ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

กุหลาบร้ายของนายตะวัน

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

ในเมื่อตะวันดึงดันว่าเสร็จงานแต่งของลูกค้าคู่นี้แล้วตนจะ กลับไร่ทันที น้ำค้างจึงแอบโทร.ปรึกษาปู่ชาญ แล้วจากนั้นไม่นานปู่ชาญก็โทร.หาปู่ณรงค์ของโรสริน

“อะไรนะ! เอ็งจะให้ข้ายืดงานแต่งงานออกไป ตะวันจะได้อยู่ต่องั้นเหรอ”

ยุนอาอยู่ในห้องทำงานด้วย ได้ยินเจ้านายทวนคำพูดของอีกฝ่ายก็อดทักท้วงขึ้นมาไม่ได้ว่า พระจะสึก ฝนจะตก ฟ้าจะร้อง คนจะแต่งงานกัน ห้ามไม่ได้หรอก

“แผนนี้ท่าจะไม่เวิร์ก มีแผนใหม่ไหมวะ” ณรงค์รอฟังคำตอบอยู่ครู่หนึ่งก็อุทานเสียงแหลมขึ้นมา “หา! ถ้ายืดไม่ได้ก็ล้มงานแต่งแล้วจัดใหม่”

ทันใดนั้น โรสรินผลักประตูเข้ามาได้ยินเต็มสองหู ปู่ของเธอรีบบอกลาปู่ของตะวันแล้ววางสายทันที ทำยิ้มแย้มถามหลานสาวว่ามีอะไรหรือเปล่า

“โรสจะมาบอกว่า ถ้าลำบากนักก็ไม่ต้องให้นายตะวันไปไหนทั้งนั้นค่ะ เพราะถ้าจบงานนี้เมื่อไหร่ แล้วโรสยังเห็นนายตะวันอยู่ที่นี่  โรสจะเป็นฝ่ายออกไปจากควีนโรสเอง ชัดเจนนะคะ”

คำพูดจริงจังของโรสรินเล่นเอาณรงค์กับยุนอาถึงกับชะงักไปด้วยความกังวลใจ

ส่วน ที่ไร่ตะวัน ปู่ชาญหน้าเครียดแต่ยังไม่หมดหวัง บอกอึ่งกับอาทิตย์ที่อยากให้ตะวันกับโรสรินรักกันใจจะขาดว่า คนเราต้องมีความหวัง เด็กทั้งสองยิ้มอย่างเห็นด้วย แล้วช่วยกันบีบนวดให้ปู่ชาญ แต่ครู่เดียวก็ต้องยุติเพราะมีรถตำรวจแล่นมาจอดหน้าบ้าน

ตำรวจสองนายลงจากรถมาคุยกับปู่ชาญด้วยเรื่องเดชาที่หนีคดีไปกบดาน แม้แต่ลูกน้องก็ไปกันหมด

“ถ้าปู่ชาญมีเบาะแสความเคลื่อนไหวของเดชา รบกวนแจ้งเจ้าหน้าที่ด้วยนะครับ”

“ยินดีครับ ผมจะช่วยเป็นหูเป็นตาให้”

“ถ้างั้นผมขอตัวไปสอบถามคนงานไร่ตะวันก่อน เผื่อว่าใครจะมีเบาะแสเพิ่มเติม”

“เชิญครับ อยู่แปลงกุหลาบโน่น เดี๋ยวผมตามไป”

ตำรวจสองนายเดินออกไป ปู่ชาญเครียดจัด หันไปบอกอึ่งกับอาทิตย์ที่วิ่งเข้ามาถามว่าเกิดอะไรขึ้น

“เดชามันโดนตำรวจตามล่า”

“คราวนี้คนไม่ดีจะได้เข้าคุกซะที”

“เดชามันแค้นตะวันเป็นทุนเดิม แล้วที่มันหนีหัวซุกหัวซุนแบบนี้ มันต้องโทษว่าเป็นความผิดของตะวันแน่ๆ”

“แล้วพี่ตะวันจะปลอดภัยไหมครับปู่”

“กรุงเทพฯมันกว้างกว่าบ้านเราเยอะ ไอ้เดชามันไม่มีทางรู้หรอกว่าตะวันอยู่ที่ไหน”

ปู่ ชาญคิดผิดถนัด เวลานี้เดชาเช่าอพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ และกำลังจ้างนักสืบตามล่าหาตัวตะวันเพื่อคิดบัญชีที่เขาเป็นคนให้เบาะแสกับ ตำรวจจนทำให้ตนเองเดือดร้อน

ooooooo

รุ่งขึ้นจะเป็นวันแต่งงานของ ลูกค้า...ค่ำนี้ตะวันกับโรสรินจึงขะมักเขม้นมากเพื่อให้งานออกมาสมบูรณ์แบบ โดยมีพวกน้ำค้างช่วยเหลืออยู่ช่วงหนึ่ง ก่อนจะพากันออกมาเพราะโดนปู่ณรงค์สั่งห้าม

“ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ห้ามให้ทุกคนไปช่วยโรสกับตะวันเด็ดขาด ฉันอยากให้สองคนนั้นอยู่ตามลำพังอีกครั้ง  แล้วสองคนนั้นต้องช่วยกันฟันฝ่าปัญหาไปให้ได้”

“ให้สองคนนั้นอยู่ด้วยกันก็ดีนะคะปู่ณรงค์ แต่ว่างานจะเสร็จเหรอคะ”

“ต้องเสร็จสิ ปู่เชื่อในตัวตะวัน แม้ตัวคนเดียวตะวัน ก็จะทำสำเร็จ ตอนนี้ก็แค่ลุ้นว่าสองคนนั้นจะปรับความเข้าใจกันได้ไหม”

ณรงค์ ยิ้มกริ่มมีความหวัง...แต่ดูเหมือนจะยากโข เพราะตะวันกับโรสรินยังหน้าง้ำหน้างอใส่กัน บางช่วงถึงกับแขวะกันและกันจนเกือบจะทะเลาะ แต่เรื่องงานทั้งคู่ไม่ปล่อยผ่าน มุ่งมั่นตั้งใจอย่างมากเพื่อให้ออกมาดี...

