นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    บ้านทรายทอง

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    อัลบั้ม: 2 เรื่อง 2 รส 'บ้านทรายทอง' ปะทะ 'คู่ปรับฉบับหัวใจ'


    ระหว่างรับประทานอาหารค่ำ พจมานให้แจ่มตักข้าวน้อยลงครึ่งทัพพี หญิงใหญ่ทักว่าวันนี้กินข้าวนิดเดียว พจมานบอกว่าตนไม่ค่อยหิว

    หญิงใหญ่ชำเลืองมองชายกลางซึ่งไม่สนใจว่าพจมานจะทานข้าวน้อยหรือมาก พจมานก้มหน้าทานข้าวเหมือนไม่อร่อย หญิงใหญ่และชายกลางต่างทานกันเงียบๆ

    ในตอนกลางคืน พจมานนอนพลิกตัวไปมาไม่หลับ ลุกขึ้นดึงม่านหน้าต่างเปิดแล้วกลับมาล้มตัวลงนอนก็ยังไม่หลับอีก เธอถอนหายใจยาว คิดถึงความหมางเมินของชายกลางแล้วน้ำตาก็เริ่มเอ่อออกมา

    เวลาเดียวกันชายกลางยืนที่หน้าต่างมองออกไปข้างนอก นึกถึงคืนฟ้ากระจ่างที่ศรีราชา แล้วเดินไปที่ประตูเชื่อมกับห้องพจมาน แต่เปลี่ยนใจเดินกลับมาล้มตัวลงนอนสายตามองเพดานสีหน้าครุ่นคิด

    รุ่งขึ้น พจมานอาบน้ำเสร็จยังอยู่ในเสื้อคลุม ชายกลางแต่งตัวเตรียมไปทำงานเปิดประตูเดินเข้ามา พจมานสะดุ้งรวบเสื้อคลุมให้แน่น บอกให้ชายกลางออกไปก่อนตนจะเปลี่ยนเสื้อผ้า ชายกลางถามทันทีว่าตอนอยู่ศรีราชาทำไมเปลี่ยนได้ทั้งที่ตนอยู่ในห้อง พจมานแย้งว่าไม่เคยเปลี่ยนเวลาที่คุณชายอยู่ในห้อง นัยน์ตาชายกลางมีแววน้อยใจแวบหนึ่ง ก่อนหันเดินออกไปเงียบๆ

    พจมานมาที่โต๊ะอาหารหวังจะง้อชายกลางเป็นการแก้ตัว แต่เก้าอี้ของชายกลางว่างมีหญิงใหญ่นั่งคนเดียว เมื่อถามถึงเขา หญิงใหญ่บอกว่าออกไปทำงานแล้ว เขาบอกว่าไม่หิว นัยน์ตาและสีหน้าของพจมานสลดลง เมื่อแจ่มวางชามข้าวต้มให้สองคน พจมานใช้ช้อนคนข้าวต้มเนือยๆ ตักเข้าปากเหมือนไม่อยากทาน หญิงใหญ่ชำเลืองมองเปรยว่า สงสัยยายหลงฝีมือตก มีแต่คนไม่หิว ไม่อยากกิน

    หญิงใหญ่ถามพจมานว่าทะเลาะกันหรือ บ่นว่าชายกลางเป็นคนไม่ค่อยพูด เธอเองก็ชอบเก็บความรู้สึก ไม่รู้ว่าพอใจหรือไม่พอใจอะไร อย่างนี้สู้ทะเลาะกันดีกว่า มัวแต่อมพะนำเรื่อยๆ ผลที่สุดก็อยู่ด้วยกันไม่ได้ คนที่เคยแช่งเอาไว้ก็จะสมใจ สมน้ำหน้า เธออยากให้เป็นอย่างนั้นหรือ พจมานส่ายหน้าน้ำตารื้นขึ้นมาพูดไม่ออก หญิงใหญ่สอนอีกว่า กว่าจะลงเอยกันได้ต้องพบอุปสรรคไม่รู้เท่าไหร่ ชีวิตแต่งงานจะราบรื่นได้เมื่อรู้จักให้อภัยกัน อย่าถือทิฐิกับความรัก

    พจมานนิ่งฟังแล้วไหว้ขอบคุณ

    ooooooo

    เช้าวันเดียวกัน ที่ตึกขวาง หม่อมบ่นกับหญิงเล็กว่าสงสารชายกลางหลังแต่งงานหาความสุขไม่ได้ หญิงเล็กเสริมว่าตนได้ยินคนข้างนอกลือกันว่าชายกลางแต่งงานกับพจมานเพราะบ้านทรายทอง

    หม่อมยืนยันว่าจริงเพราะชายกลางไม่อยากให้บ้านทรายทองตกไปอยู่ในมือพวกไพร่ จึงต้องฝืนใจแต่งงานกับพจมาน หญิงเล็กเปลี่ยนเรื่องเล่าว่า เมื่อวานหญิงติ๋วโทรศัพท์มาบอกว่าพจมานไปหาท่านต้อมที่วังทำผมทรงใหม่ไปด้วย

    ตลอดเวลาเอมคอยฟังหูผึ่ง หญิงเล็กหันมาทางเอมทำเป็นกำชับว่าอย่าเที่ยวไปป่าวประกาศให้ใครฟัง เอมรับคำ หม่อมและหญิงเล็กสบตากันยิ้มๆ แต่พอเอมลงมาก็เล่าให้ฟักฟังทันที

    เอมบอกว่าเรื่องนี้ฟังแล้วให้เหยียบไว้ ฟักรับปากแข็งขันว่าความลับก็คือความลับ เปิดเผยไม่ได้ แต่พอฟักเข้าไปในห้องครัวก็นั่งกลางวงมีหลง จร กรด แจ่มนั่งยองๆล้อมรอบ ฟักเกริ่นว่าทีแรกตนไม่เชื่อแต่หม่อมกับหญิงเล็กเป็นเจ้าจะมาโกหกทำไม หลงแย้งว่าก็ไม่แน่ท่านก็เป็นมนุษย์เหมือนเรา มีรัก เกลียด โกรธแค้น ตนแก่พอที่จะมองคนออก แจ่มเสริมว่าตนเชื่อเหมือนป้าหลงว่าคุณพจไม่มีวันเป็นเช่นนั้น

    สายใจเดินเข้ามามองกราดหาว่าพวกนี้นั่งสุมหัวนินทาเจ้านาย ข้าวบ้านนี้ไม่มียาง เนรคุณเจ้านาย หลงลุกขึ้นยืน ทุกคนยืนตาม หลงถามสายใจว่าเป็นอะไร มาถึงก็โวยวายว่าข้าวไม่มียาง หลงชี้หน้าว่า ไสหัวไปเดี๋ยวนี้เลยนังคุณแม่บ้าน ใหญ่เสียเหลือเกิน มาอยู่ไม่เท่าไหร่เหมือนอึ่งอ่าง เดี๋ยวท้องก็แตกตายหรอก สายใจด่าว่าหลงว่าเป็นคางคก จะไปฟ้องหม่อม

