสุดๆ สหัส เจมส์ มามิ ต่างยิ้มดีใจไปกับเขาด้วย...

ooooooo

หมอวัฒนาพาสายชลและทุกคนเดินออกมาที่หน้าบ้าน หมอบอกสายชลจากใจว่า

“คุณชาร์ล หลังจากนี้ไป เป็นเรื่องของคุณกับฟ้าแล้ว ผมขอให้คุณโชคดี”

สายชลขอบคุณ มามิย้ำว่าให้พานางฟ้ากลับมาให้ได้นะ สายชลรับคำแล้วหันไปพูดกับสหัสว่า

“ฉันขอบใจนายมากนะสหัส ที่คอยเตือนสติฉันเรื่องฟ้า” แล้วชวนหมอรีบไปกันเถอะ

สายชลขึ้นรถไปกับหมอวัฒนา เจมส์มองตามไปเศร้าๆ มามิอ่านใจออกว่าเจมส์เป็นอะไร...

หารู้ไม่ว่า ชมพูแพรไปถึงคอนโดฯที่ฟ้าลดาอยู่แล้ว เธอรีบขึ้นไปทุบประตูเรียก เมื่อฟ้าลดาเปิดประตูเห็นชมพูแพรหน้าตาตื่นมาก็แปลกใจ ถามว่าเป็นอะไร

“เราต้องรีบไป คุณชาร์ลรู้แล้วว่าฟ้าอยู่ที่นี่” ฟ้าลดาตกใจถามว่าเขารู้ได้อย่างไร “เขาไปหาพี่หมอ ใช้กำลังบังคับให้พี่หมอบอกเขา พี่หมอโทร.มาบอกให้พี่รีบพาฟ้าหนี เพราะตอนนี้เขากำลังมุ่งหน้ามาหาฟ้า”

“เลวที่สุด เมื่อไหร่เขาจะเลิกจองล้างจองผลาญฟ้าเสียที” ฟ้าลดากำมือแน่น

“ไม่มีเวลาแล้ว รีบไปเร็วเข้า” ชมพูแพรเร่ง

ฟ้าลดาพยักหน้ารีบเข้าไปเก็บของ เป็นจังหวะที่คนห้องตรงข้ามที่กำลังไขกุญแจห้อง หันมาเห็นชมพูแพรกับฟ้าลดา แต่ไม่ได้สนใจอะไร

ขณะนั้นเอง รถของหมอวัฒนาขับเลี้ยวเข้ามาในคอนโดฯพอดี

ooooooo

เมื่อจัดของเสร็จ ชมพูแพรพาฟ้าลดาออกมารอลิฟต์กดลงชั้นล่างอย่างรีบเร่ง

ที่ชั้นล่าง หมอวัฒนาพาสายชลมายืนรอลิฟต์ เมื่อลิฟต์มาก็รีบเข้าไป พอดีกับที่ลิฟต์อีกตัวลงมาถึง

ลิฟต์สองตัวสวนกัน ทำให้ผู้ที่ขึ้นลิฟต์และลงลิฟต์คลาดกันเส้นยาแดงเดียว!

เมื่อออกมาขึ้นรถ ฟ้าลดาเอาโทรศัพท์มือถือออกมากด ชมพูแพรถามทันทีว่าโทร.ไปไหน

พอฟ้าลดาบอกว่าโทร.หาหมอ ตนเป็นห่วงหมอ ชมพูแพรคว้าโทรศัพท์ไปทันที ฟ้าลดาไม่ขัดขืนแต่มองอย่างแปลกใจ ชมพูแพรบอกเธออย่างตึงเครียดว่า

“ไม่ได้นะฟ้า! พี่ไม่รู้ว่าคุณชาร์ลให้คนของเขาอยู่กับพี่หมอรึเปล่า ถ้าเกิดฟ้าโทร.เข้าไป พี่หมออาจจะโดนอะไรอีก ตอนนี้ฟ้าอย่าติดต่อใครเป็นดีที่สุด พี่เป็นคนที่ฟ้าไว้ใจได้”

หมอวัฒนาพาสายชลตรงไปที่ห้องพักของฟ้าลดา สายชลยืนรออยู่อย่างตื่นเต้น หมอร้องเรียกฟ้าลดาสองสามครั้ง เห็นเงียบจึงก้มมองใต้ประตู ไม่มีแสงไฟ สายชลถามว่าฟ้าลดาไม่อยู่หรือ

“ผมไม่แน่ใจ ผมโทร.หาน้องฟ้าก่อน” หมอเอามือถือออกมากด อึดใจเดียวก็บอกว่า “ฟ้าปิดเครื่อง...ฟ้าไปไหน” ระหว่างนั้น คนที่อยู่ห้องตรงข้ามออกมาพอดี หมอถามว่าเห็นผู้หญิงในห้องนี้ไหม

“เห็นออกไปกับผู้หญิงคนหนึ่งค่ะ”

หมอวัฒนาอึ้ง ในขณะที่สายชลแปลกใจถามว่ามีใครรู้หรือเปล่าว่าฟ้าลดาอยู่ที่นี่ หมอกลืนน้ำลายฝืดคอบอกว่า

“แพร...”

ชมพูแพรพาฟ้าลดาไปพักที่โรงแรมแห่งหนึ่งบอกฟ้าลดาว่าให้พักที่นี่ก่อน ตนจะได้สบายใจว่าน้องปลอดภัยจากสายชลแล้ว ฟ้าลดาบอกว่าตนเป็นห่วงกลัวสายชลรู้แล้วจะมาทำร้ายพี่

“คุณชาร์ลไม่ทำร้ายพี่หรอก อย่าลืมว่าพี่อุ้มท้องลูกเขาอยู่ พี่ไม่ยอมให้เขาทำร้ายฟ้าอีกแล้ว พี่จะปกป้องฟ้าด้วยชีวิตของพี่”

ฟ้าลดากอดชมพูแพรไว้อย่างซึ้งใจ เธอลูบหัวน้องอย่างอ่อนโยน แต่ใบหน้าที่เกยบนไหล่ฟ้าลดานั้นแสยะยิ้มร้ายกาจ

ooooooo

สายชลเป็นห่วงฟ้าลดามาก เขาขับรถไปที่บ้านชมพูแพร ให้หมอวัฒนานั่งรอในรถ บอกหมอก่อนลงไปว่า

“นี่เป็นเรื่องที่ผมกับผู้หญิงคนนั้นต้องเคลียร์กัน” หมอพูดอย่างเป็นห่วงว่าอย่ารุนแรงนัก “ไม่ต้องห่วง ผมไม่ทำอะไรคุณแพรหรอกครับ”

สายชลเข้าไปเจอป้าเนียมถามว่าชมพูแพรอยู่ไหน แหวนปากไวชิงบอกว่า “อยู่ห้องนอนค่ะ”

ภายในห้องนอนของชมพูแพร เจ้าตัวกำลังหวีผมอยู่หน้ากระจกฮัมเพลงตามเพลงที่เปิดอย่างมีความสุข

สายชลเดินมาได้ยินเสียงเพลงแว่วๆเงี่ยหูฟังว่าเสียงเพลงมาจากห้องไหน

ทันใดนั้น ชมพูแพรสะดุ้งตกใจเมื่อสายชลผลักประตูเข้าไป เขาถามโพล่งทันทีว่า

“คุณพานางฟ้าไปไว้ที่ไหน?!”

ชมพูแพรหน้าถอดสี แต่พริบตาเดียวก็ปั้นหน้าซื่อพูดบ่นๆว่า

“นางฟ้าอีกแล้วเหรอคะ แพรก็บอกคุณไปแล้วไงว่าแพรไม่เข้าใจ”

“เลิกเล่นละครเสียที ผมรู้ความจริงทุกอย่างแล้ว คุณจ้างไอ้ยาซะให้มันสวมรอยเป็นสามีฟ้าเพื่อกดดันฟ้าให้ไปจากที่นี่” สายชลตวาดอย่างโมโหสุดขีด

“แพรไม่รู้เรื่องที่คุณพูด” ชมพูแพรตอบโดยหันหลังให้ ถูกสายชลจับให้หันกลับมา เธอขบกรามจ้องหน้าเขาตาไม่กะพริบ สายชลจ้องหน้าเธอดุดัน พูดใส่หน้าเหมือนจะให้ตอกย้ำเข้าไปถึงหัวใจว่า

“คุณฟังผมให้ดี ผมกับฟ้าลดารักกัน “เรารักกัน” แล้วคุณก็มาพรากเธอไปจากผม... ผมพยายามตามหาฟ้า แต่ผมก็ไม่รู้ว่าจะไปตามหาที่ไหน จนกระทั่งผมได้ช่วยไมเคิล...

พ่อของผมจากการโดนคนทำร้าย ท่านเห็นใจในโชคชะตาของผม ก็เลยรับผมเป็นลูกบุญธรรม พาผมไปอยู่อเมริกา ชุบชีวิตใหม่ให้ผม แต่งตั้งให้ผมเป็นประธานสายการบินเซเว่นซี ผมไม่ได้สูงส่งอย่างที่คุณเข้าใจ ผมเป็นไอ้ชาวเกาะต่ำๆทุเรศ อย่างที่คุณเคยพูดถึง!”

“คุณโกหก แพรไม่เชื่อ และไม่มีวันเชื่อ คุณรักนางฟ้า คุณจะพูดอะไรก็ได้ที่เข้าข้างมัน ทำให้มันดูมีค่า”

สายชลสุดจะทน จับชมพูแพรดันไปจนติดกำแพง ยื่นหน้าเข้าไปพูดว่า

“ก็ที่ผมตามรัก ตามหึง ตามหวงฟ้า ก็เพราะผมรักเขา และเขาก็เป็นเมียผม เป็นสมบัติของผม ฟ้าเป็นผู้หญิงคนแรก คนเดียว และคนสุดท้ายที่ผมรัก”

“แพรไม่ฟัง แพรไม่อยากฟัง” เธอปัดมือเขาออก เอามือปิดหูตัวเองแน่น สายชลดึงมือเธอออก พูดใส่หน้าว่า

“ผมไม่รู้เลยว่าฟ้าจำผมไม่ได้ จำเรื่องที่เกาะมินไม่ได้ ทำไมคุณถึงเป็นคนเห็นแก่ตัวร้ายกาจอย่างนี้หา...ชมพูแพร!”

“คุณต่างหากที่ร้ายกาจ คุณรักนังฟ้า แล้วคุณมาขอแพรแต่งงานทำไม!”

สายชลชะงักเงียบ เพราะรู้สึกผิดกับการกระทำของตัวเอง แต่ความโกรธชมพูแพรและเป็นห่วงฟ้าลดามากกว่า โทษว่า

“เพราะคุณทำให้ผมเข้าใจว่า ฟ้ากับหมอวัฒนามีความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้ง ผมถึงขอคุณแต่งงานเพื่อประชดฟ้า ถ้าเข้าใจชัดเจนก็บอกมาได้แล้วว่า คุณเอาฟ้าไปไว้ที่ไหน”

ชมพูแพรจ้องหน้าสายชล ต่างจ้องกันนิ่ง เธอไม่ยอมพูด จนสายชลทนไม่ได้กระชากเธอเข้าไปตะคอก

“บอกผมมาว่าฟ้าอยู่ไหน!”

“ต่อให้นังฟ้าลดาตาย คุณก็จะไม่ได้เห็นศพมัน” เธอตะคอกกลับ ยิ้มอย่างเย้ยหยัน พูดอย่างเป็นต่อว่า “ชีวิตของยัยฟ้าขึ้นอยู่กับคุณ...ถ้าคุณแต่งงานกับแพร ยัยฟ้าก็จะปลอดภัย”

สายชลตะลึงอึ้งคิดไม่ถึงว่าชมพูแพรจะใช้ไม้นี้

ooooooo

เมื่อกลับออกมาเล่าให้หมอวัฒนาฟัง หมอทวนความอย่างตกใจ

“แพรบังคับให้คุณแต่งงาน เพื่อแลกกับความปลอดภัยของน้องฟ้า...ทำไมแพรถึงใช้วิธีโหดร้ายแบบนี้...แล้วคุณจะทำยังไงต่อไป”

สายชลเครียด ตอบไม่ออก

วันรุ่งขึ้น สายชลไปหาพิสมัยกับเพลินตาที่บ้านพัก บอกว่าตนจะแต่งงานกับชมพูแพรวันมะรืนนี้ ขอให้พิสมัยไปเป็นผู้ใหญ่ฝ่ายตนด้วย

“เรื่องนั้นไม่มีปัญหา แต่น้าแปลกใจ ทำไมถึงกะทันหันนักล่ะ” พิสมัยถาม เพลินตาที่ฟังอยู่ด้วยก็ถามว่า

“นั่นสิคะพี่ชาร์ล ทำไมพี่ชาร์ลต้องรีบแต่งงานด้วย”

สายชลก็ยังไม่ตอบอยู่ดี ทำให้สองแม่ลูกยิ่งสงสัยมาก

ooooooo

ชมพูแพรเองก็ตั้งรับไม่ทัน เมื่อสหัสมาบอก เธอตกใจ ถามว่า

“โรงแรมก็ยังไม่ได้จอง การ์ดก็ยังไม่ได้พิมพ์ จะจัดงานทันได้ยังไง”

“งานจะจัดที่บ้านของคุณ และจะมีแต่ผู้ใหญ่ฝ่ายคุณชาร์ลและฝ่ายคุณเท่านั้น หมดธุระแล้วผมลาล่ะครับ”

ชมพูแพรไม่พอใจมาก นิ่งไปอึดใจก็คิดอะไรออก หยิบมือถือขึ้นมากดโทร.ออกทันที

เพียงเช้าวันรุ่งขึ้น หน้าข่าวสังคมในหนังสือพิมพ์รายวัน ก็ตีข่าวนี้กันอย่างครึกโครม เจมส์อ่านข่าวนี้ให้เพื่อนๆ ฟังกันในร้านกาแฟที่มามิทำงานอยู่

“เรียนเชิญแขกผู้มีเกียรติร่วมงานวิวาห์สายฟ้าแลบระหว่างชาร์ล แมคโครวิท กับชมพูแพร พิมุขมนตรา วันพรุ่งนี้ ที่บ้านว่าที่เจ้าสาวในซอยสุขุมวิท 24” เจมส์เงยหน้าจากหนังสือพิมพ์ พูดกับมามิและธงไทย “เฮ้อ...เป็นอย่างที่พี่หมอบอก คุณชาร์ลต้องแต่งงานกับพี่แพร เพื่อแลกกับความปลอดภัยของฟ้า”

มามิด่าว่า “นังพี่สาวนี่มันร้ายกาจจริง” ส่วนธงไทยก็บ่นเป็นห่วงฟ้าลดา ไม่รู้ว่าตอนนี้อยู่ที่ไหน ทุกคนมองหน้ากันอย่างกังวลใจ

ooooooo

ฟ้าลดาได้ข่าวนี้ทั้งจากหนังสือพิมพ์และทีวี เธอใจไม่ดี หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาจะโทร.ถึงหมอวัฒนา แต่แล้วก็นึกถึงคำพูดของชมพูแพรที่ว่า...

“พี่ไม่รู้ว่าคุณชาร์ลให้คนของเขาอยู่กับพี่หมอรึเปล่า ถ้าเกิดฟ้าโทร.เข้าไป พี่หมออาจจะโดนอะไร ตอนนี้ฟ้าอย่าติดต่อใครเป็นดีที่สุด พี่เป็นคนเดียวที่ฟ้าไว้ใจได้”

คิดถึงคำเตือนของชมพูแพรแล้ว ฟ้าลดาก็ชะงักมือ แต่ทันใดนั้นเสียงมือถือของเธอก็ดังขึ้น มองหน้าจอแล้วกดรับ

“พี่แพร...ฟ้าเพิ่งเห็นข่าว ทำไมมันเร็วอย่างนี้ล่ะคะ”

“คุณชาร์ลรู้แล้วว่าพี่ท้อง เขากลัวว่าถ้าแต่งช้าแล้วพี่คลอดลูกออกมา คนจะรู้ว่าพี่ท้องก่อนแต่ง เขากลัวตัวเองจะเสียชื่อ”

ฟ้าลดาโกรธแทนชมพูแพร บอกว่าตนไม่คิดเลยว่าเขาจะเป็นคนที่เห็นแก่ตัวแบบนี้ ชมพูแพรทำเป็นตัดใจว่า

“ช่างเรื่องของพี่เถอะฟ้า เดี๋ยววันนี้ตอนเย็นๆ พี่จะให้คนเอาตั๋วเครื่องบินไปให้เที่ยวบินพรุ่งนี้เช้า”

ฟ้าลดาชะงักไปนิดหนึ่ง อดรู้สึกใจหายไม่ได้เหมือนกันที่จะต้องจากที่นี่ไปจริงๆ ส่วนชมพูแพรวางสายแล้วก็ยิ้มสมใจ ที่ฟ้าลดาจะไปให้พ้นๆเสียที

ooooooo

เพลินตานัดสหัสไปพบด่วนในบ่ายวันนี้ที่ร้านอาหาร สหัสถามว่ามีอะไรหรือ เพลินตาถามว่า ทำไมชาร์ลถึงต้องรีบแต่งงาน มีเรื่องอะไรระหว่างชาร์ลกับชมพูแพรใช่ไหม

สหัสผงะ ตอบโดยไม่กล้าสบตาว่าตนก็ไม่ทราบเหมือนกัน เพลินตาขยับเข้านั่งใกล้ๆพูดจิกว่า

“ฉันรู้ว่านายรู้ บอกฉันมา”

เมื่อสายชลทำปากแข็งบอกว่าตนไม่รู้จริงๆ เพลินตาก็จับมือเขามาวางที่ต้นขาตัวเอง สหัสตกใจถามว่าจะทำอะไร

“ถ้านายไม่บอก ฉันจะตะโกนบอกทุกคนในร้านว่านายลวนลามฉัน” พอสหัสตกใจ เธอถามขู่ “จะบอกไหม...” เห็นสหัสลังเล เธอขยับจะร้องขอความช่วยเหลือ สหัสรีบเอามือปิดปาก รับปากแทบไม่ทันว่า

“ผมบอกแล้ว...บอกแล้ว”

เพลินตาเอามือเขาออกจากต้นขาตัวเอง ยิ้มอย่างพอใจ ส่วนสหัสถอนใจเฮือกใหญ่ราวกับเพิ่งรอดตายมา

ooooooo

ตกเย็น เพลินตาไปหาสายชลที่บ้านเช่าของเขา พอเจอหน้าเธอบอกทันทีว่า รู้เรื่องของเขาจากสหัสแล้ว ไม่เข้าใจว่าทำไมเขาถึงไม่แจ้งความว่าชมพูแพรลักพาตัวฟ้าลดาไป

“เราไม่มีหลักฐาน ตำรวจไม่เชื่อเราหรอก แล้วอีกอย่างถ้าเราทำอะไรวู่วาม นางฟ้าอาจจะไม่ปลอดภัย” สายชลพูดอย่างครุ่นคิด เพลินตามองเขาอย่างเห็นใจ เมื่อสายชลพูดในตอนท้ายว่า “พี่เจ็บดีกว่าให้คนที่เรารักเจ็บ...”

คืนก่อนวันเดินทางของฟ้าลดา ซึ่งก็คือคืนก่อนวันแต่งงานของสายชล ฟ้าลดากับสายชลต่างอยู่ในที่ของตัวเอง แต่ใจคิดตรงกัน คิดถึงกัน ยิ่งดูรูปที่ไปทำงานด้วยกันที่กระบี่ ได้เที่ยวได้พักผ่อนหยอกล้อกันอย่างมีความสุข ก็ยิ่งเจ็บปวดกับวันเวลาที่ต้องจากกัน...

ดวงดาวบนท้องฟ้า...จึงเป็นเพียงสิ่งเดียว ที่ทั้งคู่จะส่งใจผ่านดาวถึงกันในยามนี้...

ooooooo

เช้าวันรุ่งขึ้น ฟ้าลดาสะพายกระเป๋าเตรียมออกจากห้องพัก ใจยังกังวลกับเรื่องต่างๆพลันก็คิดได้หยิบมือถือขึ้นมากดถึงเจมส์ พอเจมส์ได้รับสาย เขาดีใจมากถามว่าตอนนี้อยู่ไหน

“อยู่ไหนไม่สำคัญ เพราะว่าฉันกำลังจะไปสนามบิน ฝากแกดูแลพี่แพรด้วย”

เจมส์ตกใจมาก รีบบอกว่าอย่างตึงเครียดว่า “ฟ้ายังกลับอเมริกาไม่ได้...เรามีเรื่องสำคัญมากที่ต้องบอกฟ้า”

“ไว้ถึงอเมริกา...แล้วค่อยคุยกัน”

“ไม่ได้...ถ้าฟ้าไม่รู้เรื่องนี้ ฟ้าจะเสียใจไปจนชั่วชีวิต”

คำพูดและน้ำเสียงที่ตึงเครียดของเจมส์ ทำให้ฟ้าลดาชะงัก อยากรู้

ooooooo

เช้าวันเดียวกัน สายชลนั่งเซ็งๆอยู่ที่โต๊ะอาหารบ้านเช่า เสียงมือถือดังขึ้น พอเห็นเป็นชื่อชมพูแพร เขายิ่งเซ็ง กดรับอย่างซังกะตาย

เสียงชมพูแพรแจ่มใจมาตามสายถามว่าแต่งตัวเสร็จหรือยัง เสียงตอบเซ็งๆว่ายัง

“ทำไมยังไม่แต่งตัวอีกล่ะคะ เดี๋ยวก็ไม่ทันหรอก” เสียงยังอ่อนหวานแต่หน้าไม่พอใจแล้ว

“จะรีบทำไม เหลือเวลาอีกตั้งหนึ่งชั่วโมง” พูดแล้วกดปิดเครื่องเลย

ชมพูแพรหัวเสียมากที่ถูกสายชลตัดสายทิ้ง

ooooooo

เจมส์กับมามินั่งรถมาด้วยกัน เจมส์โทร.หาสายชลแล้วทำหน้ากังวลบอกมามิว่าสายชลปิดเครื่อง มามิถามว่าทำไงดี เจมส์ตัดสินใจโทร.หาหมอวัฒนา

เมื่อมาถึงโรงแรมที่นัดหมาย เจมส์ หมอวัฒนา และมามิเดินเข้ามาหาฟ้าลดาที่นั่งรออยู่ก่อนแล้ว ฟ้าลดารีบลุกมาหาหมอถามว่า

“นี่คุณชาร์ลทำอะไรพี่หมอรึเปล่าคะ” เมื่อหมอวัฒนาบอกว่าไม่ได้ทำอะไร ฟ้าลดาทำหน้าแปลกใจ ร้อง “อ้าว...ก็พี่แพรบอกว่าคุณชาร์ลทำร้ายพี่หมอ เพราะต้องการให้พี่หมอบอกว่าฟ้าอยู่ไหน พี่แพรถึงพาฟ้ามาอยู่ที่นี่”

“ฟ้าถูกแพรหลอก ทุกอย่างที่เกิดขึ้นเป็นแผนของแพร แพรไม่ได้ท้องกับคุณชาร์ล ยาซะผู้ชายที่บอกว่าเป็นสามีของฟ้าเป็นคนที่แพรจ้างมา”

“พี่หมอพูดอะไร ฟ้าไม่เข้าใจ”

หมอวัฒนาจับแขนฟ้าลดาบอกเธอว่า “ฟ้าตั้งสติ แล้วฟังให้ดี คุณชาร์ลมีชื่อเก่าว่า สายชลเป็นชาวเกาะมิน เขากับผู้หญิงที่ชื่อนางฟ้า แต่งงานกันจนกระทั่งพี่สาวของนางฟ้าให้คนมาจับตัวนางฟ้ากลับไป และนางฟ้าก็คือน้องฟ้า”

ฟ้าลดาถามหมออย่างตื่นตะลึงว่า “พี่หมอเอาอะไรมาพูด” แล้วหันไปมองมามิ “หรือเธอสร้างเรื่องโกหกแล้วเล่าให้พี่หมอฟัง”

“มันเป็นอย่างที่คุณหมอบอกจริงๆนะนางฟ้า สายชลรักนางฟ้ามาก ตอนที่ยาซะพาคนมาเอาตัวนางฟ้า สายชลพยายามช่วยนางฟ้าจนถูกยิง สายชลสลบไปสามวันสามคืนเกือบจะเอาชีวิตไม่รอด” มามิพูดจริงจัง จนฟ้าลดาเริ่มคล้อยตาม

หมอวัฒนาเล่าต่ออีกว่า “หลังจากที่น้องฟ้ากลับมา น้องฟ้าร้องแต่จะกลับบ้านที่เกาะมิน ไม่ว่าพี่จะใช้วิธีอะไรรักษาอาการของน้องฟ้าก็ไม่ดีขึ้น พี่กับแพรเลยตัดสินใจใช้วิธีช็อตไฟฟ้า ซึ่งพอน้องฟ้าฟื้นขึ้นมา ความทรงจำที่เกี่ยวกับเกาะมินก็หายไปทั้งหมด”

“ทำไมถึงไม่มีใครคิดจะเล่าเรื่องนี้ให้ฟ้าฟัง” ฟ้าลดาถามหลังจากนิ่งงันไปพักหนึ่ง

“เพราะยาซะบอกว่าสามีของน้องฟ้าเป็นคนไม่ดี พี่กับแพรถึงช่วยกันปกปิดไม่ให้น้องฟ้ารู้เรื่องราวของตัวเองที่นั่นเพราะเรากลัวอดีตจะทำร้ายฟ้า” หมอวัฒนาชี้แจง

ฟ้าลดาชะงักอึ้งอย่างคิดไม่ถึง หมอวัฒนาเล่าถึงสายชลว่า

“คุณชาร์ลไม่เคยล่วงเกินแพร ทุกสิ่งทุกอย่างที่แพรพูดคือคำโกหก พี่รู้ว่าเรื่องนี้สำหรับฟ้าเป็นเรื่องยากที่จะยอมรับแต่มันคือความจริง และที่สำคัญคือ แพรบอกให้คุณชาร์ลแต่งงานกับเขาเพื่อแลกกับความปลอดภัยของฟ้า”

ฟ้าลดาอึ้ง ผิดหวัง เสียใจอย่างที่สุด ที่ชมพูแพรกระทำกับตนถึงขนาดนี้ หมอวัฒนามองเธออย่างเห็นใจ

“พาฟ้าไปหาพี่แพร” ฟ้าลดามองหมอวัฒนาและเจมส์ด้วยแววตาขอร้อง...จริงจัง

ooooooo

เช้าวันรุ่งขึ้น เจมส์ขับรถพาฟ้าลดา หมอวัฒนา และมามิไปบ้านชมพูแพร ฟ้าลดาเดินนำเข้าไป บอกทุกคนที่เดินตามมาว่า

“ฟ้าขอคุยกับพี่แพรสองนะคะ”

ทุกคนชะงัก มองตามฟ้าลดาไปด้วยความเป็นห่วง หมอบอกเจมส์กับมามิว่า “รีบไปบอกคุณชาร์ล”

เจมส์กับมามิพยักหน้า ทั้งสามจึงพากันรีบเดินไปทางบ้านเช่าของสายชล

ส่วนฟ้าลดาเดินเข้าไปหาชมพูแพรที่ห้องรับแขก เจอชมพูแพรกำลังรับแขก ขอบคุณแขกที่มาแสดงความยินดีกับงานมงคล ชมพูแพรผายมือเชิญแขกเข้าไปในห้อง

ทันใดนั้น ใบหน้าที่ยิ้มแย้มเปี่ยมสุขก็หุบลงทันที สีหน้าแววตากลายเป็นตึงเครียด เมื่อเห็นฟ้าลดาเดินเข้ามาด้วยสีหน้าแววตาที่ผิดหวัง เจ็บปวด

ooooooo

ที่บ้านเช่าของสายชล ชายหนุ่มในชุดสูท กำลังเดินออกมากับเพลินตาและพิสมัย บอกว่ารีบไปกันเถอะเรื่องจะได้จบๆไป

พวกสายชลเดินออกมาเจอเจมส์ หมอ และมามิพอดี หมอรีบบอก

“น้องฟ้าอยู่ที่นี่!”

สายชลตะลึงอึ้งตกใจแล้วกลายเป็นดีใจสุดขีด รีบเดินเข้าไปในบ้านทันที ทุกคนตามไปอย่างตื่นเต้น

ฟ้าลดากำลังคุยกับชมพูแพรอย่างตึงเครียด เธอเป็นฝ่ายบอกชมพูแพรว่า

“ฟ้ารู้ความจริงทุกอย่างจากพี่หมอหมดแล้ว ทำไมพี่แพรต้องทำกับฟ้าแบบนี้?!”

ชมพูแพรตั้งหลักไม่ทัน ใจเต้นแรง หน้าเครียด ถอดสี คิดหนักว่าจะแก้สถานการณ์อย่างไรดี ตัดสินใจบอกฟ้าลดาว่า

“พี่ยอมรับว่าพี่จ้างยาซะให้บอกว่าเป็นสามีของฟ้า แล้วพี่ก็เอาชีวิตฟ้ามาเป็นเดิมพัน เพื่อแลกกับการที่พี่จะได้แต่งงานกับคุณชาร์ล”

ชมพูแพรยอมรับอย่างหน้าชื่นตาบาน จนฟ้าลดาอึ้ง คิดไม่ถึง พริบตาเดียว ชมพูแพรก็บีบน้ำตาร้องไห้ฟูมฟาย โผเข้ากอดฟ้าลดาไว้

“พี่ขอโทษ พี่รู้ว่าพี่เห็นแก่ตัว พี่ไม่ควรทำแบบนี้ แต่ที่พี่ทำไปทั้งหมดก็เพราะว่าพี่รักคุณชาร์ล พี่รักเขามาก มากเสียจนพี่อยู่ไม่ได้ถ้าขาดเขา”

ชมพูแพรปล่อยโฮออกมา ฟ้าลดายิ่งอึ้ง คิดไม่ถึงว่าชมพูแพรจะรักสายชลมากถึงขนาดนี้

ooooooo

สายชลเดินอ้าวๆเข้าไปในบ้าน แขกที่มาอวยพรร้องทักกันด้วยความดีใจว่า เจ้าบ่าวมาแล้ว แต่สายชลไม่สนใจพวกเขาเหล่านั้นเลย กวาดตามองหาไม่เห็นฟ้าลดาก็ตรงไปถามป้าเนียมว่า “คุณฟ้าอยู่ไหนครับ”

ชมพูแพรกำลังบีบน้ำตาสะอึกสะอื้น ขอฟ้าลดาว่า ยกผู้ชายคนนี้ให้ตนได้ไหม เมื่อฟ้าลดาอึ้ง เธออ้างเหตุผลเข้าข้างตัวเองว่า

“ในเมื่อตอนนี้ฟ้าจำอะไรไม่ได้ เพราะฉะนั้น ฟ้าก็ไม่ได้มีความรักหรือความผูกพันให้กับคุณชาร์ล ขอผู้ชายคนนี้ให้พี่นะ พี่ตายแน่ ถ้าพี่ไม่ได้แต่งงานกับเขา”

ฟ้าลดาอึ้งจนพูดไม่ออก เครียดหนัก ส่วนชมพูแพรอ้อนขอผู้ชายกับน้องแล้วก็ยิ้มร้ายหมายมาด

ooooooo

ฟ้าลดาเดินลิ่วออกจากบ้านมาทางสวน สีหน้าท่าทางดูแย่มาก สายชลเห็นฟ้าลดาเท่านั้นก็วิ่งเข้าหาด้วยความดีใจสุดขีดร้องเรียก “นางฟ้า...”

ฟ้าลดาหยุดกึก หันมอง เห็นสายชล หมอวัฒนา สหัส เจมส์ เพลินตา พิสมัย และมามิมากันเป็นกลุ่มใหญ่ สายชลวิ่งเข้ามาจับมือเธอกุมไว้ ฟ้าลดาดึงมือออก พูดเสียงเข้ม หน้าตึงว่า

“อย่าเรียกฉันว่า “นางฟ้า” ตอนนั้นฉันอาจจะเป็นนางฟ้าของคุณ แต่ตอนนี้...ไม่ใช่!”

“ทำไมจะไม่ใช่ นางฟ้าคือนางฟ้าของสายชล คือผู้หญิงคนเดียวที่สายชลรัก ชายชาวเกาะมินมีรักเดียวใจเดียวไปจนวันตาย” สายชลมองฟ้าลดาแววตาเต้นระริก ฟ้าลดาเองก็เริ่มหวั่นไหว แต่พยายามข่มใจ

ระหว่างนั้นเอง ชมพูแพรเดินออกมา พอเห็นสายชลกับฟ้าลดาก็ตกใจ พอฟ้าลดาหันไปเห็นชมพูแพร เธอตัดบททันที

“ฉันต้องไปแล้ว คุณดูแลพี่สาวฉันให้ดี”

ฟ้าลดาหันหลังจะเดินไป สายชลถลาเข้ากอดเธอไว้จากข้างหลังจนฟ้าลดาตกใจ ส่วนชมพูแพรโกรธจนตัวเกร็ง

สายชลสารภาพผิดว่าตนทำเลวร้ายกับฟ้าลดาไว้มาก เพราะตนโง่หลงเชื่อคนอื่น ขอโทษและขออภัยให้ตนด้วย

ฟ้าลดาน้ำตาคลอ พูดเสียงสะท้านว่า “มันสายไปแล้ว”

“มันไม่สายเกินไป ถ้านางฟ้าให้โอกาสสายชล จะต้องให้สายชลขอโทษนางฟ้าอีกกี่ล้านครั้ง สายชลก็ยอม” สายชลน้ำตาไหลพราก คุกเข่าลงตรงหน้าฟ้าลดา ทุกคนมองด้วยความสงสารจับใจ มีแต่ชมพูแพรเท่านั้นที่มองอย่างแค้นใจ

สายชลยังอ้อนวอนให้ฟ้าลดาอภัยให้ตน เธอบอกว่าการให้อภัยไม่สามารถทำได้ในเวลาอันสั้น พูดแล้วหันไปบอกเจมส์

“เจมส์...ไป”

ooooooo

ฟ้าลดาเดินนำไปแล้ว เจมส์ละล้าละลังแต่สุดท้ายก็เดินตามเธอไป สายชลลุกขึ้นจะผวาตาม ถูกชมพูแพรจับแขนไว้แน่น ทำให้สายชลชะงักหันมอง ชมพูแพรถามเขาว่า

“คุณจะตามยัยฟ้าไปอีกทำไม ยัยฟ้าก็บอกชัดเจนอยู่แล้วว่าเขาไม่ให้อภัยคุณ เขาไม่ได้รักคุณ แพรต่างหากที่รักคุณ...เราเข้าไปข้างในกันเถอะนะคะ ใกล้ถึงฤกษ์แล้ว”

สายชลโมโหมาก แกะมือเธอออก บอกว่า “ข้อตกลงของเราถือเป็นโมฆะ ผมไม่แต่งงานกับคุณ เพราะคนที่ผมรักมีเพียงคนเดียวคือนางฟ้า” พูดแล้วมองชมพูแพรด้วยสายตารังเกียจ หันหลังจะเดินไป ชมพูแพรถลาเข้าขวางอีก

“แพรไม่ยอมให้คุณไปหามัน...” สายชลผลักเธอให้พ้นทางจนเธอเซเกือบล้ม พอสายชลเดินไป เธอก็แผดเสียงกรี๊ดลั่นตะโกนสุดเสียง “ถ้าคุณไป แพรจะฆ่าตัวตาย!”

กระนั้น สายชลก็แค่หันมองอย่างสมเพชแล้วเดินออกไป ชมพูแพรแทบคลั่ง แผดเสียงออกมาอีกครั้งแล้วเป็นลมหมดสติไป หมอวัฒนารีบเข้าประคองพาเข้าข้างในด้วยความเป็นห่วง

ooooooo

เจมส์ตามฟ้าลดาไปที่รถ เขาจับแขนเธอไว้ ถามว่าจะไม่ให้โอกาสชาร์ลอีกสักครั้งจริงๆหรือ

“ฉันสัญญากับพี่แพรว่าฉันจะไปจากที่นี่ และผู้ชายคนนั้นจะไม่มีวันได้เจอฉันอีก”

“งั้นหมายความว่าถ้าไม่มีพี่แพร ฟ้าจะให้โอกาสเขา ฟ้ารักคุณชาร์ลใช่ไหม”

คำถามนี้ ทำให้ฟ้าลดาชะงักเหมืิอนถูกถามแทงใจดำ แต่แล้วเธอก็ฮึดขึ้นมาเสียงแข็งกับเจมส์ว่า พูดเพ้อเจ้อ สั่งให้เปิดประตูรถ จ้องหน้าจนเจมส์ต้องเปิดให้

พอฟ้าลดาเข้าไปนั่งในรถอย่างว้าวุ่นใจ สายชลก็เดินมาถึง เห็นฟ้าลดานั่งในรถก็จะเข้าไป เจมส์จับแขนไว้ แล้วยื่นกุญแจรถให้ พูดอย่างให้กำลังใจเต็มที่ว่า

“ทำให้ฟ้าจำคุณให้ได้นะครับ”

สายชลมองเจมส์อึ้ง เจมส์จับไหล่เขาบีบเบาๆ สายชลพยักหน้าอย่างขอบใจแล้วเดินไปขึ้นที่นั่งคนขับ

ooooooo

ฟ้าลดายังใจไม่สงบ แต่พอเห็นสายชลขึ้นมานั่งที่คนขับ เธอถามว่าแล้วเจมส์ล่ะ

“เจมส์เป็นคนให้กุญแจรถกับสายชล” สายชลบอก

“ไอ้เจมส์!” ฟ้าลดาคำรามแล้วสั่ง “จอดรถ!” เมื่อสายชลปฏิเสธ เธอขู่ว่าจะกระโดดลงไป

สายชลไม่ยอมจอดรถ ฟ้าลดาทำท่าจะเปิดล็อก สายชลคว้าแขนไว้ ถูกเธอกัดจนต้องปล่อย เธอเปิดประตูรถลงไปทันที สายชลต้องรีบตามลงไป คว้าตัวเธอไว้ได้ก็กระโจนเข้ากอด พากลับมาขึ้นรถ

“ปล่อยนะ” ฟ้าลดาดิ้นสุดแรง

“สายชลไม่ปล่อย สายชลจะไม่มีวันยอมให้นางฟ้าหนีสายชลไปอีกแล้ว สามปีที่นางฟ้าไม่อยู่ สายชลเหมือนคนขาดอากาศหายใจ สายชลไม่เคยมีความสุขสักวัน ในเมื่อสายชลมีโอกาสที่จะได้อยู่กับนางฟ้าอีกครั้ง สายชลจะไม่ยอมปล่อยให้โอกาสนี้หลุดลอย เราจะกลับไปที่เกาะมินด้วยกัน”

ฟ้าลดาชะงักสงบลงเล็กน้อย สายชลย้ำกับเธอว่า “สายชลจะเป็นคนทำให้นางฟ้าจำทุกอย่างได้เอง”

สายชลลากฟ้าลดามาที่รถ ฟ้าลดายังขอร้องเขาให้กลับไปแต่งงานกับชมพูแพรเสียเพราะชมพูแพรรักเขามาก

“พี่สาวนางฟ้าไม่ได้รักสายชลหรอก เขาแค่ต้องการเอาชนะนางฟ้าเท่านั้น เชื่อเถอะว่า เขาจะไม่เป็นอะไร เพราะหมอวัฒนาจะดูแลพี่สาวนางฟ้าเป็นอย่างดี”

เมื่อฟ้าลดายังดิ้นรน สายชลตัดสินใจถอดเนกไทออกมารัดมือเธอไว้ เขาเอ่ยขอโทษที่จำเป็นต้องทำอย่างนี้ ฟ้าลดาหมดฤทธิ์ ดิ้นไม่หลุด สายชลอ้อมมาขึ้นรถขับออกไปทันที

ooooooo

ตอนที่ 15

คืนนี้เพลินตาแอบย่องเข้าบ้านตัวเอง เห็นพิสมัยผู้เป็นแม่ยืนรออยู่ ก็หลบแวบไปอีกมุมหนึ่ง พิสมัยตามไปขวาง เพลินตาก็แวบไปอีกมุมเล่นเอาเถิดเจ้าล่อกันอยู่พักหนึ่ง พิสมัยก็ตามจับตัวเพลินตาไว้ได้ พูดอย่างสนุกว่า

“เลิกหลบหน้าแม่เสียทียัยตา!”

“ตาไม่ได้หลบหน้าแม่สักหน่อย” เพลินตาแก้ตัวแต่ไม่กล้าสบตาแม่

“ถ้าไม่ได้หลบหน้าแม่ ก็หันมามองแม่เดี๋ยวนี้!” พิสมัยเสียงเข้ม แต่เพลินตาก็ยังไม่ยอมหันมา เลยถูกแม่จับหน้าหันมาขนาดนี้แล้วเพลินตาก็ยังมองไปทางอื่น จนพิสมัยสุดทนเรียก “ยัยตา!!”

เพลินตาเอามือแม่ออกจากหน้าตัวเอง จ้องหน้าตาแข็ง ถามเสียงเข้มว่า

“แม่จะอะไรกับตานักหนา ตาก็บอกไปแล้วว่าตาจะตัดใจจากพี่ชาร์ล”

“ไม่ได้! แม่ไม่ยอม ชาร์ลเขาแค่ประกาศแต่งงานกับยัยชมพูแพร ยังไงลูกก็ต้องหาทางล้มงานแต่งงานของชาร์ลให้ได้”

“ตาขอบอกแม่เป็นครั้งสุดท้ายว่า ตา-ไม่-ทำ”

“แม่ก็ขอบอกลูกเป็นครั้งสุดท้ายว่า ลูก-ต้อง-ทำ”

เพลินตากำมือแน่น หลับตาแผดเสียง ถามว่าแม่จะบังคับตนไปถึงไหน ตนทนไม่ไหวแล้ว เพลินตาร้องไห้โฮ ออกมาอย่างสุดทน พิสมัยอึ้งไปกับเสียงแผดของเพลินตา เข้ามาจับตัวลูก พูดเสียงอ่อนลงอย่างหว่านล้อมว่า

“ยัยตา...แม่ไม่เคยบังคับลูกนะ ทุกสิ่งทุกอย่างที่แม่ทำก็เพราะแม่รักลูก แม่อยากให้ลูกสบาย”

“แม่รักตาหรือแม่รักตัวเองกันแน่...” เพลินตาปัดมือแม่ออก พิสมัยผงะกับความแข็งกร้าวของลูก “แม่ไม่เคยนึกถึงความรู้สึกของตาเลย แม่เอาแต่คิดว่า ถ้าตาไม่ได้แต่งงานกับพี่ชาร์ล แม่ก็จะชวดสมบัติของอาไมเคิล”

พิสมัยเงียบเมื่อถูกลูกพูดแทงใจดำ เพลินตาพูดอย่างเจ็บปวดว่า

“แม่รู้ไหมว่าพี่ชาร์ลพูดอะไรกับตา พี่ชาร์ลบอกว่า เขาไม่รักตา ไม่มีวันรัก ถึงแม้เขาจะไม่มีใคร ประโยคนี้มันฝังอยู่ในหัวสมอง ทำยังไงก็สลัดมันไม่หลุด มันทำให้ตารู้สึกว่าตัวเองไม่มีค่า คนเขาไม่รักก็ยังไปตามตื๊อเขา แม่ไม่เป็นตา แม่ไม่เข้าใจหรอก”

พูดแล้วเพลินตาวิ่งขึ้นไปบนห้อง ทิ้งให้พิสมัยผู้เป็นแม่ยืนนิ่งงันอย่างรู้สึกผิดอยู่ตรงนั้น...

ooooooo

เพลินตาวิ่งเข้าไปร้องไห้อย่างหนักอยู่ในห้องนอน ไม่นานพิสมัยก็ตามขึ้นมา เพลินตาเห็นแม่ มาก็ลุกขึ้นนั่ง เช็ดน้ำตาให้แห้ง พิสมัยนั่งข้างๆลูก พูดอย่างรู้สึกผิดและเจ็บปวดแทนลูกว่า ทำไมไม่บอกแม่ว่าชาร์ลพูดแบบนั้น

“เมื่อวานตอนที่ตากำลังจะเล่า แม่ไม่ฟัง แม่เอาแต่ว่าตา...” พูดแล้วน้ำตาก็ไหลออกมาอีก

“แม่ขอโทษ...” พิสมัยกอดลูกไว้ เพลินตาร้องไห้โฮในวงแขนแม่ พิสมัยลูบหัวลูกด้วยความสงสาร พูดอย่างรู้สึกผิดว่า

“แม่นึกถึงแต่ตัวเองอย่างที่ลูกพูดจริงๆต่อไปนี้ ลูกไม่ต้องดูไร้ค่าในสายตาใครอีกแล้ว กลับบ้านเรากันนะ...กลับอเมริกากัน”

เพลินตาผละจากกอดมองหน้าแม่เต็มตา พยักหน้าด้วยความสบายใจ พิสมัยเช็ดน้ำตาให้ลูก ดึงเข้าไปกอดอีกครั้งอย่างแนบแน่น...

ooooooo

ฟ้าลดายังนอนไม่ได้สติอยู่ที่โรงพยาบาล สายชลเฝ้าอยู่ด้วยความเป็นห่วงจับมือเธอไว้

ตลอดเวลา

โทรศัพท์มือถือของฟ้าลดาในกระเป๋าถือของเธอดังขึ้น สายชลหยิบมาดูเห็นชื่อ “พี่แพร” ที่หน้าจอ สายชล กดปิดเครื่องแล้วเก็บเข้าที่เดิม หันไปทางฟ้าลดาเห็นเธอมีการเคลื่อนไหว สายชลดีใจมากรีบเข้าไปจับมือเรียก

“นางฟ้า...”

ฟ้าลดาค่อยๆลืมตา พอเห็นสายชลนั่งกุมมือตนอยู่ ถามอย่างตกใจว่า “ฉันมาอยู่ที่นี่ได้ไง”

สายชลเล่าว่า เธอปวดหัวมากจนเป็นลมตนจึงพามาโรงพยาบาล ฟ้าลดารีบลุกบอกว่าจะกลับบ้าน สายชล บอกว่าหมอยังไม่ให้กลับ

“แต่ฉันจะกลับ ฉันไม่ได้เป็นอะไร” ฟ้าลดาพยายามลุกขึ้นยืน แต่ลุกเร็วไปทำให้หน้ามืดจะล้ม สายชลรีบประคองถามว่ายังคิดจะกลับบ้านอยู่อีกไหม ฟ้าลดาผละออกอย่างระวังตัว “ยังไงฉันก็จะกลับ ฉันไม่มีวันอยู่ที่นี่กับคุณ!”

สายชลชะงักไปกับท่าทีรังเกียจตนของฟ้าลดา มองเธออย่างน้อยใจ ฟ้าลดาพยายามจะเดินหนีแต่ไปไม่ไหว เพราะเวียนหัวมากทำท่าจะล้มลงอีก สายชลรีบเข้าประคองบ่น “คุณนี่มันดื้อจริงๆ”

ฟ้าลดาดิ้นแต่สายชลไม่ยอมปล่อย เขาตัดสินใจจะอุ้ม เมื่อเธอไม่ยอมให้อุ้ม เขากอดเธอไว้แน่น ขู่ว่า

“ถ้าคุณยังดื้อด้านอยู่อีก ผมจะจูบคุณเดี๋ยวนี้” พูดแล้วยื่นหน้าจะจูบจริงๆ ฟ้าลดาเบือนหน้าหนี หยุดดิ้น

สายชลยิ้มชอบใจ อุ้มเธอกลับไปที่เตียง ระหว่างนั้นพยาบาลเข้ามาเห็น ตกใจถามว่าเกิดอะไรขึ้น สายชลพูดหน้าตา แจ่มใสว่า

“ภรรยาผมจะกลับบ้านครับ ผมห้ามก็ไม่เชื่อ พอลุกจากเตียงก็เลยล้ม”

ฟ้าลดามองหน้าเขาอย่างไม่พอใจ สายชลยิ้มให้เธออย่างเป็นต่อ ส่วนพยาบาลเชื่อสนิท บอกฟ้าลดาว่า

“คนไข้ยังกลับบ้านไม่ได้นะคะ ต้องนอนเฉยๆ ถ้าคุณหมอมาเห็นคุณเป็นอะไร พยาบาลจะโดนดุนะคะ”

ฟ้าลดาไม่กล้าขัดขืนอีก เหล่มองสายชลเหมือนจะบอกว่าฝากไว้ก่อน ปล่อยให้พยาบาลห่มผ้าให้ บอกว่าเดี๋ยวจะเข้ามาเช็ดตัวให้แล้วจะออกไป

สายชลเรียกพยาบาล เดินออกไปคุยอะไรด้วยเบาๆ ครู่หนึ่งพยาบาลหันมาบอกฟ้าลดาอย่างชื่นชมว่า

“สามีคุณน้องนี่น่ารักมากเลยนะคะ”

เมื่อพยาบาลออกไปแล้ว ฟ้าลดาถามสายชลว่าพูดอะไรกับพยาบาล สายชลตอบด้วยใบหน้ายิ้มกริ่มว่า

“ผมบอกว่า ผมจะเช็ดตัวให้ภรรยาผมเอง”

“ไม่นะ!” ฟ้าลดาร้องอย่างตระหนก แต่สายชลไม่สนใจเดินเข้าห้องน้ำเตรียมอุปกรณ์เช็ดตัว ฟ้าลดานิ่งงันด้วยความกังวลสุดๆ

ooooooo

ไม่นานนัก สายชลก็ออกจากห้องน้ำพร้อมอุปกรณ์เช็ดตัว ฟ้าลดาชักผ้าห่มคลุมถึงคอ จับไว้แน่น บอกเขาว่าตนดูแลตัวเองได้ ขอร้องให้เขากลับไปเสีย

“บอกแล้วไงว่าอย่าดื้อ ถ้าดื้อผมจะ...” สายชลละไว้แค่นั้น แต่ยื่นหน้าเข้าไปจะจูบ ฟ้าลดายกมือขึ้นป้องหน้าไว้ เลยกลายเป็นสายชลจูบที่แก้มเธอแต่มีมือมาคั่นไว้เท่านั้นเอง

แม้จะไม่ได้สัมผัสโดยตรง แต่ก็ทำให้ทั้งคู่นิ่งอึ้งกันไปครู่หนึ่ง พอรู้สึกตัวจึงผละจากกัน

สายชลหันมาเช็ดตัวให้ เริ่มจากต้นคอ ลงมาถึงแขน สัมผัสที่ใกล้ชิด ทำให้ต่างหวั่นไหวในอารมณ์

สายชลเช็ดตัวให้อย่างสุภาพ ท่ามกลางความระแวง ระวังของฟ้าลดา คอยป้องกันตัวเองทุกการเคลื่อนไหวของเขา

จนกระทั่งเช็ดตัวเสร็จ สายชลเก็บอุปกรณ์ทั้งหมดเข้าห้องน้ำ ฟ้าลดาถอนใจอย่างโล่งอก

ooooooo

ชมพูแพรหาทางกีดกันความใกล้ชิดระหว่างสายชลกับฟ้าลดา เธอไปหาหมอวัฒนาที่บ้านอ้างว่าโทร.มาแล้วหมอปิดเครื่อง หมอวัฒนาถามว่ามีธุระอะไรหรือ

“คุณชาร์ลโทร.บอกว่ายัยฟ้าอยู่โรงพยาบาล แต่คุณชาร์ลไม่บอกแพรว่าอยู่โรงพยาบาลไหน แพรอยากให้พี่หมอช่วย”

หมอวัฒนากังวลใจขึ้นมาเมื่อรู้ว่าสายชลอยู่กับฟ้าลดาตามลำพัง...

ส่วนสายชล หลังจากเช็ดตัวให้ฟ้าลดาแล้วก็จะป้อนอาหารให้ เธอบอกว่าตนกินเองได้ เขาอ้างว่า

“ผมเป็นคนทำให้คุณต้องมานอนโรงพยาบาล ขอให้ผมได้เป็นคนดูแลคุณให้ดีที่สุดเถอะ”

ฟ้าลดาเห็นสีหน้าแววตาจริงจังของเขาจึงยอมให้เขาป้อนอาหารให้ ชายหนุ่มป้อนอาหารให้เธอ ป้อนไปยิ้มไปอย่างมีความสุข

หลังจากป้อนอาหารแล้วก็ป้อนยาให้ เหลือบเห็นน้ำในเหยือกหมด เขาหยิบเหยือกบอกเธอว่า

“ผมออกไปเอาน้ำก่อน”

ฟ้าลดามองดูการเคลื่อนไหวของชายหนุ่ม ดูเขาช่างอ่อนโยน นุ่มนวล และจริงใจ จนเธออดถามตัวเองไม่ได้ว่า

“ตกลงคุณเป็นซาตานหรือเป็นเทวดากันแน่...”

ขณะนอนคิดๆนั่นเอง ฟ้าลดาเห็นกระเป๋าถือของตัวเองวางอยู่ที่โซฟา เธอประคองตัวเองไปหยิบกระเป๋าเอามือถือออกมาดู ปรากฏว่าปิดเครื่อง ไม่ทันที่เธอจะกดเปิด สายชลก็กลับมาพร้อมเหยือกน้ำ เขาตกใจถามว่าลุกมาทำไม

“นอนนานแล้วเมื่อย” ฟ้าลดาตอบทำหน้าไร้พิรุธ เห็นสายชลเอาเหยือกน้ำไปวางอย่างไม่ติดใจสงสัยอะไรก็ถอนใจโล่งอก

ooooooo

หมอวัฒนาโทร.ไปเช็กตามโรงพยาบาลต่างๆ โดยมีชมพูแพรคอยฟังผลอยู่อย่างกระวน กระวายใจ จนหมอบอกว่าโทร.เช็กไปตามโรงพยาบาลจนหมดแล้ว ไม่มีคนไข้ชื่อฟ้าลดาเลย ชมพูแพรยิ่งระแวง ประสาทเสีย ถามว่า

“หรือจริงๆยัยฟ้าไม่ได้อยู่โรงพยาบาล หรือว่ายัยฟ้าให้คุณชาร์ลโกหก”

“คนที่โกหกคงจะเป็นคุณชาร์ลมากกว่า” หมอวัฒนาโพล่งออกมาอย่างปกป้องฟ้าลดาจนชมพูแพรหันขวับมองหน้า “จนป่านนี้แพรยังคิดว่าเขาเป็นคนดีอยู่อีกเหรอ” หมอวัฒนาถาม

“เขากำลังจะเป็นสามีในอนาคตของแพร เพราะฉะนั้นแพรต้องไว้ใจและเชื่อใจเขา”

“แพรนี่ก็แปลกนะ ทั้งๆที่เป็นสายเลือดเดียวกับแพร แต่แพรกลับไม่เชื่อและคิดร้ายกับฟ้าลดาตลอดเวลา” หมอพยายามพูดอย่างระงับอารมณ์เต็มที่ กระนั้นชมพูแพรฟังแล้วก็ยังหัวเสีย ต่อว่าหมอว่า

“ที่แพรมาหาพี่หมอ แพรไม่ได้อยากให้พี่หมอเทศนา แพรมาขอความช่วยเหลือ ถ้าพี่หมอช่วยไม่ได้ แพรจะหาทางเอง”

พูดแล้วชมพูแพรเดินจ้ำออกไปทันที หมอมองตามไปหน้าเครียดๆ

หมอเดินตามออกมา ชมพูแพรเดินจ้ำอ้าวมาไม่ทันระวังสะดุดเกือบล้ม หมอประคองเธอไว้เตือนว่าให้ระวังหน่อย เพราะตอนนี้เธอไม่ได้อยู่คนเดียว

ชมพูแพรมองหน้าหมออึ้งเพราะลืมไปแล้วว่าโกหกไว้ว่าตัวเองท้อง พอนึกได้ก็ถามว่า หมอรู้?

“ฟ้าเล่าให้ผมฟัง แพรกลับบ้านไปพักเถอะ ผมจะจัดการเรื่องนี้ให้เอง ช่วงนี้แพรต้องห้ามเครียดนะครับ ไม่งั้น จะมีผลกับเด็กในท้อง”

ชมพูแพรนิ่งไปนิดหนึ่งแล้วจึงพยักหน้าก่อนเดินไปที่รถ หมอวัฒนามองตามไปด้วยแววตาเจ็บปวด

ooooooo

ฟ้าลดาเอามือถือซ่อนไว้กับตัว เห็นสายชลนั่งอ่านหนังสืออยู่ที่โซฟา ก็แอบกดเปิดเครื่อง แล้วกดส่งข้อความให้หมอวัฒนา จากนั้นซ่อนโทรศัพท์ไว้ใต้หมอน ถอนใจโล่งอกที่ส่งข้อความถึงหมอได้โดยที่สายชลจับไม่ได้

โทรศัพท์ของหมอมีสัญญาณไฟกะพริบว่ามีข้อความเข้า แต่เป็นเวลาที่หมอเข้าห้องน้ำพอดี...

คืนนี้ฟ้าลดาหลับฝันถึงพ่อกับแม่และทะเล...

เธอฝันว่าต้องเผชิญพายุอยู่กลางทะเลตามลำพัง ในฝันเธอร้องขอความช่วยเหลือจากพ่อและแม่ แล้วก็สะดุ้ง เมื่อฟ้าผ่าเปรี้ยงลงมา เธอตกใจแผดเสียงร้องลั่น จนสายชลที่นอนอยู่ที่โซฟาผวาตื่น มองมาเห็นฟ้าลดายกมือเหมือนแหวกว่ายอยู่ในน้ำ

สายชลรีบลุกมาร้องเรียก “นางฟ้า...นางฟ้า...” เธอไม่ตื่นแต่ตะเกียกตะกายเหมือนเผชิญเหตุร้ายน่ากลัว

สายชลจึงนอนลงกอดเธอไว้แน่นด้วยความเป็นห่วง เขากอดอยู่อย่างนั้นจนฟ้าลดาหยุดดิ้น

“สายชลอยู่นี่แล้วนางฟ้า...นางฟ้า...”

ฟ้าลดาในอ้อมกอดที่แข็งแรงของสายชล ทำให้เธอค่อยๆหยุดดิ้นรน และสงบลง...

ตอนที่ 14

เจมส์ตามมามิไปทันกันที่หน้าลิฟต์ ส่งยาหม่องให้บอกว่า รีบทาเสียก่อนที่หน้าผากจะเขียวมากกว่านี้

มามิจับหน้าผากตัวเองแล้วรู้สึกเจ็บ เธอยิ้มเขินๆ

รับยาหม่องจากเจมส์ พอดีลิฟต์เปิด

“ขอบคุณนะคะพี่เจมส์” มามิชูยาหม่องที่เจมส์เอามาให้ แล้วเข้าลิฟต์ เจมส์พยักหน้ายิ้มๆแต่พอหันไปที่ลิฟต์อีกตัวที่เปิดออก เห็นฟ้าลดาเดินออกมา เจมส์ร้องเรียก

“ฟ้า”

มามิได้ยินเจมส์เรียกฟ้าลดา หันมองด้วยความสนใจ เห็นฟ้าลดาเดินมาหาเจมส์ แต่เห็นเพียงด้านหลัง ก็พอดีประตูลิฟต์ปิด มามิเห็นถึงความสนิทสนมของเจมส์กับฟ้าลดาก็คิดกังวลใจขึ้นมา...

เมื่อกลับมาถึงร้านกาแฟ มามิถามเพื่อนร่วมงานว่า

“พี่เจมส์ที่ทำงานบริษัทโฆษณาเขามีแฟนยัง”

“ไม่แน่ใจ” เพื่อนตอบ มามิหน้าเสียถามว่า หมายความว่ายังไง เพื่อนเล่าว่า “เห็นพี่เจมส์เขาสนิทกับพี่ฟ้า ก็เลยไม่รู้เป็นแค่เพื่อนหรือเป็นแฟนกันแล้ว”

มามิถามว่าคนชื่อฟ้าสวยไหม

“สวย” เพื่อนตอบอย่างมั่นใจ ทำเอามามิอึ้ง ถามว่าฟ้ากับตนใครสวยกว่ากัน เพื่อนตอบอย่างไม่ต้องคิดว่า “ก็ต้องพี่ฟ้าสิ สวยระดับนางเอกเลยล่ะ อย่างเธอเทียบไม่ติดหรอก”

เพื่อนตอบทั้งตามความจริงและอยากหยอกเพื่อนเล่นขำๆ แต่ทำให้มามิหงุดหงิดบอกเพื่อนว่า

“ต่อไปนี้ ถ้ามีคนที่บริษัทพี่เจมส์โทร.สั่งกาแฟ ฉันจะเอาไปส่งให้เอง” บอกเพื่อนแล้วพึมพำกับตัวเองว่า “อยากเห็นหน้านัก...สวยขนาดนั้นเชียวเหรอ...”

ooooooo

สายชลกับชมพูแพรเดินเข้าออฟฟิศมา

ด้วยกัน ระหว่างนั้นมีพนักงานบริษัทมาแสดงความยินดีกับทั้งสอง สายชล และชมพูแพรขอบคุณพนักงานเหล่านี้ด้วยสีหน้ายิ้มแย้มปลาบปลื้ม

มีพนักงานบางส่วนที่ไม่กล้าเข้ามาหา ก็แอบซุบซิบกันด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม

เมื่อเดินพ้นบรรดาพนักงานเหล่านั้นมาแล้ว ชมพูแพรก็หน้าเครียดทันที เหล่มองสายชลอย่างระแวง เอ่ยชวน

“คุณชาร์ลคะ เย็นนี้เราทานข้าวด้วยกันนะคะ”

“ผมไม่ว่าง มีนัดลูกค้า” บอกแล้วรีบพูดต่อเหมือนกันไม่ให้ชมพูแพรพูดว่า “ผมต้องไปประชุมแล้ว ขอตัวนะครับ”พูดแล้วสายชลแยกไปทันที ชมพูแพรมองตามอย่างหัวเสีย

ooooooo

เช้าวันเดียวกัน เพลินตาขับรถมาส่งสหัสที่หน้าออฟฟิศ สหัสนั่งเป็นเจ้านายอยู่เบาะหลัง เมื่อจอดรถแล้ว เพลินตาก็ฝืนใจลงมาเปิดประตูรถให้ตามหน้าที่ของคนขับรถ สหัสยิ้มพอใจกับการรู้หน้าที่ของเธอ สั่งเรียบๆว่า

“เอารถไปจอด แล้วรีบมาล่ะ”

“ค่าาาาาาเจ้านาย” เพลินตาลากเสียงประชด

ooooooo

พิสมัยยังอยู่ที่บ้าน เดินถือถ้วยกาแฟมานั่งที่โต๊ะอาหาร หยิบรีโมตมาเปิดทีวีดู จิบกาแฟไปด้วย พลันก็ถึงกับสำลักกาแฟเมื่อเห็นข่าวสายชลกับชมพูแพรในทีวี วางถ้วยกาแฟคว้ามือถือกดทันที

เพลินตากำลังเดินเข้าไปในออฟฟิศ ได้ยินสัญญาณโทรศัพท์ก็หยิบจากกระเป๋ามากดรับ นิ่งฟังปลายสาย

“คะแม่...แม่ว่าอะไรนะคะ...” พอฟังพิสมัยพูดเสร็จ เพลินตาก็แผดเสียงกรี๊ดออกมา กำโทรศัพท์แน่นจนมือสั่น คนแถวนั้นพากันหันมองเป็นตาเดียว

ooooooo

ชมพูแพรเข้าห้องทำงาน เรียกวันดีมาที่ ห้องยื่นซองเอกสารให้บอกให้แมสเซนเจอร์ไปส่งเอกสารด่วน

“ค่ะ” วันดีรับคำสั่งรับซองเอกสาร มองหน้าชมพูแพรยิ้มๆ ชมพูแพรถามว่ายิ้มอะไร วันดีตอบอย่างเอาใจว่า “คนเป็นเจ้าสาวนี่ราศีจับจังเลยนะคะ” พอเห็นชมพูแพรยิ้มพอใจ วันดียอว่า “คุณแพรกับคุณชาร์ลเป็นคู่ที่เหมาะสมกันมากที่สุด”

ทันใดนั้น เพลินตาเปิดประตูพรวดเข้ามาแผดเสียง

“แต่ฉันว่าไม่เหมาะสม!”

ชมพูแพรกับวันดีหันมองตามเสียง เห็นเพลินตาเดินหน้าเหวี่ยงเข้ามาเผชิญหน้าชมพูแพร วันดีกลอกตามองสองคนไปมา รับรู้ถึงสถานการณ์ที่ไม่ดี

“แล้วต้องเป็นคุณหมอเหรอคะถึงจะเหมาะสม” ชมพู–แพรถามประชด

“ใช่! ฉันคนเดียวเท่านั้นที่จะได้แต่งงานกับพี่ชาร์ล” เพลินตาเชิดหน้าทำคอแข็งใส่

“คุณชาร์ลเขาบอกหรือว่าเขาจะแต่งงานกับคุณ” ถามแล้วเห็นเพลินตาเงียบ ชมพูแพรพูดเย้ยๆว่า “ผู้ชายเขาไม่ได้พูด แต่กลับทึกทักเอาเอง แบบนี้เขาเรียกว่า หน้าด้าน”

เพลินตาโมโหสุดขีด ตบหน้าชมพูแพรอย่างแรง วันดีตกใจวิ่งออกไปจากห้องทันที

ชมพูแพรมองเพลินตาแววตากร้าว พริบตานั้น เธอตบเพลินตาคืนไปสองที ซัดหน้ามือหลังมืออย่างเร็ว เพียะ...เพียะ...

“อ๊ายยยยย...” เพลินตาแผดเสียงหันไปหยิบหมอนบนโซฟาฟาดชมพูแพรไม่ยั้ง

“หยุดนะ...หยุด...หยุด...” ชมพูแพรปัดป้องพัลวัน เพลินตายังฟาดอย่างบ้าดีเดือด

ชมพูแพรจับหมอนไว้แน่น ยื้อแย่งกันจนหมอนขาดนุ่นกระจุยฟุ้ง แล้วสองสาวก็พุ่งเข้าตบตีกันเอา เป็นเอาตาย

ooooooo

สหัสไปนั่งที่โต๊ะทำงานนานแล้วยังไม่เห็นเพลินตาตามมา บ่นๆว่าทำไมเพลินตาเอารถไปจอดนานอย่างนี้ เอะใจ ว่าหรือเธอจะโดดงาน

ขณะสหัสกำลังหยิบโทรศัพท์จะโทร.ตามนั่นเอง วันดีก็วิ่งหน้าตื่นเข้ามาบอกว่า

“คุณสหัส! คุณสหัสช่วยด้วย!”

สหัสเดินแทบจะเป็นวิ่งตามวันดีไปที่ห้องทำงานของชมพูแพร

ภายในห้อง ชมพูแพรกับเพลินตายังตบตีกันพัลวัน เพลินตากำลังตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบ ถูกผลักลงไปนอนกับพื้นและชมพูแพรขึ้นคร่อมกำลังเงื้อมือจะตบเพลินตา

สหัสพุ่งเข้าไปดึงชมพูแพรออก เพลินตารีบลุกขึ้น วันดีเข้าไปดูเพลินตา แต่เพลินตากลับพุ่งเข้าตบชมพูแพร ที่ถูกสหัสล็อกตัวอยู่ พลันสหัสก็ร้องลั่นปล่อยมือจากชมพูแพรเพราะถูกเธอกระทืบเท้าสุดแรง

สลัดจากสหัสแล้ว ชมพูแพรตาลุกวาว วิ่งเข้าหาเพลินตา ฝ่ายนั้นหนีไปหลบข้างหลังสหัส ชมพูแพรเงื้อ มือจะตบถูกสหัสจับแขนตรึงไว้ พูดเสียงดัง

“หยุดนะครับคุณชมพูแพร...” แต่แล้วตัวเองก็ต้องชะงักอึ้งเมื่อถูกชมพูแพรจ้องหน้าอย่างอาฆาตแค้น เธอกระชากแขนออกจากมือสหัสตบหน้าเพลินตาสุดแรง

สหัสหันไปมองเพลินตาเห็นหน้าที่โดนตบแดงเป็นปื้นก็ตกใจ

ooooooo

ที่ห้องประชุม...

