ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

สวรรค์สร้าง

SHARE
ตอนที่ 17

ในงานเลี้ยงสังคมไฮโซคืนนี้ จอมทัพแนะนำอุ่นใจแก่ตุลย์ที่มองอุ่นใจตะลึงอยู่ อุ่นใจยิ้มหวานหว่านเสน่ห์อ้อนขอให้ท่านเมตตากับฟีนิกซ์ที่ยื่นซองประมูลไปแล้วด้วย ตุลย์ตอบทั้งที่ยังมองเธอไม่วางตาว่า

"ไม่ต้องห่วง ผมจะพิจารณาอย่างถี่ถ้วนที่สุด"

จังหวะที่อุ่นใจยืนอยู่คนเดียวตุลย์รี่เข้าไปทักทำเป็นคุยกันถูกคอ บอกว่ามางานก็อยากรู้จักคนใหม่ๆอย่างเธอบ้าง อุ่นใจอ่อยว่าตนก็อยากรู้จักเขาเหมือนกันถ้าฟีนิกซ์จะได้เป็นผู้ชนะการประมูลของรัฐบาล ตุลย์ตีความคำพูดนั้นออกถามอย่างชอบใจว่า "เอาอย่างนั้นเลยหรือ"

"ฉันเป็นคู่หมั้นคุณจอมทัพนี่คะ อะไรที่จะช่วยผลักดันให้เขาประสบความสำเร็จ ฉันก็พร้อมที่จะทำทุกอย่าง" เธอย้ำคำ "ทุกอย่าง" จนสะดุดหูแล้วเปิดกระเป๋าหยิบนามบัตรส่งให้ "ท่านพร้อมจะให้ความมั่นใจกับฉันเมื่อไร ติดต่อมาก็แล้วกันค่ะ"

เธอทิ้งสายตายิ้มเยื้อนก่อนกรายจากไป ตุลย์มองตามแล้วก้มดูนามบัตร

นักรบอยู่อีกมุมหนึ่ง จู่ๆก็หงุดหงิดขึ้นมา เมื่ออุ่นใจเดินจากตุลย์มาแล้วเขาตามมาพูดกระแทกแดกดันว่า "เก่งนี่ เข้ามาอยู่ในวงการไม่ทันไร ก็รู้จักใช้เสน่ห์ตัวเองให้เป็นประโยชน์"

อุ่นใจสวนไปว่าตนก็เรียนรู้จากเขาและคู่หมั้นของเขาว่าวงการนี้มีแต่พวกเหลี่ยมจัดอยากได้อะไรก็ต้องยอมเอาตัวเข้าแลก เย้ยเขาว่าอย่าคิดว่าเขาตีสองหน้าเก่งอย่างเดียวตนก็ทำเป็นเหมือนกัน!

นักรบฉุนขาดพูดดูถูกว่าตนนั้นเป็นราชาแห่งเสือแต่เธอมันแค่เสือฝึกหัดเท่านั้นเอง

"งั้นก็คอยดูเสือฝึกหัดอย่างฉันทำให้คุณพังไม่เป็นท่าก็แล้วกัน" อุ่นใจท้าทาย พอเขาถามว่าเธอจะทำอะไร ถามไม่ทันขาดคำอุ่นใจก็ฉีกแขนเสื้อและชายกระโปรงตัวเองร้องขอความช่วยเหลืออย่างตระหนก แล้ววิ่งเซซัดไปในกลุ่มคน เจอจอมทัพก็ขอให้เขารีบพาออกไปจากที่นี่ ร้องไห้เป็นวรรคเป็นเวรจนจอมทัพตกใจรีบประคองเธอออกไป

อุ่นใจในอ้อมแขนของจอมทัพค่อยๆหันมองนักรบด้วยแววตาเยาะเย้ยเหมือนจะบอกว่า "นี่คือบทแรกเท่านั้น!"

ไม่เพียงเท่านั้น เมื่อกลับมาที่บ้าน คืนนี้เองเธอก็โทร.ไปหาเปลวแสงบอกว่ามีของจะให้

เพียงวันรุ่งขึ้น ที่หน้าบริษัทไทเกอร์คิงก็มีพวกคนงานพากันมาชุมนุมประท้วงตะโกน

"เราไม่ยอม!! เราไม่ยอม ผู้บริหารไร้น้ำใจ!!"

ooooooo

นายิกาตกใจไม่รู้ต้นสายปลายเหตุ นักรบเองเห็นข่าวทางทีวีก็อุทาน "นี่มันหน้าบริษัทเรานี่"

ที่กลุ่มผู้ชุมนุม เปลวแสงยืนรายงานข่าวด้วยสีหน้าเคร่งเครียดว่า

"ตอนนี้ดิฉันกำลังยืนอยู่หน้าบริษัทไทเกอร์คิงยักษ์ใหญ่ ด้านการสื่อสารที่วันนี้กำลังพบวิกฤติครั้งใหญ่ เพราะคนงานทั้งหมดของบริษัทลุกขึ้นประกาศหยุดงานและเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับตัวเองค่ะ"

ไม่เพียงเท่านั้น เปลวแสงยังเอาคลิปที่เอื้อเปิดโปงความไร้มนุษยธรรมของไทเกอร์คิงออกมาเปิดให้ดูกันด้วย ยิ่งทำให้พนักงานแค้นใจรวมตัวกันต่อสู้เข้มแข็งจนกว่าจะมีการเจรจา และผู้บริหารทั้งหมดต้องลาออก! นายิกาเห็นคลิปนั้นถึงกับตัวสั่นถามว่าคลิปนั่นหลุดไปได้ยังไง นักรบเชื่อว่าเป็นฝีมือของอุ่นใจ

การประท้วงอย่างเข้มแข็งของพนักงานและคลิปลับที่เผยถึงความเหี้ยมโหดของบริษัทแก่สาธารณชน ทำให้นายิกาตกใจจนหมดสติไป

ดอกจันดูทีวีแล้วถามอุ่นใจขณะกำลังจะออกไปทำงานว่าฝีมือเธอใช่ไหม ถามว่าทำแบบนี้ไม่สงสารพวกคนงานที่เขาต้องตกงานหรือ

"บางทีอาจจะดีกว่าต้องถูกเอาเปรียบอยู่ในบริษัทนั้นก็ได้" อุ่นใจตอบอย่างหนักแน่น พอดีโอ๋วิ่งมาบอกว่าวันนี้ตนมีเตะบอลให้ไปเชียร์ด้วย อุ่นใจเพิ่งนึกได้บอกโอ๋ว่าวันนี้มีประชุมทั้งวัน เอาเป็นว่าเดี๋ยวจะไปส่งที่โรงเรียนแล้วกลับมาฟังผลดีไหม แม้โอ๋จะผิดหวังแต่ก็ทำได้แค่หน้าม่อย

"ไม่เป็นไรน่า ไม่มีอาอุ่นก็มีอาดอกจันกับปู่ทองใบไง" ดอกจันกอดปลอบใจจนโอ๋ยิ้มออก

ooooooo

เมื่อสถานการณ์เปลี่ยนแปลง ดารารายก็เปลี่ยนท่าที ระยะนี้เธอห่างจากนับรบจนโทร.ติดต่อไม่ได้ นักรบเองก็เข้าใจบอกกับทองทิวว่า

"ฉันคบกับดารารายมานาน ฉันรู้จักเขาดี เราก็เหมือนไม้ใหญ่ที่ต้องพึ่งพิงกัน เมื่อไรที่คนนึงทำท่าจะล้ม คนที่เหลือก็ต้องหาที่หมายใหม่ ฉันกับเขาไม่มีวันที่จะยอมพังไปด้วยกันหรอก"

จริงอย่างที่นักรบพูด เพราะดารารายหันมาเกาะติดจอมทัพกระทั่งเดินเกาะแขนเขาออกจากบริษัทลูกค้า ชวนไปทานอาหารกันเพราะแต่เช้าตนยังไม่ได้ทานอะไรเลย จอมทัพบอกว่าตนไม่หิว เธอก็อ้อนว่าตนหิว อย่าลืมว่าคุณพ่อเขากำชับไว้ว่าให้ดูแลตนให้ดี

"งั้นคุณจะไปทานที่ไหนผมจะไปส่ง"

ดารารายหน้าหงิกไม่พอใจ พอดีโทรศัพท์มือถือของเธอดังขึ้น เธอรับสายเสียงแข็ง

"ฮัลโหล ว่าไงนะคะ จะสัมภาษณ์ฉันเรื่องนักรบ ก็บอกไปตั้งกี่ครั้งแล้วว่าเราห่างกันมาได้สักพักแล้ว...ฉันไม่มีความเห็น" ตัดบทห้วนๆวางสายแล้วก้าวขึ้นรถตามจอมทัพไปอย่างหงุดหงิด

ooooooo

ที่ฟีนิกซ์ จอมภพเรียกอุ่นใจไปพบเสนอจะจ่ายเงินให้เธอจำนวนหนึ่งเพื่อให้เธอเลิกคบกับจอมทัพ อุ่นใจไม่ขอรับเพราะสิ่งที่เธอต้องการนั้นไม่ใช่เงินแต่ เป็นทะเบียบสมรสกับจอมทัพ

ระหว่างนั้นจอมทัพกลับมาพร้อมกับดาราราย อุ่นใจขอบคุณดารารายที่ช่วยดูแลคู่หมั้นแทนตนแต่ตอนนี้เชิญกลับไปได้แล้วตนจะดูแลคู่หมั้นเองให้เธอไปดูแลคู่หมั้นของตัวเองคือนักรบไม่รู้ว่าป่านนี้หนีม็อบคนงานไปถึงไหนแล้ว

จอมทัพดีใจที่อุ่นใจบอกว่าจะแต่งงานกับเขา เมื่ออยู่ กันตามลำพังเขาถามว่าพูดจริงหรือว่าแค่ประชดตามอารมณ์ เท่านั้น อุ่นใจยืนยันว่าตนพูดจริง แต่เธอก็ยังสงวนเนื้อสงวนตัวไม่ยอมแม้แต่จะให้จอมทัพหอมแก้มเพราะเธอไม่ได้รักเขาที่จะแต่งงานด้วยก็เพียงเพื่อตอบแทนที่ใช้เขาเป็นเครื่องมือล้มนักรบเท่านั้นเอง

นายิการับไม่ได้กับสภาพที่ต้องพังครืนลงของไทเกอร์คิงถึงกับเสียสติ หมอบอกนักรบที่ไปเยี่ยมแม่ว่า นายิกาอารมณ์ ตึงเครียดถึงขีดสุดจนตอนนี้สมองปิดกั้นการรับรู้ในโลกของความจริงไปแล้ว หมกมุ่นแต่ว่าบริษัทจะล้มละลาย ส่วนการรักษา หมอบอกว่าต้องรอให้จิตใจสงบกว่านี้ก่อน เพราะตอนนี้คนไข้ไม่ยอมรับการรักษาใดๆเลย

เมื่อฝ่ายนายิกาอยู่ในความเพลี่ยงพล้ำเช่นนี้ นิมมาน กับนักคิดวางแผนเผด็จศึกเพื่อกันไม่ให้นักรบหวนกลับมาเอาคืนจากพวกตน

แผนการของนิมมานคือ ล่อนักรบให้ขึ้นไปที่ห้องประชุมของไทเกอร์คิงที่เวลานี้อยู่ในสภาพรกร้างถูกทุบทำลายข้าวของระเกะระกะ

นักคิดขึ้นไปเปิดไฟล่อให้นักรบขึ้นไปดูดักเอาไม้ตีหัวจนหมดสติ ทิ้งร่างเขาไว้ที่นั่นทำทีเหมือนเขาถูกคนงานทำร้าย แล้วสองแม่ลูกก็กระหยิ่มยิ้มย่องว่าต่อไปเราก็ไม่มีเสี้ยนหนามมาทิ่มตำอีกแล้ว

ooooooo

ระหว่างหมดสติไปนั้น นักรบรู้สึกเหมือนว่า ตัวเองฝันล่องลอยไปที่ที่ลึกลับมีแต่หมอกควัน  ในม่านหมอกนั่นเอง เขาเห็นเอื้อปรากฏขึ้นตรงหน้า เอื้อพูดกับเขาว่า

"และแล้ววันนี้ก็มาถึงจนได้ วันที่ผมได้มีโอกาสสั่งสอนให้คุณรู้ว่า พอไม่มีชื่อเสียงกับความสำเร็จแล้ว คุณนักรบ พยัคฆ์ ราชา   ก็เป็นแค่มนุษย์ธรรมดาที่เป็นเหยื่อของคนที่แข็งแรงกว่าเช่นกัน"

เอื้อยังถามเขาถึงความรู้สึกเจ็บปวดจากการถูกหักหลัง บอกเขาว่า ทุกสิ่งที่เขาได้รับมันเกิดจากการกระทำของเขาเองทั้งนั้น...พูดแล้วเอื้อหัวเราะก้อง ค่อยๆเลือนหายไป

นักรบพยายามเรียกเอื้อไว้ แต่ถูกหาญพ่อของเขาปรากฏตัวเรียกไว้บอกว่าเอื้อได้ทำหน้าที่ของเขาสำเร็จแล้วและจะไม่กลับมาอีกอย่าตามไปเลย นักรบถามว่าเอื้อต้องการแก้แค้นตนเท่านั้นใช่ไหม

"เอื้อเขาไม่ได้แค้นลูกหรอกนักรบ เขาต้องการสั่งสอนลูก อย่างน้อยก็ถือว่าทำหน้าที่แทนพ่อที่ไม่มีโอกาส...เห็นแล้วใช่ไหมว่าเกิดอะไรกับชีวิตลูกตอนนี้ ทุกอย่างมันเป็นผลมาจากการกระทำของเราเองทั้งนั้น"

นักรบนิ่งฟังอย่างพยายามคิดตาม...

"ลูกถูกแม่ปลูกฝังให้พุ่งไปที่ความสำเร็จ โดยไม่สนใจเลือดเนื้อชีวิตจิตใจของคนอื่น มันก็ดีหรอกที่วันที่ลูกยิ่งใหญ่ ลูกก็จะได้ซึมซับมันเต็มที่โดยไม่มีใครมาขอแบ่งปัน...แต่ในวันที่ล้มเหลวอย่างตอนนี้ ลูกก็จะถูกใครๆตีจาก โดนเหยียบย่ำซ้ำเติม กลายเป็นคนอ่อนแอที่ใครๆก็อยากจะสมน้ำหน้า"

หาญมองนักรบอย่างสลดใจ อดสงสารลูกไม่ได้...

"แต่นี่เป็นชีวิตที่พ่อไม่อยากให้ลูกได้เจอ น่าเสียดายที่พ่อไม่มีโอกาสอยู่เพื่อยับยั้งไม่ให้มันเกิดขึ้น"

นักรบถามว่านี่เป็นกรรมของตนใช่ไหม หาญไม่ตอบแต่บอกว่าเขายังดีที่มีโอกาสแก้ตัว แล้วทำให้นักรบได้รู้ถึงสิ่งที่เขาได้ทำเป็นการแก้ตัว คือเรื่องราวต่างๆที่เขาทำไว้ขณะที่เขากลายเป็นนักรบอีกคนหนึ่งที่มีจิตใจดี สำนึกดี มีมนุษยธรรม เมตตาธรรมและรักคนอื่น...แล้วสรุปให้นักรบได้รับรู้ว่า

"นักรบคนนั้นเกือบจะเปลี่ยนแปลงอะไรหลายอย่างได้ สำเร็จ..."

"แต่นักรบคนเก่าก็กลับมาเสียก่อน" นักรบพูดต่ออย่างลำดับเรื่องได้ เขาถามพ่อว่าตนเลวมากใช่ไหม หาญพูดอย่างเข้าใจเขาว่า

"ถ้าพ่อมีโอกาสอยู่กับลูกนานกว่านี้ พ่อก็คงจะสอนให้ลูกเห็นความสวยงามอีกด้านของความเป็นมนุษย์ ไม่ปล่อยให้ลูกหมกมุ่นกับโลกแห่งการต่อสู้แบบแม่เขา...แต่ลูกเห็นแล้วใช่ไหมว่า ภายใต้นักรบที่เป็นราชาแห่งเสือ ยังมีนักรบที่เป็นคนซ่อนอยู่ และพ่อก็เชื่อว่า นั่นเป็นสิ่งที่ลูกซึมซับไปจากพ่อ..."

นักรบค่อยๆเงยหน้ามองพ่อ หาญยิ้มให้กำลังใจลูกก่อนพูดต่อว่า

"สิ่งที่พ่อกับแม่ปลูกฝังลูกมาเป็นสิ่งดีเสมอ แต่ในความดีมันก็มีสองด้าน ลูกต้องรู้จักเลือกให้ถูกด้าน แล้วนำมารวมกัน ถ้าทำได้เมื่อไร นักรบของพ่อก็จะเป็นทั้งคนที่เก่งที่สุดและดีที่สุด"

แววตาของนักรบค่อยๆอ่อนลง...อ่อนโยนขึ้นเขาพูดกับหาญอย่างดีใจว่า

"ผมเข้าใจแล้วครับพ่อ ผมเข้าใจแล้ว..."

หาญยิ้มให้กำลังใจลูกเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะค่อยๆ เลือนหายไป...

รุ่งขึ้น นักรบขยับอย่างรู้สึกตัว แต่เขายังเพ้อหาพ่อ...แล้วทะลึ่งพรวดขึ้น ทองทิวที่เฝ้าอยู่รีบจับไว้ ทองทิวดีใจมากที่นักรบฟื้นแล้ว เขาบอกนักรบที่ยังงงๆอยู่ว่า ตำรวจไปพบเขานอนสลบอยู่ที่ไทเกอร์คิงจึงพาส่งโรงพยาบาลและติดต่อตน

นักรบพยายามทบทวนความจำรู้ว่าถูกหลอกไปที่นั่นและถูกตีหัว ทองทิวคาดว่าคงเป็นพวกคนงานที่โกรธแค้น แล้วบอกให้นักรบนอนเฉยๆ ตนจะไปตามหมอ

ooooooo

หลังจากหมอพานักรบไปสแกนสมองแล้ว หมอให้ทองทิวดูแผ่นเอกซเรย์พูดอย่างทึ่งว่า

"บริเวณเนื้อสมองปกติดีครับ แสดงว่าถูกฟาดไม่แรงมาก แต่ที่แปลกก็คือลิ่มเลือดที่เคยคั่งตรงจุดนี้ตั้งแต่เกิดอุบัติเหตุ หายไปแล้ว ตอนนี้คุณรู้สึกตัวยังไงบ้างครับคุณนักรบ" หมอถามนักรบที่นั่งฟังอยู่

นักรบมองทั้งสองนิ่ง บอกว่าตนรู้สึกปกติ ทองทิวถามว่าจำตัวเองได้ใช่ไหม

"ใช่ ผมจำได้...จำได้ทุกอย่าง" นักรบตอบอย่างมั่นใจ ชัดถ้อยชัดคำ สมองครุ่นคิดถึงเรื่องในฝันที่เพิ่งผ่านไป ทองทิวมองหวาดๆอย่างไม่ไว้ใจกลัวนักรบจะกลับมาโหดกว่าเดิมและคิดบัญชีกับทุกคนอีก

ทองทิวไปส่งข่าวที่บ้านดอกจันซึ่งอุ่นใจอยู่ที่นั่น บอกอุ่นใจว่า ตอนนี้นักรบอยู่โรงพยาบาลที่แม่นวลเคยอยู่ถ้าเธออยากไปเยี่ยม...

"ไม่มีทาง" อุ่นใจตัดบททันที "ฉันจะไปเยี่ยมทำไม คนแบบนั้น เอาไว้ให้ตายเมื่อไรแล้วฉันจะเปลี่ยนใจยอมไปรดน้ำศพ"

อุ่นใจกระแทกเตารีดที่กำลังรีดผ้าลงคว้าเสื้อผ้าที่รีดแล้วเดินเข้าห้องไป ทองทิวมองตามบ่นหน้ามุ่ย "แค่เกริ่นเฉยๆไม่ต้องเหวี่ยงก็ได้มั้ง"

ดอกจันพับผ้าใส่ตะกร้า กลั้นขำในลำคอ ชอบใจที่ทองทิวโดนด่า

แม้ทองทิวจะโดนอุ่นใจด่าแต่ก็คุ้ม...พอใจ เพราะได้มาเจอดอกจันและกรุ้มกริ่มจนเธอเขิน

ooooooo

นิมมานมาแผนสูง เข้าไปเยี่ยมนายิกาพูดใส่หูว่าเธอบ้าไปแล้วยั่วจนนายิกาคลั่งขึ้นมาบีบคอนิมมาน เกือบตาย พอพยาบาลมาช่วยแยกออก นิมมานก็ไปขอใบรับรองแพทย์ว่านายิกาป่วยเป็นโรคจิต เอาใบ รับรองแพทย์นี้ไปแสดงต่อที่ประชุมกรรมการบริหารไทเกอร์คิง แสดงเจตจำนงจำเป็นที่ตนต้องมาบริหารแทน ในที่สุดที่ประชุมก็ต้องยอมรับเพราะเวลานี้มีแต่เธอกับนักคิดเท่านั้นเป็นทายาทที่เหลืออยู่

ทองทิวพยายามปิดข่าวนี้ไม่ให้นักรบรู้ แต่ที่จริงนักรบรู้แล้ว แต่นักรบคนใหม่ไม่มีความโลภโมโทสันเหมือนคนเก่าแล้ว เขาบอกทองทิวว่า

"มันเป็นทางเลือกที่ถูกแล้ว ตอนนี้บริษัทกำลังระส่ำ ระสายจำเป็นต้องมีคนกล้าอาสาเป็นผู้นำไม่งั้นจะยิ่งไปกันใหญ่" ทองทิวถามว่าแล้วตัวเขาเองล่ะ นักรบพูดอย่างปลงแล้วว่า "ตอนนี้ไม่มีใครเชื่อถือคนอย่างฉันหรอก เพราะฉันทำให้ทุกอย่างพังเอง ถ้าเขาอยากพิสูจน์ความสามารถของตัวเอง ฉันก็จะให้ โอกาส เราก็รอดูไปแล้วกันว่าเขาจะทำได้ดีแค่ไหน"

ทองทิวอึ้งไปกับท่าทีที่เปลี่ยนไปของนักรบ คิดไม่ถึงว่านักรบจะคิดและพูดได้ดีอย่างนี้

ooooooo

ดารารายร้อนใจมากที่พรุ่งนี้จะเป็นวันนัดไปจดทะเบียนสมรสกันของอุ่นใจกับจอมทัพแล้ว เธอเร่งรัดให้จอมภพทำอะไรให้เด็ดขาดสักอย่าง จอมภพไม่อาจทำอะไรได้มากกว่านี้แล้ว เพราะกลัวว่าถ้ารุนแรงเกินไป จอมทัพพาอุ่นใจหนีไปเขาจะยิ่งแย่เพราะมีลูกชายคนเดียวเท่านั้น

"ถ้าคุณลุงไม่มีวิธีอื่นแล้ว จะยอมใช้วิธีของดาวไหมล่ะคะ" ดารารายเสนอตัว จอมภพมองอย่างสนใจ

แต่อุ่นใจไม่ได้ยินดียินร้ายกับวันจดทะเบียนสมรสที่จะมีขึ้นในวันพรุ่งนี้ เธอบอกดอกจันว่า

"ฉันใช้เขาเป็นเครื่องมือแก้แค้นให้ตัวเองสำเร็จแล้ว ก็ถึงเวลาที่ต้องตอบแทนเขาแล้วล่ะดอกจัน ฉันไม่รู้เหมือนกันว่าจะเรียกการตัดสินใจครั้งนี้ว่าอะไร...รู้แต่ว่ามันจะทำให้คุณจอมทัพมีความสุขที่สุด"

ดอกจันฟังแล้วอึ้งสนิท เมื่อแน่ใจว่าอุ่นใจยอมแต่งงานกับจอมทัพทั้งที่ไม่ได้รักเขาเลย...

ส่วนนักรบ เขานอนครุ่นคิดใคร่ครวญถึงคำพูดของพ่อที่พบกันในฝัน ยิ่งคิดทบทวนเรื่องราวที่ตัวเองทำไว้กับอุ่นใจก็ยิ่งรู้สึกผิด เขาถามตัวเองว่า "อุ่นใจ...ฉันจะชดเชยให้เธอยังไง"

ดังนั้น รุ่งขึ้นเมื่อทองทิวซื้ออาหารมาให้ปรากฏว่านักรบหายไปแล้ว ถามพยาบาลจึงรู้ว่าเขากลับบ้านไปเมื่อเช้านี้เอง

ooooooo

แผนการร้ายของดารารายคือให้สมุนของจอมภพสองคนไปหลอกอุ่นใจว่าจอมทัพให้มารับแล้วบังคับพาเธอไปที่โกดังในป่า บอกอุ่นใจที่รู้ตัวว่าถูกหลอกว่า

"คุณท่านให้เธอมาพักที่นี่กับเราสองคนจนกว่าคุณจอมทัพจะยอมแต่งงานกับคุณดาราราย"

"ไม่มีทาง!" อุ่นใจพยายามดิ้นรนจะหนี ถูกสมุนของจอมภพช่วยกันจับมัดไว้  พอเธอตะโกนขอความช่วยเหลือ

มันก็เอามืออุดปาก แต่อุ่นใจก็ยังพยายามแผดเสียงกรี๊ดเพื่อ ขอความช่วยเหลือ

นักรบตามมาช่วยเธอไว้ได้ เขาเอาไม้ฟาดสมุนทั้งสอง ต่อสู้กับพวกมันอย่างดุเดือดรุนแรงจนจัดการมันทั้งสองหมอบกระแต เขาจึงหันไปบอกอุ่นใจ "อุ่นใจ ไปกับฉัน"

อุ่นใจไม่ทันคิดอะไรเพราะเวลานี้ขอแต่ให้หนีพ้นจากสภาพตรงนี้ไปได้ก่อนก็ดีใจแล้ว นักรบพาเธอไปขึ้นรถขับออกไปในสภาพที่เธอยังถูกมัดมืออยู่

นักรบขับรถไปราวกับเหาะจนอุ่นใจไม่สบายใจ เขาพาเธอไปที่ท่าเรือริมทะเล อุ้มเธอลงเรือแล้วขับเรือยอชต์ส่วนตัวออกไปทันที

อุ่นใจยังถูกมัดมืออยู่เธอได้แต่ร้องถามว่าจะพาตนไปไหน ให้พาตนกลับบ้านเดี๋ยวนี้ สุดท้ายนักรบยอมปลดเชือกที่มัดเธอถามว่า

"ฉันปล่อยเธอแล้ว ทีนี้เราจะคุยกันได้รึยัง"

อุ่นใจไม่ยอมคุย เธอถอยไปที่กราบเรือมองลงไปในทะเล นักรบถามว่าเธอแน่ใจหรือว่าจะหนีลงไปข้างล่างนั่น

อุ่น ใจประณามว่าเขาก็ไม่ต่างกับโจรสองคนนั่น พูดอย่างเด็ดเดี่ยวว่าถ้าตนต้องตายเพื่อจะหนีไปจากเขาก็จะทำ พูดแล้วกระโดดจากกราบเรือลงทะเลไปทันที

นักรบตกใจมากคว้าห่วงชูชีพโยนลงไปแล้วกระโดดตามลงไปคว้าตัวเธอไว้ ทั้งคู่ลงไปดิ้นรนต่อสู้กันในน้ำ จนกระทั่งนักรบบอกว่า

"เอา สิ ถ้าเธอตายฉันก็จะตายตามเธอไปด้วย ฉันจะตามเธอไปทุกที่ ยังไงเราก็ต้องอยู่ด้วยกันอยู่แล้ว" แล้วเขาก็บอกกับเธอว่า "ฉันพาเธอมาที่นี่ ไม่ใช่เพราะฉันคิดไม่ดีอะไร แต่ฉันอยากจะปรับความเข้าใจกับเธอ" แล้วนักรบก็อ้อนวอนขอโอกาสตนอีกสักครั้ง

เมื่อ อุ่นใจใจอ่อนเขาพาเธอขึ้นเรือให้เปลี่ยนเสื้อผ้าเสียเดี๋ยวจะไม่สบาย แล้วถามเธอจริงจังว่า เธอจะแต่งงานกับจอมทัพจริงหรือ อุ่นใจบอกว่าตอนนี้จอมทัพรอจดทะเบียนอยู่ที่เขตแล้ว ยืนยันว่าเขารักตนแต่พอนักรบถามว่าแล้วเธอรักเขาหรือเปล่า อุ่นใจกลับอึ้ง นักรบรู้ทันรีบตัดบท

"อย่าเพิ่งพูดอะไรตอนนี้เลย เปลี่ยนเสื้อผ้าเสียก่อน เดี๋ยวฉันจะหาอะไรให้กิน"

ooooooo

จอมทัพ ไปรออุ่นใจที่สำนักงานเขตแล้ว ดารารายทำทีว่าไปทำธุระที่นั่นเจอเขาโดยบังเอิญ ถามว่ามารอจดทะเบียนกับอุ่นใจหรือ แล้วทำไมยังไม่มา พอจอมทัพพูดไม่ออก เธอใส่ไคล้ทันทีว่า อุ่นใจไม่ได้อยากแต่งงานกับเขา เธอแค่ต้องการใช้เขาเป็นสะพานยั่วให้นักรบหึงเท่านั้น

พอเห็นจอมทัพนิ่งอึ้ง ดารารายใส่ไฟต่อทันที

"ฉัน รู้ว่าคุณฉลาดพอที่จะมองออกว่าเขาสองคนมีเยื่อใยกันมาตลอด เมื่อก่อนฉันก็เป็นอย่างคุณ ไม่อยากยอมรับว่าตัวเองแพ้ แต่ในที่สุดฉันก็ฝืนความจริงไม่ได้ เพราะยิ่งอยู่กับนักรบฉันก็ยิ่งรู้สึกว่าตัวเองไร้ค่า ฉันไม่อยากให้คุณต้องเป็นเหมือนฉันวันนั้น เพราะมันไม่ใช่เรื่องสนุกเลย"

ดารารายพูดทิ้งไว้แล้วกรีดกรายไป จอมทัพนิ่งคิดหนักใจ แต่ยังรออุ่นใจอยู่ที่นั่น

ooooooo

หลัง จากพาขึ้นเรือบรรยากาศผ่อนคลายลงแล้ว   นักรบทำอาหารเมนูไข่ต้มเพื่อฟื้นความจำให้อุ่นใจกิน ทั้งยังบอกเธอว่าเขาทำทุกอย่างเพื่อยืนยันกับเธอว่า เขาไม่ได้ป่วยแล้ว  เขาเล่าให้ฟังถึงตอนที่ถูกทำร้ายจนสลบและเข้าโรงพยาบาล   เวลานั้นเขาได้พบกับเอื้อ  เล่าถึงสิ่งที่เอื้อพูดกับเขา   แล้วพูดถึงสภาพปัจจุบันว่า

"ฉันพรากทุกอย่างไปจากเธอ แล้วตอนนี้ฉันก็แทบไม่เหลืออะไรแล้ว บริษัทก็กลายเป็นของคนอื่น แม่ฉันก็กลายเป็นบ้า คู่หมั้นที่หมั้นกันเพราะผลประโยชน์ก็ตีจาก เพื่อนฝูงฉันก็ไม่มีอีกแล้วมีแต่ศัตรูที่รอรุมซ้ำฉัน"

อุ่นใจถามว่า ต้องการให้ตนเห็นใจใช่ไหม นักรบปฏิเสธยอมรับว่าทุกอย่างเกิดขึ้นเพราะการกระทำของตัวเขาเอง ตนควรถูกซ้ำเติม ตอนนี้ตัวเองก็ยังสมน้ำหน้าตัวเองอยู่เลย แต่ที่เล่าให้ฟังก็เพียงแค่อยากให้เธอรู้ว่าตนเสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นและ กำลังพยายามแก้ไขทุกอย่างให้ดีขึ้น แล้วขอร้องว่า

"ฉันอยากจะขอโอกาส จากเธอ ให้รอดูความเปลี่ยนแปลง ของฉันได้ไหม"   อุ่นใจย้อนถามว่าทำไมต้องเป็นตน เขากุมมือเธอมองหน้าบอกว่า   "เพราะเธอคือคนที่สำคัญที่สุดของฉัน"

นอกจากนี้เขายังยอมรับว่าที่ ผ่านมานั้นเขาทำไม่ดีกับเธอเพราะความผิดปกติของตัวเอง ด้วยความรู้สึกลึกๆที่มีต่อนักรบกอปรกับที่เขาสำนึกผิดขอโทษขอโอกาส ในที่สุดต่างก็ยอมรับความรู้สึกที่มีต่อกัน ปล่อยตัวไปตามอารมณ์ปรารถนาของกันและกัน...

ooooooo

รุ่งขึ้น เมื่ออุ่นใจขอให้พาเธอกลับบ้านเพราะยังมีอีกหลายเรื่องที่ต้องรีบจัดการ นักรบรู้ว่าเธอต้องการกลับไปเคลียร์กับจอมทัพ แม้จะไม่สบายใจแต่ก็ต้องพาเธอกลับ

พอกลับถึงบ้านดอกจันปรากฏว่า จอมทัพรออยู่ที่นั่นแล้ว เขาโกรธมากตรงเข้าชกนักรบถามว่าเขาพาอุ่นใจไปใช่ไหม ทำอะไรเธอบอกมาเดี๋ยวนี้ จนอุ่นใจต้องรีบเข้ามาห้าม จอมทัพใจเย็นลงถามว่านักรบพาเธอไปไหนมา อุ่นใจจึงเล่าความจริงให้ฟังว่า

"เมื่อวาน พ่อของคุณส่งคนมาจับตัวฉัน แต่คุณนักรบเขาไปช่วยฉันไว้"

จอมทัพ ตะลึงอึ้งกับการกระทำของจอมภพ เขาพาอุ่นใจกลับบ้านไปต่อว่าพ่อว่าทำไมทำแบบนี้ ตนรับไม่ได้ จอมภพพูดหน้าตาเฉยว่าตนไม่ได้ฆ่าอุ่นใจแต่ต้องการสั่งสอนเท่านั้น จอมทัพบอกพ่ออย่างผิดหวังว่า

"คุณพ่อรู้ไหม ยิ่งทำแบบนี้ ผมก็ยิ่งรู้สึกว่าเรารักกันมากขึ้น"

อุ่น ใจมองหน้าจอมทัพรู้สึกละอายใจที่จอมทัพมีความจริงใจกับตน แต่ความจริงเรื่องไม่ได้เป็นอย่างที่เขาคิดแล้ว ยิ่งเมื่อเขาเดินมาส่งเธอที่หน้าบ้านบอกว่าเขาจะออกไปอยู่โรงแรมสักพัก จนกว่าจะหาที่อยู่ใหม่ได้ แล้วเมื่อถึงวันนั้นเราจะแต่งงานกันทันที ถามเธอว่า "คุณรอได้ใช่ไหมอุ่นใจ"

"ค่ะ" อุ่นใจกล้ำกลืนตอบเขา เมื่อจอมทัพดึงเธอเข้า ไปกอดแล้วพาขึ้นรถ   อุ่นใจได้แต่นั่งนิ่งด้วยสีหน้าที่ไม่มีความสุขเลย...

ooooooo

อุ่นใจเล่าความจริงทั้งหมดที่ไปกับนักรบให้ ดอกจันฟัง ดอกจันฟังแล้วอึ้งแต่ก็บอกเพื่อนรักว่า

"ฉัน ไม่ตัดสินแกหรอกนะอุ่น เพราะฉันรู้ว่าเรื่องแบบนี้ มันต้องเกิดกับตัวเองถึงจะรู้ว่าควรตัดสินใจยังไง ฉันก็ได้แต่หวังว่าแกจะเลือกทางที่ดีที่สุดสำหรับตัวเองนะ"

แล้วคืนนี้เอง นักรบก็มาหาอุ่นใจอีกถามว่าจอมทัพมาคุยอะไรกับเธอบอกได้ไหม

พอ อุ่นใจบอกว่าจอมทัพทะเลาะกับพ่ออย่างรุนแรงและออกมาอยู่โรงแรมจนกว่าจะหา เรือนหอได้แล้วค่อยย้ายเข้าไปอยู่ด้วยกัน นักรบผิดหวังมากถามว่าทำไมเธอไม่บอกเรื่องของเรากับจอมทัพ

"ลืมมันไป เถอะมันจบแล้ว สิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อคืนก็ขอให้คิดว่ามันเป็นการให้อภัยจากฉันก็แล้วกัน แล้วคุณก็อย่ามาที่นี่อีกเลยนะนักรบ ถือว่าฉันขอร้อง อย่ามายุ่งกับพวกเราอีก...ปล่อยฉันไปเถอะ"

อุ่นใจร้องไห้อย่างหนัก นักรบทิ้งมือลงอย่างหมดแรง ก้าวขาไม่ออกทั้งๆที่เห็นอุ่นใจเดินถอยห่างไปทุกทีจนกระทั่งหายเข้าไปในบ้าน

ดอกจันรอรับเพื่อนอยู่ในบ้านพอเห็นเพื่อนรักอุ่นใจก็ยิ่งร้องไห้บอกว่า

"ฉันทำผิดกับคุณจอมทัพไม่ได้ เพราะถ้าทำอย่างนั้น ฉันก็จะไม่ต่างจากผู้หญิงอย่างคุณดารารายเลย ฉันทำไม่ได้..."

ในที่สุด อุ่นใจตัดสินใจยอมสละโสดให้จอมทัพ แต่ยอมมอบทั้งกายและหัวใจให้นักรบ...

ooooooo

ทุก อย่างเปลี่ยนแปลงตามเวลาที่ผ่านไป นักรบยังพยายามทำใจเรื่องอุ่นใจ จอมทัพมีความสุขกับการพาอุ่นใจไปหาบ้านตามโครงการหมู่บ้านจัดสรร นิมมานควงนักคิดเดินชูคอในงานสังคมต่างๆในฐานะผู้บริหารไทเกอร์คิงเต็มตัว

ทอง ทิวติดตามการทำงานของนิมมานและนักคิดจากสื่อมวลชนต่างๆ บอกนักรบว่าสองแม่ลูกยังไม่ได้ลงมือทำงานเลยแม้แต่ชิ้นเดียว ดีแต่สร้างภาพว่าไทเกอร์คิงจะฟื้นกลับมาพร้อมกับผู้บริหารชุดใหม่

นักรบ ตัดสินใจไม่ยอมให้ไทเกอร์คิงพังง่ายๆ บอกทองทิวว่าจะพยายามยับยั้งเท่าที่จะทำได้ คืนนี้เขาจึงไปที่โรงงาน โดยให้ทองทิวคอยดูต้นทางด้านนอกแต่อย่าเข้าไปกวน

นักรบไปในส่วนของ โรงงานตรงไปเปิดคอมพิวเตอร์ ออกแบบอะไรบางอย่างอย่างเคร่งเครียด จนในที่สุดเขาก็ทำสำเร็จมันคือไมโครชิพขนาดเล็กมากนั่นเอง!

เสร็จ แล้วนักรบไปผับแห่งหนึ่งที่นักคิดกำลังฉลองวันเกิดมีสาวๆห้อมล้อมเต็มไปหมด พอนักคิดเห็นนักรบเข้ามาก็ลุกไปหาถามเยาะเย้ยว่าจะมาสมัครงานที่นี่หรือ

นักรบ ไม่สนใจ เขาบอกว่าแค่อยากจะมาดูว่าประธานไทเกอร์คิงกำลังมาทำอะไรอยู่ที่นี่เท่านั้น นักคิดตบไหล่นักรบบอกว่าคนที่จะเข้ามาได้ต้องมีการ์ดเชิญเท่านั้น นักรบตบไหล่คืนเตือนเขาว่า

"บริษัทอยู่ในมือนายนะนักคิด ถ้ามันล้มเหลว นายก็จะล้มไปด้วย"

"แก ขู่ฉันก็เพราะอิจฉาฉันน่ะสิ ตอนนี้ฉันได้ทุกอย่างที่เป็นของแกแล้วนี่ ทั้งบริษัทแล้วก็ทั้งตัวคู่หมั้นของแกด้วย ที่จริงอย่างหลังฉันได้มาตั้งนานแล้วด้วย แต่ยังไม่ได้เอาหลักฐานให้แกดูว่ะ ฮ่ะๆๆ"

นักรบหน้าซีดเผือดเขาเดาได้ทันทีว่านักคิดใช้วิธีสกปรกอย่างไรกับดาราราย เตือนนักคิดว่า

"ดารารายไม่ใช่ของเล่นที่นายเคี้ยวได้ง่ายๆนะนักคิดอย่ายุ่งกับเธอดีกว่า"

นักคิดหัวเราะเยาะว่าจะเคี้ยวยากหรือเคี้ยวง่ายตนก็เคี้ยวมาจนเบื่อแล้ว พูดแล้วหัวเราะเยาะใส่หน้านักรบก่อนเดินกลับเข้าไปในงาน

ooooooo

ซู ซี่ไปขโมยซีดีลับที่ดารารายเก็บไว้ที่ห้องนอน เธอตกใจมากพุ่งเป้าไปที่ซูซี่ทันที ส่วนซูซี่พอขโมยแผ่นซีดีไปได้แล้วก็เอาไปให้นักคิดพร้อมกับขอรางวัลงามๆใน คืนวันเกิดของเขา

ทั้งหมดนี้อยู่ในสายตาของนักรบที่เขาแอบติดชิพไว้ ที่นาฬิกาของนักคิดตอนพบกันแล้วมาเปิดจอทีวีเล็กในรถติดตามการเคลื่อนไหวของ นักคิดด้วยสีหน้าเครียดจัด

ได้ซีดีแล้วนักคิดโทร.นัดดารารายออกมาพบ กัน  เขาเปิดบังกะโลคอย โดยไม่รู้ว่านักรบขับรถตามมาทำทีเข้าบังกะโลข้างๆแต่ที่แท้ซุ่มอยู่ใกล้ๆ แล้วนักรบก็ตกใจเมื่อเห็นสิ่งผิดปกติบางอย่างที่หน้าบังกะโลของนักคิด เขาพยายามโทร.บอก นักคิดเห็นเป็นเบอร์นักรบก็กดทิ้งบ่นอย่างรำคาญว่า "โทร.มาทำไมวะ"

ที่แท้ดารารายกับตุลย์คบคิดกันแก้เผ็ดนักคิด โดยตุลย์ส่งนักเลงไปจัดการนักคิดที่นัดดารารายให้ไปพบที่บังกะโล สวนดารารายเองก็ดักจัดการซูซี่ พอเห็นซูซี่ลงจากรถแท็กซี่แล้วข้ามถนนจะเข้าบ้าน ดารารายขับรถพุ่งเข้าชนอย่างแรงโครมเดียวซูซี่ก็ล้มลงกระตุกไม่กี่ทีก็แน่ นิ่ง

"นี่คือบทเรียนสำหรับสัตว์ที่เลี้ยงไม่เชื่องอย่างแก" ดารารายยิ้มเหี้ยมก่อนขับรถหนีไป

ส่วน ตุลย์ส่งนักเลงไปหานักคิดที่บังกะโล นักคิดตกใจขู่ว่าจะโทร.เรียกตำรวจ เลยถูกมันจับหักแขนไม่เพียงเท่านั้นยังเชือดเข้าที่ขาพับทั้งสองข้างของนัก คิดจนเลือดกระฉูด นักคิดร้องสุดเสียง

นักรบได้ยินเสียงร้องของนักคิด เขาโทร.เรียกตำรวจ ครู่เดียวเสียงไซเรนตำรวจก็แว่วมานักเลงของตุลย์สองคนจึงเผ่นแน่บออกทาง ประตูหลัง ตำรวจคนหนึ่งร้องบอกว่าพวกมันหนีออกด้านหลังตามไปเร็ว ตำรวจอีกส่วนหนึ่งเปิดประตูเข้าไป นักรบตามไปเห็นนักคิดนอนร้องโอดโอยขาพับทั้งสองข้างเลือดยังพุ่งนอง นักรบโผเข้าช่วยนักคิด จนกระทั่งพาไปส่งโรงพยาบาล

ooooooo

นิมมาน รีบไปดูนักคิดที่โรงพยาบาลอ้อนวอนตำรวจให้ช่วยลูกชายตนด้วย ทองทิวพรวดเข้ามาหน้าตาตื่น นิมมานถามว่ามาทำอะไรที่นี่ นักรบพูดก่อนเผยตัวว่า

"ผมเป็นคนเรียกให้มาเอง ทองทิวจะมาจัดการกับพวกนักข่าวไม่ให้รู้เรื่องนี้ เพราะถ้าข่าวนี้แพร่งพรายไปว่าเกิดอะไรขึ้นกับนักคิด บริษัทของคุณน้าจะมีปัญหา"

จากนั้นนักรบเล่าสิ่งที่เขารู้เห็นมาให้นิมมานฟัง นิมมานฟังแล้วอึ้ง   นักรบแสดงความเสียใจที่ช่วยนักคิดได้เร็วที่สุดแค่นี้เอง

พอดีพยาบาลเข้ามาแจ้งว่านักคิดเสียเลือดมากต้องการเลือดกรุ๊ปโออย่างเร็วที่สุด นิมมานตกใจเพราะตนเลือดคนละกรุ๊ปกับนักคิด

"เลือดกรุ๊ปโอ เอาเลือดผมไปได้เลย" นักรบบอกโดยไม่ลังเลแล้วรีบเดินตามพยาบาลไป

นิมมานมองตามอย่างคาดไม่ถึงว่านักรบจะช่วยนักคิดได้ถึงขนาดนี้...

ooooooo


นักคิดปลอดภัยหลังจากได้รับเลือดจากนักรบ ยังความซาบซึ้งใจแก่นิมมานมาก เรื่องไทเกอร์คิงนั้น นิมมานยอมรับว่าตนไม่มีความสามารถในการบริหาร ทองทิวกับนักรบมีความเห็นพ้องกันว่าถ้าไทเกอร์คิงยังไม่มีการเปิดบริษัทขึ้นอีกครั้งสถานการณ์ก็คงไม่ดีขึ้น ถ้าตุลย์รวมกับฟีนิกซ์ได้ไทเกอร์คิงก็จะยิ่งเดือดร้อน

นักรบเสนอว่ามีทางเดียวคือต้องให้พนักงานเชื่อมั่นในตัวผู้บริหารและยอมกลับเข้าทำงาน

จากนั้นมีก็มีข่าวนักรบผงาดกลับไทเกอร์คิงเพื่อกู้วิกฤติ  ดารารายตกใจกลัวเรื่องของตนจะรู้ถึงหูนักรบ  ทางออกคือต้องจับมือกับฟีนิกซ์ให้แน่นแฟ้นเพื่อช่วยกันไล่บี้ไทเกอร์คิงไม่ให้เกิด

ดารารายกับตุลย์คิดสะระตะแล้วปักหลักยึดมั่นอยู่กับฟีนิกซ์สู้กับไทเกอร์คิง

เปลวแสงได้รับจดหมายเชิญให้ไปร่วมงานเปิดแถลงข่าวของไทเกอร์คิง ในวันนั้น นักรบขึ้นไปยืนบนโพเดียมที่เขาเคยยืนในฐานะ "พยัคฆ์ราชา" แต่วันนี้เขาเป็นตัวแทนนักคิดประธานคนใหม่ที่รักษาตัวอยู่ เขาถูกพนักงานโห่ขับไล่ แต่นักรบก็ใช้ความจริงใจเป็นใบเบิกทาง ยอมรับความผิดพลาดในอดีตว่า

"ที่ผ่านมา ผมคิดว่าความสำเร็จของบริษัทเกิดจากฝีมือตัวเองเพียงคนเดียว ทั้งที่จริงๆแล้วมันเป็นสิ่งที่พวกเราทุกคนร่วมสร้างมาด้วยกัน ดังนั้น นับจากนี้ไปพนักงานทุกคนของ ไทเกอร์คิงจะได้รับหุ้นของบริษัทตามสัดส่วนตำแหน่งงาน"

มาตรการนี้ทำให้พนักงานฮือฮาฮึกเหิมกันขึ้นมา เปลว แสงที่อยู่ในกลุ่มนักข่าวถามทะลุกลางปล้องขึ้นว่าทำแบบนี้เพื่อซื้อใจคนให้กลับมาเป็นทาสเขาต่อไปใช่ไหม นักรบตอบอย่างหนักแน่นว่าไม่มีใครเป็นทาสใคร ต่อไปนี้มีแต่ครอบครัวไทเกอร์คิงเท่านั้น แล้วยกมือไหว้ทุกคน สัญญาว่า

"ผมขอโทษในทุกสิ่งทุกอย่างที่ทำให้เกิดผลกระทบกับคนอื่น ผมสัญญาว่าจะขอชดใช้มันต่อไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุดตราบใดที่ผมยังมีชีวิตอยู่"

อุ่นใจกำลังเดินห้างอยู่เธอหยุดดูการแถลงข่าวอย่างสะเทือนใจจนน้ำตาคลอ กระทั่งจอมทัพมาถามว่าเป็นอะไร เธอปดว่าผงเข้าตาแล้วพากันเดินห้างต่อ

คำประกาศของนักรบได้รับเสียงปรบมือกึกก้องไปทั้งห้องประชุม พนักงานทุกคนฮึกเหิมพร้อมที่จะกลับไปช่วยทำให้ไทเกอร์คิงผงาดขึ้นมาอีกครั้ง

หลังจากแถลงข่าว นักรบมอบเช็คให้เปลวแสงช่วยงานทำบุญคุณพ่อเธอที่จะจัดในอาทิตย์หน้านี้ ด้วยความรู้สึกผิดที่ได้ทำกับพ่อของเธอ

ooooooo

เมื่อจอมภพรู้ข่าวการกลับมาผงาดอีกครั้งของไทเกอร์คิงก็ร้อนใจ โทร.หาตุลย์หมายจับคู่ให้จอมทัพกับดารารายเพื่อผลประโยชน์ร่วมกัน

แต่คืนเดียวกันนี้ จอมทัพพาอุ่นใจไปดูห้องชุดที่คอนโดฯ ที่เขาเตรียมซื้อไว้เป็นเรือนหอ เมื่อเข้าไปดูห้องเขาจะหอมแก้มอุ่นใจ เธอตกใจผลักเขาออกบอกเขาว่า "ฉันไม่พร้อม"

จอมทัพเอะใจถามว่าเธอไม่ได้รักเขาใช่ไหม อุ่นใจไม่ตอบเอ่ยเพียงคำขอโทษ ทำให้จอมทัพนึกถึงคำพูดของดารารายที่ว่าอุ่นใจใช้เขาเป็นเครื่องมือยั่วให้นักรบหึงเท่านั้นเอง

ทั้งจอมทัพและอุ่นใจต่างเสียใจ จอมทัพรับไม่ได้เดินเซซังออกจากห้องไป...

จากนั้นอุ่นใจลาออกจากงานกลับไปรับส่งโอ๋ไปโรงเรียนตามเดิม

จู่ๆนักรบก็ไปหาตุลย์ที่ห้องทำงานเพื่อยืนยันว่าไทเกอร์คิง ยังพร้อมที่จะเป็นเจ้าของสัมปทานเครือข่ายอยู่ ตุลย์หัวเราะบอกว่าไม่ต้องห่วงทั้งสองบริษัทยังเป็นคู่แข่งกันอยู่ ผลจะเป็นอย่างไรพรุ่งนี้ก็รู้

นักรบลุกขึ้นยื่นมือไปสัมผัสลาตุลย์ วินาทีนั้นเขาทำอะไรบางอย่างโดยที่ตุลย์ไม่รู้ตัว

ในที่สุดจอมทัพก็ตกหลุมพรางของจอมภพกับตุลย์ เมื่อเขาไปนั่งดื่มเมาข้ามคืนแล้วดารารายไปรับพากลับคอนโดฯ ของเขา จากนั้นโทร.บอกตุลย์ว่าตอนนี้จอมทัพอยู่กับตนแล้ว

ooooooo

รุ่งขึ้น ผลการประมูลฟีนิกซ์เป็นฝ่ายชนะ นักรบลุกขึ้นประท้วงทันทีว่าการประมูลครั้งนี้มีการทุจริต แล้วให้ทองทิวเปิดภาพบันทึกเหตุการณ์ล่าสุดจากไมโครชิพที่นักรบแอบติดไว้ที่นาฬิกาของตุลย์เมื่อวานนี้

มันเป็นภาพและเสียงของตุลย์ที่คุยกับจอมภพ เสียงตุลย์ชัดเจนว่า

"ก็เป็นอันว่าคุณไม่ต้องสงสัยแล้วนะว่าพรุ่งนี้ผมจะเลือกใคร ทีนี้ก็อยู่ที่ว่าคุณจะให้ส่วนแบ่งผมเท่าไร"

ตุลย์สั่งให้หยุดเดี๋ยวนี้ หาว่านักรบใส่ความตน แต่นักข่าว ฮือกันเข้ามารุมล้อมเขาแล้ว ส่วนจอมภพอาศัยช่วงชุลมุนหลบออกจากห้องประชุมไป

ผลจากการถูกจับได้ว่าฮั้วประมูลกันครั้งนี้ นอกจากทำให้ ครอบครัวตุลย์กับจอมภพทะเลาะกันรุนแรงแล้ว ตุลย์ยังถูกยึดทรัพย์จนยิงตัวตายทั้งพ่อลูกและฟีนิกซ์โดนตัดสิทธิ์และถูกฟ้องล้มละลายด้วย

หลังชนะการประมูลแล้ว นักรบขอบใจเปลวแสงที่ให้ ความร่วมมืออย่างดี เธอบอกว่าอย่าเข้าใจผิดว่าตนทำเพื่อช่วยเขา ตนทำไปตามหน้าที่สื่อมวลชนที่ดีเท่านั้น ย้ำว่าอย่าลืมว่าพรุ่งนี้เขาจะไปออกทีวีให้สัมภาษณ์ในรายการของเธอ นักรบบอกว่าเขาเตรียมพร้อมแล้ว

จอมภพเตรียมพาจอมทัพและพิมหนีไปต่างประเทศ จอมทัพบอกให้พ่อไปรอที่สนามบินเดี๋ยวตนตามไป แล้วเขาก็ไปหาอุ่นใจที่บ้าน บอกเธอว่าโชคดีที่เธอเดินออกไปจากชีวิตตนได้ทัน  จากนั้นก็โทร.เรียกตำรวจมาจับตัวเขาแทนการหนีไปกับจอมภพผู้เป็นพ่อ แต่จอมภพกับพิมก็ถูกตำรวจตามจับตัวได้ที่สนามบิน

ส่วนนิมมานพานักคิดไปรักษาตัวที่ต่างประเทศเพื่อ กลับมาช่วยกันบริหารบริษัทกับนักรบต่อไป

ooooooo

รุ่งขึ้นที่ห้องสตูดิโอ เปลวแสงสัมภาษณ์นักรบตามที่นัดกันไว้ เธอถามว่าความสำเร็จครั้งนี้เป็นผลมาจากอะไร  นักรบตอบว่าเมื่อทำสิ่งใดด้วยความตั้งใจดี ผลตอบแทนก็ต้องดีด้วย

เปลวแสงถามอีกว่าแล้วความตั้งใจดีของเขาคืออะไร เขา เชื่อว่าการวางรากฐานเครือข่ายอินเตอร์เน็ตในประเทศไทยจะมีส่วนสำหรับการพัฒนาประเทศในระยะยาว ครั้นเธอถามว่านี่เป็นนโยบายของไทเกอร์คิงใช่ไหม นักรบตอบอย่างหนักแน่นว่า

"แน่นอนครับ ไทเกอร์คิงจะไม่มีวันเหมือนเดิมอีก เราจะไม่ใช่องค์กรแสวงหากำไรแต่เพียงอย่างเดียว แต่จะทำทุกอย่างเพื่อตอบแทนสังคมด้วย เพราะเมื่อก่อนผมทำธุรกิจโดยใช้สมองแล้วผลที่ได้รับคือความล้มเหลวในระยะยาว เพราะฉะนั้น

ต่อไปนี้ไทเกอร์คิงจะเป็นองค์กรที่บริหารงานด้วยหัวใจเป็นหลัก"

สำหรับแรงบันดาลใจที่ทำให้เขาเกิดความเปลี่ยนแปลงนั้น นักรบพูดอย่างภาคภูมิใจว่า

"ผมนึกถึงคำพูดของคุณพ่อที่บอกว่าอย่าใช้แต่ความเก่งแต่ต้องใช้ความดีด้วย ที่ผ่านมาผมเอาแต่ยึดความเก่งของคุณแม่ เป็นต้นแบบจนลืมไปว่าผมมีแบบอย่างที่ดีอีกด้านจากคุณพ่อ เพราะฉะนั้น ต่อไปนี้ผมจะใช้ทั้งสองด้านไปพร้อมๆกัน"

นักรบไม่ลืมพูดถึงอีกคนหนึ่งที่เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ เขาเปลี่ยนแปลง เธอคืออุ่นใจ เขาพูดอย่างภูมิใจว่า

"เธอเป็นผู้หญิงที่สอนบทเรียนชีวิตให้กับผมหลายอย่าง เธอเป็นทั้งบ้านที่ทำให้ผมอบอุ่นใจและเป็นคนที่ลงโทษผมได้อย่างรุนแรงที่สุด แต่ไม่ว่าจะยังไงผมก็ไม่มีวันหมดรักเธอได้"

ความเปลี่ยนแปลงอย่างมั่นคงของนักรบ ทำให้อุ่นใจ เชื่อใจเขา หลังจากนั้นเขาพาเธอไปไหว้และเยี่ยมนายิกา อุ่นใจ ดูแลนายิกาอย่างดีทั้งที่นายิกาจำใครไม่ได้มีแต่แววตาที่มองอย่างว่างเปล่า...

ooooooo

เมื่อทุกอย่างลงตัวแล้ว นักคิดเตรียมตัวเดินทางไปรักษาตัวที่ต่างประเทศด้วยความหวังว่าจะกลับมาเดินได้เหมือนเดิม นักรบอวยพรให้น้องหายเร็วๆและกลับมาช่วยกันบริหารบริษัทของพวกเรา

ก่อนขึ้นเครื่องนักคิดเห็นพาดหัวข่าว "รมต.ดังกับลูกสาวยิงตัวตายหนีอายคดียึดทรัพย์" นิมมานเอ่ยขึ้นว่า "ในที่สุดก็ไม่มีใครหนีกรรมไปพ้น อย่าไปถือโทษโกรธเขาอีกเลยนะลูก" นักคิดบอกแม่ว่าตนให้อภัยไปนานแล้ว เพราะเราต่างก็รับกรรมเท่าๆกัน

ส่งนักคิดกับนิมมานแล้ว นักรบกับอุ่นใจไปเยี่ยมจอมทัพที่ห้องขัง เขาชื่นชมความกล้าหาญของจอมทัพ เชื่อว่าอุปสรรคแค่นี้คงจะทำให้จอมทัพพาฟีนิกซ์กลับมาได้อย่างเข้มแข็งแน่

"แน่นอนอยู่แล้ว ในเมื่อคุณล้มแล้วลุกขึ้นมาได้ใหม่ ผมก็จะทำให้ได้เหมือนกัน เพื่อพิสูจน์ว่าเราคือคู่ต่อสู้ที่เหมาะสมกันที่สุด"

"ผมจะรอวันนั้น" นักรบยื่นมือไปสัมผัสกับจอมทัพมองกันอย่างท้าทายในการแข่งขันกันในมิติใหม่

ฝ่ายทองทิวตัดสินใจไปสร้างเนื้อสร้างตัวด้วยการปลูกผักกับทองใบด้วยความเห็นชอบสนับสนุนจากนักรบ เขามีวิธีการทำตลาดแนวใหม่คือ "ซื้อมือถือแจกผักหนึ่งซอง" เขาบอกพ่อว่าจะพยายามสร้างเนื้อสร้างตัวเพื่อว่าแต่งงานไปแล้วดอกจันจะได้ไม่ลำบาก

สุดท้ายที่นักรบกับอุ่นใจต้องบอกกล่าวคือ เอื้อกับแม่นวล ทั้งสองพาโอ๋ไปโปรยดอกไม้ลงทะเล โอ๋สัญญาว่าโตขึ้นจะเป็นเด็กดี อุ่นใจภาวนาให้ชาติหน้าเราได้เกิดมาเป็นพี่น้องแม่ลูกกันอีก ส่วนนักรบขอโทษเอื้อสำหรับทุกอย่างที่ตนทำไป ขอบคุณ ที่สอนตนในหลายๆเรื่อง ตนจะใช้บทเรียนที่ได้จากเขาไปดำเนิน ชีวิตให้ดีที่สุด

สำหรับกับแม่นวล นักรบสัญญาว่าจะดูแลหลานชาย กับลูกสาวของแม่ให้ดี ไม่มีวันทำให้เขาทั้งสองผิดหวังกับตนอีกเป็นอันขาด

ooooooo

โปรยดอกไม้บอกกล่าวแล้ว พากันไปนั่งเล่นที่โขดหินริมทะเล นักรบถามอุ่นใจว่าเอื้อกับแม่นวลจะเชื่อเขาไหม อุ่นใจบอกว่าเอื้อไม่ใช่คนผูกใจเจ็บ เขาตายเพราะต้องการให้นักรบเรียนรู้อะไรบางอย่างเท่านั้น ส่วนที่นักรบฝันเห็นเอื้อบ่อยๆ อุ่นใจบอกว่าเพราะจิตใต้สำนึกของเขารู้สึกว่าตัวเองผิดตลอดเวลานั่นเอง

นักรบหัวเราะถามว่าที่แท้ตนคิดไปเองหรือ แล้วชักสีหน้าเป็นกระด้างดุดันทันทีบอกว่าดีแล้วต่อไปตนจะได้ ไม่ต้องเล่นละครกับเธออีก รู้สึกเหนื่อยมากที่ต้องเล่นละครกลับไปกลับมาเพื่อหลอกเธอ ต่อไปไม่ต้องหลอกอีกแล้วเพราะเธอไม่มีวันหนีพ้นตนไปได้

อุ่นใจตกใจถามว่าทำแบบนี้เพื่อให้มันได้อะไรขึ้นมา นักรบพูดอย่างหมั่นไส้แกมเอ็นดูว่า

"เพราะฉันหมั่นไส้ความจองหองของเธอไง! อยากรู้ นักว่าจะใจอ่อนได้อีกนานแค่ไหน แต่ที่แท้เธอก็รักฉัน" พูดแล้ว รวบอุ่นใจเข้าไปกอด เธอตกใจร้องให้ปล่อยเขาก็หัวเราะบอกว่าตนล้อเล่นเท่านั้น ไม่นึกว่าเธอจะกลัวขนาดนี้

"เล่นบ้าๆ คุณนี่มันโรคจิตชัดๆ" อุ่นใจทำหน้าเขินจัด นักรบกอดเธอไว้แน่นกระซิบบอกว่า

"ใช่ ผมเป็นโรคจิตเพราะถูกสวรรค์สาป แต่สวรรค์ก็สร้างคุณให้มาช่วยเยียวยาจนผมกลายเป็นคนปกติแบบนี้ไงครับ ผมรักคุณนะ" พูดแล้วจูบหน้าผากเธอแผ่วเบา โลมไล้ลงมาประทับจูบปากอย่างอ่อนโยน...


ooooooo

-อวสาน-

ตอนที่ 16

ที่ห้องบำบัดในโรงพยาบาล วันนี้นักรบมาตามนัดอีก หมอเทพนั่งอยู่ข้างเตียงที่นักรบนอน หลับตาตั้งสมาธิอยู่ หมอถามว่า

"วันนี้คุณมองเห็นอะไรบ้างครับคุณนักรบ"

นักรบในสภาพหลับตา พึมพำ...

"ผมได้ยินเสียงคลื่น...ผมได้กลิ่นทะเล...มีกลิ่นหอมบางๆด้วย เหมือนกลิ่นดอกไม้..." ในจิตใต้สำนึกของนักรบเขาเห็นตัวเองหมดสติอยู่ที่ริมหาดและอุ่นใจมาช่วยประคองเขาขึ้นหนุนตักเพื่อทำแผลให้ ระหว่างนั้นผมสลวยของอุ่นใจสยายลงมาบังหน้า...นักรบพึมพำต่อไปว่า

"อุ่นใจ ผมเห็นอุ่นใจ แล้วก็เด็กคนนั้น...ผมคุณหอมจัง...นางฟ้า..."

นักรบเห็นภาพทั้งหมดในเวลานั้น พึมพำบอกหมอเทพว่า "ผมอยู่ที่ริมทะเลกับอุ่นใจและหลาน" หมอถามว่าเขาทำอะไรที่นั่น นักรบเพ่งสมาธิ บอกว่า "ต้มไข่...เราต้มไข่กัน ผมร้องเพลงกับเด็กคนนั้น..."

หมอเทพดีดนิ้วเป๊าะเพื่อเรียกสตินักรบกลับมา นักรบลืมตาขึ้น สีหน้าเปลี่ยนเป็นงุนงงสับสนจนหมอชมว่าวันนี้เขาทำได้ดีมาก นักรบก็ยังงุนงงถามหมอว่า

"สิ่งที่ผมเห็นมันคืออะไรครับหมอ ทำไมผมไปอยู่กับอุ่นใจที่นั่น ทันเป็นความฝันหรือความจริงกันแน่"

"ภาพที่คุณเห็น มันเกิดขึ้นจากความทรงจำส่วนที่ลึกที่สุดของคุณ ไม่ได้เกิดจากความฝัน"

"แต่ผมไม่เคยสะกิดใจเรื่องพวกนี้เลย"

"เพราะเหตุการณ์เหล่านี้ มันเกิดขึ้นตอนที่คุณสูญเสียความเป็นตัวคุณเองไปไงล่ะครับ" นักรบอึ้ง ยิ่งฟังก็ยิ่งงงกับสิ่งที่ได้ยิน

จากนั้น หมอเทพยังนั่งคุยกับนักรบอีกครู่ใหญ่ เขาจึงลากลับ

จนเมื่อกลับมาที่ห้องทำงานแล้ว นักรบยังเฝ้าครุ่นคิดถึงสิ่งที่หมอพูดทิ้งท้ายไว้หลังการบำบัดจบว่า

"ยังมีเรื่องราวอีกมากมายที่เกิดขึ้นตอนที่คุณเสียความทรงจำ แต่มันไม่ใช่หน้าที่หมอที่จะมาบอกว่าเกิดอะไรขึ้น เพราะการรักษาที่ได้ผล คือคุณนักรบจะต้องค่อยๆรำลึกทุกสิ่งทุกอย่างที่คุณสงสัยด้วยตัวเอง"

ooooooo

ความทรงจำของนักรบค่อยๆคืนมา เมื่อเขาเปิดคอมพิวเตอร์ไล่อ่านข่าวเกี่ยวกับการตายของเอื้อ...ดูภาพข่าวอุบัติเหตุของตัวเองอย่างครุ่นคิด...ดูคลิปในยูทูบที่อุ่นใจออกรายการของเปลวแสงเพื่อปฏิเสธว่านักรบไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการตายของเอื้อ...มาจนถึงวันที่เขาแวะไปที่คอนโดที่หัวหินเพื่อสอบถามเรื่องที่อุ่นใจเคยมาอยู่ที่นี่...

เวลาที่คู่กันไปนี้ อุ่นใจในชุดทำงานเดินเข้าบริษัทฟีนิกซ์พร้อมจอมทัพ เขาแนะนำเธอแก่พนักงานแผนกต่างๆ จนเจอจอมภพ อุ่นใจหันมาไหว้แต่จอมภพไม่รับไหว้หากเดินหนีไปเสียเฉยๆ

และเมื่อมาทำงานแล้ว อุ่นใจก็พยายามเรียนรู้งานที่จอมทัพแนะนำ ท่ามกลางความหมั่นไส้ขุ่นเคืองของจอมภพ จนถึงการเข้าประชุมกับจอมทัพและผู้บริหารอื่นๆ ในฐานะเลขาฯจดการประชุมอุ่นใจเรียนรู้และตั้งใจฟังอย่างเต็มที่

แต่ไม่ว่าจะเวลาไหน จอมภพก็ยังคอยชำเลืองมองเธออย่างคอยจับผิดได้ทุกเวลา!

ฝ่ายนักรบ...

หลายวันต่อมา ขณะที่เขานอนหลับอยู่บนเตียงเขาก็ยังฝันถึงวันที่ชวนอุ่นใจออกไปเต้นรำกัน...ฝันถึงวันที่ติดอยู่ในลิฟต์ด้วยกัน...จนกระทั่งเขาหอมแก้มเธอเอาดื้อๆจนอุ่นใจเขิน...

ที่ทำให้นักรบสะดุ้งตื่นคือ เหตุการณ์ที่เขาปล้ำอุ่นใจบนเตียง เธอด่าเขาและร้องไห้ เขากลับยิ่งพยายามจูบเธอ เธอสู้ ไม่ไหวเขาก็ยังระดมจูบไม่หยุด จนเธอกรีดร้อง ทำให้เขาสะดุ้งตื่น

นักรบเหงื่อแตกพลั่กอย่างกังวลเมื่อนึกถึงเหตุการณ์ ต่างๆที่เคยทำไว้กับอุ่นใจ...

ooooooo

วันต่อมา นักรบไปที่บ้านดอกจัน เป็นเวลาที่โอ๋กำลังง่วนอยู่กับการฝึกซ้อมเดาะบอลอยู่หน้าบ้าน บอลหลุดกลิ้งไป เมื่อโอ๋ตามไปเก็บ ปรากฏว่านักรบเก็บส่งให้พร้อมรอยยิ้มเขินๆทักอย่างมีฟอร์ม"ไง"

โอ๋มองอย่างระแวงถามห้วนๆว่ามาทำไม พอเขาบอกว่ามาดูความเป็นอยู่ของพวกโอ๋อยากรู้ว่าอยู่กันอย่างไรหลังจากที่ย่าเสียไปแล้ว

"ก็อยู่กันตามประสาอาหลานน่ะสิ เกี่ยวอะไรกับคุณด้วยล่ะ" โอ๋ปั้นปึ่ง แต่นักรบก็ยังพยายามอดทนถามว่าอาเธอไปไหน โอ๋ตอบอย่างไม่เต็มใจว่าไปทำงาน เขานิ่วหน้าถามอีกว่า

"ทองทิวบอกว่าเขายังเรียนไม่จบไม่ใช่เหรอ แล้วทำไมทำงานได้" โอ๋ตัดบทว่าไม่เกี่ยวกับเขาแล้วอุ้มบอลหันหลังจะเดินไป นักรบตามไปดึงแขนไว้เอาน้ำเย็นเข้าลูบว่า "นี่ ที่ฉันถามก็เพราะเป็นห่วงหรอกนะ ถ้ามีอะไรที่ฉันจะช่วยได้บ้าง..."

"ไม่มี!" โอ๋สะบัดแขนตัดบท "เราไม่ต้องการความช่วยเหลือจากคุณ!"

นักรบอึ้งไป แต่พอโอ๋เดินไปได้สองสามก้าวก็นึกขึ้นได้ หันมาว่ามีอยู่เรื่องหนึ่งให้รอเดี๋ยว    แล้วโอ๋ก็วิ่งเข้าบ้านไป

อุ้มวิทยุของเอื้อที่ตั้งใจซ่อมให้โอ๋แต่ไม่ทันเสร็จก็เสียชีวิตแล้วนักรบเอาไปซ่อมต่อจนเสร็จ เขาเอามาให้โอ๋ในวันที่เขามาเป็นสมาชิกในครอบครัวโอ๋

โอ๋โยนวิทยุลงตรงหน้านักรบแล้ววิ่งเข้าบ้านไปเลย นักรบก้มลงหยิบวิทยุขึ้นมาดู มองตามโอ๋ไปเศร้าๆ คลับคล้ายคลับคลาว่าจะจำได้ถึงความสัมพันธ์ของเขากับสองอาหลานคู่นี้...

ooooooo

คืนวันเดียวกันนี้...ที่งานเลี้ยงการกุศลในโรงแรมหรูแห่งหนึ่ง   ดารารายกรีดกรายเดินคุยกับแขกในงานเยี่ยงสาวผู้เจนสังคม

พลันสายตาก็เห็นจอมทัพควงแขนอุ่นใจเข้ามา เธอเหยียดยิ้มแล้วขอตัวกับแขกเดินไปทักทันที

"สวัสดีค่ะคุณจอมทัพ" เมื่อจอมทัพหันมองหน้าตึงๆ เธอไม่สนใจยังฉอเลาะต่อ "ได้ข่าวตั้งแต่มาถึงงานใหม่ๆว่า คุณจอมทัพจะพาคู่หมั้นสาวมาเปิดตัว แต่ไม่คิดว่าจะเป็นเธอ" พูดพลางหางตาไปที่อุ่นใจ พอจอมทัพบอกว่าตนกับอุ่นใจคุยเรื่องหมั้นกันมาได้สักพักแล้ว ดารารายก็ขุดคุ้ยว่า

"แต่เขาเพิ่งจะโดนนักรบเฉดหัวออกจากคอนโดฯได้ไม่กี่วันเองนะคะ"

อุ่นใจคอแข็งหน้าเชิด หันไปบอกจอมทัพว่าขอตัวไปเข้าห้องน้ำสักครู่แล้วแยกไป

ขณะอุ่นใจกำลังล้างมือนั่นเอง ดารารายก็ตามเข้ามา พูดเยาะเย้ยว่า เก่งจริงๆ เพิ่งพลาดหวังจากนักรบแป๊บเดียวก็หันมาจับคู่แข่งคนสำคัญของเขาทันที

"ฉันผิดหรือคะที่อยากจะจับคู่ตัวเองกับผู้ชายที่ประสบความสำเร็จบ้าง ในเมื่อคุณก็พยายามทำแบบนั้นอยู่เหมือนกัน" อุ่นใจโต้อย่างไม่สะทกสะท้านจนดารารายชักสีหน้าสวนกลับทันทีว่า

"เธอไม่ผิดหรอก แต่ฉันอายแทนคุณจอมทัพเพราะว่าอีกหน่อย พอเขากับนักรบแข่งกันเต็มตัวเราสองคนก็ต้องกลายเป็นคู่ต่อสู้กันไปด้วย แต่ฉันดูสภาพเธอแล้วมันไม่สมศักดิ์ศรี นายหญิงของฟีนิกซ์เลย"

"ฉันทำอะไรได้มากกว่าที่คุณคิด!"

"เธอไม่เคยอยู่ในสังคมเดียวกับฉัน เธอไม่มีวันเข้าใจหรอกว่าการเป็นภรรยานักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ มันต้องมีคุณสมบัติอะไรบ้าง ยังไงเธอก็แพ้ฉันตั้งแต่ยังไม่ออกสตาร์ตแล้ว"

พูดเยาะเย้ยถากถางแล้วดารารายก็เดินเชิดออกไป อุ่นใจพยายามข่มอารมณ์เต็มที่ จนเมื่อออกมาเจอจอมทัพกำลังเดินมาหาเพราะเป็นห่วงที่หายไปนาน พอเห็นหน้าเขาถามว่าเป็นอะไรหรือเปล่า ไม่สบายหรือ อุ่นใจพยายามฝืนยิ้มบอกว่าตนไม่เป็นอะไร

"คุณดาวเขาตามเข้าไปว่าอะไรคุณหรือเปล่า" จอมทัพถามอีก

"เข้าไปในงานเถอะค่ะ คุณบอกว่าจะแนะนำให้ฉันรู้จักกับกลุ่มลูกค้าสำคัญของฟีนิกซ์ไม่ใช่เหรอคะ ฉันอยากพบแล้วล่ะ" อุ่นใจตัดบทแล้วควงแขนเขาเดินกลับเข้าไปในงานอย่างมั่นใจ

ooooooo

ค่ำวันเดียวกันนี้ ที่ไทเกอร์คิง นายิกาย้อนกลับไปที่ห้องทำงานขณะแม่บ้านกำลังจะกลับพอดี เธอขอกาแฟแก้วหนึ่งแล้วให้แม่บ้านกลับไปก่อน บอกแม่บ้านว่าจะมาดูเอกสารนิดหน่อย

แต่พอนายิกาเข้าไปในห้องทำงานก็ผิดสังเกตเมื่อเห็นเอกสารสองสามแผ่นหล่นอยู่ที่พื้น เธอเอะใจตรงไปเปิดตู้เซฟ ทันทีที่ตู้เซฟเปิด เธอได้กลิ่นคุ้นจมูกโชยออกมา นั่นคือกลิ่นน้ำหอมของนิมมานนั่นเอง!

พอจำกลิ่นได้ นายิกาควานหาเอกสารในตู้อย่างร้อนรนกระวนกระวายใจ

หารู้ไม่ว่า เอกสารสำคัญถูกนิมมานเอาไปแล้ว เอาไปอวดนักคิดว่านี่คือข้อมูลลับของไทเกอร์คิงที่เราจะเอาไปให้จอมทัพบอกว่าก๊อบปี้มาเรียบร้อยแล้ว

"ทีนี้นังนายิกากับไอ้นักรบต้องแพ้การประมูล พวกมันจะต้องเหลือแต่ตัวฮ่ะๆๆ" นิมมานหัวเราะสะใจ นักคิดเอาแฟ้มไปพลิกดูเอกสารทีละหน้าอย่างตื่นเต้น พูดเหี้ยมยิ่งกว่าแม่ว่า

"เหลือแค่ตัวมันยังน้อยไปครับ ผมจะไม่ให้มันเหลือแม้แต่ชีวิต!"

งานเปิดตัวสถานีดาวเทียมบนเชิงเขาริมทะเลของไทเกอร์คิงเริ่มขึ้นแล้ว...

นักคิดที่ยังต้องใช้ไม้ค้ำยันไปกับนิมมาน แขกที่มาในงานจับกลุ่มคุยกันอยู่ใกล้ๆกับอาคารด้านหน้าที่มีริบบิ้นยาวพาดผ่านถนนหน้าอาคาร

นิมมาน ถามนักคิดว่าทำไมถึงอยากมาที่นี่นัก จะมาดูไทเกอร์คิงขยายกิจการไปทำไมในเมื่ออีกเดี๋ยวเดียวก็จะล้มไม่เป็นท่า อยู่แล้ว นักคิดบอกว่า ข้อมูลที่แม่ขโมยมานั้นบอกว่านักรบจะมาที่นี่ ตนเตรียมสอนบทเรียนสำคัญคอยต้อนรับอยู่แล้ว

นักคิดยิ้มเหี้ยมกับแผนการของตนแล้วให้นิมมานพยุงเข้าไปภายในงาน

ทองทิวทำหน้าที่พิธีกรตามเคย เขาเดินเข้าประจำที่โพเดียมประกาศอย่างตื่นเต้นว่า

"เอาล่ะครับ แขกผู้มีเกียรติทุกท่าน ตอนนี้ได้เวลาที่เราจะต้อนรับประธานของงานที่จะมาเปิดสถานีดาวเทียมแล้ว ขอเสียงปรบมือด้วยครับ"

แขกทุกคนปรบมือและมองหานักรบ ทองทิวหัวเราะบอกว่าท่านประธานไม่ได้อยู่แถวนี้แต่อยู่โน่น...พลางชี้ไปที่ทางถนนขึ้นเนิน

รถ สปอร์ตเปิดประทุนของนักรบแล่นฉิวขึ้นมา ตรงมาที่แนวริบบิ้นที่ขวางถนนอยู่ พอรถแล่นมาถึงนักรบก็หยิบกรรไกรในรถตัดริบบิ้นที่กั้นทางเข้าไว้แล้วขับตรง เข้าไปกลางงานทันที

เป็นการเปิดงานที่ตื่นตาตื่นใจและประทับใจมาก เสียงปรบมือดังสนั่น นักรบลงจากรถอย่างเท่ยิ้มให้ทุกคนแล้วเดินมาหาทองทิวเฉียดเข้าไปกระซิบอะไร เร็วมาก จนแทบสังเกตไม่ออก แล้วเขาก็พูดกับแขกในงานออกไมค์

"ขอบคุณ ทุกท่านมากครับ  ตอนนี้สถานีดาวเทียมแห่งใหม่ของไทเกอร์คิงเปิดแล้ว เตรียมต้อนรับข่าวดีที่บริษัทเราจะชนะการประมูลสัมปทานครั้งต่อไปในอีกไม่ กี่วันนี้แน่นอนครับ"

เสียงปรบมือสนั่นขึ้นอีกครั้งกับคำสัญญาของนักรบ นิมมานปรบมือตามไปด้วยแต่เบ้หน้าหันมาหานักคิด ปรากฏว่านักคิดไม่อยู่ตรงนั้นแล้ว

ooooooo

นัก คิดแอบไปที่หลังอาคาร พบกับชายลึกลับที่มาซุ่มอยู่ถามว่าพร้อมหรือยัง ชายคนนั้นตอบอย่างมั่นใจว่าพร้อมแล้ว นักคิดควักเงินให้สั่งอย่างเร็ว

"ไป จัดการวางระเบิดรถมันให้เรียบร้อย ทันทีที่มันจะขับรถกลับกดปุ่มสตาร์ตเครื่อง รถจะต้องระเบิดเป็นจุณไปทั้งคัน แล้วอย่าทิ้งหลักฐานเอาไว้ล่ะ"

"ครับๆ" ชายลึกลับรับเงินแล้วหลบออกไป นักคิดมองตามยิ้มอย่างมั่นใจว่าแผนนี้ต้องสำเร็จ!

