ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

กุหลาบร้ายของนายตะวัน

SHARE
ตอนที่ 15

หลังทราบข่าวร้ายของโรสริน พวกปู่ชาญรีบตามไปโรงพยาบาล ส่วนปู่ณรงค์ก็รีบเดินทางจากกรุงเทพฯมาอย่างเร่งด่วน

อาการของโรสรินเป็นตายเท่ากัน หมอผ่าตัดเอากระสุนออกแล้วแต่ชีพจรเต้นอ่อนมาก ทุกคนได้แต่ส่งกำลัง

ใจและช่วยกันภาวนาให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครองคนดีอย่างเธอ

ตะวันทนรอนอกห้องไม่ไหว ผลุนผลันเข้าไปในห้องผ่าตัด เป็นเวลาที่โรสรินชีพจรหยุดเต้นพอดี ตะวัน

จับมือเธอจูบทั้งน้ำตา พูดพร่ำรำพันท่ามกลางความตกตะลึงของหมอและพยาบาล

“ผมรักใครไม่ได้อีกแล้ว ฟื้นนะคุณโรส ฟื้นกลับมาเป็นเจ้าสาวของผม ผมขอร้อง เราต้องไม่แยกจากกัน...ไม่จากกัน”

พยาบาลช่วยกันดึงตะวันออกไป พลันเสียงสัญญาณชีพจรดังขึ้น ตะวันยิ้มทั้งน้ำตา ยอมกลับออกไปอย่างมีความหวัง พวกข้างนอกรู้เข้าก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่าตะวันกับโรสรินเกิดมาเป็นคู่แท้กันจริงๆ

สักพักหมอออกมาจากห้องผ่าตัด ทุกคนคาดหวังต้องได้ฟังข่าวดี ตะวันชิงถามหมอก่อนว่า

“ว่าที่เจ้าสาวของผมจะหายดีเมื่อไหร่ครับ”

“ผู้ป่วยพยายามหายใจเอง นั่นหมายความว่าสมองของผู้ป่วยทำงานได้แล้ว แต่ระยะนี้ยังต้องพึ่งเครื่องช่วยหายใจอยู่บ้าง แต่ที่น่าเป็นห่วงก็คือ...แม้หายใจได้ แต่ผู้ป่วยจะยังคงไม่มีสติ หรือบางทีต่อจากนี้ไปอาจไม่มีอาการตอบสนองใดๆอีกเลย”

ทุกคนหน้าเจื่อน รอยยิ้มจางลง ตะวันสีหน้าเครียดจัด ขอร้องทั้งหมอเจ้าของไข้และหมอกิตติทัตให้ช่วยโรสรินด้วย ทำให้เธอหายเป็นปกติ

“ผมปรึกษากับนายแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านสมองแล้วนะครับ เขาแนะนำว่าคนที่ช่วยผู้ป่วยได้คือคุณ”

“หมอทัตหมายความว่ายังไง ตะวันจะช่วยโรสได้ยังไง” ณรงค์สงสัย

“ปกติแล้วการกระตุ้นและซ่อมแซมสมองส่วนที่ยังหลงเหลือทำได้ด้วยการสัมผัสทางกายและทางเสียงวิธีนี้จะช่วยสร้างเครือข่ายประสาทขึ้นใหม่ครับ ซึ่งจะช่วยให้โรสรินฟื้นฟูสภาพร่างกายได้เร็วขึ้น”

“สัมผัสจากคนที่โรสรินรักงั้นเหรอ” ณรงค์ทวนคำและยิ้มกับตะวันอย่างมีความหวัง

“ผมขอให้โรสอยู่ที่ไร่ตะวันนะครับ ผมจะดูแลโรสอย่างดีที่สุด ผมจะไม่ยอมห่างโรสไปไหนอีกแล้ว”

“ตอนนี้อาการของโรสรินปลอดภัยแล้ว อีกไม่นานก็ถอดเครื่องช่วยหายใจได้ ไม่ต้องส่งตัวไปกรุงเทพฯก็ได้ครับ” หมอทัตบอกทุกคน

ณรงค์จับมือตะวัน เอ่ยอย่างเชื่อมั่นว่าตนฝากชีวิตโรสรินหลานสุดที่รักไว้กับเขาได้ ปู่ชาญได้ยินเช่นนั้นก็ผสม

โรงว่า ถ้าหนูโรสหายเมื่อไหร่เราจัดงานแต่งงานทันทีเลย...

ขณะที่โรสรินยังไม่ฟื้น พีระรักษาตัวอยู่อีกห้อง โดยมีน้ำค้างคอยดูแลอย่างใกล้ชิด อาการพีระไม่หนักหนาสาหัสแต่ต้องเข้าเฝือกแทบทั้งตัว ยามนี้เลยมีโอกาสออดอ้อนน้ำค้างเรียกคะแนนสงสารได้ไม่ยาก

ooooooo

หลายวันผ่านไป ตะวันพาโรสรินกลับมาอยู่ที่ไร่ ดูแลเอาใจใส่เธอตลอดเวลาทั้งที่เธอยังไม่รู้สึกตัวแต่ไม่ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจแล้ว ตะวันทำทุกอย่างเพื่อเธอ บีบนวดมือและเท้าทำกายภาพบำบัดให้ เล่นกีตาร์ร้องเพลงให้ฟัง จัดแต่งห้องด้วยดอกกุหลาบที่เธอโปรดปราน

กิตติทัตกับอุษาวดีจับคู่มาเยี่ยมและแนะนำให้ตะวันจ้างพยาบาลพิเศษแต่เขาไม่ยอม ฝ่ายพีระที่ยังไม่ถอดเฝือกที่ขาก็มาพักฟื้นที่ไร่ตะวันเช่นกัน อุษาวดีเห็นสภาพพี่ชายแล้วหนักใจแทนน้ำค้าง ความจริงอาการไม่น่าเป็นห่วง แต่ความสำออยนี่สิน่าหมั่นไส้

ตะวันอยู่กับโรสรินทั้งกลางวันและกลางคืน ดูแลเอาใจใส่ไม่ขาดตกบกพร่อง พยายามพูดเรื่องราวที่ผ่านมาแม้ไม่แน่ใจว่าเธอจะได้ยินและรับรู้หรือเปล่า

“คุณรู้อะไรไหม วันแรกที่ผมเจอคุณ ผมยังจำได้ไม่มีวันลืมเลย คุณสวย สวยอย่างที่ผมไม่เคยเห็นผู้หญิงคนไหนสวยเท่าคุณมาก่อน แล้วเชื่อไหม ผมไม่เคยเจอใครเหวี่ยง วีน ร้าย และจี๊ดได้เท่าคุณเลย ผมยังไม่อยากเชื่อว่าผู้หญิงที่ผมไม่อยากแม้แต่จะคบหาอย่างคุณ สุดท้ายจะกลายเป็นผู้หญิงที่ผมรัก รักหมดหัวใจ”

ตะวันจูบหน้าผากโรสรินอย่างแสนรัก แล้วหยิบถุงเท้ามาใส่ให้เพราะอากาศเริ่มหนาว หญิงสาวเหมือนรับรู้จับมือเขาไว้ แค่อาการตอบสนองเพียงเล็กน้อยก็ทำให้ตะวันดีใจจนบอกไม่ถูก รุ่งขึ้นรีบบอกข่าวดีนี้กับทุกคนแล้วร่วมกันทำบุญใส่บาตรเพื่อให้ผลบุญหนุนนำให้โรสรินหายไวๆ

ผ่านไปอีกค่อนวัน โรสรินรู้สึกตัว ทุกคนดีใจสุดๆ โดยเฉพาะตะวันประชิดตัวเธอตลอดเวลา แต่ไม่ลืมให้อึ่งไปตามหมอทัตมา โรสรินยังมีท่าทีเหนื่อยๆ มองมือตะวันที่กุมมือตัวเองพลางสั่งให้เขาปล่อยด้วยเสียงแหบแห้ง

ตะวันแปลกใจ ทำไมโรสรินมีท่าทีห่างเหินชอบกล เมื่อหมอทัตมาถึงรีบตรวจร่างกาย คนอื่นๆยิ้มดีใจที่โรสรินฟื้นหลังจากนอนนิ่งอยู่หลายวัน แต่ตะวันกลับใจคอไม่ดี สงสัยและคาใจกับท่าทีที่เปลี่ยนไปของคนรัก

“อาการดีขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อเลย อีกหน่อยก็เดินได้สบายแล้ว” หมอทัตเอ่ยขึ้นหลังจากตรวจเช็กอาการ

“เธอสลบไปนานเลยนะโรส พวกเราดีใจมากที่เธอกลับมานะ”

โรสรินมองหน้าอุษาวดีแล้วพึมพำเหมือนจำไม่ได้ว่าตัวเองสลบไป

“ที่อาการดีได้แบบนี้คงเป็นเพราะได้กำลังใจดีจากตะวันน่ะสิ เอาแล้วเว้ย เตรียมตัวตัดชุดหล่อชุดสวยไปงานแต่งกันได้แล้วพวกเรา”

ปู่ชาญเริงร่า แต่พอได้ยินโรสรินพูดขึ้นมาก็ชะงักกึก

“แต่งงาน? ฉันนี่นะจะแต่งงานกับหมอนี่”

“อ้าว ไม่แต่งกับตะวันแล้วโรซี่จะแต่งกับใคร”พีระพูดโพล่ง โรสรินบอกไม่รู้ รู้แต่ว่าไม่ใช่นายตะวันแน่นอน ...คราวนี้ทุกคนอึ้งไปกันใหญ่ ปู่ชาญบอกตนงงไปหมดแล้ว

ตะวันเดินเข้ามานั่งข้างโรสริน มองตาแล้วถามว่า “คุณโรส...คุณจำผมไม่ได้จริงๆเหรอ”

“นี่ ฉันสลบไปก็จริง แต่ฉันก็ไม่ได้ความจำเสื่อมนะ”

“ไม่จริง คุณจำผมไม่ได้”

“ทำไมฉันจะจำคนปากเสีย บ้าอำนาจเผด็จการอย่างนายไม่ได้ล่ะ ฉันต้องมาอยู่ที่นี่เพราะสัญญาบ้าๆที่ปู่เราตกลงกัน เคลียร์มั้ย”

“คุณจำไม่ได้เลยเหรอว่าเรารักกัน”

“รัก? ฉันเนี่ยนะ รักนาย”

“เรารักกัน คุณเป็นคนสำคัญที่สุดในชีวิตผม”

“ไม่ ฉันไม่เคยรักใคร ฉันไม่เคยรักนาย ปล่อยฉัน ...ปล่อย”

ทุกคนเหวอกันไปหมดกับอาการของโรสริน ตะวันยังพยายามฟื้นความจำให้เธอ

“คุณจำผมได้ แต่จำไม่ได้ว่าเรารักกัน เรารักกันนะโรส เรากำลังจะแต่งงานกัน ผมรักคุณ คุณกำลังจะเป็นเจ้าสาวของผม”

“ไม่! เราแค่รู้จักกัน แค่คนรู้จักกัน” โรสรินสับสนอย่างหนักจนปวดหัวขึ้นมา ร้องขอความช่วยเหลือจากหมอทัต

“ถ้าแค่รู้จักกันคุณจะยอมตายแทนผมได้ยังไง คุณต้องจำได้สิว่าเรารักกันโรส เรารักกัน”

ตะวันเร่งเร้าคาดคั้น โรสรินยิ่งปวดหัว หมอทัตจึงขอร้องให้ตะวันออกไปจากห้องก่อน ตอนนี้โรสรินเครียดมาก ยังไม่ควรคาดคั้นกันตอนนี้...

หลังจากนั้นไม่นาน ชาญโทร.ไปเล่าอาการของ โรสรินให้ณรงค์ฟังว่าเธอฟื้นแล้ว แทบจะหายดีแต่เธอจำไม่ได้ว่าเคยรักตะวัน...ณรงค์ตกใจ ย้อนถามว่าเป็นไปได้ยังไง ถ้าเธอจำไม่ได้แล้วหลานของเราจะได้แต่งงานกันเหรอ

“นี่แหละปัญหา...เฮ้อ!” ชาญถอนใจแล้วตัดสายไปอย่างกลัดกลุ้ม...

ขณะเดียวกันภายในห้องพักโรสริน กิตติทัต พีระ น้ำค้าง และอุษาวดีนั่งล้อมเตียงนอน แต่ละคนพยายามย้อนเหตุการณ์ที่ท่าเรือก่อนถามโรสรินว่าจำอะไรได้บ้าง

“เดชา...เดชาบอกให้ไปหา แล้วฉัน...ฉันจำไม่ได้” พูดแล้วกุมหัวหน้าตาเหยเก บ่นอยากกลับบ้าน วานใครก็ได้โทร.บอกปู่ให้หน่อย ให้มารับเดี๋ยวนี้เลย

“คุณตะวันไม่ยอมให้เธอกลับแน่ๆยัยโรส”

“นายนั่นไม่มีสิทธิ์บังคับฉัน”

“โรสจำเรื่องราวของตัวเองกับคุณตะวันไม่ได้เลยเหรอ”

โรสรินมองหมอทัตแล้วส่ายหน้า บอกว่าคิดแล้วปวดหัวทุกที ขอร้องอย่าพูดถึงเขาอีกได้ไหม แต่หมอทัตยังเน้นย้ำว่าตะวันเป็นคนสำคัญที่สุดในชีวิตเธอ

“แค่ความผูกพัน โรสยังไม่รู้สึกกับเขาเลย”

“แต่ตะวันเป็นผู้ชายคนแรกที่โรซี่รัก”

“เลิกพูดแบบนี้ซะที” โรสรินตวาดใส่ทั้งพีระและหมอทัต “ทุกคนพูดเรื่องอะไร โรสกับเขาไม่ได้รักกัน จะให้โรสกลับมารักเขาทั้งๆที่ไม่รู้สึกอะไรกับเขาเลยเหรอ พอได้แล้ว โรสไม่อยากฟังเรื่องนายตะวันอีกแล้ว”

ตะวันยืนอยู่หน้าประตูห้อง ได้ยินทุกคำของเธอ...โรสรินมองแหวนที่นิ้วมือตัวเองแล้วทำท่าจะถอด น้ำค้างรีบห้าม บอกว่าพี่ตะวันเป็นคนให้

“ฉันไม่อยากได้ ฝากคืนเค้าด้วยนะ” โรสรินถอดแหวนส่งให้น้ำค้าง ตะวันสีหน้าเครียดจัดกับความทรงจำของคนรักที่หายไป หมอทัตเหลือบไปเห็นรู้สึกสงสารและเห็นใจ ครุ่นคิดหาทางช่วยแก้ปัญหา

กิตติทัตอธิบายให้ตะวันและพวกปู่ชาญฟังว่าตอนนี้โรสรินจำได้แค่บางช่วงเวลาเท่านั้น เธอรู้ว่าตะวันคือใครแต่ความทรงจำบางอย่างที่มีกับเขาหายไป ซึ่งความทรงจำที่หายไปนั้นอาจจะไม่ได้หายไปจริงๆ มันยังคงถูกเก็บไว้อยู่ หลักการทำงานของระบบสมองมันซับซ้อนมาก ความทรงจำที่ถูกเก็บซ่อนไว้อาจเกิดจากเพราะความกลัวหรือสาเหตุใดๆก็ตาม และการที่จะทำให้ความทรงจำส่วนนั้นกลับคืนมาอาจจะง่ายเหมือนแค่เปิดก๊อกน้ำ เพียงแต่ว่าเรารู้วิธีเปิดหรือเปล่าเท่านั้นเอง

ตะวันฟังหมอแล้วคิดตาม ขณะที่คนอื่นๆพากันนิ่วหน้าอย่างไม่ค่อยเข้าใจนัก แต่แล้วพีระก็ปิ๊งไอเดียตอนน้ำค้างนำแหวนมาคืนตะวันแต่เขาไม่รับ น้ำค้างเลยเก็บไว้กับตัว...พีระเชื่อว่าคนที่จะเปิดก๊อกความทรงจำของโรสรินได้คือตะวันเพียงคนเดียว

“ในฐานะที่นายเป็นคนรักของโรสริน นายรู้ใช่ไหมว่าโรซี่กลัวอะไรมากที่สุด”

“ความรัก”

“โรซี่ปิดกั้นตัวเองจากความรักมาตลอด แล้วพอวันหนึ่งโรซี่เปิดใจรับความรักจากนาย แต่มันก็มีหลายครั้งที่ความรักทำให้เธอต้องเจ็บปวด บางทีมันอาจเป็นสาเหตุให้โรซี่กลัว...กลัวจนเลือกที่จะไม่จดจำมัน”

“ต่อให้ผมต้องบอกรักเธอซ้ำๆร้อยครั้งพันครั้งทุกวันทุกนาที ผมก็จะทำจนกว่าเธอจะจำความรักของเราได้”

“แต่น้ำค้างว่าถ้าพี่ตะวันทำแบบนี้ พี่โรสก็จะยิ่งปิดกั้นไม่รับฟังเลยนะคะ ของแบบนี้คงต้องค่อยเป็นค่อยไป”

“ฉันกับน้ำค้างเป็นกำลังใจให้นาย สู้เว้ยเฮ้ย” พีระชูสองนิ้วขึ้นมา ตะวันยิ้มอย่างมีกำลังใจ เอ่ยจริงจัง หนักแน่นว่า

“ผมทำให้เธอรักได้แล้ว...จะทำให้เธอรู้ว่ารักอีกครั้งคงไม่ยากจนเกินไป”

ooooooo

โรสรินโทร.บอกปู่ณรงค์ว่าตนอยากกลับไปพักฟื้นที่บ้าน เธอรับไม่ได้ที่ตะวันบอกว่าเธอกับเขารักกัน

“โรสกับตะวันรักกันจริงๆนะลูก ถ้าไม่รักหนูคงไม่ยอมตายแทนเขาหรอก ที่เจ็บหนักนี่ก็เพราะช่วยชีวิตเขาไว้”

“แต่โรสจำเรื่องราวตรงนี้ไม่ได้เลย โรสจะรักเขาได้ยังไงคะปู่ ไม่รู้ล่ะ มารับโรสเดี๋ยวนี้”

“ปู่ให้สัญญาลูกผู้ชายกับตะวันไว้แล้วว่าจะให้เขาดูแลโรสจนกว่าโรสจะหายดี เอาไว้ถ้าโรสหายดีร้อยเปอร์เซ็นต์เมื่อไหร่เราค่อยว่ากันอีกที...ตามนี้”

ณรงค์วางสายทันใด โรสรินหงุดหงิดรีบกดโทร.ออกอีกครั้งแต่ปู่ใจแข็งไม่รับสาย นั่นหมายความว่าเธอต้องอยู่ที่ไร่ตะวันต่อไป

ตะวันพยายามจะฟื้นความทรงจำให้โรสรินแต่ กลายเป็นว่าทำให้เธอรำคาญไล่ตะเพิดเขาออกห่าง น้ำค้างสงสารพี่ชายเหลือเกิน ชวนพีระเข้ามาพูดคุยกับโรสรินแล้วคืนแหวนของตะวันให้เธอเก็บไว้ เผื่อจะจำช่วงเวลาดีๆของกันและกันได้บ้าง

ไม่ว่าจะผ่านไปกี่วันตะวันไม่เคยท้อถอย...วันนี้เขาคิดได้ว่าถ้าเขาทำให้โรสรินจำได้ว่าความรักครั้งแรกของเธอเกิดขึ้นที่ไหน เมื่อไหร่ ดังนั้นความรักของเราอาจจะกลับมาได้อีกครั้ง

ตะวันวางแผนให้ตัวเองกับโรสรินไปติดอยู่ในป่าด้วยกันโดยขอความร่วมมือจากพวกพีระนำพาเธอไป แล้วทิ้งเธอไว้เพียงลำพังก่อนตะวันจะปรากฏตัวออกมา ส่วนคนอื่นๆหนีกลับบ้าน น้ำค้างมั่นใจว่าวิธีนี้ต้องสำเร็จ เพราะตะวันกับโรสรินจูบกันครั้งแรกที่นั่น มันเป็นจุดเริ่มต้นของความรัก แต่กิตติทัตไม่มั่นใจ เกรงว่าถ้าโรสรินรู้ว่าพวกเรารวมหัวกันหลอก เธออาจจะไม่ยอมรับว่าเธอกับตะวันรักกันจริงๆ

อุษาวดีฟังแล้วขุ่นมัว ระแวงว่ากิตติทัตพูดแบบนี้เพราะมีใจให้โรสริน ก็เลยงอนหนีไป กิตติทัตเดินตามมาเห็นท่าทีเธอแปลกๆ แถมยังถามคำตอบคำก็แปลกใจ ถามว่าไม่สบายหรือเปล่า พลางยื่นมือมาแตะหน้าผากแต่เธอถอยห่างอย่างตกใจ

“ขอโทษครับ ผมจะดูว่าคุณเป็นไข้รึเปล่า”

“อุษาไม่ได้เป็นอะไรค่ะ”

“ถ้าคุณอุษารู้สึกไม่ดี รีบโทร.หาผมเลยนะครับ”

หญิงสาวรับคำสั้นๆ ชายหนุ่มไม่รู้จะพูดอะไรต่อ ได้แต่บอกลาแล้วเดินจากไป โดยมีสายตาผิดหวังเสียใจของอุษาวดีมองตาม พีระแอบเห็นโดยตลอด ตัดสินใจเข้ามาถามน้องสาวว่าชอบหมอทัตใช่ไหม ปรากฏว่าเธอวางฟอร์มปฏิเสธพัลวันว่าไม่ได้ชอบ

“อย่าโกหก พี่เป็นพี่ชายเธอ เธอคิดอะไรทำไมพี่จะไม่รู้”

“ถึงอุษาชอบเขา แล้วไงคะ ในเมื่อเขาไม่ได้ชอบ อุษา”

“แต่เท่าที่พี่ดู พี่ว่าหมอทัตเขามีใจให้เธอเหมือนกัน”

“พี่พีดูผิดแล้ว หมอทัตชอบโรส พี่พีไม่สังเกตเหรอว่าเขาเป็นห่วงโรสมาก”

“เขาเป็นเพื่อนกัน”

“จากเพื่อนก็เปลี่ยนเป็นคนรักได้นี่คะ”

“อย่าคิดเอง พี่ว่าหมอต้องมีใจให้เธออยู่บ้างไม่งั้นตอนที่เกิดเรื่องเดชาเขาไม่ช่วยเธอจนตัวเองเจ็บหรอก”

“เขาทำเพราะมันเป็นหน้าที่ เขาไม่ได้ทำเพราะรักอุษา พี่พีเลิกพูดถึงหมอได้แล้ว อุษาไม่อยากฟังอุษาจะพยายามตัดใจจากเขาไห้ได้” พูดจบเธอเดินหนีทันที พีระมองตามด้วยความเป็นห่วง

ooooooo

ในป่า ตะวันพยายามพูดเรื่องเก่าๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องช่วยชาวบ้านทำฝายกั้นน้ำ หรือเรื่องที่หลงป่าและเขาได้รับบาดเจ็บ แต่โรสรินจำได้บางส่วน ซ้ำแสดงความไม่ไว้ใจหากต้องอยู่กับเขาตามลำพังในป่า

“ฉันไม่ไว้ใจนาย นายชอบแกล้งฉัน ใช้ให้ฉันเลี้ยงหมู ทำสวน ใช้แรงงานสารพัด”

“แต่ตอนนี้ผมไม่ใช่คนแบบนั้นอีกแล้ว ต้องให้บอกอีกกี่ครั้งว่าผมรักคุณ เรารักกัน”

“หยุด ไม่ต้องพูด ฉันไม่เชื่อ นายอาจจะมีแผนร้ายซ่อนอยู่ก็ได้ หรือว่านายคิดจะทำให้ฉันหวั่นไหว ขอโทษนะ เสียเวลาเปล่า ยังไงก็ไม่สำเร็จ นายไม่ใช่คนที่ฉันรัก”

พล่ามจบเธอก้าวเดินต่อแต่เจ็บแปลบที่ขาจนเกือบล้ม ตะวันพุ่งเข้ามาประคอง เธอกลับแว้ดใส่เขาเสียงขุ่น

“ทำอะไร”

“ทำให้คุณรู้ไงว่าผมจริงใจกับคุณ”

“เนี่ยนะจริงใจ ฉวยโอกาสมากกว่า”

“คิดให้ดีนะโรส ถ้าเป็นเมื่อก่อนผมคงไม่ช่วย”

โรสรินอึ้งกิมกี่ ยอมให้เขาอุ้มเดินต่อไป แต่สักพักก็บอกให้วาง เพราะเห็นถึงความเหนื่อยล้าของเขา

“ไม่เป็นไร”

“นายไม่เมื่อยแขนหรือไง”

“แค่นี้ผมทนได้”

หญิงสาวอึ้งไปอีก เริ่มลังเลว่าตะวันอาจหวังดี กับเธอจริงๆ ตะวันอุ้มเธอไปที่บ้านกลางป่า หยิบเสื้อผ้าเตรียมให้เธอเปลี่ยน

“นี่ ทำไมนายรู้จักบ้านหลังนี้ดีจัง”

“ผมเคยมาสองครั้งแล้ว รีบไปอาบน้ำเถอะเย็นแล้ว”

“ห้องน้ำอยู่ไหน”

“ลำธารด้านหลัง”

“ลำธาร? แล้วจะให้ฉันอาบยังไง”

“มีผ้าถุงไว้ใส่อาบน้ำ ผมไปหาฟืนมาก่อไปก่อนนะ” ตะวันตัดบทแล้วเดินลิ่วออกไป โรสรินหยิบผ้าถุงขึ้นมาอย่างจำยอม...

ตะวันย่องมาแอบดูโรสรินแหวกว่ายในสายน้ำอย่างเพลิดเพลิน ได้ยินเธอฮัมเพลงแสดงว่าอารมณ์สุนทรีย์ขึ้นแล้ว ก็เลยขยับเข้าไปใกล้อีกนิดแต่ดันลื่นไถลตกลงน้ำดังตูม หญิงสาวร้องกรี๊ดตกใจ รีบใช้มือปิดบังอกตัวเองพร้อมกับร้องด่าตะวันพัลวัน

“คนบ้า คนลามก คนฉวยโอกาส ออกไปให้พ้นเลยนะ ออกไป”

“ผมขอโทษ ผมไม่ได้ตั้งใจ”

โรสรินยังโวยวายไม่หยุด พลันเห็นภาพบางอย่างแวบเข้ามาในหัว ครั้งหนึ่งเธอเคยเจอเหตุการณ์ทำนองเดียวกันนี้ แต่ไม่พูดอะไรออกมา ได้แต่เก็บความสงสัยเอาไว้คนเดียว

หลังจากอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จแล้ว โรสรินผมเปียกชื้นไปทั้งหัว ตะวันเอาผ้าขาวมาเช็ดผมให้อย่างเบามือ จากนั้นย่างปลาให้กิน ตกกลางคืนเธอนอนไม่หลับ ก็ร้องเพลงกล่อม โรสรินหลับตาแล้วเห็นภาพตัวเองกับตะวันที่ร้านอาหาร วันนั้นเขาร้องเพลงนี้ให้เธอ

เธอพยายามทบทวนแต่กลายเป็นปวดหัวจี๊ดขึ้นมาจนทนไม่ไหว ตะวันเป็นห่วง ปลอบเธอให้ใจเย็น หายใจเข้าและออกช้าๆ ไม่ต้องกลัว โรสรินทำตามแล้วทุเลาลง ผล็อยหลับไปในที่สุด ส่วนตะวันฟุบหลับข้างเธอตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้

เช้าขึ้นโรสรินตื่นก่อน เห็นตะวันนอนหลับทั้งที่ มือยังจับมือเธออยู่ เธอพึมพำกับตัวเองว่าภาพที่เห็นเมื่อคืนคืออะไร แต่พอตะวันขยับตัว เธอรีบหลับตานอนนิ่ง ได้ยินเขาพูดเบาๆ แต่ชัดเจนว่า

“ผมอยากให้คุณจำได้เหลือเกินว่าผมรักคุณมากแค่ไหน”

ตะวันไม่พูดเปล่า ก้มลงหอมหน้าผากเธออย่างแสนรักก่อนเดินออกไป...โรสรินลืมตาขึ้นช้าๆ สีหน้าเต็มไปด้วยความสับสน ครั้นอีกครู่ต่อมาออกเดินทางกันต่อเพื่อกลับบ้าน เธอจำภาพที่ตัวเองเคยจูบกับตะวันที่ทุ่งดอกไม้ขึ้นมาได้ ถึงกับยืนอึ้งตัวชา ตะวันจับสังเกตด้วยความสงสัย

“คุณจำอะไรได้บ้างแล้วใช่ไหมโรสริน”

โรสรินยืนนิ่ง แววตาสั่นระริก ไม่แน่ใจในสิ่งที่เห็น

“คุณจำได้แล้วใช่ไหมว่าเรารักกัน ตอบผมสิโรส” เขาจับแขนเธอเขย่า...เธอได้สติรีบถอยห่างพร้อมปฏิเสธว่าจำไม่ได้ จากนั้นก็เดินจ้ำต่อไป โดยมีสายตาของตะวันมองตามอย่างสงสัย

ในที่สุดสองคนกลับถึงไร่ด้วยความปลอดภัย ทุกคนที่เฝ้ารอต่างเซ็งไปตามกันเมื่อตะวันบอกว่าแผนไม่สำเร็จ และคงโดนโรสรินเล่นงานแน่ๆ แต่ผิดคาด เธอไม่ว่าพวกน้ำค้างสักคำที่ทิ้งเธอไว้กลางป่า แต่รีบเดินกลับบ้านพักแล้วคิดหนักว่าตัวเองกับตะวันอาจจะรักกันจริงๆ

อาทิตย์ตามเอาข้าวไข่เจียวฝีมือตัวเองมาให้โรสรินถึงบ้าน เธอกินแล้วชมว่าอร่อยมาก เด็กชายเลยคุยอวดว่าตอนที่พี่โรสกลับไปกรุงเทพฯ ตนให้พี่อึ่งสอน เพราะอยากทำให้พี่โรสกินเวลากลับมาที่ไร่อีกครั้ง

“พี่พอจะจำได้ว่าวันที่พี่กลับบ้าน เป็นวันที่อาทิตย์ยอมพูดเป็นครั้งแรก”

“ใช่ครับ หลังจากพี่โรสกลับไป พี่ตะวันสัญญากับอาทิตย์ว่าจะพาพี่โรสกลับมา แล้วพี่ตะวันก็ทำตามสัญญาจริงๆ”

“อาทิตย์...พี่กับนายตะวันรักกันจริงๆเหรอ”

“อาทิตย์ไม่รู้ อาทิตย์รู้แต่ว่าพี่ตะวันกับพี่โรสยอมตายแทนกันได้ แบบนี้เรียกว่ารักรึเปล่าครับ”

โรสรินอึ้งไปทันที หลังจากนั้นเธอโทร.ตามกิตติทัตมาพบ เผอิญอุษาวดีเห็นเข้าพาลเข้าใจผิดว่าหมอมีใจให้โรสริน แม้ไม่ได้ยินว่าคุยอะไรกันแต่ท่าทีหมอเป็นห่วงเป็นใยโรสรินเหลือเกิน

“โรสสีหน้าไม่ดีเลย เป็นอะไร หรือว่าไม่สบาย”

“โรสสบายดี แต่โรสมีเรื่องร้อนใจอยากถาม โรสเห็นว่าทัตเป็นคนเดียวที่ไม่เคยโกหกโรส และโรสก็ไว้ใจทัตมากที่สุด ตอนนี้โรสสับสนมาก โรสเห็นภาพบางอย่างระหว่างโรสกับนายตะวัน”

“แสดงว่าโรสเริ่มจำทุกอย่างได้แล้วใช่ไหม”

“ก็ไม่เชิง มันเป็นภาพที่ไม่ปะติดปะต่อ เห็นเป็นห้วงๆ โรสพยายามจะนึกให้ออก แต่ยิ่งคิดก็ยิ่งปวดหัว”

“ใจเย็นนะโรส ของแบบนี้จะรีบไม่ได้ มันต้องใช้เวลา”

“ภาพที่โรสเห็นแสดงว่าโรสรักนายตะวัน โรสกลัวจังเลยทัต เพราะโรสแยกไม่ออกว่าสิ่งที่เห็นมันคือเรื่องจริงหรือโรสคิดไปเอง”

โรสรินสีหน้าตื่นกลัว กิตติทัตดึงเธอเข้ามากอดปลอบใจ แต่ภาพนั้นกลับทำให้อุษาวดีเจ็บปวดถึงกับทนดูต่อไปอีกไม่ได้ รีบหันหลังเดินออกไป

“ตอนนี้สิ่งที่โรสต้องทำก็คือโรสต้องมีสติ และถ้าโรสอยากรู้ว่าอะไรคือเรื่องจริง โรสต้องอยู่ใกล้ชิดกับคุณตะวัน เพราะแค่โรสติดอยู่ในป่ากับคุณตะวันคืนเดียวก็ทำให้โรสเริ่มเห็นภาพอะไรบ้างแล้ว”

“เอ๊ะ ทัตรู้ได้ไงว่าโรสติดอยู่ในป่ากับนายตะวัน”

กิตติทัตหน้าถอดสี พูดอึกๆอักๆว่าอุษาวดีโทร.บอก...แล้วยิ่งหน้าซีดไปกันใหญ่เมื่อโรสรินโพล่งขึ้นว่าอุษาวดีไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ตอนที่ตนกลับมากับตะวัน แล้วจะรู้ได้ยังไง

“นี่เป็นแผนนายตะวันใช่ไหม บอกโรสมา บอกมา”

กิตติทัตมองหน้าโรสรินอย่างจนหนทาง ต่อมาโรสรินมาเอาเรื่องตะวันต่อหน้าพีระและน้ำค้าง

“ฉันเองก็สงสัยอยู่แล้ว ตั้งแต่แรกที่ชวนฉันไปเดินป่า แล้วก็ทิ้งฉันเอาไว้จนนายโผล่มา เจอบ้านกลางป่า มันบังเอิญจริงๆ”

“ผมยอมรับว่าทุกอย่างเป็นแผน แต่ถ้าผมพูดตรงๆขอให้คุณไปกับผม คุณจะไปเหรอ ผมขอโทษ แต่ผมอยากให้คุณจำได้ซักทีว่าเรารักกัน”

“คนรักกันเขาไม่ทำกันแบบนี้ เนี่ยนะที่บอกว่าจริงใจกับฉัน คนหลอกลวง นายทำทุกอย่างเพราะต้องการแกล้งฉันใช่ไหม นายมันใจร้าย นายเล่นกับความรู้สึกของฉันแบบนี้ได้ยังไง”

“ใจเย็นก่อนโรซี่”

“พีไม่ต้องมาพูด พวกเธอทุกคนรวมหัวกับนายตะวันหลอกฉัน เนี่ยเหรอเพื่อน ฉันจะกลับกรุงเทพฯ”

ทุกคนตกใจ พีระทัดทานแต่โรสรินไม่ฟัง ขอกุญแจรถจากเขา ถ้าไม่ให้ก็จะหาทางกลับเอง ตะวันตัดสินใจในนาทีนั้นจับแขนโรสรินไว้มั่น ไม่ยอมให้เธอไป

“ฉันจะไป ต่อให้ต้องเดินกลับ ฉันก็จะทำ ฉันไม่อยากอยู่ที่นี่แม้แต่วินาทีเดียว ปล่อย!”

“ผมขอร้อง อย่าเพิ่งตัดรอนผม ผมอยากให้คุณให้โอกาสผม ให้โอกาสตัวเอง คิดให้ดีดีว่าคุณรู้สึกยังไงกับผม”

“ความรู้สึกเดียวที่ฉันมีต่อนายในตอนนี้ก็คือฉันเกลียดนาย”

“งั้นมาดูกันว่าคุณเกลียดผมจริงรึเปล่า”

ขาดคำ ตะวันดึงโรสรินเข้ามาประกบปาก พีระกับน้ำค้างถึงกับตะลึงตาค้าง ลุ้นระทึกว่าจูบนี้จะทำให้โรสรินจำความหลังได้หรือไม่ กระทั่งตะวันถอนริมฝีปากออกแล้วโรสรินตบหน้าเต็มแรง ก็ได้คำตอบโดยไม่ต้องมีใครพูดอะไร

“มั่นใจได้แล้วนะว่าฉันเกลียดนาย” โรสรินแผดเสียงแล้วหันหลังเดินหนี ตะวันไม่ยอมแพ้ พุ่งไปรวบตัวเธออุ้มขึ้นพาดบ่าพาเข้าไปในห้อง พีระถึงกับหลุดปากว่านี่มันละครตบจูบชัดๆ อยากทำแบบนี้บ้างจัง แต่พอโดนน้ำค้างหันมาจ้องตาเขียวก็ซีดจ๋อยไปตามระเบียบ

ตะวันทนเจ็บยอมให้โรสรินทุบตีจนหนำใจ ก่อนที่เขาจะคุกเข่าลงกับพื้นวิงวอนขอร้อง

“คุณจะต่อว่า จะดุด่า จะทำยังไงกับผมก็ได้ แต่ได้โปรดอย่าไปจากผม”

โรสรินอึ้ง นึกถึงคำพูดกิตติทัตที่ว่า ถ้าเธออยากรู้ว่าอะไรคือความจริงก็ต้องอยู่ใกล้ชิดกับตะวัน...นี่เองทำให้โรสรินตัดสินใจไม่จากไป แต่จะอยู่เอาคืนตะวันให้สาสม!

พีระกับน้ำค้างยืนรีรออยู่หน้าบ้านพัก อยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นข้างใน อุษาวดีเดินมาทัก พอได้ยินว่าโรสรินรู้แล้วเรื่องเดินป่าเป็นแผนของตะวัน เธอนึกถึงกิตติทัตทันที บอกทั้งคู่ว่าตนรู้ว่าใครบอก แต่ไม่ยอมพูดออกมา ได้แต่เดินจ้ำหนีไปด้วยอารมณ์ขุ่นมัว

เมื่อตะวันกลับออกมาจากบ้าน บอกพีระกับน้ำค้างว่าโรสรินไม่กลับกรุงเทพฯ สองคนดีใจมาก แต่ผ่านไปไม่นานก็กลายเป็นหนักใจ ห่วงตะวันจะโดนคุณหนูโรสแผลงฤทธิ์จนเดี้ยงคาไร่

ตะวันต้องทำตามคำสั่งโรสรินทุกอย่างเพื่อแลกกับการที่เธอยกเลิกเรื่องกลับกรุงเทพฯ ซึ่งตะวันบอกทุกคนว่าตนทนได้ และดีใจที่สุดแล้วที่เธอไม่จากไป

ฝ่ายอุษาวดีที่โมโหและเสียใจเรื่องกิตติทัต เธอกำลังมุ่งหน้ามาพบเขาที่แปลงกุหลาบตามนัด หมอหนุ่มท่าทางร้อนรน บอกให้เธอรู้ว่าตอนนี้โรสรินรู้ ความจริงเรื่องแผนของตะวันแล้ว

“อุษารู้แล้ว อุษารู้ว่าหมอบอกโรสเรื่องนั้น คงสมใจหมอแล้วสินะคะ ที่ทำให้เขาสองคนมีปัญหากัน”

“คุณหมายความว่ายังไง”

“อุษารู้ว่าหมอไม่อยากให้โรสกับคุณตะวันคืนดีกัน เพราะว่าหมอยังรักยัยโรสอยู่”

“ไม่ใช่นะครับ ฟังผมอธิบายก่อน”

“ไม่ฟัง! อุษาเห็นหมอกอดโรส”

“ที่ผมกอดโรสเพราะต้องการให้กำลังใจเขา คุณอุษาต้องเชื่อผมนะครับ ผมไม่ได้รัก...”

“อุษาไม่เชื่อ ต่อไปนี้ไม่ต้องมาให้อุษาเห็นหน้าอีก” อุษาวดีเดินปาดน้ำตาจากไป กิตติทัตทำอะไรไม่ถูก ได้แต่ถอนหายใจอย่างกลัดกลุ้ม

ooooooo

โรสรินเริ่มปฏิบัติการทรมานตะวันด้วยการสั่งให้ทำงานหนักทุกอย่างในไร่ โดยที่ใครๆก็ไม่กล้าต่อรองหรือช่วยเหลือตะวันเพราะเธอเข้มมาก กลัวจะโดน
หางเลขไปด้วย

ขณะที่ทุกคนเป็นห่วงตะวัน แต่ตะวันกลับไม่ปริปากบ่นสักคำ ทำงานงกๆตามคำสั่งของเธออย่างเข้มแข็ง แม้เหนื่อยก็อดทน แต่ผ่านไปหลายวันร่างกายเขาเริ่มไม่ไหว เพราะข้าวปลาอาหารกินไม่ตรงเวลา แถมงานทั้งหนักและอยู่ท่ามกลางแสงแดดแผดร้อน ถึงกระนั้นตะวัน

ก็ยังไม่ยอมปริปาก มุ่งมั่นทำได้ทุกอย่างเพื่อให้โรสรินกลับมาเป็นคนเดิม

แล้วเช้าวันหนึ่งตะวันเริ่มมีไข้แต่ก็ยังอุตส่าห์ออกไปทำงานตามคำสั่งโรสรินที่ต้องการให้เขาตัดกุหลาบทั้งหมดคนเดียว โดยให้คนงานหยุดพักผ่อนหนึ่งวัน แย้เห็นแล้วเป็นห่วงตะวันเหลือเกิน อยากช่วยเหลือแต่โรสรินไม่ยอม ไล่ตะเพิดแย้ไปไกลๆ

ตะวันตัดกุหลาบได้จำนวนมาก เหนื่อยจนเหงื่อโซมกายและหน้าซีดมากขึ้นกว่าเดิม โรสรินเดินมาเช็กงาน สนใจแต่กุหลาบในตะกร้าไม่ได้มองหน้าเขาเลยสักนิดเดียว

“สมกับเป็นเจ้าของไร่กุหลาบ ฝีมือการตัดเนี้ยบ รีบไปทำต่อได้แล้ว วันนี้นายต้องตัดให้หมดทั้งไร่”

ตะวันรับคำแต่โดยดี หยิบตะกร้าใบใหม่แต่รู้สึกเจ็บจี๊ดที่นิ้วมือซึ่งแดงเถือกไปหมด โรสรินเห็นแล้วนึกถึง

อดีตที่ตะวันเคยซ่อมชุดถ่ายแบบให้เธอจนโดนเข็มตำมือเจ็บระบม...ภาพวันนั้นทำให้เธอเริ่มไม่แน่ใจว่าที่ผ่านมาเธอรักตะวันจริงอย่างที่เขาและใครๆพยายามบอกหรือเปล่า

ด้านอุษาวดีที่เข้าใจกิตติทัตผิด เธอตัดสินใจกลับกรุงเทพฯไปแล้ว พอน้ำค้างรู้จากพีระว่าหมอเป็นต้นเหตุ น้ำค้างจึงให้พีระโทร.หาหมอซึ่งกลับไปทำงานที่โรงพยาบาลกรุงเทพฯแล้วเช่นกัน

พีระถามตรงๆว่าหมอทำอะไรน้องสาวของตน เธอถึงไม่รอกลับพร้อมตน หมอบอกว่าเธอเข้าใจผิดคิดว่าตนชอบโรสริน แต่ความจริงหมอรักเธอต่างหาก พีระกับน้ำค้างได้ยินคำยืนยันอย่างนี้จากหมอจึงคะยั้นคะยอให้ไปสารภาพกับเธอตรงๆ แค่พูดว่ารักไม่ใช่เรื่องยาก

กิตติทัตไม่รอช้า รวบรวมความกล้าไปพบอุษาวดี

ที่บริษัทแล้วบอกความในใจพร้อมทั้งอธิบายถึงความรู้สึกที่เขามีต่อโรสรินว่าคือเพื่อน แต่กับเธอคือความรัก อุษาวดีซาบซึ้งถึงกับน้ำตาคลอ โผเข้ากอดเขาด้วยความรักและความเข้าใจ

พีระกับน้ำค้างได้รับรายงานพลอยโล่งใจที่ลงเอยไปได้อีกคู่ เหลือแต่ตะวันกับโรสรินเท่านั้นที่ยังลูกผีลูกคน เพราะฝ่ายหญิงยังทรมานฝ่ายชายไม่เลิก ตะวันกัดฟันขุดดินในไร่ท่ามกลางแดดจ้า โรสรินยืนมองห่างๆ หยิบแหวนที่ได้จากน้ำค้างออกจากกระเป๋ากางเกงมาดู ระหว่างนั้นพีระกับน้ำค้างเดินเข้ามาเห็น โรสรินเห็นทั้งคู่ก็หน้าถอดสี รีบเก็บแหวนไว้อย่างเดิม

พีระรู้จากแย้ว่าตะวันไม่สบายจึงขอให้โรสรินเลิกทรมานตะวันเสียที เธอกลับพูดหน้าตายว่าไม่ได้ทรมาน เขาพูดเองว่าจะยอมทำตามทุกอย่างที่เธอสั่ง

“เลิกใจร้ายกับตะวันได้แล้ว ตะวันรักโรซี่มาก แล้วโรซี่ก็รักตะวันมากเหมือนกัน”

“พีอย่ายุ่งกับเรื่องนี้ดีกว่า”

“ความจริงโรซี่จำเรื่องอะไรระหว่างตัวเองกับตะวันได้แล้วใช่ไหม”

โรสรินผงะ อึกอักพูดไม่ออก พีระรีบดักคอ

“อย่าปฏิเสธ เพราะพีเห็นโรซี่เอาแหวนแต่งงานที่ตะวันให้มาด้วย ตอนนั้นโรซี่อยากคืนแหวนแทบเป็นแทบตาย แต่วันนี้โรซี่พกมันติดตัว แสดงว่าต้องจำอะไรได้บ้างแล้ว ตอบพีมาสิโรซี่”

“โรสเริ่มจำได้แล้ว แต่ความรู้สึกของโรสมันยังคลางแคลงไม่แน่ใจ  ไม่มั่นใจว่าเขาจะเป็นผู้ชายที่โรสรักจริงๆ

มันทำให้โรสไม่กล้าที่จะรักเขาหมดใจ...เข้าใจหรือยัง”

“การที่พี่ตะวันยอมทำขนาดนี้ ยังทำให้พี่โรสไม่มั่นใจอีกเหรอคะ”

โรสรินไม่ตอบ เมินหน้าหนีไปทางอื่น

“แล้วตะวันต้องทำแค่ไหน โรซี่ถึงจะเชื่อ”

โรสรินเอาแต่เงียบ ทันใดนั้นได้ยินเสียงบางอย่างที่แปลงกุหลาบ ทุกคนหันมองไม่เห็นตะวันจึงเดินเข้าไปดู ปรากฏว่าเขาหมดสติอยู่กับพื้น โรสรินหน้าเสียรู้สึกผิดขึ้นมาทันที

หมอมาตรวจอาการตะวัน บอกว่าร่างกายเขาอ่อนเพลียเพราะสูญเสียน้ำและพักผ่อนไม่เพียงพอ หมอให้ยาไว้กินแล้วให้พักสองสามวันร่างกายก็จะกลับมาแข็งแรงตามเดิม โรสรินอาสาเฝ้าตะวันเพราะรู้สึกผิดว่าตนเองเป็นต้นเหตุให้เขาเป็นแบบนี้ พีระกับน้ำค้างพอใจ คิดว่าเธอเริ่มเปิดใจให้ตะวัน และหวังว่าเรื่องร้ายจะกลายเป็นดี

ooooooo

โรสรินดูแลเอาใจใส่ตะวันทุกอย่าง ทำอาหารมาป้อน เช็ดตัวให้ นั่งเฝ้านอนเฝ้าไม่ยอมไปไหน และคอยพยุงพาเขาเข้าห้องน้ำ

การกระทำของเธอทำให้ตะวันรู้สึกดีมากๆ และค่อนข้างมั่นใจว่าเธอจำเรื่องราวที่ผ่านมาได้บ้างแล้ว ไม่เช่นนั้นเธอคงไม่บอกว่า

“ฉันเคยพยาบาลนายมาแล้วครั้งหนึ่ง ฉันทำได้ ไม่ต้องห่วง ลืมไปแล้วเหรอว่าฉันเป็นนางฟ้าของนาย”

ตะวันมองโรสรินตาเป็นประกายดีใจ มั่นใจว่าเธอจำได้แล้ว หญิงสาวเงยหน้าเห็นเขายิ้มก็ชะงัก ถามว่ายิ้มอะไร

“ผมมีความสุขน่ะ”

โรสรินนิ่วหน้า แก้เก้อด้วยการป้อนข้าวให้เขาต่อไป...

หลังจากนั้นตะวันเล่าให้น้ำค้างกับพีระฟังลับหลังโรสรินว่า

“พี่มั่นใจว่าโรสจำได้แล้วว่าเราสองคนรักกัน เพียงแต่เธออาจจะยังจำไม่ได้ทั้งหมด แต่ครั้งนี้พี่จะไม่ถามตรงๆ เพราะโรสไม่มีทางยอมรับ”

“แล้วพี่ตะวันจะทำยังไง”

ตะวันยิ้มกริ่มมีแผนบางอย่างในใจ แล้วคืนนั้นตะวันก็เซอร์ไพรส์โรสรินด้วยการจัดฉากแสนโรแมนติกท่ามกลางแปลงกุหลาบที่ออกดอกสะพรั่ง

“ผมอ่านหนังสือเล่มหนึ่ง เขาเขียนว่าความจริงคนเราเกิดมาพร้อมหัวใจครึ่งดวง ผมหัวเราะและไม่เชื่อในสิ่งที่เขาเขียน ถ้าหัวใจมีแค่ครึ่งดวง เราคงไม่มีชีวิตอยู่ แต่มีผู้หญิงคนหนึ่งทำให้ผมรู้ว่าสิ่งที่หนังสือเล่มนั้นบอกมันเป็นเรื่องจริง ทั้งๆที่ผู้หญิงคนนั้นร้ายกาจ เอาแต่ใจ แต่กลับมีมุมที่น่ารัก และความน่ารักของเธอก็เห็นชัดมากขึ้น จนทำให้หัวใจของผมเต้นแรงเมื่อได้เจอ และอยากอยู่ใกล้เธอคนนั้นตลอดเวลา ผมไม่รู้ว่าผมรักเธอคนนั้นตั้งแต่ตอนไหน แต่ผมแอบเก็บภาพของเธอตั้งแต่วันแรกที่เธอเดินเข้ามาในชีวิตผม”

โรสรินนิ่งฟัง น้ำตารื้นขึ้นมา รู้ว่าตะวันหมายถึงเธอ

“อย่างนี้เรียกว่ารักหรือเปล่าครับ...โรสริน ผมรักคุณ”

โรสรินน้ำตาไหลด้วยความซาบซึ้ง ตะวันเดินมายืนตรงหน้าเธอ

“ตะวัน...นายรักฉันเพราะอะไร”

“ผมตอบคุณไม่ได้ว่าผมรักคุณเพราะอะไร เพราะมันมีเป็นร้อยเป็นพันคำตอบ”

“ผมชอบเสียงเพราะๆของคุณ ผมชอบรอยยิ้มที่ทำให้โลกสดใส ผมชอบความเย่อหยิ่งถือตัวแต่ก็แฝงด้วยความอ่อนโยน ผมชอบทัศนคติของคุณที่ไม่คิดจะยอมแพ้ต่ออุปสรรคใดๆ ผมเคยไม่ชอบคุณ แต่วินาทีนี้ผมรักทุกสิ่งทุกอย่างในตัวคุณ นั่นแหละคือเหตุผลของผม แล้วมันก็ไม่มีเหตุผลเลยถ้าคุณจะไม่ใช่คนสุดท้ายที่ผมรัก ผมอยากอยู่กับคุณไปตลอดชีวิตของผม”

โรสรินจำทุกคำที่เขาพูดออกมาได้หมด และพูดไปพร้อมกับเขาได้ตรงเป๊ะ ตะวันยิ้มกว้างดีใจ

“คุณจำได้”

“ฉันจำได้ว่าฉันรักนาย ถึงแม้ฉันจะยังจำเรื่องราวของเราได้ไม่ทั้งหมด แต่ฉันพร้อมที่จะสร้างความทรงจำระหว่างเราขึ้นมาใหม่” เธอหยิบแหวนที่ตะวันให้ออกมายื่นไปตรงหน้าเขา “ฉันอยากให้นายสวมมันให้ฉันอีกครั้ง”

“กุหลาบร้ายของผม แต่งงานกับผมนะ คุณคือหัวใจอีกครึ่งหนึ่งของผม”

โรสรินพยักหน้า ตะวันสวมแหวนที่นิ้วนางข้างซ้ายของเธอก่อนจะจูบมืออย่างแผ่วเบา แล้วสวมกอดกันแน่น ทันใดเสียงเฮดังขึ้นพร้อมการปรากฏตัวของทุกคน รวมทั้งปู่ณรงค์และยุนอาด้วย ทุกคนปลาบปลื้มยินดี โดยเฉพาะสองคุณปู่ถึงกับหลั่งน้ำตาที่หลานๆลงเอยกันได้เสียที

หนึ่งเดือนต่อมา งานแต่งงานระหว่างโรสรินกับตะวันถูกจัดขึ้นที่ไร่ตะวันอย่างเรียบง่าย ท่ามกลางญาติสนิทมิตรสหายที่ใกล้ชิด บรรยากาศอบอวลไปด้วยความสุขเพราะมีคู่รักหลายคู่มาร่วมงาน สองคุณปู่ดีใจถึงขนาดเปรยกันว่าหลังจากนี้ไปก็เตรียมตัวเลี้ยงเหลน

ตะวันกับโรสรินขอบคุณสองคุณปู่ที่ทำให้พวกตนมีวันนี้ หลังจากนั้นก็เป็นช่วงเวลาของความสนุกสนาน

ทุกคนดื่มกินและเต้นรำกันอย่างสุดเหวี่ยง

ooooooo

-อวสาน­­-

ตอนที่ 14

เดชาหนีไปได้แต่จิตใจร้อนรุ่มด้วยความแค้น เขาตัดสินใจยังไม่ไปไหนไกล คิดอ่านวางแผนจัดการกับตะวันให้ถึงที่สุด!

ณรงค์ดีใจมากที่ตะวันกับโรสรินกลับมาอย่างปลอดภัย แถมยังดูรักใคร่กลมเกลียวกันดีจนแย้กับยุนอาซาบซึ้งไปกับความรักของทั้งคู่ และอยากจะมีความรักแบบนี้บ้างจัง

แต่แล้วตะวันเกิดงอนขึ้นมาเมื่อเห็นแหวนเพชรของเดชาที่นิ้วนางข้างซ้ายของโรส ริน เขาเดินหน้าตูมหนีออกจากกลุ่ม แต่พอโรสรินถอดแหวนส่งให้พนักงานชายของโรงแรมอย่างไม่ไยดีแล้วตามมาง้อนิด เดียว ตะวันก็หายงอนเป็นปลิดทิ้ง รีบขอตัวกลับไปเอาแหวนของตนในห้องพักมาให้เธอ

คาดไม่ถึงว่าในระหว่างนี้ พีระนำแหวนเพชรเม็ดเป้งมาให้โรสรินพร้อมกับสวมกอด แต่เป็นแค่การทดสอบอารมณ์ความรู้สึกของเขาเท่านั้น ปรากฏว่าไม่ได้ตื่นเต้นหรือมีความสุขแม้แต่น้อย นี่เองทำให้พีระรู้ใจตัวเองแล้วว่ารักชอบใครกันแน่

น้ำค้างซึ่งเริ่มมีใจ ให้พีระมาเห็นภาพบาดตานั้น พร้อมๆกับตะวันที่เดินมาอีกทาง สองพี่น้องหน้าสลดไปตามกัน ตะวันหันกลับไปพร้อมแหวนในมือ ส่วนน้ำค้างตรงดิ่งเข้ามาชกหน้าพีระแล้วด่าซ้ำด้วยความเสียใจก่อนวิ่งหนีไป

พีระโดนชกเบ้าตาเต็มๆ เดือดร้อนโรสรินต้องเอาเจลเย็นมาประคบให้ พลางกระแทกเสียงสมน้ำหน้า อยู่ดีไม่ว่าดี

“พีแค่อยากพิสูจน์ใจตัวเอง แล้วพีก็ได้รู้ว่าในใจของ พีไม่มีโรซี่แล้ว โรซี่คือรักแรกและรักเดียวของพี แต่พีกลับไม่รู้สึกอะไรกับอ้อมกอดนั้นเลย แม้แต่คุกเข่าจะขอแต่งงาน พียังไม่รู้สึก ความรักที่พีมีให้กับโรซี่มันหายไปแล้ว เหลือแต่มิตรภาพดีๆ ที่พีจะมีให้โรซี่ไปตลอด”

“ในใจพีมีผู้หญิงคนอื่นแล้วใช่ไหม”

“ไม่แน่ใจเหมือนกัน แต่เขาเป็นคนที่พีคิดถึงก่อนนอน แล้วตื่นนอนพีก็นึกถึงเขาเป็นคนแรก แบบนี้เรียกอยู่ในใจรึเปล่า พีไม่รู้”

“ถ้าเดาไม่ผิด โรสว่าโรสรู้จักผู้หญิงคนนั้นนะ”

“ไม่ใช่แค่รู้จัก แต่ผูกพันกันเลยแหละ”

“ถ้าพียังไม่แน่ใจว่ารัก พีก็ลองไปทำให้แน่ใจสิ... ไปได้แล้ว”

พีระยิ้มแต้อย่างมีความหวัง จับมือโรสรินพร้อมเอ่ยคำอวยพร “พีประทับใจในความรักของโรซี่ที่มีให้กับตะวันมาก พีเชื่อว่าตะวันจะทำให้โรซี่มีความสุขได้ทั้งชีวิตของเขา ขอให้ตะวันมาขอแต่งงานไวๆนะ”

พีระผละไปแล้ว โรสรินยิ้มสุขใจเมื่อนึกถึงตะวัน แต่พลันนึกได้ว่านัดเขาไว้ แล้วทำไมเขาถึงยังไม่มา เธอเดินตามหาทั่วโรงแรมแต่ไม่เจอ จึงให้พนักงานเช็กกล้องวงจรปิดอย่างเร่งด่วน ส่วนพีระไปหาน้ำค้างถึงห้องพัก สารภาพความรู้สึกที่มีต่อเธอและสวมกอดนิ่งนานจนอีกฝ่ายห้ามใจไม่ไหว กอดตอบอย่างมีความสุข

โรสรินตามตะวันขึ้นมาบนชั้นดาดฟ้า เธออธิบายเรื่องพีระจนเขาเข้าใจและสวมแหวนให้เธออย่างสุขใจ ก่อนพากันกลับลงมาที่ห้องพักน้ำค้าง ปรากฏว่าพีระยังกอดน้ำค้างไม่ปล่อย

น้ำค้างเขินอาย แต่พีระกล้าพูดกับตะวันอย่างเต็มปากว่า

“นายไม่ต้องถามฉันหรอกว่าเรื่องของฉันกับน้ำค้างเกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อไหร่ รู้แค่ว่าฉันจะไม่ทำให้น้ำค้างเสียใจเหมือนที่ผ่านมา”

“ผมจะไว้ใจคุณได้ยังไง”

“แค่ให้โอกาสฉันได้ดูแลน้องสาวนาย ฉันจะทำทุกอย่างให้น้ำค้างมีความสุข”

“ผมจะให้โอกาสคุณ แต่ถ้าน้ำค้างเสียใจขึ้นมาล่ะก็ คุณกับผมเป็นเรื่องกันแน่”

“ไม่มีปัญหา แล้วถ้านายทำให้โรซี่ต้องเสียน้ำตา นายมีปัญหากับฉันแน่นอน”

สองสาวยิ้มปลื้ม แต่พอพูดถึงเดชาขึ้นมา ทุกคนมีสีหน้าเป็นกังวลอย่างเห็นได้ชัด

ooooooo

ตะวันตัดสินใจโทร.ไปหาปู่ชาญ กำชับให้จัดเวรยามคอยเฝ้าระวังทุกประตูทางเข้าออกในไร่ ตนคาดว่าเดชาคงไม่กล้าเข้ามาที่โรงแรมอีก ดังนั้นที่ไร่ตะวันอาจเป็นเป้าหมายที่มันจะล้างแค้น

“ปู่จะรอบคอบที่สุด เอ็งไม่ต้องเป็นห่วง ตอนนี้เดชา มันเหมือนเสือลำบาก ไม่ได้มีอำนาจเหมือนเมื่อก่อน แถมตำรวจก็ตามตัวกันให้วุ่น คงไม่เกิดเรื่องร้ายแรงขึ้นหรอก”

“ถ้าเป็นอย่างนั้นก็ดี แต่เสือลำบากที่กำลังจนตรอกมันขย้ำไม่เลือกแน่”

ตะวัน วางสายด้วยใจที่ยังเป็นกังวล แต่บอกกับโรสริน ให้สบายใจว่า เราต้องอดทน เรื่องร้ายๆทั้งหมดจะต้องผ่านไป แล้วจะไม่มีอะไรขัดขวางความสุขของเราได้อีก...

