ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

บ้านทรายทอง

SHARE
ตอนที่ 23

อัลบั้ม: ช่อง 7 ส่งละครรีเมค "บ้านทรายทอง" ลงจอ

ตอนที่ 22

อัลบั้ม: ช่อง 7 ส่งละครรีเมค "บ้านทรายทอง" ลงจอ


เพราะความอิจฉาริษยาครอบงำทำให้พจนีย์มองไม่เห็นความรักและหวังดีของพี่สาว เที่ยวพูดไปตามที่ได้ยินสายใจกับบุญเรือนเห็นผู้ชายมาพบพจมาน โดยหวังจะให้ชายกลางกับพจมานระหองระแหงกัน

ตอนที่ 21

อัลบั้ม: ช่อง 7 ส่งละครรีเมค "บ้านทรายทอง" ลงจอ

ตอนที่ 20

อัลบั้ม: ช่อง 7 ส่งละครรีเมค "บ้านทรายทอง" ลงจอ

ตอนที่ 19

อัลบั้ม: 2 เรื่อง 2 รส 'บ้านทรายทอง' ปะทะ 'คู่ปรับฉบับหัวใจ'


ระหว่างรับประทานอาหารค่ำ พจมานให้แจ่มตักข้าวน้อยลงครึ่งทัพพี หญิงใหญ่ทักว่าวันนี้กินข้าวนิดเดียว พจมานบอกว่าตนไม่ค่อยหิว

ตอนที่ 18

อัลบั้ม: 2 เรื่อง 2 รส 'บ้านทรายทอง' ปะทะ 'คู่ปรับฉบับหัวใจ'



เมื่อพจนีย์กับบุญเรือนลงมา พจมานซักไซ้ไล่เลียงว่าตนไม่อยู่ทั้งคู่หนีไปเที่ยวหรือเปล่า

ตอนที่ 17

อัลบั้ม: ช่อง 7 ส่งละครรีเมค "บ้านทรายทอง" ลงจอ

ตอนที่ 16

อัลบั้ม: ช่อง 7 ส่งละครรีเมค "บ้านทรายทอง" ลงจอ


เช้านี้ แพรวพรรณนั่งอ่านหนังสือที่บ้านใหม่อย่างสบายใจ ประสพถามว่าทำไมยังไม่แต่งตัวไปช่วยงานบ้านทรายทองเพราะพรุ่งนี้ก็จะถึงวันงานแล้ว แพรวพรรณตอบว่า

ตอนที่ 15

อัลบั้ม: ช่อง 7 ส่งละครรีเมค "บ้านทรายทอง" ลงจอ


นกุลยืนมองป้ายทองเหลืองชื่อ “บ้านทรายทอง” พร้อมยิ้มเศร้าอย่างขมขื่น รำพึงว่า

ตอนที่ 14

อัลบั้ม: ช่อง 7 ส่งละครรีเมค "บ้านทรายทอง" ลงจอ



พจนีย์หนีตามนิเวศน์ครูสอนดนตรีเข้ามาอยู่บ้านเช่าในกรุงเทพฯ ความเป็นอยู่ของทั้งคู่ค่อนข้างลำบากเพราะนิเวศน์ไม่ได้มีงานสอนประจำ

ตอนที่ 13

อัลบั้ม: ช่อง 7 ส่งละครรีเมค "บ้านทรายทอง" ลงจอ



แค่แรกเห็นพจมานกลับมาที่บ้านทรายทอง แพรวพรรณกับลูกสาวก็ออกอาการไม่พอใจถึงกับหาเรื่องทะเลาะแล้วยังจะทำให้พจมานเจ็บตัวด้วยการที่แสงโสมขัดขาพจมานแทบหน้าคะมำ

ตอนที่ 12

อัลบั้ม: ช่อง 7 ส่งละครรีเมค "บ้านทรายทอง" ลงจอ



ท่านติ๋วเป็นเดือดเป็นแค้นแทนหญิงเล็กที่ไม่ได้มีความผิดอะไรแต่โดนท่านต้อมถอนหมั้นเพียงเพราะเหตุผลที่เขาบอกว่าไม่ได้รักเธอ แต่รักพจมานเด็กก้นครัวที่ใครๆในบ้านทรายทองไม่นับเป็นญาติ

ตอนที่ 11

อัลบั้ม: ช่อง 7 ส่งละครรีเมค "บ้านทรายทอง" ลงจอ



ธุระร้อนของแม่ที่ต้องการให้พจมานรีบกลับบ้านก็คือการหนีตามผู้ชายไปของพจนีย์น้องสาวคนเล็กของเธอ...พจนาเล่าให้พี่สาวฟังขณะมารอรับที่สถานีรถไฟ โดยมีนกุลร่วมรับฟังอยู่ด้วย

“พจนีย์ไม่น่าทำอย่างนั้นเลย ทำไมไม่คิดว่าคุณแม่จะเสียใจและอับอายสักแค่ไหน”

“ผมน่ะสังหรณ์ใจตั้งแต่แรกแล้วว่าขืนปล่อยพี่นีย์ไปเรียนดนตรีที่บ้านนั้นต้องเกิดเรื่องแน่ๆ แต่พอพูดไปคุณแม่กับพี่นีย์ก็ไม่เชื่อ คิดว่าเขาจิตใจสูงจะเป็นศิลปิน”

“พจนีย์น่าจะมีอนาคตที่ดีกว่านี้”

“เราไปแก้ไขอะไรไม่ได้แล้วล่ะพจ นอกจากจะต้องพยายามทำใจ คิดเสียว่าเขาไปมีครอบครัว มีความสุข”

“มีความสุขอะไรล่ะ ไอ้เจ้าผู้ชายมันทำผกาแก้วลูกสาวข้าหลวงท้องได้สองเดือนแล้ว วุ่นวายขายหน้ากันไปหมด มันทิ้งผกาแก้วได้ อีกหน่อยมันก็ทิ้งพี่นีย์ได้”

พจมานตะลึงหน้าซีดเผือด นกุลปลอบว่ากรรมใครก็กรรมมัน เขาเลือกทางเดินของเขาเอง...ถึงกระนั้นพจมานก็น้ำตาคลอด้วยความเสียใจ รู้สึกสลดหดหู่อย่างที่สุด

ตอนที่ 10

อัลบั้ม: ช่อง 7 ส่งละครรีเมค "บ้านทรายทอง" ลงจอ



หม่อมกับแพรวพรรณพยายามสร้างบรรยากาศให้หญิงเล็กสดชื่นเลิกคิดหมกมุ่นแต่เรื่องทุกข์โศก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องบ้านทรายทองที่อาจต้องเปลี่ยนมือหรือเรื่องท่านต้อมที่หญิงเล็กปักใจว่าเขาหันไปโปรดพจมานเสียแล้ว

ตอนที่ 9

อัลบั้ม: ช่อง 7 ส่งละครรีเมค "บ้านทรายทอง" ลงจอ



วันรุ่งขึ้น ท่านติ๋วได้รับแจ้งจากหญิงเล็กเรื่องการจากไปของคุณตา เธอแสดงความเสียใจกับหญิงเล็กแล้วตั้งใจจะไปงานศพพร้อมท่านต้อม ส่วนท่านตุ้มจะชวนหญิงอ้อมไปรับพจมานไปวัดด้วยกันตอนเย็น ท่านติ๋วได้ยินดังนั้นก็ชักสีหน้าไม่ชอบใจ ตวัดเสียงใส่น้องสาวว่า

ตอนที่ 8

อัลบั้ม: ช่อง 7 ส่งละครรีเมค "บ้านทรายทอง" ลงจอ



พจมานไปบางปูกับเพื่อนครูและนายบุญล้อมหลานเจ้าของโรงเรียน ซึ่งเบื้องหลังบุญล้อมคือผู้ผลิตหนังลามกอนาจารที่มักล่อลวงเด็กสาวไปถ่ายทำหนังแนวนี้

นกุลทราบเรื่องจากเสี่ยคนหนึ่งซึ่งเป็นนายทุนให้บุญล้อมจึงเดินทางตามพจมานไปบางปูพร้อมท่านต้อมและสุทธิพงศ์ เมื่อรู้จากนกุลว่าบุญล้อมมีจุดประสงค์อะไร พจมานใช้ไหวพริบในการพูดจาโน้มน้าวจิตใจของบุญล้อมเพื่อไม่ให้เขาล่อลวงเธอไป

บุญล้อมเปลี่ยนใจไม่ทำร้ายพจมาน แต่ระหว่างเดินทางกลับรถประสบอุบัติเหตุพลิกค่ำเพราะฝนตกถนนลื่น โชคดีไม่มีใครเป็นอะไรมาก นอกจากคนขับที่โดนกระจกตำหน้าตาอาการสาหัส...สุทธิพงศ์ ท่านต้อม และนกุลที่นั่งอีกคันขับตามมาเจอจึงตามไปโรงพักแล้วท่านต้อมก็พาพจมานที่มีรอยถลอกตามแขนขาเล็กน้อยเดินทางกลับ

เวลาเดียวกันที่บ้านทรายทอง หญิงเล็กโทร.หาท่านติ๋วและทราบว่าท่านต้อมไม่อยู่วังก็คิดมากว่าอาจตามพจมานไป แม้ท่านติ๋วบอกว่าพี่ชายตนอาจไปไหนกับเพื่อนก็ได้ หญิงเล็กไม่วายร้อนรนกระวนกระวาย นั่งร้องไห้ เป็นวรรคเป็นเวร ไม่สนใจอะไรทั้งนั้น

หญิงใหญ่ส่งข่าวชายกลางว่าคุณตาน้อยที่นอนป่วยหลายปีเสียชีวิตแล้วที่โรงพยาบาล ชายกลางจึงไปดำเนินการเรื่องงานศพ ส่วนหม่อมกับแพรวพรรณที่เพิ่งกลับจากเล่นไพ่มาเห็นหญิงเล็กร้องไห้น้ำตาเป็นเผาเต่า เอาแต่บ่นว่าอยากตาย แล้วฟ้องว่าก่อนหน้านี้พี่หญิงใหญ่มาเหยียบย่ำซ้ำเติมให้ตนเจ็บปวดมากขึ้นไปอีก หม่อมไม่พอใจให้เอมไปตามหญิงใหญ่มาพบทันที

หญิงใหญ่ลงมาในห้องนั่งเล่นเห็นหญิงเล็กกำลังสะอื้นไห้อยู่กับอกน้าแพรว นึกรู้ว่าต้องเป็นเรื่องพจมานแน่ หม่อมจ้องมองบุตรสาวคนโตราวจะกินเลือดกินเนื้อ

“ฉันอยากรู้นักว่านังพจมานมันมีบุญคุณอะไรกับตัวนักหนาถึงได้เข้าข้างมันไปเสียทุกเรื่อง น้องร้องไห้เสียใจจะเป็นจะตาย มีสักครั้งไหมที่จะปลอบโยน”

“ไม่มีเลยค่ะหม่อมแม่ ไม่มีเลยสักครั้งเดียว อย่าว่าแต่หญิงเลย...แม้แต่หม่อมแม่หรือน้าแพรวก็ไปแตะต้องนังพจมานไม่ได้”

“น้าก็ไม่ได้เข้าข้างหญิงเล็กหรอกนะจ๊ะ หญิงเล็กพูดถูกทุกอย่าง น้าเองก็เคยเสียใจตั้งหลายครั้ง เรื่องอะไรก็ยังพอว่า แต่เรื่องท่านต้อมนี่หญิงใหญ่ทำไม่ถูกจริงๆ ที่ไปสนับสนุนนังพจมานให้แย่งท่านจากหญิงเล็ก”

หญิงใหญ่ไม่พอใจกับข้อกล่าวหานั้นแต่ไม่พูดอะไรสักคำ หันขวับมองน้าแพรวแล้วลุกขึ้นขยับจะเดินออกไป

“หญิงใหญ่” หม่อมแผดเสียงเรียกแต่หญิงใหญ่ยังคงเดินต่อเพราะไม่อยากต่อปากต่อคำ “เห็นมั้ย! เห็นหรือยังคุณแพรว เห็นกิริยาอาการหยิ่งจองหองของหลานสาวเธอไหม แม้แต่กับแม่เขาก็ไม่อยากจะพูด”

หญิงใหญ่หยุดเดิน หันกลับมาสีหน้าเยือกเย็น “มีประโยชน์อะไรที่จะให้หญิงพูด เพราะไม่ว่าจะอย่างไร หญิงเล็กจะเป็นฝ่ายถูกเสมอ ขนาดนั่งเฉยๆ ในขณะที่หญิงอธิบายจนคอแหบคอแห้ง หญิงก็ยังเป็นฝ่ายผิด”

“แน่นอน ฉันก็เห็นนี่ว่าในขณะหญิงเล็กกำลังเสียอกเสียใจร้องไห้เหมือนใจจะขาด แต่ตัวกลับเหยียบย่ำซ้ำเติมน้อง”

“ซ้ำยังแช่งให้หญิงเป็นสาวทึนทึกเหมือนตัวเอง ด้วยค่ะ”

“นั่นไง”