ในคืนเดียวกัน เดชานัดเจอมือปืนสองคน หลังได้แหล่งที่อยู่ของตะวันจากนักสืบมาเมื่อเย็น เขาทุ่มเงินจำนวนมากจ้างมือปืนฆ่าตะวันให้เร็วที่สุด!

ooooooo

เช้าวันรุ่งขึ้น ตะวันบอกให้น้ำค้างกับแย้เก็บเสื้อผ้า ข้าวของเตรียมตัวกลับไร่วันพรุ่งนี้หลังจากงานแต่งเสร็จเรียบร้อยในคืนนี้ แต่น้ำค้างยังอยากให้พี่ชายอยู่ต่อเพื่อปรับความเข้าใจกับโรสริน เธอตัดสินใจโทร.หาพีระหวังขอความช่วยเหลือ แต่กลายเป็นได้ยินเขาพูดยียวนกลับมาว่า

“ตะวันกลับไร่พรุ่งนี้แล้วยังไง ฉันต้องจุดพลุฉลองใช่ไหม ขอโทษทีฉันไม่ว่าง วันนี้ฉันงานยุ่งมาก อ้อ ตะวันมันไปซะได้ก็ดี จะได้ไม่มีก้างขวางคอฉันกับโรส”

“แต่นายเป็นตัวการและต้นเหตุทำให้พี่ตะวันกับพี่โรสเข้าใจผิดกัน นายต้องรับผิดชอบ มันเป็นความผิดของนาย”

“น้ำค้าง...ฉัน ไม่ได้ทำงานมูลนิธิจะได้เที่ยวช่วยเหลือ เห็นใจใคร อีกอย่างถ้าคนเขาไม่อยากจะคืนดีกัน เทวดาที่ไหนก็ช่วยไม่ได้ ทำความเข้าใจแล้วยอมรับความจริงซะ”

“ถ้างั้นนายยอมรับความจริงได้แล้วว่าพี่โรสเขาไม่มีวันรักนาย”

พีระเงียบงัน น้ำค้างลุ้นๆ รุกเร่งให้เขาตอบมาว่าตัดใจได้แล้วหรือยัง คราวนี้พีระถึงสะอึก รู้สึกโดนแทงใจดำอย่างจัง

“ทำไม ต้องตัดใจ ตัดสายทิ้งง่ายกว่า” พีระวางสายกะทันหัน น้ำค้างไม่ทันตั้งตัว ได้แต่ร้องโธ่เอ๊ย พึ่งอะไรไม่ได้เลย...แย้ซึ่งนั่งฟังอยู่ด้วย พูดขึ้นอย่างงงๆ

“ไปขอให้นายพีช่วย แล้วเขาจะช่วยเหรอ พี่ตะวันกลับไร่ เขาได้ตีปีกพั่บๆน่ะสิ ที่ไม่มีกว้างขวางคอชิ้นโต”

“พี่แย้คิดว่านายพีจะไม่มีวันเลิกรักพี่โรสเหรอ”

“ถูกต้อง ถ้าเขาเลิกรักนะ เอาขี้หมามาละเลงหน้าพี่ได้เลย...จริงจริ๊ง”

“คนอะไรเจ็บไม่รู้จักจำ บัวใต้คอนกรีตจริงๆ”

“อ้าว แล้วนี่จะใส่อารมณ์ทำไม ใช่เรื่องของเราที่ไหน” แย้จ้องตาน้ำค้างอย่างจับพิุรธ “มีกลิ่นแปลกๆนะเนี่ย ทำเหมือนหวงนายพียังไงไม่รู้”

“จะบ้าเหรอพี่แย้ ถ้าหวงนายพี ฉันหวงพี่ดีกว่า...ไปเลย ไปช่วยพี่ตะวันทำงานกันได้แล้ว” น้ำค้างกลบเกลื่อนความรู้สึกที่มีต่อพีระด้วยการดึงแย้ออกไป

ฝ่ายพีระยัง นั่งเครียดอยู่กับโต๊ะทำงาน พออุษาวดีเยี่ยมหน้าเข้ามาบอกว่าจะไปโรงแรมควีนโรส พี่ชายถึงกับลุกพรวด สั่งน้องให้อยู่สะสางงานสำคัญเพราะมันเป็นโปรเจกต์ของเธอ

“แล้วพี่เลื่อนนัดทำไมไม่บอกกันก่อน อุษาอยากไปช่วยงานคุณตะวัน”

“เลิกบ้าผู้ชายซะที” พีระฉุนเฉียว

“พี่ ไม่มีสิทธิ์มาสอนอุษา พี่บ้ารักยัยโรสมากแค่ไหนลืมแล้วเหรอ แล้วเป็นการบ้าที่งี่เง่าที่สุด เพราะยัยโรสไม่สนใจพี่เลย ไม่เหมือนอุษากับคุณตะวัน ที่เราจะมีอนาคตร่วมกัน”

“เหรอ...ถามเขารึยัง เขากำลังจะกลับไร่แล้วไม่มาเหยียบกรุงเทพฯอีก”