นักคิดกลับมาที่นิมมานอีกครั้ง ผู้เป็นแม่ถามว่าหายไปไหนมา เขาตอบสั้นๆว่าไปทำธุระมา

นิมมาน ถามว่าไหนว่าจะสั่งสอนอะไรนักรบแล้วหนีลงมาทำไม นักคิดบอกแม่ให้ใจเย็นๆ ตนไม่ทำซึ่งหน้าหรอก บอกแม่ให้คอยดูจากแอ็กชั่นใหญ่ตรงนั้นให้ดีก็แล้วกัน พลางส่งกล้องให้นิมมานส่องดู

มันคือรถของนักรบนั่นเอง นิมมานถามว่าจะทำอะไร นักคิดพูดอย่างกระหยิ่มว่า

"ทันที ที่มันสตาร์ตเครื่องยนต์ รถมันจะระเบิดดังไปทั้งเกาะ" นิมมานตกใจถามว่าเล่นงานกันขนาดนี้เลยหรือ นักคิดหน้าเหี้ยมทันทีบอกว่า "คนอย่างผมโกรธแรง นั่นไง...มันเดินไปที่รถแล้ว อีกไม่นานก็ถึงเวลาตายของไอ้นักรบแล้ว!"

ooooooo

ทองทิว ประกาศขณะนักรบเดินไปที่รถขึ้นนั่งตรงที่คนขับว่า "ท่านประธานของเรากำลังจะเดินทางกลับ พวกเราปรบมือให้คุณนักรบหน่อยครับ" พูดแล้วทองทิวปรบมือนำ ทุกคนปรบมือตาม ส่วนนักรบขึ้นไปนั่งบนรถโบกมือให้ทุกคน

นักรบเอื้อมมือไปจะกดปุ่มสตาร์ตเครื่องยนต์รถ แต่แล้วกลับไม่สตาร์ต เขาลุกขึ้นยืนบนรถสปอร์ตประกาศไปทั่วงานว่า

"ถ้า กลับง่ายๆคงไม่ใช่ไทเกอร์คิง บริษัทเราทำอะไรต้องเกินความคาดเดาเสมอครับ" ว่าแล้วนักรบกระโดดลงจากรถ ท่ามกลางความแปลกใจของผู้ที่มาร่วมงาน ทองทิวรับลูกเนียนๆพูดผ่านไมค์ว่า

"อ้าว...นั่นคุณนักรบจะไปไหนครับ คุณนักรบเดินหายขึ้นไปบนเนินเขาด้านโน้นแล้วครับ"

"นั่นมันจะไปไหน" นิมมานถามนักคิดสีหน้าตกใจ

"ถ้ามันไม่สตาร์ตเครื่องยนต์ รถก็จะไม่ระเบิดสิครับแม่ โธ่เว้ยยยย!!!" นักคิดแทบจะบ้า

ooooooo

ที่เนินเขาอีกด้านหนึ่ง นักรบใส่ชุดพารามอเตอร์ เต็มยศ หันมาโบกมือให้คนดู ทองทิวประกาศทันที

"คุณ นักรบ พยัคฆ์ราชา อยู่ที่เนินเขาด้านโน้นครับ เพื่อความยิ่งใหญ่สมกับเป็นเสือในวงการสื่อสารไทย เขาจะกลับด้วยเครื่องร่อนพารามอเตอร์ครับ"

นักรบโบกมือกับทุกคนแล้วขึ้นเครื่องร่อน ร่อนลงไปจากเนินเขาท่ามกลางสีหน้าชื่นชมของทุกคน

"น่าเสียดาย...ไม่อย่างนั้นเราต้องเห็นไอ้นักรบตายเหมือนในหนังแอ็กชั่นหลายๆเรื่อง" นักคิดบ่นขณะเดินมากับนิมมาน

ทันใดนั้น นักรบกำลังนำพารามอเตอร์ลงมาจากเนินเขาร่อนลงตรงจุดที่นักคิดกับนิมมานเดินอยู่พอดี พูดให้สองแม่ลูกได้ยินว่า

"ฉาก แอ็กชั่นแบบที่ตัวร้ายล้มคลุกฝุ่นไม่เป็นท่าแบบนี้หรือเปล่า" สิ้นเสียงเขาเตะขัดขานักคิดที่หันมองจนล้มลงไป นักคิดตกใจถามว่ามาได้ยังไง นักรบถอดพารามอเตอร์โชว์ให้นักคิดดูพูดแบบอวดๆว่า "ตอนแรกก็ตั้งใจจะขับรถล่ะนะ แต่จู่ๆพอเห็นหน้าพวกแกก็นึกอยากร่อนลงมาซะเฉยๆ"

ความจริงคือ ขณะที่นักรบขับรถเข้ามาที่บริเวณงานนั้น เขาเห็นนักคิดกับนิมมานอยู่ในกลุ่มแขกท่าทางนักคิดมีพิรุธ เขาจึงเดินไปกระซิบบอกทองทิวให้จับตาสองแม่ลูกก่อนขึ้นพูดกับแขกที่มางาน อย่างไร้พิรุธ

นักคิดอึ้งเมื่อรู้ว่าถูกนักรบแก้เกมอย่างเจ็บแสบ นักรบยังพูดเย้ยว่า

"ทีนี้แกจะเอารถฉันที่จอดบนนั้นไปทำอะไรก็ตามใจนะ แต่ฉันว่าไอ้คนที่แกจ้างมาวุ่นวายกับรถฉัน มันคงถูกทองทิวหิ้วไปแล้วล่ะ"

นักรบพูดเช่นนั้นเพราะชายลึกลับที่นักคิดจ้างมานั้น พอแอบมุดลงไปใต้ท้องรถ ก็ถูกทองทิวพา รปภ.มาลากขาออกมาแล้วหิ้วหายไปแล้ว

นักคิดตกใจเมื่อรู้ว่านักรบรู้ทันตนหมดแล้ว นักรบบอกอีกว่า

"แต่ ไม่ต้องกลัวนะว่ามันจะซัดทอดแกกับตำรวจ เรื่องไร้สาระแบบนี้ฉันไม่เสียเวลารบกวนตำรวจหรอก มันคงถูกสั่งสอนอยู่บนนั้นแหละ  แล้วคราวหลังจะทำอะไร  ใช้สมองมากกว่านี้หน่อยนะ แผนจะได้ไม่แป้ก!"

นักรบตบไหล่นักคิดยิ้มเยาะแล้วเดินไป เขาไม่ทำอะไรรุนแรงกว่านี้เพราะอย่างน้อยก็ยังเห็นแก่นักคิดว่าเป็นลูกพี่ลูกน้องกับตัวเอง

แต่นักคิดแค้นใจมาก มองตามนักรบไปอย่างขัดใจ ส่วนนิมมานยังงงๆกับเรื่องราวที่เกิดขึ้น

พอก ลับถึงบ้านนิมมานรู้แผนการของนักคิดก็บ่นว่าทำไมไม่บอกแต่ต้นจะได้ไม่หน้า แตกแบบนี้ นักคิดกำลังหัวเสียที่แผนการล้มเหลวเลยพานโมโหแม่หาว่าแม่ว่าตนโง่ เลยว่าเอาบ้างว่าเราก็แป้กพอกันนั่นแหละ เราเคยทำอะไรได้เสียที่ไหน แต่เรื่องนี้เป็นเรื่องของตนกับนักรบที่ต้องคิดบัญชีกัน

"เอาเถอะลูก ทำมันถึงตายไม่ได้ก็อย่าเพิ่งหมดหวัง อย่าลืมว่าแม่ยังมีแผนที่จะทำให้มันกับแม่ของมันตายทั้งเป็นอยู่ดี" นิมมานยิ้มร้ายกับแผนการของตน

ooooooo

เช้านี้ อุ่นใจแต่งตัวสะพายกระเป๋าจะออกไปทำงาน บอกโอ๋ว่าเย็นนี้จะรีบกลับ ขณะเดินออกจาก บ้านนั้น เธอไม่ได้สังเกตว่ามีรถคันหนึ่งมาซุ่มรออยู่ เดินไปครู่หนึ่งจึงสังเกตเห็นว่ามีรถตามมา เธอรีบหยุดหันเพ่งมอง พอเห็นว่าเป็นนักรบ เธอตรงรี่ไปหา ถามว่าตามตนมาทำไม

นักรบลงจากรถบอกว่า ได้ยินว่าเธอทำงานแล้วก็เลยอยากรู้ว่าทำงานอะไรที่ไหน

"ไม่ใช่ เรื่องของคุณ" อุ่นใจสวนไปเสียงดัง นักรบใจเย็นบอกว่าเธอพูดเหมือนโอ๋ไม่มีผิด ย้ำว่าอย่าลืมว่าเราเคยผูกพันกันมาก่อน คราวนี้เลยถูกด่า "อย่ามาพูดจาสกปรกที่นี่นะ"

นักรบเห็นอุ่นใจจะเดินหนี เขาคว้าแขนเธอไว้บอกว่า มีเรื่องจะคุยด้วย แม้อุ่นใจจะบอกว่าตนไม่มีอะไรจะคุย แต่ก็ถูกนักรบตามตื๊อ เธอเร่งฝีเท้าจนเกือบจะเป็นวิ่ง

เพราะตั้งหน้าตั้งตาเดินหนีนักรบ ทำให้ไม่ระวังตัว ถูกนักวิ่งราวที่ซ่อนตัวอยู่พุ่งเข้ามาฉกกระเป๋าวิ่งหนีไป อุ่นใจตกใจร้องให้คนช่วย นักรบขับรถตามมาเห็นเหตุการณ์เขาปาดรถไปดักหน้านักวิ่งราวเบรกรถกะทันหันจน นักวิ่งราวหยุดไม่ทันเด้งขึ้นไปอยู่บนกระโปรงรถ นักรบลงมากระชากคอเสื้อมันสั่งสอนสองสามคำแล้ว เตะต่อยอีกสองสามที จนมันยกมือไหว้ปลก...ปลก นักรบไล่ให้มันไปเสียก่อนที่ตนจะจับส่งตำรวจ

พอนักวิ่งราวหนีไป  เขาก้มลงหยิบกระเป๋าส่งคืนให้อุ่นใจ ที่วิ่งตามมาถึงพอดี

"ฉัน ช่วยเธอแล้ว ทีนี้เธอต้องช่วยฉันบ้าง" นักรบพูดแล้วลากอุ่นใจปลิวติดมือไป อุ่นใจถามว่าจะพาตนไปไหน ตนไม่ไป นักรบไม่สนใจอุ้มเธอยัดเข้าไปในรถแล้วขับออกไปทันที

ooooooo

ระหว่าง นั่งอยู่ในรถ อุ่นใจทำท่าจะเปิดประตูรถกระโดดลงไป เขาท้าว่าเปิดลงไปเลย รับรองว่าเธอต้องกลิ้งไปอยู่ใต้รถสิบล้อที่อยู่ข้างหลังแน่ อุ่นใจเลยชะงักเปลี่ยนเป็นถามว่าเขาต้องการอะไรกันแน่

"ก็บอกแล้วไงว่าอยากคุยด้วย"

"คุยเรื่องอะไร" อุ่นใจถามแต่มือเธอล้วงเข้าไปในกระเป๋าถือเนียนๆ แอบกดสัญญาณหาจอมทัพ

จอมทัพ กำลังคุยอยู่กับลูกค้า พาเที่ยวชมโรงงานอยู่ ได้ยินสัญญาณขอความช่วยเหลือจากอุ่นใจ เขารีบกดหาตำแหน่งของอุ่นใจผ่านจีพีเอสแล้วหันไปบอกลูกค้าว่าเผอิญมีธุระ ด่วน และขอตัว

เมื่อเช็กสัญญาณจีพีเอสแล้ว จอมทัพเดินอ้าวไปที่รถอย่างรีบร้อน

เมื่ออุ่นใจทำใจเย็นคุยด้วย นักรบจึงเล่าว่า

"หลังๆ นี้ฉันฝันถึงเธอบ่อย   บางทีฉันก็เห็นภาพของเธอ...กับฉันตามที่ต่างๆ จิตแพทย์ของฉันบอกว่ามันไม่ใช่ความฝัน แต่เป็นความทรงจำที่ฉันลืมไปแล้ว"

"แล้วคุณมาบอกฉันทำไม" อุ่นใจถามอย่างเจ็บช้ำ ในขณะที่มือยังคงสอดอยู่ในกระเป๋าถือ

"ฉันพยายามจะเรียกความทรงจำทั้งหมดกลับคืนมา เพื่อที่จะได้รู้เรื่องของเรามากขึ้น เพราะฉันมั่นใจว่าเราสองคนไม่ได้เป็นศัตรูกัน"

ฟัง แล้วอุ่นใจอึ้ง เดาไม่ออกว่าเขาจะมาไม้ไหนอีก พอถามเขาก็บอกว่าอยากให้เธอช่วยทวนความจำทุกเรื่องที่เกี่ยวกับเราให้ฟัง เพราะมีอะไรหลายอย่างที่เขายังไม่เข้าใจ แต่มั่นใจว่าเราไม่ใช่ศัตรูกัน หากแต่เราเคยรักกัน พูดแล้วหันมองหน้าถามอุ่นใจอย่างคาดคั้นว่า

"ใช่ ไหมอุ่นใจ ฉันกับเธอเคยรักกันใช่ไหม...เธอต้องช่วยให้ฉันจำเรื่องทั้งหมดเราจะได้..." นักรบหยุดกึกเมื่อมีเสียงบีบแตรจากรถคันหลังที่พยายามจะตีคู่ขึ้นมา นักรบมองแวบเดียวก็อุทาน "จอมทัพ!" แล้วหันมองหน้าอุ่นใจถามอย่างฉุนเฉียวว่าเธอเรียกจอมทัพมาหรือ

"ใช่ จอดรถเดี๋ยวนี้!" อุ่นใจเสียงแข็งขึ้นมาทันที นักรบเปลี่ยนเป็นหน้าเข้มแววตากร้าวเร่งเครื่องขึ้นมาฉับพลัน

ooooooo

จอมทัพ ขับรถตามมาเห็นนักรบขับรถหนีก็ร้อนใจโทรศัพท์หาอุ่นใจ เธอร้องให้เขาช่วยด้วย นักรบโมโหคว้าโทรศัพท์จากมือเธอโยนออกไปนอกรถ เร่งเครื่องเร็วขึ้นพูดเย้ยว่า

"อยากให้มันมาช่วยเหรอ ให้มันตามฉันให้ทันก็แล้วกัน"

นักรบ เร่งเครื่อง รถจอมทัพเร่งตีคู่กันมา ถูกรถนักรบปาดซ้ายปาดขวาเบียดจนรถของจอมทัพเกือบตกถนน อุ่นใจ ถามว่าจะฆ่าจอมทัพหรือไง นักรบพูดหยันว่าแค่สั่งสอนเท่านั้นว่าอย่ามาบังอาจเทียบกับคนอย่างตน แล้วเร่งเครื่องรถขึ้นอีก

อุ่นใจบิดประตูรถจะกระโดดลงไปจริงๆ นักรบถามว่าอยากตายหรือ เธอตอบอย่างไม่หวั่นไหวว่ายอมตาย ดีกว่านั่งรถไปกับปิศาจอย่างเขา ว่าแล้วก็เปิดประตูรถออกไปจริงๆ

นักรบ ตกใจรีบลดความเร็วหันมาดึงอุ่นใจไว้ เมื่อเธอดิ้นเขาจึงจำต้องหยุดรถหันมาถามอย่างดุร้ายว่าอยากให้ตนเป็นปิศาจ ใช่ไหม แล้วลงจากรถมาดึงเธอลงไป

จอมทัพไล่มาทันพอดี เห็นนักรบลากอุ่นใจลงจากรถก็รีบจอดลงไปถาม

"คุณนักรบ จะพาคู่หมั้นผมไปไหน" นักรบถามงงๆ ว่าอุ่นใจนี่หรือคู่หมั้นเขา จอมทัพย้อนถามว่า "คุณดารารายไม่ได้บอกคุณรึไง"

นักรบรู้สึกเสียหน้ามาก อุ่นใจพูดเสียงกร้าวกับเขาว่า

"ทีนี้เข้าใจหรือยังว่า ฉันไม่สนใจว่าคุณจะจำอดีตที่ผ่านมาได้หรือไม่ เพราะฉันลบทุกเรื่องที่เกี่ยวกับคุณออกไปจากความทรงจำนานแล้ว"

"โกหก!" นักรบโมโห

"คุณยอมรับไม่ได้หรือไงว่าบางครั้งตัวคุณก็ไม่มีค่าพอ

สำหรับคนอื่นเหมือนกัน!"

นักรบไม่ยอมเสียเชิงปฏิเสธว่าเปล่า แต่ตนมั่นใจว่าเธอไม่มีวันลืมรสจูบของตน   แล้วก้มลงจูบอุ่นใจทันที   อุ่นใจปัดป้องพัลวันเขายิ่งกอดรัด   จนจอมทัพทนไม่ได้พุ่งเข้าดึงอุ่นใจออกมา ชกจนนักรบหงายไป

"อย่าแตะต้องคู่หมั้นผมอีก ไม่งั้นจะสั่งสอนคุณแรงกว่านี้" พูดแล้วพาอุ่นใจไปขึ้นรถขับไป

นักรบเอามือเช็ดเลือดที่ปากตัวเองอย่างแค้นใจที่โดนต่อยแต่เอาคืนไม่ได้

ooooooo

วันนี้ นิมมานไปดักพบจอมภพ ขณะเขาออกจากกระทรวงของรัฐมนตรีตุลย์หลังยื่นซองประมูล ทำทีถามไถ่ว่าเป็นอย่างไรบ้าง แต่ที่จริงต้องการไปทวงค่าตอบแทน ซึ่งจอมภพก็รู้ทันและจ่ายเช็คให้แต่โดยดี

แต่พอนิมมานกลับถึงบ้านพร้อมเช็คอย่างตื่นเต้นดีใจนั่นเอง   เจอนายิกามาดักรออยู่   พอเจอหน้าน้องสาวก็เข้าตบทันทีด่าว่าทรยศ เพราะตนได้กลิ่นน้ำหอมของนิมมานติดอยู่ในตู้เซฟ

นายิกาตบจนนิมมานล้มกลิ้งแล้วตามไปจิกขึ้นมาตบอีก ตบไปด่าไป

"ฉันนึกแล้วว่าต้องเป็นแก ตั้งแต่ได้กลิ่นน้ำหอมติดอยู่ในเซฟนั่นแล้ว แต่แกก็ยังโง่ให้ฉันจับได้เต็มๆตาเพราะไปรอขอส่วนบุญไอ้แก่จอมภพหน้ากระทรวง หน้าด้าน!"

สองพี่น้องทะเลาะตบตีกัน   นิมมานแค้นบอกว่าที่ตนต้องทำเพราะตนกับลูกถูกนายิกาทำเหมือนเป็นขอทาน   ตนจึงต้องทำให้นายิกากับลูกเป็นเหมือนขอทานบ้างเอาให้พินาศย่อยยับไม่เหลืออะไรเลย

"แกคิดว่าไอ้ข้อมูลโง่ๆที่ขโมยไปมันจะทำให้ไอ้จอมภพชนะฉันรึไง ไม่มีทาง เพราะฉันฉลาดพอที่จะเปลี่ยนข้อมูลทุกอย่างใหม่หมดก่อนจะยื่นซองประมูลเหมือนกัน เพราะฉะนั้น สิ่งที่มันได้ไป ก็เป็นแค่ข้อมูลลวงที่ไม่มีประโยชน์อะไรเลย"

"ไม่จริง!" นิมมานปฏิเสธทั้งที่ตกใจมาก

"ถ้าไม่เชื่อก็รอดูวันที่ท่านตุลย์ประกาศแล้วกันว่าจะเซ็นสัญญากับใคร ระหว่างนี้แกก็หนีตายให้ดี ก่อนที่ไอ้จอมภพมันจะมาทวงเงินของมันคืน ฮ่ะๆๆๆ"

นายิกาหัวเราะเยาะแล้วเดินกลับไปที่รถ นิมมานทั้งโกรธทั้งกลัวจนควบคุมอารมณ์ไม่อยู่วิ่งตามไปจิกตบพี่สาวพัลวัน นายิกาหันมาสู้ สองพี่น้องเลยตบกันพัลวันนัวเนีย จนพวกคนใช้คนสวนต้องวิ่งมาจับแยกกันวุ่นวาย

ooooooo

เมื่อนักรบเข้าทางอุ่นใจไม่ได้ เขาเปลี่ยนแนวใหม่ หันไปเข้าทางโอ๋ เพราะรู้ว่าโอ๋ชอบเตะบอลและตอนนี้โอ๋ถูกปลดมาเป็นตัวสำรอง แม้โอ๋จะซ้อมอย่างเอาการเอางานทุกวันก็ยังไม่มีโอกาสเป็นตัวจริง

นักรบตามไปยั่วยุว่าสนามกีฬามีไว้สำหรับนักสู้ผู้ชนะไม่ใช่พวกขี้ขลาด   พูดจนโอ๋โมโหวิ่งเข้ามาจะต่อย   ถูกนักรบจับหัวยันไว้ไม่ให้เข้ามา   ถามขำๆว่า

"จะต่อยฉันเหรอ หมัดแค่นี้ไม่ทำให้ฉันเจ็บหรอก ทำไมนายไม่แก้แค้นฉันด้วยวิธีอื่นล่ะ ลงไปแข่งกับเพื่อนสิ โชว์ฝีมือให้ฉันเห็นหน่อยว่านายไม่ได้เป็นอย่างที่ฉันว่า แค่นั้นฉันก็เจ็บใจจะแย่แล้ว"

โอ๋เกิดลูกฮึดขึ้นมาประกาศว่า จะพิสูจน์ว่าเขามองตนผิดไป ว่าแล้วก็วิ่งไปหาโค้ชที่สนาม นักรบยิ้มออกมาอย่างพอใจที่หลอกโอ๋ได้สำเร็จ เขานั่งลงที่ข้างสนามดูโอ๋ซ้อมอย่างมุ่งมั่นก็ยิ่งพอใจ

ตกเย็นโอ๋บอกอุ่นใจอย่างดีใจสุดๆว่าตนได้กลับมาเป็นตัวจริงในทีมอีกแล้ว คราวนี้จะไม่ยอมแพ้อีกแล้ว จะแข่งไปจนกว่าจะไม่มีแรงเตะฟุตบอลอีกเลย อุ่นใจดีใจแต่ก็เอะใจถามว่า

"นี่มันเกิดอะไรขึ้น ทำไมโอ๋ของอาเปลี่ยนไปขนาดนี้"

"โอ๋จะทำให้คุณนักรบหน้าแตกให้ได้" โอ๋พูดอย่างไม่หายโกรธนักรบ แต่อุ่นใจชะงักที่ชื่อคนนี้มาเกี่ยวข้องกับครอบครัวตนอีกแล้ว

ooooooo

อุ่นใจเดินออกจากบ้านมาอย่างหัวเสีย เจอนักรบที่เดาใจเธอถูกว่าต้องออกมา เขาจึงดักรออยู่ พอเจอหน้าเท่านั้นเธอใส่ทันทีว่า

"ฉันบอกแล้วใช่ไหมว่าเราไม่มีอะไรต้องเกี่ยวข้องกันอีก"

"ฉันก็ไม่ได้ยุ่งกับเธอ ฉันมาส่งโอ๋ต่างหาก" นักรบตะแบงหน้าตาเฉย พออุ่นใจบอกว่าเขาไม่มีสิทธิ์ คราวนี้เขาเลยพูดยาวเหยียด "ฉันกับโอ๋เคยสนิทกันมาก่อนไม่ใช่เหรอ เมื่อกี้ตอนนั่งรถกลับบ้านเขาก็เล่าอะไรให้ฉันฟังตั้งเยอะ ตอนนี้ฉันเริ่มรู้แล้วว่า..."

อุ่นใจผลักนักรบออกไปอย่างแรงบอกว่าตนไม่สนว่าเขาจะรู้อะไร ไล่ให้กลับไปเสีย

"กลับก็ได้ แต่ฉันจะมาอีก ต่อไปนี้ฉันจะมาทำหน้าที่เดิม คือพาโอ๋ไปเตะฟุตบอล เรากำลังจะกลับมาเป็นคู่ซี้กันเหมือนเดิม" นักรบพูดจริงจังจนอุ่นใจอึ้ง มองเขาอย่างโกรธไม่เข้าใจว่าเขาคิดจะทำอะไรกันแน่ จนเมื่อนักรบเฉลยว่า "ฉันจะใช้โอ๋เป็นกุญแจไขคำตอบทุกข้อที่เธอไม่ยอมตอบฉันให้ได้"

พูดเสร็จนักรบเดินไปขึ้นรถอย่างเป็นต่อ แต่ทิ้งปัญหาให้อุ่นใจต้องกลุ้มอีกแล้ว

ooooooo

วันนี้ ดอกจันได้หนังสือพิมพ์ยับๆจากร้านเจ๊ขายหนังสือพิมพ์มา   เธอพลิกดูไปอย่างนั้นเอง   แต่ก็เจอข่าวที่ทำให้ตกใจเป็นห่วง   เมื่อมีประกาศจากทองทิวว่าเจ้าอบอุ่นหายไปใครเจอให้ติดต่อที่เขา พร้อมทั้งบอกเบอร์โทรศัพท์ไว้ด้วย

ดอกจันเป็นห่วงเจ้าอบอุ่นจนรีบไปหาทองทิวที่คอนโดฯ ทองทิวต้อนรับเหมือนคอยอยู่ก่อนแล้ว พอดอกจันถามว่าอบอุ่นหายไปได้อย่างไร เขาก็ตีหน้าเศร้าบอกว่าทิ้งไว้ในห้องตามปกติ แต่วันนี้พอกลับมามันก็หายไปแล้ว ดอกจันถามว่าทิ้งอาหารไว้ให้มันหรือเปล่า เปิดหน้าต่างไว้ใช่ไหม

"เปล่าฉันไม่ได้เปิดหน้าต่างไว้ ไม่รู้มันหายไปได้ยังไง" อ้อนดอกจันให้ช่วยหา

ดอกจันผลักเขาห่างไปอย่างหมั่นไส้แล้วเที่ยวเดินร้องเรียกเหมียว...เหมียวไปตามห้อง แต่ก็เงียบ ออกไปดูที่ระเบียงก็ไม่มี เดินไปดูในห้องนอน ทองทิวก็รีบบอกว่ามันไม่อยู่ในนี้หรอกออกไปหาห้องอื่นเถอะ ที่แท้เขาทิ้งหนังสือวาบหวิวไว้บนเตียงกลัวดอกจันเห็น

จนดอกจันไปหาที่ห้องน้ำ ร้องเรียกเหมียวๆ พลันก็ได้

ยินเสียงมันร้องตอบมาจากบนฝ้า ดอกจันดีใจมากปีนขึ้นไปบนเคาน์เตอร์เปิดฝ้าออก เจ้าอบอุ่นกระโจนพรวดเข้าใส่อย่างดีใจ

สุดท้าย ดอกจันก็จับได้ว่าทองทิวเอาเจ้าอบอุ่นไปซ่อนไว้บนฝ้าเอง เพราะต้องการล่อให้ตนมาหาที่คอนโดฯ ดอกจันโมโหทั้งเพราะถูกหลอกและสงสารเจ้าอบอุ่น ด่าเขาว่าทำบ้าๆแล้วจะกลับ

"อย่าโกรธฉันเลยนะดอกจัน แต่ฉันคิดถึงเธอจริงๆ จะไปหาเธอที่บ้านพวกเธอก็ไม่ต้อนรับ"

ดอกจันย้ำว่าพวกตนไม่อยากเห็นหน้าเขา ทองทิวชี้แจงว่าการตายของป้านวลตนไม่เกี่ยว

"แต่นายก็ไม่ยอมเลิกทำงานกับคนพวกนั้น" ดอกจันหาเรื่องจนได้แล้วสะบัดออกจากห้องไป

ooooooo

ทองทิวหน้าจ๋อยรีบตามไปจนได้คุยกันที่สวนของคอนโดฯ   ทองทิวอ้อนว่าอะไรๆมันก็ผ่านไปแล้ว เรามาดีกันเถอะ   ดอกจันบอกว่าตนทำใจไม่ได้

"แต่อุ่นใจก็ทำใจได้แล้วไม่ใช่เหรอ เห็นตอนนี้เขากลายเป็นคู่หมั้นจอมทัพไปแล้วนี่" ดอกจันย้อนถามว่ารู้ได้ไงว่าอุ่นใจทำใจได้แล้ว ทองทิวชี้แจงว่า "ถ้างั้นทำไมถึงรีบหมั้นนักล่ะ ปกติเขาต้องไว้ทุกข์กันตั้งหลายวัน"

ดอกจันนิ่งไปเพราะรู้เหตุผลของอุ่นใจดีแต่บอกทองทิวไม่ได้ ทองทิวเห็นดังนั้นฉวยโอกาสง้อต่อ

"นี่ดอกจัน ชีวิตเพื่อนเธอก็ลงตัวไปแล้วนะ เธอจะมาตั้งป้อมโกรธคนที่ไม่เกี่ยวข้องอย่างฉันไปเพื่ออะไร" พูดแล้ว

ไปยืนตรงหน้าจ้องตา "ฉันมองตาเธอก็รู้ว่าเธอไม่ได้คิดว่าฉันผิด แต่เธอต้องการหาคนมารับโทษ แล้วฉันสมควรจะเป็นคนคนนั้นเหรอ เธอไม่สงสารฉันเลยรึไง" ทองทิวคุกเข่าลงทันที

ดอกจันตกใจกลัวคนเห็นบอกให้เขารีบลุกขึ้น ทองทิวไม่ยอมลุกจนกว่าเธอจะยอมคืนดีด้วย

"ดีกันนะดอกจันนะ ฉันสัญญาว่า ถึงฉันจะลาออกจากบริษัทนั้นไม่ได้ แต่ฉันก็จะพยายามขัดขวางไม่ให้พวกเขาสร้างปัญหากับพวกเธออีก ฉันรับรอง...นะ" ทองทิวงัดลูกอ้อนออกมาสุดฤทธิ์

สุดท้ายดอกจันหยักหน้า   ทองทิวดีใจมากลุกขึ้นกอด

เธอไว้   ดอกจันบอกเบาๆให้ปล่อย   เพราะคนมามุงดูมากขึ้นทุกทีแล้ว

แทนที่ทองทิวจะปล่อยเขากลับกอดเธอไว้แน่นกว่าเดิม...

ตอนที่ 15

เมื่อกลายเป็นคนพิการที่ต้องนั่งรถเข็น นักคิดก็สติแตกหงุดหงิดอาละวาดเกรี้ยวกราดใส่พวกคนใช้จนใครก็เข้าหน้าไม่ติด ยิ่งเห็นสภาพของตัวเองความแค้นต่อนักรบก็ยิ่งพลุ่งโพลง วางแผนจัดการนักรบให้หายแค้น

ดังนั้น เมื่อสายรายงานมาว่า วันนี้นักรบนั่งเรือข้ามฟาก ไปคนเดียว นักคิดคำรามอย่างสะใจ

"แกเสร็จฉันแน่"

ด้วย การบงการทุกขั้นตอน มือปืนรับจ้างได้รับคำสั่งจากนักคิดให้เอาเงินฟาดหัวคนขับเรือแล้วขับเรือ ที่นักรบจ้างไปเอง สั่งกำชับอย่างเหี้ยมเกรียมว่า

"ทำตามแผนของฉัน เรือถึงกลางทะเลเมื่อไหร่ ฆ่าไอ้นักรบทิ้งได้ทันที!"

การ หายไปเพื่อค้นหาคำตอบให้กับตัวเองเกี่ยวกับภาพที่ตามหลอกหลอนในความคิดตลอด เวลาของนักรบ   ทำให้ ที่ไทเกอร์คิงวุ่นวายไปหมด   โดยเฉพาะทองทิวกับเจ้าหน้าที่ห้องควบคุม

ทองทิวสั่งเจ้าหน้าที่ค้นหาสัญญาณจีพีเอสของนักรบ พอเจ้าหน้าที่เริ่มจับได้ ครู่เดียวสัญญาณก็ถูกตัด

"แล้วทีนี้จะตามหาตัวคุณนักรบได้ยังไง คุณนักรบนะคุณนักรบ ไปไหนทำไมไม่บอก" ทองทิวเครียดหนัก

ooooooo

นักรบ ไปถึงท่าเรือแล้ว   พอเขาจอดรถมือปืนที่ปลอมตัวเป็นคนขับเรือก็เข้ามาเชื้อเชิญอย่างพินอบพิเทา นักรบเดินลงเรือไปอย่างไม่เอะใจ แต่พอผ่านพวกมือปืนไปแล้วเขาหันขวับมาบอกว่า

"ฉันไม่ต้องการคนขับ" มือปืนไม่ทันตั้งตัวขู่เขาว่าไปคนเดียวอันตราย นักรบไม่สนใจตวาด "หมดหน้าที่ของนายแล้ว ส่งกุญแจมาให้ฉัน"

เห็นท่าทางขึงขังดุดันของนักรบ มือปืนทั้งสองก็อึกอัก สุดท้ายก็ต้องส่งกุญแจเรือให้นักรบ   จากนั้นรีบรายงานนักคิด

นักคิดสั่งให้ทำตามแผนสองเอาให้นักรบตายให้ได้!

นักรบลงเรือไปแล้วมองไปที่ข้างเรือเห็นระเบิดเวลาติดอยู่มีสัญญาณไฟสีแดงวาบๆ เสียงปิ๊ดๆเบาๆ

"ระเบิด!" นักรบตกใจ วินาทีนั้นเอง เสียงปืนก็แผดรัวสนั่น มือปืนกระหน่ำใส่เรือนักรบไม่ยั้ง นักรบเข้าเกียร์เร็วขับเรือหนี มือปืนที่ขับเรือสปีดโบ๊ตตามมา กระหน่ำยิงไม่ยั้ง

เสียงปืนที่ยิงตอบโต้กันกึกก้องไปทั้งท้องทะเล

และ แล้ว เรือของนักรบก็ถูกยิงเข้าที่เครื่องจนดับไปทันที นักรบหันขวับมองเครื่องเรือที่ดับสนิทและสัญญาณระเบิดที่กะพริบถี่ขึ้นเพราะ ใกล้เวลาระเบิดแล้ว เขาเหลียวหาทางแก้ปัญหา พลันก็ปวดหัวจี๊ดขึ้นมาจนร้องลั่น "อ๊ากกกก!" เสียงมือปืนจากเรืออีกลำหนึ่งประกาศกร้าว ก่อนขับเรือหนีว่า

"ให้มันระเบิดไปพร้อมเรือนี่แหละ!"

นักรบ ปวดหัวรุนแรงขึ้นทุกที แต่สัญชาตญาณนักรบทำให้เขาไม่จำนนยังคิดหาทางแก้ปัญหา จนนาทีสุดท้าย เรือระเบิด แรงระเบิดกระแทกเขาจากข้างหลังจนหน้าคว่ำตกน้ำไป!

ooooooo

อุ่น ใจไปโปรยดอกไม้ให้เอื้อที่เกาะ บอกกล่าวพี่ชายว่าตนหลงเชื่อคนผิดที่เปิดโอกาสให้เข้ามาทำร้ายครอบครัวเรา ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ให้สัญญากับพี่ชายว่า

"ต่อไปนี้ อุ่นจะไม่ใจอ่อนกับนายนักรบอีก อุ่นสัญญาค่ะพี่เอื้อ"

โปรย ดอกไม้กอบสุดท้ายลงทะเล คลื่นซัดลอยออกไป อุ่นใจมองตามแล้วก็ตกใจ เมื่อเห็นร่างใครคนหนึ่งคว่ำหน้าลอยเข้าฝั่ง เธอรีบลุยลงไปพลิกร่างนั้นขึ้นมาร้องเรียก

"คุณคะ...คุณเป็นอะไรรึ เปล่า..." แล้วเธอก็ตกใจสุดขีดเมื่อเห็นเป็นนักรบ พาเขาขึ้นฝั่งแล้วมองหาคนช่วยแต่ก็ไม่มีใครผ่านมาเลย ร้องเรียกให้เขาฟื้นแต่ก็ไม่เป็นผล สุดท้ายเธอตัดสินใจใช้ปากผายปอดให้เขา จนนักรบสำลักน้ำพรวดออกมา

อุ่นใจโล่งอกที่ช่วยชีวิตเขาได้ แต่อีกใจก็รู้สึกผิดที่ช่วยคนที่ทำร้ายครอบครัวตัวเอง

จน เมื่อลุงชาวประมงคนนั้นมาพบ จึงช่วยกันพานักรบไปพักที่กระท่อมหลังเดิมของแก แต่พอนักรบได้สติขึ้นมา เขากลับอาละวาดโวยวาย ปัดอ่างน้ำที่อุ่นใจเอามาเช็ดตัวให้กระเด็น ตะโกนให้ปล่อยตน อุ่นใจฉุนขาดตวาด "เป็นบ้าอะไรของคุณ"

"เธออีกแล้วเหรอ" นักรบมองหน้าอุ่นใจอย่างชิงชัง ยิ่งเมื่อเห็นตัวเองอยู่ในชุดชาวประมง   เสื้อกางเกงเก่าๆซีดๆ  เขาก็หันขวับตวาด "เอาผ้าขี้ริ้วที่ไหนมาให้ฉันใส่ เสื้อผ้าฉันอยู่ไหน!"

"เสื้อมันเปียก ลุงเอาไปตากให้" ลุงชาวประมงตอบอย่างใจเย็น ใจดี แต่อุ่นใจทนไม่ได้ ด่าเขาอย่างเจ็บใจ

"อกตัญญู!! ไม่รู้จักสำนึกบุญคุณคน หนูบอกลุงแล้วใช่ไหม ช่วยคนแบบนี้มันไม่มีประโยชน์"

อุ่นใจมองนักรบด้วยสายตาเจ็บแค้น ปวดร้าว ในขณะที่สายตานักรบที่จ้องจิกเธอนั้นวาววาบอย่างไม่พอใจ!

ooooooo

ที่ บ้านทองใบ ขณะที่ทองใบ ดอกจัน และโอ๋ กำลังช่วยกันจัดผักใส่รถซาเล้งเพื่อเอาไปขายที่ตลาดนั้น   ดอกจันบ่นๆว่าพักนี้อุ่นใจทำตัวแปลกๆ   ไปไหนมาไหนไม่ค่อยบอกใคร ทองใบมองในแง่ดีว่าอุ่นใจคงเกรงใจดอกจันหรือไม่ก็คงอยากคิดอะไรคนเดียวเงียบๆ

"ปกติ อุ่นใจไม่เคยเป็นแบบนี้" ดอกจันพูดไม่ทันขาดคำก็มีรถเก๋งหรูคันหนึ่งแล่นเข้ามาจอดหน้าบ้าน ไม่ทันที่คนทั้งสามจะตั้งตัว ดารารายกับซูซี่ก็กรีดกรายลงจากรถเดินเข้ามาหา ซูซี่ถามว่านักรบอยู่ไหน ดอกจันโพล่งสวนไปทันทีว่า

"ที่นี่ไม่เคยต้อนรับพวกคุณหรือนายนักรบ"

ดารา รายเหยียดปากพูดว่าตนก็ไม่อยากเหยียบมาที่นี่ให้เสียรองเท้า ซูซี่บอกดารารายว่าอุ่นใจไม่อยู่ นักรบก็ไม่อยู่ สงสัยสองคนนี้ต้องนัดกันไปที่ไหนสักแห่งแน่ๆ

โอ๋โพล่งไปว่าอาอุ่นไม่ได้ไปกับนายนักรบ ดอกจันก็บอกย้ำว่าพวกเราเจ็บแล้วจำ

ดารารายกับซูซี่ยังแสดงท่าทีและคำพูดเหยียดหยามพวกอุ่นใจ จนทองใบหมั่นไส้คว้ามะเขือเทศเน่าโยนใส่ ดารารายกับซูซี่ร้องอย่างขยะแขยง ยิ่งทำท่ารังเกียจก็ยิ่งทำให้ทองใบ ดอกจัน และโอ๋หมั่นไส้ เลยตะโกนให้ลุยกัน ทั้งสามคว้ามะเขือเทศทั้งเน่าและไม่เน่าขว้างปาใส่สองสาวอุตลุด จนทั้งสองวิ่งหนี

"คอยดูนะ ฉันจะให้คุณพ่อพาคนมาจัดการพวกแก" ดารารายอาฆาต

แต่ทั้งทองใบ ดอกจัน และโอ๋กลับเห็นเป็นเรื่องน่าสมเพช พากันหัวเราะเยาะท้าทายกันสนุกสนาน จนทั้งสองขับรถออกไปแทบไม่ทัน

แต่พอรถลับตาไปแล้วดอกจันก็อดเป็นห่วงอุ่นใจขึ้นมาไม่ได้

ooooooo

นักรบ พยัคฆ์ราชา อาละวาดหนักสั่งลุงชาวประมงว่าไม่ว่าจะดึกแค่ไหนก็ต้องหาเรือพาตนกลับฝั่ง ให้ได้ ลุงบอกว่าพายุตั้งเค้าแบบนี้ไม่มีใครออกเรือกันหรอก นักรบได้ยินเสียงฟ้าคำรามน่ากลัวก็สงบลง ถามว่าตนต้องทนอยู่ในกระท่อมบ้าๆนี่หรือ

"อย่างน้อยคุณก็ควรสำนึกว่าเป็นที่พักของคุณ" อุ่นใจเตือนสตินักรบ ทำท่าจะหันไปด่าอุ่นใจ แต่แล้วก็ชะงักตกใจหน้าตาตื่นเมื่อมีตุ๊กแกตัวหนึ่งหล่นตุ้บลงมาข้างๆเขา อุ่นใจเห็นท่าทางนักรบแล้วจำได้ว่าเขากลัวตุ๊กแกมาก

"เอาไอ้ตัวนี้ ออกไปไกลๆฉัน" นักรบขยับหนี ลุงบอกว่าบนเกาะนี้มีตุ๊กแกเต็มไปหมด นักรบใช้เงินแก้ปัญหาทันที บอกลุงว่า "ฉันจ้างจับตุ๊กแกไปทิ้งตัวละห้าพัน ถ้าฉันกลับมาอย่าให้ฉันเห็นพวกมันอีก"

พูดแล้วเดินหนีออกไปจาก กระท่อมอย่างหงุดหงิด อุ่นใจมองตามไปอย่างไม่พอใจมาก เธอตามไปอบรมเขาว่า ชาวบ้านไม่ใช่คนรับใช้ของเขา เขาไม่มีสิทธิ์สั่งใครที่นี่ทั้งนั้น

ทั้งคู่พูดกันไม่กี่คำก็โต้เถียงกัน จนนักรบอยากไปห้องน้ำ ถามว่าห้องน้ำอยู่ไหน อุ่นใจบอกว่าตรงไหนก็ได้ นักรบคิดว่าถูกกวนประสาท อุ่นใจพูดให้ชัดขึ้นว่า

"บนเกาะนี้นายอยากทำธุระตรงไหนก็เลือกเอาตามสบาย แค่ไม่ให้มันอุจาดตาก็พอ"

นักรบทำหน้างงๆถามว่าหมายความว่าที่นี่ไม่มีห้องน้ำ อุ่นใจไม่ตอบแต่พูดกวนประสาทว่า

"ครั้งแรกในชีวิต ที่นายนักรบ พยัคฆ์ราชา คิดช้า!"

เสียงฟ้าร้องคำรามกึกก้องแล้วสายฟ้าก็ฟาดเปรี้ยงเป็นแสงวาบ พริบตาเดียวฝนก็เริ่มลงเม็ด อุ่นใจแหงนมองท้องฟ้าแล้วรีบวิ่งกลับไปที่กระท่อม นักรบเหลียวซ้ายแลขวาหวาดๆแล้ววิ่งตามไปด้วย

ooooooo

ทั้งสอง วิ่งหนีฝนตามกันมา เผชิญทั้งสายฝน พายุ สายฟ้า และภยันตรายจากกิ่งไม้ที่หักโค่นลงมา ในภาวะคับขันเช่นนี้ แม้นักรบจะเหมือนโกรธเกลียดอุ่นใจจนเข้ากระดูกดำ แต่เขาก็ไม่อาจดูดายเมื่อเธออยู่ในภาวะอันตราย

เมื่อกิ่งไม้หักโค่น ลงมาจะทับเธอ เขาก็พุ่งเข้าไปคว้าตัวเธอหลบไปได้หวุดหวิดจนกอดกันกลิ้งไปกับพื้น แต่พอลุกขึ้นได้จะวิ่งต่อ อุ่นใจก็ข้อเท้าพลิกจนทรุดลง นักรบอีกนั่นแหละที่เข้าประคองไว้ทัน เมื่อเห็นว่าเธอเดินไม่ไหวจริงๆ เขาก็อุ้มฝ่าสายฝนไป ทำไม่รู้ไม่ชี้กับเสียงโวยวายและดิ้นรนของอุ่นใจ

จนกระทั่งมาถึงกระท่อม นักรบทิ้งเธอลงบนแคร่ดังพลั่ก จนอุ่นใจเจ็บเอ็ดเขาว่า

"ถ้าไม่เต็มใจ ทีหลังไม่ต้องช่วย"

"ก็ แค่เกะกะลูกตา ไม่อยากให้เป็นภาระชาวบ้านแถวนี้" นักรบกระชากเสียงใส่ แล้วลุกเดินไปค้นหายาตามซอกมุมในกระท่อม เจอยาหม่องซุกอยู่ในชั้นเก่าๆ ก็หยิบมาบอกว่า "ยาหม่องนี่คงยังใช้ได้" แล้วเข้าไปกระชากข้อเท้าอุ่นใจอย่างแรงเพื่อทายาหม่องให้ พูดอย่างไม่แยแสว่า "ฉันไม่อยากได้ยินเสียงใครร้องเจ็บขา ถ้าฉันต้องติดเกาะอยู่กับเธอที่นี่ทั้งคืน"

ทั้งคู่ยังกัดๆจิกๆกัน ไม่เลิก จนกระทั่งหลังคาที่อุ้มน้ำฝนจนชุ่มเริ่มรั่วทีละจุด...ทีละจุด   ทั้งนักรบและอุ่นใจต่างขยับหาที่ไม่รั่ว แต่ขยับไปขยับมาก็มากระจุกอยู่ใกล้กัน จนกลายเป็นนั่งเบียดกันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ตกดึกอุ่นใจหนาวสั่นแต่ก็ยังพยายามเกร็งตัวไว้ ไม่ให้ใกล้ชิดนักรบเกินไป นักรบสังเกตเห็นเลยหันมากอดเอาดื้อๆ พูดให้เห็นว่าไม่ตั้งใจช่วยว่า

"ฉัน เห็นเธอขาดความอบอุ่นก็เลยอยากช่วย" เมื่ออุ่นใจบอกว่าไม่ต้องการความหวังดีจอมปลอมของเขา นักรบก็ตะแบงไปว่า "ฉันแค่ไม่อยากเห็นคนหนาวตาย ก็เท่านั้น"

"ปล่อย..." อุ่นใจพยายามดิ้น แต่ยิ่งดิ้นก็ยิ่งถูกเขากอดแน่น จนกระทั่งขู่ว่า

"ถ้าเธอไม่ยอมอยู่นิ่งๆ ฉันอาจจะทำมากกว่ากอดก็ได้"

ได้ผล! อุ่นใจชะงักกึก แต่นักรบก็ยังกอดอยู่อย่างนั้น เหล่มองแล้วแอบยิ้มขำท่าทางของเธอ

ส่วนที่บ้านหรูหราของดาราราย...

ดารารายกับซูซี่ตามหานักรบไม่เจอซ้ำยังถูกปาด้วยมะเขือเทศเน่าจนเหม็นไปทั้งตัว กลับบ้านชำระล้างแล้วก็ยังไม่หายเหม็น ดารารายพูดอาฆาตว่า จบเรื่องนักรบเมื่อไรจะเอาคืนจากดอกจันให้สาสม

ทันใดนั้น โทรศัพท์ของดารารายมีข้อความเข้า เธอกดดูอย่างสงสัยกับเบอร์แปลกๆ อ่านด้วยน้ำเสียงที่ตกใจ "เก็บซากนักรบกลางทะเล"

ทั้งสองมองหน้ากันขวับอย่างสงสัย ตกใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับนักรบ

ooooooo

นักรบ ยังเกรี้ยวกราดดุดันกับคนรอบข้างไม่เลิก เขาปัดขันน้ำข้างตัวอย่างไม่พอใจมากถามว่าเอาน้ำบ้าอะไรมาให้ตนกิน อุ่นใจเข้ามาเจอตำหนิว่ามีกินยังเรื่องมากอีก คนอย่างเขาไม่สมควรได้รับความช่วยเหลือจากใครเลยสักนิดเดียว

"สกปรกอย่างนี้ใครจะกินลง" นักรบตวาด

"แค่ทำใจให้สะอาด จะกินน้ำอะไรหรืออยู่ที่ไหนก็ได้ทั้งนั้น"  อุ่นใจสวนไป  แต่แทนที่นักรบจะคิดกลับพาลหาเรื่องกับเธอ ถามว่า

"ทำไมเธอต้องคอยตามฉันทุกครั้งไม่ว่าฉันจะอยู่ที่ไหน เธอต้องการอะไรบอกฉันตรงๆได้ไหม ชื่อเสียง...เงินทอง...หรือแค่อยากมีความสุขกับผู้ชายที่มีพร้อมอย่างฉัน"

อุ่นใจตบหน้าเขาผัวะ! ด่าว่าทำไมสวรรค์ปล่อยให้คนชั่วอย่างเขามีชีวิตอยู่แทนที่จะเป็นพี่เอื้อ ถูกนักรบดูถูกว่าชีวิตนักรบ พยัคฆ์ราชา มีค่ามากกว่ายามกระจอกอย่างพี่ชายของเธอ เลยถูกอุ่นใจเงื้อจะตบอีก คราวนี้ถูกเขาจับมือไว้แน่น เธอดิ้นสะบัดจนหลุด ตบหน้าเขาอีกผัวะจนได้

นักรบ โมโหกระชากแขนเสื้อเธอจนขาด อุ่นใจดิ้นสุดฤทธิ์ แต่แรงเธอสู้ร่างกำยำของนักรบไม่ได้ถูกเขาระดมจูบจนดิ้นไม่หยุด กระทั่งค่อยๆอ่อนแรงลง

ขณะที่ทั้งคู่ต่างเคลิ้มกับรสสัมผัสของกันและกันนั้นเอง จู่ๆนักรบก็ผลักอุ่นใจออก สะบัดความรู้สึกอ่อนไหวทั้งหมดทิ้ง มองเธอและพูดอย่างรังเกียจ

"ผู้หญิงใจง่ายอย่างเธอ ฉันไม่ปล้ำให้เสียศักดิ์ศรีหรอก" พูดแล้วลุกสะบัดไปอย่างไม่แยแส

อุ่นใจน้ำตาไหลพราก เจ็บปวดกับการกระทำและคำพูดที่ทิ่มแทงใจของนักรบ

ooooooo

นักรบออกคำสั่งให้ลุงชาวประมงพาตนไปขึ้นฝั่งเดี๋ยวนี้ ลุงปฏิเสธอย่างรังเกียจว่าไม่มีใครอยากช่วยคนเห็นแก่ตัวอย่างเขา นักรบหว่านเงินจ้างหนึ่งล้านให้คนที่พาตนไปขึ้นเกาะได้ มีชาวบ้านหลายคนตาลุกอยากได้เงินพากันแย่งตัวนักรบ เขาหันไปเยาะเย้ยอุ่นใจว่า

"เห็นรึยัง อำนาจเงินซื้อได้ทุกอย่าง"

"คนที่เปรียบการใช้ชีวิตของตัวเองเป็นผู้ล่าและมองคนอื่นเป็นเหยื่อ จิตใจของเขาไม่ต่างอะไรกับสัตว์" อุ่นใจด่าอย่างเจ็บแสบ

"ทุกชีวิตต้องเอาตัวรอด ฉันจะซื้อทั้งเกาะนี้มาพัฒนาให้เป็นรีสอร์ตหรูระดับห้าดาวและไล่ชาวบ้านออกไปให้หมด"

อุ่นใจด่าเขาว่าสกปรกและเลวที่สุด พุ่งเข้าไปเงื้อมือจะตบ  ถูกเขาจับมือตรึงไว้กระชากเข้าหาตัวแล้วแกล้งสูดซอกคอ เธอแต่พูดหยามว่า

"อย่าพยายามหาเรื่องเพื่อเข้าใกล้ผมเลย ผู้หญิงอย่างคุณไม่มีค่าอะไรให้ผมจดจำ"

อุ่นใจสะบัดมือจากนักรบน้ำตาไหลพรากด้วยความเจ็บแค้นชอกช้ำใจ

ขณะนั้นเองมีเรือหรูลำหนึ่งแล่นเข้ามาที่เกาะ ลุงและชาวบ้านเห็นพากันตื่นตาตื่นใจกับความหรูของเรือ ส่วนนักรบยิ้มกริ่มมั่นใจว่ามีคนมารับตนแล้ว

ดารารายกับซูซี่และทองทิวนั่นเอง นักรบงงว่าเขาไม่ได้ ติดต่อไป ทองทิวงงว่าแล้วใครติดต่อตน ดารารายปรายตามองอุ่นใจอย่างดูถูกถามว่ามาได้ยังไง แล้วชวนนักรบรีบกลับจะได้ ไปเตรียมงานแต่งงานที่ยิ่งใหญ่และสมศักดิ์ศรีของเราสองคน นักรบทำเป็นชวนอุ่นใจแต่มีข้อแม้ว่าเธอต้องขอร้องขออาศัยเรือตนจึงจะให้ไปด้วย อุ่นใจปฏิเสธอย่างทระนงในศักดิ์ศรีของตัวเอง

ก่อนไปนักรบปรามกับทองทิวว่าใครพาอุ่นใจไปส่งที่ฝั่งให้ถือว่าเป็นศัตรูกับตน ถูกอุ่นใจด่าว่าไม่มีสิ่งมีชีวิตไหนบนโลกจะเลวได้เท่าเขา นักรบหันมาผลักเธอจนเซ ดีที่จอมทัพโผล่พรวดมาประคองไว้ได้ทันด่านักรบว่า

"ทำร้ายผู้หญิงไม่สมเป็นลูกผู้ชายเลยนะครับคุณนักรบ"

"ข่าวไวสมกับเป็นนักธุรกิจด้านการสื่อสาร แต่เสียดายที่คนอย่างนายเป็นได้ก็แค่ที่สองรองจากฉัน"

จอมทัพไม่สนใจความหยาบคายโอหังของนักรบ เขาบอกอุ่นใจว่าเรือของเขาจอดไว้อีกฟากของเกาะย้ำว่า "ผมมารับคุณ"

"หมดฉันแล้วก็มีผู้ชายมารอต่อคิว ผู้หญิงอย่างเธอมันง่ายขนาดนอนกับใครก็ได้จริงๆ" นักรบหันมาด่าอุ่นใจอีก จอมทัพทนไม่ได้พุ่งเข้าชกหน้าจนนักรบเซเสียหลัก ทองทิวรับไว้ทันแต่จอมทัพก็ซัดกำปั้นใส่อีกหมัดปรามว่าจะดูถูกตนยังไงก็ได้แต่อย่าดูถูกอุ่นใจ

นักรบไม่ยอมให้ใครทำฝ่ายเดียวอยู่แล้ว ทั้งคู่จึงชกต่อย กันนัวเนียจนทองทิวกับอุ่นใจต้องเข้าไปแยกทั้งคู่ออกจากกันอุ่นใจตะโกนให้จอมทัพหยุดและหันไปถามเขาว่าเป็นอะไรหรือเปล่า

นักรบรู้สึกสะเทือนใจวาบขึ้นกับความห่วงใยของอุ่นใจต่อจอมทัพ แต่ถูกดารารายจูงไปขึ้นเรือทองทิวยังหันมองอุ่นใจ ด้วยความไม่สบายใจที่ไม่รู้จะช่วยเธออย่างไร

ขึ้นฝั่งมานั่งรถกลับ ดารารายคุยถึงโครงการแต่งงานว่าคุณพ่อเธออยากให้หาสถานที่ที่รับรองแขกได้เยอะๆ โอ่อ่าสมกับหน้าตาของคุณพ่อ แต่คุยแล้วเห็นนักรบนิ่งเงียบเหมือนใจลอย เพราะในใจเขายังคิดถึงและเห็นแต่ภาพของอุ่นใจ จนดารารายถามว่าฟังตนพูดหรือเปล่า เขาจึงรู้สึกตัวกลบเกลื่อนว่า

"คุณเสนอไอเดียงานแต่งของเราได้เลย ผมตามใจคุณทุกอย่าง"

ดารารายจ้องหน้าเขาอย่างจับพิรุธ นักรบเลี่ยงเมินมองไปนอกรถด้วยสีหน้าเครียดแกมกังวล

ooooooo

นักคิดโมโหมือปืนที่ทำงานพลาดสั่งให้หลบไปกบดานที่อื่นก่อนจนกว่าเรื่องจะเงียบ บ่นกับตัวเองว่า "อุตส่าห์ส่งข้อความไปบอกให้ดารารายตามไปเก็บศพ ไอ้นักรบ ดันกลายเป็นไปรับมันกลับ!"

นิมมานให้กำลังใจว่ามันต้องมีวันพลาดอีก เราต้องช่วยกันทำลายมัน บอกนักคิดว่า

"แม่จะเอาเอกสารใหม่ที่เราเอามาช่วงที่นักรบไม่อยู่ เอาไปให้จอมภพช่วยจัดการ"

"ยืมมือคนอื่นจัดการ พอสำเร็จเราก็ชุบมือเปิบ เป็นความคิดที่เยี่ยมมากครับแม่" นักคิดชื่นชมแล้วสองแม่ลูกก็หัวเราะกันอย่างเจ้าเล่ห์

คืนเดียวกัน จอมทัพพาอุ่นใจไปหาจอมภพบอกว่าเขาจะแต่งงานกับอุ่นใจคนนี้ จอมภพฉุนขาดถามว่าผู้หญิงคนนี้ใช่ไหมที่เป็นสาเหตุให้เขาไม่เข้าประชุม บอกว่าจะแต่งงานกับคนไม่มีสกุลรุนชาติคนนี้ไม่ได้ ถ้าทุกคนรู้ว่าประธานบริษัทแต่งงานกับผู้หญิงข้างถนนจะเชื่อมั่นต่อบริษัทได้อย่างไร

จอมทัพชี้แจงว่าอุ่นใจเป็นคนอ่อนหวานมีจิตใจดีงาม ตนไม่ได้รักเธอที่ฐานะเงินทองตนรักเธอด้วยใจ ก็ถูกย้อนว่าแล้วความรักนั่นกินได้ไหมมีแต่จะทำให้หายนะต่างหาก

จอมทัพรับไม่ได้ อุ่นใจขอร้องเขาให้เชื่อคุณพ่อ เราสองคนเหมือนเส้นขนานที่ไม่มีทางบรรจบกันและตนก็ไม่อยากเป็นแกะดำในกลุ่มพวกเขา ขอบคุณเขาที่มอบความรู้สึกดีๆให้ แล้วเธอก็เดินหนีไป

"เดี๋ยวก่อนอุ่นใจ" จอมทัพขยับจะตาม ถูกจอมภพยื่นคำขาดว่าห้ามตามไป เขาหันมายื่นเงื่อนไขบ้างว่า "ถ้าคุณพ่ออยากให้ผมลงสนามสู้กับนักรบ คุณพ่อต้องยอมให้ผมแต่งงาน กับอุ่นใจ" พูดแล้วเขาวิ่งตามอุ่นใจไป ทำให้จอมภพขบกรามอย่างเครียดจัด

จอมทัพวิ่งตามไปยัดแหวนใส่มืออุ่นใจขอให้เธอเก็บไว้ สักวันตนจะทำให้เธอยอมใส่แหวนนี้ด้วยตัวเอง อุ่นใจอึ้งกับท่าทีจริงจังของเขา

ooooooo

เช้าวันต่อมา ขณะอุ่นใจเตรียมออกข้างนอกก็เจอกับเปลวแสงนำกองทัพนักข่าวมาออกันอยู่เต็มหน้าบ้าน ขณะอุ่นใจกับโอ๋ยืนอยู่นั่นเอง เปลวแสงก็ถือกล้องวีดิโอเข้ามาพลางบรรยายว่า

"นี่แหละค่ะ โฉมหน้าของผู้หญิงสาวปริศนาที่เป็นขวัญใจ คนใหม่ของประธานไทเกอร์คิง นายนักรบ พยัคฆ์ราชา และหญิงสาวคนนี้เป็นต้นเหตุของการกว้านซื้อเกาะครามของนายนักรบ จนทำให้ชาวบ้านต้องเดือดร้อนและออกมาประท้วงค่ะ"

อุ่นใจตกใจกับการถูกกล่าวหาในเรื่องที่ตนไม่รู้เรื่องด้วย พยายามอธิบายแต่เปลวแสงไม่ฟังทั้งยังอ้างหน้าที่สื่อมวลชนที่ต้องรายงานตามความจริงด้วย

อุ่นใจถูกเปลวแสงและชาวเกาะที่ยกขบวนมาประท้วงเธอต่อหน้านักข่าวจำนวนมาก กล่าวหาว่าเธอเป็นต้นเหตุให้นักรบกว้านซื้อที่ดินบนเกาะมาสร้างเรือนหอทำให้ชาวบ้านบนเกาะเดือดร้อนกันถ้วนหน้าและบ้างก็กำลังถูกไล่รื้อถอนบ้านอยู่

จนเมื่อนั่งคุยกันในบ้าน อุ่นใจพยายามชี้แจงกับเปลวแสง สุดท้ายเธอก็จับได้ว่าเปลวแสงพยายามปล่อยข่าวทำลายตน ก่อนกลับไปเปลวแสงบอกเธอว่าถ้าอยากแก้ความเข้าใจผิดตนก็พร้อมจะช่วยแต่เธอต้องทำในสิ่งที่ตนต้องการ พูดทิ้งไว้ว่า พร้อมเมื่อไรให้ติดต่อมาก็แล้วกัน

สิ่งที่เปลวแสงต้องการกว่าซีดีแผ่นที่เอื้อกล่าวโทษบริษัท ไทเกอร์คิงคือ ยังมีอีกคลิปหนึ่งที่เอื้ออัดไว้และพยายามลบทิ้งแต่ยังค้างอยู่ในกล้องที่ส้มโอเอามาซ่อมเวลานี้ตนเก็บไว้ นั่นคือคลิปที่เอื้อเปิดโปงธาตุแท้ของนักรบที่บังคับให้เขาเซ็นปิดปากเรื่องอุบัติเหตุไฟไหม้เพราะทางบริษัทไม่ได้ทำประกันชีวิตให้ พนักงานนั่นเอง

แต่อุ่นใจก็บอกดอกจันว่าที่เอื้อพยายามลบเพราะถ้าเรื่องนี้หลุดไปนักรบต้องถูกเล่นงานและถ้าบริษัทล้มพนักงานทุกคนก็ต้องเดือดร้อนไปหมด ตนจึงทำไม่ได้ไม่อยากเอาชีวิตคนอื่นมาแลกเพื่อสั่งสอนคนคนเดียว
ซึ่งดอกจันฟังเหตุผลแล้วก็เข้าใจ

ooooooo

มรสุมซัดกระหน่ำเข้าสู่ชีวิตของอุ่นใจกับโอ๋อย่างรุนแรงอีกครั้ง เมื่อทางโรงพยาบาลส่งบิลค่ารักษาพยาบาลของแม่นวลไปให้นักรบเซ็นแต่นักรบไม่อยู่นายิกาจึงรู้เรื่องนี้เข้า ตรงดิ่งไปหาแม่นวลที่โรงพยาบาล ซ้ำยังทำให้แม่นวลรู้ด้วยว่าเอื้อเสียชีวิตไปนานแล้ว

แม่นวลช็อกเพราะตลอดเวลามายังรอคอยการกลับมาของเอื้อเพราะอุ่นใจกับโอ๋บอกว่าเอื้อไปทำงานต่างจังหวัด และในที่สุดแม่นวลก็เสียชีวิตไปอีกคน

อุ่นใจ โอ๋ และดอกจัน เสียใจจนแทบทนอยู่ต่อไปไม่ได้ ในยามนี้มีแต่จอมทัพเท่านั้นที่ยังอยู่เคียงข้างคอยช่วยเหลือให้กำลังใจเธอตลอดเวลา ส่วนดอกจันไม่อาจทำใจสัมพันธ์กับทองทิวได้อีกต่อไป ประกาศตัดขาดจากเขาที่เป็นพวกนักรบคนใจร้ายอำมหิต

ทองทิวถามดอกจันจนรู้ว่านายิกาไปพูดเรื่องราวต่างๆและบอกว่าเอื้อตายไปนานแล้ว สะเทือนใจแม่นวลจนช็อกและเสียชีวิตทำให้ทองทิวเองก็รับไม่ได้  กลับไปที่บ้านนักรบเจอนายิกาเขาถามว่า

"คุณท่านรู้ไหมครับว่าทำอะไรลงไป นั่นมันชีวิตคนทั้งคนเชียวนะครับ"

แทนที่จะรู้สึกรู้สากับการกระทำของตัวเอง นายิกากลับ ขู่ว่าสำเหนียกเสียบ้างว่าตัวเองเป็นใคร อย่าบังอาจมาขึ้นเสียง ถ้าไม่พอใจก็ให้ลาออกไปเสียจะได้พ้นหูพ้นตาไป

นักรบมาพอดีถามว่าเกิดอะไรขึ้น พอนายิกาบอกว่าแม่นวลตายเพราะรับไม่ได้ที่รู้ว่าลูกชายถูกรถชนตาย พูดแล้วหัวเราะหึๆเดินขึ้นห้องไป นักรบฟังแล้วอึ้งกับเหตุการณ์ที่รุนแรงอย่างคาดไม่ถึง

ooooooo

นักรบไปตัดพ้อต่อว่านายิกาว่าทำไมต้องทำถึงขนาดนั้นด้วย นายิกาพูดอย่างไม่แยแสกับความรู้สึกของนักรบว่า เพราะเขาเสียเงินให้กับการดูแลครอบครัวนี้ไป โดยไม่จำเป็น นักรบติงว่าถ้าบอกตนตรงๆก็จะสั่งยกเลิกการรักษาพยาบาลและให้ พวกเขากลับบ้าน

"นั่นมันไม่ใช่วิธีของแม่ ลืมไปแล้วเหรอว่า งูถ้าจะตีมันก็ต้องตีให้ตาย ถ้าไม่ใช้วิธีเด็ดขาดกับนังอุ่นใจ สักวันมันก็จะกลับมาพัวพันกับลูกอีก!"

แต่นายิกาหารู้ไม่ว่า การตายของแม่นวลทำให้อุ่นใจบอกกับดอกจันด้วยความแค้นในวันเผาศพแม่นวลว่า

"ฉันยอมพวกเขามามากแล้ว ต่อไปนี้ถึงเวลาที่ต้องตาต่อตาฟันต่อฟัน"

ดัง นั้น หลังงานเผาศพแม่นวล ดอกจันกับอุ่นใจในชุดดำ ก็ถือรูปของเอื้อกับแม่นวลพร้อมทั้งโกศใส่อัฐิของทั้งสองบุกไปที่บริษัทไท เกอร์คิง ตรงเข้าไปในห้องประชุมที่นักรบและนายิกากำลังประชุมกับลูกค้าอยู่ เธอตรงเข้าไปถามนักรบว่าจะให้วางรูปพี่ชายกับแม่ตนไว้ที่ไหนดี นักรบถามว่านี่มันอะไรกัน

"จำไม่ได้เหรอ แม่กับพี่ชายอุ่นใจไง คนสองคนที่พวกคุณฆ่าตายกับมือ!" ดอกจันบอก

"ฉัน ต้องการให้คุณจำให้แม่นๆว่า ที่ครอบครัวฉันต้องพังพินาศย่อยยับก็เพราะการกระทำของคุณคนเดียว คุณนักรบ!" อุ่นใจพูดตรงหน้านักรบด้วยสีหน้าเคียดแค้นแล้วเทอัฐิลงบนโต๊ะ ทองทิวพยายามห้าม แต่อุ่นใจก็ทำจนเสร็จ ทั้งยังประกาศกร้าวว่า

"คุณจำเอาไว้นะคุณนักรบ นี่คือการประกาศสงครามของฉัน ต่อไปนี้ถ้าคุณทำร้ายฉันก่อน ฉันจะตอบโต้ให้ถึงที่สุด"

นักรบ ลุกพรวดสั่งให้หยุด นายิกาสั่งให้จับทั้งสองคน โยนออกไปเดี๋ยวนี้ ทองทิวจึงเข้าปลุกปล้ำลากดอกจันออกไป ส่วนนักรบก็เข้ากระชากลากถูอุ่นใจออกไป พาขึ้นไปบนดาดฟ้าบริษัทด่าว่า

"เธอ เป็นผู้หญิงที่บ้าที่สุดเท่าที่ฉันเคยเจอมาเลยนะ มีหัวคิดบ้างหรือเปล่า" ทั้งยังปรามาสว่า ไม่มีใครเชื่อคำพูดของเธอ และโง่มากที่เอาเถ้ากระดูกแม่กับพี่ตัวเองมาโปรยเล่น

อุ่นใจบอกว่า ฝุ่นผงพวกนั้นไม่ใช่เถ้าถ่านของแม่กับพี่ชายตน มันเป็นแค่เศษขี้เถ้าที่ตนเอามาหลอกเขาเท่านั้น ด่านักรบว่า พวกเขาเป็นคนไม่มีหัวใจ คนอย่างพวกเขาต่างหากที่สมควรตาย ไม่ใช่แม่กับพี่ชายตน!

ooooooo

และแล้ว ในงานฉลองวันเกิดของจอมภพนั่นเอง เขาประกาศแต่งตั้งจอมทัพเป็นประธานฟีนิกซ์แทนเขา แขกที่มาร่วมงานต่างแสดงความยินดี บ้างก็พากันแซวว่ามีสาวๆให้เลือกหรือยัง บ้างก็เสนอว่าจะฝากหลานสาวมาให้พิจารณาสักคน

"มีแล้วค่ะ" เสียงหวานใสดังขึ้น ทุกคนหันมองร่างหนึ่งเดินย้อนแสงขึ้นมาเป็นภาพเงา แต่พอต้องแสงใสสว่าง ทุกคนก็มองตะลึงกับความสวยสง่าของหญิงสาวนั้นเธอคืออุ่นใจนั่นเอง! เธอเอ่ยกับจอมทัพอย่างอ่อนหวานฉะฉานว่า

"ต้องขอโทษด้วยนะคะที่ปรากฏตัวช้าไปหน่อย จนเกือบทำให้ลูกหลานใครต่อใครมีหวังในตัวคุณซะแล้วสิ"

ไม่เพียงเท่านั้นเธอยังบอกแก่จอมทัพท่ามกลางความไม่พอใจของจอมภพว่า

"ไหนๆงานนี้ก็เป็นงานเปิดตัวคุณในฐานะผู้บริหารแล้ว ฉันว่าเราถือโอกาสประกาศข่าวอย่างเป็นทางการเลยก็ดีนะคะ"

นั่นคือเธอประกาศรับหมั้นจอมทัพ ทำเอาแขกพากันฮือฮา แต่จอมภพมองตะลึงแทบช็อก

จอมทัพประคองมืออุ่นใจขึ้นสวมแหวนให้อย่างทะนุถนอมแล้วดึงตัวเข้าไปกอดอย่างแสนรัก

"ยินดี ด้วยนะคะคุณจอมภพ วันเกิดปีนี้ได้ของขวัญเป็นว่าที่ลูกสะใภ้เลยทีเดียว" แขกคนหนึ่งเอ่ยขึ้น ทุกคนพากันหัวเราะอย่างชื่นชม ในขณะที่จอมภพทำหน้าไม่ถูก ยิ้มรับเจื่อนๆ แต่ในใจนั้นแทบลุกเป็นไฟ

ooooooo

เมื่อ กลับบ้านอยู่กันตามลำพัง จอมภพประกาศเด็ดขาดกับจอมทัพและอุ่นใจว่าจะไม่ยอมรับการหมั้นนี้เด็ดขาด แต่จอมทัพไม่ทุกข์ร้อนบอกว่าตนจริงใจกับอุ่นใจและจะแต่งงานกับเธอให้เร็ว ที่สุด  ไม่ว่าคุณพ่อจะว่าอย่างไรก็ตาม ว่าแล้วก็จูงมืออุ่นใจออกไป จอมภพแทบจะคลั่งกับการแข็งข้อของลูกชาย

จอมทัพพาอุ่นใจไปส่งที่บ้าน ดอกจัน โอ๋ตื่นเต้นมากชมว่าอาอุ่นสวยมากไปไหนกันมา ดอกจันลุกมาชะเง้อดูอุ่นใจที่กำลังยืนคุยกับจอมทัพอยู่หน้าบ้าน

อุ่น ใจถามว่าคืนนี้จะกลับไปค้างที่บ้านได้หรือ เขาบอกว่าไม่เป็นไรกลับไม่ได้ก็นอนโรงแรมสักสองสามคืน เธอขอโทษที่ทำให้เขาลำบากใจ แล้วอุ่นใจก็บอกเขาว่า ตนอยากพิสูจน์ตัวเองด้วยการทำงานที่บริษัทของเขา คุณพ่อเขาจะได้เห็นว่าตนทำตัวให้เป็นประโยชน์

"ได้สิครับ ผมดีใจจริงๆเลยที่คุณตัดสินใจแบบนี้" จอมทัพดึงตัวอุ่นใจเข้าไปกอดอย่างตื่นเต้น   ในขณะที่อุ่นใจจิกตาคมกริบอย่างมีแผนการ

ooooooo

เมื่อเข้าไปในห้องนอน ดอกจันถามว่าไปงานไหนมาหรือ ไม่เห็นชวนกันบ้างเลย

"งานที่บ้านคุณจอมทัพน่ะ วันเกิดพ่อของเขา แกไม่ชอบหน้าพ่อเขานี่ฉันก็เลยไม่ได้บอก"

ดอกจัน เห็นแหวนที่นิ้วถามว่าแหวนอะไร เดาว่าเป็นแหวนหมั้น อุ่นใจบอกว่าใช่มันคือแหวนหมั้นของจอมทัพ ตนเพิ่งตกลงหมั้นกับเขาวันนี้เอง  แล้วพรุ่งนี้ก็จะเริ่มไปช่วยงานเขาที่บริษัทด้วย

"อะไรน่ะอุ่น ทำไมปุบปับแบบนี้ เพิ่งจะผ่านงานศพไปไม่กี่วันเอง" ดอกจันแปลกใจ

"ก็ เพราะอย่างนั้นน่ะสิ ฉันถึงต้องรีบตกลงให้เร็วที่สุด ฉันต้องการเข้าไปทำงานในบริษัทของคุณจอมทัพ เพราะมันถึงเวลาแล้วที่ฉันต้องลงสนามแข่งขันกับนายนักรบ"

ดอกจันอึ้ง  ถามว่า  "นี่หมายความว่า  แกหมั้นกับคุณจอมทัพเพราะเรื่องนี้เหรอ"

อุ่นใจชะงักรู้ว่าตัวเองทำไม่ถูกแต่ก็ต้องทำ บอกดอกจันว่า

"คุณจอมทัพเป็นคนดี บางทีฉันอาจจะรักเขามากขึ้นเรื่อยๆหลังจากนี้ก็ได้"

อุ่นใจเดินไปแล้วแต่ดอกจันยังมึนอยู่ เธอไม่เห็นด้วยกับการตัดสินใจแบบนี้ของอุ่นใจเลย...

ooooooo

การก ลายเป็นคนพิการที่เดินไม่ได้  ทำให้นักคิด วันๆคิดไม่ตกอารมณ์ร้าย แม้แต่กับซูซี่ที่คอยดูแลปรนนิบัติเขาอย่างดีก็ถูกดุด่าอย่างรุนแรง เอายามาให้กินก็ไม่ยอมกิน ไล่ตะเพิดไปให้พ้น นิมมานเข้ามาถามว่าเป็นอะไร นักคิดระเบิดความแค้นว่า

"ทำไมต้องเป็นผมด้วยครับคุณแม่ ทำไมไอ้คนขาเป๋เดินไม่ได้ถึงไม่ใช่ไอ้นักรบ คอยดูนะผมจะคิดบัญชีกับมัน!" นักคิดตีอกชกหัวอย่างแค้นใจ

ซูซี่ก้มเก็บเศษจานที่ถูกนักคิดปัดตกแตกอย่างเซ็งๆ พอเดินออกมานอกห้องก็เบ้หน้าพึมพำ

"ถ้าไม่ใช่เพราะแกมีเงินถุงเงินถัง แกไม่มีวันได้โขกสับฉันแบบนี้แน่ไอ้ง่อย!"

ooooooo

ตอนที่ 14

เช้าวันรุ่งขึ้น พอนักคิดรู้สึกตัวเขาถามนิมมานว่าตนเป็นอะไร นิมมานบอกว่านักรบส่งคนมาทำร้ายเขา นักคิดจึงนึกได้พึมพำ "ไอ้นักรบ!"

แต่พอเขาจะขยับตัว ปรากฏว่าขยับเท้าไม่ได้จับดูก็ไม่รู้สึกอะไรเลย นักคิดโวยวายลั่นห้อง

"แม่...ผมไม่รู้สึกอะไรเลย ทำไมมันเป็นแบบนี้...ทำไม!"

สอง แม่ลูกต่างรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับขาของนักคิดเจ้าตัวโวยวายอย่างรับไม่ได้กำ หมัดแน่น นิมมานร้องไห้โฮแล้วหันไปโวยวายใส่หมอว่าจะไม่ยอมให้ลูกตนพิการเด็ดขาด หมอต้องรักษาลูกตนให้หาย

"ทางเราจะรักษาสุดความสามารถครับ หมอคาดว่าการทำกายภาพบำบัดน่าจะทำให้คนไข้กลับมาขยับขาได้บ้าง" หมอชี้แจง

"ฉัน ไม่ต้องการแค่ขยับ แต่ฉันต้องการให้ลูกฉันกลับมาเป็นเหมือนเดิม!" นิมมานร้องไห้โฮๆ ทรุดลงที่เตียงของนักคิด จนหมอกับพยาบาลไม่รู้จะทำอย่างไรจึงพากันเดินออกไป

"แม่อย่าร้องไห้" นักคิดกำมือแน่นด้วยความโกรธแค้น "ถึงผมจะเป็นแบบนี้แต่ผมไม่มีทางยอมแพ้ไอ้นักรบเด็ดขาด!"

นิมมาน และนักคิดต่างนึกถึงความแค้นในอดีตที่มีต่อนักรบ เวลานั้นทั้งสองอยู่ในวัยเด็ก นักคิดชอบเล่นหุ่นยนต์ แต่นักรบหมกมุ่นอยู่กับการท่องศัพท์ภาษาอังกฤษ นักคิดตื่นเต้นเมื่อเห็นสมุดจดคำศัพท์ของนักรบถามว่าท่องได้หมดนี่เลยหรือ เก่งจัง

"แน่นอนอยู่แล้ว" นักรบตอบอย่างผยอง นักคิดมอง พี่ชายอย่างชื่นชมบอกว่าจะเอามาอ่านบ้างดีกว่าเผื่อจะเก่งเหมือนพี่  นักรบปรามาสว่า  "อย่าพยายามเลย  เราไม่มีทางเก่งได้เท่าพี่หรอก เพราะ...พี่เก่งที่สุด"

นิมมานยืนดูและฟังการสนทนาของสองพี่น้อง มองนักรบอย่างไม่พอใจ พึมพำอย่างหมายมาด

"สักวัน ลูกชายฉันจะเก่งกว่าแกให้ได้นักรบ!"

ครั้น โตขึ้นกว่านั้น เมื่อนายิกาพานักรบไปที่ไทเกอร์คิงสองแม่ลูกได้รับการต้อนรับอย่างนอบน้อม พินอบพิเทาจากบรรดาพนักงาน แต่พอนิมมานจูงนักคิดเดินตามไป กลับไม่ได้รับความสนใจจากพนักงานเท่าไรนัก

นายิกาพานักรบไปชี้ให้ดู ห้องหนึ่งบอกว่า ต่อไปห้องนี้จะเป็นห้องทำงานของลูก นักรบถามอย่างกระตือรือร้นว่าตนจะได้เข้ามาทำงานที่ไทเกอร์คิงเมื่อไร

"ทันทีที่ลูกเรียนจบปริญญาโทและเมื่อลูกพร้อมแม่จะให้ลูกขึ้นเป็นประธานบริษัทไทเกอร์คิงทันที"

นักรบถามว่าคนทั่วไปเขาเรียนจบกันตอนอายุเท่าไร เลขาของนายิกาบอกว่าถ้าปริญญาโทก็อายุประมาณ 26-27 ปี

"ช้า เกินไป!" นักรบโพล่งออกมาแล้วมองหน้านายิกา "ผมไม่มีทางใช้เวลานานขนาดนั้น ผมจะต้องได้เป็นประธานบริษัทที่อายุน้อยที่สุดให้ได้" นักรบแววตามุ่งมั่นเด็ดเดี่ยวเกินวัย

พนักงานที่ได้ยินต่างพากันทึ่ง แต่นายิกากลับยิ้มพอใจในความเด็ดเดี่ยวของลูกและเชื่อว่าลูกทำได้!

ตลอดเวลาที่โตมาด้วยกัน นักคิดชื่นชมนักรบว่าเก่งถามแม่ว่าทำอย่างไรตนจะเก่งได้เหมือนพี่นักรบ นิมมานปลูกฝังความคิดให้ลูกตลอดมาว่า

"เลิกคิดได้แล้วว่าอยากเก่งเหมือนมัน ลูกแม่ต้องเก่งกว่ามัน!! สัญญากับแม่ว่าลูกจะต้องชนะไอ้นักรบให้ได้"

คำ พูดของนิมมานทำให้นักคิดสัญญาว่าจะต้องชนะนักรบให้ได้ เมื่อนิมมานสั่งนักคิดให้เลิกเรียกนักรบว่าพี่ เขาก็ทำตามทันที นิมมานดึงลูกเข้าไปกอดที่สั่งลูกได้ดั่งใจ คิดแค้นอย่างอาฆาตว่า

"สักวัน พวกแกจะต้องเจ็บปวดอย่างที่ฉันเคยเจอ!"

มาวันนี้สองแม่ลูกยิ่งแค้นใจ นิมมานบอกนักคิดว่าจะทำทุกอย่างให้นายิกากับนักรบล่มจม  เราจะจัดการพวกนี้ให้สิ้นซาก!

"แม่ไม่ต้องห่วง ไอ้นักรบมันทำให้ผมเป็นแบบนี้ มันจะต้องชดใช้คืนให้ผมเป็นร้อยเท่า"

สองแม่ลูกจับมือให้กำลังใจกัน ที่จะแก้แค้นให้ได้

ooooooo

ทอง ทิวปวดหัวมากที่เจ้าอบอุ่นไม่ยอมกินอะไรเลย ทั้งที่เขาซื้ออาหารมาวางเต็มโต๊ะให้เลือกกินมันกลับนอนขดมองตาปริบๆ   จนเมื่อใกล้เวลาทำงาน

ทองทิวตัดสินใจจับเจ้าอบอุ่นขึ้นพาดบ่าเอาไปให้ดอกจันเลี้ยงแทน

เป็นเวลาที่จอมทัพกำลังทดสอบพิสูจน์ตัวเองให้อุ่นใจเห็นว่าเขาทำได้ทุกอย่างตามที่เธอต้องการ วันนี้จึงจับค้อนซ่อมโต๊ะเก้าอี้ในบ้าน

จอมทัพ จับค้อนเก้ๆกังๆ ตอกตะปูถูกบ้างผิดบ้างจนตะปูงอ ดอกจันต้องมาสอนให้ถอนตะปูตัวงอ แล้วแนะวิธีตอกตะปูให้ใหม่ แม้เขาจะพยายามทำตามให้ถูกต้องที่สุด แต่ก็พลาดจนได้ ตอกเอามือตัวเองเข้าเต็มเปาจนร้องลั่น


"ตายแล้ว เป็นอะไรรึเปล่าคะ เดี๋ยวฉันไปเอายาเอาน้ำแข็งมาประคบให้" อุ่นใจรีบมาดู

ดอกจันมาจับมือจอมทัพดูเห็นเล็บห้อเลือด เธอบอกว่าดีที่ไม่ออกแรงเต็มเหนี่ยวไม่งั้นนิ้วแตกแน่ ทองทิวมาเห็นดอกจันจับมือจอมทัพพอดี เขาปราดเข้าไปกระชากดอกจันออกมา ถามอย่างไม่พอใจ

"ยายดอกไม้จัน...เธอทำแบบนี้ได้ยังไง!"

