สมาชิก

ด้วยแรงอธิษฐาน

ตอนที่ 13

ขณะวรดากำลังนั่งจดบันทึกอยู่ภายในบ้านของเธอท่ามกลางแสงตะเกียง มีของสิ่งหนึ่งถูกโยนเข้ามาในบ้าน มันเป็นหนึ่งในของชำร่วยที่กฤตย์ให้เธอดูเมื่อตอนเย็น วรดาหยิบขึ้นมาดู มองออกไปนอกหน้าต่างไม่เห็นใคร ของชำร่วยมีโน้ตผูกติดมาด้วย เป็นตัวพิมพ์ดีดว่า

"นอนไม่หลับ ช่วยเลือกของชำร่วยหน่อย รออยู่ริมรั้ว"

ว รดายิ้ม จดบันทึกต่ออีกครู่หนึ่ง แกะกระดาษโน้ตชิ้นนั้นเสียบใส่สมุดบันทึก แล้วปีนเอาสมุดบันทึกขึ้นไปเก็บไว้บนฝ้าเพดาน วรดาขยับจะเดินออกจากห้อง พลันมีลมแรงพัดเข้ามา รูปถ่ายของวารีหล่นจากหิ้ง วรดาตกใจ หยิบรูปแม่ ขึ้นมาวางไว้อย่างเดิม แล้วเดินออกจากบ้าน...

นัทธมนปิดสมุดบันทึก ของวรดาที่เพิ่งอ่านให้แม่ฟังจนจบ บอกว่านั่นเป็นหน้าสุดท้ายที่วรดาบันทึกเอาไว้ ต่อจากนั้น ก็ไม่มีอะไรนอกจากกระดาษเปล่า มนทิราตั้งข้อสังเกตว่าวรดา อาจจะเลิกจดบันทึก

"เป็นไปไม่ได้ที่อยู่ๆจะเลิกบันทึก คืนที่เธอออกจากบ้าน คือคืนที่เธอไม่ได้กลับเข้ามาอีกเลยมากกว่า"

มนทิร าสงสัยว่าถ้าอย่างนั้นวรดาหายไปไหน นัทธมน คาดว่าวันนั้นต้องเป็นวันตายของวรดา เธอจะต้องรู้ให้ได้ว่าหลังจากนั้นเกิดอะไรขึ้นกับวรดา

ooooooo

คืน นั้น  วรดาเดินมาริมรั้วตามข้อความในกระดาษโน้ต เห็นของชำร่วยวางอยู่บนโต๊ะสี่ห้าชิ้น เธอนั่งลง เลือกดู ยิ้มให้กับความน่ารักของมัน โดยที่ไม่รู้ว่ามีใคร บางคนย่องมาด้านหลัง  เอาของแข็งฟาดเข้าที่หัวเธออย่างแรง จนสลบเหมือด

ไม่นานนัก วรดาสะลืมสะลือ รู้สึกตัวเองถูกลากไปบนพื้นห้องเย็นเฉียบ เธอปรือตาเห็นขาใครบางคนเดินออกจากห้อง ทิ้งเธอเอาไว้เพียงลำพัง วรดาพยายามเปล่งเสียงเรียก "คุณกฤตย์" ได้เพียงแค่นั้น ก็หมดสติไปอีกครั้ง มีเลือดกำเดาไหลออกมาเป็นทาง

วรดารู้สึกตัวขึ้นอีกครั้ง ตระหนักแล้วว่าเธอถูกทิ้งอยู่ในห้องลับในหลุมหลบภัย ลนลานไปที่ประตูเหล็กบานใหญ่ ทุบปังๆอย่างสิ้นหวัง ร้องเรียกให้คนช่วยแต่ทุกอย่างเงียบสนิท เธอพยายามรวบรวมสติทบทวนว่ามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร หวั่นใจ กับสิ่งที่ตัวเองคิด...

สายมากแล้ว ตอนที่กฤตย์มาตามหาวรดาที่เรือนหลังเล็ก แปลกใจที่สร้อยบอกว่าวรดาไม่อยู่ เขาขอเข้าไปดูในบ้าน สร้อย รีบเดินตาม สภาพของบ้านเหมือนมีคนอยู่ สร้อยว่าวรดาอาจจะออกไปซื้อของข้างนอก

กฤตย์ส่ายหน้า "วรดาออกไปตั้งแต่เมื่อคืน"

สร้อย สงสัยว่ากฤตย์รู้ได้อย่างไร เขาไม่ตอบ นิ่งคิดครู่หนึ่ง เดินตรงไปเรือนใหญ่สวนกับคุณหญิงผกา กฤตย์ถามถึงประพจน์ได้ความว่าไม่ค่อยสบาย ยังไม่ตื่น แล้วถามหาวรดา เธอส่ายหน้าแทนคำตอบ สร้อยหาว่าวรดาไปกับกฤตย์ กฤตย์ชักสีหน้า ย้อนว่าถ้าวรดาไปกับเขาแล้วเขาจะมาตามหาเธอทำไม

"ถ้าไม่ไปกับคุณ แล้วคุณจะรู้ได้ไงว่าเธอออกไปตั้งแต่ เมื่อคืน"

กฤตย์ ส่ายหัวเหนื่อยหน่ายไม่ตอบอะไร รีบตรงกลับบ้านชวนเกตุมณีไปตามหาวรดาที่บริษัทของปณิตาด้วยกัน แต่แทนที่จะได้เรื่อง ปณิตากลับกล่าวหาว่าเขารู้เห็นการหายตัวไปของวรดา เพราะเกรงว่าถ้าวรดายังคบกับเขาต่อ ปณิตาจะไม่ร่วมโครงการใหญ่ด้วย และยังหาว่าเขาคิดจะโยนบาปมาให้เธอ

"คุณพูดอะไรของคุณ ผมตามหาวรดาให้วุ่นขนาดนี้ ถ้าผมจับตัวเธอไปผมจะทำอย่างนี้ทำไม"

"ก็เพื่อไม่ให้ใครสงสัยไง...แต่อันที่จริง คุณไม่ต้องทำขนาดนี้ก็ได้ ยังไงตาก็ไม่ถอนตัวหรอก"

"บ้ากันไปใหญ่แล้ว...ถ้าต้องเลือกเงินกับวรดา ผมเลือกวรดา" กฤตย์ยืนยันหนักแน่น

"แต่ตอนนี้ไม่มีวรดาให้เลือกแล้วไง...ไม่เลวๆ...ตีบทแตกนะเนี่ย"ปณิตาตบมือให้กฤตย์ ขณะที่เกตุมณีมองน้องชายอย่างเคลือบแคลงสงสัย...

