ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

เกมร้าย เกมรัก

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

ชมพูแพรยังอยู่ในชุดแต่งงาน นอนไม่ได้สติอยู่บนเตียง หมอวัฒนากุมมือมองเธออยู่ตลอดเวลาด้วยความเป็นห่วง ไม่นานชมพูแพรรู้สึกตัว คนแรกที่เธอพึมพำถึงคือ

“คุณชาร์ล...”

“แพร...” หมอวัฒนาดีใจมากเมื่อเธอขยับตัว หมอรีบประคองให้นั่ง เธอมองไปรอบๆแล้วถามหาชาร์ล หมอตอบ อย่างลำบากใจว่า “คุณชาร์ลไปแล้ว”

ชมพูแพรอึ้งไปทันที พริบตาเดียวก็แผดเสียงเหมือนคลั่ง

“ไม่...เขาจะทิ้งแพรไปหานังฟ้าไม่ได้! แพรจะไปหาเขา” เธอลุกพรวดขึ้น หมอรั้งตัวเธอไว้ พูดเตือนสติว่า

“ยอมรับความจริงเสียที คุณชาร์ลกับน้องฟ้าเป็นสามีภรรยากัน เขารักกัน”

“แพรไม่ยอม...คุณชาร์ลต้องเป็นของแพร ต้องเป็นของแพร...”

“มีสติหน่อยสิแพร” หมอเสียงดัง เมื่อชมพูแพรชะงัก หมอย้ำว่า “คุณชาร์ลเขาไม่ได้รักแพร ถ้าแพรแต่งงานกับเขา แพรก็ได้แต่ตัว แต่ไม่ได้หัวใจ”

ชมพูแพรทนฟังไม่ได้ไล่หมอออกไป เมื่อไม่ได้ดั่งใจก็ผลักหมอเต็มแรงจนหมอเซไปยืนตรงประตู หมอร้องว่าอย่าทำอย่างนี้เลย แต่ชมพูแพรขาดสติเสียแล้ว เธอฉวยของใกล้มือปาใส่ หมอตกใจยกมือปัด ทำให้เธอยิ่งโมโหคว้านาฬิกาที่วางบนโต๊ะข้างเตียง ปาโดนหน้าผากหมออย่างจัง

หน้าผากหมอแตก เลือดไหลเป็นทาง หมอเอามือแตะหน้าผากเห็นเลือดก็ชะงัก ชมพูแพรเองก็ตกใจมองอึ้ง

หมอมองชมพูแพรอย่างเสียใจ หันหลังเปิดประตูออกไป ชมพูแพรทรุดนั่งลงกับพื้นร้องไห้ด้วยความโกรธแค้นเสียใจ

ooooooo

หมอวัฒนาเดินลงมาถึงห้องรับแขก พอป้าเนียม เห็นเลือดก็ตกใจ อุทานว่า หน้าผากคุณหมอ...เลือดออก...

“ผมไม่เป็นไรครับ” หมอพูดเรียบๆ

“ไปโดนอะไรมาคะ”

หมอไม่ตอบ แต่บอกป้าเนียมว่า “ป้าเนียมกับแหวนอย่าเพิ่งเข้าไปหาแพรตอนนี้นะครับ ให้แพรเขาตั้งสติให้ได้ก่อน ยังไงก็ฝากดูแพรด้วย ถ้ามีอะไร โทร.หาผมได้ตลอดเวลา”

หมอวัฒนาเดินออกไปด้วยสีหน้าที่เจ็บปวด ป้าเนียม กับแหวนมองตามไปงงๆ อีกใจก็เป็นห่วงชมพูแพรแต่ไม่กล้าขึ้นไปดูเพราะหมอขอไว้

ooooooo

สหัสอยู่ที่บ้านเพลินตากับพิสมัย เขาได้รับโทรศัพท์จากสายชล รับสายแล้วรับคำว่า “ได้ครับคุณชาร์ล”

เพลินตามองอย่างอยากรู้ เมื่อสหัสไม่พูดอะไร เธอถามว่าชาร์ลโทร.มาหรือ

“ครับ คุณชาร์ลให้ผมเตรียมเครื่องบินไปกระบี่”

“พี่ชาร์ลจะไปกระบี่ทำไม” เพลินตาสงสัย

“เกาะมินอยู่ที่นั่นครับ”

เป็นคำตอบที่ทำให้ทั้งเพลินตาและพิสมัยชะงักไปทันที

ooooooo

รวดเร็วทันใจราวกับเนรมิตได้ ไม่นานนัก เครื่องบินส่วนตัวลำหนึ่งก็บินอยู่เหนือน่านฟ้าจังหวัดกระบี่แล้ว

เมื่อใกล้เย็น เรือสปีดโบ๊ตลำหนึ่งก็แล่นอยู่ในทะเล โดยสายชลเป็นคนขับเรือ และฟ้าลดาในสภาพถูกมัดมือนั่งอยู่ข้างหลัง เธอค่อนข้างตื่นเต้นที่จะได้เห็นเกาะมิน

ไม่นานนัก เกาะมินก็ปรากฏอยู่เบื้องหน้า เห็นบ้านพักของสายชลโดดเด่นอยู่ในสายตา ฟ้าลดามองตะลึง เธอแทบ ช็อกเมื่อเห็นกับตาว่า สิ่งที่เห็นอยู่เบื้องหน้าเหมือนกับที่เธอเคยเห็นในฝันไม่มีผิด!

ไม่นานเรือก็มาถึงริมหาด สายชลกระโดดลงจากเรือหันไปยื่นมือจะช่วยประคองฟ้าลดาขึ้นเพราะมือของเธอยังถูกมัดอยู่

“ไม่ต้อง” ฟ้าลดาสะบัดเสียง สายชลจึงยืนดู เห็นเธอ กระเย้อกระแหย่งแล้วกระโดดลงจากเรือ แต่เพราะมือถูกมัดทำให้การทรงตัวไม่ดี เซจนจะล้ม สายชลรีบประคองให้ยืน ฟ้าลดารู้สึกเสียหน้าสะบัดจากสายชลแล้วเดินขึ้นหาดเอง

สายชลมองตาม ถอนใจ แล้วหันมาหยิบเสบียงที่เตรียมมาขึ้นจากเรือ

ooooooo

เมื่อขึ้นมาที่ชายหาดแล้ว ฟ้าลดามองไปรอบๆ อย่างตื่นตาตื่นใจพึมพำ “เราเคยอยู่ที่นี่จริงๆหรือ” พลางขยับมือไปมาจนเนกไทที่ผูกอยู่หลุด เธอดีใจมาก หันไปเห็นสายชลกำลังเดินมา เธอพุ่งไปคว้าท่อนไม้ขึ้นมาเหวี่ยงใส่เขาทันที ดีที่สายชลหลบทัน

ฟ้าลดาร้องห้ามเขาเข้าใกล้ตน สายชลพูดอย่างใจเย็นว่าวางไม้ลงก่อน มันอันตราย แทนที่จะวางเธอกลับเหวี่ยงใส่เขาอีก สายชลหลบและแย่งไม้มาได้ เขาโยนไม้ทิ้ง หันไปมองฟ้าลดา เธอชี้หน้าสั่งเสียงสั่น

“อย่า! ที่ฉันยอมมา เพราะฉันอยากตามหาความทรงจำของฉันที่เคยอยู่ที่นี่ ฉันยังไม่ไว้ใจคุณ เพราะฉะนั้น คุณเข้าใกล้ฉันเกินสองเมตร ฉันจะหนี และคุณจะไม่ได้เห็นหน้าฉันอีกเลย”