สายชลกำลังประชุมอยู่ วันดีเปิดประตูเข้ามาหน้าตายังตื่นตระหนก เดินเร็วๆเข้าไปกระซิบกับสายชล ชายหนุ่มฟังแล้วตกใจ บอกแก่ผู้ร่วมประชุมว่า

“ผมขอตัวสักครู่ ประชุมกันต่อได้เลยนะครับ”

สายชลรีบตามวันดีตรงไปที่ห้องทำงานของชมพู–แพรทันที เมื่อเข้าไปในห้อง เห็นชมพูแพรกับเพลินตา นั่งคุมเชิงกันอยู่คนละฝั่ง สหัสยืนกั้นกลางราวกับกรรมการห้ามมวย

ทันทีที่สายชลเข้ามา สหัสรีบเดินเข้าไปหา พูดเบาๆ

“ขอโทษนะครับที่ต้องตามคุณออกมา ไม่อย่างนั้นเขาไม่ยอมหยุดกันครับ”

สายชลพยักหน้ามองไปทางเพลินตากับชมพูแพร เพลินตาในสภาพที่เยินกว่าชมพูแพรมาก ลุกเดินมาอ้อนทันที

“พี่ชาร์ล ตาไม่ยอมให้พี่ชาร์ลแต่งงานกับแม่นี่นะคะ”

“ตา!” สายชลเรียกปรามเสียงเข้ม เพลินตายังคงพูดไม่หยุด แต่เปลี่ยนจากอ้อนเป็นขู่ว่า

“ถ้าพี่ชาร์ลไม่ทำตามที่ตาบอก ตาจะฟ้องคุณอาไมเคิล!”

“คุณพ่อไปล่องเรือ ไม่รู้จะกลับเมื่อไหร่ แต่ถึงคุณพ่อจะรู้ ก็ห้ามพี่ไม่ได้”

ชมพูแพรยิ้มสะใจทั้งที่หน้าตาผมเผ้ายุ่งเหยิงจากการตบตีกัน มองเพลินตาอย่างเป็นต่อ

“หมายความว่าพี่ชาร์ลรักมัน” เพลินตาชี้ไปทางชมพูแพรนิ้วสั่นระริก “แล้วตาล่ะค่ะ พี่ชาร์ลเอาตาไปไว้ ที่ไหน”

“พี่ไม่เคยรักตา” เสียงสายชลหนักแน่น ชัดเจน

เพลินตาอึ้ง ช็อก ชาไปทั้งตัว สหัสหันมองเพลินตาอย่างเห็นใจ ในขณะที่สายชลยังคงพูดต่อไปว่า

“ถึงพี่จะไม่ได้แต่งงานกับคุณแพร ถึงพี่จะไม่มีใคร พี่ก็ไม่รัก และจะไม่มีวันรัก ตาเป็นเหมือนน้องสาวของพี่เท่านั้น”

ชมพูแพรมองเพลินตายิ้มสะใจยิ่งขึ้น สหัสเห็นรอยยิ้มของเธอก็รู้สึกไม่ชอบใจ หันไปทางเพลินตา เห็นเธอกำมือแน่นน้ำตาไหลพรากๆราวกับสายน้ำ พริบตานั้นเธอวิ่งออกไปทั้งโกรธ ทั้งอาย ทั้งเสียใจกับท่าทีที่แจ่มชัดของสายชลที่พูดต่อหน้าคู่แข่งของตน

สหัสรีบตามเพลินตาออกไป สายชลจึงหันมาทางชมพูแพร จากสีหน้าที่สะใจเมื่อครู่นี้ เธอปั้นหน้าน่าสงสารในพริบตา!

ooooooo

เพลินตาในสภาพยับเยินทั้งหน้าตาและหัวใจ วิ่งเตลิดไปทางบันไดหนีไฟ เปิดประตูลงไปนั่งร้องไห้ที่ขั้นบันได ครู่เดียว สหัสก็ตามมา นั่งลงข้างๆเธอ มองด้วยความสงสาร

“ตามมาสมน้ำหน้าฉันใช่ไหม” เพลินตาหันมาแว้ดใส่ “เชิญสมน้ำหน้าฉันให้เต็มที่ คงสะใจนาย

มากล่ะสิ” พูดแล้วซบหน้ากับฝ่ามือร้องไห้โฮๆ

สหัสหยิบผ้าเช็ดหน้าออกมา สะกิดเธอเบาๆ เพลินตามองตาขวางถามว่าอะไร แต่พอเห็นเป็นผ้าเช็ดหน้า เธอมองอึ้ง เมื่อสหัสยื่นผ้าเช็ดหน้าให้ เธอรับไปเช็ดน้ำตา สั่งขี้มูกพรืดๆ พอโล่งก็ร้องไห้ต่อเป็นวักเป็นเวร

สหัสยังคงนั่งเป็นเพื่อนอย่างปลอบใจอยู่ข้างๆโดยไม่พูดอะไร

ooooooo

ที่ห้องทำงานของชมพูแพร...

สายชลกำลังเอายาทาให้ชมพูแพรที่รอยตบบนแก้ม เธอจับมือเขา มองอย่างเว้าวอน ขณะอ้อนแก้ตัวว่า

“แพรไม่ได้ตั้งใจทำร้ายคุณตานะคะ แพรทำไปเพื่อป้องกันตัว”

“ผมทราบครับ”

“คุณชาร์ลไปประชุมต่อเถอะค่ะ แพรดูแลตัวเองได้”

สายชลพยักหน้าแล้วลุกเดินออกไป ไม่รู้ตัวว่ามือถือในกระเป๋ากางเกงหลุดหล่นอยู่บนโซฟา ชมพูแพรเหลือบเห็น หยิบขึ้นมาทำท่าจะเรียก แต่แล้วก็เปลี่ยนใจ มองมือถือนึกถึงตอนที่แอบได้ยินฟ้าลดานัดสายชลว่า “เจอกันตอนเย็น สถานที่ฉันจะเมสเสจมาบอก” คิดแล้วชมพูแพรกำมือถือไว้แน่น...

หลังจากนั้น เธอไปที่ร้านสะดวกซื้อ ซื้อซิมการ์ดใหม่ เอาซิมการ์ดในมือถือของสายชลออก แล้วเอาซิมการ์ดอันใหม่ใส่ลงไปแทน จากนั้นจึงเอาซิมการ์ดของสายชลใส่ในมือถืออีกเครื่อง ยิ้มเจ้าเล่ห์เมื่อจัดการทุกอย่างเรียบร้อย...

ooooooo

สายชลกลับไปนั่งประชุม แต่ไม่มีสมาธิฟังรายงานนัก ตาคอยเหลือบมองนาฬิกาที่ผนังห้อง ใจคิดถึงคำพูดของฟ้าลดาเมื่อเช้าที่ว่า

“สถานที่ ฉันจะเมสเสจมาบอก”

คิดแล้วล้วงกระเป๋ากางเกงจะหยิบมือถือ เขาตกใจ เมื่อรู้ว่ามือถือหาย ขณะนั้นเอง มีเสียงเคาะประตูห้องดังขึ้น ทุกคนหันมอง เห็นชมพูแพรเปิดประตูเข้ามา

“ขอโทษนะคะ” เธอเอ่ยรวมๆแล้วเข้าไปยื่นมือถือให้สายชล “คุณลืมมือถือไว้ในห้องแพรค่ะ”

“ขอบคุณครับ” สายชลรับมือถือไปอย่างโล่งอก

เก็บใส่กระเป๋ากางเกงอย่างดี แล้วบอกที่ประชุม “ว่าต่อเลยครับ”

ooooooo

ฟ้าลดากำลังถ่ายรูปนางแบบกับสินค้าอยู่ที่ออฟฟิศฟิล์มแฟลช เธอบอกนางแบบว่า “เปลี่ยนชุดได้เลยค่ะ” พลางวางกล้องบนโต๊ะ หยิบมือถือออกมากดส่งข้อความไปนัดสายชล

อึดใจเดียว มือถือที่ชมพูแพรเอาซิมการ์ดของสายชลมาใส่ไว้ก็มีสัญญาณเมสเสจดังขึ้น เธอหยิบกดเปิดดู เห็นเป็นข้อความจากฟ้าลดาก็ยิ้มร้ายอย่างสะใจ

เป็นเวลาเดียวกับที่สหัสเดินออกจากออฟฟิศไปที่ลานจอดรถกับเพลินตา พอมาถึงรถ เพลินตาหยิบกุญแจรถจากกระเป๋า เตรียมขับรถตามหน้าที่ ถูกสหัสแย่งกุญแจรถไป บอกด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนว่า

“ผมจะขับไปส่งคุณที่บ้าน คุณอารมณ์ไม่ปกติ ผมกลัวรถผมจะได้รับอุบัติเหตุ...ขึ้นรถ”

เพลินตาชะงัก เดินเลี่ยงไปจะเปิดประตูข้างคนขับ แต่แล้วก็เปลี่ยนใจ หันไปเปิดประตูหลัง สหัสเห็นอาการพยศของเธอแล้วก็อมยิ้ม ดีใจที่เพลินตาคนเดิมกลับมาแล้ว...เพลินตาเห็นเขายิ้ม ถามเหวี่ยงๆว่า

“ยิ้มอะไรนายสหัส”

“ผมดีใจที่คุณเพลินตาขาวีนกลับมาแล้วน่ะสิ” สหัสตอบยิ้มจริงใจ แล้วก้าวขึ้นนั่งที่คนขับ

“นายสหัส พูดงี้หมายความว่าไงหา...นี่...นี่” เพลินตาทุบหลังคารถปังๆ

“ขึ้นรถได้แล้ว เดี๋ยวผมเปลี่ยนใจไม่รู้ด้วยนะ” สหัสเปิดกระจกรถร้องบอก

พอเพลินตาขึ้นนั่งที่เบาะหลัง สหัสก็ออกรถอย่างแรงจนเธอหัวคะมำ เธอแผดเสียงลั่นรถ

“อ๊ายยยย...ขับดีๆสิ!”

ooooooo

บ่ายแล้ว...สายชลออกจากห้องประชุมกลับมาที่ห้องทำงานตัวเอง พอเข้าห้องเขาชะงัก เมื่อเห็นชมพูแพรนั่งรออยู่พร้อมอาหารที่เตรียมไว้เต็มโต๊ะ เธอเดินเข้ามาฉอเลาะว่า

“แพรรู้ว่าคุณชาร์ลต้องหิวแน่ๆแพรเลยเตรียมอาหารกลางวันเอาไว้ให้ค่ะ”

“ขอบคุณครับ” สายชลเอ่ยเรียบๆเอามือถือจากกระเป๋ากางเกงมาวางไว้บนโต๊ะแล้วนั่งลง

ชมพูแพรเหล่มองอย่างหาจังหวะ ขณะสายชลทานอาหารนั้น เธอเอาอกเอาใจ ตักโน่นตักนี่ให้เขาเบนความสนใจ พอได้จังหวะ เธอแอบหยิบมือถือเครื่องนั้นทำทีบอกว่า

“คุณชาร์ลคะ แพรขอข้อมูลการลงทุนปีหน้าหน่อยสิคะ”

“ได้เลยครับ อยู่ในโน้ตบุ๊กบนโต๊ะ ผมเซฟไฟล์ไว้ที่หน้าจอ”

ชมพูแพรลุกไปที่โต๊ะทำงานของเขา เอาตัวบังๆ โทรศัพท์เขาไว้อย่างไร้พิรุธ เมื่อมาถึงโต๊ะทำงาน เธอรีบเปลี่ยนซิมการ์ดใส่ของเขาคืนในเครื่อง แล้วลุกเดินกลับมานั่งที่โต๊ะแอบเอามือถือของเขาวางไว้ที่เดิม บอกเขาว่า

“แพรเมล์เข้าอีเมล์แพรแล้วค่ะ” แล้วทำเป็นเห็นว่ามีเมสเสจเข้ามือถือเขา บอกว่า “คุณชาร์ลมีข้อความเข้ามาน่ะค่ะ แพรกดเปิดให้แล้ว”

สายชลตกใจรีบรับมือถือไปดู เห็นเป็นข้อความจากฟ้าลดา พออ่านเสร็จเขากดทิ้งทันที หันยิ้มให้ชมพูแพร เธอยิ้มให้เขาต่างทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น...

ooooooo

บ่ายวันเดียวกัน มามิเอากาแฟมาส่งที่ฟิล์ม-แฟลช พลางมองไปรอบๆพึมพำ “คนไหนคือฟ้า” พอดีหันมาเจอแป๊ะยืนยิ้มอยู่ เธอตกใจอุทานเรียก “พี่แป๊ะ”

“อุ๊ย...จำชื่อพี่ได้ด้วย ดีใจจัง...” แป๊ะยิ้มกะลิ้มกะเหลี่ย มามิส่งกาแฟให้ แป๊ะขอบใจรับไปดื่ม เห็นมามิยังกวาดตามองไปรอบๆ จนแป๊ะแปลกใจถามว่า “มองหาพี่เจมส์เหรอ พี่เจมส์ไม่อยู่ไปออกกอง แฟนพี่ก็ไม่อยู่ไปออกกองเหมือนกันเฮอะๆ” แป๊ะอ่อย

“ฉันไปล่ะจ้ะ” มามิยิ้มแหยๆ แต่พอจะออกไป เหลือบเห็นรูปพนักงานที่ติดบนบอร์ด เป็นรูปที่แต่ละคนทำหน้าแปลกๆ

มามิมองไล่ไปจนเห็นรูปฟ้าลดาก็ชะงัก รู้สึกคุ้นๆ แป๊ะมายืนข้างหลังถามว่า รู้จักพี่ฟ้าด้วยหรือ มามิหันขวับถามอย่างตื่นเต้นว่า

“ฟ้า...คนเนี้ยเหรอชื่อฟ้า”

พอแป๊ะบอกว่าใช่ มามิจ้องอย่างรู้สึกคุ้นมาก แต่นึกไม่ออกว่าเคยเห็นที่ไหน...

ooooooo

ที่ริมแม่น้ำในยามเย็น...

สายชลขับรถเข้ามาเป็นเวลาที่พระอาทิตย์กำลังจะอัสดง เขาลงจากรถมองฟ้าลดาที่มานั่งรออยู่ก่อนแล้ว เขาเดินเข้าไปหาเธอ โดยไม่รู้ว่าข้างหลังเขานั้น ชมพู–

แพรเดินตามมาห่างๆ เมื่อเห็นสายชลเดินเข้าหาฟ้าลดา ชมพูแพรหลบในมุมที่ทั้งแอบดูและแอบฟังได้

สายชลเดินเข้าทางด้านหลังของฟ้าลดา เขากอดเธอจากข้างหลัง ฟ้าลดาตกใจหันมาผลักเขาออก แต่สายชลกอดไว้แน่นจนเธอต้องบอก

“ปล่อยฉัน!”

“อายเหรอจ๊ะที่รัก ถ้างั้นเราไปหาที่ที่มันเป็นส่วนตัว...มีความสุขกันดีกว่า” พูดพลางจับแขนเธอจะพาออกไป เธอขืนตัวไว้พูดเสียงสั่นด้วยความโกรธว่า

“ที่ฉันนัดคุณออกมา เพราะฉันต้องการคุยกับคุณ”

“ผมนึกว่าเราถนัดคุยกันบนเตียงเสียอีก” สายชลกวนประสาทเอามือลูบแก้มเธอ ฟ้าลดาปัดมือเขาออกทันที ตวาดเบาๆว่าอย่ามาแตะต้องตน สายชลยื่นหน้าเข้าไปพูดยิ้มหยันว่า “มากกว่านี้ก็ทำมาแล้ว จำไม่ได้เหรอ หรือต้องให้ผมย้ำเตือนความทรงจำอีกครั้ง” พูดพลางขยับหน้าเข้าใกล้เธออีก

“คุณ...ข่มขืนฉัน...ฉันไม่เคยเต็มใจ” ฟ้าลดาตะคอกใส่หน้าเสียงสั่น

“คุณจะเต็มใจหรือไม่เต็มใจ คุณก็เป็นเมียผมแล้วฟ้าลดา...”

ชมพูแพรที่แอบดูแอบฟังอยู่ ทีแรกเห็นสายชลเข้าไปกอดฟ้าลดาก็แค่กำมือแน่น จ้องเขม็ง แต่พอได้ยินฟ้าลดากับสายชลโต้เถียงกันอย่างถึงพริกถึงขิง จนฟ้าลดาประณาม ว่า เขาข่มขืนตน และสายชลพูดใส่หน้าว่า เธอเป็นเมียตน ชมพูแพรก็ถึงกับตะลึงงัน โกรธจนตัวสั่นแทบล้มทั้งยืน

“ฉันเป็นเมียคุณงั้นเหรอ” ฟ้าลดาทวนเสียงดัง

“ใช่...คุณ-เป็น-เมีย-ผม...” สายชลตอบเสียงดังยิ่งกว่า

“ได้ยินแล้วนะคะพี่แพร” ฟ้าลดาเอ่ยเสียงดังไปทางที่ชมพูแพรแอบดูแอบฟังอยู่ ชมพูแพรที่กำลังตะลึง ชะงักอึ้งไปอีกครั้งเมื่อรู้ว่าฟ้าลดารู้ว่าตนอยู่ตรงนั้น ฟ้าลดาหันมองไปทางที่ชมพูแพรแอบอยู่ สายชลมองตามอย่างสงสัย

ทันใดนั้นเอง ชมพูแพรเดินออกจากที่ซ่อน สายชลมองเธอนิ่ง ในขณะที่ฟ้าลดานึกในใจว่าชมพูแพรต้องเลิกกับเขาแน่รีบฟ้อง

“ผู้ชายคนนี้หลอกพี่แพร เขาไม่เคยรักพี่แพร”

“มันก็เป็นเพราะแกยังไงล่ะ...ฉันรู้ว่าแกให้ท่าคุณชาร์ล ไม่อย่างนั้นคุณชาร์ลเขาไม่ตกหลุมพรางของแกหรอก!”

ฟ้าลดาชะงักอึ้งอย่างผิดคาด ส่วนสายชลอึ้งกับความเกรี้ยวกราดของชมพูแพร ครู่หนึ่งฟ้าลดาพูดอย่างผิดหวังว่า

“จนขนาดนี้แล้ว พี่แพรยังเข้าข้างเขา? แล้วคิดว่าฟ้าเลวงั้นเหรอคะ”

“ใช่! ฉันรู้สันดานแกดีฟ้าลดา มักมาก ไม่รู้จักพอ แกมันเนรคุณ ทั้งๆที่ฉันทำเพื่อแกมาตลอด แต่แกไม่เคยสำนึกในบุญคุณของฉัน” ชมพูแพรฟาดแขนฟ้าลดาอย่างแรง ด่า “นังน้องชั่ว! นังสารเลว!” ด่าแล้วฟาดแขนฟ้าลดาอีกข้าง จากนั้นก็ฟาดไม่ยั้ง ตะคอกถามอย่างแค้นใจ “แกจะทำร้ายฉันไปถึงไหน!”

ฟ้าลดาไม่ตอบโต้ เธอปัดมือชมพูแพรเพื่อปัดป้องเท่านั้น ชมพูแพรโกรธจนขาดสติ ตีแรงขึ้น...แรงขึ้น จนสายชลทนไม่ไหวเข้าไปจับตัวชมพูแพรไว้ ร้องบอก

“พอได้แล้วคุณแพร”

“คุณชาร์ลปล่อย! แพรต้องสั่งสอนนังน้องคนนี้ให้มันรู้สำนึก!” ชมพูแพรดันสายชลออกไป เงื้อมือจะตบฟ้าลดาอีก สายชลพุ่งเข้าไปขวางเลยโดนตบแทนชมพูแพรอึ้ง ฟ้าลดาตะลึง สายชลมองหน้าชมพูแพรนิ่งบอกเธอว่า

“อย่าทำอะไรคุณฟ้า”

“ตกลงคุณรักมัน หรือรักแพร” เธอถามอย่างทนไม่ได้ จ้องหน้าสายชลคาดคั้นเอาคำตอบ ฟ้าลดาเองก็มองหน้าเขาลุ้นว่าเขาจะตอบอย่างไร สายชลกลืนน้ำลายอย่างลำบาก มองหน้าชมพูแพรตัดสินใจพูด

“ผมไม่เคยบอกว่าผมรักคุณ”

ชมพูแพรแทบช็อก สติแตกแผดเสียงลั่น “อ๊ายยยยยย!!” แล้วจะพุ่งเข้าตบฟ้าลดา สายชลคว้าเธอไว้ร้องห้าม แต่ชมพูแพรสะบัดจะเข้าไปตบฟ้าลดาให้ได้ จนสายชลต้องใช้แรงทั้งหมดรวบตัวเธอลากออกไป

ฟ้าลดายืนนิ่งงัน มองไปเห็นชมพูแพรหันมาจ้องหน้าตนราวกับจะกินเลือดกินเนื้อก็ถึงกับเข่าอ่อนทรุดลงด้วยความเสียใจและเจ็บปวดอย่างที่สุด...

ooooooo

หมอวัฒนาอยู่ที่บ้าน เขานั่งไม่ติด ร้อนใจ เป็นห่วงฟ้าลดาที่เงียบหายไป โทร.หาก็ไม่รับสาย

ทันใดนั้นเสียงออดหน้าบ้านดังขึ้น หมอมองไปเห็นฟ้าลดายืนอยู่ที่หน้าประตู รีบออกไปเปิดประตูให้ หมอตกใจมากเมื่อเห็นฟ้าลดาที่ผ่านการร้องไห้มาอย่างหนัก ถามอย่างเป็นห่วงว่า

“เขาทำอะไรฟ้า...”

“เขาไม่ได้ทำอะไร พี่แพรไม่รักฟ้าแล้ว พี่แพรเลือกเขาค่ะพี่หมอ...” พูดแล้วร้องไห้อย่างหนัก

หมอวัฒนาดึงฟ้าลดาเข้าไปกอดด้วยความสงสาร จับใจ...

ooooooo

สายชลลากชมพูแพรออกไป พาเธอกลับบ้าน เมื่อเข้าไปนั่งในห้องรับแขกแล้ว เธอทำเป็นรู้สึกผิด...อาย...หันไปเอ่ยกับสายชลว่า

“แพรขอโทษนะคะ ที่แพรใช้อารมณ์มากไปหน่อย”

“คนที่คุณควรจะขอโทษ คือคุณฟ้าลดา ไม่ใช่ผม” พูดแล้วจะเดินออกไป ชมพูแพรรีบมาขวางจนสายชล ชะงัก เธอจับมือเขา มองหน้า พูดอย่างเว้าวอน

“คุณชาร์ล...คุณชาร์ลอย่าโกรธแพรเลยนะคะ แพรจะไม่สนใจสิ่งที่เกิดขึ้น แพรไม่สนใจว่าคุณจะรักแพรหรือเปล่า เพราะแพรเป็นคนที่คุณจะแต่งงานด้วย แพรพร้อมจะเข้าใจคุณทุกอย่าง...ทุกอย่างจริงๆนะคะ คุณเป็นผู้ชาย ย่อมเป็นธรรมดาที่คุณจะทำอะไรแบบนั้นลงไป”

สายชลมองหน้าเธอด้วยแววตาสมเพช โกรธแทนฟ้าลดา แต่ยังพูดอย่างสงบ เยือกเย็นว่า

“ผมขอบคุณและรู้สึกซาบซึ้งมากที่คุณพยายามจะเข้าใจทุกอย่าง แต่คุณแพรครับ คุณฟ้าเป็นน้องสาวคุณและในเมื่อเรื่องมันเกิดขึ้นแล้ว ผมก็ยินดีที่จะรับผิดชอบ ในทุกการกระทำของผม ผมสามารถเลี้ยงดูคุณสองคนได้ เราสามคนจะอยู่ด้วยกันเงียบๆดีไหมครับ”

ชมพูแพรนิ่งไปอึดใจ ก่อนบอกเขาว่า “คุณชาร์ลคะ ความจริงแล้ว แพรกับยัยฟ้า ไม่ได้เป็นอะไรกันเลย...”

สายชลนิ่งไปอย่างไม่เข้าใจ ชมพูแพรเงียบไปเหมือน ตั้งสติเพื่อเล่าเรื่องของตนให้เขาฟังอย่างหวังผลเต็มที่...

ooooooo

ชมพูแพรย้อนอดีตของตัวเองให้สายชลฟัง เธอเล่าช้าๆด้วยความรู้สึกสะเทือนใจกับชีวิตของ ตัวเองว่า...

“ชีวิตแพรอาภัพมาก คุณพ่อคุณแม่ของยัยฟ้า ขอแพรมาเลี้ยง เพราะท่านแต่งงานมาสิบปีกว่าและไม่มีลูก...แต่พอไม่นานยัยฟ้ามันก็เป็นลูกอิจฉามาเกิด คุณพ่อคุณแม่หรือใครๆก็รักแต่มัน...”

เสียงชมพูแพรเริ่มเครียด แฝงไว้ด้วยความชิงชังขณะเล่าถึงฟ้าลดาว่า

“ส่งมันไปเรียนเมืองนอกตั้งแต่เด็กๆ  ท่านประคบ ประหงมฟูมฟักมันทุกอย่าง ฟังแล้วมันไม่ยุติธรรมกับแพรเลยใช่ไหมคะ”

เสียงเล่าของชมพูแพรสะท้านเครือด้วยความสะเทือนใจ ส่วนสายชลถึงกับอึ้งไปกับเรื่องราวที่เธอเล่า ครู่หนึ่งเขาถามว่า

“แล้วช่วงที่คุณฟ้าลดาหายไป คุณไปตามเธอกลับมาทำไม ในเมื่อคุณก็จะเป็นทายาทที่ได้รับมรดกทุกอย่าง ถึงแม้คุณจะเป็นแค่ลูกที่ขอมาเลี้ยง”

“ใครบอกล่ะค่ะ ที่แพรต้องไปตามมันกลับมาก็ เพราะสมบัติทุกอย่างเป็นชื่อมันเพียงคนเดียว นอกจากกิจการบ้านเช่าที่ท่านยกให้แพร แพรไม่เคยมีความหมายในสายตาของพวกเขาเลย หลังจากแพรพายัยฟ้ากลับมา แพรก็ยื่นเรื่องต่อศาลขอเป็นผู้จัดการมรดกทั้งหมด ในเมื่อยัยฟ้ายังสติไม่สมประกอบ จำอะไรไม่ได้”

สายชลฟังแล้วถามว่า “คุณแพรมาเล่าให้ผมฟังทำไม”

“แพรอยากให้คุณรู้ว่า ถ้าคุณเลือกแต่งงานกับมัน คุณก็จะได้แต่ตัวมันเท่านั้น”

“คุณก็น่าจะรู้ว่า ผมไม่ได้เดือดร้อนเรื่องเงิน ผมไม่ได้สนใจมรดกของคุณฟ้าลดา แล้วผมก็ยังไม่ได้บอกว่าจะเลือกคุณฟ้าลดา ผมเพียงแต่บอกให้คุณแพรทราบในสิ่งที่เกิดขึ้น เพื่อที่เราสองคนจะได้ไม่ต้องมีความลับต่อกัน”

ชมพูแพรโผเข้ากอดสายชลไว้ พร่ำบอกเขาว่า “แพรรักคุณมากนะคะ รักจนแพรสามารถทำทุกอย่างที่คุณต้องการ”

สายชลดึงตัวเธอออก มองหน้า ถามอย่างหยั่งเชิงว่า “คุณแพรรับได้เหรอ ถ้าผมจะมีทั้งคุณฟ้าและคุณแพร”

ชมพูแพรอึ้งไปอึดใจ เธอปั้นหน้าพูดเหมือนเป็นความปรารถนาลึกๆจากหัวใจว่า

“แพรบอกคุณแล้วไง ว่าแพรยอมทำตามที่คุณต้องการได้ทุกอย่าง แพรขอแค่ให้คุณแต่งงานกับแพร ให้เกียรติแพรเป็นภรรยาที่ออกหน้าออกตา เท่านี้แพรก็พอใจแล้วค่ะ”

สายชลกอดชมพูแพรไว้อีกครั้ง สีหน้าเขาเครียดลงอีก ส่วนชมพูแพรก็ยังกังวล ครุ่นคิดบางอย่างอยู่ในใจ

ooooooo

เมื่อสายชลกลับไปที่บ้านเช่า เจอสหัสนั่งรออยู่แล้ว สหัสพูดออกตัวก่อนที่สายชลจะถามว่า

“ผมขอโทษที่มาโดยไม่ได้บอก ผมโทร.หาคุณหลายครั้งแล้ว แต่คุณไม่รับสาย”

สายชลเอามือถือออกมาดู พบว่ามีหลายมิสคอล เขาบอกว่า “ฉันปิดเสียงเอาไว้”

“คุณไมเคิลโทร.หาผม ถามถึงเรื่องที่คุณจะแต่งงานกับคุณแพร ท่านแปลกใจมาก”

“ฉันคิดผิด...ฉันพลาด เพราะคนที่เลวร้ายกว่าฟ้าลดาคือชมพูแพร ฟ้าลดาปกป้องพี่สาว ในขณะที่พี่สาวพร้อมที่จะทำลายน้องได้ตลอดเวลา...เฮ้อ...แต่จะว่าไป มันก็คงเป็นกรรมของฟ้าลดาที่ทำกับฉันเอาไว้”

พูดแล้วเห็นสหัสเงียบไป สายชลหันมองเห็นสหัสยืนนิ่ง เลยถามว่า “นายไม่เห็นด้วยกับฉันเหรอสหัส”

“ทุกๆสิ่งที่คุณทำลงไป ไม่เพียงแต่จะทำให้คุณฟ้าลดาเจ็บปวด คุณเองก็รู้สึกไม่ต่างกัน...เพราะลึกๆคุณยังรักคุณฟ้าลดา หรือนางฟ้าของคุณมาก รักเสมอ รักไม่เคยเปลี่ยน...หยุดตอนนี้ก็ยังไม่สายเกินไปนะครับ”

“ฉันเดินหน้ามาถึงขนาดนี้แล้ว ฉันหยุดไม่ได้ เกมทุกเกม ต้องมีคนแพ้และคนชนะ”

“แต่เกมที่เสมอกันก็มีนะครับ” สหัสติงให้คิด

สายชลไม่พูด แต่หันมองไปทางบ้านหลังเล็กของฟ้าลดาอย่างครุ่นคิด...

ooooooo

กลับถึงห้องนอน ชมพูแพรยังวนเวียนครุ่นคิดเรื่องที่ฟ้าลดากับสายชลโต้เถียงกัน  เหมือนคำพูด นั้นๆ ยังก้องอยู่ในความรู้สึก มันบาดใจอยู่ตลอดเวลา

เสียงฟ้าลดาที่บอกว่า “คุณ...ข่มขืนฉัน...ฉันไม่เคยเต็มใจ”

เสียงสายชลที่โต้ว่า “คุณจะเต็มใจ หรือไม่เต็มใจ คุณก็เป็นเมียผมแล้วฟ้าลดา...”

และเมื่อเธอคุยกับสายชลถึงเรื่องนี้ สายชลถามคำถามที่ทำให้เธอสะอึกอึ้งว่า

“คุณแพรรับได้เหรอ ถ้าผมจะมีทั้งคุณฟ้าและคุณแพร”

เวลานั้น เธอต้องนิ่งตั้งสติก่อนตอบไปอย่างนิ่มนวลว่า

“แพรขอแค่ให้คุณแต่งงานกับแพร ให้เกียรติแพรเป็นภรรยาที่ออกหน้าออกตา เท่านี้แพรก็พอใจแล้วค่ะ”

เพราะเวลานั้นสายชลยังไม่ได้ให้คำตอบ  เธอจึงยังคิดหาทางที่จะทำให้ความต้องการของตนสำเร็จ

แน่นอนว่า เพื่อบรรลุจุดประสงค์ของตน ย่อมต้องมีแผนการไปสู่เป้าหมายนั้น...

ชมพูแพรลุกไปยืนมองบ้านหลังเล็กของฟ้าลดาอย่างครุ่นคิด

ooooooo

รุ่งขึ้น ชมพูแพรจึงไปเคาะประตูบ้านฟ้าลดาแต่เช้า ฟ้าลดาเดินเศร้าๆมาเปิดประตู แล้วเธอก็ต้องชะงักกึกเมื่อเห็นชมพูแพรยืนตรงประตู พอเห็นหน้าฟ้าลดาเท่านั้น ชมพูแพรก็ร้องไห้น้ำตาท่วม ฟ้าลดาโผเข้ากอดพี่สาวไว้อย่างตกใจ

“ฟ้า...พี่ขอโทษที่ทำร้ายฟ้า พี่มันเลวมากใช่ไหม ที่พี่ทำกับน้องแบบนี้ เสียแรงที่คุณพ่อคุณแม่ฝากให้พี่ดูแลฟ้า ยกโทษให้พี่นะจ๊ะ พี่เสียใจ...”

ฟ้าลดาหลงกล เช็ดน้ำตาให้พี่สาวในขณะที่ตัวเองก็ร้องไห้น้ำตาอาบแก้ม ปลอบพี่สาวทั้งที่สะอื้นไห้ว่า...

“พี่แพรอย่าร้องไห้นะคะ ฟ้าไม่เคยโกรธพี่แพรเลยสักนิด”

ชมพูแพรมองหน้าฟ้าลดาเต็มตาถามว่า “ฟ้าไม่โกรธพี่จริงๆนะ”

“ค่ะ พี่แพรเป็นพี่สาวของฟ้าเป็นคนที่ฟ้ารักมากที่สุด...” ชมพูแพรแกล้งยิ้มดีใจ ฟ้าลดาสบายใจขึ้น ถามว่า “พี่แพรคะเรื่องคุณชาร์ล”

“พี่รู้ว่าฟ้าเป็นห่วงพี่ แต่ยังไงพี่ก็ต้องแต่งงานกับเขา เพราะว่าพี่...” ชมพูแพรทำเป็นพูดไม่ออก แต่สุดท้ายก็บอกว่า “เพราะว่าพี่...พี่มีอะไรกับเขาแล้ว...”

ฟ้าลดาชะงักอึ้ง ชมพูแพรปั้นหน้าเศร้าทำสงครามประสาทกับฟ้าลดาต่ออย่างแนบเนียน

“เมื่อวาน พอเขาบอกเรื่องฟ้ากับเขา มันก็เลยทำให้พี่ฟิวส์ขาด เพราะเขาเป็นคนแรกของพี่ และที่สำคัญ...พี่ท้อง...”

ฟ้าลดาตกใจแทบช็อก ชมพูแพรทำเป็นสะอื้นบอกว่า ประจำเดือนของตนไม่มาสามอาทิตย์แล้ว ตนมั่นใจว่าต้องท้องแน่ๆ พูดแล้วทำเป็นกังวล ขอร้องฟ้าลดาว่า

“แต่ฟ้าอย่าบอกเรื่องนี้ให้ใครรู้นะ แม้กระทั่งคุณชาร์ล”

“ทำไมล่ะคะ...เขาเป็นคนที่พี่แพรสมควรบอกมากที่สุด เขาต้องรู้นะคะพี่แพร”

“พี่กลัวว่าถ้าพี่บอก เขาจะคิดว่าพี่ปล่อยให้ตัวเองท้องเพื่อจับเขาน่ะสิ”

ฟ้าลดาชักสีหน้าอย่างแค้นใจ บอกพี่สาวว่า

“ถ้าเขาคิดแบบนี้ พี่แพรก็เลิกยุ่งกับเขาเถอะค่ะ ฟ้าช่วยพี่แพรเลี้ยงลูกได้ พี่แพรอย่าไปเสียเวลาไปกับผู้ชายเลวๆคนนี้เลยค่ะ”

ชมพูแพรทำเป็นตกใจมาก รีบห้าม

“ไม่ได้...พี่รักเขามาก รักจนเต็มหัวใจ พี่ขาดเขาไม่ได้ พี่ต้องให้เขาแต่งงานกับพี่ก่อน พี่ถึงจะบอกเขาว่าพี่ท้อง”

“โธ่พี่แพร...” ฟ้าลดาสงสารจับใจ

“ฟ้าจ๋า...ช่วยพี่หน่อยได้ไหม...” ชมพูแพรกุมมือฟ้าลดา มองด้วยสายตาวิงวอน

“พี่แพรอยากให้ฟ้าช่วยอะไร บอกมาได้เลยค่ะ”

“ตราบใดที่ฟ้ายังอยู่ที่นี่ คุณชาร์ลจะไม่ยอมแต่งงานกับพี่ นอกเสียจาก...ฟ้า...ต้องไป ไปแบบไม่ให้เขารู้” ชมพูแพรกุมมือฟ้าลดา น้ำตาคลอเต็มตาหน้าเศร้าอย่าง ที่สุด ย้ำว่า “ฟ้าเคยบอกว่า ฟ้าจะยอมทำทุกอย่างเพื่อพี่ ฟ้าทำเพื่อพี่ได้ไหม”

ฟ้าลดาเห็นสภาพของชมพูแพรและค้ำอ้อนวอนขอร้องอย่างน่าเห็นใจแล้วก็นิ่งอึ้ง พูดไม่ออก...

ooooooo

ที่โรงพยาบาล หมอวัฒนาเข้าไปพบผู้อำนวย-การโรงพยาบาล หลังจากฟังท่านผู้อำนวยการแล้ว หมอพึมพำอย่างคิดไม่ถึงว่า

“โรงพยาบาลที่ซีแอตเติลเหรอครับ...”

ท่านผู้อำนวยการแจ้งรายละเอียดกับหมออีกว่า

“แผนกศัลยกรรมประสาทและสมองที่นั่น ถือว่าเป็นอันดับหนึ่งของโลก ผลงานที่ผ่านมาของคุณหมอ ทำให้เขาสนใจและอยากเชิญคุณหมอไปร่วมงาน ผมเห็นว่านี่เป็นโอกาสดีและไม่ได้มีบ่อยๆ ผมอยากให้คุณหมอไป”

หมอวัฒนานิ่งคิดอย่างตรึกตรอง

ooooooo

ออกจากห้องผู้อำนวยการแล้ว หมอวัฒนาเดินมาเจอฟ้าลดาพอดี ต่างหยุดเดิน ทักทายกัน

ทั้งสองพากันไปนั่งคุยที่ร้านกาแฟ หมอวัฒนาเล่าเรื่องที่ไปคุยกับผู้อำนวยการให้ฟัง ฟ้าลดาตื่นเต้นดีใจกับหมอมากลุ้นหมอว่า

“ไปสิคะพี่หมอ ไม่ต้องคิดแล้ว นี่เป็นโอกาสดีมากอย่างที่ท่านผู้อำนวยการบอก”

“พี่รู้ แต่พี่เป็นห่วงแพร ถึงแพรจะไม่รักพี่แล้ว แต่พี่ก็ทิ้งแพรไปไม่ได้” หมอแสดงความกังวล เมื่อฟ้าลดาชะงักสีหน้าลำบากใจ จนหมอวัฒนาสงสัย ถามว่าทำไมทำหน้าแบบนี้ หรือว่ามีอะไรเกิดขึ้นกับชมพูแพร

ฟ้าลดานิ่งไปนิดหนึ่ง ตัดสินใจบอกหมอว่า “พี่แพรท้องกับคุณชาร์ลค่ะ”

หมอวัฒนาตะลึงงัน ชาไปทั้งตัวเจ็บปวดปานหัวใจ จะสลาย หมอนิ่งอยู่อย่างนั้น จนฟ้าลดาพูดต่ออีกว่า

“สิ่งนี้สรุปข้อข้องใจของเราทุกอย่างว่า ทำไมพี่แพรถึงต้องรีบแต่งงาน”

“แล้วเขารู้หรือเปล่าว่าแพรท้อง” เสียงหมอแผ่ว อยู่ในลำคอ

“เขาไม่รู้ค่ะ พี่แพรไม่อยากบอก เพราะกลัวเขาจะเข้าใจว่าพี่แพรท้องเพื่อจับเขา พี่แพรขอร้องให้ฟ้า ไปจากที่นี่ เพราะฟ้าเป็นเหตุผลเดียวที่ทำให้คุณชาร์ล ไม่ยอมแต่งงานกับพี่แพร”

“แล้วฟ้าจะเอายังไง”

“ในเมื่อเรื่องทุกอย่างมันเป็นแบบนี้แล้ว ฟ้าก็คงจะไม่ขวางทางพี่แพรอีก ถ้าเอกสารเรียบร้อยเมื่อไหร่ ฟ้าจะกลับอเมริกาทันที”

ฟ้าลดาบอก มองหน้าหมอวัฒนาอย่างแน่วแน่

ooooooo

ตอนที่ 13

ชายหาดที่สวยงาม...สายชลยืนมองไปในท้องทะเล ตะโกนก้อง...

“ฉันรักเธอ...อ...อ...”

“ฉันก็รักเธอ...อ...อ” เสียงฟ้าลดาตอบรับพลางเดินออกมายืนเคียงข้างเขา

“สัญญา...ว่าเราจะไม่ทิ้งกัน”

“สัญญา...เราจะอยู่ด้วยกันที่นี่...ตลอดไป”

สายชลยิ้มกว้างอย่างมีความสุข เอาหน้าผากชนกับหน้าผากของฟ้าลดาเบาๆ...

อีกภาพหนึ่ง สายชลในชุดสูทเดินมาหาฟ้าลดาที่ยืนชมวิวอยู่ริมหาด เขายิ้มดีใจมากรีบเดินเข้าหา ฟ้าลดาหันมาเห็นต่างมองหน้ากันด้วยความรู้สึกที่ลึกซึ้ง...ไม่มีคำพูดใดๆ ต่างวิ่งเข้าหากันและกอดกันแนบแน่น สายชลอุ้มฟ้าลดาหมุนไปรอบๆ แล้วจึงวางลงที่พื้น

“สามปีที่ผ่านมา ผมตามหาคุณแทบพลิกแผ่นดิน ในที่สุดเราก็ได้พบกัน”

“ต่อจากนี้ไป เราจะไม่จากกันไปไหนอีกแล้ว”

สายชลกับฟ้าลดามองหน้ากันอย่างลึกซึ้ง กอดกันแนบแน่น...นิ่ง...นาน...

ภาพจบลงอย่างหวานซึ้ง ตามด้วยโลโก้สายการบินเซเว่นซี...

เสียงปรบมือดังกึกก้อง ไฟค่อยๆสว่างขึ้นพร้อมเสียงประกาศ

“ขอเชิญทุกท่านพบกับคุณชาร์ล แมคโครวิท เจ้าของสายการบินเซเว่นซี”

สายชลเดินหล่อเท่ออกมา ทุกคนปรบมือยินดี สาวๆพากันกรี๊ด ชมพูแพรปรบมือด้วยความภูมิใจ วีรเดชกับพี่เอและสหัสปรบมือยิ้มเต็มหน้า เพลินตากับพิสมัยกระดี๊กระด๊าสุดฤทธิ์ พิสมัยหันบอกแขกที่ยืนอยู่ข้างๆอย่างภูมิใจว่า

“หลานเดี๊ยนเองค่ะ หลานเดี๊ยนเอง...ชาร์ลหล่อมากกกกกก”

สายชลเดินไปทางซ้าย...กลับมาทางขวา แล้วมาหยุดยืนตรงกลางเวที โพสท่าแล้วผายมือไปทางด้านหลัง มีเสียงบรรยายดังขึ้น...

“คุณฟ้าลดา พิมุขมนตรา พรีเซ็นเตอร์สายการบินเซเว่นซี”

ฟ้าลดาเยื้องย่างออกมาในชุดสวยอย่างสง่างาม สายชล

ถึงกับตะลึงอึ้ง พวกเจมส์กับวีรเดชก็พากันตะลึงเช่นกัน ชมพูแพรแม้จะยอมรับความสวยสง่าของฟ้าลดา แต่สายตาที่มองเต็มไปด้วยความริษยา เพลินตากับพิสมัยต่างอ้าปากค้าง
ฟ้าลดาเดินออกมาด้วยท่าทางที่สง่างาม  มองไปที่หมอวัฒนาที่ยืนอยู่ในกลุ่มแขก หมอยิ้มให้กำลังใจ เธอยิ้มตอบ แต่พอสายชลเห็นเท่านั้นอารมณ์หึงพุ่งโพลงจนทนไม่ได้ เดินเข้าหาฟ้าลดาที่ยืนโพสตรงกลางเวทีทันที

พี่เอกับวีรเดชยืนดูอยู่ต่างมองอึ้ง พี่เออุทานเสียงแหลม

“ว้าย...ตายแล้ว ผิดคิวอ่ะ ยังไม่ถึงตอนโพสคู่กันสักหน่อย”

ส่วนเพลินตาเห็นสายชลกอดฟ้าลดาบนเวทีก็โพล่งออกมาว่า ถ้ารู้ว่าเป็นแบบนี้ตนเสนอตัวเป็นพรีเซ็นเตอร์แต่แรกแล้ว หมอวัฒนามองดูฟ้าลดาด้วยความห่วงใยความรู้สึกของเธอ

ฟ้าลดาไม่ได้แสดงกิริยาออกมา แต่กัดฟันถามสายชลว่าจะทำอะไร สายชลกระซิบตอบด้วยสีหน้าเนียนๆว่า “ทำให้ไอ้หมอวัฒนารู้ว่าคุณเป็นของผม”

แล้วเขาก็ทำยิ่งกว่านั้น กอดฟ้าลดาแน่น ก้มจูบปาก แต่ตามองหมอวัฒนาอย่างท้าทาย หมอโมโหมาก ฟ้าลดาพยายามดันเขาออกไป แต่สายชลยิ่งกอดแน่นเข้าไปอีก หันมองนักข่าวที่รุมถ่ายรูป ยิ้มให้กล้องอย่างมีความสุข พูดเบาๆจนปากแทบไม่ขยับว่า

“ถ้าไม่หยุดดิ้น ผมจะจูบอีกครั้ง” ทำให้ฟ้าลดาต้องค่อยๆนิ่งลง สายชลจึงคลายแขน สั่ง “ยิ้มสิ...” ฟ้าลดาจำต้องฝืนยิ้มให้นักข่าวถ่ายรูป

เพลินตาดิ้นพราดๆจนพิสมัยต้องคอยปลอบใจ ส่วนชมพูแพรมองสายชลกอดฟ้าลดาบนเวทีขบกราม กำมือแน่นจนตัวเกร็งไปด้วยความอาฆาตแค้น
ooooooo
เมื่อกลับมาหลังเวที   ฟ้าลดาตบหน้าสายชลอย่างแรง ด่า “เลว!”
สายชลทำเหมือนไม่รู้สึกกับการตบของเธอ ยิ้มเยาะถามว่า “ผมเลวที่ไหน ผมทำให้ทุกอย่างมันสมบูรณ์แบบต่างหาก แค่จูบ...จะโกรธอะไรนักหนา มากกว่าจูบยังทำมาแล้วเลย...”
ฟ้าลดาปัดมือเขาที่ยกมาลูบหน้าตนออก โกรธจนปากสั่น ทันใดนั้นวีรเดชกับพี่เอเดินปรบมือเข้ามา ทำให้สายชลกับฟ้าลดาต้องปรับสีหน้าให้เป็นปกติ
“ช็อตเมื่อกี้เรียกเสียงฮือฮาได้สุดยอดเลยครับคุณชาร์ล” วีรเดชชม ยิ้มเต็มหน้า แล้วหันไปยกนิ้วโป้งชมฟ้าลดาว่า“เฮ้ยไอ้ฟ้า เอ็งแน่มาก”

“แขกเหรื่อในงานชอบอกชอบใจกันใหญ่ วันพรุ่งนี้ต้องกลายเป็นทอล์กออฟเดอะทาวน์แน่ๆ” พี่เอบอก

สายชลยิ้มสมใจ เขาเหล่ไปทางฟ้าลดาเห็นเธอทำหน้าไม่ถูก ทันใดนั้นเพลินตากับพิสมัยก็พรวดเข้ามา เพลินตาพุ่งเข้าด่าฟ้าลดาว่าทำแบบนี้กับชาร์ลได้ยังไง พี่เอกับวีรเดชตกใจ สายชลรีบเข้ากั้นกลางสั่งเพลินตาให้หยุด

เพลินตาไม่หยุดอ้างว่าฟ้าลดาฉวยโอกาสแบบนี้จะให้ตนอยู่เฉยได้ยังไง พิสมัยยุว่าแบบนี้ต้องสั่งสอน แล้วสองแม่ลูกก็จะเข้าลุย วีรเดชกับพี่เอตกใจกระโดดกอดกันกลม สายชลยื่นมือออกไปขวางสองแม่ลูกไว้ ฟ้าลดาพูดอย่างไม่สะทกสะท้านว่า

“ถ้าคิดจะสั่งสอนฉัน เชิญสั่งสอนคนของพวกคุณให้ทำตัวเป็นสุภาพบุรุษมากกว่านี้จะดีกว่า”

พูดแล้วฟ้าลดาเดินออกไป เพลินตาตะโกนเรียกให้กลับมาก่อนถามว่าจะหนีไปไหน สายชลมองเพลินตาแล้วส่ายหัวอย่างระอาใจ แต่พอเขาขยับจะตามฟ้าลดาไป เพลินตาก็พุ่งเข้าจับแขนไว้ พิสมัยเข้าช่วยลูกจับแขนสายชลไว้อีกข้าง พอเขาบอกให้ปล่อย สองแม่ลูกพูดพร้อมกันว่าไม่ปล่อย

วีรเดชกับพี่เอมองกันแล้วตกใจที่สองคนกอดกันกลมอยู่ตรงนั้น วีรเดชบอกว่า “แต่ฉันว่าเราควรปล่อยนะ” ทั้งสองมองหน้ากันเหนียมๆ แล้วปล่อยกอดจากกัน ต่างทำหน้าปุเลี่ยน

...ปุเลี่ยน...

ooooooo

ฟ้าลดาออกมายืนที่ริมสระว่ายน้ำ ร้องไห้อย่างเจ็บใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น หมอวัฒนาเดินเข้ามาถามว่า บนเวทีนั่นสายชลนอกบทใช่ไหม เมื่อฟ้าลดาบอกว่าใช่ หมอพูดอย่างไม่พอใจว่า เขาไม่ให้เกียรติเธอเลย ฟ้าลดาไม่อยากให้มีเรื่องบอกหมอว่า

“ฟ้าไม่เป็นอะไรค่ะ”

“ไม่เป็นไรได้ไง พี่เห็นฟ้าบนเวที พี่ก็รู้แล้วว่าฟ้ารู้สึกยังไง เขาจะรังแกฟ้าไปถึงไหน เขาเป็นบ้าอะไร พี่เริ่มจะทนไม่ไหวแล้วนะ”

ฟ้าลดาขอร้องหมออย่าไปยุ่งกับสายชลเลย เพราะหมอเป็นคนดี ไม่อยากให้ต้องมาเสียเพราะผู้ชายคนนี้ หมอจับไหล่ฟ้าลดาพูดจริงจังว่า

“บางทีเขาก็ต้องถูกสั่งสอนเสียบ้าง ไม่งั้นเขาก็จะได้ใจว่าเขาสามารถทำอะไรฟ้าก็ได้ พี่ต้องทำให้เขารู้สึก”

พูดแล้วหมอทำท่าจะไปเอาเรื่อง ฟ้าลดาจับมือหมอไว้ขอร้องให้อยู่เป็นเพื่อนตนก่อน พูดแล้วก็ร้องไห้ออกมาจนหมอสงสารเข้ามากอดปลอบใจ

ชมพูแพรมองจากอีกมุมหนึ่งเห็นภาพนั้นเต็มตา!

ooooooo

สายชลเดินตามหาฟ้าลดา มาเจอชมพูแพร เข้า เธอถามเขาว่าที่จูบฟ้าลดาบนเวทีนั้นหมายความว่าอย่างไร สายชลพูดหน้านิ่งๆว่าตนเล่นไปตามบท ไม่ได้มีอะไรนอกเหนือจากนั้น ชมพูแพรย้ำว่า “จริงนะคะ”

“จริงสิครับ ผมไม่โกหกคุณแพรหรอก” สายชลมองเธอเต็มตาอย่างไร้พิรุธ จับมือเธอกุมไว้ “มั่นใจในตัวผมนะครับคุณแพร”

“แพรเชื่อคุณก็ได้ค่ะ” เธอตอบไปทั้งที่ไม่เชื่อ “แต่ท่าทางพี่หมอคงไม่เชื่อยัยฟ้า แพรเห็นยัยฟ้ากอดปลอบใจพี่หมออยู่ที่ริมสระว่ายน้ำ” พูดแล้วเห็นสายชลหน้าตึง ก็ขอตัว “เออ แพรขอตัวเข้าไปดูแลแขกในงานก่อนนะคะ”

พอชมพูแพรเดินไป สายชลก็หน้าเครียดทันที เขาเดินไปทางสระว่ายน้ำอย่างร้อนใจ ไปถึงเห็นหมอยังกอดปลอบฟ้าลดาอยู่ เขาพรวดเข้าไปกระชากหมอออกเงื้อหมัดจะต่อย ฟ้าลดาขวางไว้ร้องห้าม “หยุดนะ!” สายชลยั้งหมัดเกือบไม่ทัน เขาด่าหมอว่าเป็นผู้ชายรึเปล่า ถึงต้องให้ผู้หญิงปกป้อง

หมอโมโหจะเข้าหาสายชล ฟ้าลดาเลยต้องห้ามทั้งสองฝ่ายบอกหมอว่าเขาจะพูดอะไรก็ช่างเขา เราไปกันเถอะ แล้วจับแขนหมอพาเดินผ่านสายชลไป ทำให้สายชลยิ่งโมโหพูดประชดว่า

“รักกันเหลือเกิน แตะต้องอะไรไม่ได้เลยใช่ไหม”

“ใช่ ฉันรักพี่หมอ” ฟ้าลดาเดินกลับมาพูดใส่หน้าเขา สายชลกัดกรามแน่น น้ำตารื้นขึ้นมา ส่วนหมอตกใจมองหน้าฟ้าลดาที่พูดแบบนั้น ฟ้าลดาย้ำถามสายชลอีกว่า “ได้ยินชัดแล้วนะ ต่อจากนี้ไปก็เลิกยุ่งกับฉันเสียที”

แต่พอเธอจะเดินไปกับหมอ กลับถูกสายชลจับแขนไว้ “ผมไม่ให้คุณไปกับมัน!”

“ปล่อยฟ้า!” หมอพุ่งเข้ามาจับแขนสายชล ทำให้สายชลปล่อยมือจากฟ้าลดาจะต่อยหมอ ถูกฟ้าลดาผลักสุดแรงทำให้สายชลตกน้ำตูม แล้วเธอก็เดินไปกับหมอ ท่ามกลางสายตาของสายชลที่โผล่พ้นน้ำมาดูอย่างเจ็บปวด

ooooooo

เมื่อหมอวัฒนาขับรถมาส่งฟ้าลดาที่บ้าน เธอขอโทษหมอที่พูดกับสายชลไปว่ารักหมอ บอกว่าพูดเพื่อไม่ให้เขามายุ่งกับตนอีกเท่านั้นเอง เธอขอบคุณหมอที่มาส่งแล้วเปิดประตูรถ

“ไม่เป็นไร พี่เข้าใจ” หมอบอก พอฟ้าลดาจะลงจากรถ หมอบอกว่า “ถ้าเขารังแกฟ้าอีก ฟ้าต้องบอกพี่ทันที สัญญากับพี่นะ”

ฟ้าลดารับคำแล้วลงจากรถ หมอมองตามไปด้วยความเป็นห่วง...

ooooooo

ชมพูแพรมารอฟ้าลดาที่บ้านหลังเล็กอยู่แล้ว พอฟ้าลดาเข้ามาเธอทักอย่างแปลกใจ “พี่แพร...” ชมพูแพรลุกพรวดเข้าเล่นงานทันทีว่า

“ไม่ต้องมาเรียกฉันว่าพี่ ทั้งๆที่แกก็รู้ว่าฉันคิดยังไงกับคุณชาร์ล แต่แกก็ยังไม่วายให้ท่าเขา”

ฟ้าลดาตกใจพยายามจะชี้แจงเรื่องบนเวที แต่ชมพูแพรไม่ฟัง ตวาด “หุบปาก!” จนฟ้าลดาเงียบ หน้าเสีย

ที่ซอกประตู แหวนแอบดูอยู่อย่างตื่นเต้น พลันก็สะดุ้งเฮือกเมื่อมีมือมาเขกหัว พอหันมองก็หน้าเสียเห็นป้าเนียมจ้องอย่างตำหนิอยู่ถามว่าแอบดูอะไร แหวนบอกว่าคุณฟ้ากับคุณแพรกำลังทะเลาะกัน ป้าเนียมเงียบจนแหวนสงสัยว่าทำไมวันนี้ป้าไม่ด่าซ้ำยังแอบดูแอบฟังด้วยกันอีก

เสียงชมพูแพรยังเกรี้ยวกราดกับฟ้าลดา “ตั้งแต่แกเกิดมา ฉันดีกับแกทุกอย่าง ทั้งรักทั้งดูแล แต่แกก็ไม่สำนึกคิดมาชอบผู้ชายคนเดียวกับฉัน จำไว้นะ คุณชาร์ลต้องเป็นของฉัน ถ้าแกคิดจะแย่งเขาไปจากฉันละก็...เราจะได้เห็นดีกัน”

สายตาที่ชมพูแพรมองฟ้าลดานั้นเต็มไปด้วยความเกลียดชังจนฟ้าลดาไม่กล้าพูดอะไร เมื่อชมพูแพรเดินออกไปแล้ว ฟ้าลดาก็ทรุดนั่งอยู่ตรงนั้น น้ำตารื้น

ป้าเนียมกับแหวนออกจากที่ซ่อนมองฟ้าลดาด้วยความเห็นใจ

ooooooo

ฟ้าลดายังนั่งร้องไห้ด้วยความเสียใจกับคำพูดที่รุนแรงของชมพูแพร จนป้าเนียมเอาข้าวต้มกุ้งของโปรดมาให้ เธอน้ำตาไหลพรากออกมาอย่างสุดที่จะกลั้นไว้ได้ ปดป้าเนียมว่าฝุ่นเข้าตา แต่หลอกป้าเนียมไม่ได้ ป้าพูดอย่างผู้ใหญ่ที่อบอุ่นว่า

“ถ้าคุณฟ้ามีเรื่องไม่สบายใจ อยากจะระบายก็ร้องไห้ออกมาเถอะค่ะ เก็บไว้มีแต่จะอึดอัดนะคะ”

เพียงเท่านี้ ฟ้าลดาก็ร้องไห้โฮ โผกอดป้าเนียมแน่น ป้าลูบหลังเธอเบาๆอย่างปลอบโยน บอกว่า

“ป้าได้ยินคุณฟ้ากับคุณแพรทะเลาะกัน...ป้าขอโทษนะคะ ป้าไม่ได้ตั้งใจจะแอบฟัง คุณฟ้าอย่าโกรธคุณแพรนะคะ สิ่งที่คุณแพรพูด เพราะคุณแพรกำลังโมโห เดี๋ยวพรุ่งนี้เธอก็หายค่ะ”

“ฟ้าเสียใจที่พี่แพรเข้าใจฟ้าผิด ฟ้าไม่ได้โกรธพี่แพรหรอกนะคะ พี่แพรเป็นครอบครัวเดียวของฟ้า เราเป็นสายเลือดเดียวกัน...ไม่ว่ายังไง ฟ้าก็ไม่มีวันโกรธพี่แพร”

ป้าเนียมฟังอย่างสะเทือนใจ ฝืนยิ้มพยักหน้าทั้งที่กังวลใจกับความจริงในอดีต...

