สมาชิก

ด้วยแรงอธิษฐาน

ตอนที่ 15

สร้อยรีบโทร.หาปณิตาแต่เช้า  เนื่องจากไม่สบาย ใจเรื่องการตายของรุจน์ ปณิตาปลอบว่าไม่ต้องเป็นกังวล ไม่มีทางที่เรื่องนี้จะสาวมาถึงเราสองคน แต่เรื่องไม่ง่ายอย่างปณิตาคิด เพราะสร้อยเผลอใช้มือถือตัวเองโทร.เข้ามือถือรุจน์ก่อนเขาจะตาย ปณิตาถึงกับปรี๊ดแตก

"นังนี่...ฉันบอกให้ออกไปโทรศัพท์สาธารณะไกลๆ"

"สร้อยควรจะทำอย่างไรดีคะ" สร้อยเสียงสั่นเครือด้วยความหวาดกลัว

"ตำรวจอาจจะไม่พบโทรศัพท์ก็ได้...ให้ฉันไปดูลาดเลาก่อนก็แล้วกัน" ปณิตารีบแต่งตัว ตรงไปหากฤตย์ที่บริษัททันที... ครู่ต่อมา ปณิตาปรี่เข้าไปในห้องทำงานของกฤตย์ ทักนัทธมน ที่นั่งทำงานอยู่

"เอ้า...ยังมาทำงานอยู่เหรอ นึกว่าเป็นอะไรไปซะแล้ว"

กฤตย์มองปณิตาเขม็ง ถามว่าไปได้ข่าวมาจากไหน ปณิตาอ้างว่าได้ยินพวกพนักงานคุยกันว่าเลขาฯ ฝึกงานของ กฤตย์โดนจับ  กฤตย์ติงว่าไม่มีใครในบริษัทนี้รู้ว่าเมื่อคืนนัทธมน หายตัวไป นัทธมนเสริมว่า เธอเองก็ไม่เคยบอกรายละเอียดเรื่องนี้ให้ใครฟัง ปณิตาถึงกับใบ้กิน นึกอยากตบปากตัวเอง กฤตย์ถามซ้ำอีกว่า ปณิตารู้ได้อย่างไรว่านัทธมนโดนจับตัวไป นัทธมนมองปณิตานิ่ง

"เอ่อ...ก็แล้วมันจริงซะที่ไหนล่ะ ใครเขาจะมาจับเธอ... เธอโดนจับไปจริงๆรึไง" ปณิตาแก้ตัวน้ำขุ่นๆ

"จริงหรือเปล่านัทธมนที่เธอหายไป...มีใครจับเธอไปหรือเปล่า"

"เปล่าค่ะ มันไม่มีอะไรเกิดขึ้น...ถึงมันเกิดขึ้นจริงๆ คุณปณิตาจะไปรู้ได้ยังไง...ใช่ไหมคะ...คุณไม่ได้อยู่เบื้องหลังซะหน่อย" นัทธมนจ้องมองปณิตาอย่างรู้ทัน ปณิตาปฏิเสธแก้ตัว เป็นพัลวันว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง  กฤตย์มองปณิตากับนัทธมน สงสัยว่าทั้งคู่ต้องมีอะไรปิดบังเขา...

ด้านสร้อยนั่งพับผ้าอยู่ในห้องซักรีด รู้สึกเหมือนมีคน แอบมองทางด้านหลัง หันขวับไปดู ลินจันทร์หลบวูบ แล้วค่อยๆ เดินถอยหลังจากไป ทันใดนั้น มีเสียงมือถือของสร้อยดังขึ้น สร้อยมองเบอร์หน้าจอ ไม่เห็นเบอร์โชว์ รีบกดไม่รับสายแล้วปิดเครื่อง อึดใจเดียว มีเสียงมือถือดังขึ้นอีกทั้งๆที่ปิดเครื่องไปแล้ว

เธอรีบถอดแบตฯมือถือออกจากตัวเครื่อง เหวี่ยงทิ้ง แต่แล้วมือถือไม่มีแบตฯส่งเสียงร้องอีก สร้อยตะลึง ค่อยๆเอื้อมมือไปหยิบมือถือไร้แบตฯมากดรับสาย ถามเสียงสั่นว่าโทร.มาจากไหน

"จากบ้านวรดาน่ะสิ" นัทธมนยิ้มเหี้ยม

"อ่ะ...อีบ้า เรือนหลังนั้น เขาตัดโทรศัพท์ป่ะ...ไปนานแล้ว...อีนังปิศาจ" สร้อยหน้าตื่น

"ใช่...ฉันกลับมาแล้ว ระวังให้ดีเถอะ" นัทธมนวางสาย เดินฮัมเพลงอย่างอารมณ์ดีอยู่ในบ้านวรดา

สร้อยกลัวจัด วางมือจากทุกอย่าง รีบเก็บข้าวของส่วนตัวยัดใส่กระเป๋าเสื้อผ้า แกมแก้วเข้ามายืนมองประหลาดใจกับท่าทีลุกลี้ลุกลนของสร้อย ถามว่าทำอะไร สร้อยอยู่ที่นี่ไม่ได้อีกแล้ว เพราะวรดาโทร.มาหาเธอจากเรือนหลังเล็ก แกมแก้วแว้ดใส่ทันทีว่าจะบ้าหรือ คนตายไปแล้วจะโทร.มาได้อย่างไร

"ก็เพราะมันเป็น...ผีไงคะ"

แกมแก้วฟาดเปรี้ยงเข้าที่หน้าสร้อยหนึ่งฉาดเพื่อเรียกสติ ปรามว่าจะต้องไปกลัวมันทำไม มันไม่มีอำนาจอะไรเหนือพวกเรา สร้อยขอร้องให้ปล่อยตัวเองไป แต่แกมแก้วไม่ยอม ยัดเงินให้หลายพันบาท

"แกอยู่ช่วยฉัน...แกจะมีเงินใช้ไปตลอดชาติ ฉันไม่ทิ้งแกหรอก ถ้าแกไม่ทิ้งฉัน"

สร้อยมองเงินในมืออย่างลังเล สุดท้ายอำนาจเงินก็ชนะ...

นัทธมนรู้ดีว่ากฤตย์ยังรักและมีเยื่อใยกับวรดา จึงแกล้งทำร้ายจิตใจเขาด้วยการเรียกติสรณ์มารับหลังเลิกงาน ติสรณ์ไม่รู้อีโหน่อีเหน่ด้วย ช่วยหิ้วข้าวของของนัทธมนลงไปที่รถอย่างสนิทสนม นัทธมนรู้ว่ากฤตย์ลอบมองอยู่ ทำเป็นฝุ่นผงเข้าตา ขอร้องติสรณ์ช่วยเป่าฝุ่นให้ ติสรณ์ยืนเป่าห่างๆ

"เป่าใกล้ๆหน่อยสิ เป่าไกลอย่างงั้นจะออกไหมเนี่ย"

ติสรณ์ก้มมาเป่าให้ใกล้ๆอย่างเสียไม่ได้ กฤตย์ชะเง้อคอยาวไม่ได้ยินว่าทั้งคู่คุยอะไรกัน แต่จากมุมที่เห็นเหมือนติสรณ์ก้มหน้าจูบนัทธมน ติสรณ์เป่าเสร็จ หันมาเห็นกฤตย์ ก็เลยโบกมือให้อย่างไม่คิดอะไร กฤตย์พยักหน้ารับรู้ เดินคอตกกลับไปนั่งเหงาๆ เหมือนคนอกหักอยู่บนระเบียงหน้าบ้าน ถุงแป้งเห็นอาการแล้วฟันธงว่าต้องทะเลาะกับนัทธมนมาแน่ๆ กฤตย์ ส่ายหน้า