วันต่อมา อุษาวดีไปพบกิตติทัตที่โรงพยาบาลให้เขาช่วยรักษาโรคโง่ หมอหนุ่มเห็นหน้าเศร้าๆขอบตาแดงๆ ของเธอแล้วถึงกับถอนใจดังเฮือก ก่อนถามว่าอาการโรคนี้เป็นยังไง

“นิสัยไม่ดี เห็นผิดเป็นชอบ หักหลังคิดเอาชนะเพื่อนที่ดีที่สุดในชีวิตของฉัน เพราะคำว่ารักคำเดียว ฉันเกือบทำลายชีวิตคนทั้งคน”

กิตติทัตปลุกปลอบเธอด้วยความสงสาร ไม่อยากให้เธอโทษตัวเอง

“ฉันมองหน้าทุกคนไม่ติดแล้ว ฉันทำผิดจนไม่น่าให้อภัย ฉันน่าจะรู้ว่าไม่มีอะไรที่ทำลายความรักของโรสกับตะวันได้ ฉันน่าจะรู้ว่าฉันไม่มีทางแทรกกลางความรักของเขาได้ ทำไมฉันถึงโง่แบบนี้ ขอบคุณหมอนะคะ ที่ไม่รังเกียจนังหน้าโง่ที่หน้าสมเพชที่สุดคนนี้”

“อย่าโทษตัวเองเลยนะครับ ผมชื่นชมคุณด้วยซ้ำที่ไม่ปล่อยให้เรื่องทุกอย่างมันถลำลึกไปมากกว่านี้ เสียใจได้แต่อย่าทุกข์ใจนานนะครับ”

“ฉันโอเค ฉันไม่เป็นไร ฉันต้องไม่เป็นไร”

อุษาวดีสบตากิตติทัต รู้สึกหวิวๆอย่างบอกไม่ถูกกับสายตาอบอุ่นอ่อนโยนของเขา

“บาง ครั้งการบอกว่าไม่เป็นไร ก็แค่ให้ปัญหามัน จบไป ทั้งๆที่ใจของคุณยังค้างคา ถ้าคุณทิ้งอดีตไม่ได้ก็เก็บอดีตไว้เป็นบทเรียนแล้วเดินหน้าต่อ ผมเชื่อในตัวคุณ ผมเชื่อว่าผมมองคุณไม่ผิด ผมขอตัวไปทำงานต่อนะครับ”

กิตติทัตทิ้งสายตาให้อุษาวดีอย่างห่วงใย หญิงสาวมองตามเขาไป รู้สึกอบอุ่นในหัวใจอย่างประหลาด

ขณะเดียวกัน พีระกำลังมีความสุขที่ได้ใกล้ชิดน้ำค้าง เขาจัดดอกไม้หนึ่งช่อมาให้เธอ แม้มันจะไม่สวยงามแต่ก็ทำด้วยความตั้งใจร้อยเปอร์เซ็นต์ ยุนอา แย้ และปู่ณรงค์เห็นแล้วอดสงสัยไม่ได้ว่าสองคนนี้ไปกิ๊กกั๊กกันตอนไหน

ooooooo

ตะวันยังเพียรโทร.หาปู่ชาญด้วยความเป็นห่วง รู้ว่าสถานการณ์ที่ไร่ปกติค่อยเบาใจ แต่ถึงยังไงก็ยังวางใจไม่ได้อยู่ดี...

แล้ว วันเดียวกันนี้เอง เดชาก็ปรากฏตัวที่โกดังร้างหลังตลาด มาลัยจำลูกน้องเดชาที่ขี่มอเตอร์ไซค์มาซื้อของที่ตลาดได้ จึงสะกดรอยตามไปจนถึงแหล่งกบดาน แล้วบังเอิญได้ยินเดชาสั่งลูกน้องให้ล่อตะวันออกมาหาตน เพื่อฆ่ามันด้วยมือตัวเอง

มาลัยตกใจมาก ถอยหลังเซล้มลงเสียงดังจนพวกเดชาได้ยิน...นับว่าโชคดีที่มาลัยหลบซ่อนตัวทัน จึงรอดพ้นสายตาพวกเดชามาได้ แต่กระนั้นก็กลัวแทบหยุดหายใจ กลับมานั่งตัวสั่นงันงกต่อหน้าแม่มาลีที่แผงขายผลไม้

“คนดีๆอย่างเอ็ง ผีก็เลยคุ้มเห็นมั้ย ถ้าเสี่ยเดเห็น เอ็งเป็นผีเฝ้าโกดังไปแล้ว”

“แม่...เราจะทำยังไงดี คราวนี้พี่ตะวันกับไร่ตะวันไม่รอดแน่ๆ”

“ถ้าเอ็งโพนทะนาไปแล้วเข้าหูเสี่ยเด คนที่ไม่รอดคือเอ็งกับข้านะโว้ย”

“แต่ฉันห่วงพี่ตะวันนะแม่”

“ถ้ารักตัวกลัวตายก็รูดซิปปากไว้ให้สนิท เชื่อแม่ ไม่มีอะไรสำคัญกว่าชีวิตตัวเอง”

มาลัยหน้าซีดหน้าเสีย ห่วงตะวันก็ห่วง แต่ห่วงชีวิตตัวเองและแม่เหมือนกัน...

สมุนของเดชาเริ่มก่อกวนชาวบ้านที่เป็นลูกจ้างในไร่ตะวันด้วยการดักทำร้ายและข่มขู่ไม่ให้ทำงานที่นั่นอีก หลายคนโดนหนักถึงขั้นบาดเจ็บจนกลัวหงอ แถมเชื่อฟังไม่กล้าบอกเรื่องนี้กับใครเพราะกลัวไม่มีลมหายใจอยู่ต่อไป

เดชาเชื่อว่าวิธีนี้ต้องทำให้ตะวันกลับมาที่ไร่อย่างแน่นอน เมื่อปู่ชาญทราบเรื่องชาวบ้านบาดเจ็บก็แน่ใจว่าเป็นฝีมือเดชาที่ต้องการล่อหลอกให้ตะวันปรากฏตัวซึ่งเขาไม่ต้องการให้หลานตกเป็นเหยื่อ จึงพยายามทัดทานแต่ตะวันไม่ยอมเพราะเป็นห่วงทุกคน

ตะวัน น้ำค้าง และแย้พากันกลับไร่ โดยตะวันไม่ยอมให้โรสรินมาด้วยเพราะห่วงความปลอดภัยของเธอ ส่วนพีระก็อาลัยอาวรณ์น้ำค้างอย่างมากมาย กว่าจะบ๊ายบายกันมาได้

เมื่อกลับมาถึงไร่ ตะวันรับฟังข้อมูลจากปู่ชาญว่าคนงานถูกบีบจนขวัญหนีดีฝ่อไม่มีใครกล้ามาทำงาน ขืนเป็นแบบนี้เรื่อยไปไร่เราจะอยู่ได้ยังไง...ตะวันเคร่งเครียดคิดวางแผนตามหาเดชาให้เจอเพื่อลากตัวเข้าคุก เช้าวันรุ่งขึ้นเขากับแย้ไปปรากฏตัวที่ตลาด มาลัยเห็นตะวันก็ผงะตกใจ ร้องลั่นว่าโผล่มาทำไม  แล้วก็ทำท่าทีมีพิรุธตลอดเวลาเพราะอยากจะบอกเขาเหลือเกินว่าเดชากำลังจ้องจะฆ่าเขาอยู่

ในที่สุด มาลัยพาตะวันกับแย้หลบไปที่ห้องเช่าของตน บอกว่าตนรู้แหล่งกบดานของเดชากับลูกน้อง

“ที่มาลัยยอมบอกเพราะมาลัยรู้สึกผิดในสิ่งที่ทำ

ไว้กับพี่นะ เสี่ยเดบอกว่าจะฆ่าพี่ ถ้าพี่คิดจะไปจับเสี่ยเด อย่าให้รู้เด็ดขาดว่ามาลัยบอกนะ ไม่งั้นมาลัยคอขาดแน่ๆ”

“ได้...เรื่องนี้จะเป็นความลับ พวกมันกบดานอยู่ที่ไหน”

หลังได้ข้อมูลจากมาลัยเรียบร้อยแล้ว ตะวันกับแย้ไปที่สถานีตำรวจ ระหว่างนี้โรสรินโทร.หาตะวันสอบถามความเคลื่อนไหวเพราะเป็นห่วง ตะวันไม่พูดอะไรมากนอกจากบอกให้เธอเชื่อใจและมั่นใจในตัวเขา ทุกอย่างต้องจบลงด้วยดี

หลังจากให้เบาะแสกับตำรวจเกี่ยวกับเดชาแล้ว คืนนั้นตะวันพาพวกปู่ชาญออกจากไร่ไปอาศัยอยู่

กับชาวบ้าน เพราะเขาแน่ใจว่าพวกเดชาต้องบุกมาที่ไร่แน่

จริงดังคาด! เดชากับสมุนเข้ามาที่ไร่ตะวัน เมื่อไม่พบใครสักคนก็ทำลายข้าวของพังพินาศก่อนจะพากันกลับออกไปด้วยความเจ็บใจ

ขณะเดียวกันนั้นที่สถานีตำรวจ...ตะวันกับตำรวจกำลังวางแผนจับกุมเดชา ซึ่งมีสายรายงานเข้ามาว่าที่โกดังร้างแหล่งกบดานของเดชามีความเคลื่อนไหวจริงๆ แล้วที่นั่นเป็นพื้นที่โล่งกว้าง การหลบหนีทำได้ยาก จึงสมควรแก่การจับกุม

“เราจะส่งทีมกระจายอยู่ตามจุดต่างๆ ในรัศมี 5 กิโลเมตรจากโกดัง เพื่อเฝ้าดูและสะกดรอยตามจนกว่าจะกลับมาที่โกดัง และเมื่อผู้ต้องหากลับเข้าที่ซ่องสุม แล้วจะปฏิบัติแผนการปิดประตูตีแมวทันที”

“ผมขอไปสังเกตการณ์ด้วยนะครับ เผื่อจะช่วยเหลืออะไรเจ้าหน้าที่ได้บ้าง” ตะวันสีหน้ามุ่งมั่น จะจบเกมกับเดชาให้ได้!

แต่แล้วแผนการของตำรวจพังพาบอย่างไม่น่าเชื่อ ทุกคนไม่เข้าใจว่าพวกเดชาไหวตัวได้ยังไง ถึงไม่กลับเข้ามายังแหล่งกบดาน...

ที่แท้เป็นเพราะมาลีแม่ของมาลัยนั่นเอง มาลีแอบได้ยินมาลัยบอกเล่าเรื่องราวของเดชาให้ตะวันกับแย้ฟังเมื่อตอนกลางวัน เธอรักตัวกลัวตาย เพราะถ้าเดชาล่วงรู้สองแม่ลูกไม่รอดแน่ มาลีจึงตัดสินใจแจ้งข่าวไปยังเดชาว่าตะวันกับตำรวจกำลังตามล่า นี่เองทำให้เดชาไหวตัว...

แล้วเดชาก็มาปรากฏตัวที่ห้องเช่าของสองแม่ลูกด้วยอารมณ์โกรธเกรี้ยว  มาลัยพนมมือไหว้ปลกๆ ขอโทษซ้ำแล้วซ้ำเล่า มาลีก็ช่วยวิงวอนขอร้อง เดชาตกลงไว้ชีวิตแต่มีข้อแลกเปลี่ยนว่าสองแม่ลูกต้องหลอกตะวันออกมาพบตนให้ได้

ooooooo

หลบมาอยู่บ้านคนอื่นแค่สองสามวัน อาทิตย์กับอึ่งก็เริ่มบ่นกันว่าเมื่อไหร่จะได้กลับไร่เสียที

ฝ่ายโรสรินที่ไม่รู้เรื่องนี้ เธอโทร.หาตะวันแล้วอึ่ง

รับสาย จึงซักไซ้เป็นการใหญ่ว่าเกิดอะไรขึ้น แล้วตะวันไปไหน

“พี่ตะวันไม่อยู่ค่ะ ไม่เห็นตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว

นะคะ เห็นปู่ชาญว่าออกไปกับตำรวจค่ะพี่นางฟ้า ตอนนี้พวกเรามาอาศัยอยู่ที่หมู่บ้านท้ายไร่”

“หมู่บ้านท้ายไร่!!”

ตะวันกลับมาพอดี รีบคว้าโทรศัพท์จากมืออึ่งพร้อมกับจุ๊ปากไม่ให้อึ่งกับอาทิตย์ส่งเสียง

“โรส...ผมเองนะ”

“ที่อึ่งพูดเมื่อกี๊หมายความว่ายังไง ไหนบอกว่าจะไม่หาเรื่องเสี่ยงไง แล้วตำรวจเกี่ยวอะไรด้วย แล้วทำไมทุกคนต้องย้ายออกจากไร่ตะวันด้วยล่ะ มีเรื่องอันตรายใช่ไหม”

“ไม่มีอะไรร้ายแรงครับ แค่ไปให้ความร่วมมือกับตำรวจ ส่วนที่ต้องย้ายออกมาชั่วคราวเพราะป้องกันไว้ก่อน แต่ยังไม่เกิดเรื่องร้ายแรง คุณสบายใจได้”

“ฉันใจไม่ดีเลย ฉันขอไปอยู่กับนายได้ไหม อย่างน้อยก็ช่วยเป็นกำลังใจให้กับทุกคน”

“ทุกอย่างกำลังจะเรียบร้อย เชื่อผม ไม่มีอะไรต้องกังวล”

ปู่ชาญยืนมองอยู่ไม่ไกล รู้สึกไม่สบายใจที่ตะวันต้องปกปิดความจริงกับโรสริน...

แล้วคืนนั้นเอง ปู่กับตะวันและแย้พร้อมด้วย

ตำรวจพากันเข้าไปที่ไร่ พบข้าวของหลายอย่างถูกทำลาย ตำรวจรับปากจะนำกำลังมาดูแลสอดส่อง ขอให้ทุกคนใช้ชีวิตตามปกติ แต่ปู่ชาญยังไม่วางใจ เพราะคิดว่ายังไงเดชาต้องหาทางแก้แค้นตะวันแน่

ooooooo

ปู่ชาญคิดถูกเผง! เพราะไม่ทันข้ามวันตะวันก็ได้รับการติดต่อจากมาลัยให้ไปพบ ทำเหมือนมี

ความเคลื่อนไหวของเดชาจะรายงาน แต่พอตะวันไปถึงมาลัยกลับร้องไห้ตัวสั่นงันงก

“พี่ตะวัน...มาลัยกลัว มาลัยไม่กล้าอยู่ที่ตลาดแล้ว”

“พี่ขอโทษที่ทำให้มาลัยต้องโดนคุกคามจากพวกมัน ถ้ารู้สึกไม่ปลอดภัยจริงๆ มาลัยกับแม่ย้ายไปอยู่ที่ไร่ตะวันได้นะ มีตำรวจคอยคุ้มกันให้ แล้วเรื่องเดชาล่ะ มาลัยรู้เบาะแสที่ซ่องสุมแห่งใหม่ของมันใช่ไหม”

“ใช่จ้ะ”

“พาพี่ไปเดี๋ยวนี้เลย” ตะวันจูงมือมาลัยแต่เธอยืนนิ่งไม่ก้าวขา เอ่ยปากว่าตนขอโทษ

“หมายความว่าไง”

มาลัยร้องไห้โฮ ตะวันรู้ทันทีว่าตกอยู่ในอันตราย รีบชักปืนออกมาเตรียมพร้อม แต่ช้ากว่าสมุนของเดชาสองคนที่พุ่งพรวดเข้ามาจัดการก่อน ตะวันโดนเดชาอัดจนล้มคว่ำแต่ยังไม่เอาชีวิต

“ทำไมลูกพี่ไม่ฆ่ามันซะเลย”

“ไม่มีใครอยากเห็นมันตายเท่าฉันหรอก ฉันจะให้โอกาสมันหายใจสักเฮือก”

เดชาจับตะวันมัดติดกับเก้าอี้แล้วถ่ายคลิปส่งไปให้โรสริน เวลานั้นตะวันจวนเจียนหมดสติ แต่ความห่วงใยโรสรินเต็มเปี่ยม ถึงกับเพ้อออกมา

“อย่าทำคุณโรส ปล่อยคุณโรสไป อย่ายุ่งกับเธอ ปล่อย...”

โรสรินน้ำตาร่วงด้วยความสงสารตะวัน...ถามเดชาที่โทร.เข้ามาว่าต้องการอะไร

“อย่าบอกเรื่องนี้กับใครเด็ดขาด ถ้าผมรู้สึกว่าผมไม่ปลอดภัย ตะวันตายทันที”

“อย่าทำอะไรเขานะ ฉันจะไม่บอกเรื่องนี้กับใคร ฉันสัญญา ฉันทำได้ทุกอย่าง นายห้ามฆ่าเขานะ”

เดชารู้สึกเหมือนถูกมีดทิ่มแทงใจครั้งแล้วครั้งเล่าเมื่อรับรู้ว่าโรสรินรักตะวันมากแค่ไหน...เขากรอกเสียงกลับไปอย่างดุดัน

“ถ้าทำได้ทุกอย่างจริงๆ คุณรีบมาหาผมเดี๋ยวนี้ ผมให้เวลาคุณถึงคืนนี้เท่านั้น ถ้าคุณมามันรอด แต่ถ้าคุณไม่มา ผมสาบานว่าผมจะฆ่ามัน”

แล้วเดชาก็ตัดสาย...ยิ้มเหี้ยมเกรียม รอคอยการมาของโรสรินด้วยใจจดจ่อ

ooooooo

ขณะที่โรสรินขับรถออกจากบ้านเพื่อไปพบเดชา บังเอิญเจอพีระกับอุษาวดีตรงปากซอย เธอไม่ยอมบอกว่าจะไปไหนและเกิดอะไรขึ้นกับตะวัน พูดแต่ว่ามีธุระด่วนแล้วขับรถจากไปทั้งน้ำตา ทำให้สองพี่น้องสงสัยและนึกถึงตะวันขึ้นมา

อาการแปลกๆมีพิรุธของโรสรินทำให้พีระกับอุษาวดีอยู่เฉยไม่ได้ ทั้งคู่ขับรถมุ่งหน้าไปไร่ตะวัน เป็นเวลาที่พวกปู่ชาญกำลังเตรียมความพร้อมเพื่อต่อกรกับเดชาถ้ามันโผล่มา เมื่อทุกคนได้ยินสองพี่น้องบอกว่าโรสรินน่าจะมาที่ไร่ก็พากันประหลาดใจว่ามาทำไม หรือว่าเกิดอะไรขึ้นกับตะวันที่หายตัวไป

เวลานั้น โรสรินถึงตึกร้างแหล่งกบดานแห่งใหม่ของเดชาแล้ว เธอเห็นสภาพตะวันบาดเจ็บถูกควบคุมตัวก็โผเข้าหาและปกป้องเต็มที่เมื่อเดชาจะฆ่าเขา

เดชาสั่งให้โรสรินถอยห่างจากตะวัน แต่เธอยืนยันไม่มีวันทิ้งเขาแน่ เธอยอมตายแทนเขาได้ เดชาทั้งจุกทั้งเจ็บและกลายเป็นโกรธแค้นตะวันถึงกับสั่งสมุนดึงโรสรินออกมาก่อนที่ตัวเองจะเล็งปืนใส่ตะวัน

“อย่านะ อย่าฆ่าตะวัน นายบอกว่าถ้าฉันมา นายจะไม่ฆ่าเขา ปล่อยเขาไปสิ” โรสรินดิ้นรนร่ำร้อง...ตะวันตะโกนออกมาอย่างคับแค้นใจที่ช่วยอะไรเธอไม่ได้

“คุณมาทำไม คุณรู้อยู่แล้วว่ามันต้องการอะไร ทำไมต้องทำแบบนี้”

“ฉันยอมให้นายตายไม่ได้ นายจะตายเพราะฉันไม่ได้”

เดชาแทบคลั่งกับความรักแท้ของโรสรินและตะวัน ตะเบ็งเสียงว่า “ผมรักคุณน้อยกว่าไอ้ตะวันตรงไหน”

“มันไม่สำคัญว่าตะวันรักฉันมากแค่ไหน แต่สิ่งที่ทำให้ฉันยอมตายแทนเขาก็เพราะฉันรักตะวัน ตะวันให้ชีวิตใหม่กับฉัน ตะวันสอนให้ฉันมีหัวใจ เขาทำให้คนที่ไม่เคยรักใครเลยอย่างฉันหัดที่จะรักและมองเห็นคุณค่าของคนอื่น เขาเปลี่ยนแปลงชีวิตฉัน เขามีความหมายกับฉันมาก ชีวิตนี้ฉันรักใครไม่ได้อีกแล้ว”

“ซาบซึ้งมาก ผมจะถือว่านั่นคือคำบอกลาสุดท้าย ผมจะฆ่ามันต่อหน้าคุณ”

“ถ้านายทำ ฉันจะฆ่าตัวตายทันทีที่มีโอกาส นายรู้ว่าฉันพูดจริง แต่ถ้านายปล่อยเขาไป ฉันจะยอมไปกับนาย แล้วทั้งชีวิตของฉันที่เหลืออยู่เป็นสิทธิ์ของนาย”

เดชายังเล็งปืนไปที่ตะวัน ทำเหมือนจะเหนี่ยวไก แต่ในที่สุดก็ตัดสินใจเปลี่ยนเป้าหมายเป็นเก้าอี้ที่ตะวันนั่งและเฉียดไหล่เขาไปนิดเดียว โรสรินโผเข้ากอดตะวันแน่น ร้องไห้ซบลงที่อกเขาอย่างโล่งใจ ส่วนเดชาเดินหนีออกไปอย่างเจ็บปวด

ค่ำวันเดียวกัน มาลีพามาลัยที่ตกอยู่ในภาวะหวาดกลัวเดชาจนจิตหลอนมาหาหมอที่โรงพยาบาล

เพื่อขอยาแก้เครียด แล้วบังเอิญเจอหมอกิตติทัตที่มาทำธุระที่นี่ หมอได้ยินมาลัยพูดพร่ำถึงตะวันก็เอะใจและซักถามจนได้ความจริงก่อนจะพาสองแม่ลูกไปที่ไร่ตะวัน

มาลัยยอมรับต่อหน้าทุกคนว่าตนหลอกตะวันไปหาเดชา ตอนนี้ตะวันกำลังตกอยู่ในอันตรายที่ตึกร้าง และคาดว่าป่านนี้โรสรินคงไปถึงแล้ว ทุกคนเป็นห่วงสองคนนั้นมาก กิตติทัต พีระ และแย้เตรียมอาวุธปืนเพื่อตามไปช่วย โดยไม่ยอมให้น้ำค้างกับอุษาวดีไปด้วยเพราะเกรงจะเป็นอันตราย แต่สองสาวไม่ยอม ดึงดันไปด้วยกันทั้งหมด ยกเว้นปู่ชาญกับเด็กๆ และสองแม่ลูกมาลีกับมาลัย

หน้าตึกร้าง เดชาแค้นใจและเจ็บปวดที่โรสรินรักตะวันถึงขนาดตายแทนได้ เขาออกมาชกกำแพงจนมือแตกเลือดไหลต่อหน้าสมุนสองคนที่พยายามบอกให้เขาจัดการตะวันแล้วหนีลงเรือเพื่อออกนอกประเทศ

ด้านใน โรสรินใช้ผ้าเช็ดหน้าเช็ดเลือดให้ตะวัน โดยมีลูกน้องจำนวนหนึ่งของเดชายืนคุมอยู่ หนุ่มสาวไม่รู้ว่าชะตากรรมของตนจะเป็นอย่างไร แต่โรสรินไม่หวั่นกลัว เธอยอมหากต้องเจอกับความทุกข์ตลอดชีวิตที่เหลืออยู่เพื่อแลกกับชีวิตของตะวัน

เดชากลับเข้ามาได้ยินประโยคนี้ กำมือแน่นด้วยความแค้น ตรงเข้ากระชากโรสรินลุกขึ้นพร้อมกับคำรามลั่น

“คุณกำลังจะเป็นเจ้าสาวของผม หยุดมีใจให้คนอื่นได้แล้ว”

“ถึงฉันจะตกอยู่ในกำมือของนาย แต่นายจะไม่มีวันได้หัวใจของฉัน”

“ผมจะทำทุกอย่างเพื่อให้คุณมอบทั้งชีวิตและหัวใจให้ผม”

“นายก็รู้ว่าไม่มีทาง”

“ไม่ว่านานแค่ไหนผมก็จะรอ...ปล่อยไอ้ตะวันเดี๋ยวนี้”

สมุนทุกคนพากันงุนงงที่ได้ยินเดชาสั่งอย่างนั้น แต่ก็เข้าไปแก้มัดให้ตะวันที่บาดเจ็บแทบยืนไม่อยู่

“ฉันจะปล่อยให้แกมีลมหายใจ ฉันจะให้แกรอดเพื่อคิดถึงคนที่แกรัก แต่ไม่มีวันได้ครอบครอง”

เดชาผลักตะวันล้มลงแล้วเตะซ้ำจนกระอักเลือด โรสรินจะเข้าไปหาแต่เดชารั้งตัวไว้

“ผมปล่อยให้มันรอดแล้ว คุณต้องรักษาสัญญา ตอนนี้ชีวิตคุณเป็นของผมแล้วโรสริน...ไปกับผม”

ตะวันถูกลูกน้องเดชารุมยำแทบสลบคาตีน โรสรินน้ำตาไหลไม่หยุด ขอร้องพวกเขาอย่าทำร้ายตะวันแต่ไม่มีใครสนใจ แถมเดชายังฉุดกระชากลากเธอออกไป

พวกเดชาพากันออกไปได้ครู่เดียว คณะของพีระก็มาถึง เจอตะวันกำลังกระเสือกกระสนจะตามไปช่วยโรสริน ทุกคนจึงรีบร้อนไปยังท่าเรือที่ใกล้ย่านนี้ที่สุด พร้อมกันนั้นก็แจ้งตำรวจให้ตามมาช่วย

เดชาตั้งใจพาโรสรินไปเริ่มชีวิตใหม่ แต่เพราะเธอไม่เคยรักเขา ใจของเธออยู่กับตะวันคนเดียว เธอจึงขัดขืนและทุ่มเถียงกับเขาอีกพักหนึ่งก่อนที่พวกตะวันจะตามมาทัน

โรสรินวิ่งหนีเดชาไปเจอตะวัน ส่วนกลุ่มของพีระแยกย้ายกันจัดการกับสมุนเดชา หมอทัตจับคู่อุษาวดี

พีระกับน้ำค้าง ส่วนแย้ฉายเดี่ยวอย่างกล้าๆกลัวๆ แต่จุดมุ่งหมายทุกคนคือสิ่งเดียวกันคือต้องช่วยตะวันกับโรสรินให้ได้

พีระยอมเสี่ยงตายจนบาดเจ็บน่วมไปทั้งตัว ขณะที่หมอทัตกับอุษาวดีก็ไม่นิ่งดูดาย หาทางจัดการสมุนเดชาไปได้หลายคน

เมื่อตำรวจมาถึง สมุนเร่งเดชาให้รีบขึ้นเรือที่กำลังจะออกจากท่า แต่เดชายังต้องการเอาโรสรินไปด้วยจึงต่อสู้กับตะวันก่อนจะจับเธอเป็นตัวประกัน

เดชาล็อกตัวโรสรินไว้ สมุนสองคนจับตะวัน ขณะที่ตำรวจหลายนายยืนคุมเชิงอยู่ห่างๆ สองฝ่ายเล็งปืนเข้าหากัน

“เดชามอบตัวซะ มันจบลงแล้ว นายแพ้แล้วนะเดชา”

“ไม่! ผมไม่มีวันแพ้ ถอยไป...ถอย! ” เดชาตะคอกตำรวจ

“ทิ้งอาวุธแล้วมอบตัว คุณหนีไปไม่รอดหรอก”

ตะวันฉวยโอกาสสะบัดตัวหลุดแล้วถีบสมุนกระเด็น โรสรินเห็นเดชาเผลอรีบวิ่งหนีออกมาได้ จากนั้นตะวันกับเดชาต่อสู้กันอีกยกโดยที่ตำรวจไม่กล้าทำอะไร ได้แต่คุมเชิงเพื่อรอจังหวะ เมื่อมีโอกาสก็เข้าจัดการสมุนเดชาจนสิ้นใจตาย เดชาเห็นว่าตัวเองไม่มีทางรอด ตัดสินใจ

ล็อกคอจับตะวันเป็นตัวประกันเอาปืนจี้ ตำรวจพากันชะงัก ส่วนโรสรินอยู่ในอาการขวัญเสีย ร่ำร้องบอกเดชาว่าพอได้แล้ว มันจบแล้ว อย่าทำอะไรโง่ๆ

“ถ้าผมต้องตาย ไอ้ตะวันมันก็ต้องไม่รอด”

โรสรินน้ำตาไหลพรากถึงกับคุกเข่าขอร้องเดชา “ปล่อยตะวันเถอะ ฉันมีชีวิตอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีเขา”

“เลิกพยายามได้แล้วเดชา ถ้านายรักคุณโรสจริงๆ นายต้องหวังดีกับเธอไม่ใช่เหรอ ทิ้งอาวุธแล้วมอบตัว อย่าคิดทำอะไรโง่ๆ ยอมรับความจริงซะ”

คำพูดของตะวันทำให้เดชาถึงกับหลั่งน้ำตาประ– กาศออกมา “ถึงเวลาแล้วที่ผมจะจบเรื่องนี้ซะที” พูดจบผลักตะวันล้มลงไปกับพื้นแล้วยกปืนขึ้นจ่อหัว
จังหวะนั้น ไอ้แหลมสมุนมือขวาของเดชาที่ยังเหลือลมหายใจเฮือกสุดท้ายผงกหัวขึ้นมาคว้าปืนจะยิงตะวัน โรสรินหันไปเห็น ตัดสินใจทำสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิด เธอวิ่งเข้าไปหาตะวันเพื่อบังกระสุน ส่วนเดชาเตรียมยิงสกัดแหลมเพราะเกรงโรสรินจะเป็นอันตราย

แต่ไม่ทันเสียแล้ว กระสุนของแหลมเจาะหลัง

โรสรินจนสะดุ้งเฮือก ร่างเธอหงายหลังหัวฟาดพื้นอย่างแรง ท่ามกลางความตกใจของทุกคน!

ตะวันแทบขาดใจ รีบเข้าประคองโรสรินที่ใกล้หมดสติ...ที่สุดท้ายโรสรินเป็นฝ่ายรับกรรมแทนความแค้นของเดชาและตะวัน แต่แล้วเดชาก็ไม่พ้นมือตำรวจเพราะยังจะฮึดสู้ เขาโดนวิสามัญจนร่างพรุนล้มลงสิ้นใจในทันที

ส่วนโรสรินที่อยู่ในอ้อมกอดตะวันกำลังจะหมดสติ พวกพีระวิ่งกรูกันเข้ามาเห็นศพเดชาก็ตกใจ แล้วถลันไปหาโรสรินที่ถูกยิงเลือดแดงฉาน

“อย่าหลับ อย่าหลับ ตั้งสติไว้ครับ คุณต้องไม่เป็นอะไร...ทำไมคุณต้องทำแบบนี้” ตะวันคร่ำครวญด้วยความเสียใจอย่างสุดซึ้ง

“ตะวัน...ฉันสัญญาว่าจะรักนายตลอดไป”

โรสรินพูดได้แค่นั้นก็หมดสติในอ้อมกอดตะวัน คนอื่นๆ ใจเสีย กรีดร้องกันระงม...

ooooooo

ตอนที่ 13

เพื่อ​ความ​ปลอดภัย​ของ​ตะวัน...โ​รส​ริน​ไม่​มี​ทาง​เลือก เธอ​ตกลง​รับ​เงื่อนไข​ของ​เดชา แล้ว​กลับ​มา​ทำตัว​แปลกๆกับ​ทุก​คน โดยเฉพาะ​กับ​ตะวัน​ที่​เธอ​ทำ​เหมือน​ไม่​ต้องการ​ให้​เขา​อยู่​ใกล้ๆ เพราะ​เธอ​รู้เห็น​ว่า​เดชา​ส่ง​ลูกน้อง​มา​ป้วนเปี้ยน​เพื่อ​เอาชีวิต​ตะวัน​ทุกเมื่อ​ถ้า​เธอ​ผิด​สัญญา

แม้แต่​ณรงค์​ก็​ผิดสังเกต​ใน​ตัว​หลาน​สาว ตอน​เช้า​เอา​ข้าวต้ม​เข้า​มา​ให้​ใน​ห้อง​แต่​ไม่​เจอ แม่บ้าน​บอก​ว่า​คุณ​หนู​ออก​ไป​ข้าง​นอก ให้​ตน​ตัด​ดอกไม้​ใน​สวน​ใส่​แจกัน​ให้​ด้วย

โ​รส​ริน​นำ​ดอกไม้​ไป​ไหว้​อัฐิ​พ่อ​แม่​ที่​วัด รำพึง​รำพัน​หน้า​เศร้า​กับ​สิ่ง​ที่​ตัว​เอง​ตัดสินใจ​ไป​แล้ว

“โ​รส​อยาก​ให้​พ่อ​กับ​แม่​อยู่​กับ​โ​รส​ตอน​นี้​ด้วย​จัง​เลย​ค่ะ โ​รส​ไม่​รู้​ว่า​ตัว​เอง​ตัดสินใจ​ถูก​รึ​เปล่า โ​รส​รู้​ว่า​ตะวัน​จะ​ต้อง​เสียใจ แต่​ถ้า​โ​รส​ไม่​ทำ ตะวัน​อาจจะ​ไม่​มี​ชีวิต​อยู่ และ​โ​รส​ก็​คง​จะ​ทำใจ​ไม่ได้​หาก​ต้อง​สูญเสีย​คน​ที่​โ​รส​รัก​ไป​อีก...โ​รส​จะ​ทำ​ยัง​ไง​ดี จะ​ทำ​ยัง​ไง​ดี​คะ”

หญิง​สาว​ก้มหน้า​ร้องไห้ ทันใดนั้น​เสียง​ตะวัน​ดัง​ขึ้น เธอ​สะดุ้ง รีบ​ปาด​น้ำตา​แต่​ไม่​กล้า​หัน​หลัง​ไป​มอง​เขา

“คุณ​ปู่​ของ​คุณ​บอก​ว่า​คุณ​มา​ที่​นี่ ผม​ก็​เลย​ตาม​มา ผม​ห่วง​คุณ คุณ​ดู​แปลกๆตั้งแต่​เมื่อ​วาน”

โ​รส​ริน​ไม่​พูด​ด้วย พอ​เขา​เข้า​มาแตะ​ไหล่​ก็​สะบัด​ตัว​หนี พูด​ตัดรอน​และ​ถอด​แหวน​คืน​อย่าง​ไม่​มี​เยื่อใย

“เรื่อง​ระหว่าง​เรา​ที่​เกิด​ขึ้น​ที่​ทะเล​มัน​ไม่​เป็น​ความ​จริง ฉัน​แกล้ง​ทำ เพราะ​ต้องการ​เอา​คืน​ที่​นาย​ทำ​กับ​ฉัน​ไว้​อย่าง​เจ็บแสบ​ตอน​ที่​ฉัน​อยู่​ไร่”

“คุณ​อำ​ได้​เก่ง​มาก แต่​เสียใจ​ด้วย​ที่​คุณ​ทำ​ไม่​สำเร็จ เพราะ​ผม​ไม่​เชื่อ”

“ฉัน​ไม่ได้​อำ ฉัน​พูด​ความ​จริง”

“เลิก​เล่น​ได้​แล้ว คุณ​เป็น​อะไร​ของ​คุณ” ตะวัน​ดึงดัน​จะ​รวบ​ตัว​เธอ​มาก​อด แต่​เธอ​ผลัก​ไส​แล้ว​ตะคอก​ใส่​อย่าง​รำคาญ

“ก็​บอก​ไป​แล้ว​ยัง​จะ​ถาม​อะไร​อีก เอา​แหวน​สั่วๆ ของ​นาย​คืน​ไป แหวน​แบบ​นี้​คุณ​หนู​อย่าง​ฉัน​ไม่​มี​ทาง​ใส่ เอา​ไป​สิ เอา​ไป”

ตะวัน​ยัง​ไม่​รับ โ​รส​ริน​ปา​แหวน​ลง​ตรง​หน้า​แล้ว​เดิน​หนี​ทันที ตะวัน​เร่ง​ฝีเท้า​ตาม​ไม่​ลดละ ไม่​ยอม​ให้​เธอ​ไป​จนกว่า​จะ​พูด​กัน​ให้​เข้าใจ

“ฉัน​พูด​ไป​หมด​ทุก​อย่าง​แล้ว ฉัน​จะ​ไม่​พูด​อีก”

“สิ่ง​ที่​คุณ​พูด​มา คุณ​โกหก ผม​ไม่​เชื่อ​ว่า​คุณ​จะ​ไม่​รู้สึก​อะไร​กับ​เรื่อง​ที่​เกิด​ขึ้น​ที่​ทะเล”

“นาย​คิด​ว่า​ฉัน​รัก​นาย​จริง​งั้น​เหรอ คิด​ดู​ให้​ดี คน​ที่​เพียบพร้อม​อย่าง​ฉัน​จะ​รัก​ผู้ชาย​ที่​ไม่​มี​อะไร​อย่าง​นาย​ได้​ยัง​ไง นาย​นี่​มัน​โง่​จริงๆ นาย​ถูก​ฉัน​หลอก​แล้ว”

โ​รส​ริน​เล่น​ละคร​ฉาก​ใหญ่ แล้ว​สะบัด​ไป​ขึ้น​รถ ทิ้ง​ให้​ตะวัน​ยืน​อึ้ง​อยู่​ลำพัง สีหน้า​เต็ม​ไป​ด้วย​ความ​สับสน ไม่​อยาก​เชื่อ​ใน​สิ่ง​ที่​ได้ยิน

เมื่อ​กลับ​มา​ที่​โรงแรม ตะวัน​บอก​น้ำค้าง​กับ​แย้​ว่า​โ​รส​ริน​ขอ​เลิก​กับ​ตน แต่​ตน​ไม่​เชื่อ​ว่า​เธอ​ต้องการ​ให้​เป็น​อย่าง​นั้น​จริงๆ ต้อง​มี​อะไร​บาง​อย่าง​เกิด​ขึ้น...ขณะ​เดียวกัน โ​รส​ริน​เข้าไป​พบ​ณรงค์​ใน​ห้อง​ทำ​งาน เธอ​ต้องการ​ให้​ปู่​ไล่​ตะวันออก และ​ไม่​
ต้อง​ถาม​ว่า​เพราะ​อะไร ให้​รู้​แค่​ว่า​เรื่อง​ระหว่าง​ตน​กับ​ตะวัน​จบ​ลง​แล้ว

ณรงค์​งง​เป็น​ไก่​ตา​แตก เพราะ​เมื่อ​วัน​ก่อน​ทั้ง​คู่​กลับ​จาก​ทะเล​ยัง​สวีต​หวาน​กัน​อยู่​เลย น้ำค้าง​กับ​แย้​ก็​งง​ไม่​แพ้​กัน ส่วน​ตะวัน​ที่​ยัง​คา​ใจ เขา​พยายาม​หา​โอกาส​คุย​กับ​โ​รส​ริน​ตามลำพัง แต่​เธอ​ไม่​ยอม​พูด​คุย​เพราะ​ไม่​ต้องการ​ให้​เขา​ตก​อยู่​ใน​อันตราย​จาก​ฝีมือ​ลูกน้อง​เดชา​ที่​ทำ​ลับๆล่อๆจับตา​เธอ​ทุก​ฝี​ก้าว

ใน​เมื่อ​ตะวัน​ยัง​ตื๊อ​ไม่​เลิก โ​รส​ริน​ตัดสินใจ​โทร.​นัด​เดชา​ออก​มา​กิน​ข้าว​คืน​นี้ ถ้า​เขา​อยาก​ให้​ตะวัน​เลิก​ยุ่ง​กับ​เธอ ก็​ต้อง​ช่วย​เธอ​ด้วย​เหมือน​กัน...ด้าน​น้ำค้าง​ที่​ขบคิด​ค้น​หา​สาเหตุ​อะไร​ทำให้​โ​รส​ริน​บอก​เลิก​ตะวัน แล้ว​ที่สุด​ก็​มา​หยุด​ที่​พี​ระ เธอ​เข้าใจ​ว่า​เขา​ต้อง​พูด​หรือ​ทำ​อะไร​สัก​อย่าง​ที่​ทำให้​พี่​ชาย​ของ​เธอ​กับ​โ​รส​ริน​มี​ปัญหา​กัน

พี​ระ​อยู่ดีๆโดน​กล่าวหา เขา​เถียง​คอเป็นเอ็น​ก่อน​จะ​แสดง​อาการ​ดี๊ด๊า​ถ้า​สอง​คน​นั้น​มี​ปัญหา​กัน​จริง น้ำค้าง

ฉุน​กึก ประกาศ​ว่า​ถึง​โ​รส​ริน​กับ​พี่​ชาย​ตน​จะ​มี​ปัญหา​กัน แต่​อีก​ไม่​นาน​เขา​ก็​ต้อง​คืนดี​กัน อย่า​ฝัน​ลมๆแล้งๆว่า​เขา​สอง​คน​จะ​เลิก​กัน!

ooooooo

ค่ำคืน​นั้น นอกจาก​โ​รส​ริน​จะ​นัด​เดชา​ออก​มา​กิน​ข้าว​แล้ว เธอ​ยัง​นัด​ตะวัน​มา​ด้วย เมื่อ​ตะวัน​เห็น​เดชา​ความ​โกรธ​แค้น​ก็​พลุ่ง​พล่าน ตรง​เข้าไป​กระชาก​คอเสื้อ

“ฉัน​ตาม​หา​แก​มา​ตั้ง​นาน ใน​ที่สุด​ก็​เจอ วัน​นี้​จะ​เป็น​วัน​สุดท้าย​ที่​แก​จะ​เป็น​อิสระ”

เดชา​มอง​หน้า​ตะวัน​อย่าง​ไม่​กลัว​เกรง โ​รส​ริน​ลุก​มา​แทรก​กลาง สั่ง​ตะวัน​ให้​ปล่อย​เดชา​เดี๋ยวนี้

“คุณ​ไม่​ต้อง​กลัว​นะ​โ​รส ผม​อยู่​นี่​แล้ว ไอ้​เดชา​มัน​ไม่​มี​ทาง​ทำ​อะไร​คุณ”

“ฉัน​บอก​ให้​ปล่อย​เขา ไม่ได้​ยิน​หรือ​ไง ปล่อย​สิ” โ​รส​ริน​ทั้ง​ทุบ​ทั้ง​ดึง​มือ​ตะวันออก​จาก​เดชา

“คุณ​เป็น​อะไร​ของ​คุณ ปกป้อง​มัน​ทำไม”

ตะวัน​แผด​เสียง​อย่าง​คับแค้น เดชา​ไม่​สนใจ​ดึง​โ​รส​ริน​มา​โอบ​แน่น ตอบ​ด้วย​สีหน้า​เย้ย​หยัน

“เพราะ​ฉัน​กับ​คุณ​โ​รส​กำลัง​คบ​กัน”

โ​รส​ริน​ไม่​มี​ทาง​เลือก จำ​ต้อง​ยิ้ม​หวาน​ให้​เดชา แต่​กระนั้น​ตะวัน​ก็​ยัง​ไม่​เชื่อ

“ไม่​จริง คุณ​ก็​รู้​ว่า​มัน​ทำ​ชั่ว​อะไร​เอา​ไว้ แล้ว​มี​เหรอ​ที่​คน​อย่าง​คุณ​จะ​ไป​คบ​กับ​มัน บอก​มา​ว่า​แก​ทำ​อะไร​คุณ​โ​รส​ของ​ฉัน”

“เสี่ย​เด​ไม่ได้​ทำ​อะไร​ฉัน​ทั้งนั้น ที่​เสี่ย​เด​พูด​เป็น​ความ​จริง เขา​จะ​เป็น​คน​ยัง​ไง​ฉัน​ไม่​สน เพราะ​เขา​ทำให้​ฉัน​มี​ความ​สุขมาก​กว่า​เวลา​ที่​อยู่​กับ​นาย...ออก​ไป​ได้​แล้ว”

“ผม​จะ​ไม่​ไป​ไหน​ทั้งนั้น”

“ถ้า​แก​ยัง​ไม่​เชื่อ​ว่า​ฉัน​กับ​คุณ​โ​รส​คบ​กัน ฉัน​จะ​พิสูจน์​ให้​แก​เห็น”

เดชา​รวบ​ตัว​โ​รส​ริน​มาก​อด​แล้ว​ใช้​ตัว​เอง​บัง ทำให้​ตะวัน​เห็น​ราวกับ​ว่า​เขา​จูบ​เธอ โดย​กระซิบ​บอก​เธอ​ว่า ถ้า​อยาก​ให้​ตะวัน​เชื่อ​ต้อง​อยู่​เฉยๆ โ​รส​ริน​จน​ใจ ได้​แต่​กำมือ​แน่น ตะวัน​หัวใจ​สลาย​คิด​ว่า​สอง​คน​จูบ​กัน​จริงๆ

ไม่​นาน​เดชา​ผละ​ออก​มา แสร้ง​เอา​มือ​ลูบ​ปาก​ตัว​เอง โ​รส​ริน​ทำใจ​แข็ง วาน​เดชา​ไล่​ตะวันออก​ไป​ที เธอ​ไม่​อยาก​เห็น​หน้า​เขา​อีก...ตะวัน​สุด​แสน​ชอกช้ำ น้ำตา​ลูกผู้ชาย​รื้น​ขึ้น​มา เดชา​ยิ้ม​สะใจ สั่ง​ลูกน้อง​ให้​ลาก​มัน​ออก​ไป

ตะวัน​ฮึดฮัด​ขัดขืน จึง​โดน​รุม​ยำ​ทั้ง​หมัด​ทั้ง​แข้ง โ​รส​ริน​สงสาร​เขา​ใจ​จะ​ขาด​แต่​ไม่​อาจ​แสดงออก ได้​แต่​ยืน​กลั้น​น้ำตา เมิน​หน้า​หนี​เพราะ​กลัว​จะ​ใจอ่อน

“สุดท้าย​คุณ​โ​รส​ก็​เลือก​ที่​จะ​อยู่​กับ​ฉัน” เดชา​ยิ้มเยาะ

“คน​ชั่ว​อย่าง​แก...มี​ความ​สุข​ได้​ไม่​นาน ฉัน​จะ​ทำให้​แก​ถูก​กฎหมาย​ลงโทษ”

“ถ้า​แก​เรียก​ตำรวจ​มา​จับ​ฉัน ไม่​ใช่​แค่​ฉัน​ที่​จะ​หมด​อนาคต คุณ​โ​รส​ก็​ด้วย จำ​ไว้​ว่า​คน​จน​ตรอก​ทำได้​ทุก​อย่าง ถ้า​อยาก​ให้​คุณ​โ​รส​ปลอดภัย​ก็​ปล่อย​ฉัน และ​อย่า​ยุ่ง​กับ​คุณ​โ​รส​อีก ฉัน​จะ​เป็น​คน​ทำให้​คุณ​โ​รส​มี​ความ​สุข​เอง”

ตะวัน​แค้น​แสน​แค้น...พา​ร่างกาย​บอบช้ำ​กลับ​ไป​โรงแรม แต่​จิตใจ​เขา​บอบช้ำ​กว่า​หลาย​เท่า ไม่​อยาก​ตอบ​คำ​ถาม​น้ำค้าง​กับ​แย้​ที่​รุม​เร้า​อยาก​รู้​ว่า​เกิด​อะไร​ขึ้น

“ถ้า​พี่​ไม่​บอก น้ำค้าง​จะ​โทร.​ไป​ถาม​พี่​โ​รส”

“อย่า...อย่า​ไป​ยุ่ง​กับ​โ​รส​ริน​อีก”

“ที่​พี่​ตะวัน​ถูก​ทำร้าย เกี่ยวข้อง​กับ​พี่​โ​รส​ใช่​ไหม”

“ไม่​ต้อง​ถาม”

“ไม่​ถาม​ไม่ได้​ค่ะ พี่​ตะวัน​เป็น​พี่​ชาย​น้ำค้าง พี่​ตะวัน​โดน​หนัก​ขนาด​นี้​จะ​ให้​น้ำค้าง​อยู่​เฉย​ไม่ได้​หรอก ให้​น้ำค้าง​ช่วย​พี่​เถอะ”

“ถ้า​อยาก​ช่วย​พี่​ก็​อยู่​เฉยๆ พี่​เหนื่อย​แล้ว”

ตะวัน​ล้ม​ตัว​ลง​นอน​หัน​หลัง​ให้ น้ำค้าง​กับ​แย้​มอง​หน้า​กัน​ด้วย​ความ​สงสัย...ทาง​ด้าน​โ​รส​ริน​ยัง​อยู่​กับ​เดชา​ที่​ร้าน​อาหาร เธอ​ต่อว่า​เขา​ผิด​สัญญา ทั้งที่​รับปาก​ว่า​จะ​ไม่​ทำร้าย​ตะวัน

“คุณ​เป็น​คน​บอก​ผม​ให้​พา​มัน​ออก​ไป ผม​ก็​ต้อง​ทำ​แบบ​นี้ แล้ว​อีกอย่าง​มัน​จะ​ได้​เชื่อ​ว่า​คุณ​ไม่ได้​รัก​มัน​แล้ว คุณ​ควร​จะ​ขอบคุณ​ผม​ด้วย​ซ้ำ”

โ​รส​ริน​พูด​ไม่​ออก สะบัด​หน้า​เมิน​หนี แต่​เดชา​ยิ้มกริ่ม​และ​ยัง​ไม่​เลิก​ตอแย บังคับ​ให้​เธอ​ถ่ายรูป​คู่​แล้ว​แอบ​ส่ง​เข้า​มือ​ถือ​ตะวัน ตอก​ย้ำ​ความ​สัมพันธ์​ของ​ตน​กับ​โ​รส​ริน​ได้​เป็น​อย่าง​ดี

ตะวัน​เสียใจ​มาก ปักใจ​เชื่อ​ว่า​โ​รส​ริน​เลือก​เดชา​จริงๆ หา​รู้​ไม่​ว่า​เวลา​นั้น​โ​รส​ริน​กลับ​บ้าน​ใน​สภาพ​เหมือน​นก​ปีก​หัก ร้องไห้​ตั้งแต่​ขับ​รถ​จนถึง​บ้าน เข้า​ห้อง​นั่ง​จ้อง​โทรศัพท์​มือ​ถือ อยาก​โทร.​หา​ตะวัน​เพราะ​เป็น​ห่วง แต่​สุดท้าย​ก็​ไม่​กล้า พูด​ย้ำ​กับ​ตัว​เอง​ไป​มา​ว่า

“ไม่...เรา​โทร.​ไม่ได้ ไม่ได้...”

ooooooo

เช้าวันรุ่งขึ้น น้ำค้างฝากแย้ดูแลตะวัน ส่วนตัวเองไปพบโรสรินที่บ้านเพื่อค้นหาคำตอบว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมพี่ชายของเธอโดนทำร้ายบาดเจ็บถึงกับลุกไม่ขึ้น

โรสรินตกใจมาก ซักถามน้ำค้างด้วยความเป็นห่วงตะวัน นั่นยิ่งทำให้น้ำค้างเดาได้ไม่ยากว่าโรสรินต้องรู้เรื่องอย่างแน่นอน แต่เธอไม่ยอมปริปาก อ้างว่ามีธุระด่วนต้องรีบไป พอลับหลังก็รีบโทร.หากิตติทัตฝากให้ไปดูอาการตะวัน

ฝ่ายน้ำค้างที่ไม่ได้คำตอบจากโรสริน เธอมุ่งหน้าไปหาพีระที่บ้าน บอกเล่าว่าตะวันโดนซ้อมแต่ไม่รู้สาเหตุ ถามทั้งเจ้าตัวและโรสรินก็ไม่มีใครตอบ ตนถึงต้องมาหาเขาซึ่งเป็นเพื่อนกับโรสรินมานาน ขอร้องช่วยถามเธอให้ที

พีระตกใจที่เห็นน้ำค้างคุกเข่าขอร้องทั้งน้ำตา เขารับปากมั่นเหมาะว่าช่วยแน่ พร้อมกับให้กำลังใจว่าเธอต้องเข้มแข็ง...อุษาวดีแอบฟัง ก่อนจะรีบร้อนไปหาตะวันด้วยความเป็นห่วง เธอหาวิธีหลอกล่อแย้ออกจากห้อง แล้วอยู่ดูแลตะวันอย่างใกล้ชิด แต่ไม่นานกิตติทัตก็มาถึง หมอตรวจร่างกายตะวันก่อนแนะนำให้ไปเอกซเรย์ แต่เขาไม่ยอม บอกว่าพักไม่กี่วันก็วิ่งได้แล้ว

“ผมรู้ว่าคุณเก่ง แต่ของแบบนี้อย่าประมาท”

“นี่มันร่างกายของผม ถ้ามันจะแย่ก็ปล่อยให้มันแย่ ผมไม่สนหรอก ผมขอเสียมารยาทนะ หมอกลับไปได้แล้ว”

ตะวันตัดบทล้มตัวลงนอน กิตติทัตอ่อนใจ มองอุษาวดีแววตาเต็มไปด้วยความสงสัย แล้วตัดสินใจถามขณะเธอเดินตามออกมาส่ง

“คุณเป็นต้นเหตุทำให้คุณตะวันกับโรสมีปัญหากันรึเปล่า”

“หมอจะดูถูกอุษามากไปแล้วนะคะ”

“ผมไม่ได้ดูถูก ผมพูดตามที่เห็น สิ่งที่คุณทำมันทำให้ผมอดคิดไปในทางนั้นไม่ได้ ทั้งๆที่คุณก็รู้ว่าคุณตะวันกับโรสกำลังคบกัน แต่คุณก็ยังไปยุ่งกับคุณตะวัน ทำไมคุณถึงกลายเป็นคนที่เห็นแก่ตัว ทำอะไรโดยไม่รู้สึกผิด ไปแย่งของของคนอื่นได้ยังไง”

อุษาวดีสุดทน ตบหน้าเขาด้วยความโมโห “หมอไม่มีสิทธิ์มาต่อว่าอุษา หมอไม่รู้หรอกนะคะว่าการแอบรักคนอื่นมันเจ็บปวดมากแค่ไหน”

“ใครว่าผมไม่รู้ ผมเองก็แอบรักคนอื่นอยู่เหมือนกัน” กิตติทัตจ้องหน้าเธออย่างมีความหมาย แล้วเดินจากไป

ค่ำวันเดียวกัน โรสรินได้รับการติดต่อจากเดชาให้ออกมาพบ เดชารักโรสรินจริงๆ เขาต้องการเริ่มต้นชีวิตใหม่ โดยขอให้เธอหนีไปกับเขา

“หนีไปที่ไหน”

“ผมยังไม่รู้ แต่ไม่นานทุกอย่างจะต้องดีขึ้น”

“เดชา...ถ้าคุณหนี คุณจะยิ่งมีความผิด”

“ผมยอมตายดีกว่าโดนจับ และที่สำคัญถ้าผมโดนจับ ผมต้องสูญเสียคุณ ซึ่งผมยอมไม่ได้ เพราะคุณเป็นผู้หญิงที่ทำให้ผมอยากมีชีวิตอยู่ ผมรู้ว่าผมสู้ตะวันไม่ได้ แต่ตะวันมีครอบครัว มีคนคอยอยู่เคียงข้าง แต่ผม...ผมไม่มีใคร ผมมีแต่คุณคนเดียวเท่านั้น ผมสัญญาว่าผมจะวางมือจากทุกอย่าง จะทำทุกทางให้คุณเป็นผู้หญิงที่มีความสุขมากที่สุด...ให้โอกาสผมนะโรสริน”

เดชาคุกเข่า สายตาวิงวอนขอร้อง ยื่นแหวนเพชรไปตรงหน้าโรสริน รอคอยคำตอบด้วยใจจดจ่อ

“คืนนี้ผมอธิษฐานขอพรจากดวงดาว..ให้คุณรับรักผม”

“แต่ฉันอธิษฐาน...ขอให้ตะวันปลอดภัย ถ้าฉันหนีไปกับคุณ สัญญาได้ไหมว่าจะไม่แก้แค้นตะวันอีก”

“ผมสัญญา”

โรสรินพยักหน้าพอใจ ยื่นมือออกไปให้เดชาสวมแหวนแล้วรีบชักมือกลับไม่ยอมให้เขาจูบ

“เท่านี้คุณก็ให้ผมมากเกินพอแล้ว ขอบคุณนะครับ...ขอบคุณ” เดชารำพึงด้วยรอยยิ้ม...

ooooooo

เมื่อกลับเข้าบ้าน โรสรินนั่งใคร่ครวญเรื่องราวอีกพักหนึ่งก่อนตัดสินใจเก็บเสื้อผ้าใส่กระเป๋า...ขณะเดียวกัน ตะวันโดนน้ำค้างรุกเร้าทั้งน้ำตาจนต้องพูดความจริง

น้ำค้างคิดไม่ถึงว่าเดชาคือต้นเหตุ และไม่เชื่อว่าโรสรินเลือกคนอย่างเดชาแทนที่จะเป็นพี่ชายของตน

“มันเป็นความจริง พี่เห็นเขาสองคนใกล้ชิดกันมาก โรสรินเป็นคนถือตัว ไม่ยอมให้ใครเข้าใกล้ง่ายๆ ถ้าไม่มีใจให้”

“ทำไมพี่โรสถึงทำแบบนี้กับพี่ตะวัน”

“อย่าไปว่าเขาเลย มันชีวิตของเขา”

น้ำค้างฟังแล้วยิ่งโมโห บอกว่าตนจะแจ้งตำรวจจับเดชา ตะวันห้ามเสียงหลง เพราะกลัวโรสรินไม่ปลอดภัย

“แล้วเราจะปล่อยให้คนชั่วลอยนวลไปแบบนี้น่ะเหรอคะ”

“เดชาอาจจะชั่ว แต่ถ้าเขาทำให้โรสมีความสุขได้ พี่ก็จะไม่ขัดขวาง”

“ถ้างั้นพี่ตะวันจะอยู่ที่นี่อีกทำไม กลับบ้านเรากันเถอะค่ะ”

“พี่ยังกลับตอนนี้ไม่ได้ จนกว่าจะแน่ใจว่าโรสปลอดภัยจริงๆ เมื่อนั้นพี่ถึงจะกลับ”

น้ำค้างน้ำตาคลอ โผกอดพี่ชายด้วยความเห็นใจและสงสาร...จากนั้นเธอแอบโทร.ไปร้องไห้กับพีระ ก่อนบอกที่มาที่ไปว่าเดชาทำให้ตะวันกับโรสรินเลิกกัน พีระตกใจคาดไม่ถึง แล้วรีบร้อนไปพบโรสรินในเช้าวันถัดมา ไม่ยอมให้เธอคบกับคนชั่วๆอย่างเดชา

“มันเรื่องของฉัน พีไม่เกี่ยว”

“เกี่ยวสิ โรซี่เป็นเพื่อนพี พีรู้จักโรซี่มานาน ทำไมจะไม่รู้ว่าโรซี่เป็นคนยังไง และพีก็มั่นใจว่าโรซี่ไม่มีทางที่จะไปยุ่งกับคนอย่างมัน พีรู้แล้ว มันต้องทำอะไรโรซี่แน่ๆ มันทำอะไรโรซี่ใช่ไหม”

โรสรินปฏิเสธเสียงแข็งแต่ไม่ยอมสบตา พีระไม่เชื่อ คาดคั้นเอาความจริงให้ได้ และไม่สนด้วยว่าเธอจะวีนเหวี่ยงสักแค่ไหน โรสรินดิ้นหนีแต่ไม่หลุด ที่สุดก็ร่ำไห้ออกมาอย่างคับแค้นใจ

“โรซี่...แสดงว่ามีอะไรจริงๆ เพื่อนมีไว้ปรับทุกข์นะ มีอะไรจะได้ช่วยกัน”

“ไม่มีใครช่วยได้”

“ยังไม่ทันบอกจะรู้ได้ไง บอกพีมาเถอะ โรซี่จะทนเก็บมันไว้คนเดียวทำไม โรซี่ไม่อึดอัด ไม่ทุกข์ทรมานงั้นเหรอ”

“เสี่ยเดชาสัญญาว่าจะไม่แก้แค้นตะวัน ถ้าฉันหนีไปกับเขา”

“ไอ้สารเลว!! โรซี่ต้องบอกเรื่องนี้ให้ตะวันรู้ เพราะตอนนี้ตะวันเข้าใจว่าโรซี่กับไอ้เดชา...”

