ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

สวรรค์สร้าง

SHARE
  • แนว
  • :
  • บทประพันธ์โดย
  • :
  • บทโทรทัศน์โดย
  • :
  • กำกับการแสดงโดย
  • :
  • ผลิตโดย
  • :
  • ช่องออกอากาศ
  • :
  • อื่นๆ
  • นักแสดงนำ
  • :

สวรรค์สร้าง ตอนล่าสุด

ตอนที่ 1

ที่สนามแข่งรถ "ไทเกอร์คิง เซอร์กิต" ที่จัดแต่งอย่างยิ่งใหญ่ ที่ข้างสนามมีสกอร์บอร์ดขนาดใหญ่หรูหรา ขึ้นข้อความ "ขอต้อนรับสู่การแข่งขันรถยนต์ไทเกอร์คิงเรซซิ่ง"

ท่ามกลางความยิ่งใหญ่อลังการนั้น เปลวแสงประกาศด้วยเสียงอันไพเราะว่า

"สวัสดีค่ะท่านผู้ชม ขณะนี้ ดิฉันอยู่ที่สนามแข่งรถไทเกอร์คิง เซอร์กิต กับการแข่งรถการกุศลซึ่งสนับสนุนโดยไทเกอร์คิง บริษัทยักษ์ใหญ่ของวงการสื่อสาร ไม่น่าเชื่อว่า ผลของการแข่งขันที่ทีมไทเกอร์คิงชนะในแต่ละปี จะส่งผลให้ยอดขายระบบสื่อสารไทเกอร์คิงทะลุเกินเป้าทุกปีนะคะ"

ทันใดนั้น รถแข่งสามคันพุ่งเข้ามาในสนาม ผ่านอัฒจันทร์เชียร์ด้วยความเร็ว เสียงกระหึ่มของรถถูกกลบด้วยเสียงเชียร์ดังสนั่น กลุ่มนักข่าวกดชัตเตอร์รัว เปลวแสงยืนอยู่ หน้ากล้องกล่าวอย่างตื่นเต้น

"เวลาแห่งความตื่นเต้นใกล้เข้ามาแล้ว ใครจะเป็นเจ้าความเร็วบนสนามแข่งวันนี้...เราต้องมาลุ้นกัน"

เปลวแสงทำหน้าที่นักข่าวสาวอย่างมีชีวิตชีวาด้วยความรักในวิชาชีพเป็นชีวิตจิตใจ

ooooooo

ที่ข้างสนามแข่ง บรรดาผู้เกี่ยวข้องต่างทำหน้าที่ของตัวเองอย่างเร่งรีบ เข้มงวด จริงจัง โดยเฉพาะทองทิวที่เป็นทั้งเพื่อนและเลขาฯของนักรบ ประธานบริษัทไทเกอร์คิงในวัยเพียงยี่สิบเศษ

ทองทิวตรวจความเรียบร้อยของทุกส่วนงานอย่างพิถีพิถัน ย้ำกับลูกน้องทุกคนว่า จะต้องไม่มีคำว่าไม่ได้สำหรับนักรบ เขาละเอียดถี่ถ้วนแม้แต่เครื่องดื่ม สั่งลูกน้องว่า

"วันพฤหัสฯต้องเสิร์ฟลาเต้ปั่น  ไม่ใส่ครีม  ปั่นให้ ละเอียดด้วย"

ขณะนั้นเอง นายิกา แม่ของนักรบเดินฉับๆเข้ามาอย่างผู้ยิ่งใหญ่ เรียกทองทิวไปถามว่าจัดงานใหญ่โตขนาดนี้หมดงบไปเท่าไรทำไมตนไม่เห็นใบรายงาน  เมื่อทองทิวแจ้งว่าตนรายงานให้ท่านประธานบริษัททราบแล้วท่านเป็นคนเซ็นรับรอง

"ถ้างานนี้ไม่คุ้มค่าใช้จ่ายที่ไทเกอร์คิงเสีย ฉันเล่นงานเธอแน่" นายิกาหน้าเข้มเสียงดุดัน

"ผมมั่นใจว่าเราจะได้คืนมากกว่าที่ลงทุน งานนี้จัดขึ้นเพื่อโปรโมตความเป็นเจ้าการสื่อสารอันดับหนึ่งของประเทศอย่างไทเกอร์คิง ลงทุนไม่กี่ล้าน แต่ผลตอบแทนเกินร้อยล้านแน่นอน" แม้จะมั่นใจแต่ท่าทางที่ตอบนายิกานั้นก็ยังเกรงๆ

นายิกายังไม่หายหงุดหงิดถามว่าประธานบริษัทเดินทางถึงไหนแล้ว การ์ดรายงานว่าจะมาถึงภายในสิบนาที ทองทิวยิ่งตื่นเต้นร้อนรน สั่งลูกน้อง

"ห้องรับรองเครื่องดื่มพร้อมแล้วใช่ไหม แจ้งการ์ดทุกคนเตรียมพร้อมทุกจุดทันที เร็วๆ"

ooooooo

ณ  อีกมุมหนึ่งของสนามแข่ง  เอื้อ  พนักงานเก่าแก่ของบริษัทผู้มีความซื่อสัตย์ขยันขันแข็ง เขาเป็นพนักงานรักษาความปลอดภัยของบริษัท เขารายงานผ่านไมค์ว่า ทุกจุดพร้อมแล้ว พลางโบกมือส่งสัญญาณให้การ์ดทุกคนเข้าประจำตามจุดต่างๆ สั่งการแล้ว เอื้อเองก็ยืดอกหน้าขรึมเท่อย่างพร้อมปฏิบัติหน้าที่

ที่อัฒจันทร์ อุ่นใจน้องสาวของเอื้อและโอ๋ลูกชายของเขา มาช่วยกันขายไส้กรอกแก่ผู้ชมบนอัฒจันทร์ อุ่นใจที่ยังเป็นนักศึกษาอยู่ต้องทำงานหนักเพื่อหารายได้ส่งตัวเองเรียนและช่วยค่ารักษาพยาบาลแม่ที่ป่วยเป็นอัมพาต เธอเป็นคนร่าเริงแจ่มใสแต่ออกจะซุ่มซ่ามไปหน่อย

ส่วนโอ๋เป็นเด็กฉลาดแก่นซนเก่งเกินตัว สองอาหลานร้องขายไส้กรอกเป็นทำนองแร็พ ทั้งร้องทั้งเต้นเป็นที่ถูกใจของผู้ชมบนอัฒจันทร์ เลยช่วยกันอุดหนุนจนหยิบขายแทบไม่ทัน

จนได้เวลาที่นักรบ พยัคฆ์ราชา ประธานบริษัทไทเกอร์คิง ผู้บริหารที่มีสมองระดับอัจฉริยะ สายตาแหลมคมและอารมณ์ดุดัน นั่งรถลีมูซีนสุดหรูเข้ามา เขาก้าวลงจากรถท่ามกลางการอารักขาของการ์ดยิ่งใหญ่ราวกับรัฐมนตรีทีเดียว

อุ่นใจกับโอ๋เดินขายไส้กรอกมาจนเจอเอื้อยืนทำหน้าที่การ์ดอย่างแข็งขัน โอ๋เข้าไปทักพ่อ เอื้อบอกลูกชายว่าตนกำลังปฏิบัติหน้าที่อยู่ อุ่นใจถามเบาๆว่า "นั่นเหรอ คุณนักรบของพี่เอื้อ"

เอื้อเล่าให้ฟังอย่างปลาบปลื้มภูมิใจว่า

"คนนี้แหละคุณนักรบ พยัคฆ์ราชา เรียนจบปริญญาโทตั้งแต่อายุไม่ถึงยี่สิบปี เป็นประธานบริษัทไทเกอร์คิง บริษัทเจ้าของสัมปทานเครือข่ายมือถือระบบใหม่และเป็นเจ้าของดาวเทียมดวงล่าสุดของประเทศไทย"

เอื้อมองนักรบที่ได้รับการต้อนรับอย่างยิ่งใหญ่จากผู้ชมบนอัฒจันทร์ เขาบอกโอ๋ว่า

"ทั้งหล่อ รวย การศึกษาสูง มีสมองระดับอัจฉริยะ โตขึ้นโอ๋ต้องเก่งและฉลาดเหมือนคุณนักรบให้ได้นะลูก"

ท่ามกลางเสียงกรี๊ดของสาวๆ นักรบไม่สนใจ เขาเดินผ่านเธอเหล่านั้นและนักข่าว   ตรงมายังทองทิวที่หอบหิ้วไอเพดปรี่เข้ามาประกบ

"บุคคลเป้าหมายเป็นใคร" นักรบถามนัยน์ตาดุ นิ่ง

"ท่าน ส.ว.สันต์ ว่าที่ประธาน ส.ว.ในอนาคต บนอัฒจันทร์ ซ้ายมือที่สิบเอ็ดนาฬิกาครับ" นักรบมองปราดไปด้วยสายตาเฉียบคมตามที่ทองทิวบอก "ใกล้กันคือท่านรัฐมนตรีวิษณุ จากกระทรวงไอซีที" ทองทิวรายงานต่อ นักรบจ้องเขม็งทั้งสองคน พูดอย่างใช้ความคิดว่า

"สองคนนี้คือคนสำคัญที่จะช่วยให้ไทเกอร์คิงขยายเครือข่ายทางธุรกิจออกไปได้กว้างขวางขึ้น"

ขณะนั้นเอง นายิกาเข้ามาสมทบพูดด้วยน้ำเสียงเฉียบขาดว่า

"ไทเกอร์คิงต้องคว้าชัยชนะการแข่งรถเพื่อมอบเงินรางวัลให้กับมูลนิธิที่เป้าหมายสองคนดูแลอยู่  ซึ่งจะมีผลต่อการประมูลสัมปทานดาวเทียมคราวหน้า"

"ไทเกอร์คิง...จะต้องเป็นอันดับหนึ่งของเครือข่ายมือถือระบบใหม่ ผมพร้อมจะล่าแล้ว"

น้ำเสียง สีหน้าและแววตาของนักรบ ราวกับพยัคฆ์ร้ายนักล่าที่เห็นเหยื่อ!

ooooooo

นักรบเดินตรงไปที่อัฒจันทร์ตั้งใจไปหาเป้าหมายทั้งสอง ทองทิวตามประกบรีบรายงานข้อมูลเพิ่ม

"ข้อมูลของท่าน ส.ว.สันต์ พื้นเพเป็นคนทางเหนือ ธุรกิจที่บ้าน ภรรยาส่งออกลำไยแห้ง มีลูกสาวสองคนสนใจเทคโนโลยีสื่อสารใหม่ๆ ชื่นชมกีฬากอล์ฟเป็นชีวิตจิตใจ"

ระหว่างทองทิวรายงานนั้นนักรบเหมือนไม่ตั้งใจฟังเขายังคุยโทรศัพท์อีกสาย คุยเรื่องหุ้นตกให้ช้อนไว้ ทองทิวร้อนใจเพราะเดินใกล้เป้าหมายเข้าไปทุกทีแล้ว พอนักรบวางสายเขารีบพูดต่อ

"ท่านรัฐมนตรีวิษณุ ชอบกีฬากอล์ฟและชอบสะสมเครื่องมือไฮเทคแบบใหม่ๆ ครอบครัวเป็นรัฐมนตรีตั้งแต่รุ่นคุณทวด แต่งงานกับคุณหญิงอารี ลูกสาวคุณอภัย อดีตรัฐมนตรีกระทรวงการคลัง ยังไม่มีลูก"

พูดได้แค่นั้น ท่าทางของนักรบก็ยังเหมือนไม่ตั้งใจฟัง ซ้ำยังมีอีกสายโทร.เข้ามาคุยเรื่องดาวเทียมส่งสัญญาณผิดทางระบบขัดข้อง ฟังแล้วเขาสั่งการให้ปรับทิศทางอย่างมีรายละเอียด

ทองทิวยังไม่ทันรายงานต่อ ทั้งรัฐมนตรีและ ส.ว.ก็มายืนอยู่ตรงหน้านักรบกับทองทิวแล้ว ทองทิวกังวลว่านักรบยังฟังข้อมูลไม่ละเอียดกลัวไม่เข้าใจ

แต่พอนักรบเข้าไปจับมือทักทายเป้าหมายทั้งสองแล้วพูดคุยอย่างรู้ข้อมูลละเอียดถูกต้องแม่นยำของทั้งสองคน ก็ทำเอาทองทิวอึ้ง ที่ดูเหมือนเขาไม่สนใจฟังแต่เขากลับจำข้อมูลได้ทั้งหมดอย่างละเอียด ถูกต้อง จนทองทิวทึ่ง บ่นเบาๆ

"จำได้ไง...ก็เมื่อกี้เหมือนไม่ได้ฟังเลยนี่หว่า"

ooooooo

ที่จอมือถือไอโฟนของจอมภพ เป็นบรรยากาศการแข่งรถที่สนามไทเกอร์คิง จอมภพเป็นเจ้าของบริษัท ฟีนิกซ์ ซึ่งเป็นคู่แข่งทางธุรกิจของไทเกอร์คิง เป็นนักธุรกิจรุ่นเก่าที่เหี้ยมไม่น้อยกว่านักรบ   เขากดมือถือคุยสายหน้าเหี้ยม

"เตรียมตัวให้พร้อม วันนี้ฉันจะฉวยโอกาสของไทเกอร์คิงมาเป็นของเรา ฟีนิกซ์จะต้องยิ่งใหญ่และเบียดไทเกอร์คิงจนตกขอบโลก" สั่งการแล้วยิ้มร้ายอย่างมีแผนลึก

ที่ข้างสนามแข่งอีกมุมหนึ่ง นายิกาเอ่ยกับนักรบว่าท่าทางรัฐมนตรีและ ส.ว.จะชื่นชมเขามาก งบประมูลสัมปทานเครือข่ายสื่อสารคราวหน้าคงตกอยู่ในมือเราแน่ๆ

นักรบยิ้มที่มุมปากอย่างอหังการ พลันก็หุบยิ้มเมื่อเห็นรถลีมูซีนของจอมภพขับเข้ามาในบริเวณสนามแข่ง ทองทิวจำได้ชี้ให้ดู นักรบยิ้มเหี้ยมเหมือนเสือผจญสิงห์ พูดกับทองทิวว่า

"คู่แข่งคนสำคัญมาเยือนถึงถ้ำเสือ เจ้าบ้านที่ดีก็ต้องต้อนรับ"

พูดแล้วนักรบเดินตรงไปหาจอมภพที่ก้าวลงจากรถ นายิกาตามไปด้วย ทองทิวมีสายเข้ามาพอดีเลยหยุดคุยโทรศัพท์ นักรบเผชิญหน้ากับจอมภพอย่างคู่แข่ง พูดกันไม่กี่คำ ทีมรถแข่งของจอมภพก็เข้ามาในสนาม ท่ามกลางเสียงปรบมือและฮือฮารอบสนาม

แต่พอนักแข่งรถของฟีนิกซ์ลงจากรถ นายิกาจำได้ว่า

เป็นนักแข่งของไทเกอร์คิง ทองทิวตามมาทันรีบเข้าไปรายงานนักรบว่า นั่น...นักแข่งรถทีมเรา...จอมภพเงี่ยหูฟังอยู่ พูดอย่างทระนงว่า

"ถูกฟีนิกซ์ซื้อตัวมาเรียบร้อยแล้ว"

"ฉันไม่คิดว่าคุณจะเล่นวิธีสกปรกอย่างนี้" นายิกาประณามอย่างโกรธแค้น

"คุณนายิกาจัดงานแข่งรถก็เพื่อภาพลักษณ์และปูทางด้านธุรกิจของตัวเอง   ผมก็อยากประกาศให้ทุกคนรู้ว่าฟีนิกซ์ ของผมยิ่งใหญ่ไม่แพ้ไทเกอร์คิง แต่ฟีนิกซ์จะได้กำไรมากกว่าเพราะไม่ได้ลงทุนอะไรเลย! ฮ่าๆ"

นายิกาแค้นจนพูดไม่ออก จอมภพพูดอย่างผยองว่า ยังไม่ทันลงสนามก็รู้แล้วว่าใครชนะ นักรบสวนไปทันทีว่า จุดอ่อนของฟีนิกซ์คือประเมินคู่แข่งต่ำเกินไป จอมภพคุยข่มว่าไม่มีมือหนึ่งของทีมยังจะปากดีอีก นักรบพูดอย่างไม่สะทกสะท้านว่า

"ชัยชนะจะคุ้มค่าก็ต่อเมื่อมีคู่ชกที่คู่ควร ผมเอาชนะคนรุ่นเดียวกันมาหมดแล้วเหลือแต่คุณอาคนเดียว" จอมภพเย้ยว่าเด็กรุ่นลูกอย่างเขายังอ่อนประสบการณ์ นักรบตอบอย่างใจเย็นว่า "ฟีนิกซ์ตายไปแล้ว วัยอย่างคุณอาเหมาะที่จะไปเลี้ยงลูก ชงนมให้หลานกินมากกว่านะครับ"

จอมภพกับนักรบต่างจ้องหน้ากันด้วยสายตาเชือดเฉือนเหมือนประกาศสงครามกัน

เมื่อจอมภพกลับมาที่ค็อกพิตของผู้แข่งขัน เขาปัดข้าวของเครื่องมือช่างที่อยู่รอบตัวทิ้งอย่างเดือดดาล สายตาวาวโรจน์จนนักแข่งและทีมช่างต่างนิ่งเงียบ

"ทำให้ไทเกอร์คิงเห็นว่า ฟีนิกซ์ไม่มีวันตาย ฟีนิกซ์จะต้องชนะเท่านั้น!" เขาประกาศิตกับทุกคน

ooooooo

นักรบ นายิกา และทองทิวอยู่ที่ข้างสนามแข่ง นายิกาโมโหทองทิวตำหนิว่าทำงานชุ่ยแบบนี้จะจ้างไว้ทำไม นักแข่งของเราถูกฟีนิกซ์ซื้อตัวไปก็เพิ่งจะมารู้เอาตอนนี้ แล้วสั่งยกเลิกการแข่งขันทั้งหมด ตนจะไม่ยอมเสียเงินให้ฟีนิกซ์ชนะเด็ดขาด

ทองทิวเสนอว่าเรายังมีนักแข่งตัวสำรอง ถูกนายิกาตวาดว่าตัวสำรองจะชนะตัวจริงได้อย่างไร

"เราต้องเสี่ยง!" นักรบแทรกขึ้น "ถ้าไม่มีเหยื่อให้ล่า เราจะเป็นเสือได้หรือครับ"

"ลูกก็รู้ว่าไอ้จอมภพมันเจ้าเล่ห์แค่ไหน"

"เหยื่อที่ท้าทาย ถ้าสยบมันได้ เราก็จะเป็นราชาแห่งเสือ" นักรบมุ่งมั่นไม่หวั่นไหว

ooooooo

ในการแข่งรอบแรกรถของฟีนิกซ์เข้าเส้นชัยเป็นอันดับหนึ่ง ส่วนของไทเกอร์คิงมีบางจังหวะเสียการทรงตัวจนเข้าเส้นชัยเป็นอันดับสาม

นักรบที่ดูอยู่ตลอดเวลารู้จุดอ่อนที่ทำให้แพ้ครั้งนี้ เขาถูกจอมภพเยาะเย้ยว่าให้ถอนตัวเสียเลยดีกว่าไหม เขาตอบจอมภพไปอย่างนักสู้ว่า "เกมยังไม่จบ อย่าเพิ่งสบประมาทกันสิครับ"

แม้ว่าในอารมณ์ของคู่แข่งทั้งทางกีฬาและธุรกิจจะเชือดเฉือนกันแบบให้ตายกันไปข้างหนึ่ง แต่เมื่ออยู่ต่อหน้านักข่าว ทั้งคู่ก็ยังจับมือยิ้มแย้มให้กล้อง    แต่ในจังหวะที่จับมือยิ้ม

ให้กล้องนั้น จอมภพยังกระซิบบอกนักรบด้วยประโยคที่หยามหยัน แต่ใบหน้ายิ้มแย้มว่า

"ฟีนิกซ์ไม่มีวันตาย ฉันชนะตั้งแต่แกยังไม่เกิดด้วยซ้ำ!"

หลังจากนั้น นักรบใช้ความคิดอย่างหนักที่จะปรับแต่งรถ สั่งให้เปลี่ยนน้ำมันเครื่อง เช็กลูกปืนกับลูกหมาก ถามว่าทั้งหมดนี้เร็วที่สุดใช้เวลาเท่าไร ช่างบอกว่าประมาณครึ่งชั่วโมง เขาให้สิบนาที ทีมช่างตกใจมองกันเลิ่กลั่ก นักรบดูนาฬิกาแล้วพูดกดดันว่า "เหลือเวลาอีกเก้านาทีห้าสิบวินาที!"