ฝ่าย วรดาตื่นขึ้นมาอย่างอ่อนระโหยโรยแรง เลียริมฝีปากที่แห้งผาก แล้วหยิบเศษขยะแถวนั้นขว้างไปที่ประตูเหล็ก ทุกอย่างเงียบกริบเหมือนเดิม เธอน้ำตาคลอเบ้าด้วยความน้อยใจ

"คุณไม่ต้องทำแบบนี้ก็ได้...คุณกฤตย์ คุณบอกมาเพียงแค่คำเดียว รดาก็จะไปจากชีวิตคุณทันที คุณใจร้ายเหลือเกิน"

วรดาลุกขึ้นทั้งทุบทั้งตะกุยประตูจนเล็บฉีก เดินกลับมานั่งกอดเข่า รู้สึกหนาวเย็นจนสั่น...

กฤตย์ นั่งหนาวสั่นอยู่บนระเบียงบ้าน เกตุมณีเอาผ้ามาคลุมให้ เตือนว่าน้ำค้างแรงเดี๋ยวจะไม่สบาย กฤตย์ไม่สนใจตัวเอง เป็นห่วงแต่วรดาที่หายตัวไป เกตุมณีมองหน้าเขาราวกับจะค้นหาความจริง

"พี่เกตุคงไม่สงสัยว่าผมเป็นคนทำหรอกนะครับ"

"สร้อยเขาบอกพี่ว่าเธอหลุดปากมาว่าวรดาออกไปจากบ้านตั้งแต่เมื่อคืน...แล้วเธอรู้ได้ยังไงว่าวรดาออกไปตอนไหน"

"เมื่อวานผมเข้าไปห้องวรดา เห็นตะเกียงยังจุดอยู่ ก็แปลว่าเธอต้องออกไปตั้งแต่เมื่อคืน...คงคิดว่าไปไม่นานก็เลยไม่ได้ดับตะเกียง"

"ก็มีเหตุผล...พี่ขอโทษที่พี่สงสัยเรา"

"พี่เกตุยังสงสัยผม...แล้วมีเหตุผลอะไรที่วรดา...เขาจะไม่คิดว่าผมเป็นคนที่อยู่เบื้องหลังทั้งหมด"

เกตุมณีได้แต่ถอนใจ เป็นกังวลตามน้องชายไปด้วย

ooooooo

ประพจน์ บ่นให้ปิติฟังด้วยความเป็นห่วงไม่รู้ว่าลูกสาวของเขาหายไปไหนตั้งสองวัน แล้ว  หันไปถาม คุณหญิงผกาว่าตำรวจตามเรื่องไปถึงไหนแล้ว ได้ความว่ายังไม่มีข่าวคราวอะไรคืบหน้า ผาณิตหาว่าวรดาหนีตามผู้ชายไปแล้ว

"ยายนิด พี่หายไปทั้งคนเรายังมาพูดแบบนี้อีก"

ประพจน์บ่นไปพลางไอพลาง

ปิติเห็นท่าของประพจน์ไม่ค่อยดี แนะให้พักผ่อนก่อนอย่าเพิ่งเป็นกังวลอะไรมาก...

คืน นี้ฝนตกลงมาอย่างหนัก กฤตย์เดินฝ่าสายฝนอย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาวเข้าไปพบตำรวจที่โรงพัก เขากลายเป็นผู้ต้องสงสัยอันดับต้นๆของเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงถูกเรียกมาสอบสวน

"ที่ผมทำเนี่ยไม่ใช่สร้างภาพกลบพิรุธนะครับ...ผมไม่ได้ทำ"

คุณตำรวจไม่สนใจคำปฏิเสธของกฤตย์ไม่ว่าจะอย่างไรเขาก็ต้องโดนสอบปากคำอยู่ดี...

น้ำ ฝนเจิ่งนอง ไหลเป็นทางเข้ามาตามรอยแตกของผนังห้องและใต้ประตูห้องลับภายในหลุมหลบภัยว รดานั่งนิ่งอ่อนแรง แต่แววตาของเธอกลับแข็งกร้าวขึ้น

"รดา...จะไม่ ตายหรอกค่ะคุณกฤตย์ รดาจะอยู่ดูหน้าคุณ รดาจะรอดูว่าทำไมคุณถึงทำยังงี้กับรดาได้"เธอเลียริมฝีปากที่เริ่มแตก แล้วค่อยๆคลานไปกินน้ำฝนที่ไหลค้างอยู่บนพื้นห้อง

