นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    บ้านทรายทอง

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    อัลบั้ม: ช่อง 7 ส่งละครรีเมค "บ้านทรายทอง" ลงจอ


    เมื่อเติมจะตบแต่งหญิงเล็กเป็นเมียใหญ่ วิภากับสมฤทัยไม่ยินยอม สองคนเป็นเมียของเติมอยู่ก่อนแต่ไม่ได้รับการยกย่องออกหน้าออกตา ที่สำคัญสองคนเป็นไม้เบื่อไม้เมากันมาตลอด แต่คราวนี้พวกเธอยอมสงบศึกชั่วคราวเพื่อร่วมมือกันหาทางทำให้หญิงเล็กกระเจิงไป

    เติมเดินหน้าเตรียมงานแต่งโดยพาหญิงเล็กไปลองชุดเจ้าสาวสวยงามราคาแพง ขณะเดียวกันหม่อมและแพรวพรรณก็ช่วยกันเจรจากับชายกลางเรื่องจะเอาสร้อยประจำตระกูลจากพจมานมาให้หญิงเล็กใส่ในวันงาน แต่ชายกลางแบ่งรับแบ่งสู้ว่าสร้อยเส้นนั้นพี่หญิงใหญ่ให้พจมานแล้ว ถ้าหญิงเล็กจะขอยืมก็ต้องไปคุยกับพจมานเอง

    หม่อมมั่นใจว่าหญิงเล็กไม่มีวันลดตัวไปขอยืมสร้อยจากพจมาน แพรวพรรณเชื่ออย่างนั้นเหมือนกัน แล้วก็พากันบ่นหญิงใหญ่ว่าอุตริไปให้ของมีค่าขนาดนั้นกับพจมาน แทนที่จะให้หญิงเล็กซึ่งเป็นน้องสาวแท้ๆ

    บ่ายนั้นท่านอ้อมมาดื่มน้ำชากับพจมาน สายใจแสดงท่าทีกระด้างกระเดื่องไม่ทำของว่าง ท่านอ้อมได้ฟังจากแจ่มมาเล่าถึงกับเดือดร้อนแทนพจมาน เตือนเพื่อนรักว่าต้องกำราบเสียบ้าง จัดการให้เด็ดขาด ไม่ต้องเกรงใจใครทั้งนั้น ในเมื่อไม่มีใครเกรงใจเรา

    หม่อมให้เอมไปเชิญชายกลางมาพบที่ตึกขวางด้วยเรื่องสร้อยเส้นนั้นที่หญิงเล็กอยากได้ใส่ในงานแต่งงาน โดยคราวนี้หญิงเล็กวางแผนแนบเนียนให้หม่อมชวนชายกลางมากินข้าวเย็น ซึ่งเติมจะมากินด้วย

    หลังจากชายกลางรับปากอย่างเลี่ยงไม่ได้แล้วกลับไป หม่อมเตือนหญิงเล็กว่าอย่าทำให้ชายกลางต้องขายหน้านายเติมมากนัก เขาจะคิดว่าเราร่วมมือกันหักหน้าเขาต่อหน้าคนอื่น

    “อ๋อ แม่ไม่ต้องเป็นห่วงค่ะ หญิงไม่ทำให้เขา

    จับได้หรอก หญิงจะขอยืมสร้อยนั่นต่อหน้าคุณเติม พี่ชายกลางจะได้ไม่กล้าปฏิเสธ”

    “ก็เข้าทีดีเหมือนกัน”

    “แต่ถ้าเขายังกล้าปฏิเสธ หญิงจะทำให้เขาต้องขายหน้าคุณเติม”

    “หญิงเล็ก...ยังไงเขาก็เป็นพี่”

    “แล้วเขาเคยคิดว่าหญิงเป็นน้องหรือเปล่าล่ะคะ ต่อให้เขาโกรธขนาดตัดพี่ตัดน้องหญิงก็ไม่กลัว เพราะต่อไปนี้หญิงก็ไม่ต้องพึ่งพาอะไรเขาอีกต่อไปแล้ว เงินของคุณเติมสามารถบันดาลให้หญิงได้ทุกสิ่งทุกอย่าง” หญิงเล็กคาดหวังอย่างลำพองใจ...

    พจมานทำตามคำแนะนำของท่านอ้อมที่ให้กำราบคนรับใช้ด้วยการเรียกประชุมทุกคนในวันถัดมา เธอกำหนดให้ทุกคนมีงานทำ ยกเว้นสายใจเพียงคนเดียวที่ไม่ต้องทำงานแต่ให้เงินเดือนเหมือนเดิม สายใจเชื่อว่านี่เป็นวิธีบีบให้ตนลาออกจึงคิดจะไปฟ้องหม่อม

    เย็นนั้นหม่อมต้อนรับว่าที่ลูกเขยด้วยสีหน้าแช่มชื่น ชายกลางมากินข้าวด้วยตามที่รับปากแต่แทบไม่คุยกับเติม พอหม่อมกับแพรวพรรณพูดเรื่องสร้อยที่หญิงเล็ก อยากใส่งานแต่งแต่ชายกลางเกี่ยงให้น้องไปง้อเมียของเขาก่อน เติมกลับไม่เห็นเป็นเรื่องใหญ่ อวดรวยให้หญิงเล็กไปเลือกซื้อใหม่วันพรุ่งนี้ได้เลยจะแพงแค่ไหนก็ไม่เกี่ยง