"น้าจะไปทะเลาะอะไรกับเขา...เพื่อนเราเขาไม่ได้เล่าให้ เราฟังมั่งเหรอ ว่าหายไปไหนมา"

"บอกแค่ว่าไม่มีอะไร แป้งก็เลยไม่อยากเซ้าซี้เขามาก"

"เขาคงจะบอกแค่คนสนิทอย่างติสรณ์เท่านั้นล่ะมั้ง เห็นสนิทกันมากนะ วันนี้น้ายังเห็นเขาจูบกันเลย"

ถุงแป้งนิ่วหน้า ไม่สบายใจที่เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น

ooooooo

ติสรณ์แวะมาหานัทธมนแต่เช้านั่งฟังสองแม่ลูกคุยกันไปพลางอ่านหนังสือซุบซิบ ดาราไปพลาง มนทิรา ถามนัทธมนว่าวันนี้จะไปไหนหรือเปล่า พอได้ยินลูกบอกว่ามีธุระต้องสะสาง  มนทิรามองอย่างไม่ค่อยเชื่อ

"ธุระจริงๆค่ะ คุณแม่ไม่ต้องเป็นห่วง"

ติสรณ์ออกตัวทันทีว่าวันนี้ไปกับนัทธมนไม่ได้ มนทิรา หันไปเห็นมือถือเสียบปลั๊กชาร์จแบตฯไว้จนเต็มแล้วจึงร้องทัก  ติสรณ์หยิบมือถือมาเปิดเครื่อง  บอกว่าแบตฯหมดตั้งแต่เมื่อวาน

"เดี๋ยวไปไหนเนี่ย...เธอน่ะ"

"ว่าจะไปหาถุงแป้งหน่อย" ติสรณ์ดูหน้าจอมือถือ "เฮ่อ คุณนายเขาโทร.หาตั้งแต่เมื่อคืน งานเข้าแล้ว"

"แค่โทร.มาตอนปิดเครื่องเนี่ยนะงานเข้า"

"โทร.มาเจ็ดสิบสามครั้ง" ติสรณ์ยื่นมือถือให้นัทธมนดู นัทธมนพยักหน้า มองเพื่อนอย่างหนักใจ...

ในเวลาต่อมา ระหว่างติสรณ์ขับรถพาถุงแป้งไปวัด หญิงสาวนั่งเงียบผิดปกติ ติสรณ์ทักว่าเป็นอะไรไป ถุงแป้งสวนทันทีว่าเมื่อวานมีใครบางคนไปยืนจูบกันที่บริษัทน้ากฤตย์ มีคนแอบเห็นด้วย

"เฮ้ย...บ้าแล้ว...ที่ไหนกัน"

"ลานจอดรถ...จูบเสร็จยังโบกมือให้น้ากฤตย์ด้วย เขาเล่าให้ฟัง"

ติสรณ์นิ่งคิดอยู่อึดใจ ก่อนหัวเราะคิกคักขำกลิ้ง แล้วเล่าความจริงที่เกิดขึ้นให้ถุงแป้งฟัง แถมบอกว่าถ้าไม่เชื่อให้โทร.ถามนัทธมนได้เลย ถุงแป้งว่าเรื่องอะไรต้องโทร.

"ก็นึกว่าชอบโทร. เห็นเมื่อคืนโทร.มาตั้งแปดสิบครั้ง"

"เจ็ดสิบสามครั้งแค่นั้นเองย่ะ แปดสิบที่ไหนกัน"

ติสรณ์กระเซ้าว่าพอได้ยินกฤตย์พูดถึงกับนอนไม่หลับเลยใช่ไหม ถุงแป้งทำไขสือ อ้างว่าวันนี้ไม่นัดกันไว้ก่อนว่าจะไปทำบุญ เธอไม่มาด้วยแน่ และที่โทร.ไปหาก็ตามประสาเพื่อนเท่านั้น

"เพื่อนกันน่ะ เขาไม่โทร.หาทีหนึ่งแปดสิบครั้งหรอก... ชอบเขาล่ะสิ" ติสรณ์ทำหน้าทะเล้น

ถุงแป้งฝืนทำหน้าเข้มปฏิเสธว่าเปล่า แต่ในใจยอมรับอย่างหน้าชื่นตาบานว่าชอบเขามาก...

ฝ่ายนัทธมนเดินมาตามทางเดินในบริษัทของกฤตย์ วันนี้เป็นวันหยุด ที่นี่เลยไร้ผู้คน เธอตรงไปยังโต๊ะทำงานของพี่นีเลขาฯหน้าห้องกฤตย์ เปิดลิ้นชักหยิบกุญแจพวงใหญ่

พวงหนึ่งออกมา แล้วค่อยๆเดินอย่างระมัดระวังไปเรือนเก็บของห่างไกลผู้คนด้านหลัง นัทธมนรวบรวมความกล้า ไขกุญแจประตูห้องเปิดเข้าไปมองด้านใน เห็นเก้าอี้สำนักงานกับข้าวของอื่นๆที่ไม่ได้ใช้วางเกะกะอยู่ด้านใน หยากไย่เกาะเต็มไปหมด


"ที่นี่แหละ...เหมาะมาก...วรดา...การแก้แค้นของเราจวนสิ้นสุดลงแล้วนะ" นัทธมนมองเงาสะท้อนของตัวเองในกระจกเงา แววตาชิงชัง พลันกระจกเงาแผ่นนั้นแตกร้าวทั้งบาน

ooooooo

ด้วยความเครียดและความหวาดกลัว สร้อยตัดสินใจจะเผาเรือนหลังเล็กของวรดาทิ้ง หิ้วกระป๋องน้ำมันเบนซินมาราดรอบๆเรือนด้านนอกหมดกระป๋อง

"นังผีบ้า นังหน้าผี ดูสิว่าไม่มีเรือนนี้แล้ว แกจะไปสิงสู่อยู่ที่ไหนได้อีก"

สร้อยเดินเข้าไปในตัวเรือน หิ้วกระป๋องน้ำมันอีกใบเข้าไปราดจนทั่ว...ขณะเดียวกัน กฤตย์นั่งอ่านหนังสืออยู่ระเบียงหน้าบ้าน เหมือนเกิดลางสังหรณ์บางอย่าง ได้กลิ่นไอระเหยน้ำมัน หันไปถามปิติว่าได้กลิ่นบ้างไหม ปิติลองดมๆส่ายหัวไม่ได้ กลิ่นอะไร เกตุมณีก็เช่นกัน กฤตย์รู้สึกไม่สบายใจชอบกล...

นัทธมนเดินผ่านมาหน้าเรือนหลังเล็กของวรดา เห็นสร้อยหยิบไฟแช็กขึ้นมาจะจุด ตะโกนถามว่าทำอะไร สร้อยสะดุ้งเฮือกหันกลับมามอง พร้อมกับชูไฟแช็กขู่จะเผาเรือนให้วอด นัทธมนเดินเข้าหาอย่างไม่เกรงกลัว ถามว่าจะทำอย่างนี้ไปเพื่ออะไร

"เพื่อให้แกไม่เหลือซากเถ้าอะไรที่นี่อีกต่อไปน่ะสิ...