ได้ผล...สายชลชะงักกึก ไม่กล้าก้าวเข้าไปอีกแม้แต่ก้าวเดียว ฟ้าลดารีบเดินจ้ำออกไป เขาได้แต่มองตามแล้วถอนใจ...

ooooooo

ที่ระเบียงบ้านของสายชล ฟ้าลดายืนมองไปรอบๆด้วยความรู้สึกดีมากกับธรรมชาติและอากาศของที่นี่ เมื่อเธอขยับจะเดินออกไปแต่กลับสะดุดเซจะล้ม สายชลรีบเข้าประคอง

ฟ้าลดาตะลึง พลันความรู้สึกในอดีตเมื่อครั้งที่สายชลพามาอยู่ที่บ้านนี้แวบขึ้นอย่างแจ่มชัดในความทรงจำ เมื่อหันมองสายชลที่ประคองตนอยู่ จมูกของเธอกับเขาเกือบจะแตะกัน

ฟ้าลดาได้สติ รีบผละออกมา มองเขาอย่างระแวง สายชลนึกขึ้นได้รีบถอยออกมาเพราะกลัวฟ้าลดาจะหนีอย่างที่เธอขู่ไว้

“สายชลขอโทษ สายชลเห็นนางฟ้าจะล้มก็เลยรีบเข้าไปรับ นางฟ้าอย่าหนีสายชลไปนะ”

ฟ้าลดาไม่พูดอะไร แต่แล้วท้องเจ้ากรรมกลับร้องขึ้น เธออายมาก สายชลดูเธอแล้วอมยิ้มทั้งขำทั้งเอ็นดู

“นางฟ้าไม่เปลี่ยนไปเลย เวลาหิวท้องร้องเสียงดังทุกที”

“ยิ้มไร” ฟ้าลดาถามแก้เกี้ยว

“นางฟ้าไม่เปลี่ยนไปเลย เวลาหิวท้องร้องเสียงดังทุกที” สายชลยิ้มขำๆ แต่ฟ้าลดาไม่ขำด้วยเขาเลยเจื่อนไป

สายชลมองไปที่มุมหนึ่ง เห็นรอยไหม้ที่นั่น เขาชี้ให้ดู ถามว่า

“นางฟ้าเห็นรอยไหม้ตรงนั้นไหม นางฟ้าเคยทำครัวไฟไหม้ จำได้รึเปล่า”

“จำไม่ได้” ฟ้าลดาตอบอย่างไม่สนใจ สายชลจึงเปลี่ยนใหม่ ขอให้เธอช่วยพัดเตาถ่านให้ทีตนจะหั่นผัก ฟ้าลดาจำใจไปหยิบพัดมาพัดเตาไฟ แต่พัดแรงไปหน่อยทำให้ขี้เถ้าฟุ้งเข้าตา สายชลตกใจจะเข้าไปดู แต่นึกได้ว่าเธอห้ามเข้าใกล้เกินสองเมตร เลยชะงัก ถามห่างๆว่าเป็นไงมั่ง “แสบตาน่ะซิ” ฟ้าลดาตอบห้วนๆงอนๆหงุดหงิด

“สายชลขออนุญาตเข้าไปดูให้นะ” ถูกฟ้าลดาสั่งห้ามแล้วถามหาก๊อกน้ำ สายชลบอกว่า “ที่นี่ไม่มีก๊อกน้ำ มีแต่ตุ่มน้ำอยู่ข้างหลัง”

เพราะแสบตาทำให้ฟ้าลดาเดินสะดุดจะล้มอีก สายชลอย่างระวังอยู่แล้ว รีบวิ่งไปดู

ooooooo

สายชลเอาผ้าชุบน้ำเช็ดตาให้ฟ้าลดาอย่างเบามือ นุ่มนวล จนเธอคลายความระแวง ใกล้ชิดกันมากโดยไม่รู้ตัวจนเริ่มเคลิ้มพอรู้สึกตัวก็รีบผละจากกัน ฟ้าลดาบอกว่า หายแสบตาแล้ว เธอลุกขึ้นเดินออกไปเขินๆ สายชลมองตามยิ้มๆด้วยความรู้สึกดีๆ

ตกกลางคืน ใต้แสงตะเกียงส่องสว่างอยู่กลางโต๊ะ ฟ้าลดานั่งกินข้าวอย่างเอร็ดอร่อย สายชลนั่งกินอยู่อีกมุมหนึ่ง แอบดูฟ้าลดากินข้าวด้วยความปลื้มใจ แต่พอฟ้าลดาหันมอง เขาก็รีบเมินไปทางอื่น

ต่างฝ่ายต่างรู้ว่าอีกฝ่ายแอบมองตนอยู่ เลยแอบมองบ้างแต่พอรู้ตัวก็หลบสายตากันไป จังหวะหนึ่ง ทั้งคู่หันสบตากันจังๆตาต่อตาประสานกันเต็มๆ ต่างตกใจรีบก้มหน้าก้มตากินข้าว ทั้งที่ใจเต้นไม่เป็นส่ำ

หลังจากนั้น สายชลจัดที่นอนให้ฟ้าลดา เธอเดินมองไปรอบๆบ้าน พยายามนึกว่าตัวเองเคยทำอะไรที่นี่บ้าง ครู่หนึ่งเธอหาวยาว...สายชลเห็นรีบเข้ามาถามว่า ง่วงแล้วหรือ ถ้าง่วงก็นอนเถอะ

ฟ้าลดามองเข้าไปในห้องนอน เห็นมีเตียงอยู่เตียงเดียว ก็ชะงัก มองหน้าสายชลอย่างระแวง สายชลนึกได้รีบบอกว่า

“สายชลจะไปนอนข้างนอก ส่วนนางฟ้าก็นอนในนี้”

ฟ้าลดาไม่พูดอะไร เมื่อสายชลเดินผ่านไป เธอก็ขยับห่าง จนเมื่อเขาออกไปแล้วเธอรีบปิดประตู แล้วก็ตกใจเมื่อประตูไม่มีกลอน พึมพำอย่างระแวงว่า “เขาจะเข้ามาทำอะไรเรารึเปล่า”

สายชลได้ยินเสียงงึมงำ...งึมงำ หันกลับมาถามว่านางฟ้าพูดอะไรรึเปล่า เธอรีบบอกว่าเปล่า เขาเลยบอกว่าถ้าไม่มีอะไรก็นอนเสียเถอะ

“ฉันยังไม่ง่วง คุณจะนอนก็ไปนอนเถอะ” ฟ้าลดาพูดเสียงอ่อนลง

สายชลออกไปนั่งเก้าอี้ที่ระเบียงหน้าบ้าน ส่วนฟ้าลดาก็รีบเอาเก้าอี้มาขวางประตูไว้ ทำแล้วถอนใจโล่งอก

ooooooo

ไม่ทันไร มีเสียงเคาะประตูดังขึ้น ฟ้าลดาตกใจ ได้ยินเสียงสายชลร้องเรียกที่ประตู เธอยืนนิ่งอย่างตื่นเต้นไม่รู้จะทำอย่างไรดี

เสียงสายชลร้องเรียกดังเข้ามาอีก เธอหันไปคว้าหมอน เตรียมสู้เต็มที่

เมื่อสายชลร้องเรียกอีก เธอถามเสียงเครียดว่ามีอะไรอีก

“สายชลเอาผ้าห่มมาให้” สายชลยื่นผ้าห่มเข้าไปให้ เธอบอกให้โยนเข้ามาเลย สายชลถามอย่างรู้ทันว่า “ที่เอาของขวางประตู เพราะกลัวสายชลจะเข้ามาทำอะไรนางฟ้าเหรอ สายชลสัญญาว่าต่อจากวันนี้ไป สายชลจะทำให้นางฟ้ามีความสุขในทุกๆวัน”

