ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

บ้านทรายทอง

SHARE
  • แนว
  • :
  • ดราม่า - โรแมนติก
  • บทประพันธ์โดย
  • :
  • ก.สุรางคนางค์
  • บทโทรทัศน์โดย
  • :
  • ภาวิต
  • กำกับการแสดงโดย
  • :
  • เพ็ญลักษณ์ อุดมศิลป์
  • ผลิตโดย
  • :
  • บริษัท ดาราวิดีโอ จำกัด
  • ช่องออกอากาศ
  • :
  • สถานีโทรทัศน์ช่อง 7
  • นักแสดงนำ
  • :
  • วีรภาพ สุภาพไพบูลย์,พีชญา วัฒนามนตรี

บ้านทรายทอง ตอนล่าสุด

ตอนที่ 1

อัลบั้ม: ช่อง 7 ส่งละครรีเมค "บ้านทรายทอง" ลงจอ

ตอนที่ 2

อัลบั้ม: ช่อง 7 ส่งละครรีเมค "บ้านทรายทอง" ลงจอ

ตอนที่ 3

อัลบั้ม: ช่อง 7 ส่งละครรีเมค "บ้านทรายทอง" ลงจอ


คืนนี้ชายกลางออกมาเดินเล่น เจอพจมาน

นั่งซบหน้ากับพนักเก้าอี้ใต้ต้นประดู่ ชายกลางเดินไปทัก เตือนว่าเพิ่งหายไข้ไม่ควรออกมาตากน้ำค้าง

พจมานบอกว่ากำลังจะกลับเข้าข้างในแล้ว พอลุกก็นึกได้บอกว่าพรุ่งนี้ตนจะกลับบ้าน ขอความกรุณาบอกจำนวนเงินค่ายาและค่าห้องด้วย ตนจะพยายามส่งมาใช้คืนโดยเร็ว พูดออกตัวว่าเสียใจที่เมื่อกี้พูดอะไร

ไม่น่าฟังไปบ้าง เพราะไม่ชอบได้ยินใครๆกล่าวร้ายคุณพ่อ

คุณแม่ตน ชายกลางถามว่าทำไมถึงจะไปเสียล่ะ?

“เพราะไม่มีใครต้องการให้ดิฉันอยู่!”

“ครั้งแรกที่เธอเข้ามาในบ้านทรายทอง เธอต้องการอะไร” ชายกลางถามด้วยน้ำเสียงเฉียบขาดเชิงเตือนให้คิด พจมานบอกว่าเป็นความปรารถนาของคุณพ่อซึ่งตนมีหน้าที่ทำตาม “แล้วทำไมจะกลับเสียล่ะ เรียนก็ยังไม่ทันจบ”

“ดิฉันจะลาออก ไม่เรียนแล้วค่ะ” ชายกลางถามว่าหมายความว่าจะไม่ทำตามปรารถนาของคุณน้าพนา?

พจมานก้มหน้าลง บอกว่าตนรักคุณพ่อ อยากทำตามความตั้งใจของท่าน อยากอดทนเพื่อเรียนให้จบ แต่ทนไม่ไหว ตนไม่เคยเห็นบ้านใครที่ทารุณ ลึกลับซับซ้อนอย่างนี้ ทุกคนมีแต่ความทารุณโหดเหี้ยม ปราศจากความเมตตา มีเพียงคนเดียวที่ตนรักที่สุดคือชายน้อย ถามว่า...

“เห็นไหมคะแม้แต่ชายน้อยที่เป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของหม่อมป้าเอง ท่านยังรังเกียจ แล้วดิฉันเป็นใคร ทุกคำที่ท่านเอ่ยถึงคุณพ่อคุณแม่ของดิฉัน มีแต่จิกหัวเรียก...ดิฉันทนอยู่ในที่ที่มีแต่คนเหยียบย่ำดูแคลนไม่ได้” พจมานพูดอย่างไม่หวั่นเกรงว่า

“ดิฉันเกลียดพวกสว่างวงศ์ทุกคน รวมทั้งตัวคุณด้วย”

ชายกลางเตือนสติว่าตามศักดิ์แล้วตนเป็นพี่ชายเธอ เธอเป็นน้องต้องกลัวพี่ ต้องเกรงพี่ พจมานสวนทันควันว่าตนไม่เคยกลัวใคร นอกจากคุณพ่อคนเดียว

ยิ่งพูดพจมานก็ยิ่งเจ็บแค้นเหมารวมว่าแม้แต่ตัวเขาเองก็เหมือนทุกคน เจ้ายศเจ้าอย่างดูถูกคนจน พจมานพูดจนชายกลางสั่งให้หยุด! พจมานไม่หยุดก็ถูกจับต้นแขนเขย่าจนเซ กระนั้นพจมานก็ยังพูดไม่หยุดว่า

“พวกสว่างวงศ์ทารุณโหดร้ายทุกคน รวมทั้งคุณด้วย”

พจมานถูกชายกลางบีบแขนอย่างแรงจนเธอร้องเจ็บและหมดสติไป ชายกลางรับไว้ เรียกอย่างห่วงใย

“พจมาน! พจมาน! พี่ไม่ควรบีบแขนเธอแรงไป”

ชายกลางอุ้มพจมานเดินตรงมาที่ตัวตึก หญิงเล็กที่กำลังจะกลับห้องเห็นเข้า รีบหลบอุทาน “คุณพระช่วย!”

