ตอนที่ 6
เช้าวันนี้ภุมวารีนำเครื่องประดับที่มีอยู่ออกมาเลือกให้ภาสกรเอาไปขายเพื่อนำเงินไว้ใช้จ่ายในการรักษาภานุโรจน์ที่ยังอยู่โรงพยาบาล ภาสกรเกรงใจแต่ต้องรับไว้เพราะไม่มีทางเลือกอื่น
ทินกรจับตามองลูกชายกับลูกสะใภ้เพราะมีแผนบางอย่างอยู่ในใจหลังจากเจอกุญแจที่ภาสกรลืมไว้แล้วนำไปปั๊มก่อนจะเอากลับมาวางที่เดิมโดยไม่มีใครล่วงรู้ เมื่อภาสกรถามพ่อว่าจะไปเยี่ยมภานุโรจน์ด้วยกันไหม ทินกรปฏิเสธทันที อ้างว่าพ่อง่วงนอน...
เช้าวันเดียวกันที่ไร่ภักดิ์ภิรมย์ นวลหาทางหนีออกจากไร่ไปจนได้ แต่ไม่ทันถึงถนนใหญ่ก็โดนชายใหญ่กับรุจน์ตามจับกลับมา เป็นเวลาที่คณะของท่านชายภานุดิษฐ์เดินทางมาถึงพอดี
ท่านชายมาพร้อมเกรียงไกร สวาท และภัทรยศ... ชายใหญ่นั่งเอกเขนกข้างนวล ท่าทางไม่ยี่หระที่โดนท่านพ่อตำหนิต่อหน้าทุกคน
“ชายทำเหมือนเด็กเล่นขายของ นึกจะเปลี่ยนใจก็เปลี่ยนเอาง่ายๆ ไม่บอกผู้ใหญ่ซักคำ”
“ผมก็โทร.ทูลท่านพ่อแล้วไงครับ การตัดสินใจของผมมันกะทันหัน ผมเห็นว่าไหนๆคุณผึ้งเองก็ไม่ได้อยากห่างครอบครัวไปไกล ไม่อยากไปเริ่มต้นชีวิตคู่อย่างไม่มีความสุขน่ะครับ” ชายใหญ่พูดยิ้มๆ ยกมือโอบไหล่ภรรยา แต่เธอเบี่ยงหนีเพราะยังไม่หายเคือง
“แล้วเรื่องเรียนของคุณชายล่ะ ยังเหลืออีกตั้งสองปี” ภัทรยศเป็นห่วง
“ช่างมันเถอะ เรียนต่อไปก็เปลืองเงินทองเปล่าๆ วิชากฎหมายของฉัน ยังไงก็เอามาทำไร่ไม่ได้อยู่ดี”
“นี่คุณชายจะทิ้งปริญญาเมืองนอกมาทำไร่ไถนาหรือคะ”
“ไม่ดีหรือครับ ผมถือว่าไร่นี้เป็นเสมือนของขวัญวันแต่งงานจากคุณพ่อตา ก็เลยอยากจะพลิกฟื้นมันขึ้นมาอีกครั้ง ดีกว่าปล่อยให้มันรกร้างลงไปเรื่อยๆ หรือว่าคุณเกรียงไกรไม่เห็นด้วย”
เกรียงไกรนิ่งเพราะทุกอย่างผิดคาด แต่ลึกๆดีใจที่ลูกสาวไม่ไปไกลหูไกลตา “ถ้าคุณชายมุ่งมั่นขนาดนั้น ผมก็ไม่ขัดข้อง”
“แต่ลูกไม่อยากอยู่ที่นี่ค่ะคุณพ่อ ลูกอยากกลับบ้านของเราค่ะ ให้ลูกกลับไปด้วยนะคะ”
“คุณผึ้งยังงอแงไม่เลิกเลยครับ คงเพราะผิดหวังที่แทนที่จะได้ไปอยู่เมืองนอก ก็ต้องมาอยู่บ้านนอกแทน ผมบอกคุณผึ้งแล้วไงว่าเดี๋ยวคุณก็จะชิน ถึงที่นี่จะเป็นบ้านนอกคอกนา แต่รับรองว่าผมจะดูแลคุณผึ้งอย่างดี ไม่ให้อยู่ลำบากลำบนแน่นอน”
