ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

เกมร้าย เกมรัก

SHARE
  • แนว
  • :
  • บทประพันธ์โดย
  • :
  • บทโทรทัศน์โดย
  • :
  • กำกับการแสดงโดย
  • :
  • ผลิตโดย
  • :
  • ช่องออกอากาศ
  • :
  • อื่นๆ
  • นักแสดงนำ
  • :

เกมร้าย เกมรัก ตอนล่าสุด

ตอนที่ 1

ที่เกาะมิน บริเวณริมหาดอึกทึกคึกคักด้วย

เสียกลอง พวกผู้ชายพากันตีกลองให้จังหวะอย่างสนุกสนานเร้าใจ ส่วนหญิงสาวหลายคนก็พากันเต้นระบำฮาวายส่ายสะโพกพลิ้วเอวอ่อน เสียงเชียร์ดังกึกก้องไปทั้งหาด

“สายชล...สายชล...สายชล...”

เสียงเชียร์ของมามิกับสวย สองสาวชาวเกาะคู่แข่งที่หมายตาสายชลดังแหลมออกมากว่าใครเพื่อน แต่พอหันมาเจอกันต่างก็สะบัดหน้าใส่กันแล้วร้องเชียร์ต่อ

ไกลออกไป มีแพลอยอยู่กลางทะเล ไกลออกไปอีกนิด ร่างชายหนุ่มคนหนึ่งกำลังว่ายน้ำแหวกพุ่งมาอย่างเร็ว พอมาถึงก็เกาะแพดึงตัวขึ้นไป วิ่งไปคว้าธงสีสดใสที่ปักอยู่ตรงกลางชูขึ้นโบกสะบัด หันหน้าไปทางริมหาดยิ้มเต็มหน้าอย่างผู้ชนะ

“มีคนได้ธงแล้วแม่” เสียงซะละหัวหน้าเกาะ ร้องบอก แสงดาวผู้เป็นเมียที่ยืนเชียร์อยู่ข้างๆ แสงดาวถามว่าใครได้

ทุกคนเขม้นมองไปที่แพว่าใครได้ธงไป แล้วนาราผัวของอารีฟะก็ตะโกนบอกทุกคนอย่างตื่นเต้นว่า

“ไอ้สายชล...ไอ้สายชลได้ธงเว้ย”

พวกสาวๆพากันกรี๊ดด้วยความดีใจ รวมทั้งอารีฟะด้วย เลยถูกนาราหันมองตาเขียวเอ็ดเบาๆว่า ผัวอยู่นี่จะกรี๊ดทำไม อารีฟะยิ้มแหยๆบอกว่า “ก็มันดีใจอ่ะ”

นาราหันไปมองสายชลแล้วแผดเสียงออกมาบ้าง บอกว่าตนก็ดีใจเหมือนกัน สองผัวเมียกอดกันกระโดดด้วยความดีใจสุดขีด ท่านกลางเสียงร้องเชียร์ “สายชล...สายชล...สายชล...”

ooooooo

สายชลยืนโบกธงยิ้มกว้างอยู่พบแพ จู่ๆหนุ่มชาวเกาะอีกสามคนก็ว่ายมาถึงพากันโหนขึ้นแพ ตรงไปห้อมล้อมสายชลไว้เพื่อแย่งธง สายชลเบี่ยงตัวหลบ บอกทั้งสามว่า

“อะไรที่อยู่ในมือฉันแล้ว ไม่ว่าใครหน้าไหนก็เอาไปไม่ได้ง่ายๆหรอกเว้ย”

สามหนุ่มชาวเกาะมองหน้ากันแล้วพุ่งเข้าจะแย่งธงจากสายชล แต่แย่งไม่ได้เพราะสายชลหลบได้คล่องแคล่วว่องไวราวกับปลาในสายน้ำ...

พวกที่ริมหาดเห็นการแย่งธงกันบนแพ ซะละถามแสงดาวว่า ในนั้นมีไอ้ลอยลูกชายเราไหม แสงดาวเขม้นมองบอกว่าไม่มี ถามอย่างกังวลว่า “แล้วไอ้ลอยอยู่ไหน”

ไอ้ลอยที่ทั้งสองถามถึงคือแตลอย ลูกชายของพวกเขานั่นเอง

ที่แพ แตลอยเพิ่งว่ายน้ำมาถึงเขาเกาะขอบแพจะดึงตัวขึ้นไป ทำให้แพเอียงวูบ หนุ่มชาวเกาะทั้งสามที่กำลังแย่งธงจากสายชลเสียหลักตกน้ำไปทั้งสามคน แต่สายชลขืนตัวไว้ยืนอยู่บนแพได้อย่างเท่เพียงคนเดียว

ooooooo

หลังจากนั้น สายชลถือธงมายื่นให้ซะละผู้เป็นหัวหน้าเกาะ ซะละรับธงจากสายชลชูขึ้นท่ามกลางเสียงปรบมือแสดงความดีใจ พร้อมเสียงตะโกนเป็นจังหวะ “สายชล สายชล สายชล”

ซะละยกมือขึ้นเชิงให้หยุด เมื่อเสียงเชียร์เงียบลง ซะละชูธงในมือขึ้นประกาศชัยชนะ

“ข้า ซะละ หัวหน้าเกาะมินขอประกาศว่า สายชลได้ผ่านพิธีแย่งธง ซึ่งหมายความว่าสายชลเป็นชายหนุ่มเต็มตัว” ซะละเดินไปตบบ่าสายชล ยิ้มกรุ่มกริ่มก่อนประกาศเสียงดังกว่าเก่าว่า “พร้อมมีเมียได้แล้ว”

มามิกับสวย สองสาวคู่แข่งกรี๊ดลั่น แตลอยทำหน้าเซ็งๆที่ตนพลาดโอกาสนี้ไป สายชลหันไปเห็นมามิ

สวย และสาวชาวเกาะที่รายล้อม ทุกคนยิ้มหวานเสนอตัวบ้างโพสท่ายั่วยวน กระตุ้นต่อมหนุ่มของสายชลเต็มที่

สายชลมองพวกสาวๆเหล่านั้นอย่างสยอง ที่ตนกลายเป็นกวางน้อยในหมู่เสือสาวที่กำลังกระหายไปแล้ว

บรรดาชาวเกาะที่ห้อมล้อมพากันหัวเราะกับบรรยากาศขำๆรอบตัว ซะละกระเซ้าสายชลว่า

“ดูท่าจะมีผู้หญิงให้เอ็งเลือกเป็นเมียหลายคน แต่อย่าลืมว่า ชายชาวเกาะมิน...”

“ต้องรักเดียวใจเดียว มีเมียเดียวไปจนวันตาย” สายชลพูดต่อทันทีอย่างรู้ประเพณีของชาวเกาะมินดี

พวกสาวๆพากันปลื้มสุดๆแตลอยเบ้หน้าโพล่งออกไปว่า

“หมั้นไส้โว้ย ไอ้สายชลมันหล่อกว่าฉันตรงไหนวะ”

“ก็ตรงที่แกไม่มียังไงล่ะไอ้แตลอย” มามิหมั้นไส้เลยตอบกระแทกกลับไป

“นังมามิ!” แตลอยฉุนขาด แต่แล้วก็ชะงัก เกาหัวถามตัวเองงงๆ “มันหมายความว่ายังไงวะ”

ระหว่างนั้น ปีร์กะ หมอผีประจำเกาะ ถือไม้เท้าเดิน ออกมาท่าทางน่าเกรงขาม ทุกคนเงียบกริบ บรรยากาศจริงจังขึ้นมาทันที ปีร์กะเดินมาหยุดตรงหน้าสายชล ยื่นสร้อยเส้นหนึ่งออกไป พูดกับสายชลว่า

“สายชล...วันใดที่เจ้าเจอคู่ครอง จงมอบสร้อยนี้ให้กับคู่ของเจ้า แล้วพวกเจ้าจะไม่มีวันพรากจากกันจนกว่าชีวิตจะหาไม่”

ปีร์กะสวมสร้อยให้สายชล เขาก้มมองสร้อยที่คอ ทันใดนั้น เสียงฟ้าร้องครืนๆเมฆดำกลุ่มใหญ่ลอยมาทางเกาะ สายฟ้าฟาดเปรี้ยง พลันลมก็พัดโหมฮือเข้ามาอย่างแรง ข้าวของปลิวกระจุยกระจาย ทุกคนต้องยกมือป้องหน้าบังลมไว้

นารากับอารีฟะคว้าลูกไปกอดไว้แน่น แสงดาวเข้ามายืนข้างซะละบอกว่าท่าทางจะเป็นพายุใหญ่ สายชลบอกว่าอีกไม่นานพายุต้องมาถึงที่นี่แน่ เสนอให้รีบหาที่หลบกันดีกว่า

นาราถามอย่างกังวลว่าที่ทางออกโล่งโจ้งแบบนี้ เราจะหลบไปที่ไหน สายชลนิ่งไปนิดหนึ่ง นึกออก บอกว่าบนเขามีถ้ำใหญ่พอที่จะให้พวกเราทุกคนไปหลบพายุได้ พวกเรารีบไปที่นั่นกันก่อนดีกว่า ซะละเห็นด้วย เรียกทุกคนให้รีบไปที่ถ้ำกัน

เพียงเริ่มออกเดิน สายฝนก็เทกระหน่ำลงมาอย่างหนัก ฟ้าผ่าเปรี้ยงๆตลอดทางอย่างน่ากลัว

แต่พอไปถึงถ้ำ อารีฟะร้องอย่างตกใจเมื่อหนูแดงลูกสาววัยสองขวบหายไป สวยลูกสาวคนโตรีบเดินหาแต่ไม่เจอ สายชลอาสาจะไปตามหาหนูแดงให้ ว่าแล้ววิ่งออกไปทันที ทุกคนได้แต่มองตามไปด้วยความเป็นห่วง

ปีร์กะ พนมมือภาวนา “เทวดาเจ้าป่าเจ้าเขา ช่วยคุ้มครองให้สายชลพาหนูแดงกลับมาโดยปลอดภัยด้วยเถอะ”

สายชลออกไปตามหา จนบ่ายเจอหนูแดงร้องไห้อยู่ใต้กองกิ่งไม้ สายชลรีบอุ้มออกมาพากลับถ้ำโดยเร็ว

ทุกคนดีใจมาก โดยเฉพาะอารีฟะโผเข้ารับหนูแดงไปอุ้มกอดไว้แน่น นาราขอบใจสายชลด้วยความซาบซึ้งใจ

สายชลมองสามพ่อแม่ลูกกอดกัน ยิ้มอย่างดีใจ รู้สึกดีๆกับความเป็นครอบครัว...

ooooooo

เย็นแล้ว ที่ริมหาด สายชลเดินกลับบ้าน พลันก็ชะงักเมื่อมามิเดินมาหา เขาถามว่าทำไมยังไม่กลับบ้านอีก มามิเดินยั่วเข้าหา ชวนเป็นผัวเมียกันดีกว่าเพราะไหนๆวันนี้เขาก็ผ่านพิธีมาแล้ว ว่าแล้วโผเข้ากอดแน่น

“เฮ้ย! ไม่ได้!” สายชลพยายามแกะมือมามิออก มามิกอดแน่นเป็นตุ๊กแก แต่แล้วก็ชะงักเมื่อเสียงของสวยแทรกเข้ามาอย่างไม่พอใจ

“หยุด...ถ้าจะเอาพี่สายชลเป็นผัว ก็ต้องข้ามศพฉันไปก่อน”

มามิไม่ยอมถอยยกมือเท้าเอวด่าสวยว่า ตัวแค่นี้คิดจะมีผัว เอานิ้วจิ้มหน้าผากสวยจนหงายบอกให้ไปดูหนังหน้าตัวเองเสียก่อน สวยไม่ยอมถอยเท้าเอวยื่นหน้าเข้าไปเถียงมามิว่า อีกไม่นานตนก็โตทันเธอแล้ว

“เชอะ...ถึงโตทัน สายชลเขาก็ไม่เอาแกทำเมียหรอก” มามิมองเย้ย ทั้งสองมัวแต่ทะเลาะแย่งสายชลกัน เขาเลยฉวยโอกาสย่องหนีไป แต่แล้วก็ชะงักเมื่อเจอสาวๆอีกกลุ่มหนึ่งดักอยู่ ต่างกรูกันเข้าหา มามิกับสวยหันมาเห็น รีบแย่งกันมาแสดงตัวว่าเป็นเจ้าของสายชล รุมกันดึงทึ้ง จนสายชลแทบฉีกออกเป็นสองซีก เขาร้องอย่างฉุนเฉียว

“โว้ย!!” พวกสาวๆพากันหยุดกึก สายชลวางแผน บอกทุกคนว่า คนที่จะมาเป็นเมียตนนั้นต้องมีสะโพกผายจึงจะเหมาะแก่การมีลูกไว้สืบสกุลมากๆทั้งหัวปี กลางปี ท้ายปี บอกให้ทุกคนหันหลังโชว์บั้นท้ายตัวเอง

พวกสาวๆหลงเชื่อพากันหันหลังโก้งโค้งโชว์ บ้างดึงดูดใจส่ายสะโพกดิ๊กๆ

สายชลฉวยโอกาสที่สาวๆหันหลังให้เดินหนีไป

พวกสาวๆที่หันหลังโชว์บั้นท้ายกันจนเมื่อย สวยร้องถามขึ้นก่อนว่าเลือกได้หรือยัง ปรากฏว่าเงียบกริบ ทุกคนเลยเอะใจ หันมองไม่มีสายชลอยู่ตรงนั้นแล้วแต่เห็นวิ่งอ้าวอยู่ข้างหน้า เลยพากันวิ่งไล่กวดไปเป็นพรวน

สายชลวิ่งหนีสุดชีวิต วิ่งไปบ่นไป “ซวยจริงๆ เล้ย ไอ้สายชล” ถึงจะเหนื่อยแต่หยุดไม่ได้ ขืนหยุดมีหวังโดน รุมทึ้งแน่

ทันใดนั้น เสียงสาวๆที่วิ่งตามมาพากันร้องกรี๊ด สายชลนึกว่ากรี๊ดตน หันมองกลายเป็นว่าพวกสาวๆกรี๊ดตกใจที่

เห็นสาวน้อยนางหนึ่งในชุดดำน้ำนอนหมดสติอยู่

สายชลรีบเข้าไปดู เขาปัดผมที่บังหน้าหญิงสาวออก พอเห็นหน้าเต็มๆ เขาถึงกับตะลึงอึ้งในความสวยน่ารักของเธอ ที่หน้าผากเธอมีรอยแตกยาว

ooooooo

สายชลตัดสินใจอุ้มร่างหญิงสาวไปที่บ้านปีร์กะ วางร่างเธอไว้บนแคร่หน้าบ้าน ครู่หนึ่งปีร์กะออกมาจับชีพจร แตลอยเดินกินปลาย่างผ่านมาเห็นคนมุงดูกันก็เข้ามาดูบ้าง พอเห็นหน้าหญิงสาวถึงกับอุทาน “สวย...”

“เรียกฉันทำไม” สวยที่ยืนดูอยู่ก่อนแล้วหันมาถาม แตลอยบอกว่าตนไม่ได้เรียกเธอ แต่หมายถึงผู้หญิงคนนั้นสวย

ปีร์กะจับชีพจรแล้วส่ายหน้าบอกสายชลว่าชีพจรเต้นอ่อนมากสงสัยจะไม่รอด ทุกคนตกใจ สายชลขอร้องปีร์กะว่า

“ป้าปล่อยให้ผู้หญิงคนนี้ตายไม่ได้นะ ป้าต้องช่วยเขา”

ปีร์กะให้พวกที่มุงอยู่ไปตามทุกคนมารวมตัวกันที่ลานหมู่บ้าน แล้วให้สายชลอุ้มร่างหญิงสาวตามตนไปที่ลานหมู่บ้าน  เมื่อทุกคนมากันพร้อมแล้วปีร์กะให้มายืนล้อมหญิงสาว ไว้ ตัวเองไปยืนข้างหญิงสาว บอกทุกคนว่า

“ข้าจะอ้อนวอนวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ให้ช่วยปัดเป่าความชั่วร้ายออกจากนางผู้นี้ ขอให้พวกเราทุกคนรวมพลังช่วยข้าด้วย” ปีร์กะพูดแล้วให้ทุกคนพูดตามว่า “ความชั่วร้ายจงออกไป ความชั่วร้ายจงออกไป”

ปีร์กะทำพิธีจนเสร็จ แล้วเข้าไปจับชีพจรหญิงสาวอีกครั้ง บอกอย่างสิ้นหวังว่า

“ธาตุไฟของนางกำลังจะแตก มันเป็นชะตาของฟ้า”

สายชลถามอย่างตกใจว่าเราช่วยผู้หญิงคนนี้ไม่ได้จริงๆหรือ ปีร์กะส่ายหน้า

สายชลคิดไม่ตก ใจไม่ยอมแพ้ พยายามหาทางช่วยเธอ ฉุกคิดขึ้นมาได้หันไปถามทุกคนว่า

“แล้วถ้าเราเอาผู้หญิงคนนี้เข้ากระโจมอบสมุนไพรล่ะ กระโจมสมุนไพรช่วยทำให้เลือดไหลเวียนดีขึ้น บางทีวิธีนี้อาจจะช่วยผู้หญิงคนนี้ได้”

“สายชล เอ็งจะฝืนชะตาฟ้าไปทำไม ร่างกายของผู้หญิงคนนี้อ่อนแอจนเกินจะเยียวยาแล้ว” ปีร์กะติง

“ผู้หญิงคนนี้ ถูกพามาที่เกาะมิน นั่นหมายความว่าเกาะเลือกที่จะให้พวกเราช่วยเธอ แล้วเราจะปล่อยให้เธอตายโดยที่เราจะไม่พยายามทำอะไรเลยเหรอป้า” สายชลถามปีร์กะ พยายามโน้มน้าวใจ

แสงดาวเห็นด้วย พูดกับปีร์กะว่าเราจะปล่อยให้คนคนหนึ่งตายไปต่อหน้าต่อตาได้ยังไง ซะละเสนอว่าเราจะลองดูก็ไม่เสียหายอะไร ทำให้ปีร์กะพูดอย่างตัดสินใจแล้วว่า “เอาวะ เป็นไงเป็นกันเว้ย...”

ooooooo

ทุกคนช่วยกันเตรียมกระโจมอบสมุนไพรขึ้นที่ลานหมู่บ้าน เสร็จแล้วปีร์กะสั่งการว่า พวกเราต้องช่วยกันเติมสมุนไพรอย่าให้พร่อง ทุกคนพยักหน้ารับแข็งขัน โดยแตลอยเป็นคนคอยเติมฟืน สายชลคอยเติมสมุนไพร ส่วนคนอื่นๆ คอยลุ้นเอาใจช่วยกันเต็มที่

แต่จนกระทั่งยามสองก็ยังไม่ได้ผล ปีร์กะบอกสายชลว่า เราช่วยนังหนูนี่ไม่ได้แล้ว เราจะช่วยได้อีกทางคือ ช่วยกันสวดภาวนาให้นางไปอย่างสงบ และไม่ทรมาน

ทุกคนเศร้ามาก สายชลไปยืนตรงหน้าร่างหญิงสาวอุ้มเธอขึ้น หันบอกทุกคนว่า

“ฉันเคยปล่อยให้พ่อกับแม่ตายไปตรงหน้า โดยที่ฉันช่วยอะไรไม่ได้ ฉันจะไม่ยอมให้ใครต้องมาตายตรงหน้าฉันอีก...ตราบใดที่ผู้หญิงคนนี้ยังมีลมหายใจ พวกเราก็ยังมีความหวัง ฉันจะช่วยผู้หญิงคนนี้ให้ถึงที่สุด”

ทุกคนพยักหน้าเห็นด้วย สายชลหันมองปีร์กะ ถามว่า “การช่วยเหลือคน มันไม่ใช่เรื่องที่เหนื่อยอะไรไม่ใช่เหรอป้า” ปีร์กะได้แต่มองสายชลนิ่ง

ooooooo

สายชลพาร่างหญิงสาวไปที่บ้านตน วางบนเตียงแล้วนั่งข้างๆ จับมือเธอกุมไว้ เอาอีกมือแตะที่หน้าผากพร่ำพูดไม่ขาดปากซ้ำแล้วซ้ำอีกว่า

“ความชั่วร้ายจงออกไป สิ่งดีๆ จงเข้ามา ความชั่วร้ายจงออกไป สิ่งดีๆ จงเข้ามา...”

ไม่นานนักเมฆดำก็เคลื่อนมาบังพระจันทร์ สายชลยังคงนั่งอยู่ในท่าเดิม พูดประโยคเดิม ทันใดนั้น เธอกระอักน้ำออกมาแล้วชัก สายชลตกใจจับตัวเธอไว้ พูดประโยคเดิมเร็วขึ้น ครู่หนึ่งเธอค่อยสงบลง เขาถอนใจโล่งอก ยิ่งมุ่งมั่นที่จะพูดประโยคนั้นต่อไป

สายชลพร่ำพูดตั้งแต่กลางคืน...จนเช้า...กระทั่งสาย บ่าย จนเย็น โดยไม่ยอมแตะต้องอาหารและน้ำดื่มที่ปีร์กะกับมามิเอามาให้ ไม่ยอมแตะต้องอาหาร ไม่ยอมพูด ท่องประโยคนั้นอย่างมีสมาธิ ตลอดวัน ตลอดคืน

จนกระทั่งเช้าวันต่อมาเขาก็ยังท่องประโยคนั้นอยู่อย่างไม่ย่อท้อ ชาวบ้านพากันมายืนลุ้นที่หน้าบ้านสายชลด้วยความเป็นห่วง ปีร์กะเดินออกมาส่ายหน้าให้รู้ว่าไม่มีความหวัง

ความห่วงใยหญิงสาวของชาวบ้าน บัดนี้กลายเป็นห่วงใยสายชลเกรงเขาจะเป็นอะไรไป แสงดาวให้แตลอยเฝ้าที่หน้าบ้าน เผื่อสายชลเป็นอะไรขึ้นมาจะได้ช่วยทัน

สายชลยังคงท่องประโยคนั้นอย่างมีสมาธิ จนกระทั่งสังเกตเห็นสีหน้าหญิงสาวมีเลือดฝาด ริมฝีปากมีสีเลือดขึ้น เขาดีใจสุดชีวิต อุ้มเธอวิ่งออกไปหน้าบ้าน ตะโกนบอก

ทุกคนว่า “ผู้หญิงคนนี้รอดแล้ว”

ทุกคนที่คอยฟังข่าวอยู่เฮกันด้วยความดีใจ แตลอยรีบมาดู เป็นจังหวะที่สายชลซึ่งอ่อนเพลียมากเซจะล้ม แตลอยรีบประคองไว้ แต่สายชลไม่ได้สนใจตัวเองเลย เขายังคงหันมองหน้าหญิงสาวอย่างปลื้มปีติไม่วางตา

ปีร์กะชมสายชลว่า “เพราะเอ็งแท้ๆสายชล เอ็งทำให้นังหนูนี้ได้เกิดใหม่”

มามิที่คลั่งไคล้ใหลหลงสายชล ชมเสียงดังลั่นว่า “สายชลเก่งที่สุด มามิดีใจที่จะได้สายชลเป็นผัว”

สายชลร้องเฮ้ยที่ถูกตู่เอาดื้อๆ ส่วนปีร์กะยกไม้เท้าเคาะหัวมามิดังโป๊ก ด่าหลานสาวว่าวันๆมีแต่คิดจะหาผัว

มามิเถียงว่าถ้าตนไม่หาก็มีหวังขึ้นคานแน่ ถูกปีร์กะปรามเลยงอนเดินหนีไป ปีร์กะบอกสายชลว่าให้ไปกินข้าวกินปลาเสียก่อนเดี๋ยวจะเป็นอะไรไปอีกคน แล้วเดินกลับบ้าน

ooooooo

คืนนี้ สายชลหลับไปด้วยความอ่อนเพลีย จนกระทั่งเช้า หญิงสาวตื่นขึ้นมามองรอบตัวงงๆ แล้วลุกเดินเปิดประตูออกไป ไม่เห็นสายชลที่นอนคุดคู้ที่พื้น

ลมพัดประตูปิดดังปัง ทำให้สายชลตกใจตื่น มองไปที่เตียงไม่เห็นหญิงสาวแล้ว เขายิ่งตกใจรีบเดินหาตามห้อง เมื่อไม่เจอจึงวิ่งออกไปดูข้างนอก เจอเธอยืนเซๆ จะล้มเพราะหมดสตินอนมาหลายวัน เขาพุ่งเข้ารับตัวเธอไว้ในอ้อมแขน จมูกเกือบแตะกันสายชลถึงกับตะลึง ที่เห็นหญิงสาวในระยะใกล้ยิ่งเห็นความงามไม่มีที่ติของเธอ

หญิงสาวร้องหิวน้ำ สายชลรีบเอาน้ำให้ดื่ม เธอดื่มอย่างกระหาย จากนั่นถามคำถามมากมายว่า ที่นี่ที่ไหนตนมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง ตนหมดสติได้ยังไง ครั้นสายชลบอกเธอก็ได้แต่ฟังงงๆ

แต่พอสายชลถามว่าเธอชื่ออะไร เธอกลับบอกว่าไม่รู้ ถามว่าจำอะไรได้บ้าง เธอจำอะไรไม่ได้เลย ถามสายชลอย่างสับสนว่า

“ทำไมฉันนึกอะไรไม่ออก ทำไมฉันจำไม่ได้ว่าตัวเอง เป็นใคร ทำไม...ทำไม...”