"...ทำไมคุณถึงทำ รดาแบบนี้คะ สิ้นรักรดาแล้วเหรอ ถึงได้ตัดสินใจทำกันแบบนี้ รดาทำผิดอะไร รดาทำอะไรให้คุณแค้นเคือง...ทำไมคุณถึงได้ตั้งใจที่จะฆ่ากันอย่างเลือดเย็น ชังกันมากนักหรือ ถึงจะปล่อยให้อดตายอยู่ในหลุมหลบภัยนี้...รดาทำผิดอะไรคะ"วรดาร่ำไห้เสียใจ

ooooooo

ย่าง เข้าวันที่สี่แล้วที่วรดาหายตัวไป กฤตย์นั่งหมดอาลัยตายอยากอยู่บนระเบียงหน้าบ้าน เกตุมณีเอาอาหารเช้ามาวาง บอกให้กินอะไรบ้าง เขาไม่แตะต้องอาหารมาหลายวันแล้ว กฤตย์ไม่หิว ไม่อยากกินอะไรทั้งนั้น เกตุมณีส่ายหน้าเดินเข้าบ้าน ปิติแวะมาหาเห็นสภาพของ กฤตย์แล้วรับไม่ได้

"คิดว่าวรดาเขาจะสบายใจเหรอ ถ้ารู้ว่านายทำตัวแบบนี้...ทำไมไม่คิดจะทำอะไรซักอย่างล่ะ แทนที่จะมานอนซังกะตายอย่างนี้"

"นายคิดว่าฉันไม่ทำงั้นหรือ ฉันทำหมดแล้ว ทั้งตำรวจ ทั้งเพื่อน ทุกที่ที่วรดาน่าจะไป แต่ฉันก็ไม่เจอ"

"วรดาน่าจะเลือกฉันมากกว่านายนะ"

กฤตย์ ฉุนขาดเหวี่ยงกำปั้นใส่ปิติเต็มๆจนตัวเองเซล้มไปด้วย เกตุมณีได้ยินเสียงเอะอะวิ่งมาดู ปิติหยามว่าวรดาดูกฤตย์ผิดไปจริงๆ กฤตย์ไม่พอใจจะเข้าไปเอาเรื่องอีก เกตุมณีขวางไว้

"ใครจะเข้าใจผิดฉันยังไงก็ได้ ขออย่างเดียว วรดาอย่าเข้าใจผิดก็พอ...ฉันกลัวเหลือเกิน กลัวว่าจะไม่มีโอกาสได้บอกความจริงกับเธอ"

ปิติ ส่ายหน้า ผละจากมา เกตุมณีรีบเดินตามจนทัน ต่อว่าปิติที่พูดซ้ำเติมน้องชายของเธอให้ยิ่งแค้นใจเสียใจหนักขึ้นไปอีก ปิติกลับเห็นว่ายิ่งแค้นยิ่งดี เขาจะได้ลุกขึ้นมาทำอะไรบ้าง

"คุณไม่รู้หรอกว่าความแค้นน่ะ มันมีพลังมาก

ขนาดไหน" ปิติจ้องหน้าเกตุมณีนิ่ง ก่อนเดินจากไป...

วรดาติดอยู่ในหลุมหลบภัยเกือบหนึ่งอาทิตย์แล้ว ตามเนื้อตัวของเธอมีแต่รอยแมลงกัดแทะ หน้าตามอมแมม เปรอะเลือดแห้งกรัง มีหนูตัวหนึ่งคลานเข้ามาใกล้ๆ เธอคว้ามันไว้ได้ ตั้งใจแน่วแน่ว่าจะต้องมีชีวิตรอดเพื่อดูหน้าคนทรยศ ร้องไห้อย่างอัดอั้น จับหนูฟาดกับพื้นเท่าที่แรงจะมี กินมันประทังชีวิต...


ด้านกฤตย์ ปล่อยหนวดเครายาวไม่ใส่ใจตัวเอง เดินไร้เรี่ยวแรงออกมาจากห้องนอน เกตุมณีเตือนเขาให้กินอะไรบ้าง กฤตย์ส่ายหน้า ตัดพ้อว่าวรดาคงหมดรักเขาแล้วถึงได้ทิ้งเขาไป แล้วขยับจะเดินออกจากบ้าน เกตุมณีถามว่าจะไปไหน

"ผมอยากอยู่คนเดียว...มีอะไรพี่เกตุไปตามผมที่หลุม หลบภัยก็แล้วกันนะครับ"

กฤตย์ เดินโงนเงนอ่อนล้าลัดสนามหญ้าหายไปในความมืด  เกตุมณีมองตามเขาด้วยความเป็นห่วง  กฤตย์เดินได้ไม่ กี่ก้าวก็หมดแรงล้มลง  เกตุมณีปราดเข้าไปประคอง  เรียกชื่อเขาให้รู้สึกตัว แต่กฤตย์ไม่ขานรับ ได้แต่งึมงำเรียกวรดา เกตุมณีพาเขากลับเข้าบ้าน รีบโทร.ตามหมอมาดูอาการ

ooooooo

หมอ มาตรวจอาการกฤตย์แต่เช้าแล้วฉีดยาบำรุงให้  แจ้งกับเกตุมณีว่าถ้าคนไข้ไม่ยอมกินอะไร คงต้องให้น้ำเกลือและสั่งให้พักผ่อนมากๆ กฤตย์ยังคงเพ้อถึงวรดา ขณะหมอออกจากห้อง ปิติเดินสวนเข้ามา เกตุมณีถามว่ามีอะไรคืบหน้าเกี่ยวกับวรดาบ้างไหม ปิติส่ายหน้าทางตำรวจยังไม่ได้เบาะแสอะไรเลย

"กฤตย์ก็มาล้มป่วยอีก...แล้วท่านนายพลประพจน์ว่าอย่างไรบ้าง"

"ก็ กินไม่ได้นอนไม่หลับเหมือนกัน แต่ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร...เอ่อ ผมขอเดินดูรอบๆบริเวณบ้านนี้หน่อยก็แล้วกันนะครับ" ปิติเดินตรงไปยังสนามหญ้าหลังบ้าน

เกตุมณีรีบตามมาดู ปิติเกรงเธอจะเข้าใจผิด ออกตัวว่าเขาไม่ได้อยากค้นหาแถวนี้ แต่มันหมดหนทางจริงๆ เพราะตามหาวรดาไปทุกที่ที่เธอเคยไป ก็ไม่ได้ข่าวอะไรเลย เกตุมณีเห็นใจและเข้าใจจึงเสนอว่า

"หรือ ว่า...เราจะลองพึ่งเรื่องที่มันเหนือธรรมชาติดูบ้าง... ที่เพชรบูรณ์ เกตุกับวรดาเคยไปเจอพระธุดงค์รูปหนึ่งปักกลดอยู่แถวนั้น เราจะลองไปถามท่านดูมั้ย"

ปิติมองเกตุมณีอย่างไร้ความหวัง ทั้งคู่ค่อยๆเดินห่างจากหลุมหลบภัยออกไปทุกที...

