ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

เกมร้าย เกมรัก

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

คืนนี้เพลินตาแอบย่องเข้าบ้านตัวเอง เห็นพิสมัยผู้เป็นแม่ยืนรออยู่ ก็หลบแวบไปอีกมุมหนึ่ง พิสมัยตามไปขวาง เพลินตาก็แวบไปอีกมุมเล่นเอาเถิดเจ้าล่อกันอยู่พักหนึ่ง พิสมัยก็ตามจับตัวเพลินตาไว้ได้ พูดอย่างสนุกว่า

“เลิกหลบหน้าแม่เสียทียัยตา!”

“ตาไม่ได้หลบหน้าแม่สักหน่อย” เพลินตาแก้ตัวแต่ไม่กล้าสบตาแม่

“ถ้าไม่ได้หลบหน้าแม่ ก็หันมามองแม่เดี๋ยวนี้!” พิสมัยเสียงเข้ม แต่เพลินตาก็ยังไม่ยอมหันมา เลยถูกแม่จับหน้าหันมาขนาดนี้แล้วเพลินตาก็ยังมองไปทางอื่น จนพิสมัยสุดทนเรียก “ยัยตา!!”

เพลินตาเอามือแม่ออกจากหน้าตัวเอง จ้องหน้าตาแข็ง ถามเสียงเข้มว่า

“แม่จะอะไรกับตานักหนา ตาก็บอกไปแล้วว่าตาจะตัดใจจากพี่ชาร์ล”

“ไม่ได้! แม่ไม่ยอม ชาร์ลเขาแค่ประกาศแต่งงานกับยัยชมพูแพร ยังไงลูกก็ต้องหาทางล้มงานแต่งงานของชาร์ลให้ได้”

“ตาขอบอกแม่เป็นครั้งสุดท้ายว่า ตา-ไม่-ทำ”

“แม่ก็ขอบอกลูกเป็นครั้งสุดท้ายว่า ลูก-ต้อง-ทำ”

เพลินตากำมือแน่น หลับตาแผดเสียง ถามว่าแม่จะบังคับตนไปถึงไหน ตนทนไม่ไหวแล้ว เพลินตาร้องไห้โฮ ออกมาอย่างสุดทน พิสมัยอึ้งไปกับเสียงแผดของเพลินตา เข้ามาจับตัวลูก พูดเสียงอ่อนลงอย่างหว่านล้อมว่า

“ยัยตา...แม่ไม่เคยบังคับลูกนะ ทุกสิ่งทุกอย่างที่แม่ทำก็เพราะแม่รักลูก แม่อยากให้ลูกสบาย”

“แม่รักตาหรือแม่รักตัวเองกันแน่...” เพลินตาปัดมือแม่ออก พิสมัยผงะกับความแข็งกร้าวของลูก “แม่ไม่เคยนึกถึงความรู้สึกของตาเลย แม่เอาแต่คิดว่า ถ้าตาไม่ได้แต่งงานกับพี่ชาร์ล แม่ก็จะชวดสมบัติของอาไมเคิล”

พิสมัยเงียบเมื่อถูกลูกพูดแทงใจดำ เพลินตาพูดอย่างเจ็บปวดว่า

“แม่รู้ไหมว่าพี่ชาร์ลพูดอะไรกับตา พี่ชาร์ลบอกว่า เขาไม่รักตา ไม่มีวันรัก ถึงแม้เขาจะไม่มีใคร ประโยคนี้มันฝังอยู่ในหัวสมอง ทำยังไงก็สลัดมันไม่หลุด มันทำให้ตารู้สึกว่าตัวเองไม่มีค่า คนเขาไม่รักก็ยังไปตามตื๊อเขา แม่ไม่เป็นตา แม่ไม่เข้าใจหรอก”

พูดแล้วเพลินตาวิ่งขึ้นไปบนห้อง ทิ้งให้พิสมัยผู้เป็นแม่ยืนนิ่งงันอย่างรู้สึกผิดอยู่ตรงนั้น...

ooooooo

เพลินตาวิ่งเข้าไปร้องไห้อย่างหนักอยู่ในห้องนอน ไม่นานพิสมัยก็ตามขึ้นมา เพลินตาเห็นแม่ มาก็ลุกขึ้นนั่ง เช็ดน้ำตาให้แห้ง พิสมัยนั่งข้างๆลูก พูดอย่างรู้สึกผิดและเจ็บปวดแทนลูกว่า ทำไมไม่บอกแม่ว่าชาร์ลพูดแบบนั้น

“เมื่อวานตอนที่ตากำลังจะเล่า แม่ไม่ฟัง แม่เอาแต่ว่าตา...” พูดแล้วน้ำตาก็ไหลออกมาอีก

“แม่ขอโทษ...” พิสมัยกอดลูกไว้ เพลินตาร้องไห้โฮในวงแขนแม่ พิสมัยลูบหัวลูกด้วยความสงสาร พูดอย่างรู้สึกผิดว่า

“แม่นึกถึงแต่ตัวเองอย่างที่ลูกพูดจริงๆต่อไปนี้ ลูกไม่ต้องดูไร้ค่าในสายตาใครอีกแล้ว กลับบ้านเรากันนะ...กลับอเมริกากัน”

เพลินตาผละจากกอดมองหน้าแม่เต็มตา พยักหน้าด้วยความสบายใจ พิสมัยเช็ดน้ำตาให้ลูก ดึงเข้าไปกอดอีกครั้งอย่างแนบแน่น...

ooooooo

ฟ้าลดายังนอนไม่ได้สติอยู่ที่โรงพยาบาล สายชลเฝ้าอยู่ด้วยความเป็นห่วงจับมือเธอไว้

ตลอดเวลา

โทรศัพท์มือถือของฟ้าลดาในกระเป๋าถือของเธอดังขึ้น สายชลหยิบมาดูเห็นชื่อ “พี่แพร” ที่หน้าจอ สายชล กดปิดเครื่องแล้วเก็บเข้าที่เดิม หันไปทางฟ้าลดาเห็นเธอมีการเคลื่อนไหว สายชลดีใจมากรีบเข้าไปจับมือเรียก

“นางฟ้า...”

ฟ้าลดาค่อยๆลืมตา พอเห็นสายชลนั่งกุมมือตนอยู่ ถามอย่างตกใจว่า “ฉันมาอยู่ที่นี่ได้ไง”

สายชลเล่าว่า เธอปวดหัวมากจนเป็นลมตนจึงพามาโรงพยาบาล ฟ้าลดารีบลุกบอกว่าจะกลับบ้าน สายชล บอกว่าหมอยังไม่ให้กลับ

“แต่ฉันจะกลับ ฉันไม่ได้เป็นอะไร” ฟ้าลดาพยายามลุกขึ้นยืน แต่ลุกเร็วไปทำให้หน้ามืดจะล้ม สายชลรีบประคองถามว่ายังคิดจะกลับบ้านอยู่อีกไหม ฟ้าลดาผละออกอย่างระวังตัว “ยังไงฉันก็จะกลับ ฉันไม่มีวันอยู่ที่นี่กับคุณ!”

