กีฬา
100 year

นิยายไทยรัฐ

กุหลาบร้ายของนายตะวัน

SHARE
  • แนว
  • :
  • บทประพันธ์โดย
  • :
  • บทโทรทัศน์โดย
  • :
  • กำกับการแสดงโดย
  • :
  • ผลิตโดย
  • :
  • ช่องออกอากาศ
  • :
  • อื่นๆ
  • นักแสดงนำ
  • :

กุหลาบร้ายของนายตะวัน ตอนล่าสุด

ตอนที่ 1

โรสริน หรือโรส หลานสาวสุดสวย จอมเหวี่ยงไม่เลือกหน้าของณรงค์ เจ้าของโรงแรมควีนโรสถึงกับปรี๊ดแตกกลางที่ประชุมกรรมการบริหารของโรงแรม เมื่อรู้ว่าปู่ของตัวเองจะไม่ยอมมอบตำแหน่งประธานบริหารโรงแรมให้ จนกว่าเธอจะได้ฝึกงานตั้งแต่ระดับล่างขึ้นมาเสียก่อน เธอให้โอกาสปู่เปลี่ยนใจ แต่เขายืนยันคำเดิม

“คุณปู่รู้ตัวไหมว่านี่คือครั้งแรกในชีวิตที่คุณปู่กล้าขัดใจโรส”

“ก็เพื่อตัวโรสเอง โรสคือความหวังของปู่ แต่โรสจะไม่มีวันแบกรับความรับผิดชอบนี้ได้ ถ้าโรสไม่มีประสบการณ์ไม่เคยทำงานหนัก ไม่รู้จัก ไม่เคยสัมผัสงานทุกขั้นตอน ทุกแผนกของโรงแรมเรา”

คุณหนูจอมเหวี่ยงขู่ ถ้าขืนให้ตนเองทำงานในตำแหน่งแม่บ้านประจำโรงแรมจะกลับอังกฤษและจะไม่กลับมาที่นี่อีก แล้วเดินออกจากห้องประชุมไปอย่างหัวเสีย...

บรรดาพนักงานของโรงแรมเห็นโรสรินเดินหน้าบอกบุญไม่รับมาตามโถงทางเดิน พากันหลบให้วุ่นวาย เพราะรู้ฤทธิ์เดชของเธอดี แต่พีระหนุ่มคนสนิทของเธอกลับไม่เกรงกลัว ปราดเข้ามาหาพร้อมกับยื่นช่อดอกไม้ให้

“กลับมาคราวนี้เราคงจะได้ใช้ชีวิตร่วมกันจริงๆ เสียทีนะครับ ที่รัก”

“บอกกี่ครั้งแล้วว่าอย่าเรียกโรสว่าที่รัก โรสไม่ใช่ที่รักของคุณ” โรสรินแหวลั่น ก่อนจะคว้าช่อดอกไม้ปาลงพื้น เหยียบย่ำอย่างไม่ไยดี แล้วเดินสะบัดจากไป พีระตามไปง้อสุดฤทธิ์ แต่เธอกำลังอารมณ์บูด ไม่อยากเห็นหน้าใครทั้งนั้น เขาปลอบให้ใจเย็นๆก่อน ถ้ามีอะไรที่ทำให้เธอหายหงุดหงิดได้ เขายินดีทำให้ทุกอย่าง

“ถ้าอย่างนั้นทำอย่างไรก็ได้ให้โรสบินกลับอังกฤษเดี๋ยวนี้”

พีระยอมให้เธอกลับไปที่นั่นอีกไม่ได้ เพราะทนความคิดถึงไม่ไหว โรสรินมัวแต่เหวี่ยงไม่ทันเห็นช่างไฟฟ้ากำลังซ่อมไฟอยู่ เดินเข้าไปใกล้ๆ เป็นจังหวะที่เขาทำหลอดไฟหลุดมือพอดี เฉี่ยวหัวเธอไปเส้นยาแดงผ่าแปด เธอถึงกับกรีดร้องลั่นด้วยความโกรธเกรี้ยว ไล่เขาออกจากงานทันที โดยไม่ฟังคำแก้ตัวหรือขอโทษใดๆ ช่างไฟฟ้าได้แต่ยืนอึ้ง มองตามโรสรินที่เดินจากไปอย่างอาฆาตแค้น พีระจะตาม แต่เธอหันมาตวาดใส่

“โอ๊ย...อย่าตามมาได้ไหม รำคาญ”

ooooooo

ครู่ต่อมา โรสรินมาถึงหน้าห้องบอลรูม เห็นแย้กับคนงานกำลังช่วยกันประดับประดาดอกกล้วยไม้อยู่ พาลอาละวาดใส่ สั่งให้เอาดอกกล้วยไม้พวกนี้ไปให้พ้นจากโรงแรมของเธอ แย้ตกใจ ละล่ำละลักว่าลูกพี่ของเขาสั่งห้ามเปลี่ยนแบบเด็ดขาด โรสรินไม่พอใจมาก

“ใหญ่มาจากไหนถึงกล้าขัดคำสั่งฉัน ระหว่างยอมเปลี่ยนดอกไม้ให้ฉัน กับไม่มีงานทำจะเลือกอะไร”

“ถ้าอย่างนั้นเคลียร์กับลูกพี่ผมเองแล้วกันนะครับ” แย้พูดจบ หันไปทางตะวันที่เดินหอบดอกกล้วยไม้นานาชนิดเข้ามา โรสรินวีนใส่แบบไม่ให้เขาทันตั้งตัว

“ฉันเป็นหลานสาวคนเดียวของคุณปู่ที่เป็นเจ้าของโรงแรมนี้ ฉันเกลียดดอกกล้วยไม้ นายคิดว่านายจะทำอย่างไรกับมัน”

แทนที่ตะวันจะดึงดอกกล้วยไม้ออกอย่างที่โรสรินสั่ง กลับยียวนกวนประสาทด้วยการปักมันเพิ่มเข้าไปอีก เธอด่าไม่เลี้ยงแถมยังไล่ทุกคนออกจากงาน แล้วสั่งให้เอาดอกไม้ห่วยๆ พวกนี้กลับไปให้หมด ยิ่งเห็นเธอโกรธเกรี้ยวตะวันยิ่งแกล้งต่อปากต่อคำไม่มีลดราวาศอก โรสรินสติแตกปัดดอกกล้วยไม้ที่ตกแต่งเสร็จ กระจายเกลื่อนพื้นเผลอเหยียบย่ำโดยไม่ได้ตั้งใจ แย้ถึงกับถอยกรูด เพราะรู้ดีว่าลูกพี่ตัวเองรักดอกไม้เท่าชีวิต

“เอาเท้าของคุณออกจากดอกไม้เดี๋ยวนี้” ตะวันเดือดปุดๆ

โรสรินยั่วโมโหคืนบ้างด้วยการย่ำดอกไม้จนแหลก ตะวันทนไม่ไหวแบกเธอพาดบ่า หญิงสาวกรี๊ดสนั่น สั่งให้เขาปล่อย ตะวันรำคาญจัดที่เธอดีแต่บงการจับตัวเหวี่ยงไปรอบๆ หลายครั้งก่อนจะปล่อยเธอลง โรสรินหัวหมุนทรงตัวแทบไม่อยู่ ไม่วายผวาจะเข้าไปเอาเรื่อง แต่ขาขวิดกันเสียก่อน เซเสียหลักปากชนกับปากชายหนุ่มพอดิบพอดี ทั้งคู่ประกบปากกันอยู่อึดใจ โรสรินได้สติผลักเขาออกแล้วกรีดร้องสุดเสียง...

ด้านณรงค์ซึ่งนั่งอยู่ในห้องทำงานกำลังดูรูปหลานสาวสุดเลิฟ พลางบ่นว่าอยากจะได้ใครสักคนที่มาปรามพยศเธอ พลันได้ยินเสียงร้องกรี๊ดๆ ของหลานสาวถึงกับสะดุ้งโหยง ทำรูปหลุดมือ ยุพาหรือยุนอาที่ตัวเองตั้งตามชื่อนางเอกซีรีส์เกาหลีคนโปรด เลขาฯ ส่วนตัวของณรงค์พลอยตกใจไปด้วย ต่างหันขวับไปทางเสียงร้อง...

เสียงกรี๊ดของโรสรินยังคงดังต่อเนื่องโรงแรมแทบแตก อีกทั้งชี้หน้าจะเอาเรื่องตะวันให้ได้ฐานลามกขโมยจูบตนเอง เขาพยายามขอร้องให้เธอตั้งสติ และทบทวนดูอีกครั้งหนึ่งว่าใครจูบใครกันแน่ เขายืนเฉยๆ เธอต่างหากที่พุ่งเข้ามาจูบเขาเอง

“ฉันจะไปฟ้องคุณปู่ ฉันจะแจ้งตำรวจข้อหาอนาจาร นายตายแน่ นายไม่รอดแน่คอยดู” โรสรินวิ่งไป ชี้หน้าด่าตะวันไปด้วย เขาไม่ยอมให้ถูกเล่นงานโดยที่ไม่ได้ทำอะไรผิด รีบวิ่งจะตามไปคุยกันให้รู้เรื่อง แย้ใจคอไม่ดีเกรงจะเกิดเรื่องใหญ่โตรีบตามลูกพี่ไปอีกทอดหนึ่ง ด้านโรสรินจ้ำพรวดๆ จะไปฟ้องณรงค์ แต่ถูกช่างไฟฟ้าที่เธอไล่ออกเมื่อครู่คว้าตัวเอาไว้ แล้วดึงไขควงออกมาจี้เอว ตะวันกับแย้ที่ตามมาถึงกับหยุดกึก

“กรี๊ด...แก ปล่อยนะจะทำอะไรฉัน”

“หุบปากอย่ากรี๊ดโว้ย...ไม่อย่างนั้นจะฆ่าให้ตายเดี๋ยวนี้” ช่างไฟฟ้าซึ่งตาขวางเหมือนคนบ้าขู่ โรสรินกลัวจัด ละล่ำละลักถามว่าต้องการอะไร จะเอาเงินเท่าไหร่ขอให้บอก เธอยินดีจ่ายให้แต่ต้องปล่อยเธอก่อน เขาไม่สนใจเรื่องเงิน แค่ต้องการให้เธอหุบปาก โรสรินหันมาสั่งให้ตะวันกับแย้และพนักงานที่ยืนตะลึงรีบเข้ามาช่วย ตะวันทำทีหาเรื่องทะเลาะกับเธอเพื่อเบนความสนใจจากช่างไฟฟ้า พร้อมกับขยับเข้าไปใกล้ทีละนิดๆ