“โถ...หญิงเล็กหลานรักของน้าแพรว สวยน่ารักออกอย่างนี้ ไม่มีวันจะเป็นสาวแก่ เหี่ยวแห้งตายคาบ้านเหมือนคนอื่นหรอกจ้ะ”

“น้าแพรวจะพูดว่าเหมือนหญิงก็พูดมาเถอะค่ะ ไม่ต้องมาอ้อมค้อม”

“อุ๊ยตายแล้ว!” แพรวพรรณอุทานเสียงแหลม หม่อมกรีดเสียงว่าขนาดแม่ขนาดน้ายังไม่มีละเว้น แล้วจะให้ใครที่ไหนเขาเข้าข้าง

“ถ้าอย่างนั้นหม่อมแม่ก็ไม่จำเป็นจะต้องเรียกหญิงมาซักถาม หญิงเล็กเขาว่าอย่างไรก็ว่าอย่างนั้นก็แล้วกัน หญิงไม่ใช่คนสำคัญของบ้าน หญิงเป็นแค่เพียงกาฝากเกาะอยู่กับตึกเก่าๆเท่านั้นเอง กำลังรออยู่ว่าสิ้นบุญคุณตาเมื่อไหร่ เมื่อนั้นใจจะได้มีอิสระกับเขาบ้าง...ใครทำกรรมสิ่งใดไว้ กรรมนั้นย่อมมาถึงตัวเอง คนใดมีความคิดหรือจิตใจไม่บริสุทธ์ อย่าว่าแต่จะหาความเบิกบานสักนิดเลย แม้แต่ความสงบก็หาไม่ได้ คอยแต่จะหวาดระแวงว่าคนนั้นคนนี้จะคิดไม่ดีกับตัว...อย่างหญิงเล็กเป็นต้น

หญิงเล็กตาวาวด้วยความโกรธ “ทำไมจะต้องมาแขวะหญิง หญิงอยู่ของหญิงดีๆ หม่อมแม่ น้าแพรว เป็นพยานได้ พี่หญิงใหญ่ใจร้ายใจดำ”

“ใครใจร้ายใจดำกันแน่ ใครที่เจ้าหน้าเจ้าตาพาพจมานไปพบคนโน้นคนนี้เพื่อจะให้เด็กมันเสียคน แต่แล้วก็ขว้างงูไม่พ้นคอ งูกลับมาพันคอตัวเองจนบ่าวมันนินทากันว่าหญิงเล็กทะเลาะกับท่านต้อมเพราะหึงพจมาน”

“บ่าวคนไหนมันนินทา บอกมาซิ ฉันจะได้ไสหัวมันออกไป”

“ถ้าอย่างนั้นหม่อมแม่ก็คงต้องไสหัวมันออกไปทุกคนกระมังคะ ในเมื่อต้องการให้พูดกันนัก หญิงก็จะพูดต่อ และเมื่อพูดแล้วจะได้ไม่พูดอีก ใครจะรู้บ้างว่าหม่อม ราชวงศ์หญิงภาวิณีจรัสเรืองที่แสนจะหยิ่งนั้น ยามผิดหวังเรื่องผู้ชายเพียงนิดเดียวถึงกับปล่อยตัวให้อยู่ในภาวะต่ำ...ใครไปอิจฉาเธอ เธอทำของเธอเอง เรื่องพจมานนี่ก็เหมือนกัน หม่อมแม่พยายามปิดหญิงปิดทุกคน พยายามอำพรางไว้ว่าเรื่องดั้งเดิมเป็นอย่างไร”

“ฉันไปปิดบังอำพรางเรื่องอะไร อย่ามากล่าวหากันพล่อยๆนะ”

“ก็เรื่องที่พจมานเป็นเจ้าของบ้านทรายทองอย่างไรคะ เป็นเจ้าของบ้านเพียงคนเดียว พจมานมีสิทธิ์ในบ้านทรายทอง บ้านทรายทองเป็นของพจมาน”

ตอนที่ 7

อัลบั้ม: ช่อง 7 ส่งละครรีเมค "บ้านทรายทอง" ลงจอ



เย็นวันหนึ่งท่านตุ้มจู่โจมมารับพจมานถึงโรงเรียนที่เธอสอนหนังสือแล้วพาไปที่วังเพื่อพูดคุยและตีเทนนิสกันให้หายคิดถึง โดยไม่รู้ว่าท่านต้อมและท่านติ๋วกำลังสังสรรค์อยู่กับกลุ่มของหญิงเล็กและเพื่อนๆ รวมทั้งแสงโสมด้วย

เมื่อพจมานปรากฏตัว แน่นอนว่าหญิงเล็กกับแสงโสมไม่พอใจ แต่ทั้งสองคนไม่กล้าทำอะไรโฉ่งฉ่างเพราะต้องรักษาภาพความเป็นผู้ดีต่อหน้าคนอื่น แต่บางทีก็มีหลุดบ้างเหมือนกันเพราะหมั่นไส้พจมานแทบทนไม่ไหว ท่านติ๋วเองก็พลอยเกลียดชังพจมานไปด้วย ตำหนิน้องสาวพาบุคคลที่เคยห้ามคบหาเข้ามาในวัง แต่ท่านตุ้มก็ไม่ค่อยจะฟัง คิดว่าตนไม่ได้ทำอะไรเสียหาย ยืนยันว่าพจมานเพื่อนของตนเป็นคนดี

พจมานตกเป็นเป้าสายตาของกลุ่มเพื่อนชายของหญิงเล็กที่มากันหลายคน แต่ละคนให้ความสนใจในความสวยน่ารักของเธอ แม้แต่ท่านต้อมก็ไม่เว้น เหตุนี้เองทำให้หญิงเล็กซึ่งเป็นคู่หมั้นของท่านต้อมยิ่งชิงชังพจมาน แถมงานนี้พจมานยังเล่นเปียโนเพลงโปรดของชายกลางที่หญิงเล็กปรามาสว่าไม่มีใครเล่นได้นอกจากพี่ชายตนเพราะมันยาก

หญิงเล็กเสียหน้าจนพูดไม่ออก ระหว่างทางกลับบ้านทรายทองก็รวมหัวกับแสงโสมพูดจาเสียดสีพจมาน ในขณะที่ท่านติ๋วก็ตำหนิท่านตุ้มว่าพาเพื่อนมาหักหน้าหญิงเล็ก และสั่งให้เลิกคบพจมาน แต่ท่านตุ้มไม่เชื่อฟังอีกตามเคย ทำเฉไฉเดินหนีไปดื้อๆ

ค่ำนั้น หญิงเล็กมาเล่าให้ชายกลางฟังเรื่องพจมานไปวังท่านต้อม โดยพูดจาให้ร้ายพจมานว่าทำตัวไม่ดี ชอบอยู่ในกลุ่มผู้ชาย แล้วยังเล่นเพลงโปรดของเขาให้ทุกคนฟังด้วย ชายกลางหน้าเคร่งไม่พอใจ เช้าขึ้นให้แจ่มไปเรียกพจมานมาพบในห้องทำงาน ฟักผ่านมาเห็นก็รีบนำความไปฟ้องหม่อมอย่างมีอคติกับพจมาน

หม่อมอยู่กับหญิงเล็ก หญิงใหญ่ และครอบครัวแพรวพรรณพร้อมหน้า ทุกคนอยากรู้ว่าพจมานเข้าไปหาชายกลางทำไม ยกเว้นประสพกับหญิงใหญ่ที่ไม่มีท่าทีสนใจ

พจมานเล่าเหตุการณ์เมื่อวานที่วังท่านต้อมอย่างตรงไปตรงมาก่อนจะเกิดทุ่มเถียงกับชายกลางที่บอกว่าหญิงเล็กมีพยาน และเธอจะไปไหนควรขออนุญาตผู้ใหญ่ก่อน

“ดิฉันจะไปไหนมาไหนคงไม่มีใครเดือดร้อนเที่ยวตามหาหรอกค่ะ ทุกวันนี้แทบจะไม่มีใครรู้สึกด้วยซ้ำไปว่ามีดิฉันอยู่ในบ้าน”

“ทำไมถึงชอบคิดเองเออเอง”

“ดิฉันไม่ได้คิดเองเออเอง ไม่มีป้านมกับคุณชายน้อย...ก็ไม่มีใครห่วงใยดิฉัน”

“รู้ได้อย่างไร”

“คุณชายก็ทราบเท่าๆกับที่ดิฉันทราบ”

“เถียงคำไม่ตกฟาก”

“ดิฉันไม่ได้เถียง”

“นี่แหละเขาเรียกว่าเถียง”

พจมานจะพูดอีกแต่ชายกลางชิงตัดบทว่าพอที แล้วสังเกตชุดที่พจมานใส่เหมือนจะไปข้างนอก พอถามจนรู้ว่าเธอจะไปเยี่ยมชายน้อยจึงให้ไปพร้อมกัน แล้วเดินนำมาทางห้องนั่งเล่น โดยไม่รู้ว่าหม่อมแม่กับน้าแพรวกำลังคุยกันเคร่งเครียดเรื่องพจมาน

“ถ้าหากคุณพี่มั่นใจในแผนการอันแยบคายของคุณพี่...คุณพี่ก็ต้องอดทนค่ะ”

“พูดน่ะพูดง่าย แต่มันทำยาก ชายกลางเป็นลูกชายคนเดียวของพี่ ใครไม่มาเป็นอกพี่ ไม่เข้าใจหรอก”

“คุณพี่ยังมีชายน้อยอีกคนนึงค่ะ”

“ลูกเวรลูกกรรมเกิดมาทำให้พ่อตาย พี่ไม่นับ”

“ขอประทานโทษค่ะ น้องลืมไป”

“ถึงไหนแล้วล่ะ อ้อ! ชายกลางเป็นลูกชายคนเดียวของพี่...เป็นความรัก ความหวัง เป็นความภาคภูมิใจของตระกูลสว่างวงศ์ แล้วอยู่ดีๆจะมีผู้หญิงไร้สกุลรุนชาติที่ไหนก็ไม่รู้มาชุบมือเปิบเอาไป”

เสียงฝีเท้าใกล้เข้ามาทำให้หม่อมกับแพรวพรรณยุติการสนทนา เห็นชายกลางเดินเข้ามาก็ยิ้มแย้ม แต่พอเหลือบเห็นพจมานตามหลังก็ชักสีหน้า หม่อมถามเสียงแข็งว่าใครให้เข้ามา ฉันไม่ได้เรียก ชายกลางออกตัวว่าพจมานมากับตน หม่อมเลยคอแข็งพูดไม่ออก แพรวพรรณรีบช่วยพี่สาวทันที

“อะไร้...โตเป็นสาวเป็นนางแล้วยังทำมาเดินตามชายกลาง ชายกลางก็ทำใจดีไม่รู้เรื่อง คนพวกนี้มันเหมือนขี้กลากจ้ะ ดีด้วยแล้วลามปาม”

“น้าแพรวเข้าใจผิดครับ ผมเป็นคนชวนพจมานไปเยี่ยมชายน้อยด้วยกัน”

“คนอื่นไม่มีแล้วเหรอ ถึงได้ต้องชวนแม่นั่น”

“หม่อมแม่จะไปกับผมไหมล่ะครับ ชายน้อยบ่นคิดถึงหม่อมแม่”

“โอ๊ย! มีแต่คนเจ็บคนป่วย เชื้อโรคทั้งนั้น ฉันไม่ไปหรอก”

“น้าก็ไม่ไปเหมือนกัน ยิ่งไม่ค่อยแข็งแรงอยู่”

“แล้วอย่างนี้หม่อมแม่จะให้ผมชวนใครไปล่ะครับ”

ทั้งแม่และน้าอึ้งไปด้วยกัน มองตามพจมานที่เดินตามหลังชายกลายไปด้วยความเกลียดชัง ฝ่ายหญิงเล็กพอรู้จากหญิงใหญ่ที่ยืนมองรถชายกลางเคลื่อนออกจากบ้านโดยมีพจมานนั่งเคียงข้างก็เป็นเดือดเป็นแค้น แม้ไม่รู้ว่าสองคนไปไหนแต่ก็ขัดใจที่พจมานได้นั่งชูคอใกล้ชิดชายกลาง ต่างจากหญิงใหญ่ที่ดูไม่ยินดียินร้ายกับใครทั้งนั้น

ชายน้อยอาการดีขึ้นตามลำดับ หมอให้ฝึกเดินด้วยตัวเองโดยไร้ไม้ค้ำยันรักแร้ แต่ชายน้อยยังไม่มั่นใจกลัวจะล้มต้องคอยจับพจมานเดิน โดยมีชายกลางคอยประกบอีกข้างด้วยความห่วงใยน้องชาย

ครู่ต่อมา นมทิพย์มีโอกาสพูดคุยกับพจมานตามลำพัง นมบอกว่าชายน้อยดีขึ้นมาก ถึงจะไม่ปกติอย่างใครเขาแต่อย่างน้อยก็ไม่ต้องอาศัยไม้เท้าให้คนดีๆ มาเยาะเย้ย พจมานดีใจว่าอีกไม่นานคงกลับบ้านได้ ตนจะได้ไม่เหงาอีกต่อไป

“หนูมีงานมีการทำ อีกทั้งคุณหญิงเล็กเธอก็อาสาพาไปเที่ยว มีเพื่อนฝูงเพิ่มขึ้นไม่น่าจะเหงาได้”

“แปลกนะคะที่คนเรามีเพื่อนฝูงมีงานทำอย่างที่ป้านมว่า แต่ก็ยังรู้สึกเหงาได้ แม้แต่ในยามที่ไปเล่นกีฬาหรือไปงานเลี้ยงก็ยังรู้สึกเหงา”

นมทิพย์ชะงักไปนิดก่อนเดินมาจับมือพจมานถามอย่างห่วงใยว่าเป็นอะไรหรือเปล่า พจมานส่ายหน้า กล้ำกลืนน้ำตาที่รื้่นขึ้นมาให้ย้อนกลับลงไปพร้อมกับฝืนยิ้ม

“เปล่าค่ะ”

“หนูพจ...”