นังหน้าผี นังลูกเมียน้อย ตายตกตามแม่แกไปซะ"


"แม่วรดา ไม่ใช่เมียน้อยของใคร"

"ใครเขาก็รู้กันทั้งนั้นว่านังวารีมันเป็นเมียน้อย มันใช่เมียตบเมียแต่งซะที่ไหน แม่เป็นเมียน้อย แกมันก็ต้องเป็นลูกเมียน้อย" สร้อยเย้ยหยัน

"ปากดีนักนะ  เสียดายที่ปากควรจะเอาไว้พูดสิ่งดีๆ แต่กลับเอาแต่ประจบประแจงยุแยงให้ร้าย ในปากคงจะเน่าใช่ไหม ถึงได้พร่ำพูดด่าแม่ฉัน...ใช่...ปากแกมันเน่า คงจะเต็มไปด้วยหนอนไชอยู่ทั้งปากสิ"

สร้อยเจ็บใจจะโยนไฟแช็กที่จุดแล้วลงพื้นแต่ทำไม่ได้ นัทธมนใช้พลังเพ่งให้ถือค้างไว้ สาปแช่งให้หนอนกินปากสร้อย ทันทีที่นัทธมนหยิบไฟแช็กออกจากมือ สร้อยก็ขยับตัวได้อีกครั้ง พร้อมกับมีหนอนค่อยๆหล่นออกจากปาก และเพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ สร้อยเพิ่งรู้ตัวว่ามีหนอนอยู่ในปาก ถึงกับอาเจียน กรีดร้องลั่น

ปิติ เกตุมณีและกฤตย์ได้ยินเสียงเอะอะ เดินมาดู เห็นสร้อยกำลังดิ้นรน เอามือปัดปากตัวเองไม่หยุด ไม่มีใครเห็นหนอนยั้วเยี้ยเหล่านั้นสักคน สร้อยร้องขอความช่วยเหลือไปพลางตะกุยหน้าตาตัวเองอย่างบ้าคลั่ง จนถลอกเลือดซิบ กฤตย์ มองนัทธมนเขม็ง รู้ว่าต้องเป็นฝีมือเธอแน่นอน...

จากนั้น กฤตย์พานัทธมนมาบ้าน เพื่อซักถามเรื่องที่เกิดขึ้น นัทธมนอ้างว่าเห็นสร้อยเอาน้ำมันมาราดจะเผาเรือนวรดาแล้วอยู่ๆก็กรีดร้อง กฤตย์ถามว่าสร้อยเห็นอะไรที่พวกเราไม่เห็นใช่ไหม นัทธมนทำไม่รู้ไม่ชี้

"เธอเป็นคนสุดท้ายที่อยู่กับสร้อย...เธอจะไม่บอกอะไร ฉันจริงๆใช่ไหม"

"ใครทำอะไรเอาไว้ ก็สมควรที่จะต้องชดใช้ ทุกคนมีกรรมของตน ไม่มีใครหนีกรรมของตัวเองพ้นหรอก ชาตินี้ถึงกรรมตามไม่ทัน...ชาติหน้า กรรมก็จะตามมาทวงคืนจนได้"

"เธอจะไม่หยุดจนกว่าทุกคนจะได้รับกรรมใช่ไหม"

"หนูไม่ได้พูดถึงตัวเองสักหน่อย" นัทธมนเหลือบเห็นลินจันทร์แอบมองอยู่ตรงประตูห้องรับแขก ลินจันทร์เห็นนัทธมนมองมาทางตัวเอง ตกใจกลัว ถอยกรูดกลับห้องของตน

"ฉันรู้เหมือนที่เธอรู้นะว่า เธอมีอะไรบางอย่างที่ไม่ธรรมดา"

"หนูไม่รู้"

"ฉันขอถามอะไรเธออีกข้อได้ไหม เป็นข้อสุดท้าย...

เมื่อไหร่จะถึงคราวฉันที่ต้องชดใช้"

"อีกไม่นานหรอกค่ะ คุณกฤตย์" นัทธมนจ้องกฤตย์

เขม็ง กฤตย์พยักหน้ารับรู้ เศร้ามากกว่าหวาดกลัว

ooooooo

แกมแก้วไปเยี่ยมสร้อยที่โรงพยาบาล เจอปิติกับเกตุมณีนั่งอยู่ในห้องพักคนไข้ แกมแก้วปรี่เข้าไปยืนข้างเตียง ถามสร้อยว่าเกิดอะไรขึ้น เกตุมณีตอบคำถามแทนว่าหมอเพิ่งฉีดยาระงับประสาทให้สร้อย แกเลยโต้ตอบอะไรด้วยไม่ได้ หมอยังแจ้งอีกว่าจะต้องส่งสร้อยไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลด้านจิตเวชโดยตรง

"นังสร้อยมันเป็นบ้าไปแล้วงั้นเหรอ"

"คงแค่เห็นภาพหลอนมากกว่า...กำลังรอผลตรวจสารเสพติดอยู่"

"นังสร้อยมันจะไปเสพอะไรได้...ฝีมือนังนั่นแน่ๆ" แกมแก้วว่าแล้วผลุนผลันออกไป...

ขณะปณิตากำลังเสพยาอย่างสบายอารมณ์อยู่ในห้องพักตัวเองที่คอนโดฯหรูกลางกรุง มีเสียงเคาะประตูดังถี่ยิบ ปณิตาตกใจรีบเก็บห่อยาซ่อนในลิ้นชัก ส่องดูความเรียบร้อยของตัวเองในกระจกเงา พอรู้ว่าเป็นแกมแก้วจึงเปิดประตูรับ แล้วต่อว่าต่อขานที่ทำให้ตกอกตกใจ ถามว่ามีธุระอะไรเร่งด่วน

"สร้อย...เป็นบ้าไปแล้วน่ะสิ ไม่รู้นังเด็กนั่น มันแผลงอิทธิฤทธิ์อะไรเข้าใส่"

"เดี๋ยวสิ...พูดเป็นเล่นไปได้ คนดีๆจะกลายเป็นบ้าได้อย่างไร"

"มันเป็นไปแล้ว สร้อยคลุ้มคลั่งจนหมอต้องฉีดยาระงับประสาท เห็นว่าจะส่งเข้าโรงพยาบาลบ้าด้วย"

"มันตามมาจองล้างจองผลาญพวกเราจริงๆเหรอ"

"ใช่สิ...ตายไปก็คนหนึ่งแล้ว อีกคนก็เป็นบ้า แล้วต่อไปล่ะ" แกมแก้วอดหวั่นใจไม่ได้

ปณิตาตั้งใจแน่วแน่จะไม่ยอมเป็นเป้านิ่งให้นังเด็กนั่นเล่นงานเด็ดขาด ปราดเข้าไปในห้องนอน แกมแก้วรีบเดินตามมาถามว่ามีแผนจะทำอย่างไร ปณิตาเปิดตู้เสื้อผ้า ไขกุญแจลิ้นชัก หยิบปืนออกมา

"ฉันจะจัดการกับมันเอง" ปณิตาสายตาวาวโรจน์ ขณะที่ แกมแก้วมองอย่างไม่ค่อยแน่ใจ...