สายชลชะงักไปกับท่าทีรังเกียจตนของฟ้าลดา มองเธออย่างน้อยใจ ฟ้าลดาพยายามจะเดินหนีแต่ไปไม่ไหว เพราะเวียนหัวมากทำท่าจะล้มลงอีก สายชลรีบเข้าประคองบ่น “คุณนี่มันดื้อจริงๆ”

ฟ้าลดาดิ้นแต่สายชลไม่ยอมปล่อย เขาตัดสินใจจะอุ้ม เมื่อเธอไม่ยอมให้อุ้ม เขากอดเธอไว้แน่น ขู่ว่า

“ถ้าคุณยังดื้อด้านอยู่อีก ผมจะจูบคุณเดี๋ยวนี้” พูดแล้วยื่นหน้าจะจูบจริงๆ ฟ้าลดาเบือนหน้าหนี หยุดดิ้น

สายชลยิ้มชอบใจ อุ้มเธอกลับไปที่เตียง ระหว่างนั้นพยาบาลเข้ามาเห็น ตกใจถามว่าเกิดอะไรขึ้น สายชลพูดหน้าตา แจ่มใสว่า

“ภรรยาผมจะกลับบ้านครับ ผมห้ามก็ไม่เชื่อ พอลุกจากเตียงก็เลยล้ม”

ฟ้าลดามองหน้าเขาอย่างไม่พอใจ สายชลยิ้มให้เธออย่างเป็นต่อ ส่วนพยาบาลเชื่อสนิท บอกฟ้าลดาว่า

“คนไข้ยังกลับบ้านไม่ได้นะคะ ต้องนอนเฉยๆ ถ้าคุณหมอมาเห็นคุณเป็นอะไร พยาบาลจะโดนดุนะคะ”

ฟ้าลดาไม่กล้าขัดขืนอีก เหล่มองสายชลเหมือนจะบอกว่าฝากไว้ก่อน ปล่อยให้พยาบาลห่มผ้าให้ บอกว่าเดี๋ยวจะเข้ามาเช็ดตัวให้แล้วจะออกไป

สายชลเรียกพยาบาล เดินออกไปคุยอะไรด้วยเบาๆ ครู่หนึ่งพยาบาลหันมาบอกฟ้าลดาอย่างชื่นชมว่า

“สามีคุณน้องนี่น่ารักมากเลยนะคะ”

เมื่อพยาบาลออกไปแล้ว ฟ้าลดาถามสายชลว่าพูดอะไรกับพยาบาล สายชลตอบด้วยใบหน้ายิ้มกริ่มว่า

“ผมบอกว่า ผมจะเช็ดตัวให้ภรรยาผมเอง”

“ไม่นะ!” ฟ้าลดาร้องอย่างตระหนก แต่สายชลไม่สนใจเดินเข้าห้องน้ำเตรียมอุปกรณ์เช็ดตัว ฟ้าลดานิ่งงันด้วยความกังวลสุดๆ

ooooooo

ไม่นานนัก สายชลก็ออกจากห้องน้ำพร้อมอุปกรณ์เช็ดตัว ฟ้าลดาชักผ้าห่มคลุมถึงคอ จับไว้แน่น บอกเขาว่าตนดูแลตัวเองได้ ขอร้องให้เขากลับไปเสีย

“บอกแล้วไงว่าอย่าดื้อ ถ้าดื้อผมจะ...” สายชลละไว้แค่นั้น แต่ยื่นหน้าเข้าไปจะจูบ ฟ้าลดายกมือขึ้นป้องหน้าไว้ เลยกลายเป็นสายชลจูบที่แก้มเธอแต่มีมือมาคั่นไว้เท่านั้นเอง

แม้จะไม่ได้สัมผัสโดยตรง แต่ก็ทำให้ทั้งคู่นิ่งอึ้งกันไปครู่หนึ่ง พอรู้สึกตัวจึงผละจากกัน

สายชลหันมาเช็ดตัวให้ เริ่มจากต้นคอ ลงมาถึงแขน สัมผัสที่ใกล้ชิด ทำให้ต่างหวั่นไหวในอารมณ์

สายชลเช็ดตัวให้อย่างสุภาพ ท่ามกลางความระแวง ระวังของฟ้าลดา คอยป้องกันตัวเองทุกการเคลื่อนไหวของเขา

จนกระทั่งเช็ดตัวเสร็จ สายชลเก็บอุปกรณ์ทั้งหมดเข้าห้องน้ำ ฟ้าลดาถอนใจอย่างโล่งอก

ooooooo

ชมพูแพรหาทางกีดกันความใกล้ชิดระหว่างสายชลกับฟ้าลดา เธอไปหาหมอวัฒนาที่บ้านอ้างว่าโทร.มาแล้วหมอปิดเครื่อง หมอวัฒนาถามว่ามีธุระอะไรหรือ

“คุณชาร์ลโทร.บอกว่ายัยฟ้าอยู่โรงพยาบาล แต่คุณชาร์ลไม่บอกแพรว่าอยู่โรงพยาบาลไหน แพรอยากให้พี่หมอช่วย”

หมอวัฒนากังวลใจขึ้นมาเมื่อรู้ว่าสายชลอยู่กับฟ้าลดาตามลำพัง...

ส่วนสายชล หลังจากเช็ดตัวให้ฟ้าลดาแล้วก็จะป้อนอาหารให้ เธอบอกว่าตนกินเองได้ เขาอ้างว่า

“ผมเป็นคนทำให้คุณต้องมานอนโรงพยาบาล ขอให้ผมได้เป็นคนดูแลคุณให้ดีที่สุดเถอะ”

ฟ้าลดาเห็นสีหน้าแววตาจริงจังของเขาจึงยอมให้เขาป้อนอาหารให้ ชายหนุ่มป้อนอาหารให้เธอ ป้อนไปยิ้มไปอย่างมีความสุข

หลังจากป้อนอาหารแล้วก็ป้อนยาให้ เหลือบเห็นน้ำในเหยือกหมด เขาหยิบเหยือกบอกเธอว่า

“ผมออกไปเอาน้ำก่อน”

ฟ้าลดามองดูการเคลื่อนไหวของชายหนุ่ม ดูเขาช่างอ่อนโยน นุ่มนวล และจริงใจ จนเธออดถามตัวเองไม่ได้ว่า

“ตกลงคุณเป็นซาตานหรือเป็นเทวดากันแน่...”

