ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

สวรรค์สร้าง

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

เย็นนี้ จอมภพหัวเสียสุดๆเมื่อดูตัวเลขดรรชนีหุ้นในจอแล้วปรากฏว่าหุ้นของไทยเกอร์ คิงมากกว่าฟีนิกซ์เกือบเท่าตัว เขาขว้างหมอนไปที่จอทีวีสบถ "ไอ้สารเลวเอ๊ย!!"

จากนั้นเขาโทร.ไปหานิมมานทันที บอกว่าตกลงตนยอมรับข้อเสนอของเธอ ให้จัดการเร็วที่สุดด้วย จอมทัพเดินเข้ามาได้ยินพอดีถามว่าข้อเสนออะไรหรือ จอมภพตอบไม่เต็มปากว่า

"นิมมานจะเป็นไส้ศึกเอาข้อมูลมาให้เราสำหรับการประมูลครั้งหน้า" จอมทัพนิ่งฟังแล้วขยับจะเดินต่อ จอมภพเหล่ถาม "เฮ้ย แปลกแฮะ คราวนี้แกไม่ยักด่าว่าพ่อเล่นเกมสกปรกล่ะวะ"

"คงเป็นเพราะผมรู้แล้วมั้งครับว่า คนสกปรกก็เหมาะกับเกมสกปรก"

พูดแล้วจอมทัพเดินขึ้นบ้าน ส่วนจอมภพยิ่งแปลกใจกับคำพูดของลูกชาย

ใน ขณะที่นิมมานเดินเกมทางจอมภพนั้น นักคิดก็บีบคั้นรีดเค้นจากดารารายโดยมีคลิปเป็นไพ่ตายในมือไว้ต่อรอง วันนี้เขาไปหาดารารายถึงที่บ้าน ดารารายกลับมาเจอตุลย์ เดินมาหน้าบ้านพอดีบอกว่ามีเพื่อนมารออยู่ เธอแปลกใจว่าใคร พอมองเข้าไปในบ้าก็แทบช็อกเมื่อเห็นนักคิดยืนยิ้มเผล่คอยอยู่

"มาที่ นี่ทำไม" ดารารายไม่พอใจมาก นักคิดอ้างว่าเพราะโทร.มาแล้วเธอไม่รับสายเลยต้องมา ดารารายตัดบทว่า "มีธุระอะไรก็พูดมาอย่าอ้อมค้อม"

"ก็ได้..." นักคิดยิ้มกริ่มเอนตัวเข้าไปกระซิบ "ผมอยากได้อีกห้าล้าน จะไปทำธุรกิจกับเพื่อน"

"ฉันไม่ใช่ธนาคารของแก!"

"แต่ถ้าคลิปนั่นหลุดออกไป ผมจะเป็นยิ่งกว่าธนาคาร" นักคิดยิ้มอย่างท้าทาย

ที่ มุมนอกบ้านใกล้ๆนั้น ตุลย์มองเข้ามาอย่างสงสัยกับท่าทางแปลกๆของทั้งสองคน เมื่อนักคิดไปแล้ว ตุลย์เข้ามาถามดาราราย ความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกันของพ่อลูก ทำให้ดารารายต้องเล่าความจริงให้ฟัง ตุลย์โกรธมากพูดอย่างแค้นใจว่า "พ่อจะไปฆ่ามัน!"

"อย่านะคะคุณพ่อ ลูกไม่อยากให้มือของคุณพ่อแปด เปื้อนคนชั่วๆแบบนั้น"

"มันย่ำยีลูกแล้วคิดจะตักตวงผลประโยชน์จากเราอีก พ่อปล่อยมันไว้ไม่ได้!"

"ลูกก็ไม่ปล่อยมันไว้หรอกค่ะ  แต่ลูกจะใช้วิธีของลูกเอง!" ดารารายยิ้มเหี้ยม

ooooooo

ทอง ทิวใช้เจ้าอบอุ่นมาสัมพันธ์กับดอกจัน เขาจ้างเธอมาดูแลเจ้าอบอุ่นที่บ้าน ดอกจันเห็นบ้านรกทนไม่ได้จะจัดให้ แต่แล้วก็หยุดเมื่อนึกได้ว่าเขาจ้างตนมาเลี้ยงแมวไม่ได้ให้มาทำอย่างอื่น เลยดูดายมันเสีย หันไปดูแลเล่นกับเจ้าอบอุ่นอย่างเพลิดเพลิน

อบอุ่น เล่นกับดอกจันกระโจนตะครุบโน่นตะปบนี่แล้ว วิ่งเข้าไปในห้องนอนทองทิว  ดอกจันเรียกก็ไม่ยอมออกมา  เธอเลยตามเข้าไปเห็นมันมุดเข้าไปใต้ผ้านวมบนเตียงก็ล้วงมือเข้าไปควาน เจอขนหยาบๆก็บ่นอย่างเอ็นดูว่า

"ขนแกสากจังเลย เดี๋ยวต้องจับอาบน้ำหน่อยแล้วนะ มาเร็วๆ"