พอได้ระยะ ตะวันยุให้ช่างไฟฟ้าแทงโรสรินให้รู้แล้วรู้รอด คนถูกยุถึงกับงง ทำอะไรไม่ถูก ตะวันสบช่องพุ่งเข้าไปจับข้อมือเขาบิดจนไขควงร่วงพื้น โรสรินดิ้นหลุด รีบโผไปกอดณรงค์ที่มาทันเห็นเหตุการณ์พอดี ช่างไฟฟ้าตั้งหลักได้ชกหน้าตะวัน แต่เขาหลบทัน สวนด้วยเข่าเข้าเต็มท้องถึงกับตัวงอ แล้วสับศอกซ้ำสลบเหมือด

แย้และทุกคนที่อยู่แถวนั้นพากันตบมือเป่าปากให้กับความเก่งกล้าสามารถของตะวัน มีเพียงโรสรินเท่านั้นที่เบ้ปากให้ ทั้งๆที่เขาเพิ่งช่วยชีวิตเธอมาแท้ๆ

ooooooo

ณรงค์อยากจะตอบแทนบุญคุณตะวันที่ช่วยชีวิตหลานสาวเอาไว้ แต่โรสรินกลับคัดค้าน หาว่าเขาแกล้งเป็นฮีโร่เพราะต้องการเรียกเงินตอบแทน แถมยังด่าว่าต่างๆ นานา ตะวันไม่พอใจกับความคิดด้านลบของเธอบอกปัดว่าไม่ต้องการอะไรเป็นการตอบแทน แค่อยากให้เธอไหว้ขอบคุณที่เขาช่วยชีวิตเอาไว้

“ไหว้นายเนี่ยนะ...ชาติหน้าเถอะย่ะ”

“โรส...ขอโทษแล้วก็ขอบคุณคุณตะวันเถอะลูก” ณรงค์เสียงเข้ม แต่โรสรินไม่กลัว ยืนกรานไม่มีวันทำอย่างที่ตะวันต้องการเด็ดขาด ชายหนุ่มหมดความอดทน

“ผมไม่ต้องการแล้ว เชิญคุณอยู่กับศักดิ์ศรีโง่ๆ ของคุณไปแล้วกัน ผมกลับไร่ตะวันของผมดีกว่า” ตะวันว่าแล้วหันไปไหว้ลาณรงค์ที่ถึงกับชะงักเมื่อได้ยินคำว่า “ไร่ตะวัน”...

คํ่าวันเดียวกัน ณ ไร่ตะวัน อาทิตย์เด็กชายวัย 8 ขวบ ที่แววตาเต็มไปด้วยความเศร้ากำลังคัดแยกดอกไม้อยู่กับอึ่ง เด็กหญิงจอมซนที่นั่งคัดดอกไม้ไปหาวไป ตาจะปิดเสียให้ได้ นํ้าค้างนำกระจาดสำหรับใส่ดอกไม้มาวางตรงหน้าเด็กชาย พยายามชวนคุย แต่เขากลับก้มหน้าก้มตาทำงานไม่ตอบคำถามอะไรสักอย่าง

“ยังกะคุณอาทิตย์แกจะตอบ ตั้งแต่เห็นกันมายังไม่เคยได้ยินคุณอาทิตย์พูดสักกะแอะ จะถามทำไมให้เหนื่อยคะคุณนํ้าค้าง” อึ่งพูดจบหาวอีกครั้ง นํ้าค้างบอกให้เธอไปนอนถ้าทำต่อไปไม่ไหว ที่เหลือตนจะจัดการเอง อึ่งยืนยันว่าทำไหว ยังไม่ง่วง พูดยังไม่ทันขาดคำก็หงายหลังม่อยหลับไปบนแคร่นั่นเอง

อาทิตย์เองก็ง่วงจนจะลืมตาไม่ขึ้น นํ้าค้างจึงบอกให้นอนตรงนี้ก่อน เสร็จเมื่อไหร่จะปลุก เขาวางมือจากงานที่ทำแล้วล้มตัวลงนอนข้างๆ อึ่ง ชาญปู่ของตะวันเข้ามาหยิบผ้าห่มที่วางแถวนั้นมาคลุมให้เด็กทั้งสองคนแล้วหันไปบ่นให้นํ้าค้างฟังว่า สงสารอาทิตย์ที่ต้องกำพร้าพ่อตั้งแต่ยังเล็ก หนําซํ้ายังเห็นพ่อตัวเองถูกยิงตายต่อหน้าต่อ ตา นับจากนั้นเป็นต้นมาเขาก็ไม่ยอมพูดยอมจาอะไรอีก

“แล้วปู่ไม่คิดจะพาไปส่งคืนแม่แท้ๆของเขาแล้วหรือ”

“เอาไปให้ถูกเฉดหัวทิ้งอีกน่ะสิ ปู่จะเลี้ยงมันจนวันตายนั่นแหละ แม่มันไม่รักก็ช่าง ยังไงไอ้อาทิตย์มันก็หลานในไส้ปู่คนหนึ่ง แล้วสักวันมันต้องสืบทอดตำแหน่งผู้จัดการไร่ตะวัน เหมือนพ่อของมันให้ได้” ชาญพูดจบเป็นจังหวะเดียวกับตะวันเดินหน้าบูดเข้ามากับแย้ เขาเห็นสีหน้าของหลานชายแล้วอดทักไม่ได้ว่าเป็นอะไร

“ลูกพี่ผมเจอฤทธิ์ไฮโซสาวแสนสวยเข้าให้น่ะครับ แถมมีบู๊กันยังกับหนังแอ็กชั่น” แย้ชิงเล่าตัดหน้า

“ยัยนั่นน่ะโรคจิตชัดๆ แค่นึกถึงก็แทบจะคลั่งตายด้วยความเกลียด” ตะวันเข่นเขี้ยว ชาญและนํ้าค้างต่างสงสัยว่าไฮโซสาวคนนั้นเป็นใครถึงได้ทำให้ตะวันเดือดได้ขนาดนี้

ooooooo

พีระรู้ข่าวเรื่องที่โรสรินถูกช่างไฟฟ้าสติแตกจับเป็นตัวประกันก็รีบมาหาเธอที่บ้านแต่เช้า เสนอตัวจะพาไปตรวจเช็กร่างกายที่โรงพยาบาลเผื่อมีตรงไหนบอบชํ้าจะได้ให้หมอรักษาได้ทันท่วงที เธอปฏิเสธว่าไม่ต้องไม่ได้เจ็บปวดตรงไหน แล้วไล่เขากลับ พีระหน้าเสีย ถามเสียงอ่อยทำไมต้องไล่กันด้วย

“รำคาญไง โอ๊ย...ตั้งแต่กลับมามีแต่คนทำให้โรสอยากกลับอังกฤษวันละ 3 รอบ แล้วถามจริงเถอะ เป็นอะไรมากไหม โดนโรสเหวี่ยงใส่ตลอด ยังจะตื๊ออยู่ได้”

“รักไง...รักตั้งแต่แรกพบ โรซี่สวยอย่างกับนางฟ้า”

โรสรินอารมณ์บูดที่พีระถูกไล่ซึ่งหน้ากลับไม่รู้สึกรู้สม จึงเดินหนี เขาตามไม่ลดละ หญิงสาวหยุดกึกเมื่อเห็นณรงค์นั่งดูเอกสารสีหน้าเคร่งเครียด เข้าไปถามด้วยความเป็นห่วงว่าเครียดเรื่องที่เธอจะกลับอังกฤษหรือ

“นั่นก็ใช่ ปู่คงช้ำใจตายถ้าโรสกลับตอนนี้ แต่เรื่องที่ทำให้ปู่เครียดมากกว่าไม่ใช่เรื่องนั้นหรอก” ณรงค์วางแฟ้มเอกสารของตะวันลงบนโต๊ะ แล้วชี้ให้หลานสาวดู “เรามีเรื่องต้องสะสางกับตระกูลของผู้ชายคนนี้เดี๋ยวนี้”

ขณะชาญกำลังนอนให้อึ่งบีบนวดอย่างสบายอารมณ์อยู่บนระเบียงบ้านภายในไร่ตะวัน ยุนอาเลขาฯส่วนตัวของณรงค์โทร.มาเชิญให้เขาไปพบเจ้านายของเธอที่โรงแรมควีนโรส ชาญโวยวายเสียงลั่น

“ผมไม่ไป...ไปบอกให้ไอ้ประธานโรงแรมมันมาหาผม ถ้ามันอยากเจอ ผมไม่ไปหามัน...อะไรนะ มันถึงขั้นขอร้องเลยหรือ” ชาญวางสายสีหน้าครุ่นคิด ตะวันอดเป็นกังวลไม่ได้ ถามว่ามีเรื่องอะไร ได้ความว่าณรงค์อยากจะสะสางปัญหาด้วย น้ำค้างงง ชาญไปรู้จักไฮโซพวกนั้นตั้งแต่เมื่อไหร่

“ฮึ...ไฮโซ สมัยก่อนปู่วิ่งไล่เตะมันบ่อยไป”

“ปู่ครับ ผู้หญิงโรคจิตที่มีปัญหากับผมเมื่อวานคือหลานสาวของคุณณรงค์ที่ปู่พูดถึง”

ชาญนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะจำโรสรินได้ หันไปสั่งให้ตะวันพาเข้ากรุงเทพฯทันที...

