ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

ด้วยแรงอธิษฐาน

SHARE
ตอนที่ 17

หลังจากโรงพยาบาลโทร.มาแจ้งเกตุมณีว่ากฤตย์ ฟื้นแล้ว ครู่ต่อมา ปิติ เกตุมณี และถุงแป้งมานั่งล้อมเตียงมองกฤตย์ด้วยความดีใจ ปิติถึงกับถอนใจโล่งอก เพราะกฤตย์หมดสติไปเกือบสองอาทิตย์ พวกเราต่างเป็นห่วงเกรงจะไม่ฟื้น กฤตย์มองไล่ไปทีละคน ถุงแป้งรีบทัก

"อย่าบอกนะว่าจำหลานสาวคนนี้ไม่ได้"

"ถุงแป้ง เกตุมณี ปิติ"

หมอเข้ามาตรวจอาการของกฤตย์แล้วพอใจมาก แต่ยังไม่อนุญาตให้ตำรวจมาสอบปากคำคนไข้ อยากให้รอไปอีกสักสองสามวันให้อาการคงที่ก่อน เกตุมณีพยักหน้าเห็นด้วย...

ทันทีที่นัทธมนรู้ว่ากฤตย์ฟื้นแล้ว เธอรีบตรงไปยังเจดีย์เก็บอัฐิของวรดา เอาดอกไม้มาวางหน้าเจดีย์

"ฉันขอโทษที่ทำตามเธอต้องการไม่สำเร็จ...ฉันเคยสงสัยนะ ว่าอะไรทำให้เธอหลงรักผู้ชายคนนี้จนพาตัวเองไปสู่จุดจบได้...ตอนนี้ฉันเลิกสงสัยแล้วล่ะว่าทำไมเธอถึงรักเขา"

จากนั้น นัทธมนมาหากฤตย์ที่ห้องพักฟื้น กฤตย์ถามว่าผิดหวังหรือเปล่าที่เห็นเขายังไม่ตาย นัทธมนอยากรู้ว่าทำไมเขาไปห้องเก็บของกับเธอ ทั้งๆที่รู้ว่าเธอมีพลังพิเศษ กฤตย์ยอมทุกอย่างถ้าจะทำให้นัทธมนหายแค้น นัทธมนท้วงว่าถึงแม้เขาจะยอมตาย ก็ไม่มีทางเปลี่ยนแปลงความจริงที่ว่าเขาฆ่าวรดาไปได้

"ถ้าฉันบอกเธอว่าไม่ได้ทำ เธอจะเชื่อไหม...ไม่มีใครพิสูจน์ได้จริงๆแหละนะ"

"คุณรักวรดามากไหม"

"ฉันเชื่อว่า สิ่งนั้น ฉันพิสูจน์ให้เธอเห็นแล้ว ด้วยชีวิต ของฉันเอง"

"แล้วทำไม...คุณต้องฆ่าเธอด้วย พูดกันดีๆไม่ได้หรือ"

"ฉันรักเธอนะ...วรดา"

"หนูไม่ใช่วรดา"

"เธอบอกฉันเอง ว่าเธอคือวรดา จำได้ไหม...เธอยอมรับว่าเธอคือผู้หญิงที่ครั้งหนึ่งเคยรักฉัน"

"หนู...มาเพื่อจะยืนยันว่า หนูเกลียดคุณ...ฝากบอกตำรวจด้วยนะว่าจะตามจับหนูได้ที่ไหน...หนูรออยู่ที่บ้านนั่นแหละ" นัทธมนเดินจากไป กฤตย์อยากจะตามแต่ติดสายน้ำเกลือระโยงระยาง เลยได้แต่มองจนเธอลับสายตา โดยไม่รู้ว่าหญิงสาวเดินร้องไห้ตลอดทาง

ooooooo

อีกสองสามวันถัดมา หมอถึงอนุญาตกฤตย์กลับไปพักฟื้นต่อที่บ้าน กฤตย์กลับบ้านยังไม่ทันอึดใจ ตำรวจตามมาสอบปากคำ แต่ก็ไม่ได้อะไรมากนัก กฤตย์อ้างว่าจำหน้าคนร้ายไม่ได้ เนื่องจากพวกนั้นใส่หน้ากากกันหมด ตำรวจซักอีกว่าคนร้ายมีกันกี่คน กฤตย์ทำเป็นนึก ก่อนบอกว่ามีสามหรือสี่คน

"เป็นคนในออฟฟิศหรือเปล่า ถ้าเป็นคนนอกไม่น่าจะเข้าข้างในได้ตั้งสามสี่คน"

กฤตย์ยืนยันกับตำรวจว่าเป็นคนนอก เพราะจำสำเนียงเหน่อๆของคนร้ายได้ ที่ออฟฟิศของเขาไม่มีใครพูดเหน่อแบบนั้น ปิติกับเกตุมณีแอบสงสัยว่ากฤตย์ต้องมีอะไรปิดบัง

"เอาล่ะครับ ยังไง ถ้าพอนึกอะไรออกอีก ก็โทร.แจ้ง

นะครับ" ตำรวจลากลับไป

ปิติติงว่าที่กฤตย์ให้ปากคำกับตำรวจ ไม่มีผลอะไรต่อรูปคดีเลย กฤตย์ไม่สนใจ อยากปล่อยให้เรื่องนี้จบๆไป เกตุมณีเป็นห่วงว่าถ้าจับคนร้ายไม่ได้ พวกนั้นอาจย้อนกลับมาเล่นงานกฤตย์อีก

"ผมยอมรับสภาพครับ"

ปิติกับเกตุมณีได้แต่หันมองหน้ากันอย่างแปลกใจ สงสัย...

มนทิราวางสายจากติสรณ์แล้ว เดินมาทรุดตัวนั่งข้างๆนัทธมน บอกลูกว่าติสรณ์โทร.มาเล่าให้ฟังว่า กฤตย์ให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าจำหน้าคนร้ายไม่ได้ นัทธมนกอดอกฟังอย่างไม่ยินดียินร้าย

"แกเป็นคนไม่อาฆาตคนจริงๆนะ แม่เชื่อว่าแกจำได้ แต่รู้จักให้อภัย"

"หรือไม่ก็อยากจะไถ่บาป เพื่อให้ตนเองสบายใจมากกว่า"

"หนูน่าจะปล่อยวาง รู้จักให้อภัยนะลูก จิตใจจะได้เบิกบาน"

นัทธมนเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ หลับตาลง ไม่อยากรับรู้อะไรอีก...

ด้านถุงแป้งหยิบภาพวาดของลินจันทร์ที่เก็บไว้ในกล่องขนมออกมาพิจารณา ตัดสินใจโทร.ตามติสรณ์ให้ขับรถพาเธอไปหานัทธมน ระหว่างทางไปบ้านนัทธมน ติสรณ์พยายามตะล่อมถามว่ามีธุระอะไรด่วนกับนัทธมน ถุงแป้งไม่อยากเล่าตอนนี้เลยอ้างว่าเป็นเรื่องของผู้หญิงจะคุยกัน

"อะไรอยู่ในกล่องขนมน่ะ"

"เดี๋ยวก็ได้รู้ ขับรถไปดีๆ มองทางด้วย"

ติสรณ์บ่นอุบว่าช่วงนี้ดวงแท็กซี่ขึ้นจริง แล้วตั้งหน้าตั้งตาขับรถไปตามคำสั่งของถุงแป้ง สักพัก ทั้งคู่มาถึงบ้านนัทธมน ถุงแป้งยื่นกล่องขนมให้นัทธมน วานเพื่อนช่วยตีความภาพวาดของลินจันทร์ให้ที นัทธมนได้ยินชื่อลินจันทร์หูผึ่งขึ้นมาทันที รีบเอาภาพวาดออกมาเรียงบนพื้นบ้าน มองอย่างตื่นตาตื่นใจ

ถุงแป้งถามว่าคุ้นๆบ้างไหม นัทธมนพยักหน้า แล้วลองเปลี่ยนตำแหน่งภาพวาดใหม่ ติสรณ์ซักด้วยความสนใจว่าภาพเหล่านี้บอกว่าอะไรบ้าง นัทธมนชี้นิ้วไปตามภาพวาด พลางอธิบาย

"ผู้หญิงคนนี้ได้รับจดหมาย อ่านแล้วก็ออกไปตามนัด จากนั้นก็ถูกผู้ชายตีที่ด้านหลัง แล้วผู้หญิงอีกคนก็ออกมาช่วยผู้ชายลากผู้หญิงคนนี้ไปขังเอาไว้ ต่อจากนั้น ผู้หญิงคนนี้ก็

โดนขังจนถึงกับพนมมือตั้งจิตอธิษฐานบางอย่าง"

ถุงแป้งคิดตาม จำได้ว่าเรื่องนี้คล้ายกับเรื่องของวรดา

ติสรณ์ตั้งข้อสังเกตว่าลินจันทร์ยังเป็นเด็ก จะมาเขียนเรื่องแบบนี้ได้อย่างไร นัทธมนคาดว่าลินจันทร์น่าจะเป็นใครบางคนจากอดีตกลับชาติมาเกิด

"...รู้สึกผิด เขียนรูปสารภาพเอาไว้ ก่อนที่จะฆ่าตัวตาย"

นัทธมนได้ยินถุงแป้งพูด ถึงกับร้องเอะอะด้วยความตกใจ ติสรณ์แก้คำพูดของถุงแป้งใหม่ว่าลินจันทร์พยายามผูกคอตาย แต่ไม่สำเร็จเขาช่วยไว้ได้ทัน

"ลินจันทร์ยังจำเรื่องจากอดีตได้...เธอต้องการฆ่าตัวตายหนีความผิด...ลินจันทร์คือกุญแจที่จะรู้เรื่องความลับการตายของวรดา" นัทธมนสรุปเรื่องทั้งหมดแล้วจะไปหาลินจันทร์ ถุงแป้งกับติสรณ์ขอไปด้วย

"เธอช่วยฉันมามากแล้ว เธอสองคนง่วงนอน...นอนพักกันก่อนเถอะ" นัทธมนพูดขาดคำ ติสรณ์กับถุงแป้งเริ่มโงนเงน  ก่อนล้มตัวลงนอนหลับบนโซฟา  นัทธมนขอโทษเพื่อนทั้งสองคนแล้วผลุนผลันออกไป...

ขณะเดียวกัน ลินจันทร์อยู่เพียงลำพังในห้องนอน หยิบปลั๊กพ่วงเอาแต่สายไฟมาปอกพลาสติกหุ้มออก เหลือลวดทองแดงเป็นทางยาว เธอเอาส่วนที่เป็นลวดทองแดงรัดข้อมือตัวเองทั้งสองข้าง แล้วจับหัวปลั๊กขึ้นมานั่งมองอย่างลังเล...ส่วนอีกมุมหนึ่งของบ้านกฤตย์ แกมแก้วกำลังอาละวาดใส่กฤตย์ซึ่งนั่งอยู่บนรถเข็นว่า เธอไม่ทนอยู่ที่นี่อีกต่อไปแล้วจะขอไปอยู่เมืองนอก

"จะไปไหนพี่ก็ไม่ว่า แต่ขอเวลาเคลียร์เรื่องให้มันเรียบร้อยก่อนได้ไหม"

"พี่กฤตย์เกือบตายไปคนแล้ว จะให้แก้วอยู่รอนังวรดามันมาเชือดเหรอ"

"เขาจะมายุ่งอะไรกับเรา"

"ไม่รู้ล่ะ แก้วต้องการเงินก้อนใหญ่"

"ใครจะมีเงินสดติดบ้านได้ตามที่แก้วต้องการ" เกตุมณีทักท้วง ปิติตำหนิแกมแก้วว่าไม่ห่วงลูกบ้างหรือ รู้ทั้งรู้ว่าลินจันทร์ เคยคิดฆ่าตัวตายมาแล้ว กฤตย์ตกใจกับเรื่องราวที่เพิ่งได้ยิน ตัดพ้อว่าทำไมไม่มีใครบอกเขาสักคำ เกตุมณีอ้างว่ากฤตย์เพิ่งออกจากโรงพยาบาล เลยไม่อยากให้ได้ยินเรื่องไม่สบายใจ

"ลินจันทร์คิดฆ่าตัวตายทำไม"

"ไม่รู้ แกพยายามจะผูกคอตายแต่ไม่สำเร็จ"

กฤตย์เป็นห่วงหลานสาวมากรีบเข็นรถเข็นจะไปหา แกมแก้วโวยวายลั่นว่าจะหนีไปไหนเขายังคุยกับเธอไม่จบ แล้วจ้ำตาม...ด้านนัทธมนขับรถติสรณ์มาด้วยความเร่งรีบ ภาวนามาตลอดทางขออย่าให้ลินจันทร์เป็นอะไรไป เพราะความจริงเกี่ยวกับการตายของวรดาขึ้นอยู่กับลินจันทร์แต่เพียงผู้เดียว...

ลินจันทร์หยิบหัวปลั๊กพ่วงเสียบเข้ากับปลั๊กพ่วงอีกอันหนึ่ง แล้วหลับตาปี๋ เงียบไม่มีอะไรเกิดขึ้น เธอมองไปอีกด้านของปลั๊กพ่วง หัวปลั๊กยังไม่ได้เสียบเต้าเสียบไฟข้างผนัง ทันใดนั้น มีเสียงทุบประตูห้องดังปังๆ

"ลินจันทร์ เปิดประตูนะ นี่ลุงกฤตย์เองหลาน"

"นังลูกชั่ว แกคิดจะทำอะไรอีก ทำไปเลย อยากตายก็ตายไปเลย"

เกตุมณีโกรธจัด ตบหน้าแกมแก้วฉาดใหญ่ แกมแก้วจ้องหน้าพี่สาวอย่างเอาเรื่อง เกตุมณีไม่สนใจตะโกนเรียกลินจันทร์ ให้มาเปิดประตู ลินจันทร์หน้าตาเลิ่กลั่ก ทำอะไรไม่ถูก ส่งเสียงอู้อี้ในลำคอ

ooooooo

ในเวลาไล่เลี่ยกัน มนทิรากลับจากซื้อของเข้ามาในบ้าน เห็นติสรณ์กับถุงแป้งนอนหลับอยู่บนโซฟาเขย่าตัวปลุกให้ตื่น สองคนสะลึมสะลือมองมนทิรา ติสรณ์ตั้งสติได้ มองซ้ายมองขวาถามหานัทธมน

"แม่มาก็เห็นเราหลับอยู่สองคนเนี่ย"

ถุงแป้งรีบชวนมนทิรากับติสรณ์ตามนัทธมนไปบ้าน กฤตย์ มนทิรายังงงๆไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น...

ฝ่ายเกตุมณีเห็นท่าไม่ดีรีบไปหยิบกุญแจสำรองมาไขห้องลินจันทร์ ด้วยความที่พวงกุญแจสำรองใหญ่มากเลยไม่รู้ว่าดอกไหนเป็นดอกไหน เสียงแกมแก้วไล่ตะเพิดลูกให้รีบตายๆไปเสีย ดังแข่งกับเสียงร้องของลินจันทร์ที่อยู่ในห้อง ลินจันทร์

ทนไม่ไหว คลานไปเอาหัวปลั๊กพ่วงเสียบเข้ากับเต้าเสียบข้างผนัง

ในที่สุด ประตูห้องนอนลินจันทร์เปิดผลัวะ ทุกคนตกใจที่เห็นลินจันทร์มีสายลวดทองแดงรัดข้อมืออยู่ หัวปลั๊กเสียบ

กับเต้าเสียบเรียบร้อยแล้ว แต่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น ลินจันทร์พยายามขยับหัวปลั๊กอย่างบ้าคลั่ง จังหวะนั้น มีเสียงพูดดังขึ้นด้านหลัง

"ฉันยอมให้คุณตายไม่ได้จริงๆ"

ทุกคนหันไปมองตามเสียง เห็นนัทธมนยกมือขึ้น คล้ายกับบังคับอะไรบางอย่างอยู่ สายไฟใกล้ตัวหญิงสาวลั่นเปรี๊ยะ สะเก็ดไฟแตกกระจาย แกมแก้วชี้หน้าด่านัทธมนลั่นว่านังปิศาจ ลินจันทร์กลัวนัทธมนมาก ถอดสายไฟที่พันมือออก วิ่งหนีไปอย่างไม่คิดชีวิต นัทธมนย่างสามขุมตาม

ทุก คนกรูกันออกจากห้อง ปิติเข็นรถเข็นกฤตย์ตามเป็นสองคนสุดท้าย ลินจันทร์วิ่งเตลิดมาถึงสระว่ายน้ำ หน้าตาตื่นตระหนก จะวิ่งกลับไปทางเดิม แต่ไม่ทัน นัทธมนคว้าตัวเธอได้ลากมายืนขอบสระ

"กลัวใช่ไหมคะ...จำได้ไหมผู้หญิงคนหนึ่งเคยตายตรงนี้"

ลิน จันทร์ดิ้นรนแต่นัทธมนจับตัวไว้แน่น ปิติเข็นรถเข็นที่กฤตย์นั่งตามมา  กฤตย์ขอร้องนัทธมนปล่อยลินจันทร์ไป แกไม่เกี่ยวอะไรด้วย ถ้าอยากแก้แค้นให้มาทำกับเขา

"หนูไม่ทำอะไรหรอกค่ะ ขอเพียงได้ยินความจริงจากปากคุณผาณิตเท่านั้น"

"ผาณิตตายไปแล้วนะ" ปิติติง

"เวียน ว่ายตายเกิด เราล้วนแต่อยู่ในวัฏจักรใช่ไหมคะ คุณผาณิต" นัทธมนมองหน้าลินจันทร์ แกมแก้วสั่งนัทธมนให้ปล่อยลูกของเธอเดี๋ยวนี้ นัทธมนเหน็บแกมแก้วว่าตกลงห่วงลูกหรือเกรงความจริงจะปรากฏถ้าเด็กคนนี้คือ ผาณิตจริงๆแกมแก้วไม่เชื่อว่าลินจันทร์คือผาณิตกลับชาติมาเกิดอย่างที่นัทธม นอ้าง

ด้านติสรณ์ขับรถของมนทิราจะเลี้ยวเข้าบ้านกฤตย์ เห็นรถของตัวเองที่นัทธมนขับมาจอดขวางอยู่ ติสรณ์ ถุงแป้งกับมนทิรารีบวิ่งเข้าไปในบ้านทันที...

นัทธมนอุ้มลินจันทร์ โดยเอาเท้าของแกแหย่ลงไปในน้ำ สั่งให้เล่าความจริงทั้งหมดมา เกตุมณีท้วงว่าลินจันทร์เป็นใบ้ จะพูดได้อย่างไร นัทธมนไม่ต้องการให้ลินจันทร์พูด แต่ต้องการให้ผาณิตพูดต่างหาก จังหวะนั้น มนทิรา ถุงแป้งกับติสรณ์วิ่งตามเข้ามา มนทิราขอร้องนัทธมนให้หยุดเดี๋ยวนี้

"คุณ แม่คะ คุณแม่กำลังจะได้ยินความจริงทุกอย่างพร้อมหนูนี่แหละ...คุณผาณิตคะ คุณคงไม่อยากอยู่ในสภาพเดียวกับที่วรดาเคยเจอหรอก" นัทธมนเอาขาลินจันทร์จุ่มน้ำลงไปครึ่งขา ลินจันทร์กลัวลนลาน

"ยอมแล้ว...ฉันยอมแล้ว ฉันขอโทษ...ฉันผิดไปแล้ว...ฉันกลัว"

ทุก คนตกใจ ประหลาดใจ ไม่ใช่เพียงแค่ลินจันทร์พูดได้ แต่เสียงที่พูดออกมาเป็นเสียงผาณิตชัดๆ  นัทธมนวางลินจันทร์ ลงข้างสระน้ำ ถามว่าความจริงแล้วคืนนั้น เกิดอะไรขึ้น แกมแก้วหน้าตาตื่น เหลียวซ้ายมองขวาเลิ่กลั่ก ลินจันทร์สะอึกสะอื้นเล่าออกมาเป็นเสียงผาณิต

"คืน นั้น...ฉันเองเป็นคนส่งจดหมายไปนัดเธอออกมา... ไม่ใช่คุณกฤตย์...ฉันรู้ว่าถ้าเป็นคุณกฤตย์ เธอต้องยอมออกมาแน่ๆ แล้วเธอก็ออกมาจริงๆ...แต่สิ่งที่เธอคิดไม่ถึงก็คือ มีคนคอยลอบทำร้ายเธออยู่"

"แล้วใครกันเป็นคนลอบทำร้ายฉัน"

ผาณิต ในคราบของลินจันทร์เล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้ทุกคนฟังว่า วรดาถูกรุจน์ฟาดด้วยไม้จากด้านหลังจนหมดสติไป แกมแก้วเดินเข้ามาสมทบหลังจากวรดาสลบไปแล้ว

"สวยก็ไม่สวย ยังจะแข่งรัศมี...ออกมาได้แล้ว แม่จอมวางแผน"

ผาณิตออกมาจากพุ่มไม้ใกล้ๆ ท่าทางตื่นกลัว "เอากันอย่างนี้เลยเหรอ...ตายไหม"

"ยัง...คนไม่ตายกันง่ายหรอก" รุจน์โยนไม้ทิ้ง ยืนรอคำสั่งจากแกมแก้วว่าจะให้ทำอย่างไรต่อ

"ใช่...ฉันไม่ยอมให้มันตายง่ายๆหรอก...มันจะสบายเกินไป"

เสียง ผาณิตยังคงออกจากปากของลินจันทร์อย่างต่อเนื่อง ขอร้องวรดายกโทษและขออโหสิกรรมให้เธอด้วย นัทธมนนิ่งอึ้งที่รู้ว่าเรื่องทั้งหมดกฤตย์ไม่เกี่ยวข้องด้วยเลย   กฤตย์ถอนใจ มองแกมแก้วอย่างตำหนิ

"อะไร...นี่ทุกคนเชื่อนังปิศาจนั่นหมดเลยเหรอ...มันลวงตาเราอยู่นะ" แกมแก้วโวยลั่น

"เล่าต่อสิคะ คุณผาณิตว่าเกิดอะไรขึ้นต่อจากนั้น เกิดอะไรขึ้น" นัทธมนเสียงดัง ลินจันทร์สะดุ้งโหยง

"จาก นั้น แกมแก้วกับนายรุจน์ก็ช่วยกันลากเธอไปที่ห้องหลบภัย...มาที่นี่ ที่ที่เป็นจุดเริ่มต้นของทุกสิ่งทุกอย่าง" ลินจันทร์หน้าสลด เล่าอีกว่าเธอพยายามทัดทานแล้ว แต่แกมแก้วไม่ฟัง ต้องการขังวรดาให้ตายทั้งเป็นที่นี่ และขู่ว่าถ้าผาณิตปากโป้งก็จะพลอยติดร่างแหไปด้วย เพราะเป็นคนวางแผนส่งจดหมายให้วรดา

นัทธมนเศร้าใจเมื่อได้ฟังเรื่องทั้งหมด "คุณกฤตย์...หนูขอโทษ"

"ตลอดเวลา เธอทำเหมือนไม่รู้เรื่องอะไรด้วยเลยนะ แกมแก้ว" กฤตย์เหลียวมองแกมแก้ว แต่เธอไม่อยู่ตรงนั้นแล้ว

"คุณผาณิต กรรมที่คุณก่อ คุณก็ได้รับมันในชาตินี้แล้ว เรื่องที่ผ่านมา ฉันอโหสิกรรมให้คุณ"

สิ้น เสียงนัทธมน ลินจันทร์เป็นลมล้มพับไปทันที...ด้านแกมแก้วกวาดเครื่องประดับมีค่ากับ เสื้อผ้าข้าวของที่พอจะหยิบฉวยได้ใส่กระเป๋าเดินทาง รีบเผ่นขึ้นรถ ขับออกจากบ้านอย่างรวดเร็ว...

หลังจากแยกย้ายกันตามหาแกมแก้วทั่ว บ้าน ทุกคนไปรวมตัวกันที่ห้องโถง ไม่มีใครเจอตัวแกมแก้ว เกตุมณีประคองลินจันทร์ซึ่งยังนอนหมดสติไว้ในอ้อมกอด

"น่าสงสารลินจันทร์...ที่ความทรงจำจากชาติที่แล้วยังตามมาหลอกหลอนอยู่ตลอด"

"ไม่ใช่ลินจันทร์คนเดียวหรอก...เราทุกคนก็ถูกความหลังตามหลอนอยู่เหมือนกัน" กฤตย์หน้าเศร้า

"เรากลับบ้านกันเถอะค่ะ...คุณแม่" นัทธมนรู้สึกผิดเต็มหัวใจ ไม่กล้าสบตากฤตย์

"หนูจะไม่พูดอะไรกับคุณกฤตย์เขาหน่อยเหรอลูก"

นัท ธมนมองกฤตย์ แต่เพราะความน้อยใจ กฤตย์เลยบอกว่ายังไม่มีอะไรจะคุยด้วย นัทธมนคิดว่าเขาโกรธเลยขอตัวกลับก่อน ติสรณ์อาสาไปส่ง แล้วเดินประคองนัทธมนที่เหนื่อยล้าออกไปพร้อมกับมนทิรา กฤตย์ลอบถอนใจ เมื่อเห็นติสรณ์ กับนัทธมนสนิทสนมกัน

ooooooo

ติสรณ์อยู่เป็น เพื่อนนัทธมนที่บ้านจนมืดค่ำ นั่งเล่นลูกคิวบิกอยู่นานสองนาน แต่ยังหมุนลูกสี่เหลี่ยมให้สีเหมือนกันทั้งหกด้านไม่ได้ ถามนัทธมนว่ามีพลังพิเศษอย่างนั้นตั้งแต่เมื่อไหร่

"นานแล้ว"

นัท ธมนดึงลูกคิวบิกจากมือติสรณ์ บิดมันไปมาโดยไม่ต้องมอง อึดใจเดียว คืนคิวบิกที่สีเหมือนกันทั้งหกด้านให้ ติสรณ์ เขาถึงกับอึ้ง ถามว่าพลังพิเศษที่ว่าเอาชนะอะไรก็ได้ใช่ไหม มนทิราชิงตอบก่อน

"แต่ชนะใจคนไม่ได้หรอกนะ อำนาจมีไว้แค่บังคับ ถ้าจะชนะใจคนต้องเอาใจเข้าแลก"

"หนูไม่ได้ต้องการจะชนะใจใครนี่คะ"

มนทิรามองหน้าลูก ถามว่าแน่ใจหรือ นัทธมนหลบตา ไม่กล้ายืนยันกับแม่...

ใน เวลาเดียวกัน กฤตย์ ปิติและถุงแป้ง นั่งล้อมวงคุยถึงเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อตอนกลางวัน ปิติทึ่งในพลังพิเศษของนัทธ–มนมาก ถึงกับออกปากชมว่าพลังของเธอไม่ธรรมดาจริงๆ กฤตย์รู้เรื่องพลังนี้มานานแล้ว

"หนูก็แอบสงสัยอยู่ตงิดๆเหมือนกัน แต่ไม่คิดว่าจะเก่งขนาดนี้"

เกตุมณียกถาดใส่แก้วนมเข้ามา "เอ้า...บำรุงกันหน่อยทุกคน...โดยเฉพาะคนขาเจ็บนี่นะ...จะได้มีแคลเซียมไปสร้างกระดูก"

"ขอบคุณครับพี่เกตุ...แล้วลินจันทร์ล่ะครับ"

"หลับไปแล้ว เหมือนแกจำเรื่องอะไรที่เกิดขึ้นไม่ได้เลยด้วยซ้ำ"

"จำ ไม่ได้ก็ดีเหมือนกันนะ เพราะความทรงจำมันมักจะทำให้เราเจ็บปวดเสมอ" กฤตย์ซึม หวนคิดถึงความทรงจำที่แสนเจ็บปวด เมื่อครั้งที่เขาประคองวรดาไว้ในอ้อมกอด พยายามเรียกหญิงคนรักซึ่งสิ้นใจไปแล้ว เขาจับมือเธอขึ้นมาจูบอย่างอาลัยรัก เห็นแหวนหมั้นที่ตัวเองเคยสวมให้เธอ ยิ่งเสียใจ...

ครู่ต่อมา กฤตย์นั่งอยู่กับพื้นห้องนอนหน้าตู้เสื้อผ้า หยิบแหวนหมั้นที่เขาเคยให้วรดาขึ้นมาจากกล่องที่มีภาพถ่ายของวรดากับสิ่งของ เล็กๆน้อยๆที่เกี่ยวกับเธอ เกตุมณีเดินเข้ามาเห็น เอ็ดว่ายังไม่หายดี ทำไมลงไปนั่งกับพื้นอย่างนั้น แล้วรีบประคองเขามานั่งบนเตียงนอน กฤตย์มองแต่แหวนในมือตัวเอง

"แหวนวงนี้เคยเป็นของวรดา"

"คืนให้เขาอีกทีตอนนี้ก็ยังได้นะ"

กฤตย์ พูดอย่างท้อๆว่า เขากับนัทธมนอายุห่างกันเกือบยี่สิบปี ไม่อยากเป็นภาระให้ใครต้องลำบากมาดูแลเขาตอนแก่ เกตุมณีค้านว่าเขาไม่ได้ดูแก่ขนาดนั้นสักหน่อย กฤตย์รู้ตัวเองดี ตัวเลขยี่สิบปีมันฟ้องอยู่

"เชื่อไหมว่า สุดท้ายคนเราทุกคนจะแก่ทันกัน...ของแบบนี้ถึงที่สุดแล้ว มันอยู่ที่ใจ บางคู่อาจจะมีช่วงชีวิตคู่ที่อยู่ร่วมกันแค่สิบปี แต่ถ้ามันเป็นสิบปีที่มีความสุขก็ยังดีกว่าอยู่ด้วยกันสี่สิบปีโดยมีแต่ความ ทุกข์นะ"

"ทฤษฎีเข้าข้างคนแก่รึเปล่าครับพี่" กฤตย์ยิ้มให้พี่สาว รู้สึกดีขึ้น เกตุมณีพลอยยิ้มไปด้วย...

ด้าน แกมแก้วขับรถหนีมาได้พักใหญ่ แต่แล้วคิดขึ้นมาได้จากสมองอันชั่วร้ายว่า "ถ้าฉันอยู่อย่างมีความสุขไม่ได้ ก็อย่าหวังว่าใครจะมีความสุขเลย" แกมแก้วกลับรถ มุ่งหน้ากลับทางเก่า

ooooooo

วันรุ่งขึ้น กฤตย์นั่งรอนัทธมนอยู่ในรถซึ่งจอดอยู่หน้าสถานศึกษา มองแหวนหมั้นในมืออย่างมีความหวัง ไม่นานนัก เขาเห็นนัทธมนเดินมาแต่ไกล ขยับจะลงจากรถแต่ต้องเปลี่ยนใจ เมื่อเห็นติสรณ์วิ่งมากอดคอนัทธมนอย่างสนิทสนม กฤตย์ปิดประตูรถ มองหน้าตัวเองในกระจกส่องหลัง

"คิดอะไรอยู่วะ...ไอ้แก่เอ๊ย" กฤตย์รีบขับรถออกไปจากตรงนั้น

สักพัก ติสรณ์กับนัทธมนตามมาสมทบกับถุงแป้งซึ่งนั่งรออยู่ในโรงอาหาร ติสรณ์บอกถุงแป้งว่าหาเพื่อนเจ้าสาวให้เธอได้แล้ว เป็นแบบพิเศษของแท้ ดีไม่ดีพาเหาะได้อีกด้วย นัทธมนงงว่าพูดอะไรกัน

"เรียนจบ...เขาจะขอแป้งแต่งงาน...บ้ารึเปล่าเนี่ย" ถุงแป้งเขินหน้าแดง

นัทธมนทักว่าไม่เร็วไปหน่อยหรือ ถุงแป้งตีแขนเพื่อนหนึ่งที ปรามว่าอย่าพูดไป เดี๋ยวติสรณ์เกิดเปลี่ยนใจขึ้นมาเธอจะไม่ได้แต่งงาน นัทธมนถึงกับร้องอ้าว ตกลงว่าจะเอาอย่างไร กันแน่ แต่พอเห็นทั้งคู่ทำท่ากุ๊กกิ๊กหยอกกันไปมา นัทธมนรู้ทันทีว่าทั้งคู่จะแต่งงานกันจริงๆ พลอยยินดีไปกับเพื่อน...

กฤตย์เดินกะเผลกๆใช้ไม้เท้าค้ำยันเข้ามาในบ้าน ปิติวางโทรศัพท์แล้วหันมาบอกกฤตย์ว่า ไม่ได้ข่าวแกมแก้วเลย ไม่รู้ไปซ่อนตัวอยู่ที่ไหน ถามว่าพวกเราจะทำอย่างไรกันดี กฤตย์เชื่อว่าเมื่อไหร่ที่แกมแก้วขายสมบัติติดตัวไปหมดก็คงจะกลับมาเอง

"ถ้า...แกมแก้วไม่กลับมา ยังไงฉันกับเกตุมณีตกลงกันแล้วว่า จะขอยายลินจันทร์ไปเลี้ยงเป็นลูกที่ต่างจังหวัด จะขัดอะไรไหม"

"ก็แล้วแต่เจ้าตัวเขาก็แล้วกัน"

"แต่นายต้องอยู่ที่นี่คนเดียวน่ะสิ...เหงาแย่เลย"

"สุดท้ายแล้ว คนเราทุกคนก็ต้องอยู่คนเดียวไม่ใช่เหรอ" กฤตย์สีหน้าหม่นหมอง ปิติมองแล้วหดหู่ใจ...

ค่ำแล้ว เกตุมณีอาบน้ำเช็ดหน้าเช็ดตา หวีผมให้ลินจันทร์ ด้วยความรัก ออกปากชวนเด็กน้อยไปอยู่รีสอร์ตที่ต่างจังหวัดด้วยกัน อวดว่าที่นั่นมีภูเขา มีที่โล่งๆให้วิ่งเล่นด้วย ลินจันทร์ เอียงคอมอง ไม่เข้าใจ

"ไปเป็นลูกแม่เกตุไง เอาไหม...หือ...ลูกสาว" เกตุมณียิ้มอบอุ่น ลินจันทร์เข้าใจความหมายโผกอดเกตุมณีแน่นแทน คำตอบ...

ขณะที่นัทธมนกำลังนอนหลับสบายอยู่บนเตียง เงาสะท้อนในกระจกเงาของโต๊ะเครื่องแป้งร้องเรียกนัทธมนให้ตื่น นัทธมนลืมตาลุกขึ้นนั่ง ถอนใจเหนื่อยใจ บอกว่าเธอเลิกคิดถึงเงาสะท้อนของตัวเองแล้ว ทุกอย่างก็จบไปแล้ว เงาสะท้อนไม่ยอม จะจบได้อย่างไรในเมื่อคนที่ทำร้ายวรดายังไม่ถูกลงโทษ

"ฉันเหนื่อย เหนื่อยจริงๆนะ มีคนตายคนเจ็บ คนเสียใจมากเกินไปแล้ว ฉันฝันร้ายมานานเกินไปแล้ว"

"แล้วเธอก็จะต้องอยู่กับฝันร้ายแบบนี้ตลอดไป ถ้าเธอยังไม่กำจัดมัน ไม่ลงโทษมันนังแกมแก้ว...เรารอกันมาสิบเก้าปี ข้ามภพข้ามชาติมาเพื่อสิ่งนี้นะ" เงาสะท้อนในกระจกดูไม่ค่อยพอใจ

"เธอต่างหาก   ข้ามภพข้ามชาติมาเพื่อสิ่งนี้   ฉันอยู่ที่นี่ ตรงนี้ ฉันจะกลับไปเป็นนัทธมนคนเดิม ลูกที่ดีของแม่อีกครั้ง"

"ตื่นมาพบกับความจริงได้แล้ว นัทธมน"

นัทธมนสะดุ้งเฮือก ตื่นจากฟุบหลับอยู่ที่โต๊ะอาหาร นาฬิกาบอกเวลาห้าทุ่มแล้ว ประตูบ้านยังเปิดอยู่ เธอเดินมาชะเง้อมองไปหน้าบ้าน แล้วกดโทรศัพท์หาแม่ แต่ไม่มีใครรับสาย นัทธมนไม่สบายใจมาก...

ขณะเดียวกัน ที่โกดังก่อสร้างไร้ผู้คน มนทิราถูกมัดงอก่องอขิงอยู่กับพื้น โทรศัพท์มือถือของเธอตกอยู่ไม่ห่างนัก เธอพยายามตะกายจะหยิบ แต่แกมแก้วเดินเข้ามาคว้าไปเสียก่อน

"นึกว่าฉันโง่หรืออย่างไร...เอาน่า    เดี๋ยวคงได้เจอลูกหรอกน่า...นะ" แกมแก้วหย่อนโทรศัพท์มือถือเครื่องนั้นลงในขวดโหลน้ำกรด เกิดฟองฟู่จากการกัดกร่อนควันคลุ้ง

ooooooo

ติสรณ์กับถุงแป้งมาหานัทธมนที่บ้านทันทีที่รู้ว่ามนทิราหายตัวไปตั้งแต่เมื่อคืน นัทธมนเกรงว่าเรื่องนี้อาจเกี่ยวพันกับแกมแก้ว ถุงแป้งเห็นด้วย ถามว่าแกมแก้วติดต่อมาหรือยัง นัทธมนส่ายหน้า

"เขาคงคิดหนักแหละ ทำอะไรบุ่มบ่ามก็ไม่ได้ เห็นฤทธิ์ เธอมาแล้วซะขนาดนั้น" ติสรณ์ตั้งข้อสังเกต

"แล้วแม่ฉันไปเกี่ยวอะไรด้วย"

"ฉันว่าน้าแก้วฉลาดนะ สิ่งเดียวที่จะคานอำนาจเธอได้ตอนนี้ก็คือ ความปลอดภัยของแม่เธอนี่แหละ"

นัทธมนยิ่งหวั่นใจ เกรงแม่จะถูกทำร้าย...

ในเวลาไล่เลี่ยกัน กฤตย์ซึ่งยังเดินขากะเผลกๆ มาทำงานเป็นวันแรกหลังจากได้รับบาดเจ็บ พวกพนักงานพากันยืนตบมือต้อนรับเจ้านาย เลขาฯ กระเซ้ากฤตย์ว่าขยันเกินไปหรือเปล่า

"เดี๋ยวลูกค้าหนีหมดพอดี...เราใช่ไหมเป็นคนบอกให้ไปตามหาที่เรือนเก็บของ"

"ค่ะ...วันนั้นไม่รู้นึกยังไงอยู่ๆคำว่าเรือนเก็บของๆมันกระแทกเข้ามาอยู่นั่นแหละ จนต้องพูดออกมา"

กฤตย์แปลกใจ ถามว่าวันนั้นมีใครอยู่ที่นี่บ้าง พอรู้ว่านัทธมนอยู่ด้วย เขาเดาได้ทันทีว่าต้องเป็นฝีมือเธอแน่ๆ รีบผลุนผลันออกจากสำนักงานตรงไปหานัทธมนที่บ้าน   เพื่อขอบใจเธอที่ปลดปล่อยและให้อภัยเขา

"คุณไม่ได้ทำอะไรหนู หนูจะไปมีสิทธิ์อะไรอภัยให้คุณ"

"เธอปล่อยฉันออกมาจากห้องนั้นทั้งๆ ที่ยังคิดว่าฉันเป็นคนทำร้ายเธอ นั่นแหละ อภัย...นั่นแหละคือการยกโทษให้"

"หนูไม่ได้เป็นคนพาพวกนั้นไปพบคุณที่เรือนเก็บของสักหน่อย" นัทธมนปากแข็งไม่ยอมรับ

"คงไม่เป็นการบังเอิญหรอกมั้ง ที่อยู่ดีๆคนของฉันจะคิดถึงสถานที่แห่งนั้นขึ้นมาได้ในวันที่เธออยู่ตรงนั้นพอดี" กฤตย์จ้องหน้านัทธมนเขม็ง นัทธมนอึกอัก ไม่รู้จะพูดอะไร

จังหวะนั้นมีเสียงโทรศัพท์มือถือของนัทธมนดังขึ้น นัทธมนรับสายจำได้ทันทีว่าเป็นเสียงแกมแก้ว รีบเดินเลี่ยงมาพูดอีกมุมหนึ่งไม่อยากให้กฤตย์ได้ยิน แกมแก้วถามว่าอยากได้แม่คืนไหม นัทธมนรับคำ

"ดี...แกมาคนเดียวนะ ห้ามบอกใคร ไม่งั้นแม่แกไม่ได้ตายดีแน่"

"ค่ะ...ที่ไหนคะ...ได้ค่ะ...ฉันจะไปค่ะ" นัทธมนวางสาย ขณะที่กฤตย์จ้องมองเธออย่างสงสัย นัทธมนแต่งเรื่องว่าเพื่อนโทร.มาตาม ต้องขอตัวก่อน

"ติสรณ์งั้นเหรอ"

นัทธมนรีบเออออตาม แล้วเดินขึ้นไปเปลี่ยนเสื้อผ้า โดยวางโทรศัพท์มือถือเอาไว้ กฤตย์หยิบมันขึ้นมากดดูเบอร์โทร.เข้าล่าสุดแล้วกดโทร.ออก...ทันใดนั้น โทรศัพท์มือถือของแกมแก้วดังขึ้น  แกมแก้วดูเบอร์โชว์หน้าจอ  ก่อนจะ กดรับสาย "นังปีศาจ...รีบๆมาเร็วเข้า อย่าโอ้เอ้พิรี้พิไร ไม่งั้นแม่ของแกตาย"

แกมแก้ววางสายแล้วขว้างมันทิ้งโดยไม่รอคำโต้ตอบใดๆ กฤตย์ถือสายค้าง ตะลึงกับสิ่งที่ได้ยิน จะโทร.กลับอีกครั้ง แต่นัทธมนเดินลงมาเสียก่อน กฤตย์รีบวางโทรศัพท์ไว้ที่เดิม แกล้งถามหามนทิรา

"คุณแม่...เอ่อ...ไปธุระค่ะ"

กฤตย์พยักหน้ารับรู้ ขอตัวกลับ แล้วรีบเดินออกจากบ้าน นัทธมนเก็บโทรศัพท์มือถือใส่กระเป๋า เดินไปไหว้รูปถ่ายของพ่อบนหิ้ง ขอให้ท่านช่วยคุ้มครองแม่ด้วย แล้วขึ้นรถขับออกไปทันที อารามรีบร้อนไม่ทันสังเกตเห็นรถของ

กฤตย์ขับตาม...

ขณะเดียวกัน มนทิราดิ้นจนเชือกมัดมือหลุด คลานไปได้นิดเดียวก็ชนผนังทั้งสี่ด้าน เธอไม่รู้ว่าตัวเองถูกขังไว้ที่ไหน รู้แต่ว่าเป็นที่แคบๆมืดทึบ เธอพยายามทุบรอบๆด้านร้องขอความช่วยเหลือ แต่ทุกอย่างเงียบ

ooooooo

กฤตย์รอจนนัทธมนเดินหายเข้าไปในโกดังร้าง โทร.ตามปิติให้มาช่วย แต่ติดต่อไม่ได้ แบตฯโทรศัพท์ ของเขาใกล้หมด ตัดสินใจโทร.หาถุงแป้ง วานหลานช่วยติดต่อปิติให้ที แล้วบอกสถานที่ที่ปิติจะต้องไป

"ค่ะ...ได้ค่ะ...รู้จักค่ะ...ฮัลโหลๆ"

กฤตย์ยังพูดไม่จบแบตฯของเขาหมด ติสรณ์ซึ่งกำลังขับรถอยู่ ถามถุงแป้งว่ากฤตย์โทร.มาทำไม ถุงแป้งไม่รู้ รายละเอียดอะไรมาก รู้แค่กฤตย์ต้องการให้พ่อของเธอไปเจอเขาด้วยท่าทางรีบร้อน ถุงแป้งโทร.หาติดต่อพ่อไม่ได้ เลยชวนติสรณ์ไปหากฤตย์กันเองเพราะรู้ว่าเขาต้องการความช่วยเหลือ...

ด้านแกมแก้วยืนหงุดหงิดรออยู่ในโกดังร้าง อยู่ๆร่างของเธอปลิวไปกระแทกผนัง ก่อนหล่นพื้น แกมแก้วยันตัว

ลุกขึ้น เห็นนัทธมนเดินเข้ามาหา พร้อมกับโบกมือ ลังลอยกระแทกแกมแก้วหงายท้องตึง

"ปล่อยแม่ฉันมาซะ คุณแกมแก้ว"

"เอาสิ...ฆ่าฉันเลยก็ได้ แม่แกจะได้อดตายเหมือนแกไงล่ะ"

นัทธมนใช้พลังยกแผงไม้ลอยเหนือหัวแกมแก้วแต่ไม่กล้าปล่อยลงมา แกมแก้วท้าให้ฆ่าตัวเธอเสีย นัทธมนเกรงจะไม่ได้เจอแม่ เหวี่ยงแผงไม้นั้นทิ้ง แกมแก้วยิ้มได้ใจเดินเข้าหานัทธมน

"ไงล่ะ...ไม่เก่งอีกแล้วเหรอ เก่งสิ...อวดอำนาจสิ ทำไมไม่ทำล่ะ" แกมแก้วตบนัทธมนซ้ายขวาๆจนล้มกลิ้งไม่เป็นท่า แล้วตามขึ้นคร่อม ตบซ้ำอีกจนนัทธมนเลือดกบปาก

"เอาสิ...อุตส่าห์ตามข้ามภพข้ามชาติมาไม่ใช่เหรอ... ทำไมมาสิ้นฤทธิ์เอาตรงนี้ล่ะ"

"ปล่อยแม่ฉันไปก่อนสิ" นัทธมนมองแกมแก้วอย่างแค้นจัด

"ได้...แกกินน้ำกรดนี่ก่อนสิ แล้วฉันจะบอกว่าแม่แกอยู่ที่ไหน" แกมแก้วเดินไปหยิบโหลน้ำกรดมาจับปากนัทธมนบีบจะกรอกน้ำกรดใส่ กฤตย์เข้ามาผลักแกมแก้วกระเด็น โหลน้ำกรดแตกควันคลุ้ง ขังเป็นแอ่ง นัทธมนแปลกใจที่กฤตย์ ตามมาถูก แกมแก้วโวยวายลั่น หาว่านัทธมนบอกกฤตย์

"ฉันไม่ได้บอกใครทั้งนั้น"

"เขาไม่เกี่ยว เขาไม่ได้บอกอะไรเลย"

"พี่กฤตย์จะเข้าข้างมันเหรอ...พี่กฤตย์ไม่สนใจเลยใช่ไหมว่าแก้วจะเป็นไง"

"เราทำผิดมามากพอแล้วนะ" กฤตย์หันหลังให้แกมแก้ว เดินกะเผลกๆไปหานัทธมน แกมแก้วสบโอกาสตอนกฤตย์เผลอ คว้าไม้หน้าสามตีเข้าที่ขาเขาจากด้านหลัง จนล้มลงข้างๆนัทธมน...ฝ่ายติสรณ์กับถุงแป้งขับรถมาจอดเทียบรถของกฤตย์ ทั้งคู่แปลกใจที่เห็นรถของนัทธมนจอดไม่ห่างกันนัก...

แกมแก้วถือไม้เดินเข้าหากฤตย์หมายจะฆ่าให้ตาย นัทธมนทักท้วงว่านั่นพี่ชายของแกมแก้วเอง แต่แกมแก้วไม่สนใจ สั่งนัทธมนให้เลือกเอาระหว่างแม่ตัวเองกับคนรักจะเก็บใครไว้

"แกมแก้ว...บ้าไปแล้วหรือ" กฤตย์พยายามพูดเตือนสติ

แกม แก้วไม่ฟัง เอาไม้ตีเข่าเขาซ้ำอีก กฤตย์ร้องลั่นด้วยความเจ็บปวด นัทธมนตัดสินใจยากลำบาก จังหวะนั้น นัทธมนมองเลยไปด้านหลังแกมแก้ว   เห็นติสรณ์กับถุงแป้งวิ่งตามเข้ามา เธอหลับตาใช้พลังพิเศษ ทำให้แกมแก้วเห็นทั้งคู่เป็นปณิตากับสร้อย ทีแรกแกมแก้วงงๆไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเอง

นัทธมนใช้พลังเพิ่มอีก แกมแก้วได้ยินปณิตาพูดว่า "เราหลอกนังนัทธมนมันสำเร็จ"

"ใช่ค่ะ...เราแกล้งเป็นบ้า ไม่อย่างนั้น มันจะมาถึงวันนี้เหรอ" สร้อยเสริม

ในที่สุดแกมแก้วก็เชื่อ ยิ้มดีใจ "ฉันไม่ได้อยู่คนเดียวๆ...เธอหลอกฉันซะสนิทเลย"

"จะหลอกพวกมันได้ ก็ต้องหลอกพวกเดียวกันให้ได้เสียก่อนสิ"

กฤตย์ มองอย่างงงๆเห็นแกมแก้วพูดอะไรเป็นตุเป็นตะกับติสรณ์และถุงแป้ง ทั้งติสรณ์กับถุงแป้งได้แต่พยักหน้าเออออไปตามเรื่อง แกมแก้วได้ยินปณิตาถามว่าเอาแม่ของนัทธมน ไปไว้ที่ไหน แกมแก้วป้องปากกระซิบปณิตาและสร้อย แล้วยิ้มเยาะว่า นังนั่นไม่มีทางหาแม่ของมันเจอแน่ๆ

"แต่เราสองคนหาเจอ" ถุงแป้งยิ้มอย่างผู้ชนะ

แกม แก้วมองคนที่ตัวเองเพิ่งกระซิบด้วยอีกครั้ง คราวนี้ เห็นเป็นถุงแป้งกับติสรณ์แทน แกมแก้วรู้ทันทีว่าโดนนัทธมนใช้พลังหลอก นัทธมนลุกขึ้นยืน ถามถุงแป้งว่ารู้ที่ซ่อนแม่ของเธอแล้วใช่ไหม ติสรณ์กับถุงแป้งพยักหน้า วิ่งออกไปอีกทาง นัทธมนตะโกนไล่หลังว่าฝากแม่ของเธอด้วยแล้วหันหาแกมแก้ว

"ลาก่อน...คุณแกมแก้ว"

แกม แก้วเห็นท่าไม่ดีถอยกรูด ก่อนหันหลังวิ่งหนี นัทธมนตามติด กฤตย์ตะโกนขอร้องว่าอย่าทำร้ายแกมแก้ว...ทางด้านติสรณ์กับถุงแป้งวิ่งมาตาม ตู้คอนเทนเนอร์เก่าๆแถวนั้นแล้วเปิดตู้หนึ่งออก เห็นมนทิรานอนหมดแรงอยู่ด้านใน ติสรณ์ กับถุงแป้งรีบเข้าไปปฐมพยาบาล...

อีก ด้านหนึ่งของโกดังร้าง นัทธมนยังคงย่างสามขุมเข้าหาแกมแก้ว พร้อมกับใช้พลังยกแผงไม้ใหญ่ลอยตามแกมแก้วซึ่งยังคงวิ่งหนี เสียงกฤตย์ร้องเรียก "วรดา" นัทธมนหยุดกึก หันมามองเขา

"อภัยได้ไหม...วรดา"

แกม แก้วได้ทีเห็นนัทธมนหันไปมองกฤตย์ คว้าเหล็กแหลมพุ่งเข้าใส่ นัทธมนรู้ทันรีบเอี้ยวตัวหลบแต่ไม่พ้น เหล็กแหลมเฉี่ยวสีข้างเลือดสาด แกมแก้วเสียหลักล้มลงหน้าทิ่มน้ำกรดซึ่งขังเป็นแอ่งที่พื้น ถึงกับกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด น้ำกรดกัดหน้าเหวอะหวะ นัทธมนเห็นอย่างนั้นแล้วปล่อยแผงไม้ลงพื้น

"...ฉันอโหสิกรรมให้คุณ...คุณแกมแก้ว"

นัทธมนทรุดฮวบหมดแรงหลังจากใช้พลังไปมาก

ติสรณ์กับถุงแป้งพามนทิราเข้ามา ถุงแป้งปราดเข้าไปประคอง กฤตย์ ขณะที่ติสรณ์วิ่งไปดูแลนัทธมน ส่วนมนทิรามองแกมแก้วอย่างปลงๆ

ooooooo

กฤตย์ นอนเข้าเฝือกอยู่ในห้องพักฟื้น ปิติ เกตุ-มณีกับถุงแป้งนั่งล้อมเตียงอย่างเป็นห่วง  ปิติเอ็ดถุงแป้งว่าทีหน้าทีหลังปล่อยให้เป็นเรื่องของผู้ใหญ่ ถุงแป้งแก้ตัวว่าโทร.หาพ่อไม่ติด จังหวะนั้น ติสรณ์เปิดประตู ห้องเข้ามาพร้อมกับดอกกุหลาบแดงช่อใหญ่ กฤตย์บอกเขาว่านัทธมนไม่ได้อยู่ที่นี่ อยู่ถัดไปอีกสองห้อง

"ใครบอก ว่าผมมาเยี่ยมนัทธมนล่ะครับ" ติสรณ์ยื่นช่อดอกไม้ผ่านหน้ากฤตย์ไปให้ถุงแป้ง ถุงแป้งยิ้มเขินอาย กฤตย์ มองงงๆถามว่านี่มันอะไรกัน เกตุมณีแหย่น้องชายว่าตกข่าว

"ว่าที่หลานเขยครับ" ติสรณ์ยิ้ม หันไปมองถุงแป้งที่อายม้วน แถมตีแขนเขาแก้เขิน

"แล้ว...เธอกับนัทธมน"

"นัทธมนไหน ไม่มี...ในใจนี่มีแต่ถุงแป้ง" ติสรณ์ หัวเราะพร้อมกับคนอื่น กฤตย์เพิ่งจะถึงบางอ้อ...

ถัด ห้องพักฟื้นของกฤตย์มาอีกสองห้อง นัทธมนนั่งเหม่ออยู่บนเตียง ถามมนทิราซึ่งกำลังเตรียมข้าวกลางวันว่า ความแค้น ความอาฆาต แรงอธิษฐานของวรดามันจบแล้วใช่ไหม

"อภัยเท่านั้นแหละลูก ที่จะทำให้ทุกอย่างจบลงได้...การแก้แค้น ไม่เคยทำให้สงครามสงบได้หรอก"

"พวกนั้น เขาจะตามจองเวรหนูไปอีกกี่ชาติกันคะ...หนูจะต้องเผชิญกับพวกเขาอีกกี่ภพ"

"ตบมือข้างเดียวมันไม่ดังหรอกลูก ใครจะคิดร้ายกับเรา...ถ้าเราไม่คิดร้ายตอบ สุดท้ายมันก็จะเงียบหายไปเอง"

นัท ธมนนึกถึงแกมแก้ว ปณิตากับสร้อยซึ่งถูกแรงอาฆาตของเธอเล่นงานจนต้องเข้าโรงพยาบาลบ้าได้แต่ถอน ใจ มนทิรา เตือนลูกให้กินอะไรหน่อย นัทธมนเห็นมีผักอยู่ในจานอาหาร เลยไม่อยากกิน

"หลับตาเคี้ยวๆไปก็แล้วกันนะลูก...เดี๋ยวแม่ป้อน"

นัทธมนจำใจหลับตาอ้าปาก ช้อนตักข้าวป้อนเข้าปาก แต่พอเธอลืมตามอง คนที่ป้อนกลับเป็นกฤตย์ เหลียวมอง

รอบห้อง เห็นแค่เธอกับเขาสองคน นัทธมนถามว่า นี่เป็นเพียงจินตนาการของเธอเองหรือเปล่า

"ถ้าเป็นจินตนาการก็คงเป็นจินตนาการของคนแก่คนนี้มากกว่า"

"คุณกฤตย์หายโกรธหนูแล้วเหรอ"

"ที่เธอทำฉันขาเดี้ยงน่ะเหรอ ไม่เป็นไรหรอก เพราะเธอจะไถ่โทษโดยทำหน้าที่ดูแลฉันไปตลอดชีวิต"

"เรา ตกลงกันอย่างนั้นตั้งแต่เมื่อไหร่คะ" นัทธมนยิ้มขำ กฤตย์หยิบช่อดอกไม้ที่ซ่อนไว้ข้างเตียงขึ้นมาออดอ้อนว่า เราสองคนตกลงกันเดี๋ยวนี้เลยได้ไหม นัทธมนยิ้มรับช่อดอกไม้แทนคำตอบ

ทันใด นั้น  ติสรณ์  ถุงแป้ง  ปิติกับเกตุมณี  และมนทิรา กรูกันเข้ามาในห้อง ต่างยิ้มทำหน้าล้อเลียน นัทธมนอายจะใช้ พลังห้ามพวกนั้นแต่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น เธอลองใช้พลังกับสิ่งของ อื่นๆ ประหลาดใจที่พลังหายไป กฤตย์ถามว่า เสียดายหรือเปล่า นัทธมนรู้สึกดีใจมากกว่า ทุกคนส่งเสียงเฮ ยิ้มแย้มให้กัน

ooooooo

ผ่าน ไปไม่นาน กฤตย์พานัทธมนมายังสวนดอกไม้ ในรีสอร์ตที่เพชรบูรณ์ ซึ่งเขาเคยพาวรดามา นัทธมนถาม เขาว่า ยังคิดถึงวรดาอยู่ใช่ไหมถึงพาเธอมาที่นี่ กฤตย์ยังคิดถึงวรดาทุกวันทุกคืน นัทธมนหน้างอ

"คิดถึงจนกว่าคุณจะตายใช่ไหมคะ...บางทีคุณอาจจะอยากอยู่แค่กับคนในอดีตของคุณไม่ใช่หนู"

"สิบ เก้าปีมาแล้วที่ฉันคิดว่าส่วนหนึ่งในชีวิตของฉัน ตายไปแล้วพร้อมกับวรดา หัวใจฉันด้านชาไปหมด ไม่ว่าจะมี ผู้หญิงผ่านมาในชีวิตมากแค่ไหน ฉันก็ไม่เคยรู้สึกกับใครเหมือนวรดา" กฤตย์จับหน้านัทธมนที่เมินหน้าหนีด้วยความน้อยใจให้หันมาทางตนเอง มองเธอด้วยสายตาเต็มเปี่ยมด้วยความรัก

"แต่พอฉันได้เจอเธอ...มัน เหมือนความฝันกับร่างกายที่ตายไปแล้วครึ่งหนึ่งกลับมีชีวิตขึ้นมาใหม่ ไม่ใช่แค่เพราะเธอ หน้าตาเหมือนวรดา แต่เป็นเพราะหัวใจของฉันมันเหมือนรู้จักเธอมานานแสนนาน ฉันคิดแต่เรื่องของเธอตลอดเวลา ไม่ว่าเธอจะแสดงท่าว่ารังเกียจฉันมากแค่ไหน หรือเธอจะมีพลังประหลาดอะไร"

กฤตย์จับมือนัทธมนขึ้นมา "ฉันคิดถึงวรดาจริงๆ และในเมื่อวรดาได้ตั้งใจอธิษฐานเพื่อเกิดมาเป็นเธอ...นัทธมน...ฉันก็จะ คิดถึงเธอทุกวัน ทุกคืน คิดถึงจนกว่าฉันตาย" เขาหยิบแหวนหมั้นที่เคยให้วรดามาสวมที่นิ้วของนัทธมน

"แหวนวงนี้เคยเป็นของคนที่ฉันรักที่สุด คงไม่ผิดถ้าฉันจะคืนมันให้กับคนที่ฉันรักที่สุดเหมือนเดิม"

"คงจะสายไปแล้วสำหรับวรดา แต่ก็ไม่ช้าไปสำหรับฉันค่ะ" นัทธมนยิ้มปลื้ม

กฤตย์ดึงหญิงสาวเข้ามาใกล้ๆ "ฉันรักเธอนะ...นัทธมน"

"ฉันก็รักคุณค่ะ...คุณกฤตย์...รักมานาน...นานมากแล้วด้วย" สองหนุ่มสาวกอดกันอย่างมีความสุข

ooooooo

–อวสาน–

ตอนที่ 16

ขณะนัทธมนกำลังนั่งสมาธิ มีเสียงวรดาตัดพ้อต่อว่ากฤตย์ลอยมาตามสายลม นัทธมนลืมตาขึ้นมองเสียงนั้นก็เงียบไป มนทิรายังคงนั่งหลับตาทำสมาธิอยู่ใกล้ๆ นัทธมนไม่แน่ใจว่าหูแว่วไปเองหรือเปล่า จึงหลับตาลงอีกครั้งหนึ่ง มีเสียงวรดาดังขึ้นอีก

"รดาทำผิดอะไร รดาทำอะไรให้คุณแค้นเคือง...ทำไมคุณถึงได้ตั้งใจที่ฆ่ากันอย่างเลือดเย็น ชังกันมากนักเหรอ ถึงจะปล่อยให้อดตายอยู่ในหลุมหลบภัยนี้...รดาทำผิดอะไรคะ"

นัทธมนร่างโปร่งใสในชุดนุ่งขาวห่มขาว เดินตามเสียงสะอื้นของวรดาเข้ามาในหลุมหลบภัย เธอรู้สึกไม่คุ้นเคยเดินตามเสียงคร่ำครวญไปจนเห็นวรดานอนร้องไห้อยู่ที่พื้น หายใจรวยริน เหมือนคนใกล้ตาย

"ปล่อยรดาไปเถอะค่ะ ปล่อยรดาไปเถอะ สงสารรดาเถอะ"

นัท ธมนตกใจ รีบวิ่งเข้าไปประคองวรดา แต่ร่างโปร่งใสของเธอไม่สามารถขยับหรือหยิบจับอะไรได้เลย นัทธมนได้แต่เดินวนไปมาไม่รู้จะช่วยอะไร วรดายกมือขึ้นพนมอย่างลำบากยากเย็น พยายามรวบรวมกำลังเฮือกสุดท้าย อธิษฐานว่า

"ลูกรู้ดีว่าบาปนักที่ รู้จักแต่ความแค้น ไม่รู้จักให้อภัย แต่ขอสักครั้งเถิด ลูกสุดจะทนแล้ว ชาตินี้เกิดมาโง่เขลา ขี้ขลาด... อ่อนแอ...หูเบาเป็นทาสเขามาตลอด จึงต้องมาตายอนาถเยี่ยงนี้..."

นัทธมนพูดกับวรดา ขณะที่เธอเว้นจังหวะหายใจ "วรดา... อย่าอาฆาตใครเลยนะ เราเองแหละ ที่จะเป็นคนเจ็บปวด" คำพูดเหล่านี้วรดาไม่สามารถได้ยิน เธออธิษฐานต่อด้วยความเคียดแค้น

"ชาติภพต่อไป ลูกขอสาบานว่าจะเป็นคนมีกำลังกาย กำลังใจแข็งกล้ามีอำนาจเหนือใคร ชีวิตนี้ลูกขอยกให้พวกเขา" วรดาน้ำตาอาบแก้ม นัทธมนส่งเสียงทั้งห้ามทั้งขอร้องว่าอย่าทำแบบนี้แต่ไม่เป็นผล

"...แต่ชีวิตหน้า ทุกสิ่งทุกอย่างที่เขาและพวกมันทำไว้กับลูก...ลูกขอเอาคืน"

มือที่พนมของวรดาตกลง เธอขาดใจตาย นัทธมนตะลึง ทำอะไรไม่ได้ มองวรดาสิ้นใจไปต่อหน้าต่อตา ร่างโปร่งใสของนัทธมนค่อยๆจางหายไป...

นัท ธมนนั่งสมาธิน้ำตาไหลพรากด้วยความสงสารวรดา นั่งพึมพำเรียกชื่อผู้หญิงคนนั้น ทั้งๆที่ยังหลับตาอยู่ ร่างไร้วิญญาณของวรดาที่อยู่อีกภพหนึ่งพลอยมีน้ำตาไหลรินอาบแก้มไปด้วย...

มนทิร าได้ยินลูกเรียกชื่อวรดาๆ จึงลืมตาขึ้นมอง เห็นนัทธมนนั่งหลับตาน้ำตาไหล เขย่าตัวเรียกเบาๆ นัทธมนสะดุ้ง ลืมตามองแม่ด้วยดวงตาแดงช้ำ มนทิราถามว่าเป็นอะไรไป ถึงได้นั่งสมาธิแล้วร้องไห้

"หนู...หนูเห็นวรดา แต่หนูทำอะไรไม่ได้เลย หนูช่วยอะไรวรดาไม่ได้เลย"

"ไม่เป็นไรแล้วลูก ไม่มีอะไรแล้ว หนูกลับมาแล้วไม่ต้องกลัว" มนทิราดึงลูกมากอดปลอบใจ นัทธมนสะอื้นเบาๆ เช็ดน้ำตากับชายเสื้อตัวเอง...

จาก นั้นไม่นาน มนทิราเดินมาส่งนัทธมนที่จอดรถ นัทธมนยังสงสัยไม่หายว่าทำไมร่างของเธอถึงไม่มีน้ำหนัก เป็นเพียงแค่กายทิพย์ที่ไม่มีใครเห็น ไม่เหมือนครั้งที่เธอนั่งสมาธิกับพระธุดงค์รูปนั้น

"คราวนั้นอาจจะเป็นเพราะญาณสมาธิของท่านช่วยเอื้อไปกับหนูด้วยก็เป็นได้"

"วรดาเขาตายไปอย่างน่าสงสารมากนะคะคุณแม่"

"ลูกควรจะสงสารตัวเองมากกว่านะลูก ชีวิตวรดาน่ะจบไปแล้ว แต่ชีวิตหนูยังต้องดำเนินต่อไปนะลูก"

"ทุกอย่างมันใกล้จะถึงจุดจบแล้วล่ะค่ะ คุณแม่"

มนทิร าได้แต่ถอนหายใจ เป็นกังวล ส่งลูกขึ้นรถกลับไปแล้ว เธอยกมือขึ้นพนม อธิษฐานขอให้บุญกุศลที่ตัวเธอเคยสร้างไว้ช่วยนำทางสว่างให้กับลูกของเธอ ด้วย...

อาการประสาทหลอนของปณิตากู่ไม่กลับแล้ว เธอเห็นทุกคนที่เข้าใกล้มีหน้าตาเป็นภูตผี ปีศาจไปหมด คิดว่าพยาบาลที่มาฉีดยาให้จะมาทำร้าย ปณิตากรีดร้องลั่นด้วยความหวาดกลัว

ooooooo

พรุ่ง นี้เป็นวันสุดท้ายที่นัทธมนจะมาทำงานให้ กฤตย์  เธอเริ่มเก็บข้าวของส่วนตัวใส่ลังกระดาษ   กฤตย์ มองด้วยสายตาละห้อย ออกปากขอเลี้ยงส่งเธอเย็นนี้สักมื้อ นัทธมนนิ่งคิดครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบตกลง

"อยากทำอะไรก็ทำนะ ฉันเปิดโอกาสให้เธอเต็มที่"

"ไม่ต้องห่วงค่ะ...หนูทำแน่ๆ"

นัท ธมนมองสบตากฤตย์อย่างแน่วแน่ไม่หวั่นไหว ขณะที่กฤตย์ยอมรับการแก้แค้นที่จะเกิดขึ้นแต่โดยดี  ครู่ต่อมา กฤตย์พานัทธมนมานั่งกินอาหารค่ำที่ร้านอาหารหรูบรรยากาศดีแห่งหนึ่ง  เขาออกปากขอโทษที่เคยไปป่วนบ้านของเธอ

นัทธมนตำหนิว่าผ่านมาหลายวันแล้วทำไมเพิ่งจะมาขอโทษ

"ฉันพยายามลืม ไม่อยากจะพูดถึงมัน" กฤตย์หน้าหม่นหมอง

"เป็นวิธีการที่ดีนะคะ ล้างความผิดตัวเอง ด้วยการลืมและไม่อยากพูดถึง"

กฤตย์ ขอร้องว่าในเมื่อมื้อนี้เป็นมื้อสุดท้ายของเราสองคน นัทธมนช่วยพูดคุยกับเขาดีๆได้ไหม หญิงสาวพยักหน้า กฤตย์ขอบคุณ แล้วถามว่าพรุ่งนี้เธอจะมาทำงานไหม

"ค่ะ...มีงานที่ค้างอยู่ ต้องทำให้เสร็จ แล้วก็จะเก็บของด้วย"

"หลังจากพรุ่งนี้เราจะได้เจอกันอีกไหม" กฤตย์เอื้อมมือมาจับมือนัทธมน แต่เธอค่อยๆดึงมือออก

"เราไม่ควรจะเจอกันตั้งแต่ต้นแล้วด้วยซ้ำ" นัทธมนรู้สึกเศร้าใจอย่างบอกไม่ถูก...

หลัง กินมื้อค่ำเสร็จ กฤตย์ขับรถมาส่งนัทธมนที่บ้าน เห็นรถของติสรณ์จอดรออยู่หน้าบ้าน ติสรณ์ลงจากรถ ถามนัทธมนว่าไปไหนมา กฤตย์ตอบคำถามแทนว่า

"ฉันพานัทธมนเขาไปกินอาหารมาหน่อย คงไม่ว่าอะไรนะ"

"ไม่เป็นไรครับ พอดีผมเห็นว่าดึกแล้ว คุณแม่เขาก็ไม่อยู่ก็เลยเป็นห่วง"

กฤตย์ ถามนัทธมนว่าแม่ของเธอไปไหน ได้ความว่าไปนั่งสมาธิที่สำนักปฏิบัติธรรม กฤตย์พยักหน้ายืนเก้ๆกังๆเหมือนเป็นส่วนเกิน ทั้งสามคนต่างเงียบ ได้แต่มองหน้ากันไปมา กฤตย์ทนนิ่งเงียบไม่ไหว หันไปชวนติสรณ์ขับรถกลับออกไปพร้อมกัน ติสรณ์ยังไม่ทันพูดอะไร นัทธมนชิงพูดขึ้นก่อน

"คุณกลับไปก่อนเถอะ ติสรณ์เขาค้างที่นี่"

"ก็เธอบอกว่าแม่ไม่อยู่"

"ไม่มีผู้ใหญ่อยู่แหละดี...ติสรณ์เขาก็แอบมาค้างบ่อยๆอยู่แล้ว" นัทธมนมองกฤตย์สะใจ

ติสรณ์ยืนงงอยู่สักพัก ก่อนเออออไปกับนัทธมนด้วย กฤตย์น้อยใจ ขึ้นรถแล้วขับออกไป นัทธมนทำกระเป๋าถือหล่น ก้มลงเก็บ แล้วเดินเลี่ยงเข้าบ้านไม่สนใจติสรณ์แม้แต่น้อย ติสรณ์ต้องรีบจ้ำตาม เข้ามาทรุดตัวลงนั่งในห้องรับแขก เงาสะท้อนของเขาในกระจกเงาก็นั่งลงพร้อมๆกันตามปกติ

"ฉันแอบมาค้างบ้านเธอบ่อยๆตอนไหน"

"เอาน่า...พูดอะไรก็ฟังๆไปก็แล้วกัน"

"นี่ใช้ฉันเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาหรือเปล่าเนี่ย"

"ทำไมฉันจะต้องไปใช้ตัวเร่งอะไรคุณกฤตย์เขาด้วย"

"ก็นั่นไง...แล้วไปโกหกเขาทำไม อย่างนี้ภาษาลูกผู้ชายเขาเรียกว่า...ยั่วให้หึง"

นัทธมนหมั่นไส้ที่เพื่อนรู้ทันเลยไล่กลับบ้าน ติสรณ์

ส่ายหัวไม่ว่าอะไร เดินออกจากบ้าน นัทธมนสับสนว้าวุ่นใจ ขยับไปนั่งแทนที่ติสรณ์เมื่อกี้ แต่ต้องประหลาดใจที่ไม่เห็นเงาสะท้อนตัวเองในกระจกเงา เธอโบกมือไปมา ก็ไม่มีเงาสะท้อนของตัวเอง ด้านติสรณ์เข้ามานั่งในรถ สตาร์ตเครื่อง บ่นพึมพำ

"นึกจะไล่ก็ไล่ ดีจริงๆ"

ติสรณ์มองกระจกส่องข้างรถ เห็นเงาสะท้อนของนัทธมนทำกระเป๋าถือหล่น ก้มเก็บ แล้วเดินหลุดไปจากกระจก ข้างรถ ติสรณ์แปลกใจที่คิดว่านัทธมนเดินมาส่ง เปิดประตูรถชะโงกหน้าออกมาทัก แต่กลับไม่มีใครอยู่ตรงนั้น ติสรณ์ขยี้ตาตัวเอง บ่นอุบว่าตัวเองตาฝาดได้ขนาดนี้เชียวหรือ...

ด้านนัทธมนนั่งมองกระจกเงาที่ว่างเปล่าอยู่อึดใจ เงาสะท้อนของเธอเองก็ทรุดตัวลงนั่งสะท้อนเงากลับมาตามปกติ นัทธมนลองยกมือ เงาสะท้อนก็ยกมือเหมือนปกติ เธอพูดกับ

ตัวเองในกระจกเงา

"วรดา...นั่นเธอใช่ไหม"

"เธอก็รู้ว่าฉันไม่มีตัวตน...ฉันเป็นแค่จิตใต้สำนึกของเธอเท่านั้นเอง...เพียงแต่ว่าจิตของเธอมันแกร่งกว่าคนปกติทั่วไป จนฉันแทบจะหลุดจากเธอแน่ะ" เงาสะท้อนในกระจกยิ้ม

"ตัวฉันกับเวลา มันไม่สัมพันธ์กันใช่ไหม"

เงาสะท้อนในกระจกพยักหน้า "อำนาจมันไม่มีอะไร ได้มาฟรีๆหรอก"

"พรุ่งนี้ ฉันจะเป็นอิสระจากความแค้นทั้งปวงแล้วสินะ"

"เราต่างหาก...เราจะเป็นอิสระจากความแค้นที่ตามทวงข้ามชาติภพมา"

นัทธมนพยักหน้า สีหน้าหม่นหมอง เธอรู้สึกไม่สบายใจกับสิ่งที่จะทำในวันพรุ่งนี้...

ขณะเดียวกัน ลินจันทร์นั่งวาดรูปอยู่บนเตียงนอน สีหน้าหวาดหวั่น แกมแก้วเข้ามาต่อว่าว่าทำไมยังไม่หลับไม่นอนอีก ลินจันทร์รีบเก็บกระดาษวาดรูป โดยที่แกมแก้วไม่ทันเห็นว่าเป็นรูปอะไร

"มันกินเข้าไปได้ไหมเนี่ย ไอ้ที่แกทำๆอยู่นั่นนะ...นอนได้แล้ว ถ้ายังไม่นอน ฉันจะจับแกไปให้นังนัทธมนกินตับนะ"

พอได้ยินชื่อนัทธมน ลินจันทร์กลัวลนลาน นอนเอาผ้าห่มคลุมโปง แกมแก้วมองอย่างรำคาญ ก่อนเดินออกไป ลินจันทร์ค่อยๆเปิดผ้าห่มออกมามองรอบห้อง หยิบกระดาษแผ่นเมื่อกี้ขึ้นมาวาดรูปต่อ

ooooooo

ยามเช้าอันสดใส...ปิติกับเกตุมณีเดินมาตามทางไปสระว่ายน้ำ ปิติบ่นอยากกลับบ้าน เกตุมณีขอร้องให้อยู่ต่ออีกหน่อย เธอสังหรณ์ใจว่าจะต้องมีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้น ทั้งสองคนมาหยุดยืนริมสระว่ายน้ำโดยไม่รู้ตัว

"ที่ตรงนี้สินะ ที่วรดาตาย"

เกตุมณียืนนิ่ง เหมือนกับจะไว้อาลัยให้ผู้เสียชีวิต เช่นเดียวกับปิติ อยู่ๆแกมแก้วไม่รู้มาจากไหน เดินลงไปในสระว่ายน้ำทั้งชุดอยู่บ้าน เกตุมณีร้องทักว่าทำไมไม่เปลี่ยนชุดว่ายน้ำก่อน

"แก้วไม่ได้จะลงมาว่ายน้ำเล่น...จะลงมาทำให้ตรงหลุมศพนังวรดา มันอุ่นขึ้นน่ะสิ"

ปิติมองหน้าเกตุมณีแล้วส่ายหน้า "ให้เกียรติคนตายหน่อยได้ไหม"

"แก้วไม่กลัวมันหรอก คนอื่นเขาเอาน้ำมะพร้าวล้างหน้าตอนตาย...แต่สำหรับนังวรดา...มันต้องเจอน้ำอย่างอื่น" แกมแก้วยิ้มสะใจ...

วันนี้เป็นวันสุดท้ายที่นัทธมนจะทำงานที่นี่ เธอเก็บข้าวของจะเอาไปใส่รถ เตรียมไว้ หลังเลิกงานจะได้ไม่ต้องวุ่นวาย กฤตย์มองสีหน้าเศร้าหมอง ขอร้องเธอให้เก็บข้าวของตอนเขาไม่อยู่

"หนูอยากให้คุณกฤตย์ได้รับรู้ถึงบรรยากาศของการเฝ้าดูคนจากไปมั่งไงคะ"

นัทธมนยกลังเดินออกจากห้อง กฤตย์กดอินเตอร์คอมฯถามเลขาฯว่าเมสเซนเจอร์มาหรือยัง จังหวะนั้นเมสเซนเจอร์ เปิดประตูห้องเข้ามา กฤตย์เดินไปหยิบซองเอกสาร จ่าหน้าซองถึงนัทธมน กำชับว่าอาทิตย์หน้าค่อยส่งให้บุคคลนี้ตามที่อยู่หน้าซอง เมสเซนเจอร์ติงว่าอีกตั้งหนึ่งอาทิตย์

"เซอร์ไพรส์...โอกาสพิเศษน่ะ" กฤตย์ยื่นซองเอกสารให้ เมสเซนเจอร์รับมาโดยไม่คิดอะไร

นัทธมนเดินสวนเมสเซนเจอร์เข้ามาในห้อง กฤตย์มองเธออย่างแสนรัก แสนคิดถึง นัทธมนไม่ใส่ใจ ยืนมองโต๊ะทำงาน ตัวเอง สีหน้าครุ่นคิด ถามว่าโต๊ะตัวนี้ จะให้ทิ้งไว้ที่นี่รอคนอื่นมานั่งต่อไหม

"เธอคิดว่าอย่างไรล่ะ"

"ไหนๆหนูก็จะไม่อยู่แล้ว...เราน่าจะเอามันไปเก็บไว้ที่ห้องเก็บของก็ไม่เลวนะ...จะได้เหลือแต่ห้องโล่งๆ เหงาดี"

"ถ้ามันเป็นความสุขของเธอ ฉันก็จะจัดการให้ เดี๋ยวฉันเรียกคนมาขนไปเก็บเอง"

"ไม่ต้องก็ได้ค่ะ...ตอนเย็นๆ เลิกงานก็ได้ ตอนนี้หนู ยังใช้อยู่"

หลังเลิกงานแล้ว กฤตย์จะเรียกคนงานมาจัดการให้เอง นัทธมนกลับเสนอว่าเราสองคนช่วยกันขนเองก็ได้ กฤตย์นิ่งคิด รู้ถึงชะตากรรมของตัวเอง แต่ก็ยังรับปากจะทำอย่างที่นัทธมนต้องการ...

ooooooo

นัทธมนวานติสรณ์กับถุงแป้งขับรถเอาอาหารเย็น ไปส่งมนทิราที่สำนักปฏิบัติธรรม เพื่อกันทั้งคู่ไม่ให้มาขัดขวางแผนกำจัดกฤตย์ มนทิราเห็นติสรณ์กับถุงแป้งหิ้วปิ่นโตมาวางตรงหน้า ทักว่าเอามาให้ทำไม

"นัทเขากลัวคุณแม่จะไม่มีอะไรกิน ก็เลยให้ผมขับรถเอามาถวาย"

ถุงแป้ง สวนทันทีว่าแม่ไม่ใช่พระไม่ต้องใช้คำว่า "ถวาย" ใช้คำว่า "ให้" ก็พอ แล้วหันไปทางมนทิรา "จริงๆนัทเขาอยากมาเองค่ะ แต่เขางานยุ่งน่ะค่ะ"


"แม่ถือศีล ไม่กินข้าวเย็น นัทเองเขาก็รู้นี่"

ติสรณ์ถึงกับร้องอ้าว ถุงแป้งแก้ตัวแทนเพื่อนว่าสงสัยจะงานยุ่งจนลืม มนทิราสีหน้าครุ่นคิด คนอย่างนัทธมนไม่น่าจะลืมอะไรได้ขนาดนี้...

นาฬิกา ที่ผนังห้องบอกเวลาหกโมงครึ่ง นัทธมนยังนั่งตรวจเอกสารอยู่ในห้องทำงาน กฤตย์เห็นว่าเย็นมากแล้ว เกรงว่าเธอจะกลับบ้านลำบาก จึงบอกให้ทิ้งไว้อย่างนั้น เดี๋ยวเขาทำต่อเอง นัทธมนมองนาฬิกาแล้วมองเลยออกไปนอกห้องที่เงียบกริบ พยักหน้ารับคำ ลุกขึ้นเข็นเก้าอี้จะเอาไปเก็บที่ห้องเก็บของ

"มา...ฉันเอง เดี๋ยวค่อยกลับมาช่วยกันยกโต๊ะอีกรอบ"

กฤตย์ ยกเก้าอี้ออกไป นัทธมนเดินสำรวจทั่วสำนักงานไม่เห็นมีใครอยู่ เธอเดินตามกฤตย์ไปอย่างอาฆาต...ครู่ต่อมา กฤตย์ยกเก้าอี้มาวางหน้าห้องเก็บของ เห็นกุญแจประตูห้องไม่ล็อก เหมือนมีใครบางคนรอการมาถึงของเขา กฤตย์ทำไม่รู้ไม่ชี้ เปิดประตูเดินเข้าไปในห้องรกมืดนั้นจนสุดทางนัทธมนตามมาติดๆ

กฤตย์ หันกลับมามองเธออย่างรู้ทัน "คนที่กลัวที่แคบๆอย่างเธอ ขนาดถ้ำยังไม่อยากเข้า แต่เดินตามฉันเข้ามาให้ห้องแบบนี้ คงไม่ใช่ครั้งแรกที่เธอเข้ามาแน่ๆ...ใช่ไหม วรดา"

นัทธมนจ้องหน้าเขานิ่ง "วรดา...ออกไปเพื่อพบกับคนรัก แต่เธอก็ถูกเขาหักหลัง ฟาดจนสลบแล้วลากเอาไปขังไว้ในห้องลับภายในหลุมหลบภัย"

"เธอจะไปรู้ได้ยังไง เธอไม่ใช่วรดาสักหน่อย"

"สิ่งที่คุณอยากได้ยิน คนที่คุณอยากเห็น ยืนอยู่ตรงหน้าคุณแล้ว...ฉันคือวรดา"

"...วรดา...ในที่สุด เธอก็กลับมา" กฤตย์ดีใจมาก

นัท ธมนยิ้มหยัน ถ้ากฤตย์รู้ว่าเธอทำอะไรได้บ้าง เขาคงไม่กล้าลงมาที่นี่กับเธอตามลำพังแน่ๆ กฤตย์น้อมรับโทษทัณฑ์จากเธอทุกอย่าง เพราะรู้ดีว่าจะแก้ตัวอย่างไรเธอก็คงไม่ฟัง

"พูดมาสิ อธิบายมาสิ...ฉันอยากฟังคำโกหกของคุณ"

"...ฉันไม่ได้เป็นคนทำร้ายเธอ"

"โกหก" นัทธมนโบกมือ แจกันปลิวเข้าหา กฤตย์ยกมือกันไว้ทัน แจกันกระแทกแขนตกพื้นแตกเกลื่อนนัทธมนจ้องเขาไม่วางตา "ไม่แปลกใจหรอกเหรอ...พลังของฉันมันเป็นผลพวงมาจากความอาฆาตพยาบาทจากความ แค้นที่ถูกคุณทรยศหักหลังยังไงล่ะ"

"ฉันไม่เคยทรยศความรักของเรานะ...วรดา"

"หลอกลวง"นัทธมนโบกมืออีกครั้ง คราวนี้โต๊ะตัวใหญ่

เลื่อนกระแทกเข่ากฤตย์จนทรุดฮวบ"ความเจ็บปวดที่คุณได้รับตอนนี้ยังไม่ถึงครึ่งที่ฉันได้รับหรอก...รู้ไหม ก่อนที่ฉันจะตาย

ฉันมีชีวิตอยู่ได้ด้วยอะไร...ทุกอย่างที่กินได้ ตะไคร่น้ำชื้นๆ

เศษน้ำขัง...แมลงสาบ...ทุกอย่างที่ผ่านเข้ามาที่พอจะเอาใส่ปากได้"
"ฉันเสียใจด้วย"

"เพราะ คุณ...คุณเลือกธุรกิจของครอบครัวจึงกำจัดฉันอย่างทุเรศ...ความจริงคุณแค่บอก ฉันดีๆฉันก็ไปจากชีวิตคุณแล้ว ทำไมต้องทำอย่างนี้ด้วย" นัทธมนเกรี้ยวกราดยกโต๊ะตัวเดิมลอยขึ้นด้วยพลังพิเศษแล้วปล่อยลงทับขากฤตย์ ซ้ำที่เดิม เขาถึงกับร้องโอ๊ยลั่นด้วยความเจ็บปวด

นัทธมนเดินเข้ามาใกล้ๆล้วงโทรศัพท์มือถือของเขาออกมาทุบแตกละเอียดอย่างง่ายดาย "คิดไม่ถึงใช่ไหมว่าสิ่งนี้จะเกิดขึ้นกับคุณ"

"ฉัน ขออะไรสักอย่างได้ไหม วรดา...ความแค้นของเธอขอให้จบลงตรงนี้ อย่าได้เอาจิตใจพยาบาทอาฆาตจองเวรติดตัวต่อไปอีกเลย ขอให้เธอใช้ชีวิตที่เหลืออยู่ด้วยการรู้จักอภัย...วรดา...ฉันรักเธอนะ"

"รัก มากนักเหรอ...งั้นก็รู้ไว้ด้วยว่าผู้หญิงที่คุณรักจะอยู่อย่างชิงชังและ ไม่มีความสุขไปตลอดชีวิต ถึงคุณจะตายไปแล้ว ฉันก็อยากให้คุณได้รับรู้ถึงความทุกข์ที่เกิดขึ้นกับคนที่คุณรักมากที่สุด"

"...เธอไม่รักฉันบ้างเลยเหรอ"

นัทธมนนิ่งเงียบไม่ตอบ ลุกเดินจากไปไม่อยากให้เขาเห็นน้ำตา กฤตย์ร้องเรียกชื่อ "วรดาๆ" ลั่น นัทธมนไม่หันกลับ

ไป มอง ปิดประตูห้องเก็บของอย่างลำบากใจ เสียงกฤตย์ยังตะโกนเรียกชื่อ "วรดา" อยู่แต่พอประตูห้องปิดสนิทล็อกกุญแจเรียบร้อย เสียงเขาก็เงียบไป

นัทธมนลากเก้าอี้ตัวที่กฤตย์ยกมาเอากลับไปไว้ที่ห้อง

ทำงาน อย่างเดิม มองโต๊ะทำงานที่ว่างเปล่าของกฤตย์ ทรุดตัวลงนั่ง ร้องไห้ด้วยความเสียใจ เช่นเดียวกับกฤตย์ที่ร้องไห้เพียงลำพังในห้องเก็บของ...