เพราะเป็นคนเก่าแก่ของบ้าน ป้าเนียมจึงรู้ทั้งเรื่อง ของชมพูแพรและฟ้าลดามาตั้งแต่ต้น เวลานั้น ชมพูแพรอายุได้ 5 ขวบ ฟ้าลดาก็เกิด ชมพูแพรเต็มไปด้วยความริษยาน้องบอกป้าเนียมว่าตั้งแต่มีน้อง ทั้งพ่อ แม่ และป้าเนียมก็ทุ่มเทความรักให้น้องหมด ไม่มีใครรักตนเลย แม้ป้าเนียมจะพยายามสอน บอกถึงความจำเป็นต้องดูแลน้องเพราะน้องยังเล็ก แต่ชมพูแพรก็รับไม่ได้

เมื่อป้าเนียมกลับถึงห้องตัวเองก็เอารูปของพ่อแม่ฟ้าลดาขึ้นมาดู บอกกล่าวภาวนากับรูปว่า

“คุณท่านทั้งสองช่วยคุ้มครองคุณฟ้ากับคุณแพรด้วยนะคะ ขออย่าให้มีเรื่องร้ายๆเกิดขึ้นเลย”

ooooooo

สายชลกลับถึงบ้านด้วยความรุ่มร้อนใจกับคำบอกเล่าเรื่องความสัมพันธ์ของฟ้าลดากับหมอวัฒนา จนอาบน้ำเสร็จ ความคิดก็ยังวนเวียนอยู่กับคำบอกเล่านั้น ยิ่งคิดก็ยิ่งเจ็บปวด เจ็บแค้น

เมื่อมายืนมองตัวเองในกระจก เขาคำรามอย่างแค้นใจ “แล้วเธอจะได้รับบทเรียน ฟ้าลดา!” เขาชกกระจกแตกเลือดอาบมือ

รุ่งเช้าเขาออกจากบ้านเช่าเพื่อไปทำงานในสภาพที่มือมีผ้าพันแผล ฟ้าลดาออกมาพอดี เธอเตรียมรับสถานการณ์อย่างตึงเครียด แต่สายชลกลับเดินผ่านไปอย่างไม่สนใจ ทำให้เธอแปลกใจกับท่าทีที่เปลี่ยนไปของเขา

เมื่อไปถึงออฟฟิศฟิล์มแฟลช ถูกเจมส์กับธงไทยถามอย่างตกใจว่า เธอบอกว่ารักหมอต่อหน้าคุณชาร์ลหรือเธอรักหมอจริงๆหรือ

“ฉันไม่ได้รักพี่หมอ ฉันพูดไปเพราะอยากให้เขาเลิกยุ่งกับฉัน” ฟ้าลดาชี้แจง เจมส์ถามว่าแล้วเขาเลิกไหมล่ะ ฟ้าลดาพยักหน้าซึมๆ บอกว่าเมื่อเช้าเจอกันเขาไม่สนใจตนเลยธงไทยเตือนว่าคนเขาบอกว่าทะเลสงบ ก่อนพายุจะมา ให้ระวังไว้ด้วย

“จะว่าไปไทยก็พูดถูก มันดูแปลกจริงๆ ฉันเองก็รู้สึก

ใจคอไม่ดีไงก็ไม่รู้ เอ้อ...ว่าแต่พวกแกสืบเรื่องคุณชาร์ล

ถึงไหนแล้ว” ฟ้าลดาถามอย่างสนใจ เจมส์กับธงไทยช่วยกันเล่าว่า

เพื่อนที่อเมริกาบอกว่าไมเคิลเจ้าของสายการบินเซเว่นซี แต่งงานกับผู้หญิงไทยแต่ไม่มีลูก แต่งกันได้ 10 ปีเมียก็ตาย หลังจากนั้นสามสี่ปี ก็มีชาร์ลโผล่มาเป็นลูก ช่วงหลังจากเมียตายจนถึงตอนที่ชาร์ลโผล่มาไม่มีใครรู้ว่าไมเคิลหายไปไหน

“การสืบประวัติไอ้คุณชาร์ลไม่ง่ายเลยฟ้า” เจมส์ ตบท้ายอย่างไม่มีความหวังนัก จนฟ้าลดาฟังแล้วเครียด สองคนเลยพลอยเครียดไปด้วย

ooooooo

เพลินตายังต้องฝึกงานอยู่กับสหัส วันนี้เธอนั่งทาเล็บที่โต๊ะทำงาน ถูกสหัสตำหนิว่าที่นี่ไม่ใช่ร้านเสริมสวย แล้วใช้ให้ขับรถให้ตน ทีแรกเพลินตาไม่ยอมแต่พอสหัสขู่จะโทร.บอกชาร์ลเธอก็ยอมขับรถให้

สหัสให้เธอขับรถไปที่หมู่บ้านจัดสรรแห่งหนึ่ง เจ้าของโครงการออกมาต้อนรับ ทักทายว่าวันนี้พาภรรยามาด้วยหรือ ทั้งสหัสและเพลินตาปฏิเสธพร้อมกันว่า

ไม่ใช่ สหัสชี้แจงว่าเพลินตาเป็นผู้ช่วยของตน

เจ้าหน้าที่พาไปดูบ้านบอกสหัสว่าบ้านของเขาเสร็จแล้ว เหลือแต่ให้เขาตรวจเช็กงานเท่านั้นก็เซ็นสัญญาโอนบ้านได้เลย เพลินตาหูผึ่งถามว่าเป็นบ้านของเขาเองหรือ

ตอนที่ 12

จนกระทั่งเช้าวันรุ่งขึ้น สายชลไปเคาะประตูที่บ้านหลังเล็ก ยังเงียบกริบ เขาบ่นอย่างหงุดหงิดว่ายังไม่กลับมาอีก แต่พอหันกลับ เจอชมพูแพรเดินมาพอดี เธอบอกเขาว่า “เมื่อคืนยัยฟ้าไม่ได้กลับบ้านค่ะ” เมื่อสายชลอึ้งเธอบอกอีกว่า “ยัยฟ้านอนค้างบ้านพี่หมอค่ะ”

สายชลกำมือแน่น หน้าบึ้งทันที ชมพูแพรอ่านใจออก เข้ามาจับแขนเขา เมื่อเขาหันมา เธอเร่งว่า

“นี่ใกล้ได้เวลานัดประชุมเรื่องงานเปิดตัวพรีเซ็น– เตอร์แล้ว เราไปกันเถอะค่ะวันนี้แพรขอติดรถคุณชาร์ลไปด้วยนะคะ”

ชมพูแพรดึงสายชลให้เดินไปกับตน สายชลเดินตามเธอไป ใจร้อนรุ่มโกรธฟ้าลดา แต่ทำอะไรไม่ได้

ที่โรงแรมของชมพูแพร ทีมงานกำลังตกแต่งสถานที่ พี่เอถามสหัสว่าฟ้าลดายังไม่มาหรือ เพราะใกล้จะถึงเวลารันทรูแล้ว

“ใจเย็นนะพี่ เดี๋ยวผมโทร.ตามให้” แต่พอหยิบโทรศัพท์ออกมากด ก็บ่น “ไม่ค่อยมีสัญญาณเลย” พลางเดินออกไปหาสัญญาณ

ที่หน้าห้องจัดเลี้ยงสายชลกับชมพูแพรเดินเข้ามาด้วยกัน ท่าทางสายชลกระวนกระวายใจ ชมพูแพรเหล่มองอย่างจับสังเกต พอดีพนักงานมาบอกชมพูแพรว่าร้านดอกไม้มาแล้ว สายชลฉวยโอกาสบอกให้เธอไปดูดอกไม้เถอะ ตนจะไปเช็กส่วนอื่นว่าเรียบร้อยหรือยัง

พอแยกกัน สายชลเดินไปหาสหัสที่กำลังโทร.หาฟ้า–ลดา ถามว่าฟ้าลดามาหรือยัง สหัสบอกว่ายัง ตนกำลังโทร. หาอยู่

“เอามือถือนายมา ฉันโทร.เอง” สายชลสั่งแล้วเอามือถือสหัสไปโทร.เอง

ooooooo

ฟ้าลดายังเป็นธุระโทร.ลางานให้หมอวัฒนา กำชับหมอว่าทานข้าวเสร็จแล้วทานยาด้วย ก่อนไปยังบอกว่า

“ฟ้าไปนะคะพี่หมอ ถ้าพี่หมอเป็นอะไร โทร.หาฟ้าได้ตลอดเวลาเลยนะคะ”

“จ้ะ ขับรถดีๆล่ะ”

มองจนฟ้าลดาออกไปแล้ว หมอถอนใจแล้วจึงลงมือทานข้าวต้ม

ฟ้าลดาได้รับโทรศัพท์เห็นโชว์เบอร์ของสหัสจึงกดรับ พอทักทายไป เสียงตอบรับกลับกลายเป็นเสียงของสายชลเขาถามอย่างประชดประชันมาว่า “อยู่กับไอ้หมอทั้งคืนยังไม่หนำใจจนต้องต่อถึงเช้ารึไง”

ฟ้าลดาฉุนกึก ขอให้หยุดดูถูกตนกับหมอวัฒนาเสียทีและถึงจะเป็นความจริงก็ไม่เกี่ยวอะไรกับเขา สายชลย้อนอย่างไม่พอใจว่าไม่เกี่ยวได้อย่างไร ในเมื่อเธอเป็นเมียเขา

“จะให้บอกอีกกี่ครั้งว่าฉันไม่ได้เป็นเมียคุณ”

“แต่เป็นเมียหมอวัฒนางั้นสิ”

“พี่หมอเป็นคนดี เป็นสุภาพบุรุษ ไม่ใช่คนฉวยโอกาสอย่างคุณ” ฟ้าลดาตัดบทแล้วตัดสายปิดเครื่องเลย ทำให้สายชลยิ่งหัวเสียมาก

ooooooo

เมื่อไปถึงโรงแรมที่จัดเลี้ยง ฟ้าลดาจ้ำอ้าวเข้าไป เจอเจมส์กับธงไทยกำลังตั้งป้ายคัตเอาต์รูปฟ้าลดาตรงประตูทางเข้าห้องจัดเลี้ยง สองหนุ่มมองฟ้าลดาอย่างแปลกใจที่เธอใส่ชุดเดิมมา พอถามฟ้าลดาบอกว่าเรื่องยาว เอาไว้ค่อยเล่า

แต่พอเดินผ่านไปไม่ทันพ้น ก็ถูกสายชลพรวดเข้ามาจับแขนเธอลากเดินไปกับเขา ทำเอาเจมส์กับธงไทยร้องเฮ้ย! แล้วรีบเข้าไปขวาง ถูกสายชลชี้หน้าแววตาดุดันตวาด “อย่ายุ่ง!” ฟ้าลดาไม่อยากให้มีเรื่องบอกเจมส์ว่าไม่เป็นไร ส่ายหน้าทำนองว่า อย่าทำอะไรเดี๋ยวจะเดือดร้อน

สายชลลากฟ้าลดาไปต่อหน้าต่อตา เจมส์กับธงไทยได้แต่มองตามไปด้วยความเป็นห่วง สองหนุ่มมองหน้ากันแบบ “เอาไงดีวะ?”

ooooooo

สายชลลากฟ้าลดาไปหลังเวที เธอพยายามขัดขืน บอกให้เขาปล่อยได้แล้ว สายชลปล่อย แต่จะปลดกระดุมเสื้อเธอ ฟ้าลดาหน้าซีดถามว่าจะทำอะไร ตนจะตะโกนให้ลูกน้องเขารู้ว่ามีเจ้านายวิปริตผิดมนุษย์

“งั้นผมจะโทร.หาพี่สาวคุณ และขอแต่งงานเสียเดี๋ยวนี้ ผมจะได้เป็นพี่เขยคุณอีกตำแหน่งหนึ่ง นอกเหนือจากเป็นสามีคุณด้วย ดีไหมฟ้าลดา”

ถูกเอาไม้ตายมาขู่แบบนี้ ฟ้าลดาได้แต่กัดริมฝีปากแน่นด้วยความแค้นใจ ต้องปล่อยให้เขาปลดกระดุมเสื้อทีละเม็ด...ทีละเม็ด จนถอดเสื้อนอกออกเหลือแต่เสื้อยืดตัวใน

ที่แท้เขาต้องการให้เธอเปลี่ยนเสื้อเท่านั้น ไม่อยากให้ใครๆเห็นว่าเธอใส่เสื้อตัวเมื่อวาน เพราะเกี่ยวพันกับภาพลักษณ์ของพรีเซ็นเตอร์สายการบินเซเว่นซีของตน

ฟ้าลดารีบเปลี่ยนเสื้อกระนั้นก็ยังถูกเขาพูดเหยียดหยันว่า “แต่ถึงคุณจะเปลี่ยนเสื้อ ก็ไม่ได้หมายความว่ามันจะทำให้คุณสะอาดมากขึ้น เพราะข้างในคุณก็ยังสกปรก นอนกับผู้ชายไม่ซ้ำหน้า ไม่กลัวเป็นโรคหรือไง”

ฟ้าลดากำมือแน่น จ้องหน้าเขาแทบจะกินเลือดกินเนื้อ ถูกเขาเยาะเย้ยอีกว่า

“เลิกทำเป็นอินโนเซนต์เหมือนสาวน้อยไม่เคยต้องมือชายสักที ไม่ต้องสร้างภาพกับผม เรามันเคยๆกันอยู่”

สายชลทำท่าเอื้อมมือมาจับหน้าเธอ ถูกปัดมือทิ้งด่าว่า เขาเองก็ชั่วช้าสิ้นดี คนที่สกปรกคือเขาต่างหาก

ทั้งคู่โต้เถียงกันอย่างร้อนแรง จนฟ้าลดาบอกว่าตน

ไม่เคยมีอะไรกับพี่หมอ พี่หมอให้เกียรติตน เป็นผู้ชายที่ดี ดีที่สุด ต่อให้ตัวเขาตายแล้วเกิดอีกกี่ชาติก็ไม่มีทางเทียบพี่หมอได้

“เมื่อคืนมันทำอะไรคุณ คุณถึงยกย่องเชิดชูมันขนาดนี้” สายชลโพล่งออกไปอย่างโกรธจัด แต่ฟ้าลดาโกรธยิ่งกว่าเธอตบหน้าเขาฉาดใหญ่ สายชลอึ้งไปอึดใจแล้วดึงเธอเข้าไปจูบ

ฟ้าลดาดิ้นสุดแรง ทั้งทุบทั้งตีบอกให้เขาปล่อย แต่เขายิ่งกอดแน่นระดมจูบอย่างระห่ำ ถูกฟ้าลดาเตะหน้าแข้งอย่างแรงจนร้องโอ๊ย

ooooooo

เจมส์กลัวสายชลจะทำอะไรฟ้าลดา ไปบอกชมพูแพรว่าฟ้าลดามาแล้ว เธอถามอย่างเย็นชาว่าแล้วไง

“ผมเห็นคุณชาร์ลพาฟ้าไปที่หลังเวที ผมว่าพี่แพรน่าจะไปดูหน่อยนะครับ”

ได้ผล เพียงอึดใจเดียว ชมพูแพรก็เข้าไปขวางตวาดฟ้าลดาว่า “ทำอะไรคุณชาร์ล” สายชลแย่งตอบว่า ไม่มีอะไรตนเดินชนโต๊ะเอง ฟ้าลดาถือโอกาสนั้นขอตัวไปซ้อมเดินแบบก่อน แล้วรีบออกไปเลย ชมพูแพรหันมองสายชล เขารีบบอกว่า จะไปดูงานด้านนอกแล้วขอตัวไปอีกคน ทำให้ชมพูแพรยิ่งสงสัยว่าสองคนนี้ต้องมีอะไรกันแน่ๆ

ooooooo

เมื่อออกไปที่เวทีซ้อมเดิน ฟ้าลดาซ้อมเดิน ในจังหวะหมุนตัวเธอทรงตัวไม่อยู่เซจะล้ม สายชลทำท่าจะขึ้นไปประคอง แต่เจมส์กับธงไทยไวกว่าประคองได้ทัน ทำให้สายชลไม่พอใจ หาทางกีดกันสองหนุ่มไปจากฟ้าลดา เขาบอกวีรเดชว่ามีเรื่องจะปรึกษาหน่อย แล้วเสนอว่า

“คุณวีก็เห็นว่าผมร่วมเล่นในภาพยนตร์โฆษณาของสายการบินเซเว่นซี ถ้าอย่างนั้นก็ต้องถือว่าผมเป็นพรีเซ็นเตอร์ของสายการบินเซเว่นซีด้วยอีกคน”

วีรเดชตบโต๊ะปังพูดอย่างตื่นเต้นว่าทำไมตนถึงลืมจุดนี้ไปได้ มัวแต่คิดว่าคุณชาร์ลเป็นเจ้าของ สายชลรวบรัดว่า

“เพราะฉะนั้น ผมก็เลยคิดว่า ผมควรจะเดินเปิดตัวออกมากับคุณฟ้าลดา”

ทุกคนผงะ โดยเฉพาะฟ้าลดากับชมพูแพรถึงกับอึ้งสนิท สายชลยิ้มมุมปากกับอุบายของตน ในที่สุดทีมงานก็สรุปตามที่สายชลเสนอ ฉะนั้นที่ซ้อมกันมาจึงต้องเปลี่ยนแปลงใหม่หมด

สายชลหันมองฟ้าลดายักคิ้วเย้ย ฟ้าลดามองอย่างไม่พอใจ ไม่สบายใจ เชื่อว่าเขาต้องมีแผนอะไรอีกแน่ๆ

ส่วนชมพูแพร มองทั้งสายชลและฟ้าลดา อย่างไม่พอใจ

บ่ายๆฟ้าลดาโทร.หาหมอวัฒนาบอกว่าเสร็จงานแล้วจะเข้าไปหา ถามว่าอยากทานอะไรจะซื้อเข้าไปให้ เอาเป็นข้าวต้มดีไหม...โอเค...งั้นเดี๋ยวเจอกัน

สายชลแอบฟังอยู่ พอรู้ว่าเธอโทร.หาหมอวัฒนาก็คิดแผนการบางอย่างทันที

ooooooo

การเปลี่ยนแปลงตามข้อเสนอของสายชล ทำให้เจมส์กับธงไทยไม่พอใจ บ่นกับวีรเดชว่า

“พี่วียอมเขาได้ไง นึกจะเปลี่ยนอะไรก็เปลี่ยน จากหนึ่งคนเป็นสองคน เราก็เพิ่มสปอร์ตไลต์ที่จะยิงเข้าไปบนเวที เอาแต่ใจตัวเองแบบนี้ คนทำงานก็แย่ซิ” เจมส์ต่อว่าวีรเดชอย่างไม่พอใจ

“แล้วทำไมผมจะเปลี่ยนไม่ได้” เสียงสายชลตอบอย่างไม่พอใจ พอพวกนั้นชะงัก สายชลพูดอย่างวางอำนาจว่า “ในเมื่อผมเป็นเจ้าของบริษัท”

วีรเดชรีบถามสายชลอย่างเอาใจว่า จะเอาอะไรอีกไหม สายชลบอกให้เปลี่ยนต้นมะพร้าวปลอมเป็นของจริงเสีย วีรเดชรับคำทันที บอกว่าเดี๋ยวจะโทร.เช็กที่ร้านต้นไม้ให้เลย พลางควักมือถือออกมา

“คุณจะเสียเวลาโทร.ทำไม ให้คนของคุณไปหาซิ สองคนนี้ก็ยังว่างอยู่ไม่ใช่เหรอ ผมไม่เห็นทำอะไรเลย”

เจมส์กับธงไทยมองหน้ากันแบบซวยแล้วกู วีรเดชสั่งการทันทีให้สองหนุ่มไปหาต้นมะพร้าวมา สองหนุ่มยืนงง วีรเดชกระซิบเสียงเข้มว่า

“ไปซิวะ ไอ้เจมส์ อย่าให้มีปัญหา ฉันไม่อยากเดือดร้อน”

ooooooo

เมื่ออยู่กันตามลำพัง ชมพูแพรถามสายชลสีหน้าเต็มไปด้วยความสงสัยว่าคิดดีแล้วหรือที่จะเดินแบบคู่กับฟ้าลดา

สายชลขัดขึ้นทันทีว่า “อะไรที่ผมพูดออกไป แปลว่าผมคิดดีแล้ว ตอนนี้ทุกอย่างก็เรียบร้อยแล้ว ผมว่าคุณแพรกลับไปพักที่บ้านดีกว่านะครับ เพราะพรุ่งนี้เราจะต้องเหนื่อยกันมาก”

ชมพูแพรบอกว่าเมื่อเขาอยู่ตนก็จะอยู่ สายชลเลยต้องออกอุบาย กุมมือเธอ พูดอย่างอ่อนโยนว่า

“เชื่อผมเถอะนะครับคุณแพร กลับบ้านไปเตรียมอาหารให้ผม ผมจะกลับไปทานข้าวเย็นด้วย...นะครับ...คนดี”

แค่นั้นชมพูแพรก็ตอบรับด้วยความยินดี สายชลหันไปสั่งสหัสให้ไปส่งเธอที่บ้านด้วย แล้วทั้งสามก็เดินไปที่รถด้วยกัน

เมื่อมาถึงรถ ชมพูแพรหันมาทางสายชลที่เดินมาส่ง ยกมือแตะที่หน้าอกเขาเบาๆเอ่ยอย่างอ่อนหวาน

“ตอนนี้คุณชาร์ลก็รู้แล้วว่าแพรรู้สึกยังไงกับคุณ แพรหวงคุณมากนะคะ คุณชาร์ลเข้าใจใช่ไหม”

สหัสพยายามเงี่ยหูฟังที่ชมพูแพรพูด แต่ไม่ได้ยิน สายชลจับไหล่เธอทั้งสองข้าง บอกเธอว่า

“ผมเข้าใจครับ คุณแพรไม่ต้องกังวล ผมรู้ว่าตอนนี้เราเป็นอะไรกัน”

ชมพูแพรยิ้มปลื้ม สายชลยิ้มหวานหว่านเสน่ห์ ประคองมือเธอขึ้นจุมพิต

สหัสไม่ได้ยินว่าสองคนพูดอะไรกัน แต่เห็นสายชลหอมมือชมพูแพรก็ถึงกับสะดุ้ง

สายชลเชิญชมพูแพรขึ้นรถ สั่งสหัสว่า

“ส่งคุณแพรถึงบ้านแล้ว โทร.บอกฉันด้วย”

พอรถสหัสขับออกไปแล้ว รอยยิ้มหว่านเสน่ห์ของสายชลเมื่อครู่ก็เปลี่ยนเป็นยิ้มเจ้าเล่ห์ไปทันที

ooooooo

ชมพูแพรกลับไปทำอาหารอย่างมีความสุข แหวนแอบดู พูดกับป้าเนียมอย่างสอดรู้สอดเห็นตาม

เคยว่า เข้าครัวทำอาหารแบบนี้ คุณชาร์ลมาทานข้าวที่บ้านชัวร์ ป้าเนียมมองเข้าไปในครัวด้วยสีหน้ากลัดกลุ้ม แหวนได้ใจยิ่งพูดก็ยิ่งลึกว่า

“คุณแพรนี่แกไวไฟน่าดู เลิกกับคุณหมอไม่ทันไร ก็คบคุณชาร์ลต่อทันที”

“นังแหวน!” ป้าเนียมหันขวับเรียกเสียงดัง “จะพูดจะจาอะไรระวังปากไว้หน่อย ใครได้ยินเข้า คุณแพรของข้าจะเสียหาย”

“ฉันพูดจริงนี่ป้า เมื่อไหร่ป้าจะเลิกปกป้องคุณแพรเสียที ถ้าคุณแพรเป็นคนดีจริง คุณแพรไม่มีทางทิ้งผู้ชายที่แสนดีอย่างคุณหมอได้ลงคอหรอก คุณแพรน่ะใจร้ายที่สุด”

แหวนพูดความจริงเสียจนป้าเนียมพูดไม่ออก หันไปมองชมพูแพรที่ทำอาหารไปยิ้มไปแล้วป้าเนียมก็ยิ่งกลุ้ม

ooooooo

ให้สหัสส่งชมพูแพรกลับไปแล้ว สายชลกลับมาซ้อมเดินกับฟ้าลดา แต่ท่าทางหมางเมินไม่เหมือนคู่รัก พี่เอเสนอให้ทั้งคู่เดินชิดๆกันหน่อย ฟ้าลดาขยับเข้าใกล้สายชลด้วยสีหน้าอึดอัด ถามพี่เอว่าแบบนี้โอเคไหม

ขณะพี่เอทำท่าคิดๆสายชลก็โอบเอวฟ้าลดา เธอตกใจบอกให้เขาปล่อย แต่พี่เอกลับปรบมือ พูดอย่างตื่นเต้นว่า

“ไม่ต้องปล่อยครับ ท่านี้แหละ ใช่เลย มันต้องใกล้ชิดสนิทแนบแน่นกันแบบนี้ถึงจะถูก คุณชาร์ลถอยไปยืนข้างหลังคุณฟ้าแล้วเอามือสองข้างกอดเอวคุณฟ้าไว้เลยครับ”

สายชลทำตามที่พี่เอบอก ฟ้าลดาขืนตัวไว้ ถูกพี่เอเตือนว่าอย่ายืนแข็ง เพราะในโฆษณาชุดนี้ สองคนแสดงออกมันก็ต้องเหมือนรักกัน

“ฟ้าทำไม่ได้หรอกค่ะ เพราะเราไม่ได้รักกัน” ฟ้าลดา โพล่งขึ้นแล้วเดินออกไปเลย พี่เอร้องอ้าว มองตาค้าง สายชล บอกพี่เอว่าเดี๋ยวตนจัดการเอง พลางเดินตามฟ้าลดาไป

พี่เอมองทั้งสองแล้วเกาหัวงงๆ

ooooooo

สายชลตามไปเห็นฟ้าลดาหยิบกระเป๋าสะพาย เขาถามว่าจะไปไหน งานยังไม่เสร็จ ฟ้าลดาบอกว่ารู้ว่าเขาจงใจแกล้งตน สายชลอ้างว่าตนทำตามหน้าที่ เพราะพี่เอบอกว่าเราต้องแสดงเป็นคู่รักกัน แล้วคนที่รักกันก็ต้องกอดกัน จูบกัน ไม่พูดเปล่าสายชลจู่โจมเข้าไปกอด

ฟ้าลดาโมโหกระทืบเท้าเขาอย่างแรงจนสายชลสะดุ้งปล่อยมือจากเธอ พูดเสียงไม่พอใจว่าทำร้ายตนหลายครั้งแล้ว

“ถ้าฉันฆ่าคุณได้ ฉันทำไปแล้ว”

ฟังแล้วสายชลอารมณ์เสีย ฟ้าลดาเดินออกไปเขารีบคว้าแขนเธอดึงเข้าหาตัว จ้องหน้าพูด

“ที่รีบนักหนาเพราะจะกลับไปหาไอ้หมอวัฒนาใช่ไหม ผมได้ยินคุณคุยกับมัน”

ฟ้าลดาชะงักกึก เข้าใจทันที ถามว่านี่เป็นแผนแกล้งถ่วงเวลาไม่ให้ตนไปพบหมอของเขาใช่ไหม

“ใช่ คุณเข้าใจถูกแล้ว ผมไม่ชอบให้คุณอยู่กับผู้ชายคนอื่น”

“ยิ่งคุณไม่ชอบ ฉันก็ยิ่งจะทำ” ฟ้าลดายื่นหน้าเข้าไปพูดอย่างท้าทาย ผลักสายชลเต็มแรงจนเขาเซไป แล้วเธอก็หันหลังเดินจ้ำอ้าวไปทันที สายชลเสียหลัก โมโหสุดๆ

“ฟ้าลดา หยุดนะ...” สายชลร้องบอกรีบตามไป

“อ้าว...ไปไหนกันล่ะครับ ยังซ้อมกันไม่เสร็จเลย” พี่เอบ่นกับตัวเอง มองสายชลที่จ้ำอ้าวตามฟ้าลดาไป

ooooooo

ฟ้าลดาไปถึงลานจอดรถเปิดกระเป๋าหยิบกุญแจรถออกมา สายชลตามมาทันเขาแย่งกุญแจรถของเธอ ปาออกไปนอกตึก ฟ้าลดาโมโห พูดใส่หน้าว่า

“คิดว่าทำแบบนี้แล้วจะห้ามฉันไม่ให้ไปหาพี่หมอได้เหรอ” พูดแล้ววิ่งไปทางลิฟต์ สายชลตามไปอีกแต่เธอเข้าลิฟต์ และกดปิดทันที สายชลเข้าไม่ทัน เลยยืนหัวเสียอยู่ตรงหน้าลิฟต์นั่นเอง

ส่วนฟ้าลดา พอเข้าลิฟต์แล้วก็ยืนพิงผนังหอบเหนื่อยเหมือนหนีตายมา

ลงลิฟต์มาถึงหน้าโรงแรม เธอมองหาแท็กซี่แต่กลับเห็นกุญแจรถของตัวเองที่พื้น เธอดีใจมากก้มหยิบใส่กระเป๋า ไม่ทันระวัง มีรถคันหนึ่งที่ขับมาอย่างเร็วบีบแตรลั่น ฟ้าลดาตกใจยืนตะลึง สายชลพุ่งเข้าคว้าตัวเธอพาล้มกลิ้งไปด้วยกัน

พอพ้นภาวะอันตราย ฟ้าลดาสลัดตัวลุกพรวดขึ้นผละออกห่างจากเขาอย่างรังเกียจ สายชลทั้งโมโหทั้งน้อยใจที่เธอไม่เห็นความดี ขอบคุณสักคำก็ไม่มีซ้ำยังแสดงท่าทีรังเกียจอีก

ขณะนั้นเอง เขารู้สึกแสบๆที่ข้อศอก อุบายเกิดทันที

สายชลทำเป็นกุมข้อศอกร้องโอ๊ย...โอ๊ย...ทำเหมือนเจ็บเจียนตาย

ได้ผล...เพราะฟ้าลดามองขวับ สีหน้าตกใจ ถามอย่างเป็นห่วงว่าเจ็บหรือ เขาตอบอ้อนๆว่า

“เจ็บ...” พอฟ้าลดาเข้ามาดูแผล เขากลับมองหน้าเธอถามยิ้มๆว่า “ห่วงเหรอ”

ฟ้าลดารู้ตัวว่าถูกหลอก ผละออกทันที ชายหนุ่มเล่นละครต่อ ยังทำเป็นเจ็บแผล อ้อน

“เพราะคุณแท้ๆผมเลยเจ็บเลยเห็นไหม”

“อย่ามาโทษฉัน ฉันไม่ได้ขอให้คุณช่วย”

“แต่ถ้าผมไม่ช่วย คุณถูกรถชนตายไปแล้ว” สายชลเปลี่ยนจากอ้อนเป็นโมโหเดินเข้าหา

“ตายได้ก็ดี ฉันจะได้ไม่เจอคุณอีก!” พูดแล้วหันเรียกแท็กซี่ขึ้นรถไปเลย

นึกว่าหนีรอดแล้ว ที่ไหนได้สายชลเปิดประตูรถแท็กซี่อีกด้านขึ้นนั่งอย่างเร็วแล้วสั่งแท็กซี่ให้ออกรถเลย คนขับถามว่าจะไปไหน เขาบอกว่าให้ขับไปเรื่อยๆก่อน

“คุณตามฉันมาทำไม ลงไป!”

“เรื่องอะไรผมจะลง ผมรู้ว่าคุณกำลังจะไปหาไอ้หมอวัฒนา ผมไม่ยอมให้คุณไป” พูดแล้วยิ้มร้าย ทำให้ฟ้าลดาใจคอไม่ดีไม่รู้เขาจะทำอะไรอีก

ไม่ทันตั้งหลัก สายชลก็จู่โจมเข้ากอดเธอไว้แน่น อ้อนอย่างจงใจให้คนขับได้ยินว่า

“ที่รักจ๋า...จะงอนผัวไปถึงไหนจ๊ะ”

ฟ้าลดาไม่นึกว่าเขาจะมาไม้นี้ เหลือบมองคนขับผ่านทางกระจก แล้วรีบเอามือดันเขาออก พูดดังๆจงใจให้คนขับได้ยินแบบให้รู้ว่าตนกำลังถูกรังแกว่า

“พูดบ้าอะไร คุณไม่ใช่ผัวฉัน”

สายชลไม่ยอมหยุด นึกสนุก ลากคนขับรถเข้ามา เกี่ยวด้วย ทำเป็นฟ้องว่า เมียตนพองอนก็บอกว่าตนไม่ใช่ผัวทุกที แค่บอกว่าคืนนี้ตนเหนื่อยตนไม่ไหวเท่านั้นก็หนีออกจากบ้านเลย

ฟ้าลดาบอกคนขับรถว่าอย่าไปฟัง เขาโกหก สายชลยังทำหน้าทะเล้นบอกว่า ออกมาเปลี่ยนสถานที่บ้างก็ดีเหมือนกัน จู่โจมหอมแก้มเธอฟอดหนึ่งแล้วทำเสียงเคลิ้ม “ชื่น...ใจ...”

คนขับแท็กซี่ที่ถูกลากให้มาเกี่ยวข้องด้วย ยิ้มชอบใจกับอาการพ่อแง่แม่งอนของทั้งคู่

ที่เบาะหลัง หนุ่มสาวกำลังมะรุมมะตุ้มกันอยู่ คนหนึ่งจะกอดจะหอม อีกคนปัดป้องปากก็ห้ามอย่า...อย่า...จนสายชลตะโกนให้เธอหยุด พอเธอชะงักเขาก็โผเข้ากอดหอมพัลวัน แล้วทำเสียงหล่อถาม

“ตกลงเราจะไปต่อที่ไหนดีจ๊ะ...คิดให้ดีว่าเราจะไปที่ไหน...”

“บ้าน...กลับบ้าน”

“ก็แค่เนี้ย” สายชลผละออก เขาชะโงกบอกคนขับ แล้วนั่งพิงพนักอย่างสบายใจเฉิบ

ฟ้าลดาโกรธแทบจะกรี๊ดที่ทำอะไรเขาไม่ได้เลย

ooooooo

ที่บ้านชมพูแพร...หลังจากทำอาหารอย่างตั้งใจมากมายหลายอย่าง ตั้งโต๊ะอย่างสวยงามแล้ว เธอก็แต่งตัวสวยนั่งรอที่โต๊ะ แต่รอแล้วรอเล่าก็ไม่มีวี่แววที่สายชลจะกลับ หรือแม้แต่โทรศัพท์ติดต่อมาก็ไม่มี

รอจนทนไม่ไหว ลุกเดินไปที่หน้าบ้าน มองไปที่บ้านหลังเล็กเห็นยังมืดสนิท เธอเริ่มใจไม่ดี หยิบมือถือขึ้นมา กดทันที

“คุณเอ...นี่พี่แพรนะคะ พอดีแพรโทร.หายัยฟ้าไม่ได้ คุณเอช่วยตามยัยฟ้ามาคุยกับแพรทีสิคะ” พูดแล้วนิ่งฟัง
ปลายสายหน้าเครียด พูดอย่างไม่พอใจว่า “ยัยฟ้าออกไปแล้ว... คุณชาร์ลตามออกไปด้วย...”
ชมพูแพรกำโทรศัพท์แน่นด้วยความโมโหสุดขีด

ooooooo

ในรถแท็กซี่...

แท็กซี่ยังขับไปเรื่อยๆ ฟ้าลดาง่วงจนสัปหงกหัวโขกกระจก เธอสะดุ้งตื่น สายชลยิ้มขำๆกับอากัปกิริยาใสๆของเธอ แต่กลับถูกค้อนควับตาเขียวใส่ เขาเลยทำหน้าตายนั่งนิ่งๆ ทำไม่รู้ไม่ชี้

ฟ้าลดาง่วงมากจนหลับเอนหัวพิงกระจกรถ สายชลเห็นดังนั้นค่อยๆประคองหัวเธอมาพิงไหล่ตนเพื่อให้หลับสบายขึ้น

แม้จะดึกมากแล้ว แต่รถก็ติดยาวเหยียด จนคนขับแท็กซี่บ่นว่าสงสัยข้างหน้าจะมีอุบัติเหตุ

ปรากฏว่าฟ้าลดาหลับลึกมาก หัวที่พิงไหล่เขาไหลลง สายชลจึงประคองให้เธอนอนหนุนตักให้สบาย ฟ้าลดาหลับไม่รู้เรื่อง ปอยผมหล่นลงมาปรกหน้าผาก สายชลค่อยๆเกลี่ยผมออก มองหน้าเธอด้วยแววตาที่เปี่ยมด้วยความรัก...

ooooooo

ชมพูแพรรอสายชลที่หน้าบ้านอย่างหงุดหงิดร้อนรุ่มใจเมื่อรู้จากพี่เอว่าสายชลตามฟ้าลดาออกมานานมากแล้ว จนป้าเนียมมาถามว่า อาหารบนโต๊ะจะให้เก็บเลยไหม

“เอาไปทิ้งให้หมด!” ป้าเนียมเสียดายถามว่าจะทิ้งเลยหรือ ของดีๆทั้งนั้น เลยถูกตวาด “ฉันบอกให้เอาไปทิ้ง!”

ป้าเนียมหันไปพยักหน้าให้แหวนที่ยืนตกใจอยู่ แหวนรีบเข้าไปในบ้านเหมือนกลัวจะเจอลูกหลง ชมพูแพรขยับเดินออกไป ป้าเนียมถามอย่างเป็นห่วงว่าจะไปไหนหรือ

“ฉันจะไปรอคุณชาร์ล” เป็นคำพูดธรรมดาๆ แต่น้ำเสียงนั้น ป้าเนียมฟังแล้วใจคอไม่ดี

ooooooo

ไม่นานนักรถแท็กซี่ก็มาถึงหน้าบ้าน สายชลปลุกฟ้าลดาที่นอนหนุนตักหลับลึกอยู่ แต่เธอไม่ตื่น เขาจึงประคองหัวเธอวางลงบนเบาะ จ่ายค่ารถแล้วอุ้มเธอลงไป

สายชลอุ้มฟ้าลดามาจนถึงหน้าบ้านหลังเล็กของเธอ เขาจะวางก็พอดีเธอตื่น จึงรู้ว่ามาถึงบ้านแล้ว

“ผมปลุกคุณเท่าไหร่ก็ไม่ตื่น ผมก็เลยต้องอุ้มคุณลงมา” สายชลรีบบอกก่อนที่จะถูกโวยวาย

ฟ้าลดาบอกเขาว่ากลับไปได้แล้ว ชายหนุ่มเกี่ยงให้เธอเข้าบ้านก่อน ฟ้าลดาจึงเปิดกระเป๋าควานหากุญแจบ้าน แต่ทำกระเป๋าหล่น ของในกระเป๋าตกกระจาย เธอก้มลงเก็บ สายชลกุลีกุจอช่วยควานหาของตามพื้น หน้าใกล้กันมากจนใจเต้นไม่เป็นส่ำไปทั้งคู่

เมื่อเก็บของหมดและได้กุญแจบ้านแล้ว ฟ้าลดากลับเงอะงะไขกุญแจไม่ได้สักที  สายชลจึงรับกุญแจไปไขให้  ทั้งคู่อยู่ใกล้กันมาก จนเมื่อไขกุญแจได้แล้ว สายชลจึงฉากออก ส่งกุญแจบ้านคืนให้รับกุญแจบ้านแล้วเข้าบ้านปิดประตูทันที แต่กลับต้องยืนพิงบานประตูด้วยความรู้สึกสับสนในอารมณ์ที่ได้อยู่ใกล้กับสายชลจนเกือบจะแนบชิดกันเมื่อครู่นี้

ส่วนสายชลยืนนิ่งอยู่ตรงหน้าประตูด้วยความรู้สึกเดียวกันครู่หนึ่ง จึงหันหลังเดินกลับบ้านของตัวเอง
ชมพูแพรยืนดูอยู่ นับแต่รถแท็กซี่เข้ามาจอด จนกระทั่งสายชลอุ้มฟ้าลดาไปที่บ้าน...ช่วยกันควานเก็บของที่พื้นและจนกระทั่งฟ้าลดาเข้าบ้าน และสายชลยืนอีกครู่หนึ่งจึงหันหลังกลับ...

ทุกอิริยาบถของสายชลกับฟ้าลดา บาดตาบาดใจชมพูแพรนัก! เธอยืนมองอยู่ในเงามืดด้วยความแค้น

เมื่อกลับเข้าห้องนอน ชมพูแพรปัดข้าวของบนโต๊ะหล่นกระจาย สีหน้าแววตาแค้นคลั่ง แล้วสมองก็คิดแผนการอย่างรวดเร็ว

ooooooo

เช้าวันรุ่งขึ้น ชมพูแพรในภาพลักษณ์ที่สวย... สดชื่นมาก โทร.หาหมอวัฒนาทักทายด้วยนํ้าเสียงแจ่มใส

“พี่หมอ...นี่แพรนะคะ...”

ครู่ต่อมาฟ้าลดาก็ได้รับโทรศัพท์จากหมอวัฒนา

“ค่ะพี่หมอ...พี่แพรชวนพี่หมอมางานคืนนี้เหรอคะ ถ้างั้นก็ดีเลยค่ะ ฟ้าไม่มีรถ พี่หมอมารับฟ้าที่บ้านนะคะ”

ooooooo

เย็นแล้ว ที่ห้องจัดงานในโรงแรมของชมพูแพร สายชลดูนาฬิกาข้อมือด้วยท่าทางร้อนใจ มองไปที่ประตูทางเข้า เห็นชมพูแพรเดินเข้ามาอย่างระเหิดระหง
“คุณฟ้ามาถึงหรือยังครับ” สายชลถามโดยที่ไม่ทันทักทายชมพูแพร เธอบอกด้วยนํ้าเสียงเรียบๆแต่ยํ้าคำว่า

“ยังค่ะ แพรเห็นพี่หมอมารับยัยฟ้าที่บ้าน แล้วก็ออกไปด้วยกัน นี่คงเที่ยวเพลินจนลืมเวลา เด็กคนนี้นี่แย่จริงๆ”

“คุณฟ้าออกไปกับคุณหมอวัฒนาหรือครับ” เสียงสายชลเครียดขึ้นมาทันที

“ค่ะ ตอนนี้ยัยฟ้ากับพี่หมอตัวติดกันเป็นปาท่องโก๋ นี่ยัยฟ้าก็ชวนพี่หมอมางานนี้ด้วยนะคะ บอกว่าต้องการกำลังใจ ไม่รู้จะหวานกันไปถึงไหน”

“คุณแพรหมายความว่ายังไง”

“ตอนนี้ยัยฟ้ากับพี่หมอคบกันอย่างเปิดเผยแล้วน่ะสิคะ” สีหน้าชมพูแพรยิ้มแย้ม ชำเลืองมองสายชล เห็นเขาหน้าเครียดก็ยิ้มสะใจ

ooooooo

อีกมุมหนึ่งในห้องจัดเลี้ยง พิสมัยเดินเข้ามากับเพลินตา พิสมัยมองลูกแล้วเตือนอย่างขัดใจเมื่อเห็นเพลินตาเดินเข้ามาอย่างไม่มั่นใจ บอกลูกเบาๆว่า “ยัยตา! เดินให้มันสง่าผ่าเผยหน่อยซิ!”

“ตาไม่มั่นใจนี่แม่” เพลินตาในชุดที่ด้านหลังคว้านลึก แต่ด้านหน้าปกปิดมิดชิดตอบเสียงอ่อย

“งานนี้ไม่มั่นใจไม่ได้ ลูกต้องอกผายไหล่ผึ่งเชิดหน้าเข้าไว้ รับรองถ้าชาร์ลเห็นลูกในชุดนี้ต้องอ่อนระทวยแน่นอน” พิสมัยลุ้นสุดใจ เพลินตาทำตามที่แม่บอก แต่ก้าวพลาดสะดุดชายกระโปรงตัวเองจนล้มคะมำ

พิสมัยตกใจ แต่สหัสไวมากเข้าคว้าตัวเพลินตารับไว้ทัน เขาถึงกับมองตะลึงในความงามของเธอ พลันก็ร้องโอ๊ยเมื่อถูกเพลินตาตบเข้าที่ตา ตะคอกถามว่า “มองอะไร” แล้วผละออกไป สหัสบอกว่าไม่มองก็ได้ แล้วทำเป็นเมินไปทางอื่น

เพลินตาบอกว่าชาร์ลมองตนได้คนเดียว แล้วชวนพิสมัยไปหาชาร์ลกันดีกว่า ถูกสหัสสกัดบอกทั้งสองว่า

“คุณสองคนจะไปไหนไม่ได้ทั้งนั้น ต้องออกไปช่วยผมรับแขกครับ” พูดแล้วก็จับแขนพิสมัยกับเพลินตาพาออกไปพร้อมกัน สองแม่ลูกพยายามสลัดแขนจากสหัส แต่ถูกจับแน่นจนต้องเดินตามเขาไป

ooooooo

ฟ้าลดากับหมอวัฒนามาถึงแล้ว ฟ้าลดาพูดอย่าง คาดหวังว่า ชมพูแพรชวนหมอมางานด้วยแสดงว่าจะมีโอกาสกลับมาคืนดีด้วยใช่ไหม หมอบอกว่าตนไม่อยากคาดหวังหรือคิดอะไรไกลกว่านี้ เพราะแค่ชมพู-แพรโทร.ชวนมางานนี้ ตนก็ดีใจมากแล้ว

“อย่าท้อสิคะ พี่หมอสู้ๆ” ฟ้าลดาปลุกใจ หมอยิ้มเจื่อนๆ บอกว่าสู้ก็สู้ “มันต้องแบบนี้สิ” ฟ้าลดาโอบไหล่หมอด้วยความดีใจ หมอบอกเธอให้ไปทำงานเถอะตนจะอยู่แถวนี้แหละ ให้กำลังใจเธอว่า

“ทำให้เต็มที่นะฟ้า พี่จะเป็นกำลังใจให้”

“พี่หมอให้กำลังใจฟ้าขนาดนี้ฟ้าสู้ตายค่ะ”

ทั้งสองยิ้มให้กัน หมอวัฒนายกมือลูบหัวฟ้าลดา แล้วต่างแยกกันไป

ที่อีกมุมหนึ่ง สายชลเดินออกจากที่หลบมุม มองฟ้าลดากับหมอวัฒนาอย่างหึงสุดๆ

ooooooo

ทันทีที่ฟ้าลดาเดินไปถึงหลังเวที ก็ถูกสายชล พรวดเข้ามาพูดประชดว่า

“ห่างกันไม่ได้เลยรึไง” ฟ้าลดาหันขวับถามอย่างตกใจว่าพูดอะไร สายชลจิกใส่ว่า “ไอ้หมอวัฒนาไง ไม่เปิดห้องสักห้องล่ะ เผื่อเลิกงานแล้วจะทนกันไม่ไหว”

“คุณชาร์ล...” ฟ้าลดาอุทานอย่างคาดไม่ถึงกับความหยาบคายของเขา พลันก็ตั้งสติได้ ปรับสีหน้าเป็นถามกวนๆ

กลับไปว่า “ฉันไม่เปิดห้องที่นี่หรอก ถ้าฉันจะทำอะไรกับพี่หมอไปทำที่บ้านดีกว่า”

สายชลอึ้งสนิท ทั้งโกรธทั้งหึง ทำท่าจะพุ่งเข้าไป แต่พี่เอกับสหัสเข้ามาพอดี เขาเลยชะงัก

พี่เอบอกว่าฟ้าลดามาแล้วให้รีบไปแต่งตัวกันเถอะ ฟ้าลดาจ้องจิกสายชลอีกครั้งก่อนเดินตามพี่เอไป สหัสจึงหันบอกสายชลว่า แขกทยอยมากันแล้ว สายชลจึงเดินออกไปกับสหัสอย่างหัวเสีย
ooooooo

บรรยากาศงานเปิดตัวพรีเซ็นเตอร์สายการบิน เซเว่นซีเริ่มแล้ว...

ภาพโปสเตอร์ของฟ้าลดามีอยู่ตั้งแต่ทางเข้าจนถึงข้างใน แขกหรื่อมากมาย นักธุรกิจ นักข่าว เดินกันขวักไขว่ เต็มงาน

สหัสก้าวขึ้นไปที่กลางเวทีอย่างเท่ มองไปที่บรรดาแขกในงาน เอ่ยด้วยน้ำเสียงยินดี...

“ขอต้อนรับแขกผู้มีเกียรติทุกท่านเข้าสู่งานเปิดตัวพรีเซ็นเตอร์ประจำปี 2011 ของสายการบินเซเว่นซี” เสียงปรบมือต้อนรับกึกก้อง “ปีนี้ทางสายการบินเซเว่นซีได้เปิดเส้นทางบินใหม่สามประเทศด้วยกัน”

สหัสบรรยายพลางก็มีภาพแสดงเส้นทางการบินที่เพิ่มขึ้นสลับกับภาพแขกในงานก่อนประกาศอีกว่า

“และบัดนี้...ขอเชิญทุกท่านชมภาพยนตร์โฆษณามินิซีรี่ย์สามตอนจบได้เลยครับ”

สหัสเดินออกไป ไฟในห้องค่อยๆมืดลง จอโปรเจกเตอร์กลางห้องเลื่อนลงมาช้าๆ

ไม่นานภาพยนตร์โฆษณาสายการบินเซเว่นซีก็ปรากฏขึ้น...

ooooooo

ตอนที่ 11

พอฟ้าลดาเข้าไปในบ้านไม่ทันทำอะไร ชมพูแพรก็เดินอ้าวมาเอาเรื่อง ถามทันทีว่าทำไมต้องโกหกตน ฟ้าลดาตกใจหน้าถอดสี แต่ยังทำใจแข็งถามว่าตนโกหกเรื่องอะไร

“เมื่อคืนพี่โทร.หาเจมส์ เจมส์บอกพี่ว่าไม่มีเพื่อนฟ้าคนไหนที่เพิ่งกลับมา ฟ้าไปไหนมากันแน่” ชมพูแพรถามทั้งที่รู้แก่ใจดี

ฟ้าลดายังปากแข็งยืนยันว่าไปหาเพื่อนจริงๆ เป็นเพื่อนสมัยที่ตนไปแบ็กแพ็กที่ยุโรป ถูกชมพูแพรจับโกหกว่าไหนทีแรกบอกว่าเพื่อนจากอเมริกา ฟ้าลดาก็ตะแบงไปว่า เขาเป็นคนอเมริกันแต่ไปเรียนที่ยุโรป

“แต่เมื่อเช้าพี่เห็นฟ้ากับคุณชาร์ลกลับมาพร้อมกัน แถมเมื่อคืนก็ไม่กลับมาเหมือนกันอีก ฟ้าไม่ได้ไปกับคุณชาร์ลแน่นะ”

ฟ้าลดายืนยันว่าแน่ แล้วขอร้องอย่าโกรธตนเลย ตน ขอโทษที่ทำให้เป็นห่วง ชมพูแพรทำเป็นเชื่อ แต่พอเห็นสร้อยเชือกถักที่ข้อมือฟ้าลดาก็ถามอย่างจับผิดว่าเอาอะไรมาใส่ ฟ้าลดาโกหกว่าเพื่อนซื้อมาฝาก

ชมพูแพรไม่คาดคั้น แต่เดินออกจากบ้านหลังเล็กของฟ้าลดา ไปที่บ้านเช่าของสายชล ไปร้องเรียกที่ประตู ไม่มีเสียงตอบจึงเปิดประตูเข้าไป ได้ยินเสียงฝักบัวในห้องน้ำ เข้าใจว่าเขาอาบน้ำอยู่ จึงเดินเกร่ไปที่โต๊ะ เห็นสร้อยเชือกถักวางอยู่ หยิบขึ้นมาดูเหมือนของฟ้าลดาไม่มีผิด

ชมพูแพรโกรธจี๊ด เดินออกจากบ้านสายชลกลับไปที่บ้านหลังเล็กของฟ้าลดาทันที ฟ้าลดาตกใจที่ชมพูแพรพรวดเข้ามาตรงเข้าไปเอาสร้อยเชือกถักยื่นไปตรงหน้าฟ้า ลดาพูดประชด

“น่าแปลกนะฟ้า สร้อยของคุณชาร์ลเหมือนที่ฟ้าใส่ไม่มีผิด” ฟ้าลดาอึกอักก่อนตอบเลี่ยงๆว่าอาจซื้อจากร้านเดียวกันก็ได้ ชมพูแพรปาสร้อยใส่ฟ้าลดาอย่างแรงตวาดลั่น “เลิกโกหกพี่เสียที! เมื่อคืนฟ้าไปกับคุณชาร์ลมาใช่ไหม”


ฟ้าลดาหน้าถอดสี แต่ยังเสียงแข็ง ยืนยันว่าตนไปกับเพื่อนจริงๆ ชมพูแพรบอกให้เอาเบอร์โทร.ของเพื่อนคนนั้นมา ฟ้าลดาจนมุมนิ่งอึ้ง ชมพูแพรตบหน้าฟ้าลดาสุดแรงเต็มฝ่ามือจนเธอหน้าหันตกใจสุดขีด ถูกชมพูแพรด่าลั่นอย่างโกรธจัด

“แกมันร่านนักใช่ไหมฟ้าลดา! ฉันอุตส่าห์ไปพาแกมาจากไอ้ผัวชาวเกาะโทรมๆของแก แต่แกก็ไม่เคยพอ ทนต่อความต้องการของตัวเองไม่ไหว ก็เลยทอดสะพานให้คุณชาร์ลงั้นเหรอ!!”

ฟ้าลดาน้ำตารื้นถามว่าทำไมพูดกับตนแบบนี้ ชมพูแพรด่าอย่างขาดสติต่อไปอีก

“เพราะมันคือความจริง ทั้งๆที่ฉันหวังดีกับแกมาตลอด แต่แกกลับไม่มีสามัญสำนึก แกทำกับฉันแบบนี้ได้ยังไง??!”

ฟ้าลดาจับแขนชมพูแพร พยายามขอร้องให้ฟังตนก่อน ชมพูแพรแกะมือเธอออกเดินปึงปังออกไป ทิ้งให้ฟ้าลดาทรุดลงกับพื้นร้องไห้อย่างหนัก ว้าวุ่นสับสนไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับชีวิตตน...

ooooooo

เมื่อชมพูแพรกลับมาที่ห้องตัวเอง เธอคว้ากรอบรูปที่ถ่ายคู่กับฟ้าลดาขึ้นมาดูแล้วปาลงพื้นจนแตกเพล้ง

ป้าเนียมกับแหวนมองหน้ากันอย่างตกใจ แล้วรีบขึ้นไปเคาะประตูห้อง ร้องเรียกอย่างตกใจเป็นห่วง จนชมพูแพรเปิดประตูออกมาชักสีหน้าตวาดถามว่ามีอะไร ป้าเนียมบอกว่าได้ยินเสียงของแตกมีอะไรหรือเปล่า

“แล้วเห็นฉันเป็นอะไรไหมล่ะ” ชมพูแพรกระชากเสียงถามแล้วปิดประตูใส่หน้าปัง

ป้าเนียมกับแหวนมองหน้ากันอย่างตกใจอีกครั้ง...

ฟ้าลดากลับมานั่งเศร้า ลูบรอยตบที่แก้ม เสียงด่าของชมพูแพรยังก้องในความรู้สึก ยิ่งคิดก็ยิ่งเจ็บปวด ร้องไห้อย่างเสียใจ

ทันใดนั้น หมอวัฒนามาหาเอาขนมมาฝาก พูดอย่างร่าเริงว่าเป็นขนมเจ้าอร่อยต้องเข้าแถวซื้อเป็นชั่วโมงถึงซื้อได้ ฟ้าลดาเช็ดนํ้าตาจนแห้งแล้ว แต่ใจยังปรับไม่ได้ หมอเห็นเธอเศร้าๆ ถามว่าเป็นอะไร พอเห็นรอยตบที่แก้ม หมอตกใจถามว่าใครทำอะไร เธอปดหมอว่าหกล้ม

“เห็นอยู่ว่าเป็นรอยถูกตบ...ฝีมือคุณชาร์ล?!” ฟ้าลดาปฏิเสธทันทีว่าไม่ใช่ หมอไม่เชื่อพูดเสียงเข้มว่า “เลิกปกป้องเขาเสียทีเถอะฟ้า พี่ไม่รู้หรอกนะว่าฟ้ากับเขามีอะไรกัน แต่พี่พอเดาได้ว่ามันคงไม่ใช่เรื่องดี พี่ทนไม่ไหวที่จะให้เขาทำร้ายฟ้าอีกแล้ว” พูดแล้วหมอวัฒนาพุ่งออกไปด้วยความโมโห

“พี่หมอ...ฟังฟ้าก่อน...พี่หมอ...” ฟ้าลดาร้องเรียกอย่างตกใจแล้วรีบตามไปติดๆ

ooooooo

หมอวัฒนาพุ่งไปที่บ้านเช่า ทุบประตูปังๆ ฟ้าลดา ตามมาบอกว่ามันไม่ใช่อย่างที่หมอเข้าใจ แต่หมอไม่สนใจ ทุบจนสายชลเปิดประตู ทันทีที่ประตูเปิด หมอพุ่งหมัดใส่หน้าเขาทันทีจนสายชลที่ไม่ทันระวังตัวล้มลง ฟ้าลดาตกใจแทบช็อก เห็นหมอตามไปซํ้าอีก เธอพุ่งเข้าร้องห้าม “พี่หมอ...อย่า...”

หมอวัฒนาดันฟ้าลดาให้พ้นทางแล้วเดินเข้าหาสายชลที่เพิ่งลุกขึ้นมา สายชลสวนหมัดไปทันที ฟ้าลดาหน้าตาตื่นกับการชกต่อยกัน ไม่รู้จะทำอย่างไร ได้แต่ร้องห้าม

แหวนเดินผ่านมาเห็นพอดี ถึงกับเอามือปิดปากอุทาน “แม่เจ้า...” จากนั้นวิ่งแจ้นไปบอกชมพูแพรที่บ้าน อึดใจเดียวชมพูแพรก็มาถึง ตรงเข้าร้องห้าม “หยุดนะพี่หมอ!”

หมอวัฒนายั้งหมัดไม่ทัน ชกเปรี้ยงจนสายชลปากแตก พอชมพูแพรเห็นสายชลปากแตกก็ถลาเข้าไปหาด้วยความเป็นห่วง แต่หันมองหมอด้วยความไม่พอใจ

ตรงนั้น...ฟ้าลดา สายชล ชมพูแพร และหมอวัฒนา ต่างมองหน้ากันในสถานการณ์ที่ตึงเครียด!

ooooooo

เมื่อหยุดการชกต่อยได้ และพากันกลับมาที่บ้านหลังเล็กของฟ้าลดาแล้ว ชมพูแพรเดินมาตรงหน้าหมอวัฒนาตำหนิอย่างไม่พอใจมากว่า

“จะทำอะไรคิดถึงหน้าแพรบ้าง ถ้าเกิดคุณชาร์ลโมโห แล้วถอนหุ้นออกจนหมด พี่หมอจะชดใช้แพรได้รึเปล่า”

“ผมรู้ว่าผมวู่วาม แต่ผู้ชายคนนี้กำลังคุกคามน้องฟ้านะครับ”

ชมพูแพรชะงักมองไปทางฟ้าลดา ฟ้าลดาทำหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก หมอวัฒนาพูดต่ออย่างอัดอั้นมานานว่า

“ครั้งที่แล้ว ที่น้องฟ้าได้รับบาดเจ็บก็เพราะออกไปกับเขา แพรเห็นหน้าน้องฟ้าไหม คุณชาร์ลทำร้ายฟ้านะแพร”

ชมพูแพรมองหน้าฟ้าลดาเห็นรอยตบเป็นปื้นที่แก้ม เธอถามหมอหน้านิ่งๆว่า “พี่หมอเห็นคุณชาร์ลทำงั้นเหรอ”

“ผมไม่เห็น แต่ก็เดาได้ไม่ยาก ผู้ชายคนนี้ไม่น่าไว้ใจ”

ชมพูแพรนิ่งไปนิดหนึ่ง คิดอะไรบางอย่าง แล้วบอกหมอว่า

“แพรจะไปถามเขาว่า มันเป็นอย่างที่พี่หมอบอกจริงรึเปล่า” พูดแล้วปรายตาไปทางฟ้าลดาก่อนเดินออกไป

ooooooo

ครู่เดียว ชมพูแพรก็ไปที่บ้านเช่าของสายชลพร้อมกล่องยา เข้าไปเห็นเขากำลังชกกำแพงอยู่อย่างเจ็บใจ เธอเดินเข้าไปนั่งข้างๆเขา พูดอ่อนหวานว่า

“แพรทำแผลให้ค่ะ” เมื่อเห็นเขาไม่ปฏิเสธ เธอทายาให้พลางเอ่ย “แพรขอโทษคุณชาร์ลแทนพี่หมอด้วยนะคะ เป็นเพราะยัยฟ้าแท้ๆ”

สายชลมองหน้าเธอถามว่าเกี่ยวอะไรกับฟ้าลดาด้วย ชมพูแพรหยิบสร้อยเชือกถักออกมาถามว่า เขาให้ฟ้าลดาใช่ไหม สายชลถามว่าฟ้าลดาบอกหรือ

“ฟ้าไม่ได้บอกแพร แต่ฟ้าบอกพี่หมอ รวมทั้งเรื่องเมื่อคืน” เธออำ มองหน้าเขาอย่างจับพิรุธ

“คุณแพรไม่อยากรู้เหรอครับว่าเมื่อคืนเกิดอะไรขึ้น”

“ก็คงจะเป็นเรื่องเดิมๆ ที่เกิดขึ้นกับยัยฟ้าเป็นประจำ คุณชาร์ลยังไม่รู้จักน้องสาวแพรดี ยัยฟ้าเป็นคนง่าย จนบางครั้งก็ง่ายเกินไป คุณชาร์ลเข้าใจที่แพรพูดใช่ไหมคะ”

เห็นสายชลนิ่งไป เธอพูดต่อเรียบๆ แต่เคลือบด้วยพิษสงที่ทำลายฟ้าลดาอย่างเลือดเย็นว่า

“วัฒนธรรมตะวันตก ทำให้ยัยฟ้าไม่แคร์อะไร แพรไม่โทษคุณหรอกนะคะ เพราะว่าคุณอาจจะทนกับความยั่วยวนของยัยฟ้าไม่ได้ คนที่เคยผ่านผู้ชายมาแล้วนับไม่ถ้วน ก็ไวไฟอย่างนี้แหละค่ะ อย่าไปจริงจังกับยัยฟ้ามากนักเลย”

ชมพูแพรพูดเรียบๆ เหมือนเป็นเรื่องปกติธรรมดาของวัยรุ่นที่ถูกวัฒนธรรมตะวันตกครอบงำ แต่สายชลฟังแล้ว แทบกระอักเลือด!

เมื่อชมพูแพรกลับไปแล้ว สายชลกลับเข้าไปในห้อง ตรงไปยังจุดที่วางสร้อยเชือกถักไว้ก่อนเข้าห้องนํ้า มองหา ค้นหาปรากฏว่าไม่มีแล้ว เขามองสร้อยเชือกถักในมือพึมพำอย่างสงสัย

“ไม่มี...หรือนี่จะเป็นของเรา แล้วคุณแพรมีมันได้ยังไง??”

ooooooo

ที่บ้านหลังเล็ก ฟ้าลดาทำแผลให้หมอวัฒนา หมอขอโทษที่ทำให้เกิดเรื่อง ฟ้าลดาบอกว่าตนต่างหากที่ต้องขอโทษหมอ เพราะตนเป็นต้นเหตุให้หมอต้องเจ็บตัว เธอมองหน้าหมอตัดสินใจบอกว่า ความจริงแล้วสายชลไม่ได้ทำร้ายตน หมอถามว่าถ้าอย่างนั้นใครทำ

ไม่ทันที่ฟ้าลดาจะตอบ ชมพูแพรก็เข้ามาบอกหมอว่ามีเรื่องสำคัญอยากคุยด้วย หมอจึงลุกไป ฟ้าลดามองตามไปใจคอไม่ดี

ชมพูแพรพาหมอไปเดินคุยกันในสวนหลังบ้าน เธอเกริ่นก่อนว่า

“พี่หมอจำได้ไหม มีสองอย่างที่จะทำให้แพรหมดรักพี่หมอนั่นคือการโกหกกับการนอกใจ”

หมอมองหน้าเธอใจไม่ดี ถามว่าต้องการจะบอกอะไรหรือ เธอบอกว่าตนรู้ว่าหมอคิดอย่างไรกับฟ้าลดา หมอติงว่า ไหนเธอบอกว่าจะไม่พูดเรื่องนี้กันอีกแล้วไง ชมพูแพรพูดด้วยสีหน้าจริงจังว่า

“แพรไม่ได้พูดเล่น แพรพูดจริง พี่หมอรู้สึกอะไรกับยัยฟ้า ทำไมแพรจะไม่รู้” หมอยืนยันคำเดิมว่าตนรักฟ้าลดาเหมือนน้องคนหนึ่ง พูดพลางจับแขนเธอบีบเบาๆเหมือนยืนยัน ถูกชมพูแพรปัดมือหมอทิ้ง จ้องหน้าเสียงเข้มใส่ว่า

“เลิกโกหกตัวเองแล้วก็เลิกโกหกแพรเสียที แพรไม่อยากฟัง!”

“แพรต่างหากที่ต้องเลิกโกหกตัวเอง และเลิกโกหกผม แพรปกปิดความรู้สึกที่มีต่อคุณชาร์ลไม่ได้หรอก”

“พี่หมออย่ามาหาเรื่องแพร อย่ามาบอกว่าแพรผิด เพราะคนที่ผิดทั้งหมดคือพี่หมอ หรือพี่หมอจะปฏิเสธว่าที่พี่หมอทำร้ายคุณชาร์ลไม่ใช่เพราะยัยฟ้า แพรจะไม่ทนเป็นคนโง่ให้พี่หมอหลอกอีกต่อไป เราเลิกกัน!!”

หมอวัฒนาแทบล้มทั้งยืน ฝนเริ่มลงเม็ด ชมพูแพรเดินหนีหมอเข้าบ้าน หมอตามไปกอดไว้จากข้างหลัง เอ่ยอ้อน

“แพร...ผมขอโทษที่ผมพูดไม่ดีออกไป แพรอย่าทำอย่างนี้เลยนะ” เธอตวาดให้หมอปล่อย หมอกอดแน่นเข้าไปอีก พูดอย่างสะเทือนใจ “ไม่...ผมไม่ปล่อย ผมรักแพรนะครับ ผมรักแพรมาก แพรอย่าเดินจากผมไปแบบนี้ ผมขอร้อง”

ชมพูแพรพยายามแกะมือหมอออก จนเมื่อแกะสำเร็จเธอหันไปตบหน้าหมออย่างแรงจนหมออึ้ง แล้วเธอก็เดินเข้าบ้านปิดประตูใส่หน้าปัง!

ooooooo

ป้าเนียมมาเจอชมพูแพรที่ห้องรับแขก ป้าถามอย่างตกใจว่าเกิดอะไรขึ้น เวลาเดียวกัน เสียงหมอที่ทุบประตูและตะโกนเรียก “แพร...แพร...” ก็ดังอยู่หน้าบ้าน ป้าเนียมถามว่านั่นเสียงหมอวัฒนาใช่ไหม พลางจะเดินไปเปิดประตู

“ไม่ต้องเปิด ต่อไปนี้อย่าให้หมอวัฒนาเข้ามาในบ้านเราอีก” พูดแล้วเดินออกไป

ป้าเนียมกับแหวนมองกันเหวอ แหวนสาระแนตามเคยว่า “ฉันว่าแล้วว่ามันต้องเกิดเรื่อง งานเข้าแล้วไงป้า”

ป้าเนียมถอนใจหนักหน่วงอย่างเป็นห่วงหมอวัฒนา

หมอยังไม่กลับ ยังยืนเรียกชมพูแพรให้มาคุยกัน

ป้าเนียมเปิดประตูออกไปบอกด้วยความสงสารว่าให้กลับไปก่อนดีกว่า เอาไว้ค่อยคุยกันทีหลัง เพราะเซ้าซี้ไปก็มีแต่จะทำ

ให้หมอแย่ลงไปอีก

หมอวัฒนาจึงเงียบ และกลับไปด้วยหัวใจที่บอบช้ำสาหัส...

ooooooo

หมอวัฒนาขับรถกลับบ้านท่ามกลางสายฝนและอารมณ์ที่เจ็บปวด ปั่นป่วน สับสน ขับรถฝ่าไฟแดงเกือบชนกับรถที่พุ่งมา ดีแต่หมอหักหลบทัน แต่รถก็ตกข้างทางชนต้นไม้โครม...

หมอวัฒนาไม่เป็นไร ลงมาเตะรถระบายอารมณ์  ร้องไห้อย่างสุดที่จะอดกลั้นไว้ได้ ทั้งนํ้าตาและหยาดฝนอาบไปทั้งหน้า

เมื่อกลับถึงบ้าน หมอเอารูปคู่ที่ถ่ายกับชมพูแพรขึ้นมากอดไว้แนบอก นั่งลงอย่างหมดแรงบนโซฟา

ooooooo

วันรุ่งขึ้น ฟ้าลดาอุทานอย่างตกใจเมื่อฟังแหวนที่เอาอาหารเช้ามาให้ที่บ้านหลังเล็กเล่าว่า

“พี่แพรเลิกกับพี่หมอ...แน่ใจนะแหวน”

แหวนตอบอึกอัก พอถูกคาดคั้นก็พูดอย่างมั่นใจว่า

“คิดว่าแน่ค่ะ เมื่อคืนคุณแพรสั่งว่า ต่อไปนี้ไม่ให้

คุณหมอเข้าบ้านอีก แล้วแหวนก็เห็นคุณหมอหน้าเซ้า...เศร้ากลับไปค่ะ”

ฟ้าลดาลุกพรวด สงสารหมอวัฒนาจับใจ จ้ำอ้าวออกไป แหวนเกาหัวแกรก ไม่รู้ว่าเธอจะไปไหน

ooooooo

ฟ้าลดาไปหาชมพูแพรที่บ้าน ชมพูแพรใส่สร้อยเพชรที่สายชลให้ เปิดประตูออกมา พอเห็นฟ้าลดาก็จะปิดประตู ถูกฟ้าลดาดันไว้ บอกพี่สาวว่าขอเวลาหน่อย ไม่นานหรอก

ชมพูแพรมองหน้าน้องเซ็งๆ เดินกลับไป ฟ้าลดาตามเข้ามาอ้อนวอนว่า

“พี่แพรอย่าเลิกกับพี่หมอเลยนะคะ” เธอย้อนถามว่าทำไม ในเมื่อตนไม่ได้รักหมอ “แค่ข้ามคืนพี่แพรจะหมดรักพี่หมอได้ยังไง”

“มันไม่ใช่แค่ข้ามคืน แต่มันเกิดขึ้นมานานแล้ว พี่เพิ่งรู้ว่า ที่ผ่านมา ระหว่างพี่กับพี่หมอไม่ใช่ความรัก พี่เพิ่งเข้าใจว่าความรักเป็นยังไง ตอนที่ได้พบกับคุณชาร์ล” พูดแล้วจ้องหน้าฟ้าลดาอย่างจับความรู้สึก

“เขาบอกรักพี่แพรแล้วเหรอคะ”

“ยัง...แต่พี่รู้สึกได้ว่าเขามีใจกับพี่...” พูดพลางจับสร้อยเพชรที่คอ ยิ้มอย่างมีความสุขขณะพูดต่อ “แค่อ่านสายตา พี่ก็รู้แล้ว”

“พี่แพรกำลังหลงเขา พี่แพรไม่ได้รักเขาหรอกค่ะ”

“ไม่ต้องมาพูดให้พี่ไขว้เขว พี่ไม่รู้หรอกนะ ว่าฟ้ากับเขามีอะไรกันไปถึงไหนแล้ว แต่อย่ามาห้ามพี่รักเขา”

ฟ้าลดาตกใจ บอกว่าตนกับสายชลไม่ได้มีอะไรกัน และตนก็ไม่ได้รู้สึกกับเขาแบบที่พี่คิด ตนไม่ได้รักเขา ถูกพี่สาวสวนมาทันทีว่า ไม่ได้รักเขาแล้วใส่ของที่เขาให้ทำไม

ฟ้าลดาก้มมองสร้อยเชือกถักที่ข้อมือแล้วถอดมันออก ย้ำกับชมพูแพรว่า

“พี่แพรเชื่อฟ้าเถอะนะคะ ฟ้าไม่มีวันรักผู้ชายคนนี้ เขาไม่ใช่คนดี”

“พี่โตแล้ว พี่แยกแยะได้ว่าใครดี ใครเลว ออกไป พี่จะแต่งตัว”

ฟ้าลดาพูดไม่ออก จำต้องกลับออกไป ชมพูแพรมองสร้อยเชือกถักของฟ้าลดาในมือ ยิ้มอย่างร้ายกาจ

ooooooo

ออกจากบ้านชมพูแพร ฟ้าลดาตรงไปที่บ้านเช่าของสายชล เคาะประตูถี่ยิบ สายชลกำลังแต่งตัวจะไปทำงาน เขาเดินมาเปิดประตู พอเห็นหน้าสายชลเท่านั้น ฟ้าลดาก็ผลักอกเขาเข้าไปข้างใน ตามเข้าไประเบิดอารมณ์ใส่ทันที

“คุณมันร้ายกาจที่สุด! พี่แพรเลิกกับพี่หมอสมใจคุณแล้วใช่ไหม คุณทำร้ายผู้ชายที่แสนดีอย่างพี่หมอได้ยังไง!”

สายชลฉุนกึก ถามว่าเป็นห่วงไอ้หมอวัฒนามากนักหรือ ฟ้าลดาตวาดว่าเขาไม่มีสิทธิ์เรียกพี่หมอว่าไอ้ ตอบเขาว่าใช่...ตนเป็นห่วงพี่หมอมาก

“แทนที่จะด่าผม คุณต้องขอบคุณผมมากกว่า เพราะผมทำให้คุณได้ไอ้หมอวัฒนาไป” สายชลประชด ฟ้าลดาถามว่าเขาคิดยังไง “ไม่ต้องมาทำแปลกใจ คุณกับไอ้หมอถึงไหนกันแล้วล่ะ”

สิ้นเสียงสายชล ฟ้าลดาตบหน้าเขาสุดแรง แต่เขาจับมือเธอไว้ทัน ทำให้เห็นว่าที่ข้อมือเธอไม่มีสร้อยเชือกถักแล้ว สายชลเลือดขึ้นหน้าทันที ตะคอกถาม

“สร้อยหายไปไหน!!”

“ทิ้งไปแล้ว” เธอตะคอกตอบ กระชากมือตัวเองกลับ ถูกสายชลจับไหล่ทั้งสองข้างแล้วดันไปจนติดผนัง พูดจนหน้าเกือบติดหน้าเธอว่า

“ผมบอกแล้วใช่ไหม ว่าห้ามถอดออกเด็ดขาด!!”