เธอรู้สึกเจ็บแผลที่หน้าผาก ยกมือไปโดนเข้ายิ่งเจ็บ สายชลบอกว่าเธอบาดเจ็บที่หน้าผาก คงเป็นสาเหตุให้เธอจำอะไรไม่ได้ ปลอบใจว่าอย่าเพิ่งคิดอะไรเลย เธอพยักหน้าอย่างผ่อนคลายขึ้น

ครู่หนึ่งเธอถามสายชลว่าเขาชื่ออะไร เขาบอกว่าชื่อสายชล เธอชมว่าดีจังที่จำชื่อตัวเองได้ สายชลถามว่าระหว่าง ที่เธอยังจำชื่อตัวเองไม่ได้ ตนจะตั้งชื่อให้ใช้ไปก่อน เอาเป็นชื่อดอกไม้ดีไหม เธอส่ายหน้า สายชลเงยหน้ามองท้องฟ้า พึมพำ “ฟ้า...นางฟ้า...”

“นางฟ้า...ฉันชอบชื่อนี้”

“ถ้าเธอเป็นนางฟ้า ก็คงเป็นนางฟ้าที่ตกจากสวรรค์ลงมาในทะเลแน่ๆ” สายชลพูดติดตลก เธอฟังแล้วพลอยขำไปด้วย

สายชลดีใจสุดชีวิต วิ่งร้องตะโกนระหว่างทางไปบ้านปีร์กะว่า “นางฟ้าฟื้นแล้ว...นางฟ้าฟื้นแล้ว...” ชาวบ้านต่างพากันออกมาดูอย่างสงสัยว่านางฟ้าอะไร ซะละฟังแล้วงง ถามแสงดาวว่า “ไอ้สายชลมันพูดอะไรของมันน่ะแม่”

แสงดาวบอกว่าถ้าฟังไม่ผิดสายชลบอกว่านางฟ้าฟื้นแล้ว แตลอยได้ยินรีบวิ่งตามสายชลจะไปดู

ไปถึงหน้าบ้านปีร์กะ สายชลตะโกนบอกว่า “นางฟ้าฟื้นแล้วจ้ะป้า” ปีร์กะดีใจรีบไปดู มามิทนไม่ได้ตามไปด้วย แตลอยที่เพิ่งตามมาถึงเห็นพวกสายชลเดินกลับก็งง ถามว่าจะไปไหนกัน แล้วหันหลังกลับวิ่งตามไปด้วย

พอนางฟ้าเห็นปีร์กะที่หัวฟูหยิกหยอยถือไม้เท้าเข้ามาก็ตกใจหลบไปอยู่หลังสายชล จนเขาบอกว่าไม่ต้องกลัวปีร์กะเป็นหมอ ปีร์กะบอกให้สายชลจับตัวนางฟ้าไว้แล้วดึงเปลือกตาล่างลงมาดูทั้งสองข้าง จากนั้นสั่งให้อ้าปาก แลบลิ้น ตรวจครบแล้วปีร์กะมองนางฟ้าอึ้งๆ

“สลบไปสามวันสามคืน แต่ร่างกายฟื้นเร็วขนาดนี้ไม่น่าเชื่อ นี่ถ้าเอ็งไม่ได้ไอ้สายชล เอ็งตายเป็นผีเฝ้าเกาะไปแล้ว”

ชาวบ้านที่พากันมาดูอย่างตื่นเต้นพากันเฮด้วยความดีใจ ทำให้นางฟ้ายิ่งตื่นตกใจ

“แบบนี้มันต้องฉลอง...” นาราตะโกนขึ้น ทุกคนเห็นด้วยทันที

ooooooo

พิธีฉลองจัดขึ้นที่ลาดหมู่บ้านนั่นเอง เสียงดนตรีอึกทึกคึกคัก พวกสาวชาวเกาะออกมาเต้นกันอย่างสนุกสนาน แต่นางฟ้าก็ยังตื่นกลัว สายชลต้องคอยปลอบให้กำลังใจอยู่ตลอดเวลาว่า นี่เป็นพิธีที่พวกเราทุกคนจัดขึ้นเพื่อต้อนรับนางฟ้า

สายชลเลื่อนอาหารที่ซะละกับแสงดาวเอามาให้บอกให้นางฟ้ากินเยอะๆจะได้แข็งแรง เธอถามว่าของพวกนี้นางฟ้ากินได้ใช่ไหม

“ได้สิ นี่เป็นของนางฟ้าทั้งหมด”

ฟังสายชลแล้ว นางฟ้าหยิบขึ้นมากินชิ้นหนึ่ง พูดอย่างตื่นเต้นว่าอร่อย เลยหยิบเอ๊า...หยิบเอาใส่เข้าเต็มปาก เคี้ยวตุ้ยๆอย่างเอร็ดอร่อยมีความสุข

สายชลมองนางฟ้ากิน ตัวเองพลอยมีความสุขไปด้วย ครู่หนึ่ง ซะละออกมาประกาศว่าขอให้ทุกคนสนุกสนานกันให้เต็มที่ เพื่อเป็นการขอบคุณเจ้าป่าเจ้าเขาและภูตทะเลที่ช่วยทำให้นางฟ้ารอดพ้นจากความตาย จากนั้น บอกชาวบ้านที่มาร่วมฉลองว่า

“ขอให้ทุกคนช่วยกันอวยพรให้นางฟ้าพบแต่ความสุข อย่าได้เจอกับเรื่องร้ายๆอีก”

ปีร์กะนำพวกแสงดาวมายืนตรงหน้านางฟ้า แล้วหอมหัวเธอ คนอื่นทยอยทำตามจนครบ เป็นการให้พรตามประเพณี สายชลมาเป็นคนสุดท้าย ขณะเขาก้มจะหอมหัวนั้น เธอเงยหน้าขึ้นพอดีเลยกลายเป็นหอมที่จมูกเธอแทน

สายชลชะงักอึ้งแล้วรีบผละออกมา พอดีนาราร้องบอกทุกคนให้มาสนุกกัน มามิกับสวยแย่งกันมาดึงสายชลออกไปเต้น สายชลปลิวไปตามมือของสองสาว หันมองนางฟ้า เห็นเธอยังนั่งอึ้งอยู่

ooooooo

ฉลองกันจนดึก ชาวบ้านเริ่มทยอยกันกลับบ้านแล้ว แต่นางฟ้ายังกินไม่หยุด ขอบปากเลอะเทอะไปด้วยอาหาร สายชลพูดอย่างเอ็นดูว่า “เธอนี่กินเหมือนเด็กๆ ไม่รู้จักอิ่ม” นางฟ้ายิ้มให้เขินๆ

ปีร์กะเดินเข้ามาหาสายชล โดยมีซะละ แสงดาว และอีกหลายคนตามมาด้วย ปีร์กะบอกสายชลว่า พรุ่งนี้จะจัดยามาให้นางฟ้าต้มให้กินวันละสามครั้งเป็นยาบำรุง สายชลถามว่ามียาบำรุงสมองไหม เพราะนางฟ้าจำอะไรไม่ได้เลย ถามปีร์กะว่า แล้วต่อไปนางฟ้าจะจำทุกอย่างได้ไหม
ปีร์กะบอกให้ดูกันไปก่อน เพราะนางฟ้าเพิ่งฟื้นก็เลยทำให้ปะติดปะต่อเรื่องราวยังไม่ได้

“สายชล เอ็งต้องดูแลนางฟ้าให้ใกล้ชิดหน่อยแล้ว เพราะถ้าเกิดนางฟ้าออกนอกสายตาขึ้นมาเมื่อไหร่ จะไม่ปลอดภัย” ซะละเตือน สายชลพยักหน้าแล้วหันมองนางฟ้าอย่างกังวลใจ

เมื่อได้ยาจากปีร์กะแล้ว สายชลก็ต้มให้นางฟ้าอย่าง ตั้งอกตั้งใจ ต้มแล้วเทใส่ชามเอาไปให้กิน แต่เพราะยาทั้งขมทั้งเฝื่อน สายชลต้องปะเหลาะให้กิน แต่พอกินเข้าไปเธอก็อ้วกใส่เขาเปื้อนไปหมด

เมื่อสายชลไปอาบนํ้าล้างตัว นางฟ้าก็ตามไปจะขออาบด้วยคน ทำเอาสายชลตีหน้าไม่ถูกต้องชี้แจงว่าไม่ได้ เพราะรูปร่างเราไม่เหมือนกัน สุดท้ายสายชลตัดสินใจให้

แตลอยมาช่วยสร้างห้องนํ้าให้ พอแตลอยรู้เหตุที่ทำให้สายชล ให้มาสร้างห้องนํ้าก็หัวเราะทำท่ามันเขี้ยวว่า

“ถ้าเป็นฉัน ฉันไม่ทำหรอก อาบนํ้าด้วยกันอบอุ่นดี” พูดแล้วทำหน้าทะเล้นหัวเราะเสียงคึกๆในคอ เลยถูกสายชล เอาดินป้ายปากด่า “ไอ้ลามก!” แตลอยหุบปากถุยดินทิ้ง ทำหน้าเหยเก แล้วทำงานต่อ

ooooooo

ระหว่างที่สายชลช่วยแตลอยสร้างห้องนํ้านั่นเอง นางฟ้าร้องกรี๊ดขึ้น สายชลตกใจกระโดดลงมาแล้วรีบวิ่งไปดูในบ้าน เห็นนางฟ้าที่ยังหลับอยู่ ดิ้นตะเกียกตะกาย สายชลเข้าไปปลุกให้ตื่น พอรู้สึกตัวเธอคว้ามือสายชลได้ก็จับแน่น ร้องบอกละลํ่าละลักว่า

“สายชลช่วยด้วย...นางฟ้าจมนํ้า”

สายชลลูบหัวนางฟ้าบอกว่าแค่ฝันร้ายเท่านั้น ไม่เป็นไรนะ เมื่อนางฟ้าตั้งสติได้ รู้ว่าตัวเองฝันร้ายก็ค่อยคลายความหวาดกลัวลง แตลอยที่เนื้อตัวเปื้อนโคลนเดินเข้ามาดูด้วยความสงสัย พอนางฟ้าเห็นแตลอยในสภาพนั้นก็ผวาเฮือก กอดแขนสายชลแน่นร้องว่า ผี...ผีหลอก

“ไม่ใช่ผี นั่นแตลอย เพื่อนฉันเอง” สายชลบอก แตลอยยิงฟันขาวยกมือทักทาย นางฟ้าสงบลง แต่ก็ยังมองแตลอยงงๆ

เพราะนางฟ้าไม่มีเสื้อผ้าเปลี่ยน สายชลจึงพาไปหาซะละเพื่อเอาเสื้อผ้าของแสงดาวสมัยสาวๆมาใส่ นางฟ้าหยิบเสื้อผ้าออกมาคลี่ดู เจอยกทรงก็เอาขึ้นปิดตา แสงดาวบอกว่านั่นคือยกทรง ไม่ใช่เอาไว้ปิดตา เธอก็ยังถามด้วยแววตาแสนซื่อว่า แล้วเอาไว้ทำอะไร

แสงดาวเลยบอกว่าให้เอาเก็บใส่ถุงไว้ก่อนเถอะ มองนางฟ้าที่ช่างไม่รู้อะไรเลยอย่างแปลกใจ

สายชลพยายามพานางฟ้าออกเดินเพื่อเธอจะได้รู้สึกผ่อนคลาย วันนี้พาไปเดินริมหาด ครู่หนึ่งเธอบอกเขาว่า ปวดฉี่ ยืนหนีบบิดไปบิดมาอย่างทนไม่ไหวแล้ว สายชลจึงให้เธอไปฉี่หลังต้นไม้ ตัวเองเดินเลี่ยงไปเก็บเปลือกหอยริมทะเล

สายชลเดินเก็บเปลือกหอย ก้มเก็บหลังโขดหิน นางฟ้าทำธุระเสร็จเดินออกมาไม่เห็นสายชลก็ออกเดินตามหา

นางฟ้าร้องเรียก “พี่สายชล...พี่สายชล...” พลางเดินตามหา ส่วนสายชลรอจนรู้สึกนานผิดปกติ ออกตามหา พลางร้องเรียก “นางฟ้า...นางฟ้า...”

แต่เดินไปกันคนละทิศ ยิ่งเดินก็ยิ่งห่างกัน...

ooooooo

ที่ท่าเรือเกาะมิน ยาซะ พ่อค้าหน้าหล่อแนวโฉด พร้อมลูกน้องสองคนคือหมึกกับฉลาม นำเรือเข้ามาจอดที่ท่า พอเด็กๆเห็นเรือของยาซะมาเทียบท่าก็วิ่งกรูกันมารับขนมที่เขามักเอามาแจกเอาใจเด็กๆ เมื่อเด็กได้ขนมแล้วก็พากันแยกย้ายไป ยาซะมองขึ้นไปบนเกาะ ยิ้มอย่างหมายมั่น

เมื่อขึ้นไปแล้ว ยาซะจ่ายเงินให้ชาวเกาะที่เอาปลามาขาย ชาวเกาะรับเงินแล้วเดินกลับไปอย่างดีใจ ยาซะหันไปทางลูกน้องทั้งสอง สั่งให้ขนของขึ้นเรือ

หมึกไปยกลังปลา อุทานอย่างตื่นเต้นว่าวันนี้ปลาตัวโตๆทั้งนั้นเลย ยาซะมองปลาพูดอย่างพอใจว่า

“ปลาตัวโต แต่ราคาถูกขนาดนี้ เอ็งสองคนเข้าใจแล้วใช่ไหมว่า ทำไมข้าถึงยอมถ่อมาไกลถึงที่นี่ เพราะคนที่นี่มันทั้งซื่อทั้งเซ่อไงล่ะ ฮ่าๆๆๆ”

หมึกกับฉลามหัวเราะเอาใจนายไปด้วย ขณะนั้นมีสาวชาวเกาะเดินมา ยาซะมองด้วยสายตาลามกขณะพูดว่า

“ถ้าข้าได้ผู้หญิงเกาะนี้เป็นเมีย รับรองสบายไปทั้งชาติ พวกเอ็งเห็นไหม เกาะมิน เต็มไปด้วยต้นไม้ แหล่งอาหาร สัตว์นํ้า ไม่มีเกาะไหนจะอุดมสมบูรณ์เท่าที่นี่อีกแล้ว”

หมึกกับฉลามต่างสอพลอเอาใจนาย ยาซะหัวเราะชอบใจ แล้วแยกไปบอกว่าจะไปหาเมียสักหน่อย

ยาซะเดินไปตามริมหาด เขาหยุดกึกเมื่อพบร่าง

นางฟ้านอนหมดสติอยู่บนพื้นทราย เขามองนางฟ้ายิ้มมุมปากอย่างมีแผน

ooooooo

ตอนที่ 2

สายชลร้องเรียก วิ่งตามหานางฟ้า ยิ่งคิดถึงคำเตือนของนาราที่ว่า อย่าปล่อยนางฟ้าออกนอกสายตาแล้วก็ยิ่งร้อนใจ ขยี้หัวตัวเองสบถอย่างหัวเสีย “โธ่เว้ย... ไม่น่าเลยกู”

ยาซะอุ้มนางฟ้าที่หมดสติ พลางกวาดตามองไปรอบๆ ราวกับกลัวใครเห็น แต่ไม่นาน นางฟ้าก็รู้สึกตัว เธอตกใจมากดิ้นสุดแรงตะโกนให้ปล่อย...ปล่อยตนเดี๋ยวนี้

ยาซะกลัวเธอจะตกจึงวางลง นางฟ้าถอยหนีอย่างหวาดกลัว เธอตื่นกลัวจนสะดุดล้มลง ยาซะรีบเข้าประคอง พูดปลอบโยนว่า ตนไม่ทำอะไรเธอหรอก ตนกำลังจะช่วยเธอ

“สายชล...สายชล...” นางฟ้าร้องสุดเสียง ยาซะชะงักเมื่อได้ยินชื่อนี้

ทันใดนั้น มือหนึ่งจากข้างหลังก็กระชากไหล่ยาซะหันไป เงื้อหมัดจะชก แต่แล้วก็ชะงักกึกเป็นฝ่ายตกใจเสียเอง อุทาน “พี่ยาซะ”

สายชลนั่นเอง

ส่วนนางฟ้าก็ยังร้องขอให้สายชลช่วย พลางวิ่งไปหลบข้างหลังเขา ยาซะถามสายชลว่าเมียเขาหรือ สายชลรีบบอกว่าไม่ใช่

“ไม่ใช่เมีย แล้วเป็นใคร” ยาซะมองนางฟ้าอีกครั้งอย่างพินิจพิจารณา

ooooooo

เมื่อพากันไปนั่งคุยที่ริมหาด สายชลเล่าเรื่องนางฟ้าให้ยาซะฟังตั้งแต่ต้น บอกว่าถึงตอนนี้แล้วเธอก็ยังจำอะไรไม่ได้ จำไม่ได้แม้แต่ชื่อตัวเอง

ยาซะมองหน้านางฟ้าพึมพำ “น่าสงสาร ยังเด็กอยู่แท้ๆ” แล้วบอกสายชลว่า ถ้ามีอะไรให้ช่วยก็บอกได้ตนยินดีช่วยเต็มที่ แล้วเดินออกไป

สายชลถามนางฟ้าที่นั่งตัวสั่นอยู่ว่ากลัวเขาหรือ นางฟ้าถามว่าเขาคนนั้นอยู่ที่นี่หรือ

“เปล่า พี่ยาซะ เป็นพ่อค้า เขาจะมารับซื้อของบนเกาะเราประมาณอาทิตย์ละครั้งสองครั้ง นางฟ้าไม่ต้องกลัวเขา พี่เขาเป็นคนดี”

ฟังสายชลแล้ว นางฟ้าสบายใจขึ้น แต่ลึกๆแล้วก็ยังไม่หายกลัว

ฝ่ายยาซะยิ้มกริ่มกลับท่าเรือ จนหมึกถามว่าอารมณ์ดีอะไรมา

“ข้าเจอมุกงามบนเกาะเข้าให้แล้วน่ะสิวะ” ยาซะยิ้ม แววตาร้าย

ooooooo

นางฟ้ายังจำอะไรไม่ได้ กระทั่งการใช้ชีวิตประจำวันก็ดูช่างไร้เดียงสา ไม่ประสาอะไรเลย วันนี้ เมื่อเธอเข้าห้องน้ำเพื่อเตรียมอาบน้ำ ก็ชวนสายชลเข้าไปอาบด้วยกัน สายชลสอนว่า ต้องเข้าคนเดียวและปิดประตูให้ดีด้วย

แต่พอเข้าห้องน้ำ เธอตกใจวิ่งอ้าวออกมาเพราะเจอตุ๊กแกอยู่ในห้องน้ำ บอกให้สายชลช่วยเอาออกให้ที เขาหัวเราะขำๆ หยอกว่า “แค่ตุ๊กแกจะกลัวอะไร” แล้วเดินมาดแมนเข้าไปจะจับตุ๊กแกให้

ปรากฏว่ามัวแต่ไปยืนส่งเสียงไล่ ชิ้ว...ชิ้ว อยู่ ตุ๊กแกตกใจกระโดดลงมาเกาะที่หัว สายชลตกใจสะบัดหัวแผดเสียงลั่น นางฟ้าหัวเราะขำกลิ้ง ล้อเลียนเสียงและคำพูดของเขาว่า “แค่ตุ๊กแกจะกลัวอะไร” แล้วหัวเราะต่อ สายชลตีหน้าไม่ถูก เลยเก๊กบอกว่าเลิกขำได้แล้ว แล้วก็ไปนอนเสีย

เห็นสายชลไปนอนที่พื้น นางฟ้าชวนมานอนด้วยกันบนเตียง เขาทำหน้าระอาบอกว่าตนนอนพื้นได้ไม่ต้องห่วง มีอะไรเรียกก็แล้วกัน

ปรากฏว่านางฟ้านอนไม่หลับ มองไปนอกหน้าต่างเห็นเงาต้นไม้ไหวเอนเพราะแรงลม เธอกลัวไม่กล้านอน ลุกไปซุกตัวเบียดสายชลที่พื้น

จนรุ่งเช้า สายชลตื่นขึ้นมาตกใจแทบช็อกเมื่อพบว่าตัวเองนอนกอดนางฟ้าอยู่ ลุกพรวดขึ้นถามว่ามานอนตรงนี้ได้ยังไง นางฟ้าบอกว่าตนกลัวไม่กล้านอนคนเดียว อ้อนขอนอนด้วยคน

“ไม่ได้ เธอเป็นผู้หญิงฉันเป็นผู้ชาย นอนด้วยกันไม่ได้” นางฟ้าถามว่าทำไมผู้หญิงกับผู้ชายนอนด้วยกันไม่ได้ ไม่เห็นเข้าใจเลย “ไม่เห็นเข้าใจก็ไม่ต้องเข้าใจ เอาเป็นว่า ไม่ได้ก็แล้วกัน วันหลังอย่าทำอย่างนี้อีกนะ”

สายชลลุกไปแล้ว เขารีบเข้าห้องน้ำเอาน้ำราดหัวเหมือนจะดับแรงรุ่มร้อนในความรู้สึกของตัวเอง ราดไปกี่ขัน...

กี่ขัน ก็ไม่อาจดับความรุ่มร้อนภายในได้...

ooooooo

หลังจากนั้น สายชลจะออกเรือไปหาปลามาทำอาหาร นางฟ้าจะตามไปด้วย เมื่อเขาไม่ให้ไป เธอก็ทำทีไปนอน แต่แอบไปซ่อนตัวในเรือ เอาผ้าใบคลุมตัวไว้ ความแตกเมื่อสายชลไปนั่งทับเข้า พอรู้ว่านางฟ้าแอบมาในเรือเขาก็เอาเรือกลับเข้าฝั่ง สั่งให้กลับบ้านเสีย เธอทำดื้อตาใสไม่ยอมกลับ

สุดท้าย สายชลต้องจับตัวพาดบ่าแบกไป นางฟ้าดิ้นกระแด่วบนบ่าบอกให้หยุด สายชลไม่ยอมหยุดทั้งเอามือตบก้นเธอเพียะขู่ว่า ถ้าไม่หยุดดิ้นจะตีก้นไปจนถึงบ้านเลย สุดท้ายนางฟ้าก็ต้องหยุดดิ้น ปล่อยให้เขาแบกเดินไปแต่โดยดี

กลับถึงบ้าน สายชลไม่รู้จะทำอย่างไรดี พอดีปีร์กะใช้มามิเอายามาให้ สายชลเลยฝากมามิให้ช่วยดูแลนางฟ้าให้ด้วย

มามิจับนางฟ้าถักเปียทำให้ดูน่ารักสะอาดสะอ้านขึ้น แล้วพาไปเดินเล่น ไปเจอสวยเล่นน้ำอยู่กับเด็ก มามิคุยข่มว่าสายชลไว้ใจตนให้ดูแลนางฟ้าแทน สวยทนไม่ได้หยุดเล่นน้ำตามมาหาเรื่อง เลยได้ตบตีกันใครห้ามก็ไม่ฟัง

จนกระทั่งนาราวิ่งตะโกนให้ช่วยกันจับหมูที่หนีมาทางนี้ สองสาวเลยเลิกตบตีช่วยกันจับหมู แต่หมูเจ้ากรรมก็ไวทายาดหนีรอดไปจนได้

นางฟ้าเห็นดังนั้น วิ่งไล่ตามหมูเข้าไปในป่า แต่มันก็หายไปแล้ว...

ooooooo

สายชลกับแตลอยไปหาปลากลับมา หิ้วกระป๋องปลาจะกลับบ้าน ผ่านนํ้าตกเลยลงไปล้างตัวกันก่อน เพราะอยู่กลางป่า แตลอยเลยแก้ผ้าโดดนํ้าเล่น สองหนุ่มเล่นนํ้ากันสนุกสนานไม่รู้ว่านางฟ้ามาแอบดูอยู่ เธอนึกสนุกเลยแก้ผ้าลงเล่นนํ้ากับเขาบ้าง

สายชลกับแตลอยแข่งกันดำนํ้า สายชลขี้โกง พอแตลอยดำลงไปตัวเองก็โผล่ขึ้นมาคอยอำตอนแตลอยโผล่แล้วตัวเองค่อยดำหวังชนะ แต่พอโผล่ขึ้นมาเห็นนางฟ้าก็ตกใจ ถามว่ามาได้ยังไง นางฟ้าไม่ตอบ พอดีแตลอยจะโผล่ขึ้นมา สายชลรีบดึงนางฟ้าให้ไปแอบข้างหลังตน

แตลอยชะเง้อมองถามว่าเอาอะไรซ่อนไว้ข้างหลัง สายชลทำหน้าตายบอกว่าไม่มีอะไร แต่นางฟ้ากลับโผล่หน้ามาร้องเสียงใส “จ๊ะเอ๋...” สายชลเซ็งอยากจะบ้าตาย เลยทำเก๊กไล่แตลอยให้ปิดตาแล้วขึ้นไปเสีย แตลอยทำอิดออด แต่พอถูกขู่ว่าถ้าไม่ขึ้นจะโดนชก เลยหันหลังให้เดินงุดๆขึ้นไป

สายชลหันมาสั่งนางฟ้าให้รีบขึ้นไป เธอยังเอ้อเร้อเอ้อเต่อชวนขึ้นไปด้วยกัน สายชลโมโหเลยเสียงดังไล่ให้ขึ้นไปเดี๋ยวนี้ พลางตัวเองก็หันหลังให้ทำเป็นไม่สนใจ ทั้งที่ใจเต้นไม่เป็นสํ่า ร้อนรุ่มไปทั้งกายทั้งที่ยืนแช่อยู่ในนํ้า

ooooooo

เมื่อพากันเดินกลับมาตามริมหาด สายชลดุนางฟ้าว่าวันหลังห้ามทำแบบนี้อีก นางฟ้าเถียงเสียงใสว่าทำไมจะทำไม่ได้ก็ในเมื่อตนยังเด็กอยู่ เด็กกว่าเขาตั้งเยอะ ทำให้สายชลรู้สึกแปลกๆ กับความนึกคิดของเธอ

เดินกลับมาเจอมามิวิ่งตามหานางฟ้า มีแสงดาวกับ   ซะละและอีกหลายคนตามมา มามิถามว่าหายไปไหนมา นางฟ้าชี้เข้าไปในป่าบอกว่าวิ่งไล่หมูเข้าไปในนั้น แสงดาวกับนาราต่างโล่งอก ถามนางฟ้าว่าทำไมถึงเปียก ไปทำอะไรกันมา

สายชลรีบบอกว่า ตนไปเจอนางฟ้าตกนํ้าเลยลงไปช่วย แสงดาวตกใจบอกว่าโชคดีที่ไม่เป็นอะไร วันหลังระวังหน่อยก็แล้วกัน

แตลอยเพิ่งวิ่งตามมาถึง พอเจอนางฟ้าก็ยิ้มร่าร้องชวนว่า วันหลังมาแก้ผ้าเล่นนํ้าตกกับตนอีกก็ได้นะ

“แก้ผ้าเล่นนํ้าตก” ทุกคนตกใจร้องพร้อมกัน สายชลทำหน้าไม่ถูก อยากฆ่าไอ้แตลอยนัก!

