นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    บ้านทรายทอง

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    อัลบั้ม: ช่อง 7 ส่งละครรีเมค "บ้านทรายทอง" ลงจอ


    เพราะความอิจฉาริษยาครอบงำทำให้พจนีย์มองไม่เห็นความรักและหวังดีของพี่สาว เที่ยวพูดไปตามที่ได้ยินสายใจกับบุญเรือนเห็นผู้ชายมาพบพจมาน โดยหวังจะให้ชายกลางกับพจมานระหองระแหงกัน

    ครั้นเรื่องนี้รู้ถึงหูหม่อม แน่นอนว่าต้องอยากรู้ว่าผู้ชายคนนั้นเป็นใคร จึงเรียกบุญเรือนกับสายใจมาซักถาม บุญเรือนรับว่าเห็นจริงแต่ไม่รู้จัก ขณะที่สายใจเห็นพจมานให้ซองแก่เขาคาดว่าข้างในต้องเป็นเงิน

    หม่อมร้อนใจอยากรู้ว่าจริงหรือไม่ ให้ฟักไปตามกรดที่เป็นคนเปิดประตูให้ผู้ชายคนนั้นเข้ามารอพจมานมาพบตน แต่ไม่ได้ข้อมูลเพิ่มเติมอะไร นอกจากสรุปว่ามีพยานเห็นถึงสามคน แล้วจากนั้นหม่อมก็เรียกนายพรมาพบถามเรื่องเงินว่าระยะนี้พจมานขอเบิกเงินพิเศษอะไรบ้างหรือเปล่า

    เมื่อคำตอบคือเปล่า หม่อมบ่นว่ามันเอาเงินมาจากไหน ทำให้นายพรสงสัยอยากซักถามแต่โดนหม่อมตวาดไล่ จึงไปเลียบเคียงกับพจมาน สร้างความแปลกใจให้เธออีกคนว่าทำไมหม่อมถึงถามอย่างนั้น

    แล้วเรื่องก็ลุกลามบานปลายใหญ่โต หม่อมคิดไปเองว่าพจมานคบชู้ ไปพูดให้แพรวพรรณกับหญิงเล็กฟัง แพรวพรรณพลอยผสมโรงว่าผู้ชายคนนั้นกับพจมานอาจเคยเป็นผัวเมียกันมาก่อน แล้วพจมานเอาตัวเองใส่ตะกร้าล้างน้ำมาหลอกลวงชายกลาง

    หญิงเล็กได้ทีแจ้นไปเล่าให้ท่านติ๋วฟัง...แล้วสรุปว่าถ้าพี่ชายกลางรู้ต้องขอหย่ากับพจมานแน่นอน

    “มันคงไม่ยอมง่ายๆเพราะหญิงเล็กเพิ่งบอกเมื่อกี้เองว่ามันยกน้องสาวให้คุณชาย”

    “มันต้องหย่าสิคะ ทำงามหน้ากันทั้งพี่ทั้งน้องพี่ชายกลางเป็นคนรักศักดิ์ศรี ไม่มีวันยอมให้เมียสวมเขาแน่ ทีนี้พี่ชายของหญิงก็จะต้องกลับมาเห็นความดีของท่าน”

    “ฟังดูแล้วเหมือนกับว่าทุกอย่างต้องขึ้นอยู่กับนังพจมานคนเดียว ถ้าคุณชายไม่ผิดหวังจากมันก็จะไม่มีวันมองเห็นติ๋ว”

    “อย่าคิดอย่างนั้นสิคะ ท่านมีค่ามากกว่ามันไม่รู้กี่ร้อยกี่พันเท่า”

    “นั่นเป็นความรู้สึกของเธอ...ไม่ใช่ของพี่ชายเธอ... ติ๋วไม่อยากพูดเรื่องนี้อีกแล้ว ปล่อยให้มันเป็นไปตามพรหมลิขิตดีกว่าค่ะ ติ๋วไม่ได้โชคดีเหมือนหญิงเล็กที่คุณเติมทั้งรักทั้งเอาใจ แล้ววันนี้ทำไมปล่อยให้หญิงเล็กมาคนเดียว ปกติเห็นไปไหนมาไหนด้วยกันตลอดเวลา”

    หญิงเล็กหน้าเสีย พูดอ้อมแอ้มว่าเขาไปสิงคโปร์ แล้วทำหน้าชื่นอกตรมปกปิดความจริงอันน่าอับอายของตน
    ooooooo

    พจนีย์ปักใจว่าพจมานคบชู้หลังจากเธอโดนหม่อมเรียกไปถามเรื่องผู้ชายที่มาพบพจมานแล้วมีการให้ซองเงินกัน

    เมื่อพจนีย์มาพูดกับพจมานก็เลยเป็นเรื่อง บุญเรือน ถูกพจมานไล่ออกโทษฐานปากสว่างเรื่องแขกที่มาพบตน แทนที่บุญเรือนจะเสียใจกลับดีใจที่ได้ไปพ้นบ้านทรายทอง ซึ่งมีเจ้านายเยอะเหลือเกินจนทำตามคำสั่งไม่ถูก