ทีมช่างทำงานกันมือเป็นระวิง เพราะทุกคนรู้ดีว่าจะ ต้องไม่มีคำว่าไม่ได้สำหรับนักรบ!

ooooooo

ที่อีกมุมหนึ่งของสนาม อุ่นใจกับโอ๋ยังขายไส้กรอกกันอยู่ มีชายหนุ่มคนหนึ่งหลอกแต๊ะอั๋งจับมืออุ่นใจขณะส่งไส้กรอกให้ โอ๋ที่ทำตัวเป็นการ์ดปกป้องอาสาวมาตลอดทนไม่ได้เข้าไปต่อว่า   ถูกชายคนนั้นกระชากคอเสื้อ ปัดกระเป๋าไส้กรอกของอุ่นใจกระจัดกระจายทั้งไส้กรอกและขวดมายองเนสลอยไปทางค็อกพิตไทเกอร์คิง อุ่นใจตกใจมาก

ทั้งไส้กรอกและมายองเนสกระเด็นไปตกที่หน้ารถเลอะเทอะ พวกช่างตกใจ อุ่นใจกับโอ๋วิ่งตามเข้าไป ชายหนุ่มคนนั้นตามไปด้วยแต่พอเห็นการ์ดพุ่งมาเขาก็หันหลังวิ่งหนีไป

นักรบมาเห็นรถแข่งเปรอะไส้กรอกและมายองเนสก็เมินหน้าอย่างทนดูไม่ได้ สั่งให้จัดการให้เรียบร้อยภายในสามนาทีก่อนที่นักข่าวจะมาเห็นภาพนี้

"ฉันจัดการเองค่ะ มายองเนสเช็ดออกสบายมาก" อุ่นใจอาสาอย่างรู้สึกผิด ตะกายขึ้นไปเช็ดคราบมายองเนสบนรถ ทองทิวกับการ์ดเห็นเข้าตกใจรุมเข้าไปล็อกตัวลากลงมา โอ๋เห็นอาถูกล็อกตัวก็ปรี่เข้าไปยื้อยุดฉุดกระชากจะเอาตัวอาออกมา

เอื้อเดินหาอุ่นใจกับโอ๋ เมื่อไม่เห็นก็นึกว่ากลับบ้านไปแล้ว ก็พอดีกับที่การ์ดคนหนึ่งวิ่งมาบอกเขาว่าเกิดเรื่องที่ค็อกพิตไทเกอร์คิง

นักรบโกรธมากสั่งให้เอาสองคนนี้ออกไปก่อนที่นักข่าวจะเข้ามา โอ๋ไม่ยอมออกไปคนเดียว พยายามจะยื้อเอาอุ่นใจออกไปด้วย ฉุดกระชากกันจนโอ๋ล้มหัวกระแทกข้างรถอย่างแรง จนขมับแตกเล็กน้อย

อุ่นใจโกรธจัดสะบัดหลุดวิ่งเข้าไปประคองโอ๋ตวาดว่าทำไมต้องทำกับเด็กรุนแรงขนาดนี้ ก็พอดีเอื้อมาถึงถามว่าเกิดอะไรขึ้น

นักรบมองเอื้ออย่างสงสัยว่าเกี่ยวอะไรด้วย ที่แท้เขาไม่เคยจำได้เลยว่าใครเป็นพนักงานของเขาบ้าง ทั้งที่เอื้อเทิดทูนศรัทธาในตัวเขา ทั้งรักและปกป้องบริษัท กระทั่งคิดจะฝากงานให้อุ่นใจทำที่นี่หลังเรียนจบด้วยเพราะคิดว่าเป็นบริษัทที่ดีที่สุด

เมื่อพากันไปทำแผลให้โอ๋ที่ห้องรับรองใต้อัฒจันทร์ นายิกาตำหนิอุ่นใจว่า

"ถึงจะเป็นน้องเป็นลูก ก็ไม่ได้หมายความว่าไม่ร่วมมือกับศัตรูคู่แข่งเข้ามาล้วงความลับของบริษัทเรา"

"เด็กเจ็บตัว แต่พวกคุณยังจะห่วงธุรกิจบ้าบอของตัวเอง ไม่มีใครรู้สึกผิดกันบ้างรึไง" อุ่นใจโต้เถียงอย่างโมโหจัด แต่นายิกาก็ยังพูดและแสดงท่าทีไม่ไว้ใจ จนเอื้อเกรงใจเจ้านายดุอุ่นใจไม่ให้เถียง แล้วขอโทษแทนน้องกับลูก

"ถ้าไม่มีบทเรียนให้จดจำ ก็ต้องทำผิดอีกต่อไปเรื่อยๆผมจะตัดเงินเดือนเดือนนี้ของคุณ" นักรบประกาศิต อุ่นใจเถียงว่าพี่ชายตนไม่ได้ทำผิดทำไมต้องตัดเงินเดือน เอื้อตกใจปรามน้องให้หยุด ไม่เพียงเท่านั้น ยังบอกให้อุ่นใจกับโอ๋กราบขอโทษนักรบกับนายิกาด้วย โอ๋ไม่ยอมขอโทษคนใจร้าย เอื้อดุลูกว่า

"เราต้องสำนึกบุญคุณข้าวแดงแกงร้อนที่ราดหัวเราทุกวัน เราต้องไม่อกตัญญูกับคนที่ต่อชีวิตพวกเรา ไปกราบขอโทษคุณๆซะ" เอื้อบอกทั้งน้องและลูก อุ่นใจกับโอ๋กอดกันร้องไห้ไม่ยอมทำ เอื้อตัดสินใจว่า "ถ้าเธอไม่ทำพี่จะกราบขอโทษคุณๆเอง"

"อย่านะพี่เอื้อ อุ่นผิดเอง อุ่นจะกราบขอโทษเขา" อุ่นใจกราบนักรบทั้งน้ำตา

ooooooo

เมื่อเอื้อเดินออกมากับอุ่นใจและโอ๋ เขาเล่าอย่างชื่นชมศรัทธานักรบและบริษัทไทเกอร์คิงว่า "คุณนักรบเป็นผู้บริหารหนุ่มไฟแรง ขยัน มาทำงานแต่เช้าก่อนพนักงานหลายคนในบริษัทด้วยซ้ำ...คุณนักรบทำงานตลอดเวลา มากกว่าพนักงานธรรมดาหลายเท่าจึงไม่น่าแปลกที่คุณนักรบจะประสบความสำเร็จทั้งๆที่อายุน้อย"

นอกจากนี้ยังเล่าถึงการให้สัมภาษณ์ของนักรบในอดีตที่แสดงถึงเป้าหมายยิ่งใหญ่ในชีวิตว่า

"ไทเกอร์คิงจะเป็นผู้นำระบบสื่อสารที่ล้ำหน้ามากที่สุดในยุคดิจิตอล สัญลักษณ์ไทเกอร์คิงคือตัวแทนของประเทศที่ไม่มีวันแพ้ชาติใดในโลก"

คำให้สัมภาษณ์ครั้งนี้ ทำให้เอื้อทึ่งและศรัทธาในความอหังการของนักธุรกิจหนุ่มไฟแรงคนนี้มาก

เล่าเรื่องในอดีตแล้วเอื้อสรุปในตอนท้ายว่า

"คุณนักรบเป็นยิ่งกว่าคนเก่ง จะมีคนบ้านนอกสักกี่คนที่โชคดีอย่างพี่ที่ได้รับโอกาสเข้ามาทำงานกับบริษัทยักษ์ใหญ่ อย่างไทเกอร์คิง"

"เราไปกันเถอะโอ๋ ปล่อยให้คนบางคนเขาภูมิใจในสิ่งที่คนอื่นมองไม่เห็นเถอะ" อุ่นใจตัดบทแล้วกอดคอโอ๋ไปเลย เอื้อมองตามไปกลุ้มๆ ที่ไม่อาจกล่อมให้น้องกับลูกมีความรู้สึกเดียวกับตนได้

ooooooo

การแข่งขันรอบสุดท้ายเริ่มขึ้นแล้ว จอมภพสั่งลูกน้องว่าให้พาฟีนิกซ์เบียดแซงหน้าไทเกอร์คิงให้ได้ แต่หารู้ไม่ว่า  รอบนี้นักรบลงแข่งเองด้วยความมุ่งมั่นของเขาที่เคยพูดว่า

"เสือคือสัตว์ที่มีความเก่งและฉลาดในการล่าเหยื่อ ห่วงโซ่อาหารของเสือจะวนเวียนอยู่กับเหยื่อ เล็กที่สุดไปจนถึงใหญ่ที่สุด...ผู้ล่าและเหยื่อคือตัวควบคุมสมดุลของธรรมชาติ...เหยื่อตัวใหญ่ยิ่งท้าทายความสามารถของผู้ล่า!...ราชาแห่งเสือต้องล่าเหยื่อด้วยตัวเองถึงจะสมศักดิ์ศรี!!!"

นายิกาตกใจเมื่อรู้ว่านักรบลงแข่งเอง สั่งทองทิว เอื้อและการ์ดทุกคนให้รีบไปดักที่สนามเดี๋ยวนี้ มีแต่ทองทิวคนเดียวเท่านั้นที่เข้าใจนักรบว่า    เขามีความสุขกับการต่อสู้ด้วยตัวเองและชอบความเร็วเป็นชีวิตจิตใจ...

นายิการ้อนใจมาก เมื่อทองทิวบอกว่านักรบแอบไปแข่งอยู่บ่อยๆ ไม่เห็นเป็นอะไร นายิกาโต้เสียงดังว่า "พลาดหมายถึงอันตรายและหายนะของไทเกอร์คิง!"

ส่วนผู้ชมและกองเชียร์ในสนามต่างตื่นเต้นดีใจกันสุดๆ เมื่อรู้ว่ารอบนี้นักรบลงแข่งเอง  จะมีก็แต่จอมภพที่ยิ้มเยาะว่า "ฆ่าตัวตายชัดๆ" ส่วนอุ่นใจตั้งหน้าตั้งตาแช่งว่า

"ขอให้แพ้ คนใจดำที่ใช้ชีวิตอยู่บนชัยชนะของการเหยียบย่ำคนอื่นจะไม่มีวันเจริญ"

ooooooo

ระหว่างการแข่งขัน รถของไทเกอร์คิงกับรถของฟีนิกซ์ขับเคี่ยวกันอย่างเอาเป็นเอาตาย หลายคนใจหายที่รถของไทเกอร์คิงตกข้างทาง แต่แล้วนักรบก็หมุนพวงมาลัยรถเข้าสู่สนามแข่งอีกจนได้

จนมาถึงค็อกพิตข้างสนาม เปลวแสงรายงานอย่างตื่นเต้นว่า

"รถแข่งทั้งสามคันมาถึงค็อกพิตเพื่อเปลี่ยนยาง เติมน้ำมันและตรวจเช็กสภาพรถก่อนกลับเข้าสู่สนามแข่งในโค้งสุดท้าย ไทเกอร์คิงเข้ามาถึงค็อกพิตช้าที่สุด โอกาสชนะแทบมองไม่เห็น"

แต่ด้วยหัวใจสิงห์ของนักรบ เขาไม่เปลี่ยนยางทั้งที่ดอกยางสึก พูดกับทองทิวว่า

"เพื่อล่าเหยื่อตัวใหญ่ ฉันยอมเสี่ยง"

การตัดสินใจครั้งนี้เอง ที่ทำให้ไทเกอร์คิงเข้าเส้นชัยได้ก่อนฟีนิกซ์แค่เสี้ยววินาที!

ในที่สุด ไทเกอร์คิงก็เอาชนะฟีนิกซ์ได้อย่างเฉียดฉิวยังความแค้นใจแก่จอมภพยิ่งนัก ส่วนอุ่นใจที่ดูการแข่งขันอยู่ พูดปรามาสว่า

"ไม่มีใครชนะตลอดไป สักวันนายนักรบจะต้องรู้จักคำว่าแพ้ เพราะความใจแคบของตัวเอง"

ooooooo

ที่บ้านอุ่นใจ ที่อุ่นใจ เอื้อ โอ๋ และแม่นวลอยู่ด้วยกัน  แม้บ้านจะเก่า  เล็ก  แต่มีความอบอุ่น  เพราะแม่นวลเป็นอัมพาตไปครึ่งตัวจึงต้องได้รับการดูแลรักษาจากลูกและหลาน ทุกคนปรนนิบัติดูแลแม่นวลอย่างทะนุถนอมรักใคร่

แต่วันนี้พี่น้องขัดใจกันเพราะอุ่นใจไม่ชอบใจที่พี่ชายเข้าข้างนักรบ ที่ทำให้โอ๋เจ็บตัวซ้ำยังหักเงินเดือนของเอื้อที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่ด้วย กระนั้น เอื้อก็ยังปกป้องแก้ต่างให้นักรบว่าทำตามหน้าที่

"พี่เอื้อเรียกความไร้มนุษยธรรมของผู้ชายคนนั้นว่าหน้าที่งั้นเหรอ" อุ่นใจเสียงแข็ง

"ไม่เอาน่า อย่าเอาเรื่องคนอื่นมาทำให้เราพี่น้องทะเลาะกันเลย" เอื้อเสียงอ่อน หาทางง้ออุ่นใจให้หายงอน เลยร้องเพลง "ง้อ" จนอุ่นใจขำยิ้มออกมา

วันนี้ครอบครัวอยู่กันพร้อมหน้ากินข้าวกันที่หน้าบ้านกับเป็ดพะโล้ที่เอื้อ ซื้อมาฉลองไทเกอร์คิงได้แชมป์แข่งรถ แม่นวลสดชื่นขึ้นอย่างมาก เอื้อเองก็อิ่มเอมใจพูดอย่างมีความสุขว่า

"ได้กินข้าวพร้อมหน้าครอบครัวท่ามกลางธรรมชาติ ไม่มีอะไรมีความสุขเท่านี้อีกแล้ว"

ผิดกับครอบครัวที่คฤหาสน์พยัคฆ์ราชา ที่ชีวิตเพียบ พร้อมไปหมดทุกอย่าง แต่กลับไม่มีความสุข เพราะคร่ำเคร่งมุ่งมั่นแต่จะเชือดเฉือนกันทางธุรกิจ แม้วันนี้นักรบจะเอาชนะคู่แข่งในสนามแข่งรถได้ แต่เขาก็ถูกนายิกาผู้เป็นแม่ตำหนิติเตือนว่า

"ลูกก็รู้ว่าชีวิตของลูกสำคัญกับไทเกอร์คิงมากแค่ไหน ถ้าลูกเป็นอะไรไปไทเกอร์คิงก็จบ"

"ผมไม่มีทางทำลายความสำเร็จที่ผมสร้างมากับมือหรอกครับ" เมื่อนายิกาติงว่าอย่าประมาท เขาตอบอย่างมั่นใจว่า "ราชาแห่งเสือต้องกล้าเสี่ยงเพื่อแลกกับชัยชนะและความสำเร็จครับแม่"

ooooooo

นักรบมีเพื่อนสาวไฮโซ สวย ฉลาด ชาติตระกูลสูง ทั้งคู่คบหากันจนนักข่าวถามว่าเมื่อไรจะมีข่าวดี นักรบตอบอย่างยิ้มแย้มว่าตนต้องการสร้างรากฐานอนาคตให้มั่นคงเพื่อใช้ชีวิต ที่เหลือดูแลผู้หญิงที่เพียบพร้อมอย่างดาราราย

แต่เมื่อพ้นจากสายตานักข่าวและสาธารณะ นักรบก็กลับเฉยเมยกับเธอ กระทั่งเมื่อเธอเข้ามาเอาใจเขายังบอกเธอว่า "ทำตัวปกติเถอะ นักข่าวกลับหมดแล้ว" เขาก้มหน้าก้มตาอยู่กับงานจนทองทิวเห็นแล้วขำ
และเพื่อสร้างภาพที่ดีของบริษัทไทเกอร์คิงในสายตาสื่อมวลชน วันนี้จึงมีงานมอบรางวัลพนักงานดีเด่นของบริษัท งานนี้  เอื้อได้รับรางวัล  ในฐานะที่ทำงานดีเด่นทุ่มเททำงานเพื่อบริษัท

อุ่นใจรู้ข่าวนี้จากโอ๋ด้วยความแปลกใจที่เอื้อได้รางวัลพนักงานดีเด่นและได้ รับเลื่อนขั้นเป็นหัวหน้ายามด้วย ทั้งๆที่โดนลงโทษด้วยการหักเงินเดือนเดือนนี้ แล้วเธอก็ฮึดขึ้นมาบอกโอ๋ว่าจะไปพูดกับนักรบให้คืนเงินเดือนให้เอื้อ

ooooooo

เมื่อไปถึงหน้าบริษัท ทั้งสองถูกยามกันไว้ไม่ให้เข้า จนโอ๋ออกอุบายว่ารถลีมูซีนของนักรบถูกงัด ยามทั้งสองตกใจวิ่งไปดู โอ๋กับอุ่นใจจึงวิ่งเข้าไป กว่ายามจะรู้ตัวทั้งสองก็หายไปแล้ว แยกกันออกตามหานักรบเพื่อจะเจรจาเรื่องเงินเดือนของเอื้อ

อุ่นใจย่องไปจนถึงห้องน้ำชาย ได้ยินเสียงนักรบที่หัวเสียเพราะถูกน้ำพริกที่พนักงานเพื่อนๆของเอื้อเอามา แสดงความยินดีกับเอื้อทำเลอะรองเท้า เขาเข้ามาล้างทำความสะอาดบ่นกับทองทิวที่ตามมาดูแลว่า

"บ้าที่สุด ไร้ระเบียบสิ้นดี ใครเป็นคนตัดสินให้พนักงานระดับล่างได้รางวัลพนักงานดีเด่น มันไม่เข้าท่าเลย"

"ใจเย็นๆครับ ยิ่งคุณนักรบใจดีและให้อภัยลูกน้องต่อหน้าสื่อมากเท่าไหร่ ภาพลักษณ์ของไทเกอร์คิงก็จะดีในสายตาทุกคนมากขึ้น"

แต่นักรบไม่ฟังทองทิวพูด เขาสั่งให้ไปหาทางเคลียร์ พนักงานระดับล่างพวกนั้นออกไปจากห้องจัดเลี้ยงก่อนที่ตนจะหมดความอดทน ทองทิวรับคำแล้วเดินออกไป

อุ่นใจได้จังหวะเข้าไปในห้องน้ำชาย นักรบตกใจถามว่าเธอเป็นใคร อุ่นใจปรี่เข้าไปล็อกตัวนักรบหมายปิดปากไม่ให้ร้อง แต่เธอกลับถูกนักรบล็อกไว้ อุ่นใจจึงแนะนำตัวเองและขอร้องเขาอย่าหักเงินเดือนของเอื้อเลย เพราะขนาดไม่โดนหักก็ยังชักหน้าไม่ถึงหลังอยู่แล้ว

นักรบทำเป็นฟังแต่แอบกดสัญญาณขอความช่วยเหลือในไอโฟน ครู่เดียวการ์ดก็เข้ามาลากตัวอุ่นใจออกไป นักรบสั่งให้เอาตัวเธอไปส่งตำรวจข้อหาบุกรุก ในที่สุดนอกจากอุ่นใจจะขอเงินเดือนของเอื้อคืนไม่ได้แล้วยังถูกจับไปขังที่ โรงพัก

เดือดร้อนถึงดอกจันเพื่อนรักของอุ่นใจต้องไปหาเจ๊บ๊วยนายหน้าประกันให้มา ช่วยประกันอุ่นใจออกไป เอื้อรู้สึกผิดที่ตัวเองเป็นต้นเหตุให้น้องต้องถูกจับเสียเงินประกันตัว บอกอุ่นใจว่าตนจะหาเงินมาใช้เจ๊บ๊วยเอง

ooooooo

เพื่อลดรายจ่ายของบริษัท นักรบสั่งทองทิวให้ตัดงบประมาณสัญญาประกันภัยอาคารพักพนักงานและเบี้ยประกัน สำหรับพนักงานที่เกิดอุบัติเหตุระหว่างทำงาน แล้วเอาเงินส่วนนี้มารักษาความปลอดภัยให้ ตนแทน

"ก็ดีนะ ชีวิตนักรบสำคัญกับไทเกอร์คิงมากที่สุด ถ้าไม่มีนักรบ พนักงานระดับล่างพวกนั้นก็อยู่ไม่ได้" นายิการีบสนับสนุนจนทองทิวไม่กล้าท้วงติง

หลังจากได้รับรางวัลพนักงานดีเด่นแล้ว เอื้อยิ่งทุ่มเททั้งชีวิตจิตใจให้กับงาน ขี่จักรยานตรวจตราและดูแลทุกข์สุขของเพื่อนพนักงานอย่างเอาใจใส่จนเป็น ที่รักใคร่ของทุกคน

แต่ดึกคืนนี้เอง เกิดไฟไหม้ที่อาคารพักพนักงาน พนักงานแตกตื่นทั้งหนีไฟและช่วยกันดับไฟ เอื้อบุกเข้าไปในอาคารที่ไฟกำลังลุกเพื่อช่วยพาพนักงานที่ติดอยู่ในนั้นออก มาได้ แต่ก็ยังมีพนักงานอีกส่วนหนึ่งยังติดอยู่ในอาคาร พอเอื้อรู้ก็บุกเข้าไปอย่างไม่คิดถึงตัวเอง

ช่วยจนพนักงานวิ่งออกมาเกือบหมดแล้ว เอื้อจึงจะวิ่งตามออกไป แต่ขณะกำลังจะก้าวพ้นประตู คานที่ถูกไฟไหม้ก็หล่นลงมาทับร่างเขาต่อหน้าต่อตาเพื่อนพนักงานที่เพิ่งหนี ออกมาได้

ข่าวไฟไหม้อาคารพักพนักงานของไทเกอร์คิงออกทีวีในข่าวรอบดึก  ข่าวแจ้งว่ามีพนักงานบาดเจ็บสาหัสคนหนึ่ง ทองทิวที่อยู่ในชุดนอนได้รับข่าวนี้ทางไอเพด นักรบโทร.มาหาเขาพอดีสั่งเฉียบขาดว่า