ขณะเดียวกัน ลินจันทร์ยังคงใช้เวลาทั้งหมดวาดรูปเหตุการณ์

ที่เกิดขึ้นกับวรดาอย่างต่อเนื่องอยู่บนเตียงนอนในห้องตัวเอง

ooooooo

เกตุ มณีบ่นกับปิติที่เพิ่งตื่นลงมากินกาแฟว่า น้องชายของเธอไม่กลับบ้านตั้งแต่เมื่อคืน ไม่รู้ไปค้างอ้างแรมที่ไหน ปิติว่าเป็นเรื่องธรรมดาของหนุ่มโสด

"กลับมาต้องว่าให้หน่อยแล้ว ทำให้เป็นห่วง" เกตุมณีบ่นไปตามเรื่องไม่ติดใจสงสัยอะไร...

ด้าน กฤตย์รู้สึกตัวตื่นขึ้น เจ็บปวดขามาก พยายามยกโต๊ะตัวใหญ่ที่ทับอยู่บนตัวเขาออกอย่างลำบากเห็นกระดูกขาแตกทะลุ กางเกงออกมา กฤตย์ค่อยๆคลานมาที่ประตูห้องเก็บของ ประตูถูกล็อกจากด้านนอก เขาออกแรงทุบประตูอยู่พักใหญ่ แต่ทุกอย่างเงียบ...

ในเวลาเดียวกัน มนทิราหิ้วกระเป๋าเดินทางกลับถึงบ้านแปลกใจที่เห็นนัทธมนไม่ไปไหน ร้องทักว่าวันนี้ไม่ไปทำงานหรือ

"หนูไม่ต้องไปทำงานแล้วค่ะ...หนูลาออกแล้ว"

มนทิรามองหน้าลูกนิ่ง นัทธมนไม่กล้าสบตาด้วย เกรงแม่จับพิรุธได้...

เวลา ล่วงเลยจนเกือบเที่ยงวัน เกตุมณียังติดต่อกฤตย์ ไม่ได้ เลยให้ถุงแป้งไปตามที่บริษัท เขาก็ยังไม่เข้าที่ทำงาน ถามเลขาฯหน้าห้องว่ากฤตย์มีนัดกับลูกค้าที่ไหนหรือเปล่า ได้ความว่าวันนี้ทั้งวัน เขาไม่มีนัดกับลูกค้าที่ไหน เกตุมณีชักเป็นห่วง ปิติทักว่าไปกับนัทธมนหรือเปล่า

"ไม่น่านะคะ ไม่เห็นนัทเขาบอกอะไรแป้งเลย"

"ไม่ใช่ว่าโดนนังปิศาจนั่น จัดการไปอีกคนหนึ่งแล้วล่ะ"

"พูดไปเรื่อย นัทธมนเขาไม่ได้มีเรื่องอะไรกับกฤตย์

สักนิด" เกตุมณีปรามน้องสาว

"มันตามจองล้างจองผลาญพวกเรา ยังไม่รู้กันอีก"

ปิติเกรงว่าเรื่องราวจะบานปลาย รีบตัดบท บอกว่าอาจจะไม่มีอะไรก็ได้   เดี๋ยวคืนนี้กฤตย์คงจะกลับมาเอง   ถุงแป้งกับ

เกตุมณีอดเป็นกังวลไม่ได้...

มนทิราเห็นนัทธมนเอาแต่นั่งจ้องโทรศัพท์ ถามว่ารอโทรศัพท์ใครอยู่หรือ นัทธมนปฏิเสธว่าไม่ได้รอ

"เมื่อวานลูกให้ติสรณ์กับถุงแป้งเอาข้าวเย็นไปให้แม่... หนูก็รู้ว่าแม่ถือศีลไม่กินข้าวเย็น"

"หนูลืมไปค่ะ"

"หนู ไม่ได้ทำอะไรลงไปใช่ไหมลูก" มนทิราพูดดักคอ นัทธมนได้แต่ยิ้ม ยังไม่ทันตอบอะไร มีเสียงโทรศัพท์มือถือของนัทธมนดังขึ้น นัทธมนทำเฉย มนทิราคว้าโทรศัพท์ของลูกขึ้นมาดู เห็นเบอร์ของติสรณ์โชว์หน้าจอเลยส่งให้ลูก นัทธมนกดรับสาย ติสรณ์ถามว่ากฤตย์อยู่กับเธอหรือเปล่า

"บ้า...เขาจะมาอยู่อะไรกับฉัน...ฉันอยู่บ้าน"

"นั่นน่ะสิ...ถุงแป้งโทร.มาถามฉัน ฉันก็ว่าไม่น่าจะอยู่กับเธอ"

"...เอ่อ...เมื่อวานโทษทีนะให้ไปเก้อ ฉันลืมไปว่าแม่ ไม่กินมื้อเย็น" นัทธมนว่าพลางมองหน้าแม่

ติ สรณ์ว่าประชดว่าไม่เป็นอะไร เขาต้มน้ำมันใช้ได้เอง นัทธมนสั่งว่าถ้าได้ข่าวกฤตย์ให้โทร.บอกด้วย ติสรณ์รับคำ นัทธมนวางสายแล้วหันไปบอกแม่ว่าติสรณ์โทร.มาถามหากฤตย์ มนทิราแปลกใจว่ากฤตย์หายไปไหน แล้วทำไมติสรณ์ถึงโทร. มาตามที่นี่

"หนูจะไปรู้ได้ยังไงล่ะคะ"   นัทธมนคอยหลบสายตาแม่ตลอด...

กฤตย์ คลานไปคลานมาอยู่ในห้องเก็บของ เห็นรอยเลือดจากบาดแผลที่ขาลากเป็นทาง เขาเอามือยกขาข้างที่กระดูกหักแทงออกมานอกเนื้อ ฉีกขากางเกงตัวเองออกมามัดห้ามเลือดที่ต้นขาไว้ เจ็บแผลมากจนต้องหัวเราะออกมาอย่างขมขื่น...

ค่ำแล้ว ยังไม่มีวี่แววของกฤตย์ เกตุมณีเห็นน้องชายหายไปนานผิดปกติชวนปิติกับถุงแป้งไปโรงพักแจ้งความลง บันทึกประจำวันไว้ ร้อยเวรรับปากว่าจะให้เจ้าหน้าที่ตำรวจไปจัดการให้

"รบกวนด้วยนะครับ"

"เอ่อ...มีใครอยู่กับเขาเป็นคนสุดท้ายมั่งไหมครับ" ร้อยเวรซัก

"อืม...น่าจะเพื่อนหนูน่ะค่ะ...แต่เขาก็แยกย้ายกันกลับ ไม่มีอะไร"

ร้อยเวรพยักหน้ารับทราบ สามคนพ่อแม่ลูกเห็นว่าไม่มีอะไรแล้ว ขอตัวกลับ...

ขณะ แกมแก้วกำลังหั่นผักเตรียมทำอาหารอยู่ในครัว รู้สึกเหมือนมีใครแอบมองอยู่ เธอกำมีดในมือแน่น กวาดตามองรอบบ้านว่างเปล่าอย่างเอาเรื่อง  ร้องถามว่าวรดาใช่ไหม  ไม่มี เสียงตอบ  แกมแก้วหันไปหั่นผักต่อ  มีเสียงบางอย่างดังขึ้นด้านหลัง  เธอเดินไปยังต้นเสียง  เห็นลินจันทร์แอบอยู่หน้าประตูห้อง

"อะไรนังนี่...ตกใจหมด"

ลิน จันทร์หิว ทำท่ากินข้าวให้ดู แกมแก้วอารมณ์เสียตวาดลั่นให้ไปหาของกินในตู้เย็นเอง ลินจันทร์กลัวลนลาน วิ่งหนี แกมแก้วนั่งมองบ้านว่างเปล่าเพียงลำพัง

"แกขังฉันไม่ได้หรอก...นังวรดา...แกขังฉันไม่ได้" แกมแก้วเดินไปเปิดประตูหน้าต่างทุกบาน ตะโกนลั่น "เห็นไหม... ฉันมีอิสระ..." แล้วเธอก็หัวเราะอย่างบ้าคลั่ง...

มนทิราปรามลูกที่ ไม่ยอมกิน เอาแต่นั่งเพ่งพลังให้ช้อนลอยเหนือโต๊ะกินข้าว นัทธมนหยิบช้อนที่ลอยอยู่มาตักข้าวกิน มนทิราเพิ่งสังเกตเห็นว่า ลูกสาวไม่มีเลือดกำเดาไหลหลังจากใช้พลัง สงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น นัทธมนบอกว่าเธอควบคุมพลังได้แล้ว ปล่อยช้อนลอยกลางอากาศ ชี้นิ้วให้มันหมุนตาม

"หนูไม่ได้เอามันไปใช้ในทางที่ผิดใช่ไหมลูก" มนทิราเหมือนจะรู้ทัน

"ผิดถูกมันไม่มีอยู่จริงหรอกค่ะ เป็นแค่มุมมองจากฝั่งไหนเท่านั้นเอง"

มนทิราส่ายหน้า เหนื่อยใจ นัทธมนงอช้อนได้เพียงแค่ เพ่งพลัง แล้วบังคับมันให้คืนรูปอย่างเดิม

ooooooo

ถุง แป้งบ่นกับนัทธมนขณะเดินเข้าห้องเรียนว่า กฤตย์หายไปสามวันแล้ว ยังไม่มีข่าวคราวอะไรคืบหน้าเลย ทั้งที่บริษัทและที่บ้านต่างวุ่นวายตามกันจ้าละหวั่น นัทธมนแนะให้ลองจ้างนักสืบเอกชน

"พ่อกับแม่เขาเป็นคนจัดการน่ะ...น้ากฤตย์ก่อนเขาจะหายไป เขาไม่พูดอะไรกับนัทบ้างเหรอ"

"เอ่อ...ไม่นี่ เขาจะมาพูดอะไรกับฉันล่ะ" นัทธมนทำไขสือ

ถุง แป้งกับติสรณ์ไม่ติดใจสงสัยอะไร ทั้งสามคนนั่งเรียนไปได้สักพัก มีตำรวจเข้ามาขออนุญาตอาจารย์ เรียกตัวถุงแป้งกับนัทธมนออกมาพบ เพื่อสอบปากคำเพิ่ม แต่ก็ไม่ได้อะไรอีกเช่นเคย นัทธมนยังคงปิดปากเงียบ ไม่รู้ไม่เห็นอะไรทั้งนั้น...

ดึกสงัด  ที่ห้องเก็บของห่างไกลผู้คน  กฤตย์นอนเลียริมฝีปากแห้งผาก พยายามกลืนน้ำลายอย่างยากเย็น มองแมลงสาบที่คลานผ่านไปมา สีหน้าเศร้าใจ

"นี่คือสิ่งที่เธอเจอใช่ไหม...นี่คือความทุกข์ทรมานของเธอสินะ" กฤตย์คว้าแมลงสาบยัดใส่ปาก...

ขณะ เดียวกัน นัทธมนตกใจตื่น ลุกพรวดขึ้นมานั่งหอบ เหลือบมองเงาสะท้อนของตัวเองในกระจกเงายังคงนอนหลับอยู่ สักพักเงาสะท้อนสะดุ้งตื่นตามขึ้นมา มองไปด้านเดียวกันกับที่นัทธมนทำ

ooooooo

แกม แก้วมองลินจันทร์นั่งกินอาหารกลางวันอย่างเอือมระอา ยิ่งเห็นผมเผ้าที่ยุ่งเหยิงกับกลิ่นตัวไม่พึงประสงค์ยิ่งทำให้แกมแก้ว หงุดหงิด จับลูกมาสางผมที่จับกันเป็นก้อน ลินจันทร์เจ็บหนังหัวร้องเสียงหลง

"ร้องทำไมๆ แค่นี้แกยังทำฉันอับอายไม่พออีกเหรอ... ไป...ไปอาบน้ำเลย"

ลิน จันทร์ส่ายหน้าไม่ยอมไป แกมแก้วโกรธ ลากลูกถูลู่ถูกังออกจากห้องนอนตรงมายังสระว่ายน้ำ ยิ่งใกล้สระว่ายน้ำ ลินจันทร์ยิ่งผวา ดิ้นหนี ส่งเสียงร้องอู้อี้ในลำคอ

"ร้องทำไม...อยากลองดีกับฉันเหรอ ลงไปอาบน้ำ ล้างกลิ่นเหม็นสาบของแกซะที"

แกม แก้วลากลูกไปที่ริมสระ ลินจันทร์น้ำตานองหน้า ยกมือไหว้ปลกๆ แกมแก้วโวยลั่นว่าจะกลัวทำไมกับหลุมศพเก่าของวรดา แล้วจับลินจันทร์โยนลงสระว่ายน้ำ เด็กน้อยตะกุยน้ำผลุบๆโผล่ๆด้วยความหวาดกลัว ทันใดนั้น ภาพของวรดาในสภาพใกล้ตายปรากฏขึ้นตรงหน้า พูดเสียงก้องอยู่ใต้น้ำ

"กลัวเหรอ...ผาณิต"

ลิน จันทร์ตาเหลือก หวาดผวาสุดขีด แกมแก้วยืนมองอยู่ขอบสระ เห็นลินจันทร์ดิ้นรนอยู่ในน้ำเพียงลำพัง ตะโกนสั่งลูกเสียงดังลั่น "ยืนสิ นังเด็กโง่...ยืน...แกยืนถึงนี่"

ปิติกับเกตุมณีได้ยินเสียงเอะอะ รีบวิ่งมาดูเห็นลินจันทร์ ตะเกียกตะกายอยู่ในน้ำ ปิติรีบกระโดนลงไปช่วยพยุงเด็กน้อยมาที่ขอบสระ เกตุมณีเอ็ดแกมแก้วลั่นว่าจะฆ่าลูกหรือ

"แก้วให้มันอาบน้ำ มันออเซาะ...น้ำตื้นจะตาย"

"เด็ก มันตกใจ จะไปรู้เหนือรู้ใต้อะไร ทำอะไรไม่คิดเลย" ปิติต่อว่าแกมแก้ว แทนที่จะสำนึกแกมแก้วกลับหันไปเล่นงานลูกว่ากลัวเกินเหตุ เกตุมณีทนไม่ไหว

"กฤตย์หายไปเกือบอาทิตย์แล้ว แทนที่จะช่วยกันตาม กลับจะมาก่อเรื่องอีก"

"ยังหวังจะเจออีกเหรอ...ป่านนี้ผีนังวรดาจับหักคอไปแล้ว"

ลินจันทร์ผวาตัวสั่นกับท่าทีของแม่ ปิติกอดหลานไว้แน่นด้วยความสงสาร...

ได้ เวลานอนแล้ว แต่นัทธมนยังนอนไม่หลับ นั่งร้องไห้จนตาบวมช้ำอยู่หน้ากระจกเงาของโต๊ะเครื่องแป้ง เงาสะท้อนในกระจกขมวดคิ้ว ถามว่าร้องไห้ทำไม

"ฉันร้องไห้ให้เธอน่ะสิ...วรดา"

"จะต้องให้บอกกี่ครั้งว่า ฉันไม่มีตัวตน นี่มันแค่ จินตนาการของเธอเอง"

นัทธมนพยักหน้ารับรู้ "งั้นฉันก็คงร้องไห้เพราะรู้สึกผิดล่ะมั้ง"

เงาสะท้อนในกระจกปลอบว่า "ไม่ต้องรู้สึกผิด เธอไม่ได้ทำอะไรผิดสักหน่อย เธอทำสิ่งที่ควรแล้ว"

"ฉันขังคนคนหนึ่งให้ตายทั้งเป็นในห้อง...ฉันใจร้ายเกินไปแล้ว"

"มัน เป็นชะตากรรมของเขาเอง   เธอคิดว่าถ้าเขารู้ว่าเธอสามารถใช้พลังแบบนั้นได้ เขาจะยอมไปที่ห้องนั้นกับเธอเหรอ...เขาถูกชะตากรรมเลือกให้เป็นอย่างนั้น เขาไม่ได้เลือกเองสักหน่อย...ใช่ไหม" นัทธมนพยักหน้า น้ำตาไหลพราก แม้จะเห็นด้วยแต่ก็อดเสียใจกับการกระทำของตัวเองไม่ได้

ooooooo

รุ่ง ขึ้น นัทธมนนั่งใจลอยที่สวนหน้าบ้าน สภาพเหมือนไม่ได้นอนมาทั้งคืน มีเสียงกริ่งประตูหน้าบ้านดังขึ้น นัทธมนเดินโผเผมาเปิดรับ เมสเซนเจอร์แจ้งว่ามีเอกสารมาถึงคุณนัทธมน หญิงสาวรับมางงๆ

"เซ็นรับด้วยครับ จากคนชื่อกฤตย์ เขาฝากล่วงหน้ามาอาทิตย์หนึ่งแล้ว"

นัท ธมนประหลาดใจมาก เซ็นชื่อรับเอกสาร แล้วฉีกซองดู ข้างในมีโทรศัพท์มือถือหนึ่งเครื่อง เธอหยิบขึ้นมาเปิดดู เห็นคลิปที่รุจน์ถ่ายตอนเธอใช้พลังพิเศษจัดการเขาและสมุนถึงกับตะลึง

"คุณกฤตย์...เขารู้...เขาเลือกที่จะทำเอง"

นัทธมนเศร้าใจ แทบหมดเรี่ยวแรงอยู่ตรงนั้น ตัดสินใจว่าต้องไปช่วยกฤตย์ รีบโทร.ตามติสรณ์มารับโดยอ้างว่าลืมของสำคัญไว้ที่บริษัทของกฤตย์ แล้วเร่งติสรณ์ให้รีบไป ติสรณ์ขับรถราวกับจะเหาะตรงไปยังบริษัทของกฤตย์ทันที...

ในเวลาเดียวกัน กฤตย์กำไฟแช็กแน่น นอนนิ่งคล้ายกับคนตาย มีแรงเหลือเพียงกระดิกปลายนิ้วโป้งเพื่อจุดไฟแช็ก แต่เรี่ยวแรงไม่พอ ไฟแช็กเป็นแค่สะเก็ด ไม่มีเปลวไฟ กฤตย์รู้ ตัวดีว่ากำลังใกล้ตาย

เขาเพ้อฝันเห็นตัวเองหน้าตาสะอาดสะอ้าน นั่งอยู่ในสวนร่มรื่น วรดาเดินยิ้มแย้มเข้ามานั่งข้างๆเอนหัวพิงไหล่เขา ทั้งคู่นั่งมองผืนน้ำเบื้องหน้าอย่างมีความสุข แต่ในความเป็นจริง กฤตย์มีสภาพโทรมสุดๆ นอนนิ่งอยู่ในห้องเก็บของอย่างเดียวดาย มุมปากคล้ายกับมีรอยยิ้มรับความตาย...

ไม่นานนัก รถของติสรณ์แล่นมาจอดยังลานจอดรถบริษัทของกฤตย์  นัทธมนไม่รอช้า  รีบจ้ำพรวดๆไปห้องทำงาน กฤตย์  แต่ต้องชะงักที่เห็นเกตุมณี  ปิติ  กับถุงแป้งกำลังช่วยกันเก็บข้าวของของกฤตย์ใส่ลังกระดาษ สามคนพ่อแม่ลูกมองเธอเป็นตาเดียวกัน ถุงแป้งถามนัทธมนว่ามีอะไรหรือเปล่า

ติสรณ์เพิ่งวิ่งตามเข้ามาชิงตอบก่อนว่า "นัทเขาจะมาตามหาอะไรของเขาก็ไม่รู้"

"คือ...เอ่อ...ฉันนึกได้ว่าลืมของเอาไว้ที่โต๊ะน่ะ"

ถุงแป้งแปลกใจ เพราะเธอดูทั่วแล้วไม่เห็นมีอะไรสักอย่าง นัทธมนอึกอัก ทำตัวไม่ถูก ปิติบอกนัทธมนให้มาหาเอาเอง นัทธมนเดินไปที่โต๊ะทำงานตัวเอง แสร้งเปิดลิ้นชักค้นหาของถ่วงเวลา ระหว่างนั้น เธอเพ่งพลังไปที่เลขาฯของกฤตย์ซึ่งนั่งตรวจเอกสารอยู่ด้านนอก อยู่ๆเลขาฯเหมือนนึกอะไรได้ โพล่งขึ้นว่า

"มีใครเคยไปดูที่เรือนเก็บของแล้วรึยัง"

พวกพนักงานคนอื่นต่างส่ายหน้า เกตุมณีได้ยินเข้า เอะใจ...

ด้านกฤตย์เหมือนล่องลอยอยู่ในความฝัน เขายังคงนั่งอยู่ในสวนสาธารณะ โดยมีวรดานั่งพิงไหล่เขาอยู่ กฤตย์หันไปถามวรดาว่าเขาตายไปแล้วใช่ไหม

"ถ้าตายแล้วจะมานั่งอยู่ที่นี่ได้ยังไง"

"ฉันอยากตาย แล้วก็ได้มานั่งอยู่ที่นี่กับเธอ ตรงนี้จริงๆมานั่งมองรอยยิ้มเธอ"

วรดายิ้มให้อย่างรักใคร่ กฤตย์ได้ยินเสียงทุบกระแทกของบางอย่างดังปังๆ เขาเหลียวมองไปตามเสียง ไม่เห็นมีอะไรนอกจากรถโฟล์กเต่ารุ่นเก่าของวรดาที่จอดอยู่แถวนั้น กฤตย์ชวนวรดาไปขับรถเล่น วรดาพยักหน้ารับคำ ขณะที่เสียงทุบปังๆยังคงดังต่อเนื่อง...

ที่ประตูด้านนอกห้องเก็บของ ปิติกำลังเอาค้อนกระแทกกุญแจอย่างเอาเป็นเอาตาย   นัทธมนยืนห่างออกมาเล็กน้อย น้ำตาไหลออกมา หวั่นเกรงว่ากฤตย์อาจตายไปแล้ว

"ร้องไห้ทำไม    เรายังไม่รู้ว่าน้ากฤตย์เขาอยู่ในนั้น

เสียหน่อย" ถุงแป้งร้องทัก

"แต่ถ้าอยู่ในนั้นจริง...เจ็ดวันแล้วนะ คงไม่รอด" ติสรณ์ ปากเสียตามเคย

ในที่สุด ปิติงัดกุญแจออกจนได้ รีบเปิดประตูเข้าไป ต้องตะลึง เห็นร่างกฤตย์นอนนิ่งหายใจรวยริน แผลที่ขาเปรอะเลือดแห้งกรัง ปิติปราดเข้ามาประคอง พร้อมกับตะโกนเรียกให้คนอื่นเข้ามาช่วย ติสรณ์ ถุงแป้ง กับเกตุมณีวิ่งตามมาสมทบ นัทธมนยืนอยู่หน้าประตูห้อง น้ำตาไหลพรากด้วยความเป็นห่วง

ครู่ต่อมา กฤตย์ถูกพาส่งโรงพยาบาล หมอนำตัวเขาเข้าห้องฉุกเฉิน อาการของกฤตย์น่าเป็นห่วงมากเป็นตายเท่ากัน...

มนทิราถึงกับทำจานหลุดมือเมื่อรู้ข่าวกฤตย์จากนัทธมน ยิ่งได้รู้ว่าเขาบาดเจ็บสาหัส แผลที่ขาอาจมีเนื้อตาย หมอต้องรักษาด้วยการเอาเนื้อจากส่วนอื่นของร่างกายมาแปะ มนทิรายิ่งใจคอไม่ดี

"โถ...คุณพระคุณเจ้า แล้วไปติดอยู่ในนั้นได้ยังไงน่ะ"

"คงต้องรอให้คุณกฤตย์ฟื้นมาเล่าน่ะค่ะ" นัทธมนไม่กล้าสบตาแม่ หวั่นใจบอกไม่ถูก...

ตำรวจมาโรงพยาบาลทันทีที่ได้รับแจ้งว่าเจอกฤตย์ เรียกเลขาฯมาสอบถามเรื่องที่เกิดขึ้น เลขาฯไม่รู้เหมือนกันว่านึกถึงห้องเก็บของได้อย่างไร อยู่ๆมันก็วูบเข้ามาในหัวแล้วเธอก็พูดออกไป

"คนเจ็บไม่ได้เคยเกริ่นอะไรเกี่ยวกับเรื่องเรือนเก็บของมาก่อนเลยหรือ"

เลขาฯได้แต่ส่ายหน้า ปิติคิดไม่ตกว่าใครกันที่จับตัวกฤตย์ไปขังไว้ที่นั่น ตำรวจเองก็มืดแปดด้านคงต้องรอให้คนเจ็บฟื้นมาให้ปากคำเอง  ถุงแป้งใจไม่ดีเกรงว่ากฤตย์จะเป็นอะไรมาก

"ไม่มีอะไรหรอก  หมอเขาก็บอกอยู่ว่ายังมีหวัง"  ติสรณ์ ปลอบ

"แต่หมอเขาก็ไม่ได้รับปากอะไรร้อยเปอร์เซ็นต์นี่ ใช่ไหมคะ"

ปิติพยักหน้า ดึงลูกเข้ามากอดปลอบใจ ติสรณ์มองถุงแป้งอย่างแสนห่วงใย...

ฝ่ายกฤตย์นอนหลับใหลไม่ได้สติอยู่บนเตียงในห้องพักฟื้น มีสายน้ำเกลือกับสายให้เลือดระโยงระยาง เขาฝันว่าตัวเขากับวรดาเข้ามาในศาลาสวดศพที่มีรูปวรดาตั้งอยู่หน้าโลงศพ กฤตย์หันไปพูดกับวรดา

"คุณตายไปแล้วนี่...วรดา...ใครทำร้ายคุณ"

"ไม่รู้เหมือนกันค่ะ...คุณกฤตย์จะกลับเมื่อไหร่คะเนี่ย"

"กลับไปไหน...ผมจะอยู่กับคุณที่นี่"

"ไปอยู่ที่ของคุณเถอะค่ะ"

จังหวะนั้น มีเสียงติ๊ดๆดังขึ้น กฤตย์เหลียวหาว่าเป็นเสียงอะไร พอหันกลับมาอีกที วรดาไม่อยู่ตรงนั้นแล้ว กวาดตา มองหาก็ไม่เห็น กฤตย์ร้องเรียก

"วรดา...วรดา"

นัทธมนนั่งหลับอยู่ข้างเตียงพักฟื้นของกฤตย์ สะดุ้งตื่น บอกว่าเธออยู่ตรงนี้แล้ว กฤตย์นอนเงียบ ไม่รู้สึกตัว มีแต่เสียงเครื่องวัดชีพจรดังติ๊ดๆติ๊ดๆเป็นจังหวะ

"คุณรู้อยู่แล้วว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับคุณ คุณก็ยังไป อยู่ตรงนั้นอีก...ฉัน...ฉันไม่รู้แล้วว่าควรจะเกลียดคุณหรือว่ารักคุณดี" นัทธมนหยิบหมอนหนุนอีกใบหนึ่งขึ้นมามองหน้าเขา ทำราวกับจะเอาหมอนกดปิดหน้าแต่ไม่ใช่ เธอเอาหมอนหนุนหัวให้เขานอนสบายขึ้น

ooooooo

พอแกมแก้วรู้ว่ากฤตย์โดนเล่นงานได้รับบาดเจ็บ สาหัส เธอกลัวมากว่าตัวเองจะเป็นรายต่อไป เก็บเสื้อผ้ายัดใส่กระเป๋าเดินทาง เตรียมจะหนีไปอยู่เมืองนอก เกตุมณีซักไซ้ไล่เรียงว่าจะไปอยู่ที่ไหน แล้วลูกเต้าจะทำอย่างไร  แกมแก้วยังไม่ได้คิดอะไรทั้งนั้น  ขอให้พ้นไปจากที่นี่เป็นพอ เกตุมณีถามดักคอว่ากลัวอะไรหรือ

"อย่ามายุ่งกับแก้ว ไม่ต้องมาห้ามเสียให้ยาก"

"พี่ไม่ได้ห้ามหรอกนะ แต่เรามีสตางค์เหรอ"

"เอามาสิ...โอนมา"

เกตุมณีไม่สามารถทำธุรกรรมทางการเงินได้ ต้องรอ

กฤตย์คนเดียวเท่านั้น แกมแก้วไม่พอใจ แช่งกฤตย์ส่งว่าน่าจะตายให้รู้แล้วรู้รอดจะได้ไม่ลำบากคนอื่น เกตุมณีเอ็ดว่าพูดแบบนี้กับพี่ชายตัวเองได้อย่างไร แกมแก้วไม่อยากได้ยินพี่สาวบ่น หยิบหูฟังมาสวม เร่งเสียงดังตัดรำคาญ...

ขณะเดียวกัน หลังจากถุงแป้งกับติสรณ์ช่วยกันเตรียมมื้อกลางวันเรียบร้อย ตักใส่จานยกมาให้ลินจันทร์ที่ห้องนอน แต่ต้องตกใจแทบช็อก เมื่อเห็นลินจันทร์ใช้เชือกผูกคอตัวเองกับขื่อในห้อง  ดิ้นทุรนทุราย  ถุงแป้งทิ้งจานข้าว  ปราดเข้าไป อุ้มขา  ขณะที่ติสรณ์ปีนเก้าอี้ขึ้นไปแก้เชือกจนหลุด  ช่วยเด็กน้อยไว้ได้ทัน

ลินจันทร์นั่งหอบหายใจจนตัวโยนโดยมีติสรณ์คอยปลอบ ถุงแป้งยืนตะลึงกับภาพเขียนสีเทียนที่ลินจันทร์วาด วางเรียงรายอยู่บนพื้นห้อง เธอรวบรวมภาพเขียนเก็บใส่กล่องขนมที่อยู่ แถวนั้น ซ่อนไว้ใต้เตียง...

พอแกมแก้วรู้ว่าลินจันทร์พยายามจะฆ่าตัวตาย แทนที่ จะปลอบลูกกลับด่าซ้ำ แถมหาว่าลินจันทร์ทำเพื่อเรียกร้องความสนใจ และจะเข้ามาตีลูก ลินจันทร์กลัว วิ่งหนี แกมแก้วจะตามไปเอาเรื่อง เกตุมณีรั้งไว้

"พอเถอะ...แทนที่จะสอบถามให้รู้เรื่อง ไปดุลูกซะอีก เด็กมันก็กลัวสิ"

"จะมีอะไร มันกลัวแก้วจะสบายเกินไปน่ะสิ ก็เลยหาเรื่องมาให้" แกมแก้วหงุดหงิด ตะโกนไล่หลังลินจันทร์ว่า "วันหลังผูกใหม่นะลูก...แล้วก็...ไม่ต้องมายุ่งช่วยเหลืออีก" ประโยคหลังแกมแก้วหันไปต่อว่าติสรณ์กับถุงแป้ง ปิติและเกตุมณีมองแกมแก้วอย่างตำหนิ

"เอาสิ...โทษฉัน...ลงมาที่ฉันอีก ไม่อยู่แล้ว ได้เงินเมื่อไหร่ไม่อยู่แล้วแน่ๆ...ที่นี่" แกมแก้วเดินกระแทกเท้าออกไป อย่างอารมณ์เสีย ทุกคนได้แต่บ่นสงสารลินจันทร์

ooooooo

ตอนที่ 15

สร้อยรีบโทร.หาปณิตาแต่เช้า  เนื่องจากไม่สบาย ใจเรื่องการตายของรุจน์ ปณิตาปลอบว่าไม่ต้องเป็นกังวล ไม่มีทางที่เรื่องนี้จะสาวมาถึงเราสองคน แต่เรื่องไม่ง่ายอย่างปณิตาคิด เพราะสร้อยเผลอใช้มือถือตัวเองโทร.เข้ามือถือรุจน์ก่อนเขาจะตาย ปณิตาถึงกับปรี๊ดแตก

"นังนี่...ฉันบอกให้ออกไปโทรศัพท์สาธารณะไกลๆ"

"สร้อยควรจะทำอย่างไรดีคะ" สร้อยเสียงสั่นเครือด้วยความหวาดกลัว

"ตำรวจอาจจะไม่พบโทรศัพท์ก็ได้...ให้ฉันไปดูลาดเลาก่อนก็แล้วกัน" ปณิตารีบแต่งตัว ตรงไปหากฤตย์ที่บริษัททันที... ครู่ต่อมา ปณิตาปรี่เข้าไปในห้องทำงานของกฤตย์ ทักนัทธมน ที่นั่งทำงานอยู่

"เอ้า...ยังมาทำงานอยู่เหรอ นึกว่าเป็นอะไรไปซะแล้ว"

กฤตย์มองปณิตาเขม็ง ถามว่าไปได้ข่าวมาจากไหน ปณิตาอ้างว่าได้ยินพวกพนักงานคุยกันว่าเลขาฯ ฝึกงานของ กฤตย์โดนจับ  กฤตย์ติงว่าไม่มีใครในบริษัทนี้รู้ว่าเมื่อคืนนัทธมน หายตัวไป นัทธมนเสริมว่า เธอเองก็ไม่เคยบอกรายละเอียดเรื่องนี้ให้ใครฟัง ปณิตาถึงกับใบ้กิน นึกอยากตบปากตัวเอง กฤตย์ถามซ้ำอีกว่า ปณิตารู้ได้อย่างไรว่านัทธมนโดนจับตัวไป นัทธมนมองปณิตานิ่ง

"เอ่อ...ก็แล้วมันจริงซะที่ไหนล่ะ ใครเขาจะมาจับเธอ... เธอโดนจับไปจริงๆรึไง" ปณิตาแก้ตัวน้ำขุ่นๆ

"จริงหรือเปล่านัทธมนที่เธอหายไป...มีใครจับเธอไปหรือเปล่า"

"เปล่าค่ะ มันไม่มีอะไรเกิดขึ้น...ถึงมันเกิดขึ้นจริงๆ คุณปณิตาจะไปรู้ได้ยังไง...ใช่ไหมคะ...คุณไม่ได้อยู่เบื้องหลังซะหน่อย" นัทธมนจ้องมองปณิตาอย่างรู้ทัน ปณิตาปฏิเสธแก้ตัว เป็นพัลวันว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง  กฤตย์มองปณิตากับนัทธมน สงสัยว่าทั้งคู่ต้องมีอะไรปิดบังเขา...

ด้านสร้อยนั่งพับผ้าอยู่ในห้องซักรีด รู้สึกเหมือนมีคน แอบมองทางด้านหลัง หันขวับไปดู ลินจันทร์หลบวูบ แล้วค่อยๆ เดินถอยหลังจากไป ทันใดนั้น มีเสียงมือถือของสร้อยดังขึ้น สร้อยมองเบอร์หน้าจอ ไม่เห็นเบอร์โชว์ รีบกดไม่รับสายแล้วปิดเครื่อง อึดใจเดียว มีเสียงมือถือดังขึ้นอีกทั้งๆที่ปิดเครื่องไปแล้ว

เธอรีบถอดแบตฯมือถือออกจากตัวเครื่อง เหวี่ยงทิ้ง แต่แล้วมือถือไม่มีแบตฯส่งเสียงร้องอีก สร้อยตะลึง ค่อยๆเอื้อมมือไปหยิบมือถือไร้แบตฯมากดรับสาย ถามเสียงสั่นว่าโทร.มาจากไหน

"จากบ้านวรดาน่ะสิ" นัทธมนยิ้มเหี้ยม

"อ่ะ...อีบ้า เรือนหลังนั้น เขาตัดโทรศัพท์ป่ะ...ไปนานแล้ว...อีนังปิศาจ" สร้อยหน้าตื่น

"ใช่...ฉันกลับมาแล้ว ระวังให้ดีเถอะ" นัทธมนวางสาย เดินฮัมเพลงอย่างอารมณ์ดีอยู่ในบ้านวรดา

สร้อยกลัวจัด วางมือจากทุกอย่าง รีบเก็บข้าวของส่วนตัวยัดใส่กระเป๋าเสื้อผ้า แกมแก้วเข้ามายืนมองประหลาดใจกับท่าทีลุกลี้ลุกลนของสร้อย ถามว่าทำอะไร สร้อยอยู่ที่นี่ไม่ได้อีกแล้ว เพราะวรดาโทร.มาหาเธอจากเรือนหลังเล็ก แกมแก้วแว้ดใส่ทันทีว่าจะบ้าหรือ คนตายไปแล้วจะโทร.มาได้อย่างไร

"ก็เพราะมันเป็น...ผีไงคะ"

แกมแก้วฟาดเปรี้ยงเข้าที่หน้าสร้อยหนึ่งฉาดเพื่อเรียกสติ ปรามว่าจะต้องไปกลัวมันทำไม มันไม่มีอำนาจอะไรเหนือพวกเรา สร้อยขอร้องให้ปล่อยตัวเองไป แต่แกมแก้วไม่ยอม ยัดเงินให้หลายพันบาท

"แกอยู่ช่วยฉัน...แกจะมีเงินใช้ไปตลอดชาติ ฉันไม่ทิ้งแกหรอก ถ้าแกไม่ทิ้งฉัน"

สร้อยมองเงินในมืออย่างลังเล สุดท้ายอำนาจเงินก็ชนะ...

นัทธมนรู้ดีว่ากฤตย์ยังรักและมีเยื่อใยกับวรดา จึงแกล้งทำร้ายจิตใจเขาด้วยการเรียกติสรณ์มารับหลังเลิกงาน ติสรณ์ไม่รู้อีโหน่อีเหน่ด้วย ช่วยหิ้วข้าวของของนัทธมนลงไปที่รถอย่างสนิทสนม นัทธมนรู้ว่ากฤตย์ลอบมองอยู่ ทำเป็นฝุ่นผงเข้าตา ขอร้องติสรณ์ช่วยเป่าฝุ่นให้ ติสรณ์ยืนเป่าห่างๆ

"เป่าใกล้ๆหน่อยสิ เป่าไกลอย่างงั้นจะออกไหมเนี่ย"

ติสรณ์ก้มมาเป่าให้ใกล้ๆอย่างเสียไม่ได้ กฤตย์ชะเง้อคอยาวไม่ได้ยินว่าทั้งคู่คุยอะไรกัน แต่จากมุมที่เห็นเหมือนติสรณ์ก้มหน้าจูบนัทธมน ติสรณ์เป่าเสร็จ หันมาเห็นกฤตย์ ก็เลยโบกมือให้อย่างไม่คิดอะไร กฤตย์พยักหน้ารับรู้ เดินคอตกกลับไปนั่งเหงาๆ เหมือนคนอกหักอยู่บนระเบียงหน้าบ้าน ถุงแป้งเห็นอาการแล้วฟันธงว่าต้องทะเลาะกับนัทธมนมาแน่ๆ กฤตย์ ส่ายหน้า

"น้าจะไปทะเลาะอะไรกับเขา...เพื่อนเราเขาไม่ได้เล่าให้ เราฟังมั่งเหรอ ว่าหายไปไหนมา"

"บอกแค่ว่าไม่มีอะไร แป้งก็เลยไม่อยากเซ้าซี้เขามาก"

"เขาคงจะบอกแค่คนสนิทอย่างติสรณ์เท่านั้นล่ะมั้ง เห็นสนิทกันมากนะ วันนี้น้ายังเห็นเขาจูบกันเลย"

ถุงแป้งนิ่วหน้า ไม่สบายใจที่เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น

ooooooo

ติสรณ์แวะมาหานัทธมนแต่เช้านั่งฟังสองแม่ลูกคุยกันไปพลางอ่านหนังสือซุบซิบ ดาราไปพลาง มนทิรา ถามนัทธมนว่าวันนี้จะไปไหนหรือเปล่า พอได้ยินลูกบอกว่ามีธุระต้องสะสาง  มนทิรามองอย่างไม่ค่อยเชื่อ

"ธุระจริงๆค่ะ คุณแม่ไม่ต้องเป็นห่วง"

ติสรณ์ออกตัวทันทีว่าวันนี้ไปกับนัทธมนไม่ได้ มนทิรา หันไปเห็นมือถือเสียบปลั๊กชาร์จแบตฯไว้จนเต็มแล้วจึงร้องทัก  ติสรณ์หยิบมือถือมาเปิดเครื่อง  บอกว่าแบตฯหมดตั้งแต่เมื่อวาน

"เดี๋ยวไปไหนเนี่ย...เธอน่ะ"

"ว่าจะไปหาถุงแป้งหน่อย" ติสรณ์ดูหน้าจอมือถือ "เฮ่อ คุณนายเขาโทร.หาตั้งแต่เมื่อคืน งานเข้าแล้ว"

"แค่โทร.มาตอนปิดเครื่องเนี่ยนะงานเข้า"

"โทร.มาเจ็ดสิบสามครั้ง" ติสรณ์ยื่นมือถือให้นัทธมนดู นัทธมนพยักหน้า มองเพื่อนอย่างหนักใจ...

ในเวลาต่อมา ระหว่างติสรณ์ขับรถพาถุงแป้งไปวัด หญิงสาวนั่งเงียบผิดปกติ ติสรณ์ทักว่าเป็นอะไรไป ถุงแป้งสวนทันทีว่าเมื่อวานมีใครบางคนไปยืนจูบกันที่บริษัทน้ากฤตย์ มีคนแอบเห็นด้วย

"เฮ้ย...บ้าแล้ว...ที่ไหนกัน"

"ลานจอดรถ...จูบเสร็จยังโบกมือให้น้ากฤตย์ด้วย เขาเล่าให้ฟัง"

ติสรณ์นิ่งคิดอยู่อึดใจ ก่อนหัวเราะคิกคักขำกลิ้ง แล้วเล่าความจริงที่เกิดขึ้นให้ถุงแป้งฟัง แถมบอกว่าถ้าไม่เชื่อให้โทร.ถามนัทธมนได้เลย ถุงแป้งว่าเรื่องอะไรต้องโทร.

"ก็นึกว่าชอบโทร. เห็นเมื่อคืนโทร.มาตั้งแปดสิบครั้ง"

"เจ็ดสิบสามครั้งแค่นั้นเองย่ะ แปดสิบที่ไหนกัน"

ติสรณ์กระเซ้าว่าพอได้ยินกฤตย์พูดถึงกับนอนไม่หลับเลยใช่ไหม ถุงแป้งทำไขสือ อ้างว่าวันนี้ไม่นัดกันไว้ก่อนว่าจะไปทำบุญ เธอไม่มาด้วยแน่ และที่โทร.ไปหาก็ตามประสาเพื่อนเท่านั้น

"เพื่อนกันน่ะ เขาไม่โทร.หาทีหนึ่งแปดสิบครั้งหรอก... ชอบเขาล่ะสิ" ติสรณ์ทำหน้าทะเล้น

ถุงแป้งฝืนทำหน้าเข้มปฏิเสธว่าเปล่า แต่ในใจยอมรับอย่างหน้าชื่นตาบานว่าชอบเขามาก...

ฝ่ายนัทธมนเดินมาตามทางเดินในบริษัทของกฤตย์ วันนี้เป็นวันหยุด ที่นี่เลยไร้ผู้คน เธอตรงไปยังโต๊ะทำงานของพี่นีเลขาฯหน้าห้องกฤตย์ เปิดลิ้นชักหยิบกุญแจพวงใหญ่

พวงหนึ่งออกมา แล้วค่อยๆเดินอย่างระมัดระวังไปเรือนเก็บของห่างไกลผู้คนด้านหลัง นัทธมนรวบรวมความกล้า ไขกุญแจประตูห้องเปิดเข้าไปมองด้านใน เห็นเก้าอี้สำนักงานกับข้าวของอื่นๆที่ไม่ได้ใช้วางเกะกะอยู่ด้านใน หยากไย่เกาะเต็มไปหมด


"ที่นี่แหละ...เหมาะมาก...วรดา...การแก้แค้นของเราจวนสิ้นสุดลงแล้วนะ" นัทธมนมองเงาสะท้อนของตัวเองในกระจกเงา แววตาชิงชัง พลันกระจกเงาแผ่นนั้นแตกร้าวทั้งบาน

ooooooo

ด้วยความเครียดและความหวาดกลัว สร้อยตัดสินใจจะเผาเรือนหลังเล็กของวรดาทิ้ง หิ้วกระป๋องน้ำมันเบนซินมาราดรอบๆเรือนด้านนอกหมดกระป๋อง

"นังผีบ้า นังหน้าผี ดูสิว่าไม่มีเรือนนี้แล้ว แกจะไปสิงสู่อยู่ที่ไหนได้อีก"

สร้อยเดินเข้าไปในตัวเรือน หิ้วกระป๋องน้ำมันอีกใบเข้าไปราดจนทั่ว...ขณะเดียวกัน กฤตย์นั่งอ่านหนังสืออยู่ระเบียงหน้าบ้าน เหมือนเกิดลางสังหรณ์บางอย่าง ได้กลิ่นไอระเหยน้ำมัน หันไปถามปิติว่าได้กลิ่นบ้างไหม ปิติลองดมๆส่ายหัวไม่ได้ กลิ่นอะไร เกตุมณีก็เช่นกัน กฤตย์รู้สึกไม่สบายใจชอบกล...

นัทธมนเดินผ่านมาหน้าเรือนหลังเล็กของวรดา เห็นสร้อยหยิบไฟแช็กขึ้นมาจะจุด ตะโกนถามว่าทำอะไร สร้อยสะดุ้งเฮือกหันกลับมามอง พร้อมกับชูไฟแช็กขู่จะเผาเรือนให้วอด นัทธมนเดินเข้าหาอย่างไม่เกรงกลัว ถามว่าจะทำอย่างนี้ไปเพื่ออะไร

"เพื่อให้แกไม่เหลือซากเถ้าอะไรที่นี่อีกต่อไปน่ะสิ...

นังหน้าผี นังลูกเมียน้อย ตายตกตามแม่แกไปซะ"


"แม่วรดา ไม่ใช่เมียน้อยของใคร"

"ใครเขาก็รู้กันทั้งนั้นว่านังวารีมันเป็นเมียน้อย มันใช่เมียตบเมียแต่งซะที่ไหน แม่เป็นเมียน้อย แกมันก็ต้องเป็นลูกเมียน้อย" สร้อยเย้ยหยัน

"ปากดีนักนะ  เสียดายที่ปากควรจะเอาไว้พูดสิ่งดีๆ แต่กลับเอาแต่ประจบประแจงยุแยงให้ร้าย ในปากคงจะเน่าใช่ไหม ถึงได้พร่ำพูดด่าแม่ฉัน...ใช่...ปากแกมันเน่า คงจะเต็มไปด้วยหนอนไชอยู่ทั้งปากสิ"

สร้อยเจ็บใจจะโยนไฟแช็กที่จุดแล้วลงพื้นแต่ทำไม่ได้ นัทธมนใช้พลังเพ่งให้ถือค้างไว้ สาปแช่งให้หนอนกินปากสร้อย ทันทีที่นัทธมนหยิบไฟแช็กออกจากมือ สร้อยก็ขยับตัวได้อีกครั้ง พร้อมกับมีหนอนค่อยๆหล่นออกจากปาก และเพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ สร้อยเพิ่งรู้ตัวว่ามีหนอนอยู่ในปาก ถึงกับอาเจียน กรีดร้องลั่น

ปิติ เกตุมณีและกฤตย์ได้ยินเสียงเอะอะ เดินมาดู เห็นสร้อยกำลังดิ้นรน เอามือปัดปากตัวเองไม่หยุด ไม่มีใครเห็นหนอนยั้วเยี้ยเหล่านั้นสักคน สร้อยร้องขอความช่วยเหลือไปพลางตะกุยหน้าตาตัวเองอย่างบ้าคลั่ง จนถลอกเลือดซิบ กฤตย์ มองนัทธมนเขม็ง รู้ว่าต้องเป็นฝีมือเธอแน่นอน...

จากนั้น กฤตย์พานัทธมนมาบ้าน เพื่อซักถามเรื่องที่เกิดขึ้น นัทธมนอ้างว่าเห็นสร้อยเอาน้ำมันมาราดจะเผาเรือนวรดาแล้วอยู่ๆก็กรีดร้อง กฤตย์ถามว่าสร้อยเห็นอะไรที่พวกเราไม่เห็นใช่ไหม นัทธมนทำไม่รู้ไม่ชี้

"เธอเป็นคนสุดท้ายที่อยู่กับสร้อย...เธอจะไม่บอกอะไร ฉันจริงๆใช่ไหม"

"ใครทำอะไรเอาไว้ ก็สมควรที่จะต้องชดใช้ ทุกคนมีกรรมของตน ไม่มีใครหนีกรรมของตัวเองพ้นหรอก ชาตินี้ถึงกรรมตามไม่ทัน...ชาติหน้า กรรมก็จะตามมาทวงคืนจนได้"

"เธอจะไม่หยุดจนกว่าทุกคนจะได้รับกรรมใช่ไหม"

"หนูไม่ได้พูดถึงตัวเองสักหน่อย" นัทธมนเหลือบเห็นลินจันทร์แอบมองอยู่ตรงประตูห้องรับแขก ลินจันทร์เห็นนัทธมนมองมาทางตัวเอง ตกใจกลัว ถอยกรูดกลับห้องของตน

"ฉันรู้เหมือนที่เธอรู้นะว่า เธอมีอะไรบางอย่างที่ไม่ธรรมดา"

"หนูไม่รู้"

"ฉันขอถามอะไรเธออีกข้อได้ไหม เป็นข้อสุดท้าย...

เมื่อไหร่จะถึงคราวฉันที่ต้องชดใช้"

"อีกไม่นานหรอกค่ะ คุณกฤตย์" นัทธมนจ้องกฤตย์

เขม็ง กฤตย์พยักหน้ารับรู้ เศร้ามากกว่าหวาดกลัว

ooooooo

แกมแก้วไปเยี่ยมสร้อยที่โรงพยาบาล เจอปิติกับเกตุมณีนั่งอยู่ในห้องพักคนไข้ แกมแก้วปรี่เข้าไปยืนข้างเตียง ถามสร้อยว่าเกิดอะไรขึ้น เกตุมณีตอบคำถามแทนว่าหมอเพิ่งฉีดยาระงับประสาทให้สร้อย แกเลยโต้ตอบอะไรด้วยไม่ได้ หมอยังแจ้งอีกว่าจะต้องส่งสร้อยไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลด้านจิตเวชโดยตรง

"นังสร้อยมันเป็นบ้าไปแล้วงั้นเหรอ"

"คงแค่เห็นภาพหลอนมากกว่า...กำลังรอผลตรวจสารเสพติดอยู่"

"นังสร้อยมันจะไปเสพอะไรได้...ฝีมือนังนั่นแน่ๆ" แกมแก้วว่าแล้วผลุนผลันออกไป...

ขณะปณิตากำลังเสพยาอย่างสบายอารมณ์อยู่ในห้องพักตัวเองที่คอนโดฯหรูกลางกรุง มีเสียงเคาะประตูดังถี่ยิบ ปณิตาตกใจรีบเก็บห่อยาซ่อนในลิ้นชัก ส่องดูความเรียบร้อยของตัวเองในกระจกเงา พอรู้ว่าเป็นแกมแก้วจึงเปิดประตูรับ แล้วต่อว่าต่อขานที่ทำให้ตกอกตกใจ ถามว่ามีธุระอะไรเร่งด่วน

"สร้อย...เป็นบ้าไปแล้วน่ะสิ ไม่รู้นังเด็กนั่น มันแผลงอิทธิฤทธิ์อะไรเข้าใส่"

"เดี๋ยวสิ...พูดเป็นเล่นไปได้ คนดีๆจะกลายเป็นบ้าได้อย่างไร"

"มันเป็นไปแล้ว สร้อยคลุ้มคลั่งจนหมอต้องฉีดยาระงับประสาท เห็นว่าจะส่งเข้าโรงพยาบาลบ้าด้วย"

"มันตามมาจองล้างจองผลาญพวกเราจริงๆเหรอ"

"ใช่สิ...ตายไปก็คนหนึ่งแล้ว อีกคนก็เป็นบ้า แล้วต่อไปล่ะ" แกมแก้วอดหวั่นใจไม่ได้

ปณิตาตั้งใจแน่วแน่จะไม่ยอมเป็นเป้านิ่งให้นังเด็กนั่นเล่นงานเด็ดขาด ปราดเข้าไปในห้องนอน แกมแก้วรีบเดินตามมาถามว่ามีแผนจะทำอย่างไร ปณิตาเปิดตู้เสื้อผ้า ไขกุญแจลิ้นชัก หยิบปืนออกมา

"ฉันจะจัดการกับมันเอง" ปณิตาสายตาวาวโรจน์ ขณะที่ แกมแก้วมองอย่างไม่ค่อยแน่ใจ...

ถุงแป้งถึงกับอ้าปากค้างเมื่อได้ฟังปิติเล่าเรื่องสร้อย และเขายังเสริมอีกว่าทางโรงพยาบาลติดต่อไปที่ศรีธัญญาแล้ว อยู่ที่พวกเราจะว่าอย่างไร กฤตย์จะปล่อยให้การรักษาสร้อยอยู่ในดุลยพินิจของหมอ เกตุมณีส่ายหน้าปลงๆ ไม่รู้ว่าสร้อยไปทำบาปทำกรรมอะไรมาถึงต้องเป็นแบบนี้

"แต่แป้งว่ามันก็รุนแรงไปนิดหนึ่งนะคะ ถึงจะทำบาปทำกรรมอะไรมาก็เถอะ"

เกตุมณีถอนใจ แล้วนึกขึ้นได้ว่า "เออ...แล้วนี่ลินจันทร์กินอะไรหรือยังเนี่ย"

กฤตย์อาสาจะจัดการเอง ครู่ต่อมา เขาจัดสำรับกับข้าวยกไปให้ลินจันทร์ที่ห้องนอน ลินจันทร์ตักข้าวกินไม่กี่คำก็อิ่ม กฤตย์มองหลานด้วยความสงสาร บอกว่าจะหาคนมาดูแลหลานแทนสร้อย ตอนนี้สร้อยป่วยต้องไปอยู่โรงพยาบาล และอาจจะไม่ได้กลับมา เขากะจะให้นัทธมนดูแลลินจันทร์แทนสร้อย

ลินจันทร์ได้ยินชื่อนัทธมนถึงกับตาเบิกกว้าง สีหน้าหวาดผวา ส่งเสียงสูงบาดแก้วหู วิ่งวนไปมา ส่ายหน้า กฤตย์ตกใจ คว้าหลานมากอดไว้ ลินจันทร์ดิ้นรนไม่หยุด

"ไม่เอาก็ไม่เอา...ไม่เป็นไรๆ...ให้พี่ถุงแป้งช่วยดูก็ได้"

ลินจันทร์ค่อยๆสงบลง กฤตย์ขอร้องลินจันทร์ช่วยบอกทีว่าทำไมถึงกลัวนัทธมนมากนัก ลินจันทร์จ้องหน้าลุงครู่หนึ่ง ก่อนเดินไปหยิบกระดาษวาดรูปกับดินสอสีมาขีดๆเขียนๆแล้วส่งให้กฤตย์ ภาพนั้นเป็นรูปผู้หญิงถูกขังอยู่ในห้อง กำลังยกมือพนมอธิษฐานอะไรบางอย่าง กฤตย์ตะลึง รู้ทันทีว่าเป็นรูปวรดา...

หลังจากส่งถุงแป้งแล้ว ติสรณ์แวะมาหานัทธมนเล่าให้ฟังว่าวันนี้เขากับถุงแป้งไปทำบุญที่วัดมา มนทิราบอกติสรณ์ ว่าวันหลังชวนนัทธมนไปทำบุญด้วย นัทธมนบอกปัดว่าช่วงนี้ ไม่ค่อยอยากทำบุญเท่าใดนัก มนทิราส่ายหน้าอย่างอ่อนใจ นัทธมนนิ่งไปอึดใจ ก่อนตัดสินใจถามติสรณ์ว่า

"เธอจริงจังกับถุงแป้งเขาแค่ไหนเนี่ย"

"จริงจังอะไร...บ้า...คนยังเรียนหนังสืออยู่นะ...ก็...ยอมรับว่าเป็นเพื่อนที่สนิทที่สุดตอนนี้ เป็นเพื่อนที่ดีเป็นพี่ที่เคารพ" ติสรณ์ยิ้มหน้าเป็น

"ตอบเป็นดาราเชียวนะ" มนทิราแซว แล้วหันไปถามนัทธมนว่าวันนี้ไปทำอะไรมาบ้าง

"ไม่มีอะไรน่าสนใจหรอกค่ะ"

มนทิรากอดอกมองลูกนิ่ง มั่นใจว่าลูกสาวตัวเองต้องไปทำอะไรมาแน่ๆ

ooooooo

วันรุ่งขึ้น กฤตย์เอาภาพวาดของลินจันทร์ให้ปิติกับเกตุมณีช่วยดู ปิติประหลาดใจมากเพราะวรดาตายก่อนลินจันทร์เกิดเกือบสิบปี ลินจันทร์ไม่มีทางรู้จักวรดาอย่างแน่นอน เกตุมณีฟันธงว่าห้องขังที่ลินจันทร์วาดไว้คร่าวๆนั้น ต้องเป็นห้องลับในหลุมหลบภัยแน่ๆ

"ลินจันทร์จะรู้จักวรดาได้ยังไง ช่วงเวลา ช่วงอายุมันก็ไม่ได้กันแล้ว"

"แล้วถ้าตอนนั้นลินจันทร์ก็มีชีวิตอยู่ แต่ในอีกร่างหนึ่งล่ะ" เกตุมณีตั้งข้อสังเกต

"ใคร บางคนที่ตายแล้วกลับชาติมาเกิดใหม่เป็นลินจันทร์... ใครสักคนที่เคยมีชีวิตอยู่ในช่วงเวลาเดียวกันกับวรดา" กฤตย์สรุปตบท้าย ทั้งสามคนต่างเงียบกันไป...

สายวันเดียวกัน ปณิตากับแกมแก้วมาเยี่ยมสร้อยที่โรงพยาบาล ปณิตาพยายามพูดคุยกับสร้อยเพื่อฟื้นความจำ แต่สร้อยไม่สนใจ นั่งเอาลิ้นดันหนอนในจินตนาการตัวเองออกจากปากตลอดเวลา ปณิตาจับบ่าสร้อยให้หันหน้ามาหาตนเอง สร้อยหันมาเห็นหนอนเต็มปากปณิตา ร้องลั่น

"อ๊าย...หนอนๆปากสกปรก...เอาหนอนออกๆๆ"

สร้อยว่า แล้วโดดคร่อมตัวปณิตา แล้วเอามือตะกุยปาก แกมแก้วเข้ามาแยกโดนสร้อยผลักกระเด็น  บุรุษพยาบาลรีบดึงสร้อยออกพากลับเข้าตัวตึก ปณิตากับแกมแก้วยืนหอบลิ้นห้อย แกมแก้วบอกว่าอีกไม่นานคงถึงคิวเราสองคน ปณิตาหน้าคว่ำ ชำเลืองมองแกมแก้วที่พูดจาไม่เข้าหู...จากนั้น ปณิตาไปสนามฝึกยิงปืน ซ้อมยิงปืนเพื่อดับอารมณ์และเพิ่มความฮึกเหิมให้จิตใจ...

ดึกแล้ว นัทธมนนอนไม่หลับ หยิบวีดิโอที่ติสรณ์ถ่ายไว้ ตอนที่กฤตย์ช่วยดูแลตัวเธอ ขณะที่นอนหมดสติอยู่ในรีสอร์ตของปิติ แววตาของกฤตย์ดูเป็นห่วงเป็นใยเธอมาก นัทธมนก้มอ่านสมุดบันทึกของวรดาอีกครั้งแล้วร้องไห้ออกมาเบาๆอย่างเศร้าใจ

ooooooo

ทันที ที่ถึงห้องทำงาน  นัทธมนยื่นซองขาวขอลาออกจากงาน  กฤตย์อึ้งน้ำตาซึม  อ้อนวอนขอร้องว่าอย่าเพิ่งทิ้งเขาไป  นัทธมนสีหน้าเรียบเฉยบอกว่าเธอแจ้งล่วงหน้าหนึ่งเดือนตามกติกาและมารยาท

"เธอ ยังไปจากฉันไม่ได้นะ เธอไม่อยากล้างแค้นฉันแล้วเหรอ อยู่ด้วยกันก่อนสิ...อยู่ใกล้ๆฉันเพื่อล้างแค้นให้กับวรดายังไงล่ะ" น้ำเสียงกฤตย์เว้าวอน

ชั่วอึดใจหนึ่งนัทธมนรู้สึกสงสารเขา   แต่รีบปรับอารมณ์เป็นเย็นชา "คนเราจะต้องสิ้นท่าสักขนาดไหนกัน ถึงยอมได้แม้กระทั่งขออยู่ใกล้ๆคนที่เขามีแต่ความเกลียดชังให้กับตัวเอง"

"ฉัน ไม่อนุญาตให้เธอออก...อยู่ทำให้ฉันเจ็บปวด ทำให้ ฉันไม่สบายใจก่อนสิ...ถ้าเธอไปแล้วใครจะทำให้ฉันไม่สบายใจได้ล่ะ เธอไม่อยากเห็นฉันตายทั้งเป็นงั้นเหรอ"

"เรายังมีเวลาอยู่ด้วยกันอีกตั้งเดือนหนึ่ง...หนึ่งเดือนของความแค้นและความชิงชัง...มันน่าจะนานอยู่ไม่ใช่หรือ"

"วรดา...เธอกลับมาทำไม ถ้าเธอจะกลับมาเพื่อจากฉันไปอีกครั้งหนึ่ง"

"คราว นี้...คนที่จากไป อาจจะเป็นคุณก็ได้นะ...คุณกฤตย์" นัทธมนทำใจแข็ง ฝืนมองเขาด้วยสายตาชิงชังก่อนผละจากไป กฤตย์นั่งมองจดหมายลาออกอย่างเจ็บช้ำใจ ส่วนนัทธมนเดินไปจนถึงที่ลับตาคน ร้องไห้ออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่ เธอไม่รู้ว่าร้องไห้เพราะความรักหรือความแค้นกันแน่

ooooooo

ระหว่าง นั่งรออาจารย์เข้าสอนชั่วโมงต่อไป นัทธ-มนบอกถุงแป้งว่าเธอยื่นจดหมายลาออกจากงานแล้ว จะได้มีเวลาให้กับการเรียนเต็มที่ ถุงแป้งถามดักคอว่าทะเลาะอะไรกับน้ากฤตย์ของเธอหรือเปล่า

"ไม่มีอะไร...รายงานนัทค้างเพียบเลย กลัวไม่จบ"

"แล้วนัทไม่คิดถึงแป้งเหรอ เคยเจอกันอยู่ที่บ้านบ่อยๆ" ถุงแป้งเสียงอ่อย

นัท ธมนปลอบว่าเราสองคนก็ต้องเจอกันที่นี่อยู่แล้ว ติสรณ์เดินผ่านหน้าห้องเรียนพอดี ชวนสองสาวไปกินข้าวเที่ยงด้วยกัน ถุงแป้งทำหน้าเศร้า บอกติสรณ์ว่านัทธมนจะลาออกจากงานแล้ว

"ดีแล้วล่ะ...ตั้งแต่นัททำงาน เรารู้สึกว่าความร่าเริงของนัทหายไป กลับมาเป็นคนเดิมก็ดีเหมือนกัน"

"ถึงยังไง นัทก็คงกลับไปเป็นอย่างเดิมอีกไม่ได้แล้วล่ะ" นัทธมนถอนใจ ติสรณ์กับถุงแป้งมองหน้ากัน ไม่เข้าใจความรู้สึกของนัทธมน...

เมื่อ ได้อยู่ลำพังกับติสรณ์ ถุงแป้งต่อว่าต่อขานที่เขาเชียร์นัทธมนให้ลาออกจากงานทั้งๆที่ควรกล่อมให้ ทำงานต่อ ติสรณ์เถียงว่าไม่ได้เชียร์ เพราะคนอย่างนัทธมนลองตัดสินใจแล้ว ไม่มีใครทัดทานได้ ถุงแป้งตั้งข้อสังเกตว่านัทธมนต้องมีเรื่องอะไรกับน้ากฤตย์ที่เธอไม่รู้ ติสรณ์กระเซ้าว่าไม่รู้สักเรื่องก็คงไม่มีใครว่าอะไร

"แต่เรื่องนี้ แป้งต้องรู้ให้ได้" ถุงแป้งสีหน้ามุ่งมั่น...

แกม แก้วแอบฟังกฤตย์ ปิติ และเกตุมณีนั่งคุยกันอยู่ที่ระเบียงหน้าบ้าน พอได้ยินกฤตย์บอกว่านัทธมนขอลาออกจากงานแล้ว เธอรีบเสนอหน้าเข้ามาทันที

"ก็ดีมันลาออกไปซะได้ ทุกอย่างจะได้กลับมาสงบสุขอย่างเดิม"

เกตุมณีหันไปต่อว่าน้องสาวว่าถ้าอยากรู้เรื่องนี้ให้มานั่งฟังพร้อมกัน   จะได้ไม่ต้องมาแอบฟังให้เสียมารยาท

แกม แก้วว่าประชดตัวเองว่าส่วนเกินอย่างเธอคงไม่มีใครอยากร่วมเสวนาด้วย แล้วเดินออกไป ทุกคนมองตามงง กฤตย์เล่าเสริมอีกว่า นัทธมนอ้างว่าต้องการลาออกไปเรียนหนังสือให้เต็มที่
"ก็เข้าใจได้นะ...พี่ว่าก็สมเหตุสมผลอยู่"

"ผม ว่าจริงๆแล้วมันมีอะไรมากกว่านั้น...มันอาจจะเป็นการทิ้งไพ่ใบสุดท้ายก่อน ที่เธอจะชนะหมากเกมนี้ก็ได้" กฤตย์หน้าหม่นหมอง รู้แก่ใจดีว่านัทธมนต้องการอะไร...

มนทิราบอกนัทธมนระหว่างกินอาหาร มื้อค่ำด้วยกัน ว่าพรุ่งนี้เธอจะไม่อยู่บ้าน  จะไปถือศีลบวชชีพราหมณ์สักสิบวัน เพื่ออุทิศส่วนกุศลให้กับเจ้ากรรมนายเวรที่อยู่รอบๆตัวเราสองคน นัทธมนทักท้วงว่าถ้าแม่คิดจะถือศีลเพื่อไถ่บาปให้เธอ คงไม่มีผลอะไร แม่ก็รู้ดีอยู่แล้วว่าไม่มีใครตัดกรรมให้ใครได้

"หนูไปอยู่ที่วัดกับแม่ไหมล่ะลูก ถือศีล นั่งสมาธิให้ ใจสบาย"

นัทธมนยิ้ม ส่ายหน้า "ไว้ก่อนนะคะคุณแม่...หนูขออนุโมทนาบุญกับคุณแม่ด้วยแล้วกัน"

ooooooo

กฤตย์ แปลกใจที่เห็นเมสเซนเจอร์เอาเอกสารจากปณิตามาส่ง ปกติแล้วปณิตามักจะเอาเอกสารมาให้เขาด้วยตัวเองเสมอ กฤตย์เหลือบมองนัทธมนที่นั่งก้มหน้าก้มตาทำงานไม่สนใจ เขาแกะซองเอกสารออกดู เห็นหนังสือพิมพ์เก่าฉบับหนึ่ง ปณิตาโทร.เข้ามือถือของกฤตย์พอดี เขากดรับสาย

"คุณส่งหนังสือพิมพ์ของอาทิตย์ที่แล้วมาให้ผมทำไม"

"ส่งมาเตือนคุณเอาบุญน่ะสิ...เห็นข่าวที่ฉันวงเอาไว้ไหม" ปณิตากำลังเมายาได้ที่ เสียงอ้อแอ้

กฤตย์ มองหนังสือพิมพ์ มีปากกาเมจิกสีแดงวงข่าวรุจน์โดนรถชนตาย นัทธมนชำเลืองมองกฤตย์โดยที่เขาไม่รู้ตัว กฤตย์บอกปณิตาว่าเป็นแค่ข่าวอุบัติเหตุธรรมดา ปณิตาโทษว่าเป็นฝีมือของนัทธมน สร้อยที่กลายเป็นคนบ้าก็ฝีมือนังเด็กนั่นเช่นกัน เหยื่อรายต่อไปอาจเป็นกฤตย์ก็ได้ กฤตย์ไม่เข้าใจที่ปณิตาพูด

"ฉันส่งมันไปจัดการนังนัทธมน สุดท้ายเป็นไง...โดนรถชนตาย" ปณิตาพล่ามไม่หยุด

"คุณเมาอะไรอยู่เนี่ย"

"ใครที่เคยเล่นงานมันเอาไว้...นังวรดา มันตามเอาคืนหมดแน่"

นัท ธมนรู้ว่าปณิตากำลังพูดเกี่ยวกับตัวเธอ จึงเพ่งมองไปยังมือถือของกฤตย์ อยู่ๆสายโทรศัพท์ก็หลุด พอปณิตาโทร.กลับ มีเสียงสัญญาณจากมือถือพูดว่า "เลขหมายที่ท่านเรียกยังไม่ได้ทำการลงทะเบียนในระบบ จนกว่าจะตายตกไปตามกัน ชดใช้ความผิดที่ทำมา"

ปณิตาตกใจ ขว้างมือถือทิ้ง หยิบยาหลายเม็ดยัดใส่ปาก แววตาอิดโรยเหมือนคนอดนอนมาหลายคืน กฤตย์พยายามโทร. หาปณิตา แต่ไม่มีเสียงสัญญาณตอบรับ เขามองรูปในหนังสือพิมพ์ สลับกับนัทธมน เชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่งกับคำกล่าวหาของปณิตา...

คืนเดียวกัน กฤตย์นั่งมองของชำร่วยเป็นพวงกุญแจเล็กๆมีสติกเกอร์สีทองพิมพ์ชื่อ วรดา-กฤตย์ และปี พ.ศ.สีแดงไว้ ถุงแป้งเดินผ่านหน้าห้องนอนที่ไม่ได้ปิดประตู เห็นน้าชายนั่งหน้าเศร้าอยู่ลำพัง เดินเข้ามานั่งข้างๆถามว่าคิดถึงแฟนเก่า อยู่หรือ กฤตย์พยักหน้า พึมพำว่าเขากับวรดาเกือบจะได้แต่งงานกันอยู่แล้ว

"นัทธมนกับวรดามีอะไรเกี่ยวข้องกันรึเปล่าคะ...คนเราทำไมหน้ามันจะเหมือนกันได้ขนาดนั้น"

"ทั้งคู่เหมือนกันอีกอย่างหนึ่งคือ...เขาเกลียดน้ามาก"

ถุง แป้งสงสัยว่าทำไมวรดาถึงเกลียดเขา กฤตย์เล่าให้ฟังว่าก่อนงานแต่งงานไม่กี่วัน ปณิตาไปบอกวรดาให้ถอนหมั้นกับเขา โดยขู่ว่าถ้าไม่ยอมทำตาม ปณิตาจะถอนเงินลงทุนโครงการใหญ่กับบริษัทของกฤตย์ และจะทำให้เขาสูญเงินหลายร้อยล้านบาท ถุงแป้งสงสัยว่าใครเล่าเรื่องนี้ให้กฤตย์ฟัง

"ปณิตา...ตอนที่วรดาตาย เขาคงเข้าใจว่าน้าเลือกธุรกิจจึงจับเธอไปขังเอาไว้ ให้ตายทั้งเป็น เพื่อที่จะไม่ต้องแต่งงานกับเธอ" กฤตย์น้ำตาคลอเมื่อคิดว่าตัวเองเป็นสาเหตุให้หญิงคนรักต้องตาย

"อะไรทำให้น้ากฤตย์รู้สึกว่าวรดาคิดแบบนั้น"

"มี รอยเล็บวรดาเขียนเอาไว้ด้วยเลือด เขาเกลียดน้า เขาตายไปพร้อมกับความเกลียด ความชิงชัง ไม่มีเหตุผลอะไรเลยที่เขาจะไม่คิดว่าน้าเลือกเงินมากกว่าความรัก"

"...แล้วน้ากฤตย์เป็นคนทำอย่างที่วรดาเขาเข้าใจหรือเปล่าคะ"

กฤตย์ส่ายหน้า อ่อนใจ ไม่อยากจะพูดถึงเรื่องนี้อีก

ooooooo

รุ่งขึ้น กฤตย์มาทำงานโดยไม่ลืมหยิบของชำร่วยติดมือมาฝากนัทธมนหนึ่งชิ้น เขาอยากให้เธอเก็บไว้เป็นที่ระลึก เขายังมีอีกหลายอัน สั่งมาแล้วไม่มีโอกาสได้ใช้ นัทธมนแดกดันว่าทำไมไม่เอาสติกเกอร์ออกแล้วแจกเป็นของชำร่วยงานศพวรดาแทนจะ ได้ไม่เสียเปล่า กฤตย์ ไม่อยากโต้เถียงด้วย เล่าเสริมว่า

"ฉันกับวรดาเราเลือกของชำร่วยด้วยกันอยู่นานนะ เรามีความสุขกันมาก"

นัทธมนเบ้ปาก "แล้วไงคะ...ยิ่งหวังมากก็จะยิ่งเจ็บมาก รักมากก็ยิ่งแค้นมาก"

"ถ้าเธอสื่อสารกับวรดาได้ ไม่ว่าจะในฝัน ในยามหลับหรือที่ไหนก็ตามที บอกวรดาด้วยนะว่ามารับฉันไปได้แล้ว...ฉันพร้อมแล้ว"

"ไม่มีใครมารับคุณทั้งนั้น คุณต้องตายอย่างโดดเดี่ยวและทรมาน เช่นเดียวกับวรดา" นัทธมนมองเขาด้วยความชิงชัง กฤตย์ยอมรับสภาพ   ไม่สนใจว่าจากนี้ไปจะเกิดอะไรขึ้นกับตัวเอง...

กลับถึงบ้าน นัทธมนนั่งมองของชำร่วยงานแต่งงานวรดากับกฤตย์แล้วเช็ดน้ำตา มนทิราในชุดนุ่งขาวห่มขาวเดินถือกระเป๋าเดินทางเข้ามาเห็น ถามว่าเป็นอะไรไป นัทธมนฝืนยิ้ม รีบปรับสีหน้าเป็นปกติ บอกว่าไม่มีอะไร อาสาจะขับรถไปส่งให้ มนทิราหยิบของชำร่วยชิ้นนั้นขึ้นมาดู พอจะเข้าใจความรู้สึกของลูก

"การแก้แค้นไม่ทำให้เราสบายใจขึ้นมาได้หรอกนะลูก... สิ่งที่เราจ้องทำลายกับสิ่งที่เราค้นหา บางครั้งมันอาจจะเป็นสิ่งเดียวกันก็ได้นะ...หนูเลือกเอาเองแล้วกันว่าจะทำ ยังไงกับมัน ถึงจะพบความสุข"

นัทธมนเมินหน้าหนี แอบปาดน้ำตาทิ้ง แต่ยังใจแข็งดื้อดึงจะแก้แค้นแทนวรดาให้ได้...

ทางด้านปณิตานอนเหงื่อแตกอยู่บนเตียง ดิ้นทุรนทุราย แล้วสะดุ้งตื่น คว้าปืนใต้หมอนขึ้นมากราดไปทั่วห้อง ตั้งสติได้ จึงรู้ว่าเป็นแค่ฝันร้าย แต่ยังตัวสั่นไม่หาย

"พอซะที พอได้แล้ว...ฉันจะไม่รอให้แกมาทำร้ายฉันฝ่ายเดียวหรอก" ปณิตาวางปืนด้วยมือสั่นระริกหยิบยาขึ้นมาเสพเพื่อให้หลับต่อได้

ooooooo

ทันทีที่กฤตย์มาถึงหน้าห้องทำงาน เลขาฯแจ้งว่า วันนี้นัทธมนโทร.มาขอลาครึ่งวัน มีสอบเก็บคะแนน ช่วงบ่ายจึงจะมาทำงาน กฤตย์พยักหน้ารับรู้ เดินเข้าห้องทำงาน ตรงรี่มายังโต๊ะทำงานนัทธมน ลองขยับลิ้นชักดู มันล็อกกุญแจไว้ เขาเดินกลับไปที่โต๊ะทำงานตัวเองหยิบกุญแจสำรองเอามาไข รื้อค้นดูของข้างใน

ไม่เห็นมีอะไรน่าสนใจ แต่แล้วกลับสะดุดตากับโทรศัพท์ มือถือเครื่องหนึ่งซึ่งซุกอยู่ด้านในสุดของลิ้นชัก ตัวเครื่องมีรอยเลือดเปื้อนอยู่ กฤตย์หยิบมันออกมา ชำเลืองไปทางประตูห้อง เกรงว่าจะมีใครเปิดเข้ามา รีบเดินมาล็อกประตู กดดูข้อความแล้วเปิดดูคลิป ถึงกับตะลึงเมื่อเห็นคลิปล่าสุด

มีภาพนัทธมนใช้พลังพิเศษที่มองไม่เห็นเคลื่อนย้ายสิ่งของต่างๆเล่นงานใครบาง คนอยู่ กฤตย์เอะใจกดคลิปค้างไว้ เดินมาหยิบหนังสือพิมพ์ที่ปณิตาส่งมาให้เมื่อวันก่อน ชัดเจนแล้วว่าเป็นคนคนเดียวกับในคลิป กฤตย์หนักใจในหลักฐานยืนยันพลังของนัทธมน...

เกือบบ่ายสองโมงแล้วตอนที่นัทธมนขับรถของแม่มาจอดยังลานจอดรถของบริษัท ลงจากรถแล้วต้องถอยหลบรถของปณิตาที่แล่นเข้ามาจอดเกือบจะชน ปณิตาถือปืนลงจากรถ เมายาเดินเซเข้ามาหา นัทธมนไม่อยากมีเรื่องด้วยไขกุญแจรถ

จะขับกลับ แต่ปณิตากระชากกุญแจรถไปจากมือ นัทธมนขอคืน ปณิตามองดูพวงกุญแจเห็นเป็นของชำร่วยงานแต่งงานของกฤตย์กับวรดา ตาวาวอย่างเอาเรื่อง

"แกมันอสูรกายชัดๆ แกกลับมาทำไมอีกหือ...แกทำไมไม่ตายๆไปซะ"

"อย่ารนหาที่เลยค่ะ...หนูขอพวงกุญแจคืน"

ปณิตาอ่านสติกเกอร์ที่พวงกุญแจ "วรดา กฤตย์ เป็นไงแล้วได้แต่งไหมล่ะ...จะเก็บเอาไว้ทำไม" เธอโยนพวงกุญแจลงพื้นแล้วกระทืบๆ นัทธมนขอร้องให้หยุดพยายามก้มลงเก็บโดนปณิตาถีบจนหน้าหงายปากแตก นัทธมนมองปณิตาอย่างขุ่นเคือง หยิบพวงกุญแจของชำร่วยขึ้นมาปัดฝุ่นออก

"อาลัยอาวรณ์นักเหรอ...ตาย"

ขาดคำ ปณิตายิงปืนใส่นัทธมนทันที...กฤตย์อยู่ในห้องทำงานได้ยินเสียงปืน ตกใจ รีบวิ่งตามไปยังที่มาของเสียง เช่นเดียวกับพนักงานคนอื่นๆในบริษัท...

ด้านนัทธมนตัวงอเอามือจับท้องตัวเอง ก่อนยืดตัวตรงแบมือออก เผยให้เห็นลูกกระสุนปืนในมือ

"คุณทำอะไรฉันไม่ได้อีกต่อไปแล้วล่ะ"

"แก...แกไม่ใช่คน แกมันเป็นผี...กลับไปอยู่นรกที่แกเคยอยู่ซะ...อีนังปีศาจ" ปณิตายิงปืนใส่นัทธมนอีก แต่คราวนี้

ปืนด้าน ไม่รู้จะทำอย่างไรเลยเอาปืนขว้างใส่ นัทธมนหลบได้ ปณิตากระโจนเข้าหานัทธมนเหมือนคนบ้า ด่าเธอว่าเป็นนังปีศาจ สองสาวยื้อยุดฉุดกันอุตลุด

"คำก็ผี คำก็ปีศาจ...ได้ค่ะ ตามที่คุณต้องการค่ะ...คุณปณิตา"

นัทธมนเอานิ้วจิ้มกลางแสกหน้าปณิตา ทันทีที่ดึงนิ้วออก ปณิตาเห็นหน้านัทธมนซึ่งตนเองกอดรัดอยู่เป็นหน้าปีศาจ ถึงกับผงะ กรีดร้องลั่นด้วยความตกใจ ยามของบริษัทวิ่งเข้ามาดึงปณิตาออก เธอก็เห็นยามเป็นยมทูตตัวสีแดงหน้าตาน่ากลัว

"ว้าย...ปล่อย...ฉันยังไม่ตายๆ" ปณิตาดิ้นรนจะหนี ยามคว้าข้อมือไว้

ปิติกับเกตุมณีได้ยินเสียงปืนวิ่งตามมาสมทบพร้อมกับกฤตย์และพนักงานคนอื่นๆ กฤตย์ถามนัทธมนว่าเป็นอะไรหรือเปล่า นัทธมนกลับบอกให้เขาเป็นห่วงฝ่ายโน้นจะดีกว่า ปณิตาดิ้นหลุดจากยาม แต่ต้องตกใจที่เห็นผู้คนรอบๆกลายเป็นผีหน้าตาน่าเกลียดน่ากลัว เกตุมณีจะเข้าไปช่วย ปณิตายิ่งร้องกรี๊ดๆลั่น กฤตย์เดาออกว่าเกิดอะไรขึ้นขอร้องนัทธมนให้หยุดเสียที

"หนูไม่ได้ทำอะไรซักหน่อย....เขาทำตัวเขาเองต่างหาก"

กฤตย์ได้แต่มองปณิตาที่กลัวลนลาน ดิ้นไปมาอยู่กับพื้นอย่างน่าสงสาร

ooooooo

ในเวลาต่อมา กฤตย์พาปณิตาส่งโรงพยาบาลด้วยความช่วยเหลือของปิติกับเกตุมณี ปิติคุยกับหมอแล้วเดินกลับมาบอกกฤตย์และเกตุมณีซึ่งนั่งรออยู่ หน้าห้องตรวจว่าผลเลือดของปณิตาพบสารเสพติดปริมาณมาก หมอคาดว่าอาจเป็นต้นเหตุทำให้เกิดอาการประสาทหลอน

"ไม่จริงหรอก...เสพยาน่ะคงจะจริง แต่อาการหลอนมันคงไม่รุนแรงปัจจุบันทันด่วนขนาดนั้น"

"แล้วนายคิดว่าเกิดจากอะไร"

"ผมเชื่อว่าเราคิดตรงกันอยู่นะครับ" กฤตย์มองหน้าปิติกับเกตุมณีเขม็ง...