    หญิงเล็กกำลังคุยกับหม่อมพรรณรายเรื่องแต่งงานว่าจะจัดงานให้ใหญ่โต ไม่ให้น้อยหน้าพจมาน สายใจเดินน้ำตาไหลเข้ามา ฟักเดินตามข้างหลัง สายใจฟ้องว่าหลงนินทาหม่อมกับหญิงเล็ก พอตนเข้าไปก็ด่าตนว่าเป็นอึ่งอ่างระวังท้องแตกตายแล้วไล่ให้ออกจากบ้าน ฟักบอกว่าตนเป็นพยานได้ หม่อมสบตาหญิงเล็กประมาณว่าเร็วทันใจดีจัง

    ooooooo

    ที่ระเบียงของตึกใหญ่ แจ่มเล่าให้พจมานฟังโดยมีนมทิพย์รวมอยู่ด้วย พอเล่าจบ แจ่มขอโทษที่นำเรื่องไม่สบายใจมาบอก

    พจมานบอกว่าตนก็เสียใจที่หม่อมป้าเกลียดชัง พ่อตัดสินใจถูกหรือเปล่าที่ส่งตนมาอยู่เพราะไม่มีความสุขเลยตลอดเวลาที่อยู่ที่นี่ นมทิพย์ถอนใจพูดเหมือนรำพึงว่า บ้านทรายทองไม่เคยราบรื่น หวังว่าพจมานกับชายกลางจะทำให้ทุกอย่างเปลี่ยนไป

    แจ่มขอให้พจมานกำราบเอมและฟักเสียบ้าง เอาเรื่องทางโน้นมาบอกทางนี้ แต่พจมานไม่อยากเอาเรื่องใคร นมทิพย์ท้วงทันทีว่าไม่ได้ ถ้าเป็นเมื่อก่อนตนจะไม่พูดอย่างนี้ แต่วันนี้ทุกอย่างเปลี่ยนไป คุณพจคือเจ้าของ คือคุณผู้หญิงของบ้านทรายทอง ถ้าปล่อยไปฟักกับเอมก็จะทำซ้ำอีก ถ้าต้องการให้บ้านทรายทองสงบสุขควรไปพูดกับหม่อม ต้องแสดงให้เห็นว่าพจมานเป็นผู้ใหญ่แล้ว ทุกคนจะได้เกรงใจ

    เมื่อพจมานเข้ามาในห้องนั่งเล่นที่ตึกขวาง หม่อมและหญิงเล็กหันมามองด้วยสายตารังเกียจหญิงเล็กขอขึ้นข้างบนเพราะไม่อยากเห็นตัว เสนียด พจมานสวนทันทีว่าหม่อมแม่ของคุณหญิงก็มีเลือดพินิตนันทน์เหมือนกัน หม่อมผุดลุกขึ้นยืนชี้หน้าพจมานด้วยมือสั่นเทาหาว่าพจมานว่าตนเป็นเสนียด ถามว่ามาทำไม คนที่นี่รังเกียจแกยิ่งกว่าเสนียดไม่รู้หรือ พจมานบอกตนทราบ แต่จำเป็นต้องมาเพราะคนที่นี่ไปกล่าวหาหม่อมป้ากับคุณหญิงเล็กที่ครัวว่าทั้งสองคนว่าตนไปเฝ้าท่านต้อมถึงวัง หญิงเล็กได้ทีย้อนว่า “จริงไหมล่ะ”

    “แสดงว่าแม่ฟักกับแม่เอมพูดความจริง” พจมานสวนกลับหญิงเล็กอ้างว่าท่านติ๋วบอกตน พจมานจึงว่าท่านติ๋วเข้าใจผิดตนไม่ติดใจ แต่ไม่พอใจที่คนรับใช้ที่ตึกขวางเอาเรื่องเจ้านายไปนินทาให้พวกที่ครัวฟัง จึงมาขอร้องว่าอย่าให้เกิดเรื่องอย่างนี้อีก ตนคงให้คนแบบนี้อยู่บ้านทรายทองต่อไปไม่ได้ แล้วพจมานก็เดินตัวตรงออกไป

    เมื่อเดินมาถึงตึกใหญ่ เห็นพจนีย์กับสายใจกำลังซุบซิบกัน ทั้งสองแยกจากกันทันที พจนีย์จะเดินไปหาหม่อม พจมานถามว่าไปหาหม่อมป้าทำไม พจนีย์ไม่ฟัง ชวนบุญเรือนเดินหัวเราะกันไป พจมานน้อยใจและแค้นใจที่น้องไปเข้าข้างคนอื่น

    ขณะพจนีย์กำลังจะเดินเข้าไปในห้องนั่งเล่นของตึกขวาง เป็นจังหวะที่หญิงเล็กก้าวออกมาพอดี พจนีย์ทักทาย หญิงเล็กมองอีกฝ่ายจากหัวจดเท้า

    เมื่อเดินเข้ามาข้างในพจนีย์จะนั่งบนเก้าอี้ หม่อมสั่งให้นั่งข้างล่าง ทำเป็นเอ็นดูสอนว่าเป็นเด็กต้องมีสัมมาคารวะ รู้จักกาลเทศะไม่นั่งเสมอผู้ใหญ่ แล้วสั่งให้พจนีย์นวดเท้าเดี๋ยวจะให้สตางค์และให้เล่าเรื่องพี่สาวให้ฟัง พจนีย์บอกว่าพจมานจะให้เรียนดนตรี ตนเคยเรียนเปียโนจนได้สามีเป็นครูสอนเปียโนมาแล้ว

    หม่อมตกใจถามว่ามีผัวแล้วเหรอ พจนีย์บอกเลิกกันแล้วเพราะเขาเจ้าชู้ หม่อมมองพจนีย์อย่างดูถูกเหยียดหยาม หลังจากนวดเสร็จรับเงินจากหม่อมแล้วพจนีย์เดินออกมา เอมกับฟักกำลังคุยกันสะกิดให้มอง พจนีย์ขอคุยด้วย แต่ฟักบอกให้ไปคุยกับพี่สาวตัวเอง พจนีย์พูดโพล่งว่า “ฉันเกลียดเขา เขาเอาเปรียบฉันทุกอย่าง”

    ooooooo

    หลังเลิกงานประสพกลับมาถึงบ้านถอดสูทและเดินตามเสียงแพรวพรรณที่กำลังคุยโทรศัพท์ด้วยเสียงตื่นเต้นว่า

