ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

สวรรค์สร้าง

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

ที่ห้องบำบัดในโรงพยาบาล วันนี้นักรบมาตามนัดอีก หมอเทพนั่งอยู่ข้างเตียงที่นักรบนอน หลับตาตั้งสมาธิอยู่ หมอถามว่า

"วันนี้คุณมองเห็นอะไรบ้างครับคุณนักรบ"

นักรบในสภาพหลับตา พึมพำ...

"ผมได้ยินเสียงคลื่น...ผมได้กลิ่นทะเล...มีกลิ่นหอมบางๆด้วย เหมือนกลิ่นดอกไม้..." ในจิตใต้สำนึกของนักรบเขาเห็นตัวเองหมดสติอยู่ที่ริมหาดและอุ่นใจมาช่วยประคองเขาขึ้นหนุนตักเพื่อทำแผลให้ ระหว่างนั้นผมสลวยของอุ่นใจสยายลงมาบังหน้า...นักรบพึมพำต่อไปว่า

"อุ่นใจ ผมเห็นอุ่นใจ แล้วก็เด็กคนนั้น...ผมคุณหอมจัง...นางฟ้า..."

นักรบเห็นภาพทั้งหมดในเวลานั้น พึมพำบอกหมอเทพว่า "ผมอยู่ที่ริมทะเลกับอุ่นใจและหลาน" หมอถามว่าเขาทำอะไรที่นั่น นักรบเพ่งสมาธิ บอกว่า "ต้มไข่...เราต้มไข่กัน ผมร้องเพลงกับเด็กคนนั้น..."

หมอเทพดีดนิ้วเป๊าะเพื่อเรียกสตินักรบกลับมา นักรบลืมตาขึ้น สีหน้าเปลี่ยนเป็นงุนงงสับสนจนหมอชมว่าวันนี้เขาทำได้ดีมาก นักรบก็ยังงุนงงถามหมอว่า

"สิ่งที่ผมเห็นมันคืออะไรครับหมอ ทำไมผมไปอยู่กับอุ่นใจที่นั่น ทันเป็นความฝันหรือความจริงกันแน่"

"ภาพที่คุณเห็น มันเกิดขึ้นจากความทรงจำส่วนที่ลึกที่สุดของคุณ ไม่ได้เกิดจากความฝัน"

"แต่ผมไม่เคยสะกิดใจเรื่องพวกนี้เลย"

"เพราะเหตุการณ์เหล่านี้ มันเกิดขึ้นตอนที่คุณสูญเสียความเป็นตัวคุณเองไปไงล่ะครับ" นักรบอึ้ง ยิ่งฟังก็ยิ่งงงกับสิ่งที่ได้ยิน

จากนั้น หมอเทพยังนั่งคุยกับนักรบอีกครู่ใหญ่ เขาจึงลากลับ

จนเมื่อกลับมาที่ห้องทำงานแล้ว นักรบยังเฝ้าครุ่นคิดถึงสิ่งที่หมอพูดทิ้งท้ายไว้หลังการบำบัดจบว่า

"ยังมีเรื่องราวอีกมากมายที่เกิดขึ้นตอนที่คุณเสียความทรงจำ แต่มันไม่ใช่หน้าที่หมอที่จะมาบอกว่าเกิดอะไรขึ้น เพราะการรักษาที่ได้ผล คือคุณนักรบจะต้องค่อยๆรำลึกทุกสิ่งทุกอย่างที่คุณสงสัยด้วยตัวเอง"

ooooooo

ความทรงจำของนักรบค่อยๆคืนมา เมื่อเขาเปิดคอมพิวเตอร์ไล่อ่านข่าวเกี่ยวกับการตายของเอื้อ...ดูภาพข่าวอุบัติเหตุของตัวเองอย่างครุ่นคิด...ดูคลิปในยูทูบที่อุ่นใจออกรายการของเปลวแสงเพื่อปฏิเสธว่านักรบไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการตายของเอื้อ...มาจนถึงวันที่เขาแวะไปที่คอนโดที่หัวหินเพื่อสอบถามเรื่องที่อุ่นใจเคยมาอยู่ที่นี่...

เวลาที่คู่กันไปนี้ อุ่นใจในชุดทำงานเดินเข้าบริษัทฟีนิกซ์พร้อมจอมทัพ เขาแนะนำเธอแก่พนักงานแผนกต่างๆ จนเจอจอมภพ อุ่นใจหันมาไหว้แต่จอมภพไม่รับไหว้หากเดินหนีไปเสียเฉยๆ

และเมื่อมาทำงานแล้ว อุ่นใจก็พยายามเรียนรู้งานที่จอมทัพแนะนำ ท่ามกลางความหมั่นไส้ขุ่นเคืองของจอมภพ จนถึงการเข้าประชุมกับจอมทัพและผู้บริหารอื่นๆ ในฐานะเลขาฯจดการประชุมอุ่นใจเรียนรู้และตั้งใจฟังอย่างเต็มที่

แต่ไม่ว่าจะเวลาไหน จอมภพก็ยังคอยชำเลืองมองเธออย่างคอยจับผิดได้ทุกเวลา!

ฝ่ายนักรบ...

หลายวันต่อมา ขณะที่เขานอนหลับอยู่บนเตียงเขาก็ยังฝันถึงวันที่ชวนอุ่นใจออกไปเต้นรำกัน...ฝันถึงวันที่ติดอยู่ในลิฟต์ด้วยกัน...จนกระทั่งเขาหอมแก้มเธอเอาดื้อๆจนอุ่นใจเขิน...