ที่แท้ ไปคว้าเอาหน้าแข้งของทองทิวเข้า เลยกลายเป็นดึงขาเขา ทองทิวสะดุ้งตื่นร้องโวยวายว่าอะไรกัน ดอกจันตกใจยิ่งกว่า รีบถอยออกมาถามว่า "นี่นายยังไม่ได้ไปทำงานเหรอ"

ทองทิวบอกว่าวันนี้ เป็นวันหยุด ถามว่าเธอเข้ามาทำอะไร ดอกจันชี้แจงว่าเจ้าอบอุ่นมุดขึ้นเตียงเมื่อกี้ตนเลยควานหา แล้วเลิกผ้าห่มดู ไม่มีแม้แต่เงาของเจ้าอบอุ่น

ปรากฏว่าเจ้าอบอุ่นกระโดดออกไปยืนอยู่ที่ขอบหน้าต่างแล้ว เลยถูกทองทิวกระเซ้าว่าที่แท้อยากขึ้นมาร่วมเตียงกับตนก็บอกมาเถอะ

ดอกจันถลึงตาใส่ด่าว่าพูดบ้าๆ แล้วรีบไปคว้าเจ้าอบอุ่นอุ้มออกไป ทองทิวยิ้มๆอย่างเอ็นดู

ทอง ทิวยังหาทางแหย่ดอกจัน เมื่อเธอไม่ทำอาหารให้เขาเพราะเขาจ้างมาดูแลเจ้าอบอุ่นเท่านั้น ทองทิวจึงแก้เผ็ดอ้างว่าเจ้าอบอุ่นอยากไปกินอาหารข้างนอกเธอต้องตามไปด้วย แล้วพาไปสวนอาหารสั่งอาหารมากมายมากินเอง ปล่อยให้ ดอกจันอุ้มแมวนั่งมองกลืนน้ำลายเอื๊อก...เอื๊อก ซ้ำยังพูดให้ เจ็บใจว่า

"มองทำไม ไม่ต้องมอง หน้าที่เธอคือเลี้ยงแมว อย่าลืม!"

ออก จากร้านอาหารก็พาไปหาซื้อเสื้อและของเล่นสัตว์ ให้เจ้าอบอุ่น เขาหยิบโน่นหยิบนี่ซื้อเสร็จก็ให้ดอกจันเป็นคนหิ้ว เธอหอบพะรุงพะรังทั้งอุ้มแมวทั้งหิ้วของ

จนกลางคืน ดอกจันถือว่าเสร็จงานแล้วจะกลับ ทองทิวไม่ยอมให้กลับเพราะเธอต้องกล่อมเจ้าอบอุ่นให้หลับก่อน

ดอกจัน พาเจ้าอบอุ่นไปนอนร้องเพลงกล่อมไม่ถึงอึดใจ แมวไม่ทันหลับ แต่คนร้องเพลงกล่อมฟุบหลับไปแล้ว ทองทิว มองแล้วส่ายหน้ายิ้มอย่างเอ็นดู

ooooooo

คืน เดียวกันนี้ ขณะนักคิดเดินเมาๆออกจากผับกับหญิงสาวนั้น มีชายชุดดำสามคนเข้ามาถามว่า "คุณ นักคิดใช่ไหมครับ"  พอเขาถามว่าใช่มีอะไร  เท่านั้นเอง ชายทั้งสามก็รุมกันเข้ามา คนหนึ่งต่อยเปรี้ยงเข้าที่หน้า พอนักคิดล้มลงก็รุมกันเข้าไปยำไม่ยั้ง หญิงสาวตกใจมากวิ่งหนีไป

นักคิดร้องอ้อนวอนอย่าทำอะไรตนเลย หนึ่งในสามพูดปรามว่า

"นี่เป็นการสั่งสอน อย่าได้มายุ่งกับผู้หญิงของคุณนักรบอีก!"

ไม่ไกลจากตรงนั้น ดารารายลดกระจกรถลงมาดูสภาพสะบักสะบอมของนักคิดอย่างสะใจ

กลับ ถึงบ้านคืนนี้ ดารารายยังพูดเชิงปรามให้ซูซี่รู้ว่าตนให้คนไปทำอะไรกับนักคิด ซูซี่ตกใจถามว่าเขาจะตายไหม ดารารายบอกว่าไม่ถึงตาย แต่ทำให้อยู่อย่างทรมานไปตลอดชีวิตสะใจกว่า

นี่เป็นวิธีการทำให้ซู ซี่ผวากับการเชือดไก่ให้ลิงดูของตน ซูซี่หวาดกลัวแต่พยายามข่มใจทำเป็นดีใจกับการแก้แค้นของดารารายแล้วรีบขอตัว ไปนอน

ooooooo

นักคิดเชื่อว่านี่เป็นการกระทำของนักรบ รุ่งขึ้นนิมมานก็ตะบึงรถไปที่บ้านนักรบ พอเจอกำลังจะออกไปกับนายิกา นิมมานก็ตรงเข้าไปด่า "ไอ้นักรบ ไอ้คนใจอำมหิต!"