    บุญเรือนเป็นคนบ้านเดียวกับพจมานและพจนีย์ เมื่อเธอกลับไปเจอเพื่อนบ้านปากมากซักถามก็เลย

    เป็นเรื่อง ข่าวพจนีย์ชอบพี่เขยกระฉ่อนไปทั่ว พจนาโมโหอยากจะเอาตัวพจนีย์กลับมาแต่แม่ไม่ต้องการให้ใช้ความรุนแรง วานนกุลไปช่วยจัดการจะดีกว่า

    เติมยังคงเพียรมาเว้าวอนขอร้องหม่อมว่าอยากให้หญิงเล็กกลับมาอยู่ด้วยกัน โดยจะปลูกบ้านหลังใหม่ที่สวยและใหญ่กว่าเดิมให้อยู่ ส่วนเมียน้อยก็ให้อยู่บ้านหลังเก่า

    “หมายความว่าคุณจะไม่เลิกกับเมียน้อย”

    “เลิกสิครับ เลิกเด็ดขาดเลย แต่จะยกบ้านหลังเก่าให้กับค่าใช้จ่ายอีกพอประมาณ เพราะเขาไม่มีที่จะไป...แล้วก็ไม่มีงานทำ”

    “ไม่มากไปหน่อยรึ”

    “ผมขอความเมตตาให้พวกเขาด้วยเถอะครับ เขาอยู่กับผมมานาน คอยดูแลผมทุกอย่าง ผมจึงอยากจะตอบแทนบ้าง เพราะผมจะไม่ไปยุ่งกับพวกเขาอีกแล้ว”

    หม่อมรับฟังอย่างพอใจ แล้วไปบอกต่อหญิงเล็กที่ยังปักหลักอยู่บ้านแพรวพรรณ หญิงเล็กตัดสินใจไม่ได้ หม่อมเลยตัดสินใจให้เองว่าตนจะพูดกับเติมให้เด็ดขาด ระหว่างสร้างบ้านใหม่ให้หญิงเล็กกลับไปอยู่ตึกขวางเพื่อเปิดโอกาสให้เติมมาเยี่ยมบ้าง แพรวพรรณเสริมว่าเราจะได้สังเกตความจริงใจของเขา...

    พจนีย์จ้องทำลายพจมานไม่เลิกรา แค้นที่บุญเรือน คนของตนโดนไล่ออก เย็นวันนี้เธอมาพบชายกลาง บีบน้ำตาให้ร้ายป้ายสีพจมานเรื่องมีผู้ชายมาหาแล้วเอาเงินให้ไป อ้างว่าที่ตึกขวางพูดกันว่าพี่สาวของตนคงจะเคยมีคนรักเก่าก่อนมาแต่งงานกับคุณชายกลาง
    “เธอเป็นน้องสาวแท้ๆของพจมาน ถ้าพจเคยมีคนรักเก่าจริง เธอจะไม่รู้หรอกรึ”

    “นีย์ไม่ค่อยได้คลุกคลีกับเขา แล้วนีย์ก็ย้ายมาอยู่กรุงเทพฯ”

    “ตอนที่เธอย้ายมาอยู่กรุงเทพฯ พจเขาก็มาอยู่ที่บ้านทรายทองนี่แล้วไม่ใช่รึ”

    “แต่ถ้าเรื่องนี้ไม่เป็นความจริง ทำไมพี่พจมานต้องไล่บุญเรือนออกด้วยล่ะคะ เพราะบุญเรือนเอาเรื่องที่พวกตึกขวางนินทามาพูด”

    “ก็สมควรแล้ว บุญเรือนเป็นคนของพจมาน แต่กลับนำเรื่องที่คนอื่นนินทาเจ้านายของตัวมาพูดต่อ ส่วนเธอก็เหมือนกัน เธอเป็นน้องสาวของพจแท้ๆ กลับสงสัยไม่เชื่อในคุณงามความดีของพี่สาว โดยที่เขาเองไม่รู้ตัวสักนิด ซ้ำยังทำดีกับเธอทุกอย่างด้วยความบริสุทธิ์ใจ”

    พจนีย์หน้าเสียรีบแก้ตัวว่าตนไม่ได้คิดอย่างนั้น เพียงแต่อยากรู้ความจริง พอถามเขาก็เฉย จึงมาเรียนคุณชายเพราะถ้าคุณชายถามเขาต้องเกรงกลัวและบอกความจริง

    “ขอบใจที่มาบอกให้ฉันรู้และฉันก็เพียงแต่รับรู้ไว้เท่านั้น เพราะโดยสิทธิ์ของทุกคนย่อมพอใจจะให้เงินใครก็ได้...ไม่ให้ก็ได้ พจเป็นเจ้าของบ้าน เขาอาจจะเมตตาเวทนาใครเป็นส่วนตัวซึ่งเขาก็ทำได้ และก็ยังไม่มีหลักฐานอะไรที่จะชี้บ่งว่าเขาประพฤติตัวไม่ดี เธอไม่ต้องตกใจ”