ภายใน หลุมหลบภัย บนผนังห้องลับมีข้อความเขียนด้วยเลือดว่า "ฉันเกลียดคุณ" ร่างวรดานอนนิ่ง มีเพียงปลายนิ้วที่กระตุกเล็กน้อยกับลมหายใจรวยรินที่บ่งบอกว่าร่างนั้นยัง มีชีวิตอยู่...ขณะเดียวกัน พระธุดงค์รูปเดิมลืมตาขึ้น ถอนหายใจยาว  มองเข็มทิศที่วรดาถวายให้ราวกับรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น...

ปิติตัดสินใจ ขับรถพาเกตุมณีไปกราบพระธุดงค์รูปนั้น แต่มายังไม่ทันถึงครึ่งทาง เขาต้องจอดรถรอให้วัวฝูงใหญ่เดินข้ามถนน เกตุมณีมองไปเบื้องหน้า ทันทีที่ฝูงวัวข้ามไปหมด เห็นพระธุดงค์กำลังยืนมองเธออยู่ริมถนน ปิติเบนรถจอดข้างทาง สองหนุ่มสาวรีบลงมากราบพระธุดงค์

"หลวงพ่อทราบว่าลูกจะมาใช่ไหมคะ"

"อาตมาไม่มีอำนาจหยั่งรู้อะไร ทุกอย่างล้วนเป็นไปตามกรรม"

ปิติ พึมพำกับตัวเองว่าจะบังเอิญอะไรขนาดนี้ พระธุดงค์ ว่าความบังเอิญไม่มีในโลก ทุกอย่างเกิดขึ้นโดยมีเหตุและผลของมัน เกตุมณีร้อนใจถามท่านว่า ทราบหรือเปล่าว่าวรดาอยู่ที่ไหน

"รู้แล้วได้อะไร ไม่รู้แล้วได้อะไร เราไม่สามารถตัดกรรมให้ใครได้...หญิงสาวคนนั้นกำลังจะถูกพบในไม่ช้า" พระธุดงค์ ถอนใจแล้วนิ่งเงียบ ปิติกับเกตุมณีมองหน้ากันไม่เข้าใจ...

ใน เวลาเดียวกัน กฤตย์ลืมตาขึ้น ละเมอเพ้อเพราะพิษไข้ ว่าจะต้องตามหาวรดาให้เจอและจะช่วยเธอให้ได้ เดินโงนเงนออกจากตัวบ้านผ่านสนามหญ้าไปทางหลังบ้าน บนท้องฟ้าเต็มไปด้วยเมฆฝน...ส่วนวรดานอนหมดเรี่ยวแรงอยู่ในหลุม หลบภัยสภาพใกล้ตาย เธอรวบรวมกำลังเฮือกสุดท้ายยกมือขึ้นพนม

"ลูกรู้ ดีว่า...บาปนักที่รู้จักแต่ความแค้นไม่รู้จักให้ อภัย...แต่ขอสักครั้งเถิด ลูกสุดจะทนแล้ว ชาตินี้เกิดมาโง่เขลา ขี้ขลาดอ่อนแอ เป็นทาสเขามาตลอด จึงต้องมาตายอนาถเยี่ยงนี้... แต่ชาติต่อไป ลูกขอสาบานว่าจะเป็นคนที่มีกำลังกาย กำลังใจแข็งกล้า มีอำนาจเหนือใคร...ชีวิตนี้ลูกขอยกให้พวกเขา... แต่ชีวิตหน้า ทุกสิ่งทุกอย่างที่เขาและพวกมันทำ

ไว้กับลูก...ลูกขอเอาคืน" ขาดคำ มือที่พนมตกลงข้างตัว วรดาขาดใจตาย

พร้อมๆ กับเสียงฟ้าผ่าเปรี้ยงลมพัดอื้ออึง ฝนกระหน่ำลงมาราวกับฟ้ารั่ว กฤตย์โซเซมาจนถึงหน้าประตูห้องลับ เห็นกุญแจดอกใหม่ล็อกอยู่ นึกสังหรณ์ใจ หาท่อนเหล็กแถวนั้นมาทั้งทุบทั้งงัดกระแทกอย่างบ้าคลั่ง ในที่สุดแผ่นบานพับเหล็กเก่าสนิมจับที่ติดกับกุญแจก็หัก กฤตย์ดันประตูห้องเข้าไปถึงกับตะลึง รีบวิ่งเข้าไปประคองร่างไร้วิญญาณของวรดา   ยิ่งช้ำใจหนัก เมื่อเห็นน้ำตาของเธอยังเปียกแก้ม

"วรดาๆ...ตื่นสิ  ฟื้นสิ คุณอยู่แค่นี้เอง  ทำไมคุณไม่บอกผม...วรดา คุณอย่าทิ้งผมไปนะ วรดาๆ"

กฤตย์คร่ำครวญราวกับจะขาดใจ กอดศพวรดาไว้แนบอก ฟ้าร้องครืนๆฝนเทกระหน่ำเหมือนฟ้ากำลังร้องไห้เสียใจไปกับเขาด้วย

ooooooo

เช้า ตรู่ นัทธมนนอนอยู่บนเก้าอี้ที่ระเบียงบ้าน โดยมีน้ำตาอาบแก้ม มนทิราเดินมาเห็นลูกหลับ เขย่าตัวเรียกให้ตื่น แปลกใจว่าทำไมลูกมานอนตากน้ำค้างอยู่ตรงนี้ นัทธมนค่อยๆรู้สึกตัวลืมตามองแม่

"ฝันอะไรอีกเหรอ   น้ำตานองเชียว...วรดาอีกใช่ไหม"

นัทธมนส่ายหน้า จำความฝันไม่ได้เช่นเคย มนทิราบอกให้เข้าบ้านได้แล้ว เดี๋ยวจะไปทำงานสาย...