เมื่อพากันกลับมาที่บ้านปีร์กะ พอทุกคนรู้เรื่องการแก้ผ้าเล่นนํ้าตกกัน นาราร้องอย่างไม่เชื่อว่า นางฟ้าต้องบ้าแน่ๆ คนสติดีๆที่ไหนจะแก้ผ้าเล่นนํ้าโทงๆ มามิตั้งข้อสังเกตว่า ดูๆนางฟ้าไม่รู้สึกรู้สาอะไรเลย หรือจะบ้าไปแล้วจริงๆ

สายชลจึงเสนอปีร์กะให้ช่วยตรวจให้ทีได้ไหม เพราะหลังจากนางฟ้าฟื้นขึ้นมาแล้วก็ดูแปลกๆ ทำตัวเหมือนเด็ก ช่างซักช่างถาม แถมยังบอกว่าตัวเองเด็กกว่าตนเสียอีก

แสงดาวเห็นด้วยเพราะตนกับซะละก็รู้สึกเหมือนกัน

มามิตั้งข้อสังเกตว่าหรือเจ้าป่าเจ้าเขาจะไม่พอใจนางฟ้า เพราะปกติเกาะเราไม่เคยมีคนนอกเข้ามาอยู่

“แต่เราทำพิธีขอบคุณเจ้าป่าเจ้าเขาไปแล้ว มันจะเป็นแบบนั้นได้ยังไง” ปีร์กะติง แล้วเสนอว่า “ข้าว่าที่นางฟ้ามานอนสลบอยู่ที่ริมหาด หัวมันคงไปกระทบโดนอะไรแรงๆเข้า ก็เลยทำให้สมองเลอะเลือนไปบางส่วน จนไม่รู้ว่าอะไรควรทำ อะไรไม่ควรทำ หรืออะไรที่เคยทำได้ก็จำไม่ได้ว่าทำยังไง” ปีร์กะที่มีอาชีพเป็นหมอผี แต่วิเคราะห์อย่างเป็นวิทยาศาสตร์ บอกว่าแบบนี้แค่ความจำบางส่วนหายไปเท่านั้น

ซะละเสนอว่าถ้าอย่างนี้ พวกเราต้องช่วยกันสอนนางฟ้า เพราะถ้าขืนปล่อยให้ไปแก้ผ้าเล่นน้ำกับผู้ชายคนอื่นแบบที่ทำกับสายชล นางฟ้าจะเป็นอันตราย ทุกคนพยักหน้าเห็นด้วยกับหัวหน้าเกาะ

ooooooo

ที่กรุงเทพฯ มีงานเปิดโรงแรม Hip Hotelโรงแรมหรูกลางกรุง หญิง หุ้นส่วนคนหนึ่งของโรงแรมกำลังโพสท่าให้นักข่าวถ่ายรูปอย่างเพลิดเพลิน พลันก็ชะงักเมื่อชมพูแพรหุ้นส่วนใหญ่เพื่อนรักของหญิง นั่งรถเก๋งหรูเข้ามา บรรดานักข่าวและช่างภาพที่ถ่ายรูปหญิงอยู่ กรูกันไปหาชมพูแพรทันที

“ขอโทษนะคะทุกคนที่แพรมาช้า” ชมพูแพรในชุดหรูดูไฮโซ ยิ้มอ่อนโยนทักทายอ่อนหวาน นักข่าวพากันชมว่าวันนี้เธอแต่งตัวสวยมาก งานไหนงานนั้นพวกตนไม่เคยผิดหวังเลย แล้วขอสัมภาษณ์

หญิงยืนเหวอไปนิดหนึ่งที่ถูกแย่งซีนไปในพริบตา เธอไม่ยอม เข้าไปขอถ่ายรูปกับชมพูแพรอ้างว่าตนก็เป็นเจ้าของโรงแรมนี้เหมือนกัน แล้วเข้าไปยืนโพสท่าถ่ายคู่กัน

ครู่หนึ่งมีพนักงานร้านดอกไม้ถือช่อดอกไม้สดสวยงามเข้ามาถามหาคนชื่อชมพูแพร พอเจอตัวก็เอาดอกไม้ให้บอกว่า “ดอกไม้จากคุณหมอวัฒนาครับ”

นักข่าวพากันฮือฮาว่าขนาดเจ้าตัวไม่มายังหวานได้ขนาดนี้ ถามว่าเมื่อไรจะมีข่าวดี ชมพูแพรตอบตามแบบฉบับคนดังทั้งหลายว่า ยังอยากทำงานอยู่ แต่งเมื่อไหร่จะบอกทุกคนแน่นอน

หญิงมองนักข่าวที่ห้อมล้อมชมพูแพรอย่างขัดใจ ที่ตัวเองถูกแย่งซีนไปถึงสองครั้งติดๆกัน

ooooooo

เสร็จงาน ชมพูแพรไปหาหมอวัฒนาที่โรงพยาบาล ขอบคุณหมอสำหรับดอกไม้ช่อสวย บอกว่าตนชอบมาก หมอยิ้มใจดีอบอุ่นบอกว่า “ผมดีใจนะครับที่แพรชอบ แสดงว่าผมยังรู้ใจแพรอยู่”

เธอแกล้งกระตุกเนกไทหมอเบาๆทำหน้าเข้มพูดขู่ว่า “ก็ลองไม่รู้ใจแพรสิคะ พี่หมอได้มีเรื่องกับแพรแน่”

หมอวัฒนาถามว่าเธอมาคนเดียวหรือ แพรชมพูบอกว่าพ่อกับแม่และน้องไม่ได้มางานเปิดตัวโรงแรม แล้วพูดเสียงน้อยใจว่า “พวกเขาคงสนุกจนลืมวันสำคัญของแพร ทั้งๆที่...รับปากว่าจะมา” พูดแล้วตัดบทว่า ช่างเถอะตนชินแล้วกับการที่เป็นคนถูกลืม

ระหว่างนั้นเอง เธอก็ได้รับโทรศัพท์แจ้งข่าวร้ายว่า มีคนพบศพพ่อกับแม่ที่ชายหาดกระบี่ ส่วนน้องสาวเธอคือ ฟ้า ฟ้าลดายังไม่เจอตัวไม่รู้เป็นตายร้ายดีอย่างไรบ้าง เธอร้องไห้จับแขนหมอวัฒนาบอกว่า

“ถ้าเกิดยัยฟ้าเป็นอะไรขึ้นมา แพรจะทำยังไง...จะทำยังไง” เธอร้องไห้โฮๆ จนหมอต้องปลอบให้ใจเย็นๆ “แพรไม่อยากให้น้องเป็นอะไรไปอีกคน พี่หมอช่วยแพรด้วยนะคะ พี่หมอช่วยแพรด้วย...”

หมอวัฒนาได้แต่กอดเธอไว้อย่างปลอบใจ

ooooooo

หลายวันต่อมา เช้านี้ท้องฟ้าแจ่มใสมาก นางฟ้าตื๊อขอตามสายชลไปหาปลาจนได้ แต่พอเรือออกทะเลเจอคลื่นลมเรือโคลงไปโคลงมา นางฟ้ากลัวจนกำมือแน่น เธอบอกสายชลว่าให้พาตนกลับบ้าน สายชลบอกว่า

“มาไกลขนาดนี้แล้วกลับไม่ได้แล้ว ถ้าส่งเธอกลับไปแล้วต้องออกมาอีก วันนี้ไม่ได้ปลาแน่ๆ”

นางฟ้ากลัวมากรบเร้าจะกลับท่าเดียว พอดีคลื่นซัดเรือเอียงจนนางฟ้าตกน้ำ สายชลรีบกระโดดลงไปช่วย เธอกอดเขาไว้แน่น จนเมื่อขึ้นมาบนเรือ สายชลถามว่าเธอว่ายน้ำไม่เป็นหรือ เธอบอกว่าไม่เป็น

สายชลเชื่อว่าเธออาจจะลืมไปแล้วมากกว่า เพราะวันที่ตนพบเธอนอนหมดสติที่ชายหาดนั้น เธออยู่ในชุดดำน้ำ แล้วสอนให้เธอว่ายน้ำ สัญญาว่าจะปกป้องไม่ให้เธอได้รับอันตราย

เมื่อนางฟ้ายอมทดลองว่าย ปรากฏว่าว่ายเป็นได้ไม่ยากเพราะเธอแค่ลืมมันไปเท่านั้นเอง

หลังจากสอนว่ายน้ำแล้ว สายชลสอนให้ดำน้ำจับดำลงไปพร้อมกัน เธอตัวสั่นบอกว่าทำไม่ได้ สายชลคิดหาวิธี พูดหว่านล้อมให้กำลังใจเธอว่า

“ถ้านางฟ้าคิดว่าทำไม่ได้ มันก็จะทำไม่ได้ นางฟ้าต้องเชื่อมั่นในตัวเองและเชื่อใจสายชล” ถามว่ามั่นใจในตัวสายชลไหม เธอพยักหน้าทั้งที่ไม่มั่นใจนัก สุดท้ายสายชลก็จับมือเธอพาวิ่งไปที่ริมผาแล้วกระโดดลงไปด้วยกัน

ปรากฏว่าเธอทำได้ ต่างดีใจมากพากันดำน้ำชมความงามใต้ท้องทะเลกันอย่างมีความสุข

ooooooo

ระหว่างที่นางฟ้าอยู่กับสายชลนั้น ทั้งมามิและสวยต่างพากันแวะเวียนมาทั้งเพื่อกันท่าความสัมพันธ์ของนางฟ้ากับสายชลและกันท่ากันเอง

นอกจากนั้น ยังมีแตลอยที่ทำก้อล่อก้อติกนางฟ้ามาตลอด ก็ยังอุตส่าห์เอาดอกไม้มาให้ ถูกสายชลห้ามเข้าบ้าน ไล่ให้กลับไปเลย แต่แตลอยก็เดินทื่อเข้าไปจนได้ พอเข้าไปได้ก็ทำเสียงหวานร้องเรียกนางฟ้าจ๊ะนางฟ้าจ๋า

“เฮ้ย...ไอ้ลอย...” สายชลร้องลั่นแล้วรีบตามแตลอยเข้าไป

ในครัวบ้านสายชล สวยกับมามิแย่งกันมาทำอาหารหมายอวดสายชล แต่เขม่นกันจนไม่เป็นอันทำอะไรหนักเข้าก็ลงมือกันตามเคย

นางฟ้าไปติดเตาถ่าน เห็นไฟลุกพรึ่บก็ตกใจคว้าผ้าไปปิดเตา เลยไหม้กลายเป็นเปลวไฟลุกโพลงนางฟ้าตกใจร้องเรียกให้มามิกับสวยมาช่วย สองคนนั้นก็เอาแต่ตบตีกัน จนไฟลุกไหม้ลามห้องครัวจึงรู้สึกตัว  ช่วยกันดับแต่ก็สายไปแล้ว ข้าวของหลายอย่างถูกเผาไหม้

สายชลมาเจอไฟไหม้ หันไปตะโกนด่าแตลอยว่ายืนเฉยทำไมรีบมาช่วยกันดับไฟเร็ว

ดับไฟได้แล้ว สายชลมองทุกคนอย่างหัวเสีย สุดท้ายไล่ทั้งสามคนไปให้พ้น แล้วจัดแจงเอาอาหารที่เหลือมาให้นางฟ้ากิน นางฟ้ากลัวสายชลโกรธ เขาบอกว่าตนโกรธเธอได้ไม่นานหรอก แล้วถามว่าทำไมไฟไหม้ได้ยังไง

นางฟ้าเล่าว่าตนติดไฟแล้วทำไฟลุกไหม้เรียกให้สองคนมาช่วยก็ไม่ยอมช่วย มัวแต่ทะเลาะตบตีกันจะแย่ง

สายชลเป็นผัว ถามว่าทำไมสองคนถึงอยากได้เขาเป็นผัวนัก สายชลตอบไม่ออก ตัดบทว่านางฟ้าไม่ต้องรู้หรอก เมื่อนางฟ้าคะยั้นคะยออยากรู้ ถามว่าทำไมบอกไม่ได้เป็นความลับหรือ

“ไม่ใช่ความลับ แต่มันไร้สาระ” สายชลตัดบทแล้วก้มหน้าก้มตากินข้าว แต่นางฟ้าก็ยังติดใจอยู่ดี

หลังอาหาร สายชลพานางฟ้าไปที่ริมหาดข้างบ้าน เธอเห็นชิงชังก็จะไปนั่ง สายชลบอกว่ามันจะพังแล้ว ถ้าอยากเล่นจะซ่อมให้ นางฟ้าดีใจโผเข้ากอด เขารีบแกะมือเธอออกบอกดุๆว่า

“อย่าทำแบบนี้กับฉันอีก กับผู้ชายคนอื่นก็ห้ามทำเหมือนกัน เพราะผู้ชายกับผู้หญิงกอดกันไม่ได้ นอกจากเป็นพี่น้อง เป็นพ่อแม่ลูก หรือเป็นคนที่รักกัน”

“คนที่รักกัน? แล้วเราจะรู้ได้ไงว่าใครคือคนที่เรารัก” ถามแล้วมองตาแป๋ว

“ถ้านางฟ้าเจอคนที่ตัวเองรักเมื่อไหร่ นางฟ้าก็จะรู้เองว่าความรักคืออะไร”

เป็นคำตอบที่นางฟ้ายังติดใจสงสัยอยู่ดี

ooooooo

คืนนี้ ปีร์กะนั่งสวดมนต์ในห้องนอน ปากท่องคาถาไม่หยุด ทันใดนั้น ปีร์กะเห็นภาพบางอย่างที่ทำให้ตกใจ เป็นภาพชายฉกรรจ์กำลังซ้อมสายชล จนอาการปางตาย นางฟ้าที่ถูกชายฉกรรจ์อีกกลุ่มล็อกแขนเอาไว้เธอร้องไห้โวยวายแทบขาดใจ

ปีร์กะเหงื่อผุดเต็มใบหน้า ลืมตาขึ้นขมวดคิ้วเครียด พึมพำ

“ภาพที่เห็นมันหมายความว่ายังไง หรือสายชลกับนางฟ้าจะต้องพบกับวิบากกรรมครั้งใหญ่...”

เป็นเวลาเดียวกับที่ชมพูแพรที่กรุงเทพฯ กำลังคุยโทรศัพท์อย่างหงุดหงิดที่เวลาผ่านไปเป็นอาทิตย์แล้ว  แต่ยังหาฟ้าลดาน้องสาวตนไม่เจอ พูดอย่างฉุนเฉียวว่าตราบใดที่ยังไม่เจอศพน้อง ตนก็ไม่มีวันเชื่อว่าน้องตายแล้ว

ระหว่างนั้นหมอวัฒนายืนอยู่ใกล้ๆ ปลอบให้เธอใจ เย็นๆ เธอก็กลับเสียงดังหาว่าเขาไม่มีน้องสาวย่อมไม่เข้าใจความรู้สึกนี้ของตน แต่พอรู้สึกตัวก็ขอโทษหมอ บอกว่าตนร้อนใจอยากให้เจอน้องเร็วๆ

“ผมรู้ครับว่าแพรเป็นห่วงยัยฟ้า แต่แพรก็ต้องห่วงตัวเองด้วย เพราะถ้าแพรเป็นอะไรขึ้นมาอีกคน มันจะยิ่งแย่ไปกันใหญ่นะครับ”

ป้าเนียมที่เป็นคนรับใช้เก่าแก่ที่นี่เห็นด้วย บอกว่าตนเป็นห่วงเธอมาก ชมพูแพรขอบคุณป้าเนียมที่เป็นห่วงแต่ตนก็เสียพ่อกับแม่ไปแล้ว พูดแล้วเดินไปดูรูปครอบครัวที่วางอยู่บนชั้น พูดเสียงเครือ

“แพรจะไม่มีวันยอมเสียน้องสาวคนเดียวไปอีก ต่อให้ต้องพลิกฟ้าพลิกแผ่นดินหา แพรก็จะทำ!”

ooooooo

สายชลอดทนกับความช่างซักช่างถามอยากรู้อยากเห็นอยากลองของนางฟ้าอย่างมาก จนถึงจุดที่เขาหมดความอดทน เมื่อเธอเห็นเขาซักผ้าก็อาสาช่วย ถามว่านี่เรียกว่าทำอะไร พอเขาบอกว่าซักผ้า เธอท่องว่า “ซักผ้า...ซักผ้า” แล้วนึกอะไรได้ วิ่งกลับไปในบ้าน ขนทุกอย่างที่เป็นผ้าหรือมีผ้าหุ้มมาซักหมดไม่เว้นแม้แต่หมอน!

ไม่เพียงเท่านั้น เมื่อสายชลตากปลาหมึกเธออาสาจะช่วย เขายังเข็ดกับความเอาการเอางานของเธอบอกว่าไม่ต้อง เธอเลยไปยืนดู ูถกแมลงวันตอมก็ไล่ตี แมลงวันบินไปเกาะหัวสายชล เธอคว้าถาดสังกะสีขึ้นฟาดเต็มแรง แมลงวันบินไปเกาะจมูกสายชล เธอตามไปฟาดอีก ถูกจมูกสายชลจนเขาน้ำตาเล็ด ฉุนกึกขึ้นมา

เมื่อเขาซ่อมแหก็ขอช่วยอีก ทำแหล้มพันตัว ตกใจลุกวิ่งไปที่ชายหาด ร้องตะโกน “สายชลช่วยด้วย...ช่วยด้วย” สายชลเห็นถึงกับเอามือกุมหัว พึมพำ...

“ตูอยากจะบ้า...” เพราะไม่รู้ว่าพรุ่งนี้จะเอาแหที่ไหนไปหาปลา...

ooooooo

ที่กรุงเทพฯ ชมพูแพรโทรศัพท์บอกหญิง ขอลางานเพื่อไปตามหาน้องสาว ถ้ามีธุระอะไรด่วนก็ติดต่อได้ตลอด 24 ชั่วโมง หญิงรับคำแล้วเข้าไปในห้องทำงาน “กรรมการผู้จัดการ” ของชมพูแพร พูดผยองว่า

“พอแกกลับมา โรงแรมนี้ก็เป็นของฉันแล้วนังชมพูแพร”

หลังจากนั้น ชมพูแพรก็เดินทางไปตามหาน้องสาวที่กระบี่ เธอลงเรือท่องทะเล แวะไปตามเกาะต่างๆแล้วขึ้นฝั่ง เอารูปน้องไปเที่ยวถามคนท้องถิ่น กระทั่งเดินหาตามตลาด แต่ไม่มีใครรู้เบาะแสอะไรเลย

เธอตามหาฟ้าลดาจนป่วย หมอวัฒนาให้นอนพักบอกว่าให้เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจเถอะ แต่พอไม่มีความคืบหน้าอะไร เธอก็เกรี้ยวกราดกับตำรวจ และจะออกตามหาเอง

สารวัตรชี้แจงว่า “เมื่อสักครู่ก่อนที่คุณจะพรวดพราดเข้ามา ผมกับลูกน้องกำลังช่วยกันคิดว่าเราจะไปตามหาคุณฟ้าลดาที่ไหน แล้วเราก็นึกได้ว่าวันที่คุณฟ้าลดาหายตัว

ไปมีพายุ...ทิศทางของกระแสนํ้าอาจจะพาคุณฟ้าลดาไปที่ที่หนึ่ง”

ที่ที่สารวัตรพูดถึงคือหมู่บ้านชาวประมงแห่งหนึ่ง ดังนั้น รุ่งขึ้นจึงพากันไปที่นั่น แต่ก็ต้องผิดหวังเมื่อชาวบ้านดูรูปและฟังข้อซักถามแล้วพากันส่ายหน้า

ชมพูแพรต่อว่าสารวัตรว่าไหนบอกว่าฟ้าลดาถูกคลื่นซัดไปที่นั่นไง สารวัตรชี้แจงว่าตนเพียงแต่คาดว่าอาจจะเท่านั้น บอกเธอว่า เราตามหามาหลายวันแล้วยังไม่มีวี่แววอะไรเลย จึงอยากให้เธอทำใจไว้บ้าง

“คุณพูดอย่างนี้หมายความว่ายังไง? ถ้ายังไม่พบศพแสดงว่ายัยฟ้ายังมีชีวิตอยู่ พวกคุณไม่มีสิทธิ์มาตัดสินว่าน้องสาวฉันตายไปแล้ว!”

ชมพูแพรเกรี้ยวกราดจนหมอวัฒนาต้องเรียกเตือนสติ สารวัตรจึงชี้แจงอย่างใจเย็นว่า

“ผมเข้าใจว่าคุณเป็นห่วงน้องสาวคุณมาก แต่จากประสบการณ์ของผม คนที่ประสบอุบัติเหตุเรือล่มจากพายุ โอกาสรอดมีน้อยมาก ยิ่งกรณีอย่างคุณฟ้าลดาที่หายตัวไปร่วมอาทิตย์ โอกาสเหลือแค่...1 เปอร์เซ็นต์”

“ถ้าคนที่หายเป็นน้องสาวพวกคุณ พวกคุณก็ต้องทำแบบฉันเหมือนกัน...” ชมพูแพรโกรธจัด

ตำรวจอึ้งกับสีหน้าที่ไม่ยอมแพ้ของชมพูแพร หมอวัฒนาก็ได้แต่ถอนใจ...หนักใจ...

ooooooo

เพราะไม่ว่าตนทำอะไร นางฟ้าก็จะอาสามาช่วยตลอด แต่ช่วยทีไรก็ทำเรื่องยุ่งทุกที หรือไม่ตนก็ต้องเจ็บตัว ดังนั้น เช้านี้ สายชลจึงหยิบย่ามสะพายย่องออกจากบ้านไป ตอนที่นางฟ้ายังไม่ตื่น

แต่ขณะเดินอยู่ริมหาดนึกว่าหนีรอดแล้ว ปรากฏว่านางฟ้าแอบตามมาจนได้ เขาไล่ให้กลับก็ไม่ยอมกลับ อ้างว่า ตนมาเดินเล่นไม่ได้ตามเขามา เมื่อสายชลโมโห เธอก็อ้อนว่า

“สายชลโกรธนางฟ้า นางฟ้าเสียใจ” สายชลบอกว่าถ้าไม่อยากให้โกรธมากกว่านี้ก็กลับบ้านเสีย เธออ้อนว่า “นางฟ้าไม่อยากอยู่บ้านคนเดียว สายชลให้นางฟ้าไปด้วยนะ สายชลไม่ต้องสนใจนางฟ้าหรอก”

นางฟ้าสัญญาว่าตนจะไม่ก่อเรื่อง จะเชื่อฟังทุกอย่าง แต่พอสายชลบอกให้กลับ เธอก็ไม่ฟัง ย้อนถามงอนๆ ว่าทำไมต้องเสียงดังกับตนด้วย ตนขอโทษแล้วจะเอายังไงกับตนอีก

สายชลตำหนิว่าเดี๋ยวนี้กล้าขึ้นเสียงกับตนเหรอ นางฟ้าเสียงแข็งใส่ว่า “เออ!” ชูนิ้วโป้งให้แล้วเดินหนีเลย สายชลพูดตามหลังอย่างไม่แคร์ว่า “อยากโป้งก็โป้งเลย สายชลไม่สนนางฟ้าหรอก” แล้วต่างคนต่างก็เดินไปอีกทางหนึ่ง

นางฟ้างอน เดินตุปัดตุป่องไปตามชายหาด เจอยาซะหิ้วถุงมาสองใบยื่นให้ เธอมองงงๆแล้วถามว่าอะไร

“ขนมแล้วก็เครื่องสำอาง รู้จักไหม นี่ลิปสติก เอาไว้ทาปาก นี่ที่ทาแก้ม แล้วนี่ที่ทาตา”

นางฟ้าถามว่าให้ทั้งหมดนี่เลยหรือ ยาซะบอกว่าให้หมดเลย ถ้าอยากได้อะไรอีกให้บอกจะหามาให้นางฟ้าทุกอย่าง

นางฟ้าเอาถุงไปนั่งที่ใต้ต้นมะพร้าว มีสวย กอยา กับซาตินเพื่อนของสวยมาสมทบด้วย สวยหยิบของในถุงมาสาธยายอย่างผู้รู้ แล้วชวนแต่งหน้ากัน นางฟ้าอยากสวยถามว่าแต่งหน้าให้ตนได้ไหม

“ได้สิ ไหนๆก็ไหนๆแล้ว พวกเรามาแต่งหน้ากันทุกคนเลยดีไหม”

ทุกคนอยากสวย เลยให้สวยแต่งให้ ทาปากแดงแจ๋ ทาแก้มชมพูแปร๊ด ทาตาสีฟ้าคิ้วดำปี๋ แต่งเสร็จก็พากันโพสท่าที่คิดว่าสวยที่สุด จากนั้นชวนกันไปเดินโชว์ในหมู่บ้าน ทำเอาชาวบ้านพากันแตกตื่นออกมาดูว่าใครจับลิงมาแต่งตัว

ooooooo

ฝ่ายสายชลสลัดนางฟ้าได้พ้นตัวแล้วก็ไปปรับทุกข์กับปีร์กะ ปีร์กะฟังแล้วหัวเราะขำๆ สายชลตัดพ้อว่าป้าขำอะไร ตนขำไม่ออกด้วยหรอก

