ตอนที่ 9
ไม่ทันข้ามวันรัตตวัลย์นัดนาบุญมาเจอที่ร้านกาแฟแห่งหนึ่ง ถามตรงๆว่าอยากร่วมทุนจริงหรือ
“ก็ดูก่อน เขาอุตส่าห์ชวนผ่านยัยน้อง ไม่อยากปฏิเสธให้เสียน้ำใจ”
“แต่คุณก็รู้ว่าโรงแรมมีหนี้ก้อนใหญ่มาก”
“บริหารงานไม่ดี ใช้เงินไม่เป็น”
“รู้ขนาดนี้ คุณไม่ร่วมหุ้นแน่ แล้วเข้ามาดูในโรงแรมทำไมคะ”
“เขาเปิดทางให้ ก็เข้ามาดูหน่อย อีกอย่างจะได้รู้ว่าคุณอยู่ยังไง จะได้ช่วยดูแลถูก”
คำตอบนั้นเล่นเอารัตตวัลย์ขวยเขิน กลบเกลื่อนด้วยการจิบกาแฟแล้วพูดเรื่องอื่นแทน
“วันก่อนที่คุณคอยดูอยู่หน้าบ้าน แล้วก็ซื้อโจ๊กมาให้ยังไม่ได้ขอบคุณเลย ขอบคุณมากนะคะ”
“เพิ่งรู้เหมือนกันว่าโจ๊กต้องกินกับนมเย็นถึงอร่อย เห็นว่าสูตรชาวเกาะ เกาะไหนครับคุณนาย”
นาบุญพูดแล้วส่งยิ้มกว้าง รัตตวัลย์ยิ่งเขินจนแก้มแดงระเรื่อ
ooooooo
แผนมาหาชุมพลที่โรงแรมนาราเพื่อให้ช่วยปล่อยรังนกที่ตลาดไหนก็ได้ แล้วจะให้ค่าตอบแทนสิบเปอร์เซ็นต์จากกำไร แต่ชุมพลปฏิเสธ ให้เขาไปหาคนอื่นเพราะตนไม่ทำธุรกิจกับคนเอาเปรียบ
ไม่ว่าแผนจะกล่อมยังไงชุมพลก็ยืนยันคำเดิมเสียงแข็ง ทำให้แผนโกรธ ขู่ว่าถ้าเจ้าของเกาะรู้ว่าเขาเป็นสายต้องไม่ปล่อยไว้แน่
“คิดจะแบล็กเมล์เหรอ” ชุมพลย้อนถามด้วยความกังวล
แผนยิ้มเยาะ โยนนามบัตรที่มีเบอร์โทร.ด้านหลังไว้บนโต๊ะและย้ำว่าตัดสินใจได้แล้วให้โทร.มา ชุมพลทำท่าจะขยำนามบัตรทิ้ง แต่เปลี่ยนใจเก็บใส่กระเป๋าเสื้อไว้ ส่วนนาบุญเห็นด้านหลังแผนไวๆ แต่ไม่แน่ใจว่าใช่โจรปล้นรังนกจึงไม่ได้ใส่ใจนัก
รัตตวัลย์ตรวจบัญชีเห็นสิ่งผิดปกติเกี่ยวกับพิลาสลักษณ์จึงตามไผทเข้ามาอย่างเร่งด่วน
“หลายเดือนก่อนเมศโอนเงินให้น้องสาวคุณสองแสนค่ะ”
“บัญชีลักษณ์จริงๆ”
จังหวะนี้ปารเมศเดินยิ้มแย้มเข้ามา แต่พอเห็นไผทถือเอกสารก็เปลี่ยนเป็นระแวงและไม่พอใจ
“ผมนึกว่าคนที่ดูเอกสารได้มีแค่คุณกับรสสุคนธ์ ทำไมถึงให้คนอื่นมาดูอีก”
“เพราะในนี้บอกว่าคุณโอนเงินให้น้องสาวผม”
ปารเมศนิ่งพยายามไม่ให้มีพิรุธ แววตาครุ่นคิดว่าจะแก้ตัวยังไง “ไปคุยกันข้างนอก”
“คุยที่นี่ได้ค่ะ ฉันก็อยากรู้เหมือนกัน”
ปารเมศหนักใจ คิดหาทางเอาตัวรอด...เมื่อไผทถามว่าน้องของตนไปอยู่กับพวกแก๊งค้ามนุษย์ได้ยังไง ปารเมศตกใจถึงกับผงะอย่างไม่อยากเชื่อ
“แก๊งค้ามนุษย์? เกี่ยวอะไรกับลักษณ์ ผมนึกว่าเขาย้ายไปทำงานที่อื่น แล้วทำไมถึงไปอยู่กับแก๊งค้ามนุษย์ได้ คุณเข้าใจผิดหรือเปล่า”
“ไม่ผิด น้องสาวผมถูกจับตัวไปอยู่กับพวกมัน มีหลักฐานกับพยานบุคคลชัดเจน”