ในเวลาต่อมาระหว่างที่ตะวันเดินเตร่อยู่แถวหน้าห้องทำงานของณรงค์ภายในโรงแรมควีนโรส คุณหนูจอมเหวี่ยงผ่านมาเจอถึงกับปรี๊ดแตกปรี่เข้าไปหาเรื่อง ทั้งสองคนมีปากเสียงกันเช่นเคย ก่อนเรื่องราวจะบานปลายมีเสียงชาญเอ็ดตะโรดังออกมาจากในห้อง

“เฮ้ย ไม่ได้นะโว้ย ถ้ายังเถียงข้าอีก ข้าเอาเลือดหัวเอ็งออกเดี๋ยวนี้”

ทั้งตะวันและโรสรินต่างตกใจรีบเข้าไปในห้อง เห็นณรงค์กับชาญยืนประจันหน้ากันอย่างเอาเรื่อง ทั้งคู่รีบเข้าไปหาปู่ของตัวเอง ณรงค์บอกให้ชาญคิดดอกเบี้ยเงินกู้ที่ตัวเองยืมไปจะได้ใช้คืนให้ครบถ้วนทั้งดอกทั้งต้น

“นั่นมันก็ยี่สิบปีผ่านมาแล้ว ข้าถือว่าข้าทำทานให้ เงินน่ะข้าไม่อยากได้คืนหรอก ข้าดีใจที่เห็นเอ็งเอาเงินไปต่อยอดธุรกิจจนได้ดิบได้ดีร่ำรวย...รวยจนตามันฝ้าฟางมองไม่เห็นหัวเพื่อน” ชาญแดกดัน

ณรงค์ไม่พอใจปรี่เข้าไปชกหน้า แต่โรสรินดึงไว้ทัน ขณะที่ตะวันเองก็ดึงตัวชาญไว้เช่นกัน ณรงค์ไม่เคยไม่เห็นหัวเพื่อน เพียงแต่คิดว่าเขาตายไปแล้ว ในเมื่อเขาเองเป็นฝ่ายย้ายที่อยู่แล้วไม่บอก จะมาโทษกันได้อย่างไร ชาญยังน้อยใจไม่หายต่อว่าว่าถ้าเป็นเพื่อนกันจริงก็ต้องเสาะหากันจนเจอ แล้วด่าเขาว่าไอ้คนลืมเพื่อน ณรงค์ไม่เคยเป็นอย่างที่ชาญว่า ยังจำได้แม่นยำที่ตนเองมีอย่างทุกวันนี้ได้ก็เพราะเขา

“ข้าดีใจว่ะที่โลกมันกลมจนส่งหลานเอ็งเป็นตัวเชื่อมพาเราพบกันอีกครั้ง”

ชาญหายเคืองเมื่อได้รู้ความจริงจากปากเพื่อนรัก โรสรินยังสงสัยไม่หาย นี่คุณปู่ยืมเงินคนอื่นสร้างโรงแรมควีนโรสของเราจริงหรือ

“คนอื่นที่ไหนล่ะ ชาญน่ะเพื่อนรักเพื่อนตายปู่เลยนะ อ้าว...ไหว้ปู่ชาญหรือยังล่ะ”

โรสรินจำใจทำตามที่ปู่ตัวเองบอก ตะวันไม่วายแขวะที่เธอไหว้คนอื่นเป็นด้วย เธอไม่พอใจตะคอกใส่หน้า ขืนอยู่ในห้องนี้ต่อไปคงต้องเป็นผู้ร้ายฆ่าคนตายแล้วเดินเชิดหน้าคอตั้งออกจากห้อง ณรงค์ทึ่งมากที่ตะวันไม่กลัวโรสริน หันไปบอกเพื่อนรักว่าหลานชายของเขาเป็นคนเดียวที่เอาหลานสาวของตนเองอยู่ แล้วกระซิบแผนการบางอย่างให้ฟัง ตะวันมองสงสัยทั้งคู่มีเรื่องลับลมคมในอะไรกันแน่

ooooooo

ระหว่างเดินกลับไปที่รถ ตะวันเห็นชาญอมยิ้มไปตลอดทาง อดถามไม่ได้ว่าเมื่อครู่นี้กระซิบกระซาบ อะไรกับณรงค์ ถึงทำให้เขาดูอารมณ์ดีขึ้นทันตา ชาญกลับย้อนถามว่าช่วงนี้ตะวันแอบไปชอบใครอยู่หรือเปล่า เขาอยู่กับดอกกุหลาบและดอกกล้วยไม้ทั้งวันจะเอาเวลาที่ไหนไปรักใครชอบใครได้

“อืม แกรู้ใช่ไหมว่าปู่กับณรงค์ถึงจะงอนกันนิด เคืองกันหน่อยแต่ก็รักกันมาก”

“ครับ แต่คงไม่ได้รักกันถึงขนาดสัญญาให้หลานแต่งงานกันเหมือนในละครใช่ไหมครับ” ตะวันยิ้มขำ  แต่ต้องหุบยิ้มเมื่อปู่ของเขายอมรับว่าเป็นอย่างที่เขาว่าจริงๆ แล้วหัวเราะชอบใจ ตะวันปฏิเสธลั่นว่าไม่มีวันจะแต่งงานกับยัยคุณหนูนรกนั่นเด็ดขาด

“ตะวัน...ถามจริงๆ แกจำแฟนคนแรกในชีวิตแกไม่ได้หรือวะ...แม่กุหลาบน้อยของแกไง ลืมแล้วหรือ” ชาญเอาแต่หัวร่องอหาย ผิดกับตะวันที่หน้าเครียด ยัยคุณหนู นรกนั่น ต้องไม่ใช่กุหลาบน้อยของเขาแน่ๆ

ตะวันเฝ้าครุ่นคิดถึงเรื่องโรสรินจนเก็บเอาไปฝันร้าย เห็นตัวเองกับกุหลาบน้อยในวัยเด็กกำลังนั่งชิงช้ากันอยู่ในสนามเด็กเล่น เขาปลอบเธอที่ร้องไห้คิดถึงพ่อกับแม่ที่จากไปอย่างไม่มีวันกลับว่าจะไม่มีวันทิ้งเธอไปไหนเด็ดขาด พลันกุหลาบน้อยน่าทะนุถนอมของเขากลับกลายเป็นยัยโรสรินกุหลาบร้ายคนนั้น จิกแขนเขาไว้จนเลือดซิบ ตะวันตกใจตื่น ลุกพรวดร้องลั่นว่าไม่ พอได้สติมองไปรอบๆถึงได้รู้ว่าตัวเองแค่ฝันไป

“กุหลาบน้อย ยัยโรส กุหลาบน้อยกลายมาเป็นกุหลาบร้ายได้อย่างไรวะ...ไม่จริง ไม่...”

ooooooo

น้ำค้างทักท้วงปู่ตัวเองว่าคิดดีแล้วหรือที่จะจับพี่ตะวันคลุมถุงชน เขาปฏิเสธว่าไม่ใช่คลุมถุงชน แต่กำลังช่วยให้ตะวันได้เดินกลับไปหาหัวใจของตัวเองต่างหาก  ลางสังหรณ์ของเขาบอกว่าโรสรินคือคู่แท้ของตะวัน

“แล้วอะไรทำให้ปู่มั่นใจอย่างนั้นคะ”

“ไม่เคยสงสัยหรือน้ำค้างว่าพี่ชายแก หล่อก็หล่อ ปู่รึก็รวย  แถมยังเป็นถึงเจ้าของไร่ ทำไมมันถึงไม่มีแฟนกับเขาสักที ของแบบนี้มันมีที่มา” แล้วเรื่องผู้หญิงในอดีตของตะวันก็พรั่งพรูออกจากปากชาญ เริ่มตั้งแต่เขาริจีบผู้หญิงครั้งแรกตอนอยู่ ม.ปลาย โดยไม่ดูตาม้าตาเรือว่าเธอมีแฟนเป็นทอมอยู่ก่อนแล้ว

คนถัดมาชื่อใบเตย ตอนนั้นตะวันเรียนมหาวิทยาลัยปีสุดท้าย คนนี้ได้เป็นแฟนกัน แต่ต้องกินแห้วเพราะหลังจากเรียนจบ ฝ่ายหญิงต้องย้ายตามครอบครัวไปตั้งรกรากที่อเมริกาและไม่กลับมาเมืองไทยอีก

ส่วนคนล่าสุดชื่อนต ตอนจีบกันตะวันคุมกิจการที่ไร่แห่งนี้แล้ว แต่ระหว่างที่เขาพาเธอมาชมไร่เจอมาลัยลูกสาวแม่ค้าเข้ามาอ้างตัวเป็นแฟนและแสดงความเป็นเจ้าข้าวเจ้าของเขาอย่างออกนอกหน้า นตคิดว่าถูกหลอกจึงตบหน้าตะวันฉาดใหญ่  ก่อนจะจากไปโดยไม่ฟังคำอธิบายว่ามาลัยเป็นแค่เพื่อน เขาไม่ได้คิดอะไรด้วย

ชาญเชื่อว่าตะวันต้องซดน้ำแห้วมาจนทุกวันนี้ก็เพราะอาถรรพณ์จากคำสัญญาที่ให้ไว้กับโรสรินเมื่อตอน เด็กๆว่าจะไม่ทอดทิ้งเธอ ทำให้เขาไม่ได้ลงเอยกับใครสักที

“เพราะฉะนั้น ที่ปู่จับคู่ให้มันกับหนูโรสเนี่ยแหละ จะเป็นการแก้จากสาเหตุ เท่ากับช่วยให้มันได้ทำตาม คำสัญญา มันจะได้มีคู่กับเขาสักที” ชาญสีหน้าเชื่อมั่นมาก

ทางฝ่ายโรสรินหลงดีใจ คิดว่าณรงค์ยอมให้นั่งแท่นประธานบริหาร ถึงได้ขอร้องไม่ให้กลับอังกฤษ แต่เขากลับยื่นข้อเสนอ ถ้าเธอตกลงใจแต่งงานกับหลานของชาญ ตามคำสัญญาที่เขากับชาญเคยตกลงกันเอาไว้ทันทีที่แต่งงานกัน ทั้งคู่จะได้ขึ้นแท่นเป็นผู้บริหารโรงแรมแห่งนี้ร่วมกัน โรสรินคิดว่าปู่ล้อเล่น แต่เขายืนยันว่าพูดจริง เธอพุ่งเข้ามามองปู่อย่างพิจารณา

“โอเคค่ะ โรสนึกแล้วว่ามันต้องเป็นอย่างนี้ คนเราพออายุมากขึ้นก็เจ็บไข้ได้ป่วยเป็นธรรมดา สมองของปู่อาจจะกระทบกระเทือน หรือไม่ก็สมองฝ่อ เดี๋ยวโรสจะพาปู่ไปหาหมอเอง”

“โรส...ปู่ไม่ได้ป่วย ปู่ไม่ไป...ไม่ไปๆๆๆ อย่าทำให้ปู่จี๊ดนะ”

“แต่โรสกำลังจี๊ด ถ้าปู่ไม่ป่วย แล้วปู่ก็ไม่ได้ล้อเล่น แล้วปู่ไม่ยอมไปหาหมอ ถ้าอย่างนั้นโรสไปเอง” โรสรินผลุนผลันออกจากห้องทำงานของปู่ วิ่งไปขึ้นรถที่จอดอยู่หน้าโรงแรม ซิ่งออกไปอย่างรวดเร็ว แล้วนึกอะไรบางอย่าง ขึ้นมาได้ โทร.นัดตะวันให้มาพบที่ร้านกาแฟแห่งหนึ่ง...