“หนูไม่ได้เป็นอะไรจริงๆค่ะ ป้านมอย่าห่วงเลย”

นมทิพย์ทอดถอนใจไม่เชื่อ แต่ไม่เซ้าซี้

ooooooo

ชายกลางกับพจมานแทบไม่ได้สนทนากันเลยทั้งขาไปและขากลับ บรรยากาศชวนอึดอัด จนกระทั่งกลับถึงบ้านทรายทอง...

ทันทีที่ชายกลางก้าวลงจากรถ แพรวพรรณเดินตรงดิ่งออกมาด้วยสีหน้ายิ้มแย้มทักทายหลังจากตวัดสายตาไม่พอใจไปที่พจมานแวบหนึ่ง

“กลับมาแล้วหรือจ๊ะชายกลาง ชายน้อยเป็นยังไงบ้าง”

“ก็ดีขึ้นครับ”

“น้าแพรวก็ว่าจะไปเยี่ยมแต่ยังไม่ว่างสักที”

หลานชายไม่ได้ใส่ใจคำพูดของน้าสาว หากแต่รีบเดินตามพจมานที่เลี่ยงอ้อมไปทางด้านหลังตึก ทิ้งให้แพรวพรรณหน้าเสียด้วยความเจ็บใจ

ชายกลางเร่งฝีเท้าตามไปถามพจมานว่าทำไมต้องอ้อมมาขึ้นทางนี้ พจมานตอบเสียงเรียบว่าปกติตนก็ขึ้นทางนี้อยู่แล้ว

“ต่อไปให้ขึ้นทางบันไดหน้า ไม่จำเป็นต้องอ้อมมา”

ขณะที่ทั้งสองคนพูดคุยกันมีเงาใครคนหนึ่งผลุบๆโผล่ๆแอบดู ชายกลางหันไปเห็นร้องเรียกให้ออกมา ฟักถึงกับสะดุ้งโหยงก้าวออกมาด้วยความกลัวเกรง ตอบคำถามอึกๆอักๆ จนโดนชายกลางดุเสียงดังก่อนเดินตัวลีบเลี่ยงไป...

ตอนที่ 6

อัลบั้ม: ช่อง 7 ส่งละครรีเมค "บ้านทรายทอง" ลงจอ



หลังจากงานหมั้นระหว่างท่านต้อมกับหญิงเล็กผ่านไปอย่างสวยงามและสมเกียรติ หญิงเล็กก็จัดแจงพาพจมานไปฝากเป็นครูสอนภาษาอังกฤษกับบุญล้อมซึ่งเป็นหลานเจ้าของโรงเรียน

ฝากงานให้แล้วหญิงเล็กยังพาพจมานไปเปลี่ยนทรงผมจากผมยาวถักเปียเป็นสั้นลงทรงทันสมัย อ้างเหตุผลที่พจมานคล้อยตามว่าถ้าถักเปียไปสอนหนังสือเด็กจะไม่กลัว

ตกเย็นกลับถึงบ้าน พจมานในชุดสวยและทรงผมใหม่ก็เข้าไปเรียนหญิงใหญ่ให้ทราบว่าตนตัดสินใจ

ไม่เรียนต่อ ต้องทำงานเก็บเงินเพราะปีหน้าพจนีย์น้องสาวจะจบ ม.6 แล้วอยากมาเรียนต่อที่กรุงเทพฯ ปรากฏว่าหญิงใหญ่รับทราบด้วยสีหน้าเย็นชา พูดแค่ประโยคเดียวว่า ในเมื่อตัวตัดสินใจแล้วใครจะไปทำอะไรได้...

การสอนเด็กนักเรียนไร้อุปสรรค พจมานมีความสามารถพอตัวเป็นที่ยอมรับของครูคนอื่นๆ แต่ถึงแม้จะไปสอนหนังสือแต่พจมานก็ยังคงแวะเวียนไปเยี่ยมชายน้อยอย่างสม่ำเสมอ

ผ่านไปจนถึงวันชายกลางเดินทางกลับ ทุกคนตื่นเต้นดีใจมาก โดยเฉพาะท่านติ๋วที่อุตส่าห์ชวนท่านต้อมไปรับชายกลางพร้อมครอบครัวของเขาถึงสนามบิน พจมานก็เช่นกัน เธอตื่นเต้นแต่สงวนท่าทีได้ดีเยี่ยม แม้แต่แจ่มที่คอยถามก็ยังจับไม่ได้ ส่วนเอมกับฟักที่ตั้งแง่รังเกียจพจมานก็จ้องจิกด่าเสียดสี แต่ก็โดนพจมานยอกย้อนเอาคืนอย่างไม่ยอม

เย็นนั้นพวกหม่อมเลี้ยงต้อนรับชายกลางโดยมีท่านต้อมกับท่านติ๋วเป็นแขกคนสำคัญ หญิงเล็กคอยชงท่านติ๋วให้พี่ชายแต่ดูเหมือนชายกลางจะไม่ใส่ใจ

อย่างเดิม ปลีกตัวไปคุยกับหญิงใหญ่ที่ห้องแล้วรับปากว่าจะไปดูคุณตา

ภายในห้องโถง ท่านติ๋วคอยชะเง้อไปทางประตู ขณะที่ท่านต้อมเหมือนจะมองหาใครคนหนึ่งเป็นระยะ หญิงเล็กรู้ใจท่านติ๋วว่ารอพี่ชายของตนจึงอาสาไปตามถึงหน้าห้องหญิงใหญ่ แล้วมีปากเสียงกันเมื่อรู้ว่าชายกลางแวะไปเยี่ยมคุณตา

หญิงเล็กไม่พอใจตำหนิหญิงใหญ่ทำไมไม่ห้ามชายกลางที่ไปเยี่ยมคนอยู่บ้านเดียวกันทั้งที่จะเยี่ยม

เมื่อไหร่ก็ได้ แต่ท่านติ๋วเป็นแขกอุตส่าห์ไปรับถึงสนามบิน กลับมาทิ้งท่านไปเฉยๆ

“ถ้าใครห้ามได้ก็ห้ามไปสิ...คนอยู่บ้านเดียวกันบางคนก็ไม่เคยโผล่หน้าไปเยี่ยมท่านเลยก็มีถมเถ”

“พี่หญิงใหญ่ว่าหญิงใช่ไหม ก็คุณตาท่านสบายดีไม่ได้เจ็บไข้ได้ป่วยอะไรนี่”

“ถ้าสุขภาพอย่างคุณตาหมายถึงสบายดีไม่ได้เจ็บไข้ได้ป่วยล่ะก็...โลกนี้คงไม่มีคนป่วยแล้วล่ะ คุณตาเป็นพ่อของหม่อมแม่ อย่าลืม! ที่พวกเราได้กินอยู่สุขสบายทุกวันนี้ก็เพราะท่าน จึงสมควรที่ทุกคนควรจะต้องกตัญญู”

ใหญ่ปิดประตูใส่หน้าหญิงเล็กที่ยืนคอแข็ง ทำปากขมุบขมิบด่าอยู่ในลำคอ...

ที่ห้องคุณตา ชายกลางก้มกราบแทบเท้าท่านก่อนปลอบใจเมื่อท่านปรารภเสียงแผ่วว่า นึกว่าชายจะมาไม่ทันเห็นใจตาเสียแล้ว

“พูดอะไรอย่างนั้นครับ คุณตายังแข็งแรง”

“อย่าปลอบใจคนแก่เลย ตารู้ตัวดี”

ชายกลางอึ้งไป พระยาเริ่มนัยน์ตาเลื่อนลอย พร่ำพูดเหมือนเดิมว่าหมู่นี้สุรพลมาหาตาทุกคืน ชายกลางบอกว่าคุณตาสุรพลเสียไปนานแล้วก็ถูกท่านมองตาขุ่น ทำเสียงดุใส่

“คิดว่าตาไม่รู้รึ จะต้องให้พูดชัดๆไหมว่าผีสุรพลมันมาหาตา มันมาทวงชีวิตตา มันมาทวงบ้านทรายทอง”

ยิ่งพูดท่านก็ยิ่งหอบเหนื่อย ชายกลางจับมือท่านไว้ เรียกให้ได้สติ แต่กลับถูกท่านสะบัดมือหนีด้วยท่าทางหวาดกลัว ผลักไสและส่งเสียงขอร้องอย่ามาหลอกหลอนตนเลย ชายกลางเห็นท่าไม่ดี กลับออกมานอกห้องเจอหญิงเล็กพอดี ให้เข้าไปอยู่เป็นเพื่อนคุณตา พี่จะไปรับหลวงแพทย์

“โอ๊ย...ไม่ล่ะค่ะ หญิงไม่ชอบอยู่กับคนแก่”

“หญิงเล็ก!” ชายกลางเน้นเสียงหนักจนหญิงเล็กเบาเสียงลง

“คุณตาไม่เป็นอะไรหรอก หนังเหนียวจะตาย หม่อมแม่กับน้าแพรวยังบอกเลยว่า...” หญิงเล็กไม่กล้าพูดต่อ

เพราะสายตาของชายกลางมองมาอย่างตำหนิ ค่อยๆเดินออกไป หญิงเล็กยืนลังเลครู่หนึ่งแล้วรีบเดินออกไปเช่นกัน

ooooooo

พจมานกำลังอ่านหนังสือเตรียมสอน ได้ยินแจ่มมาเคาะประตูเรียก...แล้วตกอกตกใจเมื่อรู้ว่าท่านพระยาเพ้ออีกแล้ว ชายกลางกำลังไปรับหมอ
ผ่านไปจนค่ำ ชายกลางเชิญหม่อมแม่และญาติทุกคนมาที่ห้องนั่งเล่น หญิงเล็กเริงร่านึกว่าพี่ชายจะแจ้งข่าวดีเกี่ยวกับท่านติ๋ว แต่ไม่กี่อึดใจต่อมาเธอก็หุบยิ้มลงทันใด ขณะที่หม่อมกับแพรวพรรณขยับตัวสบตากันแวบหนึ่งนึกระอาที่ชายกลางบอกว่าจะพูดเรื่องคุณตา

“ตลอดเวลาที่ผ่านมา ผมรู้สึกว่าไม่มีใครสนใจไยดีคุณตาเลย”

หม่อมคอแข็ง เอ่ยชื่อหญิงใหญ่ว่ารับหน้าที่ไปแล้ว พอชายกลางแย้งว่าบ้านนี้ไม่ได้มีพี่หญิงใหญ่เป็นหลานคนเดียวของคุณตา หญิงเล็กก็ร้อนตัว อ้างว่าตนปรนนิบัติใครไม่เป็นหรอก

“เธอพูดออกมาได้อย่างไร” นัยน์ตาและน้ำเสียงของชายกลางทำให้หญิงเล็กสะดุ้ง ก้มหน้าลงเม้มปาก

ส่วนแพรวพรรณก็รีบออกตัวว่า “สำหรับน้าแพรว... วันๆแค่ดูแลคุณประสพกับยายโสม ตาสืบ ก็แทบไม่มีเวลาเหลือแล้วล่ะจ้ะ ไหนยังจะต้องแบ่งเวลาไปดูบ้านที่กำลังสร้างอีก”

“แม่แก่แล้วนะชายกลาง ลำพังตัวเองก็ยังเอาไม่ค่อยจะรอด จะลุกจะนั่งเดินเหินมันลำบากไปหมด หญิงใหญ่ไม่มีภาระอะไร รับหน้าที่ไปก็ดีแล้ว...หญิงใหญ่ เธอต้องเอาใจใส่คุณตาให้มากกว่านี้ อย่าให้เดือดร้อนมาถึงฉัน”

“ผมไม่ได้หมายความว่าจะให้หม่อมแม่หรือน้าแพรวต้องไปเฝ้าคุณตาทั้งวันทั้งคืน แค่หาเวลาเข้าไปเยี่ยมบ้าง อย่าให้ท่านรู้สึกว่ามีลูกหลานก็เหมือนไม่มี”