"รีบไปเอาตัวคนงานที่บาดเจ็บออกจากนักข่าวคนนั้น ถ้ามีคนรู้เรื่องเราขาดประกันฯ พรุ่งนี้เช้าหุ้นไทเกอร์คิงตกแน่"

ทองทิวรับคำแล้วรีบเตรียมออกไปทันที

ooooooo

อุ่นใจกับดอกจันไปเฝ้าอยู่หน้าห้องฉุกเฉิน หมอบอกว่าคนไข้โดนไฟคลอกตามตัวหลายจุดยังตอบอะไรไม่ได้ตอนนี้ ทั้งสองจึงได้แต่เป็นห่วงและเฝ้าปลอบใจให้กำลังใจกัน

ทองทิวไปถึงโรงพยาบาล พอรู้ว่านักข่าวอยู่ที่นี่เขาก็แทบหมดแรง

เปลวแสงเข้าไปสัมภาษณ์เอื้อในห้องพักผู้ป่วยหลังจากอาการเขาดีขึ้น เอื้อให้ข้อมูลอย่างปกป้องบริษัทและยกย่องเจ้านาย เมื่อเปลวแสงถามถึงการช่วยเหลือจากทางบริษัท เอื้อตอบอย่างมั่นใจว่า

"คุณนักรบเป็นคนดี รักและเห็นคุณค่าพนักงานทุกคนเท่าเทียมกัน ไทเกอร์คิงมีมาตรการช่วยเหลือพนักงานเป็นอย่างดีครับ"

เปลวแสงขอบคุณที่เอื้อให้ความร่วมมืออย่างดี และมอบนามบัตรไว้ให้เผื่อมีข้อมูลอะไรเพิ่มเติมก็โทร.หาตนได้ตลอดเวลาตามเบอร์นี้

อุ่นใจไม่เข้าใจว่าทำไมพี่ชายจึงปกป้องนักรบกับบริษัทไทเกอร์คิง ทั้งที่นับแต่เกิดเรื่องยังไม่มีใครมาสนใจเลย เอื้อบอกว่าไม่ต้องห่วงเพราะบริษัทไทเกอร์คิงมีสวัสดิการดูแล ตอนนี้ยังยุ่งๆจึงยังไม่มีคนมา แต่ถ้าทุกอย่างเรียบร้อยนักรบคงให้คนมาดูแลตนแน่ๆ

แต่หารู้ไม่ว่า นักรบกำลังกังวล กลัวนักข่าวรู้ว่าทางไทเกอร์คิงไม่ได้ต่อสัญญาประกันภัย นายิกาจึงเสนอว่า เราจะใช้เงินปิดข่าว ปิดปากทุกคนให้สนิท จะได้ไม่มีใครทำลายชื่อเสียงของไทเกอร์คิงได้

ooooooo

แต่อาการของเอื้อไม่เพียงแค่ถูกไฟลวก เขาเป็นอัมพาตไปครึ่งตัวจนไม่สามารถเคลื่อนไหวช่วงล่างได้ แต่หมอก็ยังให้ความหวังว่าถ้าได้รับการรักษาที่ดีก็ยังมีโอกาสหายได้

อุ่นใจกับโอ๋ปิดเรื่องนี้กับแม่นวล โอ๋ปดแม่นวลว่าที่เอื้อไม่ได้กลับมานอนที่บ้านหลายวันเพราะเป็นหวัดเลยไปนอน บ้านเพื่อนกลัวย่าจะติดหวัด

พอดีอุ่นใจกลับมาเพื่อเปลี่ยนโอ๋ไปเฝ้าเอื้อแทน เธอนั่งร้องไห้อยู่ข้างนอก โอ๋ตกใจถามว่าใครรังแกอาอุ่น พออุ่นใจบอกว่าเอื้อเป็นอัมพาตเดินไม่ได้อีกแล้ว โอ๋ร้องไห้ย้ำถามว่าไม่จริงใช่ไหม

"ทุกอย่างเป็นเรื่องจริง โลกแห่งความจริงไม่เคยมีที่ให้คนอย่างพวกเรายืน"

อาหลานกอดกันร้องไห้กับความทุกข์ที่ซัดกระหน่ำเข้ามาระลอกแล้วระลอกเล่า...

ooooooo

ตอนที่ 2

หลังรู้จากทองทิวว่าเอื้อเป็นอัมพาตไปครึ่งตัว นายิกากังวลใจกลัวสาวเรื่องมาถึงปัญหาประกันภัยแล้วจะทำให้ไทเกอร์คิงเสีย ชื่อ บ่นอย่างหงุดหงิดว่ารนหาที่เองแท้ๆ ถามว่านักรบอยู่ไหน พอรู้ว่าอยู่ที่ห้องประชุม นายิกาก็รีบไปทันที

ที่ห้องประชุม นักรบกำลังพูดกับทุกคนด้วยสีหน้าเคร่งเครียดว่า

"ผมเข้าใจว่าทุกคนคงจะรู้เรื่องที่เกิดขึ้นกับบริษัทเมื่อคืนนี้แล้ว ขอให้รู้ว่าผมไม่ได้นิ่งนอนใจ" เขาพูดทิ้งช่วงกวาดตามองทุกคนเหมือนจะพูดเรื่องช่วยเหลือเอื้อ แต่เปล่า กลายเป็นว่า "ผมจะพยายามหาทางแก้ไขสถานการณ์นี้ โดยไม่ให้ส่งผลกระทบ กับไทเกอร์คิงอย่างเด็ดขาด!"

ระหว่างนั้นที่หน้าบริษัท รถยนต์คันหรูแล่นมาจอดที่หน้าตึก รปภ.เขม้นมองแล้วรีบเข้าไปเปิดประตูรถอย่างนอบน้อม ผู้ที่ก้าวลงจากรถ คือนิมมานและนักคิด สองแม่ลูกที่พอลงจากรถก็ยืนเชิดอยู่หน้าตึกก่อนจะเดินเข้าไป

นิมมานคือน้องสาวแท้ๆของนายิกา ที่วันๆอยู่แต่กับการเริงร่าปาร์ตี้ ทำงานไม่เป็น ซ้ำยังมีจิตใจอิจฉาริษยาอย่างร้ายกาจ ซึ่งก็พอๆกับนักคิดที่เป็นลูกชายเพลย์บอยไม่เอาถ่าน จึงมักถูกนักรบว่าเอาอย่างไม่ไว้หน้าต่อหน้าธารกำนัลเสมอ จนนักคิดเก็บความแค้นไว้คอยวันเอาคืนตลอดเวลา

การประชุมบอร์ด เพื่อหาทางปกปิดเรื่องพนักงานบาดเจ็บจนพิการ ไม่ให้เรื่องกระทบถึงบริษัท ขณะที่ทุกคนกำลังคิดกันอยู่นั้น ที่ประชุมก็ปั่นป่วนทันทีเมื่อสองแม่ลูกเข้าไปปรากฏตัว

"เข้ามาได้ยังไง! ฉันกำลังประชุมอยู่ ออกไป!" นายิกา ลุกขึ้นตวาดไล่อย่างไม่ไว้หน้า

นิมมานแค่นยิ้มอ้างว่าตนกับนักคิดก็เป็นบอร์ดบริหารของไทเกอร์คิงเหมือนกัน ย่อมมีสิทธิ์ที่จะฟัง เยาะเย้ยว่า "อยากรู้ เหมือนกันว่าคุณพี่กับลูกชายมีวิธีไหนที่จะไม่ทำให้โล่ "บริษัทจัดการดีเด่น" อันนี้มัวหมองเพราะอุบัติเหตุเมื่อคืนนี้"

เมื่อนิมมานเปิดฉาก นักคิดช่วยอีกคน เลยกลายเป็น แม่กับแม่ทะเลาะกันและลูกกับลูกเถียงกัน ความขัดแย้งที่คุกรุ่น มานานเกือบระเบิดออกมาเป็นการใช้กำลัง ทองทิวซึ่งดูสถานการณ์ อยู่แล้วหาทางแก้ด้วยการเชิญทุกคนไปที่ห้องรับรองเพราะคอฟฟี่ เบรกมาแล้ว

ทองทิวกับเลขาฯช่วยกันเชิญบอร์ดคนอื่นๆออกไปจากห้องอย่างลุกลี้ลุกลน พอออกมากันแล้วเขามองเข้าไปในห้องประชุม พึมพำอย่างระอาใจ

"สงครามกลางเมืองอีกแล้ว..." พลางก็เอาหูแนบแอบฟังเสียงข้างใน

ooooooo

ในห้องประชุมจึงเหลือแต่นายิกา นิมมาน นักรบ และนักคิด ทั้งหมดโต้เถียงกันเรื่องผลประโยชน์ และความรับผิดชอบต่อการงาน   ฝ่ายนายิกาด่านิมมาน กับนักคิดว่าทำอะไรไม่เป็นคอยแต่จะกินแรงคนอื่น ส่วนนักคิดก็โต้ว่าคุณป้านั่นแหละที่กีดกันไม่ให้ตนเข้ามาทำงานที่นี่

"ก็เพราะนายไม่มีความสามารถพอไง บริษัทนี้ต้องการคนเก่งระดับหัวแถว ไม่ใช่นักเรียนหลังห้องที่ปริญญาสักใบก็ยังต้องใช้เงินซื้อมา" นักรบปรามาสตราหน้านักคิดอย่างเจ็บแสบ

"ไอ้นักรบ!" นักคิดพุ่งเข้ากระชากคอเสื้อนักรบเงื้อหมัดจะต่อย แต่นักรบหลบทันและจับแขนบิดจนนักคิดร้องลั่น พอเห็นลูกตัวเองเสียท่า นิมมานจึงเข้าไปช่วยประคองนักคิดลุกขึ้นถอยออกมา

"กลับไปได้แล้วทั้งสองคน แล้วก็ไม่ต้องเสนอหน้ามาที่นี่อีก ที่นี่ไม่เหมาะกับพวกเธอ!" นายิกาตวาดไล่ นิมมาน จ้องหน้าพี่สาวกัดฟันกรอด พูดอย่างอาฆาตว่า

"อย่าคิดว่าจะกีดกันพวกฉันได้ตลอดนะ! ยังไงบริษัทนี้ก็เป็นของฉันครึ่งหนึ่ง ฉันจะกลับมาทวงสิทธิ์ของพวกฉันคืนแน่ เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม!" ว่าแล้วสะบัดหน้าพานักคิดกลับไป

ooooooo

อุ่นใจกับโอ๋เสียใจและสงสารเอื้อมากที่ต้องมาเป็นอัมพาตเดินไม่ได้ แต่เอื้อกลับเข้มแข็งเป็นฝ่ายให้กำลังใจน้องและลูก ปลอบใจว่า

"ไม่ต้องกังวลนะอุ่น พี่เชื่อว่าเราทำดีความดีก็จะเกื้อกูลเรา ทุกอย่างจะต้องดีขึ้น"

"หมอบอกว่าพี่เอื้อกำลังใจดีมากผิดจากคนไข้ทั่วไปที่มักจะเสียขวัญพอรู้ว่า ตัวเองจะไม่เหมือนเดิม" อุ่นใจเล่าให้ ดอกจันฟังขณะยืนดูเอื้อใช้ไม้เท้าประคองตัวเองพยายามหัดเดิน ดอกจันฟังแล้วถามว่าแล้วอุ่นใจจะกังวลใจทำไม

อุ่นใจจึงบอกเพื่อนรักว่าเอื้อมีความหวังมากว่าบริษัท จะช่วยเขาให้กลับมามีชีวิตปกติเร็วๆ แต่ตนได้สัมผัสนักรบแล้วหวั่นใจว่า "พี่เอื้อต้องฝันสลายแน่"

และความจริงที่ไทเกอร์คิงก็คือ นักรบเรียกทองทิวไปถามว่าเอื้อพิการแค่ไหน พอรู้ว่าตั้งแต่สะโพกลงไปเดินได้ แบบลำบากเต็มที แล้วทองทิวก็เสนอว่า

"เท่าที่ผมไปดูประวัติ หมอนี่เป็นคนดีนะครับ เป็นพนักงานดีเด่น เราน่าจะโยกให้ไปทำด้านอื่นได้"

"ยังไงก็ไม่มีประสิทธิภาพเท่าคนปกติ" นักรบพูดแล้วมองหน้าทองทิวนิ่งก่อนสั่งเลือดเย็นว่า "ให้ออกไปซะ!"

ทองทิวสะดุ้งพยายามบอกว่าเอื้อไม่ได้ทำผิดอะไร เจ็บตัวแล้วยังถูกไล่ออกอีกจะดีหรือ แต่นักรบไม่ฟังสั่งทองทิว ให้รับผิดชอบไปตามความเหมาะสม ย้ำว่า "แต่ไทเกอร์คิงจะไม่เลี้ยงนายเอื้อเด็ดขาด!"

ความรับผิดชอบอย่างเหมาะสมที่นักรบพูดคือ ทองทิว ไปจัดการชำระค่ารักษาพยาบาลให้ทั้งหมด ทำให้เอื้อยิ่งมั่นใจว่าไทเกอร์คิงไม่ทิ้งตน ชมว่านักรบเป็นคนมีเมตตา

"มีเมตตาหรือว่าสร้างภาพ" อุ่นใจยังไม่เชื่อ กลับถูกพี่ชายหาว่ามีอคติ

ออกจากโรงพยาบาลกลับมาที่ชุมชนคนใจดี เอื้อได้รับการต้อนรับจากเพื่อนบ้านในชุมชนอย่างอบอุ่น บ้างอวยพรให้หายเร็วๆ บ้างเอายาสมุนไพรมาให้ เอื้อซาบซึ้งใจในน้ำใจของเพื่อนๆในชุมชนมาก

"ดูไว้นะโอ๋ เมื่อเราเป็นคนดี คุณค่าในตัวเราก็จะสูงขึ้นจนทำให้เป็นที่รักของใครๆแบบนี้แหละ" อุ่นใจสอนหลาน โอ๋รับคำแล้วมองพ่อที่อยู่ในกลุ่มชาวบ้านด้วยความชื่นชม

ooooooo

นอกจากการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากเพื่อนบ้านในชุมชนแล้ว เอื้อยังได้รับกำลังใจอย่างมากจากคนในครอบครัว โดยเฉพาะแม่นวล แม้จะเจ็บปวดและสงสารลูกแทบขาดใจ แต่ก็พยายามเข้มแข็งให้กำลังใจและความหวังกับลูก

เอื้อเองยังเชื่อมั่นว่าเมื่ออาการดีขึ้นทางบริษัทจะรับกลับเข้าไปทำงานแต่ อาจจะไม่ได้ทำตำแหน่งเดิม พูดกับอุ่นใจอย่างเชื่อมั่นมากว่า "คุณนักรบคงจะเตรียมงานใหม่ไว้ให้แล้วล่ะ"

เช้าวันหนึ่ง เอื้อสะเทือนใจมากเมื่อไปดูโอ๋ซ้อมบอลกับเพื่อนๆ แล้วถูกเพื่อนล้อประสาเด็กว่าพ่อโอ๋ขาเป๋ทำให้โอ๋โกรธมากเอาบอลขว้างใส่ เพื่อนๆ    จนพวกนั้นแตกฮือ เอื้อฟังแล้วสงสารลูกมาก

ดังนั้น วันต่อมาแม้ว่าจะยังไม่สามารถเดินได้เป็นปกติ เอื้อก็ถือไม้เท้าให้อุ่นใจพาไปส่งที่หน้าบริษัทไทเกอร์คิงเพื่อไปรายงานตัว หวังว่าจะได้งานใหม่ทำ

พอเพื่อนๆเห็นเอื้อมาก็พากันดีใจ หลายคนที่เอื้อช่วยชีวิตไว้ในครั้งนั้นพากันมาขอบคุณ ขณะนั้นเอง ผู้จัดการแผนกเดินมาเห็น เรียกเอื้อให้ไปคุยกันหน่อย เอื้อดีใจนึกว่าเรียกตนไปรับงานใหม่

พอเข้าไปนั่งตรงหน้าผู้จัดการ  เอื้อรีบพูดอย่างกระตือรือร้นว่า

"เรื่องงานใหม่ของผมใช่ไหมครับ ไม่ต้องห่วงนะครับผู้จัดการ ผมไม่เกี่ยงงานจะย้ายผมไปแผนกไหนก็ยินดีทั้งนั้น"

ผู้จัดการอึ้งไปนานเพราะลึกๆแล้วก็ไม่เห็นด้วยกับคำสั่งปลดของทางบริษัท แต่จำต้องทำ เขาหยิบแฟ้มมาเปิดดึงซองขาวออกมา บอกเอื้อว่า "ทางเราจำเป็นต้องเลิกจ้างนาย"

เหมือนสายฟ้าฟาดลงมากลางหัว   เอื้ออ้าปากค้างหน้าซีดเผือด  พูดตะกุกตะกักว่าต้องมีอะไรเข้าใจผิดกันแน่ ยืนยันว่าตนทำงานเต็มที่ไม่เคยขาดงานไม่เคยบกพร่องในหน้าที่ทำไมต้องถูกไล่ ออก พลันก็นึกได้บอกผู้จัดการอย่างมีความหวังขึ้นมาอีกครั้งว่า

"คุณนักรบ! คุณนักรบจะต้องเข้าใจผม ขอให้ผมพบกับคุณนักรบได้ไหมครับ"

"คุณนักรบนั่นแหละคือคนที่เซ็นคำสั่งปลดนาย" ผู้จัดการจำต้องบอกความจริง

เอื้ออึ้งเหมือนโลกถล่มทลายลงมาตรงหน้า!

ooooooo

อุ่นใจกับดอกจันมารับเอื้อกลับบ้าน เขาไม่กล้าบอกน้องจนเมื่ออุ่นใจถามว่าเป็นอะไร  เรื่องงานเป็นอย่างไรบ้าง  เอื้อจำต้องปดน้องเพื่อให้สบายใจว่าโดนย้ายไปทำงานฝ่ายเอกสารแทน

ฟังแล้วดอกจันพูดขึ้นว่านักรบก็ไม่ได้เลวร้ายนัก แต่หารู้ไม่ว่าในใจของเอื้อเวลานี้เจ็บปวดนัก  เขานิ่งเงียบตลอดทางที่กลับบ้าน จนฉุกคิดอะไรบางอย่างขึ้นได้ เขายิ้มอย่างมีทางออกแล้ว

นั่นคือเขาไปขอทองทิวทำงานที่ป้อมยามคอยกดสัญญาณปิดเปิดรั้วกั้น แต่ทำได้อาทิตย์เดียวนักรบมาเห็นเข้า เรียกทองทิวไปถาม ทองทิวยอมรับว่าเอื้อขอกลับมาทำงานแบบไม่เอาเงินเดือนเพื่อให้ทางเราเห็นว่า เขายังทำงานได้ ถึงกระนั้นนักรบก็ไม่เอา สั่งทองทิวให้ตามเอื้อไปพบที่ห้องทำงาน

เอื้อมีความหวังขึ้นมาแอบดีใจว่านายคงอนุญาตให้ทำงานแล้ว แต่ที่ไหนได้ พอเข้าไปพบนักรบในห้อง กลับถูกนักรบบอกว่าไทเกอร์คิงไม่ต้องการเขาแล้ว   บริษัทจะไม่จ้างพนักงานที่ทำงานได้แค่หกสิบเปอร์เซ็นต์   ซ้ำบอกว่าสภาพอย่างเขานี้ดูแล้วน่าสมเพช แล้วย้ำว่าไทเกอร์คิงต้องมีแต่พนักงานที่มีคุณภาพ

เอื้อถามว่าตนผิดตรงไหนหรือ นักรบสวนไปทันทีว่าเขาไม่ได้ทำผิดอะไร แต่เขาไม่เป็นที่ต้องการสำหรับที่นี่ แล้วตัดบทเรียก รปภ.เข้ามาพาเอื้อออกไป แล้วอย่าให้เข้ามาอีก

เอื้อมองเพื่อนๆที่เข้ามาคุมตัวเขาออกไปด้วยแววตาชอกช้ำ เพื่อนๆไม่กล้าทำอะไรจนนักรบสั่งให้เอาไป เพื่อนๆจึงประคองเอื้อออกไป เอื้อพยายามที่จะพูดอะไรกับนักรบอีกแต่ก็ถูกหิ้วปีกออกไปแล้ว โดยมีนักรบยืนกอดอกมองเอื้อด้วยสายตาเย็นชา

แม้จะเจ็บปวดแทบหัวใจสลาย แต่เมื่อออกมาเจออุ่นใจกับดอกจันถามว่าเกิดอะไรขึ้นเขากลับข่มความเจ็บร้าว สะเทือนใจบอกว่าเปล่า แล้วชวนกันกลับ

ooooooo

กลับถึงบ้าน เอื้อปิดประตูเก็บตัวเงียบอยู่ในห้อง โอ๋ไปเคาะประตูเรียกกินข้าวก็ไม่ตอบ

เอื้อขังตัวเองครุ่นคิดถึงคำพูดต่างๆของนักรบอย่างเจ็บช้ำ ทุกคำพูดของเขาเสียดแทงใจเอื้ออย่างสาหัส จนระงับอารมณ์ ไม่ได้ใช้โล่รางวัลที่ได้รับทุบขาซ้ายที่เป็นอัมพาตอย่างรุนแรงหมายจะให้มัน มีความรู้สึกขึ้นมา แต่ก็ไร้ผล เขาทุบไปร้องไห้ไปอยู่อย่างนั้น...นานเท่าไรไม่มีใครรู้...