ถุงแป้งถึงกับอ้าปากค้างเมื่อได้ฟังปิติเล่าเรื่องสร้อย และเขายังเสริมอีกว่าทางโรงพยาบาลติดต่อไปที่ศรีธัญญาแล้ว อยู่ที่พวกเราจะว่าอย่างไร กฤตย์จะปล่อยให้การรักษาสร้อยอยู่ในดุลยพินิจของหมอ เกตุมณีส่ายหน้าปลงๆ ไม่รู้ว่าสร้อยไปทำบาปทำกรรมอะไรมาถึงต้องเป็นแบบนี้

"แต่แป้งว่ามันก็รุนแรงไปนิดหนึ่งนะคะ ถึงจะทำบาปทำกรรมอะไรมาก็เถอะ"

เกตุมณีถอนใจ แล้วนึกขึ้นได้ว่า "เออ...แล้วนี่ลินจันทร์กินอะไรหรือยังเนี่ย"

กฤตย์อาสาจะจัดการเอง ครู่ต่อมา เขาจัดสำรับกับข้าวยกไปให้ลินจันทร์ที่ห้องนอน ลินจันทร์ตักข้าวกินไม่กี่คำก็อิ่ม กฤตย์มองหลานด้วยความสงสาร บอกว่าจะหาคนมาดูแลหลานแทนสร้อย ตอนนี้สร้อยป่วยต้องไปอยู่โรงพยาบาล และอาจจะไม่ได้กลับมา เขากะจะให้นัทธมนดูแลลินจันทร์แทนสร้อย

ลินจันทร์ได้ยินชื่อนัทธมนถึงกับตาเบิกกว้าง สีหน้าหวาดผวา ส่งเสียงสูงบาดแก้วหู วิ่งวนไปมา ส่ายหน้า กฤตย์ตกใจ คว้าหลานมากอดไว้ ลินจันทร์ดิ้นรนไม่หยุด

"ไม่เอาก็ไม่เอา...ไม่เป็นไรๆ...ให้พี่ถุงแป้งช่วยดูก็ได้"

ลินจันทร์ค่อยๆสงบลง กฤตย์ขอร้องลินจันทร์ช่วยบอกทีว่าทำไมถึงกลัวนัทธมนมากนัก ลินจันทร์จ้องหน้าลุงครู่หนึ่ง ก่อนเดินไปหยิบกระดาษวาดรูปกับดินสอสีมาขีดๆเขียนๆแล้วส่งให้กฤตย์ ภาพนั้นเป็นรูปผู้หญิงถูกขังอยู่ในห้อง กำลังยกมือพนมอธิษฐานอะไรบางอย่าง กฤตย์ตะลึง รู้ทันทีว่าเป็นรูปวรดา...

หลังจากส่งถุงแป้งแล้ว ติสรณ์แวะมาหานัทธมนเล่าให้ฟังว่าวันนี้เขากับถุงแป้งไปทำบุญที่วัดมา มนทิราบอกติสรณ์ ว่าวันหลังชวนนัทธมนไปทำบุญด้วย นัทธมนบอกปัดว่าช่วงนี้ ไม่ค่อยอยากทำบุญเท่าใดนัก มนทิราส่ายหน้าอย่างอ่อนใจ นัทธมนนิ่งไปอึดใจ ก่อนตัดสินใจถามติสรณ์ว่า

"เธอจริงจังกับถุงแป้งเขาแค่ไหนเนี่ย"

"จริงจังอะไร...บ้า...คนยังเรียนหนังสืออยู่นะ...ก็...ยอมรับว่าเป็นเพื่อนที่สนิทที่สุดตอนนี้ เป็นเพื่อนที่ดีเป็นพี่ที่เคารพ" ติสรณ์ยิ้มหน้าเป็น

"ตอบเป็นดาราเชียวนะ" มนทิราแซว แล้วหันไปถามนัทธมนว่าวันนี้ไปทำอะไรมาบ้าง

"ไม่มีอะไรน่าสนใจหรอกค่ะ"

มนทิรากอดอกมองลูกนิ่ง มั่นใจว่าลูกสาวตัวเองต้องไปทำอะไรมาแน่ๆ

ooooooo

วันรุ่งขึ้น กฤตย์เอาภาพวาดของลินจันทร์ให้ปิติกับเกตุมณีช่วยดู ปิติประหลาดใจมากเพราะวรดาตายก่อนลินจันทร์เกิดเกือบสิบปี ลินจันทร์ไม่มีทางรู้จักวรดาอย่างแน่นอน เกตุมณีฟันธงว่าห้องขังที่ลินจันทร์วาดไว้คร่าวๆนั้น ต้องเป็นห้องลับในหลุมหลบภัยแน่ๆ

"ลินจันทร์จะรู้จักวรดาได้ยังไง ช่วงเวลา ช่วงอายุมันก็ไม่ได้กันแล้ว"

"แล้วถ้าตอนนั้นลินจันทร์ก็มีชีวิตอยู่ แต่ในอีกร่างหนึ่งล่ะ" เกตุมณีตั้งข้อสังเกต

"ใคร บางคนที่ตายแล้วกลับชาติมาเกิดใหม่เป็นลินจันทร์... ใครสักคนที่เคยมีชีวิตอยู่ในช่วงเวลาเดียวกันกับวรดา" กฤตย์สรุปตบท้าย ทั้งสามคนต่างเงียบกันไป...

สายวันเดียวกัน ปณิตากับแกมแก้วมาเยี่ยมสร้อยที่โรงพยาบาล ปณิตาพยายามพูดคุยกับสร้อยเพื่อฟื้นความจำ แต่สร้อยไม่สนใจ นั่งเอาลิ้นดันหนอนในจินตนาการตัวเองออกจากปากตลอดเวลา ปณิตาจับบ่าสร้อยให้หันหน้ามาหาตนเอง สร้อยหันมาเห็นหนอนเต็มปากปณิตา ร้องลั่น

"อ๊าย...หนอนๆปากสกปรก...เอาหนอนออกๆๆ"

สร้อยว่า แล้วโดดคร่อมตัวปณิตา แล้วเอามือตะกุยปาก แกมแก้วเข้ามาแยกโดนสร้อยผลักกระเด็น  บุรุษพยาบาลรีบดึงสร้อยออกพากลับเข้าตัวตึก ปณิตากับแกมแก้วยืนหอบลิ้นห้อย แกมแก้วบอกว่าอีกไม่นานคงถึงคิวเราสองคน ปณิตาหน้าคว่ำ ชำเลืองมองแกมแก้วที่พูดจาไม่เข้าหู...จากนั้น ปณิตาไปสนามฝึกยิงปืน ซ้อมยิงปืนเพื่อดับอารมณ์และเพิ่มความฮึกเหิมให้จิตใจ...

ดึกแล้ว นัทธมนนอนไม่หลับ หยิบวีดิโอที่ติสรณ์ถ่ายไว้ ตอนที่กฤตย์ช่วยดูแลตัวเธอ ขณะที่นอนหมดสติอยู่ในรีสอร์ตของปิติ แววตาของกฤตย์ดูเป็นห่วงเป็นใยเธอมาก นัทธมนก้มอ่านสมุดบันทึกของวรดาอีกครั้งแล้วร้องไห้ออกมาเบาๆอย่างเศร้าใจ

ooooooo

ทันที ที่ถึงห้องทำงาน  นัทธมนยื่นซองขาวขอลาออกจากงาน  กฤตย์อึ้งน้ำตาซึม  อ้อนวอนขอร้องว่าอย่าเพิ่งทิ้งเขาไป  นัทธมนสีหน้าเรียบเฉยบอกว่าเธอแจ้งล่วงหน้าหนึ่งเดือนตามกติกาและมารยาท

"เธอ ยังไปจากฉันไม่ได้นะ เธอไม่อยากล้างแค้นฉันแล้วเหรอ อยู่ด้วยกันก่อนสิ...อยู่ใกล้ๆฉันเพื่อล้างแค้นให้กับวรดายังไงล่ะ" น้ำเสียงกฤตย์เว้าวอน

ชั่วอึดใจหนึ่งนัทธมนรู้สึกสงสารเขา   แต่รีบปรับอารมณ์เป็นเย็นชา "คนเราจะต้องสิ้นท่าสักขนาดไหนกัน ถึงยอมได้แม้กระทั่งขออยู่ใกล้ๆคนที่เขามีแต่ความเกลียดชังให้กับตัวเอง"

"ฉัน ไม่อนุญาตให้เธอออก...อยู่ทำให้ฉันเจ็บปวด ทำให้ ฉันไม่สบายใจก่อนสิ...ถ้าเธอไปแล้วใครจะทำให้ฉันไม่สบายใจได้ล่ะ เธอไม่อยากเห็นฉันตายทั้งเป็นงั้นเหรอ"