“ห้ามบอกตะวัน ให้เขาเข้าใจแบบนั้นน่ะดีแล้ว ถ้าพีบอกตะวัน ก็ไม่ต้องมาเป็นเพื่อนกันอีก”

“ทำไมโรซี่ต้องเสียสละมากขนาดนี้”

“เพราะฉันรักตะวันมาก รักมากจนฉันทนเห็นเขาเป็นอะไรไม่ได้ ฉันถึงขอเลือกที่จะเป็นอะไรแทน... รับปากฉันว่าจะไม่บอกตะวันหรือใคร รับปากฉันสิพี”

โรสรินเขย่าแขนพีระจนเขาจำต้องพยักหน้ารับพร้อมกอดปลอบเธอที่ยังสะอื้นไม่หยุด...หลังจากพีระกลับไปแล้ว โรสรินตามยุนอามาช่วยทำอาหารให้ปู่ณรงค์ เธอต้องการดูแลเอาใจใส่ปู่เป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะจากไป ปู่ไม่เอะใจสงสัย แม้จะรู้สึกว่าวันนี้หลานสาวพูดจาแปลกๆยังไงพิกล

ด้านพีระที่กลับไปพร้อมความเครียด เขาไม่ต้องการให้โรสรินหนีไปกับเดชา พอได้ยินน้องสาวบอกว่าจะออกไปหาตะวัน เขาเลยระเบิดอารมณ์เพราะหงุดหงิดเต็มที

“นี่เธอยังไม่ตัดใจจากตะวันอีกเหรอ”

“พี่พีเลิกพูดเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ซักที”

“เรื่องที่เธอจะให้ตะวันหันมาชอบเธอต่างหากที่มันเป็นไปไม่ได้ เขายังรักโรซี่อยู่ เขาสองคนรักกัน”

“นี่พี่พีเลิกชอบยัยโรสแล้วเหรอคะ”

“พี่ยังชอบโรซี่ แต่พี่อยากเห็นโรซี่มีความสุขกับคนที่เขารักมากกว่า และเธอก็ควรจะคิดแบบเดียวกับพี่ด้วย”

“พ่อพระจังเลยนะคะ เขาสองคนเลิกกันแล้ว อุษามั่นใจ เพราะขนาดคุณตะวันเจ็บหนักยัยโรสยังไม่มาดูแล”

“นั่นเป็นเพราะเสี่ยเดชาต่างหาก”

“เสี่ยเดชา...อ๋อ เสี่ยเดชาคนนั้น แล้วเขาเกี่ยวอะไรด้วย”

พีระชะงัก รู้ตัวว่าไม่ควรพูด บอกปัดว่าไม่มีอะไร แต่น้องสาวไม่เชื่อ คาดคั้นเสียงแข็งจนพีระลังเลว่าจะเล่าดีหรือไม่?

ooooooo

นอกจากทำอาหารมื้อพิเศษให้ปู่กินแล้ว โรสรินยังไปกำชับกิตติทัตให้ดูแลเรื่องหยูกยาประจำตัวของท่านและคอยเตือนวันนัดตรวจสุขภาพ หมอทัตฟังแล้วแปลกใจ แต่พอเธอบอกว่าจะไปเที่ยวสักพัก ก็เลยไม่ได้ซักอะไรอีก

แยกจากกิตติทัตมาแล้วโรสรินกลับเข้าบ้านเพื่อเตรียมตัวเดินทางไปพบเดชา เธอเอาน้ำชาผสมยานอนหลับให้ปู่กินจนหลับใหล แต่ก่อนออกไปไม่นึกว่าอุษาวดีจะพรวดพราดเข้ามาบอกว่าพีระเล่าทุกอย่างให้ตนฟังหมดแล้ว พี่ชายของตนเป็นห่วงเธอมาก ตอนนี้เขากำลังไปบอกตะวัน โรสรินตกใจร้องเสียงหลงว่าไม่ได้ ตะวันจะรู้ไม่ได้ ตนจะโทร.ห้ามพีระ

“ไม่ทันแล้ว คุณตะวันคงกำลังมา”

“ฉันต้องไปนะอุษา ฉันไม่ไปไม่ได้ ถ้าเสี่ยเดชาไม่เห็นฉัน เขาอาจจะส่งลูกน้องมาฆ่าตะวันก็ได้”

“เขาคงไม่ทำหรอกโรส ฉันว่าเขาขู่เธอเฉยๆ”

“เขาไม่ได้ขู่ เขาเป็นคนพูดจริงทำจริง ยังไงฉันก็ต้องไป”

อุษาวดีทำขึงขังไม่ยอมให้โรสรินไป ทั้งที่ลึกๆดีใจ เพราะถ้าโรสรินไปกับเดชาก็เท่ากับว่าตัวเองมีโอกาสสานสัมพันธ์กับตะวันง่ายขึ้น แต่แล้วความรู้สึกผิดชอบชั่วดีมีมากกว่าทำให้อุษาวดีเปลี่ยนใจขณะไปส่ง

โรสรินที่ท่าเรือซึ่งเดชารออยู่ เธอแอบโทร.บอกพีระแล้วหนีกลับทันที

พีระกับตะวันรีบตามไปที่ท่าเรือ โดยให้น้ำค้างอยู่ดูแลปู่ณรงค์ที่เพิ่งตื่นและไม่รู้ว่าตัวเองโดนหลานสาววางยา ตะวันโชคดีเจอโรสรินในห้องน้ำบริเวณท่าเรือ เขาสวมกอดเธอแน่น แต่เธอกลัวเดชาเห็นจึงเร่งให้เขาหนีไป

“ผมไม่หนี ผมรู้ความจริงทุกอย่างแล้ว คุณไม่จำเป็นต้องเสียสละเพื่อผมมากขนาดนี้”

“ทำไมจะไม่จำเป็น ในเมื่อนายเป็นคนที่ฉันรัก”

“แต่นี่เป็นเรื่องระหว่างผมกับเดชา ผมจะไม่ให้คุณยุ่งกับเรื่องนี้อีก คุณต้องกลับไปกับผม”

“ฉันกลับไม่ได้ ถ้าฉันกลับ เดชาจะส่งคนมาฆ่าคุณ”

“ผมไม่กลัว”

“แต่ฉันกลัว ฉันเสียนายไปไม่ได้นะตะวัน ฉันเสียนายไม่ได้”

ทันใดนั้น  เดชาเดินมาเห็นทั้งคู่  แววตาเขาวาวโรจน์ด้วยความแค้น คิดว่าโรสรินหักหลัง  ชักปืนออกจากเอวเล็งไปที่ตะวัน

“อย่ายิงนะเดชา” โรสรินยืนบังตะวัน เดชายิ่งแค้นเล็งปืนใส่ทั้งคู่ ตะวันตัดสินใจผลักโรสรินพ้นทางแล้วยืนประจันเดชาอย่างไม่กลัว

“ถ้าแกต้องการฆ่าฉัน ก็ฆ่าซะเดี๋ยวนี้ แล้วอย่ามายุ่งกับผู้หญิงของฉันอีก”

“ผู้หญิงของแกงั้นเหรอ เข้าใจผิดรึเปล่า คุณโรสเป็นผู้หญิงของฉัน แกเห็นแหวนนั่นมั้ย”

ตะวันมองแหวนเพชรที่นิ้วนางข้างซ้ายของหญิงสาว แล้วตะเบ็งเสียงใส่หน้าเดชา

“เมื่อไหร่แกจะเลิกหลอกตัวเองซักที ที่โรสรินยอมแกเพราะต้องการปกป้องฉัน โรสไม่ได้รักแก คนที่โรสรักคือฉัน”

เดชาขบกรามแน่น ลั่นไกดังปัง! เสียงปืนทำให้พีระที่อยู่อีกด้านชะงักกึก เช่นเดียวกับล่ำและแหลม

ที่รอเดชาอยู่ท่าเรือ ทั้งคู่วิ่งไปหาเจ้านายแถวห้องน้ำ ขณะที่พีระก็รีบร้อนมาจากอีกทาง

ที่แท้เดชายิงปืนขึ้นฟ้า ตะวันโอบกอดโรสรินไว้อย่างปกป้อง พลางบอกให้เดชามอบตัว เพราะยังไงก็หนีไม่รอด

“ฉันต้องรอด ยังไงก็ต้องรอด” เดชาคำรามลั่น...

ล่ำกับแหลมวิ่งเข้ามาเอาปืนจ่อตะวันกับโรสริน ถ้าเดชาสั่งมาคำเดียวพวกตนไม่เอาทั้งคู่ไว้แน่

“ทางนี้เลยครับคุณตำรวจ รีบมาเร็วครับ” เสียงพีระดังมา ล่ำกับแหลมเลิ่กลั่กร้อนรนกลัวโดนตำรวจจับ ช่วยกันลากเดชาออกไปก่อนพีระจะโผล่เข้ามา

พีระหัวไวใช้ได้ เขาหลอกทุกคนว่าตำรวจมา แค่นี้ก็ช่วยตะวันกับโรสรินพ้นจากเงื้อมมือพวกเดชาได้ เมื่อปลอดภัยแล้ว ตะวันโทร.บอกน้ำค้างที่ยังอยู่กับปู่ณรงค์ที่บ้าน เธอดีใจมากรีบบอกลาปู่กลับมาหาพี่ชายที่โรงแรมควีนโรส

ตะวันซึ้งใจในความรักที่โรสรินมีให้ตน สัญญาว่าจะไม่ให้เดชาเข้าใกล้เธอได้อีก พีระเห็นสองคนแสดงความรักต่อกันก็หน้าจ๋อย น้ำค้างอดสงสารไม่ได้ ทำท่าจะปลอบแต่พีระชิงพูดว่าตนไม่เป็นไร

“เออ...จริงสิ ทุกคนรู้ได้ไงว่าโรสอยู่ที่ไหน”

“อุษาเป็นคนบอก” พีระตอบเสียงเรียบ แล้วกลับไปบ้านซักไซ้น้องสาวรู้ได้ยังไงว่าโรสรินอยู่ที่ท่าเรือ

อุษาวดีหน้าถอดสี ตอบเสียงเครือ “อุษาเป็นคนไปส่งโรสที่นั่นเองค่ะ อุษาคิดอยากให้โรสไปไกลๆจากคุณตะวัน อุษาขอโทษ อุษาเลวมากใช่ไหมคะพี่พี”

“การที่อุษาสำนึกผิดและทำสิ่งที่ถูกต้อง ไม่ได้ถือว่าอุษาเป็นคนเลว”

“พี่พีโกรธอุษาไหม”

“พี่จะโกรธน้องสาวเพียงคนเดียวของพี่ได้ยังไง”

“อุษาเห็นแล้วว่าโรสรักคุณตะวันมากแค่ไหน มากจนยอมสละชีวิตของตัวเอง ซึ่งอุษาไม่มีทางทำแบบนั้นได้แน่ อุษาจะตัดใจจากคุณตะวันให้ได้ค่ะ”

“พี่จะเป็นกำลังใจให้เอง” พีระโอบกอดน้องสาวด้วยรอยยิ้ม...

ขณะเดียวกันนั้น ตะวันไปส่งโรสรินที่บ้านก่อนจะได้รางวัลเป็นการหอมแก้มหนึ่งฟอด เขายิ้มสุขใจ แต่พอกลับมาที่โรงแรมก็อดกังวลเรื่องเดชาอีกไม่ได้ น้ำค้างเห็นสีหน้าพี่ชายพอเดาได้ ถามว่ากลุ้มอะไรอีกในเมื่อพี่โรสก็ปลอดภัยแล้ว

“พี่มีลางสังหรณ์ว่าเดชายังไม่ได้ไปที่ไหนไกล”

ฟังคำตอบนั้นแล้วน้ำค้างพลอยวิตกกังวลไปด้วย

ooooooo

ตอนที่ 12

ในเมื่อตะวันดึงดันว่าเสร็จงานแต่งของลูกค้าคู่นี้แล้วตนจะ กลับไร่ทันที น้ำค้างจึงแอบโทร.ปรึกษาปู่ชาญ แล้วจากนั้นไม่นานปู่ชาญก็โทร.หาปู่ณรงค์ของโรสริน

“อะไรนะ! เอ็งจะให้ข้ายืดงานแต่งงานออกไป ตะวันจะได้อยู่ต่องั้นเหรอ”

ยุนอาอยู่ในห้องทำงานด้วย ได้ยินเจ้านายทวนคำพูดของอีกฝ่ายก็อดทักท้วงขึ้นมาไม่ได้ว่า พระจะสึก ฝนจะตก ฟ้าจะร้อง คนจะแต่งงานกัน ห้ามไม่ได้หรอก

“แผนนี้ท่าจะไม่เวิร์ก มีแผนใหม่ไหมวะ” ณรงค์รอฟังคำตอบอยู่ครู่หนึ่งก็อุทานเสียงแหลมขึ้นมา “หา! ถ้ายืดไม่ได้ก็ล้มงานแต่งแล้วจัดใหม่”

ทันใดนั้น โรสรินผลักประตูเข้ามาได้ยินเต็มสองหู ปู่ของเธอรีบบอกลาปู่ของตะวันแล้ววางสายทันที ทำยิ้มแย้มถามหลานสาวว่ามีอะไรหรือเปล่า

“โรสจะมาบอกว่า ถ้าลำบากนักก็ไม่ต้องให้นายตะวันไปไหนทั้งนั้นค่ะ เพราะถ้าจบงานนี้เมื่อไหร่ แล้วโรสยังเห็นนายตะวันอยู่ที่นี่  โรสจะเป็นฝ่ายออกไปจากควีนโรสเอง ชัดเจนนะคะ”

คำพูดจริงจังของโรสรินเล่นเอาณรงค์กับยุนอาถึงกับชะงักไปด้วยความกังวลใจ

ส่วน ที่ไร่ตะวัน ปู่ชาญหน้าเครียดแต่ยังไม่หมดหวัง บอกอึ่งกับอาทิตย์ที่อยากให้ตะวันกับโรสรินรักกันใจจะขาดว่า คนเราต้องมีความหวัง เด็กทั้งสองยิ้มอย่างเห็นด้วย แล้วช่วยกันบีบนวดให้ปู่ชาญ แต่ครู่เดียวก็ต้องยุติเพราะมีรถตำรวจแล่นมาจอดหน้าบ้าน

ตำรวจสองนายลงจากรถมาคุยกับปู่ชาญด้วยเรื่องเดชาที่หนีคดีไปกบดาน แม้แต่ลูกน้องก็ไปกันหมด

“ถ้าปู่ชาญมีเบาะแสความเคลื่อนไหวของเดชา รบกวนแจ้งเจ้าหน้าที่ด้วยนะครับ”

“ยินดีครับ ผมจะช่วยเป็นหูเป็นตาให้”

“ถ้างั้นผมขอตัวไปสอบถามคนงานไร่ตะวันก่อน เผื่อว่าใครจะมีเบาะแสเพิ่มเติม”

“เชิญครับ อยู่แปลงกุหลาบโน่น เดี๋ยวผมตามไป”

ตำรวจสองนายเดินออกไป ปู่ชาญเครียดจัด หันไปบอกอึ่งกับอาทิตย์ที่วิ่งเข้ามาถามว่าเกิดอะไรขึ้น

“เดชามันโดนตำรวจตามล่า”

“คราวนี้คนไม่ดีจะได้เข้าคุกซะที”

“เดชามันแค้นตะวันเป็นทุนเดิม แล้วที่มันหนีหัวซุกหัวซุนแบบนี้ มันต้องโทษว่าเป็นความผิดของตะวันแน่ๆ”

“แล้วพี่ตะวันจะปลอดภัยไหมครับปู่”

“กรุงเทพฯมันกว้างกว่าบ้านเราเยอะ ไอ้เดชามันไม่มีทางรู้หรอกว่าตะวันอยู่ที่ไหน”

ปู่ ชาญคิดผิดถนัด เวลานี้เดชาเช่าอพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ และกำลังจ้างนักสืบตามล่าหาตัวตะวันเพื่อคิดบัญชีที่เขาเป็นคนให้เบาะแสกับ ตำรวจจนทำให้ตนเองเดือดร้อน

ooooooo

รุ่งขึ้นจะเป็นวันแต่งงานของ ลูกค้า...ค่ำนี้ตะวันกับโรสรินจึงขะมักเขม้นมากเพื่อให้งานออกมาสมบูรณ์แบบ โดยมีพวกน้ำค้างช่วยเหลืออยู่ช่วงหนึ่ง ก่อนจะพากันออกมาเพราะโดนปู่ณรงค์สั่งห้าม

“ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ห้ามให้ทุกคนไปช่วยโรสกับตะวันเด็ดขาด ฉันอยากให้สองคนนั้นอยู่ตามลำพังอีกครั้ง  แล้วสองคนนั้นต้องช่วยกันฟันฝ่าปัญหาไปให้ได้”

“ให้สองคนนั้นอยู่ด้วยกันก็ดีนะคะปู่ณรงค์ แต่ว่างานจะเสร็จเหรอคะ”

“ต้องเสร็จสิ ปู่เชื่อในตัวตะวัน แม้ตัวคนเดียวตะวัน ก็จะทำสำเร็จ ตอนนี้ก็แค่ลุ้นว่าสองคนนั้นจะปรับความเข้าใจกันได้ไหม”

ณรงค์ ยิ้มกริ่มมีความหวัง...แต่ดูเหมือนจะยากโข เพราะตะวันกับโรสรินยังหน้าง้ำหน้างอใส่กัน บางช่วงถึงกับแขวะกันและกันจนเกือบจะทะเลาะ แต่เรื่องงานทั้งคู่ไม่ปล่อยผ่าน มุ่งมั่นตั้งใจอย่างมากเพื่อให้ออกมาดี...

ในคืนเดียวกัน เดชานัดเจอมือปืนสองคน หลังได้แหล่งที่อยู่ของตะวันจากนักสืบมาเมื่อเย็น เขาทุ่มเงินจำนวนมากจ้างมือปืนฆ่าตะวันให้เร็วที่สุด!

ooooooo

เช้าวันรุ่งขึ้น ตะวันบอกให้น้ำค้างกับแย้เก็บเสื้อผ้า ข้าวของเตรียมตัวกลับไร่วันพรุ่งนี้หลังจากงานแต่งเสร็จเรียบร้อยในคืนนี้ แต่น้ำค้างยังอยากให้พี่ชายอยู่ต่อเพื่อปรับความเข้าใจกับโรสริน เธอตัดสินใจโทร.หาพีระหวังขอความช่วยเหลือ แต่กลายเป็นได้ยินเขาพูดยียวนกลับมาว่า

“ตะวันกลับไร่พรุ่งนี้แล้วยังไง ฉันต้องจุดพลุฉลองใช่ไหม ขอโทษทีฉันไม่ว่าง วันนี้ฉันงานยุ่งมาก อ้อ ตะวันมันไปซะได้ก็ดี จะได้ไม่มีก้างขวางคอฉันกับโรส”

“แต่นายเป็นตัวการและต้นเหตุทำให้พี่ตะวันกับพี่โรสเข้าใจผิดกัน นายต้องรับผิดชอบ มันเป็นความผิดของนาย”

“น้ำค้าง...ฉัน ไม่ได้ทำงานมูลนิธิจะได้เที่ยวช่วยเหลือ เห็นใจใคร อีกอย่างถ้าคนเขาไม่อยากจะคืนดีกัน เทวดาที่ไหนก็ช่วยไม่ได้ ทำความเข้าใจแล้วยอมรับความจริงซะ”

“ถ้างั้นนายยอมรับความจริงได้แล้วว่าพี่โรสเขาไม่มีวันรักนาย”

พีระเงียบงัน น้ำค้างลุ้นๆ รุกเร่งให้เขาตอบมาว่าตัดใจได้แล้วหรือยัง คราวนี้พีระถึงสะอึก รู้สึกโดนแทงใจดำอย่างจัง

“ทำไม ต้องตัดใจ ตัดสายทิ้งง่ายกว่า” พีระวางสายกะทันหัน น้ำค้างไม่ทันตั้งตัว ได้แต่ร้องโธ่เอ๊ย พึ่งอะไรไม่ได้เลย...แย้ซึ่งนั่งฟังอยู่ด้วย พูดขึ้นอย่างงงๆ

“ไปขอให้นายพีช่วย แล้วเขาจะช่วยเหรอ พี่ตะวันกลับไร่ เขาได้ตีปีกพั่บๆน่ะสิ ที่ไม่มีกว้างขวางคอชิ้นโต”

“พี่แย้คิดว่านายพีจะไม่มีวันเลิกรักพี่โรสเหรอ”

“ถูกต้อง ถ้าเขาเลิกรักนะ เอาขี้หมามาละเลงหน้าพี่ได้เลย...จริงจริ๊ง”

“คนอะไรเจ็บไม่รู้จักจำ บัวใต้คอนกรีตจริงๆ”

“อ้าว แล้วนี่จะใส่อารมณ์ทำไม ใช่เรื่องของเราที่ไหน” แย้จ้องตาน้ำค้างอย่างจับพิุรธ “มีกลิ่นแปลกๆนะเนี่ย ทำเหมือนหวงนายพียังไงไม่รู้”

“จะบ้าเหรอพี่แย้ ถ้าหวงนายพี ฉันหวงพี่ดีกว่า...ไปเลย ไปช่วยพี่ตะวันทำงานกันได้แล้ว” น้ำค้างกลบเกลื่อนความรู้สึกที่มีต่อพีระด้วยการดึงแย้ออกไป

ฝ่ายพีระยัง นั่งเครียดอยู่กับโต๊ะทำงาน พออุษาวดีเยี่ยมหน้าเข้ามาบอกว่าจะไปโรงแรมควีนโรส พี่ชายถึงกับลุกพรวด สั่งน้องให้อยู่สะสางงานสำคัญเพราะมันเป็นโปรเจกต์ของเธอ

“แล้วพี่เลื่อนนัดทำไมไม่บอกกันก่อน อุษาอยากไปช่วยงานคุณตะวัน”

“เลิกบ้าผู้ชายซะที” พีระฉุนเฉียว

“พี่ ไม่มีสิทธิ์มาสอนอุษา พี่บ้ารักยัยโรสมากแค่ไหนลืมแล้วเหรอ แล้วเป็นการบ้าที่งี่เง่าที่สุด เพราะยัยโรสไม่สนใจพี่เลย ไม่เหมือนอุษากับคุณตะวัน ที่เราจะมีอนาคตร่วมกัน”

“เหรอ...ถามเขารึยัง เขากำลังจะกลับไร่แล้วไม่มาเหยียบกรุงเทพฯอีก”

“หมายความว่าไง”

“เฮ้อ! ความรักไม่ได้ทำให้คนตาบอดอย่างเดียว แต่ความรักมันทำให้คนโง่งี่เง่าปัญญาอ่อน เรื่องแค่นี้ก็ไม่รู้”

อุษาวดีอึ้งย้งงงงวย ไม่รู้มาก่อนว่าตะวันจะไม่อยู่กรุงเทพฯอีกแล้ว

ooooooo

บ่าย นั้นที่โรงแรมควีนโรส งานแต่งงานกำลังจะเริ่มขึ้น จู่ๆเจ้าบ่าวแอบมาขอร้องตะวันให้ช่วยหาชุดอดีตนักร้องชื่อดังคนหนึ่งให้ตน แต่งเพื่อเซอร์ไพรส์เจ้าสาวที่ชื่นชอบนักร้องคนนี้มาก แต่เรื่องนี้ต้องเป็นความลับ ห้ามบอกใคร

ตะวันไม่กล้าปฏิเสธ รับปากแล้วรีบร้อนออกไปที่ลานจอดรถโดยไม่รู้ว่าโรสรินเดินฉับๆตามมา

“รีบไปไหน งานเสร็จแล้วเหรอ”

“คุณมีงานอะไรก็ไปทำเถอะ ไม่ต้องสนใจผมหรอก”

“ฉันแค่อยากเตือนสตินาย ไม่ใช่หลงผู้หญิงจนทิ้งการทิ้งงาน ไหนบอกจะรับผิดชอบให้ดีที่สุดไง ลมปากนายมันเชื่อไม่ได้เลยจริงๆ”

“ผมไม่ได้ทำตัวอย่างที่คุณกล่าวหาแน่”

“โกหก”

“ถึงผมจะไปหาคุณอุษาจริงๆ คุณจะแคร์อะไร ในเมื่อคุณมีคนอื่นอยู่แล้ว”

โรสรินชะงักพูดอะไรไม่ออก เพราะเคยประชดตะวันว่าตัวเองคบกับกิตติทัต

“แต่คุณสบายใจได้ ผมเห็นงานมาก่อนเรื่องส่วนตัวอยู่แล้ว เพราะไม่อย่างนั้นผมไม่ทนอยู่ที่นี่จนกว่างานจะเสร็จหรอก”

“มีความสุขสมกับอุษาจนพอใจแล้วก็รีบกลับมารับผิดชอบงาน เข้าใจมั้ย”

“ผมว่าคุณพูดไม่รู้เรื่องแล้วล่ะ”

“ฉันมีสิทธิ์ที่จะไม่เชื่อนาย”

ตะวัน ไม่พอใจ คว้าข้อมือเธอพร้อมกับท้าทายว่าไม่เชื่อก็ไปดูให้เห็นกับตา โรสรินดิ้นรนขัดขืนแต่ไม่หลุดรอดออกจากรถไปได้ เธอนั่งหน้าบึ้งตึงออกไปกับเขา โดยทั้งคู่ไม่รู้ว่ามีมือปืนสองคนขับรถมอเตอร์ไซค์ตามไปอย่างกระชั้นชิด

ผ่านไปสักพัก ตะวันเริ่มสังเกตเห็นความผิดปกติ บอกให้โรสรินรู้ตัวก่อนเลี้ยวรถหลบเข้าซอย แต่มือปืนก็ยังไล่ตามไม่ลดละ

“ว่าไง ตกลงมีอะไร ใครตามมางั้นเหรอ”

“ผมไม่รู้ รู้แค่ว่าเราคงมีปัญหาแล้วล่ะ”

“อาจจะบังเอิญก็ได้ ฉันกับนายไม่เคยมีปัญหาอะไรกับใครสักหน่อย”

“คุณน่ะไม่ แต่ผมน่ะมีแน่ๆ”

“จอดข้างทาง จอดสิ ดูว่ามันตามมาจริงๆรึเปล่า”

ตะวัน ตัดสินใจชะลอรถเข้าข้างทาง มือปืนทำท่าจะขับแซงออกไป แต่แล้วชักปืนออกมายิง ตะวันร้องบอกให้โรสรินก้มลง พร้อมกันนั้นตัวเองก็เหยียบคันเร่งหนี เสียงปืนกระทบกระจกรถดังเปรี้ยง โรสรินตื่นตระหนก ถามตะวันว่าพวกมันต้องการอะไร

“ชีวิตผม”

“หา!! ระวัง!!” โรสรินร้องลั่น...มือปืนยิงมาที่รถสองสามนัด ปรากฏว่าโดนยางรถแบนแต๋ไปต่อไม่ได้ สองคนต้องลงจากรถวิ่งหนีมือปืนไปตามซอยแคบที่แม้แต่รถมอเตอร์ไซค์ก็เข้าไม่ ได้

ตะวันกับโรสรินหาที่กำบังซ่อนตัว และอาจรอดพ้นเงื้อมมือไปได้ถ้าอุษาวดีไม่โทร.เข้ามาหาตะวันจนมือปืนได้ยิน เสียง ตะวันรีบตัดสายทิ้งแล้วกอดโรสรินไว้อย่างปกป้อง เมื่อเห็นสองมือปืนเยื้องย่างเข้ามา...

ด้านอุษาวดีที่ถูกพีระบังคับให้อยู่ออฟฟิศ เธอกำลังนั่งหน้างอมองโทรศัพท์ในมือพลางบ่นอย่างขัดใจ

“ตัดสายทิ้งทำไมนะ หรือว่าจะอยู่กับยัยโรส”

พีระเดินเข้ามาทางด้านหลัง เห็นกับตาว่าน้องสาวพยายามโทร.หาตะวัน เลยกระชากโทรศัพท์จากมือเธอมาถือไว้

“พี่พี เอาคืนมานะ” อุษาวดีว้ากลั่นและคว้าโทรศัพท์ คืนมาจนได้

“มิสเตอร์ฟิลิปส์รอคุยงานอยู่ แต่แกแอบมาโทร.หาผู้ชาย รีบไปคุยงานเดี๋ยวนี้ แกนี่ชักจะเหลวไหลใหญ่แล้วนะ”

“นี่...บอกกี่ครั้งแล้วว่าพี่ไม่มีสิทธิ์มาสั่งสอนอุษา”

“ฉัน มีสิทธิ์ เพราะแกทำให้ฉันเห็นว่าเมื่อก่อนฉันมันทำตัวทุเรศแค่ไหน วันๆเอาแต่อยากได้โรซี่มาเป็นแฟน ทิ้งการทิ้งงาน ทิ้งความรับผิดชอบทุกอย่าง สุดท้ายฉันก็เป็นแค่ไอ้ไม่เอาไหนคนหนึ่งที่ไม่มีใครต้องการ ฉันถึงต้องพิสูจน์ตัวเองให้โรซี่เห็น ถึงวันนี้โรซี่จะมองไม่เห็นแต่สักวันความดีของฉันมันต้องเข้าตาเธอ แล้วถ้าแกยังทำตัวไม่มีค่าไล่ตามผู้ชายอยู่แบบนี้ แกไม่มีวันได้ใจเขาหรอก”

“อุษามีคุณค่าในตัวเองอยู่แล้ว ไม่ต้องพิสูจน์ แล้วเลิกสั่งเลิกสอนอุษาซะที ไม่อยากฟัง เบื่อ!”

อุษาวดีกระฟัดกระเฟียดเดินออกไปเลย พีระมองตามอย่างอ่อนใจ

ooooooo

ตะวัน กับโรสรินตกอยู่ในอันตราย แต่ทั้งคู่ก็สู้ ยิบตาจนมือปืนคนหนึ่งพลาดท่าถูกตะวันอัดแทบลุกไม่ขึ้น แถมมันยังยอมสารภาพว่าเสี่ยเดชาเป็นคนจ้างวาน ส่วนอีกคนยังไม่หมดพิษสง ใช้มีดแทงตะวันทีเผลอจนเลือดโชก โดยที่โรสรินช่วยเหลืออะไรเขาไม่ได้

โชคดีที่มีชาวบ้านขี่มอเตอร์ไซค์ผ่านมา โรสรินร้องขอความช่วยเหลือ สองมือปืนจึงรีบเผ่นหนีไป

“อดทนไว้นะตะวัน นายอย่าเป็นอะไรนะ”

“โรส...คุณอย่าบอกใครว่าเดชามันล้างแค้นผม ผมไม่อยากให้ทุกคนเป็นห่วง”

“ตอนนี้ห่วงตัวเองก่อนเถอะ แข็งใจไว้ อดทนไว้นะตะวัน”

โรสรินรีบโทร.ไปขอความช่วยเหลือจากหมอกิตติทัต แล้วไม่นานเธอกับตะวันก็ถึงโรงพยาบาล ตะวันถูกส่งตัวเข้าห้องฉุกเฉินอย่างเร่งด่วน

ขณะที่ตะวันรักษาตัวอยู่โรงพยาบาล เดชากำลังเล่นงานมือปืนโทษฐานทำงานพลาด ไม่จัดการตะวันให้ถึงแก่ชีวิตอย่างที่ตนต้องการ...

เมื่อตะวันกับโรสรินหายไปจากงานแต่งแถมยังติดต่อไม่ได้ พวกปู่ณรงค์พากันเป็นห่วง แต่ผ่านไปสักครู่โรสริน โทร.หาปู่บอกข่าวตะวันถูกพวกอันธพาลหาเรื่องและพลาดโดนทำร้ายบาดเจ็บ ตอนนี้เขาอยู่กับหมอกิตติทัตแล้ว ทุกคนไม่ต้องเป็นห่วง ตนจะดูแลเขาเอง แต่ไม่ต้องบอกปู่ชาญ เดี๋ยวจะพากันเป็นห่วงเปล่าๆ

ณรงค์รับทราบด้วยความตกใจ น้ำค้างกับแย้เป็นห่วงตะวันอยากจะไปเยี่ยมแต่ณรงค์ห้ามไว้

“ไว้พ้นคืนนี้ก่อนก็ได้ ตะวันถึงมือหมอแล้ว คงไม่น่าเป็นห่วงแล้วล่ะ และโรสก็ดูแลอย่างใกล้ชิด บางทีความห่วงใยกันในครั้งนี้อาจจะทำให้ทั้งสองคืนดีกัน”

น้ำค้างฟังแล้วคล้อยตาม ภาวนาขอให้เรื่องร้ายกลายเป็นดี...

ooooooo

ที่โรงพยาบาล กิตติทัตบอกโรสรินว่าตะวันพ้นขีดอันตรายแล้ว แต่ถ้าเธอจะเป็นพยาบาลส่วนตัวให้เขาก็ตามสบาย โรสรินตกลงแต่ไม่วายไว้เชิงว่าไม่ได้อยากดูแลนักหรอก

แต่พออยู่กับตะวันที่ยังหลับใหล เธอก็พรั่งพรูความรู้สึกออกมาหมดใจ ตะวันเริ่มรู้สึกตัวแต่แกล้งหลับเพื่อฟังเธอต่อไป

“หลับนานเกินไปแล้วนะ นายยังไม่ตายใช่ไหมตะวัน ฉันรู้ว่าชีวิตคนเราไม่ได้ยืนยาวอะไร แทนที่จะเอาเวลามาเกลียด โกรธ ทะเลาะ และไม่เข้าใจกันต้องเปลี่ยนมาเป็นให้อภัย เข้าใจ และเชื่อใจ...แต่ฉันทำไม่ได้ ฉันหึงนาย ฉันหวงนาย ฉันโกรธที่ในหัวใจนายไม่ได้มีแค่ฉัน นายทำแบบนี้กับฉันได้ยังไง นายมันคนใจร้าย ฉันยังไม่เคยหักหลังนายเลย”

“คุณก็ใจร้าย คุณโกหกผมเรื่องที่คุณคบกับหมอทัต”

หญิงสาวชะงัก รีบเช็ดน้ำตาแล้วพูดแก้เก้อ “นึกว่าตายแล้วซะอีก...แล้วนายรู้ได้ยังไงว่าฉันโกหก”

“ผมรู้ ถ้าคุณรักหมอทัต คุณคงไม่เสี่ยงชีวิตเพื่อผม คุณไม่เคยลืมผม ผมยังอยู่ในหัวใจของคุณ...โรสริน คุณรักผม คุณยังรักผมอยู่”

โรสรินพูดไม่ออก การกระทำของเธอตอบทุกอย่างหมดแล้ว แต่ตะวันยังอยากได้ยินจากปากเธอสักครั้ง...

เมื่อเธอไม่พูด เขาจึงลุกจากเตียงมาโอบกอดเธอไว้ทั้งตัวและจะกอดจนถึงเช้าถ้าเธอยังไม่ตอบ

ตะวันกอดเธอแน่นขึ้น โรสรินเผลอกอดตอบ...

สองคนรับรู้ถึงไออุ่นที่ส่งถึงกันและกัน พลันเสียงเคาะประตูดังขึ้น กิตติทัตก้าวเข้ามาแซวตะวันว่าฟื้นไวจัง จากนั้นขอเช็กอาการเขาอีกครั้งก่อนบอกว่าพรุ่งนี้ก็กลับบ้านได้ แต่มีอีกเรื่องที่กิตติทัตคาใจ ปกติตะวันไม่ใช่คนใจร้อน นอกจากเดชา ตนไม่เห็นว่าเขาจะมีเรื่องมีราวกับใคร โรสรินแก้ตัวแทนว่าอันธพาลพวกนั้นเข้าใจผิดว่าตะวันเป็นศัตรู อธิบายแล้วก็ไม่เชื่อจะฆ่าเขาให้ได้ โชคดีที่รอด

“เล่นถึงชีวิตขนาดนี้ ผมว่าแจ้งความดีกว่า พยานหลักฐานก็พอจะมี คงตามจับได้ไม่ยาก ผมพอจะรู้จักตำรวจอยู่บ้าง เดี๋ยวให้ช่วยอีกแรง”

“อย่าเลยครับ ผมไม่อยากยุ่งยาก ให้มันจบไปเถอะ”

“ไม่ได้นะครับ เกิดพวกมันกลับมาเล่นงานคุณอีก คุณอาจจะโดนหนักมากกว่านี้”

“จะว่าไปคุณหมอก็พูดถูก ถ้ายังไงผมจะจัดการเรื่องนี้เอง เพราะว่าผมก็พอจะรู้จักตำรวจอยู่เหมือนกัน”

“งั้นถ้ามีอะไรให้ช่วยบอกมานะครับ ไม่ต้องเกรงใจ...โรสดูแลคุณตะวันให้ดีนะ ว่าแต่คุณหนูโรสดูแลใครเป็นรึเปล่าเนี่ย”

“รีบไปทำงานเลยไป เดี๋ยวเจอเหวี่ยงหรอก”

โรสรินตาเขียวใส่ กิตติทัตเลยเดินยิ้มออกไป...เธอหันมาท้วงตะวันว่า ถ้าเขาแจ้งความแล้วเดชารู้เข้าต้องส่งคนมาจัดการเขาอีกแน่

“ที่ผมบอกหมอทัตว่าจะแจ้งความ เพื่อให้หมอทัตไม่สงสัยและจะได้ไม่เซ้าซี้ต่อ”

“จริงอย่างที่นายพูด”

“คุณกลับไปพักที่บ้านเถอะ ผมไม่เป็นอะไรแล้ว”

“ไม่...บอกแล้วไงว่าจะอยู่ดูแลนายเอง อยากได้อะไรขอให้บอก นี่เป็นช่วงนาทีทองของนายเลยนะ”

“บอกแล้วคุณจะทำให้คนป่วยที่น่าสงสารคนนี้รึเปล่า”

“ถ้าไม่ยากจนเกินไป ก็ไม่มีปัญหาอะไร”

ไม่ยากแน่ๆ เพราะตะวันให้เธอพาขึ้นไปบนดาดฟ้าเพราะอยากอยู่กับคนที่ตนรักตามลำพัง โรสรินได้ฟังถึงกับนิ่งอึ้ง

“ผมยืนยันว่าผมพูดความจริง ผมเหนื่อยที่จะต้องฝืนความรู้สึกของตัวเอง ผมเบื่อกับความไม่เข้าใจกันของเรา ผมอึดอัดกับการประชดประชันที่มีแต่ทำให้ใจเราเจ็บปวด คุณโรส...เราต่างก็รู้ใจกันดีว่าเรารู้สึกต่อกันยังไงใช่ไหม คุณบอกเองว่าชีวิตคนเราไม่ได้ยืนยาว วันนี้ผมเองก็เกือบจะเอาชีวิตไม่รอด แล้วเราจะเสียเวลากับการทำให้เราไม่มีความสุขทำไม”

“ตะวัน...นายต้องการอะไรกันแน่”

“ต้องการคำยืนยันจากคุณ แค่คุณบอกว่าคุณรักผม ผมต้องการแค่นั้น”

“แล้ว...มาลัย”

“ผมสาบานตรงนี้เลยว่าผมกับมาลัยไม่ได้มีอะไรกันจริงๆ ถ้าผมโกหก ขอให้ผมตาย”

“หยุด!! ฉันจะเชื่อนาย แต่นายต้องพิสูจน์ตัวเองให้ฉันเห็น”

“จะให้พิสูจน์ไปตลอดชีวิตก็ยังได้ ตกลงจะบอกผมมาได้ยังว่าคุณรู้สึกยังไงกับผม”

โรสรินอายมากไม่กล้าพูด ตะวันห้ามใจตัวเองไม่อยู่ ประทับจูบที่ริมฝีปากนุ่มของเธอ...แทนที่เธอจะโกรธหรือไม่พอใจ กลายเป็นว่าเธอต้องการให้เขาจูบอีกครั้ง จูบแบบตั้งใจ แบบว่าเขารักเธอ...

ในที่สุดทั้งคู่ปรับความเข้าใจกันได้ กิตติทัตมาเห็นก็อดแซวโรสรินไม่ได้ว่าต่อไปนี้เลิกปากแข็งเสียที ...พลันมือถือหมอดังขึ้น เห็นชื่ออุษาวดีโชว์หน้าจอ เขาลังเลว่าจะรับดีหรือไม่

หมอผละจากตะวันและโรสรินลงมาจากชั้นดาดฟ้า คุยโทรศัพท์กับอุษาวดีที่บ่นติดต่อตะวันไม่ได้ ถามหมอพอจะรู้ไหมว่าเขาอยู่ที่ไหน

“คุณตะวันบาดเจ็บ แต่ปลอดภัยแล้ว คุณไม่ต้องห่วง แล้วอย่าทำให้เป็นเรื่องใหญ่นะครับ คุณตะวันขอไว้”

“อุษาจะไปเยี่ยมเดี๋ยวนี้...ว่าไงนะ ไม่ต้อง ทำไม ทำไมอุษาจะไปเยี่ยมคุณตะวันไม่ได้”

“พรุ่งนี้คุณตะวันก็ออกแล้ว อีกอย่างคุณตะวันก็มีคนคอยดูแลอยู่แล้วด้วย ผมว่าถ้าคุณมา คุณเองจะเป็นฝ่ายลำบากใจเปล่าๆ”

อุษาวดีหึงปรี๊ดขึ้นมาทันที ถามว่าโรสรินใช่ไหม นั่นมันหน้าที่ของตน โรสรินไม่มีสิทธิ์

“คุณอุษาครับ ผมรู้ดีว่าคุณรู้สึกยังไงกับคุณตะวัน แต่ผมอยากให้คุณเผื่อใจไว้บ้าง มันอาจจะช่วยให้คุณเจ็บน้อยลง”

“หมายความว่ายังไง ทำไมอุษาต้องเผื่อใจ หมอไปรู้อะไรมา คุณตะวันกับยัยโรสไม่ได้เป็นอะไรกัน ไม่มีทางเป็นด้วย”

“ผมเตือนคุณด้วยความหวังดีแล้วนะครับ ผมขอตัวก่อนนะ” หมอวางสายไปทันที ทิ้งอุษาวดีฮึดฮัดและหวั่นใจ กลัวโรสรินกับตะวันคืนดีกัน แต่ยังไงตนก็ไม่มีวันยอม!

ooooooo

ตะวันออกจากโรงพยาบาลในวันถัดมา เขาบอกปู่ณรงค์ว่าตนยังไม่กลับไร่เพราะอยากช่วยดูแลงานอีเว้นต์ให้โรสริน

คำพูดของตะวันทำให้โรสรินเหวอไปนิดหนึ่ง ก่อนจะเออออว่าใช่ พอดีว่างานแต่งที่ผ่านไปได้รับคำชื่นชมมาก แล้วตะวันก็มีส่วนสำคัญกับงานนี้ กอปรกับเธอยังหาทีมงานถูกใจไม่ได้ ก็เลยให้เขาช่วยไปก่อน

ปู่ณรงค์ แย้ น้ำค้าง และยุนอามองหน้ากันด้วยความดีใจ...แสดงว่าสองคนนี้ชักจะยังไงเสียแล้ว

พ้นมาจากกลุ่มของปู่ณรงค์แล้ว โรสรินต่อว่าตะวันพูดจาอะไรไม่เตี๊ยมกันก่อน ตนเกือบรับมุกไม่ทัน

“ก็ผมอยากรู้ว่าคุณยังอยากให้ผมอยู่ใกล้ๆ รึเปล่า”

“แล้วคราวนี้รู้รึยังล่ะ”

“ชัดเจนแล้วครับคุณโรส คุณเชื่อใจผมแล้วใช่ไหมว่าผมไม่มีใคร แล้วใครที่อยู่ในใจผมทุกเวลา”

“ฉันว่าการกระทำสำคัญกว่าคำพูด”

“ผมจะทำให้คุณเห็นว่าความสุขของผมคือคุณ”

“เหรอ แล้วเมื่อไหร่ล่ะ”

ตะวันยิ้มกริ่ม จูงมือเธอไป น้ำค้างกับแย้เห็นกับตา ลงความเห็นกันว่าสองคนรักกัน พวกเราพยายามให้รักกันแทบตายไม่สำเร็จ แต่แอบไปดีกันเฉยเลย...เมื่อปู่ชาญได้ฟังข่าวดีจากน้ำค้างก็เริงร่า บอกต่อให้อาทิตย์กับอึ่งดีใจไปด้วย

ยุนอารับฝากข้อความจากตะวันให้ช่วยบอกปู่ณรงค์ด้วยว่าตนขอให้โรสรินช่วยทำให้ตนมีความสุข...

เลขาสาวตกใจ แต่ครู่เดียวก็ถึงบางอ้อ ทำท่าขวยเขินเพราะคิดเตลิดไปไกล...

ตะวันพาโรสรินไปทะเล สองคนดื่มด่ำบรรยากาศแสนโรแมนติกอย่างมีความสุข และสุขที่สุดที่ได้อยู่ใกล้กัน หยอกเย้ากันประสาคู่รัก ลืมเรื่องบาดหมางที่เคยมีไปหมดสิ้น...

แต่คนที่กำลังว้าวุ่นใจคือพีระ เพราะรู้จากยุนอาว่าโรสรินไปกับตะวันเพื่อทำให้เขามีความสุข แถมพอมาซักถามน้ำค้างก็ได้คำตอบชวนปวดใจอีกว่าสองคนนั้นไปฮันนีมูนที่ทะเล หวานเว่อร์จนน้ำทะเลจืด

“เธอโกหก เธอหลอกฉัน”

“ไม่ได้หลอก ถ้าไม่เชื่อ โทร.ไปถามพี่โรสเองสิ คนไม่รัก ก็ยังจะไปตื๊ออยู่ได้ นายนี่มันโง่จริงๆ”

“ใช่...ฉันมันโง่ แต่ฉันก็ยอมที่จะโง่ ถ้ามันทำให้โรซี่หันมามองฉันสักครั้ง”

พีระพูดอย่างเจ็บลึกแล้วผลุนผลันจากไป ทิ้งให้น้ำค้างยืนอึ้งอยู่กับที่...

ooooooo

นอกจากตะวันจะสารภาพรักโรสรินแล้ว เขายังสวมแหวนทองคำขาวที่นิ้วนางข้างซ้ายให้เธอด้วย

“เป็นผู้หญิงของผมนะโรสริน ถ้าคุณพร้อมและมั่นใจในตัวผม คุณค่อยให้คำตอบผมก็ได้ แต่ตอนนี้ผมขอใช้แหวนวงนี้เป็นตัวแทนความรู้สึกที่เรา
มีให้แก่กัน”

โรสรินตื้นตันถึงกับหลั่งน้ำตา...สองคนกอดกันด้วยความรัก และตกลงนอนดูดาวด้วยกันในคืนนี้...

เช้าวันรุ่งขึ้น สองคนพากันกลับกรุงเทพฯ ตะวันถูกน้ำค้างกับแย้ถามซอกแซกเรื่องไปทะเลกับโรสริน เขาออกอาการเขินอาย ตัดบทให้ทั้งคู่รู้แค่ว่าตนกับโรสรินปรับความเข้าใจกันได้แล้ว

เมื่ออยู่ในห้องพักคนเดียว ตะวัน โทร.หาปู่ชาญ ถามข่าวคราวของเดชา อ้างว่าอยากรู้ความเคลื่อนไหว

“ไม่กี่วันก่อน ตำรวจก็เพิ่งมาถามหาเบาะแส

ตอนนี้มันและพรรคพวกหนีไปกบดานกันหมด ปู่ยังกังวลเลยว่ามันจะไปหาเอ็ง แต่คงไม่มีปัญญาทำอะไรได้หรอก”

“ยังไงปู่ก็ระวังตัวด้วยนะครับ ไอ้นี่มันหมาบ้า มันแค้นพวกเราเป็นทุนอยู่แล้ว ไม่รู้จะกลับมาแว้งกัดเมื่อไหร่” แล้วตะวันก็วางสายด้วยความกังวลใจ...

พีระเข้ามาที่โรงแรมควีนโรสแต่ไม่เจอโรสริน ความเซ็งและเหงาทำให้เขาไปชวนน้ำค้างกินข้าวเป็นเพื่อน แต่พอถึงร้านอาหารเขากลับนั่งเฉย หน้าตาซึมเศร้า

“ชวนฉันมากินข้าว แล้วทำไมถึงไม่กิน”

“ที่ชวนเธอออกมาเพราะฉันมีบางอย่างอยากบอกให้เธอรู้ว่า...หากจะเฝ้ารอรักจากคนอื่นโดยที่ไม่รู้จักรักตัวเอง แล้วเราจะค้นหารักแท้ได้จากที่ไหน”
น้ำค้างชะงัก ไม่คิดว่าพีระจะพูดจาดีมีสาระเป็นกับเขาเหมือนกัน

“ฉันรักตัวเองมากขึ้นก็ไม่ได้หมายความว่าฉันต้องรักโรซี่น้อยลง เพราะฉะนั้นฉันจะไม่มีวันล้มเลิกเรื่องโรซี่เด็ดขาด”

“แต่พี่ตะวันกับพี่โรสคืนดีกันแล้ว”

“โรซี่เป็นผู้หญิงคนแรกและคนเดียวที่ฉันรัก

ฉันทำหน้าที่ของฉันอย่างซื่อสัตย์ ฉันเอาใจโรซี่ ตามใจโรซี่ ทำทุกอย่างได้เพื่อโรซี่ เพราะมันคือหน้าที่ของฉัน ...หน้าที่ที่ฉันอยากทำไปตลอดชีวิต แม้รู้ทั้งรู้ว่าไม่เคยได้ใจโรซี่ บางทีมันก็อดท้อไม่ได้ ที่ในสายตาโรซี่มีคนอื่นที่พิเศษมากกว่าฉัน”

“ถึงฉันจะไม่อยากให้นายลงเอยกับพี่โรส แต่ฉันก็ชื่นชมในความมุ่งมั่นของนาย”

“ฉันก็ชื่นชมเธอในฐานะแม่ยกนายตะวันเหมือนกัน”

“ไม่ต้องมาแขวะ...นี่ ถามอะไรหน่อยสิ นายไม่มีวันเปลี่ยนใจจริงๆ ใช่ไหม”

“ไม่รู้ ฉันไม่รู้ว่าคนอื่นเป็นยังไง แต่คนเราลองได้รักแล้วเลิกรักได้ด้วยเหรอ”

“ทำไมไม่คิดว่าจุดจบอาจจะเป็นจุดเริ่มต้นสำหรับโอกาสที่จะพบใครสักคนกับความรักครั้งใหม่”

“ไม่รู้สิ ตอนนี้ยังไม่คิดจริงๆ ฉันว่าเรากินข้าวกันเถอะ”

น้ำค้างรู้สึกโหวงๆ อย่างบอกไม่ถูก ที่พีระยืนยันไม่เปลี่ยนใจจากโรสริน...หลังอาหารมื้อนั้น พีระนึกได้ว่ามีประชุมต้องรีบกลับ น้ำค้างเลยต้องเดินทางกลับโรงแรมด้วยตัวเอง

ขณะที่พีระรีบกลับบริษัท อุษาวดีกำลังมุ่งหน้ามาหาตะวันที่โรงแรม...เมื่อเผชิญหน้ากัน เธอต่อว่าเขาที่โดนทำร้ายบาดเจ็บแล้วไม่บอก ทั้งที่เธอเป็นห่วงเขามาก

“คุณไม่เห็นอุษาสำคัญกับชีวิตคุณเลยเหรอคะ อุษาดีไม่พอสำหรับคุณตรงไหน อุษาจริงใจกับคุณน้อยกว่าคนอื่นหรือไง คุณถึงไม่เห็นค่าของอุษาเลย”
ตะวันอึ้งไปนิด เห็นเธอน้ำตาคลอก็รีบขอโทษและเช็ดน้ำตาให้ จังหวะนี้โรสรินเดินผ่านมาเห็น ตะวันเองก็เห็น รีบผละจากอุษาวดีเดินตามเธอไป

“เข้าใจผิด เราเข้าใจผิด คิดไปเอง เขาไม่ได้รักกันชอบกัน เราต้องเชื่อใจตะวันสิ เราต้องไม่หวั่นไหว เราต้องไม่คิดไปเอง หนักแน่นไว้ หนักแน่นไว้ยัยโรส” หญิงสาวเดินพูดพร่ำไม่มองทาง ชนเข้ากับใครคนหนึ่ง แล้วต้องอึ้งเพราะเขาคือเดชา

เดชาเองก็ตะลึง ไม่รู้มาก่อนว่าโรสรินอยู่ที่นี่ พอเธอเกริ่นเรื่องที่เขาทำร้ายตะวัน แล้วจะแจ้งตำรวจจับเดชาจึงเปิดเสื้อโชว์ปืนที่เอวขู่เธอ ทั้งยังขู่จะเอาชีวิตตะวันด้วย โรสรินเป็นห่วงตะวัน ตัดสินใจชวนเดชานั่งรถของตนออกไป เพราะเธอมีข้อเสนออยากให้เขาพิจารณา

อุษาวดีตาไวเห็นโรสรินนั่งรถไปกับผู้ชายแต่ไม่เห็นหน้าว่าเป็นใคร เธอชี้มือให้ตะวันดู ตะวันนึกเป็นห่วงโรสรินจึงรีบ โทร.เข้ามือถือ แต่เธอปิดเครื่องติดต่อไม่ได้

โรสรินจอดรถหน้าร้านกาแฟแล้วเข้าไปนั่งคุยกับเดชาในร้าน เธอยื่นข้อเสนอเงินก้อนหนึ่งกับที่อยู่ที่ปลอดภัยจากสายตาตำรวจให้เขา แต่เขาต้องรับปากว่าจะไม่ฆ่าตะวัน แต่เดชาไม่รับข้อเสนอ แถมยังยื่นเงื่อนไขถ้าเธอไม่อยากให้ตะวันตายก็ต้องคบกับตนอย่างคนรัก

“ถ้าคุณยอม ผมจะปล่อยตะวันไป แต่ถ้าคุณไม่ยอม ผมสัญญาว่าผมจะทำทุกอย่าง ทำทุกหนทางเพื่อไม่ให้มันได้หายใจอีกต่อไป ว่าไงคุณโรสริน คุณจะเลือกแบบไหน”

โรสรินถึงกับพูดไม่ออก อึ้งสุดชีวิตกับเงื่อนไขที่เดชาหยิบยื่นให้...

ooooooo

ตอนที่ 11

โรสรินไม่เข้าใจว่าตะวันเป็นอะไรถึงพูดแต่เรื่องงาน แล้วก็จะรีบๆทำเพื่อกลับไร่ โดยเขาย้ำกับเธอขณะออกมาจากห้องทำงานคุณปู่ว่าเขาจะโทร.นัดลูกค้ามาคุย ถ้านัดเวลาได้แล้วจะโทร.บอกเธอ

เมื่อเธอไปพบกิตติทัตที่โรงพยาบาลและบอก เล่าให้เขาฟัง หมอก็ว่าตะวันอาจจะเครียดเรื่องงานแต่โรสรินท้วงว่าไม่น่าใช่ เขาบ้าตั้งแต่เช้า พูดจาคลุมเครือแถมยังเหวี่ยงใส่ตนด้วย

พูดจบเธอขอตัว ไปซื้อกาแฟกินอีกแก้ว  ไม่ฟังหมอท้วงว่ามากไปหรือเปล่าเดี๋ยวนอนไม่หลับหรอก ระหว่างนี้เองตะวันโทร.เข้ามือถือโรสรินแต่เธอวางไว้บนโต๊ะตรงหน้าหมอ หมอเห็นชื่อตะวันจึงรับสายแทน บอกว่าเธอไปซื้อกาแฟ ตะวันจึงฝากบอกเธอด้วยว่าตนนัดลูกค้าไว้ตอนห้าโมงเย็นที่โรงแรม

นอกจากจะบอกโรสรินตามที่ตะวันฝากไว้แล้ว กิตติทัตยังเตือนเธอด้วยว่าควรเคลียร์กับตะวันให้เข้าใจ ปล่อยไว้นานจะยิ่งไม่เข้าใจกัน

“ช่างปะไร ฉันก็ไม่ได้อยากให้เขาเข้าใจ เขาทำเหมือนฉันเป็นคนผิด ทั้งๆที่เขานั่นแหละที่ผิด”

“โรส...ทิฐิ ไปก็ไม่ช่วยให้อะไรดีขึ้น การจะเจอใครสักคนที่เรารักมันไม่ใช่เรื่องง่าย ถ้าเจอแล้วก็ควรจะรักษาเขาเอาไว้ อย่าปล่อยให้เขาเดินไปจากเรา ไม่งั้นจะมานั่งเสียใจไปตลอดชีวิต”

“นายขาโก่ง...นี่นายมีความรักรึเปล่า ทำไมนายถึงดูเข้าใจเรื่องพวกนี้นัก”

กิตติ ทัตหลบตา พูดอ้อมแอ้มว่าตนจะมีความรักได้ยังไง วันๆทำแต่งาน โรสรินไม่เชื่อและพยายามคาดคั้นแต่หมอชิ่งหนีขอตัวไปตรวจคนไข้ นั่นยิ่งทำให้โรสรินสงสัย และต้องสืบให้ได้ว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร

ออก จากโรงพยาบาล  โรสรินเร่งรีบกลับโรงแรมเพื่อให้ทันนัดลูกค้า แต่ระหว่างทางเกิดอุบัติเหตุเธอชนท้ายรถคันหน้าจนต้องเสียเวลาเรียกเจ้า หน้าที่บริษัทประกันภัย กว่าจะเสร็จก็เกินเวลานัด จะโทร.บอกตะวันแบตมือถือก็หมดอีก

เมื่อกลับมาถึงโรงแรม ปรากฏว่าลูกค้ากลับไปแล้ว ตะวันหงุดหงิดใส่เธอโดยไม่เปิดโอกาสให้อธิบาย

“ช่างเถอะ แก้ตัวไปก็ไม่ช่วยให้ดีขึ้น คุณจะไปไหนมาไหนกับใครมันเป็นสิทธิ์ของคุณ แต่อย่าทำให้งานเสีย”

“นายฟังฉันก่อนแล้วค่อยโวยได้ไหม ที่ฉันมาช้าเพราะ...”