ที่ทำให้นักรบสะดุ้งตื่นคือ เหตุการณ์ที่เขาปล้ำอุ่นใจบนเตียง เธอด่าเขาและร้องไห้ เขากลับยิ่งพยายามจูบเธอ เธอสู้ ไม่ไหวเขาก็ยังระดมจูบไม่หยุด จนเธอกรีดร้อง ทำให้เขาสะดุ้งตื่น

นักรบเหงื่อแตกพลั่กอย่างกังวลเมื่อนึกถึงเหตุการณ์ ต่างๆที่เคยทำไว้กับอุ่นใจ...

ooooooo

วันต่อมา นักรบไปที่บ้านดอกจัน เป็นเวลาที่โอ๋กำลังง่วนอยู่กับการฝึกซ้อมเดาะบอลอยู่หน้าบ้าน บอลหลุดกลิ้งไป เมื่อโอ๋ตามไปเก็บ ปรากฏว่านักรบเก็บส่งให้พร้อมรอยยิ้มเขินๆทักอย่างมีฟอร์ม"ไง"

โอ๋มองอย่างระแวงถามห้วนๆว่ามาทำไม พอเขาบอกว่ามาดูความเป็นอยู่ของพวกโอ๋อยากรู้ว่าอยู่กันอย่างไรหลังจากที่ย่าเสียไปแล้ว

"ก็อยู่กันตามประสาอาหลานน่ะสิ เกี่ยวอะไรกับคุณด้วยล่ะ" โอ๋ปั้นปึ่ง แต่นักรบก็ยังพยายามอดทนถามว่าอาเธอไปไหน โอ๋ตอบอย่างไม่เต็มใจว่าไปทำงาน เขานิ่วหน้าถามอีกว่า

"ทองทิวบอกว่าเขายังเรียนไม่จบไม่ใช่เหรอ แล้วทำไมทำงานได้" โอ๋ตัดบทว่าไม่เกี่ยวกับเขาแล้วอุ้มบอลหันหลังจะเดินไป นักรบตามไปดึงแขนไว้เอาน้ำเย็นเข้าลูบว่า "นี่ ที่ฉันถามก็เพราะเป็นห่วงหรอกนะ ถ้ามีอะไรที่ฉันจะช่วยได้บ้าง..."

"ไม่มี!" โอ๋สะบัดแขนตัดบท "เราไม่ต้องการความช่วยเหลือจากคุณ!"

นักรบอึ้งไป แต่พอโอ๋เดินไปได้สองสามก้าวก็นึกขึ้นได้ หันมาว่ามีอยู่เรื่องหนึ่งให้รอเดี๋ยว    แล้วโอ๋ก็วิ่งเข้าบ้านไป

อุ้มวิทยุของเอื้อที่ตั้งใจซ่อมให้โอ๋แต่ไม่ทันเสร็จก็เสียชีวิตแล้วนักรบเอาไปซ่อมต่อจนเสร็จ เขาเอามาให้โอ๋ในวันที่เขามาเป็นสมาชิกในครอบครัวโอ๋

โอ๋โยนวิทยุลงตรงหน้านักรบแล้ววิ่งเข้าบ้านไปเลย นักรบก้มลงหยิบวิทยุขึ้นมาดู มองตามโอ๋ไปเศร้าๆ คลับคล้ายคลับคลาว่าจะจำได้ถึงความสัมพันธ์ของเขากับสองอาหลานคู่นี้...

ooooooo

คืนวันเดียวกันนี้...ที่งานเลี้ยงการกุศลในโรงแรมหรูแห่งหนึ่ง   ดารารายกรีดกรายเดินคุยกับแขกในงานเยี่ยงสาวผู้เจนสังคม

พลันสายตาก็เห็นจอมทัพควงแขนอุ่นใจเข้ามา เธอเหยียดยิ้มแล้วขอตัวกับแขกเดินไปทักทันที

"สวัสดีค่ะคุณจอมทัพ" เมื่อจอมทัพหันมองหน้าตึงๆ เธอไม่สนใจยังฉอเลาะต่อ "ได้ข่าวตั้งแต่มาถึงงานใหม่ๆว่า คุณจอมทัพจะพาคู่หมั้นสาวมาเปิดตัว แต่ไม่คิดว่าจะเป็นเธอ" พูดพลางหางตาไปที่อุ่นใจ พอจอมทัพบอกว่าตนกับอุ่นใจคุยเรื่องหมั้นกันมาได้สักพักแล้ว ดารารายก็ขุดคุ้ยว่า

"แต่เขาเพิ่งจะโดนนักรบเฉดหัวออกจากคอนโดฯได้ไม่กี่วันเองนะคะ"

อุ่นใจคอแข็งหน้าเชิด หันไปบอกจอมทัพว่าขอตัวไปเข้าห้องน้ำสักครู่แล้วแยกไป

ขณะอุ่นใจกำลังล้างมือนั่นเอง ดารารายก็ตามเข้ามา พูดเยาะเย้ยว่า เก่งจริงๆ เพิ่งพลาดหวังจากนักรบแป๊บเดียวก็หันมาจับคู่แข่งคนสำคัญของเขาทันที

"ฉันผิดหรือคะที่อยากจะจับคู่ตัวเองกับผู้ชายที่ประสบความสำเร็จบ้าง ในเมื่อคุณก็พยายามทำแบบนั้นอยู่เหมือนกัน" อุ่นใจโต้อย่างไม่สะทกสะท้านจนดารารายชักสีหน้าสวนกลับทันทีว่า

"เธอไม่ผิดหรอก แต่ฉันอายแทนคุณจอมทัพเพราะว่าอีกหน่อย พอเขากับนักรบแข่งกันเต็มตัวเราสองคนก็ต้องกลายเป็นคู่ต่อสู้กันไปด้วย แต่ฉันดูสภาพเธอแล้วมันไม่สมศักดิ์ศรี นายหญิงของฟีนิกซ์เลย"

"ฉันทำอะไรได้มากกว่าที่คุณคิด!"

"เธอไม่เคยอยู่ในสังคมเดียวกับฉัน เธอไม่มีวันเข้าใจหรอกว่าการเป็นภรรยานักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ มันต้องมีคุณสมบัติอะไรบ้าง ยังไงเธอก็แพ้ฉันตั้งแต่ยังไม่ออกสตาร์ตแล้ว"

พูดเยาะเย้ยถากถางแล้วดารารายก็เดินเชิดออกไป อุ่นใจพยายามข่มอารมณ์เต็มที่ จนเมื่อออกมาเจอจอมทัพกำลังเดินมาหาเพราะเป็นห่วงที่หายไปนาน พอเห็นหน้าเขาถามว่าเป็นอะไรหรือเปล่า ไม่สบายหรือ อุ่นใจพยายามฝืนยิ้มบอกว่าตนไม่เป็นอะไร