“หมายความว่าไง”

“เฮ้อ! ความรักไม่ได้ทำให้คนตาบอดอย่างเดียว แต่ความรักมันทำให้คนโง่งี่เง่าปัญญาอ่อน เรื่องแค่นี้ก็ไม่รู้”

อุษาวดีอึ้งย้งงงงวย ไม่รู้มาก่อนว่าตะวันจะไม่อยู่กรุงเทพฯอีกแล้ว

ooooooo

บ่าย นั้นที่โรงแรมควีนโรส งานแต่งงานกำลังจะเริ่มขึ้น จู่ๆเจ้าบ่าวแอบมาขอร้องตะวันให้ช่วยหาชุดอดีตนักร้องชื่อดังคนหนึ่งให้ตน แต่งเพื่อเซอร์ไพรส์เจ้าสาวที่ชื่นชอบนักร้องคนนี้มาก แต่เรื่องนี้ต้องเป็นความลับ ห้ามบอกใคร

ตะวันไม่กล้าปฏิเสธ รับปากแล้วรีบร้อนออกไปที่ลานจอดรถโดยไม่รู้ว่าโรสรินเดินฉับๆตามมา

“รีบไปไหน งานเสร็จแล้วเหรอ”

“คุณมีงานอะไรก็ไปทำเถอะ ไม่ต้องสนใจผมหรอก”

“ฉันแค่อยากเตือนสตินาย ไม่ใช่หลงผู้หญิงจนทิ้งการทิ้งงาน ไหนบอกจะรับผิดชอบให้ดีที่สุดไง ลมปากนายมันเชื่อไม่ได้เลยจริงๆ”

“ผมไม่ได้ทำตัวอย่างที่คุณกล่าวหาแน่”

“โกหก”

“ถึงผมจะไปหาคุณอุษาจริงๆ คุณจะแคร์อะไร ในเมื่อคุณมีคนอื่นอยู่แล้ว”

โรสรินชะงักพูดอะไรไม่ออก เพราะเคยประชดตะวันว่าตัวเองคบกับกิตติทัต

“แต่คุณสบายใจได้ ผมเห็นงานมาก่อนเรื่องส่วนตัวอยู่แล้ว เพราะไม่อย่างนั้นผมไม่ทนอยู่ที่นี่จนกว่างานจะเสร็จหรอก”

“มีความสุขสมกับอุษาจนพอใจแล้วก็รีบกลับมารับผิดชอบงาน เข้าใจมั้ย”

“ผมว่าคุณพูดไม่รู้เรื่องแล้วล่ะ”

“ฉันมีสิทธิ์ที่จะไม่เชื่อนาย”

ตะวัน ไม่พอใจ คว้าข้อมือเธอพร้อมกับท้าทายว่าไม่เชื่อก็ไปดูให้เห็นกับตา โรสรินดิ้นรนขัดขืนแต่ไม่หลุดรอดออกจากรถไปได้ เธอนั่งหน้าบึ้งตึงออกไปกับเขา โดยทั้งคู่ไม่รู้ว่ามีมือปืนสองคนขับรถมอเตอร์ไซค์ตามไปอย่างกระชั้นชิด

ผ่านไปสักพัก ตะวันเริ่มสังเกตเห็นความผิดปกติ บอกให้โรสรินรู้ตัวก่อนเลี้ยวรถหลบเข้าซอย แต่มือปืนก็ยังไล่ตามไม่ลดละ

“ว่าไง ตกลงมีอะไร ใครตามมางั้นเหรอ”

“ผมไม่รู้ รู้แค่ว่าเราคงมีปัญหาแล้วล่ะ”

“อาจจะบังเอิญก็ได้ ฉันกับนายไม่เคยมีปัญหาอะไรกับใครสักหน่อย”

“คุณน่ะไม่ แต่ผมน่ะมีแน่ๆ”

“จอดข้างทาง จอดสิ ดูว่ามันตามมาจริงๆรึเปล่า”

ตะวัน ตัดสินใจชะลอรถเข้าข้างทาง มือปืนทำท่าจะขับแซงออกไป แต่แล้วชักปืนออกมายิง ตะวันร้องบอกให้โรสรินก้มลง พร้อมกันนั้นตัวเองก็เหยียบคันเร่งหนี เสียงปืนกระทบกระจกรถดังเปรี้ยง โรสรินตื่นตระหนก ถามตะวันว่าพวกมันต้องการอะไร

“ชีวิตผม”

“หา!! ระวัง!!” โรสรินร้องลั่น...มือปืนยิงมาที่รถสองสามนัด ปรากฏว่าโดนยางรถแบนแต๋ไปต่อไม่ได้ สองคนต้องลงจากรถวิ่งหนีมือปืนไปตามซอยแคบที่แม้แต่รถมอเตอร์ไซค์ก็เข้าไม่ ได้

ตะวันกับโรสรินหาที่กำบังซ่อนตัว และอาจรอดพ้นเงื้อมมือไปได้ถ้าอุษาวดีไม่โทร.เข้ามาหาตะวันจนมือปืนได้ยิน เสียง ตะวันรีบตัดสายทิ้งแล้วกอดโรสรินไว้อย่างปกป้อง เมื่อเห็นสองมือปืนเยื้องย่างเข้ามา...