ด้านนัทธมนกลับถึงบ้านรีบทำความสะอาดพวงกุญแจของชำร่วยงานแต่งงานของกฤตย์กับวรดาอย่างทะนุถนอม เหลือบมองรูปถ่ายของแม่ที่วางอยู่บนตู้โชว์ รู้สึกผิด

"แม่คะ...หนูทำบาปอีกแล้วค่ะ...หนูไม่ได้ตั้งใจ หนูไม่ได้ตั้งใจเลยจริงๆ" นัทธมนกำพวงกุญแจแน่น ก้มหน้า สะอึกสะอื้นอย่างเดียวดาย...

กฤตย์แวะดื่มเหล้าที่บาร์แห่งหนึ่งจนเมามาย เพื่อให้ลืมเรื่องราวต่างๆ แต่เขากลับคิดถึงวรดามากจนทนไม่ไหว ขับรถมาหานัทธมนที่บ้านกลางดึก นัทธมนไม่ค่อยพอใจนักที่เห็นเขาเมาเหล้า เดินแทบไม่ตรงทาง จึงขอให้กลับไปเสีย

"วรดา...คุณยอมรับกับผมสักครั้งได้ไหมว่า คุณคือ... วรดา"

นัทธมนปฏิเสธเสียงแข็ง "คนที่คุณอยากเจอ ไม่มีวันจะได้เจอหรอกค่ะ"

กฤตย์เสียใจมาก อ้อนวอนขอร้องเธอให้หยุดทำร้ายใครต่อใครเสียที ถ้าเกลียดเขามาก ก็จัดการกับเขาได้เลย อย่าไปข้องแวะกับคนอื่น นัทธมนไม่ได้อยากเกี่ยวข้องหรือข้องแวะกับใครทั้งนั้น คนอื่นต่างหากที่มายุ่งกับเธอเอง

"วรดา...คนดี คนที่อ่อนโยนคนเดิม คนที่เคยรักกันหายไปไหน"

นัทธมนพยายามกลั้นน้ำตาเอาไว้ "ตามที่หนูรู้ เธอตายไปแล้วค่ะ"

"ไม่จริง เธออยู่ตรงนี้ เธอรักฉัน ฉันรักเธอ เราเคยรักกันมากนะ" กฤตย์จับบ่านัทธมนหันมาเผชิญหน้า

"อย่าให้หนูต้องทำอะไรที่ไม่อยากทำตอนนี้เลยค่ะ"

"เธอจะทำอะไรก็ทำ อย่าช้า...ไม่ต้องรอ ขออย่างเดียวอย่าบอกว่าเธอไม่ใช่วรดา"

นัทธมนย้ำทีละคำว่า เธอไม่ใช่วรดา กฤตย์ทรุดฮวบ หมดเรี่ยวแรง น้ำตาเอ่อ ไม่รู้จะทำอย่างไรดี

"ฉันอยากเจอเธอแค่ไหน เธอรู้ไหมวรดา...ถ้าตายตามแล้วฉันจะได้เจอเธอ ฉันทำไปแล้ว...ก่อนที่เธอจะตาย...เราห่างกันแค่ผนังกั้น...แค่ผนังกั้นวรดา...แต่มันทำเราห่างกันจนไม่มีวันได้เจอ...เธอนึกว่าคนตายคือฝ่ายจากเหรอ...คนอยู่ ต่างหาก...ฉันสิเป็นฝ่ายที่ต้องจากเธอ ฉันอยากเจอเธอแค่ไหนก็ไม่มีทางเป็นไปได้เลย...กลับมาเจอกันซักครั้งได้ไหม...วรดา"

"หนูไม่ใช่...วรดา"

กฤตย์พยักหน้าตัดใจยอมรับ ก่อนจะเดินคอตกออกไป เขาหันกลับมาสบตานัทธมน ตัดพ้อว่าใจร้ายเหลือเกิน นัทธมนยืนมองกฤตย์ขับรถไปจนลับสายตา แล้วจึงทรุดตัวลงนั่งร้องไห้ ย้ำเตือนตัวเองว่า

"ไม่จริง...ที่เขาพูดมา มันไม่มีความจริงเลย"

ooooooo

นัทธมนทำอาหารใส่ถือปิ่นโตไปกินข้าวกลางวันกับมนทิราที่สำนักปฏิบัติธรรม ผ่านมาหลายวันแล้ว แต่มนทิรายังไม่มีทีท่าว่าจะกลับบ้าน นัทธมนทวงถามว่าเมื่อไหร่แม่ถึงจะกลับ

"ก็ว่าจะอยู่ไปอีกสักหน่อย มันสบายใจดี สงบ...หนูน่าจะมานั่งวิปัสสนากัมมัฏฐานที่นี่ดูมั่งนะ"

นัทธมนนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง จึงตอบตกลง มนทิราดีใจมาก รีบจัดหาเสื้อผ้าชุดขาวมาให้ลูก ซึ่งเธอสวมได้พอดี แล้วชวนกันมานั่งสมาธิในสวนร่มรื่น

"ผ่อนคลายนะลูกนะ นึกถึงพระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์...สติอยู่ที่ลมหายใจของเรานะ"

"หนูพอเป็นค่ะ คุณแม่...หนูอยากนิ่งๆไม่อยากคิดอะไรสักพักหนึ่งค่ะ คุณแม่"

"ไม่ต้องเพ่ง ไม่ต้องอะไรนะลูก" มนทิรายิ้มให้นัทธมน สองแม่ลูกนั่งหลับตา ทำสมาธิกันไปเงียบๆ...

ในเวลาไล่เลี่ยกัน แกมแก้วเห็นกฤตย์นั่งเหม่อใจลอยเพียงลำพังคนเดียวในห้องหนังสือ เข้ามาทรุดตัวลงนั่งข้างๆอดหวั่นใจไม่ได้ว่าปณิตาเสร็จนังนั่นไปอีกคนแล้ว ใครจะเป็นเหยื่อรายต่อไปก็ไม่รู้

"ถ้าเราไม่ได้ทำอะไรใครเอาไว้ ก็ไม่เห็นต้องกลัว"

"พูดเหมือนไม่รู้ร้อนรู้หนาวเลยนะ" แกมแก้วไม่วายแดกดันพี่ชายตัวเอง

"...ผลตรวจก็ออกมาแล้วว่า ปณิตาใช้ยาเสพติดเกินขนาด"

"พี่กฤตย์ไม่เชื่อผลตรวจหรอก แก้มมองตาพี่ก็รู้...พี่แค่ไม่อยากจะยอมรับความจริงเท่านั้นเองว่าทั้งหมดนั่นน่ะเป็นฝีมือของนังวรดา"

"รู้ไหม...มีสิ่งหนึ่งที่พี่ไม่เข้าใจ ตั้งแต่วรดาตายมาจนถึงเดี๋ยวนี้...ทำไมศพของวรดา ถึงร้องไห้ได้"

แกมแก้วถึงกับอึ้ง "หมายความว่ายังไง...ที่ว่าศพนังนั่น มันร้องไห้ได้"

"พี่บอกทุกคนมาตลอดว่า ตอนที่พี่ไปพบศพวรดา น้ำตาเธอยังไม่แห้ง"

"ก็มันเพิ่งขาดใจตาย ผลชันสูตรก็ออกมาอย่างนั้น"

"ใช่...แต่ที่พี่ไม่เคยบอกใครก็คือ ศพของวรดา ร้องไห้ อยู่ในอ้อมกอดพี่...น้ำตาของเธอยังไหลอยู่แม้ว่าชีพจรจะหยุดเต้นไปแล้วก็ตาม"

แกมแก้วกลืนน้ำลาย รู้สึกพรั่นพรึงเกินกว่าจะพูดอะไรได้อีก เดินออกไปเงียบๆ กฤตย์พึมพำกับตัวเอง

"ฉันไม่ได้ตาฝาดไปใช่ไหมวรดา...คนเราต้องเศร้าขนาดไหนนะ...ศพถึงจะร้องไห้ได้"

ooooooo

ตอนที่ 14

กฤตย์ตามเกตุมณีมาชวนตรวจบัญชีค่าใช้จ่ายต่างๆ ของบ้านและของบริษัท ทั้งคู่พบว่าค่าใช้จ่ายบัตรเครดิตของแกมแก้วเต็มวงเงินทุกใบ กฤตย์ขอเคลียร์ เรื่องนี้ แต่แกมแก้วไม่เคลียร์ด้วย วิ่งตามลินจันทร์ที่หนีลนลานออกไป เกตุมณีมองตามหลานสาว แล้วหันไป
พูดกับกฤตย์

"ลินจันทร์เป็นอะไร ตื่นยังกะลูกแกะได้กลิ่นเสือ"

ลิน จันทร์วิ่งหนีมาตามทางเดินเหมือนกลัวอะไรสักอย่าง แต่แล้วเด็กน้อยต้องชะงัก ตาเหลือกโพลงเมื่อเห็นนัทธ–มนเลี้ยวมาตามทางเดินกับถุงแป้ง แกมแก้ววิ่งตามลูกทัน จับแขนบิด ลินจันทร์กลัวนัทธมนตัวสั่น รีบแอบหลังแม่ โผล่หน้ามามอง นัทธมนม
องลินจันทร์นิ่ง ต่างคนต่างมองกัน ลินจันทร์ เป็นฝ่ายหลบตา

ถุงแป้งประหลาดใจ "ลินจันทร์เป็นอะไร"

"คงกลัวคนแย่งสมบัติหมดน่ะสิ" แกมแก้วได้ทีแขวะใส่

ถุง แป้งถอนใจเซ็ง ชวนนัทธมนขึ้นไปเล่นเกมบนห้องของเธอ แกมแก้วไม่พอใจต่อว่าถุงแป้งว่าบ้านนี้ไม่ใช่บ้านของถุงแป้ง ทีหลังอย่าเที่ยวชวนใครต่อใครมาอีก นัทธมนสังเกตเห็นว่าลินจันทร์กลัวเธอมาก นึกสงสัยว่าต้องมีอะไรแน่ๆ...จากนั้นสองสาวเดินผ่านห้องที่
กฤตย์กำลังนั่ง ตรวจบัญชีอยู่กับเกตุมณี

ถุงแป้งแวะทักทายแม่ ถามว่าพ่อไม่มาด้วยหรือ เกตุมณีส่ายหน้าแทนคำตอบ นัทธมนไหว้ทักทายเกตุมณี กฤตย์จ้องหน้านัทธมนเขม็ง ถามว่าเตรียมตัวเรียบร้อยแล้วหรือยัง พรุ่งนี้ต้องไปทำงานต่างจังหวัด นัทธมนรับคำ เดินตามถุงแป้งขึ้นข้างบน...

ระ หว่างที่นัทธมนเล่นเกมกับถุงแป้งอยู่หน้าจอโทรทัศน์ เธอถามเรื่องการตายของผาณิต ถุงแป้งรู้แต่ว่าผาณิตเกิดอุบัติเหตุตายหลังวรดาตายไปแล้วสามปี ถ้าเพื่อนอยากรู้ รายละเอียดมากกว่านี้ คงต้องไปถามแม่ของเธอ นัทธมนทำที ไม่สนใจ เล่นเกมไปสักพัก ขอตัว
ลงไปเอาน้ำดื่ม พอเห็นปลอดคน นัทธมนเข้าไปถามเกตุมณีว่าเกิดอะไรขึ้นกับครอบครัวของผาณิต หลังจากวรดาตาย
เกตุมณีครุ่นคิดอยู่อึดใจ

"ผาณิต นั่งรถไปกับคุณหญิงผกา รถประสานงากับสิบล้อ ผาณิตเสียชีวิตคาที่ ส่วนคุณหญิงผกาต้องอยู่ห้องไอ.ซี.ยู. อีกหลายวัน หมอพยายามยื้อชีวิตเอาไว้แต่ก็ไม่รอด"

"แล้ว...คุณพ่อ...เอ่อ...คุณพ่อของวรดา ท่านนายพลล่ะคะ"

"ท่าน นายพลก็อยู่จัดงานศพลูกเมีย หลังจากนั้น ท่านก็ขายบ้านให้กฤตย์ แล้วกฤตย์เขาก็ทำเป็นออฟฟิศจนถึงตอนนี้... หลังสุดที่ได้ข่าวก็คือ ท่านนายพลเสียชีวิตในป่าแถวเพชรบูรณ์"

นัทธมนน้ำตาคลอ พึมพำว่าชีวิตท่านนายพลน่าสงสารมาก ยังไม่ทันจะซักอะไรต่อ แกมแก้วเข้ามาขัดจังหวะ นัทธมนเลยขอตัวขึ้นไปหาถุงแป้ง แกมแก้วรอจนนัทธมนไปพ้นสายตา บอกเกตุมณีว่าต้องการเบิกเงิน เกตุมณีขัดว่าเพิ่งเบิกไปไม่นาน จะมาขออะไรอีก แกม
แก้วไม่ยอมจะเอาให้ได้...

ขณะ นัทธมนเดินอยู่ภายในบ้าน รู้สึกเหมือนมีคนแอบมอง หันขวับไปดูเห็นลินจันทร์แง้มประตูห้องมองมาทางเธอ ลินจันทร์ตกใจรีบปิดประตูห้อง นัทธมนจะเดินไปหา แต่ถุงแป้งเดินมาตามเสียก่อน

ooooooo

นัทธมนนั่งอยู่หน้าโต๊ะ เครื่องแป้งในห้องนอนตัวเอง กำลังจ้องนาฬิกาปลุกเรือนใหญ่ที่วางอยู่บนโต๊ะ มนทิรายืนพิงประตูมองลูกด้วยความสนใจ นัทธมนไม่หันมองแม่ นั่งจ้องแต่เข็มวินาทีของนาฬิกา

"พ่อของวรดาเสียชีวิตอย่างโดดเดี่ยว แม่ของวรดาโดนรถชนตายข้างถนน วรดาตายอย่างน่าสังเวชที่ไหนสักแห่ง"

"ไปรู้เรื่องครอบครัววรดามาจากไหน"

"แม่ถุงแป้งเล่าให้ฟัง" นัทธมนเริ่มมีเลือดกำเดาไหล

มนทิราตกใจ รีบเข้ามาเช็ดจมูกให้ ถามว่าทำอะไรอีก นัทธมนต้องการหยุดเวลาเพื่อจะได้กลับไปแก้ไขสิ่งที่เกิดขึ้น

มนทิร าเขย่าไหล่ลูก ขอร้องให้หยุดทำอย่างนี้ ไม่มีใครสามารถหยุดเวลาได้ นัทธมนไม่ฟัง ยังคงจ้องเข็มนาฬิกานิ่ง มนทิราเกรงลูกจะเป็นอันตราย ขู่ว่าถ้าไม่หยุดจะไม่พูดด้วย

นัทธมนถึงยอมหยุด เงยหน้า เช็ดเลือดกำเดา เสียใจที่ตัวเองทำอะไรไม่ได้ มนทิราปลอบว่าทุกอย่างจบไปแล้ว นัทธมนส่ายหัว มองตัวเองในกระจกเงา บอกว่าจะต้องกลับไปหาวรดาให้ได้

"ฟัง แม่นะลูก หนูย้อนกลับไปไหนไม่ได้อีกแล้ว เหมือนๆกับที่หนูหยุดเวลาไม่ได้ ทุกอย่างต้องเดินต่อไปตามครรลองของมัน" มนทิราหยิบนาฬิกาปลุกเดินออกไป

นัท ธมนลุกเดินไปจากตรงนั้นอย่างเหนื่อยล้า โดยไม่ทันสังเกตว่าเงาสะท้อนในกระจกเงาเพิ่งจะลุกตามออกมาทีหลังอึดใจหนึ่ง เต็มๆ...ส่วนมนทิรานั่งนิ่งอยู่หน้ารูปถ่ายของนิกร อธิษฐานให้เขาช่วยชี้ทางสว่างให้ลูกของเราด้วย ความแค้นทำให้ลูกเปลี่ยนไป เธอ
อยากได้ลูกคนเดิมกลับคืนมา

มนทิราไม่ทันเห็นว่าเข็มนาฬิกาปลุกที่หยิบมาจากห้องนัทธมน ตอนนี้มันหยุดเดินแล้ว...

คืน นั้น นัทธมนฝันเห็นอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นกับผาณิตและคุณหญิงผกา มีเจ้าหน้าที่กู้ภัยลากตัวคุณหญิงผการ่างอาบเลือดร้องโอดโอยขึ้นรถมูลนิธิฯ ไป ส่วนผาณิตตายคาพวงมาลัย เจ้าหน้าที่อีกคนจับเธอเงยหน้าขึ้น ปรากฏว่ากลายเป็นใบหน้าของลินจันทร์ลืมตาโพลง
นัทธมนสะดุ้งตื่น เป็นครั้งแรกที่เธอจำความฝันได้

"ผาณิต...ลินจันทร์" นัทธมนบ่นพึมพำ...

ขณะ เดียวกัน แกมแก้วอารมณ์บูดที่เสียพนันจนหมดตัว แถมยังเจอรุจน์เข้ามาทักอีกยิ่งหงุดหงิดมากขึ้น รุจน์ยื่นเงินให้ แกมแก้วยืมเพื่อต่อทุน แกมแก้วชั่งใจ ก่อนดึงเงินจากมือเขา บ่นว่าเงินแค่นี้เล่นได้ไม่กี่ตา

"คิดว่าจะได้สิครับ อย่ามัวแต่คิดว่าจะเสีย...อย่างนี้จะเอาอะไรไปชนะวรดา"

"แกเจอมันแล้วสิ"

"ดูเหมือนเราจะมีศัตรูคนเดียวกันอีกครั้งแล้วนะ" รุจน์ยิ้มพราย

ooooooo

ถึง วันเดินทางไปทำงานต่างจังหวัด กฤตย์ขับรถมารับนัทธมนที่บ้านแต่เช้า ขณะนั่งรถมาตามทาง นัทธมนไม่พูดไม่จากับเขาสักคำ กฤตย์ทนอึดอัดไม่ไหว ถามว่าเมื่อวานนี้คุยอะไรกับเกตุมณี

"ก็ชวนคุยกันตามประสา ไม่มีอะไร...ขอโทษนะคะ หนูเพลีย ขออนุญาตหลับ"

นัทธมนหันหน้าไปทางหน้าต่าง ปรับเบาะเอนหลังแล้วหลับตา กฤตย์ถอนใจ เหนื่อยใจ...

หลังกินอาหารกลางวันและคุยธุระกับลูกค้าเรียบร้อย กฤตย์ขับรถไปยังถ้ำที่อยู่ในที่ดินของลูกค้า ซึ่งลูกค้าอยากให้

เขาดึงเอาความรู้สึกของถ้ำมาไว้ในงานออกแบบด้วย กฤตย์จึงต้องเข้าไปสำรวจในถ้ำ

"คุณจะเข้าไปข้างในด้วยเหรอ" นัทธมนร้องทัก เริ่มหายใจไม่ทั่วท้อง

"เราต่างหาก  เราสองคนจะเข้าไปด้วยกัน  เห็นเขาว่ามีหินงอกหินย้อยในถ้ำ สวยนะ...มีแอ่งน้ำด้วย"

"แต่ว่ามันเหมือนจะมืด"

"หรือว่าเธอกลัว" กฤตย์เดินนำเข้าไปในถ้ำ

นัท ธมนลังเล จำใจเดินตาม ยิ่งเข้าไปในถ้ำก็ยิ่งมืดลงเรื่อยๆ นัทธมนกลัวมาก ทนไม่ไหวขอร้องเขาพากลับ กฤตย์ถามเธอว่าเป็นโรคกลัวที่มืดแคบหรือปิดทึบใช่ไหม นัทธมนส่ายหน้า

"ถ้าอย่างนั้น เธอก็ต้องยอมรับมาว่าเธอรู้แล้วว่าเธอคือวรดา"

"...ทำไมวรดาจะต้องกลัวที่มืดแคบด้วย"นัทธมนเสียงสั่นเครือด้วยความหวาดกลัว

"มันเป็นที่ที่เธอเสียชีวิตน่ะสิ"

นัท ธมนหายใจไม่ออกขอร้องให้พาเธอออกไป กฤตย์คาดคั้นให้ยอมรับว่าเธอเป็นวรดา แต่นัทธมนกลัวจนขาดสติ ดิ้นรน ร้องขอความช่วยเหลือลั่น เป็นลมสลบไปในอ้อมแขนเขา...กฤตย์อุ้มเธอกลับมาไว้ที่เบาะหลังรถ เช็ดเหงื่อที่ใบหน้าให้ รู้สึกผิดเต็มหัวใจ...
ระหว่างทางกลับบ้าน นัทธมนนอนละเมอ น้ำตาไหล

"ช่วยด้วย ใครก็ได้ช่วยเปิดประตูที...ช่วยด้วย...คุณกฤตย์ คุณไม่รักฉัน ก็อย่าทำกับฉันอย่างนี้...อย่าฆ่ากันทั้งเป็นแบบนี้ คนใจร้าย...ใจร้าย"

"วรดา...เธอตายไปด้วยความชิงชังฉันนี่เอง"กฤตย์น้ำตารื้น หดหู่ใจ...

ครู่ ต่อมา กฤตย์แวะซื้อของกินที่ร้านสะดวกซื้อภายในปั๊มน้ำมัน พอกลับมานั่งประจำที่คนขับ นัทธมนรู้สึกตัวตื่น กฤตย์ถามว่าเป็นอย่างไรบ้าง นัทธมนโกรธไม่พูดไม่จาเปิดประตูรถจะลงจากรถ กฤตย์รีบดึงมือไว้ ขอโทษ คิดไม่ถึงว่า เธอกลัวที่มืดขนาดนั้น นัทธม
นตวาดลั่นว่าไม่ได้กลัว แต่เกลียดต่างหาก

"เธอมีสิทธิ์ที่จะไม่พอใจ ฉันยอมรับผิด...หิวไหม"

นัท ธมนส่ายหน้า กฤตย์ถามว่าจะเข้าห้องน้ำหรือเปล่าเขาไม่ได้หันไปมองมัวแต่ก้มหน้าหยิบของ นัทธมนลุกออกจากประตูที่เปิดค้างไว้โดยที่กฤตย์ไม่ทันเห็น

"เธอ เข้าใจฉันหน่อยได้ไหม...วรดา" กฤตย์เงยหน้ามองกระจกส่องหลังเห็นเงาสะท้อนของนัทธมนนิ่งเงียบ "เธอไม่ใช่วรดา...เห็นใจฉันหน่อยได้ไหมนัทธมน ฉันกำลังถูกลงโทษในความผิดที่ฉันไม่ได้ก่อ"

กฤตย์เหลือบมองกระจกส่อง ข้าง ไม่เห็นเงาสะท้อนของนัทธมนเดินเข้าห้องน้ำ รีบหันขวับไปมองเบาะหลังรถ ไม่มีใครอยู่ตรงนั้น   เขาขยี้ตา  ไม่มั่นใจว่าตัวเองตาฝาดไป หรือเปล่า...

ด้าน แกมแก้วเอาเงินที่รุจน์ให้ยืม เล่นพนันจนหมดตัวอีก รุจน์ยื่นห่อยาให้แกมแก้ว สั่งให้หาทางเอายานี้ให้นัทธมนกินจะได้ล้างหนี้กันไป แกมแก้วมองลังเล ก่อนรับห่อยามา

นัทธมนนั่งรอถุงแป้งกับติสรณ์ที่ร้านกาแฟแห่งหนึ่ง มองไปไกลๆเห็นถุงแป้งกับติสรณ์เดินหัวเราะกันมาอย่างสนิทสนม พอทั้งคู่เห็นนัทธมนมองอยู่ รีบเดินห่างกัน แถมหยุดหัวเราะดื้อๆ นัทธมนชักเอะใจว่าสองคนนี้ต้องมีอะไรแน่ๆ

ยิ่งตอนเดินช็อปปิ้งด้วยกัน  นัทธมนยิ่งเห็นชัดว่าติสรณ์ กับถุงแป้งหยอกล้อกันเกินเพื่อน เธอแอบเหงาแต่ก็ดีใจที่เห็นเพื่อนมีความสุข หลังเดินซื้อของกันจนเมื่อย ทั้งสามคนชวนกันมานั่งกินของว่างที่ร้านอาหาร ติสรณ์เห็นนัทธมนเงียบไป ทักว่าอกหักหรือเปล่า นัท
ธมนด่าสวนทันทีว่าบ้า

"ทะเลาะกับน้ากฤตย์เหรอ"

"เถียงกันบ้างเรื่องงานน่ะ"

"แอบชอบคนแก่รึเปล่าเนี่ย" ติสรณ์แซว

นัทธมนหันมาถลึงตาใส่ ถุงแป้งเห็นไม่เข้าทีรีบขอตัว ไปเข้าห้องน้ำ กฤตย์บังเอิญเดินผ่านหน้าร้านอาหารนั้นพอดี เห็นนัทธมนนั่งอยู่กับติสรณ์สองคนท่าทางสนิทสนม ถอนใจ เดินซึมจากไป...

กลับถึงบ้าน กฤตย์รีบเอาครีมบำรุงผิวทาใต้ตาเป็นการใหญ่ เกตุมณีเห็นแล้วอดกระเซ้าไม่ได้ว่า ทำไมเกิดกลัว แก่ขึ้นมากะทันหัน กฤตย์แก้เก้อว่าเผื่อต้องไปพบลูกค้า พวกเขาจะได้ไม่ตกใจ

"วันหยุดไม่ชวนนัทธมนเขาออกไปไหนเหรอ"

"ผมจะชวนเขาไปไหนได้ เรารู้จักกันก็แค่เรื่องงานเท่านั้น"

"ปกติก็เห็นเอาเรื่องงานมาบังหน้าเป็นประจำนี่" เกตุมณีรู้ทัน กฤตย์ถอนใจเฮือก บอกว่าตัวเขาแก่เกินกว่าจะมีใครสนใจแล้ว เกตุมณีมองน้องชายอย่างเห็นใจ...

ถุงแป้งกับเกตุมณีวางแผนให้นัทธมนมากินข้าวเที่ยงที่บ้าน เพื่อหวังให้ปรับความเข้าใจกับกฤตย์ จังหวะที่ถุงแป้งพานัทธมนเดินลอดรั้วมาถึงสระว่ายน้ำบ้านกฤตย์ ติสรณ์โทร.เข้ามือถือถุงแป้งทำทีว่ามีธุระด่วนเรียกถุงแป้งออกไป แกมแก้วเห็นนัทธมนเดินเข้าบ้านก
ฤตย์เพียงลำพัง มองตามด้วยความเกลียดชัง

นัทธมนเหลียวซ้ายแลขวาไม่เห็นใครอยู่ในบ้าน รีบย่องไปหยุดยืนหน้าห้องลินจันทร์ ลินจันทร์นอนอยู่ในห้อง ลุกพรวด หันขวับไปทางประตูห้องราวกับรู้ว่านัทธมนรออยู่ รีบวิ่งไป ซุกซอกตู้สีหน้าหวาดหวั่น เสียงเคาะประตูห้องดังขึ้น ลินจันทร์ ตกใจ รีบย้ายที่ซ่อน
เข้าไปแอบใต้เตียง

"ลินจันทร์...หรือ...ฉันควรจะเรียกเธอว่า...ผาณิต"

เสียงของนัทธมนทำให้ลินจันทร์ยิ่งหวาดผวา ถอยกรูดเข้าไปซ่อนตัวในซอกลึกที่สุด นัทธมนรอฟังเสียงขานรับ แต่ทุกอย่างเงียบกริบ ตัดสินใจแง้มประตูห้องจะเข้าไป เสียง กฤตย์ร้องถามจากด้านหลัง

"เธอมีธุระอะไรกับลินจันทร์งั้นหรือ"

นัทธมนสะดุ้งโหยง รีบปิดประตู หันกลับมามอง อึกๆอักๆไม่รู้จะแก้ตัวอย่างไร เกตุมณีผ่านมาพอดี ชวนนัทธมน กินข้าวเที่ยงด้วยกัน นัทธมนได้ทีรีบเดินตามเกตุมณี ลินจันทร์ ซึ่งอยู่ในห้องถอนใจโล่งอก...

ในเวลาต่อมา กฤตย์กับนัทธมนมานั่งที่โต๊ะอาหาร เกตุมณีทยอยยกอาหารมาวาง บอกทั้งคู่ให้กินกันไปพลางก่อน เธอตั้งของหวานไว้บนเตาขอตัวเข้าไปดู กฤตย์รีบออกตัวว่า เขาไม่กินของหวาน

"ใครๆที่บ้านนี่ก็รู้...ขนมน่ะ ของนัทเขาต่างหาก" เกตุมณีเดินหายเข้าไปในครัว

กฤตย์กับนัทธมนนั่งกินอาหารด้วยกันเพียงลำพัง กฤตย์ถามนัทธมนว่าเมื่อกี้จะเปิดประตูเข้าไปในห้องลินจันทร์ ทำไม นัทธมนโกหกว่าเห็นประตูเปิดอยู่เลยจะเดินไปปิดให้ กฤตย์หาว่าเป็นคำแก้ตัวที่ไม่ค่อยสมเหตุสมผล นัทธมนไม่พอใจ ถามยียวนว่าตกลงเราจะกิน
อาหารหรือว่าจะทะเลาะกันดี กฤตย์ขอเลือกอย่างแรก
แล้วก้มหน้าก้มตากินข้าวไม่พูดอะไรอีก แผนปรับความเข้าใจของสองแม่ลูกพังไม่เป็นท่า...

แกมแก้วรอจังหวะที่เกตุมณีออกจากครัวไปหยิบน้ำตาลทรายมาเติมขนม รีบเอายาที่รุจน์ให้เทใส่หม้อขนมของ เกตุมณี แล้วหลบออกมา เกตุมณีเติมน้ำตาลทรายในหม้อขนม คนๆแล้วยกลงตักใส่ถ้วย เอามาเสิร์ฟให้นัทธมน แปลกใจที่เห็นเธอรวบช้อนส้อม ถามว่า
ทำไมรีบอิ่ม อาหารไม่อร่อยหรือ

"ปกติหนูกินน้อยอยู่แล้วค่ะ"

"กินอาหารกับคนแก่ คงจะไม่ค่อยน่ารื่นรมย์เท่าไหร่ ใช่ไหม"

นัทธมนตอบอย่างไม่ต้องคิดว่าใช่ เกตุมณีเห็นท่าไม่ดี รีบชวนนัทธมนกินขนม กฤตย์มองหญิงสาวอย่างน้อยใจ ส่วนแกมแก้วแอบมองนัทธมนกินขนม ยิ้มสะใจ สักพักนัทธมนขอตัว กลับไปทำงานต่อ เกตุมณีเชียร์กฤตย์ให้เดินไปส่ง แต่กฤตย์กลับถอดใจเสียก่อน เกตุ
มณีอ่อนใจ เชียร์น้องชายไม่ขึ้น...

นัทธมนเดินมาถึงสระว่ายน้ำ ยาพิษเริ่มออกฤทธิ์ รู้สึกเวียนหัว เดินเซ เธอฝืนเดินต่อได้ไม่กี่ก้าว ไปต่อไม่ไหว แกมแก้ว ตามมาด้านหลัง เหลียวซ้ายมองขวาไม่เห็นใคร ผลักนัทธมนตกสระว่ายน้ำ เธอพยายามตะเกียกตะกายขึ้นมาหายใจ แต่ไม่มีแรง ร่างของนัทธม
นค่อยๆจมลงก้นสระ

ทันใดนั้น เธอเห็นศพวรดานอนนิ่งอยู่ก้นสระ นัทธมน รู้แล้วว่าวรดาตายตรงไหน และเธอก็กำลังจะขาดใจตายตาม รวบรวมกำลังเฮือกสุดท้ายส่งเสียงเรียกกฤตย์อยู่ใต้น้ำ ฟองน้ำผุดออกจากปากของนัทธมนลอยขึ้นเหนือน้ำ กฤตย์ซึ่งนั่งเหม่อ อยู่ในบ้านสะดุ้งเหมือน
ได้ยินเสียงเรียกชื่อเขาดังก้อง รีบจ้ำ พรวดๆตรงไปยังสระว่ายน้ำ เห็นแกมแก้วยืนมองอยู่ขอบสระ กฤตย์ตะโกนเรียก แกมแก้วสะดุ้งโหยง

"แก้วไม่รู้เรื่องนะ มันตกลงไปเอง"

กฤตย์มองลงไปในน้ำ เห็นนัทธมนนอนอยู่ก้นสระ รีบกระโจนลงไปลากตัวเธอมายังขอบสระ เกตุมณีกับถุงแป้งวิ่งมาเห็นรีบเข้ามาช่วยกันดึงนัทธมนขึ้นจากน้ำ แกมแก้วถอยกรูดออกมาด้วยเกรงกลัวความผิด

"วรดา...วรดาตื่นสิ...วรดา" กฤตย์ประคองนัทธมนไว้ เรียกอย่างร้อนรน ภาพความทรงจำอันเลวร้ายที่เห็นวรดาสิ้นใจ ยังตามมาหลอกหลอนเขา กฤตย์ได้สติรีบผายปอดช่วยชีวิตนัทธมน

ooooooo

นัทธมนสะดุ้งตื่น สูดลมหายใจเข้าปอดเฮือกใหญ่ มองไปรอบๆ ถึงรู้ว่าตัวเองอยู่ในโรงพยาบาล ข้างๆเตียง เห็นกฤตย์นั่งฟุบหน้าหลับจับมือเธอไว้ นัทธมนมองเขาทั้งรักทั้งชัง กฤตย์ค่อยๆรู้สึกตัวเงยหน้าขึ้นมอง นัทธมนรีบดึงมือออก กฤตย์ถามว่าเป็นอย่างไรบ้าง
นัทธมนประชดประชันว่ายังไม่ตาย

"ความรู้สึกฉันไม่มีค่าอะไรเลยใช่ไหม" กฤตย์ตัดพ้อ

"นั่น...น่าจะเป็นคำพูดของวรดามากกว่ามั้งคะ วรดาตายตรงสระนั่นใช่ไหม ตรงที่เคยเป็นห้องหลบภัย ตายไปในท่าที่รอคอยใครบางคนมาตลอดชีวิต...เคยคิดถึงหัวใจคนอื่นเขาบ้างไหมว่าเขาจะรู้สึกยังไง"

"เธอรักฉัน...อย่างที่เธอเคยรักได้ไหม...วรดา"

"หนูไม่ใช่วรดา...วรดาตายไปแล้ว ตายไปพร้อมกับความแค้นที่รอวันชำระ"

"ฉันอยู่ตรงหน้านี่แล้วไง อยากทำอะไรก็ทำสิ แต่อย่าทำกับฉันแบบนี้ได้ไหม"

"ที่คุณทรมานตอนนี้ ยังไม่เท่าที่วรดาเจอมาหรอก...คุณต้องทนทุกข์ยิ่งกว่านี้อีกหลายเท่า คุณกฤตย์"

กฤตย์ถอนใจ ปลงๆ "เธอไม่เป็นอะไรก็ดีแล้ว พักผ่อนซะ เดี๋ยวฉันจะไปตามหมอมา"   แล้วเดินหน้าเศร้าออกจากห้อง นัทธมนปิดหน้าร้องไห้เบาๆ...

หมอสรุปอาการของนัทธมนให้มนทิรา เกตุมณี ถุงแป้งกับติสรณ์ฟังว่าคนไข้ฟื้นตัวเร็วมาก อีกสองสามวันก็กลับบ้านได้ ส่วนสารพิษที่ตรวจพบในร่างกาย ทางโรงพยาบาลส่งเลือดไปตรวจแล้ว วันมะรืนก็คงรู้ผล ดีที่คนไข้แข็งแรงไม่อย่างนั้นคงรอดยาก ถุงแป้งติด
ใจสงสัยว่านัทธมนไปกินอะไรมา...

กฤตย์กับเกตุมณีถามคาดคั้นแกมแก้วว่ารู้เรื่องนัทธมนโดนวางยาไหม แกมแก้วแก้ตัวเป็นพัลวันว่าไม่รู้ไม่เห็น เธอไม่ได้เป็นคนทำอาหารให้เด็กนั่นกิน เกตุมณีกับกฤตย์ทั้งขู่ ทั้งปลอบเธอให้สารภาพ แต่ก็ไม่ได้ผล แกมแก้วยืนยันกระต่ายขาเดียวว่าไม่รู้ไม่เห็น

ooooooo

นัทธมนออกจากโรงพยาบาลเดินเข้าบ้านอย่างอิดโรย มนทิราขอร้องกึ่งบังคับลูกไม่ให้สืบเสาะเรื่องอะไรของวรดาอีก นัทธมนรู้จุดจบของวรดาแล้ว

"หลังจากคืนนั้นที่วรดาออกจากบ้าน เธอก็ถูกหลอกให้ไปพบจุดจบขาดใจตายอยู่ตามลำพัง ในห้องหลบภัยที่บ้านของคุณกฤตย์ ซึ่งตอนนี้กลายเป็นสระว่ายน้ำไปแล้ว...ใครบางคนคิดว่าการเปลี่ยนหลุมศพคนคนหนึ่งให้กลายเป็นสระว่ายน้ำ มันจะทำให้เขาลืมความผิด
ในอดีตไปได้" นัทธมนยิ้มหยัน

"แม่ว่า....บางทีเขาอาจจะต้องการลืมความเศร้าก็ได้ ล่ะมั้งลูก"

"คนอย่างนั้นน่ะเหรอจะเศร้ากับใครเป็น...มันเป็นสิ่งที่เขาก่อนะคะคุณแม่"

"หนูจะแน่ใจได้ยังไงว่าหนูไม่ปรักปรำผิดคน...มันบาปนะลูก"

"จะผิดหรือจะบาป หนูก็ขอรับผิดชอบการกระทำของตัวเอง" นัทธมนตั้งใจแน่วแน่...

คืนเดียวกัน นัทธมนขัดคำสั่งแม่ แอบขับรถไปยังที่เก็บอัฐิของวรดา ทั่วทั้งบริเวณเปียกชุ่มไปด้วยน้ำฝนที่เพิ่งขาดเม็ด นัทธมนยืนอยู่ตรงหน้าเจดีย์เก็บอัฐิของวรดา

"ฉันรู้ทุกอย่างแล้ว ฉันรู้ถึงความทุกข์ทรมานของตัวเอง การถูกทรยศหักหลัง...แรงอธิษฐานแห่งความชิงชัง ถ้ามันมีผลข้ามภพข้ามชาติมาได้ถึงขนาดนี้แล้ว...วรดา ด้วยความขมขื่นเจ็บช้ำของเรา...ฉันจะแก้แค้นมันทุกคนด้วยมือของฉันเอง"

นัทธมนใช้พลังยกกองเสาลอยขึ้น แค่โบกมือ เสากองนั้นพุ่งกระแทกกำแพงได้ดั่งใจ โทสะเกรี้ยวกราดทำให้นัทธมน ควบคุมสิ่งของต่างๆได้ เธอลองเอามือลูบก้านธูปและเศษเทียนที่เปียก มันติดไฟพรึบ...

ปณิตาโวยวายลั่นเมื่อรู้ว่ารุจน์ใช้แกมแก้ววางยาพิษนัทธมน ผู้หญิงที่ป่วยกระเสาะกระแสะเอาตัวเองแทบไม่รอดอย่างแกมแก้วจะไปจัดการใครได้ แล้วกำชับรุจน์ ต้องกำจัดนัทธมนให้สิ้นซากอย่าให้พลาดอีก...

ตั้งแต่นัทธมนสามารถควบคุมพลังพิเศษของตัวเองได้ เธอเริ่มสนุกกับมัน ลองเพ่งพลังใส่ผลสาลี่ อึดใจเดียวผลสาลี่เน่าดำคาตา และยังใช้พลังช่วยพี่นีเลขาฯหน้าห้องกฤตย์อีกคน เก็บเอกสารที่ตกกระจัดกระจายเข้าที่อย่างง่ายดาย พี่นีขอแรงนัทธมนช่วยยกลังใส่แฟ้ม
เหล่านี้ไปเก็บที่ห้องเก็บของ

ครู่ต่อมา พี่นีกับนัทธมนช่วยกันยกลังเอกสารคนละใบมาถึงห้องเก็บของ นัทธมนมองเข้าไปข้างในห้อง เริ่มหายใจ ติดขัด ไม่กล้ายกลังตามเข้าไป ขอยืนรออยู่หน้าประตู

"อย่าเล่นขังกันนะ ไม่เอานะ ติดอยู่ในนี้พี่ตายแน่"

พี่นียกลังเข้าไปวางไว้ข้างในห้องเก็บของ มีเก้าอี้เก่าและอุปกรณ์สำนักงานที่ไม่ได้ใช้ ห้องนี้ไม่มีทางออกอื่นอีก  พี่นีรับลังอีกใบหนึ่งจากนัทธมนวางซ้อนกันไว้แล้วปิดประตูล็อกกุญแจ ก่อนเดินออกไปนัทธมนเหลียวกลับมามองห้องเก็บของอีกครั้ง ไม่มีใครรู้ว่าเธอ
กำลังคิดอะไร...

กฤตย์สงสัยว่าทำไมลินจันทร์ถึงได้กลัวนัทธมนมากมายนัก หาทางสอบถามลินจันทร์ โดยเอาโรตีสายไหมที่ปิติซื้อฝากถุงแป้งเป็นตัวล่อ ขณะกฤตย์นั่งห่อโรตีสายไหมอยู่ในครัว ลินจันทร์แอบมองเขาไม่วางตา แต่พอกฤตย์หันไปมองบ้าง เด็กน้อยรีบวิ่งหนีเข้าห้องตัว
เอง กฤตย์ถือจานใส่โรตีสายไหมตามเข้าไปในห้องลินจันทร์ แต่มันว่างเปล่า เขาเดินเลยไปเปิดตู้เสื้อผ้า เห็นหลานสาวนั่งคุดคู้อยู่

"โรตีสายไหม...ของโปรดไม่ใช่เหรอ"

กฤตย์วางจานโรตีสายไหมไว้บนเตียง ลินจันทร์ค่อยๆออกมาหยิบกินอย่างเอร็ดอร่อย กฤตย์ลูบหัวหลานสาวด้วยความสงสาร ลินจันทร์สะดุ้งเล็กน้อย แต่ก็ยอมให้ลูบโดยดี

"ลุงจะส่งเราเข้าโรงเรียนนะ จะได้มีเพื่อนเหมือนคนอื่นเขา...เราพอจะบอกลุงได้ไหมว่าเรารู้อะไรเกี่ยวกับนัทธมน...เรารู้ใช่ไหมว่าลุงหมายถึงใคร"

ลินจันทร์หยุดเคี้ยวทันที เริ่มหายใจหอบถี่ มือกระตุก กฤตย์ขอให้ลินจันทร์ช่วยเขียนบอกก็ได้ แล้วหยิบกระดาษดินสอส่งให้ ลินจันทร์ส่ายหน้า ผลักทั้งกระดาษ ดินสอ ทั้งจานขนมออก


"ไม่เอาสิ อย่าทำอย่างนี้...นัทธมนเกี่ยวข้องยังไงกับ... วรดา"

ทันทีที่ได้ยินชื่อวรดา ลินจันทร์ขว้างจานขนมทิ้ง กฤตย์รีบคว้าตัวไว้ แต่เด็กน้อยดิ้นหลุด วิ่งหนีเข้าไปซุกอยู่ในตู้เสื้อผ้าตามเดิม กฤตย์เห็นหลานสาวนั่งตัวสั่นสีหน้าหวาดกลัว นึกสงสาร...

นัทธมนรู้ตัวว่าถูกสะกดรอยตาม แทนที่เธอจะอยู่ในที่ที่ผู้คนพลุกพล่าน กลับเดินเลี่ยงไปยังถนนที่ไม่ค่อยมีคนสัญจร รุจน์เห็นปลอดคน พยักพเยิดกับสมุน ทั้งคู่กรูเข้าใช้มีดจี้เอวนัทธมนไว้ สั่งให้อยู่เงียบๆห้ามขัดขืน นัทธมนไม่มีท่าทีหวาดกลัวแม้แต่น้อย กลับนิ่งและ
ใจเย็นเดินตามทั้งคู่ไปยังรถของพวกมัน

รุจน์ผลักนัทธมนเข้าไปนั่งเบาะหลัง สมุนเอายาสลบโปะจมูกเธอ นัทธมนพยายามดิ้นรน ครู่เดียวแน่นิ่งหมดสติ รุจน์รีบขับรถออกไปอย่างรวดเร็ว...

นัทธมนรู้สึกตัวตื่นขึ้นในโกดังร้าง ในสภาพมือทั้งสองข้างถูกใส่กุญแจไพล่หลัง   เธอเวียนหัวมากจนต้องอาเจียน พยายามสะบัดหัวเรียกสติคืนมา เพ่งสายตาไปที่พวกคนร้าย พูดขึ้นอย่างผิดหวังว่า

"ยังอยู่กันเท่าเดิมเลย...อุตส่าห์ยอมให้จับมา นึกว่าจะมีใครมาเพิ่ม"

จังหวะนั้น เสียงโทรศัพท์มือถือของรุจน์ดังขึ้น สร้อยโทร.มาถามว่าจัดการนังเด็กนั่นเรียบร้อยแล้วใช่ไหม รุจน์ไม่คุ้นเสียงถามว่าใครโทร.มา สร้อยบอกว่าปณิตาไม่อยากเข้าไปเกี่ยวพันเรื่องนี้ด้วยจึงใช้ให้เธอโทร.แทน สั่งรุจน์จัดการกำจัดนัทธมนให้สิ้นซาก รุจน์
รับคำ วางสายแล้วย่างสามขุมเข้าหานัทธมน

"รู้ไหม หน้าตาเธอเหมือนใครบางคนที่ฉันเคยรู้จักมาก"

"ทำไมจะไม่รู้...แกเป็นคนที่ขับรถชนแม่ฉันใช่ไหม"

"แม่คนไหนล่ะ...ฉันชนทั้งสองคนนั่นแหละ ทั้งแม่เธอและแม่นังวรดาด้วย"

นัทธมนตาเบิกกว้าง มองรุจน์ด้วยความเคียดแค้น กุญแจมือที่ใส่ไว้ เธอสามารถปลดออกได้อย่างง่ายดาย รุจน์สั่งสมุนจัดการนัทธมนได้เลย ตัวเขาขอถ่ายคลิปไว้เร้าอารมณ์ก่อน สมุนยิ้มชอบใจ ถอดเข็มขัดกางเกงออก รุจน์คว้ามือถือตัวเองถ่ายคลิปตาม หัวเราะสะใจ...

สองยามแล้ว นัทธมนยังไม่กลับบ้าน มนทิราเป็นห่วงมาก โทร.ติดต่อลูกไม่ได้ ไม่รู้จะทำอย่างไรเลยโทร.หากฤตย์ กฤตย์ บอกมนทิราให้รออยู่ที่บ้านเผื่อนัทธมนกลับมาจะได้ไม่สวนกัน เดี๋ยวเขาจะออกไปตามหาเธอเอง ปิติซึ่งฟังอยู่ใกล้ๆอาสาจะโทร.บอกเพื่อนที่เป็น
ตำรวจช่วยสืบหานัทธมนอีกแรง...

สมุนของรุจน์มัวแต่ลีลามาก รุจน์เตือนให้เร่งมือหน่อย และขอแบบซาดิสต์ สมุนพยักหน้ายินดีจัดให้ตามคำขอ จับหัวเข็มขัดไว้มั่นแล้วฟาดปลายใส่นัทธมน พลันหญิงสาวคว้าสายเข็มขัดไว้ได้เหวี่ยงสมุนปลิว รุจน์ตกใจในพลังของเธอ นัทธมนโบกมือเหวี่ยง ร่าง
สมุนกระแทกข้างฝาอย่างจัง

รุจน์ตะลึง ถ่ายคลิปไว้ตลอดโดยไม่รู้ตัว เริ่มกลัวถอยหนีลนลาน นัทธมนใช้พลังจัดการสมุนสะบักสะบอม แต่พอเธอหันไปเล่นงานรุจน์ สมุนคว้าผ้ามาโปะจมูกนัทธมน เธอเหวี่ยงเขากระเด็นไป

"คิดว่าผ้าขี้ริ้วแกทำอะไรฉันได้...ฉันยอมมาที่นี่เพราะต้องการเจอคนที่บงการแก...หรอก"

นัทธมนจัดการสมุนจนหมอบ แล้วตรงเข้าเล่นงานรุจน์ เขาวิ่งหนีไปใต้ทางด่วนที่มีอุปกรณ์ก่อสร้างเต็มไปหมด นัทธมนเดินตาม โบกมือให้ของพุ่งใส่รุจน์ไปตลอดทาง รุจน์วิ่งหนีเอาตัวรอดมาได้ แอบซุ่มรอจังหวะ พอนัทธมนเดินผ่าน เขาหยิบท่อนไม้มีตะปูติดอยู่
ฟาดใส่ นัทธมนหลบได้หวุดหวิด แต่ถูกตะปูเกี่ยวแขนเสื้อขาดเลือดซิบ รุจน์จะฟาดไม้ใส่อีก นัทธมนคว้าไม้ไว้ได้ เหวี่ยงทีเดียวเขาปลิวตามไม้

รุจน์ตั้งหลักได้ วิ่งหนีไม่คิดชีวิตไปตามถนนที่รถราแล่นกันขวักไขว่ ทันใดนั้นรถบรรทุกวิ่งชนรุจน์เต็มๆ ร่างกระเด็นลอยขึ้นในอากาศก่อนตกกระแทกพื้น เสียงผู้คนแถวนั้นกรีดร้องลั่น วิ่งเข้าไปมุงดู นัทธมนเดินเบียดฝูงคนเข้าไปชะเง้อดู เห็นรุจน์ขาดใจตายไปต่อ
หน้า

เธอบอกไม่ถูกว่ารู้สึกผิดหรือสะใจ รีบเดินเลี่ยงออกมาจากกลุ่มไทยมุงอย่างอ่อนล้า กลับไปตามทางเดิม สมุนของรุจน์ ซึ่งเจ็บหนัก เดินโผเผออกมาเห็นนัทธมน รีบยกมือไหว้ท่วมหัว วิ่งหนี นัทธมนได้แต่มองตาม เพราะยังตะลึงกับภาพความตายเมื่อครู่นี้

ooooooo

ปณิตาตกใจจนแก้วน้ำหลุดมือเมื่อเห็นข่าวภาคเช้าจากทีวี เสนอข่าวอุบัติเหตุสยองของรุจน์...

ขณะเดียวกัน มนทิราเหมือนไม่ได้นอนมาทั้งคืน จุดธูปไหว้พระ หลับตาอธิษฐานขอให้ลูกสาวของเธอกลับมาอย่างปลอดภัย ลืมตาขึ้นเห็นนัทธมนยืนพิงประตูห้องพระอยู่ในสภาพหัวยุ่ง เสื้อผ้ายับยู่ยี่มองอยู่ มนทิราดีใจมากโผกอดลูก ซักถามด้วยความเป็นห่วงว่าหาย
ไปทำอะไรที่ไหนมา นัทธมนส่ายหน้า

"จากนี้ไปจะไม่มีใครมาขับรถไล่ชนคุณแม่ได้อีกแล้วค่ะ"

"นี่หนู...หนู"   มนทิราไม่สบายใจ   รู้ว่าลูกต้องทำเรื่องไม่ดีมา

"มันแค่เริ่มต้นค่ะคุณแม่ แต่หนูสัญญาว่ามันจะจบในไม่ช้า...แล้วหนูจะกลับมาเป็นนัทธมนคนเดิม"

มนทิราเห็นบาดแผลที่ต้นแขนนัทธมนรีบทำแผลให้ ขอร้องลูกให้อภัยพวกนั้น อย่าจองเวรจองกรรมกันอีกเลย ไม่เช่นนั้นความแค้นก็จะไม่มีวันจบสิ้น ด้วยความเคียดแค้นชิงชังข้ามภพข้ามชาตินี้ นัทธมนต้องการแก้แค้นทุกคนที่ทำให้วรดาตาย โดยไม่ฟังคำทัดทาน
ใดๆของแม่...

กฤตย์ถอนหายใจโล่งอกเมื่อมนทิราโทร.มาแจ้งว่านัทธมนกลับถึงบ้านอย่างปลอดภัย วางสายแล้วหันบอกปิติ เกตุมณี และถุงแป้งซึ่งนั่งรอฟังอยู่อย่างใจจดจ่อว่า

"วร...เอ่อ...นัทธมนกลับบ้านแล้ว ปลอดภัย บอกแต่ว่าไปทำธุระมา"

"ธุระอะไรทั้งคืน ทำให้เป็นห่วงอย่างนี้ต้องตีหน่อยแล้ว" ถุงแป้งคาดโทษเพื่อน

ปิติพลอยโล่งใจไปด้วยที่นัทธมนไม่เป็นอะไร เกตุมณีมองสามีอย่างไม่สบายใจอยู่นิดๆ พอเดินมาส่งเขาที่จอดรถ อดถามไม่ได้ว่าที่ปิติดูเป็นห่วงนัทธมนมากมาย เป็นเพราะคิดถึงวรดาหรือเปล่า

"พูดอะไรเนี่ย...หึงอะไรอยู่หรือเปล่า"

"ก็หนูนัทธมน เขาหน้าเหมือนวรดามากนะคะ"

"มันจบไปแล้ว ต่อให้วรดาเดินมาหาผมตอนนี้ ผมก็จะบอกเขาว่าเสียใจนะ...ผมเจอคนที่ผมรักหมดหัวใจแล้ว" ปิติดึงเกตุมณีมากอด เกตุมณียิ้มออก แต่อดเป็นห่วงเรื่องของนัทธมนไม่ได้ ไม่รู้ว่ามันจะลงเอยแบบไหน...

ก่อนเข้านอน นัทธมนหยิบโทรศัพท์มือถือของรุจน์ที่เธอคว้ามาจากโกดังร้าง เปิดดูคลิปที่รุจน์ถ่ายไว้ตั้งแต่ต้น เห็นพลังเหนือธรรมชาติที่ตัวเธอใช้จัดการรุจน์และสมุนทุกฉากทุกตอนที่เกิดขึ้นในโกดังร้างแห่งนั้น นัทธมนปิดคลิป แล้วกดไล่ดูเบอร์สายเรียกเข้าล่าสุดที่
ค้างอยู่ในเครื่อง เธอจดเบอร์ใส่กระดาษ นั่งมองมันนิ่ง ทันใดนั้น กระดาษที่จดเบอร์มือถือติดไฟ

ooooooo

ตอนที่ 13

ขณะวรดากำลังนั่งจดบันทึกอยู่ภายในบ้านของเธอท่ามกลางแสงตะเกียง มีของสิ่งหนึ่งถูกโยนเข้ามาในบ้าน มันเป็นหนึ่งในของชำร่วยที่กฤตย์ให้เธอดูเมื่อตอนเย็น วรดาหยิบขึ้นมาดู มองออกไปนอกหน้าต่างไม่เห็นใคร ของชำร่วยมีโน้ตผูกติดมาด้วย เป็นตัวพิมพ์ดีดว่า

"นอนไม่หลับ ช่วยเลือกของชำร่วยหน่อย รออยู่ริมรั้ว"

ว รดายิ้ม จดบันทึกต่ออีกครู่หนึ่ง แกะกระดาษโน้ตชิ้นนั้นเสียบใส่สมุดบันทึก แล้วปีนเอาสมุดบันทึกขึ้นไปเก็บไว้บนฝ้าเพดาน วรดาขยับจะเดินออกจากห้อง พลันมีลมแรงพัดเข้ามา รูปถ่ายของวารีหล่นจากหิ้ง วรดาตกใจ หยิบรูปแม่ ขึ้นมาวางไว้อย่างเดิม แล้วเดินออกจากบ้าน...

นัทธมนปิดสมุดบันทึก ของวรดาที่เพิ่งอ่านให้แม่ฟังจนจบ บอกว่านั่นเป็นหน้าสุดท้ายที่วรดาบันทึกเอาไว้ ต่อจากนั้น ก็ไม่มีอะไรนอกจากกระดาษเปล่า มนทิราตั้งข้อสังเกตว่าวรดา อาจจะเลิกจดบันทึก

"เป็นไปไม่ได้ที่อยู่ๆจะเลิกบันทึก คืนที่เธอออกจากบ้าน คือคืนที่เธอไม่ได้กลับเข้ามาอีกเลยมากกว่า"

มนทิร าสงสัยว่าถ้าอย่างนั้นวรดาหายไปไหน นัทธมน คาดว่าวันนั้นต้องเป็นวันตายของวรดา เธอจะต้องรู้ให้ได้ว่าหลังจากนั้นเกิดอะไรขึ้นกับวรดา

ooooooo

คืน นั้น  วรดาเดินมาริมรั้วตามข้อความในกระดาษโน้ต เห็นของชำร่วยวางอยู่บนโต๊ะสี่ห้าชิ้น เธอนั่งลง เลือกดู ยิ้มให้กับความน่ารักของมัน โดยที่ไม่รู้ว่ามีใคร บางคนย่องมาด้านหลัง  เอาของแข็งฟาดเข้าที่หัวเธออย่างแรง จนสลบเหมือด

ไม่นานนัก วรดาสะลืมสะลือ รู้สึกตัวเองถูกลากไปบนพื้นห้องเย็นเฉียบ เธอปรือตาเห็นขาใครบางคนเดินออกจากห้อง ทิ้งเธอเอาไว้เพียงลำพัง วรดาพยายามเปล่งเสียงเรียก "คุณกฤตย์" ได้เพียงแค่นั้น ก็หมดสติไปอีกครั้ง มีเลือดกำเดาไหลออกมาเป็นทาง

วรดารู้สึกตัวขึ้นอีกครั้ง ตระหนักแล้วว่าเธอถูกทิ้งอยู่ในห้องลับในหลุมหลบภัย ลนลานไปที่ประตูเหล็กบานใหญ่ ทุบปังๆอย่างสิ้นหวัง ร้องเรียกให้คนช่วยแต่ทุกอย่างเงียบสนิท เธอพยายามรวบรวมสติทบทวนว่ามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร หวั่นใจ กับสิ่งที่ตัวเองคิด...

สายมากแล้ว ตอนที่กฤตย์มาตามหาวรดาที่เรือนหลังเล็ก แปลกใจที่สร้อยบอกว่าวรดาไม่อยู่ เขาขอเข้าไปดูในบ้าน สร้อย รีบเดินตาม สภาพของบ้านเหมือนมีคนอยู่ สร้อยว่าวรดาอาจจะออกไปซื้อของข้างนอก

กฤตย์ส่ายหน้า "วรดาออกไปตั้งแต่เมื่อคืน"

สร้อย สงสัยว่ากฤตย์รู้ได้อย่างไร เขาไม่ตอบ นิ่งคิดครู่หนึ่ง เดินตรงไปเรือนใหญ่สวนกับคุณหญิงผกา กฤตย์ถามถึงประพจน์ได้ความว่าไม่ค่อยสบาย ยังไม่ตื่น แล้วถามหาวรดา เธอส่ายหน้าแทนคำตอบ สร้อยหาว่าวรดาไปกับกฤตย์ กฤตย์ชักสีหน้า ย้อนว่าถ้าวรดาไปกับเขาแล้วเขาจะมาตามหาเธอทำไม

"ถ้าไม่ไปกับคุณ แล้วคุณจะรู้ได้ไงว่าเธอออกไปตั้งแต่ เมื่อคืน"

กฤตย์ ส่ายหัวเหนื่อยหน่ายไม่ตอบอะไร รีบตรงกลับบ้านชวนเกตุมณีไปตามหาวรดาที่บริษัทของปณิตาด้วยกัน แต่แทนที่จะได้เรื่อง ปณิตากลับกล่าวหาว่าเขารู้เห็นการหายตัวไปของวรดา เพราะเกรงว่าถ้าวรดายังคบกับเขาต่อ ปณิตาจะไม่ร่วมโครงการใหญ่ด้วย และยังหาว่าเขาคิดจะโยนบาปมาให้เธอ

"คุณพูดอะไรของคุณ ผมตามหาวรดาให้วุ่นขนาดนี้ ถ้าผมจับตัวเธอไปผมจะทำอย่างนี้ทำไม"

"ก็เพื่อไม่ให้ใครสงสัยไง...แต่อันที่จริง คุณไม่ต้องทำขนาดนี้ก็ได้ ยังไงตาก็ไม่ถอนตัวหรอก"

"บ้ากันไปใหญ่แล้ว...ถ้าต้องเลือกเงินกับวรดา ผมเลือกวรดา" กฤตย์ยืนยันหนักแน่น

"แต่ตอนนี้ไม่มีวรดาให้เลือกแล้วไง...ไม่เลวๆ...ตีบทแตกนะเนี่ย"ปณิตาตบมือให้กฤตย์ ขณะที่เกตุมณีมองน้องชายอย่างเคลือบแคลงสงสัย...

ฝ่าย วรดาตื่นขึ้นมาอย่างอ่อนระโหยโรยแรง เลียริมฝีปากที่แห้งผาก แล้วหยิบเศษขยะแถวนั้นขว้างไปที่ประตูเหล็ก ทุกอย่างเงียบกริบเหมือนเดิม เธอน้ำตาคลอเบ้าด้วยความน้อยใจ

"คุณไม่ต้องทำแบบนี้ก็ได้...คุณกฤตย์ คุณบอกมาเพียงแค่คำเดียว รดาก็จะไปจากชีวิตคุณทันที คุณใจร้ายเหลือเกิน"

วรดาลุกขึ้นทั้งทุบทั้งตะกุยประตูจนเล็บฉีก เดินกลับมานั่งกอดเข่า รู้สึกหนาวเย็นจนสั่น...

กฤตย์ นั่งหนาวสั่นอยู่บนระเบียงบ้าน เกตุมณีเอาผ้ามาคลุมให้ เตือนว่าน้ำค้างแรงเดี๋ยวจะไม่สบาย กฤตย์ไม่สนใจตัวเอง เป็นห่วงแต่วรดาที่หายตัวไป เกตุมณีมองหน้าเขาราวกับจะค้นหาความจริง

"พี่เกตุคงไม่สงสัยว่าผมเป็นคนทำหรอกนะครับ"

"สร้อยเขาบอกพี่ว่าเธอหลุดปากมาว่าวรดาออกไปจากบ้านตั้งแต่เมื่อคืน...แล้วเธอรู้ได้ยังไงว่าวรดาออกไปตอนไหน"

"เมื่อวานผมเข้าไปห้องวรดา เห็นตะเกียงยังจุดอยู่ ก็แปลว่าเธอต้องออกไปตั้งแต่เมื่อคืน...คงคิดว่าไปไม่นานก็เลยไม่ได้ดับตะเกียง"

"ก็มีเหตุผล...พี่ขอโทษที่พี่สงสัยเรา"

"พี่เกตุยังสงสัยผม...แล้วมีเหตุผลอะไรที่วรดา...เขาจะไม่คิดว่าผมเป็นคนที่อยู่เบื้องหลังทั้งหมด"

เกตุมณีได้แต่ถอนใจ เป็นกังวลตามน้องชายไปด้วย

ooooooo

ประพจน์ บ่นให้ปิติฟังด้วยความเป็นห่วงไม่รู้ว่าลูกสาวของเขาหายไปไหนตั้งสองวัน แล้ว  หันไปถาม คุณหญิงผกาว่าตำรวจตามเรื่องไปถึงไหนแล้ว ได้ความว่ายังไม่มีข่าวคราวอะไรคืบหน้า ผาณิตหาว่าวรดาหนีตามผู้ชายไปแล้ว

"ยายนิด พี่หายไปทั้งคนเรายังมาพูดแบบนี้อีก"

ประพจน์บ่นไปพลางไอพลาง

ปิติเห็นท่าของประพจน์ไม่ค่อยดี แนะให้พักผ่อนก่อนอย่าเพิ่งเป็นกังวลอะไรมาก...

คืน นี้ฝนตกลงมาอย่างหนัก กฤตย์เดินฝ่าสายฝนอย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาวเข้าไปพบตำรวจที่โรงพัก เขากลายเป็นผู้ต้องสงสัยอันดับต้นๆของเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงถูกเรียกมาสอบสวน

"ที่ผมทำเนี่ยไม่ใช่สร้างภาพกลบพิรุธนะครับ...ผมไม่ได้ทำ"

คุณตำรวจไม่สนใจคำปฏิเสธของกฤตย์ไม่ว่าจะอย่างไรเขาก็ต้องโดนสอบปากคำอยู่ดี...

น้ำ ฝนเจิ่งนอง ไหลเป็นทางเข้ามาตามรอยแตกของผนังห้องและใต้ประตูห้องลับภายในหลุมหลบภัยว รดานั่งนิ่งอ่อนแรง แต่แววตาของเธอกลับแข็งกร้าวขึ้น

"รดา...จะไม่ ตายหรอกค่ะคุณกฤตย์ รดาจะอยู่ดูหน้าคุณ รดาจะรอดูว่าทำไมคุณถึงทำยังงี้กับรดาได้"เธอเลียริมฝีปากที่เริ่มแตก แล้วค่อยๆคลานไปกินน้ำฝนที่ไหลค้างอยู่บนพื้นห้อง

"...ทำไมคุณถึงทำ รดาแบบนี้คะ สิ้นรักรดาแล้วเหรอ ถึงได้ตัดสินใจทำกันแบบนี้ รดาทำผิดอะไร รดาทำอะไรให้คุณแค้นเคือง...ทำไมคุณถึงได้ตั้งใจที่จะฆ่ากันอย่างเลือดเย็น ชังกันมากนักหรือ ถึงจะปล่อยให้อดตายอยู่ในหลุมหลบภัยนี้...รดาทำผิดอะไรคะ"วรดาร่ำไห้เสียใจ

ooooooo

ย่าง เข้าวันที่สี่แล้วที่วรดาหายตัวไป กฤตย์นั่งหมดอาลัยตายอยากอยู่บนระเบียงหน้าบ้าน เกตุมณีเอาอาหารเช้ามาวาง บอกให้กินอะไรบ้าง เขาไม่แตะต้องอาหารมาหลายวันแล้ว กฤตย์ไม่หิว ไม่อยากกินอะไรทั้งนั้น เกตุมณีส่ายหน้าเดินเข้าบ้าน ปิติแวะมาหาเห็นสภาพของ กฤตย์แล้วรับไม่ได้

"คิดว่าวรดาเขาจะสบายใจเหรอ ถ้ารู้ว่านายทำตัวแบบนี้...ทำไมไม่คิดจะทำอะไรซักอย่างล่ะ แทนที่จะมานอนซังกะตายอย่างนี้"

"นายคิดว่าฉันไม่ทำงั้นหรือ ฉันทำหมดแล้ว ทั้งตำรวจ ทั้งเพื่อน ทุกที่ที่วรดาน่าจะไป แต่ฉันก็ไม่เจอ"

"วรดาน่าจะเลือกฉันมากกว่านายนะ"

กฤตย์ ฉุนขาดเหวี่ยงกำปั้นใส่ปิติเต็มๆจนตัวเองเซล้มไปด้วย เกตุมณีได้ยินเสียงเอะอะวิ่งมาดู ปิติหยามว่าวรดาดูกฤตย์ผิดไปจริงๆ กฤตย์ไม่พอใจจะเข้าไปเอาเรื่องอีก เกตุมณีขวางไว้

"ใครจะเข้าใจผิดฉันยังไงก็ได้ ขออย่างเดียว วรดาอย่าเข้าใจผิดก็พอ...ฉันกลัวเหลือเกิน กลัวว่าจะไม่มีโอกาสได้บอกความจริงกับเธอ"

ปิติ ส่ายหน้า ผละจากมา เกตุมณีรีบเดินตามจนทัน ต่อว่าปิติที่พูดซ้ำเติมน้องชายของเธอให้ยิ่งแค้นใจเสียใจหนักขึ้นไปอีก ปิติกลับเห็นว่ายิ่งแค้นยิ่งดี เขาจะได้ลุกขึ้นมาทำอะไรบ้าง

"คุณไม่รู้หรอกว่าความแค้นน่ะ มันมีพลังมาก

ขนาดไหน" ปิติจ้องหน้าเกตุมณีนิ่ง ก่อนเดินจากไป...

วรดาติดอยู่ในหลุมหลบภัยเกือบหนึ่งอาทิตย์แล้ว ตามเนื้อตัวของเธอมีแต่รอยแมลงกัดแทะ หน้าตามอมแมม เปรอะเลือดแห้งกรัง มีหนูตัวหนึ่งคลานเข้ามาใกล้ๆ เธอคว้ามันไว้ได้ ตั้งใจแน่วแน่ว่าจะต้องมีชีวิตรอดเพื่อดูหน้าคนทรยศ ร้องไห้อย่างอัดอั้น จับหนูฟาดกับพื้นเท่าที่แรงจะมี กินมันประทังชีวิต...


ด้านกฤตย์ ปล่อยหนวดเครายาวไม่ใส่ใจตัวเอง เดินไร้เรี่ยวแรงออกมาจากห้องนอน เกตุมณีเตือนเขาให้กินอะไรบ้าง กฤตย์ส่ายหน้า ตัดพ้อว่าวรดาคงหมดรักเขาแล้วถึงได้ทิ้งเขาไป แล้วขยับจะเดินออกจากบ้าน เกตุมณีถามว่าจะไปไหน

"ผมอยากอยู่คนเดียว...มีอะไรพี่เกตุไปตามผมที่หลุม หลบภัยก็แล้วกันนะครับ"

กฤตย์ เดินโงนเงนอ่อนล้าลัดสนามหญ้าหายไปในความมืด  เกตุมณีมองตามเขาด้วยความเป็นห่วง  กฤตย์เดินได้ไม่ กี่ก้าวก็หมดแรงล้มลง  เกตุมณีปราดเข้าไปประคอง  เรียกชื่อเขาให้รู้สึกตัว แต่กฤตย์ไม่ขานรับ ได้แต่งึมงำเรียกวรดา เกตุมณีพาเขากลับเข้าบ้าน รีบโทร.ตามหมอมาดูอาการ

ooooooo

หมอ มาตรวจอาการกฤตย์แต่เช้าแล้วฉีดยาบำรุงให้  แจ้งกับเกตุมณีว่าถ้าคนไข้ไม่ยอมกินอะไร คงต้องให้น้ำเกลือและสั่งให้พักผ่อนมากๆ กฤตย์ยังคงเพ้อถึงวรดา ขณะหมอออกจากห้อง ปิติเดินสวนเข้ามา เกตุมณีถามว่ามีอะไรคืบหน้าเกี่ยวกับวรดาบ้างไหม ปิติส่ายหน้าทางตำรวจยังไม่ได้เบาะแสอะไรเลย

"กฤตย์ก็มาล้มป่วยอีก...แล้วท่านนายพลประพจน์ว่าอย่างไรบ้าง"

"ก็ กินไม่ได้นอนไม่หลับเหมือนกัน แต่ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร...เอ่อ ผมขอเดินดูรอบๆบริเวณบ้านนี้หน่อยก็แล้วกันนะครับ" ปิติเดินตรงไปยังสนามหญ้าหลังบ้าน

เกตุมณีรีบตามมาดู ปิติเกรงเธอจะเข้าใจผิด ออกตัวว่าเขาไม่ได้อยากค้นหาแถวนี้ แต่มันหมดหนทางจริงๆ เพราะตามหาวรดาไปทุกที่ที่เธอเคยไป ก็ไม่ได้ข่าวอะไรเลย เกตุมณีเห็นใจและเข้าใจจึงเสนอว่า

"หรือ ว่า...เราจะลองพึ่งเรื่องที่มันเหนือธรรมชาติดูบ้าง... ที่เพชรบูรณ์ เกตุกับวรดาเคยไปเจอพระธุดงค์รูปหนึ่งปักกลดอยู่แถวนั้น เราจะลองไปถามท่านดูมั้ย"

ปิติมองเกตุมณีอย่างไร้ความหวัง ทั้งคู่ค่อยๆเดินห่างจากหลุมหลบภัยออกไปทุกที...

ภายใน หลุมหลบภัย บนผนังห้องลับมีข้อความเขียนด้วยเลือดว่า "ฉันเกลียดคุณ" ร่างวรดานอนนิ่ง มีเพียงปลายนิ้วที่กระตุกเล็กน้อยกับลมหายใจรวยรินที่บ่งบอกว่าร่างนั้นยัง มีชีวิตอยู่...ขณะเดียวกัน พระธุดงค์รูปเดิมลืมตาขึ้น ถอนหายใจยาว  มองเข็มทิศที่วรดาถวายให้ราวกับรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น...

ปิติตัดสินใจ ขับรถพาเกตุมณีไปกราบพระธุดงค์รูปนั้น แต่มายังไม่ทันถึงครึ่งทาง เขาต้องจอดรถรอให้วัวฝูงใหญ่เดินข้ามถนน เกตุมณีมองไปเบื้องหน้า ทันทีที่ฝูงวัวข้ามไปหมด เห็นพระธุดงค์กำลังยืนมองเธออยู่ริมถนน ปิติเบนรถจอดข้างทาง สองหนุ่มสาวรีบลงมากราบพระธุดงค์

"หลวงพ่อทราบว่าลูกจะมาใช่ไหมคะ"

"อาตมาไม่มีอำนาจหยั่งรู้อะไร ทุกอย่างล้วนเป็นไปตามกรรม"

ปิติ พึมพำกับตัวเองว่าจะบังเอิญอะไรขนาดนี้ พระธุดงค์ ว่าความบังเอิญไม่มีในโลก ทุกอย่างเกิดขึ้นโดยมีเหตุและผลของมัน เกตุมณีร้อนใจถามท่านว่า ทราบหรือเปล่าว่าวรดาอยู่ที่ไหน

"รู้แล้วได้อะไร ไม่รู้แล้วได้อะไร เราไม่สามารถตัดกรรมให้ใครได้...หญิงสาวคนนั้นกำลังจะถูกพบในไม่ช้า" พระธุดงค์ ถอนใจแล้วนิ่งเงียบ ปิติกับเกตุมณีมองหน้ากันไม่เข้าใจ...

ใน เวลาเดียวกัน กฤตย์ลืมตาขึ้น ละเมอเพ้อเพราะพิษไข้ ว่าจะต้องตามหาวรดาให้เจอและจะช่วยเธอให้ได้ เดินโงนเงนออกจากตัวบ้านผ่านสนามหญ้าไปทางหลังบ้าน บนท้องฟ้าเต็มไปด้วยเมฆฝน...ส่วนวรดานอนหมดเรี่ยวแรงอยู่ในหลุม หลบภัยสภาพใกล้ตาย เธอรวบรวมกำลังเฮือกสุดท้ายยกมือขึ้นพนม

"ลูกรู้ ดีว่า...บาปนักที่รู้จักแต่ความแค้นไม่รู้จักให้ อภัย...แต่ขอสักครั้งเถิด ลูกสุดจะทนแล้ว ชาตินี้เกิดมาโง่เขลา ขี้ขลาดอ่อนแอ เป็นทาสเขามาตลอด จึงต้องมาตายอนาถเยี่ยงนี้... แต่ชาติต่อไป ลูกขอสาบานว่าจะเป็นคนที่มีกำลังกาย กำลังใจแข็งกล้า มีอำนาจเหนือใคร...ชีวิตนี้ลูกขอยกให้พวกเขา... แต่ชีวิตหน้า ทุกสิ่งทุกอย่างที่เขาและพวกมันทำ

ไว้กับลูก...ลูกขอเอาคืน" ขาดคำ มือที่พนมตกลงข้างตัว วรดาขาดใจตาย

พร้อมๆ กับเสียงฟ้าผ่าเปรี้ยงลมพัดอื้ออึง ฝนกระหน่ำลงมาราวกับฟ้ารั่ว กฤตย์โซเซมาจนถึงหน้าประตูห้องลับ เห็นกุญแจดอกใหม่ล็อกอยู่ นึกสังหรณ์ใจ หาท่อนเหล็กแถวนั้นมาทั้งทุบทั้งงัดกระแทกอย่างบ้าคลั่ง ในที่สุดแผ่นบานพับเหล็กเก่าสนิมจับที่ติดกับกุญแจก็หัก กฤตย์ดันประตูห้องเข้าไปถึงกับตะลึง รีบวิ่งเข้าไปประคองร่างไร้วิญญาณของวรดา   ยิ่งช้ำใจหนัก เมื่อเห็นน้ำตาของเธอยังเปียกแก้ม

"วรดาๆ...ตื่นสิ  ฟื้นสิ คุณอยู่แค่นี้เอง  ทำไมคุณไม่บอกผม...วรดา คุณอย่าทิ้งผมไปนะ วรดาๆ"

กฤตย์คร่ำครวญราวกับจะขาดใจ กอดศพวรดาไว้แนบอก ฟ้าร้องครืนๆฝนเทกระหน่ำเหมือนฟ้ากำลังร้องไห้เสียใจไปกับเขาด้วย

ooooooo

เช้า ตรู่ นัทธมนนอนอยู่บนเก้าอี้ที่ระเบียงบ้าน โดยมีน้ำตาอาบแก้ม มนทิราเดินมาเห็นลูกหลับ เขย่าตัวเรียกให้ตื่น แปลกใจว่าทำไมลูกมานอนตากน้ำค้างอยู่ตรงนี้ นัทธมนค่อยๆรู้สึกตัวลืมตามองแม่

"ฝันอะไรอีกเหรอ   น้ำตานองเชียว...วรดาอีกใช่ไหม"

นัทธมนส่ายหน้า จำความฝันไม่ได้เช่นเคย มนทิราบอกให้เข้าบ้านได้แล้ว เดี๋ยวจะไปทำงานสาย...

ปณิ ตาโทร.หารุจน์  ขณะขับรถเข้ามาในเขตบ้านโบราณ สั่งเขาเตรียมตัวให้พร้อม รุจน์ทักท้วงว่าเธอยังไม่ได้บอกเลยว่าจะให้จัดการใคร รูปถ่ายสักใบหนึ่งก็ไม่มีให้ ปณิตาแล่นมาถึงลานจอดรถ  เห็นนัทธมนกำลังลงจากรถส่วนตัว  บอกรุจน์ให้
ถือสายรอเดี๋ยว แล้วรีบลงมาแขวะนัทธมน

"ทำงานยังไม่ทันไร มีรถขับมาทำงานแล้ว"

"ของที่บ้านน่ะค่ะ เขาให้เอามาใช้นานแล้ว หนูไม่ค่อยอยากขับเท่าไหร่หรอก"

"เหรอ...นึกว่าเสี่ยที่ไหนซื้อให้"

นัท ธมนไม่อยากต่อปากต่อคำด้วย ขอตัวเข้าที่ทำงาน ปณิตามองตามด้วยความหมั่นไส้ แล้วยกมือถือขึ้นมาพูดกับรุจน์ต่อ สั่งเขาจดทะเบียน ยี่ห้อและสีของรถเอาไว้ รุจน์อดไม่ได้ ถามว่ารถของใคร

"เอาเถอะน่า ฉันบอกให้จัดการเจ้าของรถคันนี้ แกรู้

เท่านั้นพอ ทำให้ดูเป็นอุบัติเหตุเหมือนเคย ส่วนที่อยู่ของมัน รอก่อน...ฉันจะติดต่อกลับไปบอกก็แล้วกัน" ปณิตายิ้มอารมณ์ดี...

ครู่ ต่อมา นัทธมนมาถึงห้องทำงาน ยังไม่ทันจะลงมือทำอะไร   กฤตย์ชวนเธอออกไปหาวรดาด้วยกัน   นัทธมนจ้องหน้าเขา  รู้ทันทีว่าเขาพูดจริงทั้งคู่กำลังจะเดินออกไป  ปณิตาเปิดประตูห้องเข้ามาพอดี ถามว่าจะไปไหนกัน กฤตย์ตอบห้วนๆว่าธุระส่วนตัว แล้วเดินออกไปกับนัทธมน ไม่สนใจเธอแม้แต่น้อย

ปณิ ตาเจ็บใจมาก เห็นกระเป๋าสตางค์ของนัทธมนวางทิ้งไว้บนโต๊ะทำงาน ปรี่เข้าไปค้นบัตรประชาชนของนัทธมนขึ้นมาดู แล้วโทร.หารุจน์ บอกให้จดที่อยู่นี้ไว้  รุจน์รู้จักแถวนั้นดี

"ดี...แกจัดการกับมันให้เรียบร้อยเลยก็แล้วกัน ฉันไม่ต้องการเห็นหน้ามันอีก" ปณิตาขว้างมือถือทิ้งอย่างหงุดหงิดหัวใจ...

ครู่ ต่อมา กฤตย์พานัทธมนมายังเจดีย์เก็บอัฐิของวรดา เพื่อหยุดความเคียดแค้นชิงชังข้ามภพข้ามชาติ เขาโทษตัวเองตลอดว่าเป็นสาเหตุทำให้วรดาต้องตาย พอนัทธมนถามว่าเขาฆ่าวรดาหรือเปล่า เขายอมรับว่าฆ่าวรดาทั้งเป็น เธอตายไปด้วยความแค้นเขา นัทธมนกัดกรามแน่นมองเขาอย่างชิงชัง

"ข้างศพวรดามีรอยเลือดเขียนไว้ว่า "ฉันเกลียดคุณ..." เธอคงอยากแก้แค้นฉันมากสินะ"

กฤตย์มองสบตานัทธมน แล้วพากันกลับมาที่รถ บอกนัทธมนให้เปิดช่องเก็บของหน้ารถ เธอทำตามที่เขาบอก เห็นปืนกระบอกหนึ่งวางอยู่ในนั้น

"ฉันพกเอาไว้ป้องกันตัว ถ้าเธออยากจะใช้มันตอนนี้ก็ใช้ได้เลย"

นัท ธมนมองนิ่ง ร่ำๆจะหยิบมันมายิงเขาให้รู้แล้วรู้รอด กฤตย์หยิบซองจดหมายยื่นให้ บอกว่าเป็นจดหมายลาตายของเขา เธอยิงเขาแล้วเอาปืนยัดใส่มือเขาไว้ ทุกคนต้องคิดว่าเขาฆ่าตัวตาย

"คุณ ไม่ตายง่ายๆหรอกค่ะ ก่อนตายควรจะทรมานให้มันสาสมกับสิ่งที่คุณทำกับวรดา...หนูสัญญาค่ะว่าจะไม่ ปล่อยให้คุณตายง่ายๆหรอก ไม่ต้องกังวล" นัทธมนปิดช่องเก็บของ แล้วนั่งนิ่งไม่พูดไม่จา...

คืนเดียวกัน รุจน์ขับรถมอเตอร์ไซค์มาดูลาดเลาหน้าบ้านนัทธมน มองทะเบียนรถคันที่นัทธมนขับไปทำงานเมื่อเช้าว่าตรงกับที่ตัวเองจดไว้ใน กระดาษ รุจน์ยิ้มเหี้ยมก่อนขับรถมอเตอร์ไซค์จากไป...