เป็นเวลาเดียวกับที่นักรบกำลังเตรียมความพร้อมในการแข่งมอเตอร์ไซค์วิบากใน วันพรุ่งนี้ แต่ถูกนายิกาเข้ามาขัดบอกนักรบว่าพรุ่งนี้ช่วงบ่ายมีคอลัมน์ครอบครัวจะมา สัมภาษณ์ ให้อยู่ด้วย นักรบถามอย่างไม่อยากอยู่ว่าตนต้องอยู่ด้วยหรือ

"ถ้าไม่อยู่แล้วฉันจะเอาลูกที่ไหนไปอวดเขาล่ะ" นายิกาทำตาดุล้อๆแล้วเดินออกไป

ooooooo

เช้าวันแข่งขันมอเตอร์ไซค์วิบาก เมื่ออุ่นใจไป เร่งเอื้อให้รีบไปกันได้แล้วเดี๋ยวตนสาย แต่พอเปิดประตู ห้องเข้าไปปรากฏว่าภายในห้องทุกอย่างเก็บเรียบร้อย แต่ไม่มีเอื้ออยู่ในห้อง อุ่นใจสงสัยว่าเอื้อไปตั้งแต่เมื่อไร
เอื้อเดินกะเผลกมุ่งไปที่สนามแข่งมอเตอร์ไซค์วิบาก ซึ่งนักรบลงแข่งด้วย ทองทิวท้วงติงว่าที่จริงเขาไม่ต้องลงแข่งก็ได้เพราะดูผลงานวันนี้ยังไงทีม เราก็ชนะ

"คนประมาทไม่มีทางชนะ" นักรบเสียงเข้มใส่ตามเคย ทองทิวเลยต้องรีบจัดส่งชุดอุปกรณ์ให้ เป็นเวลาที่เอื้อลัดเลาะมาถึงแถวหน้าอัฒจันทร์ หาจนเห็นนักรบถือชุดเดินเข้าห้องแต่งตัว

เอื้อคิดถึงเมื่อคืนที่เขาพูดคนเดียวหน้าเครียดเหมือนพูดกับใครตรงหน้า...

"ผมเพิ่งรู้เดี๋ยวนี้เองนะครับคุณนักรบ ว่าเราใช้เครื่องมือวัดความเป็นคนคนละแบบ"

และเช้านี้เขาเห็นนักรบกำลังสวมชุดแข่ง เอื้อมองนิ่ง พูดอย่างเจ็บช้ำ...

"เพราะผมวัดค่าของคนด้วยหัวใจของเขา แต่คุณกลับตีค่ามันจากความสำเร็จ จากตัวเลขผลงาน หึๆ! แต่จะโทษใครได้ ในเมื่อคุณไม่มีหัวใจ...ข้างในตัวของคุณมันเป็นแค่ เครื่องจักรสร้างความสำเร็จเท่านั้น"

เมื่อนักรบแต่งชุดแข่งเสร็จเดินตัวแข็งเหมือนหุ่นยนต์ ออกมา เอื้อพึมพำต่ออีกว่า

"เมื่อก่อน ผมมองคุณเป็นฮีโร่ เป็นเป้าหมายที่ผมอยากจะไปถึง แต่ผมยอมแพ้แล้ว เพราะเป้าหมายอย่างคุณอยู่สูงเกินไป ไม่มีอะไรเป็นรางวัลรออยู่บนนั้นเลย นอกจาก...ความเดียวดาย"

ที่สนาม...การแข่งขันเริ่มขึ้นแล้ว เบื้องหน้านักแข่งเป็นเนินสำหรับกระโจนขึ้นไปบนฟ้าผ่านรถหลายคันที่จอดเรียง ขวางอยู่ มีบ่วงไฟใหญ่ๆแขวนอยู่ที่ด้านบน

เอื้อดูสภาพเหล่านั้นแล้วระบายความคิดต่อ "คุณรักที่จะเป็นนักล่าที่โดดเดี่ยว เพราะคุณมั่นใจว่าชัยชนะจะทำให้คุณ อยู่รอด แต่ไม่มีใครชนะตลอดไปหรอกคุณนักรบ บางทีคุณอาจจะต้องแพ้ให้คนกระจอกอย่างผมก็ได้...แต่ความพ่ายแพ้ก็เป็นสิ่งดี เพราะมันสอนบทเรียนให้เรามากกว่าชัยชนะเสียอีก"

พริบตานั้นเอง รถที่นักรบขี่เกิดพุ่งถลันเข้ามากลางทางวิ่ง ทุกคนตกใจ นักรบผงะตกใจสุดขีด ขณะที่รถของนักรบกำลังจะลงสู่พื้น ร่างของเอื้อก็พุ่งเข้ามาขวางตรงนั้น

ผลคือ ทั้งนักรบและเอื้อต่างบาดเจ็บสาหัส ต้องรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลทันที

ooooooo

ระหว่างอยู่ในห้องไอซียูนั้น หมอแจ้งว่าอาการของทั้งสองคนสาหัสพอกัน นายิกาขอร้องแกมขู่ๆหมอว่าให้รักษาลูกชายตนเต็มที่แพงเท่าไรไม่ว่าชีวิต ลูกชายตนต้องมาก่อน

ระหว่างนั้นนิมมานกับนักคิดได้ข่าวรีบพากันมาที่โรงพยาบาล นิมมานถามนายิกาว่าบริษัทจะอยู่รอดได้ยังไงถ้านักรบตาย ถูกนายิกาด่าและสั่งหุบปาก สองแม่ลูกสะอึกขึ้นมา นักคิดโอบแม่ไว้พูดให้นายิกาเจ็บใจว่า

"ไปเถอะครับคุณแม่ ดูใจแค่นี้ก็พอ เราต้องกลับไปเตรียมตัวตัดชุดดำ ถ้าพรุ่งนี้ไทเกอร์คิงเรียกประชุมผู้ถือหุ้นเราจะได้แสดงฝีมือกันเสียที" แล้วสองแม่ลูกก็โอบกันเดินไป นายิกาโกรธจนตัวสั่น

ส่วนอุ่นใจกับโอ๋และดอกจันที่มาเฝ้าติดตามอาการของเอื้ออย่างเป็นห่วงอยู่ ที่โรงพยาบาลได้แต่ภาวนาให้เอื้อ ปลอดภัย จนเย็นเมื่อดอกจันจะกลับ อุ่นใจฝากให้ช่วยดูแลแม่ ด้วยแต่ห้ามบอกแม่เรื่องเอื้อ

ooooooo

จอมภพมีลูกชายชื่อจอมทัพหนุ่มไฮโซการศึกษาดีจิตใจดีสุภาพเรียบร้อย เพิ่งกลับจากเมืองนอก หลังเรียนจบบอกพ่อว่าตนพร้อมจะลุยงานทันทีที่คุณพ่อให้ โอกาส จอมภพพอใจมากย้ำกับลูกชายว่า

"เราจะร่วมมือกันบริหารฟีนิกซ์ให้ยิ่งใหญ่แซงหน้าไทเกอร์คิง...เราจะทำทุกวิถีทางเพื่อเขี่ยไทเกอร์คิงให้พ้นทางเรา"

"ผมมั่นใจว่ามันสมองของผมไม่ได้ด้อยกว่าอัจฉริยะอย่างนักรบ   ฟีนิกซ์จะสู้กับไทเกอร์คิงอย่างขาวสะอาดและสมศักดิ์ศรี"

"สงครามทางธุรกิจมีแต่คำว่าชนะกับแพ้เท่านั้น   พ่อมอบหน้าที่ให้พิมเป็นเลขาฯคอยประสานงานให้ลูก"  จอมภพแนะนำพิมแก่ลูกชาย  พิมยกมือไหว้อย่างฝากตัวกับจอมทัพ

วันนี้ เมื่อรู้ข่าวว่านักรบเข้าโรงพยาบาล จอมทัพไปที่โรงพยาบาล  โทร.แจ้งจอมภพว่าตนถึงโรงพยาบาลแล้ว  จอมภพฝากบอกนายิกาด้วยว่าตนเสียใจด้วย   จอมทัพถามว่าเสร็จแล้วตนกลับได้เลยใช่ไหม

"ไม่ได้! รอฟังข่าวไปก่อน มันตายเมื่อไรก็โทร.มา พ่ออยากฟังเสียงร้องไห้ของนายิกา ฮ่าๆๆๆ"

ooooooo

เพราะสมองของนักรบและเอื้อได้รับความกระทบ กระเทือนมากหมอจึงผ่าตัดด่วน

อุ่นใจอ้อนวอนหมอให้ช่วยพี่ชายตนด้วย นายิกากลับสอดขึ้นมาว่าคนอย่างนี้สมควรตายแต่ลูกชายตนยังอายุน้อยอนาคตกำลัง รุ่งโรจน์แต่ต้องมาชะงักเพราะคนพิการอย่างนี้

อุ่นใจแค้นขึ้นมาเลยโต้เถียงกันอยู่ตรงนั้น ยิ่งนายิกาด่าเอื้อเพียงใด อุ่นใจก็แค้นมากเพียงนั้นแช่งให้พินาศไปทั้งบริษัทยิ่งดี ระหว่างนั้น จอมทัพเดินมาเห็นทั้งสองกำลังทะเลาะกันเสียงลั่น จนนายิกาบันดาลโทสะเข้าตบอุ่นใจจนเซไป จอมทัพรีบเข้าประคองไว้ เตือนทั้งสองคนว่า

"อย่าครับ ที่นี่โรงพยาบาลนะครับ คุณอาอยากเป็นข่าวขึ้นหน้าหนึ่งรึไง"

นายิกาชะงักมองจอมทัพอย่างไม่รู้จัก ส่วนอุ่นใจมองเขาอย่างชิงชังเพราะได้ยินเขาเรียกนายิกาว่าคุณอา เลยตราหน้าว่าเป็นญาติกับนายิกา เธอจ้องจิกเขาแล้วพาโอ๋ออกไป

อุ่นใจกับโอ๋ไปไหว้ศาลพระภูมิพนมมืออธิษฐานขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ช่วย คุ้มครองเอื้อด้วย จอมทัพมาเจอเลยเข้าไปขออนุญาตนั่งด้วยคน ถามว่ามาไหว้พระกันทำไมหรือ

"อธิษฐานขอให้พ่อเอื้อหายเร็วๆ" โอ๋ตอบในขณะที่อุ่นใจยังหลับตาภาวนาอยู่

"อธิษฐาน? แล้วมันจะช่วยเหรอทำไมไม่ไปคุยกับหมอล่ะ" จอมทัพถามซื่อๆอย่างหวังดี

อุ่นใจหงุดหงิดหันมาทำตาเขียวปรามว่าอย่ารบกวนสมาธิได้ไหมถ้าไม่ไหว้ก็ไป เสีย จอมทัพเลยขอไหว้ด้วยคน ถามว่าต้องทำยังไง โอ๋เลยแนะนำให้ หลอกให้ไหว้พระแล้วต้องรำด้วย พอจอมทัพหลงเชื่อลุกขึ้นรำเก้งๆก้างๆ โอ๋กับอุ่นใจก็พากัน แอบหนีไป จอมทัพหันมาอีกทีจึงรู้ว่าตัวเองถูกเด็กหลอกเสียแล้ว

ooooooo

เปลวแสงมาทำข่าวที่โรงพยาบาล พอทองทิวเห็นหน้าเธอก็ตกใจ เปลวแสงรายงานข่าวว่าตอนนี้ยังไม่มีผู้เกี่ยวข้องออกมาเปิดเผยรายละเอียดแต่ เรากำลังจะได้รู้ข้อมูลจากพยาน ว่าแล้วรี่เข้ามาหาดอกจันถามว่า "ตกลงว่าเกิดอะไรขึ้นคะคุณ..."

"ดอกจันค่ะ คืองี้ค่ะ นายนักรบเป็นคนที่ใจร้ายใจดำอำมหิตผิดมนุษย์มนามากค่ะ"

ทองทิวแทบลมจับ รีบวิ่งมาตะโกนลั่นว่านักข่าวท่านใดต้องการทราบข้อมูลเกี่ยวกับอาการของ นักรบเชิญทางนี้เลย พวกนักข่าวเลยกรูกันไปทางทองทิว พอถูกถามว่าตกลงเกิดอะไรขึ้นกันแน่

ทองทิวตอบอึกอักว่าทุกอย่างเป็นอุบัติเหตุ ส่วนอีกคนที่นักข่าวถามถึงเขาตอบหน้าตาเฉยว่า

"เป็น...เป็นเจ้าหน้าที่สนามน่ะครับ แต่อาการปลอดภัยแล้ว"

"ไม่จริง!" ดอกจันพรวดเข้ามายืนฟังทองทิวเถียงเสียงดังลั่น "คนที่บาดเจ็บไม่ใช่เจ้าหน้าที่สนามค่ะแต่ชื่อนายเอื้อ อารี เป็นคนงานของบริษัทไทเกอร์คิงที่ถูกคานทับจนเป็นอัมพาตไงคะ"

ทองทิวจ้องดอกจันตาเขียว แต่ทำอะไรไม่ได้เพราะดอกจันพูดฉอดๆต่อหน้ากล้องทีวี

"นายนักรบไม่อยากจ้างคนพิการอย่างพี่เอื้อก็เลยวางแผน ฆ่าเรื่องก็เป็นอย่างนี้แหละค่ะ" พูดแล้วยกมือท่วมหัวแช่ง "เจ้าประคู้ณ...ขอให้กรรมสนองเถอะ!"

ทองทิวแทบช็อกด่าดอกจันแล้วบอกนักข่าวคนนี้เป็นคนบ้า ประกาศหยุดการให้สัมภาษณ์แล้วขอตัวไปเลย ไม่ไปคนเดียวแต่เอามืออุดปากดอกจันลากไปด้วย ไปทะเลาะกันต่อที่อีกมุมหนึ่งของโรงพยาบาล ดอกจันขู่ทองทิวว่า ถ้าเอื้อเป็นอะไรไปพวกเขาต้องตาย!

ooooooo

อาการของนักรบกับเอื้อผลัดกันดีผลัดกันทรุด แต่ในที่สุดเอื้อก็เสียชีวิต ส่วนนักรบอาการดีขึ้นเป็นลำดับ นายิกาดีใจมากสั่งทองทิวให้เตรียมจัดห้องแถลงข่าวเป็นการด่วนเพื่อให้สื่อ รู้ก่อนตลาดหุ้นปิด

อุ่นใจกับโอ๋และดอกจันหัวใจแทบสลายกับการจากไปของเอื้อ

เวลาเดียวกันนี้ จอมทัพก็มาที่โรงพยาบาลเจอนายิกาก็ถามว่าตนมาช้าไปหรือเปล่า พริบตานั้นเอง นิมมานกับนักคิดในชุดดำกระหืดกระหอบมากัน นิมมานถามพี่สาวว่าคืนนี้ตั้งศพที่วัดไหน

นายิกามองคนทั้งสามอย่างรู้ทัน ยิ้มเยาะแล้วบอกอย่างผู้ชนะว่า

"มากันพร้อมหน้าเลยนะ ก็ดีเหมือนกัน จะได้แจ้งข่าวดีให้ฟังทีเดียว นักรบปลอดภัยแล้ว ฉันกำลังจะไปแถลงข่าวที่บริษัท" แล้วหันทางนิมมาน "แต่เธอกับลูกไม่ต้องตามไปหรอกนะ เกะกะ!"

ระหว่างที่นิมมานกับนักคิดเดินออกมา นักคิดบ่นกับแม่ว่าแบบนี้ที่เราฝันกันมาทั้งคืนก็พังทลายหมดใช่ไหม
พลันเสียงจอมภพก็พูดเย้ยขึ้นว่า

"ก็ถ้ามัวแต่ฝันไม่ยอมลงมือทำ ตื่นขึ้นมามันก็ต้องหายหมดเป็นธรรมดานั่นแหละหลานชาย"

"คุณเป็นใคร" นักคิดหันขวับถามอย่างไม่พอใจ

"จอมภพ ประธานบริษัทฟินิกซ์ เสียใจด้วยนะคะนักรบปลอดภัยไทเกอร์คิงก็คงผงาดเหนือฟินิกซ์ต่อไป" นิมมาน ตอบลูกชายและเย้ยจอมภพ

"อย่าเสียใจแทนผมเลยคุณนิมมาน การแข่งขันมันมีแพ้มีชนะ แต่คุณกับลูกนี่สิ โอกาสจะลงแข่งขันก็ยังไม่มี ไม่รู้ชัยชนะจะมาถึงเมื่อไหร่นะครับ" จอมภพเยาะเย้ยแล้วเดินออกไปเลย

ในการแถลงข่าววันนี้ดารารายแย่งพูดหมดราวกับรู้เรื่องดีทั้งที่เพิ่งจะรู้ทำให้นายิกาไม่พอใจมาก

ในที่สุดตำรวจก็สรุปคดีที่เกิดขึ้นว่า มีพยานยืนยันว่านายเอื้อปีนเข้าไปในสนามเพราะต้องการฆ่าตัวตาย นักรบไม่ผิดอะไร นายิกาเบาใจดีใจที่จะได้หมดเรื่องไป

ooooooo

เพื่อจะสืบให้รู้ว่านายเอื้อคนนี้มีความเป็นมาอย่างไรทำไมจึงเกิดเรื่อง อย่างนี้ขึ้น จอมภพสั่งให้จอมทัพไปงานศพของเอื้อ สืบข่าวนี้ให้ได้เพื่อเอาไว้เล่นงานไทเกอร์คิงต่อไป

พออุ่นใจเห็นพวงหรีดจาก "ฟินิกซ์กรุ๊ป" ก็เดาได้ว่าเป็นบริษัทใหญ่ เธอจำใจรับพวงหรีดไว้ แต่พอไหว้ศพเสร็จ เธอก็บอกจอมทัพว่ากลับไปได้แล้ว แต่ไม่ทันที่จอมทัพจะไป นายิกาก็มาถึงพร้อมกับทองทิว

อุ่นใจออกไปเผชิญหน้าทันทีบอกว่างานนี้ไม่ต้อนรับคุณ จอมทัพตามไปด้วยเขาฟังงงๆ และยิ่งงงเมื่อทองทิวยื่นพวงหรีดให้ อุ่นใจบอกว่า "เก็บเอาไว้แขวนในงานคุณก็แล้วกัน"

"นังเด็กบ้า!" นายิกาผรุสวาท พวกการ์ดก็ขยับจะเข้ามาเอาเรื่อง ทองทิวเข้ามาขวางขอร้องให้ค่อยๆพูดกัน เขาบอกอุ่นใจว่าพวกตนมาดีแล้วควักเช็คช่วยงานจากไทเกอร์คิง นายิการีบพูดว่า

"ไทเกอร์คิงมีมนุษยธรรมพอ ถึงแม้ว่าอุบัติเหตุครั้งนี้ จะเป็นความผิดของพี่เธอที่พยายามจะฆ่าตัวตายจนนักรบต้องเจ็บตัวไปด้วยก็ตาม"

โอ๋แค้นใจกระชากเช็คไปฉีกทิ้งบอกว่าไม่อยากได้เงินสกปรก   นายิกาปรี่เข้าไปจะตบ   จอมทัพรีบกันไว้ขอร้องว่า "คุณอากลับไปก่อนดีกว่าครับ"

พอนายิกาหันมาเห็นจอมทัพเท่านั้น ฉอดๆใส่ทันทีว่าจอมภพใช้ให้มาสังเกตการณ์ใช่ไหม คิดจะยืมมือพวกนี้เล่นงานไทเกอร์คิงหรือ ไม่สำเร็จหรอกเพราะนักรบไม่ผิด คนผิดคือ

"พี่ขาเป๋ของมันต่างหาก"

ดอกจันไม่ได้ที่มาเรียกเอื้อแบบนั้น ตะโกนให้พวกซอยคนใจดีช่วยกันรักษาเกียรติพี่เอื้ออย่าปล่อยให้มันหยามอีก ตะโกน "ไล่มันไป!"