“เอ็งจะถือสาอะไรกับนางฟ้าวะไอ้สายชล นางฟ้าเขาคิดว่าตัวเองเป็นเด็ก เขาถึงเห็นอะไรเป็นเรื่องสนุกไปหมด”

“สนุกคนเดียวน่ะสิป้า วันก่อนทำไฟไหม้ห้องครัว แถมยังทำฉันเจ็บตัวไม่เว้นแต่ละวัน มันจะมีอะไรมากกว่านี้ไหม”

“สายชล เอ็งต้องเอาใจเขามาใส่ใจเรา คิดดูสิคนที่ไม่รู้ว่าตัวเองเป็นใคร มันน่าสงสารมากแค่ไหน เอ็งต้อง

เห็นใจนางฟ้าให้มากๆ” ปีร์กะตบบ่าสายชล แล้วเดินออกไป สายชลนิ่งอย่างคิดตาม

จนถึงกลางคืน สายชลกลับถึงบ้านแปลกใจที่บ้านมืดไปหมด พอเดินเข้าไปก็ถูกนางฟ้าโผล่มาทำผีหลอก สายชลตกใจที่หน้านางฟ้าขาววอก ถามว่าไปทำอะไรกับหน้ามา นางฟ้าถามว่าสวยไหม

“สวย...อย่างกับผีน่ะสิ” สายชลทำหน้าสยองแล้วสั่งให้ไปล้างออกเสีย นางฟ้าหน้าหงิก เพราะแทนที่สายชลจะชมว่าสวยกลับด่าว่าเหมือนผีเสียฉิบ

นางฟ้าไปล้างหน้าออก แต่นึกสนุกอยากแกล้งสายชล เลยเอาเครื่องสำอางไปแต่งหน้าให้เขาที่หลับเป็นตายเพราะความอ่อนเพลีย แต่งเสร็จก็หัวเราะคิกคักก่อนนอนหลับปุ๋ยไป

ooooooo

ตอนที่ 3

เช้าวันรุ่งขึ้น แตลอยมายืนตะโกนเรียกสายชลที่หน้าบ้าน สายชลสะดุ้งตื่น รีบลุกไปโผล่หน้าต่างตะโกนบอกว่า เดี๋ยวออกไป โดยไม่รู้ว่าหน้าตาตัวเองถูกนางฟ้าแต้มแต่งไว้สีจัดจ้าน ปากแดงแจ๋ ตาสีฟ้า คิ้วดำเมี่ยม แก้มชมพูแจ๊ด

แตลอยผงะ ขยี้ตาแรงๆพึมพำกับตัวเอง “นี่กูตาฝาดไปป่าววะ”

สายชลยังไม่รู้ตัว รีบตักน้ำบ้วนปาก ล้างหน้าลวกๆ ทำให้เครื่องสำอางที่แต้มไว้บนหน้าเลอะเทอะไปหมด เสร็จแล้วรีบเดินออกไป บอกแตลอยว่าไปได้แล้ว แตลอยมองหน้างงๆย้อนถามว่าแน่ใจว่าจะไปอย่างนี้หรือ

“เออ...เร็วสิ” พูดแล้วก็เดินนำอ้าวไป แตลอยเกาหัวแกรกๆแล้วรีบตามไป

พากันเดินไปจนถึงบริเวณชุมชน พวกสาวๆพากันมองสายชลตะลึงอึ้งจนเขาแปลกใจถามแตลอยเบาๆว่าเขามองอะไรกัน แตลอยบอกว่า “มองแกนั่นแหละ”

แตลอยยังไม่ทันบอกอะไรอีก อารีฟะก็อุ้มหนูแดงออกมา พอเห็นหน้าสายชลก็อุทานเหมือนถูกผีหลอก

“คุณพระช่วย...ทำไมหน้าตาเป็นแบบนี้สายชล...อย่าบอกนะว่าแกเป็นตุ๊ด”

สายชลเหวอไม่รู้ว่าอารีฟะหมายถึงอะไร จนกระทั่งเข้าไปที่หน้าบ้าน อารีฟะเอากระจกให้ส่องดู สายชลถึงกับตาเหลือกหันเล่นงานแตลอยว่าทำไมไม่บอกตน แตลอยยิ้มแหยๆบอกว่าไม่รู้จะบอกยังไง

“แล้วใครทำกับสายชลแบบนี้” อารีฟะถาม สายชล แทบไม่ต้องคิด กำหมัดแน่น นึกถึงนางฟ้าทันที พูดอย่างหัวเสีย

“จะใครซะอีกล่ะ!”

ooooooo

ที่ใต้ต้นมะพร้าว แม่ตัวแสบกำลังหัวเราะขำๆอยู่คนเดียว สวยถามว่าหัวเราะอะไร เธอบอกว่าไม่รู้ มันรู้สึกว่ามีความสุขเลยอยากหัวเราะ พูดแล้วก็หัวเราะคิกๆๆๆ

“นางฟ้า!” เสียงสายชลดังขึ้น ทันทีที่ได้ยินเสียง นางฟ้าตกใจเหมือนวัวสันหลังหวะ ลุกได้ก็วิ่งอ้าวไป สายชล วิ่งตามพลางร้องถาม “จะไปไหนตัวแสบ!”

สวย กอยา และซาติน ที่มาสุมหัวกันอยู่กับนางฟ้า พากันมองงงๆ กอยาถามว่าสายชลกับนางฟ้าเล่นอะไรกัน สวยเองก็ไม่รู้ เลยชวนกันรีบตามไปดูดีกว่า

นางฟ้าวิ่งหนีสายชลเข้าไปในบริเวณชุมชน สายชลวิ่งตามไม่ลดละ เจอซะละกับนาราแบกท่อนไม้เดินมาตามทาง ซะละตกใจร้องลั่น “นางฟ้า ระวัง...”

ช้าไปแล้ว นางฟ้าหยุดไม่ทัน เลยก้มหัวลอดท่อนไม้ไป สายชลวิ่งตะบึงมาเบรกไม่ทัน เลยโดนท่อนไม้ฟาดจนหน้าหงายล้มผลึ่งเห็นดาวเต็มฟ้า มามิโผล่มาเห็น ตกใจตะโกนเรียก “สายชล...” นางฟ้าได้ยินหยุดกึกหันมอง เห็นสายชลนอนแผ่ที่พื้นก็หน้าเสีย

เหตุการณ์วุ่นวายยิ่งขึ้น เมื่อซะละตกใจปล่อยท่อนไม้ทำให้นาราเสียหลักเซแซดๆ แสงดาวกับปีร์กะถือตะกร้าผักมาเห็นนาราก็ตกใจ นาราพยายามประคองท่อนไม้ไว้ไม่ให้หมุนไปฟาดใครเข้า แตลอยตัวยุ่งมาถึงพอดีรีบเข้าไปช่วยจับนารา แต่สะดุดพุ่งถลาเข้าชนปีร์กะเข้าอย่างจัง ปีร์กะเซไปชนแสงดาวทำตะกร้าผักหล่น ผักหกกระจุยกระจาย...

นาราเสียหลักล้มลง ท่อนไม้หล่นทับตีนตัวเองจนร้องจ๊าก บอกให้สวยช่วยที สวยไม่สนใจพ่อเพราะตั้งหน้าตั้งตาแย่งกับมามิเข้าไปหาสายชล

นางฟ้าที่หยุดดูเหตุการณ์อยู่ เห็นเรื่องวุ่นวายกันใหญ่โตดูท่าไม่ดี เลยย่องหนีไป สายชลลุกขึ้นมองหาไม่เจอ เขาบ่นอย่างหัวเสีย “ตัวต้นเหตุหายไปไหนแล้ว”

ooooooo

สายชลโมโหมากทั้งเจ็บตัวทั้งเจ็บใจ เดินอ้าวกลับบ้านหมายคิดบัญชีกับนางฟ้าเสียให้เข็ด แต่พอเข้าบ้านมองหาไม่เห็นร้องเรียกก็ไม่ตอบ เลยแกล้งพูดว่าไม่อยู่ก็ดีแล้วตนจะออกข้างนอกดีกว่า เขาแกล้งเปิดประตูแล้วปิดปัง ทำเหมือนออกไปแล้ว

นางฟ้าซ่อนอยู่ใต้เตียง ได้ยินเสียงพูดและเสียงปิดประตูปังก็นึกว่าสายชลออกไปแล้ว ค่อยๆ คลานออกมากวาดตามองไปรอบๆอย่างระวัง พลันก็สะดุ้งโหยงเมื่อมีมือมาสะกิดไหล่ หันไปเห็นสายชลก็ตั้งท่าจะวิ่งหนี

ช้าไปแล้ว เพราะสายชลคว้าแขนไว้กระชากอย่างแรง แต่แรงไปหน่อยนางฟ้าเลยถลาเข้าไปติดตัวเขา สายชลเป็นฝ่ายตกใจอึ้งไปเอง แล้วรีบผละออก ทำเสียงเข้มปราม “หนีสายชลไม่พ้นหรอก...”

นางฟ้าถูกสายชลเอาตัวไปที่แปลงผัก ที่ซะละ แสงดาว นารา มามิ และปีร์กะกำลังเก็บผักอยู่ เขาบอกให้นางฟ้าขอโทษทุกคน แต่ไม่มีใครโกรธเธอ และให้อภัย สายชลไม่ยอมยืนยันต้องลงโทษที่เธอทำให้ทุกคนวุ่นวายไปหมด

วิธีลงโทษของสายชลคือ ให้นางฟ้าเก็บผักแทนพวกซะละ ส่วนตัวเองนอนเปลญวนใต้ต้นไม้คอยมองไม่ให้นางฟ้าอู้งาน พอโดนค้อนก็พูดขู่ขำๆว่า

“เอ้า...ค้อนอยู่นั่นแหละ ตาเหล่ไม่รู้ด้วยนะ”

ไม่เพียงเท่านั้น ยังสั่งให้ไปกวาดใบไม้ที่ลานหมู่บ้าน โดยตัวเองนอนเอกเขนกคุมตามเคย ขู่ว่าถ้ากวาดใบไม้ไม่หมดวันนี้ไม่ให้กินข้าว

นางฟ้ากวาดไปเจอขี้แพะ เธอไม่รู้จักหยิบขึ้นมาดู แหงนมองต้นไม้เห็นมีผลไม้เล็กๆอยู่เต็มต้นก็นึกว่าขี้แพะ

คือผลไม้ที่หล่นลงมา เลยลองชิม ทำหน้าเหยเก บ่นว่ารสมันแปลกๆ

สายชลเห็นแต่ร้องห้ามไม่ทัน บอกเธอว่านั่นมันขี้แพะ แล้วอดหัวเราะขำไม่ได้ นางฟ้างอนถามว่ารู้แล้วทำไมไม่บอกกัน สายชลบอกว่า “ก็กำลังจะบอก แต่บอกไม่ทัน คนอะไรกินขี้แพะ ฮ่าๆๆๆ”

ขณะสายชลอ้าปากกว้างหัวเราะนั่นเอง นางฟ้าหยิบขี้แพะปาเข้าปากเขาพอดี สายชลหุบปากเพราะเธอปาขี้แพะเข้าปากลงไปถึงคอเลย ถามว่าปาอะไรมา

“ขี้แพะไง ฮ่าๆๆๆ” นางฟ้าหัวเราะทีหลังดังกว่า เห็นสายชลวิ่งไปอ้วกก็ยิ่งขำ

ooooooo

ตกบ่าย สายชลพานางฟ้าไปที่ริมผา ชี้ให้เธอดูหอยเม่นใต้น้ำ บอกว่า มันคือหอยเม่นที่มีหนามแหลมๆ รอบตัวพลางส่งถุงมือให้บอกว่า เราจะลงไปเก็บหอยเม่นกัน เตือนให้ระวังอย่าโดนหนามเข้าล่ะ เพราะว่ามันมีพิษ

“ถ้านางฟ้าเก็บหอยเม่นได้มากกว่าสายชล สายชลจะหยุดลงโทษนางฟ้า” สายชลบอก

ทั้งสองใส่ถุงมือดำลงไปเก็บหอยเม่น ปรากฏว่าสายชลเก็บได้มากกว่า 1 ตัว นางฟ้าเลยแพ้ แต่นางฟ้าเล่นบทขี้แพ้ชวนตี อ้างว่า สายชลแข็งแรงกว่าก็ต้องชนะอยู่แล้ว พาลหยิบหอยเม่นปาใส่เขา แต่ลืมใส่ถุงมือเลยถูกหอยเม่นตำร้องลั่น

สายชลตกใจรีบจับมือขึ้นมาดู นึกสงสารแต่ก็บ่น ถามว่าจะสมน้ำหน้าดีไหมที่เตือนแล้วไม่ระวังเอง

จนเย็นพากลับบ้าน นางฟ้ายังเจ็บมืออยู่ เขาบอกว่าอดทนหน่อยพรุ่งนี้ก็คงดีขึ้น แล้วนึกได้ว่าตั้งแต่กลางวันเธอยังไม่ได้กินอะไรเลย จึงจัดหาอาหารมากินกัน นางฟ้ายังเจ็บมือกินข้าวไม่ถนัดจนปากเลอะเทอะ สายชลจึงป้อนให้ป้อนเธอคำตัวเองคำ

“รีบๆกินเข้า กินเสร็จสายชลจะพานางฟ้าไปดูอะไรบางอย่าง”

สิ่งที่สายชลพาไปดูคือชิงช้าที่เขาซ่อมเสร็จแล้วนั่นเอง นางฟ้าดีใจมากขึ้นนั่งชิงช้าชมว่า

“สายชลรู้ไหม ว่าสายชลเป็นคนที่น่ารักที่สุดในโลก” แล้วขอให้เขาไกวชิงช้าให้

นั่งชิงช้าอยู่นานจนสายชลชวนกลับกันเถอะตนง่วงแล้ว นางฟ้ายังติดใจ ไม่ยอมกลับ แหงนมองท้องฟ้าเห็นดวงดาวพราวเต็มฟ้า ก็รบเร้าสายชลอ้อนว่าอยากได้ดาวให้ไปเอามาให้หน่อยได้ไหม

สายชลบอกว่าไม่ได้ เพราะดวงดาวอยู่ในจักรวาล เราต้องนั่งจรวดถึงจะไปจักรวาลได้ แต่ตนไม่อยากไปเพราะไม่รู้ว่าโลกภายนอกมีอะไรบ้าง ที่นี่เป็นบ้านเกิดของตน พ่อแม่ของตนอยู่ที่นี่ แล้วก็...ตายที่นี่...

พูดถึงพ่อแม่แล้วเขาก็เศร้าไปถนัด นางฟ้าพลอยเศร้าไปด้วยถามว่า “พ่อกับแม่สายชลตายแล้วเหรอ”

“ฮื่อ...พายุพังบ้านสายชล แล้วมันก็เอาพ่อกับแม่ของสายชลไปด้วย สายชลพยายามจะช่วยพ่อกับแม่ แต่ตอนนั้นสายชลยังเด็กมาก สายชลได้แต่มองพ่อกับแม่ตายไปตรงหน้า” เสียงเขาสั่นเครือ มือกำแน่น น้ำตาคลอ จนนางฟ้ามองซึม...

ooooooo

ฟังสายชลเล่าเรื่องพ่อกับแม่แล้ว นางฟ้าเปรียบเทียบกับตัวเองว่าเขายังดีที่ได้เห็นหน้าพ่อแม่ แต่ตนจำไม่ได้เลยว่าตัวเองมีพ่อกับแม่หรือเปล่า พ่อแม่ ตนหน้าตาเป็นยังไง แล้วตอนนี้พ่อกับแม่ตนอยู่ที่ไหน... พูดแล้วก็ร้องไห้ สายชลเช็ดน้ำตาให้ปลอบโยนว่า

“ถึงนางฟ้าจะจำพ่อกับแม่ตัวเองไม่ได้ แต่นางฟ้าก็ยังมีสายชล ครอบครัวของสายชล ก็คือนางฟ้า”

นางฟ้ายิ้มออก พูดด้วยน้ำเสียงแจ่มใสขึ้นว่า “ครอบครัวของนางฟ้าก็คือสายชล” สายชลย้ำว่าเราจะอยู่ด้วยกันที่นี่ตลอดไป นางฟ้าบอกให้เขาสัญญา

“สัญญา สายชลกับนางฟ้าจะอยู่ที่นี่ด้วยกันตลอดไป”

“สัญญา” นางฟ้าพูดสบตากันดวงตาแจ่มใส สายชลจับหัวนางฟ้าซบที่ไหล่ตัวเอง ทำให้เธอรู้สึกอบอุ่นขึ้นมาอย่างประหลาด เหลือบมองหน้าสายชลแล้วยิ้มด้วยความรู้สึกดีๆ อย่างไม่เคยมีมาก่อน...

ooooooo

ชมพูแพรกับหมอวัฒนา ยังออกตามหาฟ้าลดาไม่ลดละ วันนี้ก็พากันไปไหว้พระอธิษฐานขอให้ตามเจอน้อง หมอวัฒนาเห็นเธอหน้าซีดๆ ถามว่าไม่สบายอีกหรือเปล่า เธอปฏิเสธ บอกว่าตนไม่อยากรู้สึกหมดหวัง แต่พอมาถึงวันนี้ก็นึกถึงอย่างที่ตำรวจบอก...น้องอาจจะตายไปแล้ว...ตนรู้สึกผิดกับน้อง พูดแล้วร้องไห้ จนหมอวัฒนาดึงเข้าไปกอดปลอบ

เมื่อทำใจให้เข้มแข็งได้แล้ว ชมพูแพรบอกว่า ต่อไปจะไม่ท้อ เราจะตามหาฟ้าลดากันต่อไป แล้วจับมือกันเดินออกไปอย่างมุ่งมั่น

ทั้งสองพากันไปที่ท่าเรือ ชมพูแพร หมอวัฒนา และตำรวจที่ไปด้วย ต่างเอารูปของฟ้าลดาให้ชาวประมงและคนที่ท่าเรือดู แล้วก็ต้องออกมาอย่างผิดหวังทุกครั้ง

ขณะเดินออกจากชาวประมงรายสุดท้ายนั้น ทั้งสองเห็นยาซะกำลังเดินอยู่ แต่พอจะเดินไปหา มือถือของชมพูแพรก็ดังขึ้นเสียก่อน

คุยโทรศัพท์แล้ว เธอบอกหมอวัฒนาหน้าตาเคร่งเครียดว่า ตนต้องรีบกลับกรุงเทพฯแล้ว เพราะหญิงฉวยโอกาสที่ตนไม่อยู่เล่นตุกติก ตอนนี้โรงแรมกำลังจะถูกโอนเป็นชื่อของหญิงคนเดียว บอกหมอวัฒนาแล้วก็เดินเลี่ยงออกไปโทร.ขอเลื่อนวันเดินทางกลับกรุงเทพฯกับสายการบิน ย้ำว่าต้องการไฟลต์เร็วที่สุด

ขณะทั้งสองกำลังร้อนใจเรื่องที่กรุงเทพฯนั้น ข้างหลังของทั้งสอง ยาซะ หมึก และฉลามก็ออกเรือไปแล้ว

ooooooo

ทันทีที่กลับถึงกรุงเทพฯ ชมพูแพรตรงดิ่งไปที่โรงแรม บอกให้หมอวัฒนารอข้างนอกตนจะเข้าไปคนเดียวเพราะเป็นเรื่องระหว่างตนกับหญิงสองคนเท่านั้น

ชมพูแพรถูกพนักงานกันไม่ให้เข้าไปในโรงแรม เธอไม่สนใจเดินลุยตรงไปที่ห้องประชุม เจอหญิงพอดี หญิงบอกให้ รปภ.ออกไปได้แล้ว จากนั้นเธอก็เผชิญหน้ากับชมพูแพร พูดกันอย่างไม่เหลือความเป็นเพื่อน

หญิงอ้างว่าเราสร้างโรงแรมนี้มาด้วยกัน แต่ตลอดเวลาที่ผ่านมาเธอชอบแสดงให้คนอื่นเห็นว่าตัวเองเป็นเจ้าของโรงแรมแต่เพียงผู้เดียว ชมพูแพรบอกว่าตนไม่เคยคิดแบบนั้น หญิงไม่เชื่อเพราะรู้ “สันดาน” เธอดี ตัดบทว่า

“ฉันทุ่มเทแรงกายแรงใจให้โรงแรมนี้มากกว่าเธอ เพราะฉะนั้นโรงแรมนี้ควรเป็นของฉัน ไม่ใช่สิ โรงแรมนี้ต้องเป็นของฉัน...”

ชมพูแพรถามว่าเธอต้องการแบบนี้ใช่ไหม ถ้างั้นเตรียมตัวไว้ ประกาศว่า “ฉันจะกลับมาทวงโรงแรมของฉันคืน”

“ถ้าเธอมีเงินสัก 500 ล้านแล้วค่อยมาว่ากัน ตอนนี้เชิญออกไปจากโรงแรมฉันได้แล้ว” หญิงไล่

ชมพูแพรออกมาด้วยความแค้นแน่นอก หญิงมองตามอย่างสะใจ

ออกมาเจอหมอวัฒนา เธอร้องไห้โฮ บอกหมอว่าตนไม่เหลืออะไรแล้ว หมอวัฒนากอดเธอไว้อย่างปลอบใจ

ooooooo

ที่เกาะมิน นางฟ้ายังคงสนุกกับชีวิตที่ลืมหมดทุกอย่างในอดีต ความนึกคิดเหมือนเด็กไร้เดียงสาจนสายชลปวดหัว

วันนี้เธอเก็บเสื้อให้สายชล เห็นเสื้อเขาขาด นึกอะไรได้ เอาเสื้อลายดอกของตัวเองมาขลิบที่ชายเอามาทาบที่รอยขาด พลันก็ตกใจรีบเอาซ่อนไว้ในตะกร้า เมื่อได้ยินเสียงสายชลร้องเรียกแล้วเดินเข้ามา ถามว่าทำอะไรอยู่

นางฟ้ารีบลุกขึ้นเดินออกไปบอกว่าจะไปเก็บผัก สายชล เห็นตะกร้าใส่ผักวางอยู่ก็บ่นขำๆว่าไปเก็บผักแล้วไม่เอาตะกร้าไป พลางหยิบตะกร้าขึ้นดูก่อนเดินตามไป

นางฟ้าเดินมาได้ยินเสียงนารากับอารีฟะอยู่หลังพุ่มไม้ สงสัยเลยแอบดู  เห็นทั้งสองกำลังจู๋จี๋กันประสาผัวเมีย นางฟ้าตกใจอ้าปากจะร้อง สายชลมาถึงพอดีรีบเอามือปิดปากเธอไว้แล้วลากออกจากตรงนั้น

นางฟ้าสงสัยตามเคยถามว่าเมื่อกี้นี้นารากับอารีฟะทำอะไรกัน สายชลตอบแบบผ่านๆไปว่าเขาจูบกันอยู่

นางฟ้ามองเขาตาแป๋วถามว่าทำไมต้องจูบ รบเร้าคาดคั้นจนสายชลจำต้องบอกว่าเป็นการแสดงความรักต่อกัน

“คนรักกันต้องกอดกันแล้วก็จูบกัน” นางฟ้าพึมพำ

“แต่คนที่จะกอด จะจูบกันได้ นอกจากเป็นคนรักกันแล้ว ยังต้องเป็นผัวเมียกันอีกด้วย” สายชลรีบบอกกลัวเธอจะไปทำอะไรแบบที่เอาหมอนไปซักอีก นางฟ้าฟังทำหน้างงๆ พึมพำคำว่า “ผัวเมีย...”

ที่ใต้ต้นมะพร้าว สวยทำตัวเป็นผู้รู้เรื่องชีวิตแบบผัวๆเมียๆ สุดท้ายพูดขู่นางฟ้าว่า ถ้าวันใดตนได้แต่งงานกับสายชล ก็ต้องอยู่กันสองคนประสาผัวเมียตามประเพณีของชาวเกาะ แล้วนางฟ้าก็ต้องออกจากบ้านนี้ไป

“สายชลไม่มีทางเอาสวยเป็นเมียหรอก” นางฟ้าเถียง เพราะ “สายชลบอกว่านางฟ้าเป็นคนในครอบครัวของสายชลแล้วสายชลก็สัญญากับนางฟ้าว่าเราจะอยู่ที่นี่ อยู่ด้วยกันตลอดไป เพราะฉะนั้น สายชลไม่มีทางให้ไปอยู่ที่อื่น”

พูดแล้วนางฟ้าก็เดินงอนๆไป สวยมองเหวอ กอยากับซาตินแอบขำ แต่พอสวยมองตาเขียวก็หุบปากเงียบ

กลับมาถึงบ้าน เห็นสายชลหลับสนิทอยู่ นางฟ้าย่องไปหยิบตะกร้าใส่ผัก เอาเสื้อสายชลมาปะอย่างตั้งอกตั้งใจ ถูกเข็มตำมือหลายครั้งก็ยังอดทนปะจนเสร็จ

ooooooo

รุ่งขึ้น สายชลตื่นขึ้นมาไม่เห็นนางฟ้า ได้ยินเสียงเจ้าแก้วตา นกแก้วแสนรู้ร้อง “หิว...หิว...” สายชลเลยไปหยิบอาหารจะมาเทให้ จับพลาดอาหารหกรดเสื้อเปื้อน เขาจึงไปหยิบเสื้อมาเปลี่ยน มามิที่มาหาแต่เช้า เจอสายชลกำลังถอดเสื้อจะเปลี่ยน เห็นกล้ามเป็นมัดๆ เห็นเขาอยู่คนเดียวด้วย เป็นโอกาสทองแท้ๆ จะเข้าไปปล้ำ

นางฟ้าที่ไปหลับอยู่หลังบ้านตื่นขึ้นมา มองเสื้อในมือแล้วยิ้มอย่างดีใจ บอกตัวเองว่าสายชลต้องชอบแน่ๆ ถือเสื้อเดินเข้าไป เจอมามิกำลังปล้ำจูบสายชลพอดี

นางฟ้านึกถึงคำพูดของสวยที่บรรยายความเป็นผัวเมียกันให้ฟังที่ใต้ต้นมะพร้าว นึกถึงที่สวยบอกว่าถ้าสายชลมีเมียเธอก็ต้องถูกเฉดออกจากบ้าน แต่พอนึกถึงคำมั่นสัญญาของสายชลที่บอกว่าเราจะอยู่ด้วยกันที่นี่ตลอดไป นางฟ้าก็รับไม่ได้มองภาพตรงหน้ากำมือแน่น เสียใจอย่างที่สุด

เป็นจังหวะที่สายชลผลักมามิออก เห็นนางฟ้าเข้าพอดี เขาเป็นห่วงความรู้สึกของเธอ รีบเดินไปหา

“สายชลโกหก ไหนสายชลบอกว่าเราเป็นครอบครัวเดียวกัน ไหนบอกว่าจะอยู่กับนางฟ้าตลอดไป” ต่อว่าแล้ววิ่งร้องไห้ออกไป สายชลร้องเรียก วิ่งตามไป

มามิมองเหวอร้องถามว่า สายชลจะไปไหน จะไปไหน...