    “ก็ถ้าหากเขาทำดีแล้วทำไมจะต้องแอบต้องปกปิดด้วยล่ะคะ มิหนำซ้ำเมื่อนีย์ถามเขาก็ควรจะอธิบายว่าอะไรเป็นอะไร แต่นี่กลับนิ่งเฉยแถมยังไล่บุญเรือนออกเสียอีกยังงี้ ใครๆก็ต้องมองในแง่ร้ายอยู่แล้ว ที่คุณชายบอกว่านีย์ควรจะรู้ว่าผู้ชายคนนั้นเป็นใคร เพราะนีย์เป็นน้องสาวของเขา นั่นก็จริงค่ะ ถ้าหากเขาจะไม่ใช่คนหยิ่งถือตัว ไม่ค่อยสุงสิงกับใคร ตอนที่อยู่โรงเรียนประจำ เวลาเขากลับบ้านเขาก็มักจะอยู่กับคุณพ่อ ประจบคุณพ่อ และอวดตัวว่าเป็นลูกรักของท่าน นีย์อยากจะรู้นักว่าที่เขา ทำอยู่นี่สมกับเป็นลูกรักของคุณพ่อหรือเปล่า”

    ชายกลางพยายามระงับอารมณ์ไม่พอใจพจนีย์ซึ่งพยายามพูดให้ร้ายพจมาน กล่าวอย่างเชื่อมั่นในตัวพจมานว่าเป็นคนดี ตนไม่เคยแม้แต่จะระแวง การที่พจมานให้เงินใครอาจมาจากเขายากจนและน่าสงสารจริงๆมาขอความช่วยเหลือ แล้วเธอก็ไม่ต้องการให้ใครมารู้มาเห็น เรื่องแค่นี้จะพากันคิดว่าเป็นเรื่องรักๆใคร่ๆมันก็เกินไป

    พจนีย์หน้าเสียยิ่งขึ้นไปอีก เจ็บใจที่ชายกลางยุไม่ขึ้น บ่นลับหลังว่าเมียกำลังสวมเขาให้แล้วยังจะยกย่องอยู่ได้...

    หญิงเล็กยังไม่ใจอ่อนกับเติมง่ายๆ เธอบอกหม่อมแม่ว่าจะรอจนกว่าบ้านหลังใหม่เป็นรูปเป็นร่างเสียก่อน หม่อมรู้สึกว่าลูกสาวใจแข็งเกินไปแต่ก็คร้านจะต่อความยาว ให้เอมไปตามชายกลางมาพบเพื่อจะพูดเรื่องพจมานคบชู้ แต่ชายกลางไม่ได้มาคนเดียว หนีบเอาพจมานมาด้วยเพราะเขาจะคุยกับหม่อมเรื่องสายใจกระด้างกระเดื่อง

    เพียงเห็นพจมานเดินเข้ามาหม่อมก็หน้าบึ้งทันที เน้นย้ำกับลูกชายว่าแม่ไม่พูดต่อหน้าคนอื่น ชายกลางท้วงว่าพจมานไม่ใช่คนอื่น หม่อมตวัดเสียงใส่อารมณ์ว่ามันอาจจะไม่ใช่คนอื่นสำหรับลูกแต่มันเป็นคนอื่นสำหรับแม่

    พจมานเม้มปากแน่นสะกดความเสียใจ หม่อมยังไม่สาแก่ใจด่าพจมานสะเออะตามลูกของตนมาทำไม ทั้งที่ตนไม่อยากเห็นหน้า พจมานลุกพรวดแต่ชายกลางจับมือเธอไว้แล้วบอกหม่อมว่าถ้ายังไม่พูดธุระกับตน ตนมีเรื่องจะเรียนให้ทราบ

    หม่อมคอแข็ง แดกดันว่าจะกล่าวหาอะไรตนอีก ชายกลางพูดเรื่องสายใจขัดคำสั่งพจมาน แต่พูดไม่ทันจบก็โดนหม่อมตวาดแล้วด่าพจมานแถมพาดพิงถึงพ่อแม่ว่าสันดานมักง่ายเหมือนกันหมด ชั่วทั้งพ่อแม่พี่น้อง

    พจมานหมดความอดทนสะบัดมือชายกลางแล้วเดินแกมวิ่งออกไป ชายกลางตามมาปลอบ แต่เธอพูดอย่างอัดอั้นว่าชาตินี้ตนคงไม่มีทางทำให้หม่อมป้าเมตตาตนได้ ท่านเกลียดตนลึกซึ้งเหลือเกิน ชายกลางเศร้าใจและสงสาร ขอร้องเธออย่าคิดมาก เรื่องนี้เป็นความผิดของตนเอง

    เมื่อเธอบอกว่าอยากกลับไปพักที่บ้านแม่ ชายกลางแนะนำให้ไปศรีราชาหรือหัวหิน แต่พจมานยืนกรานอยากกลับบ้านจริงๆ เขาไม่ขัดใจแต่รอให้ว่างก่อนจะได้ไปด้วยกัน