เท่านั้นเอง ด้วยการนำของโอ๋ พวกเด็กๆคว้าแก้วพลาสติกขว้างปาใส่นายิกากับทองทิวจนหนีไปขึ้นรถแทบไม่ทัน

อุ่นใจมีความรู้สึกดีขึ้นกับจอมทัพที่เขาช่วยกันโอ๋ไว้ ไม่ให้นายิกาทำร้าย อุ่นใจถามว่าเขามางานด้วยเจตนาอย่างที่

นายิกาว่าหรือเปล่า จอมทัพยอมรับว่า

"ผมยอมรับว่าพ่อส่งผมมา แต่นั่นก็ไม่ใช่เหตุผลเดียวที่ทำให้ผมมาที่นี่ ผมอยากมาให้กำลังใจคุณด้วย" เขามองหน้าอุ่นใจด้วยแววตาจริงใจจนเธอรู้สึกดีๆกับเขาขึ้นบ้าง

จากนั้นคุยกันถึงเรื่องเอื้อ จอมทัพตั้งขอสังเกตว่าปกติคนที่คิดจะฆ่าตัวตายต้องส่งสัญญาณบางอย่าง บอกอุ่นใจว่า "ถ้าคุณรู้ว่ามันคืออะไร ก็อาจจะรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น"

"ฉันจะลองคิดดู" อุ่นใจรับฟัง จอมทัพพยักหน้าแล้วเดินคุยกันไปที่รถ โอ๋กับดอกจันเดินตามไปชมว่ารถสวยจัง จอมทัพเลยถามว่าอยากดูไหมจะเปิดให้ดูข้างใน แล้วเปิดประทุนรถให้ดูอย่างเอาใจ

แทนที่จะดูเฉยๆ โอ๋ยิ้มเจ้าเล่ห์แล้วหันไปตะโกนบอกเพื่อนๆให้เอาขยะมาฝากรถคันนี้ไปทิ้งด้วย เพราะขยะล้นวัดแล้ว ทั้งโอ๋และดอกจันแกล้งจอมทัพอย่างสนุกสนาน จนอุ่นใจหน้าเสียเกรงใจเขา

ooooooo

หลังงานศพเอื้อแล้ว อุ่นใจ ดอกจัน และโอ๋ช่วยกันเก็บกวาดห้องพักของเอื้อ เมื่อแม่นวลถามถึงเอื้อ ทุกคนช่วยกันปิดว่าเอื้อไปทำงานต่างจังหวัดเป็นงานด่วนเลยไม่ทันบอกแม่

ระหว่างจัดเก็บห้องนั้น ไม่มีใครสนใจกล้องวีดิโอที่วางสุมกองกับของอื่นอยู่ จนอุ่นใจหลับฝันไปว่าเอื้อมาบอกว่า

"ไม่ต้องห่วงพี่นะอุ่น พี่หลุดพ้นจากความทุกข์ทุกอย่างแล้ว เหลือก็แต่บางคนที่ยังต้องชดใช้...บาปในใจของเขาจะหลอกหลอนเขาตลอดไปจนกว่า จะถึงวันที่เขาได้เรียนรู้บทเรียนที่พี่ฝากไว้"

พอสะดุ้งตื่น อุ่นใจตีความไม่ออกว่าเอื้อต้องการมาบอกอะไรตน คนที่เอื้อพูดถึงหมายถึงใคร?

ooooooo

นักรบนอนพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล จนวันนี้เขาเริ่มรู้สึกตัวกระดิกนิ้วและลืมตาขึ้น พยาบาลดีใจมากรีบไปบอกหมอว่าคนไข้รู้สึกตัวแล้ว หมอรีบมาดูถามว่ามองเห็นพวกเราหรือเปล่า   นักรบยังคงมองทุกคนนิ่ง ไม่พูดอะไร   หมอสั่งพยาบาลว่า   ให้ข้างล่างเตรียมห้องสแกนสมองเดี๋ยวนี้เลย

นายิกาดีใจสุดชีวิตกับข่าวดีนี้รีบไปที่โรงพยาบาลทันที แต่พอไปถึงปรากฏว่านักรบไม่อยู่ในห้อง เลยเป็นเรื่องโกลาหลที่ต้องช่วยกันตามหานักรบจ้าละหวั่น

ปรากฏว่า นักรบออกจากห้องเอกซเรย์ผ่านห้องเด็ก เขาขอให้พยาบาลหยุดตรงห้องนั้น จากนั้นเขาก็เล่นกีตาร์ ร้องเพลงให้เด็กที่ป่วยฟัง แต่ปรากฏว่าได้รับความสนใจจากผู้ใหญ่มากกว่า พวกผู้ใหญ่พากันมาฟังเพลงและปรบมือชมเชยน้ำเสียงอันไพเราะและการดีดกีตาร์ ที่เพราะพลิ้วของเขา

แล้วความสนใจของนักรบก็ถูกดึงไปที่ทีวีเมื่อผู้สื่อข่าวประกาศอย่างตื่นเต้นว่า

"ท่านผู้ชมคะ ตอนนี้ดิฉันกำลังอยู่หน้าโรงพยาบาล เพื่อเตรียมเข้าฟังการแถลงข่าวของนายนักรบ พยัคฆ์ราชา นักธุรกิจชื่อดังที่ได้รับอุบัติเหตุมอเตอร์ไซค์คว่ำเมื่ออาทิตย์ก่อน ตอนนี้เขารู้สึกตัวแล้วและกำลังจะให้สัมภาษณ์ในไม่กี่นาทีข้างหน้าค่ะ"

ทันใดก็มีพยาบาลเข้ามาบอกเขาว่าครอบครัวเขามาแล้ว พร้อมกับนายิกาโผเข้ามากอดเขาด้วยความดีใจ จากนั้นชวนไปเตรียมแถลงข่าว

ในห้องรับรองพิเศษที่จัดให้ดูเป็นห้องทำงานเพื่อภาพลักษณ์ที่ดีในการแถลงข่าว ทองทิวเอาสรุปการประชุมทุกครั้ง และความเคลื่อนไหวของหุ้นไปวางไว้ตรงหน้าเขา นักรบมองสิ่งเหล่านั้นเหมือนเห็นของแปลกตา จนนายิกาถามว่ามีอะไรไหม นักรบเงยหน้าตอบเสียงซื่อๆ

"ผมหิว..."

เลขาฯรีบยกถาดอาหารมาให้แล้วหยิบน้ำส้มกล่องจะเทใส่แก้ว ทองทิวตกใจรีบห้ามเพราะนักรบเคยกราดเกรี้ยวที่เลขาฯเอาน้ำส้มกล่องให้ครั้งหนึ่งแล้ว แต่ครั้งนี้เขากลับบอกว่าทานได้ แล้วหยิบขึ้นมาดื่มทั้งกล่อง ขนมปังก็หยิบขึ้นมาฉีกกินอย่างเอร็ดอร่อย ไม่ใช้ช้อนใช้ส้อมอะไรเลย ทำเอาทุกคนงงมาก

ooooooo

เมื่อได้เวลาแถลงข่าว ทองทิวกำกับว่าให้นักข่าวถามทีละคนคนละหนึ่งคำถามห้ามถามเรื่องอื่นที่ไม่เกี่ยวกับไทเกอร์คิง นักข่าวคนแรกทำเวลาทันทีถามว่า

"คุณนักรบรู้สึกยังไงครับที่หุ้นของไทเกอร์คิงราคาตกเพราะคุณ"

นักรบนิ่งไม่มีทีท่าจะตอบ นักข่าวคนนั้นฉุนเลยกระแทกลงนั่ง อีกคนถามว่า

"นี่เป็นการปรากฏตัวเพื่อสร้างขวัญให้กับลูกค้าและธุรกิจของบริษัทรึเปล่าคะ"

เขามีอาการเหมือนเดิมอีก นักข่าวหลายคนเลยแย่งกันถามเป็นชุด แต่ทุกคำถามไม่มีคำตอบเพราะนักรบได้แต่นั่งมองคนโน้น...คนนี้...อย่างแปลกตาแปลกใจ จนพวกนักข่าวเริ่มงงกันเอง ถามว่าทำไมการแถลงข่าวเขาถึงไม่พูดอะไรเลย นักรบหันมองนักข่าวคนนั้นถามนิ่งๆเรียบๆว่า

"งั้นพวกคุณตอบผมก่อนได้ไหมว่าไทเกอร์คิงคืออะไร ฟีนิกซ์คืออะไร แล้วคนชื่อนักรบคือใคร? ผมเหรอ?"

นักข่าวอ้าปากหวอ ทองทิวมองนักรบตะลึงเหมือนถูกผีหลอก ส่วนนายิกาเห็นอาการนักรบเช่นนี้รู้ว่าเกิดเรื่องแน่แล้ว ตะโกนลั่น

"ปิดประตูห้องแถลงข่าวเดี๋ยวนี้! แล้วยึดกล้องวีดิโอกับเทปบันทึกเสียงของทุกคน ยึดมาให้หมด!"

พวกนักข่าวฮือฮาในขณะที่การ์ดเริ่มพากันเข้ามายึดตามคำสั่งของนายิกา

"นักข่าวทุกคน...เรามีเรื่องสำคัญที่ต้องคุยกันแล้วล่ะค่ะ" นายิกาบอกนักข่าวที่ยังงุนงงกันอยู่

ooooooo

ตอนที่ 3

หลังจากยึดกล้องกับเทปบันทึกเสียงนักข่าวมาแล้ว นายิกาสั่งทองทิวให้ลบทิ้งให้หมดถามทองทิวว่าแน่ใจไหมว่าข่าวนี้ไม่รั่วออกไป

"ผมขอร้องนักข่าวใช้ทั้งวิธีใต้ดินเหนือฟ้ามาปิดข่าวทั้งหมดแล้วครับ แน่ใจร้อยเปอร์เซ็นต์ครับ"

จากนั้น นายิกาเอาเรื่องกับหมอว่านักรบเป็นอะไรทำไมไม่บอกตนแต่แรก หมอยืนยันว่าตอนเช้าเอกซเรย์สมองแล้วก็ไม่มีอะไรผิดปกติ

"ก็มีแล้วไง! ไปจัดการรักษาให้เร็วที่สุดเลยนะ หมอรู้ไหมว่าเรื่องเมื่อกี้ทำให้ฉันเสียหน้าแค่ไหน แล้วถ้าข่าวออกไป บริษัทฉันต้องพังพินาศหมด!"

ในที่สุด หมอต้องเอานักรบไปเอกซเรย์อีกครั้ง ระหว่างรออยู่นั้น นักรบเห็นพาดหัวข่าวหนังสือพิมพ์จึงหยิบมาอ่าน "เหยื่อมอเตอร์ไซค์วิบากเผาแล้ววานนี้"

ในข่าวมีภาพเอื้ออยู่ในกรอบเล็ก นักรบดูแล้วคลับคล้าย คลับคลาว่าเคยเห็น ทันใดนั้นเหตุการณ์ขณะเกิดอุบัติเหตุก็ผุดขึ้นในความจำเบลอๆเพราะจิตสับสน เขายังไม่ทันรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นก็ร้องออกมาอย่างทรมานเพราะปวดหัว

หลังการเอกซเรย์ หมอแจ้งแก่นายิกาว่าความผิดปกติของนักรบมาจากสมองส่วนซีรีบรัม ซึ่งเป็นส่วนที่ควบคุมการเรียนรู้ เนื้อสมองส่วนนี้บวมจนไปกดทับกับเนื้อสมองส่วนอื่นๆ ทำให้มีผลกับความจำ

นายิกาถามว่าจะรักษาอย่างไร จะหายเมื่อไร หมอตอบตามหลักวิชาการแพทย์ว่าคงต้องแล้วแต่การฟื้นตัวของแต่ละคนจะหายเมื่อไรหมอคงตอบไม่ได้

"สมองของลูกชายฉันมีค่าเป็นพันๆล้าน ถ้านักรบกลายเป็นแบบนี้ แล้วไทเกอร์คิงจะเหลืออะไร" นายิกาแว้ดใส่หมอ จนหมอทำหน้าเบื่อหน่ายที่เธอไม่ยอมฟังคำชี้แจงเลย เอาแต่ห่วงเรื่องบริษัทอย่างเดียว

ooooooo

นักคิดกับนิมมานฉวยโอกาสนี้ไปให้นักรบเซ็นอนุมัติเงินก้อนโตอ้างว่าจะเอาไปเปิดคาร์แคร์พลางเอาแฟ้มเอกสารให้ดู นักรบรับไปดูแล้วบอกว่า "ผมอ่านไม่รู้เรื่อง"

นิมมานกับนักคิดนึกว่านักรบตีรวน นักรบถามซื่อว่าๆตนต้องเป็นคนเซ็นจ่ายเงินใช่ไหม แล้วขอปากกา ทำเอาทั้งนิมมานและนักคิดดีใจจนเหวอ รีบยื่นปากกาให้แล้วพากันจ้องลุ้นให้เขารีบเซ็น

นักรบรับปากกาไปแล้วทำท่าจะเซ็น แต่แล้วก็กลับหัวเราะเบาๆส่ายหน้าขำตัวเองบอกว่า

"จริงสิ ผมจำลายเซ็นตัวเองไม่ได้ พวกคุณมีตัวอย่างไหมครับ"

นิมมานกับนักคิดพากันเซ็ง มองกันงงๆ

แต่ในที่สุดนักรบก็เซ็นให้ สองแม่ลูกเดินตัวปลิวออกไป แต่แล้วก็ต้องชะงักเมื่อเจอนายิกากับทองทิวกำลังมาหานักรบ นายิกาเดาได้ทันทีว่าสองแม่ลูกมาทำอะไร พยักหน้าให้ทองทิวชิงกระเป๋าจากนิมมาน

ทองทิวยกมือไหว้ก่อนแย่งกระเป๋ามา นายิกาคว้ากระเป๋าไปค้นเจอเช็คก็ดึงออกมาฉีกทิ้งทันที

"อย่าคิดว่าแกจะฉวยโอกาสจากลูกฉันได้ อยากได้ก็ลองต่อเช็คนี้เอาเองก็แล้วกัน แต่ไม่รู้เช็คแบบนี้แบงก์จะรับรึเปล่า"

นิมมานพุ่งเข้าไปตบนายิกาทันที ถูกนายิกาตบกลับและเพราะนายิกาแข็งแรงดุร้ายกว่า พริบตาเดียวนิมมานก็ตกเป็นฝ่ายถูกนายิกาคร่อมบีบคอ จนนักคิดต้องไปช่วยแม่แกะมือนายิกาออกแล้วพากันถอยไป

เหตุนี้เอง นายิกาตัดสินใจเอาตัวนักรบกลับไปรักษาที่บ้าน บอกว่าอยู่ที่นี่ หมอก็รักษาไม่หายอยู่ดี นิมมานกับนักคิดตามมาแอบฟังอย่างสงสัย นักคิดถามแม่ว่า

"ไอ้นักรบมันเป็นอะไรกันแน่ครับคุณแม่ ขนาดหมอยังรักษาไม่ได้เนี่ย"

ooooooo

เมื่อเอื้อจากไปเช่นนี้แล้ว ภาระทั้งหมดตกอยู่ กับอุ่นใจ ความยากลำบากทางกายเธอทนได้ แต่ความเจ็บปวดทุกข์ใจเธอทรมานนัก

โอ๋ยังคิดถึงพ่อ วันนี้กลับจากเล่นบอลก็ยิ่งคิดถึงพ่อร้องไห้กับอา จนแม่นวลบ่นเอื้อว่า

"เจ้าเอื้อนี่ก็เหลือเกิน หายเงียบไม่ติดต่อมาเลย"

อุ่นใจจำต้องปดแม่อีกว่าพี่เอื้อคงยุ่งอยู่อีกสักพักก็คงโทร.มาเอง

"ไปอยู่ไกลหูไกลตาเขาจะดูแลดีแค่ไหนก็ไม่รู้ ถ้ากลับมาแม่จะห้ามเองว่าไม่ให้ไป จะอดตายก็ช่าง"

อุ่นใจฟังแล้วไม่กล้าสบตาแม่ได้แต่เจ็บร้าวในอก ไม่อยากนึกเลยว่าถ้าแม่นวลรู้ความจริงจะเป็นอย่างไร

เมื่ออึดอัดกดดันมากๆ อุ่นใจไปนั่งหน้าโต๊ะหมู่ที่วางอัฐิเอื้อ ถามพี่ชายว่า...

"พี่เอื้อ อุ่นไม่รู้จะทำยังไงแล้ว ให้อุ่นรับผิดชอบชีวิตของทุกคนอุ่นทำได้ แต่ถ้าจะให้อุ่นแบกรับความเจ็บปวดของแม่กับโอ๋ อุ่นจะไม่ไหวแล้วนะพี่ ทำไมพี่ต้องทำแบบนี้ ทำไมพี่ต้องทิ้งเราไป..."

อุ่นใจเข้าไปร้องไห้สะอึกสะอื้นกับอัฐิของพี่ชายอยู่คนเดียว...

ooooooo

นักรบยังไม่ได้กลับบ้าน ทองทิวจึงไปเฝ้าที่ห้องด้วยตัวเอง แล้วจู่ๆดารารายกับลูซี่คู่หูก็โผล่มาที่ห้อง ทองทิวตกใจถามว่ามาได้ยังไง ตนบอกพยาบาลไว้แล้ว... ทองทิวพูดถึงตรงนี้ลูซี่ก็เสียงแปร๋นขึ้นว่า "งดเยี่ยมยกเว้นคนสนิท คุณดารารายเป็นถึงคู่หมั้นของคุณนักรบยังไม่สนิทพออีกเหรอ"

ทองทิวอ้างว่านักรบยังไม่พร้อมรับแขก ก็ถูกดารารายสวนว่า

"ฉันไม่ใช่แขก ฉันคือคนที่จะเป็นภรรยาของเขา หรือเธอคิดว่าฉันเป็นเชื้อโรคถึงให้เข้าใกล้เจ้านายเธอไม่ได้"

ทั้งสามเสียงดังกันจนนักรบถามว่า "ใครมาเหรอคุณทองทิว" พร้อมกับเปิดประตูออกมาดูพอเห็นดารารายเขามองอย่างแปลกใจ

ลูซี่ลากทองทิวห่างออกไปขู่ว่าดารารายไม่พอใจเขาที่ปิดบังเรื่องนักรบ ถ้ายังขืนกันท่าอีกตนไม่รับรองว่าดารารายจะฟ้องนักรบหรือเปล่า ย้ำว่า "ถ้านายยังอยากจะมีงานทำมีเงินใช้ ได้มีโอกาสแต่งสูทหล่อๆแบบนี้  อย่าทำให้คุณดาวไม่สบอารมณ์"

ลูซี่เอาเล็บข่วนคอทองทิวเบาๆอย่างขู่ๆ ทำเอาทองทิวสะดุ้งถอยห่างเอามือคลำลำคอตัวเองเสียวๆ

ooooooo

ดารารายซื้อเค้กชาเขียวมาฝากนักรบ นักรบมองดูเค้กชาเขียวถามว่าตนเคยชอบเค้กแบบนี้หรือ ดารารายชะงักถามว่าเขาจำไม่ได้หรือ นักรบมองตาใสยอมรับว่าจำไม่ได้แม้แต่ตัวเธอเขาก็จำไม่ได้ แต่เดาว่าคงเป็นแฟนกัน แล้วถามหน้าตาใสซื่อว่า "คุณชื่ออะไรเหรอครับ"

ทีแรกดารารายก็หัวเราะบอกเขาว่าอย่าล้อเล่น แต่พอรู้ว่าเขาพูดจริงและจำอะไรไม่ได้เลยจริงๆ ดารารายก็เอะใจ จนเมื่อเธอไปถามสภาพของเขาจากหมอ แล้วไปต่อว่านายิกาที่ปกปิดตน นายิกาแก้ตัวเสียงอ่อยว่าไม่อยากให้เธอไม่สบายใจ เพราะเดี๋ยวนักรบก็หายแล้ว

"หมอยังไม่รู้เลยว่านักรบจะหายได้เมื่อไหร่! คุณป้าคิดว่าดาวโง่เหรอ ดาวไปคุยกับหมอมาแล้ว ดาวรู้ทุกอย่าง" เมื่อนายิกาบอกว่าถ้าหมอที่นี่รักษาไม่หายก็จะพาไปเมืองนอก ดารารายพูดตัดบทอย่างไม่อยากสนทนาด้วยว่า "แล้วแต่คุณป้าจะคิดเถอะค่ะ แต่ถ้าต่อไปคิดจะทำอะไร อย่าทำเหมือนดาวเป็นคนโง่! เพราะคนอย่างดาว โกรธแรง!!"

และเมื่อกลับถึงบ้านเล่าให้ตุลย์ผู้เป็นพ่อฟัง ตุลย์ชมว่าลูกทำถูกต้องแล้ว ให้จับตาดูไว้ว่าทางฝ่ายโน้นคิดจะทำอะไรเพราะการเปลี่ยนแปลงทุกกอย่างมีผลกับเรา ดารารายรำพึงว่า ถ้านักรบไม่หายไทเกอร์คิงคงจะล้ม

"เราจะไม่เสียเวลากับไม้ใหญ่ที่ตายแล้ว...ลูกยังไม่ได้ รักนักรบใช่ไหม"

"คนเดียวที่ลูกรักก็คือคุณพ่อค่ะ ถัดมาก็ตัวลูกเอง นักรบคือหน้าที่ของลูก คุณพ่อพูดถูกแล้วค่ะ ลูกจะไม่เสียเวลากับไม้ใหญ่ที่ล้มตาย เพราะดาวดวงนี้คู่ควรกับต้นไม้ที่ชูยอดขึ้นเสียดฟ้าได้เท่านั้น"

สองพ่อลูกอิงแอบกันอย่างภูมิใจในกันและกัน

ooooooo

ที่ตลาดสด...เช้าวันนี้ทองใบในวัยประมาณ 60 ปี ขี่ซาเล้งมีหลังคามุงด้วยพลาสติกใส บรรทุกผักสดปลอดสารพิษไปร้องขาย บรรยายสรรพคุณที่เป็นประโยชน์ และรักษาสุขภาพซ้ำยังขายถูกมากด้วย ทำให้บรรดาพ่อค้าแม่ค้าที่ขายผักในตลาดไม่พอใจ พากันต่อว่าอย่างรุนแรง

ทองใบตอบโต้ซื่อๆตามความเป็นจริงแถมติดตลกนิดๆด้วย แต่พวกพ่อค้าแม่ค้าไม่ขำด้วยหาว่ามาขายตัดราคากัน ทองใบอ้างว่าตนลงทุนแค่นี้จะขายแพงไปทำไมใจจริงอยากให้ฟรีด้วยซ้ำถือว่าทดลองตลาด ว่าแล้วก็ป่าวประกาศว่า

"เออ...ก็ดีเหมือนกัน ให้ฟรีเลยดีกว่า เอาไปเลยจ้ะ อยากกินผักอะไรเอาไปเลย ฟรียกแผงลองไปกินดูว่าผักปลอดสารพิษมันดียังไง ฟรี! เอาไปเลยฟรีๆ!!"