ชายกลางอุ้มพจมานมานอนที่ห้อง พอเธอรู้สึกตัวก็จะลงไปนอนกับนมทิพย์ ชายกลางสั่งเสียงเข้มว่า

“เธอต้องนอนที่นี่ แล้วให้แจ่มขึ้นมานอนเป็นเพื่อน ถ้ายังไม่พอใจอะไร หายดีแล้วค่อยว่ากันใหม่” พจมานทำท่าจะรั้นถูกปรามว่า “เธอคงไม่อยากให้คุณแม่ต้องเป็นห่วงใช่ไหม” พจมานจึงนิ่งอึ้ง เม้มปากมองชายกลางที่เดินออกไปเงียบๆ

ooooooo

ที่โต๊ะอาหารเช้านี้ ทุกคนนั่งกินข้าวกันเงียบๆ จนหม่อมเอ่ยกับชายกลางทำลายความเงียบขึ้นว่า เมื่อพจมานไปแล้ว ขอห้องนั้นให้โสมอยู่แทน เดี๋ยวจะให้เอมกับฟักไปเปลี่ยนที่นอนหมอนมุ้งเสียใหม่

คุณแพรวรีบบอกให้โสมกราบขอบพระคุณชายกลาง แต่ชายกลางบอกว่าพจมานไม่ได้ไปไหน หม่อมเสียงเข้มขึ้นทันทีว่า “มันด่าแม่ด่าเชื้อไม่ไว้หน้า แล้วชายยังจะให้มันลอยหน้าลอยตาอยู่ในบ้านอีกเรอะ!”

“พจมานเขามีสิทธิ์อยู่ในบ้านทรายทอง เช่นเดียวกับเราทุกคนครับ เพื่อความสบายใจของหม่อมแม่กับน้าแพรว ผมจะให้เขามากราบขอโทษ”

“ไม่ต้อง! ฉันเกลียดมันจนไม่อยากเห็นหน้า ถ้าอยากจะยกย่องมันก็เชิญ ถ้าไม่ไล่มันไป วันนึงทุกคนจะเสียใจ!” แต่พอเดินไปได้สองก้าวก็หันมาย้ำ “ฉันขอเตือนไว้ตรงนี้เลยว่า ถ้าไม่ให้มันไป...สักวันหนึ่งเธอจะเสียใจ!”

ooooooo

เช้านี้ขณะชายกลางขับรถออกจากประตูใหญ่จะไปทำงาน เห็นพจมานออกจากประตูเล็กเดินรีบร้อนจะไปเรียกสามล้อ เขาหยุดรถ เดินไปบอกให้ขึ้นรถ ตนจะไปส่ง พจมานขอบคุณแต่ตนเดินเองได้

บุญที่กำลังจะปิดประตูใหญ่มองอย่างสนใจ ผู้คนที่เดินไปมาก็มองสงสัย ชายกลางเร่ง

“อย่าร่ำไร ฉันต้องไปทำงาน ส่วนเธอต้องไปเรียน”

พจมานละอายสายตาที่มองมาจึงเดินไปขึ้นรถไหว้และพึมพำขอบคุณ ชายกลางถามว่าทำไมถึงไปโรงเรียนสาย พอพจมานบอกว่า “ดิฉันเพิ่งจะทำงานบ้านเสร็จค่ะ” ชายกลางนิ่งอึ้งไปอึดใจแล้วจึงขับรถออกไป

บุญที่ยืนมองอยู่จึงปิดประตูใหญ่เข้าบ้านไป

หม่อมพรรณรายกับคุณแพรวพรรณจับตาดูชายกลางกับพจมานอยู่อย่างมีอคติริษยา หม่อมหาว่าพจมานเสแสร้งเจ็บไข้ได้ป่วยเพื่อให้ชายกลางพาส่งโรงพยาบาล ออกค่าใช้จ่ายให้หมดแล้วไหนจะยังห้องหับส่วนตัวอีก คุณแพรวเป่าหูยุแหย่ทันทีว่าต่อไปก็อาจจะยกบ้าน

ทรายทองให้ เหยียดปากพูดอย่างเจ็บใจว่า

“นี่แหละค่ะ เขาเรียกว่าเชื้อไม่ทิ้งแถว นังแม่ของมันเคยจับเจ้าพนาได้ ทำไมนังลูกของมันจะจับชายกลางไม่ได้ ดีไม่ดีนังแม่จะเป็นคนวางแผนเสียด้วยซ้ำ”

“หัวเด็ดตีนขาดพี่ไม่มีวันยอมให้ชายกลางไปเกลือกกลั้วกับพวกมันแน่! ลูกสะใภ้ของพี่ต้องเป็นท่านหญิงติ๋วเท่านั้น!” คุณแพรวเร่งเร้าว่าจะทำอะไรก็รีบทำเสีย เพราะชายกลางมีทั้งรูปสมบัติ คุณสมบัติ และทรัพย์สมบัติ ตนห่วงว่าจะเสียท่าพจมาน “พอที! คุณแพรว พี่ทนฟังไม่ได้!!” หม่อมเบรกฮึดฮัดอย่างทนฟังไม่ได้จริงๆ

ooooooo

ท่านตุ้มเพื่อนนักเรียนในชั้นที่สนิทกับพจมาน เห็นชายกลางมาส่งพจมาน จำรถได้แต่ไม่รู้จักชายกลาง ท่านตุ้มถามว่าใครมาส่ง รถคันนั้นเหมือนรถที่บ้านทรายทอง เคยเห็นพี่หญิงเล็กขับไปที่บ้าน พูดแล้วนึกได้ถามตื่นเต้น...

“จริงสิ...ท่านอ้อมเคยบอกว่าพจไปอยู่ที่บ้านทรายทองแล้ว...”