ด้านนัทธมนเอา กุญแจรถคืนแม่ บอกว่าขี้เกียจขับแล้ว เวลาเธอรีบๆ ขึ้นมอเตอร์ไซค์รับจ้างไปทำงานสะดวกกว่า มนทิราคะยั้นคะยอให้เอารถไปใช้ก่อน นัทธมนก็ไม่ยอม มนทิราเลยตามใจ...

นัทธมนอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า เดินมานั่งเหม่ออยู่ที่โต๊ะเครื่องแป้ง เอานิ้วจุ่มน้ำในแก้ว เขียนตัวอักษรลงบนโต๊ะว่า "ฉันเกลียดคุณ" ทันใดนั้น ร่างวรดาสภาพใกล้ตายปรากฏขึ้นที่มุมห้อง

"ฆ่ามัน...ล้างแค้นให้ด้วย"

นัท ธมนขยี้ตาตัวเอง มองไปอีกทีไม่มีร่างวรดาอยู่ตรงนั้น แล้ว ถึงกับถอนใจโล่งอก แต่พอหันกลับมาวรดามาจ่ออยู่ตรงหน้า นัทธมนสะดุ้งสุดตัว ตกใจตื่น เห็นตัวเองเผลอหลับอยู่หน้าโต๊ะเครื่องแป้ง จ้องมองตัวเองในกระจกเงา

"เราจะแก้แค้นผู้ชายคนนั้นด้วยกันนะ...วรดา" เงาสะท้อนของนัทธมนในกระจก พยักหน้ากับเธอ

ooooooo

นัทธมนเพิ่งตื่นนอนเดินลงมาที่โต๊ะอาหาร เห็นอาหารเช้าวางไว้เรียบร้อย มนทิราหยิบกระเป๋าถือกับกุญแจรถกำลังจะออกไปข้างนอก นัทธมนสงสัยว่าแม่จะไปไหน

"แม่จะไปซื้อของหน่อย ลูกไปอาบน้ำแล้วมากินเถอะ"
นัท ธมนพยักหน้า กลับขึ้นห้อง ส่วนมนทิราเดินมาขึ้นรถขับออกไป ไม่ทันสังเกตว่ารุจน์ขับรถตามมาห่างๆ... ไม่นานนัก นัทธมนอาบน้ำเสร็จลงมานั่งกินข้าว รู้สึกสังหรณ์ใจว่าจะมีเหตุร้ายเกิดขึ้นกับแม่ เธอเหลียวมองตู้เย็นในห้องกินข้าว ประตูตู้เย็นเปิดออกเอง นัทธมนใช้พลังทั้งหมดพุ่งใส่ประตูตู้เย็นปิดปัง

เป็นจังหวะเดียวกับ มนทิราซึ่งอยู่ในลานจอดรถของห้างฯ กำลังเปิดประตูรถอ้าออกจะก้าวลงมา รุจน์เร่งความเร็วพุ่งเข้าหา แต่ประตูรถกลับปิดกระแทกหัวมนทิราแตก ตัวเธอกระเด็นกลับเข้าไปในรถ รอดจากการถูกชนอย่างเฉียดฉิว ผู้คนแถวนั้นร้องวี้ดว้ายตกใจ รุจน์อาศัยช่วงชุลมุนเร่งเครื่องหนีไปได้...

ขณะเดียวกัน นัทธมนหอบตัวโยน นั่งพิงประตูตู้เย็น เช็ดเลือดกำเดาที่ไหลเป็นทาง...

ฝ่ายปณิตาไม่พอใจอย่างมากที่รุจน์ทำงานพลาด และหงุดหงิดมากขึ้นไปอีกเมื่อรู้ว่าเขาจัดการผิดตัว

"โง่จริงๆ...อีนังวรดาน่ะ แกไม่รู้จักเหรอ"

"เอาอะไรมาพูด มันตายไปจะยี่สิบปีแล้วมั้ง"

"หน้ามันเหมือนกันยังกะคนคนเดียวกัน"

รุจน์ ไม่เชื่อว่าจะเป็นไปได้ ปณิตายืนยันว่าเป็นไปแล้ว และเธอจะเอารูปของนัทธมนมาให้ดู จากนั้นปณิตาโทร.สั่งสร้อยขโมยรูปถ่ายของนัทธมนมาให้ สร้อยทำทีกวาดพื้นเตร็ดเตร่รอแถวหน้าห้องทำงานของกฤตย์ จังหวะนั้น กฤตย์ได้รับโทรศัพท์จากถุงแป้งแจ้งว่า มนทิราประสบอุบัติเหตุนอนอยู่ โรงพยาบาล เขาวางสายแล้วรีบออกไป สร้อยได้ทีค้นลิ้นชักโต๊ะทำงานนัทธมน ถอดรูปของเธอออกจากกรอบทันที...

กฤตย์ประหลาดใจเมื่อมาเยี่ยมมนทิรา แล้วรู้จากนัทธ–มนว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับมนทิราไม่ใช่อุบัติเหตุ เขาเห็น ถุงแป้งอยู่ด้วยเลยไม่อยากซักอะไรมาก รอตอนขับรถมาส่งนัทธมนที่บ้าน กฤตย์จึงถามว่าทำไมนัทธมนถึงคิดแบบนั้น
นัทธมนอ้างว่ามีคนต้องการกำจัดเธอ

"ใครเขาจะทำอย่างนั้นไปเพื่ออะไร"

"ไม่มีใครรู้หรอกค่ะ ก็เหมือนกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับวรดาน่ะแหละ" นัทธมนมองกฤตย์สายตากร้าว กฤตย์อ่อนใจ ไม่อยากต่อความด้วย

ooooooo

รุจน์ ถึงกับอึ้งเมื่อเห็นรูปถ่ายของนัทธมนที่ปณิตาเอามาให้ แทบไม่เชื่อสายตาตัวเองว่าจะมีใครหน้าเหมือนกันได้ขนาดนี้ ปณิตาต้องการให้รุจน์จัดการกับเด็กคนนี้ไม่ใช่แม่ของมัน

"นี่คุณไม่ได้เอารูปวรดามาหลอกผมเล่นใช่ไหม"

"ฉันดูเหมือนเป็นคนขี้เล่นงั้นเหรอ" ปณิตาสีหน้าจริงจัง รุจน์ถอนใจ มองรูปนั้นนิ่ง...

กฤตย์ ถูกที่แงะเป๊กแทงนิ้วมือเลือดไหล วานนัทธมนช่วยปิดพลาสเตอร์พร้อมกับส่งพลาสเตอร์ปิดแผลให้ นัทธมนมองหน้าเขา ก่อนหยิบพลาสเตอร์มาทำตามสั่ง กฤตย์มองหน้าเธอบ้าง

"เธอคิดอะไรอยู่...มันควรจะลึกกว่านี้...ทำไมมันไม่วิ่งเจาะเส้นเลือดใหญ่ซะให้รู้แล้วรู้รอดไป"

"อย่าแช่งตัวเองสิคะ...ปล่อยให้เป็นหน้าที่หนูจะดีกว่า"

กฤตย์ หน้าเสีย รีบเปลี่ยนเรื่องพูด บอกว่าอาทิตย์หน้า เธอจะต้องไปทำงานที่ต่างจังหวัดกับเขา คราวนี้เราจะขึ้นเหนือ นัทธมนอ้าปากจะปฏิเสธ แต่เขาไม่รอฟังเดินหนี นัทธมนนึกเคืองหยิบที่แงะเป๊กใส่ลิ้นชักโต๊ะตัวเอง เห็นกรอบรูปที่เคยใส่รูปถ่ายของเธอว่างเปล่า นัทธมนรู้ทันทีว่าตัวเธอถูกหมายหัว...

หลังเลิกงาน กฤตย์แวะเยี่ยมมนทิราที่โรงพยาบาล โดยไม่ลืมของเยี่ยมติดมือไปฝาก สอบถามอาการจากคนป่วย ได้ความว่าไม่มีอะไรรุนแรง จุดที่โดนกระแทกก็ไม่มีเลือดคั่งในสมอง กฤตย์ซักอีกว่าเกิดอะไรขึ้น

"ไม่รู้เหมือนกันค่ะ จะว่าลมพัดแรงจนประตูปิดใส่ก็ไม่น่าจะใช่ มันเหมือนมีแรงอะไรมากระแทกประตูอย่างนั้นแหละ"

"แต่เห็นคนบอกว่า ถ้าไม่อย่างนั้น ก็คงโดนรถอีกคันชนจังๆไปแล้ว"

"นั่นสิคะ...ก็ต้องถือว่าโชคดีมากๆ"

จังหวะ นั้น นัทธมนถือของเยี่ยมเข้ามาในห้อง อึ้งที่เห็นกฤตย์มาก่อน มนทิรารีบบอกลูกว่า คุณกฤตย์มาขออนุญาตพาลูกไปทำงานต่างจังหวัด นัทธมนไม่อยากไป เกรงว่าจะไม่มีใครคอยดูแลแม่

"ไม่ต้องห่วง หมอบอกว่าแม่ไม่เป็นอะไรมากหรอก อีกวันสองวันก็ออกจากโรงพยาบาลได้แล้ว"

นัท ธมนพยักหน้ารับรู้ หันไปเตรียมผลไม้ใส่จานให้แม่ กฤตย์จ้องมองเธออย่างใส่ใจ มนทิราลอบมองอาการของทั้งคู่แล้ว มั่นใจว่ากฤตย์ต้องคิดอะไรกับลูกสาวของเธอแน่ๆ

ooooooo

เย็น วันถัดมาหมออนุญาตให้มนทิรากลับบ้านได้ กฤตย์เลยอาสาเป็นสารถีพามาส่งบ้าน แล้วช่วยประคองมนทิรามายังห้องนั่งเล่น นัทธมนไม่ค่อยพอใจกฤตย์เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว จึงคอยเสือกไสไล่ส่งเขากลับบ้านตลอด มนทิราต้องเอ็ดลูกที่ทำกิริยาไม่สุภาพอย่างนั้น

"ถ้าไม่ใช่เพราะเขา คนที่ประคองคุณแม่เข้าบ้านวันนี้ ก็คงเป็นคุณพ่อ" นัทธมนโต้ไม่ยอมแพ้

"ความผิดของผมหลายกระทงเกินกว่าจะยกโทษให้ได้สินะ"

นัท ธมนเมินหน้าไม่มอง เดินหนีออกจากห้อง มนทิรารีบขอโทษแทนลูก แล้วขอตัวเข้าห้องน้ำ ทิ้งกฤตย์ไว้ที่ห้องเพียงลำพัง เขาเดินสำรวจบนชั้นหนังสือ สะดุดตากับสมุดเล่มหนึ่ง รีบหยิบออกมาดูอย่างตื่นเต้น มันเป็นสมุดบันทึกของวรดาที่หายสาบสูญไปหลายปีแล้ว กฤตย์ยืนมองสมุดบันทึกอยู่ครู่หนึ่งก่อนเดินตามนัทธมนมาที่ระเบียงบ้าน   ร้องเรียกเธอว่า"วรดา"

นัทธมนหน้าหงิกทันที

"เรียกร้องให้ตาย คนที่คุณทอดทิ้งก็ไม่อาจกลับคืนชีวิตมาได้หรอก...เชิญกลับไปได้แล้ว"

กฤตย์เอาสมุดบันทึกของวรดาวางตรงหน้านัทธมน "มันมาอยู่กับเธอได้ยังไง"

"นี่...คุณมีสิทธิ์อะไรมารื้อค้นข้าวของส่วนตัวฉัน"

"สมุดนี้เป็นของวรดา ถ้ามันเป็นของเธอ...เธอก็คือวรดา" กฤตย์น้ำเสียงเว้าวอนมากกว่าจะก้าวร้าว

นัท ธมนโวยใส่ว่าจะได้มันมาจากไหนก็เป็นเรื่องส่วนตัว คนอื่นไม่เกี่ยว แล้วเก็บสมุดจะเดินเข้าบ้าน กฤตย์เรียกเธอว่า "วรดา" อีกครั้ง นัทธมนหยุดกึก หันกลับมามอง

"ต้องให้ตายกันไปตรงหน้าเลยใช่ไหม เธอถึงจะยอมยกโทษให้"

นัทธมนมองเขาด้วยแววตาชิงชัง   แต่กลับมีน้ำตาไหล

ออกมา เธอไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน...

มนทิร าเห็นนัทธมนทำกิริยาก้าวร้าวใส่กฤตย์บ่อยๆพอได้อยู่ลำพังกับลูก เธอพยายามพูดให้ลูกได้คิดว่า กฤตย์มีน้ำใจและดีกับเราสองคนมาก ลูกน่าจะทำดีตอบเขาบ้าง นัทธมนกลับหาว่าที่เขาทำดีด้วยเพราะต้องการไถ่บาป มนทิราขอร้องให้จบๆกันไป อย่าอาฆาตพยาบาท

กันอีกเลย

"ยังกะพวกนั้นจะยอมจบ...คุณแม่คิดว่า รถที่เกือบชนคุณแม่เป็นอุบัติเหตุงั้นเหรอ...พวกนั้นต้องการจองล้างจองผลาญหนู"

"พวกไหน...ลูก"

"ก็ พวกที่เกี่ยวพันกับคุณกฤตย์คนดีของคุณแม่น่ะแหละ...หนูจะไม่ยอมให้พวกนั้นมา ทำอะไรเราอีกแล้วล่ะค่ะ" นัทธมนแววตาแข็งกร้าวน่ากลัว...

นัทธมนจับ พิรุธได้ว่าปณิตาอาจมีส่วนรู้เห็นเหตุร้ายที่เกิดขึ้นกับแม่ของเธอ เพราะปณิตาหลุดปากพูดเรื่องมนทิราเกือบโดนรถชน ทั้งๆที่กฤตย์แค่บอกว่ามนทิราเกิดอุบัติเหตุ ปณิตาเหมือนจะรู้ตัวรีบเฉไฉ

"คำว่าอุบัติเหตุ มันจะมีอะไรนอกจากรถชน...คงไม่ใช่ เรือคว่ำหรือเครื่องบินตก"

นัท ธมนไม่เชื่อ เพ่งพลังแกล้งปณิตาซึ่งกำลังเติมลิปสติกบังคับมือให้ทาจนปากบาน เป็นที่ขำกลิ้งของคนในบริษัท ปณิตาเห็นตัวเองในกระจกเงา อายมากเดินจ้ำพรวดๆหลบออกไป กฤตย์พลอยอมยิ้มไปด้วย แต่นัทธมนไม่ขำ เดินหน้างอกลับห้องทำงาน กฤตย์รีบตามเข้ามาถามว่าเขาทำอะไรให้เธอไม่พอใจอีก

"คุณ ไม่ได้ทำอะไรเลยต่างหาก แม่หนูเกือบถูกรถชน เพราะคุณปณิตารู้เห็นด้วย แต่คุณกลับไม่ทำอะไรสักอย่าง" นัทธมนโวยแหลก พอกฤตย์แก้ตัวให้ปณิตา นัทธมนกลับหาว่าเขารู้เห็นเป็นใจกับปณิตา

"มีอะไรเธอก็โยนความผิดมาให้ฉันหมดแหละ"

"คนไม่ยอมรับความจริง"

กฤตย์ โต้กลับว่านัทธมนนั่นแหละที่ไม่ยอมรับความจริงว่าตัวเองคือวรดา นัทธมนเถียงว่าวรดาตายไปแล้ว กฤตย์จะพิสูจน์ให้ได้ว่านัทธมนคือวรดา นัทธมนมองเขานิ่ง ไม่อยากโต้เถียงอะไรอีก...

เลิกงานแล้ว นัทธมนยืนรอรถอยู่ริมถนนใหญ่ รู้สึกเหมือนมีใครแอบมอง เหลียวหลังไปดู รุจน์หลบวูบ นัทธมนทำไม่รู้ไม่ชี้ รุจน์สีหน้าหวาดหวั่น    ทำไมเด็กสาวคนนี้หน้าเหมือนวรดายังกับแกะ...

นัทธมนรู้ตัวแล้วว่ามี คนแอบสะกดรอยตาม และเป็นพวกเดียวกับที่ทำร้ายมนทิรา เธอเล่าเรื่องนี้ให้แม่ฟัง มนทิราไม่สบายใจบอกลูกว่าเราน่าจะแจ้งตำรวจเพื่อความปลอดภัย

"พวกนั้นต่างหากที่ควรจะแจ้งตำรวจเพื่อความปลอดภัยของตัวเอง"

"หนูคิดจะทำอะไร...ลูก"

นัทธมนยิ้มร้าย เธอมีแผนเตรียมไว้รับมือพวกนี้แล้ว

ooooooo

ตอนที่ 12

เช้าวันถัดมา ลูกค้าของกฤตย์โทรศัพท์มานัดเขาไปคุยธุระกันที่เพชรบูรณ์ในวันพรุ่งนี้ แล้วจะได้เลยไปดูที่ตั้งโครงการที่นั่นด้วย กฤตย์เห็นว่าช่วงนี้นัทธมนปิดเทอม จึงอยากให้เธอไปด้วย นัทธมนปฏิเสธว่าไปไม่ได้ แม่ของเธอคงไม่อนุญาต

"ฉันจะไปขอเอง งานนี้โครงการใหญ่ ฉันไม่อยากเอาคนอื่นไป" กฤตย์ว่าแล้วก้มหน้าทำงานต่อ

นัทธมนรอพักเที่ยง โทรศัพท์ไปบอกถุงแป้งให้รู้ตัวล่วงหน้าว่าพรุ่งนี้เธออาจจะแวะไปหาที่รีสอร์ต...

ฝ่ายมนทิรายอมให้นัทธมนไปเพชรบรูณ์กับกฤตย์ แต่มีข้อแม้ว่าต้องพาติสรณ์ไปด้วย...วันรุ่งขึ้น กฤตย์ นัทธมนกับติสรณ์ก็ออกเดินทาง พอถึงเพชรบรูณ์ กฤตย์ขับรถมาจอดยังโรงแรมชั้นหนึ่งในตัวจังหวัดซึ่งเขามีนัดกินมื้อค่ำและ คุยธุระกับลูกค้าคืนนี้ ติสรณ์จึงขอแยกตัวไปเดินเล่น นัทธมนจะตามไปด้วย แต่กฤตย์ร้องห้าม อ้างว่าเธอต้องอยู่ทำงานนี้ด้วย นัทธมนมองตามติสรณ์ที่เดินจากไปอย่างเซ็งๆ

"ดูท่าเธอจะรักเขาข้างเดียวซะล่ะมั้ง" กฤตย์เหน็บ

"วัยรุ่นเขาเข้าใจกันค่ะ"

กฤตย์หน้าสลด เดินนำหน้านัทธมนเข้าไปตัวโรงแรม แวะเคาน์เตอร์เซอร์วิสติดต่อเรื่องห้องพัก แล้วเดินมาบอกนัทธมนให้ขึ้นไปพักผ่อนที่ห้องก่อน อีกชั่วโมงกว่าๆถึงจะถึงเวลานัด กฤตย์เดินนำนัทธมนมาถึงหน้าลิฟต์ เธอเริ่มลุกลี้ลุกลน กฤตย์อดถามไม่ได้ว่ากลัวลิฟท์หรือกลัวเขา

"ทำไมจะต้องกลัว"

พอลิฟต์เปิด นัทธมนยืนตัวแข็งไม่ยอมเข้า ยิ่งได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลือดังออกมาจากในลิฟต์เธอถึงกับหน้าเสีย เปลี่ยนใจขอไปใช้บันไดแทน กฤตย์ท้วงว่าต้องเดินขึ้นไปถึงชั้นที่สิบสอง นัทธมนกลบเกลื่อนว่าไม่ได้กลัวอะไร เพียงแค่อยากออกกำลัง แล้วเดินหนีไปหน้าตาเฉย

กฤตย์มายืนรอหน้าประตูบันไดหนีไฟอยู่พักใหญ่กว่านัทธมนจะเดินขึ้นมาถึง ถามอย่างเป็นห่วงว่าเหนื่อยไหม นัทธมนตอบห้วนๆว่าตัวเองยังวัยรุ่นอยู่ เรื่องแค่นี้จิ๊บๆ กฤตย์ ส่งกุญแจห้องพักให้ บอกว่าติสรณ์จะนอนห้องเดียวกับเขา ส่วนเธอนอนแยกต่างหากอีกห้องหนึ่ง นัทธมนไม่วายเหน็บเขาอีก

"อย่าไปนอนกรนรบกวนคนอื่นล่ะ...คนแก่ เขาว่าชอบนอนกรนด้วย"

"เธอจะย้ำเรื่องอายุไปทำไมนักหนา" กฤตย์ตัดพ้อด้วยความน้อยใจ

"ใครย้ำ...เราอายุห่างกันเท่าไหร่นะ...ยี่สิบกว่าปี...สองทศวรรษเหมือนกันนะ เนี่ย" นัทธมนมองตามกฤตย์เดินไปไขกุญแจห้องพักซึ่งอยู่ติดกันอย่างสะใจ...

นัทธมนวางกระเป๋าเดินทางลงบนเตียงนอน หยิบสมุดบันทึกของวรดาออกมาวางไว้ใต้หมอน แล้วเดินสำรวจรอบห้องพัก เห็นมีประตูเชื่อมต่อไปยังห้องข้างๆ เธอค่อยๆเปิดประตูนั้น เห็นกฤตย์นั่งกอดเข่าอยู่บนเตียง เหม่อมองรูปวรดาในกระเป๋าสตางค์ตัวเอง นัทธมนรู้สึกได้ถึงความอ้างว้างของเขา รีบปิดประตู

"เราต้องแก้แค้น...เราต้องแก้แค้นผู้ชายคนนี้" นัทธมนพึมพำเตือนสติตัวเอง...

ด้านติสรณ์เดินเที่ยวเล่นในตลาดอย่างสบายอารมณ์ เดินชนกับถุงแป้งด้วยความบังเอิญ เลยหลอกให้ถุงแป้งเลี้ยงข้าว และอยู่คุยเป็นเพื่อนถึงตอนเย็น

ooooooo

หลังจากกฤตย์คุยธุรกิจกับลูกค้าลุล่วงไปด้วยดี เขาให้ยกความดีความชอบให้นัทธมน ว่าเป็นเพราะลูกค้าเอ็นดูเธองานครั้งนี้ถึงตกลงได้โดยง่าย  แต่นัทธมนกลับไม่ยินดียินร้ายด้วย

"หนูไม่หลงใหลได้ปลื้มไปกับคำชมหรอกค่ะ...คำหวานน่ะ ฆ่าคนให้ตายมานักต่อนักแล้ว"

กฤตย์ถึงกับอึ้งพูดไม่ออก ลุกขึ้นจากโต๊ะอาหาร สั่งนัทธมนถือข้าวของไปให้ด้วย แล้วเดินตัวเปล่าไปที่ลิฟต์ นัทธมนหอบแฟ้มกับม้วนกระดาษแปลนงานเดินตาม กฤตย์กดปุ่มลิฟต์รออยู่เรียกเธอเข้ามาข้างใน นัทธมนยืนจดๆจ้องๆปลายเท้าคาอยู่ที่ประตูลิฟต์ เสียงร้องเรียกให้ช่วยดังออกมาจากลิฟต์อีก เธอถอยเท้าออก พร้อมกับยื่นแฟ้มกับม้วนกระดาษแปลนงานให้เขา

"ฝากด้วย...หนูยังไม่ขึ้น จะไปเดินเล่น"

ลิฟต์เลื่อนปิดก่อนที่กฤตย์จะทันพูดอะไร  นัทธมนถอนใจโล่งอก เดินออกจากล็อบบี้สวนกับติสรณ์หน้าโรงแรม ติสรณ์บอกว่าเมื่อกี้เจอถุงแป้งที่ตลาด แต่ตอนนี้เธอกลับบ้านไปแล้ว เกรงพ่อกับแม่จะเป็นห่วง นัทธมนพยักหน้ารับรู้ เดินผละไป...

ตกดึก นัทธมนกลัวลิฟต์จนเก็บเอาไปฝันร้ายว่าตัวเอง ยืนอยู่หน้าลิฟต์ ในล็อบบี้ของโรงแรมซึ่งไร้ผู้คน กฤตย์ยืนรออยู่ในลิฟต์ ชักชวนเธอขึ้นลิฟต์ไปด้วยกัน นัทธมนยืนลังเล เท้าของเธอคาไว้ที่ประตูลิฟต์เหมือนเหตุการณ์เมื่อตอนหัวค่ำทุกอย่าง แต่ขณะที่เธอยื่นแฟ้มกับม้วนกระดาษแปลนงานให้ กฤตย์กลับกระชากเธอเข้าลิฟต์ ส่วนเขาหนีออกมาก่อนประตูลิฟต์จะปิด ทิ้งเธออยู่ในนั้นคนเดียว นัทธมนหน้าเสียร้องลั่น

"ช่วยด้วยๆๆ...ใครก็ได้ช่วยด้วยๆๆๆ..."

เสียงละเมอร้องขอความช่วยเหลือของนัทธมนดังเข้ามาในห้องพักของกฤตย์ เขาสะดุ้งตื่นลืมตาขึ้นเสียงนั้นกลับเงียบ มองไปรอบๆเห็นติสรณ์นอนหลับอยู่อีกเตียงหนึ่ง มีเสียงของนัทธมนแว่วเข้ามาอีก กฤตย์ค่อยๆย่องไปเปิดประตูที่เชื่อมต่อถึงกัน เห็นนัทธมนนอนดิ้นไปมาอยู่บนเตียง ร้องขอความช่วยเหลือ

ข้าวของในห้องนั้นเริ่มสั่น กฤตย์พยายามปลุกนัทธมน แต่เธอไม่มีทีท่าจะตื่น ข้าวของสั่นแรงขึ้นๆ แก้วน้ำเลื่อนหล่นพื้นแตกกระจาย กฤตย์คิดว่าแผ่นดินไหววิ่งกลับไปที่ห้องพักตัวเอง อารามรีบร้อนไม่ทันสังเกตว่าห้องตัวเองนั้นเงียบสงบไม่มีอะไรเคลื่อนไหว

"ติสรณ์ๆ...ตื่นเร็วเข้า แผ่นดินไหว"

ติสรณ์งัวเงียลุกขึ้นแล้วล้มตัวลงนอนเช่นเดิม กฤตย์วิ่งกลับไปห้องพักนัทธมนซึ่งยังคงปั่นป่วนไปทั้งห้อง ประคองเธอขึ้นจากเตียงเห็นเลือดกำเดาไหลซึม นัทธมนฝันว่าดิ้นรนอยู่ในลิฟต์ทั้งทุบประตูทั้งร้องเรียกให้คนช่วย ทันใดนั้น ประตูลิฟต์เปิดออก มีแสงแห่งธรรมส่องสว่างไปทั่ว กายทิพย์ ของพระธุดงค์ยืนเด่นอยู่

"เวร...ยอมระงับได้ด้วยการไม่จองเวร"

นัทธมนตะลึงตกใจตื่นอยู่ในอ้อมแขนของกฤตย์ ทันทีที่เธอลืมตา ของทุกอย่างในห้องนิ่งสงบราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น กฤตย์วิ่งไปยืนกลางห้อง เร่งเธอให้รีบออกจากห้องมีแผ่นดินไหว นัทธมนนั่งนิ่งหยิบทิชชูมาซับเลือดกำเดา พูดกลบเกลื่อนว่าไม่เห็นจะมีอะไร ติสรณ์ยืนงัวเงียอยู่ที่ประตูเชื่อมต่อระหว่างห้อง

"อะไร...ทำไมส่งเสียงดังจังเลย"

กฤตย์ยืนมองทั้งคู่งงๆ ทำไมไม่มีใครรับรู้เรื่องแผ่นดินไหว

ooooooo

กฤตย์ยังคาใจเรื่องแผ่นดินไหวไม่หาย เช้าขึ้นมาเขาเที่ยวถามพนักงานของโรงแรมว่ารู้เรื่องนี้บ้างไหมแต่ไม่มีใครรู้สักคน กฤตย์ไม่ยอมแพ้ง่ายๆหาหนังสือพิมพ์ มาเปิดดูทุกฉบับที่อยู่ในห้องล็อบบี้  ไม่มีฉบับไหนลงข่าวแผ่นดินไหว กฤตย์ยังมึนไม่หายว่าเมื่อคืนเขาเห็นอะไร นึกสงสัยว่าเรื่องนี้ต้องเกี่ยวข้องกับนัทธมน...

ในเวลาต่อมา กฤตย์ขับรถมาถึงรีสอร์ตของปิติ กะจะมาถามทางไปโครงการของลูกค้า ปิติดูแผนที่ที่กฤตย์ส่งให้ บอกว่าตรงนี้เป็นที่พักที่เราสองคนเคยมาพักกันเมื่อสมัยหนุ่มๆ เกตุมณีชะโงกหน้ามาดูบ้าง

"อ๋อ...ที่จีบกันใหม่ๆไง...วรดาก็มาด้วย"

นัทธมนได้ยินชื่อวรดา หูผึ่ง กฤตย์จำได้แล้วว่าที่ไหน รีบขอตัวไปถึงที่นั่น อยากจะไปดูทางแสงทางแดดเพื่อเก็บข้อมูล ถุงแป้งขอไปด้วย แต่ปิติไม่ให้ไป อ้างว่ากฤตย์กับนัทธมนไปทำงานไม่ได้ไปเที่ยว ติสรณ์เห็นถุงแป้ง ไม่ไปก็เลยขออยู่ที่นี่ด้วย...ระหว่างทางไปดูโครงการของลูกค้า กฤตย์เล่าให้นัทธมนฟังว่าเขาเคยพาวรดามาแถวนี้   ตอนนั้นเขากับเธอมีความสุขกันมาก

"คุณคงสุขที่หลอกผู้หญิงคนหนึ่งให้หลงไปกับคำหวานๆได้"

"ฉันไม่เคยหลอกวรดา"

นัทธมนมองหน้าเขาอย่างชิงชัง หลุดปากออกมาว่า "คิดถึงสิ ผมจะคิดถึงรดา ทุกวัน ทุกคืน คิดถึงจนกว่าผมจะตาย... ถ้าเกิดอะไรขึ้นกับรดาจริงๆผมยินดีชดใช้ด้วยชีวิต"

กฤตย์ตกตะลึง เบนรถเข้าจอดข้างทางทันที ถามว่ารู้ได้อย่างไรว่าเขาพูดอะไรกับวรดา นัทธมนแดกดันว่าคนอย่างเขาจำคำพูดตัวเองได้ด้วยหรือ กฤตย์จำทุกคำสัญญาที่ให้ไว้กับวรดาได้ จับบ่านัทธมนไว้แน่น ถามคาดคั้นว่าเธอคือวรดาใช่ไหม นัทธมนปฏิเสธเสียงแข็งว่าไม่ใช่ ขอให้เขาปล่อยเธอ

"ผมจะไม่ปล่อยคุณ ผมจะไม่ยอมให้คุณจากผมไปอีกแล้ววรดา...ผมคิดถึงคุณมากนะวรดา ผมคิดถึงคุณทุกวัน ทุกคืนอย่างที่ผมเคยสัญญาเอาไว้จริงๆ...วรดา...คุณเข้าใจผมผิด"

กฤตย์กอดนัทธมนไว้แน่น น้ำเสียงเว้าวอนขอความเห็นใจ นัทธมนสั่งให้เขาปล่อยเธอเดี๋ยวนี้ กฤตย์ไม่ปล่อยจนกว่าเธอจะยกโทษให้ นัทธมนมองเขาอย่างสงสาร แต่เพียงอึดใจกลับเสียงกร้าว

"ไม่มีวัน...ปล่อย" นัทธมนดิ้นจนหลุด เปิดประตูรถวิ่งหนี กฤตย์ได้สติวิ่งตาม ไม่สนใจว่ากิ่งไม้จะเกี่ยวหน้าตา เนื้อตัว นัทธมนวิ่งเตลิดเข้าป่าละเมาะข้างทาง สะดุดรากไม้ล้มลง หมดสติไป

ooooooo

วันนั้น เมื่อสิบแปดปีที่แล้ว ขณะวรดากำลังนั่งจดบันทึกอยู่ในสวนร่มรื่น ณ รีสอร์ตในเมืองเพชรบูรณ์ เกตุมณีในวัยสาวเข้ามาชวนเธอไปกราบพระธุดงค์ด้วยกัน ได้ยินพวกแม่บ้านในรีสอร์ตคุยกันว่าพระรูปนี้ดูหมอแม่น เผื่อจะให้ท่านดูเนื้อคู่ให้ ครู่ต่อมาสองสาวเดินลัดเลาะมาตามทางเดินแถวป่าละเมาะ

เห็นพระธุดงค์ปักกลดอยู่ ทั้งคู่เข้ามากราบ แจ้งความจำนงที่มาขอพบ  พระธุดงค์ปฏิเสธว่าไม่เคยดูหมอดูดวงให้ชาวบ้านที่ไหน ใครมาปรับทุกข์ ท่านก็แค่ชี้ทางไปตามที่เห็นควร เกตุมณีขอให้ท่านช่วยชี้ทางสว่างให้ พระธุดงค์มองวรดา ทักว่าทำไมถึงดูเศร้านัก วรดางง

"เอ่อ...ช่วงนี้ หนูมีความสุขที่สุดแล้วนะคะ"

พระธุดงค์หลับตาลง นั่งสมาธิ ลมพัดแรงใบไม้ปลิวว่อน วรดากับเกตุมณีมองหน้ากันหวั่นๆ พระธุดงค์ถอดจิตล่องลอยไปในความมืดผ่านข้ามมาอีกภพหนึ่ง มีเสียงนัทธมนขอความช่วยเหลือแว่วเข้ามา กายทิพย์ของท่านปรากฏอยู่ด้านนอกลิฟต์ เสียงร้องของนัทธมนดังอยู่ข้างใน ท่านยกมือขึ้นแผ่เมตตา แสงสว่างแห่งธรรมเป็นสีทองกระจายไปทั่ว ประตูลิฟต์เปิดออก เห็นนัทธมนเหงื่อแตก หายใจหอบอยู่ในลิฟต์

"เวร...ย่อมระงับได้ด้วยการไม่จองเวร"

พระธุดงค์ลืมตาขึ้น สั่งสอนวรดาให้หมั่นรักษาศีลภาวนา บาปหนักจะได้เป็นเบา วรดาถามว่าท่านไปเห็นอะไรมา พระธุดงค์ไม่ตอบได้แต่แผ่เมตตา และสั่งให้หมั่นสร้างกุศลไว้

"หลวงพ่อ บอกหน่อยไม่ได้เหรอคะ" เกตุมณีคะยั้นคะยอ

"เราไม่ได้เห็นอะไร มันเป็นเพียงฝันในฝันเท่านั้นเอง"

"หนูไม่มีอะไรพอจะถวายหลวงพ่อได้เลย มีเพียงเข็มทิศอันนี้ที่คุณพ่อซื้อให้...หนูขอถวายเข็มทิศเผื่อหลวงพ่อจะได้ธุดงค์โปรดสัตว์ผู้ยาก ให้เดินได้ตรงทางยิ่งขึ้น"

พระธุดงค์เอาผ้าวางตรงหน้า เพื่อให้วรดาวางเข็มทิศลงบนนั้น "เจ้าถวายเข็มทิศเป็นกุศล เราจะได้ไม่หลงป่า ภพนี้เจ้านำทางเรา...เราตั้งจิตมั่นว่า ในภพหน้าของเจ้า เราจะช่วยนำทางให้เจ้าบ้าง"

วรดากล่าวสาธุ แล้วก้มลงกราบ เกตุมณีมองวรดาด้วยความเป็นห่วง...ระหว่างเดินกลับที่พัก เกตุมณีขอโทษวรดาที่ทำให้ไม่สบายใจ   วรดาหน้าซีดๆ   ฝืนยิ้มให้   อ้างว่าเมื่อคืนคงนอนดึกไปหน่อยเลยรู้สึกไม่ค่อยดี พูดยังไม่ทันขาดคำ วรดาหน้ามืดเป็นลมหมดสติ

ช่างประหลาดมาก วรดาในชาติภพที่แล้วนอนท่าเดียวกับนัทธมนซึ่งสะดุดรากไม้หกล้มหมดสติไป กฤตย์ตามหาจนเจอ รีบวิ่งเข้ามาอุ้มไปที่รถ แล้วขับกลับรีสอร์ตของปิติทันที...

จังหวะที่ติสรณ์กำลังถ่ายวีดิโออยู่กับถุงแป้งที่รีสอร์ตของปิติ ถุงแป้งเห็นกฤตย์แบกนัทธมนขึ้นหลังมา ติสรณ์ยังคงเปิดกล้องบันทึกภาพค้างอยู่ หันไปมองตามสายตาถุงแป้ง ตกใจว่านัทธมนเป็นอะไรไป ทั้งสองคนรีบวิ่งเข้ามาดู กฤตย์วางนัทธมนลงบนโต๊ะแถวนั้น ขอขวดน้ำในมือถุงแป้งมาเทใส่ผ้าเช็ดหน้า แล้วเช็ดหน้านัทธมน พลางสำรวจดูว่าเธอมีบาดแผลที่ไหนบ้าง โชคดีไม่มีแผล ถุงแป้งถามว่าเกิดอะไรขึ้น

"เขาวิ่งมาแล้วล้ม เป็นลมไป"

กฤตย์รินน้ำใส่ฝาขวด หยอดใส่ปากที่แห้งผากของนัทธมนทีละน้อย ติสรณ์ยังคงเปิดกล้องวีดิโอค้างไว้ เนื่องจากทำอะไรไม่ถูก รู้แค่กฤตย์ดูเป็นห่วงนัทธมนมากเหลือเกิน...

ครู่ต่อมา กฤตย์อุ้มนัทธมนเข้ามาปฐมพยาบาลในบ้าน คอยบีบนวดเท้าให้ ติสรณ์ยังคงถ่ายวีดิโออยู่ตลอดเวลา เกตุมณีเอาแอมโมเนียชุบสำลีมาให้กฤตย์ เขาเอามันให้นัทธมน ดมห่างๆ อึดใจเธอรู้สึกตัว กฤตย์ถอนใจโล่งอก นัทธมนมองไปรอบๆห้อง ปิติ เกตุมณี ถุงแป้ง รวมทั้งติสรณ์มองมาที่เธอด้วยความเป็นห่วง

"หนู...เป็นอะไรไป"

"เราล้มลงสลบไปน่ะสิ พูดอะไรก็ไม่ฟังเลย ถ้าเป็นอะไรมากจะทำยังไง" กฤตย์ห่วงมากเลยเสียงดังใส่

"หนูจะเป็นอะไรมันก็เรื่องของหนู" นัทธมนไม่พอใจ โต้กลับเสียงดังเช่นกัน

"เรื่องของเธอน่ะใช่ แต่มันเสียงานรู้ไหม ทีหลังอย่าทำอะไรอย่างนี้อีกนะ ถ้าฉันบอกให้หยุดก็ต้องหยุด ไม่ใช่ดื้อแบบนี้...ถ้าเป็นอะไรไป ฉันจะไปบอกแม่เธอว่ายังไง ไม่เห็น แก่ฉันก็คิดถึงแม่ตัวเองมั่ง"

"หนูไม่น่าฟื้นขึ้นมาเลยใช่ไหมคะ ไม่งั้นคุณคงจะรู้สึกดีกว่านี้" นัทธมนโกรธจัด จ้องหน้าเขาอย่างชิงชัง กฤตย์มองเธอแล้วเดินออกจากห้อง นึกขอบคุณฟ้าดินที่นัทธมนไม่เป็นอะไรมาก

ด้านนัทธมนทั้งเจ็บใจ ทั้งแค้นใจ บ่นกับถุงแป้งว่ากฤตย์ คงอยากให้เธอตาย ถุงแป้งพยายามอธิบายว่าเข้าใจผิด แต่เธอไม่ฟัง คิดหาทางแก้แค้น รอจนมืด ระหว่างที่กฤตย์นั่งดื่มเบียร์ เพียงลำพังอยู่นอกชานบ้าน นัทธมนแอบเพ่งพลังไปยังเขา กฤตย์ เริ่มตาลาย เวียนหัว เดินโงนเงนมาริมระเบียงบ้าน พยายามควบคุมตัวเองแต่ทำไม่ได้ ปีนขึ้นไปบนขอบรั้วกั้นแล้วโดดลงมา ร่างของเขากระแทกพื้น หน้าคะมำ

เกตุมณีได้ยินเสียงเหมือนของหนักๆตกพื้น วิ่งออกมาดู เห็นน้องชายตัวเองนอนคว่ำหน้าอยู่ รีบเข้าไปประคองหน้าหงายกฤตย์ขึ้นมามีแต่เลือดเต็มหน้า เธอตะโกนขอความช่วยเหลือลั่น นัทธมนหายใจหอบเหนื่อยเช็ดเลือดกำเดาไม่เข้าใจว่าทำไมต้องรู้สึกผิด...

กฤตย์ถูกพาส่งโรงพยาบาลเร่งด่วน ปิติ เกตุมณี และถุงแป้งยืนรอหน้าห้องฉุกเฉินด้วยใจจดจ่อ ส่วนนัทธมนเดินวนไปมาไม่สบายใจอยู่บนระเบียงบ้าน  ติสรณ์ปลอบว่าไม่ต้องเป็นห่วง ป่านนี้กฤตย์คงถึงมือหมอแล้ว นัทธมนพูดกลบเกลื่อนว่าไม่ได้เป็นห่วง แต่สมน้ำหน้าเขาต่างหาก ใครทำอะไรไว้ก็ต้องได้อย่างนั้น

"ถ้าทำอะไรเอาไว้ ควรได้แบบนั้น ฉันว่า...เธอน่าจะเป็นคนแบกเขาไปโรงพยาบาลนะ"

นัทธมนงงไม่เข้าใจว่าติสรณ์หมายถึงอะไร ติสรณ์จึงเอาวีดิโอที่ถ่ายเหตุการณ์ตั้งแต่กฤตย์แบกนัทธมนขึ้นหลัง คอยเป็นห่วงเป็นใย ดูแลเอาใจใส่ตลอดเวลาที่เธอหมดสติให้ดู นัทธมนถึงกับอึ้ง

ooooooo

เช้าวันใหม่ นัทธมนนั่งเหงาอยู่ระเบียงหน้าบ้านปิติ ในสภาพเหมือนไม่ได้นอน ชะเง้อมองไปทางถนนเข้าบ้าน พอเห็นรถของปิติแล่นเข้ามารีบลงมาดู เห็นสามคนพ่อแม่ลูกลงจากรถ ไม่มีกฤตย์ด้วย ถามว่าเขาเป็นอย่างไรบ้าง ปิติบอกว่ายังโชคดีที่หัวไม่ฟาดพื้น เอาตัวลงกระแทกก่อนไม่อย่างนั้นคงจะแย่

"นี่เธอไม่ได้นอนเลยเหรอเนี่ย" ถุงแป้งร้องทัก มองสภาพของเพื่อนอย่างสงสัย

นัทธมนโกหกว่าเพิ่งตื่นเมื่อกี้ ปิติกะว่าตอนสายๆจะไปเยี่ยมกฤตย์อีก นัทธมนขอไปด้วย ส่วนถุงแป้งหมดข้อสงสัยทันทีเมื่อเห็นสภาพตึงเปรี๊ยะของผ้าปูที่นอนนัทธมน ไม่มีร่องรอยการนอนเลย...

ฝ่ายปิติกับเกตุมณีเก็บของใช้ส่วนตัวของกฤตย์ใส่ กระเป๋าเดินทางใบเล็ก เกตุมณีไม่ลืมหยิบสร้อยตะกรุดที่กฤตย์ สั่งนักสั่งหนาให้เอามาให้

"นัทธมนเขาก็มีน้ำใจนะ อุตส่าห์นั่งเป็นห่วงกฤตย์"

"...เหมือนที่วรดาเคยเป็นห่วงเลยนะ" ปิติมองเกตุมณี ที่พยักหน้าเห็นด้วยกับเขา...

กฤตย์กึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่บนเตียงผู้ป่วย พยายามกินอาหาร กลางวันอย่างยากลำบาก เพราะนิ้วมือได้รับบาดเจ็บ ถุงแป้ง นัทธมน  กับติสรณ์เปิดประตูห้องพักฟื้นเข้ามา  พร้อมกับข้าวของ เครื่องใช้  กฤตย์ถามถุงแป้งว่าพ่อกับแม่ไม่มาด้วยหรือ  ถุงแป้งว่าทั้งคู่เลยไปทำธุระ เย็นๆจะแวะมารับ ถ้าน้ากฤตย์กลับบ้านได้

"กลับได้อยู่แล้ว เรื่องเล็ก" กฤตย์พยายามจับช้อนจะกินข้าว แต่ไม่สำเร็จ

"นัทเขาเป็นห่วงน้ากฤตย์มากนะคะ ไม่ได้นอนทั้งคืนเลย"

นัทธมนทำหน้าดุใส่เพื่อน ไม่อยากให้พูดอะไรอีก กฤตย์มองนัทธมนอย่างค้นหา ถุงแป้งทำทีว่าลืมหยิบยาสีฟันมาให้น้าชาย เลยจะลงไปซื้อที่ร้านค้าข้างล่าง ติสรณ์รู้งานรีบวิ่งตาม นัทธมนจะเรียกไว้แต่ไม่ทันเลยต้องอยู่กับคนป่วยตามลำพัง กฤตย์พยายามหยิบช้อนจะกินข้าวแต่ช้อนหล่นอีก นัทธมนอาสาป้อนข้าวให้ กฤตย์ถามว่าผิดหวังหรือเปล่าที่เห็นเขาไม่เป็นอะไร นัทธมนทำไก๋ไม่รู้เรื่อง

"ฉันรู้ตัวเองดีว่าเมื่อคืนฉันไม่ได้เมา ฉันได้ยินเสียงใครบางคนเรียกให้กระโดดลงไป"

นัทธมนอึกอัก ไม่กล้าสบตา "ไม่ใช่เสียงหนูหรอกมั้ง"

"ไม่ใช่เสียงเธอหรอก...แต่เป็นเสียงของวรดา...คืนที่เรานอนในตัวเมืองไม่มีแผ่นดินไหวจริงๆด้วย ฉันเช็กดูแล้ว... แต่สิ่งที่ฉันเห็นมันเป็นอะไรบางอย่าง พลังอะไรบางอย่าง พลังเช่นเดียวกับเมื่อคืนนี้"

นัทธมนทำทีหันไปรินน้ำให้เขา "หนูไม่รู้นะ ว่าคุณพูดอะไร"

กฤตย์จับมือเธอที่ยื่นแก้วน้ำให้ "ฉันทำอะไรให้เธอเจ็บแค้นนักหนา...นัทธมน"

นัทธมนปฏิเสธว่าไม่ได้ทำอะไร ขอร้องให้เขาปล่อยมือ กฤตย์ทำตามที่ขอ นั่งมองหน้าเธอนิ่ง...

ในเวลาไล่เลี่ยกัน ปณิตาบ่นกับเลขาฯหน้าห้องกฤตย์ ว่า กฤตย์หายไปดูงานข้ามวันข้ามคืนกับนัทธมน ป่านนี้ทำไมยังไม่กลับ โทร.ติดต่อก็ไม่ได้ เลขาฯคาดว่าพรุ่งนี้เขาคงจะกลับ

ปณิตาหงุดหงิดเดินบ่นมาคนเดียวว่า "นังนี่...ถึงมันจะข้ามภพข้ามชาติมา ฉันก็ไม่กลัวหรอก..."

ตกเย็น ปิติกับติสรณ์พยุงกฤตย์เข้ามานั่งในห้องรับแขก ปิติติงว่ากฤตย์น่าจะนอนพักอีกสักวันสองวันก่อน กฤตย์อ้างว่าเจ็บแค่นี้ไกลหัวใจ เกตุมณีเป็นห่วง มือเจ็บแบบนี้เขาจะขับรถกลับไหวหรือ ติสรณ์อาสาขับให้ ถุงแป้งถือโอกาสขอพ่อกลับกรุงเทพฯพร้อมกับกฤตย์เลย...

คืนวันเดียวกัน   รุจน์มาดักรอปณิตาที่ลานจอดรถใต้ถุนตึกที่ทำงานของเธอ ปณิตาคิดว่ารุจน์จะมาขอเงินใช้ แต่เขาเอายาเสพติดมาขายให้ ปณิตารับยามาแล้วหยิบเงินให้ ถามว่ายังรับงานอื่นอยู่อีกไหม

"คุณปณิตาจะให้ผมทำอะไร" รุจน์มองปณิตาซึ่งกำลังยิ้มเจ้าเล่ห์

ooooooo

กว่ากฤตย์กับพวกจะเดินทางกลับถึงบ้านนัทธมนก็ค่ำแล้ว มนทิรายืนรออยู่หน้าบ้าน แปลกใจว่าทำไมติสรณ์เป็นคนขับรถกลับ พอหันไปเห็นกฤตย์ซึ่งมีผ้าพันแผลที่มือ ถามว่าไปโดนอะไรมา

"อุบัติเหตุจากความซุ่มซ่ามของผมเองครับ" กฤตย์มองนัทธมน แต่เธอเมินหน้าหนีไปทางอื่น

"ก็โชคดีที่ไม่เป็นอะไรมากค่ะ คุณแม่"

มนทิราจับพิรุธได้ว่านัทธมนต้องมีอะไรบางอย่างแน่ๆ รอส่งกฤตย์กับพวกกลับไปแล้ว เธอจึงถามลูกว่ามีอะไรในใจกับกฤตย์หรือเปล่า นัทธมนปฏิเสธว่าไม่มี แล้วนิ่งไปอึดใจ ก่อนหยิบสมุดบันทึกของวรดาออกจากกระเป๋าเดินทางให้แม่ดู บอกว่าเธอได้สมุดเล่มนี้ก่อนไปต่างจังหวัด และอ่านมันหลายรอบแล้ว

"วรดาตายเพราะอะไร" มนทิราถามอย่างตื่นเต้น

"ตายเพราะความรักค่ะ" นัทธมนเปิดสมุดบันทึก อ่านเรื่องราวของวรดาให้แม่ฟัง...

วันนั้น ประพจน์ซึ่งมีท่าทางอิดโรย ไอตลอดเวลาเรียกวรดากับกฤตย์มาพบที่ห้องนอนของเขา เร่งกฤตย์ให้รีบหาฤกษ์ แต่งงานกับวรดาแล้วแนะทั้งคู่ทำพาสปอร์ตเตรียมไว้เผื่อจะไปฮันนีมูนด้วยเลย สร้อยเอาเครื่องดื่มสมุนไพรมาให้ประพจน์ พอดี ถึงกับหูผึ่ง มีข่าวให้เธอคาบไปบอกนายหญิงอีกแล้ว...

ด้านคุณหญิงผกา ผาณิต แกมแก้วกับปณิตานัดถกถึงเรื่องงานแต่งงานที่ปุบปับของวรดากับกฤตย์ ปณิตาจะไปกดดันวรดาให้ยกเลิกงานแต่งงานโดยใช้เรื่องธุรกิจที่เธอทำกับกฤตย์มาเป็นข้อต่อรอง

"ใครอยากจะใช้สันติวิธีก็ใช้ไปเถอะ แต่หนูจะใช้ไม้แข็งล่ะนะ...คุณหญิงติดต่อนายรุจน์ให้หนูหน่อยได้ไหมคะ...งานนี้เราทำเองไม่ไหวหรอก"

"ใครจะคิดอ่านทำอะไรก็ทำๆไปซักทางหนึ่งเถอะ ไม่งั้น นังนั่นมันได้ชูคอในชุดเจ้าสาวอวดเราแน่"

ทุกคนเห็นด้วยกับผาณิต รีบแยกย้ายกันไปทำตามวิธีของตัว แกมแก้วกับผาณิตติดต่อรุจน์โดยมีคุณหญิงผกาแนะนำให้ ส่วนปณิตาไปหาวรดา ขู่ว่าถ้าวรดาไม่ยอมยกเลิกงานแต่งงาน เธอจะล้มข้อตกลงทำโครงการอภิมหาโปรเจกต์กับกฤตย์ซึ่งจะทำให้เขาต้องสูญเงิน หลายร้อยล้านบาท วรดาถึงกับอึ้ง

"เลิกยุ่งกับเขาซะจะดีกว่า กฤตย์เขาจะได้ไม่ต้องลำบากในการตัดสินใจ"

ว รดาสองจิตสองใจว่าจะเอาอย่างไรดี สุดท้ายตัดสินใจจะปรึกษากฤตย์ก่อน...วรดาได้โอกาสเหมาะตอนที่กฤตย์เรียกเธอ ไปช่วยเลือกของชำร่วยงานแต่งงานที่บ้านของเขา วรดาถามเขาตรงๆว่า ถ้าเธอแต่งงานกับเขา ปณิตาจะล้มเลิกโครงการใหญ่ ซึ่งตกลงไว้กับเขาจริงหรือ กฤตย์อ้างว่าปณิตาแค่ขู่ไปอย่างนั้นเอง

"แล้วถ้าเกิดเขาทำจริง คุณจะว่าอย่างไรคะ"

กฤตย์จับมือวรดา สบตานิ่ง "รดามองตาผมสิ...รดาไม่รู้จริงๆเหรอว่าผมจะเลือกใคร"

วรดามองกฤตย์แล้วสบายใจขึ้น แต่ก็อดหวั่นใจไม่ได้

ooooooo

ตอนที่ 11

หลังจากหายหน้าไปหลายวัน วันนี้ปณิตาโผล่มาหากฤตย์ที่บริษัท อ้างว่ามีธุระเรื่องโครงการจะคุยด้วย กฤตย์เชิญเข้าไปคุยในห้องทำงาน

"ไม่เอาหรอกค่ะ อุดอู้ คุยงานเป็นร้อยล้าน เอ่อ ไปหาอะไรกิน คุยกันให้มันเป็นกิจจะลักษณะหน่อย"

กฤตย์ นิ่งคิดอยู่อึดใจ ก่อนตอบตกลง ปณิตายิ้มถูกใจ แต่ต้องหุบยิ้ม เพราะกฤตย์พานัทธมนในฐานะเลขาฯของเขาไปด้วย ปณิตาไม่ชอบใจอย่างแรงแต่ทำอะไรไม่ได้ ไม่นานนักทั้งสามคนก็มาถึงร้าน
อาหารทะเล ปณิตาหน้าหงิกหน้างอ เห็นอะไรขวางหูขวางตาไปหมด อาหารมาเสิร์ฟช้า เธอพาลบ่นเป็นหมีกินผึ้ง

กฤตย์ เลยชวนคุยเรื่องงานไปพลางๆก่อน ปณิตาบ่นว่าโครงการของเธอถูกทางเขตเพ่งเล็ง เนื่องจากเธอต่อเติม เพิ่มจำนวนยูนิตห้องพักขึ้นไปอีก กฤตย์ตำหนิเธอว่าหาเรื่องเข้าตัวเก่งจริงๆ

"ตาคิดว่าจะยัดเงินหัวหน้าเขตได้นี่คะ ปกตินิกรจะเป็นคนติดต่อ ไม่รู้ไปยัดเงินกันใต้โต๊ะอีท่าไหน"

นัทธมนสวนทันทีอย่างไม่พอใจ "พ่อหนูไม่ใช่พวกคอรัปชันนะคะ"

ปณิตาค้อนนัทธมนขวับ "อาหารมาแล้ว กินกันก่อนดีกว่า เดี๋ยวค่อยคุยต่อ...อารมณ์เสีย"

บริ กรยกกุ้งเผากับปูนึ่งมาเสิร์ฟ กฤตย์มองนัทธมนเป็นห่วงความรู้สึกของเธอ นัทธมนทนนั่งต่อไปไม่ไหวลุกขึ้นขอตัวไปห้องน้ำแล้วเดินไปเลย กฤตย์ไม่รู้จะทำอย่างไร ได้แต่มองตาม...

นัทธมนเดินวนไปมาอยู่ใน ห้องน้ำ พยายามข่มความโกรธแต่ไม่สำเร็จ ในเมื่อปณิตาตั้งใจจะเล่นกันถึงพ่อถึงแม่ จะต้องเห็นดีแน่ เธอเดินออกจากห้องน้ำอย่างเอาเรื่อง กลับมาถึงโต๊ะอาหารยังไม่ทันจะนั่ง

"เร็วจัง...ไปโทรศัพท์ปรึกษาคุณพ่อมาเหรอคะ"

"คุณพ่อหนูเสียไปแล้วค่ะ"

"เออ...ใช่...อุ๊ย...ขอโทษ ลืมไป" ปณิตาพูดลอยหน้าลอยตาน่าตบ

นัท ธมนโกรธควันแทบออกหู เพ่งพลังไปยังจานปูนึ่งที่ปณิตากำลังหยิบขึ้นมาจะกิน ปูตัวนั้นหนีบมืออย่างจัง ปณิตาร้องโอดโอยลั่น สะบัดมือเร่าๆ ปูติดมือไม่ยอมหลุด เหลือบเห็นปูในจานเริ่มไต่กัน
ยั้วเยี้ย เธอร้องเรียกกฤตย์ให้ช่วยเอาปูออกไปที กฤตย์มองบนโต๊ะไม่เห็นมีอะไร ปูในจานยังคงนอนนิ่ง

"คุณเป็นอะไรของคุณ"

ปณิตาดึงปูออกจาก มือ เหวี่ยงลงบนโต๊ะ ปูยักษ์คลานเข้ามาหาอีก ปณิตาลุกพรวดเอื้อมมือจับหลังตัวเอง รู้สึกเหมือนมีปูไต่อยู่เต็มไปหมด กรีดร้องลั่น วิ่งเตลิดออกไปจากร้าน กฤตย์มองตามงงๆ เหลียว
มองไปทางนัทธมนซึ่งนั่งทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ แต่แอบยิ้มสะใจ เขารีบตามไปดูเห็นปณิตาขับรถออกไปอย่างรวดเร็ว

แปลกใจว่าเกิดอะไร ขึ้นกับเธอ กฤตย์หันกลับมาเจอนัทธมนเดินเอากระดาษทิชชูซับจมูกตามเข้ามาถามว่าเป็นอะไร นัทธมนปฏิเสธว่าไม่ได้เป็นอะไร กฤตย์ดึงทิชชูออกจากมือเธอ เห็นมีเลือดติดอยู่

"เรามีโรคประจำตัวเหรอ"

"จะเรียกว่าอย่างนั้นก็คงได้มั้ง"

กฤตย์ เห็นนัทธมนเป็นแบบนี้บ่อยๆนึกเป็นห่วง เลยพาเธอไปให้หมอตรวจเช็กร่างกายอย่างละเอียด หมอเจาะเลือดไปตรวจ ผลเลือดออกมาปกติ ความดันเลือดและหัวใจก็เช่นกัน ส่วนที่มีเลือดกำเดาไหล
หมอสรุปว่าอาจเป็นเพราะอากาศร้อน เส้นเลือดฝอยในโพรงจมูกเลยแตก

"ไม่เกี่ยวกับมีก้อนเนื้อในสมองอะไรใช่ไหมครับ" กฤตย์ยังไม่หายเป็นกังวล

เพื่อ ความสบายของญาติผู้ป่วย หมอเลยแนะให้เข้าเครื่องเอ็มอาร์ไอ สแกนสมองดู แล้วสั่งเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาล พานัทธมนไปที่ห้องตรวจ...

ขณะเตียง ตรวจเคลื่อนเข้าไปในอุโมงค์เครื่องเอ็มอาร์ไอ นัทธมนเริ่มหายใจขัดๆ แต่ทำเป็นนอนนิ่งไม่อยากให้กฤตย์เห็นว่าตัวเองอ่อนแอ พอเครื่องเริ่มทำงาน ภาพเหตุการณ์ร้ายแรงที่เกิดกับวรดา
ปรากฏขึ้นในสมองของนัทธมนอย่างรวดเร็ว แต่มันไม่ปะติดปะต่อกัน

ภาพสุดท้ายที่แวบเข้ามา เป็นภาพห้องลับในหลุมหลบภัย วรดากำลังร้องไห้ฟูมฟาย ดิ้นทุรนทุรายอย่างน่าเวทนา เครื่องสแกนสมองก็ตรวจไม่พบสิ่งผิดปกติเช่นกัน นัทธมนลงจากเตียงตรวจเกิดหน้า
มืดขึ้นมา หมอสั่งให้นอนพักเพื่อดูอาการก่อน

ooooooo

นัท ธมนรู้สึกตัวลืมตาขึ้นในห้องพักฟื้น   กลับไม่ใช่นัทธมนคนเดิม ราวกับวิญญาณอาฆาตของวรดาเข้าสิง เธอคว้ามีดปอกผลไม้ที่กฤตย์วางไว้ จ้องมองหน้ากฤตย์เขม็ง

"แก...ไอ้คนใจร้าย ไอ้คนหลอกลวง" นัทธมนแทงมีดใส่เขาหมายเอาชีวิต คมมีดถากไปนิดเดียว

กฤตย์ตกใจ "ใจเย็นๆก่อน เธอเป็นอะไรไป...นัทธมน"

"ใคร...นัท ธมน...จำไม่ได้เหรอ คนที่คุณเคยปล่อยให้ตายอย่างหมาตัวหนึ่งไงล่ะ" นัทธมนฟันมีดใส่เขาอีก กฤตย์เอามือปัด มีดเลยบาดมือ นัทธมนพุ่งเข้าใส่ กฤตย์เบี่ยงตัวหลบ กอดรัดเธอไว้จากด้าน
หลัง พูดกรอกหู

"วรดา...คุณกลับมา...คุณกลับมาหาผม"

"ฉัน จะกลับมาแก้แค้น ฉันจะฆ่าแกให้แกตายอย่างทรมานเหมือนที่แกทำกับฉัน ปล่อยให้ฉันตายไปอย่างช้าๆทำไมแกไม่ฆ่าฉันให้รู้แล้วรู้รอดไปซะทีเดียว"

กฤตย์ พยายามอธิบาย แต่นัทธมนโกรธเกลียดเขามากจนไม่ฟังคำแก้ตัวใดๆ ดิ้นรนสุดฤทธิ์จะฆ่าเขาให้ได้ กฤตย์กอดเธอไว้แน่น กระซิบข้างหูว่า เขารักเธอ นัทธมนร้องลั่นว่า "ไม่จริง" แล้วเป็นลมล้มพับ
ไป...

มนทิร ารีบโทร.ชวนติสรณ์ไปโรงพยาบาลทันที เมื่อรู้ข่าวของนัทธมน สักพักนัทธมนรู้สึกตัว ลืมตามองไปรอบๆจำเรื่องที่ทำร้ายกฤตย์ไม่ได้ เห็นแม่กับติสรณ์ งงว่ามาได้อย่างไร

"ก็เห็นคุณกฤตย์บอกว่าลูกไม่ค่อยสบาย นอนพักอยู่ที่นี่"

นัท ธมนต่อว่ากฤตย์ว่าไม่น่าต้องทำให้เป็นเรื่องใหญ่ ติสรณ์เข้ามาจับมือเพื่อนอย่างห่วงใย ถามว่าไม่เป็นอะไรแน่หรือ กฤตย์มองทั้งคู่จับมือกันแล้วเจ็บจี๊ดที่หัวใจ นัทธมนส่ายหน้า

"ไม่เป็นไร...แล้วมือคุณไปโดนอะไรมา"

"ปอกผลไม้แล้วมีดบาดเอาน่ะ"

มนทิร าอยากรู้ว่าลูกต้องนอนที่นี่อีกกี่วัน  นัทธมนแค่มึนหัวตอนออกจากเครื่องสแกน แต่ตอนนี้สบายมาก...ทันทีที่กลับถึงบ้าน มนทิราเอาสร้อยตะกรุดมาสวมคอนัทธมน เตือนลูกให้ใส่ติดคอไว้ตลอด
เผลอถอดออกเดี๋ยวเดียวถึงกับต้องนอนโรงพยาบาล นัทธมนเถียงว่าไม่เกี่ยวกัน เธอแค่หน้ามืดไปเท่านั้น กฤตย์เป็นกังวลและเรื่องมากไปเอง มนทิราแก้ตัวให้กฤตย์ว่าเป็นเพราะเขาเป็นห่วงนัทธมนมาก
ต่างหาก

"เขาเนี่ยนะจะรู้จักห่วงใครเป็น" นัทธมนเบ้ปากอย่างดูแคลน...

แกม แก้วฟังปณิตาเล่าเหตุการณ์ที่ร้านอาหารแล้ว สรุปว่าเพื่อนใช้ยามากไปจนตาฝาดประสาทหลอน ถึงได้เห็นปูนึ่งเดินได้ ปณิตาปฏิเสธลั่นว่าไม่ใช่เพราะยา แต่น่าจะเกี่ยวข้องกับนัทธมนมากกว่า

"นังนั่นมันไม่ธรรมดาน่ะ ฉันยอมรับ แต่มันคงไม่มีอภินิหารอะไรขนาดนั้นแน่"

"ไม่เชื่อก็ตามใจ...อืม...แต่มันอาจจะจริงของเธอก็ได้นะ" ปณิตาชักไม่แน่ใจเหมือนกัน

อยู่ๆแกมแก้วก็โพล่งขึ้นว่า "มีตังค์ให้ฉันยืมสักแสนหนึ่งไหม"

"ว่าแล้วทำไมโทร.ตามคำเดียวรีบแจ้นมาเชียว" ปณิตาเซ็นเช็คให้ แกมแก้วรีบเก็บเข้ากระเป๋า

ooooooo

ติ สรณ์ถามหาถุงแป้งทันทีที่ขับรถถึงที่ทำงานของนัทธมน นัทธมนหายสงสัยแล้วว่าทำไมวันนี้เพื่อนถึงใจดีอาสาขับรถมาส่งเธอแต่เช้า  ติสรณ์ต้องผิดหวัง เพราะถุงแป้งกลับบ้านต่างจังหวัด

"เด็กเอ๊ย...พยายามเข้าลูก" นัทธมนขยี้ผมติสรณ์เล่น

กฤตย์ เห็นภาพนั้นได้แต่ถอนใจ เดินเลี่ยงเข้าห้องทำงานตัวเอง สักพักนัทธมนตามเข้ามา กฤตย์ถามเสียงเศร้าว่าแฟนมาส่งหรือ เธอรับสมอ้างว่าใช่ กฤตย์ทำใจไม่ได้ลุกพรวดออกไป นัทธมนเบ้ปาก มอง
ตามแล้วเอาแฟ้มงานไปวางที่โต๊ะทำงานเจ้านาย เห็นของส่วนตัวของเขาวางทิ้งไว้ กุญแจรถ กระเป๋าสตางค์ โทรศัพท์มือถือและกุญแจบ้านวรดา นัทธมนดีใจ มองซ้ายมองขวาคว้ากุญแจบ้านวรดา
รีบออกมาทันที

เธอสะดุ้งโหยงได้ยิน เสียงกฤตย์ร้องทักว่าจะไปไหน นัทธมนโกหกหน้าตายว่าไปกินข้าวเช้า  เขาขอไปด้วย  ขณะนัทธมนกำลังจนแต้ม แกมแก้วเข้ามาขัดจังหวะเสียก่อน นัทธมนได้ทีรีบชิ่งออกมา
เดินจ้ำพรวดๆไปทางเรือนหลังเล็ก แต่ต้องหยุดกึกเมื่อเห็นป้าสร้อยกำลังตัดหญ้าอยู่แถวนั้น ตัดสินใจหันหลังกลับ...

ด้านกฤตย์พาแกมแก้วเข้ามาคุยธุระในห้องทำงาน ของตน ถามว่ามีเรื่องอะไร แกมแก้วต้องการใช้เงิน กฤตย์ติงว่าเพิ่งเบิกไป ยังไม่ทันชนเดือน ทำไมมาเบิกอีกแล้ว

"นี่...แก้วไม่ได้มาแบมือขอเงินเป็นเด็กนะ แก้วเบิกเงินส่วนของแก้ว พี่กฤตย์ไม่ต้องยุ่ง"

"ไม่มีเงินส่วนไหนของใครหรอกนะ มันมีแต่ส่วนของเราทั้งนั้น"

กฤตย์ เซ็นเช็คให้อย่างอ่อนใจ แกมแก้วรับเช็คผลุนผลันออกไป กฤตย์เก็บกุญแจรถ กระเป๋าสตางค์กับโทรศัพท์มือถือ แล้วมองหากุญแจบ้านวรดา ค้นในลิ้นชัก ตบกระเป๋ากางเกงตัวเอง แต่ไม่เจอ...ทาง
ด้านแกมแก้วเอาเงินที่ได้จากกฤตย์กับปณิตาไปเล่นการพนันใน บ่อน เสียพนันจนหมดตัว...

นัทธมนเอากุญแจบ้านวรดาไปทำกุญแจสำรองไว้ หนึ่งดอก แล้วรีบเอากลับมาคืนไว้อย่างเก่า วางข้างๆกระเป๋าสตางค์กับกุญแจรถ เสียงกฤตย์ร้องถามขึ้นด้านหลังว่าก๊อบปี้เอาไว้หรือยัง นัทธมนสะดุ้ง
เฮือกคิดว่าถูกจับได้เรื่องกุญแจบ้านวรดา หันมาเห็นเขาชูเอกสารในมือ แล้วถามซ้ำว่าก๊อบปี้ไว้แล้วหรือยัง

"ค่ะ...ทำแล้วค่ะ อยู่ในแฟ้มหนู" นัทธมนถอนใจโล่งอก เดินไปรื้อหาสำเนาเอกสารฉบับนั้นยื่นให้

กฤตย์ รับเอกสารแล้วเดินมานั่งโต๊ะตัวเอง เห็นกุญแจบ้านวรดาวางอยู่บนโต๊ะ เขาไม่พูดอะไร เหลียวมองนัทธมนที่นั่งไม่รู้ไม่ชี้ก้มหน้าก้มตาทำงาน...

นัท ธมนซุ่มรออยู่นอกประตูรั้วบ้านโบราณจนความมืดปกคลุมไปทั่ว เหลียวซ้ายมองขวา เห็นปลอดคน ปีนรั้วเข้าไป วิ่งลัดเลาะจนถึงเรือนหลังเล็ก รีบไขกุญแจเข้าไปหยิบสมุดบันทึกของวรดาบนฝ้า
เพดาน นัทธมนน้ำตาเอ่อตื้นตันเหมือนเจอสิ่งที่สูญหายไปนาน เธอเอาสมุดยัดใส่เสื้อเดินออกมาล็อกกุญแจหน้าบ้านไว้อย่างเดิม กำลังจะก้าวลงเรือน สะดุ้งโหยง เห็นกฤตย์ นั่งรออยู่ นัทธมนยืนนิ่งทำ
อะไรไม่ถูก

"ฉันไม่รู้หรอกนะว่าเธอเข้าไปเอาอะไรออก มา...ฉันถือว่าของสิ่งนั้นมันเป็นของเธอ เธอมีสิทธิ์ที่จะทำอะไรกับมันก็ได้ทั้งสิ้น ไม่ว่าเธอจะเป็นใครก็ตาม นัทธมน หรือวรดา... หากว่าเธอเกลียดฉันมากถึง
ขนาดต้องการจะฆ่าจะแกงกัน เธอหาฉันได้ไม่ยาก ฉันอยู่แถวนี้ทุกวันแหละ"

กฤตย์ลุกขึ้นขยับจะเดิน ส่วนนัทธมนเดินเลี่ยงไปอีกทาง ได้ยินเสียงกฤตย์พูดตามหลังอย่างห่วงใยเศร้าสร้อยว่าเขาเปิดประตูรั้วไว้ให้ แล้ว เธอไม่จำเป็นต้องปีนรั้วออกไป มันอันตราย นัทธมนหันมองก
ฤตย์ซึ่งเดินคอตกกลับไป ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมตัวเองรู้สึกหวั่นไหวกับน้ำเสียงเศร้าๆนั้น ด้วย...

นัทธมนมองสมุดบันทึกของวรดาซึ่งวางไว้บนโต๊ะในห้องนอนตัวเอง ลังเลสับสนว่าควรจะอ่านหรือไม่อ่าน สุดท้ายความอยากรู้ก็ชนะ เธอหยิบสมุดเล่มนั้นขึ้นมาพลิกดู นั่งอ่านนิ่งราวกับตกอยู่ในภวังค์

ooooooo

คุณ หญิงผกาหงุดหงิดมากเมื่อรู้ข่าวว่าวรดาฟื้นแล้ว ผาณิตบ่นอุบว่าทำไมคนของแม่ไม่ถอยรถมาทับให้รู้แล้วรู้รอด คุณหญิงผกาหน้าตาเลิ่กลั่ก เตือนว่าไม่ใช่เรื่องที่จะเอามาพูดตรงนี้ ผาณิตยังไม่ยอม
หยุด

"คนของคุณแม่นี่ไม่ได้เรื่องเลย"

"ยายนิด...มันเป็นอุบัติเหตุ"

"นั่นแหละค่ะ...คนของคุณแม่ทำอุบัติเหตุไม่ได้เรื่องเลย"

คุณหญิงผกาส่ายหน้า เอือมระอา แกมแก้วเอ่ยปากว่าถ้ามีอะไรจะให้ตนเองช่วยขอให้บอก...

อา การของวรดาดีขึ้นตามลำดับ โดยมีกฤตย์คอยดูแลอยู่ไม่ห่าง โชคดีที่กะโหลกของเธอไม่ร้าว และสมองก็ไม่ได้รับความกระทบกระเทือนอะไรมาก กฤตย์บอกวรดาว่าเขากำลังตัดสินใจจะเข้าไปคุย
กับพ่อของเธอเรื่องของเราสองคน วรดางงว่าเรื่องอะไร

"ถ้า...รดาไม่รังเกียจ ผมจะไปขอหมั้นรดา"

วรดาทั้งดีใจและหวั่นใจในเวลาเดียวกัน...

คุณ หญิงผกาเจ็บใจมากที่แผนไม่สำเร็จ ชวนผาณิตกับแกมแก้วตามไปเล่นงานรุจน์ถึงอู่รถซึ่งเป็นที่ซ่อนตัวของเขา รุจน์ไม่คาดคิดเหมือนกันว่าวรดาจะรอด เพราะเขาขับรถชนเธออย่างจังขนาดนั้น

"มีใครจำหน้าแกได้มั่งหรือเปล่า ในที่เกิดเหตุน่ะ" คุณหญิงผกาซัก

รุจน์ส่ายหน้า "ชนเปรี้ยงผมก็เผ่นเลย...ผมขอแก้ตัวอีกครั้งนะครับ"

คุณหญิงผกาตวาดว่าไม่ต้อง แผนเก่าใช้ไม่ได้แล้ว คราวหน้าถ้ามีอะไรแล้วเธอจะติดต่อมาเอง...

กฤตย์ ไม่รอช้า วันรุ่งขึ้นเขารีบไปพบประพจน์ที่บ้านโบราณเพื่อขออนุญาตพาผู้ใหญ่มาสู่ขอว รดา ผาณิตเดินผ่านมาพอดี หลบมุมแอบฟัง ประพจน์ติงว่าวรดายังอายุน้อยเกินกว่าจะแต่งงาน

"ผมไม่เร่งรัดแต่งงาน เพียงอยากพาผู้ใหญ่มาหมั้นหมายไว้ก่อน เพื่อความสบายใจของทั้งสองฝ่าย"

"เรานี่เชื่อมั่นในตัวเองมากนะ" ประพจน์จ้องหน้ากฤตย์

"ผมมั่นใจในความรักที่ผมมีต่อวรดามากกว่าครับ" ความมุ่งมั่นของกฤตย์ทำให้ประพจน์พอใจมาก

ผาณิต ตัวสั่นด้วยความเจ็บแค้นใจที่พ่อยอมให้วรดาหมั้นกับกฤตย์ จ้ำพรวดๆไปฟ้องแกมแก้วถึงบ้าน แกมแก้วได้ฟังถึงกับโวยวายใส่เกตุมณีลั่นว่า กฤตย์คิดอย่างไรถึงเอาคนใช้บ้านผาณิตมาเป็นลูกสะใภ้
ผู้หญิงดีๆมีตั้งมากมายทำไม ไม่มาปรึกษากันบ้าง

"กฤตย์เขาปรึกษาพี่แล้ว เธอเป็นเด็ก รับผิดชอบตัวเองก่อนก็พอ"

พูดอย่างนี้หมายความว่าแก้วไม่มีสิทธิ์มีเสียงในบ้านนี้เลยใช่ไหมคะ"

"พี่ ไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น ความรักมันเป็นเรื่องของคนสองคน พี่เองก็ไม่เกี่ยว คนอื่นก็ไม่เกี่ยว" เกตุมณีปรายตามองผาณิตเป็นเชิงตำหนิ แกมแก้วเข้าใจว่าพี่สาวว่าตนเอง อาละวาดใส่

"นี่ขนาดยังไม่มาเป็นเมียพี่กฤตย์ มันยังทำให้แก้วกลายเป็นคนอื่นไปแล้วเหรอ ยังไงแก้วก็ไม่ยอม"

เกตุมณีส่ายหน้า ถอนใจ เหนื่อยใจ...

กฤตย์ รีบเอาข่าวดีไปบอกวรดาซึ่งยังคงพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล วรดายิ้มทั้งน้ำตาด้วยความดีใจพร้อมจะฝากอนาคตตัวเองไว้กับเขา กฤตย์กอดเธอไว้แน่น มองท้องฟ้ายามเย็นด้วยกันอย่างมีความ
สุข...

หมอ อนุญาตให้วรดากลับบ้านได้ กฤตย์อาสาพาเธอมาส่งถึงหน้าเรือนหลังเล็ก วรดาหวั่นใจเมื่อเห็นสายตาของคุณหญิงผกา ผาณิต แกมแก้ว สร้อย และปณิตายืนมองมาจากบนเรือนใหญ่ราวกับจะกิน
เลือดกินเนื้อ กฤตย์ปลอบว่าไม่ต้องคิดอะไรมาก เรื่องของเราสองคน เขาจะรีบจัดการให้เร็วที่สุด...

วรดาหยิบสมุดบันทึกมาจดเหตุการณ์ ต่างๆด้วยสีหน้ามีความสุข เธอวาดรูปหัวใจดวงเล็กๆสองดวงลงในนั้น ปิดสมุดบันทึก เอาขึ้นมาแนบอก คิดถึงกฤตย์แล้วยิ่งอบอุ่นหัวใจ มองขึ้นไปบนท้องฟ้า
พระจันทร์คืนนี้ช่างสวยเหลือเกิน...ส่วนกฤตย์กำลังนั่งมองพระจันทร์อย่างมี ความสุขเช่นกัน

ooooooo

วรดาถูกคุณหญิงผกากับผาณิตใช้ทำงาน บ้าน ทั้งๆที่เพิ่งออกจากโรงพยาบาลเมื่อวานนี้เอง แถมผาณิตยังหาว่าวรดาจงใจแย่งกฤตย์ไปจากเธอ วรดาอดทนก้มหน้าก้มตาทำงานต่อ ปลอบตัวเองว่าต้อง
ทนให้ได้ อีกไม่นานวันแห่งความสุขของเธอก็จะมาถึงแล้ว...

หลังจากทำงานบ้านเสร็จ วรดานัดเจอกับกฤตย์ที่

ห้อง ลับภายในหลุมหลบภัย แกมแก้วบังเอิญเห็นวรดาเดินลับๆล่อๆ เลยย่องตามมาแอบฟังอยู่ด้านนอกประตูห้องลับที่เปิดแง้มไว้ ได้ยินเสียงกฤตย์พูดว่าจะให้ผู้ใหญ่มาสู่ขอวรดาในวันอาทิตย์ที่จะถึงนี้
แกมแก้วแค้นจัดกัดปากตัวเองจนเลือดซึม...

พิธีหมั้นระหว่างกฤตย์กับว รดาจัดขึ้นอย่างเรียบง่ายที่บ้านของฝ่ายหญิง วรดากับกฤตย์สีหน้ายิ้มแย้มมีความสุข นั่งพับเพียบกับพื้นตรงหน้าประพจน์และญาติผู้ใหญ่ฝ่ายชาย คุณหญิงผกา ผาณิต ปณิตา
แกมแก้วนั่งอยู่อีกฟากหนึ่ง เกตุมณีกับปิตินั่งยินดีอยู่ฝั่งตรงข้าม

"ถ้า สองคนเขารักกัน ผมก็ไม่ขัดข้องที่จะให้หมั้นหมายกันไว้ก่อน...ส่วนวันแต่งก็ค่อยดูฤกษ์ดูยาม ที่มันเหมาะสมกันอีกที" ประพจน์ว่าแล้วหันไปถามวรดาว่าเต็มใจจะรับหมั้นกฤตย์ไหม

วรดาสบตา กฤตย์แล้วพยักหน้ารับคำ กฤตย์ยิ้มปลื้มใจ ปณิตาทนดูไม่ได้ เดินเลี่ยงออกไปข้างนอก ขณะที่ กฤตย์ประคองมือวรดาขึ้นมาสวมแหวนหมั้นให้ วรดามองเขาด้วยความรักหมดชีวิตและจิตใจ...

ด้านเกตุมณีเดินมาส่งปิติ ที่รถ หลังจากเสร็จพิธี ถามเขาว่าจะทำอย่างไรกับชีวิตต่อไป ปิติไปซื้อที่ดินที่เพชรบูรณ์เอาไว้กะจะทำรีสอร์ต เกตุมณีแหย่เขาว่าจะหนีไปเลียแผลใจหรือ ปิติส่ายหน้า เขาอยาก
เริ่มต้นชีวิตใหม่ ต่างหาก เกตุมณีว่าประชดว่ามีที่หมายใหม่เร็วจริงๆ

"อยู่แถวนี้แหละ ไม่รู้เขาจะสนใจมั้ย" ปิติมองสบตาเกตุมณีอย่างมีเลศนัย

เกตุมณีอึกๆอักๆเขินอาย "...แล้วเจอกันค่ะ" เธอหันหลังกลับเดินชนโน่นชนนี่ไปตลอดทาง...

คุณหญิงผกา ผาณิต แกมแก้วและปณิตานั่งเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟันเจ็บใจวรดาอยู่ในห้องรับแขก โดยมีสร้อยยืนคุมเชิงหน้าประตูห้อง คุณหญิงผกาไม่อยากเชื่อว่าวรดาจะมีวันนี้จนได้

"ไม่มีหรอก...มันแค่ฝันไปเท่านั้นแหละ" แกมแก้วดูเหมือนจะเคียดแค้นวรดามากกว่าใคร...

ในเมื่อผาณิต ปณิตา และแกมแก้วมีศัตรูคนเดียวกัน แกมแก้วจึงพาผาณิตกับปณิตาไปยังห้องลับภายในหลุมหลบภัย ซึ่งเธอจะใช้ที่นี่เป็นสุสานของวรดา ผาณิตมองไปรอบห้องมืดและชื้น รู้สึก
หนาวสะท้าน

"น่ากลัวจัง ถ้ามาคนเดียว ฉันไม่กล้าลงมาแน่"

"นั่นสิ...แก้วจะทำยังไงให้นังวรดามันยอมลงมาคนเดียว"

"ไม่ยากหรอก แค่รอจังหวะและเวลาที่เหมาะสม เท่านั้นเอง" แกมแก้วสีหน้ามุ่งมั่นเอาจริง...

ฝ่ายประพจน์สำลักไอติดต่อกันหลายครั้งจนหอบเหนื่อยหยิบผ้าเช็ดหน้ามาปิดปาก ไอ สีหน้าแปลกใจเมื่อเห็นเสมหะมีเลือดปนติดที่ผ้าเช็ดหน้า ประพจน์ปิดเรื่องนี้ไม่ให้ใครรู้

ooooooo

กฤตย์ขออนุญาตประพจน์พาวรดาไปเที่ยวต่างจังหวัด ประพจน์อนุญาตแต่มีข้อแม้ว่าต้องพาปิติไปด้วย เขาเกรงว่าไปกันแค่สองคนคู่หมั้นจะดูไม่งาม ทีแรกปิติไม่ยอมไป วรดาขอร้องว่าถ้าเขาไม่ไป
เธอก็อดไปเช่นกัน กฤตย์เห็นปิตินิ่งคิดอยู่นาน ช่วยขอร้องอีกแรง ปิติทนรบเร้าไม่ไหว

"ไปก็ได้...แต่มีข้อแม้ว่าต้องไปเป็นเลขคู่ สามคนไม่เอา ไม่ไป...ไปหามาอีกคน"

ปิติยิ้มเจ้าเล่ห์ รู้ดีว่ามีเพียงคนเดียวที่วรดาจะชวนไปเที่ยวได้คือ เกตุมณี หลังจากกฤตย์กับวรดาคะยั้นคะยอไม่นาน เกตุมณีตกปากรับคำ ถามกฤตย์ว่าจะพาพวกเราไปเที่ยวที่ไหน คำตอบคือ เพชรบูรณ์...