    นกุลร้อนใจหลังจากแม่ของพจมานเล่าเรื่องที่บุญเรือนเอามาพูดว่าพจนีย์รักชอบกับพี่เขย และพจมานมีผู้ชายมาหาถึงบ้าน เขารีบเดินทางมาที่บ้านทรายทองเพื่อสอบถามความจริงจากพจมาน

    พจมานไม่บอกว่าผู้ชายคนนั้นคือนิเวศน์อดีตสามีของพจนีย์ ส่วนเรื่องพจนีย์กับชายกลางนั้นไม่จริงและไม่มีวันเป็นความจริง คุณชายไม่ใช่คนเจ้าชู้ และตนเองก็ไม่มีวันทำเรื่องน่าอับอายยกน้องสาวให้สามี นกุลไม่แปลกใจในคำตอบเพราะเชื่อมั่นอยู่แล้วว่าพจมานเป็นคนดี เมื่อเจอพจนีย์จึงถือโอกาสคุยกันเธอตามลำพังโดยไม่มีพจมาน

    พจนีย์ยืนยันว่าพจมานคบชู้ ไม่เช่นนั้นคงไม่ไล่บุญเรือนออกจากบ้านเพื่อปกปิดความชั่วของตน นกุลโกรธมากแทบจะตบหน้าพจนีย์ที่เป็นน้องแท้ๆแต่กลับดูถูกพี่สาวอย่างไม่น่าให้อภัย

    ด้านเติมที่พยายามเว้าวอนขอความเห็นใจจากหม่อมเพื่อให้หญิงเล็กกลับมาอยู่ร่วมชายคา แต่เธอเกี่ยงว่าบ้านใหม่ต้องเป็นรูปเป็นร่างก่อน นั่นหมายความว่าต้องอีกยาวนาน เติมเลยเปลี่ยนมาไล่วิภากับสมฤทัยออกจากบ้านหลังเดิมโดยให้เงินไปตั้งตัวคนละก้อน แล้วจะให้หญิงเล็กกลับมาอยู่กับตน โดยพูดผ่านหม่อมไปบอกเธอและสัญญาว่าจะไม่มีคนอื่นอีกแล้วนอกจากหญิงเล็กเพียงคนเดียว ทรัพย์สมบัติที่ตนมีจะเป็นของเธอทุกอย่าง

    หม่อมพอใจ แต่หญิงเล็กรู้เรื่องก็ยังเล่นตัว แม้ลึกๆจะใจอ่อนไปกว่าครึ่งแล้วก็ตาม

    ooooooo

    ท่านต้อมเดินหน้าเรื่องท่านอ้อมโดยใช้ความจริงใจพูดกับเธอตรงๆว่าจะขอหมั้นไว้ก่อน เรียนจบเมื่อไหร่ค่อยแต่งงานกัน...แล้วรวบรัดว่าเธอตกลงหลังจากถามจนแน่ใจว่าเธอไม่ได้ชอบใครอยู่

    เมื่อท่านอ้อมบอกว่าไม่ชอบผู้ชายใจคอโลเลเดี๋ยวชอบคนนั้นแล้วเปลี่ยนมาชอบคนนี้ ท่านต้อมยอมรับว่านั่นเป็นธรรมดาของคนที่ยังไม่พบเนื้อคู่หรือคนที่อยากจะร่วมชีวิตด้วยอย่างแท้จริง แต่ตอนนี้ตนพบแล้ว...

    หญิงเล็กย้ายจากบ้านแพรวพรรณมาอยู่ที่ตึกขวางและยอมให้เติมมารับออกไปเที่ยวบ้างในบางวัน ส่วนชายน้อยที่มาอยู่กับหม่อมเป็นประจำในเวลากลางวัน วันนี้บ่นร้อน หม่อมจึงให้ฟักพาไปอาบน้ำแต่เขาอยากเล่นน้ำในสระมากกว่า

    หม่อมตามใจและกำชับให้ฟักดูแลชายน้อยดีๆ แต่ชายน้อยที่เดินไม่ค่อยถนัดก้าวพลาดลื่นลงไปในสระสำลักน้ำอยู่พักหนึ่งกว่าฟักจะไปตามคนมาช่วย

    ชายกลางรีบพาชายน้อยที่อาการไม่ค่อยดีไปส่งโรงพยาบาล ทุกคนเป็นห่วงเพราะชายน้อยป่วยกระเสาะกระแสะอยู่แล้ว เมื่อชายกลางพาน้องกลับมาหลังจากหมอตรวจรักษา หม่อมร้อนใจรีบมาดู แต่พอเจอพจมานอยู่ด้วยก็อดแขวะไม่ได้ ก่อนจะหัวเสียกลับตึกขวางไปทั้งที่เป็นห่วงลูกชายคนเล็ก

    ชายน้อยตัวร้อนจัด นมทิพย์กับพจมานช่วยกันดูแลอย่างใกล้ชิด ชายกลางรับรู้ได้ถึงความรักอย่างจริงใจของพจมานที่มีให้ชายน้อย ไม่ใช่ทำเพื่อเอาหน้าอย่างที่หม่อมแม่ของเขากล่าวหา