ขณะนอนคิดๆนั่นเอง ฟ้าลดาเห็นกระเป๋าถือของตัวเองวางอยู่ที่โซฟา เธอประคองตัวเองไปหยิบกระเป๋าเอามือถือออกมาดู ปรากฏว่าปิดเครื่อง ไม่ทันที่เธอจะกดเปิด สายชลก็กลับมาพร้อมเหยือกน้ำ เขาตกใจถามว่าลุกมาทำไม

“นอนนานแล้วเมื่อย” ฟ้าลดาตอบทำหน้าไร้พิรุธ เห็นสายชลเอาเหยือกน้ำไปวางอย่างไม่ติดใจสงสัยอะไรก็ถอนใจโล่งอก

ooooooo

หมอวัฒนาโทร.ไปเช็กตามโรงพยาบาลต่างๆ โดยมีชมพูแพรคอยฟังผลอยู่อย่างกระวน กระวายใจ จนหมอบอกว่าโทร.เช็กไปตามโรงพยาบาลจนหมดแล้ว ไม่มีคนไข้ชื่อฟ้าลดาเลย ชมพูแพรยิ่งระแวง ประสาทเสีย ถามว่า

“หรือจริงๆยัยฟ้าไม่ได้อยู่โรงพยาบาล หรือว่ายัยฟ้าให้คุณชาร์ลโกหก”

“คนที่โกหกคงจะเป็นคุณชาร์ลมากกว่า” หมอวัฒนาโพล่งออกมาอย่างปกป้องฟ้าลดาจนชมพูแพรหันขวับมองหน้า “จนป่านนี้แพรยังคิดว่าเขาเป็นคนดีอยู่อีกเหรอ” หมอวัฒนาถาม

“เขากำลังจะเป็นสามีในอนาคตของแพร เพราะฉะนั้นแพรต้องไว้ใจและเชื่อใจเขา”

“แพรนี่ก็แปลกนะ ทั้งๆที่เป็นสายเลือดเดียวกับแพร แต่แพรกลับไม่เชื่อและคิดร้ายกับฟ้าลดาตลอดเวลา” หมอพยายามพูดอย่างระงับอารมณ์เต็มที่ กระนั้นชมพูแพรฟังแล้วก็ยังหัวเสีย ต่อว่าหมอว่า

“ที่แพรมาหาพี่หมอ แพรไม่ได้อยากให้พี่หมอเทศนา แพรมาขอความช่วยเหลือ ถ้าพี่หมอช่วยไม่ได้ แพรจะหาทางเอง”

พูดแล้วชมพูแพรเดินจ้ำออกไปทันที หมอมองตามไปหน้าเครียดๆ

หมอเดินตามออกมา ชมพูแพรเดินจ้ำอ้าวมาไม่ทันระวังสะดุดเกือบล้ม หมอประคองเธอไว้เตือนว่าให้ระวังหน่อย เพราะตอนนี้เธอไม่ได้อยู่คนเดียว

ชมพูแพรมองหน้าหมออึ้งเพราะลืมไปแล้วว่าโกหกไว้ว่าตัวเองท้อง พอนึกได้ก็ถามว่า หมอรู้?

“ฟ้าเล่าให้ผมฟัง แพรกลับบ้านไปพักเถอะ ผมจะจัดการเรื่องนี้ให้เอง ช่วงนี้แพรต้องห้ามเครียดนะครับ ไม่งั้น จะมีผลกับเด็กในท้อง”

ชมพูแพรนิ่งไปนิดหนึ่งแล้วจึงพยักหน้าก่อนเดินไปที่รถ หมอวัฒนามองตามไปด้วยแววตาเจ็บปวด

ooooooo

ฟ้าลดาเอามือถือซ่อนไว้กับตัว เห็นสายชลนั่งอ่านหนังสืออยู่ที่โซฟา ก็แอบกดเปิดเครื่อง แล้วกดส่งข้อความให้หมอวัฒนา จากนั้นซ่อนโทรศัพท์ไว้ใต้หมอน ถอนใจโล่งอกที่ส่งข้อความถึงหมอได้โดยที่สายชลจับไม่ได้

โทรศัพท์ของหมอมีสัญญาณไฟกะพริบว่ามีข้อความเข้า แต่เป็นเวลาที่หมอเข้าห้องน้ำพอดี...

คืนนี้ฟ้าลดาหลับฝันถึงพ่อกับแม่และทะเล...

เธอฝันว่าต้องเผชิญพายุอยู่กลางทะเลตามลำพัง ในฝันเธอร้องขอความช่วยเหลือจากพ่อและแม่ แล้วก็สะดุ้ง เมื่อฟ้าผ่าเปรี้ยงลงมา เธอตกใจแผดเสียงร้องลั่น จนสายชลที่นอนอยู่ที่โซฟาผวาตื่น มองมาเห็นฟ้าลดายกมือเหมือนแหวกว่ายอยู่ในน้ำ

สายชลรีบลุกมาร้องเรียก “นางฟ้า...นางฟ้า...” เธอไม่ตื่นแต่ตะเกียกตะกายเหมือนเผชิญเหตุร้ายน่ากลัว

สายชลจึงนอนลงกอดเธอไว้แน่นด้วยความเป็นห่วง เขากอดอยู่อย่างนั้นจนฟ้าลดาหยุดดิ้น

“สายชลอยู่นี่แล้วนางฟ้า...นางฟ้า...”

ฟ้าลดาในอ้อมกอดที่แข็งแรงของสายชล ทำให้เธอค่อยๆหยุดดิ้นรน และสงบลง...

จนกระทั่งเช้า ฟ้าลดาตื่นขึ้นมา เธอตกใจมากเมื่อเห็นสายชลนอนกอดตัวเองอยู่ พอเงยหน้ามอง จมูกก็ไปถูกคางของเขาเข้า ฟ้าลดามองหน้าสายชลที่อยู่ห่างกันไม่ถึงคืบ เธอมองหน้าเขานิ่ง คิดทบทวนถึงบุคคลที่พบในความฝัน พอดีสายชลลืมตาขึ้น เห็นฟ้าลดาอยู่แค่คืบ เขาตกใจ พริบตาเดียวก็กลายเป็นดีใจถามว่า

“ตื่นแล้วเหรอ เมื่อคืนคุณฝันร้าย ร้องโวยวายทั้งคืน ผมเป็นห่วงคุณแทบแย่”

ฟ้าลดาฟังแล้วอึ้งไป อึดใจเดียวหมอกับพยาบาลก็เข้ามา สายชลรีบลุกจากเตียง หมอทักทายฟ้าลดา ถามว่าเมื่อคืนเป็นอย่างไรบ้าง ฟ้าลดาบอกว่าไม่มึนหัวแล้ว หมอจึงขอตรวจอีกที

เช้าวันเดียวกันนี้ หมอวัฒนาเพิ่งมาเห็นข้อความที่ฟ้าลดาส่งให้เมื่อคืนนี้ หมอรีบกดอ่านทั้งดีใจที่ได้ข่าวฟ้าลดาและทั้งเสียใจที่เพิ่งมาเจอ...