"เรายังมีเวลาอยู่ด้วยกันอีกตั้งเดือนหนึ่ง...หนึ่งเดือนของความแค้นและความชิงชัง...มันน่าจะนานอยู่ไม่ใช่หรือ"

"วรดา...เธอกลับมาทำไม ถ้าเธอจะกลับมาเพื่อจากฉันไปอีกครั้งหนึ่ง"

"คราว นี้...คนที่จากไป อาจจะเป็นคุณก็ได้นะ...คุณกฤตย์" นัทธมนทำใจแข็ง ฝืนมองเขาด้วยสายตาชิงชังก่อนผละจากไป กฤตย์นั่งมองจดหมายลาออกอย่างเจ็บช้ำใจ ส่วนนัทธมนเดินไปจนถึงที่ลับตาคน ร้องไห้ออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่ เธอไม่รู้ว่าร้องไห้เพราะความรักหรือความแค้นกันแน่

ooooooo

ระหว่าง นั่งรออาจารย์เข้าสอนชั่วโมงต่อไป นัทธ-มนบอกถุงแป้งว่าเธอยื่นจดหมายลาออกจากงานแล้ว จะได้มีเวลาให้กับการเรียนเต็มที่ ถุงแป้งถามดักคอว่าทะเลาะอะไรกับน้ากฤตย์ของเธอหรือเปล่า

"ไม่มีอะไร...รายงานนัทค้างเพียบเลย กลัวไม่จบ"

"แล้วนัทไม่คิดถึงแป้งเหรอ เคยเจอกันอยู่ที่บ้านบ่อยๆ" ถุงแป้งเสียงอ่อย

นัท ธมนปลอบว่าเราสองคนก็ต้องเจอกันที่นี่อยู่แล้ว ติสรณ์เดินผ่านหน้าห้องเรียนพอดี ชวนสองสาวไปกินข้าวเที่ยงด้วยกัน ถุงแป้งทำหน้าเศร้า บอกติสรณ์ว่านัทธมนจะลาออกจากงานแล้ว

"ดีแล้วล่ะ...ตั้งแต่นัททำงาน เรารู้สึกว่าความร่าเริงของนัทหายไป กลับมาเป็นคนเดิมก็ดีเหมือนกัน"

"ถึงยังไง นัทก็คงกลับไปเป็นอย่างเดิมอีกไม่ได้แล้วล่ะ" นัทธมนถอนใจ ติสรณ์กับถุงแป้งมองหน้ากัน ไม่เข้าใจความรู้สึกของนัทธมน...

เมื่อ ได้อยู่ลำพังกับติสรณ์ ถุงแป้งต่อว่าต่อขานที่เขาเชียร์นัทธมนให้ลาออกจากงานทั้งๆที่ควรกล่อมให้ ทำงานต่อ ติสรณ์เถียงว่าไม่ได้เชียร์ เพราะคนอย่างนัทธมนลองตัดสินใจแล้ว ไม่มีใครทัดทานได้ ถุงแป้งตั้งข้อสังเกตว่านัทธมนต้องมีเรื่องอะไรกับน้ากฤตย์ที่เธอไม่รู้ ติสรณ์กระเซ้าว่าไม่รู้สักเรื่องก็คงไม่มีใครว่าอะไร

"แต่เรื่องนี้ แป้งต้องรู้ให้ได้" ถุงแป้งสีหน้ามุ่งมั่น...

แกม แก้วแอบฟังกฤตย์ ปิติ และเกตุมณีนั่งคุยกันอยู่ที่ระเบียงหน้าบ้าน พอได้ยินกฤตย์บอกว่านัทธมนขอลาออกจากงานแล้ว เธอรีบเสนอหน้าเข้ามาทันที

"ก็ดีมันลาออกไปซะได้ ทุกอย่างจะได้กลับมาสงบสุขอย่างเดิม"

เกตุมณีหันไปต่อว่าน้องสาวว่าถ้าอยากรู้เรื่องนี้ให้มานั่งฟังพร้อมกัน   จะได้ไม่ต้องมาแอบฟังให้เสียมารยาท

แกม แก้วว่าประชดตัวเองว่าส่วนเกินอย่างเธอคงไม่มีใครอยากร่วมเสวนาด้วย แล้วเดินออกไป ทุกคนมองตามงง กฤตย์เล่าเสริมอีกว่า นัทธมนอ้างว่าต้องการลาออกไปเรียนหนังสือให้เต็มที่
"ก็เข้าใจได้นะ...พี่ว่าก็สมเหตุสมผลอยู่"

"ผม ว่าจริงๆแล้วมันมีอะไรมากกว่านั้น...มันอาจจะเป็นการทิ้งไพ่ใบสุดท้ายก่อน ที่เธอจะชนะหมากเกมนี้ก็ได้" กฤตย์หน้าหม่นหมอง รู้แก่ใจดีว่านัทธมนต้องการอะไร...

มนทิราบอกนัทธมนระหว่างกินอาหาร มื้อค่ำด้วยกัน ว่าพรุ่งนี้เธอจะไม่อยู่บ้าน  จะไปถือศีลบวชชีพราหมณ์สักสิบวัน เพื่ออุทิศส่วนกุศลให้กับเจ้ากรรมนายเวรที่อยู่รอบๆตัวเราสองคน นัทธมนทักท้วงว่าถ้าแม่คิดจะถือศีลเพื่อไถ่บาปให้เธอ คงไม่มีผลอะไร แม่ก็รู้ดีอยู่แล้วว่าไม่มีใครตัดกรรมให้ใครได้

"หนูไปอยู่ที่วัดกับแม่ไหมล่ะลูก ถือศีล นั่งสมาธิให้ ใจสบาย"

นัทธมนยิ้ม ส่ายหน้า "ไว้ก่อนนะคะคุณแม่...หนูขออนุโมทนาบุญกับคุณแม่ด้วยแล้วกัน"

ooooooo

กฤตย์ แปลกใจที่เห็นเมสเซนเจอร์เอาเอกสารจากปณิตามาส่ง ปกติแล้วปณิตามักจะเอาเอกสารมาให้เขาด้วยตัวเองเสมอ กฤตย์เหลือบมองนัทธมนที่นั่งก้มหน้าก้มตาทำงานไม่สนใจ เขาแกะซองเอกสารออกดู เห็นหนังสือพิมพ์เก่าฉบับหนึ่ง ปณิตาโทร.เข้ามือถือของกฤตย์พอดี เขากดรับสาย

"คุณส่งหนังสือพิมพ์ของอาทิตย์ที่แล้วมาให้ผมทำไม"

"ส่งมาเตือนคุณเอาบุญน่ะสิ...เห็นข่าวที่ฉันวงเอาไว้ไหม" ปณิตากำลังเมายาได้ที่ เสียงอ้อแอ้

กฤตย์ มองหนังสือพิมพ์ มีปากกาเมจิกสีแดงวงข่าวรุจน์โดนรถชนตาย นัทธมนชำเลืองมองกฤตย์โดยที่เขาไม่รู้ตัว กฤตย์บอกปณิตาว่าเป็นแค่ข่าวอุบัติเหตุธรรมดา ปณิตาโทษว่าเป็นฝีมือของนัทธมน สร้อยที่กลายเป็นคนบ้าก็ฝีมือนังเด็กนั่นเช่นกัน เหยื่อรายต่อไปอาจเป็นกฤตย์ก็ได้ กฤตย์ไม่เข้าใจที่ปณิตาพูด