เสียงมือถือตะวันดังขัดจังหวะ โรสรินได้ยินเต็มสองหูว่าอุษาวดีโทร.มา แล้วตะวันก็รับปากออกไปพบด้วยความเต็มใจ เขาเดินผ่านเธอไปเหมือนเธอไม่มีตัวตน
โรสรินหงุดหงิดหัวเสีย ก็พอดีพีระเสนอหน้ามาชวนกินข้าว เธอตกปากรับคำเพราะกำลังต้องการใครสักคนเป็นเพื่อนในยามเครียดๆเซ็งๆ

อุษาวดีใช้งานบังหน้าเพื่อให้ได้ใกล้ชิดตะวัน แถมยังเจ้าเล่ห์แอบจ้างนักข่าวคนหนึ่งถ่ายรูปตอนเธอเลือกดอกไม้กับตะวัน ทำราวกับว่าเขาให้ดอกไม้เธอเหมือนคนมีใจให้กัน

เสร็จจากเรื่องงาน อุษาวดีชวนตะวันทานข้าวอ้างว่าหิวมาก แล้วบังเอิญเลือกร้านเดียวกับโรสรินและพีระ ซึ่งอุษาวดีคิดว่าเป็นโอกาสดีที่จะทำให้โรสรินเห็นถึงความสนิทสนมระหว่างตนกับตะวัน จึงคะยั้นคะยอเขามานั่งโต๊ะเดียวกัน แต่พีระไม่เข้าใจทำไมน้องสาวถึงมากับศัตรูหัวใจของตนได้

ขณะร่วมโต๊ะอาหาร โรสรินกับตะวันแอบพูดจาแขวะกันไปมาเพราะความหึงหวง พีระกับอุษาวดีพอจะรู้ แต่ทำเป็นเอาอกเอาใจคนที่ตนมาด้วย ที่สุดโรสรินทนไม่ไหวชวนพีระไปที่อื่น จะฟังเพลง ร้องคาราโอเกะ หรือไปแดนซ์ก็ได้

“ดูท่าทางคุณอยากไปจากตรงนี้มากเลยนะ” ตะวันถามเสียงเรียบ แต่อีกฝ่ายกลับตอบเสียงแข็ง

“ใช่! ฉันอยากไปจากตรงนี้ เดี๋ยวนี้...โรสไปรอหน้าร้านนะพี”

โรสรินลุกเดินออกไป ตะวันกัดกรามแน่น อุษาวดีลอบยิ้มพอใจที่เห็นโรสรินหงุดหงิด บอกพี่ชายว่าเรื่องค่าอาหารตนจัดการเอง ให้เขารีบไปหาโรสริน ท่าทางเธออารมณ์เสียใหญ่แล้ว...

เมื่อพ้นสายตาตะวันมาแล้ว โรสรินบอกพีระให้

ส่งตนกลับโรงแรม ตนไม่อยากไปไหนทั้งนั้น ฝ่ายตะวันกับอุษาวดีพอจะแยกย้ายกันกลับรถตัวเองที่ลานจอด พลันมีคนร้ายจู่โจมเข้ามาชิงทรัพย์และจะทำมิดีมิร้ายอุษาวดี แต่ตะวันช่วยเหลือจนรอดปลอดภัยแล้วพาเธอไปส่งบ้านในค่ำนั้น

พีระไม่พอใจตั้งแต่ร้านอาหารเป็นทุน พอเห็นตะวันมาส่งน้องสาวที่บ้านอีก จึงซักไซ้เธอเป็นการใหญ่ก่อนจะได้คำตอบชวนโมโหว่าเธอรักตะวันจริงๆ ไม่ใช่แกล้งทำอย่างที่พีระต้องการ

“อุษา...พี่ไม่อยากให้เธอถลำลึก เพราะพี่ว่านายตะวันชอบโรซี่ จากที่เห็นที่ร้านอาหารวันนี้”

“เรื่องนั้นไม่ใช่ปัญหา อุษาจะทำให้คุณตะวันเปลี่ยนใจมาชอบอุษาให้ได้ ส่วนพี่พีก็เร่งทำคะแนนกับโรสซะนะคะ อุษาไปนอนล่ะ”

พีระขัดใจแต่ไม่รู้จะทำยังไง ได้แต่เดินวนไปวนมาอย่างคิดไม่ตก

ooooooo

เช้าขึ้น โรสรินปวดหัวตัวร้อนไปทำงานไม่ไหว ปู่ณรงค์พาไปให้หมอกิตติทัตตรวจก่อนจะให้ยากลับมากิน ตะวันไม่รู้เรื่องคิดแต่ว่าเธอเที่ยวดึกจนมาทำงานไม่ไหว จึงโทร.ไปต่อว่าหลายคำและสั่งให้เธอรีบมาภายในหนึ่งชั่วโมง

โรสรินน้อยใจแต่ก็รีบร้อนมาแม้จะเกินเวลาไปบ้าง แต่กระนั้นก็ยังถูกตะวันตำหนิและแขวะเรื่องพีระกับกิตติทัตทำนองว่าเธอจับปลาสองมือ โรสรินโกรธมากผลุนผลันออกจากห้องแต่เซหน้ามืดหมดสติจนตะวันต้องรีบปฐมพยาบาล ก่อนจะรู้จากปู่ณรงค์ว่าเธอไม่สบาย

เมื่อทราบเหตุผลที่แท้จริงว่าทำไมโรสรินถึงมาทำงานสาย ตะวันรีบขอโทษและอุ้มเธอออกไปเพื่อจะพากลับไปพักผ่อนที่บ้าน เผอิญเจออุษาวดีตรงลานจอดรถจึงให้ช่วยกดรีโมตเปิดประตูรถแล้วจากไปโดยไม่สนใจไยดีเธอสักนิด อุษาวดียืนงงอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะโทร.บอกหมอกิตติทัต มาดหมายให้เขาตามไปเป็นก้างขวางคอตะวันกับโรสริน

ตะวันดูแลโรสรินอย่างดี เช็ดตัวเพื่อช่วยให้ไข้ลด ทั้งคู่กำลังจะกลับมาคุยกันดีๆ เผอิญกิตติทัตตามมาเพราะเป็นห่วงโรสริน โดยไม่รู้ว่าเธอมีตะวันดูแลอยู่แล้ว โรสรินยังเคอะเขินกับตะวันจึงตัดบทให้เขากลับไปทำงาน เธอมีหมอทัตมาอยู่เป็นเพื่อนแล้ว

เมื่อตะวันกลับมาถึงโรงแรมก็พบว่าน้ำค้างนำอาหารสองปิ่นโตจากปู่ชาญมาฝาก ตะวันขอบใจน้องสาวและเน้นย้ำว่าถ้าตนทำงานที่ปู่ณรงค์มอบหมายเสร็จก็จะกลับไร่ทันที น้ำค้างไม่รู้จะทัดทานพี่ชายยังไง แต่อยากคุยกับโรสรินจึงแวะไปถามยุนอาและได้ความว่าเธอไม่สบาย ตะวันอุ้มขึ้นรถไปส่งบ้าน

พีระเข้ามาได้ยินว่าโรสรินไม่สบายก็ไม่พอใจตะวันแล้วพาลมาลงที่น้ำค้าง สองคนทุ่มเถียงกันไปมาก่อนที่พีระจะหลุดปากเรื่องคลิปคำสารภาพของมาลัยออกมา แต่รีบแก้ตัวว่าที่รู้เพราะโรสรินเล่าให้ฟัง

“ไม่จริง พี่โรสไม่ได้เล่าให้นายฟัง บอกฉันมาว่านายรู้ได้ยังไง”

“ก็บอกแล้วว่าโรซี่บอกฉัน”

“ฉันไม่เชื่อ...ฉันรู้แล้ว ที่พี่โรสไม่เห็นคลิปเป็นฝีมือนาย นายเป็นคนลบคลิปทิ้งใช่ไหมนายพีระ”

พีระหน้าซีดเผือด น้ำค้างรู้คำตอบทันที ถามเขาว่าทำแบบนี้ทำไม?

“เพราะฉันไม่ต้องการให้โรซี่กับพี่ชายเธอรักกันน่ะสิ ฉันรักโรซี่ รักมาก่อนไอ้ตะวัน ฉันไม่มีทางยอมให้โรซี่ไปรักคนอื่นนอกจากฉัน”

“นายมันเห็นแก่ตัว นายทำให้พี่ตะวันกลายเป็นผู้ร้ายในสายตาพี่โรส”

“พูดตอนนี้ก็กลับไปแก้ไขอะไรไม่ได้แล้ว”

น้ำค้างโมโห เข้ามาทุบตีพีระและด่าอย่างเหลืออด ว่าเขาโตแต่ตัว สมองเหมือนเด็ก บางทีเด็กยังมีความคิดมากกว่า พีระฉุนขาดกระชากเธอเข้ามาจูบเพื่อพิสูจน์ว่าตนไม่ใช่เด็ก...ทันทีที่ปากประกบปาก สองคนรู้สึกสปาร์กขึ้นมาแปลกๆ น้ำค้างได้สติก่อนผลักพีระออกห่างทั้งที่ใจตัวเองเต้นโครมคราม
พีระมีอาการเก้ๆกังๆ รีบพูดออกไปเพื่อกลบเกลื่อนความรู้สึกตัวเอง

“เห็นแล้วนะว่าฉันไม่ใช่เด็ก”

เพียะ! น้ำค้างฟาดฝ่ามือใส่หน้าพีระด้วยความเสียใจแล้ววิ่งออกไปทั้งน้ำตาคลอๆ พีระมองตามอย่างรู้สึกผิด ถามตัวเองว่าทำอะไรลงไป...

ตะวันทราบเรื่องพีระลบคลิปจากน้ำค้างในอีกครู่ต่อมา แสดงว่าโรสรินยังไม่ได้เห็นคลิปนี้ แล้วทำไมวันก่อนอุษาวดีถึงพูดกับเขาว่าโรสรินดูคลิปแล้ว และเอามาเป็นข้ออ้างในการอยู่ห่างจากเขา

“ทำไมคุณอุษาถึงบอกพี่แบบนั้น” ตะวันบ่นหน้านิ่วคิ้วขมวด สงสัยเหลือเกินว่าอุษาวดีพูดแบบนั้นเพื่ออะไร?

ooooooo

เพื่อไขข้อข้องใจ ตะวันไปถามอุษาวดีถึงบริษัทว่าทำไมเธอต้องโกหกว่าโรสรินเห็นคลิปคำสารภาพความจริงของมาลัย ทั้งที่พีระลบมันทิ้งไปแล้ว
หญิงสาวหน้าถอดสี ยอมรับว่าตนโกหกแค่เรื่องคลิปเท่านั้น ส่วนเรื่องที่บอกว่าโรสรินอยากให้เขาไปให้พ้นๆตนไม่ได้โกหก

“ผมก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดีว่าทำไม”

“เพราะอุษาหวังดีกับคุณ คุณตะวันคิดดูให้ดี โรสมีทั้งหมอทัต มีทั้งพี่พี โรสไม่มีทางสนใจคุณ อุษาอยากให้คุณตัดใจจากโรส อุษาไม่อยากเห็นคุณตะวันเสียใจ เพราะอุษา...อุษารักคุณค่ะ”

อุษาวดีโผเข้ากอดตะวันที่ยืนตะลึง ขอร้องเขาอย่าบอกให้ตนตัดใจ ตนขอโอกาสจากเขาได้ไหม

“ผม...ผมขอโทษ แต่คนที่ผมรักมีคนเดียวคือโรสริน” ตอบแล้วตะวันหันหลังเดินจากไปทันที ทิ้งอุษาวดียืนอึ้ง แววตาเจ็บช้ำแต่ไม่ยอมแพ้...

ตะวันไปที่บ้านปู่ณรงค์เพื่อดูแลโรสรินแต่ปรากฏว่าหมอทัตยังอยู่ เขาจึงถอยกลับออกมาโดยไม่รู้ว่าสองคนนั้นต่างก็กำลังทุกข์ใจเรื่องความรัก...โรสรินรักตะวันแต่ปากแข็ง ขณะที่หมอทัตชอบอุษาวดีแต่ไม่กล้าบอกใคร

แล้วในวันถัดมา ภาพข่าวตะวันกับอุษาวดีใกล้ชิดกันที่ร้านดอกไม้ก็ตอกย้ำความรู้สึกนึกคิดของโรสรินยิ่งขึ้นไปอีก เธอเห็นข่าวในหนังสือพิมพ์ที่ปู่ณรงค์พยายามจะปิดบัง ขณะเดียวกันปู่ชาญของตะวันก็เห็นภาพข่าวนี้แล้วเช่นกัน สองคุณปู่ปรึกษาหารือกันทางโทรศัพท์ด้วยความหนักใจ ที่ตะวันเหมือนเคราะห์ซ้ำกรรมซัด เรื่องมาลัยยังไม่ทันจางก็มาเจอเรื่องอุษาวดีเข้าอีก

น้ำค้างได้ยินปู่ชาญคุยโทรศัพท์ เธอมั่นใจว่าข่าวนี้เป็นฝีมือพีระที่จงใจขัดขวางความรักระหว่างโรสรินกับตะวัน จึงตั้งใจไปเอาเรื่องเขาให้ถึงที่สุด แม้ปู่ชาญทักท้วงว่าเราไม่มีหลักฐานเธอก็ไม่ฟัง แอบเอารถบรรทุกขนาดเล็กของไร่ออกไปโดยมีแย้ขับให้ เมื่อปู่ทราบเรื่องจากอาทิตย์ก็รีบโทร.ตามแต่เธอไม่ยอมกลับแถมยังปิดมือถือเอาดื้อๆ ปู่เลยต้องโทร.บอกตะวันให้หาทางห้าม เพราะเกรงว่าความใจร้อนของน้ำค้างจะทำให้เกิดเรื่องใหญ่

ฝ่ายอุษาวดีที่เป็นคนจ้างนักข่าว เธอมาติดตาม ผลงานและถือโอกาสเจรจากับโรสรินว่าเธอจะคบตะวัน โรสรินใจแป้วแต่ฝืนความรู้สึก เชิญเขาสองคนคบกันตามสบายเพราะตนไม่ได้ชอบตะวัน

อุษาวดียิ้มสมใจ กลับออกมาเจอตะวันที่กำลังจะไปบริษัทเธอพอดี ชายหนุ่มเร่งให้เธอรีบไปกับเขา โรสรินเห็นกับตาว่าสองคนออกไปด้วยกันก็ยิ่งเข้าใจผิดไปกันใหญ่

เวลานั้น น้ำค้างกับแย้ถึงบริษัทพีระแล้ว เธอฝ่าด่าน รปภ.เข้าไปต่อว่าพีระอย่างหัวเสีย หาว่าเขาวางแผนให้โรสรินเข้าใจพี่ชายของตนผิดด้วยการใช้อุษาวดีเข้ามาแทรกกลาง พีระเหมือนจะไม่ถือสาเพราะเข้าใจว่าน้ำค้างโกรธที่โดนตนจูบ แต่แย้ติดใจสงสัย ขณะที่ตะวันกับอุษาวดีที่เดินเข้ามาได้ยินพอดีก็อึ้งไปเหมือนกัน

ตะวันไม่พอใจเมื่อรู้ว่าพีระเคยจูบน้ำค้าง เขาทำท่าจะเอาเรื่องแต่น้ำค้างด่วนลากเขาออกไปเสียก่อนเพราะรู้สึกอับอาย ส่วนพีระก็เล่นงานอุษาวดีเรื่องภาพข่าวที่ลงหนังสือพิมพ์

“เธอกับนายตะวันเพิ่งรู้จักกัน แล้วจะเป็นแฟนกันได้ยังไง มันเป็นแผนของเธอใช่ไหม”

“ใช่ค่ะ อุษาบอกพี่พีแล้วว่าอุษารักคุณตะวัน อุษาต้องการให้ทุกคนรู้ว่าคุณตะวันเป็นของอุษา อุษาผิดตรงไหน”

“การที่เธอจะรักใครสักคนมันไม่ผิด แต่มันผิดตรงวิธีการของเธอ”

“พี่พีอย่ามาตำหนิอุษา เพราะอุษาเรียนรู้แผนพวกนี้มาจากพี่พี อ้อ อีกอย่างถ้าพี่พีจะชอบน้องสาวคุณตะวันก็ดีนะคะ อุษาจะได้สนิทกับคุณตะวันมากขึ้น” อุษาวดีพูดอย่างไม่แคร์แล้วผละไป ทิ้งพี่ชายยืนถอนหายใจอย่างกลัดกลุ้ม

ooooooo

ตะวันอยากรู้รายละเอียดเรื่องพีระจูบน้ำค้างแต่หญิงสาวไม่อยากพูดถึง บอกว่ามันเป็นฝันร้าย แล้ว ตัดบทไม่ให้พี่ชายถามมาก เพราะเวลานี้เขาควรจัดการเรื่องตัวเองก่อน ป่านนี้พี่โรสเข้าใจเขาผิดไปแล้ว

เมื่อตะวันกลับมาถึงโรงแรม โรสรินนำผ้าเช็ดหน้าที่อุษาวดีฝากไว้มาคืน ตะวันอยากอธิบายเรื่องข่าวแต่อีกฝ่ายสวนทันควันว่าไม่อยากรู้

“แต่คุณต้องรู้ว่าข่าวนั่นไม่ใช่ความจริง ผมกับคุณอุษาไม่ได้เป็นอะไรกัน”

“ที่จะพูดมีแค่นี้ใช่ไหม ฉันจะได้ไปทำงานต่อ อ้อ วันนี้เรามีนัดคุยกับลูกค้า ฉันจะตามไปเจอที่ร้านเลย”

โรสรินเดินลิ่วไปแล้ว ตะวันทั้งกลุ้มทั้งเซ็งอย่างบอกไม่ถูก...เวลาเดียวกัน อุษาวดีแวะไปหาหมอทัตพร้อมขนมเค้กเจ้าอร่อย หมอฝืนยิ้มแต่พอเห็นข่าวของเธอกับตะวันในหนังสือพิมพ์ก็หน้าสลด ถามเสียงแผ่วว่าเป็นความจริงใช่ไหม

“ถ้าจริงล่ะคะ”

“ผมก็ขอแสดงความยินดีด้วย คุณตะวันเป็นคนดีคนหนึ่ง”

“ขอบคุณค่ะ”

“คราวหลังไม่ต้องซื้ออะไรมาให้ผมเพื่อชดเชยเรื่องพี่ชายคุณหรอกนะครับ”

อุษาวดีชะงักไปนิดไม่คิดว่าหมอจะรู้เรื่อง แต่ในเมื่อเขารู้แล้ว พี่ชายของเธอทำผิดกับเขา ตัวเธอฐานะน้องสาวก็ต้องร่วมรับผิดชอบด้วย

“ผมไม่ได้โกรธพี่ชายคุณ กรุณาอย่าทำแบบนี้อีก มันทำให้ผมลำบากใจ ทางที่ดีถ้าไม่จำเป็นก็ไม่ต้องเจอกันอีกดีกว่า”

“ไหนว่าไม่โกรธ”

“ไม่โกรธจริงๆครับ ยิ่งกับคุณ ผมก็ยิ่งไม่มีวันโกรธ ขอตัวไปทำงานนะครับ” หมอทัตลุกออกไปโดยไม่หยิบถุงขนมไปด้วย อุษาวดีมองตามไม่เข้าใจ

ด้านตะวันกับโรสรินที่ออกมาพบลูกค้าด้วยรถคันเดียวกัน สองคนพูดคุยกันมากขึ้นแต่ส่วนใหญ่เป็นเรื่องงาน หนำซ้ำยังตรงใจกันหมดทุกอย่างจนลูกค้าที่เป็นว่าที่บ่าวสาวทักถามนึกว่าเป็นแฟนกัน

โรสรินรีบปฏิเสธว่าไม่ได้เป็นแฟนตะวัน ขณะที่ตะวันแอบน้อยใจ บอกลูกค้าว่าโรสรินมีแฟนแล้ว ถ้าแฟนเธอได้ยินเดี๋ยวจะมาแหกอกตน...พอพ้นสายตาลูกค้า เธอเลยประชดตะวันด้วยการยอมรับว่าหมอทัตเป็นแฟนของตน

สถานการณ์ระหว่างตะวันกับโรสรินมีแต่แย่กับแย่...น้ำค้างตัดสินใจไปอยู่กับพี่ชายที่กรุงเทพฯ เพื่อคอยช่วยเหลือ ปู่ชาญเห็นด้วยแต่ก็เป็นห่วงหลานสาวที่เพิ่งไปมีเรื่องกับพีระมา จึงยอมให้แย้ตามไปเป็นผู้ช่วยอีกคน

ปู่ณรงค์ให้ยุนอาเปิดห้องสูทสำหรับน้ำค้างกับแย้... แย้เริงร่าแทบลืมหน้าที่เพราะได้เจอยุนอา หญิงสาวที่หมายปอง ส่วนน้ำค้างมุ่งมั่นมากที่จะช่วยให้ตะวันกับโรสรินปรับความเข้าใจกัน แต่ก่อนอื่นเธอต้องหาจุดอ่อนของพีระให้ได้ เพื่อใช้เป็นข้อต่อรองไม่ให้เขามายุ่งกับโรสริน

แผนการครั้งนี้น้ำค้างไม่ได้บอกตะวัน คิดอ่านกับแย้แล้วมายืมรถตะวันออกไปเพื่อแอบสะกดรอยตามพีระ แถมรอบคอบปลอมตัวไม่ให้เขาจับได้ ส่วนตะวันกับโรสรินมีเหตุให้ต้องแก้ปัญหาเรื่องงานของลูกค้าบ่าวสาว เนื่องจากทางร้านของชำร่วยโทร.มาบอกว่าร้านไฟไหม้ข้าวของเสียหายหมด ทั้งคู่ตระเวนหาที่อื่นก็ไม่สำเร็จ ตะวันจึงเสนอให้ลงมือทำของชำร่วยกันเอง

น้ำค้างกับแย้ตามพีระไปที่ร้านอาหารและเห็นเขาดี๊ด๊ากับสองสาวก่อนจะพากันนั่งรถออกไปยังบ้านพักคนชรา พีระมาเลี้ยงอาหารและจ้างสองสาวมาสร้างความสุขให้คนชราด้วยเสียงเพลง แต่น้ำค้างกับแย้เข้าใจผิด จึงพยายามเกาะติดสถานการณ์ใกล้ชิด จนกระทั่งพีระจับได้ แถมแย้ก็มาเป็นลมต่อหน้าต่อตาเพราะหิวข้าว

ขณะที่แย้แยกไปกินข้าว พีระนั่งคุยกับน้ำค้าง เขายังรู้สึกผิดเรื่องจูบจึงตัดสินใจพูดมันขึ้นมาอีก

“ฉันขอโทษเรื่องนั้น...เรื่องจูบ...คือฉันไม่ได้ตั้งใจ ฉันทำไปเพราะอารมณ์โกรธ”

“ฉันลืมไปแล้ว ไม่ต้องพูดเรื่องนี้อีก”

“แต่เธอโกรธฉัน เธอถึงได้สะรอยตามฉัน เพราะต้องการหาทางเอาคืนฉันใช่ไหม”

“สำคัญตัวผิดไปแล้ว ที่ฉันตามนายเพราะต้องการเห็นว่านายทำอะไรเลวๆไว้บ้าง และฉันจะได้เอาไปให้พี่โรสดู สุดท้ายฉันก็ได้รู้ว่านายมีผู้หญิงคนอื่นนอกจากพี่โรส”

“ผู้หญิงคนอื่น ใคร?”

“ก็สองสาวอึ๋มสบึมเอ็กซ์นั่นไง ฉันถ่ายคลิปเอาไว้แล้ว อย่าปฏิเสธ”

พีระรู้ทันทีว่าน้ำค้างเข้าใจผิด จึงอธิบายความจริงโดยมีเจ้าหน้าที่ของบ้านพักคนชรามาช่วยยืนยัน น้ำค้างเลยหน้าม้าน แต่แอบรู้สึกดีๆว่านายคนนี้ก็มีน้ำใจเหมือนกันแฮะ

“เอาละ ทีนี้เธอตอบฉันมา ทำไมเธอต้องกีดกันฉันกับโรซี่ขนาดนี้”

“ก็เพราะพี่โรสต้องรักกับพี่ตะวันเท่านั้น เขาสองคนรักกัน”

พีระถามเธอว่ารู้ได้ยังไงว่าโรสรินรักตะวัน น้ำค้างตอบสั้นๆว่ารู้ก็แล้วกัน

“ฉันไม่เชื่อ เพราะฉันไม่เคยได้ยินโรซี่บอกว่ารักนายตะวัน”

“แสดงว่าถ้านายได้ยินพี่โรสบอกว่ารักพี่ตะวัน นายจะเลิกยุ่งกับพี่โรสใช่ไหม”

“ใช่ ฉันจะเลิกยุ่งกับโรซี่ทันที”

เมื่อได้คำตอบที่พอใจแล้ว น้ำค้างกับแย้จะพากันกลับแต่รถสตาร์ตไม่ติด พีระจึงให้ทิ้งรถไว้ที่นี่แล้วตนจะไปส่ง...

ทางด้านตะวันกับโรสรินมีโอกาสใกล้ชิดกันในช่วงที่ต้องทำของชำร่วย  ความรู้สึกดีๆของทั้งคู่เกือบจะกลับคืนมาถ้าอุษาวดีไม่เข้ามาแทรก แล้วยังมีพีระเพิ่มมาอีกคน คราวนี้ต่างคนก็เลยประชดประชันกันใหญ่  พีระจับสังเกตโรสรินไม่วางตา ก่อนตัดสินใจถามเธอตรงๆ ขณะพากันแยกตัวออกมาจากตะวันกับอุษาวดี

“โรซี่ชอบคุณตะวันใช่ไหม”

โรสรินพูดไม่ออกบอกไม่ถูก  พีระรุกเร่งว่าไม่ตอบแสดงว่าชอบตะวันจริงๆ เธอเลยพูดพรวดว่าไม่ได้ชอบ แล้วเดินหนีทันที แค่นี้พีระก็รู้แน่แก่ใจว่าเธอโกหก

ฝ่ายน้ำค้างไม่ค่อยชอบใจที่อุษาวดีมาเกาะแกะพี่ชาย  เธอต้องการให้ตะวันกับโรสรินปรับความเข้าใจกันโดยเร็วแต่ไม่รู้จะทำวิธีไหนจึงมาปรึกษาปู่ณรงค์  แต่ปู่ก็จนปัญญาเหมือนกัน ยุนอาเลยเสนอแผนของตน โดยหลอกให้ตะวันกับโรสรินขึ้นไปที่ดาดฟ้าโรงแรมแล้วปิดประตูขังทั้งคู่ไว้ หวังว่าจะเคลียร์ปัญหาหัวใจกันได้เสียที

แต่กลายเป็นว่าแผนไม่สำเร็จ แถมทั้งคู่ยังทะเลาะกันยกใหญ่ เพราะต่างก็ปากแข็งและทิฐิแรง แต่พอเห็น

โรสรินไล่คว้าผ้าพันคอจนเกือบหล่นลงไปข้างล่าง  ตะวันรีบคว้าตัวเธอไว้ด้วยความตกใจ

“เกือบไปแล้ว กะอีแค่ผ้าพันคอผืนเดียว”

หญิงสาวดิ้นรนบอกให้เขาปล่อย แต่เขาดึงดันไม่ปล่อย เธอเลยแว้ดใส่เขาว่า อย่ากวนประสาท

“ไม่ได้กวน ผมจะไม่ปล่อยคุณไปไหนอีกแล้วโรสริน”

โรสรินอึ้งไปกับสายตาที่จริงจังของตะวัน แต่ยังใจแข็ง สั่งให้เขาปล่อย พลางทุบตีเขาพัลวัน แต่ตะวันก็ยังไม่ยอมปล่อย กลับดึงเธอเข้ามากอดแน่น

“ทำไมนายถึงไม่ปล่อยฉันไป...ปล่อยฉันซักที ฉันไม่อยากเสียใจซ้ำแล้วซ้ำเล่าอีกแล้ว ปล่อยฉันไปเถอะ...ฉันขอร้อง”

“คุณต้องการไปจากผมขนาดนี้เลยเหรอ  มองหน้าผม  ถ้าคุณมองหน้าผมแล้วยังยืนยันที่จะไปจากผม...ผมจะปล่อยคุณไป”

โรสรินนิ่งไปสองวินาที มองตะวันแล้วฝืนใจพูดออกไปเพื่อตัดปัญหาไม่ให้ตัวเองเจ็บปวดเพราะรักเขา

มากไปกว่านี้ “ออกไปจากชีวิตฉันสักที”

ตะวันสิ้นหวัง ยอมปล่อยมือแต่โดยดี “ตกลง...ผมจะไม่กลับมาให้คุณเห็นหน้าอีก”

จังหวะนี้ น้ำค้าง ยุนอา และแย้ก้าวเข้ามา หลังจากแอบฟังอยู่ตั้งแต่แรก ตะวันไม่พูดอะไรกับใครทั้งนั้น ผลุนผลันออกไปด้วยความเสียใจ  น้ำค้างรีบก้าวตามพี่ชาย ส่วนยุนอากับแย้เข้ามาดูโรสรินด้วยความเป็นห่วง

“คุณโรสคะ ยุนอาขอโทษนะคะที่ต้องทำแบบนี้”

“ฉันอยากอยู่คนเดียว”

ยุนอากับแย้จ๋อยสนิท ค่อยๆพากันเดินออกไป ฝ่ายน้ำค้างตามมาดักหน้าต่อว่าตะวัน  ว่าตนให้โอกาสเขาเคลียร์กับโรสริน แล้วทำไมเขาถึงทำลายโอกาส

“ไม่มีประโยชน์ที่จะปรับความเข้าใจ โรสรินบอกกับพี่เองว่าเขาต้องการให้พี่ไปจากชีวิตเขา เขาเกลียดพี่ น้ำค้างได้ยินมั้ย”

“อย่าคิดเองสิคะ”

“พี่ไม่ได้คิดไปเอง การกระทำของเขา คำพูดของเขา  มันทำให้พี่มั่นใจว่าเขาไม่ได้รักพี่  เสร็จงานที่นี่เมื่อไหร่ พี่จะกลับไร่ตะวันทันที” ตะวันพูดจบก็เดินลิ่วออกไป น้ำค้างไม่รู้จะทำยังไง ได้แต่ยืนหันรีหันขวางด้วยความกลุ้มใจ

ooooooo

ตอนที่ 10

เมื่อชาญรู้เรื่องนี้จากณรงค์ก็ตกใจเช่นกัน ไม่คิดไม่ฝันว่าคุณหนูโรสจะยอมทำงานเป็นแม่บ้านในโรงแรม แถมแข็งขันทำตลอดทั้งวันไม่หยุดหย่อน ไม่ต่างจากตะวันเลยที่ทำงานในไร่ตั้งแต่เช้ายันมืด ทำตัวเองให้ยุ่งเข้าไว้เพื่อจะได้ไม่ฟุ้งซ่านคิดเรื่องอื่น

สองคุณ ปู่ทราบดีว่าหลานๆของพวกตนรู้สึกดีต่อกันแต่เพราะมีเรื่องมาลัยเข้ามาแทรก ทำให้ความสัมพันธ์ของทั้งคู่เกิดรอยร้าว ชาญจึงคิดหาวิธีที่จะทำให้โรสรินรู้ความจริงและปรับความเข้าใจกับตะวัน ก็พอดีมาลัยกับมาลีหอบกระเป๋าเสื้อผ้าจะเข้ามาอยู่ในบ้านฐานะเมียของตะวัน

สอง แม่ลูกต้องการความรับผิดชอบ แต่ก่อนหน้านี้พวกเธอทำทีไปขอให้เดชาเป็นตัวช่วยเพราะรู้ว่าเขากับตะวันไม่ ค่อยถูกกัน แต่เดชาไม่เล่นด้วย เพราะกำลังยุ่งเรื่องตำรวจเจอไม้เถื่อนของตนที่ตัดไว้ที่ชายป่า

เมื่อ ตะวันได้ยินมาลัยพูดถึงเดชา ถามว่าไปหาเขาทำไม หรือว่าจะไปบอกเรื่องโรสรินกลับกรุงเทพฯ มาลัยอึกๆอักๆ แล้วนึกได้พูดเรื่องตำรวจจับไม้เถื่อนของเดชาให้ตะวันฟัง

ตะวันผลุน ผลันออกไปทันที ไปสมทบกับตำรวจแล้วชี้จุดซ่อนไม้เถื่อน เดชากับสมุนไม่ยอมมอบตัว ต่อสู้กับตำรวจและตะวันจนเกือบพลาดท่าถูกจับถ้าไม่มีสมุนคนหนึ่งขับรถเข้ามา รับเดชาหนีไปได้อย่างหวุดหวิด...เดชาแค้นตะวันมาก แต่ยังไม่มีเวลาคิดบัญชี เพราะตอนนี้เขาต้องหาแหล่งกบดานที่ไหนสักแห่งก่อน

ส่วนที่โรงแรม ควีนโรสของณรงค์...พีระเพิ่งมารู้เห็นว่าโรสรินทำงานเป็นแม่บ้าน ไม่เข้าใจตะวันทำอะไรถึงทำให้เธอเปลี่ยนไปขนาดนี้ แต่ด้วยความเป็นห่วงจึงชวนเธอไปเที่ยวไกลๆสักสองสามเดือนจะได้สบายใจ แต่เธอพูดโพล่งว่าไม่ไปไหนทั้งนั้น!

ที่ร้านกาแฟบ่ายวันนั้น กิตติทัตนัดเจออุษาวดีเพื่อเอาตุ๊กตาหมีที่ได้จากพีระมาฝากไปคืน อุษาวดีแปลกใจเพราะไม่รู้เรื่องมาก่อน ซ้ำไม่รู้ด้วยว่าพีระไปหลอกหมอเกี่ยวกับเธอไว้ยังไงบ้าง จนกระทั่งกลับถึงบ้านเอาตุ๊กตามาให้พี่ชาย แล้วคาดคั้นความจริงกันจนหมดเปลือก!

หลังจากนั้น อุษาวดีโทร.หากิตติทัตเพื่อขอโทษแทนพี่ชายที่หลอกหมอว่าตนชอบเขา หมอบอกกลับมาว่าไม่เป็นไรแต่ความจริงในใจแสนเศร้าอย่างบอกไม่ถูก เพราะรู้สึกรักชอบอุษาวดีไปแล้ว...

ทางด้านมาลัยกับมาลีที่หอบ สัมภาระตั้งใจมาอยู่บ้านตะวัน แต่ตะวันผลุนผลันออกไปเรื่องเดชา พวกปู่ชาญจึงต้องรับหน้าก่อนจะวางแผนทำดีกับสองแม่ลูกเพื่อให้ได้หลักฐานเอา ไปยืนยันกับโรสรินว่าตะวันไม่มีอะไรเกินเลยกับมาลัย

คืนนั้นสองแม่ ลูกถูกแย้มอมเหล้าเมามายแล้วเผลอพูดความจริงว่าพวกตนโปะยาสลบตะวันแล้วจัด ฉากว่าเขาได้เสียกับมาลัย ทั้งที่ความจริงไม่มีอะไรเกิดขึ้น เพราะตะวันสลบไสลไม่ได้สติด้วยฤทธิ์ยา

แย้ให้อึ่งแอบถ่ายคลิปเอาไว้แล้วเปิดให้สองแม่ลูกดูในเช้าวันถัดมา พอจนด้วยหลักฐานทั้งคู่ก็เลยด่ากราดทุกคนว่ารวมหัวกันแกล้งพวกตน

“ก็น้ากับมาลัยอยากมาหลอกพี่ตะวันก่อนทำไม”

“ฉันกับมาลัยไม่ได้หลอก”

“แล้วไอ้หมาตัวไหนมันสารภาพออกมาจนหมดวะ” ปู่ชาญพูดโพล่ง...มาลัยอึ้งแล้วร้องไห้โฮออกมา

“โถๆๆลูกแม่ แม่จะทวงความยุติธรรมคืนให้กับลูกเอง แม่จะให้สังคมตัดสินเรื่องนี้”

“น้ามาลีจะทำอะไร”

มาลีหันไปจ้องตะวันอย่างไม่กลัว “แจ้งความจับเอ็งข้อหาข่มขืนลูกสาวข้า”

ปู่ชาญท้าทายให้ไปแจ้งเลย ตนก็จะได้แจ้งความกลับว่าสองแม่ลูกบุกรุกบ้านตน มาลีเถียงว่าบุกรุกที่ไหน เขาเป็นคนเชิญตนเข้ามาเอง

“ไอ้แย้...เอ็งเห็นข้าเชื้อเชิญมันสองคนเข้ามาเหรอวะ”

“ไม่เห็นเลยจ้ะปู่”

“ข้าว ของของเอ็งอยู่ในบ้านข้า หลักฐานมีให้เห็น ส่วนเอ็งไม่มีหลักฐาน มีแต่คำพูด แล้วเอ็งคิดว่าตำรวจจะเชื่อข้าหรือเอ็งมากกว่ากัน ข้าทำได้ทุกอย่างเพื่อให้ไอ้ตะวันพ้นมลทิน ถ้าเอ็งสองคนฉลาดก็ควรจะล้มเลิกความตั้งใจ และออกไปจากบ้านหลังนี้ซะ”

มาลี กับมาลัยหน้าซีดหน้าเสียไม่กล้าหืออีก ได้แต่เก็บความโกรธแค้นไว้ในใจ พากันกลับไปพร้อมคำอาฆาตลับหลังทุกคนว่า คิดเหรอว่าแค่นี้จะกำจัดพวกตนได้ สักวันตนจะกลับมาเอาคืน!

ooooooo

แล้วคลิปคำสารภาพความจริง ของมาลีกับมาลัยก็ถูกตะวันส่งเข้ามือถือโรสรินในเช้าวันรุ่งขึ้น แต่จังหวะนั้นเธอฝากมือถือไว้กับพีระเพราะตัวเองต้องไปล้างกาแฟที่หกรด กระโปรง พีระจึงลบคลิปนั้นทิ้งอย่างรวดเร็ว

ผ่านไปค่อนข้างนานโรสริน ยังไม่โทร.กลับมา พวกปู่ชาญพากันสงสัย แล้วจะให้ตะวันส่งซ้ำไปอีกครั้งเผื่อเธอยังไม่ได้เปิดดู แต่หลานชายปฏิเสธเพราะคิดว่าเธอไม่สนใจมากกว่า

ปู่ชาญขัดใจคว้ามือ ถือตะวันมากดจะส่งเองแต่เพราะทำไม่เป็นเลยกดมั่วไปโดนปุ่มลบทิ้ง หลักฐานชิ้นสำคัญเลยหายวับในพริบตา ปู่ตกใจรีบขอโทษหลานชายเป็นการใหญ่ ขณะที่น้ำค้างช่วยปลอบใจพี่ชายอย่าเพิ่งท้อ แนะนำให้เขาไปหาโรสรินจะดีกว่า ผ่านมาสองสามวันเธอน่าจะใจเย็นลงแล้ว ทุกคนเห็นด้วย แต่ตะวันยังเกี่ยงว่าเธอเกลียดตน เธอไม่มีทางให้อภัยตนแน่

“แค่เขา บอกว่าเกลียด ก็ท้อซะแล้วเหรอวะ คนเราเกลียดกันได้ ก็เลิกเกลียดได้ ทุกอย่างมันขึ้นอยู่ที่เอ็งว่าจะทำให้หนูโรสเลิกเกลียดเอ็งได้ไหม”

“ในเมื่อเขาไม่เชื่อใจผม ต่อให้ทำยังไงเขาก็ไม่เชื่อ”

“เอ็ง ยังไม่ทันได้ลอง แล้วจะรู้ได้ยังไง ข้าล่ะเบื่อไอ้พวกชอบคิดไปเอง ถามใจตัวเองให้ดีว่าชีวิตเอ็งขาดหนูโรสได้รึเปล่า ถ้าคำตอบคือไม่ได้ เอ็งก็ต้องทำทุกวิถีทางเพื่อให้หนูโรสมอบหัวใจให้กับเอ็ง”

ปู่ชาญพูดทิ้งท้ายแล้วเดินจากไป ตะวันหน้าเครียดคิดหนัก น้ำค้างมองอย่างเห็นใจ...

ค่ำ นั้น พีระเล่าเรื่องคลิปสองแม่ลูกให้อุษาวดีฟัง ซึ่งเป็นสาเหตุให้โรสรินตัดสินใจกลับกรุงเทพฯเพราะเข้าใจว่าตะวันกับมาลัย นอนด้วยกัน

“พี่เห็นคลิปที่ตะวันส่งมา เป็นคลิปสารภาพบาปของสองแม่ลูกนั่น โชคดีที่พี่เห็นก่อน พี่ก็เลยลบทิ้ง”

“แสดงว่าโรสยังไม่เห็น”

“ไม่เห็น และไม่มีวันได้เห็น นั่นเท่ากับว่าโรซี่จะเข้าใจตะวันผิดไปตลอดชีวิต เฮอะๆๆ ฉลาดจริงๆเลยเรา”

พีระหัวเราะอย่างมีความสุข อุษาวดีแอบดีใจลึกๆ เพราะเท่ากับเธอยังมีความหวังในตัวตะวัน

ooooooo

ตะวัน เก็บคำพูดของปู่มาครุ่นคิดก่อนตัดสินใจเดินทางไปหาโรสรินที่กรุงเทพฯ สร้างความตื่นเต้นยินดีให้กับทุกคนเป็นอย่างมาก แย้จะไปด้วยเพราะอยากเจอยุนอา แต่ปู่ชาญไม่อนุญาต

ตะวันไปถึงโรงแรม ควีนโรสในฐานะลูกค้า เข้าพักแล้วระบุให้โรสรินมาดูแล เพราะเธอยังทำงานเป็นแม่บ้าน โรสรินเห็นตะวันก็ตกใจ ถามเขาว่ามาทำไม

“ผมมาใช้บริการของทางโรงแรม ก็ต้องเป็นลูกค้าสิครับ มันน่างงตรงไหน”

“มันน่างงตรงที่คนอย่างนายเนี่ยเหรอจะยอมออกจากไร่ตะวัน ทั้งๆที่เมื่อก่อนหัวเด็ดตีนขาดยังไงนายก็ไม่มีวันออกมา”

“ไร่ตะวันไม่ต้องมีผมก็อยู่ได้ แต่ถ้าผมไม่มีคนบางคน ผมคงอยู่ไม่ได้”

โรส รินอึ้ง รู้ว่าตะวันหมายถึงเธอ จึงเปลี่ยนเรื่องส่งผ้าขนหนูกับน้ำที่เขาขอไว้ แล้วหันกลับออกไปทำงานต่อ ตะวันมองตามแววตาไม่ย่อท้อ ย้ำกับตัวเองว่า...มาถึงนี่แล้วตนไม่ยอมแพ้ง่ายๆหรอก

ตอนบ่าย โรสรินต้องเข้ามาในห้องพักตะวันอีกครั้งเพราะเขาระบุต้องเป็นเธอคนเดียว เท่านั้น โรสรินหน้าหงิกเข้ามาถามตะวันว่า คิดจะแกล้งกันเหรอ?

“ผมไม่ได้แกล้ง ผมรู้จักแต่คุณ ผมไม่ไว้ใจคนอื่น”

“จะให้ฉันทำอะไร”

ตะวัน อมยิ้ม เดินไปชี้ที่กระจกแต่งตัวบอกว่ามีรอยเปื้อน โรสรินจัดการเช็ดให้แล้วกลับออกมาได้ครู่เดียวก็ได้รับแจ้งจากคุณศรีหัวหน้า แม่บ้านอีกว่าแขกห้องเดิมให้เธอเอาน้ำแข็งไปให้

โรสรินปฏิบัติตามทั้งที่เริ่มจะจี๊ด ถามตะวันตรงๆว่าทำแบบนี้ต้องการอะไรกันแน่ วันนี้ทั้งวันตนไม่ได้ทำงานอย่างอื่นเลย

“ไม่ ได้ต้องการอะไรจริงๆ เชื่อสิ” ว่าแล้วตะวันเดินมาที่เตียงนอนบอกเธอว่าผ้าปูเตียงหลุดออกมา โรสรินจัดการให้แต่กว่าจะเรียบตึงถูกใจตะวันก็เล่นเอาเหนื่อยแทบลิ้นห้อย ออกไปบ่นกับตัวเองว่าถ้าตนยังทำงานตำแหน่งแม่บ้านตะวันต้องเรียกใช้ตลอดเวลา แน่

ไม่นานจากนั้น เธอเข้าไปพบปู่ณรงค์ในห้องทำงาน พอดีปู่มีเรื่องอยากคุยกับเธอด้วยเหมือนกัน

“ให้โรสพูดเรื่องของโรสก่อนค่ะ โรสอยากขอเปลี่ยนงาน โรสไม่อยากเป็นแม่บ้าน คุณปู่จะอนุญาตไหมคะ”

ณรงค์ดีใจที่เป็นไปตามแผนที่ร่วมมือกับตะวัน แต่ไม่แสดงออกให้เป็นพิรุธ

“อนุญาตสิ ก็นี่แหละเรื่องที่ปู่จะพูดกับโรส ปู่มีตำแหน่งใหม่ให้โรสทำแล้ว”

“ขอบคุณค่ะปู่”

“ไม่อยากรู้เหรอว่าตำแหน่งอะไร”

“ตำแหน่ง อะไร โรสก็ทำได้ทั้งนั้นค่ะ” เธอดีใจเดินยิ้มออกไป แต่ปู่ณรงค์สีหน้าไม่สบายใจ กังวลว่าถ้าหลานสาวรู้ว่าต้องทำงานกับตะวันแล้วยังจะอยากทำอยู่ไหม?

ถอด ชุดแม่บ้านออกได้สักพัก โรสรินถูกยุนอาตามตัวมาพบปู่อีกครั้งโดยไม่รู้ว่าตะวันในชุดสูทหล่อเหลานั่ง อยู่ก่อนแล้ว พอเห็นเข้าก็อดตะลึงในลุคใหม่ของเขาไม่ได้ แต่จะให้เขาออกไปก่อนเพราะต้องการคุยกับปู่สองคน

“ตะวันออกไปไม่ได้ เพราะตะวันจะเข้ามาทำงานในตำแหน่ง Organizer manager ให้กับทางโรงแรมของเรา”

โรสรินตกใจ ถามว่าปู่กับตะวันคิดจะทำอะไร แล้วที่ปู่พูดมามันตำแหน่งอะไรกันตนไม่เคยได้ยินมาก่อน

“เรียก ง่ายๆก็คือฝ่ายจัดการ ตะวันจะมาช่วยดูแลเกี่ยวกับการจัดการในโรงแรมของเรา เช่น การจัดดอกไม้ในงาน การออกแบบตกแต่งสถานที่ อะไรแบบเนี้ย และตำแหน่งที่ปู่บอกว่าจะให้โรสทำก็คือตำแหน่งผู้ช่วยตะวัน”

“ทำไมปู่ไม่บอกโรสก่อนว่าตำแหน่งที่ปู่จะให้โรสทำคือตำแหน่งนี้”

“ปู่ถามหนูแล้ว หนูบอกว่าตำแหน่งอะไรหนูก็ทำได้...จำได้ไหม”

หญิง สาวทำหน้าไม่ถูก หันมองตะวันอย่างหัวเสีย แล้วหันกลับมาบอกปู่ว่าตนขอคุยกับปู่แค่สองคน...หลังจากตะวันกลับออกไป โรสรินพูดกับปู่ตรงๆว่า

“ปู่คิดว่าทำแบบนี้แล้วโรสจะอภัยให้ตะวันง่ายๆ เหรอคะ”

“ปู่ ไม่ได้คิดถึงเรื่องนี้เลยนะโรส ปู่เห็นตะวันเป็นคนมีความสามารถ ถึงขอยืมตัวมาช่วยงาน ปู่สาบานก็ได้เอ้า ว่าปู่พูดความจริง” ณรงค์แอบทำมืออุ๊บอิ๊บข้างหลังแต่หลานสาวไม่รู้เห็น...

สรุปว่าโรส รินยืนยันไม่ทำงานตำแหน่งผู้ช่วยของตะวัน ณรงค์กลุ้มใจ พูดกับตะวันลับหลังหลานสาวว่าตนจนปัญญาไม่รู้จะทำยังไงแล้ว แต่ตะวันกลับไม่มีท่าทีหนักใจ บอกว่าตนรู้แล้วว่าต้องทำยังไงโรสรินถึงจะตกลง

ตะวันเผชิญหน้าโรสริน แกล้งยั่วยุด้วยการถามเธอว่าที่ปฏิเสธไม่ทำงานร่วมกับตนเพราะกลัวหรือเปล่า

“คนอย่างฉันเนี่ยนะกลัว เฮอะ!! ไม่มีทางซะละ”

“ถ้าไม่กลัวทำไมถึงไม่ทำ อ๋อๆๆ รู้แล้วคุณกลัวจะห้ามใจตัวเองไม่ให้ตกหลุมรักผมไม่ไหว ถ้าเราได้ใกล้ชิดกันอีกครั้งใช่ไหม”

หญิงสาวหน้าถอดสี รีบปฏิเสธ “แหวะ...หลงตัวเอง ฉันไม่ได้นึกรักนายซักนิด”

“งั้นก็พิสูจน์ให้ผมเห็นสิว่าคุณไม่ได้รู้สึกอะไรกับผม”

โรส รินชะงักกึก แล้วที่สุดก็ตกปากรับคำเพราะอยากเอาชนะ พอพวกน้ำค้างรู้จากตะวันโทร.มาส่งข่าวต่างพากันดีใจ อย่างน้อยตะวันกับโรสรินก็ได้ใกล้ชิดกันอีกครั้ง ซึ่งปู่ชาญหวังว่าจะไม่มีเรื่องร้ายๆอะไรอีกแล้ว...

ooooooo

หลังจากตกปากรับคำตะวันไปแล้ว โรสรินอดหงุดหงิดโมโหตัวเองไม่ได้ ถอนหายใจเฮือกใหญ่ก่อนจะหันไปเห็นกิตติทัตเดินยิ้มเผล่เข้ามา

ทันทีที่กิตติทัตรู้ว่าตะวันมาทำงานที่โรงแรมก็หัวเราะชอบใจราวกับฟังเรื่องตลก

“นายหัวเราะอะไร”

“ไม่นึกว่าคุณตะวันจะตื๊อเก่งขนาดนี้ นี่แสดงว่าเขารักโรสจริงๆ”

“เขาไม่ได้รักฉัน เขามาเพราะเรื่องงาน ว่าแต่หมู่นี้มากรุงเทพฯบ่อยจังนะ”

“ทัตว่าจะย้ายกลับมาทำงานที่กรุงเทพฯแล้ว วันก่อนที่ทัตมาที่นี่ทัตเจออาจารย์ เขาชวนให้มาทำงานที่โรงพยาบาลเปิดใหม่ในกรุงเทพฯ”

“นี่เป็นข่าวดีที่สุดตั้งแต่โรสกลับมา”

สอง คนจับมือกันแสดงความดีใจ ทันใดนั้นพีระเดินมาเข้ามาเห็น อารมณ์หึงหวงพลุ่งพล่านเดินเข้าแทรกกลางพูดจาเสียมารยาทกับหมอก่อนขอคุยกัน เป็นการส่วนตัว

เมื่ออยู่กันสองคน พีระใส่อารมณ์กับหมอหาว่าเขาคิดจะเอาคืนตนใช่ไหม กิตติทัตไม่เข้าใจว่าเอาคืนเรื่องอะไร

“เรื่องที่ผมหลอกหมอเรื่องยัยอุษ หมอก็รู้ว่าผมคิดยังไงกับโรซี่ แล้วหมอมายุ่งกับโรซี่ของผมทำไม”

“ผมบริสุทธิ์ใจกับโรส ไม่ได้คิดอะไรมากไปกว่าเพื่อน”

“ไอ้ที่พูดออกมา หมอแน่ใจ?”