ทั้งจอมทัพและดอกจันต่างมองกันงงๆ ต่อมาจึงรู้ว่าทองทิวหึงที่เธอไปอยู่ใกล้ชิดจอมทัพ เขาตำหนิเธอว่าทำน่าเกลียดไปเกาะแกะตีสนิทกับผู้ชาย ดอกจันถามฉุนๆว่าแล้วมันเกี่ยวอะไรกับเขาไม่ทราบ

"ก็ฉันไม่ชอบ...ฉันไม่ชอบขี้หน้าคุณจอมทัพ เขาเป็นคู่แข่งของไทเกอร์คิง" ทองทิวพาล แล้วสั่งดอกจันว่า "วันนี้เธอต้องดูแลอบอุ่นให้ฉัน ห้ามไปยุ่งวุ่นวายกับคนอื่นอีก โดยเฉพาะผู้ชาย เข้าใจไหม"

ดอกจันงงถามว่าทำไมต้องเป็นผู้ชายด้วย ทองทิวตัดบทว่าเพราะเจ้าอบอุ่นไม่ชอบ แล้วมอบอาหารและอุปกรณ์ทั้งชาม น้ำ ของเล่นของเจ้าอบอุ่นให้ดอกจัน จากนั้นควักกุญแจห้องให้สั่งเข้ม

"นี่กุญแจห้องฉัน เธอพาอบอุ่นกลับไปเลี้ยงที่ห้องฉันแล้วกัน อยู่รอจนกว่าฉันจะเลิกงาน ตกลงตามนี้นะ ฉันต้องไปทำงานแล้ว" พูดจบทองทิวเดินไปเลย ไม่อยู่ให้ดอกจันถามอะไรอีก พอดีเจ้าอบอุ่นครางเบาๆขึ้นมา ดอกจันเลยหันมาสนใจอบอุ่น ทองทิวหันมองเห็นอบอุ่นกำลังคลอเคลียดอกจันก็พึมพำพอใจ

"มีแต่เธอเท่านั้นแหละที่ฉันจะฝากอบอุ่นไว้ได้"

ooooooo

ด้วยความที่มีใจรักเจ้าอบอุ่นเหมือนกัน ทำให้ทั้งดอกจันและทองทิวต่างช่วยกันดูแลเจ้าอบอุ่น  ทองทิวเห็นถึงความมีน้ำใจใสบริสุทธิ์ของดอกจันจนกลายเป็นความรัก

คืนนี้ดอกจันพาเจ้าอบอุ่นไปรอทองทิวที่บ้าน เธอให้เจ้าอบอุ่นนอนบนโซฟาแต่ตัวเองกลับฟุบหลับอยู่ข้างๆเมื่อทองทิวมาเห็นจึงอุ้มเธอไปนอนบนเตียง เห็นความใสซื่อของดอกจันเลยอดใจไม่ได้แอบหอมไปฟอดหนึ่ง

พอดอกจันรู้สึกตัวรู้ว่าถูกขโมยหอมแก้มก็โกรธวิ่งหนีออกจากบ้านไป ทองทิวนึกว่าเธอหนีไปหาทองใบ ตามไปที่นั่นทองใบเลยรู้ว่าลูกชายแอบหอมแก้มดอกจัน เลยแกล้งให้ทองทิวตะโกนซ้ำๆว่า "ผมชอบดอกจัน" เพียงเท่านี้ ทองใบก็พอใจแล้ว เพราะตัวเองก็ลุ้นให้ทั้งสองรักกันอยู่แล้ว
เจ้าอบอุ่นยังนอนหง่าวอยู่ ไม่รู้ตัวเลยว่าได้กลายเป็นสื่อรักของทองทิวกับดอกจันไปแล้ว

ooooooo

เพื่อทำลายไทเกอร์คิงให้ได้ นิมมานยอมจ่ายเงินจำนวนหนึ่งให้เจ้าหน้าที่ไอทีของบริษัทเพื่อแลกกับไฟล์ข้อมูลจากคอมพิวเตอร์ของนักรบ

ครู่เดียวเจ้าหน้าที่ก็บอกว่าได้ไฟล์ในคอมพิวเตอร์ของนักรบแล้ว นิมมานสั่งทันทีว่า

"ฉันต้องการไฟล์ราคางานประมูล..."

ต่อมาข้อมูลทั้งหมดก็ตกอยู่ในมือจอมภพ เขาโทร.บอกนิมมานว่าถ้ามีอะไรเปลี่ยนแปลงให้ส่งมาอีกก็แล้วกัน จอมภพยิ้มอย่างมั่นใจพึมพำ "แกต้องพลาด...ไอ้นักรบ"

ครู่หนึ่งพิมมาเคาะประตูบอกจอมภพว่าติดต่อจอมทัพไม่ได้ ตอนบ่ายต้องมีประชุมเรื่องงานประมูล

"ไม่เป็นไร ประชุมไป ไม่ต้องรอจอมทัพ" จอมภพตัดสินใจ พิมท้วงติงว่าการประมูลครั้งนี้สำคัญมาก จอมภพ

ย้ำเสียงเข้มว่า "ฉันบอกแล้วไงว่าไม่ต้องรอจอมทัพ! เพราะตอนนี้ฉันมีข้อมูลสำคัญที่จะทำให้เราชนะการประมูลแล้ว!"

จนเย็นจอมทัพเพิ่งจะทดสอบพิสูจน์ตัวเองกับอุ่นใจเสร็จ อุ่นใจขอบคุณที่วันนี้มาช่วยทั้งวัน บอกเขาว่า ที่จริงไม่จำเป็นต้องทำถึงขนาดนี้ก็ได้ เพราะตอนนี้ตนยังไม่พร้อมจะเปิดใจรับใครเข้ามาในชีวิต

"ผมรู้ว่าตอนนี้คุณยังไม่พร้อม...แต่ผมรอได้ผมรอคุณได้จริงๆนะอุ่นใจ ผมสัญญา ไม่ว่าจะนานแค่ไหน ผมก็จะรอ" จอมทัพสัญญาอย่างจริงจัง หนักแน่นจนอุ่นใจนิ่งไป

แต่พอจอมทัพไปแล้ว อุ่นใจนั่งคิดถึงเรื่องที่ผ่านมากับนักรบที่ติดอยู่บนเกาะร้างด้วยกัน เธอก็ส่ายหน้าพูดอย่างเจ็บปวดจดจำว่า

"พอกันทีอุ่นใจ...ต่อไปนี้อย่าไปหลงเชื่อคำสัญญาของใครง่ายๆ โดยเฉพาะของผู้ชายที่ชื่อนักรบ"

ooooooo

เพื่อชัยชนะในการประมูลครั้งนี้ นักรบทุ่มเทเอาใจดารารายเต็มที่ เธอชวนเขาไปทานอาหารร้านที่อุ่นใจทำงานอยู่ เจาะจงให้อุ่นใจมาบริการ แต่อุ่นใจลาพัก เธอหยั่งเชิงนักรบว่า

"เสียดายจังเลยนะคะ ไม่งั้นเราคงได้รับการดูแลเป็นพิเศษจากอุ่นใจ"

"งั้นก็สั่งอาหารเถอะจะได้ไม่เสียเวลา" นักรบไม่รู้สึกเสียดายอะไรเพราะในสมองของเขาไม่มีคนชื่ออุ่นใจเหมือนนักรบอีกคน...

หลังทานอาหาร ดารารายชวนแวะไปดื่มไวน์ที่บ้านตนต่อ นักรบรับคำทันทีบอกว่าอยากคุยเรื่องงานประมูลอยู่พอดี

"ถ้าจะคุยกับคุณพ่อคงไม่ได้นะคะ เพราะท่านไม่อยู่ไปดูงานที่ญี่ปุ่น" ดารารายลองเชิง

"ถ้างั้นผมคงต้องคุยกับคุณแทน" นักรบตอบอย่างรู้ทัน เธอยิ้มยั่วอย่างเชิญชวน นักรบดึงเธอเข้าไปกอดซุกไซ้ด้วยอารมณ์ปรารถนารุนแรง

แต่ขณะอารมณ์กำลังเตลิดอยู่นั้น ดารารายกระซิบบอกเขาอย่างเย้ายวนว่า

"ใจเย็นๆสิคะ ดาวไม่ได้ไปไหนซะหน่อย คืนนี้จะอยู่กับคุณทั้งคืนแน่ค่ะ"

หลังจากนั้นพากันไปนั่งจิบไวน์ที่ริมสระน้ำ นักรบยังอารมณ์ค้างซุกไซ้ดารารายกระซิบถาม

"การประมูลครั้งหน้าผมคงได้รับความร่วมมือจากคุณเหมือนเดิมไหม"

"อยู่ที่คุณแล้วล่ะค่ะ ว่าจะทำให้ดาวพอใจมากแค่ไหน"

"เรื่องนั้นไม่มีปัญหา เพราะผม...ทำให้คุณพอใจมาตลอด"

นักรบเปิดฉากรุกดารารายอย่างร้อนแรง แต่พริบตาเดียวเขาก็ชะงักเมื่ออยู่ๆภาพที่นักรบอีกคนที่กอดจูบอุ่นใจในลิฟต์ก็กระแทกเข้ามา ทำให้เขาชะงักผละจากดารารายทันที หญิงสาวอึ้งถามว่าเป็นอะไร

นักรบหลบตาตอบไม่เต็มเสียงว่าไม่มีอะไร แต่ดารารายเชื่อว่าเขานึกถึงอุ่นใจ อารมณ์หึงพลุ่งพล่านทันทีถามว่าเขาคิดถึงผู้หญิงคนนั้นมากกว่าตนใช่ไหม นักรบพยายามชี้แจง ถูกเธอตัดบทว่า

"พอแล้วค่ะ ดาวไม่อยากฟังคำแก้ตัวของคุณแล้ว การประมูลครั้งนี้ ดาวรับรองได้เลยว่าไทเกอร์คิงต้องมีปัญหาแน่"  ย้ำว่า  "ถ้าคุณสนใจแต่ดาวคนเดียวไม่ได้  ไทเกอร์คิงมีปัญหาแน่นอน"

"ผมจะทำให้คุณเห็นว่า ผมไม่ได้สนใจผู้หญิงคนนั้น" นักรบท้าพิสูจน์ ดารารายถามว่าเขาจะทำอย่างไร นักรบตอบอย่างเด็ดเดี่ยวมั่นใจว่า "ไทเกอร์คิงได้งานประมูลครั้งนี้เมื่อไหร่ ผมจะประกาศแต่งงานกับคุณทันที"

ooooooo

ยังไม่ทันข้ามวัน นักรบก็รู้แล้วว่ามีคนมาทำอะไรกับคอมพิวเตอร์ของตน เพราะระบบป้องกันข้อมูลแจ้งว่ามีคนมาเปิดดูไฟล์ในเครื่อง

นายิกาตกใจถามว่าใครขโมยข้อมูล ข้อมูลอะไร นักรบบอกอย่างไม่หายอึ้งว่า

"ราคางานประมูล"

แม่บ้านที่เอากาแฟมาเสิร์ฟนักรบทำตัวเป็นหนอนบ่อนไส้ รีบเลี่ยงออกไปแอบโทร.บอกนิมมานทันที นิมมานพึมพำอย่างคาดไม่ถึงว่า "ไอ้นักรบ รอบคอบจริงๆ" แล้วรีบกดโทรศัพท์ถึงจอมภพ

"จอมภพ ไอ้นักรบรู้เรื่องราคาประมูลที่หายไปแล้ว มันน่าจะแก้ไขราคา แล้วฉันจะหาไปให้ใหม่"

บอกจอมภพแล้วนิมมานเดินกลับเข้ามาที่ห้องพักคนป่วยที่นักคิดนอนพักอยู่  ก็ได้รับข่าวดีว่านักคิดเริ่มเดินได้แล้ว  พอดีพยาบาลเข้ามาบอกว่า

"คุณหมออนุญาตให้คนไข้กลับบ้านได้นะคะ"

"ไม่ต้องห่วงครับแม่ ผมจะรีบหายให้เร็วที่สุด เราจะช่วยกันจัดการไอ้นักรบให้สิ้นซาก!"

นักคิดแค้นคุทั้งที่ยังเดินได้ไม่ดีนัก

ooooooo

ทองทิวถูกทองใบให้ทดสอบตัวเอง ทำตัวติดดินเพื่อให้เขาเป็นที่รักของดอกจัน จับทองทิวให้มาขุดดินทำสวนผัก ให้เปลี่ยนจากใส่สูทมาเป็นใส่เสื้อยืดกางเกงขาสั้นจับจอบพรวนดิน

ทองทิวยอมทำตาม แต่มือพรวนดิน เก็บผัก ตากลับมองดอกจัน จนทองใบเตือนจึงก้มหน้าก้มตาทำ อึดใจเดียว พอเห็นดอกจันเดินเข้าไปในบ้าน ก็ทำท่าจะลุกตาม

"จะไปไหน! ห้ามเลิกกลางคันเด็ดขาด ต้องทำให้หนูดอกจันเห็นว่าแกทำตัวติดดินได้ เข้าใจไหม!"

ทองทิวเลยจำต้องก้มหน้าเก็บผักในแปลงต่อไป แม้จะเก้ๆกังๆแต่ก็ตั้งใจทำ

จนสุดท้าย ทองทิวเพิ่งรู้ว่า ดอกจันรู้แล้วว่าเขาชอบเธอ เพราะตอนที่ทองใบหลอกให้เขาตะโกนว่า "ผมชอบดอกจัน" นั้น ดอกจันฟังอยู่ในห้อง แต่เพื่อให้ดอกจันมั่นใจจึงหลอกให้ทองทิวพิสูจน์ตัวเอง และเขาก็สอบผ่านได้อย่างทุลักทุเล

เมื่อเลิกงาน ปรากฏว่ามือทองทิวจับจอบจนเป็นแผล เลยเป็นธุระของดอกจันต้องทำแผลให้ แต่ก็ถูกเธอแกล้งเทน้ำเกลือใส่แผลจนเขาแสบร้องจ๊าก

เมื่อต่างรู้ใจกันแล้ว หนุ่มสาวก็หยอกล้อตะบึงตะบอนกันประสาคนรัก ทองใบแอบดูพูดอย่างกระหยิ่มยิ้มย่องว่า

"มันต้องอย่างนี้...ไม่นานได้หลานแน่เว้ยไอ้ทองใบ ฮ่าๆๆ"

ooooooo

ที่บ้านดอกจัน อุ่นใจอยู่กับโอ๋ วันนี้สองอาหลานช่วยกันหาสมุดพกของโอ๋ ค้นจนทั่วก็ไม่เจอ จนดอกจันกลับมาถามว่าลืมไว้ที่ไหนรึเปล่า ทบทวนให้ฟังว่า

"ตอนอยู่ที่หัวหินยังเอาสมุดพกมาอวดเกรด 4 ลุงทองใบอยู่เลย"

ทั้งอุ่นใจและโอ๋จึงนึกได้ว่าคงจะทิ้งไว้ที่ห้องนอนโอ๋ แน่ๆ จำเป็นต้องกลับไปเอา

"จะกลับไปที่นั่น แล้วแกโอเคเหรอ? ให้ฉันไปเป็นเพื่อนไหม" ดอกจันถาม

หลังจากชะงักไปนิดหนึ่ง อุ่นใจบอกว่าไม่เป็นไรเพราะพรุ่งนี้ดอกจันมีเรียนให้ไปเรียนดีกว่า

กระนั้น ดอกจันยังไม่สบายใจ โอ๋ปลอบใจว่า "อาดอกจันไม่ต้องห่วงครับ ถ้าเจอคุณนักรบขึ้นมาจริงๆโอ๋จะจัดการเอง"

อุ่นใจลูบหัวโอ๋อย่างเอ็นดู แต่ลึกๆแล้วก็ยังอดหวั่นใจไม่ได้ พูดปลอบใจทั้งหลานและตัวเองว่า

"เราคงไม่โชคร้ายเจอคุณนักรบที่นั่นหรอกครับ"

ooooooo

เช้ามืดวันรุ่งขึ้น ขณะนักรบนอนหลับอยู่บนเตียง เขานอนกระสับกระส่ายเหงื่อท่วมตัว ในจิตใต้สำนึกเกิดความขัดแย้งระหว่างนักรบคนเดิมกับนักรบคนใหม่ ภาพของนักรบทั้งสองคนแทรกซ้อนสลับกันไปมา

พลันนักรบก็สะดุ้งตื่นเพราะเสียงนาฬิกาปลุก เขาลุกขึ้นมึนๆกับฝันของตัวเอง ลุกเดินไปห้องน้ำ

ขณะยืนล้างหน้าอยู่หน้ากระจก พอเงยหน้าขึ้นมองตัวเองในกระจก เห็นใบหน้าและแววตาอ่อนโยนของนักรบคนดี เขาหยิบผ้าขนหนูขึ้นมาเช็ดหน้า ส่ายหน้าอย่างไม่เข้าใจตัวเอง บ่นงึมงำ

"เรากลับมาอยู่ที่บ้านตั้งแต่เมื่อไหร่?"

และเมื่อเข้าห้องนอน เขามองหาไปรอบห้อง ร้องเรียก

"อบอุ่น...อบอุ่นอยู่ไหน เช้าแล้วนะ มากินนมได้แล้วนะ" พลางเดินไปเปิดลิ้นชักที่เคยเก็บของเล่นของอบอุ่น แต่ในลิ้นชักว่างเปล่า เขาบ่นงงๆ "ของเล่นของอบอุ่นหายไปไหน?"

เช้านี้...ทุกอย่างรอบตัวดูจะสร้างความงุนงงให้นักรบ

ไปหมด จนเมื่อลงมาที่ห้องรับแขกเห็นแม่บ้านกำลังเตรียมตั้งโต๊ะอาหารอยู่ น้อยที่เป็นแม่บ้านเห็นนักรบก็ตกใจ รีบบอกว่า

"คุณนักรบตื่นแล้วเหรอคะ รอน้ำส้มคั้นสักครู่นะคะ พอดีเพิ่งให้เด็กออกไปซื้อมาค่ะ"

"ไม่เป็นไรครับ ว่าแต่มีใครเห็นเจ้าอบอุ่นบ้าง ผมหาทั่วแล้วไม่เจอเลย"

คราวนี้เลยกลายเป็นแม่บ้านงุนงงกับท่าทีที่แปลกไปของนักรบ แต่ก็ยังกลัวๆกล้าๆอึ้งๆ

นักรบมองหาเจ้าอบอุ่น ร้องเรียกก้มเรียกจนไม่ทันระวังหัวโขกกับโต๊ะอย่างแรง พอดีทองทิวเข้ามาเห็นร้องบอกไม่ทัน นักรบเอามือจับหัวตัวเองคลึงเบาๆ บอกทองทิวให้ช่วยดูหน่อยว่าโนไหม

ทองทิวเริ่มงงกับท่าทีที่เปลี่ยนไปของนักรบ ถามอย่างไม่แน่ใจว่า

"คุณนักรบครับ คุณนักรบโอเครึเปล่าครับ"

"ไม่โอเค...ผมงงมากเลยว่าผมกลับมาที่บ้านได้ยังไง ตอนนี้ผมควรจะอยู่ที่หัวหินกับอุ่นใจแล้วก็โอ๋สิ" พูดแล้วนึกทบทวนเรื่องของตัวเอง คิดได้ว่า "ผมติดอยู่ในลิฟต์กับอุ่นใจ แล้วผมก็เป็นลมไปใช่ไหม นี่คุณพาผมมาหาหมอใช่ไหม แต่ผมไม่เป็นอะไรแล้ว กลับไปหาอุ่นใจดีกว่า"

นักรบดึงมือทองทิวเดินออกไป แต่นึกอะไรได้หันมาบอกแม่บ้าน "ฝากตามอบอุ่นด้วยนะครับ"

ooooooo

นักรบลากทองทิวไปขึ้นรถสั่งให้พาตนไปที่หัวหินทันที ทองทิวมองนักรบอึ้งๆงงๆ เห็นเขานั่งเล่นเกมในไอแพดอย่างสนุกสนาน พักหนึ่งก็ถามว่า

"แล้วที่ผมเป็นลมไป หมอเขาว่ายังไงบ้าง ไม่ได้เป็นอะไรรุนแรงใช่ไหม แล้วทำไมต้องพาผมกลับมาหาหมอที่กรุงเทพฯ ด้วย" ทองทิวอึกอักไม่ทันชี้แจงนักรบก็พูดต่อเสียก่อน "อ๋อ... รู้แล้ว กลัวว่าถ้าเข้าโรงพยาบาลที่หัวหินแล้วแม่ผมจะรู้เรื่องใช่ไหม รอบคอบจริงๆเลย"

"นี่คุณนักรบจำเหตุการณ์หลังจากที่เป็นลมในลิฟต์ ไม่ได้เลยเหรอครับ"ทองทิวทำใจกล้าถาม

"ก็...รู้ตัวอีกทีก็เมื่อเช้านั่นแหละ ทำไม ผมหมดสติไปหลายวันเหรอ" ทองทิวพยักหน้า นักรบนิ่งเครียดๆ แล้วชะโงกหน้าบอกคนขับรถ "ไม่ต้องแวะร้านเค้กแล้วนะ รีบขับไปให้ถึงหัวหินเร็วที่สุด ป่านนี้อุ่นใจคงเป็นห่วงผมแย่"

ทองทิวดูอาการของนักรบแล้วส่ายหน้าอย่างหนักใจ ไม่รู้จะพูดอย่างไรดี

ooooooo

อุ่นใจกับโอ๋ไปถึงบ้านพักในคอนโดฯที่หัวหินแล้ว ทั้งสองรีบลงมือค้นหาสมุดพกเพื่อจะรีบกลับ โอ๋วิ่งเข้าไปในส่วนของห้องนอน ส่วนอุ่นใจเดินไปที่ระเบียงมองออกไปเศร้าๆ เมื่อนึกถึงตอนที่นักรบให้สัญญาว่าจะดูแลเธอไปตลอดชีวิต เธอพยายามฝืนตัวเองไม่ให้ ร้องไห้กับเรื่องเศร้านี้ บอกตัวเองว่า "อย่าไปเสียน้ำตาให้เขาอีก อุ่นใจ"

ทันใดนั้นมีมือโอบกอดมาจากข้างหลังจนอุ่นใจสะดุ้ง เสียงถามคุ้นหู อ่อนโยนว่า

"ร้องไห้เป็นห่วงผมเหรอ"

อุ่นใจตกใจสะบัดตัวออกจากนักรบทันที นักรบเห็นท่าทางอุ่นใจก็รู้ว่าเธอตกใจที่เห็นตนถามว่า

"เป็นอะไรครับ...โกรธที่ผมหายไปหลายวันเหรอ"

กลายเป็นพูดกันคนละเรื่อง อุ่นใจถามว่าเขาเป็นบ้าอะไร นักรบถามว่าเธอโกรธอะไรตน อุ่นใจรับไม่ได้กับท่าทีที่เปลี่ยนไปเปลี่ยนมาของนักรบ คิดว่าเขาเจ้าเล่ห์ เธอถามว่าเขาต้องการอะไรจากตนอีก พลางถอยหนี นักรบรั้งไว้ พอดีโอ๋วิ่งออกจากห้องมาเห็นนักรบจับตัวอุ่นใจไว้ก็พุ่งเข้าไปทุบตะโกนลั่น

"ปล่อยอาอุ่นเดี๋ยวนี้! อย่ามายุ่งกับอาอุ่นนะ"

นักรบถูกโอ๋ทุบก็ปล่อยอุ่นใจหันมาจับโอ๋ไว้ ทองทิวตามมายืนดูอยู่ตรงประตูห้อง อุ่นใจถามทองทิวว่าเจ้านายเขาต้องการอะไรจากตนอีก ทองทิวอึกอักไม่อาจอธิบายได้ บอกเธอว่า

"คือว่า...เรื่องมันซับซ้อนมากเลยอุ่นใจ คุณนักรบเขาจำเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อ 2-3 วันนี้ไม่ได้"

อุ่นใจหาว่าทองทิวแก้ตัวแทนเจ้านาย นักรบยืนยันว่าเขาจำไม่ได้จริงๆ จำไม่ได้ว่าทำอะไรลงไปบ้างจนทำให้เธอโกรธเขาถึงขนาดนี้

"จำไม่ได้ใช่ไหม" อุ่นใจเสียงเข้มแล้วหันไปคว้าแจกัน เอาดอกไม้ทิ้งบอกเขาว่า "ฉันจะทวนความจำให้คุณเอง" ว่าแล้วก็เทน้ำในแจกันราดหัวเขาทันที ถามว่า "ทีนี้คุณจำได้รึยังว่าทำอะไรกับฉันไว้!"

อุ่นใจวางแจกันดอกไม้แล้วจูงมือโอ๋เดินออกไปทันที

ooooooo

นักรบไม่ยอมวิ่งตามไปคว้าเธอไว้บอกมาคุยกันให้รู้เรื่องก่อน พลางหันไปร้องบอกทองทิวให้ดูโอ๋ไว้ด้วย ทองทิวจึงวิ่งมาจับตัวโอ๋ไว้ นักรบล็อกตัวอุ่นใจไว้ถามว่า

"คุณลืมไปแล้วเหรอว่าผมสัญญาต่อหน้าพี่ชายคุณว่าผมจะดูแลคุณไปตลอดชีวิต แล้วคุณเป็นแบบนี้ผมจะปล่อยไปได้ยังไง...ผมทำอะไรให้คุณโกรธ คุณบอกมาสิ"

พอได้ยินเขาเอ่ยถึงเอื้อ อุ่นใจก็ยิ่งแค้นดิ้นสุดแรงจนดันตัวเองออกมาได้ พูดทั้งน้ำตา

"ฉันต่างหากที่ต้องถามว่า ฉันไปทำอะไรให้คุณ! คุณถึงต้องตามทำร้ายฉันขนาดนี้...คุณเห็นฉันเป็นตัวอะไร เห็นฉันเป็นหุ่นยนต์ที่ไร้หัวใจไร้ความรู้สึกอย่างคุณเหรอ...ถ้าเกลียดฉันมากนักก็ฆ่าฉันเลยสิมาทรมานฉันแบบนี้ทำไม"

อุ่นใจร้องไห้โฮออกมาอย่างสุดกลั้น โอ๋วิ่งเข้าไปกอดอาไว้ นักรบมองภาพตรงหน้าอึ้งๆงงๆว่าตัวเองไปทำร้ายอะไรเธอ พอเขาขยับจะเข้าไปปลอบ ทองทิวก็มาจับไว้ส่ายหน้าไม่ให้เข้าไป

ooooooo

เมื่อพากันมานั่งที่ชายหาด ทองทิวถามนักรบว่าเขาจำอะไรไม่ได้เลยจริงๆหรือ พอนักรบย้อนถามว่าถ้าจำได้แล้วจะถามเขาทำไม ทองทิวส่ายหน้าเครียดๆก่อนบอกเขาว่า

"ไม่ดีเลยคุณนักรบ...คุณเป็นแบบนี้ไม่ดีเลย อาการป่วยของคุณ เลือดที่มันคั่งในสมองคุณ มันคงทำให้คุณเป็นแบบนี้"

นักรบถามว่าแบบนี้คือจำอะไรไม่ได้ใช่ไหม ทองทิวบอกว่าไม่ใช่ แต่ก็ไม่รู้จะอธิบายอย่างไรเลยพูดแค่ว่า "คุณนักรบคนเดิมกลับมาแล้ว"

ทองทิวย้อนเล่าเหตุการณ์ที่เขาเป็นลมในลิฟต์ให้ฟังว่า ตนพาเขาไปหาหมอพอเขาฟื้นขึ้นมาก็กลายเป็น นักรบ พยัคฆ์ราชาคนเดิมที่ทุกคนเกรงกลัว และเขาก็ทำให้อุ่นใจเกลียดในตอนนั้นด้วย

"ไม่จริง เป็นไปไม่ได้ ผมสัญญากับอุ่นใจแล้วว่าจะดูแลเขา จะไม่ทำให้เขาเสียใจ..." พูดไม่ทันจบ ก็เกิดเสียงวี้ดขึ้นในหูจนเขาปวดหัวรุนแรงร้องลั่น "โอ๊ย..." เสียงวี้ดยิ่งดังจนเหมือนหัวจะระเบิดเขาร้องสุดเสียง "อ๊ากกก!!" แล้วหมดสติล้มลงไปกองกับพื้นทราย

"คุณนักรบ..." ทองทิวตกใจมาก รีบพาเขาไปหาหมอที่โรงพยาบาลอีกครั้ง ระหว่างวิ่งตามเตียงที่เข็นนักรบไป ทองทิวยังแว่วเสียงของหมอเทพที่บอกว่า

"คนเป็นโรคสองบุคลิกก็เป็นแบบนี้แหละครับ  มักจะจำเหตุการณ์ในช่วงของอีกบุคลิกนึงไม่ได้ คนที่ป่วยจะเหมือนมีโลกของตัวเองอยู่สองใบ ใบหนึ่งคือโลกของตัวตนจริงๆของเขา ส่วนอีกโลกหนึ่งคือบุคลิกภาพใหม่ที่สมองเขาสร้างขึ้นมา"

"แล้วจะเป็นอันตรายมากไหมครับ" ทองทิวถาม

"ถ้าปล่อยไว้นานๆไม่ยอมรักษา ผู้ป่วยก็จะมีอาการหนักขึ้น อาจจะทำให้คนไข้มีอาการช็อกไปแบบวันนี้"

"แล้วเราจะรู้ได้ยังไงครับว่าเมื่อไหร่เขาจะเป็นคนดีเมื่อไหร่จะเป็นคนร้าย"

หมอบอกว่าเรื่องนี้หมอเองก็ตอบไม่ได้ ทองทิวเลยสรุปว่าตนต้องวัดดวงทายเอาเองใช่ไหม หมอเห็นด้วยว่า ก็คงทำนองนั้น

เมื่อคนคนเดียวกันแต่มีสองบุคลิก ทองทิวคิดหาทางแยกนักรบคนเก่ากับคนใหม่จนคิดได้

เพื่อความแน่ใจ ทองทิววัดดวงด้วยการซื้อน้ำส้มคั้นสดกับน้ำส้มกล่องมาให้นักรบเลือก ปรากฏว่าถูกนักรบหงุดหงิดใส่ ถามว่าจำไม่ได้หรือว่าตนไม่ดื่มน้ำส้มกล่องพวกนี้ แล้วบอกทองทิวว่าอยากกลับบ้าน

ทองทิวกลุ้มใจมากไม่รู้จะบอกนักรบอย่างไรดีว่าเขากำลังป่วยเป็นโรคทางประสาท

หลังจากดารารายให้ซูซี่เช็กจนรู้ว่าพรุ่งนี้นักคิดจะออกจากโรงพยาบาล เธอสั่งซูซี่ให้ยกเลิกงานและนัดทั้งหมดของวันพรุ่งนี้    เพราะตนจะไปหานักคิดที่โรงพยาบาล

ดารารายไปจ่ายค่ารักษาพยาบาลให้นักคิดบอกว่าเป็นการทำเพื่อขอโทษจากตนแทนนักรบ  แล้วขอไปส่งที่บ้าน

แต่ พอไปถึงบ้านพบว่าข้าวของถูกรื้อค้นกระจุยกระจาย พอเข้าไปก็ถูกนักเลงสามคนโผล่ออกมาล็อกตัวดารารายกับนิมมานไว้ นักคิดจำคนร้ายได้ถามว่านักรบส่งพวกแกมาอีกใช่ไหม หนึ่งในนั้นตอบว่าใช่ นักรบส่งพวกตนมา

ดารารายถูกล็อกตัว  เธอทำเป็นขอร้องนักเลงว่าอย่าบอกนักรบว่าตนมาที่นี่ นักคิดตะโกนให้มันปล่อยตัวดาราราย มันหันมาขู่นิมมานแทนว่า

"ถ้าไม่อยากให้ลูกแกเจ็บตัวมากกว่านี้ก็อย่าให้มันไปยุ่งกับของของคุณนักรบอีก!"

พวก มันส่วนหนึ่งลากดารารายออกไป อีกส่วนหนึ่งก็รุมยำนักคิดก่อนเดินตามกันออกไป นิมมานเข้าประคองนักคิดเขาคำรามว่า   "เห็นทีแกจะอยู่ร่วมโลกกับฉันไม่ได้แล้วไอ้นักรบ!!"

แต่พอดารารายถูกลากออกมายัดเข้าไปในรถแล้วพวกนักเลงก็ขับพาเธอออกไป

พอพ้นจากตรงนั้น ดารารายถามว่าได้ไฟล์วีดิโอมารึเปล่า คนหนึ่งบอกว่าเอามาทั้งกล้องเลย

เมื่อ เอากลับไปเปิดดูที่บ้าน ดารารายเห็นภาพตัวเองนอนเปลือยอยู่กับนักคิดบนเตียงเมื่อครั้งที่ถูกซูซี่ วางยา เธอคำรามอย่างอาฆาตแค้นว่า

"ใครที่มันคิดทำลายฉันมันต้องเจ็บ ปวดมากกว่าฉันเป็นร้อยเท่า!"  จากนั้นกดโทรศัพท์ถึงใครบางคน  สั่งเหี้ยม "จัดการกับนังซูซี่ได้เลย" แล้วเธอก็เอากล้องวีดิโอของนักคิดที่ฉกมาเผาทิ้งที่หลังบ้าน

ooooooo

หลัง คำสั่งของดารารายไม่นาน   ซูซี่อยู่ที่บ้านก็ถูกนักเลงสองคนเข้าไปทำร้ายทั้งกรีดเสื้อผ้าและกล้อนผม จนใบหน้าเธอถูกกรีดไปหลายแผล เมื่อทำซูซี่จนขวัญหนีดีฝ่อแล้ว ดารารายก็เข้าไปช่วยพาเธอออกมาและพาไปอยู่ที่บ้าน ป้ายสีว่าเป็นฝีมือของนักรบ แต่ต่อไปไม่ต้องกลัวแล้วมาอยู่ที่บ้านตนไม่มีใครทำอะไรเธอได้อีก


"นี่ฝีมือคุณนักรบเหรอคะ"  ซูซี่ถามร้องไห้โฮออกมา

"ใช่ นักรบเขารู้เรื่องที่ฉันโดนนักคิดแบล็กเมล์ นักรบโกรธมากหาว่าเธอรวมหัวกับนักคิดมาทำร้ายฉัน ฉันพยายามบอกแล้วว่าเธอโดนบังคับ แต่นักรบก็ไม่เชื่อ ฉันรู้ว่าเขาโกรธเธอมาก แต่ฉันไม่คิดว่าเขาจะทำได้ขนาดนี้" พูดแล้วยังขอโทษซูซี่ที่มาช่วยเธอช้าไป

ซูซี่ทั้งแค้นใจนักรบและซึ้งใจดาราราย โผเข้ากอดเธอร้องไห้โฮ แต่พอออกจากห้องซูซี่แล้ว ดารารายพูดพึมพำอย่างสะใจว่า

"แกทำให้ฉันเจ็บ แกก็ต้องอยู่เป็นทาสรับใช้ฉันไปตลอดชีวิตนังซูซี่!"

ooooooo

แม้ จะเครียดกับงานที่ทำกับนักรบ แต่ทองทิวก็ยังมีมุมส่วนตัวที่น่ารัก เขายังพยายามใกล้ชิดดอกจันหลังจากบอกรักและขอแต่งงานแต่ยังไม่สำเร็จ วันนี้เขาช่วยเธอไปเข็นของส่งพ่อค้าแม่ค้าในตลาด ปรากฏว่าดอกจันถูกพวกนั้นดุด่าว่ากล่าวที่ทำของเสีย ทองทิวทนไม่ได้เลยจ่ายค่าเสียหายให้แล้วให้ดอกจันเลิกทำงานนั้น

พอก ลับถึงบ้านเธอ เขาก็อ้างว่าบ้านทรุดโทรมและน่ากลัวบอกให้ย้ายไปอยู่เสียด้วยกัน ดอกจันไม่ยอมไปเขาก็จับขึ้นบ่าแบกไป  ดอกจันดิ้นกระแด่วอยู่บนบ่าเขาแต่ช่วยตัวเอง ไม่ได้เลย สุดท้ายเลยหัวเราะขำๆกัน

แต่เมื่อถึงเวลาที่ทำงานกับนักรบ ทองทิวก็เป็นอีกบุคลิกหนึ่งที่ต้องคอยสังเกตอารมณ์ของนักรบ

วัน นี้เมื่อหมอเทพแวะมาเยี่ยม นักรบบอกว่าไม่ได้นัดและตนสบายดี ทองทิวพูดกล้าๆกลัวๆว่าให้หมอตรวจสักหน่อยก็ดี ก็ถูกตวาดว่า "ฉันไม่ได้เป็นอะไร" จนหมอต้องช่วยพูดว่า

"คุณน่าจะมีอาการปวดหัวอยู่ ก็แค่พูดคุยกันธรรมดาไม่ใช่การรักษาครับ"

สุดท้าย นักรบก็ยอมทำตามที่หมอเทพบอกเหมือนเป็นการสะกดจิต โดยให้เขาหลับตาแล้วคิดถึงภาพที่ถูกจิตใต้สำนึกกดทับไว้ ค้นหาภาพที่ขาดหายไปจากความทรงจำให้เจอ

เมื่อทำตามหมอ นักรบก็ได้เห็นภาพที่สถูปพ่อ ได้เห็นแม่ที่เคี่ยวเข็ญให้เขาเข้มแข็งสมกับเป็นทายาทพยัคฆ์ราชา เมื่อเขาร้องไห้ไม่ยอม ถูกนายิกาเวลานั้นตวาดไม่ให้อ่อนแอ!

เรื่องราวต่างๆที่บีบคั้นความรู้สึกที่ถูกกดไว้ใต้จิตสำนึกปรากฏขึ้นทีละเรื่อง...ทีละเรื่อง

จนเมื่อหมอดีดนิ้วเรียกสติเขากลับคืนมา เขามีท่าทีอ่อนลง หมอบอกเขาว่า

"จิตใต้สำนึกของคุณกำลังต่อต้านพฤติกรรมปัจจุบัน ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของอาการสองบุคลิกของคุณ"

"นี่ ไม่ใช่การพูดคุยธรรมดา แต่เป็นส่วนหนึ่งของการรักษา" นักรบนึกรู้ พอทองทิวถามว่าให้ตนนัดหมออาทิตย์หน้าไหม เขาตอบโดยไม่ลังเลว่า "จัดเวลามาแล้วกัน"

แต่หลังจากนั้นนักรบก็ยังถูกภาพที่เขาสอนโอ๋ต้ม ไข่ และเขาอยู่กับอุ่นใจและโอ๋ที่เกาะผุดพรายในความคิด ภาพเหล่านั้นสลับไปมาอย่างรวดเร็วจนเขาปวดหัวมาก แต่เมื่อนั่งพักครู่หนึ่งรู้สึกดีขึ้น เขาถามตัวเองว่า

"ทำไมภาพพวกนี้เข้ามาอยู่ในความคิดฉันตลอดเวลา..."

ooooooo

ตอนที่ 13

เย็นนี้ จอมภพหัวเสียสุดๆเมื่อดูตัวเลขดรรชนีหุ้นในจอแล้วปรากฏว่าหุ้นของไทยเกอร์ คิงมากกว่าฟีนิกซ์เกือบเท่าตัว เขาขว้างหมอนไปที่จอทีวีสบถ "ไอ้สารเลวเอ๊ย!!"

จากนั้นเขาโทร.ไปหานิมมานทันที บอกว่าตกลงตนยอมรับข้อเสนอของเธอ ให้จัดการเร็วที่สุดด้วย จอมทัพเดินเข้ามาได้ยินพอดีถามว่าข้อเสนออะไรหรือ จอมภพตอบไม่เต็มปากว่า

"นิมมานจะเป็นไส้ศึกเอาข้อมูลมาให้เราสำหรับการประมูลครั้งหน้า" จอมทัพนิ่งฟังแล้วขยับจะเดินต่อ จอมภพเหล่ถาม "เฮ้ย แปลกแฮะ คราวนี้แกไม่ยักด่าว่าพ่อเล่นเกมสกปรกล่ะวะ"

"คงเป็นเพราะผมรู้แล้วมั้งครับว่า คนสกปรกก็เหมาะกับเกมสกปรก"

พูดแล้วจอมทัพเดินขึ้นบ้าน ส่วนจอมภพยิ่งแปลกใจกับคำพูดของลูกชาย

ใน ขณะที่นิมมานเดินเกมทางจอมภพนั้น นักคิดก็บีบคั้นรีดเค้นจากดารารายโดยมีคลิปเป็นไพ่ตายในมือไว้ต่อรอง วันนี้เขาไปหาดารารายถึงที่บ้าน ดารารายกลับมาเจอตุลย์ เดินมาหน้าบ้านพอดีบอกว่ามีเพื่อนมารออยู่ เธอแปลกใจว่าใคร พอมองเข้าไปในบ้าก็แทบช็อกเมื่อเห็นนักคิดยืนยิ้มเผล่คอยอยู่

"มาที่ นี่ทำไม" ดารารายไม่พอใจมาก นักคิดอ้างว่าเพราะโทร.มาแล้วเธอไม่รับสายเลยต้องมา ดารารายตัดบทว่า "มีธุระอะไรก็พูดมาอย่าอ้อมค้อม"

"ก็ได้..." นักคิดยิ้มกริ่มเอนตัวเข้าไปกระซิบ "ผมอยากได้อีกห้าล้าน จะไปทำธุรกิจกับเพื่อน"

"ฉันไม่ใช่ธนาคารของแก!"

"แต่ถ้าคลิปนั่นหลุดออกไป ผมจะเป็นยิ่งกว่าธนาคาร" นักคิดยิ้มอย่างท้าทาย

ที่ มุมนอกบ้านใกล้ๆนั้น ตุลย์มองเข้ามาอย่างสงสัยกับท่าทางแปลกๆของทั้งสองคน เมื่อนักคิดไปแล้ว ตุลย์เข้ามาถามดาราราย ความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกันของพ่อลูก ทำให้ดารารายต้องเล่าความจริงให้ฟัง ตุลย์โกรธมากพูดอย่างแค้นใจว่า "พ่อจะไปฆ่ามัน!"

"อย่านะคะคุณพ่อ ลูกไม่อยากให้มือของคุณพ่อแปด เปื้อนคนชั่วๆแบบนั้น"

"มันย่ำยีลูกแล้วคิดจะตักตวงผลประโยชน์จากเราอีก พ่อปล่อยมันไว้ไม่ได้!"

"ลูกก็ไม่ปล่อยมันไว้หรอกค่ะ  แต่ลูกจะใช้วิธีของลูกเอง!" ดารารายยิ้มเหี้ยม

ooooooo

ทอง ทิวใช้เจ้าอบอุ่นมาสัมพันธ์กับดอกจัน เขาจ้างเธอมาดูแลเจ้าอบอุ่นที่บ้าน ดอกจันเห็นบ้านรกทนไม่ได้จะจัดให้ แต่แล้วก็หยุดเมื่อนึกได้ว่าเขาจ้างตนมาเลี้ยงแมวไม่ได้ให้มาทำอย่างอื่น เลยดูดายมันเสีย หันไปดูแลเล่นกับเจ้าอบอุ่นอย่างเพลิดเพลิน

อบอุ่น เล่นกับดอกจันกระโจนตะครุบโน่นตะปบนี่แล้ว วิ่งเข้าไปในห้องนอนทองทิว  ดอกจันเรียกก็ไม่ยอมออกมา  เธอเลยตามเข้าไปเห็นมันมุดเข้าไปใต้ผ้านวมบนเตียงก็ล้วงมือเข้าไปควาน เจอขนหยาบๆก็บ่นอย่างเอ็นดูว่า

"ขนแกสากจังเลย เดี๋ยวต้องจับอาบน้ำหน่อยแล้วนะ มาเร็วๆ"

ที่แท้ ไปคว้าเอาหน้าแข้งของทองทิวเข้า เลยกลายเป็นดึงขาเขา ทองทิวสะดุ้งตื่นร้องโวยวายว่าอะไรกัน ดอกจันตกใจยิ่งกว่า รีบถอยออกมาถามว่า "นี่นายยังไม่ได้ไปทำงานเหรอ"

ทองทิวบอกว่าวันนี้ เป็นวันหยุด ถามว่าเธอเข้ามาทำอะไร ดอกจันชี้แจงว่าเจ้าอบอุ่นมุดขึ้นเตียงเมื่อกี้ตนเลยควานหา แล้วเลิกผ้าห่มดู ไม่มีแม้แต่เงาของเจ้าอบอุ่น

ปรากฏว่าเจ้าอบอุ่นกระโดดออกไปยืนอยู่ที่ขอบหน้าต่างแล้ว เลยถูกทองทิวกระเซ้าว่าที่แท้อยากขึ้นมาร่วมเตียงกับตนก็บอกมาเถอะ

ดอกจันถลึงตาใส่ด่าว่าพูดบ้าๆ แล้วรีบไปคว้าเจ้าอบอุ่นอุ้มออกไป ทองทิวยิ้มๆอย่างเอ็นดู

ทอง ทิวยังหาทางแหย่ดอกจัน เมื่อเธอไม่ทำอาหารให้เขาเพราะเขาจ้างมาดูแลเจ้าอบอุ่นเท่านั้น ทองทิวจึงแก้เผ็ดอ้างว่าเจ้าอบอุ่นอยากไปกินอาหารข้างนอกเธอต้องตามไปด้วย แล้วพาไปสวนอาหารสั่งอาหารมากมายมากินเอง ปล่อยให้ ดอกจันอุ้มแมวนั่งมองกลืนน้ำลายเอื๊อก...เอื๊อก ซ้ำยังพูดให้ เจ็บใจว่า

"มองทำไม ไม่ต้องมอง หน้าที่เธอคือเลี้ยงแมว อย่าลืม!"

ออก จากร้านอาหารก็พาไปหาซื้อเสื้อและของเล่นสัตว์ ให้เจ้าอบอุ่น เขาหยิบโน่นหยิบนี่ซื้อเสร็จก็ให้ดอกจันเป็นคนหิ้ว เธอหอบพะรุงพะรังทั้งอุ้มแมวทั้งหิ้วของ

จนกลางคืน ดอกจันถือว่าเสร็จงานแล้วจะกลับ ทองทิวไม่ยอมให้กลับเพราะเธอต้องกล่อมเจ้าอบอุ่นให้หลับก่อน

ดอกจัน พาเจ้าอบอุ่นไปนอนร้องเพลงกล่อมไม่ถึงอึดใจ แมวไม่ทันหลับ แต่คนร้องเพลงกล่อมฟุบหลับไปแล้ว ทองทิว มองแล้วส่ายหน้ายิ้มอย่างเอ็นดู

ooooooo

คืน เดียวกันนี้ ขณะนักคิดเดินเมาๆออกจากผับกับหญิงสาวนั้น มีชายชุดดำสามคนเข้ามาถามว่า "คุณ นักคิดใช่ไหมครับ"  พอเขาถามว่าใช่มีอะไร  เท่านั้นเอง ชายทั้งสามก็รุมกันเข้ามา คนหนึ่งต่อยเปรี้ยงเข้าที่หน้า พอนักคิดล้มลงก็รุมกันเข้าไปยำไม่ยั้ง หญิงสาวตกใจมากวิ่งหนีไป

นักคิดร้องอ้อนวอนอย่าทำอะไรตนเลย หนึ่งในสามพูดปรามว่า

"นี่เป็นการสั่งสอน อย่าได้มายุ่งกับผู้หญิงของคุณนักรบอีก!"

ไม่ไกลจากตรงนั้น ดารารายลดกระจกรถลงมาดูสภาพสะบักสะบอมของนักคิดอย่างสะใจ

กลับ ถึงบ้านคืนนี้ ดารารายยังพูดเชิงปรามให้ซูซี่รู้ว่าตนให้คนไปทำอะไรกับนักคิด ซูซี่ตกใจถามว่าเขาจะตายไหม ดารารายบอกว่าไม่ถึงตาย แต่ทำให้อยู่อย่างทรมานไปตลอดชีวิตสะใจกว่า

นี่เป็นวิธีการทำให้ซู ซี่ผวากับการเชือดไก่ให้ลิงดูของตน ซูซี่หวาดกลัวแต่พยายามข่มใจทำเป็นดีใจกับการแก้แค้นของดารารายแล้วรีบขอตัว ไปนอน

ooooooo

นักคิดเชื่อว่านี่เป็นการกระทำของนักรบ รุ่งขึ้นนิมมานก็ตะบึงรถไปที่บ้านนักรบ พอเจอกำลังจะออกไปกับนายิกา นิมมานก็ตรงเข้าไปด่า "ไอ้นักรบ ไอ้คนใจอำมหิต!"

นิมมานตรงเข้าทุบตี นักรบพัลวัน จนนักรบโมโหด่าว่า เป็นบ้าอะไรแต่เช้า พอนิมมานบอกว่าเขาส่งคนไปซ้อมนักคิดปางตาย นายิกาก็เข้ามาขวางหาว่านิมมานแฮงก์จากเมื่อคืนก็กลับไปนอนเสียอย่ามา อาละวาดที่นี่ ทั้งยังผลักนิมมานจนล้มลงแล้วประคองนักรบไปขึ้นรถออกไปทันที

"ไอ้ พวกใจยักษ์ใจมาร! แกเห็นคนอื่นดีกว่าพวกกันเองนะ คอยดูเถอะ แกจะไม่เหลืออะไรเลย คอยดู!" นิมมานตะโกนด้วยความแค้น นักรบมองอย่างไม่เข้าใจ แต่นายิกาไม่สนใจแม้แต่น้อย

ooooooo

ดอกจัน กล่อมเจ้าอบอุ่นจนตัวเองหลับไปแล้ว ทองทิวอุ้มไปนอนที่เตียงห่มผ้าให้อย่างดี จนดอกจันนอนเต็มอิ่มตื่นขึ้นมาเห็นตัวเองนอนอยู่บนเตียงก็เอะอะโวยวายว่าถูก ทองทิวปล้ำ ทองทิวชี้แจงจนเหนื่อยดอกจันก็ไม่ยอมเชื่อจนเขาขู่จะปล้ำจริงๆให้ดู เธอเลยต้องเงียบ

ที่บ้านดอกจัน อุ่นใจกับโอ๋อยู่ที่นั่น วันนี้โอ๋ดีใจมากวิ่งถือตั๋วดูฟุตบอลรอบที่ตัวเองลงแข่งมาให้อุ่นใจ 3 ใบ แล้วแต่ อาจะชวนใครไปดู ส่วนตัวเองเก็บไว้ใบหนึ่งเป็นใบพิเศษจริงๆ อวดว่า

"ที่ นั่งที่เป๊ะที่สุด โอ๋จะเก็บไว้..." พออุ่นใจแซวว่าจะเก็บให้สาวที่ไหน โอ๋บอกอย่างภูมิใจว่า "ของคุณนักรบ" แล้วเก็บใส่กระเป๋าเสื้อเดินเข้าบ้าน ไม่ทันสังเกตสีหน้าของอุ่นใจที่เจื่อนลง

อุ่นใจตามเข้าไปขอตั๋วใบ นั้นบอกว่าไม่ให้นักรบไปดู ย้ำกับโอ๋ว่า "อาบอกแล้วใช่ไหมว่าเขาไม่มีสิทธิ์ในชีวิตของพวกเราอีกแล้ว ต่อไปนี้ไม่ต้องไปยุ่งกับเขาอีก"

"ทำไม" โอ๋ชักโมโห พอเห็นอุ่นใจอึกอักไม่รู้จะอธิบายอย่างไร โอ๋ตัดบท "ไม่มีเหตุผล อาอุ่นโกรธกับคุณนักรบอยู่ใช่ไหม เลยจะบังคับให้โอ๋โกรธด้วย โอ๋ไม่ยอม เอามานี่!"

โอ๋พุ่งเข้าแย่งตั๋วคืน แต่ถูกอุ่นใจแย่งไปแล้วฉีกเป็นชิ้นๆโยนทิ้ง โอ๋โกรธมากตะโกนใส่หน้าอุ่นใจว่า  "โอ๋จะฟ้องคุณนักรบว่าอาอุ่นแกล้ง อาอุ่นใจร้าย! โอ๋เกลียดอาอุ่น เกลียดที่สุด!"

โอ๋เสียใจมากเก็บตั๋วที่ถูกฉีกไปต่อจนเต็มใบขึ้นมา โกรธอุ่นใจจนตัดสินใจจะหนีไปอยู่กับนักรบ

ทอง ทิวมาส่งดอกจันที่บ้าน  ทั้งสองเห็นอุ่นใจกับโอ๋กำลังยื้อแย่งและอุ่นใจฉีกอะไรทิ้งที่พื้น เมื่อถามจนรู้เรื่อง ดอกจันเตือนสติ อุ่นใจว่าจะไปเอาอะไรกับเด็ก บ่นสงสารโอ๋ ทองทิวก็เชื่อว่าโอ๋ คงไม่รู้เรื่องของผู้ใหญ่ ถูกอุ่นใจที่กำลังอารมณ์เสียตวาดว่า

"ใครถาม ไม่ต้องมาออกความเห็นเลย ที่ฉันกับหลานทะเลาะกันก็เพราะพวกคุณนั่นแหละเป็นต้นเหตุ" แล้วถามดอกจันอย่างอารมณ์เสียว่า "พาเขามาทำไม"

"ฉันอยากคุยกับเธอ เรื่องนี้พอดีเลย บางที...เธอฟังแล้วอาจจะเข้าใจคุณนักรบดีขึ้น" ทองทิวยังใจเย็น อุ่นใจสวนไปว่าตนไม่อยากฟัง ดอกจันหว่านล้อมให้ใจเย็นๆ พออุ่นใจสงบลงบ้าง ทองทิวบอกว่า "แต่เราจะไม่คุยกันที่นี่ เพราะมีคนที่จะอธิบายเรื่องทั้งหมดได้ดีกว่าฉัน"

ฟังทองทิวแล้วอุ่นใจยิ่งงง มองหน้าดอกจันกับทองทิวเชิงถามว่าอะไรกัน ดอกจันพยักพเยิดให้เพื่อนลองดู

จากนั้นทองทิวก็พาอุ่นใจกับดอกจันนั่งรถออกไป โดยทั้งสามไม่เห็นโอ๋ที่สะพายกระเป๋าออกมา

ooooooo

คน ที่ทองทิวพาอุ่นใจกับดอกจันไปพบคือหมอเทพนั่นเอง เขาให้หมอเล่าอาการของนักรบให้สองสาวฟัง ทีแรกอุ่นใจจะไม่ฟังเพราะยังไม่หายแค้นและถือว่าไม่เกี่ยวกับตน แต่ดอกจันขอให้ฟังหน่อยเธอจึงยอมนั่งฟัง

หมอเทพเล่าอาการที่มีลักษณะ ไม่ปกติของนักรบว่า เกิดขึ้นจากจิตใต้สำนึกที่ถูกกดทับไว้ ไม่ได้เป็นเพราะสติฟั่นเฟือน พอสองสาวนิ่งฟังอึ้ง หมอเล่ารายละเอียดว่า

"ผู้ ป่วยโรคนี้มีบุคลิกภาพมากกว่าหนึ่งชนิด โดยที่จะแตกต่างจากตัวตนเดิมอย่างสิ้นเชิง ในผู้ป่วยที่มีอาการหนักมากๆ อาจจะมีบุคลิกภาพมากถึง 10 ชนิด ที่มีชื่อเรียกตัวเองและนิสัยใจคอแตกต่างกันออกไป"

ดอกจันทำหน้าเหวอพึมพำอย่างเหลือเชื่อว่าอย่างกับในหนังเลย

"โรคแบบนี้ถ้าเกิดขึ้นกับชาวบ้าน ก็อาจจะถูกวินิจฉัยว่าผีเข้า ต้องทำพิธีไล่ผี แต่ในทางการแพทย์ถือว่าเป็นอาการจิตเวชที่ต้องได้รับการรักษาครับ"

"คุณหมอกำลังจะบอกฉันว่า...นายนักรบมีอยู่สองคนงั้นเหรอคะ" อุ่นใจตั้งแง่อย่างไม่อยากเชื่อ

"ใช่ครับ แล้วถ้าคุณนักรบไม่ยอมมารักษา นักรบทั้งสองคนก็จะสลับกันโผล่ขึ้นมา ทำให้คุณและคนรอบข้างสับสนอย่างนี้ตลอดไป สิ่งสำคัญตอนนี้คือ หมออยากให้ทุกคนเข้าใจอาการและพยายามหว่านล้อมให้คุณนักรบมาพบหมอโดยเร็ว ที่สุด"
ทองทิวกับดอกจันฟังแล้วพยักหน้าอย่างเข้าใจ แต่อุ่นใจยังนั่งหน้าเรียบเฉย ครุ่นคิด

จนเมื่อออกจากโรงพยาบาลมาแล้ว   อุ่นใจจึงบอกทั้งสองคนว่าตนไม่เชื่อว่านักรบจะป่วยจริง ดอกจันท้วงว่าหมอคงไม่โกหกเราหรอก

"แต่นายนั่นอาจจะโกหกหมอก็ได้ ใครจะเชื่อก็เชิญแต่ฉันไม่มีวันหลงกลคนเหลี่ยมจัดแบบนั้นเป็นครั้งที่สองหรอก!"

ทองทิวร้องอ้าวอย่างผิดหวังบอกอุ่นใจว่าอย่ามองนักรบในแง่ร้ายอย่างนั้น อุ่นใจย้อนเอาว่าเขาเป็นเพื่อนก็ต้องพูดปกป้องนักรบอยู่แล้ว ถามทองทิวว่าจะไปส่งที่บ้านหรือเปล่าไม่งั้นตนจะได้กลับเอง

ดอกจันรีบบอกว่าไปส่งแล้วพาอุ่นใจขึ้นรถ แอบส่ายหน้าบอกทองทิวว่าอย่าเพิ่งพูดอะไรตอนนี้ ทองทิวทำตาปริบๆ เซ็งมากที่กล่อมอุ่นใจไม่สำเร็จ

ooooooo

โอ๋สะพายกระเป๋าเสื้อผ้าหนีออกจากบ้านจะไป อยู่กับนักรบ แต่พอหาสตางค์จะขึ้นรถปรากฏว่าไม่มีแม้แต่บาทเดียวแต่ยังมุ่งมั่นที่จะไปต่อ อาศัยความฉลาด มีไหวพริบและเชาวน์ไว ช่วยตัวเองสำเร็จบ้างไม่สำเร็จบ้าง

เช่นแอบขึ้นรถแท็กซี่ไปกับผู้หญิงคนหนึ่งก็ถูกไล่ลงเพราะไม่ไว้ใจ ขึ้นรถเมล์ก็แกล้งทำเป็นหลับบ้าง เบียดๆบังๆหลังผู้ใหญ่บ้างโมเมทำเป็นแม่ลูกกัน ไประยะหนึ่งก็รีบลงก่อนที่จะถูกกระเป๋าไล่ลง

เดินไปถึงสะพานลอยเห็นขอทานนั่งกันเป็นกลุ่มๆก็แกล้งทำเป็นคนตาบอดพนมมือแต้ ร้องขอเงินซื้อข้าวกิน คนเดินผ่านไปมาเวทนาก็หยอดเหรียญให้ โอ๋หรี่ตาดูแล้วยกมือไหว้

ปลกๆร้องเสียงเหน่อๆ "ขอบคุณคร้าบบบ"

นั่งขอทานอยู่ครู่หนึ่งได้เงินมาสองสามเหรียญ โอ๋ง่วงเลยนั่งหลับ เลยไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น

ปรากฏว่าเทศกิจมาตรวจ พวกขอทานที่นั่งกันเป็นระยะบนสะพานลอยพากันลุกหนีร้องบอกกัน "เฮ้ย เทศกิจมา หลบเร็ว!" โอ๋มัวหลับอยู่ลุกเกือบไม่ทัน คว้ากระเป๋าได้ก็วิ่งอ้าวไม่รู้ทิศทาง สุดท้ายเลยตัดสินใจถามคนแถวนั้นว่า

"พี่ครับ รู้จักบริษัทไทเกอร์คิงไหมครับ"

ถามใครก็ไม่มีใครรู้จัก โอ๋ชักใจเสีย ทั้งหิวทั้งว้าเหว่จนร้องไห้ เดินไปเจอตู้โทรศัพท์ฉุกคิดได้รีบวิ่งไปกดเบอร์ที่จำได้ ขึ้นใจทันที...

ooooooo

ระหว่างทางที่ทองทิวขับรถมาส่งอุ่นใจกับดอกจันนั้น ทุกคนนั่งเงียบจนน่าอึดอัด ทองทิวจึงเปิดวิทยุในรถให้บรรยากาศผ่อนคลาย ไปเจอคลื่นวิทยุชุมชนเข้าพอดี ดีเจประกาศว่า

"ตอนนี้คลื่นน้ำจิตน้ำใจของเรากำลังต้องการความช่วยเหลือด่วนนะครับ เพราะมีเด็กหลงทางหนึ่งรายต้องการไปพบพ่อของเขาที่บริษัทไทเกอร์คิง ถ้าพี่น้องแท็กซี่หรือเพื่อนสมาชิกคนไหนผ่านมาที่สถานีของเรา ขอความกรุณาแสดงน้ำใจกับหนูน้อยคนนี้ด้วยนะครับ" แล้วดีเจก็หันไปถามโอ๋ "หนูชื่ออะไร"

"โอ๋ครับ"

อุ่นใจชะงักมองวิทยุขวับ เสียงดีเจถามต่อว่า "หนูจะไปทำอะไรที่บริษัทไทเกอร์คิงจ๊ะ" โอ๋ตอบเสียงชัดเจนว่า "พ่อโอ๋ ทำงานอยู่ที่นั่น โอ๋จะไปหาพ่อ"

อุ่นใจกับดอกจันตกใจ จำได้ว่าเป็นเสียงโอ๋ ทองทิวตกใจไปด้วยรีบเลี้ยวรถกลับทันที แต่พอไปถึงสถานี อุ่นใจเข้าไปพบพนักงานขอรับเด็กที่ชื่อโอ๋ พนักงานคนนั้นบอกอย่างภูมิใจในผลงานว่า

"อ๋อ...มีสมาชิกมารับไปที่ไทเกอร์คิงแล้วค่ะ ขอบคุณมากนะคะ"

อุ่นใจยืนอึ้ง ดอกจันกับทองทิววิ่งตามเข้ามา พอเห็นหน้าอุ่นใจก็เดาได้ว่า เรามาสายไปแล้ว...

ooooooo

สามีภรรยาผู้ใจดีพาโอ๋ไปถึงหน้าบริษัทไทเกอร์คิง โอ๋ขอบคุณบอกว่าตนเข้าไปเองได้แล้ว แต่เพราะโอ๋ เคยเจอปัญหาที่นี่มาแล้ว เมื่อเห็นยามจึงหลบอยู่จนมีรถกระบะคันหนึ่งแล่นมาจอดรับบัตร โอ๋แอบปีนขึ้นรถมุดเข้าใต้ผ้าใบทันที

ooooooo

รอจนนักรบประชุมเสร็จออกจากห้องประชุมพร้อมกับลูกค้า พนักงานคนหนึ่งจึงนำโอ๋ไปพบบอกว่า มีเด็กคนหนึ่งมาขอพบ  นักรบทำหน้างง  พนักงานคนนั้นจึงต้องบอกว่า

"ค่ะ แกอ้างว่าเป็นลูกชายของท่านประธาน ตอนนี้..." พนักงานพูดไม่ทันจบ เสียงโอ๋ก็แทรกเข้ามาร้องอย่างตื่นเต้น "คุณนักรบ...โอ๋เองคร้าบบบ" แล้ววิ่งแทบจะเป็นกระโจนเข้าหานักรบด้วยความดีใจสุดขีด

บรรดาลูกค้าที่มาประชุมต่างมองอย่างเอ็นดูบ้างแซวว่านักรบมีลูกชายด้วยหรือ นึกว่าโสดเสียอีก โอ๋เลยยิ่งกอดหอมนักรบพร่ำบอก "คิดถึงจังเลยครับพ่อ"

นักรบกระอักกระอ่วนใจแต่ไม่กล้าแสดงอะไร เพราะยังเกรงใจลูกค้าอยู่ แต่พอลากโอ๋ไปห้องทำงานเขาเหวี่ยงลงที่เก้าอี้ ตะคอกถามว่า "นายเป็นใคร!"

นักรบแสดงอาการเกรี้ยวกราดดุร้าย แต่โอ๋ก็ยังคิดว่าเขาเล่นด้วย ยังคงหยอกล้อแสดงความรักกับเขา แซวว่าวันนี้ดุจังงานยุ่งหรือ งั้นเดี๋ยวไปเตะบอลกัน บอกอวดๆว่า "โอ๋มีอะไรมาฝากด้วย" พลางหยิบตั๋วดูบอลที่เอามาแปะติดกันจนสมบูรณ์มาให้ดู

"ฟุตบอลบ้าบออะไร ฉันไม่ดู บอกมาเดี๋ยวนี้เธอเป็นลูกพนักงานคนไหน ต้องการอะไรถึงมาวุ่นวายกับฉัน"

ขณะนั้นเองยามคนหนึ่งจำโอ๋ได้เข้ามาบอกว่าโอ๋เป็นลูกของเอื้อ นักรบจึงเริ่มจำเอื้อได้จำโอ๋ได้ เลยยิ่งโมโหตวาดถามว่า

"อ๋อ...เธอนี่เอง แล้วเป็นบ้าอะไรถึงมาเรียกฉันว่าพ่อ ฉันเป็นเจ้านายพ่อแกต่างหาก"

ทีแรกโอ๋เห็นท่าทีดุดันของนักรบก็ยังคิดว่าเขาหยอกเล่น แต่พอโดนเข้าแบบไม่มีทีท่าจะเลิกก็เริ่มใจไม่ดีกระทั่ง เบะจะร้องไห้ จนกระทั่งถูกนักรบไล่ตะเพิดให้ออกจากห้องตนไปเดี๋ยวนี้ โอ๋เลยปล่อยโฮออกมาด้วยความตกใจกลัว

โชคดีที่อุ่นใจ ดอกจัน และทองทิวมาถึง โอ๋โผเข้ากอดอาไว้ด้วยความตกใจ   พอเห็นหน้าอุ่นใจนักรบก็เหมาว่าที่แท้ก็ทำงานกันอย่างเป็นขบวนการนี่เอง  ทองทิวพยายามจะชี้แจง แต่อุ่นใจสวนขึ้น

"คุณนี่มันจิตใจต่ำกว่าที่ฉันคิดไว้อีกนะ กับเด็กตัวเล็กๆ ระแวงแม้กระทั่งกับเด็ก ฉันชักสงสัยแล้วนะว่าตอนเด็กคงเจออะไรมา ถึงได้ใจร้ายใจดำผิดมนุษย์แบบนี้หรือว่าเป็นพวกไม่มีใครรัก"

นักรบปราดเข้าหาอุ่นใจ ดอกจันพุ่งมาขวางไว้แต่ช้ากว่าโอ๋ที่หันมาเตะหน้าแข้งนักรบแล้วตะโกนทั้ง น้ำตา "อย่ามายุ่งกับอาของโอ๋นะ คนใจร้าย!"

ในที่สุดนักรบก็ตะโกนสั่ง รปภ.ให้เอาพวกอุ่นใจออกไปจากบริษัทตนให้หมด ดอกจันยังตะโกนส่งท้ายว่า

"พวกฉันกลับเองได้ นายเอาไอ้บ้านี่ไปส่งโรงพยาบาลดีกว่าจะได้กลับมาเป็นปกติสักที"

"ปิดประตู แล้วอย่าให้พวกมันเข้ามาอีก ไม่งั้นฉันจะไล่ออกให้หมดทั้งตึก!" นักรบโกรธจัด

เมื่อพวกอุ่นใจออกไปแล้ว เขาเห็นตั๋วฟุตบอลที่โอ๋เอามาให้ ทีแรกจะทิ้งถังขยะแต่เหมือนมีอะไรดลใจเขากลับถือตั๋วไว้อย่างครุ่นคิด

ooooooo

พอกลับถึงบ้านดอกจันที่อุ่นใจกับโอ๋มาอยู่ด้วย โอ๋ฝากของที่ระลึกสโมสรฟุตบอลที่ได้รับให้ทองทิวเอาไปคืนนักรบด้วย ดอกจันก็ประณามทองทิวว่าทำงานกับคนแบบนี้ได้ยังไงตนรับไม่ได้

โอ๋ผิดหวังเสียใจมาก คืนนี้ก็ไปนั่งกอดเข่าเศร้าซึมอยู่คนเดียว คิดถึงตอนที่นักรบมากล่อมให้โอ๋เล่นบอลเพื่อพ่อ ก็ยิ่งเสียใจที่เขาเปลี่ยนแปลงไปถึงขนาดนี้ ยิ่งคิดก็ยิ่งเสียใจจนร้องไห้ออกมา

อุ่นใจถือเสื้อฟุตบอลของโอ๋ที่รีดเสร็จแล้วมาให้ บอกโอ๋ว่าให้ไปนอนเสียมานั่งทำอะไรอยู่ โอ๋เลยร้องไห้โฮโผเข้า กอดอุ่นใจ ถามว่า

"ทำไม ทำไมเขาต้องหลอกโอ๋ด้วยว่าเขาไม่ได้เป็นเพื่อนกับพ่อของโอ๋...ถ้าเขาเป็น เจ้านายพ่อก็แปลว่า...เขาเป็นคนที่ไล่พ่อออกจากงาน เป็นคนที่ฆ่าพ่อใช่ไหม ฮือๆๆ" โอ๋เริ่มลำดับความจริงได้ อุ่นใจไม่ตอบแต่กอดโอ๋ไว้อย่างปลอบโยน

คืนเดียวกัน นักรบยังวนเวียนครุ่นคิดถึงเรื่องโอ๋เมื่อกลางวัน มองตั๋วฟุตบอลในมืออย่างสงสัย เขาไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมเรื่องราวเหล่านี้จึงติดค้างอยู่ในความ รู้สึก ยิ่งคิดก็ยิ่งเห็นภาพต่างๆที่ได้อยู่ใกล้ชิดกับโอ๋ขณะซ้อมบอล ในที่สุดเขาปวดหัวจี๊ดขึ้นมาจนต้องควานหายามากินจึงค่อยทุเลาลง

ตอนที่ 12

นายิการีบเอาแฟ้มงานให้นักรบลุย เป่าหูยุว่า นี่คือความคืบหน้าเรื่องสัมปทานอินเตอร์เน็ตที่ฟีนิกซ์ ประมูลตัดหน้าเราไปโดยฉวยโอกาสตอนที่เขาป่วยอยู่ และตอนนี้ฟีนิกซ์นำหน้าเราไปแล้วหลายก้าว

"ตอนนี้สถานการณ์ของเขาเป็นยังไงบ้างครับ" นักรบประกายตาแข็งกร้าว

"มันกำลังจะทดสอบระบบออกอากาศต่อหน้ารัฐมนตรีตุลย์วันนี้ ถ้ามันทำสำเร็จ หุ้นฟีนิกซ์ก็คงจะขึ้นอีก ส่วนเราก็จะยิ่งแย่"

"ผมมีวิธีที่จะสกัดมันแล้ว..ทองทิว ไปเตรียมรถ ฉันจะไปออฟฟิศ"

พอไปถึง นักรบเปิดประตูเข้าไปในห้องควบคุม พนักงานที่ทำงานรีบลุกต้อนรับ ทองทิวถามว่าเขาจะทำอะไร นักรบตอบเหี้ยมว่า

"พวกมันเล่นผิดกติกาแย่งงานของเรา ฉันก็จะใช้วิธีเดียวกันกับมัน" แล้วไล่เจ้าหน้าที่เหล่านั้นให้ออกไปก่อน

ที่ห้องทดสอบระบบที่ฟีนิกซ์ จอมทัพเข้านั่งประจำที่อย่างมั่นใจ โดยมีแขกมากมายโดยเฉพาะรัฐมนตรีตุลย์กับดารารายเฝ้ารอชมการทดสอบอยู่

จอมทัพเปิดระบบอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงของตัวเองแล้วบรรยายผ่านลำโพงว่า

"ที่ ทุกท่านกำลังจะได้เห็นคือระบบอินเตอร์เน็ตใยแก้วความเร็วสูงของฟีนิกซ์" จากนั้นบรรยายประสิทธิภาพการทำงานพร้อมกับการเคลื่อนไหวในจอเป็นภาพวิวของ เมืองใหญ่ๆทั่วโลก คนดูฮือฮา จอมภพยิ้มพอใจ ในขณะที่จอมทัพยังบรรยายต่อไป อย่างเชี่ยวชาญ "ระบบถ่ายทอดทางอินเตอร์เน็ตของฟีนิกซ์ไม่มีการดีเลย์สัญญาณแม้แต่วินาที เดียว ซึ่งเป็นสิ่งที่ไทเกอร์คิงก็ทำไม่ได้แม้จะใช้ดาวเทียมกี่ดวงก็ตาม"

นักรบ กำลังป้อนโปรแกรมบางอย่างอยู่หน้าคอมพิวเตอร์เห็นเหตุการณ์ในฟีนิกซ์พร้อม กับคำบรรยายของจอมทัพก็แค่นยิ้ม พูดอย่างเย้ยหยันว่า "หึ! ทำไม่ได้งั้นเหรอ"

ไม่ถึงอึดใจต่อมาภาพบนจอของจอมทัพก็เริ่มรวนแล้ว ล้มไป มีเสียงแทรกเข้ามา กลายเป็นภาพและเสียงการ์ตูน ทุกคนที่ชมอยู่ตกใจ โดยเฉพาะจอมทัพเขาตกใจไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นและพยายามแก้ไข

แต่ใน ที่สุดที่จอของฟีนิกซ์ก็ถูกระบบของนักรบกวนจนภาพล้ม มีภาพอื่นๆขึ้นมามั่วไปหมด ตามด้วยเสียงระเบิดบึ้มเป็นประกายไฟเล็กๆที่แผงควบคุม ทุกคนตกใจหลบกันอุตลุด

เมื่อเงยหน้าขึ้นอีกครั้ง ภาพที่ปรากฏบนจอกลายเป็นสัญลักษณ์ของไทเกอร์คิงไปแล้ว!

จอมภพแค้นแทบกระอักเลือด ส่วนนักรบบอกทองทิวว่า

"ฉันไม่ได้แค่ทำลายผลงานของมัน แต่ฉันอยากให้ทุกคนรู้ว่าถ้าไทเกอร์คิงคิดจะครอบครองฟีนิกซ์ก็ทำได้ไม่ยาก" พูดแล้วยิ้มอย่างผยองสุดขีด

จาก เหตุการณ์ครั้งนี้ถือว่าการทดสอบไม่ประสบผลสำเร็จ รัฐมนตรีตุลย์จึงประกาศเปิดประมูลใหม่โดยมีดารารายเอาอกเอาใจขอบคุณพ่อ ทั้งยังบอกพ่ออย่างมั่นใจว่าคราวหน้าไทเกอร์คิงต้องชนะแน่เพราะนายิกาเพิ่ง โทร.มาบอกเรื่องนักรบเมื่อกี้นี้เอง เธอพูดอย่างภูมิใจว่า

"ถึงไม่บอกลูกก็รู้...วิธีการตบหน้าฟีนิกซ์ด้วยการส่งไวรัสเข้ามาเย้ยแบบนั้น มีนักรบคนเดียวที่ทำได้"

ooooooo

เมื่อ ทองทิวมารายงานนักรบกับนายิกาว่าท่านตุลย์จะเปิดประมูลงานรอบสอง เพราะท่านไม่พอใจที่ ฟีนิกซ์ทำงานล้มเหลว นายิกาฟังแล้วสมน้ำหน้า ชมว่านักรบทำได้ดีมาก

"ผมกลับมาแล้ว ไทเกอร์คิงจะไม่มีวันล้มอีกเป็นครั้งที่สอง" พูดแล้วหยิบแฟ้มเอกสารมาเปิดอ่าน แต่ไม่ทันไรก็ปวดหัวจนร้องลั่นแล้วฟุบลงไป ทองทิวกับนายิกาตกใจรีบเข้าประคอง

เมื่อไปหาหมอ นักรบถามว่าตนไม่เป็นอะไรใช่ไหม หมอบอกว่าอาจจะเกิดจากความเครียด แนะให้พักฟื้นสักระยะก็ดี นักรบไม่ยอมพักเพราะเสียเวลามานานแล้ว หมอจึงเสนอนายิกาว่าควรให้นักรบไปเช็กสมองที่โรงพยาบาล ชี้แจงให้นายิกาฟังว่า

"คุณนักรบจำได้เฉพาะอุบัติเหตุ แต่ลืมเหตุการณ์ช่วงที่ตัวเองบุคลิกเปลี่ยนไปทั้งหมด คล้ายๆกับอาการจิตเภทชนิดหนึ่ง แต่ยังไม่ร้ายแรงแค่อยากเช็กให้แน่ใจก่อนว่ามันเกิดจากการกระทบกระเทือนของ สมองหรือจิตใต้สำนึกกันแน่ เราจะได้รักษาได้

"ลูกชายฉันกลับมาทำงานได้ดีเหมือนเดิม ไม่เหมือนก่อนหน้านี้ที่เป็นไอ้งั่งที่ไหนก็ไม่รู้ ฉันว่าเขาอาจจะรักษาตัวเองได้แล้วมังคะ"

ฟังแล้วหมอได้แต่หนักใจว่าอีกหน่อยนักรบอาจจะยิ่งแย่กว่าเดิมก็ได้"

ooooooo

ฝ่าย อุ่นใจกำลังสบายใจที่ได้ทำหน้าที่สำคัญสำเร็จแล้ว เธอวางแผนทำข้าวจี่ของที่นักรบชอบเตรียมรับเขา โอ๋เจ้ากี้เจ้าการส่งข้อความไปบอก แต่พอนักรบ เห็นข้อความก็สบถ "ยายบ้านี่มันใคร" ทองทิวดูบอกว่าเป็นเบอร์ของอุ่นใจ นักรบก็ถามอย่างหงุดหงิดว่า "ยายอุ่นใจนี่เป็นใคร รู้เบอร์ฉันได้ยังไง

นายิกาตัดบทว่าสงสัยจะเป็นพวกโรคจิต นักรบสั่งทองทิวให้เปลี่ยนเบอร์มือถือให้ใหม่เครื่องนี้โยนทิ้งไปเลย นายิกาอาสาจะเอาไปทิ้งให้เอง

แต่ที่แท้เอาไปส่งข้อความถึงอุ่นใจว่า

"อยากชิมข้าวจี่ฝีมือคุณมากๆมาทำที่บ้านผมสิ จะส่ง รถไปรับนะ"

ดอกจันเป็นคนอ่านให้ฟังแล้วดี๊ด๊าแซวอุ่นใจว่า

"ต๊ายตาย...ได้เข้าไปถึงบ้านพยัคฆ์ราชาเลยเหรอ สงสัยคุณหญิงแม่จะไม่อยู่"

อุ่นใจทำหน้าเก้อเขินจนม้วนไปม้วนมา แต่เพียงเช้าวันรุ่งขึ้นอุ่นใจกับดอกจันก็มาถึงหน้าบ้านพยัคฆ์ราชาแล้ว ดอกจัน จะขอไปรอที่บ้านทองใบ แซวว่า นักรบคงคิดถึงแย่แล้ว ย้ำว่า

ห้ามค้างคืนไม่อย่างนั้นตนจะไปฟ้องแม่นวล หัวเราะฮิๆ หยอกเพื่อนแล้วสั่งแท็กซี่ต่อไปยังบ้านทองใบ
ครู่หนึ่งน้อยออกมาเปิดประตูรั้วถามว่าอุ่นใจใช่ไหม แล้วเชิญเข้าข้างใน อุ่นใจยิ้มปลื้มนึกว่านักรบสั่งไว้จึงได้รับการต้อนรับอย่างดี

ooooooo

น้อยพาอุ่นใจเข้าไปในบ้านบอกเธอหยิบใช้ของได้ตามสบาย อยากได้อะไรเพิ่มให้บอกตน อุ่นใจถามถึงนักรบ น้อยตอบโดยไม่สบตาว่าอยู่ข้างบน เดี๋ยวก็คงลงมา

น้อยเลี่ยงไปแล้ว อุ่นใจยิ้มครึ้มใจค่อยๆหยิบของที่

เตรียมมาทำข้าวจี่ให้นักรบออกมาวางเลยไม่เห็นว่าน้อยออกไปเจอกับนายิกา น้อยถามเบาๆว่านักรบไม่อยู่ทำไมต้องให้ตนโกหก

"เดี๋ยวเขาก็กลับมา แกมีอะไรก็ไปทำเถอะ" นายิกาสั่งน้อยปรายตาไปทางอุ่นใจอย่างเย้ยหยันแล้วเดินเลี่ยงไปอีกทางหนึ่ง

ทองทิวเดินมาเห็นอุ่นใจ ตกใจแทบช็อกถามตัวเองงงๆว่า "เธอมาได้ยังไงเนี่ย"

อุ่นใจรีบเข้ามาทักทองทิวดีใจที่ได้เจอคนคุ้นเคย แต่ทองทิววันนี้ท่าทางกลืนไม่เข้าคายไม่ออกเมื่ออุ่นใจบอกว่านักรบส่ง ข้อความให้ตนมาทำข้าวจี่ให้ที่นี่ แล้วขอแรงทองทิวมาช่วยกันเตรียมของ

ครู่หนึ่งนักรบกับดารารายก็กลับมา นายิกาลงมารับชวนทานข้าวด้วยกัน ดารารายตอบรับเสียงแจ่มใสแล้วควงแขนนักรบจะเดินเข้าข้างใน

พลันนักรบก็ทำหน้าหงุดหงิดเมื่อได้กลิ่นข้าวจี่ แต่เขาไม่รู้ถามว่ากลิ่นอะไรเหม็นจัง นายิกาบอกว่ากลิ่นข้าวจี่ ดารารายหัวเราะถามว่าใครพิเรนทร์มาทำข้าวจี่ในบ้าน

"ก็...เด็กผู้หญิงที่ชื่ออุ่นใจน่ะ เขาได้ข่าวว่านักรบออกจากโรงพยาบาลแล้วก็เลยอยากมาแสดงความยินดี หอบข้าวของมาทำข้าวจี่อะไรไม่รู้แม่ไม่รู้จะห้ามยังไงก็เลยตามใจเขา"

ได้ยินชื่ออุ่นใจนักรบชะงักทันทีบ่นอย่างไม่พอใจว่า "ผู้หญิงคนนี้มายุ่งอะไรกับผมนักหนา"

"ฮื้อ...ไม่เอาน่า รอดูเขาก่อนดีกว่า ถือว่าเป็นมื้อพิเศษไงจ๊ะ" นายิกาหัวเราะขำแกมสมเพชหันไปยิ้มกับดาราราย แต่นักรบก็ยังหงุดหงิดไม่หาย

ooooooo

เมื่ออุ่นใจทำข้าวจี่เสร็จ เธอบอกทองทิวว่าให้ ไปตามนักรบมาเลยเพราะเดี๋ยวจะเย็นเสียหมด  ทองทิวน้ำท่วมปากพูดไม่ออกเสนอว่าให้เธอกลับไปก่อนดีกว่า อุ่นใจไม่ยอมกลับหา

ว่าพอตนทำเสร็จก็จะไล่กลับยังไม่ทันรู้เลยว่านักรบจะชอบหรือเปล่า

"คุณนักรบรอที่ห้องอาหารแล้วค่ะ" น้อยมาบอก

"จ้ะๆ เสร็จพอดีเลย" อุ่นใจดีใจ กุลีกุจอให้น้อยช่วยยกข้าวจี่แล้วตัวเองก็ถือข้าวของเดินตามไปด้วยสีหน้า แช่มชื่น ทองทิวเห็นแล้วกลุ้มไม่รู้จะทำอย่างไรดี

เมื่อไปถึงห้องอาหาร อุ่นใจหน้าเสียเมื่อเห็นนักรบนั่งอยู่กับนายิกาและดาราราย เขามองอุ่นใจนิ่งไปครู่หนึ่งจึงจำได้ว่าเคยทะเลาะกับเธอที่สนามแข่งรถและที่ บริษัท เขาละสายตาจากเธอพูดอย่างจำได้ว่า

"เธอนี่เองอุ่นใจ ฉันเกือบลืมหน้าเธอไปแล้ว"

อุ่นใจอึ้งแต่ยังพยายามทำใจถามเขาว่าล้อเล่นกับตนรึเปล่า นักรบลุกพรวดจ้องอย่างเอาเรื่อง หาว่าเธอส่งข้อความมากวนตนไม่พอยังบุกมาที่นี่อีก ตะคอกว่า "กล้าดียังไง!"