    ท่านติ๋วทราบจากหญิงเล็กเรื่องพจมานคบชู้และจะยกพจนีย์ให้ชายกลางก็นำมาเล่าด้วยท่าทีเยาะเย้ยดูแคลนพจมานให้ท่านต้อมกับท่านตุ้มฟัง ท่านตุ้มไม่เชื่อและโกรธแทนจะไปถามพจมานเพื่อนรักให้รู้เรื่องแต่ท่านต้อมห้ามและเตือนว่า ในเมื่อเราเชื่อมั่นในตัวเพื่อนของเราเราก็ไม่ควรนำความไม่สบายใจไปให้เขา

    ฝ่ายท่านอ้อมที่โดนท่านต้อมจู่โจมขอหมั้นเมื่อวันก่อน วันนี้เธอปรึกษาหม่อมแม่ทำให้สบายใจขึ้นเพราะท่านแนะนำว่าระหว่างที่หมั้นให้ค่อยๆศึกษาดูใจกันไปแต่คิดว่าตนดูคนไม่ผิด ท่านต้อมมีความจริงใจให้กับลูกของแม่

    อาการชายน้อยยังน่าวิตก ตัวร้อนจัดและเพ้อเพราะพิษไข้ ชายน้อยร่ำร้องอยากไปหัวหิน พจมานรับปากว่าถ้าหายดีจะพาไปและให้กรดไปซื้ออุปกรณ์เล่นที่ชายหาดมาเตรียมไว้เพื่อเป็นการยืนยัน พวกแจ่มสรรเสริญในความดีงามของพจมานแต่หม่อมกับแพรวพรรณที่มาเยี่ยมชายน้อยกลับตำหนิอีกตามเคย

    หม่อมสะท้อนใจเมื่อชายน้อยเรียกหานมทิพย์ทั้งที่ตนซึ่งเป็นแม่แท้ๆยืนอยู่ตรงหน้า ทำเหมือนตนเป็นหัวหลักหัวตอ หม่อมเลยสะบัดพรืดออกมาพร้อมแพรวพรรณ

    ผ่านไปสักพัก ท่านอ้อมนำของมาเยี่ยมชายน้อยหลังทราบข่าวจากพจมาน แล้วสองคนเพื่อนรักก็สบโอกาสคุยกันเรื่องท่านต้อมขอหมั้นท่านอ้อม พจมานซึ่งลุ้นอยู่ดีใจที่คู่นี้จะลงเอยกันได้ อวยพรล่วงหน้าให้มีความสุขสมปรารถนาในทุกสิ่งทุกอย่าง

    อาการชายน้อยเดี๋ยวดีเดี๋ยวแย่ ชายกลางจึงให้คนไปรับหลวงแพทย์มาตรวจซ้ำ...พอถึงเวลากลับ ชายกลางออกมาส่งหลวงแพทย์ขึ้นรถ พจนีย์ที่เพ่งเล็งชายกลางอยู่ฉวยโอกาสตอนหลวงแพทย์ไปแล้วแกล้งวิ่งหนีงูมาชนชายกลางล้มลงหวังจะให้เขาช่วยประคองอย่างแนบชิด

    ปรากฏว่าเธอผิดหวังอย่างแรง ชายกลางไม่ช่วยแถมยังเดินหนีไปโดยไม่พูดอะไรสักคำ พจนีย์ฮึดฮัดขัดใจ แจ่มเห็นโดยตลอดจึงไปเล่าให้พจมานฟังด้วยความหวังดี

    คราวนี้พจมานสุดทนกับพฤติกรรมแย่ๆของน้องสาว เธอจะเรียกพจนีย์มาพบเพื่อพูดกันให้เด็ดขาดหลังจากจัดการเรื่องชายน้อยไข้ขึ้นเพ้อว่าคุณตามารอรับ พจมานกับนมทิพย์สังหรณ์ใจไม่ดี ขอให้ชายกลางส่งกรดไปรับหญิงใหญ่กลับมาเผื่อชายน้อยจะดีขึ้น

    ชายกลางตกลงแล้วเข้าไปดูอาการชายน้อยด้วยความสงสาร อยากจะให้หลวงแพทย์มาดูอาการอีกครั้งแต่ทราบว่าเขาไปต่างจังหวัดเสียแล้ว...หลังจากชายกลางออกไปทำงาน พจมานสบโอกาสคุยกับพจนีย์สองต่อสอง เธอสั่งน้องสาวไม่ให้ยุ่งเรื่องของตนกับชายกลาง ต่อไปนี้ห้ามคอยดักพบคุณชายอย่างเด็ดขาด แต่พจนีย์กลับลอยหน้ายียวนว่านังแจ่มตัวดีคงคอยรายงาน

    “ไม่ต้องพี่แจ่มหรอก พี่เองก็เคยเห็น แต่ที่ไม่พูดอะไรมากมายก็เพราะคิดว่าไม่มีอะไร”

    “หมายความว่าตอนนี้มีอะไรแล้ว”