กิตติทัตชกเปรี้ยงเข้าที่ปากพีระแล้วสำทับว่า “ถ้าไม่ให้เกียรติผมก็ควรให้เกียรติโรสรินบ้าง และที่สำคัญผมไม่ใช่คนชอบหลอกคนอื่นเหมือนกับคุณ”

“หมอด่าผมเหรอ”

“ผมพูดความจริง ถ้าคุณรักโรสคุณก็ควรพิสูจน์ให้โรสเห็น ไม่ใช่คอยกันคนนั้นคนนี้ไม่ให้เข้าใกล้โรสเพราะสุดท้ายถึงคุณจะไม่เหลือคู่แข่ง แต่ก็ไม่ได้แปลว่าโรสรินจะหันมารักคุณ”

พีระโกรธจัดชกหน้าหมอเต็มหมัดจนเขาปากแตกเลือดซึม โรสรินตกใจวิ่งเข้ามาต่อว่าพีระก่อนจะประคองกิตติทัต จังหวะนี้ตะวันผ่านมาเห็น เดินเข้ามาเรียกโรสริน... พีระตะลึง ถามตะวันว่าทำไมมาอยู่ที่นี่

“ผมทำงานที่โรงแรมนี้...หมดเวลาสนุก ไปทำงานได้แล้ว” ตะวันดึงแขนโรสรินจะพาออกไป พีระรีบขวางถามว่าจะพาโรสรินไปไหน แต่พอได้ฟังคำตอบจากตะวันก็ยิ่งอึ้งงงไปกันใหญ่ “โรสรินเป็นผู้ช่วยส่วนตัวของผม ผมไปไหน โรสรินก็ต้องไปด้วย”

ตะวันพาโรสรินออกไปแล้ว ทิ้งพีระยืนเหวอ ฮึดฮัดขัดใจที่ศัตรูหัวใจไม่หมดสักที!

ooooooo

โรสรินถูกตะวันบังคับให้ออกไปข้างนอกด้วยกันโดยเอางานมาอ้าง ส่วนพีระหัวเสียกลับไปออฟฟิศตัวเอง บ่นให้อุษาวดีฟังเรื่องตะวันมาทำงานที่โรงแรมควีนโรสและมีโรสรินเป็นผู้ช่วยส่วนตัว ตนเกรงว่าความใกล้ชิดจะทำให้ทั้งคู่ตกลงปลงใจกันขึ้นมา ดังนั้นต้องรีบหาทางตัดไฟตั้งแต่ต้นลม

พีระโทร.ไปหาน้ำค้างสั่งให้บอกตะวันกลับไร่เดี๋ยวนี้ เพราะนายนั่นกำลังทำให้โรสรินยุ่งยากใจ น้ำค้างยืนกรานไม่บอกและยอกย้อนว่าคนที่ทำให้โรสรินยุ่งยากใจคือเขาต่างหาก...พีระอ้าปากจะเถียงแต่น้ำค้างวางสายไปเสียก่อน จากนั้นหญิงสาวมาบ่นให้พวกปู่ชาญฟัง ก่อนลงความเห็นกันว่าตะวันลุยคนเดียวไม่ได้แล้ว ต้องใช้ตัวช่วยเพื่อที่เขาจะได้ปรับความเข้าใจกับโรสรินเร็วขึ้น และเด็กชายอาทิตย์ก็คือตัวช่วยคนสำคัญ

ตะวันพาโรสรินไปที่ร้านอาหาร ทำทีพูดคุยเรื่องงานก่อนจะโยงเข้าเรื่องส่วนตัวจนฝ่ายหญิงเริ่มหวั่นไหว แล้วยิ่งอึ้งไปกันใหญ่เมื่อเขาเซอร์ไพรส์ด้วยการขอทางร้านร้องเพลงบอกรักเธอแถมด้วยมอบกุหลาบ 15 ดอกแทนความหมายว่าเขารู้สึกเสียใจจริงๆกับสิ่งที่เกิดขึ้น เธอจะอภัยให้เขาได้ไหม

ปรากฏว่าโรสรินไม่ใจอ่อน บอกเขาว่าเรื่องบางเรื่องก็อภัยยาก...อุษาวดีจับตามองอยู่ตลอดเพราะเธอพาลูกค้ามาเลี้ยงอาหารที่ร้านเดียวกันนี้ เมื่อเห็นตะวันกับโรสรินลุกออกจากร้าน เธอรีบบอกลาลูกค้าแล้วเดินตามคนทั้งคู่ออกไป แต่ทำทีเป็นการเจอกันโดยบังเอิญ

โรสรินกำลังต้องการหนีหน้าตะวันจึงวานอุษาวดีพาไปส่งบ้าน ระหว่างทางอุษาวดีพูดหยั่งเชิงว่าโรสรินกับตะวันดูแปลกๆ เหมือนแฟนทะเลาะกัน

“ฉันกับเขาไม่ใช่แฟนกัน และไม่มีวันเป็นด้วย”

“ดีแล้วที่เธอคิดได้ เพราะคุณตะวันมีมาลัยอยู่แล้วทั้งคน และเท่าที่ฉันสังเกต ฉันว่าคุณตะวันกับมาลัยดูจะลึกซึ้งกันอยู่” อุษาวดีตอกย้ำเพื่อให้รสรินไม่ใจอ่อนอภัยให้ตะวัน แล้วมันก็ได้ผล เพราะโรสรินเชื่อในสิ่งที่เธอพูด ถึงกับเก็บเอาไปนอนครุ่นคิดและบอกตัวเองว่าอย่าใจอ่อน จำไว้ว่าเขาทำอะไรไว้กับตนเอง...

เพื่อไม่ให้ตัวเองใจอ่อนกับตะวัน วันรุ่งขึ้นโรสรินไปทำงานที่โรงแรมจึงใช้พีระเป็นโล่กำบัง แต่แล้วน้ำค้างกับแย้พาอาทิตย์มาพบเธอ โดยวางแผนให้อาทิตย์อ้อนโรสรินพาไปเที่ยวแล้วลากเอาตะวันไปด้วยเพื่อให้สองคนใกล้ชิดและปรับความเข้าใจกัน แต่ไม่ง่ายอย่างใจคิดเพราะพีระติดสอยห้อยตามไปด้วย

งานกร่อยอย่างแรงส์!! พีระพยายามแทรกกลางระหว่างตะวันกับโรสรินตลอด น้ำค้างเลยต้องวางแผนด้วยการดึงพีระออกจากกลุ่มไปเข้าคิวซื้อน้ำที่แถวยาวเหยียด เพื่อถ่วงเวลาให้สองคนนั้นได้อยู่ด้วยกัน ส่วนอาทิตย์ก็คอยพูดจาเป็นกาวใจ แต่แล้วอาทิตย์เกิดพลัดหลงกับตะวันและโรสรินในห้างสรรพสินค้า โรสรินเป็นห่วงและเฝ้าโทษตัวเองดูแลอาทิตย์ไม่ดี ตะวันจึงมีโอกาสใกล้ชิดปลอบโยนเธอก่อนจะช่วยกันตามหาเด็กชาย

โชคดีที่อาทิตย์เดินไปเจอน้ำค้างกับพีระ น้ำค้างกำลังปวดท้องเพราะโรคกระเพาะกำเริบ พีระดูแลเธออย่างดี จึงได้รับคำขอบคุณจากเธอจนทำให้เขารู้สึกซาบซึ้งขึ้นมาอย่างประหลาด

เมื่อทุกคนกลับมาเจอกันครบแล้ว พวกน้ำค้างจึงบอกลาตะวันกับโรสรินกลับไร่ในเย็นนั้น ตกกลางคืนตะวันโทร.หาน้ำค้างบอกให้รู้ตนยังไม่ได้คุยเรื่องคลิปกับโรสริน แต่คิดว่าเธอคงยังไม่เห็น

“ถ้างั้นก็แย่น่ะสิคะ คลิปก็ถูกลบไปแล้วด้วย แล้วแบบนี้จะทำยังไงให้พี่โรสเชื่อว่าพี่เป็นผู้บริสุทธิ์”

“พี่จะใช้ความจริงใจทำให้โรสรินกลับมาเชื่อใจพี่อีกครั้งให้ได้”

“น้ำค้างจะเอาใจช่วยค่ะ แต่อย่าปล่อยไว้นานนะคะ บอกตามตรงน้ำค้างไม่ไว้ใจนายพีระนั่นเลย”

จริงดังคำน้ำค้าง เพราะเวลานี้พีระกำลังบอกน้องสาวว่านับจากวันนี้ไปพี่จะไม่ตามตื๊อโรสริน แต่พี่จะทำให้เธอเห็นว่าพี่เป็นสุภาพบุรุษที่สามารถปกป้องดูแลเธอได้ แล้วสักวันเธอจะต้องรักพี่

“แล้วเธอก็ต้องช่วยพี่ ช่วยเป็นหูเป็นตาแทนพี่ คอยจับตาดูโรสกับตะวัน”

“ค่ะ อุษาจะทำหน้าที่นี้ให้ดีที่สุด” อุษาวดียิ้มพราย มีแผนบางอย่างในใจ...

ooooooo

เพียงเช้าวันถัดมา อุษาวดีก็มาพบตะวันที่โรงแรม ทำทีมาปรึกษาเรื่องการจัดงานขอบคุณลูกค้า ซึ่งปกติเธอจ้างบริษัทออร์กาไนซ์ แต่ปีนี้ทางบริษัทอยากประหยัดงบ เธอจึงต้องจัดการด้วยตัวเอง แต่เพราะความไม่ถนัดเลยอยากขอให้ตะวันช่วย

“สบายมากครับ ผมถนัดเรื่องพวกนี้อยู่แล้ว ว่าแต่คุณอุษามีไอเดียหรือยังว่าจะจัดงานยังไง”

“ยังไม่มีเลยค่ะ” อุษาวดีลอบยิ้มเจ้าเล่ห์ ช่องทางใกล้ชิดตะวันมาถึงแล้ว!

หลังจากพูดคุยเรื่องงานกันเรียบร้อย ตะวันเดินออกมาส่งเธอ ระหว่างนี้อุษาวดีแสร้งทักถามเขาว่าไม่สบายหรือเปล่าหน้าตาดูอิดโรย

“นอนไม่ค่อยหลับน่ะครับ”

“เพราะโรสใช่ไหมคะ”

ชายหนุ่มชะงักเล็กน้อยก่อนยอมรับ อุษาวดีได้ทีทำเป็นพูดหยั่งเชิง

“บางครั้งอุษาก็ไม่ค่อยเห็นด้วยกับสิ่งที่โรสทำหรอกนะคะ ทั้งๆที่คุณตะวันส่งคลิปที่มาลัยสารภาพความจริงมาให้โรสดูแล้ว โรสก็ควรจะอภัยให้คุณ”

“โรสรินเห็นคลิป?”

“ค่ะ โรสยังเอามาให้อุษาดูเลย”

“แล้วทำไมเขาถึงทำเหมือนไม่รู้เรื่อง”

“คงเป็นเพราะ...” เธอเว้นวรรคพลางตีสีหน้าลำบากใจ แล้วบอกว่าไม่พูดดีกว่า

“คุณอุษาพูดมาเถอะครับ ไม่มีอะไรที่ผมรับไม่ได้”

“ตอนนี้มันไม่ได้เกี่ยวกับว่าคุณตะวันมีอะไรกับมาลัยจริงหรือไม่จริง แต่มันอยู่ที่ว่าโรสไม่ต้องการเจอคุณอีกแล้วต่างหาก โรสเคยบอกว่าคุณทำให้เธอยุ่งวุ่นวาย เธอต้องการกลับมาใช้ชีวิตตามเดิม”

ตะวันแทบล้มทั้งยืน อุษาวดีลุ้นเหมือนกันว่าตะวันจะเชื่อหรือไม่ แล้วก็สมดังใจเมื่อโรสรินเดินมาทักแล้วตะวันมีท่าทีโกรธเคืองเดินดุ่มหนีไป

โรสรินข้องใจว่าเขาเป็นอะไร ตามมาซักถามแต่กลับโดนเขาย้อนเข้าให้ว่าเขาต่างหากที่ต้องถามเธอ เธอโกหกเขาทำไม

“ฉันโกหกนายเรื่องอะไร”

“เลิกทำเป็นไม่รู้ซักที ผมรู้เรื่องทุกอย่างแล้ว คุณต้องการให้ผมไปจากชีวิตคุณมากขนาดนี้เลยเหรอ ตอบผมมาสิโรสริน...ตอบผมมา” ตะวันกระชากแขนสองข้างของเธออย่างระงับความเสียใจไม่อยู่

“ฉันไม่เข้าใจที่นายพูด ปล่อยฉันไปได้แล้ว”

“ตกลง...ผมจะปล่อยคุณไป ผมมันโง่เองที่คิดว่าเรา...ช่างมันเถอะ ลาก่อนโรสริน”

โรสรินงงเป็นไก่ตาแตก...ตะวันหันหลังจากไปด้วยความเสียใจ แล้วโทร.เล่าให้น้ำค้างฟัง ก่อนสรุปว่าตนจะไปจากชีวิตโรสรินจะกลับไร่โดยเร็วที่สุด  น้ำค้างไม่เห็นด้วย ตัดสินใจโทร.ขอความช่วยเหลือจากปู่ณรงค์

ณรงค์กำลังคุยกับเพื่อนคนหนึ่งที่ต้องการให้โรงแรมควีนโรสจัดงานแต่งงานหลานสาว...พอฟังเรื่องราวจากน้ำค้างจึงตอบตกลงเพื่อนไป จากนั้นเรียกตะวันกับโรสรินมาพบในห้องทำงาน

“ที่ปู่เรียกเธอสองคนเข้ามาเพราะปู่อยากให้เธอสองคนช่วยกันจัดงานแต่งงานให้กับหลานสาวของเพื่อนปู่ งานนี้ห้ามปฏิเสธ ปู่รับปากเขาไปแล้ว และงานจะมีขึ้นอาทิตย์หน้า”

“ผมทำไม่ได้ครับ คุณปู่หาคนอื่นแทนเถอะ”

“ถือว่าปู่ขอร้อง ช่วยปู่ก่อนเถอะ ปู่หาใครไม่ทันจริงๆ”

ตะวันปฏิเสธไม่ออก รับปากจะช่วยแต่ถ้างานเสร็จเมื่อไหร่ตนจะกลับไร่ทันที...โรสรินฟังแล้วชะงัก มองตะวันอย่างไม่เข้าใจ

ooooooo

ตอนที่ 9

ที่ไร่ตะวัน...พีระกลับมาอาละวาดและจะโทรศัพท์ฟ้องปู่ณรงค์ว่าตะวันทำให้โรสรินเดือดร้อนจะเป็นจะตายนับครั้งไม่ถ้วน แต่น้ำค้างยื้อแย่งโทรศัพท์อย่างไม่ยอม ขณะที่ปู่ชาญก็ไม่ยอมเช่นกัน พีระเลยหาว่าพวกเขาช่วยกันปกป้องคนผิด

“ข้าไม่ได้ปกป้อง แต่ข้าเชื่อว่าตะวันไม่มีทางให้หนูโรสต้องเป็นอันตราย อย่าทำให้เรื่องมันใหญ่ เชื่อข้า”

“ผมไม่เชื่อ” พีระสะบัดตัวหลุดออกจากน้ำค้างและอึ่ง...อุษาวดีช่วยพี่ชายเต็มที่เพราะคิดว่าปู่ณรงค์ของโรสรินควรรู้เรื่องนี้ อย่างน้อยจะได้ช่วยกันแก้ปัญหา

“แต่ถ้ารู้ ปู่ณรงค์มารับตัวพี่โรสกลับกรุงเทพฯแน่ๆ”

“นั่นแหละที่ฉันต้องการ” พีระพูดใส่หน้าน้ำค้างอย่างสะใจ แล้วตั้งท่าจะกดโทรศัพท์ พลันเสียงแย้ดังโหวกเหวกเข้ามาว่ามีข่าวดี

โรสรินกับตะวันประคองกันตามหลังแย้เข้ามา ทุกคนกรูเข้าไปหา พีระห่วงแต่โรสรินถามไถ่ว่าเจ็บตรงไหนหรือเปล่า ตนเป็นห่วงจนกินไม่ได้นอนไม่หลับ

“คนที่เจ็บไม่ใช่ฉัน แต่เป็นตะวัน รีบพาตะวันไปหาหมอก่อน ตะวันบาดเจ็บ”

“ผมไม่เป็นอะไร แค่ฟกช้ำ”

“ถ้าแค่นั้นนายไม่ป่วยไข้ขึ้นจนสลบไปหรอก”

“หา!!” พวกปู่ชาญตกใจอุทานเป็นเสียงเดียว

“จะเจ็บมากเจ็บน้อยก็ต้องหาหมอ อย่าดื้ออย่าเถียง” โรสรินมองตะวันด้วยสายตาที่เป็นห่วง ชายหนุ่มยอมรับในความหวังดีนั้น

“ถ้าไม่ยอมไปหาหมอก็ให้หมอมาหา ไอ้แย้รีบไปตามหมอมา”

แย้ทำทะเล้นนิดหน่อยก่อนปฏิบัติตามคำสั่งปู่ชาญ โรสริน อึ่ง และน้ำค้างช่วยกันประคองตะวันไปพักผ่อนในห้อง พีระกับอุษาวดีจับสังเกตได้ถึงความห่วงใยที่โรสรินมีต่อตะวัน ถึงกับหน้าเครียดไปด้วยกัน ก่อนจะแยกตัวออกมาบ่นกันสองคนพี่น้องอย่างหวั่นใจ

พีระรักชอบโรสรินมานาน ขณะที่อุษาวดีเพิ่งมีใจให้ตะวัน ทั้งคู่กลัวผิดหวัง โดยเฉพาะพีระที่ดูเฮิร์ตมากเป็นพิเศษ...อีกครู่ต่อมา หมอกิตติทัตมาถึง สองพี่น้องปรี่เข้าไปหาทันที

“ได้ข่าวว่าคุณตะวันเจ็บ อาการเป็นยังไงบ้าง”

“ช่างหัวตะวันเถอะหมอ รีบไปตรวจอาการยัยโรสก่อน หลงป่าทั้งวันทั้งคืนอาจจะบาดเจ็บหรือติดโรคในป่ามาก็ได้ วินิจฉัยละเอียดยิบเลยนะ ผมจะได้เอาไปรายงานปู่ณรงค์”

“ไม่ต้อง” เสียงโรสรินดังขึ้น “ถ้ารายงานปู่ พีกับโรสเป็นเรื่องกันแน่...โรสไม่ได้เป็นอะไร ตะวันต่างหากที่เป็น เอวแดงเป็นจ้ำน่ากลัวมาก กระดูกทิ่มกระดูกหักรึเปล่าก็ไม่รู้ ไปเร็วทัต”

โรสรินจูงมือลากกิตติทัตไปเลย พีระยืนอึ้งอ้าปากค้าง อุษาวดีจะตามไปดูอาการตะวันอีกคนแต่พีระไม่ยอม คว้าแขนน้องสาวไว้ทันที

“ไม่ต้อง! โรซี่นะโรซี่ จะห่วงมันมากเกินไปแล้ว พี่ล่ะอยากรู้จริงๆว่ามันเกิดอะไรขึ้นในป่า”

อุษาวดีนิ่งเงียบ อยากรู้เหมือนกัน...

หมอกิตติทัตเข้ามาตรวจอาการตะวัน บริเวณเอวมีรอยช้ำมากกว่าเดิม พวกปู่ชาญเฝ้าดูอย่างใกล้ชิด และเห็นท่าทีโรสรินห่วงใยตะวันมากแค่ไหน ทุกคนจับสังเกตอาการของเธอ พอเธอรู้สึกตัวก็เลยวางหน้าไม่ถูก

“น้ำค้าง อึ่ง อาทิตย์ ไอ้แย้ ออกไปได้แล้วให้หมอเขาได้รักษาคนไข้ตามลำพัง” ปู่ชาญต้อนทุกคนที่เอ่ยชื่อออกจากห้อง

“บอกแล้วว่าไม่เป็นอะไรๆ ลำบากหมอแย่” ตะวันบ่นเบาๆ

“นี่นายขาโก่ง จ่ายยาแก้ดื้อให้นายตะวันด้วย ดื้อที่สุด ทำเหมือนไม่รู้ว่าคนเขาเป็นห่วง”

โรสรินชะงักที่พูดความในใจที่มีต่อตะวันออกไป กิตติทัตรู้สึกได้ถึงความสัมพันธ์บางอย่างที่แปรเปลี่ยนไปของคนทั้งคู่ โรสรินกลบเกลื่อนเปลี่ยนเรื่องถามหมอว่าตกลงตะวันเป็นอะไรมากไหม

“ไม่มาก แค่มีเลือดออกใต้ผิวหนัง แล้วก็มีการฉีกขาดของกล้ามเนื้อเล็กน้อยเลยทำให้อักเสบ ทัตจะให้ยาไว้ แล้วหมั่นประคบเย็นจะช่วยทำให้เลือดไหลซึมออกมาลดลง และยังลดการอักเสบอีกด้วย”

“ไหนบอกไม่เป็นอะไรไง ถ้าดื้ออีกจะโดนตี ต่อไปนี้ฉันจะเป็นพยาบาลส่วนตัวให้นายเอง”

ตะวันยิ้มรับบางๆ รับรู้ถึงความห่วงใยของโรสริน กิตติทัตยิ่งแน่ใจในสิ่งที่รู้สึก แล้วเดินตามโรสรินออกจากห้องพร้อมกำชับเธอว่าวันนี้ทั้งวันอย่าให้ตะวันขยับร่างกายบริเวณที่อักเสบมากนัก พักได้เลยยิ่งดี

“ขอบใจมาก ส่งแค่นี้นะ ขอไปดูนายตะวันก่อน”

“เดี๋ยว! ยัยเหยิน เธอห่วงคุณตะวันมากเลยนะ รู้ตัวรึเปล่า”

โรสรินชะงัก รู้สึกวูบวาบขึ้นมา กิตติทัตยิ้มแซว แย้กับอึ่งชะโงกหน้าแอบมองจากมุมหนึ่งใกล้ๆอย่างอยากรู้อยากเห็น ได้ยินโรสรินบอกว่าไม่มีอะไรก็ดูแลเป็นปกติ แต่กิตติทัตยังจับผิดอีกว่าปกติเธอไม่เคยดูแลเขาเลย หรือว่าที่เธอกับเขาหลงป่าด้วยกันมีอะไรบางอย่างเกิดขึ้น

แย้กับอึ่งหูผึ่ง...โรสรินสะอึก บ่ายเบี่ยงว่ามีอะไรที่ไหน ไม่มีอะไรทั้งนั้น พูดแล้วรีบเดินหนีทันที ทิ้งความสงสัยไว้ให้หมอทัต ส่วนแย้กับอึ่งรู้สึกได้ว่าโรสรินมีพิรุธมาก ยังไงพวกตนต้องรู้ให้ได้ว่าเกิดอะไรขึ้นในป่า

ใช่แต่แย้กับอึ่ง...น้ำค้างกับปู่ชาญก็อยากรู้เหมือนกัน ทุกคนย่องมาแอบฟังหน้าห้องพักตะวันที่โรสรินเฝ้าดูแลอย่างใกล้ชิด ได้ยินเสียงฝ่ายหญิงบังคับให้คนป่วยกินยาแล้วก็ได้ยินการพูดจาแปลกๆ ตีความไปในทางจู๋จี๋กัน ปู่ชาญชอบอกชอบใจ บอกว่าความฝันของตนท่าทางจะเป็นจริงเสียแล้ว

ขณะทุกคนกำลังเงี่ยหูแนบประตู โรสรินเปิดพรวดออกมาจนทุกคนเซถลาแต่ไม่ยอมรับว่ามาแอบฟัง อ้างว่าจะมาดูตะวันว่าเป็นยังไงบ้าง แต่ท่าทางจะสบายดีแล้ว งั้นพวกเรากลับดีกว่า...

คืนนั้น โรสรินกลับบ้านพักตัวเอง นั่งคิดถึงเหตุการณ์วาบหวามหัวใจที่ผ่านมาที่ตะวันจูบปากเธออย่างนุ่มนวล สักครู่อุษาวดีเข้ามาซักถามหลังจากพีระวางแผนให้เธอมาล้วงความจริงว่าเกิดอะไรขึ้นในป่าระหว่างโรสรินกับตะวัน

อุษาวดีตะล่อมไปมาเกือบจะได้ความจริงอยู่แล้วถ้าโทรศัพท์มือถือของพีระไม่ดังขึ้นเสียก่อน แผนเลยแตก โรสรินเคืองสองพี่น้องไม่ยอมบอกอะไรทั้งนั้น

ooooooo

เช้าวันรุ่งขึ้น ตะวันอาการดีขึ้นมากลุกมาทำข้าวต้มให้โรสริน น้ำค้างรู้เห็นและฟันธงได้เลยว่าพี่ชายของเธอกำลังอินเลิฟแน่ๆ

ตะวันแอบเอาข้าวต้มร้อนๆพร้อมกุหลาบหนึ่งดอกไปวางหน้าบ้านพักโรสรินแล้วออกไปทำงานตามปกติ

สักพักน้ำค้างนำทีมพวกแย้ อึ่ง อาทิตย์ และปู่ชาญมาร้องรำทำเพลงแซวตะวันที่ดูมีความสุขจนออกนอกหน้า

“แมนๆเลยตะวัน บอกมาว่าแกกับหนูโรสเป็นแฟนกันแล้วใช่ไหม” ปู่ชาญรุกเร่ง ตะวันอึกอักว่าไม่มี ทุกอย่างยังเหมือนเดิม

แย้พูดลับหลังกับทุกคนว่าตะวันเป็นผู้ร้ายปากแข็ง ปู่ชาญแน่ใจว่ายังไงก็ต้องมากกว่าเพื่อนแน่ๆ ถึงยังไม่ใช่แฟนก็เถอะ...

โรสรินคิดตอบแทนน้ำใจตะวันที่นำข้าวต้มกับกุหลาบมาให้ด้วยการจัดช่อดอกไม้จะเอาไปให้เขา แต่มือหนักไปหน่อยดอกไม้เลยคอหัก แล้วรีบซุกซ่อนเมื่อสองศรีพี่น้องเข้ามาเห็น แต่ก็ไม่อาจรอดสายตาพวกเขาไปได้ จำต้องโกหกว่าจะเอาไปให้ปู่ชาญ พีระกับอุษาวดีไม่เชื่อเด็ดขาด มั่นใจว่าเป็นตะวันแน่นอน

ตะวันควบคุมลูกน้องทำงานที่แปลงดอกไม้ โรสรินเข้ามาพร้อมช่อดอกไม้แต่ยังไม่ให้เขาเห็น ถามว่าทำไมไม่นอนพัก หายเจ็บแล้วหรือถึงลุกมาทำข้าวต้มให้ตนกิน

“รู้ด้วยเหรอว่าผมเป็นคนทำ”

“ก็ลองเดาดู เพราะรสชาติมันแปลกๆ แต่อร่อยดีนะ”

“ถ้าคุณชอบผมทำให้ทานทุกเช้าก็ได้นะ”

“พูดแล้วห้ามคืนคำนะ”

หนุ่มสาวยิ้มให้กัน พอเธอยื่นช่อดอกไม้ให้เขาบอกว่าจัดเองกับมือ ตะวันถึงกับอมยิ้ม

“ผมเชื่อว่าคุณจัดเอง เพราะทุกคนในไร่ตะวันไม่มีใครจับช่อแล้วคอหักแบบนี้สักคน”

โรสรินงอนหน้าง้ำ ขอดอกไม้คืน แต่ตะวันไม่ยอม บอกว่าสวยแปลกๆแบบนี้ตนชอบที่สุด พูดพลางส่งความหมายทางสายตาจนอีกฝ่ายสะเทิ้นเขินอาย พีระกับอุษาวดีแอบมองอย่างไม่ชอบใจ พีระจะเข้าไปแทรกกลางแต่ถูกน้องสาวปรามไว้

“อย่าพี่พี ขืนพี่ออกไปโวยวายพี่ได้กลายเป็นผู้ร้ายในสายตาโรสแน่ พี่ต้องอดทน”

“พี่เป็นคนไม่มีความอดทน”

“แต่พี่ต้องอดทน ถ้าพี่อยากได้โรส”

พีระฮึดฮัดขัดใจจ้ำเดินออกไปจากตรงนั้น อุษาวดีมองตะวันอย่างใจร้อนรน หันหลังจากไปเพราะทนดูไม่ได้ เหมือนกัน

แสงแดดเริ่มแรง ตะวันถอดหมวกที่หัวตัวเองใส่ให้โรสรินเพราะกลัวเธอจะไม่สบาย

“ถ้าเป็นตอนที่คุณมาอยู่ไร่ใหม่ๆ แดดแรงขนาดนี้คุณไม่มีทางออกมาเดินแน่”

“นั่นสิ ฉันไม่อยากจะเชื่อตัวเองเหมือนกันว่าคนอย่างฉันจะอยู่ท่ามกลางธรรมชาติได้ ไม่ต้องนอนห้องแอร์เย็นๆ ไม่ต้องเดินห้างหรู ไม่ต้องถือกระเป๋าแบรนด์เนม แต่ฉันก็อยู่ได้ มันน่าแปลก...แปลกมาก”

“แปลกยังไงครับ”

“ฉันคิดว่าถ้าให้ฉันอยู่ที่นี่ตลอดไป ฉันก็คงอยู่ได้ ฉันลืมไปแล้วด้วยซ้ำว่าเมื่อก่อนฉันใช้ชีวิตยังไง”

ตะวันยิ้มมีความสุข ถามเธอว่ามีความสุขที่อยู่ไร่ตะวันโดยที่ไม่ต้องพยายามแล้วใช่ไหม โรสรินยิ้มให้แทนคำตอบ ตะวันหัวใจพองโต พูดจากใจจริงว่า “ผมก็อยากให้คุณอยู่ที่นี่ตลอดไป”

ขณะที่ตะวันกับโรสรินรู้สึกดีๆต่อกัน พีระกำลังจะอกแตกตาย เขากลุ้มใจไม่รู้จะขัดขวางสองคนนั้นยังไงดี น้ำค้างรู้เห็นและเดาได้ จึงหางานให้พีระทำเพื่อให้ลืมความทุกข์ด้วยการวานเขาขับรถไปส่งดอกไม้กับเธอที่ตลาดแทนแย้ที่ยังหาตัวไม่เจอ

แต่ขณะที่พีระออกรถไม่ทันพ้นไร่ เกือบชนอุษาวดีที่เดินเหม่อออกมา อุษาวดีอยู่ในอารมณ์เดียวกับพีระเพราะแอบชอบตะวัน ท่าทางเธอเหมือนคนอกหัก ขอนั่งรถไปกับพีระและน้ำค้างด้วย

ถึงหน้าตลาด อุษาวดีแยกตัวไปนั่งซึมในร้านกาแฟ ส่วนน้ำค้างสั่งงานพีระให้ยกเข่งดอกไม้ไปส่งตามร้าน ระหว่างนี้เองมีนักเลงเดินเข้ามาตรงพีระและโดนเข่งดอกไม้กระแทกโดยไม่ตั้งใจ แต่นักเลงก็จะเอาเรื่องพีระให้ได้ สองฝ่ายจึงวางมวยกันครู่หนึ่งก่อนที่น้ำค้างจะกลับออกมาเห็น

นักเลงเปลี่ยนเป้าหมายเมื่อน้ำค้างกางกั้นปกป้องพีระ แต่พีระไม่ยอมให้หญิงสาวโดนรังแก เข้าต่อสู้กับสองนักเลงอย่างสุดชีวิตจนตัวเองได้รับบาดเจ็บจากคมมีด และอาจจะเจ็บมากกว่านั้นถ้าตำรวจสายตรวจไม่ขับรถผ่านมาพอดี

ตำรวจไล่ตามไปจับสองนักเลง ส่วนน้ำค้างเช็ดแผลให้พีระแล้วเอาปลาสเตอร์แปะเพราะแผลไม่ลึก ไม่ต้องถึงมือหมอเย็บแผลอย่างที่พีระกลัว

ด้านอุษาวดีที่อยู่ในร้านกาแฟ เธอเจอกิตติทัตโดยบังเอิญ ทั้งคู่นั่งคุยกันพักหนึ่งก่อนจะได้ยินเสียงชาวบ้านเอะอะเอ็ดอึงเพราะมีเด็กคนหนึ่งเป็นลมบ้าหมูชักดิ้นชักงอกัดลิ้นตัวเอง อุษาวดีกับหมอรีบวิ่งออกไป และไม่คาดคิดว่าหญิงสาวจะช่วยเด็กชายด้วยการง้างปากแล้วเอามือตัวเองให้เด็กกัด ก่อนจับหัวเด็กให้นอนหนุนตักตนเองอย่างไม่รังเกียจ

กิตติทัตอึ้งกับการกระทำของอุษาวดี นึกชื่นชมเธอเหลือเกิน จากนั้นเขาหันไปหยิบช้อนกาแฟใส่เข้าปากเด็กแล้วดึงมืออุษาวดีออกมา

“หมอ...น้องเขาจะปลอดภัยรึเปล่า”

อุษาวดีร้อนใจเป็นห่วงเด็ก หมอยังไม่ทันตอบก็เห็นเด็กหายเกร็งและหยุดชัก เขาอุ้มเด็กไว้ในอ้อมแขน

“ไม่ต้องกลัวนะคะ หมออยู่นี่แล้ว”

กิตติทัตมองอุษาวดีอย่างปลื้มๆ ไม่คาดคิดว่าจิตใจดีงามจะซ่อนอยู่ในตัวสาวสังคมเมืองสุดมั่นคนนี้

“ผมต้องรีบพาเขาไปโรงพยาบาล และคุณก็ต้องไปโรงพยาบาลกับผมเหมือนกัน”

อุษาวดีชะงักเล็กน้อย มองมือตัวเองที่ห้อเลือดแล้วหน้าเสีย...

ooooooo

เดชาส่งข้อความเข้าโทรศัพท์มือถือตะวันนัดเจอตรงทางเข้าไร่เพื่อเคลียร์กับเขาอย่างลูกผู้ชาย...ตะวันตัดสินใจไปพบโดยไม่รู้ว่าโรสรินแอบตามมาซุ่มดูอยู่เงียบๆ

เดชามาพร้อมสมุนสองคนที่ก่อเรื่องตัดสายเบรกรถตะวัน เขาสั่งให้ทั้งคู่ขอโทษและสารภาพความจริงก่อนจะพูดถึงโรสรินว่าไม่ต้องการให้ตะวันใช้วิธีสกปรกใส่ร้ายและกีดกันเพื่อให้เธอเกลียดตน ตะวันโต้ว่าตนแค่พูดความจริง แล้วก็ขอสาบานด้วยว่าถ้าตนยังมีลมหายใจ ตนจะปกป้องโรสรินด้วยชีวิตของตน

“แล้วคุณโรสเคยบอกว่าอยากให้แกปกป้องรึเปล่า...ในเมื่อคุณโรสไม่เคยพูด ฉันก็ยังมีโอกาส และฉันก็มั่นใจว่าความจริงใจของฉันที่มีให้คุณโรสจะทำให้คุณโรสมีความสุขที่สุดในชีวิต มาวัดกันสักตั้ง ไอ้ตะวัน!”

โรสรินได้ยินทุกคำ ใจคอไม่ดีกลัวทั้งคู่จะมีเรื่องชกต่อยกัน แต่แล้วก็โล่งใจเมื่อเดชาพาสมุนกลับไปโดยดี ส่วนตะวันสีหน้าเคร่งเครียดกลับเข้ามาในไร่ ก่อนจะชะงัก แปลกใจที่จู่ๆโรสรินเดินมาดักหน้าถามเขาว่าเมื่อสักครู่ไปสาบานอะไรไว้ ชายหนุ่มไม่ตอบ ถามเธอว่าตามตนไปหรือ

“ฉันเป็นห่วง ก็เลยตามไปดู ฉันรู้ว่านายไม่กลัวใคร แต่นายยังไม่หายดี ออกไปเจอเดชาตามลำพังแบบนั้นได้ยังไง ในเมื่อเดชามองนายเป็นศัตรู วันนี้ไม่ได้ตั้งใจตัดสายเบรกเพื่อฆ่านาย แต่ครั้งหน้าถ้าตั้งใจล่ะ ฟังฉันนะ ยิ่งนาย ปกป้องและหวงแหนฉันเท่าไหร่ นายก็จะเดือดร้อนมากเท่านั้น”

“ผมไม่กลัว”

“แต่ฉันกลัว ฉันกลัวนายเป็นอะไร แค่คิดว่านายจะตาย ฉันก็...ก็ใจสั่นแล้ว”

โรสรินน้ำตาคลอ ตะวันไม่คิดว่าเธอจะห่วงเขามากขนาดนี้ ขยับเข้ามาเช็ดน้ำตาให้เธออย่างเบามือ และบอกว่าตนไม่มีทางตายง่ายๆ เพราะตนต้องอยู่เพื่อดูแลเธอ

ขณะที่ความสัมพันธ์ของทั้งคู่เป็นไปในทางที่ดี พวกปู่ชาญก็พากันลุ้นตัวโก่งอยากให้ทั้งคู่ลงเอย และอดคิดไม่ได้ว่าหนุ่มสาวน่าจะเคยหอมแก้มหรือจูบกันบ้างแล้ว พอตะวันกลับมาที่บ้าน ทุกคนจึงคาดคั้นและต้อนไปต้อนมาจนตะวันจนมุมยอมบอกว่าตนกับโรสรินจูบกัน แต่เรายังไม่ได้คุยเรื่องนี้เพราะไม่รู้จะเริ่มยังไง แล้วตนก็ไม่มั่นใจว่าโรสรินจะคิดเหมือนกับตนหรือเปล่า

ปู่ชาญยิ้มร่า บอกหลานชายว่าขนาดนี้ไม่ต้องคุยแล้ว ลุยไปเลย น้ำค้างเห็นด้วย ให้พี่ชายบอกรักโรสรินแล้วขอเป็นแฟน เพราะผู้หญิงชอบความชัดเจน

แย้แอบฟังทุกคนคุยกันแล้วนำความไปโพนทะนาที่ตลาดให้มาลัยกับมาลีฟังว่าตะวันกับโรสรินรักกัน สองคนต้องแต่งงานกันแน่ มาลัยรับไม่ได้ถึงกับกรี๊ดกระจาย ร้องไห้สะอึกสะอื้นจนมาลีต้องปลอบโยนให้ใจเย็น จากนั้นเริ่มวางแผนให้มาลัยทำทีจะฆ่าตัวตายแล้วโทร.ตามตะวันมาที่ห้องเช่าภายในครึ่งชั่วโมงนับจากนี้

ตะวันเพิ่งได้รับสร้อยจี้รูปกุหลาบจากปู่ชาญเพื่อเอาไว้มอบให้โรสรินเป็นการแสดงความรักและตกลงจะใช้ชีวิตร่วมกัน ตะวันเตรียมการอย่างดีในค่ำนั้น แต่ไม่ทันได้บอกรักและให้สร้อยแก่โรสรินก็มีอันต้องรีบร้อนออกจากไร่เพราะมาลัยโทร.มาร้องห่มร้องไห้บอกลาจะฆ่าตัวตาย

แผนการของมาลีไม่สำเร็จเพราะตะวันรู้ทัน เขาต่อว่ามาลัยหลายคำก่อนจะย้ำกลายๆว่าเขารักโรสริน และไม่เคยคิดอะไรเกินเลยกับมาลัย...เมื่อแผนแรกไม่สำเร็จ สองแม่ลูกจึงใช้แผนสองด้วยการโปะยาสลบตะวันจนแน่นิ่ง

แต่ก่อนจะหมดสติ ตะวันรู้ตัวว่าโดนกระทำอะไรยังไง แต่เพราะฤทธิ์ยาแรงมากเขาจึงไม่มีแรงจะขัดขืน หลังจากนั้นมาลัยก็จัดฉากว่าตนได้เสียกับตะวัน แถมยังเอาสร้อยที่เขานำติดตัวมาห้อยคอตัวเองแล้วส่งข้อความตามโรสรินมาดูผลงาน โดยอ้างว่าตะวันกำลังตกอยู่ในอันตราย

ตอนแรกโรสรินไม่เชื่อ พูดดักคอไปมาเพื่อจับพิรุธ แต่มาลัยก็ฉลาดพอตัว เล่นละครได้แนบเนียนจนโรสรินหลงกล วิ่งร้องไห้ออกจากห้องไปด้วยความเสียใจ โดยที่ตะวันยังนอนหลับเป็นตายไม่รู้เรื่องราว

โรสรินกลับมานอนร้องไห้อย่างหนักที่บ้านพัก คนในไร่ไม่ใครรู้เรื่อง ปู่ชาญยังดี๊ด๊าโทร.ไปเล่าความคืบหน้าระหว่างหลานของตนกับหลานของเพื่อนรัก แต่พอเช้ามืดวันใหม่เห็นณรงค์โผล่มาถึงไร่ก็ประหลาดใจเป็นอย่างมาก

ณรงค์รีบร้อนมาเพราะเมื่อก่อนฟ้าสางโรสรินโทร.ไปบอกให้มารับเธอกลับกรุงเทพฯ แต่ไม่ได้บอกสาเหตุ ทุกคนงุนงงว่าเกิดอะไรขึ้น ที่สำคัญตะวันหายไปจากบ้าน โทรศัพท์มือถือก็ปิดเครื่องติดต่อไม่ได้

โรสรินไม่บอกกับใครทั้งนั้นว่าเกิดอะไรขึ้น เอาแต่เร่งปู่ให้รีบกลับกรุงเทพฯ เมื่อเธอและปู่ขึ้นรถ อาทิตย์ที่ไม่เคยปริปากพูดกับใครมาก่อนกลับตะโกนเรียกโรสรินขอร้องไม่ให้เธอจากไป...ทุกคนพากันตะลึง แม้แต่โรสรินก็คาดไม่ถึง ลงจากรถมากอดอาทิตย์ด้วยความรักและอาลัย...

ขณะเดียวกัน ตะวันตื่นมาพบว่าตัวเองนอนอยู่บนเตียงกับมาลัยในสภาพเกือบเปลือย เขาลำดับเหตุการณ์เมื่อคืนจำได้ว่าตัวเองโดนมาลัยโปะยาสลบ มาลัยได้ฟังถึงกับหน้าถอดสี แต่ยังไม่ยอมรับ

“มาลัยไม่ได้ทำ พี่ตะวันอย่ามาใส่ร้าย หลักฐานฟ้องขนาดนี้ยังจะปฏิเสธ ยังไงพี่ตะวันก็ต้องรับผิดชอบ มาลัยเป็นเมียพี่แล้ว”

“ไม่!! พี่จะไม่รับผิดชอบอะไรทั้งนั้น เพราะพี่ไม่ได้ทำ” พูดจบตะวันกระชากสร้อยจากคอมาลัยคืนมาแล้วรีบแต่งตัวคว้าโทรศัพท์มือถือมาเปิดเครื่องโทร.หาน้ำค้างแล้วมีท่าทีตกใจ มาลัยไม่ยอมปล่อยเขาไปง่ายๆ ยื้อยุดฉุดดึงจะให้เขารับผิดชอบสิ่งที่เกิดขึ้น

“ปล่อยพี่ พี่ต้องรีบไป”

“รีบไปอธิบายให้นังคุณหนูนั่นฟังน่ะเหรอ อธิบายไปเขาก็ไม่เชื่อหรอก เพราะเมื่อคืนยัยนั่นเห็นกับตาตัวเองแล้วว่าเราขึ้นสวรรค์อย่างมีความสุขแค่ไหน”

ตะวันโมโหมาก แกะมือมาลัยออกแล้วเดินจ้ำเดินออกไปทันที โดยมีเสียงมาลัยตะโกนไล่หลังอย่างมาดหมาย

“พี่กับนังนั่นจะไม่มีวันได้รักกัน ฉันต่างหากที่จะต้องเป็นเมียพี่”

ooooooo

โรสรินไม่เปลี่ยนใจ บอกปู่ณรงค์ว่ายังไงตนก็ต้องกลับกรุงเทพฯ น้ำค้างจะให้เธอรอตะวันก่อน ขณะที่อาทิตย์ก็อ้อนวอนว่าอย่าทิ้งตนไป...แต่ไม่มีใครทำให้เธอเปลี่ยนใจได้จริงๆ แม้อาทิตย์จะร้องไห้วิ่งตามรถที่แล่นออกจากไร่จนล้มลุกคลุกคลานก็ไม่เป็นผล

จนกระทั่งตะวันขับรถกลับมาถึงหน้าไร่สวนกับรถของณรงค์ เขาตัดสินใจขับปาดหน้าเพื่อหยุดรถคันนั้น ณรงค์จึงให้หลานสาวลงไปเคลียร์กับตะวัน

เพียงเห็นหน้าเธอ ตะวันก็พูดโพล่งว่าตนไม่ได้มีอะไรกับมาลัย โรสรินตบหน้าเขาอย่างแรง พร้อมกับระเบิดความรู้สึกทั้งหมดที่มีอยู่ในใจออกมาทั้งน้ำตา พลางทุบอกเขาไปด้วย

“ฉันเห็นคาตาว่านายนอนกับมาลัย นายยังจะกล้าปฏิเสธอีก นายทำกับฉันแบบนี้ได้ยังไง ทั้งๆที่ฉันไว้ใจนาย เชื่อใจนาย แล้วทำไมนายถึงทรยศต่อความรู้สึกของฉัน ใจคอนายมันทำด้วยอะไร มันทำด้วยอะไร”

ตะวันยืนนิ่งไม่ปัดป้อง โรสรินค่อยๆเบามือเริ่มหมดแรง สะอื้นจนตัวโยน ตะวันจับมือเธอแน่น ยืนยันว่าตนไม่ได้ทำ

“หยุด!! ฉันไม่อยากฟังนายอีกแล้ว พอกันที หลังจากวันนี้เราจะไม่เจอกันอีก ฉันจะถือว่าเราไม่เคยรู้จักกัน”

โรสรินหันหลังจะเดินหนีแต่ตะวันรวบตัวเธอมากอดแน่นไม่ยอมให้ไป และหยิบสร้อยจี้รูปกุหลาบจากกระเป๋ากางเกงยื่นมาตรงหน้าเธอ

“สร้อยเส้นนี้เป็นสร้อยที่พ่อให้แม่ผม มันเป็นตัวแทนของความรักที่ผมมีให้กับคุณ”

หญิงสาวจำได้ว่าเมื่อคืนเห็นสร้อยเส้นนี้อยู่ที่คอมาลัย เธอเสียใจมาก ตะโกนใส่หน้าเขาว่า “ฉันเกลียดนาย” ตะวันไม่เชื่อ เธอจึงย้ำคำเดิมอีกหลายครั้งแล้วเดินลิ่วไปขึ้นรถ สั่งคนขับให้ออกรถทั้งที่ตะวันยังยืนนิ่งขวางหน้ารถ

ณรงค์หวาดเสียว คนขับก็ไม่กล้า แต่โรสรินตวาดสั่งให้ออกรถ คนขับต้องทำตามและที่สุดก็หักหลบเพราะตะวันไม่ขยับเขยื้อนแม้แต่ก้าวเดียว

โรสรินไปแล้ว...ตะวันเหลียวมองจนลับตา หัวใจสลาย น้ำตาเอ่อล้นอย่างกลั้นไม่อยู่...เมื่อกลับเข้ามาในไร่ รู้ว่าอาทิตย์พูดได้แล้ว ตะวันดีใจมาก

“อาทิตย์พูดตอนที่พี่โรสกำลังจะไป แล้วอาทิตย์ก็วิ่งตามรถพี่โรสจนหกล้มเจ็บไปทั้งตัวแบบนี้”

“พี่ตะวันจะไม่ตามพี่นางฟ้ากลับมาจริงๆเหรอ สงสารคุณทิตย์”

น้ำค้างกับอึ่งเว้าวอนและรอคำตอบ แต่ตะวันกลับบอกว่าจะช้าจะเร็ววันหนึ่งเขาก็ต้องไปอยู่ดี “อย่าเสียใจไป เลยนะอาทิตย์  ยังมีคนที่รักเราอีกตั้งเยอะ  แล้ว ต่อไปนี้ไม่ต้อง เงียบกับพี่แล้วนะ  บอกความรู้สึกให้พี่รู้  พี่จะได้ทำสิ่งที่อาทิตย์ ต้องการได้นะครับ”

“ถ้ารักกันพี่โรสก็จะไม่หนีเราไปไหน...อาทิตย์จะรอ รอวันที่พี่โรสกลับมา”

ตะวันลูบหัวอาทิตย์ด้วยความสงสาร แล้วผละไปคุยกับปู่ชาญด้วยเรื่องมาลัย ทุกคนโมโหมากกับการกระทำของมาลัย ปู่ชาญกับแย้จะแจ้นไปเอาเรื่อง แต่ตะวันไม่เห็นด้วย

ตอนที่ 8

ไม่ทันข้ามวันที่คณะของพีชมาถึงไร่ตะวันก็เกิดเหตุการณ์ให้เจ้าของไร่เข้าใจผิดจนเป็นเรื่องเป็นราวใหญ่โต!

ตะวันเห็นลูกทีมของพีชเด็ดกลีบกุหลาบเพื่อนำไปประกอบฉาก นึกว่าเป็นกุหลาบในไร่ของตนจึงโวยวายเอากับโรสรินและให้ยกเลิกการถ่ายแฟชั่น ไล่ตะเพิดพีชและทีมงานออกจากไร่ภายในสิบนาที

แต่เมื่อทราบที่มาที่ไปของกุหลาบที่ถูกเด็ดกลีบเหล่านั้นว่าพีชซื้อมาเองไม่ใช่ในไร่ของตน ตะวันหน้าแตกยับ รีบขอโทษพีชและยอมให้ดำเนินงานทุกอย่างไป ตามเดิมทั้งหมด แต่พอพีชจะเริ่มทำงาน ปรากฏว่านายแบบที่ยังมาไม่ถึงโทร.มาบอกว่าตนเกิดอุบัติเหตุรถชนหัวแตกแขนหักมาไม่ได้ พีชเลยต้องหาคนใหม่โดยด่วน

ตะวันกลายเป็นนายแบบอย่างไม่คาดฝัน! หลังจากพีชเห็นซิกแพ็กของเขาเข้าเต็มตา แต่โรสรินเหมือนจะไม่โอเค ก็พอดีมาลัยโผล่พรวดมาพร้อมแม่มาลี ประกาศปาวๆว่าตะวันจะถ่ายแบบคู่กับใครไม่ได้ทั้งนั้น นอกจากตนคนเดียว ถึงตนไม่ใช่แฟนแต่ก็ไม่อนุญาต
โรสรินเห็นด้วยอย่างยิ่ง ถ้าให้ตะวันเป็นนายแบบ สู้ไม่ต้องมีเลยดีกว่า แต่พีชแย้งทันทีว่าไม่ได้ เพราะคอนเซปต์ของคอลเลกชั่นนี้เป็นคู่รัก ถ้าไม่มีคู่ก็ตอบโจทย์คอนเซปต์ของตนไม่ได้

“คุณพีชครับ ผมว่าคุณหาคนอื่นเถอะ ผมไม่ถนัดจริงๆ”

“รู้ตัวก็ดี คนอย่างนายเหมาะที่จะใช้แรงงานเท่านั้น ขืนมาเป็นนายแบบมีแต่พังกับพัง...โรสว่าคุณพีชโทร.ไปที่โมเดลลิ่งให้เขาส่งคนใหม่มาดีกว่าค่ะ”

“แต่กว่าจะมามันจะทำงานไม่ทันน่ะสิคะคุณโรส”

“ทำงานไม่ได้ ก็ยังดีกว่างานเจ๊งเพราะคนคนเดียว” โรสรินเหล่ไปทางตะวัน

คำพูดดูแคลนของโรสรินทำให้ตะวันเกิดลูกฮึด บอกพีชว่าตนเปลี่ยนใจแล้ว ตนจะเป็นนายแบบให้และยินดีช่วยเหลือเต็มที่ พีชเลยยิ้มแฉ่ง แต่มาลัยยังคงวี้ดว้ายไม่ยอม พีชรำคาญวานใครก็ได้ช่วยจับเธอโยนออกไป แย้กับคนงานจึงอุ้มสองแม่ลูกไปทิ้งนอกไร่ แล้วสำทับว่าอย่ากลับเข้ามาอีก ถ้าไม่เชื่อเจอช็อตด้วยไฟฟ้าแน่

มีหรือคนอย่างมาลัยจะยอมแพ้ง่ายๆ เธอพาแม่กลับเข้ามาในช่องทางหมาลอด และทำดอกไม้อันโตที่ติดผมหล่นไว้แถวนั้นโดยไม่รู้ตัว...

ด้านพีระที่ยังคงถูกน้ำค้างใช้ไถนาอยู่ท้ายไร่ เขาสู้อุตส่าห์ทำไปเพราะต้องการอยู่ในไร่นี้เพื่อโรสริน แต่วันนี้มีลุงคนหนึ่งเอาอาหารและน้ำมาให้กิน แล้วขอบอกขอบใจพีระยกใหญ่ โดยไม่ได้บอกว่าตนเองเป็นเจ้าของแปลงนา ส่วนน้ำค้างก็ไม่พูดอะไร ได้แต่แอบดีใจที่พีระยิ้มปลื้มใจและมีเรี่ยวแรงทำงานต่อไป

ตอนพักกินข้าว พีระยอมรับกับน้ำค้างว่าตนรู้สึกดีที่ได้ยินคำขอบใจของลุง น้ำค้างจึงบอกว่ามันเป็นความสุขที่เกิดจากการทำความดี
“จริงด้วย แต่แปลกนะ ความสุขที่ฉันรู้สึกวันนี้เป็นความอิ่มเอม ปลื้มปีติ ไม่เหมือนความสุขเวลาที่ฉันไปเที่ยวผับหรือซื้อของแพงๆ”

“นั่นน่ะมันเป็นความสุขชั่วครั้งชั่วคราว แต่ความสุขที่นายได้รับวันนี้เป็นความสุขที่แท้จริง มันจะอยู่ในความทรงจำของนาย นึกถึงทีไรก็ทำให้นายยิ้มได้”

“นี่เป็นครั้งแรกที่ฉันเห็นด้วยกับคำพูดของเธอ ขอบใจที่ทำให้ฉันพบความสุขแบบนี้ ทำให้รู้ว่าการทำเพื่อคนอื่นมันดียังไง”

“โกหกรึเปล่าเนี่ย”

“ฉันไม่ได้โกหก ดูตาฉันสิ เห็นอะไรมั้ย”

“ขี้ตา”

“ไม่ได้ให้ดูขี้ตา ความจริงใจต่างหากที่อยู่ในแววตาของฉัน” พีระยิ้มบางๆ จ้องหน้าจนอีกฝ่ายรู้สึกแปลกๆ

ooooooo

ปู่ชาญ อึ่ง และอาทิตย์รู้เรื่องตะวันเป็นนายแบบก็พากันลงความเห็นว่าตะวันต้องชอบโรสรินแน่ๆ ถึงยอมทำอะไรที่ไม่ถนัดอย่างนี้ได้ ว่าแล้วทุกคนก็แห่กันไปดูการทำงานของทั้งคู่แถวสวนดอกไม้

พีชต้องการให้โรสรินกับตะวันใกล้ชิดกันมากๆให้สมกับคอนเซปต์คู่รัก การถ่ายแบบจึงต้องมีกอดกันด้วย พวกปู่ชาญเลยได้เฮชอบอกชอบใจ อยากให้หนุ่มสาวคู่นี้รักกันจริงๆเสียที

มาลัยและมาลีย้อนกลับมาแอบดูด้วยความไม่พอใจ ครั้นเห็นทีมงานคนหนึ่งของพีชถือชุดดิ้นทองราคาเป็นแสนเข้ามา ซึ่งจะเป็นชุดสุดท้ายที่โรสรินต้องใส่ แล้วได้ยินพีชบอกลูกทีมให้เอาไปเก็บก่อน นั่งเฝ้าไว้ด้วย สองแม่ลูกถึงกับตาโต

“มาลัยมีแผนเล่นงานนังโรสแล้วค่ะ ในเมื่อมาลัยไม่ได้ถ่ายแบบคู่กับพี่ตะวัน ใครหน้าไหนก็ต้องไม่ได้ถ่าย”

มาลัยยิ้มร้าย แล้วชวนแม่ถอยร่นออกมาอย่างมาดหมาย...ในระหว่างนี้ โรสรินกับตะวันยังคงถ่ายแบบชุดอื่นๆกันต่อไป ถึงชุดหนึ่งที่คล้ายเจ้าบ่าวเจ้าสาว ปู่ชาญถึงกับยิ้มกริ่ม ขณะที่อึ่งบอกว่าถ่ายแบบเสร็จทั้งคู่น่าจะแต่งงานกันไปเลย

“เห็นอย่างนี้แล้วก็หมดห่วง สบายใจ ข้าไปเอนหลังพักซักหน่อยดีกว่า ไปอึ่ง...กลับ”

ปู่ชาญลากอึ่งกลับไปพร้อมอาทิตย์ ส่วนแย้ให้คอยดูแลทางนี้ต่อไป อย่าให้มีอะไรขาดตกบกพร่อง

อุษาวดีแอบมองการถ่ายแบบอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะแจ้นไปบอกพีระถึงแปลงนาว่าตะวันถ่ายแบบคู่กับโรสริน พีระหึงหวงจนอยู่เฉยไม่ได้ ละทิ้งการไถนากลับไปที่ไร่อย่างเร่งด่วนพร้อมอุษาวดีโดยมีน้ำค้างวิ่งตามไปด้วย

ด้านสองแม่ลูกที่มีแผนเล่นงานโรสริน ทั้งคู่พากันย่องไปที่จุดเก็บชุดดิ้นทองแล้วหลอกให้คนเฝ้าออกห่าง โดยมาลีแกล้งปวดท้องร้องขอความช่วยเหลือ แล้วให้มาลัยฉวยโอกาสเข้าไปเอาชุดออกมาเผาทิ้ง ก่อนสองแม่ลูกจะพากันหนีออกจากไร่ไปโดยไม่มีใครรู้เห็น

ตะวันเผอิญผ่านมาเห็นควันไฟ รีบวิ่งเข้าไปดูแต่ชุดก็เสียหายไปแล้วบางส่วน เขาสงสัยว่าชุดของใคร เป็นจังหวะที่โรสรินเดินหน้าตึงเข้ามาหลังทราบจากทีมงานของพีชว่าชุดดิ้นทองหายไป เมื่อเห็นตะวันถือชุดนั้นในมือ และสภาพถูกไฟไหม้ โรสรินตกใจและโกรธมาก ตบหน้าเขาฉาดใหญ่ก่อนคำรามใส่ด้วยความเสียใจ

“นายเกลียดฉันมากจนต้องทำขนาดนี้เลยเหรอ”

ตะวันก้มมองเสื้อในมือ รู้ทันทีว่าโรสรินหมายถึงอะไร

“ผมไม่ได้ทำ...”