ปณิ ตาโทร.หารุจน์  ขณะขับรถเข้ามาในเขตบ้านโบราณ สั่งเขาเตรียมตัวให้พร้อม รุจน์ทักท้วงว่าเธอยังไม่ได้บอกเลยว่าจะให้จัดการใคร รูปถ่ายสักใบหนึ่งก็ไม่มีให้ ปณิตาแล่นมาถึงลานจอดรถ  เห็นนัทธมนกำลังลงจากรถส่วนตัว  บอกรุจน์ให้
ถือสายรอเดี๋ยว แล้วรีบลงมาแขวะนัทธมน

"ทำงานยังไม่ทันไร มีรถขับมาทำงานแล้ว"

"ของที่บ้านน่ะค่ะ เขาให้เอามาใช้นานแล้ว หนูไม่ค่อยอยากขับเท่าไหร่หรอก"

"เหรอ...นึกว่าเสี่ยที่ไหนซื้อให้"

นัท ธมนไม่อยากต่อปากต่อคำด้วย ขอตัวเข้าที่ทำงาน ปณิตามองตามด้วยความหมั่นไส้ แล้วยกมือถือขึ้นมาพูดกับรุจน์ต่อ สั่งเขาจดทะเบียน ยี่ห้อและสีของรถเอาไว้ รุจน์อดไม่ได้ ถามว่ารถของใคร

"เอาเถอะน่า ฉันบอกให้จัดการเจ้าของรถคันนี้ แกรู้

เท่านั้นพอ ทำให้ดูเป็นอุบัติเหตุเหมือนเคย ส่วนที่อยู่ของมัน รอก่อน...ฉันจะติดต่อกลับไปบอกก็แล้วกัน" ปณิตายิ้มอารมณ์ดี...

ครู่ ต่อมา นัทธมนมาถึงห้องทำงาน ยังไม่ทันจะลงมือทำอะไร   กฤตย์ชวนเธอออกไปหาวรดาด้วยกัน   นัทธมนจ้องหน้าเขา  รู้ทันทีว่าเขาพูดจริงทั้งคู่กำลังจะเดินออกไป  ปณิตาเปิดประตูห้องเข้ามาพอดี ถามว่าจะไปไหนกัน กฤตย์ตอบห้วนๆว่าธุระส่วนตัว แล้วเดินออกไปกับนัทธมน ไม่สนใจเธอแม้แต่น้อย

ปณิ ตาเจ็บใจมาก เห็นกระเป๋าสตางค์ของนัทธมนวางทิ้งไว้บนโต๊ะทำงาน ปรี่เข้าไปค้นบัตรประชาชนของนัทธมนขึ้นมาดู แล้วโทร.หารุจน์ บอกให้จดที่อยู่นี้ไว้  รุจน์รู้จักแถวนั้นดี

"ดี...แกจัดการกับมันให้เรียบร้อยเลยก็แล้วกัน ฉันไม่ต้องการเห็นหน้ามันอีก" ปณิตาขว้างมือถือทิ้งอย่างหงุดหงิดหัวใจ...

ครู่ ต่อมา กฤตย์พานัทธมนมายังเจดีย์เก็บอัฐิของวรดา เพื่อหยุดความเคียดแค้นชิงชังข้ามภพข้ามชาติ เขาโทษตัวเองตลอดว่าเป็นสาเหตุทำให้วรดาต้องตาย พอนัทธมนถามว่าเขาฆ่าวรดาหรือเปล่า เขายอมรับว่าฆ่าวรดาทั้งเป็น เธอตายไปด้วยความแค้นเขา นัทธมนกัดกรามแน่นมองเขาอย่างชิงชัง

"ข้างศพวรดามีรอยเลือดเขียนไว้ว่า "ฉันเกลียดคุณ..." เธอคงอยากแก้แค้นฉันมากสินะ"

กฤตย์มองสบตานัทธมน แล้วพากันกลับมาที่รถ บอกนัทธมนให้เปิดช่องเก็บของหน้ารถ เธอทำตามที่เขาบอก เห็นปืนกระบอกหนึ่งวางอยู่ในนั้น

"ฉันพกเอาไว้ป้องกันตัว ถ้าเธออยากจะใช้มันตอนนี้ก็ใช้ได้เลย"

นัท ธมนมองนิ่ง ร่ำๆจะหยิบมันมายิงเขาให้รู้แล้วรู้รอด กฤตย์หยิบซองจดหมายยื่นให้ บอกว่าเป็นจดหมายลาตายของเขา เธอยิงเขาแล้วเอาปืนยัดใส่มือเขาไว้ ทุกคนต้องคิดว่าเขาฆ่าตัวตาย

"คุณ ไม่ตายง่ายๆหรอกค่ะ ก่อนตายควรจะทรมานให้มันสาสมกับสิ่งที่คุณทำกับวรดา...หนูสัญญาค่ะว่าจะไม่ ปล่อยให้คุณตายง่ายๆหรอก ไม่ต้องกังวล" นัทธมนปิดช่องเก็บของ แล้วนั่งนิ่งไม่พูดไม่จา...