นิมมานตรงเข้าทุบตี นักรบพัลวัน จนนักรบโมโหด่าว่า เป็นบ้าอะไรแต่เช้า พอนิมมานบอกว่าเขาส่งคนไปซ้อมนักคิดปางตาย นายิกาก็เข้ามาขวางหาว่านิมมานแฮงก์จากเมื่อคืนก็กลับไปนอนเสียอย่ามา อาละวาดที่นี่ ทั้งยังผลักนิมมานจนล้มลงแล้วประคองนักรบไปขึ้นรถออกไปทันที

"ไอ้ พวกใจยักษ์ใจมาร! แกเห็นคนอื่นดีกว่าพวกกันเองนะ คอยดูเถอะ แกจะไม่เหลืออะไรเลย คอยดู!" นิมมานตะโกนด้วยความแค้น นักรบมองอย่างไม่เข้าใจ แต่นายิกาไม่สนใจแม้แต่น้อย

ooooooo

ดอกจัน กล่อมเจ้าอบอุ่นจนตัวเองหลับไปแล้ว ทองทิวอุ้มไปนอนที่เตียงห่มผ้าให้อย่างดี จนดอกจันนอนเต็มอิ่มตื่นขึ้นมาเห็นตัวเองนอนอยู่บนเตียงก็เอะอะโวยวายว่าถูก ทองทิวปล้ำ ทองทิวชี้แจงจนเหนื่อยดอกจันก็ไม่ยอมเชื่อจนเขาขู่จะปล้ำจริงๆให้ดู เธอเลยต้องเงียบ

ที่บ้านดอกจัน อุ่นใจกับโอ๋อยู่ที่นั่น วันนี้โอ๋ดีใจมากวิ่งถือตั๋วดูฟุตบอลรอบที่ตัวเองลงแข่งมาให้อุ่นใจ 3 ใบ แล้วแต่ อาจะชวนใครไปดู ส่วนตัวเองเก็บไว้ใบหนึ่งเป็นใบพิเศษจริงๆ อวดว่า

"ที่ นั่งที่เป๊ะที่สุด โอ๋จะเก็บไว้..." พออุ่นใจแซวว่าจะเก็บให้สาวที่ไหน โอ๋บอกอย่างภูมิใจว่า "ของคุณนักรบ" แล้วเก็บใส่กระเป๋าเสื้อเดินเข้าบ้าน ไม่ทันสังเกตสีหน้าของอุ่นใจที่เจื่อนลง

อุ่นใจตามเข้าไปขอตั๋วใบ นั้นบอกว่าไม่ให้นักรบไปดู ย้ำกับโอ๋ว่า "อาบอกแล้วใช่ไหมว่าเขาไม่มีสิทธิ์ในชีวิตของพวกเราอีกแล้ว ต่อไปนี้ไม่ต้องไปยุ่งกับเขาอีก"

"ทำไม" โอ๋ชักโมโห พอเห็นอุ่นใจอึกอักไม่รู้จะอธิบายอย่างไร โอ๋ตัดบท "ไม่มีเหตุผล อาอุ่นโกรธกับคุณนักรบอยู่ใช่ไหม เลยจะบังคับให้โอ๋โกรธด้วย โอ๋ไม่ยอม เอามานี่!"

โอ๋พุ่งเข้าแย่งตั๋วคืน แต่ถูกอุ่นใจแย่งไปแล้วฉีกเป็นชิ้นๆโยนทิ้ง โอ๋โกรธมากตะโกนใส่หน้าอุ่นใจว่า  "โอ๋จะฟ้องคุณนักรบว่าอาอุ่นแกล้ง อาอุ่นใจร้าย! โอ๋เกลียดอาอุ่น เกลียดที่สุด!"

โอ๋เสียใจมากเก็บตั๋วที่ถูกฉีกไปต่อจนเต็มใบขึ้นมา โกรธอุ่นใจจนตัดสินใจจะหนีไปอยู่กับนักรบ

ทอง ทิวมาส่งดอกจันที่บ้าน  ทั้งสองเห็นอุ่นใจกับโอ๋กำลังยื้อแย่งและอุ่นใจฉีกอะไรทิ้งที่พื้น เมื่อถามจนรู้เรื่อง ดอกจันเตือนสติ อุ่นใจว่าจะไปเอาอะไรกับเด็ก บ่นสงสารโอ๋ ทองทิวก็เชื่อว่าโอ๋ คงไม่รู้เรื่องของผู้ใหญ่ ถูกอุ่นใจที่กำลังอารมณ์เสียตวาดว่า

"ใครถาม ไม่ต้องมาออกความเห็นเลย ที่ฉันกับหลานทะเลาะกันก็เพราะพวกคุณนั่นแหละเป็นต้นเหตุ" แล้วถามดอกจันอย่างอารมณ์เสียว่า "พาเขามาทำไม"

"ฉันอยากคุยกับเธอ เรื่องนี้พอดีเลย บางที...เธอฟังแล้วอาจจะเข้าใจคุณนักรบดีขึ้น" ทองทิวยังใจเย็น อุ่นใจสวนไปว่าตนไม่อยากฟัง ดอกจันหว่านล้อมให้ใจเย็นๆ พออุ่นใจสงบลงบ้าง ทองทิวบอกว่า "แต่เราจะไม่คุยกันที่นี่ เพราะมีคนที่จะอธิบายเรื่องทั้งหมดได้ดีกว่าฉัน"