หลังจากหมอตรวจร่างกายของฟ้าลดาแล้ว แจ้งแก่สายชลว่าร่างกายแข็งแรงดีและกลับบ้านได้แล้ว เมื่อหมอกับพยาบาลออกไปแล้ว สายชลบอกฟ้าลดาว่า

“ผมจะไปจัดการเรื่องค่าใช้จ่าย ส่วนคุณก็เปลี่ยนเสื้อผ้าเสีย ผมดีใจนะที่ไม่เป็นอะไร”

สายชลเดินไปเปิดประตู แต่แล้วก็คิดอะไรได้หันมองฟ้าลดาที่กำลังลุกจากเตียง เขายิ้มๆแล้วเดินออกไป

เพียงสายชลออกไปและปิดประตู ฟ้าลดาก็กดโทรศัพท์หาหมอวัฒนาทันที

หมอวัฒนารับโทรศัพท์ บอกว่ามาถึงโรงพยาบาลแล้ว ถามว่าเธออยู่ห้องไหน

ไม่ไกลจากตรงนั้นนัก สายชลกำลังคุยโทรศัพท์กับสหัส เขาบอกสหัสด้วยน้ำเสียงแจ่มใสว่า

“สหัส...ฉันตัดสินใจที่จะยุติเกมนี้”

กดปิดโทรศัพท์แล้ว สายชลยิ้มออกมาอย่างรู้สึกโล่งใจอย่างประหลาด

เวลาเดียวกันนั้น หมอวัฒนามาถึงห้องพักของฟ้าลดา เธอบอกหมอว่า สายชลกำลังไปจ่ายค่ารักษาพยาบาล เร่งหมอวัฒนาว่า “เรารีบไปกันเถอะค่ะ”

หมอวัฒนาพยักหน้าแล้วช่วยถือของพากันออกไปอย่างเร่งรีบ

สายชลจ่ายค่ารักษาพยาบาลเสร็จเดินออกจากห้องการเงิน ตรงไปที่ลิฟต์รีบกลับขึ้นไปที่ห้อง แต่พอเปิดประตูเข้าไปสายชลผงะเมื่อพบแต่ห้องที่ว่างเปล่า ข้าวของส่วนตัวของฟ้าลดาที่วางอยู่ก็หายไปด้วย

สายชลมองหาที่ห้องน้ำก็ไม่มี เขารีบเดินออกไป เจอพยาบาลเขาถามว่า

“เห็นคนไข้ห้องนี้ไหมครับ”

“ออกไปแล้วนี่คะ”

“ออกไปแล้ว!” สายชลผงะ กำมือแน่นด้วยความโมโหสุดๆ

ooooooo

ยังไม่ทันข้ามวัน ฟ้าลดาก็ลากกระเป๋าเดินทางออกมา เจอหมอวัฒนา  ป้าเนียม และแหวนยืนรออยู่ ป้าเนียมถามว่าจะไปไหน

ฟ้าลดาบอกว่าจะกลับอเมริกา ป้าถามอีกว่าแล้วชมพูแพรรู้แล้วหรือยัง

“ฟ้าบอกพี่แพรแล้วค่ะ”

“ปุบปับก็จะไป ไม่ให้ป้าตั้งตัวบ้างเลย ทำไมคุณฟ้าต้องรีบขนาดนี้ด้วย” ป้าเนียมบ่นๆมองฟ้าลดาอย่างใจหายแล้วก็ทำใจไม่ได้ร้องไห้ออกมา

ฟ้าลดาพูดไม่ออก เข้าไปไหว้ลาป้าเนียม เอ่ยอย่างซาบซึ้งใจว่า

“ฟ้าขอบคุณป้าเนียมมากนะคะที่ดูแลฟ้าทุกอย่าง”

“คุณฟ้าพูดเหมือนจะไม่กลับมาที่นี่อีกแล้ว”

ฟ้าลดาไม่ตอบป้าเนียม แต่หันมองหน้าหมอวัฒนาเงียบๆ ส่วนแหวนมองฟ้าลดาอึ้ง ถามน้ำตาคลอว่า

“คุณฟ้าจะไม่กลับมาอีกแล้วจริงๆเหรอคะ”

ฟ้าลดาทนไม่ได้ น้ำตารื้น โผเข้ากอดป้าเนียม พูดไปร้องไห้ไป...

“ฟ้ารักป้าเนียมนะคะ รักเหมือนแม่อีกคน ถ้าถึงอเมริกาแล้ว ฟ้าจะโทร.หานะคะ”

ป้าเนียมกอดฟ้าลดาร้องไห้ไปด้วยกัน ถามว่าที่เธอรีบไปนั้นเพราะมีปัญหากับชมพูแพรใช่ไหม ฟ้าลดาไม่ตอบ ตัดบทว่า

“ฟ้าต้องรีบไปแล้ว แหวน...ฝากดูแลป้าเนียมด้วย”

แหวนรับคำก้มหน้าร้องไห้ ฟ้าลดาจึงเดินออกไปกับหมอวัฒนา ป้าเนียมกับแหวนมองหน้ากันอย่างใจหายและไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น...

ooooooo

ระหว่างเดินมาที่รถด้วยกันนั้น หมอวัฒนาถามฟ้าลดาว่า

“ฟ้าแน่ใจเหรอว่าการที่ฟ้าหนีไปแบบนี้ จะทำให้ฟ้าพ้นจากคุณชาร์ล”

“ฟ้ามั่นใจค่ะ ถ้าฟ้ายังขืนอยู่ที่นี่ต่อ เขาจะตามฟ้าไม่เลิก เขาไม่ยอมหยุด มันไม่มีทางอื่นอีกแล้ว นี่เป็นวิธีเดียวที่จะทำให้เขาเลิกยุ่งกับฟ้า และกลับไปรับผิดชอบสิ่งที่เขาทำกับพี่แพร”

ฟ้าลดาตอบอย่างมุ่งมั่น มั่นใจมาก เธอรีบขึ้นรถ หมอวัฒนาขึ้นตามแล้วขับออกไปทันที

เป็นเวลาที่สายชลกำลังตะบึงรถตามหาฟ้าลดาด้วยความร้อนใจมาก ระหว่างขับรถก็โทรศัพท์หาฟ้าลดาไปด้วย แต่โทร.แล้วก็หงุดหงิดเมื่อปลายสายไม่เปิดเครื่อง

ยิ่งติดต่อไม่ได้ สายชลก็ยิ่งร้อนใจ ขับรถไปจนเจอสี่แยกไฟแดง เห็นไฟเขียวเปลี่ยนเป็นไฟเหลือง เขาเหยียบคันเร่งหมายจะฝ่าไปให้ทัน

ทันใดนั้น ไฟเหลืองเปลี่ยนเป็นไฟแดง รถจากอีกแยกหนึ่งพุ่งออกมา สายชลตกใจเบรกเอี๊ยด...แต่ช้าไปแล้ว รถชนกันอย่างจัง...

“โครม!”