    “คุณชายไม่ชอบให้ใครเข้าไปวุ่นวายกับเธอ ความจริงเธอก็มาอยู่ที่นี่นานแล้วน่าจะรู้ว่าอะไรควรอะไรไม่ควร โดยเฉพาะเธอเป็นสาวเป็นนางเข้าไปวุ่นวายในเรื่องที่ไม่ใช่ธุระหน้าที่ ซึ่งพี่เห็นว่าไม่เหมาะ”

    “ฉันทำอะไรก็ไม่ถูกใจพี่สักอย่าง ที่ฉันโอภาปราศรัยกับคุณชายก็เพราะฉันเคารพนับถือเธอ อยากจะเอาใจเธอ อย่างนี้ฉันผิดด้วยหรือ”

    “ถ้าสิ่งที่เธอทำเป็นเจตนาดี เจตนาบริสุทธิ์ก็ไม่เรียกว่าผิด แต่ที่เธอทำมันมากและออกหน้าออกตาเกินไป”

    “ฉันก็เพิ่งรู้นี่แหละว่าทำความดีมากเกินไปก็น่าเกลียด บางทีพี่คงไม่อยากให้คุณชายชอบฉันกระมัง ผู้หญิงโดยมากก็อย่างนี้แหละ เห็นใครเขาสนิทสนมเอาใจผัวตัวมากๆก็อดอิจฉาไม่ได้”

    “เหลวไหล! นี่เพราะเธอเป็นน้องนะ ถ้าเป็นคนอื่นจะไม่มีโอกาสมายืนพูดเช่นนี้ พี่จะไม่เสียเวลามายืนพูดด้วยสักคำ”

    แทนที่พจนีย์จะสลด กลับยอกย้อนพจมานว่า “พี่รู้ได้ยังไงว่าคุณชายชอบหรือไม่ชอบที่ฉันทำ”

    “คุณชายเป็นสามีพี่!”

    พจนีย์หัวเราะเสียงหลบแหลมราวนางอิจฉา พจมานสั่งเสียงเข้มให้หยุดเดี๋ยวนี้ พจนีย์ยิ้มเย้ยไม่กลัว

    “จะบอกอะไรให้ ฉันเล่าให้คุณชายฟังหมดแล้วเรื่องที่มีผู้ชายมาหาพี่ แล้วพี่ก็ให้เงินมัน พอบุญเรือนแค่มาบอกว่าคนตึกขวางมาถามมันเรื่องผู้ชายคนนี้ พี่ก็ไล่มันออก”

    “ฉันมีสิทธิ์จะไล่คนใช้ทุกคนที่ทำผิดออกได้ทุกเวลา แม้แต่เธอเองก็เถอะ เรื่องแค่นี้ทำไมจะต้องเล่าให้คุณชายฟังด้วย”

    “ฉันต้องการให้คุณชายรู้ข้อเท็จจริง”

    “ข้อเท็จจริงอะไรของเธอ”

    “ก็เรื่องลับลมคมในของพี่กับผู้ชายคนนั้นน่ะสิ ไม่รู้หรือว่าเขาพูดกันให้แซ่ดไปหมด...เดี๋ยวนี้ฉันไม่กลัวพี่แล้ว เพราะพี่ไม่ใช่คนดีอย่างที่พยายามจะยกย่องตัวเอง พี่คบกับผู้ชายอื่น แล้วแอบมาหากันเสมอ”

    “นับประสาอะไรแต่คนอื่นจะดูถูกดูหมิ่น นี่น้องในไส้แท้ๆยังคิดว่าพี่เลวขนาดนั้น ลองกลับไปที่ห้องแล้วส่องกระจกดูสารรูปตัวเองบ้างซิว่ามันผิดเพี้ยนกว่าเมื่อวันแรกเข้ามาอย่างไรบ้าง และที่เป็นอย่างนั้นก็เพราะใคร”

    “ไม่ต้องมาลำเลิก!”

    “ถ้าไม่พูดอย่างนี้คนอย่างเธอไม่มีวันเข้าใจหรอก เราเคยพูดกันอย่างผู้ดี อธิบายกันอย่างนุ่มนวลก็แล้ว ไม่อยากให้กระทบกระเทือนน้ำใจก็ไม่ชอบ กลับหาว่าพี่อิจฉา กันท่า พี่มองดูเธอแล้วมันเจ็บช้ำน้ำใจเหลือเกิน ไม่นึกเลยว่าเลือดเนื้อเชื้อไขของคุณพ่อ พ่อแม่เดียวกัน จะทำกับพี่ได้ถึงเพียงนี้ จริงๆนะพี่ไม่คิดเลย”

    “ฉันก็ไม่เคยคิดเหมือนกันว่าเลือดเนื้อเชื้อไขของคุณพ่อ ลูกสาวคนที่ท่านรักและหวังนักหวังหนาจะเลวทรามถึงกับคบชู้ นอกใจผัว”

    “หยุดเดี๋ยวนี้!”