"คุณดาวเขาตามเข้าไปว่าอะไรคุณหรือเปล่า" จอมทัพถามอีก

"เข้าไปในงานเถอะค่ะ คุณบอกว่าจะแนะนำให้ฉันรู้จักกับกลุ่มลูกค้าสำคัญของฟีนิกซ์ไม่ใช่เหรอคะ ฉันอยากพบแล้วล่ะ" อุ่นใจตัดบทแล้วควงแขนเขาเดินกลับเข้าไปในงานอย่างมั่นใจ

ooooooo

ค่ำวันเดียวกันนี้ ที่ไทเกอร์คิง นายิกาย้อนกลับไปที่ห้องทำงานขณะแม่บ้านกำลังจะกลับพอดี เธอขอกาแฟแก้วหนึ่งแล้วให้แม่บ้านกลับไปก่อน บอกแม่บ้านว่าจะมาดูเอกสารนิดหน่อย

แต่พอนายิกาเข้าไปในห้องทำงานก็ผิดสังเกตเมื่อเห็นเอกสารสองสามแผ่นหล่นอยู่ที่พื้น เธอเอะใจตรงไปเปิดตู้เซฟ ทันทีที่ตู้เซฟเปิด เธอได้กลิ่นคุ้นจมูกโชยออกมา นั่นคือกลิ่นน้ำหอมของนิมมานนั่นเอง!

พอจำกลิ่นได้ นายิกาควานหาเอกสารในตู้อย่างร้อนรนกระวนกระวายใจ

หารู้ไม่ว่า เอกสารสำคัญถูกนิมมานเอาไปแล้ว เอาไปอวดนักคิดว่านี่คือข้อมูลลับของไทเกอร์คิงที่เราจะเอาไปให้จอมทัพบอกว่าก๊อบปี้มาเรียบร้อยแล้ว

"ทีนี้นังนายิกากับไอ้นักรบต้องแพ้การประมูล พวกมันจะต้องเหลือแต่ตัวฮ่ะๆๆ" นิมมานหัวเราะสะใจ นักคิดเอาแฟ้มไปพลิกดูเอกสารทีละหน้าอย่างตื่นเต้น พูดเหี้ยมยิ่งกว่าแม่ว่า

"เหลือแค่ตัวมันยังน้อยไปครับ ผมจะไม่ให้มันเหลือแม้แต่ชีวิต!"

งานเปิดตัวสถานีดาวเทียมบนเชิงเขาริมทะเลของไทเกอร์คิงเริ่มขึ้นแล้ว...

นักคิดที่ยังต้องใช้ไม้ค้ำยันไปกับนิมมาน แขกที่มาในงานจับกลุ่มคุยกันอยู่ใกล้ๆกับอาคารด้านหน้าที่มีริบบิ้นยาวพาดผ่านถนนหน้าอาคาร

นิมมาน ถามนักคิดว่าทำไมถึงอยากมาที่นี่นัก จะมาดูไทเกอร์คิงขยายกิจการไปทำไมในเมื่ออีกเดี๋ยวเดียวก็จะล้มไม่เป็นท่า อยู่แล้ว นักคิดบอกว่า ข้อมูลที่แม่ขโมยมานั้นบอกว่านักรบจะมาที่นี่ ตนเตรียมสอนบทเรียนสำคัญคอยต้อนรับอยู่แล้ว

นักคิดยิ้มเหี้ยมกับแผนการของตนแล้วให้นิมมานพยุงเข้าไปภายในงาน

ทองทิวทำหน้าที่พิธีกรตามเคย เขาเดินเข้าประจำที่โพเดียมประกาศอย่างตื่นเต้นว่า

"เอาล่ะครับ แขกผู้มีเกียรติทุกท่าน ตอนนี้ได้เวลาที่เราจะต้อนรับประธานของงานที่จะมาเปิดสถานีดาวเทียมแล้ว ขอเสียงปรบมือด้วยครับ"

แขกทุกคนปรบมือและมองหานักรบ ทองทิวหัวเราะบอกว่าท่านประธานไม่ได้อยู่แถวนี้แต่อยู่โน่น...พลางชี้ไปที่ทางถนนขึ้นเนิน

รถ สปอร์ตเปิดประทุนของนักรบแล่นฉิวขึ้นมา ตรงมาที่แนวริบบิ้นที่ขวางถนนอยู่ พอรถแล่นมาถึงนักรบก็หยิบกรรไกรในรถตัดริบบิ้นที่กั้นทางเข้าไว้แล้วขับตรง เข้าไปกลางงานทันที

เป็นการเปิดงานที่ตื่นตาตื่นใจและประทับใจมาก เสียงปรบมือดังสนั่น นักรบลงจากรถอย่างเท่ยิ้มให้ทุกคนแล้วเดินมาหาทองทิวเฉียดเข้าไปกระซิบอะไร เร็วมาก จนแทบสังเกตไม่ออก แล้วเขาก็พูดกับแขกในงานออกไมค์

"ขอบคุณ ทุกท่านมากครับ  ตอนนี้สถานีดาวเทียมแห่งใหม่ของไทเกอร์คิงเปิดแล้ว เตรียมต้อนรับข่าวดีที่บริษัทเราจะชนะการประมูลสัมปทานครั้งต่อไปในอีกไม่ กี่วันนี้แน่นอนครับ"

เสียงปรบมือสนั่นขึ้นอีกครั้งกับคำสัญญาของนักรบ นิมมานปรบมือตามไปด้วยแต่เบ้หน้าหันมาหานักคิด ปรากฏว่านักคิดไม่อยู่ตรงนั้นแล้ว

ooooooo

นัก คิดแอบไปที่หลังอาคาร พบกับชายลึกลับที่มาซุ่มอยู่ถามว่าพร้อมหรือยัง ชายคนนั้นตอบอย่างมั่นใจว่าพร้อมแล้ว นักคิดควักเงินให้สั่งอย่างเร็ว

"ไป จัดการวางระเบิดรถมันให้เรียบร้อย ทันทีที่มันจะขับรถกลับกดปุ่มสตาร์ตเครื่อง รถจะต้องระเบิดเป็นจุณไปทั้งคัน แล้วอย่าทิ้งหลักฐานเอาไว้ล่ะ"

"ครับๆ" ชายลึกลับรับเงินแล้วหลบออกไป นักคิดมองตามยิ้มอย่างมั่นใจว่าแผนนี้ต้องสำเร็จ!