หญิงใหญ่ขยับมุมปากขึ้นนิดหนึ่งเหมือนจะยิ้มเยาะ ขณะที่คนอื่นๆนั่งคอแข็ง พอแยกย้ายแพรวพรรณกับหญิงเล็กก็เดินตามหม่อมเข้าไปที่ห้อง สองคนบ่นขรมว่าไม่อยากไปเยี่ยมท่านพระยา ห้องนั้นทั้งเหม็นทั้งน่ากลัว หม่อมเลยประกาศิตว่าพรุ่งนี้เช้าทุกคนต้องไป จะได้สิ้นเรื่องสิ้นราวเสียที หญิงเล็กอ้างว่าตนมีนัด แต่หม่อมไม่ยอม

“เข้าไปให้ชายกลางเขาเห็นเดี๋ยวเดียวเท่านั้น อย่าลืมว่าเราต้องอาศัยเขาอยู่”

“แล้วนี่มิต้องแห่กันไปเยี่ยมคุณตาที่ตึกขวางด้วยหรือคะ นั่นก็เหมือนกัน จะหายก็ไม่หาย จะตายก็ไม่ตาย ไม่รู้จะอยู่ไปทำไม” แพรวพรรณกระแทกเสียง หญิงเล็กหน้างอ ยืนยันว่าตนไม่ไปเด็ดขาด

“ถ้าชายกลางเขามีคำสั่งมา...ใครจะขัดเขาได้” หม่อมทิ้งท้ายสีหน้าบึ้งตึง

ดึกคืนนั้น พจมานได้ยินเสียงเพลงจากเปียโนในห้องนั่งเล่นจึงลงมายืนฟังอยู่เงียบๆ พอเพลงจบก็ทำท่าจะย่องกลับห้องนอน แต่ชายกลางหันมาเห็นเสียก่อน จึงเลี่ยงไม่ได้ที่จะเผชิญหน้า

เพียงแค่พจมานพูดเรื่องสอนหนังสือ ชายกลางก็รวบรัดสีหน้าเรียบนิ่งว่าตนจะไปนอน

“คุณชายคะ ดิฉันต้องกราบขอประทานโทษที่ขัดคำสั่งคุณชายเรื่องเรียนต่อ”

“ในเมื่อตัดสินใจไปแล้ว จะต้องมาขอโทษทำไม”

“ดิฉันมีความจำเป็นจริงๆค่ะ พจนีย์อยากมาเรียนต่อที่กรุงเทพฯ แล้วพจก็ไม่ต้องการรบกวนคุณชายอีกต่อไป”

“เธอจะอ้างอย่างไรก็มีผลอย่างเดียวกันคือไม่ต้องเรียนหนังสือต่อ ถ้าดวงวิญญาณของคุณน้าพนายังวนเวียนอยู่ ท่านคงเสียใจที่ลูกสาวคนโปรดทำลายความหวังของท่านจนหมด”

“ถ้าดวงวิญญาณของคุณพ่อยังอยู่จริง ท่านต้องเข้าใจความจำเป็นของดิฉัน ท่านจะไม่เสียใจหรือตำหนิดิฉันเลย”

“แล้วเธอจะมาขอโทษฉันทำไม” ชายกลางหันหลังกลับเดินไป พจมานมองตามน้อยใจ แล้วกลับเข้าห้องกระสับกระส่ายนอนไม่หลับ หยิบสมุดปกน้ำเงินของพ่อมากอดแนบอก พึมพำด้วยความสะเทือนใจว่าคุณพ่อต้องเข้าใจตน

ooooooo

ตอนที่ 5

อัลบั้ม: ช่อง 7 ส่งละครรีเมค "บ้านทรายทอง" ลงจอ



กลุ่มเพื่อนสนิทที่โรงเรียนรู้ว่าพจมานจะไม่เล่นเปียโนในวันแจกประกาศนียบัตรก็เป็นกังวล ท่านตุ้มนำความมาปรึกษาท่านต้อมจึงได้คำแนะนำที่ดีและดำเนินการทันทีในงานเลี้ยงน้ำชาซึ่งจัดขึ้นที่วังในวันถัดมา

ตอนที่ 4

อัลบั้ม: ช่อง 7 ส่งละครรีเมค "บ้านทรายทอง" ลงจอ



พจมานทำท่าจะหลีกทางให้ชายกลางเข้ามาใช้ห้องสมุด แต่ชายกลางชิงพูดเรื่องต้องการให้เธอเรียนพิเศษดนตรีเพิ่มเติมจากที่โรงเรียน โดยนัดครูสอนเปียโนไว้แล้วเป็นเสาร์หน้า พจมานจะปฏิเสธเพราะเกรงใจแต่ชายกลางตัดบทด้วยการอ้างสิทธิ์ตนเป็นผู้ปกครองเธอแทนน้าพนา

ตอนที่ 3

อัลบั้ม: ช่อง 7 ส่งละครรีเมค "บ้านทรายทอง" ลงจอ


คืนนี้ชายกลางออกมาเดินเล่น เจอพจมาน

นั่งซบหน้ากับพนักเก้าอี้ใต้ต้นประดู่ ชายกลางเดินไปทัก เตือนว่าเพิ่งหายไข้ไม่ควรออกมาตากน้ำค้าง

พจมานบอกว่ากำลังจะกลับเข้าข้างในแล้ว พอลุกก็นึกได้บอกว่าพรุ่งนี้ตนจะกลับบ้าน ขอความกรุณาบอกจำนวนเงินค่ายาและค่าห้องด้วย ตนจะพยายามส่งมาใช้คืนโดยเร็ว พูดออกตัวว่าเสียใจที่เมื่อกี้พูดอะไร

ไม่น่าฟังไปบ้าง เพราะไม่ชอบได้ยินใครๆกล่าวร้ายคุณพ่อ

คุณแม่ตน ชายกลางถามว่าทำไมถึงจะไปเสียล่ะ?

“เพราะไม่มีใครต้องการให้ดิฉันอยู่!”

“ครั้งแรกที่เธอเข้ามาในบ้านทรายทอง เธอต้องการอะไร” ชายกลางถามด้วยน้ำเสียงเฉียบขาดเชิงเตือนให้คิด พจมานบอกว่าเป็นความปรารถนาของคุณพ่อซึ่งตนมีหน้าที่ทำตาม “แล้วทำไมจะกลับเสียล่ะ เรียนก็ยังไม่ทันจบ”

“ดิฉันจะลาออก ไม่เรียนแล้วค่ะ” ชายกลางถามว่าหมายความว่าจะไม่ทำตามปรารถนาของคุณน้าพนา?

พจมานก้มหน้าลง บอกว่าตนรักคุณพ่อ อยากทำตามความตั้งใจของท่าน อยากอดทนเพื่อเรียนให้จบ แต่ทนไม่ไหว ตนไม่เคยเห็นบ้านใครที่ทารุณ ลึกลับซับซ้อนอย่างนี้ ทุกคนมีแต่ความทารุณโหดเหี้ยม ปราศจากความเมตตา มีเพียงคนเดียวที่ตนรักที่สุดคือชายน้อย ถามว่า...

“เห็นไหมคะแม้แต่ชายน้อยที่เป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของหม่อมป้าเอง ท่านยังรังเกียจ แล้วดิฉันเป็นใคร ทุกคำที่ท่านเอ่ยถึงคุณพ่อคุณแม่ของดิฉัน มีแต่จิกหัวเรียก...ดิฉันทนอยู่ในที่ที่มีแต่คนเหยียบย่ำดูแคลนไม่ได้” พจมานพูดอย่างไม่หวั่นเกรงว่า

“ดิฉันเกลียดพวกสว่างวงศ์ทุกคน รวมทั้งตัวคุณด้วย”

ชายกลางเตือนสติว่าตามศักดิ์แล้วตนเป็นพี่ชายเธอ เธอเป็นน้องต้องกลัวพี่ ต้องเกรงพี่ พจมานสวนทันควันว่าตนไม่เคยกลัวใคร นอกจากคุณพ่อคนเดียว

ยิ่งพูดพจมานก็ยิ่งเจ็บแค้นเหมารวมว่าแม้แต่ตัวเขาเองก็เหมือนทุกคน เจ้ายศเจ้าอย่างดูถูกคนจน พจมานพูดจนชายกลางสั่งให้หยุด! พจมานไม่หยุดก็ถูกจับต้นแขนเขย่าจนเซ กระนั้นพจมานก็ยังพูดไม่หยุดว่า

“พวกสว่างวงศ์ทารุณโหดร้ายทุกคน รวมทั้งคุณด้วย”

พจมานถูกชายกลางบีบแขนอย่างแรงจนเธอร้องเจ็บและหมดสติไป ชายกลางรับไว้ เรียกอย่างห่วงใย

“พจมาน! พจมาน! พี่ไม่ควรบีบแขนเธอแรงไป”

ชายกลางอุ้มพจมานเดินตรงมาที่ตัวตึก หญิงเล็กที่กำลังจะกลับห้องเห็นเข้า รีบหลบอุทาน “คุณพระช่วย!”

ชายกลางอุ้มพจมานมานอนที่ห้อง พอเธอรู้สึกตัวก็จะลงไปนอนกับนมทิพย์ ชายกลางสั่งเสียงเข้มว่า

“เธอต้องนอนที่นี่ แล้วให้แจ่มขึ้นมานอนเป็นเพื่อน ถ้ายังไม่พอใจอะไร หายดีแล้วค่อยว่ากันใหม่” พจมานทำท่าจะรั้นถูกปรามว่า “เธอคงไม่อยากให้คุณแม่ต้องเป็นห่วงใช่ไหม” พจมานจึงนิ่งอึ้ง เม้มปากมองชายกลางที่เดินออกไปเงียบๆ

ooooooo

ที่โต๊ะอาหารเช้านี้ ทุกคนนั่งกินข้าวกันเงียบๆ จนหม่อมเอ่ยกับชายกลางทำลายความเงียบขึ้นว่า เมื่อพจมานไปแล้ว ขอห้องนั้นให้โสมอยู่แทน เดี๋ยวจะให้เอมกับฟักไปเปลี่ยนที่นอนหมอนมุ้งเสียใหม่

คุณแพรวรีบบอกให้โสมกราบขอบพระคุณชายกลาง แต่ชายกลางบอกว่าพจมานไม่ได้ไปไหน หม่อมเสียงเข้มขึ้นทันทีว่า “มันด่าแม่ด่าเชื้อไม่ไว้หน้า แล้วชายยังจะให้มันลอยหน้าลอยตาอยู่ในบ้านอีกเรอะ!”

“พจมานเขามีสิทธิ์อยู่ในบ้านทรายทอง เช่นเดียวกับเราทุกคนครับ เพื่อความสบายใจของหม่อมแม่กับน้าแพรว ผมจะให้เขามากราบขอโทษ”

“ไม่ต้อง! ฉันเกลียดมันจนไม่อยากเห็นหน้า ถ้าอยากจะยกย่องมันก็เชิญ ถ้าไม่ไล่มันไป วันนึงทุกคนจะเสียใจ!” แต่พอเดินไปได้สองก้าวก็หันมาย้ำ “ฉันขอเตือนไว้ตรงนี้เลยว่า ถ้าไม่ให้มันไป...สักวันหนึ่งเธอจะเสียใจ!”

ooooooo

เช้านี้ขณะชายกลางขับรถออกจากประตูใหญ่จะไปทำงาน เห็นพจมานออกจากประตูเล็กเดินรีบร้อนจะไปเรียกสามล้อ เขาหยุดรถ เดินไปบอกให้ขึ้นรถ ตนจะไปส่ง พจมานขอบคุณแต่ตนเดินเองได้

บุญที่กำลังจะปิดประตูใหญ่มองอย่างสนใจ ผู้คนที่เดินไปมาก็มองสงสัย ชายกลางเร่ง

“อย่าร่ำไร ฉันต้องไปทำงาน ส่วนเธอต้องไปเรียน”

พจมานละอายสายตาที่มองมาจึงเดินไปขึ้นรถไหว้และพึมพำขอบคุณ ชายกลางถามว่าทำไมถึงไปโรงเรียนสาย พอพจมานบอกว่า “ดิฉันเพิ่งจะทำงานบ้านเสร็จค่ะ” ชายกลางนิ่งอึ้งไปอึดใจแล้วจึงขับรถออกไป

บุญที่ยืนมองอยู่จึงปิดประตูใหญ่เข้าบ้านไป

หม่อมพรรณรายกับคุณแพรวพรรณจับตาดูชายกลางกับพจมานอยู่อย่างมีอคติริษยา หม่อมหาว่าพจมานเสแสร้งเจ็บไข้ได้ป่วยเพื่อให้ชายกลางพาส่งโรงพยาบาล ออกค่าใช้จ่ายให้หมดแล้วไหนจะยังห้องหับส่วนตัวอีก คุณแพรวเป่าหูยุแหย่ทันทีว่าต่อไปก็อาจจะยกบ้าน

ทรายทองให้ เหยียดปากพูดอย่างเจ็บใจว่า

“นี่แหละค่ะ เขาเรียกว่าเชื้อไม่ทิ้งแถว นังแม่ของมันเคยจับเจ้าพนาได้ ทำไมนังลูกของมันจะจับชายกลางไม่ได้ ดีไม่ดีนังแม่จะเป็นคนวางแผนเสียด้วยซ้ำ”

“หัวเด็ดตีนขาดพี่ไม่มีวันยอมให้ชายกลางไปเกลือกกลั้วกับพวกมันแน่! ลูกสะใภ้ของพี่ต้องเป็นท่านหญิงติ๋วเท่านั้น!” คุณแพรวเร่งเร้าว่าจะทำอะไรก็รีบทำเสีย เพราะชายกลางมีทั้งรูปสมบัติ คุณสมบัติ และทรัพย์สมบัติ ตนห่วงว่าจะเสียท่าพจมาน “พอที! คุณแพรว พี่ทนฟังไม่ได้!!” หม่อมเบรกฮึดฮัดอย่างทนฟังไม่ได้จริงๆ

ooooooo

ท่านตุ้มเพื่อนนักเรียนในชั้นที่สนิทกับพจมาน เห็นชายกลางมาส่งพจมาน จำรถได้แต่ไม่รู้จักชายกลาง ท่านตุ้มถามว่าใครมาส่ง รถคันนั้นเหมือนรถที่บ้านทรายทอง เคยเห็นพี่หญิงเล็กขับไปที่บ้าน พูดแล้วนึกได้ถามตื่นเต้น...