ฟังทองทิวแล้วอุ่นใจยิ่งงง มองหน้าดอกจันกับทองทิวเชิงถามว่าอะไรกัน ดอกจันพยักพเยิดให้เพื่อนลองดู

จากนั้นทองทิวก็พาอุ่นใจกับดอกจันนั่งรถออกไป โดยทั้งสามไม่เห็นโอ๋ที่สะพายกระเป๋าออกมา

ooooooo

คน ที่ทองทิวพาอุ่นใจกับดอกจันไปพบคือหมอเทพนั่นเอง เขาให้หมอเล่าอาการของนักรบให้สองสาวฟัง ทีแรกอุ่นใจจะไม่ฟังเพราะยังไม่หายแค้นและถือว่าไม่เกี่ยวกับตน แต่ดอกจันขอให้ฟังหน่อยเธอจึงยอมนั่งฟัง

หมอเทพเล่าอาการที่มีลักษณะ ไม่ปกติของนักรบว่า เกิดขึ้นจากจิตใต้สำนึกที่ถูกกดทับไว้ ไม่ได้เป็นเพราะสติฟั่นเฟือน พอสองสาวนิ่งฟังอึ้ง หมอเล่ารายละเอียดว่า

"ผู้ ป่วยโรคนี้มีบุคลิกภาพมากกว่าหนึ่งชนิด โดยที่จะแตกต่างจากตัวตนเดิมอย่างสิ้นเชิง ในผู้ป่วยที่มีอาการหนักมากๆ อาจจะมีบุคลิกภาพมากถึง 10 ชนิด ที่มีชื่อเรียกตัวเองและนิสัยใจคอแตกต่างกันออกไป"

ดอกจันทำหน้าเหวอพึมพำอย่างเหลือเชื่อว่าอย่างกับในหนังเลย

"โรคแบบนี้ถ้าเกิดขึ้นกับชาวบ้าน ก็อาจจะถูกวินิจฉัยว่าผีเข้า ต้องทำพิธีไล่ผี แต่ในทางการแพทย์ถือว่าเป็นอาการจิตเวชที่ต้องได้รับการรักษาครับ"

"คุณหมอกำลังจะบอกฉันว่า...นายนักรบมีอยู่สองคนงั้นเหรอคะ" อุ่นใจตั้งแง่อย่างไม่อยากเชื่อ

"ใช่ครับ แล้วถ้าคุณนักรบไม่ยอมมารักษา นักรบทั้งสองคนก็จะสลับกันโผล่ขึ้นมา ทำให้คุณและคนรอบข้างสับสนอย่างนี้ตลอดไป สิ่งสำคัญตอนนี้คือ หมออยากให้ทุกคนเข้าใจอาการและพยายามหว่านล้อมให้คุณนักรบมาพบหมอโดยเร็ว ที่สุด"
ทองทิวกับดอกจันฟังแล้วพยักหน้าอย่างเข้าใจ แต่อุ่นใจยังนั่งหน้าเรียบเฉย ครุ่นคิด

จนเมื่อออกจากโรงพยาบาลมาแล้ว   อุ่นใจจึงบอกทั้งสองคนว่าตนไม่เชื่อว่านักรบจะป่วยจริง ดอกจันท้วงว่าหมอคงไม่โกหกเราหรอก

"แต่นายนั่นอาจจะโกหกหมอก็ได้ ใครจะเชื่อก็เชิญแต่ฉันไม่มีวันหลงกลคนเหลี่ยมจัดแบบนั้นเป็นครั้งที่สองหรอก!"

ทองทิวร้องอ้าวอย่างผิดหวังบอกอุ่นใจว่าอย่ามองนักรบในแง่ร้ายอย่างนั้น อุ่นใจย้อนเอาว่าเขาเป็นเพื่อนก็ต้องพูดปกป้องนักรบอยู่แล้ว ถามทองทิวว่าจะไปส่งที่บ้านหรือเปล่าไม่งั้นตนจะได้กลับเอง

ดอกจันรีบบอกว่าไปส่งแล้วพาอุ่นใจขึ้นรถ แอบส่ายหน้าบอกทองทิวว่าอย่าเพิ่งพูดอะไรตอนนี้ ทองทิวทำตาปริบๆ เซ็งมากที่กล่อมอุ่นใจไม่สำเร็จ

ooooooo

โอ๋สะพายกระเป๋าเสื้อผ้าหนีออกจากบ้านจะไป อยู่กับนักรบ แต่พอหาสตางค์จะขึ้นรถปรากฏว่าไม่มีแม้แต่บาทเดียวแต่ยังมุ่งมั่นที่จะไปต่อ อาศัยความฉลาด มีไหวพริบและเชาวน์ไว ช่วยตัวเองสำเร็จบ้างไม่สำเร็จบ้าง

เช่นแอบขึ้นรถแท็กซี่ไปกับผู้หญิงคนหนึ่งก็ถูกไล่ลงเพราะไม่ไว้ใจ ขึ้นรถเมล์ก็แกล้งทำเป็นหลับบ้าง เบียดๆบังๆหลังผู้ใหญ่บ้างโมเมทำเป็นแม่ลูกกัน ไประยะหนึ่งก็รีบลงก่อนที่จะถูกกระเป๋าไล่ลง