แทนที่โรสรินจะพูดคุยหาทางออกเรื่องนี้กับตะวันดีๆ  กลับคิดจะใช้เงินฟาดหัว แลกกับการที่เขากับปู่ของเขาเลิกมาเป่าหูปู่ของเธอด้วยความคิดบ้าๆที่จะให้เธอแต่งงานกับเขา แค่ปู่ของตะวันให้ปู่ของเธอยืมเงิน อย่านึกว่าจะมาชุบมือเปิบเอากิจการของเธอไปได้ง่ายๆ ตะวันโกรธที่ถูกดูหมิ่น โวยเสียงลั่นร้าน

“ถ้าคุณกลัวว่าผมจะอยากแต่งงานกับคุณ เพราะอยากฮุบโรงแรม ลืมไปได้เลย อย่างคุณน่ะ ต่อให้แถมอีกสิบโรงแรม ผมก็ไม่เอา” เขามองเธออย่างเหยียดๆก่อนจะออกจากร้าน ผู้คนในร้านต่างมองโรสรินเป็นตาเดียวกัน แล้วพากันซุบซิบนินทาอย่างสนุกปาก เธอโกรธมากรีบตามตะวันจนทัน

“นายตะวัน ไอ้ผู้ชายเลี้ยงหมาไว้ในปาก จะบอกอะไรให้นะ ผู้ชายอย่างนาย ผู้หญิงสวยๆเริดๆอย่างฉันอย่าว่าแต่จะแต่งงานด้วยเลย แม้แต่มองฉันก็ไม่อยากจะมองให้ระคายสายตา”

พีระวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาทันได้ยินพอดี ถามเสียงสั่นว่าใครจะแต่งงานกับใคร โรสรินเล่าเรื่องคำสัญญาระหว่างปู่ตัวเองกับปู่ของตะวันให้ฟัง พีระมาแนวดูถูกเช่นเดียวกับโรสรินไม่มีผิดเพี้ยน ไล่ให้ตะวันกลับไปเพราะคนอย่างเธอไม่สนใจคนระดับเขา ตะวันไม่ยอมแพ้ด่ากลับ

โรสรินโกรธ สั่งให้พีระจัดการสั่งสอนตะวัน เขาจำต้องเหวี่ยงหมัดใส่อีกฝ่ายทั้งๆที่ไม่ได้อยากมีเรื่องด้วยตะวันเบี่ยงตัวหลบเขาถึงกับหน้าคะมำ พีระฝีมืออ่อนชั้น ไม่สามารถต่อยเข้าเป้าแม้แต่หมัดเดียว ตะวันรำคาญผลักเขากระเด็น แล้วขยับจะไป โรสรินด่าเพื่อนชายว่าทำไมถึงไม่เอาไหนแบบนี้ พีระเกิดฮึดขึ้นมาพุ่งเข้าหาตะวันอีกครั้ง เขาหันขวับมามองด้วยสายตาพิฆาต อีกฝ่ายตกใจ สะดุดขาตัวเองหน้าคว่ำ พยายามจะลุกแต่เจ็บมากต้องกลับลงไปนอนอย่างเดิม ตะวันรู้สึกไม่ชอบมาพากล สั่งให้เขาหยุดเคลื่อนไหวถ้าไม่อยากพิการ

“นี่นาย...ใครใช้ให้...”

“ด่าอีกคำสิ ถ้าลุกผิดท่างานนี้แฟนคุณหลังหักแน่” ตะวันขู่โรสรินชะงักเมื่อเห็นสีหน้าเจ็บปวดของพีระ...

ตะวันได้ที ออกคำสั่งให้โรสรินช่วยเขาหาอะไรมาดามตัวพีระไว้ไม่ให้ขยับเขยื้อนร่างกายผิดท่าและสามารถนำตัวส่งโรงพยาบาลได้อย่างปลอดภัย หมอถึงกับออกปากชมที่เคลื่อนย้ายคนเจ็บถูกวิธี  ทำให้ไม่กระทบ กระเทือนมาก เหลือแค่อาการอักเสบนิดหน่อยเท่านั้น กินยาไม่กี่วันก็หาย...

ทางด้านณรงค์รีบโทร.ไปเล่าให้ชาญฟังด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นว่า ตอนที่เจ้าของร้านกาแฟที่เป็นคนเก่าแก่ของเขาโทร.มาเล่าให้ฟังว่าตะวันสั่งให้โรสรินช่วยกันเคลื่อนย้ายพีระไปโรงพยาบาล เขาแทบไม่เชื่อหูตัวเองว่าบนโลกนี้จะมีคนจัดการหลานของเขาอยู่หมัด

“ตะวันก็ไม่เคยพูดถึงผู้หญิงคนไหนมาตั้งนานแล้ว แต่นี่มันพูดเรื่องหนูโรสแทบทุกวัน” ชาญโม้ไปเรื่อย

“ยัยโรสถึงจะทำเป็นปฏิเสธ แต่ไม่มีผู้หญิงคนไหนหรอกที่ถ้าได้อยู่ใกล้ผู้ชายที่ทั้งหล่อทั้งแมน แถมยังกำราบตัวเองอยู่หมัดขนาดนั้นแล้วจะไม่หวั่นไหว ข้ามั่นใจนะ อีกไม่นานหลานของเราสองคนนี้ มันต้องโป๊ะเชะแอนด์เป๊ะแน่ๆ” ณรงค์ฝันกลางวัน เพราะความจริงแล้ว โรสรินและตะวันเหมือนน้ำมันกับน้ำไม่มีวันเข้ากันได้

ooooooo

ทั้งชาญและณรงค์ต่างตระหนักแล้วว่าไม่มีประโยชน์อะไรที่จะเกลี้ยกล่อมให้หลานของตัวเองแต่งงานกัน เพราะยิ่งพูดยิ่งทำให้ทั้งคู่เกลียดขี้หน้ากันมากขึ้น สองคุณปู่ไม่รู้จะทำอย่างไรต่อไปดี จึงนัดมาปรึกษากันที่สวนสาธารณะแห่งหนึ่ง ต่างนั่งถอนใจเฮือกๆ ผิดหวังที่แผนจับหลานแต่งงานพังไม่เป็นท่า

“คิดแล้วก็เสียดาย ถ้าตอนเด็กๆไม่ได้จากกันไป ตอนนี้คงมีลูกหัวปีท้ายปีกันแล้ว...เฮ้อ มันไม่น่าแยกกันไปเลยนะ” ณรงค์บ่นไปถอนใจอีกเฮือก ชาญของขึ้นทันที

ตอนที่ 2

ตะวันกับแย้น่าจะไร้ทางรอดถ้ารถตำรวจไม่สาดแสงไฟเข้ามา...แย้ดีใจแทบแย่ตะโกนลั่นเรียกตำรวจ ขณะที่พวกเดชารีบเก็บอาวุธไว้อย่างมิดชิด

ตำรวจจอดรถลงมาทักถามเดชากับตะวันว่าทำอะไรกัน เดชาตอบหน้าตาเฉยว่าลูกน้องของตนอยากเก็บของป่า ส่วนตนกำลังเซ็งอยู่พอดี ก็เลยออกมาสูดอากาศด้วย

คำตอบนั้น ตะวันไม่เชื่ออย่างเด็ดขาด แต่แย้ไม่อยากให้เรื่องบานปลายเพราะไม่มีหลักฐานเอาผิดพวกเขา จึงกระซิบชวนลูกพี่ของตนกลับ เดชายิ้มเยาะคู่อริแล้วยินยอมให้ตำรวจค้นรถหาหลักฐานโดยให้ล่ำพาไป ส่วนตัวเองยืนจ้องหน้าอาฆาตตะวัน แย้เห็นเข้าก็กลัวหัวหดรีบดึงลูกพี่ขึ้นรถจากมา

ผลการตรวจค้นรถของเดชาไม่พบสิ่งผิดปกติใดๆ นั่นก็เพราะครั้งนี้โชคดีพวกเขาแค่มาดูลาดเลา ยังไม่ได้คิดจะลงมือทำผิดกฎหมายทันทีทันใด...แต่สำหรับตะวันนั้น เดชาลั่นวาจาว่ามันโดนดีแน่ ถ้ายังไม่เลิกเป็นศัตรูกับตน

เมื่อกลับมาถึงไร่และรู้เห็นสภาพประตูโรงเลี้ยงหมูหักพังระเนระนาด คนงานต้องวิ่งไล่จับหมูกันจ้าละหวั่น ตะวันแทบขย้ำคอโรสริน ประกาศชัดว่าเธอต้องรับผิดชอบ แค่เรื่องรักษาฝ้าบนใบหน้าถึงกับทำทรัพย์สินในไร่เสียหายขนาดนี้

โรสรินลอยหน้าเถียงว่าตนไม่ได้ตั้งใจ แล้วก็เปลี่ยน ใจไม่ออกไปแล้วด้วย เพราะฉะนั้นตนไม่ผิด ชาญยืนอยู่ท่าทางง่วงงุน ขอร้องว่าจะว่าความตัดสินคดีอะไรกันไว้พรุ่งนี้ได้ไหม น้ำค้างเห็นด้วย พูดเบาๆ กับตะวันว่าคืนนี้พี่โรสคงไม่มีแรงออกฤทธิ์อะไรอีก บางทีพรุ่งนี้เธออาจจะสำนึกได้เอง