สายชลลงจากรถไปดูรถตัวเองและรถคู่กรณีอย่างหัวเสีย

“คุณตาบอดสีรึเปล่า ออกมาได้ไงทั้งๆที่ไฟแดง” คู่กรณีลงมาด่าลั่น

สายชลพูดไม่ออกเพราะรู้ว่าตัวเองผิด เขามองรถตัวเองอีกครั้งแล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดโทร.ออก ครู่หนึ่งทักปลายสายเซ็งๆ

“สหัส...”

ooooooo

ที่ออฟฟิศฟิล์มแฟลช เจมส์กับธงไทยเดินตามฟ้าลดาออกมาที่หน้าร้าน เจมส์เอ่ยขึ้นอย่างไม่หายข้องใจว่า

“เหตุผลของฟ้ามันเกี่ยวกับคุณชาร์ลใช่ไหม”

“แกสองคนอย่าเพิ่งถามอะไรฉันตอนนี้เลย ไว้มีโอกาสฉันจะเล่าให้พวกแกฟัง” ฟ้าลดาหันมองเพื่อนทั้งสอง

“แล้วฟ้าจะไปไหน” ธงไทยถาม

ฟ้าลดาไม่ตอบคำถาม แต่กลับบอกว่า “ฉันต้องไปแล้ว ไว้ฉันจะโทร.หา” พูดแล้วเข้าไปกอดเจมส์กับธงไทยพร้อมกันด้วยความอาลัย พอผละออกก็รีบเดินไป เจมส์กับธงไทยมองหน้ากันอย่างไม่เข้าใจ

ฟ้าลดาเดินมาหาหมอวัฒนาที่ยืนรออยู่ บอกหมอว่าเรียบร้อยแล้ว หมอบอกว่าเดี๋ยวจะไปเอารถมารับ ให้เธอรอตรงนี้แหละ

หมอวัฒนาเดินไปเอารถ ฟ้าลดาขยับไปยืนรอที่หน้าตึก ระหว่างนั้นเอง มามิเดินมาเห็นฟ้าลดาก็อุทานอย่างตื่นเต้น

“นางฟ้า...”

ฟ้าลดาได้ยินเสียง หันไปมอง มามิเดินเข้ามาจับมือ ฟ้าลดาด้วยความดีใจ เรียกอย่างสนิทปาก

“นางฟ้า...”

ฟ้าลดาหน้าถอดสี ความทรงจำเมื่อครั้งที่เจอสายชลที่สวนสาธารณะแล้วตรงเข้ามาเรียก “นางฟ้า” แว้บเข้ามา

มามิมองหน้าฟ้าลดา ยิ้มกว้างกุมมือเธอแน่นพูดอย่างตื่นเต้นดีใจสุดๆ

“ไม่นึกเลยว่าจะได้เจอนางฟ้าที่นี่ ไม่อยากจะเชื่อ”

ฟ้าลดารีบดึงมือตัวเองออก มองมามิอย่างหวาดระแวง ทั้งยังกวาดตาดูว่าสายชลอยู่แถวนี้หรือเปล่า ทำให้มามิแปลกใจกับท่าทางหวาดระแวงของฟ้าลดา ถามว่า

“นางฟ้ามองหาใครหรือ”

“เขา...เขาอยู่ไหน”

“เขา...ใคร?”

“คุณชาร์ล เขาให้เธอมาพูดกับฉันแบบนี้ใช่ไหม”

“นางฟ้าพูดอะไร ไม่เห็นเข้าใจเลย”

ฟ้าลดามองมามิอย่างไม่ไว้ใจ ในขณะที่มามิมองฟ้าลดาอย่างแปลกใจ

“อย่าบอกนะว่าเธอจำฉันไม่ได้ ฉันพี่มามิคนสวยของฟ้าลดาไง” มามิจับแขนฟ้าลดาไว้อีก ถูกฟ้าลดาปัดออกบอกว่า

“ไปบอกเขาว่าอย่าใช้วิธีนี้ คิดว่าจะกดดันฉันได้เหรอ ไม่สำเร็จหรอก”

“เธอพูดอะไรของเธอเนี่ย...ฉันงงไปหมดแล้ว” มามิเริ่มรู้สึกสับสนกับท่าทีของฟ้าลดา

พอดีหมอวัฒนาขับรถมาจอดเทียบ หมอลงจากรถ มองฟ้าลดาแล้วหันมองมามิ ถามฟ้าลดาว่ามีอะไรรึเปล่า ฟ้าลดาไม่ตอบแต่เร่งให้รีบไปกันเถอะ แล้วเธอก็รีบขึ้นรถ หมอวัฒนาอดไม่ได้ที่จะหันมองมามิงงๆ

“อะไรของเขาวะเนี่ย” มามิพึมพำหัวเสีย สงสัยสุดๆ

ooooooo

มามิไปที่ออฟฟิศฟิล์มแฟลช เดินไปดึงรูปฟ้าลดาที่บอร์ดพนักงานออก เดินดุ่มๆ ไปหาเจมส์ที่อยู่กับธงไทย ยื่นรูปฟ้าลดาไปตรงหน้าสองหนุ่ม ถามอย่างตึงเครียด

“ผู้หญิงคนนี้ชื่ออะไร”

“จะรู้ไปทำไม” เจมส์ถามกวนๆ

“ชื่อนางฟ้าใช่ไหม” มามิถาม ธงไทยบอกว่าชื่อฟ้าลดา ไม่ใช่ชื่อนางฟ้า มามิเถียงว่า “ไม่จริงเขาชื่อนางฟ้า”

“เธอเอาชื่อนี้มาจากไหน” เจมส์ถามอย่างสงสัย เอะใจ

“ฉันรู้จักเขา เราเคยอยู่ด้วยกันที่เกาะมิน” มามิพูดอย่างมั่นใจ

“เกาะมิน?” เจมส์ย้ำงงๆ

“เกาะมินไหนวะ” ธงไทยงงยิ่งกว่า

“พวกพี่ไม่เคยรู้เรื่องนี้มาก่อนเหรอ” มามิมองสองหนุ่มเหวอๆ แต่เจมส์กับธงไทยยิ่งระแวงมามิ เจมส์ถามว่า

“คุณชาร์ลจ้างเธอให้มาก่อกวนฟ้าใช่ไหม”

“ชานอีกแล้ว เมื่อกี้นางฟ้าก็พูดกับฉันแบบนี้ ชานไหนกัน”

เจมส์เอาไอแพดมาเปิดเน็ต ค้นหาจนเจอรูปของสายชล แล้วยื่นไปให้มามิดู บอกว่า

“นี่ไง ชาร์ล แมคโครวิท ประธานบริหารสายการบินเซเว่นซี”