พวกแม่บ้านไม่เว้นแม้แต่คนขายของในตลาดพากันมากลุ้มรุมหยิบผักจากซาเล้งของทองใบกันชุลมุน พวกแม่ค้าทนไม่ไหว เอาผักที่แผงตัวเองมายัดปากทองใบ บ้างเอามาปาเอามาขยี้ใส่หัว รุมหัวจนทองใบล้มลงไปที่ถนนร้องโอดโอย ดอกจันกับโอ๋เดินมาจากอีกทางเห็นเข้ารีบวิ่งไปช่วยเหลือแต่ พวกพ่อค้าแม่ค้าก็ยังมะรุมมะตุ้มไม่เลิก โอ๋เลยบีบปากเป่า "เปี้ยวววว" แล้วร้อง
ตะโกน "ตำรวจ! ตำรวจ! ตำรวจ!"

แค่นั้นพวกพ่อค้าแม่ค้าก็หนีแบบตัวใครตัวมัน ดอกจันจึงประคองทองใบขึ้นในสภาพสะบักสะบอมแว่นตาห้อยต่องแต่งที่ใบหูข้างเดียว พอมีคนมาช่วยทองใบก็คอพับหมดแรง

เมื่อได้ดมยามีแรงขึ้นบ้าง ทองใบขอบใจดอกจันกับโอ๋ที่มาช่วย โอ๋ถามว่าตาเพิ่งมาอยู่หรือไม่เคยเห็นหน้าเลยบอกว่าถามให้รู้ไว้เผื่ออีกหน่อยจะได้คุ้มครอง เลยถูกดอกจันผลักหัวจนหน้าหงายหมั่นไส้ที่โอ๋จะทำตัวเป็นอันธพาล แล้วบอกให้เอากับข้าวกลับไปให้อุ่นใจเดี๋ยวตนจะพาลุงไปหาหมอก่อน

ooooooo

ที่สถานีอนามัยเล็กๆแถวนั้น ดอกจันพาทองใบไปรักษาที่นั่น ทองใบเล่าว่า ตนเพิ่งมาอยู่ที่นี่ตั้งใจว่า จะมาทำสวนปลูกผักเล็กๆน้อยๆเหลือก็เลยเอามาขาย แต่ผักตนเป็นผักปลอดสารพิษ ไม่ต้องซื้อยาฆ่าแมลงมันก็เลยถูก ยิ่งวันนี้แจกฟรีก็เลยโดนอย่างที่เห็น

"ลุงไปขายที่อื่นดีกว่า แถวนั้นมาเฟียเยอะ เดี๋ยววันหลังหนูพาไป"

ดอกจันกับทองใบต่างบอกชื่อกัน ดอกจันถามว่าทองใบอยู่คนเดียวหรือลูกเมียไปไหนหมด ถามไม่ทันขาดคำ ก็เห็นทองทิวเดินหน้าตั้งมา เขาปราดเข้าไปหาทองใบเพราะดอกจันนั่งอยู่หลังเสามองไม่เห็น

"พ่อเป็นยังไงบ้าง" ถามแล้วจึงเห็นดอกจัน เขาอุทานอย่างคิดไม่ถึง "เธอ..."

ดอกจันอ้าปากค้างเหมือนถูกผีหลอกเมื่อมาเจอทองทิวที่เธอเกลียดเข้ากระดูกดำเข้าจังๆ

ทองทิวถามพ่อว่าเป็นอย่างไรบ้าง ทองใบตอบกวนๆว่าก็เป็นอย่างที่เห็น ดอกจันหมั่นไส้เลยด่าไปว่า "ยังจะมีหน้า

มาถามอีกเหรอ ไอ้ลูกอกตัญญู!"

แล้วดอกจันก็ด่าเป็นชุดว่าตัวเองแต่งตัวดีขับรถหรูทำงานบริษัทใหญ่โตแต่พ่อคนเดียวเลี้ยงไม่ได้ปล่อยให้มาปลูกผักกินอยู่ในชุมชน แล้วบอกทองใบว่าไม่ต้องกลัวตนจะดูแลลุงเอง

ทองทิวพูดอย่างรำคาญหูว่าเพ้อเจ้อ แล้วชวนทองใบกลับบ้าน ดอกจันไม่ให้ไปเลยโต้เถียงยื้อยุดทองใบกันอยู่ตรงนั้น สุดท้ายทองใบตะโกนให้หยุดทั้งสองจึงหยุด ทองใบมองทั้งสองคนอย่างแปลกใจว่าสองคนนี้มาทะเลาะกันได้ยังไง แล้วบอก ดอกจันว่า

"ขอบใจนะหนูดอกจัน ลุงกลับกับไอ้ทิวก็แล้วกันแล้วเราค่อยเจอกันใหม่"

ดอกจันเลยต้องพยักหน้ายอมแพ้ แต่พอไปถึงกลางทางทองใบก็ให้ทองทิวจอดรถตนจะลง ที่มาด้วยก็เพราะเกรงใจดอกจันเท่านั้นเอง ไล่ทองทิวว่า

"แกจะไปหาเงินที่ไหนก็ไปเหอะอย่ามายุ่งกับตาแก่ อย่างฉันเลย ชีวิตฉันพอเพียงโว้ย...ไม่ได้โลภมากไม่รู้จักพอ เห็นเงินเป็นพระเจ้าอย่างแกหรอก ฉันขออยู่อย่างสุขใจแต่ ไร้เกียรติ ส่วนแกจะไปไหนก็ไปเหอะ"

พอทองใบลงจากรถเดินไป ทองทิวพยายามร้องเรียกให้กลับมาก่อน บ่นว่าไปกันใหญ่แล้ว

"แกสิไปกันใหญ่ กลับตัวกลับใจกลับความคิดเสียใหม่ ยังไม่สายนะไอ้ทิว ชีวิตคนไม่มีอะไรสำคัญไปกว่าความสุขแบบรู้จักตัวเองหรอก" ทองใบหันกลับมาพูดแค่นั้นแล้วเดินจากไป ทองทิวยืนมองตามหลังไปอย่างไม่เข้าใจพ่อตัวเอง

ooooooo

ดอกจันกลับไปเล่าให้พ่อฟังขณะเอาดอกไม้สดไปเปลี่ยนใส่แจกันว่า

"พ่อรู้ไหม วันนี้หนูไปเจอใครมา...ก็ไอ้โจรใส่สูทเพื่อนไอ้นักรบนั่นไง หนูเพิ่งรู้นะว่านอกจากมันจะเลวแล้วมันยังเป็นลูกอกตัญญูอีกต่างหาก ตัวเองออกจะร่ำรวยแต่ดันไม่เลี้ยงดูพ่อ ปล่อยให้มาปลูกผักขาย คนแบบนี้หนูมั่นใจเลยว่าอยู่ที่ไหนก็ไม่มีวันเจริญหรอก! เกลียดนักไอ้พวกที่ไม่เห็นคุณค่าของพ่อแม่ตัวเอง ปล่อยให้ท่านตกระกำลำบาก"

ที่แท้ดอกจันคุยกับรูปของพ่อบนหิ้ง ทำความสะอาดปัดฝุ่นเสร็จก็นั่งลงคุยต่อ

"ทำไมคนแบบนั้นมันถึงได้ครอบครองสิ่งที่เขาไม่เห็นคุณค่า แต่หนูกลับต้องเสียพ่อที่หนูรักไป...ทำไมฟ้าถึงไม่เอาพ่อแม่พวกเขาไปแล้วเอา พ่อของหนูกลับคืนมา" พูดแล้วก็ร้องไห้ คิดถึงพ่อ พอนึกได้ก็รีบเช็ดน้ำตาจนแห้งพูดขำๆกับพ่อว่า "ฮั่นแน่ พ่อกำลังจับผิดหนูใช่ไหม หนูไม่ได้ร้องไห้หรอกน่า ฝุ่นมันเข้าตา"

ดอกจันคุยกับรูปของพ่อราวกับท่านนั่งอยู่ตรงหน้าพยายามทำเป็นเข้มแข็ง แต่สุดท้ายก็ทนความจริงที่โดดเดี่ยวเจ็บปวดไม่ได้ ร้องไห้น้ำตาอาบแก้ม...

ooooooo

ทองทิวกลับไปทำงานที่ไทเกอร์คิง นายิกาดูพาดหัวหนังสือพิมพ์ที่ว่า "ลือไทเกอร์คิงระส่ำเหตุประธานโคม่าใกล้ตาย" โกรธจนขว้างหนังสือพิมพ์ทิ้ง ทองทิวบอกว่าฉบับอื่นๆก็ลงเหมือนกัน

"ไปสืบมาว่าใครปล่อยข่าวฉันจะจัดการมัน!" นายิกาบ้าดีเดือด แต่พอทองทิวท้วงติงว่าสำคัญที่สุดตอนนี้คือต้องทำให้ทุกคนเห็นว่านักรบยังมี ชีวิตอยู่ นายิกาก็ชะงักเปลี่ยนเป็นสั่งว่า "โทร.ไปแจ้งโรงพยาบาล ฉันจะรับตัวนักรบกลับวันนี้!"

ส่วนที่บ้านนิมมาน หลังจากไปพบนักรบเองและได้ อ่านข่าวจากหนังสือพิมพ์ นักคิดบอกแม่ว่าตนรู้แล้วว่านักรบเป็นอะไร ครั้นนิมมานถามว่ารู้ได้อย่างไร เขาเอาข้อมูลใหม่ ให้แม่ดู

"นักข่าวคนนึงส่งคลิปวันแถลงข่าวของไอ้นักรบกับแม่มันมาให้ผมดู" พูดพลางเปิดคลิปให้นิมมานดูบอกแม่ว่า "ไอ้นักรบมันความจำเสื่อมมันถึงได้ทำท่าแปลกๆกับเราในวันนั้นไงคุณแม่"

นิมมานดูคลิปและข้อสรุปจากนักคิดแล้ว ถึงกับยิ้มกว้างอย่างตื่นเต้นดีใจสุดๆ

ooooooo

แล้วปริศนาในการเข้าฝันอุ่นใจของเอื้อก็มีคำตอบ เมื่อส้มโอคนในชุมชนที่เอากล้องวีดิโอมาให้เอื้อซ่อมมารับกล้องคืน เปิดดูเจอสิ่งที่เอื้อบันทึกไว้ อุ่นใจ จึงรู้ว่าเอื้อจงใจฆ่าตัวตายเพราะใคร! และที่เอื้อบอกในฝันว่า "จะสอนบทเรียนกับคนคนหนึ่ง" นั้นหมายถึงใคร บอกดอกจันว่า

"พี่เอื้ออัดวีดิโอทิ้งไว้แบบนี้ ก็เพราะต้องการจะบอกพวกเราว่าเกิดอะไรขึ้น พี่เอื้ออยากให้พวกเรารู้"

อุ่นใจโผเข้ากอดดอกจัน ร้องไห้อย่างเจ็บปวดเคียดแค้น ดอกจันพลอยร้องไห้ไปด้วย

ooooooo

นักรบถูกรับตัวออกจากโรงพยาบาลกลับบ้าน ตลอดทางที่นั่งรถมานายิกานั่งคอแข็งไม่พูดไม่จาจนถึงบ้าน ทองทิวเปิดประตูรถบอกนักรบว่าถึงบ้านแล้ว

พอลงจากรถบรรดาคนรับใช้ในบ้านพากันมาตั้งแถวต้อนรับยกมือไหว้เอ่ยยินดี ต้อนรับกลับบ้านกันพร้อมเพรียง นักรบมองทุกคนงงๆ แล้วจู่ๆก็เดินเข้าไปยกมือไหว้ป้าที่เป็นแม่ครัวและคนที่ทำความสะอาดเยี่ยง เด็กไหว้ผู้ใหญ่ เอ่ยขอบคุณทุกคนที่มาต้อนรับ ทั้งยังพูดอย่างฝากตัวว่า "รบกวนด้วยนะครับ"

นายิกาทนดูไม่ได้เดินเชิดเข้าบ้านไป ส่วนทองทิวก็ต้องเข้าไปจับมือนักรบให้เลิกไหว้แล้วพาเข้าบ้าน จากนั้นนายิกาก็สั่งทองทิวว่า ภายในสิบสองชั่วโมงเขาต้องป้อนข้อมูลทั้งหมดเข้าหัวนักรบก่อนที่เราจะแถลง ข่าวพรุ่งนี้เช้า และนับแต่พรุ่งนี้เขาต้องเข้ามาอยู่ในบ้านหลังนี้จนกว่านักรบจะกลับมาเป็น ปกติ

ตกเย็นทองทิวเริ่มงานทันที เริ่มด้วยการบอกนักรบให้เลิกเรียกตนว่าคุณและไม่ต้องพูดคำว่าครับ เพราะนักรบคนเดิมจะไม่เคยพูดคำเหล่านี้ แต่นักรบก็จำไม่ได้จนทองทิวถอดใจเปลี่ยนเป็นให้จำใบหน้าคนรอบตัวเขา โดยดึงรูปของแต่ละคนขึ้นมาให้ดูและแนะนำว่าเป็นใครสัมพันธ์กันอย่างไร

อันดับแรกคือดารารายที่เป็นคู่หมั้นของเขาหมั้นกันมาสองปีแล้ว นักรบดูแล้วถามว่าจริงหรือทำไมไม่เห็นมีรูปคู่ ของตนกับดาราราย ทองทิวบอกว่าเพราะเขาไม่ชอบถ่ายรูปและไม่ชอบยิ้มด้วย นักรบถามขำๆว่า ในโลกนี้มีคนแบบนี้ด้วยหรือ ทองทิวดึงรูปของนิมมานกับนักคิดขึ้นมาบอกว่าสองคนนี้คือตัวแสบที่เขาต้อง ระวัง...

จากนั้นเอาแฟ้มมาตั้งกองท่วมหัวจนนักรบมองกลุ้มๆ

บุคคลต่างๆ ที่ทองทิวปริ๊นต์รูปออกมาให้ดู แล้วทองทิวก็ต้องปวดหัวเมื่อนักรบยกมือไหว้รูปซูซี่ โอบกอดจอมภพ ตบไหล่รัฐมนตรีตุลย์พ่อของดาราราย

จากการทดสอบและป้อนข้อมูล ปรากฏว่าสมองของนักรบเปลี่ยนเป็นตรงข้ามหมด แม้แต่กลิ่นดอกราตรีที่เคยสั่งคนใช้ให้ตัดทิ้งเพราะกลิ่นรบกวนสมาธิ บัดนี้ก็กลับชอบบอกว่าหอมดีเผื่อวันไหนเครียดๆจะได้ลงมาดมกลิ่นชื่นใจดี

แม้แต่อาหารที่เคยไม่ถูกปากจนจะไล่แม่ครัวออก แต่คราวนี้อาหารแบบเดียวกันกลับบอกว่าอร่อยดี ทั้งยังชวนป้าแม่ครัวมานั่งกินข้าวด้วยกันอีก จนนายิกาเดินผ่านมาเห็นมองมึนอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง

ooooooo

เห็นสภาพของนักรบแล้ว นายิกาเรียกทองทิวไปสั่งเข้มว่านักรบจะเป็นอย่างนี้ไม่ได้ ย้ำว่า

"เธอต้องย้ำให้นักรบรู้สถานะของตัวเองว่าเป็นใคร คนรอบข้างอยู่ในฐานะไหน ลูกชายฉันคือเสือไม่ใช่ลูกหมาที่เจอใครก็กระดิกหางให้ไปหมด" นายิกาเหวี่ยงใส่แล้วเดินออกไป ทองทิวถอนใจเฮือก

ครั้นเคี่ยวเข็ญนักรบมากเข้า เขาก็บอกทองทิวว่า "ผมไม่ชอบ ผมไม่อยากเป็นนักรบคนนั้น!" เมื่อถูกทองทิวฝึกหนักเข้าทนไม่ไหว เลยต่อยเปรี้ยงจนทองทิวหงายผลึ่ง พูดได้แค่ว่า

"อูยยย...โอย หมัดหนักเหมือนเดิมเลยนะเนี่ย แล้วบอกว่าไม่อยากเป็นนักรบคนเดิม"

ที่บ้านนิมมาน สองแม่ลูกทดลองเอาคลิปที่ได้มาฉายขึ้นจอทีวี แล้วชนแก้วกัน นิมมานพูดกระหยิ่มว่า "พรุ่งนี้จะเป็นวันอวสานของไอ้นักรบกับแม่ของมันแน่นอน!"

ooooooo

คืนนี้ นักรบนอนฝันร้าย ภาพความฝันที่กระแทกเข้ามาทีละเรื่อง ตั้งแต่ที่นักรบจะทำร้ายโอ๋

อุ่นใจล็อกตัวนักรบที่ห้องน้ำแล้วล้มไปด้วยกัน และสุดท้ายภาพอุบัติเหตุของเอื้อ มันเร็ว รุนแรง กระแทกกระหน่ำเข้ามาจนนักรบปวดหัวทนไม่ไหวร้องลั่น "โอ๊ย..โอ๊ย..ช่วยด้วย!"

นายิกาวิ่งเข้ามาถามว่าเป็นอะไร พอนักรบบอกว่าปวดหัวมาก ทองทิวจะไปตามหมอ ก็ถูกสั่ง

"ไม่ต้อง! ไปเอามายามา ฉันไม่อยากส่งนักรบกลับเข้าโรงพยาบาล ไม่งั้นหุ้นไทเกอร์คิงจะตกอีก" แล้วหันมาปลอบประโลมนักรบ "ไม่เป็นไรมากใช่ไหมลูก ทนกินยาไปก่อนได้ไหม"

นักรบจำต้องพยักหน้าด้วยความรู้สึกอึดอัดกับชีวิตที่จะป่วยก็ไม่ได้จะตายก็ไม่ได้...

ooooooo

เช้าวันนัดแถลงข่าว บรรดานักข่าวพากันมาอออยู่เต็มหน้าตึกไทเกอร์คิง พอรถของนักรบมาถึงก็กรูกันเข้าไปจะสัมภาษณ์ ซูซี่จอมจุ้นแหวกทุกคนเข้าไปบอกว่าขอเวลาให้คู่รักได้ทักทายกันก่อน แล้วเปิดทางให้ดารารายประคองช่อดอกไม้ไปมอบให้นักรบเอ่ยเสียงหวาน

"ขอต้อนรับกลับสู่ไทเกอร์คิงนะคะ"

"เอ้า ถ่ายสิคะ ถ่ายรูปไปลงเลยค่ะ" ซูซี่บอกพวกนักข่าว ดารารายกับนักรบยืนคู่กัน เธอยิ้มหวานให้กล้องในขณะที่นักรบยิ้มเฝื่อนๆ เพราะยังไม่รู้สึกคุ้นเคยกับดาราราย จากนั้นนายิกาบอกให้เข้าไปคุยกันข้างใน แต่ไม่ทันพานักรบเข้าตึก จอมภพที่ดักอยู่ถามว่าหายดีแล้วหรือ นายิกาชิงตอบแทนนักรบ จอมภพจึงบอกนายิกาว่าตนพาลูกชายมาแนะนำให้รู้จักเพราะนักรบยังไม่เคยเจอ ย้ำว่า

"ต่อไปจอมทัพจะมาดูแลฟีนิกซ์แทนผม  คงจะไม่ทำให้ไทเกอร์คิงหนักใจนะครับ"

นักรบเอ่ยยิ้มแย้มว่า "ยินดีครับ" แต่นายิการีบแทรกว่า "ก็ต้องดูกันต่อไป ระหว่างคนที่ทำงานบริหารมาตั้งแต่อายุ 21 กับคนที่เพิ่งมาจับธุรกิจเอาตอน 25 ใครจะต้องเป็นฝ่ายหนักใจกันแน่"

นายิกายิ้มเยาะแล้วพานักรบเดินเข้าข้างใน นักรบยังหันมายิ้มให้จอมทัพ เมื่อไปถึงห้องทำงานเขาถามนายิกาว่าจำเป็นต้องพูดถึงขนาดนั้นเลยหรือ นายิกาย้ำว่า "พวกมันเป็นศัตรู!"