“จริงสิ...ท่านอ้อมเคยบอกว่าพจไปอยู่ที่บ้านทรายทองแล้ว...”

“ท่านตุ้มอย่าเพิ่งเล่าให้ใครฟังได้ไหมคะ” พจมานขอร้อง ท่านตุ้มถามว่าทำไม ก็พอดีเสียงออดเข้าแถวดังขึ้น พจมานถอนใจโล่งอกที่ไม่ต้องตอบคำถามท่านตุ้ม

จนพักกลางวันมาเจอกันที่โรงอาหาร ท่านตุ้มบอกเพื่อนๆว่าเมื่อเช้ามีรถเก๋งมาส่งพจมานด้วย ทุกคนตื่นเต้นตาโตถามกันว่าใคร?? พจมานจึงจำต้องบอกว่า

“คุณชายกลาง เธอกำลังจะออกไปทำงาน แล้วเราก็ออกมาจะเรียกรถสามล้อพอดี”

“ต๊าย...ช่างบังเอิญจัง” เพื่อนๆร้องพร้อมกันยิ้มอย่างมีเลศนัย พจมานบอกว่าคุณชายกลางสงสารกลัวตนจะมาเรียนไม่ทันเลยมาส่ง

“อู๊ยยยย...สุภาพบุรุษ!” เสาวรจกรี๊ดกร๊าด เพื่อนๆ หัวเราะกันคิกคักประสาวัยรุ่นช่างฝัน พจมานจำต้องฝืนยิ้มไปด้วย

ท่านตุ้มเล่าให้ท่านติ๋วและท่านต้อมฟังที่โต๊ะอาหารค่ำนี้ว่าเมื่อเช้าคุณชายกลางไปส่งพจมานที่โรงเรียน ท่านต้อมถามทันทีว่าใครคือพจมาน ท่านตุ้มบอกว่าหลานหม่อมพรรณราย ท่านติ๋วสวนทันทีว่าคนอาศัยต่างหาก

ท่านตุ้มบอกว่าพจมานไม่ใช่คนอาศัย ท่านต้อมบอกให้พูดอีกทีซิว่าพจมานเป็นใคร ท่านติ๋วเล่าด้วยน้ำเสียงดูแคลนว่า

“หญิงเล็กเล่าให้ฟังค่ะว่า เด็กพจมานเป็นลูกของญาติห่างๆของหม่อมป้าที่ไปได้ผู้หญิงบ้านนอกเป็นเมีย พอผัวตายแม่คนนี้ก็ส่งลูกมาอาศัยที่บ้านทรายทอง นัยว่าอยากจะชุบตัวให้เป็นผู้ดี แล้วก็มีส่วนในมรดกบ้าง”

“ไม่จริงค่ะ! หญิงรู้จักพจมานมานานแล้ว” ท่านตุ้มทักท้วงทันที ท่านติ๋วถามว่าไปรู้จักเขาได้ไง “เขาเรียนโรงเรียนเดียวกับหญิงตั้งแต่ชั้นมูลเล็ก แต่อยู่คนละห้อง พจอยู่กลุ่มเดียวกับท่านอ้อมด้วย” หญิงติ๋วถามอย่างไม่สบอารมณ์ว่าท่านอ้อมไปคบกับพวกบ้านนอกได้ยังไง! ท่านตุ้มถามอย่างไม่ชอบใจว่า “ทำไมพี่หญิงติ๋วชอบพูดดูถูกคนจัง!”

ท่านติ๋วทำท่าจะดุน้อง ก็ถูกท่านต้อมขัดขึ้นว่าทะเลาะเรื่องคนอื่นอยู่ได้ บอกว่าน้อยเอาผลไม้มาให้ตั้งนานแล้ว พลางจัดแบ่งผลไม้ ไม่ได้สนใจท่านติ๋วที่ถลึงตาใส่ท่านตุ้มที่นั่งทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้

ฝ่ายชายกลาง คืนนี้ไปถามหญิงใหญ่ว่าคนใช้มีไม่พอหรือถึงต้องให้ญาติไปช่วยทำความสะอาดบ้าน หญิงใหญ่อ้างว่าผู้หญิงที่ไหนเขาก็ต้องทำงานบ้านงานเรือนกันทั้งนั้น

“ในกรณีนี้ผมไม่เห็นมีความจำเป็น ถ้าบ้านเราไม่มีคนรับใช้ก็ไปอย่าง แล้วพจมานก็ต้องไปเรียนหนังสือ พ่อแม่เขาฝากลูกมาเรียนหนังสือ ไม่ใช่ให้มาทำงานบ้านนะครับ”

ตอนที่ 2

อัลบั้ม: ช่อง 7 ส่งละครรีเมค "บ้านทรายทอง" ลงจอ

ตอนที่ 1

อัลบั้ม: ช่อง 7 ส่งละครรีเมค "บ้านทรายทอง" ลงจอ

บ้านทรายทอง เรื่องย่อละคร

พจมาน พินิตนันทน์ เดินทางมายังบ้านทรายทอง ตามคำสั่งเสียในสมุดบันทึกบิดาซึ่งเสียชีวิตลง ให้เธอมาขออาศัยอยู่กับญาติที่บ้านหลังนี้ เพื่อลดทอนค่าใช้จ่ายในการเรียนโรงเรียนประจำ เนื่องจากบิดาของเธอต้องการให้พจมานได้เรียนต่อจนสำเร็จการศึกษา พจมานเป็นเด็กสาวรุ่น ที่มีความหยิ่งทะนงในศักดิ์ศรี กล้าหาญ และเด็ดเดี่ยว อันเป็นอุปนิสัยที่ได้รับการอบรม ปลูกฝังมาจากบิดาที่เธอรักและรักเธอยิ่ง วันแรกที่มาถึงบ้านทรายทอง พจมานไม่ได้รับการต้อนรับดังที่เธอหวัง เนื่องจากหม่อมพรรณราย ซึ่งมีศักดิ์เป็นป้าของเธอ เพราะเป็นลูกพี่ลูกน้องของบิดา ไม่อยู่ต้อนรับ แม้มารดาของพจมานจะได้ส่งจดหมายแจ้งข่าวการมาของเธอล่วงหน้าแล้วถึง 15 วันก็ตาม แต่ความอ่อนล้าจากการเดินทางและความผิดหวังทำให้พจมานเป็นลมหมดสติไปต่อหน้า ม.ร.ว ภาระดีสว่างวัฒน์ หรือ คุณหญิงใหญ่ ลูกสาวคนโตของหม่อมพรรณรายซึ่งเป็นคนรับหน้าพจมานในวันนั้น แม้ภายนอกคุณหญิงใหญ่จะดูเป็นคนเย็นชา อารมณ์ร้อน แต่ลึกๆแล้วเป็นคนมีเมตตา เมื่อพิจารณาจากจดหมายยืนยันของบิดาจากมือพจมาน ถึงแม้คุณหญิงใหญ่จะไม่ได้เปิดอ่านเพราะไม่ได้จ่าหน้าถึงเธอ แต่เธอก็ตัดสินใจอนุญาตให้พจมานพักที่บ้านทรายทองจนกว่าจะได้พบกับหม่อมพรรณราย 

หม่อมพรรณรายกลับจากบ้านตากอากาศที่ศรีราชา พร้อม ม.ร.ว ภาวิณีจรัสเรือง หรือคุณหญิงเล็ก บุตรสาวคนสุดท้อง เมื่อทราบเรื่องว่าคุณหญิงใหญ่รับตัวพจมานไว้ในบ้าน ก็เกิดโทสะต่อว่าต่อขานบุตรสาวคนโตต่างๆนาๆ และพยายามผูกเรื่องของบิดามารดาของพจมานไปในทางลบ แต่ยิ่งเล่าก็ยิ่งทำให้คุณหญิงใหญ่ทราบแน่ชัดว่าพจมานมีความเกี่ยวดองเป็นญาติกับสกุล สว่างวงศ์ แห่งบ้านทรายทองจริง กล่าวคือ พจมานเป็นธิดาของพนา พินิตนันทน์ บุตรชายของคุณปู่สุรพล น้องชายแท้ๆ ของเจ้าคุณราชาพิพิธ ผู้เป็นบิดาของหม่อมพรรณราย ที่สำคัญ มารดาของพจมานเมื่อครั้งติดตามบิดาของพจมานมาอาศัยอยู่ที่บ้านทรายทอง เพื่อเรียนวิชากฎหมาย ได้เคยบริบาลเฝ้าไข้คุณยายของคุณหญิงใหญ่จวบวาระสุดท้ายของชีวิต คุณหญิงใหญ่ซาบซึ้งในความดี และตัดปัญหารำคาญใจเรื่องที่หม่อมพรรณรายกล่าวหาว่าเธอเป็นผู้ชักนำพจมานเข้ามาอยู่ในบ้าน ด้วยการรับอาสาดูแลพจมาน และให้พจมานอยู่ภายใต้การปกครองของเธอขณะอาศัยอยู่ในบ้านทรายทอง

แรกทีเดียวคุณหญิงใหญ่มีความกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายในการเรียนของพจมานอยู่บ้าง เนื่องจากเธอเอง ไม่ได้มีรายได้อะไร นอกจากเงินเดือนซึ่งเป็นเงินกองกลางจากมรดกของตระกูล เธอไม่ได้เรียนจนสำเร็จการศึกษา จึงไม่มีอาชีพ เพราะเมื่อรุ่นสาวเกิดมีความรักกับบุตรชายผู้ดูแลมรดกและทรัพย์สินของตระกูล ซึ่งสร้างความไม่พอใจให้หม่อมพรรณรายเป็นอย่างมาก จึงสั่งห้ามเธอออกจากบริเวณบ้านเพื่อไม่ให้มีโอกาสได้พบกับคนรัก เธอจึงต้องออกจากโรงเรียนโดยปริยาย นับแต่นั้นมา คุณหญิงใหญ่ก็กลายเป็นคนเย็นชา หม่นหมอง อารมณ์แปรปรวน และคุ้มดีคุ้มร้ายในสายตาของผู้อื่น แต่เมื่อซักถามพจมาน จึงทราบความจริงว่าบิดาของพจมานได้กันเงินสำหรับค่าเล่าเรียนของบุตรสาวไว้แล้วจำนวนหนึ่ง ไม่มีใครต้องเป็นธุระเรื่องค่าเล่าเรียนหรือค่าใช้จ่ายส่วนตัวของพจมาน นอกจากขอเพียงแค่ที่พักและอาหารเท่านั้น หญิงใหญ่จึงดูแลพจมานได้สนิทใจมากขึ้น แต่นั่นก็เป็นจุดเริ่มต้นของความคลางแคลงใจในตัวมารดาว่าเหตุใดหม่อมพรรณรายจึงกีดกันพจมานให้ไปจากบ้านทรายทอง ทั้งที่ไม่ต้องเลี้ยงดูปูเสื่ออะไรพจมานมากมาย

ฝ่ายคุณหญิงเล็ก ผู้มีอารมณ์ร้อน หลงใหลในความหรูหราฟู่ฟ่า เชื่อคำบอกเล่าของมารดาทั้งหมด และรู้สึกว่าพจมานมารบกวนและสร้างความรำคาญให้แก่เธอและผู้คนในบ้านทรายทอง จึงเริ่มจงเกลียดจงชังพจมาน และหาทางกำจัดออกจากบ้าน แต่พจมานไม่ใช่คนอ่อนแอและยอมคนหากตัวเองไม่มีความผิด คุณหญิงเล็กกับพจมานจึงกลายเป็นไม้เบื่อไม้เมากันเสมอ พจมานอาศัยอยู่ในบ้านทรายทองท่ามกลางความกดดันและการกลั่นแกล้งต่างๆนาๆ จะมีก็เพียงเพื่อนคลายเหงาเป็นเด็กชายวัย14 คือม.ร.ว ภาณุทัตสวัสดี หรือคุณชายน้อย ลูกคนสุดท้องของหม่อมพรรณราย ที่มีร่างกายพิการ ขาเป๋ ปากเบี้ยว และรูปร่างเล็กกว่าอายุจริง และเกิดมาได้ไม่นานทูลหม่อมพ่อก็เสียชีวิต หม่อมพรรณรายจึงชิงชังลูกชายคนนี้ถึงขั้นโยนให้แม่นมทิพย์เลี้ยงดูที่เรือนคนใช้ พจมานเอ็นดูสงสารชายน้อยเพราะคิดถึง พจนา น้องชายคนกลางพี่ชายของพจนีย์ น้องสาวคนเล็กของเธอ คุณนมทิพย์เองก็มีความเมตตา ใจดีต่อพจมาน เธอจึงสนิทสนม นอกจากคุณชายน้อยแล้ว พจมานยังรักใคร่สนิทสนมกับคุณนมทิพย์เป็นอย่างดี