เดินไปถึงสะพานลอยเห็นขอทานนั่งกันเป็นกลุ่มๆก็แกล้งทำเป็นคนตาบอดพนมมือแต้ ร้องขอเงินซื้อข้าวกิน คนเดินผ่านไปมาเวทนาก็หยอดเหรียญให้ โอ๋หรี่ตาดูแล้วยกมือไหว้

ปลกๆร้องเสียงเหน่อๆ "ขอบคุณคร้าบบบ"

นั่งขอทานอยู่ครู่หนึ่งได้เงินมาสองสามเหรียญ โอ๋ง่วงเลยนั่งหลับ เลยไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น

ปรากฏว่าเทศกิจมาตรวจ พวกขอทานที่นั่งกันเป็นระยะบนสะพานลอยพากันลุกหนีร้องบอกกัน "เฮ้ย เทศกิจมา หลบเร็ว!" โอ๋มัวหลับอยู่ลุกเกือบไม่ทัน คว้ากระเป๋าได้ก็วิ่งอ้าวไม่รู้ทิศทาง สุดท้ายเลยตัดสินใจถามคนแถวนั้นว่า

"พี่ครับ รู้จักบริษัทไทเกอร์คิงไหมครับ"

ถามใครก็ไม่มีใครรู้จัก โอ๋ชักใจเสีย ทั้งหิวทั้งว้าเหว่จนร้องไห้ เดินไปเจอตู้โทรศัพท์ฉุกคิดได้รีบวิ่งไปกดเบอร์ที่จำได้ ขึ้นใจทันที...

ooooooo

ระหว่างทางที่ทองทิวขับรถมาส่งอุ่นใจกับดอกจันนั้น ทุกคนนั่งเงียบจนน่าอึดอัด ทองทิวจึงเปิดวิทยุในรถให้บรรยากาศผ่อนคลาย ไปเจอคลื่นวิทยุชุมชนเข้าพอดี ดีเจประกาศว่า

"ตอนนี้คลื่นน้ำจิตน้ำใจของเรากำลังต้องการความช่วยเหลือด่วนนะครับ เพราะมีเด็กหลงทางหนึ่งรายต้องการไปพบพ่อของเขาที่บริษัทไทเกอร์คิง ถ้าพี่น้องแท็กซี่หรือเพื่อนสมาชิกคนไหนผ่านมาที่สถานีของเรา ขอความกรุณาแสดงน้ำใจกับหนูน้อยคนนี้ด้วยนะครับ" แล้วดีเจก็หันไปถามโอ๋ "หนูชื่ออะไร"

"โอ๋ครับ"

อุ่นใจชะงักมองวิทยุขวับ เสียงดีเจถามต่อว่า "หนูจะไปทำอะไรที่บริษัทไทเกอร์คิงจ๊ะ" โอ๋ตอบเสียงชัดเจนว่า "พ่อโอ๋ ทำงานอยู่ที่นั่น โอ๋จะไปหาพ่อ"

อุ่นใจกับดอกจันตกใจ จำได้ว่าเป็นเสียงโอ๋ ทองทิวตกใจไปด้วยรีบเลี้ยวรถกลับทันที แต่พอไปถึงสถานี อุ่นใจเข้าไปพบพนักงานขอรับเด็กที่ชื่อโอ๋ พนักงานคนนั้นบอกอย่างภูมิใจในผลงานว่า

"อ๋อ...มีสมาชิกมารับไปที่ไทเกอร์คิงแล้วค่ะ ขอบคุณมากนะคะ"

อุ่นใจยืนอึ้ง ดอกจันกับทองทิววิ่งตามเข้ามา พอเห็นหน้าอุ่นใจก็เดาได้ว่า เรามาสายไปแล้ว...

ooooooo

สามีภรรยาผู้ใจดีพาโอ๋ไปถึงหน้าบริษัทไทเกอร์คิง โอ๋ขอบคุณบอกว่าตนเข้าไปเองได้แล้ว แต่เพราะโอ๋ เคยเจอปัญหาที่นี่มาแล้ว เมื่อเห็นยามจึงหลบอยู่จนมีรถกระบะคันหนึ่งแล่นมาจอดรับบัตร โอ๋แอบปีนขึ้นรถมุดเข้าใต้ผ้าใบทันที

ooooooo

รอจนนักรบประชุมเสร็จออกจากห้องประชุมพร้อมกับลูกค้า พนักงานคนหนึ่งจึงนำโอ๋ไปพบบอกว่า มีเด็กคนหนึ่งมาขอพบ  นักรบทำหน้างง  พนักงานคนนั้นจึงต้องบอกว่า

"ค่ะ แกอ้างว่าเป็นลูกชายของท่านประธาน ตอนนี้..." พนักงานพูดไม่ทันจบ เสียงโอ๋ก็แทรกเข้ามาร้องอย่างตื่นเต้น "คุณนักรบ...โอ๋เองคร้าบบบ" แล้ววิ่งแทบจะเป็นกระโจนเข้าหานักรบด้วยความดีใจสุดขีด

บรรดาลูกค้าที่มาประชุมต่างมองอย่างเอ็นดูบ้างแซวว่านักรบมีลูกชายด้วยหรือ นึกว่าโสดเสียอีก โอ๋เลยยิ่งกอดหอมนักรบพร่ำบอก "คิดถึงจังเลยครับพ่อ"

นักรบกระอักกระอ่วนใจแต่ไม่กล้าแสดงอะไร เพราะยังเกรงใจลูกค้าอยู่ แต่พอลากโอ๋ไปห้องทำงานเขาเหวี่ยงลงที่เก้าอี้ ตะคอกถามว่า "นายเป็นใคร!"