“ท่านตุ้มอย่าเพิ่งเล่าให้ใครฟังได้ไหมคะ” พจมานขอร้อง ท่านตุ้มถามว่าทำไม ก็พอดีเสียงออดเข้าแถวดังขึ้น พจมานถอนใจโล่งอกที่ไม่ต้องตอบคำถามท่านตุ้ม

จนพักกลางวันมาเจอกันที่โรงอาหาร ท่านตุ้มบอกเพื่อนๆว่าเมื่อเช้ามีรถเก๋งมาส่งพจมานด้วย ทุกคนตื่นเต้นตาโตถามกันว่าใคร?? พจมานจึงจำต้องบอกว่า

“คุณชายกลาง เธอกำลังจะออกไปทำงาน แล้วเราก็ออกมาจะเรียกรถสามล้อพอดี”

“ต๊าย...ช่างบังเอิญจัง” เพื่อนๆร้องพร้อมกันยิ้มอย่างมีเลศนัย พจมานบอกว่าคุณชายกลางสงสารกลัวตนจะมาเรียนไม่ทันเลยมาส่ง

“อู๊ยยยย...สุภาพบุรุษ!” เสาวรจกรี๊ดกร๊าด เพื่อนๆ หัวเราะกันคิกคักประสาวัยรุ่นช่างฝัน พจมานจำต้องฝืนยิ้มไปด้วย

ท่านตุ้มเล่าให้ท่านติ๋วและท่านต้อมฟังที่โต๊ะอาหารค่ำนี้ว่าเมื่อเช้าคุณชายกลางไปส่งพจมานที่โรงเรียน ท่านต้อมถามทันทีว่าใครคือพจมาน ท่านตุ้มบอกว่าหลานหม่อมพรรณราย ท่านติ๋วสวนทันทีว่าคนอาศัยต่างหาก

ท่านตุ้มบอกว่าพจมานไม่ใช่คนอาศัย ท่านต้อมบอกให้พูดอีกทีซิว่าพจมานเป็นใคร ท่านติ๋วเล่าด้วยน้ำเสียงดูแคลนว่า

“หญิงเล็กเล่าให้ฟังค่ะว่า เด็กพจมานเป็นลูกของญาติห่างๆของหม่อมป้าที่ไปได้ผู้หญิงบ้านนอกเป็นเมีย พอผัวตายแม่คนนี้ก็ส่งลูกมาอาศัยที่บ้านทรายทอง นัยว่าอยากจะชุบตัวให้เป็นผู้ดี แล้วก็มีส่วนในมรดกบ้าง”

“ไม่จริงค่ะ! หญิงรู้จักพจมานมานานแล้ว” ท่านตุ้มทักท้วงทันที ท่านติ๋วถามว่าไปรู้จักเขาได้ไง “เขาเรียนโรงเรียนเดียวกับหญิงตั้งแต่ชั้นมูลเล็ก แต่อยู่คนละห้อง พจอยู่กลุ่มเดียวกับท่านอ้อมด้วย” หญิงติ๋วถามอย่างไม่สบอารมณ์ว่าท่านอ้อมไปคบกับพวกบ้านนอกได้ยังไง! ท่านตุ้มถามอย่างไม่ชอบใจว่า “ทำไมพี่หญิงติ๋วชอบพูดดูถูกคนจัง!”

ท่านติ๋วทำท่าจะดุน้อง ก็ถูกท่านต้อมขัดขึ้นว่าทะเลาะเรื่องคนอื่นอยู่ได้ บอกว่าน้อยเอาผลไม้มาให้ตั้งนานแล้ว พลางจัดแบ่งผลไม้ ไม่ได้สนใจท่านติ๋วที่ถลึงตาใส่ท่านตุ้มที่นั่งทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้

ฝ่ายชายกลาง คืนนี้ไปถามหญิงใหญ่ว่าคนใช้มีไม่พอหรือถึงต้องให้ญาติไปช่วยทำความสะอาดบ้าน หญิงใหญ่อ้างว่าผู้หญิงที่ไหนเขาก็ต้องทำงานบ้านงานเรือนกันทั้งนั้น

“ในกรณีนี้ผมไม่เห็นมีความจำเป็น ถ้าบ้านเราไม่มีคนรับใช้ก็ไปอย่าง แล้วพจมานก็ต้องไปเรียนหนังสือ พ่อแม่เขาฝากลูกมาเรียนหนังสือ ไม่ใช่ให้มาทำงานบ้านนะครับ”

ตอนที่ 4

อัลบั้ม: ช่อง 7 ส่งละครรีเมค "บ้านทรายทอง" ลงจอ



พจมานทำท่าจะหลีกทางให้ชายกลางเข้ามาใช้ห้องสมุด แต่ชายกลางชิงพูดเรื่องต้องการให้เธอเรียนพิเศษดนตรีเพิ่มเติมจากที่โรงเรียน โดยนัดครูสอนเปียโนไว้แล้วเป็นเสาร์หน้า พจมานจะปฏิเสธเพราะเกรงใจแต่ชายกลางตัดบทด้วยการอ้างสิทธิ์ตนเป็นผู้ปกครองเธอแทนน้าพนา

เรื่องย่อละคร บ้านทรายทอง

พจมาน พินิตนันทน์ เดินทางมายังบ้านทรายทอง ตามคำสั่งเสียในสมุดบันทึกบิดาซึ่งเสียชีวิตลง ให้เธอมาขออาศัยอยู่กับญาติที่บ้านหลังนี้ เพื่อลดทอนค่าใช้จ่ายในการเรียนโรงเรียนประจำ เนื่องจากบิดาของเธอต้องการให้พจมานได้เรียนต่อจนสำเร็จการศึกษา พจมานเป็นเด็กสาวรุ่น ที่มีความหยิ่งทะนงในศักดิ์ศรี กล้าหาญ และเด็ดเดี่ยว อันเป็นอุปนิสัยที่ได้รับการอบรม ปลูกฝังมาจากบิดาที่เธอรักและรักเธอยิ่ง วันแรกที่มาถึงบ้านทรายทอง พจมานไม่ได้รับการต้อนรับดังที่เธอหวัง เนื่องจากหม่อมพรรณราย ซึ่งมีศักดิ์เป็นป้าของเธอ เพราะเป็นลูกพี่ลูกน้องของบิดา ไม่อยู่ต้อนรับ แม้มารดาของพจมานจะได้ส่งจดหมายแจ้งข่าวการมาของเธอล่วงหน้าแล้วถึง 15 วันก็ตาม แต่ความอ่อนล้าจากการเดินทางและความผิดหวังทำให้พจมานเป็นลมหมดสติไปต่อหน้า ม.ร.ว ภาระดีสว่างวัฒน์ หรือ คุณหญิงใหญ่ ลูกสาวคนโตของหม่อมพรรณรายซึ่งเป็นคนรับหน้าพจมานในวันนั้น แม้ภายนอกคุณหญิงใหญ่จะดูเป็นคนเย็นชา อารมณ์ร้อน แต่ลึกๆแล้วเป็นคนมีเมตตา เมื่อพิจารณาจากจดหมายยืนยันของบิดาจากมือพจมาน ถึงแม้คุณหญิงใหญ่จะไม่ได้เปิดอ่านเพราะไม่ได้จ่าหน้าถึงเธอ แต่เธอก็ตัดสินใจอนุญาตให้พจมานพักที่บ้านทรายทองจนกว่าจะได้พบกับหม่อมพรรณราย 