แล้ววิ่งตามไปกอดสายชลไว้ บอกว่าเราต้องเป็นผัวเมียกันเพราะเขาจูบตนแล้ว สายชลบอกว่าเธอจูบตนต่างหาก แกะมือมามิออกแล้ววิ่งตามนางฟ้าไป

ooooooo

นางฟ้าวิ่งไปริมหาด เจอเรือจอดอยู่ก็กระโดดลงเรือพายออกไปสุดแรง สายชลกระโดดลงเรืออีกลำตามไป เมื่อตามทันก็ดึงเรือไว้ นางฟ้าเอาพายฟาดมือ แม้จะเจ็บแต่สายชลก็คว้าพายขว้างทิ้งไป แล้วกระโดดข้ามไปที่เรือของนางฟ้า

ทั้งคู่ยื้อยุดกันในเรือจนเรือล่ม พอนางฟ้าโผล่พ้นน้ำก็จะว่ายหนี ถูกสายชลคว้าตัวเข้าไปกอด ดุว่าทำอะไรให้หัดคิดเสียบ้าง ถ้าเธอเป็นอะไรไปตนจะอยู่ได้ยังไง

นางฟ้าต่อว่าสายชลว่าไม่รักษาสัญญา คร่ำครวญว่าถ้าสายชลเป็นผัวเมียกับมามิแล้ว  ตนต้องถูกไล่ออกจากบ้าน แล้วตนจะไปอยู่ที่ไหน ตนกลัวไม่กล้าอยู่คนเดียว พูดไปร้องไห้ไปอย่างน่าสงสาร สายชลเช็ดน้ำตาให้ชี้แจงว่า

“สายชลกับมามิไม่ได้เป็นผัวเมียกัน สายชลไม่ได้รักมามิ” นางฟ้าหยุดร้องไห้ถามว่าจริงหรือ “จริงสิ สายชลสัญญาว่าจะไม่ทิ้งนางฟ้าเราจะอยู่กันไปอย่างนี้เรื่อยๆดีไหม”

นางฟ้าถามว่าแล้วเขาจะไม่รักใครหรือ หรือว่าจนกว่าจะเจอคนที่ใช่เราถึงจะรู้ว่ารัก เหมือนอย่างที่เขาเคยบอกตน

“ใช่ และถึงสายชลจะรักใครนะ สายชลก็จะไม่ปล่อยให้นางฟ้าอยู่คนเดียว”

ทั้งคู่ยิ้มให้กันอย่างอบอุ่น มีความสุขกับคำมั่นสัญญาและความรู้สึกที่มีต่อกัน

ดังนั้น เมื่อกลับถึงบ้าน เจอมามิหิ้วปิ่นโตมาส่งสายชล นางฟ้าจึงบอกมามิว่าเลิกตื๊อสายชลได้แล้วเพราะสายชลไม่ได้รักเธอ มามิไม่เชื่อถามสายชลว่าพูดอย่างนั้นจริงหรือ พอสายชลบอกว่าจริง เธอก็แผดเสียงเหมือนคนบ้าใส่ทั้ง

สองคน กระทืบเท้าเร่าๆวิ่งกลับไป แต่พอกลับมาถึงหน้าบ้านมามิหยุดคำรามเบาๆอย่างหมายมาดว่า

“นางฟ้านะนางฟ้า ไม่ช่วยกันเล้ย...ยังไงฉันก็ไม่มีวันล้มเลิกความตั้งใจง่ายๆหรอก สายชลต้องเป็นผัวฉันคนเดียวเท่านั้น!”

ส่วนสายชล พอมามิไปแล้วก็นึกได้ หยิบเสื้อที่นางฟ้าปะให้ออกมาถามว่า

“นางฟ้าทำให้สายชลเหรอ” พอเธอพยักหน้า เขายิ้มจับมือเธอขอบใจ แต่ไปจับถูกนิ้วที่ถูกเข็มตำ เธอร้องโอ๊ย... พอรู้ว่าเธอถูกเข็มตำเพราะปะเสื้อให้ตน สายชลก็ยิ่งซึ้งใจ ลูบหัวโอ๋ แค่นั้นนางฟ้าก็ยิ้มแฉ่งแล้ว พูดอย่างดีใจว่า

“ไม่เป็นไร นางฟ้าไม่เจ็บ นางฟ้าดีใจที่สายชลชอบ สายชลใส่สิ นางฟ้าอยากเห็น” พอสายชลใส่ถามว่าหล่อไหม เธอชมว่าหล่อ แล้วหัวเราะกันอย่างร่าเริง

ooooooo

ที่บ้านชมพูแพร ทนายนัดเปิดพินัยกรรม เมื่อชมพูแพรเข้ามานั่ง ทนายถามว่าพร้อมแล้วใช่ไหม แล้วเริ่มอ่านพินัยกรรม

ในพินัยกรรมของนายภมร พิมุขมนตรา ผู้เป็นพ่อ ระบุว่า

1. บ้านที่อยู่ในปัจจุบัน บ้านสวนหลังเล็ก บริษัทฟลายฟาสแอร์ไลน์ เครื่องเพชรทอง และเงินสดจำนวน 1,300 ล้านบาท ขอมอบให้นางสาวฟ้าลดา พิมุขมนตรา

2. กิจการบ้านเช่า และเงินสดจำนวน 300 ล้าน ขอมอบ ให้นางสาวชมพูแพร พิมุขมนตรา

ชมพูแพรนิ่งอึ่งไปครู่หนึ่ง เมื่อทนายอ่านพินัยกรรมจบ เธอเอ่ยขึ้นว่า

“คุณอาคงทราบว่าตอนนี้เรายังหายัยฟ้าไม่พบ ถ้าเกิด...ยัยฟ้าเสียชีวิต ส่วนที่ยัยฟ้าต้องได้จะทำยังไงคะ”

ทนายสมคิดบอกว่าก็ต้องตกเป็นของทายาทลำดับต่อไปซึ่งก็คือตัวเธอนั่นเอง ชมพูแพรถามอีกว่า แล้วถ้าเกิดเราไม่รู้ว่าตอนนี้ฟ้าลดาเป็นหรือตายล่ะ

“ถ้ายังไม่พบคุณฟ้าลดาภายในห้าปี คุณฟ้าลดาก็จะเป็นบุคคลหายสาบสูญ แต่ในกรณีอย่างคุณฟ้าลดาที่หายตัวไปเพราะเรือล่ม คุณชมพูแพรมีสิทธิ์ที่จะยื่นเรื่องให้คุณฟ้าลดาเป็นบุคคลหายสาบสูญภายในหนึ่งปีครับ”

ชมพูแพรฟังทนายสมคิดแล้วนิ่ง แววตาตรึกตรอง

ooooooo

ป้าเนียมเก็บแก้วน้ำเข้าไปไว้ในครัว เจอแหวนสาวใช้รุ่นใหม่เจ๋อเข้ามาสาระแนว่า ชมพูแพรจ๋อยไปเลยที่ได้สมบัตินิดเดียว ป้าเนียมมองหน้าแหวนอย่างตำหนิ ถามว่าไปแอบฟังมาหรือ แหวนแก้ตัวว่าเปล่า แค่บังเอิญได้ยิน

“นังนี่...สาระแนจริงๆ เมื่อไหร่แกจะเลิกมองคุณแพรในแง่ร้ายเสียที” ป้าเนียมฉุน

แหวนยังเถียงว่าตนไม่ได้มองชมพูแพรในแง่ร้าย ถามป้าเนียมว่าไม่เห็นแววตาเธอหรือ มันไม่บริสุทธิ์เหมือนคุณฟ้าลดาเลย ทั้งยังพูดอย่างอวดรู้อวดดีว่า “ก็เพราะงี้แหละคุณผู้ชายกับคุณผู้หญิงถึงรักคุณฟ้ามากกว่าคุณแพร”

แหวนพูดไม่ทันขาดคำก็ถูกป้าเนียมเขกหัวดังโป๊ก ปรามว่าถ้าไม่รู้อะไรอย่าพูด แทนที่จะหยุด แหวนทำตาโตถามว่าป้ารู้อะไรที่ตนไม่รู้เหรอ เลยโดนเขกหัวอีกโป๊กหนึ่งถึงหยุดแหวนได้ แหวนคลำหัวป้อยๆบ่นว่าเขกหัวตนแบบนี้สมองเสื่อมหมด

“ถ้าไม่อยากโดนอีก ก็เลิกเม้าท์เจ้านายได้แล้ว คุณแพรเธอเป็นคนน่าสงสาร แล้วตอนนี้ก็ยิ่งน่าสงสารเข้าไปใหญ่ เสียทั้งคุณพ่อคุณแม่ แล้วคุณฟ้าก็มาหายตัวไปอีก” พูดแล้วป้าเนียมกวาดตามองพวกคนใช้บอกว่า “พวกเราต้องเห็นใจคุณแพรให้มาก มีอะไรที่ช่วยได้ พวกเราต้องช่วย เข้าใจไหม”

ทุกคนพยักหน้ารับ ยกเว้นแหวนที่นั่งคอแข็งหน้างออยู่

ooooooo

ชมพูแพรเข้าไปในห้องนอนตัวเอง หยิบรูปครอบครัวที่มีพ่อ แม่ ฟ้าลดา และตนเอง ถ่ายร่วมกันขึ้นดู อดคิดถึงอดีตไม่ได้...

เวลานั้นเธอเพิ่งอายุได้ 5 ขวบ ลัดดากับภมรไปรับเธอจากสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า เมื่อพี่เลี้ยงจูงเธอมา ลัดดาเป็นคนอุ้มเธอขึ้น ชวนอย่างอบอุ่น เมตตาว่า “มาเป็นลูกของแม่นะลูกนะ”

แต่หลังจากนั้นไม่นาน วันหนึ่งลัดดาก็บอกเธอว่า “ดีใจไหมแพร ลูกกำลังจะมีน้องแล้วนะ” ชมพูแพรไม่ตอบแต่กำมือแน่น ตาแข็งกร้าวอย่างไม่พอใจ

5 ปีผ่านไป ชมพูแพรอายุได้ 10 ขวบ และฟ้าลดาอายุได้ 5 ขวบ เธอแย่งของเล่นกับน้อง เธอดุจนน้องร้องไห้ ภมรมาเจอเข้าเอ็ดชมพูแพรว่า “เราเป็นพี่ ทำไมถึงแย่งของน้อง คืนน้องไปซะ”

ลัดดาขอว่าอย่าดุชมพูแพรเลย ภมรไม่ยอม บ่นอย่างเบื่อหน่ายว่า

“ไม่ได้ เด็กอะไรนิสัยไม่ดี ไม่น่าเอามาเลี้ยงเลยจริงๆ”

นั่นคือตราบาปที่อยู่ในใจของชมพูแพรตลอดมา แต่นั้นมา เธอรู้สึกว่าชีวิตตัวเองเป็นส่วนเกินของครอบครัว

คิดถึงอดีตแล้วก็ตอกย้ำความเหลื่อมล้ำของตนกับฟ้าลดา เธอเดินไปมองตัวเองในกระจกพึมพำอย่างสมเพชตัวเองว่า

“ขนาดพ่อกับแม่ตายไปแล้ว ก็ยังยกทุกอย่างให้ ยัยฟ้ามากกว่าแพร...”

ป้าเนียมมาเคาะประตู ชมพูแพรรีบปรับสีหน้าหันไปดูเห็นป้าเนียมเอาน้ำส้มมาให้ เธอขอบคุณพลางวางกรอบรูปไว้บนชั้น ป้าเนียมถามว่าได้ข่าวฟ้าลดาบ้างหรือยัง เธอส่ายหน้าบอกว่ายังไม่พบเบาะแสอะไรเลย แล้วเล่าว่า

“ใครๆก็บอกให้แพรถอดใจ บอกว่ายัยฟ้าไม่รอด แต่ตราบใดที่ยังไม่พบศพน้อง แพรเชื่อว่าน้องต้องยังไม่ตายค่ะ”

“คุณฟ้าเธอเป็นคนดี เธอต้องไม่เป็นอะไร ส่วนคุณแพร...คุณก็เป็นคนดีเช่นกัน ถึงใครไม่เห็นแต่เบื้องบนต้องเห็นเชื่อป้านะคะ”

ชมพูแพรพยักหน้าน้ำตาไหลด้วยความอัดอั้น  ป้าเนียมขยับเข้ามากอดเธอไว้อย่างให้กำลังใจ ชมพูแพรมองไปทางรูปของฟ้าลดาอย่างครุ่นคิด

ooooooo

ที่เกาะมินวันนี้ ขณะที่สายชลกำลังสอนนางฟ้าเกี่ยวกับการทำธนาคารปูอยู่นั้น สวยก็เดินมาหาอย่างรีบร้อน ขอร้องนางฟ้าให้ช่วยตนด้วย นางฟ้าบอกว่าต้องรู้ก่อนว่าจะให้ช่วยอะไรถึงจะรับปากได้ สวยบอกว่าจะให้นางฟ้าเข้าประกวดธิดาสมุทรในปีนี้ สายชลถามอย่างสงสัยว่านึกยังไงถึงมาชวนนางฟ้าเข้าประกวด

สวยจึงยอมบอกว่า เพราะปีนี้มามิจะเข้าประกวด ตนเชื่อว่าถ้านางฟ้าเข้าประกวดต้องชนะเลิศแน่ๆ แตลอยฟังแล้วเชียร์สุดใจขาดดิ้น ท้าพนันกับสายชลว่า ถ้านางฟ้าชนะสายชลต้องแก้ผ้าวิ่งรอบเกาะ แต่ถ้านางฟ้าแพ้ตนจะแก้ผ้าวิ่งรอบเกาะเอง

สายชลตอบตกลงทันที สวยสัญญาว่าตนจะทำให้นางฟ้าชนะเลิศให้ได้

แสงดาวรับเป็นพี่เลี้ยงให้นางฟ้า นอกจากสอนเดินให้ไม่เป็นม้าดีดกะโหลกแล้วยังจับสอนให้เต้นระบำเกาะมิน

อีกด้วย แสงดาวเต้นให้ดูเป็นตัวอย่าง เธอเต้นได้พลิ้วไหวสวยงามมาก แต่พอนางฟ้าทำบ้างก็แข็งทื่อกระโดกกระเดกขัดๆเขินๆ

“ค่อยๆทำ ไม่ต้องรีบร้อน เราต้องให้ความรู้สึกประสานไปกับท่าเต้น แล้วจะทำให้การเต้นของเรามีเสน่ห์จนไม่มีใครละสายตาไปได้” แสงดาวแนะเคล็ดลับให้

นางฟ้าพยักหน้าแล้วพยายามทำตาม มานิมาแอบดูเห็นนางฟ้าเต้นได้ดีก็กำมือแน่นอย่างแค้นใจ มุ่งมั่นจะเอาชนะนางฟ้าให้ได้

ooooooo

นางฟ้าพยายามทำตามคำแนะนำของแสงดาว ไม่ว่าจะทำอะไร เดินไปไหน ก็พยายามฝึกทั้งกลางวันกลางคืน มามิก็ไม่ประมาท ฝึกอย่างหนักทั้งกลางวันกลางคืนเช่นกัน พูดกับตัวเองอย่างมั่นใจว่า

“คนอย่างมามิไม่เคยกลัวใคร และฉันมั่นใจว่าฉันต้องชนะ นางฟ้าไม่มีทางสู้ฉันเรื่องเต้นได้แน่นอน”

มามิซ้อมเต้นอย่างบ้าคลั่ง แม้แต่เวลายกถาดสมุนไพรไปตากแดดก็ยังไปในท่าเต้น ทั้งยังคิดท่าเต้นใหม่ๆเพื่อเอาชนะนางฟ้า จนปีร์กะบอกว่าพักเสียบ้างเถอะ เดี๋ยวเอวเคล็ดถึงวันประกวดจริงๆจะเต้นไม่ได้

“อ้าวป้า...ทำไมปากเสียแบบนี้ล่ะ คนอย่างมามิ

ไม่มีทางแพ้หรอก” ว่าแล้วก็เต้นต่อ พลันก็รู้สึกเจ็บแปล๊บที่เอวแต่ยังทำเหมือนไม่เป็นไร ปีร์กะมองหลานสาวอย่างรู้ทัน แต่ไม่พูดอะไร ไม่อยากถูกด่าว่าปากเสียอีก

ooooooo

วันงานมาถึงแล้ว ยาซะ หมึก และฉลามมาเที่ยวงานเหมือนทุกปี ยาซะคึกคักเป็นพิเศษเพราะจะได้ดูอาหารตาเสียให้เต็มอิ่ม ระหว่างเดินเที่ยวก็ทักทายบรรดาสาวๆไปตลอดทางอย่างแช่มชื่นเบิกบานใจ

ไม่นาน ซะละในฐานะหัวหน้าเกาะออกมาประกาศกลางลานอย่างน่าตื่นเต้นว่า

“สวัสดีพ่อแม่พี่น้องชาวเกาะมิน พ่อแม่พี่น้องคงอยากเห็นสาวๆผู้เข้าประกวดกันแล้วใช่ไหม” เสียงตอบรับ

กันกึกก้อง โดยเฉพาะเสียงของพวกหนุ่มๆ ซะละหัวเราะชอบใจประกาศว่า “ถ้าอย่างนั้น เชิญพบกับสาวงามทั้งเจ็ดได้เลย” ซะละผายมือแล้วถอยไป

สาวงามทยอยเดินออกมาท่ามกลางเสียงปรบมือ เสียงเชียร์และเสียงเป่าปากของหนุ่มวัยคะนองจ้องบนเวทีเขม็ง มามิเดินมาเป็นคนที่หกตามด้วยนางฟ้า พอนางฟ้าเดินออกมาเสียงเชียร์ก็ยิ่งกึกก้อง สายชลมองตะลึง แตลอยมองตาค้าง

ยาซะกับหนุ่มชาวเกาะอีกส่วนหนึ่ง มองนางฟ้าที่วันนี้นอกจากจะสวยแล้วยังดูเซ็กซี่ใสๆด้วย ยาซะมองหื่น

มามิจับตามองสายชล รู้สึกแปลกๆกับสายตาของเขาที่มองนางฟ้า สวยก็เช่นกัน ถึงจะเป็นคนเชียร์นางฟ้าให้มาประกวดเพื่อเอาชนะมามิ แต่ก็อดรู้สึกแปลกๆกับสายตาของสายชลไม่ได้

เมื่อถึงเวลาเต้นโชว์ ปรากฏว่ามามิเต้นได้ไม่นานก็ปวดเอวจนเต้นไม่ไหวล้มลง เธอเสียใจมาก แต่ก็ได้รับกำลังใจจากซะละว่า “พวกเราปรบมือให้มามิกันหน่อย ไม่เป็นไรนะมามิ ไม่เป็นไร”

สุดท้ายคือนางฟ้า เธอเต้นได้สวยงามมาก ตลอดเวลาที่เต้นก็นึกถึงคำแนะนำของแสงดาวที่ว่า “เราต้องให้ความรู้สึกประสานไปกับท่าเต้น แล้วจะทำให้การเต้นของเรามีเสน่ห์จนไม่มีใครละสายตาได้” แล้วเธอก็ทำได้จริงๆ

หลังจากนั้น ซะละประกาศว่า “หนุ่มๆชาวเกาะมิน ถูกใจสาวคนไหน ให้เอาพวงมาลัยมาคล้องคอสาวๆ ที่ชื่นชอบได้เลย เชิญไปหยิบพวงมาลัยดอกไม้ที่แม่แสงดาวกับอารีฟะได้เลยจ้ะ”

หนุ่มๆพากันไปหยิบพวงมาลัย รุมกันไปคล้องให้นางฟ้า แตลอยไปหยิบแล้วยิ้มให้มามิ แต่กลับเดินไปคล้องให้นางฟ้า ยาซะคล้องพวงมาลัยให้นางฟ้าชมว่าวันนี้นางฟ้าสวยมาก ส่วนสายชลถือพวงมาลัยเดินมา มามิยิ้มรอรับพวงมาลัย เขาเดินมาชมว่าวันนี้เธอเต้นได้สวยมาก แต่กลับเดินไปคล้องพวงมาลัยให้นางฟ้า มามิยิ้มเก้อ มองอย่างไม่พอใจมาก

ooooooo

เมื่อถึงเวลาตัดสินผู้ครองตำแหน่งธิดาสมุทร ปรากฏว่านางฟ้าได้คะแนนท่วมท้น ท่ามกลางเสียงเฮชอบใจจากชาวบ้าน โดยเฉพาะหนุ่มๆ แตลอยกระโดดตัวลอยบอกสายชลว่าแพ้ตนแล้ว ต้องแก้ผ้าวิ่งรอบเกาะตามสัญญา พูดอย่างสะใจมากว่า

“เพิ่งจะมีวันนี้แหละที่ฉันเอาชนะแกได้ อย่าลืมสัญญานะเว้ย วิ่งแก้ผ้า ฮ่าๆๆๆ” แตลอยหัวเราะชอบใจมาก

สายชลมองไปที่นางฟ้า เห็นยาซะกับพวกหนุ่มๆกำลังกลุ้มรุมเธออยู่ เขาพรวดเข้าไปจับแขนเธอบอกให้กลับบ้านได้แล้ว ซะละติงว่ายังมีงานฉลองต่ออีก เดี๋ยวจะให้นางฟ้าเลือกผู้ชายที่อยากออกไปเต้นรำด้วย สายชลเลยต้องปล่อยมือ

“เลือกเลยนางฟ้า อยากเต้นรำกับใคร” ซะละร้องบอก นางฟ้ามองไปรอบๆ แล้วเธอก็เลือกสายชล เธอตรงไปจับมือสายชลพากันออกไปเต้นรำ ทำให้ยาซะไม่พอใจ หาทางกันนางฟ้าออกจากสายชล ด้วยการเต้นเข้าไปแทรกกลางระหว่างสายชลกับนางฟ้า สองหนุ่มแก่งแย่งนางฟ้ากันไปมาด้วยลีลาการเต้นที่กลมกลืนแนบเนียน

สายชลยังไม่หายหงุดหงิดที่ยาซะพยายามเข้าแทรกระหว่างตนกับนางฟ้า เลยเข้าไปลากแขนนางฟ้าพูดเสียงดังสั่งให้กลับบ้าน แต่นางฟ้ายังไม่อยากกลับ ยังอยากสนุกต่อ สายชลถามอย่างไม่พอใจว่า เพราะอยากเต้นรำกับยาซะใช่ไหม ทำให้นางฟ้าไม่พอใจ บอกว่าเสียงดังใส่ตนแบบนี้ตนไม่ชอบ แล้วเดินหัวเสียไป

ยาซะมองสายชลอย่างสะใจที่ถูกนางฟ้าทิ้ง สายชลจะตามนางฟ้าไปแต่ก็ถูกพวกสาวๆพากันมาห้อมล้อมจนไปไม่ได้ สุดท้ายก็ได้แต่มองตามนางฟ้าไปด้วยความรู้สึกหึงหวงโดยไม่รู้ตัว

ooooooo

กลายเป็นความไม่พอใจกันระหว่างนางฟ้ากับสายชล เมื่อกลับมาถึงบ้านนางฟ้าชมยาซะว่าเต้นรำเก่งกว่าสายชลอีก ทั้งยังไม่เคยเสียงดังกับตน เป็นคนใจดีซื้อของมาให้ตนบ่อยๆ ผิดกับสายชลที่ใจร้าย ชอบทำหน้าโหดใส่ ตนไม่ชอบเลย

สายชลโมโหรับไม่ได้ นางฟ้าตกใจวิ่งหนีออกจากบ้านไป สายชลขยี้หัวตัวเองอย่างหัวเสีย เดินออกจากบ้านไปอีกคน

เช้าวันรุ่งขึ้น นางฟ้าเห็นสายชลนอนหลับเป็นตายอยู่ ก็ย่องออกจากบ้านไปที่ชายหาด ยาซะอยู่บนเรือเห็นนางฟ้าก็รีบลงมาหา แกล้งหยอกด้วยการวักน้ำใส่ นางฟ้าสนุกเลยเล่นด้วย สายชลมาเจอยิ่งโมโหลากนางฟ้าขึ้นจากทะเลพากลับบ้าน

สายชลดุนางฟ้า สั่งไม่ให้ไปเล่นกับผู้ชายอื่นแบบนี้อีก ยิ่งเมื่อนางฟ้าพูดชื่นชมยาซะ สายชลก็ยิ่งโมโหกวาดของที่ยาซะซื้อให้นางฟ้าใส่ถุงเอาไปทิ้งทะเล ทำให้นางฟ้ายิ่งไม่พอใจ ตะโกนใส่หน้าว่า

“สายชลใจดำ  ใจร้ายที่สุด สายชลไม่น่ารักเลย นางฟ้าไม่ชอบสายชลแล้ว” พูดแล้ววิ่งออกไป แม้สายชลจะใจคอไม่ดีแต่ก็ทำฟอร์มว่าไม่แคร์ พูดเหมือนปลอบใจตัวเองว่า อยากรู้นักว่าจะไปไหนได้สักกี่น้ำ

นางฟ้าวิ่งร้องไห้ไปทางท่าเรือ ยาซะรีบลงมาหา ถามว่าเป็นอะไร สายชลว่าอะไรหรือ

“สายชลใจร้าย สายชลทิ้งของที่พี่ยาซะให้นางฟ้าหมดเลย นางฟ้าไม่อยากอยู่กับสายชลแล้ว”

ยาซะมองนางฟ้าอย่างมีแผน ชวน “ถ้างั้นไปอยู่กับพี่ยาซะไหม”

นางฟ้ามองหน้ายาซะนิ่งอย่างชั่งใจ

ooooooo

นางฟ้าถูกหว่านล้อมจนลงเรือไปกับยาซะ ยาซะสั่งหมึกกับฉลามให้รีบออกเรือ แต่เจ้ากรรมเรือสตาร์ตไม่ติด เสียเวลาจนสายชลตามมาเจอเรือติดแล้วจะออกไปพอดี สายชลตะโกนเรียก พอได้ยินเสียงสายชลนางฟ้าบอกให้หยุดเรือ ยาซะเห็นทีจะฝืนไปไม่ได้เลยทำเป็นทักสายชลแล้วสั่งให้หยุดเรือ สายชลไม่สนใจขึ้นเรือไปจับแขนนางฟ้าบอกให้กลับบ้าน

เหมือนถูกลูบคม ยาซะไม่ยอม เกิดชกต่อยกันขึ้น หมึกกับฉลามเข้าช่วยยาซะรุมสายชล นางฟ้าเห็นดังนั้นก็เข้าช่วยสายชลด้วยการคว้าถังน้ำครอบหัวหมึกกับฉลาม มันสองคนคว้ามือลากกันตกน้ำไปทั้งคู่ นางฟ้ารีบเข้าไปดูสายชลที่ถูกชกจนปากแตก ยาซะเลยได้แต่ยืนมองเซ็งๆ

เมื่อพานางฟ้ากลับถึงบ้าน เธอทำแผลให้เขา สายชลขอโทษที่พูดไม่ดีกับเธอ ขอร้องว่าต่อไปอย่าเข้าใกล้ยาซะ

ได้ไหม เพราะเขาไม่ใช่คนดี นางฟ้าเชื่อฟังรับปากว่าจะไม่เข้าใกล้ยาซะอีก

ไม่ทันไรแตลอยก็มาตะโกนเรียกสายชลที่หน้าบ้านบอกว่าชาวบ้านมารอกันเต็มหาดแล้วจะดูเขาแก้ผ้าวิ่งรอบเกาะเพราะแพ้พนันตน สายชลมึนแต่ต้องรักษาสัญญา เดินตามแตลอยไป พอไปถึงทุกสายตาจ้องรอเขาแก้ผ้าวิ่งกันลุ้นๆ

สายชลแก้สถานการณ์แบบศรีธนญชัย เขาแก้กางเกงออก พอถูกประท้วง เขายกกางเกงชูขึ้นถามว่านี่ผ้าใช่ไหม ทุกคนบอกว่าใช่ เขาบอกว่าตนแก้ผ้าแล้วแต่ไม่ได้สัญญาว่าจะแก้หมด ฉะนั้นตนไม่ได้ผิดสัญญา
แตลอยเสียท่าสายชลตามเคย บ่นกับตัวเองเซ็งๆว่า “โธ่เว้ย...เมื่อไรฉันจะฉลาดกว่าไอ้สายชลวะ!”