“ฉันไม่ใช่สัตว์ที่ต้องมีปลอกคอ ฉันไม่ใช่ของของใคร!”

สายชลโกรธจัด ตะโกนบอกว่า “คุณเป็นของผมและคุณต้องเป็นของผมคนเดียว...”

สายชลพยายามจะจูบ ฟ้าลดากลัวสุดขีดร้องห้ามเสียงหลง ทำให้เขาหยุด ถามประชดว่าเกิดจะหวงตัวอะไรขึ้นตอนนี้ ด่าเธออย่างสาดเสียเทเสีย จนฟ้าลดาเตะเข้าที่ขาเขาอย่างแรงจึงหยุดด่าร้องลั่น เธอบอกให้เขาปล่อย เขากลับกดเธอแน่นเข้ากับผนัง

ฟ้าลดากระทืบเท้าเขาอย่างแรง ทำให้สายชลเจ็บจนต้องปล่อย เธอหันไปคว้าเหยือกน้ำสาดน้ำใส่เขาจนเปียกโชก ทำให้สายชลชะงัก อารมณ์เย็นลง เธอจ้องหน้าเขา พูดเสียงเข้มว่า

“จำไว้นะคุณชาร์ล ถ้าคุณทำอะไรพี่สาวฉัน ฉันจะฆ่าคุณ!!”

ฟ้าลดาเดินพรวดๆออกไปแล้ว สายชลยืนอึ้งกับคำขู่ ของเธอ ที่แสดงให้เห็นถึงความเกลียดชังเขาอย่างเข้ากระดูกดำ สายชลทิ้งตัวลงนั่งที่เก้าอี้อย่างหมดแรง เจ็บปวดและเสียใจอย่างที่สุด...

ooooooo

หมอวัฒนากลับมากอดกรอบรูปคู่ของตนกับชมพูแพรไว้แนบอก หมอหลับตา หน้าซีด ไม่นานมือที่กอดกรอบรูปคลายลงจนกรอบรูปตกแตกดังเพล้ง ทำให้หมอสะดุ้งรู้สึกตัวรีบก้มเก็บ พลันเสียงออดหน้าบ้านก็ดังขึ้น หมอพยายามทรงตัวลุกขึ้นไปเปิดประตู เห็นฟ้าลดายืนอยู่หน้าประตูรั้ว

ฟ้าลดาใจหายเมื่อเห็นหน้าหมอเศร้าซีดมาก เธอจับแขนหมอ พูดให้กำลังใจว่า

“พี่หมอใจเย็นๆนะคะ พี่แพรทำไปเพราะอารมณ์

ชั่ววูบ ให้เวลาพี่แพรสักหน่อย แล้วพี่หมอค่อยโทร.ไปหา

พี่แพรอีกครั้ง”

“อย่าหลอกพี่อีกเลยฟ้า พี่มีเซ้นส์พอที่จะรู้ได้บ้างว่า ตอนนี้แพรเปลี่ยนใจจากพี่ เขาไม่มีเยื่อใยกับพี่แล้วจริงๆ”

“พี่หมอห้ามท้อเด็ดขาด ฟ้าไม่ยอม พี่หมอเป็นคนเดียวที่ฟ้าจะให้เป็นพี่เขย”

“พี่ยังทำอะไรได้อีกเหรอฟ้า ในเมื่อแพรไม่เหลือเยื่อใยให้พี่แล้ว”

“ได้สิคะ ถ้าพี่หมอยังรักพี่แพร ฟ้าจะช่วยพี่หมอเอง”

หมอวัฒนามองหน้าฟ้าลดาเครียด ถอนหายใจออกมาอย่างแรง ฟ้าลดาได้แต่มองหมอด้วยความสงสาร เห็นใจ

ooooooo

เมื่อฟ้าลดาไปถึงออฟฟิศฟิล์มแฟลช ทั้งเจมส์ ธงไทย แป๊ะกับจุ๊ต่างมองอย่างสงสัย เจมส์ถามเพื่อนๆว่าสังเกตไหมว่า หมู่นี้ฟ้าลดามีท่าทางแปลกๆ จุ๊บอกว่าผู้หญิงที่มีอาการแบบนี้มีอยู่เรื่องเดียวคือ ผู้ชาย

ธงไทยโวยวายว่าไม่ได้เพราะฟ้าลดามีตนแล้ว เนื้อคู่ของเธอต้องตนคนเดียวเท่านั้นเพราะฟ้าลิขิตไว้แล้ว

ทันใดนั้น ฟ้าลดาเดินเข้ามา ทุกคนพากันชะงัก เจมส์บอกเธอว่าเมื่อคืนชมพูแพรโทร.หาตนซักเป็นการใหญ่ว่ามีเพื่อนเธอคนไหนที่เพิ่งกลับจากอเมริกาบ้าง ถามว่า “มีอะไรรึเปล่าฟ้า”

“ฉันมีเรื่องเข้าใจผิดกับพี่แพรนิดหน่อย แต่ว่าตอนนี้ไม่มีอะไรแล้ว ฉันไปทำงานก่อนนะ” ฟ้าลดาฟังเจมส์แล้วหน้าเสีย พูดเรียบๆแล้วเดินไปเลย

เพื่อนๆมองหน้ากันงงๆ สงสัย แล้วหันมองธงไทยที่อ้างว่าเป็นคู่แท้ของฟ้าลดา เห็นสีหน้าสงสัยเหมือนกัน

ooooooo

วันนี้ ชมพูแพรเอาแฟ้มไปให้สายชลเซ็น เขาพูดอย่างเกรงใจว่าให้เลขาฯเอามาก็ได้ไม่น่าต้องมาด้วย ตัวเองเลย

“แพรอยากเจอคุณค่ะ แพรมีเรื่องสำคัญอยากบอกคุณ” สายชลชะงักถามว่าเรื่องอะไรหรือ เธอมองหน้าเขาเต็มตาบอกเหมือนข่าวดีว่า “แพรเลิกกับพี่หมอแล้ว”

“จริงเหรอครับ” สายชลทำหน้าแปลกใจ ถามว่า “มันเกิดอะไรขึ้นระหว่างคุณกับคุณหมอเหรอครับ”

“แพรไม่ได้รักพี่หมอค่ะ ไม่เคยรัก ที่ผ่านมาแพรเข้าใจไปเอง เพราะแพรไม่เคยเจอใคร แพรเข้าใจว่าความผูกพันคือความรัก จนกระทั่ง...แพรมาเจอคุณ” พูดแล้วจับมือสายชลจนชายหนุ่มชะงัก แต่รับรู้ได้จากสายตาที่เธอมองมา

สายชลจับมือเธอออกจากมือตัวเอง แกล้งทำเป็นลำบากใจ บอกเธอว่าตนไม่อยากเป็นมือที่สาม ชมพูแพรบอกว่าเขาไม่ใช่มือที่สาม

“ผมถึงได้พูดว่ามือที่สามไงครับ”

ชมพูแพรยิ้มอย่างปลื้มปีติ ถามว่าแล้วฟ้าลดา ที่เขาเคยบอกว่ารักเธอล่ะ

“ผมเข้าใจไปเองเหมือนกับคุณ แต่ผมว่าตอนนี้เราไม่ควรให้อะไรเกิดขึ้น ผมเห็นใจคุณหมอ ไม่อยากทำให้ใครผิดหวังเหมือนผม ผมเคยเจ็บและเคยผิดหวังมาแล้ว ผมอยากให้คุณคิดให้ดีๆ”

“แพรคิดดีแล้วค่ะ มันอาจจะเป็นเรื่องน่าละอายที่แพรเป็นผู้หญิง แต่กลับมาพูดเรื่องนี้กับผู้ชายก่อน แต่แพรไม่สามารถเก็บมันไว้ได้อีกแล้ว”

สายชลกุมมือเธอไว้หลวมๆ ชมพูแพรส่งสายตาและยิ้มให้ เข้าใจว่าชายหนุ่มมีใจให้ตนเช่นกัน

ooooooo

เจมส์กับธงไทย คุยกับฟ้าลดาจนเธอเล่าเรื่องของสายชลให้เพื่อนทั้งสองฟังแต่เล่าไม่หมด เจมส์พึมพำอย่างสงสัยว่า

“เขาพยายามจะบอกว่าฟ้าเป็นคนที่เขารู้จัก?”

ฟ้าลดาพยักหน้า บอกว่าเขาจะให้ตนยอมรับ แต่ตนไม่รู้จักเขาจริงๆ จะให้ยอมรับได้อย่างไร ธงไทยฟังแล้วบอกว่าน่ากลัว ถามว่ากี่ครั้งแล้วที่เขาพยายามจะเข้าใกล้เธอ ฟ้าลดาชะงักไม่รู้จะตอบอย่างไรดีเลยบอกไปว่า หลายครั้ง

“ฟ้าจำได้ไหม ตอนที่เราเจอไอ้คุณชาร์ลครั้งแรกที่สวนสาธารณะ มันเรียกฟ้าว่ายังไง”

ตอนที่ 10

“เอา-ไป-ทิ้ง!” สายชลเน้นเสียงย้ำคำกับพนักงาน

เมื่อพนักงานไปกวาดเสื้อผ้าเก่าของฟ้าลดาจะเอาไปทิ้ง เธอพรวดจะเข้าไปแย่ง แต่เพราะใส่รองเท้าส้นสูงมากทำให้เดินไม่ถนัด สุดท้ายถูกพนักงานหอบไปทั้งหมด เธอหันมาถามสายชลอย่างไม่พอใจมากว่า

“คิดจะพรากของที่ฉันรักไปหมดเลยรึไง”

“ใช่! ทุกสิ่งทุกอย่าง...รวมทั้ง...” สายชลพูดทิ้งไว้แค่นั้น แต่ใช้หลังมือไล้แขนเธอเบาๆมองอย่างกรุ้มกริ่ม ถูกฟ้าลดาปัดมือเขาออกอย่างรังเกียจ สายชลกลับหัวเราะชอบใจแล้วเดินออกไป

ooooooo

ฟ้าลดาเดินตามมา แต่เพราะรองเท้าส้นสูงทำให้เดินไม่ถนัดทำท่าจะล้ม สายชลรีบหันมาประคอง หน้าต่อหน้าใกล้ชิดกันมาก เขาพูดเหมือนจะปรามาสให้เธอฮึดว่า

“เดินบนส้นสูงแค่นี้ยังเดินไม่ได้ แล้วจะเดินงานเปิดตัวพรีเซ็นเตอร์ให้ผมได้เหรอ” เลยถูกท้าว่าก็ไม่ต้องจ้าง “ผมจะจ้างมืออาชีพมาฝึกคุณ และคุณจะต้องฝึกอย่างหนักจนไม่มีเวลาไปไหนเลย”

พูดแล้วจูงมือฟ้าลดาเดินต่อไป เธอมองค้อนอย่างไม่พอใจ จนเขาพาเข้าร้านอาหารหรูในห้าง พอนั่งเขาสั่งพนักงานโดยไม่ถามเธอเลยสักคำว่า

“ขอน้ำส้มให้คุณผู้หญิง ส่วนฉันขอน้ำแร่ เอาเครื่องดื่มมาก่อน”

ฟ้าลดาบอกว่าตนไม่ดื่มน้ำส้ม แต่สายชลไม่สนใจก้มหน้าก้มตาดูเมนู ฟ้าลดาหมั่นไส้มากแกล้งเตะขาเขาที่ใต้โต๊ะ เขาตกใจร้องเสียงดังจนคนในร้านหันมอง สายชลอายมาก แต่พอมองหน้าเธอกลับก้มหน้าอ่านเมนูทำไม่รู้ไม่ชี้

เพลินตากับพิสมัยมาช็อปปิ้งในห้างนี้เช่นกัน พอรู้สึกหิวก็พากันเข้าร้านอาหารหรู เพลินตาเห็นสายชลเข้าจังๆ เธออุทาน “พี่ชาร์ล...” สหัสมองขวับไปเห็นสายชลอยู่กับ ฟ้าลดาก็ใจหายวาบ

เพลินตาเดินลิ่วเข้าไปหา จ้องฟ้าลดา เห็นเธอในโฉมใหม่ก็กัดฟันถาม “แกเองเหรอ” แล้วถามสายชลว่าไหนสหัสบอกว่างานยุ่ง นี่หรืองานยุ่ง สายชลบอกว่าตนกำลังคุยธุระอยู่กับฟ้าลดา

“ไม่ใช่ธุระสำคัญอะไรหรอกค่ะ คุยกันเรื่อยเปื่อย” ฟ้าลดาบอก สายชลมองเธออย่างไม่พอใจแต่เธอทำไม่รู้ไม่ชี้ ชวนเพลินตานั่งด้วยกัน เพลินตากับพิสมัยมองฟ้าลดาที่ยิ้มแย้มเชิญชวนอย่างแปลกใจ ส่วนสหัสมองสายชลกับฟ้าลดาอย่างสงสัย

ooooooo

บนโต๊ะอาหารที่เหมือนสงบสบายนั่นเอง แผนแกล้งก็ดำเนินไปอย่างแนบเนียน โดยฟ้าลดาทำทีใช้เครื่องมือบีบก้ามปูแล้วแกล้งทำกระเด็นไปติดที่อกเสื้อเพลินตา สหัสรีบหยิบออกให้ ถูกเพลินตาโวยวายว่าเขาแต๊ะอั๋งตน ฟ้าลดาทำเป็นตกใจรีบหยิบแก้วน้ำจะเช็ดรอยเปื้อนที่เสื้อให้ เกิดสะดุดทำแก้วน้ำ หกใส่เสื้อเพลินตาเข้าไปอีก เธอรีบขอโทษ

เพลินตาโวยวายว่าฟ้าลดาแกล้งตน พิสมัยเตือนลูกให้ใจเย็นๆ เพราะคนมองกันทั้งร้านแล้ว แต่เพลินตาไม่เย็นด้วย คว้าแก้วน้ำสาดใส่ฟ้าลดา แต่เธอหลบ น้ำเลยสาดใส่หน้าสายชลเข้าเต็มๆ เพลินตาตกใจรีบเข้าไปดูแลสายชล เอาผ้าเช็ดให้ปากก็พร่ำขอโทษเขา แต่กล่าวโทษฟ้าลดาว่าถ้าไม่หลบสายชลก็ไม่โดน

สายชลโมโหขอให้เพลินตาหยุดเช็ดได้แล้ว พอเขามองหาฟ้าลดาปรากฏว่าหายไปแล้ว สายชลรีบลุกเดินออกไป เพลินตาถามว่าจะไปไหน พลางลุกตามไป พนักงานรีบมาบอกว่า ยังไปไม่ได้เพราะยังไม่ได้จ่ายค่าอาหาร และ ต้องชดใช้ความเสียหายที่เกิดขึ้น

เพลินตาให้สหัสจัดการ แต่สหัสไม่มีเงินพอ สุดท้ายเธอเลยต้องอยู่จัดการเรื่องค่าอาหารทำให้ตามสายชลไปไม่ได้

ooooooo

สายชลขับรถตามไปทันฟ้าลดาที่หน้าห้าง เธอไปได้ไม่ไกลเพราะรองเท้าส้นสูงเป็นอุปสรรค เขาขับรถเข้าเทียบเธอร้องเรียก พอเธอชะงักเขาถามอย่างเป็นต่อว่าคิดหรือว่าแผนตื้นๆของเธอจะหนีตนไปได้ แล้วสั่งให้ขึ้นรถเดี๋ยวนี้

แทนที่จะขึ้นรถ ฟ้าลดาถอดรองเท้าส้นสูงปาเข้าไปทางหน้าต่างรถ ตกที่เบาะข้างคนขับพอดี สายชลตกใจ พอหันมองเธอปาอีกข้างเข้าไปเกือบโดนเขา จากนั้นก็วิ่งเท้าเปล่าหนีไป

สายชลลงจากรถวิ่งตามจับเธอไว้ ฟ้าลดาตะโกนให้ปล่อยทั้งทุบทั้งถองจนสายชลเซ ตะโกนใส่หน้าว่า

“ฉันเกลียดคุณ...ฉันเกลียดคุณ...เกลียด เกลียด เกลียด...”

สายชลทั้งโมโหทั้งเสียใจ เขากำมือแน่น ถามว่า “เคยได้ยินไหม เกลียดอะไรก็จะได้อย่างนั้น  ยิ่งคุณเกลียดผมมากเท่าไหร่ เราก็ยิ่งต้องอยู่ด้วยกัน นี่แค่เริ่มต้น เตรียมตัวเอาไว้ให้ดีก็แล้วกัน ฟ้าลดา!” สายชลยื่นหน้าเข้าไปจนเกือบติดหน้าเธอแล้วหุนหันกลับมาขับรถออกไป ทิ้งฟ้าลดาให้ยืนอึ้งอยู่ตรงนั้น ครู่หนึ่งเธอทรุดนั่งที่พื้นอย่างหมดสภาพ

ooooooo

จนบ่าย สายชลขับรถอย่างหงุดหงิด เบรกรถเอี๊ยด หายใจหอบถี่ ทันใดเหลือบเห็นรองเท้าของฟ้าลดาในรถ นึกได้ว่าเธอไม่มีรองเท้าใส่แล้ว นึกเป็นห่วงขึ้นมา รีบกลับรถขับย้อนกลับไป แต่ไม่เห็นฟ้าลดาแล้ว เขาถือรองเท้าลงไปมองหาอย่างรู้สึกผิดที่ทิ้งเธอไว้คนเดียว

ฟ้าลดาเดินเท้าเปล่าไปอย่างไร้ชีวิตจิตใจ สับสนเสียใจและเจ็บปวดกับเรื่องราวของตัวเอง เดินไปเหยียบถูกแก้วบาดเท้าจนต้องนั่งลงร้องไห้อย่างหมดความอดกลั้น

“คุณคะ...คุณ...ให้ช่วยอะไรไหมคะ” ผู้อารีย์ท่านหนึ่งเข้ามาถาม ฟ้าลดาเงยหน้ามองด้วยสายตาว่างเปล่า...

หลังจากนั้นไม่นาน หมอวัฒนาก็ได้รับโทรศัพท์เบอร์ที่ไม่คุ้น แจ้งเรื่องฟ้าลดา หมอรีบไปรับพาเธอไปที่บ้านตัวเอง ทำแผลให้จนเสร็จจึงถามว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมเธอถึงแต่งตัวแบบนี้ ทำไมถึงเดินเท้าเปล่า แล้วชาร์ลอยู่ไหน

ฟ้าลดาบอกว่าตนแยกกับชาร์ลได้พักหนึ่งแล้ว ตนไม่เป็นอะไรและเขาก็ไม่ได้ทำอะไรตน ส่วนเรื่องเดินเท้าเปล่าเธอไม่ตอบ หมอก็ไม่คาดคั้นบอกว่า ถ้าไม่อยากบอกก็ไม่เป็นไร ตนจะถามชาร์ลเอง

“ไม่นะคะ พี่หมออย่าไปยุ่งกับเขา ฟ้าขอร้อง ผู้ชายคนนี้สามารถทำได้ทุกอย่าง” ท่าทางฟ้าลดาตื่นตระหนกแววตาสั่นระริก จนหมอมองอย่างสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นกับเธอ

ooooooo

สายชลว้าวุ่นใจมาก เมื่อกลับถึงบ้านตอนกลางคืนเห็นที่บ้านหลังเล็กยังมืดอยู่ก็คิดว่าฟ้าลดา
ยังไม่กลับ ถามตัวเองอย่างกังวลใจว่า “ยังไม่กลับ... ไปไหนของเขา”

เมื่อทนไม่ได้ สายชลตัดสินใจไปหาชมพูแพรที่บ้าน เธอมองเขาอย่างแปลกใจ บอกว่าตนไม่ทราบเหมือนกันว่าน้องไปไหน คิดว่าอยู่กับเขาเสียอีก สายชลปดว่าฟ้าลดาขอตัวกลับก่อน ตนนึกว่าเธอกลับบ้านแล้วเสียอีก

ชมพูแพรมองสายชลอย่างสังเกตถามว่า “มีอะไรกันรึเปล่า” สายชลบอกว่าไม่มี แล้วจะรีบกลับไป พอดีมีสายเข้ามือถือของชมพูแพร เป็นสายจากหมอวัฒนาโทร.มาบอกว่าฟ้า–ลดาอยู่กับเขา
สายชลโล่งใจเมื่อรู้ว่าฟ้าลดาอยู่ไหน ชมพูแพรกลับไม่พอใจแต่เก็บความรู้สึกไว้ ทำเป็นบ่นลอยๆว่า
“ดูน้องสาวแพรสิคะ แทนที่จะโทร.หาแพรที่เป็นพี่สาว กลับโทร.บอกพี่หมอ เฮ้อ...ยัยฟ้ามักให้ความสำคัญกับพี่หมอมากกว่าแพรทุกครั้ง” บ่นแล้วจับสังเกตความรู้สึกของสายชลก่อนบ่นต่อ “สนิทกันมากเลยค่ะไม่ว่ายัยฟ้าจะมีเรื่องดีใจ เสียใจหรือมีปัญหาอะไร ยัยฟ้าก็จะนึกถึงพี่หมอก่อนแพรเสมอ จนบางทีแพรก็อดน้อยใจไม่ได้”

ชมพูแพรทำเป็นพูดเหมือนไม่ได้คิดอะไร แต่ปรายตาแอบมองสายชล เห็นเขากำมือแน่นก็ยิ้มพอใจที่ปั่นหัวเขาได้

ooooooo

ฟ้าลดาขอร้องหมอไม่ให้บอกพี่สาวเรื่องการบาดเจ็บที่เท้า เมื่อกลับถึงบ้าน ชมพูแพรต่อว่าหมอที่ไม่บอกเรื่องน้องบาดเจ็บ จนฟ้าลดาต้องออกรับแทนว่าตนเป็นคนขอร้องไม่ให้หมอบอกเอง เลยถูกพี่สาวพูดเหน็บหยอกแกมหยิกว่า

“ปกป้องกันจังนะ”

หลังจากหมอบอกฟ้าลดาให้ล้างแผลบ่อยๆ เพราะกลัวจะติดเชื้อ ชมพูแพรก็บอกน้องให้ทานยาแล้วนอนเสียไม่ต้องไฮเปอร์ลุกขึ้นมาทำโน่นทำนี่อีก ฟ้าลดารับคำพี่สาวว่า “ค่ะคุณแม่...” เมื่อหมอขอตัวกลับ เธอไหว้ขอบคุณ หมอเข้ามาลูบหัวก่อนเดินออกไป ทุกอย่างอยู่ในสายตาของชมพูแพรอย่างจับสังเกต

ขณะเดินออกมาส่งหมอที่ทางเดินในสวนนั้น หมอตั้งข้อสังเกตว่า รู้สึกว่าฟ้าลดากับชาร์ลจะมีบางอย่างต่อกัน ชมพูแพรสวนไปทันทีว่า

“แพรว่าพี่หมอกับยัยฟ้าต่างหากที่มีบางอย่างต่อกัน” พอหมอหันถามอย่างตกใจว่าทำไมพูดแบบนี้  เธอแกล้งหัวเราะบอกว่าตนแซวเล่น แล้วหยอกว่าทำไมต้องตกใจขนาดนั้นด้วยหรือว่ามีอะไรกันจริงๆ

“แพร...ไม่เอานะครับ ไม่เล่นแบบนี้ แพรก็รู้ว่าผมรักน้องฟ้าเหมือนน้องสาวคนหนึ่ง” หมอขอร้อง
“โอเคค่ะ แพรไม่แกล้งพี่หมอแล้ว เออ...แล้วที่พี่หมอบอกคุณชาร์ลกับยัยฟ้ามีบางอย่างต่อกัน คืออะไรเหรอคะ”

“ตอนน้องฟ้าโทร.ให้ผมไปรับ พอผมไปถึง...ผมเห็นน้องฟ้านั่งอยู่บนฟุตปาท ไม่ใส่รองเท้า ถามอะไรก็ไม่ตอบ พอผมบอกว่าจะไปถามคุณชาร์ล น้องฟ้าก็รีบห้าม ไม่ให้ผมยุ่ง แล้วยังบอกว่าผู้ชายคนนี้สามารถทำได้ทุกอย่าง ผมฟังแล้วไม่สบายใจเลย”

ชมพูแพรฟังแล้วใจไม่ดีแต่พยายามหลอกตัวเอง ถามว่าหมอคิดมากไปเองรึเปล่า หมอติงว่า

“แต่เราก็ควรกังวลไว้ก่อนนะครับ แพรเห็นเสื้อผ้าที่น้องใส่รึเปล่า มันเป็นคนละชุดกับเมื่อเช้า และคนอย่างน้องฟ้า ไม่มีทางแต่งตัวสไตล์นี้เด็ดขาด”

ยิ่งฟังข้อสังเกตของหมอ ชมพูแพรก็ยิ่งเครียด

ooooooo

ขณะฟ้าลดาอยู่ในห้องนั้น เธอหยิบเอาชุดที่สายชลซื้อให้โยนทิ้งถังขยะอย่างรังเกียจ ทันใดนั้นมีเสียงเคาะประตู ฟ้าลดาตกใจ เมื่อได้ยินเสียงสายชลเรียกก็เงียบกริบ จนเสียงข้างนอกเงียบไป เธอเอาหูแนบประตูฟัง ก้มดูที่ใต้ประตูไม่เห็นอะไรแล้วก็โล่งใจแต่พอหันกลับก็แทบช็อกเมื่อสายชลมายืนอยู่ข้างหลังแล้ว

เขาบอกเธอว่าประตูหลังไม่ได้ล็อก ฟ้าลดาพยายามจะเปิดประตูหนี ถูกสายชลรวบตัวไว้ ยื้อยุดกันจนล้มไป สายชลก้มลงมอง เธอตกใจถามว่าจะทำอะไร เขาไม่ตอบแต่อุ้มขึ้นวางไว้บนเก้าอี้แล้วถอดเข็มขัด ฟ้าลดายิ่งตกใจถามเสียงสั่นว่าจะทำอะไรตน ที่แท้เขาเอาเข็มขัดมารัดมือเธอไว้เพื่อทำแผลให้เพราะมีเลือดซึมออกมา

“ถ้าไม่จับคุณมัดไว้คุณคงไม่ยอมให้ทำแผล” เขาชี้แจงขณะลงมือทำแผล ฟ้าลดารับรู้ถึงความอบอุ่นอ่อนโยนจากสัมผัสของเขาขณะทำแผลให้

ooooooo

แต่พอเขาทำแผลเสร็จ แก้มัดให้ เธอกลับพูดอย่างไม่ถนอมน้ำใจเลยว่า อย่าคิดว่าทำแค่นี้แล้วตนจะลืมทุกอย่างที่เขาทำกับตน เพราะยังไงตนก็เกลียดเขา และไล่ให้กลับไปเสีย

แม้จะรู้สึกเจ็บปวด แต่สายชลก็ไม่พูดอะไร เขาอุ้มเธอเข้าไปในห้องนอน วางไว้บนเตียง ก็พอดีมือถือของเธอดังขึ้น สายชลหยิบไปก่อน ปรากฏว่าเป็นสายจากเจมส์ เขาส่งโทรศัพท์ให้แต่เธอไม่กดรับ ไม่ทันไรก็มีสายเข้ามาอีกคราวนี้เป็นธงไทย สายชลไม่พอใจ พูดเสียดสีว่า

“เจมส์ ธงไทย หมอวัฒนา ตกลงคุณมีกี่คนกันแน่ หรือว่ายังมีใครซ่อนไว้ที่ผมไม่รู้” ฟ้าลดาประชดว่าจะมีกี่คนก็เรื่องของตน ถูกสายชลคว้าแขนไปบีบอย่างแรงด่า “สำส่อน!”

ทั้งคู่ทะเลาะกันอย่างรุนแรง สายชลโมโหผลักฟ้าลดาลงบนเตียงจะปล้ำอีก ถูกฟ้าลดาคว้าโคมไฟฟาดหัวจนร้องลั่น

ฟ้าลดาขู่ว่าถ้าเขาทำร้ายตนอีก จะฟ้องชมพูแพรว่าเขาทำอะไรตนไว้ สายชลสวนไปทันทีอย่างไม่สะทกสะท้านว่า

“คุณไม่กล้าหรอก ถ้าคุณทำอย่างนั้น ผมจะโมโหแล้วพอโมโห ผมก็จะขาดสติ และคนขาดสติก็ทำได้ทุกอย่าง แม้กระทั่งทิ้งธุรกิจที่กำลังเจริญรุ่งเรือง แล้วจากไปเฉยๆ โดยไม่สนว่าจะทำให้ผู้ถือหุ้นหรือพนักงานต้องถูกลอยแพ ผมรู้ว่าคนอย่างคุณไม่มีวันทำให้คนอื่นเดือดร้อน”

“เลิกขู่ฉันเสียที คุณต่างหากที่จะต้องเดือดร้อน พี่แพรรักฉันมาก เขาสามารถทำเพื่อฉันได้ทุกอย่าง”

“แล้วถ้าเกิดวันหนึ่ง พี่สาวคุณเจอคนที่เขารักมากกว่าคุณ คุณว่าเขายังจะทำทุกอย่างเพื่อคุณได้อีกรึเปล่า”

คำถามนี้ทำเอาฟ้าลดาชะงักกึก ถามว่าหมายความว่ายังไง สายชลยิ้มที่มุมปากแต่ไม่พูดอะไร เดินออกไปเงียบๆ

ooooooo

เพียงเช้าวันถัดมา สายชลก็มอบสร้อยเพชรให้ชมพูแพรในร้านกาแฟหรูแห่งหนึ่ง ชมพูแพรตื่นเต้นดีใจมากถามว่าให้เนื่องในโอกาสอะไร เขาบอกว่าให้ในโอกาสที่เรารู้จักกัน แล้วอาสาสวมสร้อยให้ที่คอ

ระหว่างนั้นมีมือหนึ่งยื่นมาถ่ายรูปไว้ด้วยโทรศัพท์มือถือ เพียงสายๆฟ้าลดาก็ได้เห็นภาพนั้น เป็นภาพที่แสดงถึงความสนิทสนมของสายชลกับชมพูแพรโดยเฉพาะแววตาที่มองกันนั้น หวานซึ้งนัก...

ฟ้าลดาตกใจมากนึกถึงคำพูดของสายชลเมื่อคืนนี้ทันที เธอตระหนก ลุกขึ้นคว้ากระเป๋าสะพายออกไปอย่างเร็วจนธงไทยกับเจมส์งง ถามกันว่า “ฟ้ารีบไปไหน”

ooooooo

เช้าวันรุ่งขึ้น สหัสเข้าไปหาสายชลในห้องทำงานพร้อมรูปถ่ายเมื่อวาน ถามว่า

“คุณมั่นใจเหรอครับว่ารูปคุณกับคุณแพรจะทำให้คุณฟ้ามาหาคุณ”

“มั่นใจ”

“แต่ผมไม่เข้าใจ ตอนนี้คุณก็เปลี่ยนไปแล้ว ทำไมคุณฟ้าลดาถึงไม่กล้ายอมรับว่าจำคุณได้”

“เพราะมันเป็นจุดด่างในชีวิตเขาไงล่ะ เขาไม่ต้องการจดจำอดีตที่แสนจะอดสู เพราะตอนนี้เขาเริดหรู เขาถึงต้องการลืมฉัน เขาอายที่ครั้งหนึ่งเขาเคยมีผัวเป็นชาวเกาะต่ำต้อย ไม่มีเกียรติ ไม่มีศักดิ์ศรี”

สหัสอึ้งไปกับแววตาอาฆาตของสายชล ทันใดนั้นฟ้าลดาเปิดประตูพรวดเข้ามา สายชลกับสหัสหันมอง สหัสถึงกับผงะเมื่อฟ้าลดามาจริงๆ ส่วนสายชลยิ้มที่มุมปากอย่างพอใจ เมื่อสหัสเดินออกไปอย่างรู้หน้าที่พร้อมกับปิดประตูให้อย่างรู้ใจ ฟ้าลดาก็ยื่นรูปถ่ายพรวดไปตรงหน้าสายชล ถามอย่างไม่พอใจมากว่า

“คุณส่งรูปพวกนี้มาใช่ไหม คุณคิดจะทำอะไร”

“เอ...ผมว่าผมบอกคุณไปแล้ว แต่ถ้าจะให้ผมทวน

ความจำคุณอีกครั้งก็ได้”

“ไม่ต้อง...คุณนี่มันเลวจริงๆ คิดจะทำให้พี่แพรหันมาสนใจคุณงั้นเหรอ ฝันไปเถอะว่าจะทำสำเร็จ พี่แพรมีคู่หมั้นอยู่แล้ว พี่แพรไม่มีทางรักคุณ”

สายชลยิ้มอย่างคนถือไพ่เหนือกว่า พูดกวนๆว่า

“แค่หมั้นไม่ได้แต่งและถึงแต่งก็เปลี่ยนใจได้ ผมมั่นใจว่าผมน่าสนใจมากกว่าคุณหมอวัฒนา”

ฟ้าลดาโกรธจนเสียงสั่นถามว่าทำแบบนี้ทำไม ทำลายตนคนเดียวไม่พอยังจะทำลายพี่สาวตนด้วย สายชลสวนไปทันทีว่าพวกเธอต่างหากที่ทำลายตน ฟ้าลดาถามว่าพวกตนทำลายเขาตั้งแต่เมื่อไหร่

“อย่าให้ผมต้องพูด ในเมื่อคุณเลือกที่จะไม่จำ และไม่ยอมรับว่าเคยเกิดอะไรขึ้น งั้นก็ให้มันผ่านไป และให้เราสองคนเหลือไว้แต่ความอาฆาต พยาบาท!! จำไว้นะฟ้าลดา ผมจะทำทุกอย่างให้คุณสองคนเจ็บ เงินที่พี่คุณหุ้นไว้กับ

เซเว่นซี ผมก็จะทำให้มันหมดลงด้วย มันไม่ยากสำหรับผม ถ้าผมจะทำ”

น้ำเสียง สีหน้า แววตาของสายชลแข็งกร้าว เต็มไปด้วยความดุดัน อาฆาต พยาบาท!

ฟ้าลดาใจไม่ดีขอร้องเขาอย่าทำอะไรอย่างนั้นเลย ถ้าเขาจะทำก็ทำกับตนคนเดียว อย่าทำร้ายพี่สาวตนเลยเพราะพี่สาวลำบากเพื่อตนมามากแล้ว

“คุณก็ห่วงแต่พี่คุณ คุณเคยห่วงผมบ้างรึเปล่าฟ้าลดา ผมจะบอกอะไรให้ คนที่ไม่รู้ว่าจะมีชีวิตอยู่เพื่ออะไรสามารถทำได้ทุกอย่าง” สายชลพูดอย่างเจ็บปวด ฟ้าลดาอึ้ง ถามเสียงอ่อยว่า

“ฉันต้องทำยังไง คุณถึงจะเลิกยุ่งกับพี่สาวฉัน”

สายชลมองหน้าเธอนิ่ง แต่ไม่ตอบ

ooooooo

สหัสทำเป็นออกไปจากห้องอย่างรู้หน้าที่ และปิดประตูให้อย่างรู้ใจสายชล แต่แอบฟังอยู่หน้าประตู เห็นข้างในเงียบผิดปกติก็ใจไม่ดี กลัวสายชลจะทำอะไรฟ้าลดา

ขณะกำลังเงี่ยหูฟังเสียงข้างในนั่นเอง ที่ข้างหลังสหัส เพลินตาเดินเชิดมา เห็นท่าทางของสหัสก็ถามเสียงดัง

“ทำอะไร!” เห็นสหัสสะดุ้งก็ด่า “แอบฟังคนอื่น เรียกว่ามารยาททราม”

สหัสแก้ลำทำเป็นดูนาฬิกาแล้วถามอย่างจับผิดว่า “แล้วการที่มาสายเรียกว่าอะไร”

“นายสหัส ไม่ต้องเปลี่ยนเรื่อง มาบ่าย มาเย็น มันก็เรื่องของฉัน อย่าลืมว่าฉันเป็นหลานเจ้าของบริษัท”

เพลินตาเน้นเสียง “ษัท” เสียจนสหัสสะดุ้งเหมือนโดนด่า แต่ไม่ต่อล้อต่อเถียง สวนไปอย่างเอาคืนว่า

“ผมไม่สนใจว่าคุณจะเป็นหลานเจ้าของบริ “ษัท” หรือเป็นอะไร คุณบอกผมเองว่าข้างนอกคุณเป็นเจ้านาย แต่ที่นี่คุณเป็นลูกน้อง คุณมาสาย คุณต้องถูกลงโทษ”

เพลินตาโมโห แต่ยังไม่ทันด่า สายชลก็เปิดประตูออกมา เธอรี่เข้าไปอ้อนเกาะแขนเขาฟ้องทันที

“พี่ชาร์ลขา...พี่ชาร์ลช่วยตาด้วย หมอนี่ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง มันจะลงโทษตาที่มาสาย มันมีสิทธิ์อะไร”

“สิทธิ์ที่สหัสเขาเป็นเจ้านายของตา และพี่ก็เห็นด้วยกับเขา” สายชลตอบหน้านิ่งๆ ทำเอาเพลินตาเหวอ มันมองสหัส เห็นเขายิ้มอย่างเป็นต่อก็ยิ่งโมโห แต่ไม่ทันพูดอะไร ฟ้าลดาก็เดินออกจากห้อง คราวนี้เพลินตาอ้าปากค้าง

“แก...” เพลินตาจ้องหน้าฟ้าลดาเขม็ง ยังไม่ทันพูดอะไร สายชลก็เดินไปกับฟ้าลดา เธอรีบตาม “พี่ชาร์ลจะไปไหน...พี่ชาร์ล...”

สหัสรีบตามไปขวาง ถูกเพลินตาตะคอกไล่ให้หลีกไป สหัสไม่หลีก แถมยังยักคิ้วยิ้มกริ่มยืนเฉย เพลินตาจะกระทืบเท้าเขา สหัสหลบทันทำให้เธอเสียหลัก นึกว่าสหัสจะช่วยประคองไว้ แต่เขากลับยืนเฉย เธอเลยล้มก้นจ้ำเบ้า ด่าสหัส

“ทำไมแกไม่รับฉัน”

“ขืนผมรับ คุณก็หาว่าผมฉวยโอกาสกับคุณอีกน่ะซิ”

เพลินตาทั้งเจ็บทั้งอาย ลุกขึ้นทุบสหัสอั้กๆด่าไอ้บ้า... ไอ้ทุเรศ

สหัสถูกทุบไม่หยุด เลยจับแขนเธอไว้แน่น ยื่นหน้าเข้าไปพูด

“คุณต่างหากที่บ้า! สงสัยผมต้องหาอะไรให้คุณทำ จะได้ไม่ประสาทไปมากกว่านี้” พลางก็ลากเธอไป

“แกจะทำอะไรฉัน แกจะพาฉันไปไหน นายสาหัส... ปล่อยฉันนะ ปล่อย...บอกให้ปล่อย...”

เพลินตาถูกลากปลิวไปตามมือของสหัส ปากก็ร้องโวยวายไปตลอดทาง

ooooooo

สหัสสั่งเพลินตาให้นั่งนับจำนวนคนที่มาเข้าห้องน้ำ อ้างว่าเพื่อทำสถิติแต่ละวันว่ามีคนใช้ห้องน้ำคิดเป็นกี่เปอร์เซ็นต์ของจำนวนพนักงาน เพราะทางบริษัทมีโครงการที่จะขยายห้องน้ำเพิ่ม ตนจะให้เธอดูแลโปรเจกต์นี้

เพลินตาไม่เชื่อ หาว่าเขาปั้นเรื่องขึ้นมาเพื่อแกล้งตน สหัสเลยเปลี่ยนเป็นสั่งว่า ถ้าอย่างนั้น อาทิตย์นี้ทั้งอาทิตย์ให้เธอนั่งทำงานตรงนี้ก็แล้วกัน

“แก...ก็ได้! ฉันจะทำ” เพลินตากำมือแน่นอย่างแค้นใจ จากนั้นก็เอาเครื่องคิดเลขขึ้นมา

ส่วนสหัส สั่งงานแล้วก็เข้าห้องน้ำประเดิมเป็นคนแรกให้เธอนับ เพลินตากดเครื่องคิดเลขอย่างหงุดหงิด

ooooooo

สายชลพาฟ้าลดาไปที่ร้านอาหารหรู เพื่อทานข้าวกลางวัน พอนั่ง ฟ้าลดาถามว่า บอกมาได้หรือยังว่าต้องการให้ตนทำอะไร

สายชลตอบอย่างไม่สนใจนักว่ายังคิดไม่ออก ขอให้กินข้าวเสร็จก่อน ถามว่าเธอไม่กินหรือ ฟ้าลดาบอกว่าตนไม่หิว แล้วขยับลุกขึ้น เขาถามอย่างระแวงว่าจะไปไหน พอเธอบอกว่าจะไปเข้าห้องน้ำ เขาสั่งให้วางกระเป๋าไว้บนโต๊ะ

“กลัวฉันหนีเหรอ” ฟ้าลดาถามหยันๆพอเขาบอกว่าใช่ ตนไม่ไว้ใจเธอ ฟ้าลดาสวนไปว่า “ฉันต่างหากที่ควรพูดประโยคนี้” พลางกระแทกกระเป๋าไว้บนโต๊ะ

“ถ้าคุณไม่กลับมาภายในห้านาที หรือแอบโทร.หาใครแล้วผมรู้ ทุกอย่างที่เราตกลงกันจะเป็นโมฆะ”

ฟ้าลดาค้อนควับ เดินจ้ำไปอย่างไม่พอใจ

ooooooo

เพลินตายังนั่งกดเครื่องคิดเลขอยู่หน้าห้องน้ำหญิง เธอกดมือเป็นระวิง บ่นอย่างหงุดหงิดว่า

“มันจะเข้าอะไรกันเยอะแยะขนาดนี้ กดจนเมื่อยนิ้วไปหมดแล้ว”

ตอนที่ 9

ยาซะหาทางเจอกับชมพูแพรตามลำพัง ไปดักเธอที่ลานจอดรถ ทำเป็นเอากระเป๋าสตางค์คืนให้ ชมพูแพรขอบใจแล้วจะไป ยาซะรีบเรียก ชมพูแพรนึกได้เอาเงินให้บอกว่าเป็นสินน้ำใจ

“ผมไม่ขอเป็นเงินแต่ขอเป็นคำถามสักข้อได้ไหมครับ” เมื่อได้รับอนุญาต ยาซะถามว่า “ที่คุณให้ผมไปตามหาสามีของน้องสาวคุณ เพราะคุณแอบชอบคุณชาร์ลใช่ไหม”

ชมพูแพรตกใจมากที่ยาซะล่วงรู้ถึงความในใจของตน แต่ทำเป็นไม่เข้าใจ ยาซะเผยท่าทีอย่างเป็นต่อว่า

“คุณไม่ยอมรับก็ไม่เป็นไร ผมมาคิดๆดูแล้ว ผมกำลังร้อนเงิน ผมจะช่วยคุณ แล้วก็ไม่ต้องห่วงว่าความลับของคุณจะแตก เพราะเงินปิดปากผมได้เสมอ ตัดสินใจได้เมื่อไหร่โทร.หาผม”

ก่อนเดินออกไป ยาซะนึกได้หันมาพูดกับเธอว่า “อ้อ... แล้วที่ผมพูดว่า “คุณเป็นพี่สาวที่แสนดี” ผมขอถอนคำพูด”

ท่าทีและคำพูดเชิงคุกคามของยาซะ ทำให้ชมพูแพรคิดหนัก

ooooooo

คืนนี้ สายชลได้รับข่าวร้ายว่า คุณพ่อเขาหัวใจวายตอนนี้อยู่ในห้องไอซียู สายชลสั่งสหัสให้หาตั๋วเครื่องบินไปอเมริกาให้ตนเร็วที่สุด และบอกพิสมัยกับเพลินตาให้เตรียมตัวด้วย

ดึกคืนนี้ เขาโทร.บอกฟ้าลดาว่า พรุ่งนี้จะบินไปอเมริกา ขณะนั้นเป็นเวลาตีหนึ่งเขาอยู่ที่สนามบินแล้ว เขาขอร้องเธอว่า

“รอผมกลับมานะครับคุณฟ้า ผมมีเรื่องสำคัญมาก ต้องคุยกับคุณ”

สายชลวางสายไปแล้ว ฟ้าลดายังงุนงงกับคำพูดของเขา

รุ่งเช้า เมื่อฟ้าลดาบอกชมพูแพรว่า สายชลเดินทางไปอเมริกาเมื่อคืนนี้ เพราะคุณพ่อป่วยหนัก ชมพูแพรไม่พอใจที่สายชลบอกฟ้าลดาแต่ไม่บอกตน ฟ้าลดาชี้แจงแทนว่า

“คุณชาร์ลบอกว่าโทร.หาพี่แพรไม่ติดค่ะ ก็เลยโทร.หาฟ้าแทน”

หลังจากนั้น ชมพูแพรโทร.หายาซะบอกว่า “ฉันตัดสินใจได้แล้ว”

ooooooo

ยาซะเริ่มแผนของตนทันที เช้านี้ไปดักพบฟ้าลดาที่ลานจอดรถออฟฟิศฟิล์มแฟลช จู่โจมเข้าไปนั่งในรถฟ้าลดาทันทีที่เธอจอดรถ ฟ้าลดาตกใจจะหนีออกจากรถ ถูกยาซะจับไหล่ไว้ เธอตกใจถามว่า “แกต้องการอะไร”

“จำผัวตัวเองไม่ได้เหรอ”

ฟ้าลดาผงะ เมื่อยาซะยื่นหน้าเข้าหา เธอผลักมัน แล้วรีบลงจากรถ วิ่งไปชนเจมส์อย่างแรง พอเห็นเจมส์ฟ้าลดาก็โล่งใจ แต่พอหันมองไปข้างหลังอีกที ยาซะหายไปแล้ว เจมส์ถามฟ้าลดาว่าเป็นอะไร

หลังจากรู้เรื่อง เจมส์โทร.ถาม รปภ.ปรากฏว่ากล้อง วงจรปิดเสีย เจมส์เสนอว่าเราไปแจ้งความไว้ก่อนดีไหม ฟ้าลดาได้แต่พยักหน้า ยกกาแฟดื่มหน้าเครียดจัด

ยาซะยังดำเนินแผนขั้นต่อไป ด้วยการแอบเข้าไปในบ้านหลังเล็กของฟ้าลดาไปนั่งรอเธออยู่ในห้องรับแขก ฟ้าลดามาเจอเธอตกใจมาก คว้าไม้เบสบอลเตรียมสู้ร้องขู่ “แกเข้ามาได้ยังไง อย่าเข้ามา!”

“เธอเป็นเมียฉัน ฉันไม่ทำอะไรเธอหรอกน่า”

ฟ้าลดาปฏิเสธว่าตนไม่เคยเห็นหน้ามันมาก่อน ยาซะบอกให้มองให้ดีๆ แล้วใช้จังหวะเผลอพุ่งเข้าแย่งไม้เบสบอล รวบตัวเธอไว้ เมื่อฟ้าลดาตะโกนขอความช่วยเหลือ มันเอามืออุดปาก ถูกเธอกัดจนมันปล่อย ฟ้าลดารีบวิ่งออกไป เจอหมอวัฒนาเข้ามาพอดี ยาซะเห็นท่าไม่ดีรีบหนีออกไปทางด้านหลัง หมอวัฒนาตามไปแต่ไม่ทัน

เมื่อกลับมา หมอถามฟ้าลดาว่าเกิดอะไรขึ้น ฟ้าลดาเล่าอย่างตื่นกลัวว่า

“ฟ้าไม่รู้ค่ะ เมื่อเช้าผู้ชายคนนี้ก็มาหาฟ้าที่ออฟฟิศ แล้วเขาก็บอกว่าเขาเป็น...เป็น...สามีของฟ้า”

หมอเสนอว่าบอกเรื่องนี้ให้ชมพูแพรรู้ดีไหม ฟ้าลดาขอไว้ก่อน เพราะช่วงนี้รู้สึกพี่สาวจะเครียดๆ ตนไม่อยากไปเพิ่มปัญหาให้อีก

“แต่นี่มันเป็นเรื่องใหญ่นะฟ้า ผู้ชายคนนั้นมาหาฟ้าถึงสองครั้งในวันเดียว พี่ว่ามันต้องไม่ใช่เรื่องบังเอิญแน่ๆ”

ooooooo

คืนนี้เอง หมอวัฒนาก็เล่าเรื่องนี้ให้ชมพูแพรฟัง เธอทำเป็นไม่สนใจติงว่าคงเป็นพวกโรคจิตมากกว่า

หมอถามว่าถ้าไม่ใช่ล่ะ เพราะฟ้าลดาเคยมีสามีมาก่อน บางทีผู้ชายคนนั้นอาจจะเป็นสามีของฟ้าลดาจริงๆก็ได้ บอกว่าเราน่าจะบอกเรื่องนี้ให้น้องรู้

“ไม่ค่ะ แพรจะไม่บอก และพี่หมอเองก็ห้ามบอกยัยฟ้าเหมือนกัน เราจะไม่พูดเรื่องนี้กันอีกนะคะ” ชมพูแพรตัดบท แต่หมอยังเป็นห่วง เธอยืนยันว่า “แพรจะจัดการเรื่องนี้เอง ขอบคุณพี่หมอมากนะคะที่เป็นห่วงน้องสาวแพร”

หมอวัฒนานิ่งอึ้งไปกับน้ำเสียง คำพูด และท่าทีที่ห่างเหินของคนรัก

ส่วนฟ้าลดา ยังสับสนว้าวุ่นและตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ป้าเนียมเห็นว่าเธอยังไม่ได้ทานอาหารเย็น จึงทำข้าวต้มมาให้ ฟ้าลดาถามป้าเนียมว่า หลังจากตนเจออุบัติเหตุทางเรือ ตนรักษาตัวที่โรงพยาบาลกระบี่นานไหม

ป้าเนียมอึ้งไปนิดหนึ่ง เพราะชมพูแพรเคยสั่งห้ามป้าเนียมพูดเรื่องนี้ ป้าจึงตอบกว้างๆว่า นานหลายเดือน แล้วย้อนถามว่าถามทำไมหรือ

“ไม่มีอะไรค่ะ อยู่ดีๆ ฟ้าก็นึกขึ้นมาได้ แต่ก็นึกภาพตัวเองตอนรักษาตัวที่กระบี่ไม่ออก มันเหมือนฟ้าไม่มีความทรงจำช่วงนั้นเลย”

ป้าเนียมมองฟ้าลดาที่ก้มหน้าทานข้าวต้มด้วยสีหน้าไม่สบายใจ แต่แหวนที่รู้เรื่องนี้มองป้าเนียมอย่างสงสัยว่า ทำไมบอกฟ้าลดาไปอย่างนั้น

ป้าเนียมรีบไปรายงานชมพูแพรว่าฟ้าลดาถามอะไรและตอบไปอย่างไร ชมพูแพรบอกว่าตอบไปอย่างนั้นดีแล้ว แต่ถ้าต่อไปฟ้าลดายังสงสัยอะไรอีกให้มาถามตนโดยตรง

เมื่อป้าเนียมออกไปแล้ว ชมพูแพรยิ้มอย่างพอใจที่แผนของตนเริ่มเป็นผลแล้ว

แต่เรื่องไม่จบแค่นั้น เพราะแหวนจอมสาระแน อดใจไม่ได้ ทำทีกลับไปเก็บถ้วยชาม แล้วบอกฟ้าลดาว่า

“ก่อนคุณฟ้าไปเรียนเมืองนอก แหวนได้ยินคุณแพรคุยกับป้าเนียมค่ะ คุณแพรพูดถึงเกาะอะไรสักอย่าง...อือม์...อ๋อ เกาะมินค่ะ เกาะมิน คุณแพรกำชับป้าเนียมว่าไม่ให้บอกคุณฟ้า อะไรทำนองนี้แหละค่ะ”

ฟ้าลดาฟังแล้วอึ้ง จนรุ่งเช้าเธอจึงถามชมพูแพรที่โต๊ะอาหารว่ารู้จักเกาะมินไหม ชมพูแพรไม่ตอบแต่กลับย้อนถามว่า ถามทำไม ฟ้าลดาจึงเล่าให้ฟังว่า

“ฟ้าเจอผู้ชายคนหนึ่ง เขาบอกว่าเขาเป็นสามีของฟ้า”

ชมพูแพรวางช้อนทันที ตัดบทว่าเรื่องนี้ตนรู้จากหมอแล้ว อย่าไปสนใจดีกว่า ผู้ชายคนนั้นคงเข้าใจผิด

“พี่แพรปิดบังอะไรฟ้าอยู่ใช่ไหมคะ พี่แพรบอกฟ้ามาเถอะ ฟ้ามั่นใจว่ามันต้องเกี่ยวกับฝันร้ายที่ฟ้าฝันถึงบ่อยๆแน่”

ชมพูแพรแกล้งทำเป็นลำบากใจที่จะพูด ฟ้าลดา

กุมมือพี่สาวมองอย่างอ้อนวอน ชมพูแพรทำเป็นลำบากใจมาก ยอมรับว่าตนโกหกน้อง แล้วเล่าให้ฟังว่า

“หลังจากเรือล่ม ฟ้าหายตัวไป พี่ออกตามหาฟ้าอยู่นาน จนกระทั่งมีคนเจอฟ้าอยู่ที่เกาะมิน ฟ้าแต่งงาน มีสามีที่นั่น คนพวกนั้นหลอกฟ้า ไม่หวังดีกับฟ้า พี่ต้องรีบพาฟ้ากลับมารักษาตัว และเพราะการรักษา ก็เลยทำให้ฟ้าลืมทุกอย่างที่เกิดขึ้นที่เกาะมิน”

ฟ้าลดาตะลึงอึ้ง นึกไม่ถึงว่านั่นคือชีวิตของตัวเองที่ผ่านมา ความสดใสร่าเริงที่มีหายวับไปจากชีวิตทันที...

เมื่อกลับมาที่บ้านหลังเล็ก ฟ้าลดาเข้าห้องนํ้า รู้สึกขยะแขยงตัวเอง เปิดฝักบัวรดตัว ถูทั้งตัวอย่างแรงเหมือนจะขัดล้างคราบสกปรกนั้นให้หมดไปจากตัว

ooooooo

บ่ายวันนั้นเอง ชมพูแพรก็นัดพบยาซะ ยื่นซองเงินให้ บอกว่า “ทำได้ดีมาก”

ยาซะถามว่าแน่ใจหรือว่าวิธีนี้จะทำให้น้องสาวเธอไปจากที่นี่ เธอบอกว่ามั่นใจ แล้วเดินกลับไป ยาซะมองตามพูดอย่างย่ามใจว่า “แผนของคุณจบ แต่ของผมยัง!”

แล้วบ่ายวันนี้เอง ยาซะก็โทรศัพท์ไปหาฟ้าลดาขณะเธอนอนเปลญวนครุ่นคิดอย่างกลัดกลุ้มกับเรื่องราวที่ถาโถมเข้ามา

ยาซะนัดเธอไปที่สนามเด็กเล่น พยายามจะเข้าใกล้ ฟ้าลดาถอยห่างอย่างระวังตัว พูดอย่างไม่หายตื่นกลัวว่า

“ฉันรู้ว่าแกเป็นใคร สิ่งที่เกิดขึ้นที่เกาะมิน ฉันทำไปโดยไม่รู้ตัว ตอนนั้นฉันความจำเสื่อม ฉันถึงทำอะไรลงไปโดยไม่คิด”

ยาซะพูดอย่างพอใจว่าตนรู้ ฟ้าลดาถามว่าแล้วยังกลับมาทำไม ต้องการอะไร

“รู้สึกที่รักอยากจะลืมเรื่องของเราจังเลยนะจ๊ะ”

“ฉันต้องการลืมเรื่องทุกอย่างที่เกิดขึ้น”

“คุณต้องการลืมเรื่องราวทุกอย่างที่เกาะมินจริงๆเหรอ” ยาซะพูดเสียงดังอย่างจงใจ ฟ้าลดาตอบอย่างหนักแน่นว่า

“จริง ฉันต้องทำยังไง แกถึงจะไม่มายุ่งกับฉันอีก” ยาซะเอานิ้วโป้งกับนิ้วชี้มาถูกัน ฟ้าลดารู้ทันทีว่ามันต้องการเงิน ถามว่า “ต้องการเท่าไหร่ ฉันจะเซ็นเช็คให้”

ยาซะยิ้มที่มุมปากอย่างพอใจกับแผนการง่ายๆของตน

ooooooo

เมื่อกลับถึงโรงแรมจิ้งหรีดที่มันพักอยู่ ยาซะโยนเงินที่ได้จากชมพูแพรลงบนที่นอน ทิ้งตัวลงนอนแล้วหยิบเงินมาโปรยใส่หัว หยิบเช็คที่ฟ้าลดาเซ็นให้ขึ้นมาจูบ พูดไปหัวเราะไปอย่างสะใจ

“รวยแล้ว ไอ้ยาซะ ฮ่าๆๆๆ”

แต่พอลุกขึ้นมองตัวเองในกระจก เห็นรอยแผลเป็นจากมีดที่ถูกสายชลเอามาจ่อ มันคำรามหน้าเหี้ยม

“ไอ้สายชล! แกต้องได้รับการชดใช้!”

ฟ้าลดาตัดสินใจขอชมพูแพรกลับไปอเมริกา บอกว่าอยากขออยู่กับตัวเองสักพัก ชมพูแพรพูดอย่างแสนรักว่า ถ้าทำให้น้องสาวคนเดียวของตนมีความสุขก็ตามใจน้อง ส่วนเรื่องการเป็นพรีเซ็นเตอร์สายการบินนั่นไม่เป็นไรตนจะบอกชาร์ลเอง ถามว่าจะไปเมื่อไหร่

“ฟ้าได้ตั๋วกลับอเมริกาวันพรุ่งนี้ค่ะ”

ชมพูแพรนิ่งไปอย่างสะใจ ดีใจ ที่แผนการของตนสำเร็จแล้ว

เมื่อเพื่อนๆที่ฟิล์มแฟลชรู้ ทุกคนต่างเสียดาย แต่ก็ให้กำลังใจกันว่า ลาพักร้อนคงจะได้เจอกัน

ooooooo

เพราะมีงานด่วนต้องกลับมาเซ็น กอปรกับไมเคิลอาการดีขึ้น ทั้งยังมีพิสมัยกับเพลินตาคอยดูแลอยู่ สายชลจึงกลับเมืองไทย เขาปรารภกับสหัสว่ามีเอกสารด่วนมากมาย คืนนี้คงได้กลับบ้านเที่ยงคืนแน่ บอกสหัสให้กลับไปพักเสียตนดูแลตัวเองได้

เมื่ออยู่ตามลำพัง สายชลโทร.เข้ามือถือฟ้าลดา แต่ติดต่อไม่ได้ จึงค้นหาเบอร์บ้าน โทร.ไปเจอป้าเนียม ป้า

บอกว่า ฟ้าลดาไม่อยู่ ออกไปกับชมพูแพร แหวนได้ยิน ถามป้าเนียมว่าทำไมบอกสายชลไปอย่างนั้น ทั้งที่รู้ว่าฟ้าลดาจะไปอเมริกาพรุ่งนี้แล้ว ถูกป้าเนียมดุว่าไม่ใช่เรื่องของพวกเรา แหวนจำต้องเงียบไปอย่างขัดใจ

ooooooo

เย็นนี้เอง ยาซะไปหาสายชลที่ออฟฟิศ สายชลชะงัก ถามว่ารู้ได้ยังไงว่าตนอยู่ที่นี่ ยาซะเอามือถือที่อัด เสียงการคุยกับฟ้าลดาที่สนามเด็กเล่นเปิดให้สายชลฟัง

พอสายชลฟังจบ ยาซะบอกว่านางฟ้าจำทุกอย่างได้หมดแล้ว สายชลไม่เชื่อ บอกว่าทุกอย่างเป็นแผนของยาซะ

“ถ้าไม่ใช่เพราะเขาจำทุกอย่างได้ แล้วเขาจะตามหาฉันทำไม แกอย่าลืมสิว่าฉันเป็นคนพาฟ้าลดากลับไปให้ พี่สาวเขา นางฟ้าของแกเอาเงินปิดปากฉัน ไม่ให้บอกใครว่าเกิดอะไรขึ้นที่เกาะมิน เพราะเขาต้องการเริ่มต้นชีวิตใหม่โดยไม่มีแก”

สายชลไม่เชื่อ ยาซะจึงเอาเช็คที่ฟ้าลดาเซ็นยื่นให้ดู บอกว่าเธอเซ็นเช็คให้เพื่อให้ตนลืมเรื่องทั้งหมดเสีย ท้าสายชลว่าเอาคลิปเสียงไปตรวจได้เลยว่าเป็นเสียงของฟ้าลดาจริงหรือเปล่า เห็นสายชลมีท่าทีลังเลมันทำสงครามจิตวิทยาอีกว่า

“ถ้าแกไม่เชื่อฉันก็ไม่เป็นไร ฉันขอแนะนำให้แกรีบไปหานางฟ้าของแกซะ เพราะตอนนี้นางฟ้าของแกกำลังจะโบยบินไปจากแกอีกครั้งแล้ว ฮ่ะๆๆๆ” ยาซะผลักสายชลให้พ้นทางแล้วเดินหัวเราะเยาะไป

สายชลตัดสินใจ โทร.หาสหัส บอกว่าจะส่งคลิปเสียงไปให้เช็กด่วนที่สุดว่าเป็นเสียงที่แต่งขึ้นรึเปล่า พลางขับรถออกไป

ooooooo

คืนก่อนเดินทาง ชมพูแพรมองดูกระเป๋าเดินทางของน้องแล้วทำหน้าใจหาย รำพึงว่าเหมือนสามปีที่แล้วเลย ที่ตนต้องมาส่งน้องไปเมืองนอก บอกน้องด้วยน้ำเสียงที่แสดงความรักอย่างที่สุดว่า

“จำไว้นะฟ้า ปัญหาของฟ้า คือปัญหาของพี่ ฟ้าไม่มีความสุข พี่ก็ไม่มีความสุข ทุกอย่างที่เกิดขึ้นเป็นอดีต มันเป็นแค่ความทรงจำ แต่พี่สาวคนนี้จะรักและดูแลฟ้าตลอดไป เวลาจะเป็นตัวเยียวยารักษาทุกอย่างให้น้องเองนะจ๊ะ”

ฟ้าลดาโผเข้ากอดชมพูแพรร้องไห้ออกมาด้วยความซาบซึ้งใจ

“ต่อจากนี้ไป น้องสาวของพี่จะได้เจอแต่เรื่องดีๆเชื่อพี่นะจ๊ะน้องรัก”

ชมพูแพรลูบหัวน้องอย่างอบอุ่นอ่อนโยน แต่สีหน้าและแววตาที่แนบอยู่กับแก้มของน้องนั้น เต็มไปด้วยความร้ายกาจสะใจที่ได้เฉดฟ้าลดาออกไปพ้นทางของตน

ooooooo

หลังจากสหัสเช็กคลิปเสียงและบอกสายชลว่าเป็นเสียงของฟ้าลดาจริง ทั้งยังเชื่อว่าฟ้าลดาจำเรื่องระหว่างเขากับเธอได้แล้ว สายชลเจ็บปวดแทบจะหมดแรง เขากำพวงมาลัยแน่นขณะขับรถกลับบ้าน

สายชลตรงไปที่บ้านหลังเล็ก เห็นชมพูแพรกำลังจะกลับเข้าบ้านหลังใหญ่ เขาหลบคอยจนเธอเข้าบ้านไปแล้วจึงออกมามองไปที่บ้านหลังเล็กอย่างหมายมาด

สายชลเข้าไปในบ้านหลังเล็ก ฟ้าลดากำลังดูตั๋วเครื่องบินและพาสปอร์ตอยู่  เธอตกใจที่ถูกจู่โจม สายชลถามห้วนๆว่าจะไปไหน เธอบอกว่าจะกลับอเมริกา

สายชลจึงเชื่อว่าที่ยาซะพูดนั้นเป็นความจริง ถามเธออย่างเจ็บปวดว่ารังเกียจตนมากขนาดนี้เลยหรือ ฟ้าลดาถามว่าพูดอะไรตนไม่รู้เรื่อง สายชลเสียงเข้มใส่อย่างไม่เคยเป็นมาก่อนว่า

“เลิกตีสองหน้าเสียที! ตลอดเวลาที่ผ่านมา ผมรอคุณมาตลอด ผมมีความหวังทุกวันว่าจะได้เจอคุณ” ฟ้าลดาทำท่าจะพูดอีก ถูกสั่ง “ไม่ต้องพูด...ฟังผม...ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้น มันไม่เคยมีค่า ไม่เคยมีความหมายในสายตาคุณเลยใช่ไหม”

ฟ้าลดานิ่งถูกตะคอกให้ตอบ เธอมองเขาอย่างโมโหถามว่าจะเอายังไง เพราะสั่งไม่ให้ตนพูดเอง สายชลโกรธจัดตรงเข้าจับบ่าเธอ ฟ้าลดาตกใจบอกให้ปล่อย

สายชลปักใจเชื่อว่าฟ้าลดาไม่ยอมรับตน แต่ฟ้าลดาบอกว่าเขาบ้าไปแล้ว ตนไม่เข้าใจที่เขาพูดจริงๆ สายชลรวบตัวเธอเข้าไปกอดและซุกไซ้อย่างดุเดือด ฟ้าลดาบอกให้ปล่อย ด่าเขาว่า วิปริต บ้ากาม ตะโกน “ฉันเกลียดคุณ...”

ยิ่งถูกปฏิเสธ สายชลก็ยิ่งหน้ามืด ทั้งกอดทั้งจูบไม่ยั้ง สัมผัสที่ฟ้าลดาได้รับ ทำให้เธอนึกถึงผู้ชายในความฝัน และรู้สึกอบอุ่น คุ้นเคย จากที่ผลักไส ด่าว่า กลายเป็นกอดตอบและในที่สุดต่างก็ปล่อยไปตามใจปรารถนาอย่างไม่รู้ตัว

ooooooo

ตอนที่ 8

ชมพูแพรคิดไม่ตกว่าทำไมสายชลต้องให้สร้อยกับฟ้าลดา...คิดพลางก็หมุนแหวนหมั้นของหมอที่นิ้วนางตัวเอง หมุนไปมาจนแหวนหลุดจากนิ้ว เธอตกใจ ใจคอไม่ดีนัก

ส่วนสายชลอยู่ที่บ้านเช่า สหัสไปเล่าเรื่องที่ตนโกหกเพลินตากับพิสมัยว่าเขาไปเชียงคาน สายชลรู้ฤทธิ์เดชของสองแม่ลูกดี บอกสหัสว่า “นายตายแน่สหัส”

สหัสโอดครวญว่าตนทำไปโดยไม่ได้คิด แล้วถามว่าเขากับฟ้าลดาเป็นอย่างไรบ้าง เธอพอจะจำอะไรได้บ้างหรือยัง

“ยัง...แต่ทุกอย่างไปได้ด้วยดี นางฟ้าไม่เปลี่ยนไปเลย ยังชอบทำอะไรอย่างที่เคยทำตอนอยู่กับฉันที่เกาะมิน”

“อืมม์...แต่ผมไม่เข้าใจว่าทำไมคุณชาร์ลไม่บอกคุณชมพูแพรเรื่องคุณกับคุณฟ้าลดาล่ะครับ”

“ฉันไม่ไว้ใจผู้หญิงคนนี้ ถึงภายนอกที่เห็นจะสวยหรูแต่ภายในอาจจะตรงกันข้ามกับภายนอกอย่างสิ้นเชิงก็ได้ ฉันจะไม่ทำอะไรวู่วาม เพราะฉันไม่ต้องการเสียนางฟ้าไปอีกครั้ง และถ้าทุกอย่างเป็นไปตามเกมที่ฉันวางไว้ อีกไม่นาน นางฟ้าจะต้องจำเรื่องราวของเราได้...การรอคอยของฉันจะได้สิ้นสุดลงจริงๆเสียที” สายชลเต็มไปด้วยความหวัง

ooooooo

วันต่อมา สายชลให้ฟ้าลดาพรีเซนต์งานให้ผู้เกี่ยวข้องดู ฟ้าลดาเปิดโน้ตบุ๊กฉายภาพไปบนจอยักษ์ พลางบรรยาย

“โฆษณาชุดนี้จะเป็นมินิซีรี่ส์ 3 ตอนจบเรื่องราวของชายหญิงคู่หนึ่งที่พบรักกันบนเกาะ และสัญญาว่าจะไม่ทิ้งกัน แต่อยู่มาวันนึง ผู้หญิงก็ถูกคนมาพรากตัวไป ผู้ชายรอผู้หญิงคนนี้ปีแล้วปีเล่า...”