หม่อมพรรณรายกลับจากบ้านตากอากาศที่ศรีราชา พร้อม ม.ร.ว ภาวิณีจรัสเรือง หรือคุณหญิงเล็ก บุตรสาวคนสุดท้อง เมื่อทราบเรื่องว่าคุณหญิงใหญ่รับตัวพจมานไว้ในบ้าน ก็เกิดโทสะต่อว่าต่อขานบุตรสาวคนโตต่างๆนาๆ และพยายามผูกเรื่องของบิดามารดาของพจมานไปในทางลบ แต่ยิ่งเล่าก็ยิ่งทำให้คุณหญิงใหญ่ทราบแน่ชัดว่าพจมานมีความเกี่ยวดองเป็นญาติกับสกุล สว่างวงศ์ แห่งบ้านทรายทองจริง กล่าวคือ พจมานเป็นธิดาของพนา พินิตนันทน์ บุตรชายของคุณปู่สุรพล น้องชายแท้ๆ ของเจ้าคุณราชาพิพิธ ผู้เป็นบิดาของหม่อมพรรณราย ที่สำคัญ มารดาของพจมานเมื่อครั้งติดตามบิดาของพจมานมาอาศัยอยู่ที่บ้านทรายทอง เพื่อเรียนวิชากฎหมาย ได้เคยบริบาลเฝ้าไข้คุณยายของคุณหญิงใหญ่จวบวาระสุดท้ายของชีวิต คุณหญิงใหญ่ซาบซึ้งในความดี และตัดปัญหารำคาญใจเรื่องที่หม่อมพรรณรายกล่าวหาว่าเธอเป็นผู้ชักนำพจมานเข้ามาอยู่ในบ้าน ด้วยการรับอาสาดูแลพจมาน และให้พจมานอยู่ภายใต้การปกครองของเธอขณะอาศัยอยู่ในบ้านทรายทอง

แรกทีเดียวคุณหญิงใหญ่มีความกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายในการเรียนของพจมานอยู่บ้าง เนื่องจากเธอเอง ไม่ได้มีรายได้อะไร นอกจากเงินเดือนซึ่งเป็นเงินกองกลางจากมรดกของตระกูล เธอไม่ได้เรียนจนสำเร็จการศึกษา จึงไม่มีอาชีพ เพราะเมื่อรุ่นสาวเกิดมีความรักกับบุตรชายผู้ดูแลมรดกและทรัพย์สินของตระกูล ซึ่งสร้างความไม่พอใจให้หม่อมพรรณรายเป็นอย่างมาก จึงสั่งห้ามเธอออกจากบริเวณบ้านเพื่อไม่ให้มีโอกาสได้พบกับคนรัก เธอจึงต้องออกจากโรงเรียนโดยปริยาย นับแต่นั้นมา คุณหญิงใหญ่ก็กลายเป็นคนเย็นชา หม่นหมอง อารมณ์แปรปรวน และคุ้มดีคุ้มร้ายในสายตาของผู้อื่น แต่เมื่อซักถามพจมาน จึงทราบความจริงว่าบิดาของพจมานได้กันเงินสำหรับค่าเล่าเรียนของบุตรสาวไว้แล้วจำนวนหนึ่ง ไม่มีใครต้องเป็นธุระเรื่องค่าเล่าเรียนหรือค่าใช้จ่ายส่วนตัวของพจมาน นอกจากขอเพียงแค่ที่พักและอาหารเท่านั้น หญิงใหญ่จึงดูแลพจมานได้สนิทใจมากขึ้น แต่นั่นก็เป็นจุดเริ่มต้นของความคลางแคลงใจในตัวมารดาว่าเหตุใดหม่อมพรรณรายจึงกีดกันพจมานให้ไปจากบ้านทรายทอง ทั้งที่ไม่ต้องเลี้ยงดูปูเสื่ออะไรพจมานมากมาย

ฝ่ายคุณหญิงเล็ก ผู้มีอารมณ์ร้อน หลงใหลในความหรูหราฟู่ฟ่า เชื่อคำบอกเล่าของมารดาทั้งหมด และรู้สึกว่าพจมานมารบกวนและสร้างความรำคาญให้แก่เธอและผู้คนในบ้านทรายทอง จึงเริ่มจงเกลียดจงชังพจมาน และหาทางกำจัดออกจากบ้าน แต่พจมานไม่ใช่คนอ่อนแอและยอมคนหากตัวเองไม่มีความผิด คุณหญิงเล็กกับพจมานจึงกลายเป็นไม้เบื่อไม้เมากันเสมอ พจมานอาศัยอยู่ในบ้านทรายทองท่ามกลางความกดดันและการกลั่นแกล้งต่างๆนาๆ จะมีก็เพียงเพื่อนคลายเหงาเป็นเด็กชายวัย14 คือม.ร.ว ภาณุทัตสวัสดี หรือคุณชายน้อย ลูกคนสุดท้องของหม่อมพรรณราย ที่มีร่างกายพิการ ขาเป๋ ปากเบี้ยว และรูปร่างเล็กกว่าอายุจริง และเกิดมาได้ไม่นานทูลหม่อมพ่อก็เสียชีวิต หม่อมพรรณรายจึงชิงชังลูกชายคนนี้ถึงขั้นโยนให้แม่นมทิพย์เลี้ยงดูที่เรือนคนใช้ พจมานเอ็นดูสงสารชายน้อยเพราะคิดถึง พจนา น้องชายคนกลางพี่ชายของพจนีย์ น้องสาวคนเล็กของเธอ คุณนมทิพย์เองก็มีความเมตตา ใจดีต่อพจมาน เธอจึงสนิทสนม นอกจากคุณชายน้อยแล้ว พจมานยังรักใคร่สนิทสนมกับคุณนมทิพย์เป็นอย่างดี