นักรบแสดงอาการเกรี้ยวกราดดุร้าย แต่โอ๋ก็ยังคิดว่าเขาเล่นด้วย ยังคงหยอกล้อแสดงความรักกับเขา แซวว่าวันนี้ดุจังงานยุ่งหรือ งั้นเดี๋ยวไปเตะบอลกัน บอกอวดๆว่า "โอ๋มีอะไรมาฝากด้วย" พลางหยิบตั๋วดูบอลที่เอามาแปะติดกันจนสมบูรณ์มาให้ดู

"ฟุตบอลบ้าบออะไร ฉันไม่ดู บอกมาเดี๋ยวนี้เธอเป็นลูกพนักงานคนไหน ต้องการอะไรถึงมาวุ่นวายกับฉัน"

ขณะนั้นเองยามคนหนึ่งจำโอ๋ได้เข้ามาบอกว่าโอ๋เป็นลูกของเอื้อ นักรบจึงเริ่มจำเอื้อได้จำโอ๋ได้ เลยยิ่งโมโหตวาดถามว่า

"อ๋อ...เธอนี่เอง แล้วเป็นบ้าอะไรถึงมาเรียกฉันว่าพ่อ ฉันเป็นเจ้านายพ่อแกต่างหาก"

ทีแรกโอ๋เห็นท่าทีดุดันของนักรบก็ยังคิดว่าเขาหยอกเล่น แต่พอโดนเข้าแบบไม่มีทีท่าจะเลิกก็เริ่มใจไม่ดีกระทั่ง เบะจะร้องไห้ จนกระทั่งถูกนักรบไล่ตะเพิดให้ออกจากห้องตนไปเดี๋ยวนี้ โอ๋เลยปล่อยโฮออกมาด้วยความตกใจกลัว

โชคดีที่อุ่นใจ ดอกจัน และทองทิวมาถึง โอ๋โผเข้ากอดอาไว้ด้วยความตกใจ   พอเห็นหน้าอุ่นใจนักรบก็เหมาว่าที่แท้ก็ทำงานกันอย่างเป็นขบวนการนี่เอง  ทองทิวพยายามจะชี้แจง แต่อุ่นใจสวนขึ้น

"คุณนี่มันจิตใจต่ำกว่าที่ฉันคิดไว้อีกนะ กับเด็กตัวเล็กๆ ระแวงแม้กระทั่งกับเด็ก ฉันชักสงสัยแล้วนะว่าตอนเด็กคงเจออะไรมา ถึงได้ใจร้ายใจดำผิดมนุษย์แบบนี้หรือว่าเป็นพวกไม่มีใครรัก"

นักรบปราดเข้าหาอุ่นใจ ดอกจันพุ่งมาขวางไว้แต่ช้ากว่าโอ๋ที่หันมาเตะหน้าแข้งนักรบแล้วตะโกนทั้ง น้ำตา "อย่ามายุ่งกับอาของโอ๋นะ คนใจร้าย!"

ในที่สุดนักรบก็ตะโกนสั่ง รปภ.ให้เอาพวกอุ่นใจออกไปจากบริษัทตนให้หมด ดอกจันยังตะโกนส่งท้ายว่า

"พวกฉันกลับเองได้ นายเอาไอ้บ้านี่ไปส่งโรงพยาบาลดีกว่าจะได้กลับมาเป็นปกติสักที"

"ปิดประตู แล้วอย่าให้พวกมันเข้ามาอีก ไม่งั้นฉันจะไล่ออกให้หมดทั้งตึก!" นักรบโกรธจัด

เมื่อพวกอุ่นใจออกไปแล้ว เขาเห็นตั๋วฟุตบอลที่โอ๋เอามาให้ ทีแรกจะทิ้งถังขยะแต่เหมือนมีอะไรดลใจเขากลับถือตั๋วไว้อย่างครุ่นคิด

ooooooo

พอกลับถึงบ้านดอกจันที่อุ่นใจกับโอ๋มาอยู่ด้วย โอ๋ฝากของที่ระลึกสโมสรฟุตบอลที่ได้รับให้ทองทิวเอาไปคืนนักรบด้วย ดอกจันก็ประณามทองทิวว่าทำงานกับคนแบบนี้ได้ยังไงตนรับไม่ได้

โอ๋ผิดหวังเสียใจมาก คืนนี้ก็ไปนั่งกอดเข่าเศร้าซึมอยู่คนเดียว คิดถึงตอนที่นักรบมากล่อมให้โอ๋เล่นบอลเพื่อพ่อ ก็ยิ่งเสียใจที่เขาเปลี่ยนแปลงไปถึงขนาดนี้ ยิ่งคิดก็ยิ่งเสียใจจนร้องไห้ออกมา