    “น้องดีใจกับคุณพี่เหลือเกิน ถึงสะใภ้จะไม่ดีแต่ยังได้เขยดีมาหักล้างกัน พรุ่งนี้น้องจะไปหาที่บ้านค่ะ” แล้วหันมาบอกประสพว่า พรุ่งนี้เติมจะพาหญิงเล็กไปซื้อแหวนหมั้น หญิงเล็กไม่ได้รักเติม แต่งงานเพราะจะแก้หน้าเรื่องท่านต้อม และอยากไปให้พ้นบ้านทรายทอง เติมไม่มีอะไรน่ารังเกียจ รูปหล่อ ฐานะดี แล้วรักหญิงเล็กมาก ประสพถามว่าเติมนามสกุลอะไร

    “คุณเติม ธีระวณิช”

    ประสพคุ้นๆ จากนั้นโทรศัพท์ไปหาชายกลางเล่าว่าเคยเห็นเติมที่มะนิลาเหมือนกันแต่ไม่ชัดนัก ชายกลางถามว่ามีอะไรหรือเปล่า ประสพบอกว่าตอนอยู่มะนิลาเคยมีคนไทยแนะนำให้รู้จักพ่อค้าที่ค้าของทุกชนิดไม่ว่าจะเป็นของต้องห้ามหรือไม่...พอรู้ตนเลยไม่สนใจ ไม่นึกว่าจะมาชอบพอกับหลาน ถ้าเห็นเขาสักครั้งถึงจะยืนยันได้ ชายกลางบอกว่าจะนัดหมายกับหม่อมแม่ให้

    ตอนค่ำ ชายกลางไปหาหม่อมถามว่าหญิงเล็กรู้จักเติมดีแค่ไหน ตนเป็นห่วงหญิงเล็ก ถึงหญิงเล็กจะโกรธตนแต่เขาก็เป็นน้อง หม่อมบอกว่า ถ้าหญิงเล็กไม่รู้จักเติมดีก็คงไม่ตัดสินใจแต่งงาน สงสัยพจมานยุยงกลัวว่าหญิงเล็กจะได้ดีกว่า

    “พจมานไม่รู้เรื่องนี้หรอกครับ เราไม่เคยพูดเรื่องนี้กันด้วยซ้ำ”

    หม่อมสวนทันทีว่าฉันไม่เชื่อ ชายกลางถอนใจขยับจะลุกแต่ชะงักเมื่อหม่อมพูดว่าทำเป็นรู้ดีเรื่องคนอื่น แต่เรื่องของตัวเองกลับไม่รู้ ชายกลางบอกว่าหม่อมแม่จะพูดอะไรก็พูดเถอะ หม่อมจึงบอกว่าท่านติ๋วเห็นพจมานตัดผมทรงใหม่ไปอวดท่านต้อมถึงวัง ชายกลางแย้งว่าพจมานไม่ใช่คนอย่างนั้น หม่อมย้อนว่ารู้จักพจมาน

    ดีแค่ไหน ชายกลางฟังแล้วนิ่งไปอย่างครุ่นคิด

    ooooooo

    ใกล้ค่ำแล้ว พจมานเอนหลังพิงพนักในห้องนอน ภาพและคำพูดของหญิงใหญ่ก้องในห้วงความคิด

    เรื่องหนึ่งคือชายกลางเป็นคนไม่ชอบพูด พจมานเก็บความรู้สึก จะรู้ได้อย่างไรว่าใครพอใจหรือไม่พอใจอะไร อีกเรื่องคือ กว่าจะลงเอยกันได้ต้องผ่านอุปสรรคไม่รู้เท่าไหร่ ชีวิตแต่งงานจะราบรื่นได้เมื่อรู้จักให้อภัยกัน อย่าถือทิฐิกับความรัก

    ขณะนั้นเองมีเสียงเปิดประตูและเหมือนมีคนเดินเข้ามา เธอมองอย่างลังเล ตัดสินใจไปเคาะประตูแล้วเดินเข้าไปถามว่าคุณชายโกรธตนเรื่องอะไรเพราะเห็นเฉยๆ ชายกลางถามว่าเคยเห็นตนหัวเราะหัวใคร่เป็นบ้าบอหรือไง พจมานนิ่งอึ้ง ชายกลางถามว่าเธอไปวังท่านต้อมมาไม่เห็นเล่าให้ฟัง

    “ก็ไม่มีอะไรนี่คะ ท่านตุ้มกับท่านอ้อมมารับพจ ทีแรกท่านตุ้มเข้าใจว่าท่านต้อมจะเสด็จไปข้างนอก แต่ท่านเปลี่ยนใจไม่ออกไปเลยเจอกัน ใครบอกคุณชายหรือคะ อ้อ พจนึกออกแล้ว แม่ฟักกับแม่เอมได้ยินหม่อมป้ากับคุณหญิงเล็กคุยกัน เลยเก็บไปเล่าให้คนอื่นฟัง พี่แจ่มกลัวว่าตนจะเสียหายเลยมาบอก พอตนไปถามหม่อมป้า ท่านคงโกรธชายกลางบอกว่าไม่ชอบเรื่องซุบซิบนินทากัน จะตามทุกคนมาพูดพร้อมกันให้รู้เรื่องจะได้จบ เมื่อทุกคนมากันแล้ว ชายกลางมองด้วยสีหน้าเรียบสนิทดูน่าเกรงขาม

    “ฉันไม่ชอบการซุบซิบนินทาเจ้านาย ใครนินทาคุณพจก่อน”

    ทุกคนบอกว่าฟัก แต่ฟักชี้ว่าเอมเป็นคนเริ่ม เอมปฏิเสธและว่าหม่อมท่านกับคุณหญิงเล็กต่างหาก หม่อมฉุนจัดเอ่ยกับชายกลางว่า

    “ใช่ แม่พูดจริง แม่ไม่เชื่อว่านังผู้หญิงคนนี้จะรักชายจริง มันใช้มารยาสาไถยหลอกให้ชายแต่งงานด้วยแล้วยังแอบไปหาท่านต้อม”

    “หม่อมป้า ที่หม่อมป้าพูดมาทั้งหมดไม่เป็นความ จริง ท่านติ๋วอาจเข้าพระทัยผิด พจก็มีท่านตุ้ม ท่านอ้อม แม้กระทั่งท่านต้อมเป็นพยานให้พจได้”

    หม่อมเดือดจัดหาว่าพจมานอวดว่ามีเพื่อนฝูงเป็นหม่อมเจ้า ชายกลางรีบขัดว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับหม่อมแม่ ตนกับพจมานจะพูดกับพวกนี้ แล้วชายกลางพยักหน้าให้พจมานพูด พจมานก้มกราบหม่อมพร้อมออกตัวว่า ที่จะพูดต่อไปนี้มีช่วงไหนที่ต้องอ้างถึงหม่อมป้า ตนกราบขอประทานโทษ แล้วพูดอย่างจริงจังว่า