    หม่อมหน้าบานชมเติมดีกับหญิงเล็กเหลือเกิน ขณะที่ชายกลางไม่พูดอะไร ได้แต่สบตากับประสพด้วยความไม่สบายใจ

    ooooooo

    พจมานรู้ตัวว่าตั้งท้องแต่ยังไม่ยอมบอกใคร อาการอ่อนเพลียวิงเวียนของเธอทำให้ชายกลางและแจ่มเป็นห่วง คะยั้นคะยอให้ตามหลวงแพทย์แต่พจมานปฏิเสธ อ้างว่าอาการเหล่านั้นเกิดขึ้นเพราะนอนดึก

    หม่อมมาต่อว่าพจมานอย่างรุนแรงหลังจากสายใจไปฟ้อง หาว่าระรานคนของตน คิดไล่ออกทางอ้อมพจมานอธิบายว่าตนไม่ได้ไล่ใครทางอ้อม เพราะถ้าต้องการจะไล่ก็ไล่ตรงๆ เรื่องที่ตนไม่ให้แม่สายใจทำอะไรนั้น เพราะตนเคยใช้เขาแต่เขาไม่ทำตามคำสั่งของตน ตนก็เลยไม่ใช้เขาอีก

    หม่อมคอแข็งถามว่าทำไมต้องให้คนที่ตึกนี้เปลี่ยนเครื่องแบบใหม่ หรือว่าจะล้อเลียนตน

    “เปล่าค่ะ เพียงแต่พจเห็นว่าพวกเขาสวมเครื่องแบบเก่ากันมานานแล้ว ถ้าเปลี่ยนให้ใหม่เขาก็น่าจะรู้สึกกระฉับกระเฉงขึ้น กระตือรือร้นในการทำงานมากขึ้น”

    “ล้างผลาญน่ะสิ แกกลัวว่าชายกลางจะเอาเงินให้ฉันก็เลยรีบขอเขามาทำโน่นทำนี่”

    “ไม่จริงค่ะ”

    “ไม่ต้องมาแก้ตัว นังแม่แกมันคงอบรมสั่งสอนมาใช่ไหม มันคงเสียดายที่เจ้าพนามีแต่ตัว ก็เลยอบรมสั่งสอนแกให้จับชายกลางซึ่งมีพร้อมทุกสิ่งทุกอย่าง”

    พจมานโกรธที่หม่อมพาดพึงถึงแม่ ลุกพรวดขึ้นทันที หม่อมเย้ยหยันว่าลุกขึ้นทำไม จะตบตนงั้นหรือให้เข้ามาตบเลยจะได้รู้กันไปว่าชายกลางจะเลือกแม่หรือว่าเมียชั้นต่ำอย่างแก

    พจมานกำมือแน่น พยายามสะกดกลั้นอารมณ์เต็มที่ เอ่ยเสียงเรียบว่าถ้าหม่อมป้าหมดธุระแล้วตนขอตัว... เมื่อเข้าห้องได้ก็นอนหมดแรง เหนื่อยทั้งกายและใจ

    นมทิพย์เข้ามาเห็นสอบถามด้วยความเป็นห่วง และมั่นใจว่าอาการของพจมานเหมือนคนท้อง

    ในเมื่อโดนต้อนจนปฏิเสธไม่ออก พจมานขอร้องป้านมไม่ให้บอกเรื่องนี้กับใครทั้งนั้น เมื่อถึงเวลาทุกคนจะรู้เอง แล้ววานป้านมนำสร้อยไปให้หญิงเล็ก นมทิพย์ลังเลถามว่าถ้าคุณหญิงเล็กไม่ยอมคืนให้ล่ะ?

    “สิ่งใดที่เป็นของเรามันก็ต้องเป็นของเราอยู่วันยังค่ำ พจตั้งใจจะเอาชนะด้วยความดีเรื่อยๆไปเพื่อลูก...ฝนจะตกก็แต่ช่วงหน้าฝนเท่านั้น อย่างมากก็เจ็ดวันเจ็ดคืน ธรรมชาติยังช่วยให้มีแดดมีลม พจรู้สึกหยิ่งในชาติกำเนิดของพจเองมากเกินกว่าจะต้องมาคอยแก้ตัวว่าพจเป็นคนดี เป็นคนบริสุทธิ์ เดี๋ยวนี้จิตใจพจแจ่มใส คิดถึงแต่ลูก...แม่...และคุณหญิงใหญ่...ป้านมเอาไปให้เธอเถอะค่ะ”

    “ขอให้ความดีของคุณหนูเอาชนะใจทุกอย่างได้นะคะ” นมทิพย์ชื่นชมและชื่นใจในความดีงามของพจมาน

    เมื่อนมทิพย์นำสร้อยไปให้หญิงเล็กต่อหน้าหม่อม สองแม่ลูกแสดงนิสัยแย่ๆทึกทักจะเก็บเอาไว้ไม่คืนให้พจมาน นมทิพย์คัดค้านก็โดนตวาด หาว่าปกป้องแก้ตัวให้พจมาน