ด้านอุษาวดีที่ถูกพีระบังคับให้อยู่ออฟฟิศ เธอกำลังนั่งหน้างอมองโทรศัพท์ในมือพลางบ่นอย่างขัดใจ

“ตัดสายทิ้งทำไมนะ หรือว่าจะอยู่กับยัยโรส”

พีระเดินเข้ามาทางด้านหลัง เห็นกับตาว่าน้องสาวพยายามโทร.หาตะวัน เลยกระชากโทรศัพท์จากมือเธอมาถือไว้

“พี่พี เอาคืนมานะ” อุษาวดีว้ากลั่นและคว้าโทรศัพท์ คืนมาจนได้

“มิสเตอร์ฟิลิปส์รอคุยงานอยู่ แต่แกแอบมาโทร.หาผู้ชาย รีบไปคุยงานเดี๋ยวนี้ แกนี่ชักจะเหลวไหลใหญ่แล้วนะ”

“นี่...บอกกี่ครั้งแล้วว่าพี่ไม่มีสิทธิ์มาสั่งสอนอุษา”

“ฉัน มีสิทธิ์ เพราะแกทำให้ฉันเห็นว่าเมื่อก่อนฉันมันทำตัวทุเรศแค่ไหน วันๆเอาแต่อยากได้โรซี่มาเป็นแฟน ทิ้งการทิ้งงาน ทิ้งความรับผิดชอบทุกอย่าง สุดท้ายฉันก็เป็นแค่ไอ้ไม่เอาไหนคนหนึ่งที่ไม่มีใครต้องการ ฉันถึงต้องพิสูจน์ตัวเองให้โรซี่เห็น ถึงวันนี้โรซี่จะมองไม่เห็นแต่สักวันความดีของฉันมันต้องเข้าตาเธอ แล้วถ้าแกยังทำตัวไม่มีค่าไล่ตามผู้ชายอยู่แบบนี้ แกไม่มีวันได้ใจเขาหรอก”

“อุษามีคุณค่าในตัวเองอยู่แล้ว ไม่ต้องพิสูจน์ แล้วเลิกสั่งเลิกสอนอุษาซะที ไม่อยากฟัง เบื่อ!”

อุษาวดีกระฟัดกระเฟียดเดินออกไปเลย พีระมองตามอย่างอ่อนใจ

ooooooo

ตะวัน กับโรสรินตกอยู่ในอันตราย แต่ทั้งคู่ก็สู้ ยิบตาจนมือปืนคนหนึ่งพลาดท่าถูกตะวันอัดแทบลุกไม่ขึ้น แถมมันยังยอมสารภาพว่าเสี่ยเดชาเป็นคนจ้างวาน ส่วนอีกคนยังไม่หมดพิษสง ใช้มีดแทงตะวันทีเผลอจนเลือดโชก โดยที่โรสรินช่วยเหลืออะไรเขาไม่ได้

โชคดีที่มีชาวบ้านขี่มอเตอร์ไซค์ผ่านมา โรสรินร้องขอความช่วยเหลือ สองมือปืนจึงรีบเผ่นหนีไป

“อดทนไว้นะตะวัน นายอย่าเป็นอะไรนะ”

“โรส...คุณอย่าบอกใครว่าเดชามันล้างแค้นผม ผมไม่อยากให้ทุกคนเป็นห่วง”

“ตอนนี้ห่วงตัวเองก่อนเถอะ แข็งใจไว้ อดทนไว้นะตะวัน”

โรสรินรีบโทร.ไปขอความช่วยเหลือจากหมอกิตติทัต แล้วไม่นานเธอกับตะวันก็ถึงโรงพยาบาล ตะวันถูกส่งตัวเข้าห้องฉุกเฉินอย่างเร่งด่วน

ขณะที่ตะวันรักษาตัวอยู่โรงพยาบาล เดชากำลังเล่นงานมือปืนโทษฐานทำงานพลาด ไม่จัดการตะวันให้ถึงแก่ชีวิตอย่างที่ตนต้องการ...

เมื่อตะวันกับโรสรินหายไปจากงานแต่งแถมยังติดต่อไม่ได้ พวกปู่ณรงค์พากันเป็นห่วง แต่ผ่านไปสักครู่โรสริน โทร.หาปู่บอกข่าวตะวันถูกพวกอันธพาลหาเรื่องและพลาดโดนทำร้ายบาดเจ็บ ตอนนี้เขาอยู่กับหมอกิตติทัตแล้ว ทุกคนไม่ต้องเป็นห่วง ตนจะดูแลเขาเอง แต่ไม่ต้องบอกปู่ชาญ เดี๋ยวจะพากันเป็นห่วงเปล่าๆ

ณรงค์รับทราบด้วยความตกใจ น้ำค้างกับแย้เป็นห่วงตะวันอยากจะไปเยี่ยมแต่ณรงค์ห้ามไว้

“ไว้พ้นคืนนี้ก่อนก็ได้ ตะวันถึงมือหมอแล้ว คงไม่น่าเป็นห่วงแล้วล่ะ และโรสก็ดูแลอย่างใกล้ชิด บางทีความห่วงใยกันในครั้งนี้อาจจะทำให้ทั้งสองคืนดีกัน”

น้ำค้างฟังแล้วคล้อยตาม ภาวนาขอให้เรื่องร้ายกลายเป็นดี...

ooooooo

ที่โรงพยาบาล กิตติทัตบอกโรสรินว่าตะวันพ้นขีดอันตรายแล้ว แต่ถ้าเธอจะเป็นพยาบาลส่วนตัวให้เขาก็ตามสบาย โรสรินตกลงแต่ไม่วายไว้เชิงว่าไม่ได้อยากดูแลนักหรอก

แต่พออยู่กับตะวันที่ยังหลับใหล เธอก็พรั่งพรูความรู้สึกออกมาหมดใจ ตะวันเริ่มรู้สึกตัวแต่แกล้งหลับเพื่อฟังเธอต่อไป