อุ่นใจเริ่มสับสน ละล้าละลัง บอกนักรบว่าเขาเป็นคนบอกให้ตนมา ก็ถูกนักรบดูถูกว่าฝันไปหรือเปล่าตนจะเรียกมาทำไม

เมื่อเห็นท่าทีขึงขังของนักรบคนเดิม อุ่นใจหันไปถามทองทิวว่านี่มันอะไรกันตนงงไปหมดแล้ว ทองทิวไม่กล้าพูดอะไรได้แต่บอกเธอว่ากลับบ้านกันเถอะตนจะไปส่ง

"ไม่!"  อุ่นใจฮึดขึ้นมา  "บอกฉันมาก่อนว่ามันเกิดอะไรขึ้น  คุณเป็นบ้าอะไรคุณนักรบ  จะเล่นตลกอะไรฉันไม่ขำนะ!"

นักรบลุกพรวดคว้าจานข้าวและอาหารบนโต๊ะละเลงใส่หัวอุ่นใจเหมือนคนบ้า อุ่นใจตะลึงงันในขณะที่ดารารายทำเป็นคนดีเข้ามาห้าม อุ่นใจมองนักรบอย่างไม่เชื่อสายตา ทั้งสี

หน้าท่าทางแววตาและอารมณ์ของเขาคือนักรบคนเดิมชัดๆ! แต่เธอก็ยังพยายามใจเย็นถามว่า ทำอย่างนี้ทำไมในเมื่อตนอุตส่าห์ลงทุนลงแรงทำเพื่อเขา

"แล้วเธอมาทำเพื่อฉันทำไม   เธอไม่ได้เป็นแม่ฉัน แฟนฉันก็ไม่ใช่ หรือว่าเธอเป็นผู้หญิงโรคจิตบ้าผู้ชายถึงได้มาเรียกร้องความสนใจถึงนี่"

"คนเลว! คุณทำกับฉันแบบนี้ทำไม ฉันทำอะไรให้คุณ!" อุ่นใจแค้นจนน้ำตาไหลตบหน้าเพียะ

"ไปนะ! ไปให้พ้น ใครอยู่ข้างนอกเอายายนี่ไปโยนให้พ้นบ้านฉันเดี๋ยวนี้!" นักรบตะโกนอย่างดุร้าย มีดารารายกับนายิกาช่วยกันเข้ามารั้งเขาไว้เหมือนเตือนสติ

อุ่นใจยิ่งช็อกวิ่งร้องไห้ออกไปอย่างเสียขวัญ ออกมาเก็บข้าวของที่สนาม นายิกาตามมายื่นหนังสือพิมพ์ที่ลงข่าวอุ่นใจให้สัมภาษณ์เปลวแสงวันนั้นบอก ด้วยน้ำเสียงเย้ยในทีว่า

"ขอบใจเธอมากนะที่ช่วยล้างความผิดให้ลูกชายฉัน ต่อไปนี้เราก็ไม่มีอะไรติดค้างกันอีกแล้วนะ"   อุ่นใจมองหนังสือพิมพ์งงๆ นายิกาพูดให้ฟังว่า "ค่ำนี้นักรบจะให้สัมภาษณ์ เพื่อยืนยันคำพูดของเธอว่าเขาไม่เกี่ยวข้องกับการตายของนายเอื้อ เพราะฉะนั้นเธอก็ไม่มีประโยชน์อะไรกับเขาอีกต่อไป"

"นี่หมายความว่าทุกอย่างเป็นแผน..." อุ่นใจฉุกคิดได้ โกรธจนคว้าหนังสือพิมพ์มาฉีกทิ้งอย่างเจ็บใจ ทองทิววิ่งเข้ามาจับแขนอุ่นใจไว้อย่างเห็นใจ เธอสะบัดอย่างแรงคว้ากระเป๋าวิ่งร้องไห้ออกไป

ooooooo

ความจริงที่เจ็บปวดเมื่อครู่นี้ ทำให้อุ่นใจนึกถึงคำเตือนของเปลวแสงที่ว่า "อุ่นใจ...สักวันเธอจะรู้ว่าเธอกำลังตัดสินใจผิดที่สุดในชีวิต" คิดแล้วแทบหมดแรง เดินไปอย่างไร้สติจนถูกรถบีบแตรไล่เพราะเธอเดินอยู่ กลางถนนโดยไม่รู้ตัว...

เมื่อไปหาดอกจันที่บ้านทองใบ ดอกจันถามว่าทำไมกลับเร็วนัก ไม่ทันที่จะพูดอะไร อุ่นใจก็เป็นลมทรุดฮวบลงไปแล้ว

ทองใบเอายาแก้ไข้ให้กินกันไว้ก่อน ดอกจันถามเพื่อน ว่ามีอะไรจะเล่าให้ฟังไหมว่าทำไมถึงกลับมาในสภาพอย่างนี้

"ฉันไม่กล้า...ไม่กล้าบากหน้ากลับไปหากระดูกพี่เอื้อ แล้ว" อุ่นใจตะกุกตะกักเหมือนยังควบคุมใจตัวเองไม่ได้ ก่อนจะพูดต่อด้วยเสียงสั่นสะท้านว่า "ทุกอย่างมันเป็นอย่างที่คุณเปลวแสงพูด ฉันถูกเขาหลอก"
ดอกจันกับทองใบอึ้ง ยังจับต้นชนปลายไม่ถูก

"ฉันมันโง่เองที่มาติดกับของเขาถ้าฉันไม่หลงไปกับเปลือกนอกที่เขาสร้างขึ้น ทุกอย่างมันก็ไม่เป็นแบบนี้" อุ่นใจยิ่งเล่าก็ยิ่งร้องไห้จนพูดไม่ออก ดอกจันปลอบเพื่อนให้ใจเย็นๆแล้ว

เล่ามาให้หมดว่ามันเกิดอะไรขึ้น

ooooooo

ฟังอุ่นใจเล่าแล้ว ทั้งดอกจันและทองใบต่างแค้นแทน ดอกจันด่านักรบว่า เป็นผู้ร้ายใส่สูทที่นอกจากจะไม่สำนึกแล้วยังคิดซ้ำเติมอุ่นใจด้วย

พอดีมีเสียงรถเข้ามา ทองใบชะเง้อดูแล้วพูดอย่างสะใจ ว่า "โผล่มาแล้วไอ้ผู้ร้ายใส่สูท"

ทองทิวนั่นเองเขาตามมาเพื่อจะคุยกับอุ่นใจ ดอกจันกีดกันไม่ให้คุยส่วนทองใบก็จะตั๊นหน้าเอาคืนให้อุ่นใจ

ทองทิวถูกดอกจันไล่ตะเพิดไปให้พ้น ที่นี่ไม่ต้อนรับคนอย่างเขาเพราะคนที่รับใช้คนเลวได้ตัวเองก็ต้องเลวเหมือน กัน ตะเพิดให้กลับไปเสีย ทองทิวหันไปขอให้ทองใบช่วยพูดให้

ก็ถูกทองใบด่าและไล่ตะเพิดอีกคน ถึงขั้นประกาศว่า มีลูกเลวอย่างนี้เหมือนมีไส้ติ่งอักเสบตัดทิ้งไปให้หมดเรื่อง

ทองทิวหงุดหงิดที่ถูกเหมารวมเป็นคนเลวเตะข้าวของระบายอารมณ์จนต้องเดินกะเผลกกลับไปที่รถ
เมื่อไล่ทองทิวกลับไปแล้ว ดอกจันเข้าไปปลอบอุ่นใจที่ยังร้องไห้ไม่หยุดว่า

"ไม่ต้องห่วงนะอุ่นใจ ฉันอยู่ข้างแก ฉันจะไม่ยอมให้พวกนั้นมาทำร้ายเราได้อีก"

ooooooo

การกลับมาเป็นนักรบคนเดิม สร้างปัญหาแก่คนรอบข้างที่ตั้งรับไม่ทันมากมาย ก่อนอื่นนิมมานกับนักคิดที่ฉวยโอกาสจากอาการป่วยของนักรบหลอกเอาเงินไป มากมายก็ทำไม่ได้อีก

แม้แต่เงินสิบล้านที่จะเอาไปซื้อรถนักรบก็ไม่เซ็นให้ สองแม่ลูกทุกข์ร้อนมากเพราะหนี้สินรุมเร้าราวกับไฟสุมขอน

ส่วนจอมทัพ และจอมภพ ได้เจอกับนักรบที่โรงละครระหว่างไปดูโขนการกุศล ก็ได้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงของนักรบว่ากลับมาเป็นคนเดิมที่เหี้ยม  เกรี้ยวกราด  และวางอำนาจ

ทั้งยังหันมาควงดารารายออกงานเหมือนเดิมอีกด้วย

งานนี้จอมทัพพึมพำถึงอุ่นใจด้วยความเป็นห่วงว่า "ถ้านักรบกลับไปหาคุณดาวแล้วอุ่นใจล่ะ..."

คิดแล้วเขาไปตามหาอุ่นใจที่ชุมชนคนใจดี  พบว่าบ้านเธอถูกทำลายก็ตกใจจะถามชาวบ้านแถวนั้นมองไปก็ไม่มีใครเลย...

อุ่นใจกับดอกจันเดินทางกลับไปถึงคอนโดฯพกความเจ็บปวดและแค้นใจมาเต็มอก เจอโอ๋นอนหลับอยู่ อุ่นใจลำบากใจ ไม่รู้จะบอกความจริงแก่โอ๋อย่างไร เมื่อโอ๋ตื่นขึ้นมาถามว่า

นักรบกลับมาแล้วหรือมีของฝากจากฮ่องกงมาให้ตนไหม ถามถึงตนบ้างหรือเปล่า และจะแวะมาที่นี่เมื่อไร

อุ่นใจตอบสั้นที่สุดคือ อือ...ไม่มี...ไม่รู้ ส่วนที่โอ๋ถามว่าแล้วใครจะพาโอ๋ไปซ้อมบอล อุ่นใจบอกว่าอาจะพาไปเอง เมื่อก่อนเราก็อยู่กันแค่นี้ไม่เห็นมีปัญหาอะไรเลย

โอ๋เลยต้องหยุดถาม แต่ใจยังไม่หยุดคิด ส่วนอุ่นใจก็เอาแต่นั่งหน้าเครียด

วันนี้ ทองทิวไปพบหมอที่โรงพยาบาล หมอเทพคุยกับทองทิวด้วยสีหน้าจริงจังอย่างเปิดเผยว่า

"หมออยากให้คุณนักรบมาตรวจจริงๆนะครับ เพราะอาการของแกถือเป็นความผิดปกติที่ต้องได้รับการรักษา"

"ตกลงคุณนักรบเป็นอะไรกันแน่ครับ"

หมอมองหน้าทองทิวอย่างครุ่นคิด ชั่งใจ ก่อนจะตอบอย่างหนักใจว่า

"โรคสองบุคลิกครับ"

ทองทิวตะลึงอึ้ง จนเมื่อเขาขับรถออกมา เสียงหมอที่เล่าถึงอาการของโรคนี้ยังชัดเจนอยู่ในโสตทุกถ้อยคำ...

"โรค นี้จะเกิดขึ้นกับคนที่มีความกดดันสูง จนทำให้ จิตใต้สำนึกสร้างบุคลิกภาพแปลกแยกขึ้นมาเพื่อกดทับความรู้สึกนั้นไว้...คน ที่เป็นโรคนี้  มักจะไม่รู้ตัวว่ามีบุคลิกอีกชนิดหนึ่งเกิดขึ้นมา แล้วก็มักจะลืมเหตุการณ์ช่วงที่เปลี่ยนบุคลิกไปด้วย..."

ฟังหมอแล้วทองทิวนึกถึงนักรบที่ประชุมงานอย่างคล่องแคล่ว ใช้เทคโนโลยีสื่อสารในห้องประชุมได้อย่างเต็มรูปแบบจนเขาทึ่ง

หมอ ยังบอกอีกว่า "อาการแบบนี้จะกำเริบเป็นช่วงๆครับ โดยเฉพาะในช่วงที่สภาวะจิตใจมีการกดดัน...วิธีรักษาก็คือ การสะกดจิต ให้จิตใต้สำนึกได้ระบายความคับข้องใจออกมา ไม่งั้นก็จะไม่มีทางรักษาหายได้"

วัน ต่อมา ทองทิวจึงพานักรบมาที่โรงพยาบาล อ้างกับนักรบว่าเพราะช่วงนี้เขาปวดหัวบ่อย ถ้ากำเริบขึ้นมาตอนกำลัง แข่งรถจะอันตราย นักรบจึงยอมเข้าโรงพยาบาล

แต่พอทองทิวพาไปที่แผนก จิตเวช นักรบโกรธจัดหาว่าทองทิวคิดว่าเขาบ้า ด่าทองทิวว่าทำล้ำเส้นมากไปแล้ว คาดคั้น ถามว่ากำลังเล่นอะไรอยู่ หรือมีคนจ้างให้มาเลื่อยขาเก้าอี้ตน ระแวงว่านักคิดใช่ไหม ทองทิวตกใจหว่านล้อมว่าตนเป็นห่วงเห็นเขาทำงานหนักกลัวจะทรุดลงไปอีกเลยมา ปรึกษาหมอ หมอเลยอยากคุยด้วยเท่านั้น

"แต่ฉันไม่มีอะไรจะคุยกับหมอ เพราะฉันไม่ใช่คนป่วย!!" ไม่เพียงเท่านั้นยังปรามว่าทองทิวเป็นแค่ลูกน้องอย่ามาเจ้ากี้เจ้าการกับตน ทำเอาทองทิวเซ็งบ่นอย่างเอือมระอาแกมน้อยใจว่า

"ทำคุณบูชาโทษอีกแล้ว ไอ้ทองทิว ต่อไปนี้จะไม่สนใจแล้วโว้ย ไม่ว่าใครทั้งนั้น จัดการชีวิตกันเองแล้วกัน" ว่าแล้วปลดเนกไทออกเซ็งๆเดินคอตกไปอีกทางราวกับจะปลีกวิเวกฉะนั้น...

ooooooo

ฝ่าย นักคิดเมื่อนักรบไม่ยอมเซ็นเช็คให้ก็จนตรอก ไม่รู้จะหาเงินที่ไหนมาใช้หนี้ สุดท้ายโทร.ไปหาดารารายนัดพบกัน บอกว่ามีธุระจะคุยด้วย ดารารายตอบปัดว่าตนไม่มีอะไรจะคุย นักคิดแบไพ่ตายว่า

"งั้นผมก็คงต้องคุยกับนักข่าวแทน...เรื่องคลิปของเรา!"

สุดท้าย ดารารายก็ต้องเดินตามเกมของนักคิด เมื่อไปพบเขา นักคิดเสนอขอเงินยี่สิบล้านแลกกับคลิปนี้ แล้วเปิดให้ดูเป็นการข่มขวัญ ดารารายคว้าโทรศัพท์มือถือเครื่องนั้นหย่อนใส่แก้วน้ำ

"อย่าคิดว่าผม เก็บไว้แค่ในมือถือนะ ผมเก็บไว้อีกหลายที่" นักคิดยิ้มอย่างเป็นต่อ "ถ้าไม่ได้ยี่สิบล้านจากคุณมันอาจจะโผล่มาจากไหนก็ได้ทั้งนั้นแหละ!"

เมื่อ ได้เงินงวดแรกมา นักคิดแบ่งให้ซูซี่ส่วนหนึ่งย้ำว่าถ้าเธอสงบปากสงบคำไว้ก็จะให้อีกเรื่อยๆ ทุกครั้งที่ได้จากดาราราย ซูซี่ตะครุบเงินรับปากทันทีโผเข้ากอดรัดฟัดเหวี่ยงกับนักคิดแบบลืมโลกไปเลย

ส่วน นิมมาน นักคิดเอาไปให้สิบล้าน บอกแม่ว่าตราบใดที่มีคลิปตนกับดารารายอยู่เราไม่วันอดตายแน่ แต่นิมมานโลภมาก คิดไกลกว่านั้น แนะลูกชายว่า

"ในเมื่อเรากำลังถือ ไพ่เหนือมันอยู่ แกก็ควรจะใช้ มันเป็นสะพานก้าวเข้าไปในไทเกอร์คิง มีนังนี่หนุนหลังซะอย่าง ไอ้นักรบมันไม่กล้าเขี่ยแกทิ้งหรอก"

นักคิดยิ้มร้ายอย่างเห็นด้วยกับแม่

ooooooo

ทองทิวเข้าผับดับกลุ้มดื่มจนเมาแประ เลยไม่เห็นดอกจันที่มาเป็นเด็กเชียร์เบียร์หาเงินจ่ายค่าเทอมที่นั่น

แม้ จะไม่เห็นดอกจัน แต่ในส่วนลึกของหัวใจเขามีดอกจันอยู่  ดังนั้นเมื่อเมาก็เพ้อแต่ชื่อดอกจัน  แม้กระทั่งหิ้วเด็กไปที่คอนโดฯก็ยังเพ้อว่าเป็นดอกจัน  จนเด็กสาวทนไม่ไหวนึกว่ามากับคนบ้าเลยหนีกลับ

ดึกคืนเดียวกัน ดอกจันนั่งดูหนังสือเตรียมสอบอยู่ จู่ๆ ก็จามเอ๊า...จามเอา จนบ่นว่า

"ใครนินทากลางดึกวะเนี่ย อย่าให้รู้นะ"

แต่ลึกๆแล้วก็อดคิดถึงทองทิวไม่ได้เหมือนกัน เธอพยายามตั้งสมาธิเพื่ออ่านหนังสือเตรียมสอบให้ได้....

ooooooo

วัน ต่อมา ทองทิวไปทำงานตามปกติ เขาหิ้วขนม ถุงใหญ่มาให้น้อยเอาไปไว้ในครัว น้อยรับถุงขนมเดินร้องเพลงหงุงหงิงจะไปครัว พลันก็มีลูกแมวถูกเหวี่ยงตุ้บลงมาจากหน้าต่างลงหัวห้อยราวกับจับวาง

มัน คือเจ้าอบอุ่นที่นักรบเก็บมาเลี้ยงตอนที่เขาป่วย แต่พอกลับมาเป็นนักรบคนเดิมเขาก็จับเหวี่ยงลงมาอย่างรังเกียจ แล้วโผล่มาตะโกนสั่งน้อยให้รีบขึ้นไปทำความสะอาดห้องอย่าให้มีขนแมวแม้แต่ เส้นเดียว มิฉะนั้นจะโดนไล่ออก ถามน้อยอย่างฉุนเฉียวว่าแมวใคร ถ้าเป็นของตัวเองก็เก็บของออกไปเลย

"ของคุณนั่นแหละครับ" ทองทิวทนดูความเกรี้ยวกราดไร้เหตุผลของนักรบไม่ไหว แล้วชี้แจงว่า "แมวอบอุ่นนั่นเป็นของคุณนักรบครับ คุณเป็นคนตั้งชื่อให้มันเองด้วยซ้ำ"

"พูด อะไรของนาย!" นักรบทั้งงงทั้งโมโห ทองทิวเลยเข้าไปนั่งคุยกับเขาในห้องทำงานเล่าความเป็นมาทั้งหมดของเจ้า อบอุ่นให้ฟังรวมทั้งของเล่นสำหรับแมวที่เขาซื้อให้มันด้วย

"เป็นไปไม่ได้ ฉันไม่เคยชอบสัตว์เลี้ยง" นักรบตัดบทสั่งให้เอาของพวกนั้นไปทิ้งให้หมดและให้น้อยรีบทำความสะอาด

"ไม่ ต้องทิ้งหรอกครับ ผมจะเอาเจ้าอบอุ่นไปเลี้ยงเอง ยังไงมันก็มีชีวิตจิตใจไม่ใช่เศษขยะที่พอหมดค่าก็จะทิ้งขว้างกันง่ายๆ" ทองทิวกอบของเล่นทั้งหมดไว้ในอ้อมแขนแล้วพูดเหมือนเตือนสตินักรบว่า "คุณนักรบจำไม่ได้ว่าเคยเอ็นดูมันก็ไม่เป็นไร ยังไงมันก็เป็นแค่แมว มันไม่มีหัวใจที่จะเจ็บปวดหรอก แต่อย่าทำแบบนี้กับคนที่เขารักคุณก็แล้วกันครับ"

ทองทิวออกไปแล้วแต่หัวใจที่หยาบกระด้างของนักรบยังงงอยู่ว่า "พูดอะไรของมัน!"

ooooooo

เรื่อง ราวคล้ายกับจะสงบแล้ว แต่คลื่นลูกใหม่ก็ซัดเข้ามาอีก เมื่ออำนาจผู้ช่วยของนายิกาเข้ามายื่นบัตรเชิญให้บอกว่า คืนนี้คอนโดฯเดอะวิวเชิญไปร่วมงานเลี้ยงขอบคุณลูกค้าวีไอพี นายิกางงว่า ตนไม่เคยซื้อ โครงการนี้ ส่งผิดหรือเปล่า

"ท่านประธานเป็นคนซื้อ ครับ" อำนาจบอกทำเอานายิกาอึ้ง แต่พอไปถามนักรบเขาบอกว่าไม่รู้จักที่นี่ นายิกาบอกว่าจำไม่ได้ว่าตัวเองซื้อไว้มากกว่า นักรบเลยบ่นอย่างสับสนว่า

"มันอะไรนักหนา ทำไมผมรู้สึกว่าตั้งแต่กลับมา มีแต่ คนพูดว่าผมจำโน่นจำนี่ไม่ได้เยอะไปหมด"

นายิกา ตัดบทว่า บางเรื่องไม่จำได้ก็ดีแล้ว จากนั้นบอกเขาว่า อาทิตย์หน้าลูกค้าจากฮ่องกงจะบินมาดูงานตนอยากให้พักที่นั่น ชี้ไปที่โบรชัวร์คอนโดฯสั่งว่า

"ไปจัดการเรื่องสถานที่ให้แม่หน่อย อย่าให้มีใครอยู่ เกะกะเพราะแม่ต้องการใช้ทั้งตึก!"

นักรบ ถามว่ามีใครอยู่ที่นั่นหรือ นายิกาตอบอำๆว่า "แม่จะไปรู้เหรอ แกซื้อไว้ให้ใครอยู่หรือเปล่าล่ะ" พูดไปอย่างนั้น ทั้งที่รู้ว่าอุ่นใจอยู่ที่นั่น แต่นักรบนึกอย่างไรก็นึกไม่ออก เขารีบลงไปสั่งคนขับรถไปหัวหินทันที

พอนักรบไปหัวหินนายิกาก็โทรศัพท์บอกดารารายว่า นักรบไปหัวหินทำไมไม่รู้ให้ตามไปดูให้หน่อย

ooooooo

นักรบ ไปถึงหัวหินเดินเร็วราวกับพายุเข้าไปถามพนักงานว่าคอนโดฯนี้มีคนอยู่หรือ เปล่า พนักงานจำเขาได้บอกว่ามี กำลังจะบอกว่าอุ่นใจอยู่ นักรบก็ถามเสียก่อนว่า "อยู่ห้องไหน!"

เป็นเวลาที่อุ่นใจเตรียม กระเป๋าจะไปค้างกับนวลที่โรงพยาบาลพอดี พอนักรบเปิดประตูพรวดเข้าไปเธอตกใจ แต่ พอได้สติก็ชิงบอกเขาว่าตนกำลังจะไปอยู่กับแม่พอดี ไม่ต้องห่วง ไม่ต้องไล่

นักรบถามว่าเธอมาอยู่ที่นี่นานเท่าไรแล้ว อุ่นใจไม่รู้ว่าเขาจะมาไม้ไหนบอกไปว่าเขาเป็นคนพาตนมาอยู่เอง แต่ตอนนี้รู้แล้วว่าเขาไม่ต้องการให้อยู่ตนจะไปเองไม่ต้องมาไล่ถึงที่อย่าง นี้หรอก

พริบตาเดียวสีหน้าอารมณ์ของนักรบก็เปลี่ยนไปเป็นแสดงความ ห่ามหื่นประหนึ่งว่าอุ่นใจคือผู้หญิงที่เขาเอามาเก็บไว้ เป็นนางบำเรอ กระโจนเข้าตะครุบเธอไปกอดซุกไซ้อย่างเมามัน

"คุณนักรบ! จะบ้าหรือไง!" อุ่นใจตกใจมากดิ้นสุดฤทธิ์ โวยวายสุดเสียงแต่สู้แรงเขาไม่ได้ถูกนักรบอุ้มเข้าไปในห้องนอน บอกว่าจะมารื้อฟื้นความทรงจำกัน

ปรากฏว่าดารารายกับซูซี่ตามมาถึง แล้ว ดารารายผลักประตูเข้าไปเห็นนักรบกำลังซุกไซ้อุ่นใจอย่างหน้ามืด ดาราราย ช็อกกับภาพที่เห็น ซูซี่ถลันเข้าไปกระชากอุ่นใจออกมาด่าว่าหน้าด้าน ที่แท้ก็มาหลบเป็นบ้านเล็กอยู่ที่นี่เอง ซูซี่ตบหน้าอุ่นใจแต่พอจะตบซ้ำก็ถูกนักรบตวาด

"หยุดนะ เธอเป็นบ้าอะไร ทำเขาทำไม"

ดารารายสะอึกเข้ามาเถียงว่าทำไมจะทำไม่ได้ในเมื่อมายุ่งกับคู่หมั้นของตน ด่านักรบว่า

"คุณไม่ละอายใจเลยหรือไงที่ฉันมาเห็นมันทำอะไรกับคุณตำตาแบบนี้ หน้าด้านทั้งผู้หญิงผู้ชาย"

อุ่นใจบอกว่าไม่ได้เป็นอย่างที่เธอคิด นักรบพยายามจะปล้ำตน ซูซี่ชี้หน้าว่าเพราะเธอยั่วเขาแล้วจะพุ่งเข้าไปตบอีก นักรบตวาดให้หยุดแล้วกระชากแขนอุ่นใจดึงออกจากห้อง

บอกว่าเธอจะไปไหนก็ไปเลย แต่ดารารายไม่ยอม เธอต้องการคำอธิบาย ขู่นักรบว่า พ่อตนรังเกียจพฤติกรรมแบบนี้นัก
พออ้างถึงตุลย์พ่อของดาราราย นักรบก็เสียงอ่อยเพราะรู้ว่าเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์นานัปการ สุดท้ายนักรบก็แก้ตัวว่าตนเป็นผู้ชายอย่างไรก็ต้องหาที่ระบาย ดารารายจึงให้เขาจ่ายค่าบริการให้อุ่นใจ พอนักรบเอาเงินออกมาเธอกระชากไปนับแล้วปาใส่หน้าอุ่นใจ

อุ่นใจก้มมองเงินที่พื้นด้วยความเจ็บใจและอับอาย ยิ่งเห็นสายตาที่ไร้ความรู้สึกของนักรบเธอก็ยิ่งเจ็บปวด หันหลังวิ่ง ออกจากห้องทั้งน้ำตา ส่วนดารารายหันมาจ้องนักรบอย่างคาดโทษ

หลังจากนั้น นักรบเปลี่ยนท่าทีเป็นขอโทษดารารายออดอ้อนว่า เธอคือตัวจริงของเขาและชวนแต่งงานเพื่อพิสูจน์ ความจริงใจ

"เอาไว้ให้คุณชนะประมูลรอบใหม่แล้วฉันจะให้คำตอบนะคะ" ดารารายไว้ท่า

นักรบกอดเธอไว้อย่างมั่นใจว่าตนต้องชนะแน่ๆ ส่วนดารารายก็คิดคำนวณในใจว่าถ้าแต่งงานกับนักรบแล้วตนจะได้หรือเสียอะไรบ้าง

ทุกอย่างในสมองของทั้งสองคนมีผลประโยชน์เป็นเงื่อนไขทั้งสิ้น!

ooooooo

นิมมานยังร่านล่าเด็กหนุ่มไม่ขาด วันนี้พาเด็กหนุ่มไปกินอาหาร ปรากฏว่าบัตรเครดิตรูดไม่ได้ เพราะถูกอายัดทั้งสองใบ ครั้นพนักงานขอเป็นเงินสดนิมมานเปิดกระเป๋าปรากฏว่าไม่มีเงินสดเลย

เด็กหนุ่มต้องจ่ายให้เขาเดินหัวเสียออกจากร้านอาหาร นิมมานวิ่งตามมาถามว่าจะรีบไปไหน เขาบอกว่าจะกลับบ้าน นิมมานยังติดใจชวนไปดูหนังฟังเพลงกันก่อน ถูกเด็กหนุ่มตอกหน้าว่า

"จะไปได้ยังไงล่ะเงินพี่ไม่มีสักบาท การ์ดก็รูดไม่ได้ จะให้ผมออกให้อีกเหรอ ขอโทษนะพี่ เด็กสาวๆผมยังไม่ออกให้เลย ถ้าผมจะเลี้ยงพี่ผมไปเลี้ยงแม่ที่บ้านดีกว่า" พูดแล้วเดินไปอย่างรำคาญ

นิมมานทั้งเสียหน้าทั้งอารมณ์ค้าง ปักใจเชื่อว่าต้องเป็นฝีมือของนายิกาแน่ๆ ลิ่วไปที่ไทเกอร์คิงถามว่าอายัดบัตรเครดิตตนทุกใบใช่ไหม นายิกาตอบอย่างไม่แยแสว่านักรบเห็นว่าเธอใช้เงินมือเติบเลยสั่งยกเลิก ต่อไปนี้อยากได้อะไรก็ใช้เงินสดเอา

นิมมานต่อว่าที่ทำให้ตนเสียหน้า นายิกาพูดอย่างสมเพชว่าไปอวดรวยกับพวกหนุ่มหน้าโง่ มันก็แค่บ้าขอเงิน พอเงินหมด เหลือแต่ตัวเหี่ยวๆ เหนียงยานๆ มันก็ทิ้งอย่างนี้แหละ

"มากไปแล้วนะ!" นิมมานขึ้นเสียง ถูกนายิกาตวาดเสียงดังกว่าว่า

"อย่ามาขึ้นเสียงกับฉันนะ ฉันกุมชีวิตแกอยู่ ถ้ากำเริบมากๆ ฉันจะไม่ให้แกสักแดง ดูซิว่าน้ำหน้าอย่างแกจะมีปัญญาทำอะไรฉัน!"

สุดท้ายนิมมานก็ทำได้แค่กัดฟัน กำหมัด แล้วสะบัดหน้าออกไปตามเคย

ooooooo

คืนนี้เอง นิมมานก็ไปหาจอมภพที่บ้าน บอกเขาว่ามีข้อเสนอถ้าเขาอยากจะชนะไทเกอร์คิงในการประมูลครั้งหน้า โดยตนสามารถเอาข้อมูลในการประมูลครั้งหน้าของไทเกอร์คิงให้เขาได้ พลางเลื่อนโน้ตเล็กไปให้จอมภพ แล้วเสนอข้อแม้ว่าตนต้องได้ส่วนแบ่งในสัญญานั้นด้วย

จอมภพดึงกระดาษไปดูแล้วหัวเราะติงว่า "ไม่ใช่น้อยเลยนะคุณนิมมาน"

"แต่สิ่งที่ฉันจะให้คุณก็ไม่ใช่น้อยเหมือนกัน ถ้าคุณฉลาดพอจะเอาไปใช้รับรองว่าไทเกอร์คิงจะไม่ได้ลืมตาอ้าปากแน่" จอมภพถามลองเชิงว่าเธอจะทุบหม้อข้าวตัวเองกับพี่น้องหรือ นิมมานยิ้มร้ายบอกว่า "ฉันไม่แคร์ เพราะถ้าฉัน ไม่ได้กิน พวกมันก็จะต้องอดตายไปด้วย!"

ที่แท้นิมมานมีความแค้นกับนายิกา เมื่อยี่สิบกว่าปีก่อน ที่เธอคบกับเทวัญที่เป็นจิตรกรจนๆคนหนึ่ง เมื่อถูกนายิกากีดกัน เพราะเชื่อว่าเทวัญมาติดพันนิมมานเพื่อหวังสินสมรสเท่านั้น

ในที่สุดเทวัญกับนิมมานจึงตัดสินใจออกไปอยู่ด้วยกัน บอกนายิกาว่าอยากได้สมบัติอะไรของพ่อแม่ก็เอาไปให้หมดแล้วไม่ต้องมายุ่งกับตน

หลังจากนั้นไม่นานทั้งสองไปเช่าบ้านโกโรโกโสอยู่ด้วยกัน เทวัญวาดรูปขายเพื่อหาเลี้ยงครอบครัว  แต่อยู่มาวันหนึ่งรูปที่เขาวาดไว้ขายถูกไฟไหม้ และตัวเทวัญก็ถูกนักเลงที่มาเผารูปซ้อมจนเสียชีวิต

เมื่อจัดงานศพแล้ว นิมมานจำต้องกลับไปอยู่ที่บ้านตามเดิม แล้วเธอก็พบความจริงว่า ที่แท้นายิกาเป็นคนส่งคนไปทำร้ายเทวัญจนเสียชีวิต เพราะจำได้ว่าคนขับรถของนายิกาคือคนที่ทำร้ายเทวัญ ครั้นถามนายิกา ก็ได้รับคำตอบที่ทำให้เจ็บแค้นจนทุกวันนี้ว่า

"ฉันรับปากพ่อกับแม่ไว้ว่าจะดูแลแกไม่ให้ลำบากฉันก็ต้องทำ คนโง่ๆอย่างแกถ้าไม่มีฉันคอยจูงจมูก ชีวิตก็มีแต่จะลงเหว จำเอาไว้!"

นิมมานนึกถึงเรื่องราวในอดีตจนนิ่งไป จอมภพถามว่าทำไมเงียบไป เธอบอกว่าไม่มีอะไร ตนเกลียดนายิกา ตนทนเป็นเบี้ยล่างมาตลอดยี่สิบกว่าปีเพราะต้องการจะทำลายทุกอย่างในชีวิตของ นายิกา ให้เหมือนกับที่นายิกาทำกับตน

"ตอนนี้คุณก็เลยยืมมือผม" จอมภพดักคอ

"ฉันยอมรับว่างานนี้ฉันจัดการเองไม่ไหว เหมือนกับที่คุณก็จะไม่มีวันชนะไอ้นักรบได้ถ้าไม่มีฉัน"

จอมภพกับนิมมานมองหน้ากันอย่างท้าทาย

ooooooo

อุ่นใจกลับไปหาแม่นวลที่โรงพยาบาล เธอเอาแต่ ร้องไห้จนดอกจันต้องเลี่ยงไปคุยกันที่สวนหย่อมของโรงพยาบาล ถามจนอุ่นใจเล่าความจริงทั้งหมดที่เกิดที่คอนโดฯให้ฟัง ดอกจันฟังแล้วปลอบว่า

"ไม่เป็นไรนะแก มันเป็นแค่ฝันร้ายเท่านั้น ฉันจะไม่ให้เขามาทำร้ายแกได้อีกแล้ว ฉันสัญญา"

หลังจากนั้นดอกจันไปทำงานที่แผนกบริการลูกค้าร้านพิซซ่า ปรากฏว่าถูกทองทิวโทร.ไปอ้อนจนไม่เป็นอันทำงานโดยเอาเจ้าอบอุ่นมาล่อว่าอยู่ กับตนถ้าอยากเล่นกับมันก็ให้มาที่คอนโดฯ เขาโทร.กวนใจอยู่ไม่เลิกจนสุดท้ายดอกจันถูกไล่ออกจากงาน เลยลิ่วไปเอาเรื่องกับเขาที่คอนโดฯ

ที่แท้ทองทิวต้องการเรียกเธอมาพบเพื่อบอกข่าวเรื่องนักรบผ่านเธอไปถึงอุ่นใจอีกที

"คุณนักรบเขาไม่ปกตินะดอกจัน" ทองทิวเริ่มเล่า ดอกจันถามประชดว่าเขาเป็นบ้าหรือ "ไม่ใช่ เขาเป็นคนสองบุคลิก คุณนักรบที่พวกเธอรู้จักก่อนหน้านี้ไม่ใช่คุณนักรบคนเดิม เขาเปลี่ยนไปตั้งแต่เกิดอุบัติเหตุคราวนั้น แต่ตอนนี้บุคลิกเก่าของเขากลับมาแล้ว"

ดอกจันสนใจฟัง ทองทิวเล่าว่านักรบมีสองคนในร่างเดียวกันและสองคนนั้นก็ไม่รู้จักกัน แถมยังไม่เคยรู้อีกด้วยว่าอีกคนทำอะไรไว้บ้าง ดอกจันถามอย่างไม่เชื่อว่ามีเรื่องบ้าๆ แบบนี้ด้วยหรือ

"มันเป็นอาการทางจิตเวช คุณหมอกำลังพยายามจะรักษา คุณนักรบไม่ได้เล่นละคร แต่เขาจำเรื่องเกี่ยวกับอุ่นใจก่อนหน้านี้ไม่ได้จริงๆ เธอต้องอธิบายเรื่องนี้ให้อุ่นใจฟังนะ"

"สรุปก็คือ นักรบคนที่หนึ่งไม่รู้จักอุ่นใจ แต่นักรบคนที่สองรักอุ่นใจ" ดอกจันสรุปให้ฟัง ทองทิวพยักหน้าหงึกหงัก "แต่สุดท้ายแล้วยังไงก็ต้องเหลือนักรบแค่คนเดียว แล้วถ้านักรบคนที่สองไม่กลับมาล่ะ เพื่อนฉันไม่ต้องถูกทำร้ายจิตใจแบบนี้ไปตลอดหรือ"

คำถามนี้ของดอกจัน ทองทิวก็ตอบไม่ได้เหมือนกัน

ooooooo

เย็นวันเดียวกัน จอมทัพเห็นอุ่นใจสะพายกระเป๋ามานั่งที่หน้าบ้านดอกจัน เขาเข้าไปทักอย่างดีใจถามว่าหายไปไหนมาตนเป็นห่วงมาก ไปหาที่บ้านเก่า แต่ว่า... จอมทัพไม่กล้าพูดต่อเมื่อเห็นอุ่นใจน้ำตาไหลอย่างสะเทือนใจ เขาเปลี่ยนเป็นถามว่า

"เกิดอะไรขึ้น บอกผมมาซิ"

อุ่นใจส่ายหน้า ร้องไห้โฮ จอมทัพสงสารจับใจขยับเข้ากอดเธอไว้

เมื่ออุ่นใจเล่าให้ฟัง จอมทัพพึมพำว่า เขารู้ว่านักรบเป็นคนเลือดเย็น แต่ไม่นึกว่าจะเหี้ยมถึงขนาดนั้น อุ่นใจโทษตัวเองว่าเชื่อและไว้ใจนักรบง่ายเกินไป บอกเธอว่าถ้ามีอะไรที่ตนจะช่วยได้...

"อย่าเพิ่งเลยค่ะ" อุ่นใจตัดบท "ฉันยังไม่พร้อมจะรับความช่วยเหลือจากคุณหรือใครในสังคมของคุณทั้งนั้น เพราะความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นกับฉันตอนนี้มันมาจากการที่ฉันไว้ใจคนแบบคุณมาก เกินไป"

อุ่นใจไม่ได้โกรธจอมทัพแต่เธอระแวงไปหมดจนไม่กล้าไว้ใจใครอีกแล้ว เธอลุกเดินเลี่ยงไปอย่างเลื่อนลอย...ส่วนจอมทัพมองเธอไปจนลับตาแล้วก้มหน้า นิ่งอย่างหดหู่ใจ...

ooooooo

ตอนที่ 11

ดารารายบังคับซูซี่ให้ขับรถออกต่างจังหวัด ซูซี่ ขับรถไปถามไปว่านักรบออกต่างจังหวัดหรือ

"ข้อมูลจากศูนย์คอมพิวเตอร์ไทเกอร์คิงระบุว่าสัญญาณ จีพีเอสจากมือถือนักรบอยู่แถวนี้" พูดแล้วเธอมองมือถือไอโฟนนิ่งก่อนเงยหน้ามองทางข้างหน้าสั่ง "เลี้ยวซ้ายแยกหน้า"

ซูซี่หักพวงมาลัยเลี้ยวตามคำสั่งอย่างกะทันหันจนรถที่ตามมาพากันเบรกเสียงดังสนั่นบีบแตรด่ากันขรม

ซูซี่จอดรถข้างทาง ดารารายเดินตามสัญญาณจีพีเอส ไปหยุดที่หน้ากองขยะ สัญญาณมือถือดารารายนิ่งบ่งบอกว่าอยู่ตรงนี้ เธอสั่งซูซี่ให้รื้อขยะ ซูซี่ทำหน้าจะร้องไห้ให้ได้ แต่พอถูกตวาดก็จำใจทำ เจอโทรศัพท์มือถือเครื่องหนึ่งจริงๆ ดารารายกระชากโทรศัพท์เครื่องนั้นไปปิดเครื่อง ปรากฏว่าสัญญาณติดตามจากมือถือของเธอดับหายไป

"สัญญาณดับไปแล้ว แสดงว่ามือถือเครื่องนี้เป็นของคุณนักรบ" ซูซี่สรุป ดารารายสบถอย่างหัวเสียขว้างโทรศัพท์ทิ้ง ซูซี่แอบยิ้มสมน้ำหน้าก่อนถามเสียงปกติว่า "แล้วทีนี้จะเจอ คุณนักรบได้ยังไง"

"ยังเหลือคนใกล้ตัว...ไอ้ทองทิว"

ซูซี่ขับรถออกไป ดารารายจ้องสัญญาณติดตามจากมือถือพูดอย่างกระหยิ่มสะใจว่า

"นักรบคงคิดว่าเราไม่รู้ว่าไอแพดเชื่อมต่อสัญญาณดาวเทียมติดตามได้"

"ทองทิวพกไอแพดติดตัวตลอด เจอทองทิวก็ต้องเจอคุณนักรบ" ซูซี่อ่านเกมออกชมว่าดารารายเก่งจริงๆ ดารารายฟังแล้วนั่งเชิดหน้าคอแข็ง พูดอย่างยโสว่าไม่อย่างนั้นตนจะเป็นเจ้านายเธอได้ยังไง ซูซี่เบ้ปากอย่างหมั่นไส้แต่ไม่กล้าทำให้เห็น

ที่แท้แล้ว ทองทิวกับดอกจันกำลังเดินหาซื้อผลไม้และของกินอยู่ที่ตลาด นักรบโทร.มาสั่งให้เขาทำตามแผนของตน ทองทิวฟังแล้วทำหน้าเหยเกอยากจะร้องไห้ถามว่าไม่เห็นใจทองทิวน้อยๆบ้างหรือ นี่เองจึงทำให้ดารารายกับซูซี่พบสัญญาณ ไอแพดของทองทิวที่ตลาดและติดตามอย่างกระเหี้ยนกระหือรือ

ดารารายติดตามมาจนเจอรถขายส้มตำของแม่ค้าคนหนึ่งจอดจะขายส้มตำเตรียมหั่นมะนาวโดยใช้ไอแพดแทนเขียง ซูซี่พุ่งเข้าไปแย่งไอแพด แม่ค้าโวยวายก็ถูกซูซี่หาว่าแม่ค้าขี้ขโมย

ขณะกำลังโต้เถียงกันนั้น ดารารายไปแย่งไอแพดจากมือทั้งสองคนที่ยื้อแย่งกันอยู่แล้วควักแบงก์พันโยนใส่หน้าแม่ค้าบอกว่า "ฉันซื้อคืน" แม่ค้ารีบคว้าเงินยัดใส่กระเป๋า

ดารารายเปิดไอแพด เห็นเป็นรูปทองทิวยิ้มแป้นอยู่เต็มหน้าจอ

"ทองทิวกล้าทิ้งของรักขนาดนี้ คงตั้งใจไม่ให้เราตามตัวได้ง่ายๆแน่" ซูซี่เดาออก

ดารารายกำไอแพดแน่นแต่ไม่กล้าโวยวายต่อหน้าผู้คนในตลาด

ooooooo

กลับมาถึงคอนโดฯริมทะเล ทองทิวกินผลไม้ไปบ่นไปด้วยความเสียดายไอแพดที่แสนรัก นักรบปลอบใจว่าเดี๋ยวซื้อคืนให้ ดอกจันค่อนขอดว่า "ไอแพดเครื่องเดียวทำท่าจะเป็นจะตาย"

ทองทิวเลยหันไปทะเลาะทำท่างอแงเหมือนเด็กเสีย ของรักจนโอ๋ต้องมาหย่าศึก ดอกจันฉวยโอกาสเอาขนมทั้งถุงยัดใส่ปากทองทิวไม่ให้พูดมาก จนทุกคนพากันขำ นักรบส่ายหน้าพึมพำว่าพอกันทั้งคู่

"พวกคุณยอมทิ้งเครื่องมือสื่อสาร ซื้อทุกอย่างด้วยเงินสดเพราะไม่อยากถูกตามตัวเหรอคะ" อุ่นใจถามอย่างไม่สบายใจ นักรบบอกว่าทุกคนรู้ว่าจะตามเขากับทองทิวได้ทางไหน อุ่นใจพูดอย่างไม่สบายใจว่า "ฉันกับโอ๋เป็นต้นเหตุเรื่องวุ่นวายทั้งหมด"

"ต้นเหตุที่แท้จริงคือผม คุณกับครอบครัวคือคนที่รับเคราะห์ ผมจะไม่ยอมให้ใครมาทำร้ายคุณกับโอ๋เด็ดขาด สัญญาต้องเป็นสัญญา" นักรบยิ้มให้เธออย่างอบอุ่น

อุ่นใจยิ้มรับเขาด้วยหัวใจเปี่ยมสุข ทั้งสองต่างมองกันด้วยสายตาที่เผยความในใจแก่กัน ทองทิวกับดอกจันจ้องตาไม่กะพริบอย่างจับสังเกต

ooooooo

กลับมาแล้วซูซี่ก็ยังตามหานักรบไม่พบ ดารารายบ่นว่าไม่ได้เรื่อง ซูซี่บอกว่าตนพยายามแล้วแต่ตามรอยนักรบจากบัตรเครดิตและเครื่องมือสื่อสารไม่ง่ายเลย ดารารายพูดอย่างไม่สบอารมณ์ว่าไม่รู้ว่าตนจ้างซูซี่มาคุ้มเงินหรือเปล่า ปากด่าซูซี่แต่ตาจ้องไอแพด

บนโต๊ะอย่างแค้นใจ ซูซี่พูดกลัวๆกล้าๆว่า

"คุณนักรบคนใหม่ดูใสซื่อไม่มีเล่ห์เหลี่ยมของผู้ล่า แต่ความฉลาดรอบคอบยังคงอยู่เหมือนเดิมนะคะ"

ดารารายตบหน้าซูซี่ พอถูกถามว่าตบตนทำไมเพราะดารารายไม่เคยทำอย่างนี้

"ปกติฉันไม่เคยทำ แต่วันนี้ฉันแค่แสดงสัญชาตญาณดิบที่ซ่อนอยู่ในตัวมนุษย์ทุกคนออกมา" พูดแล้วมองซูซี่แต่หัวจดเท้าอย่างดูถูก "หล่อนเป็นแค่คนรองมือรองเท้าฉัน มีสิทธิ์แค่รับเศษเหลือจากฉัน   อย่าแสดงความคิดโง่ๆที่ฉันไม่อยากฟังอีก จำไว้!"

ซูซี่เงียบกริบ เม้มปากแน่นด้วยความแค้นใจ

ooooooo

ซูซี่กลับไปที่คอนโดฯเล่าให้นักคิดฟังอย่างเจ็บใจว่าไม่อยากเป็นกระโถนท้อง พระโรงให้ดารารายอีกแล้ว ตนยอมให้กดขี่ทุกอย่างทนให้ใช้ยิ่งกว่าทาสแต่ก็ไม่เคยเห็นหัวตนเลย ถามนักคิดว่าเขาก็เคยโดนดูถูกเหมือนกันไม่คิดแค้นบ้างหรือ

"ผมไม่มีวันลืมว่าดารารายเคยตอกหน้าผมไว้เจ็บแสบยังไง เราควรจะร่วมมือกันจัดการดารารายให้อยู่ใต้การควบคุมของเรา" ซูซี่ถามว่าคิดจะทำอะไร นักคิดพูดอย่างเจ้าเล่ห์ว่า "ผู้หญิงหยิ่งยโสอย่างดารารายต้องถูกเอาคืนอย่างสาสม"

"คุณอยากแก้แค้นหรืออยากได้นังนั่นกันแน่" ซูซี่ระแวง

"ทั้งความฉลาด อ่อนหวาน และเอาใจเก่ง ดารารายเทียบคุณไม่ได้เลยสักนิด   ผมไม่มีทางเห็นดารารายดีกว่าซูซี่ที่รักแน่"

ซูซี่ปลื้มปีติซบหน้าลงบนอกนักคิด แต่หารู้ไม่ว่านักคิดกระหยิ่มยิ้มแววตาเจ้าเล่ห์ที่หว่านล้อมซูซี่ได้สำเร็จ

ooooooo

ด้วยความรักความคิดถึงที่มีต่อเอื้อ อุ่นใจ โอ๋ และดอกจันช่วยกันเอาโกศเอื้อมาวางที่โต๊ะ ซึ่งจัดไว้อย่างสวยงาม โอ๋บอกให้พ่อชมทะเลสุดลูกหูลูกตาที่สวยงาม อุ่นใจบอกว่าต่อไปเอื้อจะได้นอนฟังเสียงคลื่นทุกวันอย่างที่เคยฝัน โอ๋บ่นเสียดายที่ย่าไม่ได้มาอยู่ที่นี่

"ย่านวลหายเมื่อไหร่ ฉันจะรับมาอยู่กับโอ๋ทันที" เสียงนักรบดังขึ้น เขาเดินเข้ามาพร้อมทองทิวบอกว่า "ฉันสัญญาว่าครอบครัวโอ๋จะได้อยู่กันพร้อมหน้าแน่นอน"

โอ๋ถอนใจหน้าเศร้า จนดอกจันถามว่าเป็นอะไร โอ๋บอกว่าคิดถึงปู่ คิดถึงบรรยากาศสนุกๆที่บ้านเรา

"คิดถึงบ้าน   ก็ทำบรรยากาศให้เหมือนบ้านสิครับ" นักรบบอก ทุกคนมองอย่างสงสัยว่าจะทำอย่างไร
ปรากฏว่า วันต่อมา ทองใบก็นั่งรถทัวร์มากับชาวบ้านในชุมชนคนใจดี ร้องรำทำเพลงกันมาลั่นรถตามแบบฉบับของ ฉิ่งฉับทัวร์ โดยมีทองใบกับดอกจันเป็นคนไปรับมา

อุ่นใจ  โอ๋  และนักรบรออยู่ที่คอนโดฯ  อุ่นใจถามว่าให้ดอกจันไปกับทองทิวจะได้เรื่องหรือ

"ถ้าไม่ให้ดอกจันไปด้วย คิดเหรอว่าลุงทองใบจะยอมมากับทองทิว" นักรบย้อนถาม

ทันใดนั้นเสียงคณะฉิ่งฉับทัวร์ก็แว่วเข้ามา ทุกคนดีใจที่พวกนั้นมาถึงกันแล้ว พอรถจอดปุ๊บทองใบลงมาจากรถก็วิ่ง เข้าหาโอ๋ ปู่หลานกอดกันอย่างดีใจราวกับพลัดพรากมาเป็นสิบปี

จนอุ่นใจสงสัยว่าคู่นี้สนิทกันตั้งแต่เมื่อไร ทองทิวเองก็ดูอย่างหมั่นไส้ สงสัยเหมือนกัน นักรบจัดแจงเชิญชวนทุกคนเข้าไปในคอนโดฯเดี๋ยวจะได้สนุกสนานกันเต็มที่

และแล้ว บริเวณสระน้ำในคอนโดฯ ก็ถูกแปรสภาพเป็นครัวบ้านทุ่งราวกับมีงานบุญ วงปิ้งเนื้อ จี่ข้าว ตำส้ม ต้มแซบ เรียงรายไปรอบสระ ควันจากการต้มปิ้งย่างลอยโขมงราวกับหมอกลง

"หมดกัน...คอนโดฯหรูริมทะเลกลายเป็นตลาดนัดไปแล้ว" ทองทิวบ่น นักรบถามว่าแล้วไม่ดียังไง ทองทิวอ้างว่า ผิดกฎของคอนโดฯที่ห้ามส่งเสียงดัง ห้ามทำอาหารหรือติดไฟทำกับข้าว ต้องสวมชุดว่ายน้ำลงสระ...

ทองทิวจัดแจงจะจาระไนอีกมากมาย ถูกนักรบสั่งให้หยุดถามว่าคอนโดฯนี้เป็นของใคร ทองทิวตอบเสียงอ่อยว่า "ของคุณนักรบครับ"

"แล้วฉันจะให้ใครทำอะไรบนคอนโดฯไม่ได้เหรอ" นักรบถามหน้านิ่ง ทองทิวเสียงแผ่วว่าได้ครับ แล้วก้มหน้านิ่ง เหลือบมองรอบๆสระ แถมในสระยังมีพวกแม่บ้านพ่อบ้านนุ่งกระโจมอก นุ่งผ้าขาวม้ากระโดดลงน้ำกันสนุกสนาน

วันนี้เอง ที่นักรบเพิ่งรู้จักและได้กินข้าวจี่ที่อุ่นใจเป็นคนจี่ให้ชาวบ้านกิน เขาชอบมาก อุ่นใจบอกว่าถ้าชอบตนจะทำให้ทานบ่อยๆ เขารีบย้ำ "คุณสัญญาแล้วนะ"

"แน่นอนค่ะ ฉันสัญญาว่าจะทำให้คุณทานบ่อยๆแน่นอน สำคัญแต่ว่าคุณอย่าเบื่อไปเสียก่อนก็แล้วกัน"

"ถ้าเป็นฝีมืออุ่นใจผมทานได้ไม่มีวันเบื่อ" พูดแล้วทำมองกรุ้มกริ่ม โดยไม่รู้ว่าดอกจันแอบดูอยู่

ooooooo

ดารารายยังเจ้าคิดเจ้าแค้น วันนี้นั่งนึกถึงที่ถูกนายิกาตบหน้าและด่าแล้วก็แค้นใจคิดหาทางเอาคืน เธอโทรศัพท์นัดจอมทัพมาพบบอกว่ามีธุระสำคัญจะคุยด้วย

จอมทัพไปสั่งจัดโต๊ะเตรียมแชมเปญในห้องพักโรงแรมหรู ขณะเขาตรวจความพร้อมอยู่นั้น ดารารายก็มาถึง เขาทักว่าเธอมาก่อนเวลาครึ่งชั่วโมง

"ฉันมาก่อนเวลาเพราะอยากรู้ว่าคุณให้ความสำคัญกับฉันแค่ไหน"

จอมทัพบอกให้เธอพูดธุระได้เลย ดารารายลีลามากให้เขาเดาเอง แล้วเธอก็เข้าเล้าโลมเขาอย่างยั่วยวนจนจอมทัพทำหน้าเหมือนเคลิ้ม

ที่หน้าห้อง ซูซี่เฝ้าอยู่  เธอมองเข้าไปในห้องอย่างหมั่นไส้ ดูถูกดารารายว่าที่แท้ก็อีหรอบเดียวกัน แต่แล้วก็ชะงักเมื่อเห็นนายิกา นิมมาน และนักคิดโผล่มา ซูซี่ออกไปดักห้ามใครเข้าห้อง แต่ถูกทั้งสามพร้อมใจกันกระชากพ้นทางแล้วเปิดประตูเข้าไป

เจอดารารายกำลังเล้าโลมจอมทัพอยู่ ดารารายตกใจถามว่ามาได้ยังไง ที่แท้จอมทัพเป็นคนนัดพวกเขามา เขาบอกดารารายอย่างชิงชังว่า

"ทุกคนมีด้านมืดที่รอวันเผยตัวออกมา ครอบครัวพยัคฆ์ราชาควรรู้จักตัวตนที่แท้จริงของดาราราย"

เมื่อเห็นกับตาเช่นนี้ ธาตุแท้ของแต่ละฝ่ายก็เผยออกมา นิมมานกับดารารายด่าทอตบตีกัน ซูซี่เข้าไปห้ามดาราราย นักคิดทำทีเข้าไปห้ามแม่ตัวเอง ทั้งสี่ทึ้งกันไปเหวี่ยงกันมาจนกระเด็นไปคนละทาง

จอมทัพยืนมองอย่างสมเพช พอต่างกระเด็นไปแล้ว เขาบอกว่า

"ทุกคนเห็นธาตุแท้กันแล้ว เชิญกลับให้หมด"

ดารารายไม่ยอมกลับ นายิกาสั่งให้กลับเพราะถ้านักข่าวมาถึงที่นี่พวกเราทุกคนมีแต่เสีย ตนจะไม่ยอมให้ชื่อเสียงของไทเกอร์คิงต้องย่อยยับเพียงเพราะเรื่องไร้สาระแบบ นี้

"อัจฉริยะอย่างนักรบ มีแม่ที่รอบคอบแบบนี้นี่เอง" จอมทัพเยาะหยัน "ฝากคุณป้าพาสะใภ้เบอร์หนึ่งของไทเกอร์คิงกลับไปด้วยนะครับ ผมไม่อยากเป็นเครื่องมือหรือเป็นบันไดให้ใครก้าวข้าม" จอมทัพบอกทุกคน
"คุณกล้าไล่ฉัน?! สักวัน ฉันจะเหยียบย่ำคุณให้เจ็บยิ่งกว่าฉันหลายร้อยเท่า จำไว้!!"

ดารารายตะคอกใส่หน้าจอมทัพอย่างอาฆาตแค้น

ooooooo

ที่คอนโดฯหรูริมทะเล ยังสนุกสนานกันเต็มที่โดยไร้แอลกอฮอล์แต่ดื่มนมแทน นักรบบอกอุ่นใจว่าเขารู้สึกอบอุ่น คนในชุมชนคนใจดีน่ารักทุกคน เสียงเพลง เสียงหัวเราะ เป็นบรรยากาศที่ทำให้ทุกคนมีความสุขมาก เว้นแต่ทองทิวที่นั่งทำหน้าเซ็งอยู่คนเดียว

นักรบเลี่ยงไปรับลมที่ระเบียงคอนโดฯ มองโกศเอื้อที่วางอยู่บนโต๊ะ พลันภาพเหตุการณ์ในอดีตก็สับสนขึ้นในความคิด จนมองเห็นเอื้อมาอยู่แทนที่โกศ นักรบปวดหัววาบขึ้นทันที

นักรบกุมหัวอย่างทรมาน ได้ยินเสียงเอื้อก้องอยู่ตรงหน้าว่า

"วันนี้มีความสุขให้พอ เพราะฝันร้ายยังคงอยู่ ไม่มีวันชดเชยได้"

ภาพวันที่เขาไล่เอื้อออกจากงานกระแทกเข้ามาในความนึกคิด เสียงเอื้อกึกก้องขึ้นอีกว่า

"ชีวิตต้องชดใช้ เงาร้ายในใจจะติดตามคุณตลอดไป"

"อ๊ากกกกก!!" นักรบร้องลั่น เขาปวดหัวรุนแรงจนทรุดลง อุ่นใจมาเจอปรี่เข้าประคองเขาที่เอาแต่กุมขมับดิ้นรนไปมา เธอพยายามมองหาคนช่วย แต่แถวนั้นไม่มีใครเลย...

ในที่สุด อุ่นใจประคองเขาไปที่ลิฟต์เพื่อพาไปพักที่ห้อง ระหว่างนั้น นักรบยังพึมพำเหมือนเพ้อ "พอเถอะ...ผมรู้สึกผิดแล้ว...ผมทำดีที่สุดแล้วจริงๆ...ผมรู้สึกผิดแล้วจริงๆ"

ทันใดนั้นไฟดับพึ่บ อุ่นใจตกใจมาก ลิฟต์กระตุกแล้วหยุด ไฟดับมืดสนิท

ทองทิวกับดอกจันช่วยกันแก้ไข ทองใบคอยตามช่วยลุ้น ในที่สุดดอกจันก็ซ่อมได้ พอไฟติดทองใบชมดอกจันว่าเก่งจริงๆทองทิวเบ้ปากบอกว่าแค่ฟลุก

ขณะนั้นเอง รปภ.หน้าตื่นมารายงานว่า "ผมเห็นจากกล้องวงจรปิดว่าคุณนักรบกับคุณอุ่นใจติดอยู่ในลิฟต์"

ปรากฏว่าทั้งสองติดอยู่ในลิฟต์พร้อมกันจนเหงื่อชุ่มนักรบบอกว่าเขาหายใจไม่ออก บอกว่าเขาเห็นเอื้อ พร่ำพูดว่า "ให้โอกาสผมแก้ตัวเถอะคุณเอื้อ ได้โปรด..."

"คุณสัญญาจะดูแลฉันกับโอ๋ พี่เอื้อไม่มีวันทำร้ายคุณหรอกค่ะ" อุ่นใจปลอบ

พอดีไฟมา อุ่นใจถามว่าหายปวดหัวหรือยัง นักรบถามอ้อนว่าถ้าไม่หายเธอจะดูแลตนไหม พูดแล้วขโมยหอมแก้มเธอเอาดื้อๆ เห็นเธอตกใจ นักรบขอคำตอบว่าจะดูแลตนไหม

ขณะอุ่นใจอึกอักเขินไปมาอยู่นั่นเอง นักรบหอมเธออีกครั้งอย่างนุ่มนวลอ่อนโยน ทั้งคู่ต่างตกอยู่ในภวังค์ พริบตานั้นประตูลิฟต์เปิดออก ทองทิว ดอกจัน ทองใบ และโอ๋มองในลิฟต์ อ้าปากค้างทุกคน

อึดใจเดียวทองใบเสนอว่าปิดประตูไว้ก่อนดีไหมแล้วหัวเราะหึๆ อุ่นใจกับนักรบตกใจผละจากกัน ทองทิวพึมพำว่า "ไวอย่างกับปรอท" เลยถูกทองใบเย้ยว่า "ใครจะทึ่มเหมือนแก!"

ooooooo

เมื่อกลับมาที่บริเวณสระว่ายน้ำ ดอกจันถามอุ่นใจตรงๆว่าเธอกับนักรบเป็นแฟนกันตั้งแต่เมื่อไหร่ อุ่นใจตอบอ้อมแอ้มว่ายังไม่ได้เป็น

"แล้วที่จูบเมื่อกี้ล่ะ" ดอกจันถาม ถูกอุ่นใจเอามือปิดปากทันทีบอกว่าพอเถอะเรื่องมันผ่านไปแล้ว แต่ดอกจันไม่ยอมพอ ยืนยันว่า "จนกว่าแกจะตอบคำถามฉันว่าแกรักคุณนักรบใช่ไหม"

อุ่นใจอ้ำอึ้งไม่รู้จะตอบอย่างไร แต่นักรบที่ถูกทองใบกับโอ๋ซักไซ้ เขาตอบอย่างฉะฉานผ่าเผยกล้าหาญว่า "รักครับ ผมรักอุ่นใจ"

โอ๋ยืดอกเก๊กข่มนักรบทันทีว่าใครสมัครเป็นเขยต้องยอมรับหัวหน้าครอบครัวอย่างโอ๋ก่อน ทุกเรื่องในครอบครัวต้องผ่านโอ๋ ไม่มีสิทธิ์สั่งหรือขึ้นเสียงกับโอ๋เด็ดขาด

"ครับ...ได้ครับ..." นักรบรับคำอย่างนอบน้อมยอมหมอบราบคาบแก้ว แล้วนักรบก็ยกมือขออนุญาต พลางเอากล่องของขวัญส่งให้โอ๋บอกว่า

"ของขวัญจากสมาชิกใหม่ของครอบครัวโอ๋ครับ"

โอ๋วางท่ารับกล่องไปแกะดู ภายในเป็นวิทยุที่เอื้อซ่อมให้โอ๋แต่ยังไม่เสร็จ นักรบเอาไปให้ช่างซ่อมต่อจนเสร็จแล้วเอามาให้โอ๋ บอกว่าวิทยุนี้จะเป็นตัวแทนพ่อเอื้ออยู่ใกล้ตัวโอ๋ ตลอดไป

"ขอบคุณนะครับ คุณนักรบเหมือนพ่อคนที่สองของโอ๋จริงๆ"

ทั้งสองกอดกันอย่างอบอุ่น อุ่นใจกับดอกจันมองแล้วซาบซึ้งตื้นตันใจจนน้ำตาคลอ

ooooooo

สายมากแล้วแต่ดารารายยังอยู่ในห้องนอน ซูซี่ เดินมามองไปรอบๆอย่างระแวดระวัง ดูขวดสีชาในมือแล้วก็นึกถึงคำพูดของนักคิดเมื่อครั้งที่ส่งยาให้ว่า

"เราต้องจัดการขั้นเด็ดขาดกับดาราราย"  เมื่อซูซี่บอกว่าดารารายกำลังระแวงตนอยู่ นักคิดยุว่า "แค่ระแวง แต่ก็ยังจับไม่ได้ นี่...ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น จิบนิดเดียวก็สลบไม่รู้เรื่อง หลังจากนั้นดารารายจะตกอยู่ใต้เงื้อมมือเราตลอดไป"

ซูซี่เข้าไปในห้องดารารายตัดสินใจเทของในขวดสีชาใส่น้ำส้มจนหมด โดยไม่รู้ว่าดารารายยืนดูอยู่อีกมุมหนึ่ง พอเห็นเช่นนั้น ดารารายจับได้ว่าซูซี่เป็นคนวางยาตนคราวก่อน ซูซี่ ตกใจมาก

"แกร่วมมือกับนักคิดทำลายฉัน" ดารารายตบหน้าซูซี่ ฉาดใหญ่ "ฉันจะทำให้แกรู้ว่าคนทรยศกับดารารายต้องเจอยังไง"

ซูซี่พยายามร้องบอกว่าตนไม่ได้ทำ ชูให้ดูว่านี่เป็นขวดน้ำผึ้ง ตนเห็นเธอนอนไม่หลับเลยเอาน้ำผึ้งผสมน้ำส้มให้ดื่มเผื่อจะหลับสบายขึ้น ว่าแล้วเอาขวดให้ดม ดารารายชะงักเพราะเป็นกลิ่นน้ำผึ้งจริงๆ

แต่เพียงอึดใจเดียวดารารายก็หน้ามืด สุดท้ายก็วูบลงกับพื้นสลบไปดื้อๆ ซูซี่ใช้เท้าเขี่ยยิ้มหยันปาดเลือดที่ซึมจากมุมปาก นักคิดปรากฏตัวขึ้นบอกเธอว่าเสี่ยงมากที่กล้าให้ดารารายดมยาสลบจากขวด

"ข้อดีของการอยู่กับคนร้ายกาจอย่างดารารายคือมันสอนให้เราร้ายมากกว่า" ซูซี่ยิ้มเหี้ยมแล้วนึกได้บอกนักคิด "รีบจัดการก่อนที่ใครจะมาเห็นเถอะ"

ดังนั้น เมื่อดารารายรู้สึกตัวขึ้นมองไปรอบๆเห็นกล้องวางอยู่รอบตัวและนักคิดนอนกอดตนอยู่ เธอผวาเฮือกถามว่าทำอะไรตน

"ต่อให้เก่งแค่ไหน สุดท้ายนางพญาหงส์ก็ต้องพลาดท่าให้กับคนที่อยู่นอกสายตาอย่างฉัน" นักคิดยิ้มเยาะแล้วเปลี่ยนเป็นสั่งเหี้ยม "ต่อไปนี้ เธอจะต้องเชื่อฟังฉัน ไม่งั้นเทปลับที่เราสองคนมีความสุขร่วมกันจะถูกเผยแพร่ในอินเตอร์เน็ตทันที"

"แก...แกแบล็กเมล์ฉันเหรอ"

"เป็นวิธีเดียวที่เอาคนหยิ่งผยองอย่างดารารายได้ อยู่หมัด ถ้าคุณพูดไม่รู้เรื่องเมื่อไหร่คุณจะกลายเป็นดาวค้างฟ้า ในโลกไซเบอร์ทันที" นักคิดหัวเราะสะใจ ลุกเดินออกไป

ดารารายด่านักคิดแล้วขว้างปาข้าวของอย่างเจ็บใจราวกับคนเสียสติ ที่ประตูห้องซูซี่แอบดูอยู่แสยะยิ้มร้ายอย่างสะใจจริงๆ!

ooooooo

เมื่อบรรดาคณะทัวร์ขึ้นรถเตรียมกลับ โอ๋หน้าเศร้าบ่นว่าตนอยู่กับอาอุ่นคงเหงาแย่ นักรบปลอบใจว่าแล้วจะให้ทองทิวไปรับทุกคนมาเที่ยวที่นี่บ่อยๆ ทองทิวทำหน้าเซ็งที่อะไรๆก็ไอ้ทองคนเดียว เร่งให้ทุกคนขึ้นรถ อุ่นใจบอกทองทิวว่าดอกจันจะอยู่เป็นเพื่อนตนที่นี่

"จะปรึกษากันสักคำก็ดีนะครับคุณนักรบ" ทองทิวต่อว่ากลายๆ

นักรบบอกว่าให้ดอกจันอยู่คอยดูแลอุ่นใจเวลาที่อ่านหนังสือเตรียมสอบและจะย้ายโอ๋มาเรียนแถวนี้ด้วย สั่งทองทิว "นายจัดการเรื่องโรงเรียนให้เรียบร้อยด้วย" ทำเอาทองทิวยิ่งเซ็ง

บรรดาชุมชนคนใจดีกลับไปถึงบ้านแล้วต่างชมว่า อุ่นใจโชคดีมีวาสนาที่ได้นักรบอุปการะทั้งครอบครัว ทองใบเสริมว่า "คนคิดดีทำดีก็มีแต่ความเจริญรุ่งเรืองแบบนี้แหละ"

เปลวแสงที่ติดตามการเคลื่อนไหวอยู่แอบฟังได้ยินทั้งหมด ทำให้เธอคิดถึงเรื่องในอดีตของตัวเอง คิดถึงพ่อของตัวเองที่ต้องตายไปอย่างน่าสมเพช

อุ่นใจตอบคำถามเหล่านั้นอย่างตรงตามความจริง แต่ สุดท้ายเรื่องที่นักรบขับรถชนเอื้อตายนั้น เธอตอบอย่างไม่มีข้อสงสัยว่า "มันเป็นอุบัติเหตุ"

"แต่ก็ยังเป็นการฆ่าคนตายโดยไม่เจตนาอยู่ดี" เปลวแสงจะเอาผิดนักรบให้ได้

"พี่ชายฉัน...ฆ่าตัวตาย" อุ่นใจย้ำชัด จนเปลวแสงชะงักหน้าเสีย ทุกคนในห้องอัดเทปพากันส่งเสียงฮือฮาขึ้น อุ่นใจย้ำอีกว่า "ฉันขอยืนยัน...พี่ชายฉันฆ่าตัวตาย"

แต่เมื่อเปลวแสงยังพยายามจะโยงกลับมาว่านักรบเป็นฆาตกร อุ่นใจยืนยันคำเดิมว่าการตายของเอื้อเป็นการตัดสินใจของเขาเอง ชี้แจงเพิ่มเติมว่า

"ฉันรู้ว่าคุณนักรบเคยเป็นนักธุรกิจที่โหดร้าย เลือดเย็น ไร้น้ำใจ แต่เขาไม่ใช่ฆาตกร แล้วครอบครัวของฉันก็ไม่ใช่เหยื่อ"

เปลวแสงลุกพรวดขึ้นอย่างโกรธจัดที่เสียแผนและเสียหน้า อุ่นใจไม่สะทกสะท้านสบตาอย่างท้าทายสมเพช ในขณะที่ทองทิวกับดอกจันตกใจ อุ่นใจยังคงพูดต่อไปอย่างหนักแน่นว่า

"เพราะเหยื่อคือคนที่ปล่อยให้ตัวเองจมอยู่กับความทุกข์ จมอยู่กับสถานภาพของผู้ถูกกระทำ แต่ฉันและครอบครัวให้อภัยเขาแล้ว ฉันหลุดพ้นจากความทุกข์ของพวกนั้นมาแล้ว และฉันก็จะไม่ยอมเป็นเครื่องมือของคุณอีกต่อไป!" พูดจบอุ่นใจลุกเดินออกจากเวทีไปท่ามกลางความตกใจของทุกคน

ooooooo

เปลวแสงเดินตามมาหลังเวทีต่อว่าอุ่นใจอย่างรุนแรงว่าทำแบบนี้ได้ยังไง ฉีกหน้าตนชัดๆ

"ในที่สุดก็ยอมรับแล้วใช่ไหมว่า สื่ออย่างคุณไม่ได้ทำเพื่อใคร แต่ทำเพื่อตัวเอง! คุณอาจจะคิดว่าเรื่องนี้คือเกมที่ต้องมีการแพ้ชนะ มีศักดิ์ศรีของคนจนคนรวยเป็นเดิมพัน แต่สำหรับฉันมันเป็นแค่บททดสอบในชีวิตเท่านั้น ฉันผ่านมันมาได้แล้ว ฉันเอาชนะมันแล้วโดยที่ไม่จำเป็นต้องแข่งกับใครเลย"

อุ่นใจเดินเชิดผ่านเปลวแสงที่ยังยืนอึ้งอยู่ ไปเจอดอกจัน กับทองทิวรออยู่ ดอกจันมองเพื่อนทึ่งแล้วจึงยิ้มออกมาพูดเหมือนเจอเรื่องเหลือเชื่อว่า

"แกทำสิ่งที่ถูกต้องจริงๆด้วยอุ่นใจ"

อุ่นใจยิ้มกับเพื่อนแล้วมองเลยไปทางทองทิวที่ยืนยิ้มเก้อๆเหมือนทำหน้าไม่ถูก

เมื่อกลับมาถึงคอนโดฯแล้ว อุ่นใจส่งข้อความถึงนักรบว่า ต่อไปนี้จะไม่มีใครว่าอะไรเขาได้อีกแล้ว ขอให้เขาทำงานอย่างสบายใจต่อไป

เป็นเวลาที่นักรบยังหลับอยู่บนเตียง เขาสะดุ้งตื่นเพราะมีเสียงสัญญาณโทรศัพท์เรียก เขาลืมตาโพลงทันที รวดเร็ว แข็งกร้าว และดุร้าย!

ทองทิวกำลังอยู่กับดอกจันที่ร้านอาหารหรูบรรยากาศโรแมนติก พอได้รับโทรศัพท์แจ้งว่านักรบฟื้นแล้วเท่านั้น เขาลุกพรวดเอาเงินวางบอกดอกจันว่าตามสบายนะ  แล้วรีบออก ไปเลย

"บ้าเอ๊ย...แล้วบอกจะพามาโรแมนติกไงเล่า" ดอกจันกระฟัดกระเฟียดอย่างเสียอารมณ์

ooooooo

นักรบฟื้นขึ้นมาในสภาพนักรบคนเดิม เป็นคนดุร้าย เกรี้ยวกราด เจ้าอารมณ์ นายิกาดีใจมากที่ได้ ลูกคนเดิมคืนมา เมื่อนักรบถามถึงเรื่องที่เกิดกับเอื้อ นายิกาบอกว่า

"นั่นมันเรื่องเมื่อหลายเดือนก่อนนะนักรบ รื้อฟื้นขึ้นมาทำไมอีก"

"นี่ผมหลับไปหลายเดือนเลยเหรอ" นักรบถามงงๆ แล้วรีบลุกบอกว่าจะกลับบ้าน เพราะทิ้งงานมานานแล้ว ถามว่าไทเกอร์คิงเป็นอย่างไรบ้าง ทำเอาทองทิวปรับความคิดรับมือไม่ทัน

กลับมาอย่างนักรบคนเดิม เขาเห็นพวกคนใช้ในบ้านมาต้อนรับก็ตวาดว่าไม่มีงานทำหรือถึงได้มายืนเกะกะกัน แถวนี้ พอได้รับโทรศัพท์จากโอ๋ที่ต่อสายให้อุ่นใจคุยด้วย เขาก็ตวาดถามงงๆว่าอุ่นใจเป็นใคร แล้วกดเบอร์ทิ้งเลย

ตื่นเช้าไปเจอต้นราตรียังอยู่ก็สั่งนายสมบูรณ์ให้ตัดทิ้งถ้าไม่ตัดตนจะตัด เงินเดือน ไปเจอปูแม่บ้านทำน้ำหกรดรองเท้าก็สั่งไล่ออก ไปที่ห้องอาหารไม่เห็นป้าอิ่มมาคอยรับใช้ พอรู้ว่าแกพาหลานไปมอบตัวที่โรงเรียนก็สั่งไล่ออก บอกว่า "ไปเลี้ยงหลานให้พอใจ" แล้วสั่งทองทิวให้หาแม่ครัวใหม่ให้ด้วย

เมื่อทองทิวไปเล่าให้นายิกาฟัง นายิกาพอใจมากบอกว่าถ้าใครทนไม่ได้ก็ให้ลาออกไป หรือว่าตัวเขาเองจะออกไปด้วยก็ได้ ย้ำอย่างพอใจมากว่า

"ยังไงลูกชายของฉันก็ต้องเป็นแบบนี้ต่อไป เขาเสียเวลากับเรื่องไร้สาระมามากแล้ว"

ooooooo

ตอนที่ 10

ระหว่างที่ทองทิวไข้สูงนั้นเขาเพ้อว่า "คุณนักรบต้องไปงาน..." ดอกจันดุว่าห่วงตัวเองก่อนเถอะ ปล่อยให้ นักรบเขาจัดการตัวเองไป ดอกจันพูดโดยไม่รู้ว่า "งาน" ที่ทองทิวเพ้อถึงนั้นเป็นงานอะไร

เป็นงานที่จัดในเช้าวันรุ่งขึ้น ที่นักรบจะต้องไปเดินแฟชั่นโชว์คู่กับดาราราย แต่จนสายนักรบก็ยังไม่ไปถึงที่จัดงาน เพราะเขามัวแต่ส่งอุ่นใจไปสอบ ส่งแล้วยังเฝ้าอยู่แถวนั้นคอยชะเง้อมองอย่างเป็นห่วงและให้กำลังใจ คอยจนอุ่นใจสอบเสร็จ พอรู้ว่าเธอทำข้อสอบได้ก็ดีใจ

โอ๋พูดอย่างชื่นชมว่าอาอุ่นท่องหนังสือเก่ง แต่อุ่นใจกลับชมว่าเป็นเพราะคนช่วยติวหนังสือดีต่างหาก ทำเอานักรบยิ้มหน้าบาน แต่พออุ่นใจพูดต่อไปว่า "ไม่ได้โอ๋ อาต้องแย่แน่ๆเลย" นักรบก็หน้าหุบถามว่าแล้วตนล่ะ ไม่ชมบ้างหรือ

"ไม่เห็นต้องขอบคุณ คุณบังคับให้ฉันมาสอบ ก็ต้องรับผิดชอบช่วยติวหนังสือให้ฉันอยู่แล้ว" อุ่นใจลอยหน้ากวนๆ นักรบเลยทำหน้าทะเล้นบอกว่า

"งั้นผมขอรับผิดชอบคุณไปตลอดชีวิตเลยนะ"

"พูดจาบ้าๆอีกแล้วคุณ ไป กลับบ้านได้แล้ว ง่วง" พูดแล้วเดินนำไปเลย

ส่วนที่บ้านทองใบ ทองทิวยังไข้ไม่สร่างแต่รู้สึกตัวแล้ว เขาถามดอกจันงงๆว่าเมื่อคืนตนค้างที่นี่หรือ พอดอกจันบอกว่าเขาไข้ขึ้นทั้งคืน ทองใบก็รีบเสริมว่าดอกจันเช็ดตัวให้เขาทั้งคืนไม่ได้นอนเลย

ทองทิวดูนาฬิกาข้อมือตัวเอง เห็นเป็นเวลาเกือบเที่ยงแล้ว เขาอุทานเหมือนถูกไฟจี้

"เฮ้ย! งานเดินแบบของคุณนักรบ" ทองทิวตกใจจนลืมว่าตัวเองยังไข้อยู่ ลุกได้ก็คว้าโทรศัพท์โทร.หานักรบ พูดไปวิ่งไป "คุณนักรบอยู่ไหนครับ"

ดอกจันมองตามเซ็งๆ บ่นกับทองใบว่าลูกชายลุงสุดยอดจริงๆขอบคุณสักคำก็ไม่มี ทองใบปลอบใจเป็นนัยว่า "มันอาจจะยังไม่เห็นคุณค่าเรา แต่มันขาดเราไม่ได้หรอก เชื่อลุงสิ"

"ลุง! เลิกจับคู่ให้ฉันกับลูกลุงได้แล้วนะ" ดอกจันโวยลั่น แต่ทองใบก็ยังยักไหล่ยิ้มล้อๆแถมให้อีกที

ooooooo

เมื่อนักรบที่ต้องมาเดินแฟชั่นโชว์คู่กับดารารายไม่มาและตามตัวไม่พบ ดารารายเองก็ไม่ยอมเดินแบบกับใคร ทางทีมงานจึงเปลี่ยนคู่โดยให้ซูซี่เดินแทนกับชายหนุ่มอีกคน

ซูซี่ออกมาในชุดฟินาเล่่แทนดาราราย  เดินเชิดบนแคตวอล์กอย่างภูมิใจมาก ซ้ำยังปรายตาเย้ยดารารายที่ยืนดูอยู่อย่างแค้นใจ เมื่อนักข่าวมาสัมภาษณ์ดารารายว่าทำไมนักรบจึงไม่มา เธอปั้นยิ้มตอบหวานฉะฉานว่า

"นักรบติดงานด่วนค่ะ เป็นงานสำคัญด้วย ดาวก็เลยบอกให้นักรบไปทำงาน แล้วดาวขอถอนตัวเดินแบบเองค่ะ แล้วพอดีเห็นว่าซูซี่เขาอยากมีโอกาสได้เดินแบบบ้าง ก็เลยเสนอกับทางทีมงานไป"

ขณะนั้นเอง ดารารายเหลือบเห็นทองทิววิ่งหน้าตื่นเข้ามา เธอขอตัวกับนักข่าวแล้วชวนซูซี่ออกไปดักทองทิว กันไว้ไม่ให้เข้ามาทำความแตก พอถึงตัวก็ดึงทองทิวไปให้พ้นนักข่าวทันที

พอมาพ้นนักข่าวแล้ว ดารารายเปลี่ยนโฉมหน้าเป็นนางร้ายเอาเรื่องทันที ทองทิวพยายามจะชี้แจง แต่ดารารายไม่ให้พูดบอกว่าต้องการฟังคำแก้ตัวจากนักรบ ทองทิวเลยหันไปชี้ว่านักรบกำลังเข้ามา

ดารารายถามว่าไปไหนมาตนโทร.หาก็ไม่ติด นักรบลังเลนิดหนึ่งแล้วตัดสินใจพูดตามจริงว่า

"เมื่อคืนผมไปติวหนังสือให้อุ่นใจจนเช้า มือถือก็แบตฯ หมด เลยติดต่อใครไม่ได้"

"คุณลืมนัดดาวเพราะไปอยู่กับผู้หญิงคนนั้นทั้งคืนเหรอ!" ดารารายโกรธจี๊ดตะคอกถามว่า "นี่คุณเห็นมันสำคัญกว่าดาวได้ยังไง!!"