    “อ้อ บอกมันด้วยว่าฉันจะใส่หรือไม่ใส่สร้อยเส้นนี้ก็ยังไม่รู้ เพราะคุณเติมเขาซื้อใหม่ให้ฉันสวยกว่าเส้นนี้อีก ส่วนเส้นนี้ฉันจะเก็บไว้ให้ลูก”

    นมทิพย์คร้านจะพูดอะไรอีก กลับออกมาทั้งน้ำตาด้วยความเสียใจและเจ็บใจแทนพจมาน แล้วไปเล่าให้แจ่มฟังก่อนพูดอย่างคับแค้นว่าเกิดมาไม่เคยพบเคยเห็นคนแบบนี้ ถ้าไม่ใช่เจ้านายจะด่าเสียให้เจ็บทีเดียว

    ครั้นนมทิพย์ไปบอกพจมานและเตือนไม่ให้

    ไว้ใจทางอย่าวางใจคนเพราะอาจจะจนใจเอง พจมานกลับ พูดอย่างใจเย็นว่าไม่เป็นไร ตนไม่ได้ยึดติดกับอะไร

    “ป้าว่าต้องยึดไว้บ้างก็จะดีนะคะ เรื่องบ้านทรายทอง เรื่องสร้อยประจำตระกูลมีให้เห็นเป็นตัวอย่างแล้ว ป้าล่ะเจ็บใจตัวเองเสียเหลือเกินที่ไม่ห้ามคุณพจจนถึงที่สุด”

    “พจบอกแล้วไงคะว่าอะไรที่มันจะเป็นของเรามันก็ต้องเป็นของเรา”

    “คุณคิดอย่างนี้ในขณะที่คนอื่นเขาคิดว่าอะไรที่ไม่ใช่ของเขา เขาก็จะต้องเอาเป็นของเขาให้ได้”

    “ช่างเถอะค่ะ ป้านมอาจจะคิดว่าพจโง่ แต่พจบอกแล้วว่าตอนนี้พจมีความสุขเหลือเกิน จิตใจก็แจ่มใสเพราะพจได้ของที่มีค่าที่สุดแล้ว”

    นมทิพย์ถอนใจเฮือก มองสีหน้าอ่อนโยนของพจมานขณะก้มมองท้องตัวเอง พลางลูบท้องเบาๆอย่างทะนุถนอม

    ooooooo

    นับวันพจนีย์แสดงออกชัดเจนว่าจะแย่งชายกลางจากพจมาน คอยดักเจอและพยายามปรนนิบัติแต่ยังไม่สมดังใจ เพราะชายกลางไม่ใส่ใจจนเธอบ่นลับหลังว่าผู้ชายอะไรใจแข็งเหลือเกิน

    สายใจเห็นบ่อยครั้งก็นำความไปรายงานหม่อมโดยมีเอมกับฟักผสมโรงอย่างออกรส ต่างคิดอกุศลกับพจมาน

    “หม่อมท่านเจ้าขา นี่อิฉันขอพูดอย่างกลางๆ ไม่มีคิดร้ายต่อใครเลยนะเจ้าคะ ที่คุณพจทำอย่างนี้ก็เพื่อจะใช้น้องสาวมัดใจคุณชายไว้อีกคน”

    “ตายแล้ว!” หม่อมอุทานหน้าตาตื่น

    “แกกลัวว่าคุณชายจะเกิดเหม็นเบื่อแกน่ะค่ะ ก็เห็นๆกันอยู่ว่าคุณชายกับคุณพจน่ะแยกห้องนอนกัน มึนตึงกัน เพราะฉะนั้นจะมีอะไรดีไปกว่าหาเมียน้อยให้ผัว...เอ๊ย...สามีล่ะคะ”

    “ชายกลางไม่ใช่ผู้ชายอย่างนั้น ลูกฉันเป็นผู้ดี มีการอบรม ไม่มีจิตใจใฝ่ต่ำอย่างนั้นเด็ดขาด”

    “ข้อนี้จริงแท้แน่นอนค่ะ แต่คุณชายก็เป็นคนธรรมดาไม่ใช่พระอิฐพระปูนนะเจ้าคะ อย่าเพิ่งเชื่ออิฉันเจ้าค่ะ แต่ทุกคนต้องช่วยกันจับตาดูให้ดีก็แล้วกัน อิฉันน่ะไม่อยากให้เป็นอย่างงั้นเลย เป็นความสัตย์จริงเจ้าค่ะ”

    “เอม ฟัก...พวกเอ็งคอยจับตาดูไว้ให้ดี ฉันไม่คิดเลยว่าจะมีเรื่องอัปมงคลบัดสีไม่มียางอายอย่างนี้เกิดขึ้นในบ้านทรายทอง”

    เอมกับฟักรับคำด้วยท่าทีกระตือรือร้น...แล้วหลังจากวันนั้นไม่ว่าพจนีย์จะทำอะไรก็อยู่ในสายตาของสายใจและเอมกับฟัก

    พจนีย์ทำทีตั้งใจทำงานที่พจมานมอบหมายให้จัดดอกไม้ใส่แจกันตามห้องต่างๆ โดยเฉพาะห้องสมุดที่ชายกลางมักเข้าไปใช้บ่อยๆ วันหนึ่งสองคนก็เผชิญหน้ากันโดยที่สายใจแอบป้วนเปี้ยนอยู่ด้านนอก พจนีย์พยายามชวนชายกลางคุยแต่เขากลับแสดงท่าทีรำคาญ ก่อนไล่เธอออกไปด้วยการอ้างว่าจะทำงาน