ส่วนชาวบ้านก็พากันผิดหวัง แต่ก็โล่งอกที่ตาไม่ต้องเป็นกุ้งยิงกันทั้งเกาะ

ooooooo

หลังจากรู้ว่าตนจะได้เงินสดแค่ 300 ล้าน ชมพู-แพรคิดหนักว่าจะหาเงินที่ไหนมาซื้อโรงแรมที่หญิงบอกว่าต้องใช้เงินถึง 500 ล้านบาท ตัดสินใจโทร.

นัดทนายสมคิดมาปรึกษา

หลังจากนัดพบกันที่ร้านกาแฟ เมื่อชมพูแพรแสดงเจตนาของตนแล้ว ทนายสมคิดบอกว่า

“การยื่นขอเป็นผู้จัดการมรดก จะกระทำได้ต่อเมื่อมีเหตุจำเป็นจริงๆ ที่ต้องจัดการมรดก อย่างเช่น จำเป็นที่จะต้องใช้หนี้”

คำพูดของทนายทำให้ชมพูแพรสนใจขึ้นมาทันที

ooooooo

ชมพูแพรไปที่ออฟฟิศสายการบินที่พ่อยกเป็นมรดกให้ฟ้าลดา ไปตรวจและขอดูเอกสารกับบัญชีต่างๆ หลังจากนั้นก็เอากลับบ้าน ทำทีตรวจบัญชีหน้าดำคร่ำ เคร่ง หมอวัฒนามาเห็น ถามอย่างตกใจว่าทำไมตัวเลขติดลบมากอย่างนี้

ชมพูแพรตีหน้าเศร้า  บอกว่าตนไม่เคยรู้เลยว่าบริษัทขาดทุนมีหนี้สินมากมาย กำลังจะถูกธนาคารยึดถ้าหาเงินมาใช้หนี้ไม่ทัน ทำเอาหมอวัฒนาตกใจถามว่า มีปัญหามากมายอย่างนี้ทำไมไม่บอกตน มีอะไรจะให้ตนช่วยได้ไหม

“พี่หมอช่วยเป็นกำลังใจให้แพรก็พอค่ะ แพรคิดว่าแพรรับมือกับปัญหานี้ได้ค่ะ”

เมื่อเธอกลับเข้าห้องนอน เธอมองฟ้าลดาในรูปบอกน้องอย่างรู้สึกผิดว่า

“พี่ขอโทษนะฟ้า พี่จำเป็นต้องโกหก ถ้าพี่ไม่ทำแบบนี้ พี่ก็ไม่มีเงินมาซื้อโรงแรมของพี่คืน”

แต่แล้วก็ความแตกจนได้ เมื่อคุณเจตน์เพื่อนของภมรพ่อชมพูแพรที่ทำงานในสายการบินป่วยเข้าโรงพยาบาล หมอวัฒนามาตรวจ พบว่าความดันสูง เจตน์บ่นว่าตั้งแต่ไม่มีภมรมันก็วุ่นไปหมด หมอบอกว่าตนพอรู้เรื่องจากชมพูแพรบ้างแล้ว

คุยกันจึงรู้ว่าสายการบินของภมรไม่ได้ขาดทุนอย่างที่ชมพูแพรบอก เมื่อหมอเจอเธออีกครั้งจึงบ่นเชิงตำหนิว่าทำไมต้องโกหกตน เพราะบริษัทไม่ได้ขาดทุนอย่างที่เธอพูด ชมพูแพรยอมรับผิดและบอกถึงความจำเป็นที่ต้องทำอย่างนั้น ขอหมออย่าโกรธตนเลย

“ผมไม่โกรธแพรหรอกครับ ผมแค่น้อยใจที่แพรไม่พูดความจริง ทั้งที่ผมเป็นแฟนแพร วันหลังถ้าแพรมีปัญหา ต้องบอกผมนะครับ อย่าเก็บไว้คนเดียว เราจะได้ช่วยกัน”

“ค่ะ...” เธอตอบเศร้าๆ บอกว่าเวลานี้ตนคิดถึงน้องที่สุด ถามว่าถ้าน้องอยู่หมอรู้ไหมว่าน้องจะทำอย่างไร หมอวัฒนาเลยทำหน้าหมูหยอก จนเธอหัวเราะออกมา พอดีฝนทำท่าจะตก หมอจึงชวนกลับบ้านกันก่อนดีกว่า

ooooooo

เพราะในวันประกวดธิดาสมุทร มามิกับสวย ต่างเห็นเหมือนกันว่า สายชลมองนางฟ้าด้วยสายตาแปลกๆ เลยรวมหัวกันคิดหาทางพิสูจน์ความจริง จากนั้น พากันไปแอบดูที่หน้าบ้านสายชล

เห็นสายชลกับนางฟ้าอยู่กันอย่างมีความสุข กระจุ๋ง กระจิ๋งกัน เวลากินข้าวสายชลก็คอยป้อนคอยเช็ดรอยเปื้อน ที่ปากให้ เห็นสายชลถักเปียให้นางฟ้า แม้จะถักเปียไม่เป็นแต่ สายชลก็พยายามทำให้ ระหว่างนั้นก็หยอกล้อกันอย่างแจ่มใส

มามิกับสวยเห็นพ้องกันว่า สงสัยสายชลจะชอบนางฟ้าแล้วจริงๆ

ระหว่างนั้น เจ้าแก้วตา  นกแก้วแสนรู้เห็นมามิกับสวย

ก็ร้อง “ขโมย...ขโมย...” สายชลวิ่งออกมาดูเลยเจอสองสาวถามว่ามาทำอะไร มามิโกหกว่าจะมาหานางฟ้า พอดีนางฟ้าวิ่งออกมา มามิเลยฉวยมือชวนไปกันเถอะ แล้วพาวิ่งไปเลย

พากันไปนั่งที่ใต้ต้นไม้ แล้วมามิก็ถามนางฟ้าว่าชอบสายชลรึเปล่า นางฟ้าตอบทันทีว่าชอบ เพราะสายชลเป็นคนดี คอยดูแลตน มามิคาดคั้นให้นางฟ้ารับปากว่าจะไม่ชอบสายชลแบบคนรัก เพราะเราเป็นเพื่อนกัน เพื่อนต้องทำให้เพื่อนได้ทุกอย่าง นางฟ้าเลยตกลง

“ดีมาก แต่เรื่องนี้นางฟ้าต้องเก็บเป็นความลับนะ ห้ามบอกสายชลเด็ดขาดว่าเราคุยอะไรกัน”

นางฟ้าพยักหน้ารับ ทำให้มามิกับสวยมองหน้ากันอย่างสบายใจขึ้น

ความสวยของนางฟ้าทำให้บรรดาหนุ่มๆ บนเกาะมินพากันหลงใหล บ่ายวันนี้ก็มีพวกหนุ่มๆพากันทยอยเอาดอกไม้มาให้นางฟ้าบ้าง เอาปลามาฝากนางฟ้าบ้าง แตลอยก็ไม่

น้อยหน้าใครเอามะพร้าวมาฝากนางฟ้า

ทั้งหมดถูกสายชลกันท่าไม่ให้พบนางฟ้า  บอกว่านางฟ้าไม่ชอบของพวกนี้ให้เอากลับไปให้หมด  สองหนุ่มหัวอ่อนพากันกลับ  แต่แตลอยหัวดื้อรออยู่หน้าบ้าน  จนสายชลออกมาอีกทีพบว่ายังอยู่ เลยลงไปสั่งให้หันหลังล่อลูกแปเข้าป้าบหนึ่งแล้วสั่ง
“กลับไปก่อนที่ฉันจะโมโหมากกว่านี้...ไป!”

แตลอยเลยโกยแน่บไป

เมื่อนางฟ้ากลับมา สายชลปะเหลาะถามว่าไปคุยอะไรกันมา  นางฟ้าเกือบพลั้งปากบอกไปแล้ว  แต่นึกถึงคำเตือนของมามิที่ว่าต้องเก็บเรื่องที่คุยกันเป็นความลับ  เลยปดสายชลว่าแค่ไปเดินเล่นมา

สายชลเอาปลาปิ้งให้กิน  กินแล้วนางฟ้าบอกว่าหิวน้ำ แล้วลุกจะไปเอาน้ำ รู้สึกหน้าร้อนผ่าว จนสะดุดจะล้ม สายชลประคองไว้จมูกชนกันเบาๆ ต่างมองหน้ากันอึ้งๆ แล้วสายชลก็รีบผละไป บอกว่าจะไปเอาน้ำให้เองดีกว่า

พอสายชลเดินไป นางฟ้ายกมือลูบหน้าตัวเองบ่นเบาๆ “ทำไมรู้สึกหน้าร้อนๆนะ”

ฝ่ายสายชลเดินเข้าไปเอาน้ำ เอามือจับหน้าตัวเอง

บ่นเบาๆ

“ทำไมหน้าร้อนยังงี้วะ เป็นไรเนี่ย...”

ooooooo

วันนี้ ทุกคนต่างทำหน้าที่ของตัวเอง บ้างไปเก็บผัก บ้างเลี้ยงไก่ อารีฟะเก็บผักครู่หนึ่งก็คลื่นไส้เวียนหัวอยากอาเจียน

นาราคาดว่าเมียตัวเองท้อง  เมื่อพาไปหาปีร์กะหมอผีและหมอยาสมุนไพรประจำเกาะ ปีร์กะบอกว่าอารีฟะท้องเลยเป็นที่รู้กันทั่ว นางฟ้าถามท้องเป็นอย่างไร ทำไมถึงท้องได้ แตลอยทะเล้นบอกว่าตนจะสอนให้เอาไหม  เลยถูกสายชลเอ็ด บอกนางฟ้าว่าอย่าไปฟังมัน

“เงียบ...” ปีร์กะตวาด พอทุกคนเงียบก็ตำหนิว่า “พวกเอ็งนี่มันจริงๆเลย  นางฟ้า...ถ้าใครมาบอกว่าจะทำให้เอ็งท้องอย่าไปเชื่อ เอ็งต้องท้องกับคนที่เอ็งรักเท่านั้น”

นางฟ้าพยักหน้าหงึกๆ

ooooooo

คืนนี้ฝนตกหนักฟ้าคำราม นางฟ้าตกใจจนสายชลต้องปลอบว่าไม่เป็นไรแค่ฟ้าร้องเท่านั้น

ไม่นานนักแตลอยมาตะโกนบอกสายชลว่าที่บ้านน้าสนโดนต้นไม้ล้มทับบ้านให้ไปช่วยกันหน่อย  สายชลลุกขึ้นทันที นางฟ้าขอตามไปด้วย เขาบอกว่าข้างนอกอันตรายให้อยู่บ้านดีกว่า ไม่ต้องกลัวเพราะมีแก้วตาเป็นเพื่อน  แล้วสั่งแก้วตาว่า

“แก้วตาดูแลนางฟ้าด้วยนะ” เจ้าแก้วตาก็น่าหมั่นไส้ตอบเสียงใสว่า “จ้าาาา”

สายชลกับแตลอยพากันวิ่งฝ่าสายฝนไป  ฟ้ายังร้องเป็นระยะ ฝนยังคงกระหน่ำลงมาอย่างหนัก

ไม่นานนักก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้น นางฟ้าดีใจนึกว่าสายชลกลับมาแล้ว  แต่พอเปิดประตูก็ตกใจเมื่อเห็นยาซะยืนถือขวดเหล้าสีเงินอยู่  ถามว่ามาทำอะไร  ยาซะตอบเมาๆว่า  เห็นนางฟ้าอยากรู้ว่าทำยังไงถึงท้องได้ ตนเลยอยากมาสอนให้

“ไม่...ป้าปีร์กะบอกว่าเราต้องท้องกับคนที่เรารักเท่านั้น นางฟ้าไม่ได้รักพี่ยาซะ”

ยาซะในสภาพเมาหื่น บุกเข้ารวบตัวนางฟ้าไว้ เธอพยายามดิ้นร้องให้ปล่อย แต่ถูกยาซะกอดไว้แน่นลากตัว

นางฟ้าออกไป

นางฟ้าดิ้นสุดฤทธิ์  ทั้งจิกทั้งข่วนยาซะก็ไม่ยอมปล่อย อุ้มเธอออกจากบ้านไป ทำขวดเหล้าสีเงินหล่นไม่รู้ตัว

ooooooo

ตอนที่ 4

ช่วยตัดต้นไม้ที่ล้มทับบ้านเสร็จ ซะละขอบใจที่สายชลมาช่วย เขารีบขอตัวกลับเพราะทิ้งนางฟ้าไว้ที่บ้านคนเดียว

แต่พอกลับมาถึงบ้านมองหา เรียกนางฟ้าจนทั่วบ้านก็ไม่เจอ เหลือบเห็นขวดเหล้าสีเงินที่ยาซะดื่มเป็นประจำก็จำได้เดาเหตุการณ์ออกทันที สายชลรีบจ้ำออกไปตามที่

คาดว่ายาซะจะพานางฟ้าไป

ยาซะกำลังหื่นจัด ลากนางฟ้าออกไปให้หมึกกับฉลามคอยดูต้นทาง แล้วมันก็ลงมือฉีกเสื้อผ้านางฟ้าอย่างกลัดมัน ท่ามกลางเสียงหวีดร้องอย่างตกใจของนางฟ้า เมื่อนางฟ้าต่อสู้มันตบหน้าจนเลือดซึมที่มุมปาก

ระหว่างนั้นเอง หมึกเห็นสายชลวิ่งมา หมึกบอกฉลามให้รีบไปบอกลูกพี่เร็วๆ สายชลเห็นพวกมันก็คว้าไม้เหมาะมือขึ้นมาถือ เดินดุ่มเข้าไปหา

ยาซะหัวเสียมากสบถอย่างอารมณ์ค้างลุกพรวดขึ้น เจอสายชลเดินมาถึงพอดี ถามว่านางฟ้าอยู่ไหน

“แกจะทำอะไรฉันหาไอ้เด็กเมื่อวานซืน”

สายชลไม่พูดพล่ามทำเพลงพุ่งเข้าฟาดทันที ยาซะหลบเตะแขนสายชลจนไม้หลุดมือ โดนมันเตะเสยคางซ้ำอีก นอกจากนั้น ยังชักมีดสั้นตวัดถูกแขนสายชลจนเลือดไหล หมึกกับฉลามเข้ามารุมเล่นงานสายชล แต่มันก็ถูกสายชลเตะตกทะเลไป ขณะที่สายชลกำลังจะแย่นั่นเอง นางฟ้าก็ถือไม้มาฟาดท้ายทอยยาซะจนหมดสติ

นางฟ้าถลาเข้าหาสายชลกอดกันแน่น สายชลขอโทษที่ทิ้งเธอไว้คนเดียวจนเกิดเรื่อง

ooooooo

รุ่งขึ้น ยาซะ หมึก และฉลามถูกจับมัดไว้กับเสากลางแดดเปรี้ยง ชาวเกาะช่วยกันขนฟืนมาสุม อีกส่วนหนึ่งก็ใส่หน้ากากตีเกราะเคาะไม้เต้นเข้ามา

ล้อมทั้งสามคนไว้ ไม่เพียงเท่านั้น ยังเอาสายชนวนมาวางใกล้กองฟืน

เมื่อชาวบ้านที่ห้อมล้อม ถอดหน้ากากออก จึงเห็นว่า

ที่แท้คือ ซะละ หัวหน้าเกาะ สายชล แตลอย นารา อารีฟะ รวมทั้ง สวย มามิ ปีร์กะ และชาวเกาะอื่นๆ ยาซะคำราม “พวกแก...”

“ต่อไปคือบทลงโทษที่พวกเอ็งสามคนทำชั่วกับนางฟ้า” ซะละประกาศ

“คิดจะเผาพวกฉันให้ตายเหรอวะ แล้วพวกแกจะเสียใจที่ทำแบบนี้ ถ้าคนบนฝั่งไม่เห็นพวกฉันกลับไป เขาต้องมาตามหาพวกฉันที่นี่ แล้วพวกแกทุกคนก็จะถูกตำรวจจับข้อหาฆ่าคนตาย...” ยาซะขู่ ทำปากกล้าแต่ขาสั่น

ไม่มีใครสนใจคำขู่ของยาซะ เมื่อซะละพยักหน้า

นาราก็เอาสายชนวนลากไปที่กองฟืนแล้วลากปลายสายมาตรงหน้าซะละ

ยาซะเห็นเอาจริงก็ตะโกนด่า ซะละไม่สนใจจุดไฟที่สายชนวนทันที หมึกกับฉลามที่กลัวจนตัวสั่นถึงกับเข่าอ่อน

ไฟที่ซะละจุดลามสายชนวนไปจนใกล้กองฟืนที่ล้อมทั้งสามไว้ แต่พอใกล้ถึงตัวจู่ๆไฟก็ดับ

ที่แท้ชาวเกาะมินทำแค่ปรามพวกมันเท่านั้นเอง ซะละเดินไปตรงหน้ายาซะ ประกาศให้รู้ว่า

“ไสหัวไปจากที่นี่ แล้วอย่ากลับมาอีก ถ้าพวกเราเห็นเอ็งสามคนกลับมาเมื่อไหร่ พวกเอ็งถูกจับเผาจริงแน่!”

แต่พอปล่อยพวกมัน แทนที่จะสำนึก ยาซะกลับพูดอย่างผยองกับสายชลว่า

“คิดเหรอว่าแค่นี้จะหยุดพวกฉันได้ ฉันจะทำให้แกไม่มีความสุขไอ้สายชล”

ooooooo

หลังจากปล่อยยาซะกับลูกน้องไปแล้ว สายชลรีบกลับบ้าน เจอแสงดาวอยู่เป็นเพื่อนนางฟ้า เขาขอบคุณแสงดาว บอกว่าพวกยาซะ คงไม่กล้ากลับมาที่นี่อีกแล้ว แสงดาวจึงขอตัวกลับ

สายชลปลอบนางฟ้าว่าไม่ต้องกลัวแล้วนะ นางฟ้าขอบคุณเขาที่ช่วยตนไว้ ตำหนิว่าเพราะตนแท้ๆ ทำให้เขาต้องเจ็บตัว

“แค่นี้สายชลไม่เจ็บหรอก แต่ถ้านางฟ้าเป็นอะไร สายชลคงจะเจ็บมากกว่านี้” พูดพลางกุมมือเธอไว้ ทำเอานางฟ้ารู้สึกสะท้านไปกับคำพูด แววตาและความอบอุ่นจากมือที่กุม ตื้นตันใจจนพูดไม่ออก

หลังจากนั้น นางฟ้าทายาให้เขา ความใกล้ชิดทำให้ต่าง

ก็ไม่กล้าสบตากัน แต่รู้สึกใจเต้นแรงจนอกกระเพื่อมไปทั้งคู่

นางฟ้าสงสัยอีกแล้ว ไปปรึกษาอารีฟะกับนาราเรื่องใจเต้นแรง ทั้งสองวิเคราะห์ว่าอาการแบบนี้เหมือนกับคนที่กำลังมีความรัก นาราถามว่า หรือนางฟ้าจะรักสายชล เธอรีบปฏิเสธ นาราเลยแนะว่าแบบนี้ต้องพิสูจน์

ooooooo

เมื่อพากันไปที่บ้านสายชล เห็นสายชลกำลังเอาแหลงเรือ นาราบอกนางฟ้าว่า ถ้าอยากรู้ว่าตัวเองรักสายชลหรือเปล่าก็ต้องจูบ ถ้าจูบสายชลแล้วเห็นรอบตัวเปลี่ยนเป็นสีชมพู แสดงว่านางฟ้ารักสายชล

นางฟ้าเดินไปหาสายชลแล้วจู่โจมเข้าจูบ ทำเอาสายชลอึ้ง แต่พอนางฟ้าลืมตาขึ้น เห็นรอบตัวเป็นสีชมพูไปหมด เธอรู้ทันทีว่าตัวเองรักสายชล ทั้งตื่นเต้นทั้งเขินเลยเดินหนีเอาดื้อๆ สายชลรีบตามไปทั้งที่ยังงงๆ อยู่

มามิมาแอบดูอยู่ ตกใจทำตะกร้าหล่น กำมือแน่นอย่างโมโหจัด

สายชลวิ่งตามนางฟ้าไปแต่หาไม่เห็นเธอแล้ว มามิซ่อนตัวอยู่เห็นว่านางฟ้าไปทางไหน ตามไปเรียกมาต่อว่า ว่าเห็นจูบกับสายชล นางฟ้ายังตื่นเต้น ตกใจ พยายามจะชี้แจง ถูกมามิด่าว่า เลว แทงข้างหลังตน ไหนรับปากว่าจะไม่ชอบสายชลไงล่ะ

“พี่มามิ นางฟ้าไม่รู้...นางฟ้าขอโทษ อย่าโกรธนางฟ้านะ”

“ไม่ต้องมาขอโทษฉัน ปล่อย” มามิแกะมือนางฟ้าออก “แกมาที่นี่ทำไมหานางฟ้า ! แกมาที่นี่ทำไม !! ถ้าไม่มีแกป่านนี้ฉันกับสายชลคงแต่งงานมีลูกกันไปแล้ว แกคนเดียว แกมันตัวซวย ฉันเกลียดแกนางฟ้า...ฉันเกลียดแก !”

ด่าแล้วมามิเดินออกไป นางฟ้ายืนตะลึงอึ้ง น้ำตาไหลด้วยความเสียใจสุดๆ

ooooooo

บ่ายๆ สายชลวิ่งหน้าตาตื่นตกใจไปบอก

แสงดาวว่านางฟ้าหายไป ทุกคนตกใจมากคาดเดาไปต่างๆ นานา แสงดาวหันไปคาดคั้นกับสวยที่เขม่นนางฟ้าอยู่ สวยบอกว่าตนไม่รู้เรื่อง ครั้นถูกคาดคั้นหนักเข้าก็บอกว่าตนไม่รู้เรื่อง ให้ไปถามมามิ เพราะมามิเป็นคนสั่งนางฟ้าไม่ให้บอกสายชลเรื่องที่พวกตนคุยกัน

แต่พอไปหามามิ ปรากฏว่าหายตัวไปไหนไม่มีใครรู้ สายชลตัดบทว่าอย่ามัวเสียเวลากันอยู่เลย รีบออกไปตามหานางฟ้ากันเถอะ ซะละเห็นด้วย จึงพากันออกจากบ้านปีร์กะ แยกย้ายกันออกตระเวนค้นหานางฟ้าไปตามที่ต่างๆ

ที่แท้ มามิหลบอยู่แถวนั้นเอง เธอนั่งกอดเข่าตัวสั่น เป็นกังวล เป็นห่วงนางฟ้า

ooooooo

ที่ริมผา นางฟ้าไปยืนร้องไห้ คำพูดของมามิยังก้องอยู่ในความรู้สึก เสียงด่าของมามิเสียดแทงทำร้ายจิตใจเธออย่างรุนแรง ทั้งเสียใจที่ถูกด่า ทั้งรู้สึกผิด

ทันใดนั้น เสียงฟ้าคำรามสนั่น นางฟ้าตกใจเสียหลักยืนโงนเงน ถูกลมที่พัดโหมมากระแทกตกหน้าผาไปทันที เธอร้องสุดเสียง

“สายชล...”