อุ่นใจถือเสื้อฟุตบอลของโอ๋ที่รีดเสร็จแล้วมาให้ บอกโอ๋ว่าให้ไปนอนเสียมานั่งทำอะไรอยู่ โอ๋เลยร้องไห้โฮโผเข้า กอดอุ่นใจ ถามว่า

"ทำไม ทำไมเขาต้องหลอกโอ๋ด้วยว่าเขาไม่ได้เป็นเพื่อนกับพ่อของโอ๋...ถ้าเขาเป็น เจ้านายพ่อก็แปลว่า...เขาเป็นคนที่ไล่พ่อออกจากงาน เป็นคนที่ฆ่าพ่อใช่ไหม ฮือๆๆ" โอ๋เริ่มลำดับความจริงได้ อุ่นใจไม่ตอบแต่กอดโอ๋ไว้อย่างปลอบโยน

คืนเดียวกัน นักรบยังวนเวียนครุ่นคิดถึงเรื่องโอ๋เมื่อกลางวัน มองตั๋วฟุตบอลในมืออย่างสงสัย เขาไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมเรื่องราวเหล่านี้จึงติดค้างอยู่ในความ รู้สึก ยิ่งคิดก็ยิ่งเห็นภาพต่างๆที่ได้อยู่ใกล้ชิดกับโอ๋ขณะซ้อมบอล ในที่สุดเขาปวดหัวจี๊ดขึ้นมาจนต้องควานหายามากินจึงค่อยทุเลาลง

ถึงวันแข่งบอลแล้ว อุ่นใจ ดอกจัน และทองทิวพากันไปเชียร์โอ๋สุดฤทธิ์ แต่โอ๋กับเล่นอย่างไม่มีชีวิต จิตใจจนถูกโค้ชดุ และดอกจันก็บ่นอุ่นใจว่าตนบอกแล้วว่าโอ๋ยังไม่พร้อมก็ให้บอกโค้ชไปว่าไม่ พร้อม

"ไม่ได้หรอก ฉันไม่อยากให้หลานเคยตัว โอ๋ต้องเรียนรู้เวลามีความทุกข์ก็ต้องใช้ความเข้มแข็งของจิตใจต่อสู้เขาถึงจะผ่านมันไปได้"

เหตุผลของอุ่นใจทำให้ดอกจันพูดไม่ออก หันไปดูโอ๋ แข่งบอลอย่างพยายามเอาใจช่วย

ระหว่าง นั้นเอง นักรบปรากฏกายขึ้นที่บริเวณสนาม โอ๋ตาไวเหลือบเห็นเข้าพอดี โอ๋ดีใจมาก แต่พอสบตาเขาที่มองมาอย่างว่างเปล่าเย็นชา โอ๋ก็หมดแรงยืนจ๋อยจนถูกคู่แข่งชนล้มคว่ำไป

โอ๋ถูกโค้ชดุ เมื่อเพื่อนพามาที่ข้างสนาม อุ่นใจรีบแหวกคนเข้ามาดูหลาน ถามว่าเจ็บตรงไหนไหม โอ๋ส่ายหน้าน้ำตาหยดแหมะถามว่า "คุณนักรบ...เขามาที่นี่...เขามาทำไมอาอุ่น" อุ่นใจก็สงสัยเหมือนกัน

เมื่อนักรบมาดูๆแล้วไม่เห็นมีอะไรก็เดินกลับ อุ่นใจไปดักต่อว่าเขาว่า

"คุณตามมาหลอกหลอนหลานฉันทำไม โอ๋มัวแต่มองคุณจนหกล้ม"

นักรบ โต้ว่าหลานตัวเองเล่นไม่ดีเองอย่ามาโทษกัน แล้วจึงบอกว่าที่มาก็เพราะโอ๋ทิ้งตั๋วไว้ให้เลยอยากมาดูว่ามันสำคัญอะไร นักหนา แต่ถ้ารู้ว่าต้องมาดูฟุตบอลเด็กเห่ยๆก็คงไม่มาให้เสียเวลา

ทั้ง คู่ต่อล้อต่อเถียงกันอย่างรุนแรงจนนักรบโกรธรวบตัวอุ่นใจเข้าไปกอด อุ่นใจทั้งทุบทั้งร้องให้ปล่อยเขาไม่ยอมปล่อยกลับกอดแน่นเข้าอีก ซ้ำยังทำท่าจะเอาหน้าแนบแก้มเธอด้วย อุ่นใจร้องกรี๊ดออกมาอย่างตกใจ ถูกนักรบผลักอย่างแรงจนล้ม เขาตามมาพูดอย่างเหยียดหยามว่า

"ไม่ต้อง เรียกให้คนมามุงดูหรอก ฉันก็แค่แหย่เล่น ผู้หญิงอย่างเธอฉันอาจจะเคยมัวเมาอยู่ช่วงหนึ่ง แต่ตอนนี้ฉันไม่พิศวาสเธอเลยซักนิด!" พูดแล้วยิ้มเหยียดๆเดินออกไป