    แจ่มมองออกว่าพจนีย์คิดไม่ซื่อจึงเตือนพจมานแต่พี่สาวกลับมองโลกในแง่ดีเชื่อว่าน้องสาวทำไปเพราะต้องการกลับตัวกลับใจทำตัวให้เป็นประโยชน์ อีกอย่างการทำงานก็จะได้เงินเดือน แม้น้อยนิดแต่ยังดีกว่า
    ไม่ได้เลย

    สายใจนำเรื่องที่เห็นพจนีย์อยู่กับชายกลางในห้องสองต่อสองไปรายงานหม่อม หม่อมแทบเป็นลมร้องหายาดมจ้าละหวั่น แล้วครวญว่า

    “ไม่มีทางคิดเป็นอื่นได้แล้วใช่ไหม”

    “ลงแบบนี้ล่ะก็...คิดได้เป็นอย่างเดียวเท่านั้นเจ้าค่ะ”

    ฟังสายใจเน้นย้ำแล้วหม่อมเรอเอิ๊กเป็นลมขึ้นมาจริงๆ ฟักวิ่งเอายาดมเข้ามาพอดี ช่วยกันกับสายใจปฐมพยาบาลหม่อมให้วุ่นวาย

    ooooooo

    วันนี้ชายกลางติดธุระจึงให้กรดไปรับหลวงแพทย์มาดูอาการพจมานที่นับวันซูบผอมเพราะกินข้าวไม่ได้ พจมานทราบดีว่าเพราะอะไรแต่ยังไม่ยอมบอกใครว่าตนเองตั้งครรภ์ แล้วกำชับหลวงแพทย์ไม่ให้บอกชายกลางด้วย

    คนอื่นๆเห็นหลวงแพทย์มาตรวจพจมานก็พากันคิดไปต่างๆนานา โดยเฉพาะฝ่ายตรงข้ามอย่างพวกหม่อมคาดว่าพจมานป่วยหนัก หรือแม้แต่พจนีย์ก็ยังคิดเช่นนั้น พูดให้พจมานช้ำใจว่าป่วยหนักเพราะเวรกรรมตามสนองที่คดโกงยึดบ้านทรายทองเอาไว้คนเดียว ปล่อยให้แม่กับน้องๆลำบาก

    สายใจยังคงสอดรู้สอดเห็นหาว่าพจมานจะยกพจนีย์ให้เป็นเมียน้อยชายกลาง เมื่อท่านผู้หญิงไฉไลมาเยี่ยมเยียนหม่อม หม่อมพูดเรื่องนี้ให้ฟัง ทำให้ท่านผู้หญิงตกใจและเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง ถึงขนาดแวะไปถามพจมานที่ตึกใหญ่ พจมานยืนยันว่าไม่เป็นความจริง ตนไม่มีวัน ทำเรื่องน่าเกลียดน่าอับอายอย่างนั้นเด็ดขาด

    เมื่อมีการหาต้นตอคนพูดเรื่องนี้ สายใจ ฟักและเอมต่างจ๋อยไปตามกัน รวมทั้งหม่อมก็พูดไม่ออกเมื่อพจมานมาสอบถามด้วยตัวเอง พจมานขู่ไม่จ่ายเงินเดือนและจะไล่ออกทันทีหากรู้ว่าบ่าวคนไหนปากเสีย แต่สำหรับแจ่มกับพวกในครัวที่จงรักภักดีต่อพจมาน ทุกคนเป็นห่วงเธอ เพราะท่าทีพจนีย์ไม่น่าไว้วางใจ ป้าหลงเตือนแจ่มต้องช่วยระวังให้คุณผู้หญิง ถึงคุณชายจะไม่ใช่คนเจ้าชู้แต่ก็ไม่ใช่พระอิฐพระปูน

    ด้านท่านต้อมที่มีใจให้ท่านอ้อมแต่ดูเหมือนฝ่ายหญิงจะใจแข็งไม่เล่นด้วย จึงเปลี่ยนมาเข้าทางหม่อมแม่ของเธอ โดยพูดอย่างตรงไปตรงมา หม่อมแม่ไม่มีปัญหาแต่แบ่งรับแบ่งสู้ว่าต้องแล้วแต่ลูกสาว ฝ่ายท่านตุ้มนั้นเชียร์คู่นี้อยู่แล้ว ต่างจากท่านติ๋วที่ไม่เห็นด้วย

    พจนีย์ยังหมายปองชายกลาง พยายามจะใกล้ชิดแต่ไม่ค่อยมีโอกาส อีกทั้งชายกลางก็ไม่ชายตาแล กระนั้นพจนีย์ก็ยังไม่เลิกเพ้อฝัน มิหนำซ้ำยังไปคุยอวดป้าของนิเวศน์สามีเก่าที่เจอกันโดยบังเอิญที่พาหุรัดว่าตนเป็นเมียเจ้าของบ้านทรายทองผู้ร่ำรวย ป้าเลยกลับมาบอกนิเวศน์ให้ไปขอเงินมารักษาโรคฝีในท้อง