ระหว่างนั้น สายชลมองฟ้าลดาตาเป็นประกายอย่างมีความสุขกับเรื่องราวที่เธอบรรยาย ชมพูแพรกับเจมส์มองอย่างจับสังเกต ฟ้าลดามองหน้าสายชลสังเกตความรู้สึกก่อนบรรยายต่อไปว่า
“ผู้ชายนั่งเครื่องบินตามหาคนรักไปตามที่ต่างๆด้วยการบริการเลขาส่วนตัวของเซเว่นซีที่เตือนเวลาเมื่อใกล้ถึงไฟลต์บิน ทำให้เขาไม่เคยตกเครื่อง แล้วในที่สุด เขาก็ได้พบ กับคนรักอีกครั้ง ณ ที่ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของความรัก”

ทุกคนปรบมือให้ฟ้าลดา สายชลถึงกับยกนิ้วโป้งให้เธอหันไปโค้งยิ้มรับ ชมพูแพรกับเจมส์มองทั้งคู่อย่างสงสัย

ooooooo

หลังจากนั้นเจมส์เอารูปนักแสดงหญิงชายในโฆษณาชุดนี้มาให้สายชลดู สำหรับนักแสดงชายนั่น สายชลไม่มีความเห็น แต่นักแสดงหญิง เขาบอกว่าทั้งหมดที่เอารูปมาให้ดูนั้น ไม่ใช่คาแรกเตอร์ที่ตนต้องการ เจมส์จะไปหาให้ใหม่

“ไม่ต้อง ผมว่าผมได้แล้ว” สายชลบอกอย่างมั่นใจ

วีรเดชถามว่าใครหรือ เขาตอบทันทีว่า “ฟ้าลดา”

ทุกคนตกใจ โดยเฉพาะฟ้าลดามองเขาอย่างไม่อยากเชื่อ สายชลยิ้มยืนยัน ชมพูแพรมองสายชลอย่างแปลกใจมาก

เมื่อเลิกประชุม ฟ้าลดาพยายามจะพูดให้สายชลเปลี่ยนใจ อ้างว่างานตนมากกลัวจะทำได้ไม่ดี แต่สายชลคิดหาทางแก้ไว้หมดแล้ว บอกว่าถ้าเธอมอบงานแบ่งงานให้แผนก ต่างๆไปทำก็ไม่มีปัญหา แล้วถามวีรเดชว่าใช่ไหม

“คุณชาร์ลพูดถูกต้องที่สุดเลยครับ” วีรเดชสนับสนุนทันที กระนั้นฟ้าลดาก็เกี่ยงว่าตนแสดงไม่เป็น

“คุณไม่จำเป็นต้องแสดง ผมมั่นใจว่าคุณทำได้ ถ่าย โฆษณาชุดนี้เสร็จเมื่อไหร่ ผมจะจัดงานแถลงข่าวเปิดตัว

พรีเซ็นเตอร์คนใหม่ของสายการบินเซเว่นซีทันที”

ฟ้าลดาหันไปขอให้ชมพูแพรช่วยพูดให้ที พี่สาวรับปากว่าจะลองดู แต่จะสำเร็จหรือไม่ไม่รู้

คนที่ดีใจที่สุดกับความสำเร็จของงานชิ้นนี้คือวีรเดช เขาขอบคุณฟ้าลดาครั้งแล้วครั้งเล่า ถึงกับบอกเธอว่าเหมือนพระมาโปรดเพราะโปรเจกต์นี้จะทำให้ตนปลดหนี้ได้สำเร็จ และที่สำคัญคือ บริษัทจะได้โกอินเตอร์เสียที

ชมพูแพรไปเจรจากับสายชลตามคำขอของฟ้าลดา แต่ถูกปฏิเสธด้วยเหตุผลว่า

“เรื่องนี้ผมตัดสินใจแล้วจะไม่มีอะไรมาเปลี่ยนใจผมได้เด็ดขาด” เมื่อชมพูแพรยังจะพยายาม เขาขอร้องว่า “คุณแพรมั่นใจในการตัดสินใจของผมเถอะครับ”

ขณะนั่นเอง สายชลได้รับโทรศัพท์ พอฟังปลายสายเขาบอกว่าเดี๋ยวจะตามไป แล้วเชิญชมพูแพรไปด้วยกัน

ooooooo

คนที่มารอพบเขาคือเพลินตากับพิสมัยนั่นเอง เขาออกไปเจอเพลินตากำลังเล่นงานสหัสว่าหลอกตนไปที่อื่นทั้งที่สายชลอยู่ที่นี่ สายชลจึงออกรับแทนว่า ตนเป็นคนสั่งสหัสเองว่าไม่ให้บอกใคร ชี้แจงว่า

“สหัสไม่รู้จะทำยังไงเลยต้องโกหก ใครจะคิดว่าตาจะไปหาพี่ที่นั่นจริงๆ”

ฟังสายชลแล้วเพลินตาอ้อนว่าตนคิดถึงและทั้งรักทั้งหวงด้วยเลยต้องตามหา พิสมัยก็ยื่นคำขาดให้สายชลลงโทษคนของเขาด้วย สายชลจึงสั่งให้สหัสขอโทษพิสมัยกับเพลินตาเสียที่ทำตัวไม่ถูกกาลเทศะ

สหัสรู้ว่าสายชลหลอกด่าสองแม่ลูกว่าทำอะไรไม่ถูกกาลเทศะ เลยทำเป็นขอโทษสัญญาว่าต่อไปจะไม่ทำแบบนี้อีกสายชลช่วยสหัสด้วยการสั่งให้ออกไปเสีย

แต่มีปัญหาตามมาอีกเมื่อพิสมัยหันไปเห็นชมพูแพรยืนอยู่ ถามอย่างดูถูกว่านั่นใครทำไมไม่ไปทำงาน

“นี่คุณชมพูแพรครับคุณน้า ประธานบริหารร่วมของสายการบินเซเว่นซี”

พิสมัยหน้าแตกยับเยิน ปรับสีหน้าได้ในพริบตา ส่งเสียงหวานชมว่า

“มิน่าล่ะ ลักษณะท่าทางดูดีไม่เหมือนพนักงานทั่วไป”

“นี่เพลินตากับคุณน้าพิสมัยญาติผมครับคุณแพร และเพลินตาก็จะมาฝึกงานที่นี่”

ชมพูแพรชะงักไปนิดหนึ่งเมื่อรู้ว่าเพลินตาจะมา

ทำงานด้วย สองสาวมองหน้ากันอย่างไม่ถูกชะตากันนัก

ooooooo

สายชลมอบหมายให้เพลินตาไปฝึกงานกับสหัส เธอผิดหวังมากพิสมัยก็ทัดทานว่าเพลินตาควรได้ตำแหน่งดีกว่านี้เช่นเป็นผู้ช่วยของสายชลเป็นต้น

“ผมมีสหัสเป็นผู้ช่วยอยู่แล้ว และที่สำคัญตาไม่เคยทำงานมาก่อน ควรจะเริ่มจากตำแหน่งเล็กๆไม่อย่างนั้นจะมีคนนินทาคุณน้ากับตาใช้เส้น ถ้าตาไม่พอใจก็ไม่ต้องทำ พี่จะโทร.บอกคุณพ่อเอง”

เพลินตาพูดไม่ออก โมโหเลยเตะหน้าแข้งสหัสขณะเดินผ่านจนเขาร้องโอ๊ย พอเดินผ่านไปแล้วสหัสถามตัวเองว่า

“จะรอดไหมวะกู...เฮ้อ...”

ooooooo

สหัสจัดโต๊ะให้เพลินตานั่งในห้องเดียวกับตน แต่โต๊ะเล็กกว่า เธอไม่ยอมนั่งจะไปนั่งที่โต๊ะเขา เมื่อสหัสไม่อนุญาตก็ขู่ว่าจะฟ้องพี่ชาร์ล สหัสพูดอย่างไม่แยแสว่าจะฟ้องก็ฟ้องเลย ตอนนี้เธอเป็นลูกน้องตนชาร์ลก็ช่วยอะไรไม่ได้

เพลินตาฮึดฮัดขัดใจ ยิ่งเมื่อสหัสให้เธอไปถ่ายเอกสารให้ก็ยิ่งไม่พอใจ สหัสดักคอว่าอย่าบอกนะว่าทำไม่เป็น เธอกระชากกระดาษไป พูดอย่างอวดดีว่า แค่ถ่ายเอกสารใครก็ทำได้ แต่พอไปทำจริงๆก็ทำไม่ได้ จนสหัสต้องไปสอน ก็ยังพาลกับเขา จนสหัสต้องขู่ว่า

“ตอนนี้ผมเป็นเจ้านายคุณ ผมเป็นคนประเมินว่าคุณจะผ่านหรือไม่ผ่าน อย่านะอย่าทำให้ผมโมโห”

เพลินตาไม่พอใจแต่ไม่กล้าพยศจ้องสหัส พึมพำแค้นๆ “ฝากไว้ก่อนเถอะนายสหัส”

ooooooo

เมื่อชมพูแพรบอกฟ้าลดาว่าตนไปเจรจากับสายชลไม่สำเร็จ ฟ้าลดาถามอย่างผิดหวังว่าทำไมล่ะ อ้อนว่า

“พี่แพรก็พยายามขอร้อง อ้อนวอน หรือทำยังไงก็ได้ ฟ้าไม่อยากเป็น”

“พี่ต้องถามเรามากกว่าว่า ตอนที่เราไปกระบี่กับคุณชาร์ล เราไปทำอีท่าไหนถึงทำให้เขาดูปลื้มเราเอาขนาดนี้”

ฟ้าลดาอึ้งไปกับน้ำเสียงและอารมณ์ของพี่สาว ถามอย่างตัดพ้อว่าทำไมพี่แพรถึงพูดแบบนี้ล่ะ

ชมพูแพรรู้สึกตัว ปรับน้ำเสียงอ่อนลงว่า “เอาเป็นว่ามันทำอะไรไม่ได้แล้ว ฟ้าเอาเวลาที่มานั่งบ่นไปเตรียมตัวดีกว่า จะได้ไม่ทำให้พี่ขายหน้า” พูดแล้วชมพูแพรเดินออกไปเลย ฟ้าลดาอึ้งๆกับท่าทีของพี่สาว ได้แต่นั่งถอนใจเฮือก...เฮือก...

ฝ่ายเพลินตาก็ไม่วายตามไปวอแวสายชลถึงกระบี่ขณะเขากับฟ้าลดากำลังเตรียมจะถ่ายทำ สายชลหงุดหงิดมาก ถามสหัสว่าบอกเพลินตารึเปล่าว่าเรามาทำงานไม่ได้มาเที่ยว แล้วปรามสหัสว่าจัดการลูกน้องตัวเองด้วย

สายชลชวนชมพูแพรไปอีกด้านหนึ่ง เพลินตาจะตามไปอีก ถูกสหัสขู่ว่า

“คุณจะไปหาคุณชาร์ลได้ก็ต่อเมื่อทำงานให้เสร็จก่อน นี่เป็นช่วงเวลาเอาหน้าของคุณนะครับคุณเพลินตา ถ้าคุณชาร์ลเห็นคุณตั้งใจทำงาน คุณชาร์ลคงจะพอใจมาก”

เพลินตาชะงัก กระชากเสียงถามว่า “จะให้ฉันทำอะไร”

สหัสใช้ให้เธอถือรีเฟลกซ์ เธอไม่พอใจอีก  ขู่ว่าจะฟ้องชาร์ล สหัสใช้ไม้เดิม ท้าให้ไปฟ้องเลย พิสมัยกับเพลินตามองหน้ากันว่าจะเอายังไงดี สุดท้ายเพลินตายอมแต่ขู่อย่างไม่พอใจว่า

“ทีใครทีมัน ถ้าฉันได้แต่งงานกับพี่ชาร์ลเมื่อไหร่ ฉันจะเตะโด่งแกออกไปนอกโลกเลยนายสหัส!”
สหัสยิ้มอย่างเป็นต่อแล้วเดินอารมณ์ดีออกไป

ooooooo

ทุกอย่างเตรียมพร้อมแล้ว แต่ฟ้าลดายังไม่มา สายชลจึงไปตาม พอเห็นเธอเท่านั้นเขาถึงกับตะลึงชมว่าสวยมากแต่รู้สึกว่ายังขาดอะไรไปอีกอย่างหนึ่ง เห็นดอกลีลาวดีบนต้นจึงไปเด็ดมาทัดหูให้ ความใกล้ชิดทำให้สายชลเผลอใจเคลิ้มไปชั่วขณะ

พอดีแป๊ะมาตามฟ้าลดาเห็นเข้า ทั้งสองผละจากกัน แป๊ะเองก็ตีหน้าไม่ถูก มองทั้งสองที่พากันเดินไปด้วยความสงสัย

พิสมัยรู้ว่าฟ้าลดากับชมพูแพรเป็นพี่น้องกัน แต่จากการสังเกต ดูออกว่าสายชลชอบฟ้าลดาแต่ชมพูแพรสนใจสายชล บอกเพลินตาว่าไม่ต้องห่วง ตนจะทำให้สองพี่น้องตบตีแย่งผู้ชายกัน เชื่อว่าสายชลต้องไม่พอใจแน่เพราะเขาไม่ชอบการกระทำแบบนี้

ชมพูแพรไม่สบายใจเมื่อรู้สึกว่าสายชลชอบฟ้าลดา พยายามพูดกันท่าไม่ให้เขาสนใจ บอกว่าน้องสาวมีคนจีบเยอะ เจมส์กับธงไทยก็ตามจีบมาตั้งแต่เมืองนอกแล้ว

สายชลเห็นความใกล้ชิดกันของฟ้าลดากับเจมส์และธงไทยก็ไม่ชอบใจเดินไปขัดคอ ลืมโทรศัพท์ไว้ พอดีมีสายเข้าชมพูแพรจะเอาไปให้ก็ไม่ทัน บังเอิญมือไปกดถูกบางปุ่มเข้าเกิดภาพบนหน้าจอ เป็นภาพที่สายชลแอบถ่ายฟ้าลดาในอิริยาบถต่างๆ ชมพูแพรถึงกับหน้าเสียเมื่อรู้ว่า สายชลสนใจฟ้าลดามากและลึกซึ้งถึงเพียงนั้น

แล้วก็มีเหตุไม่คาดคิดเกิดขึ้น เมื่อนายแบบเกิดท้องร่วง อย่างแรงจนเป็นลม เพราะกินหอยดองเมื่อเช้า ธงไทยเสนอว่าคงต้องยกกองกระมัง แต่วีรเดชกลับเสนอว่าไม่ต้อง เพราะคนที่เหมาะสมมีอยู่แล้ว เขาเสนอให้สายชลแสดงแทน

เจมส์ท้วงติงว่าจะไปรบกวนคุณชาร์ลทำไม แต่สายชลกลับเป็นฝ่ายรีบตกลงยินดีจะแสดงแทน อ้างเหตุผลว่า

“ก็ดีเหมือนกัน ลูกค้าจะได้มั่นใจในแบรนด์ของเรามากขึ้น เพราะมีผมการันตีด้วยตัวเอง”

สหัสแอบถามว่า “คุณชาร์ล...ตัดสินใจแน่แล้วเหรอครับ”

“การที่เราจะทำให้คนความจำเสื่อมจำอะไรได้ เราต้องให้เขาได้กลับไปในที่ที่คุ้นเคย แต่ฉันไม่สามารถพานางฟ้ากลับไปได้ นี่เป็นทางเดียวที่จะทำให้นางฟ้าได้สัมผัสกับสิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างฉันกับเขาได้ใกล้เคียงที่สุด เพราะฉะนั้น...ฉันตัดสินใจไม่ผิด” สายชลตอบสหัสเบาๆ

ปรากฏว่า คู่พระนางที่แสดงเหมาะสมกันมากจนวีรเดชชมว่า ราวกับกิ่งทองใบหยก แม้แต่ชมพูแพรก็ยังพูดว่าถ้าได้ชาร์ลเป็นพรีเซ็นเตอร์แบบนี้ สายการบินเราต้องดังเปรี้ยงแน่ๆ

“ถูกต้องครับคุณแพร ดูดีเข้ากั๊นเข้ากันมากๆ เอาล่ะ... เริ่มงานได้” วีรเดชสั่งอย่างยิ้มแย้มยินดี
เป็นการถ่ายทำฉากที่พระนางมาพบกันและต่างบอกรักกันที่ริมหาดสวยงาม ทั้งยังสัญญาว่าจะไม่ทิ้งกันด้วย ทุกอย่างเป็นเรื่องจริงที่เกาะมินทั้งสิ้น

คู่พระนางแสดงความรักความผูกพันกันอย่างลึกซึ้ง หยอกล้อเล่นกันอย่างร่าเริง เหมือนที่สายชลเคยเล่นกับนางฟ้าที่เกาะมิน เพลินตาทนดูไม่ได้แทรกเข้าไปสั่งคัต จนสหัสต้องไปลากออกมาแทบไม่ทัน

ส่วนชมพูแพรจ้องมองสายชลกับฟ้าลดาไม่วางตา ยิ่งเห็นการแสดงที่สนิทสนมสมจริงของทั้งคู่ก็ยิ่งไม่สบายใจ เมื่อหมอวัฒนาโทร.หาด้วยความคิดถึงและเป็นห่วง เธอก็หงุดหงิดจนหมอรู้สึก
จนเมื่อมานั่งพัก ชมพูแพรถามหยั่งเชิงว่าสายชลไม่เคยเรียนแอ็กติ้งมาก่อนจริงๆหรือ เขายิ้มๆตอบตามความจริงว่า

“ครับ...ทุกอย่าง...ออกมาจากใจ”

ooooooo

เมื่อถ่ายฉากสุดท้ายเป็นฉากในยามที่พระอาทิตย์กำลังจะตกทีิ่ริมหาด สายชลใส่สูท เดินมาหาฟ้าลดาที่ยืนชมวิวอยู่ ทั้งคู่ยิ้มให้กันอย่างดีใจมาก ต่างวิ่งเข้ากอดกัน สายชลอุ้มฟ้าลดาหมุนไปรอบๆ เมื่อวางเธอลงเขาบอกว่า

“สามปีที่ผ่านมา ผมตามหาคุณแทบพลิกแผ่นดิน ในที่สุดเราก็ได้พบกัน”

“ต่อจากนี้ไป เราจะไม่จากกันไปไหนอีกแล้ว”

หนุ่มสาวมองหน้ากันอีกครั้ง ก่อนจะกอดกันแนบแน่น...

“คัต” วีรเดชสั่งด้วยน้ำเสียงพอใจมากๆ จากนั้นสั่งปิดกล้อง

ooooooo
ชมพูแพรต้องการเรียกร้องความสนใจจากสายชล เอ่ยปากขอยืมสร้อยที่สายชลให้ฟ้าลดาเพื่อใส่ในงานฉลองปิดกล้องในคืนนี้

ส่วนพิสมัยวางแผนจะจับสายชลกับเพลินตา คืนนี้จึงให้ลูกสาวอยู่บนห้องนอนบอกทุกคนว่าเธอไม่สบาย

สหัสเตือนสายชลว่า เมื่อวานตอนอาหารเย็นตนเห็นพิสมัยกับเพลินตาซุบซิบอะไรกัน สงสัยว่าจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับเขา

“ฉันก็รู้สึกแปลกๆเหมือนกัน ที่อยู่ดีๆก็ไม่สบาย เดี๋ยวนายขึ้นไปดูหน่อยแล้วกัน” สั่งสหัสแล้วสายชลเดินออกไป

ชมพูแพรใส่สร้อยที่สายชลมอบให้ฟ้าลดาลงมาโชว์ สายชลถามว่าเธอเอาสร้อยเส้นนี้มาจากไหน เธอพูดหน้าตาเฉยว่า

“ฟ้าให้แพรยืมใส่ค่ะ แพรทราบนะคะว่าคุณชาร์ลให้สร้อยเส้นนี้กับฟ้า แต่ฟ้าเป็นคนไม่แต่งตัวก็เลยทิ้งๆขว้างๆ คุณชาร์ลอย่าถือเลยนะคะ”

สายชลบอกว่าตนไม่ถือเพราะรู้จักฟ้าลดาดี ชมพูแพรจึงชวนไปเอาอาหารทานกัน ระหว่างนั้นเอง สายชลเห็นฟ้าลดากำลังสนุกร่าเริงอยู่กับเจมส์และธงไทย เขามองอย่างไม่พอใจคว้าเครื่องดื่มไปดื่มจนหมดแก้ว

ส่วนพิสมัยหลังจากปล่อยข่าวว่าเพลินตาไม่สบายนอนพักอยู่บนห้องแล้ว ก็เตรียมมอมเหล้าสายชล แต่หาสายชลไม่เจอเพราะเขาไปที่มุมปิ้งอาหาร จากนั้นเขาถือจานอาหารไปให้ฟ้าลดา ถูกเจมส์ที่กำลังสนุกชนจานอาหารตกแตก เจมส์รีบขอโทษบอกว่าไม่ได้ตั้งใจ วีรเดชอาสาจะไปเอามาให้ใหม่ เขาวางแก้วเหล้าบนโต๊ะ

พริบตานั่น สายชลคว้าแก้วเหล้าของวีรเดชสาดหน้าเจมส์แล้วบอกว่าไม่ได้ตั้งใจ พิสมัยตามมาลากสายชลให้ไปกับตน แต่เจมส์ถูกเหล้าสาดหน้าก็โมโหตามมาเอาเรื่อง ถูกสายชลชกจนปากแตก ฟ้าลดาคว้าแขนเจมส์บอกให้หยุด

“แน่จริงก็เข้ามาสิวะ” สายชลท้าเหยงๆจนฟ้าลดามองงงๆว่าวันนี้เขาเป็นอะไร

ooooooo

เพลินตาเตรียมยั่วสายชลเต็มที่ เข้าไปในห้องน้ำเปลือยกายลงแช่ในอ่างน้ำ สหัสที่ถูกสายชลใช้ให้ไปดูเพลินตาไปหาเธอที่ห้องปรากฏว่าไม่อยู่ เอะใจจึงไปดูที่ห้องสายชล เจอเพลินตาเปลือยกายนอนหมดสติอยู่ที่พื้นเพราะลุกมาแล้วหกล้มหัวฟาดพื้นหมดสติ

สหัสจึงพาเธอไปที่ห้องของตน พอเพลินตารู้สึกตัวขึ้นมาก็โวยวาย ยิ่งเมื่อรู้ว่าสหัสเห็นเนื้อหนังมังสาตนหมดก็ทั้งโกรธทั้งอาย แผดเสียงร้องแล้ววิ่งออกไป เจอพิสมัยเดินหาลูกสาวเข้าพอดี เห็นสภาพลูกแล้วตกใจถามสหัสว่าทำอะไรลูกตน

เพลินตาเร่งแม่ให้รีบกลับห้องกันเถอะ สหัสมองสองแม่ลูกแล้วส่ายหัวอย่างระอาใจ

ส่วนชมพูแพร พาสายชลที่เมาไม่ได้สติไปที่ห้องนอนของเขา บอกแป๊ะกับจุ๊ว่าเดี๋ยวตนจะดูแลเขาเอง

ฝ่ายเจมส์ที่ถูกสายชลชกจนหน้าแตก ถูกพากลับห้อง ฟ้าลดากับธงไทยช่วยกันทำแผลให้เพื่อน ธงไทยตั้งข้อสังเกตว่า รู้สึกว่าชาร์ลทำเหมือนหึงฟ้าลดา แต่เธอเชื่อว่าเขาทำไปเพราะเมามากกว่า

เจมส์เล่าถึงวันที่เห็นสายชลกอดฟ้าลดาที่สวนสาธารณะ ธงไทยเพิ่งรู้ทำท่าฮึดฮัดจะไปเอาเรื่อง แต่พอไม่มีใครห้ามก็หยุดเอง พูดแก้เกี้ยวว่าป่านนี้สายชลคงเมาหลับไปแล้ว

ฟ้าลดาบอกว่าวันนั้นสายชลก็บอกแล้วว่าจำคนผิด แต่เจมส์ไม่ไว้ใจเตือนเพื่อนให้ระวังตัวไว้ เพราะวันนี้เขามาเป็นเจ้านายของเธอแล้วด้วย

ooooooo

ชมพูแพรถือโอกาสนี้ดูแลสายชลอย่างใกล้ชิด จนเมื่อสายชลรู้สึกตัวเขากุมมือเธอขึ้นจูบ ทำเอาเธอใจเต้นไม่เป็นส่ำ แต่พอเขาเพ้อเรียก “ฟ้า...” เธอก็หน้าตึงกำผ้าที่เอามาเช็ดตัวเขาแน่นอย่างระงับอารมณ์

รุ่งขึ้น ชมพูแพรทำเรื่องให้คณะกลับไปก่อน ส่วนตัวเองอ้างว่าต้องอยู่ดูแลสายชล สหัสอาสาจะอยู่ดูแลเองเธอก็ไม่ยอม

ลงมาส่งคณะที่ล็อบบี้ บังเอิญเจอยาซะที่มารับลูกค้าของเขา ยาซะจำชมพูแพรได้ ถามว่าน้องสาวสบายดีหรือ แต่เธอจำยาซะไม่ได้ ยาซะจึงเอานามบัตรให้ บอกว่า

“ถ้าคุณสนใจอยากเช่าเรือเที่ยว ติดต่อผมได้ทุกเมื่อนะครับ ผมอยู่ที่นี่”

ขณะชมพูแพรกำลังดูนามบัตรของยาซะอยู่นั้น สายชลลงมาเรียก เธอรีบเอานามบัตรใส่กระเป๋า สายชลถามว่าฟ้าลดาล่ะ จึงรู้ว่ากลับไปแล้ว พอดีมีพนักงานมาเสนอขายปูไข่ บอกว่าสดๆเพิ่งจับได้เมื่อกี้นี้เอง

สายชลเหมาปูไข่ทั้งหมด บอกเธอว่า

“ปูพวกนี้ออกลูกทีละเป็นล้านตัว ถ้าเราจับปูไข่แล้วเอามากิน ก็จะทำให้พวกมันสูญพันธุ์เร็วขึ้น”

ชมพูแพรแปลกใจที่เขารู้เรื่องปูดีมาก สายชลบอกว่าตนเกิดและโตมากับทะเล แล้วชวนเธอไปปล่อยปูไข่ลงทะเลกัน

ระหว่างไปปล่อยปูไข่นั่นเอง ชมพูแพรทรงตัวไม่อยู่ตกน้ำเธอร้องขอความช่วยเหลือเพราะว่ายน้ำไม่เป็นพอสายชลกระโดดลงไปช่วย เธอกอดเขาไว้แน่น เมื่อขึ้นเรือก็ซบอกเขาอย่างขวัญเสีย แต่แอบยิ้มอย่างมีความสุขในอ้อมอกเขา

ooooooo

พอกลับมาถึงโรงแรม ชมพูแพรหน้าเสียเมื่อเห็นหมอวัฒนามารออยู่ สายชลถามว่าหมอมายังไง หมอวัฒนาบอกว่าตนมาเซอร์ไพรส์ชมพูแพรเลยไม่ได้บอกล่วงหน้า

เมื่อเจอหมอแล้ว สายชลมอบชมพูแพรให้หมอดูแล ส่วนตัวเองขอตัวกลับห้องเพื่ออาบน้ำ ชมพูแพรก็ขอไปอาบน้ำเหมือนกัน พูดแล้วรีบจ้ำตามสายชลไป หมอมองตามเธอไปอย่างสงสัย

เมื่อชมพูแพรอาบน้ำเปลี่ยนเครื่องแต่งตัวแล้ว หมอถามอย่างสงสัยว่าเธอบอกสายชลหรือว่าว่ายน้ำไม่เป็น เพราะสายชลบอกว่าเธอว่ายน้ำไม่เป็นเลยกินน้ำไปหลายอึกทั้งที่เธอเป็นนักกีฬาว่ายน้ำไม่น่าเป็นอย่างนั้น

ชมพูแพรแก้ตัวว่าตนไม่ได้บอก แต่เพราะตกน้ำไม่ทันตั้งตัวเลยทำให้เกือบจมน้ำ แล้วทำหน้าขรึมบอกหมอว่าอย่ามาหาเรื่องตนเลย

ทันใดนั้น สายชลมาเคาะประตูห้องบอกว่าตนจะกลับก่อน ให้หมอกับชมพูแพรพักที่นี่อีกคืน ให้หมอไปนอนที่ห้องตนก็ได้ ถือเป็นการฮันนีมูนล่วงหน้า หมอตอบรับด้วยความขอบคุณ แต่ชมพูแพรไม่พอใจ สุดท้ายหมอตัดสินใจกลับพร้อมสายชลเพราะอยู่ไปชมพูแพรก็ไม่สนุก

หมอวัฒนาเดินออกไปเลย ชมพูแพรสะอึกไปนิดหนึ่ง เธอรู้สึกผิดกับหมอวัฒนาเหมือนกัน

ooooooo

ที่ออฟฟิศฟิล์มแฟลช ฟ้าลดา แป๊ะ และจุ๊ กำลัง ตัดต่อภาพอยู่ แป๊ะพูดกับจุ๊อย่างมั่นใจว่า

“ชัดเจน ชัดเจนอย่างมาก แกดูแววตาที่คุณชาร์ลมองพี่ฟ้าดิ นี่หรือคือการแสดง ไม่ใช่แล้ว เห็นป่าวเนี่ย”

จุ๊ดูแล้วเห็นด้วย บอกว่าหวานซึ้งสุดๆเลย

ฟ้าลดายืนดูอยู่ตรงประตู ได้ยินทั้งสองคนพูดกัน เธอมองหน้าสายชลในจอทีวีอย่างครุ่นคิด

จนเย็น เมื่อฟ้าลดาจะกลับ เธอได้รับช่อดอกไม้ขอโทษจากสายชล เขายอมรับว่าเมื่อคืนเมาจนขาดสติ ขอให้ยกโทษให้ด้วย ฟ้าลดาคุยไม่กี่คำก็ขอตัวเพราะแท็กซี่ที่เรียกไว้มาแล้ว สายชลถามว่าไม่ได้เอารถมาหรือ ชวนกลับด้วยกันเพราะไปทางเดียวกันอยู่แล้ว

ฟ้าลดาเงียบ จนเขาต้องอ้อน “นะครับคุณฟ้า”เธอก็ ยังไม่ตอบ

สายชลไปส่งเธอที่บ้าน เธอขอบคุณเขา สายชลถามว่ายังไม่หายโกรธตนหรือ เธอปฏิเสธว่าเปล่า ครั้นสายชลถามว่าแน่ใจหรือ เพราะเธอนั่งเงียบมาตลอดทาง เธอบอกว่ารู้สึกเพลียๆก็เลยไม่ค่อยอยากพูดอะไร แล้วขอตัวเข้าบ้าน

สายชลมองตามฟ้าลดาไปอย่างกลัดกลุ้ม

เมื่อฟ้าลดากลับเข้าบ้านหลังเล็ก ไม่ทันไรชมพูแพรก็มาหา บอกว่าเอาสร้อยมาคืน เห็นดอกไม้ ถามว่าใครให้เจมส์หรือธงไทย พอน้องบอกว่าคุณชาร์ลเขาเอามาขอโทษเรื่องเมื่อคืน ชมพูแพรถามว่าเขาไปหาหรือ

“ค่ะ เมื่อกี้พี่แพรว่าเอาสร้อยมาคืนฟ้าเหรอคะ พี่แพรเก็บไว้เถอะค่ะมันเหมาะกับพี่แพรมากกว่า”

พูดเสร็จฟ้าลดาเดินเข้าบ้าน ชมพูแพรมองสร้อยในมืออย่างครุ่นคิด

ooooooo

คืนนี้ฟ้าลดาฝันถึงผู้ชายคนนั้นอีกแล้ว แต่พอเข้าใกล้เขาก็หายไป ครั้นเหลียวหาก็เห็นเขาเดินรุกเข้ามาหา เธอตกใจมาก

รุ่งขึ้น ฟ้าลดาไปหาหมอวัฒนา หมอตรวจตาแล้วบอกว่าร่างกายปกติดีทุกอย่าง ช่วงนี้อาจเป็นเพราะเครียดเลยทำให้ฝันร้ายอีก เห็นเธอนั่งอย่างกังวล หมอถามว่า

“ฟ้าเป็นอะไร หรือว่าฟ้ายังมีอะไรในใจเล่าให้พี่ฟังไม่หมด”

ตอนที่ 7

วีรเดชกุลีกุจอต้อนรับสายชลอย่างเอาใจ พอเขานั่ง วีรเดชถามว่าจะรับกาแฟหรือน้ำอะไรดี พอสายชลบอกว่ากาแฟร้อนก็แล้วกัน วีรเดชสั่งทันที

“ฟ้า...ชงกาแฟมา”

ฟ้าลดาเอ๋อไปเลย ส่วนสายชลมองวีรเดชอย่างไม่พอใจ วีรเดชสั่งเสียงเข้มขึ้นว่า “ไปสิ...มองอะไร??” ฟ้าลดาก็ขยับทำท่าจะลุกไป สายชลรีบพูด

“ผมเกรงว่าคุณวีรเดชคงต้องให้คนอื่นชงกาแฟ เพราะว่างานของผมต้องการให้คุณฟ้าเป็นครีเอทีฟ” ทั้งวีรเดชและฟ้าลดาต่างชะงัก มองอึ้ง “เพราะฉะนั้นคุณฟ้าลดาต้องนั่งฟังด้วย”

วีรเดชพูดไม่เต็มเสียงว่า ฟ้าลดาเพิ่งมาทำงาน ยังไม่มีประสบการณ์ ตนมีครีเอทีฟเก่งๆหลายคน

“ผมต้องการให้คุณฟ้าลดาเป็นครีเอทีฟ หรือว่าคุณมีปัญหา” สายชลเสียงเข้มจริงจังจนวีรเดชชะงักกึก แต่รีบฉีกยิ้มตอบอย่างสอพลอว่า

“ไม่มีครับ ไม่มีปัญหาเลยครับ ให้เด็กรุ่นใหม่เป็นครีเอทีฟก็ดีครับ จะได้มุมมองแปลกๆใหม่ๆเฮอะๆๆ” แล้ววีรเดชก็กดอินเตอร์คอมสั่ง “จุ๊...กาแฟร้อนหนึ่งที่ด่วน” สั่งแล้วยิ้มให้สายชลก่อนมองไปทางฟ้าลดาพูดห้วนๆแต่เสียงอ่อนลงว่า “นั่งสิฟ้า”

ฟ้าลดานั่งลงข้างๆสายชลเอ่ยขอบคุณเบาๆ สายชลโค้งหัวให้นิดหนึ่งเอ่ยเบาๆเช่นกันว่า “ไม่เป็นไร”

ที่หน้าห้อง จุ๊เป็นแฟนกับแป๊ะ พอเห็นความหล่อของสายชลจุ๊ก็แทบจะเพ้อ พอดีเจมส์เดินเข้ามา แป๊ะเลยฟ้องว่าจุ๊นอกใจตน เห็นคนอื่นดีกว่าแฟนตัวเอง เจมส์ถามว่าใคร จุ๊รีบบอกหน้าชื่นตาบานว่า

“คุณชาร์ล ท่านประธานสายการบินเซเว่นซี ตอนนี้กำลังคุยงานกับพี่วีอยู่ในห้อง”

เจมส์ฟังแล้วขมวดคิ้วอย่างแปลกใจ

ooooooo

ภายในห้อง...สายชล และวีรเดช มีฟ้าลดานั่งอยู่ด้วย กำลังคุยงานกันอยู่ สายชลเสนอว่า

“คุณฟ้าทำโปรเจกต์มาเลยนะครับ จะมาดูสถานที่ที่ถ่ายทำก่อนก็ได้ จะเป็นบนเครื่อง หรือว่าที่กราวนด์ ส่วนรายละเอียดเกี่ยวกับเมืองที่เรามีเทอร์มินอล ถามผมได้โดยตรง”

“ได้เลยครับคุณชาร์ล ผมจะให้ฟ้ารีบทำให้เร็วที่สุด” วีรเดชรีบรับคำ

สายชลหยิบนามบัตร วีรเดชนึกว่าจะให้ตน แต่เขากลับยื่นให้ฟ้าลดา ทำเอาวีรเดชเก้อไป หลังจากนั้นเขาขอตัวกลับ ทั้งหมดจึงพากันลุกขึ้นเดินออกไป โดยสายชลไม่ได้สนใจวีรเดชเลยแม้แต่น้อย

จุ๊จับตาดูอยู่ พอเห็นสายชลเดินออกมาก็รีบบอกว่าออกมากันแล้ว เจมส์มองขวับแล้วชะงักกึก เมื่อเห็นเป็น

สายชลคู่ปรับเก่าที่สวนสาธารณะ เจมส์แค้นจนลืมตัวตรงเข้าไปกระชากคอเสื้อสายชลถามว่ามาทำอะไรที่นี่ หรือว่าตามฟ้าลดามา

“เจมส์” ฟ้าลดารีบจับแขนเจมส์ไว้ “ใจเย็นๆฟังก่อน นี่คุณชาร์ลเจ้านายพี่แพร”

“และเป็นประธานสายการบินเซเว่นซี ลูกค้าของเรา” วีรเดชย้ำประโยคหลังให้เจมส์สำเหนียก

ได้ผล! เจมส์ชะงักกึกหน้าเหวอ ปล่อยมือจากคอเสื้อ กลืนน้ำลายเอื๊อก

เมื่อออกมาส่งสายชลที่หน้าบ้าน เจมส์ขอโทษสายชลที่ตนวู่วามไปหน่อย สายชลมองเจมส์อย่างไม่ถูกชะตานัก พูดอย่างเย็นชาว่า

“ไม่เป็นไร เพราะวันนั้นผมก็วู่วามเหมือนกับคุณวันนี้ แล้วผมก็ต้องขอโทษด้วยที่วันนั้นผมทำตัวก้าวร้าวไปหน่อย” พูดแล้วหันบอกฟ้าลดา “ผมกลับนะครับ”

แต่พอเดินไปได้ไม่ทันไรก็หันกลับมามองอย่างไม่สบายใจ แล้วก็ได้เห็นฟ้าลดากับเจมส์หยอกล้อกัน ฉุนขึ้นมาเลยเดินกลับมาถามเธอว่า

“วันนี้คุณฟ้าว่างไหม คือผมคิดๆดูแล้ว ผมอยากรีบพาคุณฟ้าไปดูสิ่งที่ผมต้องการ เผื่อจะเป็นไอเดียให้คุณฟ้า”

เมื่อฟ้าลดาบอกว่าว่างสายชลดีใจ เหล่มองเจมส์ อย่างเป็นต่อ แล้วชวนเธอไปขึ้นรถ แต่เธอขอไปเอากระเป๋าก่อน จึงเดินเข้าไปกับเจมส์ คราวนี้เจมส์หันมองบ้าง ทั้งสองมองกันอย่างไม่ถูกชะตากันนัก

ooooooo

ที่สนามบิน เพลินตากับพิสมัยสองแม่ลูกมาถึงแล้ว ต่างบ่นกันว่าร้อน กลัวหน้ามันไม่สวย ช่วยกันดูและซับหน้ากันวุ่นวาย

หลังจากแต่งจนคิดว่าสวยพริ้งแล้ว ก็มองหาคนมารับคือชาร์ล เพลินตาบ่นกระเง้ากระงอดว่าทำไมพี่ชาร์ลยังไม่มารับพวกเราอีก

ครู่เดียว สหัสก็วิ่งมา เพลินตาเห็นหน้าสหัสก็ชักสีหน้าใส่ทันที สหัสทำไม่รู้ไม่ชี้เข้าไปยกมือไหว้พิสมัยแล้วหันไปทางเพลินตา ขอโทษทั้งสองที่มาช้า

เพลินตาถามถึงชาร์ล สหัสบอกว่าเขาติดประชุมเลยให้ตนมารับแทน พูดแล้วยิ้มแฉ่ง เพลินตากับพิสมัยมองหน้ากันอย่างเซ็งจัด เดินตามสหัสมาจนถึงลานจอดรถ เพลินตาสั่งให้พาตนไปหาชาร์ล สหัสอ้างว่าชาร์ลยุ่งอยู่ พิสมัยถามว่ามันจะยุ่งกันทั้งวันเลยรึไง

“นั่นสิ ไม่ต้องมากีดกันฉันไม่ให้เจอพี่ชาร์ลเลยนะ” เพลินตาหาเรื่อง

“โอ๊ย...ผมไม่กล้ากีดกันคุณเพลินตาหรอกครับ ถ้าไม่ได้รับคำสั่ง” สหัสพูดหน้าตาเฉย พอถูกเพลินตาถามว่าหมายความว่าชาร์ลสั่งไม่ให้ตนสองคนไปหาหรือ สหัสทำเสียงตกใจปฏิเสธวุ่นว่า “ผมเปล่าพูดนะครับ คุณพูดเอง” แล้วรีบเปิดประตูรถเชิญขึ้นนั่ง พูดเบาๆแต่กวนประสาทว่า “เชิญครับ ว่าง่ายๆจะได้โตไวๆนะครับ”

“ไอ้บ้า! ฉันไม่ใช่เพื่อนเล่นแกนะ” เพลินตาด่า สะบัดหน้าขึ้นรถไปกับพิสมัย สหัสยิ้มขำๆแล้วรีบขึ้นนั่งขับออกไป

ooooooo

สายชลขับรถพาฟ้าลดามาที่สนามบินพาไปดูสิ่งที่เขาต้องการในงานโฆษณา สวนกับรถของสหัสพอดี เพลินตาตาไวหันมองจนแน่ใจว่าเป็นสายชล เธอสั่งสหัสให้หยุดรถ สหัสบอกว่าตรงนี้หยุดไม่ได้ ครั้นบอกให้กลับรถ สหัสก็บอกว่าตรงนี้ห้ามกลับรถ

“นายสหัส อย่ามาลีลา ถ่วงเวลานะ เร็วสิ” เพลินตาโมโหตบเบาะปึงๆ สหัสเลยจำต้องกลับรถขับตามไป เพลินตาชะเง้อจนคอยาวมองหารถของสายชล

ตามไปจนถึงสนามบิน เพลินตาถามแม่ว่าเห็นชาร์ลไหม พิสมัยบอกว่าไม่เห็น สหัสพูดให้เขวว่าสงสัยเธอจะตาฝาดมากกว่า เพราะชาร์ลประชุมอยู่ที่ออฟฟิศ คงแยกร่างมาอยู่แถวนี้ไม่ได้หรอก

สหัสพูดไม่ทันขาดคำ เพลินตาก็เห็นสายชลเข้าจริงๆ สหัสสะดุ้งโหยงนึกในใจ “ซวยแล้วคุณชาร์ล” แล้วแอบโทร.บอกสายชล ทำให้สายชลตึงเครียดขึ้นมาจนฟ้าลดาถามว่ามีอะไรรึเปล่า เขาบอกว่าไม่มี แต่ท่าทางมีพิรุธ เห็นเพลินตาเดินตรงมาเลยโกหกฟ้าลดาว่าคอนแทกต์เลนส์ของตนหล่นช่วยหาให้ที

ฟ้าลดาหลงเชื่อก้มหาคอนแทกต์เลนส์ให้ ระหว่างนั้นสายชลก็แอบดูเพลินตาเห็นเธอมองหาแล้วแยกไปอีกทางก็โล่งใจ พอดีฟ้าลดาเงยหน้าขึ้นบอกว่าหาไม่เจอ เขาเลยบอกว่าไม่เป็นไรช่างมันเถอะ เดี๋ยวค่อยหาซื้อใหม่ แล้วชวนรีบเข้าข้างในกันดีกว่า ตนมีอะไรตั้งหลายอย่างจะให้ดู

แต่พอหันจะเดิน ปรากฏว่าเพลินตามาอยู่ข้างหลังฟ้าลดาแล้ว สายชลตกใจคว้ามือฟ้าลดาพาวิ่งตะบึงไป ฟ้าลดาถามว่าวิ่งทำไม ส่วนเพลินตาก็ร้องเรียกด้วยความดีใจ “พี่ชาร์ล...พี่ชาร์ล...”

เกิดการวิ่งหนีและตามไล่ล่ากันในสนามบินนับแต่อาคารผู้โดยสารไปจนถึงลานจอดรถ สายชลพาฟ้าลดาวิ่งหนีลงไปยังลานจอดรถอีกชั้นหนึ่ง จนฟ้าลดาโมโหสะบัดมือจากเขาถามว่าทำไมต้องวิ่งหนีผู้หญิงคนนั้นด้วย

สายชลยังรู้สึกหนีไม่พ้นจากเพลินตา เร่งให้รีบไปกันก่อนเถอะตนไม่อยากให้เธอเจอผู้หญิงคนนั้น ฟ้าลดาถามว่าเขาไปทำไม่ดีอะไรกับเธอไว้หรือ

“ได้โปรดอย่าเข้าใจผิด ที่ผมทำก็เพื่อปกป้องคุณ”

ฟ้าลดาเห็นแววตาจริงจังของสายชลก็พูดไม่ออก แต่พอจะพากันไปต่อ ก็เจอเพลินตาเข้าอย่างจัง เธอปราดเข้าหาสายชลเจอกันซึ่งหน้าแบบนี้ สายชลเลยต้องทำเป็นยิ้มทักทายแบบบังเอิญเจอกัน ทั้งยังทำเป็นปากหวานว่านึกแล้วว่าเราต้องเจอกันที่นี่ แกล้งถามว่าเครื่องลงตั้งแต่เที่ยงไม่ใช่หรือ นี่ตั้งบ่ายสามกว่าแล้วทำไมถึงยังอยู่ที่นี่อีก

พอเพลินตาบอกว่าเครื่องดีเลย์ สายชลก็ขอตัว แต่เพลินตาจิกไม่ปล่อยปรามว่าอย่ามาเปลี่ยนเรื่องให้ตนไขว้เขว ถามว่าผู้หญิงคนนี้เป็นใคร พลางจ้องไปทางฟ้าลดาด้วยสายตาเหยียดๆ

เจอคนแบบนี้เข้า ฟ้าลดาก็ของขึ้น บอกให้พูดจาให้ดีๆหน่อย กลับถูกเพลินตาพูดดูถูกยิ่งขึ้น ถามว่า

“ทำไมฉันต้องพูดดีกับแก” แล้วถามสายชล “ดูจากสารรูป พี่ชาร์ลไปเก็บมาจากข้างถนนเหรอคะ”

เพลินตาดูถูกฟ้าลดาจนสายชลทนไม่ได้ปรามว่าหยุดก้าวร้าวเพื่อนตนได้แล้ว กลับถูกย้อนถามว่าเพื่อนกินหรือเพื่อนนอน

“ฟ้าเป็นได้ทั้งเพื่อนกินและเพื่อนนอนแหละค่ะ หรือจะให้ทั้งกินทั้งนอนในเวลาเดียวกันฟ้าก็ทำได้...จริงไหมคะคุณชาร์ลขา...” ฟ้าลดาทำเสียงหวานอ้อนออเซาะจนสายชลยิ้มขำๆ แต่เพลินตาไม่ขำด้วย เธอร้องกรี๊ดๆเหมือนสติแตกแล้วพุ่งเข้าตบหน้าฟ้าลดาฉาดใหญ่ ถูกฟ้าลดาสวนหมัดเข้าครึ่งปากครึ่งจมูกเลือดกำเดาออกทันที พอเพลินตาเอามือลูบเห็นเลือดก็ยิ่งแผดเสียงกรี๊ด จนสายชลเหวอ ส่วนฟ้าลดาถึงกับต้องสะบัดมือด้วยความเจ็บ

ooooooo

เมื่อไปเจรจากันที่ร้านกาแฟ พิสมัยกล่าวโทษว่าฟ้าลดาทำให้เพลินตาเสียหาย เสียค่าทำดั้งไปหลายหมื่น ทำแบบนี้จะรับผิดชอบไหวหรือ สายชลบอกว่าเรื่องนี้ เพลินตาเป็นฝ่ายผิดเพราะพูดจาดูถูกฟ้าลดาก่อน

“พี่ชาร์ลอย่ามาโทษตานะคะ ก็เพราะพี่ชาร์ลนั่นแหละวิ่งหนีตาทำไม ตาก็นึกว่าพี่ชาร์ลนอกใจน่ะสิ”

“นี่ตา! พี่ไม่ได้เป็นอะไรกับตา ถ้าพี่จะมีใครมันก็เป็นเรื่องของพี่ และที่พี่ต้องหนีตาก็เพราะพี่รู้ว่าต้องเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นยังไงล่ะ” สายชลพูดจริงจังจนเพลินตาพูดไม่ออก พิสมัยเลยไกล่เกลี่ยว่า

ไหนๆเรื่องก็ผ่านไปแล้วก็ให้แล้วกันไป เวลานี้น้องกลัวจนขวัญหนีดีฝ่อไปหมดแล้ว อย่าถือสาน้องเลย บอกว่า “ยัยตาก็ใจร้อนแบบนี้แหละ”

สายชลบอกให้เพลินตาขอโทษฟ้าลดา เพลินตาเกี่ยงว่าต้องให้ฟ้าลดาขอโทษตนด้วย

“ไม่เป็นไรค่ะคุณชาร์ล ฟ้าเองก็มีส่วนผิด” ฟ้าลดาขัดขึ้น แล้วหันไปทางเพลินตา “ฉันขอโทษที่ฉันทำร้ายคุณ”

พอฟ้าลดาขอโทษ เพลินตาก็กลับทำเชิดใส่ จนสายชลเรียกปรามเธอจึงจำต้องขอโทษอย่างเสียไม่ได้ สายชลรีบรวบรัดว่าหมดเรื่องแล้วตนก็ขอตัว สั่งสหัสว่าส่งเพลินตาให้ถึงบ้านด้วย

ooooooo

สายชลจูงมือฟ้าลดาเดินออกไป จนฟ้าลดาบอกว่าปล่อยมือตนได้แล้ว เขาจึงขอโทษเธอแทนเพลินตาอีกครั้ง พูดบ่นๆว่าเพลินตาเป็นเด็กเอาแต่ใจตัวมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว ฟ้าลดาเลยถามว่าเขากับเพลินตาเป็นแฟนกันหรือเปล่า

สายชลบอกว่าไม่ใช่ เพลินตาเป็นลูกของหน้าพิสมัยที่เป็นลูกพี่ลูกน้องกับคุณแม่ของตน ฟ้าลดาบอกว่าท่าทางเพลินตาจะชอบเขา

“ผมชอบใครไม่ได้อีกแล้วล่ะครับ” พูดแล้วมองหน้าฟ้าลดานิ่งลึกซึ้ง ก่อนบอกว่า “เพราะหัวใจผมมีเจ้าของแล้ว”

ฟ้าลดาไม่กล้าถามต่อ เธออึ้งไปกับสายตาและคำพูดของเขา ส่วนตัวสายชลเองพูดแล้วยิ้มอย่างสบายใจที่ได้พูดความในใจของตนให้เธอได้รับรู้

ooooooo

เมื่อพิสมัยกับเพลินตากลับมาถึงบ้านพัก เพลินตาคาดคั้นกับสหัสว่าฟ้าลดาเป็นใครกันแน่ สหัสบอกว่าเป็นครีเอทีฟบริษัทโฆษณาที่ทำงานให้สายชล ครั้นถูกคาดคั้นว่าแค่นั้นหรือ สหัสตอบเลี่ยงๆว่าตนทราบแค่นั้น ถ้าเธออยากรู้มากกว่านั้นก็ต้องถามสายชลเอาเอง

เมื่อไม่ได้ดั่งใจ เพลินตาก็เอาแต่แผดเสียงบอกแม่ว่าตนชักจะหมดความอดทนแล้ว พิสมัยตกใจบอกลูกว่าห้ามท้อเด็ดขาด ย้ำว่า “ผู้ชายอย่างชาร์ลชอบผู้หญิงที่ไม่มีปากเสียง เป็นกุลสตรี ลูกห้ามเอานิสัยเอาแต่ใจตัวมาใช้ที่นี่เด็ดขาด”

“ตาจะทำได้เหรอแม่...” เสียงเธอเหมือนจะถอดใจแล้ว

“ลูกต้องทำได้ อดทนเพื่อแม่เพื่อเรานะลูก หลังจากพี่ไพลินตาย ไมเคิลก็รักลูกเหมือนลูกแท้ๆจนกระทั่งไมเคิลพาชาร์ลมาอยู่ด้วย ไมเคิลก็ไว้ใจยกทุกอย่างให้ชาร์ล แม่ถึงอยากให้ลูกแต่งงานกับชาร์ล สมบัติมันจะได้ไม่หลุดรอดไปไหน ลูกเข้าใจคุณแม่ใช่ไหมคะ”

“ค่ะแม่ ตาจะพยายามจับพี่ชาร์ลให้ได้ค่ะ” เพลินตามุ่งมั่นขึ้นมาอีกครั้ง

ooooooo

ฝ่ายสายชลกับฟ้าลดา หลังจากดูงานกันเสร็จแล้ว ต่างรู้สึกดีมาก ฟ้าลดาบอกว่ามากับเขาครั้งนี้ทำให้ตนได้ข้อมูลเยอะ ไอเดียบรรเจิดสุดๆ เธอขอบคุณเขาด้วยน้ำเสียงแจ่มใส แต่สำหรับสายชลแล้ว เขารู้สึกว่าวันนี้เป็นวันที่วิเศษมากๆที่ได้อยู่ใกล้ชิดและสร้างความรู้สึกดีๆให้ฟ้าลดานางฟ้าของตน

เพราะเย็นแล้ว สายชลถือโอกาสชวนฟ้าลดาทานข้าวกันดีไหมเพราะเรายังไม่ได้ทานข้าวเที่ยงกันเลย เธอไม่ทันตอบเสียงท้องก็ร้องจ๊อก...เสียก่อน เลยพูดเขินๆติดตลกว่า

“พูดถึงก็หิวขึ้นมาเลยค่ะ ขอโทษนะคะ ฟ้าคุมมันไม่ได้”

“ไม่เป็นไรครับ คนที่ผมรู้จักคนหนึ่งก็มักเป็นแบบนี้เวลาหิว” สายชลพยายามที่จะวกเข้าสู่อดีตหมายสะกิดความทรงจำ

สายชลแวะเข้าร้านสะดวกซื้อ เขาซื้ออาหารกล่องไปนั่งทานกันที่ริมแม่น้ำ ทานไปบรรยายบรรยากาศในยามเย็นไป บอกเธอว่าตนชอบมานั่งดูแม่น้ำเห็นแล้วสบายใจ

ได้ผล...เพราะฟ้าลดาก็เล่าความประทับใจของตัวเองว่า ตนก็ชอบเช่นกันยิ่งถ้าเป็นทะเลยามเย็นยิ่งชอบ พูดอย่างผูกพันว่า “ทุกครั้งที่ไปทะเลฟ้าจะรู้สึกผูกพันกับมันยังไงก็ไม่รู้”

ตอนที่ 6

บนถนนที่รถไม่มากนัก ฟ้าลดาขับรถฉวัดเฉวียนแซงคันโน้นคันนี้มาอย่างสนุกสนาน มาเจอรถขับช้าก็เปิดไฟสูงไล่เพราะแซงไม่ได้ พอรถคันหน้าไม่สนใจก็บ่นอย่างหัวเสีย

“ขับช้าแล้วทำไมไม่ชิดซ้ายนะ บ้าเอ๊ย!!”

“รีบนักก็แซงไปสิ” สายชลในรถคันหน้าเหลือบมองกระจกหน้าไม่พอใจ

กลายเป็นรถสองคันขับไล่กันมา คันหลังจะแซงก็แซงไม่ได้ ไล่ก็ไม่หลีกทางให้ เลยขับทั้งกันทั้งแซงกันไปมาและยั่วโทสะอีกฝ่ายไปในที

จนกระทั่งถนนว่าง ฟ้าลดาขับขึ้นปาดหน้าแล้วจอดขวาง ทำเอาสายชลหยุดแทบไม่ทัน เธอลดกระจกลงเชิดหน้ายักคิ้วเย้ย สายชลเห็นหน้าเธอเต็มตา เขาตะลึงอุทาน

“นางฟ้า...”

ไม่ทันทำอะไร ฟ้าลดาก็ปิดกระจกแล้วขับไปอย่างเร็ว สายชลตั้งสติได้รีบขับตาม พลางมองสองข้างทาง เห็นรถของฟ้าลดาจอดอยู่ที่ลานจอดรถห้างสรรพสินค้า เขารีบเลี้ยวเข้าไปจอด

ooooooo

ฟ้าลดานัดเจมส์กับธงไทยที่ร้านกาแฟในห้าง เมื่อเจอกัน เจมส์จะเข้ามากอดแบบฝรั่ง ถูกฟ้าลดาสั่งหยุด บอกว่าที่นี่ประเทศไทย เจมส์เบรกกึกหน้าจ๋อย บ่นว่า ไม่ว่าที่ไหนเธอก็ไม่ยอมสักที ทั้งที่ตนตามจีบมาถึงสามปีแล้ว

“ก็สามปีแล้วเหมือนกันที่ฉันบอกแกว่าเราเป็นเพื่อนกัน” ฟ้าลดาสวนไป

ขณะฟ้าลดากำลังโต้เถียงกับเจมส์นั้น ธงไทยก็ถลาเข้ามาร้องทักหวานจ๋อย “ฟ้าของไทยจ๋า...”

ทั้งสามเป็นเพื่อนสนิทกัน แต่ทั้งเจมส์และธงไทยก็อดวอกแวกประสาหนุ่มกับสาวสวยไม่ได้ แต่ก็เป็นได้แค่ฮาๆมาถึงสามปีแล้ว

พูดหยอกเย้ากันพอหอมปากหอมคอแล้ว ฟ้าลดาบอกให้คุยธุระกันเสียที เจมส์บอกว่า

“พี่วี เจ้าของฟิล์มแฟลช โปรดักชั่นเฮาส์อยากเจอฟ้า เพราะดูพอร์ตของฟ้าแล้ว พี่วีสนใจมาก ก็เลยอยากนัดเจอฟ้าที่กองถ่ายโฆษณาวันพรุ่งนี้ ฟ้าว่างรึเปล่า”

“ว่างสิ ว่างทั้งวันเลย”

ธงไทยดีใจมากที่จะได้ทำงานร่วมกับฟ้าลดา เพ้อเจ้อว่าอีกหน่อยเราก็ได้แต่งงาน มีลูกด้วยกัน ถูกฟ้าลดาเขกหัวถึงได้หยุด มองหน้าฟ้าลดาบ่นว่าเจ็บนะ

“จะได้รู้ไงว่าไม่ได้ฝันอยู่” ฟ้าลดาพูดขำๆแล้วหัวเราะกับเจมส์เป็นที่สนุกสนาน

ooooooo

คุยงานกันเสร็จแล้ว สองหนุ่มแย่งกันจะไปรับฟ้าลดาพรุ่งนี้เช้า สุดท้ายธงไทยเป็นฝ่ายต้องถอยเพราะมีงานที่หัวหิน ฟ้าลดามองเพื่อนทั้งสองขำๆบอกให้รอตรงนี้เดี๋ยว ตนจะไปเข้าห้องน้ำก่อน

อีกด้านหนึ่งของทางเข้าห้องน้ำ สายชลเดินมองหานางฟ้ามาตลอดทาง เห็นข้างหลังหญิงสาวคนหนึ่งเหมือนนางฟ้ามาก เขาเดินไปทักปรากฏว่าไม่ใช่ เลยต้องขอโทษว่าจำคนผิด

หญิงสาวคนนั้นยิ้มให้แล้วเดินออกไป สวนกับฟ้าลดาที่กำลังเดินเข้าไป

“หรือว่าเราตาฝาด...” สายชลบ่นตัวเองเซ็งๆ

ooooooo

บ่ายนี้ ชมพูแพรรีบโทรศัพท์บอกหมอวัฒนาที่นัดทานข้าวกันตอนเย็นว่าตนไม่ว่างเพราะต้องพาคุณชาร์ลไปดูบ้านเช่า แม้ปากของหมอจะบอกว่าไม่เป็นไรเอาไว้วันหลังก็ได้ แต่ใจผิดหวังมาก เหลือบมองช่อดอกไม้ที่เตรียมไว้ แล้วหยิบออกไป

หมอเอาดอกไม้ไปจัดใส่แจกันให้คนป่วยในห้องคนไข้รวม วางไว้บนโต๊ะกลางเพื่อจะได้เห็นกันทุกคน ยังความสดชื่นแก่บรรดาคุณป้าคุณยายทั้งหลายมาก

ครู่ใหญ่ ฟ้าลดาก็มาที่โรงพยาบาล ถามเสียงใสว่าคุณหมอพอมีเวลาว่างไปทานข้าวกับสาวสวยไหม แล้วทำท่าเซ็กซี่ทะเล้นๆให้ดู หมอมองขำๆ บอกว่าชมพูแพรโทร.มายกเลิกนัดตนเลยรับเวรแทนเพื่อนไปแล้ว ฟ้าลดาบ่นเสียดายแกล้งทำเป็นงอน หมอบอกว่ายังมีเวลาเหลือ 20 นาทีถามว่าอยากทานอะไรบอกมาหมอเลี้ยงเต็มที่เลย

แค่เวลาไม่ถึง 20 นาที ฟ้าลดาก็อิ่มแปล้ออกมาขอบคุณหมอวัฒนาแล้วลากลับ

ooooooo

ชมพูแพรพาสายชลไปดูบ้านที่จะให้เช่า ที่แท้เป็นบ้านในบริเวณเดียวกับบ้านใหญ่ของเธอและบ้านหลังเล็กที่ฟ้าลดาอยู่  สายชลชอบบรรยากาศที่นี่มาก ตอบตกลงทันที

แหวนสาระแนตามเคย เห็นสายชลถึงกับเพ้อว่าหล่ออย่างกับไม่ใช่คน แล้วติดตามไปดูว่าพวกนั้นมาทำอะไรกัน

สายชลเห็นบ้านหลังเล็ก ถามว่าหลังนั้นเป็นของใคร ชมพูแพรบอกว่าน้องสาวตนอยู่ สายชลบอกว่าพรุ่งนี้ตนจะย้ายเข้ามาอยู่เลยก็แล้วกัน

ฝ่ายฟ้าลดากลับมาถึงบ้านก็บอกข่าวดีแก่ป้าเนียมว่าตนได้งานทำแล้ว แต่ขออุบไว้ก่อนให้ป้าอย่าเพิ่งบอกชมพู– แพร รอให้ชัวร์กว่านี้ก่อน ตนไม่อยากหน้าแตก

ขณะนั้นเอง แหวนวิ่งกระดี้กระด้าเข้ามาบอกป้าเนียมว่าไม่รู้ชมพูแพรพาใครมาหล่อโคตรๆ เลยไม่รู้ว่าเป็นคนหรือเทวดา ฟ้าลดามองอย่างไม่เชื่อ บอกว่าถ้าหล่อขนาดนี้ต้องไปดูกันหน่อยแล้ว ว่าแล้วก็วิ่งตามแหวนไป ป้าเนียมส่ายหน้ากับความสาระแนของแหวนและความซนของฟ้าลดา

ooooooo

ชมพูแพรพาสายชลและสหัสเดินออกมาถึงหน้าบ้าน เธอเอากุญแจบ้านให้บอกว่าให้เขาเก็บไว้เลย

“ครับ ขอบคุณนะครับคุณแพร ผมรู้สึกตัวเองโชคดีมากที่ได้คุณเป็นเพื่อนร่วมงาน แล้วก็ยังได้คุณเป็นเพื่อนบ้านอีกด้วย”

“ไม่เท่านั้นนะคะ คุณยังจะได้แพรเป็นเพื่อนอีกด้วย” ชมพูแพรยิ้มหวาน ซึ่งสายชลก็ตอบรับด้วยความยินดีทันที เธอบอกเขาอีกว่า “คุณมีอะไรให้แพรช่วยไม่ต้องเกรงใจนะคะ”

“ผมไม่เกรงใจแน่ครับ เพราะคุณหลวมตัวเป็นเพื่อนผมแล้ว” สายชลพูดติดตลก ชมพูแพรหัวเราะอารมณ์ดี เมื่อสายชลเอ่ยขอตัว ชมพูแพรเรียกไว้ ชวนพรุ่งนี้เย็นเชิญทานข้าวที่บ้านตน ถือเป็นงานเลี้ยงเล็กๆต้อนรับเขาก็แล้วกัน สายชลตอบรับทันทีเช่นกัน

ขณะรถของสายชลขับออกไป ชมพูแพรมองตามรถไปยิ้มๆแต่พอหันกลับ เจอฟ้าลดากับแหวนเข้าพอดี  ฟ้าลดาถามว่าเทวดากลับไปแล้วหรือ น่าเสียดายจัง เธอทำหน้างงถามว่าเทวดาอะไร ฟ้าลดาโบ้ยว่าเทวดาของแหวน ชมพูแพรเลยหันถามแหวนว่ามาแอบดูหรือ

“ไม่ได้แอบนะคะ แหวนบังเอิ๊ญบังเอิญผ่านมาเห็นพอดี๊พอดีค่ะ” แหวนยิ้มแหยๆแก้ตัวไปตามประสา

เมื่อพากันมานั่งที่ห้องรับแขกบ้านใหญ่ ฟ้าลดาซักถามพี่สาวว่านายเทวดานี่เป็นใครหรือ

“ลูกของมิสเตอร์ไมเคิล และเป็นประธานคนใหม่ของเซเว่นซีจ้ะ” ชมพูแพรบอกเผลอยิ้มปลื้มออกมา เลยถูกฟ้าลดาจับพิรุธถามว่าเวลาพูดถึงเขาทำไมต้องยิ้มด้วย อำว่าชักน่าสงสัยเสียแล้ว ทำเอาชมพูแพรตีหน้าไม่ถูก ฟ้าลดาได้ทีเลยยิ่งแซวว่า

“สงสัยว่าพี่แพรกำลังคิดนอกใจพี่หมอใช่ไหมคะ เพราะพี่แพรถึงกับเลิกนัดทานข้าวกับพี่หมอ แล้วก็พาเขามาดูบ้านเช่า”

ชมพูแพรถูกน้องแซวก็ยิ่งเก้อเขิน รีบแก้ตัวพัลวันว่าตนไม่ได้คิดกับเขาแบบนั้น นี่เป็นเรื่องงานล้วนๆแล้วชี้แจงยาวเหยียดอย่างมีความสุขที่จะเล่าว่า

“ตอนแรกที่ยังไม่เจอเขา พี่กลัวแทบตายว่าเขาจะเข้ากับคนยาก แต่ที่ไหนได้เขาเฟรนลี่มาก และที่สำคัญเขาเป็นคนไทย แถมยังเก่ง คล่องตัว แต่ถ่อมตน ถึงเขาจะเป็นลูกคนรวย แต่เขาก็ดูเป็นคนง่ายๆสบายๆแล้วก็ไม่พูดมากขี้อวดอีกด้วย”

ชมพูแพรยิ่งพูด ฟ้าลดาก็ยิ่งสงสัย ยิ่งอยากเห็นว่าเขาจะเพอร์เฟกต์ขนาดไหนถึงทำให้พี่สาวตนปลื้มเขาได้มากขนาดนี้

“พรุ่งนี้พี่ชวนเขามาทานข้าวเย็นที่บ้าน ฟ้าก็อยู่ด้วยสิจะได้ชวนคุย เพราะฟ้าคุยเก่งกว่าพี่”

“โอเคค่ะ” ฟ้าลดายิ้มอย่างหมายมาดว่าจะดูหน้าคนหล่อเสียให้เต็มตา

ปรากฏว่าคืนนี้ฟ้าลดาฝันร้ายว่ามีเงาของผู้ชายเดินเข้ามาหา เธอพยายามเพ่งมองแต่ไม่เห็นหน้า พอสะดุ้งตื่นเธอกลัวจนเหงื่อแตกเต็มหน้า ใจเต้นแรง น้ำตาพานไหลออกมาไม่รู้ตัว

ooooooo

แล้วก็มีเหตุให้ต้องแก้ปัญหาจนได้ เมื่อเช้านี้เธอไปที่กองถ่ายโฆษณา เจอวีรเดชกำลังเกรี้ยวกราดลูกน้องที่ถ่ายภาพออกมาไม่ดี มีเงาที่หน้านางแบบราวกับใส่หน้ากากอินทรีแดง

ฟ้าลดามองแหยงๆเจมส์บอกพี่เขาเป็นคนปากร้ายใจดี แต่พอวีรเดชหันมาเจอฟ้าลดาที่แต่งตัวสบายๆมาก็ยิ่งหงุดหงิด พูดออกมาทันทีว่าชื่อไม่สมกับตัวเลย ฟ้าลดาไม่พอใจเกิดการโต้เถียงกันเล็กน้อย วีรเดชตัดบทอย่างรำคาญว่า

“เข้าเรื่องเลยก็แล้วกัน ฉันจะรับเธอเข้าทำงานในตำแหน่งพนักงานชั่วคราว เงินเดือนครึ่งนึง ไม่มีโอที ไม่มีสวัสดิการ” ถามว่าโอเคไหม ฟ้าลดาอึ้งไปนิดหนึ่งแล้วกระซิบกับเจมส์ว่าโคตรเคี่ยวเลย ถูกวีรเดชถามเสียงดังว่าเม้าท์อะไร

ฟ้าลดาบอกว่ามันไม่ยุติธรรมเลย ในพอร์ตตน เขาก็เห็นแล้วว่ามีประสบการณ์การทำงานมาบ้างหรือว่าไม่ได้อ่าน วีรเดชยังโต้แย้งอย่างจะเอาชนะ แต่สุดท้ายตัดบทว่าไม่อยากเลยเสียเวลาคุยกับเด็กอย่างเธอ

พอดีมีเด็กมาบอกว่าเอกช่างภาพในกองถ่ายตกบันไดกล้องหล่น วีรเดชตกใจเป็นห่วงกล้อง พอไปดูไม่เป็นไรก็โล่งใจซ้ำยังขู่เอกว่า “ถ้ากล้องเป็นอะไรไปแกตาย!”