พูดแล้วเห็นข้างในเงียบ สายชลพูดอีก “นางฟ้าจะเชื่อหรือไม่เชื่อก็ตามใจ แต่สายชลจะทำให้นางฟ้าเห็น”

พูดจบสายชลเดินจากไป ฟ้าลดาวางหมอนที่เอามาป้องกันตัว ถอนใจอย่างโล่งอก...

ooooooo

ตกดึก เสียงลมพัดแรงทำให้ฟ้าลดาตื่นขึ้นมา เธอมองออกไปเห็นลมพัดแรง หันมองสายชลเห็นนอนขดตัวกอดอก เธอมองอย่างครุ่นคิด ครู่หนึ่ง เอาผ้าห่มไปห่มให้เขา

ห่มผ้าให้สายชลแล้วนั่งลงข้างๆมองหน้าเขาเต็มตา... ภาพในอดีตผุดพรายในความทรงจำ...นับแต่ที่เขาทำแผลที่เท้าให้...ช่วยปกป้องให้พ้นจากถูกรถชน...และการดูแลอย่างใกล้ชิดทะนุถนอมระหว่างที่ตนนอนอยู่ที่โรงพยาบาล...เขาปฏิบัติต่อตนอย่างอ่อนโยน ห่วงใย ไม่มีทีท่าของความเป็นผู้ร้ายอะไรเลย ทำให้ฟ้าลดารู้สึกดีและผูกพันกับสายชลมากขึ้น...มากขึ้น

และเมื่อครู่นี้เอง เขายังบอกกับเธอ เมื่อเธอเอาของมาขวางประตูเพราะไม่ไว้ใจเขาว่า

“สายชลจะไม่ทำให้นางฟ้าเจ็บปวดอีก สายชลสัญญาว่าต่อจากวันนี้ สายชลจะทำให้นางฟ้ามีความสุขในทุกๆวัน นางฟ้าจะเชื่อหรือไม่ก็ตามใจ แต่สายชลจะทำให้นางฟ้าเห็น...”

ช่วงเวลาสั้นๆที่ผ่านมา เขาได้ทำอย่างที่พูดจริงๆเขาเสียสละเพื่อเธอ ทำทุกอย่างเพื่อให้เธอคลายกังวล...ไม่ว่ายามหลับหรือตื่น...คิดแล้วฟ้าลดามองหน้าสายชลที่ยังหลับอยู่ด้วยแววตาที่อ่อนโยน...

ooooooo

จนพระอาทิตย์ขึ้น...สายชลตื่นขึ้นมา เห็นผ้าห่มคลุมตัวอยู่ เขารู้ทันทีว่าฟ้าลดาเอามาคลุมให้ ความรู้สึกปลาบปลื้มเต็มตื้นขึ้นมาจนดึงผ้าห่มขึ้นหอมอย่างชื่นใจ

สายชลมองไปที่เตียง ใจหายวาบเมื่อไม่มีฟ้าลดาอยู่บนเตียง เขาลุกพรวดวิ่งออกจากบ้านไปทันที ไปถึงริมหาด สายชลเห็นฟ้าลดากำลังดูเรือไม้เก่าๆที่เกยตื้นอยู่ เธอลูบไล้เรือด้วยความรู้สึกผูกพันอย่างประหลาด เขาโล่งใจอย่างบอกไม่ถูกรีบวิ่งเข้าไปหา พอฟ้าลดารู้ตัวหันมอง เขาพูดอย่างโล่งใจว่า

“สายชลนึกว่านางฟ้าหนีไปแล้ว”

“ทำไมเรือลำนี้ชื่อนางฟ้า”

สายชลมองไปที่เรือ แล้วหันมองฟ้าลดาเล่าช้าๆเหมือนจะให้เธอคิดตามถึงความหลังว่า...

“สายชลเป็นคนสลักชื่อนางฟ้าเอาไว้เอง สายชลให้เรือลำนี้เป็นของขวัญนางฟ้า หลังจากที่เราแต่งงานกัน”

ฟ้าลดามองหน้าเขา ฟังอย่างตั้งใจ สายชลพาเธอเดินไปเรื่อยๆชี้ชวนให้มองไปรอบๆจนฟ้าลดาถามว่า

“ไหนคุณบอกว่ามีหมู่บ้านบนเกาะนี้ แต่...ตั้งแต่ฉันมาถึง ฉันไม่เห็นใครเลยสักคน”

“เมื่อสองปีที่แล้ว เกิดพายุใหญ่ ทำลายหมู่บ้านที่อยู่หน้าเกาะ คนที่เคยอยู่ที่นี่ต้องย้ายกันไปอยู่ที่อื่น เกาะนี้เลยไม่มีคน”

ฟ้าลดาพยักหน้าอย่างรับรู้ มองรอบๆอย่างครุ่นคิด อยากรู้เรื่องราวของตัวเองมากขึ้น เธอหยุดเดินหันมองสายชลถามเขาถึงความสัมพันธ์ระหว่างตนกับเขาว่า “ฉันกับคุณ...

เป็นยังไง...ตอนที่อยู่ที่นี่”

สายชลยิ้มอย่างมีความหวังกับคำถามนี้ เล่าช้าๆด้วยความรู้สึกที่ทั้งรักทั้งขำกับตัวตนของนางฟ้าเวลานั้นว่า

“ตอนแรกที่นางฟ้ามาอยู่ใหม่ๆนางฟ้าจุ้นจ้าน...ช่างซักถาม แล้วก็ชอบทำให้สายชลเจ็บตัวบ่อยๆแต่ลึกๆแล้ว เราสองคน...รักกัน เราถึงตัดสินใจแต่งงานกัน และบ้านหลังนี้ก็คือเรือนหอของเรา...นางฟ้าพอจะจำอะไรได้บ้างไหม...”

ฟ้าลดาส่ายหน้า ขอให้เขาช่วยพาไปที่ที่ตนกับเขาเคยไปหน่อยได้ไหม สายชลยิ้มดีใจรับปากทันที แล้วเดินเคียงคู่กันไปตามที่ต่างๆพลางเล่าเรื่องราวที่ผ่านมา ชี้ชวนไปดู เล่าให้ฟัง ซึ่งเธอก็ตั้งใจฟังและพยายามนึกตามที่เขาเล่า

เพียงเท่านี้ สายชลก็มีความสุขอย่างที่สุดแล้ว....

ooooooo

เพลินตาอยู่ที่บ้านพัก ขณะเธอกำลังเก็บเสื้อผ้าใส่กระเป๋านั้น โทรศัพท์มือถือของเธอดังขึ้น พอเห็นเป็นสายจากสหัส เธอถามห้วนๆว่ามีอะไร สหัสถามว่ารู้รึเปล่าว่าเวลาเข้างานกี่โมง นี่จะเที่ยงแล้วนะ

“ฉันลาออกแล้ว ฉันกำลังจะกลับอเมริกา”

สหัสอึ้งไปนิดหนึ่ง ถามว่านี่ไม่คิดจะบอกตนเลยใช่ไหม เธอสะบัดเสียงบอกว่าตนไม่จำเป็นต้องบอกเขา

“จำเป็นสิ” สหัสเสียงเข้ม “คุณฝึกงานอยู่กับผม ผมเป็นเจ้านายคุณ ลูกน้องจะลาออก ฉะนั้นผมต้องรู้”

เพลินตาตัดบทว่าตอนนี้ก็รู้แล้วยังจะถามทำไมอีก สหัสถามว่าการตัดสินใจกลับอเมริกาของเธอเกี่ยวกับชาร์ลใช่ไหม

“ไม่มีประโยชน์ที่จะอยู่ต่อ ในเมื่อหัวใจของพี่ชาร์ลมีแต่คุณฟ้าลดาคนเดียว ฉันเสียเวลาไปหลายปีกับการ

ไล่ตามคนที่เขาไม่รักฉัน ฉันจะเริ่มต้นชีวิตใหม่ เปิดโอกาสให้ตัวเอง เผื่อสักวันฉันจะได้เจอคนที่เขารักฉัน...