    นิเวศน์คิดอยู่นานพอสมควรเพราะละอายใจที่ทอดทิ้งและเลี้ยงดูพจนีย์ไม่ดี แต่เวลานี้เขาป่วยและไม่มีงานทำต้องมาอาศัยอยู่กับป้าพึ่งพาแกทุกอย่าง ที่สุดนิเวศน์ก็ตัดสินใจไปพบพจนีย์ที่บ้านทรายทองและเข้าใจผิดว่าเธอคือเมียเจ้าของบ้านตามที่ป้าบอก

    แล้วความเข้าใจผิดนี้เองทำให้นิเวศน์ได้พบพจมานตามลำพัง เมื่อรู้ว่าเขาคือสามีเก่าของพจนีย์และตอนนี้ป่วยเป็นฝีในท้อง พจมานทั้งขุ่นเคืองและสงสาร นิเวศน์ยอมรับผิดต่อพจนีย์และวิงวอนขอเงินไปรักษาตัว โดย สัญญาว่าจะไม่กลับมาที่นี่อีก พจมานจึงให้เงินไปจำนวนหนึ่ง พร้อมบอกความจริงด้วยว่าพจนีย์ไม่ใช่เมียเจ้าของบ้าน ตนต่างหากที่เป็นภรรยาคุณชายกลางและเป็นเจ้าของบ้านทรายทอง

    เมื่อป้าเห็นเงินก็ตาโตขอส่วนแบ่ง แล้วยังยุยงให้นิเวศน์กลับไปขอเงินจากพี่เมียมาอีก พอหลานชายปฏิเสธก็หาว่าโง่

    พจมานไม่พอใจที่พจนีย์ไปอ้างตัวเป็นเมียเจ้าของบ้านทรายทองแต่เธอไม่เอาเรื่องน้องสาวตรงๆ แต่คอยสอดส่องไม่ให้ใกล้ชิดชายกลาง เพราะดูท่าทางพจนีย์จะเป็นจริงอย่างที่ใครๆกำลังระแวง

    ooooooo

    งานแต่งงานของหญิงเล็กกับเติมผ่านไปด้วยดี แต่หลังจากหญิงเล็กย้ายเข้าไปอยู่บ้านเติมได้ไม่นานก็รู้ความจริงว่าวิภากับสมฤทัยคือเมียของเติม ไม่ใช่ญาติอย่างที่เคยบอก

    หญิงเล็กชอกช้ำและอับอายแต่จำต้องฝืนทนอยู่ร่วมชายคาแบบสี่คนผัวเมีย วันหนึ่งเธอกลับมาเล่าให้หม่อมฟังทั้งน้ำตา หม่อมกลุ้มใจแต่ไม่รู้จะทำอย่างไร นอกจากปลอบลูกรักว่าอย่าคิดมาก พวกนั้นแค่เมียบ่าว ลูกเป็นเมียใหญ่เมียออกหน้าออกตา

    “เมียบ่าวอะไรล่ะคะ นังสองคนนั่นมันอยู่บนตึก มีห้องส่วนตัว พวกคนใช้เรียกมันว่าคุณทุกคำ หญิงอยากจะหอบผ้าหอบผ่อนกลับมาอยู่กับหม่อมแม่ แต่ก็กลัวนังพจมานมันจะหัวเราะเยาะ”

    “ทำไมถึงเป็นอย่างนี้ ไอ้เราหรืออุตส่าห์ยกย่อง ไปไหนก็พูดถึงลูกเขยด้วยความภาคภูมิใจ ที่แท้ก็มีเมียแอบไว้ที่บ้าน แล้วหญิงพูดเรื่องนี้กับคุณเติมหรือเปล่า”

    “พูดค่ะ พอหญิงรู้ก็พูดกับเขาเลย แต่เขาบอกว่านังสองคนนั่นจงรักภักดีกับเขา คอยดูแลปรนนิบัติเขา...

    เขาทิ้งไม่ลง หญิงผิดเองที่ไม่ได้เค้นเอาความจริงตั้งแต่แรก หญิงสะกิดใจอยู่แล้วตอนที่เขาบอกว่าพวกมันเป็นน้อง น้องอะไรจะดูหวงพี่ชายขนาดนั้น”

    พูดแล้วหญิงเล็กร้องไห้โฮ หม่อมกลุ้มแทน อนุญาตให้ลูกสาวเอาเอมไปอยู่ด้วยเผื่อมีการสู้รบปรบมือกับสองเมียเก็บของเติม...แพรวพรรณทราบเรื่องจากหม่อมก็พลอยตกใจไปด้วย แล้วสองพี่น้องก็กล่าวโทษพจมานอีกจนได้ เพราะถ้าไม่มีมันมาแทรกป่านนี้หญิงเล็กต้องได้แต่งงานกับท่านต้อมมีความสุขไปแล้ว

    ถึงจะมีเอมมาอยู่ด้วยแต่หญิงเล็กก็ยังถูกวิภากับสมฤทัยระรานอยู่ดี เอมที่ว่าปากเก่งยังสู้ไม่ได้ ชวนหญิงเล็กกลับบ้านทรายทองแต่ไม่สำเร็จ เพราะหญิงเล็กอับอายขายหน้าไม่อยากถูกพจมานหัวเราะเยาะ จึงต้องทำหน้าชื่นอกตรมต่อไป