เจมส์ทนไม่ได้บอกว่ารีบพาเอกไปหาหมอก่อนดีกว่า วีรเดชถึงนึกได้สั่งให้รีบพาไปโรงพยาบาลแล้วสบถอย่างหัว เสียว่าจะหาช่างภาพที่ไหนวะ ฟ้าลดาเลยเสนอตัว วีรเดชมองอย่างไม่เชื่อถือ เจมส์รับรองว่าฟ้าลดาได้เอวิชาโฟโต้ตอนเรียนด้วย

กระนั้นวีรเดชก็ยังไม่เชื่อถือ ฟ้าลดาเลยขอให้ทดลองดู สุดท้ายเขาสั่งให้พรุ่งนี้เริ่มงานได้เลย ให้เอารูปมาด้วยเพื่อติดบัตรมอบงานให้สองตำแหน่ง คือ ครีเอทีฟกับช่างภาพ

“โอเคค่ะ” ฟ้าลดาตอบรับอย่างมั่นใจเต็มที่ มองหน้ากับเจมส์ดีใจสุดๆ

ooooooo

หลังจากได้งานแน่แล้ว ฟ้าลดาโทรศัพท์บอกชมพูแพร ถูกต่อว่าที่ทำอะไรทำไมไม่บอกกันก่อนเลย ฟ้าลดาอ้างว่าต้องการเซอร์ไพรส์พี่ แล้วบอกว่าเย็นนี้ไม่มาทานข้าวด้วยเพราะว่ากำลังฉลองกับเพื่อน อ้อนพี่สาวว่า

“พี่แพรอย่าโกรธฟ้านะ แล้วฟ้าจะซื้อหนมมาฝาก” พอดีมีเสียงเรียก เธอบอกว่า “เพื่อนฟ้าเรียกแล้ว ฟ้าไปล่ะค่ะบาย...”

สายชลย้ายเข้ามาอยู่บ้านเช่าแล้ว เขาหยอดลูกแก้วใส่ขวดทุกวันนับแต่นางฟ้าหายไป จนวันนี้นับได้ครบ 1,000 ลูกแล้ว เท่ากับ 1,000 วันที่นางฟ้าหายไป เขามองลูกแก้วพึมพำ

“1,000 วันแล้วนะ ที่เราต้องจากกัน นางฟ้าของสายชลไปอยู่ที่ไหน ถึงเราจะยังไม่เจอกัน แต่สายชลก็ไม่ท้อหรอกนะ รอสายชลนะนางฟ้า อย่าเพิ่งมีใคร สายชลต้องหานางฟ้าให้เจอให้ได้”

เพราะฟ้าลดาติดฉลองกับเพื่อนๆ เย็นนี้ จึงมีแต่ชมพูแพรกับสายชลทานข้าวด้วยกันสองคน เธอตื่นเต้นดีใจจนเข้าครัวทำอาหารเอง สายชลชมว่า

“คุณแพรนี่เก่งทั้งงานในบ้านและงานนอกบ้านเลยนะครับ ถ้าผู้ชายคนไหนได้หัวใจคุณแพรไปครอง คงเป็นผู้ชายที่โชคดีมาก”

เป็นคำชมจากใจจริงของสายชล แต่ชมพูแพรกลับคิดเลยเถิดไปว่าเขาหยอดคำหวานให้ ถึงกับเคลิ้มนิ่งอึ้ง จนสายชลถามว่าตนพูดอะไรผิดหรือ เธอจึงรู้สึกตัว รีบชวนทานข้าวกันเลย

แหวนสาระแนตามเคย มาแอบดูด้วยความหลงในความหล่อของสายชลจนถูกป้าเนียมมาเขกหัว แต่พอป้าเห็นหน้าสายชลเต็มตา ก็ตะลึงไปเหมือนกัน ยอมรับว่า หล่อจริงๆด้วย แต่ตนชอบคนหล่อแบบหมอวัฒนามากกว่า ดูสะอาดสะอ้านน่ารักน่ามอง มองแล้วสดใส

แต่แหวนชอบหล่อแบบสายชลเพราะเร้าใจกว่ากัน

ทั้งยังบอกป้าเนียมว่า ขนาดชมพูแพรเวลาอยู่กับสายชลยังยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ผิดกับเวลาอยู่กับหมอไม่เคยเห็นยิ้มขนาดนี้ เลยถูกป้าเนียมสั่งให้หุบปาก

พอแหวนหุบปาก รถของหมอวัฒนาก็เข้ามาพอดี ทั้งป้าเนียมและแหวนต่างผงะกับการมาของหมอ

ส่วนสายชลได้ยินเสียงรถถามชมพูแพรว่าใครมาหรือ เธอมองหน้าเขาแต่ไม่ตอบ

ooooooo

ชมพูแพรจำต้องแนะนำหมอกับสายชลให้รู้จักกัน แต่บอกสายชลว่าหมอวัฒนาเป็นหมอของน้องสาว ทำเอาหมออึ้ง ส่วนสายชลก็มองหมอกับชมพูแพรอย่างสังเกต

ระหว่างทานอาหาร หมอตักอาหารให้ชมพูแพรอย่างที่เคยปฏิบัติและเธอก็มีความสุขกับการดูแลของเขา แต่วันนี้เธอกลับบอกเขาด้วยน้ำเสียงเรียบๆว่าตนดูแลตัวเองได้

บรรยากาศทานอาหารเงียบ กร่อยจนน่าอึดอัด สายชลจึงเป็นฝ่ายชวนคุย ถามขึ้นว่า

“คุณหมอกับคุณแพรเป็นแฟนกันมานานแล้วหรือยังครับ”

ชมพูแพรหน้าเจื่อนไป หมอวัฒนาเป็นคนตอบว่าสิบปีแล้ว สายชลอุทานอย่างตื่นเต้นว่า

“โอ้โห...เป็นความรักที่มั่นคงและยาวนาน น่าอิจฉานะครับ สมัยนี้น้อยคนที่จะคบกันได้นานขนาดนี้ มีข่าวดีเมื่อไหร่บอกผมด้วยนะครับ ห้ามลืมเด็ดขาด”

“ไม่ลืมแน่ครับ บางทีอาจจะเร็วๆนี้ก็ได้”

ชมพูแพรไม่พอใจกับคำตอบของหมอ ตัดบทนิ่มๆว่าเราเลิกพูดเรื่องนี้กันเถอะ เดี๋ยวคุณชาร์ลจะเบื่อ

“ไม่เบื่อหรอกครับ เวลาเห็นคนรักกัน ผมจะรู้สึกดีทุกครั้ง ผมว่าคุณแพรต่างหากที่ไม่อยากพูด” หยอกแล้วแซวว่า “เขินใช่ไหมครับ งั้นผมคุยเรื่องคุณหมอดีกว่า ไม่ทราบว่าหมอวัฒนานี่เป็นหมอทางไหนครับ”

หมอบอกว่าเป็นศัลยแพทย์ด้านประสาทและสมอง สายชลถือโอกาสฝากตัวว่าถ้าตนปวดหัวบ่อยๆไปหาหมอได้ไหม

“ได้สิครับ” หมอตอบอย่างกระตือรือร้นพลางหยิบนามบัตรให้ “ถ้าคุณจะมาวันไหนโทร.นัดผมได้เลย”

“ขอบคุณครับ” สายชลรับนามบัตรไปดูชื่ออย่างสนใจ

หลังทานอาหารด้วยบรรยากาศกร่อยๆเสร็จ หมอวัฒนาและชมพูแพรมาส่งหมอที่หน้าบ้าน เขาขอบคุณสำหรับอาหารมื้ออร่อย ชมพูแพรเชิญเขามาทานทุกวันก็ได้ ทำให้หมอหันมองหน้าเธอด้วยความรู้สึกหึงขึ้นมา

“อย่าลำบากเลยครับ เดี๋ยวผมหาอะไรทานข้างนอกก็ได้ ฝีมือทำกับข้าวของคุณแพรน่าจะทำให้คุณหมอทานคนเดียว ผมกลับล่ะครับ”

พอสายชลกลับ ชมพูแพรก็เดินหน้าตึงกลับเข้าบ้านทันที จนหมอแปลกใจตามไปจับแขนถามว่าเป็นอะไร เลยถูกเธอทำเสียงเข้มว่า ยังกล้ามาถามตนแบบนี้อีกหรือ ถามอย่างไม่พอใจว่าหมอเล่าเรื่องราวของเราให้ชาร์ลฟังทั้งยังบอกว่าเราใกล้จะแต่งงานกันแล้วด้วย หมอไม่รู้สึกแปลกเลยหรือ

หมอบอกว่าไม่ใช่เรื่องแปลก เธอต่างหากที่แปลกไป แปลกที่ไม่ยอมบอกว่าตนเป็นแฟนเธอ ชมพูแพรมองหน้าถามว่าหมอหึงหรือ

“ครับ ผมหึง หึงมากด้วย ก็คุณชาร์ลเขาออกจะดูดีขนาดนั้น และที่สำคัญตอนนี้เขาก็ย้ายมาอยู่ใกล้แพรด้วย”

ชมพูแพรอ้างแก้เกี้ยวว่าที่ตนไม่บอกว่าหมอเป็นอะไรกับตนเพราะเรายังไม่รู้จักชาร์ลมากพอที่จะให้เขารู้เราลึกเกินไป แล้วแกล้งทำเป็นงอนว่า หมอทำเหมือนไม่ไว้ใจตน

หมอรู้สึกผิดขึ้นมา รีบขอโทษที่ตนไม่เชื่อใจตน ชมพู–แพรยิ้มออกบอกว่าไม่เป็นไรนั่นแสดงว่าหมอรักตนมาก

“ใช่ครับ ผมรักแพรมาก รักมากที่สุด” หมอดึงเธอเข้าไปกอด ชมพูแพรโล่งใจที่หมอเชื่อตน

ooooooo

คืนนี้ขณะสายชลส่องกล้องดูดาวที่ห้องนอน เขาชะงักเมื่อได้ยินเสียงรถแล่นเข้ามา เห็นฟ้าลดาลงจากรถลาเจมส์ที่มาส่ง เขาเห็นเพียงภาพเงาๆก็พึมพำอย่างเดาได้ว่าเป็นน้องสาวของชมพูแพร แต่ขณะเขาหันจะเข้าห้องก็ชะงักเมื่อเห็นดาวพราวแสงเต็มท้องฟ้า ทำให้เขาคิดถึงคืนที่ดูดาวกับนางฟ้าที่เกาะมินไม่ได้ พึมพำอย่างคิดถึง...

“นางฟ้าจะมองดาวดวงเดียวกับสายชลอยู่รึเปล่านะ...”

ส่วนฟ้าลดา พอเข้าห้องนอน มายืนที่หน้าต่างเห็นดาวพราวเต็มฟ้าเช่นกัน พึมพำอย่างตื่นเต้นว่า “โอ้โห ดาวเต็มฟ้าเลย” แล้วเดินไปที่หน้าบ้าน นอนเปลญวนมองท้องฟ้า ยิ้มกับดาวอย่างสุขใจ

ooooooo

เช้าวันนี้ ฟ้าลดานัดไปจ๊อกกิ้งกับเจมส์ที่สวน สาธารณะ ปรากฏว่าเจมส์วิ่งได้ไม่เท่าไรก็วิ่งต่อไม่ไหวเลยขอนั่งรอตรงนั้น ฟ้าลดาจึงวิ่งต่อไปคนเดียว

ขณะที่ฟ้าลดาวิ่งมาถึงทางเลี้ยวก็ชนเข้าอย่างจังกับสายชลที่มาวิ่งเช่นกัน ฟ้าลดาล้มลงต่างฝ่ายต่างตกใจ สายชลรีบขอโทษ ฟ้าลดาลุกขึ้นบอกว่าไม่เป็นไร สายชลถึงกับตะลึงงันเมื่อเห็นว่าหญิงสาวที่อยู่ตรงหน้านั้นคือ นางฟ้า!

กว่าสายชลจะตั้งสติได้ ฟ้าลดาก็วิ่งไปแล้ว เขารีบวิ่งตามจนไปทันกันที่สนามหญ้า เขาพุ่งเข้าจับแขนเธอเรียกด้วยความดีใจสุดๆ “นางฟ้า...นางฟ้าของสายชล นางฟ้าจริงๆ...ในที่สุด...เราก็ได้พบกัน”

การณ์กลับกลายเป็นว่า สายชลดีใจสุดชีวิตที่เจอนางฟ้าที่เขาตามหามากว่า 3 ปี แต่ฟ้าลดากลับไม่รู้จักเขา ตกใจเมื่อเขามาจับแขนและแสดงความคุ้นเคย ทั้งสองพูดกันอยู่นานก็ยังไม่สามารถเข้าใจตรงกันได้ กระนั้น สายชลก็มุ่งมั่นที่จะไม่ยอมปล่อยนางฟ้าของเขาหลุดมือไปอีกแล้ว

เจมส์มาเจอเหตุการณ์ เขาต่อยสายชลจนล้มลง แล้วก็รีบจูงมือฟ้าลดาไปจากตรงนั้นโดยเร็ว

สายชลเสียใจมาก แต่ก็มีความหวัง มุ่งมั่นที่จะตามนางฟ้าของเขาต่อไปให้ได้ ต้องรู้ให้ได้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับนางฟ้าของเขา

เมื่อกลับมาถึงบ้านเช่า สายชลให้สหัสสืบประวัตินางฟ้าให้ตน โดยบอกสถานที่พบนางฟ้าให้ สหัสได้ภาพจากกล้องวงจรปิด สืบจนรู้ว่าหญิงสาวคนนั้นชื่อฟ้าลดา สายชลสะอึกอึ้ง จำได้ทันทีว่ายาซะเคยบอกว่านางฟ้าของเขาชื่อฟ้าลดาและกลับไปอยู่กับพี่สาวเธอที่กรุงเทพฯแล้ว

รู้จากสหัสอีกว่า ฟ้าลดานามสกุล “พิมุขมนตรา” ซึ่งเป็นนามสกุลเดียวกับชมพูแพร เป็นน้องสาวคนเดียวของเธอ เอะใจว่าหมอวัฒนาเป็นหมอรักษาฟ้าลดา สั่งให้สืบว่า หมอวัฒนารักษาอะไรให้ฟ้าลดา และให้หาประวัติการรักษาฟ้าลดามาด้วย

สหัสทำได้สำเร็จทุกอย่าง แต่เพราะประวัติการรักษาเขียนเป็นภาษาอังกฤษและเป็นศัพท์เฉพาะทางการแพทย์ สายชลอ่านไม่เข้าใจ สหัสแนะว่าให้เอาไปให้คุณพอล เพื่อนคุณไมเคิลช่วยดู เชื่อว่าคุณพอลต้องช่วยได้แน่

ooooooo

ในที่สุดได้ข้อสรุปจากพอลว่า ฟ้าลดาเข้าไปรับการรักษาโรคความจำเสื่อม ท่าทางคงรุนแรงเพราะต้องรักษาด้วยการช็อตไฟฟ้า สายชลตกใจถามว่าแล้วมันจะทำให้ความจำบางส่วนของเธอหายไปใช่ไหม เช่นคนเคยรู้จักกัน แต่แล้วก็ทำเหมือนไม่รู้จักกันเลย มันจะเป็นเพราะผลการรักษาหรือเปล่า

“ก็มีความเป็นไปได้สูง บางคนความจำกลับมาทั้งหมด บางคนจำได้แต่ 70-80 เปอร์เซ็นต์” พอลตอบ สายชลนิ่งอึ้ง สหัสถามว่าเขารู้จักฟ้าลดามาก่อนหรือ สายชลหันมองสหัสหน้าเครียดบอกว่า

“นางฟ้าหรือฟ้าลดาเป็นภรรยาฉัน” ทำเอาสหัสตกใจ สายชลลุกขึ้นยืนมองเหม่อออกไปนอกหน้าต่าง ตั้งใจแน่วแน่ว่า “ฉันต้องทำให้นางฟ้าจำฉันอีกครั้งให้ได้...”

ooooooo

ด้วยความรักและห่วงใยชมพูแพร วันนี้หมอวัฒนาลงมือทำซุปให้เธอ แต่เพราะไม่เคยทำเลยเก้ๆกังๆถูกน้ำซุปลวกมือจนต้องพันนิ้วไว้ ตักซุปใส่ภาชนะเตรียมเอาไปให้ชมพูแพรด้วยความภูมิใจ

เป็นวันเดียวกับที่สายชลวางแผนจะต้องใกล้ชิดนางฟ้าของเขาให้ได้ จึงนัดชมพูแพรทานข้าวด้วยกันแต่เขาขอแสดงฝีมือการทำอาหารเอง ย้ำว่าให้ชวนน้องสาวมาทานกันด้วย

ขณะเธอเดินไปด้วยกันกับเขานั้น เกิดรองเท้าพลิกจนเธอล้ม สายชลโอบเอวไว้ทัน หน้าต่อหน้าใกล้กันแค่ฝ่ามือกั้น ชมพูแพรสะเทิ้นเขินอาย พยายามจะลุกขึ้นแต่แล้วกลับเซทรุดลงไปอีก สายชลจึงประคองพาไปที่ห้องทำงานของเขา ลงมือนวดข้อเท้าให้อย่างนุ่มนวล จนชมพูแพรเคลิ้ม

เมื่อนวดให้จนดีขึ้นแล้ว เขาเอารองเท้าใส่เดินในบ้านให้เธอใส่บอกว่าเพิ่งซื้อมา เธอขอบคุณเขาอย่างปลื้มใจ จากนั้นเขาพาไปส่งที่ห้องทำงานของเธอ

เจ้ากรรม...พอถึงห้องเธอกลับเซล้มลงพาเขาล้มลงบนโซฟาไปด้วย ขณะหน้าต่อหน้ากำลังใกล้ชิดกันอย่างมาก และสายชลกำลังลุกขึ้นนั่นเอง หมอวัฒนาก็ถือซุปเข้ามาพอดี หมอถึงกับผงะกับภาพที่เห็น สายชลรีบบอกว่า

“คุณหมอมาพอดี ช่วยมาดูคุณแพรหน่อยเถอะครับ”

เมื่ออยู่กันตามลำพัง หมอถามว่าจะไปหาหมอไหม เธอถามล้อๆว่าจะให้ไปหาหมอที่ไหนอีกเมื่อมีหมออยู่ทั้งคนแล้ว เห็นพลาสเตอร์พันที่นิ้วหมอ เธอถามว่าโดนอะไรมา จึงรู้ว่าโดนน้ำร้อนลวกเพราะทำซุปให้เธอ พลางก็รินซุปใส่ฝาให้เธอดื่ม

ชมพูแพรปลื้มใจมาก รับซุปไปดื่มแต่ตากลับมองรองเท้าที่สายชลเอาให้ใส่ ด้วยความปลื้มยิ่งกว่า

ooooooo

ฟ้าลดาเพิ่งเข้าทำงานก็เจอกฎเข้มของวีรเดชเข้า สั่งพนักงานทุกคนต้องช่วยกันหางานเข้าบริษัทเพราะไม่อย่างนั้นบริษัทคงไม่รอด ใครหางานได้จะให้ห้าเปอร์เซ็นต์ ฟ้าลดาถามว่าแค่ห้าเปอร์เซ็นต์น้อยไปไหม ถูกวีรเดชตวาดว่า

“เด็กใหม่ไม่มีสิทธิ์ออกเสียง ถ้าใครมีปัญหาก็ออกไปเสีย...” เมื่อทุกคนเงียบเขาสั่ง “เลิกประชุม”

พอออกจากที่ประชุม ฟ้าลดาบ่นว่าเกิดมาไม่เคยเห็นคนแบบนี้ พวกพนักงานเก่าก็พากันเล่าถึงความเค็มของวีรเดช ว่าแม้แต่ดินสอทำงานก็ให้เบิกได้คนละ 3 แท่งต่อปีเท่านั้น ธงไทยบอกฟ้าลดาว่าอย่าเพิ่งท้อเสียก่อนล่ะ

“เรื่องแค่นี้ไม่ทำให้ฉันยอมแพ้อะไรง่ายๆหรอก สักวัน ฉันต้องทำให้อีตาพี่วีหายซ่าส์ให้ได้ คอยดู...”

พูดจบก็ได้รับโทรศัพท์จากชมพูแพรบอกให้กลับมาทานข้าวที่บ้าน เพราะมีแขกจะมาทานด้วย

ตกเย็น ชมพูแพรแต่งตัวสวย จนป้าเนียมกับแหวนมองตะลึง เดาว่าวันนี้ต้องเป็นวันพิเศษอะไรแน่ๆเลย คาดกันว่าคงนัดคุณหมอ แต่พอเห็นแขกคนพิเศษที่มากลายเป็นสายชลก็พากันเหวอ

ooooooo

สายชลเข้าครัวทำพิซซ่า โดยมีชมพูแพร ป้าเนียม และแหวนคอยช่วย ทั้งสี่ทำพิซซ่ากันอย่างสนุกสนาน เมื่อยกมาตั้งโต๊ะ ชมพูแพรชมว่าน่าทานมากเลย เธอขอตัวไปเข้าห้องน้ำก่อน

ระหว่างนั้นเอง ฟ้าลดากลับมา เห็นสายชลก็จำได้ว่าเคยมีเรื่องกันที่สวนสาธารณะ เคยถูกเขาจับแขนและกระทั่งกอดจนเจมส์เข้ามาชกจึงพาหนีมาได้ ฟ้าลดาแค้นขึ้นมา ถามว่ามาอยู่บ้านตนได้ยังไง ไล่ให้ออกไปเดี๋ยวนี้ หันไปคว้าไม้กวาดมาไล่ตี สายชลพยายามจะชี้แจงก็ไม่ฟัง หวดไม้กวาดใส่จนสายชลถอยไปพิงประตูปัดป้อง

ชมพูแพรออกมาเจอ เธอตกใจมากสั่งน้องให้หยุดเดี๋ยวนี้ พลางเข้าปกป้องสายชลจากไม้กวาดของน้อง ฟ้าลดาร้องบอกพี่สาวให้ระวังตัวเพราะหมอนี่เป็นโรคจิต

กว่าจะรู้เรื่องกัน สายชลก็โดนทั้งไม้กวาดหวด และโดนด่าเสียจนหูชา พอฟ้าลดารู้ว่าที่แท้เขาคือประธานสายการบินเซเว่นซีก็ถึงกับเหวอ ทำหน้าเจื่อนๆ ขอโทษเพราะไม่ทราบจริงๆว่าเขาเป็นเจ้านายชมพูแพร

“ไม่เป็นไรครับ วันก่อนผมผิดเองที่จู่โจมคุณมากเกินไป ผมนึกว่าคุณเป็นคนที่ผมรู้จักจริงๆผมต้องขอโทษด้วยนะครับที่ทำให้คุณกลัว”

เมื่อเข้าใจกันแล้ว ชมพูแพรชวนทานพิซซ่ากันเลยดีไหม สายชลมองฟ้าลดาเดินไปกับชมพูแพร พึมพำยิ้มๆ

“นางฟ้าของสายชล นิสัยไม่เปลี่ยนจริงๆ”

ระหว่างทานพิซซ่า ฟ้าลดาใช้มือหยิบถูกพี่สาวติงว่าเสียมารยาทให้ใช้ส้อมแทน ฟ้าลดาบอกว่ากินพิซซ่าใครเขาใช้ส้อมกัน สายชลบอกว่าฟ้าลดาพูดถูกแล้ว ต้องใช้มือกินถึงจะอร่อย พลางใช้มือหยิบพิซซ่าให้ชมพูแพร แล้วทุกคนก็ใช้มือกินพิซซ่ากันอย่างเอร็ดอร่อย

สายชลถือโอกาสนั้นถามฟ้าลดาว่าทำงานอะไร พอรู้ว่าทำงานบริษัทโฆษณา เขาบอกอย่างยินดีว่า

“อย่างนี้ก็ดีเลยครับเพราะเซเว่นซีกำลังหาบริษัทที่จะมาทำหนังโฆษณาเพื่อประชาสัมพันธ์สายการบินพอดี”

ฟ้าลดาดีใจมาก รีบบอกว่าถ้าอย่างนั้นพรุ่งนี้ตนจะเสนอเจ้านายทันที บอกเขาว่าห้ามเปลี่ยนใจเด็ดขาด สายชลรับคำหนักแน่น ทั้งสามต่างยิ้มแย้มยินดีกับบรรยากาศที่คลี่คลายจนกลายเป็นคุยกันอย่างถูกคอถูกใจกัน

ขณะนั้นเอง  ชมพูแพรได้รับโทรศัพท์จากหมอวัฒนา เธอขอตัวลุกไปคุยโทรศัพท์ หมอถามไถ่อาการเจ็บข้อเท้าของเธอ ชมพูแพรบอกว่าหายดีแล้ว หมอจะมารับไปทานอะไรกัน เธอบอกว่าไม่อยากออกไปไหนเพราะรู้สึกเหนื่อยๆแต่ไม่ต้องห่วงเดี๋ยวทานยาแล้วก็จะนอนเลย

ooooooo

ทานพิซซ่าเสร็จ ชมพูแพร  และฟ้าลดาเดินออกมาส่งสายชล ชมพูแพรเอ่ยขอบคุณสำหรับอาหารมื้ออร่อย สายชลได้จังหวะเสนอว่า ถ้าชอบจะมาทำให้ทานบ่อยๆ เธอรีบบอกว่า “งั้นแพรไม่เกรงใจนะคะ”

สายชลรีบรับคำ แล้วนัดฟ้าลดาว่าพรุ่งนี้ตนจะไปพบเจ้านายเธอด้วยกันดีกว่า เพราะร้อนใจพอคิดอะไรได้ก็อยากรีบจัดการให้เสร็จ นัดพรุ่งนี้ไปด้วยกันตนจะมารับ แล้วลาทั้งสองคน

พอสายชลไปแล้ว ฟ้าลดาพูดกับชมพูแพรแซวๆว่า

“ฟ้าเข้าใจแล้วว่า ทำไมพี่แพรถึงได้ปลื้มคุณชาร์ลมากขนาดนี้ ก็เขาทั้งหล่อ ทั้งเป็นสุภาพบุรุษ” พูดแล้วจ้องหน้าพี่สาวหยอกว่า “ปลื้มได้ แต่ห้ามหลงรักเด็ดขาดนะคะ ไม่งั้นฟ้าจะฟ้องพี่หมอ”

ชมพูแพรถามน้องอย่างเอ็นดูว่าตกลงฟ้าเป็นน้องหรือเป็นแม่กันแน่ ห่วงกันเสียจริง ตนชักน้อยใจแล้วนะ แล้วแกล้งทำเป็นงอน ฟ้าลดากอดพี่สาวโอ๋แล้วอ้อนตามเคย สัญญาว่ายังไงตนก็รักคนอื่นมากกว่าพี่สาวคนนี้ไม่ได้  เพราะว่า

“พี่แพรเป็นทั้งพี่ เป็นทั้งพ่อเป็นทั้งแม่ของฟ้านี่นา”

“ขอให้มันจริงเถอะไม่ใช่พอเจอคนอื่นแล้วก็ลืมพี่”

“ฟ้าไม่มีทางเห็นคนอื่นดีกว่าพี่แพรอยู่แล้วล่ะค่ะ”

ชมพูแพรบีบจมูกน้องอย่างมันเขี้ยว สองพี่น้องหัวเราะกันอย่างมีความสุขแล้วโอบเอวกันเดินเข้าบ้าน

ooooooo

กลับมาถึงห้องนอน สายชลพึมพำอย่างมั่นใจว่า “อีกไม่นาน...นางฟ้าจะต้องจำสายชลได้”

แต่แล้วเขาก็ต้องตกใจเมื่อไมเคิลโทรศัพท์มาบอกว่า เพลินตากับพิสมัยสองแม่ลูกจะมาถึงวันพรุ่งนี้ ยังไม่ทันหายมึนสหัสก็เข้ามาบอกข่าวนี้อย่างตื่นตกใจ สายชลถามว่าทำไมต้องเสียงดังขนาดนี้หรือว่าดีใจที่คู่ปรับจะมา

“โธ่...คุณสายชล อย่าล้อผมเล่นแบบนี้สิครับ แล้วครั้งนี้ คุณเพลินตาจะอยู่นานแค่ไหน”

“ไม่มีกำหนด เพราะว่าพ่อให้เพลินตามาฝึกงานที่บริษัท” แล้วบอกสหัสว่า “ไฟลท์จะมาถึงตอนเที่ยง นายไปรับด้วย”

“ครับ” สหัสรับคำเซ็งๆพึมพำ “สนุกล่ะคราวนี้...เฮ้อ...”

ooooooo

เช้าวันต่อมา ระหว่างหมอวัฒนารอชมพูแพร เขาเดินไปที่บ้านหลังเล็กที่ฟ้าลดาอยู่ เธอเอาถุงให้บอกว่าเป็นของฝากในนั้นเป็นเนกไทสีโปรดของหมอ หมอเอามือจับหัวฟ้าลดาโยกไปมาชมว่า รู้ใจเสียจริงๆสีโปรดเสียด้วย

ฟ้าลดาอาสาใส่เนกไทให้ พอเอาคล้องคอจัดแต่งแล้วถอยออกไปยืนเล็ง หมอทำเก๊กถามล้อๆว่าเป็นไง เธอชมว่าหล่อเท่ที่สุด หมอขอบใจหยิกแก้มสองข้างอย่างเอ็นดู

สายชลเดินมาเห็นความสนิทสนมของทั้งคู่ เขามองอย่างแปลกใจ พอดีฟ้าลดาหันมาเห็น ร้องทัก หมอวัฒนาเลยหันมาทักด้วย สายชลทักทายทั้งสองแล้วถามฟ้าลดาว่าพร้อมจะไปกันหรือยัง เมื่อเธอพร้อมจึงพากันขอตัวจากหมอเดินไปขึ้นรถ
ระหว่างเดินไป สายชลเห็นใบไม้เล็กๆติดที่ผม

ฟ้าลดา เขาขอโทษแล้วหยิบออกให้อย่างสนิทสนม ยิ้มให้ตาเป็นประกาย

ชมพูแพรยืนดูอยู่ เห็นแววตาของสายชลก็แปลกใจ พอหันมาก็เจอหมอวัฒนา เธอตกใจเล็กน้อยถามว่ามาตั้งแต่เมื่อไร หมอบอกว่ามาได้สักพักแล้ว ป้าเนียมบอกว่าเธอแต่งตัวอยู่ ตนจึงเลยไปหาฟ้าลดา แล้วพากันเดินเข้าไปในบ้าน

ooooooo

ทั้งสองไปนั่งที่โต๊ะอาหาร หมอเอาเครื่องมือแพทย์แบบพกพามาหลายอย่างจนชมพูแพรแปลกใจ ถามว่าเอามาทำไม

“เมื่อคืนแพรบอกว่าไม่สบาย และผมก็รู้ว่าคนอย่างแพรไม่มีทางไปหาหมอที่โรงพยาบาลแน่ๆ”

ชมพูแพรนิ่งไป เธอลืมไปแล้วว่าเมื่อวานปดเขาว่าไม่ค่อยสบาย ทั้งที่กำลังทานพิซซ่ากับสายชลและฟ้าลดาอยู่ แต่พอนึกได้ก็ยิ้มหวานชมว่า พี่หมอช่างรู้ใจตนจริงๆหมอพูดอย่างภูมิใจว่าถ้าตนไม่รู้ใจเธอแล้วจะเป็นแฟนได้หรือ แล้วลงมือตรวจเสร็จแล้วบอกว่า

“ไม่มีไข้ ความดันปกติ ร่างกายแข็งแรง” เก็บเครื่องมือพลางถามว่า “แพรเห็นข้อดีของการมีแฟนเป็นหมอรึยัง กริ๊งเดียวดีลิเวอรี่มาเลย”

ชมพูแพรหัวเราะขำๆออกมา หมอพูดหยั่งท่าทีว่า

“นี่ถ้าได้อยู่บ้านเดียวกับคุณหมอ รับรองคนไข้จะแข็งแรงยิ่งกว่านี้อีกนะครับ”

“คุณหมอจะคิดค่าตรวจเท่าไหร่คะ” ชมพูแพรรีบเปลี่ยนเรื่อง กันไม่ให้หมอพูดต่อ พอหมอบอกว่าขอเป็นเลี้ยงกาแฟสักแก้วก็แล้วกัน เธอยิ้มอ่อนหวานอย่างไร้พิรุธ

ส่วนฟ้าลดานั่งรถไปกับสายชล เขาเปิดเพลงแอบมองเธอแล้วยิ้มอย่างมีความสุข จนฟ้าลดาสงสัยถามว่าเขายิ้มอะไร

“เออ...เพลงครับ...เพลงเพราะ” พูดแล้วเร่งเสียงเพลงดังขึ้นราวกับยิ้มเรื่องเพลงจริงๆ

ฟ้าลดามองงงๆ แล้วหันหน้าออกไปทางหน้าต่าง สายชลแอบมองเธอ ยิ้มกว้างอย่างมีความสุข...

ooooooo

ตอนที่ 5

เมื่อเข้าไปดูฟ้าลดาที่นอนหมดสติและหมอให้น้ำเกลืออยู่ ชมพูแพรเป็นห่วงน้องมาก ขอหมออยู่เฝ้าน้องคืนนี้ หมออนุญาตและกลับไปเอาเสื้อผ้าที่บ้านมาให้

ส่วนสายชล มีปีร์กะ มามิ ซาละและเพื่อนๆมาเฝ้าอยู่ด้วยความเป็นห่วง ปีร์กะบอกว่าอาจเป็นเพราะสายชลเสียเลือดมากจนป่านนี้อาการก็ไม่ดีขึ้นเลย มามิบอกปีร์กะว่าต้องช่วยสายชล สายชลจะตายไม่ได้

“ดวงชะตาของไอ้สายชลยังไม่ถึงฆาต แต่ความเสียใจอาจจะทำให้มันถอดใจ” ปีร์กะบอก มามิกุมมือสายชลเอามาแนบแก้ม ขอเขาอย่าได้เป็นอะไรเลย

รุ่งขึ้น ฟ้าลดารู้สึกตัวแล้ว เหตุร้ายที่ผ่านมายังเป็นภาพหลอนให้เธอต้องหวาดผวา กรีดร้องอย่างตกใจกลัว จะดึงสายน้ำเกลือออก จนชมพูแพรต้องเข้าจับตัวไว้ ร้องบอกว่า

“ฟ้า...จำพี่ไม่ได้เหรอ พี่แพร...พี่สาวของฟ้าไง”

ฟ้าลดาจำอะไรไม่ได้ ร้องแต่จะกลับบ้าน จะไปหาสายชล ผลักชมพูแพรออกจะลุกขึ้น ชมพูแพรคว้าตัวไว้รีบกดเรียกพยาบาล พยาบาลต้องมาช่วยกันจับตัวไว้ ฟ้าลดาก็ยังดิ้น สะบัด อาละวาดร้องแต่จะกลับบ้าน จนหมอวัฒนาบอกให้ชมพูแพรออกไปก่อน จากนั้นให้พยาบาลจับฟ้าลดาไว้แล้วหมอก็ฉีดยาให้ ไม่นานเธอก็หมดสติ หมอหันไปสั่งพยาบาลให้มัดเอาไว้ มองฟ้าลดาอย่างกังวลใจ

ooooooo

เมื่อออกมาพบชมพูแพรข้างนอก เธอบอกหมออย่างแค้นใจว่าต้องเป็นผู้ชายคนนั้นที่ทำให้ฟ้าลดากลายเป็นคนเกรี้ยวกราดแบบนี้ ถามหมอว่า น้องจะเป็นบ้ารึเปล่า

หมออธิบายว่าฟ้าลดาไม่เป็นบ้า แต่สมองได้รับการกระทบกระเทือนหรือไม่ก็ตกใจสุดขีดเลยทำให้เป็นแบบนี้ ส่วนน้องจะกลับมาเหมือนเดินได้หรือไม่นั้น หมอตอบไม่ได้ บอกแต่ว่าต้องใช้เวลา ย้ำว่า

“ตอนนี้ที่ต้องรีบทำก็คือ ฟื้นความทรงจำของน้องฟ้าให้เร็วที่สุด แต่มันก็อยู่ที่ว่าน้องฟ้าจะยอมร่วมมือกับเรารึเปล่า” ชมพูแพรถามว่าแล้วถ้าน้องไม่ร่วมมือล่ะ “เราก็ต้องค่อยๆรักษากันไปครับ เริ่มจากให้ยา แต่ถ้ายังไม่ดีขึ้น ก็ต้องใช้วิธีการรักษาที่มันรุนแรงขึ้นอีก”

“วิธีอะไรคะ”

“ช็อตไฟฟ้าครับ”

ชมพูแพรถึงกับอึ้ง เครียดขึ้นมาทันที

แม้ว่าฟ้าลดาจะมีหมอเก่งและอยู่ในโรงพยาบาลชั้นดี แต่อาการเธอไม่ดีขึ้น หลังจากรู้สึกตัวแล้วก็เอาแต่อาละวาด แผดเสียงกรี๊ดๆ ร้องแต่จะกลับบ้าน จะหาสายชล เอาข้าวมาให้ก็ไม่กินครั้นชมพูแพรป้อนให้ก็เม้มปากแน่นไม่ยอมกิน จนชมพูแพรอ่อนใจ

ooooooo

สายชลยังไม่รู้สึกตัว มามิคอยดูแลตลอดเวลา เมื่อปีร์กะมาจับชีพจรแล้วบอกมามิว่า อาการเขาดีขึ้น มามิจับมือสายชลแนบแก้มอย่างดีใจมาก

จนวันนี้สายชลเพิ่งรู้สึกตัว พอเขาลืมตามามิก็ถลาเข้าหาด้วยความดีใจ สายชลพึมพำถามหานางฟ้า มามิหน้าเสียพูดไม่ออก สายชลเลยบอกว่าตนฝันว่านางฟ้าถูกคนจับไป มามิบอกว่าเขาไม่ได้ฝัน แต่นางฟ้าถูกจับตัวไปจริงๆ

สายชลลุกพรวดขึ้นอย่างลืมตัว เจ็บแผลจนต้องกุมท้อง บอกมามิว่าจะไปตามหานางฟ้า เมื่อมามิจับไว้ก็สะบัดบอกให้ปล่อย แต่พอจะเดินออกไปก็กลับทรุดลงเพราะเจ็บแผล มีเลือดซึมออกมาจากแผล มามิบอกให้ไปนอนเสีย

“ไม่! ฉันจะไปตามหานางฟ้า ไม่งั้นฉันจะตามนางฟ้าไม่ทัน”

สายชลพยายามฝืนลุกขึ้น มามิบอกว่าเขาสลบไปตั้งหลายวันยังไงก็ตามนางฟ้าไม่ทันหรอก สายชลกำมือแน่นแผดเสียงอย่างอัดอั้น ลุกขึ้นอาละวาดร้องตะโกนแต่ว่า “ไม่จริง...ไม่จริง...ไม่...ม...ม...ม” แล้วทรุดร้องไห้อย่างหนัก

มามิสงสารมาก ไม่รู้จะทำอย่างไร ได้แต่กอดสายชลร้องไห้ไปด้วยกัน...

หลังจากนั้น สายชลหยิบสร้อยของนางฟ้ามาดู มองไปไกลแสนไกลราวกับจะค้นหานางฟ้าจากความว่างเปล่าเบื้องหน้าเอาแต่นั่งซึม มามิเอาอาหารมาให้ก็ไม่กินเป็นเวลาหลายวัน จนปีร์กะบอกว่า ขืนเป็นแบบนี้ใครก็ช่วยไม่ได้

ทุกคนมองหน้ากันอย่างจนปัญญา แสงดาวอาสาจะไปคุยกับสายชลเอง พูดแล้วก็ลุกไปหาเขา พอเห็นแสงดาว สายชลก็บอกว่า ตนคิดถึงนางฟ้า พูดแล้วร้องไห้พร่ำโทษว่าเป็นเพราะตนไม่ทำตามสัญญาทำให้นางฟ้าถูกจับไป ตนปกป้องนางฟ้าไม่ได้

แสงดาวปลอบใจว่า สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่ความผิดของเขา เพราะเขาพยายามแล้ว แต่ตอนนี้สิ่งที่เขาต้องทำคือต้องมีชีวิตอยู่ต่อไปเพื่อนางฟ้า

“แต่นางฟ้าไม่อยู่กับฉันแล้ว ฉันจะมีชีวิตอยู่ต่อไปทำไม” สายชลร้องไห้อย่างหนัก

แสงดาวย้อนถามว่าไม่คิดหรือว่านางฟ้ารอเขาอยู่ ทำให้สายชลชะงักมองหน้า ปีร์กะเดินเข้ามาสมทบ บอกเขาว่า

“แม่แสงดาวพูดถูก จำที่ข้าเคยบอกเอ็งได้ไหม ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ไม่ว่านางฟ้าจะเป็นยังไงคนที่นางฟ้ารักคือเอ็ง เอ็งกับนางฟ้าเป็นเนื้อคู่กัน”

เห็นสายชลนิ่งฟัง ปีร์กะเตือนสติว่า

“อย่าให้ความอ่อนแอมาทำให้จิตใจที่เข้มแข็งดุจหินผา ของเอ็ง ต้องเป็นดั่งต้นหญ้าที่เอนไหวเพราะลมพัดเลยสายชล”

สายชลนิ่งไป มองสร้อยของนางฟ้าในมืออย่างครุ่นคิด

ooooooo

ที่กรุงเทพฯ อาการของฟ้าลดายังไม่ดีขึ้น เธออาละวาด ไม่ยอมกินข้าวจนชมพูแพรเอ็ดอย่างหมดความอดทนว่า

“พอซะทีนะฟ้า พี่ทนไม่ไหวแล้ว พี่กับพี่หมอพยายามช่วยฟ้า แต่ทำไมฟ้าถึงไม่คิดจะช่วยตัวเองบ้าง ฟ้าจะเอาแต่นั่งๆนอนๆ ทำเป็นไม่รับรู้ไม่ได้นะ...”

พอดีเจตน์เข้ามา ชมพูแพรหันไปเห็นอุทานอย่างตกใจ “คุณลุง...” เจตน์เดินเข้ามาสีหน้าไม่ดี เปรยๆว่า หนูฟ้าดูไม่ดีขึ้นเลยนะ ชมพูแพรบ่นให้ฟังเล็กน้อย แล้วถามว่าคุณลุงมามีปัญหาอะไรหรือเปล่า

“หนูก็รู้ว่าเรือที่ขาดหางเสือ มันก็แล่นต่อไปไม่ได้ บริษัทเราก็เป็นแบบนั้น ตอนนี้ลูกค้าไม่มีความเชื่อใจบริษัทเราเหมือนเมื่อก่อน ถ้าเป็นแบบนี้ต่อไป บริษัทต้องขาดทุนย่อยยับแน่ๆ”

ชมพูแพรฟังด้วยสีหน้าครุ่นคิด หลังจากนั้น เธอให้หมอวัฒนาทำใบรับรองแพทย์ว่าฟ้าลดามีอาการสมองเสื่อมเอาไปยื่นต่อศาลขอเป็นผู้จัดการมรดก ซึ่งได้รับความร่วมมือจากหมอวัฒนาเป็นอย่างดี ทั้งยังบอกว่ามีอะไรจะให้ช่วยก็บอกได้ ไม่ต้องเกรงใจ

ชมพูแพรจับมือหมอพูดอย่างซาบซึ้งใจว่า “พี่หมอต้องช่วยแพรแน่ค่ะ ช่วยรักและดูแลแพรไปอย่างนี้ แพรก็ดีใจแล้วค่ะ”

ชมพูแพรดำเนินการขั้นต่อไปด้วยการไปที่โรงแรม ที่ถูกหญิงโกงไปในช่วงที่หญิงไม่อยู่ แสดงตัวเป็นเจ้าของและห้ามหญิงเข้าโรงแรม ทำแบบเดียวกับที่ตัวเองถูกหญิงกระทำมาก่อน หญิงเสียท่าต้องออกจากโรงแรมไปด้วยความแค้น

ส่วนกับฟ้าลดา เธอตัดสินใจให้หมอวัฒนารักษาด้วยการใช้ไฟฟ้าช็อต บอกหมอว่าตนทนเห็นน้องอยู่ในสภาพนี้ไม่ได้ ตนต้องการให้น้องคนเดิมกลับมา ความมุ่งมั่นของชมพูแพร ทำให้หมอวัฒนาพยักหน้ารับคำ

หลังจากช็อตไฟฟ้าแล้ว ฟ้าลดายังจำอะไรไม่ได้ จนกระทั่งชมพูแพรเอารูปเก่าๆมาให้ดูและบรรยายให้ฟัง จึงค่อยๆฟื้นความจำฟ้าลดาขึ้นมาทีละน้อย จนวันนี้จำป้าเนียมได้แล้ว และเมื่อไปดูบ้านหลังเล็กในสวนที่เป็นบ้านที่คุณพ่อกับคุณแม่อยู่ความจำของฟ้าลดาก็แจ่มชัดขึ้น เธอถามว่าแล้วตอนนี้คุณพ่อคุณแม่อยู่ที่ไหนหรือ

ชมพูแพรสะอึกอึ้ง ต้องทำใจอยู่ครู่หนึ่งจึงบอกน้องว่า “คุณพ่อคุณแม่...เสียชีวิตแล้วจ้ะ”

ฟ้าลดาหน้าเสีย น้ำตารื้น ก้มมองรูปพ่อกับแม่อีกครั้ง ชมพูแพรพูดไม่ออก ได้แต่กอดน้องไว้อย่างปลอบใจ

สองพี่น้องยืนดูรูปพ่อกับแม่ที่วางอยู่บนชั้น ฟ้าลดาขอมาอยู่บ้านนี้เพื่อตนจะได้ฟื้นความจำของตัวเองได้เร็วขึ้น

ชมพูแพรมองฟ้าลดาอย่างชั่งใจ เห็นสายตาน้องเว้าวอนก็ถอนใจเบาๆ

ooooooo

ฝ่ายสายชลพอฟื้นขึ้นมาก็จะออกมาตามหานางฟ้าให้ได้ บอกซะละที่คอยท้วงติงว่าตนเสียนางฟ้าไปไม่ได้ นางฟ้าคือชีวิตของตน เมื่อห้ามไม่ได้ ซะละจึงให้แตลอยไปเป็นเพื่อน บอกสายชลว่าถึงแตลอยจะโง่แต่ไปสองคนก็ยังดีกว่าไปคนเดียว
สายชลพยักหน้า สีหน้าเขามีความหวังขึ้นมา

คืนก่อนออกเดินทาง สายชลหยิบสร้อยของนางฟ้าขึ้นมาจูบแล้วเอาใส่กระเป๋า เอากีตาร์อูคูเลเล่ที่แขวนอยู่มาเล่นด้วยความคิดถึงนางฟ้า มามิเดินเข้ามาหาถามว่าคิดว่าจะเจอนางฟ้าหรือ และถ้าเจอเธอจะกลับมากับเขาหรือ

สายชลตอบอย่างเด็ดเดี่ยวว่าไม่ว่าจะเจอหรือไม่เจอเขาก็ต้องออกตามหา และไม่ว่านางฟ้าจะกลับมาด้วยหรือไม่ตนก็ไม่รู้ แต่ตนทำใจให้ใครมาแทนที่นางฟ้าไม่ได้จริงๆ เมื่อหว่านล้อมสายชลไม่สำเร็จ มามิจึงได้แต่บอกว่าตนเอาใจช่วยให้เขาได้เจอนางฟ้าก็แล้วกัน

รุ่งเช้าสายชลกับแตลอยไปที่ท่าเรือเตรียมออกเดินทาง ซะละกับชาวบ้านพากันมาส่ง อารีฟะอวยพรให้เขาโชคดี ปีร์กะมอบเครื่องรางให้ไว้ป้องกันภัย สวยอวยพรให้แตลอยไปดีมาดี นาราอวยพรให้เดินทางโดยปลอดภัย ส่วนแสงดาวมอบเงินให้จำนวนหนึ่งไว้ใช้ขณะเดินทาง

“ขอให้เจอนางฟ้านะสายชล” มามิอวยพรจากใจจริง สายชลพยักหน้าแล้วเดินไปขึ้นเรือ แตลอยขับเรือออกไปในขณะที่สายชลมองไปข้างหน้าอย่างมุ่งมั่น เด็ดเดี่ยว มีความหวัง

ooooooo

นางฟ้าดีวันดีคืน เธอจำเรื่องราวต่างๆในอดีตและจำทุกคนได้แล้ว เธอสดใสร่าเริงเหมือนเดิม ชมพู-แพรดีใจมาก แต่แล้วก็สะดุดเมื่อฟ้าลดาถามขึ้นว่า

“เออพี่แพรคะ ฟ้าได้คุยกับป้าเนียม ป้าเนียมบอกว่าคุณพ่อคุณแม่เสียไปหลายเดือนแล้ว แต่ฟ้าจำได้ว่าฟ้าอยู่โรงพยาบาลไม่นาน แล้วช่วงก่อนหน้านั้นฟ้าไปอยู่ไหนมาคะ”

ชมพูแพรจำต้องโกหกว่าอยู่ที่โรงพยาบาลที่กระบี่ เพราะตอนนั้นร่างกายน้องยังไม่แข็งแรงหมอเลยยังไม่ให้กลับ บอกแล้วถามหยั่งว่ายังมีอะไรจะถามอีกไหม พอฟ้าลดาบอกว่าไม่มีแล้ว เธอจับมือน้อง พูดอย่างอ่อนโยน อบอุ่นว่า

“ทุกอย่างมันผ่านไปแล้วนะฟ้า เรื่องบางเรื่องก็ไม่จำเป็นต้องพยายามไปนึกถึงมัน ตอนนี้ฟ้ากำลังจะมีชีวิตใหม่ พี่สัญญา พี่จะเป็นคนทำให้ชีวิตของฟ้าดีกว่าเดิม”

เมื่อฟ้าลดารับปาก ชมพูแพรมองหน้าน้องอย่างไม่สบายใจนัก...หลังจากนั้น เธอไปบอกป้าเนียมว่าให้ช่วยปกปิดเรื่องที่ฟ้าลดาไปอยู่เกาะมิน แหวนสอดรู้สอดเห็นมาเงี่ยหูฟัง พึมพำอย่างสงสัยว่า เกาะมินคืออะไร?

นอกจากนั้น เธอถามหมอวัฒนาว่า อยากรู้ว่าน้อง จะ จำเรื่องอดีตของตัวเองได้ไหม ตนกลัวว่าน้องจำได้แล้วจะกลับไปที่เกาะนั้นอีก

“เรื่องนี้ผมบอกไม่ได้ครับ ศาสตร์ทางด้านจิตใจมันเป็นเรื่องละเอียดอ่อน เราวิเคราะห์ตายตัวไม่ได้ แพรลองดูสิครับ จากตอนแรกที่แกจำพวกเราไม่ได้ แล้วพอเราทำการรักษา แกก็จำพวกเราได้ แต่กลับลืมเรื่องช่วงที่แกหายไป ในอนาคตบางทีน้องฟ้า ก็อาจจะจำเรื่องทุกๆอย่างที่เกิดขึ้นได้ก็ได้”

ฟังหมอแล้วชมพูแพรยิ่งเครียดหนัก บอกหมอว่าถ้าฟ้าลดาถามอะไรให้ตอบแบบที่ตนบอกน้องไว้ น้องจะได้ไม่พยายามนึกถึงเรื่องที่เกิดขึ้นอีก ซึ่งหมอก็ยินดี แต่บอกเธอว่าอย่าเพิ่งกังวลอะไรไปล่วงหน้าเลย หมอเสนอว่าให้ส่งฟ้าลดาไปเรียนอะไรสักอย่างที่น้องชอบดีไหม สมองจะได้ไม่ว่าง จะได้ไม่มีเวลามาหาเหตุผลในเรื่องที่จำไม่ได้แล้วเดี๋ยวก็จะลืมไปเอง

ชมพูแพรคิดจะส่งน้องไปเรียนที่อเมริกาเหมือนกัน จะได้เจอเพื่อนเก่าๆมีสังคมที่เคยสัมพันธ์ ย้ำว่า

“ที่สำคัญ แพรกลัวว่า วันนึงไอ้ผู้ชายสารเลวคนนั้น

มันจะมาตามหายัยฟ้า แล้วถ้ามันรู้ว่ายัยฟ้ามีฐานะดี มันต้องคิดแบล็กเมล์ยัยฟ้าแน่ๆ”

“ผมเห็นด้วยกับแพรทุกอย่าง ถ้าอย่างนั้นก่อนส่งน้องฟ้าไป ผมขอตรวจน้องฟ้าให้ละเอียดอีกครั้งนะครับ จะได้แน่ใจว่าแกไม่เป็นอะไรแล้วจริงๆ”

ชมพูแพรเห็นด้วย เธอมองหมอวัฒนาอย่างสบายใจขึ้น

ooooooo

สายชลกับแตลอยมาถึงท่าเรือในเมือง สายชลบอกว่าก่อนอื่น เราต้องหายาซะให้เจอก่อนคาดว่าคงอยู่แถวนี้ แตลอยชวนหาอะไรกินกันก่อนดีกว่าเพราะหิวแล้ว จึงพากันเข้าไปที่ร้านข้าวริมทาง

ระหว่างรออาหารนั้น สายชลเห็นหมึกกับฉลามเข้ามาในร้าน เขาลุกไปกระชากไหล่หมึกถามว่ายาซะอยู่ไหน ไม่ทันที่หมึกจะพูดอะไร ฉลามก็มากระชากสายชลหันไปต่อยเปรี้ยงเข้าที่หน้า เกิดชกต่อยกันชุลมุนจนลูกค้าในร้านแตกฮือ

ปรากฏว่าหมึกกับฉลามสู้สายชลไม่ได้ มันพากันวิ่งหนี โดยแยกกันหนีไปคนละทาง สายชลบอกให้แตลอยตามฉลามไปส่วนตัวเองตามหมึกไป

แตลอยวิ่งตามหมึกไปเจอยาซะเล่นการพนันเสียออกจากบ่อนพอดี หมึกบอกว่าสายชลยังไม่ตายและออกมาตามหาเขาอยู่ท่าทางเหมือนหมาบ้า แตลอยวิ่งตามหมึกมา พอเจอยาซะเข้าก็เข่าอ่อนกลืนน้ำลายเอื๊อก ทำอะไรไม่ถูก

ยาซะตามมาเจอสายชล สายชลถามทันทีว่าเอานางฟ้าไปไว้ที่ไหน ยาซะบอกว่าตนไม่รู พอถูกคาดคั้นหนักเข้า ยาซะก็พูดเยาะเย้ยว่า

“นางฟ้าไปแล้ว ชาตินี้แกไม่มีวันได้เจอผู้หญิงคนนี้อีก ฮ่าๆๆ สะใจเว้ย...”

สายชลแค้นจัดพุ่งเข้าหา ถูกหมึกกับฉลามเข้ามาขวาง เลยเกิดตะลุมบอนกันสามต่อหนึ่ง แต่ทั้งสามก็สู้สายชลไม่ได้ ยาซะถูกต่อยลงไปกองกับพื้น สายชลกระชากคอเสื้อขึ้นมา

ถามว่านางฟ้าอยู่ไหน สุดท้ายมันบอกว่าไม่รู้ไปไหน รู้แต่ว่าเธอกลับไปกับพี่สาวแล้ว

สายชลเดือดจัดพุ่งเข้ากระหน่ำยาซะอีกจนแตลอยต้องมาลากออกมาขอให้พอแล้ว สายชลถอยออกมาด้วยสีหน้าที่สิ้นหวัง พากันกลับมาที่ท่าเรือ แตลอยหว่านล้อมว่าให้ทำใจเสียเถอะ เพราะนางฟ้าคงกลับไปอยู่กับครอบครัวเธอแล้ว

สายชลไม่ยอม บอกแตลอยว่าตนคือครอบครัวเดียวของนางฟ้า ใครก็ไม่มีสิทธิ์มาเอานางฟ้าไปจากตน นางฟ้ามีความหมายกับชีวิตตนมาก นางฟ้าคือชีวิตตน ครอบครัวของตน พูดแล้วบอกแตลอยว่า

“แกกลับไปเถอะ ฉันจะตามหานางฟ้าด้วยตัวฉันเอง” แตลอยไม่ยอมกลับยืนยันจะไปกับเขา มาด้วยกันก็ต้องกลับด้วยกัน สายชลถามอย่างหัวเสียว่าทำไมพูดไม่รู้เรื่อง แต่ลอยโต้ว่าเขาเองต่างหากที่พูดไม่รู้เรื่อง บอกให้เลิกหวังลมๆแล้งๆได้แล้ว เพราะนางฟ้าไม่มีวันกลับมาหาเขาอีกแล้ว

สายชลโมโหต่อยแตลอย ต่อยแล้วรู้สึกตัวรีบเข้าไปขอโทษ บอกว่าตนไม่ได้ตั้งใจ บอกแตลอยให้กลับไปเสีย นี่มันเป็นเรื่องของตน พูดแล้วหันหลังเดินไป แตลอยเดินตามไปทุบท้ายทอยสายชลจนทรุดหมดสติ พูดอย่างรู้สึกผิดว่า

“มันไม่ใช่เรื่องของแกคนเดียวสายชล แต่มันเป็นเรื่องของฉันด้วย”

ooooooo

แตลอยพาสายชลล่องเรือไปกลางทะเลจนมองไม่เห็นฝั่ง สายชลบอกแตลอยให้พาเข้าฝั่ง ถ้าไม่พาตนเข้าฝั่งโดนต่อยแน่ แตลอยบอกให้ต่อยเลย แต่ต้องต่อยให้ตายเลย เพราะตนไม่พากลับเข้าฝั่งแน่นอน พูดแล้วแอ่นอกท้าให้ต่อยทั้งที่ใจสั่นหวิว

สายชลไม่ต่อยแต่ถามว่าทำไมไม่เข้าใจตนเลย แตลอยสวนไปทันทีว่า

“แกต่างหากที่ไม่พยายามเข้าใจ และไม่ยอมรับความจริง นางฟ้าไปแล้ว เรื่องของแกกับนางฟ้าจบแล้ว...”

สายชลมองแตลอยนิ่ง ไม่ต่อยและไม่ตอบ หันหลังให้กำหมัดแน่น แผดเสียงออกมาอย่างบ้าคลั่งน้ำตาไหลพรากๆ แตลอยได้แต่มองเพื่อนรักด้วยความสงสาร

ooooooo

ฟ้าลดาเก็บของใส่กระเป๋าเตรียมเดินทางไปอเมริกาตามแผนของชมพูแพร เธอดูแลน้องอย่างถี่ถ้วน ถามว่าเอาโน่น เอานี่ เอานั่นไปหรือยัง ถามแม้กระทั่งยาสีฟัน แปรงสีฟัน จนฟ้าลดายกย่ามให้ดูบอกว่าทุกอย่างอยู่ในนี้ครบแล้ว

เห็นพี่สาวเป็นห่วงมาก ฟ้าลดาถามว่าพี่เครียดไปหรือเปล่า ชมพูแพรพูดเสียงเครือจะร้องไห้ว่า

“จะไม่ให้เครียดได้ยังไง น้องพี่จะไปตั้งสามปีเชียวนะ...ส-า-ม-ปี” ชมพูแพรเน้นอย่างรู้สึกยาวนานมาก แต่ฟ้าลดากลับบอกว่า แค่สามปีกะพริบตาปิ๊งๆๆๆ เดี๋ยวก็ผ่านไปแล้ว ชมพูแพรหัวเราะออกมาขำๆบ่นว่า “เรานี่ชอบทำเป็นเล่นอยู่เรื่อย”

เพื่อให้พี่สาวหายเศร้า ฟ้าลดาโอ๋ชมพูแพรเหมือนโอ๋เด็กๆ ชมพูแพรดึงน้องเข้าไปกอดบอกว่า

“พี่รักฟ้ามากรู้ไหม แล้วพี่ก็ห่วงน้องของพี่คนนี้มากด้วย”

“ฟ้ารู้ค่ะ...พี่แพรเหนื่อยกับฟ้ามามาก ฟ้าสัญญาว่าฟ้าจะไม่ทำให้พี่แพรเป็นห่วง และอะไรที่ฟ้าทำให้พี่แพรได้ ฟ้าจะยอมทำทุกอย่าง”

ฟ้าลดาเอาหน้าแนบพี่สาวอ้อนเหมือนเด็ก ชมพูแพร

กอดน้องไว้แน่นเหมือนไม่อยากให้จากไปไกล

ooooooo

ฝ่ายแตลอยไม่ยอมเอาเรือเข้าฝั่ง จนกระทั่งไปเห็นมีเรือลำหนึ่งลองเท้งเต้งอยู่กลางทะเล สายชลบอกให้แตลอยเอาเรือเข้าไปดู จึงเห็นว่า บนเรือมีชายฉกรรจ์สามคนกำลังรุมทำร้ายฝรั่งคนหนึ่ง พอเห็นเรือของสายชลแล่นเข้าใกล้ มันก็จับฝรั่งโยนลงทะเล แล้วขับเรือหนีไป

สายชลลงไปช่วยฝรั่งขึ้นมาบนเรือในสภาพหมดสติ หน้าตาเขาบอบช้ำเพราะถูกทำร้าย สายชลปฐมพยาบาลแต่ก็ไม่ดีขึ้น บอกแตลอยให้รีบพากันกลับไปที่เกาะมิน

สวยเห็นเรือของสายชลกลับมาก็ตะโกนบอกทุกคนด้วยความดีใจว่า “พี่สายชลกลับมาแล้ว...พี่สายชลกลับมาแล้ว”

พอชาวบ้านรู้ก็พากันมาที่ท่าเรือ เห็นสายชลกับแตลอยช่วยกันแบกร่างฝรั่งขึ้นท่ามา อารีฟะถามว่า นางฟ้ารึเปล่า นาราเขม้นมองบอกว่าคงไม่ใช่เพราะตัวใหญ่เหลือเกิน พอสายชลกับแตลอยพาฝรั่งขึ้นมา ปีร์กะถามว่าพาใครมาด้วย สายชลบอกว่าอย่าเพิ่งถามรีบช่วยเขาก่อน ปีร์กะสั่งให้รีบพาไปที่บ้านตนเลย

ระหว่างที่ปีร์กะปฐมพยาบาลฝรั่งอยู่นั้น แสงดาวเรียกแตลอยไปถามว่าเกิดอะไรขึ้น

ปีร์กะตรวจฝรั่งแล้วออกมาบอกทุกคนว่า โชคดีที่ได้สายชลปฐมพยาบาลเบื้องต้น อาการเลยไม่น่าเป็นห่วง แต่คืนนี้ต้องดูแลกันให้ใกล้ชิด

แสงดาวที่ได้ฟังแตลอยเล่าสภาพของสายชลมาแล้ว เสนอว่าให้สายชลเป็นคนดูแลฝรั่งคนนี้ แต่สายชลบอกว่าตนไม่พร้อม ตนยังดูแลใครไม่ได้

“แต่ต้องทำ และต้องทำให้ได้ ถือว่าฉันขอ” แสงดาวเสียงเข้มจนสายชลชะงักเงียบ

ปีร์กะเรียกแสงดาวไปถามด้วยความสงสัยว่าทำไมต้องเจาะจงให้สายชลเป็นคนดูแลฝรั่งนั่นด้วย แสงดาวชี้แจงว่า

“เพราะฉันกลัวว่า ถ้าปล่อยให้สายชลเป็นแบบนี้ต่อไป สายชลจะคิดสั้นน่ะสิ สายชลหวังไว้มากเหลือเกินว่าถ้าเจอยาซะก็จะเจอนางฟ้า แต่...ยาซะกลับให้คำตอบไม่ได้ว่านางฟ้าอยู่ที่ไหน...มันเหมือนความหวังสุดท้ายพังทลายไปตรงหน้า ฉันเลยคิดว่าการที่สายชลได้ทำอะไรสักอย่าง อาจจะช่วยให้สายชลลืมเรื่องนี้ได้บ้าง”

ทุกคนพยักหน้าอย่างเข้าใจเจตนาของแสงดาว ต่างพากันเป็นห่วงสายชลมาก

ooooooo

ระหว่างที่สายชลดูแลฝรั่งคนนั้น เขาอดคิดถึงอดีตของตัวเองไม่ได้ เพราะเขาเคยตั้งปณิธานไว้ว่า “ฉันเคยปล่อยให้พ่อแม่ตายไปตรงหน้า โดยที่ฉันช่วยอะไรไม่ได้ ฉันจะไม่ยอมให้ใครต้องมาตายตรงหน้าฉันอีก” แล้วลุกเดินไปนั่งข้างฝรั่งคนนั้น จับมือเขาขึ้นมาพึมพำไม่หยุดเหมือนครั้งที่เขาช่วยนางฟ้าว่า

“ความชั่วร้ายจงออกไป สิ่งดีๆจงเข้ามา...ความชั่วร้ายจงออกไป สิ่งดีๆจงเข้ามา...”