พจมานถึงจะพักอยู่ในบ้านทรายทองอย่างผู้อาศัย ต้องทำงานบ้านแทบไม่ต่างจากบ่าวไพร่ แต่เธอก็ตั้งหน้าตั้งตาเรียนหนังสือ ตามคำสั่งเสียของบิดา หากแต่การเรียนของเธอก็แย่ลงตามลำดับ เนื่องจากต้องแบ่งเวลาไปช่วยงานในบ้าน จนแทบไม่มีเวลาทบทวนตำรา พจมานขอแยกห้องจากหญิงใหญ่ไปอยู่เรือนคนใช้เพื่อจะได้ทบทวนตำราเรียนยามดึกได้สะดวก ขณะเดียวกัน คุณแพรวพรรณ น้องสาวคนเดียวของหม่อมพรรณราย ก็กลับจากต่างประเทศและย้ายมาขออาศัยอยู่ที่บ้านทรายทองพร้อมกับลูก ๆและสามีกะทันหัน เพราะบ้านในเมืองไทยนั้นปล่อยให้ผู้อื่นเช่าขณะที่ตนและครอบครัวใช้ชีวิตอยู่ต่างประเทศ

พจมาน ทราบว่าเจ้าคุณราชาพิพิธ พี่ชายแท้ๆ ของคุณปู่สุรพล ผู้เป็นบิดาของ พนา พินิตนันทน์ บิดาของเธอ ยังมีชีวิตอยู่ที่ตึกขวางของบ้านทรายทอง จึงต้องการเข้าไปกราบเรียนว่าเธอได้เข้ามาขออาศัยบารมีท่านในบ้านทรายทอง แต่เมื่อไปพบเข้าจริงๆ เจ้าคุณราชาพิพิธกลับมีอาการหวาดผวา เมื่อได้ยินชื่อ สุรพล และเพ้อออกมาเป็นคำพูดแปลกๆ มากมาย จนอาการป่วยทรุดหนัก พจมานจึงถูกสั่งห้ามไม่ให้เข้าไปพบท่านอีก แต่มีสิ่งหนึ่งที่ทำให้พจมานอดทนต่อความอยากรู้อยากเห็นไม่ไหว คือ ความเปล่าเปลี่ยวรกร้างของตึกขวาง ที่ดูเหมือนจะถูกปิดตาย วันหนึ่ง เมื่อสบโอกาส พจมานจึงลองลัดเลาะเดินไปสำรวจที่ตึกขวาง แต่ภาพที่เธอเห็นสร้างความประหวั่นพรั่นพรึงและน่าตกใจกลัวให้แก่เธอเป็นอย่างมาก ภาพของหญิงชราผมขาว ที่เดินถือเครื่องเซ่นไหว้ ไปตั้งที่หน้าโลงศพ พร้อมกลิ่นธูปตลบอบอวน พจมานคิดว่าเธอโดนผีหลอก แต่ยังมีสติพาตัวเองวิ่งกลับมาที่หน้าตึกฝั่งที่พักอาศัย ความตกใจสุดขีดประกอบกับเมื่อชนเข้าอย่างจังกับสุภาพบุรุษท่านหนึ่ง ทำให้พจมานถึงกับหวีดร้องและสิ้นสติไปทันที

ชายผู้นั้น คือ ม.ร.ว ภราดาพัฒน์ระพี หรือคุณชายกลาง แห่งบ้านทรายทอง ที่เพิ่งกลับจากการไปดูงานที่ต่างประเทศ แรกทีเดียวเขาเองไม่ทราบว่าพจมานเป็นใคร แต่เมื่อพบว่าหมดสติจึงพาไปส่งที่ห้องของชายน้อย เพื่อให้คุณนมดูแล และได้รับข้อมูลของพจมานจากบุคคลรอบตัวตามลำดับ การกลับมาของคุณชายกลาง เปรียบได้กับฤดูดอกประดู่บาน พลิกฟื้นความแร้นแค้นทั้งร่างกายและจิตใจของผู้อาศัยอยู่ในบ้านทรายทอง ตั้งแต่คนใกล้ชิดอย่างชายน้อย ที่ได้รับการส่งตัวไปรักษา ตลอดจนบ่าวไพร่ รวมไปถึงพจมานด้วย เธอได้รับอนุญาตให้มีห้องพักเป็นของตัวเองชั้นบน เทียบเท่าญาติพี่น้อง และได้รับการช่วยเหลือเรื่องเงินทอง เมื่อปะเหมาะเคราะห์ร้าย มารดาของเธออาจไม่มีเงินส่งเสียให้เธอเรียนจนสำเร็จการศึกษาได้ พจมานจึงเปลี่ยนมือไปตกอยู่ในความปกครองของคุณชายกลาง เธอและเขาต่างจึงเข้ามามีบทบาทในชีวิตของกันและกันตามลำดับ