    พจมานทราบจากชายกลางว่าท่านต้อมพอใจท่านอ้อมก็อดไม่ได้ที่จะนัดเพื่อนๆมาที่บ้านแล้วหาโอกาสคุยกับท่านอ้อมตามลำพังด้วยเรื่องท่านต้อม เธอยืนยันว่าท่านต้อมเป็นคนดี สุภาพอ่อนโยน ที่ท่านขอตนแต่งงานก็เพราะความเมตตาสงสารไม่ใช่ความรักลึกซึ้งอย่างที่คนอื่นเข้าใจ เมื่อท่านทราบว่าตนจะแต่งงานกับชายกลาง ท่านประทานพรให้เราสองคนมีความสุข และความเมตตาที่ท่านมีให้ตนก็ไม่เคยหมดไป ตนถึงดีใจที่ทราบว่าท่าน ได้พบสุภาพสตรีสูงศักดิ์ที่เหมาะสมคู่ควรกับท่านทุกประการ ยิ่งไปกว่านั้นท่านยังรักสุภาพสตรีผู้นั้นอย่างแท้จริง ไม่ได้รักเพราะเหตุผลใดทั้งสิ้น

    “พจรู้ได้อย่างไร”

    “ท่านรับสั่งว่าความรักครั้งนี้เป็นความรักที่จริงจังที่สุด และจะเป็นความรักครั้งสุดท้ายของท่านค่ะ”

    “อ้อมรู้สึกว่ามันยากที่จะเชื่อ”

    “ถ้าท่านอ้อมไม่ได้รังเกียจท่าน ก็ลองทบทวนดูแล้วให้โอกาสท่านบ้าง ปล่อยทุกอย่างค่อยเป็นค่อยไป แล้วหากมีสิ่งใดที่ท่านคิดว่าไม่สามารถจะอภัยให้ได้จริงๆก็ค่อยรับสั่งให้เด็ดขาด”

    “บอกตรงๆว่าอ้อมตะขิดตะขวงใจ”

    “แล้วท่านรังเกียจท่านต้อมหรือเปล่าล่ะคะ”

    ท่านอ้อมส่ายหน้าพูดเบาๆว่า “แต่คนอื่น...”

    “ช่างคนอื่นเขาสิคะ เรื่องนี้เป็นเรื่องของท่านอ้อมกับท่านต้อม คนอื่นไม่เกี่ยวสักหน่อย เขาไม่ได้มาสุขมาทุกข์กับเรา...ลองเก็บคำพูดของพจไปพิจารณาหน่อยนะคะ”

    ท่านอ้อมนิ่งไป พจมานสุดจะคาดเดาใจแล้วกลับมาบอกท่านตุ้มที่รอลุ้นตัวโก่งว่ายังไม่ทราบผล...

    หม่อมมาหาชายน้อยแล้วรู้เห็นว่าพจมานมีเพื่อนๆ มาพบก็บ่นกับนมทิพย์ว่าเดี๋ยวนี้พจมานไม่เกรงใจใครในบ้านนี้แล้ว นึกจะขนเพื่อนขนฝูงมาโห่ฮาเมื่อไหร่ก็ได้โดยไม่สนใจหัวหงอกหัวดำคนไหนทั้งนั้น

    “เพื่อนของคุณพจที่มาก็มีแค่ท่านหญิงอ้อม ท่านหญิงตุ้ม ส่วนอีกสามคนก็มีลูกรัฐมนตรี นายทหารใหญ่ แล้วก็...”

    “ไม่ต้องมาจาระไน ไม่ต้องมาโอ้อวดว่านังคนนั้นเขามีเพื่อนเป็นผู้ลากมากดีคนใหญ่คนโต สอพลอกันเข้าไป ยกยอกันเข้าไป นังฟัก กลับ!”

    หม่อมสะบัดหน้าเดินออกไป ชายน้อยมองตามหน้าเศร้า นมทิพย์ปลอบว่าอย่าโกรธหม่อมแม่เลย ชายน้อยกลับบอกว่าตนไม่เคยโกรธหม่อมแม่ สงสารท่านมากกว่า ตนรู้ว่าหม่อมแม่กำลังกลุ้มใจมาก

    “คุณชายทราบได้อย่างไรคะ”

    “ทำไมจะไม่รู้...หน้าหม่อมแม่ไม่มีความสุขเลย ชายอยากเห็นหม่อมแม่มีความสุขเหมือนเดิม”

    นมทิพย์ฟังแล้วอึ้ง...ขนาดเด็กยังสังเกตเห็น!

    ooooooo

    ท่านอ้อมเก็บคำพูดของพจมานมาคิดทบทวนแล้วมีท่าทีคล้อยตามโดยไม่รู้ตัว ขณะเดียวกันท่านต้อมพอทราบจากท่านตุ้มว่าพจมานช่วยพูดก็แอบปลื้มและคิดเดินหน้าจีบท่านอ้อมต่อไป แต่ขอให้ผ่านช่วงสอบ ห่วงว่าเธอจะไม่มีสมาธิ