ชายใหญ่สร้างภาพว่ารักภรรยาด้วยการกอดเธอแน่น เกรียงไกรเห็นแล้วสบายใจขึ้น แต่ถึงยังไงนวลก็ยังอยากจะกลับบ้านอยู่ดี เธอพยายามอ้อนวอนพ่อที่เตรียมตัวจะกลับ สวาทเห็นเธอร้องไห้ก็หาว่าทำตัวเป็นเด็กเพิ่งเข้าโรงเรียน
“แต่ผึ้งไม่อยากอยู่กับคุณชาย คุณชายเป็นคนไม่ดี”
“ทำไมล่ะลูก พ่อก็เห็นคุณชายรักเอาใจใส่ผึ้งดี”
“คุณชายก็แค่เล่นละครหลอกคุณพ่อ ที่แท้แล้วเขารังเกียจผึ้งอยู่ตลอดเวลา ผึ้งขอกลับบ้านนะคะคุณพ่อ”
นวลทำให้เกรียงไกรลำบากใจ แต่แล้วชายใหญ่เดินตามมาสร้างภาพต่อ
“คุณผึ้งครับ ถึงเราสองคนจะไม่ได้แต่งงานกันด้วยความรัก แต่คุณผึ้งก็น่าจะให้โอกาสผมบ้าง ผมยินดีที่จะค่อยๆปรับตัวเพื่อให้เราอยู่เป็นครอบครัวอย่างมีความสุข”
“นั่นสิคะคุณผึ้ง เพิ่งแต่งกันได้คืนเดียว จะร้องไห้โยเยขอกลับบ้าน ถ้าใครรู้เข้าคุณพ่อจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนคะ”
นวลชะงักนึกห่วงพ่อขึ้นมาบ้าง เกรียงไกรลูบแก้มเช็ดน้ำตาให้ลูกด้วยความสงสาร
“อดทนนะลูก พ่อเชื่อว่าคุณชายจะทำหน้าที่สามีที่ดีให้ผึ้งได้อย่างแน่นอน ค่อยๆเรียนรู้กันไป อีกไม่นานผึ้งกับคุณชายก็จะเข้าใจกันเอง เชื่อพ่อนะลูก”
นวลร้องไห้ออกมาอีกเมื่อรู้ว่าคงถูกทิ้งไว้ที่นี่แน่ เกรียงไกรฝากชายใหญ่ดูแลลูกสาวตน หลังจากนั้นผู้มาเยือนกลับไป ยกเว้นภัทรยศที่ขับรถมาเอง
ภัทรยศเห็นนวลร้องไห้เป็นวรรคเป็นเวรก็ข้องใจ หาโอกาสถามชายใหญ่ขณะอยู่ด้วยกันสองคนว่าทำอะไรให้คุณผึ้งเจ็บช้ำน้ำใจนักหนา เธอถึงร่ำๆอยากกลับบ้าน
“ฉันก็แค่เลิกแสดงบทผู้ชายดีโง่เง่า กลับมาเป็นตัวฉันที่รู้เท่าทันมารยาหญิงของเธอทุกอย่างเท่านั้น”
“คุณชายทำอย่างนี้ไปเพื่ออะไรครับ”
“ก็มันสะใจดีไง ในเมื่อครอบครัวเขาอยากได้ฉันเป็นลูกเขยจนแทบจะเอาเงินจ้าง ฉันก็จะรับจ้างเป็นให้แบบที่พวกเขาจะไม่มีวันลืมลง”
“แต่คุณผึ้งเธอไม่ได้เต็มใจตั้งแต่แรก เธอตั้งใจช่วยคุณชายไถ่หนี้คืนมาแท้ๆ”
“ฉันก็ช่วยซักล้างความฉาวโฉ่ของเธออยู่เหมือนกัน”
“ทำไมคุณชายไม่ให้โอกาสเธอได้กลับตัวบ้าง ตอนนี้เธออาจจะไม่ใช่คุณผึ้งคนเดิมแล้ว”
“ฉันเคยอยากจะเชื่ออย่างนาย แต่ไอ้การที่เธอนัดพบกับคู่รักตำตาฉัน มันทำให้ฉันเชื่อไม่ลงอีกแล้ว ฉันจะกระชากหน้ากากให้นายเห็นเองว่าภุมวารี พรรณภิรมย์ก็ยังเป็นคนเดิมไม่เคยเปลี่ยนแปลง”