    “เรื่องที่ผ่านมาฉันไม่เอาเรื่องเพราะแม่เอมอ้างว่าได้ยินมาจากหม่อมป้าถ้าเกิดเรื่องแบบนี้อีกฉันจะไล่คนพูดออก”

    ooooooo

    หม่อมกลับมาถึงตึกขวางก็เล่าเรื่องราวให้ หญิงเล็กฟัง หญิงเล็กนึกแล้วว่าเรื่องต้องลงเอยแบบนี้

    หม่อมเปลี่ยนเรื่องคุยพูดถึงเติม ชายกลางบอกว่าเขาค้าขายของต้องห้าม หญิงเล็กถามว่าชายกลางคงคิดว่าของต้องห้ามเป็นยาเสพติด เห็นเขารวยก็ใส่ร้ายเขา หยุดพูดเรื่องนี้เสียที ตนไม่ได้โง่ แล้วขอตัวไปนอน

    เมื่อหม่อมมาถึงห้องนั่งบนเตียง สับสนเรื่องเติม นึกถึงภาพที่เติมซื้อของมาฝาก เวลาพูดก็เสียงดังอวดร่ำรวย หม่อมพนมมือภาวนาให้เติมเป็นคนดีจริงและรวยจริงด้วยเถิด

    หม่อมมาหาแพรวพรรณที่บ้านแต่เช้า บอกว่ากังวลใจเรื่องหญิงเล็กและเรื่องที่ชายกลางบอกว่าเติม

    ค้าของผิดกฎหมาย แพรวพรรณบอกว่าถ้าค้าของผิดกฎหมายจริงตำรวจจับไปแล้ว ตนจะให้ประสพช่วยสืบ ตกค่ำแพรวพรรณเล่าเรื่องความกังวลของหม่อมให้สามีฟัง ประสพบอกว่าตนเป็นคนบอกชายกลางเองเพราะคนชื่อเติมรวยมากๆมีเพียงคนเดียว แพรวพรรณติงว่าค้าของผิดกฎหมายมีหลักฐานไหม อิจฉาเขาหรือเปล่า แต่ตนเชื่อว่าเติมเป็นคนดี

    ooooooo

    หญิงใหญ่คุยกับพจมานว่ารำคาญใจจะไปอยู่วัดต้นเดือนหน้า พจมานไม่อยากให้หญิงใหญ่ไป มีผู้ใหญ่อยู่รู้สึกอุ่นใจ

    หญิงใหญ่บอกว่าพจมานเป็นผู้ใหญ่แล้ว เหลือแต่น้องของเธอที่ต้องคุมให้ได้ เตือนว่าดูแลชายน้อยต้องระวัง อย่าพูดจี้ไชแต่ความพิการ เขาจะเสียใจและคิดมาก แล้วถามถึงชายกลาง?

    พจมานบอกว่ายังมีเรื่องไม่เข้าใจกัน ตอนนี้ไม่แน่ใจว่าที่แต่งงานกับชายกลางนั้นตัดสินใจถูกหรือเปล่า

    “ต่างฝ่ายต่างทิฐิมานะเข้าหากัน ตัวต้องหนักแน่น ไม่ใช่โอนไปมาตามลมปากคน ชายกลางเขาไม่พูด เขาสนใจตัวเป็นพิเศษกว่าหญิงคนอื่นๆ โอบอุ้มอุปการะจุนเจือมาแต่แรก ไปนอกมีของมาฝาก อย่างนี้ไม่รักตัวแล้วจะรักใคร”

    พจมานกลับมาที่ห้องของตน เสียงหญิงใหญ่ยังก้องในความคิด...รำพึงว่า คำว่ารักบางทีก็จำเป็นเหมือนกัน แต่นี่คุณชายไม่เคยพูดเลยสักครั้งเดียว ไม่เคยเลย...

    ooooooo

    วันนี้ พจมานถามบุญเรือนที่กำลังยกถาดอาหารขึ้นชั้นบนว่าเป็นของใคร บุญเรือนบอกว่าของคุณพจนีย์

    “เอาลงไปไว้ข้างล่าง แล้วไปบอกคุณนีย์ว่า ต่อไปนี้ต้องไปทานกับป้านม ไปทำตามที่ฉันสั่ง”

    เมื่อบุญเรือนมาบอกตามที่พจมานสั่ง พจนีย์โวยว่าตนกินไม่ลงหรอก คงหนึ่งก็แก่อีกคนก็ปากเบี้ยว ถ้าไม่เอาขึ้นมาตนก็ไม่กิน ว่าแล้วก็อาบน้ำแต่งตัววิ่งลงบันไดมาทางประตูด้านหน้าจะไปขอข้าวที่ตึกขวางกิน เจอพจมานยืนอยู่ถามว่าจะไปไหน หม่อมป้าไม่อยู่ ถ้าพี่สั่งเอมกับฟักก็ต้องหาข้าวให้เธอกิน พจนีย์สะบัดหน้าเดินลงส้นกลับเข้าห้อง

    พจมานนิ่งคิด เสียงหญิงใหญ่ที่เคยสอนเข้ามาในห้วงความคิดอีกครั้ง พจมานลุกขึ้น นัยน์ตาเป็นประกาย ตั้งใจโทรศัพท์ไปหาคุณชาย ปรากฏว่าเลขาฯของชายกลางรับสายบอกว่าคุณชายภราดาไม่อยู่

    ท่านตุ้มและท่านอ้อมคุยกันที่วัง ท่านตุ้มถามพี่สาวว่าไปเล่าให้หญิงเล็กฟังหรือว่าพจมานมาที่นี่ และพบกับท่านต้อม ท่านติ๋วบอกว่าจำไม่ได้แต่ถามว่าพจมานฟ้องใช่ไหม ท่านตุ้มบอกว่าไม่ได้ฟ้องแค่โทรศัพท์มาปรับทุกข์ ท่านติ๋วยิ้มเยาะว่าคงถูกชายกลางเล่นงาน

    “น้องบอกพจเองว่าพี่ต้อมออกไปข้างนอก เขาถึงได้มา พจระวังตัวมาก ไม่อยากให้กระเทือนถึงใครทั้งนั้น”

    ท่านติ๋วบอกว่าช่วยไม่ได้ แล้วเดินออกไปด้วยสีหน้าสะใจ

    ท่านอ้อมบอกว่าต้องบอกท่านต้อมด้วยว่าไม่ควรจะติดต่อกับพจมานอีก สังเกตดูท่านต้อมยังตัดไม่ขาด

    ท่านต้อมกลับจากทำงานตอนเย็นรับทราบเรื่องจากท่านตุ้มก็บ่นว่าท่านอ้อมพูดเป็นเด็กแก่แดด ตนจะต้องพูดกับท่านอ้อมและท่านติ๋วให้รู้เรื่อง แล้วบอกว่าจะไปวังท่านอ้อม ท่านตุ้มตกใจรีบโทรศัพท์บอกท่านอ้อมให้เตรียมตัวรับมือ

    ooooooo

    หลังจากท่านตุ้มโทรศัพท์บอกท่านอ้อมว่าท่านต้อมกำลังจะมาหาทำให้ท่านอ้อมเกิดความกดดัน พึมพำอยู่คนเดียวว่าพี่ต้อมกำลังเสด็จมา ปลอบใจตัวเองว่า ไม่เห็นน่ากลัวสักหน่อย อยากมาก็มา...