    หม่อมให้แพรวพรรณช่วยสืบจากประสพเรื่องเติมค้าขายของผิดกฎหมายว่าจริงหรือไม่ ปรากฏว่ามีมูลแต่ยังไม่มีหลักฐานแน่ชัด หม่อมฟังแล้วกลุ้มหนักยิ่งขึ้นไปอีก สงสารหญิงเล็กจับใจ กลัวเหลือเกินว่าเติมแต่งงานกับหญิงเล็กเพราะประสงค์อย่างใดอย่างหนึ่ง

    “คุณพี่ลองปรึกษาชายกลางดีไหมคะ”

    “ไม่! พี่ไม่ต้องการให้เขามาหัวเราะเยาะ” หม่อมสีหน้าเด็ดเดี่ยว...ผ่านไปสองเดือนกว่า ชายกลางนึกได้ถามพจมานว่าหญิงเล็กเอาสร้อยมาคืนหรือยัง“ยังค่ะ คุณหญิงคงยังยุ่งๆอยู่...ไม่เป็นไรหรอกค่ะ”

    “ไม่เป็นไรไม่ได้ เพราะสร้อยเส้นนั้นเป็นของพี่หญิงใหญ่ และพี่หญิงใหญ่ตั้งใจให้เธอ ฉันจะจัดการเรื่องนี้เอง”

    เวลานั้นหม่อมชะเง้อคอรอคอยชายกลางอยู่หน้าบ้าน บ่นว่าสายป่านนี้แล้วพจมานยังไม่ปล่อยผัวออกมาสักที สายใจลืมตัวผสมโรงเลยโดนหม่อมดุจนหน้าม้านไป

    เมื่อชายกลางออกมา หม่อมรีบเดินไปหา ลูกชายแปลกใจทักแม่ว่าวันนี้ทำไมเดินมาถึงที่นี่ได้

    “แม่อยากจะปรึกษาอะไรชายหน่อย ชายจะต้องรีบไปทำงานหรือเปล่าลูก”

    “ไม่เป็นไรครับ”

    “คืออย่างนี้...หญิงเล็กแต่งงานไปไม่เท่าไหร่ก็บ่นคิดถึงแม่แล้ว แม่เองก็คิดถึงหญิงเล็ก โถ...ก็เราสองคนแม่ลูกเคยห่างกันเสียที่ไหน”

    “หญิงเล็กมีอะไรไม่สบายใจหรือครับ”

    “โอ๊ย...ไม่มี้ไม่มี...ชายไม่รู้อะไร คุณเติมน่ะเอาใจตามใจเมียยังกับอะไร ข้าทาสบริวารล้อมหน้าล้อมหลัง บ้านช่องใหญ่โตมโหฬาร สบายกว่าที่นี่ไม่รู้กี่เท่า แต่ถึงจะสบายยังไงก็อดคิดถึงแม่ไม่ได้ เลยคิดว่าจะกลับมาค้างกับแม่สักสองสามเดือน”

    “แล้วคุณเติมเขาไม่ว่าอะไรหรือครับ”

    “ก็บอกแล้วไงว่าคุณเติมตามใจหญิงเล็กยังกับอะไร”

    “ผมน่ะไม่ว่าอะไรหรอกครับ จะมาอยู่...”

    “มาค้าง ไม่ใช่มาอยู่”

    “นั่นแหละครับ หญิงเล็กเป็นน้องของผม จะมาเมื่อไหร่ก็ได้ไม่มีใครว่า”

    “ขอบใจลูก ถ้าอย่างนั้นแม่จะได้โทร.ไปบอกหญิงเล็ก”

    “หม่อมแม่ครับ หม่อมแม่ช่วยบอกหญิงเล็กให้เอาสร้อยมาคืนพจมานด้วยนะครับ”

    หม่อมชะงักหน้าเจื่อนลงทันใด...ตกบ่ายเดินทางไปหาหญิงเล็กที่บ้าน พอหญิงเล็กทราบเรื่องก็นิ่วหน้าบ่นอย่างหงุดหงิดว่า หม่อมแม่ไม่น่าไปพูดอย่างนั้นกับพี่ชายกลางเลย

    “ก็แม่หวังดี อยากให้หญิงกลับมาพักที่ตึกขวางโดยไม่ต้องเสียหน้า ทำให้คุณเติมกับพวกนังเมียน้อยคิดว่าแม่กับพี่ชายคิดถึงน้องสาวเลยชวนให้มาค้างบ้าน”

    “หญิงบอกแล้วไงคะว่าจะไม่กลับไปเหยียบบ้านทรายทองอีก”

    หม่อมชักจะรำคาญ เสียงแข็งว่า “ก็ตามใจ ไม่เหยียบก็อย่าเหยียบ”

    “ไอ้สร้อยเส้นนั้นก็เหมือนกัน หญิงไม่มีทางคืนให้นังพจมานหรอก”

    “นั่นไม่ต้องพูดถึงเลย สร้อยเส้นนั้นเป็นของคุณยาย นังพจมานมันไม่มีสิทธิ์แตะต้อง ถ้าหญิงใหญ่ไม่เจ้ากี้เจ้าการเจ้าหน้าเจ้าตาเอาไปยกให้มัน”