จนเช้าวันรุ่งขึ้น ฝรั่งคนนั้นรู้สึกตัว ถามสายชลว่า “เธอช่วยฉันไว้ใช่ไหม” เมื่อสายชลพยักหน้า เขามองไปยังท้องทะเลที่สวยงาม สายชลถามหยั่งเชิงว่า เขาจำได้รึเปล่าว่าตัวเองเป็นใคร

“จำได้สิ ฉันไม่ได้ความจำเสื่อม ฉันชื่อไมเคิล” แล้วไมเคิลก็เล่าว่าเขาเป็นนักท่องเที่ยว เช่าเรือมาท่องทะเล ถูกคนร้ายปล้นและทำร้าย ตนสู้ และถูกทำร้ายจนหมดสติ จากนั้นก็ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นอีก

สายชลเล่าว่าเขาถูกทำร้ายจนหมดสติแล้วถูกจับโยนทะเล ก่อนที่พวกนั้นจะเอาเรือหนีไป ไมเคิลตกใจถามว่าพวกนั้นขโมยเรือตนไปด้วยหรือ เอ่ยอย่างซาบซึ้งใจว่าถ้าสายชลไม่ช่วยไว้ตนคงตายไปแล้ว ถามว่าแล้วที่นี่ที่ไหน

“เกาะมิน” สายชลตอบสั้นๆ อย่างไม่มีอารมณ์จะคุยต่อ

ooooooo

ไมเคิลได้รับการดูแลอย่างอบอุ่นจากชาวเกาะมิน เขาได้ยินชาวบ้านเรียกเขาว่าไอ้หัวทองก็หัวเราะขำๆ แตลอยจำได้เล่าว่า ตอนแรกที่สายชลเรียกฟ้าลดาว่านางฟ้าเธอก็ขำๆเหมือนกัน ไมเคิลถามว่านางฟ้าคือใคร สายชลทนฟังไม่ได้เดินออกไป ทุกคนไม่สบายใจ สวยตัดบท บอกไมเคิลว่าไม่มีอะไรหรอก

จนกระทั่งสายชลไปยืนเหม่อเครียดจนเกิดอาการเกร็งขยับตัวไม่ได้ ไมเคิลเป็นคนไปยืนดีดนิ้วตรงหน้าสายชลเรียกความรู้สึกของเขากลับคืนมา ทำให้ไมเคิลยิ่งสนใจ

ถามว่าทำไมสายชลจึงเป็นแบบนี้

เมื่อฟังเรื่องราวของสายชลแล้ว ไมเคิลบอกว่าตนก็เคยเป็นแบบนี้ หรืออาจจะมากกว่าด้วยซ้ำ เพราะคนรักของตนตายไปในอ้อมแขนตน ตอนนั้นตนเหมือนตายตามคนรักไปด้วยแต่แล้วมานึกได้ว่า...

“อดีตคือสิ่งที่ผ่านไป และเราแก้ไขอะไรไม่ได้แล้ว ปัจจุบันต่างหากคือสิ่งที่ชีวิตเราต้องดำเนินต่อไปเพื่ออนาคตที่ดีกว่าในอดีต” แล้วชวนสายชลไปอยู่อเมริกากับตนไหม สายชลถามว่าตนจะไปทำไม

“ฉันแค่อยากตอบแทนที่เธอช่วยชีวิตฉัน อีกอย่าง การได้เดินทาไกลได้ห่างไกลจากที่เดิม ภาพเดิมๆอาจทำให้เธอรู้สึกดีขึ้น และเธออาจจะลืมเรื่องเดิมๆ ได้สักวันหนึ่ง”

“คุณกำลังจะบอกให้ฉันไปเพื่อให้ลืมนางฟ้า ไม่...

ฉันต้องการจะจำนางฟ้า คุณก็เหมือนทุกคน กลับไปอย่ามายุ่งกับฉันอีก” สายชลมองหน้าไมเคิลพูดอย่างผิดหวัง แล้วจะเดินหนีไป ไมเคิลรีบพูดขึ้นว่า

“สายชล อยู่ที่นี่เธอก็มีแต่ความทรงจำเดิมๆ ที่มีแต่จะฉุดให้เธอถอยหลัง เธอมีนางฟ้าในนี้”  ไมเคิลชี้ที่หัวใจ “แต่ชีวิตต้องเดินหน้า เธอกับนางฟ้าแค่จากเป็น ถ้าเธอไม่ออกไปเจอโลกกว้าง แล้วเธอจะเจอนางฟ้าของเธอได้ยังไง ปัญหาที่เกิดขึ้นอาจจะทำให้เธอรู้สึกแย่ แต่มันก็อยู่ที่ว่าเธอจะใช้ปัญหาทำให้ตัวเองอ่อนแอ หรือ จะใช้ปัญหาทำให้เธอแข็งแกร่ง คิดดูนะสายชล”

พูดแล้วไมเคิลตบบ่าสายชลเบาๆ เชิงให้กำลังใจก่อนเดินแยกไป สายชลนิ่ง...คิดตามคำพูดของไมเคิล...

ooooooo

คืนนี้ สายชลนอนก่ายหน้าผากคิดตรึกตรองคำพูดของไมเคิล เสียงไมเคิลชวนไปอยู่อเมริกากับเขายังเหมือนดังอยู่ข้างหู เสียงให้สติให้กำลังใจของไมเคิลยังทำให้คิด และเมื่อคิดถึงที่ยาซะบอกว่านางฟ้าไปอยู่กับพี่สาวของเธอแล้ว ก็ใจแป้ว เมื่อนึกถึงคำให้กำลังใจของปีร์กะที่ว่า ไม่ว่านางฟ้าจะเป็นอย่างไร เธอคือคนที่รักเขา เขากับนางฟ้าเป็นเนื้อคู่กัน ก็มีกำลังใจขึ้นมา

ขณะกำลังคิดสับสนอยู่นั่นเอง ในความรู้สึก เหมือนนางฟ้ามาบอกว่า ให้เขาไปกับไมเคิลบางทีเราจะได้เจอกัน

ดังนั้น รุ่งขึ้นสายชลไปบอกไม่เคิลว่า จะไปอยู่กับเขาที่อเมริกา ชาวเกาะมินแม้จะอาลัยคิดถึงแต่ก็สนับสนุนเผื่อจะทำให้ชีวิตเขาดีขึ้น แม้แต่แตลอยก็ยังแสดงความยินดี บอกสายชลว่า

“ฉันเสียใจที่แกจะไป แต่ฉันก็ดีใจ ที่แกจะได้ไปตามหาชีวิตของแก”

ฟ้าลดาเดินทางไปอเมริกากลางดึกคืนนี้ ส่วนสายชลกับไมเคิล เดินทางในเช้าวันรุ่งขึ้น มุ่งสู่อเมริกาเหมือนกัน...เขาเอากีตาร์อูคูเลเล่ไปด้วย ผ่านกรงเจ้าแก้วตา ก็ปลดหิ้วไปด้วย

ชาวบ้านพากันมาส่งและอวยพร แต่มามิไม่มา จนเมื่อสายชลไปหาที่บ้านปีร์กะเห็นมามิกำลังนั่งร้องไห้อยู่ ถามว่าใจคอจะไม่ไปส่งตนหรือ

“ฉันไม่อยากไป ฉันทนเห็นเธอจากไปไม่ได้สายชล” มามิร้องไห้อย่างหนัก สายชลดึงมามิไปกอดตบหลังเขาอย่างปลอบใจ

เมื่อกลับมาที่ท่าเรือ สายชลกอดลาชาวเกาะทุกคน จนมาถึงมามิ สายชลส่งกรงแก้วตาให้บอกว่า “ฉันให้”

“ฉันจะถือว่าเธอฝากเลี้ยง แต่เธอต้องกลับมาเอามันคืนไปนะ” มามิรับกรงแก้วตาไปถือไว้

สายชลพยักหน้าแล้วเอ่ยลา เขาขอบคุณทุกคนที่ช่วยเหลือตนมาโดยตลอด สัญญาว่าตนไม่มีวันลืมทุกคนแน่นอน นาราอวยพรให้โชคดี ส่วนซะละบอกว่า “ที่นี่เป็นบ้านของเอ็ง เอ็งกลับมาได้ทุกเมื่อ”

สายชลเดินตามไมเคิลไปขึ้นเรือ ชาวเกาะมินที่มาส่งต่างมองตามเรือไปอย่างอาลัยรัก สายชลเองก็หันมองทุกคนน้ำตารื้น จนไมเคิลต้องตบบ่าเบาๆปลอบใจ

ooooooo

3 ปีต่อมา...

ฟ้าลดากลับบ้านด้วยวิธีแปลกๆหมายเซอร์ไพรส์คนที่บ้าน ด้วยการกลับมาเงียบๆแอบปีนหน้าต่างเข้าบ้าน ทำเอาป้าเนียมใจหายใจคว่ำนึกว่าเป็นขโมย

ชมพูแพรดีใจมากที่น้องกลับมาแล้ว แต่ก็บ่นอย่างอ่อนใจกับการกลับมาอย่างพิลึกพิลั่นของน้อง ฟ้าลดาพูดอย่างร่าเริงว่าเพราะอยากเซอร์ไพรส์พี่ ครั้นชมพูแพรถามถึงกระเป๋าเดินทาง ปรากฏว่าเธอมีแค่ย่ามใบเดียวบอกว่าเอาไปแค่ไหนก็เอากลับมาเท่านั้น จากนั้นก็กินบะหมี่สำเร็จรูปที่ให้ป้าเนียมทำมาให้แบบง่ายๆ

ชมพูแพรดูน้องแล้วส่ายหน้ากับความเรียบง่ายของน้องสาว แม้แต่ที่อยู่ ก็ขออยู่บ้านหลังเล็กทั้งที่ไม่ได้ทำความสะอาดเธอพูดอย่างร่าเริงว่า อยู่ที่นั่นยิ่งกว่านี้ยังอยู่ได้ ไม่อาบน้ำสามวันก็ยังเคย

คุยกับน้องจนดึก พอดูนาฬิกาชมพูแพรทำหน้าตกใจเมื่อเป็นเวลาตีสามแล้วบอกว่าต้องไปนอนแล้วเพราะพรุ่งนี้มีนัดกับมิสเตอร์ไมเคิล ท่านประธานสายการบินเซเว่นซี สายการบินที่เราร่วมทุนด้วย

ฟ้าลดาไล่ให้พี่สาวรีบไปนอนเสียเดี๋ยวพรุ่งนี้จะไม่สวย แล้วกู๊ดไนต์กัน

ooooooo

บนเครื่องบินส่วนตัวที่กำลังบินอยู่บนท้องฟ้า แอร์โฮสเตสชายชาวต่างชาติเดินมาหาชายหนุ่มคนหนึ่งที่กำลังอ่านหนังสือพิมพ์ภาษาอังกฤษอยู่ เอ่ยเป็นภาษาอังกฤษ

“Excuse me sir in 1 hour, We’ll arrive to Thailand”

ชายหนุ่มคนนั้นหันมา เผยให้เห็นใบหน้าหล่อเข้มของเขา ที่แท้สายชลนั่นเอง!

เมื่อเขาหันมาสหัสก็ยื่นชุดให้ สายชลรับแล้วเดินออกไปเข้าห้องน้ำรูดเนกไท ใส่สูทเอาน้ำหอมเทใส่มือลูบที่คางและคอก่อนเช็ดหน้าและผมอีกทีก่อนออกไป

ที่สำนักงานของภมร เช้านี้วันดีต้องจัดเตรียมการต้อนรับมิสเตอร์ไมเคิลกันอย่างเร่งรีบ ตึงเครียด เพราะชมพู–แพรเข้มงวดกวดขันและตื่นเต้นกับการต้อนรับนักธุรกิจใหญ่ที่เก่งกาจ เธอพิถีพิถันแม้แต่สีดอกไม้ที่จัดในแจกัน ดุวันดีว่าใช้สีนี้ได้ยังไง เพราะเป็นสีของคู่แข่ง สั่งให้ไปเปลี่ยน วันดีบอกว่าใกล้เวลาท่านประธานจะมาแล้วตนหาที่เปลี่ยนไม่ทัน

ชมพูแพรตื่นเต้นจนกลายเป็นตึงเครียดกลัวจะต้อนรับมิสเตอร์ไมเคิลได้ไม่ดี โทร.ไปคุยกับหมอวัฒนา หมอปลอบใจว่า

“อย่าเพิ่งคิดไปล่วงหน้าสิครับ ตั้งใจแล้วก็มั่นใจตัวเอง ผมรับรองว่าทุกอย่างจะต้องผ่านไปด้วยดี สู้ๆครับ” เมื่อชมพูแพร มั่นใจขึ้น หมอบอกว่า “เย็นนี้หลังเลิกงานเราไปทานข้าวด้วยกันนะครับ ชวนน้องฟ้าไปด้วย”

วางสายจากชมพูแพรแล้ว หมอวัฒนาหยิบกล่องแหวนขึ้นมาดู ตาเป็นประกายอย่างมีความสุข

ส่วนชมพูแพรพอวางสายจากหมอวัฒนา วันดีก็เดินเข้ามารายงานอย่างตื่นเต้นว่า

“ท่านประธานของเซเว่นซีมาถึงแล้วค่ะ”

ชมพูแพรหายใจเต็มปอดระงับความตื่นเต้นแล้วเดินออกไปกับวันดี

ooooooo

สหัสยืนข้างๆสายชล เขาแนะนำแก่ชมพูแพรว่า

“นี่คือคุณชาร์ล แมคโควิท ลูกชายของมิสเตอร์ไมเคิล และเป็นประธานคนใหม่ของเซเว่นซีครับ”

ชมพูแพรอดตื่นเต้นกับความหล่อเท่ของสายชลไม่ได้ เธอพาเดินชมสำนักงานพลางอธิบายส่วนต่างๆของบริษัท ยิ่งอยู่ใกล้ชิดกับชายหนุ่ม ชมพูแพรก็ยิ่งประหม่า

ชมพูแพรพาสายชลมาดูห้องทำงานของเขาซึ่งเป็นห้องเก่าของภมร บอกว่าถ้าไม่ถูกใจจะตกแต่งใหม่ก็ได้

“ผมพอใจครับ ขอบคุณมากนะครับคุณชมพูแพร”

ชมพูแพรขอให้เขาเรียกตนว่าแพรเฉยๆก็ได้เพื่อจะได้รู้สึกสนิทคุ้นเคยกันยิ่งขึ้น สายชลปรึกษาว่าต้องการหาที่พักเพราะเขาไม่มีบ้านในกรุงเทพฯ ชมพูแพรแนะนำว่าถ้าเขาจะอยู่อย่างถาวรให้เช่าบ้านอยู่ดีกว่า แล้วแนะนำสถานที่ให้ ถามว่าสนใจไหม สายชลสนใจนัดเย็นนี้ให้ช่วยพาไปดูได้ไหม

ชมพูแพรนิ่งไปนิดหนึ่งเพราะนัดกับหมอวัฒนาไว้แล้ว แต่พอสายชลบอกว่าไม่ว่างก็ไม่เป็นไร เธอรีบบอกว่า

“ว่างค่ะ ถ้ายังไงเย็นนี้เจอกันนะคะ”

สายชลพยักหน้า ชมพูแพรเผลอมองเขาตาเป็นประกาย จนสหัสมองเธอด้วยความสงสัยในแววตานั้น

ooooooo

ฟ้าลดากลับมากรุงเทพฯ ก็เอารถมินิของตนที่จอดทิ้งไว้สามปี ขับออกไปหาเพื่อนที่นัดกันไว้

สายชลอยู่ที่ห้องทำงานภมร โทรศัพท์บอกไมเคิลว่าตนมาถึงเมืองไทยเรียบร้อยแล้ว หันกลับมาเจอสหัสยืนมองอยู่ทำตากรุ้มกริ่ม เขาบอกว่ามีอะไรก็พูดมา

“ผมว่า...คุณชมพูแพรมีท่าทีสนใจคุณนะครับ ผมพูดจริงๆนะครับ ไม่แน่นะ มาเมืองไทยคราวนี้คุณอาจจะมีแฟนกับเขาสักที”

“เคยมีคนบอกไหมว่านายพูดมาก...” สายชลทำเสียงเข้มเล่นๆแล้วขอกุญแจรถบอกว่า “ฉันจะออกไปขับรถเล่นชมเมืองสักหน่อย งานยังไม่มีอะไรไม่ใช่เหรอ”

ooooooo

ตอนที่ 4

ช่วยตัดต้นไม้ที่ล้มทับบ้านเสร็จ ซะละขอบใจที่สายชลมาช่วย เขารีบขอตัวกลับเพราะทิ้งนางฟ้าไว้ที่บ้านคนเดียว

แต่พอกลับมาถึงบ้านมองหา เรียกนางฟ้าจนทั่วบ้านก็ไม่เจอ เหลือบเห็นขวดเหล้าสีเงินที่ยาซะดื่มเป็นประจำก็จำได้เดาเหตุการณ์ออกทันที สายชลรีบจ้ำออกไปตามที่

คาดว่ายาซะจะพานางฟ้าไป

ยาซะกำลังหื่นจัด ลากนางฟ้าออกไปให้หมึกกับฉลามคอยดูต้นทาง แล้วมันก็ลงมือฉีกเสื้อผ้านางฟ้าอย่างกลัดมัน ท่ามกลางเสียงหวีดร้องอย่างตกใจของนางฟ้า เมื่อนางฟ้าต่อสู้มันตบหน้าจนเลือดซึมที่มุมปาก

ระหว่างนั้นเอง หมึกเห็นสายชลวิ่งมา หมึกบอกฉลามให้รีบไปบอกลูกพี่เร็วๆ สายชลเห็นพวกมันก็คว้าไม้เหมาะมือขึ้นมาถือ เดินดุ่มเข้าไปหา

ยาซะหัวเสียมากสบถอย่างอารมณ์ค้างลุกพรวดขึ้น เจอสายชลเดินมาถึงพอดี ถามว่านางฟ้าอยู่ไหน

“แกจะทำอะไรฉันหาไอ้เด็กเมื่อวานซืน”

สายชลไม่พูดพล่ามทำเพลงพุ่งเข้าฟาดทันที ยาซะหลบเตะแขนสายชลจนไม้หลุดมือ โดนมันเตะเสยคางซ้ำอีก นอกจากนั้น ยังชักมีดสั้นตวัดถูกแขนสายชลจนเลือดไหล หมึกกับฉลามเข้ามารุมเล่นงานสายชล แต่มันก็ถูกสายชลเตะตกทะเลไป ขณะที่สายชลกำลังจะแย่นั่นเอง นางฟ้าก็ถือไม้มาฟาดท้ายทอยยาซะจนหมดสติ

นางฟ้าถลาเข้าหาสายชลกอดกันแน่น สายชลขอโทษที่ทิ้งเธอไว้คนเดียวจนเกิดเรื่อง

ooooooo

รุ่งขึ้น ยาซะ หมึก และฉลามถูกจับมัดไว้กับเสากลางแดดเปรี้ยง ชาวเกาะช่วยกันขนฟืนมาสุม อีกส่วนหนึ่งก็ใส่หน้ากากตีเกราะเคาะไม้เต้นเข้ามา

ล้อมทั้งสามคนไว้ ไม่เพียงเท่านั้น ยังเอาสายชนวนมาวางใกล้กองฟืน

เมื่อชาวบ้านที่ห้อมล้อม ถอดหน้ากากออก จึงเห็นว่า

ที่แท้คือ ซะละ หัวหน้าเกาะ สายชล แตลอย นารา อารีฟะ รวมทั้ง สวย มามิ ปีร์กะ และชาวเกาะอื่นๆ ยาซะคำราม “พวกแก...”

“ต่อไปคือบทลงโทษที่พวกเอ็งสามคนทำชั่วกับนางฟ้า” ซะละประกาศ

“คิดจะเผาพวกฉันให้ตายเหรอวะ แล้วพวกแกจะเสียใจที่ทำแบบนี้ ถ้าคนบนฝั่งไม่เห็นพวกฉันกลับไป เขาต้องมาตามหาพวกฉันที่นี่ แล้วพวกแกทุกคนก็จะถูกตำรวจจับข้อหาฆ่าคนตาย...” ยาซะขู่ ทำปากกล้าแต่ขาสั่น

ไม่มีใครสนใจคำขู่ของยาซะ เมื่อซะละพยักหน้า

นาราก็เอาสายชนวนลากไปที่กองฟืนแล้วลากปลายสายมาตรงหน้าซะละ

ยาซะเห็นเอาจริงก็ตะโกนด่า ซะละไม่สนใจจุดไฟที่สายชนวนทันที หมึกกับฉลามที่กลัวจนตัวสั่นถึงกับเข่าอ่อน

ไฟที่ซะละจุดลามสายชนวนไปจนใกล้กองฟืนที่ล้อมทั้งสามไว้ แต่พอใกล้ถึงตัวจู่ๆไฟก็ดับ

ที่แท้ชาวเกาะมินทำแค่ปรามพวกมันเท่านั้นเอง ซะละเดินไปตรงหน้ายาซะ ประกาศให้รู้ว่า

“ไสหัวไปจากที่นี่ แล้วอย่ากลับมาอีก ถ้าพวกเราเห็นเอ็งสามคนกลับมาเมื่อไหร่ พวกเอ็งถูกจับเผาจริงแน่!”

แต่พอปล่อยพวกมัน แทนที่จะสำนึก ยาซะกลับพูดอย่างผยองกับสายชลว่า

“คิดเหรอว่าแค่นี้จะหยุดพวกฉันได้ ฉันจะทำให้แกไม่มีความสุขไอ้สายชล”

ooooooo

หลังจากปล่อยยาซะกับลูกน้องไปแล้ว สายชลรีบกลับบ้าน เจอแสงดาวอยู่เป็นเพื่อนนางฟ้า เขาขอบคุณแสงดาว บอกว่าพวกยาซะ คงไม่กล้ากลับมาที่นี่อีกแล้ว แสงดาวจึงขอตัวกลับ

สายชลปลอบนางฟ้าว่าไม่ต้องกลัวแล้วนะ นางฟ้าขอบคุณเขาที่ช่วยตนไว้ ตำหนิว่าเพราะตนแท้ๆ ทำให้เขาต้องเจ็บตัว

“แค่นี้สายชลไม่เจ็บหรอก แต่ถ้านางฟ้าเป็นอะไร สายชลคงจะเจ็บมากกว่านี้” พูดพลางกุมมือเธอไว้ ทำเอานางฟ้ารู้สึกสะท้านไปกับคำพูด แววตาและความอบอุ่นจากมือที่กุม ตื้นตันใจจนพูดไม่ออก

หลังจากนั้น นางฟ้าทายาให้เขา ความใกล้ชิดทำให้ต่าง

ก็ไม่กล้าสบตากัน แต่รู้สึกใจเต้นแรงจนอกกระเพื่อมไปทั้งคู่

นางฟ้าสงสัยอีกแล้ว ไปปรึกษาอารีฟะกับนาราเรื่องใจเต้นแรง ทั้งสองวิเคราะห์ว่าอาการแบบนี้เหมือนกับคนที่กำลังมีความรัก นาราถามว่า หรือนางฟ้าจะรักสายชล เธอรีบปฏิเสธ นาราเลยแนะว่าแบบนี้ต้องพิสูจน์

ooooooo

เมื่อพากันไปที่บ้านสายชล เห็นสายชลกำลังเอาแหลงเรือ นาราบอกนางฟ้าว่า ถ้าอยากรู้ว่าตัวเองรักสายชลหรือเปล่าก็ต้องจูบ ถ้าจูบสายชลแล้วเห็นรอบตัวเปลี่ยนเป็นสีชมพู แสดงว่านางฟ้ารักสายชล

นางฟ้าเดินไปหาสายชลแล้วจู่โจมเข้าจูบ ทำเอาสายชลอึ้ง แต่พอนางฟ้าลืมตาขึ้น เห็นรอบตัวเป็นสีชมพูไปหมด เธอรู้ทันทีว่าตัวเองรักสายชล ทั้งตื่นเต้นทั้งเขินเลยเดินหนีเอาดื้อๆ สายชลรีบตามไปทั้งที่ยังงงๆ อยู่

มามิมาแอบดูอยู่ ตกใจทำตะกร้าหล่น กำมือแน่นอย่างโมโหจัด

สายชลวิ่งตามนางฟ้าไปแต่หาไม่เห็นเธอแล้ว มามิซ่อนตัวอยู่เห็นว่านางฟ้าไปทางไหน ตามไปเรียกมาต่อว่า ว่าเห็นจูบกับสายชล นางฟ้ายังตื่นเต้น ตกใจ พยายามจะชี้แจง ถูกมามิด่าว่า เลว แทงข้างหลังตน ไหนรับปากว่าจะไม่ชอบสายชลไงล่ะ

“พี่มามิ นางฟ้าไม่รู้...นางฟ้าขอโทษ อย่าโกรธนางฟ้านะ”

“ไม่ต้องมาขอโทษฉัน ปล่อย” มามิแกะมือนางฟ้าออก “แกมาที่นี่ทำไมหานางฟ้า ! แกมาที่นี่ทำไม !! ถ้าไม่มีแกป่านนี้ฉันกับสายชลคงแต่งงานมีลูกกันไปแล้ว แกคนเดียว แกมันตัวซวย ฉันเกลียดแกนางฟ้า...ฉันเกลียดแก !”

ด่าแล้วมามิเดินออกไป นางฟ้ายืนตะลึงอึ้ง น้ำตาไหลด้วยความเสียใจสุดๆ

ooooooo

บ่ายๆ สายชลวิ่งหน้าตาตื่นตกใจไปบอก

แสงดาวว่านางฟ้าหายไป ทุกคนตกใจมากคาดเดาไปต่างๆ นานา แสงดาวหันไปคาดคั้นกับสวยที่เขม่นนางฟ้าอยู่ สวยบอกว่าตนไม่รู้เรื่อง ครั้นถูกคาดคั้นหนักเข้าก็บอกว่าตนไม่รู้เรื่อง ให้ไปถามมามิ เพราะมามิเป็นคนสั่งนางฟ้าไม่ให้บอกสายชลเรื่องที่พวกตนคุยกัน

แต่พอไปหามามิ ปรากฏว่าหายตัวไปไหนไม่มีใครรู้ สายชลตัดบทว่าอย่ามัวเสียเวลากันอยู่เลย รีบออกไปตามหานางฟ้ากันเถอะ ซะละเห็นด้วย จึงพากันออกจากบ้านปีร์กะ แยกย้ายกันออกตระเวนค้นหานางฟ้าไปตามที่ต่างๆ

ที่แท้ มามิหลบอยู่แถวนั้นเอง เธอนั่งกอดเข่าตัวสั่น เป็นกังวล เป็นห่วงนางฟ้า

ooooooo

ที่ริมผา นางฟ้าไปยืนร้องไห้ คำพูดของมามิยังก้องอยู่ในความรู้สึก เสียงด่าของมามิเสียดแทงทำร้ายจิตใจเธออย่างรุนแรง ทั้งเสียใจที่ถูกด่า ทั้งรู้สึกผิด

ทันใดนั้น เสียงฟ้าคำรามสนั่น นางฟ้าตกใจเสียหลักยืนโงนเงน ถูกลมที่พัดโหมมากระแทกตกหน้าผาไปทันที เธอร้องสุดเสียง

“สายชล...”

เสียงร้องของนางฟ้า แหวกอากาศมาถึงสายชล เขา ชะงักกึก เหลียวขวับหาต้นเสียง ตะโกนเรียก

“นางฟ้า”

นางฟ้าตกจากหน้าผา เธอพยายามตะกุยตะกายจะขึ้นฝั่ง แต่ถูกสาหร่ายพันเท้า ยิ่งดิ้นก็ยิ่งพัน ขณะเธอกำลังจะหมดแรงนั่นเอง สายชลวิ่งมาถึง กระโดดลงไปช่วยทันที เขาดำลงไปตัดสาหร่าย พาตัวเธอขึ้นพ้นน้ำได้ในขณะที่นางฟ้ากำลังจะหมดลม
ทันทีที่เห็นหน้าสายชล เธอร้องเรียกด้วยความดีใจสุดขีดรู้ว่ารอดตายแล้ว เมื่อขึ้นถึงฝั่งต่างโผเข้ากอดกันด้วยความดีใจ ทันใดนั้น ฝนตกลงมาซู่ใหญ่ จนทั้งสองต้องพากันไปหลบฝนในถ้ำแถวนั้น

ooooooo

เพราะตากฝนเปียกน้ำมาทั้งวัน เมื่อเข้าไปในถ้ำ ต่างก็จามออกมาพร้อมกัน แล้วก็พากันขำ ขำทั้งที่ทุกข์สาหัส แต่เมื่อมีคนรู้ใจอยู่ด้วยกัน สู้ด้วยกัน ความทุกข์ก็กลายเป็นเศษเสี้ยวของความรู้สึกในเวลานั้น

สายชลเสนอให้รีบถอดเสื้อผ้าผึ่งดีกว่าเดี๋ยวจะไม่สบาย แต่มีเสื้อผ้าอยู่ชุดเดียวจะทำอย่างไร สายชลเสนอว่าเราหันหลังให้กัน แล้วต่างก็ถอดเสื้อผ้าออกมาผึ่ง ทั้งที่หนาวสะท้าน แต่ใจเต้นแรงเลือดฉีดร้อนผ่าวไปทั้งกาย

นั่งหันหลังให้กันนานจนคาดว่าเสื้อผ้าคงจะแห้งแล้ว จึงต่างลุกขึ้นมาจะหยิบเสื้อผ้าที่ตาก มือกับมือจับกันพอดีต่างนิ่งอึ้งมองหน้ากันนิ่ง มีเพียงผ้าที่ผึ่งกั้นไว้เท่านั้น หลังจากนิ่งอึ้งไปนาน เมื่อได้สติจึงคว้าเสื้อผ้ารีบใส่โดยต่างหันหลังให้กัน

หลังจากรองน้ำฝนในถ้ำมาดื่มแก้กระหายแล้ว นางฟ้าขอโทษสายชลที่ทำให้เขากับชาวบ้านต้องเป็นห่วง

“พี่นารากับพี่อารีฟะ เล่าทุกอย่างให้สายชลฟังแล้ว แล้วสายชลก็รู้ด้วยว่า มามิพูดอะไรกับนางฟ้า”

นางฟ้าตกใจมาก ขอร้องสายชลอย่าโกรธมามิ เพราะมามิไม่ได้ทำอะไรตนเลย สายชลไม่ตอบแต่กลับถามว่าแล้วนางฟ้าเป็นอะไร จูบตนแล้ววิ่งหนีทำไม

“นางฟ้าไม่รู้...นางฟ้าไม่รู้...” เธอปฏิเสธอย่างตระหนก ยิ่งเมื่อคิดถึงคำพูด คำด่าของมามิก็ยิ่งตื่นตกใจไม่กล้าพูดอะไรจนสายชลเรียก เธอหันมาพูดอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยว่า “นางฟ้าไม่ได้รักสายชลนะ นางฟ้าไม่ได้รักสายชล...”

“แต่สายชลรักนางฟ้า...รักตั้งแต่วันแรกที่เจอนางฟ้านอนที่ชายหาด”

นางฟ้าถามเชิงตัดพ้อว่าแล้วทำไมไม่บอกตน สาย–ชลบอกว่าตนไม่แน่ใจ แล้วเล่าถึงจุดที่ทำให้รู้หัวใจตัวเองว่า

“ในวันที่นางฟ้าถูกยาซะจับไปที่เรือ สายชลแทบเป็นบ้า ที่เห็นนางฟ้าโดนทำร้าย แล้วพอมาวันนี้ตอนที่นางฟ้าจูบสายชล มันทำให้สายชลรู้ว่า สายชลจะไม่มีวันยอมเสียนางฟ้าไปเด็ดขาด...รู้แบบนี้แล้ว นางฟ้ารู้สึกยังไง” สายชลมองหน้าเธอลุ้นคำตอบ

หนุ่มสาวมองหน้ากันนิ่ง แรงปรารถนาก่อตัวขึ้นอย่างรุนแรง จนนางฟ้าไม่อาจฝืนใจตัวเองได้อีกแล้ว บอกเขาว่า

“รัก...นางฟ้ารักสายชล รักมากกว่าทุกอย่างบนโลกใบนี้ รักจนไม่รู้จะบอกสายชลว่ายังไง” นางฟ้าพรั่งพรูความรู้สึกออกมา สายชลยิ้มด้วยความดีใจ นางฟ้าจับมือสายชลมาทาบที่หัวใจตัวเอง มองหน้าเขาถามว่า

“สายชลได้ยินเสียงหัวใจนางฟ้าไหม” สายชลพยักหน้า เธอบอกว่า “สายชลเป็นคนเดียวที่จะได้เป็นเจ้าของหัวใจนางฟ้า”

ทั้งคู่ค่อยๆเคลื่อนใบหน้าเข้าหากันเหมือนไม่รู้ตัว แต่พอกำลังจะเผลอใจก็รู้สึกตัว บอกกันว่ายังไม่ได้ เพราะเรายังไม่ได้แต่งงานกัน เราต้องแต่งงานกันก่อน แล้วต่างก็นอนหันหลังให้กัน

มามิเป็นห่วงนางฟ้า เมื่อปีร์กะกลับมาเธอถามว่าเจอนางฟ้าไหม

“ไม่เจอ แล้วตอนนี้ไอ้สายชลก็หายไปอีกคน เป็นเพราะเอ็งใช่ไหมนังมามิ นางฟ้าถึงเตลิดหายไป”

“ป้า...ฉันขอโทษ ฉันไม่ได้ตั้งใจจะต่อว่านางฟ้า ฉันไม่ได้ตั้งใจ...” มามิร้องไห้จนตัวโยน กอดปีร์กะไว้เหมือนจะขอกำลังใจ ปีร์กะกอดหลานสาวไว้ พูดปลอบใจว่า

“นังมามิเอ๊ย...ความรักเป็นเรื่องของพรหมลิขิต มันฝืนใจกันไม่ได้ ถ้าสายชลกับนางฟ้าเป็นคู่แท้ ไม่ว่าเอ็งหรืออะไรก็ไม่มีทางทำให้เขาสองคนแยกจากกัน”

มามิพยักหน้าอย่างเข้าใจ ร้องไห้ไม่หยุด ปีร์กะได้แต่ลูบหัวลูบหลังปลอบใจหลานสาว

ooooooo

ที่ถ้ำเช้านี้ฝนหยุดแล้ว สายชลกับนางฟ้านอนกอดกันอยู่ ต่างรู้สึกอบอุ่นมีความสุขเหมือนอยู่ในความฝัน สายชลบอกว่า วันนี้ตนจะไปบอกทุกคนว่าเราจะแต่งงานกัน นางฟ้าพยักหน้าอย่างมีความสุข

แต่ที่ลานหมู่บ้าน ซะละกับชาวบ้านกำลังปรึกษากันอย่างเคร่งเครียด แบ่งกลุ่มกันออกตามหานางฟ้ากับสายชล โดยแบ่งเป็นสองสาย ไปหาที่ป่าท้ายเกาะ

แต่ไม่ทันได้ออกไป แตลอยก็ตะโกนบอกอย่างดีใจสุดขีดว่า

“พ่อ...สายชลกับนางฟ้ากลับมาแล้ว”

ทุกคนหันมอง เห็นสายชลกับนางฟ้าเดินกลับมาก็พากันโล่งใจ มามิดีใจกว่าเพื่อน วิ่งไปกอดนางฟ้า พร่ำขอโทษไม่ขาดปาก นางฟ้าบอกว่าตนไม่โกรธ ไม่โกรธจริงๆ

สายชลไม่รอช้า ถือโอกาสที่ทุกคนอยู่กันพร้อมหน้า ประกาศว่า

“ทุกคนจ๊ะ ฉันมีเรื่องจะบอกให้ทุกคนรู้...” สายชลหยุดนิดหนึ่งอย่างตื่นเต้นก่อนโพล่งบอกไปว่า “ฉันกับนางฟ้าจะแต่งงานกันจ้ะ”

ทุกคนตกใจ แปลกใจ แล้วกลายเป็นดีใจ นางฟ้าถามมามิว่าโกรธตนไหม มามิจับมือนางฟ้าพูดจากใจจริงว่า

“พี่ไม่โกรธนางฟ้า เรื่องของความรักมันฝืนใจกันไม่ได้ สายชลกับนางฟ้าเกิดมาเพื่อเป็นคู่กัน” พูดแล้วหันไปยิ้มกับปีร์กะผู้เป็นป้า ปีร์กะพยักหน้าให้อย่างชื่นชม ดีใจที่หลานสาวเข้าใจและทำในสิ่งที่ถูกต้อง

สวยพูดขึ้นบ้างว่า “นางฟ้า ยินดีด้วยนะฉันจะเลิกชอบพี่สายชลละ เพราะฉันไม่อยากชอบผู้ชายคนเดียวกับเพื่อน”

สวยพูดขาดคำก็ถูกนาราเคาะหัวดังโป๊ก พึมพำขำๆแกมหมั่นไส้ว่า “แก่แดดจริงๆลูกกู” ทุกคนเลยหัวเราะฮากันตรึม นางฟ้ากับสายชลสบตายิ้มให้กันอย่างมีความสุขที่ทุกอย่างลงเอยด้วยดี

คืนนี้ ปีร์กะสวดมนต์ หลับตาเห็นภาพชายชุดดำ จับตัวนางฟ้าไปยังเรือลำหนึ่ง ที่จอดอยู่ริมหาดเธอทั้งดิ้นทั้งร้องโวยวาย พยายามจะหนี ถูกชายชุดดำคนหนึ่งทุบจนหมดสติ

ปีร์กะสะดุ้ง ลืมตาโพลงอย่างตื่นตระหนก เหงื่อผุดเต็มหน้า จนกระทั่งเช้าจึงไปเล่าให้สายชลฟัง สายชลวิตกกังวลมาก เมื่อปีร์กะเตือนว่าต้องระวังชายชุดดำ เขาถามว่า พวกนั้นเป็นใคร แล้วเขาจะทำอะไรนางฟ้า

ปีร์กะบอกว่าตนก็ไม่รู้ รู้แต่ว่าเป็นพวกที่ไม่หวังดีกับเขาและนางฟ้า พวกนั้นจะทำให้เขากับนางฟ้าต้องแยกจากกัน แล้วยํ้าเตือนว่า

“เอ็งจำคำพูดของข้าไว้นะสายชล...ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น  ไม่ว่านางฟ้าจะเป็นยังไง คนที่นางฟ้ารักคือเอ็งคนเดียว”

“ถ้างั้น ฉันกลับบ้านก่อนนะป้า ตอนนี้นางฟ้าอยู่บ้านคนเดียว” สายชลรีบลาวิ่งกลับไปทันที

ooooooo

ที่หน้าบ้านสายชล ทิวาหนุ่มในชุดดำ เดินมาด้อมๆ มองๆ ที่หน้าบ้าน นางฟ้าแอบดู เธอตกใจไม่รู้ว่าเป็นใคร แต่คิดว่าคงเป็นคนไม่ดี คว้าเก้าอี้มาเป็นอาวุธ ย่องไปที่ระเบียง เป็นจังหวะที่ทิวามายืนมองซ้ายมองขวาเหมือนหาใคร
นางฟ้าฟาดเก้าอี้ใส่ทันที แต่ทิวาหลบทันหันมาคว้าตัวนางฟ้าไว้ เธอดิ้นร้องให้ปล่อย เธอดิ้นจนหลุดออกมา คว้าเก้าอี้เหวี่ยงไปรอบตัว จนพรรคพวกที่มากับทิวาแตกหนีกันกระเจิง ทิวาตัดสินใจพุ่งเข้าไปจับเก้าอี้ไว้ สั่งให้หยุด นางฟ้าตกใจมากที่ถูกล็อกไว้

สายชลวิ่งกลับมาถึงพอดี เห็นชายชุดดำกำลังนัวเนียอยู่กับนางฟ้า ก็นึกถึงคำเตือนของปีร์กะขึ้นมาทันที เขากระโจนเข้าไปเงื้อหมัดจะชก ชายชุดดำหันมาพอดี สายชลชะงักกึก อุทาน

“ครูทิวา...”

ที่แท้ทิวาเคยเป็นครูของสายชล ต่อมาเขาออกจากครูไปเป็นนักวิจัย และกำลังกลับมาวิจัยที่เกาะมินเพราะที่นี่ยังรักษาสภาพธรรมชาติได้ดีมาก

นางฟ้ามองทั้งสองงงๆ สายชลจึงแนะนำให้รู้จักกัน ระหว่างนั่น เพื่อนของทิวาที่เป็นมือกล้องถ่ายรูปนางฟ้าเกิดแสงแฟลชวาบขึ้น นางฟ้าตกใจ เขารีบขอโทษเพราะเปิดแฟลชอัตโนมัติไว้

ทิวาบอกนางฟ้าว่าไม่ต้องกลัว แล้วเรียกมาดูรูปที่กล้อง นางฟ้าเห็นตัวเองอยู่ในกล้องก็ตื่นเต้นมาก เพื่อนทิวาถามว่าไม่กลัวแล้วใช่ไหม งั้นขอถ่ายอีกรูป เมื่อเธอพยักหน้า เพื่อนทิวาคนนั้นจึงหามุมสวยแล้วถ่ายอีกรูปอย่างตั้งใจ
สายชลกับนางฟ้า แม้จะรักกัน ปรารถนาต่อกัน แต่ด้วยความเคารพในประเพณีของเกาะมิน จึงไม่ชิงสุกก่อนห่ามต่างอดใจตัวเอง ได้แต่คอยดูแลกันและกันอย่างห่วงใย รักใคร่ทะนุถนอม

ooooooo

หลังจากนั้น รูปของนางฟ้าก็ขึ้นปกนิตยสารเกี่ยวกับการท่องเที่ยว หมอวัฒนาเห็น รีบซื้อกลับไปให้ชมพูแพรดู ทั้งสองมั่นใจว่าต้องเป็นฟ้าลดาน้องที่หายไปแน่ๆ ชมพูแพรถามว่าจะตามหาน้องได้ที่ไหน หมอเสนอให้โทร.บอกตำรวจที่นั่นแล้วเราก็ไปรับตัวน้องกลับมา

“ไม่ค่ะ เราจะไม่บอกตำรวจ เราไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับยัยฟ้า เราต้องป้องกันไว้ก่อน เพราะถ้าเรื่องถึงตำรวจ นักข่าวก็ต้องรู้ เราต้องใช้คนที่สามารถเอาเงินปิดปากได้ค่ะ” ชมพูแพรพูดอย่างมั่นใจในความคิดของตัวเอง

เมื่อรู้ชื่อเกาะแล้ว เธอจ้างยศให้ทำงานนี้ เมื่อเรียกยศมาพบ เธอเอารูปฟ้าลดาให้ดู ยศรับไปดูแล้วขอเวลาสองสามวันสำหรับเตรียมพาหนะเดินทางและเสบียงเพราะเกาะมินอยู่ไกล

“ยังไงก็เร่งหน่อย ฉันเป็นห่วงน้อง ไม่รู้ว่าตลอดเวลาที่ผ่านมา ยัยฟ้าต้องเจออะไรที่เกาะนั้นบ้าง”

ooooooo

สายชลตื่นเต้นมากที่จะได้แต่งงานแล้ว เขาหาของขวัญให้นางฟ้า ด้วยการแอบสลักชื่อ “นางฟ้า” ไว้ที่ข้างเรือ

ปีร์กะมาพานางฟ้าไปอยู่กับตนที่บ้าน บอกสายชลว่า “มันเป็นประเพณีของเกาะ เจ้าบ่าวต้องไม่เจอเจ้าสาวก่อนงานแต่งงานหนึ่งวัน มันเป็นการแก้เคล็ดชีวิตคู่ของพวกเอ็งจะได้อยู่กันยืนยาว ไม่ต้องพรากจากกัน”

สายชลคิดไม่ตกที่จะไม่ได้เห็นหน้านางฟ้าตั้งคืน ปีร์กะเล่าบทเรียนของคู่ก่อนๆที่เคยทำผิดประเพณีให้ฟังว่า

“เอ็งไม่เชื่อก็อย่าลบหลู่  เคยมีคนฝืนมาแล้ว แล้วตอนนี้พวกเขาเป็นยังไงรู้ไหม ผัวตายเมียเป็นบ้า”

สายชลจึงจำต้องยอม ฝากปีร์กะให้ดูแลนางฟ้าด้วยก็แล้วกัน

แต่พอตกกลางคืน สายชลก็ทนไม่ได้ พูดเข้าข้างตัวเองว่า แอบไปเห็นกันแป๊บเดียวคงไม่เป็นไร แล้วย่องปีนหน้าต่างเข้าไปหานางฟ้า นางฟ้าตกใจ สายชลบอกว่าตนแค่มาขอจูบเธอเท่านั้น นางฟ้าใจอ่อน แต่จะขอเป็นฝ่ายจูบสายชลเอง ขอจูบที่แก้ม ที่หน้าผาก ที่จมูก ส่วนที่ปากเอาไว้จูบในคืนแต่งงาน

ทั้งสองสะดุ้ง เมื่อเสียงปีร์กะร้องถามว่า “นั่นใครวะ” สายชลผละออกบอกนางฟ้าว่าตนไปก่อนนะ พลางกระโดดหน้าต่างออกไป ปีร์กะได้ยินเสียงก็ร้องถามเสียงเข้มว่า “ข้าถามว่าใคร อย่าให้จับได้นะโว้ย”

สายชลทำเสียงแพะร้อง ปีร์กะชะงักสาดน้ำไล่บ่นว่า “ตรงนี้มีแพะได้ยังไงวะ” แต่ก็ปล่อยเลยตามเลยหันเดินเข้าบ้าน พอปีร์กะเข้าบ้าน สายชลก็ออกจากพุ่มไม้ที่ซ่อน ตัวเปียกปอน แต่ก็โล่งใจที่เอาตัวรอดได้ และชื่นใจที่ได้มาเห็นหน้านางฟ้าให้หายคิดถึง

ooooooo

รุ่งขึ้น อันเป็นวันจัดพิธีแต่งงาน สายชลกับนางฟ้าใส่มงกุฎดอกไม้สวยงาม พากันไปทำพิธีที่ริมผา เบื้องหลังเป็นทะเลสวยงาม ปีร์กะทำพิธีตามประเพณี ท่ามกลางความชื่นชมยินดีของชาวบ้าน

แตลอยมองนางฟ้าหน้าเศร้า สวยหันไปกอดกอยากับซาตินอย่างพยายามทำใจ ปีร์กะหันมองหน้ามามิ เธอยิ้มให้ผู้เป็นป้าแบบทำใจได้แล้ว ปีร์กะยิ้มให้หลานสาวอย่างชื่นชม

หลังจากทำพิธีตามประเพณีของชาวเกาะมินแล้ว ปีร์กะประกาศว่า

“ข้าขอประกาศว่า บัดนี้สายชลกับนางฟ้าเป็นผัวเมียกันแล้ว” จากนั้นให้สายชลเอาสร้อยที่ตนให้ไว้ตอนชนะการแย่งธง เอาออกมาสวมให้เจ้าสาว แต่พอสายชลจะสวมสร้อยให้ ปรากฏว่าสร้อยขาดร่วงลงพื้น ทุกคนตกใจ ปีร์กะหยิบสร้อยขึ้นมาผูกไว้ตามเดิมบอกว่า “ไม่เป็นไร เชือกมันเปื่อยก็เลยขาด เอ้า...ใช้ได้แล้ว”

เมื่อปีร์กะส่งสร้อยคืนให้ จังหวะที่สายชลรับสร้อยนั้น ปีร์กะผงะร่างกายเหมือนถูกช็อต เห็นภาพสายชลพานางฟ้าหนี เห็นชายชุดดำทำร้ายสายชลและเห็นมือสายชลเปื้อนเลือด ปีร์กะตะลึงอึ้ง สายชลเรียกหลายครั้งจึงรู้สึกตัว ร้องเชิญหัวหน้าซะละมาทำหน้าที่ต่อ

ซะละเดินออกมาแสดงความยินดีกับคู่บ่าวสาว ประกาศความเป็นสามีภรรยากันอย่างถูกต้องตามประเพณี แล้วเชิญชวนชาวบ้านที่มาร่วมพิธีให้มายกสายชลกับนางฟ้าไปที่ริมผา โยนทั้งคู่ลงไป แล้วพากันกระโดดตามลงไปเล่นน้ำกันอย่างสนุกสนาน

ooooooo

คืนนี้ สายชลกับนางฟ้าได้อยู่ด้วยกันฉันผัวเมียตามประเพณีของชาวเกาะมิน ทั้งคู่ให้สัญญากันว่าจะไม่ทอดทิ้งกัน จะอยู่ด้วยกันไปจนตลอดชีวิต

รุ่งเช้า สายชลพานางฟ้าไปดูของขวัญที่ตนเตรียมให้ นั่นคือเรือที่เขาใช้หาปลาที่สลักชื่อ “นางฟ้า” ไว้ข้างเรือ นางฟ้าดีใจมาก ชวนออกเรือไปเที่ยวกัน

ทั้งสองล่องเรือไปในท้องทะเล สายชลเอากีตาร์อูคูเลเล่ไปเล่น นางฟ้าเต้นไปตามจังหวะเพลงอย่างร่าเริง ทั้งคู่มีความสุขมาก ตกกลางคืนก็นอนดูดาวด้วยกันอย่างมีความสุข

นางฟ้าชอบกีตาร์อูคูเลเล่มาก กลับบ้านก็ขอให้สายชลสอนให้ สายชลสอนให้อย่างตั้งใจ แต่ระหว่างนางฟ้าหัดเล่นนั่นเอง สายกีตาร์ขาดบาดมือเธอ สายชลรีบไปเอายามาทาให้ มองหน้านางฟ้าอย่างไม่สบายใจ นึกกังวลอยู่ลึกๆ

ooooooo

เช้านี้ ยศกับลูกน้องมาถึงเกาะมินแล้ว พวกเขาลงมือทำงานทันที ถือรูปฟ้าลดาเที่ยวเดินถามชาวเกาะว่าเห็นผู้หญิงคนนี้ไหม

นางฟ้าไปเก็บผักกับพวกแสงดาวและอารีฟะที่แปลงผัก อารีฟะหน้ามืดทำท่าจะเป็นลมจึงให้นางฟ้าไปหยิบยาดมที่บ้านให้

สายชลเห็นพวกยศที่ท่าเรือก็มองอย่างแปลกใจว่าเป็นใคร ยศเดินมาถามสายชลว่าเป็นคนเกาะมินใช่ไหม พอเขาบอกว่าใช่ ยศก็เอารูปฟ้าลดาให้ดูถามว่าผู้หญิงคนนี้อยู่เกาะนี้ใช่ไหม

สายชลตกใจมาก นึกถึงคำเตือนของปีร์กะทันที ตอบไปว่าไม่เคยเห็น ยืนยันจนพวกยศลังเล ลูกน้องยศบอกว่าท่าทางพูดกันไม่ค่อยรู้เรื่อง

“เกาะนี้มันก็ไม่ใหญ่มาก ตามหาเองแล้วกัน” ยศบอกลูกน้องแล้วพากันเดินออกไป แยกคนละทางกับสายชล

สายชลตกใจเป็นห่วงนางฟ้ามาก รีบไปที่แปลงผัก พอรู้ว่าอารีฟะใช้ให้นางฟ้าไปเอายาดมที่บ้าน เขาอุทาน

“แย่แล้ว มีคนมาตามหานางฟ้า ฉันกลัวมันจะเป็นอย่างที่ป้าปีร์กะบอก”

“เอ็งรีบไปหานางฟ้า ข้าจะบอกทุกคนเอง” ปีร์กะเร่งให้สายชลรีบไป แล้วตัวเองก็บอกซะละ เมื่อซะละรู้เรื่อง

ก็สั่งลูกบ้านทุกคนให้บอกต่อๆกันว่า ห้ามบอกคนแปลกหน้าว่านางฟ้าอยู่ที่นี่ มองหาแตลอยไม่เห็น ซะละมองหาลูกชายอย่างกังวล

สายชลรีบวิ่งไปพานางฟ้าหลบเข้าพงหญ้าข้างทาง พลางชี้ให้ดูพวกยศที่เดินอยู่ริมหาด บอกเบาๆว่า

“คนพวกนั้นมาตามหานางฟ้า ป้าปีร์กะเคยบอกสายชลว่าจะมีคนมาจับตัวนางฟ้ากลับไป”

นางฟ้าตกใจกลัว กอดสายชลไว้แน่น บอกว่าตนไม่ไปไหน ตนจะอยู่กับเขาที่นี่ สายชลกอดเธอไว้ปลอบว่า

“ตราบใดที่นางฟ้าอยู่กับสายชล สายชลจะไม่มีวันยอมให้ใครมาพานางฟ้าไปเด็ดขาด”

ระหว่างทั้งสองซุ่มดูยศอยู่นั่นเอง ยศเดินมาเจอแตลอยเข้าร้องเรียก “ไอ้อ้วน” แตลอยชะงักหันมองชี้ที่ตัวเอง เชิงถาม ยศบอกว่า “ฉันเรียกแกนั่นแหละ มานี่ซิ”

แตลอยเดินไปหา ยศเอารูปฟ้าลดาให้ดูถามว่าเคยเห็นผู้หญิงคนนี้ไหม แตลอยยิ้มกว้างพูดอย่างภูมิใจว่า

“อ๋อ...นางฟ้า” ยศตาลุกถามว่ารู้จักหรือ “รู้จักสินางฟ้าอยู่ที่นี่ มา ฉันพาไปเอง” แตลอยกระตือรือร้นพายศกับลูกน้องบ่ายหน้าไปทางแปลงผัก

“ไอ้ลอยเอ๊ย...อยากจะฆ่ามันจริงๆ” สายชลโมโหมาก นางฟ้าก็เสียใจ ถามว่าจะทำยังไงดี...

ooooooo

แตลอยวิ่งหน้าบานไปที่แปลงผัก ร้องบอกซะละกับแสงดาวว่า พวกนี้มาตามหานางฟ้า ซะละทำไขสือถามว่านางฟ้าไหน แตลอยพูดเต็มปากเต็มคำว่าก็นางฟ้าเมียสายชลไง

แสงดาวและทุกคนที่นัดหมายกันไว้แล้วว่าจะไม่รู้เรื่องนางฟ้า ช่วยกันปฏิเสธว่านางฟ้าที่ไหนไม่มีใครรู้จัก แตลอยเลยหันบอกยศให้เอารูปฟ้าลดาออกมาให้ดู มามิเลยด่าแตลอยว่านับวันจะบ้าไปใหญ่แล้ว แตลอยชักสีหน้าตั้งท่าจะเถียง ถูกมามิ ตวาดว่า

“หยุดพูดได้แล้วไอ้ลอย...ไม่มีใครเขาเชื่อแกอีกแล้วไอ้ติงต๊อง” แล้วบอกยศว่า “พี่จ๋า พี่อย่าไปสนใจไอ้นี่เลยนะ มันสติไม่ดี เห็นคนสวยไม่ได้ต้องเรียกว่านางฟ้า ฉันเองยังถูกมันเรียกว่านางฟ้าเลย”

แตลอยเถียงคอเป็นเอ็นว่าตนไม่ได้บ้า แต่พอปีร์กะบอกว่านี่แหละบ้า คนบ้าที่ไหนจะยอมรับว่าตัวเองบ้าจริงไหม ซะละก็ขู่ว่าถ้าสอนไม่รู้จักจำจะจับขังในห้องเสียเลย ขู่สำทับว่า

“ถ้ายังจะพูดเพ้อเจ้ออีก เดี๋ยวพ่อตบปากแตก จะพูดอีกไหม!”

ถูกว่าถูกด่าถูกขู่จากทุกคนขนาดนี้ แตลอยก็หน้าจ๋อยส่ายหน้าดิกว่าไม่พูดอีกแล้ว ยศถามซะละว่าตกลงลูกชายเขาบ้าใช่ไหม แสงดาวยืนยันว่าบ้า ดูหน้าตามันก็น่าจะรู้แล้ว

ยศรู้สึกผิดหวังยื่นรูปถ่ายของฟ้าลดาออกไปให้ดูถามอีกทีว่าไม่มีใครเคยเห็นผู้หญิงคนนี้เลยหรือ เมื่อได้รับคำยืนยันก็สั่งลูกน้องกลับ

พอยศไปแตลอยก็ถูกซะละเขกกบาล บอกว่าคนพวกนั้นมันจะมาจับตัวนางฟ้ารู้หรือเปล่า แตลอยคลำหัวป้อยๆ บอกว่าตนไม่รู้จริงๆ นาราถามว่าแล้วพวกนั้นจะย้อนกลับมาอีกไหม ทุกคนมองหน้ากันอย่างกังวลใจ

ooooooo

ยศพาลูกน้องกลับท่าเรือบอกว่าเย็นนี้ค่อยคิดหาทางกันอีกที

ที่ท่าเรือนี่เอง ยาซะกำลังมีปัญหากับพ่อค้าปลาที่มันขายปลาให้ ถามอย่างไม่พอใจว่าให้แค่นี้เองหรือ พ่อค้าบอกว่าปลาไม่สด แถมตัวเล็กด้วยได้แค่นี้ก็ดีแล้ว ยาซะจำต้องยอม

หมึกตั้งข้อสังเกตว่าตั้งแต่พวกเราไม่ได้ไปรับปลาที่เกาะมิน รายได้ลดฮวบไปเลย ยาซะโทษว่าเพราะสายชลคนเดียวแท้ๆ หันหลังเดินไปอย่างโมโห เลยชนเข้ากับยศที่กำลังเดินมา พาลด่ายศว่าเดินดูทางหน่อยสิวะ

ยศถูกชน รูปฟ้าลดาหล่นที่พื้น ยาซะเห็นถามว่าทำไมถึงมีรูปผู้หญิงคนนี้ ยศถามอย่างมีความหวังว่า

“แกรู้จักเหรอ”

“รู้จักสิ รู้จักดีด้วย” ยาซะพูดอย่างเจ็บใจ ยศกับลูกน้องมองหน้ากันอย่างมีความหวังอีกครั้ง

ยาซะพูดอย่างรู้จริงว่า ผู้หญิงคนนี้ชื่อนางฟ้า ลูกน้องยศมองหน้าลูกพี่บอกว่า อย่างนี้ไอ้อ้วนนั่นก็ไม่ได้โกหกเราสิ ยาซะถามว่าไอ้อ้วนไหน ซักถามกันจนรู้ว่า ไอ้อ้วนที่พูดกันนั้นคือแตลอยนั่นเอง ยศบอกยาซะว่า คนที่เกาะบอกว่าไอ้อ้วนนั่นเป็นบ้า ยาซะแค่นยิ้มบอกยศว่า

“พวกคุณโดนหลอกแล้ว ไอ้อ้วนที่ว่าเนี่ยมันชื่อ แตลอย เป็นลูกหัวหน้าเกาะ”

“อ้าว...แล้วทำไมคนพวกนั้นต้องโกหกว่าไม่เคยเห็นคุณฟ้าลดา...แล้วทำไมคนพวกนั้นถึงเรียกคุณฟ้าลดาว่านางฟ้า” ยศตั้งข้อสังเกต มองหน้ายาซะเชิงถาม

“ก็เพราะนางฟ้า หรือคุณฟ้าลดาของพวกคุณ ความจำเสื่อม!”

ยศกับลูกน้องมองหน้ากันอย่างตกใจ

ooooooo

ข่าวพบฟ้าลดาถูกรายงานกลับกรุงเทพฯทันที ชมพูแพรตกใจเมื่อรู้ว่าน้องความจำเสื่อม ซํ้ายังมีสามีเป็นชาวเกาะมินแล้วด้วย เธอแค้นใจเชื่อว่าฟ้าลดาต้องถูกหลอกแน่ๆ บอกหมอวัฒนาว่า

“พี่หมอคะ เราต้องรีบพาตัวยัยฟ้าออกมาจากเกาะนั่นให้เร็วที่สุด”

เมื่อคำสั่งมาถึง ยศปรึกษากับยาซะ ถามถึงค่าจ้างว่าจะคิดเท่าไหร่ ยาซะไม่สนใจขอให้เสร็จงานก่อนค่อยว่ากัน แล้วเสนอว่า ครั้งนี้เราจะไปทางเรือไม่ได้ เพราะชาวเกาะชำนาญทางเรือมาก เราต้องใช้เครื่องบิน ยศรับปากจะเป็นคนหามาให้

เพราะยาซะถูกสั่งห้ามเข้าเกาะมิน มันจึงวางแผนจะเข้าไปในวันงานประเพณีลอยทุกข์ลอยโศกที่จะมีขึ้นในอีกสองวันข้างหน้า เชื่อว่าชาวเกาะต้องสนุกสนานกับงานจนไม่ระวังตัว จะอาศัยช่วงนั้นแฝงตัวปะปนเข้าไปทำงาน
วางแผนแล้ว ยาซะพึมพำอย่างสะใจว่า “แกจะต้องทรมานไปจนชั่วชีวิต ไอ้สายชล...”

ooooooo

วันงานประเพณีลอยทุกข์ลอยโศกมาถึงแล้ว ทุกคนร่วมงานกันอย่างคึกคัก ปีร์กะอธิบายให้นางฟ้าฟังว่า เราเอากระทงข้าวตอกดอกไม้ไปลอยในทะเล เชื่อกันว่าถ้ากระทงลอยไปไม่กลับมา ก็แสดงว่าเราจะโชคดี แต่ถ้ากระทงลอยกลับมา ก็จะโชคร้ายซวยซํ้าซวยซ้อนซวยไม่รู้จบไปตลอดชีวิตเลยทีเดียว

นางฟ้าภาวนาขอกระทงของตนอย่าลอยกลับมาเลย

สวยวิ่งมาบอกว่าฟุตบอลกำลังจะเริ่มแข่งแล้ว ปีร์กะกับนางฟ้าจึงพากันไปดู

สายชลลงแข่งด้วย ทั้งสองฝ่ายเตะบอลกันอย่างสนุกสนาน ผลสุดท้ายฝ่ายสายชลชนะ นางฟ้ากอดสายชลด้วยความดีใจ

ที่มุมลับตาแถวนั้น ยาซะกำลังแอบดูอยู่ พูดอย่างแค้นใจว่า

“มีความสุขกันให้เต็มที่ ก่อนที่จะได้พบกับความเจ็บปวดไปตลอดกาล!”