“หลับนานเกินไปแล้วนะ นายยังไม่ตายใช่ไหมตะวัน ฉันรู้ว่าชีวิตคนเราไม่ได้ยืนยาวอะไร แทนที่จะเอาเวลามาเกลียด โกรธ ทะเลาะ และไม่เข้าใจกันต้องเปลี่ยนมาเป็นให้อภัย เข้าใจ และเชื่อใจ...แต่ฉันทำไม่ได้ ฉันหึงนาย ฉันหวงนาย ฉันโกรธที่ในหัวใจนายไม่ได้มีแค่ฉัน นายทำแบบนี้กับฉันได้ยังไง นายมันคนใจร้าย ฉันยังไม่เคยหักหลังนายเลย”

“คุณก็ใจร้าย คุณโกหกผมเรื่องที่คุณคบกับหมอทัต”

หญิงสาวชะงัก รีบเช็ดน้ำตาแล้วพูดแก้เก้อ “นึกว่าตายแล้วซะอีก...แล้วนายรู้ได้ยังไงว่าฉันโกหก”

“ผมรู้ ถ้าคุณรักหมอทัต คุณคงไม่เสี่ยงชีวิตเพื่อผม คุณไม่เคยลืมผม ผมยังอยู่ในหัวใจของคุณ...โรสริน คุณรักผม คุณยังรักผมอยู่”

โรสรินพูดไม่ออก การกระทำของเธอตอบทุกอย่างหมดแล้ว แต่ตะวันยังอยากได้ยินจากปากเธอสักครั้ง...

เมื่อเธอไม่พูด เขาจึงลุกจากเตียงมาโอบกอดเธอไว้ทั้งตัวและจะกอดจนถึงเช้าถ้าเธอยังไม่ตอบ

ตะวันกอดเธอแน่นขึ้น โรสรินเผลอกอดตอบ...

สองคนรับรู้ถึงไออุ่นที่ส่งถึงกันและกัน พลันเสียงเคาะประตูดังขึ้น กิตติทัตก้าวเข้ามาแซวตะวันว่าฟื้นไวจัง จากนั้นขอเช็กอาการเขาอีกครั้งก่อนบอกว่าพรุ่งนี้ก็กลับบ้านได้ แต่มีอีกเรื่องที่กิตติทัตคาใจ ปกติตะวันไม่ใช่คนใจร้อน นอกจากเดชา ตนไม่เห็นว่าเขาจะมีเรื่องมีราวกับใคร โรสรินแก้ตัวแทนว่าอันธพาลพวกนั้นเข้าใจผิดว่าตะวันเป็นศัตรู อธิบายแล้วก็ไม่เชื่อจะฆ่าเขาให้ได้ โชคดีที่รอด

“เล่นถึงชีวิตขนาดนี้ ผมว่าแจ้งความดีกว่า พยานหลักฐานก็พอจะมี คงตามจับได้ไม่ยาก ผมพอจะรู้จักตำรวจอยู่บ้าง เดี๋ยวให้ช่วยอีกแรง”

“อย่าเลยครับ ผมไม่อยากยุ่งยาก ให้มันจบไปเถอะ”

“ไม่ได้นะครับ เกิดพวกมันกลับมาเล่นงานคุณอีก คุณอาจจะโดนหนักมากกว่านี้”

“จะว่าไปคุณหมอก็พูดถูก ถ้ายังไงผมจะจัดการเรื่องนี้เอง เพราะว่าผมก็พอจะรู้จักตำรวจอยู่เหมือนกัน”

“งั้นถ้ามีอะไรให้ช่วยบอกมานะครับ ไม่ต้องเกรงใจ...โรสดูแลคุณตะวันให้ดีนะ ว่าแต่คุณหนูโรสดูแลใครเป็นรึเปล่าเนี่ย”

“รีบไปทำงานเลยไป เดี๋ยวเจอเหวี่ยงหรอก”

โรสรินตาเขียวใส่ กิตติทัตเลยเดินยิ้มออกไป...เธอหันมาท้วงตะวันว่า ถ้าเขาแจ้งความแล้วเดชารู้เข้าต้องส่งคนมาจัดการเขาอีกแน่

“ที่ผมบอกหมอทัตว่าจะแจ้งความ เพื่อให้หมอทัตไม่สงสัยและจะได้ไม่เซ้าซี้ต่อ”

“จริงอย่างที่นายพูด”

“คุณกลับไปพักที่บ้านเถอะ ผมไม่เป็นอะไรแล้ว”

“ไม่...บอกแล้วไงว่าจะอยู่ดูแลนายเอง อยากได้อะไรขอให้บอก นี่เป็นช่วงนาทีทองของนายเลยนะ”

“บอกแล้วคุณจะทำให้คนป่วยที่น่าสงสารคนนี้รึเปล่า”

“ถ้าไม่ยากจนเกินไป ก็ไม่มีปัญหาอะไร”

ไม่ยากแน่ๆ เพราะตะวันให้เธอพาขึ้นไปบนดาดฟ้าเพราะอยากอยู่กับคนที่ตนรักตามลำพัง โรสรินได้ฟังถึงกับนิ่งอึ้ง

“ผมยืนยันว่าผมพูดความจริง ผมเหนื่อยที่จะต้องฝืนความรู้สึกของตัวเอง ผมเบื่อกับความไม่เข้าใจกันของเรา ผมอึดอัดกับการประชดประชันที่มีแต่ทำให้ใจเราเจ็บปวด คุณโรส...เราต่างก็รู้ใจกันดีว่าเรารู้สึกต่อกันยังไงใช่ไหม คุณบอกเองว่าชีวิตคนเราไม่ได้ยืนยาว วันนี้ผมเองก็เกือบจะเอาชีวิตไม่รอด แล้วเราจะเสียเวลากับการทำให้เราไม่มีความสุขทำไม”