คืนเดียวกัน รุจน์ขับรถมอเตอร์ไซค์มาดูลาดเลาหน้าบ้านนัทธมน มองทะเบียนรถคันที่นัทธมนขับไปทำงานเมื่อเช้าว่าตรงกับที่ตัวเองจดไว้ใน กระดาษ รุจน์ยิ้มเหี้ยมก่อนขับรถมอเตอร์ไซค์จากไป...

ด้านนัทธมนเอา กุญแจรถคืนแม่ บอกว่าขี้เกียจขับแล้ว เวลาเธอรีบๆ ขึ้นมอเตอร์ไซค์รับจ้างไปทำงานสะดวกกว่า มนทิราคะยั้นคะยอให้เอารถไปใช้ก่อน นัทธมนก็ไม่ยอม มนทิราเลยตามใจ...

นัทธมนอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า เดินมานั่งเหม่ออยู่ที่โต๊ะเครื่องแป้ง เอานิ้วจุ่มน้ำในแก้ว เขียนตัวอักษรลงบนโต๊ะว่า "ฉันเกลียดคุณ" ทันใดนั้น ร่างวรดาสภาพใกล้ตายปรากฏขึ้นที่มุมห้อง

"ฆ่ามัน...ล้างแค้นให้ด้วย"

นัท ธมนขยี้ตาตัวเอง มองไปอีกทีไม่มีร่างวรดาอยู่ตรงนั้น แล้ว ถึงกับถอนใจโล่งอก แต่พอหันกลับมาวรดามาจ่ออยู่ตรงหน้า นัทธมนสะดุ้งสุดตัว ตกใจตื่น เห็นตัวเองเผลอหลับอยู่หน้าโต๊ะเครื่องแป้ง จ้องมองตัวเองในกระจกเงา

"เราจะแก้แค้นผู้ชายคนนั้นด้วยกันนะ...วรดา" เงาสะท้อนของนัทธมนในกระจก พยักหน้ากับเธอ

ooooooo

นัทธมนเพิ่งตื่นนอนเดินลงมาที่โต๊ะอาหาร เห็นอาหารเช้าวางไว้เรียบร้อย มนทิราหยิบกระเป๋าถือกับกุญแจรถกำลังจะออกไปข้างนอก นัทธมนสงสัยว่าแม่จะไปไหน

"แม่จะไปซื้อของหน่อย ลูกไปอาบน้ำแล้วมากินเถอะ"
นัท ธมนพยักหน้า กลับขึ้นห้อง ส่วนมนทิราเดินมาขึ้นรถขับออกไป ไม่ทันสังเกตว่ารุจน์ขับรถตามมาห่างๆ... ไม่นานนัก นัทธมนอาบน้ำเสร็จลงมานั่งกินข้าว รู้สึกสังหรณ์ใจว่าจะมีเหตุร้ายเกิดขึ้นกับแม่ เธอเหลียวมองตู้เย็นในห้องกินข้าว ประตูตู้เย็นเปิดออกเอง นัทธมนใช้พลังทั้งหมดพุ่งใส่ประตูตู้เย็นปิดปัง

เป็นจังหวะเดียวกับ มนทิราซึ่งอยู่ในลานจอดรถของห้างฯ กำลังเปิดประตูรถอ้าออกจะก้าวลงมา รุจน์เร่งความเร็วพุ่งเข้าหา แต่ประตูรถกลับปิดกระแทกหัวมนทิราแตก ตัวเธอกระเด็นกลับเข้าไปในรถ รอดจากการถูกชนอย่างเฉียดฉิว ผู้คนแถวนั้นร้องวี้ดว้ายตกใจ รุจน์อาศัยช่วงชุลมุนเร่งเครื่องหนีไปได้...

ขณะเดียวกัน นัทธมนหอบตัวโยน นั่งพิงประตูตู้เย็น เช็ดเลือดกำเดาที่ไหลเป็นทาง...

ฝ่ายปณิตาไม่พอใจอย่างมากที่รุจน์ทำงานพลาด และหงุดหงิดมากขึ้นไปอีกเมื่อรู้ว่าเขาจัดการผิดตัว

"โง่จริงๆ...อีนังวรดาน่ะ แกไม่รู้จักเหรอ"

"เอาอะไรมาพูด มันตายไปจะยี่สิบปีแล้วมั้ง"

"หน้ามันเหมือนกันยังกะคนคนเดียวกัน"

รุจน์ ไม่เชื่อว่าจะเป็นไปได้ ปณิตายืนยันว่าเป็นไปแล้ว และเธอจะเอารูปของนัทธมนมาให้ดู จากนั้นปณิตาโทร.สั่งสร้อยขโมยรูปถ่ายของนัทธมนมาให้ สร้อยทำทีกวาดพื้นเตร็ดเตร่รอแถวหน้าห้องทำงานของกฤตย์ จังหวะนั้น กฤตย์ได้รับโทรศัพท์จากถุงแป้งแจ้งว่า มนทิราประสบอุบัติเหตุนอนอยู่ โรงพยาบาล เขาวางสายแล้วรีบออกไป สร้อยได้ทีค้นลิ้นชักโต๊ะทำงานนัทธมน ถอดรูปของเธอออกจากกรอบทันที...