เสียงร้องของนางฟ้า แหวกอากาศมาถึงสายชล เขา ชะงักกึก เหลียวขวับหาต้นเสียง ตะโกนเรียก

“นางฟ้า”

นางฟ้าตกจากหน้าผา เธอพยายามตะกุยตะกายจะขึ้นฝั่ง แต่ถูกสาหร่ายพันเท้า ยิ่งดิ้นก็ยิ่งพัน ขณะเธอกำลังจะหมดแรงนั่นเอง สายชลวิ่งมาถึง กระโดดลงไปช่วยทันที เขาดำลงไปตัดสาหร่าย พาตัวเธอขึ้นพ้นน้ำได้ในขณะที่นางฟ้ากำลังจะหมดลม
ทันทีที่เห็นหน้าสายชล เธอร้องเรียกด้วยความดีใจสุดขีดรู้ว่ารอดตายแล้ว เมื่อขึ้นถึงฝั่งต่างโผเข้ากอดกันด้วยความดีใจ ทันใดนั้น ฝนตกลงมาซู่ใหญ่ จนทั้งสองต้องพากันไปหลบฝนในถ้ำแถวนั้น

ooooooo

เพราะตากฝนเปียกน้ำมาทั้งวัน เมื่อเข้าไปในถ้ำ ต่างก็จามออกมาพร้อมกัน แล้วก็พากันขำ ขำทั้งที่ทุกข์สาหัส แต่เมื่อมีคนรู้ใจอยู่ด้วยกัน สู้ด้วยกัน ความทุกข์ก็กลายเป็นเศษเสี้ยวของความรู้สึกในเวลานั้น

สายชลเสนอให้รีบถอดเสื้อผ้าผึ่งดีกว่าเดี๋ยวจะไม่สบาย แต่มีเสื้อผ้าอยู่ชุดเดียวจะทำอย่างไร สายชลเสนอว่าเราหันหลังให้กัน แล้วต่างก็ถอดเสื้อผ้าออกมาผึ่ง ทั้งที่หนาวสะท้าน แต่ใจเต้นแรงเลือดฉีดร้อนผ่าวไปทั้งกาย

นั่งหันหลังให้กันนานจนคาดว่าเสื้อผ้าคงจะแห้งแล้ว จึงต่างลุกขึ้นมาจะหยิบเสื้อผ้าที่ตาก มือกับมือจับกันพอดีต่างนิ่งอึ้งมองหน้ากันนิ่ง มีเพียงผ้าที่ผึ่งกั้นไว้เท่านั้น หลังจากนิ่งอึ้งไปนาน เมื่อได้สติจึงคว้าเสื้อผ้ารีบใส่โดยต่างหันหลังให้กัน

หลังจากรองน้ำฝนในถ้ำมาดื่มแก้กระหายแล้ว นางฟ้าขอโทษสายชลที่ทำให้เขากับชาวบ้านต้องเป็นห่วง

“พี่นารากับพี่อารีฟะ เล่าทุกอย่างให้สายชลฟังแล้ว แล้วสายชลก็รู้ด้วยว่า มามิพูดอะไรกับนางฟ้า”

นางฟ้าตกใจมาก ขอร้องสายชลอย่าโกรธมามิ เพราะมามิไม่ได้ทำอะไรตนเลย สายชลไม่ตอบแต่กลับถามว่าแล้วนางฟ้าเป็นอะไร จูบตนแล้ววิ่งหนีทำไม

“นางฟ้าไม่รู้...นางฟ้าไม่รู้...” เธอปฏิเสธอย่างตระหนก ยิ่งเมื่อคิดถึงคำพูด คำด่าของมามิก็ยิ่งตื่นตกใจไม่กล้าพูดอะไรจนสายชลเรียก เธอหันมาพูดอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยว่า “นางฟ้าไม่ได้รักสายชลนะ นางฟ้าไม่ได้รักสายชล...”

“แต่สายชลรักนางฟ้า...รักตั้งแต่วันแรกที่เจอนางฟ้านอนที่ชายหาด”

นางฟ้าถามเชิงตัดพ้อว่าแล้วทำไมไม่บอกตน สาย–ชลบอกว่าตนไม่แน่ใจ แล้วเล่าถึงจุดที่ทำให้รู้หัวใจตัวเองว่า

“ในวันที่นางฟ้าถูกยาซะจับไปที่เรือ สายชลแทบเป็นบ้า ที่เห็นนางฟ้าโดนทำร้าย แล้วพอมาวันนี้ตอนที่นางฟ้าจูบสายชล มันทำให้สายชลรู้ว่า สายชลจะไม่มีวันยอมเสียนางฟ้าไปเด็ดขาด...รู้แบบนี้แล้ว นางฟ้ารู้สึกยังไง” สายชลมองหน้าเธอลุ้นคำตอบ

หนุ่มสาวมองหน้ากันนิ่ง แรงปรารถนาก่อตัวขึ้นอย่างรุนแรง จนนางฟ้าไม่อาจฝืนใจตัวเองได้อีกแล้ว บอกเขาว่า

“รัก...นางฟ้ารักสายชล รักมากกว่าทุกอย่างบนโลกใบนี้ รักจนไม่รู้จะบอกสายชลว่ายังไง” นางฟ้าพรั่งพรูความรู้สึกออกมา สายชลยิ้มด้วยความดีใจ นางฟ้าจับมือสายชลมาทาบที่หัวใจตัวเอง มองหน้าเขาถามว่า

“สายชลได้ยินเสียงหัวใจนางฟ้าไหม” สายชลพยักหน้า เธอบอกว่า “สายชลเป็นคนเดียวที่จะได้เป็นเจ้าของหัวใจนางฟ้า”

ทั้งคู่ค่อยๆเคลื่อนใบหน้าเข้าหากันเหมือนไม่รู้ตัว แต่พอกำลังจะเผลอใจก็รู้สึกตัว บอกกันว่ายังไม่ได้ เพราะเรายังไม่ได้แต่งงานกัน เราต้องแต่งงานกันก่อน แล้วต่างก็นอนหันหลังให้กัน

มามิเป็นห่วงนางฟ้า เมื่อปีร์กะกลับมาเธอถามว่าเจอนางฟ้าไหม

“ไม่เจอ แล้วตอนนี้ไอ้สายชลก็หายไปอีกคน เป็นเพราะเอ็งใช่ไหมนังมามิ นางฟ้าถึงเตลิดหายไป”

“ป้า...ฉันขอโทษ ฉันไม่ได้ตั้งใจจะต่อว่านางฟ้า ฉันไม่ได้ตั้งใจ...” มามิร้องไห้จนตัวโยน กอดปีร์กะไว้เหมือนจะขอกำลังใจ ปีร์กะกอดหลานสาวไว้ พูดปลอบใจว่า

“นังมามิเอ๊ย...ความรักเป็นเรื่องของพรหมลิขิต มันฝืนใจกันไม่ได้ ถ้าสายชลกับนางฟ้าเป็นคู่แท้ ไม่ว่าเอ็งหรืออะไรก็ไม่มีทางทำให้เขาสองคนแยกจากกัน”

มามิพยักหน้าอย่างเข้าใจ ร้องไห้ไม่หยุด ปีร์กะได้แต่ลูบหัวลูบหลังปลอบใจหลานสาว

ooooooo

ที่ถ้ำเช้านี้ฝนหยุดแล้ว สายชลกับนางฟ้านอนกอดกันอยู่ ต่างรู้สึกอบอุ่นมีความสุขเหมือนอยู่ในความฝัน สายชลบอกว่า วันนี้ตนจะไปบอกทุกคนว่าเราจะแต่งงานกัน นางฟ้าพยักหน้าอย่างมีความสุข

แต่ที่ลานหมู่บ้าน ซะละกับชาวบ้านกำลังปรึกษากันอย่างเคร่งเครียด แบ่งกลุ่มกันออกตามหานางฟ้ากับสายชล โดยแบ่งเป็นสองสาย ไปหาที่ป่าท้ายเกาะ

แต่ไม่ทันได้ออกไป แตลอยก็ตะโกนบอกอย่างดีใจสุดขีดว่า

“พ่อ...สายชลกับนางฟ้ากลับมาแล้ว”

ทุกคนหันมอง เห็นสายชลกับนางฟ้าเดินกลับมาก็พากันโล่งใจ มามิดีใจกว่าเพื่อน วิ่งไปกอดนางฟ้า พร่ำขอโทษไม่ขาดปาก นางฟ้าบอกว่าตนไม่โกรธ ไม่โกรธจริงๆ

สายชลไม่รอช้า ถือโอกาสที่ทุกคนอยู่กันพร้อมหน้า ประกาศว่า

“ทุกคนจ๊ะ ฉันมีเรื่องจะบอกให้ทุกคนรู้...” สายชลหยุดนิดหนึ่งอย่างตื่นเต้นก่อนโพล่งบอกไปว่า “ฉันกับนางฟ้าจะแต่งงานกันจ้ะ”

ทุกคนตกใจ แปลกใจ แล้วกลายเป็นดีใจ นางฟ้าถามมามิว่าโกรธตนไหม มามิจับมือนางฟ้าพูดจากใจจริงว่า

“พี่ไม่โกรธนางฟ้า เรื่องของความรักมันฝืนใจกันไม่ได้ สายชลกับนางฟ้าเกิดมาเพื่อเป็นคู่กัน” พูดแล้วหันไปยิ้มกับปีร์กะผู้เป็นป้า ปีร์กะพยักหน้าให้อย่างชื่นชม ดีใจที่หลานสาวเข้าใจและทำในสิ่งที่ถูกต้อง

สวยพูดขึ้นบ้างว่า “นางฟ้า ยินดีด้วยนะฉันจะเลิกชอบพี่สายชลละ เพราะฉันไม่อยากชอบผู้ชายคนเดียวกับเพื่อน”

สวยพูดขาดคำก็ถูกนาราเคาะหัวดังโป๊ก พึมพำขำๆแกมหมั่นไส้ว่า “แก่แดดจริงๆลูกกู” ทุกคนเลยหัวเราะฮากันตรึม นางฟ้ากับสายชลสบตายิ้มให้กันอย่างมีความสุขที่ทุกอย่างลงเอยด้วยดี

คืนนี้ ปีร์กะสวดมนต์ หลับตาเห็นภาพชายชุดดำ จับตัวนางฟ้าไปยังเรือลำหนึ่ง ที่จอดอยู่ริมหาดเธอทั้งดิ้นทั้งร้องโวยวาย พยายามจะหนี ถูกชายชุดดำคนหนึ่งทุบจนหมดสติ

ปีร์กะสะดุ้ง ลืมตาโพลงอย่างตื่นตระหนก เหงื่อผุดเต็มหน้า จนกระทั่งเช้าจึงไปเล่าให้สายชลฟัง สายชลวิตกกังวลมาก เมื่อปีร์กะเตือนว่าต้องระวังชายชุดดำ เขาถามว่า พวกนั้นเป็นใคร แล้วเขาจะทำอะไรนางฟ้า

ปีร์กะบอกว่าตนก็ไม่รู้ รู้แต่ว่าเป็นพวกที่ไม่หวังดีกับเขาและนางฟ้า พวกนั้นจะทำให้เขากับนางฟ้าต้องแยกจากกัน แล้วยํ้าเตือนว่า

“เอ็งจำคำพูดของข้าไว้นะสายชล...ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น  ไม่ว่านางฟ้าจะเป็นยังไง คนที่นางฟ้ารักคือเอ็งคนเดียว”

“ถ้างั้น ฉันกลับบ้านก่อนนะป้า ตอนนี้นางฟ้าอยู่บ้านคนเดียว” สายชลรีบลาวิ่งกลับไปทันที

ooooooo

ที่หน้าบ้านสายชล ทิวาหนุ่มในชุดดำ เดินมาด้อมๆ มองๆ ที่หน้าบ้าน นางฟ้าแอบดู เธอตกใจไม่รู้ว่าเป็นใคร แต่คิดว่าคงเป็นคนไม่ดี คว้าเก้าอี้มาเป็นอาวุธ ย่องไปที่ระเบียง เป็นจังหวะที่ทิวามายืนมองซ้ายมองขวาเหมือนหาใคร
นางฟ้าฟาดเก้าอี้ใส่ทันที แต่ทิวาหลบทันหันมาคว้าตัวนางฟ้าไว้ เธอดิ้นร้องให้ปล่อย เธอดิ้นจนหลุดออกมา คว้าเก้าอี้เหวี่ยงไปรอบตัว จนพรรคพวกที่มากับทิวาแตกหนีกันกระเจิง ทิวาตัดสินใจพุ่งเข้าไปจับเก้าอี้ไว้ สั่งให้หยุด นางฟ้าตกใจมากที่ถูกล็อกไว้

สายชลวิ่งกลับมาถึงพอดี เห็นชายชุดดำกำลังนัวเนียอยู่กับนางฟ้า ก็นึกถึงคำเตือนของปีร์กะขึ้นมาทันที เขากระโจนเข้าไปเงื้อหมัดจะชก ชายชุดดำหันมาพอดี สายชลชะงักกึก อุทาน

“ครูทิวา...”

ที่แท้ทิวาเคยเป็นครูของสายชล ต่อมาเขาออกจากครูไปเป็นนักวิจัย และกำลังกลับมาวิจัยที่เกาะมินเพราะที่นี่ยังรักษาสภาพธรรมชาติได้ดีมาก

นางฟ้ามองทั้งสองงงๆ สายชลจึงแนะนำให้รู้จักกัน ระหว่างนั่น เพื่อนของทิวาที่เป็นมือกล้องถ่ายรูปนางฟ้าเกิดแสงแฟลชวาบขึ้น นางฟ้าตกใจ เขารีบขอโทษเพราะเปิดแฟลชอัตโนมัติไว้

ทิวาบอกนางฟ้าว่าไม่ต้องกลัว แล้วเรียกมาดูรูปที่กล้อง นางฟ้าเห็นตัวเองอยู่ในกล้องก็ตื่นเต้นมาก เพื่อนทิวาถามว่าไม่กลัวแล้วใช่ไหม งั้นขอถ่ายอีกรูป เมื่อเธอพยักหน้า เพื่อนทิวาคนนั้นจึงหามุมสวยแล้วถ่ายอีกรูปอย่างตั้งใจ
สายชลกับนางฟ้า แม้จะรักกัน ปรารถนาต่อกัน แต่ด้วยความเคารพในประเพณีของเกาะมิน จึงไม่ชิงสุกก่อนห่ามต่างอดใจตัวเอง ได้แต่คอยดูแลกันและกันอย่างห่วงใย รักใคร่ทะนุถนอม

ooooooo

หลังจากนั้น รูปของนางฟ้าก็ขึ้นปกนิตยสารเกี่ยวกับการท่องเที่ยว หมอวัฒนาเห็น รีบซื้อกลับไปให้ชมพูแพรดู ทั้งสองมั่นใจว่าต้องเป็นฟ้าลดาน้องที่หายไปแน่ๆ ชมพูแพรถามว่าจะตามหาน้องได้ที่ไหน หมอเสนอให้โทร.บอกตำรวจที่นั่นแล้วเราก็ไปรับตัวน้องกลับมา

“ไม่ค่ะ เราจะไม่บอกตำรวจ เราไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับยัยฟ้า เราต้องป้องกันไว้ก่อน เพราะถ้าเรื่องถึงตำรวจ นักข่าวก็ต้องรู้ เราต้องใช้คนที่สามารถเอาเงินปิดปากได้ค่ะ” ชมพูแพรพูดอย่างมั่นใจในความคิดของตัวเอง

เมื่อรู้ชื่อเกาะแล้ว เธอจ้างยศให้ทำงานนี้ เมื่อเรียกยศมาพบ เธอเอารูปฟ้าลดาให้ดู ยศรับไปดูแล้วขอเวลาสองสามวันสำหรับเตรียมพาหนะเดินทางและเสบียงเพราะเกาะมินอยู่ไกล

“ยังไงก็เร่งหน่อย ฉันเป็นห่วงน้อง ไม่รู้ว่าตลอดเวลาที่ผ่านมา ยัยฟ้าต้องเจออะไรที่เกาะนั้นบ้าง”

ooooooo

สายชลตื่นเต้นมากที่จะได้แต่งงานแล้ว เขาหาของขวัญให้นางฟ้า ด้วยการแอบสลักชื่อ “นางฟ้า” ไว้ที่ข้างเรือ

ปีร์กะมาพานางฟ้าไปอยู่กับตนที่บ้าน บอกสายชลว่า “มันเป็นประเพณีของเกาะ เจ้าบ่าวต้องไม่เจอเจ้าสาวก่อนงานแต่งงานหนึ่งวัน มันเป็นการแก้เคล็ดชีวิตคู่ของพวกเอ็งจะได้อยู่กันยืนยาว ไม่ต้องพรากจากกัน”

สายชลคิดไม่ตกที่จะไม่ได้เห็นหน้านางฟ้าตั้งคืน ปีร์กะเล่าบทเรียนของคู่ก่อนๆที่เคยทำผิดประเพณีให้ฟังว่า

“เอ็งไม่เชื่อก็อย่าลบหลู่  เคยมีคนฝืนมาแล้ว แล้วตอนนี้พวกเขาเป็นยังไงรู้ไหม ผัวตายเมียเป็นบ้า”

สายชลจึงจำต้องยอม ฝากปีร์กะให้ดูแลนางฟ้าด้วยก็แล้วกัน

แต่พอตกกลางคืน สายชลก็ทนไม่ได้ พูดเข้าข้างตัวเองว่า แอบไปเห็นกันแป๊บเดียวคงไม่เป็นไร แล้วย่องปีนหน้าต่างเข้าไปหานางฟ้า นางฟ้าตกใจ สายชลบอกว่าตนแค่มาขอจูบเธอเท่านั้น นางฟ้าใจอ่อน แต่จะขอเป็นฝ่ายจูบสายชลเอง ขอจูบที่แก้ม ที่หน้าผาก ที่จมูก ส่วนที่ปากเอาไว้จูบในคืนแต่งงาน

ทั้งสองสะดุ้ง เมื่อเสียงปีร์กะร้องถามว่า “นั่นใครวะ” สายชลผละออกบอกนางฟ้าว่าตนไปก่อนนะ พลางกระโดดหน้าต่างออกไป ปีร์กะได้ยินเสียงก็ร้องถามเสียงเข้มว่า “ข้าถามว่าใคร อย่าให้จับได้นะโว้ย”

สายชลทำเสียงแพะร้อง ปีร์กะชะงักสาดน้ำไล่บ่นว่า “ตรงนี้มีแพะได้ยังไงวะ” แต่ก็ปล่อยเลยตามเลยหันเดินเข้าบ้าน พอปีร์กะเข้าบ้าน สายชลก็ออกจากพุ่มไม้ที่ซ่อน ตัวเปียกปอน แต่ก็โล่งใจที่เอาตัวรอดได้ และชื่นใจที่ได้มาเห็นหน้านางฟ้าให้หายคิดถึง

ooooooo

รุ่งขึ้น อันเป็นวันจัดพิธีแต่งงาน สายชลกับนางฟ้าใส่มงกุฎดอกไม้สวยงาม พากันไปทำพิธีที่ริมผา เบื้องหลังเป็นทะเลสวยงาม ปีร์กะทำพิธีตามประเพณี ท่ามกลางความชื่นชมยินดีของชาวบ้าน

แตลอยมองนางฟ้าหน้าเศร้า สวยหันไปกอดกอยากับซาตินอย่างพยายามทำใจ ปีร์กะหันมองหน้ามามิ เธอยิ้มให้ผู้เป็นป้าแบบทำใจได้แล้ว ปีร์กะยิ้มให้หลานสาวอย่างชื่นชม

หลังจากทำพิธีตามประเพณีของชาวเกาะมินแล้ว ปีร์กะประกาศว่า

“ข้าขอประกาศว่า บัดนี้สายชลกับนางฟ้าเป็นผัวเมียกันแล้ว” จากนั้นให้สายชลเอาสร้อยที่ตนให้ไว้ตอนชนะการแย่งธง เอาออกมาสวมให้เจ้าสาว แต่พอสายชลจะสวมสร้อยให้ ปรากฏว่าสร้อยขาดร่วงลงพื้น ทุกคนตกใจ ปีร์กะหยิบสร้อยขึ้นมาผูกไว้ตามเดิมบอกว่า “ไม่เป็นไร เชือกมันเปื่อยก็เลยขาด เอ้า...ใช้ได้แล้ว”

เมื่อปีร์กะส่งสร้อยคืนให้ จังหวะที่สายชลรับสร้อยนั้น ปีร์กะผงะร่างกายเหมือนถูกช็อต เห็นภาพสายชลพานางฟ้าหนี เห็นชายชุดดำทำร้ายสายชลและเห็นมือสายชลเปื้อนเลือด ปีร์กะตะลึงอึ้ง สายชลเรียกหลายครั้งจึงรู้สึกตัว ร้องเชิญหัวหน้าซะละมาทำหน้าที่ต่อ

ซะละเดินออกมาแสดงความยินดีกับคู่บ่าวสาว ประกาศความเป็นสามีภรรยากันอย่างถูกต้องตามประเพณี แล้วเชิญชวนชาวบ้านที่มาร่วมพิธีให้มายกสายชลกับนางฟ้าไปที่ริมผา โยนทั้งคู่ลงไป แล้วพากันกระโดดตามลงไปเล่นน้ำกันอย่างสนุกสนาน

ooooooo

คืนนี้ สายชลกับนางฟ้าได้อยู่ด้วยกันฉันผัวเมียตามประเพณีของชาวเกาะมิน ทั้งคู่ให้สัญญากันว่าจะไม่ทอดทิ้งกัน จะอยู่ด้วยกันไปจนตลอดชีวิต

รุ่งเช้า สายชลพานางฟ้าไปดูของขวัญที่ตนเตรียมให้ นั่นคือเรือที่เขาใช้หาปลาที่สลักชื่อ “นางฟ้า” ไว้ข้างเรือ นางฟ้าดีใจมาก ชวนออกเรือไปเที่ยวกัน

ทั้งสองล่องเรือไปในท้องทะเล สายชลเอากีตาร์อูคูเลเล่ไปเล่น นางฟ้าเต้นไปตามจังหวะเพลงอย่างร่าเริง ทั้งคู่มีความสุขมาก ตกกลางคืนก็นอนดูดาวด้วยกันอย่างมีความสุข

นางฟ้าชอบกีตาร์อูคูเลเล่มาก กลับบ้านก็ขอให้สายชลสอนให้ สายชลสอนให้อย่างตั้งใจ แต่ระหว่างนางฟ้าหัดเล่นนั่นเอง สายกีตาร์ขาดบาดมือเธอ สายชลรีบไปเอายามาทาให้ มองหน้านางฟ้าอย่างไม่สบายใจ นึกกังวลอยู่ลึกๆ

ooooooo

เช้านี้ ยศกับลูกน้องมาถึงเกาะมินแล้ว พวกเขาลงมือทำงานทันที ถือรูปฟ้าลดาเที่ยวเดินถามชาวเกาะว่าเห็นผู้หญิงคนนี้ไหม

นางฟ้าไปเก็บผักกับพวกแสงดาวและอารีฟะที่แปลงผัก อารีฟะหน้ามืดทำท่าจะเป็นลมจึงให้นางฟ้าไปหยิบยาดมที่บ้านให้

สายชลเห็นพวกยศที่ท่าเรือก็มองอย่างแปลกใจว่าเป็นใคร ยศเดินมาถามสายชลว่าเป็นคนเกาะมินใช่ไหม พอเขาบอกว่าใช่ ยศก็เอารูปฟ้าลดาให้ดูถามว่าผู้หญิงคนนี้อยู่เกาะนี้ใช่ไหม

สายชลตกใจมาก นึกถึงคำเตือนของปีร์กะทันที ตอบไปว่าไม่เคยเห็น ยืนยันจนพวกยศลังเล ลูกน้องยศบอกว่าท่าทางพูดกันไม่ค่อยรู้เรื่อง

“เกาะนี้มันก็ไม่ใหญ่มาก ตามหาเองแล้วกัน” ยศบอกลูกน้องแล้วพากันเดินออกไป แยกคนละทางกับสายชล

สายชลตกใจเป็นห่วงนางฟ้ามาก รีบไปที่แปลงผัก พอรู้ว่าอารีฟะใช้ให้นางฟ้าไปเอายาดมที่บ้าน เขาอุทาน

“แย่แล้ว มีคนมาตามหานางฟ้า ฉันกลัวมันจะเป็นอย่างที่ป้าปีร์กะบอก”

“เอ็งรีบไปหานางฟ้า ข้าจะบอกทุกคนเอง” ปีร์กะเร่งให้สายชลรีบไป แล้วตัวเองก็บอกซะละ เมื่อซะละรู้เรื่อง

ก็สั่งลูกบ้านทุกคนให้บอกต่อๆกันว่า ห้ามบอกคนแปลกหน้าว่านางฟ้าอยู่ที่นี่ มองหาแตลอยไม่เห็น ซะละมองหาลูกชายอย่างกังวล

สายชลรีบวิ่งไปพานางฟ้าหลบเข้าพงหญ้าข้างทาง พลางชี้ให้ดูพวกยศที่เดินอยู่ริมหาด บอกเบาๆว่า

“คนพวกนั้นมาตามหานางฟ้า ป้าปีร์กะเคยบอกสายชลว่าจะมีคนมาจับตัวนางฟ้ากลับไป”

นางฟ้าตกใจกลัว กอดสายชลไว้แน่น บอกว่าตนไม่ไปไหน ตนจะอยู่กับเขาที่นี่ สายชลกอดเธอไว้ปลอบว่า

“ตราบใดที่นางฟ้าอยู่กับสายชล สายชลจะไม่มีวันยอมให้ใครมาพานางฟ้าไปเด็ดขาด”

ระหว่างทั้งสองซุ่มดูยศอยู่นั่นเอง ยศเดินมาเจอแตลอยเข้าร้องเรียก “ไอ้อ้วน” แตลอยชะงักหันมองชี้ที่ตัวเอง เชิงถาม ยศบอกว่า “ฉันเรียกแกนั่นแหละ มานี่ซิ”

แตลอยเดินไปหา ยศเอารูปฟ้าลดาให้ดูถามว่าเคยเห็นผู้หญิงคนนี้ไหม แตลอยยิ้มกว้างพูดอย่างภูมิใจว่า

“อ๋อ...นางฟ้า” ยศตาลุกถามว่ารู้จักหรือ “รู้จักสินางฟ้าอยู่ที่นี่ มา ฉันพาไปเอง” แตลอยกระตือรือร้นพายศกับลูกน้องบ่ายหน้าไปทางแปลงผัก

“ไอ้ลอยเอ๊ย...อยากจะฆ่ามันจริงๆ” สายชลโมโหมาก นางฟ้าก็เสียใจ ถามว่าจะทำยังไงดี...

ooooooo

แตลอยวิ่งหน้าบานไปที่แปลงผัก ร้องบอกซะละกับแสงดาวว่า พวกนี้มาตามหานางฟ้า ซะละทำไขสือถามว่านางฟ้าไหน แตลอยพูดเต็มปากเต็มคำว่าก็นางฟ้าเมียสายชลไง

แสงดาวและทุกคนที่นัดหมายกันไว้แล้วว่าจะไม่รู้เรื่องนางฟ้า ช่วยกันปฏิเสธว่านางฟ้าที่ไหนไม่มีใครรู้จัก แตลอยเลยหันบอกยศให้เอารูปฟ้าลดาออกมาให้ดู มามิเลยด่าแตลอยว่านับวันจะบ้าไปใหญ่แล้ว แตลอยชักสีหน้าตั้งท่าจะเถียง ถูกมามิ ตวาดว่า

“หยุดพูดได้แล้วไอ้ลอย...ไม่มีใครเขาเชื่อแกอีกแล้วไอ้ติงต๊อง” แล้วบอกยศว่า “พี่จ๋า พี่อย่าไปสนใจไอ้นี่เลยนะ มันสติไม่ดี เห็นคนสวยไม่ได้ต้องเรียกว่านางฟ้า ฉันเองยังถูกมันเรียกว่านางฟ้าเลย”

แตลอยเถียงคอเป็นเอ็นว่าตนไม่ได้บ้า แต่พอปีร์กะบอกว่านี่แหละบ้า คนบ้าที่ไหนจะยอมรับว่าตัวเองบ้าจริงไหม ซะละก็ขู่ว่าถ้าสอนไม่รู้จักจำจะจับขังในห้องเสียเลย ขู่สำทับว่า

“ถ้ายังจะพูดเพ้อเจ้ออีก เดี๋ยวพ่อตบปากแตก จะพูดอีกไหม!”