ตะวันอ่อนลงจนได้ ยอมสลายตัวแยกย้ายกันเข้าที่พัก แต่ผ่านไปไม่นานก็ได้ยินโรสรินแผดเสียงไร่แทบแตกโดยที่เขาไม่รู้สาเหตุ แล้วก็เหนื่อยล้าเกินกว่าจะออกไปกำราบ ปล่อยให้เธอจัดหนักจัดเต็มไปตามเรื่อง

สาเหตุมาจากอึ่งกับอาทิตย์นั่นเอง! อึ่งนำเสื้อกับกางเกงตัวเก่าของตะวันมาให้โรสรินใส่ ส่วนอาทิตย์ตั้งใจนำครีมสมุนไพรแก้สิวฝ้ามาให้เธอทาหน้า แต่การมาของทั้งคู่ดูลึกลับเสียจนหล่อนนึกว่าผีหลอก เลยกรีดร้องสลับกับสวดมนต์ผิดๆถูกๆ

โรสรินยี้กับของสองสิ่งที่ทั้งคู่หยิบยื่นมา โดยเฉพาะครีมทาหน้า ดูถูกว่ากระจอก แต่ก็ไม่ถึงกับผลักไสให้เด็กชายเอากลับคืนไป แถมจู่ๆยังมีอารมณ์นึกสนุกชวนทั้งคู่หาอะไรทำแก้เบื่อ อึ่งโอเคโดยดี ก่อนจะไปเกณฑ์พนักงานชายหญิงในไร่หลายคนมาร่วมงานบ้านไร่แฟชั่นวีค โดยมีโรสรินเป็นนางแบบกิตติมศักดิ์ในชุดเสื้อผ้าของตะวันแต่ทำให้มันเซ็กซี่ได้ไม่ยาก บรรดาคนงานเลยมองตาค้างไปตามกัน

แย้โผล่หัวออกมาดูแล้วแทบช็อกกับสิ่งที่เห็นรีบวิ่งไปรายงานตะวันว่าโรสรินเพี้ยนใหญ่แล้ว ตะวันระอานักหนา เดินพรวดพราดเข้าไปตำหนิเจ้าหล่อนว่าทำบ้าอะไร?

ทุกคนตกใจที่เห็นตะวันโมโห ถอยกรูดอย่างกลัวๆ ยกเว้นโรสรินที่เดินไปหาเขาอย่างไม่เกรง แถมแย้มยิ้มโอ่อวดว่าน่าเสียดายที่เขามาไม่ทันตนเดินแบบ บอกได้เลยว่าเป๊ะเว่อร์

“งี่เง่าที่สุด ไร้สาระคนเดียวไม่พอยังจะชวนคนอื่นงี่เง่าตามไปด้วย”

“นี่ อย่าทำให้ฉันจี๊ดนะ ฉันไม่ได้สร้างความเดือดร้อนให้ใคร”

“แต่ไอ้ดินที่คุณย่ำอยู่มันแปลงกุหลาบของผมแล้วเป็นบ้าอะไรถึงถางกุหลาบออก ดอกไม้ตายหมดแล้ว นี่เหรอไม่สร้างความเดือดร้อน...ผมจะหักเงินเดือนทุกคนโทษฐานที่บ้าไปกับยัยนี่ด้วย...คุณนี่มันเกินเยียวยาจริงๆ”

“ฉันไม่มีสิทธิ์ทำอะไรนอกจากให้นายชี้นิ้วสั่งเลยใช่มั้ย เผด็จการมากไปแล้วนะ นายไม่เข้าใจฉันบ้างเลย”

ตะวันจะฮึดฮัดใส่เธอ ชาญเข้ามาขวางเสียก่อน สั่งให้จบแค่นี้แล้วแยกย้ายกันไปนอน คนงานรีบปฏิบัติตาม โรสรินจ้องตะวันอย่างไม่พอใจแล้วเชิดหน้าออกไป ตะวันทำท่าจะก้าวตามแต่ชาญคว้าแขนหลานชายไว้

“เฮ้ย พอแล้ว เข้าใจหนูโรสเขาบ้าง จะให้เขาเป็นแบบที่ตัวเองต้องการมันไม่ได้หรอก อะไรที่มันเป็นความสุขของเขาก็ยอมๆบ้างเถอะน่า”

“ช่ายยยย...พี่ตะวันเนี่ยไม่เข้าใจผู้หญิงเลย”

ตะวันหันขวับมาจ้องอึ่งตาเขียว อึ่งเลยจ๋อย รับประทาน ฟังตะวันบ่นต่อไปโดยไม่กล้าแสดงความเห็นอีก

“แค่วันแรกก็ปวดหัวไม่รู้กี่ครั้งแล้ว ถ้ายัยนั่นไม่เลิกออกฤทธิ์อย่าขอให้มาช่วยปราบก็แล้วกันนะครับปู่”

บ่นจบก็เดินออกไปอย่างหงุดหงิด ชาญมองตามไม่ค่อยสบายใจ  พอโดนอึ่งสะกิดถามว่าตนแต่งชุดนางแบบ อย่างนี้สวยไหม ชาญเลยเขกหัวเธอดังโป๊กแทนคำตอบ

ภายในห้องพัก โรสรินยังเคืองตะวันไม่หาย บ่นพึมพำว่าไม่เคยเจอใครที่ทำให้จี๊ดขนาดนี้มาก่อน เขากับเธอต้องเป็นศัตรูกันร้อยชาติแน่...จากนั้นหันไปเหล่กระปุกครีมสมุนไพรที่อาทิตย์เอามาให้ ลังเลว่าจะใช้ทาจุดด่างดำบนใบหน้าดีหรือไม่ แต่เพราะครีมของตนโดนตะวันเอาไปทิ้งแล้วจึงตัดสินใจเสี่ยงดู แต่ถ้าพรุ่งนี้หน้าเยินจะบีบคอเด็กชายอาทิตย์ให้ตายคามือ

ooooooo

เสียงไก่ขันเป็นสัญญาณวันใหม่ โรสรินลุ้นุดๆ ขณะโน้มหน้าตัวเองไปที่กระจก ปรากฏว่ารอยดำหายหมดเกลี้ยง จึงตั้งชื่อสมุนไพรนี้ว่าครีมหน้าเด้งมหัศจรรย์

เธอรีบอาบน้ำแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าของตะวันไปที่โต๊ะอาหาร ขอบใจอาทิตย์ซึ่งเรียกเขาว่านายติสต์เนื่องจากเด็กชายเงียบขรึมไม่พูดจากับใคร ชื่นชมว่าครีมหน้าเด้งมหัศจรรย์ดีมาก ขนาดครีมของตนที่สั่งมาจากปารีสยังใช้ไม่ดีเท่านี้เลย อึ่งเห็นเธออารมณ์ดี ได้ทีฝากตัวเป็นน้องสาว เรียกเธอว่าพี่นางฟ้า แต่โรสรินแบ่งรับแบ่งสู้ว่าขอคิดดูก่อน ถ้าอึ่งทำตัวดีๆ คอยช่วยเหลืออยู่ตลอด ตนก็อาจจะตกลง

แค่นี้อึ่งก็ตื่นเต้นดีใจ รับปากรับคำช่วยเหลือทุกอย่างแน่...ชาญกับน้ำค้างแอบมองโรสรินบริการอาหารเช้าให้อาทิตย์กับอึ่งอย่างประหลาดใจ แต่ลึกๆชาญโล่งใจที่เห็นคุณหนูโรสอารมณ์ดีแบบนี้ แต่แล้วตะวันกลับเข้ามาทำลายฝันหวานของทุกคน ตรงเข้ามาคว้าแขนโรสรินให้ออกไปทำงาน โดยไม่ฟังเสียงปรามของใครทั้งนั้น

ตะวันลากโรสรินถูลู่ถูกังมาตามทางในไร่  แต่เพราะกางเกงที่เธอใส่ค่อนข้างหลวมก็เลยจะร่นหลุดลงมา ตะวันหวังดีจับขอบกางเกงไว้ให้แล้วจะหาเชือกฟางแถวนั้นมาผูก แต่เธอกลับเข้าใจผิดใหญ่โตว่าเขาจะทำมิดีมิร้าย ก็เลยยื้อยุดทะเลาะกันอยู่สักพักกว่าจะสำเร็จ

ในที่สุดคุณหนูโรสก็โดนลากไปถึงโรงเลี้ยงหมู โดยมีคนงานเร่งซ่อมรั้วและตามจับหมูคืนมาครบแล้ว แต่หน้าที่ทำความสะอาดคอกหมู ตะวันระบุเสียงเข้มว่าต้องเป็นโรสริน...ตอนแรกเธอแข็งขืน แต่พอฟังตะวันพล่ามเรื่องความรับผิดชอบสิ่งที่ตัวเองก่อ ก็นึกละอายใจต่อบรรดาคนงานจนต้องยอม

ขณะที่โรสรินล้างคอกหมูเหงื่อไหลไคลย้อย...พีระกำลังเร่งเครื่องยนต์อย่างร้อนใจ โดยมีอุษาวดีน้องสาวนั่งอยู่เบาะข้าง จุดประสงค์ของสองพี่น้องคือมาตามตัวโรสรินกลับกรุงเทพฯเมืองฟ้าอมรอันแสนศิวิไลซ์

ใกล้ถึงเขตไร่ตะวันตามป้ายบอก ถนนหนทางยิ่งขรุขระจนพีระเปรียบเปรยนึกว่าดาวอังคาร ขืนขับ เข้าไปมีหวังช่วงล่างรถพังยับเยิน แต่ถ้าจะลงเดินอุษาวดีก็ไม่เล่นด้วย พีระเหลียวตัวรอบทิศ เห็นรถอีแต๋น จอดข้างทางเสียบกุญแจคาไว้อย่างเป็นใจ!