มามิเอียงคอมาดู เธอผงะ ตะลึงอึ้ง อุทานอย่างตื่นเต้นดีใจสุดๆว่า

“สายชล...” มามิคว้าไอแพดของเจมส์ไปดูหน้าสายชลใกล้ๆ “นี่มันสายชลต่างหาก ใช่ชานที่ไหนล่ะ พวกพี่รู้จักสายชลด้วยเหรอ แล้วตอนนี้สายชลอยู่ที่ไหน”

เจมส์กับธงไทยมองหน้ากันงงๆ แล้วหันมองมามิอีกครั้ง เจมส์ถามมามิว่า

“เธอแน่ใจเหรอว่า ผู้ชายในรูปนี้ชื่อสายชล เป็นคนที่เธอรู้จัก”

“แน่ใจ ถึงฉันจะไม่ได้เจอสายชลมาหลายปี แต่ต่อให้เขาเปลี่ยนแปลงไปมากแค่ไหน ฉันก็จำเขาได้แม่นยำ เพราะเรารู้จักกันมาตั้งแต่เด็กๆ”

“แล้วสายชล เขาเป็นใคร” ธงไทยถาม

“เขาเป็นผัวนางฟ้า” มามิตอบเต็มคำชัดเจน

สองหนุ่มตะลึงอึ้งยิ่งกว่าเห็นฟ้าผ่ากลางแดดเปรี้ยงเสียอีก

ooooooo

สายชลให้สหัสหารถมาเปลี่ยนแล้วรีบกลับไปที่บ้าน ขับรถเข้าไปจอดแล้วลงไป เจอป้าเนียมกับแหวน เขาถามทันทีอย่างร้อนใจ

“คุณฟ้าลดากลับมาที่นี่รึเปล่า”

“กลับมาแล้ว ออกไปแล้วค่ะ” ป้าเนียมบอก

“ออกไปตั้งแต่เมื่อไหร่” สายชลถามแทบไม่ได้หายใจ พอแหวนบอกว่าสักพักแล้ว เขาถามอีกว่า “แล้วเขามากับใคร”

“คุณหมอวัฒนาค่ะ” ป้าเนียมบอก เห็นสายชลขบกรามแน่น ป้าถามว่า “มีอะไรกันรึเปล่าคะคุณชาร์ล”

สายชลไม่ตอบ รีบไปขึ้นรถขับออกไปทันที ป้าเนียม กับแหวนงงมาก แหวนอดถามไม่ได้ว่า

“นี่มันอะไรกันอ่ะป้า”

ooooooo

สายชลกลับรถไปยังโรงพยาบาลที่หมอวัฒนาทำงานอยู่ ตรงไปที่เคาน์เตอร์ พูดอะไรกับพยาบาลที่เคาน์เตอร์สองสามคำพยาบาลบอกว่า

“คุณหมอวัฒนาลาออกไปแล้วค่ะ”

“ลาออก...เขาลาออกไปตั้งแต่เมื่อไหร่” สายชลถามเร็วจี๋

“สองสามวันแล้วค่ะ คุณมีธุระอะไรกับคุณหมอฝากเรื่องไว้ที่ดิฉันก็ได้นะคะ เดี๋ยวดิฉันจะบอกคุณหมอให้”

“มันเป็นธุระส่วนตัวน่ะครับ ถ้ายังไง...ผมขอที่อยู่บ้านคุณหมอจะได้ไหมครับคุณพยาบาล” สายชลยื่นหน้าเข้าไปถามจงใจหว่านเสน่ห์ ทำเอาพยาบาลสะเทิ้นหวั่นไหวไปกับสายตาของเขา

ooooooo

หมอวัฒนารับฟ้าลดาพาไปที่คอนโดฯแห่งหนึ่ง เมื่อลากกระเป๋าเข้าห้องแล้ว หมอบอกเธอว่า

“เพื่อนพี่ไปเมืองนอกพอดี ก็เลยปล่อยห้องให้เช่า ฟ้าอยู่ได้หรือเปล่า”

“สบายมากค่ะ” ฟ้าลดาตอบหลังจากมองไปรอบห้องแล้ว

หมอวัฒนาวางกระเป๋าลง หยิบซิมการ์ดให้

บอกว่าเป็นซิมการ์ดแบบเติมเงินที่เธอขอ ฟ้าลดารับซิมการ์ดจากหมอ ถอดอันเก่าทิ้งถังขยะแล้วใส่อันใหม่แทน

“ขอบคุณพี่หมอมากนะคะ ที่ช่วยเหลือฟ้าทุกอย่าง”

“อะไรที่ทำให้ฟ้าหลุดพ้นจากผู้ชายคนนั้นได้พี่ยินดี อดทนนะฟ้า ถ้าเอกสารเรียบร้อยเมื่อไหร่ ฟ้าจะได้ไม่ต้องหลบๆซ่อนๆแบบนี้อีก” หมอจับบ่าทั้งสองข้างของฟ้าลดา พูดอย่างหนักแน่นว่า “เราจะไปจากที่นี่ด้วยกัน พี่ตัดสินใจจะไปซีแอตเติล”

ฟ้าลดายิ้ม พยักหน้าด้วยความดีใจ

ooooooo

ที่ออฟฟิศฟิล์มแฟลช มามิ เจมส์ และธงไทยยังคุยกันต่อ เมื่อคุยกันรู้เร่ืองแล้ว มามิถามอย่างไม่อยากเชื่อว่า

“หมายความว่านางฟ้าจำเรื่องราวบนเกาะมินไม่ได้เลยเหรอ”

“จากการประมวลเหตุการณ์ทั้งหมด ฉันกับไอ้ไทยคิดว่ามันน่าจะเป็นแบบนั้น”

“แสดงว่าฟ้าความจำเสื่อม  ถ้างั้นคุณชาร์ลก็เข้าใจถูกแล้วว่าฟ้าคือนางฟ้าของเขา” ธงไทยสรุป

“แต่พอฟ้าจำเขาไม่ได้ เขาก็เลยคิดว่าฟ้าแกล้ง มันก็เลยทำให้เขาโกรธ” เจมส์วิเคราะห์ ธงไทยเสริมว่า เขาเลยตามรังควานฟ้าตลอดเวลา

“พูดอะไรกันอ่ะ งงไปหมดแล้ว” มามิิถามสองหนุ่ม

“ไว้ฉันจะค่อยๆเล่าทุกอย่างให้เธอฟัง แต่ตอนนี้

ที่พวกเราจะต้องรีบทำก็คือ พิสูจน์สิ่งที่พวกเราคิดว่าถูกต้อง” เจมส์บอกทั้งสองคน

มามิกับธงไทยมองเจมส์เชิงถามกันว่า “จะทำยังไงดี”

ooooooo

หลังจากฟ้าลดาย้ายเข้าไปอยู่คอนโดฯแล้ว

ชมพูแพรไปหาที่คอนโดฯ ต่างโผเข้ากอดกัน เมื่อผละออกมา ชมพูแพรเอ่ยขึ้นว่า

“พี่เป็นห่วงฟ้าแทบแย่ ตอนที่คุณชาร์ลโทร.บอกว่าฟ้าอยู่ที่โรงพยาบาล พอพี่ถามฟ้าอยู่โรงพยาบาลอะไร เขาก็ไม่ยอมบอก”