กว่ากฤตย์กับคณะจะถึงที่พักในจังหวัดเพชรบูรณ์ พระอาทิตย์ใกล้ลับขอบฟ้าแล้ว วรดาจดเรื่องราวต่างๆลงในสมุดบันทึกขณะนั่งอยู่ริมระเบียงห้องพัก กฤตย์เดินมานั่งข้างๆวรดาดื่มดํ่ากับวิวสวย
เบื้องหน้าอย่างมีความสุข หันไปขอร้องเขาว่าไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นอย่าทิ้งเธอไปไหน กฤตย์ไม่เคยแม้แต่จะคิด

"ถ้าคุณทิ้งวรดาไป ไม่ว่ากี่ชาติ รดาก็จะตามหาคุณ จนเจอ"

"คุณจะรักผมไปทุกชาติจริงๆนะ"

วรดาพยักหน้า ทั้งคู่ยิ้มให้กันราวกับโลกทั้งใบเป็นสีชมพูสดใส...

ด้านเกตุมณีกำลังจัดเสื้อผ้าใส่ตู้อยู่ภายในห้องพัก ปิติถือแปรงสีฟันเข้ามาในห้อง เกตุมณีหันมาเห็นก็ร้องเอะอะว่าเข้ามาทำอะไรในห้องผู้หญิง และทำไมไม่รู้จักเคาะประตูก่อน ปิติมาขอยาสีฟัน แหย่เธอ
เล่นว่าตั้งแต่เช้าเขายังไม่ได้แปรงฟันเลย เกตุมณีย่นจมูก รับแปรงสีฟันไปบีบยาสีฟันใส่ให้

"ขอบคุณนะ ถ้ามีคนบีบยาสีฟันใส่แปรงให้แบบนี้ทุกวันก็ดีสิ" ปิติเดินยิ้มออกไป...

ระหว่างกินมื้อคํ่าด้วยกัน เกตุมณีมักลอบมองปิติ แล้วแอบยิ้ม กฤตย์สังเกตเห็นกระเซ้าจนเธอเขิน วรดามีความสุขมากที่ได้มาเที่ยวแบบนี้ มีความสุขจนกลัว เพราะทุกครั้งที่เธอมีความสุขมากๆ มักจะ
ต้องแลกด้วยความทุกข์เสมอ เกตุมณีปลอบว่าอย่าคิดอะไรมาก วรดาอดเป็นกังวลไม่ได้...

หมอตรวจร่างกายประพจน์อย่างละเอียดแล้ว พบว่ามีปัญหา แต่ประพจน์กลับทำเหมือนไม่มีอะไร...

สิบโมงกว่าแล้ว ตอนที่ปิติรู้สึกตัวตื่น ลุกขึ้นไปเข้าห้องนํ้า เห็นแปรงสีฟันตัวเองมียาสีฟันบีบรอไว้แล้วถึงกับยิ้มหน้าบาน...

ฝ่ายวรดากับกฤตย์ออกมาเดินเล่นท่ามกลางสวนดอกไม้ กฤตย์เก็บดอกไม้มาแซมผมให้หญิงคนรัก วรดาถามเขาว่าถ้าเราสองคนต้องจากกัน เขาจะคิดถึงเธอไหม กฤตย์ พยักหน้า เขาจะคิดถึงเธอทุกวัน
ทุกคืน คิดถึงจนกว่าเขาจะตาย วรดาขอจดคำพูดของเขาไว้ในสมุดบันทึก

"ได้...จดลงไปเลยว่า ถ้าเกิดอะไรขึ้นกับรดา ผมยินดีชดใช้ด้วยชีวิต"

กฤตย์ว่าแล้วชวนวรดากลับที่พัก เกรงว่าเกตุมณีกับปิติจะเป็นห่วง วรดาขออยู่จดบันทึกลงสมุดก่อนแล้วจะตามไป เธอมองตามกฤตย์ซึ่งวิ่งไปพร้อมรอยยิ้มอย่างสุขใจ หยิบสมุดบันทึกขึ้นมาเขียนข้อความ

"เขาบอกว่าเขาจะคิดถึงเราทุกวัน ทุกคืน...คิดถึงจนกว่าจะตาย...ถ้าเกิดอะไรขึ้นมา เขายินดีชดใช้ด้วยชีวิต" วรดาถอนหายใจยาว สีหน้าเปลี่ยนเป็นกังวลก่อนจะปิดสมุดบันทึก...
นาฬิกาบอกเวลาตีสามแล้ว นัทธมนปิดสมุดบันทึกของวรดาลง สีหน้าฉายแววชิงชังอย่างเห็นได้ชัด

"...คุณได้ชดใช้มันด้วยชีวิตแน่ๆ...คุณกฤตย์"

ooooooo

ตอนที่ 10

คืนวันพระจันทร์เต็มดวง คนทรงนั่งบริกรรมคาถาอยู่หน้าพานวางเสื้อของวรดาพร้อมด้วยเล็บและเส้นผมของ นัทธมน ป้าสร้อย ปณิตากับแกมแก้วนั่งลุ้นอยู่ใกล้ๆ คนทรงท่องคาถาได้สักพัก ตัวเริ่มสั่น ลมพัดอื้ออึง  เปลวเทียนไหวตามแรงลม  เขาลืมตาขึ้น  เอาน้ำมนต์ราดเสื้อวรดา แล้วเอาเทียนหยดตาม

ไฟลุกพรึบท่วมหัว คนทรงเอามีดหมอปาดมือตัวเอง ปล่อยให้เลือดหยดลงในไฟ หยิบผมกับเล็บของนัทธมนมาถือไว้ ท่องคาถาพร้อมกับโยนของสองสิ่งนั้นใส่เปลวไฟ แล้วนั่งนิ่งหลับตา...

ใน เวลาเดียวกัน นัทธมนนอนกระสับกระส่ายอยู่บนเตียง ไฟหัวนอนติดๆดับๆ ก่อนจะแตกเปรี้ยง ดวงจิตของเธอออกจากร่าง เป็นแสงเรืองรอง เธอลืมตาขึ้นอีกทีในที่ที่ทั้งมืดและอับชื้น  งุนงงไม่รู้ว่าเป็นที่ไหน พลันได้ยินเสียงร้องครวญครางขอความช่วยเหลืออย่างน่าเวทนา  นัทธมนกลัวมาก พยายามทุบประตูจะออกไป ร้องเสียงหลง เรียกแม่ให้ช่วยเธอด้วย

"ไม่มีใครช่วยเจ้าได้หรอก"

นัทธมนหันไปมองตามเสียง เห็นคนทรงในกายทิพย์ เช่นเดียวกัน  เธอละล่ำละลักถามว่าเขาเป็นใครและที่นี่คือที่ไหน คนทรงแสยะยิ้ม

"ที่ที่วิญญาณของแกหวาดกลัวไงล่ะ...ได้ยินไหม...เสียงร้องคร่ำครวญขอความ ช่วยเหลือน่ะ...วิญญาณตายโหงที่แตกดับ จะไร้อิทธิฤทธิ์ในที่ที่เคยตาย"

นัทธมนเพิ่งตระหนักว่าเสียงร้องขอความช่วยเหลือนั้นเป็นเสียงของตัวเอง ความกลัวถาโถมเข้าใส่ คนทรงไม่รอช้าปล่อยพลังกระแทกนัทธมนปลิวไป เธอพยายามยันตัวลุกขึ้น ยังไม่ทันได้ยืน เขาฟาดพลังใส่เธออีกครั้งจนล้มกลิ้ง นัทธมนคลานหนี เขาปราดเข้ามาบีบคอเธอดันไปติดกำแพง เธอเริ่มหายใจไม่ออก

"ตายซะ...ตายซะอีกครั้งเถอะ ตายที่นี่...ที่เดิมของเจ้าน่ะแหละ"

นัทธมนขาลอยขึ้นจากพื้น แสงเรืองรองจากตัวเธอเริ่มหรี่ลง ทันใดนั้น พระธุดงค์ปรากฏกายขึ้น แสงสว่างแห่งธรรมสาดเป็นสีทองไปทั่วห้อง คนทรงแสบตาจนต้องปล่อยมือจากนัทธมน แล้วตวาดลั่นว่าพระอยู่ส่วนพระอย่ามายุ่งกับทางโลก

"สิ่งที่โยมทำอยู่มันเป็นบาป ลด ละ เลิกซะเถอะโยม...อาตมาขอบิณฑบาตเถอะนะ"

คนทรงไม่ฟังเสียง ปราดเข้าหานัทธมนอีก พระธุดงค์เข้ามาขวาง คนทรงเปล่งแสงแล้วหันมาเล่นงานพระธุดงค์แทน พระธุดงค์หน้าสลด หลับตาลง เปล่งพลังออกมาจากกายทิพย์เช่นกัน เมื่อทั้งสองฝ่ายปะทะกัน เกิดแสงสว่างจ้า จนนัทธมนที่อยู่ในห้องนั้นต้องก้มหน้าหลบ ไม่อาจมองได้...

นัทธมนสะดุ้งพรวดลุกขึ้นจากที่นอน หายใจเฮือกใหญ่ เหมือนโผล่พ้นน้ำ เหงื่อท่วมตัว...ส่วนคนทรงลืมตาขึ้นมาอย่างคนเสียสติ กวาดเครื่องบูชา ของขลังทั้งหลายออกจากโต๊ะหมู่ แล้วขึ้นไปนั่งกอดเข่ายิ้มอยู่คนเดียว เพ้อเจ้อถึงพระจันทร์ บนฟ้า ป้าสร้อย ปณิตากับแกมแก้วมองหน้ากันรู้ว่าคนทรงเอ๋อไปแล้ว

ooooooo

นัทธมนเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืนให้แม่ฟังระหว่างนั่งกินอาหารเช้าด้วย กัน มนทิราสรุปว่าที่ลูกเห็นเป็นแค่ ความฝันเท่านั้น นัทธมนไม่แน่ใจเหมือนกัน รู้แต่ว่ามันน่ากลัวมาก เธอเกือบขาดใจตายเพราะโดนบีบคอ มนทิรายังยืนยันว่าเป็นเพียงความฝัน ไม่อย่างนั้นนัทธมน จะรู้ได้อย่างไรว่าวรดาตายที่ไหน

"บางสิ่งเรียกให้หนูไปยังที่ที่หนูเคยตาย จะได้กำจัดหนูง่ายๆ"

"แล้วที่นั่นมันที่ไหน"

นัทธมนส่ายหน้า ไม่รู้ว่าอยู่ที่ไหน รู้แต่ว่าเป็นห้องอับๆชื้นๆแล้วก็มืดมาก มนทิราขอร้องลูกปล่อยมันให้เป็นแค่ความฝัน นัทธมนไม่สามารถปล่อยวางได้ ตัดสินใจชวนแม่ไปถามพระธุดงค์จะได้รู้ชัดๆไปเลยว่ามันเป็นความฝันหรือเรื่อง จริง มนทิราไม่เห็นด้วย เพราะไม่อยากให้ลูกหมกมุ่น แต่ขัดไม่ได้...

หลังจากเตรียมข้าวปลาอาหารสำหรับถวายเพลใส่ ปิ่นโตเรียบร้อย มนทิราพานัทธมนไปพบพระธุดงค์ซึ่งปักกลดอยู่แถววัดร้างใกล้บ้าน สองแม่ลูกนั่งลงหน้ากลด พระธุดงค์นั่งหลับตานิ่ง

มนทิรายกมือพนม "นิมนต์รับเพลด้วยนะคะ"

พระธุดงค์ยังคงหลับตานิ่ง นัทธมนสังเกตเห็นสิ่งผิดปกติ ถึงกับนิ่งอึ้ง เสียใจเหมือนขาดที่พึ่ง ก้มกราบตรงหน้าพระธุดงค์ หันไปบอกแม่ว่าเรามาสายเกินไปแล้ว

ooooooo

ในเวลาต่อมา ที่ห้องทำงานของกฤตย์ นัทธมนอยากรู้เรื่องห้องอับชื้นนั้นมาก ตัดสินใจโทร.ถามถุงแป้งว่าพอจะรู้ว่ามีห้องมืดๆอับๆที่บ้านโบราณบ้างไหม กฤตย์เดินเข้ามาด้านหลังได้ยินนัทธมนพูด หยุดฟัง

"ห้องอะไรของเธอ  ห้องบ่มไวน์  เก็บไวน์อะไรแบบเนี้ยเหรอ"

"ไม่ใช่ๆ เป็นห้องแบบ...เหมือนคล้ายๆจะเป็นห้องขังด้วยซ้ำไป แต่ไม่น่าใช่...เออๆ...ช่างมันเหอะ เมื่อไหร่เธอจะกลับล่ะ...คิดถึง" นัทธมนเปลี่ยนเรื่องพูดไม่อยากซักมากเดี๋ยวเพื่อนจะสงสัย

"ยังไม่แน่เลย...เอ๊ะ...แต่เดี๋ยวนะ หรือจะเป็นที่น้ากฤตย์เคยเล่าให้ฟัง เรื่องหลุมหลบภัยอะไรนั่น..."

ถุงแป้งยังพูดไม่ทันจบ แบตเตอรี่มือถือของเธอหมดเสียก่อน นัทธมนได้ยินไม่ถนัด ถามว่าหลุมหลบภัยอะไรหรือ ยังไม่ได้คำตอบสายหลุดไปเสียก่อน หันกลับมาต้องตกใจที่เห็นกฤตย์ยืนอยู่ด้านหลัง...

ในเมื่อนัทธมนอยากรู้เรื่องหลุมหลบภัย กฤตย์เลยพาเธอมายังสระว่ายน้ำ นัทธมนมองลงไปในนั้นด้วยความหวาดหวั่น กฤตย์เล่าว่าแต่ก่อนห้องที่ว่านั้นอยู่ตรงนี้ มันเป็นห้องที่อยู่ในหลุมหลบภัยอีกที

"ที่นี่เอง ที่คุณเคยบอก...แล้วก็มีบางสิ่งบางอย่างเกิดขึ้น คุณก็เลยรื้อมันทิ้ง แล้วทำสระนี่แทน...ง่ายดีเหมือนกันนะคะ... กลบเกลื่อนความผิดที่ตัวเองทำเอาไว้ง่ายๆ"

"เธอเข้าใจผิด ฉันรื้อมันทิ้งปรับเปลี่ยนสภาพแวดล้อม เพราะฉันต้องการจะลืม"

"ลืมบาปที่เคยก่อไว้หรือคะ"

"ฉันต้องการลืมความรู้สึกที่เราเคยมีต่อกันต่างหากล่ะ... วรดา"

นัทธมนว่าถ้าเธอเป็นวรดาจริงๆ คงจับเขากดน้ำตายตามเธอไปแล้ว กฤตย์อดถามไม่ได้ว่านัทธมนรู้หรือว่าเขาเคยทำอะไรวรดา นัทธมนไม่รู้ แต่มุ่งมั่นจะต้องรู้ให้ได้ว่าวรดาตายอย่างไร

"ฉันเลือกที่จะจำว่าวรดามีชีวิตอยู่ยังไงมากกว่า" กฤตย์ถอนใจ สีหน้าเศร้าหมอง

นัทธมนพลอยเศร้าไปกับเขาด้วย แต่เธอเลือกที่จะโกรธกลบเกลื่อนความรู้สึกนั้น ครู่ต่อมา กฤตย์พานัทธมนไปที่เรือนหลังเล็กของวรดา นัทธมนพยายามระงับความตื่นเต้น เดินตามเขาเข้าไปข้างใน กฤตย์มองข้าวของเครื่องใช้ของวรดา ด้วยความอาลัยอาวรณ์ นัทธมนเดินเลี่ยงไปยังห้องนอนของวรดา ลอบมองบนฝ้าเพดานซึ่งวรดาซ่อนสมุดบันทึกเอาไว้ อยากจะปีนขึ้นไปเอาเหลือเกิน แต่เกรงว่ากฤตย์จะเห็น

"วรดาเป็นคนชอบเขียนหนังสือนะ เขาบันทึกทุกอย่างเอาไว้ในสมุดเล่มหนึ่ง ทั้งความรัก ความชัง ความโกรธเกลียด มีรายละเอียดชีวิตอยู่ในนั้น น่าเสียดายที่ตั้งแต่วรดาตายก็ยังไม่มีใครได้เห็นสมุดเล่มนั้นอีก เลย...ไม่มีใครรู้ว่ามันอยู่ที่ไหน...ฉันเคยมีโอกาสได้เห็นมันตามลำพังแค่ ครั้งเดียวเท่านั้นเอง"

"แล้วก็แอบอ่านมันโดยเจ้าของเขาไม่อนุญาตด้วย" นัทธมนเผลอต่อว่า

กฤตย์ชะงัก รู้ได้อย่างไรว่าเขาอ่านมันแล้ว นัทธมนอึกอัก หาว่าเขาพูดเองเมื่อกี้ กฤตย์จับพิรุธได้ว่านัทธมนต้องรู้เห็นอะไรมาแน่ๆ แต่ไม่ได้ซักอะไรต่อ เหลือบดูนาฬิกาข้อมือแล้วชวนเธอออกจากบ้าน เราสองคนมีนัดไว้กับลูกค้า นัทธมนนึกเสียดายโอกาสที่อยู่ตรงหน้า...

นัทธมนเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้แม่ฟังเช่นเคย เธอหมายมั่นว่าตราบใดที่ยังทำงานอยู่ในบ้านโบราณ เธอจะเข้าไปเอาสมุดบันทึกเล่มนั้นมาให้ได้ และยังเล่าอีกว่าเธอรู้ที่ตายของวรดาแล้ว กฤตย์พาไปดู ห้องนั้นอยู่ภายในบริเวณบ้านของเขาเอง แต่ตอนนี้กลายเป็นสระว่ายน้ำไปแล้ว

"ก็ดี...หนูจะได้ไม่ต้องไปพบไปเห็นมันได้อีก"

"หนูเคยไปมาแล้วครั้งหนึ่ง...หนูจะไปอีก" นัทธมนสีหน้ามุ่งมั่น เดินเข้าไปในห้องพระ จุดธูปเทียนไหว้พระแล้วนั่งสมาธิ หลับตา มนทิราท้วงว่าอย่าทำอย่างนี้เลย ลูกไม่มีหลวงพ่อคอยนำทางให้แล้ว นัทธมนดื้อดึงจะทำให้ได้ มนทิราจำต้องถอยออกมานอกห้อง ด้วยความเป็นห่วงจึงแง้มประตูไว้ คอยเฝ้าระวังอยู่ไม่ห่าง

นัทธมนถอดจิตออกจากร่างได้ แต่ไม่อาจฝ่าพวกภูตผี และสิ่งชั่วร้ายต่างๆไปได้ พลังที่ใช้ในการต่อสู้กับสิ่งชั่วร้ายทำให้เลือดกำเดาเริ่มไหล มนทิราเห็นท่าไม่ดี รีบเข้าไปเขย่าตัวลูกให้ได้สติ แต่นัทธมนนั่งนิ่งเลือดกำเดาไหลมากขึ้นเรื่อยๆ นัทธมนลอยเคว้งคว้างไปถึงขุมนรกอเวจี ไฟนรกโหมกระหน่ำเข้าใส่

เธอพยายามลืมตา แต่ทำไม่ได้ ร้องเรียกแม่ให้ช่วย แม่ก็ไม่ได้ยิน ด้านมนทิราอธิษฐานขอให้พระรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายช่วย ทันใดนั้น ตะกรุดที่พระธุดงค์ให้ไว้ เรืองแสงขึ้น มนทิรารีบคว้าขึ้นมาสวมคอลูก นัทธมนกระตุกเฮือก ลืมตาขึ้นโผกอดแม่ ร้องไห้อย่างหวาดกลัว

"หนูทำไม่ได้ค่ะ หนูกลับไปที่นั่นไม่ได้อีกแล้ว"

มนทิรากอดลูกไว้แน่น เอามือลูบตะกรุดที่คอลูก ขอบคุณที่คุณพระคุณเจ้าคุ้มครอง...

ค่ำวันเดียวกัน กฤตย์เอาตะกรุดซึ่งเหมือนกับของนัทธมนขึ้นสวมคอ กราบหมอนไหว้พระ ล้มตัวลงนอนก่ายหน้าผาก คิดถึงวรดาเหลือเกิน อธิษฐานว่าอยากฝันเห็นเธอ กฤตย์หลับตาแล้วหลับไป

ooooooo

กฤตย์ฝันเห็นตัวเองกำลังพาวรดาเข้ามานั่งในห้องหนังสือ แล้วตัวเขาออกไปหยิบชุดของวรดาซึ่งซักรีดเรียบร้อยมาคืน วรดาฝากไว้ที่นี่ก่อนเผื่อฉุกเฉิน คราวหน้าจะได้ไม่ต้องรบกวนชุดของเกตุมณี จากนั้นกฤตย์ชวนวรดาไปดูห้องลับซึ่งอยู่ภายในหลุมหลบภัย ที่ทั้งเก่าทั้งอับชื้น วรดายังไม่เคยเดินเข้ามาถึงห้องนี้

"ใช่...ห้องนี้อยู่ลึกสุดครับ"

ขณะวรดากำลังเดินสำรวจในห้อง หนูวิ่งผ่านหน้า เธอตกใจร้องลั่น หันมาซุกหน้ากับอกกฤตย์ เขาโอบกอดเธอไว้แน่น วรดาได้สติรีบถอย กฤตย์รั้งตัวเธอไว้ สารภาพว่ารักเธอมาก

วรดาเขินอาย ใจเต้นไม่เป็นส่ำ รีบชวนเขากลับ กฤตย์ขอคำตอบว่าเธอรู้สึกอย่างไรกับเขา วรดากำลังจะเผยความในใจ

แต่มีเสียงเอี๊ยดดังขัดจังหวะ ทั้งคู่หันไปมอง เห็นเก้าอี้ซึ่งขัดไว้ตรงประตูห้องบิดตามแรงกดของประตูเหล็กบานหนัก กฤตย์กับวรดารีบปราดไปดึงประตูเอาไว้ วรดาเบี่ยงตัวออกไปก่อน กฤตย์รีบตาม ประตูปิดกระแทกอย่างแรงเสียงดังปัง สองหนุ่มสาววิ่งแข่งกันออกจากหลุมหลบภัย

กฤตย์วิ่งแซง โดยวรดาก้มเก็บดอกหญ้าแล้ววิ่งไล่กันมาจนถึงริมรั้วบ้าน ทั้งสองยืนหัวเราะกันอย่างมีความสุข กฤตย์เย้าว่าขืนเราสองคนออกมาไม่ทัน คงต้องรอให้ถึงสงครามโลกครั้งที่สามกว่าจะมีใครมาเจอ แล้วทวงคำตอบจากหญิงสาวที่ค้างเขาไว้เมื่อกี้ วรดาทำไม่รู้ไม่ชี้ว่าเขาพูดเรื่องอะไร

"คุณก็รู้ว่าผมอยากได้ยินอะไร"

"...รดา...ต้องการอ้อมแขน ไม่ใช่กรงขัง คุณพิสูจน์ให้รดา เห็นก่อนได้ไหมคะ"

กฤตย์มองอย่างเข้าใจ หยิบดอกหญ้าในมือวรดามา

ทัดหูให้ วรดายิ้มเขิน ทั้งคู่ไม่ทันเห็นว่าปิติแอบมองอยู่อย่างผู้พ่ายแพ้...

ความสุขของวรดาหมดไปอย่างรวดเร็ว เมื่อประพจน์ บังคับให้เธอหมั้นกับปิติ ปิติงงเป็นไก่ตาแตก ประพจน์ไม่เคยพูดเรื่องนี้กับเขามาก่อน อยู่ๆก็บอกให้พาผู้ใหญ่มาสู่ขอวรดา วรดาพูดอะไรไม่ออก ได้แต่นั่งก้มหน้ารับสภาพ สร้อยเอา

เครื่องดื่มเข้ามาเสิร์ฟเจ้านายพอดีถึงกับหูผึ่งรีบเอาเรื่องนี้ไปรายงานนายหญิง ผาณิตซึ่งนั่งฟังอยู่ด้วยริษยาแทบอกแตกตายที่วรดาจะได้ปิติ ผู้กองหนุ่มอนาคตไกลมาเป็นว่าที่สามี

"แกได้ยินมาอย่างนั้นแน่เหรอ...นังสร้อย"

"แน่สิคะ นัดหมายดูฤกษ์ดูยามกันแล้ว อีกหน่อยมันคงชูคอ เชิดใส่คุณหญิงแน่ๆเชียวล่ะค่ะ"

"เรื่องเก่าที่มันซัดพวกเราจนน่วมแล้วไม่ยอมรับ ยังไม่ทันได้สะสาง...นี่ยังจะคิดมาเชิดหน้าชูคอเทียบเท่าพวกเราอีก...คุณแม่ต้องจัดการมันนะ"

"แม่น่ะ ยังไงต้องจัดการมันแน่ จะให้มันมาทำร้ายลูกทำร้ายแม่แล้วลอยนวลอยู่ได้ไง...คนอย่างแม่ต้องล้างแค้น...นังแม่มันโดนยังไง ลูกมันต้องโดนอย่างนั้นเหมือนกัน" คุณหญิงผกาเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟัน

ooooooo

คุณหญิงผกานัดรุจน์ให้มาเจอที่ร้านอาหารเงียบสงบแห่งหนึ่ง ผาณิตกับคุณหญิงผกาสวมแว่นดำมีผ้าโพกผมพรางตัว   คุณหญิงผกาสั่งรุจน์ให้จัดการวรดาเหมือนที่จัดการวารี   รุจน์ขอเบิกเงินล่วงหน้าครึ่งหนึ่งก่อน ผาณิตพูดแทรกทันทีว่า งานเสร็จแล้วค่อยเก็บเงินงวดเดียว รุจน์ขอต่อรองเบิกแค่ส่วนเดียว

จังหวะที่รุจน์รับเงินจากคุณหญิงผกา ปณิตาเดินเข้ามาทักสองแม่ลูก คุณหญิงผการีบดึงมือกลับแทบไม่ทัน ทำหน้างงๆว่าใคร ปณิตาแนะนำตัวเองว่าเป็นเพื่อนของแกมแก้วซึ่งเป็นเพื่อนของผาณิตอีกที ผาณิตนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง หันไปบอกแม่ว่าเคยเห็นหน้าผู้หญิงคนนี้ ปณิตายื่นนามบัตรให้ คุณหญิงผกา

"ทำธุรกิจพัฒนาที่ดินอยู่ค่ะ เพิ่งเริ่มต้น ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ เผื่อว่ามีอะไรจะได้ค้าขายกันมั่ง"

คุณหญิงผการับนามบัตรมาอย่างเสียไม่ได้ ปณิตามองหน้ารุจน์แล้วหันมองคุณหญิงผกา ก่อนขอตัวกลับ คุณหญิงผกาไม่ค่อยสบายใจนักที่เจอคนรู้จัก เอานามบัตรใบนั้นยัดใส่กระเป๋าเสื้อรุจน์ฝากไปทิ้งให้ด้วย แล้วบอกว่าเมื่อถึงเวลา เธอจะติดต่อไปเอง...

ในเวลาเดียวกัน กฤตย์กับวรดามานั่งปรึกษากันในสวนสาธารณะร่มรื่น   วรดาน้ำตาซึมที่ถูกบังคับให้หมั้นกับปิติกฤตย์ถามเธอว่ารักปิติหรือเปล่า วรดาน้อยใจ ตัดพ้อว่าทำไมถามแบบนี้

"คุณบอกผมมาคำเดียวว่าคุณรักผมไหม ผมจะได้รู้ว่าควรทำอย่างไรต่อ...ผมพอจะรู้นะครับว่ารดาคิดยังไงกับผม แต่รดาช่วยบอกให้ผมแน่ใจหน่อยได้ไหม...ว่าคุณรักผม"

วรดาเงยหน้ามองเขา แล้วพยักหน้า กฤตย์ดีใจมาก ดึงเธอเข้ามากอดไว้แน่น   สัญญาว่าจะไม่ยอมให้ใครพรากเธอไปจากเขา "คุณเคยถามผมใช่ไหมว่านี่เป็นอ้อมแขนหรือกรงขัง... ผมตอบคุณไม่ได้หรอกนะ...แต่บอกได้ว่ามันจะไม่ยอมให้คุณไปจากผมแน่ๆ" สองหนุ่มสาวโอบกอดกันอย่างแสนรักแสนห่วงใย...

ด้านปิติรู้อยู่เต็มอกว่าวรดารักกฤตย์และไม่เคยมีใจให้ตนเอง จึงยอมเสียสละด้วยการขอลาออกจากราชการ อ้างกับประพจน์ว่าอยากไปอยู่ต่างจังหวัด จะไปทำรีสอร์ตที่เพชรบูรณ์ แต่ความจริงแล้วปิติลาออกเพื่อจะได้ไม่ต้องทำตามคำสั่งของประพจน์ที่บังคับให้เขาแต่งงานกับวรดา...

เสร็จจากคุยธุระกับประพจน์ ปิติเดินไปลานจอดรถ กฤตย์ เข้ามาขอเคลียร์ปัญหาที่วรดาถูกบังคับให้แต่งงานกับปิติพูดอย่างเปิดอกว่าเขารักวรดา และขอร้องปิติว่าอย่าเป็นส่วนหนึ่งในการทำร้ายจิตใจอันบอบช้ำของวรดา ปิติยื่นคำขาดว่าถ้ากฤตย์อยากได้วรดา ต้องคว่ำเขาให้ได้ก่อน กฤตย์รับคำท้า

สองหนุ่มตรงเข้าต่อสู้กันอุตลุด ต่างฝ่ายต่างไม่มีใครยอมใคร ชกต่อยจนหน้าตาบอบช้ำด้วยกันทั้งสองฝ่าย เกตุมณีออกมาจากบ้าน เห็นทั้งคู่วางมวยกันกลางสนามหน้าบ้านโบราณ รีบวิ่งเข้าไปห้าม

"หยุดเดี๋ยวนี้นะ...บอกให้หยุด" เกตุมณีหอบเหนื่อย กว่าจะแยกสองคนนั่นออกจากกัน...

ขณะเดียวกัน ประพจน์เดินมาหาวรดาที่เรือนหลังเล็ก บอกเธอว่าปิติมาขอลาออกจากราชการ วรดางงว่ามันเรื่องอะไรกัน ปิติกำลังก้าวหน้าในอาชีพการงานแท้ๆ

"เขาไม่อยากเป็นผู้อยู่ใต้บังคับบัญชาที่ต้องขัดคำสั่งเจ้านาย...แต่พ่อไม่ได้ให้เขาออกหรอกนะ...พ่อจะไม่บังคับฝืนใจใครอีก...ชีวิตเราเป็นของเรา จะทำอะไรก็ตัดสินใจให้มันดีล่ะ"

วรดาขอบพระคุณท่านมากที่เข้าใจ มองตามพ่อเดินกลับไปด้วยความรู้สึกดีขึ้น

ooooooo

เกตุมณีพากฤตย์มาใส่ยาและทำแผลที่บ้าน โดยมีปิติเอาน้ำแข็งประคบหน้าตัวเองอยู่ข้างๆ เกตุมณีตำหนิทั้งสองคนที่ชกต่อยกันเหมือนเด็กๆไม่รู้จักมีความคิด ปิติบอกกฤตย์ว่าเขาคืนวรดาให้ เกตุมณีฉุนขาด

"ตัวเองเป็นเจ้าชีวิตวรดาหรือไง ถึงจะได้เที่ยวมีสิทธิ์ยกให้ใคร"

ปิติไม่โต้ตอบ ยิ้มให้เกตุมณีแล้วขอตัวกลับ เกตุมณีเคืองจัด ปราดเข้าไปตบหน้าเขาอย่างแรงหนึ่งฉาดโทษฐานทำร้ายน้องชายของเธอ ก่อนจะมีใครทันพูดอะไร เกตุมณีฟาดเปรี้ยงใส่หน้าปิติซ้ำอีก

"และนี่โทษฐานที่เห็นแก่ตัว ไม่รู้จักเสียสละหรือว่าทำอะไรเพื่อคนอื่นบ้าง"

ปิติยิ้มให้เกตุมณีอีกครั้ง ทั้งๆมีเลือดไหลออกจากมุมปาก แล้วหันไปบอกกฤตย์ว่า รักกันให้มากๆ ก่อนเดินจากไป กฤตย์ต่อว่าพี่สาวว่าไปตบหน้าเขาทำไม เกตุมณีเกลียดขี้หน้าผู้ชายคนนี้มาก...

ด้านวรดาหน้าตายิ้มแย้ม มุดรั้วออกมาจากบ้านโบราณ เจอปิติซึ่งหน้าตาบวมปูดเดินสวนออกมา วรดาทักว่าไปโดนอะไรมา ปิติโกหกว่าโดนต่อต่อย

"รดาคุยกับคุณพ่อแล้วค่ะ ขอบคุณมากนะคะ"

"ผมไม่ได้ทำเพื่อใครนะครับ อย่าเข้าใจผิด ผมทำเพื่อตัวเอง"

วรดาขอบคุณเขาอีกครั้งอย่างตื้นตันใจ แล้วเดินเรื่อยมาถึงห้องนั่งเล่นบ้านกฤตย์ พอเห็นหน้าตาบอบช้ำของกฤตย์ซึ่งไม่ต่างจากปิติ เธอรู้ทันทีว่าทั้งคู่ชกต่อยกัน ตำหนิกฤตย์ที่ไปมีเรื่องกับปิติยิ่งได้รู้ว่าเกตุมณีพาลตบหน้าปิติไปอีกสองฉาดใหญ่ วรดาถึงกับร้องเอะอะ ทรุดตัวนั่งลงอย่างอ่อนแรง

"ก่อนที่ปิติจะมาที่นี่ เขาไปบอกคุณพ่อขอลาออกจากราชการ เพราะไม่อยากฝืนใจให้รดาไปแต่งงานกับเขา...เขาไม่อยากทำร้ายจิตใจคนอื่น ก็เลยเลือกที่จะทำร้ายตัวเอง"

เกตุมณีนิ่งอึ้ง เสียใจที่เข้าใจปิติผิด แถมยังตบหน้าเขาทั้งๆที่เขามีน้ำใจ เธอรู้สึกผิดต่อเขามากมาย

ooooooo

พอคุณหญิงผการู้ว่าตอนสายของวันนี้ วรดาจะออกไปซื้อของใช้เข้าบ้าน เธอรีบโทรศัพท์ติดต่อรุจน์ทันที สั่งให้จัดการวรดาอย่างเดียวกับแม่ของมัน ทำให้เหมือนเป็นอุบัติเหตุชนแล้วหนี  รุจน์รับคำ  มองรูปถ่ายของวรดาที่คุณหญิงผกาให้มาเขม็ง...

ทางฝ่ายเกตุมณีมาดักรอปิติหน้าบ้านโบราณ เห็นเขาเดินไปยังรถที่จอดอยู่ เธอรีบเข้ามาขอโทษเรื่องเมื่อวาน

วรดาเล่าให้เธอฟังหมดแล้วว่าเขาไปพูดอะไรกับประพจน์มาบ้าง ปิติยอมให้อภัยแต่มีข้อแม้ว่าเธอต้องทำอาหารเลี้ยงเขาหนึ่งมื้อในวันที่เขาต้องการ เกตุมณีทำท่าจะไม่รับข้อเสนอ

"ศักดิ์ศรีผมนะ...มันเจ็บทั้งกาย ทั้งใจเลยนะ"

เกตุมณีรับคำ ถ้าเธอทำตามนั้นให้ถือว่าเราสองคนหายกัน ปิติพยักหน้ายิ้มๆ...

ฝ่ายรุจน์ขับรถกระบะมาจอดรถรอหน้ารั้วบ้านโบราณไม่นานนัก กฤตย์ขับรถออกมาโดยมีวรดานั่งมาด้วย รุจน์ทิ้งระยะห่างเล็กน้อยเพื่อไม่ให้ใครสังเกตเห็น ก่อนขับตามรถของกฤตย์มาจนถึงตลาด กฤตย์จอดรถไว้ริมถนนฝั่งตรงข้ามตลาด วรดาลงจากรถกำลังจะเดินข้ามถนนไปอีกฝั่ง

ทันใดนั้น รุจน์ขับรถกระบะพุ่งเข้าใส่อย่างรวดเร็ว วรดาเห็นเมื่อสายเสียแล้ว ได้แต่เอี้ยวตัวหลบแต่ไม่พ้นโดนรถกระบะชนกระเด็นหัวแตกเลือดอาบ หมดสติ กฤตย์ร้องเรียกวรดาลั่นด้วยความตกใจ สะดุ้งสุดตัวตื่นขึ้นจากฝันร้าย ภาพวรดาโดนรถชนยังติดตาเขา ทั้งๆที่ผ่านมาเกือบยี่สิบปี

ooooooo

นัทธมนมาทำงานตั้งแต่ยังไม่เจ็ดโมงเช้า เห็นปลอดคนรีบเข้าห้องทำงานของกฤตย์ ปิดประตูตามหลัง เดินไปรื้อค้นข้าวของบนโต๊ะเจ้านายและในลิ้นชัก ไม่เจอกุญแจบ้านวรดา ขณะกำลังเก็บของกลับเข้าที่ ต้องสะดุ้งโหยง ได้ยินเสียงกฤตย์ร้องทักทายว่า วันนี้ มาทำงานแต่เช้า

"คะ...เอ่อ...คือ...ค่ะ ช่วงนี้ปิดเทอมค่ะ" ข้าวของของ

กฤตย์อยู่เต็มมือนัทธมน เธอไม่รู้จะแก้ตัวอย่างไร

"เห็นเอกสารมันรกก็เลยทนไม่ได้ใช่ไหม"

"ค่ะๆ...ใช่ค่ะ...หนูเห็นมันรก ก็เลยอยากช่วยเรียงให้มันเป็นระเบียบ" นัทธมนรีบเออออไปด้วย

กฤตย์ รู้ว่าหญิงสาวกำลังค้นหาอะไรบางอย่าง แต่ทำไม่รู้ไม่ชี้ สั่งว่าเศษกระดาษบนโต๊ะอย่าทิ้ง บางทีเขาจดอะไรสำคัญไว้ นัทธมนพยักหน้า ถอนใจโล่งอกมองตามเขาเดินออกไป แต่ต้องสะดุ้งอีกครั้ง เมื่อเขาโผล่หน้าเข้ามาขอแรงให้ช่วยยกลังไปไว้ห้องเก็บของ

ครู่ต่อมา ทั้งสองคนยกลังใส่ของคนละใบเดินไปยังห้องเก็บของ กฤตย์เปิดประตูห้องเสียงลั่นเอี๊ยดๆ นัทธมนผวา ยืนนิ่งไม่กล้าเข้า กฤตย์ยกลังเข้าไปเก็บ หันมาเรียก นัทธมนส่ายหน้าขอวางลังหน้าห้องแทน กฤตย์ถามว่ากลัวอะไร เธอเคยติดอยู่ในลิฟต์ เลยไม่อยากเข้าไปในที่แคบๆกับคนแปลกหน้า

"เธอกลัวติดลิฟต์หรือว่าเธอเคยติดอยู่ที่ไหนสักแห่งที่บรรยากาศคล้ายๆแบบนี้"

"หนู ไม่รู้ว่าคุณพูดถึงอะไร" นัทธมนสีหน้าหวาดหวั่นอย่างเห็นได้ชัด ทนอยู่ต่อไปไม่ไหว ขอตัวกลับไปทำงาน กึ่งเดินกึ่งวิ่งออกไป นึกเจ็บใจที่กฤตย์จงใจแกล้งตนเอง...

ตกเย็น ด้วยความต้องการจะเอาชนะความกลัวที่มืดและแคบ นัทธมนวานติสรณ์ช่วยขังเธอไว้ในลังกระดาษใบใหญ่ ติสรณ์ไม่เข้าใจเพื่อนเท่าใดนัก แต่ก็ยอมทำตามที่ขอร้อง นัทธมนคลานเข้าไปในลังด้วยสีหน้าหวาดหวั่น สั่งติสรณ์เสียงเข้มว่าห้ามไปไหนเด็ดขาด   พอติสรณ์ปิดฝาลัง   ความมืดเข้าปกคลุม

นัทธมนกลัวมากดิ้นขลุกขลักอยู่ในลัง  ร้องเรียกติสรณ์ ให้ช่วย ติสรณ์บอกให้ดันฝาออกมา เธอกลัวมากจนไม่ได้ยินเสียงอะไรทั้งนั้น ทุบลังกระดาษเพื่อหาทางออกแต่ฝาไม่ยอมเปิด แถมเสียงทุบกระดาษกลับเหมือนกำลังทุบประตูเหล็ก ติสรณ์ เปิดฝาลังออกโดยง่าย นัทธมนพุ่งพรวดออกมายืนอกสั่นขวัญหาย...

มนทิราเอ็ดนัทธมนเสียง เขียว เมื่อรู้ว่าลูกเล่นพิเรนทร์ แบบนั้น สอนว่าถ้าต้องการชนะความกลัว ต้องไปแก้ที่ต้นเหตุ ไม่ใช่มาหักเอาที่ปลายเหตุ นัทธมนอยากรู้ว่าตัวเองกลัวที่มืด กลัวที่แคบจะแก้อย่างไร

"กลัวที่แคบก็ทำใจให้มันกว้างสิลูก กลัวมืดก็ทำใจให้มันสว่าง ทุกอย่างมันเริ่มต้นที่ใจ"

นัทธมนบ่นอุบว่า ทำใจเป็นเรื่องยากที่สุด...

ooooooo

ตอนที่ 9

วันนั้น  แกมแก้วกับผาณิตรุมเยาะเย้ยถากถาง

วรดาที่ต้องทำงานบ้าน ไม่ได้ไปโรงเรียนเหมือนพวกเธอ แถมผาณิตเอารองเท้าของประพจน์มาโยนให้วรดาขัด อ้างว่าพ่อจะต้องใส่ไปต่างจังหวัดตอนสายๆ

"อยากเอาหน้ามากก็ขัดเองสิ" วรดาทำงานบ้านต่ออย่างไม่สนใจ

"ตามใจ แต่พอถึงเวลา ถ้าคุณพ่อไม่มีรองเท้ามันวับใส่ไปราชการ อันนี้ก็ไม่รู้นะว่าใครต้องรับผิดชอบ"

"ไม่เอาน่า วรดานะ อย่าทำให้ผู้ใหญ่เขาไม่สบายใจสิ... จุ๊ๆๆ" แกมแก้วส่ายหน้า ชวนตบ แล้วสองสาวตัวแสบผละจากไป ทิ้งรองเท้าไว้ตรงนั้น...

สุดท้าย วรดาก็ต้องขัดรองเท้าให้พ่อ กฤตย์เห็นเข้าทรุดตัวลงนั่งข้างๆ  หยิบรองเท้าอีกข้างมาช่วยขัด  วรดาร้องห้ามเสียงหลงด้วยความเกรงใจ แต่เขาไม่ฟังยังตั้งหน้าตั้งตาช่วยเธอขัดรองเท้า

"ผมทราบเรื่องแล้วว่า...รดาถูกให้ออกจากโรงเรียน"

"อนาคตรดา ไม่มีอะไรเหลือแล้วล่ะคะ คุณกฤตย์อย่ามาเสียเวลาเปล่าเลย"

"ผมได้ใช้เวลาอยู่กับคุณ มันมีค่ายิ่งกว่าอะไรทั้งหมดซะอีก"

"นั่งขัดรองเท้าด้วยกันเนี่ยเหรอคะ"

กฤตย์เห็นวรดาหน้าเครียดๆกระเซ้าว่า "เดี๋ยวเสร็จแล้ว เราไปขัดห้องน้ำต่อดีไหม"

วรดาหัวเราะออกมาเบาๆ   สองหนุ่มสาวหัวเราะไป

ด้วยกัน ลืมความทุกข์ไปได้ชั่วขณะ...

ด้านผาณิตได้ยินพ่อถามหารองเท้า รีบวิ่งหน้าตั้งไปคว้าจากมือวรดาซึ่งกำลังจะเอารองเท้ามาให้พ่อพอดี แล้ววิ่งกลับมาเอาหน้ากับประพจน์ว่าตัวเองเป็นคนขัดให้ วรดาจะเดินเลี่ยงไป ประพจน์ร้องทักเธอว่า

"กำลังจะไปไหนล่ะเราน่ะ   วันๆพ่อไม่เคยเห็นหน้าบนเรือนนี่เลย"

"หนูจะไปตักอาหารในครัวกินน่ะค่ะ"

"กินให้มันเยอะๆหน่อยก็ดี"

วรดาพยักหน้าขมขื่น แม้รู้ว่าท่านห่วงใย แต่น้ำเสียงนั้นช่างห่างเหินเหลือเกิน ปิติมองตามวรดาด้วยความเป็นห่วง ประพจน์เรียกปิติให้ไปได้แล้วเดี๋ยวจะไปถึงเพชรบูรณ์ค่ำ...

ทันทีที่รถของประพจน์แล่นไปพ้นเขตบ้าน คุณหญิงผกา  ผาณิตกับสร้อยกรูกันเข้าไปในครัว กลั่นแกล้งวรดาไม่ให้กินข้าว วรดาเดินคอตกท้องร้องจ๊อกๆกลับไปที่เรือนหลังเล็ก ทรุดตัวลงนั่งมองรูปถ่ายของวารีบนหิ้งด้วยน้ำตานองหน้า ยามนี้เธอไม่มีใครเป็นที่พึ่ง ยิ่งคิดยิ่งน้อยใจในโชคชะตาของตัวเอง...

วรดานั่งจดบันทึก ท่ามกลางเทียนไขที่จุดให้แสงสว่างอยู่หลายเล่ม ทันใดนั้น มีลมพัดกระโชกเข้ามา วรดารีบเดินไปปิดหน้าต่าง กลับมาปิดสมุดบันทึก ปีนเก้าอี้ขึ้นไปเก็บใต้ฝาเพดานเช่นเดิม เธอรู้สึกเหมือนมีคนแอบมอง เปิดหน้าต่างออกไปดู มีแต่ความเงียบกับเสียงแมลงกลางคืนเท่านั้น...

ขณะเดียวกัน  ที่เรือนใหญ่ แกมแก้ว ผาณิตกับคุณหญิงผกานั่งกินอาหารกันอย่างมีความสุข บนโต๊ะเต็มไปด้วยอาหารมากมายหลายอย่าง สร้อยปิดหน้าต่างแล้วเดินมาคอยบริการเจ้านาย ผาณิตเล่าเรื่องที่เธอกับแม่ของเธอแกล้งวรดาจนไม่ได้ กินข้าวให้แกมแก้วฟัง   แกมแก้วหัวเราะสะใจบ่นเสียดายที่ไม่ได้อยู่ด้วย

"แม่ว่าไม่เกินเดือนนี้เอาไหม มันต้องหอบผ้าหอบผ่อนไปอยู่ที่อื่นแน่ๆ"

"แต่มันก็อึดน่าดูเหมือนกันนะคะ"   สร้อยสาระแน ขึ้นมาทันที

คุณหญิงผกาโดนยุงกัด หันไปเอ็ดสร้อยว่าทำไมไม่ปิดหน้าต่างห้อง จะเปิดไว้รอรับยุงหรือ สร้อยมองไปที่หน้าต่างห้องกินข้าว นิ่วหน้าประหลาดใจ จำได้ว่าปิดไปเมื่อกี้นี้เอง บ่นงึมงำว่าตัวเองปิดแล้ว

"ยุงกัดฉันอยู่เนี่ย แกยังจะว่าปิดแล้วอีก" คุณหญิงผกาโวยใส่ สร้อยเดินไปเทน้ำในแก้วที่กินเหลือออกไปนอกหน้าต่าง แล้วปิดหน้าต่างอย่างแน่นหนา คิดว่าตัวเองคงเบลอไปจริงๆ...

ตกดึก ขณะวรดากำลังนอนหลับอยู่บนเตียง มีเงาของใครบางคน ค่อยๆเลื่อนเก้าอี้มาใต้ฝาเพดานตรงที่วรดาซ่อนสมุดบันทึกไว้ ร่างนั้นยังไม่ทันหยิบสมุดบันทึก วรดารู้สึกตัวตื่นขึ้นมาเสียก่อน พุ่งเขาใส่ร่างนั้นจนเก้าอี้ล้ม พยายามจับตัวเอาไว้ แต่ร่างนั้นสะบัดหลุดจะวิ่งหนี วรดาจับขาไว้ได้

"แกเป็นใคร...อย่าหนีนะ"

ร่างนั้นคว้าขวดน้ำใกล้มือ เงื้อจะฟาดวรดา แต่แล้วกลับเปลี่ยนใจ ทิ้งขวดน้ำ ดิ้นจนหลุดพ้น วิ่งหนีไป หายไปในความมืด วรดาเหนื่อยหอบใจเต้นระทึก

ooooooo

วรดายืนปรึกษากับกฤตย์ตรงแถวริมรั้วบ้าน ถึงเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืน กฤตย์แนะเธอให้มาพักที่บ้านเขาเพื่อความปลอดภัย ถ้าวรดาทำอย่างนั้นพ่อของเธอต้องเฆี่ยนเธอหลังลายแน่ๆ วรดาคิดว่าต้องเป็นพวกของผาณิตที่ต้องการแกล้งเธอ จึงบอกกฤตย์ว่าจะไปคุยกับพวกนั้นให้รู้เรื่อง กฤตย์อาสาไปเป็นเพื่อน

"อย่าเลยค่ะ ไม่ดีหรอก เดี๋ยวคุณหญิงท่านจะเก็บไปฟ้องคุณพ่ออีก...นะคะ เชื่อรดาเถอะค่ะ"

กฤตย์มองหญิงสาวด้วยสายตาเป็นห่วงเป็นใย พลันมี เสียงดังออกมาจากพุ่มไม้แถวนั้น ทั้งคู่หันขวับไปมอง แต่ไม่เห็นใคร กฤตย์เอื้อมมือไปจับมือรดาไว้ ให้กำลังใจว่า เธอยังมีเขาอยู่ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น...

ครู่ต่อมา วรดาเข้าไปคุยกับคุณหญิงผกาซึ่งๆหน้า ในมือของเธอกอดสมุดบันทึกไว้แน่นด้วยเกรงว่าหากทิ้งไว้ในบ้านจะมีใครหยิบไป วรดาขอร้องท่านว่าในบ้านของเธอไม่มีของมีค่าอะไรอีกแล้ว กรุณาอย่าเข้าไปบุกรุกอีก เธอเกรงจะพลาดทำร้ายใครจนเลือดตกยางออก คุณหญิงผกาหาว่าวรดาขู่

"เปล่าค่ะ หนูเพียงแต่ไม่อยากทำร้ายใคร หนูขออยู่ เงียบๆกับวิญญาณแม่หนู หนูจะไม่รบกวนใครเลย หนูขอเถอะค่ะ ให้หนูกราบก็ยอม" วรดากราบแทบเท้าคุณหญิงผกา เธอมอง

วรดานิ่งอึ้ง ราวกับเห็นใจ

"กินอะไรรึยัง...ถ้ายังไม่ได้กินก็ไปหาอะไรกินซะไป ในครัวน่ะ ฉันทำเอาไว้แล้ว"

"หนูขอบคุณทุกคนมากนะคะ ที่เข้าใจหนู" วรดาว่าแล้ว เดินเข้าไปในครัวอย่างสบายใจ พาซื่อคิดว่าคุณหญิงผกาเมตตาสงสารตนเองจริงๆ ที่ไหนได้ในครัวมีแต่กะละมังข้าวหมาวางอยู่ ข้างในเป็นเศษอาหารเหลือๆ จังหวะนั้นมีเสียงหมาเห่ากระโชกดังขึ้น ผาณิตซึ่งเดินตามแม่กับสร้อยเข้ามา ตะโกนลั่น

"จะเห่าอะไรนัก...เออ...เงียบซะที หนวกหู"

วรดาถูกคุณหญิงผกาบังคับให้กินข้าวในกะละมังนั้น พอเธอขัดขืน คุณหญิงผกากับสร้อยกดหัวเธอลงในกะละมังข้าวหมา จนหน้าตาเปรอะไปด้วยเศษอาหาร วรดาพยายามดิ้นหนี ผาณิตเห็นสมุดในมือวรดาแย่งเอามาถือไว้ วรดาดิ้นหลุด แย่งสมุดคืน แล้ววิ่งหนี คุณหญิงผกาสั่งผาณิตกับสร้อยตามจับวรดามาให้ได้

ทั้งสามคนแยกกันไปคนละทาง ผาณิตวิ่งมาถึงทางเดินในสวน เห็นวรดาออกมาจากพุ่มไม้ จึงตรงเข้าหา แปลกที่วรดาไม่มีท่าที่จะวิ่งหนี ผาณิตไม่ได้เอะใจ ถลาเข้าไปจะตบ แต่ถูกวรดาตบสวน กระเด็นหงายหลัง แล้วตามเข้าไปตบซ้ำๆอีกหลายครั้ง สร้อยเข้ามาเห็นผาณิตโดนตบ ตะโกนเรียกคุณหญิงผกาให้มาช่วย

วรดาผละจากผาณิต ตรงเข้าถีบยอดอกสร้อยปลิวตามแรงเท้า คุณหญิงผกาเพิ่งวิ่งมาถึง เห็นลูกสาวตัวเองนอนร้องโอดโอย ในสภาพสะบักสะบอมอยู่กับพื้น โกรธ พุ่งเข้าใส่ วรดาอัดกำปั้นสวนเปรี้ยงเดียว  คุณหญิงผกาจอด  เธอยืนดู

ผลงานตัวเองอย่างสะใจ ก่อนวิ่งออกไป...

ในเวลาเดียวกัน วรดากอดสมุดบันทึกไว้แน่น วิ่งหน้าตาตื่นตระหนก หัวหูเต็มไปด้วยเศษอาหารเข้ามาหากฤตย์

กับเกตุมณีซึ่งกำลังรดน้ำต้นไม้อยู่ในสวนหน้าบ้านพวกเขา กฤตย์ถามว่าเกิดอะไรขึ้น วรดาพูดไม่ออกได้แต่ร้องไห้สะอึกสะอื้น กฤตย์กับเกตุมณีช่วยกันเช็ดหน้าตาปัดเศษอาหารให้

"ใจเย็นๆ ก่อนนะ ยังไม่ต้องเล่าก็ได้" เกตุมณีปลอบ

แล้วสองพี่น้องพาวรดาเข้าไปนั่งพักในห้องรับแขก วรดาเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้กฤตย์กับเกตุมณีฟัง เธอร้องไห้จนหลับไปทั้งน้ำตาบนโซฟา กฤตย์เอาผ้าห่มคลุมให้ สงสารหญิงคนรักจับใจ หันไปบอกเกตุมณีว่าคืนนี้คงต้องให้

วรดานอนที่นี่ไปก่อน เกตุมณีเห็นด้วย ขืนปล่อยวรดากลับบ้านมีหวังโดนรังแกอีก

แกมแก้วเดินเข้ามา เห็นวรดานอนหลับใหลอยู่บนโซฟา แดกดันว่าพี่สองคนของเธอเอาหมาแมวที่ไหนมานอนบนบ้านเรา  เกตุมณีดุให้พูดเบาๆ  แล้วดึงแกมแก้วออกไปคุยที่ระเบียงด้านนอก จังหวะนั้นมีเงาของใครบางคนวิ่งหลบหายไปในมุมมืด สองสาวไม่ทันสังเกต

"คนเขาเดือดร้อนมา เราควรจะมีน้ำใจกับเขาหน่อยนะ"

"พี่เกตุฟังความข้างเดียว นังนี่ก็ไม่ธรรมดาหรอกค่ะ ร้ายหยอกเสียเมื่อไหร่ คอยดูเหอะ พรุ่งนี้ท่านนายพลกลับมาจะว่ายังไง" แกมแก้วแทบจะอดใจรอถึงวันพรุ่งนี้ไม่ไหว

ประพจน์หน้าบึ้งตึงเมื่อได้ฟังคุณหญิงผกา ผาณิตกับสร้อยซึ่งใบหน้ามีรอยฟกช้ำบวมปูดกล่าวหาวรดา เขาไม่เชื่อว่าคนอย่างวรดาจะลงมือทำร้ายใครได้ ผาณิตยืนยันว่าวรดาทำร้ายพวกเราสามคนจริงๆ ปิติส่ายหน้าไม่เชื่อเช่นกัน ประพจน์ถามว่าวรดาหายไปไหน ผาณิตบอกว่าหนีความผิดไปไหนแล้วก็ไม่รู้

"หนูรู้ค่ะว่าวรดาอยู่ที่ไหน"

ทุกคนหันไปมองตามเสียง เห็นแกมแก้วยืนอยู่ที่ประตูห้องรับแขก...

ที่ บ้านของกฤตย์ วรดาเดินออกจากห้องน้ำโดยสวมชุดของเกตุมณี ในมือเธอถือเสื้อผ้าของตัวเองที่ใส่เมื่อวานออกมาด้วย แล้วขอบคุณเกตุมณีสำหรับทุกอย่าง

"ไม่เป็นไร เสื้อผ้าเราเอาทิ้งไว้นี่แหละ เดี๋ยวพี่จัดการซักให้ จะถือไปทำไมล่ะ" เกตุมณีคว้าเสื้อจากมือวรดาโยนใส่ ตะกร้าผ้าใช้แล้ว ถามว่าหิวหรือยัง วรดาท่าทางเกรงใจ ยิ้มๆ พร้อมกับเอามือลูบท้อง...

วรดากำลังกินข้าว นึกอะไรขึ้นมาได้ ถามกฤตย์ว่าเห็นสมุดบันทึกของเธอบ้างไหม กฤตย์เดินไปหยิบมาให้ เมื่อคืนเขาเห็นมันตกอยู่ เลยเก็บไว้ให้ แล้วขอโทษที่แอบอ่านสมุดบันทึกไปหลายหน้า

"ไม่เป็นไรหรอกค่ะ รดายินดีที่มีคนร่วมแบ่งเบารับรู้ ความรู้สึกและความทุกข์ของรดาไปบ้าง รดาดีใจที่เป็นคุณค่ะ"

ทันใด นั้น เสียงประพจน์เรียกวรดาดังขึ้นที่ประตูห้องอาหาร ทั้งสามคนหันไปมอง เห็นประพจน์ยืนอยู่กับปิติ โดยมีแกมแก้วยืนอยู่ด้วย ประพจน์เรียกทุกคนไปคุยกันที่บ้านของเขา ครู่ต่อมา ประพจน์นั่งเป็นประธานอยู่ในห้องโถงของบ้านโบราณ คู่กรณีทั้งสองฝ่ายยืนกันคนละด้าน โดยมีปิติ กฤตย์ กับเกตุมณีร่วมรับฟังอยู่ด้วย ประพจน์เริ่มสอบถามเรื่องที่เกิดขึ้น

"พวกนี้เขาบอกว่าเราไปทำร้ายทุบตีเขาเหรอ...วรดา"

"เปล่าค่ะ...หนูไม่รู้ว่าพวกเขาไปโดนอะไรมา"

คุณ หญิงผกา ผาณิตกับสร้อย พร้อมใจกันประสานเสียงว่าโกหก ประพจน์สั่งทุกคนหยุดพูด หันไปถามวรดาว่าทำไมต้องไปค้างบ้านคนอื่น วรดาฟ้องว่าพวกนี้บังคับให้เธอกินข้าวหมา แถมกดหัวเธอจนหน้าจมกะละมัง เธอเลยวิ่งหนีไม่กล้ากลับบ้าน เพราะพ่อไม่อยู่บ้าน

"พวกเราไปบังคับวรดาเขาจริงหรือเปล่า"

"จะ เรียกว่าข้าวหมาก็เกินไป ฉันอาจทำอาหารไม่น่ากินนัก เห็นลูกหิวก็ทำให้ ถ้าวรดาจะเรียกมันว่าข้าวหมาก็ตามใจ" คุณหญิงผกาแก้ตัวน้ำขุ่นๆ

วรดา ยืนยันว่าเป็นข้าวหมาจริงๆ ประพจน์ถามหาหลักฐานยังอยู่ไหม ผาณิตโกหกว่าวรดาไม่พอใจเททิ้งไปหมดแล้ว ประพจน์ได้แต่กอดอกหนักใจ ไม่รู้จะตัดสินความอย่างไร...จากนั้น ประพจน์เรียกกฤตย์เข้าไปคุยในห้องทำงานเพียงลำพัง ถามเขาอย่างไม่อ้อมค้อมว่ารักวรดาหรือเปล่า กฤตย์ตอบจริงจังว่ารัก

"ดี กล้าพูดกล้ายอมรับดี...แต่ฉันเกรงว่า เธอคงจะต้องผิดหวัง วรดาเขามีคนที่หมั้นหมายเอาไว้แล้ว"

กฤตย์ตกใจ มองหน้าประพจน์อย่างไม่อยากจะเชื่อ...

ด้าน วรดานั่งคุยกับปิติอยู่ในสวนหลังบ้าน วรดาถามเขาว่าเชื่อเธอหรือเปล่าว่าไม่ได้ทำร้ายพวกนั้น ปิติอ้างว่าตัวเองสามารถบอกได้ว่าใครโกหก แล้วขอให้เธอส่งมือมา ปิติจับชีพจรที่ข้อมือเธอ

"คนเราโกหกใครก็ได้ แต่โกหกตัวเองไม่ได้หรอกครับ ถ้าเราพูดปด ใจเราจะเต้นแรง เลือดจะสูบฉีดมากกว่าปกติ...พวกนั้นบังคับคุณให้กินข้าวที่คลุกให้หมาใช่ มั้ยครับ"

วรดาตอบว่าใช่ เธอสอบผ่านทุกคำถามเกี่ยวกับเรื่องวิวาทที่เกิดขึ้น จนถึงคำถามสุดท้าย ที่ถามว่า รักกฤตย์หรือเปล่า วรดาอึกอักกลืนน้ำลายก่อนตอบว่าเปล่า ปิติหน้าเศร้า ลงทันที

"คุณโกหกไม่เก่งเลยนะครับ"

จังหวะนั้น กฤตย์กับประพจน์เดินผ่านมาเห็นเหมือนทั้งคู่กำลังจับมือกัน แต่สองคนนั้นไม่เห็นกฤตย์กับประพจน์ กฤตย์ถึงกับคอตก แต่ยังยืนยันกับประพจน์ไม่ว่าจะอย่างไรเขาจะไม่ยอมแพ้เรื่องวรดาง่ายๆ...

ทาง ฝ่ายคุณหญิงผกาเจ็บใจมากที่วรดาทำร้ายตนเองกับลูกแล้วไม่ยอมรับ สร้อยออกความเห็นว่าจากนี้ไปถ้าพวกเราจะเล่นงานวรดาอีกคงไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เพราะประพจน์คงไม่ปล่อย วรดาไว้คนเดียวแน่ๆ

"คุณท่านคอยปกป้องมันไม่ ได้ตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงหรอก... อยู่เป็นคนดีๆไม่ชอบก็ตายตามแม่มันไปซะอีกคนก็แล้วกัน" คุณหญิงผกาอาฆาต แววตาของเธอดูน่ากลัวมาก...

ขณะกฤตย์กำลังนั่งคุยกับเกตุมณีอยู่ที่ ห้องโถง นิ่มคนรับใช้ในบ้านของเขาถือเสื้อผ้าที่ซักรีดแล้วของวรดาเข้ามาถามเกตุมณี ว่าจะให้เอาไปไว้ไหน เกตุมณีรับชุดของวรดามาจากนิ่ม บอกว่าเดี๋ยวจัดการเอง แล้วยื่นให้กฤตย์วานเขาเอาไปคืนวรดาด้วย...

ณ เวลาปัจจุบัน กฤตย์รื้อตู้เสื้อผ้าเพื่อเอาเสื้อผ้าที่ ไม่ใช้จัดลงกล่อง เจอชุดของวรดาซึ่งเก็บไว้อย่างดี แกมแก้ว เดินผ่านหน้าห้องมองเข้าไปเห็นเสื้อผ้าถูกรื้อออกมาเต็มห้อง ร้องถามพี่ชายว่าจะเก็บเสื้อผ้าหนีตามใครหรือ กฤตย์รีบวางชุดของวรดา เอาเสื้อผ้าตัวอื่นคลุมไว้ หันไปปรามน้องสาวว่าหัดพูดดีๆกับตนบ้าง

"พี่จะเก็บเสื้อผ้าไปบริจาค มันเต็มตู้เกินไป"

แกมแก้วแดกดันว่าใจบุญเหลือเกิน เดินจากไป กฤตย์ หยิบชุดของวรดาขึ้นมากอดด้วยความคิดถึง

ooooooo

มนทิร าปลุกลูกแต่เช้า ชวนไปทำบุญด้วยกัน นัทธมนบ่ายเบี่ยงอ้างว่าวันนี้ต้องไปทำงาน แต่พอแม่ บอกว่าพระดุธงค์รูปเดิมมาเตือนด้วยตัวเองว่านัทธมน กำลังจะมีเคราะห์ เธอสนใจขึ้นมาทันที...

ถึงเวลาพักกินข้าวเที่ยง ถุงแป้งแวะมาหานัทธมนที่ ห้องทำงาน ชวนไปกินข้าวด้วยกัน นัทธมนขอตัดเล็บให้เสร็จก่อน ป้าสร้อยทำทีกวาดพื้น ชะเง้อคอมองนัทธมนเป็นระยะๆถุงแป้งแปลกใจ ถามป้าสร้อยว่ามาทำความสะอาดที่นี่ด้วยหรือ

"เอ่อ...ค่ะ พอดีที่เรือนโน้นไม่มีอะไรทำ"

ถุง แป้งไม่ติดใจสงสัยอะไร แต่พอสองสาวไปแล้ว ป้าสร้อย รีบโกยเศษเล็บที่นัทธมนตัดใส่ถุงที่เตรียมมา แล้วหยิบแปรงหวีผมของนัทธมนในลิ้นชักโต๊ะของเธอติดมือไปด้วย...จากนั้น ป้าสร้อยกับแกมแก้วเอาของทั้งหมดไปมอบให้คนทรง เพื่อรอ ทำพิธีในคืนวันพระจันทร์เต็มดวง...

ขณะนัทธมนกำลังเก็บของเตรียมตัว กลับบ้าน กฤตย์เข้ามาขอร้องให้เธอช่วยสวมชุดของวรดาให้เขาดูหน่อย   ทีแรกนัทธมนปฏิเสธเสียงแข็งไม่ยอมทำให้ แต่สุดท้ายพ่ายแพ้สายตาเว้าวอนของเขา เธอคว้าชุดนั้นหายเข้าห้องน้ำไปสักพัก ออกมา ในชุดของวรดาซึ่งสวมได้พอดิบพอดี กฤตย์ตะลึง เหมือนกำลัง มองหญิงคนรักเดินออกมาจากอดีต ถึงกับเพ้อเรียกชื่อ "วรดา"

"เธอตายไปแล้วค่ะ...จำไม่ได้เหรอ" นัทธมนประชดประชัน

"ขอบคุณนะ...ชุดนี้เธอไม่ต้องคืนฉันหรอก ถ้าเธออยากได้ ฉันให้เธอ...ฉันไม่มีโอกาสคืนให้เขาแล้ว"

"คุณชอบชุดนี้มากใช่ไหม" สายตาของนัทธมนเปลี่ยนเป็นชิงชัง

"สิ่งสุดท้ายที่วรดาทิ้งเอาไว้ที่บ้านฉัน" กฤตย์พูดด้วย น้ำเสียงเศร้า

"ดี...งั้น หนูจะเก็บมันเอาไว้เอง อะไรที่คุณรัก...หนูจะ เอามันไปจากคุณให้หมด" นัทธมนสะพายกระเป๋าถือเดินออกไปทั้งชุดนั้น ไม่นานนัก เธอกลับถึงบ้าน ต้องแปลกใจที่เห็น แม่นั่งพับเพียบอยู่กับพื้นสนามหญ้า ไม่ห่างจากพระธุดงค์รูปเดิมซึ่งนั่งอยู่ในกลด เธอรีบเข้ามากราบท่าน

พระ ธุดงค์เตือนนัทธมนให้ละ  วางบ้าง  ไม่อย่างนั้น กงกรรมกงเกวียนก็ไม่มีวันสิ้นสุด  จะติดตามเธอไปทุกภพทุกชาติ นัทธมนต่อรองว่าถ้าอยากให้เชื่อ ท่านต้องแสดงให้ดูก่อนว่าชาติที่แล้วเธอตายอย่างไร

"อาตมาพาไปไม่ได้ แต่พอจะชี้ทางสว่างให้"

นัท ธมนนิ่ง มองอย่างชั่งใจ แล้วหลับตา ลมเริ่มพัดแรง ขึ้นๆ พระธุดงค์บอกว่าทำใจให้สงบ นึกถึงพระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์ เมื่อใจของเธอสงบ นิมิตถึงจะเกิด...

นัทธมนลืมตาขึ้น เหลือตัวเองอยู่เพียงลำพัง ท่ามกลางความมืด เธอมองไปเห็นเรือนของวรดาอยู่ตรงหน้า วรดากำลังนั่งก้มหน้าก้มตาจดบันทึกอยู่ท่ามกลางเทียนไขที่จุดให้แสงสว่าง ปลิวตามแรงลม แล้วลุกขึ้นมาปิดหน้าต่างห้อง นัทธมนรีบหลบ ก่อนย่องเข้าไปดูตรงรอยแตก เห็นวรดาปีนเอาสมุดบันทึกขึ้นไปเก็บบนฝาเพดาน อยู่ๆวรดาเหมือนรู้สึกตัวว่าถูกแอบมอง เดินมาเปิดหน้าต่างชะโงกดู

นัท ธมนรีบซ่อนตัวทันที รอจนเสียงในห้องนั้นเงียบ เธอค่อยๆย่องไปที่เรือนใหญ่ ได้ยินเสียงมาจากห้องกินข้าว เห็น คุณหญิงผกา ผาณิต แกมแก้วนั่งกินอาหารกันอย่างมีความสุข ป้าสร้อยซึ่งยังอยู่ในวัยสาวปิดหน้าต่างห้องนั้นแล้วเดินไปคอยบริการเจ้านาย นัทธมนได้ยินเสียงแกมแก้วบ่นเสียดายที่ไม่ได้ อยู่ด้วย เนื่องจากอยากได้ยินชัดๆว่าตัวแสบพวกนี้พูดอะไรกัน เธอจึงย่องเข้าไปแง้มหน้าต่างแอบฟัง

ได้ยินเสียงคุณหญิงผกา "แม่ว่าไม่เกินเดือนนี้เอาไหม มันต้องหอบผ้าหอบผ่อนไปอยู่ที่อื่นแน่ๆ"

เสียงป้าสร้อยสาระแนขึ้นว่า "แต่มันก็อึดน่าดูเหมือนกันนะคะ"

เหตุการณ์ เหล่านี้ตรงกับเหตุการณ์ที่นัทธมนฝันเห็นเมื่อคืนซึ่งเธอจำไม่ได้ แต่คราวนี้เธอข้ามภพเข้ามาอยู่ในเหตุการณ์ ด้วย ได้ยินทั้งเสียงและภาพ

"พวกคนเลว...คอยดูเถอะ ฉันกำลังจะได้รู้แล้วว่าพวกแก ทำอะไรกับวรดาเอาไว้มั่ง" นัทธมนอาฆาต...

ส่วน เหตุการณ์ที่มีคนลอบเข้าไปในห้องวรดาเพื่อจะหยิบสมุดบันทึกที่เธอซ่อนเอาไว้ แต่วรดาตื่นขึ้นมาขัดขวางเสียก่อน คนที่ลอบเข้าไปก็คือนัทธมนนั่นเอง...นัทธมนหนีออกมาจากที่นั่นได้อย่าง หวุดหวิดเดินเรื่อยมาถึงหน้าบ้านโบราณ เห็นร่างพระธุดงค์ลอยอยู่ตรงหน้ามีแสงเรืองรองโดยรอบ ท่านเตือนให้หยุดอาฆาตแค้นได้แล้ว เธอก็เห็นแล้วว่าชาติภพมีจริง นัทธมนสงสัยว่าทำไมร่างกายเธอถึงจับต้องได้

"จิตของเจ้าแรงกล้ามาก แรงอธิษฐาน แรงอาฆาต ทำให้ กายทิพย์ของเจ้ามีผลต่อสิ่งรอบข้างเสมือนหนึ่งกายหยาบ"

นัท ธมนเกรงว่าจะพากลับไปภพปัจจุบัน  จึงขออยู่อดีตภพนี้ต่อเพื่อจะรู้อะไรบางอย่างก่อน พระธุดงค์พูดดักคอว่าอดีต ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ นัทธมนอ้างว่าแค่อยากเรียนรู้จากมัน

"เจ้าจะอยู่ที่นี่ได้เพียงโลกหมุนรอบตัวเองหนึ่งรอบเท่านั้น" ร่างของพระธุดงค์ค่อยๆเลือนหายไป

ooooooo

ตั้งแต่ มีคนลอบเข้าไปจะหยิบสมุดบันทึกของวรดา เธอนอนกอดมันไว้ตลอดคืน เช้านี้ก็เช่นกัน นัทธมนแอบซุ่มดูอยู่ เห็นวรดาเดินกอดสมุดบันทึกไว้แนบอก ตรงไปยังริมรั้วระหว่างบ้านโบราณกับบ้านของกฤตย์ เธอลอบตามไปหลบที่พุ่มไม้ใกล้ๆได้ยินเสียงวรดาปรึกษากฤตย์ถึงเรื่องที่เกิด ขึ้นเมื่อคืน

"รดา ย้ายไปนอนบ้านผมก่อนดีไหมครับ ปลอดภัยกว่า"

ว รดาส่ายหน้า ถ้าเธอทำอย่างนั้น ถูกพ่อเฆี่ยนหลังลายแน่ๆ เธอจะไปพูดคุยกับพวกผาณิตให้รู้เรื่อง จังหวะนั้นมีงูตัวหนึ่งเลื้อยเข้ามาใกล้นัทธมน เธอหันมอง ต่างจ้องกันไปมา สุดท้ายงูเลื้อยหนี นัทธมนถอนใจโล่งอก เผลอเหนี่ยวกิ่งไม้จนสั่นไหว วรดากับกฤตย์หันมามอง แต่ไม่เห็นใคร

กฤตย์จับมือวรดาไว้ บอกว่าเธอยังมีเขาอยู่ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น นัทธมนแอบเห็นสายตาที่กฤตย์มองวรดาด้วยความรัก รู้สึกอบอุ่นใจอย่างบอกไม่ถูก...จากนั้นไม่นาน นัทธมนย่องมาตามทางเดินข้างบ้านต้องตกใจ หมาตัวใหญ่เห่ากระโชกใส่ ดีแต่มันถูกล่ามโซ่ไว้ เธอปลอบมันเบาๆไม่ให้เห่า แต่มันไม่หยุด

เสียงผาณิตตะโกนลั่น "จะเห่าอะไรนัก"

นัทธมนเข้าไปใกล้ๆหมา ยื่นมือให้มันดม หมาถึงเงียบเสียงลง เสียงผาณิตตะโกนออกมาอีก

"เออ...เงียบซะที...หนวกหู"

นัท ธมนย่องไปด้านที่ได้ยินเสียงผาณิต เห็นคุณหญิงผกากำลังทำอะไรบางอย่างกับวรดา ด้วยความอยากรู้เธอจึงขยับ เข้าไปใกล้ๆ เห็นคุณหญิงผกากับสร้อยกำลังกดหัววรดาลงไปในกะละมังเก่าๆ หน้าตาวรดาเปรอะไปด้วยเศษอาหาร นัทธมนพยายามกลั้นโทสะ แต่กลั้นไม่ไหวตัดสินใจจะเข้าไปช่วยวรดา

ขณะนัทธมนกำลังหาทางเข้าไป ในตัวบ้าน เห็นวรดาวิ่งหนีออกมาพร้อมสมุดบันทึก นัทธมนรีบหาที่ซ่อน เสียง คุณหญิงผการ้องสั่งผาณิตกับสร้อยตามจับวรดามาให้ได้ ทั้งสามคนแยกกันไปคนละทาง นัทธมนวิ่งลัดเลาะไปอีกทางแล้วซ่อนตัวหลังพุ่มไม้ เห็นวรดาวิ่งหน้าตาตื่นผ่านไป อึดใจผาณิตมาถึงตรงพุ่มไม้นั้น

นัท ธมนเดินออกจากพุ่มไม้ในชุดเดียวกับวรดา ผาณิตย่ามใจตรงเข้าหา แปลกที่วรดาไม่มีท่าทีจะวิ่งหนี เธอไม่ได้เอะใจ ถลาเข้าไปจะตบ นัทธมนที่เหมือนวรดาราวกับแกะตบสวนเข้าเต็มๆ ผาณิตกระเด็นหงายหลัง เธอตามเข้าไปตบซ้ำๆอีกหลายครั้ง คุณหญิงผกากับสร้อยก็โดนแบบเดียวกัน...

คุณ หญิงผกา ผาณิตกับสร้อยในสภาพยับเยิน กำลังเอายาแดงแต้มแผลให้กันอยู่ในห้องนั่งเล่น คุณหญิงผกางงไม่รู้ว่า วรดาเกิดเฮี้ยนอะไรขึ้นมาถึงกล้าลงมือกับพวกตน แกมแก้วเข้ามาเห็นสภาพทั้งสามคนแปลกใจว่าไปโดนอะไรมา พอรู้ว่าเป็นฝีมือของวรดา ถึงกับออกปากว่าไม่น่าจะเป็นไปได้...

นัท ธมนเดินอย่างระแวดระวัง มาซุ่มดูอยู่ที่บ้านกฤตย์ รอคอยจังหวะเพื่อจะแอบเข้าไปขโมยสมุดบันทึกของวรดาอย่างใจจดใจจ่อ แต่ไม่มีโอกาส เพราะกฤตย์ซึ่งอยู่ในวัยหนุ่ม นั่งเฝ้าวรดาที่นอนหลับใหลอยู่บนโซฟาในห้องรับแขก แถมเอาสมุดบันทึกเล่มนั้นมานั่งอ่านด้วยสีหน้าเศร้าใจ

"วรดา...ทำไมชีวิตเธอถึงได้น่าสงสารขนาดนี้เนี่ย"

กฤตย์อ่านสมุดบันทึกต่ออย่างใจจดจ่อ โดยไม่ทันสังเกตเลยว่า ไม่ไกลออกไปนัก นัทธมนกำลังนั่งเท้าคางมองเขาอย่างหลงใหล...

โลกหมุนรอบตัวเองครบหนึ่งรอบ กายทิพย์ของพระธุดงค์ ปรากฏขึ้นเพื่อรับนัทธมนกลับ เธอเศร้าใจที่ต้องกลับเพราะ

ยังไม่ทันรู้เลยว่าวรดาตายอย่างไร ถามว่าจะกลับมาที่ภพนี้อีกได้ไหม พระธุดงค์ส่ายหน้า

"เจ้ามีภาระที่ภพของเจ้า...แม่ผู้ให้กำเนิดเขารอเจ้าอยู่นะ... นั่นแหละเป็นสิ่งที่พึงกระทำ ทดแทนบุญคุณบิดามารดา"

นัท ธมนเหลียวมองรอบกายอย่างมีกังวล ตัดใจลงนั่ง หลับตาทำสมาธิ แสงจากกายทิพย์ของพระธุดงค์อาบไล้ทั่วใบหน้าของนัทธมน สว่างเป็นประกาย เธอค่อยๆลืมตาขึ้นอีกครั้ง พบว่าตนเองนั่งอยู่ท่าเดิมในสนามหญ้าบ้านตัวเอง มนทิราก็นั่งอยู่ที่เดิมเช่นกัน นัทธมนตกใจคิดว่าแม่นั่งรอเธออยู่ทั้งวัน

"วันอะไรล่ะ ยากันยุงยังไม่หมดครึ่งขดเลย หนูหลับตาแล้วก็ลืมตาขึ้นมาเนี่ย"

นัท ธมนงงว่าเป็นไปได้อย่างไร พระธุดงค์อธิบายว่า เวลาระหว่างภพทั้งสองไม่เท่ากัน มนทิราอยากรู้ว่าลูกไปเห็นอะไรมาบ้าง นัทธมนเล่าให้แม่ฟังว่าเห็นตัวเธอเองในภพที่แล้ว...

ปิดเทอมแล้ว พ่อแม่ของถุงแป้งเลยอยากให้เธอกลับไปอยู่บ้านที่เพชรบูรณ์ ถุงแป้งชวนนัทธมนไปส่งเธอที่สถานีรถไฟ โดยมีกฤตย์ขับรถให้ หลังจากส่งถุงแป้งขึ้นรถไฟเรียบร้อย กฤตย์ชวนนัทธมนนั่งกินก๋วยเตี๋ยวร้านข้างสถานีรถไฟ นัทธมนถามเขาว่าเชื่อเรื่องอดีตชาติไหม กฤตย์จ้องนัทธมนเขม็ง แล้วพยักหน้า

"เวลาระหว่างภพของคนเราไม่เท่ากัน วันทั้งวันของคนในอดีต เราอาจเห็นได้ในแค่หนึ่งนาที"

กฤตย์ บอกว่าเหมือนกับทฤษฎีสัมพันธภาพของไอน์สไตน์ แล้วอธิบายว่า "เวลาเรามองรถไฟวิ่งผ่านไป เราจะเห็นคนบนรถไฟผ่านไปเร็วมาก จนเราไม่เห็นว่าเขากำลังทำอะไรอยู่... ส่วนคนบนรถไฟ เขาก็เห็นเราอยู่ที่ตรงนี้ ผ่านเขาไปเร็วมากเหมือนกัน"

"เหมือนกับเวลาของเรากับเขาไม่เท่ากัน?"

"เวลา น่ะเท่ากัน ต่างกันที่เรื่องราว คนบนรถไฟมีเรื่องราวของเขา และเราก็มีเรื่องราวของเรา แต่ทั้งสองฝ่ายจะไม่เห็นเรื่องราวของกันและกัน"

"ชีวิตบนรถไฟยังอยู่ครบ และยังคงดำเนินอยู่ เพียงแต่ด้วยดวงตาของคนธรรมดาไม่อาจเห็นได้"

"แล้วเธอล่ะ...เชื่อเรื่องอดีตชาติไหม"

"หนู เชื่อเรื่องเวลาที่ไม่เท่ากัน   เวลาของคนที่อยู่ในความแค้น มันจะทุรนทุราย อาฆาต มากกว่าเวลาของคนที่อยู่ในความสุข...และเวลาของการชดใช้...มันจวนจะมาถึง แล้ว"

กฤตย์เศร้าใจมากที่เห็นนัทธมนมองมายังตัวเขาด้วยสายตาชิงชัง

ooooooo

ตอนที่ 8

วรดาเจอกฤตย์ขณะกำลังรอจ่ายเงินที่ร้านสะดวกซื้อ พอกฤตย์รู้ว่าวรดามาซื้อผ้าอนามัยให้ผาณิต รู้สึกเห็นใจวรดามาก ตำหนิผาณิตว่าควรจะมาซื้อของแบบนี้เอง แล้วถามว่ามีอะไรให้เขาช่วยบ้างไหม วรดายิ้มเศร้าบอกว่ายังพอสู้ไหว จากนั้นทั้งคู่ออกมายืนคุยกันต่อ หน้าร้านนั้น

"สัญญาได้ไหมครับว่า เมื่อไหร่ที่ไม่ไหวจะบอกผมเป็นคนแรก"

วรดาพยักหน้า ตื้นตันใจที่มีคนห่วงใยถึงกับน้ำตาซึม กฤตย์สงสารเช็ดน้ำตาให้  เป็นจังหวะเดียวกับรถของประพจน์ ที่มีปิติเป็นคนขับแล่นผ่านหน้าร้านไปช้าๆ วรดาเห็นพ่อมองมาทางเธอ รู้สึกหวั่นใจ...