ทองทิวยอมรับว่าตนผิดเองที่ไม่ได้โทร.ตามนักรบ พูดเอาใจว่าจะให้ชดใช้ยังไงก็บอกมาเลย

"ไม่มีอะไรทดแทนการเสียหน้าของฉันได้หรอก! งานนี้บริษัทไทเกอร์คิงเดือดร้อนแน่!"

นักรบตัดปัญหาบอกว่าตนผิดนัดจริงและจะยอมทำตามเธอทุกอย่างเพื่อชดเชยความผิดครั้งนี้ ดารารายได้ทีเลยสั่งว่า คืนพรุ่งนี้เขาต้องไปงานเลี้ยงที่บ้านตน ให้ไปตามนัดไม่อย่างนั้นเขาเดือดร้อนแน่

เพราะบอกว่าจะยอมทำตามใจเธอทุกอย่างเพื่อชดใช้ ความผิด นักรบจึงไม่มีทางเลี่ยง

งานเลี้ยงที่ดารารายจัดขึ้นที่ริมสระน้ำในบ้านเป็นการจัดอย่างสบายๆ แต่ที่สำคัญคือสั่งอาหารจากร้านที่อุ่นใจทำงานอยู่ และแน่นอนว่าต้องให้อุ่นใจมาบริการที่นี่ด้วย ดาราราย

บอกซูซี่ว่าตนจะลงโทษอุ่นใจ แต่จะทำก็ต่อเมื่อนักรบมาถึง ระหว่างนี้ให้ซูซี่หาเรื่องแกล้งอุ่นใจไปพลางก่อน ถ้าไม่ทำหรือทำไม่ได้ตนจะหักเงินเดือนเพิ่มจากคดีที่โง่ปล่อยให้นักคิดเข้ามาในห้องนอนตน

ซูซี่หาทางแกล้งอุ่นใจ ทำเป็นว่าลิปสติกของดาราราย

ที่วางไว้บนโต๊ะหาย แล้วสั่งอุ่นใจให้หา หาบนโต๊ะไม่เจอก็ให้ไปรื้อในถังขยะ อุ่นใจกัดฟันฝืนใจทำ ปลอบใจตัวเองว่าไม่กี่ชั่วโมงงานก็เสร็จแล้ว

ooooooo

เย็นวันเดียวกัน ดอกจันกับทองใบพากันหิ้วปิ่นโตไปส่งข้าวให้ทองทิวที่คอนโดฯ เจอทองทิวนอนป่วยหน้าซีดโทรมจนดอกจันตกใจถามว่าป่วยหนักขนาดนี้เลยหรือ

ทองใบจัดแจงบอกให้ดอกจันเอายาให้ทองทิวกินส่วนตน จะไปเอาข้าวใส่จานเอง แล้วทองใบก็ปล่อยให้สองคนอยู่ดูแลกันตามแผน ดอกจันเลยต้องเช็ดตัวและป้อนยาให้ทองทิวคนเดียว

ที่แท้ทองใบแอบดูอยู่ เห็นดอกจันปรนนิบัติทองทิวแล้วก็พอใจพึมพำยิ้มกริ่มว่า

"เอาล่ะเว้ย...อีกไม่นานมันต้องรักกันแน่ๆ"

บริเวณริมสระน้ำบ้านดาราราย ไม่ทันที่นักรบจะมาจอมทัพกับจอมภพก็มาถึงก่อนแล้ว จอมทัพเห็นบริกรที่มาในงานก็จำได้ว่ามาจากร้านที่อุ่นใจทำงานอยู่ เขามองหาอุ่นใจทันที ถูกจอมภพเตือนว่า

"ได้ลายเซ็นท่านรัฐมนตรีเมื่อไหร่ ฉันถึงจะยอมให้แกไปตามหานังผู้หญิงคนนั้น"

จอมทัพจึงจำต้องเดินตามจอมภพไปอย่างเสียไม่ได้ จนเห็นดารารายกำลังโพสท่าให้นักข่าวถ่ายรูป จอมทัพจะเดินไปหา ปรากฏว่าเธอทำเป็นไม่สนใจ แต่พอเห็นนักรบเดินเข้ามาเธอก็ปรี่เข้าไปควงแขนพาไปให้นักข่าวถ่ายรูป จอมทัพเซ็งจนบอกไม่ถูก บอกจอมภพว่า

"ผมว่าวันนี้ผมเข้าไปคุยกับท่านรัฐมนตรีโดยตรงเลยจะดีกว่านะครับ" พูดจบก็เดินไปเลย

ooooooo

เมื่อควงนักรบไปถึงริมสระน้ำ ดารารายถามเขาว่าพร้อมรับบทลงโทษแล้วใช่ไหม บอกเขาว่าคืนนี้เขาต้องสนใจตนคนเดียวเท่านั้น นักรบตอบทันทีว่าไม่มีปัญหา ดารารายยิ้มพอใจปรายตาไปทางซูซี่แทนคำสั่ง ซูซี่เข้าใจเดินเลี่ยงออกไป

ซูซี่ไปหาอุ่นใจที่ยังค้นหาลิปสติกในถังขยะอยู่สั่งว่า เรื่องนี้เดี๋ยวค่อยเคลียร์ตอนนี้แขกมากันเต็มงานคนเสิร์ฟน้ำไม่พอ เธอต้องกลับไปทำงานนั้นแล้ว อุ่นใจถามว่าตนจมอยู่ในกองขยะเป็นชั่วโมงแบบนี้ยังจะใช้ให้ออกไปเสิร์ฟน้ำอีกหรือ

"ใช่...แกต้องไปเสิร์ฟเครื่องดื่มให้คุณดารารายเดี๋ยวนี้"

นี่คือแผนแกล้งให้อุ่นใจออกไปให้นิมมาน นักคิด ด่าและไล่อย่างรังเกียจในความสกปรกและกลิ่นเหม็น ทำให้แขกในงานต่างมองอุ่นใจเป็นตาเดียวอย่างรังเกียจไปด้วย

ขณะซูซี่เดินผ่านนักคิด ทั้งสองสบตากันเชิงนัดหมาย ซูซี่บอกเขาว่าดารารายอยู่ทางนั้นให้เขาเดินเข้าไปในบ้านเอง แต่พอนักคิดจะเดินไปก็ถูกซูซี่ไปดักอีกที่หนึ่งที่ลับตาคน เธอโอบคอนักคิดไว้   เขาถามว่าไหนว่าจะนัดไปเจอกันข้างนอก

เธอกระซิบบอกว่าไปเจอกันข้างนอกก็ไม่ตื่นเต้นสิ

"งั้นที่ไหนที่คุณคิดว่าตื่นเต้น"

"บนเตียงนอนของดาราราย" ซูซี่ยิ้มยั่วยวนแล้วจูงมือนักคิดขึ้นบันไดบ้านไป นักคิดเดินตามไปอย่างกระเหี้ยนกระหือรือ

ooooooo

แผนแกล้งอุ่นใจของดารารายเริ่มขึ้นแล้ว เมื่อพานักรบไปถึงริมสระน้ำ อุ่นใจมาเสิร์ฟเครื่องดื่ม นักรบมองอึ้งถามว่าทำไมเธอมาเสิร์ฟที่นี่ ดารารายชิงตอบว่าตนจ้างร้านนั้นอุ่นใจก็ต้องมา

พอเห็นสภาพมอมแมมของอุ่นใจนับรบถามว่าทำไมเป็นแบบนี้ ถูกดารารายแกล้งอะไรหรือเปล่า

"คุณดารารายไม่ได้แกล้งอะไรฉันค่ะ คุณจะรับเครื่องดื่มไหมคะ ถ้าไม่ฉันขอตัว"

ขณะอุ่นใจหมุนตัวจะไปนั่นเองดารารายแกล้งยื่นมือจะไปหยิบแก้วไวน์ปัดโดนแก้ว ไวน์ในถาดหกใส่อุ่นใจและตกแตก แล้วตำหนิว่าทำไมไม่ระวัง อุ่นใจรีบขอโทษแล้วก้มเก็บเศษแก้ว

นักรบก้มลงจะช่วย ดารารายกระซิบขู่ว่าบอกแล้วว่าวันนี้ห้ามเขาสนใจคนอื่นนอกจากตน ทำให้นักรบชะงัก

"เก็บเศษแก้วไปทิ้งให้หมด" ดารารายสั่งอุ่นใจ แล้วปรามนักรบ "ถ้าคุณทำตามสัญญาไม่ได้ ดาวรับรองว่างานทั้งหมดของไทเกอร์คิงมีปัญหาแน่"

เมื่ออุ่นใจเก็บเศษแก้วจนหมดจะออกไป  ดารารายก็หาเรื่องอีกว่ารองเท้าตนก็เปื้อนให้เช็ดเสียด้วย  พออุ่นใจก้มลงจะเช็ด จอมทัพก็เข้ามาดึงไว้บอกว่าเธอไม่จำเป็นต้องทำถึงขนาดนี้ ชวนกลับกันเถอะ เดี๋ยวตนจะไปส่ง ดารารายจ้องจิกจอมทัพปรามว่า

"คุณเองก็เหมือนกัน รู้ไว้ด้วยนะ ถ้าทำให้ฉันไม่พอใจ คุณไม่มีทางได้ลายเซ็นของพ่อฉันแน่" ทำให้จอมทัพชะงักไปอีกคน

ไม่เพียงเท่านั้น ดารารายยังแสดงความร้ายกาจแกล้งผลักอุ่นใจตกสระทำให้คนทั้งงานกรูกันมาที่ ริมสระ อุ่นใจไม่กล้าขึ้นจากสระเพราะเสื้อบางมาก เธอกอดตัวเองย่อลงไปในน้ำ เมื่อดารารายทำเป็นถามว่าทำไมไม่ขึ้นมา จอมทัพเถียงแทนว่าเสื้ออุ่นใจบางขนาดนั้นจะให้ขึ้นมาได้อย่างไร แล้วอาสาจะไปหาผ้าเช็ดตัวมาให้

นักรบมองอุ่นใจอย่างเห็นใจ ทันใดเขาก็ประกาศด้วยเสียงตื่นเต้นสนุกสนานว่า

"อย่าตกใจไปเลยครับ นี่แค่เป็นส่วนหนึ่งของปาร์ตี้สนุกสุดเหวี่ยงของค่ำคืนนี้" พูดเสร็จเขากระโดดลงสระ นักรบสร้างบรรยากาศจนกลายเป็นการแสดงชุดพิเศษโดยมีอุ่นใจเป็นนักแสดงรับเชิญ

"นักรบ!! คุณจะทำอะไร" ดารารายไม่พอใจ แต่นักรบไม่สนใจยังคงพูดอย่างสนุกสนานว่า

"วันนี้ เรามาปลดปล่อยความเป็นตัวของตัวเอง ใช้ชีวิตสนุกกันให้เต็มที่ดีกว่า ถ้ายังจมอยู่กับลาภยศทรัพย์สินเงินทองเวียนวนอยู่ในกองกิเลส ไม่รู้จักลด ละ เลิก ชีวิตคุณไม่มีวันก้าวไปถึงความสุขที่แท้จริงหรอก"

ระหว่างพูดนักรบปรายตาไปทางดารารายเหมือนพูดกับเธอ แต่พอพูดจบก็เชิญชวนแขกให้ร่วมสนุกด้วยการกระโดดลงสระน้ำ

"กระโดดลงมาสิครับ...กระโดดลงมา แล้วพวกคุณจะรู้ว่าเวลาที่เราได้ใช้ชีวิตติดดินเนี่ยมันสนุกมากขนาดไหน ลงมาสิครับ ลงมาเลย..."

ดารารายโกรธมากพยายามขู่ให้นักรบหยุด แต่นักรบก็ยังเล่นต่อเนียนๆแล้วเขาก็ถอดเสื้อสูทตัวเองส่งให้อุ่นใจคลุมตัว เพื่อขึ้นจากสระ เมื่อช่วยอุ่นใจได้แล้ว นักรบบอกดารารายว่า ต่อไปนี้เธอจะทำอะไรก็เชิญ พูดอย่างไม่แยแสว่า

"เพราะตอนนี้ผมมีเรื่องอื่นที่สำคัญกว่าไทเกอร์คิง"

ดารารายประกาศกร้าวว่าเขาเห็นผู้หญิงคนนี้สำคัญกว่าตนได้อย่างไร ตนเป็นคู่หมั้น เขาไม่มีสิทธิ์สนใจคนอื่นนอกจากตน ทำให้นักรบประกาศต่อหน้าแขกทุกคนในงานว่า

"ถ้าอย่างนั้น ผมขอยกเลิกการหมั้นของเรา คุณจะได้เป็นอิสระจากผม ส่วนผมก็จะได้เป็นห่วงอุ่นใจได้อย่างเต็มที่" พูดกับดารารายแล้ว ประกาศกับแขกที่มามุงอยู่รอบสระว่า "นี่ไม่ใช่การแสดงครับ แต่เป็นเรื่องจริง ต่อไปนี้ ผม นักรบ พยัคฆ์ราชา ไม่ได้เป็นคู่หมั้นกับดาราราย ลูกสาวท่านรัฐมนตรีตุลย์อีกต่อไปแล้ว"

ประกาศแล้วนักรบประคองอุ่นใจพาออกจากตรงนั้นไปอย่างไม่แยแสดารารายเลย

ooooooo

รุ่งขึ้น กลายเป็นข่าวครึกโครมเรื่องนักรบประกาศถอนหมั้นดารารายกลางงานปาร์ตี้แล้ว สรุปว่า "ไทเกอร์คิง ตัดช่องทางการทำธุรกิจของตนเอง และอีกไม่นานไทเกอร์คิงคงถึงจุดจบอย่างที่ใครหลายๆคนคาดการณ์ ไว้แน่นอน"

นายิกาดูข่าวนี้ด้วยความโกรธแค้นจนอกแทบระเบิด ด่าทองทิว ด่าอุ่นใจ ด่านักรบว่าไปคบกับผู้หญิงชั้นต่ำจนถูกดึงต่ำไปด้วย สั่งนักรบว่า

"ฉันขอสั่งให้แกเลิกยุ่งกับมันเด็ดขาด ไปขอคืนดีกับดารารายซะ! แกต้องทำเพื่อไทเกอร์คิง"

"ไม่ ผมไม่ได้รักดาราราย ผมไม่มีวันแต่งงานกับผู้หญิงคนนั้น ถ้านักรบคนเดิมยังอยู่คงทำตามคำสั่งคุณแม่ แต่ตอนนี้ทุกอย่างเปลี่ยนไปแล้ว คุณแม่มีสิทธิ์สั่ง แต่ผมก็มีสิทธิ์คิด มีสิทธิ์ตัดสินใจว่าจะทำตามหรือปฏิเสธ!"

นักรบเดินออกจากบ้านไปทันที นายิกายิ่งแค้นจัดพึมพำว่าถึงเวลาที่จะจัดการกับอุ่นใจอย่างเด็ดขาดแล้ว!

ooooooo

นับวันนายิกาก็ยิ่งเหี้ยมโหด เพื่อเอาชนะนักรบและไล่อุ่นใจไปจากชุมชนคนใจดี นายิกาใช้เงินกว้านซื้อที่ดินในชุมชนทั้งหมด  แล้วใช้แบ็กโฮลุยเข้าไปเจาะจงบ้านของอุ่นใจเป็นสำคัญ

เวลานั้นมีแม่นวลอยู่บ้านคนเดียว แบ็กโฮพังบ้านอุ่นใจคานไม้หล่นลงมาทับแม่นวลที่ช่วยตัวเองไม่ได้จนหมดสติไป ดอกจันต้านไม่ไหวก็วิ่งไปหาอุ่นใจที่ดูโอ๋ซ้อมฟุตบอลอยู่ที่สนาม พอทั้งสองรู้เรื่องก็วิ่งกลับมา ฝ่าอันตรายเข้าไปอุ้มร่างแม่นวลออกมา

เมื่อนำร่างแม่นวลออกมาแล้ว โอ๋วิ่งกลับเข้าไปในบ้านเอารูปของเอื้อและโกศที่ตกลงมา โอ๋กอบอัฐิของเอื้อที่หกใส่โกศตามเดิมแล้วอุ้มโกศกับรูปของเอื้อวิ่งออกมา โอ๋บอกดอกจันที่วิ่งมาร้องเรียกว่า

"โอ๋ทิ้งพ่อไว้ในบ้านไม่ได้ครับ"

ออกมาช่วยกันปฐมพยาบาลแม่นวลจนรู้สึกตัว อุ่นใจกับโอ๋กอดแม่นวลไว้ร้องไห้ด้วยความแค้นใจ

ขณะนั้นเองทองใบซึ่งมาดูเหตุการณ์ทนไม่ได้เข้าไปต่อว่านายิกาว่ามาพังบ้านคน อื่นแบบนี้ได้ยังไง นายิกาอ้างว่าตนเป็นเจ้าของที่ตรงนี้ย่อมมีสิทธิ์ที่จะทำอะไรก็ได้ อุ่นใจลุกพรวดเข้าไปก็ถูกคนของนายิกาล็อกไว้แล้วโยนลงไปกองกับพื้น

อุ่นใจยังด่าว่านายิกาไม่หยุด เลยถูกนายิกาตบหน้าฉาดใหญ่จนเธอเซล้มไป นายิกาตามไปจิกผมกดหน้าอุ่นใจลงกับพื้น ทองใบจะเข้าไปช่วยก็ถูกลูกน้องของนายิกาจับไว้ นายิกาประกาศกร้าวว่า

"รู้ไว้ซะ คนชั้นต่ำอย่างแกมันก็แค่เศษดินที่โดนรองเท้าฉันเหยียบย่ำ ฉันจะทำยังไงกับพวกแกก็ได้" พูดแล้วยื่นคำขาดว่าให้เลิกยุ่งกับนักรบเสีย แต่ถ้าไม่เลิก ต่อไปนี้ชีวิตก็จะไม่เหลือใครเลย

ไม่เพียงเท่านั้น นายิกายังสั่งชาวบ้านห้ามให้ที่พักกับ สามคนนี้ ไม่อย่างนั้นทุกคนก็จะต้องเป็นแบบนี้ ทำให้ชาวบ้านไม่กล้าทำอะไร

ooooooo

เมื่อไม่มีบ้านอยู่แล้ว  อุ่นใจไปขออาศัยวัด โดยมีทองใบช่วยลำเลียงแม่นวลและของใช้เล็กน้อยที่เอาออกมาได้ขึ้นซาเล้ง ช่วยกันเข็นไป

ดอกจันเองก็อยากให้พวกอุ่นใจไปอยู่บ้านตน แต่อุ่นใจไม่อยากให้เพื่อนเดือดร้อนจึงขอไปอยู่วัดดีกว่า เพราะคนอย่างนายิกานั้นทำได้ทุกอย่างเพื่อผลประโยชน์จนแทบไม่เหลือความเป็น คนอยู่แล้ว

เมื่อช่วยกันเข็นซาเล้งพาแม่นวลไปถึงศาลาวัดอันเป็นที่ที่ทางวัดอนุญาตให้ อุ่นใจกับแม่และหลานมาพักพิง ทองใบเห็นความทุกข์ระกำแสนสาหัสของอุ่นใจแล้วทนไม่ได้ ประกาศจะไม่ให้ทองทิวทำงานที่บริษัทไทเกอร์คิงอีกต่อไป

วันต่อมา ทองใบไปดักพบทองทิวที่บริษัทไทเกอร์คิง พอเห็นทองทิวขับรถพานักรบเข้ามาก็ตรงไปขวางทุบกระจกเรียกให้ทองทิวลงมาคุย กัน บอกว่าไม่ยอมให้ทำงานกับพวกไม่มีหัวใจอีกแล้ว

จากการเล่าอย่างโกรธแค้นของทองใบที่นายิกาไปพังบ้านอุ่นใจจนแม่นวลเกือบตาย ดีที่อุ่นใจและโอ๋เสี่ยงตายเข้าไปช่วยออกมาได้ ทำให้นักรบทนไม่ได้ เขาไปต่อว่าแม่ก็ถูกย้อนอย่างท้าทายว่า

"ฉันเคยเตือนแกแล้ว ถ้าแกเลือกมันฉันจะทำให้มันหายไปจากชีวิตของแก และถ้าแกยังไม่เลิกยุ่งกับนังอุ่นใจบางที ฉันอาจจะจัดการกับคนทั้งชุมชนนั้นก็ได้ เพราะที่ตรงนั้นเป็นของฉัน ฉันจะทำอะไรกับมันก็ได้"

"ในเมื่อคุณแม่คิดว่าเงินสามารถซื้อทุกอย่าง ผมก็จะแสดงให้คุณแม่เห็นว่าไม่ใช่แต่คุณแม่คนเดียวหรอกที่ใช้เงินเป็น!" พูดแล้วนักรบมองหน้านายิกาอย่างเด็ดเดี่ยวก่อนเดินออกไป

นักรบตัดสินใจทำในสิ่งดีที่สุดที่จะทำได้ตอนนี้ เขาไปรับแม่นวลพาไปโรงพยาบาล แม้จะถูกอุ่นใจต่อต้านและด่าทอขับไล่ แต่เขาก็ใจเย็นพูดคุยจนในที่สุดก็ได้พาแม่นวลขึ้นรถพยาบาลเพื่อรับการรักษา ที่ดี และจะไม่มีใครรู้ว่าแม่ของเธออยู่ที่ไหนด้วย

หลังจากพาแม่นวลไปอยู่โรงพยาบาลแล้ว นักรบกลับมาเพื่อหาที่อยู่ให้อุ่นใจกับโอ๋ อุ่นใจไม่อยากรับ บอกว่าตนกับโอ๋อยู่ที่ศาลาวัดนี้ได้ ก็ถูกนักรบฉุดไปยัดขึ้นรถตู้คันใหญ่ใหม่เอี่ยมป้ายแดงขับออก
จากวัด ขณะผ่านชุมชนคนใจดีนั้น อุ่นใจเห็นเปลวแสงยืนคุยอยู่กับชาวบ้าน เธอบอกนักรบให้จอดรถก่อน

ooooooo

อุ่นใจเดินไปหาเปลวแสง ฝ่ายนั้นดีใจมากบอกว่าตนรู้เรื่องจากชาวบ้านแล้ว เธอมีหลักฐานอะไรไหมที่จะยืนยันว่าเป็นฝีมือของไทเกอร์คิง ถ้ามีเอามาเลยตนจะแฉเรื่องนี้ให้ทุกคนรู้

อุ่นใจอึกอัก นักรบลงมาถามว่ามีอะไรหรือ พอเปลวแสงเห็นนักรบเท่านั้น เธอถึงกับอึ้งถามอุ่นใจว่าที่ชาวบ้านบอกว่าเธอไปแย่งผู้ชายคนอื่นมาจนโดนเขา มาอาละวาดพังบ้านเป็นความจริงใช่ไหม

อุ่นใจปฏิเสธว่าไม่ใช่ ถูกเปลวแสงถามยันว่า

"ถ้าไม่ใช่แล้วที่ฉันเห็นอยู่ตรงหน้ามันคืออะไร ฉันไม่คิดเลยว่าสุดท้ายเธอก็เห็นแก่เงินเหมือนกัน เธอเอาอะไรไปแลกล่ะ คนอย่างเธอเงินทองชื่อเสียงอะไรก็ไม่มีสักอย่าง คงจะเหลืออยู่อย่างเดียวที่แลกได้..."

"ถอนคำพูดเดี๋ยวนี้นะ! อุ่นใจไม่ได้เป็นอย่างที่คุณพูด" นักรบเสียงเข้ม เปลวแสงมองหน้านักรบแล้วหันมองอุ่นใจ พูดจริงจังขึงขังก่อนหันหลังเดินจากไปว่า

"อุ่นใจ...สักวันเธอจะรู้ว่า เธอกำลังตัดสินใจผิดที่สุดในชีวิต!"

พอเปลวแสงไปแล้ว นักรบบอกอุ่นใจว่าอย่าไปสนใจคำพูดของผู้หญิงคนนั้นเลย

"คุณไม่เข้าใจความรู้สึกของฉันหรอก" อุ่นใจหน้าตึง

โอ๋เห็นทั้งสองคุยกันอย่างตึงเครียดก็เข้ามาแทรก ขอร้องอาตัวเองว่าอย่างอนนักรบเลยเขาอุตส่าห์มาช่วยเรา แล้วถามนักรบว่าตกลงจะพาพวกตนไปพักที่ไหน นักรบถามว่าแล้วโอ๋อยากไปที่ไหนเป็นพิเศษหรือเปล่าตนตามใจโอ๋ทุกอย่าง

"งั้นพาโอ๋ไปหัวหินได้ไหม โอ๋อยากไปที่นั่น พ่อเอื้อ เคยสัญญาว่าจะพาโอ๋ไป แต่ไม่เคยพาไปเลย...พาโอ๋ไปหัวหินนะครับคุณนักรบ..นะครับ..นะคร้าบบบ.."

ooooooo

ไม่ทันที่นักรบจะพาโอ๋กับอุ่นใจไปถึงหัวหิน ทองทิวก็ไปถึงก่อนแล้ว ไปซื้อคอนโดฯหรูริมทะเล ขนเงินสดไป 5 กระเป๋าเหมาหมดทุกห้องในโครงการนี้

เมื่อเจรจาซื้อขายกันเรียบร้อย นักรบก็พาอุ่นใจกับโอ๋ไปถึงพอดี  โอ๋ตื่นเต้นมากที่ได้เห็นทะเล  เข้าล็อบบี้ไม่ทันนั่งก็วิ่งตื๋อไปชายหาดแล้ว อุ่นใจกับนักรบยิ้มพลอยมีความสุขไปกับโอ๋ด้วย

พอวิ่งไปถึงชายหาด โอ๋กางแขนร้องอย่างตื่นเต้นดีใจว่า

"ไชโย..โอ๋ได้มาหัวหินแล้ว พ่อครับ โอ๋ดีใจที่สุดเลยครับพ่อ ไชโย..."

อุ่นใจบอกว่าเอื้อก็ชอบทะเลมาก นักรบเล่าเรื่องของตัวเองบ้างว่าตอนเด็กๆพ่อพามาเดินเล่นไกลมาก พอจะเดินกลับน้ำขึ้นจนเดินกลับไม่ได้ พ่อเลยต้องโทร.สั่งรถไปรับอ้อมภูเขาเป็นชั่วโมง แต่พอกลับมาถึงทั้งสองคนก็โดนแม่ด่ายับ เขาเล่าขรึมๆว่า "น่าแปลกที่ผมฝันถึงเรื่องนี้ประจำเลย"

"คุณคงคิดถึงพ่อมากถึงได้ฝันไง" อุ่นใจบอก นักรบพยักหน้าอย่างเห็นด้วย

โอ๋วิ่งกลับมา เอาโกศฝากอุ่นใจไว้แล้วตัวเองก็วิ่งไปเล่นน้ำทะเลอีก อุ่นใจรับโกศมาอุ้มไว้ นักรบมองอย่างครุ่นคิดแล้วเอ่ยปากขอพูดอะไรต่อหน้าพี่ชายเธอได้ไหม อุ่นใจถามว่าโอกาสอะไร

"โอกาสที่จะดูแลคุณ อย่างที่คนรักคนหนึ่งพึงจะกระทำต่อกัน"

"คุณพูดอะไรของคุณ จะหาเรื่องแกล้งหลอกอะไรฉันอีก" อุ่นใจทั้งเขินทั้งระแวง เธอลุกหนีแต่ถูกนักรบเดินมาดักหน้า ยืนยันว่าเขาไม่ได้แกล้ง ไม่เคยคิดจะหลอกเธอสักครั้ง แล้วจ้องหน้าบอก

"มองตาผมอุ่นใจ แล้วคุณจะเห็นว่าผมจริงใจกับคุณแค่ไหน"

อุ่นใจไม่ยอมมอง จนเขาเชยคางเธอให้เงยหน้าสบตากันด้วยความรู้สึกหวั่นไหว

"ฟังผมนะ ในชีวิตผมตั้งแต่พ่อจากไป ความสุขสมบูรณ์คุณค่าของความเป็นคนก็หายไปด้วย ผมมีชีวิตไม่ต่างอะไรกับหุ่นยนต์ ไม่มีชีวิตจิตใจ ไม่มีความเป็นมนุษย์"

อุ่นใจฟังแล้วอึ้งจนความขวยเขินหายไปหมด

"คุณรู้ไหม ชีวิตแบบนั้นมันมีแต่ความเศร้า เครียด เหงา และอ้างว้างอย่างบอกไม่ถูก เครียดจนบางครั้งผมเคยคิดว่าไม่อยากลืมตาตื่นขึ้นมาอยู่บนโลกใบนี้อีกแล้ว"

อุ่นใจเริ่มรู้สึกเห็นใจเขา นักรบประคองหน้าเธอขึ้นมา อย่างทะนุถนอม บอกเธอว่า

"แต่พอผมได้เจอคุณ ทุกอย่างก็เปลี่ยนไป คุณกับครอบครัวทำให้ผมรู้จักความสุขอีกรูปแบบหนึ่ง ความสุขที่เกิดขึ้นมาจากความเสียสละ ความสุขที่เกิดจากการทำความดีให้กับคนรอบข้าง โดยไม่หวังสิ่งตอบแทน มันเป็นความอบอุ่นที่เงินไม่มีวันซื้อได้"

อุ่นใจมองหน้าเขาด้วยความรู้สึกดีขึ้นเรื่อยๆ

"คุณคือความอบอุ่นที่ขาดหายไปในชีวิตผม คุณทำให้ผมรู้ว่าตัวเองยังมีความเป็นมนุษย์หลงเหลืออยู่ คุณทำเพื่อคนอื่นมามากแล้วอุ่นใจ ขอโอกาสให้ผมได้ทำอะไรเพื่อคุณ ในฐานะคนที่รักคุณด้วยเถอะ"

แม้อุ่นใจจะซึ้งใจกับความหวังดีและตั้งใจของเขาแต่ก็อดหวั่นใจบางอย่างไม่ได้ ดึงมือตัวเองจากการกุมของเขา พูดอย่างเยือกเย็นว่า

"คุณก็รู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้ แม่คุณทำได้ทุกอย่างเพื่อไม่ให้คุณมายุ่งกับฉัน รวมทั้งเอาชีวิตฉันด้วย"

"ผมเปลี่ยนความคิดแม่ไม่ได้ แต่ผมสัญญาว่าจะไม่ยอมให้ใครมาทำร้ายคุณกับครอบครัวเป็นอันขาด นักรบ พยัคฆ์ราชา จะปกป้องคุณด้วยชีวิตของผมเอง"

อุ่นใจยังไม่อยากเชื่อเพราะสัญญาก็เป็นแค่ลมปาก นักรบรับรองว่าคำพูดของตนจะไม่มีวันหายไปไหน แล้วหยิบปากกากันน้ำจากกระเป๋าขึ้นมาเขียนลงบนก้อนหินก้อนหนึ่งที่หยิบได้ จากชายหาด เขียนข้อความลงบนหินว่า "นักรบ พยัคฆ์ราชา ขอสัญญาว่าจะรักและดูแลอุ่นใจไปตลอดชีวิต" แล้วบอกย้ำอีกว่า

"คำสัญญาของผม ไม่ว่าก้อนหินจะโดนคลื่นพัดไปที่ไหน แต่คำสัญญาของผมก็ยังคงอยู่ตลอดไป" แล้วเขาก็ขว้างหินก้อนนั้นไปกลางทะเล

ooooooo

ซื้อคอนโดฯทั้งหลังให้นักรบแล้ว ทองทิวกลับมา ที่บ้านทองใบเจอดอกจันที่นั่น เขาเล่าให้ทั้งสองฟังแล้วบอกว่า นักรบซื้อคอนโดฯเป็นเงินสดเพราะไม่ต้องการให้นายิการู้เรื่องนี้ จากนั้นบอกว่า

วันนี้ตนจะมารับดอกจันไปตามคำสั่งของนักรบ

ดอกจันจะไม่ยอมไปก็ถูกทองทิวอุ้มไปยัดใส่รถ แล้วขับพาไปหาซื้อของที่ห้างสรรพสินค้า เจาะจงพาเธอไปซื้อชุดว่ายน้ำแบบทูพีซเซ็กซี่นิดๆ แค่เห็นชุดดอกจันก็สยองแล้ว ทองทิวเลยบอกว่าที่จริงตนเลือกชุดอื่นที่ดูดีกว่านี้ให้แล้วที่เอาชุดนี้ให้ ก็แค่อยากแกล้งเธอเล่นเท่านั้นเอง

ดอกจันค้อนเคืองๆที่ถูกหลอก เอาชุดนั้นปาใส่ทองทิว คว้าชุดใหม่เข้าไปลอง ทองทิวยืนยิ้มขำๆกับท่าทางเขินๆของ ดอกจัน

ooooooo

ดารารายแค้นใจที่ถูกนักรบประกาศถอนหมั้น ลุยไปที่คฤหาสน์พยัคฆ์ราชาต่อว่าที่ถูกนักรบทำเสียหน้าแล้วนายิกายังอยู่ เฉยๆ นายิกาเสียงดังใส่ว่าตนไม่ได้ อยู่เฉย ถ้าตัวเองแน่จริงทำไมนักรบจะเห็นคนอื่นดีกว่า

ถูกหยามหน้าถึงขนาด นั้น ดารารายผลักนายิกาจนเซ พริบตาเดียวก็ถูกนายิกาตบหน้าสุดแรง ด่า "นังเด็กเมื่อวานซืน คิดจะลองดีกับฉันเหรอ" ดารารายสวนไปว่าไม่เคยมีใครกล้าตบตน

"ฉันแค่สั่งสอนให้หล่อนรู้จัก เด็กรู้จักผู้ใหญ่ เก่งนักก็ไปตามหานักรบเองสิ พิสูจน์ให้เห็นว่าผู้หญิงที่คิดว่าตัวเองเป็นเบอร์หนึ่งในประเทศคู่ควรกับ อัจฉริยะอย่างนักรบแค่ไหน" นายิกาพูดใส่หน้าอย่างท้าทายเย้ยหยัน

ดารารายเม้มปากแน่น แค้นใจที่ถูกนายิกาดูถูก

ooooooo

ตอนที่ 9

แล้วก็เกิดเรื่องจนตกใจกันทั้งบ้าน เมื่อโอ๋พานักรบเข้าไปดูห้องของเอื้อที่ทุกอย่างยังจัดไว้เหมือนเขายังอยู่ โอ๋ชี้ให้ดูชิ้นส่วนวิทยุที่เอื้อจะต่อไว้ให้โอ๋เล่นแต่ต่อยังไม่ทันเสร็จก็ จากไปเสียก่อน ทำให้นักรบจินตนาการถึงความตั้งใจขะมักเขม้นของเอื้อแล้วปวดหัวจี๊ดขึ้นมาล้มหมดสติไปทั้งยืนต่อหน้าโอ๋

ทุกคนได้ยินเสียงวิ่งกันเข้ามาช่วย ทองทิวไม่รู้จะทำอย่างไรดี จะโทร.ไปบอกนายิกาก็มีหวังตายคู่แน่ถ้าฝ่ายโน้นรู้ว่าพากันมาที่บ้านนี้ สุดท้ายก็ปฐมพยาบาลกันเอง โดยมีอุ่นใจดูแลไม่ห่าง

อุ่นใจเช็ดหน้า เช็ดตัวให้นักรบ จนเขารู้สึกตัวเพ้อเบาๆ "อุ่นใจ...ผมขอโทษ..." แล้วจู่ๆเขาก็คว้าตัวเธอเข้าไปกอด อุ่นใจพยายามดึงออกแต่ถูกเขากอดไว้แน่น พร่ำพูดอ้อนวอนว่า

"ผมกำลังจะตายเพราะความรู้สึกผิดอยู่แล้ว อย่าเกลียดผมมากไปกว่านี้เลย...ได้โปรดเถอะอุ่นใจ..."

เห็นสภาพและฟังความรู้สึกจากจิตใต้สำนึกของนักรบแล้ว อุ่นใจเริ่มมองเขาอย่างเห็นใจ

เมื่อได้สติดีแล้ว ทองทิวขับรถพานักรบกลับ ทองทิวนัดหมายกับนักรบว่าให้จำให้แม่นและพูดให้ตรงกันเมื่อนายิกาถามว่า "เราไปงานเลี้ยงสมาคมฟุตบอล" แต่นักรบนิ่งเงียบ ทองทิวมองอย่างเป็นห่วง ถามว่าปวดหัวหรือคิดอะไรอยู่

"ฉันอยากรู้จักเอื้อ เรียนรู้ชีวิตของเขาอย่างจริงจัง ฉันต้องการแก้ไขชีวิตของอุ่นใจกับโอ๋ให้ดีขึ้น" ทองทิวติงว่าเราอยู่ห่างๆพวกนี้จะดีกว่าเกรงคุณท่านจะทราบ นักรบตัดบททันทีว่า "ฉันตัดสินใจแล้ว ใครก็หยุดฉันไม่ได้"

ทองทิวหยุดไปด้วยความรู้สึกว่านักรบกำลังหาเรื่องใส่ตัวอีกแล้ว

ooooooo

ที่บริษัทฟีนิกซ์ยังตึงเครียด เพราะในสัญญาระบุว่าต้องเริ่มโครงการที่ประมูลได้ภายในอาทิตย์นี้แล้ว แต่รัฐมนตรีตุลย์ยังไม่เซ็นอนุมัติมาให้ จอมภพบ่นลูกชายว่า แค่ลายเซ็นของรัฐมนตรีทำไมถึงเอามาไม่ได้ จอมทัพบอกว่าเพราะดารารายแกล้งตน ให้ตนขับรถและเดินตามหิ้วของให้ บอกพ่อว่า

"ผมเป็นผู้บริหารของฟีนิกซ์นะครับ ไม่ใช่คนรถของใคร!" แต่เมื่อสถานการณ์บีบเช่นนี้เขาสั่งพิมให้ยกเลิกนัดวันนี้ทั้งหมด และเช็กดูว่าวันนี้ดารารายไปทำอะไรอยู่ที่ไหน

"ได้ค่ะ...นี่เอกสาร ที่ต้องให้ท่านรัฐมนตรีเซ็นค่ะ" พิมส่งซองเอกสารให้ แล้วมองสำรวจการแต่งกายของจอมทัพติงว่า "ถ้าจะไปพบคุณดาราราย คงต้องเปลี่ยนเนกไทด้วยนะคะ คุณดารารายไม่ชอบเนกไทยี่ห้อนี้ค่ะ"

จอมทัพถอดเนกไทปาทิ้งอย่างหงุดหงิด จอมภพเตือนว่า

"พ่อรู้ว่าแกรำคาญที่ต้องตามอารมณ์เหวี่ยงของดาราราย แต่แกจำไว้...ถ้าอยากเอาชนะนักรบ เราก็ต้องมีคนพวกนี้เป็นบันไดให้เรา"

ooooooo

ตะวันสายโด่งแล้ว แต่ดารารายยังนอนเขลงอยู่บนเตียง ข้าวของที่ไปซื้อมาถูกวางทิ้งระเกะระกะไปหมด ซูซี่เข้ามาปลุก ดารารายบ่นว่ามาเช้าจังแล้วอนุญาตให้ซูซี่เลือกของที่กองอยู่ชอบชิ้นไหนเอาไปเลย ซูซี่ไปหยิบกระเป๋าแบรนด์เนม 4–5 ใบและเสื้อผ้า 5–6 ชุดที่ดารารายโละแล้วพูดก่อนออกไปว่า

"ขอบคุณมากนะคะคุณดาราราย เดี๋ยวซูซี่จะให้แม่บ้านยกน้ำส้มคั้นขึ้นมาให้นะคะ" ดารารายพยักหน้าส่งๆแล้วลุกไปห้องน้ำ ซูซี่มองตามพึมพำอย่างหมั่นไส้ "สักวันแกจะต้องเป็นคนรับของเหลือจากฉันบ้าง" แล้วเดินออกไป

ขณะดารารายทาครีมพอกหน้าอยู่นั้นได้ยินเสียงคนเปิดประตูเข้ามานึกว่าซูซี่เอาน้ำส้มมาให้ บอกให้วางไว้ข้างนอกเดี๋ยวตนออกไปดื่มเอง พอทาครีมพอกหน้าเสร็จก็เดินออกมายกน้ำส้มดื่มรวดเดียวหมด

หารู้ไม่ว่าคนที่ยกแก้วน้ำส้มเข้ามาคือนักคิด เขาวางแก้วน้ำส้มแล้วเข้าไปซ่อนอยู่ในตู้เสื้อผ้าแอบดูดารารายดื่มน้ำส้มหมดแก้วอย่างสะใจ

ซูซี่เอาชุดที่ได้จากดารารายและกระเป๋าไปแต่งตัวใหม่ มองตัวเองอย่างพอใจ ครู่หนึ่งแม่บ้านมาบอกว่ามีคนมาขอพบดาราราย พอซูซี่เห็นเป็นจอมทัพก็ชักสีหน้าถามว่าทำไมไม่นัดก่อน

จอมทัพบอกว่าตนให้เลขาเช็กดูแล้ววันนี้ดารารายไม่ได้ไปไหน แม่บ้านจะไปบอกให้ ซูซี่ห้ามอย่างตกใจ พอรู้สึกตัวก็แก้เกี้ยวว่า

"คือ...คุณดารารายเพิ่งตื่นค่ะ ไม่รู้ว่าอารมณ์ดีรึเปล่า ฉันจะลองไปบอกให้ก่อนนะคะว่าคุณมา แต่ฉันคิดว่าวันนี้คุณดารารายคงไม่มีอารมณ์เจอคุณหรอกค่ะ"

ว่าแล้วซูซี่ขึ้นไปบอกดารารายว่าจอมทัพมาหา

"ในที่สุดก็ต้องซมซานมาหาฉันจนได้ บอกเขาให้นั่งรอฉันไปก่อน"

ซูซี่รับคำเหลือบมองที่ตู้เสื้อผ้าก่อนเดินออกไป ครู่เดียวดารารายก็มีอาการวูบขึ้นมา แต่ขณะที่กำลังจะล้มนักคิดที่ซ่อนตัวอยู่ก็ออกมาประคองไว้

"นักคิด! แกเข้ามาได้ยังไง" ดารารายตกใจ ขู่ว่าจะให้ยามมาลากตัวออกไป แต่เกิดอาการวูบหน้ามืด เธอพยายามสะบัดหัวให้หายมึน นักคิดพูดอย่างเป็นต่อว่า อย่าทำเลยเหนื่อยเปล่า บอกเธอว่า

"ยาที่เธอกินเข้าไปมันแรงมาก ยังไงเธอก็ต้องหลับในอ้อมอกฉัน"

เมื่อดารารายอ่อนแรงลงทุกที นักคิดก็อุ้มเธอไปโยนบนเตียง พูดในขณะที่เธอพยายามดิ้นหนีว่า

"ทำตัวดีๆหน่อยดาราราย วันนี้ฉันแค่อยากให้เธอรู้ว่าเธอไม่ได้เก่งเหนือฟ้าอยู่คนเดียว เพราะคนอย่างฉันถ้าอยากได้อะไรก็ต้องได้ ไม่ว่าจะด้วยวิธีไหนก็ตาม"

ครู่ต่อมาดารารายก็หลับไปเพราะฤทธิ์ยากล่อมประสาท นักคิดถอดเสื้อคลุมอาบน้ำเธอออก ซูซี่เข้ามาพอดีถามว่าจะทำอะไร ตรงเข้าไปดึงตัวนักคิดออกมาถามเสียงเข้มว่าไหนบอกว่าจะแค่ขู่ให้กลัว นักคิดแก้ตัวว่าตนยังไม่ทันได้ทำอะไรสักหน่อย ร้อนใจไปได้ แล้วหยิบบัตรเครดิตใบหนึ่งส่งให้

"ค่าตอบแทน...มีวงเงินให้เธอเดือนละห้าหมื่น"

ซูซี่รับบัตรเครดิตจากนักคิดแล้วหันไปมองดารารายที่นอนไม่ได้สติอยู่บนเตียงอย่างสะใจ!

พอซูซี่ลงไปพบจอมทัพที่ห้องรับแขก เขาถามว่าดารารายว่าอย่างไร ซูซี่ตอบหน้าตาเฉยว่าวันนี้เธอไม่ว่าง ให้เขากลับไปก่อนแล้วตนจะแจ้งไปเองว่าดารารายต้องการเจอเขาวันไหน

"อะไรกันนักหนา!" จอมทัพสบถแล้วลุกเดินออกไปอย่างหงุดหงิด

จนวันนี้ แม่นวลยังไม่รู้ว่าเอื้อได้จากไปแล้ว วันนี้เป็นวันที่จะต้องไปทำบุญครบร้อยวัน โอ๋จึงพาแม่นวลเข้าห้องนอนก่อนแล้วทั้งสามจึงพากันไปวัด แต่ออกมาหน้าบ้านก็เจอนักรบมาถึงพอดีบอกว่ามีเรื่องจะคุยกับอุ่นใจ โอ๋รีบบอกว่าวันนี้อาอุ่นไปไหนไม่ได้เพราะวันนี้เป็นวันของพ่อเอื้อ

พอรู้ว่าจะไปทำบุญ 100 วันให้เอื้อ นักรบจึงขอไปด้วย บอกว่า "ผมอยากทำบุญให้เอื้อ" โอ๋ช่วยขออีกคน อุ่นใจยังไม่ทันรับปากนักรบก็เปิดประตูรถดันโอ๋เข้าไปนั่งเรียบร้อยแล้ว

พอไปถึงวัด ปรากฏว่าบรรดาชาวชุมชนคนใจดีพากันมาช่วยงานคับคั่ง ทุกคนมาด้วยความรักเอื้อช่วยทั้งแรงกายและสิ่งของ แม้แต่ครูและเพื่อนนักเรียนของโอ๋ก็พากันมามากมายเพราะเอื้อเคยช่วยเหลือโรงเรียนมาตลอด

ชาวบ้านหลายคนพากันมองนักรบอย่างแปลกใจคิดว่าเป็นแฟนของอุ่นใจ นักรบกระดี๊กระด๊าดีใจที่ชาวบ้านคิดอย่างนั้น จัดแจงจะแนะนำตัวเอง ถูกอุ่นใจปิดปากไว้ ภายหลังจึงบอกเขาว่า

"ทุกคนที่นี่รักพี่เอื้อมาก ถ้าเขารู้ว่าคุณเป็นใครมาจากไหน จากงานบุญได้กลายเป็นงานประชาทัณฑ์คุณแน่ ถ้าอยากอยู่ทำบุญให้พี่เอื้อ ห้ามบอกทุกคนว่าคุณคือใคร เข้าใจไหม"

"เข้าใจครับ" นักรบเสียงอ่อยหายซ่าเป็นปลิดทิ้ง

ooooooo

นอกจากโอ๋จะภูมิใจในพ่อเอื้อแล้วยังอยากให้ คนอื่นเห็นว่าพ่อตนเก่งด้วย จึงพานักรบเดินดูไปทั่ววัด ชี้ว่า โน่นก็พ่อทำ นี่ก็พ่อช่วยสร้าง โน่นก็พ่อซ่อมแซมให้วัด ระหว่างนั้นเพื่อนๆของโอ๋วิ่งมาบอกว่าพวกเขาจะร้องเพลง "กล่อมพ่อ" มอบให้พ่อของโอ๋

แล้วพวกเขาก็มายืนเรียงแถวหน้ากระดานร้องเพลง "กล่อมพ่อ" อย่างเพราะพริ้งได้อารมณ์จนทุกคนที่ได้ฟังต่างพากันน้ำตาคลอ อุ่นใจเข้าไปขอบใจเด็กๆบอกว่าถ้าเอื้อได้ฟังต้องชอบแน่ๆ

"พี่ชายคุณคงดีใจมาก ถ้ารู้ว่ามีคนรักเยอะขนาดนี้" นักรบเอ่ยขึ้นเมื่อตามไปเจออุ่นใจนั่งน้ำตาซึมอยู่ อุ่นใจพูดถึงพี่ชายให้ฟังด้วยความซาบซึ้งภูมิใจว่า

"พี่เอื้อเป็นคนมีน้ำใจให้กับทุกคน ไม่เคยคิดร้ายกับใคร เชื่อว่าถ้าเราทำดีชีวิตเราก็จะได้รับแต่สิ่งดีๆในที่สุด"

อุ่นใจนิ่งไปเมื่อคิดถึงเรื่องที่เกิดขึ้นกับเอื้อ พูดกับนักรบว่า

"พี่เอื้อบอกกับฉันเสมอว่า ความทุกข์และอุปสรรคที่ผ่านเข้ามาในชีวิต มันก็มีค่าเพียงแค่เป็นบททดสอบความเข้มแข็งของชีวิตคน ถ้าเราเป็นคนดี...เราจะผ่านมันไปได้ในที่สุด"

นักรบยอมรับว่าที่ผ่านมาตนแย่และทำไม่ดีมาก แต่เขาก็ขอโอกาสกับเธอ อุ่นใจไม่ตอบ บอกเขาว่าทำบุญเสร็จก็เชิญเขากลับไปได้แล้ว

นักรบยังไม่ยอมกลับอ้างว่ายังไม่ได้คุยธุระกับเธอ แล้วเขาก็คุยจริงจังว่าอยากให้เธอปฏิบัติตามสิ่งที่เอื้อตั้งความหวังไว้ คือให้เธอเรียนจนจบ แต่เวลานี้เธอไม่ยอมไปเรียนต่อเพราะไม่มีเงิน เขาบอกว่า ได้ไปจ่ายค่าเทอมให้เธอแล้ว ส่วนเรื่องหนังสือเรียนนั้นไม่ต้องห่วงตนจะจัดการให้ทุกอย่าง

นักรบพยายามขอให้อุ่นใจไปเรียนเพื่อจบมามีงานทำมีเงินเดือนสูงพอที่จะดูแลแม่และโอ๋ได้ตลอดชีวิต เมื่อเห็นอุ่นใจทำท่าจะไม่ยอมรับความช่วยเหลือ นักรบขอร้องว่า

"ให้ผมได้ชดใช้กับครอบครัวคุณบ้าง อย่างน้อยมันก็เป็นอนาคตของคุณที่คุณจะได้ทำเพื่อโอ๋...เพื่อแม่"

ooooooo

แม่นวลบ่นว่าเอื้อไม่กลับบ้านเลยหายไปหลายเดือนแล้ว อุ่นใจปดว่าคงงานหนักลางานไม่ได้เลยสักวัน แต่ไม่ต้องห่วงเพราะเอื้อโทร.หาตนเรื่อยๆ

"ถ้ามันโทร.มาอีกให้แม่คุยนะ แม่จะดุมันที่เอาแต่ทำงานจนลืมครอบครัว" แม่นวลสั่ง อุ่นใจได้แต่ยิ้มเศร้าๆสงสารแม่ที่ไม่รู้เรื่องเอื้อและรู้สึกไม่ดีที่ตัวเองต้องโกหกแม่

เรื่องเรียนก็เป็นปัญหาหนักใจของอุ่นใจ เธอบอกดอกจันว่ากลัวเรียนไม่ทัน ครั้นจะหาเวลาไปติวก็ต้องไปทำงานชดเชยวันที่หยุดไปอีก

เมื่อช่วยกันคิดแล้ว สุดท้ายนักรบให้ทองทิวติววิชาคอมพิวเตอร์พื้นฐานให้อุ่นใจ ส่วนงานที่ต้องทำชดเชยและการเก็บร้าน ทุกคนทั้งนักรบ ดอกจัน และโอ๋ก็ช่วยกันคนละไม้ คนละมือแก้ปัญหาไปได้ไม่ยากนัก

ขณะทองทิวกำลังติวให้อุ่นใจนั้น มีคนเอาของมาส่ง เธอจะลุกไปรับของ นักรบไม่ยอมให้ไปบังคับให้นั่งติวต่อ ตนจะไปดูให้เอง

รถที่มาส่งของเป็นรถตู้แช่ขนาดเล็ก คนขับท่าทางยังเมาๆชี้นิ้วส่งๆว่าของอยู่ในตู้แล้วเดินไปเข้าห้องน้ำ

ทองทิวปล่อยให้อุ่นใจอ่านหนังสือแล้วตัวเองมาช่วยขนของกับดอกจัน ทั้งคู่เจอกันทีไรเหมือนขมิ้นกับปูนเป็นต้องทะเลาะกันทุกที ขณะที่ทั้งสองเข้าไปขนของในตู้แช่นั้น อยู่ดีๆประตูตู้แช่ก็ปิดปัง! ทั้งสองตกใจถูกขังอยู่ในตู้แช่ ร้องเรียกก็ไม่มีใครได้ยิน

ที่แท้เป็นฝีมือโอ๋ ปิดแล้วยืนยิ้มอย่างสนุกสนาน พูดขำๆก่อนวิ่งกลับเข้าไปในร้านว่า

"ทะเลาะกันอยู่ได้ อยู่ในนั้นไปแหละจะได้ไม่กวนสมาธิอาอุ่น"

พอดีคนขับรถออกจากห้องน้ำเห็นประตูตู้แช่ปิดแล้วพูดอย่างพอใจว่าขนของเร็วดี แล้วขึ้นรถขับออกไปเลย

ทองทิวกับดอกจันอยู่ในตู้แช่ตกใจ เมื่อรู้ว่ารถขับออกไปแล้ว พยายามตะโกนเรียกก็ไม่มีใครได้ยินเพราะคนขับรถเปิดเพลงลูกทุ่งเสียลั่นกรุง

ทองทิวถามว่ารถจะจอดเมื่อไร ดอกจันบอกว่าได้ยินว่าจะขับยาวไปถึงชลบุรีเลย ฟังแล้วทองทิวหน้าซีดปากสั่นบอกดอกจันว่าตนไม่ชอบอยู่ที่มืดๆแคบๆแบบนี้ให้ช่วยพาออกไปที พลางรูดลงไปกองที่พื้นมือไม้สั่นเป็นเจ้าเข้า

"ใจเย็นๆก่อน ใจเย็นๆ" ดอกจันปลอบมองทองทิวที่เกาะแขนตนแน่นบ่นกระปอดกระแปด "อะไรวะ ตัวออกโตกลัวที่แคบ ไม่แมนเลยเว้ย"

ooooooo

เมื่อเรียกก็ไม่มีใครได้ยิน ดอกจันจะโทร.ไปบอกอุ่นใจแต่ไม่ได้เอาโทรศัพท์มาอีก เลยบอกให้ทองทิวโทร.ไปหานักรบ แต่ก็โทร.ไม่ติด สุดท้ายเลยต้องโทร.ไปหาทองใบให้รีบมาช่วย

"เออๆโอเค เดี๋ยวพ่อจัดการให้" ทองใบรับปากแล้วยิ้มชอบใจพูดกับตัวเอง "พ่อจะจัดการให้แกติดอยู่ด้วยกันนานๆฮ่าๆๆไอ้ลูกทุนนิยม ต้องเจอแบบนี้จะได้เข็ด ฮ่าๆๆๆ"

ทองใบไปดักรถแล้วพานำกลับมาที่บ้านสวน ปล่อยให้สองคนถูกแช่อยู่ในตู้แช่เสียให้สะใจ แกล้งชวนคนขับรถกินข้าวกินน้ำก่อน เสร็จแล้วชวนโขกหมากรุกต่ออีกสองสามกระดาน

ดอกจันกับทองทิวหนาวกันแทบตาย เงี่ยหูฟังข้างนอกได้ยินเสียงโขกหมากรุกและหัวเราะก็จำได้ว่าเป็นเสียงของทองใบ ดอกจันตะโกนสุดเสียงขู่ว่า

"ฉันรู้นะว่าลุงอยู่ข้างนอก...เปิดประตูนะ ถ้ายังไม่ยอมเปิด ฉันจะกะซวกลูกชายคนเดียวของลุงให้ดิ้นไปเลย เปิดเดี๋ยวนี้!! บอกให้เปิด!"

ได้ผล อึดใจเดียวประตูตู้แช่ก็เปิดออก ทองทิววิ่งพรวดออกมาข้างนอกเหมือนรอดตาย ส่วนดอกจันก็โวยวายกับทองใบว่ารู้ไหมว่าข้างในมันหนาวแถมลูกชายลุงยังกลัวที่แคบอีก

"ก็รู้น่ะสิ ถึงได้อยากให้อยู่ด้วยกันนานๆ...หนาวเนื้อห่มเนื้อจึงหายหนาว ฮิๆ" ทองใบหัวเราะล้อ ดอกจันยิ่งฉุนเลยหันไปเอาเรื่องกับทองทิว ปรากฏว่าเขาหน้ามืดวูบล้มลงเสียแล้ว ดอกจันประคองไว้ทัน ทองใบบอกว่าสงสัยหนาวๆแล้วออกมาสะดุ้งอากาศเลยหน้ามืดบอกดอกจันว่า

"ไอ้ทองทิวมันป่วยง่าย ช่วยประคองมันไปนั่งพักก่อน"

"ผู้ชายบ้าอะไร อ่อนแอชะมัด!" ดอกจันประคองทองทิวตัวโตหนักอึ้งไปที่เก้าอี้

ooooooo

อุ่นใจสงสัยว่าทองทิวกับดอกจันหายไปไหน นักรบไม่ให้สนใจใครสั่งให้ท่องหนังสือต่อไป

ตอนที่ 8

คืนนี้อุ่นใจ   ดอกจัน   และโอ๋ในชุดดำมุ่งมั่นที่จะมาขโมยแผ่นซีดีไปให้ได้    ทั้งสามมาซุ่มอยู่ที่ริมรั้วคฤหาสน์พยัคฆ์ราชา ดอกจันรับรองว่านายิกาไปงานเลี้ยง ทาง
ของเราสะดวกแน่

แต่พอเตรียมจะเข้าไป ปรากฏว่าทองทิวมาถึงพอดี ทั้งสามหนักใจว่าทองทิวอยู่ด้วยแล้วเราจะเข้าไปยังไง ยิ่งเมื่อได้ยินน้อยบอกทองทิวว่านักรบเก็บตัวอยู่แต่ในห้อง 
เห็นทองทิวแสดงความห่วงใยก็วางแผนที่จะทำให้ทองทิวออกไปจากที่นี่เสียก่อน

ครู่เดียว ทองทิวก็ได้รับข้อความว่า "นัดเคลียร์ใจพ่อลูกเจอกันที่บ้านสวน" ขณะทองทิวสองจิตสองใจนั่นเอง ก็ได้รับข้อความอีกว่า "มาเดี๋ยวนี้ไอ้ลูกเวร"

ทองทิวตัดสินใจบอกน้อยว่าตนมีธุระด่วนถ้ามีอะไรให้โทร.ตามก็แล้วกัน ว่าแล้วก็ออกมาขับรถกลับไป ดอกจันหัวเราะคิกคักบอกว่าทองทิวหลอกง่ายจัง แล้ววางแผนใหม่ว่า

"ฉันกับโอ๋ต้องรีบไปรับหน้านายทองทิวที่บ้านลุงทองใบ แกจัดการทางนี้นะอุ่น เพราะว่าชั่วโมงนี้ทองทิวแสบกว่านักรบหลายขุม ฉันต้องเอาโอ๋ไปช่วย"

ooooooo

ทองทิวไปถึงบ้านสวน พ่อลูกพูดกันไม่รู้เรื่องเพราะทองใบไม่รู้เรื่องส่งข้อความ ทองทิวหาว่าพ่อแกล้ง บ่นว่า "เล่นไม่เลิกใช่ไหมพ่อ"

ปกติสองพ่อลูกก็ไม่กินเส้นกันอยู่แล้ว พอมีเรื่องไม่เข้าใจกันก็เลยยิ่งถกเถียงกันโวยวาย พอดีดอกจันกับโอ๋นั่งมอเตอร์ไซค์ รับจ้างมาถึง รีบเข้าไปแทรกแซง ดอกจันทำเป็นไกล่เกลี่ยให้พ่อลูกพูดกันดีๆแล้วทำเป็นหวังดี วางแผนให้พ่อลูกปรองดองกัน โดยให้ทองทิวทำกับข้าวให้พ่อกิน

ทองทิวโวยวายว่าตนทำกับข้าวไม่เป็น ดอกจันแนะว่าให้ทำไข่เจียวลูกกตัญญูก็แล้วกันเดี๋ยวตนสอนให้เอง

"หัดให้มันตอกไข่ให้ได้ก่อนเหอะหนูดอกจัน ฮ่าๆๆ" ทองใบหัวเราะเยาะ   ทองทิวไม่ทันตอบโต้อะไรก็ถูกดอกจันลากเข้าครัวไปแล้ว

ทองทิวทำไข่เจียวเก้ๆกังๆจนดอกจันรำคาญต้องจับมือสอนให้กลับไข่ในกระทะ ทำเอาทองทิวสยิวกิ้วเล็กน้อยแต่ก็ยังตั้งใจทำ  จนถูกน้ำมันกระเด็นใส่  ดอกจันตกใจ โผเข้ากอดทองทิว พอผละออกมาก็โดนน้ำมันแตกใส่อีกคราวนี้เลยตัวใครตัวมัน

โอ๋ขลุกอยู่กับทองใบ ย่องไปดูในครัวแล้วกลับมารายงานหน้าเป็นว่ากำลังสอนกลับไข่กันอยู่

"ฮ่าๆๆ  สองคนนี้มันสมกันดีนะ  คนนึงชื่อ  "ดอก"  จัน ส่วนอีกคนดันชื่อ "ทอง" ทิว รวมกันก็เป็นดอก...ฮ่าๆๆๆ" ทองใบหัวเราะชอบใจ แล้วบอกโอ๋ว่าคนหัวดื้ออย่างทองทิวต้องเจอคนปราบเซียนอย่างดอกจันถึงจะเอาอยู่ ทองใบวางแผนจะได้ดอกจันเป็นสะใภ้ บอกโอ๋ให้ซ้อมเรียกตนล่วงหน้าว่า "ปู่" พอโอ๋เรียก "คุณปู่" เท่านั้น ทองใบหัวเราะร่าลูบหัวโอ๋อย่างมีความสุข

ooooooo

ฝ่ายอุ่นใจบุกเดี่ยวเข้าไปในคฤหาสน์พยัคฆ์ราชา โชคไม่ดีเจอนายิกาที่กลับมาเร็วเพราะไม่ชอบใจพวกกรรมการบอร์ด นั่งให้น้อยนวดที่ห้องรับแขก

อุ่นใจจะเข้าก็ไม่ได้จะออกก็ไม่ได้ เลยตัดสินใจย่อง ขึ้นชั้นบน หลบเข้าไปในห้องของนักรบ รีบค้นหาซีดีแผ่นนั้น

"ทำอะไรน่ะ" เสียงนักรบถามจากข้างหลัง อุ่นใจแทบช็อกค่อยๆหันไป คราวนี้เลยช็อกเป็นลมจริงๆ เมื่อเห็นนักรบนุ่งผ้าเช็ดตัวผืนเดียวยืนจ้องอยู่

"คุณอุ่นใจ" นักรบเข้าประคองอุ่นใจไว้ในอ้อมแขนอย่างห่วงใย

ระหว่างที่อุ่นใจยังไม่ได้สตินั้น นักรบมีโอกาสใกล้ชิดพิศดวงหน้างามของเธอจนเคลิ้ม อุ่นใจลืมตาขึ้นเห็นนักรบก้มมาใกล้มากก็ตกใจถามว่าจะทำอะไรตน

นักรบเล่าให้ฟังว่า เธอเป็นลมตนเลยอุ้มมานอนบนเตียง ถามซื่อๆว่าเธอตกใจอะไรหรือ อุ่นใจเขินพูดไม่ออก บอกว่าตนกลับบ้านดีกว่า นักรบบอกว่าเธอกลับไม่ได้เพราะคุณแม่ยังอยู่ข้างล่าง ถามว่าแล้วเธอเข้ามาในห้องต้องการอะไร

"ฉันมาทวงของของฉันคืนเท่านั้น"

นักรบถามว่าของอะไรถ้าอยากได้คืนต้องหอมแก้มตนก่อนพลางยื่นหน้าเข้าไป ถูกอุ่นใจผลักจนหงาย นักรบพูดอย่างเจ้าเล่ห์ว่าไม่ยอมหอมตนแสดงว่าต้องการให้ตนหอมแทน

ทันใดนั้นมีเสียงเคาะประตูห้องแล้วนายิกาก็ถามว่าหลับหรือยัง นักรบตกใจทำเสียงงัวเงียว่าหลับแล้ว ฉวยโอกาสขณะที่ อุ่นใจกำลังตกใจนั้นกอดเธอไว้เหมือนกอดหมอนข้างแล้วเอาผ้าห่มคลุม ปากก็คุยกับนายิกาที่เข้ามายืนมองเขาถามแม่ว่ามีเรื่อง อะไรจะคุยหรือ นายิกาบอกว่าไว้พรุ่งนี้ก็ได้ ให้เขาพักผ่อนก่อน

นายิกาเดินออกไปแล้ว นักรบยังฉวยโอกาสกอดอุ่นใจไว้ แกล้งทำเป็นพูดคุยกับนายิกาเหมือนยังอยู่ในห้อง พูดเองเออเองอยู่นานมาก จนอุ่นใจอึดอัดทนไม่ไหวดึงผ้าห่มออกเลยรู้ว่าถูกนักรบหลอก

อุ่นใจฉุนขาดที่ถูกหลอกกอดอยู่นาน ลุกพรวดไปคว้ามีดปอกผลไม้มาขู่นักรบให้เอาแผ่นซีดีให้ตนเดี๋ยวนี้ พอเขาถามว่าจะเอาไปทำอะไร เธอตอบสีหน้าแค้นไม่หายว่า

"คุณทำให้พี่เอื้อตาย ฉันจะใช้ซีดีแผ่นนั้นฆ่าคุณและไทเกอร์คิง" ทั้งยังประณามเขาว่า "คุณคือฆาตกร คุณฆ่าพี่เอื้อ และฆ่าพวกฉันทั้งเป็น"

นักรบเลยคว้ามีดไปจะชดใช้ชีวิตด้วยชีวิต อุ่นใจตกใจไม่ยอมให้เขาตาย แต่เขากลับพูดว่า

"ผมยอมตาย ถ้าการตายของผมทำให้คุณมีความสุข" พูดอย่างสำนึกเจ็บปวดว่า "ผมขอโทษ ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ ผมจะคืนชีวิตพี่ชายให้คุณ" พูดแล้วหันไปหยิบซีดีแผ่นนั้นส่งให้ "ซีดีของคุณ คุณจะลงโทษผมยังไงก็ได้ แต่เชื่อเถอะ นักรบคนที่คุณเคยเกลียดที่สุด มันตายไปแล้ว"

ooooooo

ดอกจันถ่วงเวลาทองทิวไว้ที่บ้านสวนของทองใบสอนทำไข่เจียวลูกกตัญญูแล้วก็สอน ผัดผักสำนึกบุญคุณอีกจาน กระนั้นก็ยังไม่แน่ใจเลยถ่วงเวลาชวนกินข้าวกันจนค่ำ

ทองใบให้ทองทิวขับรถไปส่งดอกจันกับโอ๋ ความสัมพันธ์ ของพ่อลูกที่ได้เห็นวันนี้ ทำให้ดอกจันรู้ว่าภายนอกที่ดูเหมือนขัดแย้งและคอยจิกกันอยู่เรื่อยนั้น แต่จริงๆ แล้วพ่อลูกคู่นี้รักและห่วงใยกันอยู่ลึกๆ

แต่เมื่อกลับมาถึงบ้านอุ่นใจเล่าให้ดอกจันฟังเศร้าๆ เรื่องไปขโมยซีดี ดอกจันถามว่าได้แผ่นซีดีกลับมาแล้วไม่ดีใจหรือ อุ่นใจบอกว่าคิดอะไรยังไม่ออก ดอกจันบอกว่า

ยังไม่ต้องคิดก็ได้แต่แผ่นซีดีนี้ต้องเก็บไว้ให้ดีเพราะเป็นหลักฐานสำคัญ

ooooooo

ที่ห้องประชุมไทเกอร์คิง บอร์ดคนหนึ่งถามนักรบว่าเราเสียรายได้ไปเป็นพันล้านจากการประมูลคราวที่แล้ว นักรบมีแผนเรียกความมั่นใจของไทเกอร์คิงคืนมาอย่างไร

นักรบไม่ตอบเพราะมัวนั่งคิดถึงอุ่นใจอยู่ พอเลิกประชุมก็ถูกนายิกาตำหนิอย่างรุนแรง จนเขาโมโหถามโพล่งไปว่า "ผมทำเพื่อไทเกอร์คิง เพื่อทุกคน แต่ไม่เคยมีใครเข้าใจผม"

เมื่อลุกหนีไปยืนที่หน้าต่างมองเหม่อออกไป พลันก็เหมือนความรู้สึกหลุดลอยไปจากตรงนั้น ในสมองและสายตาเห็นแต่ใบหน้าสดใสของอุ่นใจ

ข้างฝ่ายจอมทัพไม่หยุดแค่นั้น เขาหาทางช่วยอุ่นใจด้วยการรับเธอเข้าเป็นเลขาฯของผู้จัดการบริษัทสื่อที่ เป็นของฟีนิกซ์ ทีแรกอุ่นใจก็ไม่รู้ แต่พอจับได้ว่าเป็นแผนของจอมทัพเธอก็ลาออกทั้งยังปรามเขาว่า

"ต่อไปนี้ อย่าเข้ามาวุ่นวายกับชีวิตฉันอีก"

เมื่อเบนเป้ามาทางจอมทัพแล้ว ดารารายก็ไปหาเขาที่ฟีนิกซ์ แต่เพราะความหยิ่งยโสของทั้งดารารายและซูซี่ เลยเกิดเรื่องทะเลาะตบตีกับพิม ที่กลับมาเป็นเลขาฯ ของจอมทัพ ระหว่างที่ซูซี่ตบตีกับพิมนั้น ดารารายแอบไปเปิดสมุดบันทึกงานบนโต๊ะพิม เจอเบอร์โทร.ของจอมทัพจำจนขึ้นใจ แล้วไปสั่งซูซี่ให้เลิกตบตีกันได้แล้ว พลางก็พาซูซี่กลับไป

ดารารายตามไปเจอจอมทัพโดยใช้จีพีเอสตามจากเบอร์มือถือของเขา เป็นเวลาที่จอมทัพคุยงานกับนักธุรกิจเสร็จพอดี เธอเข้าไปบอกเขาว่าตนมาติดต่องานแทนคุณพ่อ

ซูซี่เสนอหน้าย้ำว่า  ดารารายเป็นเลขาฯส่วนตัวของท่านรัฐมนตรีตุลย์  งานทุกอย่างต้องติดต่อผ่านดารารายคนเดียว จอมทัพจึงเชิญเธอนั่ง

ไม่มีใครรู้ว่าอุ่นใจมาเป็นพนักงานเสิร์ฟที่นี่ เมื่อเธอมาเก็บแก้วกาแฟ เลยรู้กัน เธอถูกซูซี่ถามอย่างดูถูกว่านี่คืออาชีพใหม่ของเธอหรืออุ่นใจตอบอย่างพอใจในงานที่ทำว่า งานนี้เหมาะกับวุฒิ  ม.6  อย่างตน  ไม่ใช่ตำแหน่งเลขาฯของท่านผู้บริหารใหญ่โตของใครบางคน จอมทัพรู้ว่าถูกพูดแดกดัน เขาชี้แจงว่าที่ทำไปก็เพราะอยากช่วยเธอจริงๆ อุ่นใจสวนไปทันทีว่า "แต่ฉันรับความหวังดีจากคุณไม่ได้"

ดารารายฟังอย่างสนใจ พอได้ทีก็แทรกขึ้นพูดดูถูกอุ่นใจอีก อุ่นใจไม่อยากมีเรื่องจึงเดินเลี่ยงไป ดารารายส่งสายตาให้ซูซี่ ตามไปจัดการ ซูซี่รีบขอตัวอ้างว่าไปห้องน้ำ ตามอุ่นใจไปติดๆตามไปจนถึงหลังร้าน ซูซี่แกล้งชนอุ่นใจจนถ้วยกาแฟตกแตก พูดใส่หน้าว่า

"ฉันไม่ได้ทำเพราะแค้น แต่ทำเพราะความสะใจ" ไม่พูดเปล่ายังพุ่งเข้าตบอุ่นใจอีกปรามว่าเป็นกรวดอย่าผยองทำตัวเทียบเท่า เพชรแท้อย่างดาราราย อุ่นใจแค้นจนน้ำตาร่วงแต่ก็ทำอะไรซูซี่ไม่ได้

จอมทัพนั่งอยู่กับดารารายรู้สึกเป็นห่วงอุ่นใจขึ้นมาจะลุกไปก็ถูกดารารายพูดขู่ว่า

"ถ้าอยากให้งานของฟีนิกซ์กับกระทรวงฯราบรื่น ความสัมพันธ์ของเราก็ควรราบรื่นด้วยนะคะ" จอมทัพเลยต้องฝืนใจนั่งลงตามเดิม

ooooooo

นักรบมุ่งมั่นที่จะแก้ไขทุกอย่างที่นักรบคนเก่าทำผิดพลาดไว้กับครอบครัวของอุ่นใจ เขาเริ่มต้นด้วยการไปดูการทำงานของอุ่นใจ เห็นเธอทำงานเหนื่อยก็เอาน้ำเย็นไปวางไว้ให้พร้อมกระดาษเขียนข้อความว่า "แทนกำลังใจให้คุณหายเหนื่อย" อุ่นใจเห็นแต่ไม่รู้ว่าคนให้เป็นใคร

ไม่เพียงเท่านั้นเขายังซื้อของกินทั้งคาวหวานมากมายไปที่บ้าน จนอุ่นใจกลับมาเห็นถามแม่นวลว่าทำไมของกินเยอะแยะขนาดนี้ แม่นวลบอกว่าครูของโอ๋ซื้อมาฝาก แถมยังช่วยนวดแขนขาให้แม่ด้วย

ฟังแม่นวลแล้วอุ่นใจสงสัยถามว่าครูคนไหน พอแม่นวลบอกว่าครูคนที่เคยแวะมาคราวก่อน ทั้งยังพูดอย่างปลื้มใจว่า "โอ๋มันโชคดีจริงๆ มีแต่คนรักคนเอ็นดู"

ฟังแล้วอุ่นใจเดาได้ทันทีว่า ครูของโอ๋คนนั้นคือนักรบนั่นเอง!

นอกจากนั้นนักรบยังให้กำลังใจและปลุกเร้าใจให้โอ๋ฝึกบอลต่อไป เมื่อโอ๋ถอดใจไม่กล้าไปเตะไซด์โค้งแข่งกับคนอื่น นักรบปลุกใจว่าให้โอ๋พยายามทำเพื่อพ่อที่มีความหวังอยากให้โอ๋เตะบอลเก่ง จนโอ๋ฮึดขึ้นมาและทำได้จริงๆ จนทางโรงเรียนส่งเป็นตัวแทนโรงเรียนไปคัดตัวเข้าทีมยุวชนกรุงเทพฯ

โอ๋ดีใจมากที่ทำได้อย่างที่พ่อเอื้อหวังไว้ แต่อุ่นใจกลับไม่พอใจที่เห็นโอ๋ใกล้ชิดสนิทสนมกับนักรบ จนเข้าไปถามนักรบว่า เมื่อไหร่เขาจะเลิกยุ่งกับครอบครัวตนเสียที ไล่ให้ไปจากชีวิตของพวกตนเสีย

"ผมจะไม่ไปไหน จนกว่าจะเห็นครอบครัวคุณมีความสุข เพราะครอบครัวคุณคือชีวิตใหม่ของผม ชีวิตที่เต็มไปด้วยความอบอุ่น ชีวิตที่ผมหาไม่ได้ในโลกจอมปลอมที่ผมยืน"

พูดแล้วนักรบก้าวเข้าไปหาอุ่นใจพูดด้วยสีหน้าจริงจังว่า

"ต่อให้คุณไล่ผมกี่ครั้งผมก็จะยืนอยู่ตรงนี้ ผมจะทำ ทุกอย่างเพื่อให้คุณกับโอ๋มีความสุขที่สุด ผมจะเป็นตัวแทนของคุณเอื้อให้ครอบครัวคุณ" เห็นอุ่นใจนิ่งงัน เขาพูดประโยคสุดท้ายอย่างหนักแน่นว่า "ผมจะเป็นตัวแทนพี่ชายคุณตลอดไป"

ooooooo

โดยไม่คาดคิด จู่ๆเปลวแสงนักข่าวสาวคนนั้นก็ไปหาอุ่นใจที่บ้านเสนอตัวจะช่วยครอบครัวเธอด้วยเหตุผลว่า เพราะการตายของเอื้อไม่ได้รับความยุติธรรม

อุ่นใจถามว่าเธอต้องการอะไร เปลวแสงตอบจริงจังว่าให้อุ่นใจร่วมมือกับตนแก้แค้นแทนเอื้อ พูดอย่างไม่พอใจว่า

"นักรบควรจะได้รับบทเรียนจากการทำลายชีวิตคนอื่น ชีวิตที่ไม่เคยมีค่าในสายตาของตระกูลพยัคฆ์ราชาอย่างพวกเขา"

เมื่อกลับมาที่ห้องทบทวนคำพูดของเปลวแสงก่อนกลับไปที่ว่า

"ฉันมั่นใจว่าคุณเอื้อฆ่าตัวตายเพื่อเรียกร้องอะไรบางอย่าง ถ้าคุณมีหลักฐาน...เอามาให้ฉันเถอะ ฉันจะแฉพวกนายนักรบจนมันไม่มีที่ยืนในสังคม แล้วฉันจะกลับมาใหม่วันพรุ่งนี้"

คำพูดที่รวบรัดเวลาที่เร่งด่วน ทำให้อุ่นใจคิดหนัก ยิ่งเมื่อคิดถึงความใกล้ชิดกับนักรบขณะที่อยู่บนเกาะและการให้กำลังใจโอ๋จนกลับมาตั้งใจฝึกบอลแล้ว อุ่นใจก็มองแผ่นซีดีในมือด้วยสีหน้าครุ่นคิด

ooooooo

ส่วนนักรบ ยังถูกนายิกาเคี่ยวเข็ญ คุมเข้มตลอดเวลา คืนนี้ก็มาถามเขาอีกว่าจะแก้ปัญหาอย่างไรกับการที่ฟีนิกซ์ชนะการประมูลพันกว่าล้าน โทษว่าความเรื่อยเปื่อยของเขาทำให้ไทเกอร์คิงต้องสูญเสียเงินจำนวนนี้ไป กระทั่งสั่งเขาว่า "แกต้องหาเงินพันกว่าล้านกลับคืนมาให้ได้!"

"คุณแม่เห็นผมเป็นแค่เครื่องจักรทำเงินเท่านั้นหรือครับ" นักรบตัดพ้ออย่างหดหู่ใจ

"อย่ามาทำตัวอ่อนแอเหมือนพ่อแกให้ฉันเห็น คนไม่เคยก้าวทันโลกอย่างพ่อแกเป็นแค่คนไม่มีค่า"

การพูดพาดพิงถึงพ่อทำให้นักรบคิดถึงอดีตที่แม่ทะเลาะกับพ่ออย่างรุนแรงเพราะพ่อเอาที่ดินทำเลดีไปสร้างพิพิธภัณฑ์ ศิลปะที่แม่เห็นว่าไม่เป็นประโยชน์ ทำให้เขาพูดกับแม่ตรงๆว่า

"คุณแม่ทะเลาะกับน้านิมมานน้องสาวแท้ๆก็เพื่อเงิน ทำตัวเหมือนไม่มีญาติ ไม่มีเพื่อน วันนี้ต้องการพันล้าน พรุ่งนี้อยากได้หมื่นล้าน เงินมากมายมหาศาลทำให้ชีวิตเรามีความสุขตรงไหน ถ้าเราไม่เคยเห็นคุณค่าที่แท้จริงของใคร"

"เหยื่อโง่ๆไม่มีค่าในสายตานักล่า คนเข้มแข็งเท่านั้นที่จะยืนอยู่บนโลกใบนี้"

"ผมฟังคำพูดพวกนี้จนปวดหัวแล้ว ขอตัวนะครับ" พูดแล้วนักรบหนีขึ้นห้องไม่สนใจเสียงเรียกของนายิกา แต่นายิกาก็ยังตามไปถึงหน้าห้องอีก นักรบยืนพิงประตูทอดถอนใจด้วยความรู้สึกอึดอัดบีบคั้นและเหนื่อยล้าเหลือเกิน...

ooooooo

รุ่งขึ้น เปลวแสงไปขอคำตอบจากอุ่นใจที่ร้านอาหาร อุ่นใจตอบอย่างไม่ลังเลว่าตนช่วยอะไรไม่ได้ เมื่อเอื้อตายไปแล้วขอให้เรื่องราวทุกอย่างจบแค่นี้

"จบแค่นี้?" เปลวแสงทวนคำอย่างคาดไม่ถึง เมื่ออุ่นใจยืนยัน เธอถามว่า "อะไรที่ทำให้คุณเปลี่ยนใจ นายนักรบหรือ" เมื่ออุ่นใจปฏิเสธ เปลวแสงบอกเธอว่า "ฉันไม่รู้ว่าอะไรเปลี่ยนใจคุณ แต่ถ้าคุณถูกนักรบทำร้ายจนเจ็บช้ำ คุณจะต้องนึกถึงฉันเป็นคนแรก"

เปลวแสงให้นามบัตรอุ่นใจไว้ก่อนลุกไป อุ่นใจมองนามบัตรด้วยความมั่นใจว่าตนตัดสินใจถูกต้องแล้ว

ooooooo

ที่บริษัทฟีนิกซ์ มีปัญหาไม่น้อยเมื่องานประมูลผ่านมาแล้วสองอาทิตย์แต่รัฐมนตรีตุลย์ยังไม่เซ็นอนุมัติสัญญาการประมูลให้ จนจอมภพมาเร่งลูกชาย จอมทัพ บอกว่าจะให้คนส่งเอกสารไปให้รัฐมนตรีดูอีกที

จอมภพจี้ให้เขาไปเองเพราะการให้พนักงานไป กับประธานบริษัทไปเองความสำคัญไม่เหมือนกัน ทำให้จอมทัพต้องไปด้วยตัวเอง

แต่พอไปถึง เลขาหายเข้าไปในห้องรัฐมนตรีครู่หนึ่งออกมาบอกเขาว่าท่านไม่อยู่มีอะไรให้ติดต่อดารารายแทน พอเขารู้ว่าเธออยู่ที่ห้องเรียนโยคะ เขารีบไปทันที

ไปถึงเจอซูซี่ดักอยู่หน้าห้องบอกเขาว่าอย่ารบกวนสมาธิของดาราราย มีอะไรให้รออีกครึ่งชั่วโมง จอมทัพจึงจำต้องนั่งรออยู่หน้าห้องที่กั้นด้วยกระจก

เขานั่งทนรออยู่จนครึ่งชั่วโมงผ่านไป ระหว่างนั้นดารารายชำเลืองมองออกมาเห็นเขานั่งกระสับกระส่ายเริ่มอึดอัด แต่เธอก็ทำไม่รู้ไม่ชี้ ยังคงฝึกโยคะต่อไป

"เกินครึ่งชั่วโมงแล้วนะครับ" จอมทัพทนไม่ได้ลุกไปบอกซูซี่ พอดีดารารายออกมาจากห้องเรียนโยคะเหงื่อชุ่มตัว จอมทัพรีบเดินไปหาหมายจะคุยธุระ เธอตัดบททันทีว่า

"ดาวขอตัวไปอาบน้ำก่อนนะคะ" แล้วยิ้มหวานให้ก่อนกรีดกรายไป จอมทัพได้แต่ถอนใจยาว...นั่งรอต่อไป...