“โกหก!! เห็นคาตายังจะปฏิเสธ ตั้งแต่แรกนายก็ไม่ได้เต็มใจจะให้ฉันถ่ายแบบที่นี่ นายพยายามทำลายงานนี้ นายก็เลยแกล้งฉัน โดยการยอมเป็นนายแบบ ทำไมฉันจะไม่รู้ แต่ครั้งนี้นายทำเกินไป คุณพีชจะมองฉันยังไง ความฝันของฉันต้องมาพังทลายเพราะนายคนเดียว”

“โรสริน คุณต้องเชื่อผม ผมไม่ได้ทำจริงๆ”

“ฉันไม่เชื่อนาย ไม่เชื่อ! ฉันบอกนายแล้วใช่ไหมว่าถ้างานนี้พังฉันจะไปจากที่นี่ และข้อตกลงทุกอย่างก็เป็นโมฆะ ลาก่อนนายตะวัน”

ตะวันได้แต่ยืนตัวชาอยู่กับที่ มองตามโรสรินเดินจากไปทั้งน้ำตา อีกครู่ต่อมาเขานำชุดดิ้นทองมายังกลุ่มของพีช พอเห็นชุดถูกไฟไหม้เสียหาย พีชแทบช็อก รับชุดมาดูด้วยมือสั่นเทา ก่อนจะเป็นลมหมดสติ ทีมงานกับพวกแย้ต้องรีบเข้าประคอง

พีระกับอุษาวดียืนมองเหตุการณ์อยู่มุมหนึ่ง รู้สึกเป็นห่วงโรสรินที่หายไป จึงชวนกันไปตามหา ส่วนตะวันหน้าจ๋อยกลับมาที่บ้าน บอกเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นให้พวกปู่ฟัง

“ในเมื่อเอ็งไม่ได้เผาชุดนั้น แล้วเอ็งจะปล่อยให้หนูโรสไปแบบนี้งั้นเหรอ”

“ผมไม่ได้อยากให้โรสรินไป แล้วปู่จะให้ผมทำยังไง ในเมื่อโรสรินไม่ฟังผม”

ระหว่างนั้น น้ำค้างกับแย้ตามเข้ามาสมทบ หลังจากช่วยเหลือพาพีชไปพักผ่อนแล้ว

“น้ำค้างให้คุณพีชพักที่บ้านพักรับรองแขกค่ะ ตอนนี้ยังไม่ฟื้น”

ตะวันพยักหน้ารับรู้ ปู่ชาญเข้ามาจับไหล่หลานชายให้หันมาเผชิญหน้า สำทับว่า

“เอ็งต้องทำให้หนูโรสฟังแกให้ได้ ถ้าไม่อยากเสียหนูโรสไป เอ็งต้องทำให้เขารู้ว่าเอ็งเป็นผู้บริสุทธิ์”

คนอื่นๆพยักหน้าเห็นด้วย ยกเว้นอาทิตย์ที่ทำมากกว่านั้น เด็กชายเดินเข้ามาถึงตัวตะวัน สะกิดแขนแล้วชูสองนิ้วขึ้น แต่ตะวันนิ่วหน้าไม่เข้าใจ อึ่งจึงขยายความให้ฟังว่า

“คุณทิตย์บอกให้พี่ตะวันสู้จ้ะ”

ตะวันกราดสายตามองทุกคน สีหน้าคิดหนัก ไม่มั่นใจเอาเสียเลยว่าจะทำได้หรือเปล่า

ooooooo

เมื่อรู้ว่าโรสรินจะกลับกรุงเทพฯ พีระสนับสนุนเต็มที่ แต่ตะวันไม่ยอมให้เธอไปทั้งที่ยังเข้าใจผิดในตัวเขา จนกว่าเขาจะพิสูจน์ให้เธอเห็นว่าเขาเป็นผู้บริสุทธิ์

“จะพิสูจน์ทำไม ในเมื่อนายเป็นคนทำอย่างไม่ต้องสงสัย”

“ผมกล้าสาบานว่าผมไม่ได้ทำ”

“คำสาบาน ใครก็พูดได้” พีระสวนทันควัน แต่พอได้ยินตะวันพูดต่อไปว่า ถ้าตนโกหกขอให้ตายภายในสามวัน...ทั้งพีระ โรสริน และอุษาวดีต่างก็อึ้งไปอย่างคาดไม่ถึง

“ถ้าเป็นพี่ พี่จะกล้าสาบานแบบนี้ไหม” คำถามของอุษาวดีทำเอาพีระพูดไม่ออก

“ไม่มีประโยชน์ที่จะทำแบบนี้ ยังไงฉันก็จะไป ฉันทนอยู่ที่นี่ต่อไปอีกไม่ได้”

“มันต้องแบบนี้สิโรซี่ เราไปเก็บของกันดีกว่า” พีระเริงร่าตามประกบโรสรินด้วยความดีใจ

ทันใด ตะวันร้องเรียกโรสริน เขาขอพูดอะไรสักอย่างก่อนที่เธอจะไป หญิงสาวหันกลับมาและให้เวลาเขาห้านาที

“จำวันแรกที่คุณมาอยู่ไร่ตะวันได้ไหม คุณคือคุณหนูอารมณ์ร้าย ไม่เคยให้โอกาสคนอื่น ไม่มีเหตุผล ทำอะไรก็ไม่เป็น จนคุณแทบจะอยู่ที่นี่ไม่ได้ แต่พอเวลาผ่านไปผมกลับได้เห็นมุมดีๆของคุณมากขึ้นทุกวัน จนผมนึกว่าคุณเปลี่ยน...แต่ผมคิดผิด คุณก็ยังเป็นคุณหนูโรสริน เป็นยัยกุหลาบจอมร้ายกาจคนเดิม”

“ไม่จริง ฉันไม่ได้เป็นแบบที่นายพูดอีกแล้ว”

“ถ้างั้นก็ให้โอกาสผมสิ ให้โอกาสผมได้พิสูจน์ ทำให้ผมเห็นว่าคุณเปลี่ยนไปแล้วจริงๆ”

โรสรินนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนตัดสินใจให้โอกาสตะวันพิสูจน์ตัวเอง พวกปู่ชาญรู้เรื่องก็ชื่นชมตะวันเก่งมากที่กล่อมโรสรินสำเร็จ แต่ปู่ชาญยังอยากรู้ว่าใครกันที่เผาชุดของพีช เมื่อจับมือใครดมไม่ได้ก็เลยพนมมือท่วมหัวสาปแช่งให้คนทำเจอวิบากกรรม กินข้าวติดคอ ดื่มน้ำก็สำลักน้ำ และขอให้โดนฟ้าผ่ากลางวันแสกๆ

ปรากฏว่า คำสาปแช่งของปู่ชาญบังเกิดผลทันตา มาลีกับมาลัยติดคอและสำลักน้ำแทบแย่ แถมเกือบโดนฟ้าผ่าต้องวิ่งหลบเข้าตลาดจนเป็นเป้าสายตาและถูกซุบซิบนินทาจากบรรดาเพื่อนพ้องแม่ค้าด้วยกันว่าคงไปทำอะไรผิดไว้แน่ๆ

ที่ไร่ตะวัน...พีชฟื้นแล้วแต่ยังร่ำไห้เสียดายชุดราคาแพงที่ถูกเผาเสียหาย ตะวันรับปากจะช่วยซ่อมให้โดยได้รับความร่วมมือจากสมาชิกทุกคนในบ้านอย่างแข็งขัน ที่สำคัญได้ชุดของน้ำค้างที่มีส่วนคล้ายกันและยังค่อนข้างใหม่มาตัดต่อกับชุดดิ้นทอง โดยตะวันลงมือตัดเย็บด้วยตัวเองจนมือโดนเข็มตำแดงเถือกไปหมด

เมื่อทุกคนร่วมแรงร่วมใจ ไม่ช้าไม่นานชุดนั้นก็เสร็จและสวยงามพร้อมให้โรสรินใส่ถ่ายแบบชุดสุดท้ายก่อนที่ตะวันจะตกดิน พร้อมกันนี้แย้ก็นึกขึ้นได้ว่าใครเป็นคนเผาชุด รีบพาตะวันไปยังจุดที่โยนสองแม่ลูกออกจากไร่แล้วพบดอกไม้ติดผมอันใหญ่ของมาลัยตกอยู่

ตะวันไม่พอใจอย่างมาก รีบไปพบสองแม่ลูกถึงตลาดพร้อมหลักฐาน แต่มาลีกับมาลัยยังปากแข็งไม่รู้ไม่เห็น จนกระทั่งตะวันพูดขึงขัง มาลัยถึงกับหน้าเสีย

“โกหกได้หนึ่งครั้งก็ต้องมีครั้งที่สอง ครั้งที่สาม และครั้งต่อไปตามมา พี่ไม่อยากนั่งเดาว่าเรื่องไหนมาลัยพูดจริงหรือพูดไม่จริง เพราะฉะนั้นหลังจากวันนี้อย่ามาเจอพี่อีก ให้คิดว่าเราไม่เคยรู้จักกันมาก่อน จำไว้ว่าพี่เกลียดคนโกหก”

ตะวันหันหลังจากไป มาลัยลนลานวิ่งตามและยอมไปสารภาพต่อหน้าโรสรินว่าตนเป็นคนเผาชุดดิ้นทองนั้นเอง เพราะไม่อยากให้เธอได้ถ่ายแบบ โรสรินโกรธจี๊ดพุ่งเข้าบีบคอมาลัยจนหายใจไม่ออก แต่ครู่เดียวก็ต้องยอมปล่อยมือเพราะกลัวอีกฝ่ายตายแล้วตัวเองต้องติดคุกหัวโตอย่างที่ตะวันบอก

หลังจากรู้ตัวคนทำผิดแล้ว โรสรินหายโกรธเคืองตะวัน แถมยังรู้สึกสงสารด้วยซ้ำที่เขาซ่อมชุดเสียจนโดนเข็มทิ่มมือเจ็บระบมไปหมด ถามเขาว่าทำไมต้องทำขนาดนี้ด้วย

“จำได้ไหมที่คุณบอกว่าผมเป็นคนที่ไม่เคยมีความฝัน ไม่ใช่หรอกนะ จริงๆแล้วผมมีความฝัน...ฝันอยากเห็นคุณมีความสุข และถ้าคุณมีความสุข คุณก็จะไม่อยากไปจากที่นี่”

โรสรินอึ้ง เพราะตะวันพูดกลายๆว่าไม่อยากให้เธอไป พอเห็นรอยยิ้มอบอุ่นของเขาก็ยิ่งเขินจนไม่รู้จะพูดอะไร

“ก็ไม่ต้องพูดอะไร แค่เห็นคุณยิ้มได้อีกครั้ง ผมก็ดีใจแล้ว”

ตะวันยิ้มกริ่ม แล้วทันใดนั้นเสียงท้องโรสรินร้องดังออกมา หญิงสาวอายมาก พูดเสียงอ่อยว่าวันนี้ทั้งวันตนยังไม่ได้กินอะไรเลย ตะวันจึงจัดอาหารมาให้เธอกินเต็มคราบในค่ำนั้น ต่างคนต่างพูดจาหยอกเย้ากันอย่างมีความสุข และมีช่วงหนึ่งที่ตะวันพลาดตกเก้าอี้ โรสรินลุกมาช่วยดึงแต่กลับเสียหลักล้มลงทับตัวเขา หน้าเกือบชนหน้าจนทั้งคู่ชะงัก เคลิ้มกันไปครู่หนึ่งก่อนจะผละออกจากกันด้วยอาการเขินๆ

กินข้าวเสร็จ โรสรินอยากเดินย่อยอาหาร ตะวันจึงไปเป็นเพื่อน พอทั้งคู่คล้อยหลัง พีระกับอุษาวดีเดินมาจากอีกด้าน พีระหอบหิ้วอาหารมาเต็มสองมือเพื่อบำรุงบำเรอโรสริน พอไม่เห็นเธอในบ้านพักจึงไปร้องเรียกตะวันอยู่พักหนึ่งก่อนที่น้ำค้างจะออกมาบอกว่าพี่ชายตนไม่อยู่

“พี่ชายเธอพาโรซี่ไปไหน”

“ไม่ได้พาไปไหน พี่ตะวันไปทานข้าวกับพี่โรส เสร็จก็เดินไปส่งที่บ้านพี่โรส”

พีระหน้าเจื่อน อุษาวดีมองอาหารในมือพี่ชายแล้วถามว่าใครจะกินล่ะเนี่ย?

“เธอโกหก ฉันเพิ่งมาจากบ้านโรส ไม่มีใครอยู่”

“งั้นก็แสดงว่าเขาออกไปที่อื่นด้วยกัน คืนนี้พระจันทร์เต็มดวง บรรยากาศโรแมนติกซะด้วยสิ” น้ำค้างยักคิ้วกวนๆ พีระหันมองอุษาวดีด้วยสีหน้ากังวลใจ

ooooooo

คืนนี้พระจันทร์เต็มดวงสวยไม่แพ้ดวงหน้าของโรสริน...ตะวันมองเธอบ่อยครั้งแต่ไม่กล้าชมซึ่งหน้า ได้แต่ย้ำไปย้ำมาว่าพระจันทร์สวยมาก โรส-รินค่อนข้างแปลกใจกับท่าทางของเขา แต่พอเขาเล่าเรื่องในวัยเด็กก็เลิกคิด หันมาฟังอย่างสนใจ

“ตอนเด็กๆ เวลาที่ผมร้องไห้ พ่อชอบพาผมออกมาดูพระจันทร์ พ่อบอกว่ามีกระต่ายอยู่บนนั้นให้ผมหาให้เจอ ผมตั้งใจหามาก จนหยุดร้องไห้ไปเลย”

“พ่อนายนี่น่ารักเนอะ”

“ครับ พ่อผมท่านเป็นคนดีมาก น่าเสียดายที่ท่านมาด่วนจากไปเร็ว”

“นายบอกได้ไหมว่าพ่อนายเสียเพราะอะไร”

“ใครๆบอกว่าพ่อประสบอุบัติเหตุรถชน แต่ผมมั่นใจว่าไม่ใช่...พ่อผมถูกฆาตกรรม”

“นายรู้รึเปล่าว่าใครเป็นคนทำ”

“พ่อของเดชา...พ่อของเดชาเป็นมาเฟียท้องถิ่น

ทุกคนที่นี่ให้ความเกรงใจ ถ้าเขาไม่พอใจใคร คนคนนั้น ก็จะถูกกำจัดออกไปโดยที่ไม่มีใครกล้าเอาผิด ผมพยายามจะหาหลักฐานเรื่องพ่อของผม แต่จนป่านนี้ผมก็หาไม่เจอ”

“นี่เป็นสาเหตุที่ทำให้นายกับเดชาไม่ถูกกันใช่ไหม”

“เป็นส่วนหนึ่ง แต่ความขัดแย้งของผมกับเดชาเริ่มมาจากการที่พ่อของเดชาเข้าใจว่าพ่อผมโกงที่ดินของพ่อเขาไป แล้วไม่นาน...พ่อผมก็เสีย แต่กรรมสมัยนี้มันติดจรวด หลังจากนั้นพ่อเดชาก็ตาย    เดชาจึงเข้ามาสานต่องานจากพ่อเขา”

“ซึ่งก็คือการค้าไม้เถื่อน”

“และอาจจะมีกิจการที่ผิดกฎหมายอื่นๆอีกที่เราไม่รู้ ได้ฟังอย่างนี้แล้วคุณก็ต้องระวังตัวให้มากขึ้น อย่าอยู่ใกล้ผู้ชายคนนั้น ผมเป็นห่วง”

เขาจับแขนเธอ มองอย่างเป็นห่วงจริงๆ โรสรินรู้สึกดี พยักหน้ารับอย่างว่าง่าย...แต่ในขณะเดียวกันนั้น เดชากำลังกระสับกระส่าย นอนก่ายหน้าผากตาเบิกโพลงเพราะคิดถึงโรสริน ผู้หญิงที่เขาชอบจริงๆจังๆจนหยุดคิดถึงไม่ได้แม้แต่นาทีเดียว

เช้าวันถัดมา เดชาอดรนทนไม่ไหวขับรถมาถึงไร่ตะวันเพื่อชวนโรสรินไปทานอาหาร หญิงสาวไม่ปฏิเสธเพราะมีบางอย่างอยากคุยด้วย เธอออกไปกับเขาโดยที่ตะวันไม่รู้เห็น พีระก็เช่นกัน เที่ยวตามหาโรสรินแต่ก็โดนน้ำค้างสกัดให้ยุติ เพราะเขายังต้องทำงานตามข้อตกลง โดยวันนี้ต้องพาเจ้าเฉาก๊วยควายตัวเก่งไปอาบน้ำ

ที่ร้านอาหาร โรสรินนั่งตรงข้ามเดชาที่โปรยยิ้มแทบตลอดเวลาอย่างอารมณ์ดี

“นี่เป็นครั้งแรกในรอบสิบปีที่ผมมีเพื่อนทานข้าวเช้า คุณโรสทานอะไรดีครับ”

“ที่โรสตกลงมากับคุณเพราะมีเรื่องอยากคุย...

โรสขอพูดตรงๆเลยนะคะ โรสไม่อยากให้คุณติดต่อโรสอีก”

“ตะวันคงบอกคุณหมดแล้วว่าผมทำอาชีพอะไร” โรสรินเงียบไม่ตอบ เดชาจึงอธิบายเพิ่มเติม “ผมยอมรับว่าผมทำอย่างที่ตะวันบอก แต่ผมจำเป็นต้องทำ เพราะมันเป็นธุรกิจของครอบครัว และถึงผมจะทำอาชีพที่ผิดกฎหมาย แต่ผมก็ไม่เคยทำร้ายใคร”

“ถึงอย่างนั้นสิ่งที่คุณทำมันก็ไม่ถูกต้อง ฉันขอโทษนะคะ แต่อยู่กับคุณแล้วฉันรู้สึกไม่ปลอดภัย”

เดชาฟังแล้วถึงกับผงะพูดไม่ออก

“ขอบคุณสำหรับความรู้สึกดีๆที่คุณมีให้ฉัน” เธอพูดประโยคสุดท้ายแล้วลุกเดินออกไปทันที เดชากำมือแน่นด้วยความโกรธและเสียใจ...

ตะวันเริ่มกระวนกระวายที่โรสรินยังไม่มาทำงาน หรือว่าจะตื่นสาย เขากำลังจะไปตามที่บ้านก็พอดีอุษาวดีเดินสวนมาพร้อมกล่องอาหาร อยากให้เขากินแซนด์วิชฝีมือของเธอที่เพิ่งหัดทำ ตะวันรับมากินแล้วบอกว่าอร่อย แค่นี้หญิงสาวก็ยิ้มแป้นด้วยความดีใจ และจัดแจงเช็ดปากให้เขาด้วยทิชชู โรสรินกลับมาเห็นภาพนั้น ตะวันเองก็เห็นเธอ กลัวจะเข้าใจผิด รีบวางแซนด์วิชแล้วเดินตามเธอไปทันที

อุษาวดีน้อยใจ มองแซนด์วิชที่ทำมามากมายก่อนจะคิดได้ เอาไปให้หมอกิตติทัตที่โรงพยาบาล หมอรู้สึกดีกับเธออยู่แล้ว กินไปชมไปว่าอร่อยที่สุดในโลก และอยากทานแบบนี้ทุกวัน อุษาวดียิ้มรับ แต่ในใจอดคิดไม่ได้ว่าอยากให้ตะวันพูดแบบนี้บ้างจัง

ฝ่ายตะวันกับโรสรินอยู่ที่ไร่ พอฝ่ายชายรู้ว่าเธอไปหาเดชามาก็หงุดหงิดโมโหใส่

“ตกลงที่เมื่อคืนผมพูดไปทั้งหมด เข้าหูซ้ายทะลุหูขวา ไม่ได้ฟัง?”

“นี่!! ฟังก่อนแล้วค่อยว่าได้ไหม ฉันไปหาเขาเพื่อบอกไม่ให้เขามาเจอฉันอีก”

ตะวันเปลี่ยนท่าทีฉับพลัน ขอบใจเธอที่เชื่อฟัง แล้วชวนกันไปทำงาน แต่อารามดีใจดันเดินนำผิดทางเลยโดนเธอแซวอย่างขำๆ

ooooooo

ตอนที่ 7

ตะวันกับแย้มองซ้ายขวาหาทางหนี แต่ดูเหมือนจะไม่ทันเสียแล้วเพราะสมุนของเดชากำลังมุ่งหน้ามาทางนี้

เดชายิงปืนขู่หลายนัดพร้อมตะโกนสั่งให้ตะวันโผล่หัวออกมา พอเห็นเงาความเคลื่อนไหวจากมุมหนึ่งก็เร่งสมุนให้กระจายกันโอบล้อม อย่าให้มันหนีไปได้

พวกเดชาไล่ล่าตะวันกับแย้อย่างกระชั้นชิด เพราะถ้าตะวันหลุดรอดไปได้พร้อมหลักฐาน  พวกตนเดือดร้อนแน่ และถ้าครั้งนี้กำจัดตะวันได้ก็เท่ากับเดชาหมดเสี้ยนหนามทางธุรกิจแล้วยังกำจัดศัตรูหัวใจของตนกับโรสรินได้อีกด้วย

ตะวันกับแย้วิ่งหนีไปท่ามกลางความมืดสลัวในป่า แย้ร่างกายอวบอ้วนทำให้ไม่คล่องตัว เหนื่อยหอบจนตะวันต้องช่วยพยุง เหตุนี้เองทำให้พวกเดชาไล่ตามมาทัน แล้วใช้ปืนยิงโทรศัพท์มือถือของตะวันที่ถ่ายคลิปหลักฐานการลักลอบตัดไม้ไว้จนแตกละเอียด

จากนั้นเดชาสั่งสมุนค้นตัวตะวันกับแย้ที่ถูกเตะต่อยล้มคว่ำอยู่กับพื้น เพียงครู่เดียวโทรศัพท์มือถือของแย้ก็ถูกทำลายอีกเครื่อง แถมมีดและปืนของตะวันก็ถูกล่ำกับแหลมริบเอาไว้ด้วย

เดชายิ้มอย่างเหนือกว่า ก้าวไปยืนค้ำร่างตะวันไว้ด้วยรอยยิ้มแสนสะใจ

“ที่จริงฉันก็ไม่อยากจะฆ่าแกหรอก ต่างคนต่างอยู่มันก็ดีอยู่แล้ว แต่แกยังแส่หาเรื่อง”

“ฉันทำเพื่อความถูกต้อง”

“เพื่ออะไรกันแน่ เพื่อแลกกับความตายต่างหากมั้ง ตะวัน...แกกับฉันรู้จักกันมาตั้งแต่เด็กๆ ฉันรู้สึกเศร้านิดๆ ที่แกจะไม่มีชีวิตอยู่แล้ว ลาก่อนเพื่อน”

เดชากำลังจะลั่นไก ตะวันไม่ยอมแพ้ พุ่งตัวออกไปกระแทกเดชาล้มลง ล่ำตั้งท่าจะยิงตะวันแต่โดนเขาเตะปืนในมือกระเด็นไป ส่วนแย้กระโดดชาร์จแหลมจนล้มกลิ้งไปด้วยกัน แต่ไม่มีใครขวางเดชาได้ เขาลุกพรวดขึ้นเล็งปืนใส่ตะวันที่สีหน้าช็อกสุดขีด ไร้หนทางสู้

แต่เกิดสิ่งไม่คาดฝันในพริบตา ตะวันรอดตายอย่างหวุดหวิดเพราะกระสุนปืนเดชาหมด สองหนุ่มชกต่อยกันชุลมุนวุ่นวาย ในขณะที่แหลมพยายามจัดการแย้ให้อยู่หมัด และพอมีจังหวะก็หันไปโยนมีดให้เดชาจัดการตะวัน

ตะวันสู้ยิบตา แต่สุดท้ายโดนคมมีดถากเข้าที่แขนเลือดไหล ตามด้วยแข้งของเดชาที่อัดเข้ามาจนตะวันคว่ำลงกับพื้น แต่เขายังฮึดสู้ กำดินที่พื้นปาใส่หน้าเดชาแล้วรัวหมัดใส่อีกหลายที จากนั้นหันไปช่วยแย้อัดแหลมกับล่ำจนล้มพับหมดสภาพ

“ไปแย้ รีบออกจากที่นี่” ตะวันหิ้วปีกแย้ออกไป

เดชาไม่เลิกรา ลุกขึ้นวิ่งนำหน้าสมุนไล่กวดตะวันกับแย้ไปแต่ไม่ทัน ได้แต่มองสองคนนั้นขึ้นรถจากไปอย่างรวดเร็ว เดชาทั้งเจ็บใจทั้งหัวเสีย คว้าปืนในมือสมุนมายิงขึ้นฟ้าหลายนัดระบายอารมณ์ ก่อนจะย้อนกลับมายังจุดตัดต้นไม้ สั่งบรรดาสมุนเก็บของให้เรียบร้อย อย่าให้เหลือหลักฐาน

“เสร็จแล้วพวกแกหนีไปกบดานก่อน อย่าเพิ่งติดต่อฉัน ถ้ามีงานฉันจะเรียกอีกที...เร็ว เร่งมือ”

“เสี่ยครับ ถ้าไม่ส่งของเราเสียหายหลายล้านนะครับ”

“จริงด้วย”

ล่ำกับแหลมแสดงความเห็นทั้งที่ยังเจ็บและจุกกันไม่หาย กลายเป็นว่าทำให้เดชายิ่งโมโห ด่าลั่น

“ไอ้โง่!! จะรอให้ตำรวจแห่กันมารึไง”

“ตะวันมันจะกล้าบอกตำรวจได้ไง หลักฐานก็ไม่มี”

“แล้วไอ้ที่มันกองอยู่ตรงนี้ไม่ใช่หลักฐานรึไง เก็บของให้หมดเดี๋ยวนี้”

ล่ำ แหลม และบรรดาลูกสมุนกุลีกุจอเก็บอุปกรณ์เครื่องมือตัดไม้เป็นการใหญ่ เดชาสีหน้าโมโหโกรธาตะวันเป็นที่สุด

ooooooo

เมื่อกลับมาถึงไร่ ตะวันเปลี่ยนเสื้อตัวใหม่ที่มีอยู่ในรถแล้วกำชับแย้ก่อนจะแยกย้ายกันเข้าที่พักว่าถ้าใครถามหายไปไหนมาให้บอกว่าไปกรุงเทพฯ กับตนแล้วมีเรื่องกับแก๊งซิ่งมอเตอร์ไซค์

ส่วนเรื่องเดชาตะวันไม่แจ้งตำรวจเพราะไม่มีหลักฐาน และถ้าเดชาดิ้นหลุดทุกคนที่ไร่จะเดือดร้อน มันต้องราวีไม่เลิกแน่ แต่ยังไงเรื่องนี้ตนกัดไม่ปล่อยแน่

ขณะตะวันเดินผ่านหน้าบ้านพักโรสรินเห็นไฟในห้องยังเปิดสว่าง เขาบ่นงึมงำว่าป่านนี้ยังไม่นอนมัวทำอะไรอยู่ พลันโรสรินก็โผล่มาทางด้านหลังมีไม้ค้ำยันเพราะยังเดินไม่ถนัด เธอมองเขาอย่างจับผิด คาดคั้นว่าหายไปไหนมา ตะวันตอบเหมือนที่นัดแนะกับแย้ไว้แต่โรสรินยังไม่วายสงสัยเปรยว่าพูดเหมือนเขียนคริปต์

“ถ้าไม่เชื่อก็ช่วยอะไรไม่ได้” พูดแล้วตะวันจะเดินหนี โรสรินรีบดักหน้าบอกว่าทุกคนเป็นห่วงกันหมด เขาควรพูดความจริงว่าไปไหนมา “คุณไปนอนซะ ขาเป๋แล้วยังจะซ่า เจียมตัวซะมั่ง เจ็บอยู่แทนที่จะพักผ่อน เดี๋ยวก็ได้พิการตลอดชีวิต”

“แช่งเหรอ” เธอแว้ดใส่และทุบเข้าที่ต้นแขนเขาเบาๆ แต่เขากลับร้องลั่นเพราะเจ็บแผลที่โดนเดชาใช้มีดฟันมา “นั่นเลือดนี่ นายไปทำอะไรมากันแน่ ทำไมถึงเป็นแบบนี้ บอกฉันมาเดี๋ยวนี้นะ”

โรสรินโวยวายเห็นเลือดซึมที่เสื้อสีขาวของตะวัน ชายหนุ่มหลบตาไม่อยากบอกความจริง แต่พอเธอพาเข้าไปทำแผลในบ้านก็หมดทางเลี่ยง จำต้องพูดความจริงว่าไปหาหลักฐานเพื่อจะจับเดชาเข้าคุก

“เดชาเป็นหัวหน้าขบวนการค้าไม้เถื่อน คนแถวนี้ไม่มีใครกล้ายุ่งกับเดชาเพราะกลัวอิทธิพลมืด คุณคงรู้เหตุผลแล้วใช่ไหมว่าทำไมผมถึงไม่อยากให้คุณยุ่งกับมัน”

“ฉันนึกว่านายกับเขาแค้นกันเพราะเรื่องส่วนตัว”

“ป่าไม้ไม่ใช่เรื่องส่วนตัวของใคร แต่เป็นเรื่องส่วนรวมของทุกคน ในเมื่อไม่มีใครกล้าเปิดโปงมัน ผมก็อยู่เฉยไม่ได้”

“นายมันบ้าที่เอาชีวิตตัวเองเข้าไปเสี่ยง ไม่ห่วงทุกคนที่อยู่ข้างหลังนายรึไง”

“ห่วงสิ ถึงต้องพยายามเอาตัวรอดกลับมาให้ได้ไง”

เขามองตาเธออย่างสื่อความหมาย ถามว่าเป็นห่วงกันบ้างหรือเปล่า โรสรินปฏิเสธทั้งที่ความจริงก่อนหน้านี้ไหว้พระภาวนาขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครองเขา โดยที่อึ่งกับอาทิตย์ก็แอบเห็น

โรสรินทำแผลเสร็จ ตะวันยังอ้อยอิ่งและอ้อนวอนให้เธอเช็ดตัว อ้างว่าอาบน้ำตอนดึกเดี๋ยวไม่สบาย หญิงสาวใจอ่อน ทำไปเขินไป ตะวันเลยยิ่งแกล้งด้วยการถอดเสื้อออกบอกว่าจะได้เช็ดตัวให้ทั่วถึง หรือจะให้ถอดกางเกงด้วย โรสรินร้องลั่นขอเช็ดแค่ครึ่งบนเท่านั้นพอ

ความใกล้ชิดทำให้ต่างคนต่างหวั่นไหว แต่สักพักตะวันก็ผล็อยหลับไปบนเตียงนอนของเธอ เจ้าของเลยต้องปูเสื่อนอนที่พื้น พอตะวันรู้สึกตัวจึงอุ้มเธอขึ้นมานอนบนเตียงก่อนที่ตัวเองจะออกจากห้องไปเงียบๆ

ooooooo

เช้าขึ้น ตะวันถูกสมาชิกในบ้านรุมเร้าถามว่าเมื่อคืนหายไปไหนมา ตะวันไม่ทันตั้งตัวตอบไม่ตรงกับแย้ว่าตนไปทำธุระที่กรุงเทพฯแล้วมีเรื่องกับพวกขี้เมา พอโดนทักท้วงก็เลยเอาตัวรอดว่าขี้เมาเป็นแก๊งซิ่งมอเตอร์ไซค์

“แล้วไป ปู่ก็นึกว่าแกเข้าป่าไปหาหลักฐานจับเดชาเข้าคุกซะอีก”

“ผมไม่ทำแบบนั้นหรอกครับ”

“ดีแล้ว เพราะทุกคนจะเดือดร้อนกันไปหมด ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของตำรวจดีกว่า”

ฟังปู่ชาญแล้วตะวันหน้าเครียด น้ำค้างสังเกตเห็นจึงเดินตามไปคาดคั้นพี่ชายจนทราบความจริง แต่สัญญาว่าจะไม่บอกใคร แล้วเธอยังเล่าเรื่องที่อึ่งแอบเห็นโรสรินไหว้พระขอพรให้ตะวันปลอดภัย แสดงว่าเธอต้องห่วงเขามากๆ ตะวันดีใจแต่ทำเฉไฉเก็บอาการไม่ให้น้องสาวเห็น

หลังจากนั้นตะวันนำข้าวต้มร้อนๆไปให้โรสรินที่ยังนอนไม่ตื่น เขากระเซ้าเย้าแหย่เธออย่างอารมณ์ดี ให้เธอลองเดินให้ดูโดยไม่ต้องใช้ไม้ค้ำยัน ปรากฏว่าเธอไม่ค่อยเจ็บขาแล้ว

“ยาของหมอทัตดีจริงๆเลย สงสัยต้องเลี้ยงขอบคุณซะแล้ว นี่ถ้าไม่ได้คนเก่งๆอย่างหมอทัตช่วย จะหายรึเปล่าก็ไม่รู้ โอ๊ยหิวแล้ว กินเลยนะ เดี๋ยวค่อยแปรงฟันทีเดียว”

โรสรินเริงร่าแต่ตะวันกลับหน้าจ๋อย ไม่อยากได้ยินเธอพูดถึงหมอทัตเอาเสียเลย...

ที่บ้านปู่ชาญ ทุกคนสบายใจที่สองศรีพี่น้องพีระกับอุษาวดีกลับไปประชุมที่บริษัทตั้งแต่เช้า ตะวันมาสมทบ พูดคุยกันได้ครู่เดียวก็มีรถคันหรูแล่นมาจอด

ยุนอานั่นเอง เธอมาพบโรสรินเพราะมีธุระสำคัญมาก แย้เห็นยุนอาก็กระดี๊กระด๊าเพราะแอบชอบตั้งแต่เห็นครั้งแรกที่กรุงเทพฯ แต่เพราะครั้งนี้เธอมีธุระสำคัญจึงยังไม่ตอแย ปล่อยเธอไปพบโรสรินที่บ้านพักโดยมีตะวันตามมาด้วย

ยุนอาแปลกใจมากที่เห็นโรสรินทำงานบ้านราวกับนังแจ๋ว โรสรินนึกอายเหมือนกันแต่ทำกลบเกลื่อนให้เลขาของคุณปู่พูดธุระมา แต่ไม่ลืมไล่ตะวันออกไปก่อน ขอคุยกันแค่สองคนเท่านั้น

เมื่ออยู่กันตามลำพัง ยุนอาเริ่มสาธยายว่าท่านประธานงานยุ่งมากปลีกตัวมาไม่ได้ก็เลยให้ตนมาเป็นธุระแทน ซึ่งเรื่องนี้โรสรินต้องตัดสินใจว่าจะตอบรับหรือปฏิเสธ โรสรินสีหน้าสงสัย แต่พอได้ดูภาพการเดินแฟชั่นโชว์ต่างประเทศบนหน้าจอไอแพดของยุนอาก็ชื่นชอบอย่างเห็นได้ชัด

“นี่คือผลงานคุณพีช ดีไซเนอร์ชาวไทยที่กำลังดังเป็นพลุอยู่ในยุโรปค่ะ”

“พีช...ฉันนึกออกแล้ว ฉันเคยเจอเขาที่โรงแรมควีนโรสในงานเปิดตัวสินค้าอะไรสักอย่าง”

“ค่ะ คือตอนนี้คุณพีชกำลังจะเปิดตัวคอลเลกชั่นใหม่ที่กรุงเทพฯ ก็เลยติดต่อมาที่ออร์แกไนซ์ของโรงแรมควีนโรสของเราให้ช่วยจัดแฟชั่นโชว์ครั้งนี้ให้น่ะค่ะคุณโรส”

“เหรอ...แล้วเรื่องนี้มันเกี่ยวอะไรกับฉันตรงไหน”

“พอดีคุณพีชมีความสนิทสนมกับท่านประธาน แล้วคุณพีชก็มีความประทับใจในตัวคุณโรสมากถึงมากที่สุด ก็เลยอยากให้คุณโรสมาเดินชุดฟินาเล่ให้

คุณโรสคนเดียวเท่านั้น ยุนอารับคำสั่งจากท่านประธานให้ทำหน้าที่คอยประสานงานให้ เพราะตอนนี้คุณพีชยังอยู่ที่แพรีส อ้อ คุณพีชออกแบบชุดมาเพื่อคุณโรสโดยเฉพาะเลยนะคะ”

ตอนที่ 6

ที่ลานกิจกรรมในหมู่บ้าน แช่มที่เป็นผู้ใหญ่บ้านและช้อยเมียผู้ใหญ่ กำลังดูเด็กๆซ้อมเต้นฮูลาฮูปกันอยู่ เพราะยังเต้นไม่เป็นกันเท่าไร เลยล้มบ้าง ฮูลาฮูปร่วงบ้าง

“ดีมากลูก ดีแล้วลูก รับรองเลยนะ ประกวดเต้น ฮูลาฮูปคราวนี้พวกเราชนะแน่ๆ ดีใจกันหน่อยเร้ววว...เอ้า เฮ้!!” ช้อยปลุกเร้าใจเด็กๆ จนอึ่งที่ดูอยู่ บ่นว่าชมไม่ได้ดูเลย เล่นอย่างนี้ ถ้าประกวดมีหวังตกรอบแรก

พวกเด็กๆ รู้ตัวดีบ่นกันว่า คราวนี้คงได้ที่โหล่อีกตามเคย แล้วพากันเดินหนีไปเซ็งๆ

แช่ม กับช้อยมองหน้าตะวันอย่างท้อใจ ช้อยเล่าว่าเมื่อก่อนเด็กๆ ใจสู้อยากได้ถ้วยกัน แต่พอแพ้บ่อย เข้าก็อย่างที่เห็นนี่แหละ พูดแล้วถอนใจ บอกว่าสงสารเด็กๆ

“ก็แค่แข่งเต้นฮูลาฮูปไม่เห็นมันจะยิ่งใหญ่ตรงไหน เลย” โรสรินเอ่ยทำหน้าเบื่อๆ แช่มกับช้อยหันมองสงสัยว่าเธอเป็นใคร ตะวันบอกทั้งสองอย่างมั่นใจว่า

“แต่แข่งคราวนี้ เด็กๆต้องชนะครับ” แต่ทั้งสองยังไม่เห็นทาง “ไม่ต้องห่วงครับ ผมมีครูสอน รับรองว่าไม่ผิดหวัง” มีเสียงถามกันว่าใครคะ? ใครครับ? ตะวันไม่ตอบ แต่หันมองหน้าโรสรินยิ้มอย่างมีเลศนัย

ooooooo

แต่พอตะวันบอก ให้เธอสอนพวกเด็กๆ เธอโวยวายปฏิเสธหัวเด็ดตีนขาดก็ไม่เอา ตะวันจึงจับเธอมัดไว้กับเสา ก่อนกลับตะวันตบบ่าให้กำลังใจเธอว่า

“เอาน่ะ ผมเชื่อว่าคุณทำได้ ผมเชื่อในตัวคุณ”

“ฉัน ทำไม่ได้!!!” โรสรินแผดเสียง แต่ตะวันทำ หูทวนลมพาพวกอึ่งกลับไป บอกแช่มกับช้อยว่าฝากครูของพวกเด็กๆ ด้วยอย่าให้เธอหนีกลับไปได้เด็ดขาด หันไปพูดกับโรสรินอีกครั้งว่าอย่าทำให้พวกเด็กๆ ผิดหวัง

พอตะวันไป แล้ว โรสรินขอให้ช้อยช่วยแก้มัดให้ด้วย ปกติช้อยจะเป็นคนนักเลงโผงผาง แต่เห็นฤทธิ์เดชของโรสรินก็เข้าไปแก้เชือกให้กลัวๆกล้าๆ พอแก้เชือกแล้วเธอบอกให้พาไปส่งที่ไร่ตะวันเดี๋ยวนี้ เพราะตนสอนเด็กๆ พวกนี้ไม่ได้

“แต่ตอนนี้ความหวังของพวกเด็กๆ ขึ้นอยู่กับคุณแล้วนะครับ” แช่มพูดอย่างสำรวมที่สุด พวกเด็กๆก็มองกันตาแป๋ว

“ความหวัง...หวังทำไม...กะอีแค่ประกวดเต้นไอ้ห่วงๆเนี่ย มันน่าภูมิใจตรงไหน อย่าไปหวังมันเลย”

แช่มเริ่มไม่ชอบใจ ติงว่าเธอกำลังดูถูกความฝันของเด็กๆ ช้อยก็ชะโงกจากหลังแช่มออกมาพูดว่า

“ความ สุขของคนไม่เท่ากันนะคะ สิ่งเล็กๆ นี่แหละ มันคือความสุขของพวกเขา ฉันเชื่อคุณตะวัน คุณตะวันบอกว่าคุณทำได้ ฉันก็เชื่อว่าคุณต้องทำได้”

โรส รินเริ่มเย็นลง ถามช้อยว่าคิดอย่างนั้นจริงๆ หรือ ช้อยยืนยันว่าคิดอย่างนั้น ทั้งที่ใจไม่เคยคิดเลยทำให้โรสรินคิดถึงคำพูดสุดท้ายที่ตะวันฝากไว้ก่อนไป ว่า “คุณต้องทำได้ ผมเชื่อในตัวคุณ” ก็ทำให้โรสรินลังเลว่า จะเอายังไงดี?

เมื่อเธอตัดสินใจสอนเด็กๆ ช้อยกับแช่มดูอยู่ช้อยกระซิบถามแช่มว่า

“แกว่าคุณโรสเขาจะไหวแน่เหรอวะ ฉันกลัวจะงาบหัวเด็กๆ เข้าให้”

“ฮื้อ...พูดเป็นการ์ตูน” แต่พอแช่มหันดูเธอสอนก็ชักแหยงพึมพำ “อืม...แต่มันก็จริงนะ”

ooooooo

โรสรินต้องเป็นครูจำเป็นสอนเต้นฮูลาฮูปให้เด็กๆ ทั้งที่ตัวเองเต้นไม่เป็น แต่ก็ไม่ละความพยายาม

ขณะกำลังสอนอย่างทุลักทุเลนั่นเอง มาลัยตัวแสบก็โผล่มา พอเห็นโรสรินก็ของขึ้น ตรงมาหาเรื่องทันที

“ฉันนึกว่าเธอแจ้นกลับกรุงเทพฯไปแล้วซะอีก มาทำอะไรที่นี่หา!”

พอรู้ว่าตะวันให้โรสรินมาสอนเด็กเต้นฮูลาฮูปทั้งที่ดูแล้วเต้นไม่เป็น มาลัยเยาะเย้ยว่าก่อนจะสอนคนอื่น ให้สอนตัวเองเสียก่อน แล้วเต้นอย่างพลิ้วโชว์ บอกโรสรินว่าเต้นอย่างนี้ อย่างเธอน่ะถอนตัวไปเลยดีกว่า

แช่มกับช้อยมองหน้ากันเล่ิกล่ักกลัวมีเรื่อง ช้อยติง ว่าจะถอนได้ยังไงเพราะตะวันให้โรสรินเป็นครูสอนเด็กๆ และที่สำคัญมาลัยเองก็เคยบอกว่าประกวดคราวนี้ตนไม่ว่าง มาลัยตะแบงว่าตอนนั้นไม่ว่างแต่ตอนนี้ว่างแล้ว

แช่มบอกว่ามาเปลี่ยนใจปุบปับอะไรเอาตอนนี้ เอาไว้คราวหน้าก็แล้วกัน มาลัยไม่วายเยาะเย้ย โรสริน ว่าจะไปได้สักกี่น้ำ ทำให้โรสรินฮึดขึ้นมา บอกกับตัวเอง ว่าต้องทำได้ ต้องทำให้ได้! ปลุกใจตัวเองว่า “คนอย่างโรส ไม่เคยยอมแพ้ไม่ใช่เหรอ” แล้วเธอก็มุ่งมั่นฝึกซ้อมจนเต้นได้

แต่ก็มีเรื่องให้แก้อีก เมื่อเธอไปเจอเด็กหญิงคนหนึ่ง นั่งเศร้าอยู่ พอเข้าไปถาม เด็กบอกว่าถึงแข่งไปก็แพ้อยู่ดี เราไม่ชนะหรอก โรสรินถามอีกว่า “มันน่าภูมิใจมากเหรอ กะอีแค่ชนะแข่งเต้นฮูลาฮูปน่ะ”

“พี่ไม่เข้าใจหรอก...พวกหนูก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมถึงอยากชนะ รู้แต่ว่าถ้าชนะแล้ว พวกหนูภูมิใจแล้ว ก็คงมีความสุข” โรสรินสะดุดหู ทวนคำเชิงถามว่า “ความสุข?” เด็กหญิงมองหน้าบอกว่า “ความสุขที่สุดในโลก...”

“พี่ไม่รู้หรอกนะว่ามันสุขยังไง แต่พี่ก็อยากให้เธอมีความสุข...ไป” โรสรินจูงเด็กหญิงลุกขึ้น “ไปซิ...ไม่อยากมีความสุขรึไง” ว่าแล้วก็จูงเด็กหญิงวิ่งไปเข้ากลุ่มซ้อมกับเพื่อนๆ

ooooooo

ตะวันกลับมาที่หมู่บ้านอีกครั้ง น้ำค้างได้ยินตะวันปรารภถึงความฝันของเด็กๆ ที่อยากชนะในการ แข่งครั้งนี้ เธอจึงขอมาสอนเด็กๆด้วย เพราะอยากช่วยให้ความฝันของเด็กเป็นจริง

พอจอดรถเดินไปที่ลานกิจกรรม น้ำค้างพูดขำๆว่า

“ป่านนี้พี่โรสเขาองค์ลงรึยังไม่รู้ ไม่ใช่เด็กๆ กระเจิงกันไปหมดแล้วเหรอ”

“ไม่หรอก ถึงยัยโรสร้ายก็จริง แต่กับเรื่องนี้ไม่ทำพังแน่”น้ำค้างถามว่าแน่ใจหรือ ตะวันบอกว่า “เดี๋ยวก็รู้...”

ที่ลานกิจกรรม มาลัยเรียกเด็กๆให้มาซ้อมกับตน เด็กมาไม่ทันใจก็กระชากจนเด็กเซถลา โรสรินไม่พอใจถามว่า ทำไมต้องรุนแรงกับเด็กขนาดนี้ด้วย ถูกมาลัยตวาดว่าอย่ามายุ่งกับเด็กของตน ไล่จะไปไหนก็ไปเลย

“ฉันจะไม่ไปไหนทั้งนั้น ฉันจะต่อสู้ ฉันจะพาเด็กๆ คว้าแชมป์ให้ได้” โรสรินฮึดขึ้นมา ถูกมาลัยเยาะเย้ยว่า ฝันไปหรือเปล่า ไม่มีใครอยากเรียนกับเธอหรอก

แต่โรสรินมุ่งมั่นที่จะสอน และเด็กๆก็พากันมาเรียน กับเธอ มาลัยปรี๊ดแตกด่าเด็กๆว่าปัญญาอ่อน โรสรินทน ไม่ได้เกิดโต้เถียงจนกระทั่งลงมือกัน โรสรินผลักมาลัย ล้ม เป็นจังหวะที่พวกตะวันมาถึงพอดี มาลัยสำออยกุมขา ร้องโอดโอยว่าไม่รู้หักหรือเปล่า

“ถ้ามาลัยสอนไม่ได้ก็ยกเลิก ไม่ต้องส่งประกวดมันแล้ว” ตะวันโมโห พวกเด็กๆหน้าสลดเสียดาย โรสริน เห็นแววตาเด็กแล้วสงสาร นึกอะไรในใจบางอย่าง

ตะวันพาโรสรินกลับไปที่ไร่ตะวัน เธอขอกลับไปสอน เด็กๆอีกครั้ง เขาถามว่า “ตกลงจะสู้อีกสักตั้งใช่ไหม”

“สู้หลายตั้งเลยล่ะ ฉันต้องทำให้สำเร็จ นายต้อง พาฉันกลับไปที่นั่น”

ตะวันยิ้มพอใจที่เธอฮึดขึ้นมาอีกครั้ง ฝากความหวัง ว่า “ยังไงก็ช่าง อย่าทำให้ใครผิดหวังอีกล่ะ”

“คอยดูก็แล้วกัน” พูดแล้วเดินขึ้นบ้านไป ตะวันมองตามยิ้มพึมพำอย่างพอใจ “ต้องงี้สิ!”

ooooooo

เรื่องราวต่างๆที่ไร่ตะวันกำลังจะไปได้ดี ก็มีเหตุให้เกิดความเข้าใจผิดกันขึ้นอีกเมื่อ...

อุษาวดีพาหนุ่มหล่อมาคุยธุรกิจกันที่ไร่ตะวันแต่หนุ่มหล่อนิสัยเลว ไม่ได้สนใจเรื่องธุรกิจนัก กลับลอบมองขาอ่อนของอุษาวดี ซ้ำเมื่อเธอลุกขึ้นรับโทรศัพท์ก็ยังเอามือถือแอบถ่ายใต้กระโปรงเธออีก

ตะวันผ่านมาเห็น เขาไม่พอใจ เลยเข้าไปโอบอุษาวดีแสดงตัวเป็นคนรัก ทักทายกันอย่างหวานแหวว นักธุรกิจหน้าตาดีนิสัยเลวไม่พอใจถามว่าเขาเป็นใคร

“ตะวันครับ เจ้าของไร่ตะวัน แล้วก็เป็นแฟนคุณอุษาวดีด้วยครับ” ตะวันตอบขณะที่มือยังโอบอุษาวดีไว้

โรสรินรอตะวันอยู่ที่รถเพราะนัดจะไปหมู่บ้านด้วยกัน รอนานจนหงุดหงิดเดินเข้ามาตาม เห็นตะวันโอบอุษาวดีอยู่ทั้งยังได้ยินตะวันบอกนักธุรกิจคนนั้นว่า อุษาวดีเป็นแฟนและ “เรารักกันครับ”

“ตะวัน...อุษาวดี...อะไร? ยังไง? เมื่อไหร่???” โรสรินช็อก เดินกลับไปอย่างใจไม่อยู่กับตัว เจอพีระเขาถามว่าเป็นอะไรหรือเปล่า เธอพูดเหมือนใจไม่อยู่กับตัวว่า “อุษา...เป็นแฟนนายตะวัน...”

เมื่ออุษาวดีรู้ว่าถูกนักธุรกิจหนุ่มแอบถ่ายคลิปใต้กระโปรงก็โกรธมาก ตะวันปรามว่าอย่ามายุ่งกับตนอีก แล้วไล่ไปให้พ้น แล้วเขาก็ขอโทษอุษาวดีบอกว่าถ้าตนไม่ทำอย่างนั้นก็ช่วยเธอไม่ได้ อุษาวดีกอดขอบคุณเขา ตะวันตัวเกร็งที่ถูกกอด

ระหว่างนั้นเอง โรสรินเดินหน้าบอกบุญไม่รับเข้ามาถามว่าจะไปกันได้หรือยัง ตะวันติงว่าใจร้อนจัง

“ฉันตั้งใจจะรับผิดชอบงานที่ฉันรับปาก ไม่มีเวลามาหาความสุขส่วนตัวเหมือนใครบางคน!! ฉันจะไปรอที่รถ ตามฉันมาเดี๋ยวนี้”

ทั้งตะวันและอุษาวดีต่างแปลกใจกับความหงุดหงิดของโรสริน

ส่วนพีระพอฟังจากโรสรินว่าอุษาวดีรักกับตะวันก็โกรธเป็นฟืนเป็นไฟ ลิ่วไปหาน้องสาวสั่งห้ามรักชอบกับตะวันเด็ดขาด แม้แต่คิดก็ไม่ได้ อุษาวดีถามพี่ชายว่ารับไม่ได้หรือ วันหนึ่งตนอาจจะชอบเขาขึ้นมาจริงๆก็ได้

“มันจะไม่มีวันนั้น!! แกจะชอบมัน จะรักมันไม่ได้นะอุษา โธ่เว้ย!!” พีระตะโกนราวกับคนเสียสติ

ooooooo

ระหว่างนั่งรถไปหมู่บ้านชนบท โรสรินนั่งปึ่งไปตลอดทางจนทุกคนสงสัยว่าเธอเป็นอะไร พอน้ำค้างกับตะวันถามเธอก็กระชากเสียงตอบว่า “ไม่รู้!”

ตะวันยังเซ้าซี้ถามเธอก็เหวี่ยงใส่ให้รีบขับรถไปป่านนี้เด็กรอจนแก่แล้ว ไม่ต้องมาสนใจตนหรอก! พอไปถึงตะวันถามอีกก็ถูกแว้ดว่า “อย่าคิดนะว่าแอบทำอะไรลับหลังกับใครแล้วฉันไม่รู้”

อาการกระฟัดกระเฟียดตะบึงตะบอนของโรสริน น้ำค้างตั้งข้อสังเกตกับตะวันว่าเป็นอาการของคนหึงชัดๆ

เมื่อไปถึงลานกิจกรรม ทั้งโรสรินและน้ำค้างก็ลงไปเต้นกับเด็กๆ ไม่นานแช่มก็วิ่งมาบอกข่าวดีว่า

“ข่าวด่วนจ้ะ...ที่ประชุมเขาบอกว่าปีนี้ให้ผู้ใหญ่ขึ้นเวทีกับเด็กด้วยสองคนแน่ะ”

“พอดีเป๊ะเลย คุณโรสกับน้ำค้างไง!!” ช้อยดีดนิ้วเปาะ โรสรินบอกว่าตนไม่ขึ้นเวที ตะวันถามว่าถ้าเธอกับน้ำค้างไม่ขึ้นแล้วใครจะขึ้น ตัดบทว่าเธอสองคนต้องลงแข่งด้วย โรสรินยืนกระต่ายขาเดียวยังไงก็ไม่ยอมขึ้นเวที!

“ถ้าคุณไม่ขึ้นเวที ทีมก็ล่ม เด็กไม่ได้ประกวดเพราะคุณ ขอให้คุณรู้ว่า คุณคนเดียวที่ทำทุกอย่างพัง อยากเลือกแบบนั้นก็ตามใจคุณ!”

จู่ๆเดชากับล่ำและแหลมก็เข้ามาในหมู่บ้าน เอาน้ำดื่มและขนมมาแจกเด็กๆ บอกผู้ใหญ่แช่มว่าขอสนับสนุนกิจกรรมของเด็กๆ และอยากจะเป็นกำลังใจให้โรสรินด้วย ตะวันฟังแล้วหมั่นไส้ แต่โรสรินขอบคุณเดชาที่มีน้ำใจ ทำให้ตะวันยิ่งเขม่น เมื่อสบโอกาส ตะวันถามเดชาว่าต้องการอะไรแน่!

“พูดตรงๆนะ  ฉันชอบคุณโรส...ขอได้ไหม” เดชาพูดพลางตบบ่าตะวันเบาๆ

“ไปมอบตัวกับตำรวจเรื่องที่พวกแกลักลอบตัดไม้ก่อนเถอะ  ฉันอาจจะพิจารณาอีกที  หลังนายออกจากคุก”

“ขอดีๆไม่ให้ก็คงต้องแย่ง”  เดชาตบบ่าตะวันอีกครั้งถูกตะวันปัดมือทิ้งพูดใส่หน้าว่าเขาไม่มีวันได้แตะต้องโรสรินอีก เดชาหัวเราะเยาะพูดอย่างท้าทายว่า “ฮ่ะๆ เผอิญฉันชอบคนท้าเสียด้วย แล้วถ้าคิดจะขวาง...ก็ลองดู”

เดชายิ้มอย่างมีแผน  เมื่อแยกมาก็บอกกับล่ำและแหลมว่า “ฉันรู้แล้วว่าต้องทำยังไงถึงจะได้ใจคุณโรสตอนนี้”

ooooooo

ตะวันมีธุระจำเป็นต้องไปเจรจาธุรกิจ  จึงให้น้ำค้างกับโรสรินซ้อมและคอยอยู่ที่นี่เสร็จธุระแล้วจะรีบมา  ย้ำกับน้ำค้างว่าไม่จำเป็นอย่าให้เดชาอยู่ใกล้เด็ดขาด

แต่เพียงตะวันคล้อยหลังเท่านั้นเดชาก็ทำเซอร์ไพรส์โรสริน  ด้วยการเอาชุดแข่งเต้นฮูลาฮูปมาแจกเด็กๆ  และชุดพิเศษสีสดใสให้โรสริน  เด็กๆไปลองชุดกันอย่างตื่นเต้น

ล่ำกับแหลมเปรยๆกันว่า  คนอย่างเสี่ยไม่เห็นต้องยอมเป็นลูกมือคอยช่วยยัยคุณหนูนั่นเลย  เสียเวลาเปล่าๆ

“ถ้าฉันจะได้ตัวเธอ ฉันก็ต้องได้หัวใจเธอด้วย แล้วตอนนี้ฉันชักจะชอบคุณโรสมากขึ้นทุกวัน  เสียดายที่ไอ้ตะวันมันคอยขวางคออยู่”  แหลมเชื่อว่าตะวันไม่ยอมง่ายๆแน่ “แต่ยังไง คุณโรสก็ต้องเป็นของฉันอยู่ดี แล้วฉันนี่แหละจะเป็นคนเหยียบหัวใจไอ้ตะวันเอง!!” เดชากระหยิ่มยิ้มอย่างผยอง

มาลัยยังเดินกะเผลกอยู่  เดินผ่านมาเห็นชุดแสดงของเด็กๆโผล่แพลมมาจากถุง พอเห็นเป็นชุดแสดงก็ตาลุก จิกตาร้ายอย่างมีแผน

ตะวันกลับมาแล้ว  เขาบอกโรสรินว่ามาช้าเพราะมัวไปหาชุดแข่งมาให้ เธอบอกทันทีว่าไม่จำเป็นแล้ว เพราะเดชาจัดการทุกอย่างให้หมดแล้ว  แต่พออึ่งวิ่งมาดูก็บอกว่าชุดของเดชาเริ่ดกว่า ทั้งสวยทั้งดูดีกว่า โรสรินพูดแทรกทันทีว่า

“อึ่งพูดถูก เดชาเขารสนิยมดีกว่านายเยอะ”

โรสรินพูดไม่ทันขาดคำช้อยก็ถือชุดที่เดชาเอามาให้ บอกทุกคนว่าเกิดเรื่องใหญ่แล้ว พลางชูชุดให้ดู ปรากฏว่าทุกชุดขาดวิ่น  มาลัยหัวเราะเยาะว่าแฟชั่นใหม่หรือ? ขาดเป็นริ้วๆเลย  ทุกคนเชื่อว่าเป็นฝีมือของมาลัย โรสรินพูดอย่างเจ็บแค้นว่า

“เธอทำลายความฝันของเด็กๆ”

แต่โรสรินไม่ยอมแพ้  บอกแช่ม  ช้อยและเด็กๆว่า พรุ่งนี้เจอกันที่เวทีเลย  ตนจะจัดการปัญหานี้เอง  แล้วเอาชุดที่ถูกตัดเป็นริ้วๆไปตัดตบแต่งใส่ชุดที่ตะวันซื้อมา  จนดูสวยแปลกตา แต่เธออดตาหลับขับตานอนทำทั้งคืน จนนิ้วถูกกรรไกรบาด ดีที่ตะวันอยู่ช่วยทำแผลให้ เขาเตือนให้เธอพักผ่อนบ้างเดี๋ยวพรุ่งนี้จะไม่มีแรงเต้น  พูดทิ้งคำสุดท้ายว่า “ผมเป็นห่วง”

โรสรินชะงักไปนิดหนึ่ง  พอรู้ตัวก็บอกเขาว่าหมดธุระแล้วก็กลับไปเสีย ตนไม่อยากให้ใครเข้าใจผิด

“แล้วไอ้ใครของคุณน่ะคืออะไร”

“ก็แฟนนายไง!!”