คุณหญิงผกายังตามมาจองล้างจองผลาญวรดาไม่เลิก ตอนที่วรดากำลังนั่งจดบันทึกอยู่ในเรือนหลังเล็ก ไฟดับมืดตึ๊ดตื๋อ เธอเดินออกมามองไปทางเรือนใหญ่เห็นไฟสว่างไสว สร้อยเดินนวยนาดผ่านมาพอดี วรดาถามว่าฟิวส์ขาดหรือ ได้ความว่าต่อจากนี้ไปคุณหญิงผกาสั่งให้ตัดไฟเรือนหลังเล็กตั้งแต่สองทุ่ม

"แล้วฉันจะเอาไฟฟ้าที่ไหนใช้ล่ะ"

"นอนสิ...เขาไม่ตัดน้ำด้วยก็บุญเท่าไหร่แล้ว ยังจะเรื่องมากอีก"

วรดาหมดความอดทน เดินจ้ำพรวดๆขึ้นไปบนเรือนใหญ่ แต่ต้องชะงักเมื่อเห็นพ่อนั่งอ่านหนังสืออยู่ในห้องนั่งเล่น ผาณิตกำลังบีบนวดขาให้ท่าน ส่วนคุณหญิงผกาถือถ้วยเครื่องดื่มร้อนๆควันกรุ่นมาวางตรงหน้าพ่อ ช่างเป็นภาพครอบครัวที่อบอุ่น วรดานึกน้อยใจในโชคชะตาของตัวเอง เดินกลับไปยังเรือนหลังเล็กอย่างเดียวดาย...

เช้าวันถัดมาก็เป็นเหมือนเมื่อวาน วรดาตื่นตีสี่ทำกับข้าวให้พ่อ คุณหญิงผกากับผาณิตใส่บาตรโดยที่พ่อคิดว่าเป็นฝีมือผาณิต  วรดาแอบข้างรั้วนั่งพนมมือฟังเสียงพระสงฆ์ ให้พร ไม่มีใครเห็นเธอ...

เย็นวันเดียวกัน กฤตย์พาวรดามานั่งกินบะหมี่รถเข็นข้างทาง วรดาระบายความคับแค้นใจให้กฤตย์ฟัง เขาแนะนำให้เธอบอกเรื่องนี้กับประพจน์ วรดาไม่อยากทำให้พ่อไม่สบายใจ กฤตย์ไม่รู้จะช่วยอะไร ได้แต่คอยเป็นกำลังใจให้ วรดาซาบซึ้งใจ ขอบคุณที่เขารับฟังเธอ

ระหว่างนั้น รถของคุณหญิงผกาแล่นผ่านหน้าร้านบะหมี่ ผาณิตกับคุณหญิงผกาเห็นวรดากับกฤตย์แต่สองหนุ่มสาวไม่เห็นพวกนั้น  ผาณิตไม่พอใจมาก บอกแม่ว่าต้องจัดการกับวรดา อย่าให้นังนั่นมีหน้ามีตาทัดเทียมกับเธอ คุณหญิงผกายิ้มเจ้าเล่ห์ เธอมีแผนไว้เล่นงานวรดาแล้ว

ooooooo

ทันทีที่วรดาวางถ้วยกาแฟลงตรงหน้าประพจน์ เขาต่อว่าเธอที่ไม่ยอมตื่นใส่บาตรให้แม่ตัวเอง ผาณิตซึ่งไม่ใช่ลูกแท้ๆของวารี กลับมีน้ำใจมากกว่า วรดาไม่รู้จะแก้ต่างอะไร ได้แต่กล่าวขอโทษ

"ถ้าจะนัดเจอกฤตย์ก็ให้มาพูดคุยที่บ้าน ออกไปเจอกันข้างนอกบ่อยๆมันไม่งาม"

"วันนั้น หนูไปซื้อของให้ผาณิต แล้วไปเจอคุณกฤตย์ โดยบังเอิญค่ะ"

ประพจน์ซักว่าไปซื้ออะไร วรดายังไม่ทันตอบ ผาณิตที่เพิ่งเดินเข้ามาชิงพูดขึ้นก่อน  "ซื้ออะไรดีล่ะ  เอาให้มันดูน่าสงสารหน่อยนะ...ผ้าอนามัยเป็นยังไง จะได้ดูถูกหมิ่นเกียรติหมิ่นศักดิ์ศรีหน่อย"

ประพจน์ปรามผาณิตว่าอย่ายุ่ง เขากำลังพูดกับวรดาอยู่ ผาณิตไม่ยุ่งไม่ได้เพราะวรดาเอาชื่อเธอไปแอบอ้างเพื่อจะออกไปหาผู้ชาย ประพจน์ถามคาดคั้นว่าตกลงวรดาออกไปซื้ออะไรให้ผาณิต วรดาอึกๆอักๆไม่รู้จะตอบอย่างไร ประพจน์ส่ายหน้า ตำหนิว่าจะทำอะไรขอให้นึกถึงวิญญาณแม่ของตัวเองบ้าง

"ทุกวันนี้ ที่รดาเป็นอยู่ก็เพราะนึกถึงวิญญาณคุณแม่ นี่แหละค่ะ" วรดาพูดอย่างน้อยเนื้อต่ำใจ

ประพจน์ไม่พอใจ หาว่าวรดาเถียงคำไม่ตกฟาก  วรดานิ่งเงียบไม่พูดอะไรอีก...

หลังเลิกเรียน ขณะวรดากำลังเดินอยู่ริมถนนใกล้ถึงซอยเข้าบ้าน กฤตย์ขับรถมาเทียบ บีบแตรทัก วรดาหันไปเห็น แทนที่จะหยุดทักทายเหมือนเช่นเคย เธอกลับจ้ำพรวดๆหนี กฤตย์คุยอะไรด้วย วรดาพูดกับเขาแบบถามคำตอบคำ คอยชะเง้อมองเกรงจะมีใครเห็น ขอร้องว่าช่วงนี้เราสองคนอย่าเพิ่งเจอกันเลย

ทันใดนั้น ปิติขับรถมาจอดเทียบเช่นกัน ร้องถามวรดาว่าจะกลับบ้านเลยไหม วรดายิ่งไม่สบายใจมากขึ้น ย้ำกับกฤตย์อีกครั้งว่าอย่าเพิ่งยุ่งกับเธอ กฤตย์ไม่เข้าใจว่าทำไมเธอต้องทำตัวห่างเหิน ดึงมือเธอไว้ขอคุยให้รู้เรื่องก่อน ปิติเห็นท่าไม่ดีลงจากรถมาหาวรดา ถามว่ามีอะไรหรือเปล่า

วรดาเกรงเรื่องราวจะไปกันใหญ่ รีบกันปิติออกมา กฤตย์มองวรดาขึ้นรถไปกับปิติอย่างเสียน้ำใจ  หญิงสาวนั่งรถปิติมาได้แค่อึดใจ ขอลงก่อนถึงบ้าน ปิติกำลังจะไปหาประพจน์อยู่แล้ว ติดรถเขาไปบ้านเลยก็ได้ วรดาไม่อยากมีปัญหาขอลงตรงนี้ดีแล้ว

"ถ้ากลัวท่านนายพลดุ  ก็สบายใจได้ครับ  ผมขออนุญาตท่านเรียบร้อยแล้ว...รับรองครับว่าท่านไม่ว่าอะไรผมแน่"  ปิติพูดไปเรื่อย วรดาอัดอั้นตันใจมาก

"ตัวรดาไม่ใช่ของรดาแล้วเหรอคะ อยากทำอะไรกันควรจะบอกรดานะคะ ไม่ใช่ไปบอกกันเอง"

ปิติพยายามอธิบายว่าเธอเข้าใจผิด แต่วรดาไม่ฟัง เมินหน้าหนี นั่งน้ำตาซึมด้วยความน้อยใจ...

ครู่ต่อมา รถของปิติแล่นมาถึงลานจอดรถของบ้านโบราณ วรดาเห็นผาณิตนั่งคุยอยู่กับแกมแก้วถอนใจเฮือก ต้องมีปัญหาตามมาอีกแน่นอน รีบขอตัวไปพักผ่อนอ้างว่าไม่ค่อยสบาย ผลุนผลันลงจากรถ

ooooooo

คุณหญิงผกาไม่ปล่อยเวลาให้เนิ่นนาน รอจังหวะที่วรดากำลังจะไปโรงเรียน  วางแผนหลอกใช้วรดา

ไปรดน้ำต้นไม้ พอเธอวางกระเป๋านักเรียนทิ้งไว้ คุณหญิงผกาแอบเอาถุงยางอนามัยกับยาคุมกำเนิดซ่อนไว้ในนั้น วรดารดน้ำต้นไม้เสร็จ รีบคว้ากระเป๋านักเรียนจะออกไป แต่ต้องหยุดกึกเมื่อเห็นประพจน์ดักรออยู่

"ตามพ่อไปที่เรือนใหญ่เดี๋ยวนี้"  ประพจน์เดินนำ

วรดาไป

ครู่ต่อมา สองพ่อลูกมาถึงห้องรับแขก วรดาเห็นคุณหญิงผกา ผาณิตกับสร้อยจ้องมาทางตนเองด้วยสายตาไม่เป็นมิตร เธอรู้ทันทีว่าต้องมีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้นกับเธอแน่ๆ เป็นจริงอย่างวรดาคาดไว้

"ผาณิตเขาบอกว่าเห็นเราออกมาจากโรงแรม" ประพจน์จ้องหน้าวรดาอย่างจับพิรุธ

"คุณพ่อ...อะไรกันคะ...คุณพ่อเชื่อเขาเหรอคะ"

"ถ้าพ่อเชื่อ คงไม่เรียกเรามาสอบถามหรอก...วันนี้มีเรียนอะไรมั่ง"

"ก็ตามตารางสอน คุณพ่อจะตรวจกระเป๋าลูกดูมั้ยล่ะคะ"

"ทำไมไปท้าท่านนายพลแบบนั้น เราคิดว่ายังไงท่านก็ไม่ดูกระเป๋าเราใช่มั้ย" คุณหญิงผกาพูดแทรก

ประพจน์หลงกลคุณหญิงผกาจนได้ สั่งวรดาให้ส่งกระเป๋านักเรียนให้ พอเขารูดซิปกระเป๋าใบนั้นดูถึงกับโกรธจนหน้าแดงก่ำ หยิบถุงยางอนามัยกับแผงยาคุมกำเนิดออกมา

"นี่มันวิชาอะไร"

วรดาตกใจ ปฏิเสธลั่นว่าไม่ใช่ของเธอ ประพจน์ไม่ฟังคำแก้ตัวใดๆลากวรดาถูลู่ถูกังไปยังเรือนหลังเล็ก ซักว่าผู้ชายคนนั้นเป็นใคร วรดาบอกทั้งน้ำตาว่าไม่มีใคร ประพจน์ไม่เชื่อ เหวี่ยงเธอลงไปตรงลานหน้าเรือน สั่งเสียงลั่นว่าต่อจากนี้ไปไม่ต้องไปเรียนอีกแล้ว วรดาอ้อนวอนขอร้องอย่างน่าสงสาร หยิบกระเป๋านักเรียนกอดไว้แน่น จะไปโรงเรียนให้ได้ คุณหญิงผกากับผาณิตกันไว้

"หนูจะไปโรงเรียน หนูอยากเรียน หนูไหว้ล่ะค่ะ อย่าแกล้งหนู สงสารหนูเถอะ"

ผาณิตกระชากกระเป๋านักเรียนจากวรดา จนเธอล้มลงกับพื้น "เดี๋ยวก็ออกไปหาผู้ชายอีก"

"จากนี้ไป ทำงานอยู่หลังบ้านนี่แหล่ะ...ผกา ไปลาออกให้มันด้วย" ประพจน์เดินออกไปอย่างเสียใจ

วรดาจะตามไปขอความเมตตาจากพ่อ แต่ถูกสองแม่ลูกดึงตัวไว้ ประพจน์ไม่หันกลับมามองอีกเลย วรดาเสียใจมาก ซบหน้าลงกับพื้น ร้องไห้คร่ำครวญเรียกแม่ให้ช่วยเธอด้วย คุณหญิงผกายิ้มสะใจ เย้ยว่าอยู่ไม่ไหวก็ออกไปอยู่ที่อื่น ผาณิตเทหนังสือในกระเป๋าใส่หัววรดา สองแม่ลูกตัวแสบเดินหัวเราะร่วนออกไป...

นัทธมนสะดุ้งตื่นเพราะมือกฤตย์ที่เอื้อมมาจับมือเธอไว้ เช็ดน้ำตา  เหลียวมองไปรอบๆอย่างงงๆ  กฤตย์ขยับออกห่าง บอกว่าถึงบ้านแล้ว นัทธมนดึงมือออก ถามว่าทำอะไร กฤตย์โกหกว่าเห็นเธอหลับ เลยเขย่ามือปลุก นัทธมนพยักหน้า ไม่ติดใจสงสัยอะไร ขอบคุณเขาที่มาส่ง

"ฝันอะไรเหรอ ถึงได้น้ำตาไหลออกมา"

นัทธมนนิ่งคิด ส่ายหน้าปฏิเสธว่าไม่ได้ฝัน แล้วลงจากรถเดินเข้าบ้าน

ooooooo

นัทธมนรีบลุกขึ้นแต่งตัวแต่เช้า   ตรงไปยังโรงเรียนเก่าที่วรดาเคยเรียน สอบถามประวัติของเธอจากคุณครูธุรการ ได้ความว่า วรดาเรียนไม่จบหลักสูตร เพราะผู้ปกครองมาลาออกก่อนสอบไล่เทอมสุดท้ายไม่นาน นัทธมนแปลกใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับวรดา...

เรื่องของนัทธมนยังเป็นหัวข้อสนทนาบนโต๊ะอาหารมื้อค่ำของปิติ เกตุมณี ถุงแป้ง และกฤตย์ วันนี้เกตุมณีไม่เห็นนัทธมนมาทำงาน กฤตย์บอกว่าเธอโทร.มาลาหนึ่งวัน อ้างว่ามีธุระต้องจัดการ  ปิติอยากเจอหน้านัทธมนแบบจังๆอีกสักครั้ง วันก่อนเขายังไม่มีโอกาสได้คุยกับเธอ  เกตุมณีเห็นดีด้วย

"นัดเด็กนั่นมากินข้าวด้วยกันสักครั้งเถอะนะ"

"จะลองชวนดูแล้วกันนะ" กฤตย์ถอนใจหนักใจ...

ขณะ เดียวกัน มนทิราสงสัยว่าวันนี้ลูกสาวของเธอหายไปไหนมา งานการก็ไม่ไปทำ ทีแรกนัทธมนกะจะปิดแม่ที่เธอไปสืบเรื่องของวรดา แต่สุดท้ายแล้วอดไม่ได้ต้องเล่าให้ฟัง

"หนูเข้าใกล้ความจริงเข้าไปทุกทีแล้วล่ะค่ะคุณแม่" นัทธมนมั่นอกมั่นใจ...

ไม่รู้ ว่าแกมแก้วเกิดเฮี้ยนอะไรขึ้นมา รีบมาหากฤตย์ที่สำนักงานแต่เช้า บอกว่าอยากให้ลินจันทร์เข้าโรงเรียน กฤตย์ เห็นดีด้วย ส่วนเรื่องค่าใช้จ่ายทั้งหมดเขาดูแลให้เอง

"ค่าใช้จ่ายพี่กฤตย์ต้องเป็นคนดูแลอยู่แล้ว แต่แก้วต้องการให้ยายลินไปอยู่ต่างประเทศ"

กฤตย์ คัดค้านหัวชนฝา ลินจันทร์ยังเด็กเกินไป ดูแลตัวเอง ก็ไม่ได้  แกมแก้วอ้างว่าโรงเรียนที่นั่นมีคนดูแลให้  กฤตย์ ขอร้องให้เธอมีเหตุผลหน่อย ปัญหาไม่ใช่เรื่องเงิน

"อย่าพูดให้ตัวเองดูดีเลย พี่กฤตย์งกกับลูกของแก้วจะเก็บสมบัติเอาไว้ให้ยายแป้งสิ แล้วไหนจะนังวรดานั่นอีก มันกลับมาแล้วนี่"

"เขาชื่อ...นัทธมน"

จังหวะ นั้น นัทธมนเข้ามาในห้องพอดี แกมแก้วหันไปมองนัทธมน บอกว่าเธอไม่ยอมเด็ดขาด แล้วเดินออกจากห้อง นัทธมนยืนนิ่ง สงสัยว่ากฤตย์กับแกมแก้วพูดอะไรถึงตนเอง กฤตย์มองออกว่านัทธมนสงสัย รีบถามกลบเกลื่อนว่าเมื่อวานไปทำอะไรมา นัทธมนบอกไม่ได้เพราะเป็นเรื่องส่วนตัว

กฤตย์เปลี่ยนเรื่องพูด "เดี๋ยวเสร็จงานแล้ว เชิญกินข้าวเที่ยงด้วยกันหน่อย...เรื่องงาน ไม่ใช่เรื่องส่วนตัว" แล้วก้มหน้าก้มตาทำงานต่อ ไม่สนใจนัทธมนอีก เธอมองเขา ไม่เคยรู้สึกถูกชะตาด้วยเลย...

ณ ห้องทำงานของปณิตา แกมแก้วมองปณิตาที่เหวี่ยงหนังสือพิมพ์ลงบนโต๊ะอย่างฉุนเฉียว ป้าสร้อยถึงกับสะดุ้งโหยง

ปณิ ตาเจ็บใจที่เรื่องไฟไหม้โมเดลคอนโดฯกลายเป็นข่าวใหญ่ของ นสพ.แทบทุกฉบับ แกมแก้วว่าถ้าเธอเป็นคนซื้อ ไฟมาไหม้ตึกจำลองวันเปิดตัวแบบนี้ เธอก็ขอยกเลิกสัญญาเหมือนกัน

"ไม่รู้สึกเหรอคะว่างานนั้นมีตัวซวยไปด้วย" ป้าสร้อยสาระแนตามเคย

"นังวรดา"

"เขาบอกว่าเขาชื่อ นัทธมน...มันต้องมีอะไรเกี่ยวโยงกันแน่ๆ" แกมแก้วสีหน้าครุ่นคิด

ปณิ ตาอยากรู้ว่าเราจะไปหาคำตอบนี้จากไหน ป้าสร้อยอาสาจัดการให้ จากนั้น ป้าสร้อยพาปณิตากับแกมแก้วมาถึงบ้านไม้หลังเก่ากลางชุมชนแออัด  ซึ่งเป็นที่รู้จักว่าเป็นตำหนักทรงของเจ้าพ่อ ป้าสร้อยเดินนำขึ้นไปบนตำหนัก เห็นคนทรงเอาธูปกำใหญ่ฟาดลงบนขันนํ้ามนต์ เถ้าของธูปแตกกระจาย

"มา...ลูกเอย มาลูกพ่อ" คนทรงพูดไทยจบก็ท่องคาถาเป็นภาษาเขมรชุดใหญ่ แล้วตะโกนลั่น

แกม แก้วกับปณิตาสะดุ้งโหยง ลูกศิษย์เชิญทั้งสามคนไปนั่งหน้าสุด คนทรงหลับตาพึมพำด้วยภาษาเขมร ลูกศิษย์อีกคนเลื่อนบาตรมาตรงหน้า ป้าสร้อยใส่เงินลงไปสามร้อยบาทแกมแก้วกับปณิตาทำตาม

"ปะกาญะสะรังเวียง...เขาตามมาแล้ว เขาตามพวกเอ็งมาแล้ว เขาตามมาทันแล้ว"

แกมแก้ว ปณิตา กับป้าสร้อยมองหน้ากันรู้สึกหวั่นใจ

ooooooo

ปิติ กับเกตุมณีนั่งจ้องหน้านัทธมนไม่วางตา ถุงแป้งซึ่งนั่งร่วมโต๊ะอาหารอยู่ด้วย ติงพ่อกับแม่ว่าเล่นจ้องหน้ากันแบบนี้นัทธมนเขินแย่ เกตุมณีกับปิติช่วยกันซักถามประวัติของนัทธมนว่าเป็นลูกเต้าเหล่าใคร แต่ต้องผิดหวังเพราะเธอไม่ใช่ลูกประพจน์กับวารี กฤตย์ถอนใจเฮือก ขอร้องให้เปลี่ยนเรื่องคุย

"ไหนน้ากฤตย์บอกว่านัดกินข้าวคุยเรื่องงาน"

"อย่าไปว่าตากฤตย์เลยนะ เราสองคนอยากเจอหนูจริงๆ"

นัท ธมนมองเกตุมณีอย่างเกรงใจ แต่หันไปบอกกฤตย์ ด้วยสายตาตำหนิ เธออึดอัดที่เป็นเป้าสายตาเลยขอตัวไปดื่มน้ำ ขยับจะลุกขึ้น ถุงแป้งอาสาไปหยิบให้ นัทธมนหยิบช้อนมาตักข้าวกินต่อ...

ในเวลา เดียวกัน แกมแก้วถามเจ้าพ่อว่าใช่วิญญาณดวงที่ว่าจริงๆหรือ เจ้าพ่อหลับตาท่องคาถาเป็นภาษาเขมร แล้วบอกว่าจิตอาฆาตของวิญญาณดวงนี้แรงและกล้าแข็งมาก ปณิตายังไม่ปักใจเชื่อนัก

"ก่อนตายเขาถูกกระทำเอาไว้มากเท่าไหร่ ต้องการใช้คืนมากเท่านั้น...เนียงละออ"

ป้า สร้อยขอให้เจ้าพ่อช่วยพวกเราด้วย เจ้าพ่อต้องช่วยอยู่แล้ว เพราะถือว่าพวกเจ้าเป็นลูกหลานของท่าน เจ้าพ่อแบมือ ลูกศิษย์เอาหมากพลูส่งให้ เจ้าพ่อเคี้ยวหมาก น้ำหมากสีแดงไหลออกจากปากดูน่ากลัวท่องคาถาภาษาเขมรงึมงำ...

ทันใด นั้น น้ำในแก้วที่นัทธมนยกขึ้นดื่มเปลี่ยนเป็นสีแดงราวกับเลือด เธอไม่รู้สึกตัวยังดื่มต่อ แต่แล้วเกิดเอะใจมองดูแก้วน้ำ ตกใจสำลักพรวด เลือดแดงก่ำเลอะเต็มหน้า นัทธมนโยนแก้วทิ้ง กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งอยู่ในปาก ชวนคลื่นไส้ กฤตย์ร้องถามว่าเป็นอะไรไป

นัทธมนมองแก้วน้ำที่แตก กระจายเกลื่อนพื้น มันไม่ได้เป็นสีแดง เป็นเพียงน้ำเปล่าธรรมดา เธอจับปากจับคางตัวเอง ไม่มีเลือด กลิ่นคาวก็ไม่มี ทุกคนมองเธอเป็นตาเดียวกัน นัทธมนหายใจหอบเหนื่อย ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับตนเอง กฤตย์มองเธออย่างสงสัย...

ป้าสร้อย ถามเจ้าพ่อว่าเกิดอะไรขึ้น เจ้าพ่อหัวเราะร่า บอกว่าไม่เคยเจอวิญญาณดวงไหนพลังแรงกล้าอย่างนี้มาก่อน ปณิตาหาว่าเจ้าพ่อมั่ว พูดเองเออเอง

"พวกเจ้าสงสัยในบารมีข้างั้นเรอ ะ ได้...ข้าก็อยากรู้ เหมือนกันว่ามันจะแน่สักแค่ไหน"  เจ้าพ่อท่องคาถาอีกครั้ง ตัวเขา เริ่มสั่น...ด้านนัทธมนได้ยินเสียงท่องคาถาชัดเจน โดยที่ไม่มีคนอื่นได้ยิน เธอเวียนหัวเป็นลมหมดสติไป ทันทีที่นัทธมน ทรุดฮวบ แกมแก้วก็ล้มตึงเช่นกัน แล้วเริ่มดิ้นเร่าๆเหมือนถูกน้ำร้อนลวก ลูกศิษย์ช่วยกันล็อกตัวไว้ เจ้าพ่อยิ้มราวกับรู้ว่ากำลังเกิดอะไรขึ้น

แกมแก้วกับเจ้าพ่อประลอง พลังใส่กัน เจ้าพ่อเงื้อธูปกำใหญ่ในมือฟาดใส่เธอ พร้อมกับท่องคาถา สักพักแกมแก้วเลือดกำเดาไหล ร่างเจ้าพ่อโงนเงนก่อนหงายท้องตึง แกมแก้วจ้องหน้าปณิตากับป้าสร้อย

"พวกแกต้องชดใช้...พวกแกทุกคนต้องชดใช้" แกมแก้วหมดสติไป ท่ามกลางความตกตะลึงของทุกคน

ooooooo

ใน เวลาต่อมา นัทธมนสะดุ้งเฮือกรู้สึกตัวตื่น กฤตย์เอาสำลีชุบแอมโมเนียออกจากหน้าเธอ ถามอย่างห่วงใยว่าเป็นอะไรมากหรือเปล่า นัทธมนมองไปรอบๆพยายามนึกทบทวนสิ่งต่างๆ จำได้ว่าตัวเองหมดสติไปทั้งเกตุมณี ปิติ กับถุงแป้งต่างมองด้วยความเป็นห่วง กฤตย์แนะให้ไปหาหมอ นัทธมนส่ายหน้า

"หนูอยากกลับบ้าน"

กฤตย์อาสาไปส่ง ทีแรกนัทธมนไม่ยอม แต่เธอเหนื่อยเกินกว่าจะกลับเอง...ขณะกฤตย์กับนัทธมนนั่งรถไปด้วยกัน กฤตย์ซักว่าจำเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ไหม นัทธมนส่ายหน้า จำได้แค่ตาลาย แล้วก็หมดสติไป

"พักผ่อนให้มากหน่อยก็แล้วกัน  น่าจะเกี่ยวกับความดันนะ"

"ความดันเลือด?"

"ความดันทุรัง" กฤตย์ยิ้ม ขณะที่นัทธมนค้อนขวับ...

ปณิ ตา แกมแก้ว กับป้าสร้อยนั่งคุยกันอยู่ในร้านอาหารแห่งหนึ่ง แกมแก้วจำเรื่องที่เกิดขึ้นไม่ได้เลย ถามป้าสร้อยว่าเจ้าพ่อว่าอย่างไรบ้าง ได้ความว่าเจ้าพ่อให้พวกเรารอจนถึงวันพระหน้า ค่อยว่ากันใหม่

"แปลว่า นังเด็กนั่นคือวรดากลับชาติมาเกิดจริงๆ

งั้นเหรอ" แกมแก้วหวั่นใจอย่างบอกไม่ถูก

"ไม่ต้องห่วงค่ะ ยังไงมันก็เป็นคน ไม่ใช่ผี ไม่ต้องไปกลัวมัน"

"แกจะเป็นนัทธมนหรือวรดา ฉันก็ไม่เกรงกลัวแกหรอก" ปณิตาเสียงเข้ม...

คืน นี้ นัทธมนเข้านอนแต่หัวคํ่าด้วยความอ่อนเพลีย มนทิราคิดว่าลูกทำงานหนัก เลยแนะให้เรียนหนังสืออย่างเดียว ทำงานไปด้วยเรียนไปด้วยเดี๋ยวร่างกายจะไม่ไหว

"ไหวค่ะ ไอ้ที่หนูเจอนี่ หนูว่ายังน้อยกว่าที่วรดาเขาเจออีกนะคะ"

"เรารู้แล้วเหรอว่าวรดาเขาเจออะไรมามั่ง"

นัทธมนส่ายหน้า กล่าวราตรีสวัสดิ์ มนทิรายังบอกราตรีสวัสดิ์ลูกไม่จบ นัทธมนหลับไปแล้ว...

ขณะเดียวกัน พระธุดงค์รูปเดิมปักกลดนั่งสมาธิอยู่กลางป่า ลมพัดกระโชกแรงเข้ามา ท่านลืมตาขึ้นแล้ว

ถอนใจ เป็นห่วงในชะตากรรมของสัตว์โลก

ooooooo

นัท ธมนกำลังเดินคุยกับติสรณ์ระหว่างทางไปห้องเรียน ถุงแป้งกึ่งเดินกึ่งวิ่งเข้ามาชวนนัทธมนไปงานวันเกิดของเธอในวันอาทิตย์ที่ จะถึงนี้ ติสรณ์ร้องจะไปด้วย ถุงแป้งถามว่าใครชวน

"ฉันไปกับนัทต่างหาก"

นัทธมนยิ้มบางๆ เหนื่อยใจกับความงอแงของเพื่อนทั้งสองคน...

กฤตย์สั่งงานนัทธมนซึ่งกำลังยืนถ่ายเอกสารอยู่ด้วยท่าทางเหมือนคนป่วย กำชับว่าถ่ายเอกสารเสร็จแล้วเอาไปเข้าเล่มด้วย แล้วทำสำเนาเพิ่มอีกห้าชุด นัทธมนขอเบิกเงินค่าเข้าเล่ม

"ไปเบิกที่บัญชี บอกว่างานหมู่บ้านริมนํ้า...ถ่ายเอกสารเสร็จขอนํ้าอุ่นแก้วนึงนะ"

นัทธมนรับคำเหนื่อยๆ สักพักเธอเอาแก้วนํ้ามาวางตรงหน้ากฤตย์ ก่อนที่เธอจะเตือนเขาว่านํ้าร้อน กฤตย์ยกแก้วขึ้นดื่มเสียก่อน แล้วสำลักพรวด นํ้าร้อนลวกปาก เขาต่อว่าเธอน่าจะบอกให้เร็วกว่านี้ และที่สำคัญเขาขอน้ำอุ่นไม่ใช่น้ำร้อน นัทธมนแตะแก้วน้ำบอกกวนๆว่า น้ำอุ่นแล้ว ก่อนหอบเอกสารออกไป...

นัทธมนเดินลงมาจากสำนักงาน หันไปมองยังเรือนหลังเล็กของวรดา เห็นแกมแก้วกำลังไขกุญแจเข้าไปข้างใน นัทธมนค่อยๆย่องตามไปแอบมองตรงรอยแตกของฝาบ้าน เห็นแกมแก้วเปิดตู้เสื้อผ้าของวรดาหยิบเสื้อออกมาหนึ่งตัว นัทธมนมองอย่างสงสัย...

คืนวันเดียวกัน แกมแก้ว ปณิตา กับป้าสร้อยเอาเสื้อของวรดาไปให้คนทรงที่ตำหนักทรง คนทรงยังต้องการส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกายวรดาในภพนี้ อย่างเช่น เล็บ เส้นผม ฟัน น้ำลายหรืออะไรก็ได้จากสังขารของเธอ ปณิตารับปากว่าจะหามาให้ทันคืนวันเพ็ญที่จะถึงนี้

"ดี...ถ้าได้ของมาครบ ข้าก็จะเริ่มลงมือ...วันพระหน้านี้ มันจะต้องพินาศ"

ปณิตา แกมแก้ว และป้าสร้อยมองหน้ากันยิ้มอย่างยินดีปรีดา

ooooooo

มนทิราตักบาตรเสร็จ ทยอยเก็บของเข้าบ้าน พระธุดงค์รูปเดิมมาหยุดยืนตรงหน้า มนทิราทั้งแปลกใจ ทั้งดีใจ รีบนิมนต์ท่านเข้าบ้าน จัดที่ทางให้นั่งเก้าอี้ตรง ระเบียงร่มรื่นหน้าบ้าน มนทิรานั่งพับเพียบกับพื้น

"เสียดายลูกสาวไม่อยู่ ออกไปช่วยเตรียมงานวันเกิดเพื่อนตั้งแต่เช้ามืด"

พระธุดงค์แวะมาเยี่ยมเยียนครั้งนี้ เพื่อมาเตือนนัทธมนต้องหมั่นสร้างบุญสร้างกุศลให้มากๆ มนทิราถามอย่างร้อนใจว่า ลูกสาวของเธอกำลังจะมีเคราะห์หรือ พระธุดงค์เลี่ยงที่จะตอบตรงๆ

"เอาเป็นว่า สวดมนต์ภาวนาทำสมาธิให้เป็นกิจวัตร แล้วจะเห็นหนทางสว่างมากขึ้น"

มนทิราใจคอไม่ดีหวั่นเกรงว่านัทธมนจะเป็นอะไรมาก ขณะที่พระธุดงค์ถอนใจ หนักใจ...

ในเวลาเดียวกัน นัทธมนกับติสรณ์กำลังช่วยถุงแป้งยกอาหารมาวางที่โต๊ะสนามหน้าบ้าน เกตุมณีกับปิติยกอาหารอีกสองสามอย่างตามมา นัทธมนไม่เห็นกฤตย์ ถามถุงแป้งว่าเขาไปไหน เกตุมณีชิงตอบคำถามแทนลูกสาวว่าเป็นไข้ นอนอยู่บนห้องนอน ถุงแป้งวานนัทธมนเอาขนมเค้กไปให้เขา

"เธอให้เองสิ เธอเป็นเจ้าของงานวันเกิดนะ" นัทธมนเกี่ยง

"เธอเป็นเลขาฯไง ไม่ขึ้นไปดูเจ้านายหน่อยเหรอ"

นัทธมนยืนลังเลอยู่อึดใจ คว้าจานใส่ขนมเค้กเข้าไปในตัวบ้าน เดินเรื่อยมาจนถึงหน้าห้องหนังสือ เธอมองเข้าไปอย่างคุ้นเคย วางจานขนมเค้กไว้บนโต๊ะหน้าประตู แล้วเข้าไปสำรวจในห้องนั้น อึดใจ เธอกลับมาที่โต๊ะซึ่งวางจานขนมเค้กเอาไว้ มันเหลือแต่จานเปล่าๆ นัทธมนสงสัยเดินตามเศษขนมเค้กที่หกเลอะเป็นทาง

พอพ้นมุมตึก เธอเห็นเด็กหญิงคนหนึ่งกำลังแอบกินขนมเค้กอยู่ เด็กคนนั้นเงยหน้าขึ้นมาเห็นนัทธมนยืนมองอยู่ แกตัวสั่นด้วยความหวาดกลัว นัทธมนเข้าไปดึงตัวไว้ พยายามปลอบ

"ไม่ต้องกลัวค่ะ ไม่ต้องกลัว ไม่ได้จะทำอะไร"

เด็กน้อยยิ่งตื่นตระหนกส่งเสียงร้องอู้อี้อยู่ในลำคอ สะบัดตัวออกวิ่งหนีเข้าห้องตัวเอง ปิดประตูล็อกอย่างรวดเร็ว นัทธมนตามไม่ทัน หันหลังจะกลับ เห็นกฤตย์ในสภาพเหมือนคนป่วยยืนมองอยู่

"เขาชื่อลินจันทร์หลานฉันเอง เป็นลูกของแกมแก้ว แกเป็นใบ้"

นัทธมนสงสารในชะตากรรมของแก แล้วบอกเขาว่าถุงแป้งวานเธอเอาขนมเค้กมาให้ แต่ลินจันทร์กินไปหมดแล้ว กฤตย์พยักหน้ารับรู้ ขอน้ำอุ่นจากนัทธมนหนึ่งแก้ว สักพัก นัทธมนถือแก้วน้ำเข้าไปให้กฤตย์ในห้องหนังสือ ด้วยความเข็ดขยาด กฤตย์ถามก่อนดื่มน้ำว่ามีอะไรจะเตือนไหม นัทธมนส่ายหน้า แต่พอเขายกแก้วน้ำขึ้นดื่ม เธอกลับพูดขึ้นลอยๆว่า "ร้อน" กฤตย์ตกใจ พ่นน้ำพรวดออกมาทันที ทั้งๆที่ไม่รู้สึกว่ามันร้อน

"คนเรา...พอมันเคยโดนมาสักครั้ง มันก็ระแวงไปหมดแหละ" นัทธมนยิ้มสะใจ

"เหมือนที่เธอกลัวอดีตใช่มั้ย"

"หนูไม่มีอดีตอะไรให้ต้องกลัวนี่คะ"  นัทธมนจ้องหน้ากฤตย์ด้วยความชิงชัง ตัดสินใจถามเขาตรงๆว่าวรดาเป็นอะไรตาย เขาฆ่าเธอใช่ไหม กฤตย์อึ้งไปครู่หนึ่ง ก่อนพูดด้วยน้ำเสียงเศร้า

"ฉันอาจจะผิดที่ไม่สามารถดูแลชีวิตคนคนหนึ่งได้ทั้งหมด แต่ส่วนหนึ่งเขาก็ควรจะต้องดูแลชีวิตตัวเองด้วย...เหรียญมันมีสองหน้า...ชีวิต...ถ้าไม่ออกหัวก็ออกก้อย...เธอจะมาโทษฉันที่มันออกหน้า ซึ่งเธอไม่ต้องการงั้นเหรอ"

"อย่าพูดให้ตัวเองเป็นคนดีหน่อยเลย พูดยังไงคนที่ตายไปแล้วก็ไม่ฟื้นขึ้นมาได้หรอก...ฆาตกร"

กฤตย์มองสบตาเธอด้วยความขมขื่นใจ นัทธมนหยิบเหรียญสิบบาทขึ้นมาหนึ่งเหรียญ ปั่นลงบนโต๊ะจนหมุนติ้ว "เหรียญมันมีสองหน้า...เลือกสิว่าใครควรจะรับผิดชอบต่อความตายนั่น คุณหรือวรดา"

กฤตย์ไม่ตอบ ลุกเดินหนีออกจากห้อง ขณะที่เหรียญยังคงหมุนต่อ นัทธมนตามติด ร้องถามไล่หลังว่าชีวิตที่ดับไป เป็นความผิดของใครและใครต้องรับผิดชอบ กฤตย์หันขวับมา จับไหล่นัทธมนไว้

"ฟังนะ...ถ้าฉันจะมีส่วนผิดอยู่บ้าง ฉันเองก็ชดใช้มันอยู่ทุกวันอยู่แล้ว เธอคิดว่าฉันมีความสุขนักเหรอที่ต้องทนคิดถึงเธออยู่ทุกวันทุกคืนน่ะ...สิบแปดปี ไม่มีสักคืนที่ฉันไม่คิดถึงเธอ...คนลืมกับคนจำนะเธอคิดว่าใครทนทุกข์มากกว่ากัน" กฤตย์ รู้สึกตัว ปล่อยมือจากนัทธมนที่จ้องหน้าอย่างเอาเรื่อง

"...คุณต้องรับผิดชอบ" นัทธมนเดินจากไป ปล่อยให้กฤตย์มองตามด้วยความปวดร้าวใจ

จากนั้นนัทธมนเดินมาหาถุงแป้ง ขอตัวกลับก่อน อ้างว่าเวียนหัว แต่แทนที่จะกลับบ้าน เธอไปนั่งใจลอยอยู่ริมแม่น้ำแห่งหนึ่งจนเย็นย่ำ พระอาทิตย์ยามนี้ทำให้เธอเหงาใจยิ่งนัก...

น่าประหลาดที่เหรียญสิบบาทเหรียญนั้นยังคงหมุนอย่างเดียวดายภายในห้องหนังสือ แล้วค่อยๆหมดแรงในที่สุด...ส่วนกฤตย์นั่งเหม่อเศร้าอยู่ริมสระว่ายน้ำอย่างคนรู้สึกผิดเต็มหัวใจ...

ดึกดื่นวันเดียวกัน นัทธมนกำลังนอนหลับใหลอยู่บนเตียง มนทิราเข้ามาห่มผ้าให้ เห็นลูกโลกจำลองที่หัวเตียงนอนหมุนเร็วจี๋ เธอจับมันให้หยุด แต่ลูกโลกร้อนจัด จนต้องดึงมือกลับ มองลูกอย่างห่วงใย

"ลูกแม่...หนูผ่านอะไรมาบ้างเนี่ย...ลูกเอ๋ย"

นัทธมนฝันเห็นเรื่องราวในอดีตที่เกิดขึ้นกับวรดาอีกเช่นเคย...

ooooooo

ตอนที่ 7

ครู่ต่อมา แกมแก้วมาถึงสระว่ายน้ำ เห็นนัทธมนนั่งคุยอยู่กับถุงแป้งและกฤตย์ เธอเลี่ยงที่จะไม่สบตากับนัทธมน เรียกกฤตย์ออกมาคุยที่ห้องรับแขก โวยใส่พี่ชายตัวเองทันทีที่อยู่กันตามลำพัง ว่าให้นังเด็กนั่นมาที่นี่ทำไม กฤตย์เรียกนัทธมนมาสัมภาษณ์ เพื่อเป็นเด็กฝึกงานของบริษัท

"แก้วหาให้ก็ได้จะเอากี่คนบอกมา คนตกงานมีเป็นพันทำไมต้องเป็นนังเด็กที่ยังเรียนไม่จบด้วยซ้ำ"

"เพราะพ่อของเขาตายคาบริษัทเรา พี่ต้องรับผิดชอบ"

"เพราะหน้ามันเหมือนคนรักเก่าพี่กฤตย์มากกว่า...ยอมรับมาเถอะ"

"ถ้าพี่ยอมรับแล้วมันจะช่วยให้เราสบายใจขึ้นมั้ยล่ะ" กฤตย์ว่าแล้วเดินหนี แกมแก้วเจ็บใจมาก...

มนทิราถึงกับส่ายหน้าเมื่อรู้ว่านัทธมนจะไปฝึกงานที่บริษัทของกฤตย์   เธอรู้ทันว่าลูกอยากไปทำงานที่นั่นเพราะต้องการสืบเรื่องวรดา นัทธมนบอกแม่ว่าไม่ต้องเป็นห่วง เธอเอาตัวรอดได้

"หนูน่ะแม่ไม่ห่วงเท่าไหร่หรอก กลัวแต่ว่าหนูจะไปทำอะไรทางโน้นเขาน่ะสิ" มนทิราถอนใจเหนื่อยใจ

ooooooo

กฤตย์แสดงความยินดีกับปณิตาที่โครงการคอนโดฯย่านสุทธิสารของเธอมียอดจองสูงเป็นที่น่าพอใจ ทั้งที่ยังไม่ได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการ ปณิตาคุยว่าโครงการนี้น่าจะปิดยอดจองได้ภายในวันเปิดตัว แล้วบอกกฤตย์ว่าต้องมางานเปิดตัวให้ได้ เพราะเธอเชิญสื่อมาเพียบ

"ก็สื่อมางานเปิดตัวโครงการอยู่แล้วนี่"

"ตาหมายถึงเปิดตัวกฤตย์ต่างหาก สื่อเขาซุบซิบกันว่าเราน่ะกิ๊กกั๊กกัน ตาจะปิดข่าวไม่ไหวแล้วนะคะ"

"เดี๋ยวนะครับ เราแค่ทำงานด้วยกันเท่านั้นนะครับ"

ปณิตาย้ำว่าอย่างไรเสียเขาต้องมางานนี้ กฤตย์นิ่งคิดอยู่อึดใจ รับปากว่าจะมางาน แต่มีข้อแม้ว่าเขาจะพาเลขาฯคนใหม่มาด้วย ปณิตาไม่ขัดข้อง กระเซ้าว่า สมภารคงจะไม่กินไก่วัดใช่ไหม

"ไม่รู้สิครับ บังเอิญผมไม่ใช่สมภารซะด้วย" กฤตย์ยิ้มอารมณ์ดี...

กฤตย์อยากให้ปณิตา เกตุมณี และปิติเจอนัทธมนพร้อมกัน จึงโทร.ชวนเกตุมณีให้พาปิติมางานเปิดตัวโครงการนี้ด้วย เขาไม่ได้บอกอะไรพี่สาวมากไปกว่าอยากให้ทั้งคู่มาเจอใครบางคน   เกตุมณีพยายามซักไซ้ว่าใคร   กฤตย์ไม่ตอบ

บอกแค่ว่าถ้าเกตุมณีอยากรู้ต้องมางานนี้...

งานแรกที่นัทธมนทำเมื่อมาถึงบริษัทของกฤตย์คือนั่งแกร่วรอเจ้านาย เพราะเขาไม่ได้สั่งเลขาฯหน้าห้องว่าจะให้ นัทธมนทำอะไรหรือนั่งโต๊ะไหน กว่ากฤตย์จะมาถึงที่ทำงานก็เกือบเที่ยง เขาทำเป็นไม่เห็นนัทธมน เดินเข้าห้องทำงานหน้าตาเฉย เลขาฯหน้าห้องเลยพานัทธมนเข้าไปถามว่าจะให้นั่งทำงานที่ไหน

"นั่นสิ...คุณไปหาโต๊ะทำงานกับเก้าอี้มาตั้งในห้องนี้ชุดหนึ่งนะ" กฤตย์หันไปสั่งเลขาฯ

"หือ...นั่งในห้องนี้"

"ทำไมเหรอ ฉันขออาศัยนั่งร่วมห้องด้วย เธอคงไม่ขัดนะ"

นัทธมนกำลังจะอ้าปากพูด แต่กฤตย์ชิงพูดขึ้นก่อนว่าวันอาทิตย์นี้ เธอต้องไปงานเปิดตัวโครงการกับเขา แล้วถามว่ามีชุดสวยๆใส่ไปงานไหม ถ้าไม่มี จะให้เลขาฯพาไปซื้อ แล้วหักจากเงินเดือน

"คือไม่ใช่ค่ะ...ชุดน่ะมี แต่...หนูต้องไปงานนอกด้วยเหรอคะ"

"เธอมาเป็นเลขาฯ นายให้ทำอะไรก็ทำไปเถอะ"

นัทธมนมองหน้าเลขาฯ เธอได้แต่ยักไหล่ ราวกับจะบอกว่าไม่รู้เหมือนกัน นัทธมนปฏิเสธว่าไม่ไปงานนี้ กฤตย์บอกเสียงเข้มว่าห้ามปฏิเสธ หันไปสั่งเลขาฯไปจัดโต๊ะกับเก้าอี้มา เลขาฯรีบไปทำตามคำสั่ง นัทธมนดื้อดึงไม่ยอมไป อ้างว่าตัวเองเป็นแค่เด็กฝึกงานและที่สำคัญไปงานอะไรก็ไม่รู้

"เป็นหน้าเป็นตาบริษัท งานแบบเรามันต้องอาศัยมีคอนเนกชั่นเยอะๆ...อย่าทำให้บริษัทขายหน้าก็แล้วกัน...หรือว่าทำไม่ได้เรื่องแค่นี้" กฤตย์แหย่ นัทธมนต้องการเอาชนะ จึงตกปากรับคำ...

ใกล้เวลาเลิกงาน แกมแก้วแวะมาที่ทำงานของกฤตย์ ถามเลขาฯว่ากฤตย์อยู่ไหม ได้ความว่ายังทำงานอยู่ในห้อง แกมแก้วซักอีกว่าเลขาฯคนใหม่มาทำงานหรือเปล่า

เลขาฯพยักหน้า "...เดินลงไปข้างล่างค่ะ"

แกมแก้วเดินไปตามทางที่เลขาฯชี้ซึ่งเป็นทางเดินมุ่งไปยังเรือนหลังเล็ก แกมแก้วเดินอย่างเงียบกริบมาถึงหน้าเรือน เห็นนัทธมนพยายามจะเข้าไปข้างใน เธอตะคอกถามว่าทำอะไร นัทธมนสะดุ้งเฮือก หันมามองตามเสียงเห็นแกมแก้วเดินเข้ามาหาหน้าตาเอาเรื่อง เธอพยายามคิดหาข้อแก้ตัว

"แกต้องการจะกลับมาแก้แค้นใช่ไหม นังวรดา" แกมแก้วเดินวนดูหน้านัทธมนรอบตัว

"หนูชื่อนัทธมนค่ะ มาฝึกงาน หนูแค่เดินหลงมา"

"แกจะเข้าไปทำไมข้างใน...หา...บอกฉันมาซิ" แกมแก้วผลักนัทธมนจนเซ ก่อนที่เรื่องจะลุกลาม กฤตย์เข้ามาขัดจังหวะเสียก่อน แกมแก้วเลยหันมาโวยวายใส่พี่ชายตัวเองแทน

"พี่พาใครเข้ามาบ้านเรา...พี่รู้ไหมคะ...มันมาทำอะไรแถวนี้"

"พี่ให้เขามาเดินหากุญแจรถ ว่าหล่นอยู่แถวนี้รึเปล่า" กฤตย์หันไปพูดกับนัทธมนว่า "ฉันเจอแล้ว"

กฤตย์ขอตัวพานัทธมนไปก่อน อ้างว่ามีนัดด่วนกับลูกค้า แกมแก้วรู้ทันว่าเขาช่วยนัทธมน แต่ทำอะไรไม่ได้ ได้แค่มองตามทั้งคู่เดินลับสายตา ครู่ต่อมา กฤตย์ขับรถพานัทธมนแล่นมาตามทางด่วน นัทธมนถามว่าจะพาเธอไปไหน กฤตย์ไม่ตอบ กลับย้อนถามว่า

"มีอะไรที่เธอทิ้งเอาไว้ในบ้านหลังนั้นเหรอ...วรดา"

"หนูไม่ใช่วรดา"

"เธอต้องการอะไรกันแน่...นัทธมน ไม่ว่าเธอจะเป็นใครก็ตาม เธอต้องการอะไรกัน"

นัทธมนชำเลืองมองกฤตย์อย่างชิงชัง อยู่ๆรถที่กฤตย์ขับก็วิ่งเร็วขึ้นๆแม้เขาจะถอนเท้าออกจากคันเร่ง กฤตย์พยายามเหยียบเบรก แต่มันไม่ทำงาน เขาเหลือบมองนัทธมน เห็นมีเลือดกำเดาไหลเป็นทาง ตกใจถามว่าเป็นอะไรไป นัทธมนนั่งนิ่งเหมือนไม่รู้สึกตัว กฤตย์คิดว่าเธอกลัว เลยปลอบให้ใจเย็นๆ

แล้วเอื้อมมือหยิบกระดาษทิชชูที่เบาะหลังส่งให้ด้วยความเป็นห่วง รถยังคงเร่งความเร็วขึ้นอย่างน่าตกใจ กฤตย์บอกนัทธมนให้รีบคาดเข็มขัดนิรภัย แต่เธอไม่ได้ยิน เอาแต่จ้องเขม็งไปที่ถนนเบื้องหน้า กฤตย์ต้องขับรถปาดซ้ายปาดขวาเพื่อหลบหลีกรถคันอื่น นัทธมนยังไม่ยอมคาดเข็มขัดนิรภัย เขาปลดล็อกเข็มขัด
นิรภัยของตัวเองออก เอื้อมมือไปดึงเข็มขัดนิรภัยฝั่งนัทธมนมาคาดให้เธอ

นัทธมนสัมผัสได้ถึงความห่วงใยที่เขามีให้ แววตาแข็งกร้าวนั้นอ่อนลงแต่ยังคงความเกลียดชัง ทันใดนั้น มีเสียงมือถือของนัทธมนดังขึ้น เธอเหลือบมองหน้าจอเห็นเบอร์ของแม่โชว์อยู่ รถของกฤตย์เริ่มลดความเร็วลงเรื่อยๆ กฤตย์ลองแตะเบรกดูมันทำงานอีกครั้ง เขาถอนใจโล่งอก...

มนทิราร้องเอะอะด้วยความตกใจเมื่อนัทธมนเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ฟัง นัทธมนไม่รู้ว่าอยู่ดีๆทำไมรถเกิดรวนขึ้นมา ตอนนั้นมนทิรารู้สึกสังหรณ์ใจชอบกลถึงได้โทร.หาลูก แต่ลูกดันไม่รับสาย

"แหม...คุณแม่ เวลานั้นใครจะมัวมาคุยโทรศัพท์"

มนทิราพยักหน้าหงึกๆสบายใจที่ทั้งสองคนปลอดภัย เธอนิ่งคิดอยู่อึดใจ ก่อนโวยวายว่าเรื่องที่เกิดขึ้นต้องเป็นฝีมือของนัทธมนแน่ๆ นัทธมนเองก็หวั่นๆว่าจะเป็นเช่นกัน...

ถึงเวลานอนแล้ว นัทธมนยังนอนไม่หลับ นั่งตัดเล็บ อยู่บนเตียง ใจลอยคิดถึงเรื่องเมื่อตอนเย็นที่กฤตย์ถอดเข็มขัดนิรภัยตัวเอง เพื่อเอื้อมมาใส่เข็มขัดนิรภัยให้เธอ แววตาของเธออ่อนโยน แต่แล้วต้องสะดุ้งตื่นจากภวังค์เพราะตัดเล็บเข้าเนื้อเลือดไหลซิบๆ นัทธมนเอานิ้วโป้งคลึงที่แผล

"เลือด...มันต้องล้างด้วยเลือด" แววตาของนัทธมนแฝงด้วยความชิงชัง แต่ไม่แรงเท่าทุกครั้ง

ooooooo

เลขาฯหน้าห้องกฤตย์พานัทธมนมาเลือกซื้อชุดสำหรับไปงานในวันอาทิตย์ที่จะถึงนี้ โดยมีถุงแป้ง ตามมาเป็นเพื่อน นัทธมนบ่นงึมงำเป็นหมีกินผึ้งว่า ไม่อยากได้ชุดใหม่ เธอมีชุดใส่อยู่แล้ว

"ถ้าเราไม่ซื้อ ไม่เอานะ พี่ก็มีความผิด...เจ้านายเขาสั่งมา คิดว่าช่วยพี่ก็แล้วกัน"

"น้ากฤตย์เขาจริงจังกับงานเปิดตัวโครงการนี่มากนะ มันเป็นงานที่เขาดูแลอยู่ เรามันเด็กฝึกงานก็ถือว่าโอกาสดีนะ" ถุงแป้งช่วยเชียร์อีกแรง นัทธมนจำใจเดินเข้าไปลองชุดที่เลขาฯ เลือกให้...

หลังจากปณิตากับกฤตย์ตรวจความเรียบร้อยของสถานที่ จัดงาน กฤตย์ขอตัวกลับ บอกปณิตาว่าเจอกันอีกทีที่งานเลี้ยงคืนนี้เลย ปณิตากำชับให้เขาแต่งตัวหล่อๆมา เผื่อพวกนายแบงก์เห็นเธอควงคนหล่อจะได้ปล่อยเงินกู้ให้ง่ายๆ กฤตย์ท้วงว่า ค่ำนี้เขาควงเลขาฯอีกคนมางาน

"พูดจังเลย...ชักอยากเห็นซะแล้ว เลขาฯคนใหม่คุณ จะสวยกว่าตาแค่ไหน"

"เห็นแล้วคุณต้องอึ้งแน่ๆ" กฤตย์ยิ้ม เดินออกไป ปณิตา ยิ่งอยากเห็นหน้าเลขาฯคนนี้มากขึ้น...

ป้าสร้อยแปลกใจที่วันนี้ แกมแก้วลุกขึ้นมาแต่งหน้าทำผมแต่งตัวเต็มที่ อดถามไม่ได้ว่านึกอย่างไรถึงอยากจะออกงานขึ้นมา แกมแก้วอยากดูน้ำหน้านังเด็กเมื่อวานซืนคนนั้นว่าจะเก่งแค่ไหน

"...คุณ...วรดา...น่ะเหรอคะ" ป้าสร้อยสีหน้าหวาดหวั่นเมื่อพูดถึงชื่อนี้

"มันจะเป็นใครก็ช่าง ฉันชนะมันมาครั้งหนึ่งแล้ว ทำไมฉันจะชนะอีกไม่ได้" แกมแก้วยิ้มเหี้ยม...

นัทธมนมองชุดหรูที่พาดไว้บนเก้าอี้รับแขกอย่างไม่ค่อยปลื้มนัก เธอหาว่าชุดดูแก่เกินไป มนทิรากลับชอบชุดนี้ ชมว่าสวยและดูเป็นทางการดี นัทธมนอ้อนให้แม่ไปงานด้วย

"ไม่เอา เราไปทำงาน มีความเชื่อมั่นนะลูกนะ หนูทำได้อยู่แล้ว...แล้วนี่เราจะไปงานยังไงเนี่ย"

"ให้ติสรณ์มารับค่ะ" นัทธมนคว้าชุดวิ่งขึ้นไปแต่งตัว

ooooooo

บรรยากาศในงานเลี้ยงเปิดตัวโครงการเต็มไปด้วยความคึกคัก มีผู้บริหารระดับสูงของสถาบันการเงิน และแขกผู้มีเกียรติมากันคับคั่ง งานจัดขึ้นบริเวณสระ ว่ายน้ำของโรงแรมหรู กฤตย์ยืนดูนาฬิกาเหมือนรอคอยใครอยู่ ปณิตาเดินเข้ามาหาพร้อมแกมแก้ว ชวนเขาไปคุยกับลูกค้า กฤตย์บ่ายเบี่ยง

ปณิตาพยายามจะดึงตัวเขาไปให้ ได้ เสียงร้องเรียกกฤตย์ ของเกตุมณีกับปิติช่วยเขาไว้ได้ทัน ถุงแป้งตามเข้ามาสมทบ ถามพ่อกับแม่ว่ามาถึงนานแล้วหรือ ปิติเพิ่งขับรถมาจากเพชรบูรณ์ เพื่องานนี้โดยเฉพาะ กฤตย์ถามถุงแป้งว่านัทธมนยังไม่มาอีกหรือ ถุงแป้งส่ายหน้าแทนคำตอบ

"ไหน ล่ะ คนที่อยากให้พี่เจอน่ะ" เกตุมณีถามน้องชาย กฤตย์ทำเฉยไม่รู้ไม่ชี้

จังหวะ นั้น นัทธมนกับติสรณ์เดินเข้ามาถึงบริเวณงาน ถุงแป้งหันไปเห็นร้องทักทายเพื่อนลั่น ปิติกับเกตุมณีมองตามสายตาถุงแป้ง ถึงกับตะลึงงันเมื่อเห็นหน้านัทธมนชัดๆ ปณิตาตกใจหน้าซีดเหมือนโดนผีหลอก กฤตย์แนะนำทุกคนว่าเธอชื่อนัทธมน เป็นเพื่อนของถุงแป้ง และเป็นเลขาฯฝึกงานที่บริษัท ต่อมาเขาก็แนะนำนัทธมนให้รู้จักทุกคนเป็นรายตัวว่า เกตุมณีกับปิติเป็นแม่กับพ่อของถุงแป้ง

"นี่...คุณปณิตา เป็นลูกค้าบริษัทเจ้าของโครงการนี้"

นัทธมนยกมือไหว้สวัสดีทุกคนรวม ทั้งแกมแก้ว ปณิตา ขอตัวสักครู่ แล้วดึงแกมแก้วไปที่มุมโต๊ะเครื่องดื่ม เธอตักน้ำพั้นช์ใส่แก้วด้วยมืออันสั่นเทา  ก่อนยกดื่มรวดเดียวหมดแก้ว แกมแก้วยืนกอดอกมอง

"นังเด็กนั่น เหมือนวรดามากใช่มั้ยล่ะ"

"เหมือน อะไรล่ะ นั่นมันนังวรดาชัดๆ ทั้งคำพูดคำจา น้ำเสียง...สีหน้า...แววตา" ปณิตาสีหน้าตื่นๆ

"ฉันรู้...มันต้องมีอะไรเกี่ยวเนื่องกันแน่ๆ"

"แต่ นังวรดามันตายไปแล้ว งานศพมันเราก็ไป เห็นศพมันเข้าเมรุต่อหน้าต่อตา"

ที แรกแกมแก้วตกใจอย่างนี้เหมือนกัน พอคิดทบทวนแล้วเห็นว่านังเด็กนั่นไม่ใช่ผีวรดา เป็นแค่คนธรรมดาเท่านั้น ปณิตาตั้งสติได้ ในเมื่อมันไม่ใช่ผี เราสองคนก็ไม่มีอะไรจะต้องกลัว...

ด้าน นัทธมนชวนถุงแป้งหลบไปเข้าห้องน้ำ บ่นกับเพื่อนว่าทำไมพวกพ่อแม่ของถุงแป้งดูอึ้งๆชอบกล

"ฉันไม่แปลกใจ หรอก...ทุกคนที่อึ้งก็เพราะเขาเคยเห็นวรดากันมาแล้วทั้งนั้น...เธอเองเหมือ นวรดายังกับเป็นคนคนเดียวกัน ฉันเห็นแค่รูปยังไม่อยากจะเชื่อเลย"

นัท ธมนมองดูตัวเองในกระจกเงา "แล้วฉันผิดอะไรหรือเปล่า"

"เปล่าๆๆๆ ไม่มีใครว่าเธอผิดอะไรหรอก เธอเองรู้ตัวเธอเองดีที่สุดว่าตัวเองเป็นใคร...ใช่มั้ย"

"ฉันก็หวัง ว่างั้นแหละ" นัทธมนยิ้ม ไม่ค่อยมั่นใจนัก...

กฤตย์ เกตุมณีกับปิติยังคงคุยกันอยู่ที่เดิม ติสรณ์รู้งานออกมายืนห่างๆ ปิติไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเองที่คนสองคนจะเหมือนกันได้ขนาดนี้ เกตุมณีเป็นห่วงเกรงว่าน้องชายจะคิดอะไรกับนัทธมน

"พี่เกตุครับ เด็กนั่นอายุห่างจากผมร่วมยี่สิบปีนะครับ"

"เหมือนวรดาเขาหยุดตัวเอง เอาไว้ ณ เวลานั้นจริงๆ" เกตุมณีพึมพำ

ปณิตากลับเข้ามาพร้อมกับแกม แก้ว ชวนกฤตย์ไปคุยกับผู้ร่วมทุนของเธอ กฤตย์ไม่อยากไปแต่ทนปณิตาคะยั้นคะยอไม่ไหว ขณะกฤตย์กำลังจะลุกขึ้นจากโต๊ะ นัทธมนและถุงแป้งกลับมาพอดี เขาเลยชวนนัทธมนไปด้วยในฐานะเลขาฯของเขา ปณิตาเย้ยหยันว่าเป็นแค่เด็กฝึกงานจะไปคุยอะไรรู้เรื่อง

"เราจะไปกัน รึยังคะ...เจ้านาย" นัทธมนฮึดสู้ขึ้นมา เดินตามปณิตากับกฤตย์...

ครู่ ต่อมา ปณิตาเดินนำกฤตย์กับนัทธมนมายืนข้างโมเดลของคอนโดฯสูงสามสิบชั้น บริเวณนั้นมีพวกผู้ร่วมทุนทั้งไทยและเทศยืนคุยกันอยู่ ปณิตากล่าวทักทายทุกคนเป็นภาษาอังกฤษ กฤตย์มองนัทธมนอย่างเป็นห่วง ปณิตาแนะนำกฤตย์ในฐานะเป็นผู้ควบคุมดูแลโครงการนี้โดยจงใจใช้ภาษาอังกฤษอีก ครั้ง

กฤตย์เห็นท่าไม่ดีหันบอกนัทธมนให้กลับไปอยู่กับถุงแป้งก่อน นัทธมนยิ้มอย่างสุภาพกับแขกผู้มีเกียรติ ขยับจะเดินออกไป ปณิตาคว้ามือเธอไว้ ติงว่าเป็นเลขาฯจะทิ้งเจ้านายไว้ได้ อย่างไร แล้วหันไปแนะนำนัทธมนด้วยภาษาอังกฤษ ว่าเป็นเลขาฯของกฤตย์ ทุกคนจ้องมองนัทธมนเป็นตาเดียวกัน  เธออึกๆอักๆ

"เอาสิ   แนะนำตัวเอง   แนะนำบริษัทหน่อย   อย่าให้ เจ้านายเราเขาเสียหน้านะ"

ปณิ ตายิ้มเยาะ กะว่างานนี้นัทธมนต้องหน้าแตกยับเยินแน่ๆ แต่คนที่หน้าแตกจนหมอไม่รับเย็บกลับเป็นปณิตาเอง เพราะนัทธมนพูดโต้ตอบเป็นภาษาอังกฤษได้คล่องแคล่ว ยิ้มแย้มและเป็นกันเองกับผู้ร่วมทุน กฤตย์พลอยยิ้มหน้าบาน ได้หน้าไปเต็มๆ ผู้ร่วมทุนปลื้มนัทธมนมาก   ไม่มีใครสนใจปณิตาแม้แต่คนเดียว...

ปณิ ตาเดินข่มอารมณ์พลุ่งพล่านเข้ามาในห้องน้ำ ผลักประตูห้องน้ำครบทุกห้อง เมื่อเห็นว่าไม่มีใครเธอกรีดร้องด้วยความเจ็บแค้นใจ   แกมแก้วเดินตามเข้ามา   แดกดันว่ามี

ความสุขอะไรอยู่หรือ

"นัง เด็กนั่น...มันจะลองดีกับฉัน"

"ดูท่าเธอคงจะชนะมาล่ะสิ"

ปณิ ตาไม่สนใจว่านังเด็กนั่นจะเป็นใคร จะเป็นวรดาหรือเป็นแค่เด็กเมื่อวานซืน มันไม่มีวันชนะเธอเด็ดขาด แกมแก้วได้ยินถุงแป้งบอกว่านัทธมนเป็นลูกของนิกร ที่ตายคาไซต์งานเมื่อไม่นานมานี้

"อ๋อ...คิดจะมาล้างแค้นฉันงั้นเหรอ ...ฮึ พ่อมันฉันยัง ทำซะเส้นโลหิตในสมองแตกได้ นังลูกสาวมันจะมาคณนามือฉัน" ปณิตาเข่นเขี้ยว

ooooooo

นัทธมนออกมายืนเช็ดเหงื่อริมสระ ว่ายน้ำ ถอน-ใจอย่างโล่งอก  ที่ทุกอย่างผ่านไปด้วยดี กฤตย์ตามเข้ามาชมว่าเธอพูดภาษาอังกฤษได้ดีมาก นัทธมนไม่วายแดกดัน

"ทำไม คะ เพราะหนูเป็นเด็กเมื่อวานซืน จึงต้องโง่ๆใช่ไหม"

"ฉันยังไม่ได้ เรียกเธออย่างนั้นเลยนะ"

ดีที่ติสรณ์เอาน้ำมาให้นัทธมนดื่มเสียก่อน ไม่เช่นนั้นกฤตย์คงโดนเธอต่อว่าอีกหลายชุด...

ปณิตายังไม่ยอมรามือ หาทางกลั่นแกล้งนัทธมนอีก พอถึงเวลาขึ้นเวทีกล่าวขอบคุณผู้เกี่ยวข้อง เธอพูดพาดพิงถึงการตายของนิกรพ่อของนัทธมนอย่างสนุกปาก ถึงแม้ไม่ได้เอ่ยชื่อ แต่ทุกคนที่รู้ความจริงก็เดาออกว่าหมายถึงใคร นัทธมน

จ้อง หน้าปณิตาอย่างเกลียดชัง ปณิตายังคงพูดต่อ

"วันนี้ ฉันขอยืนยันถึงความพร้อมของโครงการและอยากให้ทุกท่านร่วมมั่นใจไปกับปณิตา กรุ๊ป ที่จะสร้างคอนโดฯที่พักอาศัย ที่ได้คุณภาพ ทั้งในระบบความปลอดภัยของชีวิตและทรัพย์สินตลอดไป...ขอเชิญทุกท่านดื่มเพื่อ ความสำเร็จของพวกเรา...ไชโยๆๆ" ปณิตาชูแก้วในมือขึ้น

แขกในงานต่างชู แก้วตาม กฤตย์หันมองนัทธมนเห็น มีเลือดกำเดาไหลซึม ตกใจ ร้องเรียกนัทธมน แต่เธอไม่ได้ยิน เอาแต่เพ่งมองไปทางเวทีที่อยู่ติดกับโมเดลของคอนโดฯทันใดนั้น  ไฟลุกพรึบขึ้นที่โมเดลนั้น  ปณิตาตกใจ  เอาเหล้าในมือ สาดใส่หวังจะดับไฟ   แต่มันกลับทำให้ไฟลุกตึกจำลอง เข้าไปใหญ่...

งานเลี้ยงเลิกเร็วกว่า กำหนด ติสรณ์กับนัทธมนเดินมาที่จอดรถ เขายังคาใจว่าอยู่ดีๆไฟลุกขึ้นมาได้อย่างไร นัทธมนซึ่งดูเหนื่อยล้า ยักไหล่ บอกว่าสมน้ำหน้า ติสรณ์ขึ้นไปสตาร์ตรถ แต่ไม่ติด  สงสัยน้ำมันหมด  กฤตย์เดินมายังรถของตัวเองที่จอดอยู่ข้างๆรถของติสรณ์ รู้ปัญหาของทั้งคู่เลยออกปากจะไปส่งบ้านให้

ติสรณ์ขึ้นนั่งด้านหลัง ส่วนนัทธมนนั่งข้างคนขับ กฤตย์ขับรถมาได้สักพัก ติสรณ์ขอลงปั๊มน้ำมันข้างหน้าจะซื้อน้ำมันกลับไปเติมรถ นัทธมนขอตามลงไปด้วย ติสรณ์ไม่ยอมอ้างว่าย้อนไปย้อนมาเสียเวลาจะทำให้กลับดึกด้วยกันทั้งคู่ และที่สำคัญแม่ของนัทธมนจะเป็นห่วง กฤตย์อาสาไปส่งนัทธมนเอง

นัทธมน ไม่ยอม ติสรณ์ยืนยันว่าเธอต้องกลับกับกฤตย์ นัทธมนไม่ค่อยชอบใจนัก แต่ไม่มีทางเลือก...ระหว่างทาง กฤตย์พยายามชวนคุย แต่นัทธมนไม่อยากคุยด้วย รีบตัดบท

"หนูเพลีย ขออนุญาตไม่คุยนะคะ ถึงบ้านปลุกด้วยก็แล้วกัน" พูดขาดคำ นัทธมนเอนหลังหลับตา

กฤตย์ได้แต่ขับรถต่อไปเงียบๆ นัทธมนพลิกตัวหันหน้าไปอีกทาง ลืมตาขึ้น ปล่อยใจให้คิดเรื่อยเปื่อยจนหลับไป

ใน ที่สุด ไม่นานกฤตย์ขับรถมาจอดหน้าบ้านนัทธมน เห็นเธอหลับสนิท เขาจ้องมองใบหน้าหญิงสาวอย่างหลงใหล พึมพำเรียกชื่อวรดา บอกว่าคิดถึงเธอเหลือเกิน ส่วนนัทธมนละเมอว่า "ช่วยด้วย"

"ว รดา...คุณได้ยินผมไหม...ผมรักคุณมากนะ" กฤตย์ก้มลงไปกระซิบข้างหูนัทธมน

นัท ธมนน้ำตาไหลเป็นทางทั้งที่หลับสนิท พึมพำเบาๆแทบจะจับใจความไม่ได้ว่า "คนโกหก"

กฤตย์ค่อยๆซับน้ำตาที่แก้มเธอ "ไม่เคยมีสักวันเดียวที่ผมจะไม่คิดถึงคุณนะ วรดา...คุณกลับมาหาผมได้มั้ย...วรดา... คุณยกโทษให้ผมได้มั้ย ผมจะไม่ไปไหนอีกแล้ว ผมจะไม่ทิ้งคุณเอาไว้คนเดียวอีก" กฤตย์น้ำตาคลอ ค่อยๆเอื้อมมือไปหาหญิงสาว นัทธมนยังคงน้ำตาไหลริน ฝันเห็นเรื่องในอดีต

ooooooo

ภายในห้องพักฟื้นผู้ป่วย วารีรู้ตัวว่าใกล้ตาย ขอร้องวรดาเป็นครั้งสุดท้ายว่าดูแลพ่อให้ดี อย่าทิ้งท่านไปไหน วรดาเห็นอาการของแม่ไม่ดี ขยับจะไปตามหมอ แต่วารีจับมือเธอเอาไว้ พูดด้วยเสียงอ่อนแรงเต็มที

"สัญญากับแม่สิ หนูต้องอยู่กับพ่อ ดูแลพ่อ...สัญญาสิลูก" วารีหายใจติดขัด

"ค่ะ...หนูสัญญาค่ะ หนูจะอยู่ดูแลคุณพ่อค่ะ" วรดาพูดขาดคำแม่ก็สิ้นใจ เธอปล่อยโฮทันที...

ผ่านไปกว่าสามเดือน ประพจน์เรียกวรดามาปรึกษาที่เรือนใหญ่ว่าครบร้อยวันที่วารีตายเขาจะทำบุญ บรรจุกระดูกเธอไว้ที่วัด วรดาแล้วแต่พ่อจะเห็นควร คุณหญิงผกาค้านว่าคนตายไปแล้วจะต้องมาเป็นภาระให้คนเป็นอีกทำไม ประพจน์ปรามให้พูดน้อยๆหน่อย แล้วหันไปสั่งวรดา

"งั้นเราก็เตรียมของแล้วกัน  ขาดเหลืออะไรก็บอกพ่อ... ส่วนใครอยากไปก็ไปนะ  แต่ถ้าไปแล้วจะพาคนอื่นเขาไม่สบายใจ ก็อย่าไป ฉันจะไปทำบุญให้คนตายเข้าใจมั้ย"

คุณหญิงผกา ผาณิต กับสร้อยมองหน้ากันแอบยิ้มสะใจ ขณะที่ปิติมองวรดาด้วยความเห็นใจ...

ปิติเร่งฝีเท้าเดินตามวรดาจนทัน บอกเธอว่าถ้ามีอะไรให้ช่วยเหลือขอให้บอก วรดาขอบคุณในความมีน้ำใจของเขา ปิติอยากรู้ว่าวรดาคิดจะทำอย่างไรต่อไป   หญิงสาวชะงัก   ร้องไห้ออกมาอย่างสุดกลั้น

"ไม่รู้เหมือนกันค่ะ  รดาไม่รู้เหมือนกันว่าจะอยู่ไปทำไมอยู่เพื่ออะไร รดาไม่เหลือใครแล้ว"

ปิติทำอะไรไม่ถูกได้แต่ลูบผมปลอบให้ใจเย็นๆ  กฤตย์เดินมาเห็นพอดี ถามวรดาว่าร้องไห้ทำไม ใครทำอะไรหรือเปล่า เหล่ปิติตาแทบถลน วรดาปาดน้ำตา บ่นว่าคิดถึงแม่มากแล้วขอตัวเดินออกไป ปล่อยให้สองหนุ่มอยู่กันลำพัง ปิติเหลือบดูนาฬิกา อ้างว่ามีงานราชการต้องทำ ฝากกฤตย์ดูแลวรดาให้ด้วย

"ผมจะดูแลผู้หญิงคนนี้เอง" กฤตย์สีหน้าจริงจัง

"ผมแค่ฝากเท่านั้นนะครับ...ไม่ได้ให้เลย"

กฤตย์มองตามปิติกลับขึ้นไปบนเรือนใหญ่ แล้วเดินไปหาวรดาซึ่งนั่งเหม่ออยู่หน้าเรือนหลังเล็ก  เขาทรุดตัวลงนั่งข้างๆแนะว่าถ้าอยู่ที่นี่แล้วไม่สบายใจ เขาพอจะรู้จักหอพักหญิงซึ่งเธอไปอยู่ได้ วรดาสัญญากับแม่ไว้ก่อนท่านสิ้นใจว่าจะอยู่ดูแลพ่อ ตั้งแต่แม่ตายเธอเหมือนอยู่ตัวคนเดียวในบ้านหลังนี้

"รดาฟังผมนะ รดายังมีผม เมื่อไหร่ก็ตามที่คุณต้องการ ผมต้องมาอยู่เคียงข้างคุณแน่ๆ"

"ถ้าวันไหนรดาต้องตายไปอย่างโดดเดี่ยวโดยไม่มีคุณรดาจะยึดคำสัญญานี้เอา ไว้...เพื่อมาทวงคืน" วรดายิ้มเศร้าๆ...

คุณหญิงผกานัดรุจน์มาพบที่อู่ซ่อมรถแห่งหนึ่ง เหลียวซ้ายแลขวาก่อนส่งเงินค่าจ้างกำจัดวารีให้ รุจน์ต่อว่าว่าทำงานสำเร็จไปตั้งสามเดือนแล้วเพิ่งจะได้เงิน คุณหญิงผกาอ้างว่าต้องรอให้เรื่องเงียบก่อน

"แล้วนังลูกสาวที่เหลืออีกคน ไม่จัดการซะเลยเหรอ"

"เดี๋ยวจะมีพิรุธ เอาไว้ก่อน...สิ้นแม่มันซะคน นังนั่น มันก็ลูกไก่ในกำมือฉันดีๆนี่เอง"

ooooooo

วันทำบุญร้อยวันให้วารี มีเพียงประพจน์ วรดา ปิติ กฤตย์ กับเกตุมณีมาร่วมทำบุญ หลังจากเสร็จพิธีแล้ว วรดาขออนุญาตพ่อไปลาแม่ก่อนกลับ เธออธิษฐานหน้าเจดีย์เก็บอัฐิของแม่ว่าจะรักษาสัญญาที่ให้ไว้  ขอให้แม่นอนหลับให้สบายไม่ต้องเป็นห่วง  กฤตย์ตามเข้ามาเคารพอัฐิของวารีเป็นเพื่อนวรดา...

ประพจน์เห็นวรดาหายไปนาน เลยวานเกตุมณีกับปิติช่วยไปตาม ระหว่างที่เดินไปด้วยกัน ปิติพูดแหย่เกตุมณีไป ตลอดทาง แล้วตบท้ายว่าเขาพูดเล่นกับเธอแบบนี้ อย่าเข้าใจผิดคิดว่าเขาจีบ เขารักอยู่กับวรดาคนเดียวเท่านั้น เกตุมณีเบ้ปาก

"ถามวรดาเขาสักคำไหมว่าเขาคิดอะไรกับเรารึเปล่า"

จังหวะนั้น วรดาเดินเลี้ยวมุมตึกมากับกฤตย์ ปิติอึ้งกับคำพูดของเกตุมณีที่มาพร้อมภาพ พยายามปรับสีหน้าเป็นปกติ บอกวรดาว่าท่านนายพลให้มาตาม วรดาขอโทษที่ทำให้ ทุกคนต้องรอ

"คุณปิติรีบเหรอครับ...งั้นก็นั่งเบาะหน้าเลยแล้วกัน จะได้ถึงก่อน" กฤตย์กระเซ้า

"ผมไม่ได้รีบขนาดนั้นหรอก ถึงเร็วกว่ากันหนึ่งช่วงเบาะเนี่ยนะ"

วรดายิ้มออก เป็นยิ้มครั้งแรกของเธอในรอบหลายเดือน...

ด้านคุณหญิงผกา ผาณิต กับแกมแก้วสุมหัวกันวางแผนเล่นงานวรดาโดยมีสร้อยเป็นกำลังหนุน พวกเธอจะใช้วิธีกลั่นแกล้งวรดาจนทนไม่ได้ ย้ายออกไปจากบ้านนี้เอง...

ตีสี่ของวันใหม่ สร้อยทุบประตูเรียกวรดาให้ลุกขึ้นมาทำกับข้าวใส่บาตร อ้างว่าเป็นคำสั่งของคุณหญิงผกา วรดาหนีไม่ออก สะลึมสะลือลุกขึ้นมาทำกับข้าวทั้งที่ง่วงเพลีย พอทำกับข้าวเสร็จ ผาณิตกลับได้หน้าไปเต็มๆ เพราะโกหกพ่อว่าเธอลุกขึ้นมาทำกับข้าวเองแต่เช้ามืด เพื่อชดเชยความผิดที่วันก่อนไม่ได้ไปทำบุญร้อยวันให้วารี และบอกอีกว่าเธอจะตื่นมาทำกับข้าวใส่บาตรให้บ่อยขึ้น อ้างว่าทำแล้วสบายใจ

"สร้อย...วันหลัง พอคุณนิดทำอาหารเสร็จ ก็ไปปลุกวรดามาใส่บาตรด้วยก็ได้นะ"

สร้อยรับลูกจากคุณหญิงผกาทันที แต่งเรื่องว่าปลุกวรดาแล้วแต่เธอไม่ตื่น ประพจน์นิ่งเงียบไม่พูดอะไร จากนั้น เขาแอบย่องไปดูที่เรือนหลังเล็ก เห็นวรดานอนหลับอยู่บนเก้าอี้ยาวประพจน์เหลือบดูนาฬิกาที่ผนังห้อง เห็นสายมากแล้ว ถึงกับส่ายหน้าเดินกลับ...

สร้อยทำทีจะเอาผ้าเข้าเครื่องซักผ้าตอนที่เห็นประพจน์เดินเข้ามา แต่พอเขาคล้อยหลัง เธอหอบตะกร้าผ้าเอาไปโยนหน้าเก้าอี้ยาวตรงที่วรดาหลับอยู่ แดกดันว่าจะนอนกินบ้านกินเมืองไปถึงไหน

วรดางัวเงียลุกขึ้น "อะไรกันนี่...ฉันเพิ่งจะได้เอนหลังเนี่ย"

สร้อยอ้างว่าผาณิตจะต้องใส่เสื้อไปงานเย็นนี้ รีบซัก รีบรีดด่วน วรดารู้ว่าพวกนี้กำลังคิดไม่ดีกับตนแต่ทำอะไรไม่ได้ คว้าตะกร้าผ้าเอาไปซัก...ขณะวรดากำลังซักผ้า ผาณิตแกล้งใช้ไปซื้อผ้าอนามัยให้ วรดาปฏิเสธเสียงแข็งว่าไม่ไป คุณหญิงผกาเดินตามเข้ามาโวยวายใส่วรดา

"รึต้องให้คุณท่านมาตัดสินความอะไรกันอีก เรานี่มันจะสร้างความไม่สบายใจให้พ่อเรานะเนี่ย"

วรดาได้แต่เก็บความแค้นไว้ในใจ  รับเงินจากผาณิต เดินก้มหน้าก้มตาออกไป

ooooooo

ตอนที่ 6

ผาณิตถือโอกาสตอนวรดาไม่อยู่ เข้าไปในเรือน หลังเล็ก ขนเสื้อผ้าของวารีเอาไปแลกไข่ ส่วนหนังสือทั้งหมดของวรดาเอาไปชั่งกิโลขาย วรดาตอบโต้อะไรผาณิตไม่ได้ ได้แต่หยิบสมุดบันทึกที่ซ่อนไว้ใต้ฟูกขึ้นมาเขียนคำว่า "เกลียด" เต็มหน้ากระดาษด้วยความ คับแค้นใจจนดินสอหักคามือ เธอคิดจะเก็บสมุดบันทึกไว้ที่
เดิม แต่กลับเปลี่ยนใจ เอาไปซ่อนไว้บนฝ้าเพดานแทน แล้วหยิบรูปถ่ายคู่กับแม่ออกมาดู

"แม่คะ...แม่ต้องฟื้นให้ได้นะคะแม่...หนูจะอยู่ยังไงถ้าไม่มีแม่...แม่คะ" วรดากอดรูปไว้แนบอกร้องไห้ปิ่มว่าจะขาดใจ...