"ทั้งๆที่ผมยังไม่ทันจะพูดกับเขาสักคนเนี่ยนะครับ" นายิกาไม่ตอบหยิบแฟ้มมาเปิดดูอย่างไม่สนใจนักรบ เขาพูดอีกว่า "อย่างน้อยคุณจอมทัพคนลูกก็ท่าทางเป็นคนดี ผมว่าเราน่าจะเป็นเพื่อนกันได้"

"สำหรับคนที่ต้องการเป็นที่หนึ่ง ไม่มีคำว่าเพื่อนในวงการธุรกิจ!" นายิกาเสียงเข้มจนนักรบอึ้ง แล้วก็ส่งแฟ้มให้นักรบ "อ่านรายงานทั้งหมดนี่ซะ ใกล้จะได้เวลาแล้ว"

นักรบมองแฟ้มเหล่านั้นอย่างเบื่อหน่าย

ooooooo

ดอกจันเอาแผ่นซีดีที่เอื้ออัดเสียงไว้เหน็บใส่ กระเป๋ากางเกงด้านหลังไปกับอุ่นใจเตรียมจะลุยไปแฉความเลวร้ายของนักรบ แต่ไปเจอทองทิวเข้าเขาไม่ยอมให้เข้าบริษัท อุ่นใจบอกว่ามีเรื่องจะคุยกับนักรบ
ทองทิวดักคอว่าจะขอเงินอีกเหรอ วันนั้นให้ก็ไม่เอาเองเปลี่ยนใจตอนนี้ไม่ทันแล้ว บอกว่าวันนี้บริษัทมีงานใหญ่

อย่ามาก่อเรื่องอีกเลย แล้วตัดสินใจเอาเงินส่วนตัวให้อุ่นใจไปก่อน อุ่นใจปัดเงินทิ้งอย่างโมโห ดอกจันบอกอุ่นใจว่าอย่าเสียเวลากับพวกนี้เลยให้อุ่นใจเข้าไปตนจะขวางนายนี่ ไว้เอง

ดอกจันไล่อุ่นใจเข้าไป ลืมสนิทว่าแผ่นซีดีอยู่ในกระเป๋าหลังของตัวเอง

ทองทิวจะวิ่งไปดักอุ่นใจ ถูกดอกจันกระชากไว้แล้วต่อยโครม เลยชกกันนัวเนีย ทองทิวจับแขนดอกจันบิดอย่างแรง อุ่นใจเห็นดังนั้นวิ่งกลับมาช่วยกันเล่นงานทองทิว รปภ.ได้ยินเสียงเอะอะวิ่งมาดู

"เอาสองคนนี้ออกไปจากตึกเดี๋ยวนี้!" ทองทิวสั่ง รปภ. ดอกจันกับอุ่นใจเลยถูกหิ้วออกไป โชคดีที่เจอจอมทัพเข้าพอดี เขาเข้ามาช่วยสองสาวบอก รปภ.ว่าสองคนนี้มากับตน รปภ.เลยจำเป็นต้องปล่อย

จอมภพมองอุ่นใจอย่างสนใจเมื่อรู้ว่าเป็นน้องสาวของเอื้อ ยิ่งเมื่อรู้ว่าเธอมีแผ่นซีดีจะมาเปิดโปงนักรบด้วย จอมภพจึงขอดู แต่อุ่นใจขอเป็นว่าไปดูพร้อมกับนักข่าวเลยดีกว่ารับรองว่านักรบดิ้นไม่หลุด แน่

"ตกลง งั้นฉันจะพาหนูเข้าไปเอง" จอมภพกระหยิ่มกับหลักฐานเด็ดที่จะเอาผิดกับนักรบได้

ooooooo

เมื่อทองทิวขึ้นกล่าวเปิดแถลงข่าว แจ้งว่าที่ผ่านมา มีข่าวลือเกี่ยวกับสุขภาพของนักรบมากมาย วันนี้ไทเกอร์คิงจึงเชิญทุกท่านมาพิสูจน์ความจริงว่านักรบยังแข็งแรงดี แล้วเชิญทุกคนพบกับนักรบ

นักรบเดินออกมาเก้ๆกังๆตื่นๆกับสายตาผู้คนจนเกือบตกบันได ไม่เพียงเท่านั้นยังเดินเตะข้าวของล้มกระจายไปตามทาง ทุกคนเริ่มซุบซิบบ้างก็หัวเราะ นายิการีบแก้ว่านักรบเพิ่งออกจากโรงพยาบาลยังเดินไม่ถนัด

พอทองทิวเชิญนักข่าวตั้งคำถาม นิมมานก็เปิดประตูพรวดเข้ามาพูดเสียงดังว่าไม่จำเป็นต้องตั้งคำถามแล้ว เพราะวันนี้ไทเกอร์คิงจะเปลี่ยนประธานคนใหม่ พูดจบนักคิดก็ตามเข้ามาอีกคน นักคิดพูดกับทุกคนด้วยเสียงดังฟังชัดว่า

"ทองทิวกับคุณป้านายิกาปกปิดความลับบางอย่างไว้ ทุกท่านทราบไหมครับว่านายนักรบมีอาการผิดปกติ" ทองทิวแทรกขึ้นทันทีว่าพูดเพ้อเจ้อ นักคิดโต้ทันควันว่า "ถ้าฉันเพ้อเจ้อ ฉันจะมีคลิปวันแถลงข่าวครั้งที่แล้วไว้ในมือได้ยังไง" พูดแล้วนักคิดเรียกวิทยุไปทางห้องควบคุม "เปิดคลิปเลย!"

เจ้าหน้าที่ได้ยินเสียงสั่งเปิดคลิปก็หันไปหยิบมือถือของนักคิดที่ทิ้งไว้มาเสียบเข้ากับเครื่องฉาย นักรบมองหน้าทุกคนแล้วยกมือขึ้น "หยุดก่อนครับ ผมอธิบายได้..." นักรบลุกขึ้นเท้าไปเขี่ยเกี่ยวสายไฟเครื่องฉายดับลงทันที ทุกคนฮือฮา นักคิดคำรามอย่างแค้นใจว่า

"ไอ้นักรบ! แกจงใจใช่ไหม!" นักคิดตะโกนแล้วจะขึ้นไปชกนักรบ การ์ดรีบเข้ามาดึงตัวไว้ ทองทิวฉวยโอกาสที่กำลังชุลมุนวิ่งไปด้านหลัง สั่งเจ้าหน้าที่ให้ต่อสายเครื่องฉายใหม่

ทองทิวเห็นโทรศัพท์ของนักคิดจึงหยิบขึ้นมาดูแล้วลบคลิปงานแถลงข่าวทิ้งกดหาคลิปใหม่

ส่วนนิมมานก็ตะโกนให้ซ่อมเครื่องฉาย พลันจอฉายวีดิโอก็ติดขึ้นอีกครั้ง นักคิดหัวเราะอย่างผู้ชนะ แต่พอภาพปรากฏบนจอกลายเป็นงานปาร์ตี้ไฮโซเต็มไปด้วยชายหญิงหลายคู่แต่งแฟนซี นักคิดหน้าเสียเริ่มเอะใจ จนภาพที่ฉายออกมาเป็นนักคิดถูกจับสวมเสื้อชั้นในทับเสื้อยืดมีหญิงสาวคลอเคลียเมากันสุดๆ

นิมมานกับนักคิดตกใจ นายิกาได้ทีประณามทันทีว่านักคิดเป็นพวกวิปริตน่าอายที่สุด นิมมานอับอายจนทนไม่ได้กล่าวอาฆาตแล้วพานักคิดออกไปจากที่ประชุม นายิกาถามอย่างท้าทายว่ามีใครจะแฉอะไรอีกไหมถ้ามีก็รีบๆแฉเสีย

"ผมมี!" เสียงจอมภพดังขึ้นพร้อมกับลุกยืน อุ่นใจลุกตาม ทำเอานายิกาแทบช็อก

ทองทิวอยู่ข้างหลังรีบวิ่งออกไป จอมภพแนะนำว่าอุ่นใจเป็นน้องสาวของเอื้อพนักงานรักษาความปลอดภัยที่ตายไป นายิกาถามเธอต้องการอะไร อุ่นใจพูดเสียงดังอย่างแค้นใจว่า

"ฉันมีหลักฐานที่จะให้ทุกคนรู้ว่าพี่เอื้อตายเพราะใคร!"

แต่พอจะเอาซีดีจากดอกจันมาเปิด ปรากฏว่าซีดีหาย! อุ่นใจแทบช็อก ส่วนจอมภพตวาดอย่างเอาเรื่องว่าสองคนหลอกตน นายิกาเลยยิ่งได้ทีเยาะเย้ยว่าถ้าเป็นลิเกก็ไปเล่นวิกอื่นเพราะตนเสียเวลามามากพอแล้ว พลันก็เรียกการ์ด พริบตาเดียวการ์ดก็กรูกันเข้ามาคุมทั้งสี่คนไว้

ขณะนั้นเองดอกจันมองไปที่เวทีเห็นทองทิวโผล่มาโบกแผ่นซีดีเย้ยอยู่ข้างหลัง ดอกจันจำได้ว่าเป็นแผ่นนั้น ที่แท้เธอทำหล่นขณะมะรุมมะตุ้มอยู่กับทองทิวนั่นเอง

ในที่สุด ทั้งสี่คนก็ถูกการ์ดเชิญตัวออกไปจากห้องประชุม จอมภพด่าอุ่นใจกับดอกจันว่าเป็นพวกสิบแปดมงกุฎ  ด่าจอมทัพว่าลดตัวลงไปคลุกคลีกับคนพวกนี้ได้ยังไง ในที่สุดจอมทัพเลยต้องพาจอมภพออกไป แต่ก็ยังหันมาบอกอุ่นใจว่า "ผมไปก่อนนะอุ่นใจ แล้วเดี๋ยวค่อยคุยกัน"

ooooooo

ในห้องแถลงข่าว นายิกาถูกบรรดาผู้บริหารคาดคั้นอย่างหนักถึงสภาพที่แท้จริงของนักรบ นายิกาก็ยังปากแข็งว่านักรบไม่เป็นอะไร

ขณะที่นายิกากำลังโต้เถียงหน้าดำหน้าแดงกับบรรดาผู้บริหารนั้น นักรบเห็นกีตาร์วางอยู่ก็หยิบขึ้นมาเล่นและร้องเพลงด้วยน้ำเสียงอันไพเราะมีความสุข เสียงกีตาร์และเสียงร้องเพลงทำให้ศึกน้ำลายหยุดทันที ทุกคนมองไปที่นักรบ ทองทิวฉวยโอกาสช่วยสร้างภาพทันที ประกาศว่า

"เห็นไหมครับ นี่คือข้อพิสูจน์ว่าคุณนักรบก็ยังเป็นคุณนักรบคนเดิม ที่ยังมีการสะกดและจูงใจทุกคนได้เสมอ แล้วแบบนี้จะเรียกว่าคุณนักรบไม่ปกติได้ยังไงล่ะครับ ฮ่ะๆๆๆ"

แต่นักรบดีดกีตาร์ได้ครู่เดียว ภาพหลอนต่างๆก็กระทุ้งกระแทกเข้ามาอย่างรุนแรงจนเขาปวดหัวร้องลั่น "โอ๊ย!" แล้วมองไปรอบๆด้วยแววตากร้าวกระด้าง ตะคอกดุดัน

"จะอะไรกันอีก! ต้องการอะไรกันนักเรอะ! มันจะสงสัยอะไรกันนักหนา งานการที่ทำอยู่เสร็จแล้วรึยัง! ออกไป ฉันบอกให้ออกไป!" ตะโกนเสร็จก็ทำท่าจะล้ม นายิการีบเข้าไปประคอง ทองทิวฉวยโอกาสประกาศปิดการแถลงข่าวแค่นี้ แล้วช่วยนายิกาประคองนักรบออกไปท่ามกลางความงุนงงของทุกคน

ooooooo

เมื่อนักรบรู้สึกตัวดีขึ้น เขาถามงงๆว่าเกิดอะไรขึ้นกับตน นายิกาบอกว่าเขาเครียดเกินไปเลยหมดสติ ทองทิวเสนอให้ไปหาหมอดีไหม นักรบไม่ไปแต่ขออยู่คนเดียวสักพัก

พอนายิกากับทองทิวออกไป เขาก็นั่งถามลอยๆงงๆว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวเอง

ด้วยความรู้สึกเบื่อๆเซ็งๆ นักรบจึงเดินออกไปข้างนอก เห็นลูกแมวกำลังจะข้ามถนน รถมอเตอร์ไซค์ขี่มาจะทับมิ

ทับแหล่ นักรบพรวดเข้าไปช่วยลูกแมวไว้ได้ อุ้มลูกแมวขึ้นมาอย่างรักใคร่ห่วงใย

อุ่นใจเดินเข้ามาหาเขาเหมือนคอยอยู่ ถามว่าจำตนได้ไหม นักรบยิ้มกว้างร้องอ๋อ จำได้เพราะเมื่อคืนยังฝันถึงเธออยู่เลย พออุ่นใจถามว่า "ว่าไงนะ" นักรบก็ตอบซื่อๆว่า

"ผมฝันถึงคุณ ฝันว่าคุณกอดผมแล้วเราก็ล้มไปด้วยกันบนพื้น"

อุ่นใจฉุนขาดด่าว่าสมองของเขาจำได้แต่เรื่องพวกนี้หรือ นักรบไม่สนใจหันไปโอ๋ลูกแมวที่เลียมือเขา ถามว่าหิวหรือเดี๋ยวจะหานมให้กิน แล้วบอกอุ่นใจ "ขอตัวแป๊บนะคุณ" พลางอุ้มลูกแมวเดินออกไป

อุ่นใจมองตาม งงเป็นไก่ตาแตกว่ามันอะไรกัน แล้วรีบตามไป

ooooooo

ตอนที่ 4

อุ่นใจตามนักรบไปที่ร้านมินิมาร์ทเห็นเขามาเลือกซื้อนมที่ร้าน เธอพูดดักคอว่า

"อย่ามาทำเป็นเล่นละครบ้าๆบอๆใส่ฉันนะ ฉันไม่สนุกไปด้วยหรอก"

"ละครอะไรเหรอ" เขาถามซื่อๆแล้วหันมาควักสตางค์ จ่ายค่านมแต่ไม่มีเงินติดตัวเลย จึงเอ่ยปากขอยืมอุ่นใจสิบบาท อุ่นใจยิ่งงงแต่เห็นพนักงานรออยู่เลยควักเงินให้ นักรบถือนมกล่องเดินออกจากร้าน อุ่นใจเดินตามไปอีก

อุ่นใจพยายามที่จะคุย กระชากเขาไว้จนลูกแมวตกใจกระโจนใส่หน้าอุ่นใจ เธอตกใจผงะ นักรบเกรงเธอจะล้มรีบเข้าไปดึงตัวไว้เลยเอนล้มลงไปด้วยกัน พอนึกได้นักรบบอกเธอว่า

"นี่แหละ เหมือนในฝันเปี๊ยบเลย"

ซูซี่วิ่งนำดารารายเข้ามา เอะอะโวยวายว่าอุ่นใจทำอะไรกับนักรบ เข้าไปกระชากอุ่นใจไล่ให้ออกไปเสีย นักรบรีบเข้าห้าม ดารารายบอกว่า รปภ.แจ้งว่าเขาเดินออกมาข้างนอกคาดคั้นถามว่าเขาออกมาเพื่อพบผู้หญิงคนนี้หรือ ซูซี่ผสมโรงด่าอุ่นใจว่าเป็นพวกหาลำไพ่พิเศษ

อุ่นใจไม่ยอม ด่ากลับ ถูกซูซี่ด่า "อีเด็กบ้า" แล้วพรวดเข้าตบ อุ่นใจฟาดฝ่ามือสวนไปจนซูซี่กระเด็น นักรบกับดารารายรีบเข้าไปห้าม พอแยกทั้งสองออกจากกันได้ ดารารายก็พานักรบกลับ

อุ่นใจมองตามงงๆว่านี่มันอะไรกัน และเมื่อกลับไปเล่าให้ดอกจันฟัง ดอกจันบ่นเพื่อนว่าทำไมถึงไม่ได้เรื่องอะไรเลยล่ะ   อุ่นใจปรารภกับเพื่อนรักว่าตนไม่ทันได้คุยอะไร   ยายคู่หมั้นก็มาขัดจังหวะแถมนักรบยังทำท่าแปลกๆกับตนด้วย ทำเหมือนเป็นคนละคนกับนักรบที่ตนเคยเจอ

"ฉันว่ามันต้องเล่นละคร มันรู้ว่าแกกุมความลับอยู่ ก็เลยทำไม่รู้ไม่ชี้   แกจะได้เซ็งแล้วก็เลิกยุ่งกับมันไปเอง" ดอกจันฟันธง

"ไม่มีทางหรอก! ฉันไม่ยอมรามือแน่ การตายของพี่เอื้อจะต้องได้รับการชดใช้!" อุ่นใจพูดอย่างมุ่งมั่น

ooooooo

เมื่อพานักรบกลับมาถึงคฤหาสน์พยัคฆ์ราชา ดารารายคาดคั้นกับเขาว่ายังไม่ได้บอกเลยว่าผู้หญิงเมื่อกี้เป็นใคร นักรบมองแมวที่ยังกอดอยู่ อมยิ้ม พูดถึงอุ่นใจด้วยความรู้สึกประทับใจว่า

"อุ่นใจ...เป็นคนน่ารัก จริงใจ นิสัยดี เธอเป็นผู้หญิงที่มีความอบอุ่นและอ่อนโยนมาก"

ดารารายพยายามป้ายสีว่าอุ่นใจเป็นผู้หญิงลวงโลก นักรบเถียงว่าไม่ใช่ พอดารารายโกรธเขาก็ขอโทษที่ทำให้เธอโกรธ ดารารายจับแขนเขาเขย่าพูดเสียงแข็งกระด้างว่า

"คุณต้องจำให้ได้ว่าตัวเองเป็นใคร คุณคือนักรบ พยัคฆ์ราชา ราชาแห่งเสือที่มีสมองอัจฉริยะ ตอนนี้ทุกคนกำลังจะสูญเสียทุกอย่างเพราะสมองที่ใช้การไม่ได้ของคุณ"

นายิกาเดินหานักรบมาถึงห้องโถง น้อยรายงานว่านักรบอยู่กับดาราราย   นายิกาไม่สบายใจเพราะนักรบอยู่ในสภาพที่ความทรงจำไม่ปกติ

ดารารายใช้ทั้งคำพูดและการกระทำที่แข็งกระด้างดุดันกับนักรบ จนซูซี่เตือนว่ากลัวนายิการู้

"เขาหวังพึ่งฉันทบทวนความทรงจำของนักรบ จะกล้าทำอะไรฉัน" ดารารายไม่แยแส

แต่หารู้ไม่ว่า นายิกาไม่พอใจแต่ต้องเก็บกดอดกลั้นพึมพำเมื่อดารารายออกไปแล้วว่า

"ถ้าหล่อนไม่มีประโยชน์ ฉันคงไม่ทนให้หล่อนทำผยองใส่แบบนี้หรอก"

นายิกาหงุดหงิดมากเมื่อเห็นนักรบอุ้มลูกแมวไว้ในอก สั่งน้อยให้เอาไปทิ้งเสีย นักรบรีบออกมาขวางบอกว่าแมวตัวนี้ เป็นของตนแล้วลูบหัวลูกแมวอย่างเอ็นดูยิ้มอย่างมีเมตตา จนนายิกาทนไม่ได้ย้ำกับลูกชายว่า

"นักรบเป็นเสือ! จะมาทำตัวอ่อนแอเป็นลูกแมวไม่ได้"

นักรบโต้ว่าความอ่อนโยนไม่ใช่ความอ่อนแอ ถ้าคุณแม่ เอามันไปทิ้งตนก็จะไปอยู่กับมัน นายิกาเลยไม่รู้จะทำอย่างไร จนน้อยสะกิดเตือนเบาๆว่านักรบไม่สบายยิ่งกดดันจะยิ่งแย่ นายิกาเลยเดินออกไป

"คุณแม่ยอมให้ฉันเลี้ยงแกแล้ว ฉันจะเรียกแกว่าอะไรดี? ฉันเจอแกตอนอยู่กับอุ่นใจ ผู้หญิงที่ฉันอยู่ใกล้แล้วอบอุ่น ฉันจะเรียกแกว่าเจ้า "อบอุ่น" แล้วกัน"

นักรบอยู่กับเจ้าอบอุ่นอย่างมีความสุขมาก

ooooooo

ทองใบเอาผักปลอดสารพิษไปขายที่ตลาดอีก ถูกพ่อค้าแม่ค้าทั้งด่าทั้งไล่กระทั่งเอาเข่งผักทุ่มใส่ ดอกจันกับโอ๋มาเจอช่วยไว้อีกครั้ง เมื่อเจรจากับพ่อค้าแม่ค้าแล้ว พวกเขายอมให้ทองใบมาขายผักได้แต่ต้องไปขายที่ท้ายตลาด

พอไปดูที่ท้ายตลาดจริงๆไม่มีคนเดินผ่านเลย ดอกจันกับโอ๋เลยใช้กลยุทธ์ขายไส้กรอกมาช่วยร้องเพลง "เด็กดอยใจดี" เรียกลูกค้าจนมีคนมารุมซื้อไม่นานก็ขายหมด ทองใบยิ้มอย่างมีความสุขที่ขายผักปลอดสารพิษเป็นประโยชน์ต่อคนบริโภคได้หมด

ด้วยความรักเอ็นดูเด็กทั้งสองที่ช่วยตนมาอย่างดีมีน้ำใจ ทองใบชวนไปที่บ้าน โอ๋ชมว่าบ้านน่าอยู่จัง ทองใบชวนเข้าไปดื่มน้ำกันก่อน ดอกจันถามว่าจะดีหรือ

"หนูดอกจันกับโอ๋ช่วยลุงขายผักจนหมด ลุงเห็นหนูสองคนเป็นเหมือนลูกหลานด้วยซ้ำ ไม่ต้องเกรงใจ"

เมื่อเข้าไปนั่งในบ้านที่จัดเป็นระเบียบเรียบร้อยสะอาดน่าอยู่ ทองใบเอาคุกกี้มาให้กินเล่นกัน โอ๋กินเอ๊า...กินเอา พูดทั้งที่ขนมเต็มปากว่า "คุกกี้คุณลุงอร่อยจังครับ"

ทองทิวมาหาพ่อเจอดอกจันกับโอ๋เข้าอีกจนได้ ถามอย่างไม่พอใจว่าพวกเธอมาที่นี่ทำไม ทองใบปกป้องทั้งสองคนว่าเด็กสองคนนี้เป็นคนดีที่ตนรักมากกว่าลูกแท้ๆอีก ทองทิวเลยเงียบ เอาวิตามินต่างๆออกจากถุงมาวางเรียงมากมาย อวดอย่างเอาใจพ่อว่า นี่บำรุงสายตา นั่นบำรุงกระดูก โน่นบำรุงสมอง คุยอวดว่าวิตามินพวกนี้เป็นยี่ห้อดังจากอเมริกา ได้รับการรับรอง จากองค์การอนามัยโลกด้วย

ทองใบหมั่นไส้เลยคว้ากะหล่ำปลีปลอดสารพิษขว้างหัวทองทิวบอกว่า "กะหล่ำปลีสดๆปลอดสารพิษ ช่วยบำรุงสมองโง่ๆของแก" แล้วถามว่าวิตามินพวกนี้ราคาเท่าไร ดอกจันคว้าไปดูราคาหมายช่วยกันบี้ทองทิวให้หายแค้น พูดเร็วปรื๋อว่า กระปุกนี้พันกว่า กระปุกนี้เกือบสามพัน กระปุกโน้น...