จนเมื่อเธออาบน้ำแต่งตัวใหม่ออกมาที่รถ จอมทัพรีบเดินตามไปขอคุยธุระด่วน เธอทำเป็นเอ็ดคนขับรถว่ามีกลิ่นแอลกอฮอล์ไม่สนใจจอมทัพแม้แต่น้อย

ดุคนขับรถแล้ว ดารารายขอให้จอมทัพขับรถให้ตนได้ไหม จอมทัพบอกว่าตนมีงานต้องกลับไปเคลียร์คงไปกับเธอไม่ได้

"ดาวก็มีตารางกิจกรรมที่แน่นอน ไม่เคยผิดเวลา" ดารารายเสียงเข้ม ทำให้จอมทัพจำต้องขับรถให้เธอ พาไปที่ห้างหรูเดินตามเธอไปช็อปปิ้งหิ้วของเต็มมือ จนเขาหงุดหงิดบอกว่า

"ผมไม่มีเวลามากพอที่จะคอยตามคุณทั้งวันนะครับ"

ได้เรื่องทันที ดารารายไม่แคร์พูดเหมือนไล่ว่า ถ้าคิดว่าธุระที่อื่นสำคัญกว่าก็เชิญเลย จอมทัพกลืนไม่เข้าคายไม่ออก ต้องเดินตามหิ้วของให้เธอต่อไป เพราะต้องพึ่งเธอพาเข้าหารัฐมนตรีตุลย์

ไม่เพียงเท่านั้น  ดารารายยังให้เขาพาไปร้านอาหารที่อุ่นใจทำงานอยู่ เธอบอกเขาว่าต้องการความเป็นส่วนตัว ซูซี่เสนอให้ปิดร้านเชิญลูกค้าอื่นออกไปให้หมดเพื่อบริการดารารายคนเดียวและต้องให้อุ่นใจมาคอยรับใช้ด้วย จอมทัพตกใจถามว่า "จะทำอย่างนั้นได้ยังไง"

"ถ้าเรื่องแค่นี้คุณทำไม่ได้ โครงการที่ประมูลพันกว่าล้านจะทำสำเร็จเหรอคะ"

จอมทัพไม่มีทางเลือก เครียดจนอยากจะกลั้นใจตาย แต่ก็ต้องทำให้ได้เพื่อโครงการพันกว่าล้าน

ooooooo

เมื่อจอมทัพไปเจรจากับผู้จัดการ ครู่ต่อมาแขกคนอื่นๆก็ทยอยออกจากร้านไป อุ่นใจรับไม่ได้ที่ผู้จัดการทำเพื่อเห็นแก่เศษเงิน แต่ผู้จัดการติงว่าเงินไม่ใช่ปัญหาแต่ดารารายเป็นลูกรัฐมนตรีที่มีอิทธิพลมากแล้วบอกอุ่นใจว่า

"อุ่นใจ ฉันมีเรื่องจะขอให้เธอช่วย"

นั่นคือดารารายกำหนดให้อุ่นใจเข้าไปบริการได้เพียงคนเดียว เมื่อผู้จัดการขอร้องอุ่นใจยอมด้วยความเห็นใจ

อุ่นใจถูกดารารายแกล้งแต่เธอก็อดทนเพื่อไม่ให้มีเรื่อง และเมื่อดารารายให้จอมทัพเป็นคนสั่งอาหารให้ เขาทำหน้าลำบากใจบอกว่าตนไม่รู้ว่าเธอชอบทานอะไร ดารารายพูดอย่างยโสว่าคนทั้งประเทศรู้รายละเอียดเกี่ยวกับตนทั้งนั้น ถามว่าเขาสมควรจะได้พบรัฐมนตรีตุลย์แล้วหรือ ถ้าไม่รู้จักจดจำเรื่องของลูกสาวสุดที่รักของท่าน

จอมทัพต้องเลี่ยงไปที่หน้าร้านโทรศัพท์หาพิม สั่งอย่างเร่งด่วนร้อนใจว่า

"คุณพิม ช่วยเซิร์ชข้อมูลส่วนตัวของคุณดารารายที่เคยให้สัมภาษณ์ในนิตยสารมาให้ผมด่วน!"

ooooooo

ดารารายกลั่นแกล้งอุ่นใจอย่างร้ายกาจ โดยมีซูซี่เป็นมือตีนคอยช่วยกระหน่ำซ้ำเติม หาเรื่องดุด่ากระทั่งจิกผมตบหาว่าอุ่นใจทำน้ำหกใส่กระเป๋าราคาแพงของตน

อุ่นใจเอาผ้าขนหนูสีขาวมาเช็ดกระเป๋าให้ก็ถูกด่าว่าเอาผ้าขี้ริ้วมาทำให้ กระเป๋าตนสกปรก บังคับจะให้อุ่นใจถอดเสื้อตัวเองมาเช็ด เมื่ออุ่นใจไม่ยอมถอดก็ดึงแขนเสื้อจนขาด เช็ดกระเป๋าแห้งแล้วโยนกระเป๋าลงถังขยะ พูดอย่างยโสว่า ตนไม่ชอบใช้ของมีตำหนิ

จอมทัพทนดูความร้ายกาจของดารารายไม่ได้เข้ามาขวางถามว่าทำไมต้องทำรุนแรงกันขนาดนี้ ดารารายลอยหน้าเถียงเสียงดังว่า

"ดาวก็แค่อยากให้บทเรียนกับคนบางประเภทว่าค่าของคนแต่ละคนไม่มีวันเท่าเทียมกัน อย่าได้คิดขึ้นมาเผยอชูคอเปรียบเทียบ"

"ฉันไม่เคยอยากอยู่ที่สูงแต่จิตใจต่ำเหมือนพวกคุณ" อุ่นใจทั้งชี้แจงทั้งด่า ซูซี่จะเข้าไปตบถูกจอมทัพปรามเสียงดังว่ากรุณาให้เกียรติตนบ้าง

แล้วดารารายก็ไม่อยากกินที่นี่อีกแล้วจะย้ายร้าน จอมทัพท้วงติงว่าเราเพิ่งมา ถูกเธอตวาดขู่ว่า "ต้องการให้ดาวพูดไม่รู้เรื่องกับคุณจนงานเสียเหรอคะ"

เจอไม้นี้เข้าจอมทัพก็พูดไม่ออก จำต้องตามเธอออกไปด้วยความเป็นห่วงอุ่นใจที่ยังบอบช้ำอยู่ตรงนั้น

เมื่ออุ่นใจไปปะซ่อมแขนเสื้อที่ถูกดึงขาด เปลวแสงก็โผล่มาพูดให้กำลังใจว่า

"ชีวิตคนจนไม่มีทางเลือก เพราะพวกเราไม่มีค่าในสายตาของคนรวยพวกนั้น เรายอมพวกนี้มากเกินไป มากจนพวกเขาคิดว่าตัวเองเป็นพระเจ้า มีสิทธิ์เอาเปรียบทำลายชีวิตใครก็ได้"

อุ่นใจยังระแวงเปลวแสง เลี่ยงที่จะออกความเห็นหรือรับรู้เรื่องของคนพวกนี้

"ไม่เจ็บแค้นที่ดารารายทำกับคุณเหรอ แล้วยังเรื่องที่นายนักรบคู่หมั้นผู้หญิงคนนี้ทำร้ายพี่ชายคุณอีกล่ะ" เปลวแสงพูดต่อเห็นอุ่นใจก้มหน้านิ่ง เธอพูดเสียงอ่อนลง

"ร่วมมือกับฉันเถอะนะอุ่นใจ ทำให้คนเลวรู้ว่าคนทุกคนมีค่าในตัวเอง ไม่มีใครอยู่เหนือกว่าใครหรือเป็นเจ้าชีวิตใครได้"

อุ่นใจถามว่าเธอทำแบบนี้เพื่ออะไร เปลวแสงตอบอย่าง หนักแน่นว่าเพื่อความถูกต้อง แต่พออุ่นใจบอกว่าตนรู้สึกว่าเธอมีเบื้องหลังอะไรบางอย่างกับนักรบ เปลวแสงก็เสียงเข้มขึ้นว่า

"ฉันไม่จำเป็นต้องอธิบายทุกเรื่อง เหมือนๆกับที่เธอก็ไม่จำเป็นต้องรู้ทุกเรื่องเหมือนกัน"

คำตอบของเปลวแสงยิ่งทำให้อุ่นใจระแวงระวังเธอมากยิ่งขึ้น

ooooooo

ทองทิวอยู่ในภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก เมื่อนายิกาเคี่ยวเข็ญให้เขาคุมเข้มนักรบให้อ่านเอกสารทบทวนความจำเพื่อให้ นักรบคนเก่ากลับคืนมา แต่นักรบคนใหม่ไม่สนใจ  เขาเทใจหมกมุ่นอยู่แต่กับการช่วยเหลือครอบครัวของอุ่นใจ โดยเฉพาะกับโอ๋ เขาทุ่มเทอย่างมากที่จะทำให้โอ๋เป็นนักกีฬาสมความตั้งใจของเอื้อ

วันนี้โอ๋ลงสนามแข่งวันแรก นักรบมาเชียร์แต่เช้าพร้อมทองทิวที่ต้องถือไอแพดวิ่งตามรายงานเรื่องหุ้น อยู่ข้างสนาม ส่วนนายิกาอยู่ที่บ้านถามน้อยว่านักรบไปไหน

พอรู้ว่าไปกับทองทิวแต่เช้าแล้วก็สบายอกสบายใจคิดว่านักรบสนใจงานมากขึ้นแล้ว

ที่ข้างสนาม ดอกจันกับอุ่นใจไปเชียร์โอ๋อยู่เหมือนกัน อุ่นใจสังหรณ์ใจอะไรบางอย่างบอกดอกจันว่าตนได้กลิ่นคนรวย ในขณะที่นักรบก็คอยหลบอุ่นใจจนทองทิวถามว่าจะเล่นซ่อนแอบกันอีกนานไหม ย้ำว่าวันนี้มีประชุมบอร์ดสิบเอ็ดโมง นักรบก็ตอบโดยไม่หันมองว่า

"อีกแป๊บเดียว"

ส่วนโอ๋พอเห็นนักรบมาเชียร์ก็ยิ่งมีกำลังใจ พอนกหวีดหมดเวลาครึ่งแรก โอ๋ก็วิ่งมาหา นักรบชมว่าโอ๋เล่นได้ดีมาก ตนภูมิใจแทนพ่อเอื้อจริงๆ เชื่อว่าวันนี้พวกโอ๋ต้องชนะแน่ นัดว่าจะรอฉลองชัยชนะกับโอ๋ที่ใต้ต้นไม้ใหญ่ที่เอื้อเคยให้สัญญากับโอ๋ไว้ วางแผนว่า

"เราจะร้องตะโกนไชโยสามครั้งที่ใต้ต้นไม้นั้นด้วยกัน ฉันสัญญา"

แล้วบรรยากาศสดชื่นก็มลายไปสิ้น เมื่อดอกจันกับอุ่นใจตามมาเจอ ดอกจันกับอุ่นใจรุมกันขู่นักรบว่าถ้าไม่ไปจากที่นี่จะเรียกนักข่าวมา โอ๋พยายามบอกสองสาวว่านักรบมาให้กำลังใจตนทั้งสองก็ไม่สนใจ

จนกระทั่งทองทิวได้รับโทรศัพท์จากนายิกา เขารีบบอกนักรบว่ากลับกันก่อนเถอะเดี๋ยวนายิกาจะอาละวาดเอา นักรบเลยจำต้องกลับ แต่ก่อนกลับก็ยังสบตาเป็นสัญญาใจกับโอ๋ว่าเดี๋ยวเจอกัน

ooooooo

ที่ไทเกอร์คิง นายิกายืนหน้าบึ้งคอยอยู่ พอทั้งสองกลับไปถึงก็ถามทันทีว่าไปไหนแต่เช้า ทองทิวตอบอย่างมีพิรุธว่า สโมสรที่เราสนับสนุนขอให้นักรบเป็นประธาน คัดเลือกนักกีฬาเข้าทีมฟุตบอลเยาวชน ตนเห็นว่าเป็นการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้ไทเกอร์คิง

นายิกายังไม่หายเคืองถามว่าแล้วทำไมไม่บอกตนก่อน นักรบแก้ตัวว่ามันด่วนจริงๆ

"รีบเข้าประชุมได้แล้ว ทุกคนรอประธานบริษัทอยู่" นายิกาเร่งแล้วเดินนำเข้าไปอย่างหงุดหงิด

ทองทิวกับนักรบแอบสบตากันอย่างโล่งอก...เฮ้อ...

ปรากฏว่านักรบเข้าประชุมอย่างไม่มีสมาธิ คอยชำเลืองดูนาฬิกาข้อมือตลอด เวลาเดียวกัน โอ๋ลงสนามครึ่งเวลาหลัง เล่นไปก็คอยชำเลืองมองหานักรบไป จนจบเกมปรากฏว่าชนะจริงๆ

โอ๋แวบไปที่ใต้ต้นไม้ตามสัญญาที่นัดกับนักรบไว้ ดอกจันกับอุ่นใจตามมาเจอถามว่ามาทำอะไรตรงนี้ รีบกลับไปบอกข่าวดีกับยายกันดีกว่า แต่โอ๋ยังขอเวลานั่งที่นี่ก่อนอ้างว่าเหนื่อย อยากนั่งนิ่งๆสักพัก

เหตุผลและท่าทางของโอ๋ทำให้ดอกจันกับอุ่นใจมองอย่างแปลกใจ สงสัยปรากฏว่านักรบถูกคุมตัวให้ทำงานอยู่จนกลางคืนก็ยังไม่อาจปลีกตัวมาได้ โอ๋ก็ยังนั่งรออยู่ใต้ต้นไม้นั้น จนฝนทำท่าจะตกอุ่นใจกับดอกจันชวนโอ๋กลับบ้านเพราะย่านวลรอกินข้าวฉลองชัยชนะ ให้โอ๋อยู่

โอ๋เสียใจ ผิดหวังมาก บอกว่าตนไม่กลับและจะไม่ไปไหนทั้งนั้น พูดแล้วร้องไห้เสียใจ อุ่นใจจับมือโอ๋ ถามว่ารอใครกันแน่บอกมาเดี๋ยวนี้

"ปล่อย!! อย่ามายุ่งกับโอ๋" โอ๋สะบัดหลุดวิ่งฝ่าฝนออกไป อุ่นใจกับดอกจันต้องรีบวิ่งตาม

ooooooo

โอ๋เสียใจผิดหวังร้องไห้บอกอุ่นใจว่านักรบไม่มาตามสัญญา เขาผิดสัญญาเหมือนพ่อเอื้อ ไม่มีใครรักษาสัญญาสักคน อุ่นใจถามว่าทำไมไม่บอกแต่แรกว่ารอนักรบอยู่ โอ๋ยอมรับเพราะรู้ว่าอุ่นใจไม่ชอบเขา

"แล้วทำไมต้องรอเขา" อุ่นใจถาม

"ทุกครั้งที่โอ๋อยู่กับคุณนักรบเหมือนได้อยู่กับพ่อเอื้อ" โอ๋ตั้งใจพูดชัดๆให้ทุกคำเข้าถึงหัวใจอา จนอุ่นใจอึ้งคาดไม่ถึงว่าทั้งสองจะมีความผูกพันกันมากมายขนาดนี้

เธอดึงโอ๋เข้าไปกอด บอกหลานว่า

"เรากับเขาเหมือนอยู่คนละโลก ยอมรับเถอะว่าเขาไม่มีวันเหมือนพ่อเอื้อ...ไม่มีวัน"

ทันใดนั้นเอง แสงไฟหน้ารถสาดเข้ามา นักรบมาแล้ว!! เขามากับทองทิว พอลงจากรถนักรบก็ตรงเข้าไปกอดโอ๋ พูดด้วยความรู้สึกผิด เสียใจว่า

"ฉันขอโทษ...ฉันไม่ได้ตั้งใจลืมโอ๋"

"คุณทำตามสัญญา พ่อเอื้อเลือกคนไม่ผิดจริงๆ" โอ๋ร้องไห้ด้วยความดีใจ ทำเอานักรบพลอยน้ำตาไหลพรากโดยไม่รู้ตัว

ทองทิวตามมาเห็นถึงกับอึ้ง อุ่นใจและดอกจันน้ำตาซึมด้วยความตื้นตันใจในความรักความผูกพันของนักรบกับโอ๋ ที่...เกินกว่าเพื่อนจริงๆ...

ooooooo

เมื่อพากันกลับมาที่บ้านอุ่นใจ โอ๋ชวนนักรบอยู่ฉลองกับตนด้วย นักรบยิ้มรับ โอ๋จึงวิ่งเข้าไปหาแม่นวล อุ่นใจเดินเลี่ยงไปหานักรบ ดอกจันกับทองทิว เดาสถานการณ์ออกจึงพากันเดินเลี่ยงไป

แต่ยังไม่ทันที่อุ่่นใจจะพูดอะไร นักรบก็กุมมือเธอชิงพูดเสียก่อนว่า

"ผมรู้ว่าไม่ควรเข้ามาวุ่นวายกับครอบครัวคุณ แต่ผมขอร้อง อย่าเอาความเกลียดชังที่มีต่อผมไปใส่ในจิตใจของโอ๋ ได้ไหม" นักรบมองหน้าอุ่นใจอย่างอ้อนวอนขณะขอร้องว่า "โลกนี้เต็มไปด้วยความเกลียดชังมากพอแล้ว ผมไม่อยากให้ผ้าขาวบริสุทธิ์อย่างโอ๋ ต้องเปื้อนสีมากมายที่ผู้ใหญ่สาดให้"

อุ่นใจขยับจะพูด แต่ถูกนักรบกระชับมือเธอแน่นเข้า พูดน้ำเสียงจริงจัง

"ผมย้อนเวลากลับไปแก้ไขอดีตไม่ได้ แต่ผมจะทำปัจจุบันและอนาคตที่ดีที่สุดให้กับครอบครัวคุณ"

อุ่นใจอึ้งจนพูดไม่ออกกับสีหน้าจริงจังและคำพูดที่จริงใจของเขา

อาหารฉลองชัยชนะของโอ๋วันนี้มีอาหารและเครื่องดื่มแบบง่ายๆ  แต่บรรยากาศอบอุ่นไปด้วยความรัก  แม่นวลมองอาหารแล้วพูดอย่างคิดถึงเอื้อว่า

"กับข้าววันนี้ของโปรดของเจ้าเอื้อทั้งนั้น เสียดายที่มันไม่อยู่ วันก่อนเอื้อมันโทร.มา ทำไมอุ่นไม่ยอมให้แม่คุย"

อุ่นใจลำคอตีบตันด้วยความสงสารแม่ ที่เธอจำเป็นต้องโกหกว่าเอื้อไปทำงานต่างจังหวัด งานรัดตัวจึงยังกลับมาไม่ได้ ส่วนนักรบฟังแล้วเข้าใจสถานการณ์ เขานิ่งเครียด ยิ่งรู้สึกผิด

ooooooo

ตอนที่ 7

ดอกจันตัดสินใจจะต้องเอาแผ่นซีดีแผ่นนั้นคืนจากทองทิวให้ได้ ขอผู้ช่วยคนเก่งจากอุ่นใจคือโอ๋พากันไปหาทองใบ ให้โอ๋ออกหน้าร้องไห้คร่ำครวญอยากได้ซีดีแผ่นนั้นเพราะมันสำคัญกับตนมาก

โอ๋บีบน้ำตาจริงออกไม่ทันใจก็แอบจิ้มน้ำในแก้วมาแตะที่ตาแทน ทองใบเห็นแต่ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ ส่วนดอกจันก็คอยเป็นลูกคู่ช่วยพูดว่าตนจะเอาซีดีไปให้นักข่าว ถ้าทุกคนรู้ว่านักรบเป็นคนทำให้เอื้อตายบริษัทไทเกอร์คิงต้องเจ๊งแน่ๆ

ทั้งสองช่วยกันร้องไห้ช่วยกันพูดหว่านล้อมอ้อนวอนจนทองใบรับปากว่าจะช่วยโอ๋ จึงหยุดร้องไห้ แต่ก่อนนี้เผลอเอานิ้วไปจิ้มน้ำกระเจี๊ยบมาแตะใต้ตาเลยแดงเถือก ถูกทองใบหลอกว่าทำไมร้องไห้เป็นเลือด โอ๋ตกใจถามว่าจะตายไหม เลยร้องไห้จริงๆยกใหญ่ จนทองใบสงสารบอกว่าไม่ตายหรอกมันแค่น้ำกระเจี๊ยบเอง โอ๋งอนถามว่า "แกล้งผมทำไม"

"ก็มาหลอกทำไมเล่า ขอดีๆก็ช่วยอยู่แล้ว ไม่อยากให้ ทองทิวทำงานที่นั่นเหมือนกัน ถ้าช่วยพวกเราได้บริษัทนั้นจะได้เจ๊ง!" ฟังทองใบแล้วทั้งโอ๋และดอกจันก็เฮลั่นด้วยความดีใจ

ส่วนอุ่นใจเมื่อออกจากร้านกาแฟแล้วก็ไปเป็นพนักงานในร้านมินิมาร์ท แม้จะได้เงินน้อยกว่าแต่เลิกงานเร็วไปรับโอ๋ได้

จอมทัพ ตามเจอจนได้ พออุ่นใจบอกว่าจำเป็นต้องเปลี่ยนงานเพราะตนไม่มีทางเลือก จอมทัพเสนอให้เธอไปเป็นเลขาฯของเขาจะเรียกเงินเดือนเท่าไรแล้วแต่เธอ จะทำงานเลิกงานกี่โมงก็ตามใจเธอ แต่ถูกอุ่นใจปฏิเสธเพราะไม่อยากได้เงินด้วยวิธีนี้

พออุ่นใจเดินกลับเข้าไปในร้าน เจอนักรบถือตะกร้าใส่ของมาหลายอย่าง พอเจออุ่นใจเขายิ้มกว้างทักว่า "ออกไปข้างนอกมาเหรอ นึกว่าอยู่หลังร้านเสียอีก"

จอมทัพตามเข้ามาเจอนักรบเลยเขม่นกัน พูดประชด ประชันกวนโทสะกัน อุ่นใจรำคาญเลยไล่ทั้งสองคนให้กลับไปเสีย

ooooooo

ทองใบหิ้วปิ่นโต 5 ชั้นไปหาทองทิวที่คอนโดฯแสดงความรักความห่วงใยมากมายจนผิดสังเกต บอกทองทิวว่านอกจากทำอาหารมากินด้วยกันแล้วยังอัดรูปคู่กับพ่อมาให้เขาเก็บ ไว้ในกระเป๋าสตางค์เป็นที่ระลึกด้วย จากนั้นออกอุบายขอกระเป๋าสตางค์จะเอารูปเสียบให้ แต่ที่แท้แอบเอาคีย์การ์ดออกมาให้ดอกจัน

พอขโมยคีย์การ์ดได้แล้ว ทองใบชวนทองทิวไปนั่งกินอาหารกันที่สวนหย่อมของคอนโดฯประสาพ่อลูก ระหว่างนั้นก็แอบส่งสัญญาณให้ดอกจันรีบขึ้นไปที่ห้องทองทิว

พอดอกจันกับโอ๋เข้าไปในห้องก็เบ้หน้าที่ห้องรกรุงรัง โอ๋ถามว่ารกแบบนี้เราจะหาซีดีเจอหรือ ดอกจันเผลอลงมือจัดเก็บข้าวของให้เข้าที่เข้าทางเก็บไปบ่นไปจนโอ๋บอกว่าเรา มาหาซีดีไม่ได้มาทำความสะอาด ดอกจันจึงนึกได้เลยแกล้งเสียเลย ช่วยกันรื้อห้องที่รกอยู่แล้วให้รกยิ่งขึ้น

ค้นหาซีดีแผ่นนั้นกันจนเหนื่อยก็ไม่เจอ จนต้องหยุดกินน้ำแล้วรื้อต่อในห้องรับแขก หาในห้องรับแขกไม่เจอก็ไปหาในห้องนอน คราวนี้เจอเพียบ! ไม่ใช่ซีดีแต่เป็นข้าวของที่ทองทิวเอาไว้หลอกสาวๆที่พามานอนที่ห้อง ดอกจันทำหน้าสยองเมื่อค้นเจอถุงยางอนามัยเต็มลิ้นชัก

ระหว่างนั้น ทองทิวเอะใจว่าทำไมวันนี้พ่อถึงทำดีกับตนจนน่าสงสัย ถามไปถามมาจับได้ว่าทองใบทำเพื่อสองคนนั้น คือดอกจันกับโอ๋ พอรู้ก็รีบวิ่งกลับขึ้นห้อง เปิดประตูผลัวะเข้าไป เจอดอกจันกำลังหยิบถุงยางอนามัยขึ้นดู ต่างฝ่ายต่างตกใจ

"เข้ามาในห้องผมทำไม" ทองทิวถามเสียงสั่นโกรธจัด

"ไอ้คนมักมาก...ไอ้คนบ้ากาม..." ดอกจันด่าแล้วโยนถุงยางอนามัยใส่

โอ๋ยืนอึ้งๆงงๆทำอะไรไม่ถูก

ooooooo

ทองใบตามขึ้นมาที่ห้อง ทั้งสี่เผชิญหน้าคุยกันในห้อง ทองทิวด่าดอกจันว่าแกล้งโง่หรือโง่จริงๆที่คิดว่าเอาแผ่นซีดีมาไว้ในห้อง แล้วหันไปทางทองใบต่อว่าพ่อว่า

"ผมไม่คิดเลยนะว่าพ่อจะกล้าทำกับผมขนาดนี้ รีบพาสองคนนี้ออกไปเลย ไม่งั้นผมจะแจ้งตำรวจจับข้อหาบุกรุก"

"แกจะจับเขาได้ยังไงในเมื่อแกเอาซีดีของพ่อเจ้าโอ๋ไป แกก็ต้องคืนซีดีให้เขา"

"พ่อไม่รู้อะไรอย่าพูดดีกว่า" ทองทิวตัดบทแล้วไปเปิดประตูไล่ทั้งสามคน "ออกไปได้แล้ว"

ดอกจันกับโอ๋เห็นท่าทางดุดันของทองทิวก็เดินออกไป ทองใบตามมาหยุดตรงหน้าทองทิวพูดว่า

"ทำไมฉันจะไม่รู้ ถ้าซีดีแผ่นนั้นถูกเผยแพร่ออกไป บริษัทไทเกอร์คิงก็จะเจ๊ง! แล้วถ้าเป็นแบบนั้นแกก็จะตกงาน" ทองทิวถามว่ารู้อย่างนี้แล้วพ่อยังจะทำหรือ "ใช่...เพราะฉันไม่ต้องการให้พวกทุนนิยมมาล้างสมองเอาความเป็นคนในตัว ลูกชายฉันออกไปมากกว่านี้"

ทองทิวเสียใจที่พ่อไม่เคยเห็นคุณค่าในการทำงานของตนเลย ถามว่า "ผมมันแย่มากเหรอครับ"

"ก็ใช่น่ะสิ ฉันปลูกฝังให้แกอยู่กับคำว่าพอเพียง แต่แกตอบแทนฉันยังไง...แกกลับไปมองว่าถ้าได้งานดีๆก็จะได้เงินเยอะๆ ไอ้เงินพวกนั้นมันก็ซื้อได้แต่กิเลสตัณหาเท่านั้นแหละ... มันซื้อคุณค่าความเป็นคนไม่ได้หรอก" พูดแล้วทองใบเดินออกไป ทองทิวตามมาถามพ่อว่า

"พ่อมองว่าการที่ผมทำงานหนักจนประสบความสำเร็จได้ยืนอยู่ในตำแหน่งงานที่มีเกียรติมีศักดิ์ศรีก็เพื่อสนองตัณหาตัวผมเหรอ"

"ก็ใช่น่ะสิ ในโลกทุนนิยมที่แกอยู่มันหล่อหลอมให้ แกสนใจแต่ของนอกกาย จนแกลืมเรื่องคุณค่าทางจิตใจไปหมด"

"แล้วพ่อรู้ไหมว่าคุณค่าทางจิตใจของผมคืออะไร มันคือความตั้งใจที่ผมอยากทำให้พ่อภูมิใจในตัวผม ผมทำทุกอย่าง เพื่อพ่อ พ่อไม่เคยมองว่ามันเป็นคุณค่าทางจิตใจเลยใช่ไหม" ทองทิวเสียงเครือ เสียใจ เห็นทองใบนิ่งไม่พูดอะไรก็ยิ่งเสียใจ พูดเสียงสั่น "ผมขอโทษ...ผมผิดเองที่เกิดมาเป็นลูกพ่อ ผิดที่พยายามทำทุกอย่างเพียงเพื่อหวังจะสร้างความภูมิใจให้พ่อทั้งๆที่พ่อ ไม่เคยคิดจะเห็นมันเลย..."

พูดจบทองทิวปิดประตูกระแทกใส่หน้าปัง! จนทุกคนอึ้งกันหมด

ทองใบเดินน้ำตาซึมออกมาอย่างสะเทือนใจ พอดอกจันกับโอ๋ถามว่าเป็นอะไรหรือเปล่า ก็ได้รับคำตอบแบบปดกันเห็นๆ ว่าไม่เป็นไร น้ำตาคลอเพราะแดดมันจ้าเท่านั้น ดอกจันกับโอ๋ เลยจำต้องเงียบ

ส่วนทองทิวพอปิดประตูปังแล้วเดินกลับเข้าไปข้างในก็คว้าอัลบั้มรูปเก่าๆออก มาดู เป็นรูปของทองใบที่ได้รับรางวัล เกษตรกรรมพอเพียงพร้อมกับพาดหัวว่า "นักพัฒนาตัวอย่างเพื่อเกษตรพอเพียง" อีกข่าวเป็นรูปทองใบเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงในการนำชาวบ้านปลูกผักปลอดสารพิษ ข้อความว่า "ทองใบ... ด็อกเตอร์เกษตรนักพัฒนา คนไทยยอดเยี่ยม"

ดูรูปพ่อแล้วทองทิวนึกน้อยใจที่ตัวเองภูมิใจในตัวพ่อมาตลอด แต่พ่อเองกลับไม่เคยภูมิใจในตัวของลูกชายคนนี้เลย...

ooooooo

อุ่นใจยังขายของอยู่ที่มินิมาร์ท นักรบยังตามตื๊อไม่เลิก เมื่อมาตรงๆแล้วถูกไล่ก็เลยมาแบบหยอกล้อเอาตุ๊กตามือไปหยอกล้ออุ่นใจ  พออุ่นใจหงุดหงิดถามว่า เมื่อไหร่จะเลิกกวนตนสักที นักรบก็กระดิกตุ๊กตามือบีบเสียงพูดว่า

"ผมไม่ได้กวนนะ ผมชอบพี่สาวคนสวยจริงๆ ผมชอบที่คุณเป็นคนเก่ง เป็นคนเข้มแข็งเด็ดเดี่ยวไม่ยอมแพ้ให้กับอะไรง่ายๆ โอ๋โชคดีมากที่ได้คนเข้มแข็งอย่างคุณอยู่เคียงข้าง เป็นทั้งพ่อและแม่ให้เขา"

ถูกจีบเอาซื่อๆซึ่งหน้าแบบนี้ อุ่นใจก็อึ้ง ด่าไม่ออก

ที่หน้าร้านคนขับรถของนายิกามาซุ่มดูอยู่ รายงานว่านักรบมาหาอุ่นใจจริงๆด้วย นายิกาบอกให้คนขับรถกลับได้แล้ว จากนั้นส่งชายชุดดำ 2 คนไปหาเรื่องอุ่นใจ ทำเป็นซื้อของ พออุ่นใจทอนเงินก็หาว่าทอนผิดตนให้ใบละพัน อุ่นใจเถียงว่าให้ใบละห้าร้อย ถูกชายชุดดำหาว่าโกงเรียกตำรวจจับ

เลยต้องพิสูจน์ด้วยการนับเงินและค้นในลิ้นชักเพราะอุ่นใจยืนยันว่าวันนี้ยัง ไม่มีใครจ่ายใบละพันเลย ค้นแล้วไม่มีจริงๆ แต่ระหว่างที่ค้นเงินกันนั้น ชายชุดดำอีกคนก็แอบเอาสินค้าในร้านใส่กระเป๋าถือของอุ่นใจ จับผิดเรื่องโกงเงินไม่ได้เลย เอาผิดเรื่องอุ่นใจขโมยของ

เจ๊เจ้าของร้านบ้าจี้จะเอาเรื่องกับอุ่นใจที่ขโมยของให้ ถึงที่สุด ตำรวจบอกว่าคดีอาญาแบบนี้ต้องให้ศาลตัดสิน

"ขึ้นศาลเลยเหรอ..." อุ่นใจยกมือไหว้เจ๊เจ้าของร้าน "เจ๊ หนูไม่ได้ทำจริงๆ เจ๊อย่าแจ้งความเลยนะคะ ขึ้นศาลเราเสียตังค์ทั้งคู่นะเจ๊"

ฟังอุ่นใจว่าขึ้นศาลต้องเสียสตางค์ เจ๊ก็ชักลังเล สับสน สุดท้ายไม่เอาเรื่องแต่ไล่อุ่นใจออก

แต่ความลับไม่มีในโลก โชคดีที่โอ๋กับดอกจันมาเจอนายิกากำลังจ่ายค่าจ้างให้ชายชุดดำอยู่ข้างโรงพัก  นายิกาชมว่า

"ทำดีมาก เสียดายที่นังนั่นมันไม่โดนเข้าคุก ไม่อย่างนั้นแกคงได้เงินเยอะกว่านี้" โอ๋เลยจับนายิกาไว้จะเอาไปฟ้องตำรวจ ถูกนายิกาเอากระเป๋าฟาดใส่ ดอกจันเลยกระโดดล็อกคอนายิกา ยื้อยุดกันโกลาหล

อุ่นใจลงจากโรงพักมาเจอเข้าเลยรู้ว่านายิกาจ้างคนไปป่วนตนที่ร้านเมื่อครู่ ใหญ่นี่เอง แต่นายิกาก็พลิกสถานการณ์ กระชากมืออุ่นใจที่เข้าไปช่วยโอ๋มาตบหน้าตัวเอง อุ่นใจเลยถูกตำรวจจับขึ้นโรงพักอีกครั้ง ข้อหาทำร้ายร่างกาย

ooooooo

ทองทิวได้รับโทรศัพท์จากคนขับรถว่านายิกามีเรื่องกับอุ่นใจจนขึ้นโรงพัก นักรบได้ยินเข้าก็แย่งโทรศัพท์ จากทองทิวไปถามว่าอุ่นใจเป็นอะไรหรือเปล่า

ขณะที่นายิกาจ่ายค่าทะเลาะวิวาทห้าร้อยบาทนั้น อุ่นใจ มีเงินไม่พอเพราะทั้งตัวมีแค่สองร้อย ถูกนายิกาเยาะเย้ยว่าคงต้องนอนคุกแทนค่าปรับเสียแล้ว ก็พอดีนักรบมาถึง เห็นอุ่นใจกำลังถูกตำรวจพาเข้าห้องขัง โอ๋กับดอกจันยื้อยุดไม่ยอมให้ตำรวจเอาอุ่นใจไปขัง

นายิกาจ่ายค่าปรับแล้วก็จะกลับ  นักรบท้วงติงแม่ว่าอุ่นใจกำลังโดนจับเข้าห้องขัง  นายิกาพูดอย่างเลือดเย็นว่านอนคุก สักคืนสองคืนไม่ตายหรอก พอนักรบท้วงติงอีก นายิกาหันขวับถามดุดันว่า

"แกจะให้ผู้หญิงคนนั้นโดนขังหรือจะให้ฉันเอาเรื่องมันมากกว่านี้" พอนักรบชะงัก นายิกาจ้องหน้าลูกชายอย่างดุร้ายถามว่า "แกคงจำไม่ได้ว่าฉันร้ายได้มากแค่ไหน ถ้าอยาก ให้ฉันเตือนความจำ แกก็ไปช่วยนังนั่นออกมาได้เลย!"

นักรบรู้พิษสงของแม่ดี เขาไม่อยากให้อุ่นใจเดือดร้อนกว่านี้ เลยได้แต่มองอุ่นใจในห้องขังด้วยความเห็นใจ

เมื่อกลับถึงบ้าน นายิกายังปรามนักรบว่า "ถ้ายังไม่เลิกกับผู้หญิงคนนั้น ฉันจะทำให้มันหายไปจากชีวิตแก เพราะใครที่ขวางความเจริญของไทเกอร์คิง มันไม่มีสิทธิ์มีชีวิตอยู่!" พูด แล้วเดินออกไป

นักรบนิ่งอึ้ง ถามทองทิวที่นั่งเงียบอยู่อีกมุมว่า "เขาเป็นแม่ของผมจริงๆเหรอทองทิว คนชื่อนักรบทนมาได้ยังไง... หรือว่าเมื่อก่อนผมก็เป็นคนไม่มีหัวใจแบบนี้"

ถามแล้วจ้องหน้าทองทิวอยากฟังคำตอบ

แต่ทองทิวไม่อาจตอบอะไรได้เลยเปลี่ยนเรื่องบอกให้ เขาขึ้นไปพักผ่อนเสีย...

ooooooo

ไม่ทันข้ามคืน จอมทัพก็ไปที่โรงพัก เป็นเวลาที่โอ๋จะไปยืมเงินมาเสียค่าปรับพอดี จอมทัพขอจ่ายแทน ทีแรกอุ่นใจไม่รับ แต่สงสารโอ๋ที่ร้องไห้ไม่หยุดจึงยอมรับ แต่มีข้อแม้ว่าจอมทัพจะต้องรับคืนและคิดดอกเบี้ยด้วย โอ๋ดีใจมากหยุดร้องไห้ทันทีที่อาจะได้กลับบ้านแล้ว

ฝ่ายนายิกาเมื่อพานักรบกลับบ้านแล้ว รุ่งขึ้นก็สั่งทองทิว ยกเลิกการประชุมทุกอย่างให้หมดตนจะพานักรบไปพักผ่อนที่หัวหินสามวัน  เดี๋ยวรถตู้จะมารับแล้ว

นายิกาวางแผนให้ดารารายฟื้นความจำของนักรบ ส่งข้อความสั่งเธอว่า

"ถ้าเธอยังต้องการตำแหน่งสะใภ้พยัคฆ์ราชา ใช้เวลาสามวันทบทวนความทรงจำและความสัมพันธ์กับนักรบให้ได้"

แม้จะนึกเยาะนายิกาว่าหมดปัญญาทำเองแล้วถึงต้องมาให้ตนออกโรงแทน แต่ดารารายก็ทำ

ดังนั้น เมื่อนักรบไปถึงโรงแรมหรูที่เขาเคยมาพักกับดาราราย พอเข้าห้องก็ได้ยินเสียงเพลงที่ในอดีตเคยฟังด้วยกันบรรยากาศหวานชื่น เขาเริ่มจำอะไรได้บ้างแล้ว แต่มองหาไม่เห็นดาราราย

จนได้เห็นประตูห้องน้ำแง้มๆอยู่ ครั้นผลักดูก็เห็นดารารายในชุดคลุมอาบน้ำเซ็กซี่แต่พองาม เธอหันมาโอบคอเขาไว้ พยายามที่จะเล้าโลม แต่นักรบวันนี้กลับตกใจ

ปลดมือเธอ แล้วปฏิเสธอย่างตื่นเต้นตึงเครียดว่า "ผมทำไม่ได้..." จากนั้นวิ่งหนี ออกจากห้องไปเลย ทำให้ดารารายโกรธแทบจะคลั่ง

ooooooo

นักรบกลับมาเตรียมงานพรีเซ็นต์กับทองทิว

นายิกาไม่พอใจแต่พอนักรบบอกว่าตนทำเพื่อผลประโยชน์ ของบริษัทถ้าตนทำพลาดในการประมูลจริงๆ ตนคง เสียใจไม่เท่าคุณแม่ นายิกาปรามว่าอย่ามาขู่กัน

"ผมพูดจริงครับ ให้ผมใช้สมาธิกับงานดีกว่า เพราะผมไม่ต้องการรับรู้เรื่องในอดีตของผมกับดารารายหรือเรื่องของใครทั้งนั้น"

เช่นเดียวกัน จอมทัพลงแรงกับการเตรียมข้อมูลเพื่อเอาชนะไทเกอร์คิงในการประมูลครั้งนี้ให้ ได้ เขากลายเป็นคน จริงจัง ดุดันเกรี้ยวกราดเมื่อพนักงานหาข้อมูลให้ไม่ได้ดั่งใจก็สั่งให้ไปเตรียมมาใหม่ถึงจะต้องเตรียมทั้งคืนไม่ได้นอนก็ต้องทน ย้ำเสียงเข้มว่า

"เราต้องชนะการประมูลครั้งนี้ให้ได้! ผมจะไม่ยอมแพ้ ไอ้นักรบเด็ดขาด!"

พนักงานพากันแปลกใจกับอาการเหวี่ยงอย่างไม่เคยมีมาก่อนของจอมทัพ แต่จอมภพพอใจมาก

ooooooo

การประมูลเริ่มขึ้นแล้ว มีรัฐมนตรีมาร่วมงานถึง 4 คน รวมทั้งรัฐมนตรีตุลย์พ่อของดารารายด้วย พิธีกรกล่าวบนเวทีว่า

"ท่านรัฐมนตรีเดินทางมาถึงครบแล้ว ขอเชิญทั้งสองบริษัทขึ้นมาเสนอโครงการ 'อินเตอร์เน็ตทันใจด้วยใยแก้วนำแสง' ได้เลยค่ะ"

ระหว่างนั้นพนักงานของฟีนิกซ์เข้ามาหาจอมภพบอกเบาๆว่าไฟล์ที่ให้หาได้มาแล้ว จอมภพตาเป็นประกายขึ้นมาวาบหนึ่งถามว่าแล้วจัดการเรียบร้อยแล้วหรือยัง

พนักงานพยักหน้า จอมภพยิ้มร้ายกาจ

"ดี...ที่เหลือก็แค่รอเวลา หึๆๆ"

แม้จะตระเตรียมมาขับเคี่ยวกันอย่างหนัก แต่เวลาผ่านไปไม่นาน นักรบก็เริ่มอึ้งๆงงๆ แม้จะพยายามพรีเซ็นต์แต่ก็ติดๆขัดๆ ผิดกับจอมทัพที่พูดอย่างเฉียบขาดหนักแน่นแม่นยำ

ในกลุ่มรัฐมนตรีเริ่มมีการกระซิบกระซาบกัน จอมภพเข้ามากระซิบบอกจอมทัพว่า

"ไอ้นักรบพลาด รัฐมนตรีเริ่มเบื่อแล้ว แกพูดเรื่องไฟล์วีดิโอเลย"

จอมทัพพยักหน้าแล้วหันมาพูดต่อ

"พักเนื้อหาทางวิชาการไว้ก่อนดีกว่า...ฟีนิกซ์ของผมพัฒนาระบบจนอินเตอร์เน็ต รวดเร็วกว่าระบบของไทเกอร์คิงสองเท่า!!" จอมทัพเปิดแฟ้มไฟล์วีดิโอไฟล์หนึ่งขึ้นมาพลางอธิบาย "ฟีนิกซ์เรียกระบบความเร็วนี้ว่า 'เพียงพริบตา' "

จอมทัพกดสั่งอัพโหลดไฟล์วีดิโอ เพียงแค่ไม่กี่วินาที ภาพไฟล์วีดิโอก็เปิดขึ้น เรียกเสียงฮือฮาในความเร็วของการอัพโหลดข้อมูลภาพในจอภาพพาดหัวข่าว "บิ๊กไทเกอร์คิงชนพนักงานตัวเองตายคาที่" มีรูปนักรบและรูปเอื้อโชว์ขึ้นมาก่อนจะเปลี่ยนเป็นภาพวีดิโอที่นักรบขี่ มอเตอร์ไซค์พุ่งชนเอื้อจนล้มบาดเจ็บสาหัสไปด้วยกันทั้งคู่

พอเห็นภาพ จอมทัพหันไปมองหน้าจอมภพบอกว่าตนไม่ได้เตรียมไฟล์วีดิโอนี้มา จอมภพยักไหล่อย่างสะใจ แต่ฝ่ายไทเกอร์คิง ทุกคนตกใจโดยเฉพาะนายิการ้องเสียงดังว่าให้นักรบดูข่าวนี้ไม่ได้ สั่งทองทิวให้รีบไปจัดการเร็วๆ

แต่นักรบเห็นแล้วเขาปวดหัวฉับพลันจนร้องออกมา ทองทิวรีบเข้าประคอง พอนักรบเงยหน้าขึ้น สีหน้าแววตาของเขาก็ดุร้ายกลายเป็นนักรบคนเดิม กำมือแน่นพูดตอบโต้ จอมทัพอย่างเด็ดเดี่ยว ดูถูกว่า

"สุดท้ายฟีนิกซ์ก็ไม่มีดีอะไรมาสู้กับไทเกอร์คิงสักอย่างถึงต้องลดตัวมาใช้วิธีกระจอกๆไร้สติปัญญาด้วยข่าวนี้"

แต่ภาพบนจอยังโชว์รูปเอื้อในงานศพอีก นักรบปวดหัวเป็นริ้วๆ เสียงวี้ดดังขึ้นในหัว เขาร้องลั่นแล้วหน้ามืดหมดสติไปทันที...

ooooooo

ในที่สุดฟีนิกซ์ก็ชนะโครงการนี้ไปด้วยวิธีการเหนือความคาดหมาย ทำให้บรรดาผู้บริหารของไทเกอร์คิงต่างร้อนใจ   แต่เป็นโอกาสทองที่นิมมานจะดันนักคิดขึ้นมาแทนนักรบ   แต่ก็ถูกนายิกาสกัดอย่างดุเดือดรุนแรงว่า

"ฝันไปเถอะ ต่อให้นักรบจะมีประสิทธิภาพในการทำงานแค่หนึ่งเปอร์เซ็นต์ แต่มันก็เยอะกว่าสมองทั้งหมดของแกเสียอีก"

นิมมานฉุนขาดพุ่งเข้าไปจะเอาเรื่อง แต่ไม่ว่าสมองหรือกำลังเธอเป็นรองนายิกาทั้งสิ้น ในที่สุดก็ถูกนายิกากำราบจนหมดท่าต้องประคองกัน  มองนายิกาที่เดินออกไปอย่างผู้ชนะด้วยความแค้นที่ทับทวีขึ้น

หลังจากได้รับชัยชนะแล้ว ที่ห้องประชุมบริษัทฟีนิกซ์ ได้จัดประชุมขอบคุณรัฐมนตรีที่ให้โอกาสฟีนิกซ์  ดารารายไปร่วมงานด้วย เธอแสดงความยินดีกับจอมทัพและหวังว่าจะได้ ใช้เวลาร่วมกันมากขึ้นเพราะกว่าโครงการจะเสร็จสมบูรณ์คงต้องใช้เวลา

ส่วนจอมภพกับรัฐมนตรีตุลย์ก็นั่งคุยกันเรื่องธุรกิจอย่างมีเลศนัยกัน ดารารายชื่นชมจอมทัพจนออกนอกหน้าว่า

"เมื่อก่อน ฉันคิดว่านักธุรกิจที่หนุ่มและเก่งที่สุดมีแค่นักรบคนเดียว แต่วันนี้คงต้องเปลี่ยนใจ" พูดแล้วยิ้มหวานให้จอมทัพ "เวลาของคนรุ่นใหม่มาเร็วจริงๆ" พูดแล้วยื่นมือไปสัมผัสแสดงความยินดีกับเขา

จอมทัพอ่านสายตาดารารายออกแต่ไม่กล้าปฏิเสธ เมื่อดารารายชมว่าตนชอบพวกที่ทำงานเป็นทีมโดยหมายจะรวมตัวเองเข้าไปด้วย จอมทัพจึงเลี่ยงไปว่า

"เรื่องรายละเอียดงานไว้คุยกันทีหลังดีกว่าครับ ผมขอตัวไปดูแลท่านรัฐมนตรีคนอื่นก่อนนะครับ"

รัฐมนตรีตุลย์สบตาดารารายอย่างรู้ทันกันว่าเธอเปลี่ยน เป้าหมายผู้ชายมาเป็นจอมทัพแล้ว...

ooooooo

เมื่องานสำเร็จแล้ว จอมภพตกรางวัลให้พิมตามข้อตกลงและให้เธอกลับมาเป็นเลขาฯของจอมทัพตามเดิม จอมทัพมองออก เขาไม่ชอบวิธีการสกปรกของพ่อที่ยอมเสียศักดิ์ศรีเพื่อแลกกับชัยชนะจอมปลอม นี้

"พอเถอะฉันไม่อยากฟัง" จอมภพเสียงดัง

"ผมจะพูดจนกว่าคุณพ่อจะหยุดต่อสู้กับไทเกอร์คิงด้วยเกมสกปรก เกมที่ทำให้คุณพ่อไม่เหลือแม้แต่เกียรติหรือศักดิ์ศรีของตัวเอง"

"ไอ้จอมทัพ!"  จอมภพโกรธจัดตบหน้าจอมทัพฉาดใหญ่ ประกาศว่า "ฉันจะทำทุกอย่างเพื่อทำลายไทเกอร์คิง แกก็ต้องทำลายไอ้นักรบคู่แข่งในธุรกิจและคู่แข่งหัวใจของแก!"

จอมทัพชะงักที่พ่อรู้ว่าเขาชอบอุ่นใจ จอมภพเห็นดังนั้นรุกอีกว่า

"ถ้าไม่มีไอ้นักรบสักคน ธุรกิจและผู้หญิงที่แกรักก็จะเป็นของแกคนเดียว"

จอมทัพเดินจากไปอย่างสับสน จอมภพมองลูกชายยิ้มตามหลังไปอย่างสะใจ แล้วหันมาพูดกับพิมที่แอบดูอยู่ว่า

"ปล่อยให้จอมทัพมันมีแรงบันดาลใจต่อสู้นักรบไปก่อน ยายเด็กสลัมนั่นจะเขี่ยทิ้งตอนไหนก็ได้"

แต่หารู้ไม่ว่าในความสับสนนั้น จอมทัพบอกกับตัวเองอย่างเด็ดเดี่ยวว่า

"ฉันจะไม่มีวันยอมแพ้!"

ooooooo

ตอนที่ 6

หลังจากนักรบหายไปหนึ่งคืนเต็มๆ เช้าวันรุ่งขึ้น จอมภพก็จัดฉลองที่ริมหาดพาจอมทัพมาแนะนำแก่ ผู้สื่อข่าวว่าเป็นลูกชายคนเดียวของตน ว่าที่กรรมการผู้จัดการคนใหม่ของฟีนิกซ์

จอมทัพถูกอุปโลกน์ก็งงบอกพ่อว่านักรบยังไม่ตาย จอมภพหัวเราะอย่างลำพองใจว่า

"ถ้ามันยังอยู่มันก็คงหาทางกลับมาได้ตั้งแต่เมื่อคืนแล้วล่ะ ป่านนี้คงขึ้นอืดอยู่รอให้คนไปเก็บนั่นแหละเชื่อพ่อ ฮ่ะๆๆๆ"

ที่อีกด้านหนึ่งของริมหาด ตำรวจน้ำส่งเรือออกติดตามในรัศมี 5 กิโลเมตรแล้ว บอกนายิกาที่ยืนหน้าบึ้งอยู่ว่าภายในเที่ยงวันนี้คงจะพบ

ทันใดนั้นทองทิวส่องกล้องดูเห็นเรือแล่นเข้ามา เขาบอกนายิกาอย่างตื่นเต้นว่านักรบอยู่ในเรือลำนั้น นายิกาคว้ากล้องไปส่องอุทานเหมือนเห็นพระเจ้า "ใช่จริงๆด้วย..." คืนกล้องให้ทองทิวแล้ววิ่งถลาไปที่ท่าน้ำ พอเรือเข้าเทียบท่าก็โผเข้ากอด "นักรบ...นักรบลูกแม่ เป็นยังไงบ้างลูก" นายิกา กอดและหอมซ้ายหอมขวาไม่ได้สนใจคนอื่นเลย

ทองทิวมองไปในเรือเห็นอุ่นใจกับโอ๋ก้าวขึ้นมาก็ตกใจอุทาน "เธอสองคนอีกแล้วเหรอ"

ข่าวไวราวกับผีบอก อึดใจเดียวจอมภพก็กระซิบบอกจอมทัพว่านักรบยังไม่ตาย!

ooooooo

เมื่อกลับขึ้นฝั่งแล้ว นักรบ อุ่นใจ และโอ๋ถูกนำตัวไปที่สถานีตำรวจ เพื่อสอบถามข้อเท็จจริง ดารารายกับซูซี่มองอุ่นใจกับโอ๋อย่างระแวงว่าเป็นคนจับตัวนักรบไปหวังเรียกค่าไถ่ไม่อย่างนั้นจะกลับมาด้วยกันได้ยังไง พออุ่นใจโวยวายก็ถูกนายิกาตวาดให้หยุดแล้วให้นักรบเล่าเอง

นักรบนิ่งอึ้งอึกอักอย่างพยายามนึกทบทวนเหตุการณ์ โอ๋ทนไม่ได้ยกมือลุกขึ้น

"โอ๋เล่าเอง ทำไมจะกลับมาด้วยกันไม่ได้ก็เมื่อคืนเราอยู่ด้วยกัน ผมกับอาอุ่นไปเจอก็เลยพาไปหลบพายุที่เกาะ กินด้วยกัน นอนด้วยกันทั้งคืน ตอนนี้เราก็ซี้กันแล้วด้วยจริงไหม" โอ๋หันไปถามนักรบเดินเข้าไปโอบยักคิ้วแผล็บนักรบยิ้มตอบ ทั้งคู่ท่าทางสนิทสนมกันจริงๆ

นายิกาตวาดไม่ให้โอ๋เข้าใกล้นักรบ ผลักโอ๋ออกไป อุ่นใจประคองหลานไว้อย่างปกป้อง

นายิกาประกาศว่าไม่รู้ว่าพวกอุ่นใจมีแผนอะไรแต่นี่เป็นครั้งสุดท้ายที่ตนจะยอมให้มายุ่งกับนักรบ ไม่อย่างนั้นอย่าหาว่าตนไม่เตือน นักรบแย้งว่าสองคนนี้ช่วยตนไว้ นายิกาแย้งว่าสองคนนี้มีแผน แต่พออุ่นใจจะเถียง ทองทิวก็ยกมือห้าม พูดขึ้นว่า

"ผมว่าให้คุณตำรวจสอบปากคำก่อนดีกว่านะครับว่าเกิดอะไรขึ้น แหะๆจะได้ไม่เข้าใจผิดกัน"

เมื่อนายิกายอมสงบปากลง ไม่ทันไรจอมภพกับจอมทัพก็เดินเข้ามา พอเห็นอุ่นใจจอมทัพมองเธออย่างแปลกใจ

เมื่อลงจากโรงพัก จอมภพทำเป็นญาติดีกับอุ่นใจและโอ๋เพื่อจะสืบว่าเรื่องราวเป็นอย่างไร

อุ่นใจบอกว่านักรบถูกไล่ยิงมา จอมภพสะอึกไปนิดหนึ่งถามว่าแล้วไปติดที่เกาะไหน คนอย่างนักรบไม่น่าจะเสียเวลารอทั้งคืน น่าจะหาทางส่งสัญญาณสื่อสารให้คนไปช่วย

"โอ๊ย...คนอย่างนั้นเหรอลุง ทำไม่เป็นหรอก แหยก็แหยแถมยังขี้กลัวกลัวผีกลัวตุ๊กแก เก่งอยู่อย่างเดียว...ต้มไข่"

ฟังโอ๋แล้วจอมภพอาสาจะพาไปส่งบ้านจะสืบให้รู้ลึกกว่านี้ แต่อุ่นใจไม่ไป ถามจอมภพว่าเคยว่าตนเป็นพวกสิบแปดมงกุฎแล้วจะมายุ่งกับตนทำไม จอมภพโมโหสบถตามหลังทั้งสอง "นังเด็กจองหอง!"

ooooooo

เมื่อกลับถึงบ้าน จอมทัพติงพ่อตัวเองว่าตนไม่ชอบเกมสกปรก ตำรวจอาจสาวมาถึงเราก็ได้ จอมภพพูดอย่างผยองว่า "คนของฉันไม่เคยทิ้งร่องรอยเอาไว้หรอกน่า" เดินเข้าไปตบไหล่จอมทัพบอกว่า

"ถ้าสิ่งที่ฉันสงสัยเป็นจริง เราคงไม่จำเป็นต้องทำแบบนี้แล้ว"

สิ่งที่จอมทัพสงสัยคือ ถ้าเป็นอย่างที่โอ๋พูดก็หมายความว่าตอนนี้นักรบเหลือแต่ตัว สมองกับความเก่งกาจหายไปหมดแล้ว

คืนเดียวกัน ดอกจันออกจากบ้านมาเห็นอุ่นใจกำลังเดินคิดถึงเรื่องราวที่เกาะแล้วสะบัดหัวเตือนตัวเองว่านึกถึงเรื่องพวกนั้นทำไม ต้องไม่คิดถึง...ต้องไม่คิดถึง! ดอกจันสงสัยถามว่าคิดถึงใครเหรอ

อุ่นใจแก้เกี้ยวว่าคิดถึงเอื้อ ดอกจันเลยขอให้เล่าเรื่องที่ติดเกาะกับนักรบให้ฟัง

พอรู้จากอุ่นใจว่านักรบเหมือนคนความจำเสื่อม ดอกจันตาโตอย่างคาดไม่ถึง อุ่นใจย้ำว่า

"ฉันจะไม่ยอมให้นายนักรบลืมพี่เอื้อแน่ แต่อยากพิสูจน์ ก่อนว่าเขาจำอะไรไม่ได้จริงๆหรือแกล้งเล่นละครตบตาพวกเรา"

ooooooo

นักรบคนใหม่ยังคงสนุกกับการทำอะไรตามใจตัวเอง เขาเข้าครัวทำยำไข่ต้มน่ากินมาขึ้นโต๊ะเย็นนี้ จนนายิกาไม่พอใจบ่นว่าแทนที่จะเอาเวลาไปศึกษาเรื่องบริษัทกลับเอามาต้มไข่ไร้สาระ แล้วบอกนักรบว่า อยากให้เขากลับมาเป็นคนเดิม เตือนความจำของเขาว่า

"ถ้าแกจำได้ว่าเคยพูดอะไรไว้ แกจะไม่มีวันคิดโง่ๆแบบนี้"

สิ่งที่นายิกาพูดถึงคือ ครั้งหนึ่งกรรมการบริหารคนหนึ่งมาลาพักหนึ่งเดือน นักรบไม่พอใจสั่งให้ออกไปพักผ่อนเลยเพราะเขาถือว่า "คนที่หยุด คือคนที่ยอมแพ้ในเกมการแข่งขัน"

เมื่อเขานึกได้และนายิกาบอกให้เขาทำตามที่เคยพูดไว้ นักรบก็แย้งว่าตอนนี้ตนไม่ได้คิดอย่างนั้นแล้ว

"แต่แม่ต้องการให้แกคิด! ทองทิว ไปเอาแฟ้มในห้องทำงานฉันมา ให้นักรบอ่านให้หมดภายในคืนนี้"

"คุณแม่ทำเหมือนผมเป็นเด็กต้องอ่านหนังสือสอบ ผมโตแล้วนะครับ"

"ความคิดแกตอนนี้ไม่ได้โตเกินเด็กสักเท่าไรหรอกนักรบ" นายิกามองดุๆจนนักรบคอตกไม่กล้าพูดต่อ แต่พอทองทิวขนแฟ้มมาวางให้ เขาก็พูดเสียงแข็งว่า "ผมไม่อ่าน ผมไม่อยากอ่าน!"

นักรบแข็งข้อไม่ยอมอ่านขู่ว่า ถ้าทองทิวบังคับตนมากๆตนจะหนีออกจากบ้าน ทองทิวเลยยืนคอตกไม่รู้จะทำอย่างไร นึกแต่ว่า "อยากตายจริงโว้ย..."

ooooooo

จู่ๆพิม เลขาฯของจอมทัพก็ลาออกและไปสมัครงานที่ไทเกอร์คิง เธอพยายามที่จะเข้าใกล้ชิดนักรบและสังเกตอากัปกิริยาของนักรบอย่างละเอียด และนักรบก็มีความผิดปกติให้เธอจับได้มากมาย เช่น เมื่อไปตัดริบบิ้นเปิดสาขาศูนย์บริการโทรศัพท์ กรรไกรทื่อเขาก็ดึงทึ้งจนป้ายร้านหล่นลงมา ขึ้นกล่าวบนโพเดียมก็มือเปะปะไปชนแจกันทรงสูงที่วางอยู่ข้างๆหล่นโครม เมื่อเอาของไปแจกในสลัม เดินไปตามสะพานไม้รองเท้าตกไปในร่องกระดานก็ก้มดึงจนสะพานพังไปทั้งแผงทุกคนหล่นลงในน้ำ แต่นักรบกลับลอยคอหัวเราะอย่างสนุกสนาน

เห็นพฤติกรรมของนักรบแล้ว พิมแอบโทรศัพท์รายงาน จอมภพว่า

"ท่านเข้าใจถูกแล้วค่ะ ต้องมีอะไรผิดปกติเกิดขึ้นกับคุณนักรบแน่ เพราะท่าทางเขาตอนนี้เงอะงะ ซุ่มซ่าม เซ่อซ่าไม่มีเค้าราชาเสือคนเดิมเลย" พูดแล้วหัวเราะอย่างสมเพช

ที่แท้จอมภพให้พิมเป็นไส้ศึกไปสืบความลับเรื่องนักรบนั่นเอง อ่อยว่าถ้างานเสร็จเร็วเท่าไร รางวัลของเธอก็จะได้เร็วขึ้นเท่านั้น

จอมทัพได้ยินพ่อคุยโทรศัพท์แว่วๆ ถามว่าคุยกับใคร พ่อกำลังจะทำอะไรอีก

"คุยกับสายของฉัน แล้วแกก็ไม่ต้องมายุ่งกับฉัน แกเล่นเกมของแกไปสิ ส่วนฉันก็จะเล่นเกมของฉัน"

เมื่อถูกพ่อตัดบทอย่างนี้ จอมทัพได้แต่มองพ่อด้วยความเป็นห่วง

ooooooo

วันนี้ทองทิวพอใจมากที่นักรบทำเทสต์ของเขาถูกหมดทุกข้อ แบบนี้คุณท่านคงดีใจ

"ผมทำตามที่คุณพอใจแล้ว ทีนี้คุณก็ต้องตามใจผมบ้าง" นักรบมีข้อแม้ พอทองทิวถามว่าอะไร เขาบอกว่า "ผมอยากได้ที่อยู่ของผู้หญิงที่ชื่ออุ่นใจ" ทำเอาทองทิวอึ้งทำท่าจะเบี้ยว แต่เจอสายตานักรบก็หงอ

นักรบลิ่วไปหาโอ๋ที่โรงเรียน ครูบอกว่าโอ๋แข่งฟุตบอลอยู่ที่สนาม เขาตรงไปที่นั่นทันที พอเห็นโอ๋ตอนนกหวีดเป่าหมดเวลา เขาป้องปากเรียกโอ๋อย่างตื่นเต้น พอโอ๋หันมาเห็นนักรบก็อุทาน

"เฮ้ย...มาได้ไงนี่"

นักรบคุยกับโอ๋เหมือนเพื่อนสนิท ครู่หนึ่งแม่ค้าก็ถือลูกชิ้นปิ้งมาพูนจาน เขาบอกโอ๋ว่าแข่งบอลคงเหนื่อย กินเสีย เต็มที่เลย โอ๋บอกเศร้าๆว่าตนเลิกเล่นแล้วเพราะไม่รู้จะเตะบอลให้ใครดู พ่อที่เคยสอนก็ไม่อยู่แล้ว อาอุ่นก็ดูไม่เป็น ส่วนย่าก็...พูดได้แค่นี้โอ๋ก็เสียงเครือจนพูดไม่ออก

นักรบถามว่าพ่อโอ๋เป็นอะไรไปหรือ โอ๋บอกว่าถูกรถชน ย้อนถามว่าเขาไม่รู้หรือ ก็เขากับพ่อเข้าโรงพยาบาลพร้อมกัน นักรบหน้าเจื่อนเพราะจำไม่ได้แล้ว

เมื่อกินลูกชิ้นปิ้งเสร็จ นักรบบอกให้โอ๋ลงไปเตะบอลอีก โอ๋บอกว่าตนเลิกเตะแล้ว ไม่รู้จะเตะไปให้ใครดู

"ฉันไง ฉันอยากดูนะ" นักรบยิ้มเอาใจ โอ๋ส่ายหน้าบอกว่าเขาไม่ใช่พ่อ นักรบคิดอะไรขึ้นมาได้ยื่นหน้าเข้าไปกระซิบ "แล้วถ้าฉันบอกความลับอย่างนึง โอ๋จะเชื่อฉันไหม" พูดแล้วขยับเข้าไปกระซิบข้างหูโอ๋

ooooooo

หลังจากนั้น นักรบโทรศัพท์ถึงทองทิวสั่งการอะไร บางอย่างที่ทำเอาทองทิวตกใจเพราะกลัวทำแล้วจะถูกคุณแม่เขาเล่นงานเอา

"เรื่องแค่นี้เอง คุณแม่ไม่โกรธหรอกน่า ก็บอกไปสิว่าผมอยากดูบอล" นักรบอ้อน ทองทิวถอนใจเฮือกแต่ก็รับปาก

เย็นนี้เอง สนามเมืองทองยูไนเน็ตก็เปิดเป็นกรณีพิเศษ นักฟุตบอลของสโมสรตัวเจ๋งๆดังๆ มาลงสนามเล่นกับโอ๋โดยมีโค้ชคอยแนะนำช่วยเหลือ

โอ๋อัศจรรย์ใจมาก เพราะนักรบบอกว่าเขาเป็นเพื่อนพ่อของโอ๋และขอเปิดสนามเป็นกรณีพิเศษได้ จากที่ได้ลงสนามเล่นกับนักบอลอาชีพชื่อดังของสโมสร  และได้รับคำแนะนำจากโค้ชอย่างดี ทำให้ไฟการเล่นบอลของโอ๋ปะทุขึ้นอีกครั้ง นักรบปลุกเร้าโอ๋ว่า

"พ่อเอื้อเขาอยากให้โอ๋เป็นนักฟุตบอลที่เก่ง เพราะฉะนั้น โอ๋ห้ามทิ้งมันเป็นอันขาด ตอนนี้พ่อคงรอดูอยู่บนโน้น" นักรบชี้ขึ้นไปบนท้องฟ้า

"ก็ได้ โอ๋จะเตะบอลต่อไปเพื่อพ่อ" พูดแล้วโอ๋ก็ร้องไห้ ออกมาจนนักรบต้องกอดไว้อย่างสงสาร

ooooooo

ตกเย็นเลิกงานจากร้านกาแฟ อุ่นใจไปรับโอ๋ที่โรงเรียน   ทราบจากครูว่ามีญาติมารับไปแล้วเห็นว่าไปซ้อมฟุตบอลกัน แล้วครูก็บอกลักษณะของผู้ชายคนนั้น อุ่นใจกับดอกจันฟังแล้วเชื่อว่าต้องเป็นนักรบ

ทั้งสองพาตำรวจตรงไปที่ไทเกอร์คิงคาดคั้นกับทองทิวว่าเอาหลานชายตนไปไหน กล่าวโทษว่านักรบลักพาตัวโอ๋ไป ระหว่างที่อุ่นใจกับตำรวจกำลังโต้เถียงกับทองทิวอยู่นั้น ดอกจันก็โทร.ตามทองใบมา ทองใบด่าทองทิวว่าไม่นึกเลยว่าเขาจะเลวได้ขนาดนี้ทำร้ายกระทั่งเด็กตัวเล็กๆ แล้วยุตำรวจว่า

"เอาเลยครับคุณตำรวจ ถ้ามันไม่ยอมรับก็เอามันเข้าคุก ผมไม่ขอประกันตัว" เมื่อทองทิวยืนยันว่าตนไม่ได้ทำอะไรเด็กคนนั้น  นักรบก็ไม่ได้ทำอะไร  ทองใบตวาด  "งั้นก็บอกมาว่าเจ้านายแกพาหลานชายของหนูคนนี้ไปไหน!"

จนค่ำ เมื่ออุ่นใจกับดอกจันกลับบ้านก็เจอนักรบพาโอ๋ มาส่งพอดี สองสาวปรี่เข้าไปเล่นงานนักรบทันที ด่านักรบว่าหลอกโอ๋ว่าเป็นเพื่อนของเอื้อ ถ้าโอ๋รู้ความจริงจะเสียใจขนาดไหน

ระหว่างนั้น พิมที่สะกดรอยตามนักรบมาค่อยๆเลื่อนรถเข้าไปจอดดูและแอบฟังการคุยกัน

นักรบฟังอุ่นใจพูดมายืดยาว  เขาถามว่าเธอพูดอะไรเขาไม่เข้าใจ อุ่นใจเลยแฉเป็นฉากๆ

"เลิกเล่นละครเสียที ฉันเอียนกับบทบาทใสซื่อของคุณเต็มทนแล้ว ฉันเคยโง่ หลงเชื่อว่าคุณอาจจะจำอะไรไม่ได้ จริงๆ แต่การกระทำของคุณวันนี้ ทำให้ฉันแน่ใจว่าคุณจำทุกอย่าง ได้ คุณต้องจำได้ว่าคุณเป็นคนทำให้พี่เอื้อตาย"

ระหว่างนั้นทองทิวพยายามจะให้อุ่นใจหยุดพูด แต่เธออารมณ์ขึ้นแล้วหยุดไม่ได้

"ละอายใจใช่ไหมที่ทำลายชีวิตคนดีๆอย่างพี่เอื้อ ก็เลยต้องมาทำดีไถ่โทษ   แต่ฉันกับโอ๋ไม่มีวันให้อภัยคุณ!   พี่เอื้อไม่มีวันกลับมาเพราะคุณฆ่าเขาแล้ว คุณเป็นฆาตกร ได้ยินไหม คุณเป็นฆาตกร!"

ฟังถึงตรงนี้ นักรบเครียดจนจะเป็นลม ปวดหัวขึ้นมาเป็นริ้วๆ ภาพในอดีตวิ่งวนเข้ามานับตั้งแต่เอื้อเข้าไปต่อว่าอย่างผิดหวังที่ถูกไล่ออก เพราะพิการจากการช่วยเพื่อนคนงานจาก ไฟไหม้ กระทั่งสุดท้ายภาพที่เขาขับรถพุ่งเข้าชนร่างของเอื้อที่ยืนขวางทางอยู่จน กระเด็น

พอลืมตาขึ้นอีกครั้ง นักรบก็เข้าใจทุกอย่างที่ผ่านมา รู้ตัวว่าเป็นคนฆ่าเอื้อ แล้วเขาก็หมดสติไปหลังจากปวดหัวจนร้องลั่น

พิม จับตาดูเหตุการณ์ด้วยความสนใจ แล้วก็โทร.รายงานจอมภพทันที จอมภพสั่งให้เธอไปหาหลักฐานทางการแพทย์มาให้ได้  จะต้องใช้เงินง้างเท่าไรก็ไม่อั้นขอแต่ต้องรู้ให้ได้ว่านักรบเป็นอะไร

ooooooo

หมอมาตรวจอาการของนักรบแล้วแจ้งว่าอาการปวดหัวคงเกิดจากความเครียด เมื่อหมอไปแล้วนายิกาถามทองทิวว่าทำไมนักรบถึงเป็นแบบนี้ ทองทิวปดว่า เขาไปดูซ้อมฟุตบอลแล้วขอเล่นด้วยเลยเป็น

ดารารายมาดูแลและชวนเขาไปรักษาที่เมืองนอก นักรบบอกว่าเขายังมีเรื่องต้องจัดการแล้วบอกให้เธอกลับไปเสียตนอยากพักผ่อน

ส่วนโอ๋กลับบ้านอย่างอิ่มเอมใจที่ได้ลงสนามกับนักเตะอาชีพชื่อดัง พอไปคุยอวดอุ่นใจ เธอกลัวว่าหลานจะถูกนักรบดึงไป ปรารภกับดอกจัน ดอกจันเสนอว่าเราต้องห้ามโอ๋ไม่ให้ติดต่อกับนักรบอีก

"ต่อไปนี้ฉันคงต้องรีบมารับโอ๋ที่โรงเรียนทุกวัน งานร้านกาแฟก็คงต้องเลิกทำ เสียดายเงินจัง"

แล้วนักรบก็ได้พบความจริง เมื่อเขาไปเข้าเว็บเซิร์ชข่าว แล้วพิมพ์ลงไปว่า "นักรบ พยัคฆ์ราชา เอื้อ อารี" แล้วกดปุ่มค้นหา

เขาได้พบความจริงที่เกิดขึ้นในวันนั้น ตอกย้ำคำพูดของอุ่นใจที่ว่าเขาเป็นฆาตกร นักรบสำนึกว่าเขาเป็นคนทำเรื่องทั้งหมด พลันก็ปวดหัวจี๊ดขึ้นมา ครู่หนึ่งก็สติดับวูบไป

เวลานั้นเขาฝันไปว่า ตัวเองไปเดินอยู่ในกลุ่มหมอกควัน เห็นเอื้อกำลังเดินห่างออกไป เขาเรียกมาถามว่า "คุณเอื้อ นี่ผมอยู่ที่ไหน" เอื้อตอบว่าคุกของเขาไงล่ะ "หมายความว่าไง" นักรบงงมาก

"ถึงตอนนี้คุณจะเป็นนักรบคนใหม่ แต่ความเลวร้ายที่นักรบคนเก่าเคยทำไว้ก็จะตามหลอกหลอนคุณตลอดไป มันเป็นสิ่งที่คุณต้องชดใช้" พูดแล้วเอื้อเดินออกไปทิ้งให้นักรบอยู่ในความอ้างว้างสับสนตรงนั้น

ooooooo

จนกระทั่งเช้า นักรบรู้สึกตัวขึ้นมาในห้องนอนตัวเอง ถามทองทิวจึงรู้ว่าเมื่อคืนน้อยไปเจอเขาหลับอยู่ที่โต๊ะทำงานเลยพยุงกลับมา นอน ถามว่าลุกไปทำอะไรตอนดึกๆ

"เอ่อ...ก็...ไปอ่านอะไรนิดหน่อย"

เช้าวันเดียวกันนายิกาเข้าไปในห้องทำงานของนักรบ มือไปโดนเม้าส์ขยับทำให้จอคอมฯที่ตั้งสลีพไว้เปิดขึ้นมา เป็นภาพข่าวอุบัติเหตุครั้งนั้น นายิกาตกใจมากเรียกน้อยมาถามพอรู้ว่านักรบมาเปิดไว้เมื่อคืน นายิกาไปที่ห้องอาหารถามทองทิวว่านักรบอยู่ไหน ทองทิวบอกว่ายังไม่ลงมา แต่พูดไม่ทันขาดคำก็มีเสียงรถแล่นออกไป ปรากฏว่านักรบขับรถออกไปแล้ว คนขับรถบอกว่า เห็นว่าจะไปสถานีตำรวจ

ดารารายกับซูซี่สวนเข้ามา พอเห็นนักรบขับรถออกไปดารารายก็ให้ซูซี่กลับรถขับตามไป

นักรบบ่ายหน้าไปสถานีตำรวจ ไปถึงเขาบอกร้อยเวรว่า "ผมมามอบตัวคดีฆาตกรรมครับ"

ขณะตำรวจกำลังงงๆนั่นเอง ทั้งดารารายและนายิกากับทองทิวก็มาถึง ทุกคนห้ามปรามเขาแต่นักรบก็ยืนยันว่าเขาฆ่าคนตายให้ตำรวจจับเข้าคุกไปเลย

นายิการ้องไห้โฮตัดพ้อต่อว่านักรบ "แกอยากฆ่าแม่ให้ตายเหรอ! อยากให้แม่ตายใช่ไหมถึงทำแบบนี้"

เห็นแม่ร้องไห้โฮขนาดนี้นักรบก็ชะงัก พอทองทิวบอกว่าให้กลับบ้านเถอะเดี๋ยวตนจะเล่าทุกอย่างให้ฟัง ดารารายก็เข้าไปบอกว่าเขาเป็นผู้บริสุทธิ์ตำรวจจับเขาไม่ได้หรอก นักรบจึงกลับไปด้วยกัน

ooooooo

เมื่อทองทิวกลับไปเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้ฟังแล้ว นักรบก็ยังถือว่าตัวเองเป็นคนผิดและต้องรับผิดชอบ นายิกาบอกว่าได้พยายามช่วยเหลือครอบครัวเอื้อแล้ว

แต่ฝ่ายโน้นไม่ยอมรับ นักรบตัดสินใจว่า

"งั้นผมก็ต้องทำอะไรสักอย่าง"

นายิกากับทองทิวไม่กล้าแข็งกระด้างใส่แต่กำชับกันว่าต่อไปนี้ต้องเฝ้าดูแลนักรบอย่างใกล้ชิด

เวลาเดียวกันพิมเอาเอกสารจากโรงพยาบาลไปให้จอมภพสรุปว่านักรบสูญเสียความทรง จำบางส่วน จอมภพสั่งการว่าเราต้องทำให้ทุกคนรู้ความจริงว่าสภาพของนักรบตอนนี้เป็นยัง ไง

แล้วจอมภพกับพิมก็วางแผนกันว่าในงานที่ไทเกอร์คิงจะเปิดตัวอินเตอร์เน็ต ความเร็วสูงระบบใหม่ต่อหน้ารัฐมนตรีและสถานศึกษาทั่วประเทศ ฟีนิกซ์ต้องเข้าร่วมด้วย เราจะได้ฆ่านักรบให้ตายคาเวทีแล้วแย่งลูกค้ามาทั้งหมด

ฝ่ายทองทิวจะต้องคุมนักรบศึกษาระบบ 4 จี 5 จี เพื่อขึ้นไปโชว์ให้ทุกคนเห็น ถ้าเราได้เข้าไปพัฒนาเครือข่าย กำไรจะเข้ามาอีกเป็นร้อยๆล้าน นักรบถามว่าที่มีอยู่แล้วร้อยล้านยังไม่พอกินกันอีกหรือ แต่พอทองทิวอ้างว่าถ้าได้มาเราก็จะได้เอาไปช่วยพนักงานระดับล่าง ทำให้นักรบจำใจต้องรับทำ

นักรบอ่านข้อมูลมีดารารายเฝ้าดูแลเอาใจอย่างใกล้ชิด จนกระทั่งเย็นเขาลงมาที่รถพอรู้ว่านายิกาไปงานเลี้ยงตอนค่ำและทองทิวกลับไป ทำธุระที่บ้าน นักรบก็บอกให้คนขับพาเขาไปที่ที่หนึ่งทันที

ที่นั่นคือบ้านอุ่นใจ เขาไปแอบเห็นครอบครัวนี้กำลังกินอาหารเย็นกันอย่างประหยัดแต่มีความสุขยิ้ม แย้มอบอุ่น เมื่อเทียบกับตัวเขาเองที่กินอยู่เหลือเฟือแต่หารอยยิ้มจากใคร ไม่เจอเลยก็หดหู่ใจ

ยืนดูครู่หนึ่งนักรบบอกคนขับให้กลับได้แล้ว ไม่ต้องบอกใครว่าตนมาที่นี่ และเมื่อกลับไปเจอนายิกาถามว่าไปไหนมา เขาตอบเรียบๆว่าไปทานข้าวมา

"แม่รอคุยงานอยู่ พรุ่งนี้เราจะจัดพรีเซนต์ 4 จีต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้น จะได้เป็นการซ้อมใหญ่ให้ลูกเตรียมตัวให้พร้อม" นายิกาสั่งแล้วเดินเข้าบ้าน นักรบเดินตามไปหน้าเครียดๆ

ooooooo

นักรบถูกจับซ้อมการพรีเซนต์ พอเขาทำท่าจะถอดใจก็ถูกทั้งนายิกา  ทองทิว  หว่านล้อมทั้งขู่ ทั้งปลอบเอาภาพเก่าๆของเขาขึ้นมาปลุกใจ  จนเขาฮึดขึ้นมาสวมวิญญาณนักรบคนเก่าที่ดุดันเด็ดขาดฉะฉานและแม่นยำอีกครั้ง  เมื่อขึ้นเวทีจึงเป็นที่เชื่อถือฮือฮาของบรรดาผู้เข้าประชุม

นายิกาสรุปหลังการประชุมแล้วว่า "เรามาถูกทางแล้วถ้าอยากให้ศักยภาพของนักรบคนเก่ากลับคืนมาเราก็ต้องคอยกระตุ้นความทรงจำให้มากขึ้น"

นักรบมารู้สึกตัวอีกทีตอนนอนอยู่ที่โซฟาในห้องทำงาน นายิกาบอกว่าพอประชุมเสร็จเขาก็เป็นลม ดารารายชมว่า อีกไม่นานเขาก็จะหาย เขากำลังจะกลับมาเป็นนักรบคนเดิมแล้ว นักรบฟังแล้วรู้สึกหลอนๆไม่อยากสูญเสียความเป็นนักรบตอนนี้ไป เขาลงไปบอกคนขับรถพาไปที่บ้านอุ่นใจ ให้คนขับรถไปเที่ยวเล่นก่อนอีกชั่วโมงค่อยมารับกลับ คนขับรถถามว่า "ท่านจะไปไหนครับ"

"ไปหากำลังใจ" เขาตอบสั้นๆแล้วส่งเงินค่าปิดปากให้คนขับรถก่อนตรงไปที่บ้านอุ่นใจเจอแม่นวล เขาบอกว่าเป็นครูของโอ๋ พอแม่นวลบอกว่าโอ๋ไปเตะบอลเขาจึงบ่ายหน้าไปที่สนาม

เมื่ออุ่นใจกลับมารู้จากแม่นวลเธอรีบตามไปเจอ เข้าไปสั่งให้โอ๋กลับบ้านและไล่นักรบให้กลับไปเสีย พอดีจอมทัพขับรถผ่านมา เขาจอดรถลงไปดักรอนักรบ แค่นยิ้มทักว่า

"ไม่นึกเลยนะว่าคู่แข่งในธุรกิจของผมจะเป็นคนเดียวกับคู่แข่งหัวใจด้วย" นักรบงงๆ จอมทัพพูดอีกว่า "คุณอาจจะชนะมาได้ทุกสนามจนเคยตัว แต่คราวนี้จะไม่ง่ายเพราะผมก็ไม่ใช่คนชอบความพ่ายแพ้ ไม่ว่าเกมไหนทั้งนั้น"

"ผมไม่รู้ว่าคุณพูดเรื่องอะไร เพราะผมไม่เคยนึกถึงคุณในฐานะคู่แข่ง"

"ผมก็ไม่นึกเหมือนกัน...จนกระทั่งวันนี้" สีหน้าท่าทางจอมทัพจริงจังจนนักรบงง

ooooooo

ตอนที่ 5

จอมทัพมืออ่อนเป็นฝักถั่ว เจอใครก็ยกมือไหว้ ราวกับมาขอคะแนนเสียงเลือกตั้ง จนกระทั่งเจอลุงป้า คู่หนึ่ง เขาปรี่เข้าไปยกมือไหว้แนะนำตัวเองแล้วขอเวลา สอบถามข้อมูล

ชุมชนคนใจดี เป็นที่อยู่ของผู้คนจากทั่วสารทิศ ต่างพูดแต่ภาษาถิ่นของตัวเองที่คนในชุมชนฟังกันรู้เรื่อง แต่พอจอมทัพมาเจอลุงป้าคนอีสาน พอเขาแนะนำตัวเองและพูดเสียยาวยืด ลุงตอบเป็นสำเนียงอีสานว่า

"อ้ายคือเว่าหยังบ่ฮู้เรื่อง"

ขณะที่ต่างฝ่ายต่างงงกันอยู่นั้นเอง โอ๋ก็โผล่มา "ฮาโล่" กับจอมทัพ เขาจำได้ยิ้มดีใจ พิมมองด้วยสายตาประหลาดถามว่ารู้จักกันด้วยหรือ

จอมทัพถามว่าบ้านของโอ๋อยู่แถวนี้หรือ โอ๋ยืดอกรับราวกับเจ้าถิ่น พอรู้ว่าจอมทัพสื่อสารกับลุงป้าไม่เข้าใจ โอ๋ก็รับอาสาเป็นล่ามให้ จอมทัพถามลุงกับป้าว่า คุณลุงคุณป้าใช้โทรศัพท์ระบบอะไร

โอ๋พยักหน้าแล้วหันไปถามลุงกับป้าอย่างมั่นใจว่า "อยู่ด้วยกันกี่คน" ป้าชูสองนิ้วอย่างแปลกใจว่าโอ๋ถามไปทำไม โอ๋ขยับไปบอกจอมทัพเบาๆว่า "ป้าเขาขอค่าคำตอบสองร้อยครับ"

ด้วยความอยากสัมพันธ์กับชาวบ้านให้ดี จอมทัพควักให้สองร้อยอย่างง่ายดาย พิมจะห้ามแต่ไม่ทันเพราะโอ๋รีบคว้าหมับไปก่อน โอ๋ยิ้มเจ้าเล่ห์แล้วใช้วิธีเดียวกันนี้ไปคุยกับสาวชาวเหนือได้มาอีกหนึ่ง ร้อย จนมาถึงลุงชาวใต้ คุยกับโอ๋แป๊บเดียว แกก็บอกเป็นภาษาใต้ว่า "มีลูกทั้งหมดห้าคน"

โอ๋หันมาแบห้านิ้วให้จอมทัพ พิมจะโวยแต่จอมทัพปรายตาปรามเสียก่อน แล้วเอาแบงก์ห้าร้อยส่งให้โอ๋อย่างไม่ติดใจอะไร

ขณะโอ๋กำลังมันกับการเป็นล่ามนี่เอง อุ่นใจเดินมาเจอเข้าถามโอ๋ว่าทำอะไรอยู่ พอโอ๋เห็นอุ่นใจเท่านั้นตกใจหน้าเหลือสองนิ้วไปเลย

พอรู้เรื่อง อุ่นใจขอโทษจอมทัพแทนหลาน จอมทัพตอบสบายๆว่าไม่เป็นไร แต่พิมยุให้เอาเรื่องกับเด็กเหลือขอคนนี้ เพราะมาหลอกเอาเงินแบบนี้โตขึ้นคงไม่พ้นอาชีพโจร

จอมทัพบอกว่าเด็กก็แค่อยากเล่นสนุกๆเท่านั้น อุ่นใจทนฟังหลานถูกดูถูกไม่ได้ จะเอาเรื่องกับพิม จอมทัพเลยบอกให้พิมกลับไปรอที่รถก่อน พิมเลยจำต้องไป จากนั้นเขาหันมาขอโทษอุ่นใจที่เลขาฯของเขาเสียมารยาท

"ฉันต่างหากที่ต้องขอบคุณคุณที่ช่วยแนะนำจนฉันรู้ความจริงบางอย่าง" อุ่นใจบอก

เมื่อมีเรื่องคุยกันยาวเช่นนี้ อุ่นใจพาจอมทัพไปที่บ้าน เอารูปเอื้อให้เขาดู บอกเขาว่า เขาเป็นคนทำให้ตนรู้ความจริงว่า พี่ชายตายเพราะนักรบ จอมทัพถามว่าทำไมเธอจึงคิดอย่างนั้น

"ฉันพบซีดีที่พี่เอื้อบันทึกไว้ก่อนตาย มีข้อมูลชัดเจนว่าพี่เอื้อฆ่าตัวตายเพราะนายนักรบ นักรบใจดำกับพวกเรามาก คุณช่วยฉันแก้แค้นเขาได้ไหม"

"ความจริงคุณไม่ควรไว้ใจผมง่ายเกินไป" จอมทัพติงเตือนสติ

"ก็ฉันคิดว่าคุณเป็นเพื่อนฉัน ฉันจะต้องหาซีดีที่หายไปให้เจอ ฉันจะเรียกร้องความยุติธรรมให้พี่เอื้อ...ร่วมมือกับฉันนะคะ" อุ่นใจมองหน้าจอมทัพอย่างขอร้อง

ooooooo

ในงานเปิดตัวระบบมือถือตัวใหม่ของไทเกอร์คิง นักรบถูกนายิกากำหนดให้ต้องโชว์ตัวคู่กับดารารายในฐานะประธานบริษัท

ในงานนี้เอง จอมภพวางแผนบีบให้นักรบต้องโชว์ไคท์บอร์ดเป็นบิ๊กเซอร์ไพรส์ในงานแย่งไมโครโฟนจากทองทิวถามว่า

"เพื่อพิสูจน์ว่าระบบดาวเทียม จีพีเอส ของไทเกอร์คิงวิเศษจริงๆ นักรบจะแสดงโชว์สตั๊นต์แมนเองเลยไม่ใช่เหรอ"

เมื่อจอมภพประกาศออกมาเช่นนี้ ทำให้นายิกากับทองทิวจำต้องตกกระไดพลอยโจน เข้าไปหานักรบทั้งหลอกล่อทั้งขู่เข็ญและบังคับให้เขาต้องโชว์ แต่นักรบคนนี้กลัวที่จะต้องเล่นไคท์บอร์ด บอกทองทิวที่มารบเร้าว่า "ผมไม่แสดงโชว์นี้ คุณบอกให้ผมมาเป็นประธานในพิธีอย่างเดียว"

นายิกาตามมาสั่งด้วยสีหน้าขึงขังจริงจังว่า "นักรบต้องแสดงโชว์ให้ทุกคนในงานดู!"