อย่างที่ฉันเป็น”

เพลินตาพูดแล้วก็ตัดสายเก็บเสื้อผ้าต่อ ส่วนสหัสนิ่งอึ้ง มองโทรศัพท์ในมืออย่างครุ่นคิด

ooooooo

ที่เกาะมิน สายชลยังพาฟ้าลดาไปยังที่ต่างๆที่เขาและเธอเคยไปสมัยที่อยู่เกาะมินด้วยกัน เขาพาเธอไปยังน้ำตกที่เคยมาเล่นน้ำด้วยกัน

ฟ้าลดาตรงไปที่ธารน้ำตก วักน้ำล้างหน้าอย่างชื่นใจ แต่พอหันมองสายชลเห็นเขากำลังถอดเสื้อ เธอตกใจถามว่าจะทำอะไร สายชลบอกว่าจะอาบน้ำ เพราะเมื่อวานไม่ได้อาบน้ำทั้งวัน

ฟ้าลดาหันหลังให้ทันที เธอไม่กล้ามอง จนกระทั่งได้ยินเสียงโดดน้ำตูม ครู่หนึ่งสายชลร้องชวนให้ลงมาอาบน้ำด้วยกัน เธอตอบไปทั้งที่หันหลังให้ว่า “บ้าเหรอ! ฉันจะอาบน้ำกับคุณได้ไง”

“ทำไมจะไม่ได้  เมื่อก่อนนางฟ้ายังแก้ผ้าลงมาอาบน้ำกับสายชลเลย” ฟ้าลดาฟังแล้วเขิน ปฏิเสธว่าไม่เคย ใครจะทำอะไรแบบนั้น “มันเป็นเรื่องจริง ตอนนั้นนางฟ้าเพิ่งฟื้น จำอะไรไม่ได้ แล้วก็คิดว่าตัวเองเป็นเด็กด้วย นางฟ้าไม่เคยระวังตัว เดี๋ยวๆก็เข้ามากอดสายชล เดี๋ยวๆก็มานอนด้วย”

“พอแล้ว ฉันไม่อยากฟัง” ฟ้าลดาเขินจนทนฟังไม่ได้

“ถ้าอยากอาบน้ำก็ลงมาเถอะ สายชลจะไปทางด้านโน้น สัญญาว่าจะไม่แอบดู” พูดแล้วก็ว่ายน้ำไปอีกทางหนึ่ง

ฟ้าลดาค่อยๆหันมองเห็นสายชลว่ายไปทางอื่นแล้ว เธอหันมองน้ำตก มองลำธาร ช่างใสสะอาดดูสดชื่นน่าลงไปอาบมาก เธอตัดสินใจลงไปแหวกว่ายในน้ำอย่างมีความสุข สายชลไปแอบดูอยู่มุมหนึ่งเห็นเธอมีความสุขก็ยิ้มอย่างมีความสุขยิ่งกว่า

ทันใดนั้น มีงูตัวหนึ่งว่ายน้ำไปทางฟ้าลดา เธอร้องอย่างตกใจสุดขีด สายชลรีบว่ายไปหา กอดเธอไว้อย่างปกป้อง

“ไม่ต้องกลัว มันไปอีกทางแล้ว” สายชลกอดเธอไว้มองงูที่ว่ายหนีไป

พอพ้นภาวะอันตราย ทั้งคู่ก็นึกได้ว่าตัวเองอยู่ในสภาพไหน ผละออกจากกันเขินๆ ต่างหันหลังให้กัน สายชลรีบขอโทษค่อยๆหันมองเมื่อเห็นเธอเงียบไป ฟ้าลดากำลังหันมองสายชลพอดี เลยประสานสายตากันอย่างจัง เธอถามว่าหันมาทำไม สายชลเองก็ย้อนถามว่าแล้วเธอหันมาทำไม

ฟ้าลดาเขินจัด วักน้ำตีน้ำใส่เขาไม่หยุด จนสายชลลืมตาไม่ได้ร้องลั่น “เฮ้ย...นางฟ้า หยุดนะ” แต่ฟ้าลดาก็ยังไม่ยอมหยุดจนสายชลร้องว่า “ยอมแล้ว...ยอมแล้ว...”

พอฟ้าลดาหยุด สายชลมองเธอเต็มตา ฟ้าลดารีบจมตัวเองลงเหลือแค่คอ ถามเขินๆว่ามองอะไร ให้หันหลังไปตนจะขึ้นแล้ว สายชลพยักหน้าแล้วหันหลังให้ ฟ้าลดามองให้แน่ใจแล้วรีบขึ้นจากน้ำ สายชลแอบยิ้มอยู่คนเดียว...

ooooooo

ชมพูแพรยังอยู่ในสภาพจิตใจที่ย่ำแย่มาก ไม่ดูแลตัวเองจนดูทรุดโทรมน่าตกใจ ป้าเนียมเปิดประตูเอาอาหารมาให้ เธอบอกว่าไม่กิน ป้าเนียมพูดอย่างเป็นห่วงว่า

“ทานสักนิดก็ยังดีนะคะ คุณแพรไม่ได้ทานอะไรมาตั้งแต่เมื่อวานแล้ว”

“บอกว่าไม่กิน! ฟังไม่รู้เรื่องเหรอ ออกไป!” เธอตวาดจนป้าเนียมตกใจรีบออกไป

แหวนยืนรออยู่หน้าห้อง พอป้าเนียมยกอาหารออกมา แหวนถามอย่างใจคอไม่ดีว่า “ไม่กินอีกแล้วเหรอป้า” ป้าเนียมได้แต่พยักหน้าเศร้าๆ

เมื่ออยู่ลำพังคนเดียว ชมพูแพรนั่งเหม่อมองอย่างไร้เป้าหมาย น้ำตาไหลอาบแก้ม ทันใดนั้นมีเสียงโทรศัพท์เข้า เธอดีใจยิ้มทั้งน้ำตานึกว่าสายชลโทร.มา รีบกดรับทักปลายสายอย่างตื่นเต้น

“คุณชาร์ล...” พลันก็สีหน้าเจื่อน ถามเสียงเข้ม “ยาซะ! แกโทร.มาทำไม...ฉันไม่ว่าง...ไม่ต้องมาที่บ้าน ฉันจะไปหาแกเอง” พูดแล้วรีบวางสายอย่างไม่อยากฟังอะไรมากกว่านั้น

ooooooo

เมื่อออกไปพบยาซะในตอนบ่าย ชมพูแพรถามว่านัดตนมาทำไม มันบอกว่า “เงินผมหมด”

ชมพูแพรถามว่าเงินหมด แล้วมาบอกตนทำไม ตนไม่ใช่ธนาคาร ยาซะไม่ตอบโต้ แต่หยิบมือถือออกมากดคลิปเสียงของเธอที่พูดว่า “ทำได้ดีมาก”