สองพี่น้องใช้รถอีแต๋นเป็นพาหนะลุยมาถึงไร่ตะวันสมดังใจ แต่พอเข้ามาถามหาโรสรินจากพวกชาญ โดยพีระระบุชัดว่าเธอเป็นแฟนตน ชาญก็เลยวางแผนให้น้ำค้างหลอกสองพี่น้องว่าโรสรินไม่ได้อยู่ที่นี่ และต้องหาทางพาพวกเขาออกไปจากไร่ให้จงได้

น้ำค้างอิดออดเพราะไม่ชอบการโกหก แต่เมื่อชาญอ้างโน่นนี่และรุกเร่งก็เลี่ยงไม่ได้ ชวนอึ่งขึ้นรถขับนำหน้าพีระกับอุษาวดีออกจากไร่ไป

ooooooo

ที่โรงเลี้ยงหมู ตะวันควบคุมการทำงานของโรสรินใกล้ชิด จ้ำจี้จ้ำไชอยากให้เธอทำอย่างถูกวิธีโดยมีแย้เป็นลูกคู่สร้างสีสันให้ขำขัน แต่หญิงสาวไม่ขำด้วย หน้าบูดหน้าบึ้ง แถมเขาแหยมมาเมื่อไหร่เป็นต้องต่อปากต่อคำกันทุกที

โดยเฉพาะเรื่องแฟนที่แย้หลุดปากออกมาว่าตะวันยังไม่มี  โรสรินได้ทีหัวเราะเยาะว่าไม่มีใครเอาจริงๆ ด้วย ตะวันเลยของขึ้นถามเธอเสียงขุ่นว่าหัวเราะพอหรือยัง

“ยัง...นี่ตกลงว่าจริงใช่มั้ยเนี่ย โถ...นี่คงอกหักมาตลอดเลยสิท่า โอ๊ะ! แล้วยังมาโดนฉันปฏิเสธการแต่งงานอีก สลดที่สุดอ่ะ”

ตะวันฉุนขาดพุ่งเข้าไปเอามือปิดปากเธอ แต่คุณหนูโรสยอมซะที่ไหน กระทืบเท้าเขาอย่างแรงแล้ว วิ่งหนี แต่สุดท้ายก็โดนเขาตามจับและเสียหลักล้มลงกอดกันกลม ปากแทบประกบกันอย่างไม่ตั้งใจ แต่มาลัยลูกสาวแม่มาลีที่ตั้งใจหอบต้นไม้ใส่กระถางมาให้ตะวันตามบัญชาของแม่ที่อยากได้เขาเป็นลูกเขยตัวซีดตัวสั่น เห็นภาพนั้นก็หึงหวงถึงกับกรี๊ดกระจาย จนแย้สะดุ้งโหยงแสบไปถึงแก้วหู

แล้วสงครามน้ำลายระหว่างมาลัยกับโรสรินก็บังเกิด!

มาลัยดูถูกและกล่าวหาอีกฝ่ายอ่อยตะวัน คิดจะจับเขาให้อยู่หมัด ทั้งที่เขาเป็นแฟนของตน แรกโรสรินโกรธแต่อดกลั้น เดินเลี่ยงไปให้อาหารหมู แต่เมื่อฝ่ายนั้นยังไม่เลิกราวี ก็เลยตอบโต้เข้าให้อย่างแสบสัน แถมสาดข้าวหมูใส่มาลัยจนเธอกรีดร้องขึ้นอีกรอบ

ตะวันห้ามทัพสองสาว แล้วสั่งโรสรินหยุดให้อาหารหมูแต่ต้องทำความสะอาดคอกให้เรียบร้อยเหมือนเดิม หญิงสาวโกรธและน้อยใจ ตบหน้าเขาแล้ววิ่งหนีออกไปทันที

เมื่อแรกโดนตบ ตะวันโมโหวิ่งตามมาดึงโรสรินไว้ สั่งให้เธอกลับไปทำความสะอาดเพราะเป็นคนก่อเรื่อง แต่พอเธอสวนกลับอย่างอัดอั้นน้ำตาซึมว่าเขาลำเอียง ทั้งที่เห็นว่ามาลัยหาเรื่องตนก่อน ชายหนุ่มก็ชะงักหน้าเจื่อน เอ่ยเสียงอ่อนลงว่าทำไมไม่รู้จักอดทนบ้าง

“เป็นความผิดของฉันใช่มั้ย ที่ฉันไม่ยอมให้ใครหยามศักดิ์ศรีของฉัน ฉันผิดมากใช่ไหม ฉันรู้นะว่านายมองฉันเป็นคนไม่เอาไหน แต่ฉันก็ยังรับผิดชอบสิ่งที่ฉันทำ แต่สิ่งที่นายทำมันคืออะไร ถ้านายแค่เพียงใช้ความลำเอียงและอคติของนายมาแกล้งฉัน นายมันทุเรศมาก!!”

โรสรินตะเบ็งเสียงอย่างคับแค้นแล้ววิ่งหนีไปร่ำไห้สะอึกสะอื้นมุมหนึ่ง เป็นครั้งแรกที่ความอดทนถึงขีดสุด ในชีวิตไม่เคยถูกกดขี่เท่านี้มาก่อน! ส่วนตะวันก็สะอึกอึ้งในรอบสิบปี เพิ่งจะโดนด่าจริงเจ็บจริงจนหน้าชาก็วันนี้!

หลังคิดทบทวนเรื่องราวอยู่ครู่หนึ่ง ตะวันย้อนกลับมาขอร้องมาลัยให้ไปขอโทษโรสรินเพราะเริ่มเรื่องก่อนแล้วก็ผิดด้วยที่ว่าเธอเสียหายแบบนั้น ส่วนตัวเขาเองก็ยอม รับผิดที่ใจร้ายกับเธอ แต่มาลัยกระฟัดกระเฟียดไม่ยอม ย้อนถามเขาว่าทำไมไม่ไปขอโทษเอง ตะวันตอบเสียงอ่อยว่าเสียฟอร์มตาย...จากนั้นพยายามกล่อมอีกฝ่ายต่อไป

“เถอะน่า ใครจะขอโทษก็เหมือนกัน คุณโรสก็อยู่ที่นี่อีกนาน ผูกมิตรกันไว้ดีกว่า ไม่งั้นเขาจะหาว่าคนที่นี่ใจร้าย”

“มาลัยยอมขอโทษก็ได้ แต่ยัยนั่นต้องมาขอโทษมาลัยก่อน”

“พี่เพิ่งรู้ว่ามาลัยเป็นคนใจดำก็วันนี้ ไม่เป็นไร ไม่ต้องขอโทษก็ได้ แต่ถ้าเกลียดคุณโรสนักก็ไม่ต้องมาเหยียบไร่ตะวันให้หมางใจกันอีก...ไป กลับไปได้แล้ว”

ได้ผลชะงัด! มาลัยยอมไปขอโทษโรสรินโดยที่ตะวันแอบตามมาสังเกตการณ์ แต่เพราะน้ำเสียงและท่าทีแสนเหวี่ยงของมาลัยที่บอกว่าตะวันสั่งให้ตนมาขอโทษ โรสรินเลยยียวนกลับเข้าให้ว่า

“เหรอ...ถ้างั้นมัวรออะไรอยู่ล่ะ อ้อ ต้องขอโทษอย่างจริงใจ แล้วพูดให้เพราะๆด้วยนะ”

มาลัยไม่พอใจแต่ไม่กล้าขัดเพราะตะวันพยักพเยิดส่งซิกมา แต่กลายเป็นว่าพอเธอเอ่ยขอโทษสุดแสนไพเราะ... โรสรินกลับบอกให้กองๆไว้ตรงนั้น สีหน้าเหมือนไม่ยินดียินร้ายซะงั้น!

“เอ๊ะ! ยัยหน้าวอก จะเอายังไงกันแน่” มาลัยปรี๊ดแตก

“ฉันจะยอมรับคำขอโทษของนายตะวันคนเดียวเท่านั้น!” โรสรินประกาศกร้าว...ตะวันอึ้งและหนักใจที่ยัยคุณหนูแห่งเมืองศิวิไลซ์ยังฤทธิ์เยอะเหมือนเดิม!

ooooooo

ทางด้านน้ำค้างกับอึ่งที่หลอกพีระกับอุษาวดีออกมาพ้นไร่ได้สำเร็จ แต่นานเข้าสองพี่น้องรู้สึกผิดสังเกตจึงจอดรถคาดคั้นเอาความจริง อึ่งกลัวเลยหลุดปากว่าโรสรินอยู่ที่บ้าน แต่น้ำค้างหัวไวบอกว่าอึ่งหมายถึงบ้านนายอำเภอเพราะเธอมีธุระที่นั่น และตนก็กำลังจะพาเขาไป

ใกล้ค่ำเข้ามาทุกที น้ำค้างขับรถไปจอดในป่ารกร้างวังเวง บอกพีระว่าเป็นทางลัดไปบ้านนายอำเภอซึ่งรถเข้าไม่ได้ต้องเดินเท้าเข้าไปเท่านั้น สองพี่น้องเชื่อสนิทเพราะอยากเจอโรสรินมาก ส่วนน้ำค้างกับอึ่งรีบโบกมือบ๊ายบายแล้วจากมาด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์

แท้จริงบริเวณนั้นเป็นป่าช้า พีระกับอุษาวดีเดินลึกเข้าไปเห็นป้ายชื่อคนตายถึงกับแหกปากร้องลั่นวิ่งหนีด้วยความกลัวสุดขีด!

ส่วนที่ไร่ตะวัน...โรสรินยังเฝ้ารอคำขอโทษจากตะวัน โดยที่มาลัยยังอยู่สังเกตการณ์ แต่จนแล้วจนรอดชายหนุ่มก็ไม่ยอมเสียฟอร์ม ทำเป็นโมโหกลบเกลื่อนสั่งให้โรสรินไปอาบน้ำเพราะตัวเหม็นขี้หมูเหลือเกิน

โรสรินเจ็บใจมาก กลับเข้าห้องพักแล้วคิดจะโทร.ไปฟ้องคุณปู่ว่าตนถูกแกล้งให้เจ็บทั้งกายและใจ เพื่อที่ว่าปู่จะได้หาทางเอาตัวหลานสาวสุดที่รักกลับไป แล้วข้อตกลงบ้าบอทั้งหมดก็ต้องเป็นโมฆะ...แต่กลายเป็นว่าเธอหาโทรศัพท์มือถือไม่เจอ และเชื่อว่าคนที่เอาไปต้องไม่ใช่ใครที่ไหน นอกจากนายตะวันจอมเฮี้ยบ!