    “ไม่หยุด! ฉันจะพูดอีกจนกว่าพี่จะบอกว่าไอ้ผู้ชายคนนั้นมันเป็นใคร ไอ้คนที่มันแอบมาหาแล้วพี่งุบงิบให้เงินมันเสมอๆ ใครๆเคยชี้หน้าว่าฉันมันใฝ่ต่ำ หนีตามผู้ชายไป ผัวทิ้ง แต่คนใฝ่ต่ำอย่างฉันก็ไม่เคยนอกใจผัว”

    ขาดคำพจมานตบหน้าพจนีย์หลายทีจนล้มฟุบ แจ่มโผล่มาเห็นตกใจมาก พจมานหน้าตาแดงก่ำด้วยความโกรธ บอกให้แจ่มออกไปก่อน ตนต้องการอยู่สองต่อสองกับผู้หญิงคนนี้

    หลังจากแจ่มไปแล้ว พจมานสั่งให้พจนีย์ขึ้นไปเก็บข้าวเก็บของแล้วกลับไปอยู่กับแม่ที่บ้าน ครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้ายแล้วในเมื่อเราไม่มีทางจะเข้าใจกันก็อย่าอยู่ด้วยกันเลย

    “ที่ฉันลงโทษเธอเมื่อสักครู่ก็เพราะฉันเป็นพี่ เป็นพี่ที่รักน้องดุจชีวิตจิตใจ แต่น้องก็ช่างไม่รู้สำนึก กลับพูดจาดูถูกดูแคลน กลับบ้านไปเถอะ อย่าอยู่ที่นี่เลย ขืนอยู่ต่อไปก็รังแต่จะทำให้คนอื่นกระด้างกระเดื่อง ทุกคนจะได้รู้เสียบ้างว่าแม้แต่น้องแท้ๆ ถ้าทำไม่ถูกต้องก็จะอยู่ในบ้านทรายทองนี้ไม่ได้ กราบลงที่เท้าพี่เดี๋ยวนี้ แล้วขอโทษที่กล่าวคำสบประมาทนี้ไว้”

    พจนีย์ยังคงนั่งคอแข็งนัยน์ตาแข็งกร้าว พจมานถามว่าทำไมถึงกราบพี่ไม่ได้ พจนีย์กระแทกเสียงทันทีว่าเพราะเกลียดพี่ เกลียดที่สุด

    “ถ้าอย่างนั้นกลับบ้านไปก็ดีแล้ว และเราพี่น้องไม่ต้องพบหน้ากันอีกก็ได้ หรือถ้าไม่อยากกลับบ้านจะไปอยู่ที่ไหนก็ตามใจ”

    พจมานเดินออกไปจากบริเวณนั้นโดยที่ไม่ได้หันหลังกลับมามองอีก พจนีย์จ้องตามอย่างเจ็บแค้น แล้วตัดสินใจไปอาศัยชายคาตึกขวางขออยู่กับหม่อมป้า อยู่อย่างไม่สะดวกสบายเหมือนตึกใหญ่ก็ยอม หม่อมสอบถามเรื่องราวก่อนอนุญาตเพราะจะเอาพจนีย์ไว้ช่วยกำจัดพจมานไปจากบ้านทรายทอง โดยทำทีเหมือนยอมรับหากพจนีย์จะมาเป็นสะใภ้คนใหม่ ทั้งที่หมายมั่น ปั้นมือไว้แล้วว่าลูกสะใภ้คนต่อไปคือท่านติ๋ว

    ooooooo

    นมทิพย์ไปเรียนหม่อมว่าชายน้อยอาการไม่ดี ไข้ยังไม่ลด หม่อมจึงให้ยาเขียวมากินแก้ไข้ ขณะที่นมทิพย์กลับออกจากตึกขวางเห็นพจนีย์จึงมาเล่าให้แจ่มฟัง

    ทั้งนมทิพย์และแจ่มเป็นห่วงพจมานที่ต้องผจญกับศัตรูที่ไปรวมตัวกันในตึกขวาง เมื่อพจมานทราบจากแจ่มก็พูดไม่ออก นึกไม่ถึงจริงๆว่าน้องในไส้จะเป็นไปได้ถึงเพียงนี้

    พจมานบอกให้ชายกลางรับทราบเรื่องพจนีย์ สาเหตุที่เธอไล่ไปเพราะทนไม่ได้ที่น้องสาวพูดจาก้าวร้าวหยาบคาย ดูหมิ่นดูแคลนตน แต่ก็เหมือนตนขว้างงูไม่พ้นคอ พจนีย์ไปอยู่กับหม่อมป้า ตนเกรงว่าจะมีเรื่องเดือดร้อนอีก

    ชายกลางรับฟังพจมานโดยดี เป็นห่วงและเข้าใจความรู้สึกของเธอ จึงอยากให้ไปพักผ่อนที่หัวหินเร็วๆ แต่พจมานขอให้ชายน้อยหายดีก่อน แต่แล้วดึกสงัดคืนนั้นเองชายน้อยไม่สบายมาก เพ้อแต่เรื่องไปเที่ยวทะเล พจมานกับนมทิพย์ช่วยกันดูแลจนไม่ได้หลับได้นอน