พจมานถึงจะพักอยู่ในบ้านทรายทองอย่างผู้อาศัย ต้องทำงานบ้านแทบไม่ต่างจากบ่าวไพร่ แต่เธอก็ตั้งหน้าตั้งตาเรียนหนังสือ ตามคำสั่งเสียของบิดา หากแต่การเรียนของเธอก็แย่ลงตามลำดับ เนื่องจากต้องแบ่งเวลาไปช่วยงานในบ้าน จนแทบไม่มีเวลาทบทวนตำรา พจมานขอแยกห้องจากหญิงใหญ่ไปอยู่เรือนคนใช้เพื่อจะได้ทบทวนตำราเรียนยามดึกได้สะดวก ขณะเดียวกัน คุณแพรวพรรณ น้องสาวคนเดียวของหม่อมพรรณราย ก็กลับจากต่างประเทศและย้ายมาขออาศัยอยู่ที่บ้านทรายทองพร้อมกับลูก ๆและสามีกะทันหัน เพราะบ้านในเมืองไทยนั้นปล่อยให้ผู้อื่นเช่าขณะที่ตนและครอบครัวใช้ชีวิตอยู่ต่างประเทศ

พจมาน ทราบว่าเจ้าคุณราชาพิพิธ พี่ชายแท้ๆ ของคุณปู่สุรพล ผู้เป็นบิดาของ พนา พินิตนันทน์ บิดาของเธอ ยังมีชีวิตอยู่ที่ตึกขวางของบ้านทรายทอง จึงต้องการเข้าไปกราบเรียนว่าเธอได้เข้ามาขออาศัยบารมีท่านในบ้านทรายทอง แต่เมื่อไปพบเข้าจริงๆ เจ้าคุณราชาพิพิธกลับมีอาการหวาดผวา เมื่อได้ยินชื่อ สุรพล และเพ้อออกมาเป็นคำพูดแปลกๆ มากมาย จนอาการป่วยทรุดหนัก พจมานจึงถูกสั่งห้ามไม่ให้เข้าไปพบท่านอีก แต่มีสิ่งหนึ่งที่ทำให้พจมานอดทนต่อความอยากรู้อยากเห็นไม่ไหว คือ ความเปล่าเปลี่ยวรกร้างของตึกขวาง ที่ดูเหมือนจะถูกปิดตาย วันหนึ่ง เมื่อสบโอกาส พจมานจึงลองลัดเลาะเดินไปสำรวจที่ตึกขวาง แต่ภาพที่เธอเห็นสร้างความประหวั่นพรั่นพรึงและน่าตกใจกลัวให้แก่เธอเป็นอย่างมาก ภาพของหญิงชราผมขาว ที่เดินถือเครื่องเซ่นไหว้ ไปตั้งที่หน้าโลงศพ พร้อมกลิ่นธูปตลบอบอวน พจมานคิดว่าเธอโดนผีหลอก แต่ยังมีสติพาตัวเองวิ่งกลับมาที่หน้าตึกฝั่งที่พักอาศัย ความตกใจสุดขีดประกอบกับเมื่อชนเข้าอย่างจังกับสุภาพบุรุษท่านหนึ่ง ทำให้พจมานถึงกับหวีดร้องและสิ้นสติไปทันที

ชายผู้นั้น คือ ม.ร.ว ภราดาพัฒน์ระพี หรือคุณชายกลาง แห่งบ้านทรายทอง ที่เพิ่งกลับจากการไปดูงานที่ต่างประเทศ แรกทีเดียวเขาเองไม่ทราบว่าพจมานเป็นใคร แต่เมื่อพบว่าหมดสติจึงพาไปส่งที่ห้องของชายน้อย เพื่อให้คุณนมดูแล และได้รับข้อมูลของพจมานจากบุคคลรอบตัวตามลำดับ การกลับมาของคุณชายกลาง เปรียบได้กับฤดูดอกประดู่บาน พลิกฟื้นความแร้นแค้นทั้งร่างกายและจิตใจของผู้อาศัยอยู่ในบ้านทรายทอง ตั้งแต่คนใกล้ชิดอย่างชายน้อย ที่ได้รับการส่งตัวไปรักษา ตลอดจนบ่าวไพร่ รวมไปถึงพจมานด้วย เธอได้รับอนุญาตให้มีห้องพักเป็นของตัวเองชั้นบน เทียบเท่าญาติพี่น้อง และได้รับการช่วยเหลือเรื่องเงินทอง เมื่อปะเหมาะเคราะห์ร้าย มารดาของเธออาจไม่มีเงินส่งเสียให้เธอเรียนจนสำเร็จการศึกษาได้ พจมานจึงเปลี่ยนมือไปตกอยู่ในความปกครองของคุณชายกลาง เธอและเขาต่างจึงเข้ามามีบทบาทในชีวิตของกันและกันตามลำดับ

เหตุการณ์ที่กำลังดำเนินไปได้ด้วยดี ต้องมีอันพลิกผัน เมื่อคุณชายกลางต้องเดินทางไปดูงานที่ไซ่ง่อน จังหวะนั้นเอง คุณหญิงเล็กซึ่งจงเกลียดจงชังพจมานมากขึ้นทุกวัน จึงเริ่มวางแผนทำลายพจมานให้เสียคนโดยการพาพจมานไปเข้าสมาคมและทำความรู้จักกับบุคคลต่างๆซึ่งมีความประพฤติไม่ดี ส่วนมากจะเป็นเสือผู้หญิง มากหน้าหลายตา โดยทำทีขอตอบแทนพระคุณของคุณชายกลางที่มอบเงินในการจัดงานหมั้นระหว่างเธอกับท่านชายอเนกนพรัตน์ หรือท่านต้อม เจ้าพี่ของท่านหญิงปิยะฉัตรโสภา หรือท่านติ๋ว สตรีสูงศักด์ซึ่งสนิทสนมกับคุณหญิงเล็กเพราะหมายปองในตัวคุณชายกลาง โดยอาสาจะเป็นผู้ปกครองให้แก่พจมาน และรับปากว่าจะดูแลพจมานเป็นอย่างดี คุณชายกลางตกลงให้คุณหญิงเล็กดูแลพจมาน แผนร้ายต่างๆ จึงเริ่มต้นขึ้น หญิงเล็กอนุญาตให้นกุล เพื่อนชายคนสนิทของพจมานที่เติบโตมาด้วยกันตั้งแต่อยู่บ้านต่างจังหวัด มาพบพจมานที่บ้านทรายทองได้ ทั้งที่ตอนต้นเคยกระทั่งตบหน้าพจมานและสั่งห้ามเด็ดขาดไม่ให้พบปะกับนกุล แต่ครั้งนี้หญิงเล็กหวังจะให้ทั้งสองมีโอกาสใกล้ชิดและทำเรื่องไม่ดีไม่งามขึ้น แต่การณ์กลับไม่เป็นไปตามคาด เมื่อไม่สำเร็จ คุณหญิงเล็กจึงพาพจมานออกสมาคม ไปเต้นรำ ตีเทนนิส ดื่มน้ำชา ตามที่ต่างๆ ซึ่งจะมีท่านต้อมไปด้วยเสมอ และบุคคลที่คุณหญิงเล็กชักนำให้พจมานชิดเชื้อด้วย ก็ล้วนแต่เป็นคนมีประวัติไม่สวย ท่านต้อมเห็นใจในความซื่อและใฝ่ดีของพจมานจึงคอยปกป้องพจมานบ่อยๆ

หญิงเล็กไม่วางมือจากพจมานง่าย ๆ บังคับให้พจมานเดินทางไปบางปูกับครูสอนดนตรี ซึ่งเบื้องหลังคือผู้ผลิตหนังลามกที่มักล่อลวงเด็กสาวๆไปถ่ายทำหนังอนาจาร เรื่องนี้ทำให้ท่านต้อม ไม่พอใจ และมีปากเสียงกับคุณหญิงเล็ก พจมานมาได้ยินเข้า จึงทราบความในใจว่าคุณหญิงเล็กไม่เคยหวังดีกับเธอเลย แต่ความดื้อรั้นบางอย่างก็ทำให้เธอตัดสินใจเดินทางไปบางปู ท่านต้อมตามไปช่วยเหลือ และทำให้ค้นพบหัวใจตัวเองว่า ผู้หญิงที่เขารัก คือพจมาน หาใช่คุณหญิงเล็กไม่ พจมานใช้ไหวพริบในการพูดจาโน้มน้าวจิตใจของครูสอนดนตรี เพื่อไม่ให้เขาล่อลวงเธอไป แต่สุดท้ายจะสำเร็จหรือไม่ในการโน้มน้าวนั้นก็สุดรู้ เพราะรถของท่านต้อมมาไม่ทันคณะของพจมาน เจอเพียงนกุลที่มาร่วมงานเดียวกัน แต่คนละคณะ จึงปล่อยให้พจมานกลับไปกับคณะเดิม ขากลับรถของพจมานประสบอุบัติเหตุพลิกคว่ำที่ทางเข้าสถานที่ฉายหนังลามก พจมานได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย ท่านต้อมและนกุล ตามมาพบเหตุการณ์จึงรีบตามไปรับพจมานที่โรงพัก เพื่อพากลับบ้านทรายทอง

ขณะเดียวกัน หลังจากมีปากเสียงกับท่านต้อม หญิงเล็กก็มีปากเสียงกับหญิงใหญ่ และเรื่องราวก็บานปลายไปเกี่ยวกับข่าวระแคะระคายเรื่องเจ้าของสิทธิ์ครอบครองบ้านทรายทอง ว่าไม่ใช่คุณชายกลางอย่างที่เข้าใจ คุณหญิงเล็ก เกรี้ยวกราดเอาแต่อารมณ์วิ่งถลันไปที่ตึกขวาง อาละวาดเอากับเจ้าคุณราชาพิพิธ จนอาการทรุดหนักลงทันที เมื่อพจมานกลับถึงบ้านทรายทองเธอถูกตามตัวให้ไปดูใจท่านเจ้าคุณ ในขณะที่คุณหญิงเล็กยังไม่หยุดเกรี้ยวกราด สุดท้าย..ท่านเจ้าคุณสารภาพว่า บ้านทรายทองเป็นของสุรพล น้องชายของท่าน ผู้เป็นเจ้าของที่แท้จริงของบ้านทรายทอง คือทายาทของสุรพล นั่นก็คือ พจมาน! นั่นเอง ท่ามกลางความตกตะลึง พจมานปฎิเสธที่จะรับสิทธิ์นั้น รุ่งเช้า เจ้าคุณราชาพิพิธก็สิ้นใจ โดยที่คุณชายกลางยังไม่กลับมา

หลังจากเจ้าคุณสิ้นบุญได้ไม่นาน พจมานก็ได้รับโทรเลขจากพจนา ผู้เป็นน้องชายว่ามีเรื่องร้อน ให้รีบกลับบ้าน นกุลอาสากลับไปเป็นเพื่อน และเรื่องร้อนที่พจมานได้รับทราบ คือการหนีตามผู้ชายไปของพจนีย์ น้องสาวคนเล็กของเธอ และทรัพย์สินที่บิดาทิ้งไว้ให้ก็ร่อยหรอหมดไปจนต้องเอาบ้านและที่ดินไปจำนอง ส่วนพจนาเองก็ได้ลูกสาวตาแป๊ะปลูกผักมาเป็นภรรยา พจมานรู้สึกท้อแท้ใจ แต่อะไรไม่ร้ายเท่า มารดาพยายามเกลี้ยกล่อมให้เธอ แต่งงานกับบุตรชายเศรษฐีท้องถิ่นเพื่อกู้หน้าและพยุงฐานะของครอบครัว ระหว่างที่พจมานเดินทางกลับบ้าน คุณชายกลางเองก็เดินทางกลับมาถึงที่บ้านทรายทอง หลังได้รับทราบความจริงที่เกิดขึ้น ก็ตัดสินใจจะย้ายออกจากบ้านทรายทอง เพื่อคืนกรรมสิทธิ์ให้แก่พจมานและครอบครัว ท่านต้อมเมื่อทราบข่าวว่าคุณชายกลางกลับมา ก็ขอนัดพบเพื่อขอถอนหมั้นคุณหญิงเล็ก และขอหมั้นกับพจมาน คล้ายกับให้คุณชายกลางเป็นเถ้าแก่ ในขณะที่พจมานกำลังถูกมารดากดดัน และมารดาของฝ่ายชายมาทาบทามด้วยตัวเองถึงบ้าน เรือยนต์คันโก้ก็วิ่งเข้ามาเทียบท่าที่หน้าบ้านพจมาน ผู้ที่ลงมาจากเรือ ไม่ใช่ใครอื่นไกล แต่คือ คุณชายกลาง พจมานปลาบปลื้มมาก แต่ข่าวที่ได้รับ คือ การคืนบ้านทรายทองให้แก่เธอ และจะย้ายจากไป กับการทาบทามเธอให้กับท่านต้อม พจมานร้องไห้ คุณชายกลางจึงกลับไป โดยที่ไม่ได้เปิดเผยความในใจที่แท้จริงของกันและกัน แต่เขากำชับให้เธอกลับไปที่บ้านทรายทองในวันถัดไป