เวลานั้น ยาซะพูดว่า “ยินดีที่ได้ร่วมงานกับคุณนะครับ ว่าแต่คุณแน่ใจหรือว่า วิธีนี้จะทำให้น้องสาวคุณอยากไปจากที่นี่” ซึ่งเธอก็ตอบอย่างมั่นใจว่า “ฉันมั่นใจ”

ฟังคลิปเสียงแล้ว ชมพูแพรตะลึงมองยาซะอย่างโกรธแค้นที่ถูกหักหลังเอาหลักฐานนี้มาขู่ กัดฟันถามว่า “ต้องการเท่าไร” ยาซะตอบทันทีว่า ห้าล้าน

“ห้าล้าน!” ชมพูแพรอุทาน เมื่อยาซะพยักหน้าจ้องเขม็ง เธอนิ่งไปอึดใจ ก่อนบอกว่า “ตกลง ห้าล้าน แต่แกต้องทำงานให้ฉันอย่างหนึ่ง”

ยาซะมองหน้าอย่างสงสัย ในขณะที่ชมพูแพรยิ้มที่มุมปากอย่างร้ายกาจ

ooooooo

ขึ้นจากธารน้ำตกแล้ว ทั้งสายชลและฟ้าลดาต่างเขินๆกัน ระหว่างเดินมาด้วยกันนั้น สายชลมองเธอจากไหล่ไล่ลงมา ฟ้าลดาระแวง รีบยกมือกอดอกไว้ ถามว่ามองอะไร สายชลตกใจปฏิเสธทันทีว่าเปล่า

“เปล่าอะไร...เห็นอยู่ว่าคุณมอง...เออ...มองหน้าอกฉันเหรอ หรือเมื่อกี้คุณเห็น???”

ฟ้าลดาเขินคว้าไม้ที่พื้นขึ้นมาไล่ตีสายชล ชายหนุ่มวิ่งหนี ฟ้าลดาวิ่งไล่ตาม แต่เพราะสายชลวิ่งเร็วมาก ทำให้เธอวิ่งตามไม่ทัน สายชลหลบไปแอบอยู่หลังต้นไม้

ปรากฏว่าฟ้าลดาวิ่งเลยไป เลยพลัดหลงกัน ฟ้าลดาหลงเข้าไปในป่า สายชลตกใจมาก ร้องเรียกพลางตามหา

ส่วนฟ้าลดาวิ่งไล่ตีสายชลแล้วตัวเองก็งง เมื่อเขาหายไป พอมองหาไม่เห็นก็เริ่มใจเสีย แล้วจู่ๆฟ้าก็มืดครึ้มลงอย่างเร็ว ฟ้าลดาตกใจกลัว พยายามทำใจแข็งเดินต่อไป

สายชลเองก็เป็นห่วงฟ้าลดามาก ยิ่งเมื่อฟ้าร้องคำรามลงมา เขาก็ยิ่งเป็นห่วง

เสียงฟ้าร้องทำให้ฟ้าลดาตกใจกลัวจนเอามือปิดหูวิ่งไปทรุดนั่งซุกอยู่หลังต้นไม้ใหญ่

สายชลวิ่งร้องเรียกฟ้าลดาเป็นห่วงเธอแทบจะเป็นบ้า จนมาถึงต้นไม้ใหญ่ เห็นเธอนั่งซุกตัวอยู่ ต่างถลาเข้ากอดกันแน่น ฟ้าลดารู้สึกอบอุ่น ปลอดภัยเมื่ออยู่ในวงแขนของสายชล ครู่หนึ่ง สายชลผละออกบอกเธอว่า

“หาที่หลบฝนก่อน”

สายชลพาฟ้าลดาออกไปหาที่หลบฝน เธออ่อนเพลียและทางลื่น เธอเดินเซจะล้มสายชลต้องคอยประคองไว้ การดูแลอย่างอบอุ่นของสายชล ทำให้ฟ้าลดาหายกลัว มองเขาด้วยความรู้สึกดีๆอบอุ่น และปลอดภัย

สายชลพาฟ้าลดาหลบเข้าไปในถ้ำ ทั้งคู่ต่างหมดแรงล้มลง สายชลเสียหลักล้มทับฟ้าลดา หน้าต่อหน้าเกือบแนบชิดกันต่างชะงักงัน สายชลเผลอใจก้มลงจูบหน้าผากเธออย่างอ่อนละมุน

ครู่หนึ่งทั้งคู่ต่างลุกขึ้นนั่ง ทันใดนั้นฟ้าผ่าเปรี้ยง ทำให้ฟ้าลดาตกใจโผเข้ากอดสายชลแน่น

“ไม่ต้องกลัวนะ” สายชลกอดเธอไว้ ฟ้าลดาถามว่าเราต้องหลบอยู่ในนี้จนถึงเช้าหรือ “ก็คงต้องเป็นอย่างนั้น” สายชลตอบหลังจากมองไปนอกถ้ำ เห็นสายฝนยังตกหนักไม่มีทีท่าว่าจะซาลงเลย

ooooooo

บ่ายนี้ชมพูแพรไปหาหมอวัฒนาที่บ้าน แสดงความห่วงใยเอามือจับแผลที่หน้าผากหมอถามว่าเจ็บมากไหม หมอจับมือเธอออก บอกว่าไม่เจ็บแล้ว

“แพรขอโทษนะคะที่แพรทำตัวไม่ดีกับพี่หมอ” เธอเริ่มบีบน้ำตาหน้าเศร้า

หมอกระชับมือเธอไว้ บอกว่าตนไม่โกรธ ชมพูแพรยิ้มทั้งน้ำตาอย่างซึ้งใจว่า

“ขอบคุณมากนะคะที่พี่หมอดีกับแพรเสมอ ตอนนี้แพรรู้สึกแย่มาก ไม่รู้แพรทำบ้าอะไรลงไปทั้งๆที่ฟ้าเป็นน้องสาวของแพร”

“ผมดีใจนะครับที่แพรคิดได้”

“ตอนนี้แพรเข้าใจทุกอย่างแล้ว แพรยอมรับได้ ถ้าคุณชาร์ลกับยัยฟ้าจะรักกัน แพรอยากไปขอโทษคุณชาร์ลกับยัยฟ้า พี่หมอพอรู้ไหมว่าตอนนี้พวกเขาอยู่ไหน”

“เขาสองคนไปเกาะมิน”

ชมพูแพรผงะ พริบตาเดียวก็ปรับสีหน้า “ถ้างั้นพี่หมอพาแพรไปหาเขาสองคนจะได้ไหมคะ”

“อย่าเพิ่งไปดีกว่า รอให้คุณชาร์ลกับน้องฟ้าปรับความเข้าใจกันก่อน พอเขาสองคนกลับมา ก็ยังไม่สายเกินไป”

“ค่ะ” ชมพูแพรพยักหน้านิ่งๆทั้งที่ใจร้อนรุ่ม กลัวทุกอย่างจะสายเกินไป

ooooooo

ระหว่างหลบฝนอยู่ในถ้ำ สายชลดูแลฟ้าลดาอย่างทะนุถนอม เห็นเธอหนาวก็ถอดเสื้อตัวเองคลุมให้ เมื่อจับมือเห็นว่ามือเธอเย็นมาก ก็เอามือตัวเองถูมือเธอจนอุ่นขึ้น ทำให้ฟ้าลดายิ่งรู้สึกอบอุ่นอยู่ใกล้ชิดกันอย่างสนิทใจ ปล่อยให้เขาดูแลช่วยเหลือตามที่เขาห่วงใย