    หญิงเล็กยังไม่กลับไปอยู่กับเติมเป็นเรื่องเป็นราว จนกระทั่งเติมจับได้ว่าวิภากับสมฤทัยแอบเข้าบ้านมาขโมยของมีค่าจึงดำเนินคดีส่งเข้าคุกไป หญิงเล็กถึงยอมกลับมาเพราะแน่ใจว่าหมดเสี้ยนหนาม

    หญิงใหญ่กลับมาเห็นสภาพชายน้อยก็เวทนาสงสาร แต่ยังไม่รู้เรื่องพจนีย์ไปอยู่ตึกขวาง กระทั่งไปกราบหม่อมแม่แล้วเห็นพจนีย์ หม่อมเลยเล่าอย่างสะใจว่าพจมานทำงามหน้าเสื่อมเสียชื่อเสียงวงศ์ตระกูลด้วยการยกน้องสาวให้เป็นเมียชายกลาง แล้วตัวเองคบชู้นัดกันมาให้เงินถึงในบ้าน เขาเห็นกันตั้งหลายคน

    หญิงใหญ่ไม่เชื่อและไม่อยากฟังต่อ ย้ำว่าตนกลับมาเยี่ยมชายน้อย ไม่ได้มาฟังเสียงนินทาว่าร้ายหรือเสียงลือเสียงเล่าอ้างจากใคร หม่อมฟังแล้วหงุดหงิดกระแทกกระทั้นหมั่นไส้ลูกสาวคนโตอีกตามเคย

    พจมานดีใจที่หญิงใหญ่กลับมา เธอจะให้คนจัดห้องหับแต่หญิงใหญ่ไม่ต้องการกลับมามีชีวิตอย่างเดิม แค่มาอยู่ไม่กี่วันก็จะกลับเพชรบุรี เพราะตนพบชีวิตสุขสงบที่ตนต้องการแล้ว

    หม่อมเบื่อหน่ายทุกคนจนไม่อยากอยู่ตึกขวาง โทร.ไปบอกหญิงเล็กให้มารับไปนอนค้างด้วย เติมยินดีมาก เขากำลังจะไปต่างประเทศ หญิงเล็กจะได้มีเพื่อน คุยอวดเมียว่ากลับมาคราวนี้ค้าขายได้กำไรมากกว่าครั้งก่อนจะพาเธอไปซื้อสร้อยเพชร

    หญิงเล็กหลงใหลได้ปลื้มกับความมั่งมีของเติมถึงขนาดอยากซื้อบ้านทรายทองตามแรงยุของหม่อมแม่ แต่เกรงว่าชายกลางจะไม่ยอมขาย หม่อมจึงจะนัดชายกลางมาให้พูดจากันเอง

    เมื่อหญิงเล็กพูดเรื่องนี้กับเติม เติมติงว่าคงแพงน่าดูเพราะบ้านทรายทองหลังใหญ่ หญิงเล็กกระเง้ากระงอดขุดเรื่องที่เขาจะปลูกบ้านหลังใหม่แต่ตนไม่ต้องการ ตนอยากครอบครองบ้านทรายทอง เติมเลยพูดไม่ออก ได้แต่บอกให้ลองถามพี่ชายของเธอดูว่าจะขายเท่าไหร่

    เช้าอีกวัน หญิงเล็กรับสายจากคนที่บ้านทรายทองแจ้งข่าวชายน้อยอาการเพียบหนัก หม่อมมานอนค้างเมื่อคืนตกใจมากเร่งหญิงเล็กให้รีบพาตนกลับ

    ชายน้อยจากไปอย่างสงบหลังจากทุรนทุรายมาสองสามวันเพราะอาการปอดบวม ทุกคนเศร้าเสียใจ โดยเฉพาะนมทิพย์ที่เลี้ยงดูกันมาแต่อ้อนแต่ออก พจมานก็ไม่ต่างกัน ผูกพันและรักชายน้อยอย่างสุดซึ้ง ขณะที่หม่อมซึ่งเป็นแม่แท้ๆกลับไม่ค่อยดูดำดูดี แต่ถึงคราวตายจากกัน หม่อมก็ฟูมฟายเสียใจไม่น้อยเลย ซ้ำยังโทษตัวเองที่อนุญาตให้ชายน้อยไปเล่นน้ำแล้วพลัดตกสระจนปอดบวม

    งานสวดศพชายน้อยที่ตึกใหญ่มีแขกมากหน้า หลายตา แม้แต่นกุลที่ทราบข่าวจากท่านต้อมที่บังเอิญเจอกันก็มาแสดงความเสียใจ

    ooooooo











    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    “ปราง” สวยครบเครื่อง ฉีกลุครับบทแม่ครั้งแรก ใน “Help Me คุณผีช่วยด้วย”

    “ปราง” สวยครบเครื่อง ฉีกลุครับบทแม่ครั้งแรก ใน “Help Me คุณผีช่วยด้วย”
    27 ต.ค. 2564

    12:30 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันพุธที่ 27 ตุลาคม 2564 เวลา 19:26 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์