ตะวันถามว่าใครเป็นแฟนตน  ตนยังไม่รู้ตัวเลยว่ามีแฟน  ถามว่าเอาอะไรมาพูด  เธอบอกให้เขาออกไปเสีย  ตะวันไม่ยอมออกบอกว่าต้องเคลียร์กันให้รู้เรื่องก่อนเพราะเธอเข้าใจผิด  โรสรินย้อนถามว่าถ้าตนเข้าใจผิดแล้วเขาแคร์ด้วยหรือ

“ก็...ก็...ไม่...” คำตอบของตะวันทำให้โรสรินตัดบทว่าถ้าอย่างนั้นก็ไม่ต้องสนใจว่าตนจะคิดยังไง จบ!

ตะวันตอบเหวอๆ “เอ่อ...จบ” จนโรสรินปิดประตูปังออกไปแล้ว ตะวันก็ยังยืนเหวออยู่ตรงนั้น

ooooooo

ณ สถานที่ประกวดเต้นฮูลาฮูประดับอำเภอ บรรยากาศคึกคักไปด้วยผู้เข้าประกวดที่ต่างซ้อมเต้นกันอย่างเอาจริงเอาจังทุกทีมมีเป้าหมายที่จะคว้ารางวัล

ตะวันมาเห็นบรรยากาศ ถามโรสรินว่ามุ่งมั่นกันน่าดูหวังถึงชนะเลยใช่ไหม

“ก็ใช่น่ะสิ ถ้าคิดว่าแพ้ฉันไม่ลงแข่งหรอก”

ครู่หนึ่ง ปู่ชาญเดินนำทีมในชุดแข่งขันที่โรสริน ปรับแก้ทั้งคืนมาสู่เวที พอทีมเดินออกมาน้ำค้างอุทานอย่างตื่นเต้นว่าชุดสวยมากเลย ช้อยยิ้มหน้าบานชมว่าโรสรินเก่งมาก เจ้าตัวยิ้มอย่างภูมิใจและดีใจทั้งคำชมและผลงาน ตะวันดูนาฬิกาเตือนว่าใกล้ถึงเวลาของเราแล้ว

“เดี๋ยวเราซ้อมกันอีกที ต้องเอาให้เป๊ะเลยนะ อย่าลืมว่าเราต้องคว้าแชมป์ให้ได้”

“สู้ไหมพวกเรา” แช่มตะโกนถามเด็กๆทุกคนตะเบ็งสุดเสียง “สู้!!”

“ทำความฝันของเราให้สำเร็จนะ” ตะวันให้กำลังใจ

บรรยากาศคึกคัก ทุกคนฮึกเหิมที่จะเอาแชมป์มาให้ได้

ooooooo

พีระยังเจ็บแค้นที่โรสรินบอกว่าอุษาวดีกับตะวันรักกัน เห็นหมอกิตติทัตที่มาดูการแข่งขันทักทายกับน้ำค้างอย่างสนิทสนมก็บ่นอย่างเจ็บใจ

“โรสก็แย่งมาจากไอ้ตะวันไม่ได้ แถมยังจะเสียยัยอุษาให้มันอีก ไม่! ไม่!! เราจะยอมให้เป็นแบบนี้ไม่ได้”

พีระเดินมาเห็นตุ๊กตาหมีตัวใหญ่ที่เด็กเอามาวางไว้ก็หยิบตุ๊กตาหมีเดินยิ้มไปหาหมอกิตติทัตอย่างมีแผน

หมอตกใจเมื่อพีระบอกว่าอุษาวดีชอบเขา ทั้งยังเอาตุ๊กตาหมีที่หยิบของเด็กมายื่นให้หมอบอกว่าอุษาวดีไม่กล้าเอามาให้เอง โมเมว่า “รับไปสิครับ ของฝากแทนใจจากน้องสาวผม”

หมอรับไปงงๆ ถามว่าเป็นไปได้อย่างไรในเมื่อตนกับอุษาวดีแทบไม่ได้เจอกันเลย พีระรวบรัดยัดเยียดว่าน้องสาวตนเป็นคนดีรักเดียวใจเดียว ตนไม่อยากให้น้องสาวเสียใจ พีระพูดๆๆไม่เปิดโอกาสให้หมอพูดอะไรเลย แล้วรวบรัดสรุปว่า

“ในเมื่อน้องสาวผมมีใจให้หมอ มันก็ขึ้นอยู่กับหมอว่าจะคิดยังไง แต่ถ้าเป็นผม ผมคงไม่ทำให้คนที่รักและหวังดีกับเราเสียใจ” พีระเค้นน้ำตาจนซึมเอ่ยขอ “หมอไม่ชอบอุษาตอนนี้ก็ไม่เป็นไร แต่ขอให้คิดถึงใจเธอบ้าง” แล้วโผเข้ากอดหมอแกล้งร้องไห้ รำพัน “หมอเป็นคนดี ถ้าน้องสาวผมลงเอยกับคนดีๆ ผมก็หมดห่วง ผมฝากยัยอุษาด้วยนะ ดีกับเขาให้มากๆอะไรที่ทำให้เธอมีความสุขก็อย่ารั้งรอที่จะทำ”

หมอกิตติทัตกอดปลอบพีระทั้งที่ยังเหวอๆ ก็พอดีอุษาวดีมาตามพีระ เห็นภาพนั้นก็ตกใจ พีระผละออกมาทำตัวเป็นปกติถามอุษาวดีว่ามีอะไรหรือเรียกเสียตกใจหมด

“ยัยโรสจะขึ้นเวทีประกวดแล้ว จะไปเชียร์ไหม เร็วเข้า” เธอเข้าไปกระชากแขนพี่ชายไปบอกหมอว่า “ขอตัวพี่พีคืนนะหมอ”

“เชิญครับ” หมอตอบทั้งที่ยังอึ้งๆเหวอๆอยู่

ooooooo

ทีมของโรสรินขึ้นเวทีไปด้วยชุดแข่งที่สวยงาม เดชาแปลกใจว่านั่นไม่ใช่ชุดที่ตนเอามาให้ มันเป็นของใคร?

ส่วนมาลัยก็หัวเสียที่แกล้งตัดชุดเด็กๆ จนรุ่งริ่งแต่กลับออกมาสวยกว่าเก่า ไม่รู้จะแกล้งอย่างไรอีกก็ภาวนาให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ช่วยดลบันดาลใจให้ทีมของโรสริน แพ้ด้วยเถิด

พอขึ้นเวที โรสรินประสบอุบัติเหตุเพราะพื้นตรงที่เธอยืนอยู่กระดานผุทะลุจนเธอล้มเท้าเจ็บแต่เธอก็กัดฟันลุกขึ้นเต้น แต่ทนเจ็บไม่ได้ทรุดลงอีก ทุกคนช็อกคิดว่าวันนี้ทีมต้องแพ้แน่ๆ

หมอกิตติทัตเสนอว่าเจ็บขนาดนี้ถ้าฝืนเต้นต่อจะเสี่ยงเกินไป ตะวันตัดสินใจจะถอนทีมออกจากการแข่งขันถ้าเธอยอมแพ้

“ฉัน...ฉันไม่เคยคิดจะยอมแพ้ ฉันอยากพิสูจน์ให้ทุกคนเห็นว่า ฉันทำให้ความฝันของเด็กๆ เป็นจริงได้... แต่ฉันไม่ไหวจริงๆ” หมอสนับสนุนให้ถอนตัวเสีย โรสรินคิดหนัก ในที่สุดตัดสินใจเด็ดเดี่ยวว่า “แต่ฉันอยากแข่งต่อ!!”

หมอกิตติทัตบอกว่าไม่ได้ เธอบอกว่า “ต่อให้พิการบนเวทีฉันก็จะทำ หมอต้องมีวิธีรักษาฉันสิ จะฉีดยาทำอะไรก็ได้ แต่ฉันกับเด็กๆ ต้องอยู่ในการประกวดต่อ!!”

แต่พอจะเริ่มต้นต่อ แผ่นซีดีก็มีรอยพร้อยไปหมดจนทีมงานบอกว่าหัวอ่านไม่อ่านแผ่นแล้ว เสนอให้เปลี่ยนแผ่น แต่ทางทีมไม่มี อึ่งเสนอว่า ลุงแช่มกับป้าช้อยเคยเป็นนักร้องเก่าให้ร้องสดเลย ช้อยบอกว่าตนอายเพราะไม่ได้ร้องมานานแล้ว

“หมดเวลาอาย! ร้องเพลงเดี๋ยวนี้ เราต้องเอาถ้วยรางวัลมาให้ได้” โรสรินสั่งเฉียบขาด

ปู่ชาญดูโรสรินเต้นแล้วเอ่ยอย่างทึ่งว่า ทีแรกนึกว่าเธอจะถอดใจเสียแล้ว ตะวันตอบอย่างมั่นใจว่านิสัยเธอไม่ยอมแพ้ใครอยู่แล้ว

“ไม่ยอมแพ้คนอื่นน่ะปู่รู้ แต่เนี่ยหนูโรสเขาไม่ยอมแพ้ใจตัวเอง ปู่ว่าหนูโรสเขาเริ่มเปลี่ยนไปในทางที่ดีแล้วนะตะวัน” ตะวันตอบด้วยสีหน้าลุ้นๆ ว่า “ก็ต้องคอยดูกันไป”

ooooooo

การแข่งขันจบลงแล้ว แต่ระหว่างรอผลการตัดสิน โรสรินเป็นลมจนต้องรีบส่งโรงพยาบาล ทันทีที่รู้สึกตัว เธอถามพีระที่เฝ้าแจอยู่ว่า

“ชนะไหม...เด็กๆชนะรึเปล่า” พีระบอกว่าห่วงตัวเองก่อนเถอะ เธอก็ยังถามว่า “ชนะไหม...ฉันทำให้เด็กๆผิดหวังรึเปล่า”

พีระไม่ทันตอบ ประตูห้องเปิดออก ตะวันเดินนำเด็กๆถือถ้วยแชมป์เข้ามาอย่างเท่ ตะวันขอบคุณเธอที่ทำให้เด็กๆมีความสุข ส่วนพวกเด็กๆก็พากันอวยพรให้เธอหายไวๆ โรสรินน้ำตาคลอด้วยความปลาบปลื้มตื้นตันใจ

ตอนที่ 5

เมื่อโรสรินรู้ว่าพีระกับอุษาวดีมีเรื่องด่วนต้องกลับไปก่อนโดยไม่ทันได้บอกกัน เธอตัดสินใจจะขับรถกลับเอง เธอลาปู่ชาญบอกว่าจะคุยกับปู่ณรงค์ให้เข้าใจเอง

ปู่ชาญยื่นโทรศัพท์ให้  บอกให้โทร.คุยกันต่อหน้าเลย อยากรู้เหมือนกันว่าปู่ณรงค์จะว่าอย่างไร โรสรินไม่รับโทรศัพท์ ปู่ชาญย้ำว่า

“ปู่จะเตือนเป็นครั้งสุดท้าย หนูรู้ใช่ไหมถ้าละเมิดข้อตกลงที่ปู่ทำไว้กับปู่ของหนู จะเกิดอะไรขึ้น”

“จะไม่มีอะไรเกิดขึ้นทั้งนั้นครับ ปู่จะหาว่าผมเป็นหลานอกตัญญูผมก็ยอม ครั้งนี้ผมขอที่จะไม่เชื่อปู่ หวังว่าปู่คงเข้าใจเหตุผลของเรานะครับ” ตะวันตอบแทน ปู่ยังพยายามหว่านล้อมอย่างจริงจังว่า

“แล้วแกกับหนูโรส เคยเข้าใจเหตุผลของปู่บ้างไหมว่ารักและหวังดีมากแค่ไหน นี่มันไม่ใช่เล่นขายของนะ นึกอยากจะเลิกข้อตกลงเมื่อไหร่ก็งุบงิบเอาเอง สองคน!!”

ตะวันตัดบท หันไปเร่งโรสรินว่าไปได้แล้ว ที่เหลือตนจัดการเอง เธอจึงลาปู่ชาญแล้วเดินออกไป ปู่เดินกลับไป ทุกคนเดินไปส่งเธอ เว้นแต่ตะวันที่ยืนเฉย น้ำค้างถามว่าไม่ไปส่งหรือ เขาตอบห้วนๆว่า “ไม่!! มีธุระต้องทำ”

ปู่ชาญถูกตะวันถามประชดว่าไม่ไปส่งว่าที่หลานสะใภ้หรือ ปู่ตอบอารมณ์ดีว่าจะไปส่งทำไม ไม่เกินห้านาทีเธอก็ต้องกลับมาแล้ว ไม่เชื่อก็คอยดู ปู่ยิ้มอย่างมีแผน

โรสรินสตาร์ตรถไม่ติด บอกแย้ให้ช่วยตามช่างให้ที ปรากฏว่าช่างที่เก่งที่สุดในไร่ตะวันคือปู่ชาญนั่นเอง

ปู่มาก้มๆเงยๆอยู่พักใหญ่ โรสรินร้อนใจถามว่าตนจะได้กลับก่อนค่ำไหม ปู่บอกว่าเกือบเสร็จแล้วอีกแป๊บเดียวเอง แต่พอผ่านไปแป๊บหนึ่ง ปู่ก็พูดอย่างโล่งใจ ว่า โอเค เสร็จเรียบร้อย โรสรินดีใจถามว่าเสร็จเรียบร้อย?

“พังเรียบร้อย” ปู่พูดหน้าตาเฉย แล้วชี้แจงว่า “ต้องเปลี่ยนอะไหล่ใหม่ สงสัยวันนี้หนูคงไม่ได้กลับแล้วล่ะ” พอโรสรินจะพูดอะไรอีก ก็ถูกปู่ขัดขึ้นว่า “รังเกียจที่นี่มากรึไง อยู่ต่ออีกสักวันสองวันไม่ได้หรือ ปู่เสียใจนะ”

ตะวันบอกว่าไม่ต้องหรอกเดี๋ยวตนจะไปส่งเองบอกโรสรินให้รอแป๊บเดียวแล้วเดินออกไป

ปู่ร้อนใจว่าคงเสียแผนแน่ พลันก็ร้องอย่างตกอกตกใจ...“เฮ้ยยย...วันนี้แล้วนี่หว่า!!” แล้วก็สั่งทุกคนให้รีบไปอาบน้ำแต่งตัวด่วน ตะวันสงสัยว่าปู่จะมาไม้ไหนอีก จะให้พวกตนออกไปไหน?

พอทุกคนแต่งตัวอย่างพร้อมออกงานมากันพร้อมหน้าแล้ว ปู่จึงเฉลยว่า วันนี้เป็นวันแต่งงานรอบที่ 3 ของเพื่อนปู่ เพื่อนบอกว่า งานนี้ถ้าปู่ไม่ไปก็ไม่ต้องมาเผาผีกันเลย โรสรินยืนเหวอถามว่าแล้วตนล่ะ

“กว่าปู่จะกลับก็คงอีกนาน นี่ก็แต่งกันข้ามจังหวัดด้วย หนูโรสกลับพรุ่งนี้แล้วกันนะลูก” พูดแล้วปู่ก็ต้อนทุกคนไปขึ้นรถตู้ออกไปเลย ทิ้งโรสรินยืนเหวอ พอได้สติก็ตะโกนให้กลับมาก่อน แต่รถตู้ก็แล่นออกไปแล้ว

ที่แผงขายผลไม้ในตลาดของมาลีกับมาลัย มีการเลี้ยงฉลองกันอย่างครื้นเครง เดชาเข้าไปถามว่าเลี้ยงฉลองอะไรกัน มาลีบอกว่าฉลองที่ต่อไปนี้ความรักของมาลัยจะไม่มีขวากหนามแล้ว เดชาทำหน้างงถามว่า หมายความว่ายังไง?

“ยัยคุณหนูหน้าวอกมันจะไปจากไร่ตะวันแล้ว” มาลัยบอก เดชาตกใจถามว่าจริงเหรอ “ฉันได้ยินจากคนงานไร่ตะวัน คราวนี้ไปแล้วไปลับไม่กลับมาด้วย” มาลัยดี๊ด๊าหน้าบานแล้วเฮฮาปาร์ตี้กันต่อ เดชาหน้าเครียด ล่ำเข้ามากระซิบถามว่า

“เอาไงดีครับเสี่ยเด?!!”

ooooooo

สายตาทุกคู่ในรถตู้มองปู่ชาญด้วยความสงสัย กดดันจนปู่อึดอัดทนไม่ไหวเลยทำเป็นถามติดตลกว่า มองอะไร ทำอย่างกับไม่เคยเห็นคนหล่อ

“ไม่ตลกเลยปู่” ตะวันพูดหน้านิ่ง

“โธ่เว้ย...เออ...ข้านี่แหละทำรถหนูโรสเขาพัง จะได้ไม่ต้องไปกรุงเทพฯ พอใจรึยัง”

จำเลยรุ่นลายครามสารภาพอย่างท้าทายเพราะรู้ว่าไม่มีใครทำอะไรได้  ตะวันซักต่อ  ถามว่าแล้วเรื่องงานแต่งเพื่อนรักปู่ล่ะ? ปู่ทำเสียงแข็งบอกว่า “อันนี้ไม่ได้โม้  ของจริงเว้ย เลิกจับผิดกันได้แล้ว”

แต่โชคไม่เข้าข้าง  เมื่อมือถือของน้ำค้างดังขึ้น  เป็นสายจากปู่ดำเพื่อนสนิทของปู่ชาญนั่นเอง  ปู่ชาญสั่งให้เอาโทรศัพท์มาจะคุยเอง  ตะวันรู้ทันจับปู่ชาญตรึงไว้กับที่แล้วคว้าโทรศัพท์ไปพูดเอง

“ปู่ดำครับ นี่พวกเรากำลังรีบไปงานปู่กันนะครับ...

หา!...ก็งานแต่งรอบสามของปู่ไง...อะไรนะ!...ไม่ได้แต่ง...ไม่ได้มีจัดงานอะไรเลยเหรอครับ!!”

ทุกคนมองขวับไปที่ปู่ชาญ  ปู่นั่งคอย่นจนแทบจะเหลือแต่หัววางอยู่บนบ่า แต่รุ่นลายครามระดับปู่รักษาอาการได้นิ่งบ่นงึมงำ “ไอ้บ้าเอ๊ย...ร้อยวันพันปีไม่โทร.มา ดั๊นนน...โทร.มาวันนี้!”

ตะวันยังคุยโทรศัพท์  บอกว่าถ้าปู่ชาญสะดวกแล้วจะโทร.กลับ วางสายแล้วสั่งเสียงเข้ม “ไอ้แย้!! กลับไร่!!!”

ปู่ชาญนั่งเงียบกริบ รู้ว่าทุกคนมองอยู่ก็ทำเป็นพูดตลกหน้าตาย “มองไรวะ...หล่อใช่ม้า...”

“ไม่ขำ!!!” ทุกคนพูดพร้อมกัน ปู่หันมองหน้าตะวันหัวเราะแหะๆอย่างญาติดีด้วย...

ooooooo

โรสรินนั่งเหงาๆกลัวๆอยู่หน้าบ้าน  ตามองเป๋งไปที่ถนนเข้าบ้านบ่นเบื่อๆ

“เมื่อไหร่จะกลับมาซะที  ทิ้งให้เราอยู่คนเดียวได้ยังไง...” แต่พอลุกขึ้นจะเข้าบ้าน แสงไฟหน้ารถก็สาดเข้ามาตามถนน เธอร้องดีใจ “กลับมาแล้ว!!”

กลายเป็นรถกระบะเข้ามาจอด  เธอเขม้นมอง เห็นเดชาลงจากรถ  เดินยิ้มเข้ามา  เขามองไปรอบๆ  ถามว่าทิ้งให้นางฟ้าแสนสวยของตนอยู่คนเดียวแบบนี้ได้ไง  เธอบอกว่าไปงานแต่งกันหมด ไม่รู้จะกลับเมื่อไหร่

เดชาถามว่า  ได้ยินว่าเธอจะกลับกรุงเทพฯจริงหรือ เธอบอกว่าจริง  เดชาอึ้งไปถามว่าหมายความว่าตนจะไม่ได้เจอเธออีกใช่ไหม?

“คงงั้น  บางทีฉันอาจจะกลับอังกฤษก็ได้ ไม่มีธุระอะไรใช่ไหม  ฉันขอตัวแล้วกัน” พลางลุกจะเข้าบ้าน เดชาคว้ามือหมับ เธอมองขวับ เดชาเอ่ยเสียงอ่อนว่า

“ก่อนคุณจะกลับ ให้เกียรติไปเลี้ยงอำลากับผมได้ไหมครับ”

“ไม่ได้ แล้วก็ปล่อยมือฉันด้วย” เดชาปล่อยมือแต่ยังตื๊อขอให้ได้เลี้ยงส่งเธอ  ย้ำเตือนความจำว่าเธอยอมรับตนเป็นเพื่อนแล้วไม่ใช่หรือ หว่านล้อมว่าแค่เลี้ยง อำลา ดีกว่าที่เธอจะถูกทิ้งให้อยู่ในไร่เปลี่ยวคนเดียวอย่างนี้ มันอันตราย  แล้วอ้อน นะครับ  ผมขอร้อง  พอเห็นเธอนิ่ง คิดท่าทีอ่อนลง  เดชาแอบยิ้มอย่างมีแผนอะไรบางอย่าง

ooooooo

รถตู้ของไร่ตะวันกลับมาแล้ว...บ้านมืดสนิท เคาะประตูก็ไม่มีเสียงตอบรับ  ตะวันเปิดประตูพรวดเข้าไปเปิดไฟพึ่บ! ไม่มีใครอยู่ แต่กระเป๋าเดินทางยังอยู่

เรียกคนงานมาถามก็ไม่มีใครเห็นโรสริน  ตะวันเริ่มร้อนใจถามว่าแล้วมีใครเข้ามาที่ไร่หรือเปล่า  คนงานไม่รู้อีก

ปู่ชาญร้อนใจเดินบ่นงุ่นง่านว่าในไร่ก็ไม่อยู่  ดึกป่านนี้ไปไหนของเขา!  น้ำค้างติงว่าไปไหนไม่สำคัญแต่ออกไปกับใครนี่สิสำคัญกว่า! ทุกคนเลยยิ่งตึงเครียด

“โธ่เว้ย! ใครพาหนูโรสออกไปวะเนี่ย!!” ปู่สบถงุ่นง่าน

ooooooo

เดชาพาโรสรินไปห้องคาราโอเกะ วีไอพี ปล่อย ให้ล่ำกับแหลมร้องเพลงกัน ส่วนตัวเองพะเน้าพะนอ โรสรินที่นั่งเบื่อๆ

“ดื่มหน่อยไหมครับ เผื่อจะทำให้คุณสนุกขึ้น”

“ต่อให้อาบไวน์ทั้งถัง ก็ไม่ได้ช่วยทำให้ฉันสนุกขึ้น เพราะว่ามัน...น่า-เบื่อ-มากกกก!!!!” เธอแผดเสียงจนทุกคนตกใจ เดชายื่นแก้วไวน์ให้อีก เธอถามว่าคิดจะมอม กันหรือ เดชายิ้มอย่างเป็นต่อถามว่าถ้าตนคิดจะทำอะไร เธอจริงๆ คิดหรือว่าจะรอด โรสรินเริ่มกลัวแต่เก็บอาการทำกล้าถาม “แล้วนายคิดจะทำอะไรฉัน”

“ผมพาคุณมาเลี้ยงอำลา ผมก็อยากเห็นคุณสนุก... จริงๆนะครับ...” พูดแล้วยื่นแก้วไวน์ให้อีก โรสรินจำต้องรับ เพื่อลดแรงกดดัน เดชายิ้ม มองเธอเหมือนลูกไก่ในกำมือ

โรสรินถูกมอมจนเมา พอเธอเมาเดชากลับต้อง เป็นฝ่ายขอให้พอ ขณะเดียวกันก็ฉวยโอกาสแต๊ะอั๋งเธอ โรสรินหาทางเลี่ยงขอไปฉี่ เดชาจะประคองพาไป เธอเสียงเข้มว่า

“มีขา เดินเองได้...” ชี้หน้าปราม “อย่าตามมานะ!!” แล้วเดินเป๋ออกไป

แต่ไปเจอจิ๊กโก๋จับมือลวนลาม เธอสะบัดมือถาม “แกรู้ไหมฉันเป็นใคร ไอ้จิ๊กโก๋กระจอก!”

มันหัวเราะขำที่ถูกด่า หนึ่งในนั้นเดินเข้าหา “ปากจัด อย่างนี้ พี่ต้องจับมาจูบๆๆๆซะให้เข็ด” โรสรินตบหน้า มันฉาดหนึ่ง ถูกมันจับเหวี่ยงไปหัวกระแทกผนังอย่างแรง เธอร้องอย่างเจ็บปวด เอามือกุมหัวตาลอยจะล้ม แต่เดชา เข้ามาประคองไว้ทัน พอจิ๊กโก๋เห็นเดชาเท่านั้น มันตกใจสุดขีดยกมือไหว้ใส่ตีนหมาโกยแน่บไปเลย

“ลากไปสั่งสอนให้มันรู้ซะ!!” เดชาสั่งล่ำกับแหลม แล้วเขย่าตัวโรสรินในวงแขนที่หมดสติไปแล้ว...เดชาตัดสินใจอุ้มโรสรินออกไป

ooooooo

น้ำค้างเอาโทรศัพท์ขึ้นมาจะโทร.บอกปู่ณรงค์เรื่องโรสรินหายตัวไป ปู่ชาญห้ามเสียงหลงบอกว่าให้ ปู่ณรงค์รู้ไม่ได้ ตะวันบอกว่าหลานสาวหายไปอย่างนี้ ยังไงก็ต้องบอกให้ทราบ

ปู่ชาญบอกว่าถึงรู้ปู่ณรงค์ก็ช่วยอะไรไม่ได้ ตะวันบอกให้น้ำค้างโทร.หาตำรวจ ปู่ชาญกระโจนเข้าแย่งโทรศัพท์ ไม่ให้โทร. กลัวเรื่องถึงปู่ณรงค์ ตะวันพูดอย่างเป็นห่วงโรสรินว่า “ความปลอดภัยของโรสต้องมาก่อนนะปู่”

ขณะนั้นเอง ที่หน้าบ้านมีเสียงร้องรำทำเพลงกันครึกครื้น ปู่ชะโงกดูบ่น “หมาที่ไหนมาเห่าหอนวะ!”

พวกมาลัยกับมาลีสองแม่ลูกตัวแสบนั่นเอง พากัน มาฉลองที่โรสรินจะไม่อยู่ ความรักของมาลัยจะได้สิ้นเสี้ยนหนาม

ตะวันเดินออกมาเห็นมาลัยกำลังเมาแอ๋ก็ไล่ให้กลับไปนอนเสียและอย่าทำตัวแบบนี้อีก มาลัยหาว่าตะวัน ใจร้ายกับตนเพราะรักโรสริน ถามว่าโรสรินอยู่ไหนจะไปตบ แย้บอกว่าไม่รู้โรสรินหายไปไหนกำลังหากันวุ่นอยู่

“ไม่อยู่เหรอ! ป่านนี้ยัยโรสคงลัลลามีความสุขไปแล้ว เผลอๆอาจจะขึ้นสวรรค์ไปแล้วก็ได้”

ตะวันเอะใจถามว่าเธอรู้หรือว่าโรสรินอยู่ที่ไหน มาลัยขอข้อแลกเปลี่ยน ตะวันให้บอกมาตนยอมทุกอย่าง มาลัยให้จูบตนแล้วจะบอกให้ว่าโรสรินอยู่ไหน ตะวันไม่ยอมจูบ ถูกปู่ชาญผลักเข้าไป  ปากเลยไปจุ๊บแก้มมาลัยพอดี๊พอดี ตะวันให้มาลัยบอกมาว่าโรสรินอยู่ไหน มาลัยบอก ทั้งที่ยังเคลิ้มว่า

“ที่จริงฉันก็ไม่รู้หรอกนะ ฉันแค่บอกพี่เดชาว่ายัยโรส จะกลับกรุงเทพฯ พี่เดชาอาจพายัยโรสไปเที่ยวก่อนกลับก็ได้”

“ไอ้เดชา!!” ตะวันคำรามยิ่งเป็นห่วงที่โรสรินไปกับเดชา หว่านล้อม คาดคั้น กระทั่งขู่เข็ญว่าเดชาพาโรสรินไปไหนจนมาลัยบอกว่าเดชาชอบไปคาราโอเกะที่ไหน จึงพากันไป แต่พอไปถึงพนักงานบอกว่าเดชามากับหญิงสาวสวยจริง แต่เพิ่งกลับไปเมื่อครู่นี้เอง

“ป่านนี้คงกลับไปถึงไหนถึงไหนแล้วล่ะครับ ผู้หญิงเมาหลับคอพับคออ่อนซะขนาดนั้น” พนักงานพูดขำๆแต่ทำให้ทุกคนตึงเครียดยิ่งขึ้น

ooooooo

เดชาพาโรสรินไปที่บ้านเขาในไร่เดชา อ้างว่าพามาพักฟื้น บอกกับแหลมและล่ำที่ยุยงให้ฉวยโอกาสว่า ตนจะไม่ฉวยโอกาสกับผู้หญิงคนนี้เด็ดขาด

เดชาใช้สายตาโลมเลียโรสรินที่นอนไม่ได้สติอยู่จนอดใจไม่ไหว แต่ขณะกำลังจะเลยเถิดนั้น พวกตะวันก็มาถึง แม้ไม่มีอาวุธ แต่ก็ต่อสู้กับล่ำ แหลมและลูกน้องของเดชาที่มาดักปากทาง จนสามารถตะลุยเข้าไปถึงบ้านเดชาได้

ตะวันถีบประตูเข้าไปในห้องนอน เป็นเวลาที่มันกำลังปลดกระดุมเสื้อโรสรินพอดี!

ตะวันต่อยและเตะเดชากระเด็น ระหว่างนั้น โรสรินรู้สึกตัวขึ้นมา ทั้งสองหันมอง เธอพยายามลุกขึ้น ทบทวนเรื่องราวที่เกิดขึ้น แต่อ่อนแรงจะทรุด ตะวันรีบเข้าประคองกอดเธอไว้ เดชามองอย่างแค้นใจ

เดชาชิงบอกว่า โรสรินถูกทำร้ายจนสลบตนจึงพาเธอมาที่นี่ ถ้าตนไม่ช่วยไว้ป่านนี้เธอคงเละไม่มีชิ้นดีแล้ว

“พอได้แล้ว จบกันแค่นี้เถอะ กลับได้แล้ว” โรสริน พยายามลุกเดินนำออกไป พวกตะวันเดินตามไป ท่ามกลางความเจ็บแค้นของเดชา

ส่วนมาลัยที่เป็นคนพาพวกตะวันมานั้น เจอเหตุการณ์แบบนี้ก็หายเมาเป็นปลิดทิ้ง ถูกเดชาขู่ว่า

“ฉันไม่คิดจะทำอะไรคุณโรสหรอก ก็แค่เสียดายโอกาสที่จะได้พัฒนาความสัมพันธ์ แต่ถ้าคราวหน้าไอ้ตะวันมันเข้ามาขัดขวางโอกาสนั้นอีกครั้งละก็...แกต้องรับผิดชอบ!!”

มาลัยยืนตัวสั่น ไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมอง

ooooooo

พีระกับอุษาวดีกลับไปเป่าหูปู่ณรงค์ใส่ไคล้ทางปู่ชาญว่าดูแลโรสรินไม่ดี กระทั่งทารุณปล่อยให้อดอยากต้องขุดมันขุดเผือกกินประทังชีวิตไปวันๆ

ปู่ณรงค์โกรธมาก บอกทั้งสองให้พอแล้ว ประกาศลั่นว่า

“งานนี้ไอ้ชาญกับฉัน มันต้องมีเคลียร์!”

ส่วนปู่ชาญฟังพวกแย้ที่ไปลุยบ้านเดชากลับมา ปู่บอกว่าเรื่องนี้มันไม่เคลียร์ ไม่เชื่อว่าเดชาจะพาโรสรินไปดูแลจริงๆ งานนี้ต้องเอากฎหมายมาเล่นงาน แย้ติงว่าพวกนี้เราต้องใช้กฎหมู่ อึ่งกับน้ำค้างสนับสนุนเต็มที่ แต่ตะวันกลับเสนอว่า

“ผมว่าให้เรื่องมันจบไปเถอะปู่ อย่างน้อยก็ไม่มีใครเป็นอันตราย”

“ถ้าเรื่องเมื่อคืนสรุปว่า จริงๆแล้วเดชาเป็นคนมอมยาพี่โรส พี่ตะวันจะให้เรื่องมันจบแบบนี้จริงๆ เหรอ” น้ำค้างติง

ตะวันจึงจะพาโรสรินไปหาหมอ เธอไม่ยอมไปตามเคย ยืนยันว่าเดชาไม่ได้ทำอะไรตน เขาเองต่างหากที่มีอคติกับเดชาเกินไป ตนจะไม่ไปไหนจะอยู่ที่นี่จนกว่าพีระจะมารับกลับบ้าน ตะวันไม่โต้ไม่กล่อม แต่จับแบกขึ้นบ่าเดินออกไปเลย

หมอกิตติทัตตรวจโรสรินเบื้องต้นแล้วบอกตะวันว่า

“ความดันปกติดี แต่นิสัยยังเหมือนเดิม”

“หมอครับ ตกลงที่คุณโรสสลบเป็นเพราะแอลกอฮอล์ หัวกระแทกหรือว่าโดนยาสลบกันแน่” ตะวันยังติดใจสงสัย หมอกิตติทัตจึงตรวจเลือดให้

กว่าจะเจาะเลือดไปตรวจได้ ทั้งหมอและตะวันก็ถึงกับเหงื่อแตกเพราะเธอทั้งแผดเสียงโวยวายไม่ยอมให้เจาะเลือด ทั้งร้องไห้ลั่นโรงพยาบาล พอเจาะเลือดไปได้ ตะวันบอกเธอว่า

“ถ้าผลออกมาว่าคุณไม่ได้โดนมอมยาก็แล้วไป แต่ถ้าใช่ล่ะก็...ผมไม่เอาไอ้เดชาไว้แน่!”

ความโกรธแค้นเดชาของตะวัน ทำให้โรสรินรับรู้ถึงความห่วงใยของเขา แต่ความขี้วีนเอาแต่ใจตัว เธอก็ยังโทษว่าตั้งแต่มาอยู่ที่นี่มีแต่เรื่องเจ็บตัวตลอด ทำให้ตะวันรู้สึกตัวเองผิด ขอโทษที่ดูแลเธอไม่ดีพอ ท่าทีที่เปลี่ยนไปของตะวันทำให้โรสรินแปลกใจเพราะนึกว่าจะโดนเขาด่าที่ตนไปกับเดชาเสียอีก

“ด่าในใจไปหมดแล้ว...อีกอย่าง คุณรอดจากเดชามาได้ก็ถือว่าโชคดีมากแล้ว”

ขณะนั้นเอง เดชา ล่ำ แหลม พากันเดินกร่างเข้ามามีกระเช้าของบำรุงมาเยี่ยมด้วย เดชาได้ยินตะวันพูดพอดี เข้ามาถึงก็ประชดว่า “ขนาดนั้นเลยเหรอครับคุณตะวัน” ตะวันลุกประจันหน้าทันที โรสรินขอร้องอย่ามีเรื่องกันอีกเลย

“ผมไม่ได้มาหาเรื่องหรอกครับ พอดีรู้ว่าคุณมาหาหมอ ก็เลยตามมาหาด้วยความเป็นห่วง เป็นอะไรมากรึเปล่าครับ”

“ฉันพายัยโรสมาตรวจเลือดว่าเมื่อคืนโดนแกวางยารึเปล่า” พูดแล้วมองเดชาอย่างจับผิด

“ฉันก็ยังคงเป็นคนเลวในสายตาแกไม่เคยเปลี่ยน แล้วถ้าผลออกมาไม่ใช่อย่างที่นายคิดล่ะ” เดชาท้าทาย

ตอนที่ 4

พีระดำเนินแผนการของตนด้วยความหวังเต็มเปี่ยมว่าจะแย่งโรสรินจากตะวันมาได้

อุษาวดีถูกเคี่ยวเข็ญจนต้องทำใจอย่างมาก ก่อนที่จะออกไปอ่อยตะวันตามแผนของพีระ เขาปลุกเร้าใจน้องสาวก่อนออกไปว่า “หวังว่าน้องคงไม่ทำให้พี่ผิดหวัง...ไฟติ้ง!”

แต่พอหันกลับมาพีระก็สะดุ้งเมื่อเห็นน้ำค้างเดินมองหาตนอยู่ น้ำค้างถามว่าให้อุษาวดีไปไหนเหรอ พีระตัดบทว่าสนใจเรื่องของเธอกับหมอดีกว่า มองหน้าน้ำค้างด้วยแววตาและรอยยิ้มที่จริงใจบอกเธอว่า

“ฉันจะเป็นพี่เลี้ยงให้เธอเต็มที่เลยน้ำค้าง...”

หมอกิตติทัตไปตั้งเต็นท์พยาบาลบริเวณงานวัด หมอทำแผลให้วัยรุ่นที่ถูกเดชาและสมุนทำร้าย เตือนแกมบ่นว่า

“เข็ดหรือยังล่ะ...ยังอยากจะเป็นนักเลงอยู่อีกไหม...เฮ้อ...มีเรื่องกับใครไม่มี ดันไปมีกับนายเดชา เท่ากับเดินไปหาความตายชัดๆ”

ให้วัยรุ่นกลับไปแล้ว หมอมองไปเห็นตะวันเดินกวาดตาเหมือนมองหาใครอยู่ พอหมอเรียก ตะวันถามทันทีว่า

“หมอเห็นยัยโรสรึเปล่า!” พอหมอส่ายหน้า เขาบ่น “ยัยโรสกำลังจี๊ด ไม่รู้เตลิดไปไหนต่อไหนแล้ว เฮ้อ...”

หมอทักว่าดูท่าทางเขาห่วงโรสรินมาก ตะวันบอกว่าห่วงชาวบ้านตาดำๆ มากกว่า ไม่รู้ป่านนี้เธอไปฟาดงวงฟาดงาใส่ใครบ้างแล้วก็ไม่รู้ พูดแล้วตะวันเดินอ้าวไปหาต่อ หมอมองตามอย่างหวั่นใจเหมือนกัน

เวลาเดียวกัน พีระพาน้ำค้างไปหาที่เหมาะ สอนให้เธอทำหน้าตาให้ดูน่ารัก ให้ทำแก้มป่อง ทำตาโต เพราะผู้ชายชอบผู้หญิงน่ารักใสๆไม่ใช่ม้าดีดกะโหลกเหมือนเธอ น้ำค้างทำแก้มป่องจนแทบแตก เบิ่งตาโตจนตาพอง ทำแล้วถามว่าตนจะเชื่อเขาได้สักแค่ไหน ไม่รู้มีแผนอะไรหรือเปล่า

“กรุณาอย่าสงสัยในตัวฉัน ทำตามที่ฉันบอก แล้วอย่าปล่อยให้หมออยู่ห่างสายตา จ้องตาหมอเข้าไว้ แล้วเธอจะพบคำตอบว่า หมอเขาชอบเธอหรือเปล่า”

สอนและให้น้ำค้างซ้อมให้ดูจนพอใจแล้ว พีระบอกว่าไปได้แล้ว เขามองตามน้ำค้างยิ้มเจ้าเล่ห์

น้ำค้างไปที่เต็นท์พยาบาล หมอเป็นห่วงโรสรินเดินออกมาโผล่ดู เจอน้ำค้างยืนอยู่ เธอชูสองนิ้วที่ข้างแก้มแล้วทำแก้มป่อง เบิกตาโตทำแบ๊วเต็มที่ หมอกิตติทัตมองชะงัก น้ำค้างนึกว่าหมอตะลึงเลยทำตาปิ๊งๆให้

หมอตกใจอุทาน “น้ำค้าง...” เธอยิ่งมั่นใจว่าหมอต้องชอบแน่ๆเลยยิ่งทำแก้มป่องตาโต หมอถามว่า “น้ำค้างไปกินเห็ดเมาที่ไหนมา” น้ำค้างหมดอารมณ์ทันทีบอกว่าเปล่า หมอรีบพาเข้าไปในเต็นท์ เอาไฟฉายมาส่องดูม่านตา น้ำค้างพยายามบอกว่าตนไม่ได้เมา

“ไม่เมา! ถ้างั้นก็คงเพี้ยน! อยู่เฉยๆนะขอหมอดูอาการก่อน”

น้ำค้างเหวอ เซ็งจนหมดอารมณ์หมดแรงที่จะชี้แจงอะไรอีก

ooooooo

เดชาพาโรสรินไปที่ซุ้มยิงปืน แสดงฝีมือแม่นปืนโชว์เธอ แต่โรสรินไม่สนุกด้วย เธอยืนทำหน้าเบื่อเดชาไม่พอใจ ทำท่าคุกคาม ลำเลิกว่าเธอไม่รักษาสัญญา ถ้าจะตอบแทนตนแค่นี้มันน้อยไป

โรสรินรู้สึกถึงความไม่ปลอดภัยอีกครั้ง ข่มใจกลัวบอกเขาว่า “คนอย่างโรสรินไม่เคยยอมให้ใครขู่”

“ผมกลัวคุณแล้วครับคุณโรส เอาเป็นว่าผมขอร้องคุณแทนแล้วกัน ให้เกียรติผมได้พาคุณเที่ยวเถอะครับ...นะครับ”

โรสรินพยักหน้าอย่างเสียไม่ได้ แต่ระหว่างเดินด้วยกัน เธอเห็นชาวบ้านที่เดินสวนกันไปมาต่างก้มหน้าไม่กล้าสบตาและหลีกทางให้เดชาอย่างหวาดกลัว เธอถามว่าเขาเป็นมาเฟียหรือ เดชาถามว่าทำไมคิดแบบนั้น

“ไม่รู้สิ...พูดตรงๆนะ นายดูไม่เหมือนคนดี”

“ถ้าผมไม่ดีกับคนอื่น แต่อยากดีกับคุณคนเดียว ผมจะเป็นคนดีในสายตาคุณไหม ผมไม่ใช่คนสร้างภาพ ที่จะต้องทำเป็นว่ามีความสุขกับต้นไม้ใบหญ้าเหมือนนายตะวัน คุณเองก็ยังไม่รู้จักผมดีพอ อย่าเพิ่งรีบด่วนตัดสินสิครับ”

โรสรินถามเบื่อๆ ว่าตนต้องทนอยู่กับเขาอีกนานแค่ไหน เดชาจึงพาเธอไปเล่นชิงช้าสวรรค์แก้เบื่อ ขณะขึ้นชิงช้าสวรรค์ โรสรินถามว่าสูงแค่นี้เองหรือ? ตนเคยขึ้นแต่ลอนดอนอาย เดชาบอกว่ามันไม่เหมือนกัน เธอดักคอว่ารู้ได้ไง เดชาบอกว่าตนเรียนจบจากอังกฤษ

“หา! มาเฟียอย่างนายเนี่ยนะ” เธอทำเสียงอย่างไม่เชื่อ เดชาเลยชวนเธอลองขึ้นชิงช้าสวรรค์ดู รับรองลอนดอนอายกระเด็น เขาจับมือเธอพาไปนั่งในกรงชิงช้าสวรรค์โดยนั่งตรงข้ามกัน

โรสรินนั่งเซ็งๆ พลันก็เห็นลู่ทางหนี พอได้จังหวะชิงช้าสวรรค์จะหมุนขึ้น เธอผลักประตูกระโดดออกมา เดชาจะตามแต่ไม่ทันเพราะชิงช้าสวรรค์หมุนขึ้นสูงแล้ว โรสรินวิ่งไปที่คนคุมชิงช้าสวรรค์ส่งใบละพันให้หลายใบแล้วบอกให้หมุนหลายๆรอบเลย ทำให้ค้างอยู่บนฟ้าได้เลยยิ่งดี

คนคุมเครื่องเอาเงินใส่กระเป๋าพยักหน้าทำมือโอเค ชิงช้าสวรรค์หมุนสูงขึ้นไปทุกที โรสรินแหงนมองเดชา โบกมือบ๋ายบายยิ้มเจ้าเล่ห์พึมพำ

“ฉันอาจรู้จักนายไม่ดีพอ แต่นายก็รู้จักฉันน้อยไป นายเดชา!! คิดจะจีบคนอย่างโรสริน ฮึ! ไม่เจียมตัว!!”

ทันใดนั้น เด็กสองคนเล่นจุดประทัดกัน เธอตกใจเสียงประทัด ผงะไปชนสาวน้อยตกน้ำที่กำลังเดินกินลูกชิ้นปิ้งอยู่จนล้มคว่ำ เธอรีบประคองถามว่าไม่เป็นอะไรใช่ไหม พอสาวน้อยตกน้ำเงยหน้าขึ้น ปรากฏว่าไม้ลูกชิ้นทิ่มทะลุแก้ม สาวน้อยพูดทั้งที่ไม้ทิ่มคาแก้มให้พาไปหาหมอ โรสรินตกใจทำอะไรไม่ถูกจะเดินหนี ก็ถูกมือลึกลับกระชากไหล่ตะคอกถาม

“เดี๋ยวสิคุณ! ไม่คิดรับผิดชอบเลยเหรอ”

โรสรินหน้าซีดเผือด...

ooooooo

ส่วนอุษาวดีถือขวดน้ำมายืนดักรอจับตะวัน ต้องปลุกใจตัวเองให้สู้ๆ เพื่องานที่พี่ชายให้ทำ

พอเห็นตะวันเดินมา เธอแกล้งเซไปชน ซ้ำทำน้ำหกรดด้วย เธอรีบขอโทษ ตะวันบอกว่าไม่เป็นไรแล้วจะเดินไป อุษาวดีเลยแกล้งทำเป็นหกล้มร้องอย่างเจ็บปวด ตะวันจึงต้องกลับมาดูแล เธอบอกว่าสงสัยข้อเท้าพลิกตะวันจึงประคองเธอลุกขึ้น ประสานสายตากันอย่างใกล้ชิดจนเธอใจหวิวๆ วิ้งๆ อย่างไม่เคยเป็นมาก่อน

ตะวันต้องประคองอุษาวดีเดินไป ผ่านร้านขายผลไม้ของมาลีกับมาลัย มาลีเห็นตะวันประคองอุษาวดีมาก็ร้องบอกมาลัยให้รีบมาดูเดี๋ยวตะวันจะโดนแมวคาบไปเสียก่อน มาลัยวิ่งมาจัดการ ขณะกำลังทะเลาะแย่งตะวันกันนั้น เสียงโรสรินดังแว่วมาว่า “อย่านะ ปล่อยฉัน ช่วยด้วยยยยย!!!” พอตะวันได้ยินเสียงโรสรินก็ทิ้งทั้งสองคนวิ่งอ้าวไปเลย

ปรากฏว่าเจ้าของซุ้มสาวน้อยตกน้ำยื่นคำขาดให้หาสาวน้อยคนใหม่มาแทนคนที่บาดเจ็บ ตะวันรับปากจะรับผิดชอบเรื่องนี้ให้ สุดท้ายหาใครไม่ได้จึงต้องให้โรสรินไปนั่งเป็นสาวน้อยตกน้ำแทน ตะวันอยากแกล้งเลยปาเธอเป็นคนแรก เท่านั้นไม่พอยังป่าวประกาศให้บรรดาหนุ่มๆ มาปาเป้ากันสนุกสนาน จนโรสรินตกน้ำหนาวสั่น แม้ตะวันจะเอาผ้าขนหนูมาคลุมให้เธอก็ไม่หายโกรธ สั่งให้พากลับเดี๋ยวนี้เลย

ระหว่างกลับเจอเดชา เดชาจะเอาเรื่องกับโรสรินหาว่าไม่รักษาสัญญา เมื่อตะวันปกป้องเธอจึงเกือบเกิดเรื่องกัน ดีแต่หมอกิตติทัตมาขอไว้ เดชาจึงพาลูกน้องกลับไป โรสรินแปลกใจว่าทำไมคนอย่างเดชาจึงเชื่อฟังหมอกิตติทัตนัก หมอจึงเล่าให้ฟังว่า

คืนหนึ่ง ขณะหมอขับรถผ่านทางเปลี่ยว เจอเดชามีเรื่องยิงกัน ฝ่ายตรงข้ามตายสองคนแต่เดชาบาดเจ็บสาหัส หมอช่วยชีวิตเขาไว้ได้ จึงเป็นบุญคุณที่เดชาจดจำและทดแทน ยอมทำตามคำขอของหมอ

ฟังหมอเล่าแล้ว ตะวันปรบมือชมเชยหมอที่ช่วยชีวิตคนเลวไว้ โรสรินสวนทันทีว่า

“ตราบใดที่เขายังไม่ร้ายกับฉัน เขาก็ไม่ใช่คนเลวอย่างที่นายว่าหรอก” หมอตกใจถามว่าเธอไปสนิทกับเดชาตั้งแต่เมื่อไหร่ “เปล่าซะหน่อย เขามาตื๊อฉันเอง”

“ผมขอเตือนว่าอย่าไปยุ่งกับคนอันตรายอย่างนายเดชา” ตะวันเตือน

เธอตอบอย่างอวดดีว่าไม่ต้องมาสั่งสอน ตนเอาตัวรอดได้

ooooooo

ตอนที่ 3

ระหว่างนั่งรถกลับ โรสรินนั่งยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ที่ข่มเขาได้ ตะวันจำต้องขอโทษเพราะกลัวเธอจะฟ้องคุณปู่เขา ถูกเธอแกล้งทำหูตึง จนเขาต้องตะโกนซ้ำแล้วซ้ำอีก

ตะวันขอโทษเป็นคำที่ร้อยสิบเจ็ดก็เริ่มเสียงแหบแห้งเพราะถูกเธอแกล้งให้ต้องตะโกน ถูกเธอขู่ว่ายังเหลืออีกสามร้อยแปดสิบคำจัดมาให้ไวเลย ขณะที่ยิ้มเย้ยสะใจตะวันนั้น ในใจโรสรินก็แอบโล่งอกเมื่อนึกว่า “ดีนะ...ความไม่แตก”

กลับถึงบ้าน แย้ต้องเอายาแก้เจ็บคอให้ตะวันกิน ถามหยอกว่าไปร้องคาราโอเกะที่ไหนมาถึงเสียงแหบเสียงแห้งแบบนี้ ตะวันเอ็ดเสียงแห้งๆว่า “ไปๆๆไปทำงาน ถามซอกแซกอยู่ได้” แย้มองหน้าสงสัยเลยถูกตะวันเตะตูดทีหนึ่งจึงไปได้

แต่พอตะวันจะจิบยาก็แทบสำลัก เมื่อหันไปเห็นโรสรินในชุดเดรสที่ซื้อมาใหม่เดินกรีดกรายหมุนโชว์ ถามว่า ชุดของเดชาเก๋ดี นายว่าไหม ถูกตะวันสั่งให้ไปเปลี่ยนชุดเดี๋ยวนี้เพราะนั่นไม่ใช่ชุดทำงาน เธอลอยหน้าบอกว่า

“เพิ่งซักยังไม่แห้ง ฉันจะใส่ชุดนี้ ชุดที่คนใจดีอย่างเดชาซื้อให้ มีปัญหาอะไรไหม”

“คำก็เดชา สองคำก็เดชา ถ้าคุณรู้จักเขาเหมือนที่ผมรู้จัก ผมเชื่อว่าคุณต้องเผาไอ้ชุดนี่ทิ้งแน่ๆ” เธอสวนทันทีว่าไม่เห็นเขาจะร้ายกาจกับตนตรงไหน “ผมเตือนคุณแล้วนะ อยู่ห่างๆนายนั่นไว้!”

โรสรินเชิดใส่แล้วสะบัดหน้าเดินไป ตะวันมองตามอย่างเป็นห่วง

ooooooo

ที่รั้วไร่ตะวันอีกด้านหนึ่ง โรสรินเดินเหลียวหน้าเหลียวหลังตรงไปริมรั้ว ที่นัดกับเดชาไว้

เดชากับล่ำและแหลมรออยู่แล้ว แหลมกับล่ำถือถุงใส่ยาฆ่าหญ้ามาด้วย พอเดชาเห็นเธอใส่ชุดที่ซื้อให้ก็ยิ้มตาฉ่ำ ล่ำเอ่ยขึ้นว่า นั่นมันชุดที่เสี่ยซื้อให้นี่ แหลมยิ้มกริ่มบอกว่ามีใจชัวร์ๆ เดชาได้ยินก็ยิ้มปลื้ม

พอเจอกัน ล่ำกับแหลมก็ยื่นถุงยาฆ่าหญ้าให้ เธอขอบใจเดชาที่เป็นธุระให้ พอเธอจะเดินกลับก็ถูกเดชาฉวยมือไว้ แต่เสือผู้หญิงอย่างเดชา พอเห็นโรสรินชะงักมองมือที่ถูกฉวยไว้ เขารู้ว่ายังไม่ถึงเวลาจึงปล่อยมือ พูดสุภาพแต่ตาฉ่ำว่า

ตอนที่ 2

ตะวันกับแย้น่าจะไร้ทางรอดถ้ารถตำรวจไม่สาดแสงไฟเข้ามา...แย้ดีใจแทบแย่ตะโกนลั่นเรียกตำรวจ ขณะที่พวกเดชารีบเก็บอาวุธไว้อย่างมิดชิด

ตำรวจจอดรถลงมาทักถามเดชากับตะวันว่าทำอะไรกัน เดชาตอบหน้าตาเฉยว่าลูกน้องของตนอยากเก็บของป่า ส่วนตนกำลังเซ็งอยู่พอดี ก็เลยออกมาสูดอากาศด้วย

คำตอบนั้น ตะวันไม่เชื่ออย่างเด็ดขาด แต่แย้ไม่อยากให้เรื่องบานปลายเพราะไม่มีหลักฐานเอาผิดพวกเขา จึงกระซิบชวนลูกพี่ของตนกลับ เดชายิ้มเยาะคู่อริแล้วยินยอมให้ตำรวจค้นรถหาหลักฐานโดยให้ล่ำพาไป ส่วนตัวเองยืนจ้องหน้าอาฆาตตะวัน แย้เห็นเข้าก็กลัวหัวหดรีบดึงลูกพี่ขึ้นรถจากมา

ผลการตรวจค้นรถของเดชาไม่พบสิ่งผิดปกติใดๆ นั่นก็เพราะครั้งนี้โชคดีพวกเขาแค่มาดูลาดเลา ยังไม่ได้คิดจะลงมือทำผิดกฎหมายทันทีทันใด...แต่สำหรับตะวันนั้น เดชาลั่นวาจาว่ามันโดนดีแน่ ถ้ายังไม่เลิกเป็นศัตรูกับตน

เมื่อกลับมาถึงไร่และรู้เห็นสภาพประตูโรงเลี้ยงหมูหักพังระเนระนาด คนงานต้องวิ่งไล่จับหมูกันจ้าละหวั่น ตะวันแทบขย้ำคอโรสริน ประกาศชัดว่าเธอต้องรับผิดชอบ แค่เรื่องรักษาฝ้าบนใบหน้าถึงกับทำทรัพย์สินในไร่เสียหายขนาดนี้

โรสรินลอยหน้าเถียงว่าตนไม่ได้ตั้งใจ แล้วก็เปลี่ยน ใจไม่ออกไปแล้วด้วย เพราะฉะนั้นตนไม่ผิด ชาญยืนอยู่ท่าทางง่วงงุน ขอร้องว่าจะว่าความตัดสินคดีอะไรกันไว้พรุ่งนี้ได้ไหม น้ำค้างเห็นด้วย พูดเบาๆ กับตะวันว่าคืนนี้พี่โรสคงไม่มีแรงออกฤทธิ์อะไรอีก บางทีพรุ่งนี้เธออาจจะสำนึกได้เอง

ตะวันอ่อนลงจนได้ ยอมสลายตัวแยกย้ายกันเข้าที่พัก แต่ผ่านไปไม่นานก็ได้ยินโรสรินแผดเสียงไร่แทบแตกโดยที่เขาไม่รู้สาเหตุ แล้วก็เหนื่อยล้าเกินกว่าจะออกไปกำราบ ปล่อยให้เธอจัดหนักจัดเต็มไปตามเรื่อง

สาเหตุมาจากอึ่งกับอาทิตย์นั่นเอง! อึ่งนำเสื้อกับกางเกงตัวเก่าของตะวันมาให้โรสรินใส่ ส่วนอาทิตย์ตั้งใจนำครีมสมุนไพรแก้สิวฝ้ามาให้เธอทาหน้า แต่การมาของทั้งคู่ดูลึกลับเสียจนหล่อนนึกว่าผีหลอก เลยกรีดร้องสลับกับสวดมนต์ผิดๆถูกๆ

โรสรินยี้กับของสองสิ่งที่ทั้งคู่หยิบยื่นมา โดยเฉพาะครีมทาหน้า ดูถูกว่ากระจอก แต่ก็ไม่ถึงกับผลักไสให้เด็กชายเอากลับคืนไป แถมจู่ๆยังมีอารมณ์นึกสนุกชวนทั้งคู่หาอะไรทำแก้เบื่อ อึ่งโอเคโดยดี ก่อนจะไปเกณฑ์พนักงานชายหญิงในไร่หลายคนมาร่วมงานบ้านไร่แฟชั่นวีค โดยมีโรสรินเป็นนางแบบกิตติมศักดิ์ในชุดเสื้อผ้าของตะวันแต่ทำให้มันเซ็กซี่ได้ไม่ยาก บรรดาคนงานเลยมองตาค้างไปตามกัน

แย้โผล่หัวออกมาดูแล้วแทบช็อกกับสิ่งที่เห็นรีบวิ่งไปรายงานตะวันว่าโรสรินเพี้ยนใหญ่แล้ว ตะวันระอานักหนา เดินพรวดพราดเข้าไปตำหนิเจ้าหล่อนว่าทำบ้าอะไร?