ยิ่งดึก อากาศก็ยิ่งหนาวเย็น สายชลเอาไม้ปั่นบนเศษใบไม้แห้งจนเกิดประกายไฟและจุดไฟขึ้น เขามองสายฝนนอกถ้ำ ที่ยังไม่มีทีท่าว่าจะหยุด พึมพำว่าดูท่าจะตกถึงเช้า เห็นฟ้าลดานั่งหน้าไม่ดีถามว่าเป็นอะไรหรือเปล่า

ฟ้าลดาบอกว่าเริ่มหิวแล้ว สายชลนิ่งคิด ลุกไปเอาอุ้งมือรองน้ำที่หยดย้อยจากถ้ำเอามาป้อน เร่งให้รีบกินเดี๋ยวจะไหลออกหมด พอฟ้าลดาได้ดื่มน้ำชื่นใจ เธอคิดถึงเขา ออกไปทำแบบเดียวกันแล้วเอาน้ำมาป้อนเขาบ้าง

ความอบอุ่นชุ่มชื่นใจที่ได้รับจากกัน มากกว่าน้ำที่ได้ดื่มมากมาย ต่างมองหน้าและยิ้มให้กันอย่างสดชื่น

การดูแลเป็นห่วงกันในยามยากลำบาก ยากที่จะบรรยายถึงความรู้สึกซาบซึ้งที่มีต่อกัน แม้น้ำสักอึก รอยสัมผัสเพียงเล็กน้อยก็มีพลังมหาศาลให้มีกำลังใจที่จะต่อสู้ฟันฝ่าความยากลำบากไปด้วยกัน

ฟ้าลดาคลายความหวาดระแวงสายชลจากการปฏิบัติของเขา คืนนี้ในถ้ำที่อากาศหนาวเย็น ฟ้าลดาได้เสื้อคลุมจากสายชลและความอบอุ่นจากที่ซบไหล่เขา ทำให้เธอหลับสนิท

ไม่นานนัก เธอก็ฝันถึงอดีตเมื่อครั้งอยู่กับสายชลขณะที่ตัวเองยังความจำเสื่อม...เวลานั้น เธอบอกเขาว่า

“นางฟ้ารักสายชล รักมากกว่าทุกอย่างบนโลกใบนี้ รักจนไม่รู้จะบอกสายชลว่ายังไง”

สายชลยิ้มเต็มหน้าด้วยความดีใจ ฟ้าลดายังเอามือเขามาทาบที่หัวใจตัวเอง ถามว่า...

“สายชลได้ยินเสียงหัวใจนางฟ้าไหม...สายชลเป็นคนเดียวที่จะได้เป็นเจ้าของหัวใจนางฟ้า”

หนุ่มสาวต่างยิ้มให้กัน หน้าค่อยๆเคลื่อนเข้าหากันตามปรารถนาหัวใจของกันและกัน...

ooooooo

เช้าแล้ว ฟ้าลดาตื่นขึ้นมาตกใจเมื่อพบว่าตัวเองหลับอยู่ในอ้อมกอดของสายชล เธอตกใจยิ่งขึ้น เมื่อเห็นว่าสายชลคือผู้ชายในความฝันของตน เธอมองเขาอย่างยอมรับใจตัวเองว่า รักผู้ชายคนนี้ ไม่ว่าเขาจะเป็นชาร์ลหรือสายชล

ฟ้าลดายกมือลูบหน้าสายชลเบาๆ ทำให้เขาตื่นขึ้น เธอรีบเอามือออก พอเขาลืมตาเธอยิ้มให้ บอกเขาว่า

“เช้าแล้ว...”

สายชลมองออกไปนอกถ้ำ เขายิ้มเมื่อเห็นแสงแดดอ่อนๆที่ปากถ้ำ...

ออกจากถ้ำ สายชลกับฟ้าลดาเดินมาด้วยกัน ฟ้าลดาเหล่ๆสายชลแล้วเป็นฝ่ายเดินเข้าใกล้เขา สายชลหันมาเห็นเธอเดินอยู่ใกล้ๆก็แปลกใจ อมยิ้มอย่างรู้สึกดี จึงเดินไปด้วยกันอย่างใกล้ชิดจนหลังมือเกือบแตะกัน ต่างเดินกันเงียบๆ

อย่างอดเขินกันไม่ได้ ขณะเดิน ฟ้าลดาสะดุดเกือบล้ม สายชลประคองไว้ พูดยิ้มๆ

“เดินไปด้วยกันแบบนี้ดีกว่า”

ฟ้าลดาดึงมือตัวเองออก บอกว่าตนเดินเองได้ แต่แล้วเธอก็สะดุดล้มลงอีก คราวนี้เจ็บเพราะข้อเท้าแพลง สายชลตัดสินใจให้เธอขี่หลัง ความเจ็บทำให้เธอต้องยอม

ขณะอยู่บนหลังสายชลนั้น ฟ้าลดารู้สึกอบอุ่น ปลอดภัย แอบมองเขาจากข้างหลังด้วยความรู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูก

สายชลให้ฟ้าลดาขี่หลังมาจนถึงชายหาด เธอบอกให้เขาวางลงได้แล้ว ตนเดินเองได้ สายชลจึงวางเธอลง ถามอย่างห่วงใยว่า

“ไม่เจ็บแล้วนะ...” เมื่อฟ้าลดาพยักหน้า สายชลหยอกว่า “ถ้างั้นเรามาวิ่งแข่งกันกลับบ้านดีไหม”

“ได้...ฉันชนะคุณชัวร์” ฟ้าลดารับท้าอย่างมั่นใจ พูดแล้วก็วิ่งออกไปเลย สายชลมองเหวอ ร้องงงๆก่อนวิ่งตามไป

“อ้าว...ทำไมวิ่งไปก่อนล่ะ นางฟ้า...”

ooooooo

ฟ้าลดาวิ่งไปที่ริมหาดของเกาะมินอีกด้านหนึ่ง... วิ่งพลางหันมองสายชลที่วิ่งตามมา สุดท้ายถูกไล่ตามทัน ถูกสายชลคว้าตัวเข้าไปกอด ฟ้าลดาหันมองหน้าเขาต่างมองกันนิ่งงัน ตกอยู่ในภวังค์ใจเต้นไม่เป็นสํ่า สายชลจับเธอหันมายื่นหน้าเข้าไปถามเบาๆ

“จำได้ไหมนางฟ้า ว่าเราเคยสัญญาอะไรกัน ครอบครัวของสายชลก็คือนางฟ้า ครอบครัวของนางฟ้าก็คือสายชล เราสัญญาว่า เราจะอยู่ที่นี่ด้วยกันตลอดไป”

ฟ้าลดามองเขาอย่างเต็มตื้น แม้จะจำอะไรไม่ได้ แต่รู้สึกซึ้งกับคำพูดของเขา ทั้งคู่มองกันนิ่ง...นาน...ค่อยๆเอาหน้าผากเข้าสัมผัสกัน ครู่หนึ่งต่างก็ผละออก สายชลบรรจงจูบฟ้าลดา เธอรับสัมผัสนั้นอย่างเต็มใจ

ทันใดนั้น ทั้งคู่สะดุ้งเฮือกผละจากกันทันที เมื่อมีคนเรียกเสียงดัง

“คุณฟ้าลดา!”