“ตะวัน...นายต้องการอะไรกันแน่”

“ต้องการคำยืนยันจากคุณ แค่คุณบอกว่าคุณรักผม ผมต้องการแค่นั้น”

“แล้ว...มาลัย”

“ผมสาบานตรงนี้เลยว่าผมกับมาลัยไม่ได้มีอะไรกันจริงๆ ถ้าผมโกหก ขอให้ผมตาย”

“หยุด!! ฉันจะเชื่อนาย แต่นายต้องพิสูจน์ตัวเองให้ฉันเห็น”

“จะให้พิสูจน์ไปตลอดชีวิตก็ยังได้ ตกลงจะบอกผมมาได้ยังว่าคุณรู้สึกยังไงกับผม”

โรสรินอายมากไม่กล้าพูด ตะวันห้ามใจตัวเองไม่อยู่ ประทับจูบที่ริมฝีปากนุ่มของเธอ...แทนที่เธอจะโกรธหรือไม่พอใจ กลายเป็นว่าเธอต้องการให้เขาจูบอีกครั้ง จูบแบบตั้งใจ แบบว่าเขารักเธอ...

ในที่สุดทั้งคู่ปรับความเข้าใจกันได้ กิตติทัตมาเห็นก็อดแซวโรสรินไม่ได้ว่าต่อไปนี้เลิกปากแข็งเสียที ...พลันมือถือหมอดังขึ้น เห็นชื่ออุษาวดีโชว์หน้าจอ เขาลังเลว่าจะรับดีหรือไม่

หมอผละจากตะวันและโรสรินลงมาจากชั้นดาดฟ้า คุยโทรศัพท์กับอุษาวดีที่บ่นติดต่อตะวันไม่ได้ ถามหมอพอจะรู้ไหมว่าเขาอยู่ที่ไหน

“คุณตะวันบาดเจ็บ แต่ปลอดภัยแล้ว คุณไม่ต้องห่วง แล้วอย่าทำให้เป็นเรื่องใหญ่นะครับ คุณตะวันขอไว้”

“อุษาจะไปเยี่ยมเดี๋ยวนี้...ว่าไงนะ ไม่ต้อง ทำไม ทำไมอุษาจะไปเยี่ยมคุณตะวันไม่ได้”

“พรุ่งนี้คุณตะวันก็ออกแล้ว อีกอย่างคุณตะวันก็มีคนคอยดูแลอยู่แล้วด้วย ผมว่าถ้าคุณมา คุณเองจะเป็นฝ่ายลำบากใจเปล่าๆ”

อุษาวดีหึงปรี๊ดขึ้นมาทันที ถามว่าโรสรินใช่ไหม นั่นมันหน้าที่ของตน โรสรินไม่มีสิทธิ์

“คุณอุษาครับ ผมรู้ดีว่าคุณรู้สึกยังไงกับคุณตะวัน แต่ผมอยากให้คุณเผื่อใจไว้บ้าง มันอาจจะช่วยให้คุณเจ็บน้อยลง”

“หมายความว่ายังไง ทำไมอุษาต้องเผื่อใจ หมอไปรู้อะไรมา คุณตะวันกับยัยโรสไม่ได้เป็นอะไรกัน ไม่มีทางเป็นด้วย”

“ผมเตือนคุณด้วยความหวังดีแล้วนะครับ ผมขอตัวก่อนนะ” หมอวางสายไปทันที ทิ้งอุษาวดีฮึดฮัดและหวั่นใจ กลัวโรสรินกับตะวันคืนดีกัน แต่ยังไงตนก็ไม่มีวันยอม!

ooooooo

ตะวันออกจากโรงพยาบาลในวันถัดมา เขาบอกปู่ณรงค์ว่าตนยังไม่กลับไร่เพราะอยากช่วยดูแลงานอีเว้นต์ให้โรสริน

คำพูดของตะวันทำให้โรสรินเหวอไปนิดหนึ่ง ก่อนจะเออออว่าใช่ พอดีว่างานแต่งที่ผ่านไปได้รับคำชื่นชมมาก แล้วตะวันก็มีส่วนสำคัญกับงานนี้ กอปรกับเธอยังหาทีมงานถูกใจไม่ได้ ก็เลยให้เขาช่วยไปก่อน

ปู่ณรงค์ แย้ น้ำค้าง และยุนอามองหน้ากันด้วยความดีใจ...แสดงว่าสองคนนี้ชักจะยังไงเสียแล้ว

พ้นมาจากกลุ่มของปู่ณรงค์แล้ว โรสรินต่อว่าตะวันพูดจาอะไรไม่เตี๊ยมกันก่อน ตนเกือบรับมุกไม่ทัน

“ก็ผมอยากรู้ว่าคุณยังอยากให้ผมอยู่ใกล้ๆ รึเปล่า”

“แล้วคราวนี้รู้รึยังล่ะ”

“ชัดเจนแล้วครับคุณโรส คุณเชื่อใจผมแล้วใช่ไหมว่าผมไม่มีใคร แล้วใครที่อยู่ในใจผมทุกเวลา”

“ฉันว่าการกระทำสำคัญกว่าคำพูด”

“ผมจะทำให้คุณเห็นว่าความสุขของผมคือคุณ”

“เหรอ แล้วเมื่อไหร่ล่ะ”

ตะวันยิ้มกริ่ม จูงมือเธอไป น้ำค้างกับแย้เห็นกับตา ลงความเห็นกันว่าสองคนรักกัน พวกเราพยายามให้รักกันแทบตายไม่สำเร็จ แต่แอบไปดีกันเฉยเลย...เมื่อปู่ชาญได้ฟังข่าวดีจากน้ำค้างก็เริงร่า บอกต่อให้อาทิตย์กับอึ่งดีใจไปด้วย

ยุนอารับฝากข้อความจากตะวันให้ช่วยบอกปู่ณรงค์ด้วยว่าตนขอให้โรสรินช่วยทำให้ตนมีความสุข...