ถูกว่าถูกด่าถูกขู่จากทุกคนขนาดนี้ แตลอยก็หน้าจ๋อยส่ายหน้าดิกว่าไม่พูดอีกแล้ว ยศถามซะละว่าตกลงลูกชายเขาบ้าใช่ไหม แสงดาวยืนยันว่าบ้า ดูหน้าตามันก็น่าจะรู้แล้ว

ยศรู้สึกผิดหวังยื่นรูปถ่ายของฟ้าลดาออกไปให้ดูถามอีกทีว่าไม่มีใครเคยเห็นผู้หญิงคนนี้เลยหรือ เมื่อได้รับคำยืนยันก็สั่งลูกน้องกลับ

พอยศไปแตลอยก็ถูกซะละเขกกบาล บอกว่าคนพวกนั้นมันจะมาจับตัวนางฟ้ารู้หรือเปล่า แตลอยคลำหัวป้อยๆ บอกว่าตนไม่รู้จริงๆ นาราถามว่าแล้วพวกนั้นจะย้อนกลับมาอีกไหม ทุกคนมองหน้ากันอย่างกังวลใจ

ooooooo

ยศพาลูกน้องกลับท่าเรือบอกว่าเย็นนี้ค่อยคิดหาทางกันอีกที

ที่ท่าเรือนี่เอง ยาซะกำลังมีปัญหากับพ่อค้าปลาที่มันขายปลาให้ ถามอย่างไม่พอใจว่าให้แค่นี้เองหรือ พ่อค้าบอกว่าปลาไม่สด แถมตัวเล็กด้วยได้แค่นี้ก็ดีแล้ว ยาซะจำต้องยอม

หมึกตั้งข้อสังเกตว่าตั้งแต่พวกเราไม่ได้ไปรับปลาที่เกาะมิน รายได้ลดฮวบไปเลย ยาซะโทษว่าเพราะสายชลคนเดียวแท้ๆ หันหลังเดินไปอย่างโมโห เลยชนเข้ากับยศที่กำลังเดินมา พาลด่ายศว่าเดินดูทางหน่อยสิวะ

ยศถูกชน รูปฟ้าลดาหล่นที่พื้น ยาซะเห็นถามว่าทำไมถึงมีรูปผู้หญิงคนนี้ ยศถามอย่างมีความหวังว่า

“แกรู้จักเหรอ”

“รู้จักสิ รู้จักดีด้วย” ยาซะพูดอย่างเจ็บใจ ยศกับลูกน้องมองหน้ากันอย่างมีความหวังอีกครั้ง

ยาซะพูดอย่างรู้จริงว่า ผู้หญิงคนนี้ชื่อนางฟ้า ลูกน้องยศมองหน้าลูกพี่บอกว่า อย่างนี้ไอ้อ้วนนั่นก็ไม่ได้โกหกเราสิ ยาซะถามว่าไอ้อ้วนไหน ซักถามกันจนรู้ว่า ไอ้อ้วนที่พูดกันนั้นคือแตลอยนั่นเอง ยศบอกยาซะว่า คนที่เกาะบอกว่าไอ้อ้วนนั่นเป็นบ้า ยาซะแค่นยิ้มบอกยศว่า

“พวกคุณโดนหลอกแล้ว ไอ้อ้วนที่ว่าเนี่ยมันชื่อ แตลอย เป็นลูกหัวหน้าเกาะ”

“อ้าว...แล้วทำไมคนพวกนั้นต้องโกหกว่าไม่เคยเห็นคุณฟ้าลดา...แล้วทำไมคนพวกนั้นถึงเรียกคุณฟ้าลดาว่านางฟ้า” ยศตั้งข้อสังเกต มองหน้ายาซะเชิงถาม

“ก็เพราะนางฟ้า หรือคุณฟ้าลดาของพวกคุณ ความจำเสื่อม!”

ยศกับลูกน้องมองหน้ากันอย่างตกใจ

ooooooo

ข่าวพบฟ้าลดาถูกรายงานกลับกรุงเทพฯทันที ชมพูแพรตกใจเมื่อรู้ว่าน้องความจำเสื่อม ซํ้ายังมีสามีเป็นชาวเกาะมินแล้วด้วย เธอแค้นใจเชื่อว่าฟ้าลดาต้องถูกหลอกแน่ๆ บอกหมอวัฒนาว่า

“พี่หมอคะ เราต้องรีบพาตัวยัยฟ้าออกมาจากเกาะนั่นให้เร็วที่สุด”

เมื่อคำสั่งมาถึง ยศปรึกษากับยาซะ ถามถึงค่าจ้างว่าจะคิดเท่าไหร่ ยาซะไม่สนใจขอให้เสร็จงานก่อนค่อยว่ากัน แล้วเสนอว่า ครั้งนี้เราจะไปทางเรือไม่ได้ เพราะชาวเกาะชำนาญทางเรือมาก เราต้องใช้เครื่องบิน ยศรับปากจะเป็นคนหามาให้

เพราะยาซะถูกสั่งห้ามเข้าเกาะมิน มันจึงวางแผนจะเข้าไปในวันงานประเพณีลอยทุกข์ลอยโศกที่จะมีขึ้นในอีกสองวันข้างหน้า เชื่อว่าชาวเกาะต้องสนุกสนานกับงานจนไม่ระวังตัว จะอาศัยช่วงนั้นแฝงตัวปะปนเข้าไปทำงาน
วางแผนแล้ว ยาซะพึมพำอย่างสะใจว่า “แกจะต้องทรมานไปจนชั่วชีวิต ไอ้สายชล...”

ooooooo

วันงานประเพณีลอยทุกข์ลอยโศกมาถึงแล้ว ทุกคนร่วมงานกันอย่างคึกคัก ปีร์กะอธิบายให้นางฟ้าฟังว่า เราเอากระทงข้าวตอกดอกไม้ไปลอยในทะเล เชื่อกันว่าถ้ากระทงลอยไปไม่กลับมา ก็แสดงว่าเราจะโชคดี แต่ถ้ากระทงลอยกลับมา ก็จะโชคร้ายซวยซํ้าซวยซ้อนซวยไม่รู้จบไปตลอดชีวิตเลยทีเดียว

นางฟ้าภาวนาขอกระทงของตนอย่าลอยกลับมาเลย

สวยวิ่งมาบอกว่าฟุตบอลกำลังจะเริ่มแข่งแล้ว ปีร์กะกับนางฟ้าจึงพากันไปดู

สายชลลงแข่งด้วย ทั้งสองฝ่ายเตะบอลกันอย่างสนุกสนาน ผลสุดท้ายฝ่ายสายชลชนะ นางฟ้ากอดสายชลด้วยความดีใจ

ที่มุมลับตาแถวนั้น ยาซะกำลังแอบดูอยู่ พูดอย่างแค้นใจว่า

“มีความสุขกันให้เต็มที่ ก่อนที่จะได้พบกับความเจ็บปวดไปตลอดกาล!”

หลังจากนั้น ยาซะบอกกับหมึกและฉลามที่ซ่อนตัวอยู่ว่า

“คืนนี้พวกมันทุกคนจะนอนกันในทับที่ริมหาด ฉันจะให้คนจากในเมืองเข้ามาทางท้ายเกาะ แล้วพรุ่งนี้เช้ามืดเราจะไปจับตัวนางฟ้ากัน”

บ่ายวันนี้ ทุกคนพากันสร้างทับเพื่อนอนค้างที่ริมหาดคืนนี้ นางฟ้าช่วยสายชล ถูกกิ่งไม้ตำมือจนเลือดออก สายชลตกใจมาก สวยบอกนางฟ้าว่า เลือดออกในวันทำพิธีแบบนี้เขาว่าเป็นลางไม่ดี ทำให้นางฟ้าใจคอไม่ดี

“โบราณเขาว่าไว้แบบนั้น แต่มันไม่มีอะไรหรอก ไปทำแผลกันดีกว่า”    สายชลปลอบนางฟ้าทั้งที่ตัวเองก็ใจไม่ดี

นางฟ้ายังไม่สบายใจกลัวจะเจอเรื่องไม่ดี สายชลย้ำ

ว่าอยู่กับตนไม่มีใครมาเอาตัวนางฟ้าไปได้หรอก พลางไปเก็บดอกไม้มาให้เพื่อปลอบใจ

ทางไปเก็บดอกไม้นั่นเอง สายชลพบรอยเท้าคน เอาดอกไม้มาทัดหูให้นางฟ้าแล้วก็รีบไปรายงานซะละ เล่าว่า

“ฉันเห็นมันอยู่ด้านนั้น มันไม่ใช่รอยเท้าของพวกเราแน่ๆ ท่าทางจะมีคนแปลกหน้ามาแอบดูพวกเรา ฉันกลัวว่ามันจะเป็นพวกที่มาตามหานางฟ้าวันก่อน”

“ถ้างั้นลุงจะให้คนไปลาดตระเวนดูรอบๆ ส่วนเอ็งก็ดูแลนางฟ้าเอาไว้ให้ดี” ซะละบอกแล้วออกไปสั่งการ

สายชลกลับไปหานางฟ้าที่อยู่กับอารีฟะที่ทับ ย้ำกับนางฟ้าว่า ให้สัญญาว่าจะไม่ไปไหนโดยไม่มีตนไปด้วย นางฟ้าสัญญา ทำให้สายชลยิ้มออกแต่ก็ยังกังวลไม่หาย

ooooooo

คืนนี้ ในขณะที่ริมหาดมีการร้องรำทำเพลงฉลองกันอย่างอึกทึกนั้น ที่ท้ายเกาะมีการเคลื่อนไหวของพวกยาซะอย่างเป็นกระบวนการ มีเครื่องบินสะเทินน้ำสะเทินบกแล่นมาจอดในทะเลแล้วหย่อนเรือยางลงมา ยศกับลูกน้องนั่งเรือยางมาขึ้นเกาะอย่างรวดเร็วชำนาญ
ที่นั่น มีชาวเกาะคนหนึ่งเห็นการเคลื่อนไหวนั้น รีบวิ่งกลับไปหาซะละอย่างตื่นตกใจ

เมื่อได้เวลาลอยกระทงข้าวตอกดอกไม้ ชาวเกาะลอยกระทงกันเป็นคู่ๆ นางฟ้าลอยกับสายชล นางฟ้าภาวนาขอกระทงอย่าลอยกลับมาเลย พูดไม่ทันขาดคำ กระทงของนางฟ้าก็ถูกคลื่นซัดเข้ามา  นางฟ้าหันมองสายชลใจคอไม่ดี

ยาซะซึ่งชำนาญเส้นทางบนเกาะ นำยศกับลูกน้องทั้งสองฝ่ายแอบไปที่ทับของสายชล ปรากฏว่าไม่มีใครอยู่ แต่พอมันหันกลับ ก็ผงะเมื่อเจอซะละกับชาวเกาะมาล้อมไว้ แต่ยาซะยังทำปากกล้าถามว่า สายชลเอานางฟ้าไปไว้ที่ไหน

เมื่อชาวบ้านไม่บอก มันขู่ว่า ถ้าไม่บอกจะยิงทิ้งทีละคน ทำเอายศตกใจรีบบอกว่า

“จะไม่มีการฆ่าใครทั้งนั้น” แล้วสั่งให้ยาซะเก็บปืน ยาซะเก็บปืนอย่างไม่พอใจ ยศหันไปพูดกับซะละว่า “คุณเป็นหัวหน้าใช่ไหม เราต้องการพาคุณฟ้าลดาหรือนางฟ้าของพวกคุณกลับบ้าน ตอนนี้พี่สาวคุณฟ้าลดาเป็นห่วงน้องสาวเขามาก กรุณาบอกเถอะครับว่าคุณฟ้าลดาอยู่ที่ไหน”

ซะละบอกว่าพวกเราไม่รู้จริงๆ ยาซะหุนหันฮึดฮัดบอกว่าพูดกับพวกนี้เสียเวลาเปล่าๆ ตนรู้จักเกาะนี้ทุกตารางนิ้ว เชื่อว่าสายชลไม่มีทางพานางฟ้ารอดพ้นสายตาตนได้ แล้วสั่งหมึกกับฉลามให้เฝ้าพวกชาวบ้านไว้ ถ้าเห็นใครตุกติกยิงได้เลย

ยาซะกระชับปืนจนยศไม่กล้าคัดค้าน ยาซะหันไปสั่งลูกน้องยศสองคนให้ตามตนไป ยศหันไปเห็นหมึกกับฉลามเอาปืนออกมา พวกชาวบ้านพากันหน้าเสีย

ooooooo

เช้าแล้ว...สายชลพานางฟ้าหนีไปทางลานหินลอย นางฟ้าเหน็ดเหนื่อยมากจนสายชลต้องคอยประคองให้กำลังใจขอให้อดทนอีกนิด นางฟ้าพยักหน้า แต่พอเดินไปไม่เท่าไหร่ เสื้อเธอก็เกี่ยวกิ่งไม้จนขาด สายชลประคองเธอให้เดินต่อไปโดยไม่รู้ว่าเสื้อขาดเกี่ยวกิ่งไม้อยู่

สายชลพานางฟ้าไปหลบอยู่ในถ้ำ หักกิ่งไม้มาปิดทางเข้าถ้ำไว้ บอกนางฟ้าว่า

“ตรงนี้ถ้าใครไม่สังเกตดีๆจะไม่รู้ว่ามีถ้ำ พวกมันไม่มีทางหาเราเจอแน่ๆ”

นางฟ้าได้ยินเสียงบางอย่างถามว่านั่นเสียงอะไร

สายชลบอกว่าเสียงคลื่น บอกว่า

“ถ้าเราปีนลงไปด้านล่าง จะมีทางออกไปทะเล นางฟ้าเข้ามานั่งด้านในเถอะ” สายชลพาเธอเข้าไปด้านใน ทั้งสองกอดกันด้วยสีหน้ากังวล

ที่แถวลานหินลอย ยาซะตามมาเจอเศษเสื้อของนางฟ้าที่เกี่ยวกิ่งไม้อยู่ มันพึมพำอย่างสะใจว่า

“คิดว่าจะหนีกูพ้นเหรอ” แล้วรีบเดินไปข้างหน้า

สายชลกับนางฟ้าหลบอยู่ในถ้ำ เขาได้ยินเสียงฝีเท้าคน รีบออกไปดูที่ปากถ้ำ เห็นยาซะกับลูกน้องยศสองคนเดินมาทั้งสองตกใจ สายชลเครียดคิดหาทางแก้ปัญหา ครู่หนึ่งหันถามนางฟ้าว่า

“นางฟ้าพร้อมจะเสี่ยงกับสายชลไหม”

นางฟ้ากระชับมือสายชลแน่นแทนคำตอบ

ooooooo

ยาซะพาลูกน้องสองคนมาถึงปากถ้ำ มันเชื่อว่าสายชลกับนางฟ้าต้องอยู่ในถ้ำนี้ สั่งให้รื้อกิ่งไม้ที่ปิดปากถ้ำทิ้ง แต่พอเข้าไปดูไม่พบอะไรเลย

สายชลพานางฟ้าดำน้ำออกไปในทะเล เขาบอกเธอว่า

“พวกมันต้องคิดไม่ถึงแน่ๆว่าเราจะดำน้ำออกมาจากใต้ถ้ำ”

แต่ปรากฏว่า ยาซะพาลูกน้องปีนหน้าผาลงมา นางฟ้าตกใจถามว่าเราจะหลบไปทางไหนดี สายชลเห็นแง่งหินยื่นออกมาจึงพาเธอว่ายไปหลบที่ใต้แง่งหินนั้น  ทำให้ยาซะมองไม่เห็น แต่มันยังไม่ยอมแพ้ พาลูกน้องไปดูอีกทางหนึ่ง

สายชลกับนางฟ้าโล่งใจนึกว่าปลอดภัยแล้ว พากันออกจากแง่งหินขึ้นไปที่ริมหาด ปรากฏว่ายาซะมาดักอยู่ที่นั่น มันท้าว่าแน่จริงวิ่งเลย แต่เอาปืนเล็งไว้ ทำให้สายชลไม่กล้าเสี่ยง ถามมันว่าต้องการอะไรแน่

ยาซะบอกว่าต้องการตัวนางฟ้าหรือฟ้าลดากลับบ้าน ส่วนตัวสายชลมันพูดอย่างเหยียดหยันว่า ให้กลับไปอยู่กับเผ่าพันธุ์ของตัวเองเสีย

เป็นตายอย่างไรสายชลก็ไม่ยอมให้พรากนางฟ้าไปจากตน เขาถูกยาซะกับลูกน้องสองคนรุมซ้อมอย่างหนัก จนนางฟ้าทนดูไม่ได้ บอกให้หยุด ตนยอมไปด้วยแล้ว

สายชลตกใจกำทรายปาใส่หน้ายาซะ มันแสบตาจึงปล่อยนางฟ้า สายชลอาศัยจังหวะนั้นพุ่งเข้าแย่งปืน ทั้งสองแย่งปืนกันจนมีเสียงปืนลั่นขึ้น ต่างหยุดชะงัก

ที่ริมหาด พวกชาวบ้านได้ยินเสียงปืน ต่างเป็นห่วงสายชลกับนางฟ้า อาศัยจังหวะที่หมึกกับฉลามชะงักฟังเสียงปืนโถมเข้าแย่งปืนมัน แล้วชวนกันรีบวิ่งไปดูสายชลกับนางฟ้า

หลังตั้งสติได้ ทั้งยาซะและสายชลต่างก้มมองตัวเอง ปรากฏว่าสายชลถูกยิงที่ท้องเลือดทะลัก กระนั้นเขาก็ยังกัดฟันต่อสู้ไม่ยอมให้ยาซะพรากนางฟ้าไป

แต่เพราะบาดเจ็บและถูกรุม ทำให้สายชลอ่อนล้าในที่สุดก็ถูกลูกน้องยาซะจับล็อกไว้ ส่วนยาซะก็กระชากนางฟ้าไป นางฟ้าเป็นห่วงสายชลหันมาร้องตะโกน “อย่าทำสายชล...อย่าทำสายชล”

พวกซะละตามมา เห็นนางฟ้านั่งเรือไปที่เครื่องบินสะเทินน้ำสะเทินบกที่จอดอยู่กลางทะเล สายชลมองตามหัวใจแทบสลาย...ดวงตาเขาค่อยๆฝ้าฟางแล้วปิดสนิทพร้อมกับหมดสติไปที่ริมหาดนั่นเอง

ooooooo

เพียงไม่กี่อึดใจ นางฟ้าหรือฟ้าลดา ก็ถูกนำตัวมาถึงกรุงเทพฯในสภาพหมดสติ ร่างกายฟกช้ำทรุดโทรมอย่างหนัก ชมพูแพรมาเห็นสภาพของน้องถึงกับร้องไห้ ถามยศว่า “ทำไมน้องฉันเป็นแบบนี้”

“ไม่ทราบครับ” ยาซะตอบแทน ยศชะงักมองงงๆ “ตอนพวกผมไปถึงคุณฟ้าลดาก็อยู่ในสภาพนี้แล้ว ไม่รู้ผัว...เอ่อ...สามีของคุณฟ้าลดาทำอะไรเธอรึเปล่า เพราะไอ้หมอนั่นมันไม่ใช่คนดี”

ยศมองยาซะอึ้งกับการปั้นน้ำเป็นตัวของมัน แต่ยาซะทำไม่รู้ไม่ชี้ ส่วนชมพูแพรด่าอย่างโกรธแค้นมาก

“สารเลว” เธอหันถามหมอวัฒนาว่า “ยัยฟ้าจะเป็นอะไรไหมคะหมอ”

หมอวัฒนาจับชีพจรบอกว่า “ชีพจรเต้นปกติ แต่ต้องไปตรวจละเอียดที่โรงพยาบาลอีกที ผมว่าเรารีบพายัยฟ้าไปโรงพยาบาลดีกว่าครับ”

บุรุษพยาบาลเข็นเตียงฟ้าลดาเข้าไป หมอวัฒนากับชมพูแพรรีบตามไปติดๆ ที่นั่นจึงเหลือแต่ยศกับยาซะยืนเผชิญกัน

“ฉันชักสงสัยแล้วว่า ใครกันแน่ที่ไม่ดี...แกหรือคนบนเกาะนั่น”

“ทางที่ดี อย่ามีใครพูดอะไรดีกว่า เพราะผมอยากเจอคุณครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้าย” ยาซะยิ้มเยาะพลางขยับแจ็กเกตให้เห็นด้ามปืนอยู่ข้างใน ทำให้ยศหน้าเสียไม่กล้าพูด

อะไรอีก ได้แต่มองยาซะเดินกร่างออกไปกับหมึกและฉลาม

ooooooo

ร่างหมดสติโชกเลือดของสายชลถูกนำกลับมาที่บ้านของเขา ปีร์กะจะลงมือผ่าตัด มามิถามว่าป้าเคยทำเหรอ  ปีร์กะบอกว่าไม่เคยทำ แต่ทำหรือไม่ทำสายชลก็มีโอกาสตายเท่ากัน

ขณะที่สายชลได้รับการผ่าตัดสดๆจากปีร์กะที่บ้านจนสามารถเอากระสุนออกมาได้ แต่เขายังไม่ฟื้นนั้น ฟ้าลดาได้รับการปฐมพยาบาลอย่างดีเยี่ยมในโรงพยาบาลที่ทันสมัย

ชมพูแพรติดตามอาการของน้องตลอดเวลา เมื่อหมอวัฒนาออกมา เธอรีบเข้าไปถามว่าฟ้าลดาเป็นอย่างไรบ้าง

“ผมตรวจร่างกายโดยละเอียดแล้ว ไม่พบอะไรน่าเป็นห่วงร่างกายของน้องฟ้าแข็งแรงมาก ตอนนี้ก็ต้องรอให้น้องฟ้าฟื้นขึ้นมาอย่างเดียวครับ”

ชมพูแพรถามกลัวๆกล้าๆว่า น้องไม่ได้ท้องใช่ไหม

“ไม่ครับ น้องฟ้าไม่ได้ท้องและไม่มีแนวโน้มว่าจะท้องด้วย”

ชมพูแพรถอนใจเบาๆแล้วขอหมอวัฒนาเข้าไปหาน้อง เมื่อหมออนุญาต เธอรีบไปหมอตามไปด้วย

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

กรีน พลิกบทบาท รับบทสาวใช้สุดแสบ ในละครดราม่าเข้มข้น "กระเช้าสีดา"
21 เม.ย. 2564

02:27 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพุธที่ 21 เมษายน 2564 เวลา 09:00 น.