นักคิดกลับมาที่นิมมานอีกครั้ง ผู้เป็นแม่ถามว่าหายไปไหนมา เขาตอบสั้นๆว่าไปทำธุระมา

นิมมาน ถามว่าไหนว่าจะสั่งสอนอะไรนักรบแล้วหนีลงมาทำไม นักคิดบอกแม่ให้ใจเย็นๆ ตนไม่ทำซึ่งหน้าหรอก บอกแม่ให้คอยดูจากแอ็กชั่นใหญ่ตรงนั้นให้ดีก็แล้วกัน พลางส่งกล้องให้นิมมานส่องดู

มันคือรถของนักรบนั่นเอง นิมมานถามว่าจะทำอะไร นักคิดพูดอย่างกระหยิ่มว่า

"ทันที ที่มันสตาร์ตเครื่องยนต์ รถมันจะระเบิดดังไปทั้งเกาะ" นิมมานตกใจถามว่าเล่นงานกันขนาดนี้เลยหรือ นักคิดหน้าเหี้ยมทันทีบอกว่า "คนอย่างผมโกรธแรง นั่นไง...มันเดินไปที่รถแล้ว อีกไม่นานก็ถึงเวลาตายของไอ้นักรบแล้ว!"

ooooooo

ทองทิว ประกาศขณะนักรบเดินไปที่รถขึ้นนั่งตรงที่คนขับว่า "ท่านประธานของเรากำลังจะเดินทางกลับ พวกเราปรบมือให้คุณนักรบหน่อยครับ" พูดแล้วทองทิวปรบมือนำ ทุกคนปรบมือตาม ส่วนนักรบขึ้นไปนั่งบนรถโบกมือให้ทุกคน

นักรบเอื้อมมือไปจะกดปุ่มสตาร์ตเครื่องยนต์รถ แต่แล้วกลับไม่สตาร์ต เขาลุกขึ้นยืนบนรถสปอร์ตประกาศไปทั่วงานว่า

"ถ้า กลับง่ายๆคงไม่ใช่ไทเกอร์คิง บริษัทเราทำอะไรต้องเกินความคาดเดาเสมอครับ" ว่าแล้วนักรบกระโดดลงจากรถ ท่ามกลางความแปลกใจของผู้ที่มาร่วมงาน ทองทิวรับลูกเนียนๆพูดผ่านไมค์ว่า

"อ้าว...นั่นคุณนักรบจะไปไหนครับ คุณนักรบเดินหายขึ้นไปบนเนินเขาด้านโน้นแล้วครับ"

"นั่นมันจะไปไหน" นิมมานถามนักคิดสีหน้าตกใจ

"ถ้ามันไม่สตาร์ตเครื่องยนต์ รถก็จะไม่ระเบิดสิครับแม่ โธ่เว้ยยยย!!!" นักคิดแทบจะบ้า

ooooooo

ที่เนินเขาอีกด้านหนึ่ง นักรบใส่ชุดพารามอเตอร์ เต็มยศ หันมาโบกมือให้คนดู ทองทิวประกาศทันที

"คุณ นักรบ พยัคฆ์ราชา อยู่ที่เนินเขาด้านโน้นครับ เพื่อความยิ่งใหญ่สมกับเป็นเสือในวงการสื่อสารไทย เขาจะกลับด้วยเครื่องร่อนพารามอเตอร์ครับ"

นักรบโบกมือกับทุกคนแล้วขึ้นเครื่องร่อน ร่อนลงไปจากเนินเขาท่ามกลางสีหน้าชื่นชมของทุกคน

"น่าเสียดาย...ไม่อย่างนั้นเราต้องเห็นไอ้นักรบตายเหมือนในหนังแอ็กชั่นหลายๆเรื่อง" นักคิดบ่นขณะเดินมากับนิมมาน

ทันใดนั้น นักรบกำลังนำพารามอเตอร์ลงมาจากเนินเขาร่อนลงตรงจุดที่นักคิดกับนิมมานเดินอยู่พอดี พูดให้สองแม่ลูกได้ยินว่า

"ฉาก แอ็กชั่นแบบที่ตัวร้ายล้มคลุกฝุ่นไม่เป็นท่าแบบนี้หรือเปล่า" สิ้นเสียงเขาเตะขัดขานักคิดที่หันมองจนล้มลงไป นักคิดตกใจถามว่ามาได้ยังไง นักรบถอดพารามอเตอร์โชว์ให้นักคิดดูพูดแบบอวดๆว่า "ตอนแรกก็ตั้งใจจะขับรถล่ะนะ แต่จู่ๆพอเห็นหน้าพวกแกก็นึกอยากร่อนลงมาซะเฉยๆ"

ความจริงคือ ขณะที่นักรบขับรถเข้ามาที่บริเวณงานนั้น เขาเห็นนักคิดกับนิมมานอยู่ในกลุ่มแขกท่าทางนักคิดมีพิรุธ เขาจึงเดินไปกระซิบบอกทองทิวให้จับตาสองแม่ลูกก่อนขึ้นพูดกับแขกที่มางาน อย่างไร้พิรุธ

นักคิดอึ้งเมื่อรู้ว่าถูกนักรบแก้เกมอย่างเจ็บแสบ นักรบยังพูดเย้ยว่า

"ทีนี้แกจะเอารถฉันที่จอดบนนั้นไปทำอะไรก็ตามใจนะ แต่ฉันว่าไอ้คนที่แกจ้างมาวุ่นวายกับรถฉัน มันคงถูกทองทิวหิ้วไปแล้วล่ะ"

นักรบพูดเช่นนั้นเพราะชายลึกลับที่นักคิดจ้างมานั้น พอแอบมุดลงไปใต้ท้องรถ ก็ถูกทองทิวพา รปภ.มาลากขาออกมาแล้วหิ้วหายไปแล้ว

นักคิดตกใจเมื่อรู้ว่านักรบรู้ทันตนหมดแล้ว นักรบบอกอีกว่า

"แต่ ไม่ต้องกลัวนะว่ามันจะซัดทอดแกกับตำรวจ เรื่องไร้สาระแบบนี้ฉันไม่เสียเวลารบกวนตำรวจหรอก มันคงถูกสั่งสอนอยู่บนนั้นแหละ  แล้วคราวหลังจะทำอะไร  ใช้สมองมากกว่านี้หน่อยนะ แผนจะได้ไม่แป้ก!"