นัทธมนสะดุ้งสุดตัวตื่นขึ้นมาด้วยน้ำตานองหน้า ตะโกนร้องเรียกแม่ลั่นบ้าน   ข้าวของที่ลอยไปมาเมื่อกี้หล่นกระจายเกลื่อนพื้นห้อง   บ่นพึมพำว่าจริงๆด้วย   ไม่มีอะไรนอกจากความเกลียด มนทิราได้ยินเสียงเอะอะวิ่งหน้าตื่นเข้ามาหาลูก ถามว่าเกิดอะไรขึ้น นัทธมนบอกว่าเธอฝันร้ายอีกแล้ว มนทิราดึงลูกเข้ามากอด
ปลอบว่าอย่าไปใส่ใจ มันก็แค่ฝันร้ายเท่านั้น

"ไม่ค่ะแม่ หนูเห็นพวกเขาชัดเจน มันชัดเสียจนเหมือน จะเป็นเรื่องจริง"

นัทธมนฉุกคิดถึงเรื่องที่เห็นในความฝัน ตอนที่วรดากับกฤตย์มีความรู้สึกดีๆให้แก่กัน นัทธมนกลับไม่เชื่อว่าช่วง เวลานั้นเป็นเรื่องจริง เธอตื่นจากภวังค์ พึมพำว่าบางอย่างอาจไม่ใช่

"เห็นไหมนัท...บางอย่างหนูก็ยังไม่เชื่อว่าเป็นจริง นัทจะไปเอาอะไรกับความฝันล่ะลูก"

"แต่พวกเขาร้ายมากนะคะแม่"

"นัท...ถ้ามันเป็นความจริง มันก็ผ่านไปแล้วอยู่ดี มันจบไปแล้วนัท อโหสิกรรมให้พวกเขาไปซะ"

นัทธมนกลับบอกว่าทุกอย่างเพิ่งจะเริ่มต่างหาก มนทิรา ดึงลูกเข้ามากอด สงสารและไม่สบายใจมากที่ลูกกลายเป็นคนช่างคิดช่างแค้นและติดอยู่กับอดีต

ooooooo

ถุงแป้งเพิ่งสังเกตเห็นว่าตะกรุดที่ห้อยคอกฤตย์ คล้ายกับตะกรุดที่ห้อยคอนัทธมน อดถามไม่ได้ว่าเขา ได้มาจากไหน กฤตย์ได้มาจากพระธุดงค์รูปหนึ่ง แล้วถามหลานสาวว่ารู้ที่อยู่บ้านนัทธมนไหม

"รู้ค่ะ เคยคุยกัน น่าจะหาได้ไม่ยาก แต่หนูก็ไม่เคยไปนะ"

ถุงแป้งจดบ้านเลขที่ ชื่อซอยกับถนนให้กฤตย์ ครู่ต่อมา กฤตย์ขับรถมาจอดหน้าบ้านนัทธมน รวบรวมความกล้าลงไปกดกริ่งหน้าบ้าน รออึดใจ มนทิราเดินมาที่รั้วบ้าน จำเขาได้ เปิดประตูรับ กฤตย์อ้างว่าแวะมาถามสารทุกข์สุกดิบเธอกับลูก ทั้งที่จริงๆแล้วเขาต้องการรู้เรื่องของนัทธมน แต่ก็ไม่กล้าซักมากเกรงจะผิด
สังเกต กฤตย์เห็นหนังสือเรื่องสาวเครือฟ้าวางอยู่บนโต๊ะเดินเข้าเปิดดูหน้าสุดท้าย เห็นขาดหายไปถึงกับอึ้ง

"เอ่อ...ถ้าผมจะขอยืมหนังสือเล่มนี้ไปอ่านหน่อยได้ไหมครับ"

"เอาสิคะ เดี๋ยวเอาไว้ฉันจะบอกนัทธมนเอง"

อ่านจบเมื่อไหร่กฤตย์จะฝากถุงแป้งมาคืนให้นัทธมน จากนั้น กฤตย์รีบขับรถกลับบ้าน คว้าหนังสือเรื่องสาวเครือฟ้า ตรงไปที่ห้องนอนตัวเองด้วยใจระทึก หยิบกระดาษนิยายหน้าสุดท้ายที่เหลืองเก่าแผ่นนั้นมาทาบกับหนังสือของนัทธมน รอยฉีกของมันเข้ากันได้พอดี

"บ้าไปแล้ว นี่...มันต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ" กฤตย์จ้องหนังสือเล่มนั้นเขม็งราวกับไม่เชื่อสายตาตัวเอง...

ขณะถุงแป้งกับนัทธมนกำลังนั่งคุยกันอยู่หน้าห้องเรียน ติสรณ์เพื่อนของนัทธมนตั้งแต่สมัยเรียนประถมฯด้วยกันเข้ามาทัก นัทธมนดีใจที่รู้ว่าเขาเรียนที่นี่เช่นกัน เธอแนะนำถุงแป้ง ให้รู้จักกับติสรณ์ แต่เขาทำเป็นไม่สนใจ หันมาถามนัทธมนว่าเราสองคนไม่ได้เจอหน้ากันนานแค่ไหนแล้ว

"น่าจะสิบปีได้นะ...เธอเปลี่ยนไปเยอะเหมือนกันนะ"

"เธอก็เหมือนกัน...มีเบอร์มั้ย เอาไว้โทร.คุยกัน...เอาโทรศัพท์มาสิ" ติสรณ์ดึงมือถือของถุงแป้งไปหน้าตาเฉย กดเบอร์ตัวเอง แล้วกดโทร.ออก "นี่เบอร์เรานะ แล้วเราจะโทร.ไปนะ" ติสรณ์พูดกับนัทธมน ราวกับถุงแป้งไม่มีตัวตน แอบกดวางสาย ก่อนเอามือถือคืนเจ้าของ เดินจากไป ถุงแป้งมองตามติสรณ์งงๆ

"ไปมาไร้ร่องรอย...ฉันเมสเสจเบอร์เขาให้เธอนะ"

นัทธมนพยักหน้า   ยิ้มอย่างรู้ทันความเจ้าเล่ห์ของเพื่อนเก่า...

นัทธมนหน้านิ่วคิ้วขมวดเมื่อรู้จากมนทิราว่าวันนี้ กฤตย์แวะมาที่บ้าน เธอตั้งข้อสังเกตว่าเขาอาจสงสัยในตัวเธอเหมือนที่เธอสงสัยในตัวเขา และเขาคงอยากรู้ว่าเกิดเหตุการณ์ อะไรต่อไปกับวรดา

"แม่ว่าหนูต่างหากล่ะมั้ง  ที่สงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นกับวรดา"

นัทธมนเถียงไม่ออก มนทิรานึกขึ้นได้ บอกว่ากฤตย์ ขอยืมหนังสือเรื่องสาวเครือฟ้าของลูกไปอ่าน นัทธมนถึงกับตาโตด้วยความชิงชัง...

ค่ำวันเดียวกัน ถุงแป้งกำลังหัดพิมพ์ดีดอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ โน้ตบุ๊ก มีเสียงมือถือของเธอดังขึ้น ถุงแป้งดูหน้าจอ จำได้ว่าเป็นเบอร์ของติสรณ์ กดรับสายอย่างเซ็งๆ ติสรณ์ทำทีขอพูดกับนัทธมน ทั้งๆที่รู้ว่าเบอร์นี้เป็นของถุงแป้ง ถุงแป้งบอกว่า เบอร์นี้ไม่ใช่ของนัทธมน ติสรณ์ทำหูทวนลม พูดกวนประสาทถุงแป้งอยู่นาน
ก่อนวางสาย ทำเอาถุงแป้งหงุดหงิด

ooooooo

ถุงแป้งมาเรียนหนังสือในสภาพง่วงเหงาหาวนอน นัทธมนถามว่าเมื่อคืนนอนน้อยหรือ ถุงแป้งโทษว่า เป็นเพราะติสรณ์เพื่อนตัวดีของนัทธมนโทร.มากวนเธอทั้งคืน นัทธมนแปลกใจว่าเขาโทร.หาถุงแป้งทำไม

"โทร.มาจะขอคุยกะเธอมั่งล่ะ...โทร.ถามว่ากี่โมงแล้วมั่งล่ะ มีครั้งหนึ่งเขาถามฉันว่า หลับแล้วลุกขึ้นมารับโทรศัพท์ทำไม"

"นั่นสิ...แล้วทำไมเธอไม่ปิดโทรศัพท์มือถือ"

"เผื่อใครเป็นใครตาย เรื่องอะไรฉันต้องปิดโทรศัพท์หนีเขา" ถุงแป้งพูดยังไม่ทันขาดคำ ลูกบอลปลิวมาโดนหัวเธอหน้าคะมำ ติสรณ์วิ่งหน้าทะเล้นมาเก็บลูกบอล

"อยากเล่นด้วยก็ขอกันดีๆ อย่ามาแอบโหม่งบอลคนอื่นแบบนี้"

ถุงแป้งต่อว่าติสรณ์ที่ยังตามมากวนประสาทไม่เลิก แทนที่เขาจะสำนึกผิด กลับยิ่งแหย่ถุงแป้งหนักข้อกว่าเดิม แถมบอกว่าคืนนี้ไม่ต้องรอ เพราะเขาจะไม่โทร.ไปหา แล้ววิ่งถือลูกบอลกลับไปเล่นต่อ ถุงแป้งมองตามหมั่นไส้ นัทธมนคิดอะไรขึ้นมาได้หันมาบอกถุงแป้งว่าวันนี้เธอจะไปบ้านถุงแป้ง อ้างว่าอยากคุยกับน้า
กฤตย์ของเพื่อน ถุงแป้งมองนัทธมนอย่างประหลาดใจ...

นัท ธมนกับถุงแป้งมาถึงหน้าบ้านโบราณใกล้เวลาพระอาทิตย์จะลับขอบฟ้า นัทธมนมองไปรอบๆบ้านหลังนี้อย่างคุ้นเคย แล้ววางแผนหลอกถุงแป้งให้ขึ้นไปบอกกฤตย์ก่อน เผื่อเขาคุยธุระติดพันกับลูกค้า

"ก็ได้...รออยู่แถวนี้ก่อนนะ แล้วอย่าหนีกลับไปเหมือนครั้งที่แล้วอีกล่ะ"

นัทธมนพยักหน้ารับคำ ถุงแป้งเดินไปทางเรือนใหญ่ ซึ่งเป็นที่ตั้งบริษัทของกฤตย์ ส่วนนัทธมนแอบเดินแยกไปอีกทาง ไม่นานนัก นัทธมนเดินลัดเลาะมาถึงเรือนหลังเล็กของวรดา

ซึ่งถูกทิ้งร้าง เธอเปิดประตูบ้านเข้าไป ข้างในนั้นเต็มไปด้วยหยากไย่กับฝุ่นหนาเตอะ นัทธมนเห็นห้องห้องหนึ่งคล้องโซ่ล็อกกุญแจไว้ เดินเลยไปจนถึงห้องนอนของวรดา นั่งลงบนเตียง มองไปรอบๆอย่างเศร้าสร้อย ก่อนเงยหน้าขึ้นมองเพดาน...

ด้าน ถุงแป้งแปลกใจที่เห็นกฤตย์กำลังคุยธุระกับลูกค้าเหมือนที่นัทธมนพูด แต่ไม่ติดใจสงสัยอะไร รอจนลูกค้าของเขากลับไป เธอเดินเข้ามาบอกว่านัทธมนมีเรื่องจะคุยด้วย รออยู่แถวทางเดินในสวน แต่พอสองน้าหลานเดินมาถึงตรงนั้น กลับไม่เจอนัทธมน ถุงแป้งแอบเคืองเล็กๆที่เพื่อนหายตัวไปอีกแล้ว

"เขาบอกหรือเปล่าว่า มีเรื่องอะไรกับน้า"

ถุงแป้งคาดว่าน่าจะเป็นเรื่องนิกรพ่อของนัทธมน แต่กฤตย์กลับไม่คิดเช่นนั้น...

ในเวลาเดียวกัน นัทธมนปีนเก้าอี้ เขย่งปลายเท้า เปิดฝ้าเพดานมองไปในความมืด เห็นรางๆคล้ายสมุดบันทึกวางอยู่ เธอพยายามเอื้อมมือหยิบ ยังไม่ทันจะถึง เสียงถุงแป้งตะโกนเรียกชื่อเธอดังใกล้เข้ามา นัทธมนจำใจปิดฝ้าเพดาน เข็นเก้าอี้กลับที่เดิมรีบออกจากที่นั่นทันที

ooooooo

กฤตย์ กับถุงแป้งเดินตามหานัทธมนมาถึงหน้าเรือนหลังเล็ก เขาสังเกตเห็นประตูทางเข้าแง้มอยู่กำลังจะเดินเข้าไปดู นัทธมนโผล่มาเรียกถุงแป้งทางด้านหลังเสียก่อน แล้วหันมาไหว้ทักทายกฤตย์

"สวัสดี...ผม ...เอ่อ...คือน้า  คิดว่าเราอยู่ในเรือนเล็ก

ซะอีก"กฤตย์อึกๆอักๆ ไม่รู้จะแทนตัวเองว่าอะไร

"มันไม่ใช่เรือนของหนู หนูจะเข้าไปทำไมล่ะคะ"

กฤตย์พยักหน้า สายตาจับจ้องหยากไย่ที่ติดบนเส้นผมนัทธมนไม่วางตา ถุงแป้งชวนไปคุยต่อที่บ้านแล้วเดินนำออกไป จากนั้น ทั้งสามคนมาถึงห้องหนังสือบ้านกฤตย์ กฤตย์ออกอุบายให้ถุงแป้งไปเอาน้ำมาให้เพื่อนดื่ม พอกฤตย์กับนัทธมนอยู่กันลำพัง เขาเชิญนัทธมนนั่ง แต่แกล้งเรียกชื่อเธอว่า "วรดา"

"หนูชื่อนัทธมนค่ะ...คุณแม่บอกว่าน้ากฤตย์ไปเยี่ยมที่บ้าน เมื่อวานนี้"

"ผม...คือ...น้าเสียใจเรื่องคุณพ่อเรา"

"ความ เสียใจไม่ช่วยให้คนตายแล้วฟื้นคืนชีพขึ้นมาได้หรอกค่ะ หนูว่า...ครั้งนี้คงไม่ใช่ครั้งแรกที่มีคนตายเพราะน้ากฤตย์หรอกนะคะ" นัทธมนจ้องหน้ากฤตย์ราวกับจะค้นหาอะไรบางอย่าง

กฤตย์ไม่รู้ว่านัทธมน ไปรู้หรือไปได้ยินอะไรมา แต่การตายทั้งหมดที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเกิดกับใครก็ตามเขาไม่ได้อยากให้เกิด นัทธมนถามกวนประสาทว่ามาบอกเธอทำไม

"ดูเหมือนเราจะไม่ค่อยถูกชะตากับ น้าเท่าไหร่"

"พ่อหนูตายขณะทำงานกับน้ากฤตย์ น่าจะเป็นเหตุผลที่พอเพียงไม่ใช่เหรอคะ"

กฤตย์ยังไม่ทันจะพูดอะไร ถุงแป้งถือถาดใส่น้ำเข้ามาเสียก่อน แล้วรอฟังทั้งคู่จะคุยอะไรกัน ทันใดนั้นมีเสียงมือถือของถุงแป้งดังขึ้น เธอรีบเดินออกไปรับสายนอกห้อง แกมแก้วยืนมองถุงแป้งอยู่ไม่ไกลด้วยสายตาชิงชัง ด้านนัทธมนรอจนถุงแป้งเดินลับสายตา   จึงทวงหนังสือเรื่องสาวเครือฟ้าคืนจากกฤตย์

"น้ายังไม่ได้อ่านมัน เลย"

"หนูไม่ชอบอ่านหนังสือเล่มเดียวกับคนอื่น...ขอโทษด้วยนะคะ"

กฤตย์ เดินไปหยิบหนังสือเล่มนั้นจากลิ้นชักโต๊ะทำงานคืนให้นัทธมน "คงจะน่าเสียดายนะ ถ้าอ่านมาทั้งเล่มแล้วตอนจบหน้าสุดท้ายดันขาดหายไป"

นัท ธมนพลิกดูหน้าสุดท้ายของหนังสือ เห็นหน้าที่ขาดหายไปติดเทปใสคืนให้แล้ว ถามว่าไปเอาแผ่นสุดท้ายมาจากไหน กฤตย์ไม่ตอบ บอกเพียงว่าหนังสือเล่มนี้น่าจะมีความหลังอะไรบางอย่างของเราสองคน มันเคยเป็นหนังสือของเขามาก่อน แต่เขายกมันให้กับคนที่เขารักที่สุดไป นัทธมน อยากรู้ว่าผู้หญิงคนนั้นไป
อยู่ที่ไหนแล้ว กฤตย์ย้อนถามว่าไม่รู้ คำตอบจริงๆหรือ นัทธมนม
องหน้าเขาอย่างว่างเปล่า

"เธอไม่รู้จริงๆ ซะด้วย

นัทธมนอยากรู้เรื่องวรดาใจแทบขาด แต่กฤตย์ไม่ยอมบอก อ้างว่ารู้ไปก็ไม่มีประโยชน์ มีแต่จะทำให้เธอเกลียดเขามากยิ่งขึ้น นัทธมนจ้องหน้าเขาราวกับโกรธกันมาแต่ชาติปางก่อน ลั่นวาจาว่าเธอจะต้องหาคำตอบเรื่องนี้ให้ได้ กฤตย์มองเธออย่างเศร้าสร้อย จังหวะนั้นแกมแก้วเดินเข้ามาในห้องหนังสือ เห็นหน้านัทธมน
ตกใจสุดขีด กรี๊ดสนั่น เป็นลมล้มพับไปตรงนั้น นัทธมนมองแกม
แก้วด้วยความเกลียด ชัง...

นัทธมนเล่าให้แม่ฟังระหว่างกินมื้อค่ำว่ากฤตย์มีหน้าสุดท้าย ที่ขาดหายไปของหนังสือเรื่องสาวเครือฟ้า มนทิรานิ่งเฉยราวกับเป็นเรื่องธรรมดา นัทธมนตั้งข้อสังเกตว่ามันต้องไม่ใช่เรื่องบังเอิญ เธอกับเขาต้องเคยมีอะไรร่วมกัน และเธอต้องรู้ให้ได้ว่ามันคืออะไร ไม่อย่างนั้นชีวิตของเธอคงไม่มีความสุข...

ในเวลาเดียวกัน กฤตย์นั่งใจลอยคิดถึงวรดาอยู่ริมสระว่ายน้ำ ถุงแป้งเข้ามาถามว่าทำไมแกมแก้วต้องกรีดร้องบ้านแทบแตกเมื่อเห็นหน้านัทธมน ทั้งๆที่หน้าตาเพื่อนของเธอไม่ได้น่าเกลียดขนาดนั้น กฤตย์หยิบรูปถ่ายของวรดาในกระเป๋าสตางค์ของเขาให้ดู บอกว่าเป็นรูปของวรดา คนรักของเขาที่ตายไปแล้ว

"คุณพระช่วย...นี่มันเหมือนกันเกินไปแล้ว นะคะเนี่ย" ถุงแป้งไม่อยากเชื่อสายตาตัวเอง

"เหมือนกันจนน่าจะเป็นคน คนเดียวกันซะด้วยซ้ำไป"

ถุงแป้งมองรูปนั้น แล้วบ่นพึมพำว่า "วรดา"

ooooooo

วัน ถัดมานัทธมนเจอถุงแป้งหน้าห้องเรียน ถามว่าน้าสาวของเพื่อนโอเคไหม ถุงแป้งเห็นฟื้นแล้ว ไม่น่าจะเป็นอะไรมาก และเธอรู้แล้วว่าที่แกมแก้วเห็นหน้านัทธมนแล้วเป็นลมเป็นแล้งไปก็เพราะนัท ธมนหน้าเหมือนคนรักของน้ากฤตย์ที่ชื่อวรดาราวกับแกะ นัทธมนสงสัยว่าถุงแป้งไปเห็นหน้าวรดาจากที่ไหน

"น้ากฤตย์เขาเอาให้ดู เขาพกติดกระเป๋าไว้ตลอดเวลา"

"คงรู้สึกผิดล่ะมั้ง" นัทธมนไม่วายว่าเหน็บแนมกฤตย์

"จะรู้สึกอะไรก็ช่างเหอะ แต่ถ้ามีผู้ชายพกรูปฉันเอาไว้ ตลอดเวลาแม้ว่าฉันจะตายไปแล้วเกือบยี่สิบปี เธอว่ามันไม่ โรแมนติกเหรอ...ในทางกลับกันนะ สมมติว่าเป็นน้ากฤตย์ตายแทน เธอว่าวรดาจะพกรูปน้ากฤตย์เอาไว้ทุกคืน ทุกวัน อย่างที่น้าฉันทำหรือเปล่า"

นัท ธมนนั่งนิ่งไม่รู้จะตอบคำถามนั้นอย่างไร...

ทางฝ่ายกฤตย์ไม่พอใจมาก ที่แกมแก้วเข้ามาก้าวก่ายงานของบริษัท เธอสั่งห้ามไม่ให้จ้างคนเพิ่มทั้งๆที่เลขาฯหน้าห้องของเขามีงานล้นมือ โดยอ้างว่าจะทำให้บริษัทต้องรับภาระเพิ่ม กฤตย์ไม่อยากเถียงด้วย เลยสั่งเลขาฯให้หาเด็กฝึกงานค่าจ้างถูกๆมาช่วยงานไปก่อน แกมแก้วนึกอะไรขึ้นมาได้

"บอกยายแป้งด้วย แก้วไม่ต้องการให้เพื่อนคนนั้นของยายแป้งไปเหยียบที่บ้านโน้นอีก"

"แป้ง มันก็หลานนะ  จะพาเพื่อนไปเที่ยวบ้านบ้างจะเป็นอะไร"

"งั้นก็อย่าให้ แก้วเจอเธอก็แล้วกัน  แก้วไม่รู้หรอกนะว่าจะเกิดอะไรขึ้น" แกมแก้วขู่ก่อนกลับ...

ขณะถุงแป้งกำลังเดินเตร่อยู่ตรงทางเดินภายใน สถานศึกษา ติสรณ์โผล่พรวดเข้ามาชวนเธอไปงานวันคล้ายวันเกิดของนัทธมนในวันอาทิตย์ที่จะ ถึงนี้ ถุงแป้งไม่รีรอตอบตกลงทันที

ooooooo

กฤตย์รู้จากถุง แป้งว่าวันนี้เป็นวันคล้ายวันเกิดนัทธมน เขาอาสาขับไปส่งเธอที่บ้านของนัทธมน โดย อ้างว่าไม่อยากให้หลานสาวนั่งแท็กซี่ มันอันตราย ถุง-แป้งกระเซ้าว่าไม่ใช่เพราะอยากเจอเพื่อนของเธอหรือ

"เขาอายุห่าง กับน้าตั้งเกือบยี่สิบปีนะแป้ง  อย่าคิดมากน่า...เอาไง จะให้น้าไปส่งมั้ย"

ถุง แป้งยินดีเป็นอย่างยิ่ง ประหยัดเงินค่าแท็กซี่ไปได้ หลายบาท...

มนทิร าให้ของขวัญวันคล้ายวันเกิดลูกเป็นแหวนที่นิกรให้เธอ นัทธมนดีใจน้ำตาคลอ สัญญากับแม่ว่าจะ ใส่ติดนิ้วไม่ยอมถอด จังหวะนั้นเสียงกริ่งหน้าบ้านนัทธมนดังขึ้น

"บ้านเรายังจะมีแขกมา อีกเหรอคะเนี่ย"

นัทธมนชะเง้อมองออกไป เห็นติสรณ์ยืนอยู่หน้ารั้วบ้าน รีบออกไปเปิดรับ ติสรณ์ยื่นกล่องของขวัญให้นัทธมนพร้อมกับคำอวยพร นัทธมนดีใจที่ติสรณ์จำวันนี้ได้ ขณะ

ติสรณ์สอดส่ายสายตามองหาถุงแป้ง รถของกฤตย์แล่นมาจอดหน้าบ้านนัทธมนพอดี ถุงแป้งเดินเข้ามาต่อว่าเพื่อน

"ใจดำ จริงนะ วันเกิดเพื่อนไม่บอกสักคำ"

นัทธมนหันมองกฤตย์ที่จ้องหน้าเธออยู่ ถุงแป้งแนะนำติสรณ์ให้รู้จักน้าของเธอ นัทธมนคว้ามือติสรณ์ชวนเข้าบ้าน

ถุงแป้งบอกกฤตย์ว่าถ้ามีธุระจะกลับเลยก็ได้    ไม่ต้องรอ เธอกลับเองได้

"วันนี้น้าว่าง ถ้าเจ้าของบ้านเขาไม่รังเกียจที่จะเชิญ" กฤตย์มองนัทธมนไม่วางตา นัทธมนเชิญเขาเข้าบ้านตามมารยาท แล้วเดินเกาะแขนติสรณ์นำหน้า...

กฤตย์รอจังหวะที่มนทิราใช้นัทธมนเข้าครัวไปหาอะไรมาเลี้ยงแขก เขาทำทีขอเข้าห้องน้ำแต่กลับแอบตามนัทธมนเข้าครัว เห็นเธอกำลังปอกผลไม้ง่วนอยู่ ถามว่ามีอะไรให้ ช่วยไหม นัทธมนสวนทันทีว่าช่วยเอาชีวิตของพ่อเธอคืนมา กฤตย์หมายถึงให้ช่วยเรื่องกับข้าว ของกิน  หรือว่าปอกผลไม้

"อย่าเลยค่ะ มีดมันคม เดี๋ยวจะบาดเอา"

"เธอเหมือนผู้หญิงคนหนึ่งที่ฉันเคยรู้จัก เขาชื่อวรดา ศักดินันท์ ลูกนายพลประพจน์กับคุณวารี"

"ไม่เกี่ยวอะไรกับหนูนี่คะ"

"วันก่อนเธอแอบเข้าไปที่เรือนของวรดา เธอต้องการอะไรกันแน่"

นัทธมนตกใจ คาดไม่ถึงว่าเขาจะรู้ เผลอทำมีดบาดมือตัวเองเลือดไหลเป็นทาง กฤตย์เป็นห่วงจับมือเธอขึ้นมาดู นัทธมนสะบัดออก บอกว่าไม่ต้องยุ่ง เธอบาดเจ็บก็ไม่เกี่ยวกับเขา ระวังตัวเขาเองไว้ดีกว่า กฤตย์มองนัทธมนอย่างหวั่นใจ ถามว่าเธอคือวรดาใช่ไหม นัทธมนยังไม่ทันจะตอบ มนทิรา เข้ามาขัดจังหวะเสียก่อน

เห็นลูกสาวโดนมีดบาดรีบหาปลาสเตอร์มาปิดแผลให้ แล้วเชิญกฤตย์ออกไปรอข้างนอก

ไม่นานนัก อาหารมื้อกลางวันถูกจัดวางเต็มโต๊ะ มนทิรา กฤตย์ ถุงแป้ง ติสรณ์ กับนัทธมนนั่งล้อมวงกันกินข้าว

นัทธมนนั่งข้างติสรณ์ ทำทีเอาใจตักอาหารให้ทำประชดกฤตย์

ติสรณ์ขอบใจอย่างงงๆ กฤตย์มองชายหนุ่มตรงหน้า รู้สึกหึงหวงเล็กน้อย...

ขณะเดียวกัน ปณิตาติดต่อมือถือของกฤตย์ไม่ได้เลยแวะมาหาที่บ้าน เจอแกมแก้วนั่งกินยาเป็นกำมือพร้อมกับกรอกน้ำตาม

"ท่าทางอาการไม่ค่อยดีเลยนะเรา นอนน้อยหรือว่าทำกรรมมาเยอะกันแน่" ปณิตาแดกดัน

"ถ้าฉันทำกรรมมาเยอะ เธอเองก็คงไม่น้อยไปกว่ากันสักเท่าไหร่หรอกนะ" แกมแก้วโต้ไม่ยอมแพ้

ปณิตาไม่อยากต่อปากต่อคำด้วย ถามว่ากฤตย์อยู่หรือเปล่า เมื่อกี้เธอแวะไปที่ทำงานก็ไม่อยู่ โทร.เข้ามือถือก็ไม่รับ ไม่รู้ว่ามีอะไรสำคัญมากมายถึงขนาดต้องปิดโทรศัพท์


จังหวะนั้น ป้าสร้อยเอาน้ำเข้ามาเสิร์ฟ ปณิตาทักทายว่าป้าสร้อยเป็นอย่างไรบ้าง ป้าสร้อยบอกไม่ค่อยสบายเท่าไร แกมแก้วเตือนปณิตาว่าให้ระวังตัวเอาไว้ วรดากลับมาแล้ว ปณิตาหันมองหน้าป้าสร้อย

"จะบ้าเหรอ มันตายไปจะยี่สิบปีแล้ว มันจะกลับมาได้ยังไง"

"คุณแกมแก้วยังไม่ได้กินยาล่ะมั้งคะ" ป้าสร้อยสาระแนเหมือนเคย

แกมแก้วมองหน้าปณิตากับป้าสร้อย หัวเราะเย้ยหยัน บอกว่าวรดาใกล้พวกเราเข้ามาทุกทีแล้ว

ooooooo

กฤตย์แวะเติมน้ำมันระหว่างทางกลับบ้าน ติสรณ์ ซึ่งติดรถมาด้วยเลยขอลงตรงนี้ ก่อนไปเขาไม่วายทำหน้าล้อเลียนถุงแป้ง กฤตย์หันมาถามถุงแป้งว่านัทธมนเป็นแฟนติสรณ์หรือ ถุงแป้งส่ายหน้าไม่รู้

"นัทธมนเขาอยากจะฝึกงานบ้างไหม เป็นงานพาร์ตไทม์... งานที่บริษัทช่วงนี้เยอะมาก"

"เอาไว้แป้งจะถามให้แล้วกันนะคะ"

"ถ้าสนใจ ก็ให้มากรอกใบสมัคร นัดสัมภาษณ์ดูนะ"

กฤตย์จะหยิบเงินจ่ายค่าน้ำมัน แต่หากระเป๋าสตางค์ ไม่เจอ ถามถุงแป้งว่าเห็นบ้างไหม ถุงแป้งส่ายหน้า แซวว่า แก่แล้วขี้หลงขี้ลืม กฤตย์ขอยืมเงินหลานก่อนหนึ่งพันบาท...


นัทธมนเจอกระเป๋าสตางค์ของกฤตย์ตกอยู่ใต้เก้าอี้ระหว่างที่เธอช่วยแม่ทำความสะอาดบ้าน ชะงักเมื่อเห็นรูปวรดาอยู่ในกระเป๋าใบนั้น หยิบรูปออกมาพลิกด้านหลัง มีข้อความเขียนด้วยลายมือว่า "เต็มใจให้" นัทธมนหยิบปากกากับกระดาษมาลองเขียนข้อความนั้น แล้วเทียบดู ปรากฏว่ามันเหมือนกันราวกับคนคนเดียวกันเขียน เธอยิ่งมั่นใจว่าตัวเองคือ วรดา ศักดินันท์...

ปณิตาบ่นกับป้าสร้อยขณะเดินกลับมาขึ้นรถ ว่าเจ้านายของป้าสร้อยน่าจะตรวจเช็กประสาทบ้าง เป็นไปได้อย่างไรที่คนตายไปแล้วเกือบยี่สิบปีจะกลับมาได้ ป้าสร้อยพยักหน้าเห็นด้วย ปณิตาหยิบแบงก์ห้าร้อยยื่นให้ป้าสร้อย สั่งให้คอยรายงานเรื่องกฤตย์ให้เธอฟังทุกฝีก้าวไม่ว่าจะออกไปไหนกับใคร ป้าสร้อยพูดขึ้นลอยๆว่าค่าโทรศัพท์สมัยนี้แพงมาก ปณิตารู้งานหยิบเงินเพิ่มให้อีกห้าร้อยบาท

"ใจถึงพึ่งได้แบบนี้ ถึงไหนถึงกันค่ะ" ป้าสร้อยมองเงินในมือ ยิ้มมีความสุข...

นัทธมนกำลังนั่งเหม่อใจลอยต่อจิ๊กซอว์อยู่ในห้องนอน สายตาเธอไม่ได้จับจ้องกับสิ่งที่ทำ แต่ก็สามารถหยิบชิ้นส่วนต่างๆต่อกันได้ถูกต้องราวกับจับวาง มนทิราเข้ามายืนมอง รู้ว่าลูกกำลังใช้พลังพิเศษโดยที่ไม่รู้ตัว นัทธมนยืนยันกับแม่ว่า เธอคือวรดากลับชาติมาเกิด

"ภาพรวมมันค่อยๆชัดขึ้นแล้วค่ะ เหมือนต่อจิ๊กซอว์ ตอนนี้หนูเริ่มที่ขอบๆมันก่อน พอได้ขอบครบทุกด้าน ทีนี้มันก็จะง่ายขึ้น"

"ภาพที่หนูอยากเห็นมันคืออะไรกัน"

นัทธมนอยากเห็นว่าเกิดอะไรขึ้นกับวรดา จิ๊กซอว์ตรงหน้านัทธมนต่อเสร็จสมบูรณ์โดยที่เธอไม่รู้ตัว...

ด้านกฤตย์รื้อค้นตามที่ต่างๆในบ้านที่คิดว่าตัวเองจะวางกระเป๋าสตางค์ไว้ แต่ไม่เจอ ถามป้าสร้อยแกก็ไม่เห็น กฤตย์นั่งครุ่นคิด จำไม่ได้ว่าไปลืมไว้ที่ไหน

ooooooo

นัทธมนตอบตกลงทันทีที่รู้จากถุงแป้งว่ากฤตย์ ชวนเธอไปฝึกงานที่บริษัทของเขา หลังเลิกเรียน ถุงแป้งพานัทธมนมากรอกใบสมัคร เลขาฯของกฤตย์แจ้งว่ากฤตย์รอสัมภาษณ์พนักงานคนใหม่อยู่ที่บ้าน เข้าทางนัทธมนพอดี เธอออกอุบายให้ถุงแป้งไปหากฤตย์ก่อน โดยทำทีขอเข้าห้องน้ำ

ถุงแป้งจะอยู่รอ เกรงเพื่อนจะหาช่องมุดรั้วไปบ้าน กฤตย์ไม่เจอ นัทธมนจะอ้อมไปเข้าหน้าบ้านเองถุงแป้งไม่ต้องเป็นห่วง ถุงแป้งเลยยอมไปก่อน นัทธมนทำเป็นเดินย้อนไปทางสำนักงาน พอเห็นปลอดคน รีบวิ่งไปเรือนหลังเล็ก แต่ต้องหงุดหงิด ผิดหวังเพราะประตูหน้าเรือนถูกล่ามโซ่ล็อกกุญแจไว้

นัทธมนเดินลัดเลาะมาถึงช่องมุดรั้วไปบ้านกฤตย์ แต่ ต้องตกใจเมื่อเห็นกฤตย์ยืนกอดอกรออยู่ เขาสงสัยว่าทำไมเธอถึงรู้ทางลัดแห่งนี้ นัทธมนอ้างว่าถุงแป้งบอก

"แต่ถ้าไม่เคยมาตรงนี้มาก่อน ก็ไม่น่าจะหาเจอ"

"หนูก็เดาสุ่มๆไป ถ้าผิดมากนัก หนูกลับไปเข้าทางประตูใหญ่ก็ได้" นัทธมนพูดกลบเกลื่อน

กฤตย์ไม่อยากให้เสียเวลาย้อนไปย้อนมา บอกให้เดินตาม กฤตย์พานัทธมนมุดรั้วเข้าไปอีกด้าน หญิงสาวมองทางเดินรอบบริเวณอย่างคุ้นเคย กฤตย์เหมือนจะรู้ทันความคิดของเธอ แสร้งถามว่าคุ้นไหม นัทธมนโกหกว่าไม่คุ้น เธอเคยเข้าแต่ทางหน้าบ้าน

"เกือบยี่สิบปีแล้วที่ฉันพยายามรักษาสภาพเดิมเอาไว้ ทุกอย่าง...ยกเว้นบางที่ที่อยากลืมจริงๆถึงจะมีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลง" กฤตย์เดินนำนัทธมนมาถึงสระว่ายน้ำ เธอถึงกับผงะ หยุดเดินอย่างไม่มีสาเหตุ กฤตย์บอกว่าเราสองคนจะนั่งคุยธุระกันที่นี่ นัทธมนทรุดตัวลงนั่งที่เก้าอี้ มองสระว่ายน้ำไม่วางตา

กฤตย์เล่าว่า สมัยก่อนตรงนี้ไม่ได้เป็นสระว่ายน้ำ แต่ เคยเป็นห้องหลบภัยมาก่อน ระหว่างที่พูดเขาลอบสังเกตอาการหญิงสาวตลอด นัทธมนจับขอบเก้าอี้ไว้แน่น พยายามข่มความกลัว พอเริ่มผ่อนคลาย เธอถามว่าทำไมเขาต้องล่ามโซ่ เรือนหลังเล็กฝั่งโน้นไว้ด้วย

"ฉันไม่เห็นรู้เรื่องเลย น่าจะเป็นแกมแก้ว เขาเป็นคนจัดการ"

นัทธมนเมินหน้าไปทางอื่น ไม่เชื่อที่เขาพูด ถุงแป้งตามเข้ามา เห็นนัทธมนนั่งรออยู่ก่อนแล้ว แปลกใจว่าเข้ามาทางไหน เธอยืนรออยู่หน้าบ้านตั้งนานสองนาน กฤตย์ชิงตอบคำถามแทนนัทธมน

"น้าพาเพื่อนเรามุดรั้วมาเอง ถ้าไม่เคยมา...คงมุดไม่ถูก... แป้งไปให้ใครยกน้ำมาเลี้ยงเพื่อนหน่อย"

ถุงแป้งรีบทำตามสั่ง นัทธมนนึกขึ้นได้ หยิบกระเป๋าสตางค์ของกฤตย์ยื่นให้ บอกว่าเขาทำหล่นไว้ที่บ้านของเธอ กฤตย์ดีใจ คิดว่าจะหาไม่เจอเสียแล้ว รีบเปิดกระเป๋าดูรูปวรดาอย่างหวงแหน

"ทุกอย่างอยู่ครบ ไม่ต้องกลัวว่าอะไรจะหายไปหรอกค่ะ" นัทธมนชักสีหน้าไม่พอใจ

"สิ่งที่ฉันทำหายไป คงไม่มีวันได้คืนแล้วล่ะ...เอ่อ...เราจะเริ่มงานได้เมื่อไหร่"

"อาทิตย์หน้า...ต้องบอกคุณแม่ก่อน ช่วงบ่ายต้องขอไปเรียนบ้างเป็นบางวัน"

กฤตย์ตกลงตามเธอว่า ส่วนเรื่องค่าตอบแทน เขาจะให้ฝ่ายบัญชีจัดการให้ ต้องการเงินเดือนเท่าไหร่ให้บอกมา จังหวะนั้น ป้าสร้อยถือถาดใส่น้ำเข้ามา พอเห็นหน้านัทธมนชัดๆปากสั่น เข่าอ่อน ถาดในมือหล่น แก้วน้ำตกแตกกระจาย วิ่งหน้าตื่นออกมาเจอแกมแก้ว แกมแก้วถามว่าเอาโซ่ไปล็อกประตูเรือนหลังเล็กแล้วใช่ไหม ป้าสร้อยไม่ตอบ ได้แต่ตัวสั่นเทา แกมแก้วสงสัยว่าเป็นอะไรไป

"ผี...ผี...วรดา...หลอก"

แกมแก้วพอจะรู้แล้วว่าเกิดอะไรขึ้นกับป้าสร้อย รีบจ้ำพรวดๆไปยังสระว่ายน้ำ

ooooooo

ตอนที่ 5

ผ่านไปไม่นานนัก นัทธมนกลับถึงบ้าน เห็นแม่ กำลังรีดเสื้อให้พ่อ มนทิราแปลกใจว่าทำไมวันนี้ลูกกลับบ้านเร็ว นัทธมนไม่อยากไปไหนต่ออยากกลับมาอยู่เป็นเพื่อนแม่ แล้วนั่งมองหน้าแม่

"หนู ดีใจนะคะที่ได้เกิดมาเป็นลูกแม่กับพ่อ"

ทันใดนั้นมีเสียงโทรศัพท์ดัง ขึ้น มนทิราวางเตารีด กระเซ้าลูกว่าปากหวานดีนัก ช่วยรีดเสื้อพ่อแทนเธอหน่อย แล้วเดินไปรับสาย นันธมนดึงปลั๊กเตารีดออก หยิบเสื้อของพ่อขึ้นมากอดด้วยความเศร้า

"ฮัลโหล...ค่ะ...ที่ไหนคะ... ค่ะ...ค่ะ" มนทิราวางสาย น้ำตาคลอ กำลังจะบอกนัทธมนว่าไม่ต้องรีดเสื้อแล้ว เหลือบเห็นปลั๊กเตารีดถูกถอดออกจากเต้าเสียบเรียบร้อย มนทิราเดาออกทันทีว่าลูกรู้เรื่องพ่อแล้ว

"หนูแค่วูบขึ้นมาว่าจะไม่ ได้เจอพ่ออีก...เราต้องอยู่กันให้ได้ค่ะแม่...เราต้องอยู่กันให้ได้" สองแม่ลูกกอดคอกันร้องไห้น้ำตาแทบเป็นสายเลือด...

ในห้องฉุกเฉินของ โรงพยาบาล มนทิราถึงกับปล่อยโฮทันทีที่เห็นศพนิกร ร้องไห้คร่ำครวญว่าทำไมเขาถึงทิ้งเธอไปเร็วอย่างนี้ นัทธมนเข้ามาประคองแม่ไว้ด้วยน้ำตานองหน้า พาออก มานั่งนอกห้อง หมอสรุปให้สองแม่ลูกฟังว่าผู้ตายเส้นโลหิตในสมองแตก ก่อนจะตกลงมาจากตึก แรงกระแทกทำให้เสียชีวิตทันที

"แล้วก่อนหน้านี้มีใครมาดูพ่อบ้างไหม คะ"

"ทราบว่ามีคนรถนำผู้ตายมาส่งครับ แต่นอกนั้นยังไม่มีใครมา"

นัท ธมนแค้นใจมากที่ไม่มีใครดูดำดูดีพ่อของเธอ พึมพำต่อว่าพวกนั้นว่าใจดำ...หลังจากนัทธมนเซ็นเอกสารทุกอย่างแทนแม่ซึ่งแทบ จะทำอะไรไม่ได้ บอกหมอว่าขอตัวกลับก่อน พรุ่งนี้เธอถึงจะมารับศพพ่อไปทำพิธี แล้วประคองแม่มายืนรอลิฟต์ มนทิราชวนลูกลงบันไดเพราะรู้ว่าลูกกลัวที่แคบ

"ไม่ ต้องค่ะแม่ ต่อไปนี้หนูจะเข้มแข็งเพื่อแม่"

มนทิราซึ้งใจ จับมือลูกไว้ จังหวะที่นัทธมนกับมนทิราก้าวเข้าลิฟต์ตัวหนึ่ง กฤตย์ซึ่งตามมาดูแลเรื่องค่าใช้จ่ายต่างๆของนิกร ก้าวออกจากลิฟต์อีกตัวหนึ่งที่อยู่ติดกัน นัทธมนกับกฤตย์คลาดกันนิดเดียว...

มนทิร ากลับถึงบ้านด้วยสีหน้าเศร้าสร้อย ทำใจไม่ได้กับการจากไปอย่างกะทันหันของนิกร ยืนมองโต๊ะทำงานของเขา น้ำตาคลอ เห็นข้าวของทุกอย่างยังคงอยู่ที่เดิม มนทิราเดินมานั่งที่เก้าอี้ประจำของนิกรแล้วร้องไห้สะอึกสะอื้น นัทธมนแอบเห็นแม่ร้องไห้ พลอยร้องไห้ตามไปด้วย

ooooooo

รุ่ง ขึ้น กฤตย์ชวนปณิตาไปร่วมงานศพนิกรด้วยกัน คืนนี้บริษัทของเขาจะเป็นเจ้าภาพ ปณิตาทำอิดออดไม่อยากไป กฤตย์ติงว่าในฐานะที่เธอเป็นผู้บริหารคนหนึ่งของโครงการนี้เธอควรจะไปร่วม งาน

"ตาส่งพวงหรีดไปก็แล้วกัน...พอใจไหม"

กฤตย์ส่ายหน้าเอือม ระอาที่ปณิตาไม่ให้เกียรติคนตายทั้งที่ใช้งานเขาหามรุ่งหามค่ำ พอกฤตย์รู้ว่านิกรทิ้งเมียกับลูกสาววัยสิบแปดปีไว้ข้างหลัง ตำหนิตัวเองที่มีส่วนทำให้ลูกของนิกรต้องกำพร้าพ่อ...

หลังจากปณิ ตากลับไปแล้ว กฤตย์โทรศัพท์ทางไกลไปเพชรบูรณ์เพื่อปรับทุกข์กับพี่สาว ขณะเกตุมณีกำลังปลอบกฤตย์ไม่ให้คิดมากเรื่องการตายของนิกร ปิติโกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยงเข้ามาในบ้าน เกตุมณีบอกน้องชายว่าแค่นี้ก่อนแล้ววางสาย หันมาถามปิติว่ามีเรื่องอะไรกัน

"คน งานตั้งวงกันอีกแล้ว คราวนี้ไม่ใช่เหล้าอย่างเดียว มันเล่นถั่วเล่นโปกันด้วย ไอ้มีเป็นหัวโจก ผมจะไม่ใจดีอีกแล้ว ไล่มันออกยกชุดเลย"

เกตุมณีท้วงว่าถ้าไล่คนงานออกแล้วใครจะคุมงาน ปิติจะคุมเอง เกตุมณีเหน็บว่าตั้งแต่เขากลับจากบ้านกฤตย์ดูจะอารมณ์เสียง่ายเกินเหตุ ปิติไม่พอใจ ย้อนว่าเธอเองก็ไม่ได้ดีไปกว่าเขา คอยหาเรื่องเขาตลอดแถมชอบเอาเรื่องอดีตมาพูด ถอดแบบมาจากแกมแก้วทุกอย่าง เกตุมณีงอน เดินน้ำตาคลอขึ้นบ้าน...

ก่อนไปเรียนหนังสือ ถุงแป้งแวะมาหากฤตย์ที่บริษัท บอกว่าหลังเลิกเรียน เธออาจจะเลยไปงานศพพ่อของเพื่อน กฤตย์เองก็ต้องไปงานศพเหมือนกัน ถุงแป้งเห็นหน้าตาเคร่ง เครียดของน้าชาย อดถามไม่ได้ว่าสนิทกับคนตายมากหรือ

"ก็ พอควร แต่เขาตายเพราะน้าเร่งงานเขาหนักไป น้าทำให้ลูกสาวเขาเป็นกำพร้า บาปนี้คงติดอยู่ในใจจนตาย" กฤตย์ หน้าหมองลงไปอีก เมื่อคิดถึงเรื่องนี้...

ที่ ศาลาสวดศพ มนทิรายกถาดใส่อาหารไปวางข้างโลงศพนิกร เคาะโลงเบาๆก่อนจะพึมพำอะไรบางอย่าง แล้วเดินออกมา นัทธมนเข้ามาเตือนแม่ให้กินอะไรบ้าง เดี๋ยวจะเป็นลมเป็นแล้งไป

"แม่ ยังไม่หิวหรอกลูก ให้พ่อเขากินก่อน...ต่อไปก็เหลือเราแค่สองคนแล้วนะลูก"

"พวก คนใจร้าย มันใช้งานคุณพ่อจนตาย" นัทธมนมอง แม่แล้วร้องไห้

"อย่าพูด อย่างนั้นสิลูก พ่อของเราถึงคราวเองต่างหาก... วันนี้ เขาจะมาเป็นเจ้าภาพ ลูกต้องต้อนรับเขาให้ดีรู้ไหม" มนทิราเห็นสายตาชิงชังของลูก รีบปราม "นัท...ไม่เอาสิลูก หนูคงไม่อยากให้พ่อนอนตายตาไม่หลับใช่ไหม"

นัท ธมนไม่อยากทำให้แม่ไม่สบายใจ รับปากว่าจะต้อนรับพวกนั้นอย่างดี แต่เธอกลับทำไม่ได้อย่างที่รับปาก พอเธอได้ยินพนักงานบริษัทของกฤตย์คนหนึ่งพูดถึงพ่อของเธอในแง่ลบ นัทธมนโกรธจนลืมตัวใช้พลังพิเศษเล่นงานเขา ลงไปนอนดิ้นทุรนทุรายหายใจติดขัด หน้าเริ่มเปลี่ยนเป็นสีม่วง ดีที่มนทิราเข้ามาคว้าแขนนัทธมนลากออกไปจากศาลาได้ทัน ชายคนนั้นกลับมาหายใจ
สะดวก ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น

มนทิราพานัทธมนมาที่มุมลับตาคน ส่งกระดาษทิชชูให้ลูกซับเลือดกำเดา ตำหนิลูกที่ทำร้ายคนอื่น นัทธมนอ้างว่าผู้ชายคนนั้นว่าพ่อโง่ โดนด่าที่ไซต์งานจนเครียด เส้นเลือดในสมองแตกเลยตกตึกตาย

"ปากคนจะพูดอะไรก็ช่างเขาสิ เรารู้อยู่ว่าพ่อเราเป็นยังไงก็พอแล้ว"

"ก็ที่พ่อตาย ไม่ใช่เพราะทำงานเพื่อพวกลูกน้องแบบนี้เหรอคะ"

"นัทจะให้แม่บอกกี่หน ว่าพ่อลูกตายเพราะอะไร แม่รู้ว่าลูกเสียใจ แต่ก็ไม่ควรไปทำกับคนอื่นแบบนี้"

"หนู เกลียดมัน ไอ้พวกที่ทำให้คุณพ่อตาย"

"นัททำไมดื้อแบบนี้...ถ้าไม่ อยากให้พ่อต้องเสียใจ อย่าทำแบบนี้อีกเลยนะลูก"

นัทธมนพยักหน้า มนทิราบอกให้ลูกไปดูในครัว ส่วนเธอจะไปรับแขกหน้าศาลาเอง สองแม่ลูกแยกย้ายกันไปทำหน้าที่ของตน มนทิรายืนต้อนรับแขกเหรื่อได้สักพัก กฤตย์กับเลขาฯหน้าห้องของเขา พร้อมด้วยคณะผู้บริหารของโครงการมาถึง เลขาฯแนะนำมนทิรากับกฤตย์ให้รู้จักกัน

"นี่คุณกฤตย์เจ้าของบริษัทที่ คุณนิกรร่วมงานด้วย

น่ะค่ะ...นี่คุณมนทิราค่ะเจ้านาย"

ทั้ง สองคนทักทายกันตามมารยาท จากนั้นกฤตย์ยื่นซองใส่เช็คให้มนทิรา ขอให้เธอถือว่าเงินจำนวนนี้เป็นเงินตอบแทนเล็กๆน้อยๆจากบริษัทของเขา จากนั้นกฤตย์ขอตัวขึ้นไปจุดธูปไหว้ศพแล้วเดินนำคณะผู้บริหารขึ้นไปบนศาลาคลา ดกับนัทธมนที่เดินเข้ามาถามแม่ว่าเพื่อนของเธอมาหรือยัง พูดยังไม่ทันขาดคำ

ถุง แป้งโผล่เข้ามา นัทธมนแนะนำเพื่อนให้รู้จักกับแม่ของเธอ แล้วพากันเข้าครัวเพื่อจัดของว่างไว้รับแขก ขณะกฤตย์ ยกมือไหว้ศพนิกรพร้อมกับธูปในมือ นัทธมนซึ่งกำลังจัดของว่างใส่จานหยุดกึก เหมือนมีลางบอกว่าคนที่ทำให้พ่อตายมาถึงแล้ว เธอวางของในมือออกจากครัว ขึ้นไปบนศาลาสวดศพ

แล้วหยุดยืนข้างหลังกฤตย์ น้ำตาแห่งความแค้นเอ่อล้นท้นขึ้นมา พลันธูปในมือกฤตย์ติดไฟ เปลวพุ่งขึ้นมาเกือบโดนหน้า กฤตย์ตกใจทิ้งธูปลงพื้น   ธูปในกระถางปักธูปเกิดเปลวไฟลุกพรึบขึ้น เจ้าหน้าที่ของวัดรีบวิ่งมาดับไฟกันโกลาหล แขกเหรื่อมองด้วยความแปลกใจ  กฤตย์ก้าวถอยหลังไปหยุดยืนใกล้ๆนัทธมน

"คุณคงเป็นเจ้านายของพ่อสินะ"

กฤตย์หันมองตามเสียง ถึงกับตะลึงงัน หญิงสาวตรงหน้าเหมือนวรดาราวกับแกะ กฤตย์พึมพำว่าเป็นไปไม่ได้ นัทธมนนิ่งอึ้ง คาดไม่ถึงว่าเจ้านายพ่อคือน้าของถุงแป้ง   ถุงแป้งหันมาเห็นกฤตย์ เข้ามาทัก

"อ้าวน้ากฤตย์ ที่แท้ก็มางานเดียวกันนี่เอง...นัท...นี่น้ากฤตย์"

นัทธมนยกมือไหว้ สายตามีแต่แววชิงชัง กฤตย์ถึงกับเสียวสันหลังวาบ มนทิราปราดเข้ามายืนข้างนัทธมนเมื่อเห็นลูกจ้องหน้ากฤตย์เขม็ง กฤตย์ชมพ่อของนัทธมนว่าเป็นคนดี

"คนเราก็มักจะพูดถึงคนตายกันแบบนี้บ่อยๆแหละค่ะ ทำไมคะ...เราจะทำดีให้ต่อกันตอนเป็นๆไม่ได้เหรอ ทำไมต้องมาคิดถึงความดีเอาเมื่อตอนเขาจากไป"

"นัท...แม่บอกว่าไง" มนทิราปรามลูก ก่อนหันไปทาง กฤตย์  "ฉันต้องขอโทษแทนลูกสาวด้วยนะคะ แกยังเด็กน่ะค่ะ" มนทิรารีบพานัทธมนออกจากศาลา ก่อนจะเกิดเรื่องขึ้นอีก

ooooooo

กลับถึงบ้านแล้ว นัทธมนยังหาเรื่องกฤตย์ไม่เลิก หาว่าเขาคอยตามจองล้างจองผลาญเธอมานานแล้ว

มนทิราถามว่า    มีหลักฐานอะไรถึงไปกล่าวหาเขาอย่างนั้น

"อย่างน้อยเขาก็ทำให้คุณพ่อหนูต้องตาย หนูไม่เข้าใจเลยว่าทำไมแม่ถึงยอมอโหสิกรรมให้กับเขาง่ายๆแบบนี้...คุณพ่อตาย เพราะเขานะคะ"

"นัทคิดเองสรุปเองแบบนี้   มันเป็นการเกลียดคนโดยไร้เหตุผลรู้ไหมลูก"

"มีซิคะ   มันต้องมี   เขาต้องทำอะไรนัทไว้   ไม่ชาตินี้ก็ชาติที่แล้ว...เขาไม่ใช่คนดีแน่"

มนทิราส่ายหน้า เหนื่อยใจในความดื้อรั้น ไม่ฟังเหตุผลของลูก...

เกตุมณีงอนปิติข้ามวันข้ามคืนไม่ยอมพูดไม่ยอมจาด้วย ปิติคิดจะง้อภรรยาด้วยการทำส้มลอยแก้วของโปรดของเธอให้กิน แต่ทำไม่เป็นเลยโทร.ไปขอความช่วยเหลือจากถุงแป้ง นอกจากได้สูตรทำขนมแล้ว เขายังได้รับรู้เรื่องราวที่กฤตย์เข้าไปมีส่วนทำให้พ่อของเพื่อนถุงแป้งตาย เป็นของแถม

ปิติรีบเข้าครัวลงมือทำส้มลอยแก้วทันที ตั้งใจทำอย่างสุดฝีมือแล้วยกชามส้มลอยแก้วมาวางที่โต๊ะตรงหน้าเกตุมณี

คะยั้นคะยอให้ลองชิม เกตุมณีว่าดึกแล้ว เธอกินไม่ลง ปิติคุยว่าส้มลอยแก้วชามนี้เขาทำเองกับมือโดยได้รับความช่วยเหลือจากถุงแป้ง ที่บอกว่าดูแม่ทำหลายรอบแล้วเลยจำสูตรได้

ปิติลองตักชิมดู รสชาติประหลาด บ้วนทิ้งแทบไม่ทัน เกตุมณีหัวเราะชอบใจ ในที่สุดสองสามีภรรยาก็คืนดีกัน ปิติเล่าให้เกตุมณีฟังเรื่องพ่อเพื่อนของถุงแป้งเส้นโลหิตในสมองแตกตาย และบังเอิญเหลือเกินที่คนตายทำงานให้กฤตย์ เพื่อนของถุงแป้งโกรธมาก โทษว่าพ่อของเธอถูกใช้ให้ทำงานหนักจนเครียดตาย พลอยทำให้ถุงแป้งเป็นกังวลว่าเพื่อนจะพานโกรธตัวเองไปด้วย...

ดึกแล้ว นัทธมนยังนอนไม่หลับ นั่งคิดถึงตอนที่เจอหน้ากฤตย์จังๆในงานศพพ่อ รู้สึกแปลกๆจนต้องเอามือทาบที่อกด้านซ้ายตัวเอง

"ทำไมใจเราถึงเต้นแบบนี้...ไม่...กับคนคนนั้น...นอกจากความเกลียดแล้วต้อง ไม่มีอะไรอีก" นัทธมนล้มตัวลงนอนหลับ แล้วฝันไป...ความฝันกลับกลายเป็นการย้อนเรื่องราวในอดีต

วันนั้น เป็นงานวันเกิดของผาณิตที่จัดขึ้นบริเวณบ้านโบราณ บรรยากาศเต็มไปด้วยความครึกครื้น กฤตย์เอาของขวัญมาให้ผาณิตแล้วเดินเลี่ยงออกมา เนื่องจากมีเพื่อนๆของเจ้าภาพรอเข้าคิวแสดงความยินดีมากมาย กฤตย์เดินตามหาวรดาทั่วงานแต่ไม่เห็น

ด้านวรดากำลังง่วนอยู่ในครัว โดยมีปิติยืนดูอยู่ไม่ห่าง เธอเปิดฝาลังถึงออกเพื่อเอาขนมตาลซึ่งสุกได้ที่จัดใส่ถาด ปิติแย่งจะทำให้ แต่ต้องชักมือกลับเพราะโดนไอน้ำร้อนลวก วรดาดึงมือเขามาดู ขอโทษที่เตือนไม่ทัน ปิติจับมือวรดาไว้ มองอย่างซาบซึ้ง กฤตย์ยืนดูอยู่ที่ห้องครัวโดยไม่มีใครเห็น ทั้งเสียใจทั้งน้อยใจเดินหน้าหงิกออกไป ไม่ทันเห็นวรดาชักมือกลับ...

กฤตย์เดินอารมณ์บูดออกมา เจอเกตุมณีซึ่งเดินถือตะกร้าใส่ขนมหวานสวนมา เกตุมณีถามว่าเห็นวรดาหรือน้าวารีบ้างไหม

"ผมเห็นแต่วรดาที่ครัว พี่ลองไปดูเอาก็แล้วกัน" กฤตย์ หงุดหงิดเดินจากไป

เกตุมณีงงว่าน้องชายเป็นอะไรแต่ไม่ได้ใส่ใจ รีบตรงไปยังห้องครัว เข้าไปข้างในเห็นแต่วารีกำลังจัดของว่างอยู่ จึงถามหาวรดา ได้ความว่าวรดายกถาดใส่ขนมตาลออกไปกับปิติ นายทหารคนสนิทของประพจน์ เกตุมณีจำได้ว่าปิติคนนี้ตามจีบวรดาแข่งกับน้องชายเธอ

ooooooo

วรดาจัดของหวานอยู่กับปิติ กฤตย์ยืนมองอยู่ อีกมุมหนึ่งด้วยความหึงหวง ทนดูไม่ได้หลบออกไปแกมแก้วกับผาณิตเห็นเหตุการณ์ตลอด ต่อมริษยาแตก ที่มีแต่คนรุมรักวรดา สองสาวสุมหัวกันวางแผนบางอย่าง จากนั้นแกมแก้วเดินไปทางสวน ส่วนผาณิตเข้าไปยืนคั่นกลางระหว่างปิติกับวรดา

"คุณพ่อให้ไปหาน่ะค่ะผู้กอง...ทางโน้น" ผาณิตชี้ไปทางสวนที่ลับตาผู้คน

ปิติบอกวรดาว่าเดี๋ยวเขากลับมา แล้วเดินไปในทิศทางที่ผาณิตชี้ ผาณิตเดินตามแผนขั้นที่สองสั่งวรดาจัดขนมไปวางที่โต๊ะของเธอที วรดาไม่อยากมีเรื่อง ก้มหน้าก้มตาจัดของหวานใส่จาน แล้วเดินไปวางที่โต๊ะ ผาณิตแกล้งยื่นขามาขัด วรดาสะดุดล้ม ขนมตกเกลื่อนพื้น กฤตย์มองเห็นแต่ไกล ปรี่เข้ามาหา

"ตายแล้ว พี่สาว เจ็บมากไหม...คงมัวเหม่อมองหาผู้กองละซิ"

กฤตย์ได้ยินคำพูดของผาณิต ชะงักไม่เข้าไปช่วยวรดา แต่หันไปทำหวานใส่ผาณิตเพื่อประชดวรดาแทน ผาณิตหัวร่อต่อกระซิกกับกฤตย์อย่างมีความสุข ส่วนวรดามองอย่างน้อยใจ...

ฝ่ายปิติเดินตามหาเจ้านายมาถึงสวน ได้ยินเสียงร้องให้ช่วย เขาหันมองตามเสียง เห็นแกมแก้วนั่งอยู่กับพื้น ทำเป็นขาเจ็บ ปิติหลงกลเข้ามาช่วยประคอง แกมแก้มทำตัวอ่อนปวกเปียกจนเขาต้องโอบเอวไว้แน่น จังหวะนั้นเกตุมณีผ่านมาเห็นพอดี คิดว่าน้องถูกลวนลาม กระชากแกมแก้วออก แล้วผลักปิติจนเซ

"เป็นทหารเสียเปล่า แต่ไม่มีความเป็นสุภาพบุรุษเลย"

ปิติพยายามอธิบายว่าเกตุมณีเข้าใจผิด แต่เธอไม่ฟัง จะลากน้องสาวกลับบ้านให้ได้ แกมแก้วขัดขืนไม่ยอมไป โวยวายลั่นว่าเธอไม่ผิด สองพี่น้องยื้อยุดฉุดกันจนเข้ามาถึงงานเลี้ยง ทุกคนหันไปมองทั้งคู่เป็นตาเดียวกัน กฤตย์ปราดเข้ามาถามว่ามีเรื่องอะไรกัน

"ไม่มีอะไรหรอก พี่กฤตย์ ก็แค่คนหัวโบราณ ก็เท่านั้น"

"ใช่...พี่มันคนหัวโบราณ ถึงได้ทนเห็นน้องสาวถูกคนลวนลามไม่ได้"

"ใครลวนลามแก้ว" กฤตย์ถามอย่างเอาเรื่อง เกตุมณีหันไปมองปิติที่ตามเข้ามาแทนคำตอบ กฤตย์โมโหสุดขีด ไม่ฟังคำแก้ตัวใดๆของปิติ ปรี่เข้าไปชกหน้าเต็มๆ ปิติเซถลา

"คุณต่อยผมเพราะอะไร...หา เพราะน้องคุณหรือเพราะวรดากันแน่"

"แล้วถ้าผมบอกว่าทั้งสองอย่าง...คุณจะทำไม" กฤตย์ กวนใส่

สองหนุ่มตรงเข้าชกต่อยกันอุตลุด ข้าวของกระจัดกระจาย ขนมเค้กเละไม่มีชิ้นดี วรดารีบเข้าไปขวางขอร้องให้หยุดทะเลาะกัน ทั้งคู่ชะงัก ผาณิตได้ทีปรี่เข้ามาตบหน้าวรดาอย่างแรง

"เพราะแก...งานเลี้ยงของฉันพังเพราะแก...นังวรดา"

กฤตย์ ปิติ เกตุมณี รวมทั้งแขกคนอื่นๆ ตะลึง ยกเว้นแกมแก้วกับผาณิตที่ยิ้มสะใจ พลันมีเสียงดังขึ้น

"นี่มันเรื่องอะไรกัน"

ทุกคนหันไปมองตามเสียง เห็นประพจน์กับคุณหญิงผกายืนมองอยู่...ประพจน์เรียกกฤตย์ ปิติ เกตุมณี แกมแก้ว และผาณิตเข้าไปคุยในบ้าน หลังจากซักไซ้ไล่เลียงแล้ว ได้ความว่าเป็นเรื่องเข้าใจผิด ปิติไม่ได้ลวนลามแกมแก้ว ประพจน์ขอรับรองด้วยเกียรติว่าปิติไม่ใช่คนเลวอย่างนั้น

"ถ้างั้นเกตุก็คงเข้าใจผิด ต้องกราบขอโทษท่านด้วยค่ะ"

"ผมก็ต้องกราบขอโทษเหมือนกันครับที่ใจร้อน"

"ถ้าอย่างนั้น วันนี้เกตุกับน้องขอตัวกลับก่อนนะคะ" เกตุมณีดึงแกมแก้วออกไป กฤตย์รีบตาม
ปิติขอตัวกลับ ประพจน์ชวนปิติให้ออกไปพร้อมกัน อ้างว่ามีธุระต้องไปข้างนอกพอดี ผาณิตรอจนพ่อกับปิติขับรถออกไปแล้ว หันมาโวยวายกับแม่ว่างานวันเกิดของเธอต้องพินาศเพราะมันคนเดียว

"เดี๋ยวลูก...มันไหน...หนูแกมแก้วน่ะเหรอ"

"นังวรดาต่างหาก มันเป็นต้นเหตุของเรื่องทั้งหมด" ผาณิตโยนความผิดให้วรดาหน้าตาเฉย

ooooooo

ที่เรือนหลังเล็ก   ระหว่างที่วรดากำลังนั่งคุยกับแม่ถึงเรื่องที่เกิดขึ้น คุณหญิงผกากับผาณิตตามเข้ามาหาเรื่องวรดาอีก   หาว่าเป็นความผิดของวรดาที่ทำให้ งานเลี้ยงล่ม   วารีกลับไม่เห็นว่าวรดาผิดตรงไหน

"เพราะลูกหล่อนฉลาดไง ให้ท่าผู้ชายแบบไม่ให้ใครจับได้ คงอบรมมาอย่างดีล่ะซิ"

"เรื่องแบบนั้น ฉันไม่เคยสั่งสอนลูก แล้วก็ไม่ทราบว่าเขาทำกันยังไงด้วย คนที่เชี่ยวชาญเท่านั้นถึงจะดูกันออก" วารีย้อนคุณหญิงผกาอย่างเจ็บแสบ

คุณหญิงผกาโกรธจัดตรงเข้าตบหน้าวารีฉาดใหญ่ ฐานเป็นแค่ขี้ข้ากล้าพูดจาสามหาวกับเมียหลวงของเจ้าของบ้าน วรดาขอร้องคุณหญิงผกาอย่าทำร้ายแม่ของเธอ ถ้าจะลงโทษ เธอขอรับเอง ผาณิตยินดีจัดให้ ตรงเข้ามากระชากวรดาขึ้นมาตบ วารีเหลืออดตะโกนไล่สองแม่ลูกออกไป  คุณหญิงผกาถึงกับตะลึง

"เรือนเล็กนี่เป็นบ้านของฉัน ถ้าคุณอยากเป็นใหญ่ ก็ไปวางอำนาจที่บ้านโน้น...ฉันให้คุณหญิงตบได้ครั้งเดียว แต่คราวนี้ฉันคงต้องป้องกันตัว คุณหญิงน่าจะรู้เรื่องใช้กำลัง พวกไพร่อย่างฉันถนัดกว่า"

คุณหญิงผกาเห็นท่าทางแข็งกร้าวเอาเรื่องของวารี จำต้องถอยกลับไปตั้งหลัก แต่ความแค้นครั้งนี้จะต้องได้รับการชำระอย่างแน่นอน...

ขณะเดียวกัน ที่บ้านของกฤตย์ แกมแก้วโวยวายลั่นว่าเลิกโทษเธอได้แล้ว เรื่องราวบานปลายใหญ่โตเพราะกฤตย์หลงวรดาจนหน้ามืดต่างหาก เกตุมณีปรามน้องสาวให้พูดจาดีๆหน่อย

"ทำไม แก้วพูดผิดตรงไหน ผู้กองปิติเขาก็รู้ เขาถึงได้ พูดออกมา พี่เกตุก็ได้ยิน"

เกตุมณีติงว่าถ้าแกมแก้วไม่ทำตัวแบบนั้น เธอกับกฤตย์ ก็คงไม่เข้าใจปิติผิดๆ แกมแก้วทำไก๋อ้างว่าตัวเองขาเจ็บ เกตุมณีไม่เชื่อ ตอนกลับบ้านเธอยังเห็นแกมแก้วเดินปร๋อ

"เออๆ รุมกันเข้าไป ใครมันจะดีเด่นเท่านังวรดาขวัญใจพี่กฤตย์ล่ะ คอยดูนะสักวัน ถ้าธาตุแท้มันเปิดเผยออกมา แก้วจะหัวเราะให้ฟันร่วงเลย"   แกมแก้วกระแทกเท้าปังๆออกไป เกตุมณีหันมาถามกฤตย์ว่าที่แกมแก้วพูดถึงปิติเป็นเรื่องจริงใช่ไหม กฤตย์พยักหน้า

"แต่ยังไงพี่ก็ยังไม่ชอบหน้าตาผู้กองนั่นอยู่ดี กฤตย์ต้องอย่ายอมแพ้เขานะ"

ooooooo

ปิติขับรถมาจอดที่สวนสาธารณะตามคำสั่งของประพจน์ สงสัยว่าเจ้านายนัดพบใครที่นี่ ประพจน์ไม่ได้ นัดใคร แค่จะหาที่เงียบๆพักตา พักหู ปิติโทษตัวเองว่าเป็นต้นเหตุทำให้เจ้านายไม่สบายใจ

"เพราะเรื่องที่ฉันก่อไว้นานแล้วต่างหาก มันถึงทำให้เกิดปัญหาไม่เว้นแต่ละวัน"

ประพจน์นิ่งคิดอยู่อึดใจ แล้วถามเขาว่าชอบวรดาหรือ ปิติอึกอัก ก่อนจะตอบอย่างเต็มปากเต็มคำว่ารักวรดา ประพจน์

ซักอีกว่า ที่ปิติรักวรดาเป็นเพราะฝ่ายนั้นเผยท่าทีกับเขาก่อนหรือเปล่า

"ไม่ครับ คุณวรดาวางตัวกับผมเป็นแค่เพื่อนของเธอ ไม่เคยทำอะไรที่ไม่เหมาะสมเลย"

"ถ้าเธอรักลูกสาวฉันอย่างจริงใจ ฉันจะสนับสนุนเธอ แต่ตอนนี้ฉันอยากจัดการเรื่องสำคัญบางอย่างก่อน ช่วยนัดทนายสมคิดให้ฉันที" ประพจน์เอนหลังพิงพนัก สีหน้าครุ่นคิด...

วรดาขับรถโฟล์กเต่าไปโรงเรียนแต่เช้า ยังไม่ทันถึงครึ่งทาง รถเจ้ากรรมกระตุกสองทีแล้วดับ สตาร์ตเท่าไหร่ก็ไม่ติด วรดาจนปัญญาออกมายืนเก้ๆกังๆข้างรถ กฤตย์ซึ่งขับรถตามเธอมาห่างๆ แล่นมาจอดเทียบไขกระจกถามว่ารถเสียหรือ วรดาพยักหน้า กฤตย์ลงมาดูเครื่องยนต์ให้ หยิบโน่นดูนี่ สักพักหันมาบอกว่า

"แบตเตอรี่หมด ถ้าชาร์จตอนนี้คุณคงไปเรียนไม่ทัน...ถ้าไม่รังเกียจผมจะไปส่งที่โรงเรียน แล้วย้อนกลับมาจัดการรถให้"

"จะรบกวนมากไปมั้งคะ" วรดายังเคืองกฤตย์เรื่องเมื่อวาน

กฤตย์หน้าหงิกทันที ด่าตัวเองว่าแส่ไม่เข้าเรื่อง เธอคงมีคนอื่นให้รบกวนอยู่แล้ว แล้วปิดฝากระโปรงท้ายรถกระแทกโครม เดินกลับไปที่รถตัวเอง วรดาน้อยใจน้ำตาคลอ หยิบกระเป๋านักเรียนเดินไปรอรถแท็กซี่ กฤตย์มองกระจกข้างรถเห็นวรดาโบกเรียกแท็กซี่ แต่แท็กซี่ไม่จอด เธอเลยเดินไปป้ายรถเมล์

กฤตย์รู้ตัวว่าทำเกินไป รีบตามมาง้อ พาวรดาไปส่งโรงเรียน พอถึงหน้าโรงเรียน กฤตย์บอกว่าเย็นนี้จะมารับ วรดางอน บอกปัดว่าไม่ต้อง เธอกลับเองได้ กฤตย์ถามเสียงอ่อยว่ายังไม่ยกโทษให้เขาอีกหรือ

"คุณไม่ได้ทำผิดอะไร ตรงกันข้าม คุณบังเอิญผ่านมาเจอรดา แล้วก็กรุณาสละเวลามาช่วย"

"ใครว่าบังเอิญ ผมเป็นห่วงลูกศิษย์ต่างหากว่าออกถนนจริงจะเป็นยังไง" กฤตย์เห็นสายตานิ่งเฉยของหญิงสาว รู้สึกตัว "เอาละๆ...ผมโกรธคุณ โกรธผู้กองปิติ โกรธโลกนี้ทั้งโลก พอใจรึยัง...แค่คุณบอกผมมาคำเดียวว่าคุณชอบผู้กอง...ผมก็จะไม่มายุ่ง"

"ฉันชอบผู้กอง...เพราะเขาเป็นเพื่อนที่ดีของฉัน และก็จะเป็นอย่างนี้ตลอดไปค่ะ"

วรดาลงจากรถ กฤตย์ดีใจ ร้องบอกว่าเย็นนี้เขาจะมารับไปอู่ วรดาไม่หันกลับไปมองแต่แอบยิ้ม...

สายของวันเดียวกัน หลังจากประพจน์อ่านทวนพินัยกรรมที่ทนายสมคิดเอามาให้ เขาเซ็นชื่อกำกับแล้วยื่นให้ปิติลงลายมือชื่อเป็นพยาน ประพจน์สบายใจขึ้น ต่อไปถ้าเขาปุบปับเป็นอะไรไปจะได้ไม่มีปัญหา ไม่อยากให้คนในบ้านต้องมาตีกันแย่งมรดกให้อายชาวบ้าน

ผาณิตแอบเห็นเหตุการณ์โดยตลอด รีบไปรายงานแม่ของเธอ คุณหญิงผการู้เรื่องนี้แล้ว ทนายสมคิดโทร.มาบอก  ผาณิตท้วงแม่ว่าไม่ตามไปดูหน่อยหรือ  เผื่อพ่อทำพินัยกรรมยกสมบัติของเราให้สองแม่ลูกนั่น

"ก็ช่างเขาซิ...ของของเรามันก็ต้องเป็นของเราวันยังค่ำแหละ เชื่อแม่เถอะ"

คุณหญิงผกายิ้มเหี้ยม เพราะรู้แก่ใจดีว่าวันนี้วารีจะถูกกำจัด เธอวางแผนให้รุจน์ขับรถตามวารีไปตลาด รอจังหวะที่วารีข้ามถนน ให้เขาขับรถพุ่งชน ทำเหมือนเป็นอุบัติเหตุ รุจน์ ทำตามแผนที่วางไว้ทุกอย่าง วารีถูกรถชนนอนจมกองเลือด บาดเจ็บสาหัส...

ในเวลาเดียวกัน วรดาก้มมองสายรัดรองเท้านักเรียนที่ขาดด้วยสีหน้าเซ็งจัด บ่นอุบว่าทำไมวันนี้มีแต่เรื่องไม่ดี ทันใดนั้น เพื่อนนักเรียนคนหนึ่งถือถุงใส่น้ำแดงเดินไม่ดูตาม้าตาเรือชนวรดาโครม น้ำแดงหกรดเสื้อของเธอเปรอะไปหมด สีแดงราวกับเลือด เพื่อนขอโทษพยายามจะหาอะไรมาเช็ดเสื้อให้

"ไม่เป็นไร...วันนี้เราลา ฝากบอกอาจารย์ด้วยละกันนะ" วรดาเดินออกจากโรงเรียน ตรงกลับบ้านทั้งที่สายรัดรองเท้าขาด แถมเนื้อตัวเสื้อผ้าเปื้อนน้ำแดง ลืมนัดของกฤตย์เสียสนิท...

ไม่นานนัก วรดากลับถึงบ้าน ต้องตกใจแทบสิ้นสติ ที่ได้รับโทรศัพท์แจ้งข่าวร้ายจากประพจน์ว่าแม่ของเธอโดนรถชน อาการน่าเป็นห่วง นอนรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล วรดาวางสายแล้วตรงไปที่นั่นทันที คุณหญิงผกาแอบได้ยินทุกอย่าง ยิ้มสะใจ...

ตกเย็น ผาณิตกลับจากโรงเรียนรู้ข่าวจากคุณหญิงผกา ว่าวารีถูกรถชนนอนไม่ได้สติอยู่โรงพยาบาล เธอรีบโทรศัพท์ บอกเรื่องนี้กับเพื่อนซี้ แกมแก้วยิ้มมีความสุขราวกับได้ฟังข่าวดี ขณะแกมแก้วกำลังจะวางสาย เกตุมณีเดินถือแจกันดอกไม้เข้ามาเห็นพอดี ถามว่าใครโทร.มา

"นิดบอกว่า ยัยน้าวารีไปเดินทะเล่อทะล่าอีท่าไหนไม่รู้ โดนรถชนเอาหัวฟาดพื้น"

"ตายจริง...แล้วจับคนชนได้ไหม"

แกมแก้วลอยหน้าลอยตาบอกว่าถ้าจับได้ก็ไม่สนุก เกตุมณีไม่เห็นว่าเรื่องนี้จะสนุกตรงไหน แกมแก้วยักไหล่ เดินออกไป สวนกับกฤตย์ที่เดินหน้าบูดเข้ามา เกตุมณีถามน้องชายว่ารู้ข่าววรดาแล้วใช่ไหม

"ข่าว...เอ๊ะ...วรดาเป็นอะไรครับ มิน่าผมไปรอเก้อที่โรงเรียน"

กฤตย์ฟังข่าวร้ายจากเกตุมณีจบรีบตรงไปโรงพยาบาลทันที...

ภายในห้องไอซียู วารีนอนใส่เครื่องช่วยหายใจ พร้อมกับมีสายน้ำเกลือกับสายให้เลือดเสียบอยู่ที่แขนโดยมีวรดานั่งน้ำตาคลอเฝ้าอยู่ข้างเตียง วรดาเอื้อมมือไปบีบมือแม่

"แม่คะ...แม่อย่าทิ้งหนูเอาไว้อย่างนี้นะคะแม่ หนูไม่รู้ว่าจะอยู่ได้ยังไงนะคะ"

วารีนอนนิ่งไม่รู้สึกตัว วรดาซบหน้ากับเตียง เอามือแม่วางบนหัว มือนั้นหล่นลงบนเตียง วรดาห้องไห้โฮ กฤตย์เดินเข้ามาในห้องนั้นเงียบๆ วรดาเงยหน้ามองด้วยน้ำตานองหน้า กฤตย์นั่งลงข้างๆหญิงสาว

"มันเกิดขึ้นได้ยังไงครับ"

"แม่ไปจ่ายตลาด แล้วข้ามถนน รถก็เลย..." วรดาพูดไม่ออกเหมือนมีอะไรมาจุกที่คอ

"แม่คุณเป็นคนดี ท่านต้องไม่เป็นอะไร" กฤตย์โอบกอดวรดาไว้เพื่อปลอบใจ

ooooooo

ตอนที่ 4

กฤตย์คิดถึงวรดาขึ้นมาทีไร น้ำตาคลอทุกที ปิติตบไหล่เขาเบาๆ ปลอบว่าเขาทำดีที่สุดแล้ว กฤตย์กลับไม่คิดอย่างนั้น ถ้าเขาสนใจชีวิตของวรดามากกว่านี้ เธอคงไม่ต้องตายอย่างทรมาน

"แล้วผู้หญิงคนนั้นเป็นอะไรตายคะ"

กฤตย์กับปิติหันไปมองตามเสียง เห็นถุงแป้งยืนมองอยู่ ปิติรีบตอบว่าเป็นปอดบวม ถุงแป้งอยากเห็นหน้าผู้หญิงที่ชื่อวรดา ถามกฤตย์ว่ามีรูปเธอบ้างไหม กฤตย์ทำท่าจะหยิบรูปในกระเป๋าสตางค์ให้ดู พลันเสียงโทรศัพท์มือถือของเขาดังขัดจังหวะ ที่บริษัทโทร.มาตาม กฤตย์รีบออกไป ถุงแป้งเลยอดดูรูปวรดา...

เกตุมณีเดินสำรวจบ้านโบราณจนมาถึงเรือนหลังเล็ก แกมแก้วเข้ามาทางด้านหลัง กระแนะกระแหนเกตุมณีว่าใจถึงมาก ที่กล้าพาผัวมาค้างที่นี่ไม่กลัวเขาจะหวนคิดถึงวรดา คนรักเก่าหรือ

"ไม่มีใครเขามัวแต่จมกับอดีตเหมือนเธอหรอก...แก้ว"

"แน่ใจเหรอ งั้นทำไมไม่พาผู้กองมาเดินเล่นแถวนี้มั่งล่ะ เมื่อก่อนเขาก็ชอบมาสิงสถิตย์เฝ้าสาวที่เรือนหลังนี้อยู่เกือบทุกวันไม่ใช่เหรอ...นี่ถ้าวรดาไม่ตาย ฉันว่าป่านนี้พี่อาจจะยังเป็นสาวแก่อยู่ก็ได้...ฉันว่าพี่น่าจะทำบุญไปให้มันเยอะๆนะ ให้ผัวมาทั้งคน อยากให้จัดเครื่องเซ่นอะไรมั่งมั้ย

เดี๋ยวจะให้สร้อยหามาให้"

"พี่ว่าเธอต่างหากที่ต้องทำบุญให้วรดามากๆ เพราะตอนที่มีชีวิตอยู่ เธอสร้างบาปสร้างกรรมกับเขาไว้เยอะ ที่สำคัญอานิสงส์จะได้ช่วยชำระจิตใจของเธอให้มันสะอาดขึ้น ไม่มัวนั่งเคียดแค้นใครๆจนไม่มีความสุขแบบนี้" เกตุมณีว่าอย่างเหลืออด ก่อนเดินหนี

"ไม่มีวันที่ฉันจะทำบุญให้แก...นังวรดา ฉันจะสาปแช่งแกไปทุกชาติๆ ขอให้วิญญาณของแกไม่ได้ผุดได้เกิด" แกมแก้วมองไปที่เรือนหลังเล็กอย่างเคียดแค้น เกลียดชัง...
พรุ่งนี้เปิดเรียนวันแรก นัทธมนเลยแต่งชุดนักศึกษาใหม่มาอวดพ่อกับแม่ เธอเห็นพ่อนั่งทำงานอยู่ทักท้วงว่ายังไม่หายดี ทำไมไม่นอนพัก จังหวะนั้น เสียงโทรศัพท์มือถือของนิกรดังขึ้น

"ฮัลโหล...ครับ คุณกฤตย์ ผมเพิ่งออกจากโรงพยาบาลวันนี้เอง ขอโทษทีที่ผิดนัด"

"ไม่เป็นไรครับ...ผมแค่โทร.มาถามดูเฉยๆ"

"อืม...ผมจะเร่งให้นะครับ รู้เหมือนกันว่าคุณกฤตย์คงโดนลูกค้าเร่งมาอีกที"

"ครับ...แต่ถ้าไม่ไหวก็ไม่เป็นไรนะครับ...เกรงใจจริงๆ"

"ครับผม...สบายมาก...ต้องขอโทษอีกครั้งนะครับ" นิกรวางสาย

กฤตย์ไม่อยากโทร.มาทวงงานจากนิกร แต่ขัดปณิตาที่อ้างว่าพรุ่งนี้เธอต้องได้ตัวเลขต้นทุนทั้งหมดไปชี้แจงกับธนาคาร เพื่อขอกู้เงินเพิ่ม...ด้านนัทธมนเข้าใจผิดคิดว่ากฤตย์ โทร.มาเร่งรัดงานจากพ่อของเธอ ทั้งๆที่รู้ว่าท่านเพิ่งออกจากโรงพยาบาล เลยด่าเขาว่าเป็นคนไร้น้ำใจ เห็นแก่ตัวและไร้มารยาท

"หนูไม่ชอบเจ้านายของพ่อ หนูว่าเขาไม่หวังดีกับพวกเราหรอก"

นัทธมนพูดไม่ทันขาดคำ กฤตย์ปวดหัวจี๊ดขึ้นมาทันที บอกปณิตาว่าขอตัวกลับก่อน...