ชายใหญ่พูดอย่างมั่นอกมั่นใจ ภัทรยศได้แต่ถอนใจไม่เห็นด้วย แยกไปคุยกับหญิงสาวที่ยังคงหมองเศร้า
“ในฐานะที่ผมเป็นเพื่อนของชายใหญ่ ผมยืนยันได้ว่าเขาไม่ใช่คนเลวร้ายอะไร แต่ถ้าเขาจะแสดงอะไรออกมาที่ทำให้คุณผึ้งผิดหวังไปบ้าง นั่นก็คงเพราะทิฐิในตัวของคุณชายเอง เขาคงยังเจ็บใจที่ต้องเข้าพิธีแต่งงานทั้งที่ตัวเองก็ไม่ได้เต็มใจเท่าไร”
“ฉันเองก็ไม่ได้เต็มใจนะคะ แต่ที่ฉันยอมก็เพราะฉันอยากช่วยคุณชาย ไม่อยากให้คุณพ่อบีบบังคับคุณชายจนเกินไป แล้วนี่คือสิ่งที่ฉันได้รับตอบแทนหรือคะ”
“ให้เวลาคุณชายหน่อยนะครับ ผมเชื่อว่าเมื่อเขาได้ใช้เวลากับคุณผึ้ง เขาจะค่อยๆคลายความขึ้งเครียดลง จนไม่ทำให้คุณต้องอึดอัดเมื่ออยู่ที่นี่”
นวลไม่เชื่อ ตั้งท่าจะอ้อนวอนชายหนุ่มอีก แต่ชายใหญ่เดินเข้ามาขัดจังหวะ ทำทีหึงหวงภรรยาสาวแล้วไล่ภัทรยศกลับไป
ooooooo
จักรได้รับความไว้วางใจจากเสือเมฆมากขึ้นเพราะวันนี้เขาช่วยเพียงธารรอดตายจากการจมน้ำ เสือเมฆอยากตอบแทนความดีของจักรบ้าง แต่ชายหนุ่มไม่ต้องการอะไร แค่หวังว่าความดีที่ตนทำจะช่วยให้นวลที่อาจตกระกำลำบากอยู่มีคนใจดีคอยอุ้มชูช่วยเหลือ
นวลกำลังทุกข์ใจจริงๆ เธอถูกกักตัวไว้ที่ไร่ภักดิ์ภิรมย์ในฐานะภรรยาของชายใหญ่ เมื่อหญิงเล็กรู้เรื่อง จากท่านพ่อก็ไปชวนดาริกาที่เฝ้าพ่อที่ป่วยอยู่โรงพยาบาลให้ไปที่ไร่ด้วยกัน
ดาริกาไปวันนี้ยังไม่ได้ หญิงเล็กจึงเลื่อนเป็นพรุ่งนี้โดยจะส่งรถมารับ ดาริกาตกลงแล้วเดินออกมาส่งหญิงเล็ก จังหวะนี้เองดาริกาเห็นภาสกรยืนคุยกับหมอ เธออาสาตามสืบเองว่าเขามาทำอะไรที่นี่ ให้หญิงเล็กกลับไปก่อน
ภาสกรตกใจรีบเดินหนีไปทันทีที่เห็นดาริกาเขามาดึงภุมวารีที่รออยู่มุมหนึ่งหลบทันเวลา บอกให้รู้ว่า เขาเห็นเพื่อนหญิงเล็กที่นี่
“แล้วไงคะ ทำไมต้องหลบด้วย”
“ก็ผู้หญิงคนนั้นเขารู้ว่าเราอยู่ด้วยกัน คุณจำวันที่หน้าร้านเพชรได้ไหม”
“นังดาริกางั้นเหรอ”
“คงใช่ ผมว่าคุณผึ้งกลับไปก่อนดีกว่า ดูท่าทางแล้วเขาคงมาทำธุระที่นี่ เดี๋ยวถ้าเจอคุณขึ้นมาจะยุ่ง”
“เจอก็เจอสิคะ ผึ้งไม่กลัวมัน”
“แต่พวกเขาต้องเข้าใจว่าตอนนี้คุณผึ้งอยู่กับ
พี่ชายของเธอ ถ้าเขาเห็นคุณอยู่ที่นี่รับรองยุ่งแน่”
“ก็จริงของคุณภาส งั้นผึ้งกลับก่อนนะคะ” ภุมวารีรีบเดินหลบไปอีกทางอย่างรวดเร็ว
ooooooo