    หญิงเล็กตัดบทเลิกคุยกับหม่อมเพราะเห็นวิภากับสมฤทัยมาป้วนเปี้ยน แล้วหลังจากนั้นไม่นานสองสาวก็รุมด่าทอหญิงเล็กอย่างหยาบคายเพราะหญิงเล็กเป็นฝ่ายไปด่าพวกเธอก่อนว่าเป็นไพร่

    หม่อมทนไม่ไหวพาลูกสาวและเอมไปที่บ้านแพรวพรรณ ใจอยากจะพากลับบ้านทรายทองแต่ติดตรงกลัวพจมานหัวเราะเยาะ แพรวพรรณรับหลานสาวไว้ด้วยความเต็มใจ เมื่อเติมรู้เรื่องก็รีบไปตามหญิงเล็กที่ตึกขวางแต่หม่อมบอกว่าหญิงเล็กไม่ได้อยู่ที่นี่และปฏิเสธไม่รู้ว่าอยู่ที่ไหน

    เติมวิงวอนและรับรองว่าจะไม่ให้เกิดเหตุการณ์อย่างวันนี้อีก หม่อมพอใจแต่ยังไม่ยอมบอกว่าหญิงเล็กอยู่ที่ไหน พอเติมกลับไปก็รีบส่งข่าวหญิงเล็ก ซึ่งเธอบอกว่าไม่มีวันให้อภัยง่ายๆ แพรวพรรณเห็นด้วยขอให้หลานสาวใจแข็งเข้าไว้

    พจนีย์จะแย่งชายกลางจากพจมานให้ได้ เธอเจ้ากี้เจ้าการทำหน้าที่แทนพจมานแทบทุกเรื่อง แต่กลายเป็นโดนชายกลางว่าให้และอบรมสั่งสอน แทนที่พจนีย์จะสลดกลับยิ่งอยากเอาชนะเขาให้ได้

    นิเวศน์ย้อนกลับมาหาพจมานอีกครั้งหลังจากให้สัญญากันไว้ดิบดี อ้างว่าจำเป็นจริงๆ เงินที่พจมานให้ไปตนต้องแบ่งให้ป้าเพราะอาศัยท่านอยู่ พจมานไม่พอใจแต่ตัดใจให้เงินไปอีกจำนวนหนึ่งโดยครั้งนี้ให้เขาเซ็นสัญญาไว้เป็นลายลักษณ์อักษรได้เงินแล้วนิเวศน์ขอพบพจนีย์แต่พจมาน ไม่ยินยอม ถามว่าจะพบไปทำไมในเมื่อเขากับเธอไม่ได้ปรารถนาจะร่วมทุกข์ร่วมสุขกันอีก

    “ผมยังคิดถึงเขา แล้วก็อยากจะรู้ใจเขาด้วย”

    “คุณคิดว่าเขายังจะอาลัยอาวรณ์คุณอยู่อีกหรือ คุณมาบ้านทรายทองถึงสองครั้งแล้วได้พบกับฉัน ซึ่งนับว่าโชคดี เพราะถ้าคุณพบพจนีย์ คุณจะไม่ได้อะไรเลยแม้แต่ปลายเล็บ ไม่ว่าจะเป็นเงินหรือเยื่อใย หรือ คุณอยากจะลองดูก็ได้ ฉันจะไปตามให้”

    นิเวศน์อึ้งงัน พจมานอธิบายต่อไปโดยไม่รู้ว่าสายใจกำลังจับตามองอยู่ห่างๆอย่างสอดรู้สอดเห็น

    “น้องฉันยังสาว ยังสวย ต่อไปเขาอาจจะได้แต่งงานกับใครสักคนที่เขารักก็ได้ ฉันจึงต้องการให้เขาเป็นอิสระจากคุณ ฉันต้องการเพียงแค่นั้น แล้วคุณมานี่ก็ไม่ได้เสียเที่ยวเลย คุณอยากได้เงินฉันก็ให้ สำหรับฉันขอเพียงให้น้องเป็นอิสระ ไม่มีอะไรมารบกวน เราแลกกันแล้ว ต่างฝ่ายต่างไม่มีบุญคุณอะไรติดค้างกันอีก ทางที่ดีที่สุดคุณอย่ามาที่นี่อีกเลยจะดีกว่า เพราะฉันไม่ต้องการให้คนที่นี่รู้ว่าคุณเป็นใคร เกี่ยวข้องกับฉันอย่างไร แม้แต่พจนีย์ก็จะไม่มีวันรู้เรื่องนี้เลย”

    นิเวศน์นิ่งอย่างจนมุม พจมานเชิญเขากลับทางประตูเล็กเหมือนตอนเข้ามา...สายใจมองตามเขาไปพลางบ่นเสียดายที่ไม่ได้ยินว่าคุยอะไรกัน แต่เชื่อว่าสองคนต้องเป็นคู่รักเก่ากันแน่ๆ

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    “ปราง” สวยครบเครื่อง ฉีกลุครับบทแม่ครั้งแรก ใน “Help Me คุณผีช่วยด้วย”

    “ปราง” สวยครบเครื่อง ฉีกลุครับบทแม่ครั้งแรก ใน “Help Me คุณผีช่วยด้วย”
    27 ต.ค. 2564

    12:30 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันพุธที่ 27 ตุลาคม 2564 เวลา 18:45 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์