เหตุการณ์ที่กำลังดำเนินไปได้ด้วยดี ต้องมีอันพลิกผัน เมื่อคุณชายกลางต้องเดินทางไปดูงานที่ไซ่ง่อน จังหวะนั้นเอง คุณหญิงเล็กซึ่งจงเกลียดจงชังพจมานมากขึ้นทุกวัน จึงเริ่มวางแผนทำลายพจมานให้เสียคนโดยการพาพจมานไปเข้าสมาคมและทำความรู้จักกับบุคคลต่างๆซึ่งมีความประพฤติไม่ดี ส่วนมากจะเป็นเสือผู้หญิง มากหน้าหลายตา โดยทำทีขอตอบแทนพระคุณของคุณชายกลางที่มอบเงินในการจัดงานหมั้นระหว่างเธอกับท่านชายอเนกนพรัตน์ หรือท่านต้อม เจ้าพี่ของท่านหญิงปิยะฉัตรโสภา หรือท่านติ๋ว สตรีสูงศักด์ซึ่งสนิทสนมกับคุณหญิงเล็กเพราะหมายปองในตัวคุณชายกลาง โดยอาสาจะเป็นผู้ปกครองให้แก่พจมาน และรับปากว่าจะดูแลพจมานเป็นอย่างดี คุณชายกลางตกลงให้คุณหญิงเล็กดูแลพจมาน แผนร้ายต่างๆ จึงเริ่มต้นขึ้น หญิงเล็กอนุญาตให้นกุล เพื่อนชายคนสนิทของพจมานที่เติบโตมาด้วยกันตั้งแต่อยู่บ้านต่างจังหวัด มาพบพจมานที่บ้านทรายทองได้ ทั้งที่ตอนต้นเคยกระทั่งตบหน้าพจมานและสั่งห้ามเด็ดขาดไม่ให้พบปะกับนกุล แต่ครั้งนี้หญิงเล็กหวังจะให้ทั้งสองมีโอกาสใกล้ชิดและทำเรื่องไม่ดีไม่งามขึ้น แต่การณ์กลับไม่เป็นไปตามคาด เมื่อไม่สำเร็จ คุณหญิงเล็กจึงพาพจมานออกสมาคม ไปเต้นรำ ตีเทนนิส ดื่มน้ำชา ตามที่ต่างๆ ซึ่งจะมีท่านต้อมไปด้วยเสมอ และบุคคลที่คุณหญิงเล็กชักนำให้พจมานชิดเชื้อด้วย ก็ล้วนแต่เป็นคนมีประวัติไม่สวย ท่านต้อมเห็นใจในความซื่อและใฝ่ดีของพจมานจึงคอยปกป้องพจมานบ่อยๆ

หญิงเล็กไม่วางมือจากพจมานง่าย ๆ บังคับให้พจมานเดินทางไปบางปูกับครูสอนดนตรี ซึ่งเบื้องหลังคือผู้ผลิตหนังลามกที่มักล่อลวงเด็กสาวๆไปถ่ายทำหนังอนาจาร เรื่องนี้ทำให้ท่านต้อม ไม่พอใจ และมีปากเสียงกับคุณหญิงเล็ก พจมานมาได้ยินเข้า จึงทราบความในใจว่าคุณหญิงเล็กไม่เคยหวังดีกับเธอเลย แต่ความดื้อรั้นบางอย่างก็ทำให้เธอตัดสินใจเดินทางไปบางปู ท่านต้อมตามไปช่วยเหลือ และทำให้ค้นพบหัวใจตัวเองว่า ผู้หญิงที่เขารัก คือพจมาน หาใช่คุณหญิงเล็กไม่ พจมานใช้ไหวพริบในการพูดจาโน้มน้าวจิตใจของครูสอนดนตรี เพื่อไม่ให้เขาล่อลวงเธอไป แต่สุดท้ายจะสำเร็จหรือไม่ในการโน้มน้าวนั้นก็สุดรู้ เพราะรถของท่านต้อมมาไม่ทันคณะของพจมาน เจอเพียงนกุลที่มาร่วมงานเดียวกัน แต่คนละคณะ จึงปล่อยให้พจมานกลับไปกับคณะเดิม ขากลับรถของพจมานประสบอุบัติเหตุพลิกคว่ำที่ทางเข้าสถานที่ฉายหนังลามก พจมานได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย ท่านต้อมและนกุล ตามมาพบเหตุการณ์จึงรีบตามไปรับพจมานที่โรงพัก เพื่อพากลับบ้านทรายทอง

ขณะเดียวกัน หลังจากมีปากเสียงกับท่านต้อม หญิงเล็กก็มีปากเสียงกับหญิงใหญ่ และเรื่องราวก็บานปลายไปเกี่ยวกับข่าวระแคะระคายเรื่องเจ้าของสิทธิ์ครอบครองบ้านทรายทอง ว่าไม่ใช่คุณชายกลางอย่างที่เข้าใจ คุณหญิงเล็ก เกรี้ยวกราดเอาแต่อารมณ์วิ่งถลันไปที่ตึกขวาง อาละวาดเอากับเจ้าคุณราชาพิพิธ จนอาการทรุดหนักลงทันที เมื่อพจมานกลับถึงบ้านทรายทองเธอถูกตามตัวให้ไปดูใจท่านเจ้าคุณ ในขณะที่คุณหญิงเล็กยังไม่หยุดเกรี้ยวกราด สุดท้าย..ท่านเจ้าคุณสารภาพว่า บ้านทรายทองเป็นของสุรพล น้องชายของท่าน ผู้เป็นเจ้าของที่แท้จริงของบ้านทรายทอง คือทายาทของสุรพล นั่นก็คือ พจมาน! นั่นเอง ท่ามกลางความตกตะลึง พจมานปฎิเสธที่จะรับสิทธิ์นั้น รุ่งเช้า เจ้าคุณราชาพิพิธก็สิ้นใจ โดยที่คุณชายกลางยังไม่กลับมา