“ฟ้าไม่ได้เป็นอะไรมากหรอกค่ะพี่แพร”

ชมพูแพรนิ่งไปอึดใจ แสร้งถามหยั่งเชิงว่า “แล้วคุณชาร์ลข่มเหงฟ้าอีกรึเปล่า” พอฟ้าลดาบอกว่าเปล่า เธอถามอีกว่า “แล้วเขารู้ไหมว่าฟ้าหนีออกมาแบบนี้”

“เขาไม่รู้ค่ะ และเขาก็จะไม่มีวันได้เจอฟ้าอีก”

ชมพูแพรแอบโล่งใจ แกล้งทำเป็นสำนึกผิด พูดเสียงอ่อยว่า

“พี่ขอโทษนะฟ้า ที่พี่ทำให้ฟ้าต้องลำบาก ขอบใจฟ้ามากนะ ขอบใจจริงๆ” พูดพลางกุมมือฟ้าลดาไว้อย่างเอาใจ

“อะไรที่ทำให้พี่แพรมีความสุข   ฟ้าเต็มใจทำให้พี่แพรทุกอย่างค่ะ”

“แล้วนี่ฟ้าจะไปอเมริกาเมื่อไหร่”

“ถ้าทุกอย่างเรียบร้อย ประมาณอาทิตย์หน้าฟ้าก็จะบินไปทันที”

“พี่ขอให้ฟ้าโชคดี ได้เจอคนที่เขารักฟ้าและฟ้าก็รักเขา”

“ฟ้าก็ขอให้พี่แพรมีความสุข และขอให้ผู้ชายคนนั้นกลับตัวกลับใจ แล้วก็รักพี่แพรของฟ้าให้มากๆ” ฟ้าลดาเอามือวางที่ท้องของชมพูแพรอย่างแผ่วเบา บอกพี่สาวว่า “โทร.บอกฟ้าด้วยนะคะ”

“จ้ะ” ชมพูแพรโล่งใจ ยิ้มให้ฟ้าลดาอย่างแสนรัก ดึงน้องเข้าไปกอด แต่พอใบหน้าพ้นจากสายตาของฟ้าลดาเท่านั้น แววตาที่อ่อนโยนก็กลายเป็นร้ายกาจทันที

ooooooo

เมื่อรู้ที่อยู่ของหมอวัฒนา สายชลขับรถออกไปทันที ไปจอดรถที่หน้าบ้านหมอ รออย่างร้อนใจ จนกระทั่งเห็นหมอวัฒนาขับรถกลับมา พอหมอจอดรถลงไปเปิดประตูเท่านั้น สายชลตรงไปกระชากไหล่หมอหันมา จับหมอดันกระแทกประตูดังปัง ตะคอกถาม

“คุณเอาฟ้าไปไว้ที่ไหน!”

“ผมไม่บอก!” หมอวัฒนาดันสายชลออกอย่างแรง

สายชลโกรธแทบจะคลั่ง พุ่งเข้าหาหมอวัฒนาเหวี่ยงหมัดใส่เต็มแรงจนหมอวัฒนาเลือดกำเดาพุ่ง  มึนจนต้องจับรถหมอประคองตัวไว้ หันมองหมอทั้งที่ตายังพร่ามัว

“จำไว้นะคุณชาร์ล คุณจะไม่มีวันได้เจอฟ้าอีกตลอดชีวิต” หมอจ้องหน้าอย่างโกรธแค้น แล้วเข้าบ้านไป ทิ้งรถไว้หน้าบ้าน สายชลหันไปทุบประตูบ้านปังๆ ตะโกนลั่น

“คุณไม่มีวันพาฟ้าไปจากผมได้หรอก  ผมต้องตามหาฟ้าจนเจอ คุณคอยดู!” พูดแล้วเตะประตูอีกปังก่อนขึ้นรถขับออกไป

หมอวัฒนาแอบดูสายชลอยู่ในบ้าน พอเห็นเขากลับไป หมอก็ถอนใจอย่างโล่งอก

ooooooo

ชมพูแพรขับรถออกจากคอนโดฯที่ฟ้าลดาอยู่อย่างอารมณ์ดี ระหว่างนั้นเอง ก็ได้รับโทรศัพท์จากเจมส์ ฟังปลายสายแล้วอุทานอย่างตกใจ

“ฮัลโหล...ว่าไงนะเจมส์!”

ooooooo

ชมพูแพรกลับรถมุ่งไปหาเจมส์ ธงไทย และมามิ ที่ร้านกาแฟอย่างร้อนใจ เมื่อฟังทั้งสามเล่าเรื่องสายชลกับนางฟ้าแล้ว ชมพูแพรทำหน้าแปลกใจ ถามว่า

“พวกเธอเข้าใจถูกแล้ว ยัยฟ้าเคยอยู่ที่เกาะมิน และเคยความจำเสื่อม พวกเธอรู้เรื่องนี้ได้ยังไง”

“เพราะฉันเป็นคนเกาะมิน” มามิแสดงตัว

ชมพูแพรถึงกับผงะ “ฉันกับนางฟ้าเป็นเพื่อนกัน  ฉันรู้ว่านางฟ้าความจำเสื่อม”

ชมพูแพรมองหน้ามามิอย่างไม่ไว้ใจ พึมพำชื่อฟ้าลดาที่มามิเรียก “นางฟ้า...”

“น้องสาวคุณไงล่ะ ฟ้าลดาหรือนางฟ้า เป็นคนคนเดียวกัน”

แม้จะได้รับการยืนยันจนชมพูแพรเองเถียงไม่ออก แต่ไม่ยอมรับ ซ้ำยังพาลโมโหเจมส์ ถามอย่างหาเรื่องว่า

“เจมส์ พี่ไม่สนุกนะ นี่เล่นอะไรกัน”

“พี่แพร ใจเย็นก่อน พวกเราไม่ได้เล่นนะครับ” ธงไทยตึงเครียดขึ้น เจมส์ช่วยเล่าเพิ่มเติมว่า

“ฟ้าเคยเล่าให้ผมฟังว่าคุณชาร์ลเรียกเธอว่า นางฟ้า และยืนยันว่าฟ้าเป็นคนที่เขารู้จัก”

“แล้วมันเกี่ยวอะไรกับคุณชาร์ล” ชมพูแพรเสียงเขียว ทำเอาทั้งเจมส์ ธงไทย และมามิลำบากใจขึ้นมา แต่เจมส์พยายามชี้แจงว่า

“คุณชาร์ล มีชื่อเดิมว่าสายชล เป็นสามีของฟ้าครับ เขาสองคนแต่งงานกันแล้วที่เกาะนั่น”