หลังจากนั้น ยาซะบอกกับหมึกและฉลามที่ซ่อนตัวอยู่ว่า

“คืนนี้พวกมันทุกคนจะนอนกันในทับที่ริมหาด ฉันจะให้คนจากในเมืองเข้ามาทางท้ายเกาะ แล้วพรุ่งนี้เช้ามืดเราจะไปจับตัวนางฟ้ากัน”

บ่ายวันนี้ ทุกคนพากันสร้างทับเพื่อนอนค้างที่ริมหาดคืนนี้ นางฟ้าช่วยสายชล ถูกกิ่งไม้ตำมือจนเลือดออก สายชลตกใจมาก สวยบอกนางฟ้าว่า เลือดออกในวันทำพิธีแบบนี้เขาว่าเป็นลางไม่ดี ทำให้นางฟ้าใจคอไม่ดี

“โบราณเขาว่าไว้แบบนั้น แต่มันไม่มีอะไรหรอก ไปทำแผลกันดีกว่า”    สายชลปลอบนางฟ้าทั้งที่ตัวเองก็ใจไม่ดี

นางฟ้ายังไม่สบายใจกลัวจะเจอเรื่องไม่ดี สายชลย้ำ

ว่าอยู่กับตนไม่มีใครมาเอาตัวนางฟ้าไปได้หรอก พลางไปเก็บดอกไม้มาให้เพื่อปลอบใจ

ทางไปเก็บดอกไม้นั่นเอง สายชลพบรอยเท้าคน เอาดอกไม้มาทัดหูให้นางฟ้าแล้วก็รีบไปรายงานซะละ เล่าว่า

“ฉันเห็นมันอยู่ด้านนั้น มันไม่ใช่รอยเท้าของพวกเราแน่ๆ ท่าทางจะมีคนแปลกหน้ามาแอบดูพวกเรา ฉันกลัวว่ามันจะเป็นพวกที่มาตามหานางฟ้าวันก่อน”

“ถ้างั้นลุงจะให้คนไปลาดตระเวนดูรอบๆ ส่วนเอ็งก็ดูแลนางฟ้าเอาไว้ให้ดี” ซะละบอกแล้วออกไปสั่งการ

สายชลกลับไปหานางฟ้าที่อยู่กับอารีฟะที่ทับ ย้ำกับนางฟ้าว่า ให้สัญญาว่าจะไม่ไปไหนโดยไม่มีตนไปด้วย นางฟ้าสัญญา ทำให้สายชลยิ้มออกแต่ก็ยังกังวลไม่หาย

ooooooo

คืนนี้ ในขณะที่ริมหาดมีการร้องรำทำเพลงฉลองกันอย่างอึกทึกนั้น ที่ท้ายเกาะมีการเคลื่อนไหวของพวกยาซะอย่างเป็นกระบวนการ มีเครื่องบินสะเทินน้ำสะเทินบกแล่นมาจอดในทะเลแล้วหย่อนเรือยางลงมา ยศกับลูกน้องนั่งเรือยางมาขึ้นเกาะอย่างรวดเร็วชำนาญ
ที่นั่น มีชาวเกาะคนหนึ่งเห็นการเคลื่อนไหวนั้น รีบวิ่งกลับไปหาซะละอย่างตื่นตกใจ

เมื่อได้เวลาลอยกระทงข้าวตอกดอกไม้ ชาวเกาะลอยกระทงกันเป็นคู่ๆ นางฟ้าลอยกับสายชล นางฟ้าภาวนาขอกระทงอย่าลอยกลับมาเลย พูดไม่ทันขาดคำ กระทงของนางฟ้าก็ถูกคลื่นซัดเข้ามา  นางฟ้าหันมองสายชลใจคอไม่ดี

ยาซะซึ่งชำนาญเส้นทางบนเกาะ นำยศกับลูกน้องทั้งสองฝ่ายแอบไปที่ทับของสายชล ปรากฏว่าไม่มีใครอยู่ แต่พอมันหันกลับ ก็ผงะเมื่อเจอซะละกับชาวเกาะมาล้อมไว้ แต่ยาซะยังทำปากกล้าถามว่า สายชลเอานางฟ้าไปไว้ที่ไหน

เมื่อชาวบ้านไม่บอก มันขู่ว่า ถ้าไม่บอกจะยิงทิ้งทีละคน ทำเอายศตกใจรีบบอกว่า

“จะไม่มีการฆ่าใครทั้งนั้น” แล้วสั่งให้ยาซะเก็บปืน ยาซะเก็บปืนอย่างไม่พอใจ ยศหันไปพูดกับซะละว่า “คุณเป็นหัวหน้าใช่ไหม เราต้องการพาคุณฟ้าลดาหรือนางฟ้าของพวกคุณกลับบ้าน ตอนนี้พี่สาวคุณฟ้าลดาเป็นห่วงน้องสาวเขามาก กรุณาบอกเถอะครับว่าคุณฟ้าลดาอยู่ที่ไหน”

ซะละบอกว่าพวกเราไม่รู้จริงๆ ยาซะหุนหันฮึดฮัดบอกว่าพูดกับพวกนี้เสียเวลาเปล่าๆ ตนรู้จักเกาะนี้ทุกตารางนิ้ว เชื่อว่าสายชลไม่มีทางพานางฟ้ารอดพ้นสายตาตนได้ แล้วสั่งหมึกกับฉลามให้เฝ้าพวกชาวบ้านไว้ ถ้าเห็นใครตุกติกยิงได้เลย

ยาซะกระชับปืนจนยศไม่กล้าคัดค้าน ยาซะหันไปสั่งลูกน้องยศสองคนให้ตามตนไป ยศหันไปเห็นหมึกกับฉลามเอาปืนออกมา พวกชาวบ้านพากันหน้าเสีย

ooooooo

เช้าแล้ว...สายชลพานางฟ้าหนีไปทางลานหินลอย นางฟ้าเหน็ดเหนื่อยมากจนสายชลต้องคอยประคองให้กำลังใจขอให้อดทนอีกนิด นางฟ้าพยักหน้า แต่พอเดินไปไม่เท่าไหร่ เสื้อเธอก็เกี่ยวกิ่งไม้จนขาด สายชลประคองเธอให้เดินต่อไปโดยไม่รู้ว่าเสื้อขาดเกี่ยวกิ่งไม้อยู่

สายชลพานางฟ้าไปหลบอยู่ในถ้ำ หักกิ่งไม้มาปิดทางเข้าถ้ำไว้ บอกนางฟ้าว่า

“ตรงนี้ถ้าใครไม่สังเกตดีๆจะไม่รู้ว่ามีถ้ำ พวกมันไม่มีทางหาเราเจอแน่ๆ”

นางฟ้าได้ยินเสียงบางอย่างถามว่านั่นเสียงอะไร

สายชลบอกว่าเสียงคลื่น บอกว่า

“ถ้าเราปีนลงไปด้านล่าง จะมีทางออกไปทะเล นางฟ้าเข้ามานั่งด้านในเถอะ” สายชลพาเธอเข้าไปด้านใน ทั้งสองกอดกันด้วยสีหน้ากังวล

ที่แถวลานหินลอย ยาซะตามมาเจอเศษเสื้อของนางฟ้าที่เกี่ยวกิ่งไม้อยู่ มันพึมพำอย่างสะใจว่า

“คิดว่าจะหนีกูพ้นเหรอ” แล้วรีบเดินไปข้างหน้า

สายชลกับนางฟ้าหลบอยู่ในถ้ำ เขาได้ยินเสียงฝีเท้าคน รีบออกไปดูที่ปากถ้ำ เห็นยาซะกับลูกน้องยศสองคนเดินมาทั้งสองตกใจ สายชลเครียดคิดหาทางแก้ปัญหา ครู่หนึ่งหันถามนางฟ้าว่า

“นางฟ้าพร้อมจะเสี่ยงกับสายชลไหม”

นางฟ้ากระชับมือสายชลแน่นแทนคำตอบ

ooooooo

ยาซะพาลูกน้องสองคนมาถึงปากถ้ำ มันเชื่อว่าสายชลกับนางฟ้าต้องอยู่ในถ้ำนี้ สั่งให้รื้อกิ่งไม้ที่ปิดปากถ้ำทิ้ง แต่พอเข้าไปดูไม่พบอะไรเลย

สายชลพานางฟ้าดำน้ำออกไปในทะเล เขาบอกเธอว่า

“พวกมันต้องคิดไม่ถึงแน่ๆว่าเราจะดำน้ำออกมาจากใต้ถ้ำ”

แต่ปรากฏว่า ยาซะพาลูกน้องปีนหน้าผาลงมา นางฟ้าตกใจถามว่าเราจะหลบไปทางไหนดี สายชลเห็นแง่งหินยื่นออกมาจึงพาเธอว่ายไปหลบที่ใต้แง่งหินนั้น  ทำให้ยาซะมองไม่เห็น แต่มันยังไม่ยอมแพ้ พาลูกน้องไปดูอีกทางหนึ่ง

สายชลกับนางฟ้าโล่งใจนึกว่าปลอดภัยแล้ว พากันออกจากแง่งหินขึ้นไปที่ริมหาด ปรากฏว่ายาซะมาดักอยู่ที่นั่น มันท้าว่าแน่จริงวิ่งเลย แต่เอาปืนเล็งไว้ ทำให้สายชลไม่กล้าเสี่ยง ถามมันว่าต้องการอะไรแน่

ยาซะบอกว่าต้องการตัวนางฟ้าหรือฟ้าลดากลับบ้าน ส่วนตัวสายชลมันพูดอย่างเหยียดหยันว่า ให้กลับไปอยู่กับเผ่าพันธุ์ของตัวเองเสีย

เป็นตายอย่างไรสายชลก็ไม่ยอมให้พรากนางฟ้าไปจากตน เขาถูกยาซะกับลูกน้องสองคนรุมซ้อมอย่างหนัก จนนางฟ้าทนดูไม่ได้ บอกให้หยุด ตนยอมไปด้วยแล้ว

สายชลตกใจกำทรายปาใส่หน้ายาซะ มันแสบตาจึงปล่อยนางฟ้า สายชลอาศัยจังหวะนั้นพุ่งเข้าแย่งปืน ทั้งสองแย่งปืนกันจนมีเสียงปืนลั่นขึ้น ต่างหยุดชะงัก

ที่ริมหาด พวกชาวบ้านได้ยินเสียงปืน ต่างเป็นห่วงสายชลกับนางฟ้า อาศัยจังหวะที่หมึกกับฉลามชะงักฟังเสียงปืนโถมเข้าแย่งปืนมัน แล้วชวนกันรีบวิ่งไปดูสายชลกับนางฟ้า

หลังตั้งสติได้ ทั้งยาซะและสายชลต่างก้มมองตัวเอง ปรากฏว่าสายชลถูกยิงที่ท้องเลือดทะลัก กระนั้นเขาก็ยังกัดฟันต่อสู้ไม่ยอมให้ยาซะพรากนางฟ้าไป

แต่เพราะบาดเจ็บและถูกรุม ทำให้สายชลอ่อนล้าในที่สุดก็ถูกลูกน้องยาซะจับล็อกไว้ ส่วนยาซะก็กระชากนางฟ้าไป นางฟ้าเป็นห่วงสายชลหันมาร้องตะโกน “อย่าทำสายชล...อย่าทำสายชล”

พวกซะละตามมา เห็นนางฟ้านั่งเรือไปที่เครื่องบินสะเทินน้ำสะเทินบกที่จอดอยู่กลางทะเล สายชลมองตามหัวใจแทบสลาย...ดวงตาเขาค่อยๆฝ้าฟางแล้วปิดสนิทพร้อมกับหมดสติไปที่ริมหาดนั่นเอง

ooooooo

เพียงไม่กี่อึดใจ นางฟ้าหรือฟ้าลดา ก็ถูกนำตัวมาถึงกรุงเทพฯในสภาพหมดสติ ร่างกายฟกช้ำทรุดโทรมอย่างหนัก ชมพูแพรมาเห็นสภาพของน้องถึงกับร้องไห้ ถามยศว่า “ทำไมน้องฉันเป็นแบบนี้”

“ไม่ทราบครับ” ยาซะตอบแทน ยศชะงักมองงงๆ “ตอนพวกผมไปถึงคุณฟ้าลดาก็อยู่ในสภาพนี้แล้ว ไม่รู้ผัว...เอ่อ...สามีของคุณฟ้าลดาทำอะไรเธอรึเปล่า เพราะไอ้หมอนั่นมันไม่ใช่คนดี”

ยศมองยาซะอึ้งกับการปั้นน้ำเป็นตัวของมัน แต่ยาซะทำไม่รู้ไม่ชี้ ส่วนชมพูแพรด่าอย่างโกรธแค้นมาก

“สารเลว” เธอหันถามหมอวัฒนาว่า “ยัยฟ้าจะเป็นอะไรไหมคะหมอ”

หมอวัฒนาจับชีพจรบอกว่า “ชีพจรเต้นปกติ แต่ต้องไปตรวจละเอียดที่โรงพยาบาลอีกที ผมว่าเรารีบพายัยฟ้าไปโรงพยาบาลดีกว่าครับ”

บุรุษพยาบาลเข็นเตียงฟ้าลดาเข้าไป หมอวัฒนากับชมพูแพรรีบตามไปติดๆ ที่นั่นจึงเหลือแต่ยศกับยาซะยืนเผชิญกัน

“ฉันชักสงสัยแล้วว่า ใครกันแน่ที่ไม่ดี...แกหรือคนบนเกาะนั่น”

“ทางที่ดี อย่ามีใครพูดอะไรดีกว่า เพราะผมอยากเจอคุณครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้าย” ยาซะยิ้มเยาะพลางขยับแจ็กเกตให้เห็นด้ามปืนอยู่ข้างใน ทำให้ยศหน้าเสียไม่กล้าพูด

อะไรอีก ได้แต่มองยาซะเดินกร่างออกไปกับหมึกและฉลาม

ooooooo

ร่างหมดสติโชกเลือดของสายชลถูกนำกลับมาที่บ้านของเขา ปีร์กะจะลงมือผ่าตัด มามิถามว่าป้าเคยทำเหรอ  ปีร์กะบอกว่าไม่เคยทำ แต่ทำหรือไม่ทำสายชลก็มีโอกาสตายเท่ากัน

ขณะที่สายชลได้รับการผ่าตัดสดๆจากปีร์กะที่บ้านจนสามารถเอากระสุนออกมาได้ แต่เขายังไม่ฟื้นนั้น ฟ้าลดาได้รับการปฐมพยาบาลอย่างดีเยี่ยมในโรงพยาบาลที่ทันสมัย

ชมพูแพรติดตามอาการของน้องตลอดเวลา เมื่อหมอวัฒนาออกมา เธอรีบเข้าไปถามว่าฟ้าลดาเป็นอย่างไรบ้าง

“ผมตรวจร่างกายโดยละเอียดแล้ว ไม่พบอะไรน่าเป็นห่วงร่างกายของน้องฟ้าแข็งแรงมาก ตอนนี้ก็ต้องรอให้น้องฟ้าฟื้นขึ้นมาอย่างเดียวครับ”

ชมพูแพรถามกลัวๆกล้าๆว่า น้องไม่ได้ท้องใช่ไหม

“ไม่ครับ น้องฟ้าไม่ได้ท้องและไม่มีแนวโน้มว่าจะท้องด้วย”

ชมพูแพรถอนใจเบาๆแล้วขอหมอวัฒนาเข้าไปหาน้อง เมื่อหมออนุญาต เธอรีบไปหมอตามไปด้วย

ooooooo

ตอนที่ 3

เช้าวันรุ่งขึ้น แตลอยมายืนตะโกนเรียกสายชลที่หน้าบ้าน สายชลสะดุ้งตื่น รีบลุกไปโผล่หน้าต่างตะโกนบอกว่า เดี๋ยวออกไป โดยไม่รู้ว่าหน้าตาตัวเองถูกนางฟ้าแต้มแต่งไว้สีจัดจ้าน ปากแดงแจ๋ ตาสีฟ้า คิ้วดำเมี่ยม แก้มชมพูแจ๊ด

แตลอยผงะ ขยี้ตาแรงๆพึมพำกับตัวเอง “นี่กูตาฝาดไปป่าววะ”

สายชลยังไม่รู้ตัว รีบตักน้ำบ้วนปาก ล้างหน้าลวกๆ ทำให้เครื่องสำอางที่แต้มไว้บนหน้าเลอะเทอะไปหมด เสร็จแล้วรีบเดินออกไป บอกแตลอยว่าไปได้แล้ว แตลอยมองหน้างงๆย้อนถามว่าแน่ใจว่าจะไปอย่างนี้หรือ

“เออ...เร็วสิ” พูดแล้วก็เดินนำอ้าวไป แตลอยเกาหัวแกรกๆแล้วรีบตามไป

พากันเดินไปจนถึงบริเวณชุมชน พวกสาวๆพากันมองสายชลตะลึงอึ้งจนเขาแปลกใจถามแตลอยเบาๆว่าเขามองอะไรกัน แตลอยบอกว่า “มองแกนั่นแหละ”

แตลอยยังไม่ทันบอกอะไรอีก อารีฟะก็อุ้มหนูแดงออกมา พอเห็นหน้าสายชลก็อุทานเหมือนถูกผีหลอก

“คุณพระช่วย...ทำไมหน้าตาเป็นแบบนี้สายชล...อย่าบอกนะว่าแกเป็นตุ๊ด”

สายชลเหวอไม่รู้ว่าอารีฟะหมายถึงอะไร จนกระทั่งเข้าไปที่หน้าบ้าน อารีฟะเอากระจกให้ส่องดู สายชลถึงกับตาเหลือกหันเล่นงานแตลอยว่าทำไมไม่บอกตน แตลอยยิ้มแหยๆบอกว่าไม่รู้จะบอกยังไง

“แล้วใครทำกับสายชลแบบนี้” อารีฟะถาม สายชล แทบไม่ต้องคิด กำหมัดแน่น นึกถึงนางฟ้าทันที พูดอย่างหัวเสีย

“จะใครซะอีกล่ะ!”

ooooooo

ที่ใต้ต้นมะพร้าว แม่ตัวแสบกำลังหัวเราะขำๆอยู่คนเดียว สวยถามว่าหัวเราะอะไร เธอบอกว่าไม่รู้ มันรู้สึกว่ามีความสุขเลยอยากหัวเราะ พูดแล้วก็หัวเราะคิกๆๆๆ

“นางฟ้า!” เสียงสายชลดังขึ้น ทันทีที่ได้ยินเสียง นางฟ้าตกใจเหมือนวัวสันหลังหวะ ลุกได้ก็วิ่งอ้าวไป สายชล วิ่งตามพลางร้องถาม “จะไปไหนตัวแสบ!”

สวย กอยา และซาติน ที่มาสุมหัวกันอยู่กับนางฟ้า พากันมองงงๆ กอยาถามว่าสายชลกับนางฟ้าเล่นอะไรกัน สวยเองก็ไม่รู้ เลยชวนกันรีบตามไปดูดีกว่า

นางฟ้าวิ่งหนีสายชลเข้าไปในบริเวณชุมชน สายชลวิ่งตามไม่ลดละ เจอซะละกับนาราแบกท่อนไม้เดินมาตามทาง ซะละตกใจร้องลั่น “นางฟ้า ระวัง...”

ช้าไปแล้ว นางฟ้าหยุดไม่ทัน เลยก้มหัวลอดท่อนไม้ไป สายชลวิ่งตะบึงมาเบรกไม่ทัน เลยโดนท่อนไม้ฟาดจนหน้าหงายล้มผลึ่งเห็นดาวเต็มฟ้า มามิโผล่มาเห็น ตกใจตะโกนเรียก “สายชล...” นางฟ้าได้ยินหยุดกึกหันมอง เห็นสายชลนอนแผ่ที่พื้นก็หน้าเสีย

เหตุการณ์วุ่นวายยิ่งขึ้น เมื่อซะละตกใจปล่อยท่อนไม้ทำให้นาราเสียหลักเซแซดๆ แสงดาวกับปีร์กะถือตะกร้าผักมาเห็นนาราก็ตกใจ นาราพยายามประคองท่อนไม้ไว้ไม่ให้หมุนไปฟาดใครเข้า แตลอยตัวยุ่งมาถึงพอดีรีบเข้าไปช่วยจับนารา แต่สะดุดพุ่งถลาเข้าชนปีร์กะเข้าอย่างจัง ปีร์กะเซไปชนแสงดาวทำตะกร้าผักหล่น ผักหกกระจุยกระจาย...

นาราเสียหลักล้มลง ท่อนไม้หล่นทับตีนตัวเองจนร้องจ๊าก บอกให้สวยช่วยที สวยไม่สนใจพ่อเพราะตั้งหน้าตั้งตาแย่งกับมามิเข้าไปหาสายชล

นางฟ้าที่หยุดดูเหตุการณ์อยู่ เห็นเรื่องวุ่นวายกันใหญ่โตดูท่าไม่ดี เลยย่องหนีไป สายชลลุกขึ้นมองหาไม่เจอ เขาบ่นอย่างหัวเสีย “ตัวต้นเหตุหายไปไหนแล้ว”

ooooooo

สายชลโมโหมากทั้งเจ็บตัวทั้งเจ็บใจ เดินอ้าวกลับบ้านหมายคิดบัญชีกับนางฟ้าเสียให้เข็ด แต่พอเข้าบ้านมองหาไม่เห็นร้องเรียกก็ไม่ตอบ เลยแกล้งพูดว่าไม่อยู่ก็ดีแล้วตนจะออกข้างนอกดีกว่า เขาแกล้งเปิดประตูแล้วปิดปัง ทำเหมือนออกไปแล้ว

นางฟ้าซ่อนอยู่ใต้เตียง ได้ยินเสียงพูดและเสียงปิดประตูปังก็นึกว่าสายชลออกไปแล้ว ค่อยๆ คลานออกมากวาดตามองไปรอบๆอย่างระวัง พลันก็สะดุ้งโหยงเมื่อมีมือมาสะกิดไหล่ หันไปเห็นสายชลก็ตั้งท่าจะวิ่งหนี

ช้าไปแล้ว เพราะสายชลคว้าแขนไว้กระชากอย่างแรง แต่แรงไปหน่อยนางฟ้าเลยถลาเข้าไปติดตัวเขา สายชลเป็นฝ่ายตกใจอึ้งไปเอง แล้วรีบผละออก ทำเสียงเข้มปราม “หนีสายชลไม่พ้นหรอก...”

นางฟ้าถูกสายชลเอาตัวไปที่แปลงผัก ที่ซะละ แสงดาว นารา มามิ และปีร์กะกำลังเก็บผักอยู่ เขาบอกให้นางฟ้าขอโทษทุกคน แต่ไม่มีใครโกรธเธอ และให้อภัย สายชลไม่ยอมยืนยันต้องลงโทษที่เธอทำให้ทุกคนวุ่นวายไปหมด

วิธีลงโทษของสายชลคือ ให้นางฟ้าเก็บผักแทนพวกซะละ ส่วนตัวเองนอนเปลญวนใต้ต้นไม้คอยมองไม่ให้นางฟ้าอู้งาน พอโดนค้อนก็พูดขู่ขำๆว่า

“เอ้า...ค้อนอยู่นั่นแหละ ตาเหล่ไม่รู้ด้วยนะ”

ไม่เพียงเท่านั้น ยังสั่งให้ไปกวาดใบไม้ที่ลานหมู่บ้าน โดยตัวเองนอนเอกเขนกคุมตามเคย ขู่ว่าถ้ากวาดใบไม้ไม่หมดวันนี้ไม่ให้กินข้าว

นางฟ้ากวาดไปเจอขี้แพะ เธอไม่รู้จักหยิบขึ้นมาดู แหงนมองต้นไม้เห็นมีผลไม้เล็กๆอยู่เต็มต้นก็นึกว่าขี้แพะ

คือผลไม้ที่หล่นลงมา เลยลองชิม ทำหน้าเหยเก บ่นว่ารสมันแปลกๆ

สายชลเห็นแต่ร้องห้ามไม่ทัน บอกเธอว่านั่นมันขี้แพะ แล้วอดหัวเราะขำไม่ได้ นางฟ้างอนถามว่ารู้แล้วทำไมไม่บอกกัน สายชลบอกว่า “ก็กำลังจะบอก แต่บอกไม่ทัน คนอะไรกินขี้แพะ ฮ่าๆๆๆ”

ขณะสายชลอ้าปากกว้างหัวเราะนั่นเอง นางฟ้าหยิบขี้แพะปาเข้าปากเขาพอดี สายชลหุบปากเพราะเธอปาขี้แพะเข้าปากลงไปถึงคอเลย ถามว่าปาอะไรมา

“ขี้แพะไง ฮ่าๆๆๆ” นางฟ้าหัวเราะทีหลังดังกว่า เห็นสายชลวิ่งไปอ้วกก็ยิ่งขำ

ooooooo

ตกบ่าย สายชลพานางฟ้าไปที่ริมผา ชี้ให้เธอดูหอยเม่นใต้น้ำ บอกว่า มันคือหอยเม่นที่มีหนามแหลมๆ รอบตัวพลางส่งถุงมือให้บอกว่า เราจะลงไปเก็บหอยเม่นกัน เตือนให้ระวังอย่าโดนหนามเข้าล่ะ เพราะว่ามันมีพิษ

“ถ้านางฟ้าเก็บหอยเม่นได้มากกว่าสายชล สายชลจะหยุดลงโทษนางฟ้า” สายชลบอก

ทั้งสองใส่ถุงมือดำลงไปเก็บหอยเม่น ปรากฏว่าสายชลเก็บได้มากกว่า 1 ตัว นางฟ้าเลยแพ้ แต่นางฟ้าเล่นบทขี้แพ้ชวนตี อ้างว่า สายชลแข็งแรงกว่าก็ต้องชนะอยู่แล้ว พาลหยิบหอยเม่นปาใส่เขา แต่ลืมใส่ถุงมือเลยถูกหอยเม่นตำร้องลั่น

สายชลตกใจรีบจับมือขึ้นมาดู นึกสงสารแต่ก็บ่น ถามว่าจะสมน้ำหน้าดีไหมที่เตือนแล้วไม่ระวังเอง

จนเย็นพากลับบ้าน นางฟ้ายังเจ็บมืออยู่ เขาบอกว่าอดทนหน่อยพรุ่งนี้ก็คงดีขึ้น แล้วนึกได้ว่าตั้งแต่กลางวันเธอยังไม่ได้กินอะไรเลย จึงจัดหาอาหารมากินกัน นางฟ้ายังเจ็บมือกินข้าวไม่ถนัดจนปากเลอะเทอะ สายชลจึงป้อนให้ป้อนเธอคำตัวเองคำ

“รีบๆกินเข้า กินเสร็จสายชลจะพานางฟ้าไปดูอะไรบางอย่าง”

สิ่งที่สายชลพาไปดูคือชิงช้าที่เขาซ่อมเสร็จแล้วนั่นเอง นางฟ้าดีใจมากขึ้นนั่งชิงช้าชมว่า

“สายชลรู้ไหม ว่าสายชลเป็นคนที่น่ารักที่สุดในโลก” แล้วขอให้เขาไกวชิงช้าให้

นั่งชิงช้าอยู่นานจนสายชลชวนกลับกันเถอะตนง่วงแล้ว นางฟ้ายังติดใจ ไม่ยอมกลับ แหงนมองท้องฟ้าเห็นดวงดาวพราวเต็มฟ้า ก็รบเร้าสายชลอ้อนว่าอยากได้ดาวให้ไปเอามาให้หน่อยได้ไหม

สายชลบอกว่าไม่ได้ เพราะดวงดาวอยู่ในจักรวาล เราต้องนั่งจรวดถึงจะไปจักรวาลได้ แต่ตนไม่อยากไปเพราะไม่รู้ว่าโลกภายนอกมีอะไรบ้าง ที่นี่เป็นบ้านเกิดของตน พ่อแม่ของตนอยู่ที่นี่ แล้วก็...ตายที่นี่...

พูดถึงพ่อแม่แล้วเขาก็เศร้าไปถนัด นางฟ้าพลอยเศร้าไปด้วยถามว่า “พ่อกับแม่สายชลตายแล้วเหรอ”

“ฮื่อ...พายุพังบ้านสายชล แล้วมันก็เอาพ่อกับแม่ของสายชลไปด้วย สายชลพยายามจะช่วยพ่อกับแม่ แต่ตอนนั้นสายชลยังเด็กมาก สายชลได้แต่มองพ่อกับแม่ตายไปตรงหน้า” เสียงเขาสั่นเครือ มือกำแน่น น้ำตาคลอ จนนางฟ้ามองซึม...

ooooooo

ฟังสายชลเล่าเรื่องพ่อกับแม่แล้ว นางฟ้าเปรียบเทียบกับตัวเองว่าเขายังดีที่ได้เห็นหน้าพ่อแม่ แต่ตนจำไม่ได้เลยว่าตัวเองมีพ่อกับแม่หรือเปล่า พ่อแม่ ตนหน้าตาเป็นยังไง แล้วตอนนี้พ่อกับแม่ตนอยู่ที่ไหน... พูดแล้วก็ร้องไห้ สายชลเช็ดน้ำตาให้ปลอบโยนว่า

“ถึงนางฟ้าจะจำพ่อกับแม่ตัวเองไม่ได้ แต่นางฟ้าก็ยังมีสายชล ครอบครัวของสายชล ก็คือนางฟ้า”

นางฟ้ายิ้มออก พูดด้วยน้ำเสียงแจ่มใสขึ้นว่า “ครอบครัวของนางฟ้าก็คือสายชล” สายชลย้ำว่าเราจะอยู่ด้วยกันที่นี่ตลอดไป นางฟ้าบอกให้เขาสัญญา

“สัญญา สายชลกับนางฟ้าจะอยู่ที่นี่ด้วยกันตลอดไป”

“สัญญา” นางฟ้าพูดสบตากันดวงตาแจ่มใส สายชลจับหัวนางฟ้าซบที่ไหล่ตัวเอง ทำให้เธอรู้สึกอบอุ่นขึ้นมาอย่างประหลาด เหลือบมองหน้าสายชลแล้วยิ้มด้วยความรู้สึกดีๆ อย่างไม่เคยมีมาก่อน...

ooooooo

ชมพูแพรกับหมอวัฒนา ยังออกตามหาฟ้าลดาไม่ลดละ วันนี้ก็พากันไปไหว้พระอธิษฐานขอให้ตามเจอน้อง หมอวัฒนาเห็นเธอหน้าซีดๆ ถามว่าไม่สบายอีกหรือเปล่า เธอปฏิเสธ บอกว่าตนไม่อยากรู้สึกหมดหวัง แต่พอมาถึงวันนี้ก็นึกถึงอย่างที่ตำรวจบอก...น้องอาจจะตายไปแล้ว...ตนรู้สึกผิดกับน้อง พูดแล้วร้องไห้ จนหมอวัฒนาดึงเข้าไปกอดปลอบ

เมื่อทำใจให้เข้มแข็งได้แล้ว ชมพูแพรบอกว่า ต่อไปจะไม่ท้อ เราจะตามหาฟ้าลดากันต่อไป แล้วจับมือกันเดินออกไปอย่างมุ่งมั่น

ทั้งสองพากันไปที่ท่าเรือ ชมพูแพร หมอวัฒนา และตำรวจที่ไปด้วย ต่างเอารูปของฟ้าลดาให้ชาวประมงและคนที่ท่าเรือดู แล้วก็ต้องออกมาอย่างผิดหวังทุกครั้ง

ขณะเดินออกจากชาวประมงรายสุดท้ายนั้น ทั้งสองเห็นยาซะกำลังเดินอยู่ แต่พอจะเดินไปหา มือถือของชมพูแพรก็ดังขึ้นเสียก่อน

คุยโทรศัพท์แล้ว เธอบอกหมอวัฒนาหน้าตาเคร่งเครียดว่า ตนต้องรีบกลับกรุงเทพฯแล้ว เพราะหญิงฉวยโอกาสที่ตนไม่อยู่เล่นตุกติก ตอนนี้โรงแรมกำลังจะถูกโอนเป็นชื่อของหญิงคนเดียว บอกหมอวัฒนาแล้วก็เดินเลี่ยงออกไปโทร.ขอเลื่อนวันเดินทางกลับกรุงเทพฯกับสายการบิน ย้ำว่าต้องการไฟลต์เร็วที่สุด

ขณะทั้งสองกำลังร้อนใจเรื่องที่กรุงเทพฯนั้น ข้างหลังของทั้งสอง ยาซะ หมึก และฉลามก็ออกเรือไปแล้ว

ooooooo

ทันทีที่กลับถึงกรุงเทพฯ ชมพูแพรตรงดิ่งไปที่โรงแรม บอกให้หมอวัฒนารอข้างนอกตนจะเข้าไปคนเดียวเพราะเป็นเรื่องระหว่างตนกับหญิงสองคนเท่านั้น

ชมพูแพรถูกพนักงานกันไม่ให้เข้าไปในโรงแรม เธอไม่สนใจเดินลุยตรงไปที่ห้องประชุม เจอหญิงพอดี หญิงบอกให้ รปภ.ออกไปได้แล้ว จากนั้นเธอก็เผชิญหน้ากับชมพูแพร พูดกันอย่างไม่เหลือความเป็นเพื่อน

หญิงอ้างว่าเราสร้างโรงแรมนี้มาด้วยกัน แต่ตลอดเวลาที่ผ่านมาเธอชอบแสดงให้คนอื่นเห็นว่าตัวเองเป็นเจ้าของโรงแรมแต่เพียงผู้เดียว ชมพูแพรบอกว่าตนไม่เคยคิดแบบนั้น หญิงไม่เชื่อเพราะรู้ “สันดาน” เธอดี ตัดบทว่า

“ฉันทุ่มเทแรงกายแรงใจให้โรงแรมนี้มากกว่าเธอ เพราะฉะนั้นโรงแรมนี้ควรเป็นของฉัน ไม่ใช่สิ โรงแรมนี้ต้องเป็นของฉัน...”

ชมพูแพรถามว่าเธอต้องการแบบนี้ใช่ไหม ถ้างั้นเตรียมตัวไว้ ประกาศว่า “ฉันจะกลับมาทวงโรงแรมของฉันคืน”

“ถ้าเธอมีเงินสัก 500 ล้านแล้วค่อยมาว่ากัน ตอนนี้เชิญออกไปจากโรงแรมฉันได้แล้ว” หญิงไล่

ชมพูแพรออกมาด้วยความแค้นแน่นอก หญิงมองตามอย่างสะใจ

ออกมาเจอหมอวัฒนา เธอร้องไห้โฮ บอกหมอว่าตนไม่เหลืออะไรแล้ว หมอวัฒนากอดเธอไว้อย่างปลอบใจ

ooooooo

ที่เกาะมิน นางฟ้ายังคงสนุกกับชีวิตที่ลืมหมดทุกอย่างในอดีต ความนึกคิดเหมือนเด็กไร้เดียงสาจนสายชลปวดหัว

วันนี้เธอเก็บเสื้อให้สายชล เห็นเสื้อเขาขาด นึกอะไรได้ เอาเสื้อลายดอกของตัวเองมาขลิบที่ชายเอามาทาบที่รอยขาด พลันก็ตกใจรีบเอาซ่อนไว้ในตะกร้า เมื่อได้ยินเสียงสายชลร้องเรียกแล้วเดินเข้ามา ถามว่าทำอะไรอยู่

นางฟ้ารีบลุกขึ้นเดินออกไปบอกว่าจะไปเก็บผัก สายชล เห็นตะกร้าใส่ผักวางอยู่ก็บ่นขำๆว่าไปเก็บผักแล้วไม่เอาตะกร้าไป พลางหยิบตะกร้าขึ้นดูก่อนเดินตามไป

นางฟ้าเดินมาได้ยินเสียงนารากับอารีฟะอยู่หลังพุ่มไม้ สงสัยเลยแอบดู  เห็นทั้งสองกำลังจู๋จี๋กันประสาผัวเมีย นางฟ้าตกใจอ้าปากจะร้อง สายชลมาถึงพอดีรีบเอามือปิดปากเธอไว้แล้วลากออกจากตรงนั้น

นางฟ้าสงสัยตามเคยถามว่าเมื่อกี้นี้นารากับอารีฟะทำอะไรกัน สายชลตอบแบบผ่านๆไปว่าเขาจูบกันอยู่

นางฟ้ามองเขาตาแป๋วถามว่าทำไมต้องจูบ รบเร้าคาดคั้นจนสายชลจำต้องบอกว่าเป็นการแสดงความรักต่อกัน

“คนรักกันต้องกอดกันแล้วก็จูบกัน” นางฟ้าพึมพำ

“แต่คนที่จะกอด จะจูบกันได้ นอกจากเป็นคนรักกันแล้ว ยังต้องเป็นผัวเมียกันอีกด้วย” สายชลรีบบอกกลัวเธอจะไปทำอะไรแบบที่เอาหมอนไปซักอีก นางฟ้าฟังทำหน้างงๆ พึมพำคำว่า “ผัวเมีย...”

ที่ใต้ต้นมะพร้าว สวยทำตัวเป็นผู้รู้เรื่องชีวิตแบบผัวๆเมียๆ สุดท้ายพูดขู่นางฟ้าว่า ถ้าวันใดตนได้แต่งงานกับสายชล ก็ต้องอยู่กันสองคนประสาผัวเมียตามประเพณีของชาวเกาะ แล้วนางฟ้าก็ต้องออกจากบ้านนี้ไป

“สายชลไม่มีทางเอาสวยเป็นเมียหรอก” นางฟ้าเถียง เพราะ “สายชลบอกว่านางฟ้าเป็นคนในครอบครัวของสายชลแล้วสายชลก็สัญญากับนางฟ้าว่าเราจะอยู่ที่นี่ อยู่ด้วยกันตลอดไป เพราะฉะนั้น สายชลไม่มีทางให้ไปอยู่ที่อื่น”

พูดแล้วนางฟ้าก็เดินงอนๆไป สวยมองเหวอ กอยากับซาตินแอบขำ แต่พอสวยมองตาเขียวก็หุบปากเงียบ

กลับมาถึงบ้าน เห็นสายชลหลับสนิทอยู่ นางฟ้าย่องไปหยิบตะกร้าใส่ผัก เอาเสื้อสายชลมาปะอย่างตั้งอกตั้งใจ ถูกเข็มตำมือหลายครั้งก็ยังอดทนปะจนเสร็จ

ooooooo

รุ่งขึ้น สายชลตื่นขึ้นมาไม่เห็นนางฟ้า ได้ยินเสียงเจ้าแก้วตา นกแก้วแสนรู้ร้อง “หิว...หิว...” สายชลเลยไปหยิบอาหารจะมาเทให้ จับพลาดอาหารหกรดเสื้อเปื้อน เขาจึงไปหยิบเสื้อมาเปลี่ยน มามิที่มาหาแต่เช้า เจอสายชลกำลังถอดเสื้อจะเปลี่ยน เห็นกล้ามเป็นมัดๆ เห็นเขาอยู่คนเดียวด้วย เป็นโอกาสทองแท้ๆ จะเข้าไปปล้ำ

นางฟ้าที่ไปหลับอยู่หลังบ้านตื่นขึ้นมา มองเสื้อในมือแล้วยิ้มอย่างดีใจ บอกตัวเองว่าสายชลต้องชอบแน่ๆ ถือเสื้อเดินเข้าไป เจอมามิกำลังปล้ำจูบสายชลพอดี

นางฟ้านึกถึงคำพูดของสวยที่บรรยายความเป็นผัวเมียกันให้ฟังที่ใต้ต้นมะพร้าว นึกถึงที่สวยบอกว่าถ้าสายชลมีเมียเธอก็ต้องถูกเฉดออกจากบ้าน แต่พอนึกถึงคำมั่นสัญญาของสายชลที่บอกว่าเราจะอยู่ด้วยกันที่นี่ตลอดไป นางฟ้าก็รับไม่ได้มองภาพตรงหน้ากำมือแน่น เสียใจอย่างที่สุด

เป็นจังหวะที่สายชลผลักมามิออก เห็นนางฟ้าเข้าพอดี เขาเป็นห่วงความรู้สึกของเธอ รีบเดินไปหา

“สายชลโกหก ไหนสายชลบอกว่าเราเป็นครอบครัวเดียวกัน ไหนบอกว่าจะอยู่กับนางฟ้าตลอดไป” ต่อว่าแล้ววิ่งร้องไห้ออกไป สายชลร้องเรียก วิ่งตามไป

มามิมองเหวอร้องถามว่า สายชลจะไปไหน จะไปไหน...

แล้ววิ่งตามไปกอดสายชลไว้ บอกว่าเราต้องเป็นผัวเมียกันเพราะเขาจูบตนแล้ว สายชลบอกว่าเธอจูบตนต่างหาก แกะมือมามิออกแล้ววิ่งตามนางฟ้าไป

ooooooo

นางฟ้าวิ่งไปริมหาด เจอเรือจอดอยู่ก็กระโดดลงเรือพายออกไปสุดแรง สายชลกระโดดลงเรืออีกลำตามไป เมื่อตามทันก็ดึงเรือไว้ นางฟ้าเอาพายฟาดมือ แม้จะเจ็บแต่สายชลก็คว้าพายขว้างทิ้งไป แล้วกระโดดข้ามไปที่เรือของนางฟ้า

ทั้งคู่ยื้อยุดกันในเรือจนเรือล่ม พอนางฟ้าโผล่พ้นน้ำก็จะว่ายหนี ถูกสายชลคว้าตัวเข้าไปกอด ดุว่าทำอะไรให้หัดคิดเสียบ้าง ถ้าเธอเป็นอะไรไปตนจะอยู่ได้ยังไง

นางฟ้าต่อว่าสายชลว่าไม่รักษาสัญญา คร่ำครวญว่าถ้าสายชลเป็นผัวเมียกับมามิแล้ว  ตนต้องถูกไล่ออกจากบ้าน แล้วตนจะไปอยู่ที่ไหน ตนกลัวไม่กล้าอยู่คนเดียว พูดไปร้องไห้ไปอย่างน่าสงสาร สายชลเช็ดน้ำตาให้ชี้แจงว่า

“สายชลกับมามิไม่ได้เป็นผัวเมียกัน สายชลไม่ได้รักมามิ” นางฟ้าหยุดร้องไห้ถามว่าจริงหรือ “จริงสิ สายชลสัญญาว่าจะไม่ทิ้งนางฟ้าเราจะอยู่กันไปอย่างนี้เรื่อยๆดีไหม”

นางฟ้าถามว่าแล้วเขาจะไม่รักใครหรือ หรือว่าจนกว่าจะเจอคนที่ใช่เราถึงจะรู้ว่ารัก เหมือนอย่างที่เขาเคยบอกตน

“ใช่ และถึงสายชลจะรักใครนะ สายชลก็จะไม่ปล่อยให้นางฟ้าอยู่คนเดียว”

ทั้งคู่ยิ้มให้กันอย่างอบอุ่น มีความสุขกับคำมั่นสัญญาและความรู้สึกที่มีต่อกัน

ดังนั้น เมื่อกลับถึงบ้าน เจอมามิหิ้วปิ่นโตมาส่งสายชล นางฟ้าจึงบอกมามิว่าเลิกตื๊อสายชลได้แล้วเพราะสายชลไม่ได้รักเธอ มามิไม่เชื่อถามสายชลว่าพูดอย่างนั้นจริงหรือ พอสายชลบอกว่าจริง เธอก็แผดเสียงเหมือนคนบ้าใส่ทั้ง

สองคน กระทืบเท้าเร่าๆวิ่งกลับไป แต่พอกลับมาถึงหน้าบ้านมามิหยุดคำรามเบาๆอย่างหมายมาดว่า

“นางฟ้านะนางฟ้า ไม่ช่วยกันเล้ย...ยังไงฉันก็ไม่มีวันล้มเลิกความตั้งใจง่ายๆหรอก สายชลต้องเป็นผัวฉันคนเดียวเท่านั้น!”

ส่วนสายชล พอมามิไปแล้วก็นึกได้ หยิบเสื้อที่นางฟ้าปะให้ออกมาถามว่า

“นางฟ้าทำให้สายชลเหรอ” พอเธอพยักหน้า เขายิ้มจับมือเธอขอบใจ แต่ไปจับถูกนิ้วที่ถูกเข็มตำ เธอร้องโอ๊ย... พอรู้ว่าเธอถูกเข็มตำเพราะปะเสื้อให้ตน สายชลก็ยิ่งซึ้งใจ ลูบหัวโอ๋ แค่นั้นนางฟ้าก็ยิ้มแฉ่งแล้ว พูดอย่างดีใจว่า

“ไม่เป็นไร นางฟ้าไม่เจ็บ นางฟ้าดีใจที่สายชลชอบ สายชลใส่สิ นางฟ้าอยากเห็น” พอสายชลใส่ถามว่าหล่อไหม เธอชมว่าหล่อ แล้วหัวเราะกันอย่างร่าเริง

ooooooo

ที่บ้านชมพูแพร ทนายนัดเปิดพินัยกรรม เมื่อชมพูแพรเข้ามานั่ง ทนายถามว่าพร้อมแล้วใช่ไหม แล้วเริ่มอ่านพินัยกรรม

ในพินัยกรรมของนายภมร พิมุขมนตรา ผู้เป็นพ่อ ระบุว่า

1. บ้านที่อยู่ในปัจจุบัน บ้านสวนหลังเล็ก บริษัทฟลายฟาสแอร์ไลน์ เครื่องเพชรทอง และเงินสดจำนวน 1,300 ล้านบาท ขอมอบให้นางสาวฟ้าลดา พิมุขมนตรา

2. กิจการบ้านเช่า และเงินสดจำนวน 300 ล้าน ขอมอบ ให้นางสาวชมพูแพร พิมุขมนตรา

ชมพูแพรนิ่งอึ่งไปครู่หนึ่ง เมื่อทนายอ่านพินัยกรรมจบ เธอเอ่ยขึ้นว่า

“คุณอาคงทราบว่าตอนนี้เรายังหายัยฟ้าไม่พบ ถ้าเกิด...ยัยฟ้าเสียชีวิต ส่วนที่ยัยฟ้าต้องได้จะทำยังไงคะ”

ทนายสมคิดบอกว่าก็ต้องตกเป็นของทายาทลำดับต่อไปซึ่งก็คือตัวเธอนั่นเอง ชมพูแพรถามอีกว่า แล้วถ้าเกิดเราไม่รู้ว่าตอนนี้ฟ้าลดาเป็นหรือตายล่ะ

“ถ้ายังไม่พบคุณฟ้าลดาภายในห้าปี คุณฟ้าลดาก็จะเป็นบุคคลหายสาบสูญ แต่ในกรณีอย่างคุณฟ้าลดาที่หายตัวไปเพราะเรือล่ม คุณชมพูแพรมีสิทธิ์ที่จะยื่นเรื่องให้คุณฟ้าลดาเป็นบุคคลหายสาบสูญภายในหนึ่งปีครับ”

ชมพูแพรฟังทนายสมคิดแล้วนิ่ง แววตาตรึกตรอง

ooooooo

ป้าเนียมเก็บแก้วน้ำเข้าไปไว้ในครัว เจอแหวนสาวใช้รุ่นใหม่เจ๋อเข้ามาสาระแนว่า ชมพูแพรจ๋อยไปเลยที่ได้สมบัตินิดเดียว ป้าเนียมมองหน้าแหวนอย่างตำหนิ ถามว่าไปแอบฟังมาหรือ แหวนแก้ตัวว่าเปล่า แค่บังเอิญได้ยิน

“นังนี่...สาระแนจริงๆ เมื่อไหร่แกจะเลิกมองคุณแพรในแง่ร้ายเสียที” ป้าเนียมฉุน

แหวนยังเถียงว่าตนไม่ได้มองชมพูแพรในแง่ร้าย ถามป้าเนียมว่าไม่เห็นแววตาเธอหรือ มันไม่บริสุทธิ์เหมือนคุณฟ้าลดาเลย ทั้งยังพูดอย่างอวดรู้อวดดีว่า “ก็เพราะงี้แหละคุณผู้ชายกับคุณผู้หญิงถึงรักคุณฟ้ามากกว่าคุณแพร”

แหวนพูดไม่ทันขาดคำก็ถูกป้าเนียมเขกหัวดังโป๊ก ปรามว่าถ้าไม่รู้อะไรอย่าพูด แทนที่จะหยุด แหวนทำตาโตถามว่าป้ารู้อะไรที่ตนไม่รู้เหรอ เลยโดนเขกหัวอีกโป๊กหนึ่งถึงหยุดแหวนได้ แหวนคลำหัวป้อยๆบ่นว่าเขกหัวตนแบบนี้สมองเสื่อมหมด

“ถ้าไม่อยากโดนอีก ก็เลิกเม้าท์เจ้านายได้แล้ว คุณแพรเธอเป็นคนน่าสงสาร แล้วตอนนี้ก็ยิ่งน่าสงสารเข้าไปใหญ่ เสียทั้งคุณพ่อคุณแม่ แล้วคุณฟ้าก็มาหายตัวไปอีก” พูดแล้วป้าเนียมกวาดตามองพวกคนใช้บอกว่า “พวกเราต้องเห็นใจคุณแพรให้มาก มีอะไรที่ช่วยได้ พวกเราต้องช่วย เข้าใจไหม”

ทุกคนพยักหน้ารับ ยกเว้นแหวนที่นั่งคอแข็งหน้างออยู่

ooooooo

ชมพูแพรเข้าไปในห้องนอนตัวเอง หยิบรูปครอบครัวที่มีพ่อ แม่ ฟ้าลดา และตนเอง ถ่ายร่วมกันขึ้นดู อดคิดถึงอดีตไม่ได้...

เวลานั้นเธอเพิ่งอายุได้ 5 ขวบ ลัดดากับภมรไปรับเธอจากสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า เมื่อพี่เลี้ยงจูงเธอมา ลัดดาเป็นคนอุ้มเธอขึ้น ชวนอย่างอบอุ่น เมตตาว่า “มาเป็นลูกของแม่นะลูกนะ”

แต่หลังจากนั้นไม่นาน วันหนึ่งลัดดาก็บอกเธอว่า “ดีใจไหมแพร ลูกกำลังจะมีน้องแล้วนะ” ชมพูแพรไม่ตอบแต่กำมือแน่น ตาแข็งกร้าวอย่างไม่พอใจ

5 ปีผ่านไป ชมพูแพรอายุได้ 10 ขวบ และฟ้าลดาอายุได้ 5 ขวบ เธอแย่งของเล่นกับน้อง เธอดุจนน้องร้องไห้ ภมรมาเจอเข้าเอ็ดชมพูแพรว่า “เราเป็นพี่ ทำไมถึงแย่งของน้อง คืนน้องไปซะ”

ลัดดาขอว่าอย่าดุชมพูแพรเลย ภมรไม่ยอม บ่นอย่างเบื่อหน่ายว่า

“ไม่ได้ เด็กอะไรนิสัยไม่ดี ไม่น่าเอามาเลี้ยงเลยจริงๆ”

นั่นคือตราบาปที่อยู่ในใจของชมพูแพรตลอดมา แต่นั้นมา เธอรู้สึกว่าชีวิตตัวเองเป็นส่วนเกินของครอบครัว

คิดถึงอดีตแล้วก็ตอกย้ำความเหลื่อมล้ำของตนกับฟ้าลดา เธอเดินไปมองตัวเองในกระจกพึมพำอย่างสมเพชตัวเองว่า

“ขนาดพ่อกับแม่ตายไปแล้ว ก็ยังยกทุกอย่างให้ ยัยฟ้ามากกว่าแพร...”

ป้าเนียมมาเคาะประตู ชมพูแพรรีบปรับสีหน้าหันไปดูเห็นป้าเนียมเอาน้ำส้มมาให้ เธอขอบคุณพลางวางกรอบรูปไว้บนชั้น ป้าเนียมถามว่าได้ข่าวฟ้าลดาบ้างหรือยัง เธอส่ายหน้าบอกว่ายังไม่พบเบาะแสอะไรเลย แล้วเล่าว่า

“ใครๆก็บอกให้แพรถอดใจ บอกว่ายัยฟ้าไม่รอด แต่ตราบใดที่ยังไม่พบศพน้อง แพรเชื่อว่าน้องต้องยังไม่ตายค่ะ”

“คุณฟ้าเธอเป็นคนดี เธอต้องไม่เป็นอะไร ส่วนคุณแพร...คุณก็เป็นคนดีเช่นกัน ถึงใครไม่เห็นแต่เบื้องบนต้องเห็นเชื่อป้านะคะ”

ชมพูแพรพยักหน้าน้ำตาไหลด้วยความอัดอั้น  ป้าเนียมขยับเข้ามากอดเธอไว้อย่างให้กำลังใจ ชมพูแพรมองไปทางรูปของฟ้าลดาอย่างครุ่นคิด

ooooooo

ที่เกาะมินวันนี้ ขณะที่สายชลกำลังสอนนางฟ้าเกี่ยวกับการทำธนาคารปูอยู่นั้น สวยก็เดินมาหาอย่างรีบร้อน ขอร้องนางฟ้าให้ช่วยตนด้วย นางฟ้าบอกว่าต้องรู้ก่อนว่าจะให้ช่วยอะไรถึงจะรับปากได้ สวยบอกว่าจะให้นางฟ้าเข้าประกวดธิดาสมุทรในปีนี้ สายชลถามอย่างสงสัยว่านึกยังไงถึงมาชวนนางฟ้าเข้าประกวด

สวยจึงยอมบอกว่า เพราะปีนี้มามิจะเข้าประกวด ตนเชื่อว่าถ้านางฟ้าเข้าประกวดต้องชนะเลิศแน่ๆ แตลอยฟังแล้วเชียร์สุดใจขาดดิ้น ท้าพนันกับสายชลว่า ถ้านางฟ้าชนะสายชลต้องแก้ผ้าวิ่งรอบเกาะ แต่ถ้านางฟ้าแพ้ตนจะแก้ผ้าวิ่งรอบเกาะเอง

สายชลตอบตกลงทันที สวยสัญญาว่าตนจะทำให้นางฟ้าชนะเลิศให้ได้

แสงดาวรับเป็นพี่เลี้ยงให้นางฟ้า นอกจากสอนเดินให้ไม่เป็นม้าดีดกะโหลกแล้วยังจับสอนให้เต้นระบำเกาะมิน

อีกด้วย แสงดาวเต้นให้ดูเป็นตัวอย่าง เธอเต้นได้พลิ้วไหวสวยงามมาก แต่พอนางฟ้าทำบ้างก็แข็งทื่อกระโดกกระเดกขัดๆเขินๆ

“ค่อยๆทำ ไม่ต้องรีบร้อน เราต้องให้ความรู้สึกประสานไปกับท่าเต้น แล้วจะทำให้การเต้นของเรามีเสน่ห์จนไม่มีใครละสายตาไปได้” แสงดาวแนะเคล็ดลับให้

นางฟ้าพยักหน้าแล้วพยายามทำตาม มานิมาแอบดูเห็นนางฟ้าเต้นได้ดีก็กำมือแน่นอย่างแค้นใจ มุ่งมั่นจะเอาชนะนางฟ้าให้ได้

ooooooo

นางฟ้าพยายามทำตามคำแนะนำของแสงดาว ไม่ว่าจะทำอะไร เดินไปไหน ก็พยายามฝึกทั้งกลางวันกลางคืน มามิก็ไม่ประมาท ฝึกอย่างหนักทั้งกลางวันกลางคืนเช่นกัน พูดกับตัวเองอย่างมั่นใจว่า

“คนอย่างมามิไม่เคยกลัวใคร และฉันมั่นใจว่าฉันต้องชนะ นางฟ้าไม่มีทางสู้ฉันเรื่องเต้นได้แน่นอน”

มามิซ้อมเต้นอย่างบ้าคลั่ง แม้แต่เวลายกถาดสมุนไพรไปตากแดดก็ยังไปในท่าเต้น ทั้งยังคิดท่าเต้นใหม่ๆเพื่อเอาชนะนางฟ้า จนปีร์กะบอกว่าพักเสียบ้างเถอะ เดี๋ยวเอวเคล็ดถึงวันประกวดจริงๆจะเต้นไม่ได้

“อ้าวป้า...ทำไมปากเสียแบบนี้ล่ะ คนอย่างมามิ

ไม่มีทางแพ้หรอก” ว่าแล้วก็เต้นต่อ พลันก็รู้สึกเจ็บแปล๊บที่เอวแต่ยังทำเหมือนไม่เป็นไร ปีร์กะมองหลานสาวอย่างรู้ทัน แต่ไม่พูดอะไร ไม่อยากถูกด่าว่าปากเสียอีก

ooooooo

วันงานมาถึงแล้ว ยาซะ หมึก และฉลามมาเที่ยวงานเหมือนทุกปี ยาซะคึกคักเป็นพิเศษเพราะจะได้ดูอาหารตาเสียให้เต็มอิ่ม ระหว่างเดินเที่ยวก็ทักทายบรรดาสาวๆไปตลอดทางอย่างแช่มชื่นเบิกบานใจ

ไม่นาน ซะละในฐานะหัวหน้าเกาะออกมาประกาศกลางลานอย่างน่าตื่นเต้นว่า

“สวัสดีพ่อแม่พี่น้องชาวเกาะมิน พ่อแม่พี่น้องคงอยากเห็นสาวๆผู้เข้าประกวดกันแล้วใช่ไหม” เสียงตอบรับ

กันกึกก้อง โดยเฉพาะเสียงของพวกหนุ่มๆ ซะละหัวเราะชอบใจประกาศว่า “ถ้าอย่างนั้น เชิญพบกับสาวงามทั้งเจ็ดได้เลย” ซะละผายมือแล้วถอยไป

สาวงามทยอยเดินออกมาท่ามกลางเสียงปรบมือ เสียงเชียร์และเสียงเป่าปากของหนุ่มวัยคะนองจ้องบนเวทีเขม็ง มามิเดินมาเป็นคนที่หกตามด้วยนางฟ้า พอนางฟ้าเดินออกมาเสียงเชียร์ก็ยิ่งกึกก้อง สายชลมองตะลึง แตลอยมองตาค้าง

ยาซะกับหนุ่มชาวเกาะอีกส่วนหนึ่ง มองนางฟ้าที่วันนี้นอกจากจะสวยแล้วยังดูเซ็กซี่ใสๆด้วย ยาซะมองหื่น

มามิจับตามองสายชล รู้สึกแปลกๆกับสายตาของเขาที่มองนางฟ้า สวยก็เช่นกัน ถึงจะเป็นคนเชียร์นางฟ้าให้มาประกวดเพื่อเอาชนะมามิ แต่ก็อดรู้สึกแปลกๆกับสายตาของสายชลไม่ได้

เมื่อถึงเวลาเต้นโชว์ ปรากฏว่ามามิเต้นได้ไม่นานก็ปวดเอวจนเต้นไม่ไหวล้มลง เธอเสียใจมาก แต่ก็ได้รับกำลังใจจากซะละว่า “พวกเราปรบมือให้มามิกันหน่อย ไม่เป็นไรนะมามิ ไม่เป็นไร”

สุดท้ายคือนางฟ้า เธอเต้นได้สวยงามมาก ตลอดเวลาที่เต้นก็นึกถึงคำแนะนำของแสงดาวที่ว่า “เราต้องให้ความรู้สึกประสานไปกับท่าเต้น แล้วจะทำให้การเต้นของเรามีเสน่ห์จนไม่มีใครละสายตาได้” แล้วเธอก็ทำได้จริงๆ

หลังจากนั้น ซะละประกาศว่า “หนุ่มๆชาวเกาะมิน ถูกใจสาวคนไหน ให้เอาพวงมาลัยมาคล้องคอสาวๆ ที่ชื่นชอบได้เลย เชิญไปหยิบพวงมาลัยดอกไม้ที่แม่แสงดาวกับอารีฟะได้เลยจ้ะ”

หนุ่มๆพากันไปหยิบพวงมาลัย รุมกันไปคล้องให้นางฟ้า แตลอยไปหยิบแล้วยิ้มให้มามิ แต่กลับเดินไปคล้องให้นางฟ้า ยาซะคล้องพวงมาลัยให้นางฟ้าชมว่าวันนี้นางฟ้าสวยมาก ส่วนสายชลถือพวงมาลัยเดินมา มามิยิ้มรอรับพวงมาลัย เขาเดินมาชมว่าวันนี้เธอเต้นได้สวยมาก แต่กลับเดินไปคล้องพวงมาลัยให้นางฟ้า มามิยิ้มเก้อ มองอย่างไม่พอใจมาก

ooooooo

เมื่อถึงเวลาตัดสินผู้ครองตำแหน่งธิดาสมุทร ปรากฏว่านางฟ้าได้คะแนนท่วมท้น ท่ามกลางเสียงเฮชอบใจจากชาวบ้าน โดยเฉพาะหนุ่มๆ แตลอยกระโดดตัวลอยบอกสายชลว่าแพ้ตนแล้ว ต้องแก้ผ้าวิ่งรอบเกาะตามสัญญา พูดอย่างสะใจมากว่า

“เพิ่งจะมีวันนี้แหละที่ฉันเอาชนะแกได้ อย่าลืมสัญญานะเว้ย วิ่งแก้ผ้า ฮ่าๆๆๆ” แตลอยหัวเราะชอบใจมาก

สายชลมองไปที่นางฟ้า เห็นยาซะกับพวกหนุ่มๆกำลังกลุ้มรุมเธออยู่ เขาพรวดเข้าไปจับแขนเธอบอกให้กลับบ้านได้แล้ว ซะละติงว่ายังมีงานฉลองต่ออีก เดี๋ยวจะให้นางฟ้าเลือกผู้ชายที่อยากออกไปเต้นรำด้วย สายชลเลยต้องปล่อยมือ

“เลือกเลยนางฟ้า อยากเต้นรำกับใคร” ซะละร้องบอก นางฟ้ามองไปรอบๆ แล้วเธอก็เลือกสายชล เธอตรงไปจับมือสายชลพากันออกไปเต้นรำ ทำให้ยาซะไม่พอใจ หาทางกันนางฟ้าออกจากสายชล ด้วยการเต้นเข้าไปแทรกกลางระหว่างสายชลกับนางฟ้า สองหนุ่มแก่งแย่งนางฟ้ากันไปมาด้วยลีลาการเต้นที่กลมกลืนแนบเนียน

สายชลยังไม่หายหงุดหงิดที่ยาซะพยายามเข้าแทรกระหว่างตนกับนางฟ้า เลยเข้าไปลากแขนนางฟ้าพูดเสียงดังสั่งให้กลับบ้าน แต่นางฟ้ายังไม่อยากกลับ ยังอยากสนุกต่อ สายชลถามอย่างไม่พอใจว่า เพราะอยากเต้นรำกับยาซะใช่ไหม ทำให้นางฟ้าไม่พอใจ บอกว่าเสียงดังใส่ตนแบบนี้ตนไม่ชอบ แล้วเดินหัวเสียไป

ยาซะมองสายชลอย่างสะใจที่ถูกนางฟ้าทิ้ง สายชลจะตามนางฟ้าไปแต่ก็ถูกพวกสาวๆพากันมาห้อมล้อมจนไปไม่ได้ สุดท้ายก็ได้แต่มองตามนางฟ้าไปด้วยความรู้สึกหึงหวงโดยไม่รู้ตัว

ooooooo

กลายเป็นความไม่พอใจกันระหว่างนางฟ้ากับสายชล เมื่อกลับมาถึงบ้านนางฟ้าชมยาซะว่าเต้นรำเก่งกว่าสายชลอีก ทั้งยังไม่เคยเสียงดังกับตน เป็นคนใจดีซื้อของมาให้ตนบ่อยๆ ผิดกับสายชลที่ใจร้าย ชอบทำหน้าโหดใส่ ตนไม่ชอบเลย

สายชลโมโหรับไม่ได้ นางฟ้าตกใจวิ่งหนีออกจากบ้านไป สายชลขยี้หัวตัวเองอย่างหัวเสีย เดินออกจากบ้านไปอีกคน

เช้าวันรุ่งขึ้น นางฟ้าเห็นสายชลนอนหลับเป็นตายอยู่ ก็ย่องออกจากบ้านไปที่ชายหาด ยาซะอยู่บนเรือเห็นนางฟ้าก็รีบลงมาหา แกล้งหยอกด้วยการวักน้ำใส่ นางฟ้าสนุกเลยเล่นด้วย สายชลมาเจอยิ่งโมโหลากนางฟ้าขึ้นจากทะเลพากลับบ้าน

สายชลดุนางฟ้า สั่งไม่ให้ไปเล่นกับผู้ชายอื่นแบบนี้อีก ยิ่งเมื่อนางฟ้าพูดชื่นชมยาซะ สายชลก็ยิ่งโมโหกวาดของที่ยาซะซื้อให้นางฟ้าใส่ถุงเอาไปทิ้งทะเล ทำให้นางฟ้ายิ่งไม่พอใจ ตะโกนใส่หน้าว่า

“สายชลใจดำ  ใจร้ายที่สุด สายชลไม่น่ารักเลย นางฟ้าไม่ชอบสายชลแล้ว” พูดแล้ววิ่งออกไป แม้สายชลจะใจคอไม่ดีแต่ก็ทำฟอร์มว่าไม่แคร์ พูดเหมือนปลอบใจตัวเองว่า อยากรู้นักว่าจะไปไหนได้สักกี่น้ำ

นางฟ้าวิ่งร้องไห้ไปทางท่าเรือ ยาซะรีบลงมาหา ถามว่าเป็นอะไร สายชลว่าอะไรหรือ

“สายชลใจร้าย สายชลทิ้งของที่พี่ยาซะให้นางฟ้าหมดเลย นางฟ้าไม่อยากอยู่กับสายชลแล้ว”

ยาซะมองนางฟ้าอย่างมีแผน ชวน “ถ้างั้นไปอยู่กับพี่ยาซะไหม”

นางฟ้ามองหน้ายาซะนิ่งอย่างชั่งใจ

ooooooo

นางฟ้าถูกหว่านล้อมจนลงเรือไปกับยาซะ ยาซะสั่งหมึกกับฉลามให้รีบออกเรือ แต่เจ้ากรรมเรือสตาร์ตไม่ติด เสียเวลาจนสายชลตามมาเจอเรือติดแล้วจะออกไปพอดี สายชลตะโกนเรียก พอได้ยินเสียงสายชลนางฟ้าบอกให้หยุดเรือ ยาซะเห็นทีจะฝืนไปไม่ได้เลยทำเป็นทักสายชลแล้วสั่งให้หยุดเรือ สายชลไม่สนใจขึ้นเรือไปจับแขนนางฟ้าบอกให้กลับบ้าน

เหมือนถูกลูบคม ยาซะไม่ยอม เกิดชกต่อยกันขึ้น หมึกกับฉลามเข้าช่วยยาซะรุมสายชล นางฟ้าเห็นดังนั้นก็เข้าช่วยสายชลด้วยการคว้าถังน้ำครอบหัวหมึกกับฉลาม มันสองคนคว้ามือลากกันตกน้ำไปทั้งคู่ นางฟ้ารีบเข้าไปดูสายชลที่ถูกชกจนปากแตก ยาซะเลยได้แต่ยืนมองเซ็งๆ

เมื่อพานางฟ้ากลับถึงบ้าน เธอทำแผลให้เขา สายชลขอโทษที่พูดไม่ดีกับเธอ ขอร้องว่าต่อไปอย่าเข้าใกล้ยาซะ

ได้ไหม เพราะเขาไม่ใช่คนดี นางฟ้าเชื่อฟังรับปากว่าจะไม่เข้าใกล้ยาซะอีก

ไม่ทันไรแตลอยก็มาตะโกนเรียกสายชลที่หน้าบ้านบอกว่าชาวบ้านมารอกันเต็มหาดแล้วจะดูเขาแก้ผ้าวิ่งรอบเกาะเพราะแพ้พนันตน สายชลมึนแต่ต้องรักษาสัญญา เดินตามแตลอยไป พอไปถึงทุกสายตาจ้องรอเขาแก้ผ้าวิ่งกันลุ้นๆ

สายชลแก้สถานการณ์แบบศรีธนญชัย เขาแก้กางเกงออก พอถูกประท้วง เขายกกางเกงชูขึ้นถามว่านี่ผ้าใช่ไหม ทุกคนบอกว่าใช่ เขาบอกว่าตนแก้ผ้าแล้วแต่ไม่ได้สัญญาว่าจะแก้หมด ฉะนั้นตนไม่ได้ผิดสัญญา
แตลอยเสียท่าสายชลตามเคย บ่นกับตัวเองเซ็งๆว่า “โธ่เว้ย...เมื่อไรฉันจะฉลาดกว่าไอ้สายชลวะ!”

ส่วนชาวบ้านก็พากันผิดหวัง แต่ก็โล่งอกที่ตาไม่ต้องเป็นกุ้งยิงกันทั้งเกาะ

ooooooo

หลังจากรู้ว่าตนจะได้เงินสดแค่ 300 ล้าน ชมพู-แพรคิดหนักว่าจะหาเงินที่ไหนมาซื้อโรงแรมที่หญิงบอกว่าต้องใช้เงินถึง 500 ล้านบาท ตัดสินใจโทร.

นัดทนายสมคิดมาปรึกษา

หลังจากนัดพบกันที่ร้านกาแฟ เมื่อชมพูแพรแสดงเจตนาของตนแล้ว ทนายสมคิดบอกว่า

“การยื่นขอเป็นผู้จัดการมรดก จะกระทำได้ต่อเมื่อมีเหตุจำเป็นจริงๆ ที่ต้องจัดการมรดก อย่างเช่น จำเป็นที่จะต้องใช้หนี้”

คำพูดของทนายทำให้ชมพูแพรสนใจขึ้นมาทันที

ooooooo

ชมพูแพรไปที่ออฟฟิศสายการบินที่พ่อยกเป็นมรดกให้ฟ้าลดา ไปตรวจและขอดูเอกสารกับบัญชีต่างๆ หลังจากนั้นก็เอากลับบ้าน ทำทีตรวจบัญชีหน้าดำคร่ำ เคร่ง หมอวัฒนามาเห็น ถามอย่างตกใจว่าทำไมตัวเลขติดลบมากอย่างนี้

ชมพูแพรตีหน้าเศร้า  บอกว่าตนไม่เคยรู้เลยว่าบริษัทขาดทุนมีหนี้สินมากมาย กำลังจะถูกธนาคารยึดถ้าหาเงินมาใช้หนี้ไม่ทัน ทำเอาหมอวัฒนาตกใจถามว่า มีปัญหามากมายอย่างนี้ทำไมไม่บอกตน มีอะไรจะให้ตนช่วยได้ไหม

“พี่หมอช่วยเป็นกำลังใจให้แพรก็พอค่ะ แพรคิดว่าแพรรับมือกับปัญหานี้ได้ค่ะ”

เมื่อเธอกลับเข้าห้องนอน เธอมองฟ้าลดาในรูปบอกน้องอย่างรู้สึกผิดว่า

“พี่ขอโทษนะฟ้า พี่จำเป็นต้องโกหก ถ้าพี่ไม่ทำแบบนี้ พี่ก็ไม่มีเงินมาซื้อโรงแรมของพี่คืน”

แต่แล้วก็ความแตกจนได้ เมื่อคุณเจตน์เพื่อนของภมรพ่อชมพูแพรที่ทำงานในสายการบินป่วยเข้าโรงพยาบาล หมอวัฒนามาตรวจ พบว่าความดันสูง เจตน์บ่นว่าตั้งแต่ไม่มีภมรมันก็วุ่นไปหมด หมอบอกว่าตนพอรู้เรื่องจากชมพูแพรบ้างแล้ว

คุยกันจึงรู้ว่าสายการบินของภมรไม่ได้ขาดทุนอย่างที่ชมพูแพรบอก เมื่อหมอเจอเธออีกครั้งจึงบ่นเชิงตำหนิว่าทำไมต้องโกหกตน เพราะบริษัทไม่ได้ขาดทุนอย่างที่เธอพูด ชมพูแพรยอมรับผิดและบอกถึงความจำเป็นที่ต้องทำอย่างนั้น ขอหมออย่าโกรธตนเลย

“ผมไม่โกรธแพรหรอกครับ ผมแค่น้อยใจที่แพรไม่พูดความจริง ทั้งที่ผมเป็นแฟนแพร วันหลังถ้าแพรมีปัญหา ต้องบอกผมนะครับ อย่าเก็บไว้คนเดียว เราจะได้ช่วยกัน”

“ค่ะ...