นัทธมนเกรงว่าพ่อกับแม่จะเห็นการกระทำของตน หลบเข้าห้องนอนรีบปิดประตูตามหลัง นั่งแช่งเจ้านายของพ่อให้ล้มป่วย และขอให้เขาอาการหนักกว่าที่พ่อของเธอเป็นหลายเท่าตัว สิ้นเสียงแช่ง เหยือกน้ำบนโต๊ะหัวเตียงเดือดปุดๆของรอบตัวเริ่มสั่น...

กฤตย์ปวดหัวแทบยืนไม่อยู่ มือคว้าตะกรุดที่ห้อยคอไว้ราวกับต้องการที่พึ่ง...ทันใดนั้น ตะกรุดที่ห้อยคอนัทธมนเรืองแสงขึ้นเหมือนมีพลังบางอย่างพุ่งใส่ เสียงพระธุดงค์ดังมาจากไหนไม่รู้

"ความสุขอยู่ที่ใจ...โยม...ไม่ต้องไปค้นหาอะไรหรอกหยุดซะ ก็จะเกิดสุข"

นัทธมนหยุดกึกเหมือนต้องมนต์สะกด น้ำในเหยือกค่อยๆสงบ ข้าวของหยุดสั่น พร้อมๆกับอาการปวดหัวรุนแรงของกฤตย์หายไปราวกับปลิดทิ้ง เขาก้มมองตะกรุดในมือ รีบยกขึ้นไหว้...ส่วนนัทธมนตื่นจากภวังค์อย่างงงๆ จำไม่ได้ว่าเมื่อครู่ตัวเองคิดอะไรอยู่ เธอลืมเรื่องกฤตย์ไปดื้อๆ...

เกือบเที่ยงคืนแล้ว นิกรนั่งทำงานหน้าดำคร่ำเคร่ง มนทิราเข้ามาบอกให้นอนพักก่อนดีกว่า เพิ่งฟื้นไข้ถ้ากลับไปป่วยอีกจะไม่คุ้ม นิกรอ้างว่าเหลืออีกนิดเดียวก็จะเสร็จแล้ว มนทิราเลยนั่งเป็นเพื่อน...

ในเวลาเดียวกัน ปิติกับเกตุมณีนั่งคุยกันอยู่ที่โต๊ะสนาม ปิติเห็นลินจันทร์แอบมองอยู่ที่มุมตึก เลยเดินเข้าไปหา ลินจันทร์ ตกใจ วิ่งหนีจนผ้าคลุมหน้าปลิวตกพื้น ด้วยความรีบร้อนลิน–จันทร์สะดุดขาตัวเองหกล้ม ปิติรีบเข้ามาประคอง ถึงกับอึ้งที่เห็นหน้าหลานชัดๆ เด็กน้อยพยายามดิ้นหนี เกตุมณีวิ่งตามมาสมทบ

"ลินจันทร์นั่นเอง...นี่ป้าเกตุไงลูก แล้วนี่ก็ลุงปิติ...จำได้ไหม"

ลินจันทร์เห็นแววตาใจดีของทั้งคู่เลยหยุดดิ้น จากนั้น ทั้งสามคนพากันมาที่ห้องนั่งเล่น เกตุมณีเอาขนมที่เธอทำเองกับน้ำผลไม้มาให้หลาน ลินจันทร์ไม่กล้ากิน ปิติหยิบขนมมาป้อนให้ ลินจันทร์ลองกินแล้วติดใจหยิบกินเองอุตลุด ปิติกับเกตุมณีมองหลานสาวด้วยความสงสาร

"ท่าทางเหมือนไม่เคยกินขนมแบบนี้" ปิติกระซิบ

"ชอบไหมลูก...ถ้าชอบก็กินเยอะๆนะ...อะ...กินน้ำหน่อย"

ลินจันทร์ดูดน้ำผลไม้กินอย่างเอร็ดอร่อย เสียงแกมแก้วตะโกนเรียกลินจันทร์ลั่น เด็กน้อยตกใจ สะดุ้งโหยง ขนมหลุดมือ แกมแก้วโผล่เข้ามาเห็นลูกนั่งอยู่กับเกตุมณีและปิติปรี๊ดแตก ตรงเข้ามากระชากลูก ลากถูลู่ถูกังจะเอากลับห้อง เกตุมณีห้ามก็ไม่ฟัง ปิติทนไม่ไหว

"นั่นลูกคุณนะ ทำรุนแรงไปหรือเปล่า"

"เพราะเป็นลูกฉันน่ะสิ คนนอกอย่าเสนอหน้ามายุ่ง"

ป้าสร้อยได้ยินเสียงเอะอะออกมาดู โดนแกมแก้วตวาดใส่ว่าต่อไปถ้ายังปล่อยลินจันทร์ออกมาเพ่นพ่านแถวนี้อีก เธอจะเอาเรื่องป้าสร้อย

ooooooo

หลังจากเหตุการณ์เมื่อคืน ปิติกับเกตุมณีตัดสินใจกลับเพชรบูรณ์ในวันรุ่งขึ้น เพื่อความสบายใจของแกม-แก้ว ถุงแป้งในชุดนักศึกษากับกฤตย์เดินมาส่งทั้งคู่ หน้าบ้าน เกตุมณีฝากกฤตย์ดูแลหลานด้วย

"ไม่ต้องห่วงครับ"

"แป้ง...โตแล้วนะลูก แม่คงไม่ต้องย้ำว่าอะไรควรทำ อะไรไม่ควรทำ"

ถุงแป้งรับคำ โผกอดพ่อกับแม่ ยืนมองตามรถของท่านทั้งสองแล่นออกไปจนลับสายตา...

นัทธมนได้เห็นหน้ากฤตย์ชัดเจน ตอนที่เขาขับรถไปส่งถุงแป้งเข้าเรียนวันแรก เธอไม่รู้ว่าผู้ชายคนนี้เป็นใคร รู้แต่ว่าเขาทำให้เธอตกตะลึง ใจเต้นไม่เป็นส่ำ จนต้องยืนหลบๆไม่ให้เขาเห็นหน้า หัวใจของนัทธมนเต้นแรง พลอยทำให้น้ำในขวดที่เธอถืออยู่เดือดปุดๆ เธอค่อยๆ ยื่นหน้าจากที่ซ่อนมองไปที่ลานจอดรถอีกครั้ง

เห็นรถของผู้ชายคนนั้น กำลังเคลื่อนออกไป ขณะที่ ถุงแป้งเดินไปทางตึกเรียน นัทธมนวิ่งตามรถของเขาโดยไม่รู้เหตุผล กฤตย์มองหน้าปัดรถตัวเอง เห็นความร้อนขึ้นสูงมาก ถึงกับบ่นอุบ

"ก็เพิ่งไปเช็กเครื่องมานี่นา...สงสัยต้องเข้าศูนย์อีกแล้ว" กฤตย์เร่งความเร็วรถจนนัทธมนวิ่งไล่ไม่ทัน

เธอได้แต่ยืนหอบเหนื่อย มองตาม สงสัยว่าเขาเป็นใคร...ครู่ต่อมา กฤตย์รีบเอารถเข้าอู่ให้ช่างเช็กเครื่องยนต์ ช่างตรวจดูอย่างละเอียด ยืนยันว่าไม่มีอะไรผิดปกติ กฤตย์งงว่าเกิดอะไรขึ้น...

นัทธมนนั่งอยู่หลังห้องเรียน  มองถุงแป้งซึ่งนั่งเรียนอยู่แถวแรกหน้าห้องอย่างใจจดใจจ่อ พอหมดชั่วโมงเรียน นัทธมนรีบเข้ามาทักถุงแป้งว่าจำเธอได้หรือเปล่า ถุงแป้งจำนัทธมนได้ ชวนเธอมานั่งเรียนด้วยกันชั่วโมงต่อไป นัทธมนอยากรู้ว่าใครมาส่งถุงแป้งแต่ไม่กล้าถามตรงๆ แกล้งถามว่ามาเรียนอย่างไร

"น้ากฤตย์มาส่ง"

นัทธมนนิ่งอึ้ง เมื่อได้ยินชื่อกฤตย์ ถุงแป้งแปลกใจว่าทำไมเงียบไป นัทธมนบอกว่าไม่มีอะไร ตัวเธอนั่งรถเมล์มาเรียนหนังสือเอง พักนี้พ่อของเธองานยุ่งมาส่งไม่ได้ ถุงแป้งว่าอีกหน่อยชินทางแล้ว เธอคงต้องมาเรียนเองเหมือนกัน...

ตกดึก นัทธมนฝันว่านอนมองหนังสือเรื่องสาวเครือฟ้าอยู่ในห้อง หน้าสุดท้ายที่ขาดหายไปยังเป็นปริศนาคาใจเธออยู่ ขณะเธอกำลังนอนคิดเพลินๆ ได้ยินเสียงนิกรดังขึ้น

"ยังไม่นอนอีกเหรอลูก"

นัทธมนหันไปมองตามเสียง เห็นนิกรเลือดอาบหน้า เธอสะดุ้งตกใจตื่นใจคอไม่ดี

ooooooo

นัทธมนเล่าความฝันเมื่อคืนให้แม่ฟังด้วยสีหน้า ไม่สบายใจ ระหว่างที่ทั้งคู่กำลังเดินซื้อของอยู่แถวตลาดพาหุรัด มนทิราปลอบว่าอย่าคิดมาก มันเป็นแค่ความฝัน เท่านั้น

"คอยดูนะ ถ้าคุณพ่อเป็นอะไรไป หนูจะไม่ยอมยกโทษให้พวกที่ทำงานท่านเลย"

สองแม่ลูกเดินผ่านร้านถ่ายรูปร้านหนึ่ง มีรูปประพจน์ ในชุดนายพลเต็มยศติดกรอบโชว์อยู่หน้าร้าน นัทธมนสะดุดตารูปนั้นมากจนต้องหยุดดู ด้วยความอยากรู้ เธอชวนแม่เข้าไปถามเจ้าของร้าน

"อ๋อ...รูปนายพลประพจน์ แกเคยเป็นคนใหญ่คนโต ทำงานอยู่ในกระทรวง...ตายไปสิบกว่าปีแล้วมั้ง...แต่ก่อน แกมาถ่ายรูปที่นี่บ่อย"

"หนูรู้จักคนนี้แน่ๆ" นัทธมนหันไปบอกแม่

"หนูจะไปรู้จักท่านได้ยังไง ตอนท่านตาย แม่ว่าหนูยังไม่ทันเข้าโรงเรียนด้วยซ้ำ"

นัทธมนพึมพำว่าเธออาจจะรู้จักผู้ชายคนนี้ตั้งแต่ชาติที่แล้วก็เป็นได้ มนทิราได้ฟังถึงกับอึ้ง รีบชวนลูกออกจากร้านถ่ายรูป ทั้งคู่เดินซื้อของกันต่อ ขณะที่นัทธมนหยุดซื้อน้ำดื่ม

มนทิรายืนรอลูกไม่ทันระวัง รุจน์ลอบมาด้านหลังกระชายสร้อยคอของเธอวิ่งหนี มนทิราร้องโวยวายลั่น ชี้ไม้ชี้มือไปทางรุจน์

"ช่วยด้วยๆ คนกระตุกสร้อย"

นัทธมนมองตามมือแม่ เห็นหลังหัวขโมยไวๆ รุจน์วิ่งเลี้ยวหัวมุมตึก ทำให้นัทธมนเห็นหน้าเขาแว่บหนึ่ง ก่อนจะวิ่งตาม  รุจน์เผ่นแน่บโดยมีนัทธมนวิ่งตามไม่ห่าง  เธอเห็นป้ายโฆษณาบนตึกข้างหน้า เพ่งพลังไปที่ป้ายหวังจะให้หล่นใส่หัวรุจน์ ด้วยความที่ยังควบคุมพลังไม่ค่อยได้ ป้ายเลยหล่นเฉียดเขา รุจน์หนีรอดไปได้

จากนั้น สองแม่ลูกไปแจ้งความที่โรงพัก นัทธมนบอกรูปพรรณสัณฐานของคนร้ายให้ตำรวจสเกตช์ภาพได้เหมือนมากทั้งที่เห็นขโมยเพียงแว่บเดียว มนทิราอดเป็นกังวลไม่ได้...

ขณะแกมแก้วกำลังเดินเล่นอยู่ภายในบริเวณบ้านกฤตย์ รุจน์แอบมองอยู่ริมรั้ว  พอเห็นปลอดคนรีบปีนรั้วเข้ามาหา แกมแก้วตกใจเหลียวมองซ้ายขวาเลิ่กลั่ก เกรงจะมีคนเห็น ตะคอกถามว่ามาทำไม

"คุณแกมแก้วครับ...คือผมกำลังเดือดร้อน"

"มันเรื่องของแก ถ้าแกไม่รีบออกไปจากที่นี่ ฉันจะเรียกตำรวจมาจับแก"

รุจน์ไม่เชื่อว่าแกมแก้วจะกล้าเรียกตำรวจ แกมแก้วท้าว่าถ้าเขาอยากลองดีก็ได้ เพราะตอนนี้เธอไม่มีอะไรต้องเสียอีก แล้ว รุจน์จ้องหน้าหยั่งเชิง ทันใดนั้นมีเสียงป้าสร้อยเรียกแกมแก้ว ดังมาแต่ไกล รุจน์เห็นท่าไม่ดี รีบวิ่งหนีก่อนปีนรั้วออกไป เขาหันมาบอกว่า จะกลับมาหาเธออีก...

กฤตย์เข้ามาในโรงเก็บรถ เดินไปที่รถคันในสุด ซึ่งมีผ้าคลุมไว้ เปิดผ้าคลุมออกเห็นรถโฟล์กเต่าเก่าๆฝุ่นจับหนา เขามองมันอย่างเศร้าสร้อย พลันภาพในอดีตผุดเข้ามาในความคิดคำนึงของกฤตย์

วันนั้น เป็นวันที่ประพจน์พาคุณหญิงผกากับผาณิต วรดา ปิติ และกฤตย์มาดูรถที่โชว์รูมขายรถมือสอง คุณหญิงผกาทักท้วงว่าทำไมไม่ซื้อรถใหม่ จะได้ไม่มีปัญหาเรื่องซ่อมแซม

"ดูรถมือสองดีๆก็พอแล้ว ยังเด็กอยู่ เอาไว้ขับคล่องแล้วค่อยซื้อมือหนึ่ง"

คุณหญิงผกาคิดว่าประพจน์จะซื้อรถให้ผาณิต เลยแนะให้ซื้อรถยุโรปซึ่งแข็งแรงทนทานกว่า แต่พอรู้ว่าเขาจะซื้อรถให้วรดา คุณหญิงผกาชักสีหน้าไม่พอใจ ส่วนผาณิตทั้งอายทั้งเสียหน้าวิ่งร้องห่มร้องไห้ออกมาข้างนอก คุณหญิงผการีบวิ่งตามมาถามว่าจะไปไหน

"จะให้หนูอยู่ทำไมล่ะคะ หนูอายแทบจะแทรกแผ่นดินอยู่แล้ว ชิ้นแรกก็รถ ชิ้นต่อไปอะไรอีกล่ะคะ ไม่แคล้วสองแม่ลูกนั่นจะเอาสมบัติคุณพ่อไปจากเราหมดรึเปล่าคะ"

"เพราะอย่างนั้นน่ะสิ เราถึงยิ่งต้องอยู่...จะให้มันมาชุบมือเปิบไปง่ายๆไม่ได้"

"แล้วต้องทนดูมันอีกนานแค่ไหนล่ะคะ...คุณแม่ก็เห็นว่าตอนนี้มันได้ทุกอย่าง ผู้ชายก็มารุมรัก คุณพ่อก็ยกย่องเอาใจมัน แล้วหนูล่ะคะ"

"หนูต้องเป็นผู้ชนะ ช้าๆได้พร้าเล่มงามนะลูก แม่สัญญา คนที่ต้องเสียทุกอย่างคือวารีกับนังวรดา..."

วรดาตัดสินใจไม่ถูก ไม่รู้จะเลือกรถคันไหนดี ปิติพยายามเอาอกเอาใจวรดา ชี้ชวนให้ดูรถคันโน้นคันนี้แต่ไม่ถูกใจเธอสักคัน กฤตย์เดินไปที่รถโฟล์กเต่าแล้วมองสำรวจรอบคัน วรดาตามไปดูใกล้ๆ

"คันนี้น่ารักดีนะ ผมว่าเหมาะกับวรดา"

ปิติตามมายืนข้างๆวรดา ติงว่า "เครื่องยนต์อยู่ด้านหลัง จะดูแลลำบากนะครับ"

"รดาชอบคันนี้ค่ะ เล็กกำลังดี" วรดาตัดสินใจได้ในที่สุด

ประพจน์รีบหันไปเรียกเซลล์ขายรถ บอกว่าลูกสาวของเขาสนใจรถคันนี้ พร้อมทั้งขอตรวจประวัติรถก่อนทำสัญญาซื้อขาย กฤตย์กับวรดายิ้มให้กัน ขณะที่ปิติหน้าเจื่อน

ooooooo

กว่าคณะของประพจน์จะกลับถึงบ้านก็ใกล้ค่ำ สร้อยเข้ามารายงานคุณหญิงผกาว่าเมื่อตอนกลางวัน มีชายหนุ่มคนหนึ่งแต่งตัวโทรมๆท่าทางไม่น่าไว้ใจมาหา บอกว่าชื่อรุจน์ คุณหญิงผกายิ้มกริ่ม คิดในใจว่ารุจน์มาได้เวลาเหมาะเจาะจริงๆ เธอกำลังต้องการคนที่จะมาจัดการวารีกับวรดาพอดี...

ทันทีที่กลับถึงบ้าน ผาณิตลอดรั้วเข้าไปหาแกมแก้ว ระบายความแค้นให้ฟัง แกมแก้วเหลือบเห็นกระป๋องสีทาบ้านตั้งอยู่แถวนั้น ยุส่งให้ผาณิตเอาสีไปราดรถของวรดาเพื่อแก้แค้น ผาณิตเห็นดีเห็นงามไปด้วย รอจนปลอดคน หิ้วกระป๋องสีไปที่รถโฟล์กเต่า ก่อนที่ผาณิตลงมือ คุณหญิงผกาเข้ามาห้ามไว้ทัน แล้วลากเธอมาที่มุมลับตาคน เตือนว่าขืนทำอย่างนั้นมีหวังโดนพ่อเล่นงานอ่วมแน่

"ช่างซิ ขอให้หนูหายเจ็บใจเป็นพอ"

"แม่หาคนที่จะทำให้เราหายเจ็บใจเจอแล้ว...รับรองว่ามันทำงานให้เราได้ทุกอย่าง...อย่างที่ไม่มีใครกล้าทำ" คุณหญิงผกายิ้มเหี้ยม...

ปิติกับกฤตย์พร้อมใจกันเสนอตัวจะเป็นคนสอนวรดาขับรถ การที่วรดาเลือกกฤตย์สอนขับรถให้ยิ่งทำให้ทั้งคู่สนิทสนมกันมากขึ้น...เย็นวันหนึ่ง กฤตย์ขับรถโฟล์กเต่าพาวรดามานั่งเล่นริมน้ำ ตัดสินใจว่าจะเอากระดาษหน้าสุดท้ายของหนังสือเรื่องสาวเครือฟ้ามาถามวรดา แต่เธอกลับลุกพรวดพราดวิ่งไปหาคนขายขนมสายไหมที่ผูกเป็นถุงเดินขายอยู่ริมถนน กฤตย์เอากระดาษเก็บใส่กระเป๋าอย่างเดิมแล้ววิ่งตาม

วรดาซื้อขนมสายไหมสองถุง แล้วชวนกฤตย์มานั่งกินในรถอย่างมีความสุข สายไหมติดปากกฤตย์ วรดาเอาผ้าเช็ดหน้าเช็ดให้ ทั้งคู่มองสบตากัน วรดาเขินก้มมองนาฬิกา เห็นเลยเวลามากแล้ว ชวนเขากลับ

"ผมไม่เคยรู้สึกว่าใช้เวลาคุ้มเท่าวันนี้มาก่อนเลยในชีวิต"

"ถ้ารดาเป็นอะไรไป...ฝากรถคันนี้ไว้ด้วยนะ อย่างน้อยมันก็ทำให้วันนี้เป็นวันที่มีความสุขที่สุดอีกวันหนึ่งของรดา"

"คุณไม่เป็นอะไรหรอก เราต้องนั่งรถคันนี้ไปไหนด้วยกันอีกนานแสนนาน"

วรดาอบอุ่นหัวใจกับคำพูดของกฤตย์   ส่วนกฤตย์

มีความสุขมากจนลืมถามเรื่องกระดาษหน้าสุดท้าย...กฤตย์ตื่นจากภวังค์ด้วยน้ำตาคลอเบ้า ซบหน้ากับพวงมาลัยรถโฟล์กเต่า ร้องไห้สะอื้นเบาๆอยู่คนเดียว

ooooooo

ถุงแป้งบ่นกับนัทธมนเซ็งๆว่าอุตส่าห์ตั้งใจมาเรียนแต่อาจารย์กลับไม่มาสอน   แล้วชวนนัทธมนไปเที่ยวบ้านพักของเธอแก้เซ็ง เผื่อเจอน้ากฤตย์ ถุงแป้งจะได้แนะนำให้ได้รู้จัก นัทธมนลังเล

"ไปมั้ย...ไปนะ...เนี่ย...กลับไปคนเดียว แป้งก็ไม่รู้จะทำอะไรเหมือนกัน"

นัทธมนทนเสียงรบเร้าของถุงแป้งไม่ไหว ยอมไปด้วย ระหว่างนั่งรถตุ๊กตุ๊กไปบ้านกฤตย์ ถุงแป้งพูดแจ้วๆไปตลอดทาง แต่นัทธมนไม่ได้ยิน นั่งกุมมือตัวเอง ใจสั่นระทึก ไม่นานนักรถตุ๊กตุ๊กแล่นผ่านบ้านโบราณ นัทธมนถึงกับตาโตรู้สึกคุ้นๆรถตุ๊กตุ๊กแล่นผ่านไปยังบ้านกฤตย์ที่อยู่หลังติดกัน ถุงแป้งสั่งคนขับรถตุ๊กตุ๊กให้จอด นัทธมนลงมายืนมองไปรอบบริเวณอย่างตื่นๆ ถุงแป้งชี้ไปที่บ้านตรงหน้า

"บ้านหลังนี้ คือบ้านน้ากฤตย์ที่แป้งพักอยู่ไง...ไป เข้าไปด้านในกัน"

"บ้านหลังนั้น..." นัทธมนหันไปมองบ้านโบราณที่อยู่ติดกันอย่างเลื่อนลอย

"น้ากฤตย์เขาซื้อต่อจากนายพล...อะไรสักอย่างนี่แหละทำออฟฟิศ"

"นายพล...ประพจน์"

ถุงแป้งพยักหน้า ถามว่ารู้จักหรือ นัทธมนไม่แน่ใจ ถุงแป้งเปิดประตูรั้วเดินนำนัทธมนเข้ามา นัทธมนมองสำรวจไปรอบตัว ถุงแป้งเล่าเรื่องต่างๆในบ้านให้ฟัง แต่ดูเหมือนนัทธมนจะรู้เรื่องเหล่านั้นทั้งๆที่ไม่เคยมาที่นี่ ถุงแป้งเล่าอีกว่า น้ากฤตย์ยังมีน้องสาวอีกคนหนึ่งชื่อแกมแก้ว เธอไม่เคยชอบน้าคนนี้นัก

นัทธมนได้ยินชื่อแกมแก้ว หยุดกึก"...แก้ว"

"ใช่แกมแก้ว...เพี้ยง...อย่าอยู่เลยวันนี้ ขี้เกียจตอบว่า

พาใครมาเที่ยวบ้าน แกเรื่องมาก...เดี๋ยวนัทรอเราอยู่แถวนี้ก่อนนะ ขอเข้าไปดูลาดเลาในบ้านแป๊บนึง เผื่อแกอยู่ จะได้ทำเป็นเกริ่นๆขออนุญาตแกหน่อย แต่ไม่มีอะไรหรอก ไม่ต้องกลัว" ถุงแป้งวิ่งเข้าไปในตัวบ้าน

นัทธมนรีบเดินหลบไปอีกทางหนึ่ง ตรงไปยังโรงเก็บรถมองเข้าไปเห็นรถโฟล์กเต่า ฝุ่นเกาะหนาเตอะถึงกับชะงัก ก่อนเดินเข้าไปลูบไล้ ก้มมองผ่านกระจกเข้าไปในตัวรถ เห็นมีข้าวของวางอยู่ นัทธมนลองจับที่เปิดประตู มันไม่ได้ล็อก ตัดสินใจเปิดประตูเข้าไปนั่ง รื้อค้นข้าวของในช่องเก็บของหน้ารถออกมาดู

เห็นอะไรบางอย่างถึงกับตาโตก่อนหยิบใส่กระเป๋านักเรียนของตัวเอง นัทธมนกวาดตามองที่พื้นรถเห็นตุ๊กตาตัวเล็กๆหล่นอยู่หนึ่งตัว เธอนั่งจ้องมองเขม็ง แปลกใจที่ตุ๊กตาก็เหงาเป็น...

ด้านถุงแป้งเห็นกฤตย์นั่งใจลอยอยู่ริมสระว่ายน้ำ เดินเข้ามาถามว่าแกมแก้วไปไหน ได้ความว่าไปโรงพยาบาล ถุงแป้งถอนใจโล่งอก บอกกฤตย์ว่าเธอพาเพื่อนมาเที่ยวบ้าน เกรงว่าแกมแก้วจะไม่พอใจ แล้วชวนกฤตย์ไปพบกับเพื่อนของเธอ กฤตย์ปฏิเสธว่าไม่อยากเจอ

"ไม่เอาล่ะ น้ากฤตย์น่ะ ทำตัวเป็นเจ้าบ้านที่ดีหน่อยสิ อย่าให้แป้งเสียหน้า"

ถุงแป้งคะยั้นคะยอจนกฤตย์ยอมเดินตามมาหน้าบ้าน นัทธมนไม่อยู่ตรงนั้น ถุงแป้งเดินตามหาเพื่อนไปทางโรงเก็บรถ พร้อมกับตะโกนเรียก "นัทธมนๆ" ไม่มีเสียงตอบ นัทธมนได้ยินเสียงถุงแป้งใกล้เข้ามา รีบปิดกระเป๋านักเรียน ก้าวลงจากรถ ปิดประตูตามหลังแรงไปหน่อย เสียงดังปัง นัทธมนหน้าตื่น รีบหาที่ซ่อน

เสียงปิดประตูรถดังเข้าหูกฤตย์กับถุงแป้ง กฤตย์ตำหนิเพื่อนของถุงแป้งว่าซนมาก สองน้าหลานรีบเดินเข้าไปในโรงเก็บรถ แต่ต้องชะงัก เห็นแต่ความว่างเปล่าไม่มีใคร

"น้าว่าได้ยินเสียงปิดประตูรถอยู่เลยนะ เมื่อกี้"

"ใช่ค่ะ...หรือว่าเสียงลม"

กฤตย์เดินสำรวจจนใกล้จะถึงที่ที่นัทธมนซ่อนตัวอยู่ หญิงสาวกำกระเป๋านักเรียนแน่น หลับตาปี๋ใจเต้นระทึก กลัวถูกจับได้ว่าขโมยของในรถ เสียงถุงแป้งพูดขึ้นว่า นัทธมนคงรอนานเลยกลับไปแล้ว กฤตย์พยักหน้ารับรู้ ชวนถุงแป้งออกไป นัทธมนถอนใจโล่งอก...

ขณะมนทิรากำลังยกสำรับมื้อค่ำขึ้นโต๊ะอาหาร นัทธมนเล่าเรื่องตื่นเต้นที่เกิดขึ้นให้ฟัง มนทิราตำหนิลูกที่ริอ่านเป็นขโมย เที่ยวไปหยิบของที่ไม่ใช่ของตัว แล้วสั่งให้เอาไปคืน

"คุณแม่คะ หนูรู้แล้วค่ะว่าชาติที่แล้วหนูคือใคร หนูชื่อวรดา แต่ที่หนูยังไม่รู้ก็คือเกิดอะไรขึ้นกับเธอ"

"วรดาไหน...หนูรู้ได้ยังไง"

นัทธมนหยิบใบขับขี่ของวรดาที่ขโมยจากรถโฟล์กเต่ายื่นให้แม่ มนทิรามองดูรูปวรดาซึ่งหน้าตาเหมือนนัทธมนราวกับคนคนเดียวกันอย่างหวั่นใจ พูดกลบเกลื่อนว่าแค่หน้าตาคล้ายกันเท่านั้น

"อย่าหลอกตัวเองเลยค่ะ คุณแม่...นี่มันรูปหนูชัดๆ" นัทธมนจ้องใบขับขี่ของวรดาเขม็ง

"แล้วตอนนี้ วรดาเขาเป็นยังไงมั่งล่ะ เกิดอะไรขึ้นกับเขา"

นัทธมนไม่รู้ แต่เธอต้องค้นหาคำตอบให้ได้ จังหวะนั้น นิกรกลับจากทำงานเข้ามาในสภาพเหนื่อยล้า มนทิราชวนกินข้าว นิกรยังไม่หิว ขอตัวขึ้นไปนอนพักก่อน สองแม่ลูกมองตามนิกรเดินโผเผขึ้นห้องด้วยความเป็นห่วง นัทธมนเคืองจัดที่พ่อกลับมาในสภาพนี้ทุกวัน บ่นอุบว่าท่านถูกใช้ให้ทำงานหนักราวกับเป็นทาส

ooooooo

กฤตย์ไม่พอใจปณิตามาก ที่สั่งวัสดุก่อสร้างลอตใหม่เข้ามา ต่ำกว่าสเปกที่นิกรกำหนด โดยไม่แจ้งให้เขาทราบ เขาเลยต้องเรียกประชุมทีมงานเพื่อหาทางแก้ไขเรื่องนี้

"ใช้ลอตใหม่ให้หมดไปก่อนไม่ได้เหรอ" ปณิตาพูดเอาแต่ได้

"แล้วใครจะรับผิดชอบ เกิดตึกมันถล่มลงมา" กฤตย์ หน้าเครียด ขณะที่ปณิตาชักสีหน้าไม่พอใจ...

วันนี้ นัทธมนไม่ต้องไปเรียนหนังสือ เลยมีเวลาว่างสืบเรื่องของวรดา ศักดินันท์ เธอค้นหาข้อมูลจากอินเตอร์เน็ต ได้เพียงรูปภาพของวรดาในชุดนักเรียน ม.ปลายของโรงเรียนแห่งหนึ่งตั้งแต่ปีการศึกษา 2532 นัทธมนจดข้อมูลนั้นใส่กระดาษโน้ต แล้วรีบแต่งตัวออกไป

ในเวลาต่อมา นัทธมนมาถึงโรงเรียนที่วรดาเคยเรียน รอจนนักเรียนกลับไปหมด จึงเดินลัดเลาะมาจนถึงห้องธุรการ ใช้พลังพิเศษลอบเข้าห้องธุรการสำเร็จ ค้นเอกสารประวัติส่วนตัวและประวัติการศึกษาของวรดาจนเจอ พ่อของวรดาชื่อนายพลประพจน์ ศักดินันท์ ส่วนแม่ชื่อวารี การะเกษ

นัทธมนเก็บเอกสารกลับที่เดิม แล้วย่องออกจากห้องธุรการ ตรงกลับบ้าน รายงานความคืบหน้าเรื่องของวรดาให้พ่อกับแม่ทราบ นิกรจำนายพลประพจน์ พ่อของวรดาได้ว่าเป็นนักการเมืองใหญ่ เป็นถึงเจ้ากระทรวง สมัยนั้นไม่มีใครไม่รู้จัก และเท่าที่นิกรจำได้ดูเหมือนเขาจะตายด้วยอุบัติเหตุตั้งแต่สิบกว่าปีที่แล้ว

"หนูอยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับหนู แล้วก็แม่ของหนู"

"แม่เป็นแม่ของลูกคนเดียวไม่พอใช่ไหม" มนทิรา ตัดพ้อด้วยความน้อยใจ

"เอ่อ...หนูหมายถึงแม่ของวรดาเขาน่ะค่ะ"

"แม่พูดนี่ หนูไม่ฟังแม่เลยใช่ไหม...หนูรู้ไหม...บางทีเหตุผลของการที่โลกไม่อยากให้เราจำอดีตชาติได้ ก็คงมีเงื่อนไขของเขา จะเกิดอะไรขึ้น ถ้าทุกคนจำอดีตของตนได้หมด การจองเวรล้างแค้นมันจะไม่เกิดขึ้นทั่วไปเหรอ...หนูจะจำมันไปทำไม"

"หนูลืมมันไม่ได้"

"หนูลืมมันไปแล้วต่างหาก...แต่ที่หนูทำ หนูกำลังจะขุดเวรขุดกรรมขึ้นมาอีก" มนทิราทั้งน้อยใจทั้งเสียใจ เดินหนีขึ้นมานั่งร้องไห้อยู่ในห้องนอน นัทธมนตามเข้ามากอด ขอโทษที่ทำให้แม่ต้องร้องไห้

"แม่เป็นห่วงหนูนะลูก แม่รักหนูนะ" มนทิรากอดลูกตอบ

"หนูเข้าใจค่ะ   แต่ทั้งหมดนี่มันคือตัวหนูนะคะ   มันคือเลือดคือเนื้อของหนู...มันคงเป็นเวรเป็นกรรมของหนูเองแหละค่ะ" นัทธมนไม่สบายใจนัก ไม่รู้ว่าตัวเองทำผิดหรือทำถูกที่พยายามขุดคุ้ยเรื่องนี้...

บ่ายวัน รุ่งขึ้น ถุงแป้งกำลังจะเข้าห้องเรียนเจอนัทธมนหน้าห้อง เลยต่อว่าที่วันก่อนแอบหนีกลับโดยไม่บอกกล่าว นัทธมนอ้างว่าปวดท้องเลยต้องรีบกลับ ถุงแป้งชวนนัทธมนไปเที่ยวบ้านอีกหลังเลิกเรียนเพื่อล้างโทษวันก่อน นัทธมนอ่อนใจ ไม่รู้จะปฏิเสธอย่างไร...

ในเวลาไล่เลี่ยกัน กฤตย์พาลูกค้าชมโครงการที่ไซต์งาน โดยมีปณิตากับนิกรเดินตาม   ปณิตาแอบต่อว่านิกรตลอดทาง  หาว่าเป็นตัวการทำให้โครงการต้องล่าช้า  แค่ผิดสเปกนิดๆหน่อยๆน่าจะปล่อยผ่าน นิกรได้แต่ก้มหน้าเริ่มปวดหัวตุบๆ กฤตย์ซึ่งกำลังคุยกับลูกค้าต้องคอยหันมาปรามปณิตาเป็นระยะๆ...

นัท ธมนใจคอไม่ดี อยู่ๆดินสอที่กำลังจดงานหักคามือคล้ายเป็นลางร้าย พอหมดชั่วโมงเรียน นัทธมนหันไปบอกถุงแป้งว่าวันนี้คงไปด้วยไม่ได้ ขอตัวกลับก่อน รู้สึกไม่สบายใจ เป็นห่วงแม่รีบผลุนผลันออกไป...

พอ กฤตย์เผลอปณิตาก็เล่นงานนิกรอีก แถมขู่ว่าโครงการไหนที่เขารับผิดชอบ เธอจะตามไปรังควาญทุกที่ นิกรเครียดจัด ปวดหัวจนตาลาย เดินโงนเงน ก่อนจะหงายหลังตกจากระเบียงตึกลงไป หัวกระแทกพื้น กฤตย์ตกใจแทบช็อก ร้องเรียกนิกรเสียงหลง

ooooooo

ตอนที่ 3

ในที่สุด กฤตย์ก็หาโอกาสคุยกับแกมแก้วเรื่องลินจันทร์จนได้ เขาแนะน้องสาวให้พาลินจันทร์เข้าโรงเรียน เธอจะได้มีเพื่อนมีสังคม ไม่ใช่เอาแต่ขังไว้ในห้องอย่างนี้

"ให้มันไปเจอผู้คน เขาจะได้ถามว่าลูกใคร...อ๋อ...ลูกนังแกมแก้วมัน แล้วพ่อมันไปไหนล่ะ...อ๋อ...พ่อมันไม่มีหรอก เลิกกันแล้ว"

"เรื่องลินจันทร์ โรงเรียนที่เขาสอนเด็กพิเศษก็มี พี่จัดการให้นะ"

"ไม่...ลูกของแก้ว แก้วจัดการเองได้ ถ้าจะเรียนก็ต้องส่งไปนอกเลย เอามั้ยล่ะ" แกมแก้วเสียงแข็ง กฤตย์ได้แต่มองน้องสาวอย่างอ่อนอกอ่อนใจ...

ที่บ้านของนิกร มนทิราไม่สบายใจเรื่องลูกเลยกดโทรศัพท์หานิกรซึ่งยังนอนป่วยอยู่ที่โรง พยาบาล บ่นอุบว่าพลังพิเศษของลูกมีฤทธิ์มากขึ้น แถมพักหลังๆลูกยังมีลางสังหรณ์เห็นเหตุการณ์ล่วงหน้า
อีก แต่ที่น่าเป็นห่วงมากที่สุด คือลูกควบคุมมันไม่ได้ เธอไม่รู้จะทำอย่างไร

"ทางเดียวที่เราทำได้คือใกล้ชิดแกให้มากที่สุด เหมือนกับที่เราเคยทำมาตลอด ตั้งแต่ วันแรกที่เรารู้ว่าแกเป็นอย่างนี้...จำได้ไหมว่าเราผ่านมันมาได้ยังไง"

มนทิราวางสาย แล้วมองไปยังรูปถ่ายบนหลังตู้โชว์ เป็นรูปเธอกำลังอุ้มนัทธมนวัยหกเดือน โดยมีนิกรยืนอยู่ข้างๆมนทิรายังจำคืนนั้นได้ดี ขณะที่เธอกับนิกรกำลังหลับ ได้ยินเสียงนัทธมนวัยหกเดือน
ร้องไห้จ้า มนทิรางัวเงียเปิดไฟหัวเตียง แต่ต้องตกใจแทบสิ้นสติ ที่เห็นตุ๊กตา ลูกบอลหลากสี ผ้าอ้อมและข้าวของในห้องนอน ลอยคว้างเหนือเปลที่ลูกนอนร้องไห้ นิกรเห็นเข้าก็ตกใจแทบช็อกเช่นกัน

พลังพิเศษของนัทธมนที่ทำให้มนทิราไม่สบายใจมาก ดูเหมือนจะเป็นตอนที่ลูกอายุ 5 ขวบ มนทิราไปรับเธอที่โรงเรียน นัทธมนรีบคว้ากระเป๋านักเรียนวิ่งมาหาแม่ ติสรณ์เพื่อนร่วมห้องซึ่งชอบ
แกล้งนัทธมนเป็นประจำ ยื่นขามาขัดจนสะดุดล้ม นัทธมนหันขวับมองติสรณ์ อย่างเอาเรื่อง เห็นเขาแลบลิ้นล้อ ทันใดนั้น เก้าอี้ตัวหนึ่งลอยขึ้นเหนือติสรณ์ ก่อนตกใส่อย่างแม่นยำจนแขนหัก มนทิรา
ได้แต่ยืนตะลึง...

มนทิราเป็นกังวลเรื่องลูกมาก เข้าไปสวดมนต์ จุดธูปไหว้พระ อธิษฐานขอให้ท่านคุ้มครองนัทธมน อย่าให้มีเรื่องร้ายแรงเกิดขึ้น พลันเทียนไขที่จุดไว้ดับ แจกันดอกไม้ล้ม โดยไม่มีลมพัด ราวกับคำ
ขอของเธอจะไม่เป็นจริง มนทิราถึงกับหน้าเครียด นอนหลับๆตื่นๆทั้งคืน

ooooooo

นัทธมนบอกแม่ระหว่างกินมื้อเช้าว่าวันนี้เธอจะไปสมัครเรียนเลขาฯภาคค่ำอย่าง ที่เคยคุยกับพ่อและแม่ไว้  มนทิราอยากคัดค้าน  แต่รู้ดีว่าไม่มีประโยชน์อะไร จึงปล่อยเลยตามเลย...

ขณะเดียวกัน ถุงแป้งขอให้กฤตย์ช่วยขับรถพาไปสมัครเรียนเลขาฯ  และให้บังเอิญที่เป็นโรงเรียนเดียวกันกับนัทธมนจะไปสมัคร   ระหว่างทางไปโรงเรียนเลขานุการและการโรงแรม   กฤตย์มองข้างทางเห็นพระธุดงค์รูปหนึ่งเดินเท้าเปล่าสะพายกลดอยู่ริมถนนเขาขับรถผ่านไปโดยไม่ติดใจสงสัยอะไร...

มนทิราเตรียมกับข้าวใส่ปิ่นโตออกมาถวายเพล แต่ไม่เห็นพระธุดงค์ มีเพียงชาวบ้านกำลังเก็บกวาดทำความสะอาดอยู่บริเวณนั้น จึงเดินเข้าไปถามว่าพระธุดงค์ไม่อยู่แล้วหรือ

"อ๋อ...ท่านธุดงค์ไปแล้วล่ะ ตั้งแต่เช้ามืดเลย"

มนทิรามองปิ่นโตในมือ รู้สึกใจหาย เหมือนไร้ที่พึ่ง...

กฤตย์ขับรถใกล้ถึงโรงเรียนที่ถุงแป้งจะมาสมัคร เขาเห็นพระธุดงค์เดินอยู่ริมทางอีก รู้สึกประหลาดใจเหมือนกับว่าเพิ่งจะขับรถผ่านพระรูปนี้มาไม่นานนี่เอง...

นัทธมนกับถุงแป้งพบกันครั้งแรกที่ห้องน้ำภายในโรงเรียนเลขานุการและการโรงแรม ทั้งสองสาวคุยกันถูกคอ ถูกชะตา แล้วเดินออกจากห้องน้ำมาด้วยกัน นัทธมนสังเกตเห็นว่าถุงแป้งเดินกะเผลกๆถามว่าเป็นอะไร ได้ความว่าโดนรองเท้าคู่ใหม่กัด นัทธมนหยิบปลาสเตอร์ออกจากกระเป๋าแล้วจับถุงแป้งนั่ง เอาปลาสเตอร์ปิดส้นเท้าให้อย่างไม่รังเกียจ ถุงแป้งเกรงใจบอกว่าทำเองได้

"ไม่เป็นไร เราถนัดกว่า"

กฤตย์เดินเข้ามาไม่ห่างนัก โบกมือให้ถุงแป้งซึ่งนั่งหันหน้ามาทางเขา นัทธมนนั่งก้มหน้าง่วนกับการติดปลาสเตอร์เลยไม่เห็นกฤตย์ ถุงแป้งบอกนัทธมนว่า ผู้ชายคนนั้นเป็นน้าของเธอที่เธอมาอาศัยอยู่ด้วย นัทธมนถามว่าคนไหน ถุงแป้งชี้ไปด้านหลัง นัทธมนมองตามมือถุงแป้ง แต่ไม่ทันได้เห็นหน้ากฤตย์

เพราะเขาดันจาม เลยเอาผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาปิดปากปิดจมูก นัทธมนไม่ได้สนใจอีกก้มลงดูความเรียบร้อยของปลาสเตอร์ที่เท้าถุงแป้ง จนแล้วจนรอดนัทธมนก็ไม่เห็นหน้ากฤตย์

ooooooo

เกตุมณีไม่สบายใจมากที่เข้าไปทำความสะอาดห้องของถุงแป้ง แล้วปัดรูปถ่ายลูกตกแตก เหมือนเป็นลางไม่ดี รีบโทร.มาบ้านกฤตย์ แกมแก้วรับสาย จำเสียงพี่สาวตัวเองได้ พูดจาตีรวน ขุดเรื่องเก่าเอามาว่า หาว่า เกตุมณีแย่งปิติไปจากเธอ เกตุมณีไม่อยากต่อความด้วย เลยขอพูดสายกับกฤตย์

"ไม่อยู่...ทำไมเห็นท่าไม่ดี ขอคุยกับคนอื่นเลยเหรอ"

"ไม่ใช่อย่างนั้น อยากถามเรื่องยายแป้ง...หลานอยู่มั้ย พี่ขอคุยกับยายแป้งหน่อยสิ"

"ไม่อยู่ทั้งคู่น่ะแหละ อยากคุยก็โทร.เข้ามือถือสิ"

เกตุมณีขอโทษที่รบกวน เตือนแกมแก้วให้ปล่อยวางบ้าง เดี๋ยวความดันจะขึ้น แกมแก้วได้ทีต่อว่าพี่สาวอีกว่า ที่เธอเป็นแบบนี้ เกตุมณีน่าจะรู้ดีว่าเป็นเพราะใคร เกตุมณีไม่อยากมีเรื่องรีบเปลี่ยนเรื่องพูด วานแกมแก้วช่วยบอกถุงแป้งทีว่า พรุ่งนี้เธอจะมาหา แกมแก้วหาว่าเกตุมณีคิดจะพาสามีมาเยาะเย้ย

"กล้ามาเจอหน้าแก้วก็เอาสิ บอกเขาด้วยแล้วกันว่าแก้วไม่ยกโทษให้หรอกนะ" แกมแก้วพูดแล้วกระแทกหูโทรศัพท์ใส่ทันที เกตุมณีได้แต่ส่ายหน้าอย่างเอือมระอา...

ตกเย็น เกตุมณีรอปิติกลับจากไร่อย่างกระวนกระวายใจ พอเห็นหน้าเขา เธอชวนเข้ากรุงเทพฯ อ้างว่าเป็นห่วงลูก ปิติบ่ายเบี่ยงไม่อยากไปด้วย เกตุมณีหาว่าที่เขาไม่ไปเพราะไม่อยากเห็นเงาของวรดา

"หึงคนตายอีกแล้ว...จะยี่สิบปีแล้วนะคุณ"

เกตุมณีตัดพ้อว่า เพราะเขาทำตัวแบบนี้เธอถึงได้คิดมาก เพื่อความสบายใจของเกตุมณี ปิติยอมทำตามที่เธอต้องการ...

นัทธมนกำลังกินอาหารเย็นกับมนทิราอย่างใจลอย ก่อนนึกอะไรขึ้นมาได้   ถามแม่ว่าวันนี้เอาอาหารไปถวาย

หลวงพ่อหรือเปล่า มนทิราบอกว่าท่านไม่อยู่แล้ว ไปธุดงค์ที่อื่นต่อ ฝากปิ่นโตคืนไว้กับชาวบ้าน นัทธมนคว้าปิ่นโตเถานั้น

มาเปิดฝาดู ปรากฏว่ามีสร้อยตะกรุดอยู่ข้างใน หยิบขึ้นมาถามว่าของแม่หรือเปล่า

มนทิราส่ายหน้า    "หรือว่าหลวงพ่อท่านอยากให้หนูเก็บเอาไว้"

นัทธมนมองสร้อยตะกรุดเก่าแก่เส้นนั้นเขม็ง...

เสร็จจากสมัครเรียนแล้ว กฤตย์พาถุงแป้งตระเวนไปทำธุระด้วยกันจนมืดค่ำ เขาขับรถเลี้ยวเข้าซอยบ้าน เห็นพระธุดงค์ เดินอยู่ริมถนนอีกแล้ว หันไปจะถามถุงแป้งว่าเห็นพระธุดงค์ เหมือนตนหรือเปล่า แต่ถุงแป้งนั่งหลับ กฤตย์เหลือบมองกระจกส่องหลังไม่เห็นพระธุดงค์เดินอยู่รู้สึกแปลกๆชอบกล

พอเขากลับมามองถนนอีกครั้ง ดูไม่คุ้นทางเหมือนเข้าผิดซอย กฤตย์เบนรถจอดข้างทาง หันไปทางถุงแป้งต้องสะดุ้งสุดตัว เห็นศพวรดาที่ขึ้นอืดนั่งอยู่ กฤตย์ขยี้ตาตัวเองถึงกลับมาเห็นถุงแป้งนั่งอยู่อย่างเดิม ถอนใจโล่งอกพยายามปลุกหลานแต่เธอไม่ตื่น เขาดับเครื่องลงจากรถ ตะโกนถามทางชาวบ้านที่เดินอยู่แถวนั้นก็ไม่มีใครสนใจ กฤตย์กลับขึ้นรถสตาร์ตเครื่องแต่มันไม่ติด ปลุกถุงแป้งอีกครั้งเธอก็ไม่ยอมตื่น

เขาตัดสินใจจะเดินไปขอความช่วยเหลือแต่กลับเจอประพจน์กับวารียืนอยู่  กฤตย์ถึงกับขนลุกซู่เพราะทั้งคู่ตายไปนานแล้ว ประพจน์ฝากเขาดูแลวรดาแล้วเตือนว่าอย่าทำพลาดเป็นครั้งที่สอง

"เดี๋ยวครับ วรดาก็ตายไปแล้วนี่...นี่มันอะไรกัน"

กฤตย์เดินตามวารีกับประพจน์พลางร้องเรียกให้รอด้วย ทั้งคู่หันกลับมามอง คราวนี้ใบหน้าของสองคนนั้นเปรอะไปด้วยเลือด กฤตย์ตกใจสะดุ้งตื่น มองไปรอบๆถึงรู้ว่าตัวเขาหลับอยู่ในรถซึ่งจอดอยู่หน้ารั้วบ้านตัวเอง หันมามองเบาะนั่งข้างๆเห็นถุงแป้งหลับอยู่ แปลกใจว่าตนเองหลับไปตั้งแต่เมื่อไหร่

กฤตย์เดินลงมาเปิดประตูรั้ว พอหันหลังกลับไปที่รถ เห็นพระธุดงค์รูปหนึ่งยืนอยู่ กฤตย์ชะงักเล็กน้อยก่อนยกมือไหว้ พระธุดงค์เอาสร้อยตะกรุดใส่มือกฤตย์

"พุทธคุณ ธรรมคุณ สังฆคุณ คุ้มครองนะโยม...การให้ที่เป็นทานเท่านั้นจึงเกิดบุญ...เจ้ากรรมนายเวรเขาตามมาแล้วนะ ทำใจให้เป็นกุศล อย่าให้เขาตามทันนะโยม"

กฤตย์รับคำอย่างงงๆก่อนเดินกลับขึ้นรถ หันมาดูอีกทีเห็นหลังพระธุดงค์ในระยะไกลมาก ไกลเกินกว่าที่คนปกติจะเดินได้เร็วขนาดนั้น

ooooooo

นัทธมนสังหรณ์ใจชอบกล คืนนี้เลยมาขอนอนกับแม่ มนทิราบอกให้สวดมนต์ก่อนนอนจะได้หลับฝันดี ทีแรกนัทธมนอิดออด มนทิราคะยั้นคะยอ เธอจึงยอมสวดมนต์พร้อมท่าน เสร็จแล้วล้มตัวลงนอน

"คุณแม่คะ...หนูกลัวค่ะ...กลัวว่าหนูจะไปฆ่าใครเข้า"

"อะไรทำให้หนูคิดอย่างงั้นล่ะลูก"

"หนูไม่ได้คิด...ไม่รู้เหมือนกันค่ะ มันเหมือนเวลาหิวแล้วเราก็กินน่ะค่ะ เราไม่ต้องคิด"

มนทิราซักว่ารู้หรือเปล่าว่าจะฆ่าใคร นัทธมนส่ายหน้า มนทิราปลอบลูกว่าคิดฟุ้งซ่านไปเองมากกว่า แต่ในใจมนทิรา กลับกลัดกลุ้มที่ลูกมีความคิดแปลกๆ...

ตกดึก นัทธมนนอนไม่หลับกระสับกระส่าย หันมาเรียกแม่เบาๆ มนทิราหลับสนิทไปแล้ว นัทธมนลุกขึ้นไปหยิบยานอนหลับ กินรวดเดียวสองเม็ดแล้วดื่มน้ำตาม เดินมาล้มตัวลงนอนอ่านหนังสือได้ครู่เดียวก็ผล็อยหลับ ไฟหัวเตียงที่เปิดค้างไว้ติดๆดับๆก่อนจะดับสนิท

ในเวลาเดียวกัน กฤตย์ละเมอลุกขึ้นเดินลงไปในห้องเก็บของหยิบเชือกเส้นใหญ่ติดมือออกมา ตรงรี่ไปที่สระว่ายน้ำ เขาผูกเชือกกับกิ่งต้นไม้บริเวณนั้น แล้วลงมานั่งมองเชือกในมือ... ส่วนนัทธมนนอนดิ้นไปมาคล้ายกับกำลังฝันร้าย  ข้าวของในห้องนอนลอยขึ้นทีละชิ้นๆ

"ฉันเกลียดคุณๆ...คุณมันคนหลอกลวง...คุณฆ่าฉันทั้งเป็น...คุณสมควรตายอย่างช้าๆ ตายอย่างทรมาน ตายอย่างทุรนทุราย" น้ำเสียงนั้นเกรี้ยวกราดชิงชังแต่กลับมีน้ำตาไหลออกจากดวงตาที่หลับอยู่

ร่างของนัทธมนเกร็ง มือจิกเท้าจิก กัดฟันกรอดๆ ลมในห้องพัดอื้ออึง ข้าวของปลิวว่อน มนทิราตกใจตื่นรีบเขย่าตัวปลุกลูกสาวแต่เธอไม่ตื่น ทันใดนั้นนัทธมนตาเบิกโพลง

"มันต้องตาย..." เสียงนั้นน่ากลัวเกินกว่าจะเป็นเสียงลูกของเธอ นัทธมนหลับตาลงอีกครั้ง

มนทิราหน้าเครียด เดินฝ่าลมพัดอื้ออึง พยายามค้นหาสร้อยตะกรุดที่พระธุดงค์ทิ้งไว้ให้...

ทางฝ่ายกฤตย์เอาปลายเชือกอีกด้านหนึ่งทำเป็นห่วง สวมคอตัวเอง ปีนขึ้นไปยืนบนเก้าอี้ก่อนจะเตะมันออก ร่างของเขาห้อยต่องแต่ง ลมพัดกระโชกแรงทั่วบริเวณ กฤตย์รู้สึกตัวแต่ก็สายไปแล้ว ได้แต่ดิ้นทุรนทุรายมือไม้ตะกายเปะปะ หายใจติดขัด ใกล้จะขาดใจ...

มนทิราหาสร้อยตะกรุดจนเจอแล้วสวมที่คอนัทธมน ทันทีที่สร้อยแตะคอนัทธมนหยุดเกร็ง นอนนิ่งเหมือนคนหลับสนิท ข้าวของรวมทั้งลมที่พัดกระหน่ำก็สงบนิ่งเช่นกัน จังหวะเดียวกันนั้น กฤตย์ซึ่งกำลังดิ้นรนเฮือกสุดท้ายอยู่ๆกิ่งไม้ก็หัก ร่างของเขาหล่นตุ้บลงมากองกับพื้น ทั่วบริเวณสงบนิ่ง กฤตย์มองไปรอบๆอย่างหวาดหวั่นไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น

ooooooo

นัทธมนจำเรื่องเมื่อคืนไม่ได้เลย อ้างว่ากินยานอนหลับของแม่เข้าไปเลยหลับสนิท ไม่ได้ฝันเห็นอะไรหรือใครทั้งสิ้น มนทิราเล่าว่าลูกละเมอพูดออกมาคำหนึ่งว่า "มันต้องตาย" น้ำเสียงน่ากลัวมาก แล้วถามย้ำให้แน่ใจว่าลูกไม่เห็นหน้าใครในฝัน

"ไม่เลยนะคะแม่ หนูถึงบอกไงคะว่าหนูเป็นบ้าอะไรเนี่ย หนูตามหาใครกันเหรอ"

"คงเป็นสัญชาตญาณเหมือนที่หนูบอก...เราหิวมากๆเข้าเราก็กิน ไม่สนหรอกว่ามันจะเป็นอะไร"

นัทธมนเหนื่อยใจกับตัวเองมาก หยิบตะกรุดที่สวมคอขึ้นมามอง...

กฤตย์ทายารอบคอตัวเองอยู่หน้ากระจกเงาภายในห้องนอนของเขา รอยช้ำรอบคอดูน่ากลัวมาก กฤตย์นั่งถอนหายใจ งงกับเหตุการณ์เมื่อคืน เหลือบเห็นสร้อยตะกรุดที่พระธุดงค์ ให้วางอยู่บนโต๊ะหัวเตียง เขาหยิบขึ้นมาห้อยคอ รู้สึกอุ่นใจอย่างประหลาด...

เกือบเที่ยงวันกว่าปิติกับเกตุมณีจะขับรถมาถึงบ้านกฤตย์ ถุงแป้งกับกฤตย์ออกมารอรับหน้าบ้าน ปิติเข้ามากอดคอกฤตย์ ทักทายอย่างสนิทสนม กฤตย์ถึงกับร้องโอ๊ยลั่น เกตุมณีสงสัยเปิดคอเสื้อน้องชายดู เห็นรอยแดงช้ำน่ากลัว ถามว่าไปโดนอะไรมา กฤตย์อึกอัก

"เออ...ไม่มีอะไรหรอก...ประตูหนีบน่ะ"

ปิติสวน ทันทีว่าประตูที่ไหนจะหนีบคอ เกตุมณีจะซักต่อ แต่แกมแก้วเดินเข้ามาขัดจังหวะเสียก่อน ปิติทักทายเธอไม่ค่อยเต็มปากนัก แกมแก้วนิ่งเฉยไม่ทักตอบ เกตุมณีถามน้องสาวว่าไม่ออกไปไหนหรือ

"แก้ว อยู่ที่นี่ จะให้ออกไปไหนเหรอ" แกมแก้วตอบแกนๆก่อนเดินจากไป...

ปิติ ไม่ค่อยเห็นด้วยนัก เมื่อรู้ว่าถุงแป้งเลือกเรียนวิชาเลขานุการภาคค่ำ เขาเกรงใจที่ลูกจะต้องมาอาศัยอยู่บ้านหลังนี้นานๆ กฤตย์บอกว่าไม่ต้องเกรงใจ บ้านนี้ก็เป็นบ้านของพี่เกตุเหมือนกัน

"คนอื่นไม่คิดแบบคุณนะซิ"

"ทำไม น้าแก้วถึงไม่ชอบคุณพ่อละคะ" ถุงแป้งอดถามไม่ได้

ปิติไม่อยากตอบ รีบตัดบท ขอตัวไปอาบน้ำอ้างว่าขับรถมาเหนื่อย ถุงแป้งมองตามพ่อเซ็งๆคว้าถุงใส่ขนมโรตีสายไหมที่พ่อซื้อมาฝาก ออกไปนั่งม้วนอยู่ที่โต๊ะริมสระว่ายน้ำ ถุงแป้งม้วนเสร็จไปสองอัน มีเสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้น เธอกดรับแล้วลุกขึ้นเดินพูดโทรศัพท์ สักพักก็วางสาย พอหันมาอีกที โรตีสายไหมที่ม้วนไว้หายไป ถุงแป้งเห็นลินจันทร์วิ่งหลังไวๆออกไป...

ถุงแป้งวางแผนหลอกล่อให้ ลินจันทร์ออกมาจากห้องโดยใช้โรตีสายไหมเป็นเหยื่อ เธอวางโรตีสายไหมที่ม้วนแล้วบนกระดาษทิชชูเป็นระยะๆจากหน้าห้องลินจันทร์ เรื่อยไปถึงห้องครัว ซึ่งมีจานใส่โรตีสายไหมหลายอันวางอยู่ ลินจันทร์หยิบขนมกินมาจนถึงห้องครัว เปิดผ้าคลุมหน้าออก นั่งกินขนมอย่างเอร็ดอร่อย แสงไฟจากด้านนอกส่องกระทบใบหน้าลินจันทร์ เผยให้เห็นรอยไฟ
ไหม้เป็นแผลเป็นน่ากลัว ถุงแป้งถึงกับตะลึง

ooooooo

แกม แก้วไม่พอใจอย่างมากเมื่อป้าสร้อยเข้ามารายงานว่าแอบได้ยินถุงแป้งคุยให้พ่อ แม่ และกฤตย์ฟังตอนกินอาหารเช้าว่าเห็นหน้าลินจันทร์แล้ว  ด้วยความที่ไม่ชอบครอบครัวของเกตุมณีเป็นทุนเดิม แกมแก้วพานคิดว่าพวกนั้นคงสะใจมากที่เห็นลูกสาวของเธอเป็นแบบนี้ ขณะที่ลูกสาวของพวกเขาทั้งสวยทั้งฉลาด

"ไม่น่าเลยนะคะ คุณลินจันทร์น่ะเป็นหลานแท้ๆของคุณเกตุเหมือนกันนะคะ"

"ฉันไม่เคยนับ ญาติกับพวกนั้นมานานแล้ว แกเองก็ไม่ต้องแส่ไปเสนอหน้ารับใช้"

"ไม่ไป แล้วจะได้ยินอะไรดีๆเหรอคะ"

แกมแก้วตวาดแว้ดว่าให้ทำตามที่สั่ง เธอไม่อยากรู้ ไม่อยากเห็นและไม่อยากได้ยินอะไรอีก...

หลังกินอาหาร เช้าเสร็จ ปิติกับกฤตย์มานั่งคุยกันอยู่ ริมสระว่ายน้ำ ปิติมองไปรอบๆบอกว่าที่นี่เปลี่ยนแปลงไปจากสิบแปดปีที่แล้วมาก แต่เขายังจำทุกอย่างที่เกิดขึ้นได้ดี เหมือนมันเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน

"ยัง กับว่าเราจะลืมมันได้นี่"

กฤตย์หยิบนิยายหน้าสุดท้ายซึ่งเหลืองเก่า ตามกาลเวลาออกมาดู เห็นเป็นรอยยับเพราะเคยถูกพับเป็นรูปหัวใจมาก่อน   ปิติมองกระดาษในมือกฤตย์ด้วยความประหลาดใจ สองหนุ่มต่างปล่อยความคิดให้ล่องลอยไปถึงอดีต...

18 ปีที่แล้ว...วรดาตื่นขึ้นมา เห็นวารีนั่งอยู่ข้างๆด้วยความเป็นห่วง เธอบอกว่าวรดาเป็นลมไปตอนล้างรถ ตัวร้อนไข้ขึ้นนอนหลับข้ามวันข้ามคืน ประพจน์เข้ามายืนดูอย่างห่วงใย โดยมีปิติยืนอยู่ด้านหลัง

"เป็นยัง ไงกันบ้าง นอนแบ็บขนาดนี้ไม่คิดจะให้คนเป็นพ่ออย่างฉันรู้บ้างเหรอ"

วารี หันมาเห็นประพจน์ ตกใจ...อีกด้านหนึ่งของบ้านโบราณ กฤตย์มุดรั้วเข้ามาเห็นวรดานั่งหันหลังให้ดีใจรีบเข้ามาทัก พอเธอหันมากลายเป็นผาณิต กฤตย์รู้ว่าผิดตัวขยับจะเดินหนี แต่ผาณิตมือไวคว้าแขนเขาไว้ ดึงไปที่เรือนหลังใหญ่ ซึ่งคุณหญิงผกานั่งอย่างสบายอารมณ์อยู่ก่อนแล้ว

สักพักประพจน์ตาม เข้ามาเล่นงานคุณหญิงผกาที่ใช้ วรดาล้างรถจนเป็นไข้ไม่สบาย แถมไม่บอกเขาสักคำ กฤตย์ขออนุญาตประพจน์ไปเยี่ยมวรดา พอรู้ว่าวรดากำลังจะไปหาหมอ กฤตย์อาสาจะไปส่ง แล้วกระวีกระวาดออกไป ประพจน์จะค้านแต่ ไม่ทัน ผาณิตจะตามแต่ประพจน์รั้งไว้ บอกว่าเรามีเรื่องต้องคุยกัน

อึดใจ กฤตย์วิ่งมาถึงเรือนเล็ก ต้องชะงัก เห็นปิติประคองวรดาลุกจากเตียง หญิงสาวหันมาเห็นกฤตย์พยายามจะขืนตัวออกจากการประคองของปิติ ด้วยเกรงว่าเขาจะเข้าใจผิด ระหว่างนั้น วารีถือตะกร้าใส่ของใช้เข้ามาเห็นกฤตย์ ร้องทักทายบอกว่ากำลังจะพาวรดาไปโรงพยาบาล

"ครับ...รีบไปเถอะครับ แล้วผมจะมาเยี่ยมใหม่"

วารีเข้ามาประคองวรดา ปิติรับตะกร้ามาถือไว้แทน เดินตามสองแม่ลูกออกไป วรดาไม่วายหันมามองกฤตย์ แต่เขาตีหน้าเฉย ขณะกฤตย์กำลังจะออกจากห้อง เหลือบเห็นหนังสือสาวเครือฟ้าที่เขาให้วรดาวางอยู่บนโต๊ะหัวเตียง หยิบขึ้นมาพลิกดู แล้วทำหน้านิ่วคิ้วขมวดที่เห็นหน้าสุดท้ายถูกฉีกหายไป...

ด้าน คุณหญิงผกากับผาณิตถูกประพจน์เล่นงานเรื่องที่ชอบรังแกวรดา ยิ่งทำให้สองแม่ลูกเกลียดชังวารีกับวรดามากยิ่งขึ้น ผาณิตหาทางแก้แค้นวรดา สบโอกาสดี เมื่อสร้อยถือเสื้อแจ็กเกตของปิติเข้ามา บอกว่าปิติลืมไว้ที่พนักเก้าอี้ในสวน ผาณิตรีบฉวยเสื้อจากมือสร้อย บอกว่าเธอจะคืนเขาเอง รีบวิ่งขึ้นห้องปิดประตูตามหลัง หยิบกระดาษหน้าสุดท้ายหนังสือสาวเครือฟ้าของวรดา
ขึ้นมาพับเป็นรูปหัวใจ

ooooooo

ผาณิต หาเรื่องแกล้งวรดาจนได้ เธอเห็นวรดาในชุดนักเรียนยืนด้อมๆมองที่ริมรั้วติดกับบ้านของ

กฤตย์ จึงเรียกวรดาให้ตามไปที่เรือนใหญ่ อ้างว่าคุณหญิงผกาสั่งงานไว้ให้ทำ ครู่ต่อมา วรดาถืออุปกรณ์ทำความ

สะอาดเข้าไปในห้องนอนของผาณิต เห็นข้าวของกระจัดกระจายเกลื่อนพื้น

"ฉันรื้อห้อง ก็เลยสกปรกไปหน่อย ทำความสะอาดให้ด้วย"

วรดาต่อรองว่าขอไปโรงเรียนก่อน ตอนเย็นจะกลับมาทำให้ ผาณิตเหน็บว่า ทีไปยืนรอผู้ชายทำไมไม่กลัวเสียเวลา วรดาไม่อยากเถียงด้วย ลงมือเก็บกวาดทำความสะอาด ผาณิตกินผลไม้แล้วแกล้งพ่นเม็ดลงพื้น วรดาไม่พอใจมาก บอกว่าทำสกปรกเองก็เก็บกวาดเองแล้วกัน ทิ้งไม้กวาด ทำท่าจะออกจากห้อง

ผาณิต ขู่ว่าถ้าไม่ทำ จะเรียกวารีมาทำแทน วรดาจำใจทำความสะอาดต่อ ผาณิตยิ้มสะใจ ฉวยถุงกระดาษที่วางอยู่เดินออกมา โดยไม่ลืมโรยเปลือกผลไม้ไว้อีก วรดาน้ำตาคลอด้วยความเจ็บใจ...

ต่อจากนั้น ผาณิตเดินมากดกริ่งบ้านกฤตย์ ทันทีที่แกมแก้วเปิดประตูรับ ผาณิตยื่นถุงกระดาษให้ฝากคืนกฤตย์ ให้ด้วย แกมแก้วหยิบเสื้อออกมาดู บอกว่าไม่ใช่เสื้อพี่ชายของเธอ

"ก็ไม่ใช่น่ะซิ แต่ให้พี่กฤตย์เอาไว้เถอะ มันจะเป็นประโยชน์กับเราสองคน"

แกมแก้วทำ หน้างงๆ ผาณิตกำชับให้ทำตามที่บอก แล้วรีบวิ่งกลับบ้าน กฤตย์เดินมาถามแกมแก้วว่าเสียงกริ่งเมื่อกี้ใช่แขกของเขาหรือเปล่า

"ไม่ใช่ ค่ะ ผาณิตบอกว่าพี่กฤตย์ไปลืมเสื้อไว้ที่บ้านเขา เขาเลยเอามาคืน"

กฤตย์ มองเสื้อในมือน้องสาว ปฏิเสธว่าไม่ใช่ของตน แกมแก้วทำเป็นร้องอ้าว บอกว่าผาณิตเจออยู่ในห้องวรดา ถ้าไม่ใช่ของเขาก็ฝากไว้ที่นี่ก่อน กลับจากโรงเรียนแล้วเธอจะเอาไปคืนผาณิตเอง แกมแก้วคว้ากระเป๋านักเรียนวิ่งปร๋อออกไป กฤตย์หยิบเสื้อขึ้นมาดู จำได้ว่าเคยเห็นปิติใส่ ถือเสื้อมาวางไว้ บนโต๊ะในห้องหนังสือ มองอย่างชั่งใจอยู่ครู่หนึ่ง ในที่สุดความอยากรู้ก็ชนะ

กฤตย์ค้นดู ตามกระเป๋าเสื้อตัวนั้น หยิบข้าวของออกมาดู มีทั้งนามบัตร ลูกอม สเปรย์ดับกลิ่นปาก แต่ที่สะดุดตาเขาก็คือ กระดาษพับเป็นรูปหัวใจ เขาคลี่ออกดู จึงเห็นว่าเป็นกระดาษจากหน้าสุดท้ายของหนังสือเรื่องสาวเครือฟ้า กฤตย์ถึงกับหมดเรี่ยวแรง ทรุดตัวลงนั่ง ทั้งน้อยใจทั้งเสียใจ

ooooooo

ผาณิต รู้ว่าเช้าวันนี้ ประพจน์จะต้องไปตรวจราชการดังนั้นปิติจะต้องมาขับรถให้ในฐานะนายทหารคนสนิท จึงนัดแกมแก้วให้มาหา เพื่อจะแนะนำให้รู้จักกับปิติ แกมแก้ววิ่งหน้าตั้งเข้ามา อารามรีบร้อน สะดุดขาตัวเองหน้าคะมำ ปิติเข้ามาช่วยประคอง แกมแก้ว ปลื้มชายหนุ่มสุดๆ ขณะที่ผาณิตยิ้มชอบใจ

"ผู้ กองคะ แกมแก้วเพื่อนบ้านของเราค่ะ น้องสาวพี่กฤตย์ไงคะ"

แกมแก้วยิ้ม เขินอาย ผาณิตรู้งานรีบปลีกตัวออกมา ปล่อยให้หนุ่มสาวอยู่กันตามลำพัง...

เกตุ มณีเคืองน้องสาวที่ชิงมาบ้านโบราณก่อน ทั้งๆที่นัดกันแล้วว่าจะเอาขนมที่เธอทำเองมาให้ประพจน์กับคุณหญิงผกาชิม เกตุมณีถือตะกร้าใส่ขนมเข้ามาในบ้านโบราณ เจอวารีกลับจากจ่ายตลาดพอดีบอกวารีว่า เธอทำขนมเอง เลยจะเอามาฝากประพจน์กับคุณหญิงผกา

"เอ....เห็นคุณท่านจะออกไปข้าง นอก ไม่ทราบว่าไปหรือยัง"

เกตุมณีไม่อยากรบกวนท่านทั้งสอง เลยฝากตะกร้าขนมไว้กับวารี แล้วขอตัวกลับ...

ปิติกับแกมแก้วพากันมา นั่งที่ศาลาในสวน ปิติชวนแกมแก้วคุยเรื่องต้นไม้ แต่แกมแก้วไม่รู้เรื่องต้นไม้เลยไม่รู้

จะคุยอะไร แต่พอนึกถึงเพลงที่มีชื่อของต้นไม้ขึ้นมาได้ เธอเลยพล่ามว่ารู้จักต้นไม้ชื่อนั้นชื่อนี้ไม่หยุด

ตอนที่ 2

ระหว่างที่ปิติกับเกตุมณีกำลังนั่งกินอาหารค่ำกัน เงียบๆ เกตุมณีหยุดกิน นั่งเหม่อมองข้าวในจาน ปิติ ทักว่าคิดถึงลูกหรือ เกตุมณีคิดถึงหลายเรื่องที่ผ่านมา และยังไม่หายสงสัยว่าทำไมเขาถึงเลือกเธอ แทนที่จะเลือกแกมแก้วที่เด็กและสวยกว่าเธอ ปิติว่าคนเราไม่ได้อยู่กันได้ด้วยความสวยแต่ด้วยความเข้าใจต่างหาก

"ยายแก้วแกเป็นเด็กน่าสงสาร อะไรที่แกเคยทำตั้งแต่ยังวัยรุ่น แกคงไม่รู้หรอกว่าบาปกรรมมันจะตามทันเร็วขนาดนี้"

"สิ่งที่สำคัญ บาปไม่ได้ไปลงกับยายแก้วคนเดียวน่ะสิ ดันไปลงเอากะลูกยายแก้วด้วย"

เกตุมณีได้แต่นึกสงสาร บาปกรรมที่เกิดกับลูกของแกมแก้วช่างโหดร้าย น่ากลัวเกินไป...

ถุงแป้งสะดุ้งตื่นเมื่อได้ยินเสียงคล้ายคนร้องไห้ดังฝ่าความเงียบสงัดของยามค่ำคืน เธอพยายามเงี่ยหูฟัง ก่อนลุกออกจากห้องนอนด้วยความอยากรู้อยากเห็น เดินตามเสียงร้องไห้จนมาถึงห้องห้องหนึ่งที่ประตูเปิดแง้มอยู่ เธอมั่นใจว่า เสียงดังออกมาจากห้องนี้แน่ๆ ร้องถามว่ามีใครเป็นอะไรหรือเปล่า

เงียบ ไม่มีเสียงตอบ ถุงแป้งมองรอบตัวมีแต่ความว่างเปล่า ตัดสินใจมองเข้าไปตรงประตูที่แง้มอยู่แต่ไม่เห็นอะไร หันกลับมาต้องตกใจ เจอแกมแก้วยืนจ้องอยู่ใกล้ๆ แกมแก้วถามเสียงเครียดว่าคิดจะขโมยอะไร ถุงแป้งปฏิเสธว่าไม่ได้จะขโมยอะไร เธอได้ยินเสียงคนร้องไห้

"มันใช่ธุระอะไรของเธอรึเปล่า...กลับไปที่ห้องเลย ไม่ต้องมายุ่ง เรื่องของบ้านนี้ คนที่นี่จัดการเองได้"

"ห้องนี้..."

"ห้องลูกสาวฉัน ไม่ต้องมาสนใจอีก...หลีก"

ถุงแป้งเบี่ยงตัวหลบพ้นประตู แกมแก้วผลุบเข้าไปในห้องแล้วปิดประตูอย่างรวดเร็ว ถุงแป้งได้ยินเสียงร้องไห้ของเด็กดังขึ้น แข่งกับเสียงตวาดของแกมแก้ว แล้วตามด้วยเสียงฟาดผัวะ ถุงแป้งสะดุ้งโหยง มีเสียงสะอึกสะอื้นตามมาอีก ถุงแป้งได้แต่ยืนนิ่ง ไม่รู้จะทำอย่างไร

ooooooo

ถุงแป้งเอาเรื่องลูกของแกมแก้วมาถามน้ากฤตย์ แต่เช้า ได้ความว่าเขาเองแทบจะไม่เคยเห็นหน้าลินจันทร์ เลย เพราะแกมแก้วไม่อยากให้ลูกสาวออกมาเจอใคร ถุงแป้งอยากเข้าไปคุยเป็นเพื่อนน้อง

"ปัญหาคือ ลินจันทร์คุยกับแป้งไม่ได้ต่างหาก" กฤตย์ยืนนิ่งมองลงไปในสระน้ำ

ลมพัดแรงจนผิวน้ำเป็นระลอก ทันใดนั้น เสียงวรดาร้องให้ช่วยแว่วเข้าหูกฤตย์ ถุงแป้งเห็นกฤตย์เงียบไป จึงแตะแขนเขา ถามว่าเป็นอะไร กฤตย์สะดุ้งเฮือก เสียงร้องให้ช่วยเงียบไป

"ไม่มีอะไรหรอก แป้งไม่ต้องเป็นกังวลเรื่องลูกน้าแก้ว เขาหรอกนะ...ไม่มีใครตัดกรรมให้ใครได้หรอก ทุกคนต้องชดใช้... น้ากฤตย์เองก็เหมือนกัน" กฤตย์ว่าแล้วเดินเหงาๆ จากไป...

พระธุดงค์รูปเดิมที่เคยสวดแผ่เมตตาให้กับอัฐิของวรดา เดินผ่านหน้าบ้านนัทธมน เห็นเมฆครึ้มปกคลุมบ้าน ยืนมองด้วยสายตาห่วงใย ตัดสินใจปักกลดที่ลานเยื้องบ้านหลังนั้น...

ตกดึกนัทธมนนอนดิ้นไปมาอยู่บนเตียง เหยือกน้ำที่

วางอยู่ในห้องเริ่มเดือดพล่าน ข้าวของพากันขยับลอยขึ้นทีละชิ้นๆ ในเวลาเดียวกัน กฤตย์นอนกระสับกระส่ายเหมือนฝันร้าย ก่อนลุกพรวดขึ้นเดินละเมอออกจากห้องนอน ลินจันทร์ซึ่งมีผ้าโพกปิดหน้าเปิดประตูห้องออกมามอง ท่าทางตื่นๆสีหน้าเป็นกังวล

เธอเดินตามกฤตย์ไปยังสระว่ายน้ำก่อนวิ่งกลับเข้าบ้าน ตรงไปยังห้องนอนของถุงแป้ง ส่งเสียงอ้อแอ้ในลำคอปลุกถุงแป้งให้วิ่งตามเธอออกมา  ส่วนกฤตย์เดินลงไปในสระว่ายน้ำจนจมมิด เขาเห็นวรดาหน้าซีดราวกับคนตาย มองจ้องเขาอย่างชิงชังอยู่ใต้น้ำ

ถุงแป้งวิ่งมาถึงริมสระว่ายน้ำตกใจแทบสิ้นสติเมื่อเห็นกฤตย์อยู่ใต้น้ำ เธอกระโจนลงไปเขย่าตัวช่วยชีวิตเขาไว้

จากจมน้ำตายอย่างฉิวเฉียด ลินจันทร์เห็นลุงกฤตย์ปลอดภัย รีบวิ่งกลับเข้าบ้าน

"น้ากฤตย์เกือบจะตายแล้วนะคะเนี่ย น้ากฤตย์...ทำไมเป็นอย่างนี้" ถุงแป้งใจยังสั่นไม่หาย

"มีใครบางคนอยากให้น้าตาย...เขาอยากเห็นน้าตาย" กฤตย์มองผิวน้ำรู้สึกผิดเต็มหัวใจ...

ภายในห้องนอนของนัทธมนน้ำในเหยือกยังคงเดือดจนเหยือกแตกกระจาย มนทิราที่นอนอยู่ข้างๆลูกสะดุ้งตื่นตกใจที่เห็นข้าวของลอยไปมา เธอหันมามองลูกสาวเห็นนอนดิ้น ตัวเปียกชุ่มเหมือนไปลงน้ำที่ไหนมา  มนทิรารีบปลุกลูก  ทันทีที่นัทธมนรู้สึกตัวตื่น  ข้าวของพวกนั้นตกเกลื่อนพื้น  เธอเล่าความฝันให้แม่ฟังว่าเธอร้อนจึงต้องลงน้ำเพื่อทำให้ตัวเย็นลง มนทิราสงสัยว่าลูกจะไปลงน้ำที่ไหนได้

"หนูก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะ สระว่ายน้ำที่ไหนสักแห่ง"

"เหงื่อทั้งนั้นแหละลูก ไม่มีอะไรหรอก ไปเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนจะได้นอนสบายขึ้น" มนทิรามองตามลูกด้วยความห่วงใย เห็นรอยเท้าของนัทธมนแล้วยิ่งแปลกใจ คล้ายเพิ่งขึ้นจากน้ำ...

พลังพิเศษของนัทธมนมีพลังมากขึ้นทุกขณะ ครั้งหนึ่งเธอรับโทรศัพท์ที่โทร.มาชักชวนให้ลงทุนกับกองทุนแห่งหนึ่ง นัทธมนรำคาญไม่อยากคุยด้วย จึงแต่งเรื่องว่าตอนนี้เธอไม่ว่างคุยด้วย เพราะพ่อของเธอกำลังป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่ เธอต้องไปดูแลท่าน แล้วรีบวางสาย มนทิรายังนึกขำกับความเจ้าเล่ห์ของลูก

เย็นวันเดียวกัน นิกรเกิดครั่นเนื้อครั่นตัวขึ้นมาจริงๆจามติดกันหลายครั้งจนต้องขอตัวกลับบ้านเร็ว กฤตย์อนุญาตและยังฝากตุ๊กตาผ้าตัวใหญ่ประมาณหนึ่งศอกมาให้ลูกสาวของนิกรด้วย

"ลูกผมโตแล้ว แกจะเล่นเหรอ"

"ฝากด้วยแล้วกัน ไหนๆผมก็ใช้งานพ่อเขาซะหนักขนาดนี้"

นิกรยิ้ม รับตุ๊กตาผ้าเดินออกจากห้องทำงานของกฤตย์... จากนั้นไม่นาน  นิกรกลับถึงบ้านโดยจามอยู่ตลอด  นัทธมนโทษว่าเป็นความผิดของตัวเองที่โกหกว่าพ่อไม่สบาย ท่านเลย ไม่สบายจริงๆ

"ไม่เกี่ยวหรอกลูก เรื่องมันบังเอิญมากกว่า พ่อไม่ได้

เป็นอะไรมากหรอก"

"แต่หนูบอกว่า คุณพ่อจะเป็นไข้หวัดใหญ่ นอนซม"

"อย่าคิดมากเลยลูก หนูไม่ได้มีอิทธิฤทธิ์อะไรขนาดนั้นหรอก"

"มันไม่ได้อยู่ที่ว่าหนูมีหรือไม่มี มันอยู่ที่หนูควบคุมมันไม่ได้ต่างหาก คุณแม่ก็รู้"

นิกรไม่อยากทำให้บรรยากาศบนโต๊ะอาหารกร่อย รีบตัดบทว่าถ้าเขากินยาสักเม็ดสองเม็ด พรุ่งนี้ก็วิ่งปร๋อแล้ว นัทธมนพยักหน้า แต่ยังอดห่วงพ่อไม่ได้ หันไปเห็นตุ๊กตาผ้าวางอยู่ ถามพ่อว่าของใคร

"ลูกค้า เขาฝากมาให้ลูกน่ะสิ เขาเป็นคนดีนะ"

"ลูกค้าคุณพ่อก็เห็นดีทุกคน ใช้งานคุณพ่อจนซมขนาดนี้" นัทธมนมองตุ๊กตาเคืองๆ...

ดึกแล้ว แต่ถุงแป้งยังหลับตาไม่ลง เพราะเสียงร้องไห้ ของลินจันทร์ผสานกับเสียงตวาดของแกมแก้วดังฝ่าความเงียบ ถุงแป้งย่องออกมาดู  เห็นลินจันทร์พยายามวิ่งหนีออกจากห้องนอน  แต่แกมแก้วคว้าข้อมือเธอไว้แล้วกระชากกลับเข้าห้อง ทั้งทุบทั้งตีจนเสียงร้องเงียบลง แกมแก้วออกจากห้องเห็นถุงแป้ง ยืนมองอยู่

"เรื่องของแม่ลูกเขาจะสั่งสอนกัน   ไม่ต้องยุ่งเลย" แกมแก้วเอ็ดใส่หลานสาว ก่อนผละจากไป ถุงแป้งหันหลังจะกลับห้อง ตกใจสะดุ้งโหยง เจอป้าสร้อยยืนจ้องอยู่ ถุงแป้งรีบ เดินเลี่ยงเข้าห้อง

ooooooo

หลัง