"แต่คุณแม่เคยสั่งห้ามผมเล่นกีฬาอันตรายทุกชนิด"

"จอมภพมันต้องการหยามระบบสื่อสารของเราต่อหน้าสื่อ ฉันยอมไม่ได้ นักรบจะต้องกลับไปเป็นเสือที่พร้อมจะล่าเหยื่อ"

นายิกาสั่งแล้วบอกทองทิว "จัดทีมรักษาความปลอดภัยตามประกบนักรบตลอดเวลา"

นักรบกลัวมากเสนอว่าถ้ามันยุ่งยากตนถอนตัวก็ได้ แต่แล้วก็ต้องสะดุ้งหุบปากเงียบเมื่อทั้งนายิกาและทองทิวตวาดพร้อมกันว่า "ไม่ได้!"

จากการหว่านล้อมปลุกใจแกมบังคับของนายิกาและทองทิวทำให้นักรบฮึดขึ้นมา แต่พอลุกขึ้นกลับยืนโงนเงน ในที่สุดก็เข่าอ่อนหมดแรงจนการ์ดต้องเข้ามาช่วยประคอง ทองทิวตกใจถามว่าเป็นอะไรรึเปล่า

"หน้ามืด ตาลาย คล้ายจะเป็นลม" นักรบตอบอย่างอ่อนเพลีย ทองทิวมองนักรบอย่างหวั่นใจว่าจะรอดหรือเปล่าก็ไม่รู้

ooooooo

งานนี้ จอมภพวางแผนจัดการนักรบ กำชับคนของตัวเองว่าให้นักรบเจ็บหนักเท่าไรตนจ่ายเพิ่มเป็นสองเท่า

การแสดงไคท์บอร์ดกำลังจะเริ่มแล้ว ทองทิวเอาปืนเหน็บเข้าที่ขาขวาของนักรบ พอนักรบถามว่าทำไมต้องมีปืนด้วย ทองทิวบอกว่า "เป็นของที่คุณนักรบชอบติดตัวไว้เสมอ"

การแสดงเริ่มแล้ว นักรบนำเล่นไคท์บอร์ดหลบหนีการไล่ล่าของคนขับเจ็ตสกีในชุดดำ 2 ลำสร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับผู้ชมริมทะเลเป็นอย่างมาก ที่คอนักรบมีโทรศัพท์มือถืออัจฉริยะห้อยอยู่ที่จอคอมพิวเตอร์หน้าเวที แสดงตำแหน่งจีพีเอส ที่นักรบเคลื่อนตัวไปเรื่อยๆ ทองทิวบรรยายว่า "สัญญาณไฟที่ทุกท่านเห็นในขณะนี้คือ จีพีเอส บอกพิกัดที่อยู่ของคุณนักรบผ่านมือถืออัจฉริยะของไทเกอร์คิง"

เมื่อเจ็ตสกีสองลำที่ไล่ล่านักรบเริ่มชักปืนออกมาไล่ยิง ทำให้นักรบต้องประคองไคท์บอร์ดหลบกระสุนไปมา ทองทิวรีบอธิบายว่า "ไม่ต้องตกใจครับทุกท่าน ทั้งหมดเป็นการแสดง รับรองว่าไม่มีอันตราย"

จอมภพเฝ้าดูอยู่เขาแอบยิ้มเจ้าเล่ห์ นิมมานกับนักคิดคอยลุ้นให้นักรบพลาดท่า ส่วนนายิกา ทองทิว และดารารายหน้าเครียดกังวลเรื่องอาการและความสามารถของนักรบตอนนี้

แล้วจู่ๆก็มีไอ้โม่งชุดดำสองคนขับเจ็ตสกีลำที่สามโผล่ เข้ามาไล่ล่านักรบ พอได้จังหวะก็ชักปืนออกมายิงใส่ไม่ยั้ง ผู้ชมบนฝั่งยังคิดว่านั่นคือการแสดง มีแต่ทองทิวที่ถามการ์ดว่าตนจ้างเจ็ตสกีมาแค่สองลำทำไมมีลำที่สาม การ์ดเองก็ตอบไม่ได้

ครู่ต่อมา เจ็ตสกีสองลำที่มาแสดงก็ถูกชายชุดดำในเจ็ตสกีลำที่สามยิงล้มคว่ำไป

"อ้าว...แล้วทำไมไอ้ลำที่สามมันถึงยิงถล่มจนลำอื่นๆที่เหลือล่มไปแบบนั้นล่ะ" ทองทิวตกใจ

นักรบถูกไล่ยิงไม่ยั้ง วินาทีที่กระสุนเฉี่ยวพุ่งผ่านหน้าเขาไปนั้น เขาหลบหน้าผากกระแทกเข้ากับแฮนด์จับไคท์บอร์ดอย่างจัง เขาปวดหัวรุนแรง แต่พอเงยหน้าขึ้นอีกครั้ง นักรบคนเดิมก็กลับคืนมา

นักรบคนนี้ สายตาวาววาบราวกับเสือกระหายเหยื่อ หน้าเข้ม จริงจัง คำรามเสียงกร้าว

"พวกแกอยากลองดีกับเสือใช่ไหม!"

ooooooo

สัญชาตญาณเสือกลับคืนมาเต็มร้อยแล้ว นักรบชักปืนออกมายิงตอบโต้เจ็ตสกีที่ไล่ล่าเขาพลางบังคับไคท์บอร์ดหลบหลีก เจ็ตสกีของชายชุดดำไปมาอย่างคล่องแคล่ว มั่นใจ

ที่ไกลออกไปลิบๆ มีเกาะเล็กๆอยู่ นักรบกระตุกว่าวที่จับอยู่เปลี่ยนทิศทางลม พร้อมกับขยับเท้าวาดลีลาไคท์บอร์ดอย่างเท่ มาดมั่น บ่ายหน้าไปที่เกาะ จนทองทิวตกใจหลุดปากเบาๆว่า

"คุณนักรบกำลังออกนอกเส้นทาง"

นักรบไปถึงเกาะขึ้นฝั่งท่ามกลางการตามล่าของชายในชุดดำ เมื่อเผชิญหน้ากันต่างก็ยิงเข้าใส่กันอย่างไม่มีใครยอมใคร แต่ในที่สุดนักรบ ก็ถูกชายชุดดำที่มีสองคนหลอกล่อจนจับตัวไว้ได้ และถูกทำร้ายแย่งไม้พายที่นักรบคว้ามาเป็นอาวุธ กระหน่ำเข้าท้ายทอยเขาจนเขาสลบเหมือด

เป็นเวลาที่อุ่นใจกับโอ๋ไปลอยอังคารของเอื้อ ทั้งสองได้ยินเสียงปืนจึงรีบขึ้นไปที่เกาะ เห็นชายชุดดำสองคนยิงใส่นักรบนัดหนึ่งแล้วพากันวิ่งไปขึ้นเจ็ตสกีขับหนีไป

อุ่นใจกับโอ๋มาเจอนักรบสลบมีเลือดซึมที่แขนขวาเพราะถูกยิง ลุงคนขับเรือตามมา ทุกคนตกใจที่มาเจอนักรบถูกยิงสลบอยู่บนเกาะ

ส่วนที่ชายหาด ทองทิวไม่สบายใจที่สัญญาณจีพีเอสหายไป ถามเจ้าหน้าที่ก็ได้รับคำตอบว่า บางทีโทรศัพท์มือถืออาจจะชำรุด แต่ที่แท้โทรศัพท์หลุดร่วงจากคอนักรบขณะต่อสู้กับชายชุดดำกระแทกหินจนดับไป

เมื่อรู้ว่าสภาพการณ์ไม่ปกติแล้ว ทองทิวใช้ไหวพริบแก้สถานการณ์ ประกาศแก่ทุกคนว่า

"การแสดงจบแล้วครับ คุณนักรบโชว์ความสามารถของมือถืออัจฉริยะได้ยอดเยี่ยมจริงๆ ขอเชิญแขกผู้มีเกียรติทุกท่านพักผ่อนตามอัธยาศัยก่อนนะครับ แล้วอย่าลืมกลับมาพบกับงานเลี้ยงสังสรรค์ที่โรงแรมของเราค่ำวันนี้ครับ"

แต่จอมทัพรู้สึกว่าทุกอย่างไม่ปกติ ส่วนจอมภพที่เฝ้าดู เหตุการณ์อยู่ก็ยิ้มอย่างสะใจ

ooooooo

บรรดาผู้อยู่บนฝั่ง ต่างรอลุ้นข่าวของนักรบด้วยความรู้สึกที่ต่างกัน นายิกากับทองทิวรวมถึงจอมทัพคิดหาทางช่วยนักรบติดต่อทั้งหน่วยกู้ภัยและตำรวจให้ช่วยค้นหา แต่เพราะฝนฟ้าคะนองหนักจึงยังออกปฏิบัติการไม่ได้ ส่วนนิมมานกับนักคิดยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ ดีใจที่เห็นนายิกาเป็นทุกข์ ดารารายกับซูซี่อยู่ในความ ตื่นตระหนก

จอมภพนิ่งอย่างเหนือชั้นนั่งฟังนิมมานกับนักคิดที่พากันหัวเราะอย่างสะใจ

ที่เกาะ ลุงชาวประมงบอกอุ่นใจว่าจะพยายามวิทยุไปบอกคนบนฝั่งให้มาช่วย แต่ตอนนี้ทำอะไรไม่ได้ต้องรอให้พายุฝนสงบก่อน แล้วพาทุกคนไปพักในกระท่อมที่ชาวประมงมาสร้างไว้

อุ่นใจแปลกใจที่นักรบไม่มีอุปกรณ์ไฮเทคติดตัวมาเลย โอ๋คาดว่าคงจะตกน้ำตอนหนีคนร้าย

ขณะที่อุ่นใจอยู่ในกระท่อมชาวประมงดูอาการของนักรบอยู่นั้น เห็นเลือดที่แขนซึมออกมา จึงมองหาโอ๋กับลุงแต่ทั้งสองคนไม่อยู่ เธอจึงต้องทำแผลให้เอง

ระหว่างก้มหน้าก้มตาทำแผลนั้น นักรบเริ่มรู้สึกตัว ผมของอุ่นใจยาวสลวยลงมาบังหน้าเธอทำให้นักรบได้กลิ่นหอม เขาสูดดมชมว่า "ผมคุณหอมจัง" อุ่นใจจึงรู้ว่าเขารู้สึกตัวแล้ว

เพราะถูกฟาดหัวอย่างแรงอีกครั้งนี่เอง ทำให้นักรบคนเดิมหายไปกลายเป็นนักรบคนใหม่ที่อุปนิสัยใจคอตรงกันข้ามกับนักรบคนเดิม เขามองอุ่นใจอย่างชื่นชมอบอุ่น บอกเธอว่า

"คุณคือนางฟ้าประจำตัวของผมจริงๆ"

"แต่คุณเป็นปิศาจที่ทำลายครอบครัวฉัน" อุ่นใจไม่ หายแค้น ครั้นเขาถามว่าเธอพูดเรื่องอะไรก็ถูกอุ่นใจว่าเอา "คุณไม่เคยสนใจคนที่ไม่มีประโยชน์กับคุณ ไม่เคยรับรู้ว่าใครจะมีชีวิตลำบากแค่ไหน"

ไม่ทันที่อุ่นใจจะว่าอะไรเขามากกว่านั้น โอ๋ก็กลับมาร้องอย่างดีใจที่เห็นนักรบฟื้นแล้ว

ooooooo

การหายไปของอุ่นใจและโอ๋ ทำให้ดอกจันต้องปดแม่นวลว่าสองคนติดฝนอยู่เดี๋ยวคงมา แล้วก็ทำอุบายเป็นว่าสองคนกลับมาแล้วรีบออกไปรับที่ประตู ทักทายพูดคุยเสียงดัง พูดเองเออเอง

แต่พอกลับเข้ามา แม่นวลถามว่าสองคนยังไม่มาหรือ ดอกจันปดว่ามาแล้วตนไล่ให้ไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเดี๋ยวจะเป็นไข้ เห็นแม่นวลหาวเพราะเพิ่งกินยาเข้าไปก็เร่งให้นอนเสีย

"ฝากดูแลโอ๋กับอุ่นด้วยนะ" แม่นวลเอ่ยแล้วหลับตาลง พอแม่นวลหลับ ดอกจันก็ชะเง้อมองไปข้างนอกอย่างรอคอยและเป็นห่วงอุ่นใจกับโอ๋

ooooooo

ลุงชาวประมงเอาไข่ในชะลอมเล็กๆส่งให้อุ่นใจบอกว่าให้เอาไปทำอะไรกินกันเสีย อุ่นใจจึงจะเอาไปต้ม นักรบอยากช่วยพอเห็นอุ่นใจจะต้มไข่ ความทรงจำในอดีตก็ปรากฏขึ้น...

เมื่อครั้งเขายังเด็ก พ่อของเขาเคยสอนให้ต้มไข่แดงให้เป็นยางมะตูม เขาจึงแนะนำโอ๋ว่า ให้ต้มในน้ำเดือดพล่าน 5 นาทีแล้วรีบเทน้ำร้อนออก เอาไข่ไปแช่น้ำเย็นก็จะได้ไข่ต้มยางมะตูมเหนียวหนืด

แต่เพราะไม่มีนาฬิกาจึงใช้วิธีร้องเพลงช้าง 5 จบ ครบ 5 นาทีพอดี วันนี้จึงได้กินไข่ต้มยางมะตูมกันอย่างเอร็ดอร่อย ด้วยบรรยากาศที่เป็นมิตร อบอุ่น

แต่ในบรรยากาศนี้ อุ่นใจจับตาดูนักรบอยู่ว่า เขาเปลี่ยนแปลงไปแล้วจริงๆ หรือแค่แกล้งทำ

ขณะที่นักรบอบอุ่นอยู่กับโอ๋ที่บัดนี้เข้ากันได้เป็นปี่ เป็นขลุ่ยนั้น ทางผู้รอคอยบนฝั่งก็ยังอยู่ในอารมณ์ลุ้นต่างกัน นายิกาไม่เป็นอันกินอันนอนจนกว่าจะได้เจอนักรบ ส่วนจอมภพก็ไม่ยอมกลับ เขาเปิดห้องสูทหรูในโรงแรมสั่งอาหารและแชมเปญมาที่ห้อง

จอมทัพถามว่าทำไมจึงไม่ยอมกลับ จอมภพพูดหยันในทีว่าต้องอยู่ให้นายิกาเห็นว่าเรามีน้ำใจ จอมทัพถามว่า ด้วยการเตรียมอาหารเหมือนรอเลี้ยงฉลองอย่างนี้หรือ

"ฉลาดสมเป็นลูกชายฉัน" จอมภพชื่นชม "ฉันอยากเห็นไทเกอร์คิงล่มสลายด้วยตาตัวเอง ทันทีที่เห็นศพไอ้นักรบ ฉันจะเปิดแชมเปญฉลองชัยชนะให้ฟีนิกซ์"

"ผมไม่ขอภูมิใจกับชัยชนะแบบนี้หรอกครับ" จอมทัพทำท่าจะเลี่ยงออกไป

"สักวัน...แกจะต้องเห็นด้วยกับฉัน" จอมภพพูดตามหลังไปด้วยความโกรธที่ถูกลูกชายขัดคอคิดต่างกันอยู่ตลอดเวลา

ooooooo

คืนนี้ นิมมานพานักคิดเข้าผับในโรงแรม นักคิดมองสภาพผับบ่นว่าบ้านนอก สาวๆสวยๆก็แทบไม่มี แล้วขอแยกไปเที่ยวที่อื่น นิมมานมองไปเห็นจอมทัพเดินเข้ามาเลยตามใจลูก พูดอย่างมีแผนว่า

"ตามใจ แต่แม่เจอคนที่อยากฉลองด้วยแล้ว"

พอนักคิดออกไป นิมมานก็แถเข้าไปขอนั่งกับจอมทัพ แต่พอจะนั่งลงเท่านั้นจอมภพก็เข้ามาขัดจังหวะ บอกนิมมานว่า

"ดื่มกับผมก็ได้ครับคุณนิมมาน จอมทัพแค่ลงมาสั่งเครื่องดื่มให้ผมเท่านั้นแหละ" แล้วทำทีหันไปขอบใจลูกชาย จอมทัพถือโอกาสลุกไป บอกพ่อว่าตามสบายนะครับคุณพ่อคุณอา

นิมมานขัดใจนัก ที่กำลังจะเคี้ยวหญ้าอ่อนกลับถูกโคแก่เข้ามาสี เลยลุกหนีไป ตามไปจนเจอจอมทัพที่ชายหาดวิ่งร้องเรียกให้เขารอด้วย

ที่ชายหาดนี้ทั้งดารารายและซูซี่เดินจากอีกด้านหนึ่ง ทั้งสองชี้ชวนกันดู ดารารายพูดอย่างสมเพชว่า "สาวแก่วิ่งไล่ล่าชายหนุ่ม น่าสมเพช"

นิมมานทำเป็นวิ่งพลาดเท้าแพลง ขอให้จอมทัพพาไปส่งที่ห้อง ทำเป็นยืนไม่ไหวเกาะเขาแน่น

ดารารายรู้แกวเดินเข้ามากับซูซี่ สองสาวแสดงความห่วงใยแต่พูดให้เจ็บใจโดยแกล้งเรียกนิมมานว่าคุณน้า แล้วดารารายก็ให้ซูซี่พานิมมานไปส่งห้อง ส่วนตัวเองฉกจอมทัพไว้เป็นเพื่อนที่ชายหาด เธอบอกจอมทัพว่าไม่ต้องห่วงนิมมาน หรอก นั่นแค่โรคเรียกร้องความสนใจเท่านั้น ผู้หญิงต่อให้วัยไหนก็อยากให้ผู้ชายมาดูแลทั้งนั้น

"จริงสิ ผมลืมไปว่าคุณก็เป็นผู้หญิงเหมือนกัน" จอมทัพยิ้มอย่างรู้ทัน ดารารายรู้ตัวเลยทำเข้มแข็งว่าตนไม่เหมือนผู้หญิงอื่นเพราะดูแลตัวเองได้

"ผมเชื่อ เพราะขนาดตอนนี้คู่หมั้นของคุณกำลังอยู่กลางทะเลเป็นตายร้ายดียังไงก็ไม่รู้แต่คุณก็ยังดูใจเย็น ถ้าเป็นผู้หญิงอื่นผมว่าคงนอนร้องไห้อยู่ในห้องหรือไม่ก็วิ่งโทรศัพท์ให้วุ่นไปหมดแล้ว"

ฟังจอมทัพแล้ว ดารารายรู้สึกถึงความละเอียดอ่อนในอารมณ์ของเขา เธอมองเขาเต็มตาตอบอย่างใจเย็นว่า

"ฉันไม่เห็นเหตุผลที่ตัวเองต้องเต้นแร้งเต้นกา ถ้าจะเกิดอะไรขึ้นกับนักรบฉันคงห้ามไม่ได้ คนเราทุกคนมีกรรมเป็นของตัวเอง"

"คุณพูดเหมือนไม่กลัวว่าตัวเองจะเป็นม่าย"

"อุบัติเหตุในชีวิตมันเกิดขึ้นได้เสมอค่ะ คนที่เก่งคือคนที่ทำใจยอมรับแล้วก็ก้าวต่อไปให้เร็วที่สุด" พูดแล้วเธอสบตากับจอมทัพด้วยแววตาที่เจิดจ้าไม่หวาดหวั่น

ooooooo

ที่กระท่อมชาวประมง ลุงชาวประมงจัดแจงแบ่งห้องให้พักกัน นักรบกลัวที่ต้องนอนคนเดียว แต่จำต้องยอมเพราะอุ่นใจไม่ยอมให้นอนในห้องเดียวกัน บอกลุงว่าเราไม่ได้เป็นอะไรกัน

ฝนตกฟ้าร้องลมแรงกิ่งไม้ไหวกระทบหน้าต่างปังๆ นักรบตกใจกลัวนึกว่าผีหลอกตะกายไปที่ห้องนอนของอุ่นใจกับโอ๋ พอสองคนอาหลานมาพิสูจน์ให้เห็นว่ามันคือกิ่งไม้ถูกลมพัดตีหน้าต่างดังเหมือนคนมาเคาะเท่านั้น นักรบจึงยอมกลับไปนอนที่ห้อง แต่พริบตาเดียวก็ตาลีตาเหลือกไปที่ห้องอุ่นใจอีกเพราะในห้องมีตุ๊กแกตัวเขื่องอยู่ อุ่นใจอ่อนใจนัก ต้องไปช่วยเอาตุ๊กแกออกไป นักรบจึงยอมนอนทั้งที่ยังกลัว

ฝนตกหนักมาก ห้องที่อุ่นใจนอนหลังคารั่ว สองอาหลานหลบหาที่นอนจนทั่วห้องก็ไม่มีที่แห้งเลย สุดท้ายเลยต้องไปขอนอนห้องนักรบ

นักรบได้ทีขี่แพะไล่ มีข้อแม้ให้อุ่นใจพูดเพราะๆ ขอดีๆจึงยอมให้นอนด้วยความเต็มใจ๊...เต็มใจ

ooooooo

นอนอยู่ที่ห้องนักรบจนเช้า อุ่นใจตื่นขึ้นมาเห็นนักรบนอนกอดขาโอ๋ไว้เหมือนกอดหมอนข้าง เธอรู้สึกสับสนกับผู้ชายคนนี้ว่าเป็นคนยังไงกันแน่ เพราะดูสภาพเวลานี้ไม่เหมือนนักรบที่เธอรู้จักมาก่อนเลย

จนลุงชาวประมงมาร้องเรียกที่หน้าห้องให้ตื่นได้แล้ว พออุ่นใจเปิดประตูออกมา แกก็ถามงงๆว่า

"อ้าว...ไหนบอกว่าไม่ได้เป็นอะไรกัน แล้วทำไมมานอนด้วยกันซะได้ล่ะ ฮั่นแน่..."

อุ่นใจหน้าแดง พยายามจะอธิบาย แต่แล้วก็เปลี่ยนใจคร้านที่จะต่อความยาวสาวความยืด ถามลุงว่ามีอะไรหรือเปล่า

"ตอนนี้คลื่นสงบแล้ว เอ็งจะกลับเข้าฝั่งหรือจะฮันนีมูนก็ตัดสินใจเร็วๆนะโว้ย ฮ่าๆๆ"

ลุงเดินหัวเราะร่าออกไป อุ่นใจมองตามค้อนเขินๆเคืองๆ

ooooooo

ตอนที่ 4

อุ่นใจตามนักรบไปที่ร้านมินิมาร์ทเห็นเขามาเลือกซื้อนมที่ร้าน เธอพูดดักคอว่า

"อย่ามาทำเป็นเล่นละครบ้าๆบอๆใส่ฉันนะ ฉันไม่สนุกไปด้วยหรอก"

"ละครอะไรเหรอ" เขาถามซื่อๆแล้วหันมาควักสตางค์ จ่ายค่านมแต่ไม่มีเงินติดตัวเลย จึงเอ่ยปากขอยืมอุ่นใจสิบบาท อุ่นใจยิ่งงงแต่เห็นพนักงานรออยู่เลยควักเงินให้ นักรบถือนมกล่องเดินออกจากร้าน อุ่นใจเดินตามไปอีก

อุ่นใจพยายามที่จะคุย กระชากเขาไว้จนลูกแมวตกใจกระโจนใส่หน้าอุ่นใจ เธอตกใจผงะ นักรบเกรงเธอจะล้มรีบเข้าไปดึงตัวไว้เลยเอนล้มลงไปด้วยกัน พอนึกได้นักรบบอกเธอว่า

"นี่แหละ เหมือนในฝันเปี๊ยบเลย"

ซูซี่วิ่งนำดารารายเข้ามา เอะอะโวยวายว่าอุ่นใจทำอะไรกับนักรบ เข้าไปกระชากอุ่นใจไล่ให้ออกไปเสีย นักรบรีบเข้าห้าม ดารารายบอกว่า รปภ.แจ้งว่าเขาเดินออกมาข้างนอกคาดคั้นถามว่าเขาออกมาเพื่อพบผู้หญิงคนนี้หรือ ซูซี่ผสมโรงด่าอุ่นใจว่าเป็นพวกหาลำไพ่พิเศษ

อุ่นใจไม่ยอม ด่ากลับ ถูกซูซี่ด่า "อีเด็กบ้า" แล้วพรวดเข้าตบ อุ่นใจฟาดฝ่ามือสวนไปจนซูซี่กระเด็น นักรบกับดารารายรีบเข้าไปห้าม พอแยกทั้งสองออกจากกันได้ ดารารายก็พานักรบกลับ

อุ่นใจมองตามงงๆว่านี่มันอะไรกัน และเมื่อกลับไปเล่าให้ดอกจันฟัง ดอกจันบ่นเพื่อนว่าทำไมถึงไม่ได้เรื่องอะไรเลยล่ะ   อุ่นใจปรารภกับเพื่อนรักว่าตนไม่ทันได้คุยอะไร   ยายคู่หมั้นก็มาขัดจังหวะแถมนักรบยังทำท่าแปลกๆกับตนด้วย ทำเหมือนเป็นคนละคนกับนักรบที่ตนเคยเจอ

"ฉันว่ามันต้องเล่นละคร มันรู้ว่าแกกุมความลับอยู่ ก็เลยทำไม่รู้ไม่ชี้   แกจะได้เซ็งแล้วก็เลิกยุ่งกับมันไปเอง" ดอกจันฟันธง

"ไม่มีทางหรอก! ฉันไม่ยอมรามือแน่ การตายของพี่เอื้อจะต้องได้รับการชดใช้!" อุ่นใจพูดอย่างมุ่งมั่น

ooooooo

เมื่อพานักรบกลับมาถึงคฤหาสน์พยัคฆ์ราชา ดารารายคาดคั้นกับเขาว่ายังไม่ได้บอกเลยว่าผู้หญิงเมื่อกี้เป็นใคร นักรบมองแมวที่ยังกอดอยู่ อมยิ้ม พูดถึงอุ่นใจด้วยความรู้สึกประทับใจว่า

"อุ่นใจ...เป็นคนน่ารัก จริงใจ นิสัยดี เธอเป็นผู้หญิงที่มีความอบอุ่นและอ่อนโยนมาก"

ดารารายพยายามป้ายสีว่าอุ่นใจเป็นผู้หญิงลวงโลก นักรบเถียงว่าไม่ใช่ พอดารารายโกรธเขาก็ขอโทษที่ทำให้เธอโกรธ ดารารายจับแขนเขาเขย่าพูดเสียงแข็งกระด้างว่า

"คุณต้องจำให้ได้ว่าตัวเองเป็นใคร คุณคือนักรบ พยัคฆ์ราชา ราชาแห่งเสือที่มีสมองอัจฉริยะ ตอนนี้ทุกคนกำลังจะสูญเสียทุกอย่างเพราะสมองที่ใช้การไม่ได้ของคุณ"

นายิกาเดินหานักรบมาถึงห้องโถง น้อยรายงานว่านักรบอยู่กับดาราราย   นายิกาไม่สบายใจเพราะนักรบอยู่ในสภาพที่ความทรงจำไม่ปกติ

ดารารายใช้ทั้งคำพูดและการกระทำที่แข็งกระด้างดุดันกับนักรบ จนซูซี่เตือนว่ากลัวนายิการู้

"เขาหวังพึ่งฉันทบทวนความทรงจำของนักรบ จะกล้าทำอะไรฉัน" ดารารายไม่แยแส

แต่หารู้ไม่ว่า นายิกาไม่พอใจแต่ต้องเก็บกดอดกลั้นพึมพำเมื่อดารารายออกไปแล้วว่า

"ถ้าหล่อนไม่มีประโยชน์ ฉันคงไม่ทนให้หล่อนทำผยองใส่แบบนี้หรอก"

นายิกาหงุดหงิดมากเมื่อเห็นนักรบอุ้มลูกแมวไว้ในอก สั่งน้อยให้เอาไปทิ้งเสีย นักรบรีบออกมาขวางบอกว่าแมวตัวนี้ เป็นของตนแล้วลูบหัวลูกแมวอย่างเอ็นดูยิ้มอย่างมีเมตตา จนนายิกาทนไม่ได้ย้ำกับลูกชายว่า

"นักรบเป็นเสือ! จะมาทำตัวอ่อนแอเป็นลูกแมวไม่ได้"

นักรบโต้ว่าความอ่อนโยนไม่ใช่ความอ่อนแอ ถ้าคุณแม่ เอามันไปทิ้งตนก็จะไปอยู่กับมัน นายิกาเลยไม่รู้จะทำอย่างไร จนน้อยสะกิดเตือนเบาๆว่านักรบไม่สบายยิ่งกดดันจะยิ่งแย่ นายิกาเลยเดินออกไป

"คุณแม่ยอมให้ฉันเลี้ยงแกแล้ว ฉันจะเรียกแกว่าอะไรดี? ฉันเจอแกตอนอยู่กับอุ่นใจ ผู้หญิงที่ฉันอยู่ใกล้แล้วอบอุ่น ฉันจะเรียกแกว่าเจ้า "อบอุ่น" แล้วกัน"

นักรบอยู่กับเจ้าอบอุ่นอย่างมีความสุขมาก

ooooooo

ทองใบเอาผักปลอดสารพิษไปขายที่ตลาดอีก ถูกพ่อค้าแม่ค้าทั้งด่าทั้งไล่กระทั่งเอาเข่งผักทุ่มใส่ ดอกจันกับโอ๋มาเจอช่วยไว้อีกครั้ง เมื่อเจรจากับพ่อค้าแม่ค้าแล้ว พวกเขายอมให้ทองใบมาขายผักได้แต่ต้องไปขายที่ท้ายตลาด

พอไปดูที่ท้ายตลาดจริงๆไม่มีคนเดินผ่านเลย ดอกจันกับโอ๋เลยใช้กลยุทธ์ขายไส้กรอกมาช่วยร้องเพลง "เด็กดอยใจดี" เรียกลูกค้าจนมีคนมารุมซื้อไม่นานก็ขายหมด ทองใบยิ้มอย่างมีความสุขที่ขายผักปลอดสารพิษเป็นประโยชน์ต่อคนบริโภคได้หมด

ด้วยความรักเอ็นดูเด็กทั้งสองที่ช่วยตนมาอย่างดีมีน้ำใจ ทองใบชวนไปที่บ้าน โอ๋ชมว่าบ้านน่าอยู่จัง ทองใบชวนเข้าไปดื่มน้ำกันก่อน ดอกจันถามว่าจะดีหรือ

"หนูดอกจันกับโอ๋ช่วยลุงขายผักจนหมด ลุงเห็นหนูสองคนเป็นเหมือนลูกหลานด้วยซ้ำ ไม่ต้องเกรงใจ"

เมื่อเข้าไปนั่งในบ้านที่จัดเป็นระเบียบเรียบร้อยสะอาดน่าอยู่ ทองใบเอาคุกกี้มาให้กินเล่นกัน โอ๋กินเอ๊า...กินเอา พูดทั้งที่ขนมเต็มปากว่า "คุกกี้คุณลุงอร่อยจังครับ"

ทองทิวมาหาพ่อเจอดอกจันกับโอ๋เข้าอีกจนได้ ถามอย่างไม่พอใจว่าพวกเธอมาที่นี่ทำไม ทองใบปกป้องทั้งสองคนว่าเด็กสองคนนี้เป็นคนดีที่ตนรักมากกว่าลูกแท้ๆอีก ทองทิวเลยเงียบ เอาวิตามินต่างๆออกจากถุงมาวางเรียงมากมาย อวดอย่างเอาใจพ่อว่า นี่บำรุงสายตา นั่นบำรุงกระดูก โน่นบำรุงสมอง คุยอวดว่าวิตามินพวกนี้เป็นยี่ห้อดังจากอเมริกา ได้รับการรับรอง จากองค์การอนามัยโลกด้วย

ทองใบหมั่นไส้เลยคว้ากะหล่ำปลีปลอดสารพิษขว้างหัวทองทิวบอกว่า "กะหล่ำปลีสดๆปลอดสารพิษ ช่วยบำรุงสมองโง่ๆของแก" แล้วถามว่าวิตามินพวกนี้ราคาเท่าไร ดอกจันคว้าไปดูราคาหมายช่วยกันบี้ทองทิวให้หายแค้น พูดเร็วปรื๋อว่า กระปุกนี้พันกว่า กระปุกนี้เกือบสามพัน กระปุกโน้น...

"พอๆไม่ต้องยุ่ง" ทองทิวแย่งกระปุกวิตามินคืน

เลยโต้เถียงกันระหว่างพ่อที่อดีตเป็นอาจารย์เกษตร กับลูกที่ศรัทธาแต่ทุนนิยม ระหว่างนั้นดอกจันนึกได้ย่องไปที่รถของทองทิวเพื่อค้นหาซีดีแผ่นนั้น พอทองทิวเห็นดอกจันหายไปก็เอะใจ ตามไปเจอเธอกำลังค้นในรถเขาวุ่นวาย จนมือไปโดนตัวเบรกมือทำให้รถเริ่มไหล

ทองทิววิ่งมาเห็นพอดีตะโกนให้จับพวงมาลัยไว้แน่นๆ แล้วเหยียบเบรกที่เท้า แต่เพราะดอกจันขับรถไม่เป็นเลยจับๆเหยียบๆมั่วไปหมด จะเหยียบเบรกก็ดั๊นไปเหยียบคันเร่งเข้า

รถพุ่งกระฉึกกระฉัก   ทองทิวตะโกนบอกอยู่ข้างนอก ดอกจันจับมั่วอยู่ข้างใน รถเลยทำท่าจะไหลลงคูน้ำ ดอกจันยิ่งตกใจ สุดท้ายรถพุ่งเข้าชนเสาไฟฟ้าเต็มๆ ดอกจันนิ่งอึ้ง ส่วนทองทิวช็อก

ooooooo

ทองทิวโมโหจนควันออกหูบังคับดอกจันต้องรับผิดชอบความเสียหายนี้ ทองใบพยายามช่วยพูดว่า ดอกจันไม่ได้ตั้งใจ เลยถูกทองทิวหาว่าพ่อเข้าข้างคนอื่น ทองใบทั้งด่าทั้งสั่งสอนลูกชายว่า

"แกมันก็ห่วงแต่วัตถุ จิตใจถึงได้หยาบกระด้างแบบนี้" เมื่อทองทิวไม่ฟัง ทองใบเลยไล่ "ไอ้ทองทิว ออกไปจากบ้านฉันเดี๋ยวนี้นะ ออกไปรับใช้อุดมการณ์ทุนนิยมของแกเถอะ ไม่ต้องมายุ่งและวุ่นวายกับฉัน"

เมื่อไล่ทองทิวไปแล้ว โอ๋กับดอกจันก็ลาทองใบกลับ ระหว่างทางโอ๋ถามว่าตกลงไม่เจอซีดีของพ่อใช่ไหม พอรู้ว่าไม่เจอ โอ๋หน้าเสีย พึมพำ "น่าเสียดาย"

"โอ๋ไม่ต้องห่วง อาจะต้องหาทางเอาซีดีคืนมาจากนายทองทิวให้ได้" ดอกจันสัญญา

วันเดียวกัน นายิกาขนซีดีมามากมายสั่งนักรบว่าต้องดูให้หมดเพื่อฝึกบุคลิกภาพ ท่าทาง คำพูดให้เหมือนนักรบคนเดิม นักรบมองอย่างเบื่อหน่าย บอกว่าตนอยากเป็นนักรบคนนี้และ ขอพักผ่อน ถูกนายิกาตวาดว่า

"นักรบเป็นเสือหิวที่อยากทำงานตลอดเวลา ไม่เคยหยุดพัก ไม่เคยกลัวการเผชิญหน้ากับเหยื่อ"

นักรบมองหน้านายิกาเริ่มเข้าใจถึงนักรบคนเดิมที่แม่อยากให้เป็น เขาบอกแม่ว่า

"ผมเพิ่งรู้ว่านักรบเหมือนเสือตรงที่ต้องล่าเหยื่อตลอดเวลา เพื่อตอบสนองความอยากแสวงหาความยิ่งใหญ่มาเป็นเปลือกให้ตัวเอง" นายิกาสวนไปทันทีว่ามันคือความสำเร็จของผู้ชนะ นักรบถามว่า "ชนะจริงเหรอครับ คนที่มีชีวิตเหมือนสัตว์ ไม่มีจิตวิญญาณของความเมตตา อย่างนี้น่ะเหรอครับที่เรียกว่าชนะ"

"ทุกคนเกิดมาเพื่อไขว่คว้าหาสิ่งที่ตัวเองอยากได้ทั้งนั้น"

"แล้วความรักความปรารถนาดีล่ะครับ คุณแม่เอาไปทิ้งไว้ที่ไหน"

"เลิกเพ้อเจ้อ แล้วดูซีดีพวกนี้เสีย ถ้าดูไม่จบ ห้ามออกจากห้องนี้เด็ดขาด" นายิกาตัดบทแล้วออกไปสั่งน้อยให้ดูนักรบให้ดีอย่าให้ออกไปไหนจนกว่าจะดูซีดีหมด น้อยถามว่า ถ้านักรบไม่ยอมล่ะ นายิกาจ้องจิก พูดใส่หน้า "ฉันก็คงต้องเปลี่ยนคนใช้ใหม่!"

ooooooo

ทองทิวขับรถกลับด้วยความกังวลจนต้องโทร. ถามน้อยว่าเห็นซีดีแปลกๆแผ่นหนึ่งรวมอยู่ในกล่องซีดีที่ตนเอาไปให้หรือเปล่า น้อยไม่แน่ใจ ทองทิวถามว่า แล้วตอนนี้กล่องซีดีอยู่ที่ไหน

"คุณนักรบกำลังดูอยู่ค่ะ"

ทองทิววางสายจากน้อยด้วยความร้อนใจ รีบบึ่งรถไปหานักรบทันที

เป็นเวลาที่นักรบกำลังค้นแผ่นซีดี เจอแผ่นแปลกๆเลยเอาไปเปิดดู ปรากฏว่าเป็นแผ่นที่เอื้อบันทึกระบายความคับแค้นใจไว้นั่นเอง

นักรบฟังข้อความเหล่านั้นสีหน้าครุ่นคิดเหมือนทบทวนเหตุการณ์ตามที่เอื้อพูดถึง เขารู้สึกคุ้นหน้าเอื้อแต่ยังจำไม่ได้ นึกไม่ออก

ฟังและทบทวนความจำไปจนถึงตอนที่เกิดอุบัติเหตุเขาขับรถพุ่งชนเอื้อจนบาดเจ็บสาหัสไปทั้งคู่ ก็ทำให้นักรบปวดหัวรุนแรงจนแผดเสียงร้องลั่นแล้วความรู้สึกก็ดับวูบไป

เมื่อพาไปถึงโรงพยาบาล หมอสั่งพยาบาลให้เตรียมเครื่องมือสแกนสมองด่วน โดยมีนายิกาและทองทิวคอยฟังข่าวอยู่ข้างนอกอย่างกระวนกระวายใจ เจอพยาบาลเดินผ่านมานายิกาก็ปราดเข้าไปบอกว่า

"ทำยังไงก็ได้ให้นักรบฟื้นเร็วที่สุด แพงเท่าไหร่ฉันยอมจ่าย อย่าให้ลูกฉันเป็นอะไรเด็ดขาด"

พยาบาลฟังๆไปอย่างนั้นแล้วรีบเข้าไปในห้องฉุกเฉิน

ฝ่ายนิมมานกับนักคิดพอรู้ว่านักรบเข้าโรงพยาบาลอีกแล้วก็พากันตีปีกดีใจ

อีกคนที่สะใจมากคือจอมภพ เขาบอกจอมทัพปนเสียงหัวเราะว่าเข้าออกโรงพยาบาลบ่อยขนาดนี้เห็นทีจะไม่รอด พูดแล้วก็หัวเราะในลำคอ จนจอมทัพมองพ่ออย่างเอือมระอาที่กัดกันไม่ปล่อยเลยจริงๆ

ooooooo

ระหว่างที่นักรบอยู่ในห้องพักฟื้นนั้น เขาหลับฝันถึงคำพูดของเอื้อที่ว่า "บาปกรรมที่คุณเคยทำไว้กับคนอื่นกำลังจะย้อนมาเล่นงานคุณเอง บาปกรรมที่ไม่มีวันสูญหาย!"

ฝันถึงวัยเด็กที่เขากับนักคิดมักมีปัญหากันเพราะเขาเห็นว่านักคิดอ่อนแอ  ไม่มีประโยชน์  จนไล่ให้ออกจากทีมฟุตบอล

ฝันถึงวันที่เขาเจอนิมมานอยู่กับเด็กหนุ่ม จนเขาเอ่ยปากขู่ว่า "เลิกกับไอ้นี่เสีย ถ้าไม่อยากถูกถอนชื่อผู้ถือหุ้นในไทเกอร์คิง" และแม้แต่กับจอมภพที่เขาชนะการประมูลสัมปทานเครือข่ายมือถือระบบใหม่ เขาถูกจอมภพด่าว่าหักหลัง เวลานั้นเขาย้อนจอมภพว่า "คุณอาควรพิจารณาความสามารถของตัวเองมากว่าพาลคนอื่น คนโง่ย่อมเป็นเหยื่อของคนฉลาดกว่าเสมอ"

ความขัดแย้งแต่หนหลังที่รุนแรงและก่อแรงอาฆาตเหล่านั้นกระแทกกระทั้นเข้ามาในความฝันจนนักรบนอนกระสับกระส่ายหน้าเครียด และแล้ว...เครื่องวัดสัญญาณชีพค่อยๆ ลดระดับลงจนเป็นเส้นตรง

หมอกับพยาบาลใช้เครื่องปั๊มหัวใจช่วยชีวิตนักรบ แม้จะช่วยชีวิตเขาได้แต่ก็ยังสลบไม่ได้สติอยู่

"อาการเลือดคั่งในสมองไม่ดีขึ้นเลย ถ้าเกิดภาวะเครียดหรืออาการเสี่ยงที่ทำให้ปวดหัวอาจเสียชีวิตได้" หมอรายงานผลแก่นายิกา เมื่อนายิกายื่นคำขาดว่าลูกตนต้องหายต้องไม่เป็นอะไร หมอก็ได้แต่บอกว่า "ผมจะทำเต็มที่ครับ แต่ต้องใช้เวลา"

ooooooo

เมื่อนักรบฟื้นขึ้นมาเขาถามว่าเกิดอะไรขึ้น นายิกาย้อนถามว่าเกิดอะไรขึ้นทำไมเขาถึงเครียดจนสลบไปอย่างนี้

นักรบเพิ่งรู้ว่าตัวเองสลบไป เขานิ่งคิดแล้วก็นึกถึงซีดีแผ่นนั้น แต่พอถามทองทิวก็รีบกลบเกลื่อนว่าเขากำลังเบลอๆอยู่เพราะกลัวนายิกาจะมาสนใจ เรื่องซีดีแผ่นนั้น

"นักรบคนเก่าร้ายกาจกับทุกคนมากเหรอ" นักรบพึมพำอย่างอยากรู้

"ไม่มีอะไรหรอกลูก พักผ่อนเยอะๆเถอะๆ" นายิกาตัดบทไม่ให้ทองทิวเล่า แต่นักรบบอกว่าตนอยากรู้ นายิกาเลยพูดกล่อมเสียยาวว่า "นักรบคือเสือที่มีชีวิตอยู่ด้วยการล่าเหยื่อ เหยื่อทุกตัวคือห่วงโซ่อาหารของผู้ล่า ทุกอย่างบนโลกนี้ถูกกำหนดไว้แล้ว ผู้ชนะเท่านั้นที่จะอยู่รอด"

แม้จะฟังนายิกาพูดจนจบแต่นักรบฟังแล้วก็รู้สึกไม่สบายใจกับคำพูดเหล่านั้น

เมื่อออกมานอกห้องพักฟื้น นายิกาสั่งทองทิวว่าห้ามบอกอะไรนักรบเด็ดขาด ตนไม่อยากให้เขาเครียด ทองทิวเสนอจะไปตามดารารายมาเยี่ยม ถูกนายิกาตวาดทันทีว่า

"ไม่ต้อง! ยายเด็กนั่นมานักข่าวก็ต้องมา ข่าวนักรบเข้าโรงพยาบาลบ่อยๆ จะทำให้ภาพลักษณ์ของไทเกอร์คิงแย่ลง" พูดแล้วนึกขึ้นได้ถามถึงซีดีว่า "เมื่อกี้นักรบพูดถึงซีดีอะไร"

ทองทิวกลบเกลื่อนว่านักรบคงดูซีดีเยอะไปเลยทำให้ปวดหัว นายิกาพยักหน้าอย่างไม่ติดใจแต่สั่งว่า ทันทีที่นักรบดีขึ้นให้รีบพาเข้าบริษัท สร้างความคุ้นเคยเพื่อความทรงจำของเขาจะกลับมา

ooooooo

วันต่อมา นักรบก็ให้ทองทิวขับรถไปที่บริษัท ทองทิวพยายามท้วงติงว่าเพิ่งฟื้นน่าจะนอนพักอีกสักวันสองวัน นักรบยืนยันความตั้งใจว่า นี่เป็นทางเดียวที่เขาจะรู้จักนักรบคนเก่า

ปรากฏว่า การกลับมาครั้งนี้ของนักรบ สร้างความแปลกประหลาดใจแก่พนักงานแผนกต่างๆอย่างมาก เพราะนักรบคนนี้ไม่ถือตัว ลงจากรถไปยกกรวยเพื่อให้ทองทิวถอยรถเข้าไปจอดได้ ซ้ำรถพนักงานมาเขาก็ยังช่วยยกกรวยเปิดทางให้อีก เขาทำทุกอย่างด้วยความเป็นกันเองและไม่ถือตัว จนทองทิวเตือนว่า

"คุณต้องทำตัวให้เป็นที่น่าเคารพของลูกน้อง ทำให้ทุกคนเชื่อว่าคุณคือนักรบตัวจริง"

"แล้วนี่ผมกำลังปลอมตัวเป็นใครอยู่ ผมไม่ใช่นักรบเหรอครับ" เขาย้อนถามหน้าซื่อๆ

"ใช่...แต่ไม่ใช่...โอ๊ย...ปวดหัว อยากจะบ้าตาย" ทองทิวบ่นแล้วรีบดึงนักรบเข้าบริษัทไป

แต่แล้วทองทิวก็อยากตาย บ้าจริงๆ เพราะเมื่อนักรบเข้าไปเจอพนักงานที่เด็กกว่าไหว้เขาก็รับไหว้ เจอพนักงานที่อาวุโสกว่า เขาก็ยกมือไหว้ก่อนอย่างนอบน้อมซ้ำยังเรียกเป็นลุงเป็นป้าอีก จนพนักงานเหล่านั้นทำหน้าไม่ถูก ทองทิวรีบแก้สถานการณ์ บอกพนักงานเหล่านั้นก่อนพาเขาแยกไปว่า

"คุณนักรบซาบซึ้งในความพร้อมเพรียงของทุกคนมาก ทำได้ดีมากครับ ไปเถอะครับคุณนักรบ"

ทองทิวกึ่งลากกึ่งดึงแขนนักรบเดินฉับๆไป จู่ๆนักรบก็บอกว่าเหนื่อยขอดื่มน้ำก่อนได้ไหม

"ไม่ได้ บ่ายนี้คุณต้องเข้าประชุมระบบดาวเทียมร่วมกับบอร์ดและเจ้าหน้าที่" ว่าแล้วทองทิวเอาหูฟังเหน็บใส่หูนักรบแล้วเอามือถือไอโฟนใส่มือให้เช็กความ เรียบร้อยบอกว่า "ออปชั่น ครบ สมเป็นตัวจริง"

ระหว่างนั้นทองทิวให้นักรบเดินตามตนไป นักรบกดมือถือไอโฟนเดินตามแล้วจู่ๆก็ร้องอย่างดีใจ "เยส! ทำได้แล้ว" พอ ทองทิวถามว่าเขาใช้มือถือเช็กข้อมูลหุ้นได้แล้วใช่ไหม นักรบตอบอย่างดีใจว่า

"หุ้นในเกมเถ้าแก่น้อยขึ้นตั้งหลายจุดแน่ะ"

ทองทิวเซ็งจนบอกไม่ถูก ตั้งสติครู่หนึ่งจึงพูดนิ่งๆจริงจังราวกับกำลังสะกดจิตนักรบว่า

"ตั้งสติให้ดี...นักรบตัวจริงต้องนิ่ง ขรึม และอัจฉริยะ"

ooooooo

เมื่อพานักรบเข้าไปในห้องควบคุมของศูนย์ ดาวเทียมที่เจ้าหน้าที่คนหนึ่งกำลังยืนบรรยายให้กับบอร์ดหลายคนฟัง นักรบทำหน้าเบื่อๆ หันไปหันมาเห็นแผงควบคุมรอบๆห้องมีปุ่มมากมายน่ากดจัง เขายิ้มแบบซนๆเดินไปที่แผงควบคุมข้างตัว  แอบกดปุ่มสองสามปุ่มแล้วทำไม่รู้ไม่ชี้

ภาพหน้าจอในห้องประชุม ดาวเทียมสองดวงเริ่มเคลื่อนเข้าหากันเสียงสัญญาณเตือนดังขึ้นเบาๆ ส่วนเจ้าหน้าที่คนนั้นยังคงบรรยายไปเรื่อยๆ ทองทิวเองก็ตั้งใจฟังเอาจริงเอาจัง จนนักรบสะกิดถามว่า

"ทำไมดาวเทียมสองดวงมันวิ่งเข้าหากันอย่างนั้นล่ะ"

"แย่แล้ว ดาวเทียมไทเกอร์ดวงที่สองและสามกำลังวิ่งเข้าหากัน" ทองทิวตกใจมาก เจ้าหน้าที่เองก็ตกใจไม่น้อย หันไปถามเจ้าหน้าที่คนอื่นๆว่าใครเปลี่ยนพิกัดเคลื่อนที่ของดาวเทียมให้รีบ ปรับเปลี่ยนใหม่เร็ว!

นักรบรู้ว่าเกิดเรื่องก็หน้าจ๋อยแต่ไม่ยอมบอกใครว่าตนเป็นคนทำ หันไปสะกิดทองทิวแล้วพากันเดินออกไป ทองทิวโทร.กำชับเจ้าหน้าที่อย่างดุดันเดือดดาลว่า

"แก้ไขแล้วใช่ไหม รู้รึยังว่าเป็นฝีมือใคร...ไม่รู้เรื่อง ทำงานยังไงไม่รู้อะไรสักอย่าง...ถ้าพวกคุณหาตัวคนที่เปลี่ยนพิกัดดาวเทียม ไม่ได้ ผมจะไล่ออกทุกคน!"

นักรบพยายามบอกทองทิวว่าช่างมันเถอะ เรื่องมันแล้วก็ให้แล้วไป ทองทิวไม่ยอม  ยืนยันต้องเอาคนผิดมารับผิดชอบให้ได้

"ผมเองครับ ผมผิดเอง" นักรบยกมือสารภาพ ยิ้มแหยๆแบบเด็กทำผิดแล้วถูกจับได้

"หา!" ทองทิวอุทาน แทบจะลืมหายใจไปเลย

ooooooo

วันนี้ จอมทัพกับพิมเลขาส่วนตัวพากันไปเดินในชุมชนคนใจดีเพื่อหาลูกค้าโทรศัพท์ของฟีนิกซ์ พิมสะกิดบอกจอมทัพว่า

"ชุมชนเสื่อมโทรมแบบนี้ ไม่ใช่กลุ่มลูกค้าโทรศัพท์ มือถือเป้าหมายของเราหรอกค่ะ เสียเวลาเปล่า"

"ผมถือว่าลูกค้าทุกคนคือผู้มีพระคุณกับเรา อย่าดูถูกใครให้ผมได้ยินอีก" จอมทัพไม่พอใจ แล้วเดินหน้าหาลูกค้าต่อไป

พิมเลยจำต้องเงียบเดินตามจอมทัพไปท่าทางรังเกียจ ทั้งกลิ่นและความสกปรกแถวนั้น

ooooooo

ตอนที่ 3

หลังจากยึดกล้องกับเทปบันทึกเสียงนักข่าวมาแล้ว นายิกาสั่งทองทิวให้ลบทิ้งให้หมดถามทองทิวว่าแน่ใจไหมว่าข่าวนี้ไม่รั่วออกไป

"ผมขอร้องนักข่าวใช้ทั้งวิธีใต้ดินเหนือฟ้ามาปิดข่าวทั้งหมดแล้วครับ แน่ใจร้อยเปอร์เซ็นต์ครับ"

จากนั้น นายิกาเอาเรื่องกับหมอว่านักรบเป็นอะไรทำไมไม่บอกตนแต่แรก หมอยืนยันว่าตอนเช้าเอกซเรย์สมองแล้วก็ไม่มีอะไรผิดปกติ

"ก็มีแล้วไง! ไปจัดการรักษาให้เร็วที่สุดเลยนะ หมอรู้ไหมว่าเรื่องเมื่อกี้ทำให้ฉันเสียหน้าแค่ไหน แล้วถ้าข่าวออกไป บริษัทฉันต้องพังพินาศหมด!"

ในที่สุด หมอต้องเอานักรบไปเอกซเรย์อีกครั้ง ระหว่างรออยู่นั้น นักรบเห็นพาดหัวข่าวหนังสือพิมพ์จึงหยิบมาอ่าน "เหยื่อมอเตอร์ไซค์วิบากเผาแล้ววานนี้"

ในข่าวมีภาพเอื้ออยู่ในกรอบเล็ก นักรบดูแล้วคลับคล้าย คลับคลาว่าเคยเห็น ทันใดนั้นเหตุการณ์ขณะเกิดอุบัติเหตุก็ผุดขึ้นในความจำเบลอๆเพราะจิตสับสน เขายังไม่ทันรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นก็ร้องออกมาอย่างทรมานเพราะปวดหัว

หลังการเอกซเรย์ หมอแจ้งแก่นายิกาว่าความผิดปกติของนักรบมาจากสมองส่วนซีรีบรัม ซึ่งเป็นส่วนที่ควบคุมการเรียนรู้ เนื้อสมองส่วนนี้บวมจนไปกดทับกับเนื้อสมองส่วนอื่นๆ ทำให้มีผลกับความจำ

นายิกาถามว่าจะรักษาอย่างไร จะหายเมื่อไร หมอตอบตามหลักวิชาการแพทย์ว่าคงต้องแล้วแต่การฟื้นตัวของแต่ละคนจะหายเมื่อไรหมอคงตอบไม่ได้

"สมองของลูกชายฉันมีค่าเป็นพันๆล้าน ถ้านักรบกลายเป็นแบบนี้ แล้วไทเกอร์คิงจะเหลืออะไร" นายิกาแว้ดใส่หมอ จนหมอทำหน้าเบื่อหน่ายที่เธอไม่ยอมฟังคำชี้แจงเลย เอาแต่ห่วงเรื่องบริษัทอย่างเดียว

ooooooo

นักคิดกับนิมมานฉวยโอกาสนี้ไปให้นักรบเซ็นอนุมัติเงินก้อนโตอ้างว่าจะเอาไปเปิดคาร์แคร์พลางเอาแฟ้มเอกสารให้ดู นักรบรับไปดูแล้วบอกว่า "ผมอ่านไม่รู้เรื่อง"

นิมมานกับนักคิดนึกว่านักรบตีรวน นักรบถามซื่อว่าๆตนต้องเป็นคนเซ็นจ่ายเงินใช่ไหม แล้วขอปากกา ทำเอาทั้งนิมมานและนักคิดดีใจจนเหวอ รีบยื่นปากกาให้แล้วพากันจ้องลุ้นให้เขารีบเซ็น

นักรบรับปากกาไปแล้วทำท่าจะเซ็น แต่แล้วก็กลับหัวเราะเบาๆส่ายหน้าขำตัวเองบอกว่า

"จริงสิ ผมจำลายเซ็นตัวเองไม่ได้ พวกคุณมีตัวอย่างไหมครับ"

นิมมานกับนักคิดพากันเซ็ง มองกันงงๆ

แต่ในที่สุดนักรบก็เซ็นให้ สองแม่ลูกเดินตัวปลิวออกไป แต่แล้วก็ต้องชะงักเมื่อเจอนายิกากับทองทิวกำลังมาหานักรบ นายิกาเดาได้ทันทีว่าสองแม่ลูกมาทำอะไร พยักหน้าให้ทองทิวชิงกระเป๋าจากนิมมาน

ทองทิวยกมือไหว้ก่อนแย่งกระเป๋ามา นายิกาคว้ากระเป๋าไปค้นเจอเช็คก็ดึงออกมาฉีกทิ้งทันที

"อย่าคิดว่าแกจะฉวยโอกาสจากลูกฉันได้ อยากได้ก็ลองต่อเช็คนี้เอาเองก็แล้วกัน แต่ไม่รู้เช็คแบบนี้แบงก์จะรับรึเปล่า"

นิมมานพุ่งเข้าไปตบนายิกาทันที ถูกนายิกาตบกลับและเพราะนายิกาแข็งแรงดุร้ายกว่า พริบตาเดียวนิมมานก็ตกเป็นฝ่ายถูกนายิกาคร่อมบีบคอ จนนักคิดต้องไปช่วยแม่แกะมือนายิกาออกแล้วพากันถอยไป

เหตุนี้เอง นายิกาตัดสินใจเอาตัวนักรบกลับไปรักษาที่บ้าน บอกว่าอยู่ที่นี่ หมอก็รักษาไม่หายอยู่ดี นิมมานกับนักคิดตามมาแอบฟังอย่างสงสัย นักคิดถามแม่ว่า

"ไอ้นักรบมันเป็นอะไรกันแน่ครับคุณแม่ ขนาดหมอยังรักษาไม่ได้เนี่ย"

ooooooo

เมื่อเอื้อจากไปเช่นนี้แล้ว ภาระทั้งหมดตกอยู่ กับอุ่นใจ ความยากลำบากทางกายเธอทนได้ แต่ความเจ็บปวดทุกข์ใจเธอทรมานนัก

โอ๋ยังคิดถึงพ่อ วันนี้กลับจากเล่นบอลก็ยิ่งคิดถึงพ่อร้องไห้กับอา จนแม่นวลบ่นเอื้อว่า

"เจ้าเอื้อนี่ก็เหลือเกิน หายเงียบไม่ติดต่อมาเลย"

อุ่นใจจำต้องปดแม่อีกว่าพี่เอื้อคงยุ่งอยู่อีกสักพักก็คงโทร.มาเอง

"ไปอยู่ไกลหูไกลตาเขาจะดูแลดีแค่ไหนก็ไม่รู้ ถ้ากลับมาแม่จะห้ามเองว่าไม่ให้ไป จะอดตายก็ช่าง"

อุ่นใจฟังแล้วไม่กล้าสบตาแม่ได้แต่เจ็บร้าวในอก ไม่อยากนึกเลยว่าถ้าแม่นวลรู้ความจริงจะเป็นอย่างไร

เมื่ออึดอัดกดดันมากๆ อุ่นใจไปนั่งหน้าโต๊ะหมู่ที่วางอัฐิเอื้อ ถามพี่ชายว่า...

"พี่เอื้อ อุ่นไม่รู้จะทำยังไงแล้ว ให้อุ่นรับผิดชอบชีวิตของทุกคนอุ่นทำได้ แต่ถ้าจะให้อุ่นแบกรับความเจ็บปวดของแม่กับโอ๋ อุ่นจะไม่ไหวแล้วนะพี่ ทำไมพี่ต้องทำแบบนี้ ทำไมพี่ต้องทิ้งเราไป..."

อุ่นใจเข้าไปร้องไห้สะอึกสะอื้นกับอัฐิของพี่ชายอยู่คนเดียว...

ooooooo

นักรบยังไม่ได้กลับบ้าน ทองทิวจึงไปเฝ้าที่ห้องด้วยตัวเอง แล้วจู่ๆดารารายกับลูซี่คู่หูก็โผล่มาที่ห้อง ทองทิวตกใจถามว่ามาได้ยังไง ตนบอกพยาบาลไว้แล้ว... ทองทิวพูดถึงตรงนี้ลูซี่ก็เสียงแปร๋นขึ้นว่า "งดเยี่ยมยกเว้นคนสนิท คุณดารารายเป็นถึงคู่หมั้นของคุณนักรบยังไม่สนิทพออีกเหรอ"

ทองทิวอ้างว่านักรบยังไม่พร้อมรับแขก ก็ถูกดารารายสวนว่า

"ฉันไม่ใช่แขก ฉันคือคนที่จะเป็นภรรยาของเขา หรือเธอคิดว่าฉันเป็นเชื้อโรคถึงให้เข้าใกล้เจ้านายเธอไม่ได้"

ทั้งสามเสียงดังกันจนนักรบถามว่า "ใครมาเหรอคุณทองทิว" พร้อมกับเปิดประตูออกมาดูพอเห็นดารารายเขามองอย่างแปลกใจ

ลูซี่ลากทองทิวห่างออกไปขู่ว่าดารารายไม่พอใจเขาที่ปิดบังเรื่องนักรบ ถ้ายังขืนกันท่าอีกตนไม่รับรองว่าดารารายจะฟ้องนักรบหรือเปล่า ย้ำว่า "ถ้านายยังอยากจะมีงานทำมีเงินใช้ ได้มีโอกาสแต่งสูทหล่อๆแบบนี้  อย่าทำให้คุณดาวไม่สบอารมณ์"

ลูซี่เอาเล็บข่วนคอทองทิวเบาๆอย่างขู่ๆ ทำเอาทองทิวสะดุ้งถอยห่างเอามือคลำลำคอตัวเองเสียวๆ

ooooooo

ดารารายซื้อเค้กชาเขียวมาฝากนักรบ นักรบมองดูเค้กชาเขียวถามว่าตนเคยชอบเค้กแบบนี้หรือ ดารารายชะงักถามว่าเขาจำไม่ได้หรือ นักรบมองตาใสยอมรับว่าจำไม่ได้แม้แต่ตัวเธอเขาก็จำไม่ได้ แต่เดาว่าคงเป็นแฟนกัน แล้วถามหน้าตาใสซื่อว่า "คุณชื่ออะไรเหรอครับ"

ทีแรกดารารายก็หัวเราะบอกเขาว่าอย่าล้อเล่น แต่พอรู้ว่าเขาพูดจริงและจำอะไรไม่ได้เลยจริงๆ ดารารายก็เอะใจ จนเมื่อเธอไปถามสภาพของเขาจากหมอ แล้วไปต่อว่านายิกาที่ปกปิดตน นายิกาแก้ตัวเสียงอ่อยว่าไม่อยากให้เธอไม่สบายใจ เพราะเดี๋ยวนักรบก็หายแล้ว

"หมอยังไม่รู้เลยว่านักรบจะหายได้เมื่อไหร่! คุณป้าคิดว่าดาวโง่เหรอ ดาวไปคุยกับหมอมาแล้ว ดาวรู้ทุกอย่าง" เมื่อนายิกาบอกว่าถ้าหมอที่นี่รักษาไม่หายก็จะพาไปเมืองนอก ดารารายพูดตัดบทอย่างไม่อยากสนทนาด้วยว่า "แล้วแต่คุณป้าจะคิดเถอะค่ะ แต่ถ้าต่อไปคิดจะทำอะไร อย่าทำเหมือนดาวเป็นคนโง่! เพราะคนอย่างดาว โกรธแรง!!"

และเมื่อกลับถึงบ้านเล่าให้ตุลย์ผู้เป็นพ่อฟัง ตุลย์ชมว่าลูกทำถูกต้องแล้ว ให้จับตาดูไว้ว่าทางฝ่ายโน้นคิดจะทำอะไรเพราะการเปลี่ยนแปลงทุกกอย่างมีผลกับเรา ดารารายรำพึงว่า ถ้านักรบไม่หายไทเกอร์คิงคงจะล้ม

"เราจะไม่เสียเวลากับไม้ใหญ่ที่ตายแล้ว...ลูกยังไม่ได้ รักนักรบใช่ไหม"

"คนเดียวที่ลูกรักก็คือคุณพ่อค่ะ ถัดมาก็ตัวลูกเอง นักรบคือหน้าที่ของลูก คุณพ่อพูดถูกแล้วค่ะ ลูกจะไม่เสียเวลากับไม้ใหญ่ที่ล้มตาย เพราะดาวดวงนี้คู่ควรกับต้นไม้ที่ชูยอดขึ้นเสียดฟ้าได้เท่านั้น"

สองพ่อลูกอิงแอบกันอย่างภูมิใจในกันและกัน

ooooooo

ที่ตลาดสด...เช้าวันนี้ทองใบในวัยประมาณ 60 ปี ขี่ซาเล้งมีหลังคามุงด้วยพลาสติกใส บรรทุกผักสดปลอดสารพิษไปร้องขาย บรรยายสรรพคุณที่เป็นประโยชน์ และรักษาสุขภาพซ้ำยังขายถูกมากด้วย ทำให้บรรดาพ่อค้าแม่ค้าที่ขายผักในตลาดไม่พอใจ พากันต่อว่าอย่างรุนแรง

ทองใบตอบโต้ซื่อๆตามความเป็นจริงแถมติดตลกนิดๆด้วย แต่พวกพ่อค้าแม่ค้าไม่ขำด้วยหาว่ามาขายตัดราคากัน ทองใบอ้างว่าตนลงทุนแค่นี้จะขายแพงไปทำไมใจจริงอยากให้ฟรีด้วยซ้ำถือว่าทดลองตลาด ว่าแล้วก็ป่าวประกาศว่า

"เออ...ก็ดีเหมือนกัน ให้ฟรีเลยดีกว่า เอาไปเลยจ้ะ อยากกินผักอะไรเอาไปเลย ฟรียกแผงลองไปกินดูว่าผักปลอดสารพิษมันดียังไง ฟรี! เอาไปเลยฟรีๆ!!"

พวกแม่บ้านไม่เว้นแม้แต่คนขายของในตลาดพากันมากลุ้มรุมหยิบผักจากซาเล้งของทองใบกันชุลมุน พวกแม่ค้าทนไม่ไหว เอาผักที่แผงตัวเองมายัดปากทองใบ บ้างเอามาปาเอามาขยี้ใส่หัว รุมหัวจนทองใบล้มลงไปที่ถนนร้องโอดโอย ดอกจันกับโอ๋เดินมาจากอีกทางเห็นเข้ารีบวิ่งไปช่วยเหลือแต่ พวกพ่อค้าแม่ค้าก็ยังมะรุมมะตุ้มไม่เลิก โอ๋เลยบีบปากเป่า "เปี้ยวววว" แล้วร้อง
ตะโกน "ตำรวจ! ตำรวจ! ตำรวจ!"

แค่นั้นพวกพ่อค้าแม่ค้าก็หนีแบบตัวใครตัวมัน ดอกจันจึงประคองทองใบขึ้นในสภาพสะบักสะบอมแว่นตาห้อยต่องแต่งที่ใบหูข้างเดียว พอมีคนมาช่วยทองใบก็คอพับหมดแรง

เมื่อได้ดมยามีแรงขึ้นบ้าง ทองใบขอบใจดอกจันกับโอ๋ที่มาช่วย โอ๋ถามว่าตาเพิ่งมาอยู่หรือไม่เคยเห็นหน้าเลยบอกว่าถามให้รู้ไว้เผื่ออีกหน่อยจะได้คุ้มครอง เลยถูกดอกจันผลักหัวจนหน้าหงายหมั่นไส้ที่โอ๋จะทำตัวเป็นอันธพาล แล้วบอกให้เอากับข้าวกลับไปให้อุ่นใจเดี๋ยวตนจะพาลุงไปหาหมอก่อน

ooooooo

ที่สถานีอนามัยเล็กๆแถวนั้น ดอกจันพาทองใบไปรักษาที่นั่น ทองใบเล่าว่า ตนเพิ่งมาอยู่ที่นี่ตั้งใจว่า จะมาทำสวนปลูกผักเล็กๆน้อยๆเหลือก็เลยเอามาขาย แต่ผักตนเป็นผักปลอดสารพิษ ไม่ต้องซื้อยาฆ่าแมลงมันก็เลยถูก ยิ่งวันนี้แจกฟรีก็เลยโดนอย่างที่เห็น

"ลุงไปขายที่อื่นดีกว่า แถวนั้นมาเฟียเยอะ เดี๋ยววันหลังหนูพาไป"

ดอกจันกับทองใบต่างบอกชื่อกัน ดอกจันถามว่าทองใบอยู่คนเดียวหรือลูกเมียไปไหนหมด ถามไม่ทันขาดคำ ก็เห็นทองทิวเดินหน้าตั้งมา เขาปราดเข้าไปหาทองใบเพราะดอกจันนั่งอยู่หลังเสามองไม่เห็น

"พ่อเป็นยังไงบ้าง" ถามแล้วจึงเห็นดอกจัน เขาอุทานอย่างคิดไม่ถึง "เธอ..."

ดอกจันอ้าปากค้างเหมือนถูกผีหลอกเมื่อมาเจอทองทิวที่เธอเกลียดเข้ากระดูกดำเข้าจังๆ

ทองทิวถามพ่อว่าเป็นอย่างไรบ้าง ทองใบตอบกวนๆว่าก็เป็นอย่างที่เห็น ดอกจันหมั่นไส้เลยด่าไปว่า "ยังจะมีหน้า

มาถามอีกเหรอ ไอ้ลูกอกตัญญู!"

แล้วดอกจันก็ด่าเป็นชุดว่าตัวเองแต่งตัวดีขับรถหรูทำงานบริษัทใหญ่โตแต่พ่อคนเดียวเลี้ยงไม่ได้ปล่อยให้มาปลูกผักกินอยู่ในชุมชน แล้วบอกทองใบว่าไม่ต้องกลัวตนจะดูแลลุงเอง

ทองทิวพูดอย่างรำคาญหูว่าเพ้อเจ้อ แล้วชวนทองใบกลับบ้าน ดอกจันไม่ให้ไปเลยโต้เถียงยื้อยุดทองใบกันอยู่ตรงนั้น สุดท้ายทองใบตะโกนให้หยุดทั้งสองจึงหยุด ทองใบมองทั้งสองคนอย่างแปลกใจว่าสองคนนี้มาทะเลาะกันได้ยังไง แล้วบอก ดอกจันว่า

"ขอบใจนะหนูดอกจัน ลุงกลับกับไอ้ทิวก็แล้วกันแล้วเราค่อยเจอกันใหม่"

ดอกจันเลยต้องพยักหน้ายอมแพ้ แต่พอไปถึงกลางทางทองใบก็ให้ทองทิวจอดรถตนจะลง ที่มาด้วยก็เพราะเกรงใจดอกจันเท่านั้นเอง ไล่ทองทิวว่า

"แกจะไปหาเงินที่ไหนก็ไปเหอะอย่ามายุ่งกับตาแก่ อย่างฉันเลย ชีวิตฉันพอเพียงโว้ย...ไม่ได้โลภมากไม่รู้จักพอ เห็นเงินเป็นพระเจ้าอย่างแกหรอก ฉันขออยู่อย่างสุขใจแต่ ไร้เกียรติ ส่วนแกจะไปไหนก็ไปเหอะ"

พอทองใบลงจากรถเดินไป ทองทิวพยายามร้องเรียกให้กลับมาก่อน บ่นว่าไปกันใหญ่แล้ว

"แกสิไปกันใหญ่ กลับตัวกลับใจกลับความคิดเสียใหม่ ยังไม่สายนะไอ้ทิว ชีวิตคนไม่มีอะไรสำคัญไปกว่าความสุขแบบรู้จักตัวเองหรอก" ทองใบหันกลับมาพูดแค่นั้นแล้วเดินจากไป ทองทิวยืนมองตามหลังไปอย่างไม่เข้าใจพ่อตัวเอง

ooooooo

ดอกจันกลับไปเล่าให้พ่อฟังขณะเอาดอกไม้สดไปเปลี่ยนใส่แจกันว่า

"พ่อรู้ไหม วันนี้หนูไปเจอใครมา...ก็ไอ้โจรใส่สูทเพื่อนไอ้นักรบนั่นไง หนูเพิ่งรู้นะว่านอกจากมันจะเลวแล้วมันยังเป็นลูกอกตัญญูอีกต่างหาก ตัวเองออกจะร่ำรวยแต่ดันไม่เลี้ยงดูพ่อ ปล่อยให้มาปลูกผักขาย คนแบบนี้หนูมั่นใจเลยว่าอยู่ที่ไหนก็ไม่มีวันเจริญหรอก! เกลียดนักไอ้พวกที่ไม่เห็นคุณค่าของพ่อแม่ตัวเอง ปล่อยให้ท่านตกระกำลำบาก"

ที่แท้ดอกจันคุยกับรูปของพ่อบนหิ้ง ทำความสะอาดปัดฝุ่นเสร็จก็นั่งลงคุยต่อ

"ทำไมคนแบบนั้นมันถึงได้ครอบครองสิ่งที่เขาไม่เห็นคุณค่า แต่หนูกลับต้องเสียพ่อที่หนูรักไป...ทำไมฟ้าถึงไม่เอาพ่อแม่พวกเขาไปแล้วเอา พ่อของหนูกลับคืนมา" พูดแล้วก็ร้องไห้ คิดถึงพ่อ พอนึกได้ก็รีบเช็ดน้ำตาจนแห้งพูดขำๆกับพ่อว่า "ฮั่นแน่ พ่อกำลังจับผิดหนูใช่ไหม หนูไม่ได้ร้องไห้หรอกน่า ฝุ่นมันเข้าตา"

ดอกจันคุยกับรูปของพ่อราวกับท่านนั่งอยู่ตรงหน้าพยายามทำเป็นเข้มแข็ง แต่สุดท้ายก็ทนความจริงที่โดดเดี่ยวเจ็บปวดไม่ได้ ร้องไห้น้ำตาอาบแก้ม...

ooooooo

ทองทิวกลับไปทำงานที่ไทเกอร์คิง นายิกาดูพาดหัวหนังสือพิมพ์ที่ว่า "ลือไทเกอร์คิงระส่ำเหตุประธานโคม่าใกล้ตาย" โกรธจนขว้างหนังสือพิมพ์ทิ้ง ทองทิวบอกว่าฉบับอื่นๆก็ลงเหมือนกัน

"ไปสืบมาว่าใครปล่อยข่าวฉันจะจัดการมัน!" นายิกาบ้าดีเดือด แต่พอทองทิวท้วงติงว่าสำคัญที่สุดตอนนี้คือต้องทำให้ทุกคนเห็นว่านักรบยังมี ชีวิตอยู่ นายิกาก็ชะงักเปลี่ยนเป็นสั่งว่า "โทร.ไปแจ้งโรงพยาบาล ฉันจะรับตัวนักรบกลับวันนี้!"