    เติบเข้ามาพอดีได้ยินเสียงท่านอ้อม สงสัยว่าท่านหญิงรับสั่งกับใคร ท่านอ้อมยังคงพูดกับตัวเองว่า ทำใจให้สบาย เราไม่ได้ทำผิดจะต้องกลัวอะไร ท่านอ้อมเดินไปมาท่าทางเหมือนพยายามควบคุมสติ หยิบแมกกาซีนมาเปิดอ่านด้วยสีหน้าสบายใจขึ้น

    ท่านต้อมขับรถมาถึงวัง เข้าไปในห้องรับแขก ถามเติบถึงท่านอ้อม เติบเรียนว่ารับสั่งอยู่องค์เดียวข้างใน เติบทำท่าจะร้องไห้พูดเสียงเครือว่าหม่อมท่านกับพี่มณีไม่อยู่ ตนไม่รู้จะทำอย่างไร ท่านต้อมจึงบอกว่าตนจะไปดูเอง

    เติบนำท่านต้อมมาถึงหน้าห้อง ท่านต้อมเห็นท่านอ้อมวางหนังสือลงท่าทางกระวนกระวายใจ พูดกับตัวเองโดยไม่หันมามองที่ประตูว่า ทำไมยังมาไม่ถึงอีกจะได้จบๆไป เมื่อหันมาเห็นคนที่พูดถึง ก็สะดุ้งลุกขึ้นยืน

    “เด็กบอกว่าน้องอ้อมพูดอยู่คนเดียว มีปัญหาอะไรหรือเปล่า พี่อยากรู้ว่าทำไมน้องอ้อมถึงเข้าใจว่าพี่ยังชอบพจมาน พี่เป็นผู้ใหญ่แล้วแยกแยะได้ว่าอะไรถูกผิด เมื่อพจมานแต่งงานแล้ว พี่คงไม่ไปบ้าบอพร่ำเพ้อถึงเขาอยู่หรอก”

    ตลอดเวลาที่ท่านต้อมพรั่งพรูด้วยอารมณ์ ท่านอ้อมอ้าปากค้าง กลืนน้ำลายฝืดคอ

    ท่านต้อมเอ่ยว่าน้องอ้อมคงคิดว่าพี่เหลวไหลไร้สาระ น้องอ้อมยังเด็ก ยังไม่เคยรักใคร ท่านอ้อมจึงตัดบทว่า เชิญประทับที่ห้องรับแขกและจะหาขนมมาให้เสวย

    ooooooo

    ท่านตุ้มกำลังรอโทรศัพท์จากท่านอ้อมว่าเมื่อไหร่จะโทร.มาเล่าให้ฟัง

    ขณะนั้น ท่านติ๋วเดินมาสีหน้าแววตาดูเซ็งๆ ท่านตุ้มทักว่าทำไมวันนี้กลับมาเร็วเพราะปกติจะกลับค่ำ ท่านติ๋วบอกว่าตนคงต้องแยกตัวจากหญิงเล็กและเติม เพราะเวลาไปไหนสายตาของสองคนจะมองกันด้วยความรัก เวลาทานอาหารเติมก็คอยตักและเอาอกเอาใจหญิงเล็กทุกอย่าง ท่านติ๋วรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นส่วนเกิน

    ท่านตุ้มสงสารและเห็นใจพี่จึงเสนอว่าหากท่านติ๋วอยากไปไหนให้บอกตนหรือบอกท่านต้อมก็ได้ ท่านติ๋วบอกว่าที่ตนและพี่ต้อมเป็นอย่างนี้เพราะพจมาน ถ้าพจมานไม่เข้ามาในชีวิตของพวกเราป่านนี้ท่านต้อมก็คงจะแต่งงานกับหญิงเล็กและตนคงจะได้แต่งงานกับชายกลาง ท่านตุ้มปลอบพี่สาวว่าไม่ควรปล่อยให้ตัวเองจมอยู่กับความเจ็บปวด อยากให้คิดว่าคุณชายกลางไม่ใช่เนื้อคู่ ท่านติ๋วตาเป็นประกายด้วยความอาฆาต ทั้งเจ็บแค้นและเจ็บปวดพูดเน้นว่า

    “คุณชายภราดากับนังพจมานจะไม่มีวันมีความสุขตลอดชีวิต ต้องเลิกรากันไปในที่สุด ไม่เชื่อก็คอยดู”

    ooooooo

    ท่านตุ้มร้อนใจไปหาท่านอ้อมที่วัง ท่านอ้อมจัดพายไก่และน้ำมะตูมต้อนรับ เธอทานแล้วชมว่าอร่อย ขณะนั้นมีเสียงรถเข้ามา ท่านอ้อมบอกว่าหม่อมแม่มาแล้ว

    หม่อมเดินเข้ามารับไหว้ท่านต้อม บอกว่าไปซื้อเครื่องสังฆทานมาเพราะพรุ่งนี้ครบรอบการสิ้นของท่านพ่อหญิงอ้อม แล้วขอตัวขึ้นข้างบนกำชับให้ลูกสาวดูแลท่านต้อมให้ดี ท่านอ้อมบอกว่าท่านจะเสด็จกลับอยู่แล้ว ท่านต้อมหันขวับบอกว่าไม่ได้พูดสักคำว่าจะกลับ นึกว่าจะชวนทานข้าวเย็นด้วย ท่านอ้อมจึงว่าพอดีแม่ครัวไม่ได้เตรียมไว้ให้ เพราะเขาไม่รู้ตัวมาก่อน ท่านต้อมสะดุ้งมองท่านอ้อมอย่างไม่คาดคิดว่าจะได้รับคำตอบเช่นนั้น