ทุกคนตกใจที่เห็นตะวันโมโห ถอยกรูดอย่างกลัวๆ ยกเว้นโรสรินที่เดินไปหาเขาอย่างไม่เกรง แถมแย้มยิ้มโอ่อวดว่าน่าเสียดายที่เขามาไม่ทันตนเดินแบบ บอกได้เลยว่าเป๊ะเว่อร์

“งี่เง่าที่สุด ไร้สาระคนเดียวไม่พอยังจะชวนคนอื่นงี่เง่าตามไปด้วย”

“นี่ อย่าทำให้ฉันจี๊ดนะ ฉันไม่ได้สร้างความเดือดร้อนให้ใคร”

“แต่ไอ้ดินที่คุณย่ำอยู่มันแปลงกุหลาบของผมแล้วเป็นบ้าอะไรถึงถางกุหลาบออก ดอกไม้ตายหมดแล้ว นี่เหรอไม่สร้างความเดือดร้อน...ผมจะหักเงินเดือนทุกคนโทษฐานที่บ้าไปกับยัยนี่ด้วย...คุณนี่มันเกินเยียวยาจริงๆ”

“ฉันไม่มีสิทธิ์ทำอะไรนอกจากให้นายชี้นิ้วสั่งเลยใช่มั้ย เผด็จการมากไปแล้วนะ นายไม่เข้าใจฉันบ้างเลย”

ตะวันจะฮึดฮัดใส่เธอ ชาญเข้ามาขวางเสียก่อน สั่งให้จบแค่นี้แล้วแยกย้ายกันไปนอน คนงานรีบปฏิบัติตาม โรสรินจ้องตะวันอย่างไม่พอใจแล้วเชิดหน้าออกไป ตะวันทำท่าจะก้าวตามแต่ชาญคว้าแขนหลานชายไว้

“เฮ้ย พอแล้ว เข้าใจหนูโรสเขาบ้าง จะให้เขาเป็นแบบที่ตัวเองต้องการมันไม่ได้หรอก อะไรที่มันเป็นความสุขของเขาก็ยอมๆบ้างเถอะน่า”

“ช่ายยยย...พี่ตะวันเนี่ยไม่เข้าใจผู้หญิงเลย”

ตะวันหันขวับมาจ้องอึ่งตาเขียว อึ่งเลยจ๋อย รับประทาน ฟังตะวันบ่นต่อไปโดยไม่กล้าแสดงความเห็นอีก

“แค่วันแรกก็ปวดหัวไม่รู้กี่ครั้งแล้ว ถ้ายัยนั่นไม่เลิกออกฤทธิ์อย่าขอให้มาช่วยปราบก็แล้วกันนะครับปู่”

บ่นจบก็เดินออกไปอย่างหงุดหงิด ชาญมองตามไม่ค่อยสบายใจ  พอโดนอึ่งสะกิดถามว่าตนแต่งชุดนางแบบ อย่างนี้สวยไหม ชาญเลยเขกหัวเธอดังโป๊กแทนคำตอบ

ภายในห้องพัก โรสรินยังเคืองตะวันไม่หาย บ่นพึมพำว่าไม่เคยเจอใครที่ทำให้จี๊ดขนาดนี้มาก่อน เขากับเธอต้องเป็นศัตรูกันร้อยชาติแน่...จากนั้นหันไปเหล่กระปุกครีมสมุนไพรที่อาทิตย์เอามาให้ ลังเลว่าจะใช้ทาจุดด่างดำบนใบหน้าดีหรือไม่ แต่เพราะครีมของตนโดนตะวันเอาไปทิ้งแล้วจึงตัดสินใจเสี่ยงดู แต่ถ้าพรุ่งนี้หน้าเยินจะบีบคอเด็กชายอาทิตย์ให้ตายคามือ

ooooooo

เสียงไก่ขันเป็นสัญญาณวันใหม่ โรสรินลุ้นุดๆ ขณะโน้มหน้าตัวเองไปที่กระจก ปรากฏว่ารอยดำหายหมดเกลี้ยง จึงตั้งชื่อสมุนไพรนี้ว่าครีมหน้าเด้งมหัศจรรย์

เธอรีบอาบน้ำแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าของตะวันไปที่โต๊ะอาหาร ขอบใจอาทิตย์ซึ่งเรียกเขาว่านายติสต์เนื่องจากเด็กชายเงียบขรึมไม่พูดจากับใคร ชื่นชมว่าครีมหน้าเด้งมหัศจรรย์ดีมาก ขนาดครีมของตนที่สั่งมาจากปารีสยังใช้ไม่ดีเท่านี้เลย อึ่งเห็นเธออารมณ์ดี ได้ทีฝากตัวเป็นน้องสาว เรียกเธอว่าพี่นางฟ้า แต่โรสรินแบ่งรับแบ่งสู้ว่าขอคิดดูก่อน ถ้าอึ่งทำตัวดีๆ คอยช่วยเหลืออยู่ตลอด ตนก็อาจจะตกลง

แค่นี้อึ่งก็ตื่นเต้นดีใจ รับปากรับคำช่วยเหลือทุกอย่างแน่...ชาญกับน้ำค้างแอบมองโรสรินบริการอาหารเช้าให้อาทิตย์กับอึ่งอย่างประหลาดใจ แต่ลึกๆชาญโล่งใจที่เห็นคุณหนูโรสอารมณ์ดีแบบนี้ แต่แล้วตะวันกลับเข้ามาทำลายฝันหวานของทุกคน ตรงเข้ามาคว้าแขนโรสรินให้ออกไปทำงาน โดยไม่ฟังเสียงปรามของใครทั้งนั้น

ตะวันลากโรสรินถูลู่ถูกังมาตามทางในไร่  แต่เพราะกางเกงที่เธอใส่ค่อนข้างหลวมก็เลยจะร่นหลุดลงมา ตะวันหวังดีจับขอบกางเกงไว้ให้แล้วจะหาเชือกฟางแถวนั้นมาผูก แต่เธอกลับเข้าใจผิดใหญ่โตว่าเขาจะทำมิดีมิร้าย ก็เลยยื้อยุดทะเลาะกันอยู่สักพักกว่าจะสำเร็จ

ในที่สุดคุณหนูโรสก็โดนลากไปถึงโรงเลี้ยงหมู โดยมีคนงานเร่งซ่อมรั้วและตามจับหมูคืนมาครบแล้ว แต่หน้าที่ทำความสะอาดคอกหมู ตะวันระบุเสียงเข้มว่าต้องเป็นโรสริน...ตอนแรกเธอแข็งขืน แต่พอฟังตะวันพล่ามเรื่องความรับผิดชอบสิ่งที่ตัวเองก่อ ก็นึกละอายใจต่อบรรดาคนงานจนต้องยอม

ขณะที่โรสรินล้างคอกหมูเหงื่อไหลไคลย้อย...พีระกำลังเร่งเครื่องยนต์อย่างร้อนใจ โดยมีอุษาวดีน้องสาวนั่งอยู่เบาะข้าง จุดประสงค์ของสองพี่น้องคือมาตามตัวโรสรินกลับกรุงเทพฯเมืองฟ้าอมรอันแสนศิวิไลซ์

ใกล้ถึงเขตไร่ตะวันตามป้ายบอก ถนนหนทางยิ่งขรุขระจนพีระเปรียบเปรยนึกว่าดาวอังคาร ขืนขับ เข้าไปมีหวังช่วงล่างรถพังยับเยิน แต่ถ้าจะลงเดินอุษาวดีก็ไม่เล่นด้วย พีระเหลียวตัวรอบทิศ เห็นรถอีแต๋น จอดข้างทางเสียบกุญแจคาไว้อย่างเป็นใจ!

สองพี่น้องใช้รถอีแต๋นเป็นพาหนะลุยมาถึงไร่ตะวันสมดังใจ แต่พอเข้ามาถามหาโรสรินจากพวกชาญ โดยพีระระบุชัดว่าเธอเป็นแฟนตน ชาญก็เลยวางแผนให้น้ำค้างหลอกสองพี่น้องว่าโรสรินไม่ได้อยู่ที่นี่ และต้องหาทางพาพวกเขาออกไปจากไร่ให้จงได้

น้ำค้างอิดออดเพราะไม่ชอบการโกหก แต่เมื่อชาญอ้างโน่นนี่และรุกเร่งก็เลี่ยงไม่ได้ ชวนอึ่งขึ้นรถขับนำหน้าพีระกับอุษาวดีออกจากไร่ไป

ooooooo

ที่โรงเลี้ยงหมู ตะวันควบคุมการทำงานของโรสรินใกล้ชิด จ้ำจี้จ้ำไชอยากให้เธอทำอย่างถูกวิธีโดยมีแย้เป็นลูกคู่สร้างสีสันให้ขำขัน แต่หญิงสาวไม่ขำด้วย หน้าบูดหน้าบึ้ง แถมเขาแหยมมาเมื่อไหร่เป็นต้องต่อปากต่อคำกันทุกที

โดยเฉพาะเรื่องแฟนที่แย้หลุดปากออกมาว่าตะวันยังไม่มี  โรสรินได้ทีหัวเราะเยาะว่าไม่มีใครเอาจริงๆ ด้วย ตะวันเลยของขึ้นถามเธอเสียงขุ่นว่าหัวเราะพอหรือยัง

“ยัง...นี่ตกลงว่าจริงใช่มั้ยเนี่ย โถ...นี่คงอกหักมาตลอดเลยสิท่า โอ๊ะ! แล้วยังมาโดนฉันปฏิเสธการแต่งงานอีก สลดที่สุดอ่ะ”

ตะวันฉุนขาดพุ่งเข้าไปเอามือปิดปากเธอ แต่คุณหนูโรสยอมซะที่ไหน กระทืบเท้าเขาอย่างแรงแล้ว วิ่งหนี แต่สุดท้ายก็โดนเขาตามจับและเสียหลักล้มลงกอดกันกลม ปากแทบประกบกันอย่างไม่ตั้งใจ แต่มาลัยลูกสาวแม่มาลีที่ตั้งใจหอบต้นไม้ใส่กระถางมาให้ตะวันตามบัญชาของแม่ที่อยากได้เขาเป็นลูกเขยตัวซีดตัวสั่น เห็นภาพนั้นก็หึงหวงถึงกับกรี๊ดกระจาย จนแย้สะดุ้งโหยงแสบไปถึงแก้วหู

แล้วสงครามน้ำลายระหว่างมาลัยกับโรสรินก็บังเกิด!

มาลัยดูถูกและกล่าวหาอีกฝ่ายอ่อยตะวัน คิดจะจับเขาให้อยู่หมัด ทั้งที่เขาเป็นแฟนของตน แรกโรสรินโกรธแต่อดกลั้น เดินเลี่ยงไปให้อาหารหมู แต่เมื่อฝ่ายนั้นยังไม่เลิกราวี ก็เลยตอบโต้เข้าให้อย่างแสบสัน แถมสาดข้าวหมูใส่มาลัยจนเธอกรีดร้องขึ้นอีกรอบ

ตะวันห้ามทัพสองสาว แล้วสั่งโรสรินหยุดให้อาหารหมูแต่ต้องทำความสะอาดคอกให้เรียบร้อยเหมือนเดิม หญิงสาวโกรธและน้อยใจ ตบหน้าเขาแล้ววิ่งหนีออกไปทันที

เมื่อแรกโดนตบ ตะวันโมโหวิ่งตามมาดึงโรสรินไว้ สั่งให้เธอกลับไปทำความสะอาดเพราะเป็นคนก่อเรื่อง แต่พอเธอสวนกลับอย่างอัดอั้นน้ำตาซึมว่าเขาลำเอียง ทั้งที่เห็นว่ามาลัยหาเรื่องตนก่อน ชายหนุ่มก็ชะงักหน้าเจื่อน เอ่ยเสียงอ่อนลงว่าทำไมไม่รู้จักอดทนบ้าง

“เป็นความผิดของฉันใช่มั้ย ที่ฉันไม่ยอมให้ใครหยามศักดิ์ศรีของฉัน ฉันผิดมากใช่ไหม ฉันรู้นะว่านายมองฉันเป็นคนไม่เอาไหน แต่ฉันก็ยังรับผิดชอบสิ่งที่ฉันทำ แต่สิ่งที่นายทำมันคืออะไร ถ้านายแค่เพียงใช้ความลำเอียงและอคติของนายมาแกล้งฉัน นายมันทุเรศมาก!!”

โรสรินตะเบ็งเสียงอย่างคับแค้นแล้ววิ่งหนีไปร่ำไห้สะอึกสะอื้นมุมหนึ่ง เป็นครั้งแรกที่ความอดทนถึงขีดสุด ในชีวิตไม่เคยถูกกดขี่เท่านี้มาก่อน! ส่วนตะวันก็สะอึกอึ้งในรอบสิบปี เพิ่งจะโดนด่าจริงเจ็บจริงจนหน้าชาก็วันนี้!

หลังคิดทบทวนเรื่องราวอยู่ครู่หนึ่ง ตะวันย้อนกลับมาขอร้องมาลัยให้ไปขอโทษโรสรินเพราะเริ่มเรื่องก่อนแล้วก็ผิดด้วยที่ว่าเธอเสียหายแบบนั้น ส่วนตัวเขาเองก็ยอม รับผิดที่ใจร้ายกับเธอ แต่มาลัยกระฟัดกระเฟียดไม่ยอม ย้อนถามเขาว่าทำไมไม่ไปขอโทษเอง ตะวันตอบเสียงอ่อยว่าเสียฟอร์มตาย...จากนั้นพยายามกล่อมอีกฝ่ายต่อไป

“เถอะน่า ใครจะขอโทษก็เหมือนกัน คุณโรสก็อยู่ที่นี่อีกนาน ผูกมิตรกันไว้ดีกว่า ไม่งั้นเขาจะหาว่าคนที่นี่ใจร้าย”

“มาลัยยอมขอโทษก็ได้ แต่ยัยนั่นต้องมาขอโทษมาลัยก่อน”

“พี่เพิ่งรู้ว่ามาลัยเป็นคนใจดำก็วันนี้ ไม่เป็นไร ไม่ต้องขอโทษก็ได้ แต่ถ้าเกลียดคุณโรสนักก็ไม่ต้องมาเหยียบไร่ตะวันให้หมางใจกันอีก...ไป กลับไปได้แล้ว”

ได้ผลชะงัด! มาลัยยอมไปขอโทษโรสรินโดยที่ตะวันแอบตามมาสังเกตการณ์ แต่เพราะน้ำเสียงและท่าทีแสนเหวี่ยงของมาลัยที่บอกว่าตะวันสั่งให้ตนมาขอโทษ โรสรินเลยยียวนกลับเข้าให้ว่า

“เหรอ...ถ้างั้นมัวรออะไรอยู่ล่ะ อ้อ ต้องขอโทษอย่างจริงใจ แล้วพูดให้เพราะๆด้วยนะ”

มาลัยไม่พอใจแต่ไม่กล้าขัดเพราะตะวันพยักพเยิดส่งซิกมา แต่กลายเป็นว่าพอเธอเอ่ยขอโทษสุดแสนไพเราะ... โรสรินกลับบอกให้กองๆไว้ตรงนั้น สีหน้าเหมือนไม่ยินดียินร้ายซะงั้น!

“เอ๊ะ! ยัยหน้าวอก จะเอายังไงกันแน่” มาลัยปรี๊ดแตก

“ฉันจะยอมรับคำขอโทษของนายตะวันคนเดียวเท่านั้น!” โรสรินประกาศกร้าว...ตะวันอึ้งและหนักใจที่ยัยคุณหนูแห่งเมืองศิวิไลซ์ยังฤทธิ์เยอะเหมือนเดิม!

ooooooo

ทางด้านน้ำค้างกับอึ่งที่หลอกพีระกับอุษาวดีออกมาพ้นไร่ได้สำเร็จ แต่นานเข้าสองพี่น้องรู้สึกผิดสังเกตจึงจอดรถคาดคั้นเอาความจริง อึ่งกลัวเลยหลุดปากว่าโรสรินอยู่ที่บ้าน แต่น้ำค้างหัวไวบอกว่าอึ่งหมายถึงบ้านนายอำเภอเพราะเธอมีธุระที่นั่น และตนก็กำลังจะพาเขาไป

ใกล้ค่ำเข้ามาทุกที น้ำค้างขับรถไปจอดในป่ารกร้างวังเวง บอกพีระว่าเป็นทางลัดไปบ้านนายอำเภอซึ่งรถเข้าไม่ได้ต้องเดินเท้าเข้าไปเท่านั้น สองพี่น้องเชื่อสนิทเพราะอยากเจอโรสรินมาก ส่วนน้ำค้างกับอึ่งรีบโบกมือบ๊ายบายแล้วจากมาด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์

แท้จริงบริเวณนั้นเป็นป่าช้า พีระกับอุษาวดีเดินลึกเข้าไปเห็นป้ายชื่อคนตายถึงกับแหกปากร้องลั่นวิ่งหนีด้วยความกลัวสุดขีด!

ส่วนที่ไร่ตะวัน...โรสรินยังเฝ้ารอคำขอโทษจากตะวัน โดยที่มาลัยยังอยู่สังเกตการณ์ แต่จนแล้วจนรอดชายหนุ่มก็ไม่ยอมเสียฟอร์ม ทำเป็นโมโหกลบเกลื่อนสั่งให้โรสรินไปอาบน้ำเพราะตัวเหม็นขี้หมูเหลือเกิน

โรสรินเจ็บใจมาก กลับเข้าห้องพักแล้วคิดจะโทร.ไปฟ้องคุณปู่ว่าตนถูกแกล้งให้เจ็บทั้งกายและใจ เพื่อที่ว่าปู่จะได้หาทางเอาตัวหลานสาวสุดที่รักกลับไป แล้วข้อตกลงบ้าบอทั้งหมดก็ต้องเป็นโมฆะ...แต่กลายเป็นว่าเธอหาโทรศัพท์มือถือไม่เจอ และเชื่อว่าคนที่เอาไปต้องไม่ใช่ใครที่ไหน นอกจากนายตะวันจอมเฮี้ยบ!

หญิงสาวย่องไปทางห้องตะวันก่อนจะดอดเข้าไปอย่างง่ายดายเพราะประตูไม่ได้ล็อก เธอค้นหามือถืออยู่ครู่เดียวก็พบจริงๆ เลยแอบด่าเขาหลายคำก่อนที่เจ้าตัวจะเดินมาถึงหน้าห้อง

โรสรินลนลานซ่อนตัวใต้ผ้าห่มบนเตียงนอน ตะวันผิวปากเข้ามาในสภาพนุ่งผ้าขาวม้าผืนเดียวผัดแป้งขาววอก ส่องกระจกเช็ดผมแล้วเดินไปนั่งอ่านหนังสือกล้วยไม้อย่างสบายใจเฉิบ

ขณะเดียวกันที่หน้าบ้าน พีระกับอุษาวดีกลับมาถึงแล้ว พีระโมโหมากที่โดนน้ำค้างหลอก ชาญจึงต้องออกโรงเคลียร์ด้วยตัวเอง ทั้งยืนยันว่าตนไม่ได้กักขังหน่วงเหนี่ยวโรสรินอย่างที่เขาพูด แต่เพราะเราสองครอบครัวมีสัญญาผูกมัดว่าหลานๆต้องแต่งงานกัน

พีระไม่ฟัง จะใช้อารมณ์ลูกเดียว อุษาวดีเห็นว่าไม่ใช่วิธีที่ได้ผลแน่ จึงลากพี่ชายออกมาซุบซิบแล้วขึ้นรถขับออกไปแอบจอดในมุมลับตา ก่อนจะพากันย่องกลับเข้ามาเพื่อค้นหาโรสริน...ในเวลานั้น โรสรินกำลังลุ้นระทึกมองตะวันล้มลงนอนบนเตียง เขาหลับทันทีทันใดเพราะง่วงจัด โดยดึงผ้าห่มมากอดนึกว่าหมอนข้าง

โรสรินถูกกอดเต็มๆแต่ไม่กล้าหืออือ กระทั่งพีระกับอุษาวดีย่องเข้ามาเปิดไฟเพราะคิดว่าโรสรินน่าจะอยู่ในบ้านหลังนี้ เหตุการณ์ชุลมุนวุ่นจึงบังเกิด ก่อนที่ทุกคนจะพากันออกมารวมตัวที่ห้องโถง โดยมีพวกชาญกรูกันมาร่วมรับฟัง ตะวันหาว่าโรสรินตั้งใจลักหลับตน การมาหาโทรศัพท์เป็นเพียงข้ออ้าง พีระโกรธแทนจะเอาตัวโรสรินกลับกรุงเทพฯให้ได้ แต่ชาญย้ำว่าถ้าเธอไปก็ต้องแต่งงานกับตะวัน ไม่เชื่อถามปู่ของเธอก็ได้

ตอนที่ 1

โรสริน หรือโรส หลานสาวสุดสวย จอมเหวี่ยงไม่เลือกหน้าของณรงค์ เจ้าของโรงแรมควีนโรสถึงกับปรี๊ดแตกกลางที่ประชุมกรรมการบริหารของโรงแรม เมื่อรู้ว่าปู่ของตัวเองจะไม่ยอมมอบตำแหน่งประธานบริหารโรงแรมให้ จนกว่าเธอจะได้ฝึกงานตั้งแต่ระดับล่างขึ้นมาเสียก่อน เธอให้โอกาสปู่เปลี่ยนใจ แต่เขายืนยันคำเดิม

“คุณปู่รู้ตัวไหมว่านี่คือครั้งแรกในชีวิตที่คุณปู่กล้าขัดใจโรส”

“ก็เพื่อตัวโรสเอง โรสคือความหวังของปู่ แต่โรสจะไม่มีวันแบกรับความรับผิดชอบนี้ได้ ถ้าโรสไม่มีประสบการณ์ไม่เคยทำงานหนัก ไม่รู้จัก ไม่เคยสัมผัสงานทุกขั้นตอน ทุกแผนกของโรงแรมเรา”

คุณหนูจอมเหวี่ยงขู่ ถ้าขืนให้ตนเองทำงานในตำแหน่งแม่บ้านประจำโรงแรมจะกลับอังกฤษและจะไม่กลับมาที่นี่อีก แล้วเดินออกจากห้องประชุมไปอย่างหัวเสีย...

บรรดาพนักงานของโรงแรมเห็นโรสรินเดินหน้าบอกบุญไม่รับมาตามโถงทางเดิน พากันหลบให้วุ่นวาย เพราะรู้ฤทธิ์เดชของเธอดี แต่พีระหนุ่มคนสนิทของเธอกลับไม่เกรงกลัว ปราดเข้ามาหาพร้อมกับยื่นช่อดอกไม้ให้

“กลับมาคราวนี้เราคงจะได้ใช้ชีวิตร่วมกันจริงๆ เสียทีนะครับ ที่รัก”

“บอกกี่ครั้งแล้วว่าอย่าเรียกโรสว่าที่รัก โรสไม่ใช่ที่รักของคุณ” โรสรินแหวลั่น ก่อนจะคว้าช่อดอกไม้ปาลงพื้น เหยียบย่ำอย่างไม่ไยดี แล้วเดินสะบัดจากไป พีระตามไปง้อสุดฤทธิ์ แต่เธอกำลังอารมณ์บูด ไม่อยากเห็นหน้าใครทั้งนั้น เขาปลอบให้ใจเย็นๆก่อน ถ้ามีอะไรที่ทำให้เธอหายหงุดหงิดได้ เขายินดีทำให้ทุกอย่าง

“ถ้าอย่างนั้นทำอย่างไรก็ได้ให้โรสบินกลับอังกฤษเดี๋ยวนี้”

พีระยอมให้เธอกลับไปที่นั่นอีกไม่ได้ เพราะทนความคิดถึงไม่ไหว โรสรินมัวแต่เหวี่ยงไม่ทันเห็นช่างไฟฟ้ากำลังซ่อมไฟอยู่ เดินเข้าไปใกล้ๆ เป็นจังหวะที่เขาทำหลอดไฟหลุดมือพอดี เฉี่ยวหัวเธอไปเส้นยาแดงผ่าแปด เธอถึงกับกรีดร้องลั่นด้วยความโกรธเกรี้ยว ไล่เขาออกจากงานทันที โดยไม่ฟังคำแก้ตัวหรือขอโทษใดๆ ช่างไฟฟ้าได้แต่ยืนอึ้ง มองตามโรสรินที่เดินจากไปอย่างอาฆาตแค้น พีระจะตาม แต่เธอหันมาตวาดใส่

“โอ๊ย...อย่าตามมาได้ไหม รำคาญ”

ooooooo

ครู่ต่อมา โรสรินมาถึงหน้าห้องบอลรูม เห็นแย้กับคนงานกำลังช่วยกันประดับประดาดอกกล้วยไม้อยู่ พาลอาละวาดใส่ สั่งให้เอาดอกกล้วยไม้พวกนี้ไปให้พ้นจากโรงแรมของเธอ แย้ตกใจ ละล่ำละลักว่าลูกพี่ของเขาสั่งห้ามเปลี่ยนแบบเด็ดขาด โรสรินไม่พอใจมาก

“ใหญ่มาจากไหนถึงกล้าขัดคำสั่งฉัน ระหว่างยอมเปลี่ยนดอกไม้ให้ฉัน กับไม่มีงานทำจะเลือกอะไร”

“ถ้าอย่างนั้นเคลียร์กับลูกพี่ผมเองแล้วกันนะครับ” แย้พูดจบ หันไปทางตะวันที่เดินหอบดอกกล้วยไม้นานาชนิดเข้ามา โรสรินวีนใส่แบบไม่ให้เขาทันตั้งตัว

“ฉันเป็นหลานสาวคนเดียวของคุณปู่ที่เป็นเจ้าของโรงแรมนี้ ฉันเกลียดดอกกล้วยไม้ นายคิดว่านายจะทำอย่างไรกับมัน”

แทนที่ตะวันจะดึงดอกกล้วยไม้ออกอย่างที่โรสรินสั่ง กลับยียวนกวนประสาทด้วยการปักมันเพิ่มเข้าไปอีก เธอด่าไม่เลี้ยงแถมยังไล่ทุกคนออกจากงาน แล้วสั่งให้เอาดอกไม้ห่วยๆ พวกนี้กลับไปให้หมด ยิ่งเห็นเธอโกรธเกรี้ยวตะวันยิ่งแกล้งต่อปากต่อคำไม่มีลดราวาศอก โรสรินสติแตกปัดดอกกล้วยไม้ที่ตกแต่งเสร็จ กระจายเกลื่อนพื้นเผลอเหยียบย่ำโดยไม่ได้ตั้งใจ แย้ถึงกับถอยกรูด เพราะรู้ดีว่าลูกพี่ตัวเองรักดอกไม้เท่าชีวิต

“เอาเท้าของคุณออกจากดอกไม้เดี๋ยวนี้” ตะวันเดือดปุดๆ

โรสรินยั่วโมโหคืนบ้างด้วยการย่ำดอกไม้จนแหลก ตะวันทนไม่ไหวแบกเธอพาดบ่า หญิงสาวกรี๊ดสนั่น สั่งให้เขาปล่อย ตะวันรำคาญจัดที่เธอดีแต่บงการจับตัวเหวี่ยงไปรอบๆ หลายครั้งก่อนจะปล่อยเธอลง โรสรินหัวหมุนทรงตัวแทบไม่อยู่ ไม่วายผวาจะเข้าไปเอาเรื่อง แต่ขาขวิดกันเสียก่อน เซเสียหลักปากชนกับปากชายหนุ่มพอดิบพอดี ทั้งคู่ประกบปากกันอยู่อึดใจ โรสรินได้สติผลักเขาออกแล้วกรีดร้องสุดเสียง...

ด้านณรงค์ซึ่งนั่งอยู่ในห้องทำงานกำลังดูรูปหลานสาวสุดเลิฟ พลางบ่นว่าอยากจะได้ใครสักคนที่มาปรามพยศเธอ พลันได้ยินเสียงร้องกรี๊ดๆ ของหลานสาวถึงกับสะดุ้งโหยง ทำรูปหลุดมือ ยุพาหรือยุนอาที่ตัวเองตั้งตามชื่อนางเอกซีรีส์เกาหลีคนโปรด เลขาฯ ส่วนตัวของณรงค์พลอยตกใจไปด้วย ต่างหันขวับไปทางเสียงร้อง...

เสียงกรี๊ดของโรสรินยังคงดังต่อเนื่องโรงแรมแทบแตก อีกทั้งชี้หน้าจะเอาเรื่องตะวันให้ได้ฐานลามกขโมยจูบตนเอง เขาพยายามขอร้องให้เธอตั้งสติ และทบทวนดูอีกครั้งหนึ่งว่าใครจูบใครกันแน่ เขายืนเฉยๆ เธอต่างหากที่พุ่งเข้ามาจูบเขาเอง

“ฉันจะไปฟ้องคุณปู่ ฉันจะแจ้งตำรวจข้อหาอนาจาร นายตายแน่ นายไม่รอดแน่คอยดู” โรสรินวิ่งไป ชี้หน้าด่าตะวันไปด้วย เขาไม่ยอมให้ถูกเล่นงานโดยที่ไม่ได้ทำอะไรผิด รีบวิ่งจะตามไปคุยกันให้รู้เรื่อง แย้ใจคอไม่ดีเกรงจะเกิดเรื่องใหญ่โตรีบตามลูกพี่ไปอีกทอดหนึ่ง ด้านโรสรินจ้ำพรวดๆ จะไปฟ้องณรงค์ แต่ถูกช่างไฟฟ้าที่เธอไล่ออกเมื่อครู่คว้าตัวเอาไว้ แล้วดึงไขควงออกมาจี้เอว ตะวันกับแย้ที่ตามมาถึงกับหยุดกึก

“กรี๊ด...แก ปล่อยนะจะทำอะไรฉัน”

“หุบปากอย่ากรี๊ดโว้ย...ไม่อย่างนั้นจะฆ่าให้ตายเดี๋ยวนี้” ช่างไฟฟ้าซึ่งตาขวางเหมือนคนบ้าขู่ โรสรินกลัวจัด ละล่ำละลักถามว่าต้องการอะไร จะเอาเงินเท่าไหร่ขอให้บอก เธอยินดีจ่ายให้แต่ต้องปล่อยเธอก่อน เขาไม่สนใจเรื่องเงิน แค่ต้องการให้เธอหุบปาก โรสรินหันมาสั่งให้ตะวันกับแย้และพนักงานที่ยืนตะลึงรีบเข้ามาช่วย ตะวันทำทีหาเรื่องทะเลาะกับเธอเพื่อเบนความสนใจจากช่างไฟฟ้า พร้อมกับขยับเข้าไปใกล้ทีละนิดๆ

พอได้ระยะ ตะวันยุให้ช่างไฟฟ้าแทงโรสรินให้รู้แล้วรู้รอด คนถูกยุถึงกับงง ทำอะไรไม่ถูก ตะวันสบช่องพุ่งเข้าไปจับข้อมือเขาบิดจนไขควงร่วงพื้น โรสรินดิ้นหลุด รีบโผไปกอดณรงค์ที่มาทันเห็นเหตุการณ์พอดี ช่างไฟฟ้าตั้งหลักได้ชกหน้าตะวัน แต่เขาหลบทัน สวนด้วยเข่าเข้าเต็มท้องถึงกับตัวงอ แล้วสับศอกซ้ำสลบเหมือด

แย้และทุกคนที่อยู่แถวนั้นพากันตบมือเป่าปากให้กับความเก่งกล้าสามารถของตะวัน มีเพียงโรสรินเท่านั้นที่เบ้ปากให้ ทั้งๆที่เขาเพิ่งช่วยชีวิตเธอมาแท้ๆ

ooooooo

ณรงค์อยากจะตอบแทนบุญคุณตะวันที่ช่วยชีวิตหลานสาวเอาไว้ แต่โรสรินกลับคัดค้าน หาว่าเขาแกล้งเป็นฮีโร่เพราะต้องการเรียกเงินตอบแทน แถมยังด่าว่าต่างๆ นานา ตะวันไม่พอใจกับความคิดด้านลบของเธอบอกปัดว่าไม่ต้องการอะไรเป็นการตอบแทน แค่อยากให้เธอไหว้ขอบคุณที่เขาช่วยชีวิตเอาไว้

“ไหว้นายเนี่ยนะ...ชาติหน้าเถอะย่ะ”

“โรส...ขอโทษแล้วก็ขอบคุณคุณตะวันเถอะลูก” ณรงค์เสียงเข้ม แต่โรสรินไม่กลัว ยืนกรานไม่มีวันทำอย่างที่ตะวันต้องการเด็ดขาด ชายหนุ่มหมดความอดทน

“ผมไม่ต้องการแล้ว เชิญคุณอยู่กับศักดิ์ศรีโง่ๆ ของคุณไปแล้วกัน ผมกลับไร่ตะวันของผมดีกว่า” ตะวันว่าแล้วหันไปไหว้ลาณรงค์ที่ถึงกับชะงักเมื่อได้ยินคำว่า “ไร่ตะวัน”...

คํ่าวันเดียวกัน ณ ไร่ตะวัน อาทิตย์เด็กชายวัย 8 ขวบ ที่แววตาเต็มไปด้วยความเศร้ากำลังคัดแยกดอกไม้อยู่กับอึ่ง เด็กหญิงจอมซนที่นั่งคัดดอกไม้ไปหาวไป ตาจะปิดเสียให้ได้ นํ้าค้างนำกระจาดสำหรับใส่ดอกไม้มาวางตรงหน้าเด็กชาย พยายามชวนคุย แต่เขากลับก้มหน้าก้มตาทำงานไม่ตอบคำถามอะไรสักอย่าง

“ยังกะคุณอาทิตย์แกจะตอบ ตั้งแต่เห็นกันมายังไม่เคยได้ยินคุณอาทิตย์พูดสักกะแอะ จะถามทำไมให้เหนื่อยคะคุณนํ้าค้าง” อึ่งพูดจบหาวอีกครั้ง นํ้าค้างบอกให้เธอไปนอนถ้าทำต่อไปไม่ไหว ที่เหลือตนจะจัดการเอง อึ่งยืนยันว่าทำไหว ยังไม่ง่วง พูดยังไม่ทันขาดคำก็หงายหลังม่อยหลับไปบนแคร่นั่นเอง

อาทิตย์เองก็ง่วงจนจะลืมตาไม่ขึ้น นํ้าค้างจึงบอกให้นอนตรงนี้ก่อน เสร็จเมื่อไหร่จะปลุก เขาวางมือจากงานที่ทำแล้วล้มตัวลงนอนข้างๆ อึ่ง ชาญปู่ของตะวันเข้ามาหยิบผ้าห่มที่วางแถวนั้นมาคลุมให้เด็กทั้งสองคนแล้วหันไปบ่นให้นํ้าค้างฟังว่า สงสารอาทิตย์ที่ต้องกำพร้าพ่อตั้งแต่ยังเล็ก หนําซํ้ายังเห็นพ่อตัวเองถูกยิงตายต่อหน้าต่อ ตา นับจากนั้นเป็นต้นมาเขาก็ไม่ยอมพูดยอมจาอะไรอีก

“แล้วปู่ไม่คิดจะพาไปส่งคืนแม่แท้ๆของเขาแล้วหรือ”

“เอาไปให้ถูกเฉดหัวทิ้งอีกน่ะสิ ปู่จะเลี้ยงมันจนวันตายนั่นแหละ แม่มันไม่รักก็ช่าง ยังไงไอ้อาทิตย์มันก็หลานในไส้ปู่คนหนึ่ง แล้วสักวันมันต้องสืบทอดตำแหน่งผู้จัดการไร่ตะวัน เหมือนพ่อของมันให้ได้” ชาญพูดจบเป็นจังหวะเดียวกับตะวันเดินหน้าบูดเข้ามากับแย้ เขาเห็นสีหน้าของหลานชายแล้วอดทักไม่ได้ว่าเป็นอะไร

“ลูกพี่ผมเจอฤทธิ์ไฮโซสาวแสนสวยเข้าให้น่ะครับ แถมมีบู๊กันยังกับหนังแอ็กชั่น” แย้ชิงเล่าตัดหน้า

“ยัยนั่นน่ะโรคจิตชัดๆ แค่นึกถึงก็แทบจะคลั่งตายด้วยความเกลียด” ตะวันเข่นเขี้ยว ชาญและนํ้าค้างต่างสงสัยว่าไฮโซสาวคนนั้นเป็นใครถึงได้ทำให้ตะวันเดือดได้ขนาดนี้

ooooooo

พีระรู้ข่าวเรื่องที่โรสรินถูกช่างไฟฟ้าสติแตกจับเป็นตัวประกันก็รีบมาหาเธอที่บ้านแต่เช้า เสนอตัวจะพาไปตรวจเช็กร่างกายที่โรงพยาบาลเผื่อมีตรงไหนบอบชํ้าจะได้ให้หมอรักษาได้ทันท่วงที เธอปฏิเสธว่าไม่ต้องไม่ได้เจ็บปวดตรงไหน แล้วไล่เขากลับ พีระหน้าเสีย ถามเสียงอ่อยทำไมต้องไล่กันด้วย

“รำคาญไง โอ๊ย...ตั้งแต่กลับมามีแต่คนทำให้โรสอยากกลับอังกฤษวันละ 3 รอบ แล้วถามจริงเถอะ เป็นอะไรมากไหม โดนโรสเหวี่ยงใส่ตลอด ยังจะตื๊ออยู่ได้”

“รักไง...รักตั้งแต่แรกพบ โรซี่สวยอย่างกับนางฟ้า”

โรสรินอารมณ์บูดที่พีระถูกไล่ซึ่งหน้ากลับไม่รู้สึกรู้สม จึงเดินหนี เขาตามไม่ลดละ หญิงสาวหยุดกึกเมื่อเห็นณรงค์นั่งดูเอกสารสีหน้าเคร่งเครียด เข้าไปถามด้วยความเป็นห่วงว่าเครียดเรื่องที่เธอจะกลับอังกฤษหรือ

“นั่นก็ใช่ ปู่คงช้ำใจตายถ้าโรสกลับตอนนี้ แต่เรื่องที่ทำให้ปู่เครียดมากกว่าไม่ใช่เรื่องนั้นหรอก” ณรงค์วางแฟ้มเอกสารของตะวันลงบนโต๊ะ แล้วชี้ให้หลานสาวดู “เรามีเรื่องต้องสะสางกับตระกูลของผู้ชายคนนี้เดี๋ยวนี้”

ขณะชาญกำลังนอนให้อึ่งบีบนวดอย่างสบายอารมณ์อยู่บนระเบียงบ้านภายในไร่ตะวัน ยุนอาเลขาฯส่วนตัวของณรงค์โทร.มาเชิญให้เขาไปพบเจ้านายของเธอที่โรงแรมควีนโรส ชาญโวยวายเสียงลั่น

“ผมไม่ไป...ไปบอกให้ไอ้ประธานโรงแรมมันมาหาผม ถ้ามันอยากเจอ ผมไม่ไปหามัน...อะไรนะ มันถึงขั้นขอร้องเลยหรือ” ชาญวางสายสีหน้าครุ่นคิด ตะวันอดเป็นกังวลไม่ได้ ถามว่ามีเรื่องอะไร ได้ความว่าณรงค์อยากจะสะสางปัญหาด้วย น้ำค้างงง ชาญไปรู้จักไฮโซพวกนั้นตั้งแต่เมื่อไหร่

“ฮึ...ไฮโซ สมัยก่อนปู่วิ่งไล่เตะมันบ่อยไป”

“ปู่ครับ ผู้หญิงโรคจิตที่มีปัญหากับผมเมื่อวานคือหลานสาวของคุณณรงค์ที่ปู่พูดถึง”

ชาญนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะจำโรสรินได้ หันไปสั่งให้ตะวันพาเข้ากรุงเทพฯทันที...

ในเวลาต่อมาระหว่างที่ตะวันเดินเตร่อยู่แถวหน้าห้องทำงานของณรงค์ภายในโรงแรมควีนโรส คุณหนูจอมเหวี่ยงผ่านมาเจอถึงกับปรี๊ดแตกปรี่เข้าไปหาเรื่อง ทั้งสองคนมีปากเสียงกันเช่นเคย ก่อนเรื่องราวจะบานปลายมีเสียงชาญเอ็ดตะโรดังออกมาจากในห้อง

“เฮ้ย ไม่ได้นะโว้ย ถ้ายังเถียงข้าอีก ข้าเอาเลือดหัวเอ็งออกเดี๋ยวนี้”

ทั้งตะวันและโรสรินต่างตกใจรีบเข้าไปในห้อง เห็นณรงค์กับชาญยืนประจันหน้ากันอย่างเอาเรื่อง ทั้งคู่รีบเข้าไปหาปู่ของตัวเอง ณรงค์บอกให้ชาญคิดดอกเบี้ยเงินกู้ที่ตัวเองยืมไปจะได้ใช้คืนให้ครบถ้วนทั้งดอกทั้งต้น

“นั่นมันก็ยี่สิบปีผ่านมาแล้ว ข้าถือว่าข้าทำทานให้ เงินน่ะข้าไม่อยากได้คืนหรอก ข้าดีใจที่เห็นเอ็งเอาเงินไปต่อยอดธุรกิจจนได้ดิบได้ดีร่ำรวย...รวยจนตามันฝ้าฟางมองไม่เห็นหัวเพื่อน” ชาญแดกดัน

ณรงค์ไม่พอใจปรี่เข้าไปชกหน้า แต่โรสรินดึงไว้ทัน ขณะที่ตะวันเองก็ดึงตัวชาญไว้เช่นกัน ณรงค์ไม่เคยไม่เห็นหัวเพื่อน เพียงแต่คิดว่าเขาตายไปแล้ว ในเมื่อเขาเองเป็นฝ่ายย้ายที่อยู่แล้วไม่บอก จะมาโทษกันได้อย่างไร ชาญยังน้อยใจไม่หายต่อว่าว่าถ้าเป็นเพื่อนกันจริงก็ต้องเสาะหากันจนเจอ แล้วด่าเขาว่าไอ้คนลืมเพื่อน ณรงค์ไม่เคยเป็นอย่างที่ชาญว่า ยังจำได้แม่นยำที่ตนเองมีอย่างทุกวันนี้ได้ก็เพราะเขา

“ข้าดีใจว่ะที่โลกมันกลมจนส่งหลานเอ็งเป็นตัวเชื่อมพาเราพบกันอีกครั้ง”

ชาญหายเคืองเมื่อได้รู้ความจริงจากปากเพื่อนรัก โรสรินยังสงสัยไม่หาย นี่คุณปู่ยืมเงินคนอื่นสร้างโรงแรมควีนโรสของเราจริงหรือ

“คนอื่นที่ไหนล่ะ ชาญน่ะเพื่อนรักเพื่อนตายปู่เลยนะ อ้าว...ไหว้ปู่ชาญหรือยังล่ะ”

โรสรินจำใจทำตามที่ปู่ตัวเองบอก ตะวันไม่วายแขวะที่เธอไหว้คนอื่นเป็นด้วย เธอไม่พอใจตะคอกใส่หน้า ขืนอยู่ในห้องนี้ต่อไปคงต้องเป็นผู้ร้ายฆ่าคนตายแล้วเดินเชิดหน้าคอตั้งออกจากห้อง ณรงค์ทึ่งมากที่ตะวันไม่กลัวโรสริน หันไปบอกเพื่อนรักว่าหลานชายของเขาเป็นคนเดียวที่เอาหลานสาวของตนเองอยู่ แล้วกระซิบแผนการบางอย่างให้ฟัง ตะวันมองสงสัยทั้งคู่มีเรื่องลับลมคมในอะไรกันแน่

ooooooo

ระหว่างเดินกลับไปที่รถ ตะวันเห็นชาญอมยิ้มไปตลอดทาง อดถามไม่ได้ว่าเมื่อครู่นี้กระซิบกระซาบ อะไรกับณรงค์ ถึงทำให้เขาดูอารมณ์ดีขึ้นทันตา ชาญกลับย้อนถามว่าช่วงนี้ตะวันแอบไปชอบใครอยู่หรือเปล่า เขาอยู่กับดอกกุหลาบและดอกกล้วยไม้ทั้งวันจะเอาเวลาที่ไหนไปรักใครชอบใครได้

“อืม แกรู้ใช่ไหมว่าปู่กับณรงค์ถึงจะงอนกันนิด เคืองกันหน่อยแต่ก็รักกันมาก”

“ครับ แต่คงไม่ได้รักกันถึงขนาดสัญญาให้หลานแต่งงานกันเหมือนในละครใช่ไหมครับ” ตะวันยิ้มขำ  แต่ต้องหุบยิ้มเมื่อปู่ของเขายอมรับว่าเป็นอย่างที่เขาว่าจริงๆ แล้วหัวเราะชอบใจ ตะวันปฏิเสธลั่นว่าไม่มีวันจะแต่งงานกับยัยคุณหนูนรกนั่นเด็ดขาด

“ตะวัน...ถามจริงๆ แกจำแฟนคนแรกในชีวิตแกไม่ได้หรือวะ...แม่กุหลาบน้อยของแกไง ลืมแล้วหรือ” ชาญเอาแต่หัวร่องอหาย ผิดกับตะวันที่หน้าเครียด ยัยคุณหนู นรกนั่น ต้องไม่ใช่กุหลาบน้อยของเขาแน่ๆ

ตะวันเฝ้าครุ่นคิดถึงเรื่องโรสรินจนเก็บเอาไปฝันร้าย เห็นตัวเองกับกุหลาบน้อยในวัยเด็กกำลังนั่งชิงช้ากันอยู่ในสนามเด็กเล่น เขาปลอบเธอที่ร้องไห้คิดถึงพ่อกับแม่ที่จากไปอย่างไม่มีวันกลับว่าจะไม่มีวันทิ้งเธอไปไหนเด็ดขาด พลันกุหลาบน้อยน่าทะนุถนอมของเขากลับกลายเป็นยัยโรสรินกุหลาบร้ายคนนั้น จิกแขนเขาไว้จนเลือดซิบ ตะวันตกใจตื่น ลุกพรวดร้องลั่นว่าไม่ พอได้สติมองไปรอบๆถึงได้รู้ว่าตัวเองแค่ฝันไป

“กุหลาบน้อย ยัยโรส กุหลาบน้อยกลายมาเป็นกุหลาบร้ายได้อย่างไรวะ...ไม่จริง ไม่...”

ooooooo

น้ำค้างทักท้วงปู่ตัวเองว่าคิดดีแล้วหรือที่จะจับพี่ตะวันคลุมถุงชน เขาปฏิเสธว่าไม่ใช่คลุมถุงชน แต่กำลังช่วยให้ตะวันได้เดินกลับไปหาหัวใจของตัวเองต่างหาก  ลางสังหรณ์ของเขาบอกว่าโรสรินคือคู่แท้ของตะวัน

“แล้วอะไรทำให้ปู่มั่นใจอย่างนั้นคะ”

“ไม่เคยสงสัยหรือน้ำค้างว่าพี่ชายแก หล่อก็หล่อ ปู่รึก็รวย  แถมยังเป็นถึงเจ้าของไร่ ทำไมมันถึงไม่มีแฟนกับเขาสักที ของแบบนี้มันมีที่มา” แล้วเรื่องผู้หญิงในอดีตของตะวันก็พรั่งพรูออกจากปากชาญ เริ่มตั้งแต่เขาริจีบผู้หญิงครั้งแรกตอนอยู่ ม.ปลาย โดยไม่ดูตาม้าตาเรือว่าเธอมีแฟนเป็นทอมอยู่ก่อนแล้ว

คนถัดมาชื่อใบเตย ตอนนั้นตะวันเรียนมหาวิทยาลัยปีสุดท้าย คนนี้ได้เป็นแฟนกัน แต่ต้องกินแห้วเพราะหลังจากเรียนจบ ฝ่ายหญิงต้องย้ายตามครอบครัวไปตั้งรกรากที่อเมริกาและไม่กลับมาเมืองไทยอีก

ส่วนคนล่าสุดชื่อนต ตอนจีบกันตะวันคุมกิจการที่ไร่แห่งนี้แล้ว แต่ระหว่างที่เขาพาเธอมาชมไร่เจอมาลัยลูกสาวแม่ค้าเข้ามาอ้างตัวเป็นแฟนและแสดงความเป็นเจ้าข้าวเจ้าของเขาอย่างออกนอกหน้า นตคิดว่าถูกหลอกจึงตบหน้าตะวันฉาดใหญ่  ก่อนจะจากไปโดยไม่ฟังคำอธิบายว่ามาลัยเป็นแค่เพื่อน เขาไม่ได้คิดอะไรด้วย

ชาญเชื่อว่าตะวันต้องซดน้ำแห้วมาจนทุกวันนี้ก็เพราะอาถรรพณ์จากคำสัญญาที่ให้ไว้กับโรสรินเมื่อตอน เด็กๆว่าจะไม่ทอดทิ้งเธอ ทำให้เขาไม่ได้ลงเอยกับใครสักที

“เพราะฉะนั้น ที่ปู่จับคู่ให้มันกับหนูโรสเนี่ยแหละ จะเป็นการแก้จากสาเหตุ เท่ากับช่วยให้มันได้ทำตาม คำสัญญา มันจะได้มีคู่กับเขาสักที” ชาญสีหน้าเชื่อมั่นมาก

ทางฝ่ายโรสรินหลงดีใจ คิดว่าณรงค์ยอมให้นั่งแท่นประธานบริหาร ถึงได้ขอร้องไม่ให้กลับอังกฤษ แต่เขากลับยื่นข้อเสนอ ถ้าเธอตกลงใจแต่งงานกับหลานของชาญ ตามคำสัญญาที่เขากับชาญเคยตกลงกันเอาไว้ทันทีที่แต่งงานกัน ทั้งคู่จะได้ขึ้นแท่นเป็นผู้บริหารโรงแรมแห่งนี้ร่วมกัน โรสรินคิดว่าปู่ล้อเล่น แต่เขายืนยันว่าพูดจริง เธอพุ่งเข้ามามองปู่อย่างพิจารณา

“โอเคค่ะ โรสนึกแล้วว่ามันต้องเป็นอย่างนี้ คนเราพออายุมากขึ้นก็เจ็บไข้ได้ป่วยเป็นธรรมดา สมองของปู่อาจจะกระทบกระเทือน หรือไม่ก็สมองฝ่อ เดี๋ยวโรสจะพาปู่ไปหาหมอเอง”

“โรส...ปู่ไม่ได้ป่วย ปู่ไม่ไป...ไม่ไปๆๆๆ อย่าทำให้ปู่จี๊ดนะ”

“แต่โรสกำลังจี๊ด ถ้าปู่ไม่ป่วย แล้วปู่ก็ไม่ได้ล้อเล่น แล้วปู่ไม่ยอมไปหาหมอ ถ้าอย่างนั้นโรสไปเอง” โรสรินผลุนผลันออกจากห้องทำงานของปู่ วิ่งไปขึ้นรถที่จอดอยู่หน้าโรงแรม ซิ่งออกไปอย่างรวดเร็ว แล้วนึกอะไรบางอย่าง ขึ้นมาได้ โทร.นัดตะวันให้มาพบที่ร้านกาแฟแห่งหนึ่ง...

แทนที่โรสรินจะพูดคุยหาทางออกเรื่องนี้กับตะวันดีๆ  กลับคิดจะใช้เงินฟาดหัว แลกกับการที่เขากับปู่ของเขาเลิกมาเป่าหูปู่ของเธอด้วยความคิดบ้าๆที่จะให้เธอแต่งงานกับเขา แค่ปู่ของตะวันให้ปู่ของเธอยืมเงิน อย่านึกว่าจะมาชุบมือเปิบเอากิจการของเธอไปได้ง่ายๆ ตะวันโกรธที่ถูกดูหมิ่น โวยเสียงลั่นร้าน

“ถ้าคุณกลัวว่าผมจะอยากแต่งงานกับคุณ เพราะอยากฮุบโรงแรม ลืมไปได้เลย อย่างคุณน่ะ ต่อให้แถมอีกสิบโรงแรม ผมก็ไม่เอา” เขามองเธออย่างเหยียดๆก่อนจะออกจากร้าน ผู้คนในร้านต่างมองโรสรินเป็นตาเดียวกัน แล้วพากันซุบซิบนินทาอย่างสนุกปาก เธอโกรธมากรีบตามตะวันจนทัน

“นายตะวัน ไอ้ผู้ชายเลี้ยงหมาไว้ในปาก จะบอกอะไรให้นะ ผู้ชายอย่างนาย ผู้หญิงสวยๆเริดๆอย่างฉันอย่าว่าแต่จะแต่งงานด้วยเลย แม้แต่มองฉันก็ไม่อยากจะมองให้ระคายสายตา”

พีระวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาทันได้ยินพอดี ถามเสียงสั่นว่าใครจะแต่งงานกับใคร โรสรินเล่าเรื่องคำสัญญาระหว่างปู่ตัวเองกับปู่ของตะวันให้ฟัง พีระมาแนวดูถูกเช่นเดียวกับโรสรินไม่มีผิดเพี้ยน ไล่ให้ตะวันกลับไปเพราะคนอย่างเธอไม่สนใจคนระดับเขา ตะวันไม่ยอมแพ้ด่ากลับ

โรสรินโกรธ สั่งให้พีระจัดการสั่งสอนตะวัน เขาจำต้องเหวี่ยงหมัดใส่อีกฝ่ายทั้งๆที่ไม่ได้อยากมีเรื่องด้วยตะวันเบี่ยงตัวหลบเขาถึงกับหน้าคะมำ พีระฝีมืออ่อนชั้น ไม่สามารถต่อยเข้าเป้าแม้แต่หมัดเดียว ตะวันรำคาญผลักเขากระเด็น แล้วขยับจะไป โรสรินด่าเพื่อนชายว่าทำไมถึงไม่เอาไหนแบบนี้ พีระเกิดฮึดขึ้นมาพุ่งเข้าหาตะวันอีกครั้ง เขาหันขวับมามองด้วยสายตาพิฆาต อีกฝ่ายตกใจ สะดุดขาตัวเองหน้าคว่ำ พยายามจะลุกแต่เจ็บมากต้องกลับลงไปนอนอย่างเดิม ตะวันรู้สึกไม่ชอบมาพากล สั่งให้เขาหยุดเคลื่อนไหวถ้าไม่อยากพิการ

“นี่นาย...ใครใช้ให้...”

“ด่าอีกคำสิ ถ้าลุกผิดท่างานนี้แฟนคุณหลังหักแน่” ตะวันขู่โรสรินชะงักเมื่อเห็นสีหน้าเจ็บปวดของพีระ...

ตะวันได้ที ออกคำสั่งให้โรสรินช่วยเขาหาอะไรมาดามตัวพีระไว้ไม่ให้ขยับเขยื้อนร่างกายผิดท่าและสามารถนำตัวส่งโรงพยาบาลได้อย่างปลอดภัย หมอถึงกับออกปากชมที่เคลื่อนย้ายคนเจ็บถูกวิธี  ทำให้ไม่กระทบ กระเทือนมาก เหลือแค่อาการอักเสบนิดหน่อยเท่านั้น กินยาไม่กี่วันก็หาย...

ทางด้านณรงค์รีบโทร.ไปเล่าให้ชาญฟังด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นว่า ตอนที่เจ้าของร้านกาแฟที่เป็นคนเก่าแก่ของเขาโทร.มาเล่าให้ฟังว่าตะวันสั่งให้โรสรินช่วยกันเคลื่อนย้ายพีระไปโรงพยาบาล เขาแทบไม่เชื่อหูตัวเองว่าบนโลกนี้จะมีคนจัดการหลานของเขาอยู่หมัด

“ตะวันก็ไม่เคยพูดถึงผู้หญิงคนไหนมาตั้งนานแล้ว แต่นี่มันพูดเรื่องหนูโรสแทบทุกวัน” ชาญโม้ไปเรื่อย

“ยัยโรสถึงจะทำเป็นปฏิเสธ แต่ไม่มีผู้หญิงคนไหนหรอกที่ถ้าได้อยู่ใกล้ผู้ชายที่ทั้งหล่อทั้งแมน แถมยังกำราบตัวเองอยู่หมัดขนาดนั้นแล้วจะไม่หวั่นไหว ข้ามั่นใจนะ อีกไม่นานหลานของเราสองคนนี้ มันต้องโป๊ะเชะแอนด์เป๊ะแน่ๆ” ณรงค์ฝันกลางวัน เพราะความจริงแล้ว โรสรินและตะวันเหมือนน้ำมันกับน้ำไม่มีวันเข้ากันได้

ooooooo

ทั้งชาญและณรงค์ต่างตระหนักแล้วว่าไม่มีประโยชน์อะไรที่จะเกลี้ยกล่อมให้หลานของตัวเองแต่งงานกัน เพราะยิ่งพูดยิ่งทำให้ทั้งคู่เกลียดขี้หน้ากันมากขึ้น สองคุณปู่ไม่รู้จะทำอย่างไรต่อไปดี จึงนัดมาปรึกษากันที่สวนสาธารณะแห่งหนึ่ง ต่างนั่งถอนใจเฮือกๆ ผิดหวังที่แผนจับหลานแต่งงานพังไม่เป็นท่า

“คิดแล้วก็เสียดาย ถ้าตอนเด็กๆไม่ได้จากกันไป ตอนนี้คงมีลูกหัวปีท้ายปีกันแล้ว...เฮ้อ มันไม่น่าแยกกันไปเลยนะ” ณรงค์บ่นไปถอนใจอีกเฮือก ชาญของขึ้นทันที

กุหลาบร้ายของนายตะวัน เรื่องย่อละคร

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

ไม่เสียชื่อซุป'ตาร์ขาแดนซ์ “ณเดชน์“ ออกสเตปเทพใน “มนต์รักหนองผักกะแยง”

ไม่เสียชื่อซุป'ตาร์ขาแดนซ์ “ณเดชน์“ ออกสเตปเทพใน “มนต์รักหนองผักกะแยง”
16 พ.ค. 2564

07:01 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันอาทิตย์ที่ 16 พฤษภาคม 2564 เวลา 11:42 น.