หญิงสาวย่องไปทางห้องตะวันก่อนจะดอดเข้าไปอย่างง่ายดายเพราะประตูไม่ได้ล็อก เธอค้นหามือถืออยู่ครู่เดียวก็พบจริงๆ เลยแอบด่าเขาหลายคำก่อนที่เจ้าตัวจะเดินมาถึงหน้าห้อง

โรสรินลนลานซ่อนตัวใต้ผ้าห่มบนเตียงนอน ตะวันผิวปากเข้ามาในสภาพนุ่งผ้าขาวม้าผืนเดียวผัดแป้งขาววอก ส่องกระจกเช็ดผมแล้วเดินไปนั่งอ่านหนังสือกล้วยไม้อย่างสบายใจเฉิบ

ขณะเดียวกันที่หน้าบ้าน พีระกับอุษาวดีกลับมาถึงแล้ว พีระโมโหมากที่โดนน้ำค้างหลอก ชาญจึงต้องออกโรงเคลียร์ด้วยตัวเอง ทั้งยืนยันว่าตนไม่ได้กักขังหน่วงเหนี่ยวโรสรินอย่างที่เขาพูด แต่เพราะเราสองครอบครัวมีสัญญาผูกมัดว่าหลานๆต้องแต่งงานกัน

พีระไม่ฟัง จะใช้อารมณ์ลูกเดียว อุษาวดีเห็นว่าไม่ใช่วิธีที่ได้ผลแน่ จึงลากพี่ชายออกมาซุบซิบแล้วขึ้นรถขับออกไปแอบจอดในมุมลับตา ก่อนจะพากันย่องกลับเข้ามาเพื่อค้นหาโรสริน...ในเวลานั้น โรสรินกำลังลุ้นระทึกมองตะวันล้มลงนอนบนเตียง เขาหลับทันทีทันใดเพราะง่วงจัด โดยดึงผ้าห่มมากอดนึกว่าหมอนข้าง

โรสรินถูกกอดเต็มๆแต่ไม่กล้าหืออือ กระทั่งพีระกับอุษาวดีย่องเข้ามาเปิดไฟเพราะคิดว่าโรสรินน่าจะอยู่ในบ้านหลังนี้ เหตุการณ์ชุลมุนวุ่นจึงบังเกิด ก่อนที่ทุกคนจะพากันออกมารวมตัวที่ห้องโถง โดยมีพวกชาญกรูกันมาร่วมรับฟัง ตะวันหาว่าโรสรินตั้งใจลักหลับตน การมาหาโทรศัพท์เป็นเพียงข้ออ้าง พีระโกรธแทนจะเอาตัวโรสรินกลับกรุงเทพฯให้ได้ แต่ชาญย้ำว่าถ้าเธอไปก็ต้องแต่งงานกับตะวัน ไม่เชื่อถามปู่ของเธอก็ได้

ตอนที่ 3

ระหว่างนั่งรถกลับ โรสรินนั่งยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ที่ข่มเขาได้ ตะวันจำต้องขอโทษเพราะกลัวเธอจะฟ้องคุณปู่เขา ถูกเธอแกล้งทำหูตึง จนเขาต้องตะโกนซ้ำแล้วซ้ำอีก

ตะวันขอโทษเป็นคำที่ร้อยสิบเจ็ดก็เริ่มเสียงแหบแห้งเพราะถูกเธอแกล้งให้ต้องตะโกน ถูกเธอขู่ว่ายังเหลืออีกสามร้อยแปดสิบคำจัดมาให้ไวเลย ขณะที่ยิ้มเย้ยสะใจตะวันนั้น ในใจโรสรินก็แอบโล่งอกเมื่อนึกว่า “ดีนะ...ความไม่แตก”

กลับถึงบ้าน แย้ต้องเอายาแก้เจ็บคอให้ตะวันกิน ถามหยอกว่าไปร้องคาราโอเกะที่ไหนมาถึงเสียงแหบเสียงแห้งแบบนี้ ตะวันเอ็ดเสียงแห้งๆว่า “ไปๆๆไปทำงาน ถามซอกแซกอยู่ได้” แย้มองหน้าสงสัยเลยถูกตะวันเตะตูดทีหนึ่งจึงไปได้

แต่พอตะวันจะจิบยาก็แทบสำลัก เมื่อหันไปเห็นโรสรินในชุดเดรสที่ซื้อมาใหม่เดินกรีดกรายหมุนโชว์ ถามว่า ชุดของเดชาเก๋ดี นายว่าไหม ถูกตะวันสั่งให้ไปเปลี่ยนชุดเดี๋ยวนี้เพราะนั่นไม่ใช่ชุดทำงาน เธอลอยหน้าบอกว่า

“เพิ่งซักยังไม่แห้ง ฉันจะใส่ชุดนี้ ชุดที่คนใจดีอย่างเดชาซื้อให้ มีปัญหาอะไรไหม”

“คำก็เดชา สองคำก็เดชา ถ้าคุณรู้จักเขาเหมือนที่ผมรู้จัก ผมเชื่อว่าคุณต้องเผาไอ้ชุดนี่ทิ้งแน่ๆ” เธอสวนทันทีว่าไม่เห็นเขาจะร้ายกาจกับตนตรงไหน “ผมเตือนคุณแล้วนะ อยู่ห่างๆนายนั่นไว้!”

โรสรินเชิดใส่แล้วสะบัดหน้าเดินไป ตะวันมองตามอย่างเป็นห่วง

ooooooo

ที่รั้วไร่ตะวันอีกด้านหนึ่ง โรสรินเดินเหลียวหน้าเหลียวหลังตรงไปริมรั้ว ที่นัดกับเดชาไว้

เดชากับล่ำและแหลมรออยู่แล้ว แหลมกับล่ำถือถุงใส่ยาฆ่าหญ้ามาด้วย พอเดชาเห็นเธอใส่ชุดที่ซื้อให้ก็ยิ้มตาฉ่ำ ล่ำเอ่ยขึ้นว่า นั่นมันชุดที่เสี่ยซื้อให้นี่ แหลมยิ้มกริ่มบอกว่ามีใจชัวร์ๆ เดชาได้ยินก็ยิ้มปลื้ม

พอเจอกัน ล่ำกับแหลมก็ยื่นถุงยาฆ่าหญ้าให้ เธอขอบใจเดชาที่เป็นธุระให้ พอเธอจะเดินกลับก็ถูกเดชาฉวยมือไว้ แต่เสือผู้หญิงอย่างเดชา พอเห็นโรสรินชะงักมองมือที่ถูกฉวยไว้ เขารู้ว่ายังไม่ถึงเวลาจึงปล่อยมือ พูดสุภาพแต่ตาฉ่ำว่า

ตอนที่ 4

พีระดำเนินแผนการของตนด้วยความหวังเต็มเปี่ยมว่าจะแย่งโรสรินจากตะวันมาได้

อุษาวดีถูกเคี่ยวเข็ญจนต้องทำใจอย่างมาก ก่อนที่จะออกไปอ่อยตะวันตามแผนของพีระ เขาปลุกเร้าใจน้องสาวก่อนออกไปว่า “หวังว่าน้องคงไม่ทำให้พี่ผิดหวัง...ไฟติ้ง!”

แต่พอหันกลับมาพีระก็สะดุ้งเมื่อเห็นน้ำค้างเดินมองหาตนอยู่ น้ำค้างถามว่าให้อุษาวดีไปไหนเหรอ พีระตัดบทว่าสนใจเรื่องของเธอกับหมอดีกว่า มองหน้าน้ำค้างด้วยแววตาและรอยยิ้มที่จริงใจบอกเธอว่า

“ฉันจะเป็นพี่เลี้ยงให้เธอเต็มที่เลยน้ำค้าง...”

หมอกิตติทัตไปตั้งเต็นท์พยาบาลบริเวณงานวัด หมอทำแผลให้วัยรุ่นที่ถูกเดชาและสมุนทำร้าย เตือนแกมบ่นว่า

“เข็ดหรือยังล่ะ...ยังอยากจะเป็นนักเลงอยู่อีกไหม...เฮ้อ...มีเรื่องกับใครไม่มี ดันไปมีกับนายเดชา เท่ากับเดินไปหาความตายชัดๆ”

ให้วัยรุ่นกลับไปแล้ว หมอมองไปเห็นตะวันเดินกวาดตาเหมือนมองหาใครอยู่ พอหมอเรียก ตะวันถามทันทีว่า

“หมอเห็นยัยโรสรึเปล่า!” พอหมอส่ายหน้า เขาบ่น “ยัยโรสกำลังจี๊ด ไม่รู้เตลิดไปไหนต่อไหนแล้ว เฮ้อ...”

หมอทักว่าดูท่าทางเขาห่วงโรสรินมาก ตะวันบอกว่าห่วงชาวบ้านตาดำๆ มากกว่า ไม่รู้ป่านนี้เธอไปฟาดงวงฟาดงาใส่ใครบ้างแล้วก็ไม่รู้ พูดแล้วตะวันเดินอ้าวไปหาต่อ หมอมองตามอย่างหวั่นใจเหมือนกัน

เวลาเดียวกัน พีระพาน้ำค้างไปหาที่เหมาะ สอนให้เธอทำหน้าตาให้ดูน่ารัก ให้ทำแก้มป่อง ทำตาโต เพราะผู้ชายชอบผู้หญิงน่ารักใสๆไม่ใช่ม้าดีดกะโหลกเหมือนเธอ น้ำค้างทำแก้มป่องจนแทบแตก เบิ่งตาโตจนตาพอง ทำแล้วถามว่าตนจะเชื่อเขาได้สักแค่ไหน ไม่รู้มีแผนอะไรหรือเปล่า

“กรุณาอย่าสงสัยในตัวฉัน ทำตามที่ฉันบอก แล้วอย่าปล่อยให้หมออยู่ห่างสายตา จ้องตาหมอเข้าไว้ แล้วเธอจะพบคำตอบว่า หมอเขาชอบเธอหรือเปล่า”

สอนและให้น้ำค้างซ้อมให้ดูจนพอใจแล้ว พีระบอกว่าไปได้แล้ว เขามองตามน้ำค้างยิ้มเจ้าเล่ห์