หลังจากเจ้าคุณสิ้นบุญได้ไม่นาน พจมานก็ได้รับโทรเลขจากพจนา ผู้เป็นน้องชายว่ามีเรื่องร้อน ให้รีบกลับบ้าน นกุลอาสากลับไปเป็นเพื่อน และเรื่องร้อนที่พจมานได้รับทราบ คือการหนีตามผู้ชายไปของพจนีย์ น้องสาวคนเล็กของเธอ และทรัพย์สินที่บิดาทิ้งไว้ให้ก็ร่อยหรอหมดไปจนต้องเอาบ้านและที่ดินไปจำนอง ส่วนพจนาเองก็ได้ลูกสาวตาแป๊ะปลูกผักมาเป็นภรรยา พจมานรู้สึกท้อแท้ใจ แต่อะไรไม่ร้ายเท่า มารดาพยายามเกลี้ยกล่อมให้เธอ แต่งงานกับบุตรชายเศรษฐีท้องถิ่นเพื่อกู้หน้าและพยุงฐานะของครอบครัว ระหว่างที่พจมานเดินทางกลับบ้าน คุณชายกลางเองก็เดินทางกลับมาถึงที่บ้านทรายทอง หลังได้รับทราบความจริงที่เกิดขึ้น ก็ตัดสินใจจะย้ายออกจากบ้านทรายทอง เพื่อคืนกรรมสิทธิ์ให้แก่พจมานและครอบครัว ท่านต้อมเมื่อทราบข่าวว่าคุณชายกลางกลับมา ก็ขอนัดพบเพื่อขอถอนหมั้นคุณหญิงเล็ก และขอหมั้นกับพจมาน คล้ายกับให้คุณชายกลางเป็นเถ้าแก่ ในขณะที่พจมานกำลังถูกมารดากดดัน และมารดาของฝ่ายชายมาทาบทามด้วยตัวเองถึงบ้าน เรือยนต์คันโก้ก็วิ่งเข้ามาเทียบท่าที่หน้าบ้านพจมาน ผู้ที่ลงมาจากเรือ ไม่ใช่ใครอื่นไกล แต่คือ คุณชายกลาง พจมานปลาบปลื้มมาก แต่ข่าวที่ได้รับ คือ การคืนบ้านทรายทองให้แก่เธอ และจะย้ายจากไป กับการทาบทามเธอให้กับท่านต้อม พจมานร้องไห้ คุณชายกลางจึงกลับไป โดยที่ไม่ได้เปิดเผยความในใจที่แท้จริงของกันและกัน แต่เขากำชับให้เธอกลับไปที่บ้านทรายทองในวันถัดไป

พจมานกลับมาที่บ้านทรายทอง คราวนี้ได้รับการต้อนรับผิดไปจากคราวแรกราวกับพลิกฝ่ามือ คุณหญิงใหญ่ไปรับเธอที่สถานีรถไฟ บ่าวไพร่ยิ้มแย้มแจ่มใส จัดห้องไว้รองรับ ได้รับประทานอาหารร่วมโต๊ะกับคุณหญิงใหญ่และคุณชายกลาง ส่วนคุณหญิงเล็กและหม่อมพรรณราย ย้ายไปอยู่บ้านที่ศรีราชาชั่วคราว วงสังคมตื่นเต้นกับการปรากฏตัวของเจ้าของบ้านทรายทองคนใหม่ แต่พจมานยืนยันความคิดเดิม คือ ไม่รับเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ คุณชายกลางก็ยืนยันเช่นกันว่าจะย้ายออกไป แต่ต้องใช้เวลาในการสร้างบ้านหลังใหม่ ระหว่างนี้ก็จะอาศัยอยู่ที่บ้านทรายทองไปพลางๆ ทางคุณชายน้อยที่ไปรักษาตัวกับนายแพทย์ฝรั่ง ผลการรักษาไม่ประสบผลสูงสุดถึงขั้นหายขาด แต่ก็พอที่จะเดินเหินได้สะดวกขึ้น จึงรับตัวกลับมา และได้ย้ายห้องมาอยู่ชั้นบน แทนคุณแพรวพรรณซึ่งไปปลูกบ้านหลังใหม่ของตัวเอง วันหนึ่ง คุณหญิงใหญ่หยิบกล่องสายสร้อยที่คุณชายกลางซื้อมาฝากพจมานเมื่อครั้งกลับจากไซ่ง่อน แต่ไม่ทันได้พบกัน เพราะพจมานกลับบ้าน คุณหญิงใหญ่เดินไปหาพจมานที่ห้อง สวมสร้อยให้และชี้แนะวิธีคิด สิทธิ์ของการตัดสินใจในเรื่องความรัก และบอกเป็นนัยๆว่าคุณชายกลางรู้สึกพิเศษต่อพจมาน จังหวะนั้น บ่าวขึ้นมาตาม แจ้งว่าคุณชายกลางให้มาเรียนว่าท่านต้อมมาขอพบ คุณหญิงใหญ่พูดกับพจมานอย่างหวังดีว่าถึงเวลาแล้วที่พจมานจะต้องเลือก คนที่เธอรัก

พจมานปรากฏตัวต่อหน้าท่านชายต้อมผู้เพียบพร้อม โดยไม่รู้ว่าชายกลางยืนแอบมองอยู่ แต่แล้วนกุลก็ปรากฎตัวขึ้นเช่นกัน พจมานดีใจที่ได้พบเพื่อนรัก ในวินาทีแห่งการตัดสินใจ เธอจึงลืมตัว ตรงไปที่นกุล ท่านชายต้อมถึงกับงงงัน ยอมรับการปฏิเสธ ขณะที่ชายกลางก็ประหลาดใจและผิดหวังมาก เดินหายเข้าไปในห้องสมุด พจมานรู้สึกตัว ทิ้งชายหนุ่มตรงหน้าทั้งสองคนไว้แล้ววิ่งตามชายกลางไปที่ห้องสมุด ทำให้ทุกคนทราบคำตอบว่า แท้ที่สุดแล้ว คนที่เธอเลือกที่จะรักก็คือคุณชายกลางนั่นเอง แต่นั่นย่อมไม่ใช่จุดจบของเรื่องราว หากเป็นปฐมบทแห่งการเริ่มต้นชีวิตรักระหว่างคุณชายกลาง และพจมาน สว่างวงศ์ แห่ง..บ้านทรายทอง