"ฉันส่งมันไปจัดการนังนัทธมน สุดท้ายเป็นไง...โดนรถชนตาย" ปณิตาพล่ามไม่หยุด

"คุณเมาอะไรอยู่เนี่ย"

"ใครที่เคยเล่นงานมันเอาไว้...นังวรดา มันตามเอาคืนหมดแน่"

นัท ธมนรู้ว่าปณิตากำลังพูดเกี่ยวกับตัวเธอ จึงเพ่งมองไปยังมือถือของกฤตย์ อยู่ๆสายโทรศัพท์ก็หลุด พอปณิตาโทร.กลับ มีเสียงสัญญาณจากมือถือพูดว่า "เลขหมายที่ท่านเรียกยังไม่ได้ทำการลงทะเบียนในระบบ จนกว่าจะตายตกไปตามกัน ชดใช้ความผิดที่ทำมา"

ปณิตาตกใจ ขว้างมือถือทิ้ง หยิบยาหลายเม็ดยัดใส่ปาก แววตาอิดโรยเหมือนคนอดนอนมาหลายคืน กฤตย์พยายามโทร. หาปณิตา แต่ไม่มีเสียงสัญญาณตอบรับ เขามองรูปในหนังสือพิมพ์ สลับกับนัทธมน เชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่งกับคำกล่าวหาของปณิตา...

คืนเดียวกัน กฤตย์นั่งมองของชำร่วยเป็นพวงกุญแจเล็กๆมีสติกเกอร์สีทองพิมพ์ชื่อ วรดา-กฤตย์ และปี พ.ศ.สีแดงไว้ ถุงแป้งเดินผ่านหน้าห้องนอนที่ไม่ได้ปิดประตู เห็นน้าชายนั่งหน้าเศร้าอยู่ลำพัง เดินเข้ามานั่งข้างๆถามว่าคิดถึงแฟนเก่า อยู่หรือ กฤตย์พยักหน้า พึมพำว่าเขากับวรดาเกือบจะได้แต่งงานกันอยู่แล้ว

"นัทธมนกับวรดามีอะไรเกี่ยวข้องกันรึเปล่าคะ...คนเราทำไมหน้ามันจะเหมือนกันได้ขนาดนั้น"

"ทั้งคู่เหมือนกันอีกอย่างหนึ่งคือ...เขาเกลียดน้ามาก"

ถุง แป้งสงสัยว่าทำไมวรดาถึงเกลียดเขา กฤตย์เล่าให้ฟังว่าก่อนงานแต่งงานไม่กี่วัน ปณิตาไปบอกวรดาให้ถอนหมั้นกับเขา โดยขู่ว่าถ้าไม่ยอมทำตาม ปณิตาจะถอนเงินลงทุนโครงการใหญ่กับบริษัทของกฤตย์ และจะทำให้เขาสูญเงินหลายร้อยล้านบาท ถุงแป้งสงสัยว่าใครเล่าเรื่องนี้ให้กฤตย์ฟัง

"ปณิตา...ตอนที่วรดาตาย เขาคงเข้าใจว่าน้าเลือกธุรกิจจึงจับเธอไปขังเอาไว้ ให้ตายทั้งเป็น เพื่อที่จะไม่ต้องแต่งงานกับเธอ" กฤตย์น้ำตาคลอเมื่อคิดว่าตัวเองเป็นสาเหตุให้หญิงคนรักต้องตาย

"อะไรทำให้น้ากฤตย์รู้สึกว่าวรดาคิดแบบนั้น"

"มี รอยเล็บวรดาเขียนเอาไว้ด้วยเลือด เขาเกลียดน้า เขาตายไปพร้อมกับความเกลียด ความชิงชัง ไม่มีเหตุผลอะไรเลยที่เขาจะไม่คิดว่าน้าเลือกเงินมากกว่าความรัก"

"...แล้วน้ากฤตย์เป็นคนทำอย่างที่วรดาเขาเข้าใจหรือเปล่าคะ"

กฤตย์ส่ายหน้า อ่อนใจ ไม่อยากจะพูดถึงเรื่องนี้อีก

ooooooo

รุ่งขึ้น กฤตย์มาทำงานโดยไม่ลืมหยิบของชำร่วยติดมือมาฝากนัทธมนหนึ่งชิ้น เขาอยากให้เธอเก็บไว้เป็นที่ระลึก เขายังมีอีกหลายอัน สั่งมาแล้วไม่มีโอกาสได้ใช้ นัทธมนแดกดันว่าทำไมไม่เอาสติกเกอร์ออกแล้วแจกเป็นของชำร่วยงานศพวรดาแทนจะ ได้ไม่เสียเปล่า กฤตย์ ไม่อยากโต้เถียงด้วย เล่าเสริมว่า

"ฉันกับวรดาเราเลือกของชำร่วยด้วยกันอยู่นานนะ เรามีความสุขกันมาก"

นัทธมนเบ้ปาก "แล้วไงคะ...ยิ่งหวังมากก็จะยิ่งเจ็บมาก รักมากก็ยิ่งแค้นมาก"

"ถ้าเธอสื่อสารกับวรดาได้ ไม่ว่าจะในฝัน ในยามหลับหรือที่ไหนก็ตามที บอกวรดาด้วยนะว่ามารับฉันไปได้แล้ว...ฉันพร้อมแล้ว"

"ไม่มีใครมารับคุณทั้งนั้น คุณต้องตายอย่างโดดเดี่ยวและทรมาน เช่นเดียวกับวรดา" นัทธมนมองเขาด้วยความชิงชัง กฤตย์ยอมรับสภาพ   ไม่สนใจว่าจากนี้ไปจะเกิดอะไรขึ้นกับตัวเอง...

กลับถึงบ้าน นัทธมนนั่งมองของชำร่วยงานแต่งงานวรดากับกฤตย์แล้วเช็ดน้ำตา มนทิราในชุดนุ่งขาวห่มขาวเดินถือกระเป๋าเดินทางเข้ามาเห็น ถามว่าเป็นอะไรไป นัทธมนฝืนยิ้ม รีบปรับสีหน้าเป็นปกติ บอกว่าไม่มีอะไร อาสาจะขับรถไปส่งให้ มนทิราหยิบของชำร่วยชิ้นนั้นขึ้นมาดู พอจะเข้าใจความรู้สึกของลูก

"การแก้แค้นไม่ทำให้เราสบายใจขึ้นมาได้หรอกนะลูก... สิ่งที่เราจ้องทำลายกับสิ่งที่เราค้นหา บางครั้งมันอาจจะเป็นสิ่งเดียวกันก็ได้นะ...หนูเลือกเอาเองแล้วกันว่าจะทำ ยังไงกับมัน ถึงจะพบความสุข"

นัทธมนเมินหน้าหนี แอบปาดน้ำตาทิ้ง แต่ยังใจแข็งดื้อดึงจะแก้แค้นแทนวรดาให้ได้...