อุ่นใจยังนั่งกองอยู่กับพื้น มองตามเขาไปอย่างเจ็บใจ

ooooooo

ภาวะ จิตใจของโอ๋ซึมเศร้าจนน่าเป็นห่วง อุ่นใจพยายามทำอาหารโปรดให้ก็ยังไม่อยากกินเฝ้าครุ่นคิดเสียใจเรื่องนักรบ ไม่พอวันนี้ยังถูกโค้ชสั่งให้กลับไปเป็นตัวสำรองอีก

แต่คนที่เจ็บปวดยิ่งกว่าโอ๋คืออุ่นใจ เห็นสภาพหลานแล้วก็ยิ่งเจ็บแค้นนักรบ พูดกับโอ๋ที่นอนหลับทั้งที่คราบน้ำตายังเปียกหน้าว่า

"ทำไมคุณถึงต้องทำร้ายจิตใจโอ๋แบบนี้ด้วยคุณนักรบคุณทำร้ายฉันคนเดียวไม่พอรึไง"

ดอกจันเข้ามาบอกว่ามีคนมาหา อุ่นใจสงสัยว่าใครเดินออกไปดู เจอจอมทัพรออยู่ เธอแปลกใจที่เขามาหาที่นี่ จอมทัพชี้แจงว่า

"ผมรู้เรื่องไอ้นักรบแล้ว มันทำร้ายอะไรคุณกับโอ๋บ้าง บอกผมมา ผมจะไปจัดการมันเอง"

อุ่น ใจไม่อยากไปยุ่งวุ่นวายกับนักรบอีก จอมทัพถามอย่างรับไม่ได้เขาทำกับเธอถึงขนาดนี้แล้วยังจะยอมอีกหรือ อุ่นใจไม่อยากฟังขอร้องเขาว่าพอเถิด ถือเสียว่าตนโง่เองก็แล้วกันที่หลงเชื่อว่าพวกคนรวยจะมีความจริงใจให้คนจน อย่างตน

จอมทัพบอกถึงความห่วงใยเธอของเขา ขอร้องเธอให้ เปิดโอกาสให้เขาบ้าง เห็นเธอนิ่งเขาถามเหมือนจะน้อยใจว่า

"หรือผมไม่ดีพอ ไม่คู่ควรกับคุณ..."

"ไม่ใช่อย่างนั้นค่ะ คุณเป็นคนดี"

"แล้วทำไมคุณถึงเปิดใจให้ผมไม่ได้ คุณบอกผมมาสิว่าผมต้องทำยังไงคุณถึงจะเปิดใจให้ผมบ้าง หรือเป็นเพราะนักรบ"

อุ่นใจชะงักอย่างไม่พอใจที่เขาเอ่ยชื่อนักรบขึ้นมาอีก จอมทัพรีบขอโทษ เธอพยายามทำใจแข็งบอกเขาว่า

"ไม่ต้องขอโทษหรอกค่ะ ผู้ชายคนนั้นไม่มีผลต่อความรู้สึกของฉัน แต่ตอนนี้ฉันแค่อยากดูแลครอบครัวของฉันให้ดีที่สุด"

กระนั้น จอมทัพก็ยังย้ำว่าตนขอแค่ให้เธอเปิดใจรับรู้ ความรู้สึกของเขาที่มีต่อเธอ ขอแค่นี้ได้ไหม ทำให้อุ่นใจลำบากใจ ที่จะตอบ พอดีฝนจะตกเธอจึงชวนเข้าหลบฝนที่ชายคา จอมทัพไม่ยอมไปจนกว่าเธอจะตอบคำขอของเขา

"เรื่องนั้นไว้ก่อนเถอะค่ะ เข้ามาหลบฝนก่อน"

"ถ้า ผมต้องตากฝนจนไม่สบายก็ถือว่าเป็นการพิสูจน์ตัวผมก็แล้วกัน" จอมทัพดื้อแพ่งอยู่อย่างนั้น เขายืนตากฝนจนสุดท้ายอุ่นใจต้องบอกเขาว่า

"ค่ะ   ฉันตกลง..."   จอมทัพยิ้มอยู่กลางสายฝนจน

เธอต้องเร่ง "ฉันตกลงแล้วก็เข้ามาสิคะ"

จอมทัพเข้ามาในชายคาด้วยสีหน้ายิ้มแย้มดีใจ ถามย้ำอย่างตื่นเต้นว่า

"คุณ พูดจริงนะครับ คุณตกลงให้ผมพิสูจน์ตัวเองให้ คุณเห็นแล้วนะครับ" พออุ่นใจพยักหน้าเขายิ้มเต็มหน้าเอ่ยอย่างมีความหวัง มีความสุข "ขอบคุณนะครับ"

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

“โอม” บุกรังเสือ “เคลลี่” บู๊ ระห่ำ เปิดฉากต้นตอความแค้น ใน “เวราอาฆาต”

“โอม” บุกรังเสือ “เคลลี่” บู๊ ระห่ำ เปิดฉากต้นตอความแค้น ใน “เวราอาฆาต”
16 มิ.ย 2564

05:01 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพุธที่ 16 มิถุนายน 2564 เวลา 11:14 น.