เรื่องราวเหล่านี้ ชมพูแพรรู้มาตลอดแต่ปกปิดไว้ เมื่อมีคนอื่นมารู้และยืนยันเช่นนี้ ทำให้เธอร้อนใจมาก แต่ก็พยายามระงับอารมณ์ไม่ให้แสดงออก เพราะหากยอมรับความจริง นั่นย่อมหมายถึงปัญหาต่างๆจะตามมาอีกมากมาย

ชมพูแพรตั้งสติแล้วลุกขึ้นพูดกับเจมส์และธงไทยอย่างตำหนิว่า

“เธอสองคนเรียนก็สูงแต่กลับเชื่อคำพูดของผู้หญิงที่เพิ่งรู้จักกันแค่ไม่กี่วันได้ยังไง”

มามิลุกขึ้นยืนยันหนักแน่นว่า “ฉันพูดจริงนะ ฉันรู้จักสายชล แล้วก็รู้จักนางฟ้า”

“โกหก! เธอสร้างเรื่องทั้งหมดขึ้นมา” ชมพูแพรพูดเกือบเป็นตวาด หมายจะหยุดมามิให้ได้

“ถ้าฉันสร้างเรื่อง แล้วฉันจะรู้ได้ยังไงว่าน้องสาวคุณเคยอยู่ที่เกาะมิน”

“จะไปรู้เหรอ สิบแปดมงกุฎอย่างเธอทำได้ทุกอย่างนั่นแหละ ยังไงฉันก็ไม่เชื่อที่เธอพูด” ชมพูแพรเลี่ยงไปน้ำขุ่นๆ มามิมองอย่างไม่พอใจ ท้าว่า

“ถ้างั้น คุณโทร.ถามสายชลตอนนี้เลยว่ารู้จักมามิรึเปล่า ฉันมั่นใจ สายชลต้องบอกว่ารู้จักฉัน”

“ได้...ฉันจะไปถามคุณชาร์ลด้วยตัวฉันเอง” ชมพูแพรรับคำท้า แต่กันไม่ให้ทั้งสองฝ่ายได้พูดกันโดยตรง พูดแล้วลุกเดินไปเลย เจมส์มองตามชมพูแพรไปอย่างครุ่นคิด เคลือบแคลง

ooooooo

ชมพูแพรเดินออกจากร้านกาแฟอย่างสับสน หวาดหวั่น กลัวว่าสิ่งที่มามิพูดมานั้นจะเป็นความจริง เจมส์เดินตามมา ถามตรงๆว่า

“พี่แพรครับ แล้วถ้าที่มามิพูดเป็นความจริง ถ้าคุณชาร์ล กับสายชลเป็นคนเดียวกัน แล้วเรื่องระหว่างพี่แพรกับคุณชาร์ล...”

“มันก็ต้องจบ” ชมพูแพรสวนไปทันทีด้วยน้ำเสียงกระด้าง “พี่ไม่หน้าด้านพอที่จะแต่งงานกับสามีของน้องสาวตัวเอง เจมส์...เธออย่าเพิ่งบอกเรื่องนี้ให้ใครรู้ จนกว่าพี่จะพิสูจน์ได้ว่า สิ่งที่ผู้หญิงคนนั้นพูดเป็นความจริง”

เจมส์พยักหน้า ชมพูแพรเดินออกไปด้วยสีหน้ากังวลใจมาก...

เมื่อเดินมาถึงลานจอดรถ เสียงมือถือดังขึ้น ชมพูแพร หยิบมาดู เห็นชื่อ “ชาร์ล” โชว์ที่หน้าจอ ไม่กล้ารับ กดตัดแล้วปิดเครื่องเลย

ooooooo

สายชลยังอยู่ที่ออฟฟิศ ปรารภกับสหัสว่า

“คุณแพรยังไม่กลับบ้าน แถมยังติดต่อไม่ได้ เลขาก็บอกไม่รู้ว่าไปทางไหน นายมีทางอื่นอีกไหมสหัส”

“ผมจนปัญญาจริงๆครับ มืดแปดด้าน บางทีคุณอาจจะต้องทำใจ”

คำตอบนี้ทำให้สายชลที่หงุดหงิดร้อนใจอยู่แล้ว โมโหจนลุกขึ้นมากระชากคอเสื้อสหัส ตะคอก

“อย่ามาบอกให้ฉันทำใจ ไหนนายบอกให้ฉันยุติเกมนี้ ฉันก็ทำแล้ว แล้วทำไมฉันถึงยังต้องสูญเสียนางฟ้าไปอีก ฉันจะเสียนางฟ้าไปไม่ได้อีกแล้ว นายเข้าใจฉันไหม...”

สายชลเจ็บปวดเสียใจจนน้ำตารื้น สหัสมองด้วยความเห็นใจอย่างสุดซึ้ง สายชลปล่อยมือจากสหัส ทรุดนั่งอย่างหมดแรงกับพื้น ซบหน้ากับฝ่ามือ ร้องไห้อย่างสิ้นหวัง สหัสได้แต่ยืนมองสายชลด้วยความสงสารจับใจ...

ooooooo

จนกระทั่งบ่าย มามิมาที่ออฟฟิศฟิล์มแฟลช ถามเจมส์ว่า พี่สาวของนางฟ้ามาแล้วหรือยัง พอรู้ว่ายัง มามิบ่นว่า

“ยังอีกเหรอ นี่มันหลายชั่วโมงแล้วนะ ทำไมถึงใช้เวลานานขนาดนี้”

“คุณชาร์ลอาจจะยุ่งอยู่” เจมส์มองในแง่ดี

“ฉันไม่ไว้ใจผู้หญิงคนนี้” มามิพูดอย่างกังวลใจ

“ทำไมเธอคิดแบบนี้ พี่แพรเป็นพี่สาวแท้ๆของฟ้านะ” เจมส์ติง

“พี่สาวนี่แหละตัวดี เขาเป็นต้นเหตุให้สายชลกับนางฟ้าต้องพรากจากกัน ถ้าไม่ใช่เพราะเขาส่งคนมาจับตัวนางฟ้ากลับไป สายชลกับนางฟ้าก็ไม่ต้องแยกกันอยู่อย่างนี้หรอก”

เจมส์ฟังมามิแล้วอึ้ง มามิเสนอว่า

“ฉันอยากเจอสายชล พี่เจมส์พาฉันไปหาสายชลที ฉันขอร้อง” มามิจับแขนสายชลมองอย่างขอร้องเจมส์มองหน้ามามิอย่างครุ่นคิด...

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

“โอม” บุกรังเสือ “เคลลี่” บู๊ ระห่ำ เปิดฉากต้นตอความแค้น ใน “เวราอาฆาต”

“โอม” บุกรังเสือ “เคลลี่” บู๊ ระห่ำ เปิดฉากต้นตอความแค้น ใน “เวราอาฆาต”
16 มิ.ย 2564

05:01 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพุธที่ 16 มิถุนายน 2564 เวลา 11:22 น.