หลังจากเสร็จสิ้นพิธีศพท่านเจ้าคุณราชาพิพิธ ข่าวเรื่องพิธีสมรสระหว่างชายกลางกับพจมานที่จะมีขึ้นเร็วๆ นี้ ด้วยเหตุที่ยังไม่ประสงค์ให้ข่าวนี้แพร่ออกไปยังวงสังคม จึงมีเพียงเสาวรัจที่พจมานเป็นผู้แจ้งข่าวเป็นคนแรก และเสาวรัจก็เป็นผู้ส่งต่อข่าว เป็นร่ำลือกันในกลุ่มเพื่อน ๆ ของพจมาน เสาวรัจซึ่งได้มีโอกาสไปเยี่ยมพจมานที่บ้านทรายทอง ก็ได้เล่าให้ฟังถึงความเป็นอยู่ของพจมานว่าไม่เหมือนแต่ก่อน เนื่องจากหม่อมพรรณรายกับหญิงเล็กย้ายไปอยู่ตึกขวาง และหม่อมไม่ประสงค์ที่จะเข้ามายุ่งเกี่ยวในบ้านทรายทอง ทำให้พจมานอาศัยอยู่ในบ้านได้เปรียบเสมือนเป็นเจ้าของบ้านคนหนึ่งเช่นกัน ท่านหญิงอ้อมจึงประสงค์จะเลี้ยงก่อนวันฉลองสมรสให้พจมาน และชักชวนพจมานและเพื่อนๆ มาร่วมฉลองกันที่วังท่านหญิงอ้อม ซึ่งในนั้นมี 'ภาณี' สาวใช้คนใหม่ของวังท่านหญิงอ้อม ที่แอบมองพจมานด้วยความริษยา ซึ่งภาณีหรืออีกชื่อหนึ่งก็คือ 'พจนีย์' น้องสาวของพจมานนั่นเอง เธอริษยาที่พจมานจะได้ครอบครองบ้านทรายทอง เธอรู้สึกว่าพจมานได้ทุกอย่างไปคนเดียว พจนีย์รอวันที่จะได้เข้าไปเปิดตัวในฐานะน้องสาวของเจ้าของบ้าน

พิธีสมรสระหว่างชายกลางและพจมานไปด้วยความเรียบร้อย โดยมีหญิงใหญ่เป็นโต้โผจัดงาน แม้จะเหน็ดเหนื่อยและบ่นสารพัด แต่หญิงใหญ่ก็ทำให้ด้วยความเต็มใจ ทั้งชายกลางและพจมานรู้สึกซาบซึ้งใจหญิงใหญ่มาก แม้หม่อมพรรณรายจะไม่ใคร่เต็มในการร่วมงานแต่งนัก แต่ด้วยเกรงใจแขกผู้ใหญ่จึงต้องจำใจมาร่วมพิธี ส่วนหญิงเล็กก็ลอบไปสงขลาเพื่อหลีกเลี่ยงไปร่วมพิธีของพี่ชายและพจมานที่ตนรังเกียจ สิริอร ซึ่งอกหักจากชายกลางก็แต่งงานกับ เกริกวิทย์ และไปร่วมงานแต่งพร้อมกับ ท่านผู้หญิงไฉไล และ หลวงนฤสารวาที และพจนีย์ก็ปรากฏตัวในคืนวันแต่งงานของพจมาน พจมานตกใจระคนดีใจที่จู่ๆ พจนีย์มาปรากฏตัว แต่พจนีย์ไม่ได้มาด้วยความยินดีที่พี่สาวแต่งงาน แต่มาต่อว่าที่พจมานเห็นแก่ตัวและไม่เคยแบ่งอะไรให้น้องๆ เลย พจมานรู้สึกเสียใจที่พจนีย์คิดกับเธอแบบนั้น ทั้งๆ ที่พจมานต้องฝ่าฟันอุปสรรคอะไรหลายๆ อย่าง และพจนีย์ประกาศว่าในเมื่อบ้านทรายทองตกเป็นของพจมานแล้ว พจนีย์ก็มีสิทธิ์ที่จะอยู่ในบ้านหลังนี้เช่นกัน หลังจากพจนีย์เข้ามาก็สร้างความไม่สบายใจให้กับพจมาน เพราะพจนีย์ผยองเสมอเหมือนเป็นเจ้าของบ้านเอง ยุ่มย่ามกับของส่วนตัวของพจมาน อีกทั้งยังแสดงท่าทางรังเกียจชายน้อยที่พิการ เป็นที่ไม่พอใจของนมทิพย์ อีกทั้งหญิงใหญ่ก็มีท่าทีระอา ทำให้พจมานต้องสั่งให้พจนีย์ทำตัวเสมือนเป็นผู้อาศัย และมีความเกรงใจต่อหญิงใหญ่และคุณชายกลางด้วย แต่พจนีย์ก็ทำหูทวนลมไป

ชายกลางได้พาพจมานไปฮันนีมูนที่ศรีราชา โดยมีแจ่มตามไปเป็นผู้ดูแลด้วย ในเวลา 5 วัน พจมานได้พบกับความสงบ และลืมเรื่องวุ่นวายในบ้านทรายทอง แม้ชายกลางจะไม่ได้ปรนนิบัติเหมือนคู่รักที่เพิ่งแต่งงาน แต่ก็สามารถดูออกว่าชายกลางและพจมานต่างก็มีความสุขกับการมาฮันนีมูนครั้งนี้

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

กรีน พลิกบทบาท รับบทสาวใช้สุดแสบ ในละครดราม่าเข้มข้น "กระเช้าสีดา"
21 เม.ย. 2564

02:27 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพุธที่ 21 เมษายน 2564 เวลา 07:58 น.