นักรบตบไหล่นักคิดยิ้มเยาะแล้วเดินไป เขาไม่ทำอะไรรุนแรงกว่านี้เพราะอย่างน้อยก็ยังเห็นแก่นักคิดว่าเป็นลูกพี่ลูกน้องกับตัวเอง

แต่นักคิดแค้นใจมาก มองตามนักรบไปอย่างขัดใจ ส่วนนิมมานยังงงๆกับเรื่องราวที่เกิดขึ้น

พอก ลับถึงบ้านนิมมานรู้แผนการของนักคิดก็บ่นว่าทำไมไม่บอกแต่ต้นจะได้ไม่หน้า แตกแบบนี้ นักคิดกำลังหัวเสียที่แผนการล้มเหลวเลยพานโมโหแม่หาว่าแม่ว่าตนโง่ เลยว่าเอาบ้างว่าเราก็แป้กพอกันนั่นแหละ เราเคยทำอะไรได้เสียที่ไหน แต่เรื่องนี้เป็นเรื่องของตนกับนักรบที่ต้องคิดบัญชีกัน

"เอาเถอะลูก ทำมันถึงตายไม่ได้ก็อย่าเพิ่งหมดหวัง อย่าลืมว่าแม่ยังมีแผนที่จะทำให้มันกับแม่ของมันตายทั้งเป็นอยู่ดี" นิมมานยิ้มร้ายกับแผนการของตน

ooooooo

เช้านี้ อุ่นใจแต่งตัวสะพายกระเป๋าจะออกไปทำงาน บอกโอ๋ว่าเย็นนี้จะรีบกลับ ขณะเดินออกจาก บ้านนั้น เธอไม่ได้สังเกตว่ามีรถคันหนึ่งมาซุ่มรออยู่ เดินไปครู่หนึ่งจึงสังเกตเห็นว่ามีรถตามมา เธอรีบหยุดหันเพ่งมอง พอเห็นว่าเป็นนักรบ เธอตรงรี่ไปหา ถามว่าตามตนมาทำไม

นักรบลงจากรถบอกว่า ได้ยินว่าเธอทำงานแล้วก็เลยอยากรู้ว่าทำงานอะไรที่ไหน

"ไม่ใช่ เรื่องของคุณ" อุ่นใจสวนไปเสียงดัง นักรบใจเย็นบอกว่าเธอพูดเหมือนโอ๋ไม่มีผิด ย้ำว่าอย่าลืมว่าเราเคยผูกพันกันมาก่อน คราวนี้เลยถูกด่า "อย่ามาพูดจาสกปรกที่นี่นะ"

นักรบเห็นอุ่นใจจะเดินหนี เขาคว้าแขนเธอไว้บอกว่า มีเรื่องจะคุยด้วย แม้อุ่นใจจะบอกว่าตนไม่มีอะไรจะคุย แต่ก็ถูกนักรบตามตื๊อ เธอเร่งฝีเท้าจนเกือบจะเป็นวิ่ง

เพราะตั้งหน้าตั้งตาเดินหนีนักรบ ทำให้ไม่ระวังตัว ถูกนักวิ่งราวที่ซ่อนตัวอยู่พุ่งเข้ามาฉกกระเป๋าวิ่งหนีไป อุ่นใจตกใจร้องให้คนช่วย นักรบขับรถตามมาเห็นเหตุการณ์เขาปาดรถไปดักหน้านักวิ่งราวเบรกรถกะทันหันจน นักวิ่งราวหยุดไม่ทันเด้งขึ้นไปอยู่บนกระโปรงรถ นักรบลงมากระชากคอเสื้อมันสั่งสอนสองสามคำแล้ว เตะต่อยอีกสองสามที จนมันยกมือไหว้ปลก...ปลก นักรบไล่ให้มันไปเสียก่อนที่ตนจะจับส่งตำรวจ

พอนักวิ่งราวหนีไป  เขาก้มลงหยิบกระเป๋าส่งคืนให้อุ่นใจ ที่วิ่งตามมาถึงพอดี

"ฉัน ช่วยเธอแล้ว ทีนี้เธอต้องช่วยฉันบ้าง" นักรบพูดแล้วลากอุ่นใจปลิวติดมือไป อุ่นใจถามว่าจะพาตนไปไหน ตนไม่ไป นักรบไม่สนใจอุ้มเธอยัดเข้าไปในรถแล้วขับออกไปทันที

ooooooo

ระหว่าง นั่งอยู่ในรถ อุ่นใจทำท่าจะเปิดประตูรถกระโดดลงไป เขาท้าว่าเปิดลงไปเลย รับรองว่าเธอต้องกลิ้งไปอยู่ใต้รถสิบล้อที่อยู่ข้างหลังแน่ อุ่นใจเลยชะงักเปลี่ยนเป็นถามว่าเขาต้องการอะไรกันแน่

"ก็บอกแล้วไงว่าอยากคุยด้วย"

"คุยเรื่องอะไร" อุ่นใจถามแต่มือเธอล้วงเข้าไปในกระเป๋าถือเนียนๆ แอบกดสัญญาณหาจอมทัพ

จอมทัพ กำลังคุยอยู่กับลูกค้า พาเที่ยวชมโรงงานอยู่ ได้ยินสัญญาณขอความช่วยเหลือจากอุ่นใจ เขารีบกดหาตำแหน่งของอุ่นใจผ่านจีพีเอสแล้วหันไปบอกลูกค้าว่าเผอิญมีธุระ ด่วน และขอตัว

เมื่อเช็กสัญญาณจีพีเอสแล้ว จอมทัพเดินอ้าวไปที่รถอย่างรีบร้อน

เมื่ออุ่นใจทำใจเย็นคุยด้วย นักรบจึงเล่าว่า

"หลังๆ นี้ฉันฝันถึงเธอบ่อย   บางทีฉันก็เห็นภาพของเธอ...กับฉันตามที่ต่างๆ จิตแพทย์ของฉันบอกว่ามันไม่ใช่ความฝัน แต่เป็นความทรงจำที่ฉันลืมไปแล้ว"

"แล้วคุณมาบอกฉันทำไม" อุ่นใจถามอย่างเจ็บช้ำ ในขณะที่มือยังคงสอดอยู่ในกระเป๋าถือ

"ฉันพยายามจะเรียกความทรงจำทั้งหมดกลับคืนมา เพื่อที่จะได้รู้เรื่องของเรามากขึ้น เพราะฉันมั่นใจว่าเราสองคนไม่ได้เป็นศัตรูกัน"