"พอๆไม่ต้องยุ่ง" ทองทิวแย่งกระปุกวิตามินคืน

เลยโต้เถียงกันระหว่างพ่อที่อดีตเป็นอาจารย์เกษตร กับลูกที่ศรัทธาแต่ทุนนิยม ระหว่างนั้นดอกจันนึกได้ย่องไปที่รถของทองทิวเพื่อค้นหาซีดีแผ่นนั้น พอทองทิวเห็นดอกจันหายไปก็เอะใจ ตามไปเจอเธอกำลังค้นในรถเขาวุ่นวาย จนมือไปโดนตัวเบรกมือทำให้รถเริ่มไหล

ทองทิววิ่งมาเห็นพอดีตะโกนให้จับพวงมาลัยไว้แน่นๆ แล้วเหยียบเบรกที่เท้า แต่เพราะดอกจันขับรถไม่เป็นเลยจับๆเหยียบๆมั่วไปหมด จะเหยียบเบรกก็ดั๊นไปเหยียบคันเร่งเข้า

รถพุ่งกระฉึกกระฉัก   ทองทิวตะโกนบอกอยู่ข้างนอก ดอกจันจับมั่วอยู่ข้างใน รถเลยทำท่าจะไหลลงคูน้ำ ดอกจันยิ่งตกใจ สุดท้ายรถพุ่งเข้าชนเสาไฟฟ้าเต็มๆ ดอกจันนิ่งอึ้ง ส่วนทองทิวช็อก

ooooooo

ทองทิวโมโหจนควันออกหูบังคับดอกจันต้องรับผิดชอบความเสียหายนี้ ทองใบพยายามช่วยพูดว่า ดอกจันไม่ได้ตั้งใจ เลยถูกทองทิวหาว่าพ่อเข้าข้างคนอื่น ทองใบทั้งด่าทั้งสั่งสอนลูกชายว่า

"แกมันก็ห่วงแต่วัตถุ จิตใจถึงได้หยาบกระด้างแบบนี้" เมื่อทองทิวไม่ฟัง ทองใบเลยไล่ "ไอ้ทองทิว ออกไปจากบ้านฉันเดี๋ยวนี้นะ ออกไปรับใช้อุดมการณ์ทุนนิยมของแกเถอะ ไม่ต้องมายุ่งและวุ่นวายกับฉัน"

เมื่อไล่ทองทิวไปแล้ว โอ๋กับดอกจันก็ลาทองใบกลับ ระหว่างทางโอ๋ถามว่าตกลงไม่เจอซีดีของพ่อใช่ไหม พอรู้ว่าไม่เจอ โอ๋หน้าเสีย พึมพำ "น่าเสียดาย"

"โอ๋ไม่ต้องห่วง อาจะต้องหาทางเอาซีดีคืนมาจากนายทองทิวให้ได้" ดอกจันสัญญา

วันเดียวกัน นายิกาขนซีดีมามากมายสั่งนักรบว่าต้องดูให้หมดเพื่อฝึกบุคลิกภาพ ท่าทาง คำพูดให้เหมือนนักรบคนเดิม นักรบมองอย่างเบื่อหน่าย บอกว่าตนอยากเป็นนักรบคนนี้และ ขอพักผ่อน ถูกนายิกาตวาดว่า

"นักรบเป็นเสือหิวที่อยากทำงานตลอดเวลา ไม่เคยหยุดพัก ไม่เคยกลัวการเผชิญหน้ากับเหยื่อ"

นักรบมองหน้านายิกาเริ่มเข้าใจถึงนักรบคนเดิมที่แม่อยากให้เป็น เขาบอกแม่ว่า

"ผมเพิ่งรู้ว่านักรบเหมือนเสือตรงที่ต้องล่าเหยื่อตลอดเวลา เพื่อตอบสนองความอยากแสวงหาความยิ่งใหญ่มาเป็นเปลือกให้ตัวเอง" นายิกาสวนไปทันทีว่ามันคือความสำเร็จของผู้ชนะ นักรบถามว่า "ชนะจริงเหรอครับ คนที่มีชีวิตเหมือนสัตว์ ไม่มีจิตวิญญาณของความเมตตา อย่างนี้น่ะเหรอครับที่เรียกว่าชนะ"

"ทุกคนเกิดมาเพื่อไขว่คว้าหาสิ่งที่ตัวเองอยากได้ทั้งนั้น"

"แล้วความรักความปรารถนาดีล่ะครับ คุณแม่เอาไปทิ้งไว้ที่ไหน"

"เลิกเพ้อเจ้อ แล้วดูซีดีพวกนี้เสีย ถ้าดูไม่จบ ห้ามออกจากห้องนี้เด็ดขาด" นายิกาตัดบทแล้วออกไปสั่งน้อยให้ดูนักรบให้ดีอย่าให้ออกไปไหนจนกว่าจะดูซีดีหมด น้อยถามว่า ถ้านักรบไม่ยอมล่ะ นายิกาจ้องจิก พูดใส่หน้า "ฉันก็คงต้องเปลี่ยนคนใช้ใหม่!"

ooooooo

ทองทิวขับรถกลับด้วยความกังวลจนต้องโทร. ถามน้อยว่าเห็นซีดีแปลกๆแผ่นหนึ่งรวมอยู่ในกล่องซีดีที่ตนเอาไปให้หรือเปล่า น้อยไม่แน่ใจ ทองทิวถามว่า แล้วตอนนี้กล่องซีดีอยู่ที่ไหน

"คุณนักรบกำลังดูอยู่ค่ะ"

ทองทิววางสายจากน้อยด้วยความร้อนใจ รีบบึ่งรถไปหานักรบทันที

เป็นเวลาที่นักรบกำลังค้นแผ่นซีดี เจอแผ่นแปลกๆเลยเอาไปเปิดดู ปรากฏว่าเป็นแผ่นที่เอื้อบันทึกระบายความคับแค้นใจไว้นั่นเอง

นักรบฟังข้อความเหล่านั้นสีหน้าครุ่นคิดเหมือนทบทวนเหตุการณ์ตามที่เอื้อพูดถึง เขารู้สึกคุ้นหน้าเอื้อแต่ยังจำไม่ได้ นึกไม่ออก

ฟังและทบทวนความจำไปจนถึงตอนที่เกิดอุบัติเหตุเขาขับรถพุ่งชนเอื้อจนบาดเจ็บสาหัสไปทั้งคู่ ก็ทำให้นักรบปวดหัวรุนแรงจนแผดเสียงร้องลั่นแล้วความรู้สึกก็ดับวูบไป

เมื่อพาไปถึงโรงพยาบาล หมอสั่งพยาบาลให้เตรียมเครื่องมือสแกนสมองด่วน โดยมีนายิกาและทองทิวคอยฟังข่าวอยู่ข้างนอกอย่างกระวนกระวายใจ เจอพยาบาลเดินผ่านมานายิกาก็ปราดเข้าไปบอกว่า

"ทำยังไงก็ได้ให้นักรบฟื้นเร็วที่สุด แพงเท่าไหร่ฉันยอมจ่าย อย่าให้ลูกฉันเป็นอะไรเด็ดขาด"

พยาบาลฟังๆไปอย่างนั้นแล้วรีบเข้าไปในห้องฉุกเฉิน

ฝ่ายนิมมานกับนักคิดพอรู้ว่านักรบเข้าโรงพยาบาลอีกแล้วก็พากันตีปีกดีใจ

อีกคนที่สะใจมากคือจอมภพ เขาบอกจอมทัพปนเสียงหัวเราะว่าเข้าออกโรงพยาบาลบ่อยขนาดนี้เห็นทีจะไม่รอด พูดแล้วก็หัวเราะในลำคอ จนจอมทัพมองพ่ออย่างเอือมระอาที่กัดกันไม่ปล่อยเลยจริงๆ

ooooooo

ระหว่างที่นักรบอยู่ในห้องพักฟื้นนั้น เขาหลับฝันถึงคำพูดของเอื้อที่ว่า "บาปกรรมที่คุณเคยทำไว้กับคนอื่นกำลังจะย้อนมาเล่นงานคุณเอง บาปกรรมที่ไม่มีวันสูญหาย!"

ฝันถึงวัยเด็กที่เขากับนักคิดมักมีปัญหากันเพราะเขาเห็นว่านักคิดอ่อนแอ  ไม่มีประโยชน์  จนไล่ให้ออกจากทีมฟุตบอล

ฝันถึงวันที่เขาเจอนิมมานอยู่กับเด็กหนุ่ม จนเขาเอ่ยปากขู่ว่า "เลิกกับไอ้นี่เสีย ถ้าไม่อยากถูกถอนชื่อผู้ถือหุ้นในไทเกอร์คิง" และแม้แต่กับจอมภพที่เขาชนะการประมูลสัมปทานเครือข่ายมือถือระบบใหม่ เขาถูกจอมภพด่าว่าหักหลัง เวลานั้นเขาย้อนจอมภพว่า "คุณอาควรพิจารณาความสามารถของตัวเองมากว่าพาลคนอื่น คนโง่ย่อมเป็นเหยื่อของคนฉลาดกว่าเสมอ"

ความขัดแย้งแต่หนหลังที่รุนแรงและก่อแรงอาฆาตเหล่านั้นกระแทกกระทั้นเข้ามาในความฝันจนนักรบนอนกระสับกระส่ายหน้าเครียด และแล้ว...เครื่องวัดสัญญาณชีพค่อยๆ ลดระดับลงจนเป็นเส้นตรง

หมอกับพยาบาลใช้เครื่องปั๊มหัวใจช่วยชีวิตนักรบ แม้จะช่วยชีวิตเขาได้แต่ก็ยังสลบไม่ได้สติอยู่

"อาการเลือดคั่งในสมองไม่ดีขึ้นเลย ถ้าเกิดภาวะเครียดหรืออาการเสี่ยงที่ทำให้ปวดหัวอาจเสียชีวิตได้" หมอรายงานผลแก่นายิกา เมื่อนายิกายื่นคำขาดว่าลูกตนต้องหายต้องไม่เป็นอะไร หมอก็ได้แต่บอกว่า "ผมจะทำเต็มที่ครับ แต่ต้องใช้เวลา"

ooooooo

เมื่อนักรบฟื้นขึ้นมาเขาถามว่าเกิดอะไรขึ้น นายิกาย้อนถามว่าเกิดอะไรขึ้นทำไมเขาถึงเครียดจนสลบไปอย่างนี้

นักรบเพิ่งรู้ว่าตัวเองสลบไป เขานิ่งคิดแล้วก็นึกถึงซีดีแผ่นนั้น แต่พอถามทองทิวก็รีบกลบเกลื่อนว่าเขากำลังเบลอๆอยู่เพราะกลัวนายิกาจะมาสนใจ เรื่องซีดีแผ่นนั้น

"นักรบคนเก่าร้ายกาจกับทุกคนมากเหรอ" นักรบพึมพำอย่างอยากรู้

"ไม่มีอะไรหรอกลูก พักผ่อนเยอะๆเถอะๆ" นายิกาตัดบทไม่ให้ทองทิวเล่า แต่นักรบบอกว่าตนอยากรู้ นายิกาเลยพูดกล่อมเสียยาวว่า "นักรบคือเสือที่มีชีวิตอยู่ด้วยการล่าเหยื่อ เหยื่อทุกตัวคือห่วงโซ่อาหารของผู้ล่า ทุกอย่างบนโลกนี้ถูกกำหนดไว้แล้ว ผู้ชนะเท่านั้นที่จะอยู่รอด"

แม้จะฟังนายิกาพูดจนจบแต่นักรบฟังแล้วก็รู้สึกไม่สบายใจกับคำพูดเหล่านั้น

เมื่อออกมานอกห้องพักฟื้น นายิกาสั่งทองทิวว่าห้ามบอกอะไรนักรบเด็ดขาด ตนไม่อยากให้เขาเครียด ทองทิวเสนอจะไปตามดารารายมาเยี่ยม ถูกนายิกาตวาดทันทีว่า

"ไม่ต้อง! ยายเด็กนั่นมานักข่าวก็ต้องมา ข่าวนักรบเข้าโรงพยาบาลบ่อยๆ จะทำให้ภาพลักษณ์ของไทเกอร์คิงแย่ลง" พูดแล้วนึกขึ้นได้ถามถึงซีดีว่า "เมื่อกี้นักรบพูดถึงซีดีอะไร"

ทองทิวกลบเกลื่อนว่านักรบคงดูซีดีเยอะไปเลยทำให้ปวดหัว นายิกาพยักหน้าอย่างไม่ติดใจแต่สั่งว่า ทันทีที่นักรบดีขึ้นให้รีบพาเข้าบริษัท สร้างความคุ้นเคยเพื่อความทรงจำของเขาจะกลับมา

ooooooo

วันต่อมา นักรบก็ให้ทองทิวขับรถไปที่บริษัท ทองทิวพยายามท้วงติงว่าเพิ่งฟื้นน่าจะนอนพักอีกสักวันสองวัน นักรบยืนยันความตั้งใจว่า นี่เป็นทางเดียวที่เขาจะรู้จักนักรบคนเก่า

ปรากฏว่า การกลับมาครั้งนี้ของนักรบ สร้างความแปลกประหลาดใจแก่พนักงานแผนกต่างๆอย่างมาก เพราะนักรบคนนี้ไม่ถือตัว ลงจากรถไปยกกรวยเพื่อให้ทองทิวถอยรถเข้าไปจอดได้ ซ้ำรถพนักงานมาเขาก็ยังช่วยยกกรวยเปิดทางให้อีก เขาทำทุกอย่างด้วยความเป็นกันเองและไม่ถือตัว จนทองทิวเตือนว่า

"คุณต้องทำตัวให้เป็นที่น่าเคารพของลูกน้อง ทำให้ทุกคนเชื่อว่าคุณคือนักรบตัวจริง"

"แล้วนี่ผมกำลังปลอมตัวเป็นใครอยู่ ผมไม่ใช่นักรบเหรอครับ" เขาย้อนถามหน้าซื่อๆ

"ใช่...แต่ไม่ใช่...โอ๊ย...ปวดหัว อยากจะบ้าตาย" ทองทิวบ่นแล้วรีบดึงนักรบเข้าบริษัทไป

แต่แล้วทองทิวก็อยากตาย บ้าจริงๆ เพราะเมื่อนักรบเข้าไปเจอพนักงานที่เด็กกว่าไหว้เขาก็รับไหว้ เจอพนักงานที่อาวุโสกว่า เขาก็ยกมือไหว้ก่อนอย่างนอบน้อมซ้ำยังเรียกเป็นลุงเป็นป้าอีก จนพนักงานเหล่านั้นทำหน้าไม่ถูก ทองทิวรีบแก้สถานการณ์ บอกพนักงานเหล่านั้นก่อนพาเขาแยกไปว่า

"คุณนักรบซาบซึ้งในความพร้อมเพรียงของทุกคนมาก ทำได้ดีมากครับ ไปเถอะครับคุณนักรบ"

ทองทิวกึ่งลากกึ่งดึงแขนนักรบเดินฉับๆไป จู่ๆนักรบก็บอกว่าเหนื่อยขอดื่มน้ำก่อนได้ไหม

"ไม่ได้ บ่ายนี้คุณต้องเข้าประชุมระบบดาวเทียมร่วมกับบอร์ดและเจ้าหน้าที่" ว่าแล้วทองทิวเอาหูฟังเหน็บใส่หูนักรบแล้วเอามือถือไอโฟนใส่มือให้เช็กความ เรียบร้อยบอกว่า "ออปชั่น ครบ สมเป็นตัวจริง"

ระหว่างนั้นทองทิวให้นักรบเดินตามตนไป นักรบกดมือถือไอโฟนเดินตามแล้วจู่ๆก็ร้องอย่างดีใจ "เยส! ทำได้แล้ว" พอ ทองทิวถามว่าเขาใช้มือถือเช็กข้อมูลหุ้นได้แล้วใช่ไหม นักรบตอบอย่างดีใจว่า

"หุ้นในเกมเถ้าแก่น้อยขึ้นตั้งหลายจุดแน่ะ"

ทองทิวเซ็งจนบอกไม่ถูก ตั้งสติครู่หนึ่งจึงพูดนิ่งๆจริงจังราวกับกำลังสะกดจิตนักรบว่า

"ตั้งสติให้ดี...นักรบตัวจริงต้องนิ่ง ขรึม และอัจฉริยะ"

ooooooo

เมื่อพานักรบเข้าไปในห้องควบคุมของศูนย์ ดาวเทียมที่เจ้าหน้าที่คนหนึ่งกำลังยืนบรรยายให้กับบอร์ดหลายคนฟัง นักรบทำหน้าเบื่อๆ หันไปหันมาเห็นแผงควบคุมรอบๆห้องมีปุ่มมากมายน่ากดจัง เขายิ้มแบบซนๆเดินไปที่แผงควบคุมข้างตัว  แอบกดปุ่มสองสามปุ่มแล้วทำไม่รู้ไม่ชี้

ภาพหน้าจอในห้องประชุม ดาวเทียมสองดวงเริ่มเคลื่อนเข้าหากันเสียงสัญญาณเตือนดังขึ้นเบาๆ ส่วนเจ้าหน้าที่คนนั้นยังคงบรรยายไปเรื่อยๆ ทองทิวเองก็ตั้งใจฟังเอาจริงเอาจัง จนนักรบสะกิดถามว่า

"ทำไมดาวเทียมสองดวงมันวิ่งเข้าหากันอย่างนั้นล่ะ"

"แย่แล้ว ดาวเทียมไทเกอร์ดวงที่สองและสามกำลังวิ่งเข้าหากัน" ทองทิวตกใจมาก เจ้าหน้าที่เองก็ตกใจไม่น้อย หันไปถามเจ้าหน้าที่คนอื่นๆว่าใครเปลี่ยนพิกัดเคลื่อนที่ของดาวเทียมให้รีบ ปรับเปลี่ยนใหม่เร็ว!

นักรบรู้ว่าเกิดเรื่องก็หน้าจ๋อยแต่ไม่ยอมบอกใครว่าตนเป็นคนทำ หันไปสะกิดทองทิวแล้วพากันเดินออกไป ทองทิวโทร.กำชับเจ้าหน้าที่อย่างดุดันเดือดดาลว่า

"แก้ไขแล้วใช่ไหม รู้รึยังว่าเป็นฝีมือใคร...ไม่รู้เรื่อง ทำงานยังไงไม่รู้อะไรสักอย่าง...ถ้าพวกคุณหาตัวคนที่เปลี่ยนพิกัดดาวเทียม ไม่ได้ ผมจะไล่ออกทุกคน!"

นักรบพยายามบอกทองทิวว่าช่างมันเถอะ เรื่องมันแล้วก็ให้แล้วไป ทองทิวไม่ยอม  ยืนยันต้องเอาคนผิดมารับผิดชอบให้ได้

"ผมเองครับ ผมผิดเอง" นักรบยกมือสารภาพ ยิ้มแหยๆแบบเด็กทำผิดแล้วถูกจับได้

"หา!" ทองทิวอุทาน แทบจะลืมหายใจไปเลย

ooooooo

วันนี้ จอมทัพกับพิมเลขาส่วนตัวพากันไปเดินในชุมชนคนใจดีเพื่อหาลูกค้าโทรศัพท์ของฟีนิกซ์ พิมสะกิดบอกจอมทัพว่า

"ชุมชนเสื่อมโทรมแบบนี้ ไม่ใช่กลุ่มลูกค้าโทรศัพท์ มือถือเป้าหมายของเราหรอกค่ะ เสียเวลาเปล่า"

"ผมถือว่าลูกค้าทุกคนคือผู้มีพระคุณกับเรา อย่าดูถูกใครให้ผมได้ยินอีก" จอมทัพไม่พอใจ แล้วเดินหน้าหาลูกค้าต่อไป

พิมเลยจำต้องเงียบเดินตามจอมทัพไปท่าทางรังเกียจ ทั้งกลิ่นและความสกปรกแถวนั้น

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

กรีน พลิกบทบาท รับบทสาวใช้สุดแสบ ในละครดราม่าเข้มข้น "กระเช้าสีดา"
21 เม.ย. 2564

02:27 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพุธที่ 21 เมษายน 2564 เวลา 08:53 น.