พจมานกลับมาที่บ้านทรายทอง คราวนี้ได้รับการต้อนรับผิดไปจากคราวแรกราวกับพลิกฝ่ามือ คุณหญิงใหญ่ไปรับเธอที่สถานีรถไฟ บ่าวไพร่ยิ้มแย้มแจ่มใส จัดห้องไว้รองรับ ได้รับประทานอาหารร่วมโต๊ะกับคุณหญิงใหญ่และคุณชายกลาง ส่วนคุณหญิงเล็กและหม่อมพรรณราย ย้ายไปอยู่บ้านที่ศรีราชาชั่วคราว วงสังคมตื่นเต้นกับการปรากฏตัวของเจ้าของบ้านทรายทองคนใหม่ แต่พจมานยืนยันความคิดเดิม คือ ไม่รับเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ คุณชายกลางก็ยืนยันเช่นกันว่าจะย้ายออกไป แต่ต้องใช้เวลาในการสร้างบ้านหลังใหม่ ระหว่างนี้ก็จะอาศัยอยู่ที่บ้านทรายทองไปพลางๆ ทางคุณชายน้อยที่ไปรักษาตัวกับนายแพทย์ฝรั่ง ผลการรักษาไม่ประสบผลสูงสุดถึงขั้นหายขาด แต่ก็พอที่จะเดินเหินได้สะดวกขึ้น จึงรับตัวกลับมา และได้ย้ายห้องมาอยู่ชั้นบน แทนคุณแพรวพรรณซึ่งไปปลูกบ้านหลังใหม่ของตัวเอง วันหนึ่ง คุณหญิงใหญ่หยิบกล่องสายสร้อยที่คุณชายกลางซื้อมาฝากพจมานเมื่อครั้งกลับจากไซ่ง่อน แต่ไม่ทันได้พบกัน เพราะพจมานกลับบ้าน คุณหญิงใหญ่เดินไปหาพจมานที่ห้อง สวมสร้อยให้และชี้แนะวิธีคิด สิทธิ์ของการตัดสินใจในเรื่องความรัก และบอกเป็นนัยๆว่าคุณชายกลางรู้สึกพิเศษต่อพจมาน จังหวะนั้น บ่าวขึ้นมาตาม แจ้งว่าคุณชายกลางให้มาเรียนว่าท่านต้อมมาขอพบ คุณหญิงใหญ่พูดกับพจมานอย่างหวังดีว่าถึงเวลาแล้วที่พจมานจะต้องเลือก คนที่เธอรัก

พจมานปรากฏตัวต่อหน้าท่านชายต้อมผู้เพียบพร้อม โดยไม่รู้ว่าชายกลางยืนแอบมองอยู่ แต่แล้วนกุลก็ปรากฎตัวขึ้นเช่นกัน พจมานดีใจที่ได้พบเพื่อนรัก ในวินาทีแห่งการตัดสินใจ เธอจึงลืมตัว ตรงไปที่นกุล ท่านชายต้อมถึงกับงงงัน ยอมรับการปฏิเสธ ขณะที่ชายกลางก็ประหลาดใจและผิดหวังมาก เดินหายเข้าไปในห้องสมุด พจมานรู้สึกตัว ทิ้งชายหนุ่มตรงหน้าทั้งสองคนไว้แล้ววิ่งตามชายกลางไปที่ห้องสมุด ทำให้ทุกคนทราบคำตอบว่า แท้ที่สุดแล้ว คนที่เธอเลือกที่จะรักก็คือคุณชายกลางนั่นเอง แต่นั่นย่อมไม่ใช่จุดจบของเรื่องราว หากเป็นปฐมบทแห่งการเริ่มต้นชีวิตรักระหว่างคุณชายกลาง และพจมาน สว่างวงศ์ แห่ง..บ้านทรายทอง

หลังจากเสร็จสิ้นพิธีศพท่านเจ้าคุณราชาพิพิธ ข่าวเรื่องพิธีสมรสระหว่างชายกลางกับพจมานที่จะมีขึ้นเร็วๆ นี้ ด้วยเหตุที่ยังไม่ประสงค์ให้ข่าวนี้แพร่ออกไปยังวงสังคม จึงมีเพียงเสาวรัจที่พจมานเป็นผู้แจ้งข่าวเป็นคนแรก และเสาวรัจก็เป็นผู้ส่งต่อข่าว เป็นร่ำลือกันในกลุ่มเพื่อน ๆ ของพจมาน เสาวรัจซึ่งได้มีโอกาสไปเยี่ยมพจมานที่บ้านทรายทอง ก็ได้เล่าให้ฟังถึงความเป็นอยู่ของพจมานว่าไม่เหมือนแต่ก่อน เนื่องจากหม่อมพรรณรายกับหญิงเล็กย้ายไปอยู่ตึกขวาง และหม่อมไม่ประสงค์ที่จะเข้ามายุ่งเกี่ยวในบ้านทรายทอง ทำให้พจมานอาศัยอยู่ในบ้านได้เปรียบเสมือนเป็นเจ้าของบ้านคนหนึ่งเช่นกัน ท่านหญิงอ้อมจึงประสงค์จะเลี้ยงก่อนวันฉลองสมรสให้พจมาน และชักชวนพจมานและเพื่อนๆ มาร่วมฉลองกันที่วังท่านหญิงอ้อม ซึ่งในนั้นมี 'ภาณี' สาวใช้คนใหม่ของวังท่านหญิงอ้อม ที่แอบมองพจมานด้วยความริษยา ซึ่งภาณีหรืออีกชื่อหนึ่งก็คือ 'พจนีย์' น้องสาวของพจมานนั่นเอง เธอริษยาที่พจมานจะได้ครอบครองบ้านทรายทอง เธอรู้สึกว่าพจมานได้ทุกอย่างไปคนเดียว พจนีย์รอวันที่จะได้เข้าไปเปิดตัวในฐานะน้องสาวของเจ้าของบ้าน

พิธีสมรสระหว่างชายกลางและพจมานไปด้วยความเรียบร้อย โดยมีหญิงใหญ่เป็นโต้โผจัดงาน แม้จะเหน็ดเหนื่อยและบ่นสารพัด แต่หญิงใหญ่ก็ทำให้ด้วยความเต็มใจ ทั้งชายกลางและพจมานรู้สึกซาบซึ้งใจหญิงใหญ่มาก แม้หม่อมพรรณรายจะไม่ใคร่เต็มในการร่วมงานแต่งนัก แต่ด้วยเกรงใจแขกผู้ใหญ่จึงต้องจำใจมาร่วมพิธี ส่วนหญิงเล็กก็ลอบไปสงขลาเพื่อหลีกเลี่ยงไปร่วมพิธีของพี่ชายและพจมานที่ตนรังเกียจ สิริอร ซึ่งอกหักจากชายกลางก็แต่งงานกับ เกริกวิทย์ และไปร่วมงานแต่งพร้อมกับ ท่านผู้หญิงไฉไล และ หลวงนฤสารวาที และพจนีย์ก็ปรากฏตัวในคืนวันแต่งงานของพจมาน พจมานตกใจระคนดีใจที่จู่ๆ พจนีย์มาปรากฏตัว แต่พจนีย์ไม่ได้มาด้วยความยินดีที่พี่สาวแต่งงาน แต่มาต่อว่าที่พจมานเห็นแก่ตัวและไม่เคยแบ่งอะไรให้น้องๆ เลย พจมานรู้สึกเสียใจที่พจนีย์คิดกับเธอแบบนั้น ทั้งๆ ที่พจมานต้องฝ่าฟันอุปสรรคอะไรหลายๆ อย่าง และพจนีย์ประกาศว่าในเมื่อบ้านทรายทองตกเป็นของพจมานแล้ว พจนีย์ก็มีสิทธิ์ที่จะอยู่ในบ้านหลังนี้เช่นกัน หลังจากพจนีย์เข้ามาก็สร้างความไม่สบายใจให้กับพจมาน เพราะพจนีย์ผยองเสมอเหมือนเป็นเจ้าของบ้านเอง ยุ่มย่ามกับของส่วนตัวของพจมาน อีกทั้งยังแสดงท่าทางรังเกียจชายน้อยที่พิการ เป็นที่ไม่พอใจของนมทิพย์ อีกทั้งหญิงใหญ่ก็มีท่าทีระอา ทำให้พจมานต้องสั่งให้พจนีย์ทำตัวเสมือนเป็นผู้อาศัย และมีความเกรงใจต่อหญิงใหญ่และคุณชายกลางด้วย แต่พจนีย์ก็ทำหูทวนลมไป

ชายกลางได้พาพจมานไปฮันนีมูนที่ศรีราชา โดยมีแจ่มตามไปเป็นผู้ดูแลด้วย ในเวลา 5 วัน พจมานได้พบกับความสงบ และลืมเรื่องวุ่นวายในบ้านทรายทอง แม้ชายกลางจะไม่ได้ปรนนิบัติเหมือนคู่รักที่เพิ่งแต่งงาน แต่ก็สามารถดูออกว่าชายกลางและพจมานต่างก็มีความสุขกับการมาฮันนีมูนครั้งนี้

ระหว่างนั้นที่บ้านทรายทองก็ได้รับ สายใจ แม่บ้านที่จะเข้ามาดูแลบ้านทรายทอง หลังจากหญิงใหญ่ตัดสินใจจะไปอยู่เพชรบุรี ซึ่งสายใจนั้นเป็นคนที่เพื่อนสนิทของหม่อมพรรณรายแนะนำให้ สายใจจึงเหมือนเป็นคนคอยส่งข่าวเรื่องของคนที่ตึกนอกมาให้หม่อมพรรณรายได้รับรู้ หม่อมพรรณรายก็มักจะว่าพจมานเป็นไพร่ ให้สายใจดูแลกิจการในบ้านทรายทองให้ดี ทำให้สายใจกระด้างกระเดื่องไม่เคารพพจมานเท่าที่ควร

หลังจากกลับจากฮันนีมูน พจมานก็มีเรื่องให้ต้องแคลงใจอีก เพราะพจนีย์มาบอกว่า หม่อมพรรณรายป่าวประกาศไปทั่วว่า ที่ชายกลางแต่งงานกับพจมานเพราะต้องการบ้านทรายทอง และชายกลางไม่เคยรักพจมานเลย พจมานเก็บเอาไปคิดมาก เพราะเธอเองก็รู้สึกเช่นกันว่าที่ชายกลางแต่งงานกับเธอเพราะอะไรกันแน่ ชายกลางเองก็ไม่เคยบอกคำว่า 'รัก' กับพจมานเลยสักครั้ง ทำให้พจมานปั้นปึ่งใส่ชายกลาง เมื่อเห็นท่าทีของพจมานที่เปลี่ยนไป ชายกลางจึงถามกับพจมานตรง ๆ พจมานก็เล่าให้สิ่งที่พจนีย์ได้บอกเธอให้ชายกลางฟัง ชายกลางรู้สึกน้อยใจที่พจมานไม่รู้ใจของเขาเลย ทั้งสองมีปากเสียงกัน รุ่งขึ้นพจมานจะไปพูดกับหม่อมพรรณรายให้รู้เรื่อง หม่อมพรรณรายยอมรับอย่างไม่รู้สึกรู้สาว่าตนพูดเช่นนั้นจริง และกล่าวหาว่าพจมานยังรักใคร่ชอบพอกับนกุลอยู่ พจมานรู้สึกโกรธและออกคำสั่งไม่ให้คนใช้ของหม่อมพรรณรายเข้าไปที่ตึกนอกอีก หม่อมพรรณรายได้โอกาสก็เอาเรื่องพจมานบุกมาที่ตึกขวางไปเล่าให้หญิงใหญ่ในทำนองตัดพ้อว่า พจมานไม่เห็นหัวหม่อม เพราะหล่อนเป็นเจ้าของบ้านแล้ว หญิงใหญ่ได้ฟังก็เฉยๆ และได้นำมาพูดกับพจมานให้พจมานนึกถึงที่ชายกลางปฏิบัติเมื่อครั้งที่เธอเจ็บไข้ได้ป่วยหรือเผชิญกับปัญหา นั่นจึงทำให้พจมานคิดได้ และตั้งใจจะคืนดีกับชายกลาง แต่ก็ไม่ทันจะได้พูดปรับความเข้าใจกัน พจมานก็เห็นภาพที่ชายกลางมากับสิริอรที่กลับมาจากจากดูหนังด้วยกัน และคำพูดที่สิริอรพูดถึงเนื้อเรื่องในหนังเกี่ยวกับการแต่งงานเพราะเงินเหมือนจะพูดกระทบพจมานด้วย พจมานได้ฟังก็สะอีกและรีบหลบไป ชายกลางตามไปพูดกับพจมานที่ยังงอนอยู่ พจมานเองอยากได้ยินจากปากของชายกลางว่าเขารักเธอ แต่ชายกลางนั้นถือว่าการกระทำนั้นสำคัญกว่าคำพูด แต่ในใจลึกๆ ก็รู้ดีว่าชายกลางนั้นรักพจมานสุดหัวใจ