    หลังจากหม่อมอาบน้ำและเปลี่ยนเสื้อผ้าเรียบร้อยแล้ว ท่านอ้อมเล่าให้หม่อมแม่ฟัง ท่านตกใจถามว่าทำไมทูลท่านต้อมอย่างนั้น ไม่ควรทูลแบบตัดไมตรี ท่านอ้อมบอกหม่อมแม่ว่า

    “ถ้าวันนั้นท่านต้อมไม่ทำเป็นอาลัยอาวรณ์พจมาน ท่านติ๋วคงไม่เก็บไปฟ้องคุณหญิงเล็ก”

    ยามค่ำที่วัง ท่านต้อมยืนรับลมที่เฉลียง ท่านตุ้มถามพี่ชายว่าได้รับสั่งอะไรกับท่านอ้อมบ้าง ท่านต้อมทำเป็นง่วงนอน ท่านตุ้มจึงบอกว่าพรุ่งนี้จะถามหญิงอ้อมเอง

    ท่านตุ้มมาหาพจมานที่บ้านทรายทองในตอนเช้า บอกว่ากำลังสงสัยว่าพี่ต้อมจะเริ่มชอบท่านอ้อม ปัญหาคือท่านอ้อมไม่มีทางปรองดองกับพี่ต้อมง่ายๆ ถ้ารู้ว่าพี่ต้อมพอใจก็จะยิ่งโมโหว่าเขาใจคอโลเลไม่มั่นคง

    ท่านตุ้มเสนอว่า เราต้องพยายามทำให้พี่ต้อมกับท่านอ้อมพบกันโดยบังเอิญบ่อยๆ ถ้าพบกันที่วังท่านอ้อมคงไม่เป็นการบังเอิญแน่ ถ้าเป็นวังท่านต้อม เธอคงไม่ไป พจมานจึงเสนอว่าพบกันที่บ้านทรายทองดีที่สุด

    ooooooo

    สายใจสาระแนไปรายงานหม่อมพรรณรายว่าท่านตุ้มมาหาพจมานที่บ้านทรายทองแต่เช้า

    หม่อมให้สายใจแอบฟังว่าคุยเรื่องอะไรกัน สายใจบอกว่าไม่ค่อยได้ยิน หม่อมนึกได้ว่าวันนี้ชายน้อยยังไม่มาพบ จึงสั่งให้สายใจไปดู เมื่อถึงหน้าห้องนมทิพย์ แจ่มบอกสายใจว่าคุณชายหลับ เธอไม่ค่อยสบาย สายใจไม่เชื่อจะไปเคาะห้อง แจ่มจึงกระชากแขนสายใจออกมา ย้ำว่าคุณชายไม่สบาย

    นมทิพย์เปิดประตูออกมาไล่ให้ไปทะเลาะกันที่อื่น คุณชายกำลังหลับ สายใจบอกว่าหม่อมให้มาตามคุณชายไปที่ตึกขวาง นมทิพย์ให้ไปเรียนหม่อมว่าคุณชายไม่สบาย ถ้าตื่นแล้วตนจะพาไปเอง

    เอมช่วยสุมไฟหม่อมบอกหม่อมว่า ตนคิดว่าป้านมกับแจ่มช่วยกันโกหกไม่อยากให้ชายน้อยมาตึกขวาง สายใจช่วยเสริมว่า ให้หม่อมขึ้นไปว่าราชการบ้าง หม่อมจึงลุกเดินออกไป สองคนรีบตาม ฟักขอตามไปด้วยคน

    ในห้องนมทิพย์ แจ่มจับแขนชายน้อยบอกนมทิพย์ว่าตัวไม่ร้อนแล้ว

    หม่อมมาเคาะประตูเรียกนมทิพย์บอกให้เปิด พอเข้ามาได้ก็ถามว่าชายน้อยเป็นอะไรจึงไปหาไม่ได้ นมทิพย์บอกว่าเป็นไข้ ชายน้อยลืมตาขึ้นทัก

    “หม่อมแม่มาหรือก๊ะ ชายปวดหัว พี่พจมานให้ทานยาแล้วก๊ะ” หม่อมอึ้งไป นัยน์ตาไม่พอใจอย่างยิ่ง

    ooooooo

    พจมานส่งท่านตุ้มแล้วเดินเข้ามาในตึกใหญ่ แจ่มเข้ามารายงานว่าเมื่อสักครู่หม่อมมาดูคุณชายน้อย พจมานรับทราบและถามว่าพจนีย์กลับมาหรือยัง ตนสั่งให้กลับก่อนค่ำ แจ่มบอกว่าถ้าอย่างนั้นคงหลังค่ำ

    พจมานเดินไปห้องนมทิพย์ถามถึงอาการชายน้อย นมทิพย์บอกว่าดีขึ้นแล้วเพิ่งหลับไปเดี๋ยวนี้เอง บอกว่าเมื่อครู่หม่อมมาดูชายน้อย คงเป็นนังอีกาคาบข่าวไปบอกหม่อม

    เสียงเคาะประตูดังขึ้น สายใจมาบอกพจมานว่าหม่อมท่านสั่งให้ไปพบที่ตึกขวาง พจมานจึงหันบอกสายใจว่า

    “ฉันมีเรื่องจะพูดกับแม่สายใจหลายอย่าง เดี๋ยวกลับจากตึกขวางแล้วไปพบฉันที่ห้องโถง”

    เมื่อพจมานมาถึงตึกขวาง หม่อมบอกว่าถ้าชายน้อยเป็นอะไรไปพจมานต้องรับผิดชอบเพราะไปเสนอกับหญิงใหญ่และชายกลางเป็นผู้ดูแลชายน้อยเอง พจมานชี้แจงว่าตนจะรับผิดชอบชายน้อยไม่ใช่เพราะจะเอาหน้าเอาตากับคุณชายกลางหรือคุณหญิงใหญ่ ไม่ใช่กลัวคำขู่ของหม่อม แต่เพราะรักและเวทนาด้วยความจริงใจที่เกิดมาอาภัพ

    หม่อมพรรณรายฟังแล้วสะท้อนใจไม่น้อย แต่ด้วยความเกลียดชังพจมานจึงไปหาหญิงเล็กบอกให้ช่วยรังควานพจมานไม่ให้มีความสุขไปตลอดชีวิต ให้เลิกกับชายกลางได้ยิ่งดี

    หญิงเล็กโทรศัพท์ขอให้ท่านติ๋วร่วมมือ แต่ท่านติ๋วบอกว่าไม่อยากเจ็บปวดอีกแล้ว หญิงเล็กถามว่าไม่อยากแก้แค้นพจมานหรือ ท่านติ๋วยอมรับว่าอยากทำอะไรก็ได้ให้ชีวิตพจมานพังพินาศ หญิงเล็กจึงนัดว่าเย็นนี้จะรับท่านติ๋วมาเสวยข้าวที่บ้านและจะเล่าแผนการระหว่างทาง