ทั้งสองตกใจเมื่อเห็นยาซะยืนอยู่ พอตั้งสติได้ สายชลจูงฟ้าลดาวิ่งหนี ถูกลูกน้องยาซะสองคนเดินมาขวาง สายชลเอาตัวบังฟ้าลดาไว้อย่างปกป้อง ยาซะเดินอาดๆเข้ามาบอกว่า

“พี่สาวคุณฟ้าลดาให้ผมมาพาคุณฟ้าลดากลับบ้านครับ”

สายชลกระซิบฟ้าลดาให้รีบหนีไป เธอละล้าละลัง เพราะเป็นห่วงเขา จนเขายํ้าให้รีบหนี เธอจึงวิ่งออกไป ยาซะกับลูกน้องจะตาม ถูกสายชลขวาง ยาซะวิ่งตามฟ้าลดาไป สายชลผลักลูกน้องยาซะจนเซแล้วเขาก็กระโดดไปล็อกตัวยาซะไว้

ทั้งสองกลิ้งไปตามพื้นทราย ฟ้าลดาเป็นห่วงเขา คว้าไม้จะช่วยสายชล ถูกลูกน้องยาซะมาขวาง เธอหวดไม้ไปมากันไม่ให้มันเข้ามา

สายชลเล่นงานยาซะจนหมดฤทธิ์ หันมาเห็นฟ้าลดากำลังจะแย่ จึงวิ่งมาช่วยคว้ามือเธอจะพาหนี ทันใดนั้น เสียงปืนดังขึ้นนัดหนึ่ง สายชลตกใจหันมอง เห็นยาซะถือปืนเลือดกบปากเดินมาหาสายชลกับฟ้าลดาอย่างบ้าเลือด

“ถ้าไม่อยากตาย ส่งมันมาให้ฉัน” ยาซะสั่ง จ้องปืนมาที่ทั้งสอง สายชลเอาตัวบังฟ้าลดาไว้ ประกาศกร้าวว่า

“ฉันจะไม่ยอมให้แกมาพรากนางฟ้าไปจากฉันอีก” พูดแล้วสายชลแผดเสียงพุ่งเข้าหายาซะ

ยาซะชะงักที่เห็นสายชลบ้าดีเดือดพุ่งเข้าแย่งปืน มันหันกระบอกปืนใส่สายชล สั่งลูกน้องให้หยุดสายชลให้ได้

ลูกน้องยาซะทั้งสองชักมีดสั้นออกมาจ่อคอฟ้าลดาทันที สายชลตกใจหันมอง ทำให้ยาซะได้จังหวะใช้ด้ามปืนเสยคางสายชลจนสลบไปทันที ลูกน้องยาซะช่วยกันยกฟ้าลดาขึ้นบ่าแบกไป

สายชลถูกทิ้งให้นอนหมดสติอยู่ตรงนั้น...

ooooooo

สายชลรู้สึกตัวขึ้นมา เขามองหาฟ้าลดาไม่มีร่องรอยของเธอเลย เขากำทรายแน่นด้วยความเจ็บปวดแค้นใจที่ไม่สามารถปกป้องฟ้าลดาไว้ได้

หมอวัฒนากำลังหลับสนิท สะดุ้งตื่นเมื่อเวลาตีสอง เพราะเสียงมือถือดังขึ้น พอเห็นชื่อสหัส หมอตกใจตาสว่างรีบรับสาย

“คุณสหัส...ครับ...แพรให้ยาซะมาจับตัวน้องฟ้าที่เกาะมิน?!”

“ใช่ครับ คุณชาร์ลโทร.มาบอกผม ไม่รู้ว่ามันรู้ได้ไงว่าคุณชาร์ลพาคุณฟ้าไปที่นั่น” เสียงสหัสตึงเครียด

หมอชะงักอึ้ง นึกถึงตอนที่ชมพูแพรถาม และหมอเป็นคนบอกเธอเองว่าสายชลพาฟ้าลดาไปที่เกาะมิน หมอใจหายวาบ บอกสหัสว่า

“ผมเป็นคนบอกแพรว่าคุณชาร์ลกับน้องฟ้าไปที่ไหน...คุณไม่ต้องห่วงทางนี้ผมจะจัดการเอง คุณรีบไปรับคุณชาร์ลกลับมา แล้วเราค่อยโทร.หากัน”

หมอวัฒนาวางสายทั้งโมโหและเสียใจตัวเองที่ถูกชมพูแพรหลอก

ooooooo

หมอขับรถไปหาชมพูแพรทันที เมื่อเธอเดินออกมาเห็นหมอวัฒนายืนรออยู่ เธอถามนํ้าเสียงแบบมะนาวไม่มีนํ้าว่า

“พี่หมอจะคุยอะไรกับแพรตอนตีสามคะ”

“น้องฟ้าอยู่ไหน” หมอขยับเข้าหาด้วยท่าทีขึงขัง แต่ชมพูแพรทำไขสือ ย้อนถามว่า

“น้องฟ้าอยู่เกาะมินกับคุณชาร์ลไงคะ พี่หมอเป็นคนบอกแพรเอง”

“เลิกเล่นละครเสียที ผมรู้ความจริงทุกอย่างหมดแล้ว แพรให้ยาซะไปจับตัวน้องฟ้ากลับมา แพรทำเป็นสำนึกผิด เพื่อให้ผมบอกว่าคุณชาร์ลพาน้องฟ้าไปไหน”

“แพรไม่สนุกกับพี่หมอนะคะ อย่ามาอำกันแรงแบบนี้” ชมพูแพรชักสีหน้าใส่

“พูดความจริงเสียทีเถอะแพร คุณให้ยาซะจับตัวน้องฟ้าไปไว้ที่ไหน”

“นี่พี่หมอเมารึเปล่า ถึงได้พูดจาเพ้อเจ้อ”

“ผมไม่ได้เมา”

“ถ้าไม่เมา ก็คงจะไม่สบายพี่หมอกลับไปเถอะค่ะ แพรง่วงจะตายอยู่แล้ว” พูดจบหันเข้าบ้านปิดประตูเลย

หมอวัฒนาจะตามเข้าไปก็ถูกเธอปิดประตูใส่หน้า เลยได้แต่ยืนหัวเสียอยู่ตรงนั้น ใจว้าวุ่นด้วยความเป็นห่วงฟ้าลดา

ooooooo

แต่พอกลับเข้าห้องนอน ชมพูแพรโทร.ถึงยาซะทันที ถามว่าเอาฟ้าลดาไปไว้ที่ไหน ตนจะไปหาเดี๋ยวนี้ แต่เหลือบเห็นหมอวัฒนายังยืนอยู่ ก็บ่นอย่างหงุดหงิด

“ยังไม่กลับไปอีก” แล้วพูดโทรศัพท์กับยาซะต่อ “ฉันเปลี่ยนใจไม่ไปแล้ว พรุ่งนี้เจอกัน เฝ้ามันไว้ให้ดี”

ยาซะรับคำแล้วหันมองฟ้าลดาที่ถูกมัดมือนอนหมดสติอยู่บนพื้น ยาซะยิ้มร้าย หันหลังเดินไปปิดประตูแล้วเดินกลับไป

จากแสงจันทร์อ่อนๆ ส่องให้เห็นว่าที่นั่นคือโกดังริมนํ้า...