ทางด้านปณิตานอนเหงื่อแตกอยู่บนเตียง ดิ้นทุรนทุราย แล้วสะดุ้งตื่น คว้าปืนใต้หมอนขึ้นมากราดไปทั่วห้อง ตั้งสติได้ จึงรู้ว่าเป็นแค่ฝันร้าย แต่ยังตัวสั่นไม่หาย

"พอซะที พอได้แล้ว...ฉันจะไม่รอให้แกมาทำร้ายฉันฝ่ายเดียวหรอก" ปณิตาวางปืนด้วยมือสั่นระริกหยิบยาขึ้นมาเสพเพื่อให้หลับต่อได้

ooooooo

ทันทีที่กฤตย์มาถึงหน้าห้องทำงาน เลขาฯแจ้งว่า วันนี้นัทธมนโทร.มาขอลาครึ่งวัน มีสอบเก็บคะแนน ช่วงบ่ายจึงจะมาทำงาน กฤตย์พยักหน้ารับรู้ เดินเข้าห้องทำงาน ตรงรี่มายังโต๊ะทำงานนัทธมน ลองขยับลิ้นชักดู มันล็อกกุญแจไว้ เขาเดินกลับไปที่โต๊ะทำงานตัวเองหยิบกุญแจสำรองเอามาไข รื้อค้นดูของข้างใน

ไม่เห็นมีอะไรน่าสนใจ แต่แล้วกลับสะดุดตากับโทรศัพท์ มือถือเครื่องหนึ่งซึ่งซุกอยู่ด้านในสุดของลิ้นชัก ตัวเครื่องมีรอยเลือดเปื้อนอยู่ กฤตย์หยิบมันออกมา ชำเลืองไปทางประตูห้อง เกรงว่าจะมีใครเปิดเข้ามา รีบเดินมาล็อกประตู กดดูข้อความแล้วเปิดดูคลิป ถึงกับตะลึงเมื่อเห็นคลิปล่าสุด

มีภาพนัทธมนใช้พลังพิเศษที่มองไม่เห็นเคลื่อนย้ายสิ่งของต่างๆเล่นงานใครบาง คนอยู่ กฤตย์เอะใจกดคลิปค้างไว้ เดินมาหยิบหนังสือพิมพ์ที่ปณิตาส่งมาให้เมื่อวันก่อน ชัดเจนแล้วว่าเป็นคนคนเดียวกับในคลิป กฤตย์หนักใจในหลักฐานยืนยันพลังของนัทธมน...

เกือบบ่ายสองโมงแล้วตอนที่นัทธมนขับรถของแม่มาจอดยังลานจอดรถของบริษัท ลงจากรถแล้วต้องถอยหลบรถของปณิตาที่แล่นเข้ามาจอดเกือบจะชน ปณิตาถือปืนลงจากรถ เมายาเดินเซเข้ามาหา นัทธมนไม่อยากมีเรื่องด้วยไขกุญแจรถ

จะขับกลับ แต่ปณิตากระชากกุญแจรถไปจากมือ นัทธมนขอคืน ปณิตามองดูพวงกุญแจเห็นเป็นของชำร่วยงานแต่งงานของกฤตย์กับวรดา ตาวาวอย่างเอาเรื่อง

"แกมันอสูรกายชัดๆ แกกลับมาทำไมอีกหือ...แกทำไมไม่ตายๆไปซะ"

"อย่ารนหาที่เลยค่ะ...หนูขอพวงกุญแจคืน"

ปณิตาอ่านสติกเกอร์ที่พวงกุญแจ "วรดา กฤตย์ เป็นไงแล้วได้แต่งไหมล่ะ...จะเก็บเอาไว้ทำไม" เธอโยนพวงกุญแจลงพื้นแล้วกระทืบๆ นัทธมนขอร้องให้หยุดพยายามก้มลงเก็บโดนปณิตาถีบจนหน้าหงายปากแตก นัทธมนมองปณิตาอย่างขุ่นเคือง หยิบพวงกุญแจของชำร่วยขึ้นมาปัดฝุ่นออก

"อาลัยอาวรณ์นักเหรอ...ตาย"

ขาดคำ ปณิตายิงปืนใส่นัทธมนทันที...กฤตย์อยู่ในห้องทำงานได้ยินเสียงปืน ตกใจ รีบวิ่งตามไปยังที่มาของเสียง เช่นเดียวกับพนักงานคนอื่นๆในบริษัท...

ด้านนัทธมนตัวงอเอามือจับท้องตัวเอง ก่อนยืดตัวตรงแบมือออก เผยให้เห็นลูกกระสุนปืนในมือ

"คุณทำอะไรฉันไม่ได้อีกต่อไปแล้วล่ะ"

"แก...แกไม่ใช่คน แกมันเป็นผี...กลับไปอยู่นรกที่แกเคยอยู่ซะ...อีนังปีศาจ" ปณิตายิงปืนใส่นัทธมนอีก แต่คราวนี้

ปืนด้าน ไม่รู้จะทำอย่างไรเลยเอาปืนขว้างใส่ นัทธมนหลบได้ ปณิตากระโจนเข้าหานัทธมนเหมือนคนบ้า ด่าเธอว่าเป็นนังปีศาจ สองสาวยื้อยุดฉุดกันอุตลุด

"คำก็ผี คำก็ปีศาจ...ได้ค่ะ ตามที่คุณต้องการค่ะ...คุณปณิตา"

นัทธมนเอานิ้วจิ้มกลางแสกหน้าปณิตา ทันทีที่ดึงนิ้วออก ปณิตาเห็นหน้านัทธมนซึ่งตนเองกอดรัดอยู่เป็นหน้าปีศาจ ถึงกับผงะ กรีดร้องลั่นด้วยความตกใจ ยามของบริษัทวิ่งเข้ามาดึงปณิตาออก เธอก็เห็นยามเป็นยมทูตตัวสีแดงหน้าตาน่ากลัว

"ว้าย...ปล่อย...ฉันยังไม่ตายๆ" ปณิตาดิ้นรนจะหนี ยามคว้าข้อมือไว้

ปิติกับเกตุมณีได้ยินเสียงปืนวิ่งตามมาสมทบพร้อมกับกฤตย์และพนักงานคนอื่นๆ กฤตย์ถามนัทธมนว่าเป็นอะไรหรือเปล่า นัทธมนกลับบอกให้เขาเป็นห่วงฝ่ายโน้นจะดีกว่า ปณิตาดิ้นหลุดจากยาม แต่ต้องตกใจที่เห็นผู้คนรอบๆกลายเป็นผีหน้าตาน่าเกลียดน่ากลัว เกตุมณีจะเข้าไปช่วย ปณิตายิ่งร้องกรี๊ดๆลั่น กฤตย์เดาออกว่าเกิดอะไรขึ้นขอร้องนัทธมนให้หยุดเสียที

"หนูไม่ได้ทำอะไรซักหน่อย....เขาทำตัวเขาเองต่างหาก"

กฤตย์ได้แต่มองปณิตาที่กลัวลนลาน ดิ้นไปมาอยู่กับพื้นอย่างน่าสงสาร

ooooooo

ในเวลาต่อมา กฤตย์พาปณิตาส่งโรงพยาบาลด้วยความช่วยเหลือของปิติกับเกตุมณี ปิติคุยกับหมอแล้วเดินกลับมาบอกกฤตย์และเกตุมณีซึ่งนั่งรออยู่ หน้าห้องตรวจว่าผลเลือดของปณิตาพบสารเสพติดปริมาณมาก หมอคาดว่าอาจเป็นต้นเหตุทำให้เกิดอาการประสาทหลอน

"ไม่จริงหรอก...เสพยาน่ะคงจะจริง แต่อาการหลอนมันคงไม่รุนแรงปัจจุบันทันด่วนขนาดนั้น"

"แล้วนายคิดว่าเกิดจากอะไร"

"ผมเชื่อว่าเราคิดตรงกันอยู่นะครับ" กฤตย์มองหน้าปิติกับเกตุมณีเขม็ง...

ด้านนัทธมนกลับถึงบ้านรีบทำความสะอาดพวงกุญแจของชำร่วยงานแต่งงานของกฤตย์กับวรดาอย่างทะนุถนอม เหลือบมองรูปถ่ายของแม่ที่วางอยู่บนตู้โชว์ รู้สึกผิด

"แม่คะ...หนูทำบาปอีกแล้วค่ะ...หนูไม่ได้ตั้งใจ หนูไม่ได้ตั้งใจเลยจริงๆ" นัทธมนกำพวงกุญแจแน่น ก้มหน้า สะอึกสะอื้นอย่างเดียวดาย...