ส่วนที่บ้านนิมมาน หลังจากไปพบนักรบเองและได้ อ่านข่าวจากหนังสือพิมพ์ นักคิดบอกแม่ว่าตนรู้แล้วว่านักรบเป็นอะไร ครั้นนิมมานถามว่ารู้ได้อย่างไร เขาเอาข้อมูลใหม่ ให้แม่ดู

"นักข่าวคนนึงส่งคลิปวันแถลงข่าวของไอ้นักรบกับแม่มันมาให้ผมดู" พูดพลางเปิดคลิปให้นิมมานดูบอกแม่ว่า "ไอ้นักรบมันความจำเสื่อมมันถึงได้ทำท่าแปลกๆกับเราในวันนั้นไงคุณแม่"

นิมมานดูคลิปและข้อสรุปจากนักคิดแล้ว ถึงกับยิ้มกว้างอย่างตื่นเต้นดีใจสุดๆ

ooooooo

แล้วปริศนาในการเข้าฝันอุ่นใจของเอื้อก็มีคำตอบ เมื่อส้มโอคนในชุมชนที่เอากล้องวีดิโอมาให้เอื้อซ่อมมารับกล้องคืน เปิดดูเจอสิ่งที่เอื้อบันทึกไว้ อุ่นใจ จึงรู้ว่าเอื้อจงใจฆ่าตัวตายเพราะใคร! และที่เอื้อบอกในฝันว่า "จะสอนบทเรียนกับคนคนหนึ่ง" นั้นหมายถึงใคร บอกดอกจันว่า

"พี่เอื้ออัดวีดิโอทิ้งไว้แบบนี้ ก็เพราะต้องการจะบอกพวกเราว่าเกิดอะไรขึ้น พี่เอื้ออยากให้พวกเรารู้"

อุ่นใจโผเข้ากอดดอกจัน ร้องไห้อย่างเจ็บปวดเคียดแค้น ดอกจันพลอยร้องไห้ไปด้วย

ooooooo

นักรบถูกรับตัวออกจากโรงพยาบาลกลับบ้าน ตลอดทางที่นั่งรถมานายิกานั่งคอแข็งไม่พูดไม่จาจนถึงบ้าน ทองทิวเปิดประตูรถบอกนักรบว่าถึงบ้านแล้ว

พอลงจากรถบรรดาคนรับใช้ในบ้านพากันมาตั้งแถวต้อนรับยกมือไหว้เอ่ยยินดี ต้อนรับกลับบ้านกันพร้อมเพรียง นักรบมองทุกคนงงๆ แล้วจู่ๆก็เดินเข้าไปยกมือไหว้ป้าที่เป็นแม่ครัวและคนที่ทำความสะอาดเยี่ยง เด็กไหว้ผู้ใหญ่ เอ่ยขอบคุณทุกคนที่มาต้อนรับ ทั้งยังพูดอย่างฝากตัวว่า "รบกวนด้วยนะครับ"

นายิกาทนดูไม่ได้เดินเชิดเข้าบ้านไป ส่วนทองทิวก็ต้องเข้าไปจับมือนักรบให้เลิกไหว้แล้วพาเข้าบ้าน จากนั้นนายิกาก็สั่งทองทิวว่า ภายในสิบสองชั่วโมงเขาต้องป้อนข้อมูลทั้งหมดเข้าหัวนักรบก่อนที่เราจะแถลง ข่าวพรุ่งนี้เช้า และนับแต่พรุ่งนี้เขาต้องเข้ามาอยู่ในบ้านหลังนี้จนกว่านักรบจะกลับมาเป็น ปกติ

ตกเย็นทองทิวเริ่มงานทันที เริ่มด้วยการบอกนักรบให้เลิกเรียกตนว่าคุณและไม่ต้องพูดคำว่าครับ เพราะนักรบคนเดิมจะไม่เคยพูดคำเหล่านี้ แต่นักรบก็จำไม่ได้จนทองทิวถอดใจเปลี่ยนเป็นให้จำใบหน้าคนรอบตัวเขา โดยดึงรูปของแต่ละคนขึ้นมาให้ดูและแนะนำว่าเป็นใครสัมพันธ์กันอย่างไร

อันดับแรกคือดารารายที่เป็นคู่หมั้นของเขาหมั้นกันมาสองปีแล้ว นักรบดูแล้วถามว่าจริงหรือทำไมไม่เห็นมีรูปคู่ ของตนกับดาราราย ทองทิวบอกว่าเพราะเขาไม่ชอบถ่ายรูปและไม่ชอบยิ้มด้วย นักรบถามขำๆว่า ในโลกนี้มีคนแบบนี้ด้วยหรือ ทองทิวดึงรูปของนิมมานกับนักคิดขึ้นมาบอกว่าสองคนนี้คือตัวแสบที่เขาต้อง ระวัง...

จากนั้นเอาแฟ้มมาตั้งกองท่วมหัวจนนักรบมองกลุ้มๆ

บุคคลต่างๆ ที่ทองทิวปริ๊นต์รูปออกมาให้ดู แล้วทองทิวก็ต้องปวดหัวเมื่อนักรบยกมือไหว้รูปซูซี่ โอบกอดจอมภพ ตบไหล่รัฐมนตรีตุลย์พ่อของดาราราย

จากการทดสอบและป้อนข้อมูล ปรากฏว่าสมองของนักรบเปลี่ยนเป็นตรงข้ามหมด แม้แต่กลิ่นดอกราตรีที่เคยสั่งคนใช้ให้ตัดทิ้งเพราะกลิ่นรบกวนสมาธิ บัดนี้ก็กลับชอบบอกว่าหอมดีเผื่อวันไหนเครียดๆจะได้ลงมาดมกลิ่นชื่นใจดี

แม้แต่อาหารที่เคยไม่ถูกปากจนจะไล่แม่ครัวออก แต่คราวนี้อาหารแบบเดียวกันกลับบอกว่าอร่อยดี ทั้งยังชวนป้าแม่ครัวมานั่งกินข้าวด้วยกันอีก จนนายิกาเดินผ่านมาเห็นมองมึนอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง

ooooooo

เห็นสภาพของนักรบแล้ว นายิกาเรียกทองทิวไปสั่งเข้มว่านักรบจะเป็นอย่างนี้ไม่ได้ ย้ำว่า

"เธอต้องย้ำให้นักรบรู้สถานะของตัวเองว่าเป็นใคร คนรอบข้างอยู่ในฐานะไหน ลูกชายฉันคือเสือไม่ใช่ลูกหมาที่เจอใครก็กระดิกหางให้ไปหมด" นายิกาเหวี่ยงใส่แล้วเดินออกไป ทองทิวถอนใจเฮือก

ครั้นเคี่ยวเข็ญนักรบมากเข้า เขาก็บอกทองทิวว่า "ผมไม่ชอบ ผมไม่อยากเป็นนักรบคนนั้น!" เมื่อถูกทองทิวฝึกหนักเข้าทนไม่ไหว เลยต่อยเปรี้ยงจนทองทิวหงายผลึ่ง พูดได้แค่ว่า

"อูยยย...โอย หมัดหนักเหมือนเดิมเลยนะเนี่ย แล้วบอกว่าไม่อยากเป็นนักรบคนเดิม"

ที่บ้านนิมมาน สองแม่ลูกทดลองเอาคลิปที่ได้มาฉายขึ้นจอทีวี แล้วชนแก้วกัน นิมมานพูดกระหยิ่มว่า "พรุ่งนี้จะเป็นวันอวสานของไอ้นักรบกับแม่ของมันแน่นอน!"

ooooooo

คืนนี้ นักรบนอนฝันร้าย ภาพความฝันที่กระแทกเข้ามาทีละเรื่อง ตั้งแต่ที่นักรบจะทำร้ายโอ๋

อุ่นใจล็อกตัวนักรบที่ห้องน้ำแล้วล้มไปด้วยกัน และสุดท้ายภาพอุบัติเหตุของเอื้อ มันเร็ว รุนแรง กระแทกกระหน่ำเข้ามาจนนักรบปวดหัวทนไม่ไหวร้องลั่น "โอ๊ย..โอ๊ย..ช่วยด้วย!"

นายิกาวิ่งเข้ามาถามว่าเป็นอะไร พอนักรบบอกว่าปวดหัวมาก ทองทิวจะไปตามหมอ ก็ถูกสั่ง

"ไม่ต้อง! ไปเอามายามา ฉันไม่อยากส่งนักรบกลับเข้าโรงพยาบาล ไม่งั้นหุ้นไทเกอร์คิงจะตกอีก" แล้วหันมาปลอบประโลมนักรบ "ไม่เป็นไรมากใช่ไหมลูก ทนกินยาไปก่อนได้ไหม"

นักรบจำต้องพยักหน้าด้วยความรู้สึกอึดอัดกับชีวิตที่จะป่วยก็ไม่ได้จะตายก็ไม่ได้...

ooooooo

เช้าวันนัดแถลงข่าว บรรดานักข่าวพากันมาอออยู่เต็มหน้าตึกไทเกอร์คิง พอรถของนักรบมาถึงก็กรูกันเข้าไปจะสัมภาษณ์ ซูซี่จอมจุ้นแหวกทุกคนเข้าไปบอกว่าขอเวลาให้คู่รักได้ทักทายกันก่อน แล้วเปิดทางให้ดารารายประคองช่อดอกไม้ไปมอบให้นักรบเอ่ยเสียงหวาน

"ขอต้อนรับกลับสู่ไทเกอร์คิงนะคะ"

"เอ้า ถ่ายสิคะ ถ่ายรูปไปลงเลยค่ะ" ซูซี่บอกพวกนักข่าว ดารารายกับนักรบยืนคู่กัน เธอยิ้มหวานให้กล้องในขณะที่นักรบยิ้มเฝื่อนๆ เพราะยังไม่รู้สึกคุ้นเคยกับดาราราย จากนั้นนายิกาบอกให้เข้าไปคุยกันข้างใน แต่ไม่ทันพานักรบเข้าตึก จอมภพที่ดักอยู่ถามว่าหายดีแล้วหรือ นายิกาชิงตอบแทนนักรบ จอมภพจึงบอกนายิกาว่าตนพาลูกชายมาแนะนำให้รู้จักเพราะนักรบยังไม่เคยเจอ ย้ำว่า

"ต่อไปจอมทัพจะมาดูแลฟีนิกซ์แทนผม  คงจะไม่ทำให้ไทเกอร์คิงหนักใจนะครับ"

นักรบเอ่ยยิ้มแย้มว่า "ยินดีครับ" แต่นายิการีบแทรกว่า "ก็ต้องดูกันต่อไป ระหว่างคนที่ทำงานบริหารมาตั้งแต่อายุ 21 กับคนที่เพิ่งมาจับธุรกิจเอาตอน 25 ใครจะต้องเป็นฝ่ายหนักใจกันแน่"

นายิกายิ้มเยาะแล้วพานักรบเดินเข้าข้างใน นักรบยังหันมายิ้มให้จอมทัพ เมื่อไปถึงห้องทำงานเขาถามนายิกาว่าจำเป็นต้องพูดถึงขนาดนั้นเลยหรือ นายิกาย้ำว่า "พวกมันเป็นศัตรู!"

"ทั้งๆที่ผมยังไม่ทันจะพูดกับเขาสักคนเนี่ยนะครับ" นายิกาไม่ตอบหยิบแฟ้มมาเปิดดูอย่างไม่สนใจนักรบ เขาพูดอีกว่า "อย่างน้อยคุณจอมทัพคนลูกก็ท่าทางเป็นคนดี ผมว่าเราน่าจะเป็นเพื่อนกันได้"

"สำหรับคนที่ต้องการเป็นที่หนึ่ง ไม่มีคำว่าเพื่อนในวงการธุรกิจ!" นายิกาเสียงเข้มจนนักรบอึ้ง แล้วก็ส่งแฟ้มให้นักรบ "อ่านรายงานทั้งหมดนี่ซะ ใกล้จะได้เวลาแล้ว"

นักรบมองแฟ้มเหล่านั้นอย่างเบื่อหน่าย

ooooooo

ดอกจันเอาแผ่นซีดีที่เอื้ออัดเสียงไว้เหน็บใส่ กระเป๋ากางเกงด้านหลังไปกับอุ่นใจเตรียมจะลุยไปแฉความเลวร้ายของนักรบ แต่ไปเจอทองทิวเข้าเขาไม่ยอมให้เข้าบริษัท อุ่นใจบอกว่ามีเรื่องจะคุยกับนักรบ
ทองทิวดักคอว่าจะขอเงินอีกเหรอ วันนั้นให้ก็ไม่เอาเองเปลี่ยนใจตอนนี้ไม่ทันแล้ว บอกว่าวันนี้บริษัทมีงานใหญ่

อย่ามาก่อเรื่องอีกเลย แล้วตัดสินใจเอาเงินส่วนตัวให้อุ่นใจไปก่อน อุ่นใจปัดเงินทิ้งอย่างโมโห ดอกจันบอกอุ่นใจว่าอย่าเสียเวลากับพวกนี้เลยให้อุ่นใจเข้าไปตนจะขวางนายนี่ ไว้เอง

ดอกจันไล่อุ่นใจเข้าไป ลืมสนิทว่าแผ่นซีดีอยู่ในกระเป๋าหลังของตัวเอง

ทองทิวจะวิ่งไปดักอุ่นใจ ถูกดอกจันกระชากไว้แล้วต่อยโครม เลยชกกันนัวเนีย ทองทิวจับแขนดอกจันบิดอย่างแรง อุ่นใจเห็นดังนั้นวิ่งกลับมาช่วยกันเล่นงานทองทิว รปภ.ได้ยินเสียงเอะอะวิ่งมาดู

"เอาสองคนนี้ออกไปจากตึกเดี๋ยวนี้!" ทองทิวสั่ง รปภ. ดอกจันกับอุ่นใจเลยถูกหิ้วออกไป โชคดีที่เจอจอมทัพเข้าพอดี เขาเข้ามาช่วยสองสาวบอก รปภ.ว่าสองคนนี้มากับตน รปภ.เลยจำเป็นต้องปล่อย

จอมภพมองอุ่นใจอย่างสนใจเมื่อรู้ว่าเป็นน้องสาวของเอื้อ ยิ่งเมื่อรู้ว่าเธอมีแผ่นซีดีจะมาเปิดโปงนักรบด้วย จอมภพจึงขอดู แต่อุ่นใจขอเป็นว่าไปดูพร้อมกับนักข่าวเลยดีกว่ารับรองว่านักรบดิ้นไม่หลุด แน่

"ตกลง งั้นฉันจะพาหนูเข้าไปเอง" จอมภพกระหยิ่มกับหลักฐานเด็ดที่จะเอาผิดกับนักรบได้

ooooooo

เมื่อทองทิวขึ้นกล่าวเปิดแถลงข่าว แจ้งว่าที่ผ่านมา มีข่าวลือเกี่ยวกับสุขภาพของนักรบมากมาย วันนี้ไทเกอร์คิงจึงเชิญทุกท่านมาพิสูจน์ความจริงว่านักรบยังแข็งแรงดี แล้วเชิญทุกคนพบกับนักรบ

นักรบเดินออกมาเก้ๆกังๆตื่นๆกับสายตาผู้คนจนเกือบตกบันได ไม่เพียงเท่านั้นยังเดินเตะข้าวของล้มกระจายไปตามทาง ทุกคนเริ่มซุบซิบบ้างก็หัวเราะ นายิการีบแก้ว่านักรบเพิ่งออกจากโรงพยาบาลยังเดินไม่ถนัด

พอทองทิวเชิญนักข่าวตั้งคำถาม นิมมานก็เปิดประตูพรวดเข้ามาพูดเสียงดังว่าไม่จำเป็นต้องตั้งคำถามแล้ว เพราะวันนี้ไทเกอร์คิงจะเปลี่ยนประธานคนใหม่ พูดจบนักคิดก็ตามเข้ามาอีกคน นักคิดพูดกับทุกคนด้วยเสียงดังฟังชัดว่า

"ทองทิวกับคุณป้านายิกาปกปิดความลับบางอย่างไว้ ทุกท่านทราบไหมครับว่านายนักรบมีอาการผิดปกติ" ทองทิวแทรกขึ้นทันทีว่าพูดเพ้อเจ้อ นักคิดโต้ทันควันว่า "ถ้าฉันเพ้อเจ้อ ฉันจะมีคลิปวันแถลงข่าวครั้งที่แล้วไว้ในมือได้ยังไง" พูดแล้วนักคิดเรียกวิทยุไปทางห้องควบคุม "เปิดคลิปเลย!"

เจ้าหน้าที่ได้ยินเสียงสั่งเปิดคลิปก็หันไปหยิบมือถือของนักคิดที่ทิ้งไว้มาเสียบเข้ากับเครื่องฉาย นักรบมองหน้าทุกคนแล้วยกมือขึ้น "หยุดก่อนครับ ผมอธิบายได้..." นักรบลุกขึ้นเท้าไปเขี่ยเกี่ยวสายไฟเครื่องฉายดับลงทันที ทุกคนฮือฮา นักคิดคำรามอย่างแค้นใจว่า

"ไอ้นักรบ! แกจงใจใช่ไหม!" นักคิดตะโกนแล้วจะขึ้นไปชกนักรบ การ์ดรีบเข้ามาดึงตัวไว้ ทองทิวฉวยโอกาสที่กำลังชุลมุนวิ่งไปด้านหลัง สั่งเจ้าหน้าที่ให้ต่อสายเครื่องฉายใหม่

ทองทิวเห็นโทรศัพท์ของนักคิดจึงหยิบขึ้นมาดูแล้วลบคลิปงานแถลงข่าวทิ้งกดหาคลิปใหม่

ส่วนนิมมานก็ตะโกนให้ซ่อมเครื่องฉาย พลันจอฉายวีดิโอก็ติดขึ้นอีกครั้ง นักคิดหัวเราะอย่างผู้ชนะ แต่พอภาพปรากฏบนจอกลายเป็นงานปาร์ตี้ไฮโซเต็มไปด้วยชายหญิงหลายคู่แต่งแฟนซี นักคิดหน้าเสียเริ่มเอะใจ จนภาพที่ฉายออกมาเป็นนักคิดถูกจับสวมเสื้อชั้นในทับเสื้อยืดมีหญิงสาวคลอเคลียเมากันสุดๆ

นิมมานกับนักคิดตกใจ นายิกาได้ทีประณามทันทีว่านักคิดเป็นพวกวิปริตน่าอายที่สุด นิมมานอับอายจนทนไม่ได้กล่าวอาฆาตแล้วพานักคิดออกไปจากที่ประชุม นายิกาถามอย่างท้าทายว่ามีใครจะแฉอะไรอีกไหมถ้ามีก็รีบๆแฉเสีย

"ผมมี!" เสียงจอมภพดังขึ้นพร้อมกับลุกยืน อุ่นใจลุกตาม ทำเอานายิกาแทบช็อก

ทองทิวอยู่ข้างหลังรีบวิ่งออกไป จอมภพแนะนำว่าอุ่นใจเป็นน้องสาวของเอื้อพนักงานรักษาความปลอดภัยที่ตายไป นายิกาถามเธอต้องการอะไร อุ่นใจพูดเสียงดังอย่างแค้นใจว่า

"ฉันมีหลักฐานที่จะให้ทุกคนรู้ว่าพี่เอื้อตายเพราะใคร!"

แต่พอจะเอาซีดีจากดอกจันมาเปิด ปรากฏว่าซีดีหาย! อุ่นใจแทบช็อก ส่วนจอมภพตวาดอย่างเอาเรื่องว่าสองคนหลอกตน นายิกาเลยยิ่งได้ทีเยาะเย้ยว่าถ้าเป็นลิเกก็ไปเล่นวิกอื่นเพราะตนเสียเวลามามากพอแล้ว พลันก็เรียกการ์ด พริบตาเดียวการ์ดก็กรูกันเข้ามาคุมทั้งสี่คนไว้

ขณะนั้นเองดอกจันมองไปที่เวทีเห็นทองทิวโผล่มาโบกแผ่นซีดีเย้ยอยู่ข้างหลัง ดอกจันจำได้ว่าเป็นแผ่นนั้น ที่แท้เธอทำหล่นขณะมะรุมมะตุ้มอยู่กับทองทิวนั่นเอง

ในที่สุด ทั้งสี่คนก็ถูกการ์ดเชิญตัวออกไปจากห้องประชุม จอมภพด่าอุ่นใจกับดอกจันว่าเป็นพวกสิบแปดมงกุฎ  ด่าจอมทัพว่าลดตัวลงไปคลุกคลีกับคนพวกนี้ได้ยังไง ในที่สุดจอมทัพเลยต้องพาจอมภพออกไป แต่ก็ยังหันมาบอกอุ่นใจว่า "ผมไปก่อนนะอุ่นใจ แล้วเดี๋ยวค่อยคุยกัน"

ooooooo

ในห้องแถลงข่าว นายิกาถูกบรรดาผู้บริหารคาดคั้นอย่างหนักถึงสภาพที่แท้จริงของนักรบ นายิกาก็ยังปากแข็งว่านักรบไม่เป็นอะไร

ขณะที่นายิกากำลังโต้เถียงหน้าดำหน้าแดงกับบรรดาผู้บริหารนั้น นักรบเห็นกีตาร์วางอยู่ก็หยิบขึ้นมาเล่นและร้องเพลงด้วยน้ำเสียงอันไพเราะมีความสุข เสียงกีตาร์และเสียงร้องเพลงทำให้ศึกน้ำลายหยุดทันที ทุกคนมองไปที่นักรบ ทองทิวฉวยโอกาสช่วยสร้างภาพทันที ประกาศว่า

"เห็นไหมครับ นี่คือข้อพิสูจน์ว่าคุณนักรบก็ยังเป็นคุณนักรบคนเดิม ที่ยังมีการสะกดและจูงใจทุกคนได้เสมอ แล้วแบบนี้จะเรียกว่าคุณนักรบไม่ปกติได้ยังไงล่ะครับ ฮ่ะๆๆๆ"

แต่นักรบดีดกีตาร์ได้ครู่เดียว ภาพหลอนต่างๆก็กระทุ้งกระแทกเข้ามาอย่างรุนแรงจนเขาปวดหัวร้องลั่น "โอ๊ย!" แล้วมองไปรอบๆด้วยแววตากร้าวกระด้าง ตะคอกดุดัน

"จะอะไรกันอีก! ต้องการอะไรกันนักเรอะ! มันจะสงสัยอะไรกันนักหนา งานการที่ทำอยู่เสร็จแล้วรึยัง! ออกไป ฉันบอกให้ออกไป!" ตะโกนเสร็จก็ทำท่าจะล้ม นายิการีบเข้าไปประคอง ทองทิวฉวยโอกาสประกาศปิดการแถลงข่าวแค่นี้ แล้วช่วยนายิกาประคองนักรบออกไปท่ามกลางความงุนงงของทุกคน

ooooooo

เมื่อนักรบรู้สึกตัวดีขึ้น เขาถามงงๆว่าเกิดอะไรขึ้นกับตน นายิกาบอกว่าเขาเครียดเกินไปเลยหมดสติ ทองทิวเสนอให้ไปหาหมอดีไหม นักรบไม่ไปแต่ขออยู่คนเดียวสักพัก

พอนายิกากับทองทิวออกไป เขาก็นั่งถามลอยๆงงๆว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวเอง

ด้วยความรู้สึกเบื่อๆเซ็งๆ นักรบจึงเดินออกไปข้างนอก เห็นลูกแมวกำลังจะข้ามถนน รถมอเตอร์ไซค์ขี่มาจะทับมิ

ทับแหล่ นักรบพรวดเข้าไปช่วยลูกแมวไว้ได้ อุ้มลูกแมวขึ้นมาอย่างรักใคร่ห่วงใย

อุ่นใจเดินเข้ามาหาเขาเหมือนคอยอยู่ ถามว่าจำตนได้ไหม นักรบยิ้มกว้างร้องอ๋อ จำได้เพราะเมื่อคืนยังฝันถึงเธออยู่เลย พออุ่นใจถามว่า "ว่าไงนะ" นักรบก็ตอบซื่อๆว่า

"ผมฝันถึงคุณ ฝันว่าคุณกอดผมแล้วเราก็ล้มไปด้วยกันบนพื้น"

อุ่นใจฉุนขาดด่าว่าสมองของเขาจำได้แต่เรื่องพวกนี้หรือ นักรบไม่สนใจหันไปโอ๋ลูกแมวที่เลียมือเขา ถามว่าหิวหรือเดี๋ยวจะหานมให้กิน แล้วบอกอุ่นใจ "ขอตัวแป๊บนะคุณ" พลางอุ้มลูกแมวเดินออกไป

อุ่นใจมองตาม งงเป็นไก่ตาแตกว่ามันอะไรกัน แล้วรีบตามไป

ooooooo

ตอนที่ 2

หลังรู้จากทองทิวว่าเอื้อเป็นอัมพาตไปครึ่งตัว นายิกากังวลใจกลัวสาวเรื่องมาถึงปัญหาประกันภัยแล้วจะทำให้ไทเกอร์คิงเสีย ชื่อ บ่นอย่างหงุดหงิดว่ารนหาที่เองแท้ๆ ถามว่านักรบอยู่ไหน พอรู้ว่าอยู่ที่ห้องประชุม นายิกาก็รีบไปทันที

ที่ห้องประชุม นักรบกำลังพูดกับทุกคนด้วยสีหน้าเคร่งเครียดว่า

"ผมเข้าใจว่าทุกคนคงจะรู้เรื่องที่เกิดขึ้นกับบริษัทเมื่อคืนนี้แล้ว ขอให้รู้ว่าผมไม่ได้นิ่งนอนใจ" เขาพูดทิ้งช่วงกวาดตามองทุกคนเหมือนจะพูดเรื่องช่วยเหลือเอื้อ แต่เปล่า กลายเป็นว่า "ผมจะพยายามหาทางแก้ไขสถานการณ์นี้ โดยไม่ให้ส่งผลกระทบ กับไทเกอร์คิงอย่างเด็ดขาด!"

ระหว่างนั้นที่หน้าบริษัท รถยนต์คันหรูแล่นมาจอดที่หน้าตึก รปภ.เขม้นมองแล้วรีบเข้าไปเปิดประตูรถอย่างนอบน้อม ผู้ที่ก้าวลงจากรถ คือนิมมานและนักคิด สองแม่ลูกที่พอลงจากรถก็ยืนเชิดอยู่หน้าตึกก่อนจะเดินเข้าไป

นิมมานคือน้องสาวแท้ๆของนายิกา ที่วันๆอยู่แต่กับการเริงร่าปาร์ตี้ ทำงานไม่เป็น ซ้ำยังมีจิตใจอิจฉาริษยาอย่างร้ายกาจ ซึ่งก็พอๆกับนักคิดที่เป็นลูกชายเพลย์บอยไม่เอาถ่าน จึงมักถูกนักรบว่าเอาอย่างไม่ไว้หน้าต่อหน้าธารกำนัลเสมอ จนนักคิดเก็บความแค้นไว้คอยวันเอาคืนตลอดเวลา

การประชุมบอร์ด เพื่อหาทางปกปิดเรื่องพนักงานบาดเจ็บจนพิการ ไม่ให้เรื่องกระทบถึงบริษัท ขณะที่ทุกคนกำลังคิดกันอยู่นั้น ที่ประชุมก็ปั่นป่วนทันทีเมื่อสองแม่ลูกเข้าไปปรากฏตัว

"เข้ามาได้ยังไง! ฉันกำลังประชุมอยู่ ออกไป!" นายิกา ลุกขึ้นตวาดไล่อย่างไม่ไว้หน้า

นิมมานแค่นยิ้มอ้างว่าตนกับนักคิดก็เป็นบอร์ดบริหารของไทเกอร์คิงเหมือนกัน ย่อมมีสิทธิ์ที่จะฟัง เยาะเย้ยว่า "อยากรู้ เหมือนกันว่าคุณพี่กับลูกชายมีวิธีไหนที่จะไม่ทำให้โล่ "บริษัทจัดการดีเด่น" อันนี้มัวหมองเพราะอุบัติเหตุเมื่อคืนนี้"

เมื่อนิมมานเปิดฉาก นักคิดช่วยอีกคน เลยกลายเป็น แม่กับแม่ทะเลาะกันและลูกกับลูกเถียงกัน ความขัดแย้งที่คุกรุ่น มานานเกือบระเบิดออกมาเป็นการใช้กำลัง ทองทิวซึ่งดูสถานการณ์ อยู่แล้วหาทางแก้ด้วยการเชิญทุกคนไปที่ห้องรับรองเพราะคอฟฟี่ เบรกมาแล้ว

ทองทิวกับเลขาฯช่วยกันเชิญบอร์ดคนอื่นๆออกไปจากห้องอย่างลุกลี้ลุกลน พอออกมากันแล้วเขามองเข้าไปในห้องประชุม พึมพำอย่างระอาใจ

"สงครามกลางเมืองอีกแล้ว..." พลางก็เอาหูแนบแอบฟังเสียงข้างใน

ooooooo

ในห้องประชุมจึงเหลือแต่นายิกา นิมมาน นักรบ และนักคิด ทั้งหมดโต้เถียงกันเรื่องผลประโยชน์ และความรับผิดชอบต่อการงาน   ฝ่ายนายิกาด่านิมมาน กับนักคิดว่าทำอะไรไม่เป็นคอยแต่จะกินแรงคนอื่น ส่วนนักคิดก็โต้ว่าคุณป้านั่นแหละที่กีดกันไม่ให้ตนเข้ามาทำงานที่นี่

"ก็เพราะนายไม่มีความสามารถพอไง บริษัทนี้ต้องการคนเก่งระดับหัวแถว ไม่ใช่นักเรียนหลังห้องที่ปริญญาสักใบก็ยังต้องใช้เงินซื้อมา" นักรบปรามาสตราหน้านักคิดอย่างเจ็บแสบ

"ไอ้นักรบ!" นักคิดพุ่งเข้ากระชากคอเสื้อนักรบเงื้อหมัดจะต่อย แต่นักรบหลบทันและจับแขนบิดจนนักคิดร้องลั่น พอเห็นลูกตัวเองเสียท่า นิมมานจึงเข้าไปช่วยประคองนักคิดลุกขึ้นถอยออกมา

"กลับไปได้แล้วทั้งสองคน แล้วก็ไม่ต้องเสนอหน้ามาที่นี่อีก ที่นี่ไม่เหมาะกับพวกเธอ!" นายิกาตวาดไล่ นิมมาน จ้องหน้าพี่สาวกัดฟันกรอด พูดอย่างอาฆาตว่า

"อย่าคิดว่าจะกีดกันพวกฉันได้ตลอดนะ! ยังไงบริษัทนี้ก็เป็นของฉันครึ่งหนึ่ง ฉันจะกลับมาทวงสิทธิ์ของพวกฉันคืนแน่ เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม!" ว่าแล้วสะบัดหน้าพานักคิดกลับไป

ooooooo

อุ่นใจกับโอ๋เสียใจและสงสารเอื้อมากที่ต้องมาเป็นอัมพาตเดินไม่ได้ แต่เอื้อกลับเข้มแข็งเป็นฝ่ายให้กำลังใจน้องและลูก ปลอบใจว่า

"ไม่ต้องกังวลนะอุ่น พี่เชื่อว่าเราทำดีความดีก็จะเกื้อกูลเรา ทุกอย่างจะต้องดีขึ้น"

"หมอบอกว่าพี่เอื้อกำลังใจดีมากผิดจากคนไข้ทั่วไปที่มักจะเสียขวัญพอรู้ว่า ตัวเองจะไม่เหมือนเดิม" อุ่นใจเล่าให้ ดอกจันฟังขณะยืนดูเอื้อใช้ไม้เท้าประคองตัวเองพยายามหัดเดิน ดอกจันฟังแล้วถามว่าแล้วอุ่นใจจะกังวลใจทำไม

อุ่นใจจึงบอกเพื่อนรักว่าเอื้อมีความหวังมากว่าบริษัท จะช่วยเขาให้กลับมามีชีวิตปกติเร็วๆ แต่ตนได้สัมผัสนักรบแล้วหวั่นใจว่า "พี่เอื้อต้องฝันสลายแน่"

และความจริงที่ไทเกอร์คิงก็คือ นักรบเรียกทองทิวไปถามว่าเอื้อพิการแค่ไหน พอรู้ว่าตั้งแต่สะโพกลงไปเดินได้ แบบลำบากเต็มที แล้วทองทิวก็เสนอว่า

"เท่าที่ผมไปดูประวัติ หมอนี่เป็นคนดีนะครับ เป็นพนักงานดีเด่น เราน่าจะโยกให้ไปทำด้านอื่นได้"

"ยังไงก็ไม่มีประสิทธิภาพเท่าคนปกติ" นักรบพูดแล้วมองหน้าทองทิวนิ่งก่อนสั่งเลือดเย็นว่า "ให้ออกไปซะ!"

ทองทิวสะดุ้งพยายามบอกว่าเอื้อไม่ได้ทำผิดอะไร เจ็บตัวแล้วยังถูกไล่ออกอีกจะดีหรือ แต่นักรบไม่ฟังสั่งทองทิว ให้รับผิดชอบไปตามความเหมาะสม ย้ำว่า "แต่ไทเกอร์คิงจะไม่เลี้ยงนายเอื้อเด็ดขาด!"

ความรับผิดชอบอย่างเหมาะสมที่นักรบพูดคือ ทองทิว ไปจัดการชำระค่ารักษาพยาบาลให้ทั้งหมด ทำให้เอื้อยิ่งมั่นใจว่าไทเกอร์คิงไม่ทิ้งตน ชมว่านักรบเป็นคนมีเมตตา

"มีเมตตาหรือว่าสร้างภาพ" อุ่นใจยังไม่เชื่อ กลับถูกพี่ชายหาว่ามีอคติ

ออกจากโรงพยาบาลกลับมาที่ชุมชนคนใจดี เอื้อได้รับการต้อนรับจากเพื่อนบ้านในชุมชนอย่างอบอุ่น บ้างอวยพรให้หายเร็วๆ บ้างเอายาสมุนไพรมาให้ เอื้อซาบซึ้งใจในน้ำใจของเพื่อนๆในชุมชนมาก

"ดูไว้นะโอ๋ เมื่อเราเป็นคนดี คุณค่าในตัวเราก็จะสูงขึ้นจนทำให้เป็นที่รักของใครๆแบบนี้แหละ" อุ่นใจสอนหลาน โอ๋รับคำแล้วมองพ่อที่อยู่ในกลุ่มชาวบ้านด้วยความชื่นชม

ooooooo

นอกจากการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากเพื่อนบ้านในชุมชนแล้ว เอื้อยังได้รับกำลังใจอย่างมากจากคนในครอบครัว โดยเฉพาะแม่นวล แม้จะเจ็บปวดและสงสารลูกแทบขาดใจ แต่ก็พยายามเข้มแข็งให้กำลังใจและความหวังกับลูก

เอื้อเองยังเชื่อมั่นว่าเมื่ออาการดีขึ้นทางบริษัทจะรับกลับเข้าไปทำงานแต่ อาจจะไม่ได้ทำตำแหน่งเดิม พูดกับอุ่นใจอย่างเชื่อมั่นมากว่า "คุณนักรบคงจะเตรียมงานใหม่ไว้ให้แล้วล่ะ"

เช้าวันหนึ่ง เอื้อสะเทือนใจมากเมื่อไปดูโอ๋ซ้อมบอลกับเพื่อนๆ แล้วถูกเพื่อนล้อประสาเด็กว่าพ่อโอ๋ขาเป๋ทำให้โอ๋โกรธมากเอาบอลขว้างใส่ เพื่อนๆ    จนพวกนั้นแตกฮือ เอื้อฟังแล้วสงสารลูกมาก

ดังนั้น วันต่อมาแม้ว่าจะยังไม่สามารถเดินได้เป็นปกติ เอื้อก็ถือไม้เท้าให้อุ่นใจพาไปส่งที่หน้าบริษัทไทเกอร์คิงเพื่อไปรายงานตัว หวังว่าจะได้งานใหม่ทำ

พอเพื่อนๆเห็นเอื้อมาก็พากันดีใจ หลายคนที่เอื้อช่วยชีวิตไว้ในครั้งนั้นพากันมาขอบคุณ ขณะนั้นเอง ผู้จัดการแผนกเดินมาเห็น เรียกเอื้อให้ไปคุยกันหน่อย เอื้อดีใจนึกว่าเรียกตนไปรับงานใหม่

พอเข้าไปนั่งตรงหน้าผู้จัดการ  เอื้อรีบพูดอย่างกระตือรือร้นว่า

"เรื่องงานใหม่ของผมใช่ไหมครับ ไม่ต้องห่วงนะครับผู้จัดการ ผมไม่เกี่ยงงานจะย้ายผมไปแผนกไหนก็ยินดีทั้งนั้น"

ผู้จัดการอึ้งไปนานเพราะลึกๆแล้วก็ไม่เห็นด้วยกับคำสั่งปลดของทางบริษัท แต่จำต้องทำ เขาหยิบแฟ้มมาเปิดดึงซองขาวออกมา บอกเอื้อว่า "ทางเราจำเป็นต้องเลิกจ้างนาย"

เหมือนสายฟ้าฟาดลงมากลางหัว   เอื้ออ้าปากค้างหน้าซีดเผือด  พูดตะกุกตะกักว่าต้องมีอะไรเข้าใจผิดกันแน่ ยืนยันว่าตนทำงานเต็มที่ไม่เคยขาดงานไม่เคยบกพร่องในหน้าที่ทำไมต้องถูกไล่ ออก พลันก็นึกได้บอกผู้จัดการอย่างมีความหวังขึ้นมาอีกครั้งว่า

"คุณนักรบ! คุณนักรบจะต้องเข้าใจผม ขอให้ผมพบกับคุณนักรบได้ไหมครับ"

"คุณนักรบนั่นแหละคือคนที่เซ็นคำสั่งปลดนาย" ผู้จัดการจำต้องบอกความจริง

เอื้ออึ้งเหมือนโลกถล่มทลายลงมาตรงหน้า!

ooooooo

อุ่นใจกับดอกจันมารับเอื้อกลับบ้าน เขาไม่กล้าบอกน้องจนเมื่ออุ่นใจถามว่าเป็นอะไร  เรื่องงานเป็นอย่างไรบ้าง  เอื้อจำต้องปดน้องเพื่อให้สบายใจว่าโดนย้ายไปทำงานฝ่ายเอกสารแทน

ฟังแล้วดอกจันพูดขึ้นว่านักรบก็ไม่ได้เลวร้ายนัก แต่หารู้ไม่ว่าในใจของเอื้อเวลานี้เจ็บปวดนัก  เขานิ่งเงียบตลอดทางที่กลับบ้าน จนฉุกคิดอะไรบางอย่างขึ้นได้ เขายิ้มอย่างมีทางออกแล้ว

นั่นคือเขาไปขอทองทิวทำงานที่ป้อมยามคอยกดสัญญาณปิดเปิดรั้วกั้น แต่ทำได้อาทิตย์เดียวนักรบมาเห็นเข้า เรียกทองทิวไปถาม ทองทิวยอมรับว่าเอื้อขอกลับมาทำงานแบบไม่เอาเงินเดือนเพื่อให้ทางเราเห็นว่า เขายังทำงานได้ ถึงกระนั้นนักรบก็ไม่เอา สั่งทองทิวให้ตามเอื้อไปพบที่ห้องทำงาน

เอื้อมีความหวังขึ้นมาแอบดีใจว่านายคงอนุญาตให้ทำงานแล้ว แต่ที่ไหนได้ พอเข้าไปพบนักรบในห้อง กลับถูกนักรบบอกว่าไทเกอร์คิงไม่ต้องการเขาแล้ว   บริษัทจะไม่จ้างพนักงานที่ทำงานได้แค่หกสิบเปอร์เซ็นต์   ซ้ำบอกว่าสภาพอย่างเขานี้ดูแล้วน่าสมเพช แล้วย้ำว่าไทเกอร์คิงต้องมีแต่พนักงานที่มีคุณภาพ

เอื้อถามว่าตนผิดตรงไหนหรือ นักรบสวนไปทันทีว่าเขาไม่ได้ทำผิดอะไร แต่เขาไม่เป็นที่ต้องการสำหรับที่นี่ แล้วตัดบทเรียก รปภ.เข้ามาพาเอื้อออกไป แล้วอย่าให้เข้ามาอีก

เอื้อมองเพื่อนๆที่เข้ามาคุมตัวเขาออกไปด้วยแววตาชอกช้ำ เพื่อนๆไม่กล้าทำอะไรจนนักรบสั่งให้เอาไป เพื่อนๆจึงประคองเอื้อออกไป เอื้อพยายามที่จะพูดอะไรกับนักรบอีกแต่ก็ถูกหิ้วปีกออกไปแล้ว โดยมีนักรบยืนกอดอกมองเอื้อด้วยสายตาเย็นชา

แม้จะเจ็บปวดแทบหัวใจสลาย แต่เมื่อออกมาเจออุ่นใจกับดอกจันถามว่าเกิดอะไรขึ้นเขากลับข่มความเจ็บร้าว สะเทือนใจบอกว่าเปล่า แล้วชวนกันกลับ

ooooooo

กลับถึงบ้าน เอื้อปิดประตูเก็บตัวเงียบอยู่ในห้อง โอ๋ไปเคาะประตูเรียกกินข้าวก็ไม่ตอบ

เอื้อขังตัวเองครุ่นคิดถึงคำพูดต่างๆของนักรบอย่างเจ็บช้ำ ทุกคำพูดของเขาเสียดแทงใจเอื้ออย่างสาหัส จนระงับอารมณ์ ไม่ได้ใช้โล่รางวัลที่ได้รับทุบขาซ้ายที่เป็นอัมพาตอย่างรุนแรงหมายจะให้มัน มีความรู้สึกขึ้นมา แต่ก็ไร้ผล เขาทุบไปร้องไห้ไปอยู่อย่างนั้น...นานเท่าไรไม่มีใครรู้...

เป็นเวลาเดียวกับที่นักรบกำลังเตรียมความพร้อมในการแข่งมอเตอร์ไซค์วิบากใน วันพรุ่งนี้ แต่ถูกนายิกาเข้ามาขัดบอกนักรบว่าพรุ่งนี้ช่วงบ่ายมีคอลัมน์ครอบครัวจะมา สัมภาษณ์ ให้อยู่ด้วย นักรบถามอย่างไม่อยากอยู่ว่าตนต้องอยู่ด้วยหรือ

"ถ้าไม่อยู่แล้วฉันจะเอาลูกที่ไหนไปอวดเขาล่ะ" นายิกาทำตาดุล้อๆแล้วเดินออกไป

ooooooo

เช้าวันแข่งขันมอเตอร์ไซค์วิบาก เมื่ออุ่นใจไป เร่งเอื้อให้รีบไปกันได้แล้วเดี๋ยวตนสาย แต่พอเปิดประตู ห้องเข้าไปปรากฏว่าภายในห้องทุกอย่างเก็บเรียบร้อย แต่ไม่มีเอื้ออยู่ในห้อง อุ่นใจสงสัยว่าเอื้อไปตั้งแต่เมื่อไร
เอื้อเดินกะเผลกมุ่งไปที่สนามแข่งมอเตอร์ไซค์วิบาก ซึ่งนักรบลงแข่งด้วย ทองทิวท้วงติงว่าที่จริงเขาไม่ต้องลงแข่งก็ได้เพราะดูผลงานวันนี้ยังไงทีม เราก็ชนะ

"คนประมาทไม่มีทางชนะ" นักรบเสียงเข้มใส่ตามเคย ทองทิวเลยต้องรีบจัดส่งชุดอุปกรณ์ให้ เป็นเวลาที่เอื้อลัดเลาะมาถึงแถวหน้าอัฒจันทร์ หาจนเห็นนักรบถือชุดเดินเข้าห้องแต่งตัว

เอื้อคิดถึงเมื่อคืนที่เขาพูดคนเดียวหน้าเครียดเหมือนพูดกับใครตรงหน้า...

"ผมเพิ่งรู้เดี๋ยวนี้เองนะครับคุณนักรบ ว่าเราใช้เครื่องมือวัดความเป็นคนคนละแบบ"

และเช้านี้เขาเห็นนักรบกำลังสวมชุดแข่ง เอื้อมองนิ่ง พูดอย่างเจ็บช้ำ...

"เพราะผมวัดค่าของคนด้วยหัวใจของเขา แต่คุณกลับตีค่ามันจากความสำเร็จ จากตัวเลขผลงาน หึๆ! แต่จะโทษใครได้ ในเมื่อคุณไม่มีหัวใจ...ข้างในตัวของคุณมันเป็นแค่ เครื่องจักรสร้างความสำเร็จเท่านั้น"

เมื่อนักรบแต่งชุดแข่งเสร็จเดินตัวแข็งเหมือนหุ่นยนต์ ออกมา เอื้อพึมพำต่ออีกว่า

"เมื่อก่อน ผมมองคุณเป็นฮีโร่ เป็นเป้าหมายที่ผมอยากจะไปถึง แต่ผมยอมแพ้แล้ว เพราะเป้าหมายอย่างคุณอยู่สูงเกินไป ไม่มีอะไรเป็นรางวัลรออยู่บนนั้นเลย นอกจาก...ความเดียวดาย"

ที่สนาม...การแข่งขันเริ่มขึ้นแล้ว เบื้องหน้านักแข่งเป็นเนินสำหรับกระโจนขึ้นไปบนฟ้าผ่านรถหลายคันที่จอดเรียง ขวางอยู่ มีบ่วงไฟใหญ่ๆแขวนอยู่ที่ด้านบน

เอื้อดูสภาพเหล่านั้นแล้วระบายความคิดต่อ "คุณรักที่จะเป็นนักล่าที่โดดเดี่ยว เพราะคุณมั่นใจว่าชัยชนะจะทำให้คุณ อยู่รอด แต่ไม่มีใครชนะตลอดไปหรอกคุณนักรบ บางทีคุณอาจจะต้องแพ้ให้คนกระจอกอย่างผมก็ได้...แต่ความพ่ายแพ้ก็เป็นสิ่งดี เพราะมันสอนบทเรียนให้เรามากกว่าชัยชนะเสียอีก"

พริบตานั้นเอง รถที่นักรบขี่เกิดพุ่งถลันเข้ามากลางทางวิ่ง ทุกคนตกใจ นักรบผงะตกใจสุดขีด ขณะที่รถของนักรบกำลังจะลงสู่พื้น ร่างของเอื้อก็พุ่งเข้ามาขวางตรงนั้น

ผลคือ ทั้งนักรบและเอื้อต่างบาดเจ็บสาหัส ต้องรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลทันที

ooooooo

ระหว่างอยู่ในห้องไอซียูนั้น หมอแจ้งว่าอาการของทั้งสองคนสาหัสพอกัน นายิกาขอร้องแกมขู่ๆหมอว่าให้รักษาลูกชายตนเต็มที่แพงเท่าไรไม่ว่าชีวิต ลูกชายตนต้องมาก่อน

ระหว่างนั้นนิมมานกับนักคิดได้ข่าวรีบพากันมาที่โรงพยาบาล นิมมานถามนายิกาว่าบริษัทจะอยู่รอดได้ยังไงถ้านักรบตาย ถูกนายิกาด่าและสั่งหุบปาก สองแม่ลูกสะอึกขึ้นมา นักคิดโอบแม่ไว้พูดให้นายิกาเจ็บใจว่า

"ไปเถอะครับคุณแม่ ดูใจแค่นี้ก็พอ เราต้องกลับไปเตรียมตัวตัดชุดดำ ถ้าพรุ่งนี้ไทเกอร์คิงเรียกประชุมผู้ถือหุ้นเราจะได้แสดงฝีมือกันเสียที" แล้วสองแม่ลูกก็โอบกันเดินไป นายิกาโกรธจนตัวสั่น

ส่วนอุ่นใจกับโอ๋และดอกจันที่มาเฝ้าติดตามอาการของเอื้ออย่างเป็นห่วงอยู่ ที่โรงพยาบาลได้แต่ภาวนาให้เอื้อ ปลอดภัย จนเย็นเมื่อดอกจันจะกลับ อุ่นใจฝากให้ช่วยดูแลแม่ ด้วยแต่ห้ามบอกแม่เรื่องเอื้อ

ooooooo

จอมภพมีลูกชายชื่อจอมทัพหนุ่มไฮโซการศึกษาดีจิตใจดีสุภาพเรียบร้อย เพิ่งกลับจากเมืองนอก หลังเรียนจบบอกพ่อว่าตนพร้อมจะลุยงานทันทีที่คุณพ่อให้ โอกาส จอมภพพอใจมากย้ำกับลูกชายว่า

"เราจะร่วมมือกันบริหารฟีนิกซ์ให้ยิ่งใหญ่แซงหน้าไทเกอร์คิง...เราจะทำทุกวิถีทางเพื่อเขี่ยไทเกอร์คิงให้พ้นทางเรา"

"ผมมั่นใจว่ามันสมองของผมไม่ได้ด้อยกว่าอัจฉริยะอย่างนักรบ   ฟีนิกซ์จะสู้กับไทเกอร์คิงอย่างขาวสะอาดและสมศักดิ์ศรี"

"สงครามทางธุรกิจมีแต่คำว่าชนะกับแพ้เท่านั้น   พ่อมอบหน้าที่ให้พิมเป็นเลขาฯคอยประสานงานให้ลูก"  จอมภพแนะนำพิมแก่ลูกชาย  พิมยกมือไหว้อย่างฝากตัวกับจอมทัพ

วันนี้ เมื่อรู้ข่าวว่านักรบเข้าโรงพยาบาล จอมทัพไปที่โรงพยาบาล  โทร.แจ้งจอมภพว่าตนถึงโรงพยาบาลแล้ว  จอมภพฝากบอกนายิกาด้วยว่าตนเสียใจด้วย   จอมทัพถามว่าเสร็จแล้วตนกลับได้เลยใช่ไหม

"ไม่ได้! รอฟังข่าวไปก่อน มันตายเมื่อไรก็โทร.มา พ่ออยากฟังเสียงร้องไห้ของนายิกา ฮ่าๆๆๆ"

ooooooo

เพราะสมองของนักรบและเอื้อได้รับความกระทบ กระเทือนมากหมอจึงผ่าตัดด่วน

อุ่นใจอ้อนวอนหมอให้ช่วยพี่ชายตนด้วย นายิกากลับสอดขึ้นมาว่าคนอย่างนี้สมควรตายแต่ลูกชายตนยังอายุน้อยอนาคตกำลัง รุ่งโรจน์แต่ต้องมาชะงักเพราะคนพิการอย่างนี้

อุ่นใจแค้นขึ้นมาเลยโต้เถียงกันอยู่ตรงนั้น ยิ่งนายิกาด่าเอื้อเพียงใด อุ่นใจก็แค้นมากเพียงนั้นแช่งให้พินาศไปทั้งบริษัทยิ่งดี ระหว่างนั้น จอมทัพเดินมาเห็นทั้งสองกำลังทะเลาะกันเสียงลั่น จนนายิกาบันดาลโทสะเข้าตบอุ่นใจจนเซไป จอมทัพรีบเข้าประคองไว้ เตือนทั้งสองคนว่า

"อย่าครับ ที่นี่โรงพยาบาลนะครับ คุณอาอยากเป็นข่าวขึ้นหน้าหนึ่งรึไง"

นายิกาชะงักมองจอมทัพอย่างไม่รู้จัก ส่วนอุ่นใจมองเขาอย่างชิงชังเพราะได้ยินเขาเรียกนายิกาว่าคุณอา เลยตราหน้าว่าเป็นญาติกับนายิกา เธอจ้องจิกเขาแล้วพาโอ๋ออกไป

อุ่นใจกับโอ๋ไปไหว้ศาลพระภูมิพนมมืออธิษฐานขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ช่วย คุ้มครองเอื้อด้วย จอมทัพมาเจอเลยเข้าไปขออนุญาตนั่งด้วยคน ถามว่ามาไหว้พระกันทำไมหรือ

"อธิษฐานขอให้พ่อเอื้อหายเร็วๆ" โอ๋ตอบในขณะที่อุ่นใจยังหลับตาภาวนาอยู่

"อธิษฐาน? แล้วมันจะช่วยเหรอทำไมไม่ไปคุยกับหมอล่ะ" จอมทัพถามซื่อๆอย่างหวังดี

อุ่นใจหงุดหงิดหันมาทำตาเขียวปรามว่าอย่ารบกวนสมาธิได้ไหมถ้าไม่ไหว้ก็ไป เสีย จอมทัพเลยขอไหว้ด้วยคน ถามว่าต้องทำยังไง โอ๋เลยแนะนำให้ หลอกให้ไหว้พระแล้วต้องรำด้วย พอจอมทัพหลงเชื่อลุกขึ้นรำเก้งๆก้างๆ โอ๋กับอุ่นใจก็พากัน แอบหนีไป จอมทัพหันมาอีกทีจึงรู้ว่าตัวเองถูกเด็กหลอกเสียแล้ว

ooooooo

เปลวแสงมาทำข่าวที่โรงพยาบาล พอทองทิวเห็นหน้าเธอก็ตกใจ เปลวแสงรายงานข่าวว่าตอนนี้ยังไม่มีผู้เกี่ยวข้องออกมาเปิดเผยรายละเอียดแต่ เรากำลังจะได้รู้ข้อมูลจากพยาน ว่าแล้วรี่เข้ามาหาดอกจันถามว่า "ตกลงว่าเกิดอะไรขึ้นคะคุณ..."

"ดอกจันค่ะ คืองี้ค่ะ นายนักรบเป็นคนที่ใจร้ายใจดำอำมหิตผิดมนุษย์มนามากค่ะ"

ทองทิวแทบลมจับ รีบวิ่งมาตะโกนลั่นว่านักข่าวท่านใดต้องการทราบข้อมูลเกี่ยวกับอาการของ นักรบเชิญทางนี้เลย พวกนักข่าวเลยกรูกันไปทางทองทิว พอถูกถามว่าตกลงเกิดอะไรขึ้นกันแน่

ทองทิวตอบอึกอักว่าทุกอย่างเป็นอุบัติเหตุ ส่วนอีกคนที่นักข่าวถามถึงเขาตอบหน้าตาเฉยว่า

"เป็น...เป็นเจ้าหน้าที่สนามน่ะครับ แต่อาการปลอดภัยแล้ว"

"ไม่จริง!" ดอกจันพรวดเข้ามายืนฟังทองทิวเถียงเสียงดังลั่น "คนที่บาดเจ็บไม่ใช่เจ้าหน้าที่สนามค่ะแต่ชื่อนายเอื้อ อารี เป็นคนงานของบริษัทไทเกอร์คิงที่ถูกคานทับจนเป็นอัมพาตไงคะ"

ทองทิวจ้องดอกจันตาเขียว แต่ทำอะไรไม่ได้เพราะดอกจันพูดฉอดๆต่อหน้ากล้องทีวี

"นายนักรบไม่อยากจ้างคนพิการอย่างพี่เอื้อก็เลยวางแผน ฆ่าเรื่องก็เป็นอย่างนี้แหละค่ะ" พูดแล้วยกมือท่วมหัวแช่ง "เจ้าประคู้ณ...ขอให้กรรมสนองเถอะ!"

ทองทิวแทบช็อกด่าดอกจันแล้วบอกนักข่าวคนนี้เป็นคนบ้า ประกาศหยุดการให้สัมภาษณ์แล้วขอตัวไปเลย ไม่ไปคนเดียวแต่เอามืออุดปากดอกจันลากไปด้วย ไปทะเลาะกันต่อที่อีกมุมหนึ่งของโรงพยาบาล ดอกจันขู่ทองทิวว่า ถ้าเอื้อเป็นอะไรไปพวกเขาต้องตาย!

ooooooo

อาการของนักรบกับเอื้อผลัดกันดีผลัดกันทรุด แต่ในที่สุดเอื้อก็เสียชีวิต ส่วนนักรบอาการดีขึ้นเป็นลำดับ นายิกาดีใจมากสั่งทองทิวให้เตรียมจัดห้องแถลงข่าวเป็นการด่วนเพื่อให้สื่อ รู้ก่อนตลาดหุ้นปิด

อุ่นใจกับโอ๋และดอกจันหัวใจแทบสลายกับการจากไปของเอื้อ

เวลาเดียวกันนี้ จอมทัพก็มาที่โรงพยาบาลเจอนายิกาก็ถามว่าตนมาช้าไปหรือเปล่า พริบตานั้นเอง นิมมานกับนักคิดในชุดดำกระหืดกระหอบมากัน นิมมานถามพี่สาวว่าคืนนี้ตั้งศพที่วัดไหน

นายิกามองคนทั้งสามอย่างรู้ทัน ยิ้มเยาะแล้วบอกอย่างผู้ชนะว่า

"มากันพร้อมหน้าเลยนะ ก็ดีเหมือนกัน จะได้แจ้งข่าวดีให้ฟังทีเดียว นักรบปลอดภัยแล้ว ฉันกำลังจะไปแถลงข่าวที่บริษัท" แล้วหันทางนิมมาน "แต่เธอกับลูกไม่ต้องตามไปหรอกนะ เกะกะ!"

ระหว่างที่นิมมานกับนักคิดเดินออกมา นักคิดบ่นกับแม่ว่าแบบนี้ที่เราฝันกันมาทั้งคืนก็พังทลายหมดใช่ไหม
พลันเสียงจอมภพก็พูดเย้ยขึ้นว่า

"ก็ถ้ามัวแต่ฝันไม่ยอมลงมือทำ ตื่นขึ้นมามันก็ต้องหายหมดเป็นธรรมดานั่นแหละหลานชาย"

"คุณเป็นใคร" นักคิดหันขวับถามอย่างไม่พอใจ

"จอมภพ ประธานบริษัทฟินิกซ์ เสียใจด้วยนะคะนักรบปลอดภัยไทเกอร์คิงก็คงผงาดเหนือฟินิกซ์ต่อไป" นิมมาน ตอบลูกชายและเย้ยจอมภพ

"อย่าเสียใจแทนผมเลยคุณนิมมาน การแข่งขันมันมีแพ้มีชนะ แต่คุณกับลูกนี่สิ โอกาสจะลงแข่งขันก็ยังไม่มี ไม่รู้ชัยชนะจะมาถึงเมื่อไหร่นะครับ" จอมภพเยาะเย้ยแล้วเดินออกไปเลย

ในการแถลงข่าววันนี้ดารารายแย่งพูดหมดราวกับรู้เรื่องดีทั้งที่เพิ่งจะรู้ทำให้นายิกาไม่พอใจมาก

ในที่สุดตำรวจก็สรุปคดีที่เกิดขึ้นว่า มีพยานยืนยันว่านายเอื้อปีนเข้าไปในสนามเพราะต้องการฆ่าตัวตาย นักรบไม่ผิดอะไร นายิกาเบาใจดีใจที่จะได้หมดเรื่องไป

ooooooo

เพื่อจะสืบให้รู้ว่านายเอื้อคนนี้มีความเป็นมาอย่างไรทำไมจึงเกิดเรื่อง อย่างนี้ขึ้น จอมภพสั่งให้จอมทัพไปงานศพของเอื้อ สืบข่าวนี้ให้ได้เพื่อเอาไว้เล่นงานไทเกอร์คิงต่อไป

พออุ่นใจเห็นพวงหรีดจาก "ฟินิกซ์กรุ๊ป" ก็เดาได้ว่าเป็นบริษัทใหญ่ เธอจำใจรับพวงหรีดไว้ แต่พอไหว้ศพเสร็จ เธอก็บอกจอมทัพว่ากลับไปได้แล้ว แต่ไม่ทันที่จอมทัพจะไป นายิกาก็มาถึงพร้อมกับทองทิว

อุ่นใจออกไปเผชิญหน้าทันทีบอกว่างานนี้ไม่ต้อนรับคุณ จอมทัพตามไปด้วยเขาฟังงงๆ และยิ่งงงเมื่อทองทิวยื่นพวงหรีดให้ อุ่นใจบอกว่า "เก็บเอาไว้แขวนในงานคุณก็แล้วกัน"

"นังเด็กบ้า!" นายิกาผรุสวาท พวกการ์ดก็ขยับจะเข้ามาเอาเรื่อง ทองทิวเข้ามาขวางขอร้องให้ค่อยๆพูดกัน เขาบอกอุ่นใจว่าพวกตนมาดีแล้วควักเช็คช่วยงานจากไทเกอร์คิง นายิการีบพูดว่า

"ไทเกอร์คิงมีมนุษยธรรมพอ ถึงแม้ว่าอุบัติเหตุครั้งนี้ จะเป็นความผิดของพี่เธอที่พยายามจะฆ่าตัวตายจนนักรบต้องเจ็บตัวไปด้วยก็ตาม"

โอ๋แค้นใจกระชากเช็คไปฉีกทิ้งบอกว่าไม่อยากได้เงินสกปรก   นายิกาปรี่เข้าไปจะตบ   จอมทัพรีบกันไว้ขอร้องว่า "คุณอากลับไปก่อนดีกว่าครับ"

พอนายิกาหันมาเห็นจอมทัพเท่านั้น ฉอดๆใส่ทันทีว่าจอมภพใช้ให้มาสังเกตการณ์ใช่ไหม คิดจะยืมมือพวกนี้เล่นงานไทเกอร์คิงหรือ ไม่สำเร็จหรอกเพราะนักรบไม่ผิด คนผิดคือ

"พี่ขาเป๋ของมันต่างหาก"

ดอกจันไม่ได้ที่มาเรียกเอื้อแบบนั้น ตะโกนให้พวกซอยคนใจดีช่วยกันรักษาเกียรติพี่เอื้ออย่าปล่อยให้มันหยามอีก ตะโกน "ไล่มันไป!"

เท่านั้นเอง ด้วยการนำของโอ๋ พวกเด็กๆคว้าแก้วพลาสติกขว้างปาใส่นายิกากับทองทิวจนหนีไปขึ้นรถแทบไม่ทัน

อุ่นใจมีความรู้สึกดีขึ้นกับจอมทัพที่เขาช่วยกันโอ๋ไว้ ไม่ให้นายิกาทำร้าย อุ่นใจถามว่าเขามางานด้วยเจตนาอย่างที่

นายิกาว่าหรือเปล่า จอมทัพยอมรับว่า

"ผมยอมรับว่าพ่อส่งผมมา แต่นั่นก็ไม่ใช่เหตุผลเดียวที่ทำให้ผมมาที่นี่ ผมอยากมาให้กำลังใจคุณด้วย" เขามองหน้าอุ่นใจด้วยแววตาจริงใจจนเธอรู้สึกดีๆกับเขาขึ้นบ้าง

จากนั้นคุยกันถึงเรื่องเอื้อ จอมทัพตั้งขอสังเกตว่าปกติคนที่คิดจะฆ่าตัวตายต้องส่งสัญญาณบางอย่าง บอกอุ่นใจว่า "ถ้าคุณรู้ว่ามันคืออะไร ก็อาจจะรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น"

"ฉันจะลองคิดดู" อุ่นใจรับฟัง จอมทัพพยักหน้าแล้วเดินคุยกันไปที่รถ โอ๋กับดอกจันเดินตามไปชมว่ารถสวยจัง จอมทัพเลยถามว่าอยากดูไหมจะเปิดให้ดูข้างใน แล้วเปิดประทุนรถให้ดูอย่างเอาใจ

แทนที่จะดูเฉยๆ โอ๋ยิ้มเจ้าเล่ห์แล้วหันไปตะโกนบอกเพื่อนๆให้เอาขยะมาฝากรถคันนี้ไปทิ้งด้วย เพราะขยะล้นวัดแล้ว ทั้งโอ๋และดอกจันแกล้งจอมทัพอย่างสนุกสนาน จนอุ่นใจหน้าเสียเกรงใจเขา

ooooooo

หลังงานศพเอื้อแล้ว อุ่นใจ ดอกจัน และโอ๋ช่วยกันเก็บกวาดห้องพักของเอื้อ เมื่อแม่นวลถามถึงเอื้อ ทุกคนช่วยกันปิดว่าเอื้อไปทำงานต่างจังหวัดเป็นงานด่วนเลยไม่ทันบอกแม่

ระหว่างจัดเก็บห้องนั้น ไม่มีใครสนใจกล้องวีดิโอที่วางสุมกองกับของอื่นอยู่ จนอุ่นใจหลับฝันไปว่าเอื้อมาบอกว่า

"ไม่ต้องห่วงพี่นะอุ่น พี่หลุดพ้นจากความทุกข์ทุกอย่างแล้ว เหลือก็แต่บางคนที่ยังต้องชดใช้...บาปในใจของเขาจะหลอกหลอนเขาตลอดไปจนกว่า จะถึงวันที่เขาได้เรียนรู้บทเรียนที่พี่ฝากไว้"

พอสะดุ้งตื่น อุ่นใจตีความไม่ออกว่าเอื้อต้องการมาบอกอะไรตน คนที่เอื้อพูดถึงหมายถึงใคร?

ooooooo

นักรบนอนพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล จนวันนี้เขาเริ่มรู้สึกตัวกระดิกนิ้วและลืมตาขึ้น พยาบาลดีใจมากรีบไปบอกหมอว่าคนไข้รู้สึกตัวแล้ว หมอรีบมาดูถามว่ามองเห็นพวกเราหรือเปล่า   นักรบยังคงมองทุกคนนิ่ง ไม่พูดอะไร   หมอสั่งพยาบาลว่า   ให้ข้างล่างเตรียมห้องสแกนสมองเดี๋ยวนี้เลย

นายิกาดีใจสุดชีวิตกับข่าวดีนี้รีบไปที่โรงพยาบาลทันที แต่พอไปถึงปรากฏว่านักรบไม่อยู่ในห้อง เลยเป็นเรื่องโกลาหลที่ต้องช่วยกันตามหานักรบจ้าละหวั่น

ปรากฏว่า นักรบออกจากห้องเอกซเรย์ผ่านห้องเด็ก เขาขอให้พยาบาลหยุดตรงห้องนั้น จากนั้นเขาก็เล่นกีตาร์ ร้องเพลงให้เด็กที่ป่วยฟัง แต่ปรากฏว่าได้รับความสนใจจากผู้ใหญ่มากกว่า พวกผู้ใหญ่พากันมาฟังเพลงและปรบมือชมเชยน้ำเสียงอันไพเราะและการดีดกีตาร์ ที่เพราะพลิ้วของเขา

แล้วความสนใจของนักรบก็ถูกดึงไปที่ทีวีเมื่อผู้สื่อข่าวประกาศอย่างตื่นเต้นว่า

"ท่านผู้ชมคะ ตอนนี้ดิฉันกำลังอยู่หน้าโรงพยาบาล เพื่อเตรียมเข้าฟังการแถลงข่าวของนายนักรบ พยัคฆ์ราชา นักธุรกิจชื่อดังที่ได้รับอุบัติเหตุมอเตอร์ไซค์คว่ำเมื่ออาทิตย์ก่อน ตอนนี้เขารู้สึกตัวแล้วและกำลังจะให้สัมภาษณ์ในไม่กี่นาทีข้างหน้าค่ะ"

ทันใดก็มีพยาบาลเข้ามาบอกเขาว่าครอบครัวเขามาแล้ว พร้อมกับนายิกาโผเข้ามากอดเขาด้วยความดีใจ จากนั้นชวนไปเตรียมแถลงข่าว

ในห้องรับรองพิเศษที่จัดให้ดูเป็นห้องทำงานเพื่อภาพลักษณ์ที่ดีในการแถลงข่าว ทองทิวเอาสรุปการประชุมทุกครั้ง และความเคลื่อนไหวของหุ้นไปวางไว้ตรงหน้าเขา นักรบมองสิ่งเหล่านั้นเหมือนเห็นของแปลกตา จนนายิกาถามว่ามีอะไรไหม นักรบเงยหน้าตอบเสียงซื่อๆ

"ผมหิว..."

เลขาฯรีบยกถาดอาหารมาให้แล้วหยิบน้ำส้มกล่องจะเทใส่แก้ว ทองทิวตกใจรีบห้ามเพราะนักรบเคยกราดเกรี้ยวที่เลขาฯเอาน้ำส้มกล่องให้ครั้งหนึ่งแล้ว แต่ครั้งนี้เขากลับบอกว่าทานได้ แล้วหยิบขึ้นมาดื่มทั้งกล่อง ขนมปังก็หยิบขึ้นมาฉีกกินอย่างเอร็ดอร่อย ไม่ใช้ช้อนใช้ส้อมอะไรเลย ทำเอาทุกคนงงมาก

ooooooo

เมื่อได้เวลาแถลงข่าว ทองทิวกำกับว่าให้นักข่าวถามทีละคนคนละหนึ่งคำถามห้ามถามเรื่องอื่นที่ไม่เกี่ยวกับไทเกอร์คิง นักข่าวคนแรกทำเวลาทันทีถามว่า

"คุณนักรบรู้สึกยังไงครับที่หุ้นของไทเกอร์คิงราคาตกเพราะคุณ"

นักรบนิ่งไม่มีทีท่าจะตอบ นักข่าวคนนั้นฉุนเลยกระแทกลงนั่ง อีกคนถามว่า

"นี่เป็นการปรากฏตัวเพื่อสร้างขวัญให้กับลูกค้าและธุรกิจของบริษัทรึเปล่าคะ"

เขามีอาการเหมือนเดิมอีก นักข่าวหลายคนเลยแย่งกันถามเป็นชุด แต่ทุกคำถามไม่มีคำตอบเพราะนักรบได้แต่นั่งมองคนโน้น...คนนี้...อย่างแปลกตาแปลกใจ จนพวกนักข่าวเริ่มงงกันเอง ถามว่าทำไมการแถลงข่าวเขาถึงไม่พูดอะไรเลย นักรบหันมองนักข่าวคนนั้นถามนิ่งๆเรียบๆว่า

"งั้นพวกคุณตอบผมก่อนได้ไหมว่าไทเกอร์คิงคืออะไร ฟีนิกซ์คืออะไร แล้วคนชื่อนักรบคือใคร? ผมเหรอ?"

นักข่าวอ้าปากหวอ ทองทิวมองนักรบตะลึงเหมือนถูกผีหลอก ส่วนนายิกาเห็นอาการนักรบเช่นนี้รู้ว่าเกิดเรื่องแน่แล้ว ตะโกนลั่น

"ปิดประตูห้องแถลงข่าวเดี๋ยวนี้! แล้วยึดกล้องวีดิโอกับเทปบันทึกเสียงของทุกคน ยึดมาให้หมด!"

พวกนักข่าวฮือฮาในขณะที่การ์ดเริ่มพากันเข้ามายึดตามคำสั่งของนายิกา

"นักข่าวทุกคน...เรามีเรื่องสำคัญที่ต้องคุยกันแล้วล่ะค่ะ" นายิกาบอกนักข่าวที่ยังงุนงงกันอยู่

ooooooo

ตอนที่ 1

ที่สนามแข่งรถ "ไทเกอร์คิง เซอร์กิต" ที่จัดแต่งอย่างยิ่งใหญ่ ที่ข้างสนามมีสกอร์บอร์ดขนาดใหญ่หรูหรา ขึ้นข้อความ "ขอต้อนรับสู่การแข่งขันรถยนต์ไทเกอร์คิงเรซซิ่ง"

ท่ามกลางความยิ่งใหญ่อลังการนั้น เปลวแสงประกาศด้วยเสียงอันไพเราะว่า

"สวัสดีค่ะท่านผู้ชม ขณะนี้ ดิฉันอยู่ที่สนามแข่งรถไทเกอร์คิง เซอร์กิต กับการแข่งรถการกุศลซึ่งสนับสนุนโดยไทเกอร์คิง บริษัทยักษ์ใหญ่ของวงการสื่อสาร ไม่น่าเชื่อว่า ผลของการแข่งขันที่ทีมไทเกอร์คิงชนะในแต่ละปี จะส่งผลให้ยอดขายระบบสื่อสารไทเกอร์คิงทะลุเกินเป้าทุกปีนะคะ"

ทันใดนั้น รถแข่งสามคันพุ่งเข้ามาในสนาม ผ่านอัฒจันทร์เชียร์ด้วยความเร็ว เสียงกระหึ่มของรถถูกกลบด้วยเสียงเชียร์ดังสนั่น กลุ่มนักข่าวกดชัตเตอร์รัว เปลวแสงยืนอยู่ หน้ากล้องกล่าวอย่างตื่นเต้น

"เวลาแห่งความตื่นเต้นใกล้เข้ามาแล้ว ใครจะเป็นเจ้าความเร็วบนสนามแข่งวันนี้...เราต้องมาลุ้นกัน"

เปลวแสงทำหน้าที่นักข่าวสาวอย่างมีชีวิตชีวาด้วยความรักในวิชาชีพเป็นชีวิตจิตใจ

ooooooo

ที่ข้างสนามแข่ง บรรดาผู้เกี่ยวข้องต่างทำหน้าที่ของตัวเองอย่างเร่งรีบ เข้มงวด จริงจัง โดยเฉพาะทองทิวที่เป็นทั้งเพื่อนและเลขาฯของนักรบ ประธานบริษัทไทเกอร์คิงในวัยเพียงยี่สิบเศษ

ทองทิวตรวจความเรียบร้อยของทุกส่วนงานอย่างพิถีพิถัน ย้ำกับลูกน้องทุกคนว่า จะต้องไม่มีคำว่าไม่ได้สำหรับนักรบ เขาละเอียดถี่ถ้วนแม้แต่เครื่องดื่ม สั่งลูกน้องว่า

"วันพฤหัสฯต้องเสิร์ฟลาเต้ปั่น  ไม่ใส่ครีม  ปั่นให้ ละเอียดด้วย"

ขณะนั้นเอง นายิกา แม่ของนักรบเดินฉับๆเข้ามาอย่างผู้ยิ่งใหญ่ เรียกทองทิวไปถามว่าจัดงานใหญ่โตขนาดนี้หมดงบไปเท่าไรทำไมตนไม่เห็นใบรายงาน  เมื่อทองทิวแจ้งว่าตนรายงานให้ท่านประธานบริษัททราบแล้วท่านเป็นคนเซ็นรับรอง

"ถ้างานนี้ไม่คุ้มค่าใช้จ่ายที่ไทเกอร์คิงเสีย ฉันเล่นงานเธอแน่" นายิกาหน้าเข้มเสียงดุดัน

"ผมมั่นใจว่าเราจะได้คืนมากกว่าที่ลงทุน งานนี้จัดขึ้นเพื่อโปรโมตความเป็นเจ้าการสื่อสารอันดับหนึ่งของประเทศอย่างไทเกอร์คิง ลงทุนไม่กี่ล้าน แต่ผลตอบแทนเกินร้อยล้านแน่นอน" แม้จะมั่นใจแต่ท่าทางที่ตอบนายิกานั้นก็ยังเกรงๆ

นายิกายังไม่หายหงุดหงิดถามว่าประธานบริษัทเดินทางถึงไหนแล้ว การ์ดรายงานว่าจะมาถึงภายในสิบนาที ทองทิวยิ่งตื่นเต้นร้อนรน สั่งลูกน้อง

"ห้องรับรองเครื่องดื่มพร้อมแล้วใช่ไหม แจ้งการ์ดทุกคนเตรียมพร้อมทุกจุดทันที เร็วๆ"

ooooooo

ณ  อีกมุมหนึ่งของสนามแข่ง  เอื้อ  พนักงานเก่าแก่ของบริษัทผู้มีความซื่อสัตย์ขยันขันแข็ง เขาเป็นพนักงานรักษาความปลอดภัยของบริษัท เขารายงานผ่านไมค์ว่า ทุกจุดพร้อมแล้ว พลางโบกมือส่งสัญญาณให้การ์ดทุกคนเข้าประจำตามจุดต่างๆ สั่งการแล้ว เอื้อเองก็ยืดอกหน้าขรึมเท่อย่างพร้อมปฏิบัติหน้าที่

ที่อัฒจันทร์ อุ่นใจน้องสาวของเอื้อและโอ๋ลูกชายของเขา มาช่วยกันขายไส้กรอกแก่ผู้ชมบนอัฒจันทร์ อุ่นใจที่ยังเป็นนักศึกษาอยู่ต้องทำงานหนักเพื่อหารายได้ส่งตัวเองเรียนและช่วยค่ารักษาพยาบาลแม่ที่ป่วยเป็นอัมพาต เธอเป็นคนร่าเริงแจ่มใสแต่ออกจะซุ่มซ่ามไปหน่อย

ส่วนโอ๋เป็นเด็กฉลาดแก่นซนเก่งเกินตัว สองอาหลานร้องขายไส้กรอกเป็นทำนองแร็พ ทั้งร้องทั้งเต้นเป็นที่ถูกใจของผู้ชมบนอัฒจันทร์ เลยช่วยกันอุดหนุนจนหยิบขายแทบไม่ทัน

จนได้เวลาที่นักรบ พยัคฆ์ราชา ประธานบริษัทไทเกอร์คิง ผู้บริหารที่มีสมองระดับอัจฉริยะ สายตาแหลมคมและอารมณ์ดุดัน นั่งรถลีมูซีนสุดหรูเข้ามา เขาก้าวลงจากรถท่ามกลางการอารักขาของการ์ดยิ่งใหญ่ราวกับรัฐมนตรีทีเดียว

อุ่นใจกับโอ๋เดินขายไส้กรอกมาจนเจอเอื้อยืนทำหน้าที่การ์ดอย่างแข็งขัน โอ๋เข้าไปทักพ่อ เอื้อบอกลูกชายว่าตนกำลังปฏิบัติหน้าที่อยู่ อุ่นใจถามเบาๆว่า "นั่นเหรอ คุณนักรบของพี่เอื้อ"

เอื้อเล่าให้ฟังอย่างปลาบปลื้มภูมิใจว่า

"คนนี้แหละคุณนักรบ พยัคฆ์ราชา เรียนจบปริญญาโทตั้งแต่อายุไม่ถึงยี่สิบปี เป็นประธานบริษัทไทเกอร์คิง บริษัทเจ้าของสัมปทานเครือข่ายมือถือระบบใหม่และเป็นเจ้าของดาวเทียมดวงล่าสุดของประเทศไทย"

เอื้อมองนักรบที่ได้รับการต้อนรับอย่างยิ่งใหญ่จากผู้ชมบนอัฒจันทร์ เขาบอกโอ๋ว่า

"ทั้งหล่อ รวย การศึกษาสูง มีสมองระดับอัจฉริยะ โตขึ้นโอ๋ต้องเก่งและฉลาดเหมือนคุณนักรบให้ได้นะลูก"

ท่ามกลางเสียงกรี๊ดของสาวๆ นักรบไม่สนใจ เขาเดินผ่านเธอเหล่านั้นและนักข่าว   ตรงมายังทองทิวที่หอบหิ้วไอเพดปรี่เข้ามาประกบ

"บุคคลเป้าหมายเป็นใคร" นักรบถามนัยน์ตาดุ นิ่ง

"ท่าน ส.ว.สันต์ ว่าที่ประธาน ส.ว.ในอนาคต บนอัฒจันทร์ ซ้ายมือที่สิบเอ็ดนาฬิกาครับ" นักรบมองปราดไปด้วยสายตาเฉียบคมตามที่ทองทิวบอก "ใกล้กันคือท่านรัฐมนตรีวิษณุ จากกระทรวงไอซีที" ทองทิวรายงานต่อ นักรบจ้องเขม็งทั้งสองคน พูดอย่างใช้ความคิดว่า

"สองคนนี้คือคนสำคัญที่จะช่วยให้ไทเกอร์คิงขยายเครือข่ายทางธุรกิจออกไปได้กว้างขวางขึ้น"

ขณะนั้นเอง นายิกาเข้ามาสมทบพูดด้วยน้ำเสียงเฉียบขาดว่า

"ไทเกอร์คิงต้องคว้าชัยชนะการแข่งรถเพื่อมอบเงินรางวัลให้กับมูลนิธิที่เป้าหมายสองคนดูแลอยู่  ซึ่งจะมีผลต่อการประมูลสัมปทานดาวเทียมคราวหน้า"

"ไทเกอร์คิง...จะต้องเป็นอันดับหนึ่งของเครือข่ายมือถือระบบใหม่ ผมพร้อมจะล่าแล้ว"

น้ำเสียง สีหน้าและแววตาของนักรบ ราวกับพยัคฆ์ร้ายนักล่าที่เห็นเหยื่อ!

ooooooo

นักรบเดินตรงไปที่อัฒจันทร์ตั้งใจไปหาเป้าหมายทั้งสอง ทองทิวตามประกบรีบรายงานข้อมูลเพิ่ม

"ข้อมูลของท่าน ส.ว.สันต์ พื้นเพเป็นคนทางเหนือ ธุรกิจที่บ้าน ภรรยาส่งออกลำไยแห้ง มีลูกสาวสองคนสนใจเทคโนโลยีสื่อสารใหม่ๆ ชื่นชมกีฬากอล์ฟเป็นชีวิตจิตใจ"

ระหว่างทองทิวรายงานนั้นนักรบเหมือนไม่ตั้งใจฟังเขายังคุยโทรศัพท์อีกสาย คุยเรื่องหุ้นตกให้ช้อนไว้ ทองทิวร้อนใจเพราะเดินใกล้เป้าหมายเข้าไปทุกทีแล้ว พอนักรบวางสายเขารีบพูดต่อ

"ท่านรัฐมนตรีวิษณุ ชอบกีฬากอล์ฟและชอบสะสมเครื่องมือไฮเทคแบบใหม่ๆ ครอบครัวเป็นรัฐมนตรีตั้งแต่รุ่นคุณทวด แต่งงานกับคุณหญิงอารี ลูกสาวคุณอภัย อดีตรัฐมนตรีกระทรวงการคลัง ยังไม่มีลูก"

พูดได้แค่นั้น ท่าทางของนักรบก็ยังเหมือนไม่ตั้งใจฟัง ซ้ำยังมีอีกสายโทร.เข้ามาคุยเรื่องดาวเทียมส่งสัญญาณผิดทางระบบขัดข้อง ฟังแล้วเขาสั่งการให้ปรับทิศทางอย่างมีรายละเอียด

ทองทิวยังไม่ทันรายงานต่อ ทั้งรัฐมนตรีและ ส.ว.ก็มายืนอยู่ตรงหน้านักรบกับทองทิวแล้ว ทองทิวกังวลว่านักรบยังฟังข้อมูลไม่ละเอียดกลัวไม่เข้าใจ

แต่พอนักรบเข้าไปจับมือทักทายเป้าหมายทั้งสองแล้วพูดคุยอย่างรู้ข้อมูลละเอียดถูกต้องแม่นยำของทั้งสองคน ก็ทำเอาทองทิวอึ้ง ที่ดูเหมือนเขาไม่สนใจฟังแต่เขากลับจำข้อมูลได้ทั้งหมดอย่างละเอียด ถูกต้อง จนทองทิวทึ่ง บ่นเบาๆ

"จำได้ไง...ก็เมื่อกี้เหมือนไม่ได้ฟังเลยนี่หว่า"

ooooooo

ที่จอมือถือไอโฟนของจอมภพ เป็นบรรยากาศการแข่งรถที่สนามไทเกอร์คิง จอมภพเป็นเจ้าของบริษัท ฟีนิกซ์ ซึ่งเป็นคู่แข่งทางธุรกิจของไทเกอร์คิง เป็นนักธุรกิจรุ่นเก่าที่เหี้ยมไม่น้อยกว่านักรบ   เขากดมือถือคุยสายหน้าเหี้ยม

"เตรียมตัวให้พร้อม วันนี้ฉันจะฉวยโอกาสของไทเกอร์คิงมาเป็นของเรา ฟีนิกซ์จะต้องยิ่งใหญ่และเบียดไทเกอร์คิงจนตกขอบโลก" สั่งการแล้วยิ้มร้ายอย่างมีแผนลึก

ที่ข้างสนามแข่งอีกมุมหนึ่ง นายิกาเอ่ยกับนักรบว่าท่าทางรัฐมนตรีและ ส.ว.จะชื่นชมเขามาก งบประมูลสัมปทานเครือข่ายสื่อสารคราวหน้าคงตกอยู่ในมือเราแน่ๆ

นักรบยิ้มที่มุมปากอย่างอหังการ พลันก็หุบยิ้มเมื่อเห็นรถลีมูซีนของจอมภพขับเข้ามาในบริเวณสนามแข่ง ทองทิวจำได้ชี้ให้ดู นักรบยิ้มเหี้ยมเหมือนเสือผจญสิงห์ พูดกับทองทิวว่า

"คู่แข่งคนสำคัญมาเยือนถึงถ้ำเสือ เจ้าบ้านที่ดีก็ต้องต้อนรับ"

พูดแล้วนักรบเดินตรงไปหาจอมภพที่ก้าวลงจากรถ นายิกาตามไปด้วย ทองทิวมีสายเข้ามาพอดีเลยหยุดคุยโทรศัพท์ นักรบเผชิญหน้ากับจอมภพอย่างคู่แข่ง พูดกันไม่กี่คำ ทีมรถแข่งของจอมภพก็เข้ามาในสนาม ท่ามกลางเสียงปรบมือและฮือฮารอบสนาม

แต่พอนักแข่งรถของฟีนิกซ์ลงจากรถ นายิกาจำได้ว่า

เป็นนักแข่งของไทเกอร์ค