เช้าวันต่อมา สหัสเอาเครื่องบินส่วนตัวไปรับสายชลกลับมาแล้ว

เป็นเวลาที่ชมพูแพรลุกมายืนที่หน้าต่างห้องนอน มองหาว่าหมอวัฒนายังอยู่ไหม พอไม่เห็นก็ยิ้มสบายใจ หลังจากนั้นไม่นานเธอก็ขับรถออกไป โดยไม่รู้ว่าหมอวัฒนาที่ซุ่มอยู่ รีบขับรถตามไปห่างๆ เชื่อว่าเธอต้องไปหาฟ้าลดาแน่ๆ

ตามไปจนถึงทางเลี้ยวเข้าซอย รถหมอถูกรถคันหนึ่งขับตัดหน้า ทำให้ต้องเบรกกะทันหัน เลยตามรถของชมพูแพรไม่ทัน หมอหัวเสีย เสียดายมาก

สายชลนั่งรถมากับสหัส โทรศัพท์มือถือของสหัสดังขึ้น สหัสรีบรับสาย

“ครับคุณหมอ...คุณหมออยู่ที่ไหนนะครับ ได้ครับได้ ผมจะไปเดี๋ยวนี้” สหัสวางสายบอกสายชลอย่างตื่นเต้นว่า “คุณหมอขับรถตามรถคุณแพรไม่ทัน แต่คุณหมอคิดว่าคุณแพรน่าจะมุ่งหน้าไปที่ริมแม่นํ้า”

“ริมแม่นํ้าไหน” สายชลถาม

ooooooo

ชมพูแพรไปถึงโกดังริมนํ้า ตรงเข้าไปในที่ที่ขังฟ้าลดาไว้ ยืนมองฟ้าลดาที่ยังนอนไม่ได้สติด้วยสายตาเย็นชา ก่อนที่จะเข้าไปแก้เชือกที่มัดมือออก

ฟ้าลดารู้สึกตัว ค่อยๆลืมตาขึ้น ในสายตาที่พร่ามัว ฟ้าลดาเห็นชมพูแพรเป็นเพียงเงาๆ แต่ก็ทำให้เธอถึงกับผงะ พยายามลุกขึ้น พึมพำเรียก...“พี่แพร”

“อย่ามาเรียกฉันว่าพี่ ฉันไม่เคยเห็นแกเป็นน้องนับตั้งแต่วันที่แกลืมตาดูโลก ที่ฉันทำเป็นรักแก เพราะฉันต้องสร้างภาพพี่สาวที่แสนดีให้ทุกคนเห็น”

ชมพูแพรมองฟ้าลดาด้วยสายตาเกลียดชังจนฟ้าลดารู้สึกได้ ฟ้าลดานํ้าตารื้นด้วยความเสียใจ ปฏิเสธเสียงสะท้าน

“ไม่จริง...”

“จริง!” ชมพูแพรตะคอก “ตลอดเวลาที่ผ่านมา ฉันต้องอดทนมากแค่ไหนแกรู้บ้างรึเปล่า ฉันต้องอดทนเห็นพ่อแม่รักแก เชิดชูแก ส่งเสียให้แกเรียนสูงๆ มีอะไรก็ประเคนให้แกทุกอย่าง แกทำอะไรก็ถูกต้องไปหมด ในขณะที่ฉัน ไม่ได้อะไรเลย ทำอะไรก็ผิด พ่อแม่ไม่เคยเห็นฉันอยู่ในสายตา แล้วเขาสองคนเอาฉันมาเลี้ยงทำไม!” ชมพูแพรแผดเสียงเหมือนสติแตก

“พี่แพรหมายความว่ายังไง” ฟ้าลดามองชมพูแพรตะลึง

“ฉันไม่ใช่พี่สาวแก!” ชมพูแพรกระชากฟ้าลดาเข้าไปตะคอก “ฉันเป็นเด็กกำพร้าผู้น่าสงสารที่พ่อกับแม่เอามาเลี้ยง แล้วแกก็มาเกิด! แกจะมาเกิดทำไมหา นังฟ้าลดา!”

ฟ้าลดาถูกตะคอก ถูกจับเขย่าจนคอแทบหัก ร้องไห้ออกมาด้วยความตกใจ...เสียใจ

ooooooo

แม้จะคลาดกับชมพูแพรแล้ว แต่หมอวัฒนายังไม่ถอดใจ ขับรถไปตามถนนมองหารถของชมพูแพร ที่คาดว่าน่าจะจอดที่ใดที่หนึ่ง เข้าไปจนสุดซอย เห็นข้างหน้าเป็นท่านํ้ามีโกดังเก่าๆหลังใหญ่อยู่ริมนํ้า หมอมองด้วยความมั่นใจว่าชมพูแพรต้องเอาฟ้าลดามาขังไว้ที่นี่

ในโกดัง...ชมพูแพรยังเผชิญหน้าฟ้าลดาอย่างเกลียดชัง อาฆาตแค้น พูดอย่างเจ็บใจว่า

“ยี่สิบกว่าปีที่แกเห็นฉันแสดงออก มันเป็นเรื่องโกหก ความรู้สึกตอนนี้...ที่แกเห็นตรงหน้า มันคือความจริง และนี่ก็เป็นครั้งแรกที่ฉันจริงใจกับแกที่สุด!”

ฟ้าลดายังอึ้งไม่หาย ชมพูแพรปล่อยมือจากฟ้าลดา เธอตั้งสติได้บอกว่า

“ถึงพี่แพรจะไม่ใช่พี่สาวแท้ๆของฟ้า แต่ฟ้าก็รักพี่แพรนะคะ”

“ไม่ต้องโกหก ฉันไม่เชื่อ!”

“พี่แพรเป็นครอบครัวของฟ้า...ฟ้ารักพี่แพร”

“แต่ฉันเกลียดแก! ฉันเกลียดแก ได้ยินไหม” ชมพูแพรผลักฟ้าลดาออก แผดเสียงใส่หน้า ฟ้าลดาถามว่าทำไม ชมพูแพรพูดลอดไรฟันว่า “เพาะแกเป็นเมียคุณชาร์ล เป็นผู้หญิงที่คุณชาร์ลรัก”

ฟ้าลดาเอาแต่ร้องไห้พูดไม่ออก ถูกชมพูแพรตรงเข้ากระชากผมให้เงยหน้าขึ้น ตะคอกถาม

“ทำไมแกไม่พูดว่าแกไม่รักเขา แกรักเขาใช่ไหม แกรักเขาใช่ไหมฟ้าลดา! ใช่ไหม!!”

ทั้งชมพูแพรและฟ้าลดาต่างร้องไห้อย่างหนัก ฟ้าลดาเข้าไปจับแขนชมพูแพร พูดไปร้องไห้ไป

“พี่แพร...ฟ้าขอโทษ...ฟ้าขอโทษ...”

“ไม่ต้องมาขอโทษ ฉันไม่มีวันให้อภัยแก” ชมพูแพรปัดมือฟ้าลดาออกอย่างแรง

“ฟ้าต้องทำยังไง พี่แพรถึงจะให้อภัยฟ้า”

“แกจะต้องหายสาบสูญไปจากที่นี่ แล้วอย่ากลับมาอีกเลยตลอดชีวิต แกทำได้รึเปล่า แต่ถ้าแกไม่ยอม ฉันจะให้ยาซะจัดการกับแก!”

ฟ้าลดาตกใจกับความเหี้ยมโหดนั้น มองหน้าชมพูแพรช็อก!

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

"อาเล็ก" บุกทวงคืนร่าง “กระทิง” ไม่ยอมเปิดศึกวางมวย ใน “แค้นรักสลับชะตา”

"อาเล็ก" บุกทวงคืนร่าง “กระทิง” ไม่ยอมเปิดศึกวางมวย ใน “แค้นรักสลับชะตา”
19 มิ.ย 2564

10:25 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันเสาร์ที่ 19 มิถุนายน 2564 เวลา 18:21 น.