เลขาสาวตกใจ แต่ครู่เดียวก็ถึงบางอ้อ ทำท่าขวยเขินเพราะคิดเตลิดไปไกล...

ตะวันพาโรสรินไปทะเล สองคนดื่มด่ำบรรยากาศแสนโรแมนติกอย่างมีความสุข และสุขที่สุดที่ได้อยู่ใกล้กัน หยอกเย้ากันประสาคู่รัก ลืมเรื่องบาดหมางที่เคยมีไปหมดสิ้น...

แต่คนที่กำลังว้าวุ่นใจคือพีระ เพราะรู้จากยุนอาว่าโรสรินไปกับตะวันเพื่อทำให้เขามีความสุข แถมพอมาซักถามน้ำค้างก็ได้คำตอบชวนปวดใจอีกว่าสองคนนั้นไปฮันนีมูนที่ทะเล หวานเว่อร์จนน้ำทะเลจืด

“เธอโกหก เธอหลอกฉัน”

“ไม่ได้หลอก ถ้าไม่เชื่อ โทร.ไปถามพี่โรสเองสิ คนไม่รัก ก็ยังจะไปตื๊ออยู่ได้ นายนี่มันโง่จริงๆ”

“ใช่...ฉันมันโง่ แต่ฉันก็ยอมที่จะโง่ ถ้ามันทำให้โรซี่หันมามองฉันสักครั้ง”

พีระพูดอย่างเจ็บลึกแล้วผลุนผลันจากไป ทิ้งให้น้ำค้างยืนอึ้งอยู่กับที่...

ooooooo

นอกจากตะวันจะสารภาพรักโรสรินแล้ว เขายังสวมแหวนทองคำขาวที่นิ้วนางข้างซ้ายให้เธอด้วย

“เป็นผู้หญิงของผมนะโรสริน ถ้าคุณพร้อมและมั่นใจในตัวผม คุณค่อยให้คำตอบผมก็ได้ แต่ตอนนี้ผมขอใช้แหวนวงนี้เป็นตัวแทนความรู้สึกที่เรา
มีให้แก่กัน”

โรสรินตื้นตันถึงกับหลั่งน้ำตา...สองคนกอดกันด้วยความรัก และตกลงนอนดูดาวด้วยกันในคืนนี้...

เช้าวันรุ่งขึ้น สองคนพากันกลับกรุงเทพฯ ตะวันถูกน้ำค้างกับแย้ถามซอกแซกเรื่องไปทะเลกับโรสริน เขาออกอาการเขินอาย ตัดบทให้ทั้งคู่รู้แค่ว่าตนกับโรสรินปรับความเข้าใจกันได้แล้ว

เมื่ออยู่ในห้องพักคนเดียว ตะวัน โทร.หาปู่ชาญ ถามข่าวคราวของเดชา อ้างว่าอยากรู้ความเคลื่อนไหว

“ไม่กี่วันก่อน ตำรวจก็เพิ่งมาถามหาเบาะแส

ตอนนี้มันและพรรคพวกหนีไปกบดานกันหมด ปู่ยังกังวลเลยว่ามันจะไปหาเอ็ง แต่คงไม่มีปัญญาทำอะไรได้หรอก”

“ยังไงปู่ก็ระวังตัวด้วยนะครับ ไอ้นี่มันหมาบ้า มันแค้นพวกเราเป็นทุนอยู่แล้ว ไม่รู้จะกลับมาแว้งกัดเมื่อไหร่” แล้วตะวันก็วางสายด้วยความกังวลใจ...

พีระเข้ามาที่โรงแรมควีนโรสแต่ไม่เจอโรสริน ความเซ็งและเหงาทำให้เขาไปชวนน้ำค้างกินข้าวเป็นเพื่อน แต่พอถึงร้านอาหารเขากลับนั่งเฉย หน้าตาซึมเศร้า

“ชวนฉันมากินข้าว แล้วทำไมถึงไม่กิน”

“ที่ชวนเธอออกมาเพราะฉันมีบางอย่างอยากบอกให้เธอรู้ว่า...หากจะเฝ้ารอรักจากคนอื่นโดยที่ไม่รู้จักรักตัวเอง แล้วเราจะค้นหารักแท้ได้จากที่ไหน”
น้ำค้างชะงัก ไม่คิดว่าพีระจะพูดจาดีมีสาระเป็นกับเขาเหมือนกัน

“ฉันรักตัวเองมากขึ้นก็ไม่ได้หมายความว่าฉันต้องรักโรซี่น้อยลง เพราะฉะนั้นฉันจะไม่มีวันล้มเลิกเรื่องโรซี่เด็ดขาด”

“แต่พี่ตะวันกับพี่โรสคืนดีกันแล้ว”