ฟัง แล้วอุ่นใจอึ้ง เดาไม่ออกว่าเขาจะมาไม้ไหนอีก พอถามเขาก็บอกว่าอยากให้เธอช่วยทวนความจำทุกเรื่องที่เกี่ยวกับเราให้ฟัง เพราะมีอะไรหลายอย่างที่เขายังไม่เข้าใจ แต่มั่นใจว่าเราไม่ใช่ศัตรูกัน หากแต่เราเคยรักกัน พูดแล้วหันมองหน้าถามอุ่นใจอย่างคาดคั้นว่า

"ใช่ ไหมอุ่นใจ ฉันกับเธอเคยรักกันใช่ไหม...เธอต้องช่วยให้ฉันจำเรื่องทั้งหมดเราจะได้..." นักรบหยุดกึกเมื่อมีเสียงบีบแตรจากรถคันหลังที่พยายามจะตีคู่ขึ้นมา นักรบมองแวบเดียวก็อุทาน "จอมทัพ!" แล้วหันมองหน้าอุ่นใจถามอย่างฉุนเฉียวว่าเธอเรียกจอมทัพมาหรือ

"ใช่ จอดรถเดี๋ยวนี้!" อุ่นใจเสียงแข็งขึ้นมาทันที นักรบเปลี่ยนเป็นหน้าเข้มแววตากร้าวเร่งเครื่องขึ้นมาฉับพลัน

ooooooo

จอมทัพ ขับรถตามมาเห็นนักรบขับรถหนีก็ร้อนใจโทรศัพท์หาอุ่นใจ เธอร้องให้เขาช่วยด้วย นักรบโมโหคว้าโทรศัพท์จากมือเธอโยนออกไปนอกรถ เร่งเครื่องเร็วขึ้นพูดเย้ยว่า

"อยากให้มันมาช่วยเหรอ ให้มันตามฉันให้ทันก็แล้วกัน"

นักรบ เร่งเครื่อง รถจอมทัพเร่งตีคู่กันมา ถูกรถนักรบปาดซ้ายปาดขวาเบียดจนรถของจอมทัพเกือบตกถนน อุ่นใจ ถามว่าจะฆ่าจอมทัพหรือไง นักรบพูดหยันว่าแค่สั่งสอนเท่านั้นว่าอย่ามาบังอาจเทียบกับคนอย่างตน แล้วเร่งเครื่องรถขึ้นอีก

อุ่นใจบิดประตูรถจะกระโดดลงไปจริงๆ นักรบถามว่าอยากตายหรือ เธอตอบอย่างไม่หวั่นไหวว่ายอมตาย ดีกว่านั่งรถไปกับปิศาจอย่างเขา ว่าแล้วก็เปิดประตูรถออกไปจริงๆ

นักรบ ตกใจรีบลดความเร็วหันมาดึงอุ่นใจไว้ เมื่อเธอดิ้นเขาจึงจำต้องหยุดรถหันมาถามอย่างดุร้ายว่าอยากให้ตนเป็นปิศาจ ใช่ไหม แล้วลงจากรถมาดึงเธอลงไป

จอมทัพไล่มาทันพอดี เห็นนักรบลากอุ่นใจลงจากรถก็รีบจอดลงไปถาม

"คุณนักรบ จะพาคู่หมั้นผมไปไหน" นักรบถามงงๆ ว่าอุ่นใจนี่หรือคู่หมั้นเขา จอมทัพย้อนถามว่า "คุณดารารายไม่ได้บอกคุณรึไง"

นักรบรู้สึกเสียหน้ามาก อุ่นใจพูดเสียงกร้าวกับเขาว่า

"ทีนี้เข้าใจหรือยังว่า ฉันไม่สนใจว่าคุณจะจำอดีตที่ผ่านมาได้หรือไม่ เพราะฉันลบทุกเรื่องที่เกี่ยวกับคุณออกไปจากความทรงจำนานแล้ว"

"โกหก!" นักรบโมโห

"คุณยอมรับไม่ได้หรือไงว่าบางครั้งตัวคุณก็ไม่มีค่าพอ

สำหรับคนอื่นเหมือนกัน!"

นักรบไม่ยอมเสียเชิงปฏิเสธว่าเปล่า แต่ตนมั่นใจว่าเธอไม่มีวันลืมรสจูบของตน   แล้วก้มลงจูบอุ่นใจทันที   อุ่นใจปัดป้องพัลวันเขายิ่งกอดรัด   จนจอมทัพทนไม่ได้พุ่งเข้าดึงอุ่นใจออกมา ชกจนนักรบหงายไป

"อย่าแตะต้องคู่หมั้นผมอีก ไม่งั้นจะสั่งสอนคุณแรงกว่านี้" พูดแล้วพาอุ่นใจไปขึ้นรถขับไป

นักรบเอามือเช็ดเลือดที่ปากตัวเองอย่างแค้นใจที่โดนต่อยแต่เอาคืนไม่ได้

ooooooo

วันนี้ นิมมานไปดักพบจอมภพ ขณะเขาออกจากกระทรวงของรัฐมนตรีตุลย์หลังยื่นซองประมูล ทำทีถามไถ่ว่าเป็นอย่างไรบ้าง แต่ที่จริงต้องการไปทวงค่าตอบแทน ซึ่งจอมภพก็รู้ทันและจ่ายเช็คให้แต่โดยดี

แต่พอนิมมานกลับถึงบ้านพร้อมเช็คอย่างตื่นเต้นดีใจนั่นเอง   เจอนายิกามาดักรออยู่   พอเจอหน้าน้องสาวก็เข้าตบทันทีด่าว่าทรยศ เพราะตนได้กลิ่นน้ำหอมของนิมมานติดอยู่ในตู้เซฟ

นายิกาตบจนนิมมานล้มกลิ้งแล้วตามไปจิกขึ้นมาตบอีก ตบไปด่าไป

"ฉันนึกแล้วว่าต้องเป็นแก ตั้งแต่ได้กลิ่นน้ำหอมติดอยู่ในเซฟนั่นแล้ว แต่แกก็ยังโง่ให้ฉันจับได้เต็มๆตาเพราะไปรอขอส่วนบุญไอ้แก่จอมภพหน้ากระทรวง หน้าด้าน!"