กฤตย์ประหลาดใจเมื่อมาเยี่ยมมนทิรา แล้วรู้จากนัทธ–มนว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับมนทิราไม่ใช่อุบัติเหตุ เขาเห็น ถุงแป้งอยู่ด้วยเลยไม่อยากซักอะไรมาก รอตอนขับรถมาส่งนัทธมนที่บ้าน กฤตย์จึงถามว่าทำไมนัทธมนถึงคิดแบบนั้น
นัทธมนอ้างว่ามีคนต้องการกำจัดเธอ

"ใครเขาจะทำอย่างนั้นไปเพื่ออะไร"

"ไม่มีใครรู้หรอกค่ะ ก็เหมือนกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับวรดาน่ะแหละ" นัทธมนมองกฤตย์สายตากร้าว กฤตย์อ่อนใจ ไม่อยากต่อความด้วย

ooooooo

รุจน์ ถึงกับอึ้งเมื่อเห็นรูปถ่ายของนัทธมนที่ปณิตาเอามาให้ แทบไม่เชื่อสายตาตัวเองว่าจะมีใครหน้าเหมือนกันได้ขนาดนี้ ปณิตาต้องการให้รุจน์จัดการกับเด็กคนนี้ไม่ใช่แม่ของมัน

"นี่คุณไม่ได้เอารูปวรดามาหลอกผมเล่นใช่ไหม"

"ฉันดูเหมือนเป็นคนขี้เล่นงั้นเหรอ" ปณิตาสีหน้าจริงจัง รุจน์ถอนใจ มองรูปนั้นนิ่ง...

กฤตย์ ถูกที่แงะเป๊กแทงนิ้วมือเลือดไหล วานนัทธมนช่วยปิดพลาสเตอร์พร้อมกับส่งพลาสเตอร์ปิดแผลให้ นัทธมนมองหน้าเขา ก่อนหยิบพลาสเตอร์มาทำตามสั่ง กฤตย์มองหน้าเธอบ้าง

"เธอคิดอะไรอยู่...มันควรจะลึกกว่านี้...ทำไมมันไม่วิ่งเจาะเส้นเลือดใหญ่ซะให้รู้แล้วรู้รอดไป"

"อย่าแช่งตัวเองสิคะ...ปล่อยให้เป็นหน้าที่หนูจะดีกว่า"

กฤตย์ หน้าเสีย รีบเปลี่ยนเรื่องพูด บอกว่าอาทิตย์หน้า เธอจะต้องไปทำงานที่ต่างจังหวัดกับเขา คราวนี้เราจะขึ้นเหนือ นัทธมนอ้าปากจะปฏิเสธ แต่เขาไม่รอฟังเดินหนี นัทธมนนึกเคืองหยิบที่แงะเป๊กใส่ลิ้นชักโต๊ะตัวเอง เห็นกรอบรูปที่เคยใส่รูปถ่ายของเธอว่างเปล่า นัทธมนรู้ทันทีว่าตัวเธอถูกหมายหัว...

หลังเลิกงาน กฤตย์แวะเยี่ยมมนทิราที่โรงพยาบาล โดยไม่ลืมของเยี่ยมติดมือไปฝาก สอบถามอาการจากคนป่วย ได้ความว่าไม่มีอะไรรุนแรง จุดที่โดนกระแทกก็ไม่มีเลือดคั่งในสมอง กฤตย์ซักอีกว่าเกิดอะไรขึ้น

"ไม่รู้เหมือนกันค่ะ จะว่าลมพัดแรงจนประตูปิดใส่ก็ไม่น่าจะใช่ มันเหมือนมีแรงอะไรมากระแทกประตูอย่างนั้นแหละ"

"แต่เห็นคนบอกว่า ถ้าไม่อย่างนั้น ก็คงโดนรถอีกคันชนจังๆไปแล้ว"

"นั่นสิคะ...ก็ต้องถือว่าโชคดีมากๆ"

จังหวะ นั้น นัทธมนถือของเยี่ยมเข้ามาในห้อง อึ้งที่เห็นกฤตย์มาก่อน มนทิรารีบบอกลูกว่า คุณกฤตย์มาขออนุญาตพาลูกไปทำงานต่างจังหวัด นัทธมนไม่อยากไป เกรงว่าจะไม่มีใครคอยดูแลแม่

"ไม่ต้องห่วง หมอบอกว่าแม่ไม่เป็นอะไรมากหรอก อีกวันสองวันก็ออกจากโรงพยาบาลได้แล้ว"

นัท ธมนพยักหน้ารับรู้ หันไปเตรียมผลไม้ใส่จานให้แม่ กฤตย์จ้องมองเธออย่างใส่ใจ มนทิราลอบมองอาการของทั้งคู่แล้ว มั่นใจว่ากฤตย์ต้องคิดอะไรกับลูกสาวของเธอแน่ๆ

ooooooo

เย็น วันถัดมาหมออนุญาตให้มนทิรากลับบ้านได้ กฤตย์เลยอาสาเป็นสารถีพามาส่งบ้าน แล้วช่วยประคองมนทิรามายังห้องนั่งเล่น นัทธมนไม่ค่อยพอใจกฤตย์เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว จึงคอยเสือกไสไล่ส่งเขากลับบ้านตลอด มนทิราต้องเอ็ดลูกที่ทำกิริยาไม่สุภาพอย่างนั้น

"ถ้าไม่ใช่เพราะเขา คนที่ประคองคุณแม่เข้าบ้านวันนี้ ก็คงเป็นคุณพ่อ" นัทธมนโต้ไม่ยอมแพ้

"ความผิดของผมหลายกระทงเกินกว่าจะยกโทษให้ได้สินะ"

นัท ธมนเมินหน้าไม่มอง เดินหนีออกจากห้อง มนทิรารีบขอโทษแทนลูก แล้วขอตัวเข้าห้องน้ำ ทิ้งกฤตย์ไว้ที่ห้องเพียงลำพัง เขาเดินสำรวจบนชั้นหนังสือ สะดุดตากับสมุดเล่มหนึ่ง รีบหยิบออกมาดูอย่างตื่นเต้น มันเป็นสมุดบันทึกของวรดาที่หายสาบสูญไปหลายปีแล้ว กฤตย์ยืนมองสมุดบันทึกอยู่ครู่หนึ่งก่อนเดินตามนัทธมนมาที่ระเบียงบ้าน   ร้องเรียกเธอว่า"วรดา"