    เมื่อวางโทรศัพท์กับท่านติ๋วแล้วหญิงเล็กบอกหม่อมว่าเรียบร้อย หม่อมกล่าวอย่างสะใจว่า

    “นังพจมานมันจะต้องใจสลายกลับไปอยู่กับพวกบ้านนอกของมัน มันจะต้องพ่ายแพ้เหมือนปู่เหมือนพ่อของมัน”

    หม่อมเดินออกมาจากตึกขวางบอกให้เอมไปตามยายหลงมาพบ เมื่อยายหลงรู้แทบไม่เชื่อหูว่าหม่อมให้มาตามกรดให้รีบไปสงสัยจะโชคดี เมื่อหลงคลานมานั่งพับเพียบในห้องรับแขก หม่อมบอกว่าเย็นนี้จะมีแขกมาที่ตึกขวาง 4 คน ให้ทำกับข้าวพิเศษมีหมี่กรอบ แกงมัสมั่น ยำถั่วพู ไข่ยัดไส้ ส่วนของหวานให้หลงคิดเอาเอง

    หลังจากนั้นหม่อมไปบ้านแพรวพรรณนั่งน้ำตา ไหลเล่าว่า พอเห็นหน้าชายน้อยก็อดคิดถึงท่านชายไม่ได้ แพรวพรรณเปลี่ยนบรรยากาศเปลี่ยนไปคุยเรื่องงานแต่งงานหญิงเล็กว่าคงจะเป็นงานสมรสที่ใหญ่ที่สุด เป็นที่กล่าวขวัญถึงมากที่สุดแห่งปี

    ooooooo

    อยู่ๆท่านตุ้มก็ยกถาดน้ำมะตูมมาให้พี่ชายดื่ม ท่านต้อมบอกว่าเย็นชื่นใจดี แล้วดักคอว่าเอาอกเอาใจดีขนาดนี้ต้องมีอะไรสักอย่างเป็นแน่

    ท่านตุ้มบอกว่าแค่จะมาชวนพี่ต้อมไปบ้านทรายทองเพราะอยากเลี้ยงเพื่อนๆที่ไม่ได้ไปงานแต่งงานของเขา แค่กินน้ำชาตอนบ่าย ท่านอ้อมจะทำขนมเองถ้าพี่ต้อมไปด้วยจะได้เป็นเพื่อนคุยกับคุณชายกลาง ท่านต้อมรู้ทันถามว่าอยากให้พี่ไปพบท่านอ้อมก็บอกมา ไม่เห็นต้องให้พจมานลงทุนขนาดนั้น บ้านเราก็มี น้องตุ้มแค่ชวนมาทานข้าวที่นี่ เท่านี้ก็จบ...ท่านตุ้มฟังแล้วเบิกตา กว้างดีใจอย่างไม่คาดคิด

    หลังจากนั้น ท่านตุ้มโทรศัพท์บอกพจมานว่าโล่งที่สุด ชายกลางเพิ่งกลับจากที่ทำงานหยุดมองพจมานที่ประตู พจมานนั่งหันหลังโทรศัพท์อยู่ไม่รู้ตัว บอกท่านตุ้มว่า

    “ดีค่ะ ไปที่วังของท่านก็ดี จัดที่นี่พจเกรงใจคุณชาย”

    ชายกลางเดินออกไป พจมานเหมือนจะรู้สึกตัวหันกลับมามองก็ไม่เห็นมีใครที่ประตู จึงบอกลาท่านตุ้มและวางโทรศัพท์ก่อนเดินออกไป

    สายใจมาคุกเข่าบอกชายกลางว่า หม่อมเชิญคุณชายไปที่ตึกขวาง เมื่อชายกลางเดินไปแล้ว พจมานถามสายใจว่าคุณชายกลับมาหรือยัง สายใจตอบหน้าตายว่ายังไม่เห็น พจมานออกไปพบจรกำลังเช็ดรถของ

    ชายกลางอยู่ จรบอกว่ากลับมาแล้วสักครู่ใหญ่ๆ พจมานพยักหน้าแล้วเดินต่อไป

    ooooooo

    ชายกลางมาพบหม่อมที่ตึกขวางทักว่าท่าทางหม่อมแม่เหมือนไม่สบาย หม่อมบอกว่าไม่สบายกันหมด ชายน้อยก็ไม่ค่อยสบาย แล้วหม่อมก็เข้าเรื่องว่า

    วันนี้พจมานมาที่ตึกขวาง เขาไม่ยอมลงให้แม่ พูดอะไรไปเถียงทุกคำ แม่เป็นแม่ของชาย จะลงให้สักหน่อยไม่ได้หรือ ชายกลางถามว่าพจมานมาด้วยเรื่องอะไร

    หม่อมบอกว่าเรียกเขามาเอง เตือนให้เขาดูแลชายน้อยเพราะนมทิพย์แก่แล้ว ตนอาจจะไม่ใช่แม่ที่ดีที่สุด แต่ก็รักชายน้อยไม่น้อยกว่าที่พจมานรัก แล้วหม่อมก็อ้อนขอให้ชายกลางมากินข้าวเย็นกับหม่อมทุกวัน เพราะชายทานมื้อเช้ากับเขาและวันหยุดก็อยู่ด้วยกัน ตนแก่แล้วจะตายวันตายพรุ่งก็ไม่รู้

    ชายกลางรับปากแล้วเดินออกไป หม่อมมองตามและยิ้มอย่างสะใจในแผนของตน

    พจมานและชายกลางจะพาชายน้อยไปหาหมอ ชายน้อยบอกว่าหายแล้ว ชายกลางจึงบอกให้เปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วจะพานั่งรถเที่ยว ชายน้อยยอมไป ระหว่างทางที่พจมานและชายกลางเดินมาที่รถ ชายกลางเล่าให้พจมานฟังว่าเมื่อสักครู่ไปพบหม่อมแม่มาท่านขอให้ตนไป
    ทานข้าวที่ตึกขวางกับท่านทุกเย็น ท่านแก่แล้วบางครั้งเราควรมองอะไรข้ามไปบ้าง แล้วถามพจมานว่าวันนี้ท่านเรียกเธอไปตึกขวางใช่ไหม ขอให้เธออดทน แต่แล้วเขาอึ้งไปเมื่อพจมานถามว่า

    “แล้วท่านเล่าให้คุณชายฟังหรือเปล่าล่ะคะว่าท่านให้ยกเก้าอี้ออกไปให้หมด เพื่อให้พจนั่งกับพื้นเหมือนเอมกับฟัก”