“โรซี่เป็นผู้หญิงคนแรกและคนเดียวที่ฉันรัก

ฉันทำหน้าที่ของฉันอย่างซื่อสัตย์ ฉันเอาใจโรซี่ ตามใจโรซี่ ทำทุกอย่างได้เพื่อโรซี่ เพราะมันคือหน้าที่ของฉัน ...หน้าที่ที่ฉันอยากทำไปตลอดชีวิต แม้รู้ทั้งรู้ว่าไม่เคยได้ใจโรซี่ บางทีมันก็อดท้อไม่ได้ ที่ในสายตาโรซี่มีคนอื่นที่พิเศษมากกว่าฉัน”

“ถึงฉันจะไม่อยากให้นายลงเอยกับพี่โรส แต่ฉันก็ชื่นชมในความมุ่งมั่นของนาย”

“ฉันก็ชื่นชมเธอในฐานะแม่ยกนายตะวันเหมือนกัน”

“ไม่ต้องมาแขวะ...นี่ ถามอะไรหน่อยสิ นายไม่มีวันเปลี่ยนใจจริงๆ ใช่ไหม”

“ไม่รู้ ฉันไม่รู้ว่าคนอื่นเป็นยังไง แต่คนเราลองได้รักแล้วเลิกรักได้ด้วยเหรอ”

“ทำไมไม่คิดว่าจุดจบอาจจะเป็นจุดเริ่มต้นสำหรับโอกาสที่จะพบใครสักคนกับความรักครั้งใหม่”

“ไม่รู้สิ ตอนนี้ยังไม่คิดจริงๆ ฉันว่าเรากินข้าวกันเถอะ”

น้ำค้างรู้สึกโหวงๆ อย่างบอกไม่ถูก ที่พีระยืนยันไม่เปลี่ยนใจจากโรสริน...หลังอาหารมื้อนั้น พีระนึกได้ว่ามีประชุมต้องรีบกลับ น้ำค้างเลยต้องเดินทางกลับโรงแรมด้วยตัวเอง

ขณะที่พีระรีบกลับบริษัท อุษาวดีกำลังมุ่งหน้ามาหาตะวันที่โรงแรม...เมื่อเผชิญหน้ากัน เธอต่อว่าเขาที่โดนทำร้ายบาดเจ็บแล้วไม่บอก ทั้งที่เธอเป็นห่วงเขามาก

“คุณไม่เห็นอุษาสำคัญกับชีวิตคุณเลยเหรอคะ อุษาดีไม่พอสำหรับคุณตรงไหน อุษาจริงใจกับคุณน้อยกว่าคนอื่นหรือไง คุณถึงไม่เห็นค่าของอุษาเลย”
ตะวันอึ้งไปนิด เห็นเธอน้ำตาคลอก็รีบขอโทษและเช็ดน้ำตาให้ จังหวะนี้โรสรินเดินผ่านมาเห็น ตะวันเองก็เห็น รีบผละจากอุษาวดีเดินตามเธอไป

“เข้าใจผิด เราเข้าใจผิด คิดไปเอง เขาไม่ได้รักกันชอบกัน เราต้องเชื่อใจตะวันสิ เราต้องไม่หวั่นไหว เราต้องไม่คิดไปเอง หนักแน่นไว้ หนักแน่นไว้ยัยโรส” หญิงสาวเดินพูดพร่ำไม่มองทาง ชนเข้ากับใครคนหนึ่ง แล้วต้องอึ้งเพราะเขาคือเดชา

เดชาเองก็ตะลึง ไม่รู้มาก่อนว่าโรสรินอยู่ที่นี่ พอเธอเกริ่นเรื่องที่เขาทำร้ายตะวัน แล้วจะแจ้งตำรวจจับเดชาจึงเปิดเสื้อโชว์ปืนที่เอวขู่เธอ ทั้งยังขู่จะเอาชีวิตตะวันด้วย โรสรินเป็นห่วงตะวัน ตัดสินใจชวนเดชานั่งรถของตนออกไป เพราะเธอมีข้อเสนออยากให้เขาพิจารณา

อุษาวดีตาไวเห็นโรสรินนั่งรถไปกับผู้ชายแต่ไม่เห็นหน้าว่าเป็นใคร เธอชี้มือให้ตะวันดู ตะวันนึกเป็นห่วงโรสรินจึงรีบ โทร.เข้ามือถือ แต่เธอปิดเครื่องติดต่อไม่ได้

โรสรินจอดรถหน้าร้านกาแฟแล้วเข้าไปนั่งคุยกับเดชาในร้าน เธอยื่นข้อเสนอเงินก้อนหนึ่งกับที่อยู่ที่ปลอดภัยจากสายตาตำรวจให้เขา แต่เขาต้องรับปากว่าจะไม่ฆ่าตะวัน แต่เดชาไม่รับข้อเสนอ แถมยังยื่นเงื่อนไขถ้าเธอไม่อยากให้ตะวันตายก็ต้องคบกับตนอย่างคนรัก

“ถ้าคุณยอม ผมจะปล่อยตะวันไป แต่ถ้าคุณไม่ยอม ผมสัญญาว่าผมจะทำทุกอย่าง ทำทุกหนทางเพื่อไม่ให้มันได้หายใจอีกต่อไป ว่าไงคุณโรสริน คุณจะเลือกแบบไหน”

โรสรินถึงกับพูดไม่ออก อึ้งสุดชีวิตกับเงื่อนไขที่เดชาหยิบยื่นให้...

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

"แต้ว" โกรธโดนขโมยหอมแก้ม "เจมส์จิ" เจ้าเล่ห์อยากฟื้นอดีตรัก

"แต้ว" โกรธโดนขโมยหอมแก้ม "เจมส์จิ" เจ้าเล่ห์อยากฟื้นอดีตรัก
30 มี.ค. 2563
08:01 น