ทางด้านหญิงเล็กที่ตอนนี้พบรักอยู่กับ นายเติม ธีระวณิช พ่อค้าผู้มั่งคั่ง เป็นหนุ่มใหญ่ซึ่งมีอายุมากกว่าหญิงเล็กหนึ่งรอบปี นายเติมนั้นเดิมมีครอบครัวอยู่ มีลูกสาวอายุ 15 ปี ส่วนเมียนั้นตายเสียแล้ว หญิงเล็กหลังจากถูกท่านต้อมขอถอนหมั้นก็ชอกช้ำระกำใจ จึงขอไปพักใจที่สงขลา หวังจะไปพักใจและอีกหนึ่งเพื่อหลบงานแต่งงานของชายกลางและพจมาน หญิงเล็กก็ได้พบกับนายเติม และตัดสินใจแต่งงานกัน ทั้งที่ใจหญิงเล็กไม่ได้รักใคร่ชอบพอนายเติมเลย แต่ต้องการหักหน้าท่านต้อม และลบคำสบประมาทของหญิงใหญ่ที่ว่าหญิงเล็กจะต้องขึ้นคาน ด้านหม่อมพรรณรายถึงจะไม่ยินดีที่หญิงเล็กไม่ได้ลงเอยกับคนหนุ่มอย่างท่านต้อม แต่เมื่อเห็นนายเติมมีฐานะมั่งคั่งก็พลอยสนับสนุนหญิงเล็กไปด้วย แต่ชายกลางกลับเป็นห่วงที่หญิงเล็กตัดสินใจแต่งงานปุบปับเช่นนี้ พจมานรู้สึกเป็นห่วงจึงอยากจะช่วยพูดกับท่านต้อมให้ลองพิจารณาหญิงเล็กอีกครั้ง อาจทำให้ชายกลางคลายความกังวลใจ แต่ท่านต้อมก็ชัดเจนว่าตนไม่ได้รักหญิงเล็กแล้ว แถมยังกล่าวชื่นชมที่ชายกลางมีภรรยาที่ดีอย่างพจมาน ขนาดหญิงเล็กที่เกลียดพจมาน แต่พจมานยังอุตส่าห์เป็นห่วงหญิงเล็กอยู่

กำหนดการแต่งงานระหว่าหญิงเล็กและนายเติมใกล้เข้ามาทุกที หญิงเล็กอยากได้สร้อยประจำตระกูลที่บัดนี้ตกเป็นของพจมานแล้วมาประดับในวันแต่งงาน หม่อมพรรณรายอ้อนวอนขอให้ชายกลางช่วยไปขอกับพจมานให้ แต่ชายกลางว่าต้องแล้วแต่ทางพจมานและให้ไปขอกับพจมานเองเพราะเขาเป็นเจ้าของ หญิงเล็กและหม่อมก็ตัดพ้อน้อยใจที่ชายกลางเห็นพจมานดีกว่าแม่กว่าน้อง หญิงเล็กประกาศจะไม่ยอมเสียศักดิ์ศรีไปขอยืมด้วยตนเองเด็ดขาด ด้านเติมก็ปลอบหญิงเล็กว่าจะจัดหาเครื่องเพชรให้ หม่อมพรรณรายได้ฟังก็กระหยิ่มใจ

ด้านพจนีย์หลังจากมาอยู่ในบ้านทรายทอง มี บุญเรือน เป็นลูกคู่สาวใช้รองมือรองเท้า พยายามเข้าหาชายกลาง ด้วยความอิจฉาที่พจมานได้แต่งงานกับหนุ่มหล่อสูงศักดิ์ แต่ชายกลางนั้นมองพจนีย์แว่บเดียวก็รู้ว่าพจนีย์นี้เป็นคนประเภทใด จึงพยายามเลี่ยงที่จะเสวนาด้วย วันหนึ่งพจนีย์ไปจ่ายของที่ตลาด บังเอิญเจอป้าของ นิเวศน์ คงเยี่ยมจิต สามีเก่าที่เป็นครูสอนดนตรีที่พจนีย์หนีไปด้วยกันก่อนจะถูกนิเวศน์ผลาญเงินจนหมดตัว พจนีย์ยกตนข่มว่าตอนนี้ได้เป็นเจ้าของบ้านทรายทองและเป็นภรรยาของชายกลาง ป้าของนิเวศน์ก็เอาข่าวนี้ไปบอกกับนิเวศน์ ส่วนนิเวศน์ก็หวังจะไถเงินจากพจนีย์ จึงมาหาที่บ้านทรายทอง แต่กลับพบกับพจมานแทน พจมานมองนิเวศน์ปราดเดียวก็รู้ว่านิเวศน์มีจุดประสงค์ไม่ดี จึงให้เงินก้อนหนึ่งและให้นิเวศน์ทำสัญญาว่าจะไม่มายุ่งเกี่ยวกับพจนีย์ นิเวศน์เมื่อได้เงินแล้วก็รับปาก แต่ไม่พ้นสายตาของสายใจที่แอบเห็นและเอาไปซุบซิบนินทาว่าพจมานมีผู้ชายท่าทางกุ๊ยมาหาและแอบให้เงินกัน และต่างว่ากันไปในทางชู้สาว

เช้าวันพิธีก็เกิดเรื่องเนื่องจากเครื่องเพชรที่เติมเป็นผู้หามานั้นทั้งเก่าคร่ำครึ ทั้งหมองไม่เหมาะกับชุดของหญิงเล็ก แต่หญิงเล็กก็ยังถือทิฐิไม่ไปขอยืมสร้อยกับพจมาน จนใกล้เวลานมทิพย์ก็นำกล่องสร้อยประจำตระกูลมามอบให้ หญิงเล็กดีใจมาก แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้หญิงเล็กรู้สึกดีกับพจมาน มิหนำซ้ำยังหาทางจะพิสูจน์ให้ทุกคนเห็นว่าพจมานไม่เหมาะกับการเป็นเจ้าของทุกอย่างในบ้านทรายทอง ซึ่งในงานพิธีก็เป็นไปอย่างเรียบร้อย แต่ปราศจากชายกลาง พจมาน และหญิงใหญ่ไปร่วมงานเลี้ยง แต่ที่พจมานไม่ไปนั้นก็เพราะไม่สบายหนักและอีกอย่างหญิงเล็กก็ประกาศว่าจะไม่เชิญพจมานมาร่วมพิธี ส่วนชายกลางเองก็เห็นว่าถ้าไปงานเพียงคนเดียวโดยปราศจากพจมาน คนก็จะเอาไปนินทาได้ ส่วนหญิงใหญ่ก็เห็นว่าตนไม่จำเป็นต้องไป หลังจากงานพิธีไม่กี่วันหญิงเล็กก็ย้ายไปอยู่ที่บ้านของเติม ซึ่งเติมนั้นมีภรรยาอยู่แล้วถึงสองคน คือ วิภา และ สมฤทัย เมียทั้งสองต่อหน้าเติมก็ปฏิบัติกับหญิงเล็กเหมือนไม่มีอะไร แต่ลับหลังมักจะคอยหาเรื่องกระแนะกระแหนหญิงเล็กตลอดเวลา หญิงเล็กจึงได้แต่กล้ำกลืนฝืนทน

พจนีย์เอาเรื่องที่พจมานแอบคบชู้ไปบอกชายกลาง พจมานบังเอิญเห็นเข้าขณะที่จะไปบอกข่าวเรื่องท่านต้อมกับหญิงอ้อมหมั้นหมายกัน พจมานเคืองที่พจนีย์เข้าไปยุ่มย่ามกับชายกลางจึงเรียกพจนีย์มาพูดตรงๆ พจมานกับพจนีย์ทะเลาะกันอย่างรุนแรง เพราะพจนีย์กล่าวหาว่าพจมานพาผู้ชายมาทำเรื่องชู้สาว พจมานทั้งโกรธทั้งเสียใจที่น้องสาวพยายามใส่ร้ายและมองตนว่าเป็นคนไม่ดี ก็ตบพจนีย์อย่างแรงและไล่พจนีย์ออกจากบ้าน พจนีย์เก็บข้าวของและขอไปอยู่กับหม่อมพรรณรายที่ตึกขวาง

ต่อมาชายน้อยเกิดป่วยหนักกระทันหัน และจากไปโดยที่ทุกคนไม่คาดคิด สร้างความเสียใจมากยังบ้านทรายทอง โดยเฉพาะหม่อมพรรณรายที่ร่ำไห้ปานจะขาดใจ ที่เพิ่งจะมาแสดงให้รู้ว่ารักและอาลัยชายน้อยเอาเมื่อสายไป ชายน้อยจากไปโดยที่ยังไม่เคยได้รับความรักความเอ็นดูจากแม่ผู้ให้กำเนิด แม้แต่วาระสุดท้ายชายน้อยก็ยังเพ้อถึงนมทิพย์ แทนที่จะเป็นแม่แท้ๆ อย่างหม่อมพรรณรายเอง งานศพชายน้อยจัดขึ้นอย่างเศร้าสร้อย พจมานถึงกับกินไม่ได้นอนไม่หลับ นมทิพย์บอกให้พจมานดูแลตัวเองเพราะกำลังท้องอยู่ พจมานเกิดความเหนื่อยหน่ายจึงขอชายกลางไปอยู่บ้านแม่สักพัก

หญิงเล็กเห็นมาพจนีย์มาอยู่ฝั่งตัวก็ใช้ให้พจนีย์ไปค้นข้าวของเผื่อจะเจอหลักฐานที่พจมานลอบคบชู้ แต่สิ่งที่พจนีย์ได้เจอคือจดหมายของนิเวศน์ที่เขียนมาขอบคุณสำหรับเงินรักษาตัว และสัญญาที่นิเวศน์ทำไว้กับพจมานว่าจะไม่มายุ่งเกี่ยวกับพจนีย์อีก พจนีย์เพิ่งรู้ตัวเดี๋ยวนั้นเองว่าพจมานรักเธอมากแค่ไหน พจนีย์รู้สึกสำนึกผิดมาก พจนีย์รีบเอาจดหมายนี้ไปบอกกับชายกลางและทุกคนที่ตึกขวางเพื่อให้ทุกคนได้เข้าใจตัวพจมาน

ชายกลางมารู้ทีหลังว่าพจมานท้องก็ดีใจมาก รีบไปหาพจมานที่บ้าน และบอกพจมานมาเขารักเธอมากแค่ไหน เป็นสิ่งที่พจมานอยากได้ยินมาตลอด ชายกลางและพจมานต้องกลับมาเผชิญความจริงที่บ้านทรายทอง อีกครั้ง หญิงเล็กต้องมาเป็นม่ายเมื่อรู้ว่านายเติมถูกจับเพราะลอบซุกซ่อนเพชรที่มะนิลา และต้องซมซานกลับมาอยู่บ้านทรายทอง พจมานเปิดใจต้อนรับหญิงเล็กด้วยความยินดี หม่อมพรรณรายก็ลดทิฐิยอมมาร่วมโต๊ะอาหารเย็นที่ตึกนอกบ้างแม้จะยังปั้นปึ่งอยู่บ้าง ทุกอย่างในบ้านทรายทองกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง ชายกลางโอบกอดพจมานด้วยความรักความอบอุ่นและพูดถึงลูกน้อยที่กำลังจะเกิดขึ้น ชายกลางถามพจมานว่าเธอมีความสุขไหม เพราะเขาอยากให้เธอมีความสุข พจมานไม่ตอบ ประกายตาของเธอเท่านั้นที่จะบอกได้ว่ากว่าเธอจะมีความสุขได้นั้น เธอต้องผ่านอะไรมาบ้าง อย่างอดทนและเข้มแข็ง ตามแบบฉบับของพจมาน....

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

“ณเดชน์-โบว์” ขึ้นสังเวียนคู่ปรับครั้งแรก ใน “มนต์รักหนองผักกะแยง”

“ณเดชน์-โบว์” ขึ้นสังเวียนคู่ปรับครั้งแรก ใน “มนต์รักหนองผักกะแยง”
11 พ.ค. 2564

06:30 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันอังคารที่ 11 พฤษภาคม 2564 เวลา 15:59 น.