    พจนีย์หอบของเดินเข้ามาทางหน้าตึก สะดุ้งเมื่อพจมานออกมายืนตรงประตูและเรียกพจนีย์เข้าไปคุย พจมานบอกว่าสั่งให้กลับก่อนค่ำไม่ใช่หรือ พจนีย์โวยทันทีว่าตนไม่ใช่เด็กๆ มีสามีก่อนพี่เสียอีก พจมานห้ามไม่ให้น้องออกจากบ้านอีก หากไม่เชื่อฟังจะให้พจนามารับกลับ เธออยากให้พจนีย์ไปทานข้าวเป็นเพื่อนชายน้อยและช่วยนมทิพย์ดูแลชายน้อยด้วย พจนีย์ไม่พอใจสะบัดเสียงว่า “ฉันเกลียดพี่จริงๆ เกลียดที่สุดในโลก”

    ooooooo

    ช่วงอาหารค่ำแจ่มรายงานพจมานว่าวันนี้ที่ตึกขวางมีแขกมากันหลายคน

    หญิงใหญ่เข้ามาถามว่าชายกลางไปไหน พจมานบอกว่าหม่อมขอให้ทานข้าวเย็นด้วยทุกวัน จากนั้นเธอรายงานอาการไข้ของชายน้อย หมอบอกว่าเป็นไข้หวัดธรรมดาและให้ยามาทาน หญิงใหญ่จึงฝากให้พจมานดูแลชายน้อยช่วงตนไม่อยู่และย้ำว่า “ถ้าฉันไม่อยู่ที่นี่ ตัวต้องอดทนให้มากๆนะ”

    ที่ตึกขวาง ภายนอกสว่างไสวราวกับมีงานเลี้ยง ที่โต๊ะอาหารมีหม่อม หญิงเล็กกับเติมและท่านติ๋ว ชายกลางเดินเข้ามาจำต้องนั่งข้างท่านติ๋วเพราะหม่อมจัดไว้แล้ว หญิงเล็กแนะนำเติมให้รู้จักกับชายกลางซึ่งซ่อนความรู้สึกไม่พอใจเหมือนตัวเองถูกหลอก หม่อมหยอกเย้าชายกลางและท่านติ๋วว่า สำหรับท่านติ๋วต้องแนะนำหรือเปล่าเพราะไม่ได้พบกันมานานแล้ว ท่านติ๋วตอบว่านานจนคุณชายลืมชื่อติ๋วไปแล้วกระมัง ชายกลางเพียงยิ้มนิดๆ ท่านติ๋วมองรอยยิ้มนั้นอย่างน้อยใจ

    เมื่อนั่งเก้าอี้ติดกัน ชายกลางจึงต้องตักอาหารให้ท่านติ๋วตามมารยาท

    แจ่มอยากรู้ว่าแขกที่มาตึกขวางมีใครบ้าง จึงแอบมองเข้าไปทางหน้าต่าง เห็นว่าในห้องรับแขกมีหม่อมเดินนำเข้ามาตามด้วยชายกลางและท่านติ๋วเดินคู่กัน หญิงเล็กและเติมคล้องแขนกันปิดท้าย แจ่มรีบไปรายงานพจมาน พจมานนั่งฟังด้วยสีหน้าเรียบเฉย เอ่ยว่าหม่อมป้าท่านเหงาก็มีแขกมาเยี่ยมเยียนเป็นธรรมดา แจ่มเถียงว่าท่านจงใจ พจมานปรามเสียงเข้มว่า

    “พี่แจ่ม พจไม่อยากฟังเรื่องเหลวไหลอย่างนี้อีก”

    หลังจากเข้าห้องแล้ว พจมานทรุดตัวลงนั่งบนเตียง น้ำตาไหลออกมาด้วยความอัดอั้นตันใจต่อทุกเรื่อง ทั้งเรื่องพจนีย์ ทั้งเรื่องที่แจ่มเล่า นึกถึงเสียงของแจ่มว่า ท่านติ๋วนั่งใกล้คุณชาย...เห็นภาพหม่อมซ้อนมาหัวเราะเยาะเต็มที่ เห็นภาพชายกลางหมางเมิน และเห็นภาพดื้อดึงของพจนีย์กลับมาบ้านค่ำ ซ้ำบอกว่าเกลียดพี่ที่สุดในโลก

    ใกล้ 4 ทุ่มแล้วชายกลางยังไม่กลับ พจมานเดินไปที่ประตูกลางเชื่อม แล้วหยิบกุญแจจากลิ้นชัก คล้องแม่กุญแจที่ประตูกลางแล้วโยนกุญแจออกไปทางหน้าต่าง สีหน้าบ่งบอกความสะใจเหมือนเด็กๆที่ได้ทำตามใจตัวเอง

    ooooooo

    เมื่อลูกชายขอตัวกลับ หม่อมบอกว่าท่านติ๋วยังอยู่หากเขากลับไปก็ไม่ครบ ชายกลางมองหม่อม หม่อมรู้สึกตัวอึ้งไป ทุกคนเงียบกันหมด

    “ผมบอกพจว่าผมจะทานข้าวกับหม่อมแม่ เดี๋ยวจะคิดว่าทำไมหายไปนาน ผมไปล่ะครับ” ชายกลางตัดบท ก้มศีรษะนิดๆ

    เมื่อกลับถึงห้อง ชายกลางพยายามเปิดประตูกลางและเขย่าดู สักครู่เขามาเคาะห้องพจมานบอกต้องการกุญแจประตูกลาง พจมานบอกว่าโยนทิ้งไปแล้วทางหน้าต่างนั้น

    “ถ้าไม่ต้องการให้เข้ามาในห้องนี้ ขอให้บอกคำเดียวว่าอย่า ก็พอแล้ว...ถ้าแจ่มหรือใครเข้ามาเห็นเธอใส่กุญแจเขาจะคิดอย่างไร อยากให้คนอื่นรู้เรื่องของเราหรือ...ถ้าเป็นความประสงค์ของเธอ ประตูนั้นปิดตายได้ เราจะอยู่ด้วยกันอย่างผู้มีหน้าที่จะพึงปฏิบัติต่อกันเท่านั้น”

    ชายกลางกล่าวจบก็หันกลับออกไป ทิ้งให้พจมานยืนหน้าซีดเผือด น้ำตาคลอ ปากสั่นระริก

    ooooooo





    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    "โตโน่-ริชชี่" ชวนสัมผัสความรักเหนือธรรมชาติ ใน "พระจันทร์แดง" ลงจอ 1 พ.ย.นี้

    "โตโน่-ริชชี่" ชวนสัมผัสความรักเหนือธรรมชาติ ใน "พระจันทร์แดง" ลงจอ 1 พ.ย.นี้
    27 ต.ค. 2564

    02:00 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันพุธที่ 27 ตุลาคม 2564 เวลา 03:56 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์