นัทธมนหน้าหงิกทันที

"เรียกร้องให้ตาย คนที่คุณทอดทิ้งก็ไม่อาจกลับคืนชีวิตมาได้หรอก...เชิญกลับไปได้แล้ว"

กฤตย์เอาสมุดบันทึกของวรดาวางตรงหน้านัทธมน "มันมาอยู่กับเธอได้ยังไง"

"นี่...คุณมีสิทธิ์อะไรมารื้อค้นข้าวของส่วนตัวฉัน"

"สมุดนี้เป็นของวรดา ถ้ามันเป็นของเธอ...เธอก็คือวรดา" กฤตย์น้ำเสียงเว้าวอนมากกว่าจะก้าวร้าว

นัท ธมนโวยใส่ว่าจะได้มันมาจากไหนก็เป็นเรื่องส่วนตัว คนอื่นไม่เกี่ยว แล้วเก็บสมุดจะเดินเข้าบ้าน กฤตย์เรียกเธอว่า "วรดา" อีกครั้ง นัทธมนหยุดกึก หันกลับมามอง

"ต้องให้ตายกันไปตรงหน้าเลยใช่ไหม เธอถึงจะยอมยกโทษให้"

นัทธมนมองเขาด้วยแววตาชิงชัง   แต่กลับมีน้ำตาไหล

ออกมา เธอไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน...

มนทิร าเห็นนัทธมนทำกิริยาก้าวร้าวใส่กฤตย์บ่อยๆพอได้อยู่ลำพังกับลูก เธอพยายามพูดให้ลูกได้คิดว่า กฤตย์มีน้ำใจและดีกับเราสองคนมาก ลูกน่าจะทำดีตอบเขาบ้าง นัทธมนกลับหาว่าที่เขาทำดีด้วยเพราะต้องการไถ่บาป มนทิราขอร้องให้จบๆกันไป อย่าอาฆาตพยาบาท

กันอีกเลย

"ยังกะพวกนั้นจะยอมจบ...คุณแม่คิดว่า รถที่เกือบชนคุณแม่เป็นอุบัติเหตุงั้นเหรอ...พวกนั้นต้องการจองล้างจองผลาญหนู"

"พวกไหน...ลูก"

"ก็ พวกที่เกี่ยวพันกับคุณกฤตย์คนดีของคุณแม่น่ะแหละ...หนูจะไม่ยอมให้พวกนั้นมา ทำอะไรเราอีกแล้วล่ะค่ะ" นัทธมนแววตาแข็งกร้าวน่ากลัว...

นัทธมนจับ พิรุธได้ว่าปณิตาอาจมีส่วนรู้เห็นเหตุร้ายที่เกิดขึ้นกับแม่ของเธอ เพราะปณิตาหลุดปากพูดเรื่องมนทิราเกือบโดนรถชน ทั้งๆที่กฤตย์แค่บอกว่ามนทิราเกิดอุบัติเหตุ ปณิตาเหมือนจะรู้ตัวรีบเฉไฉ

"คำว่าอุบัติเหตุ มันจะมีอะไรนอกจากรถชน...คงไม่ใช่ เรือคว่ำหรือเครื่องบินตก"

นัท ธมนไม่เชื่อ เพ่งพลังแกล้งปณิตาซึ่งกำลังเติมลิปสติกบังคับมือให้ทาจนปากบาน เป็นที่ขำกลิ้งของคนในบริษัท ปณิตาเห็นตัวเองในกระจกเงา อายมากเดินจ้ำพรวดๆหลบออกไป กฤตย์พลอยอมยิ้มไปด้วย แต่นัทธมนไม่ขำ เดินหน้างอกลับห้องทำงาน กฤตย์รีบตามเข้ามาถามว่าเขาทำอะไรให้เธอไม่พอใจอีก

"คุณ ไม่ได้ทำอะไรเลยต่างหาก แม่หนูเกือบถูกรถชน เพราะคุณปณิตารู้เห็นด้วย แต่คุณกลับไม่ทำอะไรสักอย่าง" นัทธมนโวยแหลก พอกฤตย์แก้ตัวให้ปณิตา นัทธมนกลับหาว่าเขารู้เห็นเป็นใจกับปณิตา

"มีอะไรเธอก็โยนความผิดมาให้ฉันหมดแหละ"

"คนไม่ยอมรับความจริง"

กฤตย์ โต้กลับว่านัทธมนนั่นแหละที่ไม่ยอมรับความจริงว่าตัวเองคือวรดา นัทธมนเถียงว่าวรดาตายไปแล้ว กฤตย์จะพิสูจน์ให้ได้ว่านัทธมนคือวรดา นัทธมนมองเขานิ่ง ไม่อยากโต้เถียงอะไรอีก...

เลิกงานแล้ว นัทธมนยืนรอรถอยู่ริมถนนใหญ่ รู้สึกเหมือนมีใครแอบมอง เหลียวหลังไปดู รุจน์หลบวูบ นัทธมนทำไม่รู้ไม่ชี้ รุจน์สีหน้าหวาดหวั่น    ทำไมเด็กสาวคนนี้หน้าเหมือนวรดายังกับแกะ...

นัทธมนรู้ตัวแล้วว่ามี คนแอบสะกดรอยตาม และเป็นพวกเดียวกับที่ทำร้ายมนทิรา เธอเล่าเรื่องนี้ให้แม่ฟัง มนทิราไม่สบายใจบอกลูกว่าเราน่าจะแจ้งตำรวจเพื่อความปลอดภัย

"พวกนั้นต่างหากที่ควรจะแจ้งตำรวจเพื่อความปลอดภัยของตัวเอง"

"หนูคิดจะทำอะไร...ลูก"

นัทธมนยิ้มร้าย เธอมีแผนเตรียมไว้รับมือพวกนี้แล้ว

ooooooo

ด้วยแรงอธิษฐาน

ละครแนะนำ

ข่าวละครวันนี้ดูทั้งหมด