สองพี่น้องทะเลาะตบตีกัน   นิมมานแค้นบอกว่าที่ตนต้องทำเพราะตนกับลูกถูกนายิกาทำเหมือนเป็นขอทาน   ตนจึงต้องทำให้นายิกากับลูกเป็นเหมือนขอทานบ้างเอาให้พินาศย่อยยับไม่เหลืออะไรเลย

"แกคิดว่าไอ้ข้อมูลโง่ๆที่ขโมยไปมันจะทำให้ไอ้จอมภพชนะฉันรึไง ไม่มีทาง เพราะฉันฉลาดพอที่จะเปลี่ยนข้อมูลทุกอย่างใหม่หมดก่อนจะยื่นซองประมูลเหมือนกัน เพราะฉะนั้น สิ่งที่มันได้ไป ก็เป็นแค่ข้อมูลลวงที่ไม่มีประโยชน์อะไรเลย"

"ไม่จริง!" นิมมานปฏิเสธทั้งที่ตกใจมาก

"ถ้าไม่เชื่อก็รอดูวันที่ท่านตุลย์ประกาศแล้วกันว่าจะเซ็นสัญญากับใคร ระหว่างนี้แกก็หนีตายให้ดี ก่อนที่ไอ้จอมภพมันจะมาทวงเงินของมันคืน ฮ่ะๆๆๆ"

นายิกาหัวเราะเยาะแล้วเดินกลับไปที่รถ นิมมานทั้งโกรธทั้งกลัวจนควบคุมอารมณ์ไม่อยู่วิ่งตามไปจิกตบพี่สาวพัลวัน นายิกาหันมาสู้ สองพี่น้องเลยตบกันพัลวันนัวเนีย จนพวกคนใช้คนสวนต้องวิ่งมาจับแยกกันวุ่นวาย

ooooooo

เมื่อนักรบเข้าทางอุ่นใจไม่ได้ เขาเปลี่ยนแนวใหม่ หันไปเข้าทางโอ๋ เพราะรู้ว่าโอ๋ชอบเตะบอลและตอนนี้โอ๋ถูกปลดมาเป็นตัวสำรอง แม้โอ๋จะซ้อมอย่างเอาการเอางานทุกวันก็ยังไม่มีโอกาสเป็นตัวจริง

นักรบตามไปยั่วยุว่าสนามกีฬามีไว้สำหรับนักสู้ผู้ชนะไม่ใช่พวกขี้ขลาด   พูดจนโอ๋โมโหวิ่งเข้ามาจะต่อย   ถูกนักรบจับหัวยันไว้ไม่ให้เข้ามา   ถามขำๆว่า

"จะต่อยฉันเหรอ หมัดแค่นี้ไม่ทำให้ฉันเจ็บหรอก ทำไมนายไม่แก้แค้นฉันด้วยวิธีอื่นล่ะ ลงไปแข่งกับเพื่อนสิ โชว์ฝีมือให้ฉันเห็นหน่อยว่านายไม่ได้เป็นอย่างที่ฉันว่า แค่นั้นฉันก็เจ็บใจจะแย่แล้ว"

โอ๋เกิดลูกฮึดขึ้นมาประกาศว่า จะพิสูจน์ว่าเขามองตนผิดไป ว่าแล้วก็วิ่งไปหาโค้ชที่สนาม นักรบยิ้มออกมาอย่างพอใจที่หลอกโอ๋ได้สำเร็จ เขานั่งลงที่ข้างสนามดูโอ๋ซ้อมอย่างมุ่งมั่นก็ยิ่งพอใจ

ตกเย็นโอ๋บอกอุ่นใจอย่างดีใจสุดๆว่าตนได้กลับมาเป็นตัวจริงในทีมอีกแล้ว คราวนี้จะไม่ยอมแพ้อีกแล้ว จะแข่งไปจนกว่าจะไม่มีแรงเตะฟุตบอลอีกเลย อุ่นใจดีใจแต่ก็เอะใจถามว่า

"นี่มันเกิดอะไรขึ้น ทำไมโอ๋ของอาเปลี่ยนไปขนาดนี้"

"โอ๋จะทำให้คุณนักรบหน้าแตกให้ได้" โอ๋พูดอย่างไม่หายโกรธนักรบ แต่อุ่นใจชะงักที่ชื่อคนนี้มาเกี่ยวข้องกับครอบครัวตนอีกแล้ว

ooooooo

อุ่นใจเดินออกจากบ้านมาอย่างหัวเสีย เจอนักรบที่เดาใจเธอถูกว่าต้องออกมา เขาจึงดักรออยู่ พอเจอหน้าเท่านั้นเธอใส่ทันทีว่า

"ฉันบอกแล้วใช่ไหมว่าเราไม่มีอะไรต้องเกี่ยวข้องกันอีก"

"ฉันก็ไม่ได้ยุ่งกับเธอ ฉันมาส่งโอ๋ต่างหาก" นักรบตะแบงหน้าตาเฉย พออุ่นใจบอกว่าเขาไม่มีสิทธิ์ คราวนี้เขาเลยพูดยาวเหยียด "ฉันกับโอ๋เคยสนิทกันมาก่อนไม่ใช่เหรอ เมื่อกี้ตอนนั่งรถกลับบ้านเขาก็เล่าอะไรให้ฉันฟังตั้งเยอะ ตอนนี้ฉันเริ่มรู้แล้วว่า..."

อุ่นใจผลักนักรบออกไปอย่างแรงบอกว่าตนไม่สนว่าเขาจะรู้อะไร ไล่ให้กลับไปเสีย

"กลับก็ได้ แต่ฉันจะมาอีก ต่อไปนี้ฉันจะมาทำหน้าที่เดิม คือพาโอ๋ไปเตะฟุตบอล เรากำลังจะกลับมาเป็นคู่ซี้กันเหมือนเดิม" นักรบพูดจริงจังจนอุ่นใจอึ้ง มองเขาอย่างโกรธไม่เข้าใจว่าเขาคิดจะทำอะไรกันแน่ จนเมื่อนักรบเฉลยว่า "ฉันจะใช้โอ๋เป็นกุญแจไขคำตอบทุกข้อที่เธอไม่ยอมตอบฉันให้ได้"