น้ำค้างไปที่เต็นท์พยาบาล หมอเป็นห่วงโรสรินเดินออกมาโผล่ดู เจอน้ำค้างยืนอยู่ เธอชูสองนิ้วที่ข้างแก้มแล้วทำแก้มป่อง เบิกตาโตทำแบ๊วเต็มที่ หมอกิตติทัตมองชะงัก น้ำค้างนึกว่าหมอตะลึงเลยทำตาปิ๊งๆให้

หมอตกใจอุทาน “น้ำค้าง...” เธอยิ่งมั่นใจว่าหมอต้องชอบแน่ๆเลยยิ่งทำแก้มป่องตาโต หมอถามว่า “น้ำค้างไปกินเห็ดเมาที่ไหนมา” น้ำค้างหมดอารมณ์ทันทีบอกว่าเปล่า หมอรีบพาเข้าไปในเต็นท์ เอาไฟฉายมาส่องดูม่านตา น้ำค้างพยายามบอกว่าตนไม่ได้เมา

“ไม่เมา! ถ้างั้นก็คงเพี้ยน! อยู่เฉยๆนะขอหมอดูอาการก่อน”

น้ำค้างเหวอ เซ็งจนหมดอารมณ์หมดแรงที่จะชี้แจงอะไรอีก

ooooooo

เดชาพาโรสรินไปที่ซุ้มยิงปืน แสดงฝีมือแม่นปืนโชว์เธอ แต่โรสรินไม่สนุกด้วย เธอยืนทำหน้าเบื่อเดชาไม่พอใจ ทำท่าคุกคาม ลำเลิกว่าเธอไม่รักษาสัญญา ถ้าจะตอบแทนตนแค่นี้มันน้อยไป

โรสรินรู้สึกถึงความไม่ปลอดภัยอีกครั้ง ข่มใจกลัวบอกเขาว่า “คนอย่างโรสรินไม่เคยยอมให้ใครขู่”

“ผมกลัวคุณแล้วครับคุณโรส เอาเป็นว่าผมขอร้องคุณแทนแล้วกัน ให้เกียรติผมได้พาคุณเที่ยวเถอะครับ...นะครับ”

โรสรินพยักหน้าอย่างเสียไม่ได้ แต่ระหว่างเดินด้วยกัน เธอเห็นชาวบ้านที่เดินสวนกันไปมาต่างก้มหน้าไม่กล้าสบตาและหลีกทางให้เดชาอย่างหวาดกลัว เธอถามว่าเขาเป็นมาเฟียหรือ เดชาถามว่าทำไมคิดแบบนั้น

“ไม่รู้สิ...พูดตรงๆนะ นายดูไม่เหมือนคนดี”

“ถ้าผมไม่ดีกับคนอื่น แต่อยากดีกับคุณคนเดียว ผมจะเป็นคนดีในสายตาคุณไหม ผมไม่ใช่คนสร้างภาพ ที่จะต้องทำเป็นว่ามีความสุขกับต้นไม้ใบหญ้าเหมือนนายตะวัน คุณเองก็ยังไม่รู้จักผมดีพอ อย่าเพิ่งรีบด่วนตัดสินสิครับ”

โรสรินถามเบื่อๆ ว่าตนต้องทนอยู่กับเขาอีกนานแค่ไหน เดชาจึงพาเธอไปเล่นชิงช้าสวรรค์แก้เบื่อ ขณะขึ้นชิงช้าสวรรค์ โรสรินถามว่าสูงแค่นี้เองหรือ? ตนเคยขึ้นแต่ลอนดอนอาย เดชาบอกว่ามันไม่เหมือนกัน เธอดักคอว่ารู้ได้ไง เดชาบอกว่าตนเรียนจบจากอังกฤษ

“หา! มาเฟียอย่างนายเนี่ยนะ” เธอทำเสียงอย่างไม่เชื่อ เดชาเลยชวนเธอลองขึ้นชิงช้าสวรรค์ดู รับรองลอนดอนอายกระเด็น เขาจับมือเธอพาไปนั่งในกรงชิงช้าสวรรค์โดยนั่งตรงข้ามกัน

โรสรินนั่งเซ็งๆ พลันก็เห็นลู่ทางหนี พอได้จังหวะชิงช้าสวรรค์จะหมุนขึ้น เธอผลักประตูกระโดดออกมา เดชาจะตามแต่ไม่ทันเพราะชิงช้าสวรรค์หมุนขึ้นสูงแล้ว โรสรินวิ่งไปที่คนคุมชิงช้าสวรรค์ส่งใบละพันให้หลายใบแล้วบอกให้หมุนหลายๆรอบเลย ทำให้ค้างอยู่บนฟ้าได้เลยยิ่งดี

คนคุมเครื่องเอาเงินใส่กระเป๋าพยักหน้าทำมือโอเค ชิงช้าสวรรค์หมุนสูงขึ้นไปทุกที โรสรินแหงนมองเดชา โบกมือบ๋ายบายยิ้มเจ้าเล่ห์พึมพำ

“ฉันอาจรู้จักนายไม่ดีพอ แต่นายก็รู้จักฉันน้อยไป นายเดชา!! คิดจะจีบคนอย่างโรสริน ฮึ! ไม่เจียมตัว!!”

ทันใดนั้น เด็กสองคนเล่นจุดประทัดกัน เธอตกใจเสียงประทัด ผงะไปชนสาวน้อยตกน้ำที่กำลังเดินกินลูกชิ้นปิ้งอยู่จนล้มคว่ำ เธอรีบประคองถามว่าไม่เป็นอะไรใช่ไหม พอสาวน้อยตกน้ำเงยหน้าขึ้น ปรากฏว่าไม้ลูกชิ้นทิ่มทะลุแก้ม สาวน้อยพูดทั้งที่ไม้ทิ่มคาแก้มให้พาไปหาหมอ โรสรินตกใจทำอะไรไม่ถูกจะเดินหนี ก็ถูกมือลึกลับกระชากไหล่ตะคอกถาม

“เดี๋ยวสิคุณ! ไม่คิดรับผิดชอบเลยเหรอ”

โรสรินหน้าซีดเผือด...

ooooooo

ส่วนอุษาวดีถือขวดน้ำมายืนดักรอจับตะวัน ต้องปลุกใจตัวเองให้สู้ๆ เพื่องานที่พี่ชายให้ทำ

พอเห็นตะวันเดินมา เธอแกล้งเซไปชน ซ้ำทำน้ำหกรดด้วย เธอรีบขอโทษ ตะวันบอกว่าไม่เป็นไรแล้วจะเดินไป อุษาวดีเลยแกล้งทำเป็นหกล้มร้องอย่างเจ็บปวด ตะวันจึงต้องกลับมาดูแล เธอบอกว่าสงสัยข้อเท้าพลิกตะวันจึงประคองเธอลุกขึ้น ประสานสายตากันอย่างใกล้ชิดจนเธอใจหวิวๆ วิ้งๆ อย่างไม่เคยเป็นมาก่อน

ตะวันต้องประคองอุษาวดีเดินไป ผ่านร้านขายผลไม้ของมาลีกับมาลัย มาลีเห็นตะวันประคองอุษาวดีมาก็ร้องบอกมาลัยให้รีบมาดูเดี๋ยวตะวันจะโดนแมวคาบไปเสียก่อน มาลัยวิ่งมาจัดการ ขณะกำลังทะเลาะแย่งตะวันกันนั้น เสียงโรสรินดังแว่วมาว่า “อย่านะ ปล่อยฉัน ช่วยด้วยยยยย!!!” พอตะวันได้ยินเสียงโรสรินก็ทิ้งทั้งสองคนวิ่งอ้าวไปเลย

ปรากฏว่าเจ้าของซุ้มสาวน้อยตกน้ำยื่นคำขาดให้หาสาวน้อยคนใหม่มาแทนคนที่บาดเจ็บ ตะวันรับปากจะรับผิดชอบเรื่องนี้ให้ สุดท้ายหาใครไม่ได้จึงต้องให้โรสรินไปนั่งเป็นสาวน้อยตกน้ำแทน ตะวันอยากแกล้งเลยปาเธอเป็นคนแรก เท่านั้นไม่พอยังป่าวประกาศให้บรรดาหนุ่มๆ มาปาเป้ากันสนุกสนาน จนโรสรินตกน้ำหนาวสั่น แม้ตะวันจะเอาผ้าขนหนูมาคลุมให้เธอก็ไม่หายโกรธ สั่งให้พากลับเดี๋ยวนี้เลย

ระหว่างกลับเจอเดชา เดชาจะเอาเรื่องกับโรสรินหาว่าไม่รักษาสัญญา เมื่อตะวันปกป้องเธอจึงเกือบเกิดเรื่องกัน ดีแต่หมอกิตติทัตมาขอไว้ เดชาจึงพาลูกน้องกลับไป โรสรินแปลกใจว่าทำไมคนอย่างเดชาจึงเชื่อฟังหมอกิตติทัตนัก หมอจึงเล่าให้ฟังว่า

คืนหนึ่ง ขณะหมอขับรถผ่านทางเปลี่ยว เจอเดชามีเรื่องยิงกัน ฝ่ายตรงข้ามตายสองคนแต่เดชาบาดเจ็บสาหัส หมอช่วยชีวิตเขาไว้ได้ จึงเป็นบุญคุณที่เดชาจดจำและทดแทน ยอมทำตามคำขอของหมอ

ฟังหมอเล่าแล้ว ตะวันปรบมือชมเชยหมอที่ช่วยชีวิตคนเลวไว้ โรสรินสวนทันทีว่า

“ตราบใดที่เขายังไม่ร้ายกับฉัน เขาก็ไม่ใช่คนเลวอย่างที่นายว่าหรอก” หมอตกใจถามว่าเธอไปสนิทกับเดชาตั้งแต่เมื่อไหร่ “เปล่าซะหน่อย เขามาตื๊อฉันเอง”

“ผมขอเตือนว่าอย่าไปยุ่งกับคนอันตรายอย่างนายเดชา” ตะวันเตือน

เธอตอบอย่างอวดดีว่าไม่ต้องมาสั่งสอน ตนเอาตัวรอดได้

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

“มังกร” หลอนหนัก ฝันถึงสาวสไบชุดแดงเรียกหา!
9 ธ.ค. 2562

17:03 น.