กฤตย์แวะดื่มเหล้าที่บาร์แห่งหนึ่งจนเมามาย เพื่อให้ลืมเรื่องราวต่างๆ แต่เขากลับคิดถึงวรดามากจนทนไม่ไหว ขับรถมาหานัทธมนที่บ้านกลางดึก นัทธมนไม่ค่อยพอใจนักที่เห็นเขาเมาเหล้า เดินแทบไม่ตรงทาง จึงขอให้กลับไปเสีย

"วรดา...คุณยอมรับกับผมสักครั้งได้ไหมว่า คุณคือ... วรดา"

นัทธมนปฏิเสธเสียงแข็ง "คนที่คุณอยากเจอ ไม่มีวันจะได้เจอหรอกค่ะ"

กฤตย์เสียใจมาก อ้อนวอนขอร้องเธอให้หยุดทำร้ายใครต่อใครเสียที ถ้าเกลียดเขามาก ก็จัดการกับเขาได้เลย อย่าไปข้องแวะกับคนอื่น นัทธมนไม่ได้อยากเกี่ยวข้องหรือข้องแวะกับใครทั้งนั้น คนอื่นต่างหากที่มายุ่งกับเธอเอง

"วรดา...คนดี คนที่อ่อนโยนคนเดิม คนที่เคยรักกันหายไปไหน"

นัทธมนพยายามกลั้นน้ำตาเอาไว้ "ตามที่หนูรู้ เธอตายไปแล้วค่ะ"

"ไม่จริง เธออยู่ตรงนี้ เธอรักฉัน ฉันรักเธอ เราเคยรักกันมากนะ" กฤตย์จับบ่านัทธมนหันมาเผชิญหน้า

"อย่าให้หนูต้องทำอะไรที่ไม่อยากทำตอนนี้เลยค่ะ"

"เธอจะทำอะไรก็ทำ อย่าช้า...ไม่ต้องรอ ขออย่างเดียวอย่าบอกว่าเธอไม่ใช่วรดา"

นัทธมนย้ำทีละคำว่า เธอไม่ใช่วรดา กฤตย์ทรุดฮวบ หมดเรี่ยวแรง น้ำตาเอ่อ ไม่รู้จะทำอย่างไรดี

"ฉันอยากเจอเธอแค่ไหน เธอรู้ไหมวรดา...ถ้าตายตามแล้วฉันจะได้เจอเธอ ฉันทำไปแล้ว...ก่อนที่เธอจะตาย...เราห่างกันแค่ผนังกั้น...แค่ผนังกั้นวรดา...แต่มันทำเราห่างกันจนไม่มีวันได้เจอ...เธอนึกว่าคนตายคือฝ่ายจากเหรอ...คนอยู่ ต่างหาก...ฉันสิเป็นฝ่ายที่ต้องจากเธอ ฉันอยากเจอเธอแค่ไหนก็ไม่มีทางเป็นไปได้เลย...กลับมาเจอกันซักครั้งได้ไหม...วรดา"

"หนูไม่ใช่...วรดา"

กฤตย์พยักหน้าตัดใจยอมรับ ก่อนจะเดินคอตกออกไป เขาหันกลับมาสบตานัทธมน ตัดพ้อว่าใจร้ายเหลือเกิน นัทธมนยืนมองกฤตย์ขับรถไปจนลับสายตา แล้วจึงทรุดตัวลงนั่งร้องไห้ ย้ำเตือนตัวเองว่า

"ไม่จริง...ที่เขาพูดมา มันไม่มีความจริงเลย"

ooooooo

นัทธมนทำอาหารใส่ถือปิ่นโตไปกินข้าวกลางวันกับมนทิราที่สำนักปฏิบัติธรรม ผ่านมาหลายวันแล้ว แต่มนทิรายังไม่มีทีท่าว่าจะกลับบ้าน นัทธมนทวงถามว่าเมื่อไหร่แม่ถึงจะกลับ

"ก็ว่าจะอยู่ไปอีกสักหน่อย มันสบายใจดี สงบ...หนูน่าจะมานั่งวิปัสสนากัมมัฏฐานที่นี่ดูมั่งนะ"

นัทธมนนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง จึงตอบตกลง มนทิราดีใจมาก รีบจัดหาเสื้อผ้าชุดขาวมาให้ลูก ซึ่งเธอสวมได้พอดี แล้วชวนกันมานั่งสมาธิในสวนร่มรื่น

"ผ่อนคลายนะลูกนะ นึกถึงพระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์...สติอยู่ที่ลมหายใจของเรานะ"

"หนูพอเป็นค่ะ คุณแม่...หนูอยากนิ่งๆไม่อยากคิดอะไรสักพักหนึ่งค่ะ คุณแม่"

"ไม่ต้องเพ่ง ไม่ต้องอะไรนะลูก" มนทิรายิ้มให้นัทธมน สองแม่ลูกนั่งหลับตา ทำสมาธิกันไปเงียบๆ...

ในเวลาไล่เลี่ยกัน แกมแก้วเห็นกฤตย์นั่งเหม่อใจลอยเพียงลำพังคนเดียวในห้องหนังสือ เข้ามาทรุดตัวลงนั่งข้างๆอดหวั่นใจไม่ได้ว่าปณิตาเสร็จนังนั่นไปอีกคนแล้ว ใครจะเป็นเหยื่อรายต่อไปก็ไม่รู้

"ถ้าเราไม่ได้ทำอะไรใครเอาไว้ ก็ไม่เห็นต้องกลัว"

"พูดเหมือนไม่รู้ร้อนรู้หนาวเลยนะ" แกมแก้วไม่วายแดกดันพี่ชายตัวเอง

"...ผลตรวจก็ออกมาแล้วว่า ปณิตาใช้ยาเสพติดเกินขนาด"

"พี่กฤตย์ไม่เชื่อผลตรวจหรอก แก้มมองตาพี่ก็รู้...พี่แค่ไม่อยากจะยอมรับความจริงเท่านั้นเองว่าทั้งหมดนั่นน่ะเป็นฝีมือของนังวรดา"

"รู้ไหม...มีสิ่งหนึ่งที่พี่ไม่เข้าใจ ตั้งแต่วรดาตายมาจนถึงเดี๋ยวนี้...ทำไมศพของวรดา ถึงร้องไห้ได้"

แกมแก้วถึงกับอึ้ง "หมายความว่ายังไง...ที่ว่าศพนังนั่น มันร้องไห้ได้"

"พี่บอกทุกคนมาตลอดว่า ตอนที่พี่ไปพบศพวรดา น้ำตาเธอยังไม่แห้ง"

"ก็มันเพิ่งขาดใจตาย ผลชันสูตรก็ออกมาอย่างนั้น"

"ใช่...แต่ที่พี่ไม่เคยบอกใครก็คือ ศพของวรดา ร้องไห้ อยู่ในอ้อมกอดพี่...น้ำตาของเธอยังไหลอยู่แม้ว่าชีพจรจะหยุดเต้นไปแล้วก็ตาม"

แกมแก้วกลืนน้ำลาย รู้สึกพรั่นพรึงเกินกว่าจะพูดอะไรได้อีก เดินออกไปเงียบๆ กฤตย์พึมพำกับตัวเอง

"ฉันไม่ได้ตาฝาดไปใช่ไหมวรดา...คนเราต้องเศร้าขนาดไหนนะ...ศพถึงจะร้องไห้ได้"

ooooooo

ด้วยแรงอธิษฐาน

ละครแนะนำ

ข่าวละครวันนี้ดูทั้งหมด