พูดเสร็จนักรบเดินไปขึ้นรถอย่างเป็นต่อ แต่ทิ้งปัญหาให้อุ่นใจต้องกลุ้มอีกแล้ว

ooooooo

วันนี้ ดอกจันได้หนังสือพิมพ์ยับๆจากร้านเจ๊ขายหนังสือพิมพ์มา   เธอพลิกดูไปอย่างนั้นเอง   แต่ก็เจอข่าวที่ทำให้ตกใจเป็นห่วง   เมื่อมีประกาศจากทองทิวว่าเจ้าอบอุ่นหายไปใครเจอให้ติดต่อที่เขา พร้อมทั้งบอกเบอร์โทรศัพท์ไว้ด้วย

ดอกจันเป็นห่วงเจ้าอบอุ่นจนรีบไปหาทองทิวที่คอนโดฯ ทองทิวต้อนรับเหมือนคอยอยู่ก่อนแล้ว พอดอกจันถามว่าอบอุ่นหายไปได้อย่างไร เขาก็ตีหน้าเศร้าบอกว่าทิ้งไว้ในห้องตามปกติ แต่วันนี้พอกลับมามันก็หายไปแล้ว ดอกจันถามว่าทิ้งอาหารไว้ให้มันหรือเปล่า เปิดหน้าต่างไว้ใช่ไหม

"เปล่าฉันไม่ได้เปิดหน้าต่างไว้ ไม่รู้มันหายไปได้ยังไง" อ้อนดอกจันให้ช่วยหา

ดอกจันผลักเขาห่างไปอย่างหมั่นไส้แล้วเที่ยวเดินร้องเรียกเหมียว...เหมียวไปตามห้อง แต่ก็เงียบ ออกไปดูที่ระเบียงก็ไม่มี เดินไปดูในห้องนอน ทองทิวก็รีบบอกว่ามันไม่อยู่ในนี้หรอกออกไปหาห้องอื่นเถอะ ที่แท้เขาทิ้งหนังสือวาบหวิวไว้บนเตียงกลัวดอกจันเห็น

จนดอกจันไปหาที่ห้องน้ำ ร้องเรียกเหมียวๆ พลันก็ได้

ยินเสียงมันร้องตอบมาจากบนฝ้า ดอกจันดีใจมากปีนขึ้นไปบนเคาน์เตอร์เปิดฝ้าออก เจ้าอบอุ่นกระโจนพรวดเข้าใส่อย่างดีใจ

สุดท้าย ดอกจันก็จับได้ว่าทองทิวเอาเจ้าอบอุ่นไปซ่อนไว้บนฝ้าเอง เพราะต้องการล่อให้ตนมาหาที่คอนโดฯ ดอกจันโมโหทั้งเพราะถูกหลอกและสงสารเจ้าอบอุ่น ด่าเขาว่าทำบ้าๆแล้วจะกลับ

"อย่าโกรธฉันเลยนะดอกจัน แต่ฉันคิดถึงเธอจริงๆ จะไปหาเธอที่บ้านพวกเธอก็ไม่ต้อนรับ"

ดอกจันย้ำว่าพวกตนไม่อยากเห็นหน้าเขา ทองทิวชี้แจงว่าการตายของป้านวลตนไม่เกี่ยว

"แต่นายก็ไม่ยอมเลิกทำงานกับคนพวกนั้น" ดอกจันหาเรื่องจนได้แล้วสะบัดออกจากห้องไป

ooooooo

ทองทิวหน้าจ๋อยรีบตามไปจนได้คุยกันที่สวนของคอนโดฯ   ทองทิวอ้อนว่าอะไรๆมันก็ผ่านไปแล้ว เรามาดีกันเถอะ   ดอกจันบอกว่าตนทำใจไม่ได้

"แต่อุ่นใจก็ทำใจได้แล้วไม่ใช่เหรอ เห็นตอนนี้เขากลายเป็นคู่หมั้นจอมทัพไปแล้วนี่" ดอกจันย้อนถามว่ารู้ได้ไงว่าอุ่นใจทำใจได้แล้ว ทองทิวชี้แจงว่า "ถ้างั้นทำไมถึงรีบหมั้นนักล่ะ ปกติเขาต้องไว้ทุกข์กันตั้งหลายวัน"

ดอกจันนิ่งไปเพราะรู้เหตุผลของอุ่นใจดีแต่บอกทองทิวไม่ได้ ทองทิวเห็นดังนั้นฉวยโอกาสง้อต่อ

"นี่ดอกจัน ชีวิตเพื่อนเธอก็ลงตัวไปแล้วนะ เธอจะมาตั้งป้อมโกรธคนที่ไม่เกี่ยวข้องอย่างฉันไปเพื่ออะไร" พูดแล้ว

ไปยืนตรงหน้าจ้องตา "ฉันมองตาเธอก็รู้ว่าเธอไม่ได้คิดว่าฉันผิด แต่เธอต้องการหาคนมารับโทษ แล้วฉันสมควรจะเป็นคนคนนั้นเหรอ เธอไม่สงสารฉันเลยรึไง" ทองทิวคุกเข่าลงทันที

ดอกจันตกใจกลัวคนเห็นบอกให้เขารีบลุกขึ้น ทองทิวไม่ยอมลุกจนกว่าเธอจะยอมคืนดีด้วย

"ดีกันนะดอกจันนะ ฉันสัญญาว่า ถึงฉันจะลาออกจากบริษัทนั้นไม่ได้ แต่ฉันก็จะพยายามขัดขวางไม่ให้พวกเขาสร้างปัญหากับพวกเธออีก ฉันรับรอง...นะ" ทองทิวงัดลูกอ้อนออกมาสุดฤทธิ์

สุดท้ายดอกจันหยักหน้า   ทองทิวดีใจมากลุกขึ้นกอด

เธอไว้   ดอกจันบอกเบาๆให้ปล่อย   เพราะคนมามุงดูมากขึ้นทุกทีแล้ว

แทนที่ทองทิวจะปล่อยเขากลับกอดเธอไว้แน่นกว่าเดิม...

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

“โอม” บุกรังเสือ “เคลลี่” บู๊ ระห่ำ เปิดฉากต้นตอความแค้น ใน “เวราอาฆาต”

“โอม” บุกรังเสือ “เคลลี่” บู๊ ระห่ำ เปิดฉากต้นตอความแค้น ใน “เวราอาฆาต”
16 มิ.ย 2564

05:01 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพุธที่ 16 มิถุนายน 2564 เวลา 11:12 น.